Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการปฏิบัติงานของกำนันผู้ใหญ่บ้าน

คู่มือการปฏิบัติงานของกำนันผู้ใหญ่บ้าน

Published by Filles Asmah, 2021-02-06 16:48:04

Description: ไฟล์ทั้งหมด ของคู่มือ

Search

Read the Text Version

๙9๕5 ๕) เม่ือก5ร)อเมก่อืแกบรบอกพแิมบพบ์เพสิมรพ็จ์เแสลร้็จวแใหล้ว้ฉใีกหท้ฉ่ีอกทน่อลน่าลง่มางอมบอแบกแก่ผ่ผู้แู้แจจ้ง้งไไปปเเกก็็บบไไวว้เ้เปป็น็นหหลลักักฐาฐนาน และแบบแพละิมแพบ์ บทพ.ริม. พ๔์ ทต.รอ.น๔หนตอ้าทน่อหนนล้า่าทง่อนนี้ ลใช่า้เงปน็น้ี ใหชล้เักปฐ็นาหนลกักาฐราอนนกุญาารตอในนุญกาาตรเใกน็บกาฝรังเกห็บรฝือัง เหผราือศพ ไดเ้ หมอื เนผกาศบั พมรไณด้เบหตั มรือนกับมรณบัตร ๖) นำ� แบ6บ)พนิมาพแบ์ ทบ.รพ.ิม๔พ์ตทอ.รน.ห๔นตา้ อทนอ่ หนนบ้านทพอ่ นรอ้บมนหพลรกั อ้ ฐมาหนลตกั า่ ฐงานๆตไา่ปงเสๆนไอปนเสานยอทนะาเยบทยี ะนเอบ�ำียเนภอ ซึ่งอยู่ ณอาทเี่วภา่ อกซางึ่ รออย�ำู่ เณภอทีว่หา่รกือากร่ิงออาำ�เภเภออหรือกิง่ อาเภอ ๗) เม่ือต7ร)วเจมส่ืออตบรวถจูกสตอ้อบถงแูกลตอ้วงแนลา้วยนทาะยเทบะียเนบยีอน�ำอเภาอเภจอะจอะอกอกหหลลักักฐฐาานนมมรรณบัตร ((ทท.ร.ร. .๔๔) ) พร้อมทพ้ังคร้ือนมหทล้ังกคฐืนานหตลั่ากงฐาๆนตใ่าหง้แๆก่นใหาย้แทกะ่นเาบยียทนะผเบู้รับียนแจผ้งูรตับาแมจท้ง่ีผตูา้อม�ำทนี่วผยู้อกาานรวทยะกเาบรียทนะกเบลียานงก�ำลหานง ด ก๘าห) น นดำ� หลักฐานตา่ ง ๆ พร้อมท้ังมรณบัตร (ท.ร. ๔) ไปคืนใหแ้ ก่ผ้แู จ้ง ห ลกั ฐานมต๙อ่า)บง หเรๆลียักดกฐังา98ตทน))ัว.ตเนรอรา่า.ยียงหก่า๔ลๆงทักต.ฐรดอา.ังนน๔ตตหวั ต่าอนองย้านา่ๆหงทพน่อรา้ นอ้ ทลม่อ่าทนงง้ั ซมล่ึงร่าใณงหซบ้ไึง่ วใัตห้แร้กไว(่ผท้แู้แ.กรจ.่ผ้ง๔ู้แคจ)ืน้งไปคพคืนรืน้อพใมหร้ทอแ้ กมั้งใ่ผทหแู้้ัง้ผจใหู้แง้ ้ผจู้้งแเจซ้ง็นเซช็นื่อชรับื่อรมับอบ ขา้ พเจา้ ได้รับ  มรณบัตรของ นำยนอ้ ย ขำดี เลขท่ี ๔/๒๕๓๕ ลงวนั ท่ี ๔ มกรำคม ๒๕๓๕ .  สาเนาทะเบียนบ้านเลขท่ี ๑/๖๐ ม.๔ ต. บ่อพุ อ.ทำ่ ใหม่ จ.จนั ทบรุ ี .  อ่ืน ๆ................................................................................................................ ลงชื่อ ดำ ขำดี . ผ้แู จง้ (นายดา ขาด)ี ๖ ./ ม.ค. / ๓๕ . ทซ ึง่ี่เกอ็บยู่หณ๑๑๑รนเใคหือ๐๑๒าทล้แฝย)))ีว่ ื่อนัทง ่านหถนศะะก้าำ�านยพเามหบกา้ารไีผผลยียผปอ๑๑๑ู้มแู้นกัศแู้ำ�จ021จาอฐพจเา)ภ))แง้าา้งทกขนถหนจไอเสภ่เีปอ้้งหกาาาถอทดตเมหก็บรปาา.าีผลือผหรซนลเยู้ักนมกู้.แรึ่ง่ียทเฐง่ิาออื๔ินจกน่ีทาอแฝย้กงินนแตำ�่ีแจขงัู่ากณปเศอจ้งรอภท�ำพลตทน้งเห.อทปรไงาไอ่ีหวทนป.กยวี่ลาน้เ๔ี่ศา่จดาเเ่ีดยกภา้กราพเิมนทวติจกอานผลรแอัดอ่สทกตู้ใอาปนถนกี่ผาหาาาหาลลหตู้ย๒้เแนรภนงา่านตน๔ศทกงยอ้าั้งดะพีท่ไทหาอเเดนชกรว่ีแรอ่ยต้เ่ัว�ำจ็บลอืจนชู่ าโใัดากร้งน่ลมหยไวก่ิงา่งห๒ว้ผอบงาจ้เรู้แ๔ารรดนาือเเจวศกกิภมับพช้งมบ็พฝอต่ัไวบใไังรทปหวโ้ังศเวมแเ้่ีศขช้แมพบปงตพ่อนนารน็ ่เอนเผวะวปหจมู้ตนันบลน็ลาไาุญาาตวกักยตใั้งเ้เาฐตฝหปผาแตาั้ังง้ผย็นาตนตอู้แหหม่เย่อหวจรลาู่นลร้งือักเือาไปาพฐปตยจ็นาบขาะทนศยอเเะคผหพอเลาบนรอ่ื ืใอียุญหหนพนรา้แยอบือตา้น�ำศตจยะเพ่อะศภนพอ�ำ ผู้แจ้งไปด�ำเนนิ การท่ีอ�ำเภอทีผ่ ู้ตายไดต้ ายหรือพบศพ ๓. การ3ร.บั กแาจรง้ รกับาแรจยง้ ้ากยาทรี่อยย้าู่ยท่ีอยู่ หลกั กาหรลกั การ ๑) เมื่อ๑ม)ีผเู้ใมด่อื เมขีผ้าม้ใู ดาเอขย้าู่ใมนาบอย้านูใ่ นซบ่ึงา้อนยซู่ในึ่งอเขยตูใ่ นคเวขาตมครวับาผมริดบัชผอิดบชขอบงนขอายงนทาะยเบทียะนเบผียู้รนับผแู้รจับ้งตแาจม้งที่ ผอู้ ำ� นวยตกาามรที่ผะเู้อบายี นนวกยลกาางกรทำ� หะนเบดียในหกส้ อลบางถกามาหผทู้นย่ีดา้ ยใหเข้สา้ อมบาอถยาใู่มนผบู้ทา้ ี่ยน้านยนั้ เวขา่ ้าไมดด้าอำ� เยนู่ในิ นกบา้ารนแจนง้ ั้นยวา้ ่ยาไทดอี่ ้ ยู่ แล้วหรือดยาัเงนินถก้ายารังแกจ็แ้งนยะา้ ยนท�ำใ่อี หย้ผู่แู้ลน้วันหไรปือแยจัง้งยถ้ายทังก่ีอ็แยนู่ใหะน้ถาูกใตห้อ้ผงู้น้ันโดไปยแจ้งย้ายทตี่อยนู่ใาหย้ถทูกะตเบ้อียงนโดผยู้รแับจแ้งจ้ง แหง่ ทอ้ งยท้าีท่ยตผี่ ่อนู้ น้ั ามยีชท่ือะอเบยียู่ในทผะ้รู ับเบแียจน้งแบห้าน่งทภ้อางยทใน่ีทกผี่ �ำู้นหน้ั นมดีชื่อ๑อ๕ยใู่ วนันทะเบียนบา้ นภายในกาหนด ๑๕ วนั

96 ๙๖ ๒) เม่อื คนในทอ้ งท่ีจะย้ายออกไปอยู่ที่อ่ืน หรือย้ายจากบ้านหน่ึงไปยังอีกบ้านหน่ึง ใในนหหมมบู่ ู่บ้าน้าเนดเียดวียกวนั กใหันน้ ใหาย้นทาะยเบทียะนเผบู้รียับนแผจู้รงตับาแมจท้งี่ผตู้อาามนทวี่ผยู้กอา�ำรนทวะยเบกียารนทกะลาเบงกียานหกนลดางแกน�ำะหนนาผดู้ นแน้ั ใะหน้แำ� จผง้ นู้ย้ันายใหท้แอ่ี จยงู้่ใหยา้ถยูกทต่ีอ้ ยงเูใ่สหีย้ถกูก่อตนอ้ กงาเรสแยี จก้ง่อนนั้นกใาหร้แแจจง้ ง้ภนา้ันยใหนก้แจาห้งภนาดยใ๑น๕กำ�วหันนด ๑๕ วัน ๓) การรับแจ้งย้ายที่อยู่ในหน้าท่ีของนายทะเบียนผู้รับแจ้งตามที่ผู้อานวยการ ทะเบยี นกลางกาหนด มี ๒ อย่าง คอื การรับแจ้งยา้ ยออก และการรับแจ้งย้ายเข้า วธิ ีดาเนินการ เมอ่ื มีผูม้ าขอแจ้งย้ายออก ใหน้ ายทะเบียนผรู้ ับแจง้ ตามที่ผู้อานวยการทะเบียนกลาง กาหนดดาเนินการดงั น้ี ๑) เรียกสาเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน มาตรวจสอบดูว่า บุคคลท่ีจะขอแจ้ง ย้ายออกมชี ื่อหรือไม่ ถ้ามชี อื่ จึงจะแจ้งยา้ ยได้ ๒) ผูม้ หี น้าทม่ี าขอแจ้งย้ายได้แก่เจ้าบ้าน ถ้าเจ้าบ้านไม่มาอาจมอบหมายให้คนท่ีมี ชือ่ อยู่ในทะเบียนบ้านมาแจ้งย้ายแทนได้ แต่เจ้าบ้านจะต้องมอบบัตรประจาตัวให้แก่ผู้มาแจ้ง ย้ายด้วยและถ้ากรณีมีผู้มาขอแจ้งย้ายเป็นบุคคลท่ีไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน เจ้าบ้านจะต้อง ทาหนังสือมอบหมายมาแสดงต่ อนายทะเบียนผู้รับแจ้งตา มที่ผู้อ านวยการทะเบียนกลา ง กาหนดดว้ ย ๓) นาแบบพมิ พ์การรบั แจ้งการยา้ ยทีอ่ ยู่ หรอื ท.ร. ๖ ตอนหน้า มาดาเนินการกรอก ขอ้ ความ ดงั น้ี เลขที่ ๑ / ๒๕๓๕ (๑) (๒) สถานที่รบั แจ้ง หมู่ที่ ๔ ต.บ่อพุ . วนั ที่ ๔ เดือน มกรำคม พ.ศ. ๒๕๓๕ . ข้าพเจ้า นำยแดง บญุ สำ (๓) เลขประจาตัวประชาชน (๔) อย่บู ้านเลขที่ ๒๕/๓ หมู่ที่ ๔ . ซอย - ถนน - ตาบล/แขวง บ่อพุ อาเภอ/เขต ทำ่ ใหม่ . จังหวัด จนั ทบุรี (๕) ในฐานะ เจ้าบ้าน  ได้รับมอบหมายจากเจา้ บา้ นคอื . อืน่ ๆ . (๖)  ขอแจ้งยา้ ยทีอ่ ยูบ่ ุคคลต่อนายทะเบยี น อ. ทำ่ ใหม่ โดยมรี ายการดงั น้ี ยา้ ยออกโดย (๗) ออกจาก บา้ นเลขที่ ๒๕/๓ หมู่ที่ ๔ ซอย - เลขรหัสประจาบ้าน ย้ายเข้าโดย ถนน - ตาบล บอ่ พุ อาเภอ ทา่ ใหม่ . จานวนบุคคล ๑ คน ไปทีห่ รอื มาเข้า บา้ นเลขที่ ๑๑๔ หมูท่ ่ี ๒ ซอย - เลขรหสั ประจาบ้าน ถนน - ตาบล วดั ใหม่ อาเภอ เมอื งจนั ทบรุ ี . . ๑. ชือ่ ตวั นำยสี รายการบคุ คลท่ขี อแจ้งยา้ ย (๘) ๒. ช่อื ตัว ชื่อสกลุ บุญสำ เลขประจาตัวประชาชน . ๓. ชือ่ ตัว . ๔. ชอ่ื ตวั ชื่อสกลุ เลขประจาตัวประชาชน ๕. ชื่อตวั . ช่ือสกลุ เลขประจาตวั ประชาชน . . ช่ือสกลุ เลขประจาตวั ประชาชน ชื่อสกุล เลขประจาตวั ประชาชน

๙๗ 97 (๑) เลขท.่ี ......../................... ให้ลงเลขทขี่ องใบรับแจง้ ท่ไี ดอ้ อกโดยนายทะเบียนผู้รับแจ้ง ตามท่ีผอู้ านวยการทะเบียนกลางกาหนด เรียงลาดับกันไป (๒) สถานที่รับแจง้ ...................... ทับปี พ.ศ. ท่ีออกจนหมดปี พ.ศ. เมอ่ื หมดปี พ.ศ. ให้ขึ้นเลข (๓) ข้าพเจา้ ..............เลขประจาตัว ๑ และทับปี พ.ศ. ใหม่ เช่น ฉบับแรกของปี ๒๕๓๕ ให้เขียน (๔) อยบู่ ้านเลขท่.ี ......................... ว่าเลขที่ ๑/๒๕๓๕ จนหมดปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เม่ือข้ึนปี (๕) ฐานะของผูแ้ จง้ การยา้ ย ๒๕๓๖ ฉบับแรกทใี่ ชก้ จ็ ะเป็นเลขท่ี ๑/๒๕๓๖ เปน็ ตน้ (๖) ขอแจ้งย้ายที่อยู่บุคคล ให้ลงสถานที่ออกใบรับแจ้งโดยระบุหมู่ท่ีและตาบลท่ีออก เช่น สถานท่รี ับแจ้ง หมูท่ ี่ ๔ ตาบลบ่อพุ เปน็ ตน้ ต่อนายทะเบียน ใ ห้ ล ง ช่ื อ ตั ว -ช่ื อ ส กุ ล ข อ งผู้ แ จ้ ง พ ร้ อ ม เ ล ข ป ร ะ จ า ตั ว (๗) ช่อง ย้ายออกโดย ประชาชน (ถ้าทราบ) เช่น ข้าพเจ้านายแดง บุญสา (๘) รายการบคุ คลท่ีขอแจ้งย้าย เลขประจาตัวประชาชน ๓-๒๒๐๓-๐๐๐๑๖-๘๔-๐ เปน็ ตน้ ให้ลงท่ีอยขู่ องผแู้ จ้งซ่งึ ปรากฏตามทะเบียนบ้าน ให้ทาเครื่องหมาย () ลงในช่อง  หน้าข้อความ ท่ีต้องการ กรณีท่ีผู้แจ้งมิใช่เจ้าบ้านแต่ได้รับมอบหมาย จากเจ้าบา้ นให้มาแจ้ง หลังคาว่าคือ..............ให้ใส่ช่ือตัว และชื่อสกลุ ของเจ้าบ้าน ให้ทาเครอ่ื งหมาย () ในช่อง  หนา้ ขอ้ ความแลว้ ให้กรอกชอื่ สานกั ทะเบียนอาเภอ ให้ทาเคร่ืองหมาย () ในช่อง  หน้าข้อความที่ย้าย เข้าโดยต้องการจานวนบุคคล.......คน ก็ให้ใส่จานวนคนที่ ยา้ ยตามความเปน็ จริง ลาดับที่ ๑-๕ ให้ใส่ช่ือตัว-ช่ือสกุล พร้อมเลขประจาตัว ประชาชน (ถ้าทราบ) ของผู้แจ้งย้ายเรียงลาดับกันลงไป หากกรณมี ผี ู้แจง้ ยา้ ยมากกว่า ๕ ราย ใหใ้ ชใ้ บใหมอ่ กี ใบ หลักฐานประกอบการแจ้ง สาเนาทะเบียนบา้ นฉบบั เจ้าบา้ น เลขที่ ๒๕/๓ ม.๔ ต. บอ่ พุ อ.ท่ำใหม่ . (๙) บัตรประจาตัวของเจ้าบา้ น เลขท่ี ๓-๒๒๐๓-๐๐๐๑๖-๘๔-๐ . หนงั สอื มอบหมายจากเจา้ บา้ น . หนงั สอื ยนิ ยอมให้ยา้ ยจากเจา้ บา้ น . บัตรประจาตวั ของผแู้ จง้ ย้าย เลขท่ี . ใบแจง้ การยา้ ยทอี่ ยู่ ท.ร. ๖ ตอน . อ่นื ๆ . (ลงชอื่อ)) แแดดงง บบญุ ุญสสาำ ผผ้แู ้แู จจง้ ้ง ((๑๐) ลลงงชชอื่ ื่อ ตตำา นนำาดดี ี นายทะะเเบบียียนนผผู้รรู้ ับบั แแจจง้ ้ง(๑(๑๑๑) ) (นายแดง บุญสา) (นายตา นาดี) ตาแหนง่ - . ได้รบั หลกั ฐานการรบั แจง้ ยา้ ยท่ีอยแู่ ล้ว ลงชื่อ แดง บุญสำ ผแู้ จ้ง ๔ / ม.ค. / ๒๕๓๕

98 ๙๘ (๙) หลักฐานประกอบการแจ้ง ให้ทาเคร่ืองหมาย () ในช่อง  หน้าข้อความที่ย่ืน เป็นหลักฐานแล้วลงรายละเอียดของหลักฐานน้ันหลัง ข้อความใหต้ รงกับช่องดา้ นหนา้ (๑๐) ลงชื่อ............................ผแู้ จ้ง เม่ือกรอกรายละเอยี ดตา่ ง ๆ ดงั กลา่ วขา้ งต้นเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้แจ้งลงลายมือช่ือ พร้อมท้ังเขียนช่ือตัว-ช่ือสกุล ตัวบรรจงในวงเลบ็ (๑๑) ลงชอื่ ......นายทะเบียนผู้รับแจ้ง ให้ลงช่ือกานันหรือผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะนายทะเบียน ผรู้ ับแจ้งและเขยี นชื่อด้วยตัวบรรจงในวงเล็บใต้ลายมือ ช่ือ สว่ นตาแหน่งนัน้ ให้ทาเครอื่ งหมาย “_” สานกั ทะเบียน หลักฐานการรบั แจง้ การย้ายทอ่ี ยู่ (๑๒) / ลงวันที่ . ขอแจ้งยา้ ยบุคคล เข้า จานวน จังหวัด ไดร้ บั แจง้ จาก . คน ตามใบแจง้ การยา้ ยทอี่ ยเู่ ลขท่ี ออก นายทะเบยี นผูร้ บั แจง้ (ลงช่ือ) ) ( . ตาแหนง่ (๑๒) หลักฐานการรบั แจง้ การยา้ ยทอ่ี ยู่ในส่วนล่างใต้เส้นไข่ปลา คือส่วนของหลักฐานการรับ แจ้งการย้ายที่อยู่นั้น ให้ลงช่ือสานักทะเบียนอาเภอท่ี รบั แจ้งวา่ ได้รบั แจง้ จากผูใ้ ด แจง้ อยา่ งไร ลงรายละเอียด ใหต้ รงกับด้านบนแล้วลงช่ือนายทะเบียนผู้รับแจ้งแล้ว ฉีกท่อนล่างน้ีมอบให้แก่ผู้รับแจ้งรับไปด้วย โดยให้ ผู้แจ้งลลงงชชื่อื่อใในนชช่อ่องงไไดด้ร้รับับหหลลักักฐฐาานนกการารับรับแแจจ้งก้งากรายร้ายย้าทย่ี อทย่อี ู่แยลู่แ้วลใ้วนในตตออนนบบนนเหเหนนืออื เเสส้น้นไไข่ปลาด้านลา่ างงเเพพือ่ ่ือเเปป็น็น หลักฐานวา่ ได้มีการรบั แจ้งไวแ้ ล้ว ๔) เม่ือกรอกแบบพิมพ์เสร็จให้ฉีกใบรับแจ้งการย้ายที่อยู่ หรือ ท.ร. ๖ ตอนหน้า ท่อนล่างมอบใหแ้ กผ่ ู้แจง้ เปน็ หลกั ฐาน และใหผ้ ู้แจ้งเป็นผู้เซ็นชื่อรบั มอบหลักฐาน ๕) นาใบแจ้งการย้ายที่อยู่หรือ ท.ร. ๖ ตอนหน้าท่อนบน พร้อมหลักฐานสาเนา ทะเบียนบ้านบัตรประจาตัวผู้แจ้งและหลักฐานอื่น ๆ ถ้ามี ไปแจ้งต่อนายทะเบียนอาเภอ ณ ท่วี ่าการอาเภอ หรอื ก่ิงอาเภอ ๖) นายทะเบียนอาเภอ จะออกหลกั ฐานใบแจ้งการย้ายท่ีอยู่ หรือ ท.ร. ๖ ตอนท่ี ๑ และตอนที่ ๒ ให้ พรอ้ มท้ังคืนหลักฐานทั้งหมด ยกเว้นใบรับแจ้งการย้ายที่อยู่แก่นายทะเบียน ผรู้ บั แจ้งตามที่ผูอ้ านวยการทะเบยี นกลางกาหนด

๙๙99 ยทด หหา้งั่ีอรรตยืือยอทวั ู่ อี่อหททยยร..่ารหู่รือง..ร๗๗ทือ๖๖)) .รนทนต.พา.ารอ๖ยยร.นทท้อ๖ตะหมะอเเนพทบบน้้ัายีรงียหหท้อนนนมผ่ลอผรู้้ทัากนู้รบัท้ัฐงลับแห่าอ่าจแนลนงง้จคักมตล้งืนฐาา่าตมามจงานทคอามมผ่ีกืนบทอู้าผจคี่ผมำ�ู้แาืนู้นออจกแวาบ้งผยกนคู้แก่ผวแืนาจยู้แลรแ้งกจทะกา้แงใะแ่ผรหเลลู้แบทพ้ผะจะยีะู้รแใ้นงใเห้อจบหกพ้ผ้มงีย้ลผเู้แรทซานู้แ้อจง้ัง็นกจกม้เงรลร้งำ�เทัลีซยาหเั้งซมง็กนนเ็กนรอใดตบียาชบ์ชหกรื่นอหื่อันบใำ�รลรบใดัแบับักบรจมแฐับนม้งจอาแอากง้นบจใบกาบด้หงราักแงรยลตยจา้าักัวรา้้งยฐยยอกทาท้ายา่ีอนยอี่ร่ายยงู ู่่ ข้าพเจา้ ไดร้ บั สาเนาทะเบยี นบา้ น เลขที่ ๒๕/๓ ม.๔ ต.บ่อพุ . ใบแจง้ ยา้ ยท่ีอยู่ เลขท่ี ๔/๒๕๓๕ วันท่ี ๔ ม.ค. ๒๕๓๕ . อ่ืนๆ . ลงชื่อ แตง บญุ สำ ผแู้ จง้ ๖ / ม.ค. / ๒๕๓๕ ๘) นาใบรับแจง้ การยา้ ยท่อี ยู่ หรอื ท.ร. ๖ ตอนหนา้ เก็บไวเ้ ปน็ หลักฐาน เม่ือมผี ้มู าขอแจง้ ย้ายเข้า ให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งตามท่ีผู้อานวยการทะเบียนกลาง กาหนดดาเนินการดงั น้ี ๑) เรยี กหลกั ฐานใบแจง้ การยา้ ยทีอ่ ยู่ ตอนท่ี ๑ และ ๒ พรอ้ มทั้งสาเนาทะเบียนบ้าน บ้านที่ผู้แจ้งย้ายจะเข้าไปอยู่ และบัตรประจาตัวผู้แจ้ง ผู้มีหน้าที่แจ้งย้ายเข้า ได้แก่ เจ้าบ้าน หากเจ้าบ้านไม่มา อาจมอบหมายให้คนท่ีมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือคนอ่ืนซึ่งไม่มีชื่ออยู่ใน ทะเบียนบ้านมาแจ้งแทนก็ได้ แต่เจ้าบ้านจะต้องมอบบัตรประจาตัวให้แก่ผู้มาแจ้งย้ายด้วย และถ้ากรณีผู้มาขอแจ้งย้ายเป็นบุคคลท่ีไม่มีช่ือในทะเบียนบ้าน เจ้าบ้านจะต้องทาหนังสือ มอบหมายมาแสดงต่อนายทะเบียนผรู้ บั แจ้งตามทผ่ี ู้อานวยการทะเบียนกลางกาหนดดว้ ย ๒2))ให้เจ้าบา้ นเซน็ ช่ือยนิ ยอมให้ย้ายเข้า และให้ผู้มาแจ้งย้ายเซ็นชื่อผู้แจ้งย้ายเข้าใน ใบแจง้ การยา้ ยท่อี ยู่ หรอื ท.ร. ๖ ให้ครบทกุ ชอ่ ง ท้งั ตอนท่ี ๑ และตอนท่ี ๒ ๓) นาแบบพมิ พ์ใบรับแจ้งการย้ายท่ีอยู่ หรือ ท.ร. ๖ ตอนหน้า มาดาเนินการกรอก ขอ้ ความ ๔) วธิ ีการกรอกแบบพมิ พแ์ ละตวั อยา่ งการกรอกแบบพิมพ์เช่นเดยี วกับการแจง้ ยา้ ยออก ๕) เม่ือกรอกแบบพิมพ์เสร็จให้ฉีกใบรับแจ้งการย้ายที่อยู่ หรือ ท.ร. ๖ ตอนหน้า ท่อนล่างมอบใหแ้ ก่ผู้แจ้งเปน็ หลักฐาน และให้ผูแ้ จง้ เซ็นช่ือรับมอบหลักฐาน ๖) นาใบรับแจ้งการย้ายที่อยู่ หรือ ท.ร. ๖ ตอนหน้าท่อนบนพร้อมหลักฐานใบแจ้ง การยา้ ยที่อยู่ หรอื ท.ร. ๖ สาเนาทะเบียนบ้าน บัตรประจาตัวผู้แจ้ง และหลักฐานอื่น ๆ ถ้ามี ไปแจ้งตอ่ นายทะเบยี นอาเภอ ณ ท่ีวา่ การอาเภอหรอื กิง่ อาเภอ ๗) นายทะเบียนอาเภอจะรับแจ้งการย้ายท่ีอยู่พร้อมท้ังเพ่ิมชื่อบุคคลท่ีขอแจ้งย้าย เข้าในทะเบียนบา้ นฉบบั ของอาเภอและฉบับของเจ้าบ้าน

100 ๑๐๐ ๘) นายทะเบียนอาเภอจะคืนหลักฐานสาเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน บตั รประจาตวั และหลกั ฐานอ่ืน ๆ ถ้ามี แก่นายทะเบยี นผู้รบั แจง้ ตามทีผ่ อู้ านวยการทะเบียนกลาง กาหนด เพือ่ นาไปคืนแกผ่ ู้แจง้ ๙) นายทะเบียนผู้รับแจ้งตามที่ผู้อานวยการทะเบียนกลางกาหนด นาหลักฐานท่ี นายทะเบียนอาเภอคืนให้ไปมอบแก่ผู้แจ้งพร้อมท้ังเรียกใบรับแจ้งการย้ายท่ีอยู่ หรือ ท.ร. ๖ ตอนหนา้ ทอ่ นล่าง คืนจากผูแ้ จ้งและใหผ้ แู้ จ้งเซน็ ชื่อรับมอบหลักฐานดังตัวอย่าง ข้าพเจ้าไดร้ บั  สาเนาทะเบยี นบ้าน เลขที่ ๑๑๔ ม.๒ ต.วัดใหม่ อ.เมืองจันทบุรี .  ใบแจ้งยา้ ยท่ีอยู่ เลขที่ .  อน่ื ๆ . ลงชื่อ สี บญุ สำ ผแู้ จง้ ๗ / ม.ค. / ๒๕๓๕ ๑๐) นาใบรับแจง้ การยา้ ยทอ่ี ยู่ หรือ ท.ร. ๖ ตอนหน้าเกบ็ ไวเ้ ปน็ หลักฐาน ๔4. การรบั แจง้ เกย่ี วกับบา้ น ในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้ง (ผใู้ หญ่บา้ น) “บ้าน” หมายถึง โรงเรือนหรือสง่ิ ปลูกสร้างสาหรบั ให้เปน็ ทอี่ ยูอ่ าศัย ซึ่งมีเจ้าบ้าน ครอบครองและให้หมายความรวมถงึ แพหรือเรือซ่ึงจอดเป็นประจา และใช้เป็นที่อยู่ประจา หรือสถานที่หรอื ยานพาหนะอนื่ ซ่ึงใช้เปน็ ทีอ่ ยอู่ าศัยประจาไดด้ ว้ ย หลกั การ ๑) เม่ือมีการปลูกสร้างบ้านข้ึนใหม่ หรือปลูกสร้างมานานแล้ว แต่ยังไม่มีเลขที่ ท่านในฐานะเป็นนายทะเบียนผู้รับแจ้งตามที่ผู้อานวยการทะเบียนกลางกาหนด จะต้อง กาหนดบ้านเลขท่ีให้แก่บ้านดังกล่าวไม่ว่าบ้านน้ันจะปลูกในท่ีดินของตนเองหรือของผู้อ่ืน นอกจากน้ี การร้ือถอนบ้าน บ้านถูกทาลาย หรือขอเปลี่ยนแปลงเลขหมายประจาบ้านให้ เจ้าบ้านแจ้งตอ่ นายทะเบยี นผ้รู บั แจง้ ตามแบบพิมพ์ใบรับแจ้งเก่ียวกับบ้าน ท.ร. ๙9 ภายใน ๑๕ วนั นับแต่สรา้ งบ้านเสร็จ ๒) บา้ นทปี่ ลูกบุกรุกท่ีสาธารณะ พ้ืนทป่ี ่าสงวน ขอทะเบียนบ้านชัว่ คราว ๓) การรื้อถอนบา้ นต้องแจง้ ใน ๑๕ วนั นับแตร่ ือ้ บา้ นเสรจ็ เพ่อื จาหนา่ ยเลขที่บา้ น ๔) บ้านถกู ไฟไหม/้ ถูกทาลาย ตอ้ งแจง้ ภายใน ๑๕ วัน วิธดี าเนนิ การ เมื่อมเี จา้ บา้ นมายื่นคารอ้ งขอบา้ นเลขท่ี ทา่ นในฐานะนายทะเบียนผ้รู ับแจ้ง ตามที่ ผอู้ านวยการทะเบียนกลางกาหนด จะต้องปฏิบัตดิ ังน้ี ๑) ออกไปตรวจสอบวา่ มบี ้านปลกู สร้างจรงิ หรอื ไมแ่ ละสรา้ งเสร็จเรยี บรอ้ ยหรือยงั ๒) ใครเปน็ เจ้าบ้านหรือเจ้าของบ้านดงั กลา่ ว

๑๐๑101 ๓) เรียกบัตรประจาตวั ของผู้แจง้ ๔) รับแจ้งตามแบบพิมพ์ใบรับแจ้งเกี่ยวกับบ้าน โดยให้กรอกรายละเอียดใน ด้านหลงั ของแบบพมิ พใ์ บรับแจ้งเก่ียวกับบ้านใหถ้ กู ตอ้ ง ดงั น้ี การกาหนดบ้านเลขที่ มหี ลกั เกณฑ์วิธีปฏิบตั ิ ดงั นี้ 1๑. ใ. นใเนขเตขหตมหู่บม้าู่บน้าขนอขงทอ่างนทท่าีม่นีถทน่ีมนีถเนปน็ เแปน็นวแยนาววยใหาว้เรม่ิ ใตห้นเรจ่ิมาตก้นหจัวถากนหนัหวถรอืนน ทปา่ากหขนทอรใหืองา๑ทงป้กเ.่าาขนกหา้ ใทหนหมาด้กง่บู บำ�เข้าห้าน้านหเดแมลบลูข่บ้วา้ ท้านยนี่เืนเปลห็แนขันลเทล้วห่ีเขปยนคืนน็ ้าี่หเไเลชปันข่นทหคานี่ ๑งเ้าชซ,ไ่นป้า๓ยท,๑ถา๗,นง,ซ๓น๙้า,ยบ,๗ถ้าฯ,นล๙นทฯ,่ีอบสฯย่ว้าลู่ทนนฯาทบงสี่อ้าซ่วยน้านู่ขยทบ้ามี่องา้ือยซนขู่ท้าเอลยางขมงทือี ่ ขวาอมยอืู่ทขาองขงทวา่ มนอืใหข้กอางหทน่านดใบหา้ ก้ น�ำเหลขนทดเ่ีบป้าน็ นเเลลขขคทู่ เ่ี ชป่น็ เ๒ลข, ค๔ู่,เช๖น่ , ๘๒, ๑๔๐, ๖ฯ,ล๘ฯ, ๑๐ ฯลฯ 2๒. .ถ ้ถา้าบบ้า้านนออยู่เปน็ หหยย่อ่อมมๆ ๆหรหอื ไรมือ่มไีถมน่มนีถเนปน็ แเปน็วนยแานววกยาารวก�ำกหานรดกบา้าหนนเลดขที่ บ้าน กรเลณข๓๒นี๓ท..้ีใ.ก่ี หถ รถ้าก้ ณ้หา�ำนีหหาีใ้นกาหดตก้กบ่อตา้าม่หอนานมเมลดาีบขบม้ทาา้ีบนน่เี ร้าปเยีลนลงขปตูกทาลส่เี มรูกรยีล้าสง�ำงรตดข้าาับึ้นมงไขใลปหึ้านคดมใอืับ่อหไยม๑ปู่ร่,อะค๒ยหือ,ู่รว๓ะ๑่า,หง๔บ๒ว,้า่ ๕น๓งบส,ฯอ๔้าลง,นฯห๕สลอฯังงลหซฯึ่งลัง กาหซนึ่งกด�บำหา้ นนเดลขบท้าี่ไนปเแลลข้วทท่ีไา่ปนแอลา้วจจทะก่าานหอนาดจเจปะ็นกบ�ำ้าหนนเลดขเทป่ีท็นับบก้า็ไนด้เเลชข่นทบี่ท้าับนกท็ไ่ีด ้ ปลเูกชส่นร้าบง้าขน้ึนทใ่ีปหลมูก่อสยรู่ใ้ากงลข้ึนบใ้าหนมเล่อขยู่ใทก่ี ล๕้บท้าน่าเนลอขาทจ่ี ก๕าหทน่านดอบา้าจนกเ�ำลหขนทด่ีขบอ้างนบเ้าลนขที่ สรา้ขงอใงหบมา้ ด่ นงั สกรล้า่างวใเหปมน็ ่ดบัง้ากนลเ่าลวขเทปี่น็ ๕บ/้า๑นกเล็ไดข้ท่ี ๕ / ๑ ก็ได้ รายละเอยี ดเก่ยี วกับผู้แจ้ง (๑) ที่ ๑/๒๕๓๕ (๒) สถานทร่ี บั แจง้ หมทู่ ่ี ๔ ต.บอ่ พุ . (๓) วนั ที่ ๔ . เดอื น มกรำคม .พ.ศ. ๒๕๓๕ . (๔) ขา้ พเจา้ นำยแดง บุญสำ . (๕) เลขประจาตวั ประชาชน ๓–๑๐๑๖–๐๐๘๘๒–๙๘-๐ . (๖) อยู่บา้ นเลขท่ี ๒๕/๓ .หมู่ที่ ๔ . ซอย - . ถนน - . ตาบล/แขวง บ่อพุ . อาเภอ/เขต ท่ำใหม่ . จังหวัด จันทบุรี . (๗) ในฐานะ  เจ้าบ้าน  ได้รับมอบหมยจากเจ้าบา้ นคอื ...................................................  อ่ืน ๆ .............................................. (๘) รอ้ งขอตอ่ นายทะเบยี น อำเภอทำ่ ใหม่ .เพอ่ื ดาเนนิ การ (๙)  แจง้ การปลกู บ้านใหม่ ขอกาหนดเลขหมายประจาบ้าน  แจง้ การรือ้ บา้ น บา้ นถูกทาลาย หรือจาหนา่ ยบา้ น  ขอเปลีย่ นแปลงเลขหมายประจาบา้ น (๑) ที.่ ...../.......... หมายถึงเลขลาดับท่ี และปที ีอ่ อกใบรับแจ้ง ท.ร. ๙ เช่น (๒) สถานทร่ี ับแจ้ง ๑/๒๕๓๕, ๒/๒๕๓๕......., ๑/๒๕๓๖, ๒/๒๕๓๖, เป็นตน้ (๓) วนั ท.ี่ ......เดอื น........................ ใหก้ รอกท่อี ยู่ และตาบลท่ีรบั แจ้ง เช่น หม่ทู ี่ ๔ ตาบลบอ่ พุ ให้กรอกวนั เดือน ปี ที่ไดร้ บั แจง้ จากราษฎร เชน่ พ.ศ. .... วนั ท่ี ๔ เดอื นมกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕

102 ๑๐๒ (๔) ข้าพเจา้ ................................. ใหก้ รอกชอ่ื ตัว-ชอื่ สกุล ของผู้แจ้งหลังคาวา่ ขา้ พเจ้า (๕) เลขประจาตัวประชาชน............ หมายถงึ เลขประจาตัวประชาชนของผู้แจ้ง ถ้าไม่ทราบ ให้เวน้ วา่ งไว้ (๖) ที่อยู่ ให้กรอกท่ีอยู่ของผู้แจ้ง ที่ปรากฏตามหลักฐานใน ทะเบียนบ้าน (๗) ฐานะของผแู้ จ้ง ให้ทาเคร่อื งหมาย () ในชอ่ ง  หน้าขอ้ ความวา่ เจ้าบ้าน หรอื ผ้ไู ดร้ บั มอบหมายจากเจา้ บ้านกรณไี ด้รับมอบหมาย จากเจ้าบ้าน ให้ใส่ชอ่ื เจ้าบ้านด้วย (๘) รอ้ งขอตอ่ นายทะเบยี น................... ให้เขียนชอ่ื อาเภอ/กง่ิ อาเภอ (๙) เพ่ือดาเนินการ ให้ทาเครื่องหมาย () ในช่อง  หน้าข้อความที่ ตอ้ งการใหน้ ายทะเบยี นดาเนนิ การตามทรี่ อ้ งขอ คอื 1๑..แจ้งการปลูกบ้านใหม่ ขอกาหนดเลขหมายประจาบ้าน 2๒..แจง้ การร้ือบา้ น บ้านถูกทาลาย หรอื จาหน่ายบา้ น 3๓.. ขอเปล่ยี นแปลงเลขหมายประจาบา้ น ทตี่ ง้ั ของบ้าน (๑๐) ที่ต้งั ของบ้าน ตั้งอยูบ่ า้ นเลขท่ี - . หมทู่ ่ี ๔ . ซอย - . ถนน -. ตาบล . บ่อพุ . อาเภอ ท่ำใหม่ . จังหวดั จันทบรุ ี . (๑๑) อยู่ระหว่างบา้ นเลขท่ี ๒๘ – ๓๐ . (๑๒) ใกล้เคียงกบั สถานที่สาคญั คือ สถำนีอนำมยั ตำบลบอ่ พุ . (๑๓) สภาพของบา้ น (ใหร้ ะบุขนาดเนื้อที่ ลักษณะของบา้ นว่าเป็นบา้ นไม้ ตึก ตึกแถว อาคารชดุ และจานวนช้ัน) ................. บ้ำนไม้ ๒ ช้ัน ขนำดเน้อื ท่ี ๒๐ ตำรำงวำ . (๑๔) บา้ นหลงั น้ตี ้ังอยูใ่ น  ทด่ี ินเอกชน  ทส่ี าธารณะ  เขตป่าสงวน  อนื่ ๆ ระบุ . (๑๕) ปลกู สรา้ งโดยขออนุญาตหรอื ไม่  ไม่ไดข้ ออนญุ าตเพราะอยู่นอกเขต กฎหมายควบคุม  ขออนุญาตถูกตอ้ ง  ไม่ไดข้ ออนุญาต (๑๐) ต้งั อยบู่ า้ นเลขท.่ี .................... กรณแี จง้ การรอ้ื บา้ น บ้านถูกทาลาย หรือจาหน่ายบ้าน ห รื อ ข อ เ ป ล่ี ย น แ ป ล งเ ล ข ห มา ย ป ร ะ จ า บ้ า น ใหล้ งรายการที่อย่ขู องบ้านซึ่งปรากฏในทะเบียนบ้าน สว่ นกรณแี จ้งการปลูกบ้านใหม่ ขอกาหนดเลขหมาย ประจาบา้ น (ยงั ไมม่ ที ะเบยี นบ้าน) ใหเ้ วน้ ว่างไว้ (๑๑) อยู่ระหว่างบ้านเลขที่.............. ให้ระบุว่าบ้านหลังดังกล่าวต้ังอยู่ระหว่างบ้านเลขท่ี เทา่ ไร เชน่ ต้งั อยรู่ ะหวา่ งบา้ นเลขท่ี ๒๘ - ๓๐ เปน็ ตน้

๑๐1๓03 (๑๒) ใกล้เคียงสถานท่ีสาคัญคือ....... ให้ระบุว่าบ้านตั้งอยู่ใกล้เคียงกับสถานที่สาคัญ อย่างไรบ้าง เช่น ใกล้เคียงกับสถานีอนามัยตาบล หรือใกล้เคียงกับท่ีทาการ สภาตาบล เป็นต้น (๑๓) สภาพของบ้าน ให้ระบุขนาดเนื้อที่ ลักษณะของบ้านว่าเป็นไม้ ตึก ตกึ แถว อาคารชดุ และจานวนชน้ั เชน่ บ้านไม้ ๒ ชั้น ขนาดเนื้อท่ี ๒๐ ตารางวา เป็นต้น (๑๔) บ้านหลังน้ีตัง้ อยู่ใน ให้ทาเครื่องหมาย () ในช่อง  หน้าข้อความท่ี เป็นจรงิ เช่น กรณีบ้านหลังนต้ี ง้ั อยใู่ นท่ีดินของตนเอง ให้ทาเครื่องหมาย () ในช่อง  ที่ดินของเอกชน เปน็ ต้น (๑๕) ปลูกสร้างโดยขออนุญาตหรอื ไม่ ให้ทาเคร่ืองหมาย () ในช่อง  หน้าข้อความที่ เป็นจรงิ เช่น กรณีบ้านหลังน้ีตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล และอยู่นอกเขตกฎหมายควบคุมให้ทาเคร่ืองหมาย () ในช่อง ไม่ได้ขออนุญาตเพราะอยู่นอกเขต กฎหมายควบคุม เปน็ ต้น หลักฐานประกอบการแจ้ง (๑๖) หลกั ฐานประกอบการแจ้ง  บัตรประจาตัวของเจา้ บ้านเลขท่ี ๓-๑๐๑๖- ๐๐๘๘๒- ๙๘-๐ .  บตั รประจาตัวของผู้ไดร้ บั มอบหมายเลขที่ ........................................................................................  หนงั สอื มอบหมายอานาจจาก .............................................................................................................................  สาเนาทะเบียนบ้านฉบบั เจ้าบ้านเลขท่ี ................................................................................................................  หนงั สืออนุญาตให้ปลูกสร้างอาคาร .....................................................................................................................  สญั ญาซอื้ ขายบ้าน ...............................................................................................................................................  สัญญาเชา่ บา้ น .....................................................................................................................................................  อน่ื ๆ .................................................................................................................................................................... (๑๖) หลักฐานประกอบการแจ้ง ใหล้ งเลขที่ของบัตรหรือของหนังสือ ซึ่งผู้แจ้งนามายื่นเป็น (๑๗) ลงช่ือ............................ผู้แจ้ง หลักฐานในการแจ้ง แล้วแต่กรณี เช่น บัตรประจาตัว ประชาชนของเจ้าบ้าน เลขท่ี ๓ ๑๐๑๖ ๐๐๘๘๒ ๙๘๐ พร้อมท้งั ให้ทาเครื่องหมาย () ในช่อง  หน้าข้อความ หลักฐานทผ่ี ้แู จง้ นามาประกอบการแจ้ง ใหผ้ ู้แจง้ ลงลายมอื ชื่อ

104 ๑๐๔ (๑๘) ลงชื่อ...........นายทะเบียนผ้รู ับแจ้งให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งตามท่ีผู้อานวยการทะเบียน กลางกาหนด เปน็ ผ้ลู งลายมือชื่อ ส่วนตาแหน่งน้ันให้ เวน้ ว่างไว้ (๑๗) ลงช่ือ แดง บุญสำ . ผแู้ จ้ง (๑๘) ลงชอ่ื ตำ นำดี . นายทะเบียนผรู้ ับแจง้ (นายแดง บุญสา) (๑๗) (นายตา นาด)ี (๑๘) ตาแหน่ง -. ๔ ./ ม.ค. ./ ๒๕๓๕ . (๑๙) ไดร้ ับหลักฐานการรบั แจ้งเก่ียวกบั บ้านแลว้ ให้ผู้แจ้งลงลายมือช่ือ เม่ือได้รับหลักฐาน การรับแจ้งเกี่ยวกับบ้าน (ท่อนล่าง) จาก นายทะเบียนผู้รับแจ้งตามท่ีผู้อานวยการ ทะเบยี นกลางกาหนด  ได้รบั หลักฐานการรบั แจง้ เก่ียวกับบา้ นแลว้ (๑๙) ลงชื่อ แดง บุญสำ . ผูแ้ จง้ (๒๐) หลักฐานการรับแจ้งเก่ียวกบั บา้ น ใ ห้ น า ย ท ะ เ บี ย น ผู้ รั บ แ จ้ ง ต า ม ที่ ผู้ อ า น ว ย ก า ร ทะเบียนกลางกาหนด เป็นผู้กรอกข้อความตาม ท่อนบน แลว้ ฉกี ทอ่ นล่างตามรอยปรุมอบให้ผู้แจ้ง เก็บไว้เป็นหลักฐาน หลกั ฐานการรบั แจง้ เกี่ยวกับบา้ น (๒๐) สานักทะเบียน อำเภอทำ่ ใหม่ . จังหวัด จันทบุรี . ได้รับแจ้งจาก นำยแดง บญุ สำ . ตามใบรับแจ้งเลขที่ ๑/๒๕๓๕ . ลงวันท่ี ๔ ม.ค . ๒๕๓๕ . เกีย่ วกับ  แจง้ การปลูกบา้ นใหม่ ขอกาหนด เลขหมายประจาบ้าน  แจ้งการร้ือบา้ น บ้านถกู ทาลาย หรือจาหน่ายบ้าน  ขอเปล่ยี นแปลงเลขหมายประจาบ้านไว้เรียบร้อยแล้ว ตำ นำดี . นายทะเบยี นผู้รับแจง้ (นายตา นาดี) ตาแหน่ง -. ๔ ./ ม.ค. ./ ๒๕๓๕ .

๑๐๕105 (๒๑) ดา้ นหลังของทอ่ นลา่ ง ให้นายทะเบียนผ้รู บั แจง้ ตามท่ผี ู้อานวยการทะเบียนกลาง กาหนด เรียกหลกั ฐานการรบั แจ้งเก่ยี วกับบ้าน (ท่อนล่าง) คนื จากผู้แจ้งแล้วให้ผู้แจ้งลงลายมือชื่อเพื่อเป็นหลักฐาน วา่ ได้รับทะเบยี นบ้านเรยี บรอ้ ยแลว้ ดังตัวอยา่ ง (๒๑) ไดร้ บั สาเนาทะเบยี นบ้านเลขที่ ๒๘/๑ ม.๔ ต.บอ่ พุ อ.ท่ำใหม่ จ.จนั ทบุรี . . ลงชอ่ื แดง บญุ สำ . ผูแ้ จ้ง ๖ ./ ม.ค. / ๒๕๓๕ . ๕) กาหนดบ้านเลขท่ใี ห้แกบ่ ้านดังกลา่ ว ๖) ฉีกหลักฐานการรับแจ้งเกย่ี วกบั บ้านทอ่ นลา่ ง (ตามแนวเส้นปรไุ ข่ปลา) มอบให้ ผู้แจ้งเก็บไวเ้ ปน็ หลักฐาน ๗) ท่านต้องนาหลักฐานการรับแจ้งเก่ียวกับบ้านส่วนที่เหลือพร้อมหลักฐาน ประกอบการแจ้งไปสง่ ท่อี าเภอเพ่ือจัดทาทะเบยี นให้แก่บา้ นหลงั ดงั กล่าวตอ่ ไป สรุปอานาจหนา้ ท่ีกานนั ผู้ใหญ่บ้าน เกย่ี วกับการทะเบยี นราษฎร 1๑.. กานัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะที่ได้รับแต่งต้ังจากผู้อานวยการทะเบียนกลางให้ ทาหนา้ ทเี่ ปน็ นายทะเบียนผรู้ บั แจง้ มีอานาจหน้าที่ดงั นี้ 1๑.1.๑ รบั แจง้ การเกดิ ของราษฎรที่เกดิ ในหมบู่ ้าน โดยรบั แจ้งการเกิดตามแบบพิมพ์ ใบรับแจง้ การเกิด 1๑.2.๒ รับแจ้งการตาายยขขอองงรราาษษฎฎรรทท่ีต่ีตายายในในหมหบู่มาู้่บน้านโดโยดรยบั รแับจแง้ กจา้งรกตาารยตตาายมตแาบมบแพบิมบพ์ ใพบิมรพบั ์ใแบจร้งับกแาจร้งตกาายรตาย 1๑.3.๓ รบั แจ้งการย้ายท่อี ยู่ของราษฎรที่ย้ายออกหรอื ย้ายเขา้ ในหมู่บ้าน โดยรับแจ้ง การยา้ ยท่ีอยตู่ ามแบบพมิ พ์ใบรบั แจ้งการยา้ ยที่อยู่ 1๑.4.๔ รับแจ้งการขอเลขหมายประจาบ้าน สาหรับบ้านที่ปลูกสร้างขึ้นใหม่ หรือ บา้ นทยี่ ังไม่มเี ลขทโ่ี ดยรับแจง้ ตามแบบพิมพใ์ บรับแจ้งเก่ยี วกบั บา้ น 2๒.. บทบาทหนา้ ทีข่ อง กานัน ผใู้ หญบ่ า้ น ในฐานะเปน็ พยานบุคคล ตามท่ีกล่าวมาแล้วว่า กานัน ผู้ใหญ่บ้าน สามารถรับแจ้งเกี่ยวกับบ้าน การเกิด การตาย การย้ายท่ีอยู่ในเขตพื้นท่ีหมู่บ้านของตนได้ ในฐานะท่ีเป็นนายทะเบียนผู้รับแจ้ง ประจาหมู่บ้าน แต่ก็ยังมีบางกรณีท่ีราษฎรจะต้องไปแจ้งโดยตรงต่อนายทะเบียนอาเภอ ณ สานกั ทะเบียนอาเภอเทา่ น้นั ซ่งึ กานัน ผใู้ หญ่บ้านก็อาจจะต้องทาหน้าท่ีในฐานะเป็นพยาน บคุ คลประกอบการพิจารณาของนายทะเบียนอาเภอ ดังต่อไปน้ี

106 ๒.๑ การรบั แจ้งการเกิดเกนิ กำ� หนดเวลาของบุคคลทเี่ กดิ ในเขตพ้ืนทีห่ มู่บา้ น ๒.๒ การรับแจง้ การตายเกนิ ก�ำหนดเวลาของบคุ คลทต่ี ายในเขตพื้นท่หี มู่บ้าน ๒.๓ การเพ่ิมชื่อและรายการบุคคลเข้าในทะเบยี นบา้ น กรณี ๑) ตกส�ำรวจตรวจสอบทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๔๙๙ ๒) เพมิ่ ชอื่ ตามหลกั ฐานสตู บิ ตั ร หรอื ใบแจง้ การยา้ ยทอี่ ยู่ หรอื ทะเบยี นบา้ นแบบเดมิ ๓) เพิม่ ชอื่ โดยไม่มีหลกั ฐานเอกสารอื่นใดมาแสดง ๔) เพิ่มชอ่ื เด็กอนาถา ๕) เพม่ิ ช่ือบุคคลท่ีไดม้ ีการลงรายการ “ตายหรือจำ� หนา่ ย” ในทะเบยี นบา้ นไวแ้ ลว้ และต่อมาบคุ คลนน้ั มาขอเพิม่ ชือ่ ในทะเบยี นบา้ น ๒.๔ การจำ� หน่ายชอ่ื และรายการบุคคลออกจากทะเบียนบ้าน กรณี ๑) บคุ คลช่ือมีในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ ๒) บคุ คลในทะเบยี นบา้ นไดต้ ายไปนานแลว้ ๒.๕ การแก้ไขรายการในเอกสารการทะเบียนราษฎร ทะเบยี นครอบครัว การทะเบียนครอบครวั มี ๗ ประเภท คือ ๑. ทะเบยี นสมรส คือ การจดทะเบยี นใหช้ ายหญงิ เปน็ ค่สู มรสทีถ่ กู ตอ้ งตามกฎหมาย ๒. ทะเบยี นหยา่ คอื การจดทะเบยี นทที่ ำ� ใหก้ ารสมรสสนิ้ สดุ ลงโดยความยนิ ยอมของคสู่ มรส ท้ังสองฝา่ ยหรอื โดยค�ำพพิ ากษาของศาล ๓. ทะเบียนรับรองบุตร คือ การท่ีบิดามารดาของเด็กเป็นสามีภรรยากันโดยไม่ชอบด้วย กฎหมายบุตรที่เกิดมาจึงเป็นบุตรท่ีชอบด้วยกฎหมายของมารดาแต่เพียงฝ่ายเดียว ถ้าบิดาต้องการให้ เป็นบตุ รทชี่ อบดว้ ยกฎหมายจงึ ต้องจดทะเบียนรับรองบุตร ๔. ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม คือ การจดทะเบียนรับบุคคลเป็นบุตรบุญธรรมและผู้ท่ีเป็น บุตรบญุ ธรรมก็เสมือนเป็นบุตรท่ชี อบดว้ ยกฎหมายของผูร้ บั บุตรบุญธรรมนับแต่วันจดทะเบยี น ๕. ทะเบยี นเลิกรับบุตรบญุ ธรรม คือ การจดทะเบยี นเลกิ รบั บตุ รบญุ ธรรมโดยความยินยอม ของทงั้ สองฝา่ ยหรอื โดยค�ำพิพากษาของศาล ๖. ทะเบียนบนั ทึกฐานะภริยา คอื การบนั ทกึ ใหช้ ายหญงิ ที่อยู่กินกนั กอ่ นวนั ที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๗๘ เพอื่ เปน็ หลกั ฐานในการพสิ จู นฐ์ านะของภรยิ าวา่ ผใู้ ดเปน็ ภรยิ าหลวง (เอกภรยิ า) หรอื ภรยิ านอ้ ย (อนภุ รยิ า) เพื่อไมใ่ หม้ ีปญั หาเก่ยี วกบั การโตแ้ ยง้ ในภายหลงั

107 ๗. ทะเบยี นบนั ทกึ ฐานะแหง่ ครอบครวั คอื การใด ๆ เกย่ี วกบั ฐานะแหง่ ครอบครวั ทไี่ ดท้ ำ� ขนึ้ ในต่างประเทศและน�ำหลักฐานการจดทะเบียนตามแบบกฎหมายต่างประเทศซ่ึงแปลเป็นภาษาไทย มาบนั ทกึ ใหป้ รากฏในประเทศไทยเพอื่ เปน็ หลกั ฐานในการพสิ จู นเ์ มอื่ มกี รณพี พิ าทเกดิ ขนึ้ หรอื เพอ่ื ใหไ้ ดม้ า ซง่ึ สิทธติ ามกฎหมายไทย ทะเบยี นสมรส ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีอ�ำนาจหน้าที่เก่ียวกับการจดทะเบียนสมรสตาม มาตรา ๖ แหง่ พระราชบัญญตั ิจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. ๒๔๗๘ ดงั นี้ ๑) ยื่นค�ำร้องขอจดทะเบียนสมรสตอ่ กำ� นันทอ้ งท่ี ในท้องที่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด เห็นสมควรจะประกาศโดยอนุมัติของรัฐมนตร ี ว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้มีการย่ืนค�ำร้องขอจดทะเบียนสมรสต่อก�ำนันท้องที่ท่ีชายหรือหญิง หรือท้งั สองฝ่ายมถี ิน่ ทอ่ี ยู่ โดยลงลายมอื ชื่อในคำ� ร้องพรอ้ มพยาน ๒ คน ตอ่ หนา้ กำ� นัน แต่พยานคนหนงึ่ ต้องเป็นเจ้าพนักงานปกครองซึง่ มีต�ำแหนง่ ตัง้ แต่ช้นั ผใู้ หญ่บ้านขน้ึ ไป ให้ก�ำนันส่งค�ำร้องไปยังนายทะเบียนโดยเร็ว เพื่อพิจารณาจดทะเบียนและถือว่า การสมรสสมบรู ณต์ งั้ แต่วนั ท่กี ำ� นนั รบั ค�ำรอ้ ง ๒) การร้องขอจดทะเบียนสมรสดว้ ยวาจาหรอื กิรยิ า กรณที ช่ี ายหญงิ หรอื ทง้ั สองฝา่ ยตกอยใู่ นอนั ตรายหรอื ใกลค้ วามตาย และโดยพฤตกิ ารณ์ นายทะเบียนไม่สามารถจะไปจดทะเบียนให้ได้ และผู้ใกล้ความตายจะท�ำค�ำร้องตามแบบไม่ได้ ผนู้ น้ั จะรอ้ งขอจดทะเบยี นสมรสดว้ ยวาจาหรอื กริ ยิ ากไ็ ด้ แตต่ อ้ งรอ้ งตอ่ พนกั งานฝา่ ยปกครองซงึ่ มตี ำ� แหนง่ ต้ังแต่ช้นั ก�ำนันข้ึนไป ถา้ ชายหรอื หญงิ ฝา่ ยหนงึ่ ฝา่ ยใดหรอื ทงั้ สองฝา่ ยตาย ใหก้ ำ� นนั พรอ้ มดว้ ยชายหรอื หญงิ ทยี่ ังคงมชี วี ิตอยู่ (ถา้ หากม)ี ไปแสดงตนตอ่ หนา้ นายทะเบยี นโดยเรว็ เพอื่ ขอจดทะเบยี นสมรส เงือ่ นไขของการจดทะเบยี นสมรส (คณุ สมบัติชายหญิงคสู่ มรส) (๑) ชาย ๑๗ ปบี รบิ ูรณ์ หญิง ๑๗ ปบี ริบรู ณ์ (๒) ชายหญงิ ไม่เปน็ ญาตสิ บื สายโลหิตโดยตรงขึ้นไป หรอื เป็นพีน่ อ้ งร่วมแต่บดิ ามารดา (๓) ชายหญงิ ไม่ได้เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่น (๔) ชายหญงิ ยินยอมเป็นสามภี รรยากัน (๕) ชายหญงิ ไม่เปน็ คนวิกลจรติ (๖) ไม่เปน็ ผ้รู บั บตุ รบญุ ธรรม กับบุตรบุญธรรม (๗) กรณีหญิงหม้ายจะจดทะเบียนสมรสใหม่ได้เมื่อการสมรสคร้ังก่อนสิ้นสุด (โดยการหย่า หรอื สามตี าย) หรือศาลพิพากษาให้เพกิ ถอน ไม่นอ้ ยกวา่ ๓๑๐ วนั เว้นแต่

108 ๗.๑ คลอดบุตรแล้วในระหวา่ ง ๓๑๐ วัน ๗.๒ สมรสกับสามเี ดิม ๗.๓ มีค�ำส่ังศาลให้สมรสได้ ๗.๔ แพทย์รับรองว่าไมม่ ีครรภ์ ทะเบยี นหยา่ ๑) เหตุแห่งการฟ้องหย่า เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๑๖ มีดังตอ่ ไปน้ี (๑) สามีหรือภรยิ า อปุ การะเลี้ยงดู หรอื ยกยอ่ ง ผอู้ ่นื ฉนั ภรยิ าหรอื สามี เป็นชู้ หรอื มชี ู้ หรือร่วมประเวณีกบั ผ้อู ื่นเป็นอาจิณ (๒) สามหี รอื ภรยิ า ประพฤตชิ ว่ั ไมว่ า่ ความประพฤตชิ วั่ นน้ั จะเปน็ ความผดิ อาญา หรอื ไม่ ถ้าเป็นเหตุให้ อีกฝา่ ยหน่ึง (ก) ไดร้ ับ ความอบั อายขายหน้า อยา่ งร้ายแรง (ข) ได้รับ ความดูถูกเกลียดชัง เพราะเหตุที่ คงเป็น สามีหรือภริยา ของฝ่ายท่ี ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรอื (ค) ไดร้ ับ ความเสยี หาย หรอื เดอื ดรอ้ นเกินควร ในเม่อื เอา สภาพ ฐานะ และความ เป็นอยู่ร่วมกัน ฉนั สามีภริยา มาคำ� นงึ ประกอบ (๓) สามีหรือภริยา ท�ำร้าย หรือ ทรมาน ร่างกายหรือจิตใจ หรือ หม่ินประมาทหรือ เหยียดหยาม อกี ฝ่ายหน่งึ หรือ บุพการี ของอีกฝา่ ยหน่งึ ท้งั น้ี ถา้ เป็นการรา้ ยแรง (๔) สามีหรอื ภรยิ า จงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึง่ ไปเกินหน่ึงปี อีกฝ่ายหน่งึ นั้นฟอ้ งหยา่ ได้ (๔/๑) สามีหรือภริยา ตอ้ งคำ� พิพากษา ถึงทส่ี ุด ให้จ�ำคุก และ ได้ถูกจ�ำคุกเกนิ หนึง่ ปี ในความผิดท่ีอีกฝ่ายหน่ึงมิได้มีส่วนก่อให้เกิด การกระท�ำความผิด หรือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจ ในการกระทำ� ความผดิ นน้ั ดว้ ย และการเปน็ สามภี รยิ ากนั ตอ่ ไป จะเปน็ เหตใุ หอ้ กี ฝา่ ยหนงึ่ ไดร้ บั ความเสยี หาย หรือ เดือดรอ้ นเกนิ ควร อีกฝ่ายหนง่ึ นั้น ฟอ้ งหย่าได้ (๔/๒) สามแี ละภรยิ า สมคั รใจแยกกนั อยู่ เพราะเหตทุ ี่ ไมอ่ าจอยรู่ ว่ มกนั ฉนั สามภี รยิ า ได้โดยปกตสิ ขุ ตลอดมาเกนิ สามปี หรือแยกกนั อยู่ตามค�ำสั่งของศาล เปน็ เวลาเกนิ สามปี ฝา่ ยใดฝา่ ยหนึง่ ฟ้องหย่าได้ (๕) สามีหรือภริยา ถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิล�ำเนา หรือถ่ินที่อยู่ เปน็ เวลาเกนิ สามปี โดยไม่มใี ครทราบแน่ว่า เป็นตายร้ายดีอยา่ งไร (๖) สามีหรือภริยา ไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดู อีกฝ่ายหน่ึง ตามสมควร หรอื ทำ� การเปน็ ปฏปิ กั ษ์ตอ่ การที่เป็นสามีหรอื ภรยิ ากันอยา่ งรา้ ยแรง ทงั้ น้ี ถา้ การกระทำ� น้นั ถึงขนาด ท่อี ีกฝ่ายหนง่ึ เดือดร้อนเกนิ ควร

109 (๗) สามีหรือภริยา วิกลจริต ตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตน้ัน มีลักษณะ ยากจะหายได้ กับทงั้ ความวิกลจริตถงึ ขนาดทีจ่ ะทนอยรู่ ่วมกนั ฉันสามภี รยิ าตอ่ ไปไมไ่ ด้ (๘) สามีหรอื ภรยิ า ผดิ ทัณฑ์บน ที่ท�ำใหไ้ ว้เป็นหนงั สือในเรื่อง ความประพฤติ (๙) สามีหรือภริยา เป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหน่ึง และโรคมีลกั ษณะเรื้อรงั ไม่มที างทจ่ี ะหายได้ (๑๐) สามหี รอื ภรยิ า มสี ภาพแหง่ กาย ทำ� ใหส้ ามหี รอื ภรยิ านนั้ ไมอ่ าจรว่ มประเวณี ไดต้ ลอดกาล ๒) เหตทุ ที่ �ำให้การสมรสสิน้ สดุ ลง (๑) การจดทะเบยี นหยา่ สามารถจดทะเบียนการหย่าตา่ งสำ� นกั ทะเบียนได้ (๒) การตาย (๓) ศาลพพิ ากษา/ส่งั ใหก้ ารสมรสส้ินสดุ ๓) การหยา่ โดยความยนิ ยอม (๑) ตอ้ งแสดงหนงั สอื สญั ญาหยา่ ทม่ี พี ยานรบั รองในหนงั สอื ๒ คน นำ� ไปแสดงตอ่ นายอำ� เภอ ขณะยน่ื ค�ำร้องขอหยา่ (๒) ต้องตกลงกนั ในเรอ่ื งทรัพยส์ นิ (สนิ สมรส) และอ�ำนาจปกครองบตุ ร (ถา้ ม)ี ใหช้ ดั เจน ในหนังสอื สญั ญาหย่า หากจะเปลยี่ นแปลงในภายหลงั ตอ้ งอาศยั อำ� นาจศาล ทะเบียนรับรองบุตร การเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย กรณที ่ี บดิ า - มารดา ไม่ได้จดทะเบยี นสมรส น้ันจะต้อง จดทะเบยี นรบั รองบุตร ซง่ึ มหี ลักเกณฑ์ ดงั น้ี ๑) บิดายน่ื ค�ำร้องขอต่อนายทะเบยี น ณ ที่ว่าการอำ� เภอ กิง่ อ�ำเภอ เขตใดกไ็ ด้ ๒) มารดาและเด็ก ต้องลงชอื่ ให้ความยนิ ยอมทง้ั สองคน หากไมม่ ี หรือไมอ่ าจใหค้ วามยินยอมได้ เชน่ เด็กเป็นผเู้ ยาว์ ไรเ้ ดยี งสา มารดาเด็กถึงแก่กรรม จะตอ้ งมีค�ำพิพากษา/คำ� ส่งั ของศาล แทน ทะเบียนรบั บุตรบุญธรรม การจดทะเบยี นรบั บุตรบญุ ธรรมมีหลักเกณฑด์ งั นี้ ๑) ผรู้ บั บตุ รบญุ ธรรมมอี ายไุ มต่ ำ�่ กวา่ ๒๕ ปี และตอ้ งมอี ายมุ ากกวา่ ผจู้ ะเปน็ บตุ รบญุ ธรรม ๑๕ ปี ๒) ผู้จะเป็นบตุ รบญุ ธรรมอายุตำ�่ กวา่ ๑๕ ปี ตอ้ งได้รบั ความยินยอมจากบิดามารดาฯ ๓) ผรู้ บั บุตรบุญธรรม หรือผจู้ ะเปน็ บุตรบญุ ธรรม มีคู่สมรส ตอ้ งไดร้ บั ความยินยอมกอ่ น ๔) ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมของผู้ใดอยู่แล้ว จะไปเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นอีกไม่ได้ เว้นแต่จะเปน็ คู่สมรสกนั

110 ทะเบ ยี นเลกิ รับบ ุตรบญุ ธรรม การจดทะเบียนเลกิ รับบตุ รบญุ ธรรมมีหลักเกณฑ์ดังนี้ ๑) ฝ่ายผู้รบั และบตุ รบญุ ธรรมต้องยนิ ยอม หากฝ่ายใดฝา่ ยหน่ึงไม่ยนิ ยอม ต้องมีคำ� พพิ ากษา ส่งั ให้เลกิ รบั บตุ รบุญธรรม ๒) บตุ รบุญธรรมยงั ไม่บรรลุนิตภิ าวะ บดิ ามารดาฯ ต้องให้ความยินยอม ๓) ผรู้ บั บุตรบญุ ธรรม หรอื ผู้จะเปน็ บุตรบุญธรรม มคี สู่ มรส ต้องให้ความยินยอมด้วย พินยั กรรม พนิ ยั กรรม คือ คำ� สงั่ ครงั้ สดุ ทา้ ย ซง่ึ แสดงความประสงคท์ ี่จะยกทรพั ยส์ นิ ของตน เมื่อตนเอง เสยี ชวี ติ ใหก้ บั ภรรยาและบตุ ร หรอื บคุ คลอน่ื และสามารถเปน็ ผลบงั คบั ตามกฎหมาย ทงั้ น้ี ผทู้ ำ� พนิ ยั กรรม ต้องมีอายุไมต่ ำ่� กวา่ ๑๕ ปบี รบิ ูรณ์ และไมเ่ ป็นบุคคลทีศ่ าลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ พนิ ยั กรรมต้อง ระบุวนั เวลาที่ทำ� ขน้ึ การลงช่อื ตอ้ งเปน็ ไปตามทีก่ ำ� หนดจงึ จะมผี ลสมบูรณใ์ ช้บงั คับได้ หากไมม่ กี ารทำ� พนิ ยั กรรม หรอื ทำ� พนิ ยั กรรมยกทรพั ยส์ นิ บางสว่ น สว่ นทจ่ี ะไดร้ ะบใุ นพนิ ยั กรรม ก็ถอื เปน็ มรดก เมอ่ื ตนเสยี ชวี ิต ทรพั ย์สินน้ันกต็ กแก่ทายาท กองมรดกยอ่ มตกทอดแก่ทายาท โดยสทิ ธิ ตามกฎหมาย หรอื โดยพินยั กรรม ๑. ทายาทท่ีมสี ทิ ธติ ามกฎหมาย เรยี กวา่ “ทายาทโดยธรรม” ๒. ทายาทที่มีสิทธิตามพินยั กรรม เรียกวา่ “ผูร้ ับพนิ ัยกรรม” แบบของพนิ ยั กรรม มี ๕ แบบ ๑. พินัยกรรมแบบธรรมดา กล่าวคือ ต้องทาเป็นหนังสือลง วัน เดือน ปี ในขณะท่ีท�ำข้ึน และผู้ท�ำพินัยกรรมต้องลงลายมือช่ือไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ซ่ึงพยานสองคนน้ัน ตอ้ งลงลายมอื ชอ่ื รับรองลายมอื ช่อื ของผู้ทำ� พินยั กรรมไว้ในขณะนนั้ การขดู ลบ ตก เตมิ หรอื การแกไ้ ขเปลยี่ นแปลงอยา่ งอน่ื ซง่ึ พนิ ยั กรรมแบบนย้ี อ่ มไมส่ มบรู ณ์ เว้นแต่จะได้ปฏบิ ตั ติ ามแบบอยา่ งเดียวกบั การทำ� พินยั กรรม ๒. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ผู้ท�ำพินัยกรรมต้องเขียนด้วยมือตนเอง ซึ่งข้อความ ทง้ั หมด วัน เดอื น ปี และลายมือช่อื ของตน การขดู ลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่น ซง่ึ พินยั กรรมนนั้ ย่อมไม่สมบูรณ์ เวน้ แต่ผู้ทำ� พนิ ัยกรรมจะไดท้ ำ� ดว้ ยมอื ตนเอง และลงลายมอื ชื่อกำ� กบั ไว้ ๓. พินัยกรรมแบบท�ำเปน็ เอกสารฝ่ายเมอื ง ผู้ท�ำพินัยกรรมต้องไปแจ้งข้อความที่ตนประสงค์จะให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมของตน แก่นายอำ� เภอตอ่ หนา้ พยานอีกอย่างน้อยสองคนพรอ้ มกัน การขดู ลบ ตก เติม หรอื การแก้ไขเปลย่ี นแปลงอยา่ งอ่นื ซ่งึ พินัยกรรมนน้ั ย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแตผ่ ทู้ ำ� พินยั กรรม พยานและนายอำ� เภอจะได้ลงลายมอื ชื่อกำ� กบั ไว้ พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมอื งน้ัน จะท�ำนอกทว่ี า่ การอ�ำเภอกไ็ ด้ เมอ่ื มกี ารร้องขอ

111 ๔. พินัยกรรมแบบทำ� เปน็ เอกสารลบั ๔.๑ ผทู้ �ำพนิ ัยกรรมต้องลงลายมอื ช่อื ในพินัยกรรม ๔.๒ ผู้ท�ำพนิ ัยกรรมต้องผนกึ พนิ ัยกรรมนี้ แล้วลงลายมอื ชื่อตามรอยผนึกน้ัน ๔.๓ ผู้ท�ำพินัยกรรมต้องน�ำพินัยกรรมที่ผนึกนั้นไปแสดงต่อนายอ�ำเภอ และพยาน อกี อยา่ งนอ้ ยสองคน และใหถ้ อ้ ยคำ� ตอ่ บคุ คลทงั้ หมดเหลา่ นนั้ วา่ เปน็ พนิ ยั กรรมของตน ถา้ พนิ ยั กรรมนน้ั ผู้ท�ำพินัยกรรมมิได้เป็นผู้เขียนเองโดยตลอด ผู้ท�ำพินัยกรรมจะต้องแจ้งนามและภูมิล�ำเนาของผู้เขียน ให้ทราบด้วย การขดู ลบ ตก เตมิ หรือการแกไ้ ขเปล่ยี นแปลงอยา่ งอ่ืน ซง่ึ พนิ ัยกรรมนั้นย่อมไมส่ มบรู ณ์ เวน้ แตผ่ ู้ทำ� พนิ ยั กรรมจะได้ลงลายมอื ชือ่ กำ� กับไว้ ๕. พนิ ัยกรรมแบบท�ำดว้ ยวาจา เม่อื มพี ฤติการณพ์ ิเศษ ซงึ่ บุคคลใดไม่สามารถจะทำ� พนิ ัยกรรมตามแบบอืน่ ท่ีกำ� หนดไว้ได้ เช่น ตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย หรือเวลามีโรคระบาด หรือสงครามบุคคลนั้น จะท�ำพินัยกรรม ดว้ ยวาจากไ็ ด้ เพอ่ื การนี้ ผทู้ ำ� พินยั กรรมต้องแสดงเจตนากำ� หนดข้อพินยั กรรม ต่อหนา้ พยานอย่างน้อย สองคนซง่ึ อยูพ่ รอ้ มกัน ณ ทนี่ ้ัน พยานสองคนนนั้ ตอ้ งไปแสดงตนตอ่ นายอำ� เภอโดยมชิ กั ชา้ และแจง้ ขอ้ ความทผี่ ทู้ ำ� พนิ ยั กรรม ไดส้ งั่ ไวด้ ้วยวาจานั้น รวมทงั้ ตอ้ งแจง้ วัน เดือน ปี สถานทท่ี ีท่ ำ� พนิ ยั กรรม และพฤติการณ์พิเศษนั้นไว้ดว้ ย ความสมบูรณ์ส้ินผลเมื่อผ่านพ้นหน่ึงเดือน และบุคคลท่ีท�ำพินัยกรรมกลับสู่ฐานะท่ีจะทำ� พนิ ัยกรรมแบบอื่นได้ หมายเหตุ การท�ำพินัยกรรมตามข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ เป็นอ�ำนาจหน้าท่ีของนายอ�ำเภอ ฉะนัน้ กำ� นัน ผใู้ หญ่บ้าน ควรแนะนำ� แก่ราษฎรให้ทราบเมอ่ื มีการรอ้ งขอทำ� พนิ ยั กรรม ทะเบยี นสตั ว์พาหนะ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสตั ว์พาหนะ (พระราชบญั ญัตสิ ัตวพ์ าหนะ พ.ศ. ๒๔๘๒) ๑. สตั ว์พาหนะท่ีตอ้ งทำ� ตว๋ั รูปพรรณ ๑.๑ โคตวั เมยี มอี ายุยา่ งเขา้ ปีทีแ่ ปด ๑.๒ สัตว์อื่นนอกจากโคตัวเมยี (ช้าง ม้า โคตวั ผู้ กระบอื ลอ่ และลา) มอี ายุย่างเขา้ ปีที่หก ๑.๓ สัตว์ที่ใช้ในการขับขี่ ลากเข็ญ หรอื ใชง้ านแลว้ ๑.๔ สตั ว์ที่มีอายุย่างเขา้ ปีทส่ี ี่ เมื่อจะน�ำออกนอกราชอาณาจกั ร ๑.๕ โคตวั เมียย่างเขา้ ปีท่หี ก เม่อื จะทำ� การโอนกรรมสิทธิ์ เวน้ แต่มรดก

112 ๒. นิยามศพั ท์ ๒.๑ ต๋วั รูปพรรณ คือ เอกสารแสดงต�ำหนิรปู พรรณสตั ว์พาหนะ ๒.๒ ต�ำหนิรูปพรรณ คือ ลักษณะสณั ฐานโดยเฉพาะของสตั ว์พาหนะ เช่น ขวัญ เปน็ ต้น หรือทำ� เป็นเคร่ืองหมายไวท้ ตี่ ัวสัตว์พาหนะน้ัน ๓. อ�ำนาจหน้าที่ ๓.๑ ผูใ้ หญ่บา้ นมีอ�ำนาจและหนา้ ที่ ดงั น้ี ๑) เป็นพยานในการจดทะเบียนท�ำต๋ัวรูปพรรณสัตว์พาหนะ เพื่อเจ้าของสัตว์ หรอื ตวั แทนน�ำสตั วไ์ ปขอจดทะเบียนทำ� ต๋ัวรูปพรรมจากนายทะเบียนท้องท่ที ีส่ ตั วน์ น้ั อยู่ ๒) มหี นา้ ท่ีช่วยเหลอื กำ� นันในการด�ำเนินการเกี่ยวกบั การทะเบียนสตั ว์พาหนะ ๓) สำ� รวจและจดั ท�ำบัญชีสัตว์ที่ยงั ไมไ่ ดท้ �ำตั๋วรปู พรรณ (แบบ ส.พ. ๑๙) ๔) จัดท�ำบญั ชสี ตั วป์ ระจำ� คอกซ่งึ ยงั ไมไ่ ด้ท�ำต๋ัวรปู พรรณ (ส.พ. ๑๘) และบญั ชสี ตั ว์ ทีย่ ังไมไ่ ดท้ ำ� ตว๋ั รูปพรรณ (ส.พ. ๑๙) และตรวจสอบแก้ไข ๓.๒ ก�ำนนั มอี ำ� นาจหนา้ ที่ ดงั นี้ ๑) รับมอบตั๋วรูปพรรณ กรณีผู้มีต๋ัวรูปพรรณแต่ไม่มีตัวสัตว์ในครอบครอง เพื่อสง่ ใหน้ ายทะเบียนตอ่ ไป ๒) รับแจ้งความหรอื รับมอบต๋ัวรปู พรรณสัตวท์ ีต่ ายจากเจ้าของสัตวห์ รอื ตวั แทน ๓) รบั มอบต๋วั รปู พรรณกรณสี ัตวห์ ายตามคนื มาไม่ได้ ๔) รับมอบบัญชีสัตว์ที่ยังไม่ได้ท�ำต๋ัวรูปพรรณ (แบบ ส.พ. ๑๙) จากผู้ใหญ่บ้าน จ�ำนวน ๓ ฉบบั นำ� ไปสง่ นายทะเบียนเพอ่ื รบั ทราบและลงนาม และจัดเกบ็ บญั ชดี ังกล่าวเพื่อเป็นหลกั ฐาน ตรวจสอบสทิ ธ์แิ ละการจัดทะเบียนท�ำตัว๋ รูปพรรณ ๕) สำ� รวจและจดั ทำ� บญั ชสี ตั วป์ ระจำ� คอกซง่ึ ยงั ไมไ่ ดท้ ำ� ตว๋ั รปู พรรณ (แบบ ส.พ. ๑๘) ส่งนายทะเบยี นเปน็ ประจำ� ทกุ เดือน ตัวอยา่ งการโยงขวัญววั ๑. กกลลาางงหหนนา้ ้�ำผผาากก ๒. สะโพกซา้ ย ๓. กลางทอ้ งดา้ นล่าง ๔. ใต้ทอ้ งด้านซ้าย ๕. ขาหลังขวาตอนล่างดา้ นใน ๖. กลางหลังด้านทา้ ยเหนอื สะโพก ๗. โคนขาหน�ำ้าขวาด้านนอก

113 ทะเบียนอาวุธปืน ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และ ส่ิงเทียม อาวธุ ปนื ๑) กำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ นเปน็ ผใู้ หค้ ำ� รบั รองเกยี่ วกบั ความประพฤตแิ ละหลกั ฐานของผขู้ ออนญุ าต มีและใช้อาวุธปืนประกอบการพิจารณาของนายทะเบียนอ�ำเภอ ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ท่ี มท ๐๓๑๓/ว ๕๐๙ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๖ เช่น ไม่เคยต้องโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา ตามทกี่ ฎหมายระบไุ วไ้ มเ่ คยตอ้ งโทษจำ� คกุ สำ� หรบั ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั อิ าวธุ ปนื ฯ บรรลนุ ติ ภิ าวะ แลว้ สามารถใชอ้ าวธุ ปนื ได้ โดยร่างกายไมพ่ ิการหรือทุพพลภาพ ไม่เปน็ ผูไ้ ร้ความสามารถ หรอื เสมือนไร้ ความสามารถ วกิ ลจรติ สตฟิ น่ั เฟอื นไมส่ มประกอบ มอี าชพี และรายไดเ้ ปน็ หลกั ฐาน มที อี่ ยเู่ ปน็ หลกั แหลง่ มีความประพฤติเรียบร้อย มชี ือ่ ในทะเบยี นบ้านและมถี ่นิ ที่อยู่ในท้องที่ไมน่ อ้ ยกว่า ๖ เดือน ๒) กำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ น หากสงสยั ในพฤตกิ ารณบ์ างที่ ทไ่ี มด่ ี ของผรู้ บั อนญุ าต ใหเ้ รยี กอาวธุ ปนื หรอื กระสนุ ปนื มาตรวจสอบเปน็ ราย ๆ ไป หรอื เสนอใหน้ ายทะเบยี นทอ้ งท่ี เรยี กประกนั หรอื ทณั ฑบ์ นหรอื พจิ ารณาเพกิ ถอนใบอนญุ าตให้ ตามคำ� สงั่ กระทรวงมหาดไทย ท่ี ๗๕๙/๒๔๙๔ ลงวนั ที่ ๑๔ ธนั วาคม ๒๔๙๔ ทะเบียนบตั รประจำ� ตวั ประชาชน ๑. บตั รประจำ� ตวั ประชาชน เปน็ เอกสารสำ� คญั ในการแสดงตนของบคุ คลสญั ชาตไิ ทย กำ� นนั ผู้ใหญ่บ้าน จึงมีส่วนส�ำคัญในการช่วยเหลือทางราชการตรวจสอบบุคคล ในหมู่บ้านตนว่าเป็นบุคคล สญั ชาติไทยหรือไม่ ซงึ่ จะพจิ ารณาเบื้องต้น จาก ๑.๑ เปน็ บคุ คลทมี่ ีชือ่ อย่ใู นทะเบียนบา้ น (ท.ร. ๑๔) ๑.๒ มบี ิดา - มารดา หรอื บิดา หรือมารดา เป็นบคุ คลสญั ชาตไิ ทย ๑.๓ กรณีบคุ คลจากถ่นิ อน่ื มาอยู่ในหมบู่ ้านแนะนำ� ให้แจ้งยา้ ยทีอ่ ยู่เขา้ ให้เรยี บรอ้ ย ๑.๔ กรณีสงสัย ควรปรึกษาและขอค�ำแนะนำ� จากนายอ�ำเภอ ๒. บคุ คลทต่ี อ้ งมบี ตั รประจำ� ตวั ประชาชน ไดแ้ ก่ ผมู้ สี ญั ชาตไิ ทยซง่ึ มอี ายตุ งั้ แต่ ๗ ปบี รบิ รู ณ์ แตไ่ ม่เกิน ๗๐ ปีบริบรู ณ์ และมีช่อื ในทะเบียนบ้าน เว้นแตผ่ ้ไู ดร้ ับการยกเว้น (ตามกฎกระทรวง ก�ำหนด บุคคลซ่ึงได้รับการยกเวน้ ไม่ตอ้ งมบี ตั รประจำ� ตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๔๘) ๓. อายุบัตร ๓.๑ บตั รให้ใช้ไดต้ ัง้ แตว่ ันออกบตั ร ๓.๒ บตั รมีอายุ ๘ ปี นบั แตว่ ันเกิดของผถู้ อื บัตรท่ถี ึงกำ� หนดภายหลงั จากวันออกบัตร ๓.๓ บัตรที่ยงั ไมห่ มดอายุในวันทีผ่ ถู้ อื บตั รมีอายคุ รบ ๗๐ ปบี รบิ ูรณ์ ให้สามารถใช้บตั ร ได้ต่อไปตลอดชวี ิต

114 ๔. การยน่ื คำ� ขอมบี ัตร มีบตั รใหม่ หรอื เปล่ยี นบตั รให้ยืน่ คำ� ขอ ภายใน ๖๐ วนั นบั แต่ ๔.๑ วันที่อายคุ รบ ๗ ปี บริบูรณ์ (ขอมบี ัตร) ๔.๒ วันท่ีได้สัญชาติไทย หรือได้กลับคืนสัญชาติไทย ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ หรอื วันท่ีศาลมีคำ� พิพากษาถึงทสี่ ดุ ใหไ้ ด้สัญชาติไทย (ขอมบี ัตร) ๔.๓ วันที่นายทะเบียนเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร (ขอมบี ัตร) ๔.๔ วนั ท่ีพ้นสภาพจากการไดร้ ับการยกเวน้ (ขอมบี ตั ร) ๔.๕ วนั ท่ีบัตรหาย หรอื ถกู ท�ำลาย หรอื ชำ� รุดในสาระส�ำคัญ (ขอมบี ตั รใหม่ ปบ.) ๔.๖ วนั ทแ่ี กไ้ ขชอื่ ตวั ชื่อสกลุ ช่ือตวั และชือ่ สกลุ ในทะเบียนบา้ น (ปบ.) ๔.๗ วันที่บัตรหมดอายุ แต่สามารถขอมีบัตรก่อนบัตรเดิมหมดอายุ ภายใน ๖๐ วัน กอ่ นวันบตั รเดิมหมดอายุ (ขอมีบตั รใหม)่ ๔.๘ การขอมบี ัตร ให้ย่ืนคำ� ขอท่สี �ำนกั ทะเบยี นทใ่ี หบ้ รกิ ารงานบัตรประจ�ำตัวประชาชน ดว้ ยระบบคอมพิวเตอร์ ณ สำ� นกั ทะเบยี นใดก็ได้ ๕. กำ� นัน ผใู้ หญบ่ ้านกับการขอมีบัตรประจ�ำตัวประชาชน ก�ำนนั - ผใู้ หญบ่ า้ น มบี ทบาทสำ� คญั ในการจัดทำ� บัตรประจำ� ตวั ประชาชน คือ ๕.๑ ในฐานะบคุ คลผนู้ า่ เชอื่ ถอื ใหก้ ารรบั รองบคุ คลทม่ี ายนื่ คำ� ขอมบี ตั รประจำ� ตวั ประชาชน ในกรณีที่ไม่มีหลกั ฐานอ่นื ๆ ของทางราชการมาประกอบการพจิ ารณา ๕.๒ น�ำบัตรประจ�ำตัวประชาชนไปมอบแก่ผู้อ่ืนค�ำขอมีบัตร และน�ำบัญชีมอบบัตรให้แก่ ผขู้ อมบี ัตร พรอ้ มกับใบรับ (บ.ป. ๒ สเี หลือง) หรือ ใบแทนใบรับ (บ.ป. ๒ สีชมพู) สง่ คืนอ�ำเภอ ๕.๓ เป็นพนักงานตรวจบัตร ท�ำหน้าที่ตรวจการพกพาบัตรประจ�ำตัวประชาชนของ ผ้ทู เ่ี ดินทางเฉพาะตามด่านตรวจต่าง ๆ ท่ตี ง้ั ขนึ้ โดยชอบด้วยกฎหมาย (ก�ำนัน ผูใ้ หญ่บา้ น สามารถขอ ตรวจบัตรประจ�ำตวั ประชาชนของผทู้ ี่อยูอ่ าศยั หรือผ่านเขา้ - ออก ในต�ำบล หมู่บา้ น ไดใ้ นฐานะเป็น พนกั งานผู้มีหนา้ ท่ดี ูแลรกั ษาความสงบเรียบรอ้ ยตามกฎหมาย) ๕.๔ ทำ� หนา้ ทใ่ี นฐานะเปน็ เจา้ พนกั งานฝา่ ยปกครอง ในการปอ้ งกนั ปราบปรามการทจุ รติ เกี่ยวกับบัตรประจ�ำตัวประชาชนท่ีพบหรือเกิดข้ึนในพ้ืนที่ต�ำบล หมู่บ้าน โดยมีอ�ำนาจรับแจ้งความ หรอื จบั กุมผกู้ ระทำ� ผดิ เพ่อื ส่งใหพ้ นักงานสอบสวนดำ� เนนิ คดีไดต้ ามกฎหมาย

115 ประกาศสำ� นักทะเบียนกลาง เรอ่ื ง การแต่งตงั้ ก�ำนัน ผใู้ หญบ่ า้ น เป็นนายทะเบยี นผูร้ บั แจง้ --------------------------------- โดยทพ่ี จิ ารณาเหน็ วา่ เพอื่ เปน็ การอำ� นวยความสะดวกใหแ้ กป่ ระชาชนในการทม่ี าขอรบั บรกิ าร งานทะเบียนราษฎรเก่ียวกับ การแจ้งการเกิด การตาย การย้ายท่ีอยู่ การสร้างบ้านใหม่ การร้ือบ้าน และการกำ� หนดเลขประจำ� บา้ น ฉะน้ัน อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ จึงแตง่ ต้ังให้ก�ำนนั ทุกตำ� บล (ในฐานะผู้ใหญบ่ า้ นของหมบู่ า้ นน้ัน ๆ) ผู้ใหญบ่ ้านทุกหมูบ่ ้าน เปน็ นายทะเบยี นผรู้ ับแจง้ มหี นา้ ทเี่ กยี่ วกบั การรบั แจง้ การเกิด การตาย การยา้ ยทีอ่ ยู่ การสร้างบา้ นใหม่ การรอ้ื บา้ นและการกำ� หนดเลขประจำ� บา้ นโดยใหบ้ คุ คลดงั กลา่ วมหี นา้ ท่ี ออกหลกั ฐาน ดงั ตอ่ ไปนภ้ี ายใน เขตทอ้ งท่ีหมูบ่ า้ นของตน (ยกเวน้ ในเขตกรุงเทพมหานคร) ๑. ใบรบั แจ้งการเกดิ ท.ร. ๑ ตอนหนา้ ๒. ใบรับแจ้งการตาย ท.ร. ๔ ตอนหนา้ ๓. ใบรบั แจ้งการย้ายท่อี ยู่ ท.ร. ๖ ตอนหน้า ๔. ใบรับแจง้ เก่ยี วกับบ้าน ท.ร. ๙ ท้งั น้ี ตัง้ แต่วนั ที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เปน็ ตน้ ไป ประกาศ ณ วันท่ี ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ (นายชูวงศ์ ฉายะบตุ ร) ผอู้ ำ� นวยการทะเบยี นกลาง

116 ๑๑๖

๑๑๗ 117

118 ๑๑๘

๑๑๙ 119

120 ๑๒๐

๑๒๑ 121

122 ๑๒๒

123 บทท่ี ๘ การด�ำเนินงานของคณะกรรมการหมบู่ ้าน ความเป็นมา คณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) เกิดขึ้นคร้ังแรก ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพทุ ธศกั ราช ๒๔๕๗ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ฉบบั ที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๘๖) ตอ่ มาไดม้ กี ารปรบั ปรงุ โครงสรา้ ง บทบาท อำ� นาจหนา้ ทใี่ หส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณท์ เี่ ปลยี่ นแปลง ตามมาตรา ๒๘ ตรี แหง่ พระราชบญั ญตั ลิ กั ษณะ ปกครองทอ้ งที่ พระพทุ ธศกั ราช ๒๔๕๗ และทแี่ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์ ดงั นี้ ๑. เพื่อให้การบริหารจัดการเพื่อแกไ้ ขปัญหาและพัฒนาหมู่บา้ นมเี อกภาพ ๒. เพือ่ ให้การพัฒนาหม่บู ้านเกดิ กระบวนการมสี ่วนรว่ มของประชาชนทุกกลุม่ ๓. เพอื่ ใหค้ ณะกรรมการหมบู่ า้ นเปน็ กลไกทรี่ วมของกลมุ่ องคก์ ร เครอื ขา่ ยทกุ กลมุ่ ในหมบู่ า้ น ๔. เพ่ือวางฐานรากการส่งเสริมวิถีชีวติ แบบประชาธปิ ไตย ๕. เพอ่ื ให้หมบู่ ้านเขม้ แข็ง สามารถพง่ึ ตนเองได้อย่างยง่ั ยนื ปจั จบุ นั การพฒั นาหมบู่ า้ นไดเ้ นน้ ใหค้ วามสำ� คญั ในการใชก้ ระบวนการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน ทกุ กลมุ่ โดยมคี ณะกรรมการหมบู่ า้ นเปน็ กลไกหลกั ในการบรู ณาการการทำ� งาน ดงั นนั้ กม. จงึ มบี ทบาท และความส�ำคญั คอื ๑. เป็นองค์กรท่ีมุ่งส่งเสริมวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยในหมู่บ้าน โดยสร้างพ้ืนฐานจากการ มสี ว่ นร่วมของประชาชนทุกกระบวนการ ๒. เป็นองค์กรทมี่ คี วามหลากหลาย เปดิ โอกาสใหท้ ุกภาคสว่ นเข้ามามีส่วนร่วม ๓. เปน็ องค์กรท่ีมีกฎหมายรองรับชดั เจน ๔. เปน็ องคก์ รทส่ี ามารถบรู ณาการงานทกุ ด้านของทกุ ภาคสว่ น เจตนารมณ์ของการมีคณะกรรมการหมู่บา้ น เพื่อให้คณะกรรมการหมู่บ้าน เข้ามาท�ำหน้าท่ีในการบริหารจัดการหมู่บ้านร่วมกับ ผู้ใหญบ่ า้ น และผู้ชว่ ยผู้ใหญบ่ ้าน ในการพัฒนาหมบู่ า้ นใหเ้ กดิ ความเขม้ แข็ง พ่งึ พาตนเองได้อยา่ งยั่งยืน และมีความเป็นเอกภาพ ท้ังน้ีคณะกรรมการหมู่บ้านจะเป็นกลไกหลักร่วมกับกระบวนการมีส่วนร่วม ของประชาชนในการบริหารจัดการหมู่บ้าน โดยใช้เวทีการประชุมคณะกรรมการหมู่บ้าน เป็นเวที ในการปรกึ ษา หารอื แลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ รวมทง้ั การแกไ้ ขปญั หาตา่ ง ๆ ของหมบู่ า้ น การบรหิ ารงาน ดังกลา่ วของคณะกรรมการหม่บู า้ น จะเป็นการสรา้ งพืน้ ฐานของวิถชี วี ิตแบบประชาธิปไตย ลดข้อขัดแยง้ ก่อให้เกิดความสามัคคีปรองดองของประชาชนในหมู่บ้าน ตลอดจนช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐ ลดความซำ�้ ซอ้ นทง้ั เวลาและงบประมาณ

124 องค์ประกอบของคณะกรรมการหมูบ่ า้ น (กม.) มาตรา ๒๘ ตรี แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ กำ� หนดในหมบู่ า้ นหนงึ่ ใหม้ คี ณะกรรมการหมบู่ า้ น ประกอบดว้ ย ๑. ผู้ใหญบ่ า้ น เปน็ ประธานโดยต�ำแหนง่ ๒. กรรมการหมบู่ า้ นโดยตำ� แหนง่ ประกอบดว้ ย ผชู้ ว่ ยผใู้ หญบ่ า้ น สมาชกิ สภาองคก์ รปกครอง ส่วนทอ้ งถ่ินทม่ี ภี มู ิล�ำเนาในหมูบ่ า้ น ผ้นู �ำหรอื ผ้แู ทนกลุ่มหรือองค์กรในหมบู่ า้ น ๓. กรรมการหมบู่ า้ นผทู้ รงคณุ วฒุ ิ จำ� นวนไมน่ อ้ ยกวา่ ๒ คน แตไ่ มเ่ กนิ ๑๐ คน ซง่ึ นายอำ� เภอ แตง่ ตงั้ จากผู้ซง่ึ ราษฎรในหมบู่ ้านเลือก นอกจากน้ี ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ย การเป็นกรรมการหมู่บา้ น การปฏิบัตหิ น้าที่ และการประชมุ ของคณะกรรมการหมบู่ า้ น พ.ศ. ๒๕๕๑ กำ� หนดใหม้ คี ณะทำ� งานดา้ นตา่ ง ๆ เพอ่ื ชว่ ยเหลอื ในการปฏิบัติภารกิจของคณะกรรมการหมู่บ้านและผู้ใหญ่บ้าน โดยให้มีคณะท�ำงานด้านต่าง ๆ อย่างน้อย ๖ คณะทำ� งาน ดงั นี้ ๑. คณะทำ� งานด้านอ�ำนวยการ มหี นา้ ท่ีเก่ียวกบั งานธุรการ การจัดการประชุม การรับจ่าย และเกบ็ รกั ษาเงนิ และทรพั ยส์ นิ ของหมบู่ า้ น การประชาสมั พนั ธ์ การประสานงานและตดิ ตามการทำ� งาน ของคณะทำ� งานดา้ นตา่ ง ๆ การจดั ทำ� รายงานผลการดำ� เนนิ งานของคณะกรรมการในรอบปแี ละงานอนื่ ใด ตามท่ีประธานกรรมการหมู่บา้ นหรือคณะกรรมการมอบหมาย ๒. คณะท�ำงานด้านการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย มีหน้าที่เก่ียวกับการ สง่ เสรมิ ใหร้ าษฎรมสี ว่ นร่วมในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ การสง่ เสรมิ อดุ มการณแ์ ละวถิ ชี วี ติ แบบประชาธปิ ไตยใหแ้ กร่ าษฎรในหมบู่ า้ น การสง่ เสรมิ ดแู ลใหร้ าษฎร ปฏบิ ัติตามกฎหมายและกฎระเบียบขอ้ บังคับของหมบู่ ้าน การสรา้ งความเปน็ ธรรมและประนปี ระนอม ขอ้ พพิ าท การตรวจตรารกั ษาความสงบเรยี บร้อย การปอ้ งกันและปราบปรามยาเสพตดิ ภายในหมูบ่ ้าน การคมุ้ ครองดูแลรักษาทรพั ยส์ ินอันเปน็ สาธารณประโยชนข์ องหมู่บา้ น การป้องกนั บรรเทาสาธารณภัย และภยนั ตรายของหมบู่ า้ น และงานอนื่ ใดตามทปี่ ระธานกรรมการหมบู่ า้ นหรอื คณะกรรมการมอบหมาย ๓. คณะท�ำงานด้านแผนพัฒนาหมู่บ้าน มีหน้าท่ีเกี่ยวกับการจัดท�ำแผนพัฒนาหมู่บ้าน ประสานการจัดทำ� โครงการเกี่ยวกบั การพฒั นาหมู่บ้านกับคณะทำ� งานดา้ นต่าง ๆ เพือ่ ดำ� เนนิ การหรือ เสนอของบประมาณภายนอก การรวบรวมและจัดท�ำข้อมูลต่าง ๆ ของหมู่บ้าน การติดตามผลการ ด�ำเนินงานตามแผนพัฒนาหมู่บ้าน และงานอ่ืนใดตามท่ีประธานกรรมการหมู่บ้านหรือคณะกรรมการ มอบหมาย

125 ๔. คณะทำ� งานดา้ นสง่ เสรมิ เศรษฐกจิ มหี นา้ ทเ่ี กย่ี วกบั การสง่ เสรมิ การดำ� เนนิ การตามแนวปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพียงในหมู่บ้าน การพัฒนาและส่งเสริมการประกอบอาชีพ การผลิตและการตลาด เพ่ือเสริมสร้างรายได้ให้กับราษฎรในหมู่บ้าน และงานอ่ืนใดตามที่ประธานกรรมการหมู่บ้านหรือ คณะกรรมการมอบหมาย ๕. คณะท�ำงานดา้ นสังคม สิง่ แวดล้อม และสาธารณสขุ มหี น้าท่ีเก่ยี วกบั การพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผูส้ งู อายุและผู้พกิ าร การจัดสวัสดิการในหมูบ่ า้ นและการสงเคราะห์ผู้ยากจนท่ีไมส่ ามารถ ช่วยตนเองได้ การสง่ เสริมการอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม การสาธารณสขุ และงานอ่นื ใด ตามท่ีประธานกรรมการหมูบ่ า้ นหรอื คณะกรรมการมอบหมาย ๖. คณะทำ� งานดา้ นการศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม มหี นา้ ทเี่ กยี่ วกบั การสง่ เสรมิ การศกึ ษา ศาสนา การบ�ำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของหมู่บ้านและงานอื่นใด ตามทีป่ ระธานกรรมการหมู่บ้านหรอื คณะกรรมการมอบหมาย โดยคณะท�ำงานด้านต่าง ๆ มีองค์ประกอบดังนี้ ๑. คณะทำ� งานดา้ นอำ� นวยการ ประกอบดว้ ย ประธานกรรมการหมบู่ า้ น รองประธานกรรมการ หม่บู า้ น ผชู้ ว่ ยผ้ใู หญบ่ ้าน หัวหนา้ คณะท�ำงานด้านตา่ ง ๆ เลขานุการ และเหรัญญกิ เป็นคณะทำ� งาน โดยให้ประธานกรรมการหมบู่ า้ น และเลขานุการ เป็นหวั หน้าและเลขานุการคณะท�ำงาน ๒. คณะทำ� งานด้านการปกครองและรักษาความสงบเรียบรอ้ ย หวั หนา้ คณะท�ำงานให้เลอื ก จากกรรมการหมู่บ้าน ซง่ึ เปน็ ผ้ชู ่วยผู้ใหญบ่ า้ น ๓. คณะทำ� งานดา้ นอนื่ ๆ หวั หนา้ คณะทำ� งานใหเ้ ลอื กจากกรรมการหมบู่ า้ น ทงั้ น ้ี กรรมการหมบู่ า้ น ท่ีได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าคณะท�ำงานด้านต่าง ๆ ให้เป็นหัวหน้าคณะท�ำงานได้เพียงคณะเดียว ให้คณะกรรมการพิจารณาเลือกกรรมการหมู่บ้านและราษฎรในหมู่บ้านท่ีมีความรู้ความช�ำนาญ หรือมีความเหมาะสมกับงานด้านน้ัน ๆ จ�ำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คน เป็นคณะท�ำงานในด้านต่าง ๆ กรรมการหมู่บ้านคนหนึ่งอาจเปน็ คณะท�ำงานมากกวา่ หนึง่ คณะกไ็ ด้ หนา้ ที่ของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ๑. หนา้ ทีต่ ามพระราชบญั ญตั ิลักษณะปกครองท้องท่ี (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ มีหน้าท่ีช่วยเหลือ แนะน�ำและให้ค�ำปรึกษาแก่ผู้ใหญ่บ้านเก่ียวกับกิจการอันเป็นอ�ำนาจ หน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน เป็นองค์กรหลักที่รับผิดชอบในการบูรณาการจัดท�ำแผนพัฒนาหมู่บ้าน และบริหารจัดการกิจกรรมท่ีด�ำเนินงานในหมู่บ้านร่วมกับองค์กรอื่นทุกภาคส่วนปฏิบัติหน้าที่อื่นตาม กฎหมาย หรอื ระเบยี บแบบแผนของทางราชการ หรือทนี่ ายอำ� เภอมอบหมาย หรอื ท่ผี ใู้ หญ่บา้ นรอ้ งขอ

126 ๒. การท�ำหน้าทใี่ นการประนีประนอมขอ้ พิพาทในระดบั หมบู่ า้ น ตามข้อบงั คับกระทรวง มหาดไทยว่าด้วยการปฏิบัติงานประนีประนอมข้อพิพาทของคณะกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๓๐ เพ่ือลดปญั หาข้อพพิ าทในหมบู่ า้ น รวมทัง้ ใหค้ นในหมบู่ ้านสามารถอยู่ร่วมกนั อย่างสมานฉันท์ ๓. ภารกจิ งานตามนโยบายของรฐั อาทเิ ชน่ การทำ� หนา้ ทช่ี ว่ ยเหลอื แนะนำ� และใหค้ ำ� ปรกึ ษา แก่ผู้ใหญ่บ้านในการด�ำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลท่ีด�ำเนินงานในหมู่บ้าน เช่น โครงการ SML กองทนุ หม่บู า้ น การแก้ไขปญั หายาเสพติด ฯลฯ ซึ่งผู้ใหญ่บา้ นอาจมอบหมายคณะทำ� งานในแต่ละดา้ น เพอื่ เปน็ การกระจายอำ� นาจในการทำ� งาน เพอ่ื อำ� นวยความสะดวกและสนองความตอ้ งการของประชาชน ๔. ภารกจิ งานประจ�ำของกระทรวง ทบวง กรม (โดยการส่ังการผ่านจังหวัด อ�ำเภอ) ๕. ภารกจิ เฉพาะตามลกั ษณะพ้ืนท่ี องคป์ ระกอบการบริหารงานหมูบ่ ้าน

127

128 บทบาทของผู้ใหญบ่ ้านในการบริหารงานในรูปแบบของ “คณะกรรมการหมบู่ า้ น” ปัจจุบันโลกมีการเปล่ียนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี ซ่ึงการเปล่ียนแปลงดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาหมู่บ้านเช่นกัน ดังน้ัน ผู้ใหญ่บ้านในฐานะผู้น�ำหมู่บ้านควบคู่กับการเป็นประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน จะต้องมีการปรับตัว ให้สามารถรองรับต่อสภาวะของการเปล่ียนแปลงที่เข้ามากระทบได้ โดยการปรับทัศนคติ วิธีการคิด วิธีการท�ำงานใหม่ในการบริหารจัดการหมู่บ้าน คือ “การใช้รูปแบบของคณะกรรมการหมู่บ้าน” ซึง่ ผ้ใู หญ่บ้านจะท�ำหน้าที่เปน็ ผกู้ �ำกับดูแล และบรหิ ารจดั การทมี งานใหส้ ามารถท�ำงานไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว และ มปี ระสทิ ธิภาพ ดังนี้ ๑. การประชมุ ที่มีคุณภาพ ได้แก่ การแจ้งข้อราชการ ขา่ วสาร การมสี ่วนรว่ มในการประชุม การใช้ที่ประชุมเป็นเวทีของกระบวนการมีส่วนร่วม การปรึกษาหารือ การร่วมคิดโครงการต่าง ๆ การแกไ้ ขปญั หา ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรรู้ ะหวา่ งกัน ๒. การมอบหมายงานให้คณะท�ำงานของคณะกรรมการหมู่บ้านด�ำเนินการ ได้แก่ การมอบตามหนา้ ทศี่ กั ยภาพ และความสามารถ ๓. การท�ำหน้าที่ประนีประนอมข้อพิพาทในหมู่บ้าน ตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยการปฏบิ ตั งิ านประนีประนอมขอ้ พิพาทของคณะกรรมการหมู่บา้ น พ.ศ. ๒๕๓๐ เพ่อื ให้ปญั หา ข้อขดั แยง้ ท่มี ี สามารถยุติลงได้ทหี่ มู่บ้าน รวมท้ังเปน็ การลดคดขี ้นึ ไปสศู่ าล ๔. การบูรณาการจัดท�ำแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนพัฒนาหมู่บ้าน คือ ทิศทางการพัฒนา หมบู่ า้ นทหี่ มบู่ า้ นตอ้ งการจะเหน็ หรอื ใหเ้ ปน็ อยา่ งไรในอนาคต โดยมกี ารกำ� หนดโครงการ/กจิ กรรมตา่ ง ๆ ทจ่ี ะด�ำเนินการไว้ในแผนพัฒนาหมูบ่ ้าน โดยการบูรณาการจดั ท�ำแผนพฒั นาหมบู่ า้ น สามารถแบ่งออก เป็น ๒ กรณี ดังนี้ (๑) ในกรณีท่ีหมู่บ้านนั้นมีแผนอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นแผนท่ีเกิดจากการสนับสนุนของ หนว่ ยงานใดทไ่ี ดท้ ำ� ขนึ้ ในหมบู่ า้ น ซง่ึ อาจจะมชี อื่ เรยี กทแ่ี ตกตา่ งกนั เชน่ เรยี กวา่ แผนชมุ ชน แผนชวี ติ ชมุ ชน หรือแผนชุมชนพ่งึ ตนเอง หรอื เรยี กช่ืออย่างอ่ืน กม. ก็จะมหี น้าทีป่ ระชุมปรึกษาหารอื กนั เพ่ือรวบรวม แผนทกุ แผนใหเ้ ปน็ แผนเดยี วกันเรยี กว่า “แผนพัฒนาหมู่บ้าน” (๒) กรณที หี่ มบู่ า้ นนนั้ ๆ ยงั ไมม่ แี ผนใด ๆ เลย กม. กจ็ ะมหี นา้ ทร่ี ว่ มกบั ประชาชนในหมบู่ า้ น บูรณาการจดั ท�ำ “แผนพฒั นาหมู่บ้าน” ขึน้ ใหม่ ทั้งนี้ การบูรณการจัดท�ำแผนฯ จะต้องอยู่บนพ้ืนฐานข้อมูลท่ีถูกต้อง ตามความจ�ำเป็น มากกว่าความตอ้ งการ โดยในการจดั ทำ� แผนฯ จะตอ้ งพจิ ารณาครอบคลุมใน ๒ มติ ิ คือ

129 (๑) มิตดิ ้านการปฏบิ ัติ หมายถึง ๑.๑ โครงการที่ท�ำเองได้ หมายถึง โครงการท่ี กม. และประชาชนสามารถ ทำ� ไดด้ ้วยตนเอง หรือรว่ มกันทำ� ภายในหมบู่ ้านของตนเอง ๑.๒ โครงการทต่ี อ้ งทำ� รว่ มกบั หนว่ ยงานอนื่ หมายถงึ โครงการทห่ี มบู่ า้ นและหนว่ ยงาน ร่วมกันด�ำเนินการ โดยอาจได้รับการสนับสนุนในบางด้านหรือบางส่วน จากหมู่บ้านข้างเคียง องค์กร ปกครองส่วนท้องถ่ิน หรือจากหน่วยงานอื่น ๆ ๑.๓ โครงการทต่ี อ้ งใหห้ นว่ ยงานอนื่ ทำ� ให้ หมายถงึ โครงการทเี่ กนิ ศกั ยภาพ ของ กม. หรอื ประชาชนในหมบู่ า้ นจะดำ� เนนิ การได้ ตอ้ งใหห้ นว่ ยงานอนื่ เปน็ ผดู้ ำ� เนนิ การ โดยอาจไดร้ บั การสนบั สนนุ งบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน งบประมาณการพัฒนาจังหวัด หรืองบประมาณของ ส่วนราชการ หนว่ ยงานอืน่ ๆ (๒) มติ ิด้านงบประมาณ แบง่ ออกเปน็ ๒ ประเภท คอื ๒.๑ โครงการที่ใช้งบประมาณ หมายถึง โครงการท่ีต้องใช้เงินเป็นจ�ำนวนมาก และเกินศกั ยภาพของหมบู่ ้าน ๒.๒ โครงการที่ไม่ใช้งบประมาณ หมายถึง โครงการที่สามารถด�ำเนินการได้เอง ภายในหมูบ่ า้ น หรืออาจใช้งบประมาณของตนเองสนบั สนุน เชน่ การปลกู ตน้ ไม้ การท�ำบุญในวันพระ เป็นต้น ๕. การสนบั สนนุ ใหห้ มบู่ า้ นมฉี นั ทามตใิ นการจดั ทำ� กตกิ าหมบู่ า้ น เพอื่ เปน็ กฎ/ระเบยี บของ การอยู่ร่วมกัน การจัดการตนเองของหมู่บ้านเพือ่ ลดขอ้ ขดั แยง้ ระหว่างกัน ๖. การด�ำเนินโครงการ/กิจกรรมเด่น ๆ ของ กม. ร่วมกับประชาชนในหมู่บ้าน ทั้งน ้ี อาจนำ� โครงการ/กจิ กรรมท่ีปรากฏในแผนพฒั นาหม่บู ้าน มาดำ� เนนิ การให้เปน็ รูปธรรมอยา่ งต่อเนอ่ื ง ๗. การจัดให้มีการประชาคม เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะ ในเรือ่ งสำ� คญั ทีม่ ผี ลกระทบกับวถิ ีชีวิตของประชาชน ๘. สนับสนุนการบริหารกองทุนกลางพัฒนาหมู่บ้าน โดยการน�ำดอกผลส่วนหน่ึง จากกองทนุ ตา่ ง ๆ ทมี่ ใี นหมบู่ า้ นมารวมในกองทนุ กลางพฒั นาหมบู่ า้ น เพอ่ื เปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยในการดำ� เนนิ งาน ของคณะกรรมการหมู่บ้าน หรือการด�ำเนินกิจการอันเป็นสาธารณประโยชน์ของหมู่บ้านได้ ท้ังน ี้ การจดั ใหม้ กี องทนุ กลางพฒั นาหมบู่ า้ นจะชว่ ยกระตนุ้ สง่ เสรมิ ใหค้ ณะกรรมการหมบู่ า้ นไดเ้ รยี นรวู้ ธิ กี าร บริหารจัดการเงินให้ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้เงินให้เกิดประโยชน์ โดยไม่ต้องรอรับ งบประมาณจากภายนอกแต่เพียงอย่างเดยี ว ๙. การตดิ ตามผลความคบื หนา้ ของการดำ� เนนิ งานตามมตทิ ปี่ ระชมุ คณะกรรมการหมบู่ า้ น หรือที่ประชุมประชาคม ตลอดจนความคบื หนา้ ในการแก้ไขปญั หาตา่ ง ๆ ของหมู่บ้าน เป็นตน้

130 ๑๐. ประเมนิ ผลการทำ� งาน อาจพจิ ารณาจากความพอใจของประชาชนในหมู่บ้าน กลา่ วไดว้ า่ เจตนารมณข์ องการบรหิ ารและพฒั นาหมบู่ า้ นในรปู แบบ “คณะกรรมการหมบู่ า้ น” เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้าน เพราะฉะน้ัน การท�ำงานในรูปแบบดังกล่าว จึงเป็นการท�ำงานแบบจิตอาสา ที่เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมเป็นส�ำคัญ ดังนั้น เพ่ือให้การบริหาร และพัฒนาหมู่บ้านเกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ก�ำนัน ผใู้ หญบ่ ้าน จงึ ควรปรบั แนวคดิ ในการพฒั นาหมู่บา้ น ดังนี้ ๑. ใช้คณะกรรมการหมู่บา้ นเปน็ เคร่ืองมือในการด�ำเนินงานในพื้นท่ี ๒. ดงึ ทุกภาคส่วนเปน็ พันธมิตร ๓. กำ� นัน ผูใ้ หญ่บ้านจะตอ้ งเปน็ ผู้นำ� ในการทำ� งาน ๔. กำ� นนั ผู้ใหญ่บา้ น ทำ� ตวั เปน็ ผู้กำ� กบั การแสดงที่ดี ประเดน็ ที่คณะกรรมการจะต้องนำ� เข้าทีป่ ระชมุ คณะกรรมการหม่บู า้ น ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเป็นกรรมการหมู่บ้าน การปฏิบัติหน้าท่ี และการ ประชุมของคณะกรรมการหม่บู ้าน พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๐ กำ� หนดให้คณะกรรมการหมูบ่ า้ นประชมุ กนั เปน็ ประจำ� อยา่ งนอ้ ยเดอื นละหนง่ึ ครง้ั โดยใหม้ กี ารประชมุ ภายในเจด็ วนั หลงั จากการประชมุ ประจำ� เดอื น ของกำ� นนั ผู้ใหญ่บ้าน ที่นายอ�ำเภอเรยี กประชุม ทั้งน้ี เพ่อื ให้คณะกรรมการหมบู่ ้าน ได้ใชก้ ารประชมุ เปน็ เวทปี รกึ ษา หารอื แลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ นำ� ประเดน็ ทปี่ ระชมุ ไปดำ� เนนิ การตอ่ ในสว่ นทเี่ กย่ี วขอ้ ง และให้มีการจัดท�ำบันทึกการประชุมฯ ไว้เป็นหลักฐานด้วย เพราะฉะนั้นการประชุมคณะกรรมการ หมบู่ า้ นจงึ ถอื เปน็ หวั ใจสำ� คญั ในการทำ� งานของคณะกรรมการหมบู่ า้ น ดงั นน้ั ผใู้ หญบ่ า้ นซงึ่ เปน็ ประธาน ท่ีประชมุ จะต้องท�ำหนา้ ท่ีผู้น�ำการประชมุ ให้เกิดประสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ล โดยควรมปี ระเดน็ ทีต่ ้อง นำ� เข้าท่ปี ระชุม ดังนี้ ๑. การสนับสนุนการด�ำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เช่น การโซนนิ่งภาคเกษตร การรบั จำ� นำ� ผลผลติ ทางการเกษตร และโครงการพฒั นาศกั ยภาพของหมบู่ า้ นและชมุ ชน (SML) เปน็ ตน้ ๒. แนวทางการป้องกันและแก้ไขปญั หายาเสพตดิ ในหมู่บ้าน ๓. การดแู ลรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยในหมบู่ ้าน ๔. การวางแผนพัฒนาหมู่บา้ น ๕. การเตรยี มการรับมือกับภัยธรรมชาติ เช่น อุทกภัย วาตภัย ภัยหนาว ภยั แล้ง ฯลฯ ๖. ก�ำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมาย เช่น การสอดส่องดูแลร้านเกมส์ คาราโอเกะ ฯลฯ ตามนโยบายการจัดระเบยี บสงั คม ๗. การน�ำเสนอปัญหาส�ำคญั ของหมู่บา้ นและแนวทางแก้ไข ๘. เร่อื งอน่ื ๆ ท่ไี ด้รบั มอบหมาย

131 แนวทางในการสรา้ งความเขม้ แขง็ ใหแ้ ก่คณะกรรมการหมบู่ ้าน คณะกรรมการหมู่บ้านเป็นกลไกที่ท�ำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมโยงประสานการท�ำงานระหว่าง ภาครฐั องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ และประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการท�ำหน้าท่เี ป็นกลไกส่งเสริม สนบั สนนุ การพฒั นาและบรหิ ารหมบู่ า้ น ดงั นน้ั คณะกรรมการหมบู่ า้ นจะตอ้ งมคี วามพรอ้ มและมศี กั ยภาพ ในการปฏิบัติงานร่วมทุกภาคส่วนอยู่ตลอดเวลา และสิ่งที่จะช่วยสนับสนุนให้คณะกรรมการเกิดความ เข้มแข็ง มีดงั น้ี ๑. คณะกรรมการหมบู่ า้ นตอ้ งมกี ารประชมุ ทกุ เดอื น เพอื่ ใชเ้ ปน็ เวทปี รกึ ษา หารอื แลกเปลยี่ น ความคิดเหน็ และเรยี นรกู้ ารทำ� งานร่วมกัน ๒. พฒั นาความรใู้ หแ้ กต่ นเองอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ใหม้ คี วามพรอ้ มตอ่ การทำ� งานรว่ มกบั ทกุ ภาคสว่ น ๓. การบรู ณาการการท�ำงานร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการบรู ณาการจดั ท�ำแผนพัฒนา หมู่บ้าน ๔. การจดั ทำ� ขอ้ มลู หมบู่ า้ นทถี่ กู ตอ้ ง เพอ่ื นำ� มาใชใ้ นการวางแผน การแกไ้ ขปญั หาและพฒั นา หมู่บ้าน ๕. การน�ำโครงการ/กจิ กรรมจากแผนพฒั นาหมบู่ ้านมาสู่การปฏิบตั ทิ ีเ่ ปน็ รปู ธรรม ๖. มีการประเมินตนเอง ติดตามการด�ำเนินงานที่ได้รับมอบหมาย และรายงานผล ให้นายอ�ำเภอทราบ

132 บทท่ี ๙ การอำ� นวยความเป็นธรรมและการประนปี ระนอมข้อพพิ าท กำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ น ฯลฯ เปน็ บคุ ลากรทมี่ คี วามสำ� คญั ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทเ่ี ปน็ ผนู้ ำ� ทางปกครอง ในระดับต�ำบล หมู่บ้าน และอีกบทบาทหนึ่งในฐานะเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองซึ่งมีอ�ำนาจหน้าท ี่ ตามกฎหมาย โดยเฉพาะตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ และท่ีแก้ไขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้กำ� หนดใหก้ �ำนัน ผใู้ หญ่บ้านทำ� หน้าท่ีเป็นผ้ชู ว่ ยเหลือ นายอ�ำเภอในการปฏิบัติหน้าที่ในการอ�ำนวยความเป็นธรรม ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและความ ปลอดภยั ใหแ้ กร่ าษฎร สรา้ งความปรองดอง สมานฉนั ท์ และสง่ เสรมิ วฒั นธรรมประเพณี อำ� นวยความสะดวก แก่ราษฎรในการติดต่อหรือรับบริการกับส่วนราชการหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน รับฟังปัญหาและความเดือดร้อนทุกข์และความต้องการท่ีจ�ำเป็นของราษฎรแจ้งต่อส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรอื่นท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือให้การช่วยเหลือ สนับสนุน สง่ เสรมิ อำ� นวยความสะดวกในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทห่ี รอื บรกิ ารสว่ นราชการ หนว่ ยงานภาครฐั องคก์ รปกครอง ส่วนท้องถิ่น ควบคุมดูแลราษฎรให้ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนราชการ และเปน็ ตวั อยา่ งแกร่ าษฎร อบรม ศกึ ษา ใหร้ าษฎรมคี วามรู้ ความเขา้ ใจขอ้ ราชการ เรยี กประชมุ ราษฎร แจ้งให้ราษฎรช่วยเหลือกิจการสาธารณประโยชน์ เพ่ือบ�ำบัดป้องกันภยันตราย สาธารณฉุกเฉิน ชว่ ยบรรเทาสาธารณภัยจัดใหม้ ีประชมุ ราษฎรและคณะกรรมการหม่บู า้ น ปฏบิ ัตติ ามค�ำส่งั ทางราชการ ปฏบิ ตั กิ ารตามภารกิจหรอื งานอ่ืน ตามกฎหมาย ระเบยี บทางราชการ หรอื ตามท่กี ฎกระทรวง ทบวง กรม หนว่ ยงานอ่ืนของรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวดั หรือนายอ�ำเภอ มอบหมาย กล่าวได้ว่า ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือนายอ�ำเภอในการปฏิบัติหน้าที่ ก็จะต้อง ปฏบิ ตั ภิ ารกจิ หนา้ ท่เี ช่นเดียวกบั นายอ�ำเภอของต�ำบล หมูบ่ า้ น ในการเป็นผู้แทนของรัฐบาลน�ำภารกิจ ของรัฐและนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธ์ิ พร้อมกันนั้นจะต้องดูแลให้มีการปฏิบัต ิ และบังคบั ให้เป็นไปตามกฎหมายเพอ่ื ให้เกดิ ความสงบเรยี บรอ้ ยและเป็นธรรมในสังคม โดยเฉพาะการ บูรณาการทุกภาคส่วนราชการในการจัดให้มีการคุ้มครอง ป้องกัน ส่งเสริม และช่วยเหลือประชาชน และชุมชนที่ด้อยโอกาส เพ่ือให้ได้รับความเป็นธรรมทั้งด้านเศรษฐกิจ และสังคมในการด�ำรงชีวิต อย่างพอเพยี ง และเมื่อเกดิ การขัดแย้งในสทิ ธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของประชาชน เกดิ ข้อพิพาท กำ� นัน ผู้ใหญ่บ้าน ซ่ึงมีฐานะเป็นประธานคณะกรรมการหมู่บ้านก็จะต้องแก้ไขปัญหาการข้อขัดแย้งที่เกิดข้ึน ในตำ� บล หมู่บา้ นโดยเรว็ โดยการประนปี ระนอมข้อพิพาท ตามขอ้ บงั คับกระทรวงมหาดไทย วา่ ด้วยการ ปฏบิ ตั งิ านประนปี ระนอมขอ้ พพิ าทของคณะกรรมการหมบู่ า้ น พ.ศ. ๒๕๓๐ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความสงบเรยี บรอ้ ย

133 ในต�ำบล หมู่บา้ น นอกจากนน้ั จะตอ้ งร้กู ระบวนการในการแก้ไขข้อพิพาทตามระเบียบ กฎหมายอน่ื ๆ หรอื ขององคก์ รอนื่ ๆ ดว้ ยเพอ่ื เปน็ ชอ่ งทางในการระงบั ขอ้ พพิ าททจ่ี ะอำ� นวยความเปน็ ธรรมใหแ้ กป่ ระชาชน อยา่ งเชน่ การไกลเ่ กลย่ี และประนอมขอ้ พพิ าททางแพง่ และความผดิ ทางอาญา ตามกฎกระทรวงวา่ ดว้ ย การไกลเ่ กลย่ี และประนอมขอ้ พพิ าททางแพง่ พ.ศ. ๒๕๕๓ และกฎกระทรวงวา่ ดว้ ยการไกลเ่ กลยี่ ความผดิ ทีม่ โี ทษทางอาญา พ.ศ. ๒๕๕๓ ของอ�ำเภอ การไกลเ่ กล่ียข้อพิพาทในเรอื่ งหน้สี นิ ที่ดินทำ� กนิ และคดี ความเพ่ือปลดเปล้ืองหน้ีสิน เพื่อไถ่ถอนหรือซ้ือที่ดินท�ำกินคืน เพ่ือให้ได้รับความเป็นธรรมหรือระงับ หรือแก้ไขปญั หาขอ้ พิพาทและความเดอื ดรอ้ น ตามระเบียบส�ำนักนายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการชว่ ยเหลอื เกษตรกรและผ้ยู ากจน พ.ศ.๒๕๒๘ โดยคณะอนกุ รรมการช่วยเหลอื เกษตรกรและผยู้ ากจนส่วนอ�ำเภอ (อชก.สว่ นอ�ำเภอ) การไกล่เกล่ียหรือพิจารณาวนิ จิ ฉยั ข้อพิพาทเกี่ยวกับการเรยี กเก็บค่าเชา่ การชำ� ระ ค่าเช่า หรือข้อพิพาทอ่ืนอันเกิดจากการเช่าท่ีดินของเกษตรกร ตามพระราชบัญญัติการเช่าท่ีดิน เพ่ือเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ของคณะกรรมการช่วยเหลือการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมต�ำบล (คชก. ตำ� บล) ซงึ่ มีก�ำนนั เปน็ ประธาน ผ้ใู หญบ่ ้านเป็นกรรมการนอกจากนัน้ ยังมีองค์กรที่จะช่วยกำ� นนั ผู้ใหญ่บ้านในการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทอ่ืน ๆ เช่น ศูนย์ไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทชุมชน ของกระทรวงยุติธรรม นอกจากการเป็นผู้ช่วยเหลือนายอ�ำเภอในการปฏิบัติหน้าท่ีซ่ึงเป็นผู้แทนของรัฐบาล ในอีกด้านหน่ึงก็เป็นผู้แทนของประชาชนในต�ำบล หมู่บ้าน ซ่ึงจะต้องอ�ำนวยความสะดวก แก่ราษฎร ในการตดิ ต่อหรือรับบริการกับส่วนราชการหน่วยงานของรฐั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น รับฟังปัญหา และความเดอื ดรอ้ นความทกุ ขแ์ ละความตอ้ งการทจี่ ำ� เปน็ ของราษฎรแจง้ ตอ่ สว่ นราชการ หนว่ ยงานของรฐั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ องคก์ รอนื่ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งเพอื่ ใหก้ ารชว่ ยเหลอื ประชาชน ดงั นน้ั การทจ่ี ะปฏบิ ตั ิ ภารกิจให้ได้ดี ประสบผลสัมฤทธิ์ และท�ำให้ประชาชนเกิดประโยชน์สุข นอกจากก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะเขา้ ใจในบทบาทอำ� นาจหน้าท่ขี องตนดแี ลว้ จะต้องร้ใู นเร่อื งสิทธิ เสรีภาพและหน้าที่ของประชาชน ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อท่ีจะจัดให้มีการคุ้มครอง ป้องกัน ส่งเสริมและช่วยเหลือประชาชน ทดี่ อ้ ยโอกาสเพอื่ ใหเ้ ขา้ ถงึ กระบวนการยตุ ธิ รรมหรอื ใหไ้ ดร้ บั ความเปน็ ธรรมทง้ั ดา้ นเศรษฐกจิ และสงั คม ในการดำ� รงชวี ติ อยา่ งเพียงพอ ซึ่งจะเปน็ การอ�ำนวยความเปน็ ธรรมให้แก่ประชาชนไดอ้ ีกทางหน่ึง ความส�ำคญั ของภารกจิ การอำ� นวยความเป็นธรรม ๑. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ให้ความส�ำคัญกับความเป็นธรรม ความเสมอภาคในศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งบุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับการคุ้มครอง ตามกฎหมายอยา่ งเทา่ เทยี มกนั ไม่วา่ ถ่นิ ก�ำเนดิ เช้อื ชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ อาชพี สถานะทาง เศรษฐกจิ หรอื สงั คม ความเชือ่ ทางศาสนา การศกึ ษา ซึง่ บุคคลย่อมอ้างศกั ดิ์ศรีความเปน็ มนษุ ย์หรือใช้ สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าท่ีไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอ่ืน และไม่ขัดกฎหมายศีลธรรม

134 อันดีของประชาชน ส่วนท่ี ๔ สิทธิในกระบวนการยุติธรรมมาตรา ๓๙ บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระท�ำการอันกฎหมายท่ีใช้อยู่ในเวลาท่ีกระท�ำน้ันบัญญัติเป็นความผิดและก�ำหนดโทษไว ้ และโทษท่ีจะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่ก�ำหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาท่ีกระท�ำความผิด มไิ ด้ในคดีอาญา ต้องสันนษิ ฐานไว้กอ่ นวา่ ผูต้ ้องหาหรอื จ�ำเลยไม่มคี วามผิดกอ่ นมคี �ำพพิ ากษาอันถงึ ที่สุด แสดงวา่ บคุ คลใดได้กระท�ำความผดิ จะปฏิบตั ติ ่อบคุ คลนัน้ เสมอื นเป็นผู้กระท�ำความผิดมไิ ด้ มาตรา ๔๐ บุคคลยอ่ มมสี ิทธิในกระบวนการยุติธรรม ดังต่อไปนี้ ๑) สทิ ธิเข้าถึงกระบวนการยุตธิ รรมไดโ้ ดยง่าย สะดวก รวดเรว็ และทั่วถงึ ๒) สทิ ธิพ้นื ฐานในกระบวนพิจารณา ซึง่ อย่างน้อยตอ้ งมหี ลักประกันขน้ั พ้นื ฐานเร่อื งการ ได้รับการพิจารณาโดยเปิดเผย การได้รับทราบข้อเท็จจริงและตรวจเอกสารอย่างเพียงพอ การเสนอ ขอ้ เทจ็ จรงิ ขอ้ โตแ้ ยง้ และพยานหลกั ฐานของตน การคดั คา้ นผพู้ พิ ากษาหรอื ตลุ าการ การไดร้ บั การพจิ ารณา โดยผพู้ พิ ากษาหรอื ตลุ าการทน่ี ง่ั พจิ ารณาคดคี รบองคค์ ณะ และการไดร้ บั ทราบเหตผุ ลประกอบคำ� วนิ จิ ฉยั ค�ำพพิ ากษา หรือค�ำสงั่ ๓) บุคคลย่อมมีสิทธิที่จะให้คดีของตนได้รับการพิจารณาอย่างถูกต้อง รวดเร็วและ เป็นธรรม ๔) ผู้เสียหาย ผู้ตอ้ งหา โจทก์ จำ� เลย คูก่ รณี ผมู้ สี ว่ นได้เสยี หรือพยานในคดมี ีสทิ ธไิ ด้รับ การปฏบิ ตั ทิ เ่ี หมาะสมในการดำ� เนนิ การตามกระบวนการยตุ ธิ รรม รวมทง้ั สทิ ธใิ นการไดร้ บั การสอบสวน อยา่ งถูกตอ้ ง รวดเร็ว เปน็ ธรรม และการไมใ่ ห้ถ้อยคำ� เปน็ ปฏปิ ักษต์ ่อตนเอง ๕) ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จ�ำเลย และพยานในคดีอาญา มีสิทธิได้รับความคุ้มครอง และความช่วยเหลือที่จำ� เปน็ และเหมาะสมจากรัฐ สว่ นคา่ ตอบแทน คา่ ทดแทน และคา่ ใชจ้ ่ายที่จำ� เป็น ใหเ้ ป็นไปตามที่กฎหมายบญั ญตั ิ ๖) เดก็ เยาวชน สตรี ผสู้ งู อายุ หรอื ผพู้ กิ ารหรอื ทพุ พลภาพ ยอ่ มมสี ทิ ธไิ ดร้ บั ความคมุ้ ครอง ในการด�ำเนินกระบวนพิจารณาคดีอย่างเหมาะสม และย่อมมีสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในคด ี ที่เกยี่ วกบั ความรุนแรงทางเพศ ๗) ในคดีอาญา ผู้ต้องหาหรือจ�ำเลยมีสิทธิได้รับการสอบสวนหรือการพิจารณาคดี ท่ีถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม โอกาสในการต่อสู้คดีอย่างเพียงพอ การตรวจสอบหรือได้รับทราบ พยานหลักฐานตามสมควร การได้รับความช่วยเหลือในทางคดีจากทนายความ และการได้รับการ ปล่อยตัวช่ัวคราว ๘) ในคดแี พ่ง บคุ คลมีสิทธิได้รบั ความชว่ ยเหลอื ทางกฎหมายอยา่ งเหมาะสมจากรฐั

135 ๒. พระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการแผ่นดนิ พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้ก�ำหนดใหน้ ายอ�ำเภอ มหี นา้ ท่ี ดงั นี้ ๑) ในการบรหิ ารราชการตามกฎหมาย และระเบียบแบบแผนของราชการ ถา้ กฎหมาย ใดมไิ ดบ้ ญั ญตั วิ า่ การปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายนนั้ เปน็ หนา้ ทผ่ี ใู้ ดโดยเฉพาะใหเ้ ปน็ หนา้ ทนี่ ายอำ� เภอทจี่ ะรกั ษา การใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายนั้น ๒) บริหารราชการตามมตคิ ณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มอบหมาย หรือปฏบิ ัติ ตามทน่ี ายกรัฐมนตรสี ัง่ การในฐานะหวั หน้ารฐั บาล ๓) บริหารราชการตามค�ำแนะน�ำและค�ำช้ีแจงของ ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้มีหน้าท่ี ตรวจการอื่นซ่ึง ครม. นายกรัฐมนตรีกระทรวง ทบวง กรม และผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย ในเมื่อไม่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือค�ำสั่งของกระทรวง ทบวง กรม หรือ มติคณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรี และ ๔) ควบคุมดแู ลการบริหาราชการสว่ นท้องถิ่นในอ�ำเภอ ๓. พระราชบญั ญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ ให้อำ� เภอ มอี �ำนาจหนา้ ทใ่ี นเขตอำ� เภอ ดงั ตอ่ ไปนี้ ๓.๑ อำ� นาจหนา้ ทีต่ ามทกี่ ำ� หนดในมาตรา ๕๒/๑ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๑) นำ� ภารกิจของรฐั และนโยบายของรัฐบาลไปปฏบิ ัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ (๒) ดูแลให้มีการปฏิบัติและบังคับให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อให้เกิดความสงบ เรยี บร้อยและเปน็ ธรรมในสงั คม (๓) จัดให้มีการคุ้มครอง ป้องกัน ส่งเสริม และช่วยเหลือประชาชนและชุมชน ที่ด้อยโอกาส เพื่อใหไ้ ดร้ บั ความเปน็ ธรรมทงั้ ด้านเศรษฐกจิ และสงั คมในการด�ำรงชวี ติ อย่างพอเพียง (๔) จัดให้มีการบริการภาครัฐเพ่ือให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเสมอหน้า รวดเรว็ และมีคุณภาพ (๕) จัดให้มีการส่งเสริม อุดหนุน และสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เพอื่ ใหส้ ามารถดำ� เนนิ การตามอำ� นาจและหนา้ ทข่ี ององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ และใหม้ ขี ดี ความสามารถ พรอ้ มท่จี ะดำ� เนนิ การตามภารกิจท่ีได้รับ ภารกจิ ท่ไี ดร้ บั โอนจากกระทรวง ทบวง กรม (๖) ปฏบิ ัตหิ น้าทอ่ี ื่นตามทค่ี ณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม หรอื หนว่ ยงานอื่น ของรัฐมอบหมายหรอื ท่กี ฎหมายก�ำหนด ๓.๒ ส่งเสริม สนับสนุน และจัดให้มีบริการร่วมกันของหน่วยงานของรัฐ ในลักษณะ ศูนย์บริการร่วม

136 ๓.๓ ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเพ่ือร่วมมือกับชุมชนในการด�ำเนินการ ใหม้ แี ผนชมุ ชนเพอ่ื รองรบั การสนบั สนนุ งบประมาณจากองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ จงั หวดั กระทรวง ทบวง กรม ๓.๔ ไกลเ่ กลยี่ หรอื จดั ใหม้ กี ารไกลเ่ กลยี่ ประนอมขอ้ พพิ าท เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความสงบเรยี บรอ้ ย ในสังคมตามมาตรา ๖๑/๒ และมาตรา ๖๑/๓ ๔. พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ กระทรวงมหาดไทย มอี ำ� นาจหนา้ ทเ่ี กยี่ วกบั การบำ� บดั ทกุ ขบ์ ำ� รงุ สขุ การรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยของประชาชน การอำ� นวย ความเปน็ ธรรมของสงั คม การสง่ เสรมิ และพฒั นาการเมอื งการปกครอง การพฒั นาการบรหิ ารราชการ สว่ นภมู ภิ าค การปกครองทอ้ งที่ การสง่ เสรมิ การปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ และพฒั นาชมุ ชน การทะเบยี นราษฎร ความม่ันคงภายใน กิจการสาธารณภัย และการพัฒนาเมือง และราชการอ่ืนตามท่ีกฎหมายก�ำหนด ให้เปน็ อ�ำนาจหน้าทีข่ องกระทรวงมหาดไทย หรอื ส่วนราชการท่ีสงั กัดกระทรวงมหาดไทย ๕. กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้กรมการปกครอง มีภารกิจเก่ียวกับการรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงภายในประเทศ การอำ� นวยความเปน็ ธรรม การปกครองทอ้ งที่ การอาสารกั ษาดนิ แดนและการทะเบยี น เพอื่ ใหป้ ระชาชน มีความมั่นคง ปลอดภัย ได้รับบริการท่ีสะดวก รวดเร็วและให้เกิดความสงบสุขในสังคมอย่างยั่งยืน ใหม้ อี ำ� นาจหนา้ ที่ ดำ� เนนิ การเกยี่ วกบั การรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ย สบื สวนสอบสวนคดอี าญา ในหนา้ ที่ พนักงานฝา่ ยปกครอง และอำ� นวยความเป็นธรรมให้แกป่ ระชาชน ๖. พระราชบญั ญตั ลิ กั ษณะปกครองทอ้ งท่ี (ฉบบั ที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ กำ� หนดใหผ้ ใู้ หญบ่ า้ น ทำ� หนา้ ทีช่ ว่ ยเหลอื นายอำ� เภอในการปฏบิ ัติหน้าท่ี ดงั น้ี ๑) อำ� นวยความเปน็ ธรรมดแู ลรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยและความปลอดภยั ใหแ้ กร่ าษฎร ๒) สรา้ งความปรองดอง สมานฉนั ท์ และส่งเสรมิ วัฒนธรรมประเพณี ๓) อ�ำนวยความสะดวกแก่ราษฎรในการติดต่อหรือรับบริการกับส่วนราชการหน่วยงาน ของรัฐ องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ๔) รับฟังปัญหาและความเดือดร้อนทุกข์และความต้องการที่จ�ำเป็นของราษฎรแจ้งต่อ ส่วนราชการ หน่วยงานของรฐั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน องค์กรอื่นทีเ่ กีย่ วขอ้ งเพอื่ ใหก้ ารช่วยเหลือ ๕) สนับสนนุ สง่ เสริม อ�ำนวยความสะดวกในการปฏบิ ตั ิหนา้ ทีห่ รือบรกิ ารสว่ นราชการ หนว่ ยงานภาครฐั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่

137 ๖) ควบคุมดูแลราษฎรให้ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนราชการ และเปน็ ตวั อยา่ งแกร่ าษฎร ๗) อบรม ชแี้ จงให้ราษฎรมีความรู้ ความเข้าใจข้อราชการ เรยี กประชมุ ราษฎร ๘) แจ้งให้ราษฎรช่วยเหลือกิจการสาธารณประโยชน์ เพ่ือบ�ำบัดป้องกันภยันตราย สาธารณภยั ฉกุ เฉิน ช่วยบรรเทาสาธารณภยั ๙) จัดใหม้ ปี ระชุมราษฎรและคณะกรรมการหม่บู า้ นอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครงั้ ๑๐) ปฏิบตั ิตามคำ� สั่งกำ� นัน หรอื ทางราชการ รายงานการไม่ปกติต่อกำ� นนั ๑๑) ปฏิบัติการตามภารกิจหรืองานอ่ืนตามกฎหมาย ระเบียบทางราชการ หรือตามที่ กฎกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานอนื่ ของรัฐ ผวู้ า่ ราชการจังหวัด หรือนายอ�ำเภอ มอบหมาย ๗. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาตฉิ บบั ที่ ๑๑ พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๕๙ ไดก้ �ำหนด วิสัยทัศน์ว่า “สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้วยความเสมอภาคเป็นธรรมและมีภูมิคุ้มกันต่อ การเปลย่ี นแปลง” ซง่ึ ไดก้ ำ� หนดยทุ ธศาสตรไ์ ว้ ๖ ประเดน็ และใหค้ วามสำ� คญั กบั ประเดน็ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๑ คือ การสรา้ งความเป็นธรรมในสังคม เพอ่ื สรา้ งโอกาสการเข้าถงึ แหล่งทรัพยากร การประกอบอาชพี ยกระดบั รายได้ และสรา้ งความมัน่ คงทางสังคมใหท้ ุกคน ในสังคม ชว่ ยเหลือกลมุ่ เปา้ หมายคนยากจน คนดอ้ ยโอกาส แรงงานนอกระบบ/คนตา่ งดา้ ว ชนกล่มุ น้อย ให้เขา้ ถงึ บริการทางสงั คมอยา่ งเทา่ เทียม กับกลุ่มอ่ืน ๆ สนับสนุนให้ภาคีพัฒนาทุกภาคส่วนร่วมแก้ไขปัญหาความเหล่ือมล�้ำและความขัดแย้ง ในสงั คมอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รว่ มพฒั นาประเทศอยา่ งเตม็ ทแี่ ละเสรมิ สรา้ งความสมั พนั ธข์ องคนในสงั คม ให้เป็นน้ำ� หนง่ึ ใจเดียวกนั ๘. วสิ ัยทัศน์ ยุทธศาสตรก์ รมการปกครอง พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๒ ไดก้ �ำหนดวสิ ยั ทศั น์ไว้วา่ “องคก์ รธรรมาภบิ าล มงุ่ บรู ณาการทกุ ภาคสว่ น เพอื่ บำ� บดั ทกุ ขบ์ ำ� รงุ สขุ ใหแ้ กป่ ระชาชน” และไดก้ ำ� หนด ยทุ ธศาสตรโ์ ดยมปี ระเดน็ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๒ คอื การรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ย และอำ� นวยความเปน็ ธรรม ให้สงั คมสงบสขุ ก�ำหนดเปา้ ประสงคไ์ ว้ว่า ระบบอำ� นวยความเป็นธรรมเปน็ ท่ีพ่งึ ของประชาชน ๙. มติคณะรฐั มนตรีเมอ่ื วนั ท่ี ๒๑ มกราคม ๒๕๕๒ ๑) ให้ทุกส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ พิจารณามอบภารกิจตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวง และภารกิจที่ต้องด�ำเนินการในหมู่บ้านให้คณะกรรมการหมู่บ้าน รวมทั้งสนับสนุนภารกิจ ของคณะกรรมการหมบู่ ้าน ตามกฎหมาย ๒) ให้คณะกรรมการหมู่บ้าน เป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย ในระดับหมู่บ้านและสนับสนุนหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน ที่มหี นา้ ท่เี ดยี วกันตามกฎหมาย

138 ๓) ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน พิจารณาก�ำหนด กรอบแนวทาง แผนงาน หรือ โครงการทส่ี นับสนุนการพัฒนาศักยภาพของ คณะกรรมการหมู่บ้าน ๔) ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนให้ คณะกรรมการหมู่บา้ น เปน็ องค์กรหลกั ในการบูรณาการ จัดท�ำแผนพัฒนาหมบู่ ้าน และน�ำแผนพฒั นา หมู่บ้านท่ีคณะกรรมการหมู่บ้านจัดท�ำเป็นข้อมูลในการจัดท�ำของบประมาณของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ๕) ให้ส�ำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจ�ำปีเป็นค่าใช้จ่ายในการ จดั ประชมุ ของคณะกรรมการหมูบ่ า้ นตามทกี่ รมบญั ชีกลางใหค้ วามเหน็ ชอบ ๖) ใหก้ ระทรวงการคลงั พจิ ารณากำ� หนดระเบยี บ แนวทาง ขนั้ ตอน การจดั ตง้ั กองทนุ กลาง พฒั นาหมบู่ า้ น เพอื่ ให้คณะกรรมการหมู่บ้านสามารถนำ� ไปปฏิบัตไิ ดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ๗) ให้ ก.พ.ร. พิจารณาก�ำหนดตัวช้ีวัดเก่ียวกับการใช้และการพัฒนาศักยภาพของ คณะกรรมการหมู่บ้าน เพ่ือให้ส่วนราชการ น�ำไปเป็นค�ำรับรองการปฏิบัติราชการ ๘) ให้สว่ นราชการ หน่วยงานของรฐั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ทีเ่ ก่ยี วข้อง พิจารณา ใหค้ �ำปรึกษา หรอื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั หิ น้าทข่ี องคณะกรรมการหมู่บ้าน เมือ่ ไดร้ บั การร้องขอ กล่าวโดยสรุป การด�ำเนินการในการอ�ำนวยความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนในหมู่บ้าน ถอื วา่ เปน็ นโยบายสำ� คญั ของชาติ และสอดคลอ้ งกบั ภารกจิ หนา้ ทส่ี ำ� คญั ประการหนง่ึ ของกรมการปกครอง ในการบำ� บดั ทกุ ข์ บำ� รงุ สขุ ใหแ้ กป่ ระชาชน ซง่ึ จะตอ้ งปรบั ปรงุ กระบวนงานใหเ้ ขา้ ถงึ ประชาชนใหม้ ากทสี่ ดุ ดงั นน้ั หมู่บา้ น และตำ� บล จะเปน็ จุดแตกหกั ในการดำ� เนนิ การ โดยมีอำ� เภอ เป็นหมดุ คอยเชือ่ มประสาน และสนับสนุนให้สามารถขับเคล่ือนได้อย่างเป็นรูปธรรมเกิดความเป็นธรรมให้กับประชาชนในหมู่บ้าน โดยใชก้ ลไก โครงสรา้ งขององคก์ รทม่ี อี ยแู่ ลว้ ในพนื้ ท่ี กค็ อื กำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ น และคณะกรรมการหมบู่ า้ น ที่มหี น้าทีโ่ ดยตรง กรมการปกครองจงึ ได้มีหนังสือ ที่ มท ๐๓๐๗.๒/ว ๙๑๙๙ ลงวนั ท่ี ๒๔ เมษายน ๒๕๕๖ เร่ือง การปรับปรุงภารกิจในการอ�ำนวยความเป็นธรรมของศูนย์อ�ำนวยความเป็นธรรมอ�ำเภอ และการจัดต้งั ศนู ยอ์ �ำนวยความเปน็ ธรรมหมบู่ ้าน ให้อ�ำเภอจัดตั้ง ศูนย์อ�ำนวยความเป็นธรรมหมบู่ ้าน เพ่ือขับเคล่ือนภารกิจในการอ�ำนวยความเป็นธรรมในเชิงรุกให้ประชาชนเข้าถึงการแก้ไขปัญหา ความเดือดรอ้ นทีไ่ มไ่ ดร้ บั ความเปน็ ธรรมไดง้ ่าย และค้มุ ครอง ป้องกนั ส่งเสริม และช่วยเหลอื ประชาชน ที่ดอ้ ยโอกาสเพอ่ื ใหไ้ ด้รบั ความเปน็ ธรรมทั้งด้านเศรษฐกจิ และสงั คมในการดำ� รงชีวติ อย่างพอเพยี ง โดยใช้กลไกของ คณะกรรมการหมบู่ ้าน เป็นองค์กรขับเคลือ่ นและกำ� หนดภารกิจหนา้ ที่ ใหศ้ นู ย์อำ� นวย ความเป็นธรรมหมบู่ ้าน มอี �ำนาจหน้าที่ ๔ ดา้ น ดังนี้

139 ๑. ดา้ นอำ� นวยความเป็นธรรมทางอาญา โดยใหด้ ำ� เนนิ การดงั น้ี ๑.๑ อ�ำนาจในการสืบสวน ตรวจค้น จับกุม ของฝ่ายปกครอง ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา ม. ๒ (๑๖) พนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจ ม. ๑๗ การสืบสวน และตามพระราชบัญญัติลกั ษณะปกครองท้องท่ี พระพุทธศกั ราช ๒๔๕๗ ๑.๒ เม่อื ทราบขา่ วว่ามีการกระท�ำผิดกฎหมายเกิดข้นึ หรอื สงสัยว่าได้เกดิ ข้นึ ในหมู่บ้าน ตอ้ งแจ้งความต่อกำ� นนั ปลัดอำ� เภอประจำ� ต�ำบล หรอื นายอ�ำเภอทราบ ๑.๓ เม่ือทราบข่าวว่ามีการกระท�ำผิดกฎหมายเกิดข้ึนหรือสงสัยว่าได้เกิดขึ้นท่ีหมู่บ้าน ใกลเ้ คยี ง ตอ้ งแจ้งความต่อผูใ้ หญบ่ ้านนน้ั ทราบ ๑.๔ เมื่อตรวจพบของกลางท่ีผู้ท่ีกระท�ำผิดกฎหมายมีอยู่ก็ดี หรือส่ิงที่สงสัยว่าได้มา โดยการกระทำ� ผดิ กฎหมาย หรือเป็นสิง่ ของสำ� หรับใช้ในการกระท�ำผดิ กฎหมายกด็ ี ให้จับสิ่งของน้ันไว้ แล้วรีบน�ำสง่ ต่อก�ำนนั ๑.๕ เมือ่ ปรากฏวา่ ผใู้ ดกำ� ลังกระทำ� ผิดกฎหมายกด็ ี หรอื มีเหตุอันควรสงสยั วา่ เป็นผทู้ ่ไี ด้ กระทำ� ผดิ กฎหมายกด็ ี ใหจ้ ับตวั ผู้นั้นไวแ้ ละรบี น�ำส่งตอ่ กำ� นนั ๑.๖ ถา้ มหี มาย หรอื มีค�ำสั่งตามหนา้ ท่ีราชการ ให้จับผใู้ ดในหมู่บ้านนนั้ เป็นหน้าทข่ี อง ผู้ใหญ่บา้ นทจ่ี ะจบั ผู้นั้นแล้วรบี ส่งต่อกำ� นัน หรือนายอ�ำเภอตามสมควร ๑.๗ เมื่อเจ้าพนักงานผู้มีหน้าท่ีออกหมายสั่งให้ค้นหรือให้ยึด ผู้ใหญ่บ้านต้องจัดการ ใหเ้ ปน็ ไปตามหมาย ๑.๘ การสง่ เสรมิ ดแู ลใหร้ าษฎรปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและกฎระเบยี บขอ้ บงั คบั ของหมบู่ า้ น ๑.๙ การตรวจตรารกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยและความปลอดภยั ใหแ้ กป่ ระชาชนในหมบู่ า้ น ๑.๑๐ การคุม้ ครองดูแลรักษาทรพั ย์สนิ อนั เป็นสาธารณประโยชน์ของหมู่บา้ น ๑.๑๑ การป้องกนั และปราบปรามยาเสพติดภายในหมู่บ้าน ทัง้ น้ี กำ� หนดให้มกี ิจกรรมทีเ่ ก่ียวขอ้ งประกอบดว้ ย ๑) การเผยแพร่และส่งเสริมให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของ ประชาชนตามกฎหมายรัฐธรรมนญู ดังนี้ (๑) สทิ ธใิ นกระบวนการยุตธิ รรมทางอาญา (๒) สทิ ธเิ กยี่ วกบั กองทนุ ยตุ ธิ รรมตามระเบยี บกระทรวงยตุ ธิ รรม วา่ ดว้ ยกองทนุ ยตุ ธิ รรม พ.ศ. ๒๕๕๓ (๓) สิทธิของผู้ต้องหาคดีอาญาในช้ันสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๑๓๔/๑ (๔) สิทธิของผูเ้ สยี หาย จ�ำเลย และพยานในคดอี าญาตามท่กี ฎหมายกำ� หนด (๕) สิทธเิ สรีภาพของประชาชนตามวิถีประชาธปิ ไตย

140 ๒) การเสริมสร้างในการคุ้มครอง ป้องกัน ส่งเสริม และช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เพอ่ื ใหไ้ ด้รับความเป็นธรรมทัง้ ดา้ นเศรษฐกจิ และสังคมในการด�ำรงชีวติ อย่างเพยี งพอ ดังนี้ (๑) การช่วยเหลือให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิตามท่ีกฎหมายก�ำหนดอย่างเสมอภาค และเป็นธรรม ดงั น้ี - การได้รบั ค�ำปรกึ ษาแนะนำ� ทางกฎหมาย - การให้ความชว่ ยเหลือแกผ่ ูย้ นื่ เรื่องรอ้ งทุกข์ ตามระเบียบสำ� นกั นายกรัฐมนตรี ว่าดว้ ยการจัดการเรื่องราวรอ้ งทกุ ข์ พ.ศ. ๒๕๕๒ - การใหค้ วามช่วยเหลอื ตามระเบยี บกระทรวงยตุ ธิ รรม วา่ ด้วยกองทุนยุตธิ รรม พ.ศ. ๒๕๕๓ - การใหค้ วามชว่ ยเหลอื แกผ่ ตู้ อ้ งหาคดอี าญาในชน้ั สอบสวนตามประมวลกฎหมาย วิธพี จิ ารณาความอาญา มาตรา ๑๓๔/๑ - การใหค้ วามชว่ ยเหลอื แกผ่ เู้ สยี หาย และจำ� เลยในคดอี าญา ตามพระราชบญั ญตั ิ คา่ ตอบแทนผ้เู สยี หาย และค่าทดแทนและค่าใช้จา่ ยแกจ่ �ำเลยในคดอี าญา พ.ศ. ๒๕๔๔ - การให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองความปลอดภัยแก่พยานในคดีอาญาตาม พระราชบัญญตั คิ มุ้ ครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ - ประสานอำ� เภอเพอื่ ใหก้ ารสงเคราะหช์ ว่ ยเหลอื คา่ จดั การศพผสู้ งู อายุ ในหมบู่ า้ น (๒) การเสริมสร้างในการคุ้มครอง ป้องกัน ส่งเสริม และช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมทัง้ ด้านเศรษฐกจิ และสงั คมในการด�ำรงชีวิตอยา่ งเพียงพอ เชน่ - จดั ทำ� ฐานขอ้ มลู พน้ื ฐานทะเบยี นผดู้ อ้ ยโอกาสครวั เรอื น โดยการจดั ทำ� เปน็ แฟม้ ขอ้ มลู ทะเบยี นรายครวั เรอื นเรยี งตามบา้ นเลขทห่ี รอื family folder รายครวั เรอื น เพอื่ จดั หมวดหมกู่ ลมุ่ ผู้ด้อยโอกาสทางสงั คม เชน่ ผพู้ กิ าร ผู้สงู อายุ (๖๐ ปีขึน้ ไป) ผู้ไม่มที ี่อยอู่ าศัย ผไู้ ม่มีทีด่ นิ ทำ� กิน ผู้ยากจน ไม่มีทุนการศึกษา ผู้ป่วยไม่มีผู้ดูแล บุคคลท่ีไม่มีสถานะทางทะเบียน, ไม่มีบัตรประจ�ำตัวประชาชน ไมม่ ชี ื่อในทะเบยี นบา้ น, ไม่มสี ัญชาติ การข้นึ ทะเบียนเกษตรกร ผทู้ ไี่ มไ่ ด้รับความเปน็ ธรรมเก่ียวกบั หน ้ี นอกระบบ เป็นตน้ - ประชุมเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสตามความเหมาะสม เพอื่ ให้เข้าถึงสิทธิพน้ื ฐานทค่ี วรจะได้รบั ตามสิทธใิ นกฎหมายรัฐธรรมนูญ - ด�ำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงสิทธิพื้นฐานท่ีพึงมีตามสิทธิ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ถ้าอยู่ในอ�ำนาจหน้าท่ีที่รับผิดชอบและท�ำได้ก็ให้ความช่วยเหลือแต่ถ้าอยู่ ในความรบั ผดิ ชอบและหนา้ ทข่ี องสว่ นราชการอนื่ กใ็ หป้ ระสานกบั สว่ นราชการ หนว่ ยงานของรฐั ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ องค์กรอืน่ ๆ เพื่อใหก้ ารชว่ ยเหลือประชาชนตอ่ ไป

141 - ให้ศูนย์อ�ำนวยความเป็นธรรมหมู่บ้าน รายงานผลการปฏิบัติงานตามแบบฟอร์ม ใหศ้ นู ยอ์ ำ� นวยความเปน็ ธรรมอำ� เภอในวนั ประชมุ กำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ นประจำ� เดอื น หรอื ในโอกาสอนั เหมาะสม เพอ่ื ใหอ้ ำ� เภอโดยฝา่ ยอำ� นวยความเปน็ ธรรมอำ� เภอ รวบรวมผลการดำ� เนนิ งานรายงานกรมการปกครอง หมายเหตุ กรณกี ารขอรบั คา่ เสยี หาย/คา่ ตอบแทนในคดอี าญา ตามพระราชบญั ญตั คิ า่ ตอบแทนผเู้ สยี หาย และค่าทดแทนและคา่ ใชจ้ า่ ยแกจ่ ำ� เลยในคดอี าญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ๑. ส�ำหรบั ผ้เู สียหาย ผู้เสียหายในคดีอาญา หมายถึง ผู้ที่ได้รับความเสียหายแก่ชีวิต หรือร่างกาย หรือจิตใจ อันเกิดจากการกระท�ำของผู้อ่ืน โดยท่ีตนมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระท�ำความผิดนั้นตามฐานความผิด ตอ่ ไปน้ี (๑) ความผิดฐานกระท�ำชำ� เรา (๒) ความผดิ ฐานฆา่ ผู้อ่ืน (๓) ความผิดฐานท�ำร้ายรา่ ยกายผอู้ ืน่ (๔) ความผิดฐานทำ� แท้ง (๕) ความผดิ ฐานทอดทิ้งเดก็ คนชรา ผ้เู สียหายในคดีอาญาจะไดร้ ับ (๑) คา่ ใชจ้ ่ายทจ่ี ำ� เปน็ ในการรกั ษาพยาบาล (๒) ค่าตอบแทนในกรณที ีผ่ เู้ สยี หายถงึ แกค่ วามตาย (๓) คา่ ขาดประโยชนใ์ นการทำ� มาหากินในระหวา่ งไม่สามารถประกอบอาชีพ (๔) อนื่ ๆ หลกั ฐานประกอบการรับค�ำขอคา่ ตอบแทนผูเ้ สยี หายในคดีอาญา ก. เอกสารเบอ้ื งต้น (๑) ส�ำเนาบัตรประจ�ำตัวประชาชน/บัตรประจ�ำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ของผู้เสียหาย และผยู้ ื่นค�ำขอ) (๒) สำ� เนาทะเบยี นบา้ น (ของผู้เสียหายและผยู้ ืน่ คำ� ขอ) (๓) สำ� เนาทะเบยี นสมรส (ของผู้เสยี หาย) (๔) สำ� เนาสูตบิ ัตร (กรณผี ู้เสยี หายเปน็ เด็กอายุไม่ถึง ๑๕ ปี) (๕) ส�ำเนาการเปลย่ี นช่ือ – สกุล (ถ้าม)ี (๖) หนังสอื มอบอำ� นาจในการยืน่ คำ� ขอรับคา่ ตอบแทนผู้เสียหาย (กรณผี มู้ สี ทิ ธยิ ืน่ คำ� ขอ ในกรณีเดียวกนั มหี ลายคน)

142 ข. เอกสารประกอบการพิจารณาข้อเท็จจรงิ ในคดีอาญา (๑) ส�ำเนาใบรับรองแพทย์ (๒) ส�ำเนาบนั ทกึ ประจำ� วันการแจง้ ความ (๓) ส�ำเนาบนั ทกึ การสอบสวนของตำ� รวจ (๔) ส�ำเนาคำ� พพิ ากษา (ถา้ มี) (๕) สำ� เนาใบมรณบัตร (กรณีผู้เสียหายถงึ แก่ความตาย) (๖) สำ� เนาใบชนั สูตรแพทย์ (๗) แผนที่เกิดเหตุ (กรณีรถชน) ขอจากสถานีต�ำรวจทีแ่ จ้งความ (๘) ส�ำเนาใบมรณบัตรหรือหนังสือรับรองการตายของบิดา มารดาของผู้เสียหาย (ขอจากส�ำนักทะเบียนอำ� เภอหรอื สำ� นกั ทะเบยี นทอ้ งถิน่ ) (๙) ผู้เสียหายสวมหมวกนิรภัยหรือไม่ (กรณีได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการขับข่ี หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์) ค. เอกสารประกอบการพิจารณาการจา่ ยคา่ ตอบแทนผูเ้ สียหายในคดอี าญา (๑) ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล (ต้นฉบบั ) (๒) หลักฐานการมีรายได้ของผู้เสียหายขณะได้รับความเสียหาย (กรณีมีรายได้และ ได้รับบาดเจบ็ ) (๓) สำ� เนาบตั รประจำ� ตวั ประชาชนและส�ำเนาทะเบยี นบ้านของผรู้ ับรองรายได้ (๔) บญั ชที ายาทผไู้ ดร้ บั ความเสยี หายและบญั ชพี ยานบคุ คล (กรณผี เู้ สยี หายถงึ แกค่ วามตาย) (๕) หลกั ฐานการไดร้ ับการชดเชยคา่ เสยี หายจากทางอน่ื ๒. ส�ำหรับจำ� เลย จ�ำเลยในคดีอาญา หมายถึง จ�ำเลยในคดีอาญาท่ีถูกด�ำเนินคดีโดยอัยการ ถูกคุมขัง ในระหว่างการด�ำเนินคดี และปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามิได้เป็นผู้กระท�ำผิด และมีการถอนฟ้อง หรอื ศาลพิพากษาว่าจำ� เลยมไิ ด้กระท�ำความผดิ ค่าตอบแทนท่ีจ�ำเลยจะไดร้ ับ (๑) ค่าทดแทนการถกู คุมขัง (๒) ค่าใชจ้ า่ ยในการรักษาพยาบาล (๓) ค่าทดแทนในกรณที ่จี ำ� เลยตาย (๔) คา่ ทดแทนประโยชนใ์ นการทำ� มาหาได้ระหว่างถูกขัง (๕) ค่าใชจ้ ่ายอนื่ ๆ

143 หลักฐานประกอบการรับค�ำขอรับค่าทดแทนและค่าใชจ้ า่ ยแก่จำ� เลยในคดอี าญา ก. เอกสารเบอื้ งต้น (๑) ส�ำเนาบัตรประจ�ำตัวประชาชน/บัตรประจ�ำตัวเจ้าหน้าท่ีของรัฐ (ของจ�ำเลยและ ผ้ยู น่ื คำ� ขอ) (๒) สำ� เนาทะเบียนบ้าน (ของจ�ำเลยและผู้ย่ืนคำ� ขอ) (๓) ส�ำเนาทะเบยี นสมรส (ยน่ื ด้วยตนเองไม่ตอ้ งใช)้ (๔) สำ� เนาสูติบตั ร (กรณจี �ำเลยเปน็ เด็กอายุไม่ถึง ๑๕ ป)ี (๕) ส�ำเนาการเปล่ยี นช่ือ - สกุล (ถ้าม)ี (๖) หนังสอื มอบอำ� นาจ (กรณใี ห้ญาตมิ ายน่ื แทน) (๗) หนงั สอื มอบอำ� นาจในการยน่ื คำ� ขอรบั คา่ ทดแทนและคา่ ใชจ้ า่ ยแกจ่ ำ� เลยในคดอี าญา (กรณีมที ายาทผู้มีสทิ ธยิ ื่นค�ำขอในกรณีเดยี วกนั มหี ลายคน) กรณจี �ำเลยตาย ข. เอกสารประกอบการพิจารณาข้อเท็จจรงิ ในคดีอาญา (๑) สำ� เนาใบรับรองแพทย์ (๒) ส�ำเนาคำ� พิพากษาศาลจังหวดั (๓) ส�ำเนาคำ� พพิ ากษาศาลอทุ ธรณ์ภาค (กรณอี ทุ ธรณ)์ (๔) ส�ำเนาค�ำพพิ ากษาศาลฎีกา (กรณีฎกี า) (๕) คำ� ร้องขอปล่อยตวั ช่วั คราวระหวา่ งไตส่ วนมูลฟ้องและพิจารณา (ถา้ มี) (๖) หมายปล่อยตัวช่วั คราวระหวา่ งไต่สวนมูลฟ้องและพิจารณา (ถา้ ม)ี (๗) ค�ำรอ้ งขอปลอ่ ยตัวชวั่ คราวระหวา่ งอทุ ธรณ์ (ถา้ ม)ี (๘) หมายปลอ่ ยตัวชวั่ คราวระหวา่ งอุทธรณ์ (ถ้าม)ี (๙) ค�ำร้องขอปลอ่ ยตวั ชวั่ คราวระหวา่ งฎีกา (ถ้ามี) (๑๐) หมายปล่อยตัวช่ัวคราวระหวา่ งฎีกา (ถ้ามี) (๑๑) หมายขงั ระหวา่ งไตส่ วนมลู ฟอ้ ง, ระหว่างอทุ ธรณ,์ ฎีกา (ถา้ ม)ี (๑๒) หมายปล่อยเม่ือศาลพิพากษายกฟอ้ ง (๑๓) หนงั สอื รับรองคำ� พพิ ากษาถงึ ทส่ี ุด (๑๔) สำ� เนาใบมรณบัตร (กรณีจำ� เลยถึงแกค่ วามตาย) (๑๕) สำ� เนาใบชันสตู รแพทย์

144 ค. เอกสารประกอบการพจิ ารณาการจ่ายคา่ ตอบแทนและคา่ ใช้จ่ายแก่จำ� เลยในคดีอาญา (๑) ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล (ต้นฉบับ) และอน่ื ๆ ถา้ มี (๒) สญั ญาจา้ งวา่ ความหรอื หนงั สอื รบั รองวา่ จา้ งวา่ ความและสำ� เนาบตั รประจำ� ตวั ทนาย (๓) สำ� เนาใบแตง่ ทนายความ (รับรองโดยเจา้ หนา้ ทศี่ าล) (๔) หลกั ฐานการมรี ายไดข้ องจ�ำเลยขณะถูกด�ำเนนิ คดี (๕) สำ� เนาบัตรประจ�ำตวั ประชาชนและส�ำเนาทะเบยี นบา้ น ของผูร้ ับรองรายได้ (๖) หลกั ฐานการได้รบั การชดเชยคา่ เสยี หายจากทางอ่นื ๓. ระยะเวลาในการยืน่ กรณผี เู้ สียหาย ยื่นภายใน ๑ ปี นับแตว่ นั ทผ่ี เู้ สียหายได้ร้ถู งึ การกระทำ� ความผดิ กรณจี �ำเลย ย่นื ภายใน ๑ ปี นับแต่วนั ท่ีศาลสงั่ ๔. ผมู้ ีสทิ ธิย่นื คำ� ขอ ๑) ผเู้ สียหายหรือจ�ำเลย ๒) ทายาท (ทายาท หมายถึง ผู้สืบสันดาน, บุพการี, คู่สมรส หรือบุคคลใดๆ ซ่งึ ใหอ้ ปุ การะ หรืออยใู่ นอุปการะของผ้เู สยี หายหรอื จ�ำเลยแลว้ แตก่ รณ)ี ๓) ผูแ้ ทนโดยชอบธรรม ๔) ผู้ได้รบั แตง่ ตั้ง ๕. สถานทยี่ น่ื ค�ำขอ - ส่วนกลาง ส�ำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจ�ำเลย ในคดีอาญา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา อาคาร A ชั้น ๒ เลขท่ี ๑๒๐ หมู่ที่ ๓ ถนนแจง้ วัฒนะ แขวงทุง่ สองหอ้ ง เขตหลกั สี่ กรงุ เทพฯ ๑๐๒๑๐ โทร. ๐ - ๒๑๔๑-๒๙๙๙ - ๓๐๐๑ โทรสาร ๐ - ๒๑๔๓ - ๙๖๖๐ - ส่วนภูมภิ าค - ส�ำนกั งานยุติธรรมจงั หวดั (คลินิกยุติธรรม) ในพนื้ ท่ี - สถานีตำ� รวจทวั่ ประเทศ ๓) การแจง้ ข้อมูลข่าวสารของราชการให้ประชาชนทราบ (๑) แจ้งข้อมลู ขา่ วสารของราชการหรือ ขอ้ ราชการ ทีป่ ระชาชนควรรใู้ ห้ประชาชน ในหมบู่ ้านทราบ (๒) ประชมุ ราษฎรและคณะกรรมการหมบู่ า้ น เพอื่ แจง้ ขอ้ ราชการ นโยบาย ขอ้ มลู ขา่ วสาร ใหป้ ระชาชนทราบ (๓) ประชาสมั พนั ธผ์ ลการด�ำเนนิ การในการอำ� นวยความเปน็ ธรรม (๔) ประชาสัมพันธ์ช่องทางการเข้าถึงการอ�ำนวยความเป็นธรรมให้ประชาชน ในหม่บู ้านทราบ (๕) การค้มุ ครองผู้บริโภค กรณีที่ถกู หลอกลวง (๖) การชว่ ยเหลือเด็ก สตรี ผูส้ ูงอายแุ ละผู้พิการทถ่ี กู ทารุณกรรมหรอื ถูกท�ำร้าย (๗) การให้ความช่วยเหลือผู้ยากจนท่ีไม่สามารถช่วยตนเองได้ ผู้ไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มที ด่ี ินท�ำกนิ เพื่อใหส้ ามารถด�ำรงชวี ติ อย่างเพียงพอ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook