Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิชาการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

วิชาการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

Published by supada khunnarong, 2021-08-28 11:35:57

Description: เอกสารประกอบการสอนวิชาการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

Search

Read the Text Version

นท่ใี ชด้ าเนนิ การคน้ ควา้ หาความรู้

กระบวนการทาง กระบวนการทางว วิทยาศาสตร์ 1) วธิ กี าร 2) ทกั ษะก 3) จติ วทิ ย

วิทยาศาสตร์แบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท คือ รทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ยาศาสตร์

วธิ ีการทาง เป็นวิธีการที่นักวิทย วทิ ยาศาสตร์ ความจริง หรอื ใช้ในก ความเข้าใจที่ถูกต้อง วิธกี ารทางวทิ ยาศาสต

ยาศาสตร์ใช้ในการแสวงหาความรู้ หรือหา การแก้ปญั หาต่าง ๆ ดังน้ันการแสวงหาความรู้ งและน่าเช่ือถือในทุก ๆ ศาสตร์ จะต้องอาศัย ตรเ์ พ่ือตอบคาถาม และเพื่อแกป้ ัญหา

วิธีการทาง ประกอบดว้ ย 5 ข วทิ ยาศาสตร์ 1. ขนั้ กาหนดปญั ห 2. ขน้ั ตั้งสมมติฐาน 3. ข้นั ตรวจสอบส 4. ขน้ั วิเคราะห์ขอ้ 5. ขนั้ สรุปผล

ขั้นตอน ไดแ้ ก่ หา น สมมตฐิ าน อมูล

กาหนดสถานการณ์แล้ว ในชุมชนแห่งหน่ึง ช ปลาขายเพื่อสร้างรายได้เ เร่ิมมีโรงงานอุตสาหกรรม ปริมาณน้าเสีย ของเสีย แ เกลื่อนอยู่ตามชายฝ่ัง ทา กจิ กรรมในชน้ั เรยี น บาบัดน้าเสียและมีระบบก การกล่าวหาโรงงานอุตสาห วิธกี ารทางวิทยาศาสตร์ จะมีวิธีการอย่างไรในการพ น้าเสียของโรงงานมีความส เพื่อนาผลการพิสจู น์นี้ไปแ

วให้นกั เรยี นใชว้ ธิ ีการทางวิทยาศาสตร์เพื่อหาคาตอบ ชาวบ้านมีอาชีพทาประมงพ้ืนบ้าน วันหน่ึงๆ สามารถจับ เล้ียงครอบครัวได้หลายบาท แต่หลังจากชุมชนแห่งน้ีได้ มเข้ามาต้ังในชุมชน มีกิจกรรมการแปรรูปอาหารและมี และกลิ่นเกิดขึ้น พร้อมกับปรากฏว่ามีปลาจานวนมากตาย าให้ชาวบ้านจับปลาได้น้อยลง ท้ัง ๆ ท่ี โรงงานก็มีระบบ กาจัดของเสียก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม เพ่ือไม่ให้เป็น หกรรมโดยไม่มีข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ นักศึกษา พิสูจน์ให้ได้ว่าปลาที่ตายเกล่ือนตามชายฝ่ังกับการปล่อย สัมพันธ์กันหรือไม่ นักศึกษาจะมีวิธีการตรวจสอบอยา่ งไร แก้ปญั หาใหก้ ับชมุ ชน

ทักษะกระบวนการ ความชานา ทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการคดิ เพ่อื (คร้งั ตอ่ ไป) ***

าญและความสามารถในการใช้การคิดและ อค้นหาความรู้ รวมท้งั การแกป้ ัญหาต่าง ๆ

เจตคตทิ างวิทยาศาสตร์ เ ป็ น คุ ณ ล (Scientific attitudes) เก่ียวข้องกับการ วิทยาศาสตร์ ห วิทยาศาสตร์ โด ก า ร พิ จ า ร ณ า ห คุณลักษณะดังก เหตผุ ล ความซอื่ ส

ลั ก ษ ณ ะ ห รื อ ลั ก ษ ณ ะ นิ สั ย ข อ ง บุ ค ค ล ท่ี รคิดแบบวิทยาศาสตร์ ความเชื่อเกี่ยวกับ ห รื อ ก า ร แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง ก า ร มี จิ ต ใ จ ท่ี เ ป็ น ยเริ่มตั้งแต่การตั้งคาถาม การค้นหาข้อมูล หลักฐานข้อมูล และผลที่จะเกิดตามมา ล่าว เช่น ความอยากรู้อยากเห็น ความมี สัตย์ ความรอบคอบ เปน็ ต้น

จติ วทิ ยาศาสตร์ เป็นคุณลักษณะ (Scientific minds) ความรู้สึกนึกคิดใน ความรู้หรือได้รับปร ต่อความคิด การตัด พฤติกรรมต่อความร

ะหรือลักษณะนิสัยของบุคคลท่ีเกี่ยวข้องกับ นทางวิทยาศาสตร์ท่ีเกิดจากการศึกษาหา ระสบการณ์เรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งส่งผล ดสินใจ การกระทาและการแสดงออกทาง รู้หรอื สิ่งที่เกีย่ วข้องกับวิทยาศาสตร์

ลกั ษณะของบุคคลทม่ี ี ความอยากรูอ้ ยาก จิตวทิ ยาศาสตร์/ ความมเี หตผุ ล เจตคติทาง  ความใจกว้าง วิทยาศาสตร์ ความซอ่ื สัตย์ ความพยายามมุง่ ม  ความรอบคอบ ความรบั ผิดชอบ ความร่วมมือชว่ ยเ ความสรา้ งสรรค์ เจตคตทิ ด่ี ตี อ่ วทิ ยา คุณค่าทางวิทยาศา วทิ ยาศาสตร์ คุณธ

กเห็น มั่น เหลือ าศาสตร์ (ความสนใจในวทิ ยาศาสตร์ การเหน็ าสตร์ ความเช่อื และค่านิยมท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ธรรมและจรยิ ธรรมท่เี กย่ี วขอ้ งกบั วิทยาศาสตร์)

ทักษะกระบวนการ ประเภทของทักษะกระบวนการทางวิทย

รทางวิทยาศาสตร์ ยาศาสตร์

ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศา (Science process skil เป็นความสามารถ ความชานาญในการ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ กา การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเว การลงความคิดเหน็ การพยากรณ์ การตง้ั แปร การทดลอง การวิเคราะห์และแป ถกู ตอ้ ง

าสตร์ ill) รค้นหาความรู้และคิดแก้ปัญหา โดยใช้ทักษะ ารสังเกต การวัด การคานวณ การจาแนก วลา การจัดกระทาและส่ือความหมายข้อมูล งสมมตฐิ าน การกาหนดนิยาม การกาหนดตัว ปรผลข้อมูล และการสรุปผลข้อมูลได้อย่าง

ประเภทของทกั ษะกระบวนการ ประกอบด้วยทกั ษะกระบวนการทางว ระดบั คอื (The American Associa Science : AAAS) (1) ระดับทกั ษะขนั้ พื้นฐาน 8 ทักษะ (2) ระดบั ทักษะขน้ั บรู ณาการ 5 ทักษ

รทางวทิ ยาศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ 13 ทกั ษะ แบง่ เปน็ 2 ation for the Advancement of ะ ษะ

ทกั ษะขน้ั พ้นื ฐาน 8 ทักษะ เป็นทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรท์ ี่เหมาะสาหรับร ทกั ษะท่ี 1 การสงั เกต (Observing) ทกั ษะที่ 2 การวัด (Measuring) ทักษะที่ 3 การคานวณ (Using numbers) ทักษะท่ี 4 การจาแนกประเภท (Classifying) ทกั ษะท่ี 5 การหาความสัมพนั ธ์ระหว่างสเปสกบั สเปส แ ทักษะท่ี 6 การจดั กระทาและสอื่ ความหมายข้อมูล (Com ทักษะที่ 7 การลงความเหน็ จากข้อมูล (Inferring) ทกั ษะท่ี 8 การพยากรณ์ (Predicting)

ระดับการศึกษาปฐมวยั ประกอบด้วย และสเปสกับเวลา (Using space/Time relationships) mmunication)

ทกั ษะท่ี 1 การสงั เกต (Observing ท่มี า: https://www.trueplookpanya.com/knowledge/conten

g) แก้วไหนท่ีเหมือนกัน? ขอ้ มูลเชงิ ปริมาณ เชิงคณุ ภาพ และ รายละเอียดตา่ ง ๆ nt/77737/-blo-parpres-par-

ทกั ษะที่ 2 การวดั (Measuring o การเลอื กใชเ้ ครือ่ งมือให้เหมาะสมกับสิง่ ท่ีตอ้ งการ o เข้าใจวิธกี ารวดั และแสดงขน้ั ตอนการวดั ไดอ้ ยา่ งถ o วัดและระบหุ นว่ ยของตัวเลขไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง

g) รวัด ถูกตอ้ ง

ทกั ษะที่ 3 การคานวณ (Using numb oการคานวณดว้ ยสตู รคณติ ศาสตร์ oการเลอื กสูตรคณิตศาสตร์ oการแสดงวิธกี ารคานวณและการคานวณทถ่ี ท

bers) ถกู ตอ้ ง ท่มี า : https://www.pinterest.cl/pin/729794314597521249/

คลายเครยี ด ม แมซ่ ้อื พริกขี้หนมู า 1 ������ กโิ ลกรมั ซึง่ มาก ������ กิโลกรัม

มาลองคิดดู ? กกว่าพรกิ ชฟี้ ้า ������ แม่ซ้อื พริกช้ฟี ้ามาก่ี ������

ทักษะท่ี 4 การจาแนกประเภท ท่มี า : http://www.kiddeezone.com/product/9

(Classifying)

ทักษะท่ี 5 การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกบั space/Time relationships)  สเปสของวตั ถุ หมายถงึ ท่ีว่างที่วตั ถุนั้นครองอย  เป็นความสามารถในการสังเกตรูปร่างของวัตถุโด ทิศทางต่าง ๆ กัน โดยการเคลอ่ื นที่ การผ่า การหมุน  ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสเปสกับสเปสของวตั ถุ ความสัมพันธ์ระหว่าง 3 มิติ กับ 2 มิติ คว วัตถุหน่ึง  ความสมั พันธร์ ะหวา่ งสเปสของวตั ถุกบั เวลา ความสัมพันธ์ระหว่างระหว่างการเปล่ียนต เปล่ยี นแปลงขนาด ปรมิ าณของวตั ถกุ บั เวลาได้

บสเปส และสเปสกับเวลา (Using ยู่ ดยเปรียบเทียบกับตาแหน่งของผู้สังเกตกับการมองใน น การตัดวัตถุ วามสัมพันธ์ระหว่างตาแหน่งท่ีอยู่ของวัตถุหน่ึงกับอีก ตาแหน่งของวัตถุกับเวลา ความสัมพันธ์ระหว่างการ

ทักษะท่ี 5 การหาความสมั พันธ์ระหวา่ งสเ (Using space/Time relationships) ท่มี า : ฐิตพิ ร เจาะจง (https:/

เปสกับสเปส และสเปสกบั เวลา //slideplayer.in.th/slide/15247195/)

ทกั ษะท่ี 5 การหาความสมั พนั ธ์ระหว่างสเปสกบั space/Time relationships) กิจกรรมการเรยี นรู้เพิ่มเติม 1. ใหน้ กั ศกึ ษาทากจิ กรรมดังนี้ ยืนกลางแดดตอนเช้า เวลา 8.00-9.00 เย็น 16.30 น. แล้วสังเกตเงาของตัวเราว่ามีล วาดรปู ประกอบ 2. ดคู ลปิ วิดีโอการหาความสมั พนั ธร์ ะหว่างสเป จาก https://www.scimath.org/video-sci

บสเปส และสเปสกบั เวลา (Using 0 น กลางวัน 12.00 น. บ่าย 14.00 น. และ ลักษณะเป็นอย่างไรและเงาอยู่ทางทิศใด พร้อม ปสกบั สเปสทาไดอ้ ยา่ งไร ience/item/8119-2018-05-07-07-06-33

ทักษะที่ 6 การจัดกระทาและสื่อความ การนาข้อมูลท่ไี ดจ้ ากการสังเกตและการว ความถ่ี การเรียงลาดับ การจัดกลมุ่ การคาน นาเสนอในรปู แบบของตาราง แผนภูมิ วงจร

มหมายขอ้ มลู (Communication) วดั มาจดั กระทาใหม้ ีความหมาย โดยการหา นวณค่า เพ่อื ใหผ้ อู้ ่นื เขา้ ใจความหมายและ หรอื เขยี นบรรยาย

ทักษะที่ 7 การลงความเห็นจากข้อมลู การเพิ่มความคิดเหน็ ของตนต่อขอ้ มลู ท่ไี ด ฐานความร้หู รือประสบการณ์ทมี่ ี

ล (Inferring) ด้จากการสงั เกตอย่างมเี หตผุ ลจากพ้นื

ทักษะท่ี 8 การพยากรณ์ (Predicting การทานายหรือการคาดคะเนคาตอบ โดย นามาแปลความหมายของขอ้ มูลด้วยความรู้ท ทักษะ ได้แก่ สามารถทานายผลท่ีอาจจะเกิด ทฤษฎที ีม่ อี ยู่ ทั้งภายในขอบเขตของข้อมลู แล

g) ยอาศัยข้อมูลที่ได้จากการสังเกตหรือการทาซ้า ทางวิทยาศาสตร์ ความสามารถท่ีแสดงการเกิด ดข้ึนจากข้อมูลบนพื้นฐานหลักการ กฎ หรือ ละภายนอกขอบเขตของข้อมลู ในเชงิ ปรมิ าณได้

ระดบั ทักษะข้ันบรู ณาการ 5 ทกั ษะ ทักษะท่ี 9 การต้ังสมมตฐิ าน (Formulating h ทักษะที่ 10 การกาหนดนยิ ามเชิงปฏบิ ัติการ ( ทักษะท่ี 11 การกาหนด และควบคมุ ตัวแปร ( ทกั ษะท่ี 12 การทดลอง (Experimenting) ทักษะที่ 13 การตีความหมายขอ้ มลู และการล

ะ hypotheses) (Defining operationally) (Identifying and controlling variables) ลงขอ้ มลู (Interpreting data and Conclusion)

ทักษะที่ 9 การตั้งสมมตฐิ าน (Form การตั้งคาถามหรือคาดเดาคาตอบล่ว อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต ประสบการณ์ท่ีสามารถใช้หลักการ กฎ หร แสดงการเกดิ ทกั ษะ เช่น ต้ังคาถามหรือค ตวั แปรต่าง ๆ ได้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook