Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการปฏิบัติงานของกำนันผู้ใหญ่บ้าน

คู่มือการปฏิบัติงานของกำนันผู้ใหญ่บ้าน

Published by Filles Asmah, 2021-02-06 16:48:04

Description: ไฟล์ทั้งหมด ของคู่มือ

Search

Read the Text Version

45 บทท่ี ๕ การดแู ล ตรวจสอบ แนวเขตการปกครอง ในการปกครองระดับต�ำบล หมู่บ้าน ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ท่ีได้รับเลือกจากราษฎร ให้ท�ำหน้าท่ีปกครอง ดูแลทุกข์สุขให้กับราษฎร ประกอบกับในฐานะท่ีก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นบุคคล ท่ีอยู่ในท้องที่ รู้จักคุ้นเคยกับสภาพท้องท่ี และรู้ความต้องการ รู้ปัญหาของท้องถ่ินเป็นอย่างด ี กำ� นัน ผู้ใหญ่บ้าน จึงเปน็ บุคคลท่มี บี ทบาทสำ� คญั ในการแกไ้ ขปัญหา ปัดเปา่ ความเดอื ดร้อนแก่ราษฎร และพัฒนาความเจริญให้กับท้องถิ่นในฐานะเป็นตัวกลางระหว่างราษฎรกับประชาชน ประกอบกับ ตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ ก�ำหนดให้ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีอ�ำนาจหน้าที่ปกครอง ดูแลราษฎรในท้องที่หมู่บ้าน ต�ำบล ดังนั้น การท�ำความรู้จัก คุ้นเคยกับสภาพพื้นท่ี รวมถึงปัญหา ของท้องที่ และเขตการปกครองต�ำบล หมู่บ้านของตน จึงเป็นหน้าที่ส�ำคัญของก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพ่อื การตรวจสอบ ดูแล คมุ้ ครอง และการบริหารจดั การตำ� บล หมู่บา้ น แนวทางปฏบิ ัตใิ นการกำ� หนดแนวเขตหมูบ่ า้ น ต�ำบล โดยท่ีก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องรู้สภาพท้องท่ี และเขตการปกครองต�ำบล หมู่บ้านของตน เพอ่ื การตรวจสอบ ดแู ล การคมุ้ ครอง และการบรหิ ารแลว้ เหตสุ ำ� คญั อกี ประการหนงึ่ ของเขตการปกครอง คือเป็นหลักส�ำคัญในการก�ำหนดขอบเขตอ�ำนาจหน้าท่ีของส่วนราชการ ทุกระดับ ทั่วประเทศ เช่น การก�ำหนดขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนต�ำบล การก�ำหนดเขตเลือกตั้ง การก�ำหนด เขตอ�ำนาจของพนกั งานสอบสวน การก�ำหนดเขตอ�ำนาจศาล การกำ� หนดเขตสมั ปทานป่าไม้ รวมตลอด ถงึ การก�ำหนดเขตอำ� นาจหนา้ ทข่ี องกำ� นนั ผู้ใหญ่บา้ น ดังนั้น ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้านจะต้องทราบแนวเขตต�ำบล หมู่บ้านในความปกครองดูแล อยา่ งชดั เจนสามารถนำ� ชแี้ นวเขตการปกครองภมู ปิ ระเทศจรงิ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และจะตอ้ งทำ� เครอ่ื งหมาย หรือหลักเขตถาวร เพ่ือประโยชน์ในการตรวจสอบแนวเขต ซึ่งการท�ำเคร่ืองหมายหรือหลักเขตถาวร ดังกล่าวจะต้องถูกต้องตรงกันกับแนวเขตตามประกาศจังหวัด เรื่องต้ังและเปล่ียนแปลงเขตหมู่บ้าน และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรอ่ื งการกำ� หนดเขตตำ� บลในทอ้ งทอี่ ำ� เภอ ในจงั หวดั ซง่ึ กระทรวงมหาดไทย ไดแ้ จ้งประกาศให้จงั หวดั สว่ นราชการและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนไดท้ ราบโดยทว่ั กันแล้ว

46 ส�ำหรับการก�ำหนดแนวเขตการปกครองนั้น จะก�ำหนดอาณาเขตออกเป็น ๔ ทิศ คือ ทศิ เหนอื ทศิ ตะวนั ออก ทศิ ใต้ ทิศตะวันตก ตามล�ำดบั โดยแตล่ ะทิศจะตอ้ งระบุ ๑. จดุ เรม่ิ ต้น (ระบใุ ห้ ชดั เจนวา่ ใช้จดุ ใดของแนวธรรมชาติ หรือถาวรวตั ถุ หรือใช้หลกั เขตปกั ไว้ตง้ั อยู่ท่ใี ด) ๒. สถานที่ขา้ งเคยี ง (ระบหุ มบู่ า้ น ตำ� บล กงิ่ อำ� เภอ/อำ� เภอ จงั หวดั ขา้ งเคยี ง ทม่ี แี นวเขตตดิ ตอ่ ) ๓. จดุ เชอื่ ม (กรณที เ่ี สน้ แนวเขต เดินไปในลักษณะไม่ตรง คดโค้ง ให้ระบุจดุ เช่อื มแต่ละช่วงใหช้ ดั เจน เช่นเดยี วกับจุดเรม่ิ ต้น) ๔. ทศิ ทางแนวเขต (เรม่ิ จากจดุ ใด ไปทางทศิ ใด มอี ะไรเปน็ แนวแบ่งเขตระบุใหช้ ดั เช่น สันเขา สนั ปนั นำ�้ ถนนเสน้ ใด ฟากถนนดา้ นทศิ ใดแมน่ ำ้� ใด ฝง่ั แมน่ ำ้� ดา้ นทศิ ใด เปน็ ตน้ ) ๕. การปกั หลกั เขต (ระบุหมายเลขก�ำกับหลักเขตไว้แนวเขต ท่ีติดต่อกับหมู่บ้าน ต�ำบล ก่ิงอ�ำเภอ/อ�ำเภอ จังหวัดอ่ืนให้ใช้หลักเขตร่วมกัน การระบุท่ีตั้ง หลักเขตให้ระบุว่าต้ังอยู่ห่างจากจุดใดของ แนวเขตธรรมชาติหรือถาวรวัตถุที่ใกล้เคียงไป ทางทิศใด ระยะทางเท่าใด) ๖. จุดส้ินสุด (ให้ระบุเช่นเดียวกับจุดเริ่มต้น โดยจุดเริ่มต้น ของทศิ เหนอื จะตอ้ งเปน็ จดุ เดยี วกบั จดุ สนิ้ สดุ ทศิ ตะวันตก) (ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนมาก ท่ี มท ๐๔๐๙/ว ๖๓๙ ลงวันท ี่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๒๘) และอยา่ ใหม้ ที ว่ี า่ งเปลา่ อย่นู อกเขตหมบู่ า้ น ต�ำบล ตัวอย่างแผนทีแ่ นวเขตหมู่บา้ นโคกนอ้ ย หม่ทู ี่ ๔ ตำ� บลบา้ นตูม อ�ำเภอนาจะหลวย จังหวดั อบุ ลราชธานี การจัดต้งั หมู่บ้าน การจัดต้ังหมู่บ้านขึ้นใหม่หรือการแยกพื้นท่ีกลุ่มบ้าน ซ่ึงเป็นส่วนหน่ึงของหมู่บ้านเดิม แลว้ จดั ตงั้ เปน็ หมบู่ า้ นข้นึ ใหม่ จะเกิดขน้ึ ได้เมื่อปรากฏขอ้ เท็จจริงใน ๒ กรณี ดังน้ี ๑. จ�ำนวนราษฎรหรือจ�ำนวนบ้านในหมู่บ้านมีจ�ำนวนเพิ่มมากขึ้น เกินกว่าความสามารถ ของผ้ใู หญ่บา้ นจะปกครองดแู ลไดอ้ ยา่ งท่ัวถึง และ ๒. เกดิ กลุ่มบา้ นทอ่ี ยหู่ ่างไกลข้นึ ใหม่ในพน้ื ทีห่ มบู่ ้านและกลมุ่ บ้านดงั กล่าวมีจำ� นวนราษฎร หรือจ�ำนวนบ้านมากในระดับหนึ่ง

47 โดยหลักเกณฑท์ ่ีจะกำ� หนดจำ� นวนราษฎร/จ�ำนวนบา้ น ในข้อ ๑ หรือจ�ำนวนราษฎร/จ�ำนวน กลุ่มบ้าน และระยะห่างจากชุมชนเดิมของชุมชนใหม่ ในข้อ ๒ มีก�ำหนดไว้ตามมติคณะรัฐมนตรี เม่อื วนั ท่ี ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๓๙ (ตามทอี่ ้างถงึ ในหน้ำ� ๒๕ - ๒๖) ท้งั น้ี ส�ำหรบั ในทางปฏบิ ัติเก่ยี วกบั หลกั เกณฑ์ตามมตคิ ณะรฐั มนตรี มปี ระเดน็ ทส่ี ำ� คัญใน ๒ เรื่อง ๑. การนับจ�ำนวนราษฎรหรือจ�ำนวนบ้านให้ถือจ�ำนวนท่ีถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการ ทะเบยี นราษฎร ๒. การวัดระยะห่างระหวา่ งชุมชนเดมิ กับชุมชนใหม่ ใหด้ ำ� เนินการ ดังน้ี ๒.๑ จดั ทำ� แผนทสี่ งั เขปตามสดั สว่ นจรงิ และสภาพขอ้ เทจ็ จรงิ ของชมุ ชนเดมิ และชมุ ชนใหม่ ๒.๒ ก�ำหนดจุดสมมติท่ีเป็นศูนย์กลางชุมชนเดิมและชุมชนใหม่ ซ่ึงต้องเป็น จุดอ้างอิง ทมี่ ีความมั่นคง ถาวร หรือมอี ยู่ตามธรรมชาตทิ ไ่ี มส่ ามารถเคล่อื นยา้ ยเปล่ยี นแปลงได้ ๒.๓ พจิ ารณากำ� หนดเสน้ ทางทใ่ี ชว้ ดั ระยะหา่ งของจดุ สมมตดิ งั กลา่ ว จากเสน้ ทางทร่ี าษฎร ทัว่ ไปใช้สญั จรไปมาตามปกติ เป็นหนว่ ยกิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ขอให้ค�ำนึงถึงความถูกต้องของข้อมูลที่นับจ�ำนวนหรือวัดระยะห่างดังกล่าว อย่าให้เกิดความผิดพลาดคลาดเคล่ือน เพ่ือเป็นการป้องกันปัญหา ท้ังเรื่องการทุจริตและไม่เป็นธรรม โดยผ้ใู หญ่บา้ น คณะกรรมการหมบู่ า้ น และกำ� นนั จะตอ้ งตรวจสอบและรบั รองความถูกต้องของข้อมลู หากมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนของข้อมูล จะต้องถูกด�ำเนินการทางวินัย และหากเป็นกรณีจงใจ รายงานขอ้ มลู ใหผ้ ดิ พลาดคลาดเคลอื่ นเพอื่ ผลประโยชนอ์ นื่ ใดโดยมชิ อบ หรอื โดยทจุ รติ จะถกู ดำ� เนนิ การ ท้ังทางวินยั และอาญา ดงั น้นั เม่อื หมู่บ้านแห่งใดเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของมตคิ ณะรฐั มนตรตี ามข้างต้น ในกรณใี ด กรณีหน่ึง ก็จะสามารถแยกจัดตัง้ หมบู่ า้ นขึน้ ใหมไ่ ด้ โดย ๑. ผใู้ หญบ่ า้ นในฐานะผปู้ กครองหมบู่ า้ นและตอ้ งดำ� รงตำ� แหนง่ ประธาน คณะกรรมการหมบู่ า้ น เป็นผู้จัดประชุมร่วมกัน ระหว่างประชาคมหมู่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้านและราษฎรในหมู่บ้าน เพอ่ื ลงมตใิ หค้ วามเหน็ ชอบการขอจดั ตง้ั หมบู่ า้ นใหม่ ทงั้ นี้ ใหม้ กี ารทำ� รายงานการประชมุ เกบ็ ไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน และสำ� เนารายงานก�ำนนั ๒. กำ� นัน พิจารณาให้ความเห็นชอบและจดั ล�ำดับความสำ� คัญ โดยพจิ ารณาเปรียบเทียบกบั หมู่บ้านอื่นในตำ� บลเดยี วกัน แลว้ น�ำเสนอเข้าสกู่ ารพจิ ารณาขององค์การบรหิ ารสว่ นตำ� บล

48 บทที่ ๖ การดแู ลรกั ษาและป้องกนั ท่ีสาธารณประโยชน์และที่ราชพัสดุ ที่สาธารณประโยชน์ สาธารณประโยชน์ หมายถงึ สงิ่ ทเ่ี ปน็ ผลดแี กค่ นทว่ั ไปหรอื ประโยชนส์ ำ� หรบั ประชาชนสว่ นรวม ที่สาธารณประโยชน์จึงหมายความว่า ท่ีดินท่ีประชาชนใช้ หรือเคยใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือที่ดินท่ีใช้ หรอื เคยใชป้ ระโยชนส์ ำ� หรบั ประชาชนสว่ นรวม เชน่ ทเี่ ลย้ี งสตั วส์ าธารณะ ทางบก ทางนำ�้ สาธารณประโยชน์ ปา่ ชา้ สาธารณประโยชน์ เปน็ ตน้ ซง่ึ กำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ น มหี นา้ ทต่ี อ้ งตรวจตรารกั ษาสงิ่ ซงึ่ เปน็ สาธารณประโยชน์ ของหม่บู า้ น ตำ� บล เชน่ สระนำ้� ศาลาอาศยั ที่เล้ยี งปศุสตั ว์ ฯลฯ ตามท่ีกฎหมายกำ� หนด ความหมายของที่ดนิ อันเป็นสาธารณสมบัติของแผน่ ดิน มกี ฎหมายบัญญัติใหค้ �ำจำ� กดั ความไวห้ ลายฉบบั ไดแ้ ก่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ พ.ศ. ๒๔๘๖ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ พ.ศ. ๒๔๙๗ กฎกระทรวง ฉบบั ท่ี ๔๓ พ.ศ. ๒๕๓๗ พระราชบญั ญตั ิ ลกั ษณะปกครองทอ้ งที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ระเบียบสำ� นักนายกรัฐมนตรี วา่ ด้วยการแกไ้ ขปญั หา การบกุ รกุ ทด่ี นิ ของรฐั พ.ศ. ๒๕๔๕ หนงั สอื กระทรวงมหาดไทย ที่ ๔๗๓/๒๔๘๖ ลงวนั ท่ี ๑๙ ตลุ าคม ๒๔๘๖ เปน็ ตน้ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ พ.ศ. ๒๔๘๖ มาตรา ๑๓๐๔ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ นนั้ รวมทรัพย์สินทกุ ชนดิ ของแผน่ ดนิ ซึง่ ใช้เพ่อื สาธารณประโยชน์ หรอื สงวนไวเ้ พอ่ื ประโยชน์รว่ มกัน เชน่ ๑. ท่ีดินรกร้างว่างเปล่า และที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืน หรือทอดทิ้ง หรือกลับมาเป็นของแผ่นดิน โดยประการอืน่ ตามกฎหมายท่ดี นิ ๒. ทรพั ย์สินส�ำหรับพลเมืองใชร้ ่วมกัน เป็นตน้ ว่า ที่ชายตล่ิง ทางน�้ำ ทางหลวง ทะเลสาบ ๓. ทรัพย์สินใช้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นต้นว่า ป้อมและโรงทหาร สำ� นกั ราชการบา้ นเมอื ง เรือรบ อาวธุ ยุทธภัณฑ์ ประเภทของท่ีดินท่ีเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ดินรกร้างว่างเปล่า และท่ีดิน ซ่งึ มผี ูเ้ วนคนื หรือทอดทง้ิ หรอื กลับมาเป็นของแผ่นดนิ โดยประการอื่นตามกฎหมายทดี่ นิ ๑. ทีด่ นิ รกรา้ งว่างเปล่า “ทด่ี นิ รกรา้ งวา่ งเปลา่ ” คอื ทดี่ นิ ทไ่ี มม่ ผี ใู้ ดเปน็ เจา้ ของ และเปน็ ทดี่ นิ ของรฐั ตามนยั มาตรา ๒ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินท่ีได้บัญญัติไว้ว่า “ที่ดินที่มิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ให้ถือว่าเป็นของรฐั ”

49 “ทดี่ นิ รกรา้ งวา่ งเปลา่ ” เปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ ประเภทหนงึ่ จดั อยใู่ นประเภททด่ี นิ ของรฐั ประเภทกลางทสี่ ามารถนาไปใชป้ ระโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง เชน่ นำ� มาใหร้ าษฎรไดใ้ ชป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั หรือน�ำไปใช้ประโยชน์ในราชการ หรือน�ำมาจัดสรรให้แก่ประชาชนได้ ส�ำหรับท่ีดินรกร้างว่างเปล่า โดยสภาพแลว้ เหน็ ไดว้ า่ กฎหมายมไิ ดป้ ระสงค์ ทส่ี งวนทรพั ยส์ นิ นน้ั ไวต้ ลอดไป ประชาชน หรอื ทางราชการ อาจกระทำ� อยา่ งหน่งึ อย่างใดแก่ทรพั ย์สินน้นั ได้ โดยบทบัญญัติของกฎหมาย ดังเชน่ ประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณชิ ย์ มาตรา ๑๓๓๔ บญั ญตั วิ า่ “ทีด่ ินรกรา้ งวา่ งเปล่า และท่ีดนิ ซึง่ มีผู้เวนคืนหรอื ทอดทิง้ หรอื กลบั มาเปน็ ของแผน่ ดนิ โดยประการอนื่ ตามกฎหมายทดี่ นิ นน้ั ทา่ นวา่ บคุ คลอาจไดม้ าตามกฎหมาย ที่ดนิ ” ๒. ทีด่ นิ ซ่งึ มผี เู้ วนคือตามกฎหมายทดี่ นิ คำ� ว่า “เวนคนื ” ตามมาตรา ๑๓๐๔ (๑) นี้ แตกต่างจากค�ำว่า “เวนคนื ” ตามกฎหมาย ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ (พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐) เพราะที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนน้ี เป็นการเวนคืนโดยความสมัครใจมิใช่เป็นการเวนคืนโดยบังคับซ้ือและ เป็นกรณที ีเ่ จ้าของท่ดี ินสามารถกระท�ำได้ โดยปฏิบัติตามประมวลกฎหมายทด่ี ิน มาตรา ๕ ท่ีบญั ญัตวิ า่ “ผใู้ ดมคี วามประสงคเ์ วนคนื สทิ ธใิ นทดี่ นิ ใหแ้ กร่ ฐั ใหย้ นื่ คำ� ขอเวนคนื ตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ทต่ี ามมาตรา ๗๑” และตามคำ� ส่งั กรมท่ีดนิ ที่ ๕/๒๕๑๐ ลงวนั ท่ี ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ ๓. ทีด่ นิ ทม่ี ีผทู้ อดท้ิงตามกฎหมายที่ดิน การทอดทิ้งที่ดินตามประมวลกฎหมายท่ีดินเป็นไปตามมาตรา ๖ ซ่ึงบัญญัติว่า “นับตั้งแต่วันท่ีประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ บุคคลใดมีสิทธิในท่ีดินตามโฉนดท่ีดิน หรือหนังสือรับรองการท�ำประโยชน์ หากบุคคลน้ันทอดทิ้งไม่ท�ำประโยชน์ในที่ดิน หรือปล่อยท่ีดิน ให้เป็นท่รี กร้างวา่ งเปลา่ เกินกำ� หนดเวลา ดังต่อไปน้ี ๑) สำ� หรับทีด่ นิ ทม่ี โี ฉนดที่ดนิ เกินสิบปีติดตอ่ กนั ๒) ส�ำหรับท่ีดินท่ีมีหนงั สือรับรองการทำ� ประโยชน์ เกินห้าปตี ิดต่อกัน ให้ถือว่าเจตนา สละสิทธิในท่ีดินเฉพาะส่วนท่ีทอดท้ิงไม่ท�ำประโยชน์ หรือที่ปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า เมื่ออธิบดี ไดย้ นื่ คำ� รอ้ งตอ่ ศาล และศาลไดส้ ง่ั เพกิ ถอนหนงั สอื แสดงสทิ ธิ ในทดี่ นิ ดงั กลา่ ว ใหท้ ดี่ นิ นน้ั ตกเปน็ ของรฐั เพ่อื ด�ำเนนิ การตามประมวลกฎหมายนี้ต่อไป” ในการดำ� เนินการเก่ียวกับทีด่ นิ ประเภทนี้ จะเปน็ ไปตาม ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการด�ำเนินการเกี่ยวกับที่ดินที่ถูกทอดท้ิงไม่ท�ำประโยชน ์ หรือปล่อยให้เป็นทีร่ กรา้ งวา่ งเปลา่ ให้ตกเปน็ ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๒๒ ๔. ที่ดนิ ซ่งึ กลับมาเปน็ ของแผน่ ดินโดยประการอ่นื ตามกฎหมายที่ดนิ เก่ียวกับท่ดี ินประเภทน้ี มคี วามเหน็ แตกต่างกันเปน็ ๒ แนวทาง กล่าวคอื แนวทางแรก เห็นว่า ท่ีดินดังกล่าวหมายถึงที่ดินท่ีกลับมาเป็นของแผ่นดินโดยการเวนคืน หรือบังคับซ้ือหรือจัดซ้ือ เพ่ือสาธารณประโยชน์ ตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แต่แนวทางที่สองเห็นว่า

50 ทดี่ นิ ทไ่ี ดม้ าเปน็ ของแผน่ ดนิ ตามนยั ดงั กลา่ วจะตอ้ งมลี กั ษณะเปน็ ทรี่ กรา้ งวา่ งเปลา่ หรอื ทด่ี นิ ทม่ี กี ารเวนคนื โดยสมคั รใจ หรอื ทดี่ นิ ทม่ี ผี ทู้ อดทง้ิ ซง่ึ ทดี่ นิ ตามแนวทางแรกจะไมใ่ ชท่ ดี่ นิ ทมี่ ลี กั ษณะเปน็ ทร่ี กรา้ งวา่ งเปลา่ เพราะการบังคับเวนคืนจะต้องมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการอันเป็นสาธารณูปโภคหรือประโยชน์ของรัฐ อยา่ งอน่ื เทา่ นนั้ ดงั นน้ั ทด่ี นิ ทไ่ี ดม้ าโดยการเวนคนื จงึ มใิ ช่ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ ตามมาตรา ๑๓๐๔ (๑) และที่ดนิ ประเภทน้หี าตวั อย่างได้ยากเน่ืองจากเปน็ การบัญญตั เิ ผอื่ ไว้เท่าน้นั ๕. ท่ีดินส�ำหรับพลเมอื งใชร้ ว่ มกนั ที่ดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน หรือท่ีนิยมเรียกกันว่าที่ดินท่ีประชาชนใช้ประโยชน ์ รว่ มกนั นน้ั เป็นสมบัตสิ ่วนรวมท่มี วี ัตถปุ ระสงคใ์ หป้ ระชาชนได้ใช้ประโยชนร์ ่วมกนั เพราะประชาชนทกุ คน มิใช่ว่าจะมีที่ดินเป็นของตนเองทุกคน เช่น ในท้องท่ีตามต่างจังหวัด ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำ� นาทำ� ไร่ แต่อาจไม่มที ใ่ี ห้สัตว์กินหญ้า รฐั กส็ งวนหวงห้ามที่ดินแปลงใดแปลงหนงึ่ ที่เห็นวา่ เหมาะสม ไว้ใหร้ าษฎรสำ� หรับเป็นทีเ่ ล้ียงสตั ว์ หรือสงวนท่ีดนิ ไว้ใหร้ าษฎรใชเ้ ป็นทเี่ ผาศพ ฝงั ศพ (ปา่ ชา้ สาธารณะ) หรือแม้แต่ในกรุงเทพมหานคร ก็มีการสงวนที่ดินไว้เป็นสวนสาธารณะเพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็น ที่พักผ่อนหย่อนใจ เช่น สนามหลวง สวนลุมพินี สวนจตุจักร เป็นต้น ทรัพย์สินเหล่านี้ถือว่าเป็นทรัพย์สิน ส่วนกลาง และเป็นทรัพยส์ ินของรัฐท่ีมีไว้เพื่อให้ประชาชนใช้รว่ มกัน ที่ดินส�ำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน มาตรา ๑๓๐๔ (๒) ได้ให้ตัวอย่างไว้ เช่น ท่ีชายตล่งิ ทางนำ้� ทางหลวง ทะเลสาบ แต่ทด่ี ินพลเมืองใชร้ ว่ มกันยังมีอกี มาก และเรยี กช่อื ตา่ ง ๆ กนั หลายช่อื เชน่ ทส่ี าธารณะ ทีส่ าธารณประโยชน์ เป็นต้น “ท่ีสาธารณะประจ�ำต�ำบลและหมู่บ้าน” เป็นค�ำเรียกช่ือที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ทีป่ รากฏอยู่ในหนงั สือกระทรวงมหาดไทย ที่ ๔๗๓/๒๔๘๖ ลงวันท่ี ๑๙ ตุลาคม ๒๔๘๖ กล่าวคอื ในปี พ.ศ. ๒๔๘๖ ในสมยั จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม เปน็ นายกรฐั มนตรี และรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย มคี วามประสงค์ท่ีจะใหต้ �ำบล อ�ำเภอ และจังหวดั ต่าง ๆ จัดหาที่ดินรกร้างวา่ งเปล่าไวเ้ ป็นทสี่ าธารณะ ประจำ� ตำ� บล หรอื หมบู่ า้ น เพอ่ื ใหป้ ระชาชน ใชร้ ว่ มกนั จงึ ไดม้ หี นงั สอื กระทรวงมหาดไทยที่ ๔๗๓/๒๔๘๖ ลงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๔๘๖ สั่งการให้จังหวัดต่าง ๆ สั่งการอ�ำเภอของตนจัดท่ีดินไว้แล้วรายงาน ให้กระทรวงมหาดไทยทราบ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๑ กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้มีการจัดหา ท่ีสาธารณะไว้ประจ�ำต�ำบล และหมู่บ้าน จึงมีค�ำสั่งที่ ๒๕๒/๒๔๙๑ ลงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๔๙๑ สงั่ การใหจ้ งั หวดั ตา่ ง ๆ ดำ� เนนิ การและในการนกี้ ระทรวงมหาดไทยไดใ้ หเ้ หตผุ ลของการจดั หา ทส่ี าธารณะ ประจำ� ตำ� บลและหมบู่ า้ นวา่ “ทด่ี นิ สาธารณะประจำ� ตำ� บลและหมบู่ า้ นนนั้ เปน็ สง่ิ สำ� คญั และจำ� เปน็ จะตอ้ งมี เพราะตอ่ ไปบา้ นเมอื งเจรญิ ขนึ้ ประชาชนอยกู่ นั คบั คงั่ หนาแนน่ ขนึ้ จะหาทสี่ าธารณะเพอื่ เปน็ สนามกฬี า หรอื สถานทพี่ กั ผอ่ นหยอ่ นใจไมไ่ ด้ การทจ่ี ะจดั หาเมอ่ื บา้ นเมอื งเจรญิ ขนึ้ แลว้ ยอ่ มมอี ปุ สรรค และตอ้ งใชจ้ า่ ย

51 ในการจดั หาดว้ ยราคาแพง” การจดั หาทส่ี าธารณะประเภทนเี้ ปน็ การจดั ทส่ี าธารณะไวเ้ พอ่ื การภายหนา้ เปน็ การสงวนหวงหา้ มทด่ี นิ ไวเ้ ปน็ ทสี่ าธารณะสำ� หรบั ประชาชน ใชร้ ว่ มกนั ในภายหนา้ ฉะนนั้ ทส่ี าธารณะ ประจ�ำต�ำบล หรือหมู่บ้านน้ีก็คือ ที่ดินส�ำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน หรือท่ีดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามมาตรา ๑๓๐๔ (๒) นน่ั เอง เพยี งแตก่ ระทรวงมหาดไทยได้เรียกช่ือเสียใหม่วา่ ที่สาธารณะประจ�ำต�ำบล หรือหมบู่ ้าน “ที่สาธารณประโยชน์” เป็นคาใช้เรียกชื่อที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ท่ีปรากฏอยู่ใน พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องท่ี พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ บัญญัติให้ความหมายไว้ว่าหมายถึง ทเี่ ลยี้ งสตั วร์ ว่ มกนั ถนนหนทาง ฯลฯ และพระราชบญั ญตั กิ ารประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ บญั ญตั ใิ หค้ วามหมาย ไว้ว่าหมายถึง ท่ีจับสัตว์น้�ำซ่ึงบุคคลทุกคนมีสิทธิท�ำการประมง และเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำ ซึ่งท้ังหมดล้วน เป็นทรัพย์สินที่โดยสภาพแล้วเป็นที่ดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันท้ังสิ้น ฉะนั้น ท่ีสาธารณประโยชน์ กค็ อื ท่ดี ินส�ำหรบั พลเมืองใชร้ ว่ มกนั ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒) นน่ั เอง โดยหลักการแล้ว ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินส�ำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันน้ี มีไว้เพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ที่ดินประเภทนี้จึงมีกฎหมายคุ้มครองไว้เป็นพิเศษ ในการใช้ และการจัดการจะต้องมุ่งรักษาไว้ซ่ึงประโยชน์ร่วมกันของประชาชนตามวัตถุประสงค์ท่ีจัดให้มีท่ีดิน ดงั กล่าวเป็นส�ำคัญ แตข่ ณะเดยี วกันก็ไมถ่ ึงกับเปน็ การผกู มัดไมใ่ หม้ กี ารจดั การทีจ่ ะทำ� ใหเ้ กิดประโยชน์ ในทางเศรษฐกจิ สงั คม เสยี เลยทเี ดยี ว ดงั นนั้ การใหเ้ อกชนเขา้ ไปใชป้ ระโยชนใ์ นระยะเวลาทไ่ี มย่ าวนานนกั และไมเ่ ปน็ การขดั ขวางตอ่ การทป่ี ระชาชนจะใชป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั จงึ สามารถกระทำ� ได ้ สำ� หรบั การใชป้ ระโยชน์ อย่างอ่ืนท่ีมีลักษณะเป็นการถาวร ก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีกฎหมายก�ำหนดไว ้ โดยเฉพาะอย่างย่งิ จะตอ้ งด�ำเนินการถอนสภาพเสยี ก่อนตามนยั มาตรา ๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน อย่างไรก็ตาม ที่ดินประเภทนี้จะไม่สามารถน�ำไปจัดหาผลประโยชน์ได้ เพราะประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา ๑๐ ได้วางหลักทั่วไปวา่ มิให้จัดหาผลประโยชน์จากสาธารณสมบัตขิ องแผ่นดินส�ำหรับพลเมือง ใชร้ ่วมกัน ดงั น้ัน หากกฎหมายไมไ่ ด้ก�ำหนดไวโ้ ดยแจง้ ชดั แลว้ ก็ไม่สามารถกระท�ำได้ ๖. ท่ดี ินที่ใชเ้ พื่อประโยชน์ของแผ่นดนิ โดยเฉพาะ ทดี่ นิ ใชเ้ พอ่ื ประโยชนข์ องแผน่ ดนิ โดยเฉพาะ ถอื เปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ ประเภท หนง่ึ ตามมาตรา ๑๓๐๔ (๓) ความสำ� คญั ของทด่ี ินประเภทนี้ กเ็ น่อื งจากมกี ารใชป้ ระโยชน์ในทรพั ย์สนิ เพ่ือประโยชน์ของทางราชการ ซึ่งการใช้ท่ีดินประเภทนี้ไม่จ�ำเป็นต้องมีการใช้ตลอดเวลาเพียงแต่ได้ใช้ หรอื เคยใชป้ ระโยชน์เพ่อื ราชการกถ็ อื วา่ เป็นสาธารณสมบตั ิของแผน่ ดินประเภทนี้แล้ว

52 ค�ำว่า “ประโยชน์ของแผ่นดิน” ตามความหมายในมาตราน้ี ไม่ควรจ�ำกัดแต่เฉพาะรัฐบาล หรือราชการบริหารสว่ นภมู ิภาคเท่านัน้ แต่ควรหมายความรวมถึงองคก์ ร ต่าง ๆ ของรัฐตามความหมาย อย่างกวา้ งขวางด้วย จากการทก่ี ฎหมายไดก้ ำ� หนดวา่ ทดี่ นิ รกรา้ งวา่ งเปลา่ ทดี่ นิ สำ� หรบั พลเมอื งใชป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั และที่ดินท่ีใช้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินมีไว้เพ่ือบริการสาธารณะ เพ่ือใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชน และจัดไว้เพื่อใช้ประโยชน์ของทางราชการ ซึ่งตามประมวล กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ มาตรา ๑๓๐๔ ถอื วา่ ทด่ี นิ ประเภทนเ้ี ปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ กฎหมาย จึงให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษ ย่ิงกว่าทรัพย์สินประเภทอ่ืน ๆ ของรัฐและของเอกชนบุคคลธรรมดา และไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายเอกชน ความคุ้มครองเป็นพิเศษที่กฎหมายบัญญัติรับรอง ให้แก่สาธารณสมบัติของแผ่นดินมีบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๐๕-๑๓๐๗ แห่งประมวลกฎหมาย แพง่ และพาณิชย์ คอื ๑. การห้ามโอนสาธารณสมบตั ิของแผน่ ดิน ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ มาตรา ๑๓๐๕ บญั ญตั วิ า่ “ทรพั ยส์ นิ ซง่ึ เปน็ สาธารณสมบตั ิ ของแผ่นดนิ จะโอนแกก่ ันมิได้ เวน้ แตอ่ าศยั อ�ำนาจแหง่ กฎหมายเฉพาะ หรอื พระราชกฤษฎีกา” การโอนตามมาตราน้ี หมายถึง การจ�ำหน่ายจ่ายโอน ซึ่งจะต้องมีการส่งมอบทรัพย์สิน รวมทั้งมีการแสดงเจตนาที่จะทำ� ให้การโอนนั้นสมบูรณ์แบบด้วยเหตุผลที่กฎหมายห้ามมิให้มีการโอน สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ กเ็ พราะสาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ เปน็ ทรพั ยส์ นิ ของรฐั ทใ่ี ชเ้ พอ่ื สาธารณประโยชน์ หรอื สงวนไวเ้ พอ่ื ประโยชนร์ ว่ มกนั ของประชาชน หากอนญุ าตใหม้ กี ารโอนกนั งา่ ย ๆ กจ็ ะทำ� ใหส้ าธารณสมบตั ิ ของแผ่นดินนั้นหมดไป แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายก็เปิดช่องให้โอนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไดเ้ ม่อื มกี ฎหมายเฉพาะใหอ้ ำ� นาจไว้ หรือโดยพระราชกฤษฎกี า สาธารณสมบตั ิของแผ่นดนิ ทจ่ี ะมกี ารโอนกนั ได้โดยกฎหมายเฉพาะ หรือ พระราชกฤษฎกี า ตามมาตรา ๑๓๐๕ นนั้ กฎหมายบญั ญตั ไิ วก้ วา้ ง ๆ โดยมไิ ดบ้ ญั ญตั วิ า่ ไดแ้ ก่ สาธารณสมบตั ปิ ระเภทใดบา้ ง และยงั เป็นสาธารณสมบัติของแผน่ ดนิ ทย่ี งั ใชป้ ระโยชนอ์ ยูห่ รอื ไม่ การโอนตามกฎหมายเฉพาะ หมายความว่า ถ้ามีการโอนสาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่ว่า จะประเภทใดก็ตาม จะโอนได้ต่อเมื่อกฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะให้อ�ำนาจให้มีการโอนได้ เปน็ เรื่องๆ ไป เช่น ๑) เฉพาะในรปู แบบทจ่ี ะโอน เชน่ ประมวลกฎหมายทดี่ นิ มาตรา ๑๐ ใหอ้ ำ� นาจอธบิ ดกี รมทดี่ นิ มีอำ� นาจโอนโดยวิธีจัดหาผลประโยชน์เขา้ รฐั ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ซ้ือและขายแลกเปล่ียน ให้เชา่ ซ้อื

53 ๒) การโอนให้เป็นการเฉพาะเร่ือง เช่น การโอนตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปท่ีดิน เพอื่ เกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ พระราชบัญญัตจิ ัดทีด่ นิ เพื่อการครองชพี พ.ศ. ๒๕๑๑ ซ่งึ เปน็ บทบญั ญัติ ใหโ้ อนที่ดนิ ใหเ้ อกชนเป็นการเฉพาะเรื่องไป ๓) การโอนที่ดินให้กับประชาชน ตามประมวลกฎหมายท่ีดิน ซึ่งประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณชิ ย์ มาตรา ๑๓๓๔ บัญญตั วิ ่า “ทด่ี ินรกร้างวา่ งเปลา่ และทดี่ นิ ที่มผี เู้ วนคืน หรือทอดทิ้ง หรอื กลบั มาเปน็ ของแผน่ ดนิ โดยประการอน่ื ตามกฎหมายทดี่ นิ นน้ั ทา่ นวา่ บคุ คลอาจไดม้ าตามกฎหมายทดี่ นิ ” เช่น การไดม้ าโดยการจดั ท่ดี นิ ตามมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๓ ๔) การโอนเป็นการเฉพาะรายไป เช่น พระราชบัญญัติโอนที่ดินให้แก่เอกชนต่าง ๆ โดยฝ่ายนิติบัญญัติ การโอนตามมาตรา ๑๓๐๕ นี้ ท�ำให้สภาพของการเป็นท่ีดินสาธารณสมบัต ิ ของแผ่นดินส้ินไป จึงควรจะต้องโอนโดยกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติซึ่งออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ว่าจะเปน็ สาธารณสมบัตขิ องแผน่ ดนิ ประเภทใดกต็ าม ดงั กลา่ วแลว้ วา่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ มาตรา ๑๓๐๕ บญั ญตั วิ า่ สาธารณสมบตั ิ ของแผ่นดินจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่จะโอนโดยอาศัยกฎหมายเฉพาะ หรือพระราชกฤษฎีกาเท่าน้ัน กรณีจึงมีปัญหาว่าการโอนท่ีดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันให้แก่เอกชนจะท�ำได้แค่ไหนเพียงไรน้ัน ประมวลกฎหมายท่ีดนิ มาตรา ๘ และมาตรา ๑๐ บัญญัตไิ วด้ ังน้ี มาตรา ๘ วรรคสอง “ท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน หรือใช้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ หรือเป็นท่ีดินที่ได้หวงห้ามหรือสงวนไว้ตามความต้องการ ของทบวงการเมืองอาจถูกถอนสภาพหรือโอนไปเพอ่ื ประโยชน์อย่างอนื่ หรอื น�ำไปจัดเพอื่ ประชาชนได้ ในกรณีตอ่ ไปนี้ ๑) ที่ดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ถ้าทบวงการเมือง รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนจัดหาท่ีดิน มาใหพ้ ลเมอื งใชร้ ว่ มกนั แทนแลว้ การถอนสภาพ หรอื การโอน ใหก้ ระทำ� โดยพระราชบญั ญตั ิ ถา้ พลเมอื ง ไดเ้ ลกิ ใชป้ ระโยชนใ์ นทดี่ นิ นน้ั หรอื ทด่ี นิ นนั้ ไดเ้ ปลยี่ นสภาพไปจากการเปน็ ทด่ี นิ สำ� หรบั พลเมอื งใชร้ ว่ มกนั และมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใดตามอ�ำนาจกฎหมายอื่นแล้ว การถอนสภาพให้กระท�ำโดย พระราชกฤษฎกี า” มาตรา ๑๐ “ที่ดินของรัฐซ่ึงมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง และมิใช่สาธารณสมบัต ิ ของแผ่นดินอันราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันน้ัน ให้อธิบดีมีอ�ำนาจจัดหาผลประโยชน์ ในการจัดหา ผลประโยชน์ ใหร้ วมถงึ การจดั ทำ� ใหท้ ดี่ นิ ใชป้ ระโยชนไ์ ด้ ซอ้ื ขาย แลกเปลยี่ น ใหเ้ ชา่ และใหเ้ ชา่ ซอ้ื ฯลฯ”

54 จากมาตรา ๘ และมาตรา ๑๐ ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าที่ดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ไม่อาจโอนให้แก่เอกชนได้เลยเวน้ แต่ ๑) เม่ือเอกชนได้จัดหาท่ีดินแปลงใหม่มาให้พลเมืองใช้ร่วมกันแทนแล้ว เช่นนี้ย่อมจะออก พระราชบญั ญตั ิโอนที่ดินใหเ้ อกชนเป็นการแลกเปลีย่ นได้ ๒) เม่ือได้มกี ารถอนสภาพทดี่ ินสำ� หรบั พลเมอื งใชร้ ่วมกันแล้ว ตามข้อยกเว้นขอ้ ที่ ๑ ดงั กลา่ ว พิจารณาไดว้ ่า การโอนทีด่ นิ สำ� หรับพลเมืองใชร้ ว่ มกัน เช่น น�ำไปโอนขาย โอนให้ ไม่อาจกระท�ำได้ มีเพียงกรณีเดียวท่ีจะกระท�ำได้คือ กรณีที่เอกชน ได้จัดหาที่ดินแปลงใหม่มาให้พลเมืองใช้ร่วมกันแทน เช่นน้ีจึงจะโอนที่ดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ใหแ้ กเ่ อกชนเปน็ การแลกเปลยี่ นไดแ้ ตก่ ารโอนนมี้ าตรา ๘ กำ� หนดใหท้ ำ� การโอนโดยพระราชบญั ญตั เิ ทา่ นนั้ เพราะเป็นกรณีส�ำคัญและกระทบถึงสาธารณประโยชน์ ควรที่รัฐสภาจะได้เข้ามาร่วมวินิจฉัยด้วย และก่อนท่ีจะมีพระราชบญั ญัติใหโ้ อนได้ ฝา่ ยบริหารตอ้ งท�ำการสอบสวนให้ไดข้ อ้ เท็จจริงว่า ทีด่ นิ ท่ีเอกชน นำ� มาแลกเปลย่ี น ทำ� ใหร้ ฐั ไดร้ บั ประโยชน์มากข้ึนกว่าเดมิ หรอื ไม่ เช่นทดี่ นิ แปลงใหมม่ สี ภาพดกี วา่ ท่ดี นิ เดิม อำ� นวยความสะดวกให้แก่ประชาชนมากกวา่ มีราคาสงู กวา่ ท่ดี ินเดมิ หรอื มีเน้ือทมี่ ากกวา่ ทง้ั ประชาชน ผใู้ ชป้ ระโยชนใ์ นทด่ี นิ ไมข่ ดั ขอ้ งในการใชป้ ระโยชนแ์ ละในการโอน เพอื่ ประกอบการพจิ ารณาของรฐั สภา เพ่อื ออกพระราชบัญญตั ใิ หโ้ อนตอ่ ไป ตามข้อยกเว้นที่ ๒ เร่ืองการถอนสภาพที่ดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันนั้น ไม่เป็นเหตุ ท่ีจะกล่าวอ้างได้ว่าเป็นการโอนที่ดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เพราะกฎหมายมาตรา ๘ บัญญัติว่า ท่ีดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ถ้าพลเมืองเลิกใช้หรือท่ีดินนั้นได้เปล่ียนสภาพไป ก่อนที่จะมีการโอน จะต้องมีการถอนสภาพเสียก่อน การถอนสภาพกรณีน้ีไม่ถือเป็นการโอน แต่เป็นการท�ำให้สภาพที่ดิน ส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันส้ินสภาพไป กล่าวคือ สิ้นสภาพจากการเป็นท่ีดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามมาตรา ๑๓๐๔ (๒) กลับสู่สภาพเดิม คือกลับเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า ตามมาตรา ๑๓๐๔ (๑) การโอนท่ดี นิ สำ� หรบั พลเมอื งใช้ร่วมกันทถี่ อนสภาพแลว้ จงึ เป็นการโอนทดี่ นิ รกรา้ งว่างเปลา่ นัน้ เอง ๒. หา้ มมใิ ห้ยกอายคุ วามขึ้นต่อสกู้ ับแผ่นดิน ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ มาตรา ๑๓๐๖ บญั ญตั วิ า่ “ทา่ นหา้ มมใิ หย้ กอายคุ วาม ขึ้นเป็นข้อตอ่ สูก้ บั แผน่ ดินในเรอื่ งทรพั ย์สนิ อนั เป็นสาธารณสมบตั ิของแผ่นดิน” การหา้ มยกอายคุ วามขนึ้ เปน็ ขอ้ ตอ่ สนู้ น้ั อายคุ วามในทนี่ หี้ มายถงึ อายคุ วามตามประมวล กฎหมายแพง่ และพาณิชยว์ ่าด้วยทรัพย์ คอื ระยะเวลาตามท่ีกฎหมายกำ� หนด เพือ่ การใชส้ ิทธเิ รียกรอ้ ง ในการทจ่ี ะใหไ้ ดส้ ทิ ธใิ ด ๆ หรอื เมอื่ ตอ้ งฟอ้ งรอ้ งภายในกำ� หนดระยะเวลาสนั้ ถา้ ปลอ่ ยทง้ิ ไวจ้ นเกนิ กำ� หนด จะฟ้องร้องบงั คับไมไ่ ด้ เรยี กว่าอายุความเสยี สิทธิ หรอื เมอ่ื ใชส้ ิทธคิ รบตามระยะเวลาทีก่ ฎหมายก�ำหนด กไ็ ดส้ ทิ ธนิ นั้ มา เรยี กว่าอายุความไดส้ ทิ ธิ

55 อายคุ วามทม่ี าตรา ๑๓๐๖ หา้ มมิให้ยกเป็นขอ้ ตอ่ ส้กู ับแผน่ ดนิ นน้ั หมายถึง อายุความ ได้สิทธิและอายุความเสียสิทธิดังกล่าว การห้ามมิให้ยกอายุความตามมาตรา ๑๓๐๖ น้ี เป็นการห้าม เอกชนมใิ หย้ กอายคุ วามขนึ้ ตอ่ สกู้ บั แผน่ ดนิ หรอื รฐั เทา่ นน้ั มไิ ดห้ า้ มเอกชนทจี่ ะยกขน้ึ เปน็ ขอ้ ตอ่ สรู้ ะหวา่ ง กนั เอง การที่มาตรา ๑๓๐๖ ห้ามมิให้ยกอายุความข้ึนกล่าวอ้างนั้น ก็โดยมีจุดมุ่งหมาย เพอ่ื มใิ หส้ าธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ สามารถตกเปน็ สทิ ธแิ กเ่ อกชนโดยอายคุ วามได้ ฉะนน้ั ผทู้ คี่ รอบครอง ท�ำประโยชน์บนท่ีดิน หนองน�้ำที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันมา แม้จะครอบครองนานถึง ๓๐ ป ี ก็ไม่ได้สิทธิครอบครอง และเมื่อเอกชนถูกฟ้องหาว่าบุกรุกทางสาธารณะอันเป็นสาธารณสมบัต ิ ของแผ่นดิน เอกชนจะยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความมาใช้ยันรัฐไม่ได้ ๓. ห้ามยึดทรัพยส์ ินของแผน่ ดนิ รวมทัง้ บังคับคดดี ว้ ย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ มาตรา ๑๓๐๗ บญั ญตั ิว่า “ทา่ นหา้ มมิให้ยดึ ทรัพย์ ของแผน่ ดิน ไมว่ า่ ทรัพย์สินน้ันจะเป็นสาธารณสมบตั ิของแผน่ ดนิ หรอื ไม”่ การยดึ ทรพั ยส์ นิ หมายความวา่ การเอาทรพั ยส์ นิ ของลกู หนตี้ ามคำ� พพิ ากษาเพอื่ ดำ� เนนิ การ ตามกฎหมายโดยค�ำพิพากษา หรือค�ำสั่งของศาล ซึ่งกระท�ำโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี ตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความแพง่ มาตรา ๒๘๕ (๒) นอกจากจะห้ามยดึ แล้ว ยงั หมายความรวมถึงการอายดั ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความแพง่ มาตรา ๒๕๔ และมาตรา ๓๑๑ ดว้ ย กลา่ วคอื สาธารณสมบตั ิ ของแผน่ ดินไม่อย่ใู นความรับผิดแหง่ การบงั คบั คดี ทม่ี าหรือการเกิดของท่สี าธารณประโยชน์ ๑. เกิดจากการสงวนหวงห้าม แม้จะได้มีกฎหมายที่ดินใช้บังคับมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๔ ตรงกับสมัยรัชกาลท่ี ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ก็ไม่ได้ก�ำหนดให้มีการสงวนหวงห้ามท่ีดินให้เป็น ท่ีสาธารณประโยชน์ ถ้านายอ�ำเภอหรือข้าหลวงประจ�ำจังหวัดเห็นว่าควรจะสงวนที่ดินแปลงใดไว้ เพอื่ ใหป้ ระชาชนใชป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั เชน่ ทที่ ำ� เลเลย้ี งสตั ว์ ทปี่ า่ ชา้ ฝงั ศพ กจ็ ะมปี ระกาศใหป้ ระชาชนทราบ ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๗๘ ประกาศใชบ้ งั คบั ตงั้ แตว่ นั ที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๙ จงึ ทำ� ใหม้ คี วามชดั เจนเกยี่ วกบั การสงวน หวงหา้ มทด่ี นิ ยงิ่ ขึ้น ดงั นั้น การสงวนหวงห้ามท่ีดินในขณะน้นั จึงพจิ ารณาได้ ดงั น้ี ก. กรณีได้มีประกาศของกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอ�ำเภอ หวงห้ามที่ดินส�ำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ไว้ก่อนวันที่ ๘ เมษายน ๒๔๗๙ ใหถ้ ือวา่ ประกาศหวงห้ามดังกล่าวเป็นการหวงห้ามท่ีชอบดว้ ยกฎหมาย

56 ข. การสงวนหวงห้ามต้ังแต่วันที่ ๘ เมษายน ๒๔๗๙ เป็นต้นไป จะต้องออกเป็น พระราชกฤษฎกี ากำ� หนดเขตหวงห้ามและประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ค. การสงวนหวงหา้ มตง้ั แตว่ นั ทป่ี ระมวลกฎหมายทด่ี นิ ใชบ้ งั คบั (วนั ที่ ๑ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๙๗) คณะกรรมการจดั ท่ีดินแหง่ ชาตจิ ะตอ้ งมมี ติและประกาศสงวนหวงหา้ มใน ราชกจิ จานเุ บกษา ๒. เกิดจากการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชน หากประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ในท่ดี ินของรัฐแปลงหน่ึงแปลงใดติดตอ่ กันเป็นเวลาพอสมควรแลว้ ทดี่ นิ ดังกล่าวจะตกเป็นสาธารณสมบตั ิ ของแผ่นดนิ ส�ำหรบั พลเมืองใชร้ ว่ มกันโดยสภาพการใชร้ ่วมกันของประชาชน ไม่ตอ้ งมพี ระราชกฤษฎกี า สงวนไวห้ รอื ขน้ึ ทะเบยี นหรอื มเี อกสารของทางราชการกำ� หนดใหเ้ ปน็ ทส่ี าธารณะหรอื กรณที นี่ ายอำ� เภอ ได้ประกาศหวงห้ามไว้ระหว่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการสงวนหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็น สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ พ.ศ. ๒๔๗๘ ใช้บังคับ แต่ไมไ่ ด้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกากำ� หนดเขตหวงหา้ ม ถา้ ปรากฏวา่ ประชาชนไดเ้ ขา้ ใชป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั หรอื นายอำ� เภอไดท้ ำ� การกนั้ รว้ั จดั ตลาด และมโี ครงการ จัดสร้างสนามเด็กเล่นแลว้ ท่ีดินน้ันก็ตกเปน็ สาธารณสมบัตขิ องแผน่ ดนิ ส�ำหรับประชาชนใช้ร่วมกนั ๓. เกิดจากการอุทิศ การที่มีผู้อุทิศท่ีดินให้เป็นท่ีสาธารณประโยชน์ส�ำหรับประชาชน ใชป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั โดยปกตแิ ลว้ การอทุ ศิ ทด่ี นิ จะตอ้ งทำ� เปน็ หนงั สอื และจดทะเบยี นตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี ตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ แตก่ ารอทุ ศิ ทด่ี นิ ใหเ้ ปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ สำ� หรบั พลเมอื งใชป้ ระโยชน์ รว่ มกนั ไมว่ า่ การอทุ ศิ นนั้ จะทำ� เปน็ หนงั สอื และจดทะเบยี นตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ทหี่ รอื ไมก่ ต็ ามทดี่ นิ ทอ่ี ทุ ศิ ดงั กลา่ วกจ็ ะตกเปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ เชน่ การอทุ ศิ ทด่ี นิ ใหเ้ ปน็ ทางสาธารณะหรอื ทางหลวงนน้ั ไม่จำ� เปน็ ตอ้ งโอนโฉนดกลบั ใหแ้ ก่แผน่ ดนิ เพยี งการอทุ ิศโดยแจง้ ชดั เช่น บอกความจ�ำนงแกเ่ จ้าหนา้ ท่ี หรือจดทะเบียนในหน้าโฉนดกเ็ ป็นการเพยี งพอ ๔. เกิดโดยสภาพธรรมชาติ การเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยสภาพธรรมชาติ เชน่ บงึ ทม่ี นี ำ�้ เกบ็ ขงั ตลอดปี และประโยชนไ์ ดใ้ ชน้ ำ�้ จากบงึ เพอ่ื อปุ โภค บรโิ ภคมาเปน็ เวลา นานนบั สบิ ปี จนมสี ภาพเปน็ บงึ สาธารณประโยชนร์ อ่ งนำ�้ หรอื ลำ� รางทน่ี ำ้� ไหลผา่ นสมำ�่ เสมอหรอื ตลอดทงั้ ปจี นมสี ภาพ เปน็ รอ่ งนำ้� หรอื ลำ� รางสาธารณประโยชน์ แมน่ ำ�้ ทเ่ี ปน็ ทางเดนิ ของนำ�้ ไหลตลอดเวลา เชน่ แมน่ ำ�้ เจา้ พระยา ทางเดนิ ของประชาชนทใี่ ชส้ ญั จรไปมาเปน็ ประจำ� เปน็ ระยะเวลานาน จนมสี ภาพเปน็ ทางสาธารณประโยชน์ ที่ดินท่ีมีเจ้าของอยู่ติดกับแม่น้�ำ ทะเล ต่อมีท่ีดินถูกน�้ำเซาะพังจนเปล่ียนสภาพเป็นทางน้�ำไปแล้ว ท่ีดินนัน้ ย่อมตกเปน็ สาธารณประโยชน์ของแผน่ ดิน

57 อำ� นาจหนา้ ทตี่ ามกฎหมายในการดแู ลรกั ษาคมุ้ ครองปอ้ งกนั ทดี่ นิ อนั เปน็ สาธารณสมบตั ิ ของแผ่นดิน จากความส�ำคัญของการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินจึงมีกฎหมายหลายฉบับก�ำหนด ให้ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีหน้าท่ีในการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดิน อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โดยมิให้ผู้ใดน�ำไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตนได้ หรือถ้าน�ำไปได ้ กโ็ ดยวธิ กี ารทางกฎหมายตามทกี่ ฎหมายบญั ญตั ไิ วเ้ ทา่ นน้ั กฎหมายทก่ี ำ� หนดอำ� นาจหนา้ ทใ่ี นการดแู ลรกั ษา และคมุ้ ครองป้องกัน ไดแ้ ก่ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ พ.ศ. ๒๔๙๗ พระราชบญั ญัติลกั ษณะปกครองท้องที่ พระพทุ ธศกั ราช ๒๔๕๗ และทแี่ กไ้ ขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ พระราชบญั ญตั ปิ า่ สงวนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ พระราชบญั ญตั อิ ทุ ยานแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ พระราชบญั ญตั กิ ารปฏริ ปู ทดี่ นิ เพอื่ เกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ พระราชบัญญตั ิท่รี าชพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ และกฎกระทรวง การคลังวา่ ดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละ วธิ กี ารปกครอง ดแู ล บำ� รงุ รกั ษา ใชแ้ ละจดั หาประโยชนเ์ กยี่ วกบั ทร่ี าชพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๔๕ พระราชบญั ญตั ิ การเดนิ เรอื ในนา่ นนำ�้ ไทย พระพทุ ธศกั ราช ๒๔๕๖ ระเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรวี า่ ดว้ ยการแกไ้ ขปญั หา การบกุ รกุ ทด่ี นิ ของรฐั พ.ศ. ๒๕๔๕ ระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยการดแู ลรกั ษาและคมุ้ ครองปอ้ งกนั ทดี่ นิ อนั เปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ สำ� หรบั พลเมอื งใชป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั พ.ศ. ๒๕๕๓ คำ� สงั่ กระทรวงมหาดไทย ท่ี ๕๐๕/๒๕๕๒ เปน็ ตน้ อยา่ งไรกต็ าม สำ� หรบั ทด่ี นิ สำ� หรบั พลเมอื งใชป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั หรอื ทเ่ี รยี กวา่ สาธารณประโยชน์ อยใู่ นความดแู ลรกั ษาของผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ นายอำ� เภอทอ้ งที่ ตามพระราชบญั ญตั ิ ลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ องค์การบริหารส่วนต�ำบลตามพระราชบัญญัติสภา ตำ� บลและองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บล พ.ศ. ๒๕๓๗ เมอื งพทั ยาตามพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการ เมอื งพทั ยา พ.ศ. ๒๕๔๒ และกรงุ เทพมหานคร ตามพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการกรงุ เทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ เฉพาะในเขตความรับผดิ ชอบขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นนัน้ ๆ ยกเวน้ แมน่ ้ำ� ลำ� คลอง บึง อ่างเก็บน้�ำ ทะเลสาบ อันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทะเลภายในเขตน่านน�้ำไทย หรือชายหาดของทะเลดังกล่าวจะอยู่ในความดูแลรักษาของกรมเจ้าท่า ตามพระราชบญั ญตั ิการเดินเรือในน่านนำ้� ไทย พระพุทธศกั ราช ๒๔๕๖ แตถ่ า้ ที่รมิ แมน่ ้�ำ ลำ� คลอง บงึ อา่ งเกบ็ น้�ำ ทะเลสาบ หรือชายทะเลท่ีอยู่นอกเหนือจดุ แบง่ เขต ได้แก่ ที่ชายตลงิ่ หมายถึง ที่ดนิ ซึ่งตาม ปกติน้�ำข้ึนถึงกับส่วนที่อยู่เหนือชายตล่ิงขึ้นไป ก็เป็นหน้าท่ีความรับผิดชอบของนายอ�ำเภอท้องท่ี หรือองค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ มหี นา้ ท่ตี ามกฎหมาย ถา้ เป็นทางหลวงตามพระราชบญั ญตั ิทางหลวง กอ็ ยใู่ นความดูแลของผอู้ ำ� นวยการทางหลวง

58 มาตรการของกฎหมายในการควบคุมดูแลรักษาและคุม้ ครองปอ้ งกัน ๑. การจดั ทำ� ทะเบยี นท่สี าธารณประโยชน์ (ท่ีสำ� หรับพลเมืองใชป้ ระโยชน์ร่วมกัน) การจดั ทำ� ทะเบียนที่สาธารณประโยชน์ เปน็ ทะเบียนที่เจา้ หน้าที่ได้จดั ท�ำขึ้นเพื่อบันทึก รายการเก่ียวกับที่ดินสาธารณประโยชน์เอาไว้ให้ทราบว่า ในจังหวัด อ�ำเภอ หรือต�ำบลแต่ละแห่ง มีท่ีดินสาธารณประโยชน์เป็นจ�ำนวนเท่าใด อยู่ท่ีใด มีเน้ือที่มากน้อยเท่าใด ใช้เพื่อประโยชน์อย่างไร รวมทั้งเป็นการสร้างหลักฐานของทางราชการเกี่ยวกับท่ีดิน และเป็นการป้องกันมิให้ราษฎรบุกรุกที่ สาธารณประโยชน์เอาเป็นประโยชนส์ ว่ นตวั ได้ ในทะเบียนท่สี าธารณประโยชน์ แตล่ ะฉบบั ทีจ่ ดั ท�ำข้ึน จะมขี อ้ ความบ่งถึงสาระสำ� คัญ ดงั ต่อไปน้ี (๑) ทต่ี งั้ ของทด่ี นิ วา่ ต้ังอยู่ที่ต�ำบล อำ� เภอ จงั หวัดใด (๒) แบง่ เขต และเนอื้ ทวี่ า่ ทดี่ นิ ทห่ี วงหา้ มทง้ั สท่ี ศิ จดทดี่ นิ ของบคุ คลใด หรอื จดสถานทใี่ ดบา้ ง มเี นื้อท่ีเท่าไร (๓) ผทู้ ที่ ำ� การหวงหา้ ม เชน่ นายอำ� เภอ กำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ น หรอื จะเปน็ กระทรวง ทบวง กรม ก็ได้ ช่ือผู้ท่ีท�ำการหวงห้ามมีความส�ำคัญ เพราะเป็นเคร่ืองมือพิสูจน์ได้ว่า การสงวนหวงห้ามนั้น ชอบด้วยกฎหมายหรอื ไม่ (๔) ความประสงคใ์ นการหวงหา้ ม คอื มคี วามประสงคว์ า่ จะหวงหา้ มไวใ้ ชเ้ พอื่ ประโยชนอ์ ะไร เช่น ใช้เป็นที่เล้ียงสัตว์ ความประสงค์ในการหวงห้าม ถือว่าเป็นสาระส�ำคัญท�ำให้ทราบว่า จะเป็นท่ี สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทใด เช่น ข้ึนทะเบียนไว้เป็นที่เล้ียงสัตว์ ก็เป็นที่สาธารณะส�ำหรับ ประชาชนใช้ร่วมกนั ตามมาตรา ๑๓๐๔ (๒) แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (๕) วนั เดอื น ปี ทห่ี วงหา้ ม เปน็ สาระสำ� คญั ทท่ี ำ� ใหท้ ราบวา่ การหวงหา้ มนนั้ ชอบดว้ ยกฎหมาย ในขณะท่ีมีการหวงหา้ มหรือไม่ (๖) นามของผ้ลู งทะเบียน หมายถงึ เจา้ หน้าทผี่ ู้คดั ลอกทะเบียน ๑.๑ วิธีการท�ำทะเบยี นที่ดินสาธารณประโยชน์ นับต้ังแตพ่ ระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามทดี่ นิ รกร้างว่างเปล่าอนั เปน็ สาธารณสมบัติ ของแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๗๘ ใช้บังคับเป็นต้นมา กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ทุกจังหวัดด�ำเนินการ จัดท�ำทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์ท่ีเกิดจากการสงวนหวงห้ามไว้ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งให้ส�ำรวจตรวจสอบท่ีสาธารณประโยชน์ท่ีเกิดจากการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชนและที่เกิด โดยสภาพธรรมชาติ การจดั ทำ� ทะเบยี นทดี่ นิ สาธารณประโยชนใ์ หท้ ำ� ตามแบบทก่ี ระทรวงมหาดไทยกำ� หนด ในการจดั ทำ� ทะเบยี นดงั กลา่ ว ถา้ ปรากฏวา่ ทส่ี าธารณประโยชนแ์ ปลงใดมรี ายการไมค่ รบถว้ นใหส้ อบถาม ราษฎร กำ� นัน ผู้ใหญ่บ้าน ทีท่ ราบเร่ืองเกีย่ วกบั ทดี่ นิ แปลงน้นั ถา้ ท่ีสาธารณประโยชน์แปลงใดไมป่ รากฏ หลักฐานในทะเบียน หรือยังไม่ได้จัดท�ำทะเบียนก็ให้ด�ำเนินการจัดท�ำทะเบียนแล้วแจ้งอ�ำเภอทราบ ทัง้ น้ี ให้ปฏบิ ตั ติ ามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ท่ี มท ๐๖๐๔/ว ๑๙๗ ลงวนั ท่ี ๑๘ เมษายน ๒๕๑๐ ท่ไี ดก้ ำ� หนดแบบทะเบียนและวธิ กี ารใหจ้ งั หวัดและอ�ำเภอ ถอื ปฏิบตั ิ

59 ๑.๒ ขอบเขตการจัดทำ� ทะเบยี นที่สาธารณประโยชน์ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดิน อันเป็นสาธารณสมบตั ิของแผน่ ดิน พ.ศ. ๒๕๕๓ ขอ้ ๑๐ ก�ำหนดใหน้ ายอ�ำเภอร่วมกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถ่ินด�ำเนินการจัดท�ำทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์ตามแบบท่ีกระทรวงมหาดไทยก�ำหนด จ�ำนวน ๔ ชุด โดยให้เก็บรักษาไว้ที่อ�ำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ส�ำนักงานท่ีดินจังหวัดและ กรมทด่ี นิ แหง่ ละ ๑ ชดุ เวน้ แตท่ ช่ี ายตลง่ิ ทางบก ทางนำ้� ลำ� กระโดง ลำ� รางสาธารณะและทางระบายนำ�้ ไม่ต้องจดั ท�ำทะเบียน ดงั นนั้ กำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ น จงึ ตอ้ งมขี อ้ มลู หรอื ทะเบยี นทส่ี าธารณประโยชนท์ อ้ งทขี่ องตน เพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษา และทะนุบ�ำรุงให้ท่ีสาธารณประโยชน์มีสภาพการใช้ให้เกิดประโยชน์ แกป่ ระชาชน โดยมีรายละเอยี ดตามแบบแนบท้าย นอกจากนที้ ดี่ นิ สาธารณประโยชนย์ งั หมายความรวมถงึ ทดี่ นิ สาธารณะประจำ� ตำ� บล และหมู่บ้านซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้จังหวัดและอ�ำเภอ ด�ำเนินการจัดหาที่ดินไว้หมู่บ้านละ อย่างน้อย ๒๕ ไร่ และตำ� บลอย่างนอ้ ย ๕๐ ไร่ เพอ่ื ไว้เป็นทีส่ าธารณะประจ�ำตำ� บลหมบู่ า้ น ตามหนังสือ กระทรวงมหาดไทยท่ี ๔๗๓/๒๔๘๖ ลงวนั ที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๔๘๖ ๒. การออกหนังสอื ส�ำคัญส�ำหรบั ทีห่ ลวง หนงั สือสำ� คัญส�ำหรบั ทีห่ ลวงไดม้ กี ารออกกันมาชา้ นานแลว้ แตไ่ ม่มกี ฎหมายใด ให้อ�ำนาจ ไว้โดยเฉพาะ แตไ่ ด้ออกกนั มาเรอื่ ยๆ โดยอาศัยระเบียบ คำ� สัง่ ต่างๆ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้มปี ระกาศ ของคณะปฏวิ ตั ิฉบบั ที่ ๓๓๔ (พ.ศ. ๒๕๑๕) แกไ้ ขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายท่ีดินบัญญัตใิ ห้มมี าตรา ๘ ตรี (ซ่ึงเดมิ ไมม่ )ี ซ่งึ ได้บัญญตั ิไว้ ดงั นี้ “มาตรา ๘ ตรี ท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน หรอื ใชเ้ พอื่ ประโยชนข์ องแผน่ ดนิ โดยเฉพาะอธบิ ดอี าจจดั ใหม้ หี นงั สอื สำ� คญั สำ� หรบั ทหี่ ลวงเพอื่ แสดงเขต ไว้เปน็ หลักฐาน แบบหลักเกณฑ์และวิธีการออกหนังสือส�ำคัญส�ำหรับท่ีหลวง ให้เป็นไปตามท่ีก�ำหนด ในกฎกระทรวง ท่ีดินตามวรรคหนึ่ง แปลงใด ยังไม่มีหนังสือส�ำคัญส�ำหรับท่ีหลวง เขตของท่ีดินดังกล่าว ให้เป็นไปตามหลักฐานของทางราชการ จากบทบัญญัติของมาตรา ๘ ตรี แห่งประมวลกฎหมายท่ีดินที่แก้ไขเพ่ิมเติมใหม่น ี้ จะเหน็ ไดว้ ่า

60 (๑) กฎหมายรับรองการออกหนังสือส�ำคัญส�ำหรับท่ีหลวง ว่าเป็นเพียงหนังสือส�ำคัญ ของทางราชการอยา่ งหนง่ึ ทแ่ี สดงเขตทตี่ ง้ั และการใชป้ ระโยชนใ์ นทดี่ นิ ของรฐั เทา่ นนั้ หาใชห่ นงั สอื แสดงสทิ ธิ ในท่ดี ินของรัฐไม่ (๒) ลักษณะของที่ดินที่จะออกหนังสือส�ำคัญส�ำหรับท่ีหลวง ได้ก�ำหนดว่าท่ีดินของรัฐ ประเภทใดให้ออกหนังสือส�ำคัญส�ำหรับท่ีหลวงได้ ซ่ึงถ้าเป็นที่ดินของรัฐประเภทพลเมืองใช้ประโยชน์ รว่ มกนั หรอื ใชเ้ พอื่ ประโยชน์ของแผน่ ดนิ โดยเฉพาะ จะตอ้ งออกเปน็ หนงั สอื สำ� คญั สำ� หรบั ทห่ี ลวงท้งั สน้ิ แต่ถ้าเป็นที่ดนิ ของรัฐอย่างอืน่ เชน่ ท่ดี ินของรฐั ซงึ่ เปน็ ทรัพย์สินของแผน่ ดนิ ธรรมดา โดยรฐั ถอื ทด่ี นิ นั้น ในฐานะอย่างเอกชนแลว้ กจ็ ะต้องออกเปน็ โฉนดทด่ี นิ หรอื หนงั สอื รบั รองท�ำประโยชน์แล้วแต่กรณี ทด่ี นิ ของรฐั ประเภทพลเมอื งใชป้ ระโยชนร์ ่วมกนั บางลกั ษณะไมจ่ ำ� เป็นจะตอ้ งออกหนงั สอื สำ� คัญส�ำหรับที่หลวง เช่น ถนนหนทาง แมน่ ำ�้ ล�ำคลอง และทางรถไฟ เปน็ ตน้ เพราะเป็นทดี่ นิ ท่มี สี ภาพ และขอบเขตในตวั ของมนั เองอยแู่ ล้ว ส�ำหรับแม่น�ำ้ ลำ� คลอง อาจเปลย่ี นขอบเขตไปไดต้ ามธรรมชาติ โดยงอกเปน็ ท่งี อกรมิ ตล่ิง ซง่ึ บคุ คลอาจได้มาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (มาตรา ๑๓๐๘) หรือบางแห่งอาจพงั ลงนำ้� กลายเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินท่ีพลเมืองใช้ร่วมกัน หากจะให้ออกหนังสือส�ำคัญส�ำหรับที่หลวง ก็จะเป็นการยุ่งยาก ฉะนั้น จึงให้เป็นหน้าท่ีของอธิบดีกรมท่ีดินพิจารณาว่า ที่ดินในลักษณะเช่นใด จะสมควรออกหนังสือส�ำคญั ส�ำหรบั ท่ีหลวงหรือไม่ อยา่ งไรก็ดี ตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๒๖ (พ.ศ. ๒๕๑๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ก�ำหนดให้ทบวงการเมืองผู้มีอ�ำนาจหน้าท่ีดูแลรักษา ทสี่ าธารณประโยชนป์ ระสงคจ์ ะใหม้ หี นงั สอื สำ� คญั สำ� หรบั ทหี่ ลวง สำ� หรบั ทดี่ นิ แปลงใด ใหแ้ สดงความประสงค์ ต่ออธบิ ดกี รมทีด่ นิ และกระทรวงมหาดไทยได้มคี �ำสงั่ ท่ี ๙๔๘/๒๕๑๖ มอบหมายการดำ� เนนิ การขอออก หนังสือส�ำคัญส�ำหรับท่ีหลวงในที่ดินสาธารณประโยชน์ให้นายอ�ำเภอเป็นผู้มีอ�ำนาจด�ำเนินการแทน เม่ือมกี ารยน่ื คำ� รอ้ งขอออกหนงั สอื สำ� คญั สำ� หรบั ทหี่ ลวงแลว้ ใหม้ กี ารสอบสวนและรงั วดั ทำ� แผนทต่ี ามวธิ กี าร รงั วดั เพอ่ื ออกหนงั สอื แสดงสทิ ธใิ์ นทด่ี นิ และประกาศการออกหนงั สอื สำ� คญั สำ� หรบั ทหี่ ลวงใหป้ ระชาชนทราบ มีก�ำหนดสามสิบวัน โดยปิดไว้ท่ีเปิดเผย ณ ส�ำนักงานที่ดินจังหวัดหรือส�ำนักงานท่ีดินสาขาหนึ่งฉบับ ณ ทว่ี า่ การอำ� เภอหรอื กง่ิ อำ� เภอทอ้ งทห่ี นงึ่ ฉบบั ทที่ ำ� การตำ� บลหนงึ่ ฉบบั และในบรเิ วณทด่ี นิ นนั้ หนงึ่ ฉบบั ในเขตเทศบาลให้ปิดไว้ ณ ส�ำนักงานเทศบาลอีกหน่ึงฉบับ ในประกาศให้มีแผนท่ีแสดงแนวเขตท่ีดิน และกำ� หนดระยะเวลาที่ ผมู้ สี ว่ นไดเ้ สยี จะคดั คา้ นไวด้ ว้ ย ซงึ่ ตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่ สามสบิ วนั นบั แตว่ นั ประกาศ ถา้ ไมม่ ผี คู้ ดั คา้ นใหด้ ำ� เนนิ การออกหนงั สอื สำ� คญั สำ� หรบั ทหี่ ลวง ถา้ มผี คู้ ดั คา้ นใหร้ อการออกหนงั สอื สำ� คญั ที่หลวงไว้จนกวา่ จะไดม้ ีคำ� พพิ ากษาถึงทส่ี ดุ ของศาลแสดงว่าผู้คดั ค้านไมม่ สี ทิ ธิในที่ดินน้ัน

61 ก�ำนนั ผใู้ หญ่บ้าน จึงควรตรวจสอบดแู ลวา่ ที่สาธารณประโยชน์แปลงใดไดอ้ อกหนังสอื ส�ำคัญ สำ� หรบั ทหี่ ลวง แลว้ กใ็ หบ้ นั ทกึ เลขทห่ี นงั สอื สำ� คญั สำ� หรบั ทหี่ ลวง (นสล.) ลงในทะเบยี นทสี่ าธารณประโยชนด์ ว้ ย เพ่อื เป็นหลักฐานและข้อมูลในการดูแลรักษา ๓. หน่วยงานที่มีหน้าท่ีความรับผิดชอบในการด�ำเนินการเก่ียวกับท่ีสาธารณประโยชน์ ตามทม่ี กี ฎหมายระเบียบกำ� หนด หนว่ ยงานทม่ี หี นา้ ทด่ี แู ลรกั ษาและคมุ้ ครองปอ้ งกนั ทสี่ าธารณประโยชนม์ อี ยหู่ ลายหนว่ ยงาน ด้วยกัน โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย มีหน่วยงานที่เก่ียวข้องกับการดูแลรักษาคุ้มครองป้องกัน ทด่ี นิ สาธารณประโยชน์ ๓ หนว่ ยงาน คอื กรมทด่ี นิ กรมการปกครอง และกรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถน่ิ กระทรวงมหาดไทย กรมท่ีดิน และกรมการปกครองต่างก็ได้ออกระเบียบและหนังสือเวียนเก่ียวกับ แนวทางปฏบิ ตั ขิ องเจา้ หนา้ ทที่ ำ� ใหเ้ กดิ ความสบั สนในการปฏบิ ตั งิ านระหวา่ ง ๒ หนว่ ยงาน ซง่ึ เมอื่ นำ� กฎหมาย และระเบียบปฏิบัติที่มีอยู่มาจัดหมวดหมู่ว่ากิจกรรมใดเป็นของหน่วยงานใดแล้ว สามารถสรุปหน้าที่ ความรับผดิ ชอบของแตล่ ะหนว่ ยงานได้ดังน้ี ๓.๑ กระทรวงมหาดไทย ควบคุม ก�ำกับ ดูแลให้หน่วยงานที่มีหน้าท่ีความรับผิดชอบ เกี่ยวกบั ทส่ี าธารณประโยชน์ ดำ� เนินการเกยี่ วกับท่ีสาธารณประโยชน์ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บ กฎหมาย และนโยบายของรฐั บาลโดยเครง่ ครดั วางนโยบาย ทางปฏบิ ตั ิ และออกกฎหมายเกยี่ วกบั ทสี่ าธารณประโยชน์ เนน้ ผอู้ นุมตั ิอนุญาตเก่ยี วกบั ทส่ี าธารณประโยชนต์ ามทม่ี กี ฎหมาย ระเบยี บก�ำหนดไว้ ๓.๒ กรมการปกครอง ควบคุม ก�ำกับ ดูแล ให้หน่วยงานในสังกัดด�ำเนินการเกี่ยวกับ ทส่ี าธารณประโยชน์ และทส่ี าธารณประโยชนป์ ระจำ� ตำ� บล และหมบู่ า้ น ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บ กฎหมาย และนโยบายของกระทรวงมหาดไทยโดยเครง่ ครดั และพจิ ารณาเรอื่ งรอ้ งเรยี นเกย่ี วกบั ทส่ี าธารณประโยชน์ ดงั กลา่ วท้ังหมด ๓.๓ กรมทดี่ นิ (๑) ทำ� หนา้ ทเ่ี กย่ี วกบั การจดั ทำ� เปลยี่ นแปลงและรกั ษาทะเบยี นทด่ี นิ สาธารณประโยชน์ ตามหนังสอื กระทรวงมหาดไทย ท่ี มท ๐๖๐๔/ว ๑๙๗ ลงวนั ที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๑๐ เรือ่ ง การดูแลรกั ษา และดำ� เนนิ การคมุ้ ครองปอ้ งกนั ทด่ี นิ อนั เปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ และตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยการดูแลรกั ษาและคุม้ ครองปอ้ งกนั ทด่ี ินอนั เปน็ สาธารณสมบัติของแผน่ ดนิ พ.ศ. ๒๕๔๔ (๒) รงั วัดออกหนงั สือสำ� คญั ส�ำหรบั ท่ีหลวง (นสล.) ตามมาตรา ๘ ตรี แหง่ ประมวล กฎหมายท่ีดิน

62 (๓) ดำ� เนนิ การในเรอื่ งการขอใช้ ขอถอนสภาพ ขอขนึ้ ทะเบยี น การจดั หาผลประโยชน์ การขอสัมปทาน และการสงวนหรือหวงห้ามท่ีดินของรัฐซ่ึงมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง เพ่ือให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตามมาตรา ๘ มาตรา ๘ ทวิ มาตรา ๙ มาตรา ๑๒ มาตรา ๒๐ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และระเบียบกระทรวงมหาดไทย ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่าน้ี (๔) ดำ� เนนิ การในเรอื่ งการขอเปลยี่ นสภาพทด่ี นิ อนั เปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ ส�ำหรับพลเมอื งใช้ร่วมกัน จากการใช้เพ่อื ประโยชน์อย่างหน่งึ เปน็ อีกอย่างหนึ่ง ตามระเบียบกระทรวง มหาดไทยว่าด้วยการเปล่ียนสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จากการใชเ้ พอื่ ประโยชนอ์ ยา่ งหน่งึ เปน็ อกี อย่างหนึ่ง พ.ศ. ๒๕๔๓ ๓.๔ จงั หวดั ควบคมุ กำ� กบั ดแู ล ใหห้ นว่ ยงานในสงั กดั ดำ� เนนิ การเกยี่ วกบั ทสี่ าธารณประโยชน์ และที่สาธารณประโยชน์ประจ�ำต�ำบล และหมู่บ้าน ให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และนโยบาย ของกระทรวงมหาดไทย โดยเครง่ ครดั และพจิ ารณาเรอ่ื งรอ้ งเรยี นเกยี่ วกบั ทส่ี าธารณประโยชนท์ เ่ี กดิ ขน้ึ ในท้องท่จี งั หวดั ๓.๕ นายอำ� เภอ (๑) ดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่สาธารณประโยชน์ ตามพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ พระพทุ ธศกั ราช ๒๔๕๗ หนังสอื กระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๔๐๙/ว ๑๓๙๔ ลงวันท่ี ๒๕ ตุลาคม ๒๕๒๘ เรื่อง ก�ำหนดมาตรการป้องกันการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ หนงั สอื กรมการปกครอง ท่ี มท ๐๔๐๙/ว ๔๙๐ ลงวนั ที่ ๑๓ มถิ นุ ายน ๒๕๒๙ เรอื่ ง การบรหิ ารเกย่ี วกบั การ ดแู ลทดี่ นิ อนั เปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ สำ� หรบั พลเมอื งใชร้ ว่ มกนั และตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดูแลและคุ้มครองป้องกัน ท่ีดินอนั เป็นสาธารณสมบตั ขิ องแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๔ (๒) จัดท�ำ เปล่ียนแปลง และรักษาทะเบียนท่ีดินสาธารณประโยชน์ ตามหนังสือ กระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๖๐๔/ว ๑๙๗ ลงวนั ท่ี ๑๘ เมษายน ๒๕๑๐ เรอ่ื ง การดแู ลรกั ษาและดำ� เนนิ การ คุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดูแลรักษาและคมุ้ ครองปอ้ งกนั ทด่ี ินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผน่ ดนิ พ.ศ. ๒๕๔๔ (๓) ด�ำเนินการกรณีมีการร้องเรียนเกี่ยวกับท่ีสาธารณประโยชน์ การบุกรุกที่ สาธารณประโยชน์และการด�ำเนินการกรณีต้องวินิจฉัยว่าที่ดินเป็นที่สาธารณประโยชน์หรือไม่ ต้งั อยู่ ณ ทีใ่ ด มีขอบเขตอย่างไร ตามพระราชบญั ญัติลักษณะปกครองทอ้ งท่ี พระพุทธศกั ราช ๒๔๕๗ หนังสอื กระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๔๐๙/ว ๑๓๙๔ ลงวนั ที่ ๒๕ ตลุ าคม ๒๕๒๘ เร่ือง ก�ำหนดมาตรการ ป้องกันการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ หนังสือกรมการปกครอง ที่ มท ๐๔๐๙/ว ๔๙๐ ลงวันท่ี ๑๓ มิถุนายน ๒๕๒๙ เร่ือง การบริหารเก่ียวกับการดูแลท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

63 สำ� หรบั พลเมอื งใชร้ ว่ มกนั และ ตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยการดแู ลรกั ษาและคมุ้ ครองปอ้ งกนั ทดี่ นิ อนั เปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ พ.ศ. ๒๕๔๔ ในการดำ� เนนิ การดงั กลา่ ว ถา้ จะตอ้ งสอบสวนขอ้ เทจ็ จรงิ กใ็ หเ้ สนอผวู้ า่ ราชการจงั หวดั แตง่ ตงั้ คณะกรรมการสอบสวนขอ้ เทจ็ จรงิ ตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการสอบสวนเก่ียวกับการบุกรุกท่ีหรือทางสาธารณประโยชน์ พ.ศ. ๒๕๓๙ เม่ือคณะกรรมการ สอบสวนเสรจ็ ใหส้ รปุ สำ� นวนเสนอ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั พจิ ารณาสง่ั การหรอื ดำ� เนนิ การไปตามทเ่ี หน็ สมควร ในกรณีที่มีปัญหา ข้อยุติไม่ได้ให้น�ำเร่ืองเสนอคณะกรรมการประสานการแก้ไขปัญหาการบุกรุกท่ีดิน ของรัฐสว่ นจังหวดั (กบร. ส่วนจังหวัด) พิจารณา (๔) ระวังช้ีแนวเขต และรับรองแนวเขตท่ีสาธารณประโยชน์ ตามหนังสือกระทรวง มหาดไทย ดว่ นมาก ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๕๒๕ ลงวนั ท่ี ๒๔ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๔๒ เรอ่ื ง ใหส้ อบผปู้ กครองทอ้ งท่ี กอ่ นออกหนังสอื แสดงสิทธใิ นทด่ี ิน (๕) เป็นผู้ย่ืนค�ำขอออกหนังสอื สำ� คญั ส�ำหรบั ทหี่ ลวง (นสล.) ตามทีไ่ ด้รบั มอบจาก กระทรวงมหาดไทย ตามค�ำสงั่ กระทรวงมหาดไทย ที่ ๙๔๘/๒๕๑๖ ลงวนั ท่ี ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๖ เร่ือง มอบหมายการดำ� เนนิ การขอออกหนงั สอื ส�ำคญั ที่หลวงในท่ีดนิ อันเป็นสาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ สำ� หรับพลเมืองใช้ร่วมกนั (๖) ทำ� การสำ� รวจทส่ี าธารณประโยชน์ในเขตท้องทขี่ องตนเพอื่ ประสานงานจงั หวดั และกรมท่ีดินด�ำเนินการออกหนังสือส�ำคัญส�ำหรับท่ีหลวง อ�ำนวยความสะดวกและควบคุมการรังวัด ออกหนงั สอื สำ� คญั สำ� หรบั ทห่ี ลวงของเจา้ หนา้ ทกี่ รมทด่ี นิ รวมทง้ั ทำ� การสอบสวนขอ้ เทจ็ จรงิ กรณที รี่ งั วดั ออกหนังสือส�ำคัญส�ำหรับท่ีหลวงได้เน้ือท่ีน้อยกว่าหลักฐานเดิม ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการมอบหมายให้สภาต�ำบล หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินช่วยเหลือในการด�ำเนินการ ออกหนังสือสำ� คญั ส�ำหรบั ทหี่ ลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ (๗) รอ้ งทกุ ขก์ ลา่ วโทษใหด้ ำ� เนนิ คดกี บั ผบู้ กุ รกุ ทส่ี าธารณประโยชน์ ตามพระราชบญั ญตั ิ ลักษณะปกครองท้องท่ี พระพทุ ธศกั ราช ๒๔๕๗ หนังสอื กระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๔๐๙/ว ๑๓๙๔ ลงวันท่ี ๒๕ ตุลาคม ๒๕๒๘ เร่ือง ก�ำหนดมาตรการป้องกันการบุกรุกท่ีสาธารณประโยชน์ ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยการดแู ลรกั ษาและคมุ้ ครองปอ้ งกนั ทด่ี นิ อนั เปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ พ.ศ. ๒๕๔๔ และตามหนังสอื กรมการปกครอง ท่ี มท ๐๓๑๑.๑/ว ๑๒๘๓ ลงวันที่ ๙ มิถนุ ายน ๒๕๔๐ เรอื่ ง การดำ� เนินคดกี บั ผู้บกุ รกุ ทางสาธารณประโยชน์

64 ๓.๖ ก�ำนนั ผใู้ หญ่บ้าน (๑) กำ� นนั มหี นา้ ทใี่ นการตรวจจดั การทสี่ าธารณะ ตามมาตรา ๔๐ แหง่ พระราชบญั ญตั ิ ลกั ษณะปกครองทอ้ งที่ พระพุทธศกั ราช ๒๔๕๗ (๒) ผใู้ หญบ่ า้ น กฎหมายไมไ่ ดก้ ำ� หนดไวช้ ดั เจน แตต่ ามมาตรา ๒๗ แหง่ พระราชบญั ญตั ิ ลักษณะปกครองท้องท่ี พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ก�ำหนดให้ผู้ใหญ่บ้าน มีหน้าท่ีดูแลรักษาความสงบ เรยี บรอ้ ยและความเดอื ดรอ้ นของราษฎร ตลอดจนปฏบิ ตั ติ ามคำ� สง่ั ของกำ� นนั หรอื คำ� สงั่ ของทางราชการ และรายงานเหตกุ ารณท์ ไ่ี มป่ กตซิ งึ่ เกดิ ขนึ้ ในหมบู่ า้ นใหก้ ำ� นนั ทราบ พรอ้ มทง้ั รายงานตอ่ นายอำ� เภอดว้ ย ๓.๗ องคก์ ารบริหารส่วนตำ� บล (อบต.) (๑) ดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันท่ีสาธารณประโยชน์ตามพระราชบัญญัติ สภาต�ำบลและองค์การบริหารส่วนต�ำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ และตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยการดแู ลรกั ษาและคุ้มครองป้องกันทดี่ นิ อันเป็นสาธารณสมบตั ิของแผน่ ดิน พ.ศ. ๒๕๔๔ (๒) ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ด�ำเนินคดีกับผู้บุกรุกท่ีสาธารณประโยชน์ตามหนังสือ กรมการปกครองที่ มท ๐๓๑๑.๑/ว ๑๒๘๓ ลงวันท่ี ๙ มิถนุ ายน ๒๕๔๐ เรื่อง การดำ� เนนิ คดีกับผู้บกุ รุก ทางสาธารณประโยชน์ (๓) ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ใหค้ วามรว่ มมอื ใหค้ วามเหน็ แกน่ ายอำ� เภอเกยี่ วกบั เรอื่ งการ ออกหนงั สอื สำ� คญั สำ� หรบั ทีห่ ลวง รวมท้ังใหค้ วามชว่ ยเหลอื ใหค้ วามรว่ มมือ และควบคุมกำ� กับดูแลการ ทำ� งานของเจา้ หนา้ ทก่ี รมทด่ี นิ มารงั วดั ออกหนงั สอื สำ� คญั สำ� หรบั ทหี่ ลวง ตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการมอบหมายให้สภาต�ำบล หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยเหลือในการดำ� เนินการออก หนงั สือส�ำคัญสำ� หรับที่หลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ ๓.๘ เทศบาลนคร มหี นา้ ทท่ี เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ทส่ี าธารณประโยชนต์ ามพระราชบญั ญตั เิ ทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๕๖ ดังน้ี (๑) ให้มแี ละบ�ำรงุ ทางบกและทางน้ำ� (๒) ใหม้ ีและบำ� รงุ ทางระบายน้ำ� ๓.๙ เมอื งพัทยา (๑) สง่ เสรมิ และรกั ษาคณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ มและทรพั ยากรธรรมชาติ ตามมาตรา ๖๗ (๒) แหง่ พระราชบญั ญัติระเบียบบริหารราชการเมอื งพทั ยา พ.ศ. ๒๕๒๑ (๒) หนา้ ทอ่ี น่ื ตามทก่ี ฎหมายระบเุ ปน็ หนา้ ทขี่ องเทศบาลนครตามมาตรา ๖๗ (๑๑) แหง่ พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบริหารราชการเมอื งพัทยา พ.ศ. ๒๕๒๑ ๓.๑๐ กรงุ เทพมหานคร ใหผ้ อู้ ำ� นวยการเขตมอี ำ� นาจหนา้ ทใี่ นการดแู ลรกั ษาทสี่ าธารณประโยชนเ์ ชน่ เดยี วกบั นายอำ� เภอตามมาตรา ๖๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบรหิ ารราชการกรงุ เทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘

65 ๔. การดำ� เนนิ คดี มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันท่ีดินของรัฐ อีกประการหนง่ึ ก็คอื การด�ำเนินคดีกบั ผบู้ ุกรกุ กล่าวคือ แมร้ ฐั จะสร้างหลกั ฐานขน้ึ ค้มุ ครองปอ้ งกันที่ดนิ ของรัฐโดยการออกหนังสือส�ำคัญส�ำหรับที่หลวง และมีการจัดท�ำทะเบียนที่สาธารณประโยชน์ แต่กเ็ ป็นเพียงหลักฐานของทางราชการ ทจี่ ะใช้พิสูจน์ถงึ ความเปน็ ทด่ี นิ สำ� หรับพลเมอื งใช้รว่ มกันเวลามี คดขี ้ึนสูศ่ าล หรือใชใ้ นการพจิ ารณาว่าทีพ่ พิ าทเปน็ ที่ดนิ ของรัฐหรือไม่ ส่วนตามสภาพความเป็นจรงิ กย็ งั ปรากฏวา่ มรี าษฎรบกุ รกุ ทดี่ นิ ของรฐั อยเู่ สมอ รฐั จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งออกกฎหมายวางมาตรการลงโทษผบู้ กุ รกุ เหล่าน้โี ดยมจี ุดประสงค์เพ่อื ให้ ผูบ้ ุกรกุ เข็ดหลาบ เกดิ ความเกรงกลัวไมก่ ลา้ กระทำ� ผดิ อีก โดยประมวล กฎหมายที่ดินได้บัญญัติให้ผู้ที่เข้าครอบครองท่ีดินของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดในตัวเอง โดยบัญญตั ิไวใ้ นมาตรา ๙ ดังนี้ “ภายใตบ้ งั คบั กฎหมายวา่ ดว้ ยการเหมอื งแร่ และการปา่ ไม้ ทด่ี นิ ของรฐั ถา้ มไิ ด้ มสี ทิ ธคิ รอบครอง หรือมิได้รบั อนญุ าตจากพนักงานเจา้ หน้าที่แล้ว หา้ มมใิ หบ้ คุ คลใด (๑) เข้าไปยดึ ถือครอบครอง รวมตลอดถึงการกอ่ สรา้ ง หรอื การเผาปา่ (๒) ท�ำด้วยประการใดๆ ให้เป็นการท�ำลาย หรือท�ำให้เสื่อมสภาพท่ีดิน ที่กรวดหรือ ทีท่ รายในบรเิ วณท่รี ัฐมนตรีประกาศหวงหา้ มในราชกจิ จานุเบกษา หรอื (๓) ทำ� สิ่งหน่ึงสิง่ ใดอนั เป็นอนั ตรายแก่ทรพั ยากรในทด่ี นิ ” บคุ คลซง่ึ เขา้ ไปครอบครองหรอื ทำ� การใดๆ ในทด่ี นิ ของรฐั โดยมไิ ดร้ บั อนญุ าตจากพนกั งาน เจ้าหน้าท่ีย่อมเป็นผู้ฝ่าฝืนมาตรา ๙ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน คือเป็นผู้บุกรุกท่ีดินของรัฐตามปกต ิ เมอื่ มกี ารบกุ รกุ ทด่ี นิ ของรฐั พนกั งานเจา้ หนา้ ทจี่ ะตอ้ งดำ� เนนิ การใหผ้ บู้ กุ รกุ ออกไปจากทดี่ นิ หากไมย่ อมออก พนักงานเจ้าหน้าท่ีจะด�ำเนินการฟ้องร้องด�ำเนินคดีทางโรงศาล ปัจจุบันได้มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายท่ีดิน โดยบัญญัติโทษ ทจ่ี ะลงแกผ่ บู้ กุ รกุ ท่ดี ินของรัฐไวใ้ นมาตรา ๑๐๘ และมาตรา ๑๐๘ ทวิ ดังนี้ มาตรา ๑๐๘ “ผูใ้ ดฝา่ ฝืนมาตรา ๙ อยูก่ อ่ นวนั ท่ปี ระกาศของคณะปฏวิ ัตฉิ บบั น้ีใช้บงั คับ พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ซ่ึงได้รับมอบหมายจากพนักงานเจ้าหน้าท่ีมีอ�ำนาจแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ฝ่าฝืน ปฏิบัติตามระเบียบท่ีคณะกรรมการก�ำหนด ถ้าผู้ฝ่าฝืนเพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทมี่ คี ำ� สง่ั เปน็ หนงั สอื ใหผ้ ฝู้ า่ ฝนื ออกไปจากทด่ี นิ และหรอื รอ้ื ถอนสง่ิ ปลกู สรา้ งในทดี่ นิ ภายในระยะเวลา ทกี่ ำ� หนด ถา้ ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามคำ� สง่ั ของพนกั งานเจา้ หนา้ ทตี่ อ้ งระวางโทษจำ� คกุ ไมเ่ กนิ หนงึ่ ปี หรอื ปรับไม่เกนิ ห้าพนั บาท หรือทงั้ จำ� ท้งั ปรับ ในการกำ� หนดระเบยี บตามวรรคหนง่ึ คณะกรรมการจะกำ� หนดใหผ้ ฝู้ า่ ฝนื ตอ้ งเสยี คา่ ตอบแทน ในการใชท้ ี่ดนิ น้ันใหแ้ ก่รัฐหรอื ราชการบรหิ ารสว่ นทอ้ งถิ่นด้วยกไ็ ด้”

66 มาตรา ๑๐๘ ทวิ “นบั แตว่ ันที่ประกาศของคณะปฏวิ ัติฉบบั นี้ใชบ้ ังคบั ผใู้ ดฝ่าฝืนมาตรา ๙ ต้องระวางโทษจำ� คกุ ไม่เกินหนึ่งปี หรอื ปรับไมเ่ กนิ หา้ พันบาท หรือทง้ั จ�ำทง้ั ปรับ ถ้าความผิดในวรรคหนึ่งได้กระท�ำแก่ท่ีดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ท่ีประชาชน ใช้ร่วมกันหรือท่ีใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ต้องระวางโทษจ�ำคุก ไม่เกินสามปีหรือปรับ ไม่เกนิ หน่ึงหม่นื บาทหรอื ทงั้ จำ� ท้ังปรับ ถ้าความผิดตามวรรคสองได้กระท�ำเป็นเนื้อท่ีเกินกว่าห้าสิบไร่ ต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกิน หา้ ปีหรือปรบั ไมเ่ กินสองหม่นื บาท หรือท้งั จำ� ท้ังปรบั ในกรณีท่ีมคี �ำพพิ ากษาว่าผู้ใดกระท�ำความผดิ ตามมาตรานี้ ศาลมอี ำ� นาจส่งั ใน คำ� พิพากษา ให้ผกู้ ระทำ� ผิด คนงาน ผรู้ บั จา้ ง ผแู้ ทน และบริวารของผกู้ ระท�ำความผิดออกไปจากที่ดินนนั้ ดว้ ย บรรดาเคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ สัตว์พาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการ กระท�ำความผิด หรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระท�ำความผิดดังกล่าวให้ริบเสียท้ังส้ิน ไม่ว่าจะมผี ู้ถูกลงโทษตามคำ� พิพากษาหรือไม่” จากมาตราดังกล่าวทั้งสอง จึงต้องแบ่งวิธีการด�ำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนตามมาตรา ๙ ออกเปน็ ๒ กรณี คือ การด�ำเนนิ การกับผู้บกุ รุกท่ดี นิ ของรฐั ซึ่งได้ฝ่าฝนื ก่อนใช้ประกาศของคณะปฏวิ ัติ ฉบับท่ี ๙๖ และการด�ำเนินการกับผู้บุกรุกที่ดินของรัฐซึ่งได้ฝ่าฝืนหลังใช้ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบบั ท่ี ๙๖ (๑) การด�ำเนินการกับผู้บุกรุกท่ีดินของรัฐ ซ่ึงได้ฝ่าฝืนก่อนใช้ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบบั ที่ ๙๖ (ใชบ้ ังคับ ๔ มนี าคม ๒๕๑๕) การด�ำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนตามมาตรา ๙ ในกรณีนี้พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องปฏิบัติ ให้เปน็ ไปตามมาตรา ๑๐๘ ซง่ึ มีขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ ๑ พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องมีหนังสือแจ้งไปยังผู้ฝ่าฝืนให้ปฏิบัติตามระเบียบ ท่คี ณะกรรมการจดั ทดี่ นิ แห่งชาติกำ� หนดดังนี้ ๑.๑ กรณีท่ีดินท่ีมีการบุกรุกเป็นท่ีดินที่สงวนหรือหวงห้ามไว้เพ่ือใช้ประโยชน์ของ ทางราชการเม่ือทบวงการเมืองซึ่งมีหน้าท่ีดูแลรักษาหรือใช้ประโยชน์ร้องขอตามระเบียบน้ีให้พนักงาน เจา้ หน้าท่แี จ้งให้ผูฝ้ า่ ฝืนทราบเพอ่ื ปฏบิ ตั กิ ารอย่างหนง่ึ อย่างใดดงั ต่อไปน้ี ก. ให้มาจัดการทาบันทึกไว้เป็นหลักฐานต่อทางราชการภายในเวลาท่ีก�ำหนด วา่ ไดค้ รอบครองและทำ� ประโยชนอ์ ยใู่ นทด่ี นิ เปน็ เนอ้ื ทเ่ี ทา่ ใด ตง้ั แตเ่ มอ่ื ใด และจะออกไปจากทดี่ นิ ไดเ้ มอื่ ใด ข. ใหท้ ำ� ความตกลงเพอื่ เสยี คา่ ตอบแทนตามอตั ราและเวลาทท่ี างราชการกำ� หนดให้ ค. เมื่อมีความจ�ำเป็นอาจสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนและบริวารออกไปจากท่ีดินหรือรื้อถอน สง่ิ ปลกู สร้างออกไปจากทดี่ ินดว้ ยก็ได้

67 ๑.๒ กรณีท่ีดินที่มีการบุกรุกเป็นท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินท่ีประชาช นใช้ประโยชน์ร่วมกันตามระเบียบน้ี ให้อ�ำนาจพนักงานเจ้าหน้าท่ี มีค�ำสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนออกไปจากที่ดิน เวน้ แตก่ รณที มี่ เี หตผุ ลและความจำ� เปน็ พเิ ศษ และไมเ่ ปน็ การกระทำ� ใหเ้ สอื่ มประโยชนใ์ นการทปี่ ระชาชน จะใชท้ ด่ี นิ นนั้ พนกั งานเจา้ หนา้ ทจ่ี ะผอ่ นผนั ใหอ้ ยอู่ าศยั หรอื ใชป้ ระโยชนเ์ ปน็ การชว่ั คราวโดยเสยี คา่ ตอบแทน หรอื ไม่ก็ได้ ๑.๓ กรณที ดี่ นิ ทมี่ กี ารบกุ รกุ เปน็ ทด่ี นิ ทที่ างราชการมโี ครงการจะจดั ใหป้ ระชาชนเขา้ อยอู่ าศยั และประกอบอาชีพ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ�ำนาจแจ้งให้ผู้ฝ่าฝืนไปติดต่อกับเจ้าหน้าท่ีผู้มีหน้าท่ีในการ จัดที่ดินเพ่ือขอรับค�ำวินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิในท่ีดินและเพื่อปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ ข้อก�ำหนด และเงอื่ นไขในการจดั ทด่ี ินตามโครงการจดั ทีด่ นิ นน้ั ตอ่ ไป ๑.๔ กรณีที่ดินที่มีการบุกรุกเป็นที่ดินท่ีมีทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้นว่า ท่ีหิน ที่กรวด หรอื ทีท่ ราย ไมว่ ่าทด่ี นิ น้นั รฐั มนตรีจะได้ประกาศหวงห้ามไวใ้ นมาตรา ๙ (๒) แหง่ ประมวลกฎหมาย ทดี่ ินแล้วหรือไมก่ ต็ าม ถา้ มีผูฝ้ ่าฝนื เขา้ ไปท�ำด้วยประการใด ๆ ใหเ้ ปน็ การท�ำลายหรือทำ� ใหเ้ สอื่ มสภาพ หรือเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดินตามระเบียบนี้ ให้อ�ำนาจพนักงานเจ้าหน้าท่ีที่จะแจ้งผู้บุกรุก ให้ระงับการกระท�ำหรือสั่งให้ออกไปจากที่ดินน้ัน และถ้าการกระท�ำนั้นก่อให้เกิดความเสียหาย แก่สาธารณชนก็มีอ�ำนาจให้ผู้ฝา่ ฝนื แกไ้ ขการกระท�ำน้ันใหก้ ลับคนื สู่สภาพเดิมดว้ ย การแจ้งของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ซ่ึงได้รับมอบหมายจากพนักงานเจ้าหน้าท่ี ให้แจ้งเป็น หนังสือมีสาระส�ำคัญดังต่อไปน้ี (๑) ช่อื และชอื่ สกลุ ของผฝู้ า่ ฝนื (๒) ตำ� แหนง่ ทดี่ นิ ทีเ่ ขา้ ไปบุกรุก ยึดถอื ครอบครอง หรอื ใชป้ ระโยชน์ (๓) ก�ำหนดวิธีการ เงอื่ นไข และระยะเวลาท่จี ะใหผ้ ูฝ้ า่ ฝืนปฏบิ ัติ ขน้ั ตอนท่ี ๒ ถา้ ผฝู้ า่ ฝนื เพกิ เฉยหรอื ไมป่ ฏบิ ตั ใิ หถ้ กู ตอ้ งตามระเบยี บ ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ท่ี มคี ำ� สงั่ เปน็ หนงั สอื ใหผ้ ฝู้ า่ ฝนื ออกไปจากทดี่ นิ และหรอื รอ้ื ถอนสง่ิ ปลกู สรา้ งในทด่ี นิ ออกไปจากทดี่ นิ ภายใน ระยะเวลาท่กี �ำหนด คอื (๑) ในกรณีท่ีผู้ฝ่าฝืนได้เข้าบุกรุก ยึดถือครอบครอง ได้ปลูกไม้ล้มลุกหรือธัญชาติไว้ ให้กำ� หนดเวลาหรอื แจ้งให้ออกไปจากท่ดี ินนัน้ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๓๐ วัน หลังจากการเกบ็ เก่ียวพืชผลในท่ดี นิ น้ันเสร็จแล้ว (๒) ในกรณเี ปน็ การบกุ รกุ ยดึ ถอื ครอบครองตามขอ้ ๑.๔ ใหแ้ จง้ ใหอ้ อกจากทด่ี นิ ทบ่ี กุ รกุ หรอื แจง้ ให้ร้อื ถอนสิ่งปลกู สร้างโดยเร็ว แตต่ ้องไมน่ ้อยกว่า ๗ วัน นับแตว่ ันท่ไี ดร้ บั หนังสือแจง้ (๓) การบกุ รกุ ยึดถอื ครอบครองในกรณีอื่นนอกจาก (๑) และ (๒) ใหแ้ จง้ ให้ออกไปจาก ทด่ี ินน้ันภายในก�ำหนดท่ีแจ้ง แต่ตอ้ งไม่นอ้ ยกว่า ๙๐ วัน นับแตว่ นั ทไ่ี ด้รบั หนังสอื

68 การส่งหนังสือแจ้งให้ส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เว้นแต่ท้องท่ีใดไม่สะดวก ในการส่งทางไปรษณียต์ อบรบั ก็ใหจ้ ัดเจา้ หนา้ ที่น�ำไปส่ง และในกรณีทีใ่ ห้เจ้าหน้าท่นี ำ� ไปสง่ ให้ปฏบิ ัติดังน้ี (๑) ให้ผู้ฝ่าฝืนหรือผู้ท่ีบรรลุนิติภาวะแล้ว ซึ่งอาศัยในครอบครัวเดียวกันกับผู้ฝ่าฝืนนั้น ลงชือ่ รบั หนังสือในใบรบั แล้วเกบ็ เข้าเรื่องไว้เปน็ หลกั ฐาน (๒) ในกรณที ีบ่ คุ คลดังกล่าวตาม (๑) ไมย่ อมลงชื่อ ก็ใหเ้ จ้าหนา้ ที่ผูน้ ำ� สง่ หนงั สอื แจง้ บนั ทกึ เหตุการณ์และเหตุผลในการไม่ยอมรับหนังสือแจ้งไว้ และให้มีพยานอย่างน้อย ๒ คน ลงชื่อรับรองไว้ ในบันทึกนั้นด้วย เมื่อผู้น�ำส่งหนังสือแจ้งได้ปฏิบัติการดังกล่าวนั้นแล้ว ให้ถือว่าผู้ฝ่าฝืนได้รับหนังสือ แจง้ แล้ว ผู้ ฝ่าฝืนผู้ใดมีความจ�ำเป็นไม่อาจจะปฏิบัติตามหนังสือแจ้งของพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ให้ย่ืน ค�ำร้องขอผ่อนผันล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ก่อนครบก�ำหนดระยะเวลาท่ีก�ำหนดไว้ ถ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่หรือผู้ท่ีได้รับมอบหมายจากพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควร ก็ให้มีอ�ำนาจผ่อนผันได ้ ตามความจำ� เปน็ แลว้ แต่กรณี ข้ันตอนที่ ๓ ในกรณีท่ีผู้ฝ่าฝนื ไม่ปฏิบตั ิตามหนังสอื แจง้ โดยไมย่ อมออกจากทดี่ ินหรอื ไมย่ อม รอ้ื ถอนใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทหี่ รอื ผซู้ ง่ึ ไดร้ บั มอบหมายจากพนกั งานเจา้ หนา้ ทมี่ คี ำ� สงั่ เปน็ หนงั สอื สง่ ไปยงั ผู้ฝ่าฝืนและก�ำหนดให้ผู้ฝ่าฝืนออกไปจากท่ีดินนั้นภายในก�ำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับค�ำสั่ง ของพนักงานเจา้ หน้าท่ีหากผ้นู นั้ ยงั ฝา่ ฝืนอยู่อกี ก็ใหด้ ำ� เนนิ คดีตอ่ ไป ฉะน้ัน จะเห็นได้ว่า เม่ือปรากฏว่าราษฎรได้บุกรุกที่ดินของรัฐก่อนวันท่ีประกาศของ คณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี ๙๖ (๒๕๑๕) พนกั งานเจา้ หนา้ ทไี่ มม่ อี ำ� นาจทจ่ี ะดำ� เนนิ คดกี บั ผบู้ กุ รกุ ไดท้ นั ทที ม่ี กี ารบกุ รกุ จะต้องมีค�ำสั่งให้ผู้บุกรุกออกไปจากที่ดินที่บุกรุกเสียก่อน เมื่อได้รับแจ้งไปแล้วผู้บุกรุกไม่ปฏิบัติตาม จึงจะถือว่าผู้บุกรุกมีความผิดตามมาตรา ๑๐๘ ทวิ ในเรื่องนี้มีค�ำพิพากษาฎีกาท่ี ๒๔๖๙/๒๕๒๐ วินิจฉัยว่า “จ�ำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองท่ีดินของรัฐ มาต้ังแต่ก่อนมีประกาศของคณะปฏิวัต ิ ฉบับที่ ๙๖ ออกใช้บังคับ เมื่อไม่ปรากฏว่านายอ�ำเภอหรือคณะกรรมการจัดท่ีดินเพ่ือประโยชน ์ ของประชาชนไดเ้ คยแจง้ ให้จ�ำเลยร้ือถอนสง่ิ ปลกู สร้างออกไปแล้วย่อมจะเอาผิดแกจ่ ำ� เลยตามประมวล กฎหมายทดี่ นิ มาตรา ๙ และ ๑๐๘ ทวิ ไม่ได้” (๒) การดำ� เนนิ การกบั ผบู้ กุ รกุ ทดี่ นิ ของรฐั ภายหลงั วนั ใชป้ ระกาศของคณะปฏวิ ตั ฉิ บบั ท่ี ๙๖ (พ.ศ. ๒๕๑๕) บุคคลทฝี่ ่าฝนื มาตรา ๙ ภายหลงั วันใชป้ ระกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบับที่ ๙๖ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ถอื วา่ ผนู้ นั้ เปน็ ผบู้ กุ รกุ ทด่ี นิ ของรฐั ยอ่ มมคี วามผดิ ตามมาตรา ๑๐๘ ทวิ พนกั งานเจา้ หนา้ ทยี่ อ่ มมอี ำ� นาจ ดำ� เนนิ การฟอ้ งรอ้ งตอ่ ศาลและถกู ลงโทษไดท้ นั ที มาตรา ๑๐๘ ทวิ ไมไ่ ดม้ บี ทบญั ญตั เิ หมอื นมาตรา ๑๐๘ ที่ใช้กับผู้บุกรุกท่ีดินของรัฐก่อนวันใช้ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๙๖ ที่ให้มีการแจ้งให้ผู้บุกรุก ออกไปจากทีด่ นิ กอ่ นท่ีจะฟ้องรอ้ งด�ำเนนิ คดี แตใ่ นทางปฏบิ ตั ิแล้วพนกั งานเจ้าหน้าทม่ี กั จะไม่แจง้ ความ เพ่อื ด�ำเนินการจับกมุ ดำ� เนินคดีทนั ที พนักงานเจ้าหน้าทมี่ กั ใช้วิธีการอลมุ่ อลว่ ย คอื แจง้ ให้ผ้บู กุ รกุ ระงบั การกระท�ำผิดและออกไปจากท่ีดินเสีย โดยอาจก�ำหนดเวลาให้ออกจากท่ีดิน ถ้าผู้กระท�ำผิดยังขัดขืน ไม่ยอมออกไปจากทดี่ ินนน้ั พนกั งานเจ้าหน้าท่ีจงึ จะใชว้ ิธกี ารแจ้งความเพ่อื จับกมุ ด�ำเนินคดี

69 จากมาตรา ๑๐๘ และมาตรา ๑๐๘ ทวิ ดงั กลา่ ว จะเหน็ ไดว้ า่ กฎหมายกำ� หนดวธิ ดี ำ� เนนิ การ แกผ่ บู้ กุ รกุ ทด่ี นิ ของรฐั ไวแ้ ตกตา่ งกนั กลา่ วคอื ประมวลกฎหมายทด่ี นิ มาตรา ๑๐๘ เดมิ บญั ญตั ใิ หผ้ บู้ กุ รกุ ทด่ี นิ ของรฐั มคี วามผดิ ตอ้ งถกู ลงโทษ ตอ่ มาเนอื่ งจากมผี บู้ กุ รกุ ทด่ี นิ ของรฐั เปน็ จำ� นวนมากจนยากตอ่ การ ที่จะให้ราษฎรออกจากท่ีดินท่ีบุกรุกรัฐจึงได้ตราประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๙๖ (พ.ศ. ๒๕๑๕) แก้ไขมาตรา ๑๐๘ ใหม่ และบัญญัติมาตรา ๑๐๘ ทวิ ขึ้นมาใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยเหลือ ผู้บุกรุกท่ดี นิ เดมิ กอ่ นวนั ทีป่ ระกาศของคณะปฏิวัติ ฉบบั ท่ี ๙๖ (พ.ศ. ๒๕๑๕) จะใช้บงั คบั ให้ไม่มีความผิด ในการบุกรุกท่ีดินของรัฐ เมื่อได้ปฏิบัติตามระเบียบของคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติก�ำหนดไว้ เช่น ให้ผู้บุกรุกอยู่อาศัยไปโดยเสียค่าตอบแทน ถ้าไม่ปฏิบัติหรือฝ่าฝืนจึงจะถือว่ามีความผิด สว่ นการบกุ รกุ ทด่ี นิ ของรฐั ทเี่ กดิ ขนึ้ หลงั จากประกาศ ใชป้ ระกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี ๙๖ (พ.ศ. ๒๕๑๕) เป็นการบุกรุกที่เกิดขน้ึ ใหมร่ ัฐจะไมใ่ ห้ความชว่ ยเหลืออีกแล้ว โดยถอื วา่ ผ้บู ุกรกุ ทดี่ นิ ของรัฐมคี วามผิด ทนั ทที มี่ ีการบุกรกุ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๔๐ ก�ำนันต้องร่วมมือและช่วยเหลือนายอ�ำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ในการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และสิ่งซ่ึงเป็น สาธารณประโยชน์อื่นอันอยู่ในต�ำบลนั้น มาตรา ๑๑๖ การรกั ษาผลประโยชนใ์ นการหาเลย้ี งชพี ของราษฎร เชน่ การปดิ นำ�้ และระบายนำ�้ เช่นกล่าวมาในมาตรากอ่ น เป็นตน้ ตลอดจนอยา่ งอนื่ ๆ ถา้ หากเกดิ แกง่ แยง่ กนั ในประโยชนท์ จี่ ะพงึ ได้ ยกตัวอย่างดังเช่น ชาวนาต้องการให้ปิดน�้ำ ชาวเรือต้องการให้เปิดน้�ำให้เรือเดิน เป็นต้น ให้กรมการ อ�ำเภอเรียกก�ำนันประชุมปรึกษาหาวิธีที่จะรักษาประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย หรือถ้าจะให้ได้ประโยชน์ไม่ได ้ ทั้ง ๒ ฝ่าย ก็ให้รักษาประโยชน์ใหญ่ โดยยอมทิ้งประโยชน์น้อยด้วยความจ�ำเป็น เมื่อเห็นด้วยกัน โดยมากประการใด ก็ใหก้ รมการอำ� เภอจดั การตามนน้ั มาตรา ๑๑๗ ห้วย คลอง และล�ำน้�ำต่าง ๆ ย่อมเป็นของที่รัฐบาลปกปักรักษาเป็นหน้าที่ ของกรมการอ�ำเภอจะต้องตรวจตราอย่าให้เสียหาย และอย่าให้ผู้ใดท�ำให้เสียสาธารณประโยชน ์ ถ้าจะตอ้ งซ่อมแซมตกแต่งใหก้ รมการอ�ำเภอเรยี กราษฎรช่วยกนั ท�ำอย่างกบั ปิดน้ำ� ฉะนนั้

70 มาตรา ๑๑๘ กรมการอ�ำเภอมีหน้าที่จะต้องตรวจตรา และจัดการรักษาทางบก ทางน�้ำ อันเป็นทางท่ีราษฎรไปมาค้าขาย ให้ไปมาโดยสะดวกตามท่ีจะเป็นได้ทุกฤดูกาล การอันนี้ถ้าจะต้อง ทำ� การซอ่ มแซมหรอื แกไ้ ขความขัดขอ้ งใหก้ รมการอำ� เภอเรยี กราษฎรช่วยกันทาอย่างวา่ มาแลว้ มาตรา ๑๑๙ กรมการอำ� เภอตอ้ งตรวจตรารกั ษาปา่ ไม้ ซงึ่ รฐั บาลหวงหา้ มตามขอ้ บงั คบั การปา่ ไม้ มาตรา ๑๒๐ ทว่ี า่ งซง่ึ รฐั บาลอนญุ าตใหร้ าษฎรทำ� การเพาะปลกู นนั้ เปน็ หนา้ ทข่ี องกรมการ อำ� เภอทจี่ ะตอ้ งตรวจตราจดั การปอ้ งกนั การแยง่ ในระหวา่ งราษฎรทไ่ี ปตงั้ ทำ� การเพาะปลกู กอ่ นไดโ้ ฉนด มาตรา ๑๒๑ ทน่ี ำ�้ อนั เปน็ ทรี่ กั ษาพนั ธส์ุ ตั วน์ ำ้� เปน็ หนา้ ทขี่ องกรมการอำ� เภอทจี่ ะตรวจตรา รกั ษาป้องกนั มใิ หพ้ ชื พนั ธ์ุสตั วน์ �้ำสญู ไป มาตรา ๑๒๒ นายอ�ำเภอมีหน้าท่ีร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในการดูแลรักษา และคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินท่ีประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน และสง่ิ ซึง่ เปน็ สาธารณประโยชนอ์ น่ื อนั อยใู่ นเขตอ�ำเภอ นายอ�ำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีอ�ำนาจใช้หรือยินยอมให้บุคคลอ่ืนใช้ท่ีดิน ตามวรรคหน่ึงเว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัดและปฏิบัติตามประมวลกฎหมาย ทด่ี ินและกฎหมายอนื่ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง ในกรณีที่มีข้อพิพาทหรือคดีเก่ียวกับที่ดินตามวรรคหนึ่ง นายอ�ำเภอและองค์กรปกครอง ส่วนท้องถ่ินจะร่วมกันด�ำเนินการหรือฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงจะเป็นผู้ด�ำเนินการ ก็ให้มีอ�ำนาจกระท�ำได ้ ทง้ั นี ้ กระทรวงมหาดไทยจะวางระเบียบก�ำหนดหลกั เกณฑเ์ ป็นแนวปฏบิ ตั ดิ ว้ ยกไ็ ด้ ค่าใช้จ่ายในการด�ำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสามให้จ่ายจากงบประมาณของ องคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ ตามระเบียบทีก่ ระทรวงมหาดไทยกำ� หนด มาตรา ๑๒๓ ท่วี ดั หรอื กศุ ลสถานอยา่ งอืน่ ซึง่ เปน็ ของกลางสำ� หรบั มหาชนก็ให้อยู่ในหนา้ ท่ี กรมการอ�ำเภอ จะตอ้ งคอยตรวจตราอดุ หนุนผ้ปู กปกั รกั ษา อย่าใหผ้ ู้ใดรุกล�ำ้ เบยี ดเบยี นที่อันนน้ั มาตรการของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ในการพิสูจน์สิทธิการ ครอบครองที่ดนิ ของบุคคลในเขตท่ีดินของรัฐ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ มีแนวทางด�ำเนินการท่ีถูกต้องเป็นธรรม เปน็ มาตรฐานในทางปฏบิ ตั อิ ยา่ งเดยี วกนั อาศยั อำ� นาจตามความในขอ้ ๘ (๒) ของระเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรี ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๕ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุก ทดี่ นิ ของรฐั (กบร.) จงึ ไดว้ างมาตรการเรอ่ื งการพสิ จู นส์ ทิ ธกิ ารครอบครองทด่ี นิ ของบคุ คลในเขตทด่ี นิ ของรฐั ไว้ดังต่อไปน้ี

71 ๑. การพิสูจน์สิทธิครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ ต้องมีพยานหลักฐาน ท่ีเกี่ยวกับท่ีดินแปลงนั้น ซ่ึงแสดงว่าได้ครอบครองท�ำประโยชน์อย่างต่อเน่ืองมาก่อนการเป็นที่ดิน ของรัฐ ดงั นี้ ๑.๑ เอกสารที่ทางราชการท�ำขึ้น และพิสูจน์ได้ว่าเป็นเอกสารซึ่งลงวันที่ก่อนการ เปน็ ที่ดนิ ของรัฐ หรือ ๑.๒ เอกสารที่ทางราชการท�ำขึ้นและพิสูจน์ได้ว่าเป็นเอกสารซ่ึงลงวันที่ภายหลัง การเปน็ ทด่ี นิ ของรฐั แตก่ อ่ นวนั ทป่ี ระมวลกฎหมายทด่ี นิ บงั คบั ใช้ (วนั ท่ี ๑ ธนั วาคม ๒๔๙๗) โดยเอกสาร ดงั กลา่ วมีข้อความแสดงว่าได้ครอบครองท�ำประโยชน์ในที่ดินแปลงนน้ั มาก่อนการเปน็ ท่ีดนิ ของรฐั ๑.๓ พยานหลักฐานอ่ืนนอกจากข้อ ๑.๑ หรือ ๑.๒ เช่น ส.ค.๑ หรือพยานบุคคล เป็นต้น เพื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานนั้นมีส่วนสนับสนุนค�ำกล่าวอ้างว่ามีการครอบครอง ท�ำประโยชน์มาก่อนการเป็นที่ดินของรัฐ ให้ด�ำเนินการอ่านภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนท่ีทหาร ท่ีถ่ายภาพพ้ืนท่ีน้ันไว้เป็นครั้งแรกหลังจากการเป็นที่ดินของรัฐ หากปรากฏร่องรอยการท�ำประโยชน ์ ในท่ดี นิ อยู่ในภาพถา่ ยทางอากาศ จงึ จะเชอ่ื ตามพยานหลกั ฐานอ่นื น้ัน ๒. เม่ือได้พิสูจน์สิทธิการครอบครองท่ีดินตามข้อ ๑ แล้ว ปรากฏว่ามีการครอบครอง ท�ำประโยชน์ในที่ดินภายหลังการเป็นที่ดินของรัฐ ให้ กบร. จังหวัด แจ้งผลการพิสูจน์สิทธิดังกล่าว ใหบ้ คุ คลท่ีครอบครองทีด่ ินทราบภายในกำ� หนด ๓๐ วนั ท�ำการ และแจ้งใหห้ น่วยงานของรฐั ท่มี ีอำ� นาจ หนา้ ทดี่ แู ลรกั ษาทดี่ ินของรัฐดำ� เนนิ การ ดังนี้ ๒.๑ กรณีที่ผู้ครอบครองที่ดินมีหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน ให้แจ้งเจ้าพนักงานที่ดิน ด�ำเนินการตามมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน ๒.๒ กรณที ผ่ี คู้ รอบครองทดี่ นิ ไดย้ นื่ คำ� ขอออกหนงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทดี่ นิ ใหย้ น่ื คดั คา้ น การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อให้ด�ำเนินการสอบสวนเปรียบเทียบ ตามมาตรา ๖๐ แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ ๒.๓ กรณีท่ีผู้ครอบครองที่ดินไม่มีหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน และไม่ได้ย่ืนค�ำขอออก หนงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทด่ี ิน ใหด้ ำ� เนนิ การตามกฎหมายและระเบียบตอ่ ไป ๓. เมื่อได้พิสูจน์สิทธิการครอบครองท่ีดินตามข้อ ๑ แล้ว ปรากฏว่ามีการครอบครอง ท�ำประโยชน์ในที่ดินมาก่อนการเป็นท่ีดินของรัฐ ให้ กบร.จังหวัด แจ้งผลการพิสูจน์สิทธิดังกล่าวให ้ บุคคลที่ครอบครองท่ีดินทราบภายในก�ำหนด ๓๐ วันท�ำการ และแจ้งให้หน่วยงานของรัฐท่ีมีอ�ำนาจ หน้าทด่ี ูแลรกั ษาท่ีดินของรฐั ด�ำเนินการ ดังนี้ ๓.๑ กรณที ห่ี นว่ ยงานของรฐั ดงั กลา่ วเหน็ ดว้ ยกบั มตขิ อง กบร. จงั หวดั ใหแ้ จง้ เจา้ พนกั งาน ทดี่ นิ จังหวัดด�ำเนนิ การตามกฎหมายและระเบียบต่อไป ๓.๒ กรณที ห่ี น่วยงานของรัฐดงั กล่าวไม่เห็นด้วยกับมติของ กบร. จังหวดั ใหพ้ จิ ารณา ดำ� เนนิ การตามอำ� นาจหนา้ ทตี่ ่อไป

72 การใชท้ ด่ี นิ ของรัฐหรอื ที่ดินอันเปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ ใครบ้างมีสิทธิใช้ท่ีดินของรัฐ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ใครเป็นผู้อนุมัติหรืออนุญาต และจะใช้ได้ในลักษณะใดบ้าง เรื่องการใช้ท่ีดินของรัฐได้มีกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ ค�ำสั่ง และหนงั สือสง่ั การเกยี่ วข้องมากมายหลายฉบบั ด้วยกัน ดังนี้ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ พ.ศ. ๒๔๙๗ ผู้จะขอใช้ท่ีดินของรัฐตามประมวลกฎหมายท่ีดินจะต้องมีฐานะเป็นทบวงการเมือง โดยมาตรา ๑ ให้คำ� นยิ ามไว้ดงั น้ี “ทบวงการเมือง หมายความว่า หน่วยราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลของราชการ สว่ นกลาง ราชการสว่ นภมู ภิ าค หรอื ราชการสว่ นทอ้ งถน่ิ ” การใชท้ ดี่ นิ ของรฐั ประเภทตา่ ง ๆ ตอ้ งดำ� เนนิ การ ถอนสภาพการเป็นท่ีดินของรัฐก่อน โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และด�ำเนินการข้ึนทะเบียน การใช้ ส�ำหรับเอกชนขอใช้โดยการน�ำท่ีดินมาแลกเปล่ียน ต้องด�ำเนินการตราเป็นพระราชบัญญัติ นอกจากนอ้ี าจจะขอเชา่ จากทบวงการเมอื งกไ็ ด้ ดงั ทม่ี บี ญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา ๘ วรรคสอง และมาตรา ๘ ทวิ ดังนี้ มาตรา ๘ วรรคสอง ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน หรือใช้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ หรือเป็นท่ีดินท่ีได้หวงห้ามหรือสงวนไว้ตามความต้องการ ของทบวงการเมอื งอาจถกู ถอนสภาพหรอื โอนไปเพือ่ ใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งอืน่ หรอื น�ำไปจดั เพอ่ื ประชาชน ไดใ้ นกรณดี ังตอ่ ไปนี้ (๑) ท่ีดนิ ส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ถ้าทบวงการเมอื ง รัฐวิสาหกิจหรือเอกชนจดั หาที่ดนิ มาใหพ้ ลเมอื งใชร้ ว่ มกนั แทนแลว้ การถอนสภาพหรอื โอนใหก้ ระทำ� โดยพระราชบญั ญตั ิ แตถ่ า้ พลเมอื งได ้ เลกิ ใช้ประโยชน์ในท่ดี นิ นั้น หรือทีด่ นิ นัน้ ได้เปลยี่ นสภาพไปจากการเปน็ ท่ดี นิ สำ� หรับพลเมอื งใชร้ ว่ มกนั และมิได้ตกไปเป็นกรรมสิทธ์ิของผู้ใดตามอ�ำนาจกฎหมายอ่ืนแล้ว การถอนสภาพให้กระท�ำโดย พระราชกฤษฎีกา (๒) ท่ีดินท่ีใช้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ หรือที่ดินที่ได้หวงห้ามหรือสงวนไว้ ตามความต้องการของทบวงการเมืองใด ถ้าทบวงการเมืองน้ันเลิกใช้หรือไม่ต้องการหวงห้าม หรอื สงวนตอ่ ไป เมอ่ื ไดม้ พี ระราชกฤษฎกี าถอนสภาพแลว้ คณะรฐั มนตรจี ะมอบหมายใหท้ บวงการเมอื ง ซึ่งมีหน้าที่ เป็นผู้ใชห้ รือจัดหาประโยชน์กไ็ ด้ แต่ถา้ จะโอนตอ่ ไปยังเอกชน ให้กระท�ำโดยพระราชบญั ญตั ิ และถา้ จะนำ� ไปจดั เพอื่ ประชาชน ตามประมวลกฎหมายนหี้ รอื กฎหมายอน่ื ใหก้ ระทำ� โดยพระราชกฤษฎกี า

73 มาตรา ๘ ทวิ ท่ดี นิ ของรัฐซ่งึ มไิ ด้มบี คุ คลใดมีสิทธิครอบครอง หรือที่ดินส�ำหรับพลเมือง ใชร้ ว่ มกนั ซง่ึ ไดถ้ อนสภาพตามมาตรา ๘ (๑) แลว้ รฐั มนตรมี อี ำ� นาจทจ่ี ะขนึ้ ทะเบยี นเพอ่ื ใหท้ บวงการเมอื ง ใช้ประโยชนใ์ นราชการไดต้ ามหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารทีก่ ำ� หนดในกฎกระทรวง ก่อนท่ีจะจดั ข้ึนทะเบียนตามวรรคหนึง่ ใหม้ ีการรงั วดั ท�ำแผนที่ และใหผ้ ู้วา่ ราชการจังหวัด ท้องที่ประกาศจัดข้ึนทะเบียนให้ราษฎรทราบมีก�ำหนดสามสิบวัน ประกาศให้ปิดในที่เปิดเผย ณ สำ� นกั งานที่ดนิ ท่ีว่าการอ�ำเภอหรือที่วา่ การกง่ิ อำ� เภอ ทท่ี ำ� การก�ำนนั และในบรเิ วณที่ดนิ นั้น การจัดข้ึนทะเบียนตามวรรคหน่ึง ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้มีแผน ทีแ่ นบท้ายประกาศด้วย นอกจากนี้การใช้ท่ดี นิ ของรฐั ยงั ตอ้ งด�ำเนนิ การตามมาตรา ๙ และมาตรา ๙ ทวิ มิฉะนนั้ จะถอื ว่าเป็นการบกุ รุกเขา้ ไปในทด่ี นิ ของรฐั ซ่ึงมคี วามผดิ ตามท่กี ฎหมายบัญญัตไิ ว้ มาตรา ๙ ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการเหมืองแร่และการป่าไม้ ที่ดินของรัฐนั้น ถา้ มิได้มีสิทธิครอบครอง หรือมไิ ดร้ บั อนญุ าตจากพนักงานเจ้าหนา้ ท่แี ลว้ หา้ มมใิ หบ้ คุ คลใด (๑) เข้าไปยดึ ถือ ครอบครอง รวมตลอดถงึ การกอ่ สรา้ งหรอื เผาป่า ๒) ทาดว้ ยประการใด ใหเ้ ปน็ การทาลาย หรอื ทำ� ใหเ้ สอ่ื มสภาพทด่ี นิ ทหี่ นิ ทกี่ รวดหรอื ทที่ ราย ในบริเวณที่รฐั มนตรีประกาศหวงห้ามในราชกิจจานเุ บกษา หรือ (๓) ท�ำสง่ิ หน่ึงสงิ่ ใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในทดี่ ิน มาตรา ๙ ทวิ ผู้รับอนุญาตตามมาตรา ๙ ต้องเสียค่าตอบแทนเป็นรายปีให้แก่องค์การ บรหิ ารส่วนจงั หวดั ตามวิธกี ารและอตั ราท่ีก�ำหนดไวใ้ นขอ้ บญั ญัตจิ ังหวัด แต่ต้องไมเ่ กนิ อัตราตามบัญชี ทา้ ยประมวลกฎหมายนี้ ค�ำสั่งกระทรวงมหาดไทย ท่ี ๑๐๙/๒๕๓๘ เรื่องแต่งต้ังพนักงานเจ้าหน้าท่ีตามความ ในมาตรา ๙ แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี ิน โดยอาศยั อ�ำนาจตามความในมาตรา ๑๕ แหง่ พระราชบญั ญตั ิ ใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายทด่ี นิ พ.ศ. ๒๔๙๗ และมาตรา ๙ แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวง มหาดไทยแตง่ ตง้ั ใหผ้ ดู้ ำ� รงตำ� แหนง่ ดงั ตอ่ ไปนี้ เปน็ พนกั งานเจา้ หนา้ ทต่ี ามความในมาตรา ๙ แหง่ ประมวล กฎหมายท่ดี นิ คอื ๑. อธิบดีกรมท่ีดิน เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ส�ำหรับการอนุญาตระเบิดและย่อยหิน การขุดตักดินลูกรังหรือหินผุ ในบริเวณที่เขาหรือภูเขา และปริมณฑลรอบท่ีเขาหรือภูเขา ๔๐ เมตร ทีร่ ฐั มนตรยี ังมิได้ประกาศกำ� หนดพ้นื ที่นั้นให้เป็นแหลง่ หินปูนหรือดนิ ลูกรัง หรือหินผุเพอ่ื การกอ่ สร้าง ๒. ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นพนักงานเจ้าหน้าท่ีในเขตท้องท่ีจังหวัดส�ำหรับการอนุญาต ดงั น้ี

74 (๑) การระเบิดและย่อยหิน การขุดตักดินลูกรังหรือหินผุ ในบริเวณที่รัฐมนตรีได้ประกาศ ก�ำหนดพื้นที่น้ัน เป็นแหล่งหินปูนหรือดินลูกรัง หรือหินผุ เพื่อการก่อสร้าง และในพื้นท่ีนอกเขตเขา หรือภูเขาและปริมณฑลรอบที่เขา หรือภูเขา ๔๐ เมตร ๒) การขดุ หรอื ดดู ทราย การเก็บหินลอย การทำ� ส่งิ หนง่ึ สิง่ ใดอนั เปน็ อนั ตรายแกท่ รพั ยากร (๓) การเขา้ ไปยดึ ถอื ครอบครอง รวมตลอดถงึ การก่อสรา้ งหรือเผาปา่ (๔) การตอ่ อายใุ บอนุญาต กรณที อ่ี ธบิ ดกี รมทีด่ นิ หรือผวู้ ่าราชการจังหวดั ไดอ้ นุญาตไว้ มาตรา ๙ ทวิ ผรู้ บั อนญุ าตตามมาตรา ๙ ตอ้ งเสยี คา่ ตอบแทนเปน็ รายปใี หแ้ กอ่ งคก์ ารบรหิ าร ส่วนจังหวัด ตามวิธีการและอัตราที่ก�ำหนดไว้ในข้อบัญญัติจังหวัด แต่ต้องไม่เกินอัตราตามบัญช ี ทา้ ยประมวลกฎหมายนี้ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันท่ีดิน อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดนิ สำ� หรับพลเมืองใชร้ ่วมกัน พ.ศ. ๒๕๕๓ ขอ้ ๕ ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันที่อยู่ในบังคับ ของระเบียบนี้ หมายถึง ที่ดินส�ำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน ไม่ว่าเป็นโดยธรรมชาติ โดยการใช้ร่วมกัน ของประชาชน โดยทางนิติกรรม หรือโดยผลของกฎหมาย เช่น ท่ีชายตลิ่ง ท่ีป่าช้า ทางบก ทางน�้ำ สวนสาธารณะ ทเ่ี ลี้ยงสัตว์ และทส่ี าธารณะประจำ� ตำ� บลหรือหมู่บ้าน ข้อ ๖ อ�ำนาจหน้าที่ในการดูแลรักษา และคุ้มครองป้องกันที่ดินตามข้อ ๕ ให้เป็นอ�ำนาจ หนา้ ที่ของนายอ�ำเภอร่วมกับองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น ตามกฎหมายลกั ษณะปกครองทอ้ งท่ี ในกรณีท่ีมีข้อพิพาทหรือคดีเก่ียวกับที่ดินตามวรรคหนึ่ง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้ด�ำเนินการระงับข้อพิพาทหรือร้องทุกข์กล่าวโทษภายในสามสิบวัน นับแต่รู้เหตุแห่งข้อพิพาท หรอื คดนี น้ั เว้นแต่คดจี ะขาดอายคุ วาม ให้รอ้ งทกุ ขก์ ลา่ วโทษโดยทนั ที หากมิได้มีการด�ำเนินการตามวรรคสอง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเหตุผล และความจ�ำเป็นให้นายอ�ำเภอทราบ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันท่ีครบก�ำหนดและให้นายอ�ำเภอ เป็นผู้ด�ำเนินการ หรือนายอ�ำเภอร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือนายอ�ำเภอด�ำเนินการต่อไป จนกว่าจะถงึ ทส่ี ดุ ข้อ ๑๐ ท่ีดินตามข้อ ๕ เว้นแต่ที่ชายตลิ่ง ทางบก ทางน้�ำ ล�ำกระโดง ล�ำรางสาธารณะ หรือทางระบายน้�ำ รวมทั้งที่เรียกช่ืออย่างอ่ืนในท�ำนองเดียวกันให้นายอ�ำเภอร่วมกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถ่ินด�ำเนินการจัดท�ำทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์ตามแบบท่ีกระทรวงมหาดไทยก�ำหนด จ�ำนวน ๔ ชุด โดยให้เก็บรักษาไว้ที่อ�ำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส�ำนักงานที่ดินจังหวัด และกรมที่ดิน แห่งละ ๑ ชดุ ถ้าที่ดินแปลงใดยังไม่มีหนังสือส�ำคัญส�ำหรับที่หลวง ให้ผู้มีอ�ำนาจหน้าท่ีดูแลรักษา และคุม้ ครองป้องกนั ตามกฎหมาย เปน็ ผ้ดู �ำเนนิ การขอออกหนงั สือส�ำคญั สำ� หรบั ท่หี ลวง

75 ทสี่ าธารณสมบัติของแผน่ ดินสำ� หรับพลเมอื งใช้ร่วมกัน ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน หรือ “ท่ีสาธารณประโยชน์” เช่น เดิมประชาชนสว่ นใหญ่ใช้วัว ควาย ท�ำการเกษตร จงึ ได้มกี ารกนั พนื้ ทีไ่ ว้ส�ำหรับให้ประชาชนนำ� ววั ควายไปเล้ียง หรือเดิมไม่มีเมรุ ก็จะกันพ้ืนที่ไว้เป็นที่ป่าช้า ส�ำหรับเผาหรือ ฝังศพ หรือล�ำคลอง บึง ลำ� ราง ทางสาธารณะทเ่ี กดิ ข้ึนตามธรรมชาติ ท่ีดนิ อนั เป็นสาธารณสมบตั ิของแผ่นดนิ สำ� หรับพลเมอื งใช้รว่ มกันน้นั เกิดขึน้ หรือไดม้ าจาก ๔ กรณี ได้แก่ ๑. การได้มาซึ่งเกิดจากสภาพธรรมชาติ หมายความว่า โดยสภาพของตัวทรัพย์มีไว้ส�ำหรับ ให้พลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น ท่ีชายตลิ่ง ทางน้�ำ ทางหลวง ทะเลสาบ ตามที่ระบุไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒) ก็ล้วนแต่เป็นท่ีดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ทเี่ กดิ ขึ้นตามสภาพธรรมชาติของทรัพย์ทงั้ สนิ้ ๒. การไดม้ าซง่ึ เกดิ ขน้ึ จากการใชร้ ว่ มกนั ของราษฎร ลกั ษณะสำ� คญั ของการเปน็ ทดี่ นิ สาธารณ สมบตั ิของแผ่นดนิ ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกนั ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒) จะตอ้ งมไี ว้หรอื สงวนไวเ้ พือ่ ใช้ประโยชนร์ ่วมกนั หากไม่มีการสงวนหวงหา้ มที่ดนิ ไว้ เป็นท่ดี ินสำ� หรบั ประชาชนใช้ร่วมกนั หรือการสงวนหวงห้ามเปน็ ไปโดยไมช่ อบดว้ ยกฎหมาย จะไม่มีผล ท�ำให้ท่ีดินท่ีหวงห้ามกลางเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน แต่อย่างไรก็ด ี แม้การหวงห้ามจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่หากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า มีประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์ ในทดี่ นิ ทพี่ พิ าทนน้ั รว่ มกนั กลา่ วคอื เปน็ การใชเ้ พอ่ื สาธารณประโยชน์ ทดี่ นิ นนั้ กอ็ าจเปน็ ทส่ี าธารณประโยชน์ สำ� หรบั ประชาชนใชร้ ว่ มกนั ซงึ่ เกดิ จากการใชข้ องราษฎรหรอื ประชาชนได้ ซง่ึ กรณที ำ� นองนมี้ คี ำ� พพิ ากษา ศาลฎกี าอยู่หลายกรณี เชน่ กรณีทหี่ น่ึง คำ� พพิ ากษาฎีกา ท่ี ๑๐๐/๒๕๑๕ วินิจฉัยวา่ “ท่ีดินซง่ึ ประชาชนในหมู่บา้ น ใชร้ ว่ มกนั สำ� หรบั เลย้ี งสตั วพ์ าหนะ โค กระบอื และเปน็ ทปี่ า่ ชา้ มานาน ๘๐ ปเี ศษแลว้ เปน็ ทส่ี าธารณสมบตั ิ ของแผ่นดินประเภททรัพย์สินส�ำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ที่เกิดข้ึนและเป็นอยู่ตามสภาพของท่ีดิน และการใช้ร่วมกันของประชาชน โดยไม่ต้องมีประกาศพระราชกฤษฎีกาสงวนไว้หรือข้ึนทะเบียนหรือ มเี อกสารของทางราชการก�ำหนดไว้ใหท้ ี่สาธารณสมบตั ิของแผน่ ดนิ กรณีที่สอง ค�ำพิพากษาฎีกา ท่ี ๔๘๘/๒๕๕๑ วินิจฉัยว่า “ล�ำคลองอันเป็นทางน้�ำที่ ประชาชนใชส้ ญั จรไปมารว่ มกนั เปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ มาตรา ๑๓๐๔ แมล้ �ำคลองน้นั ได้ตื้นเขินโดยธรรมชาติ ไม่มสี ภาพเป็นลำ� คลอง มาประมาณ ๓๐ ปเี ศษ และไม่มีราษฎรได้ใช้ประโยชน์ก็ตาม แต่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพล�ำคลองนั้น จากการเป็น สาธารณสมบตั ิของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายทด่ี ิน มาตรา ๘ วรรคสอง และทางราชการยงั ถือเป็น ทีห่ ลวงหวงหา้ มนนั้ จงึ ยังคงเปน็ สาธารณสมบัติของแผ่นดิน”

76 ๓. การได้มาโดยทางนิตกิ รรม เช่น โดยการซื้อขายแลกเปลีย่ น หรือมผี ูย้ กให้ ๔. การได้มาซ่ึงท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โดยผลของกฎหมายเป็นการ ไดม้ าโดยการสงวนหรอื หวงหา้ ม โดยรฐั จะกนั หรอื กำ� หนดเขตทด่ี นิ รกรา้ งวา่ งเปลา่ ไวเ้ พอ่ื ใชป้ ระโยชนต์ า่ งๆ ของทางราชการ หรอื เพอ่ื ใหป้ ระชาชนใชป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั เชน่ สงวนหวงหา้ มไวเ้ ปน็ ทท่ี หารเปน็ ทงุ่ หญา้ ส�ำหรับเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น ผมู้ อี ำ� นาจหนา้ ทใ่ี นการดแู ลรกั ษาและคมุ้ ครองปอ้ งกนั ทด่ี นิ อนั เปน็ สาธารณสมบตั ิ ของแผ่นดนิ ประมวลกฎหมายทดี่ นิ มาตรา ๘ บญั ญตั วิ า่ “ประเภททด่ี นิ ทง้ั หลายอนั เปน็ สาธารณสมบตั ิ ของแผน่ ดนิ หรอื เปน็ ทรพั ยส์ นิ ของแผน่ ดนิ นนั้ ถา้ ไมม่ กี ฎหมายกำ� หนดไวเ้ ปน็ อยา่ งอน่ื ใหอ้ ธบิ ดมี อี ำ� นาจ หนา้ ทีด่ ูแลรักษา และด�ำเนินการคุ้มครองป้องกันไดต้ ามควรแก่กรณี อ�ำนาจหน้าทด่ี ังกลา่ วน้ี รัฐมนตรี จะมอบหมายให้ทบวงการเมืองอื่นเปน็ ผูใ้ ช้กไ็ ด้ โดยผลของบทบัญญัติดังกล่าว ท่ีดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ในอ�ำนาจของอธิบดี กรมท่ีดินท่ีจะเป็นผู้ดูแลรักษา เว้นแต่จะมีกฎหมายพิเศษก�ำหนดอ�ำนาจหน้าที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ตามกฎหมายนั้น การดูแลรักษาก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายพิเศษนั้น ไม่อยู่ในอ�ำนาจหน้าที่ของอธิบดี กรมทด่ี นิ อกี ตอ่ ไป เช่น ๑. ทป่ี า่ ไม้ เปน็ ไปตามพระราชบญั ญตั ปิ า่ สงวนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มกี รมปา่ ไมเ้ ปน็ ผมู้ อี ำ� นาจ หน้าทีด่ แู ลรักษา ๒. ที่อุทยานแห่งชาติ เป็นไปตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ มีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นผู้มีอ�ำนาจหน้าที่ดูแลรักษา ๓. ทแี่ มน่ ำ�้ เปน็ ไปตามพระราชบญั ญตั กิ ารเดนิ เรอื ในนา่ นนำ�้ ไทย พ.ศ. ๒๕๔๖ มกี รมขนสง่ ทางน�้ำและพาณิชย์นาวี เปน็ ผมู้ อี ำ� นาจหน้าท่ีดแู ลรกั ษา ๔. ที่ทางหลวง เป็นไปตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ มีกรมทางหลวง เป็นผู้มอี ำ� นาจหนา้ ทดี่ ูแลรกั ษา ๕. ทรี่ าชพสั ดุ เปน็ ไปตามพระราชบญั ญตั ทิ รี่ าชพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ มกี รมธนารกั ษเ์ ปน็ ผมู้ อี ำ� นาจ หนา้ ท่ดี ูแลรักษา ๖. ที่ ส.ป.ก. เปน็ ไปตามพระราชบญั ญตั ปิ ฏริ ปู ทด่ี นิ เพอ่ื เกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ มสี ำ� นกั งาน การปฏริ ูปทดี่ ินเพอ่ื เกษตรกรรม เป็นผู้มีอำ� นาจหน้าทดี่ แู ลรกั ษา ๗. ท่ีนคิ มสร้างตนเอง เป็นไปตามพระราชบญั ญตั ิจดั ท่ีดินเพ่อื การครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ มีกรมพฒั นาสงั คมและสวสั ดกิ าร เปน็ ผู้มอี ำ� นาจหน้าท่ดี แู ลรักษา ๘. ทสี่ าธารณประโยชน์ เปน็ ไปตามพระราชบญั ญตั ลิ กั ษณะปกครองทอ้ งทพี่ ระพทุ ธศกั ราช ๒๔๕๗ ซึง่ แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญัติลักษณะปกครองทอ้ งที่ (ฉบบั ที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑

77 ๙ . ท่ีดินรกร้างว่างเปล่า เป็นไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยมีกระทรวงมหาดไทย และองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ เป็นผมู้ อี �ำนาจหนา้ ทด่ี ูแลรักษา นอกจากนี้ ยังมีที่ดินอีกหลายประเภทซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวง ทบวง กรม และรัฐวิสาหกิจบางแห่ง เช่น ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย เปน็ ผมู้ อี ำ� นาจหนา้ ทด่ี แู ลรกั ษา ทด่ี นิ คลองคนู ำ�้ ตา่ ง ๆ เขอื่ น กรมชลประทาน เปน็ ผมู้ อี ำ� นาจหนา้ ทดี่ แู ลรกั ษา การดำ� เนนิ การดแู ลรกั ษาและคมุ้ ครองปอ้ งกนั ทส่ี าธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ ประเภท พลเมอื งใชร้ ่วมกัน หน่วยงานนี้มีหน้าท่ีดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันท่ีสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภท พลเมืองใช้ร่วมกัน ๑. กระทรวงมหาดไทย ควบคุม ก�ำกับ ดแู ลให้หน่วยงานทมี่ ีหนา้ ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบเก่ยี วกับ ที่สาธารณประโยชนใ์ ห้เปน็ ไปตามระเบียบ กฎหมายและนโยบายของรฐั บาลโดยเครง่ ครัด ๒. กรมการปกครอง ควบคุม ก�ำกับ ดูแลให้หน่วยงานในสังกัดด�ำเนินการเก่ียวกับ ที่สาธารณประโยชน์ประจ�ำต�ำบลและหมู่บ้าน ให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และนโยบายของ กระทรวงมหาดไทยโดยเครง่ ครดั และพจิ ารณาเรอื่ งรอ้ งเรยี นเกย่ี วกบั ทส่ี าธารณประโยชนด์ งั กลา่ วทงั้ หมด ๓. กรมท่ีดิน มีหน้าท่ีบริหารจัดการที่ดินของรัฐ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิด ประโยชนส์ งู สดุ จดั ทำ� เปลย่ี นแปลงและรกั ษาทะเบยี นทดี่ นิ สาธารณประโยชน,์ รงั วดั ออกหนงั สอื สำ� คญั ส�ำหรับที่หลวง และด�ำเนินการในเร่ืองการขอใช้ ขอถอนสภาพ ขอขึ้นทะเบียน การจัดหาประโยชน์ การขอสัมปทาน และการสงวนหรือหวงห้ามท่ีดินของรัฐ ซึ่งมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง เพือ่ ใหป้ ระชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ๔. จงั หวดั ควบคมุ กำ� กบั ดแู ล ใหห้ นว่ ยงานในสงั กดั ดำ� เนนิ การเกยี่ วกบั ทส่ี าธารณประโยชน์ และท่สี าธารณประโยชน์ประจำ� ต�ำบล และหมูบ่ ้านใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บ กฎหมาย และนโยบายของ กระทรวงมหาดไทยโดยเคร่งครัด และพิจารณาเร่ืองร้องเรียนเกี่ยวกับที่สาธารณประโยชน์ที่เกิดขึ้น ในท้องทจ่ี ังหวัด ๕. นายอ�ำเภอ ๕.๑ ดแู ลคมุ้ ครองป้องกนั ทส่ี าธารณประโยชน์ ตามมาตรา ๑๒๒ แหง่ พระราชบญั ญตั ิ ลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติม ตามพระราชบัญญัติลักษณะ ปกครองท้องที่ (ฉบับท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ และระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดูแลรักษา และคมุ้ ครองปอ้ งกนั ท่ีดนิ อนั เปน็ สาธารณสมบัตขิ องแผน่ ดนิ ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกนั พ.ศ. ๒๕๕๓

78 ๕.๒ จัดท�ำเปลี่ยนแปลง และรกั ษาท่ีดนิ สาธารณประโยชน์ ๕.๓ ดำ� เนนิ การทม่ี กี ารรอ้ งเรยี นเกย่ี วกบั ทสี่ าธารณประโยชนแ์ ละการบกุ รกุ ทส่ี าธารณประโยชน์ ๕.๔ ระวังช้แี นวเขตและรบั รองแนวเขตท่สี าธารณประโยชน์ ๕.๕ เป็นผู้ย่ืนค�ำขอออกหนังสือส�ำคัญส�ำหรับที่หลวง (นสล.) ตามท่ีได้รับมอบหมาย จากกระทรวงมหาดไทย ๕.๖ ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ด�ำเนินคดีกับผู้บุกรุกท่ีสาธารณประโยชน์ตามประมวล กฎหมายทดี่ นิ และตามพระราชบญั ญตั ลิ กั ษณะปกครองทอ้ งที่ พระพทุ ธศกั ราช ๒๔๕๗ ซงึ่ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญัตลิ กั ษณะปกครองทอ้ งที่ (ฉบบั ที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ ทร่ี าชพสั ดุ การใช้ทด่ี นิ ทร่ี าชพสั ดุ หรอื สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดินประเภทใชเ้ พื่อประโยชนข์ องแผ่นดนิ โดยเฉพาะ ผขู้ อใช้จะต้องเปน็ สว่ นราชการเท่าน้ัน เอกชนจะขอใช้ไดเ้ ฉพาะกรณกี ารเช่า หรือการจดั ท�ำ เป็นสัญญาต่างตอบแทนอื่นเท่าน้ัน ดังกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแลบ�ำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕ และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ ๒), (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๙ กำ� หนด ดงั นี้ ข้อ ๒ “ผู้ขอใช้ที่ราชพัสดุ” หมายความวา่ กระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ หน่วยงานของรัฐ หรอื องค์กรอ่นื ของรฐั ท่ีขอใช้ท่รี าชพสั ดุตามกฎกระทรวงนี้ “ผู้ใช้ท่ีราชพัสดุ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรอื่นของรัฐท่ีเป็นผู้ปกครอง ดูแล หรือใช้ประโยชน์ในท่ีราชพัสดุ และใหห้ มายความรวมถงึ รฐั วิสาหกจิ ที่เป็นนิติบุคคลทีม่ ีสทิ ธิใชท้ ีร่ าชพัสดตุ ามกฎหมาย ขอ้ ๑๔ ผู้ขอใช้ท่ีราชพัสดุที่ประสงค์จะขอใช้ท่ีราชพัสดุเพ่ือประโยชน์ในทางราชการ ถ้าท่ีราชพัสดุน้ันต้ังอยู่ในกรุงเทพมหานครให้ท�ำความตกลงกับกรมธนารักษ์ แต่ถ้าที่ราชพัสดุน้ัน ตง้ั อยใู่ นจงั หวดั อน่ื ใหย้ น่ื คำ� ขอใชท้ รี่ าชพสั ดตุ อ่ สำ� นกั งานธนารกั ษพ์ น้ื ท่ี พรอ้ มทง้ั แจง้ เหตผุ ลและความจำ� เปน็ ในการขอใช้ที่ราชพัสดุนั้น โดยต้องได้รับความยินยอมจากผู้ว่าราชการจังหวัด และให้ท�ำความตกลง กบั กรมธนารกั ษ์ โดยจะเขา้ ใช้ประโยชนใ์ นทีร่ าชพสั ดไุ ดต้ อ่ เม่อื ไดร้ บั อนญุ าตจากกรมธนารักษแ์ ล้ว ใหก้ รมธนารกั ษพ์ จิ ารณาอนญุ าตใหผ้ ขู้ อใชท้ ร่ี าชพสั ดใุ ชท้ ร่ี าชพสั ดเุ พอ่ื ประโยชนใ์ นทางราชการ ได้ตามความจ�ำเปน็ โดยผูข้ อใชท้ ่รี าชพัสดตุ อ้ งเขา้ ท�ำประโยชน์ในทร่ี าชพสั ดตุ ามวตั ถุประสงคท์ ี่ขออนุญาต ภายในกำ� หนดสองปนี บั แตว่ นั ทไ่ี ดร้ บั อนญุ าต และกรมธนารกั ษจ์ ะกำ� หนดเงอื่ นไขอน่ื ตามทกี่ รมธนารกั ษ์ เห็นสมควรกไ็ ด้

79 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาอนุญาตให้ผู้ขอใช้ที่ราชพัสดุใช้ท่ีราชพัสดุในกรณ ี ดังต่อไปน้ีได้โดยไม่ต้องทำ� ความตกลงกับกรมธนารกั ษ์กอ่ น แต่เมอ่ื อนุญาตใหใ้ ช้ทรี่ าชพสั ดุดงั กล่าวแลว้ ให้ส�ำนักงานธนารกั ษพ์ ้ืนทแี่ จ้งใหก้ รมธนารักษท์ ราบทันที (๑) การขอใช้ทร่ี าชพัสดุเป็นการชัว่ คราว ในกรณีท่มี ีความจ�ำเปน็ และเรง่ ด่วนเพอ่ื ประโยชน์ ในการปอ้ งกันหรือบรรเทาสาธารณภยั (๒) การขอใช้ที่ราชพัสดุเพ่ือก่อสร้างที่ท�ำการหรือบ้านพักหรือกิจการสาธารณูปโภค ตามหลักเกณฑ์ท่ีกรมธนารกั ษก์ �ำหนด” ข้อ ๒๓ ท่ีราชพัสดุท่ีไม่ได้ใช้ประโยชน์ในทางราชการหรือที่ไม่ได้สงวนไว้เพ่ือใช้ประโยชน์ ในทางราชการ จะนำ� มาจดั หาประโยชน์โดยการจัดให้เชา่ หรือโดยวธิ ีการจดั ท�ำสัญญาตา่ งตอบแทนอ่ืน นอกเหนอื จากการจัดให้เช่ากไ็ ด้ การจัดหาประโยชน์โดยการจัดให้เช่าตามวรรคหนงึ่ ตอ้ งเปน็ การให้เชา่ ในลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) การให้เช่าท่ีดนิ ทผ่ี ูเ้ ช่าใชเ้ ปน็ ที่อย่อู าศยั (๒) การให้เช่าทีด่ นิ ทผ่ี ูเ้ ชา่ ใช้ประกอบเกษตรกรรม (๓) การให้เช่าท่ีดินเพื่อปลูกสร้างอาคารโดยยกกรรมสิทธิ์อาคารท่ีปลูกสร้างให้แก ่ กระทรวงการคลงั (๔) การใหเ้ ชา่ ที่ดนิ เพือ่ ประโยชน์อยา่ งอ่ืน (๕) การใหเ้ ช่าอาคารซึง่ เปน็ ทรี่ าชพสั ดุ ขอ้ ๒๕ ท่ีราชพัสดุที่กระทรวง ทบวง กรม หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินสงวนไว ้ แต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ในทางราชการ จะน�ำมาจัดหาประโยชน์โดยการจัดให้เช่าหรือโดยวิธีการ จัดท�ำสัญญาต่างตอบแทนอื่นนอกเหนือจากการจัดให้เช่าก็ได้ แต่จะต้องเป็นการจัดหาประโยชน ์ เปน็ การชว่ั คราว การจดั หาประโยชน์โดยการจดั ใหเ้ ช่าตามวรรคหนง่ึ ตอ้ งเป็นการให้เช่าตามข้อ ๒๓ (๑) (๒) (๔) หรือ (๕) และจะด�ำเนินการได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากกระทรวง ทบวง กรม หรือองค์กร ปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นดงั กลา่ ว การจัดหาประโยชน์ในท่ีราชพัสดุที่ถูกบุกรุก อาจด�ำเนินการจัดให้เช่าในระยะยาว ตามขอ้ ๒๓ (๑) (๒) (๔) หรือ (๕) ได้ ตามระเบยี บทก่ี ระทรวงการคลงั ก�ำหนดโดยไม่ต้องได้รบั ความยินยอม จากกระทรวง ทบวง กรม หรอื องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ตามวรรคหนึ่งก่อน การจัดหาประโยชน์โดยวิธีจัดท�ำสัญญาต่างตอบแทนอื่นนอกเหนือจากการจัดให้เช่า ตามวรรคหนงึ่ จะดำ� เนนิ การไดต้ อ่ เมอ่ื ไดร้ บั ความยนิ ยอมจากกระทรวง ทบวง กรม หรอื องคก์ รปกครอง สว่ นทอ้ งถน่ิ ดงั กล่าว และได้รับอนญุ าตจากรฐั มนตรวี ่าการกระทรวงการคลัง

80 หนังสือกรมธนารักษ์ ที่ กค ๐๔๐๗/ว ๑๒๑ ลงวันท่ี ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ เรื่อง การขอใช้ท่รี าชพัสดุ ข้อ ๓ ถา้ ทร่ี าชพสั ดทุ ข่ี อใชม้ สี ว่ นราชการครอบครองใชป้ ระโยชนอ์ ยกู่ อ่ น ขอใหส้ ว่ นราชการ ท่ีขอใชท้ ำ� ความตกลงกับสว่ นราชการทค่ี รอบครองอยกู่ ่อน และเมือ่ ไดร้ ับความยนิ ยอม ขอให้สง่ ส�ำเนา หนงั สอื ยนิ ยอมของสว่ นราชการทค่ี รอบครองอย่กู ่อน ไปให้กรมธนารกั ษ์ด้วย นอกจากนี้การใช้ท่ีดินของรัฐ ก็ยังมีการใช้ในลักษณะต่าง ๆ อีกมากมาย เช่น การใช้ที่ดิน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเปล่ียนสภาพท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน สำ� หรบั พลเมอื งใชป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั จากการใชเ้ พอ่ื สาธารณประโยชนอ์ ยา่ งหนง่ึ เปน็ อกี อยา่ งหนงึ่ พ.ศ. ๒๕๔๓ ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยการอนญุ าตให้ดูดทราย พ.ศ. ๒๕๔๖ ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเก่ียวกับการขออนุญาตให้ด�ำเนินการขุดลอกแหล่งน�้ำสาธารณประโยชน ์ ท่ตี ืน้ เขนิ พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นตน้ ฎกี าตดั สนิ เกย่ี วกับปัญหาข้อกฎหมาย ค�ำพิพากษาศาลฎกี าท่ี ๕๓๓๗/๒๕๓๗ การอุทิศที่ดินให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินน้ันหาจ�ำต้องกระท�ำด้วยการอุทิศให้ โดยชัดแจ้งแตเ่ พยี งประการเดียวไม่ อาจอุทิศใหโ้ ดยปริยายกไ็ ด้ ท่ดี นิ ตกเป็นสาธารณสมบตั ขิ องแผ่นดนิ ประเภททรพั ย์สินสำ� หรับพลเมืองใชร้ ว่ มกนั ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยม์ าตรา ๑๓๐๔ (๒) ตั้งแต่กอ่ นธนาคาร อ. และโจทกไ์ ด้รับโอนท่ดี ินตอ่ กนั มาแล้ว ธนาคาร อ. และโจทกจ์ งึ ไม่มกี รรมสทิ ธิใ์ น ท่ีดินส่วนดังกล่าว การท่ีธนาคาร อ. ช�ำระภาษีส�ำหรับที่ดินให้แก่ทางราชการหรือการท่ีธนาคาร อ. หรอื โจทกอ์ นญุ าตใหบ้ คุ คลอน่ื หรอื ทางราชการใชท้ ด่ี นิ ดงั กลา่ ว หาทำ� ใหท้ างสาธารณะและเปน็ สาธารณสมบตั ิ ของแผ่นดินไปแลว้ เปลย่ี นสภาพกลับคนื มาเปน็ ทด่ี ินของธนาคาร อ. หรอื โจทก์ไม่ สรุป ตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ นายอ�ำเภอและก�ำนัน มีหน้าที่ดูแลรักษา ท่ีสาธารณประโยชน์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งในทางปฏิบัติผู้ใหญ่บ้าน เปน็ ผชู้ ว่ ยเหลือนายอ�ำเภอและกำ� นนั ในการดำ� เนนิ การดงั กลา่ วไดด้ งั น้ี ๑. ตรวจสอบทีส่ าธารณประโยชนใ์ นท้องท่ีและจากทะเบียนเดมิ ใหเ้ ป็นปัจจุบัน ๒. ชแี้ จงประชาชนใหเ้ หน็ ความสำ� คญั ของทสี่ าธารณประโยชน์ ในอนาคตบา้ นเมอื งเจรญิ ขน้ึ จ�ำนวนของประชาชนก็เพ่ิมมากข้ึนเป็นล�ำดับ เม่ือถึงเวลาน้ันแล้ว จะไม่มีที่สาธารณประโยชน์ ส�ำหรบั ประชาชนได้ใชร้ ่วมกัน

81 ๓. ท�ำการพัฒนาท�ำนุบ�ำรุงท่ีสาธารณประโยชน์ โดยประสานงานกับอ�ำเภอ เพื่อขอความ รว่ มมอื จากขา้ ราชการ พอ่ คา้ ประชาชนและมวลชนในทอ้ งที่ ขดุ คู ซอ่ มแซมทำ� ถนน ปลกู ตน้ ไมโ้ ดยรอบ ทส่ี าธารณประโยชน์ หรอื อาจจะจดั ทำ� ในรปู โครงการทม่ี งี บประมาณของทางราชการสนบั สนนุ หรอื การ พัฒนาท้องถ่ินในโอกาสอนั สมควร เชน่ วันเฉลมิ พระชนมพรรษา วนั ฉัตรมงคล วันจักรี เปน็ ตน้ ๔. ช่วยเหลืออ�ำเภอตรวจตราดูแลมิให้บุคคลใดหรือหน่วยราชการใด เข้าไปใช้สิทธิในที่ สาธารณประโยชนก์ อ่ นทจี่ ะไดร้ บั อนมุ ตั จิ ากกระทรวงมหาดไทย หากมผี บู้ กุ รกุ ครอบครองทำ� ประโยชน์ ก่อสร้างหรือขุดท�ำลายท่ีสาธารณประโยชน์ ให้รายงานนายอ�ำเภอ เพื่อด�ำเนินการแก้ไขก่อนท่ีปัญหา จะเพิม่ มากข้ึน

82 บทที่ ๗ การปฏิบตั งิ านดา้ นการทะเบยี น งานทะเบียน เปน็ ข้อมูลส�ำคัญในการปกครอง มีขอบเขตงานกว้างขวางเก่ยี วขอ้ งกับวถิ ีชวี ิต ของประชาชน ท�ำให้ทราบขอ้ มูลต่าง ๆ ภายในเขตปกครอง เก่ียวกับจ�ำนวนประชากร บา้ น ครอบครวั ลกั ษณะพนื้ ทที่ ร่ี บั ผดิ ชอบ ซง่ึ จะเปน็ ประโยชนใ์ นการคมุ้ ครองรกั ษาสทิ ธขิ องประชาชน หรอื ใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู ในการวางแผนพฒั นาดา้ นตา่ ง ๆ ดงั นน้ั กำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ น ในฐานะผปู้ กครองในทอ้ งทต่ี ำ� บล หรอื หมบู่ า้ น จึงต้องมคี วามรู้ ความเข้าใจงานทะเบียน โครงสรา้ งของส�ำนกั ทะเบียน และอ�ำนาจหน้าทีข่ องนายทะเบยี น ๑. งานทะเบยี นราษฎร เป็นงานทีเ่ กย่ี วข้องกับประชาชนทกุ คนตงั้ แต่เกดิ จนกระทัง่ ตาย และเอกสารหลกั ฐานต่าง ๆ ที่เก่ียวกับงานทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร (ใบเกิด) มรณบัตร (ใบตาย) ทะเบียนบ้าน เป็นต้น เป็นเอกสารท่ีส�ำคัญซึ่งจะใช้อ้างอิงหรือแสดงสิทธิต่าง ๆ ของประชาชน จึงขอให้แนะน�ำประชาชน ในหมบู่ า้ นของทา่ นไดต้ รวจสอบความถกู ตอ้ งของรายการบคุ คลและเกบ็ เอกสารเหลา่ นนั้ ไวใ้ หเ้ รยี บรอ้ ย อย่าให้เกิดการสญู หาย ๒. งานทะเบียนราษฎร มกี ฎหมายและระเบยี บท่เี กี่ยวขอ้ ง ดังน้ี ๒.๑ พระราชบญั ญตั ิการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ ๒.๒ ระเบยี บส�ำนกั ทะเบยี นกลาง วา่ ด้วยการจดั ท�ำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕ ๒.๓ หนงั สอื สั่งการของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และของสำ� นกั ทะเบยี นกลาง เพราะฉะนนั้ การทท่ี า่ นจะปฏบิ ตั หิ นา้ ทใี่ หเ้ ปน็ ไปดว้ ยความเรยี บรอ้ ยและถกู ตอ้ ง เปน็ ประโยชน์ ตอ่ ประชาชน ท่านจะตอ้ งสนใจศกึ ษากฎหมาย ระเบียบ และหนงั สือสงั่ การ ใหม้ ีความเข้าใจถอ่ งแท้

83 ๓. โครงสรา้ งส�ำนักทะเบยี นและนายทะเบยี น ส�ำนักทะเบียนกลาง ส�ำนกั ทะเบยี น สำ� นกั กรุงเทพมหานคร ทะเบยี นจงั หวัด สำ� นัก ส�ำนัก สำ� นกั ทะเบียนทอ้ งถิ่น ทะเบยี นอ�ำเภอ ทะเบียนท้องถนิ่ ส�ำนัก ส�ำนัก ทะเบยี นเฉพาะกจิ ทะเบียนสาขา สำ� นัก ส�ำนกั ทะเบียนเฉพาะกจิ ทะเบียนสาขา ส�ำนักทะเบียนกลาง ต้ังอยู่ที่ส�ำนักบริหารการทะเบียน (คลองเก้า) อ�ำเภอล�ำลูกกา จังหวัดปทุมธานี มีอธิบดีกรมการปกครองเป็นผู้อ�ำนวยการทะเบียนกลาง มีอ�ำนาจออกระเบียบหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติ รวมทัง้ กำ� หนดแบบพิมพเ์ ก่ียวกับงานทะเบียนราษฎร ส�ำนักทะเบียนกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร มีปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นนายทะเบียนกรุงเทพมหานคร มีหน้าที่รับผิดชอบและควบคุมการปฏิบัติงานการทะเบียนราษฎร ในเขตกรุงเทพมหานคร ส�ำนักทะเบียนจังหวัด ตั้งอยู่ที่ที่ท�ำการปกครองจังหวัด บนศาลากลางจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัด เปน็ นายทะเบียนจังหวัด มีหน้าทีค่ วบคุมการปฏิบตั งิ านการทะเบียนราษฎรในเขตจงั หวัด ส�ำนักทะเบียนอำ� เภอ ตั้งอยู่ ณ ที่วา่ การอำ� เภอ/ก่ิงอำ� เภอ มีนายอำ� เภอหรือปลัดอำ� เภอผู้เป็นหวั หนา้ ประจำ� กงิ่ อำ� เภอ เปน็ นายทะเบยี นอำ� เภอ โดยมปี ลดั อำ� เภอเปน็ ผชู้ ว่ ยนายทะเบยี นอำ� เภอ มหี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบ และควบคุมการปฏบิ ตั ิงานการทะเบียนราษฎรในเขตอ�ำเภอ (ยกเวน้ ในเขตท้องถิน่ ) สำ� นกั ทะเบยี นทอ้ งถน่ิ ตงั้ อยทู่ สี่ ำ� นกั งานเขตตา่ ง ๆ ในกรงุ เทพมหานคร สำ� นกั งานเทศบาล รวมทงั้ เมอื งพทั ยา มีผู้อ�ำนวยการเขต ปลัดเทศบาล และปลัดเมืองพัทยาเป็นนายทะเบียนท้องถ่ิน มีหน้าท่ีรับผิดชอบ และควบคุมการปฏิบัติงานการทะเบียนราษฎรในเขตปกครองท้องถิน่ น้ัน สำ� หรบั กำ� นนั ผใู้ หญบ่ ้าน ท�ำหน้าทเ่ี ป็นนายทะเบียนผรู้ ับแจ้งตามที่ผู้อำ� นวยการทะเบยี นกลางกำ� หนด

84 ทะเบยี นราษฎร กำ� นนั ทกุ ตำ� บล (ในฐานะผใู้ หญบ่ า้ นของหมบู่ า้ นนนั้ ๆ) ผใู้ หญบ่ า้ นทกุ หมบู่ า้ น เปน็ นายทะเบยี น ผู้รับแจ้งตามประกาศส�ำนักทะเบียนกลาง ลงวันท่ี ๒๓ มีนาคม ๒๕๓๕ เร่ือง การแต่งต้ัง ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นนายทะเบียนผู้รับแจ้งมีหน้าที่เก่ียวกับการรับแจ้งการเกิด การตาย การย้ายท่ีอยู่ การสรา้ งบา้ นใหม่ การรื้อบา้ น และการก�ำหนดเลขบา้ น โดยมหี นา้ ทีอ่ อกหลกั ฐาน ดงั ต่อไปนี้ภายใน เขตท้องทีห่ มบู่ ้านของตน (ยกเว้นในเขตกรงุ เทพมหานคร) ๑. การรับแจ้งการเกิด เมื่อมีการเกิดในหมู่บ้าน ตามแบบพิมพ์ใบรับแจ้งการเกิด ท.ร. ๑ ตอนหนา้ หลกั การ ๑) เมอ่ื มกี ารเกดิ ตอ้ งแจง้ การเกดิ ภายใน ๑๕ วนั นบั แตว่ นั เกดิ พรอ้ มทง้ั แจง้ ชอื่ คนเกดิ ดว้ ย ๒) ถา้ มผี ู้มาแจง้ การเกดิ เกนิ ก�ำหนดเวลา ๑๕ วัน นับแตว่ นั เกิด ให้แนะนำ� ใหแ้ จง้ ทีอ่ ำ� เภอ พรอ้ มน�ำหลักฐาน เช่น บัตรประจ�ำตวั บดิ า-มารดา หนังสือรับรองการเกิด และพยานรับรอง ๓) คนเกดิ ในบา้ น ใหเ้ จา้ บา้ น บดิ าหรอื มารดา หรอื ผรู้ บั มอบหมายเปน็ ผแู้ จง้ ตอ่ นายทะเบยี น ผรู้ บั แจง้ ๔) คนเกิดนอกบ้าน ให้บิดา หรือมารดา หรือผู้ท่ีได้รับมอบหมาย (หนังสือมอบหมาย และบัตรประจำ� ตัวผู้มอบ) เปน็ ผแู้ จ้งตอ่ นายทะเบยี นผูร้ บั แจง้ วิธดี ำ� เนนิ การ ๑) สอบถามผู้แจ้งว่าเด็กเกิดเมื่อใด และเกิดที่ไหน หากเด็กเกิดเกินกว่า ๑๕ วันแล้ว กแ็ นะนำ� ใหไ้ ปแจง้ ยงั ทว่ี า่ การอำ� เภอ เพราะนายทะเบยี นผรู้ บั แจง้ ตามทผี่ อู้ ำ� นวยการทะเบยี นกลางกำ� หนด ไมอ่ าจดำ� เนนิ การใหไ้ ด้ และหากเดก็ เกดิ นอกทอ้ งทท่ี น่ี ายทะเบยี นผรู้ บั แจง้ ตามทผ่ี อู้ ำ� นวยการกลางกำ� หนด รับผิดชอบอยู่ ก็แนะนำ� ใหผ้ ู้แจ้งไปแจ้งต่อนายทะเบยี นผ้รู ับแจง้ ที่ที่เดก็ เกิด ๒) ถา้ เดก็ เกิดยังไม่เกนิ กำ� หนด ๑๕ วัน และเกิดในทอ้ งที่ท่รี ับผิดชอบ ก็ดำ� เนนิ การรบั แจง้ การเกดิ ใหโ้ ดยเรยี กหลกั ฐานเกย่ี วกบั ผแู้ จง้ เชน่ บตั รประจำ� ตวั ผแู้ จง้ สำ� เนาทะเบยี นบา้ นฉบบั เจา้ บา้ นทเ่ี ดก็ เกดิ (กรณีเด็กเกิดนอกบ้านก็ไม่ต้องเรียก) หลักฐานบิดามารดา เช่น บัตรประจ�ำตัว ส�ำเนาทะเบียนบ้าน เป็นต้น ถ้าเป็นกรณีได้รับมอบหมายให้มาแจ้งแทนก็ให้เรียกหนังสือมอบหมายและบัตรประจ�ำตัว ผมู้ อบหมายเป็นหลกั ฐานประกอบดว้ ย

๘๕ 85 บา้ นฉบบั เจ้าบา้ นท่ีเด็กเกดิ (กรณเี ดก็ เกดิ นอกบ้านกไ็ มต่ ้องเรียก) หลักฐานบิดามารดา เช่น บัต รป ร ะ๓จ)า ตถวั้าเสดา็กเทนี่เากทิดะมเบีผียู้ทน�ำคบลา้ นอดเปซน็ ่ึงตม้นีแพถา้ทเยป์ ็นหกรรือณพีไยดา้รบับามลอบหหรือมผาดยุงใคหร้มราภแ์ จก้ง็ใแหท้เรนียกก็ใหน้ ังสือ ร กหบั็แรอืรนอพเหเะดรงรนนยีก็ กะงัำ�ก กราสให ็แาร หอื ชนนเ ้ตรก๔ทะังับั้งดิ)สนนิ ช ร๔๓ จือนาอ่ือผา))ใมาเงกูห้แผถสมอกผจตู้้แ้ายีบาต้แู้งงั้เจรหดอท้ชจก้งเง็กม่ือง้ักง้ากไนดาทเริดมาสยว้ี้เร่ีจเม่ตียกกยแเาคี้อกิดิดลกทำ�หงดิ จะมหผไั้งนจบะมีผู้แนระงัตอตัืพู่้จท้ีสตตคร้อ้ง้อาอือ้ปดว้องคงรงา้วรตหงลตบัมไยะ้ังรอมั้งหรจชอืชดอ่พหมาื่อม่อืงตาน้อเซุ่งกเยวัดดงังหึ่งาหหสผ็ก็กมมรยือมู้รททเีแาากือรอยี่จ่ีจพบบัดิมบใะะคทรหนุ่งหขขาอหยค้ีผ้มอยอง์มู้ทลาแหกแคา้าย�ำจาจรวยยคเร้งือร้งปใกลเกจหกพก็นับอะา้าคดิยหพดใรรลหนาลเเรเ้ากปบร้ก้ผีักะยไู้ิด็นาู้ทิดปฐดกลดผาาดว้รับน้ควอู้า่ม้วหพเยลปอายปรรภอกรน็ืถอะะดใิไถช้าผปหธกเ้าาผปยดร้อยผู้แมน็ุงบพหู้แจคาผดรรจ้ภงรู้ออืะว้้ยงริไอหนยยัธงภกญาไังย์ มใมไกงิหมพ่ไขท็ใด้่ไหรอม่ี ด้ตะง้คเี ร้ต้ันพงวียช้ังาารื่กอชมมะื่หอรามเดชา็นิกย ี ในภขาษองาพไทรยะรแาลชะินไี มหม่ รีเอื จพตรนะารทาจุชรทติ ินนาม ตอ้ งไมม่ คี าหรือความหมายหยาบคาย ควรจะให้รู้ได้ว่า เปน็ ช า ย ๕ห)ร อื กหรญอกงิ แทบม่ี บคี วพาิมมพห์ มทารย.ใ๑นภาษาไทย และไม่มีเจตนาทุจริต ๕) กรอกแบบพมิ พ์ ทร.๑ รายรลาะยเลอะียเอดยี เดกเก่ยี ่ียววกกับบั ผผ้แูู้แจจ้งง้ (๑)เลขท่ี ๑/๒๕๓๕ .. (๒) สถานท่ีรับแจง้ หมทู่ ี่ ๔ ต.บอ่ พุ . (๓) วนั ที่ ๔ . เดือน มกราคม .พ.ศ. ๒๕๓๕ . (๔) ข้าพเจ้า นำยแดง บุญสำ . (๕) เลขประจาตัวประชาชน ๓–๑๐๑๖–๐๐๘๘๒–๙๘-๐. (๖) อายุ ๓๑ .ปี (๗) อยู่บ้านเลขที่ ๒๕/๓ . หมู่ที่ ๔ .ซอย - . ถนน - . ตาบล/แขวง บ่อพุ . อาเภอ/เขต ท่ำใหม่ . จงั หวัด จันทบุรี . (๘) ในฐานะ  เจ้าบ้าน  ไดร้ ับมอบหมายจากเจ้าบ้านคอื - . (๙) เกยี่ วพันกบั เด็ก  บิดา  มารดา  ญาติ เจา้ พนักงาน ผู้ทาคลอด อ่ืน ๆ (๑๐) ขอแจ้งการเกิดตอ่ นายทะเบยี น อ.ทำ่ ใหม่ . โดยมรี ายละเอียด ดังน้ี (๑) (เ๑ล)ข ทเ.ี่ ล..ข...ท../.่ี ......................./................ ใใ(แเป/หหจ)น็้ต้กง้ พตตารใตตพมาน้.อหศาา.มลศกก้มมก.ทา.รเลทดร่ีผทลอท�ำณ่ผีบัู้อี่ขอกดี่อู้อใีเาทอเับอกน�ำนล่ีกกขดินใสขวนเอเมวยทลพลสยงุดก่ขีขข.มหกศราอดุาเับรม.เงชรรทชใู่หบสน่ทับห่ะน่งม้าะสมเข๑่บูนบเง่๑่อบ/้าขซียก๒ง/นียอน่ึ็งให๒๕นหซนงกม๕ห๓ึง่ก้เลาู่รบนมล๓๕ยา่ิม้าาาู่บงท,๕เยนกงล้า๒ะ,กทานข/เแ�ำห๒ะบ๒ทหลแเน/ีบย่ี๕ะนล๒ด๑นยี๓ใะด๕หนอผใ๕ ให ๓้ทผหู้อร ้ทอเู้รัับบ๕กมปับอบั่ น็ แก(ตจใ/ห้นง้) ้ เชน่ ๑ก/ร๒ณ๕เี ก๓ิด๖ , พ๑./ศ๒. ๕ ใ๓ห๗ม่ เปก็ในหตเ้ น้รมิ่ เลขท่ ี ๑ ใหม่ เชน่ (๒) ส ถ า น ท ่รี ับ แ จ ้ง . .. . ....................... ให้กร๑อ/ก๒ห๕ม๓ู่ท๖่ีแ, ล๑ะ/๒ต๕าบ๓ล๗ทเี่รปับ็นแตจน้ ้ง เช่น หมู่ที่ ๔ ( ((วข๔๒๓ ัน้า )))พ ท เี.่ ขวสจ. .นั ้าถ.า้ . พ.ทา... . น.เ.่ี... จ...ท ....เา้.. ด..รี่ ......ับ. ือ... .. ....นแ... ... ...จ......เ..้ง.ด...........อื...........น..............................................................................................................................ตมผให ห ู้แกาม ้กบรจารา้งลยหใใมอคกหบหถกกมมาก้อ่ก้ ึรตงรารพรพาผเยาอกอคมุู้.ถแกศิดกมวึงหจ.หตัผนม้งพ๒ลา้แูททู่กม.๕ังจศแ่ี่ีไาคว้งด๓ล.รากัน้ระ๕๒เวาทัตบกา่๕รำ�ไี่แิขดเบด๓กจ้าลร้๕ดิ้พงใบัทจหเรใี่แจร้กหบัจิงา้ ร้กแ้งเจอจรชง้อรก่นเงิกชช วชน่ ื่อเันื่อชห--ทสน่ มส่ีกทู่ก๔วุลี่ลุัน๔เทดขขตี่ืออำ�อ๔บนงงผลเดบแู้ อจือ่ พ้งนุ (๓) (๔) (๕) เล ข ป ร ะ จ า ต วั ป ร ะชาชน.............. หมายกถางึ รเลเกขดิปหระลจังาคตำ� วั ข่าอขง้าผพู้แเจ้างการเกิด ถ้าไม่ทราบ (๕) เลขประจำ� ตัวประชาชน..................ใ ห้เว้นหวม่าางยไถวึง้ เลขประจำ� ตัวของผแู้ จง้ การเกดิ ถา้ ไม่ทราบ ใหเ้ วน้ วา่ งไว้

86 ๘๖ (๖) อาย.ุ ...................ปี ให้กรอกอายขุ องผแู้ จ้งการเกิด (๗๖) อ อายย่บู .ุ .า้..น...เ.ล..ข...ท.ป.ี่ ..ี ..............หมู่ท.่ี ................... ใหก้ ใรหอ้กกรออากยทุขีอ่ ยงผ่ขู ู้แอจง้งผกู้แาจร้งเกกาิดรเกิดท่ีปรากฏตาม ซ(๗อ)ยอ...ย...ู่บ....้า..น.ถเนลนข.ท....่ี................ต..�ำ.หบมลู่ท/แ.ี่ .ข...ว..ง.................... ให้กหรลอักกฐทานี่อทยะู่ขเอบงียผนู้แบจา้ น้งก(าทร.รเ.ก๑ิด๔ท)ี่ปรากฏตาม อซำ�อเยภ.อ.../.เ.ข.ถตน..น...........................ต.จางั บหลว/ดั แ.ข...ว...ง.......................... หลักฐานทะเบียนบ้าน (ท.ร. ๑๔) ((อ๘๘า))เ ภ ฐ ฐอาา น/นเ ะข ะ ขตข อ. อ. ง. ง.ผ .ผ. แู้.. ูแ้ .จ .จ . ้ง.ง้จ ก กงัาาหรรวเเกัดกดิ .ดิ .... .... ใ(คถคใหห้าาือท้้กเวป)แใใถคค(่ารา3หห็นทเลา้อเือ�ำจคท้้กเเ)่ีะวกจปา้รแรำ�่ใาทชา้บอ่ืน็หลอเเอื่บี ่คงจ้าเะใ้ก หสจ้านรห้สาใชานา้มอ่ืบหช่นือ่นบถางใ่ือใ้้าา้หสหยหสกั้า้าคนเำ�นจนม้มช่ททา(นา้า้ิใ่ือใาวะาถหบกัคชยา่เเเ้าจคบท่�ำเ้ทา้)(มไจ้ารวน3ยีทะำ�ด้บิาใื่อ่าเนดเี่ร้ช)บคบ้าง้วบัอไ่ทเหนร้าียดจยมา ่ีือ่นมดนร้้า เองภหาับว้กบอบหยยอน็ใมำ�้าหหมหเา้นอ(ภมนาข้ทบกายอา้อ้ า็หใยขค)หเจม(อ้ควท3้ทาาครา่ีกย�ำ)มื่อว เเจทา งจคทามหเ่ี้ารปกี่ ทหบมื่ อน็เเ่ีจาน้างปจยนา้ห้าน็รบหมงิจา้นารนย้างิ (๑(((๙๐๑๙))๐) ค )ขควขอวาอาแมมแจเจเกง้ กเง้ยี่ กีย่เวกิดวพดิพตนัตอ่ันกอ่ นกับนาับเายเดยดท็กทก็ะะเ บเบยี ียนน............................ ราย กราารชย่อกงาทร่ี ช๑อ่ รงาทยี่ก๑ารรทาเ่ี ดยก็กเากริดท่ีเดก็ เกิด (๑๑) ชอ่ื ตัว ด.ช. ทูน .ชื่อสกุล บุญสำ . (๑๒ )เพศ ชำย . สญั ชาติ ไทย . (๑๓) เกดิ เมอ่ื วนั ที่ เดอื น พ.ศ. เวลา (๑๔) ตรงกับวัน เดือน ปี ๑ ๔ ม.ค. ๒๕๓๕ ๑๐.๐๐ น. ข้นึ ๒ ค่า แรม - คา่ ย่ี ชวด เด็ก (๑๕) สถานท่ีเกิด (๑๖) บ้านเลขที่ หมู่ที่ ซอย ถนน ตาบล อาเภอ จงั หวดั (๑๗)บุตรจานวนคนท่ี ที่เกดิ ในบ้ำน ๒๕/๓ ๔ - - บอ่ พุ ทำ่ ใหม่ จนั ทบุรี ๑ (๑๘) ผู้ทาคลอด  คลอดเอง  แพทย์  พยาบาล  ผดุงครรภ์  หมอตาแย นา้ หนกั แรกเกดิ ...........กรัม  อืน่ ๆ (๑๙) (๑(๑)๑ )ชชื่ออ่ื ตตวั วั............................ช...ื่อ...ชสก่อื สลุ .ก..ลุ.................................... ให้กใรหอก้ กรชอื่กอชตอ่ืัวต-ชวั ่ือ-ชสอื่ กสุลกเุลดเ็กดท็กที่เก่เี กิดดิ กกรรณณีผี ู้แู้ จ้งยงั ไมไ่ ด้ ไม่ไตดงั้้ตช้ังอ่ื ชเื่อดก็เดให็กแ้ใหน้ะแนนำ� ะผนแู้ าจผง้ ใู้แหจต้ ้งง้ั ใชหอ่ื ้ตเด้ังก็ชใ่ือหเถ้ดกู ็กตใอ้ หง้ ตาม (((((๑๑๑๑๑(((((๕๖๓๒๔๑๑๑๑๑)))))๔๓๖๕๒ )))))บ ส เตเพกตเบสเถรา้กพ ดิศถรงา้นาดิ ศเง กนา.นเ.ม เก..นลบั.มเ.ท. ่อื..ลับข.ท. วื่อ.่เี .ว.ขว.ทก.นั ่เีว..นั .กทัน..ดิ่ีนั.. ท..หิดข่ี. ..ทหขส. ่ี้นึม. .เ ่ีึ้นัญ.มด.ทู่เ .แ .ด่ทูสชือ่ีแรซือ่ีาัญนรมซอนตมชอพยิ.เ.าพดย.เ..ตศดถ.อื..ศถ.ินือ...น...น..แนน....แ.นปล....ปลต.ะ.ี...ต .ะำ�ี.เ...วาบเ....วล.บ..ล..ล.า.ล..าเ. .กเ. กดิ ใรใใเใสถวิดปหหหหะ่าถูกเน็เเ้งด้กร้บ้ราตขดไตะใใใรสใเใือรนะใุ้อยีวือปหหหหหบหน้ะอถนบพน้งนน็้เ้รถ้้ร้ก้ถุวกเตาขุปยเะะกูบตแ่าูกบนพายีรแาีทบบต้นลเีตมย้าอนลบพศกาุเุว้อะนอ้รบะพปกงาิดชย่างะจงเลพศทีบแเใาตาลพตเันกนบชย.บาขาบ้าหา.ศทิดศบงามียทมนาบร.รใจหย.ก้บาลี่ขกือนคใเนัแใรนฎหลแอฎตสหบหืทอผหหงบ้เขิถหร้า้เขหเรเสนขชามือทบนรมพียครถนยีน่ืดเาอา ี่แขนือตศพา นยีอยส้ผวหอวนตินหศวตนเวถนยันชัวรงทอา่หญา่ัวาาพือเน่ทดสดเี่ดกเญมติกนงตน้ธุวถ้วุก้วบยัม็วิดิงี็มอยยอยาแขกคัน้าใสทนกแสนนึ้ลนหใ็พรญัลหบุัญกาทะั้ล้งธุ๒ะมก้รค้าชสชะอี่เสะขนรักยราคัาเญยอบัญึน้ณ้ัตง ติกดา่ ่ชาอยีุดิิกช็ใีทใป๒เดายว้หหารว่ีเีชตย่าตกณค้ร้้ลนวเิ ิิดะ่ำ�วดีทใะใว ้ทบนหหปเี่เ่ากอ่ีุ้ร้ดีชงิะดีย้ววไบทดดวยุ ่ี ้ ออ�ำาเภเภออจจังหังหววดั ดั

๘๗87 (๑๗) บตุ รจานวนคนที่ ใหร้ ะบุวา่ เดก็ ท่ีเกดิ เป็นบตุ รคนทเ่ี ท่าไรของบิดา มารดา (๑๗) ผทู้ าคลอด ผู้ทาคลอดคือใคร เช่น หมอตาแย ผดุงครรภ์ ก็ให้ (๑๙) น้าหนกั แรกเกดิ ...............กรัม ทาเครอื่ งหมาย () ที่  หน้าข้อความที่เป็นจริง ให้กรอกน้าหนักแรกเกิดคิดเป็นกรัม ถ้าไม่ทราบ ให้เว้นไว้ รายการในชอ่ งท่ี ๒ รายการมารดา เลขประจาตัวประชาชน...๓-๖๖๐๕-๐๐๙๓๖-๗๕-๐.. (๒๑) ชอ่ื ตวั ........นำงขำว.......ชอ่ื สกลุ กอ่ นสมรส.......บุญหนัก.........(๒๐) (๒๒)อาย.ุ .๒๖..ปี สัญชาติ...ไทย........ เกดิ ทจี่ ังหวดั ........จันทบรุ ี.................. ประเทศ...........ไทย....................... ๒ ที่อยู่ บ้านเลขท่ี หม่ทู ี่ ซอย ถนน ตาบล อาเภอ จงั หวัด ประเทศ มารดา (๒๓) ๒๕/๓ ๔ - - บ่อพุ ทำ่ ใหม่ จนั ทบุรี ไทย หลกั ฐานของมารดา บตั รประจาตัวเลขท่ี ๓-๖๖๐๕-๐๐๙๓๖-๗๕-๐ ใบสาคัญการสมรส ๒๑/๒๕๓๐ อ.ท่ำใหม่ (๒๔) สาเนาทะเบยี นบ้าน เลขท่ี........๒๕/๓...ม.๒...... อน่ื ๆ ............................................................. (๒๐) ชอื่ ตวั ....ชื่อสกลุ กอ่ นสมรส............ ให้กรอกช่ือตัวและชื่อสกุลดั้งเดิมก่อนสมรสของ มารดา (๒๑) เลขประจาตวั ประชาชน ใหร้ ะบุเลขประจาตวั ประชาชนของมารดา (ถ้าทราบ) (๒๒) อายุ สัญชาติ เกดิ ทีจ่ งั หวดั ประเทศ ให้ระบุอายุ สญั ชาติ จังหวดั และประเทศท่ีมารดาเกดิ (๒๓) ทอ่ี ยู่ ให้ระบุช่ือท่ีอยู่ของมารดาตามทะเบียนบ้านซ่ึง มารดามีช่ืออยู่ (๒๔) หลกั ฐานของมารดา ให้ทาเครื่องหมาย () ที่  หน้าข้อความท่ีมี หลักฐานมาแสดงพร้อมท้ังระบุรายละเอียดของ หลักฐานตา่ ง ๆ ด้วย รายการในช่องท่ี ๓ รายการบิดา ให้ดาเนินการเช่นเดียวกันกับรายการของมารดาตามช่องที่ ๒ แตร่ ะบขุ ้อมลู บิดา ช่อื ตวั ..........นำยแดง...........ชอื่ สกลุ ............บญุ สำ................. เลขประจาตัวประชาชน.๓-๑๐๑๖-๐๐๘๘๒-๙๘-๐…. อายุ...๓๑...ปี สญั ชาติ...ไทย....... เกิดทจ่ี ังหวดั .จนั ทบุรี.... ประเทศ...................ไทย...................................... ๓ ทอี่ ยู่ บา้ นเลขท่ี หมู่ท่ี ซอย ถนน ตาบล อาเภอ จังหวดั ประเทศ บดิ า ๒๕/๓ ๔ - - บอ่ พุ ทำ่ ใหม่ จนั ทบุรี ไทย หลักฐานของมารดา บตั รประจาตัวเลขที่ ๓-๑๐๑๖-๐๐๘๘๒-๙๘-๐ ใบสาคญั การสมรส ๒๑/๒๕๓๐ อ.ทำ่ ใหม่ สาเนาทะเบยี นบ้าน เลขที่........๒๕/๓...ม.๒...... อ่นื ๆ .............................................................

88 ๘๘๘๘๘๘ หกกลาาหกกรกัรห๔กกลแาเาฐลาากรกัรจา๔รกัร๔ดิแเฐนง้ แเกฐจากจาดิ รนง้ ิดน้งารยราากยยหสอากหบกาืน่รนหอสานตัอสหเาบหใบหงัื่นานรนนา่ืรๆรนนงั สนตัเนัตใเางัสปในงันรๆือนชังรๆสนท.ังสือร.าปสารสป.อื่อชะือชทะ.ม.ท.อืับร.อื.ร.รเ.รงจ.่อ.ะอ่อะมะ.บะม.ร.ับบั.ท..าเงจ.บเงจ..อออยีบ.รบ..รตท.าท..าี่หบงบ.อน.อ.ยีียัว.ต.ต.๔ก.ี่.หมี่งห.งนบข.น.วั.วั .า๔.ก๔ก.มาม..บขอ.บข้า..รห.าาย..าาน.งอ.อ้า.า้เรร.ห.ห.ยจยกผล.นน..งงฉเเ...จจา.กกิดผผลล..้แู ฉฉบกั...กา.า..ดิิดแู้แู้.จบัก..บกั.บั.ฐกก...เ...จจ.ง้..ับ.จ.บั.ฐฐ..เ.เเา...เง้..ง้.จ.จจ..้.าเ.า.ลเา.นเ...เ..จ.้จา.้..้าบาล.ลน..นข......้าบก.้าบบ..ข...ข้า...ท.ก.บ.กบ..า้...้า.ท้นาา..ท.....่ี.้นาา..้นา.า.น..รี่.....่ี..น.ร.....น..ร.....แ.............แ...........แ...................จ.........๒...จ........๒จ......๒...........้ง......๕..ง้......๕..้ง......๕...ก.......ก........./.ก.๓./......๓.../....า๓..๓..า๓.......า..๓.-...-...ร..ร..-..๑.....๑..ร........๑....เเ............เ..ก.๐ก๐......ม.ม...ก๐......ม.........๑๑..ดิ..ดิ.......๑..ิด..๔.๔.........๔.....๖.๖.........๖.....................-....-.........-.๐.......๐......๐.ต......ต.......ต.๐.......๐......๐...............๘............๘....บ.๘........บ....บ๘.........๘...อ่.๘.........อ่...อ่.๒........พ....๒..๒.....พ...พ...-..........ุ...๙.-.-........ุ...ุ....๙..๙............๘.............อ.....๘๘.............อ-.อ...........๐...ท--................๐.๐..ท.ท.......่ำ.....................่ำ.ใ่ำ.................ห.....ใ..ใ..................ห....ห....ม.......................ม.....ม.่...........................่........่........................จ...............................จ.......จ.....จ.............................ัน..จ........จ...................นั...ท.......นั.......................ทบ..........ท...................บ....ุร.........บ..............ี.........ุร.............ุร............ี.................ี................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ (๒(๕๒(๒)๕๕)) (ล(ง(ลลชงงื่อช)อื่ ..)......แ..ดแงด.ง.บ..บุญุญุญสสสำำำ.....ผ.ผแู้ ูแ้ จจ้ง้ง ((๒(๒๒๖๖๖))) (ล((ลลงชงงชอ่ืชอ่ื)ือ่ ..))......ต....ตำต.ำ.ำน....นำนดำำี.ด.ด.ี..ี..น.....าน.นยาทายยะทเทะบะเียบเนบียผยีนูร้นผับผูร้ แบั้รู จบัแ้งจแ(ง้จ๒ง้(๗๒()๒๗)๗) (น(านยาแยดแงดงบบุญญุ สสาา)) (น((นานยาาตยยาตตานาานนดาา)ี ดดี))ี ตตาาแแหหนน่ง.ง่ ................-...-.-............................... (๒((๒๕๒๕)๕)หหลลกั กัฐาฐนานกกาารรแแจจง้ ้งกกาารรเเกกดิ ิด ใใหห้ท้ทาาเเคครรือ่ ือ่ งงหหมมาายย(() )ท)ทที่ ี่ ่ีหหนหน้านข้าา้อขขคอ้ ้อวคคาวมวาทามมี่ททีห่มม่ีลีหหีกัลฐลกั ากัฐนาฐนาน ((๒๒(๒((((๒๒(๗๖๒๒(๒๘๒๗๖))๗๖๘)๘))รร)))ช)าารรรรอ่ชยยชาาาาอ่งยยกก่อยยไงกกางากกดไไรราาาาดด้รลรรรรร้บั(้รลลงลับ(บั(หชงงลลงหหชช่ือลชงง่ือ่ือลลชช.กัือ่ ..ัก.กั่ืออ่ื.ฐ)......ฐ.ฐ)).า........า.า....น.......นน..........ก...น..ก.ก..น.นา...าา..า.าร..า.ร.ย.ร.ย.แ.ย.แ..แ.ท.ท..จท.จ..จ.ะ..ะ.้งะง้...้งผ.เกผเกผเกบบบู้แ้แูาาูแ้ายีียจรจยีรจรนนเเ้งง้นเ้งกกกิดดิ ิดแแแบล“ใใผรรขมถหส“ใผลบใรถสขรมหใ“บผลใถรลหลหหาาลู้_อ้ราหหาาาาารมห_ู้้อาราาาาร_ู้้รมว้าารยย้ล้วั้”้วบเรยยงยแ้ลผหยัล้้”ู่บเรยงแัผห้”ทบรยผหนู่งลลทผจนงลลู้มสผแงลจแจลชู้มสแ่ีู้แมแะะแลแู้ชางลชี่ะะืดะู้แจางอจัง๔ือ่กใืเเดืจอทจจจั๔อื่อจักื่อกใเเใออเ้นทจง้งกชงฐอออ้น้ง้งนง้ง้กกชะชงงแฐตฐยีียง้ตวเ่ืาอะาแแตยียีียตววเเื่ื่าาเกเออดดล่นาางอ.นลเบใกกเดดลด่นลนงงอเบิ.นขละดนบใหใสันนลขเเบิีิขยใดะดะหสนัหสนันล่อขลเอ่ีวผ้หลยใบ็ทใดาข่อนเอ่เว่ผ้หลบ็วผ้หลงท็บดาน้แูดพขรงยนขใ่ีไียงหนแู้บพรนแู้งยตใรือ่ีจงลไใีมยตทไุีหยบน๓ตือลจตลือ้มจ้ลทตผาุลง้อมตา่น๓มาะลน้้ลผักาง้กชอ-ล้ผนาใูา้ง่มาา่ะ.ยมแ๑าีกัเรกชห-นาู้ใทฐ่ืกชยาอนาูใ้.ยบแฉ๑ีเรยหมแ๑หีาทเรฐ่ืยา๐หราญอมทฐ่ืยา่บอดฉาบมบฉีหายื๐ราญยมนเหอามน่๐รดาญือา๑ม้ใ่กบ่บีวดายืยนเับีอนบยนลืดยอืนเ๑ชอห่้นใชกบ่งวอืย๑ดิ๖า้้ใักบ่นวบลดัชหเผน้ว่บะ่ืชนลงื่ออดยิด๖นชหมา้่ตชงจย-ิด๖า้เผว้ยะู้ื่นเร่ืออเน๐ด้ัเมผว้ะนต่ื่นพัจื่อวอ-ป้นามอตยู้ใัจเ-รบเ๐ด้ัจว้ยนู้่พัเร๐เวเป้บนใ๐บาด้ัอน็นรี่พใััยวบป้ชาอยจว้แใ.ัห๐เบบนใบฐ้จ๘็นว้ร้ีรอาผจย๐เช่นบนใดบยน็แรีจ.หยาช้ทฐ้รย๘้แรอนู้ลาผั.จห๘ม่นนดฐ้ก๘้น้จรองาผจา้น่จดทรบนงาจูล้ั๘มนา้๒เทพก็รท้นไะนงู้ลั๘มลนงจเเบกขังา้นตงม๒เจนพล็ท-บไะคใรงบาาลงเี๒เเพข็๙ัยทตรไะน่มตล้งานขลเยอ-เคขรใรบัุตารปมีนล๙ยนร-ย๘คใรบน่้าวตมื่ท้าอขอยอมีีร๙ยุรรน่ปรทต้าขนอยย๘ง-รดเอืุ้วม่ื่ีทรองงอทมปีนะ๐ย๘ปะ้รทเวม่ืทออ๒้มกีห-งดวเือ่ีงั้งทลงจรทเะ๐็ปนง-ดเะือเี่งงย๒้บทรก๕หรมวห็บะ๐าั้ปลงจะเเ็๒้กนหตวอะตียย้ัตบารล๕ง/รจรมห็ใเบา็น้ยบบนร๓ั๕นตืกมรอยหัตอวะว็ตีบายตา/รใตอะุ้ตี้ยบนตา๓ันืก/รอยัตววใ้บน๓ันืกอยัตุวว้ ุ้ (๒๘) ไดร้ บั หลกั ฐานการรบั แจง้ การเกดิ แลว้ ลงชือ่ ................แดง..บุญสำ...................ผู้แจง้ (๒(๘๒)๘ไ)ดไ้รดชับร้่อหบั งลหหกัลลฐกักั าฐฐนาากนนากกราารรรบัรรบัแบั แจแจ้งจก้งกง้าการราเกเรกดิเกดิ แดิแลล้ว(ว้ ทอ่ นลา่ ง) ลลงงชชอ่ืือ่ ................................แแดดงง...บ.บญุ ญุ สสำำ....................................ผ..ผแู้ จูแ้ ง้จ้ง จาจกจา.า.ก.ก................ช.น(..๒....อ่ำช.น(น๙(ย๒ง๒อ่ำำแ)ห๙ยง๙ยสดลแ)หแ)างสดกัลสดน..างาฐงบักักน.น..า.ฐุบญทบักกันาุญะทุญทสนกเะำะบสสกาเเ.ำบำยีบร.า....รนียร.ีย......ับ.ร.นน........ับ....แ.............ต.แ...จ.อ....ตตา..จ้งออ.ามาท้งก..มมททใ่ำกาบใใ่ำ่ำใบาบรแใหใรเแหแหจกมเจจมกมง้ ดิ่.ง้ง้ก.่.ิด่..ก.ก...า...า.(.า.ร...(ทร...ร.เ..ทเ..ก.เ.กอ่..ก.ห.จอ่ห.ดิจหิดจนิดลงันลงั ลงัเหลเหกัักลเหลลักลวว่าฐฐขวข่าฐขัดดังาาดัททงาทนน)..น)....่ีี่....ก.่.ีก.....ก.........า..า.....า.....ร..ร.....ร...จ.ร.จ๑ร.๑จรต๑บัันบัั/นับัน/า/แ๒ทแ๒แทแ๒ทจบ๕จหจบ๕บ๕้งง้รุ๓น้งกุร๓.รุ๓กีก...๕.ง่า..ี..ี(....๕๕า..า...นร..(........ร.น.ร.....เ...า.......ก.(...เ.เต.ไา..ย.๓...กก((ดตต.ไไดิยำ๓๓.ตดด.๑ิดิด้รำำ..ตา๑..๑้รร้ับ.).น.า....บัับ).น).นนแำ-......นแ.จแาำด...ำ.....จดา.ดง้.จ.ด.ี......ก..ด.้งี)..้งลี..ี....ก.า.ี).ก..ลง..ล..ร..า..วานง...งเ.ร.นัรว.กนวานเเนัทกดิยันากาททขิดย่ี.ทดิย..อทขะ่.ี.ทข.่.ี๔..งเอะ..อบะ๔...งเ.๔มง.เบยี...บ...ม..น..ค.ยีม...ียด...ผน..ค...น.ค.ดู้ร๒.ผช.ดผบั..ูร้๒๕.ช.ทู้ร๒แับช๓๕.ับนูจท๕.แ๕ท๓้งแ.ูนจ๓...๕ูนจ.บ้ง(..๕๓.้ง...ุญ.บ.(๒...๓.บ(.ญุส๓)๒ุญำ๒ส)..สำ)...ำ.......(..๓.....(๐.๓.()๓๐๐) ) ตาแหน่ง(.น..า..ย...ต...า...น-..า..ด..)ี...... ตาแหน่ง..............-............

๘๙ 89 (๒๙) สานกั ทะเบียน..............จงั หวัด ใหก้ รอกชอ่ื สานกั ทะเบยี นอาเภอและจังหวดั (๓๐) ได้รบั แจง้ การเกดิ ของ........จาก...... ให้กรอกชื่อ-ช่ือสกุลของเด็กท่ีเกิด และหลังคาว่า (๓๑) เลขท.่ี .../......... ลงวันท.่ี ................ “จาก” ให้กรอกชื่อ-ช่อื สกลุ ของผู้แจ้งการเกดิ (๓๒) ลงช่อื นายทะเบยี นผู้รับแจ้ง ให้กรอกเลขที่ และวันที่ เดือน พ.ศ. ตามตอนบน ของใบรบั แจ้งการเกดิ ให้ลงชื่อกานันหรือผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะนาย ทะ เ บี ย น ผู้ รั บ แ จ้ ง แ ล ะ เขี ย น ชื่ อ ด้ วย ตั ว บ ร ร จ ง ใ น ว งเ ล็ บ ใ ต้ ล า ยมื อ ช่ื อ ส่ ว น ต า แ หน่ ง นั้ น ใ ห้ ท า เคร่อื งหมาย “_” 6๖))เมื่อกรอกแบบพิมพ์เสรจ็ แล้ว ใหฉ้ กี ทอ่ นลา่ งมอบแกผ่ ูแ้ จ้งไปเก็บไว้เป็นหลกั ฐาน 7๗))นาแบบพิมพ์ ท.ร. ๑ ตอนหนา้ ทอ่ นบนพร้อมหลักฐานต่าง ๆ ไปเสนอนายทะเบียน อาเภอซง่ึ อยู่ ณ ทวี่ ่าการอาเภอ หรือกิ่งอาเภอ 8๘))เมื่อตรวจสอบถูกต้องแล้วนายทะเบียนอาเภอจะออกหลักฐานสูติบัตร (ท.ร. ๑) พร้อมทั้งคืนหลักฐานต่าง ๆ ให้แก่นายทะเบียนผู้รับแจ้งตามท่ีผู้อานวยการทะเบียนกลาง กาหนด 9๙))นาหลกั ฐานตา่ ง ๆ พร้อมทง้ั สตู ิบัตร (ท.ร. ๑) ไปคืนให้แก่ผแู้ จ้ง ๑๑๐0)) เรียก ท.ร. ๑ ตตออนนหหนน้า้าทท่อ่อนนลล่า่างงซซ่ึง่งึ มมออบบไไวว้แแ้ กก่ผ่ ู้แู้ จ้งคืน พร้อมทั้งใผหแู้ ้ผจู้แงเจซ้งน็ เซช็นื่อชื่อ รบั มอบหลกั ฐานตา่ ง ๆ ดงั ตัวอย่าง ขา้ พเจา้ ไดร้ บั  สตู ิบัตรของ ด.ช. ทนู บุญสำ .  สาเนาทะเบียนบ้านเลขท่ี ๒๕/๓ ม.๔ ต.บอ่ พุ อ.ท่ำใหม่ จ.จนั ทบุรี .  อนื่ ๆ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ แดง บุญสำ . ผู้แจ้ง (นายแดง บุญสา) ๕ ./ ม.ค. ./ ๒๕๓๕ . ผเหกทท กรู้ลิดาบัะงั้กั รนเแผฐบเำ�กจาู้ทยีหนิด้งานตล1๑ไคผผปกัา1ล2ทู้มรู้ฐด))อบัทา�ำ้ว๑๑นดถนคแยผ่ี ๑๒า้าจไลอู้หหมป))เง้อาชรลีผตด ดนอื่นกัูม้ถนา้ววกฐามยห้าำ� บยาแามหทรนกนัเจตีือผลผ่ีชนัา้งรูก้มกัอู้น่ทเรปก�ำฐำ�าผ.ทรรนนบิดาแู้ใะ.ะนันจหวเตั เกจ๑ย้งรญบทิผนาเปกียกต่บต.ใู้การรหนิดอา้ัวระา.ญนเกนทบจห๑กลหำ�ะิด่บนินไตาเตนปา้าดบงวัอน้าเกเกยีมบปทนว�ำนาาไดิ็นล่อหหปหรกาพานนนดเนลปยล้ามา๑ดาดาน็ท่าาบงเ๕นงวรพก่อแัตเดดลำ�นกยนวรา้วาหบ็าลันปะยนนา่รบนร๑งนดวดเะตัาปเ๕บ้วับจกรใแน็ยรหปา็บแนววตต้ไตรรเะันม้นปปะัวว่วนไจแบเน็ันวำ�จนำ�จรต้เใเ้าตัปบหดว้ง้นบวัยม็น็แกไ้ เ้ปาังไตหเจวนกอแ่า้วล้เิดจาบัปนักพเง้ า้็นเฐภใยยดนาหหองัา็กน้อนลนพเพำ�ักกาผยเรยฐิดภู้รา้อาทู้เนอนหมใะผหพ็นทเรู้ บ้นรั้กงเู้ หอ้ียนาา็นมยนรา

90 ๙๐ ๒2. การรับแจ้งการตาย เมื่อมีการตายในหมู่บ้าน ตามแบบพิมพ์ใบรับแจ้งการตาย ทท.ร.ร..4๔ ตอนหนา้ หลกั การ ๑1) เม่ือมีการตายต้องแจ้งการตายใน ๒24๔ ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาตายหรือพบศพ แลว้ แตก่ รณี ๒2) คนตายในบ้าน ใหเ้ จา้ บา้ นหรอื ผ้พู บศพเป็นผู้แจง้ ๓3) คนตายนอกบ้านให้คนทไ่ี ปกบั ผู้ตายหรือพบศพเปน็ ผูแ้ จ้ง ๔4) ถ้ามีเหตุสงสัยว่าการตายด้วยโรคติดต่ออันตราย คือ อหิวาตกโรค กาฬโรค ไข้ทรพิษ ไขก้ าฬหลังแอ่น (ไข้เหลือง) หรือตายโดยผิดธรรมชาติ ได้แก่ ฆ่าตัวตาย ถูกผู้อ่ืน ทา�ำให้ตาย ถถูกูกสสตั ัตวว์ท์ทา�ำรร้า้ายยตตายายโดโดยอยบุอุบตั เิัตหิเหตุตตุ าตยาโยดโยดไยมไท่ มร่ทารบาสบาสเหาเตหุ ตใหุ ้ใกหา้กน�ำันนันผู้ใหผู้ญให่บญ้า่บน้าใน ฐในานฐาะนะานยาทยะทเบะเียบนียผนู้รผับู้รแับจแ้งจร้งีบรแีบจแ้งจเ้งจเ้าจพ้าพนนักักงางานนทท่ีม่ีมีอีอา�ำนนาาจจตตาามมกกฎฎหมาย วว่า่าดด้ว้วยโรคติดต่อ อนั ตราย หรือเจ้าพนกั งานฝ่ายปกกคครรอองงหหรรือือตตำ� ารรววจจ วิธีดาำ� เนินการ ๑) ๑1)) เเรรียยี กกหหลลักักฐฐาานนเเกกี่ยีย่ ววกกับับตตัววั ผผูแู้แ้ จจง้ง้ เเจจ้าา้ บบ้า้านน แแลละะคคนนตตาายย เเชช่น่น สสาำ� เเนนาาททะะเเบบียยี นนบบ้า้านน บบตััตรรปปรระะจจำ�าตตัวัว เเปปน็น็ ตต้น้น ซโ โซ ดด่ึงง่ึ ยยผผมมูร้รู้ กัักรีีราาษษยยาาลลพพ๓๒๔๓๒๔ะะยย))))))เเ าอาอ ถถนถถนบบียยี า้า�าา้ำาาาดดมผมผแแลลดดรูู้้ตตบรบกกังังาาาาบบอ่นนอ่ยยยยพพนนลี้ี้ลมมิมตะมิตะีผีผเาพพเาูรู้อ้รอยยกั์์ใใักยียีเบบเษปษดปดรรา็นเาน็เับับกกพพผผแ่ียแีย่ยอู้ยูอ้จววจาอาอก้งก้บงบกกกบักับาใาาใผาลหผหลรรู้ตโู้ต้ตโ้ดตจาดจาายยาายายยกอใยกใอหผหาผหาห้มชแู้มู้้แชรจารีพาจีพือกือ้งกก้งดกททด่อททว้่อส่ี้ว่ีสนย..นุดยรรุดตตเ..เทาทา๔๔ย่าย่าททตใต่ีจใ่จีหอหอะะ้เนนท้เรทรหีหยรียรากนนากบบห้า้าหไไนดนขดขัง้ังึ้น้้ึนสสมมือือาารรกกับับรรรรออออกกงงขขกก้อ้อาาคครรตตววาาาามยยม รายละเอียดเกย่ี วกบั ผแู้ จง้ เลขท่ี ๑/๒๕๓๕ (๑) (๒) สถานที่รับแจ้ง หมู่ท่ี ๔ ต. บอ่ พุ . (๓) วันท.ี่ .......๔.......เดือน..มกรำคม....พ.ศ...๒๕๓๕................. (๔) ข้าพเจา้ นำยดำ ขำดี (๕)เลขประจาตัวประชาชน (๖) อยบู่ ้านเลขท่ี ๑/๖๐ หม่ทู ่ี ๔ . ซอย - ถนน - ตาบล/แขวง บอ่ พุ อาเภอ/เขต ทำ่ ใหม่ จังหวัด จนั ทบุรี . (๗) ในฐานะ  เจ้าบ้าน  ไดร้ ับมอบหมายจากเจ้าบา้ นคือ - (๘) เก่ยี วพันกับผตู้ าย บดิ า มารดา  ญาติ  ผรู้ ักษาก่อนตาย เจ้าพนักงาน อืน่ ๆ . (๙) ขอแจง้ การตาย ตอ่ นายทะเบยี น อำเภอท่ำใหม่ โดยมีรายละเอียดดังน้ี

๙๑ 91 (๑) เลขที่........./.............. หมายถึงเลขลาดับที่และปี พ.ศ. ที่ออกใบรับแจ้ง ท.ร. ๔ ตอนหน้า เช่น ๑/๒๕๓๕, ๒/๒๕๓๕......... (๒) สถานทรี่ ับแจง้ ๑/๒๕๓๖, ๒/๒๕๓๖ เป็นตน้ (๓) วนั ท่ี........เดือน................ ให้กรอกหมทู่ ่ี และตาบลทีร่ ับแจ้ง เช่น หมู่ที่ ๔ ตาบล (๔) ข้าพเจา้ .......................... บ่อพุ (๕) เลขประจาตวั ประชาชน ให้กรอกตามวันทีไ่ ด้รบั แจง้ จริง เช่น วันที่ ๔ เดือน (๖) ท่อี ยู่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ (๗) ฐานะของผแู้ จง้ การตาย หมายถึงผู้แจ้งการตาย ให้กรอกชื่อ-สกุล ของ ผแู้ จง้ การตาย หลงั คาวา่ ข้าพเจา้ (๘) ความเกยี่ วพนั กบั ผู้ตาย ห ม า ย ถึ ง เ ล ข ป ร ะ จ า ตั ว ป ร ะ ช า ช น ข อ ง ผู้ แ จ้ ง (๙) ขอแจ้งการตายตอ่ นายทะเบียน การตาย ถ้าไม่ทราบให้เวน้ ว่างไว้ ให้กรอกท่ีอยู่ของผู้แจ้งการตาย ท่ีปรากฏตาม รายการช่องที่ ๑ ผตู้ าย หลกั ฐานทะเบยี นบ้าน (ท.ร. ๑๔) ถ้าเป็นเจา้ บ้านให้ทาเคร่อื งหมาย () ที่  หน้า คาวา่ เจา้ บ้าน ถ้ามิใช่เจ้าบ้านก็ให้ทาเคร่ืองหมาย () ท่ี  หน้าคาว่าได้รับมอบหมายจาก เจ้าบา้ นคือ และให้ใสช่ ือ่ เจา้ บ้านดว้ ย ให้ทาเครื่องหมาย () ที่  หน้าข้อความ ท่ีต้องการ ใหก้ รอกช่อื สานักทะเบยี นอาเภอ (๑๐)ชื่อตวั นำยน้อย ช่อื สกุล ขำดี เลขประจาตวั ประชาชน (๑๑) (๑๒) เพศ (๑๓) สัญชาติ ชำย ไทย ๑1 (๑๓) อายุ ๒๔ ปี (๑๔)  โสด สมรส หย่า รา้ ง หม้าย (๑๕) ผรู้ กั ษากอ่ นตาย  ไม่มี มี แพทย์  แพทยแ์ ผนโบราณ อืน่ ๆ ผูต้ าย (๑๖)อยู่บ้านเลขท่ี ๑/๖๐ หมูท่ ่ี ๔ ซอย - ถนน - ตาบล บ่อพุ อาเภอ ท่ำใหม่ จงั หวัด จันทบุรี . (๑๗) ตายเมื่อวันที่ ๔ เดือน มกรำคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เวลา ๑๑.๐๐ น. (๑๘) สาเหตกุ ารตาย โรคมะเรง็ (19) อาชพี ทำนำ . (๒๐) สถานที่ตาย บ้านเลขท่ี หมทู่ ่ี ซอย ถนน ตาบล อาเภอ จังหวดั (๒๑) พักอย่สู ถานท่ีตายนาน ๑/๖๐ ๔ - - บอ่ พุ ทำ่ ใหม่ จันทบุรี ปี เดือน วัน

92 ๙๒ รายการในชอ่ งที่ ๑ ผตู้ าย ใหล้ งรายละเอียดของผู้ตายเท่าทสี่ ามารถทราบได้ตาม ความเปน็ จริง ถ้าไมท่ ราบใหเ้ วน้ ว่างไว้ (๑๐) ชอื่ ตัว..........ช่ือสกลุ .............. ใหก้ รอกช่อื ตัว-ชือ่ สกลุ ของผูต้ าย (๑๑) เลขประจาตัวประชาชน......... หมายถึงเลขประจาตัวประชาชน ๑๓ หลัก (๑๒) เพศ, สญั ชาติ ให้ระบุเพศชายหรือเพศหญิง และใหร้ ะบุสญั ชาติของผ้ตู าย (๑๓) อาย.ุ .........ปี ใหก้ รอกอายุของผูต้ าย (๑๔) สถานภาพสมรส ให้ทาเครือ่ งหมาย () ในชอ่ ง  หน้าข้อความทีต่ อ้ งการ (๑๕) ผ้รู กั ษาก่อนตาย ถา้ ไม่มใี ห้ทาเครือ่ งหมาย () ในชอ่ ง  หน้าคาว่าไมม่ ี หรือถ้ามีให้ทาเครอ่ื งหมาย () ในช่อง  หนา้ คาวา่ มี พร้อมท้ังระบดุ ้วยว่าเปน็ ใคร โดยทาเครือ่ งหมาย () ในชอ่ ง  แล้วแตก่ รณี (๑๖) อยบู่ ้านเลขท่ี....................... ใหล้ งรายลละะเเอยี ียดดขขอองงบบา้ ้านนททผ่ี ่ผี ตู้ ู้ตาายยมมชี ชีอ่ื ่อื ยใู่ นทะเบยี นบา้ นนนนน้ั ัน้ (๑๗) ตายเม่ือวนั ท่ี เวลา ให้ลงเวลาตามความเปน็ จริง หรือใกลเ้ คียง (๑๘) สาเหตกุ ารตาย ให้ระบุสาเหตุท่ีทาให้ผู้ตาย ตาย คือ โรคหรืออาการ เร่ิมต้นของโรคท่ีมีผลทาให้เกิดการตายโดยตรง หรือ บ ร ร ด า พ ฤ ติ ก า ร ณ์ ข อ ง อุ บั ติ เ ห ตุ ห รื อ เ ห ตุ ร้ า ย แ ร ง ซึ่งก่อให้เกดิ อาการสาหสั ถงึ ตาย เช่น ถูกฟันตาย จมน้าตาย ยิงตัวตาย ผูกคอตาย โดดน้าตาย ฯลฯ กรณีไม่ทราบ สาเหตกุ ารตายใหเ้ ว้นว่างไว้ (๑๙) อาชีพ................................ ใหร้ ะบตุ ามความเปน็ จริง (๒๐) สถานที่ตาย........................ ใหก้ รอกชื่อสถานท่ที ผ่ี ู้ตายไดต้ าย หรอื พบศพ (๒๑) พักอยู่ในสถานที่ตายนาน ให้ระบุปี เดือน วนั เท่าที่ทราบ (๒๒) ชอ่ ง ๒ รายการบดิ ามารดาของผ้ตู าย ให้ลงชือ่ ตวั -ชือ่ สกลุ และเลขประจาตัวประชาชน บิดามารดาผตู้ าย (หากทราบ) (๒๒) ๒ บิดาช่ือ นำยดำ ชอ่ื สกุล ขำดี เลขประจาตัวประชาชน . บิดา มารดาช่ือ นำงเขียว ช่ือสกุล ขำดี เลขประจาตัวประชาชน . มารดา ของผตู้ าย

๙๓ 93 (๒๓) ชอ่ ง ๓ หลกั ฐานการแจ้งการตาย ให้ทาเคร่ืองหมาย () ในช่อง  หน้าข้อความ ท่ีต้องการแล้วลงรายละเอียดของหลักฐานหลัง เอกสารเหล่าน้นั (๒๓) ๓  บัตรประจาตัวของผแู้ จ้งเลขที่ ๓-๑๐๑๖-๐๐๘๘๘-๙๘-๐ . หลักฐาน  หนังสือมอบหมายจากเจา้ บ้าน . การแจง้  หนงั สือรบั รองการตาย . การตาย  สาเนาทะเบียนบา้ นเลขท่ี ๑/๖๐ ม.๔ ต. บอ่ พุ อ.ท่ำใหม่ จ. จันทบุรี .  บตั รประจาตัวของผตู้ าย ๓-๑๐๑๖-๐๐๘๘๒-๙๓-๑ .  หลักฐานอ่ืนๆ . ๔ (๒๔) จดั การศพโดย  เก็บ  ฝัง  เผา อื่น ๆ (๒๕) สถานที่ ตาบล อาเภอ จังหวดั ศพ วัดบอ่ พุ บอ่ พุ ท่ำใหม่ จันทบรุ ี (๒๔) จดั การศพโดย ใหน้ ายทะเบียนผู้รับแจ้งมีอานาจในการสั่งการเกี่ยวกับการ จดั การศพได้ทันที เพ่ือใหเ้ กดิ ความสะดวกในการจัดการศพ โดยใหท้ าเคร่อื งหมาย () ตรง  หน้าขอ้ ความที่ตอ้ งการส่งั (๒๕) สถานท่ี ใหร้ ะบสุ ถานท่ที ี่ดาเนนิ การเกี่ยวกบั ศพนัน้ ให้ชัดเจน (ลงชอื่ ) ดำ ขำดี ผูแ้ จ้ง (ลงช่อื ) ตำ นำดี นายทะเบียนผู้รบั แจ้ง (นายดา ขาด)ี (๒๖) (นายตา นาด)ี (๒๗) ตาแหน่ง - . (๒๖) รายการ ลงชอื่ ..................ผแู้ จง้ เมื่อมีการกรอกรายละเอียดข้อความต่าง ๆ ครบถ้วน แลว้ ให้ผู้แจ้งลงลายมือชื่อ พร้อมท้ังเขียน ชอ่ื ด้วยตัวบรรจงในวงเล็บใต้ลายมือช่อื (๒๗) รายการชอื่ .............นายทะเบยี น ให้ลงช่ือกานนั หรือผูใ้ หญบ่ ้าน ในฐานะนายทะเบียน ผรู้ บั แจง้ และเขียนช่อื ดว้ ยตัวบรรจงในวงเล็บลายมอื ชอ่ื ส่วนตาแหน่งนัน้ ให้ทาเคร่ืองหมาย “_” (๒๘) ไดร้ ับหลักฐานการแจง้ การตายแล้ว ใหผ้ แู้ จ้งการตายเปน็ ผู้ลงลายมือช่ือ ไดร้ บั หลักฐานการรบั แจ้งการตายแลว้ (๒๘) ลงชื่อ ดำ ขำดี ผแู้ จง้ (นายดา ขาดี)

94 ๙๔ หลกั ฐานการรับแจง้ การตาย หลกั ฐานการรับแจง้ การตาย สานักทะเบยี น (๒๙) อำเภอท่ำใหม่ จังหวดั จันทบรุ ี ได้รบั แจ้งการตาย ของ นำยนอ้ ย ขำดี (๓๐) . จาก นำยดำ ขำดี ตามใบรบั แจ้งการตาย (๓๑) เลขที่ ๑/๒๕๓๙ ลงวันท่ี ๔ มกรำคม ๒๕๓๕ . ลงช่ือ ตำ นำดี นายทะเบยี นผู้รับแจ้ง (๓๒) (นายตา นาดี) ตาแหนง่ - . คาสงั่ จัดการศพ (๓๓) อนญุ าตใหจ้ ัดการศพได้ดังน้ี เก็บ สถานที่ .  ฝงั สถานท่ี .  เผา สถานท่ี วดั บ่อพุ ต.บอ่ พุ อ. ท่ำใหม่ จ.จันทบรุ ี . อืน่ ๆ สถานท่ี . ลงชอ่ื ตำ นำดี นายทะเบียนผู้รับแจ้ง (๓๔) (นายตา นาด)ี ตาแหน่ง - . (๒๙) สานกั ทะเบยี น...........จังหวดั ............. ใหก้ รอกชอ่ื สานกั ทะเบียนอาเภอ และจังหวัด (๓๐) ไดร้ ับการแจง้ การตาย........จาก.......... ให้กรอก ชื่อ-สกุลของผู้ตาย และหลังคาว่า “จาก” ใหก้ รอก ชื่อ-สกลุ ของผแู้ จ้งการตาย (๓๑) เลขที่......./.........ลงวนั ท่.ี .................. ใหก้ รอกเลขท่แี ละวันที่ เดือน พ.ศ. ให้ตรงกับ ขอ้ ความในส่วนบน (๓๒) ลงชอ่ื ..............นายทะเบยี นผู้รบั แจ้ง ให้ลงช่ือกานันหรือผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะ น า ย ท ะ เ บี ย น ผู้ รั บ แ จ้ ง แ ล ะ เ ขี ย น ชื่ อ ด้ ว ย ตวั บรรจงในวงเลบ็ ใต้ลายมือช่ือ ส่วนตาแหน่ง น้นั ให้ทาเครือ่ งหมาย “_” คาสัง่ การจัดการศพ (๓๓) อนญุ าตใหจ้ ัดการศพดงั นี้ ให้ทาเครื่องหมาย () ตรง  หน้าข้อความ ให้ตรงกับข้อความในส่วนบน โดยให้ระบุ สถานทท่ี ดี่ าเนนิ การเก่ยี วกบั ศพน้นั ดว้ ย (๓๔) ลงชอื่ ............นายทะเบียนผ้รู บั แจ้ง ให้กานันหรือผู้ใหญ่บ้าน ลงช่ือในฐานะนาย ทะเบียนผู้รับแจ้ง ส่วนตาแหน่งนั้นให้ทา เคร่ืองหมาย “_” แล้วฉีกท่อนล่างน้ีมอบให้แก่ ผู้แจ้งเพื่อเป็นหลักฐานในการรับแจ้ง และ หลักฐานการอนญุ าตใหจ้ ัดการศพ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook