Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ธรรมคือหน้าที่

ธรรมคือหน้าที่

Published by Piyaphon Khatipphatee, 2021-10-29 13:11:39

Description: ธรรมคือหน้าที่

Search

Read the Text Version

38 ธรรมะคือหน้าท่ี ท�ำงาน หรือตืน่ นอนขน้ึ มา จะอาบน้ำ� จะกนิ ขา้ ว จะถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ จะ ท�ำอะไร จะเคลื่อนไหวอะไร มันก็เป็นการงานหมด แล้วก็รู้ว่าเป็นธรรมะหมด เปน็ เพ่ือความรอดหมด แล้วกอ็ ิ่มดว้ ยความสขุ ทกุ อิริยาบถ ทุกสถานทที่ ้ังวันทั้ง คนื ทั้งหลบั ทง้ั ตน่ื ไมต่ อ้ งใช้เงนิ เลย บทสวดในรตั นสตู รทม่ี าสวดเจรญิ พระพทุ ธมนตบ์ า้ นเรอื น มอี ยตู่ อนหนง่ึ ท่วี า่ เม่ือปฏิบตั ิอย่างน้ันแลว้ ไดน้ พิ พานมาบรโิ ภคอยูเ่ ปลา่ ๆ ลัทธา มธุ า นพิ พุตงิ ภุญชะมานา เมือ่ ปฏิบตั ิตามหลกั ท่วี ่าน้นั จะได้นิพพานมาบรโิ ภคอยเู่ ปลา่ ๆ ผม ใชเ้ ปน็ หลกั ท่ยี นื ยนั ว่า ถา้ พระนิพพานแลว้ ไม่ตอ้ งใชเ้ งนิ ไดเ้ ปล่า ก็มาเขา้ กนั ได้ กบั ขอ้ น้ีท่ีวา่ เมือ่ ทำ�จติ ใจใหพ้ อใจเป็นสุขอย่ดู ้วยธรรมะ กิเลสเกดิ ไม่ได้ ความ ทุกขเ์ กิดไม่ได้ ได้นิพพานมาบรโิ ภคอยู่เปล่าๆ เกิดกนั ทุกคนเลย แตเ่ ด๋ยี วน้มี นั ไม่รู้ แล้วมันก็ท�ำ งาน ท�ำ หนา้ ที่อย่างเหงอ่ื ไหลไคลย้อยกนั อยู่โดยมากทุกคน แต่ มันไมร่ ู้ มนั ไมร่ ู้วา่ เป็นการปฏิบตั ิธรรมะ ก็ไม่มคี วามพอใจ และไมม่ คี วามสุข เดยี๋ วนที้ �ำ งานเทา่ เดมิ แตข่ อเปลย่ี นเสยี หนอ่ ย กม็ ารวู้ า่ นเ้ี ปน็ การปฏบิ ตั ิ หนา้ ที่ คอื ปฏบิ ตั ธิ รรมะ มสี ตสิ มั ปชญั ญะ ท�ำ ใหด้ ที สี่ ดุ มสี มาธใิ นการท�ำ กจ็ ะเปน็ ความสขุ เกดิ จากความพอใจทไี่ ด้ทำ� เราก็เลยมคี วามสุข ไม่ต้องเพ่ิมงาน ความ เหนด็ เหนือ่ ยที่มีอยู่ แต่เดิมน้ันมาเปลี่ยนให้มันเป็นการปฏิบัติธรรมะ เป็นหน้าท่ีไปเสียให้ หมด ทุกคนทำ� จะเป็นราชามหากษตั รยิ ์ เปน็ ขา้ ราชการ เปน็ พอ่ ค้า เปน็ ชาวไร่

39ธรรมบรรยายโดย พทุ ธทาสภิกขุ ชาวนา เป็นกรรมกรกต็ าม เป็นกรรมกรยงิ่ จะตอ้ งรูจ้ ักธรรมะชนดิ น้ี เพ่อื ปลอบ ใจตวั เอง ใหม้ นั ยอมรบั สภาพทว่ี า่ ตอ้ งเปน็ ไปตามกรรม อยา่ ไปคดิ วา่ มนั จะเสมอ กนั ทุกคนได้ มันเรอ่ื งบ้า เรือ่ งท่ีให้เสมอภาคกนั หมดทุกคน ทกุ ชนดิ การงานนัน้ เป็นไปไม่ได้ เป็นเร่ืองบา้ มนั ต้องเปน็ ไปตามกรรม แตแ่ ลว้ กม็ ที างแกป้ ญั หาวา่ มนั จะมกี รรมอยา่ งไร ฉนั กเ็ ปลยี่ นใหเ้ ปน็ การ ปฏิบัติธรรมะไปเสียให้หมด แล้วก็มีความสุข มีความพอใจ พวกกรรมกรก็จะ พอใจในการทำ�งาน ไมเ่ กี่ยงงอนไมเ่ รียกรอ้ ง ไมต่ อ่ สู้ อะไรกันอยา่ งท่ีก�ำ ลังทำ�กนั อยู่ เพราะไม่ยอมรับสภาพของความเป็นกรรมกร เรอ่ื งนผี้ มกอ็ ยากจะฝากไวอ้ กี ทหี นงึ่ ทวี่ า่ เลกิ วรรณะ เลกิ วรรณะนน้ั ระวงั ให้ดี พูดให้ดีถูกต้องนะ วรรณะโดยชาติกำ�เนิดเลิกได้ วรรณะโดยชาติ โดย กำ�เนดิ เลกิ ได้ แตถ่ ้าวรรณะโดยหน้าทกี่ ารงานน้นั เลิกไม่ได้ เลิกไม่ได้ ไม่มใี คร เลกิ มนั ได้ พระพทุ ธเจา้ กไ็ มเ่ ลกิ เลกิ ไมไ่ ด้ ยงั ยอมรบั วา่ เมอ่ื ท�ำ หนา้ ทอ่ี ยา่ งไรกเ็ ปน็ วรรณะอย่างนั้น แต่ชาติกำ�เนิดเกิดในวรรณะไหนจะเป็นอะไรนัน้ เลกิ ได้ นัน้ เลิก ได้ เพราะฉะน้ันเราก็จึงมีวรรณะท่ีต่างกัน บทสวดปัจจเวกขณ์ เววัณณิยัมหิ- อัชฌฯู ลฯ อนั นั้น เราถึงวรรณะแตกตา่ งกนั แล้ว มวี รรณะต่างจากผู้อน่ื แล้ว จะ ต้องปฏิบัติให้ถกู ตามวรรณะของตัว น้ีก็ยืนยนั ว่าไมไ่ ดเ้ ลกิ วรรณะ แต่มันมีวรรณะของบรรพชิต วรรณะของ เพศบรรพชติ แสดงวา่ วรรณะโดยการงานนน้ั เลกิ ไมไ่ ด้ วรรณะโดยชาตกิ �ำเนดิ นน้ั เลกิ ได้ แลว้ กม็ ีประโยชน์ กรรมกรกเ็ ป็นวรรณะตามหนา้ ท่กี ารงาน เขากย็ อมรับ

40 ธรรมะคอื หน้าท่ี สภาพ อนั นน้ั แล้วก็พอใจ ร้วู ่าการท�ำงานอาบเหงอื่ ตา่ งนำ้� เปน็ การปฏบิ ตั ธิ รรมะ เพ่อื ความรอด เขาพอใจ เขาพอใจ มันกจ็ ะรว่ มมือกนั ได้กบั นายทนุ เด๋ียวนปี้ ัญหาใหญ่มหาศาลของโลก มองให้ดี มนั มอี ยู่ระหว่างท่นี ายทุน กบั กรรมกร มนั รกั กนั ไมไ่ ดเ้ ทา่ นนั้ มนั คดิ ฆา่ กนั อยทู่ กุ วนั คดิ ลา้ งผลาญกนั อยทู่ กุ วนั ระหวา่ งนายทนุ กบั กรรมกร ถา้ กรรมกรกย็ อมรบั สภาพอนั นี้ นายทนุ กม็ เี มตตา กรณุ า ใหส้ ว่ นแบง่ สว่ นเฉลย่ี ใหพ้ อสมควรกนั เหมอื นกบั เศรษฐคี รง้ั พทุ ธกาลเลย้ี ง ทาสเลีย้ งบรวิ ารอย่างลกู อย่างหลาน ทำ�งานไดผ้ ลมาเก็บไว้ส�ำ หรับหล่อเลี้ยงโรง ทาน ทง้ั เศรษฐแี ละทง้ั ทาสกรรมกรกลายเปน็ ผตู้ ง้ั โรงทาน หลอ่ เลย้ี งโรงทาน มนั ก็อยกู่ ันได้ ทาสอยา่ งนี้ไมต่ อ้ งเลกิ แลว้ เลิกมนั ก็ไมเ่ อา มันก็ไม่เลกิ เพราะมนั อยู่ กับนายอย่างนี้ดกี วา่ อยอู่ ย่างสว่ นตัว แตว่ า่ กรรมกรนอี้ าฆาตมาดรา้ ยกบั นายทนุ นายทนุ กระดาษซบั นายทนุ ทซี่ บั ไปไดท้ กุ อยา่ ง เพราะวา่ มนั กไ็ มย่ อมรบั สภาพทวี่ า่ เรามวี รรณะอยา่ งน้ี กต็ อ้ ง ท�ำ หนา้ ทอ่ี ยา่ งน้ี หนา้ ทข่ี องเราอาบเหงอ่ื หนา้ ทข่ี องเขาไมอ่ าบเหงอ่ื กช็ า่ งหวั เขาสิ พวกเทวดาไม่รจู้ กั เหงื่อ พวกอย่างน้รี ู้จกั เหง่อื มันก็เป็นหน้าที่ดว้ ยกัน ถ้าเมื่อไหร่นายทุนกับกรรมกรเข้าใจกันได้ โลกนี้ก็เปล่ียนสภาพไม่มี การตอ่ สกู้ นั ระหวา่ งขวา ระหวา่ งซา้ ย ระหวา่ งนายทนุ กบั กรรมกร ชนกรรมาชพี ยอมรับสภาพหน้าที่ ตามภูมิ ตามชั้นของตน ไม่ต้องเสมอกัน ตั้งแต่พระราชา มหากษัตริย์ จักรพรรดิ สูงสดุ ลงต�่ำมาเรอื่ ยๆ จนกระทงั่ ว่าคนขอทานนง่ั ขอทาน อยู่ ก็ยอมรบั สภาพน้ัน ขอทานให้ดี ขอทานให้เป็นการปฏิบตั ธิ รรมะ ไม่เทา่ ไรก็ พ้นจากความเปน็ คนขอทาน แก้ปญั หาได้ดว้ ยหนา้ ที่ หนา้ ที่

41ธรรมบรรยายโดย พุทธทาสภิกขุ ฉะนั้นจึงถือว่าหน้าที่เท่ากับพระเจ้า เรามีพระเจ้าเป็นหน้าท่ีช่วยให้ รอดก็คือธรรมะน่ันแหละเป็นพระเจ้า ช่วยให้รอด อย่าไปอวดดีว่าไม่มีพระเจ้า มันมีพระเจ้าตามความหมายของพุทธศาสนา ไม่มีพระเจ้าตามความหมายของ ไสยศาสตร์ เปน็ อนั วา่ มสี ตสิ มั ปชญั ญะ รสู้ กึ ตวั อยทู่ กุ อริ ยิ าบถทเ่ี คลอ่ื นไหว เปน็ การ ปฏบิ ตั หิ นา้ ทป่ี ฏบิ ตั ธิ รรมะเพอื่ ความรอด เรยี กวา่ เคลด็ ลบั กไ็ ด้ เรยี กวา่ ศลิ ปะกไ็ ด้ มนั ทำ�ให้เกิดความงดงามขนึ้ มาได้ในการปฏบิ ตั ิ เพ่อื ความรอดของตัว แลว้ ก็เชอ่ื อยวู่ า่ เราปฏบิ ตั ธิ รรมะคอื ความถกู ตอ้ ง ธรรมะคอื ถกู ตอ้ งแกค่ วามเปน็ มนษุ ยข์ อง เรา เราพอใจ แล้วกย็ ินดี ทำ�อยา่ งนี้อย่ตู ลอดเวลาทงั้ วัน กระทั่งหลบั กเ็ ปน็ ด้วย สตสิ มั ปชญั ญะอยา่ งน้ี พอถงึ เวลาสมมตวิ า่ จะนอนกน็ กึ ถงึ วา่ วนั นที้ �ำ อะไรบา้ ง วนั น้ีทำ�หน้าที่ทุกอย่างถูกต้องหมดเลย มีแต่ความถูกต้อง ความพอใจ พอใจใน ความถูกตอ้ ง ยกมือไหวต้ วั เองได้ เมือ่ นน้ั เปน็ สวรรค์ ผมขอยนื ยนั วา่ ความหมายนใี้ ชไ้ ด้ เมอ่ื ไรยกมอื ไหวต้ นเองไดเ้ มอ่ื นนั้ เปน็ สวรรคอ์ นั แทจ้ รงิ ทนี่ แี่ ละเดย๋ี วน้ี สวรรคต์ อ่ ตายแลว้ นน่ั ขน้ึ อยกู่ บั สวรรคน์ ้ี สวรรค์ ที่ต่อตายแล้ว ท่ีเขาพูดกันอย่างไร กี่อย่าง กี่อย่างก็ตาม มันขึ้นอยู่กับสวรรค์นี้ คอื ท�ำ หนา้ ที่จนยกมือไหวต้ วั เองได้ พดู เสยี ใหมว่ า่ เมอ่ื ท�ำ หนา้ ทจ่ี นยกมอื ไหวต้ วั เองได้ เมอื่ นน้ั คอื สวรรคอ์ นั แท้จริง ทกุ คนมสี ิทธิ มีโอกาสทจ่ี ะมสี วรรคอ์ ันแทจ้ รงิ ไดท้ งั้ น้ันเลย แต่เขาไมร่ ู้จกั ก็เลยไม่ได้ ทำ�ความพอใจให้เกิดข้ึนทุกอิริยาบถท่ีจะเคล่ือนไหวไป เพื่อหน้าที่ เพ่ือธรรมะ อย่างน้อยพอเสรจ็ จบวนั สิ้นวนั กม็ าใครค่ รวญดู คดิ บญั ชดี ู โอ,้ มัน

42 ธรรมะคอื หน้าที่ มแี ต่ความดี ความถูกต้อง ยกมือไหวต้ วั เองไดเ้ ป็นสวรรค์ นั่งพักอยใู่ นสวรรค์สัก พักค่อยนอนก็ได้ เปน็ สวรรคท์ แ่ี ท้จรงิ สวรรค์ทพ่ี ูดวา่ อยขู่ า้ งบนฟ้า อยทู่ ี่ไหนก็ ไมร่ ู้ จะไดต้ อ่ ตายแลว้ นน้ั มนั เปน็ เรอื่ งอยา่ พดู ดกี วา่ มนั พสิ จู นไ์ มไ่ ด้ แตส่ วรรคข์ อง เราพสิ จู นไ์ ด้ และยงั ทา้ ทายไดว้ า่ สวรรคอ์ ยา่ งอน่ื จะมกี ชี่ นดิ มนั ขนึ้ อยกู่ บั สวรรค์ นี้ คือการกระท�ำ ท่ีท�ำ ใหย้ กมือไหวต้ วั เองได้ แล้วชืน่ ใจตวั เอง ความเคารพตวั เอง ช่นื ใจตัวเอง ค�ำน้ีดูจะเป็นจริยธรรมสากล Self respect ฝรั่งเขาพูดกันมากท่ีสุด จะมีความหมายแค่ไหนก็ไม่ทราบ แต่เขาพูดกันมานานแล้ว เร่ืองเคารพตัวเอง พอใจตัวเอง เคารพตัวเอง แล้วเป็นสุขอยู่ในตัวเอง เขาพูดกันมานานในฐานะ เปน็ จรยิ ธรรมสากลดว้ ยซำ้� ไป กม็ าเขา้ กบั หลกั ทว่ี า่ นเ้ี ปน็ หลกั ในพระพทุ ธศาสนา ประพฤตธิ รรมะถกู ตอ้ ง พอใจตวั เอง ชนื่ ใจตวั เอง นน้ั แหละคอื สวรรคท์ แ่ี ทจ้ รงิ ที่ นแี่ ละเด๋ยี วนี้ ไม่หลอกลวงพิสูจนไ์ ดท้ กุ เมื่อ ไมใ่ ชส่ วรรค์โฆษณาชวนเชอ่ื แต่เป็น สวรรค์ท่ีแท้จริง นเี่ ราจะเปดิ ทางสวรรคก์ ันบ้าง ก็นา่ จะชกั ชวนกนั มาถงึ ขนาดน้ี แลว้ มนั กจ็ ะรวมอยใู่ นหลกั ท่วี า่ แสดงธรรมให้ไพเราะงดงาม ท้ังเบ้อื งต้น ทั้งทา่ มกลาง และเบอื้ งปลาย คอื สวรรคช์ ัน้ หน่ึง ชนิดหน่ึง เลอื กใชใ้ ห้เหมาะ เม่อื เบือ้ งตน้ กไ็ ด้ ท่ามกลางกไ็ ด้ เบอื้ งปลายก็ได้ เพราะมันท�ำ ใหต้ วั เองมีคุณค่า สงู ไดเ้ ปน็ ชนั้ ๆๆๆ หลายชน้ั ความพอใจกม็ หี ลายชนั้ สอนใหร้ วู้ า่ ท�ำ หนา้ ทนี่ น้ั คอื การปฏบิ ตั ธิ รรมะ ชว่ ยใหต้ ัวเองรอดในทุกความหมาย ในเร่ืองทำ�มาหากนิ บรหิ ารชวี ิตกท็ ำ�ถูก ต้อง ในเรือ่ งปฏิบตั ิธรรมะ ละกิเลส บรรลุมรรคผลนพิ พานกท็ �ำ ถูกต้อง เรยี ก

43ธรรมบรรยายโดย พทุ ธทาสภกิ ขุ ว่าหน้าท่ี หนา้ ท่โี ดยเสมอกัน มนั ก็ชว่ ยตวั เองใหร้ อด แล้วก็ตรงตามพระพทุ ธ- ประสงค์ คือใช้เปน็ เครื่องบชู าพระพทุ ธเจา้ ได้ดว้ ย การปฏิบัติหน้าท่ีหรือการปฏิบัติธรรมะใช้บูชาพระพุทธเจ้าได้ด้วย เพราะว่าตรงตามพระพุทธประสงค์ เราช่วยยกฐานะทางจิตใจของเพ่ือนมนุษย์ ของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ของมหาชนส่วนใหญ่ ทีย่ งั ไมร่ จู้ ักความหมาย ของคำ�ว่า ธรรมะใหด้ ีๆ เถอะ ถ้าเราชว่ ยใหเ้ ขามธี รรมะในลักษณะอย่างนี้ขน้ึ มา ได้เม่ือไร ก็เป็นโลกพระศรีอริยเมตไตรยเม่ือนั้น มันก็หมดปัญหา โลกที่หมด ปัญหา แต่นม้ี นั ไมร่ ูจ้ ักธรรมะ ไม่รู้จักหนา้ ท่ี แลว้ ยังเกลียดเสยี ด้วยว่าเหงือ่ ออก มาไปขโมยดกี วา่ ถา้ ท�ำ งานมนั เหนอ่ื ยขนึ้ มา เหงอื่ ออกขน้ึ มา มนั จะคดิ ไปวา่ ขโมย ดกี ว่า ไปเป็นอนั ธพาลดกี ว่า จะมาทนอยา่ งน้ีอยทู่ ำ�ไม ถา้ มันนึกเสียใหม่ให้ถูกตอ้ งวา่ โอ,้ มนั หนา้ ที่ มนั คอื ธรรมะ จะต้องผ่าน อนั นไ้ี ป ไถนาอยโู่ ครมๆ เปน็ การปฏบิ ตั ธิ รรมะตลอดเวลา หรอื ท�ำ งานหนา้ ทอ่ี ยา่ ง อ่ืนกเ็ หมือนกนั ตลอดเวลาที่ท�ำ หน้าทเ่ี ปน็ การปฏบิ ตั ธิ รรมะอยตู่ ลอดเวลา โลก นก้ี เ็ ปน็ โลกของธรรมะไปหมดทง้ั โลก มนั กไ็ มม่ ปี ญั หา มนั กม็ เี หลอื ปญั หาสดุ ทา้ ย อยวู่ า่ ทำ�อยา่ งไรจงึ จะมคี วามรขู้ ้อน้ี กช็ ่วยบอกกันสิ ถ้าทำ�อย่างไรจงึ จะปฏิบตั ิ ได้ ก็มีสติ ฝกึ สติ ฝกึ สมาธิ ใหร้ ู้ ใหเ้ ขา้ ใจ ใหม้ คี ุณธรรมอันนพี้ อทจ่ี ะมีสตเิ มื่อทำ� หนา้ ที่ สตเิ ปน็ ความตน่ื สตเิ ปน็ ความตนื่ อยคู่ อื ไมห่ ลบั ดว้ ยอวชิ ชา เขากฝ็ กึ สตใิ ห้ ต่ืนอยู่ด้วยความรู้อันน้ี มีปัญญาศึกษาเร่ืองน้ีแล้วก็มีปัญญา แล้วก็มีสติไปเอา ความรเู้ รอ่ื งนีม้ าทนั เวลาท่ีจะท�ำ หน้าที่ ก็เลยรกั การท�ำ หนา้ ที่ มสี มั ปชัญญะก็คอื

44 ธรรมะคือหน้าท่ี มปี ญั ญาควบคมุ อยตู่ ลอดเวลาทท่ี �ำ หนา้ ที่ สตไิ ปเอาปญั ญามาท�ำ เปน็ สมั ปชญั ญะ ควบคุมอยู่ตลอดเวลาที่ทำ�หน้าที่ แล้วก็ทำ�หน้าที่ทุกอย่างด้วยสติ สัมปชัญญะ และสมาธิ แม้แต่จะล้างจาน จะกวาดบ้าน จะถูบ้าน มันอาจจะทำ�ได้ด้วย สตสิ มั ปชญั ญะ ปญั ญา สมาธิ สว่ นเร่ืองอื่นๆ มันตามมาเอง เรื่องขันตี –ความ อดทน วิริยะ –ความเพยี ร มันตามมาเอง ขอแต่ให้มันมสี ติ มปี ญั ญาถูกต้อง และ กส็ ตขิ นเอาปญั ญามาควบคมุ ชวี ติ ใหป้ ฏบิ ตั หิ นา้ ทอ่ี ยอู่ ยา่ งถกู ตอ้ ง มนั ส�ำ เรจ็ ดว้ ย การมสี ตสิ มั ปชญั ญะ ปญั ญามนั รวมอยใู่ นสมั ปชญั ญะ เราไมต่ อ้ งออกชอ่ื บอ่ ยนกั ก็ได้ ถ้ามีสติไปนำ�เอาปัญญามา มาเป็นสัมปชัญญะ ควบคุมชีวิตอยู่ให้ทำ� หนา้ ที่ ปฏิบัติหน้าท่ี มนั ก็ถูกต้อง เม่อื ถกู ต้องก็สำ�เร็จประโยชน์ แมจ้ ะท�ำ ไม่ สำ�เร็จประโยชน์ก็ควรจะพอใจ ว่าได้ทำ�หน้าที่ดีที่สุดแล้ว ในบางกรณีมันไม่ สำ�เรจ็ ตามความมงุ่ หมาย กไ็ มเ่ ป็นไร มันเช่นนนั้ เอง ธรรมะสงู สุดในพระพทุ ธศาสนามอี ย่บู ทหน่ึงวา่ ตถตา ตถา ตถาตา มนั เชน่ นั้นเอง เชน่ ชาวนาจะทำ�นา แล้วบางปไี มไ่ ด้ขา้ วเลย ไม่มีผล มนั ก็เชน่ นัน้ เอง สี่ห้าปีได้ข้าว ก็เก็บไว้บ้างสิ ปีไหนทำ�นาไม่ได้ก็ไม่ต้องเป็นทุกข์เดือดร้อนอะไร มันเช่นน้ันเอง ฉะนน้ั การงานทผี่ ดิ พลาดไปไมไ่ ดผ้ ลตามทม่ี งุ่ หมาย เปน็ เชน่ นน้ั เอง แลว้ กไ็ มต่ อ้ งเปน็ ทกุ ข์ เมอื่ มปี ญั ญากร็ จู้ กั เกบ็ หอมรอมรบิ ไวเ้ พอ่ื แกป้ ญั หา เมอื่ ส�ำ เรจ็ ประโยชน์ กร็ วบรวมทรพั ยส์ มบตั อิ ะไรไว้ ส�ำ หรบั เปน็ ทนุ ส�ำ หรบั เปน็ หลกั ทรพั ย์

45ธรรมบรรยายโดย พทุ ธทาสภิกขุ ด�ำ เนินงาน ก็ไมต่ ้องเสยี ใจ แตว่ ่ามันมคี วามผิดพลาดขึน้ มาบา้ งในบางกรณี แต่ มันจะมีแต่ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ เก้าเรื่องสิบเร่ืองจะผิดสักเรื่อง คือไม่ได้ตามที่ ตอ้ งการมีสักเรอ่ื ง ทง้ั ทเี่ ราทำ�ถูกแลว้ ปฏบิ ตั ถิ กู แลว้ มันก็มเี หมอื นกันท่ไี ม่ได้ ผลตามทีต่ อ้ งการ น้นั ไปเล็งผลทางวตั ถมุ ากเกินไป แตถ่ ้าเล็งทางจิตใจ แล้ว ได้ผลทุกเร่ืองไม่มีอะไรท่ีล้มเหลว ไม่ได้ผลเป็นเงินเป็นทอง มันก็ได้ความรู้ ไดส้ ตปิ ญั ญาเปน็ ความรู้ ซ่ึงแพงกว่าเงินทองเสยี อีก ฉะนน้ั ทกุ เรอ่ื ง เป็นผลดีท้งั นนั้ เรยี กว่าขอใหม้ องให้ดมี ันจะมแี ต่เรือ่ งไดไ้ มม่ ีอะไรเสยี ค�ำ วา่ เสยี ไมม่ แี กผ่ ทู้ ป่ี ฏบิ ตั ธิ รรมะ หาเงนิ ไดก้ อ็ ยา่ งนนั้ ไมไ่ ดเ้ งนิ กอ็ ยา่ ง นั้น มีแต่ความรู้ ที่จะหัวเราะเยาะในสิ่งทั้งหลายทั้งปวงมันเป็นไปตามเหตุ ตามปัจจัยอย่างนี้ มันใกล้พระอรหันต์เต็มทีแล้ว ไม่ต้องยินดียินร้ายอะไร ให้ขึ้นๆ ลง มันขึ้นๆ ลงๆ อยใู่ นโลกมนั เหน่ือยเปลา่ ๆ เป็นอันว่า เราสามารถ ทจ่ี ะมสี วรรคอ์ ยูท่ กุ อริ ยิ าบถ ถา้ เกง่ ถงึ ขนาดจะมสี วรรคอ์ ยูท่ กุ อริ ยิ าบถ คอื พอใจ ในการกระทำ�ท่ีถูกต้อง มันจะมีผลสำ�เร็จเป็นเงินเป็นทองหรือไม่ ก็ช่างหัวมัน พอใจในการกระทำ�ท่ีถูกต้องเป็นสวรรค์แล้ว สามารถจะมีสวรรค์อยู่ได้ทุกๆ อริ ยิ าบถ ฉะนน้ั ทกุ เรอื่ งมารวมอยทู่ ค่ี �ำ วา่ หนา้ ทคี่ �ำ เดยี วไมต่ อ้ งแยกเปน็ หลายเรอ่ื ง จะศกึ ษา ยังเรียนอยู่ กเ็ ป็นหนา้ ท่ี จะปฏบิ ัติมันกเ็ ป็นหน้าที่ กไ็ ด้รับผลของการ ปฏบิ ัติ กเ็ ปน็ ผลของหน้าท่ี เราเรยี นกนั แต่เรื่องหน้าท่ีใหพ้ อ คอื เรียนเร่ืองธรรมะ ให้พอ มคี วามหมายว่าเป็นหน้าท่ี น้ผี มก็ขอถวายสิง่ ทีเ่ คยศึกษา เคยสังเกต เคยพิสจู น์ มาตลอดเวลา วา่ มันมีอยา่ งนี้ คอื ทุกเรื่อง ทุกค�ำ ทุกปญั หา มนั มคี วามหมายสลับซบั ซ้อน ซ้อนกัน

46 ธรรมะคอื หน้าที่ กนั อยูห่ ลายๆ ชั้น ลึกกนั อยู่เป็นหลายๆ ชน้ั ขอให้ตงั้ หนา้ ตงั้ ตา ศกึ ษาสังเกตตอ่ ไป อยา่ ยตุ เิ อางา่ ยๆ วา่ พอแลว้ หรอื แมแ้ ตว่ า่ ถกู ตอ้ งแลว้ นกี้ อ็ ยา่ เพง่ิ ตอ้ งทบทวน ดูหลายๆ หนว่าถกู ตอ้ งจริงๆ แลว้ มันกจ็ ะพอแลว้ ต่อเมือ่ ได้ปฏิบัติแลว้ เตรยี ม ตวั ส�ำ หรับจะปฏิบัตหิ นา้ ทีข่ องบตุ รตถาคตในอนาคต ถ้าจะให้ชีวิตน้ีมีประโยชน์มากท่ีสุด จงท�ำตามพระพุทธประสงค์ ท�ำ ตามพระพุทธประสงค์ ท�ำตนเป็นผู้เปิดเผยสิ่งท่ีลึกลับให้แจ่มแจ้งแก่ประชาชน แก่มหาชน ที่วา่ เหมือนกบั เปดิ ของท่ีปดิ หงายของทีค่ ว่ำ� จุดตะเกียงไว้ให้คนเขา ได้เหน็ อะไรๆ ที่ควรจะเห็น ก็จะเปน็ บุตรตถาคตโดยสมบูรณ์ ในวันน้ีผมก็ไม่มีพูดเร่ืองอะไร พูดแต่ได้สังเกตดูว่า ความหมายมันซ�้ำ ซอ้ นลึกลับซำ้� ซอ้ นกนั อยูห่ ลายๆ ชนั้ แม้แต่ความหมายของค�ำวา่ ธรรมะ ธรรมะ เพยี งค�ำเดยี ว ลกึ ลบั ซำ้� ซอ้ นกนั อยู่ แลว้ แตจ่ ะมองในแงไ่ หนหรอื จะมองในชนั้ ไหน ระดบั ไหน ขอไดโ้ ปรดน�ำ ไปพจิ ารณา ใหม้ นั คลอ่ งแคลว่ ทกุ ความหมายทกุ ชนั้ แลว้ จะไดใ้ ชเ้ ปน็ ประโยชนท์ นั เวลาทนั ทว่ งทที เ่ี หตกุ ารณม์ นั เกดิ ขนึ้ การปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ ของบุตรตถาคตมนั ก็จะง่ายขึน้ มันอยใู่ นวิสยั ท่ีทำ�ได้แนน่ อน ผมขอยุติการบรรยายในวันนีไ้ ว้เพียงเท่าน้.ี

ความเติบโต เอกสารจดหมายเหตุพทุ ธทาส อนิ ทปญั โญ. รวมภาพวาดลายเส้น และค�ำ กลอน. (พ.ศ.2472-2496). BIA 5.2/1 (2/2) กล่อง 1. หน้า 327.

ธรรมบรรยายเร่อื ง แกนของพระธรรม แกน่ กั ศกึ ษาและอาจารย์ มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ วิทยาเขตบางแสน เม่อื วนั ที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๔ ผู้ถอดค�ำ บรรยาย คณุ ปยิ รัตน์ เศรษฐศิริไพบูลย์ ผตู้ รวจทาน คณุ สภุ าพร คงเพิ่มวงศ์

47ธรรมบรรยายโดย พุทธทาสภกิ ขุ แกนของพระธรรม ท่านท่ีเปน็ ครูบาอาจารย์ ทั้งหลาย อาตมาขอแสดงความยินดีในการมาของท่านทั้งหลายในลักษณะเช่นน้ี ซึ่งเป็นการช่วยกันทำ�ให้ธรรมะเป็นประโยชน์แก่มนุษย์มากขึ้นตามพระพุทธ ประสงค์ เป็นหนา้ ทีข่ องเราที่จะทำ�ใหธ้ รรมะเป็นประโยชนแ์ ก่โลกตามพระพุทธ ประสงค์ พระพทุ ธเจา้ ท่านตรสั ว่า การเกิดขนึ้ ในโลกนข้ี องตถาคตนั้น จะให้ เปน็ ไปเพอื่ ประโยชนเ์ กอื้ กลู แกส่ ตั วท์ ง้ั หลาย ทงั้ เทวดาและมนษุ ย์ การมศี าสนา หรอื ธรรมวนิ ยั ของตถาคตอยใู่ นโลกน้ี กเ็ พอื่ ประโยชนเ์ กอ้ื กลู แกส่ ตั วท์ ง้ั หลายทง้ั เทวดาและมนษุ ย์ ถึงแมว้ ่าเม่อื ตถาคตลว่ งลบั ไปแล้ว บรษิ ัทท้งั สจ่ี ะยังสืบธรรม วนิ ยั ไวใ้ นโลกนี้ เพ่อื ประโยชน์แกส่ ตั วท์ ้งั หลายทง้ั เทวดาและมนุษย์

48 ธรรมะคือหน้าท่ี ทา่ นทรงแสดงความหวงั ไวถ้ งึ ๓ สถาน วา่ การทต่ี ถาคตเกดิ ขนึ้ มาใน โลกกด็ ี การมศี าสนาค�ำ สอนข้นึ มาก็ดี การช่วยรกั ษาค�ำ สอนไวส้ บื ๆ กนั ไปก็ ดี ล้วนแต่จะเป็นไปเพื่อประโยชน์ความสุขเกื้อกูลแก่สัตว์โลกทั้งหลายทั้ง เทวดาและมนษุ ย์ เรากต็ งั้ ใจจะสนองพระพทุ ธประสงคอ์ นั นค้ี อื ท�ำ ใหธ้ รรมวนิ ยั เปน็ ประโยชน์เก้อื กูลแกส่ ตั วท์ ้งั หลาย ท้งั เทวดาและมนษุ ย์ เทวดาในท่ีนี้จะหมายถึงเทวดาในสวรรค์ก็ตามใจ แต่ความหมายกว้าง ขวางทวั่ ไปของค�ำวา่ เทวดานน้ั คอื พวกคนทไี่ มร่ จู้ กั เหงอื่ ใครเปน็ อยไู่ ดโ้ ดยไมต่ อ้ ง รจู้ ักเหงื่อ สบายดี น้กี เ็ รยี กว่าเทวดา คนที่ยงั ตอ้ งอาศยั เหงอ่ื ยังอาบเหงอ่ื ต่างน�ำ้ อยู่ หรอื อะไรอยนู่ ก่ี ็เรยี กว่ามนษุ ย์ ทั้งเทวดาและมนุษย์ยังต้องการธรรมะ ไม่ใช่ วา่ เป็นเทวดาแล้วไม่ตอ้ งการธรรมะ เทวดาก็ยังมีกเิ ลส เทวดากย็ งั มปี ัญหาเกยี่ ว กับการเกดิ การแก่ การเจ็บ การตาย เหมอื นกบั มนุษย์ ฉะนนั้ จึงตอ้ งการธรรมะ ท้ังเทวดาและมนษุ ย์ เราช่วยกันสืบพระธรรมไว้ในโลกน้ีก็เพื่อให้ทั้งเทวดาและมนุษย์จะได้มี ความสขุ นม้ี ันเป็นการสนองพระคุณของพระองค์ เราไดร้ ่วมมอื กันกระทำ�เพอ่ื สนองพระคุณของพระองค์ในการทำ�ประโยชน์ให้แก่เทวดาและมนุษย์ อาตมา จงึ ยนิ ดใี นการทไ่ี ดร้ ว่ มมอื กนั กระทำ�อยา่ งนี้ จงึ แสดงความยนิ ดใี นการมาของทา่ น ทง้ั หลายในลักษณะอย่างน้ี น้ีเปน็ ข้อแรกทีข่ อแสดงความรู้สึก ทนี อ้ี ยากจะพดู ถงึ ขอ้ ทวี่ า่ เรามานง่ั กนั อยทู่ นี่ ใี่ นลกั ษณะอยา่ งน้ี ซงึ่ กต็ อ้ ง เรียกว่า นง่ั กลางดิน แมจ้ ะนง่ั บนเส่อื บา้ งกเ็ รยี กวา่ นง่ั กลางดนิ อันน้ีกเ็ ปน็ ความ

49ธรรมบรรยายโดย พุทธทาสภกิ ขุ มงุ่ หมายของเรา ทอ่ี ยากจะใหท้ า่ นทงั้ หลายไดน้ ง่ั ในลกั ษณะอยา่ งน้ี ทเี่ รยี กวา่ นงั่ กลางดนิ ทจ่ี รงิ จะไปขนเอาเกา้ อม้ี ากไ็ ด้ หรอื ไปนงั่ ในหอ้ งประชมุ ทมี่ นั มเี กา้ อก้ี ไ็ ด้ แตเ่ หน็ วา่ มนั ไมเ่ ขา้ รปู กนั มนั มปี ระโยชนน์ อ้ ย ขอใหน้ งั่ ในลกั ษณะอยา่ งนที้ เ่ี รยี ก ว่ากลางดนิ เพอื่ จะเปน็ การงา่ ยแกก่ ารทีเ่ ราจะระลึกถงึ พระพทุ ธเจ้า ผ้ปู ระสูติกลาง ดนิ ตรสั รู้กลางดิน สอนกลางดิน เปน็ อยู่กลางดิน แลว้ ก็นพิ พานกลางดนิ ถ้าใคร ยังไม่ทราบ ก็ขอให้ทราบ ถ้าใครทราบอยู่แล้ว ก็ขอให้ทำ�จิตใจให้เข้าถึงความ หมายอนั นใี้ หม้ ากขน้ึ เอามอื ลบู ดนิ แสดงความพอใจทด่ี นิ วา่ เปน็ ทป่ี ระสตู ขิ อง พระพุทธเจ้า เป็นท่ีนั่งตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เป็นท่ีแสดงธรรมของ พระพุทธเจ้า ที่อยู่อาศัยของพระพุทธเจ้า นิพพานคือตายของพระพุทธเจ้า เพอ่ื จะใหเ้ ราสรปุ ความหมายไดว้ า่ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นมชี วี ติ อยกู่ บั พน้ื ดนิ เราอยาก อยตู่ กึ อยากอยวู่ มิ าน คงจะพบกนั ยาก เมอ่ื คนหนง่ึ ชอบอยกู่ ลางดนิ หรอื อยกู่ ลางดนิ คนหน่ึงจะไปอยบู่ นวมิ าน นม้ี ันก็พบกันยาก ฉะน้ันอย่างน้อยเรามาทำ�ความรู้สึกกันที่นี่ ว่าพระพุทธเจ้าประสูติท่ี สวนลุมพินีใต้ต้นไม้ท่ีกลางดิน และเมื่อท่านตรัสรู้ก็นั่งกลางดินท่ีริมตลิ่งที่โคน ต้นไมท้ เี่ รียกกันว่าตน้ โพธ์ิเดย๋ี วนี้ ท่ีเปน็ ต้นมะเด่อื ตระกูลมะเดอ่ื แต่เพราะเหตุ ทพี่ ระพทุ ธเจา้ ไปตรสั รทู้ โ่ี คนของตน้ ไมไ้ หน ตน้ ไมน้ นั้ จะถกู เรยี กวา่ ตน้ โพธไิ์ ปหมด ไม่ว่ามันจะเป็นต้นอะไรมาก่อน ถ้าพระพุทธเจ้าไปน่ังตรัสรู้ใต้ต้นมะม่วง ต้น มะม่วงต้นนน้ั กจ็ ะกลายเป็นตน้ โพธ์ิ โพธิ อยา่ งนีเ้ ป็นต้น

50 ธรรมะคอื หน้าที่ ทนี เ้ี มอ่ื ทา่ นแสดงธรรมตามปกติ กพ็ บกนั ทไ่ี หนกต็ รงนน้ั มนั กม็ กั จะเปน็ ในอุทยาน หรือตามถนน ริมถนนหนทางที่ไหนก็ได้ แต่ต้องรู้ว่าโรงธรรมในวัด ของพระพุทธเจ้าน้ันก็พื้นดิน กุฏิของพระพุทธเจ้าก็พ้ืนดิน ไปดูได้ที่ประเทศ อนิ เดีย ทย่ี งั มซี ากอยเู่ ดย๋ี วน้ี จะมแี ครเ่ ตย้ี ๆ เตยี งถกั เตย้ี ๆ นน้ั วางอยบู่ นพน้ื ดนิ สงู นดิ เดยี ว ตามวนิ ยั ในทสี่ ดุ ทา่ นกน็ พิ พานกลางดนิ ใตต้ น้ สาละ ในอทุ ยานแหง่ หนงึ่ เรยี กวา่ บนพ้นื ดนิ จะปผู า้ ลงบนพน้ื ดิน หรอื วา่ จะมเี ตียงเตย้ี ๆ สูงเพียงฝา่ มอื วาง กเ็ รยี กวา่ พน้ื ดนิ เรยี กวา่ ทา่ นนพิ พานกลางดนิ อยา่ งนน้ั นร่ี ะลกึ ดว้ ยพทุ ธานสุ สติ อนั สูงสดุ อย่างนี้ แล้วจะระลกึ ง่ายเม่ือเรามานั่งกนั กลางดินในสภาพอยา่ งนี้ ฉะนน้ั การมานง่ั พดู กนั กลางดนิ ในสภาพอยา่ งนจ้ี งึ ไดเ้ ปรยี บกวา่ การทจ่ี ะ ไปนงั่ พดู กันในหอ้ งประชมุ อันหรหู รา เว้นเสยี แต่มคี วามจ�ำ เป็นอย่างอื่น แล้วเรา กไ็ ด้นง่ั ใตต้ น้ ไมด้ ว้ ย ในแบบเดยี วกนั กับท่ีวา่ ประสูตใิ ต้ตน้ ไม้ ตรัสรใู้ ตต้ ้นไม้ สอน ใตต้ ้นไม้ นิพพานใต้ต้นไม้ ต้นโพธิ์นั้นรูจ้ กั กนั อยู่ทั่วไปแล้ว แตต่ น้ สาละท่ปี ระสูติ และนิพพานนน้ั เรานำ�มาปลูกไว้เป็นตวั อย่างทห่ี นา้ ตกึ หลงั นั้น ตกึ ทเี่ รยี กวา่ โรง หนัง ไปศึกษา ไปสังเกตดู เรียกว่าต้นสาละท่ีแท้จริง ที่เอาพันธุ์เมล็ดมาจาก ประเทศอนิ เดยี จะเกบ็ ใบไปเปน็ ทร่ี ะลกึ สกั ใบหนงึ่ กไ็ ด้ วา่ เปน็ ตน้ ไมท้ พี่ ระพทุ ธเจา้ ทา่ นประสูติ หรือวา่ เปน็ ทรี่ ะลกึ ในการมาสวนโมกขก์ ็ได้ น้ขี อแสดงความร้สู กึ ที่ เป็นเจตนาในการทีเ่ ราจะนงั่ พดู กันกลางดิน ทีน้ีสำ�หรับคำ�ว่า สวนโมกข์ คำ�น้ีแปลว่า เกลี้ยง ถ้าเป็นศัพท์ชาวบ้าน แปลวา่ เกล้ียง ไมม่ ีอะไรเกาะ จับ แปดเป้อื น ถา้ เปน็ ภาษาธรรมะก็แปลวา่ หลดุ พน้ ไป หลดุ พน้ ไป คอื ไมม่ อี ะไรจบั เอาไวไ้ ด้ ค�ำ วา่ โมกข์ แปลวา่ เกลย้ี ง เปน็ ภาษา

51ธรรมบรรยายโดย พุทธทาสภิกขุ ชาวบา้ นชาวเมือง กเ็ พอื่ ให้เกลีย้ งจากกเิ ลส สะอาดจากกิเลส เกล้ียงจากความ ทุกข์ คือไม่มคี วามทุกข์ ให้จติ ใจมนั เกล้ยี ง เม่อื จดั ไว้ตามธรรมชาตอิ ย่างน้ี จติ ใจ มนั เกลีย้ งงา่ ย พอเขา้ มาในสถานท่เี ช่นน้ี จิตใจมันเกล้ียงไปเอง เพราะวา่ มนั ไม่มี อะไรท่จี ะเข้าไปปรงุ แตง่ จิตใจให้ยุง่ ไมเ่ หมอื นกับเขา้ ไปในรา้ นคา้ หรือในท่ที ีม่ ัน มีอะไรยัว่ ให้จติ ใจมันยุง่ เรามาในทธ่ี รรมชาติอยา่ งน้ีมนั เกล้ียง โดยธรรมชาตมิ นั แวดล้อมใหจ้ ติ ใจมันเกล้ยี ง คือใหม้ นั หยุดปรงุ แต่ง ฉะน้ันเราจึงมีจิตใจเกลี้ยงได้โดยง่าย จะรู้สึกว่าสบายใจไปแบบหน่ึงที เดียว พอเข้าไปในท่ีอย่างน้ีจิตใจมันเกล้ียง เพราะสิ่งท้ังปวงน้ีมันไม่ปรุงแต่งให้ จติ ใจเกิดความร้สู ึกว่ามอี ะไรทเี่ ปน็ ตวั กูหรอื เปน็ ของกู เมอื่ ไม่มคี วามรสู้ กึ เปน็ ตัว กขู องกูอยู่ในใจ ใจมนั กเ็ กลยี้ ง เราก็รสู้ ึกสบาย เยอื กเยน็ หยุด เกลี้ยง เรยี กวา่ เกลยี้ ง ฉะนนั้ ขอใหท้ า่ นทงั้ หลายศกึ ษาความเกลยี้ งแหง่ จติ ใจจากภายในความ รสู้ กึ ของตนเองใหไ้ ดด้ ว้ ย ใหร้ วู้ า่ ความเกลย้ี งแหง่ จติ ใจเมอื่ กเิ ลสไมร่ บกวนนน้ั มันเปน็ อยา่ งไร แล้วขอใหเ้ กบ็ ความรู้สึกนีไ้ วใ้ นความจ�ำ เอาตดิ ไปดว้ ย ถา้ ไป กรงุ เทพฯ แลว้ จติ มันยุ่งขึ้นมา ก็นึกถึงความทจ่ี ิตมันเกลีย้ งเมือ่ นง่ั อยู่ที่ตรงน้ี มนั จะชว่ ยได้มาก มนั จะมีประโยชน์ พยายามชมิ รสของความเกลยี้ งแห่งจติ ใจ คอื รสของพระธรรม ให้รูส้ ึกไวใ้ หด้ ี ให้ชมิ ให้รู้สกึ จรงิ ๆ จะไดจ้ ำ�ไว้แมน่ ย�ำ วา่ ความ เกลย้ี งนน้ั มนั เปน็ อยา่ งไร จะไดจ้ �ำ เอาไปใชใ้ หเ้ ปน็ ประโยชนเ์ มอ่ื กลบั ไปในสถานท่ี ที่ท�ำ ให้จติ ใจมันวนุ่ มนั ปรงุ แต่ง มนั ยุ่งเหยิง มนั ไมเ่ กลี้ยง

52 ธรรมะคือหน้าท่ี คำ�ว่าเกล้ียงน้ี เป็นภาษาธรรมะสูงสุดก็แปลว่าหลุดพ้น ก็คือนิพพาน นนั่ เอง จติ ทเ่ี กลย้ี งจากสง่ิ ปรงุ แตง่ นน้ั ถงึ จะบรรลนุ พิ พานได้ ฉะนน้ั ขอใหพ้ อใจ จติ ทจ่ี ะเกลย้ี งจากกเิ ลส เกลย้ี งจากความทกุ ขแ์ ลว้ กเ็ ปน็ นพิ พาน ทม่ี าสวนโมกข์ กเ็ ปน็ โอกาสจะไดศ้ กึ ษาธรรมชาตภิ ายนอก เชน่ พื้นทตี่ น้ ไมต้ น้ ไลท่ ม่ี นั ไมช่ วนให้ เกิดการปรุงแต่ง น้ีเรียกว่าศึกษาธรรมชาติภายนอก แล้วก็ยังศึกษาธรรมชาติ ภายในคอื จติ ใจของเราเอง ท�ำ ความรสู้ กึ แกจ่ ติ ใจของเราเองวา่ เปน็ อยา่ งไร นเี่ รยี ก ศึกษาธรรมชาติภายใน ศกึ ษาธรรมะจากธรรมชาตจิ ะรจู้ รงิ กวา่ ศกึ ษาจากหนงั สอื หรอื แมจ้ าก ค�ำ สอน หนงั สอื หรอื ค�ำ สอนมนั กเ็ ปน็ การชว่ ยใหร้ จู้ กั ศกึ ษาจากภายใน ฟงั แลว้ เอาไปปฏบิ ัติ การปฏิบตั นิ น่ั มันเป็นการศึกษาจากภายใน เดีย๋ วนธี้ รรมชาตชิ ่วย ได้มาก ให้ศึกษาท้ังจากภายนอกและภายใน ว่าธรรมชาติอันสงบนั้นมันเป็น อย่างไร แลว้ มันแวดล้อมจิตใจของเราให้เปน็ อย่างไร เรารสู้ กึ ตอ่ จิตใจของเราใน ภายในว่าเปน็ อย่างไร น่ีจะท�ำ ใหศ้ กึ ษาธรรมชาติได้ดี ทา่ นอยา่ ไดป้ ระหลาดใจถา้ อาตมาจะพดู วา่ ธรรมชาตสิ อนดกี วา่ คนสอน พระพุทธเจ้าท่าน พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงมุ่งหมายอย่างน้ี คือให้รู้เอง เห็นเอง สนั ทฏิ ฐโิ ก น่ันก็คอื ธรรมชาตสิ อน ทค่ี นสอน ได้ยินไดฟ้ ังนไ้ี ด้อะไรนมี้ ันกย็ ังไม่ เท่ากับว่าธรรมชาติมันสอน คือสัมผัสธรรมชาติภายนอกภายในเกิดความรู้ อะไรขึน้ มา อย่างนีเ้ รียกวา่ ธรรมชาติสอน ธรรมชาติสอนนส้ี อนไดม้ าก สอน ไดล้ กึ สอนไดจ้ รงิ สอนไดแ้ จม่ แจง้ ชดั เจนยงิ่ กวา่ คนดว้ ยกนั สอน ถา้ จะฟงั หรอื

53ธรรมบรรยายโดย พทุ ธทาสภิกขุ จะอา่ นทคี่ นด้วยกนั สอนกเ็ พอ่ื ไปท�ำ เสยี ใหม่ ใหเ้ ปล่ยี นเปน็ ธรรมชาติสอน สอน ดว้ ยความรสู้ ึกทเ่ี กดิ ขน้ึ แล้วกช็ มิ ความร้สู กึ ท่ีเกดิ ข้ึน ถ้าอ่านภาษาบาลีเขาเรียกว่า เสวยความสุขด้วยนามกาย ความรู้หรือ การศกึ ษาในพระพทุ ธศาสนานท้ี ่านแบ่งไวเ้ ปน็ สามขัน้ ตอน ข้อทีห่ นงึ่ ได้ยนิ ได้ ฟงั ไดเ้ ล่า ได้เรยี น เหมือนทเ่ี รียนๆ กันอยู่น้เี รียกว่า สุตะ เป็นความรูเ้ พยี งขนั้ น้ี เท่าน้นั ไม่มากมายอะไร ทนี ี้ขน้ั ต่อไป ไปคิด ไปนกึ ไปพจิ ารณาใครค่ รวญดว้ ย ปัญญา รู้ลึกเข้าไปอีก เข้าใจมากเข้าไปอีก ตอนนี้ท่านเรียกว่าแทงตลอดด้วย ปญั ญา เปน็ การแทงตลอดดว้ ยปญั ญา ทนี เ้ี มอ่ื ไดผ้ า่ นไป ไดป้ ระพฤตหิ รอื ไดส้ �ำ เรจ็ ในความรถู้ งึ ขน้ั สดุ ทา้ ย จะไดช้ มิ รสของพระธรรมแท้ ในความรสู้ กึ นน้ั ตอนนที้ า่ น เรียกวา่ เสวยสุขด้วยนามกาย นามกายคือฝา่ ยจติ ใจ เสวยสขุ ทเ่ี กดิ จากธรรมะ นนั้ ดว้ ยจติ ใจคอื ดว้ ยนามกาย ตอนสดุ ทา้ ยเรยี กวา่ เสวยสขุ ดว้ ยนามกาย อนั นจ้ี ะ มีไดต้ อ่ เมอื่ ปฏบิ ัติธรรมสำ�เรจ็ เป็นความรู้ขั้นสดุ ทา้ ย มอี ย่เู ปน็ ขั้นสดุ ทา้ ย หนึ่ง รูอ้ ย่างศึกษาทัว่ ไป สอง แทงตลอดดว้ ยปญั ญา สาม เสวยสุข ดว้ ยนามกาย ฉะนนั้ ถา้ ใครไมไ่ ดเ้ สวยรสแหง่ พระธรรมดว้ ยนามกายยงั ไมเ่ รยี ก วา่ รธู้ รรมะถงึ ทส่ี ดุ ขอใหเ้ อาไปแทงตลอดดว้ ยปญั ญาและปฏบิ ตั ิ แมใ้ นภายใน ไมใ่ ช่ปฏบิ ัตภิ ายนอก คือไม่ต้องทำ�ทา่ ทาง ไมต่ ้องอะไร ใหม้ นั แจ่มแจ้ง ใหจ้ ิต มันทำ�ลายกิเลสในภายในของมันเอง แล้วก็มีเสวยสุขด้วยนามกายเป็น แน่นอน น่ีก็จำ�ไปด้วยเถอะว่าเด๋ียวนี้เราเพียงแต่ได้ยินได้ฟัง หรืออาจจะแทง ตลอดด้วยปัญญาได้บ้าง หรืออาจจะเสวยสุขด้วยนามกายได้บ้างโดยอ้อม เช่น จิตมนั วา่ งไปจากการปรงุ แตง่ แต่ยงั ไมส่ มบรู ณ์ ต้องเอาไปปฏิบัตใิ หเ้ ตม็ ท่ี แล้ว

54 ธรรมะคอื หน้าที่ ให้ได้เสวยความสุขด้วยจิตใจโดยตรงให้เต็มท่ี เสวยสุขด้วยนามกาย และจะได้ เตรยี มตวั ใหม้ นั เปน็ ขนั้ ตอน ใหส้ �ำ เรจ็ ไดท้ กุ ขนั้ ตอนกแ็ ลว้ กนั นก่ี บ็ อกใหเ้ ปน็ ทาง สงั เกตจะได้เตรยี มตวั ใหเ้ หมาะสม หรอื ว่าจะไดป้ ฏบิ ตั ิไตเ่ ต้าไปอย่างมผี ล เอาละ, ทีน้ีก็จะพูดถึงตัวธรรมะ ซึ่งเป็นการแสดงธรรม หรือปาฐกถา ธรรมตามความประสงคข์ องทา่ นทงั้ หลายตอ่ ไป ในหมายก�ำ หนดการนน้ั เหน็ เขยี น ไวว้ า่ ใหก้ ลา่ วโดยหวั ขอ้ วา่ แกน่ พทุ ธศาสน์ ในการบรรยายครงั้ แรกน้ี อาตมาตอ้ ง ขอเปลยี่ น เพราะวา่ ค�ำ บรรยายชือ่ แกน่ พทุ ธศาสนน์ นั้ เคยบรรยายแล้ว แลว้ เขา ก็พิมพ์หนังสือแพร่หลายแล้ว แล้วก็ช่ือนั้นด้วย ชื่อแก่นพุทธศาสน์มันมีเป็น หนงั สอื อยูเ่ ล่มหน่ึงแลว้ ถา้ วนั นจี้ ะอธบิ ายโดยหวั ขอ้ วา่ แกน่ พทุ ธศาสนอ์ กี แลว้ มนั ไปเกดิ พมิ พเ์ ขา้ มันก็จะมีชื่อเหมือนกัน มันจะยุ่ง นี่เราก็ป้องกันการยุ่งน้ีเสียโดยไม่ใช้หัวข้อว่า แก่นพุทธศาสน์ แตจ่ ะใชค้ �ำ ท่คี ล้ายๆ กนั วา่ จะพดู เรอื่ ง แกนของพระธรรม ขอ ใหส้ นใจคำ�วา่ แกนของพระธรรม มันมีคำ�คลา้ ยกนั อยู่ แกน่ กับแกน แก่นน้ันเปน็ สาระ เปน็ ของแขง็ ใหท้ รงตวั อยไู่ ดอ้ ยา่ งมน่ั คงเรยี กวา่ แกน่ เหมอื นกบั แกน่ ไมอ้ ยา่ ง นี้ แก่นพระธรรมก็เป็นอย่างหนึ่ง ทนี ี้ แกน หมายความวา่ แกนกลาง แกนทจ่ี ะท�ำ ใหป้ ระสานกนั อยไู่ ด้ เปน็ แกน แกนของพระธรรม เกอื บคล้ายกัน ใช้แทนกันกไ็ ด้ แกน่ กับแกน แต่วา่ แกน น้ีมันเป็นความหมายหนึ่ง เป็นแกน เป็นที่เกาะ เป็นท่ีต้ัง เป็นท่ีอาศัย อย่างนี้ เหมอื นกบั โครง โครงรา่ งขา้ งในทจ่ี ะมเี นอ้ื หนงั หมุ้ หอ่ อยขู่ า้ งนอก เราก�ำ ลงั จะพดู ถึงพระธรรม มีแกนอย่างไร ก็จะพูดถึงคำ�ว่าพระธรรมกนั เสยี กอ่ น

55ธรรมบรรยายโดย พุทธทาสภิกขุ ธมั มะป็นภาษาบาลี พระธรรมเป็นภาษาไทย นเ่ี ปน็ ค�ำ ที่พิเศษตรงทีว่ ่า ไมอ่ าจจะแปลเปน็ ภาษาอน่ื ได้ ตอ้ งคงไวต้ ามภาษาเดมิ คอื ภาษาอนิ เดยี เชน่ พระ ธรรมน้เี ราก็ไม่แปล เราเอามาใชช้ ื่อวา่ พระธรรมในภาษาไทย พระธรรมก็กลาย เป็นภาษาไทยไปแล้ว พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ น่ไี ม่อาจจะแปลเปน็ ภาษา อื่น แปลกไ็ ด้ แตม่ ันไม่ถูก มันไม่ครบตามความหมาย เพราะความหมายมนั มาก เกินไป เด๋ยี วกจ็ ะรู้ไดเ้ องวา่ ท�ำ ไมมนั จงึ แปลไม่ได้ ครง้ั แรกพวกฝรง่ั เขาอวดดี เขาจะแปลค�ำ วา่ พระธรรมนเ้ี ปน็ ภาษาองั กฤษ เขากแ็ ปล เอาค�ำ นแี้ ปลออกมา มนั กไ็ มห่ มด แปลออกมาอกี ค�ำ มนั กไ็ มห่ มด ไดย้ นิ ว่าแปลเป็นภาษาอังกฤษตั้งสามสิบกว่าคำ�แล้วมันก็ไม่หมดความหมายของพระ ธรรม ฝร่ังเลยยอมแพ้ รับเอาค�ำ วา่ ธรรม พระธรรมนเ้ี ขา้ ไปไวเ้ ปน็ ค�ำ อังกฤษใน ปทานุกรมอังกฤษไปเลย แตเ่ ผอิญเขาไปใชร้ ูปศพั ทท์ เ่ี ปน็ สันสกฤต ฉะนนั้ ถา้ เราไปดดู กิ ชนั นารขี องฝรง่ั ค�ำ วา่ ธรรมะนมี้ นั จะเปน็ รปู สนั สกฤต ว่าธรฺม ธรฺมนี้สันสกฤต เป็นนามแปลว่าธรรมะ เป็นคุณศัพท์ว่า ธรรมิกะ ถา้ เปน็ บาลกี ็ ธมั มะ ธมั มกิ ะ ไทยเรานใ้ี ชบ้ าลี ฉะนน้ั เราจงึ มคี �ำ วา่ ธรรมะ ธรรมมกิ ะ ฝรง่ั เขาไปนยิ มสนั สกฤต เขาใชร้ ปู ศพั ทส์ นั สกฤต ค�ำ วา่ ธรรมะ ธรมฺ หรอื ธรรมมกิ น้ีก็ อยใู่ นปทานกุ รมอังกฤษแลว้ มันจะแปลออกเปน็ เพยี งความหมาย คำ�ใดคำ�หนงึ่ ในภาษาอังกฤษนั้นมนั ไม่พอ เดยี๋ วจะรวู้ ่าทำ�ไมจึงไม่พอ ทีน้ีธรรมะนี้ ฉะน้ันก็แทนคำ�ว่าศาสนาก็ได้ แทนคำ�ว่าพระศาสนาก็ได้ ระบบพระศาสนาก็เรียกว่าธรรมะก็ได้ ในอินเดียโบราณนั้น เขาใช้คำ�ว่าธรรมะ

56 ธรรมะคือหน้าท่ี เมือ่ เราเดยี๋ วนี้ใช้ค�ำ ว่าศาสนา ในอนิ เดียสมยั โน้นเขาใช้คำ�พดู วา่ ธรรมะ ทา่ นถอื ธรรมะอะไร ทา่ นชอบใจธรรมะอะไร กเ็ หมอื นกบั พวกเราเดยี๋ วนกี้ พ็ ดู วา่ ถอื ศาสนา อะไร ชอบศาสนาอะไร ระบบธรรมะเปน็ ท่ีต้องการของมนษุ ย์สำ�หรบั จะใชเ้ พ่อื ดับความทุกข์ ธรรมะมีความหมายมาก แตค่ วามหมายสำ�คญั มันกค็ อื ดับทุกข์ ในฐานะที่ท่านทั้งหลายเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ท่านก็ต้องรู้ธรรมะสำ�หรับความ เปน็ มนษุ ยค์ นหน่งึ ในฐานะทท่ี ่านทงั้ หลายเป็นครู ทา่ นกต็ ้องร้ธู รรมะส�ำ หรับ ความเป็นครู ฉะนัน้ ค�ำ ว่า ครู ครนู ้ีแปลว่า ผู้เปิดประตูให้สัตวอ์ อกมาเสยี จากคอกขัง แหง่ ความทุกข์คือกเิ ลส ในเมืองไทยเราแปลค�ำ ว่าครวู า่ ผหู้ นัก ผู้มบี ญุ คุณหนกั แต่ภาษาอินเดียนี้ ผู้รู้ภาษาเขาบอกว่ามันแปลว่าเปิดประตู ถ้าเปิดประตูแห่ง จติ ใจ จิตใจถกู ขงั อยูใ่ นคอกของอวชิ ชา ในเลา้ มดื เหม็นสกปรกหาความสขุ ไมไ่ ด้ อยใู่ นคอกอวชิ ชา ทีน้คี รู ครนู ีเ้ ปน็ ผู้เปดิ ประตูทางวญิ ญาณ ใหว้ ิญญาณออกมา เสียจากคอกแห่งอวิชชา มาสแู่ สงสว่างมอี ากาศสะอาดสบาย ปทานุกรมธรรมดาเขาจะแปลคำ�ว่าครูว่า “ผู้นำ�ในทางวิญญาณ” ปทานกุ รมธรรมดาในประเทศอนิ เดยี จะแปลค�ำ วา่ ครนู วี้ า่ Spiritual Guide เปน็ มคั คเุ ทศกใ์ นทางวญิ ญาณ แตค่ วามหมายเดยี วกบั ค�ำ วา่ เปดิ ประตู เปดิ ประตทู าง วญิ ญาณ กอ็ อกมาๆ น�ำ ออกมาเสยี จากคอก จากเลา้ อนั มดื อนั เหมน็ อนั สกปรก นหี้ นา้ ทขี่ องครู เปดิ ประตดู วงวญิ ญาณใหส้ ตั วอ์ อกมาเสยี จากคอก ทก่ี กั ขงั ฉะนน้ั ทา่ นจะตอ้ งรธู้ รรมะส�ำ หรบั เปดิ ประตคู อกใหส้ ตั วอ์ อกมาเสยี จากคอกอวชิ ชาอกี ส่วนหนึง่ ดว้ ย

57ธรรมบรรยายโดย พทุ ธทาสภิกขุ ธรรมะในฐานะทเ่ี ราเปน็ มนษุ ยก์ ม็ อี ยอู่ ยา่ งหนง่ึ ชว่ ยตวั เอง ธรรมะใน ฐานะท่ีเป็นครูก็มีอยู่อย่างหน่ึงที่จะช่วยผู้อื่น เราเกิดมามีหน้าที่ต้องรู้ถึงสอง ธรรมะ ชว่ ยตวั เองและชว่ ยผอู้ นื่ และธรรมะนน่ั แหละ มนั จะชว่ ยทงั้ ตวั เองและ ช่วยผู้อ่ืน เดี๋ยวก็จะเข้าใจได้ แต่มีข้อปลีกย่อย หรือมีวิธีการท่ีแตกต่างกันบ้าง ท�ำ ไมทา่ นมคี วามรแู้ ลว้ ทา่ นยงั สอนไมไ่ ด้ ทา่ นตอ้ งไปเรยี นวชิ าครู ไปสอบวชิ าครู อีกส่วนหนงึ่ จงึ จะสอนได้ เพราะมแี ตค่ วามรู้ มันก็รู้ แตว่ า่ ไมร่ ู้วธิ ีเปิดประตเู พอื่ แจกจ่ายผู้อื่นมันก็ไม่สมบูรณ์ ฉะนั้นเราจะต้องเรียนอีกส่วนหนึ่งคือว่ารู้จักเปิด ประตู ฉะนน้ั ท่านทง้ั หลายจงต้งั ใจสนใจทจี่ ะศกึ ษาธรรมะ ท้งั สองสถาน คือใน ฐานะทีเ่ ปน็ มนษุ ยค์ นหน่ึง กใ็ หเ้ ปน็ มนษุ ย์ให้ได้โดยสมบูรณ์ และในฐานะทเ่ี ปน็ ครู กใ็ หส้ ามารถทำ�หน้าท่ขี องครเู ป็นอยา่ งนอ้ ยแลว้ สองอย่างแล้ว ทีนถ้ี า้ ท่านมีหนา้ ทพี่ ิเศษอยา่ งอ่นื อกี กต็ ้องไปหาเอาอกี หาเพ่มิ เตมิ เพ่อื ท�ำ หน้าท่ีพเิ ศษนัน้ อีกต่างหาก เชน่ เปน็ บิดามารดา เปน็ บุตร เป็นธดิ า เปน็ อะไร กส็ ุดแท้ กห็ าธรรมะสำ�หรับความเปน็ อยา่ งนนั้ ไว้อกี ตา่ งหากใหม้ ันเพียงพอ แต่ เดี๋ยวนี้เรามองเห็นเฉพาะหน้านี้ว่ามันมีสักสองหน้าท่ีใหญ่ๆ คือเป็นมนุษย์ที่ถูก ต้อง เป็นครทู ี่ถูกต้อง กค็ งจะพน้ จากข้อครหา ทีน้ีจะพูดถึงธรรมะในความหมายท่ีกว้างท่ีสุดก่อน ท่ีว่าจะเป็นแกนได้ อยา่ งไร ธรรมะเปน็ ภาษาบาลมี คี วามหมายแยกกนั เปน็ ๔ ความหมาย ความ หมายทหี่ นงึ่ ธรรมะในฐานะทเี่ ปน็ ธรรมชาติ ความหมายทส่ี อง ธรรมะในฐานะ

58 ธรรมะคอื หน้าท่ี ทเี่ ปน็ กฎของธรรมชาติ ความหมายทส่ี าม ธรรมะในฐานะทเี่ ปน็ หนา้ ทต่ี ามกฎ ของธรรมชาติ ความหมายทส่ี ่ี ธรรมะในฐานะท่เี ปน็ ผลอนั เกิดมาจากหน้าท่ี ถ้าท่านเข้าใจความหมายส่อี ย่างน้แี ลว้ ต่อไปจะสะดวกทส่ี ดุ จะง่ายที่สุดในการท่ี จะศึกษาธรรมะให้รู้แจ่มแจ้ง แตกฉาน และสมบูรณ์ ถ้าท่านจะไม่ให้เสียเวลา เปล่า แล้วก็ช่วยจำ�ไว้ให้ดี ว่าความหมายส่ีความหมายน้ีจะช่วยให้ท่านศึกษา ธรรมะในอนาคตได้อย่างชัดเจน แจ่มแจ้ง แตกฉาน สมบูรณ์ ธรรมะ แปลว่า ธรรมชาติ ถ้าแปลโดยตวั เดยี ว ธรรมะน้แี ปลว่าธรรมชาติ พระพุทธเจา้ ตรัสรธู้ รรมะ นน่ั คอื ตรสั รูเ้ รือ่ งของธรรมชาติ ทา่ นตรัสรู้ ในสค่ี วามหมาย ตวั ธรรมชาตเิ องดว้ ย ตวั กฎของธรรมชาติ ทมี่ อี ยใู่ นธรรมชาติ ทั้งหลายดว้ ย ตวั หน้าทีต่ ามกฎของธรรมชาติด้วย ท่วี ่าชาวอนิ เดียเขาแปลค�ำ ธรรมะว่าแปลว่าหน้าท่ีก็หมายถึงความหมายท่ีสามนี้ แล้วผลท่ีได้รับจากการ ปฏบิ ตั ถิ กู ตอ้ งตามกฎของธรรมชาตดิ ว้ ย นส่ี ค่ี วามหมาย หนงึ่ ตวั ธรรมชาติ สอง ตวั กฎธรรมชาติ สามตวั หนา้ ทต่ี ามกฎธรรมชาติ สผ่ี ลจากหนา้ ทต่ี ามกฎธรรมชาติ ไม่มีอะไรมากไปกว่าน้ี จัดได้เป็นส่ีประเภทอย่างนี้ แต่อาจจะแจกรายละเอียด ออกไปมากมายแลว้ ไม่สน้ิ สุด เอ้า, ตรงนกี้ ็ลองคดิ ดู ขอพดู เตือนสกั ทีวา่ มนั มคี วามหมายกวา้ งๆ ถงึ สี่ อยา่ งน้ี ส่คี วามหมายนี้ แลว้ จะเอาคำ�แปลในภาษาองั กฤษคำ�ไหน มาใช้แปลคำ� วา่ ธรรมะใหไ้ ดค้ วามหมายครบท้ังสป่ี ระการนี้ มนั กไ็ มม่ ี กต็ ้องยอมแพ้ กต็ ้องใช้ คำ�ว่าธรรมะ ค�ำ เก่า คำ�เดมิ ไปตามเดมิ แล้วกร็ ูจ้ ักแยกแยะความหมายของค�ำ ว่า ธรรม หรอื ธรรมะ หรอื พระธรรมเป็นส่ีความหมาย พระพุทธเจา้ ตรสั รูพ้ ระธรรม

59ธรรมบรรยายโดย พุทธทาสภิกขุ พระธรรมเปน็ ค�ำ สอนของพระพทุ ธเจา้ ค�ำ สอนของพระพทุ ธเจา้ นนั้ เปน็ เรอื่ งของ ธรรมะส่ีความหมายนั่นเอง ถา้ บอกแตว่ า่ เปน็ คำ�สอนของพระพทุ ธเจา้ กไ็ มร่ วู้ า่ สอนอะไร ถ้าเราสอน ธรรมะ สอนธรรมชาติสค่ี วามหมาย เราก็รู้ได้ ความหมายทห่ี นึง่ ตัวธรรมชาติที่ มอี ยตู่ ามธรรมชาตติ ามปกติ ตัวธรรมชาตทิ ั้งหลายน่ี ทีม่ ีรูปกม็ ี ไม่มีรูปก็มี มกี าร ปรงุ แต่งก็มี ไมม่ ีการปรงุ แต่งกม็ ี ท่อี ยู่ในตวั เราก็มี อยูน่ อกตัวเรากม็ ี อยู่ทัว่ ไปใน จักรวาลก็มี ไม่มีอะไรทีไ่ มใ่ ช่ธรรมชาติ นับตง้ั แต่ทีว่ ่าง บรรยากาศ ดวงดาว ดวง อาทติ ย์ ดวงจนั ทร์ อะไรตา่ งๆ กระท่งั โลก ในโลกนมี้ อี ะไรๆ อย่างท่ีมี รวมทัง้ พวกเราทน่ี งั่ อยทู่ น่ี ี่ ทง้ั หมดนเ้ี รยี กวา่ ธรรมชาตทิ มี่ อี ยตู่ ามธรรมชาติ เปน็ ธรรมชาติ ทเ่ี ปน็ ขา้ งนอกตวั เรา มนั ไมค่ อ่ ยเกย่ี วกบั เรา ทมี่ นั เกยี่ วกบั เราคอื ในตวั เรา เพราะ วา่ ความทุกข์ ความสุข มันจะเกดิ ในตัวเรา ฉะนั้นเรารู้จักธรรมชาติในตัวเราเสียให้มากให้เต็มที่ ธรรมชาติในตัว เราที่เปน็ รปู ธรรมคอื ร่างกาย น้ฝี ่ายวตั ถุ ท่ีเปน็ นามธรรมก็คือจิตใจ รสู้ กึ คิด นกึ อะไรไดน้ ่นั แหละคือ นามธรรม เรยี กวา่ ทัง้ รูปและทงั้ นามก็เป็นธรรมชาติ ประกอบขน้ึ เป็นคนเราคนหนงึ่ ๆ นี้ก็เรยี กว่าธรรมชาติ เปน็ กายแปลวา่ หมู่ หมู่ แหง่ ธรรมชาติ ดนิ น�ำ้ ลม ไฟ ประกอบกนั เขา้ เปน็ ผม ขน เลบ็ ฟนั หนัง ส่วน ต่างๆ รวมกันเปน็ รา่ งกายหนึ่งร่าง นเี่ รียกวา่ ธรรมชาติ ดตู ัวธรรมชาตทิ ่ีภายในที่ เปน็ ตวั เราอย่างน้ใี หด้ ๆี น่ีเรยี กวา่ ร้ธู รรมะท่ีเปน็ ธรรมชาติ ในความหมายวา่ เป็น ธรรมชาติ

60 ธรรมะคอื หน้าท่ี ทีนคี้ วามหมายทสี่ อง ธรรมะในฐานะท่เี ป็นกฎของธรรมชาติ ตงั้ ต้นมา ตงั้ แต่ ทอ้ งฟา้ ท้ังสน้ิ ดวงอาทติ ย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ดวงอะไรทง้ั หลาย โลกนี้ ด้วย ล้วนแต่มีกฎของธรรมชาติควบคุมอยู่ แม้แต่ดวงอาทิตย์นั้นก็มีกฎของ ธรรมชาติควบคุมอยู่ มันไม่พ้นจากอำ�นาจกฎของธรรมชาติไปได้ จะมาเป็น ดวงดาวอะไร อะไรๆ กี่ดวง มนั กย็ ังอยู่ใต้กฎของธรรมชาติ ฉะนนั้ ในจักรวาลถึง จะมีอยู่ก่ีจักรวาลก็ตาม ล้วนแต่ว่าอยู่ใต้กฎของธรรมชาติ จักรวาลของเรามี พระอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง มีดาวบริวารมากมาย จักรวาลน้ีก็อยู่ใต้กฎของ ธรรมชาติ จกั รวาลอนื่ กรี่ อ้ ย กพ่ี นั กหี่ มน่ื จกั รวาลกล็ ว้ นแตอ่ ยใู่ ตก้ ฎของธรรมชาติ เม่ือรู้จักค�ำว่ากฎของธรรมชาติมันควบคุมส่ิงท้ังปวงอยู่ สิ่งท้ังปวงมี เหตุ มีปัจจยั แล้วสิ่งท้ังปวงต้องเปลีย่ นแปลงไปตามเหตุตามปจั จัย มีความเปน็ อนิจจัง ทกุ ขงั อนตั ตา มคี วามเปน็ ตถาตา คือความเป็นอย่างนัน้ นี่เรียกวา่ กฎ ของธรรมชาติ ถ้ามนุษย์รู้ก็จะแก้ปัญหาได้มาก ถ้าเรารู้เร่ืองกฎของธรรมชาติ แล้วจะแก้ปัญหาได้มาก จะสร้างสรรค์อะไรได้มาก ท่ีเราพัฒนาสร้างสรรค์ อะไรตา่ งๆ ได้ กระทงั่ มยี านพาหนะไปดวงจนั ทรไ์ ปอะไรได้ นก้ี เ็ พราะวา่ รเู้ รอ่ื ง กฎของธรรมชาติ ถา้ ไมอ่ ยา่ งนนั้ ไปไมไ่ ด้ ท�ำไมไ่ ด้ แตน่ นั้ มนั เปน็ เรอ่ื งภายนอก ไปดวงจนั ทรไ์ ดก้ ไ็ มว่ เิ ศษอะไร ดบั ทกุ ขไ์ มไ่ ด้ ฉะนนั้ รกู้ ฎธรรมชาตใิ นภายในตวั เรากนั ดกี วา่ ทม่ี นั จะดบั ทกุ ขไ์ ด้ ในตวั เรามกี ฎธรรมชาตอิ ยา่ งไร เราจะตอ้ งเกดิ ตอ้ งแก่ ต้องเจบ็ ต้องตายอยา่ งไร รกู้ ฎธรรมชาตินด้ี กี ว่า จะแก้ปัญหาได้ จะ ท�ำใหค้ วามเกดิ แก่ เจบ็ ตาย ไม่มคี วามหมายอะไร ไม่มอี ะไรที่จะย่ำ� ยหี ัวใจเรา เกดิ แก่ เจ็บ ตาย ไปเชน่ นน้ั เอง ตามกฎของธรรมชาติ เราไมเ่ ป็นทุกข์

61ธรรมบรรยายโดย พุทธทาสภกิ ขุ ถ้าเราจะแบ่งตวั เราเปน็ ผม ขน เล็บ ฟันหนงั ๓๒ อย่างน้ี แต่ละอย่างก็ มกี ฎของธรรมชาติสงิ อยู่ ท่ีจติ ใจของเรา รสู้ กึ คดิ นึกของเรากม็ ีกฎของธรรมชาติ สงิ อยู่ ควบคุมอยู่ ตอ้ งคดิ ตอ้ งนึกอะไรไปตามกฎของธรรมชาติ เมือ่ รา่ งกายกบั จิตใจรวมกนั เข้า ประพฤตจิ ะทำ�อะไร มันกเ็ ป็นไปตามกฎของธรรมชาติ ถา้ ดใู ห้ ดวี า่ ทกุ ๆ เซลลท์ ปี่ ระกอบกนั เขา้ เปน็ รา่ งกายเรากม็ กี ฎของธรรมชาตกิ �ำ กบั อยทู่ กุ เซลล์ ถ้าเราจะขืนแบ่งมันออกเป็นอณู เป็นปรมาณู ทุกๆ ปรมาณูก็มีกฎของ ธรรมชาตคิ วบคุมอยู่ ในทกุ ๆ ปรมาณูท่ปี ระกอบกันขน้ึ เปน็ รา่ งกายของเรา ฉะนัน้ รู้ รู้จักสง่ิ ทเี่ รยี กวา่ กฎของธรรมชาตใิ ห้ดๆี รใู้ นภายในใหม้ าก รู้ ภายนอกมนั ไมส่ ทู้ รี่ ใู้ นภายใน เราจะรไู้ ดเ้ ขา้ ใจ จะไดป้ รบั ปรงุ รา่ งกายและจติ ใจ ให้หมดปัญหา คอื ไม่ตอ้ งเปน็ ทกุ ข์ โดยเฉพาะอย่างย่งิ จิตใจ ปรบั ปรงุ จติ ใจกัน เสียใหม่ไม่ให้เกิดความทุกข์ได้ ถ้าปล่อยไปตามเดิม มันเกิดความทุกข์ไปตาม ธรรมชาตเิ ดมิ ถา้ เรารจู้ กั ปรบั ปรงุ แกไ้ ขเสยี ใหม่ มนั กร็ จู้ กั ใชธ้ รรมชาตอิ กี อนั หนงึ่ มาควบคมุ แกไ้ ข ไมใ่ หเ้ ปน็ ทกุ ขไ์ ด้ คอื เราจะด�ำ รงจติ ใจไวไ้ ดใ้ นลกั ษณะทจี่ ะไมเ่ กดิ ความทุกข์ น่ีคือตัวธรรมะ รู้กฎของธรรมชาติ ความหมายท่ีสองคือกฎของ ธรรมชาติ เรียกว่า ธรรมะ ทีนคี้ วามหมายทสี่ าม คือหนา้ ท่ี หน้าท่ี duty หนา้ ที่ มีตัวธรรมชาติ มี ตวั กฎของธรรมชาตปิ ระกอบกนั ขน้ึ เปน็ ชวี ติ สง่ิ ทม่ี ชี วี ติ ทง้ั หลายกเ็ ลยตอ้ งมหี นา้ ท่ี ตามกฎของธรรมชาติ เพราะชวี ติ มนั เกดิ ขนึ้ ตามกฎของธรรมชาติ มนั จงึ มหี นา้ ท่ี ที่จะต้องปฏิบัติตามกฎของธรรมชาติ ดังนั้นส่ิงที่มีชีวิตท้ังหลายต้องมีหน้าท่ีให้

62 ธรรมะคอื หน้าท่ี ถกู ตามกฎของธรรมชาติ เชน่ ต้นไมม้ ีชีวิต ตน้ ไม้ก็ทำ�หนา้ ที่ถกู ตอ้ งตามกฎของ ธรรมชาติ จึงจะรอดอยไู่ ด้ สัตวเ์ ดรจั ฉาน กต็ อ้ งท�ำ หนา้ ท่ีให้ถูกต้องตามกฎของ ธรรมชาติ จงึ จะรอดอยไู่ ด้ คนเรากต็ อ้ งทำ�หนา้ ทใ่ี หถ้ กู ตอ้ งตามกฎของธรรมชาติ จงึ จะรอดอยไู่ ด้ ทนี ม้ี นษุ ยเ์ ราไมไ่ ดต้ อ้ งการแตเ่ พยี งวา่ รอดอยไู่ ด้ เราตอ้ งการใหด้ กี วา่ นนั้ ต้องอาศัยกฎของธรรมชาติ ความรู้ของธรรมชาติ ทำ�หน้าท่ีให้ดีไปกว่าน้ัน ให้ เป็นมนษุ ยท์ ่ีดไี ปกวา่ น้นั สูงสุดขึ้นไปจนกว่าจะถึงนพิ พาน ฉะนั้นการปฏิบัติเพ่ือให้บรรลุนิพพานก็เป็นหน้าที่ของมนุษย์ในระดับ สูงสุด น่ีเรียกว่าหน้าที่ ธรรมะคือหน้าที่ ผู้ใดทำ�หน้าท่ีคือผู้นั้นปฏิบัติธรรมะ เปน็ ครทู �ำ หนา้ ทข่ี องครู คนนนั้ ปฏบิ ตั ธิ รรมะ เมอ่ื ถอื ชอลก์ อยหู่ นา้ กระดานด�ำ ไม่ ต้องไปวัดไปวาท่ีไหนก็ได้ ทุกคนแต่ละคนทำ�หน้าท่ีของตนอยู่ที่ไหนก็มีการ ปฏบิ ตั ิธรรมะท่ีนั่น เม่ือชาวนาจับผานไถนาอยู่กลางนาเขาปฏิบัติธรรมะของเขาในฐานะที่ เป็นชาวนา กรรมกรถีบสามล้ออยู่ก็เป็นการปฏิบัติธรรมะของกรรมกร ล้างท่อ ถนนอยูก่ ็ปฏบิ ตั ธิ รรมะในฐานะเป็นคนล้างท่อถนน แจวเรือจา้ ง ถบี สามล้อ ทกุ อย่าง เม่ือเขาท�ำ หนา้ ที่ของเขา เรียกวา่ ปฏิบัติธรรมะ แลว้ เขาควรจะพอใจ แล้ว เขาควรจะเปน็ สขุ ไมท่ ง้ิ ชอลก์ เรว็ ๆ แลว้ ไปหาอาบ อบ นวด เมอื่ ถอื ชอลก์ อยหู่ นา้ กระดานด�ำ นนั่ แหละเปน็ ความสขุ เพราะปฏบิ ตั ธิ รรมะ พอใจ ยนิ ดี วา่ ไดท้ �ำ หนา้ ท่ี อยา่ งถกู ตอ้ ง ปตี เิ กดิ ขน้ึ ในหนา้ ทก่ี ม็ คี วามสขุ อยทู่ ตี่ รงนนั้ นเี้ ปน็ ความสขุ จรงิ ตาม กฎของธรรมะ

63ธรรมบรรยายโดย พทุ ธทาสภกิ ขุ ถ้าไปหาความสุขทีส่ ถานอาบ อบ นวด น้ันเป็นความสุขหลอกลวง สุข เผาใหร้ อ้ น สขุ เผาใหส้ กุ เปน็ สขุ หลอกลวง สคู้ วามสขุ ทเี่ กดิ อยเู่ มอื่ ท�ำ หนา้ ทพี่ อใจ ในหนา้ ท่ี ยกมือไหวต้ วั เองวา่ ได้ทำ�หนา้ ทน่ี ้เี ป็นสุขจริง สุขจรงิ ไม่ตอ้ งใชเ้ งนิ ซ้ือ สุขหลอกลวงต้องซื้อด้วยเงินแพงๆ เงินเดือนไม่พอใช้ต้องคอร์รัปช่ัน เป็นครู ตอ้ งขายข้อสอบ ต้องคอรร์ ปั ชน่ั เพราะเงนิ เดือนไมพ่ อใช้ ฉะน้ันขอให้รู้สึกว่าธรรมะน้ีมันสำ�คัญอยู่ ถ้าปฏิบัติตามน้ันแล้วมันก็มี ความสุขมันไม่เดือดร้อน มันให้ความสุขชนิดท่ีไม่ต้องซื้อด้วยเงิน พอใจว่าได้ ปฏิบตั ธิ รรมะอยู่ ยกมอื ไหว้ตัวเองไดก้ ็มีความสุข ท่านที่เป็นครคู วรสังวรไวใ้ หด้ ี เพราะนอกจากเป็นมนษุ ย์คนหนึง่ แล้ว ทา่ นเปน็ ครเู มอ่ื ได้ท�ำ หน้าทีข่ องครูแล้วก็ ควรจะยกมอื ไหว้ตวั เองได้ คอื ปีติ ปราโมทย์และเปน็ สขุ อยูท่ น่ี น่ั สรปุ ความวา่ หน้าทน่ี ค่ี อื ธรรมะ ธรรมะคอื หน้าที่ เม่อื ท�ำ หนา้ ทค่ี อื การ ปฏิบตั ธิ รรมะ ประพฤติธรรมะ แล้วเรากพ็ อใจ ว่าไดป้ ระพฤตธิ รรมะ เรากม็ ี ความสขุ กเ็ ลยสขุ อยทู่ ตี่ รงนนั้ เอง ไมต่ อ้ งล�ำ บากไปถงึ ไหน ไมต่ อ้ งจา่ ยเงนิ ไม่ ต้องทำ�อะไรอีกหลายๆ อย่างที่เป็นความยุ่งยาก ทำ�หน้าท่ีแล้วก็มีความสุข ทกุ คนต้องท�ำ หนา้ ท่ี ต้นไม้ก็ตอ้ งทำ�หนา้ ที่ ดศู กึ ษาเร่อื งพฤกษชาตดิ เู ถิด มันทำ� หน้าท่ีอะไรบ้าง สัตว์เดรัจฉานก็ทำ�หน้าที่ มนุษย์ก็ทำ�หน้าท่ี แต่ว่าหน้าท่ีของ มนุษย์มันกว้างขวางกว่าสัตว์เดรัจฉาน เพราะเราต้องศึกษามาก ทำ�หน้าท่ีช่วย ตวั เอง ท�ำ หนา้ ทชี่ ว่ ยผอู้ น่ื ใหไ้ ปถงึ จดุ หมายปลายทางสงู สดุ คอื พระนพิ พานกนั ทง้ั นนั้ เปน็ หนา้ ที่ ความหมายทสี่ ามคอื หนา้ ทตี่ ามกฎของธรรมชาตนิ เ้ี รยี กวา่ ธรรมะ

64 ธรรมะคือหน้าท่ี ทนี ี้ ความหมายทสี่ อี่ นั สดุ ทา้ ยคอื ผลเกดิ จากหนา้ ที่ เมอื่ ปฏบิ ตั หิ นา้ ทแี่ ลว้ กม็ ีผลเกิดข้ึนแล้ว เช่น เราทำ�นาได้ข้าวเปลือก หรือวา่ ท�ำ งานทำ�การแล้วก็ได้ผล ของการงาน อยา่ งนป้ี ฏบิ ตั ธิ รรมะแลว้ กไ็ ดผ้ ลของการปฏบิ ตั ธิ รรมะ เชน่ บรรเทา ความโลภ ความโกรธ ความหลง ลงไป ความทกุ ข์ดบั ลงไป สงู ขึ้นไป สงู ขึ้นไป จนถึงนิพพาน น้ีเรียกว่าธรรมะในฐานะทเ่ี ปน็ ผลอนั เกดิ จากการท�ำ หน้าที่ ฉะน้ันจ�ำ ไวใ้ หด้ ีเถดิ ธรรมะท้ังหลาย ๘๔,๐๐๐ ธรรมขนั ธ์ หรือว่าเท่าไร ก็ตาม มันจะรวมอยู่ในความหมายส่ีความหมายนี้ ธรรมะที่หนึ่งพระพุทธเจ้า ทรงแสดงไว้ในฐานะที่มันเป็นธรรมชาติ ธรรมะพวกหนึ่งพระองค์ทรงแสดง ไวใ้ นฐานะทเ่ี ปน็ กฎของธรรมชาติ เช่น เร่ืองอนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา ธรรมะ พวกหน่ึงทรงแสดงไวใ้ นฐานะเปน็ หน้าท่ี เช่น ศีล สมาธิ ปัญญา ธรรมะพวก หนึง่ ทรงแสดงไว้ในฐานะเปน็ ผลของการทำ�หน้าทีค่ ือ มรรคผลนพิ พาน ธรรมะทั้งหมดที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ แบ่งได้เป็นสี่พวก สี่ ความหมายอยา่ งน้ี มนั เปน็ ตวั ธรรมชาตอิ ยา่ งหนงึ่ เปน็ ตวั กฎของธรรมชาตอิ ยา่ ง หนง่ึ เปน็ ตัวหน้าท่ตี ามกฎของธรรมชาตอิ ย่างหน่ึง เป็นตัวผลเกดิ จากหน้าท่นี ั้น อยา่ งหนึง่ ถ้าท่านสนใจจำ�ไว้ ศกึ ษาให้แม่นยำ� ตอ่ ไปจะเข้าใจธรรมะได้โดยงา่ ย โดยสะดวก ถา้ ไมส่ นใจกเ็ หมอื นเดมิ ทา่ นไมส่ นใจทง้ิ เสยี ไมฟ่ งั ไมส่ นใจ กเ็ หมอื น เดมิ กเ็ ทา่ เดมิ แตถ่ า้ วา่ สนใจจ�ำ ไวใ้ หแ้ มน่ ย�ำ ในสค่ี วามหมายนแ้ี ลว้ จะเปดิ ทางโลง่ แจม่ แจง้ ส�ำ หรบั จะเขา้ ใจธรรมะทกุ ๆ ระบบ ทกุ ๆ สาย ทกุ ๆ อะไรในพระศาสนา พอมปี ญั หาขน้ึ กต็ ามดู อนั นเี้ ปน็ อะไร นเ้ี ปน็ ตวั ธรรมชาตหิ รอื เปน็ ตวั กฎธรรมชาติ

65ธรรมบรรยายโดย พุทธทาสภกิ ขุ หรอื เปน็ ตวั หนา้ ทตี่ ามกฎธรรมชาติ หรอื เปน็ ผลเกดิ จากหนา้ ที่ เดยี๋ วกเ็ ขา้ ใจ ไดย้ นิ ช่ือธรรมะอะไรมาก็จดั หมวดมันให้ถูก บรรจเุ ขา้ ไปในหมวดนน้ั ให้ได้ ทนี ม้ี นั กม็ ฝี า่ ยตรงกนั ขา้ ม เชน่ วา่ หนา้ ทมี่ นั ตอ้ งถกู ตอ้ ง ถา้ ไปท�ำ ผดิ หนา้ ท่ี มนั กม็ ีผลตรงกันข้าม เพราะอยา่ งน้ันเราจึงมกี ิเลส จึงมีบาป จึงมีนรก จึงมีอะไร ออกไปอกี พวกหนง่ึ ซง่ึ เปน็ ผลของการท�ำ หนา้ ทผ่ี ดิ ๆ ทนี เ้ี ราตอ้ งรสู้ �ำ หรบั ท�ำ หนา้ ท่ี ถูกๆ ไม่ว่าท่ีไหน เม่ือวางจิตใจไว้ผิด ก็คือปฏิบัติธรรมะผิด จะต้องร้อนเป็น นรกข้นึ ที่นัน่ นรกทแี่ ทจ้ ริง จะเหน็ ไดเ้ อง ท่ีรวดเรว็ ฉับไว ไม่ตอ้ งรอต่อตาย แล้วน่ัน คือนรกทีพ่ ระพุทธเจ้าทา่ นไดต้ รสั ไว้ว่า นรกทางอายตนะ ฉันเห็นแลว้ ทา่ นตรสั ว่า มยา ทฏิ ฐา –ฉนั เหน็ แล้ว นรกนน่ั เขาพดู กันไว้ก่อนพระพุทธเจ้า ก่อนพระพุทธเจ้าคนพูดเรื่องนรก ถือเร่ืองนรกกันมาก่อนแล้ว นรกอยู่ ใต้ดนิ เป็นหลมุ ไฟ เปน็ อะไรทรมานคนอยู่ใตด้ ิน นรกอยา่ งน้ันเขาพูดกนั อยู่กอ่ น แลว้ ทว่ั ไปในประเทศอนิ เดยี สมยั กอ่ นพระพทุ ธเจา้ กระทงั่ สมยั พระพทุ ธเจา้ เขา ก็พูด คือท่านไม่ยกเลิก ท่านไม่สนใจ ไม่ไปแตะต้อง ไม่ไปคัดค้านเขา แต่ท่าน บอกว่านรกทางอายตนะ ฉันเห็นแลว้ คอื ทต่ี า ท่หี ู ทจี่ มูก ทีล่ ิ้น ที่กาย ท่ใี จ ของ คนแตล่ ะคนนนั่ มนี รก ฉนั เหน็ แลว้ หมายความวา่ เหน็ ของใหมแ่ ปลกออกไปจาก ทเ่ี ขารอู้ ยกู่ อ่ น พดู กนั อยกู่ อ่ น ทา่ นพดู ใหมว่ า่ ฉนั เหน็ แลว้ ทต่ี า หู จมกู ลน้ิ กาย ใจ ถา้ ทา่ นทง้ั หลายเขา้ ใจได้ กจ็ ะเขา้ ใจไดว้ า่ เมอื่ ท�ำ ผดิ พลาดทตี่ า นรกกจ็ ะ เกดิ ขนึ้ ทต่ี า ท�ำ ผดิ พลาดทหี่ ู นรกกจ็ ะเกดิ ขน้ึ ทห่ี ู ท�ำ ผดิ พลาดทจ่ี มกู นรกกจ็ ะเกดิ ทางจมกู ท�ำ ผิดท่ลี ้ิน นรกกเ็ กดิ ทล่ี ิ้น ท�ำ ผิดทผี่ ิวกาย ผวิ หนงั นรกก็เกดิ ท่ีผิวหนัง

66 ธรรมะคือหน้าที่ ท�ำ ผดิ ทใี่ จ นรกกเ็ กดิ ทใี่ จ อยา่ งนม้ี นั เหน็ งา่ ยกวา่ ชดั กวา่ เรว็ กวา่ ไมต่ อ้ งเชอื่ ผอู้ นื่ ความร้อนใจทเ่ี กดิ มาจากการท�ำ ผิดพลาดทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นั้น นรก ทีแ่ ทจ้ ริง ที่นแี่ ละเดีย๋ วนี้ เหน็ ได้ชัด ไม่ต้องเชอ่ื ตามผอู้ ่นื ถ้ามีธรรมะ นรกไม่เกดิ มีธรรมะทถี่ กู ต้อง อย่างทีว่ า่ แลว้ ละก็ มนั ไมม่ ี การทำ�ผิดท่ีตา หู จมกู ลนิ้ กาย ใจ มนั จะมกี ารทำ�ถกู และกลายเป็นสวรรค์ไป เปน็ สวรรค์ที่ตา หู จมกู ล้นิ กาย ใจ แทนที่จะพูดว่า สวรรค์อยู่บนฟ้าโนน่ มี เทวดา มีวมิ าน มีทโี่ นน่ เขาพูดกันอยกู่ ่อนแล้ว ตามใจเขาเถิด เราไม่ค้านเขา แต่ เราจะพดู อยา่ งพระพทุ ธเจา้ พดู วา่ สวรรคท์ อี่ ายตนะ ฉนั กเ็ หน็ แลว้ คอื ท�ำ ถกู ตอ้ ง ท่ีตา ที่หู ทีจ่ มกู ทีล่ ้ิน ท่กี าย ที่ใจ ไมเ่ กดิ ความทุกข์ แล้วกเ็ กิดความสุข เกิดความ สบาย เป็นทพี่ อใจ นีค่ ือสวรรค์ทต่ี า หู จมูก ล้นิ กาย ใจ น้ันมันจงึ อยูท่ ่ีทำ�ผิด หรอื ท�ำ ถกู ทตี่ า หู จมูก ลิน้ กาย ใจ ท�ำ ผิดเพราะไมร่ ธู้ รรมะ ทำ�ถกู เพราะรธู้ รรมะ กป็ ิดนรกเสยี ได้ เปิดสวรรคไ์ ด้ท่ตี า หู จมกู ลิน้ กาย ใจ เราไมต่ ้องตกนรกท้ังเป็น แตเ่ รากไ็ ด้สวรรค์ทงั้ เป็น ควรจะสนใจอยา่ งนี้ ถา้ พดู ใหถ้ กู ตอ้ งทต่ี า หู จมกู ลนิ้ กาย ใจ อยา่ ใหเ้ กดิ ความยนิ ดี ยนิ รา้ ย เปน็ กิเลส เป็นโลภ เป็นโกรธ เป็นหลง มนั กจ็ ะเย็น ชวี ติ นี้จะเย็นเป็นนพิ พาน ทำ�ผิดมันกร็ ้อน นั่นเป็นนรก ทอี่ าศยั ตา หู จมูก ล้นิ กาย ใจ ใหจ้ ำ�หลกั อันน้ีไว้ แล้วไปสังเกตดู ในกรุงเทพฯ จะดูหาได้ง่าย เพราะตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็ให้ ลงข่าวเห็นเต็มไปหมด ล้วนแต่นรกท้ังน้ันแหละ ที่เขาเอามาลงในหน้า หนังสอื พมิ พ์ ลว้ นแต่เรือ่ งนรกทั้งนน้ั เรอ่ื งสวรรค์ไม่คอ่ ยเหน็ มี มันทำ�ผดิ ที่ ตา หู จมกู ล้ิน กาย ใจ ถงึ ขนาดอาชญากรช้ันเอก ขม่ ขืน แล้วฆา่ หรอื อะไร ยิง่ ขน้ึ ไป

67ธรรมบรรยายโดย พุทธทาสภิกขุ กว่านน้ั เพราะว่าไม่มีธรรมะ ถ้ามีธรรมะเรอื่ งเหลา่ นีไ้ มเ่ กดิ อาชญากรเหล่านน้ั มนั ไม่รู้ธรรมะเลย มีกิเลสท่วมหัว แล้วกท็ ำ�ไปตามกิเลส เพือ่ ความบูชากเิ ลส เขา จึงท�ำ ความเลวรา้ ยกนั ถงึ ขนาดนนั้ ถา้ ไม่โง่ ไมบ่ ูชากเิ ลส ก็ไมต่ ้องทำ�ส่งิ เลวร้าย ถงึ ขนาดนนั้ ตอ้ งมธี รรมะเท่าน้นั ทว่ี ่าจะไม่ทำ�ความเลวรา้ ยถงึ ขนาดนน้ั ฉะนน้ั การมธี รรมะหรอื มศี ลี ธรรมจ�ำ เปน็ แกส่ งั คมมนษุ ย์ ถา้ ไมม่ ธี รรมะ มนั กต็ ้องทำ�ผดิ แลว้ มนั ก็มคี วามเลวรา้ ยเปน็ นรกกันทต่ี รงน้ี เดือดรอ้ นกนั ไป ทงั้ บา้ นทงั้ เมอื ง ฉะนนั้ การท�ำ ใหป้ ระชาชนมธี รรมะหรอื มศี ลี ธรรมนนั้ เปน็ หนา้ ท่ี ของครู เมอ่ื กอ่ นเขารวมกนั ไวเ้ ปน็ กระทรวงเดยี วกนั ธรรมะกบั การศกึ ษาหนงั สอื เขารวมไว้เป็นกระทรวงเดียวกันเรียกว่ากระทรวงธรรมการ มันก็มีเร่ืองธรรมะ มาก มีหนงั สอื พุทธจริยา มีอะไรเปน็ เล่มๆ เฉพาะไปเลยส่วนของธรรมะ เดย๋ี วนี้ เขาตัดทิ้งไปหมดแล้ว สอนหนังสือ วิชาชีพ พร้อมกันไปกับธรรมะ เรียกว่า กระทรวงธรรมการ นีต้ ดั ธรรมะออก เป็นการศึกษาหมาหางดว้ น คอื กระทรวง ศึกษาธิการล้วนๆ มีการศึกษาหมาหางด้วน สอนแต่หนังสือกับวิชาชีพ นี่ หมายความว่าทัง้ โลกนะ กระทรวงศึกษาธกิ ารทง้ั โลก เขาสอนกนั แต่หนงั สอื กับวิชาชพี เป็นการ ศกึ ษาหมาหางดว้ น เรยี นจบแลว้ ไมม่ ธี รรมะ ไมม่ ศี ลี ธรรม เรยี นจบเปน็ ฮปิ ปี้ เรยี น จบไปเสพยาเสพตดิ สิ่งที่นา่ ละอายทสี่ ุดของวงการศึกษาในปัจจบุ ันน้กี ค็ อื ว่า ยาเสพติดระบาดขึ้นมาในโลก แล้วผู้เสพยาเสพติดก็คือคนท่ีผ่านการศึกษา มาแล้วท้ังนนั้ ผ่านโรงเรยี น ผ่านมหาวทิ ยาลัยมาแลว้ ก็ยังมาตดิ ยาเสพตดิ ได้ น้ปี มดอ้ ย หรือจุดเสือ่ มของการศกึ ษา ทีว่ ่าใหก้ ารศึกษากันอย่างไร เสร็จแลว้

68 ธรรมะคอื หน้าท่ี มนั ยังมาบชู ายาเสพติดจนเป็นปัญหาระหว่างชาติ เป็นปัญหาของโลก หนกั ขึ้น ทกุ ทๆี ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยมี น่ีเพราะการศึกษาหมาหางด้วน ถ้ามันเป็นคำ�หยาบคายนักก็เปลี่ยน เป็นการศกึ ษาแบบพระเจดยี ์ยอดดว้ น ถ้าใหพ้ ูดตรงๆ ก็จะพูดวา่ การศึกษาหมา หางดว้ น กม็ นั เขา้ เรอื่ งกันว่า มนั เขา้ ใจผดิ หมาตัวน้ันไปติดกับหางด้วน หางขาด มาบอกหมาทง้ั หลายวา่ ตัดหางดีกวา่ สบายดี อย่างน้ัน อยา่ งนี้ หมาโง่ๆ มันก็ ชวนกันตดั หาง ก็เกิดเป็นหมาหางดว้ นขึน้ มา หมาฉลาดไม่ยอมตัด เดย๋ี วนี้หมา ตัวแรกท่ีมันไปติดกับหางด้วน มาชวนหมาตัวอื่นให้ตัดหางก็คือการศึกษาแผน ใหม่น่นั เอง การศกึ ษาของพวกฝร่ังทีน่ ำ�หน้า ตัดศาสนาออกไป ตดั ธรรมะออก ไป เป็นหมาหางด้วน แลว้ เราคนไทยก็เปน็ หมาโง่ หมาสมนุ หมาตามหลงั ไป สมคั รตดั หางกับเขาดว้ ย สภาพจริงๆ มันเป็นอยา่ งนี้ จนกวา่ เมื่อไรเราจะเหน็ วา่ โอ,้ ตดั ไมไ่ ดโ้ วย้ จะตอ้ งตอ่ หางหมากนั อกี แลว้ จะตอ้ งสอนใหเ้ ตม็ หนงั สอื กเ็ รยี น วิชาชีพกเ็ รียน ธรรมะก็เรียน ครบสามอยา่ งนีแ้ ล้วหางไมด่ ้วน ถา้ ใครเหน็ ว่าหางด้วน กร็ ีบต่อหางเสียเร็วๆ สิ มนั จะได้หางไม่ด้วน คือ รบี ศึกษาธรรมะ รีบสอนธรรมะ รีบทำ�ให้มธี รรมะ จะเปน็ การศึกษาทสี่ มบูรณ์ เปน็ การดีอยา่ งยงิ่ แลว้ ทีค่ รบู าอาจารยม์ าสนใจธรรมะ จะเป็นการต่อหางทไี่ ปโง่ ตดั หางตามพวกฝรงั่ หางขาดนนั่ นม้ี าตอ่ หางกนั เสยี ใหม่ เราไมเ่ อาอยา่ งฝรงั่ กไ็ ด้ ท่ีจะตัดธรรมะศาสนาออกไปเสียจากการศึกษา อาตมาก็พูดไปตามที่เขาเห็นๆ กันอยู่

69ธรรมบรรยายโดย พทุ ธทาสภกิ ขุ รฐั บางรฐั ของประเทศบางประเทศมกี ฎหมายหา้ มขาด ไมเ่ อาศาสนาเขา้ มาสอนในสถานศกึ ษา ถา้ เอาการศกึ ษาธรรมะ ศาสนามาสอนในโรงเรยี นหรอื ใน วิทยาลัย รัฐนั้นเขาถือว่าน่ันทำ�ผิดกฎหมาย เขาจะลงโทษครูบาอาจารย์หรือ สถาบันการศกึ ษานนั้ วา่ ทำ�ผิดกฎหมาย มนั ไปถึงอย่างนนั้ น้ีเราควรจะเป็นหมาแก่ตัวหนึ่งท่ีว่ากูไม่เอา กูไม่ตัด กูไม่โง่ มึงอย่ามา หลอกกูเลย ในนิทานเรื่องน้ันก็มีหมาแก่ตัวหน่ึงไม่ยอมตัด มันควรจะเป็น ประเทศไทย แตเ่ ดย๋ี วนม้ี นั หมดแลว้ ประเทศไทยมนั ไปยอมตดั เสยี แลว้ เปน็ หมา โง่ไปตดั ตามเขาด้วย เอาการศกึ ษาธรรมะหรอื ศาสนาออกไปจากการศกึ ษา มไี ว้ หลอกๆ นิดๆ หนอ่ ยๆ ใหเ้ ด็กจดไวใ้ นสมดุ เท่านั้นเอง อย่างนไ้ี มพ่ อ ไม่พอทจี่ ะ แก้ตวั ไมม่ กี ารศึกษาธรรมะทแ่ี ท้จริง ฉะนนั้ ถา้ วา่ กระทรวงเขาไมเ่ อากต็ ามใจเขา แตเ่ ราเปน็ ครบู าอาจารย์ เรา เอากไ็ ด้ เพราะเรามเี วลา มีอะไรเพียงพอท่ีจะสอนใหม้ นุษย์ ใหน้ กั ศกึ ษาของเรา รธู้ รรมะ แล้วเขาก็จะไมต่ อ้ งตกนรกท่ตี า หู จมกู ล้ิน กาย ใจ แลว้ เขาจะมีสวรรค์ ท่ีตา หู จมกู ล้ิน กาย ใจ ไมเ่ สยี ทีที่ได้เกดิ มาเป็นมนษุ ย์ และพบพระพุทธศาสนา นหี้ างไมด่ ว้ นมนั เปน็ อยา่ งนี้ มนั ดอี ยา่ งน้ี เดย๋ี วนเี้ ราไมม่ เี วลาจะพดู กนั ใหห้ มด เรา จงึ พูดกันแต่หลักการใหญๆ่ วา่ เราจะต้องเอาธรรมะมาชว่ ยความเปน็ มนุษยข์ อง เราใหส้ มบรู ณ์ เอาธรรมะมาชว่ ยความเปน็ ครขู องเราใหส้ มบรู ณ์ เราจะไมเ่ ปน็ การ ศึกษาหมาหางด้วน เพราะว่าเราเป็นครู เพ่ือเป็นครู เป็นครูเอาบุญ เพ่ือเป็น ปชู นียบุคคลอย่างครู ไมใ่ ชผ่ ู้รบั จา้ งสอนหนังสอื กนิ ไปวนั ๆ หนงึ่

70 ธรรมะคอื หน้าที่ อย่างพวกครูท่ีมีหลักการว่ารับจ้างสอนหนังสือหากินไปวันหนึ่งๆ ไม่ เทา่ ไรเขาจะตอ้ งเขา้ ไปในวงของคอรร์ ปั ชนั่ จะตอ้ งคอรร์ ปั ชน่ั เพราะเขากเ็ หน็ แต่ ประโยชน์เป็นเงิน เปน็ ทอง ไม่เห็นประโยชน์เปน็ บญุ เปน็ กุศล วา่ ครูนม้ี นั เป็น อาชีพทีไ่ ด้บญุ อย่าไปสนใจเรือ่ งเงนิ เดือนกนั นกั เลย มันไม่ไปไหนเสยี สนใจเป็น ครทู �ำ หน้าทเ่ี ปิดประตทู างวญิ ญาณ มนั ได้บญุ มหาศาล ตีราคาไม่ไหว เงนิ เดือน เดือนละส่ีห้าพันน้ีไม่มีความหมายอะไร เป็นขี้ฝุ่นใต้ฝ่าเท้ามากกว่า ข้อที่ทำ�ให้ มนุษย์จะมีความสงบสุขนน่ั ได้บุญมหาศาล ตเี ปน็ ราคาไมไ่ ด้ ความดี ความรอด นเ้ี ขาเรยี กว่า อนรรฆะ เปน็ สิง่ ทหี่ าคา่ มิได้ คอื ตีค่าไม่ได้ ไมใ่ ช่ว่าไมม่ ีค่าเสยี เลย ความดีทงั้ หลายจะเป็นอนรรฆะ คือไมอ่ ยูใ่ นวสิ ัยทจี่ ะตคี า่ ฉะนัน้ เราเปิดประตูทางวญิ ญาณ ผลงานน้ันเป็นอนรรฆะ เกนิ กวา่ ที่จะ ตคี ่า ถ้าเรารับเงนิ เดือนเป็นคา่ จ้างสอนหนังสือ มนั กต็ ีคา่ ได้ ช้นั นั้นพันหน่ึง ชน้ั นัน้ สองพนั ช้ันน้นั สามพนั อยา่ งนีม้ ันตีค่าได้เหมอื นกบั สิ่งทวั่ ไป แล้วก็ไม่ใช่บุญ กศุ ล ถ้าเรามุ่งแต่จะยกวิญญาณของคนในโลก เปิดประตูให้ออกมาเสียจาก คอกของอวิชชา สง่ิ ทเ่ี ราทำ�นนั้ กเ็ ลยมคี า่ เกินกว่าท่ีจะตีคา่ ได้ แลว้ กไ็ ด้บญุ ดว้ ย มี ลักษณะเป็นปูชนียบุคคลด้วย เงินเดือนก็ยังคงอยู่ เงินเดือนก็ไม่ใช่ค่าจ้างแล้ว ทนี ี้เงนิ เดือนเป็นค่าบชู า ถ้าเราไปมุ่งแต่จะเอาเงนิ เดอื น มันกเ็ ปน็ คา่ จ้าง แลว้ เรา กไ็ ดค้ า่ จา้ ง เรากไ็ มไ่ ดบ้ ญุ ไมไ่ ดก้ ศุ ลอะไร ครงั้ หนง่ึ อาตมาเคยเขยี นบทความตาม ทว่ี า่ ครุ สุ ภาเขาขอรอ้ งมา ลงในหนงั สอื วนั ครู “มาเปน็ ครเู อาบญุ กนั เถดิ ” อาตมา

71ธรรมบรรยายโดย พทุ ธทาสภิกขุ ก็เขยี นอยา่ งนแ้ี หละ อย่าเปน็ ครูเอาเงนิ เดอื นกันเลย มาเป็นครเู อาบุญเอากุศล เป็นปูชนียบคุ คลกนั เถิด ฉะนนั้ กข็ อฝากไวใ้ หท้ า่ นทง้ั หลายเอาไปคดิ ดู เปน็ ครเู อาบญุ กนั เถดิ แลว้ ก็เปน็ ปูชนียบคุ คล เปน็ อาชพี ของปชู นียบคุ คล ถา้ ไมอ่ ย่างนั้นกเ็ ปน็ ลกู จ้างสอน หนงั สอื หากนิ ไปวนั หนง่ึ ๆ ไมเ่ หน็ วา่ มนั นา่ ชน่ื ใจอะไร แลว้ กจ็ ะไมส่ �ำ เรจ็ ประโยชน์ ในการทจ่ี ะออกจากความทกุ ข์ ไมส่ ามารถจะออกจากความทกุ ข์ ถา้ บชู าเงนิ แลว้ มนั กจ็ ะท�ำ ผดิ ไปโดยไมร่ ู้สึกตวั เพราะว่าเขาจะทำ�อะไรเพือ่ กเิ ลส เพอ่ื เลี้ยงกเิ ลส ตกเปน็ ทาสของกเิ ลส เพราะไมม่ ีศีลธรรม ไม่เทา่ ไรกง็ กเงิน ไมเ่ ท่าไรก็เปน็ พวก นายทนุ ทีเ่ ปน็ ปฏปิ ักษ์กบั คอมมิวนสิ ต์ นายทุนเพิ่งเกิดขึ้นมาในโลก เมื่อโลกไม่นิยมศีลธรรม สมัยที่โลกนิยม ศีลธรรม นับถือศาสนาเคร่งครัด พวกนายทุนไม่มี มีแต่พวกเศรษฐีใจบุญ นี่ ครูบาอาจารยท์ ง้ั หลายทนี่ งั่ อยทู่ นี่ ้ี สงั เกตใหด้ ี ฟงั ใหด้ วี า่ นายทนุ กบั เศรษฐใี จบญุ น่นั มนั ตา่ งกนั เป็นฟ้าและดิน นายทนุ น้นั เขาลงทนุ เพ่อื เอากำ�ไร ไดก้ �ำ ไรแลว้ เขา ไปเพ่มิ ทนุ เพอื่ เอากำ�ไรอีก ไปเพ่ิมทนุ เพอื่ เอาก�ำ ไรอกี แล้วเขาก็ขดู รดี กันอย่างน้ี อย่างนี้เขาเรยี กว่านายทนุ ทีนีเ้ ศรษฐีใจบุญน่ันไม่ใชอ่ ยา่ งนัน้ เศรษฐีใจบญุ เขาก็ทำ�งานไดผ้ ล ผลติ มากเหมอื นกนั ผลติ มากเหมอื นกนั แตว่ า่ กนิ ใชแ้ ตพ่ อดี เหลอื เอาไปชว่ ยผอู้ นื่ กนิ ใช้แต่พอดี เหลือเอาไปช่วยผอู้ ่นื คือเศรษฐีใจบุญ นายทุนผลิตมากไดก้ �ำ ไรมาก

72 ธรรมะคอื หน้าท่ี เพ่ิมทุนก�ำ ไรมากขนึ้ ไปอีก เพ่มิ ทนุ ก�ำ ไรมากขึน้ ไปอกี เพิ่มทุน จนเขาจะยึดครอง มนุษยท์ ั้งหมดไว้ใตอ้ �ำ นาจของเขา บบี คั้นเอาตามพอใจ นีน้ ายทนุ เศรษฐใี จบญุ เขาก็ผลิตมาก ใชแ้ ต่พอดี เหลือไปช่วยผอู้ น่ื ฉะนั้นโรงทานน่ันเป็นของที่คู่กันมากับเศรษฐี ถ้าเป็นเศรษฐีต้องมีโรง ทาน น้เี ปน็ สัญลกั ษณ์ เขาสะสมทรัพยไ์ ว้ต้องหล่อเล้ยี งโรงทานไมใ่ ห้ขาดแคลน ได้ เขาฝงั ทรัพย์ ซอ่ นทรัพย์ไวห้ ลอ่ เลี้ยงโรงทาน ใหโ้ รงทานยังคงอยไู่ ดเ้ สมอไป เศรษฐีใจบุญเหล่านี้ เขาเลี้ยงกรรมกร เล้ียงคนใช้ เล้ียงอะไรเหมือนลูกเหมือน หลาน ลูกหลานอยา่ งไร กรรมกรคนใช้ก็อยา่ งนน้ั กินขา้ วดว้ ยกนั ไปวดั ด้วยกนั ท�ำ งานด้วยกัน หยุดดว้ ยกัน ท�ำ งานดว้ ยกนั เศรษฐีเขาเลีย้ งคนใชห้ รือกรรมกร อยา่ งน้ี ถา้ เป็นนายทนุ เขาไมเ่ ลยี้ งอยา่ งนี้ เขาก็จะบบี ค้ันให้ท�ำ งานมากๆ ให้ค่า จา้ งแตน่ ้อยๆ มนั กจ็ ะเกิดววิ าทกันกับลูกจา้ งหรือกรรมกรไมม่ ที ่สี ิน้ สุด นี่สภาพ ไรศ้ ลี ธรรมเปน็ ตน้ เหตสุ รา้ งนายทนุ ขนึ้ มา นายทนุ กแ็ สดงบทบาทของนายทนุ จน คนพวกหนึง่ ทนไมไ่ ด้ก็ตอ่ ส้นู ายทนุ กค็ อื พวกคอมมวิ นสิ ต์ คุณมองให้เห็นเสียว่า นายทุนนั่นแหละเป็นผู้สร้างคอมมิวนิสต์ คอมมิวนิสต์มันไม่ได้มาจากไหน มา จากนายทุนทำ�ให้เกิดขึ้นมา ทีน้ีคอมมิวนิสต์ก็จะทำ�ลายนายทุน เพ่ือแย่งเอา ประโยชนม์ าเปน็ ของพวกตนทีเ่ ป็นคนยากจน กต็ ่อส้กู ันไป จนเปน็ ลัทธิ ปันโลก กนั จะครองโลกดว้ ยกัน นายทุนก็จะครองโลก กรรมกรกจ็ ะครองโลก ทง้ั สอง ฝา่ ยก็ยังบชู ากเิ ลสกนั อยู่ มนั ก็ไม่ถูก

73ธรรมบรรยายโดย พุทธทาสภกิ ขุ เอาธรรมะเขา้ มาสิ เอาศลี ธรรมเขา้ มาสิ กห็ ยดุ เปน็ นายทนุ เพราะนายทนุ มนั เกิดขน้ึ มาจากความไม่มธี รรมะ มนั เหน็ แก่ตัว พอธรรมะเขา้ มามันหมดความ เห็นแก่ตัว นายทุนก็หายไป กลายเป็นเศรษฐีใจบุญไปเสีย นายทุนท้ังหลายก็ กลายเปน็ เศรษฐใี จบญุ ไปเสยี ไมข่ ดู รดี ตอ่ ไป คอมมวิ นสิ ตก์ ว็ า่ งงาน คอมมวิ นสิ ต์ ก็ว่างงาน ไมเ่ ทา่ ไรคอมมวิ นสิ ตก์ ห็ มดไปเองโดยไม่ต้องฆ่า นี่ขอให้ดูว่าธรรมะเป็นอย่างไร อานุภาพของธรรมะเป็นอย่างไร ถ้ามี ธรรมะแล้ว นายทุนไม่เกิด ท่ีเกิดอยแู่ ล้วกห็ มดไป นายทุนหมดไป คอมมวิ นสิ ต์ กห็ มดไป ก็ไม่มกี ารทะเลาะววิ าทกันระหวา่ งนายทนุ กับคอมมวิ นสิ ต์ มันกส็ บาย โลกนี้ก็มีสันติภาพ น้ีพวกคอมมิวนิสต์มันหลับหูหลับตาฆ่านายทุน เอาฆ่าไปสิ มนั ไม่หมดนะ ตวั ตายตัวแทน ตวั ตายตัวแทน เพราะว่าสภาพทไี่ รศ้ ลี ธรรมมนั จะ สร้างนายทุนข้นึ มาใหม่เรื่อยไป ใหฆ้ ่า ให้คอมมวิ นิสต์ฆ่านายทุนกี่ชาตๆิ มนั ก็ไม่ หมดหรอก เพราะว่าสภาพไร้ศีลธรรมมันจะสร้างนายทุนข้ึนมาเร่ือยไป ให้ คอมมวิ นสิ ตฆ์ า่ จนตายมนั กไ็ ม่หมดนายทุน ฉะน้ันช่วยกันสร้างศีลธรรมขึ้นมา ถ้าเป็นนักศึกษาหัวซ้าย เป็นครูหัว ซา้ ยแล้วกม็ าสร้างธรรมะกนั ดกี วา่ อยา่ เขา้ ปา่ เลย มาสร้างสภาพศีลธรรม แลว้ นายทุนก็จะหมดไป ค่อยๆ หมดไป เกิดเศรษฐีใจบุญขึ้นมา คอมมิวนิสต์ก็ว่าง งาน คอมมวิ นสิ ตก์ ห็ มดจากไปโลกเอง นอ่ี านสิ งสส์ งู สดุ ของพระธรรม ของธรรมะ จะท�ำ ใหโ้ ลกมสี นั ตภิ าพ โลกนไ้ี มต่ อ้ งมนี ายทนุ ไมต่ อ้ งมคี อมมวิ นสิ ต์ ขอใหค้ รบู า อาจารยช์ ่วยเอาไปคิดนกึ ด้วย ถา้ เหน็ ดว้ ย ก็ชว่ ยเผยแผ่ ลัทธนิ ายทนุ มนั จะหมด

74 ธรรมะคือหน้าที่ ไป ลทั ธคิ อมมวิ นสิ ตก์ จ็ ะสญู หายไปเอง โลกนจี้ ะมสี นั ตภิ าพ ทนี จี้ ะไดบ้ ญุ อนั ใหญ่ หลวง เพือ่ ชว่ ยมนษุ ย์กันไดอ้ ย่างใหญห่ ลวง อาตมาพูดน้ีในฐานะแสดงประโยชนอ์ านิสงสข์ องพระธรรม ท่านมาทนี่ ่ี เพื่อจะศึกษาเรือ่ งพระธรรม อาตมากพ็ ดู เร่ืองพระธรรม ในทสี่ ดุ กแ็ สดงอานสิ งส์ ของพระธรรมว่ามาเถิดในโลกนี้ นายทุนจะหมดไป คอมมิวนิสต์ก็จะหมดตาม โลกน้ีก็มีสันติภาพ ถ้ายังมีคอมมิวนิสต์รบกันอยู่กับนายทุน มันก็ไม่มีสันติภาพ เราไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับเขาก็พลอยเดือดร้อน เดือนร้อนทั่วกันไปทั้งโลก เพราะ การววิ าทของนายทุนกบั คอมมวิ นิสต์ ธรรมะมา หยุดเสยี ท้ังสองข้าง โลกน้กี ็มี สนั ตภิ าพ ทุกคนในโลกนไ้ี ดร้ ับประโยชน์จากพระธรรม ฉะนั้นขอให้ช่วยกันสุดฝีไม้ลายมือให้พระธรรมกลับมาครองโลก ให้มี ศีลธรรมกลบั มาในหมมู่ นษุ ย์ มนษุ ยม์ ศี ลี ธรรมแลว้ กร็ กั ผอู้ นื่ เมอ่ื รกั ผอู้ นื่ แลว้ ไมม่ ี ทางทจ่ี ะเกดิ นายทนุ นายทนุ ไมม่ แี ลว้ คอมมวิ นสิ ตก์ ห็ ายไปเอง ไมต่ อ้ งฆา่ ใหเ้ มอ่ื ย มือ นี้คือประโยชน์อันสุดท้ายของพระธรรม ในการที่จะแก้ปัญหาการเมือง เศรษฐกจิ อะไรของโลก เราจะอยกู่ นั ไดอ้ ยา่ งผาสกุ ถา้ มธี รรมะ ถา้ ไมม่ ธี รรมะแลว้ ไมม่ ที างจะผาสกุ ให้จัดเศรษฐกจิ อย่างไร จัดการเมืองอยา่ งไร จดั การปกครอง อย่างไร กไ็ ม่มวี ันท่จี ะมีความผาสกุ เพราะวา่ กิเลสของคนมนั ยงั มีอยู่ มันก็กวน คนให้เป็นไฟเรื่อยไป กิเลสมันไม่รู้จักพอ ฉะนั้นจัดเศรษฐกิจอย่างไรถ้าไม่มี ศีลธรรมแล้วกไ็ ม่แกป้ ญั หาได้ อาตมายกตัวอยา่ งให้ฟงั วา่ ให้ฝนตกลงมาเปน็ ทองคำ�ท้งั โลก ก็ทำ�ให้ โลกมีสันติภาพไม่ได้ ถ้าไม่มีศีลธรรม ให้ฝนตกลงมาเป็นทองคำ�เต็มไปทั้งโลก

75ธรรมบรรยายโดย พุทธทาสภิกขุ โลกนก้ี ม็ สี นั ตภิ าพไมไ่ ด้ ตอ้ งมศี ลี ธรรม โลกจงึ จะมสี นั ตภิ าพ ถา้ ไมม่ ศี ลี ธรรม มนั ก็มีความเห็นแก่ตัว มีกิเลส ไม่รักผู้อ่ืน ทำ�ลายผู้อ่ืน สมมติว่าถ้าฝนตกลงมาใน โลกของคนที่ไม่มีศีลธรรม มันก็ฆ่ากันตายหมดด้วยการแย่งกันเก็บทองคำ� ไม่ ต้องมีอะไร แทนท่ีทองคำ�จะเป็นประโยชน์ ก็กลับทำ�ให้คนฆ่ากันตายด้วยการ แยง่ กันเกบ็ ทองคำ� เอากับคนไม่มศี ีลธรรม เอา้ , ทนี มี้ นั มาเกบ็ มาไวม้ ากๆ ทบี่ า้ น มนั กถ็ กู ปลน้ เรอื่ ย มนั ถกู ปลน้ เรอื่ ย ถ้ามันไม่มีศีลธรรม ฉะนั้นการที่ฝนตกลงมาเป็นทองคำ�ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ขอให้ คดิ ดู ถา้ เรามีศลี ธรรมแล้ว ฝนไม่ตอ้ งตกมาเปน็ ทองคำ�หรอก มันกอ็ ยกู่ ันสบาย ถา้ มศี ลี ธรรม มคี วามรกั ผอู้ น่ื เหมอื นแบบโบราณ กอ็ ยดู่ ว้ ยความรกั ซง่ึ กนั และกนั เดยี๋ วนอี้ ยกู่ นั ดว้ ยมงึ กม็ งึ กกู ก็ ู แลว้ มนั กเ็ ปน็ อยา่ งน้ี นเ่ี พราะไมม่ ศี ลี ธรรม ไม่มีธรรมะ มันก็จะมึงกูๆ กันหนักขึ้นๆ มันก็จะฆ่ากัน วินาศในระดับอันดับ สดุ ทา้ ยทเ่ี รยี กวา่ มคิ สญั ญี ความเหน็ แกต่ วั ของตวั ถา่ ยเดยี ว เหน็ ผอู้ นื่ เปน็ ผกั เปน็ ปลาเป็นเน้ือ มนั ก็ฆา่ ผู้อืน่ อย่างไมม่ คี วามหมายอะไร นนั่ แหละยุคมคิ สญั ญีหมด ธรรมะแล้ว ถ้าธรรมะยังมอี ยู่ ยคุ มคิ สญั ญีเกิดไมไ่ ด้ ฉะนั้นขอให้พวกเราสนใจท่ี จะรักษาธรรมะเอาไว้ ป้องกันมคิ สญั ญี ท�ำ ใหร้ กั ผู้อ่ืน ธรรมะท�ำ ใหร้ กั ผู้อน่ื รกั ผู้ อ่ืนค�ำ เดยี วพอ อาตมาอยากจะบอก ยืนยันว่า ขอให้ท่านถือศีลสักตัวเดียวเท่าน้ัน แหละพอ ศลี คอื รักผ้อู ่ืน ถา้ รกั ผอู้ ่ืนแลว้ มันกไ็ มฆ่ ่าใครใชไ่ หม ไม่ขโมยใคร ไม่

76 ธรรมะคือหน้าที่ ล่วงกาเมใคร ไมโ่ กหกใคร ไม่หลอกลวงใคร ไมท่ �ำอะไรให้ผอู้ ่ืนร�ำคาญ ไมด่ ่มื นำ้� เมา ทจ่ี ะท�ำใหท้ �ำลายผอู้ น่ื เราถอื ศลี ขอ้ เดยี ว รกั ผอู้ นื่ แลว้ ศลี ทง้ั หมด ศลี ธรรม ทง้ั หมดกจ็ ะมาหาผนู้ นั้ มามที ผี่ นู้ นั้ ศลี หา้ มนั กม็ ารวมอยทู่ ค่ี �ำเดยี ววา่ รกั ผอู้ นื่ รกั ผ้อู ื่น แล้วไม่ฆ่า ไม่ขโมย ไมป่ ระพฤตผิ ดิ กาเม ไม่โกหกหลอกลวง ไม่ดื่มน�้ำเมาให้ ใครเหมน็ ร�ำคาญ ถือศลี ตัวเดียวก็แก้ปญั หาได้หมดในสงั คม เดยี๋ วนใ้ี นกรงุ เทพฯ ในเมอื งหลวง มสี ภาพเลวรา้ ย ไรศ้ ลี ธรรมกลางถนน หนทาง บนรถเมลก์ ม็ ี สงิ่ อนาจารก็มีแมก้ ลางถนนหนทาง บนรถเมล์ เพราะไมม่ ี ศีลธรรม มันก็มคี วามทุกข์ทรมานเตม็ ไปทง้ั บ้านทัง้ เมือง ฉะน้นั ขอใหเ้ หลียวหาศลี ธรรมมาแก้ปญั หาเหลา่ น้ี นีป่ ระโยชนข์ องพระ ธรรม คอื สนั ตภิ าพของโลก สนั ติสขุ ของบคุ คล คนแต่ละคนมีสนั ติสขุ ตามแบบ ของตนๆ แลว้ โลกทงั้ โลกมสี นั ตภิ าพตามแบบของโลก หรอื ตามแบบของสงั คมท่ี มสี ันติภาพ แล้วเราก็เป็นสขุ ผอู้ น่ื กเ็ ป็นสุข มันกค็ วรจะพอแลว้ เอากนั เพยี งเทา่ นีพ้ อไหม ลองไปคดิ ดู อาตมาว่า เอาเพยี งเทา่ นพี้ อ เราก็เปน็ สุข เพือ่ นมนุษยท์ ั้ง หลายกเ็ ป็นสุข ต้องการมากกว่านีก้ ็คงจะบ้า ไปคดิ ดู เราก็เป็นสขุ ผู้อน่ื กเ็ ปน็ สุข มนั กค็ วรจะพอแลว้ แตเ่ รากย็ งั ไมไ่ ด้ ถา้ เราตอ้ งการมากกวา่ นม้ี นั จะเปน็ ความคดิ ท่ีเพ้อเจ้อ เอาเพียงว่าเราก็เป็นสุข เพื่อนมนุษย์ทุกคนก็เป็นสุข ด้วยมีศีลธรรม ดว้ ยมีธรรมะ ประโยชนข์ องธรรมะ มันมอี ย่อู ย่างน้ี ขอให้ไปคิดดู น่เี วลาก็พอสมควรแก่การบรรยาย พูดถึงเร่อื งพระธรรม ในฐานะทเี่ ปน็ แกน่ มนั มอี ยอู่ ยา่ งนี้ คอื แขง็ ทรงตวั อยไู่ ด้ ในฐานะทเี่ ปน็ แกน ส�ำ หรบั จะมอี ะไรๆ

77ธรรมบรรยายโดย พทุ ธทาสภิกขุ มาเกาะๆ อาศยั อยไู่ ดเ้ ปน็ แกน หรอื ถา้ จะตอ้ งสมั พนั ธก์ นั กบั สงิ่ เหลา่ อนื่ มนั กเ็ ปน็ แกนกลางให้ทุกส่ิงมันมาเกาะ แล้วเปน็ แกนส�ำ หรบั หมุน คอื หมุนไปดี หมนุ ไป ถกู ทาง แกนของพระธรรม มอี ยู่อยา่ งน้ี ส่คี วามหมาย ความรู้ท่ถี ูกตอ้ งในเรอ่ื ง ของธรรมชาติ ในเร่ืองของกฎของธรรมชาติ ในเรื่องของหน้าท่ีตามกฎของ ธรรมชาติ ในเร่อื งผลเกิดจากหน้าทีท่ ่ีถกู ตอ้ งตามกฎของธรรมชาติ ความรู้นีจ้ ะ เปน็ แกนกลางให้ความถูกตอ้ งทั้งหลายมาเกาะๆ เกาะๆ เป็นของมั่นคงส�ำ หรับ ความมแี หง่ ธรรมะ หรือสนั ตภิ าพของมนุษย์ เป็นหน้าที่ของครูบาอาจารย์ท้ังหลายที่จะช่วยทำ�ให้เป็นอย่างน้ี ครูบา อาจารย์ท้ังหลายก็จะเป็นพระเจ้าผู้สร้างโลก เพราะครูสามารถสร้างโลกให้มี สนั ตสิ ขุ สนั ตภิ าพ ดว้ ยการให้ความรทู้ ถี่ ูกตอ้ ง ใหก้ ารศกึ ษาที่ถูกต้อง เด็กๆ ลกู ศิษย์เขาโตข้ึน เขาก็ทำ�ให้โลกนี้มีสันติสุข มีสันติภาพ เพราะความรู้ท่ีถูกต้อง ฉะนน้ั ผสู้ รา้ งโลกทีแ่ ทจ้ รงิ ก็คือครู เปน็ พระเจ้าผู้สร้างโลกที่แท้จริง เป็นครทู ีแ่ ท้ จรงิ เป็นปูชนยี บุคคลทำ�งานเอาบญุ ครูท่ีรับจา้ งสอนหนงั สอื หากินไปวนั ๆ หน่งึ นั้นเป็นไม่ได้หรอก เป็นพระเจ้าสร้างโลกไม่ได้ จะเป็นสัตว์ท่ีพระเจ้าสร้างอยู่ น่ันเอง แตถ่ ้าครูที่บูชาอุดมคติของครู เปดิ ประตูทางวิญญาณอยู่เสมอ โลกน้ีมี ความสขุ เพราะครู เปน็ โลกทไ่ี ม่มีความทุกข์ แตม่ คี วามสขุ เพราะครู เราอยากจะเรียกว่าครูคือพระเจ้าผู้สร้างโลก แต่ว่าสร้างผ่านทางเด็กๆ นักเรียน ลูกศิษย์ ให้เขาดี และโตขนึ้ โลกนี้กเ็ ต็มไปดว้ ยคนดี โลกนีก้ ็มคี วามสงบ สุข ขอให้ครูหมายมน่ั ถงึ อยา่ งนี้ ไมใ่ ช่เรือ่ งอวดดี ไม่ใชเ่ รอื่ งทะนงอวดดอี ะไร มนั เป็นความจริงที่มันต้องเป็นอย่างน้ัน และเขามีความเป็นอย่างนั้นกันมาแล้วแต่

78 ธรรมะคอื หน้าท่ี กาลกอ่ น เพง่ิ เปลย่ี นแปลงในตอนหลงั ๆ ฉะนน้ั กลบั ไปหาสภาพทถี่ กู ตอ้ งส�ำ หรบั สร้างโลกให้สมบูรณ์ ครกู ็จะเป็นปูชนียบคุ คล ในฐานะเป็นผู้สรา้ งโลกใหม้ คี วาม สงบสขุ ต่อไปตามเดมิ นผ่ี ลของธรรมะ เปน็ ตวั ธรรมะ เปน็ แกนของธรรมะ เปน็ แก่นของธรรมะ แล้วแตจ่ ะชอบเรียกกนั อย่างไร คำ�บรรยายเร่ืองแกนของธรรมะสมควรแก่เวลาแล้ว อาตมาขอยุติการ บรรยายนไ้ี ว้ ดว้ ยความหวงั วา่ ทา่ นจะเอาไปพนิ จิ พจิ ารณา เขา้ ใจแลว้ ปฏบิ ตั ติ าม น้ัน แล้วก็เป็นผู้มีความสุข ไม่ว่าโลกน้ีมันจะเป็นอย่างไร เราก็จะเป็นผู้มีความ สงบสขุ อยทู่ กุ ทพิ าราตรกี าล ขอใหท้ า่ นทง้ั หลายสามารถประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ บ�ำ เพญ็ อย่างน้ีได้ดว้ ยกนั จงทุกๆ ทา่ นเทอญ.

ความหนุม่ เอกสารจดหมายเหตพุ ทุ ธทาส อนิ ทปัญโญ. รวมภาพวาดลายเส้น และค�ำ กลอน. (พ.ศ.2472-2496). BIA 5.2/1 (2/2) กลอ่ ง 1. หนา้ 334.

ธรรมบรรยายเร่อื ง โลกน้มี นั กำ�ลังว่นุ วาย เพราะขาดธรรมะ ใหโ้ อวาทแก่ภิกษสุ ามเณรจากชมุ พร วดั มุจลนิ ทราราม จ.ชุมพร วนั ท่ี ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ผถู้ อดค�ำ บรรยาย คณุ พิมรักษ์ พนั ธ์ุประสทิ ธิ์ ผตู้ รวจทาน คุณหทัยชนก วฒั นา

79ธรรมบรรยายโดย พุทธทาสภกิ ขุ โลกเนพี้มรันากะข�ำลาดงั วธุ่นรรวมายะ ผมขอแสดงความยนิ ดี ในการมาของทา่ น ทัง้ หลาย โดยเช่ือว่ามาเพ่ือแสวงหาหนทางท่ีจะทำ�ประโยชน์ ให้แก่ตนเอง แก่ผู้ อนื่ แกโ่ ลก แกศ่ าสนา น้คี ือหนา้ ที่โดยเฉพาะในปจั จบุ ันนี้ ทง้ั โลกก็วา่ ได้ ทุกคน จะตอ้ งแสวงหาวิธีหนทางท่จี ะประพฤตปิ ฏบิ ตั ใิ หเ้ ปน็ ประโยชนส์ ขุ แก่ตวั เอง แก่ ผ้อู ืน่ เพือ่ อยูก่ ันเป็นผาสุก เดย๋ี วนพี้ อจะสงั เกตเหน็ กนั แลว้ วา่ ทง้ั โลกนม้ี นั ก�ำ ลงั วนุ่ วาย ไมม่ คี วาม สงบสุข ต้นเหตุปัญหาน้ีมันพัวพันกันยุ่ง แต่ถ้าสรุปความแล้ว มันก็ได้ใจความ ส้ันๆ ชดั ๆ ว่า เพราะมันขาดธรรมะ เพราะมนั ขาดธรรมะ จะเรยี กว่าขาดศลี - ธรรมโดยเฉพาะก็ได้เหมือนกัน แต่ถ้าจะพูดให้มันกว้างก็ต้องว่ามันขาดธรรมะ และถ้าให้มีธรรมะข้ึนมาได้ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไป คำ�ว่าธรรมะน้ันถ้าเราจะ จำ�กดั ใจความให้กะทัดรัด ชดั เจน ส้ันๆ ท่สี ุด มนั ก็จะไดใ้ จความว่า ธรรมะ คอื

80 ธรรมะคือหน้าท่ี การปฏิบตั ิทถี่ ูกต้องสำ�หรบั ความเป็นมนุษย์ ทุกขนั้ ทกุ ตอนแห่งชีวติ ใหม้ ันมี ความเปน็ มนษุ ยท์ ถ่ี กู ตอ้ ง อยา่ งเปน็ มนษุ ยท์ กุ ขน้ั ทกุ ตอนแหง่ ชวี ติ ตง้ั แตเ่ กดิ จนตาย การประพฤตกิ ระท�ำท่ีถกู ตอ้ งส�ำหรับมนษุ ย์ ส�ำหรับความเป็นมนษุ ย์ ก็ คือไม่มีความทุกข์ มนุษย์แปลว่ามีจิตใจสูงเหนือความทุกข์ ถ้าจิตใจยังต่�ำอยู่ใต้ ความทุกข์ ยังไมเ่ ปน็ มนษุ ย์ ยังเป็นเพียงคน คนมนั มีความหมายตำ�่ มาก มนั เปน็ เพียงคน เกดิ มามนั ก็เปน็ คน ถ้าเป็นมนุษย์ ตวั หนังสอื ค�ำน้นั แปลวา่ ใจสงู คือสูง เหนือความทุกข์ เหนอื ปัญหา หรอื เหนือกเิ ลส จิตใจอยใู่ ตก้ เิ ลส กิเลสครอบง�ำ มนั ก็คือเปน็ ทกุ ข์ นย้ี ังไม่เรียกวา่ มนุษย์ ทุกคนรู้เอาเองเถอะว่า ถ้าว่าจิตใจมันถูกท่วมทับอยู่ด้วยกิเลสน้ันเรา ยงั ไมเ่ ปน็ มนษุ ย์ เราอยา่ อวดดอี ยเู่ ลย แมจ้ ะเกดิ มาเปน็ คนอยา่ งนมี้ นั กย็ งั ไมใ่ ช่ มนุษย์ ถ้าว่าจิตใจมันสูง เอาชนะความทุกข์หรือกิเลสได้ คือมนุษย์ อย่างน้ี ธรรมะ มนั กก็ ลายเป็นหน้าท่ี หนา้ ทที่ ี่จะทำ�ให้เราต้องทำ�ให้เราเปน็ มนษุ ย์ คอื ใหม้ ธี รรมะนน่ั เอง ธรรมะแปลวา่ หนา้ ท่ี ทจี่ ะตอ้ งประพฤตปิ ฏบิ ตั ใิ หเ้ ราเปน็ มนษุ ย์ คือรอด รอดจากปัญหา รอดจากความทุกข์ คนเรามนั มปี ญั หาอยู่ ๒ ตอน ตอนแรก ก็คอื เปน็ คนกย็ ังไมไ่ ด้ ตอนท่ี ๒ กเ็ ป็นมนุษยย์ งั ไมไ่ ด้ ตอนแรกเปน็ คนก็ยังไม่ได้ กห็ มายความวา่ มนั ยงั ล�ำบากย่งุ ยากเรอื่ งท�ำมาหากนิ ยงั ไมเ่ สรจ็ ธรุ ะในเรอ่ื งท�ำมาหากนิ ยงั ไมส่ บายในเรอ่ื งท�ำมา หากิน ยงั ยากจนเกนิ ไป เปน็ ตน้ น้ียังไมร่ อดจากปญั หาของคน ทนี ี้บางคนรอด

81ธรรมบรรยายโดย พทุ ธทาสภกิ ขุ แลว้ มีเงนิ มขี อง มที รัพยส์ มบัติ มีอ�ำนาจ มีวาสนาแล้ว กร็ อดได้ในปัญหาของ คน แต่ไมร่ อดในปญั หาของความเปน็ มนษุ ย์ คอื จติ ใจยงั มกี เิ ลส มคี วามทกุ ข์ คน ทร่ี ำ่� รวยเปน็ เศรษฐี เศรษฐธี รรมดาๆ มนั ยงั มกี เิ ลสและมนั ยงั มคี วามทกุ ข์ คนรวย กย็ ังมคี วามทกุ ขไ์ ม่แพ้คนจน ถงึ เขารอดตวั ไปในช้นั เปน็ คน ก็ไปตดิ ปัญหาในชน้ั ท่เี ปน็ มนุษย์ เพราะฉะน้ันต้องรู้จักท�ำใจให้เป็นมนุษย์ คือเกลี้ยงเกลาจากข้าศึก กเิ ลสในภายใน ให้มจี ติ ใจสะอาด สว่าง สงบ มนั จึงจะเป็นมนุษย์ ยอดสดุ ของ มนุษย์ก็เปน็ พระอรหันต์ พดู ไดอ้ ย่างนเ้ี ลย เป็นโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี กระทั่งเป็นพระอรหนั ต์ อยา่ งนรี้ อด ชนั้ ท่ี ๒ รอดจากกเิ ลสและความทุกข์ ชัน้ ท่ี ๑ รอดจากความล�ำ บากยากจน ชั้นที่ ๒ รอดจากกเิ ลสและความ ทกุ ข์ คนยากจนมนั ตอ้ งจดั การเรอื่ งยากจนกอ่ น มนั ไม่คอ่ ยมโี อกาสมาจดั การ กับเร่ืองกเิ ลสอะไรนกั แตก่ ต็ ้องร้ไู ว้ สำ�หรับอยา่ ให้เป็นทกุ ข์เกินไป คนยากจนก็ มีความทกุ ข์ คนม่ังมีก็มคี วามทุกข์ แต่คนยากจนก็มี ๒ เทา่ คือ ลำ�บากยากจน ในทางทรพั ยส์ มบตั ิ มนั ก็มคี วามทกุ ขด์ ้วย คนมัง่ มีเขาไม่ล�ำ บากยากจนในทาง ทรพั ยส์ มบตั ิ คงมแี ตค่ วามทกุ ขท์ เี่ กย่ี วกบั จติ ใจ นเ้ี ปน็ อนั วา่ เรอ่ื งความรธู้ รรมะ เพ่ือดบั ทุกขน์ ้ี จำ�เป็นทง้ั แก่คนยากจนและคนมง่ั มี พระพทุ ธเจ้าทา่ นจงึ ตรสั ว่า ธรรมวินยั นี้มีอยู่เพ่อื ประโยชนส์ ขุ ของมหาชนทง้ั เทวดาและมนษุ ย์ ท้ังเทวดาและท้ังมนุษย์ หมายความว่า ท้ังคนม่ังมีและคนยากจน ตอ้ งการธรรมะส�ำหรบั ดบั ทกุ ข์ นเ้ี ราพดู กนั แตท่ เ่ี หน็ ๆ ไดใ้ นโลกนี้ เทวดาในโลก

82 ธรรมะคอื หน้าที่ นี้ ก็คือคนท่ีสบายแล้วในเรื่องเก่ียวกับทางโลก ส่วนมนุษย์นี้ยังล�ำบาก ยังอาบ เหงอ่ื ตา่ งน�้ำอยู่ แตท่ ้ังคนมงั่ มีและคนยากจนยังมีกเิ ลส มันยงั มคี วามทกุ ขเ์ สมอ กันในสว่ นน้ี ให้สนใจธรรมะ คนยากจนก็ท�ำมาหากินไป โดยไม่ต้องเป็นทกุ ข์ มนั ท�ำให้สนุกไปได้ สว่ นคนมง่ั มแี ลว้ เขากต็ อ้ งป้องกันไม่ให้กเิ ลสเกดิ ขึ้น ท�ำจิตใจให้ เป็นทุกข์เหมอื นกนั ความทุกข์สว่ นทางจิตใจนีม้ นั เหมือนกัน ทงั้ คนมง่ั มีและคน ยากจน ทนี ้ี ชาวบา้ นฆราวาสทยี่ ากจนกต็ อ้ งมธี รรมะพอ ทีจ่ ะรจู้ ักปอ้ งกันกิเลส และความทุกข์ ไม่อย่างนั้นจะทนทุกข์ ทนทุกข์ ทีนี้ทนทุกข์เหมือนกับตกนรก แล้วก็ทนทุกข์กันท่ีนี่ล่ะ ไม่ต้องต่อตายแล้ว อยู่ท่ีนี่ก็มีความทุกข์เหมือนกับตก นรก มนั ตอ้ งมธี รรมะมาปฏบิ ตั ิ ด�ำ รงจติ ไวใ้ หถ้ กู ตอ้ งอยา่ ใหม้ คี วามทกุ ข์ ใหช้ วี ติ นี้มันเป็นสุข เพราะว่าเราตั้งจิตไว้ถูกต้อง ท่ีเห็นอยู่ชัดๆ ก็เร่ืองทำ�มาหากิน หนา้ ทกี่ ารงานหาเล้ยี งชวี ิต จะตอ้ งทำ�อย่าใหม้ นั เป็นทกุ ข์ ร้จู กั ตัง้ จิตไว้ให้ถกู ตอ้ งและทำ�ให้มนั สนุกไปเลย จะทำ�นา ท�ำ สวน หรือทำ�อาชีพอะไรก็ตามใจ จัด ให้มนั เป็นการกระท�ำ ทีถ่ ูกต้องและกพ็ อใจ และกส็ นุกเปน็ สขุ ความสุขต้องเกิด มาจากความพอใจ พอใจเลวกส็ ขุ เลว พอใจดกี ส็ ขุ ดี พอใจโกงความสขุ มนั กค็ ดโกง พอใจสุจรติ ความสุขมันก็สจุ ริต พูดได้วา่ ความสขุ ตอ้ งมาจากความพอใจ ทนี เี้ ราท�ำ ใหต้ วั เราดี มคี วามสจุ รติ แลว้ กพ็ อใจ ความสขุ ของเรามนั กส็ จุ รติ เป็นชาวนาทีด่ ที ีส่ ุด ไมม่ ที ุจรติ มันก็เปน็ สุขเพราะวา่ เราเป็นชาวนาดที ส่ี ุด เปน็ ชาวสวน เป็นอาชพี อะไรกต็ าม เราท�ำ ดีท่ีสดุ พบแต่ความดี ความถกู ต้อง มองดู

83ธรรมบรรยายโดย พทุ ธทาสภิกขุ ตวั เองแล้วเห็นแตค่ วามถกู ต้อง ไม่มคี วามผดิ ไมม่ ีความชั่ว ก็ยกมือไหว้ตวั เองได้ ถา้ ใครมนั ไหวต้ ัวเองได้ คนน้ันจะไมม่ คี วามทุกขเ์ ลย ความทุกข์นี้มันมีหลายชนิด ความทุกข์ท่ีเกิดมาจากภายใน เราท�ำ เองก็มี ความทุกข์ท่ีเกิดจากภายนอก คนอ่ืนมันท�ำให้ก็มี ความทุกข์ที่เกิด จากธรรมชาตมิ ันเปลย่ี นแปลงร้ายกาจ เชน่ ว่ามนั นำ้� ท่วม พายุ ไฟไหม้ มันเป็น ธรรมชาติ อยา่ งนก้ี ม็ ี ถา้ เราไปมคี วามทกุ ขก์ บั มนั มนั กร็ อ่ ยหรอ ชวี ติ มนั กร็ อ่ ยหรอ มคี วามทกุ ข์ เหน็ ว่ามนั เปน็ เชน่ นนั้ เองเสยี บ้าง อยา่ ไปทกุ ขก์ บั มนั แลว้ กแ็ กไ้ ข ไปตามเรอื่ ง แมแ้ ตค่ วามผดิ พลาด ขาดทนุ อยา่ งนี้ กม็ องเหน็ วา่ มนั เปน็ เชน่ นนั้ เอง แลว้ กแ็ ก้ไขใหม้ นั ถกู ตอ้ ง จนมันไมผ่ ดิ พลาด ในขอ้ แรกกว็ า่ เชน่ นนั้ เองไปทกี อ่ น อยา่ เปน็ ทกุ ข์ เชน่ ท�ำ นาปนี ตี้ ายหมด แห้งตายหมด ปกู ินหมด มันก็วา่ กเ็ ชน่ นนั้ เอง ทีหลังกท็ �ำ ใหม้ ันดี ให้มนั ถกู ตอ้ ง อยา่ ใหม้ ันเปน็ อย่างน้นั ความผิดพลาดทุกอยา่ งมนั กต็ ้องมี แต่ถ้าเราตงั้ ใจดมี ันก็ ไมค่ อ่ ยมี ถ้าเราฉลาดพอมนั ก็ไมม่ ี ฉะน้นั การศึกษามนั กส็ �ำ คญั อยู่ ฉะนน้ั ต้องมีการศึกษาใหเ้ พยี งพอ ลกู เด็กๆ มกี ารศึกษาให้เพียงพอ โต ข้ึนแล้วเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว ก็ยังมีการศึกษาท่ีเพียงพอ เพราะความทุกข์มัน เลอื่ นชน้ั เปน็ พอ่ บา้ นแมเ่ รอื นแลว้ กม็ กี ารศกึ ษาใหเ้ พยี งพอ เพราะความทกุ ขม์ นั อีกแบบหน่ึง เป็นคนแก่คนเฒ่าแล้วก็ต้องมีการศึกษาให้เพียงพอ เพราะความ ทุกขม์ ันเลื่อนเปน็ อันดับสดุ ท้ายแลว้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook