145 ๒. ดา้ นอำ� นวยความเปน็ ธรรมในการรบั เรอ่ื งราวรอ้ งทกุ ข/์ รอ้ งเรยี นและการแจง้ เบาะแส การกระทำ� ความผดิ กฎหมาย โดยให้มีการดำ� เนนิ การดงั นี้ ๒.๑ ด�ำเนินการเกี่ยวกับเร่ืองร้องทุกข์/ร้องเรียนตามระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรี วา่ ด้วยการจดั การเรือ่ งราวร้องทกุ ข์ พ.ศ. ๒๕๕๒ ๒.๒ การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ยื่นเร่ืองร้องทุกข์ ตามระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรี วา่ ดว้ ยการจัดการเรือ่ งราวร้องทกุ ข์ พ.ศ. ๒๕๕๒ ดงั น้ี (๑) รับฟังปัญหา เร่ืองราวร้องทุกข์ และความต้องการที่จ�ำเป็นของราษฎรแล้ว พจิ ารณาค�ำรอ้ งซงึ่ อาจจะใหค้ ณะท่ีปรกึ ษารว่ มพจิ ารณาดว้ ยก็ได้ (๒) กรณที อ่ี ยใู่ นอำ� นาจหนา้ ทที่ ด่ี ำ� เนนิ การไดก้ ใ็ หด้ ำ� เนนิ การแกไ้ ขปญั หาเรอื่ งราว รอ้ งทกุ ข์ และความต้องการทจ่ี �ำเปน็ ของราษฎร และถา้ เปน็ เร่ืองท่ีอย่ใู นอ�ำนาจหน้าที่ของสว่ นราชการ อื่นก็ให้แจ้งต่อส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน องค์กรอื่นที่เก่ียวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป ๒.๓ แจง้ เบาะแสการกระท�ำความผดิ กฎหมายในหมบู่ ้านใหน้ ายอ�ำเภอทราบ ๒.๔ เฝ้าระวังติดตามข่าวความไม่สงบเรียบร้อยหรือที่จะท�ำให้เกิดความไม่ปลอดภัย ต่อประชาชนในหมู่บ้าน และรายงาน / แจง้ ใหน้ ายอ�ำเภอทราบ ๓. ด้านอ�ำนวยความเป็นธรรมในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยให้มกี ารดำ� เนินการดังน้ี ๓.๑ น�ำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา ความเดอื ดรอ้ นรว่ มกันหรืออาจจะให้คณะท่ปี รกึ ษารว่ มพิจารณาดว้ ยก็ได้ ๓.๒ กรณีที่อยู่ในอ�ำนาจหน้าท่ีท่ีด�ำเนินการได้ก็ให้แก้ไขปัญหาของราษฎร และถ้าเป็น เรอื่ งทอ่ี ยใู่ นอำ� นาจหนา้ ทขี่ องสว่ นราชการอน่ื กใ็ หแ้ จง้ ตอ่ สว่ นราชการ หนว่ ยงานของรฐั องคก์ รปกครอง สว่ นทอ้ งถน่ิ องคก์ รอน่ื ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง เพอ่ื ใหก้ ารแกไ้ ขปญั หา หรอื ถา้ กรณเี ปน็ ขอ้ ขดั แยง้ /ขอ้ พพิ าททสี่ ามารถ เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลย่ี หรอื ประนีประนอมไดก้ ็ให้ดำ� เนินการ ๓.๓ แจ้งให้ราษฎรช่วยเหลือกิจการสาธารณประโยชน์ เพ่ือบ�ำบัด ป้องกันอันตราย สาธารณฉุกเฉนิ หรือช่วยบรรเทาสาธารณภัย ๓.๔ แก้ไขปญั หาความเดอื ดร้อนของประชาชนทกุ เรื่องท่ีเกดิ ขน้ึ ในหมูบ่ ้าน ๓.๕ อำ� นวยความสะดวกแกร่ าษฎรในการตดิ ตอ่ หรอื รบั บรกิ ารกบั สว่ นราชการ หนว่ ยงานของรฐั หรือองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
146 ๔. ด้านอ�ำนวยความเป็นธรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยการไกล่เกลี่ย และประนีประนอมข้อพิพาท (ทางแพ่งและทางอาญา) เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ โดยให้มีการ ดำ� เนนิ การดงั นี้ ๔.๑ การแก้ไขปัญหาความแย้งและข้อพิพาทในหมู่บ้านด้วยการประนีประนอม ข้อพิพาทตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการปฏิบัติงานประนีประนอมข้อพิพาทของ คณะกรรมการหมู่บา้ น พ.ศ. ๒๕๓๐ แนวทางปฏิบัติในการประนีประนอมข้อพิพาทของคณะกรรมการหมู่บ้าน ตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการปฏิบัติงานประนีประนอมข้อพิพาทของ คณะกรรมการหมู่บา้ น พ.ศ. ๒๕๓๐ ๑. หลกั การส�ำคัญของขอ้ บงั คับ ๑.๑ ใช้บงั คบั ทั้งหมบู่ า้ นธรรมดา และหมู่บา้ นอาสาพฒั นาและป้องกันตนเอง ๑.๒ ใหค้ ณะกรรมการหมูบ่ ้านและคณะกรรมการกลางหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกนั ตนเองเปน็ ผทู้ �ำหนา้ ทีป่ ระนีประนอมข้อพิพาทตามที่ผใู้ หญ่บ้านมอบหมาย ๑.๓ ข้อพพิ าทท่จี ะทำ� การประนีประนอมข้อพพิ าทได้ ต้องอยู่ภายใตเ้ ง่อื นไข ดังนี้ ๑) เป็นข้อพิพาททางแพ่ง (ทางแพ่งไม่ได้ก�ำหนดทุนทรัพย์) หรือทางอาญา อนั ยอมความกันได้ ๒) คกู่ รณที ง้ั สองฝา่ ยตอ้ งยนิ ยอมใหค้ ณะกรรมการหมบู่ า้ นประนปี ระนอมขอ้ พพิ าท ๓) ขอ้ พพิ าทเกดิ ขนึ้ ในหมบู่ า้ นหรอื คกู่ รณฝี า่ ยใดฝา่ ยหนงึ่ มภี มู ลิ ำ� เนาอยใู่ นหมบู่ า้ น ๔) ความตกลงของค่กู รณขี ึน้ อย่กู ับความสมคั รใจ ถา้ คู่กรณีตกลงกันก็ทำ� สญั ญา ประนีประนอมยอมความ ถ้าไม่ตกลงก็ใหย้ กเลกิ ๕) สถานท่ีในการด�ำเนินการประนีประนอมข้อพิพาทคือ ที่ท�ำการผู้ใหญ่บ้าน หรือสถานทอี่ ืน่ ตามทคี่ ณะกรรมการหม่บู า้ นเห็นสมควร ๖) ผลทางกฎหมายในการประนีประนอมข้อพพิ าท (๑) ในคดีแพง่ การประนอมข้อพพิ าทย่อมท�ำให้ขอ้ พพิ าททีม่ ีอยหู่ รือจะมีขึ้น ระงบั ไปและคกู่ รณไี ดส้ ทิ ธติ ามสญั ญาทท่ี ำ� ขน้ึ ใหม่ หากฝา่ ยใดผดิ สญั ญา อกี ฝา่ ยหน่งึ ตอ้ งน�ำคดขี ้นึ สศู่ าล เพื่อให้ศาลพจิ ารณาพพิ ากษาและบงั คับคดแี กฝ่ ่ายผดิ สญั ญาต่อไป (๒) ในคดอี าญา สทิ ธินำ� คดอี าญามาฟอ้ งยอ่ มระงบั ไปตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ กรณีในความผิดส่วนตัว เมื่อได้ถอนค�ำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรอื ยอมความกนั โดยถกู ต้องตามกฎหมาย
147 ในการดำ� เนนิ คดอี าญาความผดิ อนั ยอมความกนั ได้ หากมกี ารประนปี ระนอม ยอมความกนั โดยคณะกรรมการหมบู่ า้ น ใหด้ �ำเนินการดังน้ี ๑) ในช้ันพนักงานสอบสวน ให้น�ำผลการประนีประนอมยอมความของคณะกรรมการ หมูบ่ า้ นมาประกอบส�ำนวนการสอบสวน ๒) ในกรณสี ำ� นวนการสอบสวนคดอี าญาอยใู่ นชน้ั พนกั งานอยั การ ตอ่ มา มกี ารประนปี ระนอม ยอมความกันโดยคณะกรรมการหมู่บ้านให้คณะกรรมการหมู่บ้าน น�ำสัญญาประนีประนอมยอมความ พรอ้ มตัวผเู้ สียหายไปยงั พนักงานอัยการเพื่อพิจารณา สงั่ คดตี ่อไป ๓) ในชั้นศาล ให้คณะกรรมการหมู่บ้าน น�ำสัญญาประนีประนอมยอมความพร้อมตัว ผู้เสยี หายไปพบพนักงานอยั การ เพื่อใหพ้ นักงานอัยการแถลงขอใหศ้ าลสัง่ จำ� หน่ายคดี ๒. แนวทางปฏบิ ตั ิตามข้อบังคับฯ เมอ่ื มขี อ้ พพิ าทเกดิ ขน้ึ และคพู่ พิ าทฝา่ ยหนงึ่ ประสงคใ์ หค้ ณะกรรมการหมบู่ า้ นประนปี ระนอม ขอ้ พพิ าทและกใ็ หแ้ จง้ ผ้ใู หญบ่ ้านทราบ และผูใ้ หญบ่ ้านตอ้ งด�ำเนินการ ดงั น้ี ๒.๑ ผู้ใหญ่บ้าน ตอ้ งพิจารณาว่าข้อพิพาทน้ันเป็นไปตามเงอื่ นไขหรือไม่ ๑) เป็นข้อพิพาททางแพ่ง (ทางแพ่งไม่ได้ก�ำหนดทุนทรัพย์) หรือทางอาญา อันยอมความกันได้ ๒) คกู่ รณที ง้ั สองฝา่ ยตอ้ งยนิ ยอมใหค้ ณะกรรมการหมบู่ า้ นประนปี ระนอม ขอ้ พพิ าท ๓) ขอ้ พพิ าทเกดิ ขนึ้ ในหมบู่ า้ นหรอื คกู่ รณฝี า่ ยใดฝา่ ยหนง่ึ มภี มู ลิ ำ� เนาอยใู่ นหมบู่ า้ น ก. ถา้ เปน็ ไปตามเงือ่ นไข ให้ผู้ใหญ่บ้าน แจ้งคู่กรณีท�ำเป็นบันทึกยินยอมให้คณะกรรมการหมู่บ้าน ประนีประนอมข้อพิพาทตามแบบบันทึกยินยอมให้คณะกรรมการหมู่บ้านประนีประนอม ข้อพิพาท และนัดหมายให้คณะกรรมการหมบู่ ้านและคู่กรณีเพ่อื ดำ� เนินการโดยไมช่ ักชา้ หมายเหตุ คณะกรรมการหมู่บ้านอาจมอบหมายให้คณะกรรมการหมู่บ้านไม่น้อยกว่าสองคน ด�ำเนินการแทนก็ได้ หรือคณะกรรมการหมู่บ้านอาจเชิญบุคคลท่ีสมควรเข้าร่วมท�ำการประนีประนอม ดว้ ยกไ็ ด้ เช่น - คณะที่ปรึกษา นายอ�ำเภอ พนักงานอัยการ ปลัดอ�ำเภอ ข้าราชการต�ำรวจ ยศร้อยต�ำรวจตรีขึ้นไป - บุคคลทเ่ี ปน็ ท่ีเคารพนบั ถือในหมบู่ า้ น - บุคคลท่ีมีรายชื่อในบัญชีรายช่ือผู้ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง ตามกฎกระทรวงฯ ของอำ� เภอ - เครอื ขา่ ยยตุ ธิ รรมชมุ ชน ของศนู ยไ์ กลเ่ กลยี่ ประนอมขอ้ พพิ าทชมุ ชน กระทรวง ยตุ ิธรรม
148 ข. ถ้าขอ้ พพิ าทไม่เปน็ ไปตามเง่อื นไข แจง้ ให้คกู่ รณที ราบวา่ ไม่สามารถด�ำเนินการตามขอ้ บงั คับนไี้ ด้ หมายเหตุ ถา้ คกู่ รณยี ินยอมจะใหไ้ กล่เกลีย่ ฯ กอ็ าจไปไกลเ่ กลี่ยฯ ตามแนวทางอืน่ ได้ ๒.๒ การดำ� เนินการประนปี ระนอมขอ้ พิพาทของคณะกรรมการหมบู่ า้ น การด�ำเนนิ การของคณะกรรมการหมบู่ า้ น จะตอ้ งด�ำเนนิ การดงั น้ี ๑) แสวงหาข้อเทจ็ จริงเก่ยี วกับเรือ่ งทีพ่ พิ าทของคกู่ รณี (๑) สอบถามขอ้ เทจ็ จรงิ จากคกู่ รณแี ละบคุ คลอนื่ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ขอ้ พพิ าทหรอื (๒) เชญิ ผู้ท่ีเก่ยี วขอ้ งมาสอบถามข้อเทจ็ จริงในกรณีจำ� เป็น (๓) ตรวจสอบเอกสารหรือวัตถุหรือสถานที่ท่ีเก่ียวข้องตามความยินยอม ของเจ้าของหรือผู้ครอบครอง (๔) การประนปี ระนอมขอ้ พพิ าทใหก้ ระทำ� โดยเปิดเผยตอ่ หน้าค่กู รณี ๒) เม่ือได้ข้อเท็จจริงแล้ว ให้คณะกรรมการหมู่บ้านท�ำการประนีประนอม โดยเปดิ โอกาสให้คกู่ รณเี สนอขอ้ ผอ่ นผนั ใหแ้ กก่ นั หรอื คณะกรรมการหมบู่ า้ นอาจเสนอทางเลอื กในการ ผ่อนผันให้คู่กรณีพิจารณาตกลงยินยอมยุติข้อพิพาทน้ัน ทั้งน้ี ห้ามมิให้คณะกรรมการหมู่บ้านชี้น�ำ หรอื ชีข้ าดขอ้ พพิ าทเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่กรณี ก. ถ้าตกลงกันได้ ให้ท�ำสัญญาประนีประนอมยอมความตามแบบ จ�ำนวนส่ีฉบับ ซ่ึงสัญญาจะต้องมี ข้อความถูกต้องตรงกัน อ่านและอธิบายข้อความให้คู่กรณีเข้าใจและให้ลงลายมือช่ือไว้ในสัญญา โดยให้คณะกรรมการหมู่บ้านอย่างน้อยสองคนลงนามเป็นพยาน แล้วมอบให้คู่กรณีฝ่ายละหนึ่งฉบับ คณะกรรมการหม่บู ้านเก็บไวก้ บั บนั ทกึ ยินยอมใหค้ ณะกรรมการหมู่บา้ นประนีประนอมข้อพิพาทหนึง่ ฉบบั อกี ฉบับให้ผใู้ หญ่บา้ นสง่ อำ� เภอพรอ้ มกบั แบบรายงาน ทุกเดอื นในวนั ประชุม กำ� นัน ผ้ใู หญบ่ า้ น ข. ถ้าไมต่ กลงกนั ให้ยกเลิกการด�ำเนินการ แล้วแจ้งให้คู่กรณีทราบและบันทึกผลการด�ำเนินการ ตอนท้ายของบันทึกยินยอม ฯ แล้วมอบบันทึกยินยอม ฯ ให้ผู้ใหญ่บ้าน แล้วให้ผู้ใหญ่บ้านรายงาน ให้นายอ�ำเภอทราบถึงข้อพิพาทที่ไม่ตกลงกัน โดยรายงานทันทีหรือรายงานพร้อมแบบรายงาน ประจำ� เดอื นก็ได้ ลักษณะข้อพพิ าทท่ีจะท�ำการประนปี ระนอมกันได้ ได้แก่ ๑. ข้อพิพาททางแพ่งสามารถประนีประนอมกันได้ ได้แก่ข้อพิพาททางแพ่งทุกกรณี เช่น เร่อื งผิดสัญญาหรือละเมดิ เปน็ ตน้ โดยไม่จ�ำกดั ทุนทรพั ย์ ๒. ข้อพพิ าททางอาญาทเ่ี ปน็ ความผิดอันยอมความกนั ได้
149 ความผิดอันยอมความกันได้ หมายถึง คดีอาญาประเภทซึ่งก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อเอกชนคนหน่ึงคนใดเป็นส่วนตัว มิได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือสังคมเป็นส่วนรวมและ ความผดิ ใดจะเปน็ ความผดิ อันยอมความได้ เชน่ ความผดิ ฐานยกั ยอกฉอ้ โกง หมน่ิ ประมาท ทำ� ใหเ้ สยี ทรพั ย์ อนาจาร ข่มขืนกระท�ำช�ำเรา ออกเช็คโดยเจตนาทีจ่ ะไมใ่ ห้มกี ารใชเ้ งิน เป็นตน้ ความผิดอาญาอนั ยอม ความกันไดน้ ีเ้ จา้ พนักงานของรัฐจะดำ� เนินคดไี ด้กต็ อ่ เมอ่ื ผู้เสียหายร้องทกุ ข์ (แจง้ ความ) ต่อเจา้ พนักงาน ตามกฎหมายเสียก่อนและต้องร้องทุกข์ภายในเวลา ๓ เดือน นับแต่วันรู้เร่ืองความผิดและรู้ตัว ผ้กู ระท�ำผดิ หากผูเ้ สยี หาย ไมป่ ระสงคจ์ ะดำ� เนินคดกี บั ผตู้ ้องหา ก็สามารถถอนคำ� ร้องทุกข์ ถอนฟอ้ ง หรือยอมความได้ ๒.๑ ความผดิ อนั ยอมความกันไดท้ ว่ั ไป ได้แก่ ๑) เอาชอ่ื หรอื ยีห่ ้อในทางการคา้ ของผ้อู ื่นมาใช้ (มาตรา ๒๗๒) ๒) ความผิดเก่ยี วกบั เพศ ไดแ้ ก่ - ข่มขนื กระทำ� ชำ� เรา (มาตรา ๒๗๖ วรรค ๑) - กระทำ� อนาจารธรรมดา (มาตรา ๒๗๘) - พาบุคคลอายเุ กนิ สบิ หา้ ปีไปเพื่ออนาจาร (มาตรา ๒๘๓ ทวิวรรค ๑) - ซ่อนเรน้ บคุ คลอายเุ กินสิบหา้ ปีซึ่งถูกพาไปเพื่อการอนาจาร (มาตรา ๒๘๓ ทวิ วรรค ๓) - พาผ้อู ่ืนไปเพ่อื อนาจาร (มาตรา ๒๘๔) ๓) ท�ำให้เส่อื มเสียเสรภี าพ (มาตรา ๓๐๙ วรรค ๑) ๔) หนว่ งเหน่ยี วกกั ขังผ้อู น่ื (มาตรา ๓๑๐ วรรค ๑) ๕) หนว่ งเหนี่ยวกักขังผอู้ ่นื โดยประมาท (มาตรา ๓๑๑ วรรค ๑) ๖) เปิดเผยความลับในจดหมาย (มาตรา ๓๒๒) ๗) เปิดเผยความลบั ของผู้อื่นที่รู้มาโดยหนา้ ท่ี (มาตรา ๓๒๓) ๘) เปดิ เผยความลบั ในทางอุตสาหกรรมและวทิ ยาศาสตร์ (มาตรา ๓๒๔) ๙) หมิน่ ประมาทคนเปน็ (มาตรา ๓๒๖) ๑๐) หมนิ่ ประมาทคนตาย (มาตรา ๓๒๗) ๑๑) หม่นิ ประมาทด้วยการโฆษณา (มาตรา ๓๒๘) ๑๒) ฉอ้ โกงธรรมดา (มาตรา ๓๔๑) ๑๓) ฉอ้ โกงประกอบด้วยเหตผุ ลพิเศษ (มาตรา ๓๔๒) ๑๔) หลอกลวงคนให้ไปท�ำงาน (มาตรา ๓๔๔) ๑๕) สง่ั ซื้ออาหารหรอื เขา้ อยใู่ นโรงแรมโดยไม่มเี งิน (มาตรา ๓๔๕) ๑๖) ชกั จูงใหจ้ �ำหนา่ ยทรัพย์สินโดยเสียเปรียบ (มาตรา ๓๔๖) ๑๗) ฉ้อโกงในเรื่องประกนั วินาศภยั (มาตรา ๓๔๗) ๑๘) ฉอ้ โกงเจา้ หนจี้ �ำนำ� (มาตรา ๓๔๙) ๑๙) ฉอ้ โกงเจ้าหน้ีธรรมดา (มาตรา ๓๕๐)
150 ๒๐) ยกั ยอกทรัพย์ธรรม (มาตรา ๓๕๒) ๒๑) ยกั ยอกทรัพย์ในฐานเป็นผ้จู ัดการมรดกแทนเขา (มาตรา ๓๕๓) ๒๒) ยกั ยอกทรพั ย์ในฐานเปน็ ผจู้ ัดการทรัพย์ตามค�ำส่งั ศาล (มาตรา ๓๕๔) ๒๓) ยกั ยอกทรัพย์เกบ็ ได้ (มาตรา ๓๕๕) ๒๔) ท�ำใหเ้ สยี ทรัพยธ์ รรมดา (มาตรา ๓๕๘) ๒๕) ท�ำใหเ้ สียทรพั ยเ์ กยี่ วกบั เกษตร (มาตรา ๓๕๙) ๒๖) บกุ รุก (มาตรา ๓๖๒) ๒๗) ยักยา้ ยหรอื ทำ� ลายเคร่อื งหมายเขตแห่งอสงั หารมิ ทรพั ย์ (มาตรา ๓๖๓) ๒๘) เขา้ ไปซอ่ นตัวอยใู่ นอาคารของคนอื่น (มาตรา ๓๖๕) ๒.๒ ความผิดเก่ียวกบั ทรพั ย์ระหว่างญาตสิ นทิ โดยปกติกฎหมายมิได้บัญญัติให้เป็นความผิดอันยอมความกันได้แต่ถ้าเป็นการกระท�ำ ความผิดต่อผู้สืบสันดาน ต่อผู้บุพการี หรือต่อพ่ีหรือน้องร่วมบิดา มารดา เดียวกัน ก็ให้เป็นความผิด อันยอมความกนั ได้ ไดแ้ ก่ ๑) ลกั ทรัพย์ (มาตรา ๓๓๔) ๒) ลกั ทรพั ย์กรณีพเิ ศษ (มาตรา ๓๓๕) ๓) ลกั ทรัพยท์ ีเ่ ปน็ วตั ถทุ างศาสนา (มาตรา ๓๓๕ ทวิ) ๔) ว่ิงราวทรพั ย์ (มาตรา ๓๓๖ วรรค ๑) ๕) ฉ้อโกงประชาชน (มาตรา ๓๔๓) ๖) รบั ของโจร (มาตรา ๓๕๗) ๗) ทำ� ให้เสียทรพั ย์ท่ใี ช้หรือมีไวเ้ พ่ือสาธารณประโยชน์ (มาตรา ๓๖๐) ๘) ท�ำให้เสียทรัพย์ทีเ่ ป็นสกั การบชู า (มาตรา ๓๖๐ ทว)ิ ๒.๓ ความผดิ อันยอมความกนั ไดต้ ามกฎหมายอืน่ ๆ ๑) ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั ิว่าด้วยความผิดอันเกดิ จากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ - ออกเชค็ โดยเจตนาท่ีจะไม่ใหม้ ีการใช้เงนิ ๒) ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั วิ า่ ดว้ ยการกระทำ� ผดิ เกยี่ วกบั คอมพวิ เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ - นำ� เขา้ สขู่ อ้ มลู ระบบคอมพวิ เตอรซ์ งึ่ ขอ้ มลู ทปี่ รากฏเปน็ ภาพ โดยประการทน่ี า่ จะทำ� ให้ ผอู้ นื่ เสียช่อื เสยี ง ถูกดูหมิ่น เกลียดชงั หรอื ได้รับความอบั อาย ๓) ความผิดตามพระราชบัญญตั ิลิขสทิ ธ์ิ พ.ศ. ๒๕๓๗ - ทกุ ฐานความผดิ ๔) ความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระท�ำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ - กระท�ำความรนุ แรงในครอบครวั
151 ๕) ความผิดตาม พ.ร.บ. ความลบั ทางการคา้ พ.ศ. ๒๕๔๕ - เปิดเผยความลับทางการค้าของผอู้ ่ืน ๖) ความผดิ ตาม พ.ร.บ. ธนาคารเพอื่ การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙ - โอน จ�ำนอง หรือจ�ำน�ำทรัพย์ที่ได้กรรมสิทธิ์มาโดยใช้เงินกู้จากธนาคาร และเอกสารระบุ การห้ามไว้ ๗) ความผดิ ตาม พ.ร.บ. สขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ - เปดิ เผยขอ้ มลู ดา้ นสขุ ภาพของบคุ คล - ใชผ้ รู้ ับบรกิ ารเป็นสว่ นหนง่ึ ของการทดลองในงานวิจัยโดยไม่ได้รับความยนิ ยอม ความหมายของการประนอมขอ้ พพิ าทตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ การประนอมข้อพิพาท หมายถึง การท่ีคู่กรณีท้ังสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหน่ึง ซงึ่ มอี ยหู่ รอื จะมขี น้ึ ใหเ้ สรจ็ ไปดว้ ยตา่ งยอมผอ่ นผนั ใหแ้ กก่ นั และกนั หรอื การทบี่ คุ คลหรอื องคก์ รตวั แทน เข้าไปเก่ียวข้อง เข้าไปแทรกแซงหรือเข้าไปอยู่ตรงกลางระหว่างบุคคลสองคนหรือสองฝ่ายเพื่อขจัด ข้อขัดแย้งหรือสรา้ งความปรองดอง ท้งั นโี้ ดยไม่มีการใช้อำ� นาจบังคับไมว่ ่าโดยทางตรงหรอื ทางอ้อม วัตถปุ ระสงคข์ องการประนีประนอมขอ้ พิพาท ๑. เพอ่ื ระงบั ข้อพิพาทตา่ ง ๆ ให้เกดิ ความสงบเรียบรอ้ ยในสงั คม ๒. เพอ่ื สรา้ งความยุตธิ รรมและความเสมอภาคในสังคม ๓. เพอ่ื สรา้ งความพึงพอใจโดยให้คู่กรณรี ้สู กึ ว่าผลเกิดขึน้ ตามตอ้ งการ ๔. เพือ่ สง่ เสริมใหเ้ กิดการควบคุมทางสังคม ประโยชน์ของการประนีประนอมข้อพพิ าท ๑. ทำ� ให้ลดคดที ข่ี น้ึ สู่ศาล ทำ� ให้ลดรายจ่าย และเวลา ๒. เป็นวิธีระงับขอ้ พพิ าททร่ี วดเรว็ เสยี หายตอ่ คู่กรณีนอ้ ย ๓. ท�ำใหส้ ่งเสรมิ การหาขอ้ ยตุ ทิ เ่ี หมาะสมกับคูก่ รณี ๔. ทำ� ใหเ้ ปน็ การส่งเสริมความเข้มแข็งของพลังชมุ ชน ๕. เป็นเวทที ใี่ ห้คกู่ รณเี ขา้ ถงึ กนั ได้ ๖. เป็นการสง่ เสรมิ กระบวนการสันตวิ ิธแี ทนการใชค้ วามรนุ แรงหรือกระบวนการเผชิญหนา้ ทางกฎหมาย
152 ความสำ� เรจ็ ของการประนีประนอมข้อพิพาท ๑. จะต้องนำ� ขอ้ พพิ าทในหมบู่ า้ นเขา้ สู่กระบวนการประนีประนอมข้อพิพาทให้มากทีส่ ดุ ๒. ผู้ปฏบิ ตั ิ (คณะกรรมการหมบู่ ้าน) จะต้องเป็นผปู้ ระนีประนอมข้อพิพาทที่ดดี งั นี้ ๒.๑ ทำ� หนา้ ทสี่ นบั สนนุ กระบวนการใหด้ ำ� เนนิ ไปโดยสง่ เสรมิ การสอื่ สารอยา่ งสรา้ งสรรค์ ของคูเ่ จรจา ๒.๒ ทำ� หน้าท่ีอย่างเปน็ กลาง ไม่เอนเอยี งเข้ากับฝา่ ยใดฝ่ายหนึง่ ๒.๓ ปฏบิ ัติหน้าทด่ี ว้ ยความบรสิ ทุ ธ์ิยุตธิ รรม ๒.๔ สามารถแสดงใหเ้ หน็ แง่มุมท้ังบวกและลบของแตล่ ะฝ่าย ๒.๕ ช่วยให้คเู่ จรจาเขา้ ใจธรรมชาติของข้อพพิ าทและเหตุผลซ่อนอยู่ ๒.๖ ส่งเสรมิ ใหค้ ู่เจรจาพิจารณาทางเลอื ก ๒.๗ ช่วยให้คเู่ จรจาหาทางออกที่ตอบสนองความต้องการทุกฝา่ ย ๒.๘ ปกปอ้ งความนา่ เชอื่ ถือของกระบวนการการเจรจาประนีประนอมข้อพิพาท บคุ ลิกหรอื คณุ ลกั ษณะของบคุ คลทที่ ำ� หนา้ ทป่ี ระนีประนอมข้อพิพาท ๑. ชำ� นาญการสื่อสาร ๒. มมี นุษยสัมพนั ธ์ที่ดี ๓. มคี วามยตุ ธิ รรม ๔. มีจติ สำ� นกึ ของการมีสว่ นร่วมและมจี ติ ส�ำนกึ ในกระบวนการ
153 บนั ทึกยนิ ยอมให้คณะกรรมการหมูบ่ า้ นประนีประนอมขอ้ พิพาท เขยี นท.ี่ ............................................................ วันท.่ี .................เดือน............................................พ.ศ. ............. .......................................................................................................................................................................................ผรู้ ้อง ระหวา่ ง ................................................................................................................................................................................ผู้ถกู รอ้ ง เรือ่ ง........................................................................................................................................................................................................... ผ้รู อ้ ง อาย.ุ ..................ปี อยทู่ บี่ ้านเลขท.่ี ...............หมทู่ .่ี ....................ต�ำบล................................................... อ�ำเภอ.............................................จงั หวดั ..........................................เลขประจำ� ตัวประชาชนเลขท.่ี .................................. ผ้ถู ูกรอ้ ง อาย.ุ ....................ปี อยูท่ ่บี ้านเลขท.ี่ ...................หม่ทู .่ี ....................ตำ� บล............................................. อำ� เภอ.............................................จังหวัด..........................................เลขประจำ� ตวั ประชาชนเลขท.่ี .................................. ผถู้ กู รอ้ งและผถู้ กู รอ้ งมคี วามประสงคใ์ หค้ ณะกรรมการหมบู่ า้ นทำ� การประนปี ระนอมขอ้ พพิ าทดงั กลา่ ว ลงชื่อ..........................................................ผู้ร้อง ลงช่อื ..........................................................ผู้ถกู ร้อง ค�ำสัง่ ผูใ้ หญบ่ า้ น ขอ้ พพิ าทไม่เขา้ หลกั เกณฑต์ ามขอ้ บงั คับ ขอ้ ๔ ขอ้ พพิ าทเข้าหลกั เกณฑ์ตามข้อบงั คับฯ ข้อ ๔ มอบคณะกรรมการหม่บู า้ นประนปี ระนอม ลงชอ่ื ..........................................................ผ้ใู หญ่บา้ น ผลทีส่ ดุ ของขอ้ พิพาท ตกลงกันไดโ้ ดยคกู่ รณ ี ไมท่ �ำสญั ญาประนปี ระนอมยอมความ ทำ� สญั ญาประนปี ระนอมยอมความ ตกลงกันไม่ไดจ้ ึงแจ้งให้คู่กรณี ไปตกลงกัน ณ ท่วี ่าการอำ� เภอ ไปดำ� เนินการตามกระบวนการยุติธรรมตอ่ ไป ลงชื่อ..........................................................กรรมการหมู่บา้ น ลงชื่อ..........................................................กรรมการหมู่บา้ น ลงชอื่ ..........................................................กรรมการหมบู่ ้าน
154 สญั ญาประนปี ระนอมยอมความแพ่ง เขียนท.่ี ............................................................ วนั ท.่ี .................เดือน............................................พ.ศ. ............. .......................................................................................................................................................................................ผูร้ ้อง ระหว่าง ................................................................................................................................................................................ผถู้ กู รอ้ ง เร่อื ง........................................................................................................................................................................................................... ข้อพิพาทเรื่องน้ีผู้ร้องและผู้ถูกร้องได้ตกลงท�ำสัญญาประนีประนอมยอมความแพ่ง ดังมขี อ้ ความต่อไปนี้ ข้อ ๑. .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................... ข้อ ๒. .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................... ข้อ ๓. .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................... สัญญาประนีประนอมยอมความฉบับนี้ท�ำขึ้น ๔ ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน ผรู้ ้องและผถู้ กู ร้องไดอ้ า่ นและเข้าใจข้อความดแี ลว้ จงึ ลงลายมือชอ่ื ไวเ้ ปน็ สำ� คญั ต่อหนา้ พยาน ลงชอ่ื ..........................................................ผ้รู อ้ ง ลงชื่อ..........................................................ผู้ถกู รอ้ ง ลงชื่อ..........................................................กรรมการหมู่บ้าน พยาน ลงชอื่ ..........................................................กรรมการหม่บู ้าน พยาน
155 สัญญาประนีประนอมยอมความอาญา เขยี นท.ี่ ............................................................ วันท.ี่ .................เดอื น............................................พ.ศ. ............. .......................................................................................................................................................................................ผรู้ อ้ ง ระหว่าง ................................................................................................................................................................................ผู้ถกู รอ้ ง เรื่อง........................................................................................................................................................................................................... ข้อพิพาทเร่ืองน้ีผู้ร้องและผู้ถูกร้องได้ตกลงท�ำสัญญาประนีประนอมยอมความอาญา ดงั มขี อ้ ความตอ่ ไปนี้ ข้อ ๑. .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................... ข้อ ๒. .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................... ข้อ ๓. .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................... สัญญาประนีประนอมยอมความฉบับนี้ท�ำขึ้น ๔ ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน ผูร้ อ้ งและผถู้ ูกร้องได้อ่านและเขา้ ใจขอ้ ความดีแลว้ จึงลงลายมือช่อื ไว้เปน็ ส�ำคัญตอ่ หนา้ พยาน ลงชอื่ ..........................................................ผรู้ อ้ ง ลงชอ่ื ..........................................................ผถู้ ูกรอ้ ง ลงช่ือ..........................................................กรรมการหมู่บ้าน พยาน ลงช่อื ..........................................................กรรมการหมูบ่ ้าน พยาน
156 ๑๕๖ แบบแบรบารยายงงาานนปประรนะีปรนะนีปอรมะขอ้นพอพิ มาทข้อพพิ าท ประจปำ� รเะดจาือเดนือ..น.................................................................................... จานวน ประเภทคดี ผลการประนปี ระนอมขอ้ พิพาท หมายเหตุ คดี คดีแพ่ง คดีอาญา (จานวน) (จานวน) คดีแพง่ คดอี าญา ทั้งหมด ตกลงกนั ได้ ตกลงกนั ไม่ได้ ตกลงกนั ได้ ตกลงกนั ไม่ได้ (จานวน) (จานวน) (จานวน) (จานวน) ตตรรววจจถถูกูกตตอ้ ้องง .ล..ง..ช..ื่อ...ล..ง...ช..ื่อ.................................................... ผู้ใหญบ่ ้าน (.........(....................................................................................................................................................................................................)......).ผ้ใู หญ่บา้ น
157 ตวั อย่าง บันทึกยินยอมให้คณะกรรมการหมูบ่ า้ นประนปี ระนอมขอ้ พพิ าท เขียนท่ี ท่ีท�ำการผใู้ หญ่บ้าน หมู่ ๑๑ วนั ที่ ๑๐ เดือน พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๕๐ น.ส. พรทพิ ย์ สดุ สวย ผรู้ ้อง ระหวา่ ง นายสันติ รกั ชาติ ผ้ถู กู รอ้ ง เร่ือง อนาจาร ซึ่งเป็นความผดิ อันยอมความได้ ผรู้ อ้ ง อายุ ๒๐ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๔๕ หมทู่ ี่ ๑๑ ต�ำบลอมกอ๋ ย อำ� เภออมก๋อย จังหวดั เชียงใหม่ บตั รประจำ� ตัวประชาชนเลขท่ี ๓ ชม-๑๔๕๖๗ ผถู้ กู รอ้ ง อายุ ๗๑ ปี อยบู่ า้ นเลขท่ี ๑๘๓ หมทู่ ี่ ๑๑ ตำ� บลอมกอ๋ ย อำ� เภออมกอ๋ ย จงั หวดั เชยี งใหม่ บตั รประจำ� ตวั ประชาชนเลขท่ี ๗ ชม-๑๔๕๗๘ ผู้ร้องและผู้ถูกร้องมีความประสงค์ให้คณะกรรมการหมู่บ้านท�ำการประนีประนอมข้อพิพาท ดงั กล่าว ลงชอ่ื น.ส.พรทพิ ย์ สดุ สวย ผู้ร้อง ลงชื่อ นายสนั ติ รกั ชาติ ผู้ถูกร้อง ค�ำสั่งผูใ้ หญบ่ ้าน ข้อพิพาทไม่เขา้ หลกั เกณฑ์ตามข้อบังคบั ฯ ข้อ ๔ ข้อพพิ าทเขา้ หลักเกณฑ์ตามขอ้ บงั คบั ฯ ข้อ ๔ มอบคณะกรรมการหมู่บ้าน ประนีประนอมข้อพพิ าท ลงชือ่ นายหมกึ ดำ� ดี ผใู้ หญ่บ้าน ผลทส่ี ดุ ของขอ้ พิพาท ตกลงกันไดโ้ ดยคูก่ รณี ไมท่ �ำสัญญาประนปี ระนอมยอมความ ท�ำสญั ญาประนปี ระนอมยอมความ ตกลงกันไม่ได้จึงแจ้งให้คกู่ รณี ไปตกลงกนั ณ ทวี่ ่าการอ�ำเภอ ไปด�ำเนนิ การตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ลงช่อื นายมานะ อดทน กรรมการหมบู่ า้ น ลงชื่อ นายใหญ่ รักสงบ กรรมการหม่บู ้าน ลงชื่อ นายนอ้ ย รกั ธรรม กรรมการหมู่บา้ น
158 ตวั อย่าง ๑๕๘ บา้ นอบม้ากนอ๋ อแยมบกหอ๋ บมยปูท่รหี่รามแ๑ะูท่บย๑ปจ่ีบง1รำ�ร1ตาะาเจดำ�ยตนาบงาือเปาบดลนนลืออรปอนมพะตมระกพวักนฤนอ๋ออ๋ฤศปีีปยยศยจา่รจรองะอิกกิ าะนา�ำเาภอนยเยภมอนอนขออ2มอ้มอ5พ๒กม5ขอ๋พิ๕0กย้อาอ๋๕ทจพยั๐งหิพจวังัดาหเชทวยี ดั งใเหชมยี ่งใหม่ จานวน ประเภทคดี ผลการประนีประนอมข้อพิพาท หมายเหตุ คดี คดแี พ่ง คดอี าญา คดแี พ่ง (จานวน) (จานวน) คดแี พง่ คดีอาญา เก่ียวเน่อื งกบั ทัง้ หมด ตกลงกนั ได้ ตกลงกนั ไม่ได้ ตกลงกนั ได้ ตกลงกนั ไม่ได้ คดีอาญา ๑1 ๑1 (จานวน) (จานวน) (จานวน) (จานวน) 1๑ ๑1 ๑1 (ลงช่อื ) หตตมรรกึววจจถดถูกาูกดตตีอ้ ผง้อ้ใู หงญบ่ า้ น (ลงช่ือ) นหามยกึหมดกึ �ำดดาี ดผี ู้ใหญ่บา้ น (.............น..า..ย...ห..ม...ึก....ด..ำ�..ด...ี .........) (.........................................................)
159 ๔.๒ ไกล่เกล่ียหรือพิจารณาวินิจฉัย ข้อพิพาทเก่ียวกับการเรียกเก็บค่าการช�ำระค่าเช่า ระยะเวลา การเชา่ ตลอดจนขอ้ พพิ าทอน่ื หรอื คา่ เสยี หายอนั เกดิ จากการเชา่ ของ คณะกรรมการชว่ ยเหลอื การเชา่ ทดี่ นิ เพอื่ เกษตรกรรมตำ� บล (คชก.) ตาม (พ.ร.บ. การเชา่ ทดี่ นิ เพอ่ื เกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔) แนวทางการไกล่เกล่ียและประนีประนอมข้อพิพาทตามพระราชบัญญัติการเช่าท่ีดิน เพอ่ื เกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ๑. ข้อพพิ าท เปน็ ข้อพพิ าทเกี่ยวกบั การเรยี กเก็บคา่ เชา่ การช�ำระคา่ เชา่ ระยะเวลาของการเชา่ ตลอดจนขอ้ พิพาทอ่ืนหรอื คา่ เสยี หายอนั เกิดจากการเชา่ ตามค�ำรอ้ งขอของผู้เช่าหรือผู้ใหเ้ ช่า ๒. ผู้ที่ท�ำหน้าท่ีไกล่เกลีย่ ข้อพพิ าทหรอื คณะกรรมการการเช่าท่ดี ินเพอื่ เกษตรกรรม ๒.๑ ในจังหวัดหนง่ึ ๆ ให้มี คชก. จงั หวดั ซง่ึ ประกอบดว้ ยบุคคลดังตอ่ ไปนี้ (๑) ในกรุงเทพมหานคร คชก. จงั หวดั ประกอบดว้ ย ผวู้ า่ ราชการกรงุ เทพมหานคร เปน็ ประธาน ผแู้ ทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมทดี่ นิ ผู้แทนกรมประมง ผูแ้ ทนกรมปศสุ ัตว์ ผู้แทนกรม อัยการ ผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้แทนผู้เช่าสี่คน และผู้แทนผู้ให้เช่าส่ีคน ซึ่งผู้ว่าราชการ กรงุ เทพมหานครแตง่ ตง้ั เปน็ กรรมการ และใหข้ า้ ราชการกรงุ เทพมหานครซง่ึ ผวู้ า่ ราชการกรงุ เทพมหานคร แต่งต้งั เป็นกรรมการและเลขานุการ (๒) ในจงั หวัดอน่ื นอกจากกรุงเทพมหานคร คชก. จงั หวดั ประกอบดว้ ย ผู้วา่ ราชการ จังหวดั เปน็ ประธาน อยั การจังหวัด เกษตรจงั หวัด ประมงจังหวัด ปศสุ ตั ว์จงั หวดั และเจา้ พนกั งานทด่ี ิน จังหวัด ผู้แทนผู้เช่าประจ�ำจังหวัดส่ีคน และผู้แทนผู้ให้เช่าประจ�ำจังหวัดสี่คน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด แต่งตั้งเป็นกรรมการ และให้จ่าจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ ในจังหวัดใดไม่มีประมงจังหวัด หรือปศุสัตว์จังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งต้ังข้าราชการซ่ึงปฏิบัติราชการในเขตจังหวัดน้ัน เปน็ กรรมการแทน คชก. จงั หวัดมีอำ� นาจหน้าที่ ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) วางระเบยี บการกำ� หนดอตั ราคา่ เชา่ ชน้ั สงู สำ� หรบั เปน็ แนวปฏบิ ตั ขิ อง คชก. ตำ� บล ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทกี่ ระทรวงเกษตรและสหกรณแ์ ละกระทรวงมหาดไทยรว่ มกนั กำ� หนด (๒) ก�ำหนดผลผลิตหรือรายได้ข้ันสูงของผลิตผลเกษตรกรรมแต่ละประเภทท่ีนิยม ท�ำในจังหวัดตามการจาแนกคุณภาพของที่ดินและน�้ำส�ำหรับเป็นหลักในการค�ำนวณอัตราค่าเช่าช้ันสูง ของ คชก. ต�ำบล
160 (๓) กำ� หนดทอ้ งทท่ี หี่ า้ มประกอบเกษตรกรรมบางประเภทเพอ่ื ประโยชนท์ างเศรษฐกจิ หรือการอนุรักษ์ดินและน้�ำ (โดยให้ก�ำหนดล่วงหน้าก่อนฤดูการประกอบเกษตรกรรมไม่น้อยกว่า สามเดือนและให้ปิดประกาศไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ท่ีว่าการอ�ำเภอ และที่ท�ำการต�ำบลที่เกี่ยวข้อง ทุกแหง่ ) (๔) รวบรวมข้อมูล สถิติการเช่าในท้องท่ีของจังหวัด โดยแยกเป็นอ�ำเภอ ต�ำบล และประเมินผลเสนอสภาจงั หวัดทราบทุกปี (๕) กำ� หนดระยะเวลาเร่มิ ต้นฤดกู ารประกอบเกษตรกรรมแห่งทอ้ งถน่ิ (๖) พจิ ารณาวนิ ิจฉัยอุทธรณต์ ามพระราชบญั ญัตินี้ และมีค�ำสงั่ ใด ๆ ให้ผู้เชา่ หรือ ผใู้ หเ้ ช่าปฏบิ ัติหรอื มใิ ห้ปฏบิ ัติการใดเพ่อื ใหเ้ กิดผลตามค�ำวนิ ิจฉยั ๒.๒ ในต�ำบลหนงึ่ ๆ ท่ีมีการเชา่ ใหม้ ี คชก. ต�ำบล ซึง่ ประกอบด้วยบคุ คล ดังตอ่ ไปน้ี (๑) ในต�ำบลนอกเขตเทศบาล คชก. ต�ำบลประกอบด้วย ก�ำนันเป็นประธาน เกษตรอ�ำเภอหรือผู้แทน ที่ดินอ�ำเภอหรือผู้แทน ประมงอ�ำเภอหรือผู้แทน ปศุสัตว์อ�ำเภอหรือผู้แทน ผู้แทนผู้เช่าสี่คน และผู้แทนผู้ให้เช่าส่ีคน ซ่ึงนายอ�ำเภอแต่งตั้ง เป็นกรรมการ และให้ปลัดอ�ำเภอ หรอื พฒั นากรซึง่ นายอ�ำเภอแตง่ ตัง้ เป็นกรรมการและเลขานุการ อนึ่ง ในการพจิ ารณาเร่อื งอันเกี่ยวกบั การเช่าในเขตหมู่บา้ นใด ให้ผใู้ หญบ่ า้ นแหง่ หมบู่ ้านน้นั เปน็ กรรมการด้วย (๒) ในตำ� บลในเขตเทศบาล คชก. ตำ� บลประกอบดว้ ย นายกเทศมนตรเี ปน็ ประธาน และให้ปลัดเทศบาลเป็นกรรมการและเลขานุการ ส่วนกรรมการอ่ืนให้เป็นไปตาม (๑) แต่ไม่ต้องมี กรรมการซง่ึ เป็นผู้ใหญ่บา้ น (๓) ในแขวงของกรุงเทพมหานคร คชก. ต�ำบลประกอบด้วยก�ำนันเป็นประธาน เกษตรอำ� เภอประจำ� เขตหรอื ผแู้ ทน พนกั งานประเมนิ ภาษหี รอื ผแู้ ทน ผแู้ ทนกรมประมง ผแู้ ทนกรมปศสุ ตั ว์ ผแู้ ทนผเู้ ชา่ สค่ี นและผแู้ ทนผใู้ หเ้ ชา่ สค่ี น ซงึ่ หวั หนา้ เขตแตง่ ตงั้ เปน็ กรรมการ และใหเ้ จา้ พนกั งานปกครอง ซึ่งหัวหน้าเขตแต่งตั้งเป็นกรรมการและเลขานุการ ในแขวงใดท่ีไม่มีก�ำนัน ให้หัวหน้าเขตซึ่งแขวงน้ัน อย่ใู นเขตอำ� นาจเป็นประธาน (๔) ในเขตเมืองพัทยา คชก. ต�ำบลประกอบด้วยนายกเมืองพัทยาเป็นประธาน และให้ปลัดเมอื งพทั ยาเป็นกรรมการและเลขานุการ สว่ นกรรมการอ่ืนใหเ้ ปน็ ไปตาม (๒) ในกรณที พ่ี นื้ ทขี่ องตำ� บลใดอยทู่ งั้ นอกและในเขตเทศบาล และถา้ มกี ารเชา่ สว่ นใหญ่ อยนู่ อกเขตเทศบาล ให้ คชก. ตำ� บลเปน็ ไปตามวรรคหนงึ่ (๑) แตถ่ า้ มกี ารเชา่ สว่ นใหญอ่ ยใู่ นเขตเทศบาล ให้ คชก. ตำ� บลเปน็ ไปตามวรรคหน่งึ (๒)
161 ในกรณีท่ีไมม่ ปี ระมงอำ� เภอหรือปศสุ ตั วอ์ �ำเภอเปน็ กรรมการตามมาตรา ๙ (๑) (๒) หรอื (๔) หรือไมม่ ีเกษตรอ�ำเภอประจ�ำเขต หรอื พนกั งานประเมินภาษีเปน็ กรรมการตามมาตรา ๙ (๓) ใหน้ ายอำ� เภอหรอื หวั หนา้ เขตแตง่ ตง้ั ขา้ ราชการซงึ่ มคี วามรคู้ วามชำ� นาญเกย่ี วกบั การเกษตร ทดี่ นิ ประมง ปศุสตั ว์ หรอื การประเมนิ ภาษี แล้วแตก่ รณี เปน็ กรรมการแทน ผู้แทนผู้เช่าและผู้แทนผู้ให้เช่าตามมาตรา ๗ และมาตรา ๙ ให้แต่งต้ังจากผู้เช่า และผู้ให้เชา่ ซึง่ ได้รบั เลอื กตงั้ หรือได้รับการคัดเลือกตามวรรคสองและวรรคสาม แลว้ แตก่ รณี ผู้แทนผเู้ ช่าและผู้แทนผใู้ ห้เช่าใน คชก. ตำ� บลนั้น ใหเ้ ลือกตง้ั ขน้ึ โดยใชว้ ธิ อี อกเสียง ลงคะแนน โดยตรงและลับ แต่ในกรณีไม่มีผู้สมัครหรือมีผู้ได้รับเลือกไม่ครบจ�ำนวน ให้มีการคัดเลือก ผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าท่ีเหมาะสมเป็นผู้แทนผู้เช่าหรือผู้แทนผู้ให้เช่าให้ครบจ�ำนวน โดยให้คณะกรรมการ สภาตำ� บล สภาเทศบาล สภากรงุ เทพมหานคร หรอื สภาเมอื งพทั ยาเปน็ ผคู้ ดั เลอื กผแู้ ทนผเู้ ชา่ และผแู้ ทน ผู้ใหเ้ ช่าใน คชก. ตำ� บล ตามมาตรา ๙ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) แลว้ แตก่ รณี คชก. ตำ� บลมอี �ำนาจหนา้ ที่ ดังตอ่ ไปน้ี (๑) กำ� หนดอตั ราคา่ เชา่ ขนั้ สงู ของแตล่ ะทอ้ งทใี่ นเขตตำ� บลตามการจำ� แนกคณุ ภาพ ของท่ีดนิ และน้ำ� (๒) พิจารณาวินิจฉัยข้อพิพาทเก่ียวกับการเรียกเก็บค่าเช่า การช�ำระค่าเช่า ระยะเวลาของการเช่าตลอดจนข้อพิพาทอ่ืนหรือค่าเสียหายอันเกิดจากการเช่าตามค�ำร้องขอของผู้เช่า หรอื ผใู้ หเ้ ชา่ และมคี ำ� สง่ั ใด ๆ ใหผ้ เู้ ชา่ หรอื ผใู้ หเ้ ชา่ ปฏบิ ตั หิ รอื มใิ หป้ ฏบิ ตั กิ ารใดเพอื่ ใหเ้ กดิ ผลตามคำ� วนิ จิ ฉยั (๓) อ�ำนาจหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามท่ี คชก. จังหวดั มอบหมาย การก�ำหนดอัตราค่าเช่าข้ันสูงตาม (๑) ให้กระท�ำอย่างน้อยทุกสามปี และให้ปิด ประกาศไว้ ณ ศาลากลางจงั หวดั ทว่ี า่ การอำ� เภอและทท่ี �ำการของต�ำบลที่มกี ารเช่า ในการพจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ขอ้ พพิ าทตาม (๒) ให้ คชก. ตำ� บลมอี ำ� นาจไกลเ่ กลยี่ ขอ้ พพิ าท ได้ตามที่เห็นสมควร ใหน้ ายอำ� เภอมอี �ำนาจหนา้ ที่ (๑) ให้ค�ำปรึกษาแก่ คชก. จังหวัดเกี่ยวกับอ�ำนาจหน้าท่ีตามพระราชบัญญัติน้ี ในส่วนทเ่ี กยี่ วกบั การเชา่ ในเขตท้องท่ี (๒) ควบคุมดแู ลการปฏบิ ัติงานของ คชก. ตำ� บลในเขตท้องที่ (๓) ประสานงานระหว่าง คชก. จังหวดั คกช. ตำ� บล และระหว่าง คชก. ตำ� บล ในเขตทอ้ งท่ี
162 ๔.๓ ประสานกับคณะอนุกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนส่วนอ�ำเภอ (อชก.) เพอื่ ใหก้ ารชว่ ยเหลอื ในการไกลเ่ กลย่ี และประนปี ระนอมพพิ าทเกย่ี วขอ้ งกบั เกษตรกรหรอื ผยู้ ากจน ทไ่ี ดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นเสยี หายหรอื ไมไ่ ดร้ บั ความเปน็ ธรรมเกยี่ วกบั หนส้ี นิ ทดี่ นิ ทำ� กนิ และคดคี วาม เพื่อปลดเปล้ืองหน้ีสินเพื่อไถ่ถอนหรือซ้ือที่ดินท�ำกินอ่ืน เพ่ือให้ได้รับความเป็นธรรม หรือระงับ หรอื แกไ้ ขปญั หาขอ้ พพิ าทและความเดอื ดรอ้ น (ตามระเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรวี า่ ดว้ ยการชว่ ยเหลอื เกษตรกรและผู้ยากจน พ.ศ. ๒๕๒๘) แนวทางในการไกลเ่ กลย่ี และประนปี ระนอมขอ้ พพิ าทตามระเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยการช่วยเหลอื เกษตรกรและผู้ยากจน พ.ศ. ๒๕๒๘ ๑. ขอ้ พพิ าท เปน็ ขอ้ พพิ าทเกย่ี วกบั ปญั หาความเดอื ดรอ้ นไมไ่ ดร้ บั ความเปน็ ธรรมของเกษตรกร และผยู้ ากจน ในด้านหนสี้ ิน ทด่ี ินท�ำกินและการขาดแคลนเงินทนุ ในการประกอบอาชพี กฎหมายและ คดีความ การไถ่ถอนหรือซื้อท่ดี นิ ทำ� กินคืนของเกษตรกรและผู้ยากจน ๒. คณะผไู้ กล่เกล่ยี ๒.๑ คณะอนุกรรมการช่วยเหลือเกษตรและผู้ยากจนส่วนจังหวัด (อชก.ส่วนจังหวัด) ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานอนุกรรมการ ปลัดจังหวัดเป็นรองอนุกรรมการ อยั การจงั หวดั ผกู้ ำ� กบั การตำ� รวจภธู ร เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั เกษตรจงั หวดั ประชาสงเคราะหจ์ งั หวดั ผแู้ ทน ธ.ก.ส. สาขาจงั หวดั ประธานสหกรณร์ ะดบั จงั หวดั ผแู้ ทนกลมุ่ เกษตรกรระดบั จงั หวดั นายอำ� เภอ ทอ้ งที่ หรอื ผแู้ ทนทผ่ี รู้ อ้ งมภี มู ลิ ำ� เนาหรอื ทด่ี นิ ทร่ี อ้ งเรยี นตงั้ อยเู่ ปน็ อนกุ รรมการ จา่ จงั หวดั เปน็ อนกุ รรมการ และเลขานุการ ๒.๒ คณะอนกุ รรมการการชว่ ยเหลอื เกษตรกรและผยู้ ากจนสว่ นอำ� เภอ (อชก. สว่ นอำ� เภอ) ประกอบด้วย นายอ�ำเภอหรือปลัดอ�ำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจ�ำกิ่งอ�ำเภอ เป็นประธานอนุกรรมการ ขา้ ราชการตำ� รวจชน้ั สญั ญาบตั รทท่ี ำ� หนา้ ทห่ี วั หนา้ สถานตี ำ� รวจภธู รอำ� เภอเปน็ รองประธานอนกุ รรมการ เจ้าหน้าที่บริหารทด่ี นิ อำ� เภอ เกษตรอำ� เภอ หัวหน้าหนว่ ย ธ.ก.ส. สาขาอำ� เภอ ก�ำนนั ที่ผรู้ ้องมีภมู ิล�ำเนา หรอื ทด่ี นิ พพิ าทตง้ั อยปู่ ลดั อำ� เภอเปน็ อนกุ รรมการและเจา้ หนา้ ทเ่ี กษตร เปน็ อนกุ รรมการและเลขานกุ าร มีหนา้ ท่ี ๒.๒.๑ สอบสวนขอ้ เทจ็ จรงิ ไกล่เกล่ียและประนปี ระนอมข้อพิพาทระหว่างบุคคล คู่กรณีหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรหรือผู้ยากจนท่ีได้รับความเดือดร้อน เสียหายหรือไม่ได้รับ ความเป็นธรรมเก่ียวกับหนี้สินท่ีดินท�ำกิน และคดีความเพื่อปลดเปล้ืองหน้ีสิน เพ่ือไถ่ถอนหรือซื้อ ที่ดินท�ำกนิ คืน เพื่อให้ไดร้ ับความเป็นธรรมหรอื ระงับ หรอื แก้ไขปญั หาขอ้ พพิ าทและความเดอื ดรอ้ น ๒.๒.๒ ด�ำเนินการให้ทางราชการช่วยเหลือทางการเงินในการปลดเปล้ืองหนี้สิน ไถถ่ อน ซ้อื ท่ีดินท�ำกนิ คืนหรือแกไ้ ชปญั หาการประกอบอาชพี ของเกษตรกร
163 ๒.๒.๓ ชว่ ยเหลอื เกษตรกรและผยู้ ากจนในทางกฎหมายและคดคี วามซงึ่ เกยี่ วกบั หนสี้ นิ หรือที่ดนิ ท�ำกนิ ๒.๒.๔ ชว่ ยเหลือในการจัดทดี่ นิ ของทางราชการใหแ้ ก่เกษตรกรและผ้ยู ากจน ๒.๒.๕ ชว่ ยเหลอื จดั สง่ เกษตรกรและผยู้ ากจนทไ่ี มม่ ที ดี่ นิ ทำ� กนิ เขา้ ไปในทดี่ นิ ทรี่ าชการ จัดใหก้ ารใหค้ วามช่วยเหลอื ในเรื่องที่ดนิ ท�ำกินและหนสี้ ินตอ้ งเปน็ เรือ่ งตามคำ� ขอ - คู่กรณเี ก็บดอกเบยี้ เกินกวา่ อตั ราท่ี กม. กำ� หนด - คกู่ รณที ำ� กลฉอ้ ฉล ขม่ ขู่ นติ กิ รรมอำ� พราง เอาเปรยี บ หรอื ใชว้ ธิ ี โดยไมส่ จุ รติ ในการทำ� นติ กิ รรมหรอื สัญญา - ขอไถ่ถอนหรือซอื้ ท่ดี นิ คืนจากคกู่ รณีทเ่ี คยเป็นหนส้ี นิ มากอ่ นหรอื บุคคลอืน่ ที่รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินไปหรือขอให้ทางราชการชว่ ยเหลอื ทางเงินเพ่อื ไถถ่ อนหรอื ซ้อื ทด่ี นิ คืน - กรณีพพิ าทในเรือ่ งกรรมสทิ ธหิ์ รอื สทิ ธ์คิ รอบครอง - ขอใหท้ างราชการจัดทดี่ ินให้ท�ำกนิ อชก. ส่วนอ�ำเภอ ตรวจสอบเอกสารหลักฐานสอบสวนปากค�ำ แล้วไกล่เกลี่ย หากประนีประนอมกันได้ให้ลงสารบทความแพ่งไว้เป็นหลักฐาน หากไม่สามารถประนีประนอมกันได้ ให้ส่งเร่ืองให้ อชก. ส่วนจังหวัดพิจารณาค�ำวินิจฉัยการประนีประนอมถือความสมัครใจของคู่กรณี การให้ความช่วยเหลือทางคดี จะช่วยเหลือในกรณีที่เป็น ข้อพิพาทหรือคดีระหว่างเอกชนด้วยกัน ท้ังคดแี พง่ และคดอี าญา การเสนอผลการวิเคราะห์เงินกู้ตามกองทุนหมุนเวียน อชก. ส่วนอ�ำเภออนุมัติ ไม่เกนิ ๓๐๐,๐๐๐ บาท อชก. ส่วนจังหวัดอนุมตั ิ ๓๐๐,๐๐๑ - ๕๐๐,๐๐๐ บาท อชก. สว่ นกลางอนมุ ัติ ๕๐๐,๐๐๑ - ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท ๔.๔ ประสานงานกับอ�ำเภอในการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง ตามกฎกระทรวงว่าดว้ ยการไกลเ่ กล่ียและประนอมขอ้ พพิ าททางแพง่ พ.ศ. ๒๕๕๓ แนวทางการไกล่เกล่ียและประนอมข้อพิพาทตามกฎกระทรวงว่าด้วยการไกล่เกล่ีย และประนอมข้อพิพาททางแพง่ พ.ศ. ๒๕๕๓ ๑. เง่ือนไข/หลักเกณฑ์ ๑. ข้อพพิ าท (ท่ดี ิน, มรดก, และคดแี พง่ อนื่ ทม่ี ีทุนทรพั ย์ไม่เกนิ สองแสนบาท) ๒. คกู่ รณีฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงมภี ูมลิ ำ� เนาในอ�ำเภอ ๓. คู่พิพาทสมัครใจตกลงยนิ ยอมให้มีการไกล่เกล่ยี ท่ีดิน ข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธ์ิ สิทธิครอบครอง ภาระจ�ำยอม สิทธิเหนือท่ีดิน สิทธิเก็บกิน หรือภาระติดพันในที่ดิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๔ ว่าด้วยทรัพย์สิน แต่ไม่รวมข้อพิพาทตามสัญญาซื้อขายทด่ี นิ เพราะเป็นเรอ่ื งขอ้ พพิ าทสัญญา
164 มรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ บรรพ ๖ ว่าดว้ ยมรดก ข้อพิพาทวา่ ด้วยสิทธิโดยธรรม ในการรบั มรดกว่าด้วยพนิ ัยกรรมวา่ ดว้ ยวิธกี ารจัดการและแบ่งปันทรัพยม์ รดก คดแี พง่ อืน่ ทีม่ ที ุนทรัพยไ์ ม่เกนิ ๒ แสนบาท - กรณเี ป็นหนีท้ ีไ่ มเ่ กนิ ๒ แสนบาท เมอ่ื ไกล่เกล่ยี แลว้ เกิน ๒ แสนบาท ไมเ่ ข้าหลักเกณฑ์ - กรณีเป็นหนี้ที่เกิน ๒ แสนบาท เมื่อไกล่เกลี่ยแล้วตกลงกันได้ไม่เกิน ๒ แสนบาท ไม่เขา้ หลักเกณฑ์ ๒. คณะผทู้ ำ� หนา้ ที่ไกลเ่ กลยี่ ประกอบดว้ ย ๓ คน/คร้งั ๒.๑ ประธาน (นายอำ� เภอ พนักงานอยั การประจ�ำจังหวดั ปลัดอำ� เภอ) (ค่พู พิ าทเป็นผู้เลือกคนใดคนหนง่ึ ถ้าเลือกไม่ไดใ้ หน้ ายอำ� เภอ ก�ำหนด) ๒.๒ บุคคลที่คู่พพิ าทเลอื กจากบัญชีที่อ�ำเภอประกาศฝ่ายละ ๑ คน หมายเหตุ - นายอ�ำเภอจัดท�ำรายชื่อคณะบุคคลผู้ท�ำหน้าที่ไกล่เกล่ียฯ ไม่น้อยกว่า ๒๐ คน และใหค้ ณะกรรมการจงั หวดั เหน็ ชอบ โดยมคี ณุ สมบตั ติ ามกฎกระทรวง (อายไุ มต่ า่ กวา่ ๓๕ ป,ี ภมู ลิ ำ� เนา ตามทะเบียนราษฎรในอ�ำเภอ, มีความรู้หรือมีประสบการณ์เหมาะสมกับการท�ำหน้าท่ีไกล่เกลี่ย ลกั ษณะตอ้ งหา้ ม ไมเ่ ปน็ ขา้ ราชการ เจา้ หนา้ ทอี่ นื่ ของรฐั ไมเ่ ปน็ บคุ คลลม้ ละลาย เสมอื นไรค้ วามสามารถ วิกลจริต เคยรับโทษจ�ำคุก ไม่เป็นผู้ด�ำรงต�ำแหน่งทางการเมือง กรรมการบริหารพรรค ไม่เป็นผู้เคย ถกู ถอนจากบัญชี) - ปดิ ประกาศและประชาสมั พนั ธ์ ณ (ทว่ี า่ การอำ� เภอ สำ� นกั งานองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บล ท่ีทำ� การผใู้ หญบ่ ้าน และทช่ี ุมชน) ๓. สถานทไ่ี กล่เกลย่ี ปกติ ใช้ท่ีว่าการอ�ำเภอ กรณจี �ำเปน็ ประธานฯ จะก�ำหนดสถานท่ีราชการอน่ื ก็ได้ ๔. ระยะเวลาในการไกลเ่ กล่ยี ฯ - ใหเ้ สร็จภายใน ๓ เดือน นับแตน่ ายอ�ำเภอ ได้ลงเร่อื งในสารบบไกล่เกลย่ี เว้นแต่จำ� เป็น และคพู่ ิพาทยินยอม ขยายได้ครง้ั ละไม่เกิน ๓ เดอื น รวมแล้วไมเ่ กนิ ๑ ปี - เม่อื พน้ ระยะเวลา หากไกล่เกล่ยี ฯ ยังไมไ่ ด้ขอ้ ยุติ ใหค้ ณะผู้ไกล่เกลี่ย สั่งจำ� หนา่ ยขอ้ พิพาท ๕. ผลของการไกล่เกลีย่ ฯ - อายคุ วาม สะดดุ หยดุ ลง นบั แตว่ นั ทยี่ นื่ ขอ้ พพิ าทจนถงึ วนั ทค่ี ณะผไู้ กลเ่ กลยี่ สงั่ จำ� หนา่ ย หรือวันท่ที �ำสญั ญาประนีประนอม - กรณตี กลงไมไ่ ด้ จ�ำหน่ายข้อพพิ าท
165 - กรณีตกลงกันได้ ท�ำสัญญาประนีประนอมยอมความ ซ่ึงสัญญาฯ มีผลเช่นเดียวกับ ค�ำช้ีขาดของ อนุญาโตตลุ าการ ซ่งึ ทำ� ใหข้ อ้ เรียกรอ้ งเดมิ ระงับไป และไดส้ ทิ ธิตามสญั ญาฯ ใหม่ - เม่ือคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามสัญญาฯ ให้คู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่ง ย่ืนค�ำร้อง ผผๅต่อพนักงานอัยการ เพ่ือให้พนกั งานอยั การ ย่ืนตอ่ ศาล ใหอ้ อกบงั คับคดีไดโ้ ดยไมต่ อ้ งไปฟอ้ งคดตี ่อ ศาล (การย่นื ค�ำร้องตอ่ พนักงานอยั การ ต้องท�ำภายใน ๓ ปี นับแต่วันท่อี าจบงั คับตามสัญญาฯ) ๖. วธิ กี ารด�ำเนนิ การไกลเ่ กลี่ยฯ ๖.๑ กอ่ นเขา้ ส่กู ระบวนการไกล่เกลี่ยฯ (การด�ำเนินการของอำ� เภอ ในด้านธุรการ) (๑) คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แจ้งความประสงค์ต่อนายอ�ำเภอ (เป็นหนังสือส่ง ดว้ ยตนเองหรือไปรษณีย์ หรือแจง้ ด้วยวาจา ณ ท่วี า่ การอ�ำเภอที่ตนมีภมู ิล�ำเนา ใหน้ ายอ�ำเภอจดแจ้ง รายละเอียดและให้ผู้รอ้ งลงลายมือชอ่ื (๒) นายอ�ำเภอรบั ค�ำร้อง แจ้งค่พู ิพาทอกี ฝ่ายหนึ่งทราบและสอบถามว่าจะประสงค์ เข้าส่กู ระบวนการไกล่เกล่ยี ฯ หรือไม่ - กรณไี มย่ นิ ยอมเขา้ สกู่ ระบวนการฯ ใหน้ ายอำ� เภอ จำ� หนา่ ยคำ� รอ้ งขอไกลเ่ กลยี่ และแจง้ ผู้ร้อง - กรณยี นิ ยอมเข้าส่กู ระบวนการฯ ให้นายอำ� เภอ แจง้ เป็นหนงั สอื ให้ ทุกฝ่ายทราบ พร้อมทงั้ ก�ำหนดวนั เวลา สถานท่ี เพ่อื ให้คพู่ ิพาท เลอื ก ผู้ไกล่เกลย่ี และประธานคณะผ้ไู กลเ่ กล่ีย (๓) เม่ือคู่พิพาทมาพร้อมกันตามนัดแล้ว ให้นายอ�ำเภอ ด�ำเนินการให้คู่พิพาท เลือกผู้ไกล่เกล่ียฯ ของตนฝ่ายละ ๑ คน (ตามประกาศบัญชีรายชื่อผู้ไกล่เกล่ียฯ ของอ�ำเภอ) และรว่ มเลอื กประธาน (นายอำ� เภอ พนกั งานอยั การ ปลดั อำ� เภอ) กรณเี ลอื กประธานไมไ่ ด้ ใหน้ ายอำ� เภอ เป็นผ้กู ำ� หนด (๔) เม่ือได้คณะผู้ไกล่เกลี่ยฯ แล้วให้นายอ�ำเภอแจ้งคณะผู้ไกล่เกล่ียฯ ทราบ เพื่อด�ำเนินการ ๖.๒ เข้าสูก่ ระบวนการไกล่เกลยี่ ฯ (การดำ� เนินการของคณะผ้ไู กลเ่ กลี่ยฯ) (๑) ประธานคณะผไู้ กลเ่ กลย่ี ฯ นัดประชมุ ผไู้ กล่เกลย่ี ฯ ภายใน ๗ วัน เพือ่ พจิ ารณา คำ� ร้องขอไกลเ่ กลีย่ ว่าใช้สิทธิโดยสจุ ริตหรอื ไม่ ถา้ ไมร่ บั ยุตเิ ร่อื ง ถา้ รับ ดำ� เนินการตอ่ ไป (๒) ให้ประธานฯ หรือนายอ�ำเภอส่งหนังสือนัดหมาย วัน เวลา สถานท่ี ไกล่เกลี่ย ใหค้ ณะผ้ไู กล่เกลยี่ ฯ และค่พู พิ าททุกฝ่ายทราบ
166 - ถา้ คพู่ พิ าททยี่ นื่ คำ� รอ้ งขอไกลเ่ กลย่ี ฯ หรอื คกู่ รณที กุ ฝา่ ยไมม่ า ใหค้ ณะผไู้ กลเ่ กลย่ี ฯ สงั่ จำ� หนา่ ยคำ� รอ้ งขอไกลเ่ กลย่ี และสงั่ ยตุ เิ รอ่ื งและใหถ้ อื วา่ คณะผไู้ กลเ่ กลย่ี ฯ ไมเ่ คยรบั คำ� รอ้ ง ขอไกล่เกล่ียฯ มาแต่ต้น กรณอี ่นื ให้คณะผ้ไู กลเ่ กลยี่ ฯ ด�ำเนนิ การตามที่เหน็ สมควร (๓) เมื่อคณะไกล่เกลี่ยฯ และคู่พิพาททุกฝ่ายมาพร้อมกันตามนัดแล้ว ก่อนเร่ิมต้น กระบวนการไกล่เกลย่ี ฯ ให้ประธานฯ ชแ้ี จง วธิ กี ารไกล่เกล่ียฯ ใหค้ พู่ พิ าททุกฝา่ ยทราบ ดังนี้ - การไกล่เกล่ียฯ ตามกฎกระทรวงฯ เป็นกรณีที่คู่พิพาททุกฝ่ายสมัครใจ การไกล่เกล่ียฯ นีไ้ ม่มีการชีข้ าดข้อพิพาทวา่ ฝ่ายใดผิดฝ่ายใดถูก ไม่บีบบงั คบั ใหฝ้ ่ายใดฝ่ายหน่งึ ยินยอม - การไกลเ่ กลยี่ ฯ นนั้ เปน็ การใหค้ พู่ พิ าททุกฝา่ ยตกลงยนิ ยอมผอ่ นผนั ให้แก่กัน - คูพ่ ิพาทสามารถนำ� บุคคลภายนอกมาชี้แจงหรอื ใหข้ ้อมลู ได้ - แจ้งให้คู่พิพาททราบว่า อายุความในการฟ้องร้องสะดุดหยุดลงนับแต่วันย่ืน ขอ้ พพิ าทจนถึงวันทค่ี ณะผไู้ กล่เกล่ียฯ สงั่ จ�ำหน่ายหรือวันทที่ ำ� สญั ญาประนีประนอมยอมความ - ระหว่างการด�ำเนินการไกล่เกล่ียฯ คู่พิพาทมีสิทธิบอกเลิกราไกล่เกล่ียฯ หรือเปล่ยี นตวั ผู้ไกลเ่ กลี่ยฯ ได้ การไกลเ่ กล่ยี ฯ ให้เสร็จภายใน ๓ เดอื น ขยายได้ครัง้ ละไมเ่ กิน ๓ เดอื น แต่ไมเ่ กนิ ๑ ปี - ผลของสัญญาประนปี ระนอมยอมความ ท�ำให้คำ� รอ้ งเดิมของค่พู พิ าทระงับไป คู่พพิ าทไดส้ ทิ ธติ ามสัญญาฯ ท่ที ำ� ข้นึ ใหม่ - เมอื่ คพู่ พิ าทฝา่ ยใดฝา่ ยหนง่ึ ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามสญั ญาฯ ใหค้ พู่ พิ าทอกี ฝา่ ยหนงึ่ ยนื่ คำ� รอ้ ง ตอ่ พนกั งานอัยการ เพอื่ ให้พนักงานอัยการ ยนื่ ตอ่ ศาล ให้ออกบังคับคดีได้โดยไมต่ ้องไปฟอ้ ง คดีตอ่ ศาล (การยนื่ ค�ำร้องต่อพนักงานอยั การ ต้องทำ� ภายใน ๓ ปี นบั แต่วันที่อาจบังคับตามสัญญาฯ) (๔) การไกล่เกลยี่ ฯ ทุกครั้ง คณะผไู้ กลเ่ กลย่ี จะตอ้ งมาปฏบิ ตั ิหนา้ ท่คี รบทุกคน คณะผู้ไกล่เกลี่ยฯ ด�ำเนินการให้คู่พิพาทตกลงยินยอมผ่อนผันให้แก่กัน โดยเปิดโอกาสให้คู่พิพาทเสนอข้อผ่อนผัน หรือคณะผู้ไกล่เกลี่ยฯ อาจเสนอทางเลือกในการผ่อนผัน ใหค้ ่พู พิ าทพจิ ารณาตกลงยินยอมยตุ ิขอ้ พพิ าท (หา้ มไม่ให้คณะผไู้ กล่เกลีย่ ฯ ชี้ขาดขอ้ พิพาท) ให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยฯ รับฟังข้อเท็จจริงเบ้ืองต้นเก่ียวกับข้อพิพาท ทุกฝ่าย โดยให้รับฟังต่อหน้าคู่พิพาทการไกล่เกล่ียฯ จะไกล่เกล่ียฯ พร้อมกันหรือแยกก็ได้แต่ในการตกลงกัน ให้กระท�ำต่อหน้าคู่พิพาททุกฝ่าย ในกรณีคณะผู้ไกล่เกล่ียฯ สงสัยว่า ข้อพิพาทน้ัน ไม่อาจบังคับได ้ ตามกฎหมาย ที่มิใช่เหตุอายุความ ให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยยุติการไกล่เกลี่ยฯ และจ�ำหน่ายข้อพิพาท ออกจากสารบบการไกล่เกล่ีย
167 ในระหว่างการไกล่เกล่ียฯ คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกเลิกการไกล่เกล่ียด้วย หนังสือหรือวาจา ก็ได้ให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยฯ ส่ังจ�ำหน่ายค�ำร้องขอไกล่เกล่ียและสั่งยุติเร่ืองให้ถือว่า คณะผ้ไู กลเ่ กลีย่ ไม่เคยรบั ค�ำร้องขอไกลเ่ กล่ีย ในระหว่างการไกล่เกลยี่ ฯ ถ้าผูไ้ กลเ่ กล่ียฯ พ้นจากบญั ชหี รือไมอ่ าจด�ำเนินการได้ หรอื คพู่ พิ าท ฝา่ ยใดฝา่ ยหนง่ึ ขอเปลยี่ นผไู้ กลเ่ กลย่ี ไมก่ ระทบถงึ กระบวนการไกลเ่ กลยี่ ทด่ี ำ� เนนิ การไปแลว้ การดำ� เนินการไกล่เกลย่ี ฯ ต้องให้เสรจ็ ภายใน ๓ เดอื น นับแต่วันที่นายอ�ำเภอ ได้ลงเรือ่ งในสารบบการไกล่เกลยี่ เวน้ แต่ จ�ำเปน็ และคู่พิพาทยินยอม ขยายไดค้ รัง้ ละไม่เกิน ๓ เดือน รวมแล้วไม่เกิน ๑ ปี เม่ือพ้นระยะเวลา หากการไกล่เกลี่ยฯ ยังไม่ได้ข้อยุติ ให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยฯ ส่งั จ�ำหนา่ ยข้อพพิ าท กรณคี ู่พิพาทไม่อาจตกลงกันได้ ให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยฯ สง่ั จำ� หน่ายข้อพิพาท ๖.๓ การทำ� สญั ญาประนปี ระนอมยอมความ กรณีตกลงกันได้ ให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยฯ จัดท�ำสัญญาประนีประนอมยอมความ และให้ถือเอาข้อตกลตามสัญญาฯ มีผลผูกพันคู่พิพาท (สัญญาประนีประนอมยอมความ ต้องไม่ขัด ต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี) และให้ค่พู พิ าททกุ ฝ่ายและคณะผูไ้ กลเ่ กลีย่ ลงลายมือช่ือ กรณีเม่ือคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามสัญญาฯ ให้คู่พิพาทอีกฝ่ายหน่ึง ยื่นค�ำรอ้ งต่อพนกั งานอัยการ เพอ่ื ใหพ้ นกั งานอยั การยืน่ ตอ่ ศาล ใหอ้ อกบังคับคดีไดโ้ ดย ไมต่ ้องไปฟ้อง ต่อศาล (การยน่ื คำ� ร้องต่อพนกั งานอยั การ ต้องท�ำภายใน ๓ ปี นับแต่วนั ที่อาจบังคับตามสัญญาฯ) ให้ประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ยฯ จัดให้มีบันทึกสรุปข้อเท็จจริงเก่ียวกับข้อพิพาท ผลของการไกลเ่ กลีย่ และขอ้ ตกลงยนิ ยอม เพื่อเกบ็ รวมไว้ในสารบบการไกล่เกลย่ี ฯ ๗. ค่าตอบแทนคณะผ้ไู กลเ่ กลยี่ ฯ - ประธานคณะผไู้ กล่เกลย่ี ครั้งละ ๑,๒๕๐ บาท รวมแล้วไมเ่ กิน ๖,๒๕๐ บาท/ข้อพพิ าท - ผไู้ กล่เกล่ยี ครง้ั ละ ๑,๐๐๐ บาท รวมแลว้ ไมเ่ กนิ ๕,๐๐๐ บาท/ข้อพพิ าท - ผไู้ กล่เกลี่ย มีสิทธไิ์ ดค้ า่ เดินทางครัง้ ละ ๒๐๐ บาท หรอื ตามทีจ่ า่ ยจริงไม่เกิน ๕๐๐ บาท หมายเหตุ - ไดเ้ ฉพาะในวนั ทำ� หนา้ ทไี่ กลเ่ กลย่ี ฯ (เปน็ ครง้ั ขอ้ พพิ าทหนงึ่ สามารถเบกิ ได้ ไมเ่ กนิ ๕ ครงั้ ) - ถึงแม้ไกล่เกลยี่ ฯ ไม่สำ� เร็จกเ็ บกิ ค่าตอบแทนได้
168 ๘. จรรยาบรรณของผ้ไู กลเ่ กลย่ี ฯ ๑) ปฏิบตั หิ นา้ ท่ดี ้วยความเปน็ กลาง อสิ ระ ยุตธิ รรม และไมเ่ ลอื กปฏบิ ตั ิ ๒) เข้าร่วมการไกล่เกล่ียและประนอมข้อพิพาททุกครั้ง เว้นแต่แจ้งเหตุผลความจ�ำเป็น ลว่ งหนา้ ใหป้ ระธานคณะผู้ไกลเ่ กล่ียทราบ ๓) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว ไม่ท�ำให้การไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทล่าช้า เกนิ สมควร ๔) ซือ่ สตั ย์สุจรติ ไมเ่ รียกหรือรบั ทรพั ยส์ นิ หรอื ประโยชน์อื่นใดจากคู่พพิ าทหรือบคุ คลอ่นื ทม่ี ีส่วนเกีย่ วขอ้ งกบั ขอ้ พิพาท ๕) ใช้วาจาสุภาพในขณะปฏิบัติหน้าที่ไกล่เกลีย่ และประนอมข้อพพิ าท ๖) รักษาความลับท่เี ก่ียวข้องกับการไกล่เกลี่ยและประนอมขอ้ พิพาท ๗) ไมช่ ขี้ าดขอ้ พพิ าทหรอื บบี บงั คบั ใหค้ พู่ พิ าทฝา่ ยใดฝา่ ยหนง่ึ หรอื ทง้ั สองฝา่ ย ลงลายมอื ชอื่ ในสัญญาประนปี ระนอมยอมความ ๔.๕ ประสานงานกบั อำ� เภอในการไกลเ่ กลยี่ และประนอมขอ้ พพิ าททางอาญาตาม กฎกระทรวง ว่าดว้ ยการไกลเ่ กล่ยี ความผิดทีม่ ีโทษทางอาญา พ.ศ. ๒๕๕๓ แนวทางในการไกล่เกล่ียตามกฎกระทรวงว่าด้วยการไกล่เกล่ียความผิดที่มีโทษ ทางอาญา พ.ศ. ๒๕๕๓ ๑. เงอื่ นไข/หลกั เกณฑ์ ๑.๑ เป็นคดีอาญาอนั ยอมความกันได้ และมใิ ชค่ วามผดิ เกีย่ วกับเพศ ๑.๒ ความผดิ เกิดขนึ้ ในเขตอำ� เภอ ๑.๓ ผูเ้ สียหายและผูถ้ กู กล่าวหายินยอมหรอื แสดงจำ� นง ๒. ผ้ไู กลเ่ กลย่ี นายอ�ำเภอ หรอื ปลัดอำ� เภอที่ไดร้ บั มอบหมาย ๓. สถานทไ่ี กล่เกล่ยี ปกตใิ ชท้ ว่ี า่ การอ�ำเภอ ถ้าจ�ำเปน็ นายอำ� เภอจะใชส้ ถานทีร่ าชการอื่นก็ได้ ๔. ระยะเวลา ไกล่เกล่ียภายใน ๑๕ วันนับแต่รับข้อพิพาทขยายได้ไม่เกิน ๑๕ วัน เมื่อพ้น ระยะเวลาถ้าไม่สามารถตกลงกันได้ ให้จ�ำหน่ายข้อพิพาทออกจากสารบบการไกล่เกล่ียข้อพิพาท คดีอาญา ๕. ผลของการไกล่เกลีย่ - กรณยี ินยอม คดอี าญาเป็นอันเลิกกันตาม ป.วิอาญา - กรณไี มย่ นิ ยอม จำ� หนา่ ยขอ้ พพิ าท (อายคุ วามรอ้ งทกุ ขภ์ ายใน ๓ เดอื น)
169 ๔.๖ ประสานและสนับสนุนให้ศูนย์อำ� นวยความเป็นธรรมอ�ำเภอและศูนย์ประสานงาน จดั การความขดั แยง้ ของชมุ ชน รว่ มกนั แกไ้ ขปญั หาขอ้ พพิ าทหรอื ขอ้ ขดั แยง้ ของหมบู่ า้ นทง้ั ในระดบั ปจั เจกบคุ คลและเชิงสาธารณะ ๔.๗ ประชาสัมพันธ์การปฏบิ ตั ิการไกล่เกล่ียและประนอมข้อพพิ าท ให้ประชาชนทราบ เพ่ือเป็นช่องทางในกระบวนการยุติธรรมทางเลือก สมานฉันท์ พร้อมท้ังประชาสัมพันธ์คณะ ผู้ไกล่เกลี่ยตามกฎกระทรวงฯ ที่อ�ำเภอได้จัดท�ำประกาศบัญชีรายช่ือคณะผู้ท�ำหน้าท่ีไกล่เกล่ีย ใหป้ ระชาชนเลอื กเพื่อเขา้ สกู่ ระบวนการไกล่เกล่ีย ๔.๘ จดั ระบบการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ในเอกสารกรณที ำ� สญั ญาประนปี ระนอมยอมความ ของคณะกรรมการหมู่บ้าน ๔.๙ รายงานผลการด�ำเนินการให้อ�ำเภอทราบในวันประชุมก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประจ�ำเดอื นของอ�ำเภอ การจัดตง้ั ศนู ยอ์ �ำนวยความเปน็ ธรรมหมบู่ ้าน มีแนวทางการดำ� เนนิ การฯ (ตามหนงั สอื กรมการปกครอง ดว่ นมาก ท่ี มท ๐๓๐๗.๒/ว ๒๙๘๔๗ ลงวนั ที่ ๑๓ ธนั วาคม ๒๕๕๔) ๑. ประชมุ คณะทำ� งานเพอื่ กำ� หนดโครงสรา้ ง/องคก์ ร ภารกจิ หนา้ ทใ่ี นการอำ� นวยความเปน็ ธรรม ให้แก่ประชาชนของศูนย์อ�ำนวยความเป็นธรรมหมู่บ้าน โดยร่วมปรึกษาหารือกับส�ำนักบริหาร การปกครองท้องที่ ๒. ขออนมุ ตั ิโครงการจดั ตงั้ ศนู ยอ์ ำ� นวยความเป็นธรรมหมบู่ ้าน ๓. แจ้งแนวทางในการด�ำเนินการให้กับผู้บริหารทุกระดับของกรมการปกครองทราบ และขอความรว่ มมอื ผู้ตรวจราชการกรมการปกครองประชาสัมพนั ธ์และตรวจตดิ ตามการดำ� เนินการ ๔. แจง้ อ�ำเภอพิจารณาแตง่ ตง้ั ศูนย์อำ� นวยความเปน็ ธรรมหมู่บ้าน ทุกหมู่บา้ น ๕. ใหน้ ายอำ� เภอจดั ทำ� บนั ทกึ ขอ้ ตกลงรว่ มมอื (MOU) กบั ผใู้ หญบ่ า้ นและคณะกรรมการหมบู่ า้ น โดยจัดท�ำบันทึกในวันประชุมก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประจ�ำเดือนของอ�ำเภอก่อนวาระการประชุม โดยใหห้ วั หนา้ สว่ นราชการระดบั อำ� เภอ ผบู้ รหิ ารทอ้ งถนิ่ ในตำ� บลนน้ั เปน็ สกั ขี และพยานทจ่ี ะดำ� เนนิ การ ในการอ�ำนวยความเป็นธรรมให้แกป่ ระชาชนของหมู่บ้าน ๖. กรมการปกครอง จัดฝึกอบรมวิทยากรระดับจังหวัด/อ�ำเภอ (จ่าจังหวัด นิติกรจังหวัด หรือหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่ายบริหารงานปกครองอ�ำเภอหรือปลัดอ�ำเภอฝ่ายอ�ำนวยความเป็นธรรมอ�ำเภอ) เพื่อไปฝึกอบรมใหค้ ณะกรรมการหมู่บา้ น ด�ำเนนิ การตามแนวทางท่ีก�ำหนด
170 ๗. วิทยากรระดับจังหวัด/อ�ำเภอ จัดฝึกอบรมให้คณะกรรมการหมู่บ้าน เพื่อด�ำเนินการ ตามแนวทางที่ก�ำหนด ๘. แจ้งจังหวัดเป็นพี่เล้ียงสนับสนุนให้ค�ำปรึกษาให้แก่อ�ำเภอด�ำเนินการและติดตาม ประเมินผลการปฏบิ ตั งิ าน ๙. อ�ำเภอโดยศนู ยอ์ ำ� นวยความเป็นธรรมอำ� เภอให้ค�ำปรกึ ษาแนะนำ� ตดิ ตามผลการปฏิบัติ และรว่ มแก้ไขปัญหาในทางปฏิบตั ใิ หแ้ กศ่ นู ยอ์ �ำนวยความเป็นธรรมหมู่บ้าน ๑๐. ศนู ยอ์ ำ� นวยความเป็นธรรมหมูบ่ ้าน ดำ� เนินการตามภารกจิ ใน ๔ ดา้ น ๑๑. ศนู ยอ์ ำ� นวยความเปน็ ธรรมหมบู่ า้ น รายงานการปฏบิ ตั ติ ามแบบฟอรม์ ทสี่ ว่ นอำ� นวยความ เปน็ ธรรมสำ� นกั การสอบสวนและนติ กิ าร เปน็ ผกู้ ำ� หนด โดยรายงานใหศ้ นู ยอ์ ำ� นวยความเปน็ ธรรมอำ� เภอ ทุกเดือนในวันประชุมก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประจ�ำเดือนของอ�ำเภอ โดยให้ปลัดอ�ำเภอหัวหน้ากลุ่ม/ ฝ่ายบริหารงานปกครอง (ป.อาวุโส) ก�ำกับดูแล และให้ปลัดอ�ำเภอฝ่ายอ�ำนวยความเป็นธรรมอ�ำเภอ เป็นผู้ช่วยเหลือและรับผิดชอบเป็นเจ้าของเรื่องในการก�ำกับติดตามประสานงานให้การช่วยเหลือ และเปน็ พเี่ ลี้ยงศูนยอ์ ำ� นวยความเป็นธรรมหม่บู า้ น ๑๒. อ�ำเภอโดยศูนย์อ�ำนวยความเป็นธรรมอ�ำเภอ บันทึกรายงานผลการปฏิบัติของ ศนู ยอ์ ำ� นวยความเปน็ ธรรมหมบู่ า้ นในระบบ e-form ๒ แลว้ สว่ นอำ� นวยความเปน็ ธรรม สำ� นกั การสอบสวน และนิติการรวบรวมแบบรายงานจากระบบ e-form ๒ เสนอผู้บริหารในท่ีประชุมกรมการปกครอง/ กระทรวงมหาดไทย รปู แบบเอกสาร ๑๓. ส่วนอ�ำนวยความเป็นธรรม ส�ำนักการสอบสวนและนิติการ ร่วมกับจังหวัด อ�ำเภอ พิจารณาผลการปฏิบัติของศูนย์อ�ำนวยความเป็นธรรมหมู่บ้านท่ีมีผลการด�ำเนินงานที่เป็นผลส�ำเร็จ และเป็น Best Practice เพ่ือจัดท�ำสารคดีเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ หรือลงในวารสารทุกฉบับ ของกรมการปกครอง หรือหนังสือพิมพ์ และแจ้งเวียน จังหวัด/อ�ำเภอ เพื่อประชาสัมพันธ์ชมเชย การปฏบิ ัตงิ านของศูนย์อำ� นวยความเปน็ ธรรมหมู่บ้านเพือ่ เป็นแนวทางปฏิบัตใิ หก้ ับหมูบ่ ้านอืน่ ๆ ๑๔. เมอื่ สน้ิ ปงี บประมาณใหส้ ว่ นอำ� นวยความเปน็ ธรรม สำ� นกั การสอบสวนและนติ กิ ร รวบรวม ผลการปฏบิ ตั ขิ องศนู ยอ์ ำ� นวยความเปน็ ธรรมหมบู่ า้ น สรปุ ประเมนิ ผลรวบรวมเปน็ รปู เลม่ เพอื่ เปน็ ขอ้ มลู แนวทางการปฏิบัติส�ำหรับเป็นกรณีศึกษาในแต่ละพื้นท่ี พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุง เพ่ือขยายผล ในการดำ� เนนิ การตอ่ ไป
171 บทท่ี ๑๐ การรกั ษาความสงบเรียบรอ้ ยในต�ำบล หมู่บา้ น ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ เป็นบุคลากรท่ีมีความส�ำคัญในการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ปกครอง ดูแลราษฎรในต�ำบล หมู่บ้าน และเป็นผู้ช่วยเหลือนายอ�ำเภอในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการรักษา ความสงบเรยี บรอ้ ยและความมน่ั คงในพน้ื ท่ี ตลอดจนการปอ้ งกนั และระงบั เหตรุ า้ ย การรายงานเหตกุ ารณ์ ผดิ ปกตทิ เี่ กิดขึ้นในตำ� บล หม่บู า้ น ซึ่งอาจเป็นคุณหรอื โทษแก่ชมุ ชน ประชาชน หรือประเทศชาตใิ ห้ทาง ราชการทราบ ดงั น้ัน การดำ� เนินการรกั ษาความสงบและความเปน็ ระเบียบเรยี บร้อยของชมุ ชนให้เปน็ ไปตามกฎหมายและป้องกันมิใหส้ ถานการณต์ า่ ง ๆ เกดิ การลุกลามใหญ่โตขนึ้ จงึ เป็นภารกจิ หลกั ของ กำ� นนั ผใู้ หญ่บา้ น ฯลฯ ขอ้ กฎหมาย พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องท่ี พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ได้ก�ำหนดให้ กำ� นัน ผูใ้ หญบ่ ้าน มีหนา้ ท่ใี นการรักษาความสงบเรยี บรอ้ ย ดงั นี้ มาตรา ๒๗ ผู้ใหญ่บ้านท�ำหน้าที่ช่วยเหลือนายอ�ำเภอในการปฏิบัติหน้าที่และ เป็นหัวหน้าราษฎรในหมบู่ า้ นของตน และมีอำ� นาจหนา้ ทดี่ งั ต่อไปนด้ี ว้ ย (๑) อำ� นวยความเปน็ ธรรมและดแู ลรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยและความปลอดภยั ใหแ้ กร่ าษฎร ในหมู่บา้ น (๒) สร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่บ้าน รวมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรม และประเพณีในทอ้ งท่ี (๔) รับฟังปัญหาและน�ำความเดือดร้อน ทุกข์สุขและความต้องการท่ีจ�ำเป็นของราษฎร ในหมบู่ า้ น แจง้ ตอ่ สว่ นราชการ หนว่ ยงานของรฐั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ หรอื องคก์ รอนื่ ทเี่ กย่ี วขอ้ ง เพ่ือใหก้ ารแกไ้ ขหรอื ชว่ ยเหลอื (๖) ควบคุมดูแลราษฎรในหมู่บ้านให้ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบแบบแผน ของทางราชการ โดยกระทำ� ตนให้เป็นตัวอย่างแกร่ าษฎรตามท่ที างราชการไดแ้ นะนำ� (๗) อบรมหรอื ชแี้ จงใหร้ าษฎรมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในขอ้ ราชการ กฎหมายหรอื ระเบยี บแบบแผน ของทางราชการ ในการน้ี สามารถเรียกราษฎรมาประชมุ ไดต้ ามสมควร (๘) แจง้ ใหร้ าษฎรใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในกจิ การสาธารณประโยชนเ์ พอ่ื บำ� บดั ปดั ปอ้ งภยนั ตราย สาธารณะอนั มีมาโดยฉกุ เฉนิ รวมตลอดทง้ั การชว่ ยเหลอื บรรเทาทกุ ข์แกผ่ ปู้ ระสบภยั (๑๐) ปฏิบัติตามค�ำสั่งของก�ำนันหรือทางราชการและรายงานเหตุการณ์ท่ีไม่ปกติซึ่งเกิดข้ึน ในหม่บู ้านให้กำ� นนั ทราบ พรอ้ มทัง้ รายงานตอ่ นายอ�ำเภอดว้ ย
172 มาตรา ๒๘ ผู้ใหญบ่ ้านมหี น้าท่แี ละอ�ำนาจในการท่เี กี่ยวด้วยความอาญาดังตอ่ ไปนี้ ขอ้ ๑ เมอ่ื ทราบขา่ วว่ามีการกระทำ� ผดิ กฎหมาย เกิดขนึ้ หรือสงสยั ว่าได้เกดิ ขน้ึ ในหมู่บา้ น ของตน ตอ้ งแจ้งความต่อก�ำนันนายตำ� บลใหท้ ราบ ข้อ ๒ เมื่อทราบขา่ ววา่ มกี ารกระทำ� ผิดกฎหมายเกดิ ข้ึน หรอื สงสยั วา่ ไดเ้ กิดขึ้นในหมู่บา้ น ทใี่ กล้เคียง ตอ้ งแจ้งความตอ่ ผใู้ หญบ่ ้านหม่บู ้านนั้นใหท้ ราบ ข้อ ๓ เมือ่ ตรวจพบของกลางท่ผี ทู้ ีก่ ระท�ำผดิ กฎหมายมีอย่กู ด็ ี หรือส่งิ ของท่สี งสัยว่าไดม้ า โดยการกระทำ� ผดิ กฎหมาย หรอื เป็นสิ่งของสำ� หรบั ใช้ในการกระท�ำผดิ กฎหมายกด็ ี ให้จบั สิง่ ของนัน้ ไว้ และรีบน�ำสง่ ตอ่ กำ� นันนายตำ� บล ขอ้ ๔ เมื่อปรากฏว่าผู้ใดก�ำลังกระท�ำผิดกฎหมายก็ดี หรือมีเหตุควรสงสัยว่า เป็นผู้ท่ีได ้ กระทำ� ผดิ กฎหมายก็ดี ให้จบั ตัวผนู้ นั้ ไว้และรีบนำ� ส่งต่อกำ� นันนายต�ำบล ขอ้ ๕ ถ้ามีหมายหรือมีค�ำส่ังตามหน้าท่ีราชการ ให้จับผู้ใดในหมู่บ้านนั้น เป็นหน้าท่ีของ ผใู้ หญบ่ ้านทีจ่ ะจับผนู้ ้นั และรีบสง่ ตอ่ ก�ำนนั หรือกรมการอำ� เภอตามสมควร ข้อ ๖ เม่ือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าท่ีออกหมายส่ังให้ค้น หรือให้ยึด ผู้ใหญ่บ้านต้องจัดการ ให้เปน็ ไปตามหมาย มาตรา ๒๘ ทวิ ผ้ชู ว่ ยผใู้ หญบ่ า้ นฝา่ ยปกครองมีอ�ำนาจหน้าทดี่ งั ต่อไปนี้ (๑) ชว่ ยเหลอื ผใู้ หญบ่ า้ นปฏบิ ตั กิ จิ การตามอำ� นาจหนา้ ทขี่ องผใู้ หญบ่ า้ นเทา่ ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย จากผ้ใู หญบ่ ้านให้กระท�ำ (๒) เสนอข้อแนะน�ำและให้ค�ำปรึกษาต่อผู้ใหญ่บ้านในกิจการที่ผู้ใหญ่บ้านมีอ�ำนาจหน้าท่ี ผชู้ ่วยผู้ใหญ่บ้านฝา่ ยรักษาความสงบมีอำ� นาจหนา้ ท่ดี งั ต่อไปน้ี (๑) ตรวจตรารกั ษาความสงบเรยี บร้อยภายในหมบู่ ้าน (๒) ถ้ารู้เห็นหรือทราบว่าเหตุการณ์อันใดเกิดข้ึนหรือจะเกิดขึ้นในหมู่บ้านเก่ียวกับ ความสงบเรียบร้อย ให้น�ำความแจ้งต่อผู้ใหญ่บ้าน ถ้าเหตุการณ์ตามวรรคหน่ึงเกิดข้ึนหรือจะเกิดขึ้นในหมู่บ้านใกล้เคียง ให้น�ำความแจ้ง ต่อผ้ใู หญ่บา้ นทอ้ งทีน่ น้ั และรายงานให้ผใู้ หญบ่ ้านของตนทราบ (๓) ถ้ามคี นจรเข้ามาในหมูบ่ ้านและสงสัยว่าไมไ่ ด้มาโดยสุจรติ ใหน้ �ำตวั ส่งผูใ้ หญบ่ ้าน (๔) เมือ่ มเี หตุรา้ ยเกิดขน้ึ ในหม่บู า้ น ตอ้ งระงับเหตุปราบปราม ตดิ ตามจบั ผู้ร้ายโดยเต็มก�ำลัง (๕) เมอื่ ตรวจพบหรือตามจบั ได้สิง่ ของใดท่มี ีไวเ้ ป็นความผดิ หรอื ไดใ้ ชห้ รอื มไี ว้เพอื่ ใช้ในการ กระท�ำความผดิ หรือไดม้ าโดยการกระท�ำความผิด ใหร้ ีบน�ำส่งผู้ใหญ่บ้าน (๖) เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ใดได้กระท�ำความผิดและก�ำลังจะหลบหนีให้ควบคุมตัว ส่งผู้ใหญบ่ า้ น (๗) ปฏบิ ตั ติ ามค�ำสง่ั ของผใู้ หญ่บา้ น ซง่ึ สั่งการโดยชอบดว้ ยกฎหมาย
173 มาตรา ๒๘ จตั วา ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทเ่ี กยี่ วกบั การรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยใหผ้ ใู้ หญบ่ า้ น และผู้ช่วยผูใ้ หญบ่ า้ นฝ่ายรกั ษาความสงบใชอ้ าวุธปืนของทางราชการได้ การเก็บรกั ษาและการใชอ้ าวธุ ปืนใหเ้ ปน็ ไปตามขอ้ บงั คบั ของกระทรวงมหาดไทย มาตรา ๓๔ บรรดาการทจี่ ะตรวจตรารกั ษาความปกตเิ รยี บรอ้ ยในตำ� บล คอื การทจ่ี ะวา่ กลา่ ว ราษฎรในต�ำบลนั้น ให้ประพฤติตามพระราชก�ำหนดกฎหมายก็ดี หรือการที่จะป้องกันภยันตรายและ รักษาความสุขส�ำราญของราษฎรในต�ำบลน้ันก็ดี หรือการท่ีจะรับกิจสุขทุกข์ของราษฎรในต�ำบลนั้น ขึน้ ร้องเรียนตอ่ ผวู้ า่ ราชการเมอื ง กรมการอ�ำเภอ และจะรับข้อราชการมาประกาศแก่ราษฎรในตำ� บลนัน้ ก็ดีหรือท่ีจะจัดการตามพระราชก�ำหนด กฎหมาย เช่นการตรวจและน�ำเก็บภาษีอากรในต�ำบลนั้นก็ดี การทั้งนอ้ี ยูใ่ นหน้าที่ของก�ำนันผู้เปน็ นายตำ� บล ผใู้ หญ่บ้านทง้ั ปวงในต�ำบลนนั้ และแพทย์ประจำ� ต�ำบล จะต้องช่วยกนั เอาเป็นธุระจดั การใหเ้ รยี บร้อยได้ตามสมควรแก่หนา้ ท่ี มาตรา ๓๕ กำ� นนั มหี น้าท่แี ละอ�ำนาจในการท่ีเกี่ยวด้วยความอาญาดงั ตอ่ ไปนี้ คอื ขอ้ ๑ เมอื่ ทราบขา่ ววา่ มกี ารกระทำ� ผดิ กฎหมายเกดิ ขน้ึ หรอื สงสยั วา่ ไดเ้ กดิ ขน้ึ ในตำ� บลของตน ตอ้ งแจ้งความตอ่ กรมการอำ� เภอใหท้ ราบ ข้อ ๒ เมื่อทราบข่าวว่ามีการกระท�ำผิดกฎหมายเกิดข้ึน หรือสงสัยว่าได้เกิดขึ้นในต�ำบล ทีใ่ กล้เคียงตอ้ งแจง้ ความต่อกำ� นันนายตำ� บลนัน้ ให้ทราบ ขอ้ ๓ เม่ือปรากฏว่า ผู้ใดก�ำลังกระท�ำผิดกฎหมายก็ดี หรือมีเหตุควรสงสัยว่าเป็นผู้ท่ีได้ กระทำ� ผดิ กฎหมายก็ดี ใหจ้ ับผนู้ ั้นไว้ และรีบนำ� ส่งตอ่ กรมการอ�ำเภอ ข้อ ๔ ถา้ มหี มายหรอื มคี ำ� สง่ั ตามหนา้ ทร่ี าชการใหจ้ บั ผใู้ ดในตำ� บลนน้ั เปน็ หนา้ ทขี่ องกำ� นนั ทีจ่ ะจับผูน้ ั้นแลว้ รีบสง่ ต่อกรมการอำ� เภอตามสมควร ขอ้ ๕ เม่ือเจ้าพนักงานผมู้ หี น้าท่ีออกหมายสง่ั ใหค้ ้นหรือให้ยดึ กำ� นันต้องจดั การใหเ้ ปน็ ไป ตามหมาย ขอ้ ๖ ถ้ามีผู้มาขออายัดตัวคนหรือส่ิงของก็ดีหรือผู้ต้องโจรกรรม จะท�ำกฎหมายตราสิน หรอื มผี จู้ ะขอทำ� ชนั สตู รบาดแผลกด็ ี ทงั้ นใ้ี หก้ ำ� นนั สบื สวนฟงั ขอ้ ความแลว้ รบี นำ� ตวั ผขู้ อและผตู้ อ้ งอายดั และทรัพย์สิ่งของบรรดาท่ีจะพาไปด้วยน้ันไปยังกรมการอ�ำเภอ ถ้าสิ่งของอย่างใดจะพาไปไม่ได้ กใ็ ห้กำ� นนั ชนั สูตรให้รู้เหน็ แลว้ น�ำความไปแจ้งต่อกรมการอ�ำเภอในขณะน้ัน มาตรา ๓๖ ถ้าก�ำนันรู้เห็นเหตุทุกข์ร้อนของราษฎร หรือการแปลกประหลาดเกิดขึ้น ในตำ� บลตอ้ งรีบรายงานตอ่ กรมการอ�ำเภอใหท้ ราบ มาตรา ๓๗ ถ้าเกิดจลาจลก็ดี ฆ่ากันตายก็ดี ชิงทรัพย์ก็ดี ปล้นทรัพย์ก็ดี ไฟไหม้ก็ดี หรือเหตุร้ายส�ำคัญอย่างใด ๆ ในต�ำบลของตน หรือในต�ำบลท่ีใกล้เคียงอันสมควรจะช่วยได้ก็ด ี หรอื มผี รู้ า้ ยแตท่ อ่ี นื่ มามวั่ สมุ ในตำ� บลนนั้ กด็ ี หรอื มเี หตคุ วรสงสยั วา่ ลกู บา้ นในตำ� บลนนั้ บางคนจะเกยี่ วขอ้ ง เป็นโจรผรู้ า้ ยกด็ ี เปน็ หน้าท่ีของก�ำนันจะตอ้ งเรียกผู้ใหญบ่ ้านและลกู บ้านในต�ำบลออกช่วยตอ่ สตู้ ิดตาม จบั ผู้ร้ายหรือตดิ ตามเอาของกลางคนื หรอื ดับไฟ หรอื ช่วยอยา่ งอน่ื ตามควรแก่การโดยเตม็ กำ� ลงั
174 มาตรา ๓๘ ใหก้ ำ� นนั ดแู ลคนเดนิ ทาง ซง่ึ ไมม่ เี หตคุ วรสงสยั วา่ จะเปน็ ผรู้ า้ ย ใหไ้ ดม้ ที พี่ กั ตามควร มาตรา ๕๐ เม่ือก�ำนันเห็นว่ามีการอันใดเน่ืองในการรักษาความปกติเรียบร้อยในต�ำบล สมควรจะปรกึ ษาหารอื กันในระหวา่ งกำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ นท้งั ปวง และแพทย์ประจำ� ตำ� บล ก�ำนนั กม็ อี ำ� นาจ ที่จะเรียกมาประชุมปรึกษาหารือกัน และให้เอาเสียงท่ีเห็นพร้อมกันโดยมากเป็นท่ีชี้ขาดตกลงในการ ทีป่ รึกษาหารอื กนั น้ัน มาตรา ๕๑ ให้ก�ำนนั เรียกผใู้ หญบ่ ้านและแพทยป์ ระจำ� ตำ� บลมาประชมุ เพื่อปรกึ ษาหารือ การที่จะรักษาหน้าที่ในต�ำบลให้เรียบร้อย ไม่น้อยกว่าเดือนละหนึ่งครั้ง ให้ผู้ใหญ่บ้านเรียกประชุม คณะกรรมการหมู่บ้านตามครั้งคราวท่ีเห็นสมควร หรือเมื่อกรรมการมีจ�ำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งร้องขอ ให้มกี ารประชมุ แต่เมอ่ื รวมปหี น่ึงจะต้องมกี ารประชุมไม่น้อยกว่าหกครั้ง ใหก้ �ำนันเรยี กประชุมคณะกรรมการต�ำบลไม่น้อยกว่าเดือนละหนงึ่ ครัง้ มาตรา ๕๒ ถ้ามีเหตุสงสัยว่าผู้ใดในต�ำบลน้ัน แสดงความอาฆาตมาดร้ายแก่ผู้อ่ืนก็ดี หรือเป็นคนจรจัดไม่ปรากฏการท�ำมาหาเลี้ยงชีพ และไม่สามารถจะชี้แจงความบริสุทธ์ิของตนได้ก็ด ี ให้ก�ำนันเรียกประชุมผู้ใหญ่บ้านสืบสวน ถ้ามีหลักฐานควรเช่ือว่าเป็นความจริง ก็ให้เอาตัวผู้น้ัน สง่ กรมการอ�ำเภอไปฟอ้ งรอ้ งเอาโทษตามมาตรา ๓๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๓ เมื่อมีผู้ใหญ่บ้านน�ำคนจรแปลกหน้านอกส�ำมะโนครัวต�ำบลมาส่งก�ำนัน ตามความในมาตรา ๒๗ ข้อ ๖ ให้กำ� นันปรกึ ษาหารือกบั ผ้ใู หญบ่ า้ น เม่ือเห็นสมควรจะขบั ไล่คนผู้นนั้ ออกไปเสยี จากทอ้ งที่ตำ� บลนน้ั กไ็ ด้ มาตรา ๕๔ ถ้าลูกบ้านผู้ใดไปตั้งทับกระท่อมหรือเรือนโรงอยู่ในท่ีเปลี่ยวในต�ำบลน้ัน ซ่ึงน่ากลัวจะเป็นอันตรายด้วยโจรผู้ร้ายหรือน่าสงสัยว่าจะเป็นส�ำนักโจรผู้ร้าย การอย่างนี้ให้กำ� นันกับ ผู้ใหญ่บ้านในต�ำบลนั้นประชุมปรึกษากันดู เมื่อเห็นเป็นการสมควรแล้วจะบังคับให้ลูกบ้านคนน้ันย้าย เข้ามาอยเู่ สียในหมู่บา้ นราษฎรก็ได้ และให้นำ� ความแจ้งต่อกรมการอ�ำเภอดว้ ย มาตรา ๕๕ ถ้าราษฎรคนใดทิ้งให้บ้านเรือนช�ำรุดรุงรัง หรือปล่อยให้โสโครกโสมม อาจจะเปน็ เหตใุ ห้เกดิ อันตรายแก่ผูอ้ ยู่ในทนี่ น้ั หรอื ผู้ท่อี ยใู่ กล้เคียงกัน หรอื ผู้ที่ไปมา หรอื ให้เกดิ อคั คภี ัย หรอื โรคภยั ใหก้ ำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ นและแพทยป์ ระจำ� ตำ� บลปรกึ ษากนั ถา้ เหน็ ควรจะบงั คบั ใหผ้ ทู้ อ่ี ยใู่ นทนี่ น้ั แก้ไขเสียให้ดี ก็บงั คบั ได้ ถา้ ผู้นั้นไมท่ ำ� ตามบงั คับ ก็ให้กำ� นันนำ� ความร้องเรยี นต่อกรมการอำ� เภอ
175 มาตรา ๕๖ ในเวลาใดจะมีอันตรายแก่การท�ำมาหากินของลูกบ้านในต�ำบลน้ัน เช่น มีเหตุโรคภัยไข้เจ็บติดต่อเกิดขึ้น หรือน้�ำมากหรือน้�ำน้อยเกินไปเป็นต้น ให้ก�ำนันผู้ใหญ่บ้านและ แพทยป์ ระจำ� ตำ� บลปรกึ ษาหารอื กนั ในการทจ่ี ะปอ้ งกนั แกไ้ ขเยยี วยาภยนั ตรายดว้ ยอาการทแี่ นะนำ� ลกู บา้ น ใหท้ ำ� อยา่ งใด หรอื ลงแรงชว่ ยกนั ไดป้ ระการใด กำ� นนั มอี ำ� นาจทจี่ ะบงั คบั การนน้ั ได้ ถา้ เหน็ เปน็ การเหลอื กำ� ลงั ให้ร้องเรียนต่อกรมการอ�ำเภอ และผ้วู ่าราชการเมืองขอก�ำลังรฐั บาลชว่ ย มาตรา ๕๘ ในการท่ีจะท�ำรายงานประจ�ำหรือรายงานจรอย่างใด ๆ ย่นื ต่อกรมการอำ� เภอ ก�ำนันจะเรียกประชุมผู้ใหญ่บ้านและแพทย์ประจ�ำต�ำบลในต�ำบลน้ันพร้อมกันตรวจสอบก่อน และจะให้ลงช่ือเป็นพยานในรายงานนัน้ กไ็ ด้ มาตรา ๖๐ ในเวลาใดมีการนักขัตฤกษ์ หรือประชุมชนเป็นการใหญ่ในต�ำบลนั้น กำ� นนั จะเรยี กผใู้ หญบ่ า้ นและแพทยป์ ระจำ� ตำ� บลพรอ้ มกนั มาชว่ ยพทิ กั ษร์ กั ษาความเรยี บรอ้ ยในทอ่ี นั นน้ั ถา้ และเห็นเปน็ การจำ� เป็นแล้ว จะขอแรงราษฎรมาชว่ ยดว้ ยกไ็ ด้ ประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา ไดก้ ำ� หนดให้กำ� นนั ผู้ใหญ่บ้าน มหี นา้ ท่เี ก่ียวเนือ่ ง กบั ความอาญาดงั ต่อไปนี้ มาตรา ๒ (๑๖) “พนกั งานฝา่ ยปกครองหรอื ตำ� รวจ” หมายความถงึ เจา้ พนกั งานซงึ่ กฎหมาย ให้อ�ำนาจและหน้าท่ีรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ให้รวมท้ังพัศดี เจ้าพนักงานสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมเจา้ ทา่ พนกั งานตรวจคนเข้าเมอื ง และเจา้ พนักงานอน่ื ๆ ในเม่อื ทำ� การอนั เกย่ี วกบั การจบั กมุ ปราบปรามผกู้ ระทำ� ผดิ กฎหมาย ซงึ่ ตนมีหนา้ ท่ตี อ้ งจับกุมหรอื ปราบปราม มาตรา ๑๖ ในจงั หวดั อนื่ นอกจากจงั หวดั พระนครและจงั หวดั ธนบรุ ี พนกั งานฝา่ ยปกครอง หรือต�ำรวจชน้ั ผู้ใหญ่ ปลดั อำ� เภอ และข้าราชการตำ� รวจซง่ึ มยี ศตง้ั แตช่ น้ั นายรอ้ ยต�ำรวจตรหี รอื เทียบเทา่ นายรอ้ ยตำ� รวจตรขี ึ้นไป มอี �ำนาจสอบสวนความผิดอาญาซ่ึงไดเ้ กดิ หรืออา้ ง หรือเช่อื ว่าได้เกดิ ภายใน เขตอำ� นาจของตน หรอื ผตู้ ้องหามที ่ีอยู่หรือถกู จบั ภายในเขตอ�ำนาจของตนได้ มาตรา ๑๗ พนักงานฝา่ ยปกครองหรอื ต�ำรวจมอี ำ� นาจท�ำการสบื สวนคดอี าญาได้ มาตรา ๖๑ ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๙๗ พนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจมีอ�ำนาจ และหนา้ ท่ีจัดการให้เปน็ ไปตามหมายอาญา ซ่ึงไดม้ อบหรอื สง่ มาใหจ้ ัดการภายในอำ� นาจของเขา หมายอาญาใดซ่ึงศาลได้ออกหรือสลักหลัง จะมอบหรือส่งไปยังพนักงานฝ่ายปกครอง หรือต�ำรวจซึ่งอยู่ภายในเขตอ�ำนาจของศาลด่ังระบุในหมาย หรือแก่หัวหน้าพนักงานฝ่ายปกครอง หรอื ต�ำรวจประจ�ำจงั หวดั หรอื อำ� เภอ ซึง่ จะใหจ้ ัดการให้เป็นไปตามหมายนน้ั ก็ได้ ในกรณหี ลงั จากเจา้ พนกั งานผไู้ ดร้ บั หมายตอ้ งรบั ผดิ ชอบในการจดั การตามหมายนน้ั จะจดั การ เองหรือส่ังให้เจ้าพนักงานรองลงไปจัดการให้ก็ได้ หรือจะมอบหรือส่งส�ำเนาอันรับรองว่าถูกต้องให้แก่ พนกั งานฝา่ ยปกครองหรอื ต�ำรวจคนอ่นื ซ่ึงมีหนา้ ทจี่ ัดการตามหมายซง่ึ ตนได้รบั นั้นกไ็ ด้ ถา้ หมายน้ันได้ มอบหรือส่งให้แก่เจ้าพนักงานต้ังแต่สองนายขึ้นไป เจ้าพนักงานจะจัดการตามหมายน้ันแยกกัน หรอื รว่ มกันกไ็ ด้
176 มาตรา ๖๒ ภายใตบ้ งั คบั แหง่ บทบญั ญตั ทิ ง้ั หลายในประมวลกฎหมายนซี้ งึ่ วา่ ดว้ ยการจบั และคน้ เจา้ พนักงานผจู้ ัดการตามหมายน้ันต้องแจ้งขอ้ ความในหมายใหแ้ กผ่ ูเ้ ก่ียวข้องทราบ และถ้ามีค�ำขอรอ้ ง ใหส้ ง่ หมายนนั้ ใหเ้ ขาตรวจดู การแจง้ ข้อความในหมาย การส่งมอบใหต้ รวจดูและวันเดอื นปที จี่ ดั การเช่นนน้ั ใหบ้ นั ทกึ ไว้ ในหมายนั้น มาตรา ๗๘ พนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับน้ันไม่ได้ เวน้ แต่ในกรณีต่อไปน้ี (๑) เมือ่ บุคคลนัน้ ได้กระทำ� ความผิดซึง่ หน้าที่ดงั บัญญตั ิไว้ในมาตรา ๘๐ (๒) เมอ่ื พบบคุ คลนนั้ ก�ำลังพยายามกระท�ำความผิด หรือพบโดยมีพฤตกิ ารณ์อันควรสงสยั วา่ ผนู้ น้ั จะกระทำ� ความผดิ โดยมเี ครอ่ื งมอื อาวธุ หรอื วตั ถอุ ยา่ งอน่ื อนั สามารถอาจใชใ้ นการกระทำ� ความผดิ (๓) เมอื่ มีเหตอุ ันสมควรสงสัยวา่ ผู้นัน้ ไดก้ ระทำ� ความผิดมาแลว้ และจะหลบหนี (๔) เม่ือมีผู้ขอให้จับโดยแจ้งว่าบุคคลน้ันได้กระท�ำความผิด และแจ้งด้วยว่าได้ร้องทุกข์ไว้ ตามระเบียบแลว้ เมื่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจชั้นผู้ใหญ่บ้านจับด้วยตนเองไม่ต้องมีหมาย แตต่ ้องเป็นในกรณีทอ่ี าจออกหมายจบั ได้ หรอื จับไดต้ ามประมวลกฎหมายน้ี มาตรา ๗๙ ราษฎรจะจับผู้อ่ืนไม่ได้เว้นแต่จะอยู่ในเกณฑ์แห่งมาตรา ๘๒ หรือเม่ือผู้น้ัน กระทำ� ความผดิ ซ่งึ หนา้ และความผดิ น้ันไดร้ ะบไุ วใ้ นบญั ชที ้ายประมวลกฎหมายน้ีดว้ ย มาตรา ๘๐ ทเ่ี รยี กวา่ ความผดิ ซงึ่ หนา้ นน้ั ไดแ้ ก่ ความผดิ ซง่ึ เหน็ กำ� ลงั กระทำ� หรอื พบในอาการใด ซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยว่าเขาได้กระท�ำผิดมาแล้ว อย่างไรก็ดี ความผิดอาญาดังระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายน้ี ให้ถือว่าความผิดน้ัน เป็นความผิดซ่งึ หน้าในกรณีดงั นี้ (๑) เมื่อบคุ คลหนง่ึ ถูกไลจ่ บั ผกู้ ระท�ำโดยมีเสยี งร้องเอะอะ (๒) เมื่อพบบุคคลหนึ่งแทบจะทันทีทันใดหลังจากการกระท�ำผิดในถิ่นแถวใกล้เคียงกับ ทเี่ กดิ เหตนุ น้ั และมสี ง่ิ ของทไี่ ดม้ าจากการกระทำ� ผดิ หรอื มเี ครอื่ งมอื อาวธุ หรอื วตั ถอุ ยา่ งอนื่ อนั สนั นษิ ฐาน ไดว้ ่าไดใ้ ชใ้ นการกระทำ� ผิด หรอื มรี อ่ งรอยพริ ุธเห็นประจกั ษท์ ่ีเสื้อผ้าหรือเน้อื ตวั ของผนู้ น้ั มาตรา ๙๒ ห้ามมิให้ค้นในที่รโหฐานโดยไม่มีหมายค้น เว้นแต่พนักงานฝ่ายปกครอง หรือต�ำรวจเปน็ ผู้ค้น และในกรณตี ่อไปนี้
177 (๑) เมื่อมีเสียงรอ้ งให้ช่วยมาจากข้างในทร่ี โหฐาน (๒) เม่ือปรากฏความผิดซงึ่ หน้ากำ� ลังกระท�ำลงในที่รโหฐาน (๓) เมอ่ื บคุ คลทไ่ี ดก้ ระทำ� ความผดิ ซง่ึ หนา้ ขณะทถี่ กู ไลจ่ บั หนเี ขา้ ไปหรอื มเี หตอุ นั แนน่ แฟน้ ควรสงสัยว่าไดเ้ ขา้ ไปซกุ ซอ่ นตวั อยู่ในทรี่ โหฐานนั้น (๔) เม่ือมีความสงสัยตามสมควรว่าส่ิงของที่ได้มาโดยการกระท�ำผิดได้ซ่อนหรืออยู่ในน้ัน ประกอบท้ังต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่าเน่ืองจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้สิ่งของน้ัน จะถกู โยกย้ายเสยี ก่อน (๕) เมื่อที่รโหฐานนั้นผู้จะต้องถูกจับเป็นเจ้าบ้าน และการจับนั้นมีหมายจับหรือจับ ตามมาตรา ๗๘ เมื่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจชั้นผู้ใหญ่ค้นด้วยตนเองไม่ต้องมีหมายค้นก็ได้ แตต่ ้องเปน็ กรณที ีอ่ าจออกหมายคน้ หรือได้ตามประมวลกฎหมายนี้ มาตรา ๙๓ ห้ามมิให้ท�ำการค้นบุคคลใดในทสี่ าธารณสถาน เว้นแต่พนักงาน ฝา่ ยปกครอง หรือต�ำรวจเป็นผู้ค้นเม่ือเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีส่ิงของในความครอบครองเพ่ือจะใช้ในการ กระท�ำความผดิ หรือซึ่งไดม้ าโดยการกระท�ำความผิด แนวทางปฏบิ ัติ การปฏิบัติหน้าท่ีรักษาความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายข้างต้น ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ควรมแี นวทางปฏิบตั ิ ดังนี้ ๑. การรกั ษาความปลอดภัยของหมูบ่ ้าน ๑) ผใู้ หญบ่ า้ นในฐานะประธานกรรมการหมบู่ า้ น จะตอ้ งจดั ใหม้ กี ารประชมุ คณะกรรมการ หมบู่ ้าน เพอื่ ปรึกษาหารอื การก�ำหนดมาตรการรักษาความปลอดภยั ของหมู่บา้ น ได้แก่ - การจัดท�ำผังหมู่บ้าน เพ่ือสะดวกต่อการก�ำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย บริเวณจุดต่าง ๆ เช่น จุดล่อแหลมต่อการโจรกรรมหรือการก่อการร้าย จุดพื้นท่ีเส่ียงภัยธรรมชาต ิ จดุ ที่ได้รบั ผลกระทบจากการสรู้ บบริเวณชายแดน เป็นต้น - การจัดชุดเวรยามรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ประจ�ำจุดต่าง ๆ ที่ก�ำหนด รวมทัง้ จดั ชดุ ลาดตระเวนในหมบู่ ้าน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง - การจดั ตง้ั คมุ้ ต่าง ๆ โดยให้มีคณะกรรมการของคุ้มเพื่อดูแลรกั ษาความปลอดภัย ภายในคุ้ม - การจดั ท�ำสิง่ ปอ้ งกันมใิ หบ้ คุ คลภายนอกเขา้ มาในหมูบ่ า้ นได้ โดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น การจัดทำ� ร้ัวรอบหมูบ่ า้ น การจดั ทำ� ป้อมยามประจ�ำหมบู่ ้าน การกำ� หนดระยะเวลา การเขา้ - ออก หมู่บ้าน การบันทกึ เหตุการณท์ บ่ี ุคคลเข้า - ออกหมบู่ า้ น เปน็ ตน้ - การแจ้งเตือนต่าง ๆ เพื่อให้ราษฎรในหมู่บ้านทราบ กรณีมเี หตรุ า้ ยหรอื ภัยพบิ ัติ - การดำ� เนนิ การกรณที มี่ เี หตรุ า้ ยหรอื ภยั พบิ ตั ิ เชน่ การจบั กมุ ผกู้ อ่ เหตรุ า้ ย การชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภยั พิบตั ิ เป็นต้น
178 ๒) ผู้ใหญ่บ้านจะต้องช้ีแจงถึงความจ�ำเป็นในการก�ำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย ของหมู่บ้าน ใหร้ าษฎรในหมู่บา้ นทราบและเข้าใจ เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรว่ มมอื ของราษฎรในการด�ำเนินการ รกั ษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน ๓) กรณีท่ีเหตุร้ายหรือภัยพิบัติท่ีคาดว่าจะเกิดข้ึนและเกินความสามารถของราษฎร ในหมู่บ้าน ให้ผใู้ หญ่บ้านขอความชว่ ยเหลอื จากผใู้ หญบ่ ้านขา้ งเคียง หรอื รายงานก�ำนนั และนายอำ� เภอ ตามล�ำดบั เพ่อื ดำ� เนินการให้ความชว่ ยเหลอื ตอ่ ไป ๔) ด�ำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ก�ำหนด ท้ังนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมายท่ีเกย่ี วขอ้ ง ๕) กรณีมกี ารต้งั จดุ ตรวจ/จดุ สกัด รว่ มกบั พนกั งานฝา่ ยปกครอง ตำ� รวจ ใหม้ คี ำ� ส่งั ชัดเจน วา่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจผูใ้ ดเปน็ ผู้ควบคมุ การปฏบิ ตั ิ นอกจากน้ี ผู้ใหญ่บ้านในฐานะผู้บังคับหมวดชุดรักษาความสงบเรียบร้อยประจ�ำหมู่บ้าน (ชรบ.) สามารถท�ำหน้าท่ีในการรักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้านร่วมกับราษฎร (ท่ีผ่านการฝึกอบรม ชรบ.) ทหาร ต�ำรวจ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ได้ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าดว้ ยการชว่ ยเหลอื เจา้ พนกั งานของหนว่ ยก�ำลงั คุ้มครองและรกั ษาความสงบเรยี บร้อยภายในหม่บู า้ น พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยให้ปฏิบัติหน้าท่ีภายในขอบเขตอ�ำนาจหน้าท่ีท่ีกฎหมายให้อ�ำนาจไว้ และตามค�ำสั่ง หรอื แผนยทุ ธการท่ีไดร้ บั อนมุ ตั จิ ากจงั หวัด/อำ� เภอ แลว้ แตก่ รณี โดยในหมวด ชรบ. ให้แบง่ การปกครอง บงั คบั บัญชาออก เปน็ อยา่ งนอ้ ยสองหมเู รยี กว่า “หมชู่ ดุ รักษาความปลอดภัยหมู่บา้ นท่ี ๑ หมชู่ ดุ รักษา ความปลอดภัยหมู่บ้านท่ี ๒ และหมู่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านที่................ตามล�ำดับต่อไป” โดยมผี ชู้ ว่ ยผใู้ หญบ่ า้ นเปน็ ผบู้ งั คบั หมู่ ชรบ. และหมู่ ชรบ. ใหม้ จี ำ� นวนไมน่ อ้ ยกวา่ เจด็ คน แตไ่ มเ่ กนิ สบิ หา้ คน ตามความเหมาะสมโดยพิจารณาจากอัตราก�ำลังพลและสถานการณ์ ในพ้นื ที่ ๒. การรักษาความสงบเรยี บรอ้ ยในงานนกั ขัตฤกษ์ เนื่องจากในงานนักขัตฤกษ์ จะมีราษฎรมาร่วมงานเป็นจ�ำนวนมาก อาจเกิดเหตุร้าย หรือความไม่สงบเรยี บรอ้ ยได้ จึงจำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารดำ� เนนิ การเพอื่ รกั ษาความสงบเรยี บร้อย ดงั น้ี ๑) การวางแผนการรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ย ไดแ้ ก่ - กำ� หนดเขตพนื้ ทท่ี จี่ ะใชใ้ นการจดั งานนกั ขตั ฤกษ์ เพอื่ สะดวกตอ่ การรกั ษาความปลอดภยั - กำ� หนดจดุ ทค่ี าดวา่ เกดิ ความไมส่ งบเรยี บรอ้ ยภายในงาน และกำ� หนดบคุ คลทป่ี ระจำ� อยู่ แต่ละจุด - จดั ตงั้ คณะกรรมการรกั ษาความปลอดภยั บรเิ วณงาน โดยใหแ้ ตง่ ตงั้ จากบคุ คลทร่ี าษฎร ในหมู่บา้ นใหค้ วามเคารพนับถอื
๑๗๙ - จดั ตั้งคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยบริเวณงาน โดยใหแ้ ต่งตั้งจาก บุคคลทร่ี าษฎรในหมู่บา้ นใหค้ วามเคารพนบั ถือ 179 - ประสานขอกาลังตารวจ สมาชิก อส. เพื่อร่วมในการรักษาความสงบ เรียบรอ้ ยภ า ย -ใ นปบรระิเสวาณนงขาอนก�ำลังต�ำรวจ สมาชิก อส. เพื่อร่วมในการรักษาความสงบเรียบร้อย ภายในบรเิ วณงาน- กาหนดวิธกี ารสอ่ื สารเพื่อประสานการปฏิบัติงานรักษาความสงบเรยี บร้อย - ก-�ำกหานหดนวิธดกี แานรสวื่อทสาางรกเพารอ่ื ดปารเะนสินานกกาารรกปรฏณิบีทัติงี่มาีเนหรตกั ุกษารคณวา์คมวสางมบไเรมยี ่สบงรบ้อเยรียบร้อย เกดิ ข้ึน - กำ� หนดแนวทางการด�ำเนนิ การกรณีทมี่ เี หตกุ ารณ์ความไมส่ งบเรยี บรอ้ ยเกดิ ข้นึ ๒)2 )ปฏปิบฏัตบิ งิ ตัานิงารกันษรักาคษวาาคมวปาลมอปดลภอัยดตภามัยแตผานมทแกี่ ผำ� นหทน่ีกดาหนด ๓)3 ) กรกณรทีณม่ี ที เี หีม่ ตเี หกุ าตรุกณาค์รวณา์คมไวมาส่ มงไบมเร่สยี งบบรเอ้ รยียแบลระ้อคยาดแวลา่ ไะมคส่ าาดมาวร่าถไรมะ่สงาบั มไดาใ้รหถร้ ราะยงงาับนไกดำ� ้ในหนั ้ แรลาะยนงาายนอก�ำเาภนอนั ทแรลาบะนเพายอ่ื อดำ�าเเนภนิอกทารราใบห้คเวพาื่อมดชา่วเยนเหินลกือาตรอ่ใหไปค้ วามช่วยเหลือตอ่ ไป **ห*มหามยาเยหเหตุตุ กกาารรพพาาออาาววุธุธปปืนืนในใกนากรปารฏปิบฏัติหิบนัต้าิหทน่ีตา้ามทขี่ต้อาม๑ข. ้อแล1ะ. แ๒ล. ะให2้เป. ็นใหไป้เตปา็นมไรปะเตบาียมบรกะรเะบทียรวบง มกหารดะไททรยววง่ามดห้วยากดาไรทพยาวแ่าลดะ้วใชย้อกาาวรุธพปาืนแขลองะพใชน้อักงาาวนุธฝป่าืนยขปอกงคพรอนงักงพา.ศน.ฝ๒่าย๕ป๔ก๖คแรลอะงทพี่แก.ศ้ไข. เพ2่ิม5เ4ต6ิม แลแะลกะาทร่ีแพกกพไ้ ขาเอพา่ิมวธุเตปนืมิ ขแอลงระากษาฎรรพทกไี่ ดพร้ าบั อมาอวบธุ หปมืนายขใอหงใ้ รชาอ้ ษาวฎธุ รปทนื ีไ่ขดอ้รงบัทมางอรบาชหกมาราใยนใกหา้รใชชว่้อยาเวหุธลปอื รืนาขชกอางร ตแสม ทวแา่ลเทรปตอใล�าาำ่ีใคดชชตะมะหะาานืาว้ร้ส้อสเรปวมงมรยทบอ่ื�ำาางิ่ธุรัอ้บากขหเ่ใีงยีวปาตงท๘าผช้อกรธุบกชรร ืนยีู้้สปับรปป เนัทากมบเาะฏหสืฉนตฏวาอหกิหส๘มิบ�ิพำนรสิจบานแรนุู่บสหัตใวเา่่วาัับลตองัปนทยาธุ้าริะนหะสงิหวนหปัืนบวกใกตนกือ่านมนอืิพรากาฎวั้าสดว(รับาบู่ห.รา๓พใทกศเั่งสตั้วหกกชรา้้ว.กร).่ีซาถศยบเ็น่งาว้เะพ๒าบึ่งปุร.แรรรกยอทรป๒ัฒ๕ะิกกะัเห็นเาาทรบรเษ๔ยห๔จน่งไวสรบ่เีะกิาปะ่พ๙า๒งลกาเาดิสจบยเแแต๐รืพย่ีอรวงโา่ลละิกาดะวรดลัฒคทยะกะรมเขอาจยา์กจบงั้าปานพช้อทเกก่านาะชรียค้อางกรรยาไป่ี้ีเใบบรใงแจมกะชราหฏ่งกัญำ�ลกเเ้ร็บ้รอหคพ้ัหนกพิบะาญาารนรกนตบ็ตลชัปตดััวรกงััตพา่นรงิบาภิุ้ธเอสษยิอาเกกัมปญัอืาอแองอาา็ษบมรกสาืงนลวาญวกาาง่ัวัรนุแธะสธุ(กัตธตจิุักปสลห่ตปวแาปิเอรษื่งิะนมนนืนทลรนืาเากู่บทแตาะท่าเเวเาอลฉ้าี่เักนว8ียคุกธแระนพงใา้นัมรย่ีปจเหลทารคื่ออ(ว�ำือนะ้ะจเรหสวงขาหปใพอื่าฯกิกามอ้นวน(็งนหปหรา3งุู่หธบกม่าไ.ะนรร)รป)ว้้ปายาสับจะา่งแืนนใตอตุนสรยาผหหะาานุรปอหปู้อ้ปพยมว่งาทาืนนฏฏพุพะธ.พใ่ีวศช8เ่ปิบิบาปรธุวรวส้.ยัตืัตนะลปะ.ัตทำ� )2ิใอาิหรรหแืถนหว4ทใาาารลนุริแ้เห9ป่ีชชบัวปแะะา้ล0้ปบฏหบุธเเ็นลทบะคมบิัปญฏัญไทะซ่ี เิดรบปู่ตัืิคบนกั้ญงึ่งญ่ือา้ตภิ นปรัฎตแนดงัตาัาตื่อ้ีิรอกใลกอมิรอใิอหงะารกกะขรหาสกา้สะเจิะ้อไเว้พปาวรคมสเงุทปธพทุธะ็นกคุ้เนรปฏรฒัพา่ปส่ืพ์จอไปืวนนิบลนปุืนนะงางืนน้ััตฯิงาิ กระสนุ ทใี่ ชส้ าหรบั หมบู่ ้านอาสาพฒั นาและปอ้ งกนั ตนเอง พ.ศ. 2542 โดยเคร่งครดั การพาอาวธุ ปืนและใช้อาวธุ ปนื เพือ่ ปฏิบตั ริ าชการใหถ้ ือปฏิบตั ิ ดงั นี้ ๑1. ในการแต่งเครื่องแบบ ให้พกพาได้โดยใช้ซองหนังสีน้าตาล หรือสีดา คาดทับเข็มขัดใหเ้ รียบรอ้ ย ๒2. กรณไี ม่แตง่ เคร่ืองแบบ ให้พกพาไปโดยมิดชิดจนไม่อาจสังเกตได้ง่าย และหา้ มพกพาอาวุธปนื ใหเ้ ป็นทห่ี วาดเสียวแก่ประชาชนเป็นอนั ขาด ท้ังน้ี ให้นา บตั รประจาตวั ตดิ ไว้ใหพ้ ร้อมทีจ่ ะรบั การตรวจไดท้ ุกโอกาส
180 ๓. การหาขา่ วและการรายงานข่าว งานการข่าว นบั ว่าเปน็ สิ่งสำ� คัญตอ่ การปฏิบตั ิหนา้ ทข่ี องกำ� นัน ผูใ้ หญ่บ้าน ในการปอ้ งกัน ความไมส่ งบเรียบร้อยทีเ่ กดิ ข้ึน หากกำ� นนั ผู้ใหญ่บา้ น มีระบบการข่าวท่ดี จี ะทำ� ใหส้ ามารถแกไ้ ขสาเหตุ ที่อาจท�ำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแนวทางการปฏิบัติงานด้านการข่าว ควรมดี งั ต่อไปนี้ ๑) การจัดต้ังแหล่งข่าวและสร้างเครือข่ายข่าวในพ้ืนท่ี โดยใช้บุคคลซ่ึงอยู่ในพ้ืนท ่ี เปน็ แหลง่ ขา่ ว รวมทงั้ ประสานกบั หนว่ ยขา่ วขา้ งเคยี งเพอ่ื รบั ทราบเหตกุ ารณห์ รอื บคุ คล ทอี่ าจทำ� ใหเ้ กดิ ความ ไม่สงบเรยี บร้อย หรือมีเหตกุ ารณ์ความไมส่ งบเรยี บรอ้ ยเกดิ ข้ึนแล้ว ๒) ตรวจสอบความถูกตอ้ งและความเช่อื ถอื ได้ของข่าว ๓) กรณที ข่ี า่ วมคี วามถกู ตอ้ งและเชอ่ื ถอื ได้ ใหร้ ายงานกำ� นนั และนายอำ� เภอทราบในเบอื้ งตน้ ๔) ด�ำเนินการตามอ�ำนาจหน้าที่เพ่ือให้เกิดความสงบเรียบร้อย หากเป็นเร่ืองท่ีต้อง ขอรับความชว่ ยเหลือจากอำ� เภอ ให้รายงานนายอ�ำเภอทราบโดยดว่ น ๔. ก ารรายงานเหตุการณ์ การรายงานเหตกุ ารณต์ อ่ ทางราชการเปน็ ภารกจิ หนงึ่ ทชี่ ว่ ยใหก้ ารรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ย ในตำ� บล หมบู่ า้ น เปน็ ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และไดร้ บั การจดั การอยา่ งเหมาะสม ฉะนนั้ กรณเี กดิ เหตกุ ารณ์ ในพนื้ ท่ี เชน่ เหตกุ ารณแ์ ปลกประหลาด เหตกุ ารณ์จลาจล ฆ่ากันตาย ตีชงิ ปล้นทรพั ย์ หรือผู้ร้ายส�ำคัญ ไฟไหม้ นำ้� ทว่ ม ฝนแลง้ วาตภยั สาธารณภยั การกอ่ การรา้ ยของผไู้ มห่ วงั ดี โรคระบาด การหลบหนเี ขา้ เมอื ง เปน็ ตน้ ใหก้ ำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ น เขา้ บรรเทาปอ้ งกนั แกไ้ ขเปน็ การเบอ้ื งตน้ และรายงานขา่ วสารหรอื สถานการณ์ ตามลำ� ดบั ชัน้ ทันที
181 (ตัวอย่าง) แบบรายงานเหตุการณใ์ นหมู่บา้ น ความเร่งดว่ น ปกติ ด่วน ดว่ นมาก ดว่ นทส่ี ดุ ท.ี่ ................/................. วันท.ี่ ................เดอื น..............................พ.ศ............. เร่ือง........................................................................................................................................................................................................... เรียน นายอำ� เภอ/ปลดั อ�ำเภอผู้เปน็ หวั หน้าประจำ� กิง่ อำ� เภอ....................................................................................... (๑) เมือ่ วันท.ี่ ......................เดอื น...........................................พ.ศ......................เวลา................................................................... (๒) ไดเ้ กดิ เหตกุ ารณ.์ ........................................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................... (๓) สถานที่เกดิ เหตุการณ์.(ช่อื สถานท,ี่ เลขบ้าน,ชือ่ หมูบ่ ้าน,คมุ้ ,วัด ฯลฯ) หม่ทู .่ี ........ต�ำบล............................ (๔) สาเหตทุ ่ีท�ำใหเ้ กิดเหตุการณ.์ ................................................................................................................................................ ..................................................................................................................................................................................................................... (๕) ข้อเรียกร้องของเหตกุ ารณ.์ .................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................... (๖) การดำ� เนนิ การเบอื้ งตน้ โดย.............................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................................................................... (๗) ความเห็นเกย่ี วกับเหตกุ ารณ์ มแี นวโนม้ ขยายตัว มีแนวโนม้ ยตุ ิลง ยุตลิ งแลว้ ไม่สามารถคาดเดาเหตุการณไ์ ด้ (๘) ขอ้ เสนอแนะ มาตรการ แนวทางชว่ ยเหลือ.................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................... (ลงช่อื ) ผรู้ ายงาน (....................................................) ตำ� แหน่ง กำ� นัน/ผูใ้ หญบ่ า้ น หมู่ท.ี่ .........ตำ� บล................. อำ� เภอ.................................................. หมายเหตุ ๑) เหตกุ ารณ์ อาจเกิดจากเหตกุ ารณธ์ รรมชาติ ทุกขภยั หรือเกดิ จากการกระทำ� ของบคุ คล กล่มุ บคุ คล ที่เกิดขน้ึ หรือคาดวา่ จะเกิดขึ้น ๒) กรณีเป็นการกระท�ำของบุคคล ควรระบุชื่อบุคคล กลุ่มบุคคล และพฤติกรรมท่ีทราบ ใหไ้ ด้ขอ้ มลู มากท่ีสดุ
182 (ตวั อยา่ ง) แบบรายงานเหดต่วดุนว่ทนี่สภุดัยฝา่ ยพลเรือน เรียน (นายอ�ำเภอ หรอื ปลดั อ�ำเภอผเู้ ปน็ หวั หนา้ ประจำ� กิ่งอำ� เภอ) ...............(ชอื่ หม่บู า้ นหรือต�ำบล)..............ได้รบั รายงานการเกดิ ภยั ฝ่ายพลเรอื นและดำ� เนนิ การเบอ้ื งตน้ ไปแล้วดังน้ี ๑. ภยั ทีเ่ กิดขึ้น ๑.๑ ไดร้ บั รายงานจาก.........................(ชอื่ นามสกลุ ).............................บา้ นเลขท่ี................หมทู่ ่ี............... ต�ำบล.........................................................อำ� เภอ.........................................................จังหวดั ......................................................... ๑.๒ ชนิดของภัยท่ีเกิด..............(อัคคีภัย, อุทกภัย, วาตภัย, ภัยอ่ืน ๆ ระบุ รวมท้ังการชุมนุม เดินขบวนประท้วงและการกอ่ วินาศกรรม) ๑.๓ ช่วงเวลาทเ่ี กิดภยั วันท.่ี .............................เดอื น.........................................................พ.ศ.......................... ๑.๔ สถานทเี่ กดิ ภยั ............................หมทู่ .่ี ................ตำ� บล..................อำ� เภอ...................จงั หวดั ................... (หรอื หลายพ้ืนท่ตี ิดต่อกนั ใหร้ ะบุให้ครบ) ๑.๕ จ�ำนวนความเสยี หาย โดยประมาณ ๑.๕.๑ ทรพั ยส์ นิ ราชการ.................................................................................................................................. ๑.๕.๒ สาธารณสมบตั ิ....................................................................................................................................... ๑.๕.๓ ทรพั ย์สินราษฎร ๑.๕.๓.๑ บา้ นเรอื นเสียหาย......................................หลงั ๑.๕.๓.๒ พ้นื ที่การเกษตรเสียหาย (ระบุ นา, ไร่, สวน) ..................ไร่ ๑.๕.๓.๓ สัตวพ์ าหานะตาย...................................ตัว ๑.๕.๓.๔ ปศสุ ัตวต์ าย (ระบชุ นดิ เช่น สุกร, ไก่ ฯลฯ)......................ตวั ๑.๕.๔ มูลคา่ ความเสียหายรวม............................................บาท ๑.๕.๕ จำ� นวนผู้ได้รบั บาดเจ็บ..............................................คน ๑.๕.๖ จ�ำนวนผเู้ สยี ชีวิต..............................................คน ๑.๖ ผู้ได้รับความเดอื ดรอ้ น (ไรท้ ่อี ยู่อาศัย ฯลฯ)......................คน......................ครอบครัว ๒. การป้องกนั และบรรเทาภัยเบือ้ งตน้ ๒.๑ หมูบ่ ้าน หรือต�ำบล ไดร้ ะงับภัย และด�ำเนินการชว่ ยราษฎรไปแลว้ อย่างไร............................... ..................................................................................................................................................................................................................... ๒.๒ ขณะรายงานเหตุ เม่ือวันท.่ี ...................เดอื น............................................................พ.ศ........................... เหตสุ งบลงแลว้ หรือไม.่ ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................... ๓. รอ้ งขอการสนบั สนนุ เร่งดว่ นจากส่วนกลาง ..................................................................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื (........................................................) ต�ำแหนง่ ..............(ผใู้ หญบ่ า้ น หรือก�ำนัน).............. วันทรี่ ายงาน......................เวลา...............น.
183 ๕. การป้องกนั สาธารณภัย ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะพนักงานป้องกันภัยระดับต�ำบล หมู่บ้าน ตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ ซ่ึงผู้อ�ำนวยการอ�ำเภอแต่งต้ัง มีหน้าทใ่ี นการป้องกนั ภยั และบรรเทาภัยให้แก่ราษฎร ดังนี้ ๑) การด�ำเนนิ การชว่ งกอ่ นเกิดภัย เป็นหน้าที่ของก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการก�ำหนดมาตรการในการป้องกันภัย เช่น การเตรยี มพน้ื ทห่ี ลบภยั พน้ื ทอ่ี พยพ และเครอ่ื งกำ� บงั หากเกดิ ภยั การเตรยี มบคุ ลากร เครอ่ื งมอื เครอ่ื งใช้ ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย การวางแผนในการเคลื่อนย้ายประชาชน เพ่ือเป็นการป้องกันและ ลดความสญู เสยี หากเกดิ ภยั พบิ ตั ติ า่ ง ๆ ขน้ึ ในเขตพนื้ ทที่ ร่ี บั ผดิ ชอบ ตลอดจนการเตอื นภยั และใหค้ วามรู้ แกป่ ระชาชนดา้ นสาธารณภยั นอกจากนนั้ ยงั ตอ้ งรว่ มกบั ทางอำ� เภอรวบรวมกลมุ่ ประชาชนอาสาสมคั ร ป้องกันภัยฝา่ ยพลเรอื น จัดตงั้ และฝึกอบรม เพ่ือสนับสนุนการปฏิบัตงิ านของทางราชการ ๒) การด�ำเนนิ การชว่ งขณะเกดิ ภัย เป็นการด�ำเนินการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยฯ ก�ำหนดให้ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มอี ำ� นาจเขา้ จดั การใด ๆ และสง่ั ใหบ้ คุ คลใด ๆ เขา้ ชว่ ยเหลอื เทา่ ทจี่ ำ� เปน็ เพอ่ื ขจดั ภยั เชน่ วา่ นน้ั ไปพลางกอ่ น ได้ จนกว่าผู้อ�ำนวยการเขตท้องที่จะมาส่ังการแทน โดยมีกิจกรรมท่ีส�ำคัญ คือ การรายงานเหตุด่วน ให้อ�ำเภอทราบ การแจ้งเตือนภัย การบรรเทาและระงับภัยท่ีเกิดข้ึน การอพยพราษฎรผู้ประสบภัย และทรพั ยส์ นิ ตา่ ง ๆ ไปไวย้ งั ทป่ี ลอดภยั การจดั บรกิ าร ดา้ นอาหาร นำ้� ดมื่ เสอ้ื ผา้ ทพ่ี กั ชว่ั คราว ยารกั ษาโรค และเวชภัณฑ์ แก่ผู้ประสบภัย โดยสามารถขอรับการสนับสนุนงบประมาณด�ำเนินการ ตามระเบียบ กระทรวงการคลงั ว่าด้วยเงนิ ทดรองราชการเพอ่ื ช่วยเหลอื ผ้ปู ระสบภัยกรณฉี ุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๖ ๓) การดำ� เนนิ การช่วงภายหลังทภ่ี ัยไดผ้ า่ นพ้นไปแลว้ เป็นการฟื้นฟูกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน การประกอบอาชีพ และบริการของรัฐ ใหก้ ลับคืนสู่ภาวะปกติ การซ่อมแซมบรู ณะสง่ิ สาธารณประโยชนต์ า่ ง ๆ ทไ่ี ด้รบั ความเสียหายใหก้ ลบั คนื สู่สภาพเดิม เป็นหน้าทขี่ องกำ� นนั ผู้ใหญบ่ า้ น ทจี่ ะตอ้ งร่วมมือกบั ทางอำ� เภอ ออกสำ� รวจความเสียหาย ของบ้านเรือน ทรัพย์สินของราษฎร และส่ิงสาธารณประโยชน์ เพื่อขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือแก่ ราษฎรผปู้ ระสบภยั และซอ่ มแซมสง่ิ สาธารณประโยชนจ์ ากทางราชการ โดยสามารถขอรบั การชว่ ยเหลอื โดยใชเ้ งนิ งบประมาณตามระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยเงนิ ทดรองราชการเพอื่ ชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั พบิ ตั ิ กรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๖
184 ๖. อ�ำนาจหนา้ ท่เี กย่ี วด้วยความอาญา ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีอ�ำนาจหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ตามมาตรา ๒๗ แห่งกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ จึงเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจ ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา เม่ือผนวกอ�ำนาจหน้าท่ีของก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตามกฎหมายทั้งสองฉบับ เพื่อการรกั ษาความสงบเรียบร้อยในต�ำบล หมบู่ ้าน จงึ จ�ำแนกไดด้ งั น้ี ๑) การรายงานเหตุ เมือ่ ผใู้ หญบ่ า้ นทราบขา่ ววา่ มีการกระทำ� ผดิ กฎหมายอืน่ หรือสงสัยวา่ ไดเ้ กิดข้นึ ในหมบู่ า้ น ตอ้ งแจง้ ความต่อกำ� นันให้ทราบ และกำ� นันเมื่อทราบเหตหุ รอื ไดร้ บั แจ้ง ก็ใหแ้ จ้งความ ต่อนายอ�ำเภอ รวมถึงการที่ก�ำนันรู้เหตุทุกข์ร้อนของราษฎรหรือเหตุการณ์ประหลาดอันมีผลกระทบ ตอ่ ความสงบเรียบรอ้ ยดว้ ย ๒) การสบื สวน กำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ น ในฐานะทเ่ี ปน็ พนกั งานฝา่ ยปกครองหรอื ตำ� รวจมอี ำ� นาจ ในการสบื สวนคดอี าญา ซงึ่ ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา หมายถงึ การแสวงหาขอ้ เทจ็ จรงิ และหลกั ฐาน ซงึ่ พนกั งานฝา่ ยปกครองหรอื ตำ� รวจไดป้ ฏบิ ตั ไิ ปตามอำ� นาจหนา้ ที่ เพอ่ื รกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ย ของประชาชน และเพ่ือที่จะทราบรายละเอียดแห่งความผิด เช่น การออกไปตรวจสถานที่เกิดเหต ุ เมือ่ มีคดีอาญาเกิดขนึ้ เพ่ือหาข้อเท็จจรงิ พยานหลกั ฐาน เหตกุ ารณ์ ของกลาง การตรวจตรารกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยหรอื การหาขา่ วภายในหมบู่ า้ น ตำ� บล ของผใู้ หญบ่ า้ น กำ� นนั เปน็ สว่ นหนึ่งของการสืบสวน ๓) การสอบสวน หมายถึง การรวบรวมพยานหลักฐานและการด�ำเนินการท้ังหลายอ่ืน ตามบทบญั ญตั แิ หง่ ประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา ซงึ่ พนกั งานสอบสวนไดท้ ำ� ไปเกยี่ วกบั ความผดิ ท่กี ลา่ วหา เพ่อื ทจ่ี ะทราบขอ้ เท็จจรงิ หรอื พิสูจน์ความผิด และเพือ่ จะเอาตวั ผกู้ ระท�ำผิดมาฟอ้ งลงโทษ อำ� นาจการสอบสวนในจงั หวดั อนื่ นอกจากกรงุ เทพมหานคร ไดแ้ ก่ พนกั งานฝา่ ยปกครอง หรอื ตำ� รวจชนั้ ผใู้ หญ่ ปลดั อำ� เภอ และขา้ ราชการตำ� รวจซงึ่ มยี ศตง้ั แตช่ น้ั นายรอ้ ยตำ� รวจตรหี รอื เทยี บเทา่ ขน้ึ ไป ส่วนก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่มีอ�ำนาจสอบสวนคดีอาญา แต่อาจช่วยเหลือราษฎรในต�ำบล หมู่บ้าน ซ่ึงเป็นผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือผู้กล่าวโทษในคดีเร่ืองใดท่ีไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยแนะน�ำราษฎร ใหท้ ราบว่าบคุ คลดังกลา่ วอาจรอ้ งขอความเปน็ ธรรมต่อผวู้ ่าราชการจงั หวดั นายอ�ำเภอหรือปลดั อำ� เภอ ผเู้ ปน็ หวั หนา้ ประจำ� กง่ิ อำ� เภอได้ เพราะบคุ คลเหลา่ นมี้ อี ำ� นาจเขา้ ควบคมุ การสอบสวนได้ เมอื่ เหน็ เปน็ การสมควร ตามขอ้ บังคบั กระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยระเบยี บการดำ� เนินคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๒๓ ๔) การจับกุมผู้กระท�ำผิด ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจ จงึ มอี ำ� นาจจบั กมุ ผกู้ ระทำ� ผดิ เพอ่ื รกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยภายในตำ� บล หมบู่ า้ นซงึ่ ตามกฎหมายลกั ษณะ ปกครองทอ้ งท่ี ก�ำหนดว่า เม่อื ปรากฏวา่ ผใู้ ดก�ำลังจะกระทำ� ผดิ กฎหมายก็ดี หรอื มีเหตุสมควรสงสยั ว่า เป็นผู้ที่ได้กระท�ำผิดกฎหมายก็ดี ให้จับกุมผู้นั้นได้ และรีบน�ำส่งต่อนายอ�ำเภอ หากเป็นผู้ใหญ่บ้าน ให้รีบน�ำส่งตอ่ กำ� นัน เพอ่ื ก�ำนนั จะได้ส่งนายอ�ำเภอตอ่ ไป
185 อย่างไรก็ดีการจับกุมต้องอยู่ในบังคับของกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซ่ึงก�ำหนด หลักเกณฑ์ว่า พนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจจะจับผู้ใดต้องมีหมายจับ แต่มีข้อยกเว้นให้จับ โดยไมต่ ้องมหี มายจับ ในกรณีดงั นี้ (๑) เมื่อบุคคลน้ันได้กระท�ำความผิดซึ่งหน้าดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๘๐ ได้แก่ ความผิด ซึ่งเห็นก�ำลังกระท�ำหรือพบพฤติการณ์ใด ซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่า เขาได้กระท�ำความผิด มาแลว้ สด ๆ (๒) เมอื่ พบบคุ คลนน้ั กำ� ลงั พยายามกระทำ� ความผดิ หรอื พบโดยมพี ฤตกิ ารณอ์ นั ควรสงสยั วา่ ผูน้ นั้ จะกระทำ� ความผดิ โดยมเี ครื่องมือ อาวธุ หรืออย่างอ่นื อนั อาจใช้ในการกระทำ� ความผดิ (๓) เมือ่ มเี หตุอันสมควรสงสัยผ้นู นั้ ได้กระท�ำความผดิ มาแลว้ และจะหลบหนี (๔) เมื่อมีผู้ขอให้จับโดยแจ้งว่าบุคคลนั้นได้กระท�ำความผิด และแจ้งด้วยว่าได้ร้องทุกข์ ไวต้ ามระเบยี บแล้ว สว่ นกรณกี ารตดิ ตามจบั กมุ ผรู้ า้ ยในหนา้ ทขี่ องผชู้ ว่ ยผใู้ หญบ่ า้ นฝา่ ยรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ย ตามมาตรา ๒๘ ทวิ และในหนา้ ทข่ี องกำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ น ตามมาตรา ๓๕ และมาตรา ๒๘ แหง่ พระราชบญั ญตั ิ ลกั ษณะปกครองท้องท่ี ต้องเปน็ การตดิ ตามจบั ที่ต่อเนอ่ื งจากการกระทำ� ผดิ แลว้ หลบหนี ส�ำหรับวิธีการจับน้ัน กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้ก�ำหนดแนวทางไว้ ซ่ึงต้องถือ ปฏิบตั ิดังนี้ (๑) ในการจบั ตอ้ งแจง้ แกผ่ ทู้ จ่ี ะถกู จบั นนั้ วา่ เขาตอ้ งถกู จบั พรอ้ มแจง้ ขอ้ หาและรายละเอยี ด แห่งการจับ แลว้ สงั่ ให้ไปยงั ที่ท�ำการพร้อมตวั ผจู้ บั แตถ่ ้าจำ� เปน็ กใ็ ห้จบั ตวั ไป ถ้าบุคคลซ่งึ ถูกจับขัดขวาง หรอื จะขดั ขวางการจับ หรือหลบหนี หรือพยายามจะหลบหนี ผทู้ ำ� การจบั มอี ำ� นาจใชว้ ธิ กี ารหรือความ ป้องกันท้ังหลายเท่าท่ีเหมาะแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับผู้น้ัน (มาตรา ๘๓) เช่น ใส่กุญแจมือ ผูกมัดมอื หรอื เทา้ มีคนล็อกตัวไว้ เปน็ ตน้ (๒) ผู้กระท�ำการจับต้องเอาตัวผู้ถูกจับไปยังท่ีท�ำการของพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง หรือต�ำรวจโดยทันทีและเม่ือถึงที่น่ันแล้ว ถ้ามีหมายก็ให้เอาออกอ่านให้ผู้ถูกจับฟัง ท้ังให้แจ้งเหต ุ ทจี่ บั นน้ั ด้วย (มาตรา ๘๔) (๓) เจา้ พนกั งานผ้จู บั หรอื รบั ตัวผู้ถกู จบั ไว้ มอี �ำนาจค้นตัวผตู้ อ้ งหา และยึดสิง่ ของต่าง ๆ ท่ีอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ แต่การค้นจะต้องท�ำโดยสุภาพ ถ้าค้นผู้หญิง ต้องให้หญิงอ่ืนเป็นผู้ค้น (มาตรา ๘๕)
186 (๔) ห้ามมิให้ใช้วิธีควบคุมผู้ถูกจับเกินกว่าที่จ�ำเป็นเพ่ือป้องกันมิให้เขาหนีเท่าน้ัน (มาตรา ๘๖) ในกรณที กี่ ำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ นจบั กมุ ผกู้ ระทำ� ผดิ ดว้ ยตนเอง โดยไมไ่ ดร้ ว่ มจบั กมุ กบั ปลดั อำ� เภอ หรอื ตำ� รวจ ควรจบั กมุ ผตู้ อ้ งหาและจดั ทำ� บนั ทกึ การจบั กมุ พรอ้ มบญั ชสี งิ่ ของไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน เพอื่ ประโยชน์ ในการสอบสวน และป้องกนั การถกู ฟ้องรอ้ งจากผู้ต้องหา หมายเหตุ การจบั กมุ ผกู้ ระทำ� ผดิ นน้ั ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓๒ ได้ก�ำหนดว่า บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การจับและคุมขังบุคคล จะกระทำ� มไิ ด้ เวน้ แตม่ คี ำ� สง่ั หรอื หมายของศาล หรอื มเี หตอุ ย่างอืน่ ตามทกี่ ฎหมายบญั ญตั ิ (๕) อ�ำนาจการค้น การออกหมายค้น ปัจจุบันเป็นอ�ำนาจของศาล ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ซ่ึงบัญญัติไว้ในมาตรา ๓๒ และ ๓๓ ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิ และเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การค้นตัวบุคคล หรือการกระท�ำใดอันกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ จะกระท�ำมิได้ เว้นแต่มีเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติ และการตรวจค้นในเคหสถานหรือในท่ีรโหฐาน (หมายความรวมถึงทตี่ า่ ง ๆ ซง่ึ มใิ ช่ท่ีสาธารณสถาน) จะกระทำ� มิได้ เว้นแต่จะมคี �ำส่งั หรอื หมายของศาล หรอื มีเหตอุ ยา่ งอ่นื ตามทกี่ ฎหมายบญั ญตั ิ (ประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา ๙๑, ๙๒, ๙๙, ๑๐๐, ๑๐๑, ๑๐๒, ๑๐๓) ข้อยกเว้นท่ีพนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจจะค้นในท่ีรโหฐานได้โดยไม่ต้องมีค�ำสั่ง หรอื หมายของศาล มีดงั น้ี คอื (๑) เมอื่ มเี สยี งรอ้ งใหช้ ว่ ยมาจากขา้ งในทร่ี โหฐาน หรอื มเี สยี งหรอื พฤตกิ ารณอ์ นื่ ใดอนั แสดง ไดว้ า่ มเี หตรุ า้ ยเกิดข้ึนในทร่ี โหฐานนน้ั (๒) เม่อื ปรากฏความผดิ ซง่ึ หนา้ กำ� ลังกระทำ� ลงในที่รโหฐาน (๓) เมอื่ บคุ คลทไี่ ดก้ ระทำ� ความผดิ ซง่ึ หนา้ ขณะทถ่ี กู ไลจ่ บั หนเี ขา้ ไป หรอื มเี หตอุ นั แนน่ แฟน้ ควรสงสัยวา่ ได้เข้าไปซุกซอ่ นตัวอย่ใู นท่ีรโหฐาน นัน้ (๔) เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด/ได้มาโดยการกระท�ำผิด หรือได้ใช้/มีไว้เพ่ือจะใช้ในการกระท�ำความผิด หรืออาจเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์การกระท�ำความผิด ไดซ้ อ่ นหรอื อยใู่ นทนี่ นั้ ประกอบทงั้ ตอ้ งมเี หตอุ นั ควรเชอื่ วา่ เนอื่ งจากการเนนิ่ ชา้ กวา่ จะเอาหมายคน้ มาได้ สิง่ ของน้ันจะถูกโยกยา้ ยหรอื ท�ำลายเสียกอ่ น (๕) เมื่อท่ีรโหฐานนั้นผู้จะต้องถูกจับเป็นเจ้าบ้าน และการจับนั้นมีหมายจับหรือจับ ตามมาตรา ๗๘ อนง่ึ กฎหมายหา้ มไมใ่ หท้ ำ� การคน้ บคุ คลใดในทสี่ าธารณสถาน แตม่ ขี อ้ ยกเวน้ ใหอ้ ำ� นาจแก่ พนกั งานฝา่ ยปกครองหรอื ตำ� รวจเปน็ ผคู้ น้ ไดเ้ มอ่ื มเี หตอุ นั สมควรสงสยั วา่ บคุ คลนน้ั มสี งิ่ ของในความครอบครอง เพ่อื จะใชใ้ นการกระท�ำความผดิ หรือซ่ึงไดม้ าโดยการกระทำ� ความผดิ หรอื ซึง่ มไี ว้เปน็ ความผดิ
187 วธิ กี ารคน้ ตามกฎหมายวธิ พี ิจารณาความอาญาไดก้ ำ� หนดแนวทางปฏิบัตไิ ว้ ดงั น้ี (๑) ให้ผู้ค้นแสดงหมายค้น หรือถ้าค้นได้โดยไม่ต้องมีหมาย ก็ให้แสดงนามและต�ำแหน่ง และส่ังเจ้าของหรือผู้รักษาสถานที่นั้นให้ยอมเข้าไป ท้ังให้ความสะดวกตามสมควร ถ้าบุคคลดังกล่าว ไมย่ อมใหเ้ ขา้ ไป เจา้ พนกั งานผคู้ น้ มอี ำ� นาจใชก้ ำ� ลงั เพอื่ เขา้ ไปในกรณจี ำ� เปน็ จะเปดิ หรอื ทำ� ลายประตบู า้ น หนา้ ต่าง ร้วั หรอื ส่งิ กีดขวางอยา่ งอ่นื ท�ำนองเดยี วกนั นนั้ กไ็ ด้ (มาตรา ๙๔) (๒) การค้นในท่ีรโหฐานต้องกระท�ำระหว่างพระอาทิตย์ข้ึนและตก โดยมีข้อยกเว้นว่า เมื่อลงมือค้นแต่ในเวลากลางวันถ้ายังไม่แล้วเสร็จจะค้นต่อไปในเวลากลางคืนก็ได้ หรือในกรณีฉุกเฉิน อย่างย่ิง หรือมีกฎหมายอันบัญญัติให้ค้นได้เป็นพิเศษส�ำหรับการค้นเพ่ือจับผู้ดุร้ายหรือผู้ร้ายส�ำคัญ จะท�ำในเวลากลางคืนก็ได้ แตต่ ้องได้รบั อนุมัติพิเศษจากศาล (๓) การคน้ ในทร่ี โหฐาน จะคน้ ไดเ้ ฉพาะเพอ่ื หาตวั คนหรอื สง่ิ ของทตี่ อ้ งการคน้ เทา่ นนั้ ยกเวน้ - ในกรณีท่ีค้นหาสิ่งของโดยไม่จ�ำกัดสิ่ง เจ้าพนักงานผู้ค้นมีอ�ำนาจยึดส่ิงของใดๆ ซง่ึ นา่ จะใชเ้ ปน็ พยานหลกั ฐานเพือ่ เป็นประโยชน์ หรือยนั ผ้ตู อ้ งหาหรอื จ�ำเลย - เจ้าพนักงาน ซึ่งท�ำการค้นมีอ�ำนาจจับกุมบุคคลหรือสิ่งของอ่ืนในท่ีค้นนั้นได ้ เม่ือมหี มายอกี ตา่ งหาก หรอื ในกรณีความผดิ ซง่ึ หนำ้� (๔) ในการค้นนั้น ผ้คู น้ ต้องพยายามมใิ ห้มกี ารเสยี หาย และกระจดั กระจายเท่าทีจ่ ะท�ำได้ (๕) ส่ิงของซึ่งยึดได้ในการค้น ให้ห่อหรือบรรจุหีบห่อตีตราไว้ หรือให้ท�ำเครื่องหมาย ไว้เป็นส�ำคญั (๖) กอ่ นลงมอื คน้ เจา้ พนกั งานผคู้ น้ ตอ้ งแสดงความบรสิ ทุ ธเิ์ สยี กอ่ น และถา้ สามารถทำ� ได้ ให้ค้นต่อหน้าผู้ครอบครองสถานที่ หรือบุคคลในครอบครัวผู้น้ัน หรือถ้าบุคคลดังกล่าวไม่ได้ก็ให้ค้น ตอ่ หน้าบคุ คลอ่ืนอยา่ งน้อยสองคนเพอื่ เปน็ พยาน กลา่ วโดยสรปุ การคน้ โดยไมม่ หี มายค้น มีแนวทางการปฏิบตั ดิ งั นี้ ๑. พนกั งานฝา่ ยปกครองหรอื ตำ� รวจไมจ่ ำ� กดั ชน้ั ยศ แจง้ ชอื่ -สกลุ และตำ� แหนง่ ตอ่ เจา้ ของบา้ น หรอื ผู้ครอบครอง ๒. การคน้ ตอ้ งท�ำตอ่ หนา้ ผู้ครอบครอง โดยตอ้ งพยายามมิให้เกิดความเสียหาย ๓. สำ� หรับส่ิงของท่ียดึ ไดจ้ ากการค้น ใหบ้ รรจุหีบห่อตีตราหรอื เคร่อื งหมาย โดยต้องมบี คุ คล ในครอบครวั หรอื พยานรบั รองสง่ิ ของที่ยดึ ไว้นัน้ ๔. รายงานการคน้ ใหน้ ายอำ� เภอทราบโดยด่วน และเม่ือเสรจ็ ส้นิ การคน้ ให้จดั ท�ำบันทึกการ ตรวจคน้ และบญั ชสี งิ่ ของทไี่ ดจ้ ากการคน้ เพอ่ื ใหผ้ คู้ รอบครองลงชอ่ื แลว้ สง่ บนั ทกึ การตรวจคน้ และบญั ชี สง่ิ ของน้ันไปยังพนักงานสอบสวน
188 ๗. การจัดการให้เปน็ ไปตามหมายอาญา โดยที่กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๖๑ ได้ก�ำหนดว่า ภายใต้บังคับแห่ง มาตรา ๙๗ พนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจมีอ�ำนาจและหน้าท่ีจัดการให้เป็นไปตามกฎหมายอาญา ซึ่งได้มอบหรือส่งมาให้จัดการภายในอ�ำนาจของเขา ซ่ึงมาตรา ๙๗ เป็นข้อก�ำหนดเก่ียวกับการค้น โดยมหี มาย เจา้ พนกั งานผูม้ ีชือ่ ในหมายคน้ หรอื ผรู้ กั ษาการแทนเทา่ น้นั มีอ�ำนาจเปน็ หวั หนา้ ไปจดั การ ให้เป็นไปตามหมายนน้ั ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีอ�ำนาจหน้าท่ีตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องท่ี ซ่ึงก�ำหนดว่า ถา้ มหี มายหรอื คำ� สง่ั ตามทร่ี าชการใหจ้ บั ผใู้ ดในหมบู่ า้ น ตำ� บล นน้ั เปน็ หนา้ ทขี่ องผใู้ หญบ่ า้ นทจี่ ะจบั ผนู้ นั้ และรีบสง่ ตอ่ ก�ำนนั และกรมการอ�ำเภอตามลำ� ดบั ซง่ึ ในทางปฏบิ ัติ ก�ำนนั ผใู้ หญ่บา้ น จะปฏิบัติงานร่วม กบั เจา้ พนักงานตำ� รวจ ๘. ความผดิ เกยี่ วกบั ปา่ ไมแ้ ละทรัพยากรธรรมชาติ ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ และตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซ่งึ ออกตามความในพระราชบัญญัตปิ า่ ไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ก�ำหนดไว้ว่า ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ีที่เกี่ยวกับความผิดอาญาให้ถือว่าพนักงานเจ้าหน้าท่ี เปน็ พนักงานฝา่ ยปกครอง หรอื ต�ำรวจ ตามประมวลกฎหมายวธิ พี ิจารณาความอาญา นอกจากนี้ กำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ น ยงั มหี นา้ ทป่ี อ้ งกนั และจบั กมุ ผบู้ กุ รกุ ทำ� ลายปา่ สงวนแหง่ ชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ และป้องกันปราบปราม มใิ หผ้ ู้ใดยดึ ถอื ครองท่ีดนิ กระท�ำอันตรายแก่ไม้ สัตว์ป่า โค่น แผ้วถาง เผาท�ำลายต้นไม้ หรือล่าสัตว์ป่าในเขตป่าสงวนและ คุ้มครองสัตว์ป่า ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ เมื่อพบผู้กระท�ำผิด มอี �ำนาจจบั กมุ และนำ� ตัวผูก้ ระท�ำผิดสง่ ให้พนกั งานสอบสวนเช่นเดียวกบั พระราชบัญญัตปิ า่ ไม้ จากกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องท่ี ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายป่าไม้ และกฎหมายอ่ืนที่เก่ียวข้อง สรุปได้ว่า ก�ำนัน มีอ�ำนาจสืบสวนเพื่อทราบข้อเท็จจริง และรายละเอียดแห่งความผิด มีอ�ำนาจตรวจยึดหรืออายัดของกลางเกี่ยวกับป่าไม้ มีอ�ำนาจจับกุม ผู้กระท�ำผิดท่ีตรวจพบซึ่งหน้า ภายในเขตต�ำบลของตน ทั้งน้ี เม่ือได้ด�ำเนินการไปแล้วประการใด ต้องรายงานกรมการอ�ำเภอหรือต�ำรวจหรือเจ้าหน้าท่ีป่าไม้แห่งท้องที่โดยด่วน ส�ำหรับผู้ใหญ่บ้าน มอี ำ� นาจเชน่ เดยี วกบั กำ� นนั เฉพาะในเขตหมบู่ า้ นของตน โดยเมอ่ื ดำ� เนนิ การไปแลว้ ประการใดใหร้ ายงาน ตอ่ กำ� นนั หรอื ต�ำรวจหรอื เจา้ หนา้ ทปี่ ่าไม้แหง่ ท้องที่เพอ่ื ดำ� เนินการตามระเบียบตอ่ ไป
189 ๑๘๙ หมายเหตุ โดยท่กี ารตรวจจบั หรอื ตรวจยึดไม้ผิดกฎหมายจะต้องตีตรายึด (ตราประทับไม้ ของรัฐบาล) ซ่งึ ดวงตราที่จะใชย้ ึดไม้นมี้ ีอย่ทู ี่เจา้ หน้าท่ีป่าไม้ ฉะนั้น แนวทางปฏิบัติ เมือ่ กานัน หรอื ผ้ใู หญบ่ ้าน พบการกระทาผิดดว้ ยการลักลอบตดั ไมผ้ ิดกฎหมาย ไมว่ ่า จะจับตวั ผ้กู ระทาผดิ ได้หรือไม่กต็ าม ใหก้ านนั หรอื ผ้ใู หญ่บ้าน รีบแจ้งเจ้าหน้าท่ีป่าไม้ ในพื้นที่ มาตรวจตีตรายึดและรับของกลางไปไว้ในที่ปลอดภัยตามระเบียบที่มีอยู่ และแจ้งความส่งมอบตัวผู้ต้องหา (ถ้ามี) และของกลางแก่พนักงานสอบสวน ดาเนนิ คดีตอ่ ไป (ตามข้อตกลงระหวา่ งกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและ สหกรณณ์ ์เรเอื่รื่อง งกากราปรฏปิบฏัติบิเกัต่ียิเกวกี่ยับวกข้ัอบงขกอลงากงลในางคใดนีคควดาีคมวผาิดมเกผี่ยิดวเกับี่ยกวการับปก่าาไรมป้ พ่า.ไศม. ้ พ25.ศ3.2๒๕กา๓ห๒นกดำ� วห่านด“วขา่ อ“งขกอลงากงลทาี่ตงรทวต่ี จรยวึจดยไดึ ้ใไดนใ้คนดคีคดวคี าวมามผิผดดิเกเก่ียย่ี ววกกับบั ปป่าา่ ไม้ทุกชนดิ ยกเวน้ ของกลางทเ่ี กีย่ วกับกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืนฯ มอบให้กรมป่าไม้รับไปดูแล รักษาและจัดการตามระเบยี บของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สาหรับของกลางท่ี เปน็ อาวุธปนื เครือ่ งกระสนุ ปนื และวัตถุระเบิด ให้ส่งมอบพนักงานสอบสวนรับไป เกบ็ รักษาและดาเนนิ การตามขอ้ บงั คับการเก็บรักษาของกลางกระทรวงมหาดไทย และระเบยี บการเกบ็ รกั ษาของกลางของกรมตารวจ”)
190 (ตัวอย่าง) บนั ทึกการจับกุม สถานท่ีท�ำบนั ทกึ ................................................................................................................................................................................. วนั เดือน ปี ทบี่ นั ทกึ ......................................................................................................................................................................... วนั เดือน ปี ท่ีจบั กุม......................................................................................................................................................................... สถานทจี่ ับกมุ ..........................................................................บา้ นเลขท.่ี ........................ตรอก/ซอย........................................ ถนน.......................................ตำ� บล.........................................อำ� เภอ........................................จงั หวดั ............................................ ช่อื ผู้จบั กมุ ............................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................... ไดร้ ว่ มจบั กมุ ตัว ๑..................................................................................................................ผถู้ กู จบั ๒..................................................................................................................ผถู้ กู จบั ๓..................................................................................................................ผู้ถูกจบั ๔..................................................................................................................ผูถ้ กู จบั ๕..................................................................................................................ผู้ถกู จบั พร้อมดว้ ยของกลางม.ี ....................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................... ต�ำแหนง่ ทพ่ี บของกลาง........................................(ระบุให้ชัดเจน)............................................................................................ ..................................................................................................................................................................................................................... โดยแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่า(ระบุข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระท�ำที่กล่าวหาว่าผู้ถูกจับได้ กระท�ำความผิด) เมอ่ื วนั เดอื น ปี ท่เี กดิ เหตุ…………………………………….......................................................................……… ………………………….............................................………………………………................................................................................………………..… ……………………………….............................................………………………………...........................................................................………………..… ……………………………….............................................………………………………...........................................................................………………..… อนั เป็นความผิดฐาน……………………………….............................................………………………………....................................................... พร้อมทั้งได้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบแล้วว่า ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้ และถ้อยค�ำ ของผู้ถูกจับน้ันอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ และผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบและปรึกษา ทนายความ หรือผู้ซ่ึงจะเป็นทนายความมีสิทธิแจ้งให้ญาติหรือผู้ซ่ึงตนไว้วางใจทราบถึงการจับกุม ขณะจบั กมุ ผถู้ กู จบั กมุ ไดร้ บั ทราบขอ้ หาและสทิ ธดิ งั กลา่ วขา้ งตน้ แลว้ ใหก้ าร……(ถา้ รบั สารภาพใหร้ ะบวุ า่ ไดก้ ระท�ำผดิ อย่างไร)……………..…...……………………………………………………......................……......................………………..……………… ………………………………………………………………...................................………………………….………………….................................…..………………
191 อนึ่ง ในการจับกุมครั้งน้ี เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง/ต�ำรวจ ผู้จับกุมมิได้ท�ำให้ทรัพย์สิน ของผู้ใดเสียหายสูญหายหรือเส่ือมค่าแต่ประการใด และมิได้ท�ำให้ผู้ใดได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ แตอ่ ยา่ งใด ไดอ้ า่ นบนั ทกึ นใี้ หผ้ ตู้ อ้ งหาฟงั แลว้ รบั รองวา่ ถกู ตอ้ ง จงึ ใหล้ งชอ่ื ไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน พรอ้ มไดม้ อบ ส�ำเนาบันทึกการจบั กมุ ใหผ้ ู้ถกู จบั แล้ว ลงชื่อ…………………………...........…....……………ผถู้ กู จบั (………………………….............……….………) ลงช่อื …………………………...........…....…..………ผถู้ ูกจบั (…………………………..............….…….……) ลงช่ือ…………………………...........…....……………ผ้ถู ูกจับ (………………………….............………………) ลงช่ือ…………………………...........…....……………ผู้ถูกจับ (………………………….............…….….……) ลงช่อื …………………………...........…....……………ผถู้ ูกจบั (………………………….............………………) ลงช่อื …………………………...........…....……………ผจู้ บั กุม/บันทึก/อ่าน (………………………….............………………) ตำ� แหน่ง……………………………….…...........….. ลงชอื่ ……………………………………….................พยาน (………………………….............………………) ลงชื่อ………………………………………..................พยาน (………………………….............………………)
192 บทที่ ๑๑ การป้องกนั และแกไ้ ขปญั หายาเสพติด ยาเสพตดิ คอื อะไร ยาเสพตดิ หมายถงึ ยาหรอื สารเคมี หรอื วตั ถชุ นดิ ใด ๆ ทอ่ี าจเปน็ ผลติ ภณั ฑ์ จากธรรมชาติ หรือจากการสังเคราะห์ ซ่ึงเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยวิธีการกิน ดม สูบ ฉีด หรอื วธิ ใี ดๆกต็ าม เป็นชว่ งระยะเวลาๆ หรอื นานติดกนั จนท�ำให้ร่างกายทรุดโทรมและตกอยูใ่ ตอ้ �ำนาจ หรอื เป็นทาสของส่งิ นั้น ทง้ั ดา้ นรา่ งกายและจติ ใจ หรอื จิตใจเพยี งอยา่ งเดียว เนื่องจาก ๑. ต้องเพิ่มขนาดการเสพมากขึ้นเร่ือย ๆ เพราะเม่ือเสพเข้าไปสักระยะจะเกิดภาวะดื้อยา ปรมิ าณยาเดิมไม่สามารถทำ� ใหเ้ มาได้ ๒. เมือ่ ถึงเวลาเสพ หากไม่ได้เสพจะท�ำใหเ้ กิดอาการขาดยา ท�ำให้ทรมานทั้งทางดา้ นรา่ งกาย และจิตใจ หรอื จิตใจเพยี งอยา่ งเดยี ว ยาเสพตดิ มกี ป่ี ระเภท ปจั จบุ นั ยาเสพตดิ มมี ากมายหลายรอ้ ยประเภท ซง่ึ สามารถแบง่ ได้ ดงั นี้ ๑. แบง่ ตามการออกฤทธ์ิตอ่ ระบบประสาทสว่ นกลาง ๑) ประเภทกดประสาท ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน ยากล่อมประสาท สารระเหย ยานอนหลับ ๒) ประเภทกระตุน้ ประสาท ไดแ้ ก่ แอมเฟตามีน กระท่อม โคคาอนี ยาอี เอ็คตาซี ๓) ประเภทหลอนประสาท ไดแ้ ก่ แอลเอสดี ดีเอ็มที เหด็ ขี้ควาย ยาเค ๔) ประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน อาจกด กระตนุ้ หรือหลอนประสาทร่วมกนั ได้แก่ กญั ชา ๒. แบง่ ตามแหลง่ ทมี่ า ๑) จากธรรมชาติ เชน่ ฝิ่น มอร์ฟนี กระท่อม กัญชา ฯลฯ ๒) จากการสังเคราะห์ เช่น เฮโรอีน แอมเฟตามนี ยาอี เอค็ ตาซี ฯลฯ ๓. แบ่งตามกฎหมาย ๑) พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ เช่น แอมเฟตามีน เฮโรอีน LSD ยาอี ฯลฯ ๒) พระราชบัญญตั วิ ตั ถทุ ่อี อกฤทธิ์ต่อจิตใจและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ เชน่ อเี ฟดรนี ๓) พระราชก�ำหนดป้องกนั การใชส้ ารระเหย พ.ศ. ๒๕๓๓ เชน่ ทนิ เนอร์ กาว แลก็ เกอร์ การสังเกตผู้ตดิ ยาเสพตดิ เน่ืองจากยาเสพติดทั้งหลาย เม่ือเกิดการเสพติดจะมีผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ ของผเู้ สพ ซึง่ ท�ำให้ลกั ษณะ และความประพฤตขิ องผเู้ สพยาเสพติดเปลีย่ นไปจากเดิม การสังเกตสมาชิกในครอบครัวหากสงสัยว่าสมาชิกในครอบครัวติดยาเสพติดหรือไม ่ อาจสังเกตไดจ้ าก
193 ๑. การใช้เงินส้ินเปลือง : โดยเด็กจะใช้เงินเพิ่มขึ้นเร่ือยๆ ภายในไม่เกิน ๑ ปี ซ่ึงผู้ปกครอง สามารถตรวจสอบ หรือควบคมุ การใชเ้ งินของเด็กได้ ๒. อปุ กรณก์ ารเสพ : อาจพบบหุ รที่ ม่ี รี อยยบั และมกั จะเกบ็ ไวต้ า่ งหาก หรอื พบกระดาษฟรอยด์ ไฟแชค็ และหลอด ๓. มนี สิ ยั โกหก : เดก็ จะเรม่ิ โกหกจากเรอ่ื งเลก็ ๆ นอ้ ย ๆ เชน่ เสพยาในหอ้ งนำ�้ นานแตโ่ กหกวา่ ท้องผูก เป็นต้น จนกระท่ังเร่ืองที่โกหกจะมีความส�ำคัญมากขึ้น เช่น โกหกว่าเคร่ืองประดับหาย หรือ โรงเรยี นบงั คบั ใหซ้ ้ือเครอ่ื งมือท่ีราคาแพง ๆ เปน็ ต้น ๔. มนี สิ ัยลักขโมย ๕. มีนิสัยเกียจคร้าน และไม่รบั ผิดชอบ หลงั จากทเ่ี สพยาเสพติดแล้ว ผู้เสพจะมอี าการเมายา ท�ำใหล้ ดความต้งั ใจ และลดพฤติกรรมตา่ ง ๆ ลง ไม่สนใจสง่ิ แวดลอ้ มรอบตัว ๖. ร่างกายไม่แข็งแรง ผอมแห้งแรงน้อย เน่ืองจากไม่มีอาการอยากรับประทานอาหาร เพราะอยใู่ นอาการเมายา หรือต้องการพยายามเกบ็ เงนิ ไว้ เพื่อซ้ือยาเสพตดิ ในครัง้ ตอ่ ไป ๗. ขาดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สกปรก ๘. อารมณฉ์ ุนเฉียว หงุดหงดิ ง่าย เอาแตใ่ จตวั เอง ในการตรวจสอบหวั ข้อนี้ ผปู้ กครองจะตอ้ ง มคี วามหนกั แนน่ มเี หตผุ ล และตั้งอยูบ่ นพืน้ ฐานความรัก และความเขา้ ใจในครอบครัว ๙. เก็บตัว ไม่สงุ สิงกบั คนอ่ืนไม่รบั รู้ปัญหาภายในบา้ น และใช้ห้องน้�ำนาน ๑๐. ตดิ ต่อกบั คนแปลกหนา้ ซงึ่ สว่ นใหญเ่ ป็นพวกท่ีเสพยาเสพตดิ เหมอื นกัน จากหวั ขอ้ ทค่ี วรตรวจสอบสมาชกิ ในครอบครวั ดงั กลา่ ว ถา้ พบวา่ มลี กั ษณะสมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ ใด หัวข้อหนึ่ง หรือหลายหัวข้อ ก็พิจารณาได้ว่า สมาชิกในครอบครัวของท่านมีแนวโน้ม พฤติกรรม ที่ไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง สมควรแก้ไข ซ่ึงยังไม่จ�ำเป็นว่าต้องให้เห็นชัดเจนว่า ใช้ยาเสพติดแล้ว จึงต้องแก้ไข เพราะปัญหาจากการใช้ยาเสพติดจะค่อย ๆ ก่อตัวจากเล็กไปสู่ใหญ่ ถ้ารอให้ชัดว่ามีการ ใชย้ าเสพตดิ โดยผใู้ ชย้ าเสพตดิ ไมส่ นใจคำ� แนะนำ� คำ� สงั่ สอนอบรมของคนในครอบครวั แลว้ นบั วา่ เปน็ เรอื่ งยาก ต่อการแก้ไขอย่างมาก สำ� หรบั การตดิ ยาเสพตดิ บางชนดิ ผเู้ สพอาจมลี กั ษณะและความประพฤตทิ อี่ าจสงั เกตเหน็ ได้ ดงั นี้ การสงั เกตอาการของผูเ้ สพหรอื ตดิ ยาบา้ การเสพยาบ้า ผู้เสพอาจจะไม่เกิดอาการเสพติดในคร้ังหรือสองครั้งแรกท่ีเสพ เหมือนเช่น การเสพเฮโรอีน แต่เม่ือใช้ไปเป็นระยะเวลานาน จะท�ำให้ร่างกายเสื่อมโทรมลง เนื่องจากร่างกาย ไมไ่ ดร้ บั การพกั ผอ่ น และยงั ไปทำ� ลายระบบประสาทอกี ดว้ ย การสงั เกตอาการของผตู้ ดิ ยาสามารถสงั เกต ได้ดังนี้
194 ๑. อาการทางร่างกาย ๑.๑ ผูป้ ว่ ยมักจะผอมลง น้ำ� หนกั ลดโดยเฉพาะรายท่ใี ชม้ ากและใชม้ าเป็นเวลานาน ๑.๒ การดแู ลความสะอาดรา่ งกายมกั จะลดลง ๑.๓ มกี ารเคลอ่ื นไหวเพม่ิ มากขน้ึ เชน่ แขนขา ใบหนา้ บางรายชอบกดั กราม บางรายไมอ่ ยนู่ ง่ิ เดินไปเดินมา ๒. ดเู รอื่ งของจติ ใจ และอารมณ์ ๒.๑ เวลาไมไ่ ด้รบั ยา มกั จะมคี วามซมึ เศรา้ หรือหงุดหงิดง่าย ๒.๒ อปุ นสิ ยั เปลย่ี นไป เชน่ จากเปน็ คนเรยี บรอ้ ย เชอื่ ฟงั กลายเปน็ คนกา้ วรา้ ว ดดุ นั หงดุ หงดิ โมโหง่าย ๓. ดูเรื่องการหลบั การต่นื ๓.๑ มกั จะดกึ มาก และมกั ชอบฟงั เพลงเสยี งดงั แลว้ ตนื่ สายมาก เหน็ ไดช้ ดั ในวนั สดุ สปั ดาห์ (มักจะมั่วสมุ ใชย้ าในเยน็ วันศกุ ร)์ ๓.๒ มักจะหลบั ในหอ้ งเรียน หรอื งว่ งนอน ขาดสมาธิ ๔. ผลการเรยี น ๔.๑ ผลการเรยี นโดยรวมมกั จะลดลงเพราะขาดสมาธิ และความจำ� มกั จะมปี ระสทิ ธภิ าพ ลดลง ๔.๒ ความรว่ มมือในกจิ กรรมการเรยี นลดลง ขาดเรยี นบ่อยและมกั มาสาย ๕. การคบเพ่อื น ๕.๑ คบเพ่อื นท่ใี ชย้ าด้วยกันซึง่ มักจะเป็นกลมุ่ เพ่ือนทไี่ มค่ ่อยสนใจเรียน ๕.๒ เมื่อผู้ป่วยรับโทรศัพท์ มักจะระมัดระวังในการพูดเหมือนมีความลับ หรือเมื่อมี โทรศพั ท์เขา้ มา ถ้าคนอื่นรับสายมกั จะเงียบไป ไมย่ อมพูดหรอื สงั่ ขอ้ ความไว้ ๕.๓ การคบเพอ่ื นมกั จะมลี กั ษณะพากนั เทยี่ วกลางคนื และกลบั ดกึ มกี ารใชเ้ หลา้ บหุ รด่ี ว้ ย ๕.๔ บางรายอาจจะมีเงินทองใช้จ่ายมากกว่าผิดปกติ โดยไม่มีแหล่งที่มาของเงินชัดเจน อาจเปน็ ไปได้ผปู้ ว่ ยอาจจะเริ่มกลายเป็นผ้คู ้ารายย่อย อุปกรณ์การเสพ มักจะมีกระดาษฟรอยท่ีพับเป็นกรวยหรือกระทง พร้อมเทียนหรือไฟแช็ค สำ� หรบั เผายา และหลอดดดู ซึ่งอาจจะพบในห้องน�ำ้ หรือกระเป๋า นอกจากนัน้ การเขา้ ใจธรรมชาติของ ผเู้ สพตดิ หรอื ผตู้ ดิ ยา การมคี วามสมั พนั ธท์ ดี่ มี คี วามเออ้ื เฟอ้ื อาทรของผทู้ ผ่ี ปู้ ว่ ยเคารพรกั หรอื คนทรี่ กั เรา จะเป็นเหตุให้เขายอมเล่าความจริง โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกต�ำหนิอย่างรุนแรง และควรน�ำความจริง และข้อผิดพลาดนั้น มาวิเคราะห์แล้วหาวิธีการช่วยเหลือ จะเป็นการป้องกันการกลับไปติดยาซ�้ำ (Relapese prevention) เพราะผู้ติดยา มีโอกาสผิดพลาดอีก แม้จะเลิกได้เป็นเวลานานแล้วก็ตาม
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288