Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิชาการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

วิชาการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

Published by supada khunnarong, 2021-08-28 11:35:57

Description: เอกสารประกอบการสอนวิชาการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

Search

Read the Text Version

Holistic Rubrics • Summative evaluation Analytic Rubrics • Formative evaluation 49 สานักทดสอบทางการศกึ ษา สพฐ.

มาตรฐาน ค 5.1 เข้าใจและใชว้ ธิ ตัวชี้วดั ค 5.1 ป.6/1 เขียนแผน โจทย์ ให้นกั เรยี นเขยี นแผนภมู แิ ท่งเปรยี บ ของเรา ประเดน็ ในการตรว 1. องคป์ ระกอบขอ 2. ขนาดและระยะ 3. การกาหนดมาต 4. ความครบถ้วนถ

ธกี ารทางสถิตใิ นการวิเคราะหข์ อ้ มลู นภูมแิ ท่งเปรยี บเทยี บและกราฟเสน้ บเทยี บจานวนรถยนต์ประเภทต่างๆในโรงเรยี น วจ องแผนภูมิ ะห่างของแผนภูมิ ตราสว่ น ถูกต้องของข้อมูล สานักทดสอบทางการศกึ ษา สพฐ.

เกณฑก์ ารประเมนิ แบ มาตรฐาน ค 5.1 เขา้ ใจและใชว้ ิธีการท ตัวชว้ี ัด ค 5.1 ป.6/1 เขียนแผนภูมแิ ดี (3 คะแนน) แผนภมู ิมคี วามถกู ต้องสมบรู ณ์ครบทกุ รายการไดแ้ ก่ 1. แผนภูมมิ ีองค์ประกอบสาคัญครบถว้ น 2. มกี ารกาหนดมาตราส่วนไดเ้ หมาะสมสอดคล้องกบั ข้อมลู 3. ขนาดของแทง่ แผนภูมแิ ละระยะห่างของแผนภูมิ เทา่ กนั ท้ังหมด 4. แท่งแผนภมู ิทีน่ าเสนอมีจานวนครบถ้วนและถูกต้อง ทุกรายการ

บบ Holistic Rubrics ทางสถิตใิ นการวิเคราะหข์ อ้ มูล แท่งเปรยี บเทยี บและกราฟเส้น พอใช้ (2คะแนน) ปรับปรุง (1 คะแนน) แผนภมู มิ ขี ้อผิดพลาด แผนภูมมิ ขี อ้ ผดิ พลาด รายการใดรายการหน่งึ มากกว่า 1 รายการ สานักทดสอบทางการศึกษา สพฐ.

เกณฑก์ ารประเมนิ แบ เกณฑ์ ดี (3 คะแนน) ขา อง 1. องคป์ ระกอบของแผนภูมิ มอี งคป์ ระกอบสาคญั ครบถ้วน ไดแ้ ก่ ขน 2. ขนาดและระยะห่าง ชอ่ื แผนภมู ิ มาตราส่วน แผ ของแผนภมู ิ ชอื่ แกนนอน ชื่อแกนตั้ง ขนาดและระยะหา่ งของแทง่ แผนภูมเิ ทา่ กนั ทัง้ หมด 3. การกาหนดมาตราสว่ น กาหนดมาตราสว่ น กา ไดเ้ หมาะสมสอดคล้อง ไม 4. ความครบถ้วนถูกตอ้ งของ กับข้อมูล ขอ้ มูล ข้อ ขอ้ มลู ถกู ตอ้ งและครบถ้วน ใด

บบ Analytic Rubrics พอใช้ (2คะแนน) ปรบั ปรงุ (1 คะแนน) าดองค์ประกอบสาคญั ใด 1 ขาดองค์ประกอบสาคญั มากกว่า 1 งคป์ ระกอบ รายการ นาดและระยะหา่ งของแทง่ ขนาดและระยะห่างของแทง่ แผนภมู ิ ผนภูมไิ ม่เท่ากัน 1 แห่ง ไมเ่ ทา่ กัน มากกว่า 1 แหง่ าหนดมาตราส่วน ไมม่ กี ารกาหนดมาตราส่วน มเ่ หมาะสมกบั ขอ้ มลู อมูลถกู ตอ้ งหรือครบถว้ นอย่าง ขอ้ มลู ไม่ถกู ต้องและไม่ครบถว้ น ดอย่างหน่ึง สานกั ทดสอบทางการศึกษา สพฐ.

ขัน้ ตอนการสรา้ งเกณฑ์การปร 1. กาหนดประเดน็ สาคัญในการ ความสาคญั หรือนา้ หนักของ 2. กาหนดระดบั หรือคุณภาพท่ีต 3 ระดับ ได้แก่ ดี (2 คะแนน ปรบั ปรงุ (0 คะแนน) 3. กาหนดรูปแบบของRubric ค Rubric) หรือ แบบแยกสว่ น

ระเมิน (Scoring Rubrics) รตรวจใหค้ ะแนน และจัดลาดับ งแต่ละประเด็น ตอ้ งการให้คะแนน เช่น น) พอใช้ (1 คะแนน) และ คอื แบบภาพรวม (Holistic น (Analytic Rubric) สานกั ทดสอบทางการศกึ ษา สพฐ.

ข้ันตอนการสร้างเกณฑก์ ารปร 4. วิธกี ารเขียนคาอธิบายในแตล่ ะระด แบบท่ี 1 กาหนดคาอธบิ ายแบบลดลง ห เร่มิ เขียนเกณฑท์ ร่ี ะดบั คุณภาพสงู สดุ คุณภาพท่ลี ดลง แบบท่ี 2 กาหนดคาอธิบายแบบบวกหรอื คณุ ภาพต่าสดุ หรอื ไมไ่ ดค้ ะแนนกอ่ น เพิ่มขึน้ ไปตามลาดบั แบบท่ี 3 กาหนดคาอธิบายแบบเพิ่มขึ้นแ คุณภาพกลาง(พึงพอใจ/ผา่ นเกณฑ์) (ด/ี ดีมาก) และลดระดบั คุณภาพตาม

ระเมนิ (Scoring Rubrics) ดบั สามารถเขียนได้ 3 รูปแบบ คือ หมายถงึ การเขยี นเกณฑก์ ารให้คะแนนโดย ดหรือไดค้ ะแนนเต็มกอ่ นแล้วลดคะแนนตาม อเพมิ่ ขน้ึ หมายถงึ การเรม่ิ ต้นท่ีระดบั นแลว้ เพิ่มระดบั คุณภาพตามระดับคะแนนท่ี และลดลง หมายถงึ การเริ่มต้นทีร่ ะดับ ) แล้วเพิ่มระดับคุณภาพตามคะแนนที่เพมิ่ ข้ึน มคะแนนท่ีลดลง(ปรับปรงุ )ไปตามลาดับ สานักทดสอบทางการศึกษา สพฐ.

ขั้นตอนการสรา้ งเกณฑก์ ารป 5. ตรวจสอบโดยคณะผมู้ สี ว่ นร่ว 6. ทดลองใชเ้ กณฑใ์ นการตรวจผ ตามเกณฑท์ กี่ าหนด 7. หาความสอดคล้องในการตรว 3 ทา่ น ในลกั ษณะของ inter 8. ปรบั ปรุงเกณฑ์ท่ไี ม่ได้มาตรฐ

ประเมนิ (Scoring Rubrics) วมหรอื ผเู้ ช่ียวชาญทางการวดั ผล ผลงานท่ีมีมาตรฐาน/คณุ ลกั ษณะ วจขอ้ สอบอตั นยั ของกรรมการ r rater reliability ฐาน สานักทดสอบทางการศึกษา สพฐ.

การตรวจสอบคณุ ภาพของเก ผลการตอบของนักเรียน ปรับปรุง

กณฑ์การประเมิน (rubric) 1 Rater2 Rater3 Rater1 พอใช้ ดี Rater1 2 56 สานกั ทดสอบทางการศกึ ษา สพฐ.

ใบงานสปั ดาหท์ ่ี 1 กาหนดสถานการณ์แลว้ ใหน้ ักเรียนใช้วิธกี ารทางวิทยาศาสตร์เพ่ือหาคาตอบ ในชุมชนแห่งหน่งึ ชาวบา้ นมอี าชีพทาประมงพื้นบา้ น วนั หนงึ่ ๆ สามารถจบั ปลาขายเพ่ือสรา้ งรายได้เลี้ยง ครอบครัวได้หลายบาท แตห่ ลงั จากชมุ ชนแหง่ นไ้ี ด้เร่ิมมีโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาต้ังในชุมชน มีกิจกรรมการ แปรรูปอาหารและมีปริมาณน้าเสีย ของเสีย และกลิ่นเกิดข้ึน พร้อมกับปรากฏว่ามีปลาจานวนมากตายเกลอื่ น อยู่ตามชายฝ่ัง ทาให้ชาวบ้านจับปลาได้น้อยลง ทั้ง ๆ ท่ี โรงงานก็มีระบบบาบัดน้าเสียและมีระบบกาจัดของ เสียก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม เพ่ือไม่ให้เป็นการกล่าวหาโรงงานอุตสาหกรรมโดยไม่มีข้อมูลหลักฐานทาง วิทยาศาสตร์ นักศึกษาจะมีวิธีการอย่างไรในการพิสูจน์ให้ได้ว่าปลาท่ีตายเกลื่อนตามชายฝั่งกับการปล่อยน้า เสียของโรงงานมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ นักศึกษาจะมีวิธีการตรวจสอบอย่างไรเพ่ือนาผลการพิสูจน์น้ีไป แก้ปัญหาให้กบั ชุมชน

ใบงานสปั ดาห์ที่ 1 ช้ินท่ี 2 จากการศกึ ษาคลปิ วดิ โิ อเรอ่ื งการเปลย่ี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ นกั ศกึ ษาไดพ้ บประเภทความรูท้ างวิทยาศาสตรอ์ ะไรบา้ งที่จะ ใชใ้ นการอธิบายปรากฏการณด์ งั กลา่ ว ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................

กจิ กรรมการเรียนรเู้ พิ่มเติม สปั ดาหท์ ่ี 3 ใหน้ ักศึกษาทากจิ กรรมดังน้ี ยืนกลางแดดตอนเช้า เวลา 8.00-9.00 น กลางวัน 12.00 น. บ่าย 14.00 น. และ เย็น 16.30 น. แลว้ สงั เกตเงาของตัวเราว่ามีลกั ษณะเป็นอยา่ งไรและเงาอยู่ทางทิศใด พรอ้ มวาดรปู ประกอบ (กำหนดใหน้ ักศึกษำหนั หน้ำไปทำงดำ้ นทิศเหนือ)

ใบกิจกรรมในชัน้ เรยี นสปั ดาหท์ ี่ 6 ใหน้ ักศึกษาอภิปรายกลุ่มย่อย (Team discussion) ภายในกลมุ่ ของตนแล้วสรุปความคิดเห็นในใบ กจิ กรรม ตามประเดน็ ดังน้ี • หลักสตู รไดก้ ล่าวถึงการเรียนรู้ของผเู้ รียนอย่างไร • มาตรฐานการเรยี นรูใ้ นหลกั สูตรหมายถงึ อะไร • ตัวชีว้ ดั ในหลักสูตรหมายถึงอะไร • ในหลกั สตู รมกี ี่สาระการเรยี นรู้ อะไรบ้าง • สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์มกี ส่ี าระ อะไรบา้ ง • ผูส้ อนมีบทบาทอย่างไรในการจดั การเรียนรู้ • เปา้ หมายและแนวทางในการจดั กจิ กรรมการเรียนรตู้ ามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรเ์ ป็นอยา่ งไร และนักศึกษาอยากเพิ่มเติมอะไรบา้ ง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook