Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการปฏิบัติงานด้านงานสารบรรณ

คู่มือการปฏิบัติงานด้านงานสารบรรณ

Description: คู่มือการปฏิบัติงานด้านงานสารบรรณ

Search

Read the Text Version

- 41 - ๘. การลงวัน เดือน ปีย่อ กากับใต้ลายเซ็นช่ือผู้บันทึกให้ใช้เลขไทย ตามที่สานัก นายกรัฐมนตรีได้มหี นังสือเวียนแจ้งทุกสว่ นราชการทราบและถอื ปฏบิ ตั ิ ๙. การบันทึกส่ังการของผู้บังคับบัญชา จะต้องพิจารณาวินิจฉัยสั่งการให้ชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ คาสัง่ หลักการและเหตผุ ลทีด่ ี และต้องคานงึ ถงึ ประโยชน์ของราชการเป็นสาคญั เขียนสั่งการ ใหช้ ดั เจน ไม่ให้มีความหมายได้หลายทาง ๑๐. การบันทึกเสนอ มี ๒ แบบ ๑๐.๑ แบบเดิมใช้กันท่ัวไป คือ ให้เจ้าหน้าที่เจ้าของเรื่องเป็นผู้บันทึกคนแรกเม่ือต้อง ผา่ นเรอ่ื งแกผ่ ใู้ ด ก็ให้ผนู้ น้ั บันทึกต่อหรอื ลงชอ่ื ตอ่ ผู้บันทึกคนแรกตามลาดับจนถึงผู้มีอานาจสั่งการเป็น คนสดุ ทา้ ย การบนั ทกึ เสนอแบบนเ้ี ปน็ ระบบปฏิบัตงิ านสารบรรณที่ได้ถือปฏบิ ตั กิ ันโดยทวั่ ไป ๑๐.๒ แบบใหม่ใช้กันในวงจากัด (เริ่มมีใช้ในกระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่อาจารย์บุญถิ่น อัตถากร เป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ) คือ ให้เจ้าของเร่ืองเป็นผู้เรียบเรียงข้อความแล้วให้หัวหน้า ส่วนราชการระดับกองหรือกรมเป็นผู้รับผิดชอบลงช่ือใต้บันทึกฉบับนั้นเพียงผู้เดียว กล่าวคือ ผู้อานวยการกองเป็นผู้รับผิดชอบบันทึกเสนอกรมโดยตรง ผู้บังคับบัญชาระดับกรมเป็นผู้รับผิดชอบ บนั ทกึ เสนอกระทรวงศกึ ษาธิการโดยตรง (เจ้าหน้าท่ีเจา้ ของเร่ืองจะลงช่อื แนวเส้นคัน่ หน้าในฐานะผู้ทา บันทกึ ฉบับนัน้ ) ขอ้ สรุป การบนั ทกึ เสนอทั้ง ๒ แบบ ใชไ้ ดต้ ามกาลเทศะและความเหมาะสม แตโ่ ดยหลักการตามปกติ ถ้ายึดถือตามระบบงานสารบรรณ สาหรับการบันทึกเสนอที่มิได้เสนอกระทรวงหรือกรม โดยตรงน่าจะใช้การบนั ทกึ ตามแบบที่ ๑ ซึ่งนิยมใชก้ นั โดยทั่วไปเปน็ สว่ นมาก ๑๑. การบนั ทึกเสนอหนงั สอื มขี อ้ แนะนาแนวทางปฏิบัติและตวั อยา่ ง ดงั นี้ ๑๑.๑ ถ้าผบู้ ันทกึ เปน็ เจา้ ของเร่ืองและเป็นต้นเร่ืองเร่ิมแรก ควรจัดลาดับ เนื้อหาของ บันทกึ ดงั นี้ ๑๑.๑.๑ สาเหตุทที่ าเร่อื งนัน้ ๆ ๑๑.๑.๒ ประเดน็ สาคัญของเรอื่ งโดยยอ่ ๑๑.๑.๓ ขอ้ เสนอหรือขอ้ ประสงค์ ๑๑.๑.๔ บันทึกความเหน็ สดุ ท้าย

- 42 - การเสนอหนังสอื การเสนอหนังสือ คือ การนาเสนอหนังสือท่ีดาเนินการชั้นเจ้าหน้าท่ีเสร็จแล้วเสนอต่อหน้า ผ้บู ังคับบญั ชาเพอื่ พิจารณา บนั ทึก ทราบ และลงชอื่ การนาเสนอ ใหน้ าเสนอไปตามสายการปฏิบัตงิ าน ตามลาดบั ชั้นผบู้ ังคับบัญชา ยกเวน้ ๑. เรื่องท่ีมีกาหนดช้ันความเร็วหรือเฉพาะเจาะจงถึงบุคคล ให้นาเสนอโดยตรงได้แล้ว รายงานผ้บู ังคับบญั ชาทราบด้วย 2. เร่ืองท่ีมีกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ กาหนดไว้เฉพาะ เช่น เร่ืองร้องเรียน การ กลา่ วหาหรอื อทุ ธรณค์ าสงั่ ตอ่ ผู้บงั คับบัญชาชนั้ เหนือขน้ึ ไป วิธเี สนอหนังสือ วธิ ีเสนอหนังสอื ควรปฏบิ ัติดงั น้ี ๑. เจา้ หน้าท่ีผรู้ วบรวมเรือ่ งเสนอ แยกหนังสือออกเป็นประเภท ๆ กอ่ น คอื ๑.๑ เร่ืองลับ ให้แยกปฏิบัติไปตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔ ๑.๒ เร่ืองดว่ นทสี่ ดุ ดว่ นมาก ด่วน ให้แยกออกปฏิบัติโดยเร็วและนาเสนอข้ึนไปทันที ๑.๓ เรื่องอ่ืน ๆ ให้พิจารณาและจัดเรียงลาดับว่าเป็นเร่ืองท่ีต้องส่ังการเพื่อพิจารณา หรือเพ่อื ทราบ ๒. การจดั เรอื่ งเสนอ จดั ให้สะดวกในการพิจารณา โดยต้องใส่แฟม้ เรยี งตามลาดับ ความสาคัญของเรื่อง เรื่องท่ีต้องพิจารณาก่อนไวข้ ้างหน้า เรื่องท่ีไดร้ บั มากอ่ นตอ้ งเสนอเพ่ือให้ไดร้ บั การปฏบิ ตั ิให้เสร็จก่อน จดั เอกสารประกอบการพจิ ารณาให้พร้อม และใหแ้ นบเรอื่ งเดิมไปด้วย (ถา้ ม)ี ๓. การจดั เรอ่ื งบรรจใุ นแฟ้มเสนอ ควรเว้นหน้าแรกให้ว่างไว้ ให้เริ่มใช้แฟ้มระหว่างหน้าหลัง ของแผ่นแรกกับหน้าแรกของแผ่นสอง เพ่ือป้องกันแฟ้มฉีกขาดง่าย ในกรณีที่มีหนังสือมาก ควรแยก เป็นประเภทละแฟม้ ๔. การวางแฟ้มเสนอบนโต๊ะผู้บังคับบัญชาเพื่อเสนอหนังสือ ให้วางแฟ้มบริเวณมุมบนของ โต๊ะด้านซ้ายมือของผู้บังคับบัญชา เมื่อผู้บังคับบัญชาพิจารณา หรือลงนามเสร็จแล้ว จะย้ายแฟ้มไป ทางด้านขวาของผู้บังคับบัญชาด้วยตนเอง ซึ่งจะสะดวกต่อเจ้าหน้าท่ีท่ีจะนาแฟ้มเสนอไปดาเนินการ ตอ่ ไป ๕. เร่ืองทีเ่ สนอใหผ้ ูม้ อี านาจพิจารณา เม่อื สั่งการแลว้ ถ้าเหน็ สมควร แจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ ก็ควรแจ้งให้ทราบทนั ที ๖. การเสนอหนังสือเรื่องสาคัญ ซึ่งมีรายละเอียดต้องพิจารณามาก เจ้าหน้าที่ผู้ทาเร่ืองควร เป็นผู้นาเรื่องเสนอด้วยตนเอง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บังคับบัญชาได้สอบถามเหตุผลบางประการ ประกอบการพจิ ารณาด้วย

- 43 - ๗. หนังสือฝากเสนอ ให้ผู้ฝากเสนอทาบัญชีเป็นหลักฐานไว้ เม่ือหนังสือฝากได้รับการ พิจารณาแล้ว ผู้ฝากจะรับคืนไปให้ลงช่ือรับไปด้วย ผู้รับฝากเสนอจะต้องสนใจในการเสนอเท่า ๆ กับ งานในหนว่ ยของตน ๘. ผู้รวบรวมเร่ืองเสนอ ควรมีบันทึกย่อส่วนตัวไว้ว่าหนังสือในแฟ้มที่เสนอมีเรื่องอะไรบ้าง เม่ือรับแฟ้มคืนจะได้ตรวจสอบว่าเร่ืองใดได้รับการพิจารณา สั่งการ หรือลงช่ือ เรื่องใดถูกนาออกจาก แฟ้มเพ่ือนาไปพิจารณา ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชานาเร่ืองออกแฟ้มไปพิจารณาจะต้องเขียนบันทึกสอด ไวใ้ นแฟม้ แทนเรื่องทีน่ าออกไปด้วย ๙. ลกั ษณะการจัดเรียงหนังสือ ใหเ้ รยี งลาดับขึ้นมา โดยเมื่อหนังสือฉบับใหม่เข้ามาและมีการ บนั ทกึ ข้ึนมาใหม่ ให้เรียงซ้อนไว้ข้างหนา้ เป็นลาดับ เมอื่ เรียงไปถึงผู้บังคับบัญชา ผู้บันทึกบัญชาจะเห็น บันทึกของผู้บันทึกหลังสุดมาก่อน ส่วนผู้บันทึกคนแรกจะอยู่ท้ายสุด และเพื่อความสะดวกแก่ ผู้บังคับบัญชาในการพิจารณาความเห็นท่ีผ่านข้ึนมาตามลาดับ จะให้หมายเลข ๑, ๒, ๓, โดยเขียน ตัวเลขอยู่ภายในวงกลมกากับเร่ืองท่ีเสนอขึ้นมาตามลาดับก็ได้ถ้าเรื่องเสนอมีหลายแผ่น เพื่อให้เกิด ความเรียบร้อยและป้องกันการสูญหาย ให้เย็บหรือยึดติดกันให้เรียบร้อยที่มุมบนด้านซ้ายมือ ถ้าเย็บ ให้เย็บทางมมุ บนกระดาษดา้ นซา้ ย โดยเยบ็ หา่ งจากมมุ กระดาษประมาน ๒.๐ เซนตเิ มตร ๑๐. การเสนอหนังสือให้ผู้บังคับบัญชาลงนาม ควรจัดต้นฉบับไว้ข้างบน สาเนาคู่ฉบับไว้ ขา้ งล่าง มีเหตผุ ลดงั น้ี ๑๐.๑ การพิมพ์ข้อความของต้นฉบับชัดเจนกว่าสาเนาคู่ฉบับ ทาให้ผู้ลงนามมีความ มั่นใจในขอ้ ความหนังสอื ท่ีจะส่งออกไป ๑๐.๒ เป็นการให้ความสะดวกต่อผู้บังคับบัญชา ในการพิจารณา ตรวจข้อความ ไมต่ อ้ งพลกิ กระดาษก่อนลงนาม ๑๐.๓ ถ้าจัดสาเนาคู่ฉบับไว้ข้างบน ตน้ ฉบบั ไว้ขา้ งลา่ ง ลายเซ็นจะตอ้ งเปน็ รอยตน้ ฉบบั เมอ่ื หนังสือนน้ั ออกไปถึงผูร้ ับ จะดไู ม่เหมาะสม ๑๐.๔ โดยหลักการลงช่ือ มักถนัดลงช่ือ - นามสกุล ในต้นฉบับก่อน แล้วจึงลงช่ือย่อ และ วัน เดอื น ปี ย่อ กากบั ในสาเนาคู่ฉบับภายหลงั ๑๐.๕ หนังสือฉบับใดต้องลงนามในต้นฉบับหลายฉบับ เมื่อลงนามถึงสาเนาคู่ฉบับ แสดงว่า หนังสือฉบับนนั้ ได้ลงนามครบแล้ว ผู้ลงนามไม่ต้องเสียเวลานับหรือตรวจสอบ การลงนามว่า ครบถว้ นหรือไม่ ทาให้เกิดความคลอ่ งตวั ในการปฏบิ ตั งิ าน ๑๐.๖ ข้าราชการผู้ใหญ่ระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการ ได้เคยใช้ระบบการลงนามใน หนังสอื ที่มสี าเนาค่ฉู บบั โดยกาหนดให้จัดต้นฉบับไว้ข้างบน สาเนาคู่ฉบับไว้ข้างล่าง ถือเป็นการปฏิบัติ ตามแบบธรรมเนยี มราชการท่ีเหมาะสม

- 44 - สาหรบั สาเนาคู่ฉบับ ให้พิมพ์หรอื ประทับตรายางท่ีมมุ ด้านล่างดา้ นขวามือ ดังน้ี “........................................ผูร้ า่ ง ..........................................ผพู้ ิมพ์ .......................................... ผู้ตรวจ” (โดยมลี ายมือช่ือกากบั ทง้ั ๓ บรรทัดให้พร้อมกอ่ นเสมอ) ๑๑. ในกรณีท่ีผู้บังคับบัญชาสั่งการในเรื่องท่ีเสนอแล้ว เร่ืองต้องย้อนกลับผ่านตามลาดับ สายงาน ผผู้ า่ นเรอื่ งตอ้ งลงช่ือย่อและวันที่ เดือน พ.ศ. กากับ เรื่องท่ีเร่งด่วนจะต้องดาเนินการปฏิบัติ ในทันทีให้ส่งเรื่องน้ันตรงไปยังผู้ปฏิบัติ และให้เป็นหน้าท่ีของหน่วยปฏิบัติที่จะต้องเสนอให้ ผู้บังคบั บัญชาตามลาดับชั้นไดท้ ราบการสั่งการนั้น ๆ ด้วย

- 45 - การร่างหนังสอื พรอ้ มตวั อย่าง การร่างหนังสือเป็นเร่ืองสาคัญมาก ในการจัดทาหนังสือราชการทุกชนิด ท้ังหนังสือภายใน หนังสือภายนอก หนังสือประทับตรา หนังสือส่ังการ หนังสือประชาสัมพันธ์ รายงานการประชุม แผนงานโครงการ คากลา่ วรายงานและคากลา่ วปราศรัย ฯลฯ หากประสงค์จะให้ได้ข้อความเหมาะสม รดั กมุ ดี ควรผ่านการร่างทด่ี ีดว้ ย ถงึ แมก้ ารร่างหนังสอื จะไมม่ ีสอนในสถานศึกษาใด ๆ แต่ก็สามารถฝึก ปฏิบัติให้เป็นผู้ร่างหนังสือที่ดีได้ ถ้าให้ความสนใจและเป็นนักสังเกตท่ีดี หนังสือราชการที่มีข้อความ ไม่ซับซ้อนมากนักหรือเป็นหนังสือที่จัดทาเป็นประจาจนเสมือนกับแบบฉบับในการใช้ถ้ อยคาสานวน อยู่แล้วไม่จาเป็นต้องร่างก่อนเสมอไป เช่น หนังสือนาส่งเอกสาร หนังสือตอบรับเอกสาร แบบฟอร์ม และแบบหนังสือตา่ ง ๆ ที่ใช้ในการปฏบิ ตั ิงานเปน็ ประจา การร่างหนงั สือบางประเภท มีข้อท่คี วรทราบ ดังน้ี ๑. การร่างหนังสอื โต้ตอบ (หนงั สอื ภายในและหนังสือภายนอก) ๑.๑ รา่ งโดยมขี อ้ หวั ตามแบบทกี่ าหนดไว้ ๑.๒ พิจารณาว่าหนังสือนั้นจะสง่ ถงึ ใคร ทาสาเนากีฉ่ บบั ๑.๓ การอ้างถงึ เร่ืองเดมิ ผู้รับหนังสอื ทราบเร่ืองเดิมหรือไม่ ๑.๔ ขอ้ ความตอนเหตุ ควรยดึ หลกั การรา่ งหนังสือท่ดี ี ๑.๕ การตอบรบั หนงั สอื ข้อความตอนเหตุอาจอ้างเพยี งชือ่ เรื่องและเน้ือหาสาระโดยย่อ กพ็ อ ๑.๖ ใช้ถอ้ ยคาสภุ าพ สมฐานะ ถ้าปฏเิ สธควรแจ้งเหตผุ ลของการปฏิเสธด้วย ๒. การรา่ งหนังสอื สั่งการ (คาส่ัง ระเบียบ ข้อบังคบั ) ๒.๑ ข้อความต้องเปน็ เหตุและผล ๒.๒ พจิ ารณาว่าหนังสือน้ันจะส่งถึงใคร ๒.๓ อย่าเปดิ ช่องให้ตีความได้หลายอย่าง ๒.๔ ควรใชถ้ อ้ ยคาทส่ี ามารถนาไปปฏิบัติได้ ๒.๕ เมอ่ื มีอุปสรรคสามารถแกไ้ ขได้ ๒.๖ ต้องไมข่ ัดกับคาสั่งเดมิ ถา้ ขัดต้องยกเลิกคาสัง่ เดิมก่อน ๒.๗ ถ้าสามารถอ้างท่ีมาของอานาจในการส่งั การก็ควรอา้ งไว้ด้วย ๓. การรา่ งหนงั สอื ประชาสัมพันธ์ (ประกาศ แถลงการณ์ ขา่ ว) ๓.๑ ข้อความต้องสมเหตสุ มผลและชดั เจนดี ๓.๒ ใหผ้ อู้ า่ นคล้อยตามเจตนาที่ต้องการ ๓.๓ อยา่ ให้มขี ้อขัดแยง้ กนั ๓.๔ ควรใช้ถ้อยคาสภุ าพ

- 46 - หลักการร่างหนังสือท่ีดี ๑. ตอ้ งร้แู ละเข้าใจเร่ืองราวให้แจ่มแจ้งก่อน กล่าวคือ ต้องอ่านข้อความท่ีเป็นเหตุเดิมซ่ึงต้อง โต้ตอบหนังสอื นั้นให้เขา้ ใจประเดน็ ต่าง ๆ อยา่ งชดั เจน บางครงั้ ก็ต้องอ่านทงั้ เร่อื งปจั จบุ ันและเรื่องเดิม ในปกึ เรือ่ งโดยตลอด จนทราบหวั ข้อ เน้อื หาและประเดน็ ต่าง ๆ ที่ต้องนามาบรรจุไว้ในการร่างหนังสือ นน้ั ดีแล้ว จงึ ทาการรา่ งหนงั สือซง่ึ จะทาให้สามารถเก็บข้อความได้ครบถว้ นตามความประสงค์ ๒. ให้เร่ิมต้นข้อความท่ีเป็นเหตุก่อน ต่อไปจึงเป็นข้อความที่เป็นความประสงค์หรือข้อความ ตกลงถ้ามหี ลายข้อให้แยกเป็นขอ้ ๆ แล้วมาจบลงด้วยข้อความท่ีเป็นความประสงคส์ ดุ ทา้ ย ตัวอยา่ งข้อความที่เป็นเหตุ กรณีที่มีหนังสืออ้างถึง ให้ข้ึนต้นข้อความว่า “ตามหนังสือท่ีอ้าง ถึง......................” (ย่อความตามหนังสือที่อ้างถึงเฉพาะประเด็นสาคัญท่ีควรจะนามากล่าวเท้าความ ถงึ ) แล้วจบด้วยความว่า “ความแจง้ แลว้ น้นั ” หรอื “ความละเอยี ดแจ้งแลว้ นน้ั ” เชน่ ตามหนังสือที่อ้างถึง กระทรวงศึกษาธิการได้ส่งแบบรายงานการศึกษาส่วนภูมิภาค ภาค สถิติ (รศ.ภ.) ปีการศึกษา ๒๕๒๙ ไปให้สานักงานศึกษาธิการเขต เขตการศึกษา ๑๒ จานวน ๕ ฉบับ เพือ่ จดั ทารายงานสง่ กระทรวงศึกษาธกิ าร ความแจ้งแลว้ น้นั ตัวอย่างข้อความที่เป็นเหตุ กรณีที่ไม่มีหนังสือที่อ้างถึง ให้ขึ้นต้นด้วยคา “ตามที่” ต่อด้วย ขอ้ ความตามเรอื่ งท่ีเคยตกลงหรือรับทราบกนั ดีอยู่แลว้ แล้วจบดว้ ยคา “น้ัน” เชน่ ตามท่ีที่ประชุมศึกษาธิการจังหวัดในเขตการศึกษา ๑๒ คร้ังที่ ๔/๒๕๓๔ เม่ือวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๓๔ ได้กาหนดให้สานักงานศึกษาธิการจังหวัด ส่งสาเนารายงานการปฏิบัติราชการ ที่จัดทาส่งกระทรวงศึกษาธิการ ประจางวดเงินงบประมาณให้แก่ สานักงานศึกษาธิการเขต เขตการศกึ ษา ๑๒ จานวน ๑ ชดุ ดว้ ย น้นั ตัวอย่างข้อความทเ่ี ปน็ เหตุ กรณที เี่ ปน็ เรอ่ื งใหม่ มักข้ึนต้นโดยใช้คา “ด้วย” เป็นคาแรกหรือ อาจขึ้นต้นโดยใช้ช่ือส่วนราชการนั้นๆ แล้วต่อด้วยข้อความตอนเหตุโดยย่อให้ได้ในความชัดเจน แล้ว จบด้วยข้อความตอนเหตุของเนื้อหาท่ียกมากล่าวเท่าที่เห็นสมควร และจะไม่มีคาว่า “น้ัน” อยู่ท้าย วรรคของข้อความตอนเหตุด้วย เช่น ด้วยสานักงานศึกษาธิการเขต เขตการศึกษา ๑๒ ได้กาหนดจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ วา่ ดว้ ยการจัดแผนปฏิบัติการประจาปีของสานักงานศึกษาธิการอาเภอ ตั้งแต่วันที่ ๖ - ๘ มกราคม ๒๕๓๕ ณ สานักงานศกึ ษาธิการเขต เขตการศกึ ษา ๑๒

- 47 - สานักงานศึกษาธิการเขต เขตการศึกษา ๑๒ ได้รับหนังสือกรมวิชาการ แจ้งว่า ให้เขต วางโครงการประชุมอบรมเรื่องการแนะแนวในโรงเรียนมัธยมศึกษาภายในเขตการศึกษา ๑๒ ประจาปี ๒๕๒๕ ข้ึน ซ่ึงเขตได้จัดทาโครงการดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยและได้รับอนุมัติจากกรม วชิ าการแลว้ ๓. ความใดอ้างอิงกฎหมาย ระเบียบ คาสั่ง หรือเร่ืองตัวอย่าง ต้องระบุให้ชัดเจนการอ้างชื่อ กฎหมายและระเบยี บ อ้างได้ ๒ แบบ คอื แบบอา้ งช่ือชัดเจน แบบอา้ งช่ือโดยยอ่ “ตามพระราชบญั ญัติระเบียบ “ตามกฎหมายว่าดว้ ยระเบียบ ขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕” ข้าราชการพลเรือน” “ตามระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ “ตามระเบยี บว่าดว้ ยการประเมินผล ว่าดว้ ยการประเมินผลการเรียนตามหลกั สตู ร การเรยี นชน้ั ประถมศึกษา ประถมศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๒๑ พ.ศ. ๒๕๒๔” ๔. ใช้ข้อความสั้น ๆ เป็นลักษณะสานวนราชการ แต่ละประโยคชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่ใช้ ถ้อยคาท่ีมีความหมายหลายทาง หนังสือราชการไม่นิยมใช้ข้อความแบบจดหมายส่วนตัวหรือ ใช้ถ้อยคาท่เี ปน็ พลความ หลักการเขียนหนังสือราชการท่ีดมี ีดงั น้ี ๔.๑ เขียนให้เข้าใจความหมาย เพราะหนังสือเป็นเคร่ืองสื่อความหมาย หรือสื่อความ เข้าใจ จงึ ต้องเขยี นใหเ้ ข้าใจความหมาย โดยเขยี นให้มีลกั ษณะดงั น้ี ๔.๑.๑ เข้าใจง่าย ๔.๑.๒ เขา้ ใจตรงกนั เชน่ ๔.๑.๒.๑ ขออนุมตั ิ อย่าใหเ้ ข้าใจเปน็ หารอื ๔.๑.๒.๒ ขอความรว่ มมือ อยา่ ใหเ้ ขา้ ใจเปน็ ขเู่ ข็ญ ๔.๑.๒.๓ ขอเชิญ อย่าใหเ้ ขา้ ใจว่าเปน็ การทาบทาม ๔.๑.๒.๔ การเตือน อย่าใหเ้ ข้าใจวา่ เปน็ การยน่ื คาขาด ๔.๑.๒.๕ การแสดงความยินดี อย่าใหเ้ ข้าใจว่าเป็นการเยาะเยย้ ๔.๑.๓ เข้าใจตรงเป้าหมาย ๔.๒ เขียนให้บรรลุจุดประสงค์ โดยท่ีจดหมายหรือหนังสือเป็นส่ือของความต้องการจึง ต้องเขียนให้บรรลุจุดประสงค์ตามที่ต้องการ คือ เขียนให้ผู้รับหนังสือเข้าใจชัดเจนว่า ผู้มีหนังสือไป ตอ้ งการอะไร จะให้ผู้รับหนังสือปฏบิ ตั อิ ยา่ งไรและโน้มน้าวให้ผู้รับหนังสือปฏิบัติตามนั้น โดยหวังผล ให้บงั เกดิ ตามทต่ี อ้ งการ ๔.๒.๑ ถ้าตอ้ งการเพียงให้เขาทราบ กล็ งทา้ ยใหช้ ดั เจนวา่ เป็นการแจ้งเพอื่ ทราบ เช่น ลงทา้ ยว่า “จึงเรยี นมาเพื่อทราบ” หรือ “จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ”

- 48 - ๔.๒.๒ ถ้าต้องการให้เขาให้ความร่วมมอื กค็ วรเขยี นโดยใชถ้ อ้ ยคาสานวนสุภาพให้ เหมาะสมแจ้งความประสงคใ์ ห้ชัดเจน ๔.๒.๓ ถา้ ต้องการให้เขาชว่ ยเหลอื กค็ วรเขยี นนอบนอ้ มยกยอ่ ง ขอความกรณุ า จากเขาและอาจขอบคุณล่วงหนา้ ไปดว้ ย ๔.๒.๔ ถา้ ต้องการให้เขาพจิ ารณา ก็ควรเขียนตอนท้ายบอกจุดประสงค์ให้ชดั เจน ขอให้เขาพจิ ารณาอะไร ในประเดน็ ไหน เขยี นชี้ประเด็นที่จะตอ้ งพจิ ารณาให้ชัดเจน หากมีประเดน็ ที่ ตอ้ งพิจารณาหลายประเดน็ ก็ควรแยกประเด็นทีข่ อให้พจิ ารณาใหช้ ดั เจนเปน็ ข้อ ๆ ๔.๒.๕ ถ้าต้องการให้เขาอนุมตั ิ ก็ควรเขียนช้แี จงเหตผุ ลความจาเป็นในการขอ อนุมตั ิและตอนทา้ ยต้องบอกจุดประสงคใ์ หช้ ดั ว่า ขออนุมัติอะไร ๔.๒.๖ ถ้าต้องการให้เขารู้สึกว่าเขาทาผิดพลาดเกิดความเสียหาย ก็ควรเขียนให้ เขารู้สึกตวั วา่ ทาผดิ พลาด และรูส้ กึ เสียใจการกระทาผดิ นน้ั ๔.๒.๗ ขอ้ ความทเี่ ป็นจุดประสงค์สรปุ ตอนท้ายทน่ี ยิ มใช้กัน เช่น ๔.๒.๗.๑ เพื่อพิจารณา/เพ่ือโปรดพจิ ารณา ๔.๒.๗.๒ เพอ่ื ทราบ/เพื่อโปรดทราบ ๔.๒.๗.๓ เพอ่ื ปรกึ ษาหารือ ๔.๒.๗.๔ เพ่ือซักซ้อมความเขา้ ใจ ๔.๒.๗.๕ เพอ่ื ใหน้ าเสนอหรือแจง้ ต่อไป ๔.๒.๗.๖ เพื่อดาเนินการ ๔.๒.๗.๗ เพ่อื สืบสวนสดบั ตรบั ฟงั ๔.๒.๗.๘ เพื่อชแี้ จงขอ้ เท็จจริงหรอื รายงาน ๔.๒.๗.๙ เพ่อื สงั วรระมดั ระวัง ๔.๒.๗.๑๐ เพือ่ ถอื ปฏบิ ตั ิ ฯลฯ ๔.๓ เขียนให้เป็นผลดี กล่าวคือ หนังสือราชการน้ัน เป็นตัวแทนการติดต่อระหว่างผู้มี หนังสือไปกับผู้รับหนังสือ ท้ังยังเป็นเครื่องส่อให้เห็นท่วงที รสนิยมและนิสัยใจคอของเจ้าของหนังสือ ดว้ ย จงึ ควรเขยี นใหร้ กั ษาความสัมพันธ์อนั ดกี ับผู้รบั หนังสอื ไว้ และให้เกิดผลดีแก่บุคคลหรือหน่วยงาน ท่ีมีหนังสือไป ท้ังนี้ การเขียนโดยมุ่งแต่จะให้บรรลุจุดประสงค์ตามต้องการนั้น บางกรณีแม้จะได้ผล บรรลุจดุ ประสงค์ตามต้องการกจ็ ริง แตไ่ มอ่ าจเปน็ ผลดีแก่บคุ คลหรือหนว่ ยงานทม่ี หี นังสือไปก็ได้

- 49 - ตัวอยา่ งหนงั สือท่ีอาจบรรลุจุดประสงค์แตไ่ มเ่ ป็นผลดี เรอ่ื ง ขอให้ชาระคา่ เล่าเรยี น เรียน ผู้ปกครอง............................. อา้ งถึง หนงั สอื .............................. ด้วยถงึ กาหนดชาระค่าเลา่ เรยี นประจาภาคเรียน..................................................................... ของ.................................................................แล้ว จึงขอไดโ้ ปรดนาเงนิ จานวน..............................บาท ไปชาระ ณ .............................................. ภายในวันที่............................ หากพ้นกาหนดน้ีแล้ว ทา่ นยังไม่ชาระเงินจานวนดงั กลา่ ว ทางโรงเรยี นมีความจาเป็นทจี่ ะต้องจดั การตามระเบยี บ จากตัวอย่างน้ี ผ้ปู กครองอาจรีบนาเงนิ ค่าเล่าเรยี นไปชาระตามกาหนด แต่เขาอาจรู้สึกว่าเป็น การข่เู ขญ็ ทาใหเ้ กดิ ทศั นคติไม่ดตี ่อโรงเรียนก็ได้ ๕. ต้องระมัดระวังเรื่องตัวสะกดการันต์ การใช้ย่อหน้า และวรรคตอน ผู้ร่างหนังสือจาต้องมี ความรู้เร่ืองการใช้ภาษาไทยที่ดี โดยเฉพาะอย่างย่ิงการใช้ตัวสะกดการันต์ ควรยึดพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถานเป็นหลัก ต้องเขียนตัวสะกดการันต์ ย่อหน้าและวรรคตอนให้ถูกต้อง ชัดเจน เพ่ือ ผู้พมิ พ์จะได้พมิ พต์ ามรา่ งท่ีถกู ต้อง การเขียนตัวสะกดการันต์ ต้องเป็นคนช่างสังเกตและต้ังใจให้แน่วแน่ว่าคาใดที่เคยเขียนผิด แล้วควรจดจาไว้ และไม่ยอมเขียนผิดอีกเป็นคร้ังที่สอง ถ้ายึดหลักนี้ได้จะเป็นผู้เขียนตัวสะกดการันต์ ผิดน้อยกว่าผู้อื่น ทั้งควรรวบรวมคาที่เคยเขียนผิดบ่อย ๆ ไว้ในที่เดียวกัน ถ้าสงสัยจะได้หยิบมาดู ไดง้ ่ายหากปฏิบัตไิ ดด้ ังนจี้ ะดีมาก ตวั อยา่ งการใชว้ รรคตอนทีค่ ลาดเคล่ือน ๑. “การประชุมปรึกษาหารือ เพือ่ กาหนดแผน การดาเนินงานและพจิ ารณาโครงการ ปฏิบตั ิงาน” ควรเป็นดงั นี้ “การประชมุ ปรกึ ษาหารือ เพื่อกาหนดแผนการดาเนนิ งานและพจิ ารณาโครงการ ปฏิบตั ิงาน” ๒. “หากมีเรื่องใดทีต่ ้องปฏิบัติ ตอ่ ไปขอเขตไดโ้ ปรดแจง้ ให้จงั หวัดทราบโดยดว่ น” ควรเปน็ ดงั นี้ “หากมเี รื่องใดที่ต้องปฏิบัติต่อไป ขอเขตไดโ้ ปรดแจ้งให้จงั หวัดทราบโดยด่วน” ๓. “เมื่อเข้าห้องสมดุ โปรดหยุด พดู คุยกนั ได้แล้ว “ ควรเป็นดงั นี้ “เม่อื เขา้ ห้องสมุดโปรดหยุด พดู คุยกันได้แล้ว “

- 50 - ๖. ตอ้ งรูจ้ ักชอื่ ตาแหนง่ และชื่อส่วนราชการที่ถูกต้อง การเขียนช่ือ ชื่อสกุลของบุคคลใด ถ้า สามารถเขียนได้ถูกต้องจริง ๆ แสดงว่ารู้จักเขาดี แต่ถ้าเขาเขียนผิดไป เจ้าของชื่อ ชื่อสกุลนั้น เขาอาจจะไม่พอใจ รวมทั้งการเรียกชื่อตาแหน่งและช่ือส่วนราชการต่าง ๆ ต้องพยายามศึกษาให้ ถอ่ งแทอ้ ยา่ ใช้ผดิ เชน่ “สานักงานการประถมศึกษาจังหวัด........................................................” “ผูอ้ านวยการการประถมศกึ ษาจังหวดั ....................................................” “หัวหน้าการประถมศึกษาอาเภอ............................................................” “สานกั งานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแห่งชาติ” “สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาเอกชน” ๗. ต้องนึกถึงว่าผู้รับหนังสือจะเข้าใจถูกต้องตามความประสงค์ที่มีหนังสือไปหรือไม่ เพื่อความแน่ใจว่าหนังสือที่ร่างน้ันจะได้ข้อความครบถ้วนทุกประเด็นหรือไม่ จาเป็นต้องอ่านทาน ทบทวนโดยสมมติตนเองว่าเป็นผู้รับหนังสือนั้น เม่ืออ่านจบแล้วได้ความครบถ้วนทุกประเด็นจึง ส่งพิมพไ์ ด้ การใชค้ าว่าสง่ “ไป” ส่ง “มา” ควรใชใ้ หต้ รงตามขอ้ เท็จจรงิ โดยถือวา่ ผ้รู ับหนังสือ เปน็ ผู้อา่ น ข้อความในหนงั สือนนั้ เชน่ ในกรณที ี่เขตมหี นังสือราชการไปถงึ กระทรวงศึกษาธิการ ควรใช้ดังนี้ “ตามหนังสือท่ีอ้างถึง กระทรวงศึกษาธิการได้ ส่ง แบบรายงานการศึกษา ไป ให้ สานักงานศึกษาธิการเขต เขตการศึกษา ๑๒ จานวน ๕ ฉบบั ความแจ้งแลว้ นน้ั ” ในกรณีทีจ่ ังหวัดมีหนังสือราชการไปถึงเขต ควรใช้ดังน้ี “จังหวดั ได้ดาเนินการประชมุ เสรจ็ แลว้ จงึ สง่ รายงานการประชมุ มาพร้อมหนังสอื นี้” ๘. ควรใช้ถอ้ ยคาสุภาพให้เหมาะสมกับฐานะของผ้รู ับ ถา้ มีการปฏิเสธคาขอ ก็ควรมเี หตุผลให้ ผขู้ อเหน็ ใจ หลกั การร่างหนังสอื ข้อน้ี ไดร้ บั การยกเว้นจากหลักการร่างหนังสือตามขอ้ ๔ กล่าวคอื อาจใช้ข้อความที่ยาวกวา่ ปกติได้ เพราะจาเปน็ ต้องยกเหตผุ ลประกอบดว้ ย ตัวอยา่ งการตอบปฏิเสธคาขอ การปฏิเสธท่ีไม่ดี ตามหนงั สอื ที่อ้างถึง ท่านไดข้ ออนุญาตใช้หอประชุมครุ ุสภาเพอ่ื ประกอบพธิ มี งคลสมรส ความแจง้ แล้วน้นั ครุ สุ ภาพิจารณาแล้วไม่อนมุ ตั ิ เนื่องจากขัดต่อระเบยี บของครุ สุ ภา จึงเรียนมาเพื่อทราบ

- 51 - การปฏเิ สธทีด่ ี ตามหนังสือท่ีอ้างถึง ท่านได้ขออนุญาตใช้หอประชุมคุรุสภาเพื่อประกอบพิธีมงคลสมรส ความแจ้งแล้วนั้น คุรุสภารู้สึกเสียใจที่ยังไม่สามารถให้ใช้หอประชุมคุรุสภาในขณะนี้ได้ เน่ืองจากมี ระเบียบกาหนดใหใ้ ช้ได้เฉพาะสมาชกิ ครุ ุสภาเทา่ นน้ั อน่ึง ขอเรียนขณะน้กี าลังดาเนินการแก้ไขระเบียบว่าด้วยการใช้หอประชุมคุรุสภาเพื่อเปิด โอกาสให้บุคคลภายนอกได้ใช้หอประชุมคุรุสภาด้วย เมื่อแก้ไขระเบียบเสร็จแล้วจะประกาศให้ ทราบทวั่ กนั จึงเรยี นมาเพือ่ ทราบ ๙. ต้องเป็นผู้รู้จักพิจารณา สังเกต จดจาการใช้ถ้อยคาสานวนหนังสือ ราชการต่าง ๆ ที่เห็น วา่ เป็นแบบอยา่ งทดี่ ี และพยายามปรับปรงุ แกไ้ ขการรา่ งหนงั สอื ของตนอยู่เสมอ การใชถ้ ้อยคาสานวนใหเ้ หมาะสมกับฐานะของผรู้ ับหนังสอื ถึง ถอ้ ยคาสานวน หมายเหตุ ผ้ใู หญร่ ะดับสงู - ขอความกรุณาได้โปรด ผใู้ หญ่ - กราบเรียนมาเพื่อกรุณาทราบ อ่อนน้อมมาก ผู้เสมอกัน - จกั เปน็ พระคุณยิง่ ผู้รับบริการท่วั ไป - ขอได้โปรด - เรยี นมาเพ่ือโปรดทราบ อ่อนน้อม - จกั เปน็ พระคณุ มาก - โปรด - เรียนมาเพอ่ื ทราบ สุภาพ - จักขอบคุณมาก - โปรด ขอให้ - เรยี นมาเพอ่ื ทราบ ธรรมดา - (ไม่ต้องขอบคุณ)

- 52 - ผนู้ ้อยใชก้ ับผู้ใหญ่ “จงึ เรยี นมา” การใช้ถ้อยคาสานวนท่ัวไป “จึงรายงานมา” “จึงเสนอมา” ผใู้ หญ่ใช้กับผูน้ อ้ ย “โปรดสง่ ” “จงึ แจง้ มา” “โปรดไปติดต่อ” “จงึ สง่ มา” “โปรดพจิ ารณาอนุญาตด้วย” “จงึ ขอความรว่ มมือมา” “ขอให้สง่ ” “ให้ทา่ นไปติดต่อ” “ขอได้อนุญาตความประสงค์ด้วย” คาทไ่ี ม่เหมาะสม คาท่ีเหมาะสม โรงเรียนของท่าน โรงเรียนนี้ จงั หวดั ของท่าน จังหวดั น้ี ๒ อาทติ ย์ ๒ สปั ดาห์ ไมม่ ีข้อเท็จจริงอะไรเพ่มิ เตมิ ไมม่ ีขอ้ เท็จจรงิ อนั ใดเพ่ิมเตมิ พร้อมกันน้ไี ด้แจ้งใหจ้ ังหวัดทราบแลว้ เหมอื นกัน พร้อมกนั น้ไี ดแ้ จ้งให้จังหวดั ทราบดว้ ยแลว้ รสู้ ึกยนิ ดีท่ีจะเรียนใหท้ ราบวา่ ขอเรียนว่า เรียนเสนอมา เรยี นมา ฯลฯ ฯลฯ ๑๐. เมือ่ ร่างหนงั สอื เสร็จแลว้ ต้องอา่ นทบทวนดูวา่ ไดข้ ้อความถูกต้อง ครบถ้วนเหมาะสม หรอื ไมห่ ากเห็นสมควรปรับปรุงแกไ้ ขจดุ ใดอีก กป็ รับแก้ใหเ้ รยี บรอ้ ย กอ่ นเสมอตรวจร่างและส่งั พิมพ์ ปัญหาของการรา่ งหนังสือ ๑. ผู้ที่ส่ังให้ร่างหนังสือไม่ให้ข้อมูลท่ีชัดเจนว่า จะทาอะไร ที่ไหน เมื่อไร มักเป็นผู้สั่งการ อยา่ งเดยี ว ๒. ผรู้ า่ งหนงั สือ ลายมอื อา่ นยาก ไมส่ ะดวกในการตรวจแก้ร่าง ๓. ผู้บรหิ ารมักใชส้ านวนในหนังสอื ตามใจชอบ ๔. การใช้ภาษาไทยในหนังสือราชการไมถ่ ูกต้อง ชอบใชภ้ าษาพูดเป็นภาษาเขียน ๕. การใช้ตัวสะกดการันต์ วรรคตอนไมถ่ กู ตอ้ ง ลาดับความสบั สน ๖. ผู้สง่ั การตอ้ งการหนงั สอื เร่งดว่ น ไม่ใหเ้ วลาผจู้ ัดทาหนังสอื ๗. ผู้รา่ งไมม่ ีความรูเ้ รื่องงานสารบรรณเท่าที่ควร

- 53 - ข้อสรปุ เก่ียวกับการร่างหนังสอื ราชการ การร่างหนังสือให้บังเกิดผลดีนั้น จะต้องยึดหลักการร่างหนังสือ ๑๐ ประการ ดังกล่าวแล้ว และจะต้องเขียนให้มีลกั ษณะสาคญั ดังนี้ ๑. ลาดับความเชอื่ มโยงสัมพันธ์ ๒. กะทัดรดั ๓. ตรงประเด็น เนน้ จดุ ท่ีควรเน้น ๔. ได้สาระสมบูรณ์ ๕. ถูกต้องชัดเจน ๖. สุภาพ ๗. บรรลจุ ดุ ประสงค์ ๘. เปน็ ผลดี

- 54 - ตวั อย่างหนังสอื ต่าง ๆ หนังสือเรียนราชเลขาธกิ าร คากราบบงั คมทูล หนังสือเรียนราชเลขานุการในพระองค์ และหนงั สือตอบรับของราชเลขานุการ เรอ่ื ง ................................................. เรยี น ราชเลขานุการในพระองคส์ มเดจ็ พระบรมราชินีนาถ อา้ งถึง ................................................ ตามหนงั สอื ทีอ่ า้ งถึง......................................................................................................... .................................................................................................................................................. .............. กระทรวงศึกษาธิการ................................................................................................. ความแจ้งแล้วนั้น รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลเอกมานะ รัตนโกเศศ) ไดร้ ับหนา้ ทเี่ ป็นประธานจัดหาทนุ ให้เรียบร้อยแลว้ ............................................................................................................................. ............ ............................................................................................................................. ................................... จงึ เรยี นมาเพ่อื โปรดพจิ ารณานาความกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองพระบาทควรมคิ วร แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ ม ขอแสดงความนบั ถือ ลงชอ่ื พลเอก มานะ รตั นโกเศศ (มานะ รัตนโกเศศ) รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ส่วนราชการเจ้าของเรอ่ื ง) โทร............................... โทรสาร.........................

- 55 - การใชแ้ บบฟอร์มและแบบหนังสือตา่ งๆ ในการปฏบิ ตั ิงานประจา การทาหนังสือราชการท้ังหนังสือภายใน หนังสือภายนอก และหนังสือส่ังการบางเร่ืองที่ ปฏิบัติเป็นงานประจา ไม่ควรต้องร่างท้ังฉบับทุกคร้ัง เพราะทาให้เสียเวลาเปลืองแรงงาน ขาดความ สะดวกและคล่องตัวในการปฏิบัติ ดังนั้น จึงได้จัดทาแบบฟอร์มและแบบหนังสือต่าง ๆ ที่ใช้ในการ ปฏิบัติงานเป็นประจาเพื่อใช้เป็นแบบหรือแนวทางหรือตัวอย่าง ตามเนื้อหาสาระของแบบต่าง ๆ ที่ กาหนดไว้ ซ่ึงย่อมดกี ว่าต้องรา่ งทง้ั ฉบบั ทกุ ครั้งทท่ี าหนังสอื ราชการน้ัน ๆ มีประโยชน์ ดงั น้ี 1. ประหยัดเวลาและแรงงาน 2. ทาใหเ้ กดิ ความคล่องตัวในการปฏบิ ตั ิงาน 3. เจา้ หนา้ ทสี่ ามารถปฏิบตั งิ านแทนกนั ได้ 4. งานสาเรจ็ รวดเรว็ ทนั เวลา 5. การปฏบิ ัตงิ านมีประสิทธิภาพและประสิทธผิ ลดี 6. เป็นแบบฉบับและแบบอยา่ งดี แบบฟอรม์ และแบบหนงั สือต่าง ๆ ท่ีจดั ทาขึน้ นี้ เมือ่ ส่วนราชการต่าง ๆ นาไปใชย้ ่อมสามารถ ปรบั ปรุงและประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสม และควรจัดทาแบบฟอรม์ และแบบหนงั สืออ่นื ๆ เพมิ่ เติม อกี ไดต้ ามท่ีเหน็ สมควร ทัง้ ควรจดั เกบ็ ใหเ้ ปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย และสะดวกต่อการปฏบิ ัติงานดว้ ย หมายเหตุ “แบบฟอร์ม” หมายถึง กระดาษพิมพแ์ บบสาหรับกรอกข้อความ “แบบ” หมายถึง แนวทางหรือตัวอย่าง

- 56 - แบบหนังสือท่ัวไป แบบที่ 1 แบบหนังสือเชญิ ร่วมงาน แบบท่ี 2 แบบหนังสอื เชญิ วิทยากร แบบที่ 3 แบบหนงั สอื เข้ารว่ มประชุม/อบรม/สัมมนา แบบท่ี 4 แบบหนังสอื สง่ รายงานและรายงานผลการปฏิบตั งิ าน แบบที่ 5 แบบหนังสอื ขอบคุณ แบบที่ 6 แบบหนงั สอื ตอบรบั แบบที่ 7 แบบขออนญุ าตถา่ ยเอกสาร แบบที่ 8 แบบขออนุญาตใชโ้ ทรศพั ทท์ างไกล/โทรสาร แบบท่ี 9 แบบขออนญุ าตเดนิ ทางไปราชการ แบบท่ี 10 แบบขออนุญาตใชร้ ถยนตร์ าชการ แบบท่ี 11 แบบขออนุญาตเปลีย่ นเวรหรือตรวจเวร

- 57 - (แบบท่ี 1) แบบหนงั สอื เชิญรว่ มงาน บนั ทกึ ขอ้ ความ สว่ นราชการ........................................................................................................................................... ท.ี่ ............................................................................. วันท.่ี ................................................................... เรือ่ ง....................................................................................................................................................... เรยี น........................................................ ดว้ ย................................................ ไดจ้ ดั ....................................................................... ...................................................... ในวนั ที่.............. เดอื น.........................................พ.ศ. ................... เวลา.....................น. ณ ................................... เพือ่ เปน็ เกียรตแิ ก.่ .................................................... จงึ ขอเรยี นเชิญท่าน.....................................................ตามวนั เวลา และสถานทีด่ งั กล่าว จึงเรยี นมาเพื่อโปรดพจิ ารณา (หรอื เพอ่ื โปรดทราบ) ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ( ) (ตาแหนง่ ) หมายเหตุ ถ้าเป็นหนงั สอื ภายนอกต้องจัดทาให้ชอบดว้ ยระเบยี บวา่ ดว้ ยงานสารบรรณ

- 58 - แบบหนังสือเชญิ วทิ ยากร (แบบที่ 2) ที.่ ............./.................. (ส่วนราชการเจ้าของหนงั สือ) (ที่ต้งั ) (วัน เดอื น ปี) เรื่อง ................................................. เรียน ................................................ สิ่งทีส่ ่งมาดว้ ย .................................. ดว้ ย...................................กาหนดจัดประชมุ /อบรม/สัมมนาเรื่อง................................ ................................................. ให้แก่.................................................................................................. จานวน............... คน ตง้ั แต่วนั ท.่ี ..........เดือน.......................พ.ศ. .............. ถึงวันท่ี............................. เดอื น........................ พ.ศ. ........................ ณ ..................................................................................... โดยมวี ัตถุประสงค์เพื่อ.......................................................................................................................... ..............................................................................ตามรายละเอียดในโครงการท่สี ง่ มาพรอ้ มหนงั สอื นี้ ในการน้ี......................................................... พจิ ารณาเห็นวา่ ............................................................. เปน็ ผูม้ คี วามรคู้ วามสามารถและประสบการณท์ ี่จะให้ความร้แู ก่ผู้เขา้ ประชุม/อบรม/สมั มนาไดเ้ ป็น อย่างดี จงึ ขอเชญิ ....................................เป็นวิทยากรบรรยาย/อภิปรายเรอื่ ง........................... ............................................ ในวันที่...........เดือน.......................พ.ศ. .............. เวลา........................น. ณ สถานทด่ี งั กล่าว..............................................หวังเปน็ อย่างยิง่ วา่ คงได้รับความกรณุ า/ร่วมมอื ด้วยดี ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ขอแสดงความนับถือ () (ตาแหนง่ ) (สว่ นราชการเจ้าของเรือ่ ง) โทร............................... โทรสาร......................... คาอธิบาย หนงั สอื เชญิ วิทยากรปฏิบัตไิ ด้ 2 กรณี คือ 1. หนงั สอื เชญิ ไปยงั วทิ ยากรโดยตรง 2. หนงั สือแจง้ ไปยังหวั หน้าหนว่ ยงานท่ีวิทยากรสังกดั

- 59 - (แบบที่ 3) แบบหนงั สือเชิญเข้าร่วมประชมุ /อบรม/สัมมนา ท่ี..................................... (ส่วนราชการเจ้าของหนังสือ) (ที่ต้ัง) เรื่อง ................................................. (วนั เดอื น ป)ี เรียน ................................................ สิง่ ทส่ี ง่ มาดว้ ย .................................. ดว้ ย............................................................................กาหนดจัดประชมุ /อบรม/สมั มนา เรอื่ ง....................................................................................................................................................... ใหแ้ ก่...................................................................................................จานวน............... ...................คน ตั้งแต่วันท.ี่ ...........................เดือน.............................พ.ศ. ............................. ถงึ วนั ที.่ ......................... เดือน..........................พ.ศ. ........................ ณ .......................................................โดยมวี ัตถุประสงค์ เพอื่ ........................................................................ตามรายละเอยี ดในโครงการที่ส่งมาพร้อมหนังสอื นี้ ....................................................................พิจารณาเหน็ ว่าการประชมุ /อบรม/สัมมนา ดังกลา่ วจะเป็นประโยชน์ตอ่ ส่วนราชการ/หน่วยงานนี้ จึงขอเชญิ ........................................................ เขา้ ประชมุ /อบรม/สัมมนาในคร้งั นี้ โปรดแจง้ ความประสงคเ์ ข้าร่วมประชมุ /อบรม/สมั มนาให.้ ............. ....................................................... ทราบภายในวนั ท.ี่ ............เดือน.......................พ.ศ. ...............ดว้ ย จักขอบคณุ ยง่ิ สาหรับค่าใชจ้ ่ายให้เบกิ จาก............................................................................................ จึงเรยี นมาเพ่ือโปรดพิจารณา ขอแสดงความนบั ถือ ( ) (ตาแหน่ง) (สว่ นราชการเจ้าของเรื่อง) โทร............................... โทรสาร.........................

- 60 - (แบบท่ี 4) แบบหนงั สอื ส่งรายงานและผลการปฏิบัติ บนั ทกึ ข้อความ ส่วนราชการ................................................................................................................... ....................... ท.ี่ ............................................................................. วนั ท.่ี .................................................................. เรอ่ื ง...................................................................................................................................................... เรียน........................................................ ดว้ ย................................................ได้จดั ทา.................................................................... ประจาเดอื น (งวด ปี).....................................เสร็จเรียบรอ้ ยแลว้ ตามรายละเอยี ดที่ส่งมาพร้อมบนั ทึกน้ี จานวน................................................ชุด.........................แผน่ จงึ เรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบ และพิจารณาต่อไป ( ) (ตาแหนง่ ) หมายเหตุ 1. เรือ่ ง สง่ รายงานการประชมุ ส่งรายงานผลการปฏบิ ัติราชการ ส่งรายงานผลการปฏบิ ตั งิ าน 2. ถ้าเปน็ หนังสือภายนอก ต้องจดั ทาให้ชอบดว้ ยระเบียบงานสารบรรณ

- 61 - แบบหนงั สอื ขอบคณุ (แบบที่ 5) บนั ทกึ ขอ้ ความ ส่วนราชการ................................................................................................................... ......................... ที่..............................................................................วันท.่ี ...................................................................... เร่อื ง........................................................................................................................................................ เรียน........................................................ ตามที่................................................ ได.้ ........................................................................ ............................................................................................... ................................................................ ............................................................นัน้ เปน็ ผลให้ ............................................................................ สาเรจ็ ลลุ ่วงไปด้วยดีตามวตั ถุประสงค์ทุกประการ.................................................................................. ขอขอบคุณมา ณ โอกาสน้ี และหวังเปน็ อยา่ งย่ิงวา่ คงไดร้ บั ความร่วมมือ/อนเุ คราะหด์ ้วยดตี ลอดไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ( ) (ตาแหนง่ ) หมายเหตุ ถ้าเปน็ หนังสือภายนอก ต้องจดั ทาใหช้ อบด้วยระเบียบว่าด้วยงานสารบรรณ

- 62 - แบบหนงั สือตอบรับ (แบบที่ 6) ที่................./...................... (ส่วนราชการเจ้าของหนังสือ) (ทต่ี ั้ง) (วนั เดอื น ปี) เรอ่ื ง ................................................. เรียน ................................................. อา้ งถึง ................................................ ตามหนังสือท่ีอา้ งถึง................................................ได.้ ................................................... ................................................จานวน..........................................ให.้ .......................... .......................... ความแจง้ แล้วน้ัน.............................................................................ได้รบั .............................................. ดังกลา่ วไวเ้ รียบรอ้ ยแลว้ ด้วยความขอบคุณย่ิง จึงเรียนมาเพ่ือทราบ ขอแสดงความนับถือ ( ) (ตาแหน่ง) (ส่วนราชการเจา้ ของเร่ือง) โทร............................... โทรสาร.........................

- 63 - แบบขออนญุ าตถ่ายเอกสาร (แบบที่ 7) บนั ทึกขอ้ ความ สว่ นราชการ........................................................................................................................................... ที.่ ............................................................................. วันท.ี่ .................................................................... เรอื่ ง ขออนญุ าตถา่ ยเอกสาร เรยี น........................................................ ดว้ ย.................................................................................มีความประสงค์ขอถา่ ยเอกสาร เร่อื ง......................................................................เพอื่ ใช้ในการ............................................................. จานวน......................................แผ่น จงึ เรียนมาเพอ่ื โปรดพิจารณาอนญุ าต ( ) (ตาแหนง่ ) คาสง่ั ของผมู้ ีอานาจ อนญุ าตให้ถา่ ยเอกสาร จานวน ............. แผน่ ได้ () (ตาแหน่ง) ................/............./..............

- 64 - แบบขออนมุ ตั โิ ทรศัพท์ทางไกล/โทรสาร (แบบท่ี 8) หมายเลขโทรศัพท์................................... วนั ท่.ี ..................................... ผ้พู ดู ผรู้ ับ ชอื่ ............................................................... ชอ่ื ...................................................................... ตาแหนง่ ...................................................... ตาแหน่ง............................................................. ฝ่าย/กลุม่ ...................สานัก........................ วทิ ยาลยั ............................................................. เวลา................... น. ประมาณ.............นาที จังหวดั ............................................................... จานวน........................แผ่น หมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง............................. ขอ้ ความ........................................ ................................................................... ................................................................... ................................................................... ลงชื่อ...........................................ผู้ขออนมุ ตั ิ ลงชอ่ื ...........................................ผู้รบั รอง  อนุมัติ  ไมอ่ นุมัติ ผ้อู านวยการ......................................

- 65 - แบบขออนมุ ัติเดินทางไปราชการ (แบบที่ 9) บนั ทกึ ขอ้ ความ ส่วนราชการ................................................................................................................... ....................... ท่.ี .............................................................................วันท.่ี ..................................................................... เรื่อง ขออนุมตั ิเดนิ ทางไปราชการ เรียน........................................................ ขา้ พเจ้า............................................... ตาแหนง่ ............................................................ .......................................... พรอ้ มดว้ ย.................................................................................................... จะเดินทางไปราชการเพ่ือ....................................................................................................................... ........................................... ณ............................................................................................................... ตั้งแตว่ นั ที่....................เดือน..........................พ.ศ. ..................ถึงวนั ท่ี...............เดอื น.......................... พ.ศ. .......................รวม......................วนั โดย  ไม่เบิกค่าใช้จ่าย  ไมเ่ บิกเงินจากตน้ สงั กัด  ใชเ้ งินหมวด........................ จากโครงการ........................................................... ..................................................... สานัก...................................... กรม................................................. จึงเรียนมาเพ่อื โปรดพิจารณา 1. อนมุ ัติ 1.1 ใหข้ ้าพเจ้าและคณะเดินทางไปราชการท่ี...................................................... ..................................................ตง้ั แต่วนั ท่ี...................เดอื น................................พ.ศ. ........................ ถงึ วันท่ี...............เดอื น..........................พ.ศ. ....................... 1.2 ใหเ้ บกิ คา่ ใช้จา่ ยในการเดินทางไปราชการได้ตามสิทธจ์ิ าก............ของ........... 1.3 ให้เบกิ คา่ ลงทะเบยี น จานวน.............บาท (..................................................) 2. อนุญาตให้ใชร้ ถยนต์  สว่ นตัวหมายเลขทะเบยี น............................  ราชการหมายเลขทะเบยี น............................ ของ......................................................เบิกนา้ มันเชอื้ เพลิงจากงบประมาณ.......................................... โดยให.้ ............................................เป็นพนักงานขับรถยนต์และ......................................เปน็ ผูค้ วบคมุ ( ) (ตาแหน่ง)

- 66 - (หน้า ๒) ความเหน็ หัวหน้าฝ่าย/กลมุ่ ความเหน็ เจา้ หน้าท่ีการเงนิ .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... () () ............../............../............. ............../............../............. ความเหน็ ผ้ชู ว่ ยผู้บริหาร คาส่ังของผูม้ ีอานาจ .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... () () ............../............../............. (ตาแหนง่ ) ............../............../.............

- 67 - แบบขออนุญาตใชร้ ถยนต์ราชการ (แบบที่ ๑0) บันทึกข้อความ สว่ นราชการ....................................................................................................................................... ที่......................................................................วนั ท่ี......................................................................... เรือ่ ง ขออนุญาตใช้รถยนตร์ าชการ เรยี น........................................................................ ดว้ ยข้าพเจา้ ...................................................... ตาแหนง่ ............................................... มคี วามประสงคข์ ออนุญาตใช้รถยนตร์ าชการในการเดนิ ทางไปราชการเพ่อื .......................................... .............................................................................. ณ ........................................... .............................. โดยมผี ไู้ ปราชการ......................คน ตัง้ แต่วันที.่ .........................เดือน......................... พ.ศ. ................ เวลา..................น. ถงึ วันท.ี่ ........................เดือน.....................พ.ศ. ................... เวลา.....................น. โดยเบกิ ค่าใช้จ่ายในการเดนิ ทางไปราชการไดต้ ามสทิ ธิจ์ ากเงนิ งบประมาณของ................................... จงึ เรยี นมาเพ่อื โปรดพิจารณา ........................................... ผู้ขออนุญาต () ........................................... ผูค้ วบคมุ รถยนต์ () บันทึกความเห็นผู้ช่วยผูบ้ ริหาร ควรพิจารณา  อนุญาตให้ใชร้ ถยนตร์ าชการ หมายเลขทะเบยี น..................... โดย.....................................................เปน็ พนักงานขับรถยนต์ และ.....................................................เป็นผคู้ วบคมุ รถยนต์  ไม่อนุญาต เพราะ....................................................  อนญุ าตให้เบิกค่าใช้จา่ ย............................................ () ............../............../............. คาสงั่ ของผมู้ ีอานาจ ........................................................... ........................................................... () (ตาแหน่ง) ............../............../.............

- 68 - แบบขออนุญาตเปล่ียนเวรหรอื ตรวจเวร (แบบที่ ๑๑) บนั ทึกข้อความ ส่วนราชการ................................................................................................................... ..................... ท.่ี .........................................................................วนั ที.่ ......................................... .............................. เรื่อง ขออนญุ าตเปลี่ยนเวรหรือตรวจเวร เรียน ........................................................................ ดว้ ยข้าพเจ้า (นาย นาง นางสาว).................................................................................... ตาแหนง่ ...................................ซง่ึ เปน็  ผู้อยเู่ วร ในวนั ท่ี..........เดอื น.................พ.ศ. ..........  ผู้ตรวจเวร มคี วามประสงค์ขอ  เปลี่ยนเวร  มอบหมายการปฏบิ ตั ิหน้าที่ กบั /แก่ นาย นาง นางสาว..................................................................................ซึง่ จะต้องปฏิบัตหิ น้าที่ ในวนั ท่ี..............เดือน....................พ.ศ. ...............เน่อื งจาก................................................................... จงึ เรียนมาเพอื่ โปรดพจิ ารณาอนญุ าต () ผขู้ อเปลีย่ น/ผ้มู อบหมาย ความเห็นของหัวหนา้ ฝา่ ย ผู้ช่วยผูบ้ ริหาร () เรียน................................................. ผูร้ ับเปลย่ี น/ผู้รับมอบหมาย  สมควรอนญุ าต คาส่งั ของผู้มีอานาจ  ไม่สมควร ................................................ ....................................... ................... ................................................ ............................................................. () () ............../............../............. (ตาแหนง่ ) ............../............../.............

แบบ กง.๑ - 69 - แบบ กง.๒ แบบหนงั สือเก่ยี วกับการเงนิ แบบ กง.๓ แบบขออนุมัติยมื เงินทดรองราชการ แบบ กง.๔ แบบประมาณการค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ แบบ กง.๕ แบบขออนมุ ัติเบกิ เงนิ คา่ ใชจ้ ่ายในการเดินทางไปราชการ แบบ กง.๖ แบบขออนมุ ัติปฏิบัตงิ านนอกเวลาราชการปกติ แบบ กง.๗ แบบคาสัง่ แต่งตง้ั บคุ คลปฏบิ ตั ิงานนอกเวลาราชการปกติ แบบ กง.๘ แบบขออนมุ ตั ิเบกิ เงนิ ค่าอาหารทาการนอกเวลาราชการ แบบขออนมุ ัติเบกิ เงินสวสั ดกิ าร (สาหรับผู้ขอเบกิ ) แบบขออนุมตั ิเบิกเงนิ สวสั ดกิ าร (สาหรับเจา้ หน้าท่)ี

- 70 - แบบขออนมุ ตั ิยมื เงินทดรองราชการ (แบบ กง. ๑) บนั ทึกขอ้ ความ ส่วนราชการ................................................................................................................... ..................... ท่.ี .....................................................................วนั ท.่ี .......................................................................... เร่ือง ขออนญุ าตเปล่ยี นเวรหรือตรวจเวร เรยี น........................................................................ ตามท.่ี ...................................................................อนมุ ัตใิ ห้ขา้ พเจา้ (นาย นาง นางสาว) .....................................................ตาแหน่ง...................................พรอ้ มดว้ ย.......................................... เดินทางไปราชการเพื่อ............................................................................................................................ ณ .................................................. ตงั้ แต.่ ..................................... ถึง.................................................. ตามหนงั สอื ขออนมุ ตั ิการเดินทางไปราชการ ลงวันท.่ี ...............เดอื น..................พ.ศ. .................. นน้ั เพอ่ื ใหก้ ารเดินทางไปปฏิบตั ริ าชการเปน็ ไปด้วยความเรียบร้อย จึงเรยี นมาเพอื่ โปรดพิจารณา ๑. อนุมตั ใิ หย้ มื เงินทดรองไปราชการ จานวน......................บาท (...........................) โดย.......................................เป็นผู้ยืม ตามประมาณการค่าใชจ้ า่ ยในการ เดินทางไปราชการดงั แนบ ๒. ลงนามในสญั ญายืมเงิน จานวน ๒ ฉบบั () ความเห็นหวั หนา้ ฝา่ ย เจ้าหนา้ ท่กี ารเงนิ ผชู้ ่วยผู้บริหาร ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ .................................................... ............ () คาสงั่ ผู้มีอานาจ ........................................................... ........................................................... ........................................................... () ตาแหนง่ ............../............../.............

- 71 - ประมาณการค่าใช้จ่ายในการเดินทาง (แบบ กง.๒) เดินทางไปราชการชว่ั คราว........................จงั หวดั ................... เดินทางไปราชการประจา..........................จังหวดั ................... ชื่อผเู้ ดนิ ทาง............................................... ตาแหน่ง......................................... ชอื่ ผูเ้ ดนิ ทาง............................................... ตาแหน่ง......................................... ช่อื ผู้เดนิ ทาง............................................... ตาแหน่ง......................................... ชอื่ ผ้เู ดนิ ทาง............................................... ตาแหน่ง........................................ ที่ รายการจา่ ย น้าหนกั ปริมาตร จานวนเงิน หมายเหตุ ๑. คา่ พาหนะในการเดินทาง (รถไฟ รถประจาทาง รถยนต์ รถสามล้อ ฯลฯ) จาก.................................ถึง................................. จาก.................................ถึง................................. จาก.................................ถึง................................. จาก.................................ถึง................................. ๒. ค่าเบ้ยี เลี้ยงในการเดินทาง อตั ราเบย้ี เลยี้ ง x จานวนวัน ............................................................................. ............................................................................. ๓. คา่ เช่าท่ีพัก อัตราคา่ เช่าที่พัก x จานวนวัน ............................................................................. ............................................................................. ๔. คา่ ขนย้ายครอบครัว ............................................................................. ............................................................................. ๕. ค่าใช้จา่ ยอ่ืน ๆ ............................................................................. ............................................................................. รวมทั้งส้ิน (ลงชือ่ )................................................ผยู้ ืน่ ประมาณการ

- 72 - (แบบ กง.๓) แบบขออนุมัติเบิกเงินคา่ ใชจ้ ่ายในการเดนิ ทางไปราชการ บนั ทกึ ขอ้ ความ สว่ นราชการ........................................................................................................................................... ท.ี่ ..................................................................... วันท.ี่ ........................................................................... เร่อื ง ขออนุมัติเบกิ เงนิ ค่าใช้จ่ายในการเดนิ ทางไปราชการ เรยี น ......................................................................................... ตาม.............................................................................ลงวันที.่ .................................... .... เรือ่ ง........................................................................................................................................................ อนุมัติให้ขา้ พเจ้า........................................................... ตาแหนง่ .......................................................... .................................................. พร้อมดว้ ย.......................................................................................... เดินทางไปราชการเพ่ือ........................................................................................................................... ณ ......................................................................................................................................................... ตั้งแตว่ ันที่........................เดือน...................................พ.ศ. .................. ถงึ วนั ท่ี.................................... เดือน............................................พ.ศ. .................................นั้น บดั นข้ี า้ พเจ้าได้เดนิ ทางไปปฏบิ ตั ิราชการเรียบร้อยแล้ว จึงขออนุมตั ิเบกิ เงนิ  ค่าเบ้ยี เลีย้ งเดินทาง  ค่าเชา่ ทพ่ี ัก  ค่าพาหนะ  อ่ืน ๆ .............................................. ......................................................... เป็นเงนิ จานวน....................................................................บาท (...........................................................) ดังรายละเอียดตามหลกั ฐานเอกสารที่แนบมาพร้อมบนั ทึกนี้ จงึ เรยี นมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมตั ิ () ความเห็นเจ้าหน้าทก่ี ารเงนิ และผู้ช่วยผู้บริหาร ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ () คาสัง่ ผู้มีอานาจ ................................................... ................................................... () (ตาแหนง่ ) ................./............../.................

- 73 - แบบขออนมุ ัติปฏิบตั งิ านนอกเวลาราชการปกติ (แบบ กง. ๔) บนั ทกึ ขอ้ ความ สว่ นราชการ....................................................................................................................................... ท่.ี .....................................................................วันท่ี......................................................................... เรื่อง ขออนุมตั ิปฏบิ ตั ิงานนอกเวลาราชการปกติ เรียน .......................................................................... ดว้ ย.........................................................................มีราชการจาเป็นที่จะตอ้ งปฏบิ ตั ิงาน นอกเวลาราชการ ทัง้ น้ี เพราะ............................................................................................................... .................................................................................... ............................................................................ ในการปฏิบตั ิครั้งนี้ มบี ุคคลท่ีต้องปฏบิ ตั ิงาน จานวน....................................คน เร่มิ ปฏบิ ตั ิงานตงั้ แต่ วันท่ี.............................. เดอื น................................... พ.ศ. .......................... ถึงวันท่.ี .......................... เดือน.............................. พ.ศ. .................... รวม...............วัน โดยมอบหมายให้ (นาย นางนางสาว) .......................................................... ตาแหนง่ ........................................ เป็นผคู้ วบคมุ การปฏบิ ัตงิ าน จึงเรยี นมาเพ่ือโปรดพิจารณา 1. อนมุ ตั กิ ารปฏิบัติงานนอกเวลาราชการปกติ 2. ลงนามในคาสั่งแต่งตั้งผู้ปฏบิ ัตงิ านนอกเวลา ดังแนบ ( ) (ตาแหน่ง) ความเหน็ หัวหนา้ ฝ่ายผูช้ ่วย ผบู้ ริหาร คาสัง่ ของผูม้ อี านาจ .......................................................... ........................................................... .......................................................... ........................................................... .......................................................... ........................................................... .......................................................... ........................................................... .......................................................... ........................................................... () () ............/.................../.............. .............../................/.................

- 74 - (แบบที่ 5) แบบคาสง่ั แต่งตง้ั บคุ คลปฏิบตั งิ านนอกเวลาราชการปกติ คาส่ัง.................................. ท.ี่ ................../................................. เรอ่ื ง แตง่ ตงั้ บุคคลปฏิบัติงานนอกเวลาราชการปกติ ดว้ ย.......................................................................................................................................... มีงานราชการเร่งดว่ นท่ีจะต้องปฏิบัตใิ หเ้ สรจ็ ตามกาหนดเวลา เพอ่ื ให้เกดิ ประโยชน์แก่ทางราชการ จึงแตง่ ต้งั ให้บุคคลปฏิบตั ิงานนอกเวลาราชการปกติ ดังนี้ ๑. ...................................................................................................................... ๒. ...................................................................................................................... ๓. ...................................................................................................................... ๔. ...................................................................................................................... ๕. ...................................................................................................................... ๖. ...................................................................................................................... ๗. ...................................................................................................................... ๘. ...................................................................................................................... ๙. ...................................................................................................................... ๑๐. ..................................................................................................................... ๑๑. .................................................................................................................... ๑๒. .................................................................................................................... ใหผ้ ไู้ ด้รับการแต่งตั้งปฏบิ ตั งิ านตงั้ แต่วนั ที่..............เดอื น............................. พ.ศ. .................. ถึงวนั ท.่ี ............เดือน............................. พ.ศ. ..................... โดยมอบให้............................................... เปน็ ผคู้ วบคุม ทง้ั น้ี ต้งั แตว่ นั ท.ี่ ............................................................................................เป็นต้นไป สั่ง ณ วันท่.ี ................. เดอื น ............................ พ.ศ. ....................... ( ) (ตาแหนง่ )

- 75 - (แบบ กง. ๖) แบบขออนมุ ตั ิเบกิ เงินค่าอาหารทาการนอกเวลาราชการ บนั ทึกขอ้ ความ ส่วนราชการ................................................................................................................... ........................ ท.่ี .........................................................................วันที.่ ......................................... ................................ เร่ือง ขออนุมตั ิเบิกคา่ อาหารทาการนอกเวลาราชการ เรยี น .......................................................................... ตามท.่ี .......................................................ไดอ้ นมุ ตั ิให.้ ................................................... ปฏิบัตงิ านนอกเวลาราชการ รวม...................คน ตงั้ แตว่ นั ท่ี........... เดอื น.................. พ.ศ. ................. ถึงวันที่...................... เดือน..................................พ.ศ. ................น้นั บดั น้ีการปฏบิ ตั ริ าชการดังกลา่ ว ไดด้ าเนินการเสร็จแลว้ จงึ ขออนมุ ตั ิเบิกเงนิ คา่ อาหารทาการนอกเวลาตัง้ แตว่ นั ท.ี่ ........เดอื น................. พ.ศ. ...........ถึงวนั ท.ี่ ...................เดอื น.............................พ.ศ. ...................รวม................................วนั จานวนเงิน..............................................บาท (.................................................................................) จึงเรยี นมาเพ่ือโปรดพิจารณาอนุมัติ ( ) (ตาแหน่ง) ความเห็นเจ้าหนา้ ที่การเงิน ความเห็นผูช้ ว่ ยผบู้ รหิ าร .......................................................... ........................................................... .......................................................... ........................................................... .......................................................... .......................................................... () .......................................................... ................./..................../................. () คาสั่งผ้มู ีอานาจ ................/............................./................ .......................................................... ......................................................... () (ตาแหน่ง) ................./...................../.....................

- 76 - (แบบ กง. ๗) แบบขออนุมัติเบกิ เงนิ สวสั ดิการ (สาหรบั ผขู้ อเบิก) บันทกึ ขอ้ ความ ส่วนราชการ........................................................................................................................................... ท่ี....................................................................... วนั ที.่ .......................................................................... เรอ่ื ง .................................................................... ดว้ ยขา้ พเจ้ามีความประสงค์ขออนมุ ตั ิเบกิ เงนิ สวัสดิการเกี่ยวกบั  ค่ารกั ษาพยาบาล ของ  ขา้ พเจ้า  บุตร  คสู่ มรส  บิดา  มารดา  การศึกษาบุตร โดยข้าพเจา้ ได้แนบหลักฐานการขอเบิกเพ่ือประกอบการพิจารณาด้วยแลว้ คอื  แบบ บก.ชล. ๓ และหลกั ฐานการจ่ายเงนิ จานวน......ฉบับ เปน็ เงิน............บาท  แบบ บก.ชล. ๕ และหลักฐานการจ่ายเงนิ จานวน.....ฉบบั เปน็ เงิน.............บาท รวมเปน็ เงนิ .....................................บาท (………………………………..……) จงึ สง่ หลกั ฐานขออนุมัติเบิกเงินสวัสดกิ ารมาเพื่อโปรดพิจารณา ( ) (ตาแหนง่ ) ผูข้ อเบกิ ความเห็นหวั หน้าฝ่าย ผชู้ ่วยผบู้ ริหาร คาสงั่ ผู้มีอานาจ .......................................................... ......................................................... .......................................................... ......................................................... .......................................................... .......................................................... () () ............/…….…./…………. (ตาแหน่ง) ………../…………/…………

- 77 - แบบขออนุมตั เิ บิกเงนิ สวสั ดิการ (แบบ กง. ๘) (สาหรับเจ้าหน้าท่กี ารเงนิ ) บนั ทึกขอ้ ความ ส่วนราชการ................................................................................................................... ..................... ที่.......................................................................วนั ที่............................................. ............................ เรือ่ ง ขออนุมัติเบกิ เงินสวสั ดิการ เรียน .................................................................... ดว้ ย................................................................. ขอเบิกเงนิ ค่า......................................... ดงั รายชอ่ื ต่อไปนี้ ๑. ..............................................................จานวนเงิน...................................บาท ๒. ..............................................................จานวนเงนิ ...................................บาท ๓. ..............................................................จานวนเงนิ ...................................บาท ๔. ..............................................................จานวนเงิน...................................บาท ๕. ..............................................................จานวนเงนิ ...................................บาท ๖. ..............................................................จานวนเงิน...................................บาท ๗. ..............................................................จานวนเงนิ ...................................บาท ๘. ..............................................................จานวนเงนิ ...................................บาท ๙. ..............................................................จานวนเงนิ ...................................บาท รวม.........................ราย เป็นเงนิ ทัง้ สิ้น......................................บาท (…..………………………….....) จงึ เรียนมาเพื่อโปรดพจิ ารณา ๑. อนมุ ัติ ๒. ลงนามใน (แบบ บก.ชล. .......................) จานวน.......................ฉบบั ความเหน็ ผชู้ ่วยผู้บรหิ าร …………………………..………. ( )( เจ้าหนา้ ท่กี ารเงนิ และบัญชี ) คาสงั่ ผมู้ อี านาจ ………………….……………….…… ……………………..………………... () (ตาแหนง่ ) ………../…………/…………

- 78 - การพิมพแ์ ละหลักเกณฑ์การพิมพห์ นงั สอื ราชการ การพิมพ์หนังสือราชการ การพิมพ์หนังสือราชการนับว่ามีความสาคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานสารบรรณ มีหนังสือราชการหลายชนิดท่ีต้องจัดพิมพ์ ผู้พิมพ์จะต้องทางานด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง เพื่อให้หนังสือราชการท่ีพิมพ์ออกมาสะอาด เรียบร้อย ถูกต้อง สวยงาม และน่าอ่าน ซึ่งมีผลต่อ ความรู้สกึ ของผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้รับหนังสือราชการฉบับนั้นเกิดความพอใจ ประทับใจ ยินดีให้ความ ร่วมมือ ตลอดจนนิยมชมชอบ หน่วยงาน เจ้าของหนังสือนั้น ในทางตรงกันข้ามหากพิมพ์หนังสือ ราชการไม่ถกู ตอ้ ง ตามแบบการใช้คาต่าง ๆ ในภาษาไทย มีรอยลบขีดฆ่า เป็นต้น ผู้พิมพ์ก็อาจจะถูก ตาหนิหรือทาให้ผู้รับขาดความศรัทธาในหน่วยงานเจ้าของหนังสอื นั้นได้ การพมิ พ์หนงั สือราชการ ผพู้ ิมพ์หนงั สือนอกจากจะตอ้ งมคี วามชานาญในการพมิ พ์เป็นอย่าง ดีแลว้ ผู้พิมพ์หนงั สอื ควรมีความรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั การพิมพ์ ดังนี้ ๑. เขา้ ใจข้อความในหนังสือท่ีจะพิมพอ์ ย่างแจ่มแจ้ง หากไม่เข้าใจหรือสงสัยข้อความตอนใด ควรสอบถามเจา้ ของเรื่องผูท้ าหนังสือ ๒. รู้จักวางรูปแบบหนังสือราชการให้เหมาะสม สวยงาม และถูกต้องตามระเบียบงาน สารบรรณ เช่น การวางตาแหน่งส่วนต่าง ๆ ของหนังสือราชการ การย่อหน้า การเว้นวรรค การจัด ระยะหา่ งระหว่างบรรทดั เป็นตน้ ๓. มีความรู้เก่ียวกับการใช้คาต่าง ๆ ในภาษาไทย หากไม่แน่ใจควรตรวจสอบจาก พจนานกุ รมฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๔ ๔. รจู้ กั ชือ่ บคุ คล ตาแหนง่ ชอ่ื ส่วนราชการ และหนว่ ยงานตา่ ง ๆ อยา่ งถกู ตอ้ ง ๕. ร้จู ักเลือกใช้กระดาษและซองที่เหมาะสมกับหนงั สือราชการแตล่ ะประเภท ๖. รู้จักเรียงลาดับงานที่จะพิมพ์ตามความเร่งด่วน เพื่อมิให้เสียงาน เช่น เมื่อมีงานท่ีจะต้อง พมิ พเ์ ป็นจานวนมากควรพจิ ารณาว่างานใดสาคญั มาก ควรจะพิมพ์กอ่ นงานอ่ืน ๆ ๗. มีความสังเกตทีด่ แี ละทางานดว้ ยความละเอียดรอบคอบ ๘. ลงช่ือผู้พิมพ์ไว้ในหนงั สอื ราชการเพือ่ เปน็ หลกั ฐาน

- 79 - ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับงานสารบรรณ การปฏบิ ตั ิงาสารบรรณของสว่ นราชการตา่ ง ๆ ปรากฏว่า มีข้อแตกต่างกันอยู่หลายประการ ท้ังน้ีเน่ืองจากผูป้ ฏบิ ตั ิงานบางรายยังมคี วามเขา้ ใจคลาดเลือ่ น บางรายก็ปฏิบัตไิ ปโดยไม่ทราบแน่ชัดว่า ถูกต้องหรือไม่ บางรายก็ถือปฏิบัติแบบตามเคย เหตุนี้จึงได้รวบรวมข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับ งานสารบรรณที่สมควรปรับปรุง และซักซ้อมความเข้าใจในทางปฏิบัติเพ่ือเป็นเคร่ืองเตือน การปฏิบัติงานสารบรรณของเจ้าหน้าท่ี ตลอดจนผู้มีหน้าที่เก่ียวข้องได้ทราบ จะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง เหมาะสมต่อไป ดงั นี้ ๑. การอ้างถึงหนังสือราชการฉบับใด ต้องแน่ใจว่าผู้รับหนังสือมีหนังสือที่อ้างถึงอยู่ใน ส่วนราชการหรือหน่วยงานน้ัน ๆ แล้ว การอ้างถึงหนังสือฉบับหนึ่งที่กระทรวงมีถึงจังหวัดในหนังสือ ท่ีจังหวัดมีถึงสถานศึกษา ซึ่งกระทรวงไม่เคยทาหนังสือที่จังหวัดอ้างถึงน้ันถึงสถานศึกษาเป็นการ ไม่สมควร แต่ถ้าอ้างถงึ หนังสือฉบบั ใดแล้ว ไดส้ ง่ หนงั สอื ทีอ่ า้ งถึงไปด้วยก็พออ้างถึงได้ การอ้างถึงโดยปกติให้อ้างถึงหนังสือฉบับสุดท้ายท่ีติดต่อกันเพียงฉบับเดียว เว้นแต่มีเร่ืองท่ี เป็นสาระสาคัญต้องนามาพิจารณาจึงอ้างถึงหนังสือฉบับอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวกับเรื่องน้ันโดยเฉพาะให้ทราบ ดว้ ย ๒. การกลา่ วถึงข้อความตามหนังสือท่ีอ้างถึง ลงไว้ในข้อความตอนเหตุของหนังสือราชการ ควรย่อความให้ได้เฉพาะใจความสาคัญท่ีจาเป็นต้องอ้างถึงเท่านั้น ไม่ควรลอกข้อความหลาย ๆ ประโยคของหนงั สือที่อ้างถึงจนยาวเย่ินเยอ้ มากเกนิ ไป ผดิ หลกั การรา่ งหนงั สอื ราชการทดี่ ี ๓. การระบุรายการสิ่งที่ส่งมาด้วย ควรลงจานวนหน่วยให้ชัดเจน ทั้งน้ีเพื่อความรอบคอบ และปอ้ งกันความผดิ พลาด ถา้ มีส่ิงท่สี ง่ มาดว้ ยหลายรายการควรแสดงเลขข้อกากับไว้ทุกรายการ และ ทเ่ี ลขข้อต้องใสจ่ ดุ มหพั ภาคกากบั ดว้ ย ๔. การใช้คาวา่ “และ” ควรใช้เปน็ คาทเ่ี ช่ือมคาหรือเชื่อมประโยคข้างต้นกับคาหรือประโยค ถัดไปให้เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันจึงจะเหมาะสม เช่น “การเงิน การบัญชีและพัสดุ” หรือ “คณะกรรมการฝ่ายสถานที่จะจัดสรรท่ีพักและสถานท่ีแสดงศิลปหัตถกรรมให้ด้วย” ควรหลีกเลี่ยง การใช้คาวา่ “และ” พร่าเพรือ่ มากเกนิ ไป จะทาใหส้ านวนไมด่ ี ๕. การใช้คา “อนญุ าต” และ “อนุมัติ” ถ้าไม่มีกฎหมายหรอื ระเบียบกาหนดไว้ว่าให้ใช้คาใด ควรยึดตามความหมายของคาเป็นหลัก คา “อนุญาต” หมายถึง ยินยอม ยอมให้ ตกลง ซึ่งเป็นคาท่ี มีความหมายหนักแน่น แสดงถึงผู้สั่งการมีอานาจสั่งการให้ผู้รับคาสั่งปฏิบัติตามคาส่ังได้อย่างชัดเจน แน่นอน คือ ยินยอมหรือตกลงให้ปฏิบัติได้ มิใช่เป็นการส่ังในลักษณะ ให้ความเห็นชอบ เท่าน้ัน ท่ีแล้วมามักใช้กับระเบียบการลาและการขออนุญาตไปราชการ คา “อนุมัติ” หมายถึง เห็นชอบ ตามที่เสนอ หรือ เห็นชอบตามท่ีระเบียบกาหนดไว้ ซ่ึงเป็นคาท่ีมีความหมายแสดงถึงผู้ส่ังการมี อานาจเพียงใหค้ วามเหน็ ชอบ ตามท่ีเสนอเท่านั้น มิได้เป็นลักษณะยินยอมหรือตกลงให้ถือตามท่ีเสนอ แตอ่ ย่างไร

- 80 - อย่างไรก็ตาม นอกจากต้องยึดตามความหมายของคาเป็นหลักดังกล่าวแล้ว หากมีกฎหมาย หรือระเบยี บใด ๆ กาหนดให้ใช้คา “อนุญาต” หรือ “อนุมัติ” ก็คงต้องใช้ตามที่กฎหมายหรือระเบียบ น้นั ๆ กาหนดไว้ เชน่ ระเบียบวา่ ด้วยการอนมุ ตั ิให้เดนิ ทางไปราชการและจดั ประชุมของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๒๙ กาหนดให้ใช้คา “อนุมัติ” แทน “อนุญาต” เมื่อประกาศให้ใช้ตามระเบียบน้ีแล้ว ส่วน ราชการตา่ ง ๆ กต็ อ้ งถือปฏบิ ัตติ าม ๖. “ณ” อ่านว่า “นะ” ไม่ต้องใส่จุดมหัพภาค บางท่านเข้าใจว่าใช้กับสถานท่ีเท่านั้น แท้ที่จริงตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ระบุว่า “ณ” แปลว่า “ในและท่ี” เป็นคาบ่งเวลา หรือสถานท่ี ดงั น้นั ถ้าจะใช้ขอ้ ความวา่ “จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสน้ี” ย่อมใช้ไดไ้ มผ่ ิด ฯพณฯ อ่านว่า “พะนะท่าน” เป็นคาที่บางท่านชอบใช้นาหน้าตาแหน่งหรือช่ือข้าราชการ ผู้ใหญ่ระดับรัฐมนตรีขึ้นไป ไม่ใช่เขียนหรือพิมพ์ว่า “พณฯ” หรือ “ฯพณฯ ท่าน” หากจะใช้ พึงใช้ให้ ถกู ต้อง แต่ตามระเบียบงานสารบรรณมขี ้อวนิ ิจฉยั ว่า “ไม่จาเปน็ ต้องใช”้ ๗. คาว่า “หมายกาหนดการ” สานักพระราชวังเป็นผู้ใช้คาน้ีในงานพระราชพิธี รัฐพิธีหรือ งานพิธอี น่ื ๆ สาหรบั ส่วนราชการ หนว่ ยงานและเอกชนโดยท่ัวไปถ้าเป็นผู้ออกกาหนดการเองให้ใช้คา วา่ “กาหนดการ” คาวา่ “พระอโุ บสถ” ใช้กบั พระอารามหลวงเท่าน้นั วัดโดยทั่วไปต้องใช้คาว่า “อุโบสถ” หรือ “โบสถ์” การถวายจตุปัจจัยแด่พระภิกษุสงฆ์ใช้คาว่า “จตุปัจจัยไทยธรรม” หรือ “เคร่ืองไทยธรรม” ใช้คานใี้ นกรณีทาบุญกับพระภิกษุสงฆต์ ้องใช้ “ไทยธรรม” ไมใ่ ช่ “ไทยทาน” ๘. การเขียนหรือพิมพ์คาว่า “อาเภอเมือง..........” ควรเขียนช่ืออาเภอให้เต็มโดยบริบูรณ์ เช่นเดียวกับการเขียนช่ืออาเภออ่ืน คือ เขียนหรือพิมพ์ “อาเภอเมืองนนทบุรี” ซึ่งถูกต้องตามชื่อของ อาเภอทม่ี ีอยูจ่ ริง จึงจะเปน็ หนงั สือราชการที่เหมาะสม สมบรู ณ์ ชัดเจน ๙. การใช้เลขข้อใหญ่และเลขข้อย่อย รวมท้ังการใช้ข้อท่ีเป็นตัวอักษร ก.ข.ค. เช่น ในการ เขยี นระเบยี บ และรายงานการประชมุ เปน็ ตน้ ควรยดึ หลักตามระเบยี บว่าด้วยงานสารบรรณ หรือยึด หลกั การเขียนขอ้ กฎหมายและระเบยี บทัว่ ไป ทง้ั น้ีเพอ่ื สะดวกในการอา้ งถงึ ข้อน้ัน ๆ เช่น

- 81 - การเขยี นขอ้ ท่ีถูกต้อง การเขียนขอ้ ท่ีไม่ถกู ตอ้ ง การเขียนโดยยดึ หลักระเบียบงานสารบรรณ ไมค่ ่อยเขยี นขอ้ ใหญแ่ ละขอ้ ย่อยในลักษณะ เดียวกัน เช่น ขอ้ ใหญ่เขยี นว่า (ขอ้ ใหญ่) ๑. ................................... ๑. ....................................................................... (ขอ้ ย่อยของขอ้ ๑.) ๑.๑. .............................. ๒. ....................................................................... ๑.๒. .............................. ๓. ....................................................................... ๑.๓. .............................. ข้อย่อยของข้อใหญ่ ๓ กเ็ ขยี นวา่ (ขอ้ ย่อยของขอ้ ๑.๓) ๑.๓.๑. .......................... ๑. ............................................... ๑.๓.๒. ........................... ๒. .............................................. ข้อย่อยของข้อย่อย ๒ กเ็ ขียนวา่ ๑. ............................................... ๒. .............................................. ๓. .............................................. ซง่ึ ทาให้ไมส่ ามารถอ้างข้อให้ชัดเจนได้ เพราะใช้ เครอื่ งหมายอย่างเดยี วกนั ท้ังข้อใหญ่และข้อย่อย การเขยี นโดยยดึ หลกั กฎหมายและระเบียบทว่ั ไป (ขอ้ ใหญ่) ๑. .......................................................................................................................................... (ข้อย่อยของข้อ ๑) (๑) .............................................................................................................. (๒) .............................................................................................................. (ข้อย่อยของข้อ ๒) ก. ................................................................................................................ ข. ................................................................................................................ ค. ................................................................................................................ สาหรับการเขียนคาว่า ข้อ ๑ ข้อ ๒ ฯลฯ ในระเบียบหรือข้อบังคับก็ไม่ควรใส่จุดมหัพภาค กากบั ด้วย เพราะมคี าว่า “ขอ้ ” กากบั ให้ทราบแลว้ ๑๐. การเขียนหรือพิมพ์ช่ือ-ช่ือสกุล ในหนังสือราชการ ต้องเว้นช่องให้ถูกต้องตามหลัก คือ เวน้ เฉพาะระหว่างชื่อกับช่ือสกุลประมาณ ๑ ช่องตัวอักษร ระหว่างคานาหน้าชื่อกับช่ือไม่ต้องเว้น ถ้า เขียนหรือพิมพ์รายชื่อจานวนหลายคนเรียงกันเป็นรายบรรทัด ไม่ต้องจัดให้รายสกุลเป็นแนวตรงกัน ทุกบรรทดั เพราะเปน็ การเขยี นหรอื พมิ พ์ชือ่ และช่อื สกุลทผี่ ดิ หลกั ภาษาไทยท่ถี ูกต้อง ๑๑. การเขียนหรือพิมพ์ชื่อและหรือตาแหน่งเป็นหมู่ เช่น ในคาส่ังแต่งต้ังคณะกรรมการ และเจ้าหน้าท่ี ถ้าสามารถทาได้ควรเรียงตามลาดับอาวุโสด้วย เว้นเฉพาะตาแหน่งเลขานุการนิยม เขียนหรอื พิมพไ์ ว้บรรทัดสุดทา้ ย

- 82 - ๑๒. การมีหนังสือโต้ตอบ ต้องมีถึงหัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานเท่านั้นไม่ใช่ว่า ถ้าผู้ช่วยหรือรองหัวหน้าส่วนราชการเป็นผู้ลงช่ือในหนังสือติดต่อมาในนามหัวหน้าส่วนราชการ แล้ว จะตอ้ งมหี นังสือตอบถงึ ผชู้ ว่ ยหรอื รองหวั หน้าส่วนราชการน้ัน ซ่งึ จะเปน็ หนงั สือท่ไี ม่ถูกต้องสมบรู ณ์ ๑๓. การเขียนหรือพิมพ์เลขหน้าในหนังสือราชการ ให้เขียนหรือพิมพ์ตรงกลางหน้ากระดาษ ด้านบนห่างจากริมกระดาษด้านบนลงมาประมาณ ๓ ซม. และมีเส้นยัติภังค์ขีดกากับเลขด้วย ดังน้ี -๒- ๑๔. การเย็บเอกสาร ไม่ควรเย็บให้หม่ินหรือลึกเกินไป ควรเย็บให้เข้ามุมพอเหมาะเย็บห่าง จากมมุ กระดาษประมาณ ๒ ซม. โดยกะให้ลวดเยบ็ เป็นเส้นฐานของมมุ กระดาษพอดี ดงั นี้ ๑๕. การตรวจการพิมพ์ในกระดาษ ต้องพยายามตรวจอย่างละเอียดรอบคอบมากที่สุดเพราะ ถา้ ตรวจผดิ พลาด เมอื่ นาไปอัดสาเนาก็จะผดิ พลาดออกไปด้วย การลบต้องลบให้หมดจริง ๆ ๑๖. การพิมพ์แบบหนังสือภายนอก ปรากฏว่ามีส่วนราชการบางแห่งยังพิมพ์ไม่ถูกต้อง สวยงามเทา่ ท่ีควร ท้ังน้ีเพราะไม่เข้าใจเร่ืองการแบ่งส่วนของหน้ากระดาษท่ีพิมพ์ จึงทาให้การกาหนด จุดเร่ิมต้นต่าง ๆ ของหนังสือภายนอกคลาดเคล่ือนไปเช่น จุดเร่ิมต้นส่วนราชการเจ้าของหนังสือ จุดเร่ิมต้นของย่อหน้าข้อความ จุดเร่ิมต้นของชุดคาลงท้ายและการเว้นริมกระดาษด้านขวามือแคบ เกินไป เป็นตน้ ๑๗. การใชล้ วดเสยี บกระดาษ ควรใช้ให้ถูกต้องโดยให้ช่องที่แคบกว่าหรือส้ันกว่า เสียบไว้ข้าง นอก ๑๘. การจดั ทาสาเนา ๑๘.๑ สาเนาค่ฉู บับ ได้แก่ หนงั สอื สาเนาทีม่ ีลายมือชือ่ เต็มหรือลายมือชอื่ ย่อของผูล้ ง ชอื่ ให้พมิ พค์ าวา่ “สาเนาคู่ฉบับ” ไว้ดา้ นบนกลางหน้ากระดาษ และต้องพมิ พ์ ................................................ผูร้ ่าง ..............................................ผพู้ ิมพ์ .............................................ผตู้ รวจ ไว้ทีม่ ุมลา่ งด้านขวามือของหนังสือ โดยลงลายมอื ชือ่ กากับไว้ด้วย ๑๘.๒ การรับรองสาเนา ได้แก่ การคัดลอกจากต้นฉบับโดยวิธีเขียนหรือพิมพ์ รวมทั้ง การถ่ายเอกสารด้วย ต้องมีผู้รับรองสาเนาโดยใช้คาว่า “สาเนาถูกต้อง” และต้องมีลายมือชื่อของ เจ้าหน้าที่ต้ังแต่ระดับ ๒ ขึ้นไป ชื่อเต็ม ตาแหน่ง และลงวัน เดือน ปี กากับด้วย โดยกาหนดท่ีมุมล่าง ดา้ นซ้ายแนวเสน้ ค่นั หนา้ กระดาษ ซ่ึงบางครัง้ ก็ไม่ใหจ้ ดั ทาไวใ้ ห้ครบถ้วน ตัวอยา่ งท่ถี ูกตอ้ ง มดี ังนี้

- 83 - “สาเนาถกู ต้อง (ลายมอื ชื่อ) (ชอ่ื และนามสกุลตัวบรรจง) (ตาแหน่ง).................................................. วัน / เดือน / ปี” และโดยปกตใิ ห้มคี า “สาเนา” ทกี่ ง่ึ กลางหนา้ กระดาษเหนือบรรทัดแรกของสาเนาหนังสือด้วย ๑๙. คาว่า “ระเบียบวาระ” ตามพจนานุกรมฯ หมายถึง “การจัดลาดับรายการท่ีกาหนดให้ เสนอต่อที่ประชุม” เป็นคาท่ีมีความหมายถูกต้องสมบูรณ์ไม่ควรใช้ “วาระ” เพราะหมายถึง คร้ัง, โอกาส, รอบ, เวลาที่กาหนด ดงั นน้ั ควรใชใ้ ห้ถกู ตอ้ ง ๒๐. การใช้คา “จะขอบคุณย่ิง” กับ “จักขอบคุณย่ิง” ควรใช้คาใด คาว่า จะ กับ จัก ความหมายใกล้เคียงกนั แตจ่ ักเปน็ คาหนักควรใช้กรณีที่เป็นคาหนักแน่น บังคับ ขู่ กาชับ เช่น “ข้าจัก ธารงไว้ซ่ึงเกียรติยศของความเป็นข้าราชการ” “จึงแจ้งมาเพื่อสังวรระวังมิให้ประพฤติเช่นนี้อีก” ดังน้นั จงึ ควรใช้ “จะขอบคุณยิง่ ” “จะขอบคุณมาก” “จะเป็นพระคณุ ยิ่ง” แลว้ แตก่ รณี ๒๑. การใช้คา “เผยแผ่” กับ “เผยแพร่” ต้องพิจารณาด้วยคาว่า “เผยแผ่” แปลว่า ทาให้ ขยายออกไป เป็นคาท่ีพระภิกษุหรือทางพุทธศาสนาชอบใช้แต่คา “เผยแพร่” แปลว่า โฆษณาให้ แพร่หลาย เป็นคาท่ีฆราวาสหรือทางโลกชอบใช้จะเลือกคาใดควรพิจารณาถึงความถูกต้องเหมาะสม ด้วย ๒๒. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ควรลงเวลาทาการประจาวันด้วยเลขไทยและวัน เดือน ปีย่อใต้ ลายมือชื่อของบันทึกเสนอด้วยเลขไทย (แท้จริงมีระเบียบกาหนดไว้ด้วยทั้ง ๒ กรณี) ควรถือปฏิบัติ เปน็ ประจาทุกวนั เพอ่ื ช่วยกนั อนรุ ักษเ์ ลขไทย ๒๓. ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานสารบรรณ ซ่ึงได้มาจากคาบรรยายพิเศษ ของ พลเอกมานะ รตั นโกเศศ อดตี รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธิการ ๒๓.๑ การร่างหนังสอื ถา้ ใช้สานวนและถ้อยคาถกู ตอ้ งดี ผู้บังคับบัญชาอ่านแล้วพอใจว่า รืน่ ดี แตถ่ า้ ต้องแก้หลายครงั้ ผบู้ ังคบั บัญชาก็หงุดหงิด บางท่านกล่าวว่าร่างหนังสือเหมือนไม่ใช่หนังสือ ราชการใชส้ านวนไมด่ ี ๒๓.๒ การบนั ทึกเสนอและการจดรายงานการประชุมก็มีความสาคัญ เจ้าหน้าที่บางคน บันทึกเสนอเก่งอ่านเข้าใจดีสามารถส่ังการได้อย่างไม่สะดุด ผู้บังคับบัญชาก็ชอบ ผู้จดรายงาน การประชุมที่เก่ง คือ มีความสามารถในการถอดความคิดเห็นของท่ีประชุมออกมาได้อย่างถูกต้อง กะทัดรัด และเข้าใจดี แม้ผู้ไม่ได้เข้าประชุมอ่านแล้วก็รู้เรื่องดีตลอด ผู้บังคับบัญชานิยมชมชอบและ พึงพอใจ

- 84 - ๒๓.๓ หนังสือเร่งด่วนแต่ใช้เวลาเป็นเดือนยังไม่มีใครตามให้ แท้ท่ีจริงเจ้าหน้าที่ เจา้ ของเรือ่ งต้องรับผิดชอบติดตามให้ทนั การ ๒๓.๔ ทราบดีว่าผปู้ ฏิบตั งิ านสารบรรณมักจะราคาญผบู้ ังคับบญั ชา แทจ้ ริงการเอาใจใส่ กวดขนั เป็นสงิ่ ดีทจ่ี ะช่วยให้งานของเราละเอียดรอบคอบ ๒๓.๕ บางคร้ังต้องเขียนยศ “พลเอก” ที่ตรงลายเซ็นช่ือด้วยตนเอง เพราะเจ้าหน้าท่ี ไม่ไดพ้ มิ พไ์ วถ้ อื ว่าขาดความละเอียดรอบคอบ ๒๓.๖ งานสารบรรณเป็นหัวใจของทุกหน่วยงานอย่าทางานตามเคย ต้องรู้จักปรับปรุง ใหพ้ ฒั นาย่ิงขึ้น ผลงานขงทา่ นดียอ่ มทาให้ชื่อเสยี งของหนว่ ยงานของทา่ นดดี ้วย ๒๔. การปฏิบัติงานสารบรรณให้ประสพผลสาเร็จด้วยดี จาเป็นต้องปฏิบัติในด้านงานธุรการ ให้เป็นผลดีด้วย คุณสมบัติของการปฏิบัติงานธุรการที่สาคัญคือ เจ้าหน้าที่ต้องเป็นผู้มีจรรยาบรรณ มีมนษุ ยสัมพันธ์และเป็นผมู้ ีเกียรตเิ ช่ือถอื ได้ ๒๕. ตามหลักการใช้ข้อความในการปฏิบัติงานสารบรรณมีกล่าวไว้ว่า ต้องใช้หรือกล่าว ข้อความที่มีความหมายถูกต้องชักเจน ไม่ใช่หรือกล่าวข้อความที่มีความหมายหลายทาง แต่ในทาง ปฏิบัติปรากฏว่ายังมีการปฏิบัติที่คลาดเคลื่อน เช่น การใช้หรือกล่าวข้อความเกี่ยวกับการจัดการ ประชุมหรือจัดกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งว่า “กาหนดให้มีการประชุมสัมมนาระหว่างวันที่ ๑-๕ มิถุนายน ๒๕๔๖” ที่ถูกต้องควรใช้ว่า “ตั้งแต่วันที่ ๑-๕ มิถุนายน ๒๕๔๖” หรือ “ในวันที่ ๑-๕ มถิ นุ ายน ๒๕๔๖ จะถูกตอ้ งชดั เจนกว่า ๒๖. เคยมีบุคคลบางท่านกล่าวคาบางคาคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เช่น กล่าวถึงเลข “หน้า ๒” ในหนังสอื หรือเอกสารตา่ ง ๆ วา่ “หนา้ ท่ี ๒” กลา่ วถงึ เลข “ข้อ ๓” ว่า “ข้อท่ี ๓” กล่าวถึง มาตราในกฎหมาย “มาตรา ๕” ว่า มาตราท่ี ๕” ท้ัง ๆ ที่เมื่อดูจากหนังสือหรือเอกสารท่ีกล่าวถึงนั้น ๆ ไม่มคี า “ท”ี่ แต่อย่างใด แทจ้ รงิ ควรพูดหรือใชใ้ หถ้ ูกต้องจะเหมาะสมดีกวา่ สาหรับคาท่ีมี “ท่ี” อยู่แล้ว เช่น “คร้ังท่ี” “หมู่ที่” “เลขที่” เม่ือเวลานามาพิมพ์หรือพูดให้มี คา “ท”่ี ตามคาเดมิ

- 85 - เกร็ดความรบู้ างประการเกีย่ วกบั การปฏิบตั งิ านสารบรรณ ๑. การร่างหนังสือราชการ นิยมใช้ถ้อยคาส้ัน ๆ เข้าใจง่าย ไม่ใช้ถ้อยคาท่ีมีความหมาย หลายทาง ๒. ตอ้ งรแู้ ละเขา้ ใจเรื่องท่จี ะร่างใหแ้ จม่ แจง้ ก่อน ๓. ให้ข้ึนต้นเริ่มใจความที่เป็นเหตุก่อน ต่อไปจึงควรเป็นข้อความท่ีเป็นความประสงค์หรือ ข้อตกลง ถา้ มีหลายขอ้ ให้แยกเปน็ ข้อ ๆ ๔. ความใดอา้ งถงึ กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ คาสง่ั ตอ้ งระบุใหช้ ัดเจน ๕. เขียนให้เขา้ ใจความหมาย ตรงเป้า และบรรลุจดุ ประสงค์ ๖. เขียนตัวสะกดการนั ตแ์ ละวรรคตอนให้ถกู ตอ้ ง ๗. ตอ้ งนึกถงึ ผู้รบั หนังสอื วา่ จะเขา้ ใจถูกตอ้ งตามความประสงค์ท่ีมีหนงั สือไปหรือไม่ ๘. ใชถ้ อ้ ยคาสุภาพใหส้ มฐานะของผู้รับหนงั สือ ถ้าปฏเิ สธคาขอกค็ วรมีเหตผุ ลให้ผู้ขอเหน็ ใจ ๙. ตอ้ งเป็นนกั สงั เกตการณ์ใชถ้ ้อยคาสานวนแลว้ จดจามาใช้ใหถ้ กู ตอ้ งเหมาะสม ๑๐.เม่ือร่างเสร็จแล้ว ต้องอ่านทบทวนดูว่าได้ข้อความถูกต้อง ครบถ้วน เหมาะสมหรือไม่ หากเห็นสมควรปรับปรุงแก้ไขจุดใดอีกก็ปรับแก้ไขจุดใดอีกก็ปรับแก้ให้เรียบร้อยก่อนเสนอตรวจร่าง และสงั่ พิมพ์ นอกจากนี้ ยังทราบข้อสรุปลักษณะของการร่างหนังสอื อีก ๘ ประการ คือ ๑. ลาดบั ความถูกต้องและเช่ือมโยงสัมพนั ธ์กนั ดี ๒. กะทัดรัด รจู้ ักใชส้ านวนราชการ ๓. ตรงประเดน็ เน้นจุดที่ควรเนน้ ๔. ได้สาระสมบูรณ์ ๕. ถูกต้องชดั เจน ๖. สภุ าพ ๗. บรรลจุ ุดประสงค์ ๘. เป็นผลดี

- 86 - การเขยี นหนงั สอื ราชการ ในกระบวนการปฏิบัติงานสารบรรณที่นับว่าเป็นงานประจาที่สาคัญและมีปริมาณงานที่ต้อง ปฏิบัติเป็นอันมาก คือ การเขียนหรือการทาหนังสือราชการ ไม่ว่าจะเป็นการบันทึก ติดต่อ ส่ังการ การร่างหนังสือ การทาหนังสือภายใน การทาหนังสือภายนอก หนังสือประทับตรา หนังสือส่ังการ หนังสือประชาสัมพันธ์ หนังสือรับรอง การจดรายงานการประชุม การเขียนรายงานต่อผู้บังคับบัญชา การเขยี นแผนงาน – โครงการ คากล่าวรายงานและคาปราศรัย การตรวจและการพิมพ์ ล้วนเป็นงาน ท่ีเกี่ยวกับการเขียนหรอื การทาหนังสือราชการท้ังสิ้น ๑. หนังสอื ราชการ คือ เอกสารที่ทาขนึ้ เป็นหลักฐานในราชการ ไดแ้ ก่ ๑.๑ หนงั สอื ทมี่ ไี ปมาระหวา่ งสว่ นราชการ ๑.๒ หนังสือท่ีส่วนราชการมีไปถึงหน่วยงานอ่ืนใดซ่ึงมิใช่ส่วนราชการหรือท่ีมีไปถึง บคุ คลภายนอก ๑.๓ หนงั สือทหี่ นว่ ยงานอ่ืนใดซงึ่ มิใชส่ ่วนราชการหรือมีไปถึงบุคคลภายนอก มีมาถึงส่วน ราชการ ๑.๔ เอกสารท่ีทางราชการจดั ทาขน้ึ เพ่ือเป็นหลักฐานในราชการ ๑.๕ เอกสารที่ทางราชการจัดทาตามกฎหมาย ระเบยี บ หรือข้องบังคับ ๒. ชนดิ ของหนังสือราชการมี ๖ ชนิด ๒.๑ หนังสอื ภายนอก ๒.๒ หนงั สอื ภายใน ๒.๓ หนังสอื ประทับตรา ๒.๔ หนงั สือส่งั การ ได้แก่ ระเบยี บ ข้อบังคับ และคาส่ัง ๒.๕ หนังสือประชาสัมพันธ์ ไดแ้ ก่ ประกาศ แถลงการณ์ และขา่ ว ๒.๖ หนังสอื เจ้าหน้าทีท่ าขน้ึ หรือรบั ไว้เปน็ หลกั ฐานในราชการ หนงั สือท่เี จ้าหน้าที่ทาขน้ึ ไดแ้ ก่ หนงั สือรับรองรายงานการประชุมบันทกึ และหนังสืออน่ื ๆ หนังสือทรี่ ับไว้เป็นหลักฐานในราชการ ไดแ้ ก่ หนังสือท่หี น่วยงานอ่นื ใดซ่ึงมิใชส่ ่วนราชการ หรอื บคุ คลภายนอกมีมาถงึ สว่ นราชการและทางราชการรับไวเ้ ป็นหลกั ฐานของทางราชการ ๓. หนังสอื ราชการที่เจา้ หนา้ ทท่ี าขึน้ หรือท่ีต้องปฏิบัตไิ ด้แก่ การทาหนงั สือราชการทั้ง 6 ชนดิ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งมีการทา ดังนี้ ๓.๑ บันทกึ ติดตอ่ บนั ทึกเสนอและสั่งการ ๓.๒ การร่างหนงั สอื ๓.๓ การทาหนังสือรบั รอง ๓.๔ การจดรายงานการประชุม การจดั ระเบียบวาระการประชมุ และการใช้สมดุ ประชุม

- 87 - ๓.๕ การทาหนงั สือ อื่น ๆ ๓.๕.๑ การเขียนรายงานตอ่ ผู้บังคับบญั ชา ๓.๕.๒ การเขยี นแผนงาน แผนกปฏบิ ตั ิการและโครงการ ๓.๕.๓ การเขียนคากล่าวรายงาน – คาปราศรยั ฯลฯ ๔. หลกั การเขียนหนงั สอื ราชการ ๔.๑ เขียนให้อ่านงา่ ย ไม่หวดั เกนิ ไป ๔.๒ เขยี นตวั สะกดการนั ต์และวรรคตอนไดถ้ ูกต้อง ๔.๓ เขียนยอ่ ความเกง่ ๔.๔ เขยี นโดยยดึ ขอ้ ความทีเ่ ป็นสานวนราชการ ๔.๔.๑ ยกข้อความตอนเหตมุ ากลา่ วกอ่ นข้อความตอนผล ๔.๔.๒ ใช้ประโยคส้นั ๆ เขา้ ใจงา่ ย ๔.๔.๓ ใช้ถ้อยคาสภุ าพใหส้ มฐานะผู้รบั ๔.๔.๔ ใช้คาขนึ้ ตน้ สรรพนาม คาลงท้ายในหนังสือราชการและคาทใ่ี ชใ้ นการ จา่ หนา้ ซองถกู ต้องตามระเบยี บวา่ ดว้ ยงานสารบรรณกาหนดไว้ ๔.๔.๕ ไม่ใช้คา “และ” พร่าเพร่อื ๔.๕ เขียนภาษาราชการใหถ้ ูกต้อง ๔.๕.๑ เขยี นชื่อส่วนราชการและตาแหนง่ ท่ีถูกต้อง ๔.๕.๒ อ้างชอ่ื กฎหมาย ระเบียบ คาส่ัง ให้ถูกต้อง ๔.๕.๓ เขียนให้ชดั เจนอยา่ ให้มคี วามหมายหลายทาง ๔.๕.๔ เขยี นการใช้คาลงช่อื แทนได้ถูกต้อง ๔.๖ เขียนแบบให้ถกู แบบ ๔.๖.๑ ใชแ้ บบหนงั สอื ภายนอกทถ่ี ูกต้องเหมาะสม ๔.๖.๒ ใชแ้ บบต่าง ๆ ตามทก่ี าหนดไว้ในระเบยี บอยา่ งถกู ต้อง ๔.๗ เขียนใหไ้ ดข้ อ้ ความที่เหมาะสม ถ้ามคี วามจาเป็นควรร่างก่อน ๔.๘ เขยี นใหถ้ ูกตอ้ งและเปน็ แบบอย่างที่ดี ๔.๘.๑ การเขยี นเลขขอ้ ให้ชอบด้วยระบบท่ีดี ๔.๘.๒ รจู้ ักใช้เลขไทยตามโอกาสอนั ควร เช่น การลงเวลาปฏบิ ัติราชการ ๔.๘.๓ รจู้ ักใชค้ าในคาส่ังแตง่ ตงั้ ข้าราชการที่เป็นลกั ษณะคาส่ังที่ชดั เจน ๔.๘.๔ การเขยี น ณ (อ่านวา่ นะ) และ ฯพณฯ (อา่ นว่า พะนะทา่ น) ไดถ้ ูกต้อง ๔.๘.๕ รจู้ ักใชค้ า กาหนดการ หมายกาหนดการ อโุ บสถ พระอุโบสถ จตปุ ัจจยั ไทย ธรรม ฯลฯ ไดถ้ ูกต้อง ๔.๘.๖ เขยี นช่อื ชอ่ื สกลุ และการใชค้ านาหน้าชื่อได้ถกู ต้อง

- 88 - ๔.๘.๗ การทาหนงั สอื ราชการที่เก่ยี วกับการบริหารงาน ต้องใหส้ อดคล้องตาม กฎหมายวา่ ด้วยระเบยี บบรหิ ารราชการแผ่นดนิ และกฎหมายอื่นท่เี กย่ี วขอ้ ง ๔.๘.๘ จดรายงานการประชุมใหช้ อบด้วยระเบียบ และได้เนื้อหาท่เี หมาะสม ๕. ข้อสังเกตอ่ืน ๆ ในการเขยี นหนังสือราชการ ๕.๑ การลงช่อื ในกระดาษพิมพเ์ พยี งคร้ังเดยี ว แล้วอดั สาเนา ออกมารวมกันมาก ๆ ไม่ควร ใช้กับขา้ ราชการผู้ใหญร่ ะดับสูง ๕.๒ การเขียนคายอ่ ต้องใชใ้ ห้ถกู ต้อง ถ้าไม่จาเป็นควรใชค้ าเต็ม ๕.๓ ถ้าสามารถทาไดค้ วรเขียนช่ือและตาแหน่งเรียงตามลาดับอาวโุ ส ๖. ขอ้ ปญั หาบางประการในการเขยี นหนังสอื ราชการ ๖.๑ ย่อความไมเ่ ป็น ๖.๒ ใชร้ ูปแบบคลาดเคลื่อน ๖.๓ รา่ งหนังสอื ไม่ดีพอ ๖.๔ บันทึกเสนอจับประเด็นไมช่ ัด ๖.๕ ไม่อา้ งหนังสือทอี่ ้างถงึ ๖.๖ ตอบไม่ตรงประเดน็ ๖.๗ ไม่ละเอียดรอบคอบ ๖.๘ ใชส้ านวนไม่พอดี ๖.๙ ไมพ่ ยายามปรับปรุงใหพ้ ัฒนาขน้ึ ๖.๑๐ จับประเด็นไม่ถูก ฯลฯ หมายเหตุ รายละเอยี ดต่างๆ ท่จี ะใช้ในการเขยี นหนงั สือราชการ มีปรากฏอย่ใู นเร่ืองการบันทกึ การรา่ ง การจดรายงานการประชมุ การทาหนังสือภายนอก การทาหนงั สือสัง่ การ การลงชอื่ และตาแหนง่ และข้อสงั เกตบางประการเกย่ี วกบั การปฏบิ ัติงานสารบรรณ

- 89 - การเขยี นโครงการ ช่อื โครงการ : 1. เชอื่ มโยงกบั ยทุ ธศาสตร์ นโยบาย 2. ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการ 3. ระยะเวลาในการดาเนนิ การ สถานที่ 4. หลักการและเหตผุ ล 5. วตั ถปุ ระสงค์ 6. เปา้ หมาย - เชงิ ปริมาณ - เชงิ คุณภาพ 7. งบประมาณ 8. การตดิ ตามผล 9. ผลทคี่ าดว่าจะไดร้ บั

- 90 - (ตวั อย่างการเขียนโครงการ) โครงการสมั มนาเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารเพม่ิ ศักยภาพในการปฏบิ ัติงานดา้ นงานสารบรรณและดา้ นการเงิน การบญั ชี ๑. เชอื่ มโยงกบั ยุทธศาสตร์ นโยบาย เช่อื มโยงกับยุทธศาสตรท์ ่ี ๔ : พฒั นาระบบบริหารจดั การทั้งสว่ นกลาง และสถานศึกษาให้มี ประสิทธิภาพ นโยบาย : สนับสนนุ ส่งเสริมความกา้ วหนา้ ในวิชาชีพ สรา้ งขวญั กาลงั ใจ ให้ บุคลากรทั้งส่วนกลางและสถานศึกษา ๒. ผูร้ ับผดิ ชอบโครงการ กลมุ่ บริหารงานท่วั ไป สานักพฒั นาสมรรถนะครแู ละบคุ ลากรอาชีวศกึ ษา ๓. ระยะเวลาในการดาเนินโครงการ สถานท่ี ร่นุ ท่ี ๑ ต้ังแต่ วันที่ ๕ – ๘ มีนาคม ๒๕๕๕ (ภาคเหนือ) ณ โรงแรมฟรายเดย์ จังหวัด อุตรดิตถ์ รุ่นท่ี ๒ ต้ังแต่ วันที่ ๑๑ – ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๕ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ณ โรงแรมอุดร โฮเต็ล จงั หวดั อุดรธานี รนุ่ ท่ี ๓ ต้ังแต่ วันที่ ๑๘ – ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๕ (ภาคใต้) ณ โรงแรม บี.พี.แกรนด์ทาวเวอร์ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ร่นุ ท่ี ๔ ตง้ั แต่ วันท่ี ๒๕ – ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕ (ภาคกลาง) ณ โรงแรมหัวหินฮิลไซต์ รีสอร์ท อาเภอหวั หิน จังหวดั ประจวบคีรขี นั ธ์ รนุ่ ท่ี ๕ ตั้งแต่ วันท่ี ๒ – ๕ เมษายน ๒๕๕๕ (ภาคตะวันออกและกรุงเทพมหานคร) ณ โรงแรมชลพฤกษ์ จงั หวดั นครนายก ๔. หลักการและเหตุผล ความเปล่ียนแปลงของโลกและสังคมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เป็นผลให้การบริหาร จัดการท้ังภาครัฐและภาคเอกชนต้องปรับเปล่ียนตามไปด้วย ระบบข้าราชการพลเรือนก็ไม่อาจ หลีกเล่ยี งความจาเป็นนี้ จึงจาเป็นต้องปรับเปล่ยี นบทบาท แนวทางและวิธีการปฏิบัติราชการ เพ่ือให้ ทันตอ่ การเปลย่ี นแปลงและสามารถเป็นกลไกในการขับเคล่ือนประเทศชาติให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ของสงั คมโลก