Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิชาการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

วิชาการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

Published by supada khunnarong, 2021-08-28 11:35:57

Description: เอกสารประกอบการสอนวิชาการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

Search

Read the Text Version

ณฑ์ ความเทย่ี งตรง สามารถนาเครื่องมอื ไปใชไ้ ด้ ปรับปรุง เคร่อื งมือยงั ใช้ไม่ได้

วิธกี ารหา 1. หาผลรวมของคะแนนในแต่ละขอ้ คาถาม โดยกา (+1, +1,+1,+1,0) บวกคะแนนได้เท่ากบั 4 คะแนน จึงนามาหา 2. ผลรวมคะแนน/จานวนผูเ้ ชย่ี วชาญ เท่ากบั 4/5 = 0.80 จากน้ันนาผลไปเทียบกับ 3. ทาเช่นเดียวกนั นีก้ บั ทุกข้อคาถามในเครอ่ื งมือ

าค่า IOC ารบวก คะแนนทผ่ี ู้เชย่ี วชาญแตล่ ะคนใหม้ าดังนี้ ารด้วยจานวนผ้เู ชย่ี วชาญ คือ 5 บเกณฑ์ที่ต้งั ไว้

สูตรสาหรับ IOC = ∑R N IOC หมายถึง คา่ ดชั นคี ∑R หมายถงึ ผลรวมข N หมายถึง จานวนผ

บหาค่า IOC ความสอดคล้อง ของความคิดเหน็ ของผ้เู ช่ยี วชาญ ผู้เช่ยี วชาญ

ความเชอ่ื มนั่ ความเชือ่ มัน่ (Reliability) หมายถึง ความคงท่ี คว แบบทดสอบไปวัดสง่ิ เดยี วกนั สองคร้ังแล้วไดผ้ ลไมแ่ ตกต ทาแบบสองครง้ั ในเวลาตา่ งกันและได้คะแนนเกอื บเทา่ ก หมายความว่าแบบทดสอบน้ันมีความเช่อื ม่นั สงู ค่าของความเช่อื มนั่ แสดงเปน็ ตวั เลขท่มี ีค่าไม่เกนิ 1

(Reliability) วามมน่ั คง หรือความสมา่ เสมอของผลการวัด เชน่ ถ้านา ตา่ งกัน ถือว่ามีความคงที่ ของผลคะแนนท่ไี ดส้ ูง หรือให้ กันท้ังสองคร้งั ถอื ว่ามคี วามคงทข่ี องคะแนนทไ่ี ด้สูง 1.00 หรอื 100% ซ่งึ เรียกวา่ สัมประสิทธิ์ (Coefficient)

การหาค่าคว สามารถทาได้หลายวิธดี ังนี้ 1. การทดสอบซ้า (Test-Retest Reliability) 2. การทดสอบแบบใชข้ ้อสอบเหมือนกนั (Equivalen 3. การทดสอบแบบแบ่งครง่ึ (Split-Half Reliability 4. การทดสอบโดยวธิ ีหาความคงท่ีภายในโดยใช้ KR- 5. การทดสอบโดยวธิ หี าสัมประสิทธแ์ิ อลฟา (alpha-

วามเชอื่ มัน่ nt-Forms Reliability) y) -20 และ KR-21 -Coefficient)

การทดสอบโดยวธิ ีหาความคงที่ภ เป็นการทดสอบวา่ แบบทดสอบแต่ละข้อมีความ ความสมั พันธก์ บั แบบทดสอบทั้งฉบับอย่างไร โดยใช้ส ใช้สตู ร KR-21 จะมีคา่ ตา่ กว่า KR-20 เลก็ นอ้ ย แต่ก็อ กาหนดใหค้ ่าความเช่ือมนั่ มากกว่า 0.7 จึงสาม

ภายในโดยใช้ KR-20 และ KR-21 มสมั พันธก์ บั ข้ออ่ืน ๆ ในฉบับเดียวกันหรือไม่ และมี สตู ร KR-20 หรอื KR-21 ก็ได้ ซ่งึ คา่ ทไี่ ด้จากการ อยูใ่ นเกณฑ์ยอมรบั ได้เชน่ เดียวกนั มารถนาแบบสอบถามไปใช้ได้

สตู รหาความเชื่อมันของคเู ด r= k    1 1 k  โดยที่ k = จานวนคาถาม Pi = สัดส่วนของคนทีไ่ ด้ 1 ของคาถามที่ i ค qi = สดั ส่วนของคนท่ีได้ 0 ของคำถำมท่ี i S2 = ค่าความแปรปรวนของคะแนนรวมท้ังห r = ค่าความเช่อื ถอื ไดข้ องคูเดอร-์ ริชารด์ ส

ดอร์-รชิ ารด์ สัน ( k-R 20)  piqi   s2  คาถาม, i=1,2,…….k หมด สัน K-R 20

คนท่ี/ขอ้ ท่ี 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 2 1 1 1 1 1 1 1 1 1 0 3 1 1 1 1 1 1 0 1 1 1 4 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 5 1 1 1 1 1 1 1 1 1 0 6 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 7 1 1 1 1 1 1 1 1 1 0 8 1 1 1 1 0 1 1 1 1 0 9 1 1 1 1 0 1 1 1 1 0 10 0 1 1 1 1 1 1 1 1 0 11 1 1 1 1 1 0 1 1 1 1 12 1 1 1 1 1 1 0 1 1 0 13 1 0 0 0 1 0 0 1 1 0 14 1 1 1 0 1 1 1 1 1 1 15 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 16 1 1 1 1 0 1 1 0 0 0 17 0 0 0 1 1 1 0 1 1 0 18 0 0 0 0 0 1 0 1 0 0 19 1 1 1 1 1 1 1 1 1 0 20 1 1 1 1 1 1 0 1 1 0 21 1 1 1 1 0 1 0 1 0 0 22 1 1 1 1 0 1 0 1 1 1 23 1 1 1 1 0 1 0 1 1 0 24 1 1 1 0 0 0 1 1 1 1 25 1 1 1 1 1 0 1 1 1 1 26 1 1 0 1 0 1 0 1 1 0 27 1 1 0 1 0 0 0 1 1 0 28 1 1 1 1 0 1 0 1 1 0 29 1 1 0 1 1 1 0 1 1 1 30 1 1 1 1 0 1 0 1 1 1 รวม 27 27 24 26 18 25 16 29 27 12 p ถูก 0.90 0.90 0.80 0.87 0.60 0.83 0.53 0.97 0.90 0.40 q ผดิ 0.10 0.10 0.20 0.13 0.40 0.17 0.47 0.03 0.10 0.60 pq 0.09 0.09 0.16 0.12 0.24 0.14 0.25 0.03 0.09 0.24 r KR20 0.7301 x x2 n pq k k-1

11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 x x2 1 0 1 1 0 1 1 1 0 1 17 289 1 1 1 1 0 0 1 1 0 1 16 256 1 0 1 1 0 1 1 1 0 1 16 256 1 0 1 1 0 1 1 1 0 1 17 289 1 1 1 1 1 0 1 1 0 1 17 289 1 0 1 1 0 1 1 1 0 1 17 289 0 1 1 1 0 1 0 1 0 1 15 225 1 1 1 1 1 0 1 0 0 1 15 225 0 1 1 1 0 0 1 0 0 1 13 169 0 1 1 1 0 0 1 1 0 0 13 169 1 0 1 1 1 0 1 0 0 1 15 225 1 1 1 1 1 0 1 0 0 1 15 225 0 0 1 0 0 1 0 0 0 0 6 36 1 1 1 0 0 0 0 1 0 1 14 196 1 1 1 1 1 1 1 1 0 1 19 361 0 1 0 0 0 0 1 0 0 1 9 81 1 1 1 0 0 1 0 0 0 0 9 81 0 0 0 0 0 0 1 0 1 0 4 16 1 1 1 1 1 1 1 1 0 1 18 324 0 1 1 1 1 0 1 1 0 0 14 196 1 1 1 1 1 1 1 0 0 1 14 196 0 1 1 1 1 0 1 1 0 1 15 225 0 1 1 1 1 0 1 0 0 1 13 169 1 1 1 1 0 0 1 0 0 0 12 144 1 1 1 1 1 0 1 0 0 1 16 256 0 1 0 1 1 0 0 0 0 0 9 81 0 1 0 1 0 1 1 0 0 1 10 100 0 0 1 1 1 0 1 0 0 1 12 144 0 1 1 1 1 0 1 1 0 1 15 225 0 0 1 1 1 0 1 0 0 1 13 169 408 5906 16 21 26 25 15 11 25 14 1 23 0.53 0.70 0.87 0.83 0.50 0.37 0.83 0.47 0.03 0.77 3.24 0.47 0.30 0.13 0.17 0.50 0.63 0.17 0.53 0.97 0.23 0.25 0.21 0.12 0.14 0.25 0.23 0.14 0.25 0.03 0.18 408 S2 11.01 5906 s2 11.01 30 3.24 20 19

สมั ประสิทธอ์ ัลฟาของครอนบาร์ค การทดสอบโดยวิธีหาสมั ประสิทธ์ิอลั ฟา ใช้ได้ท้งั และแบบทดสอบท่ัว ๆ ไป โดยใชส้ ูตรการหาค่าความเ

(Cronbachs’alpha coefficient) งแบบทดสอบแบบเลือกตอบ (Multiple Choice) เช่อื มั่นของครอนบัค (Cronbach)

สตู รหาสมั ประสทิ ธิ์อลั ฟาของครอนบัค ( k = จานวนขอ้ ของแบบวดั si2 = ความแปรปรวนของข้อ sp2 = ความแปรปรวนของคะ

(Cronbachs’alpha coefficient) อi ะแนนรวมหรือความแปรปรวนระหว่างผตู้ อบ

เกณฑ์การปร เกณฑก์ ารประเมิน คือ ระดบั ค่าทีก่ าห ตัดสนิ สิง่ ใดส่ิงหนึ่ง การกาหนดเกณฑ์คอ่ เป็นมาตรฐานสากลซ่ึงเปน็ สิ่งทย่ี อมรับกนั สงั คมศาสตรห์ รอื การประเมินทางด้านกา

ระเมิน หนดไวห้ รอื มาตรฐานท่ีควรจะเป็นเพ่ือใช้ อนขา้ งยงุ่ ยาก และเน่ืองจากการเกณฑ์ท่ี นท่วั ไปยงั มีน้อย โดยเฉพาะเกณฑ์ทาง ารศกึ ษา (พิสณุ ฟองศรี, 2551)

แนวทางการก อาจพิจารณาไดจ้ ากแห 1. มาตรฐานที่เป็นสากล (Standard) 2. เปา้ หมายที่กาหนดไว้ (Target) 3. การเปรยี บเทียบเชงิ พฒั นาการ (Growth) 4. การเปรียบเทยี บเทยี บกับกลุม่ (Norm) 5. การเปรยี บเทียบกับสง่ิ ท่ดี ที ส่ี ดุ (Benchma 6. การพจิ ารณารว่ มกนั ของผูเ้ ก่ียวข้องหรอื ผู้ม (ทม่ี า : พสิ ณุ ฟองศรี (2551)

กาหนดเกณฑ์ หลง่ ต่าง ๆ 6 แหลง่ ดงั น้ี arking) มสี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี (Clients/Stakeholders)

หลกั การเขีย ( สานักทด

ยนเกณฑก์ ารประเมนิ (Rubrics) ดสอบทางการศกึ ษา สพฐ.

เกณฑ์การ Rubrics

รประเมิน คืออะไร สานกั ทดสอบทางการศกึ ษา สพฐ.



สานกั ทดสอบทางการศกึ ษา สพฐ.

Scoring เกณฑก์ ารให้คะแนนทถ่ี กู พัฒนาโดยครหู รอื ผู้ป พยายามสรา้ งขนึ้ การประเมนิ ผลงานของนักเรยี นจะมี 2 • ผลงานท่ไี ด้จากกระบวนการของนักเรียน • กระบวนการท่ีนกั เรยี นใชเ้ พ่อื ให้เกิดผลงาน จะประเมินในลักษณะใดขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายในก ประเมินทั้งสองลักษณะก็ได้ ผู้ประเมินจะต้องตัดสินคุณ แต่ละคนท่ีมีระดับที่แตกต่างกันหลายระดับ ระดับท่ีแต ขน้ึ หรอื ระดับของกระบวนการตา่ ง ๆ ที่ผู้เรยี นแต่ละคน ผู้เรียนแตล่ ะคน

rubric ประเมนิ ที่ใชว้ ิเคราะหผ์ ลงานหรือกระบวนการที่ผู้เรียนได้ 2 ลักษณะคอื (ฉตั รศิริ ปิยะพมิ ล, 2544) การเรียนรู้ อาจจะประเมินลักษณะใดลักษณะหนึ่งหรือ ณภาพของผลงานหรือกระบวนการปฏิบัติงานของผู้เรียน ตกต่างกันอาจจะเป็นระดับคุณภาพของช้ินงานที่ได้สร้าง นได้ใช้เพ่ือให้เกิดผลงานเพื่อให้การตัดสินใจสอดคล้องกับ

เกณฑก์ ารประเมิน (Rub เกณฑ์การประเมิน (Rub คะแนนเพ่อื ประเมินความร หรอื ประเมนิ การปฏิบตั งิ าน

brics) คืออะไร brics) คอื แนวการให้ รู้ความสามารถ ผลงาน นของผู้เรยี น สานกั ทดสอบทางการศึกษา สพฐ.





เกณฑ์ก เกณฑ์ Rubrics : เป็นเคร่ืองมอื กา 1. เกณฑ์หรอื ประเดน็ ทีจ่ ะพ 2. คาอธบิ ายถงึ ระดบั คุณภา

การประเมิน Scoring Rubrics ารให้คะแนน ประกอบดว้ ย พิจารณาผลงานหน่ึงๆ าพแต่ละประเดน็ สานกั ทดสอบทางการศกึ ษา สพฐ.

องค์ปร 1. เกณฑ์ หรอื ประเด็นที่จะ 2. ระดบั คุณภาพ (Performa 3. คาอธบิ ายคณุ ภาพงาน (Q

ระกอบ ะประเมิน (Criteria) ance Level) Quality Description) สานักทดสอบทางการศึกษา สพฐ.

เกณฑ์ (C นำเสนอขอ้ มูล ในรปู แบบท่ีเหมา วิเครำะหข์ อ้ มลู จากการนา เกณฑ์ท่ีใชใ้ นการประเมนิ : •กำรนำเสนอข้อมลู ( รปู แบบการนาเสน •กำรอ่ำน/แปลควำมหมำย ( การอา่ น , การอธ •กำรวเิ ครำะหข์ ้อมลู ( วิธีการวเิ คราะห์ ,

Criteria) าะสม อ่ำน/แปลควำมหมำย และ าเสนอขอ้ มูลได้ นอ , ขั้นตอนและวิธกี ารนาเสนอ, องคป์ ระกอบ ) ธบิ ายและแปลความหมาย ) การแปลผลการวิเคราะห์ ) สานกั ทดสอบทางการศึกษา สพฐ.

ระดบั คณุ ภาพ (Perfo • เป็นการแยกแยะคณุ ภาพของผลง กาหนด ออกเป็นระดบั ของความส • จานวนระดบั อยู่ในดุลยพินจิ ขน้ึ กบั ค - ผ่าน / ไม่ผ่าน - ระดับ 1 – ระดับ 4 - เร่มิ ต้น / ผ่าน / ชานาญ

ormance Level) งาน / การปฏิบัตงิ านตามเกณฑท์ ี่ สาเร็จ ความเหมาะสมของลกั ษณะงานและเกณฑ์ / เชีย่ วชาญ สานักทดสอบทางการศกึ ษา สพฐ.

คาอธิบายคุณภาพงาน (Q เป็นรายละเอยี ดของคณุ ภาพงานใ ชดั เจน มองเห็นความแตกต่างของ ตอ่ การให้คะแนน

Quality Description) ในแตล่ ะระดบั คาอธบิ ายตอ้ งมีความ งแต่ละระดับอย่างชดั เจน เพือ่ สะดวก สานักทดสอบทางการศกึ ษา สพฐ.

องค์ประกอบของเกณฑก์ ารประเมนิ (Rubri 1. เกณฑห์ รอื ประเดน็ ทจี่ ะประเมิน (crit ปฏิบตั ิงานหรอื ผลงานนน้ั ประกอบด้วยคณุ 2. ระดับความสามารถหรอื ระดบั คุณภา กาหนดจานวนระดับของเกณฑ์ (criteria กาหนดข้ึน 3-6 ระดบั 3. การบรรยายคุณภาพของแต่ละระดับ Description) เปน็ การเขียนคาอธบิ ายคว อยา่ งชัดเจนในแต่ละระดับ ซึง่ จะทาใหง้ ่า

ic) teria) เป็นการพิจารณาว่าการ ณภาพอะไรบา้ ง าพ (Performance Level) เป็นการ a) ว่าจะกาหนดกี่ระดับ ส่วนมากจะ บความสามารถ (Quality วามสามารถใหเ้ ห็นถึงความแตกต่าง ายต่อการตรวจใหค้ ะแนน สานกั ทดสอบทางการศกึ ษา สพฐ.

ชนิดของเกณฑก์ ารประเมนิ (Rubric) เกณฑก์ ารประเมนิ แบบภาพรวม (Ho ภาพรวมของการปฏบิ ตั งิ านหรอื ผลงาน ข้อบกพรอ่ งสว่ นย่อย เกณฑ์การประเมินแบบแยกส่วน (An แยกส่วนของเกณฑก์ ารประเมินออกเป ประเมนิ แบบนจ้ี ะไดผ้ ลสะทอ้ นกลบั ค่อน ผู้เรียนและผ้สู อนมาก ซึง่ สามารถทราบ

olistic Rubric) เป็นการประเมนิ น โดยดคู ณุ ภาพโดยรวมมากกวา่ ดู nalytic Rubric) เป็นการประเมนิ แบบ ปน็ สว่ นย่อย ๆหรือหลายมติ ิ เกณฑก์ าร นขา้ งสมบูรณ์ เปน็ ประโยชนส์ าหรบั บ จดุ เดน่ -จดุ ด้อย ของผเู้ รยี นแต่ละคนได้ สานักทดสอบทางการศึกษา สพฐ.

ชนิดของ Rubrics H Rubrics A


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook