ชวั่ โมงท่ี 3 ข้นั นำ v� 1. ครกู ำหนด u�และ v̅ ไวบ นกระดานดำ ดังนี้ u� 2. ครูใหนักเรียนวาด u̅ จากน้ันใหนำจุดเริ่มตนของ v̅ มาตอกับจุดส้ินสุดของ u̅ และใหนักเรียนใชสันตรง ลากเสน จากจดุ เริม่ ตนของ u̅ ไปยังจุดส้นิ สุดของ �v และใหนกั เรยี นกำหนดชือ่ เปน a�ซง่ึ จะไดร ปู ดังนี้ v� u� a� ขนั้ สอน 1. ครูอธิบายวาเราจะเรียก a̅ วาเปนเวกเตอรผลบวกของ u̅ และ v̅ ซ่ึงเวกเตอร a̅ เกิดจากการลากเสนจาก จุดเร่ิมตนอยูท่ีจุดเร่ิมตนของ u̅ จุดส้ินสุดอยูที่จุดสิ้นสุดของ v̅ ดังนั้น ผลบวกของ u̅ และ v̅ เขียนแทนดวย u̅+v̅ คือ เวกเตอรทีม่ ีจุดเรมิ่ ตนอยทู ีจ่ ดุ เริม่ ตน ของ u̅ และจดุ สน้ิ สดุ อยทู ่ีจุดส้นิ สุดของ v̅ 2. ครูอธิบาย“คณิตนารู” วา “นักเรียนสามารถหาผลบวกของ u̅ และ v̅ โดยการนำจุดเริ่มตนของ v̅ มาตอ กับจดุ ส้นิ สุดของ u̅ ผลบวกของเวกเตอรหรือเวกเตอรผ ลลัพธของ u̅ และ v̅ คอื เวกเตอรท ่ีมีจุดเรม่ิ ตนอยูทีจ่ ดุ เรม่ิ ตน ของ u̅ จดุ สิ้นสุดอยทู ี่จุดสิ้นสุดของ v”̅ จากนนั้ ครแู สดงใหนกั เรียนดบู นกระดาน 3. ครูใหเรยี นดูรปู ท่ี 10 ในหนงั สอื เรียนหนา 221 จากนัน้ ครูถามคำถามนักเรียน ดังน้ี • u̅+v̅ เทา กบั w� ใชหรอื ไม เพราะเหตุ (แนวตอบ ไมใช เพราะ ผลบวกของ u̅ และ v�คือ เวกเตอรท่ีมีจุดเริ่มตนอยูที่จุดเร่ิมตนของ u̅ จุดสิ้นสุดอยูที่ จุดส้ินสุดของ v̅ แต w� มีจุดเร่ิมตนอยูท ่ีจุดส้นิ สุดของ v̅ และจุดส้ินสุดอยทู ่ีจุดเริ่มตนอยูที่จุดเร่ิมตนของ u̅ ดงั น้ัน ผลบวกของ u̅ และ v̅ เทากบั -w� ซง่ึ มีจดุ เรมิ่ ตนอยทู ีจ่ ดุ เริ่มตน ของ u̅ จุดสิ้นสุดอยูท ี่จุดสน้ิ สดุ ของ v)̅ • v+̅ w� เทา กบั -u̅ ใชห รือไม เพราะเหตุ (แนวตอบ ใช เพราะ -u̅ มจี ดุ เร่มิ ตนอยูที่จุดเร่ิมตน ของ v̅ จดุ ส้นิ สุดอยทู ่จี ุดสิน้ สดุ ของ w�) 4. ครูอธบิ ายนักเรยี นเพ่ิมเติมวา “เวกเตอรศ ูนย คือ เวกเตอรที่มขี นาดเปนศนู ย เขียนแทนดวย 0̅ ” จากนั้น ครูถามคำถามนกั เรยี นเพิ่มวา จากรูปท่ี 10 u̅+v+̅ w� เทา กบั เทา ไร (แนวตอบ 0�เพราะ ผลบวกของ u̅+v+̅ w� เปนเวกเตอรที่มีจุดเร่ิมตนและจุดส้ินสุดเปนจุดเดียวกัน เรียกวา เวกเตอร ศูนย)
ขนั้ สรปุ 1. ครูใหน ักเรยี นทำ “Thinking Time”จากเอกสารเพม่ิ เตมิ ท่ีครเู ตรียมให 2. ครแู ละนกั เรียนรวมกนั เฉลยคำตอบ“Thinking Time” ดงั น้ี กำหนดให จุด A ดังน้ี A นักเรยี นคิดวา จุด A เปน เวกเตอรศ นู ยห รือไม (แนวตอบ กำหนดจุด A มพี ิกดั เปน (1,2,3) และ B มพี กิ ัดเปน (1,2,3) หาระยะทางระหวา ง A และ B ไดดงั น้ี AB = �(x1– x2)2+(y1–y2)2+(Z1–Z2)2 = �(1–1)2+(2–2)2+(3–3)2 = √(0)2+(0)2+(0)2 =0 เพราะฉะนน้ั ขนาดของ A และ B เทา กับ 0 ซึ่งจุด A และ B คือพิกดั จดุ เดียวกัน ดงั นนั้ จดุ A เวกเตอรศูนย) ช่วั โมงท่ี 4 ข้ันนำ 1. ครูกำหนด u̅ และ vไ̅ วบ นกระดานดำ ดงั นี้ u� v� 2. ครูใหนักเรียนวาด u̅ จากน้ันใหนำจุดเร่ิมตนของ v̅ มาตอกับจุดเริ่มตนของ�u และใหนักเรียนใชสันตรง ลากเสน จากจดุ ส้นิ สดุ ของ v�ไปยงั จุดสิ้นสุดของu̅และใหนกั เรยี นกำหนดชอ่ื เปน a̅ ซึ่งจะไดร ปู ดงั น้ี u� a� v� ข้ันสอน 1. ครูอธิบายวาเราจะเรียก a̅ วาเปนเวกเตอรผลลบของ u�และ v̅ ซ่ึงเวกเตอร a̅ เกิดจากการลากเสนจาก จุดสิ้นสุดของ v�ไปยังจุดสิ้นสุดของ u̅ ดังนั้น ผลลบของ u̅ และ v̅ เขียนแทนดวย u̅–v̅ คือ เวกเตอรท่ีมีจุดเริ่มตนอยู ที่จดุ สิ้นสดุ ของ v̅ และจดุ สน้ิ สดุ อยทู จ่ี ุดสิ้นสดุ ของ u̅ 2. ครูอธิบาย“คณิตนารู” วา “นักเรียนสามารถหาผลลบของ u̅ และ v̅ โดยการผลบวกของ u�และนิเสธ ของ v”̅ จากนัน้ ครูแสดงใหนกั เรียนดบู นกระดาน
3. ครูอธิบายความรูเพิ่มเติมเก่ียวกับการหาผลบวกและการหาผลลบของเวกเตอรวา นอกจากที่เราจะใชบท นิยามในการหาผลบวกและการหาผลลบของเวกเตอรแลวเรายังใช “กฎของรูปส่ีเหลี่ยมดานขนาน” ไดอีกดวย โดย ใหนกั เรยี นดรู ูปที่ 11 ประกอบ 4. ครกู ำหนด u̅ไวบ นกระดานดำ ดังน้ี u� 5. ครใู หน ักเรียนวาด u̅ จากนั้นใหน ำจดุ เร่ิมตนของ u̅ มาตอกันไปอกี 3 อนั ดงั น้ี u� u� u� 6. ครูอธิบายวา จากรูปคือการ u̅ มาบวกกัน ซ่งึ เทา กับ u̅ + u̅ + u̅ = 3u̅ 7. ครูอธิบายเพิ่มวา ถาเราให a เปนสเกลาร และ u̅ เปนเวกเตอร ผลคูณของเวกเตอร u�ดวยสเกลาร a เปน เวกเตอร เขียนแทนดวย au̅ 8. ครกู ำหนด v�ไวบ นกระดานดำ ดงั นี้ v� 9. ครูถามคำถามนกั เรยี น ดังนี้ • ถา นำ 0 คูณกบั v̅ จะไดเวกเตอรในลกั ษณะใด (แนวตอบ 0̅ เพราะ 0 คณู จำนวนใด ๆ จะไดผ ลลัพธเ ทา กับ 0 ดังนน้ั การนำ 0 ไปคณู เวกเตอรใด ๆ ก็เทากับ เวกเตอรศ ูนย) • ถา นำ 3 คณู กบั v̅ จะไดเวกเตอรในลักษณะใด (แนวตอบ 3v̅ มีขนาดสามเทาของขนาด v̅ และมที ิศทางเดียวกบั v)̅ • ถานำ -2 คณู กับ v̅ จะไดเวกเตอรในลกั ษณะใด • (แนวตอบ -2v̅ มขี นาดสv’เทาของขนาด v̅ และมที ิศทางตรงกนั ขา มกบั v)̅ 10. ครูใหนักเรียนจับกลุม กลุมละ 3 คนศึกษาตัวอยางที่ 12,13,16,17ในหนังสือเรียน หนา 223 – 226 แลวแลกเปลี่ยนความรูภายในกลุมของตนเอง จากนั้นใหนักเรียนแตละคนทำ “ลองทำดู”โดยท่ีท้ัง 3 คนจะไดทำ “ลองทำดู” คนละอันกัน เมื่อเสร็จแลวครูสุมตัวแทนกลุมออกมาเฉลยคำตอบหนาช้ันเรียน ครูและนักเรียนรวมกัน ตรวจสอบความถูกตอง 11. ครอู ธบิ ายความรูเก่ียวกบั การขนานกันของเวกเตอรในหนังสอื เรยี นและแสดงวธิ กี ารบนกระดานดำ 12. ครูใหน ักเรียนทำแบบฝก หดั 3.1ข ในหนังสอื เรยี นหนา 226-227 เปน การบาน
ข้ันสรปุ 1. ครใู หน กั เรยี นจับคศู ึกษาตัวอยา งท่ี 3 ในหนังสอื เรียน หนา 225 แลว แลกเปลีย่ นความรกู ับคขู องตนเอง 2. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาตัวอยางท่ี 4 ในหนังสือเรียน หนา 226 แลวแลกเปลี่ยนความรูกับคูของตนเอง หลงั จากน้นั ใหน ักเรยี นแตล ะคนทำ “ลองทำด”ู เมือ่ นกั เรียนทำเสรจ็ ครแู ละนักเรยี นรว มกันเฉลยคำตอบ “ลองทำด”ู 3. ครถู ามคำถามเพือ่ สรุปความรูรวบยอดของนักเรยี น ดังน้ี • เวกเตอรท ่มี ีทิศทางเดยี วกนั เวกเตอรท ีม่ ีทศิ ทางตรงกนั ขา ม ตางกันอยา งไร • (แนวตอบ เวกเตอรที่มีทิศทางเดียวกัน เวกเตอรท่ีมีทิศทางตรงกันขาม เปนเวกเตอรที่อยูในแนว เสนตรงเดียวกัน หรืออยูในแนวเสนตรงที่ขนานกัน แตเวกเตอรที่มีทิศทางเดียวกันจะมีหัวลูกศรไปทางเดียวกัน สวนเวกเตอรท่ีมี ทิศทางตรงกนั ขามจะมีหัวลูกศรไปทางตรงกนั ขา ม) • เวกเตอรทีข่ นานกนั จะมีลกั ษณะอยางไร • (แนวตอบ เวกเตอร 2 เวกเตอรจะขนานกัน ก็ตอเม่ือ เวกเตอรท้ังสองมีทิศทางเดียวกันหรือทิศทาง ตรงกนั ขาม) • เวกเตอรท่ีเทากันจะมลี กั ษณะอยางไร เดยี วกนั ) • (แนวตอบ เวกเตอร 2 เวกเตอรจะมีขนาดเทากัน ก็ตอเม่ือ เวกเตอรท้ังสองมีขนาดเทากันและทิศทาง • นิเสธของเวกเตอรใด ๆ จะมลี ักษณะอยางไร • (แนวตอบนิเสธของเวกเตอรใ ด ๆ คอื เวกเตอรท ีม่ ีขนาดเทา กนั แตมที ิศทางตรงกนั ขาม) 4. ใหนักเรียนทำใบงานที่ 2.2 เร่ือง ปริมาณเวกเตอรแ ละปริมาณสเกลาร เปน การบาน ส่อื /แหลง การเรยี นรู 1. หนังสือเรยี นรายวชิ าเพมิ่ เติม คณติ ศาสตร ม.5 หนวยการเรียนรูท่ี 2 เวกเตอรในสามมติ ิ 2. ใบงานที่ 2.2 เรือ่ ง ปริมาณเวกเตอรและปริมาณสเกลาร การวัดผลและประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่อื งมือ เกณฑการประเมนิ รายการวัด - ตรวจใบงานท่ี 2.2 - ใบงานท่ี 2.2 - รอ ยละ 70 ผานเกณฑ การประเมนิ กอ นเรยี น ใบงานที่ 2.2 ประเมนิ ระหวางการจดั - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2 กิจกรรมการเรียนรู การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผานเกณฑ 1) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตความมีวินัย - แบบประเมนิ - ระดบั คุณภาพ 2 รายบุคคล ใฝเรียนรู และมุง มั่น คณุ ลกั ษณะ ผานเกณฑ 2) คุณลักษณะ ในการทำงาน อนั พึงประสงค อนั พึงประสงค เกณฑก ารตัดสิน - รายบุคคล นกั เรียนมผี ลการเรียนรูไมตำ่ กวาระดบั 2 จึงถอื วาผาน - รายกลุม รอ ยละ....75....ของจำนวนนักเรยี นทงั้ หมดมผี ลการเรียนรไู มตำ่ กวา ระดับ 2
ขอ เสนอแนะ ใชส อนได ควรปรับปรุง ลงชื่อ ( นางสาวปวรศิ า กา วงควิน ) หวั หนา กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร วันท่.ี .......เดือน..............พ.ศ............
ใบงvานที่ 2.2 เร่อื ง ปริมาณเวกเตอรแ ละปริมาณสเกลาร คำชี้แจง: ใหน กั เรยี นจำแนกปริมาณที่กำหนดใหตอไปนี้ ความเร็ว ปริมาตร เวลา ความสูง แรง น้าํ หนกั อุณหภมู ิ ความยาว พ้ืนท่ี โมเมนตมั การกระจดั มวล ระยะทาง ความเร่ง งาน ความหนาแน่น พลงั งาน ปริมาณทม่ี ีขนาดเพยี งอย่างเดียว ปริมาณท่มี ีท้ังขนาดและทศิ ทาง ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… ……………………………… เรียกว่า.................................................................... เรียกว่า....................................................................
ใบงานท่ี 2.2 เฉลย เรือ่ ง ปรมิ าณเวกเตอรและปริมาณสเกลาร คำชีแ้ จง: ใหนกั เรียนจำแนกปรมิ าณท่ีกำหนดใหต อ ไปนี้ ความเร็ว ปริมาตร เวลา ความสูง แรง น้าํ หนกั อุณหภูมิ ความยาว พ้ืนที่ โมเมนตมั การกระจดั มวล ระยะทาง ความเร่ง งาน ความหนาแน่น พลงั งาน ปริมาณทมี่ ีขนาดเพยี งอย่างเดียว ปริมาณทม่ี ีท้ังขนาดและทิศทาง ความเร็ว แรง ความเร็ว ปริมาตร เวลา แรง ความสูง น้าํ หนกั โมเมนตมั อุณหภมู ิ ความยาว การกระจดั พ้ืนที่ มวล ความเร่ง ระยะทาง งาน ความหนาแน่น พลงั งาน เรียกวา่ ปริมาณสเกลาร์ เรียกวา่ ปริมาณเวกเตอร์
แบบบนั ทกึ หลงั การจัดกิจกรรมการเรยี นรู ช่ือหนวยการเรียนรทู ่ี 2 เรอื่ ง เวกเตอรใ นสามมิติ แผนการเรียนรูท่ี 3 เรือ่ ง เวกเตอร รายวิชา คณติ ศาสตร 4 รหัสวชิ า ค32202 ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 5/1 ครูผสู อน นางสาวศศวิ ิมล คำดีเจรญิ ตำแหนง ครูผชู ว ย เวลาทีใ่ ช 4 ชัว่ โมง ************************* บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรยี นรู ดี พอใช ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเวลาทีใ่ ชใ นการทำกจิ กรรม ดี พอใช ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของส่อื การเรยี นรู ดี พอใช ปรับปรุง ความเหมาะสมของเกณฑก ารประเมนิ ดี พอใช ปรบั ปรุง อื่น ๆ ............................................................................................................................................................ สรุปผลการประเมินผเู รียน นกั เรียนจำนวน…….คน คิดเปน รอ ยละ………..มผี ลการเรยี นรฯู อยูใ นระดับ 1 นักเรียนจำนวน…….คน คดิ เปน รอยละ………..มผี ลการเรยี นรูฯ อยใู นระดับ 2 นักเรียนจำนวน…….คน คิดเปน รอ ยละ………..มผี ลการเรยี นรูฯ อยใู นระดบั 3 นักเรยี นจำนวน…….คน คิดเปน รอ ยละ………..มีผลการเรยี นรูฯ อยใู นระดบั 4 สรปุ โดยภาพรวมมีนกั เรยี นจำนวน………คน คดิ เปนรอยละ………ทีผ่ า นเกณฑระดับ 2 ขึ้นไป ซงึ่ สูง (ตำ่ ) กวา เกณฑทีก่ ำหนดไวรอยละ………มนี กั เรียนจำนวน………คน คิดเปน รอยละ…… ที่ไมผ านเกณฑท ีก่ ำหนด ขอ สังเกต/คนพบ จาการตรวจผลงานของนกั เรียนพบวา 19. นกั เรยี น ............... คน สามารถพิจารณาปญหาเกี่ยวกับการจดั สง่ิ ของตาง ๆ - นกั เรยี นผา นเกณฑระดับ 2 ข้นึ ไป จำนวน ......................... คน - นกั เรียนไมผานเกณฑร ะดบั 2 จำนวน ......................... คน 20. ดา นทักษะกระบวนการ นกั เรยี นผานเกณฑก ารประเมินในแตละดา น ดงั น้ี ทักษะการแกไขปญหา - นกั เรียนผานเกณฑดมี าก ( ระดบั 4 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนผานเกณฑดี ( ระดบั 3 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนผานเกณฑพ อใช ( ระดบั 2 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนตอ งปรบั ปรุง ( ระดบั 1 ) จำนวน ......................... คน
ทกั ษะการเชือ่ มโยงทางคณิตศาสตร - นกั เรยี นผา นเกณฑดมี าก ( ระดบั 4 ) จำนวน ......................... คน - นักเรียนผานเกณฑด ี ( ระดับ 3 ) จำนวน ......................... คน - นักเรียนผานเกณฑพอใช ( ระดบั 2 ) จำนวน ......................... คน - นักเรียนตอ งปรับปรุง ( ระดับ 1 ) จำนวน ......................... คน 21. ดา นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค นักเรยี นผานเกณฑการประเมนิ ในแตละดา น ดังน้ี ความรอบคอบในการทำงาน - นกั เรียนผา นเกณฑด ีมาก ( ระดับ 4 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนผานเกณฑด ี ( ระดบั 3 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนผา นเกณฑพอใช ( ระดบั 2 ) จำนวน ......................... คน - นักเรียนตอ งปรบั ปรุง ( ระดับ 1 ) จำนวน ......................... คน ความรบั ผิดชอบในการทำงาน - นกั เรยี นผานเกณฑดีมาก ( ระดับ 4 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นผานเกณฑดี ( ระดับ 3 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นผานเกณฑพ อใช ( ระดับ 2 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นตอ งปรับปรุง ( ระดบั 1 ) จำนวน ......................... คน แนวทางการแกไขปญ หาเพื่อปรับปรงุ 1. นกั เรียนทไี่ ดค ะแนนอยใู นระดับที่ 2 , 3 และ 4 ไดจ ากกิจกรรมสอนเสรมิ โดย ใหทำแบบฝกหดั เพม่ิ เตมิ เปน การบา น ............................................................................................................................... 2. นักเรยี นทไ่ี ดคะแนนอยใู นระดบั ที่ 1 ไดจ ากกิจกรรมสอนซอม โดย ใหท ำแบบฝกหัดเพ่ิมเตมิ เปน การบา น .............................................................................................................................. 3. ดานทักษะกระบวนการ นักเรียนผานเกณฑ 1 ( ตองปรับปรุง ) ครูไดอธิบายและช้ีแจงเกณฑ ให นักเรียนทราบเปนรายบุคคลวา นักเรียนจะตองแกไขและทำอยางไรบางตามเกณฑทายแผนการจัดการเรียนรู ใน ดา นทักษะการเชอ่ื มโยงทางคณติ ศาสตร และการคดิ วิเคราะห 4. ดานคุณลักษณะอันพึงประสงค นักเรียนผานเกณฑ 1 ( ตองปรับปรุง ) ครูไดอธิบายและชี้แจงเกณฑ ใหนักเรียนทราบเปนรายบุคคลวา นักเรียนจะตองแกไขและทำอยางไรบางตามเกณฑทายแผนการจัดการเรียนรู ใน ดา นการทำงานเปน ระบบ ความรอบคอบ ผลการพัฒนา พบวานักเรียนที่ไดระดับ 1 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถบอกของลักษณะ ของเวกเตอรทม่ี ที ิศทางเดยี วกนั และทิศทางตรงกนั ขา ม เวกเตอรทข่ี นานกัน เวกเตอรท ีเ่ ทา กนั ได และไดผ ลการเรยี น รู อ ยู ใ น ร ะ ดั บ 2 ส ว น อี ก ............... ค น ยั ง ต อ ง ป รั บ ป รุ ง แ ก ไข ต อ ไ ป ซึ่ ง ผู ส อ น ไ ด แ น ะ น ำ ใ ห ........................................................................................................................................และปรับปรงุ งานอกี ครัง้
พบวานักเรียนที่ไดระดับ 2 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถบอกของลักษณะ ของเวกเตอรทีม่ ีทศิ ทางเดยี วกนั และทศิ ทางตรงกนั ขาม เวกเตอรทข่ี นานกัน เวกเตอรท ี่เทา กันได ซง่ึ ผูสอนไดแนะนำ ให พบวานักเรียนท่ีไดระดับ 3 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถบอกของลักษณะ ของเวกเตอรท่ีมีทิศทางเดยี วกัน และทศิ ทางตรงกันขาม เวกเตอรที่ขนานกนั เวกเตอรท ่ีเทากันได ซงึ่ ผูส อนไดแนะนำ ให พบวานักเรียนท่ีไดระดับ 4 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถบอกของลักษณะ ของเวกเตอรทมี่ ีทศิ ทางเดียวกนั และทิศทางตรงกันขาม เวกเตอรทข่ี นานกัน เวกเตอรท ี่เทา กันได ซึ่งผสู อนไดแ นะนำ ให ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู ขอ คน พบระหวาง ปญหาท่ีพบ แนวทางแกไ ข ท่ีมีการจัดกจิ กรรมการเรียนรู เนอื้ หา กจิ กรรมการเรียนรู สื่อประกอบการเรียนรู พฤติกรรม/การมีสวนรว มของผูเรียน ลงชอื่ …..........………….......................…….. ครผู ูจดั กจิ กรรมการเรียนรู ( นางสาวศศิวมิ ล คำดเี จรญิ ) ตำแหนง ครูผชู ว ย
กลุมสาระการเรยี นรู คณติ ศาสตร แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 4 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 5/1 ภาคเรยี นที่ 2 ปการศกึ ษา 2563 หนวยการเรียนรู เวกเตอรใ นสามมิติ เรื่อง เวกเตอรใ นระบบพกิ ดั ฉาก ใชเวลา 3 ชวั่ โมง/คาบ ********************************************************************************* ผลการเรยี นรู 1. หาผลลพั ธข องการบวก การลบเวกเตอร การคูณเวกเตอรดวยสเกลาร หาผลคูณเชงิ สเกลาร และหา ผลคณู เชงิ เวกเตอร 2. นำความรูเ กี่ยวกบั เวกเตอรไปใชในการแกปญหา จดุ ประสงคก ารเรียนรู 1. สามารถหาขนาดของเวกเตอรใ นสองมิติ และสามมิตไิ ด (K) 2. สามารถหาโคไซนแสดงทศิ ทางของเวกเตอรไ ด (K) 3. สามารถเขียนเวกเตอรในระบบแกนมมุ ฉากได เม่อื กำหนดจดุ สองจดุ มาให (P) 4. รบั ผดิ ชอบตอ หนาท่ีทไี่ ดรับมอบหมาย (A) สาระสำคญั เวกเตอรใ นระบบพิกัดฉากเปนเวกเตอรท ี่เขยี นอยูในรูปของผลบวกของเวกเตอรท่มี ีทิศทางในแนวแกนอา งอิงในระบบพิกดั ฉากสองมิติและสามมิติ สาระการเรียนรู เวกเตอรใ นระบบพิกัดฉาก กิจกรรมการเรียนรู แนวคิด/รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : Concept Based Teaching ชัว่ โมงที่ 1 ขั้นนำ 1. ครทู บทวนความรเู กยี่ วกบั ระบบพกิ ัดฉาก โดยใชค ำถามถามนกั เรยี น ดงั นี้ • ระบบพิกัดฉากสองมติ ปิ ระกอบดว ยแกนใดบา ง และแบง ระนาบออกเปน กส่ี วน และแตล ะสวนเรยี กวา อะไร (แนวตอบ ระบบพิกัดฉากสองมิติ ประกอบดวยแกน X และแกน Y แบงระนาบออกเปน 4 สวน และแตละสวน เรยี กวา จตุภาค) • ระบบพกิ ดั ฉากสามมติ ปิ ระกอบดว ยแกนใดบาง และแบงระนาบออกเปน ก่สี วน และแตล ะสว นเรยี กวาอะไร (แนวตอบ ระบบพกิ ัดฉากสามมิติ ประกอบดวยแกน X แกน Y และแกน Z แบงระนาบออกเปน 8 สว น และแต ละสวนเรยี กวา อัฐภาค)
ข้ันสอน 1. ครูใหนกั เรยี นดูรปู ท่ี 21 ในหนังสือเรยี นหนา 235 และถามคำถามนักเรียน ดงั น้ี • u̅ กับ v�มีขนาดกีห่ นวย และมที ิศทางขนานกบั แกนอะไร (แนวตอบ u� มขี นาด 4 หนว ย ทศิ ทางขนานกบั แกน X สว น vม̅ ขี นาด 5 หนวย ทศิ ทางขนานกบั แกน Y) 2. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา การเขียนเวกเตอรในระบบพิกัดฉากสองมิติโดยทั่วไป เขียนแทนดวย �ba�ซึ่งเปน ผลบวกของเวกเตอรส องเวกเตอร คอื เวกเตอร u̅ มีขนาด |a|หนวย ถา a > 0 เวกเตอรนี้จะมีทิศทางขนานกับแกน X ไปทางขวา ถา a < 0 เวกเตอรน้ีจะมที ิศทางขนานกับแกน X ไปทางซา ย เวกเตอร v̅ มีขนาด |b|หนวย ถา b > 0 เวกเตอรนี้จะมีทิศทางขนานกับแกน Y ไปขางบน ถา b < 0 เวกเตอรนจ้ี ะมีทศิ ทางขนานกบั แกน Y ไปไปดา นลา ง 3. ครูแสดงตัวอยางท่ี 10 ในหนังสือเรียนหนา 238 ใหนักเรียนดูบนกระดาน จากน้ันใหนักเรียนใหนักเรียน ทำ “ลองทำด”ู เมือ่ เสร็จแลว ครแู ละนกั เรยี นรว มกันเฉลยคำตอบ 4. ครูใหนักเรยี นอา น “คณิตนาร”ู วา “เมือ่ �ba�เปนเวกเตอรที่มีจดุ เรม่ิ ตนอยูท จี่ ุดกำเนิด O จะมีจุดสิ้นสดุ อยู ท่จี ดุ (a,b)” 5. ครูใหนักเรียนศึกษาความรูในหนังสือเรียนหนา 236 - 238 ครูอธิบายเพิ่มเติมวา ถากำหนดใหA(x1,y1) �yx22 – yx11� และ B(x2,y2)เปนจดุ ใด ๆ ในระบบพิกดั ฉากสองมิติ แลวตองการหา A���B⃑ = – 6. ครใู หนักเรยี นดูรปู ท่ี 24 ในหนงั สือเรยี นหนา 236 และถามคำถามนักเรียน ดงั น้ี จากรปู เวกเตอร OP เกิดจากเวกเตอรใ ด • (แนวตอบ เวกเตอร OP เกิดจากการบวกกันของu̅+ �ba�) v+̅ w�= c a 7. ครูอธิบายนักเรียนเพ่ิมเติมวา กำหนดให a, b และ c เปนจำนวนจริง เรียก �b� วา เวกเตอรในระบบ c พกิ ดั ฉากสามมติ ิหรอื เวกเตอรใ นสามมติ ิ 8. ครูแสดงตัวอยางท่ี 11 ในหนงั สอื เรียนหนา 2a39 ใหน ักเรยี นดบู นกระดาน 9. ครูใหนักเรียนอาน “คณิตนารู” วา “เม่ือ �b� เปนเวกเตอรที่มีจุดเริ่มตนอยูที่จุดกำเนิด O จะมีจุดสิ้นสุด อยูที่จุด (a,b,c)”และครูอธิบายเพ่ิมเติมวา ท้ังเวกเตcอรในสองมิติ และเวกเตอรในสามมิติ ถาเวกเตอรใด ๆ มี จดุ เร่ิมตนอยูที่จดุ กำเนดิ จุดส้นิ สุดจะอยูทจ่ี ดุ ของเวกเตอรน ้ัน ๆ 10. ครูใหนักเรียนศึกษาความรูในหนังสือเรียนหนา 244 ครูอธิบายเพิ่มเติมวา ถากำหนดให A(x1,y1,z1) x2– x1 และ B(x2,y2,z2 )เปน จดุ ใด ๆ ในระบบพิกดั ฉากสามมิติ แลวตองการหา A���B⃑ = �y2– y1� z2– z1 ขั้นสรุป 1. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาตัวอยางที่ 12 ในหนังสือเรียน หนา 241 แลวแลกเปล่ียนความรูกับคูของตนเอง หลงั จากนนั้ ใหน ักเรยี นแตล ะคนทำ “ลองทำด”ู เมื่อนกั เรยี นทำเสรจ็ ครูและนักเรยี นรว มกันเฉลยคำตอบ “ลองทำด”ู
2. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาตัวอยางที่ 13 ในหนังสือเรียน หนา 241 แลวแลกเปลี่ยนความรูกับคูของตนเอง หลังจากนน้ั ใหนกั เรยี นแตละคนทำ “ลองทำด”ู เมื่อนักเรยี นทำเสร็จครแู ละนักเรยี นรว มกันเฉลยคำตอบ “ลองทำด”ู 3. ใหนักเรียนทำแบบฝกหัด 3.2 ในหนังสอื เรียนหนา 242 - 243 เปน การบา น ชว่ั โมงที่ 2 ขั้นนำ 1. ครูกำหนดจุดตาง ๆ ในพิกัดฉากสองมิติ ลงบนกระดาน เชนจุด A (1, 2), B (5, 2) และจุด C (5, 5) จากนัน้ ครถู ามคำถามนกั เรียนนักเรียน ดงั น้ี • ระยะทางระหวางจุด A(1,2) กับ B(5,2) มรี ะยะทางเปนเทา ไร และมีวิธีการหาอยางไร (แนวตอบ ระยะทางระหวางจุด A (1, 2) กับ B (5, 2) มีระยะทาง 4 หนวย หาไดโดยการนำคา x ของจุด B คือ 5 มาลบกับคา x จดุ A คือ 1 ซึง่ มผี ลลพั ธเทากบั 4) • ระยะทางระหวา งจุด B(5,2)กับ C(5,5)มีระยะทางเปนเทาไร และมีวธิ กี ารหาอยา งไร (แนวตอบ ระยะทางระหวางจุด B (5, 2) กับ C (5, 5) มีระยะทาง 3 หนวย หาไดโดยการนำคา y ของจุด C คอื 5 มาลบกับคา y จดุ Bคือ 2 ซึง่ มผี ลลพั ธเ ทา กบั 4) 2. ครูใหนักเรียนศึกษาความรใู นหนังสอื เรียน หนา 247 จากนน้ั ครใู หนักเรียนดรู ปู การหาขนาดของเวกเตอร ในสองมิติในหนังสือเรียน หนา 247 และครูอธิบายนักเรียนวา ขนาดของเวกเตอรสองมิติหาไดจาก |P���Q⃑|= �(x2 - x1)2+ (y2 - y1)2การหาขนาดของเวกเตอรในสองมติ นิ ้นั เราสามารถนำความรเู ร่อื งพีทาโกรสั เขามาชว ยได 3. ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมวา ถาให x2 - x1 = a และ y2 - y1= b จะได P���Q⃑ = �ba� ดังน้ัน |P���Q⃑|= √a2+ b2 4. ครูใหนักเรียนดูรูปการหาขนาดของเวกเตอรในสามมิติในหนังสือเรียน หนา 247 และครูอธิบายนักเรียน วา ขนาดของเวกเตอรสามมิติหาไดจาก |�A��B⃑|= �(x2 - x1)2+ (y2 - y1)2+ (z2 - z1)2การหาขนาดของเวกเตอรในสามมิตินั้น เราสามารถนำความรูเรื่องระยะทางระหวางจุดสองจดุ ในระบบพกิ ัดฉากสามมิตเิ ขา มาชว ยได = a 5. ครอู ธิบายเพม่ิ เตมิ วา ถาให x2 - x1 = a, y2 - y1= b และz2 - z1 = c จะได A���B⃑ �b� c ดงั น้ัน |A���B⃑|= √a2+ b2+ c2 ขั้นสอน 1. ครูอธิบายความรูเกี่ยวกับเวกเตอรหนึ่งหนวยวา เวกเตอรหน่ึงหนวย หมายถึง เวกเตอรที่มีขนาดหน่ึง หนวย
2. ครูใหนกั เรียนพิจารณาเวกเตอร u̅= 4 v̅ = �-11253�และw�= 7 248 จากนั้นครู �35�, 13 �-222545�ในหนังสือเรยี นหนา 5 ใหนกั เรียนศึกษาความรใู นหนังสือเรยี น หนา 249 เร่อื ง เวกเตอรหนงึ่ หนวยในสองมติ ิ 3. คเเเเรววววแู กกกกลเเเเตตตตะออออนรรรรกั 11k1เรหหหหียนนนนนววววรยยยยวททมททม่ี ่ขีกขมี่ี่ ที นนทีนั ศิ าาศิอทนนทภากกางปิบับังเดตร��ยีราbaงbวaยกก��เันกบั ใใข่ยี ดด�า วมbaๆๆกก�บัททบั ใเไี่ไ่ี วดม�มกใใbaๆชชเ�เตเ ทววอใกกไ่ี ดมรเเตตให ๆชออนเรรทวศง่ึศ ก่ไี หนูนูมเตยนใยชอวคคเรวยืออืศกใ±±ูนเนตย√ส√อ คอรaaอื2ศ2งk1++√ูนมbยbติa222ิ1ค+ด��อื bbงัaba-2น��√�ี้ aba21�+ b2 �ba� 4. ครูอธิบายความรูเก่ียวกับเวกเตอรหน่ึงหนวยในสามมิติวา เวกเตอรหนึ่งหนวยกับเวกเตอรใด ๆ ในระบบ พกิ ัดฉากสามมติ มิ แี นวคดิ เชนเดยี วกับการหาเวกเตอรห น่งึ หนวยในระบบพิกดั ฉากสองมิติ 5. ครแู ละนกั เรียนรวมกนั อภปิ รายเกีย่ วaกับเวกเตอรห นง่ึ หนว ยในสามมติ ิ ดงั นี้ a �b� 1 �b� เวกเตอร 1 หนวยทีม่ ที ิศทางเดยี วกบั c ใด ๆ ท่ไี มใชเ วกเตอรศ นู ย คือ√a2+ b2+ c2 c a 1 a �b�ใด b2+ �b� เวกเตอร 1 หนว ย ท่ีมที ิศทางตรงกันขา มกับ c ๆ ทไี่ มใ ชเ วกเตอรศ ูนย คือ- √a2+ c2 c a 1 a �b� √a2+ b2+ �b� เวกเตอร 1 หนว ยท่ีขนานกบั ac ใด ๆ ท่ไี มใ ชเวกเตอรศูนย คือ± c2 ac เวกเตอร k หนว ยท่ขี นานกับ �b� ใด ๆ ท่ไี มใ ชเวกเตอรศูนย คอื ± √a2+ k c2 �b� c b2+ c 6. ครูใหนักเรียนศึกษาความรูจากเอกสารท่ีครูเตรียมให จากนั้นครูอธิบายเก่ียวกับการเขียนเวกเตอรใด ๆ ในระบบพิกัดฉากสองมติ ิและสามมิติในรูปเวกเตอรห นึ่งหนวย i ̅ , j ̅ ,�kbaaด̅ �งั น้ี เวกเตอรใ ด ๆ ในระบบพิกดั ฉากสองมติ ิ u̅= = ai ̅ + bj̅ เวกเตอรใ ด ๆ ในระบบพกิ ดั ฉากสามมิติ u̅= �b� = ai ̅ + bj+̅ ck̅ c ข้นั สรปุ 1. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางท่ี 15 ในหนงั สือเรียน หนา 247 แลวแลกเปล่ียนความรูกับเพื่อน ๆ หลังจาก นั้นใหนักเรยี นแตล ะคนทำ “ลองทำด”ู เมือ่ นักเรยี นทำเสรจ็ ครแู ละนักเรยี นรว มกนั เฉลยคำตอบ “ลองทำด”ู 2. ครูแจกใบงานท่ี 2.3 เร่อื ง ขนาดของเวกเตอรในระบบพกิ ดั ฉากสองมติ แิ ละสามมติ ิ ใหนกั เรียนทำ จากนั้น ครูและนักเรียนรวมกนั เฉลยคำตอบใบงานท่ี 2.3
3. ครูใหนกั เรียนศกึ ษาตัวอยางท่ี 16 ในหนังสือเรียน หนา 247 แลวแลกเปลี่ยนความรูกับเพอ่ื น ๆ หลังจาก น้นั ใหนกั เรียนแตล ะคนทำ “ลองทำด”ู เมอื่ นักเรียนทำเสรจ็ ครูและนกั เรยี นรวมกันเฉลยคำตอบ “ลองทำด”ู 4. ครูใหนักเรียนศกึ ษาตัวอยา งที่ 17-18 ในหนงั สือเรียน หนา 248 -249 แลวแลกเปลี่ยนความรูกบั เพื่อน ๆ หลงั จากนัน้ ใหน กั เรียนแตล ะคนทำ “ลองทำด”ู เมอ่ื นักเรยี นทำเสรจ็ ครูและนกั เรยี นรว มกนั เฉลยคำตอบ “ลองทำด”ู ช่วั โมงที่ 3 ข้ันนำ 1. ครูใหนักเรียนศึกษาความรูในหนังสือเรียน หนา 250 จากน้ันครูใหนักเรียนดูรูปท่ี 32 และครูอธิบายวา การกำหนดทิศทางของเวกเตอร นอกจากกำหนดดวยพิกัดของเวกเตอร ยังกำหนดดวยมุมท่ีเวกเตอรทำกับแกนพิกัด ท้งั สาม คือ แกน X แกน Y และแกน Zทางดานบวก (ในทิศทางทวนเข็มนาิกา) ซึ่งมุมท่ีเวกเตอรทำกับแกนพิกัดท้ัง สาม จะมขี นาดต้ังแต 0 ถึง π 2a. ครอู ธบิ ายความรเู กยี่ วกับ โคไซนแ สดงทิศทาง ดังน้ี ให v=̅ �b�เปนเวกเตอรท่ีไมใชเวกเตอรศูนย โคไซนแสดงทิศทางของ vเ̅ ทียบกับแกน X แกน Y และแกน Z c ตามลำดับ คคอื (รแถู จนาำวมนตควอำนบถสาคามามน|จavักำ|̅ เ,นร|วยี bvนน|̅ ,ซว|่งึาvcเ|̅ รคอยี าางจล|avมำ|̅ ีคด, า|ับเbvท|̅ ด,ากงั|vcนัน|̅ ห้ี |มรavีคือ|̅ ,ไา ม|เbvทเท|̅ า,าก|กvcนััน|̅ ไไดดขห ึ้นรอือยไูกมับ ขนาดของมุมท่ีเวกเตอรทำกับแกนพิกัดทั้งสาม 3. คอื แกน X แกน Y และแกน Z ทางดา นบวก) ขัน้ สอน 1. ครูใหนกั เรียนศึกษาตัวอยางท่ี 19 ในหนังสือเรียน หนา 251 แลวแลกเปลี่ยนความรูกับเพื่อน ๆ หลังจาก นั้นใหนักเรียนแตล ะคนทำ “ลองทำด”ู เม่ือนกั เรยี นทำเสร็จครแู ละนกั เรียนรวมกันเฉลยคำตอบ “ลองทำด”ู 2. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางที่ 20 ในหนังสือเรียน หนา 251 แลวแลกเปล่ียนความรูกับเพื่อน ๆ แลว หลงั จากนน้ั ใหนกั เรียนแตละคนทำ “ลองทำด”ู เมือ่ นักเรียนทำเสรจ็ ครูและนกั เรยี นรวมกนั เฉลยคำตอบ “ลองทำด”ู 3. ครใู หน ักเรียนศกึ ษาบทนยิ าม แลวแลกเปลยี่ นความรูกบั เพื่อน ๆ 4. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางที่ 21 ในหนงั สอื เรียน หนา 252 แลวแลกเปลี่ยนความรูกับเพ่ือน ๆ หลังจาก นัน้ ใหน ักเรยี นแตล ะคนทำ “ลองทำด”ู เม่ือนกั เรยี นทำเสรจ็ ครูและนกั เรยี นรว มกนั เฉลยคำตอบ “ลองทำด”ู 5. ครูใหนักเรียนจัดกลุม กลุมละ 4-5 คน คละความสามารถทางคณิตศาสตร แลวใหทำกิจกรรม คณติ ศาสตร ดงั นี้ • ใหนักเรียนทำทำแบบฝก หัด 3.3 ก ในหนงั สอื เรยี นหนา 253 - 254 • ใหนักเรียนในแตละกลุมทำความเขาใจรวมกัน หลังจากน้ันครูลุมนักเรียนในแตละกลุมออกมาเฉลยคำตอบ และ ใหน ักเรยี นท้ังรวมกันอภิปรายแสดงความเหน็
ขัน้ สรุป 1. ครูถามคำถามเพือ่ สรุปความรรู วบยอดของนักเรยี น ดังนี้ • เวกเตอรใ นระบบพิกัดฉาก คอื อะไร (แนวตอบ เวกเตอรที่เขียนอยูในรูปของผลบวกของเวกเตอรที่มีทิศทางในแนวแกนอางอิงในระบบพิกัดฉากสอง มติ ิและสามมิต)ิ 2. ครูใหน ักเรียนทำใบงาน 2.3 เปน การบานเพือ่ เปน การทบทวนเนื้อหาท่เี รยี นท้ังหมด ส่ือ/แหลงการเรยี นรู 1. หนงั สอื เรียนรายวชิ าเพิม่ เตมิ คณิตศาสตร ม.5 หนว ยการเรยี นรูท่ี 2 เวกเตอรในสามมติ ิ 2. ใบงานท่ี 2.3 เรอื่ ง ขนาดของเวกเตอรใ นระบบพกิ ดั ฉากสองมิตแิ ละสามมติ ิ การวัดผลและประเมนิ ผล วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑการประเมนิ รายการวัด - ตรวจใบงานที่ 2.3 - ใบงานที่ 2.3 - รอยละ 60 ผา นเกณฑ การประเมินกอนเรียน ใบงานท่ี 3.3 ประเมนิ ระหวางการจัด - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2 กิจกรรมการเรยี นรู การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผา นเกณฑ 1) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตความมีวินยั - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2 รายบุคคล ใฝเรยี นรู และมุงมน่ั คุณลักษณะ ผา นเกณฑ 2) คุณลักษณะ ในการทำงาน อนั พึงประสงค อันพึงประสงค เกณฑก ารตดั สิน - รายบคุ คล นกั เรียนมีผลการเรียนรไู มต ่ำกวาระดับ 2 จงึ ถอื วาผาน - รายกลุม รอ ยละ....75....ของจำนวนนักเรยี นทัง้ หมดมผี ลการเรยี นรไู มต่ำกวาระดับ 2 ขอเสนอแนะ ใชสอนได ควรปรบั ปรุง ลงชอ่ื ( นางสาวปวริศา กา วงคว นิ ) หวั หนา กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วันที.่ .......เดอื น..............พ.ศ...........
ใบงานที่ 2.3 เรื่องขนาดของเวกเตอรใ นระบบพกิ ดั ฉากสองมติ ิและสามมติ ิ คำชี้แจง: ใหน กั เรยี นแสดงวธิ ีการหาคำตอบโดยละเอยี ด 1) กำหนดจดุ A(-3, 10) และ B(6, 1) จงหาขนาดของเวกเตอร A���B⃑ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… 2) จงหาขนาดของเวกเตอรท เ่ี ริ่มตนท่ีจดุ (1, 2, 0) ไปยงั จุดกึ่งกลางของสว นของเสนตรงท่ีเชอื่ มจุด (2, 1, -3), (4, 5, 3) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… -2 4 3) กำหนดให u̅=� 0 �, v=̅ � 3 �จงหา |2u̅| + |3v|̅ ………………………………4……………-2……………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… -2 4) ถา u̅=� 5 �และขนาดของ |u̅|= √78จงหาคา a a …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………1………………………2……………………………………………………………… 5) กำหนดให A���B⃑ = �0�และ �B��C⃑ = �-1�จงหาคา |A���C⃑| 3 -2 …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………
ใบงานท่ี 2.3 เฉลย เร่อื งขนาดของเวกเตอรใ นระบบพิกดั ฉากสองมติ แิ ละสามมติ ิ คำชีแ้ จง: ใหนกั เรียนแสดงวิธกี ารหาคำตอบโดยละเอยี ด 1) กำหนดจดุ A(-3, 10) และ B(6, 1) จงหาขนาดของเวกเตอร A���B⃑ A���B⃑ ��-6919�-- (1-30)� วธิ ที ำ = จากสตู ร = |�A��B⃑| = √a2+ b2 |�A��B⃑| = �(9)2+ (-9)2 = √81 + 81 = √162 = 9√2 ดงั นน้ั ขนาดของเวกเตอร A���B⃑ เทา กบั 9√2 2) จงหาขนาดของเวกเตอรท่ีเร่มิ ตนท่จี ดุ (1, 2, 0) ไปยงั จดุ ก่ึงกลางของสวนของเสนตรงท่เี ชื่อมจดุ (2, 1, -3), (4, 5, 3) วิธที ำ ให B เปน จุดกง่ึ กลางของสวนของเสน ตรงทเี่ ชอ่ื มจุด (2, 1, -3), (4, 5, 3) �2 + 4 1 + 5 -3 + 3� จะได B = 2 , 2 , 2 = (3, 3, 0) =�33 - 1 เวกเตอรท โี่ จทยตองการ u̅ - 2� 02 - 0 = �1� 0 จากสูตร |u̅| =√a2+ b2+ c2 |u̅| = √(2)2+ (1)2+ (0)2 = √4 + 1+ 0 = √5 ดงั น้ัน ขนาดของเวกเตอรที่โจทยตอ งการ เทา กับ √5
3) กำหนดให u̅=�-02�, v=̅ � 4 �จงหา |2u̅| + |3v|̅ 3 4 -2 -2 4 วธิ ที ำ 2u̅ = 2� 0 � 3v̅ = 3� 3 � 4 -4 จากสตู ร|3v|̅ -2 = �0� 12 8 =�9� จากสตู ร |2u̅| = √a2+ b2+ c2 -6 = √a2+ b2+ c2 |2u̅| = �(-4)2+ (0)2+ (8)2 |3v|̅ = �(12)2+ (9)2+ (-6)2 = √16 + 0+ 64 = √144 + 81+ 36 = √80 = √261 = 4√5 = 3√29 ดงั น้ัน |2u̅| + |3v|̅ = 4√5 + 3√29 4) ถา u̅=�-52�และขนาดของ |u̅|= √78 จงหาคา x วธิ ีทำ จากสx ตู ร |u̅| = √a2+ b2+ c2 จะได √78 = �(-2)2+ (5)2+ (x)2 √78 = √4 + 25+x2 √78 = √x2+ 29 78 = x2+ 29 x2 = 49 x = √49 x = -7, 7 ดังน้ัน คา x ทที่ ำให ขนาดของ u̅ เทา กบั √78 คอื -7 หรอื 7 1 2 5) กำหนดให A���B⃑ = �B��C⃑ = |�A��C⃑| �0�และ �-1�จงหาคา วธิ ที ำ 3 A���C⃑ = A���B⃑-2+ B���C⃑ 12 = �0� + �-1� 31 + 2 -2 = �0 + (-1)� 33 + (-2) = �-1� 1 จากสตู ร |�A��C⃑| =√a2+ b2+ c2 |A���C⃑| = �(3)2+ (-1)2+ (1)2 = √9 + 1+ 1 = √11 ดังนั้น ขนาดของ �A��C⃑ เทา กับ √11
แบบบันทกึ หลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู ชือ่ หนว ยการเรยี นรูท่ี 2 เรอ่ื ง เวกเตอรใ นสามมติ ิ แผนการเรยี นรทู ี่ 4 เรอ่ื ง เวกเตอรใ นระบบพกิ ัดฉาก รายวิชา คณติ ศาสตร 4 รหัสวิชา ค32202 ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 5/1 ครูผสู อน นางสาวศศิวมิ ล คำดเี จริญ ตำแหนง ครผู ชู ว ย เวลาท่ใี ช 3 ชั่วโมง ************************* บนั ทกึ หลังการจัดการเรียนรู ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรยี นรู ดี พอใช ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเวลาท่ใี ชในการทำกิจกรรม ดี พอใช ปรับปรุง ความเหมาะสมของส่ือการเรยี นรู ดี พอใช ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเกณฑก ารประเมนิ ดี พอใช ปรับปรุง อ่นื ๆ ............................................................................................................................................................ สรุปผลการประเมนิ ผเู รยี น นักเรยี นจำนวน…….คน คิดเปนรอ ยละ………..มผี ลการเรยี นรฯู อยูในระดบั 1 นักเรยี นจำนวน…….คน คิดเปนรอ ยละ………..มีผลการเรยี นรฯู อยูใ นระดบั 2 นักเรียนจำนวน…….คน คดิ เปนรอยละ………..มผี ลการเรยี นรูฯ อยูใ นระดบั 3 นักเรยี นจำนวน…….คน คิดเปนรอยละ………..มีผลการเรยี นรูฯ อยใู นระดับ 4 สรุปโดยภาพรวมมนี ักเรยี นจำนวน………คน คิดเปนรอยละ………ที่ผา นเกณฑร ะดับ 2 ขน้ึ ไป ซงึ่ สงู (ตำ่ ) กวา เกณฑท่ีกำหนดไวรอ ยละ………มนี ักเรียนจำนวน………คน คดิ เปนรอยละ…… ท่ไี มผานเกณฑทีก่ ำหนด ขอ สังเกต/คน พบ จาการตรวจผลงานของนักเรยี นพบวา 22. นักเรียน ............... คน สามารถพิจารณาปญ หาเกีย่ วกบั การจดั สง่ิ ของตาง ๆ - นักเรียนผานเกณฑร ะดบั 2 ขึน้ ไป จำนวน ......................... คน - นกั เรียนไมผ า นเกณฑร ะดับ 2 จำนวน ......................... คน 23. ดานทักษะกระบวนการ นกั เรียนผานเกณฑก ารประเมินในแตละดาน ดังนี้ ทกั ษะการแกไ ขปญหา - นกั เรียนผานเกณฑดีมาก ( ระดับ 4 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นผา นเกณฑดี ( ระดบั 3 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นผา นเกณฑพอใช ( ระดับ 2 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนตองปรบั ปรงุ ( ระดับ 1 ) จำนวน ......................... คน
ทกั ษะการเชอื่ มโยงทางคณิตศาสตร - นักเรยี นผานเกณฑดีมาก ( ระดับ 4 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นผานเกณฑด ี ( ระดับ 3 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนผา นเกณฑพอใช ( ระดับ 2 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนตองปรับปรงุ ( ระดับ 1 ) จำนวน ......................... คน 24. ดานคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค นกั เรยี นผานเกณฑก ารประเมินในแตล ะดา น ดงั น้ี ความรอบคอบในการทำงาน - นกั เรยี นผา นเกณฑดมี าก ( ระดับ 4 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนผา นเกณฑดี ( ระดบั 3 ) จำนวน ......................... คน - นักเรียนผา นเกณฑพ อใช ( ระดับ 2 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนตอ งปรับปรงุ ( ระดับ 1 ) จำนวน ......................... คน ความรับผิดชอบในการทำงาน - นกั เรียนผานเกณฑดมี าก ( ระดับ 4 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นผานเกณฑด ี ( ระดบั 3 ) จำนวน ......................... คน - นักเรียนผา นเกณฑพ อใช ( ระดบั 2 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นตองปรับปรุง ( ระดับ 1 ) จำนวน ......................... คน แนวทางการแกไขปญหาเพื่อปรบั ปรงุ 1. นักเรยี นที่ไดคะแนนอยใู นระดบั ที่ 2 , 3 และ 4 ไดจากกจิ กรรมสอนเสริมโดย ใหท ำแบบฝกหัดเพิ่มเติม เปน การบาน ............................................................................................................................... 2. นักเรยี นท่ไี ดค ะแนนอยใู นระดับที่ 1 ไดจากกจิ กรรมสอนซอ ม โดย ใหท ำแบบฝกหัดเพมิ่ เติม เปนการบา น .............................................................................................................................. 3. ดานทักษะกระบวนการ นักเรียนผานเกณฑ 1 ( ตองปรับปรุง ) ครูไดอธิบายและช้ีแจงเกณฑ ให นักเรียนทราบเปนรายบุคคลวา นักเรียนจะตองแกไขและทำอยางไรบางตามเกณฑทายแผนการจัดการเรียนรู ใน ดา นทกั ษะการเชอื่ มโยงทางคณิตศาสตร และการคดิ วเิ คราะห 4. ดานคุณลักษณะอันพึงประสงค นักเรียนผานเกณฑ 1 ( ตองปรับปรุง ) ครูไดอธิบายและช้ีแจงเกณฑ ใหนักเรียนทราบเปนรายบุคคลวา นักเรียนจะตองแกไขและทำอยางไรบางตามเกณฑทายแผนการจัดการเรียนรู ใน ดา นการทำงานเปนระบบ ความรอบคอบ ผลการพฒั นา พบวานักเรียนท่ีไดระดับ 1 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถสามารถหาขนาด ของเวกเตอรใ นสองมิติ และสามมิติได และไดผลการเรียนรูอยใู นระดับ 2 สว นอีก............... คน ยังตอ งปรับปรุงแกไข ตอไปซ่ึงผูสอนไดแนะนำให...........................................................................................................และปรับปรุงงานอีก ครัง้
พบวานักเรียนที่ไดระดับ 2 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถสามารถหาขนาด ของเวกเตอรในสองมิติ และสามมติ ไิ ด ซ่ึงผูส อนไดแ นะนำให พบวานักเรียนท่ีไดระดับ 3 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถสามารถหาขนาด ของเวกเตอรใ นสองมิติ และสามมิติได ซ่งึ ผูสอนไดแ นะนำให พ บ ว า นักเรียนที่ไดระดับ 4 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถสามารถหาขนาดของเวกเตอรใน สองมติ ิ และสามมติ ิได ซ่ึงผูสอนไดแ นะนำให ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู ปญหาทพี่ บ แนวทางแกไ ข ขอคนพบระหวาง ทมี่ กี ารจดั กจิ กรรมการเรียนรู เน้อื หา กิจกรรมการเรยี นรู สอ่ื ประกอบการเรียนรู พฤตกิ รรม/การมีสวนรวมของผูเรียน ลงช่อื …..........………….......................…….. ครูผจู ัดกจิ กรรมการเรยี นรู ( นางสาวศศิวิมล คำดเี จรญิ ) ตำแหนง ครผู ูช ว ย
แผนการจัดการเรียนรูท่ี 5 กลมุ สาระการเรยี นรู คณติ ศาสตร ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 5/1 ภาคเรยี นท่ี 2 ปก ารศกึ ษา 2563 หนวยการเรยี นรู เวกเตอรในสามมติ ิ เรอ่ื ง ผลคูณเชิงสเกลาร ใชเ วลา 1 ชว่ั โมง/คาบ ********************************************************************************* ผลการเรยี นรู 1. หาผลลพั ธข องการบวก การลบเวกเตอร การคูณเวกเตอรดวยสเกลาร หาผลคณู เชงิ สเกลาร และหา ผลคณู เชิงเวกเตอร 2. นำความรเู ก่ียวกับเวกเตอรไ ปใชใ นการแกป ญหา จดุ ประสงคก ารเรียนรู 1. สามารถหาผลคณู เชิงเวกเตอรได (K) 2. สามารถวาดรูปเวกเตอรในสามมิตไิ ด (P) 3. รับผดิ ชอบตอ หนา ท่ที ีไ่ ดร ับมอบหมาย (A) สาระสำคญั ถาให u̅= x1i ̅ + y1jแ̅ ละ v=̅ x2i ̅ + y2jจ̅ ะไดผลคูณเชิงสเกลารของ u̅ และ v̅ คือx1x2 + y1y2และ ถาให u̅= x1i ̅ + y1j+̅ z1kแ̅ ละ v=̅ x2i ̅ + y2j ̅ + z2kจ̅ ะไดผลคูณเชิงสเกลารของ u̅ และ v̅ คอื x1x2 + y1y2 + z1z2 เขยี นแทนดว ย u̅·v̅ สาระการเรยี นรู ผลคูณเชิงสเกลาร กจิ กรรมการเรยี นรู แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : Concept Based Teaching ข้ันนำ 1. ครูทบทวนความรูเก่ียวกับเร่ืองปริมาณสเกลาร วาปริมาณสเกลาร คือ ปริมาณท่ีมีขนาดเพียงอยางเดียว เชน ตเู สื้อผา ใบหนึ่งสูง 3 เมตร สมหนัก 1 กิโลกรมั เปนตน 2. ครถู ามคำถามนักเรยี น ดงั นี้ • ชูชาติมีผลไมอยู 3 ชนิด คือ มีสมอยู 5 กิโลกรัม มีแอปเปลอยู 4 กิโลกรัม และมีชมพูอยู 7 กิโลกรัม ซ่ึงทำให นำ้ หนกั รวมของผลไมเ ปน 16 กิโลกรมั อยากทราบวาน้ำหนักรวมของผลไมเปน ปริมาณ สเกลารห รือไม เพราะเหตุใด (แนวตอบ นำ้ หนักรวมของผลไมเ ปนปริมาณสเกลาร เพราะนำ้ หนกั รวมของผลไมมเี พียงขนาด ไมม ที ศิ ทาง) • สุดาขับรถไปทางทิศตะวันตกเฉียงใตดวยความเร็ว 90 กิโลเมตรตอชั่วโมงเปนปริมาณสเกลารหรือไม เพราะเหตุ ใด (แนวตอบ ไมเ ปนปริมาณสเกลาร เพราะการขบั รถของสดุ า มที ้ังขนาด คือ 90 กิโลเมตรตอ ช่ัวโมง และยงั มี ทิศทาง จึงทำใหไมเ ปน ปริมาณสเกลาร แตเ ปน ปริมาณเวกเตอร) • ภาคภูมมิ ีทดี่ นิ อยูภาคตะวนั ออก จำนวน 50 ไร เปนปรมิ าณสเกลารห รอื ไม เพราะเหตใุ ด
(แนวตอบ จำนวนทด่ี นิ ของภาคภมู เิ ปน ปริมาณสเกลาร เพราะจำนวนทดี่ นิ เพียงขนาด ไมมีทิศทาง) ขั้นสอน 1. ครูใหน ักเรยี นอานบทนยิ ามท่ี 10 ในหนงั สือเรยี น หนา 260 จากนน้ั ครอู ธบิ ายความรู ดังนี้ ผลคูณเชิงสเกลาร คือผลคูณของเวกเตอรสองเวกเตอรท่ีมีผลลัพธเปนสเกลาร จากบทนิยาม จะไดวา ถาให u̅= x1i ̅ + y1jแ̅ ละ v=̅ x2i ̅ + y2jจ̅ ะได u̅·v=̅ x1x2 + y1y2 และ ถาให u̅= x1i ̅ + y1j+̅ z1kแ̅ ละ v=̅ x2i ̅ + y2j+̅ z2kจ̅ ะได u̅·v=̅ x1x2 + y1y2 + z1z2 2. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางท่ี 25 ในหนังสือเรียน หนา 261 แลวแลกเปลี่ยนความรูกับเพ่ือนๆ จากน้ัน ครถู ามคำถามนกั เรียน ดงั นี้ • มมุ θ ซงึ่ เปนมุมระหวาง u̅ และ v̅ หาไดอ ยา งไร (แนวตอบ หาไดจ ากสูตร u̅·v=̅ |u̅||v|̅ cosθ) หลังจากนั้นใหนักเรียนแตละคนทำ “ลองทำดู” เม่ือนักเรียนทำเสร็จครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคำตอบ “ลองทำด”ู 3. ครูใหน กั เรยี นศึกษาตัวอยางที่ 26 ในหนังสือเรียน หนา 261 แลว แลกเปล่ียนความรูกับเพ่อื น ๆ จากนัน้ ครถู ามคำถามนกั เรยี น ดงั นี้ • จะแสดงไดอ ยางไรวา รปู สามเหลีย่ ม PQR เปน รปู สามเหลย่ี นมุมฉาก (แนวตอบ จะแสดงวาผลคูณเชิงสเกลารข องเวกเตอรห นึง่ คไู ดผลลพั ธเปน0) หลังจากนั้นใหนักเรียนแตละคนทำ “ลองทำดู”เม่ือนักเรียนทำเสร็จครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคำตอบ “ลองทำด”ู 4. ครูใหนักเรียนศึกษาทฤษฎีบท 2 และ 3 ในหนังสือเรียน หนา 262 - 263 แลวแลกเปล่ียนความรูกับ เพื่อน ๆ จากน้นั ครถู ามคำถามนักเรียน ดังน้ี • ในตัวอยา งที่ 25-26 หา |u� + v�|ไดอยางไร (แนวตอบจากการกระจาย |u� − v�|2แลวจะไดu̅·v̅ มาใชในการกระจาย |u� + v�|2และหาคา ของ �|u� + v�|2จะไดคา ของ|u� + v�|) หลังจากนั้นใหนักเรียนแตละคนทำ “ลองทำดู” เม่ือนักเรียนทำเสร็จครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคำตอบ “ลองทำด”ู 5. ครใู หน กั เรียนอาน“คณติ นา รู” ดงั น้ี ถา u�และ v̅ เปนเวกเตอรทไ่ี มใ ชเ วกเตอรศูนย แลว 1) |u̅ + v|̅ 2 = |u̅|2 + 2u̅·v̅ + |v|̅ 2 2) |u̅–v|̅ 2 = |u̅|2– 2u̅·v̅ + |v|̅ 2 6. ครใู หน กั เรียนพิสูจน “คณติ นา รู” เปนจริงหรอื ไม โดยครูกำหนดใหu̅= 4i ̅ + 2j–̅ 5k̅ และ v=̅ 5i ̅ – 3j+̅ 3kแ̅ ละใหน กั เรียนรวมกันแสดงการพสิ จู น ข้ันสรุป 1. ครูใหนักเรียนจัดกลุม กลุมละ 4-5 คน คละความสามารถทางคณิตศาสตร แลวใหทำกิจกรรม คณิตศาสตร ดงั น้ี
• ใหน กั เรยี นทำ“ใบงานที่ 2.4 ผลคณู เชิงสเกลาร” • ใหนักเรียนในแตละกลุมทำความเขาใจรวมกัน หลังจากน้ันครูลุมนักเรียนในแตละกลุมออกมาเฉลยคำตอบ และใหนกั เรียนทัง้ รวมกันอภิปรายแสดงความเหน็ 2. ครถู ามคำถามเพ่อื สรุปความรูรวบยอดของนักเรยี น ดงั น้ี • ผลคณู เชงิ สเกลารข อง u̅ และ v̅ ผลลัพธท ไ่ี ดจะเปนอยา งไร (แนวตอบ ผลลพั ธท ีไ่ ดจะเปนสเกลาร) • เวกเตอรสองเวกเตอรจ ะตงั้ ฉากกนั เมอื่ ใด (แนวตอบ ผลคณู เชิงสเกลารของเวกเตอรทง้ั สองไดผ ลลัพธเ ปน 0) • มมุ θ ซงึ่ เปน มมุ ระหวาง u̅ และ v̅ หาไดอยา งไร (แนวตอบ หาไดจ ากสูตร u̅·v=̅ |u̅||v|̅ cosθ) สื่อ/แหลง การเรยี นรู 1. หนงั สอื เรียนรายวชิ าเพมิ่ เติม คณติ ศาสตร ม.5 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 2 เวกเตอรในสามมิติ 2. ใบงานท่ี 2.4 เรอ่ื ง ผลคูณเชงิ สเกลาร การวัดผลและประเมนิ ผล วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑการประเมิน รายการวัด - ตรวจใบงานท่ี 2.4 - ใบงานท่ี 2.4 - รอยละ 60 ผา นเกณฑ การประเมนิ กอ นเรียน - ระดบั คุณภาพ 2 - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ใบงานท่ี 2.4 การทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล ผานเกณฑ ประเมนิ ระหวา งการจัด - สงั เกตความมวี ินยั - แบบประเมนิ - ระดบั คุณภาพ 2 กจิ กรรมการเรยี นรู ใฝเรียนรู และมุงม่ัน คณุ ลักษณะ ผานเกณฑ 1) พฤตกิ รรมการทำงาน ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค รายบุคคล 2) คุณลกั ษณะ อนั พงึ ประสงค เกณฑการตดั สิน - รายบคุ คล นกั เรยี นมีผลการเรยี นรูไ มตำ่ กวาระดบั 2 จงึ ถอื วาผาน - รายกลมุ รอยละ....75....ของจำนวนนักเรียนท้งั หมดมผี ลการเรียนรไู มต่ำกวา ระดับ 2
ขอ เสนอแนะ ใชส อนได ควรปรับปรุง ลงชื่อ ( นางสาวปวรศิ า กา วงควิน ) หวั หนา กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร วันท่.ี .......เดือน..............พ.ศ............
ใบงานที่ 2.4 เรือ่ งผลคณู เชงิ สเกลาร คำช้ีแจง: ใหน กั เรียนแสดงวิธกี ารหาคำตอบโดยละเอยี ด 1) กำหนดให u̅=�-43�, v=̅ �-21�และ w�=�-12�จงหาคา (u̅·v)̅ w� ……………………………0……………-2…………………2 ……………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… 2) กำหนดให u̅=2i ̅ – j+̅ 3kแ̅ ละ v=̅ 4i+̅ 3j–̅ 2kจ̅ งหาคา u̅·v̅ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… 3) จงหามุมระหวา งเวกเตอร u̅, vเ̅ ม่อื กำหนด u̅= i ̅ + 2j–̅ 2kแ̅ ละv=̅ 4i ̅ + 3k̅ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… 4) จงหาคา m ทท่ี ำให a=̅ mi ̅ – 2j+̅ k̅ ตงั้ ฉากกบั b̅= 2mi+̅ mj–̅ 4k̅ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… 5) กำหนดให u̅และv̅ เปนเวกเตอรใด ๆ จงแสดงวา |u̅+ v|̅ 2 + |u̅– v|̅ 2 = 2|u̅|2 + 2|v|̅ 2 …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………
ใบงานที่ 2.4 เฉลย เรือ่ งผลคณู เชงิ สเกลาร คำชี้แจง: ใหนกั เรยี นแสดงวิธีการหาคำตอบโดยละเอียด 1) กำหนดให u̅=�-43�, v=̅ �-21�และ w�=�-12�จงหาคา (u̅·v)̅ w� 0 -2 4 22 วธิ ีทำ u̅·v̅ = �-3� · �-1� 0 -2 = (4)(2) + (-3)(-1) + (0)(-2) =8+3+0 = 11 1 (u̅·v)̅ w� = 11�-2� 11 2 = �-22� 2121 ดังน้ัน (u̅·v)̅ w� มีคาเทากบั �-22� หรือ 11i ̅ – 22j+̅ 22k̅ 2) กำหนดให u̅=2i ̅ – j+̅ 3kแ̅ ละ v=̅ 42i2+̅ 3j–̅ 2kจ̅ งหาคา u̅·v̅ วธิ ที ำ u̅·v̅ = (2i ̅ – j+̅ 3k)̅ · (4i ̅ + 3j–̅ 2k)̅ = (2)(4) + (-1)(3) + (3)(-2) =8–3–6 = -1 ดังนนั้ (u̅·v)̅ มคี าเทากบั -1 3) จงหามุมระหวา งเวกเตอร u̅, vเ̅ มอ่ื กำหนด u̅= i ̅ + 2j–̅ 2kแ̅ ละv=̅ 4i ̅ + 3k̅ วธิ ที ำ จาก u̅·v̅ = |u̅||v|̅ cosθ u̅·v̅ = (i ̅ + 2j–̅ 2k)̅ · (4i ̅ + 3k)̅ = (1)(4) + (2)(0) + (-2)(3) =4+0–6 = -2 |u̅| =�(1)2+ (2)2+ (-2)2 = √1 + 4+ 4 = √9 =3 |u̅| =�(4)2+ (0)2+ (-3)2 = √16 + 0+ 9 = √25 =5 จะได cos =θ u̅·v̅ |u̅||v|̅
= -2 (3)(5) =θ cos-1 �- (3)2(5)� 4) จงหดาคงั นา ้นั mมทุมรที่ ะำหใหวาaง=̅เวกmเตi ̅ อ–ร2 uj+̅ ̅,kv̅ ̅ตเ้งัทฉา ากกับกบัcobs-̅=1 �2-m(3)2(5i+)̅�mหjร–̅ อื 4akr̅ ccos�- (3)2(5)� วิธที ำ จาก a⊥̅ b̅ เมื่อ a·̅ b̅= 0 จะได a·̅ b̅ = 0 (mi ̅ – 2j+̅ k)̅ · (2mi ̅ + mj–̅ 4k)̅ = 0 2m2 – 2m – 4 = 0 (2m + 2)(m – 2) = 0 m = -1, 2 ดงั นน้ั คา m ทท่ี ำให a⊥̅ b̅ คือ -1 หรอื 2 5) กำหนดให u̅และv̅ เปน เวกเตอรใ ด ๆ จงแสดงวา |u̅+ v|̅ 2 + |u̅– v|̅ 2 = 2|u̅|2 + 2|v|̅ 2 วิธที ำ เนอ่ื งจาก |u̅+ v|̅ 2 = (u̅+ v)̅ · (u̅+ v)̅ = u̅·u̅ + 2u̅·v̅ + v·̅ v̅ = |u̅|2 + 2u̅·v̅ +|v|̅ 2 ---------- (1) และ |u̅– v|̅ 2 = (u̅– v)̅ · (u̅– v)̅ = u̅·u̅ – 2u̅·v̅ + v·̅ v̅ = |u̅|2 – 2u̅·v̅ +|v̅|2 ---------- (2) (1) + (2); |u̅|2 + 2u̅·v̅ +|v|̅ 2 + |u̅|2 – 2u̅·v̅ +|v|̅ 2 = 2|u̅|2 + 2|v|̅ 2 ดงั น้นั |u̅+ v|̅ 2 + |u̅– v|̅ 2 = 2|u̅|2 + 2|v|̅ 2
แบบบันทึกหลงั การจัดกจิ กรรมการเรียนรู ชอ่ื หนว ยการเรยี นรูที่ 2 เรอ่ื ง เวกเตอรใ นสามมติ ิ แผนการเรียนรทู ่ี 5 เรื่อง ผลคณู เชงิ สเกลาร รายวชิ า คณติ ศาสตร 4 รหสั วชิ า ค32202 ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 5/1 ครูผสู อน นางสาวศศิวิมล คำดเี จริญ ตำแหนง ครผู ชู ว ย เวลาทใี่ ช 1 ช่วั โมง ************************* บนั ทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนรู ดี พอใช ปรับปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ชในการทำกิจกรรม ดี พอใช ปรับปรุง ความเหมาะสมของส่ือการเรยี นรู ดี พอใช ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑก ารประเมนิ ดี พอใช ปรบั ปรุง อื่น ๆ ............................................................................................................................................................ สรปุ ผลการประเมินผเู รียน นกั เรียนจำนวน…….คน คิดเปนรอยละ………..มผี ลการเรยี นรูฯ อยใู นระดับ 1 นกั เรียนจำนวน…….คน คิดเปนรอยละ………..มีผลการเรยี นรฯู อยใู นระดบั 2 นักเรยี นจำนวน…….คน คิดเปนรอ ยละ………..มผี ลการเรยี นรูฯ อยใู นระดับ 3 นักเรียนจำนวน…….คน คิดเปน รอยละ………..มผี ลการเรยี นรฯู อยใู นระดับ 4 สรุปโดยภาพรวมมีนกั เรยี นจำนวน………คน คิดเปนรอยละ………ท่ผี านเกณฑระดับ 2 ขน้ึ ไป ซง่ึ สูง (ตำ่ ) กวา เกณฑท่กี ำหนดไวรอ ยละ………มีนกั เรียนจำนวน………คน คิดเปนรอยละ…… ท่ไี มผานเกณฑทกี่ ำหนด ขอ สงั เกต/คนพบ จาการตรวจผลงานของนกั เรยี นพบวา 25. นกั เรยี น ............... คน สามารถพิจารณาปญ หาเกี่ยวกับการจดั สงิ่ ของตา ง ๆ - นกั เรยี นผา นเกณฑระดบั 2 ข้นึ ไป จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นไมผ า นเกณฑระดับ 2 จำนวน ......................... คน 26. ดานทกั ษะกระบวนการ นักเรยี นผา นเกณฑการประเมนิ ในแตล ะดา น ดังนี้ ทักษะการแกไขปญหา - นักเรียนผา นเกณฑด มี าก ( ระดับ 4 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นผานเกณฑดี ( ระดับ 3 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นผา นเกณฑพอใช ( ระดบั 2 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นตองปรบั ปรุง ( ระดับ 1 ) จำนวน ......................... คน
ทักษะการเชอื่ มโยงทางคณติ ศาสตร - นกั เรียนผานเกณฑดมี าก ( ระดบั 4 ) จำนวน ......................... คน - นักเรียนผา นเกณฑดี ( ระดบั 3 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นผา นเกณฑพ อใช ( ระดบั 2 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นตอ งปรับปรุง ( ระดับ 1 ) จำนวน ......................... คน 27. ดา นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค นกั เรียนผานเกณฑการประเมนิ ในแตล ะดา น ดงั นี้ ความรอบคอบในการทำงาน - นกั เรียนผานเกณฑด ีมาก ( ระดับ 4 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นผา นเกณฑดี ( ระดับ 3 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนผา นเกณฑพ อใช ( ระดับ 2 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นตองปรบั ปรุง ( ระดบั 1 ) จำนวน ......................... คน ความรับผดิ ชอบในการทำงาน - นกั เรยี นผา นเกณฑด ีมาก ( ระดบั 4 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นผานเกณฑดี ( ระดบั 3 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นผานเกณฑพอใช ( ระดับ 2 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นตอ งปรับปรงุ ( ระดบั 1 ) จำนวน ......................... คน แนวทางการแกไ ขปญ หาเพอ่ื ปรบั ปรงุ 1. นกั เรยี นทไ่ี ดค ะแนนอยใู นระดับที่ 2 , 3 และ 4 ไดจ ากกจิ กรรมสอนเสรมิ โดย ใหทำแบบฝก หดั เพม่ิ เติม เปนการบาน ............................................................................................................................... 2. นักเรียนท่ีไดค ะแนนอยูในระดับท่ี 1 ไดจ ากกจิ กรรมสอนซอม โดย ใหทำแบบฝก หดั เพ่มิ เตมิ เปน การบา น .............................................................................................................................. 3. ดานทักษะกระบวนการ นักเรียนผานเกณฑ 1 ( ตองปรับปรุง ) ครูไดอธิบายและชี้แจงเกณฑ ให นักเรียนทราบเปนรายบุคคลวา นักเรียนจะตองแกไขและทำอยางไรบางตามเกณฑทายแผนการจัดการเรียนรู ใน ดา นทกั ษะการเช่อื มโยงทางคณิตศาสตร และการคดิ วเิ คราะห 4. ดานคุณลักษณะอันพึงประสงค นักเรียนผานเกณฑ 1 ( ตองปรับปรุง ) ครูไดอธิบายและชี้แจงเกณฑ ใหนักเรียนทราบเปนรายบุคคลวา นักเรียนจะตองแกไขและทำอยางไรบางตามเกณฑทายแผนการจัดการเรียนรู ใน ดา นการทำงานเปนระบบ ความรอบคอบ ผลการพฒั นา พบวานักเรียนท่ีไดระดับ 1 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถหาผลคูณเชิงส เกลารได และไดผลการเรียนรูอยูในระดับ 2 สวนอีก............... คน ยังตองปรับปรุงแกไขตอไปซึ่งผูสอนไดแนะนำให ...........................................................................................................และปรับปรงุ งานอีกคร้ัง
พบวานักเรียนที่ไดระดับ 2 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถหาผลคูณเชิงส เกลารได ซึ่งผูสอนไดแ นะนำให พบวานักเรียนท่ีไดระดับ 2 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถหาผลคูณเชิงส เกลารได ซึ่งผสู อนไดแนะนำให พบวานักเรียนท่ีไดระดับ 2 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถหาผลคูณเชิงสเกลารได ซงึ่ ผสู อนไดแนะนำให ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู ปญ หาท่ีพบ แนวทางแกไ ข ขอคน พบระหวาง ทม่ี ีการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู เนอ้ื หา กิจกรรมการเรียนรู สอ่ื ประกอบการเรียนรู พฤติกรรม/การมีสวนรวมของผเู รียน ลงชอื่ …..........………….......................…….. ครูผูจ ัดกิจกรรมการเรยี นรู ( นางสาวศศวิ มิ ล คำดเี จริญ ) ตำแหนง ครผู ชู วย
แผนการจดั การเรยี นรูที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2 ปการศกึ ษา 2563 กลมุ สาระการเรียนรู คณติ ศาสตร ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 5/1 หนว ยการเรยี นรู เวกเตอรในสามมิติ เรื่อง ผลคูณเชิงเวกเตอร ใชเ วลา 3 ชว่ั โมง/คาบ ********************************************************************************* ผลการเรยี นรู 1. หาผลลพั ธข องการบวก การลบเวกเตอร การคูณเวกเตอรดวยสเกลาร หาผลคูณเชิงสเกลาร และหา ผลคณู เชงิ เวกเตอร 2. นำความรเู กยี่ วกับเวกเตอรไ ปใชใ นการแกปญหา จุดประสงคก ารเรยี นรู 1. คำนวณผลคณู เชงิ เวกเตอรไ ด (K) 2. ใชค วามรูทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรในการแกปญหาไดอ ยา งเหมาะสม (P) 3. รบั ผิดชอบตอหนา ทีท่ ไ่ี ดรับมอบหมาย (A) สาระสำคญั u1 v1 u2v3 − u3v2 ผลคูณเชงิ เวกเตอรข อง u� = �u2�และ v� = �v2�คอื �u3v1 − u1v3� u3 v3 u1v2 − u2v1 หรอื �uv22 uv33� ı̅ − �uv11 uv33� ȷ̅ + �uv11 uv22� k� เขยี นแทนผลคณู เวกเตอรข อง u� และ v� ดวย u� × v� อา นวา เวกเตอรยคู รอสเวกเตอรว ี สาระการเรยี นรู ผลคูณเชงิ เวกเตอร กิจกรรมการเรียนรู แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : Concept Based Teaching ช่ัวโมงที่ 1 ขนั้ นำ 1. ครทู บทวนเวกเตอรใ นระบบพกิ ดั ฉากสามมติ ิ เชน ครใู ชค ำถามวาเวกเตอรศนู ยเขียนไดอยา งไร 0 (แนวตอบ�0�) 0
2. ครูทบทวนกฎมือขวา ในการหาทิศทางของผลคณู เชงิ เวกเตอรไ ดดังรูป หนา 274 3. ครูอธิบายความรูเก่ียวกับผลคูณเชิงเวกเตอร วาการหาผลคูณเชิงเวกเตอร ตองนำความรูจากสมบัติ u� ∙ v� = 0และการแกระบบสมการเชิงเสนสามตัวแปรมาใช เชนu� = u1ı̅ + u2ȷ̅ + v3k�, v� = v1ı̅ + v2ȷ̅ + v3k�และ w�เปนเวกเตอรท่ีต้ังฉากกับu� และ v� จะไดสมการ u� ∙ w� = 0 และ v� ∙ w� = 0 จัดรูปสมการสองสมการและแก ระบบสมการเชิงเสนสามตัวแปรจะไดเวกเตอร w มีการนำความรูเก่ียวกับการหาดีเทอรมิแนนตมาเขียนเวกเตอรw� ในรปู ı,̅ ȷ̅ และ k� ข้ันสอน 1. ครูใหนักเรยี นจบั คูศ กึ ษาบทนยิ ามของผลคณู เชิงเวกเตอรแ ละอธิบายเพ่มิ เติม u1 v1 ผลคูณเชงิ เวกเตอรข อง u� = �u2�และv� = �v2�คือ u3 v3 U2v3 − u3v2 หรอื �uv22 u3 � ı̅ − �uv11 uv33� ȷ̅ + �uv11 uv22� � u3 v1 − u1v3 � v3 u1v2 − u2v1 เขยี นแทนผลคูณเชิงเวกเตอรข อง u� และ v� ดวย u� × v� อานวา เวกเตอรย ูครอสเวกเตอรวี 2. ครูอธิบายความรูเพิ่มเติมในกรอบคณิตนารู วา “การหาผลคูณเชิงเวกเตอรสามารถหาไดในระบบพิกัด ฉากสามมติ เิ ทา นนั้ ” 3. ครูยกตัวอยางที่ 31 ในหนังสือเรียน หนา 275 โดยแสดงวิธีทำอยางละเอียดบนกระดาน จากน้ันครูให นักเรยี นทำ “ลองทำด”ู 4. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาตัวอยางที่ 32 ในหนังสือเรียนหนา 275 แลวแลกเปลี่ยนความรูกับคูของตนเอง จากนั้นครถู ามคำถามนักเรยี น ดงั น้ี • จากตวั อยา งท่ี 32 นักเรยี นสังเกตเห็นความสมั พันธอ ะไรหรอื ไม (แนวตอบ นักเรียนอาจตอบวาเห็นหรือไมเห็นก็ได แตครูควรชี้แนะใหนักเรียนสังเกตเห็นวา������������� × ������������̅ ≠ ������������̅ × �������������) 5. หลังจากนัน้ ครูอธิบายความรูเพ่มิ เติมในกรอบ “คณติ นาร”ู วา “จากตัวอยางท่ี 32 จะเห็นวา u�xv�และ v� x u� เปนนิเสธซ่ึงกันและกัน”หลังจากนั้นครูใหนักเรียนทำ “ลองทำดู” เมื่อนักเรียนทำเสร็จ ครูและนักเรียนรวมกัน เฉลยคำตอบ ข้ันสรุป 1. ครูใหนกั เรยี นจดั กลมุ กลุมละ 4-5 คน คละความสามารถทางคณติ ศาสตร แลวใหทำกจิ กรรม คณติ ศาสตร ดงั น้ี • ใหน กั เรยี นทำแบบฝกหัด 3.5 ขอ 1 ใหญ • ใหนกั เรียนในแตละกลมุ ทำความเขาใจรว มกัน หลงั จากนนั้ ครลู มุ นกั เรียนในแตละกลุม ออกมาเฉลยคำตอบ และใหนักเรยี นทง้ั รวมกันอภิปรายแสดงความเห็น (แนวตอบ กำหนด u�, v�และ w� เปนเวกเตอรใด ๆ ในสามมิติ ขอความตอไปนี้เปนจริงหรือไม ถา ������������� × ������������̅ = ������������� × �������������แลว v� = w� เมือ่ กำหนดให u� = 2ı̅ + 2ȷ̅ − 3k�, v� = ı̅ − 3ȷ̅ + 3k� และ w� = ı̅ − 3ȷ̅ + 3k� u� × v� = �−23 −33� ı̅ − �21 −33� ȷ̅ + �12 −22� k�
= (6 − 9)ı̅ − (6 + 3)ȷ̅ + (−6 − 2)k� = −3ı̅ − 9ȷ̅ + (−8)k� u� × w� = �−22 −33� ı̅ − �21 −33� ȷ̅ + �12 −22� k� = (6 − 9)ı̅ − (6 + 3)ȷ̅ + (−6 − 2)k� = −3ı̅ − 9ȷ̅ + (−8)k�) ช่ัวโมงท่ี 2 ขัน้ นำ 1. ครูยกตัวอยางที่ 33 ในหนังสือเรียน หนา 276 โดยแสดงวิธีทำอยางละเอียดบนกระดานและใหนักเรียน ศึกษาไปพรอมกนั แลวแลกเปล่ียนความรกู ันจากน้ันครถู ามคำถามนักเรยี น ดงั นี้ • จากตัวอยา งที่ 33 นกั เรียนสังเกตเห็นความสัมพันธอะไรหรอื ไม (แนวตอบ นักเรียนอาจตอบวาเห็นหรือไมเห็นก็ได แตครูควรชี้แนะใหนักเรียนสังเกตเห็นวา(�������������������������) × ������������̅ = ������������(������������� × ������������̅)) หลังจากน้ันใหนักเรียนแตละคนทำ “ลองทำดู” เม่ือนักเรียนทำเสร็จครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคำตอบ “ลอง ทำดู” ข้นั สอน 1. ครูใหนักเรียนรวมกันสังเกตวาตัวอยางท่ี 33 มีผลคูณเชิงเวกเตอรเปนจริงตามสมบัติตาง ๆ จากนั้นครูอธิบาย สมบตั ขิ องผลคณู เชงิ เวกเตอร หนา 278 2. ครูใหนักเรียนศึกษาการพิสูจนสมบัติขอที่ 3) ในหนังสือเรียน หนา 279 หลังจากน้ันครูสุมนักเรียนออกมา อธิบายการพิสจู น ในหนังสอื เรียน หนา 279 ขัน้ สรุป 1. ครูใหนักเรียนจัดกลุม กลุมละ 4-5 คน คละความสามารถทางคณิตศาสตร แลวใหทำกิจกรรม คณติ ศาสตร ดงั น้ี • ใหนกั เรยี นทำ “ใบงาน 2.5 เรื่อง ผลคณู เชงิ เวกเตอร” • ใหนักเรียนในแตละกลุมทำความเขาใจรวมกัน หลังจากนั้นครูลุมนักเรียนในแตละกลุมออกมาเฉลยคำตอบ และใหน ักเรยี นทง้ั รวมกนั อภปิ รายแสดงความเหน็
ชว่ั โมงที่ 3 ข้ันนำ 1. ครูยกตัวอยางที่ 34 – 35 ในหนังสือเรียน หนา 279 – 280 โดยแสดงวิธีทำอยางละเอียดบนกระดาน และใหน ักเรียนศึกษาไปพรอมกันแลวแลกเปลย่ี นความรูกันจากน้ันครถู ามคำถามนักเรยี น ดังน้ี • ไซนของมมุ ระหวา ง u� และ v� หาไดอ ยา งไร (แนวตอบ หาไดจากสูตร |u� × v�| = |u�||v�| sin θ) หลงั จากน้นั ใหนกั เรียนแตละคนทำ “ลองทำดู” เม่อื นักเรียนทำเสรจ็ ครูและนกั เรียนรวมกันเฉลยคำตอบ “ลองทำดู” ข้ันสอน 1. ครูยกตัวอยางที่ 36 ในหนังสือเรียน หนา 281 โดยแสดงวิธีทำอยางละเอียดบนกระดานและใหนักเรียน ศึกษาไปพรอ มกนั แลว แลกเปลี่ยนความรกู ันจากนัน้ ครถู ามคำถามนักเรียน ดงั นี้ • จากตัวอยา งที่ 36 คา ของu� ∙ (u� × v�)มีคา เทาใด (แนวตอบu� ∙ (u� × v�) = 0) • จากตวั อยางที่ 36 คา ของv� ∙ (u� × v�)มีคา เทาใด (แนวตอบv� ∙ (u� × v�) = 0) • จากตัวอยา งที่ 36 นักเรยี นสงั เกตเห็นความสัมพันธอ ะไรหรือไม (แนวตอบนกั เรียนอาจตอบวาเห็นหรอื ไมเห็นก็ได) หลังจากน้ันใหนักเรียนแตละคนทำ “ลองทำดู” เม่ือนักเรียนทำเสร็จครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคำตอบ “ลองทำดู”จากนั้นครูอธิบายความรูเพ่ิมเติมในกรอบ “คณิตนารู” วา “ถา u� ขนานกับ v� แลว u� × v� = 0� ถา u� × v�เปน เวกเตอรท ต่ี ้ังฉากกบั u�และ v� จะไดว าu� ∙ (u� × v�) = 0 และv� ∙ (u� × v�) = 0” 2. ครูใหนักเรียนจัดกลุม กลุมละ 4-5 คน คละความสามารถทางคณิตศาสตร แลวใหทำกิจกรรมคณิตศาสตร ดังนี้ • ใหนักเรยี นทำ “แบบฝก หดั 3.5” ในหนังสอื เรียน หนา 285 • ใหน ักเรยี นในแตละกลุมทำความเขา ใจรวมกัน หลังจากนั้นครลู มุ นกั เรียนในแตละกลมุ ออกมาเฉลยคำตอบ และใหน กั เรียนทง้ั รว มกนั อภิปรายแสดงความเหน็ ข้นั สรุป 1. ครถู ามคำถามเพ่ือประเมินความรูรวบยอดของนกั เรยี น ดงั น้ี • ผลคณู เชิงเวกเตอรของ u�และ v�เขียนแทนสญั ลักษณไดอยางไร และอานไดอยา งไร (แนวตอบ เขียนแทนดว ย u� × v�อานวา เวกเตอรย คู รอสเวกเตอรวี) • ผลคูณเชิงเวกเตอรนำความรูเรอื่ งใดมาใชบ า ง (แนวตอบ สมบัติ ������������� ∙ ������������̅ = 0 และการแกระบบสมการเชงิ เสน สามตวั แปร) 2. ครใู หนกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น เรื่องเวกเตอรในสามมิติ จำนวน 20 ขอ
สือ่ /แหลงการเรียนรู 1. หนงั สือเรยี นรายวชิ าเพ่มิ เติม คณิตศาสตร ม.5 หนว ยการเรียนรทู ี่ 2 เวกเตอรในสามมติ ิ 2. ใบงาน 2.5 เรือ่ ง ผลคูณเชิงเวกเตอร 3. แบบทดสอบหลังเรยี น เรื่องเวกเตอรในสามมติ ิ การวดั ผลและประเมนิ ผล วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑการประเมนิ รายการวัด - ตรวจใบงานท่ี 2.5 - ใบงานที่ 2.5 - รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ การประเมนิ กอนเรียน -แบบทดสอบหลังเรยี น - ตรวจแบบทดสอบหลงั ใบงานท่ี 2.5 เรียน - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2 การทำงานรายบุคคล ประเมนิ ระหวา งการจดั - สังเกตพฤตกิ รรม ผานเกณฑ กจิ กรรมการเรยี นรู การทำงานรายบุคคล - แบบประเมิน - สงั เกตความมีวินัย คุณลักษณะ - ระดบั คุณภาพ 2 1) พฤตกิ รรมการทำงาน ใฝเรยี นรู และมงุ ม่ัน อนั พงึ ประสงค ผานเกณฑ รายบคุ คล ในการทำงาน 2) คณุ ลกั ษณะ อนั พึงประสงค เกณฑก ารตัดสิน - รายบคุ คล นักเรยี นมผี ลการเรียนรไู มต ำ่ กวา ระดับ 2 จึงถอื วาผาน - รายกลมุ รอยละ....75....ของจำนวนนักเรยี นท้ังหมดมผี ลการเรียนรไู มต่ำกวา ระดับ 2 ขอเสนอแนะ ใชส อนได ควรปรบั ปรุง ลงชอ่ื ( นางสาวปวริศา กาวงควนิ ) หัวหนา กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร วันท.ี่ .......เดอื น..............พ.ศ............
ใบงานที่ 2.5 เรื่อง ผลคณู เชิงเวกเตอร คำช้แี จง: จงหาเวกเตอรท ีก่ ำหนดใหต อ ไปน้ี 1. จงหา u� × v� เม่อื กำหนด u� = 6ı̅ + 3ȷ̅ − 2k� และ v� = 2ı̅ − 4ȷ̅ + 5k� 2. จงหา u� × (kv�) และ k(u� × v�) เม่อื กำหนดu� = 2ı̅ − 4ȷ̅ + 5k�,�v = 3ı̅ + 2ȷ̅ + k� และ k=3
ใบงานที่ 2.5 เฉลย เร่อื ง ผลคณู เชิงเวกเตอร คำชี้แจง: จงหาเวกเตอรทีก่ ำหนดใหต อไปน้ี 1. จงหา u� × v� เม่ือกำหนด u� = 6ı̅ + 3ȷ̅ − 2k� และ v� = 2ı̅ − 4ȷ̅ + 5k� v� = �−34 −22� ı̅ − �26 −52� ȷ̅ + �26 −−634)�k�k� วิธที ำ u� × = (15 − 8)ı̅ − (30 + 4)ȷ̅ + (−24 = 7ı̅ − 34ȷ̅ − 30k� 2. จงหา u� × (kv�)และ k(u� × v�) เม่ือกำหนด u� = 2ı̅ − 4ȷ̅ + 5k�,�v = 3ı̅ + 2ȷ̅ + k�และk=3 วธิ ีทำ จาก kv� = 3(3ı̅ + 2ȷ̅ + k�) = (9ı̅ + 6ȷ̅ + 3k�) จะได u� × (kv�) = �−64 35� ı̅ − �29 35� ȷ̅ + �92 −64� k� = (−12 − 30)ı̅ − (6 − 45)ȷ̅ + (12 + 36)k� = −42������������̅ + 39ȷ̅ + 48k� และจาก u̅ × v̅ = �−4 5� i ̅ − �2 5� j ̅ + �2 −4� k̅ 2 13 13 2 = (−4 − 10)ı̅ − (2 − 15)ȷ̅ + (4 + 12)k� = −14������������̅ + 13ȷ̅ + 16k� จะไดk(u� × v�) = 3�−14ı̅ + 13ȷ̅ + 16k�� = −42������������̅ + 39ȷ̅ + 48k�
แบบบันทกึ หลงั การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู ชือ่ หนวยการเรยี นรูท ่ี 2 เรอ่ื ง เวกเตอรใ นสามมิติ แผนการเรยี นรูที่ 6 เรื่อง ผลคณู เชงิ เวกเตอร รายวิชา คณติ ศาสตร 4 รหัสวิชา ค32202 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 5/1 ครูผสู อน นางสาวศศวิ มิ ล คำดีเจริญ ตำแหนง ครูผูชวย เวลาท่ีใช 3 ชัว่ โมง ************************* บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรยี นรู ดี พอใช ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาที่ใชใ นการทำกจิ กรรม ดี พอใช ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของสอ่ื การเรียนรู ดี พอใช ปรับปรุง ความเหมาะสมของเกณฑการประเมนิ ดี พอใช ปรบั ปรงุ อนื่ ๆ ............................................................................................................................................................ สรุปผลการประเมนิ ผเู รยี น นักเรยี นจำนวน…….คน คดิ เปนรอยละ………..มผี ลการเรยี นรฯู อยใู นระดับ 1 นกั เรยี นจำนวน…….คน คิดเปน รอ ยละ………..มีผลการเรยี นรฯู อยูในระดับ 2 นกั เรียนจำนวน…….คน คดิ เปนรอ ยละ………..มีผลการเรยี นรฯู อยใู นระดบั 3 นักเรียนจำนวน…….คน คิดเปนรอยละ………..มผี ลการเรยี นรฯู อยูในระดับ 4 สรุปโดยภาพรวมมนี กั เรียนจำนวน………คน คิดเปนรอ ยละ………ทผ่ี า นเกณฑระดบั 2 ข้นึ ไป ซงึ่ สูง (ตำ่ ) กวา เกณฑท ีก่ ำหนดไวรอยละ………มีนกั เรียนจำนวน………คน คิดเปนรอยละ…… ท่ไี มผ า นเกณฑท กี่ ำหนด ขอ สงั เกต/คน พบ จาการตรวจผลงานของนักเรียนพบวา 28. นกั เรียน ............... คน สามารถพิจารณาปญหาเก่ยี วกับการจัดสง่ิ ของตา ง ๆ - นักเรยี นผานเกณฑร ะดับ 2 ขนึ้ ไป จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นไมผา นเกณฑระดับ 2 จำนวน ......................... คน 29. ดานทกั ษะกระบวนการ นักเรียนผา นเกณฑก ารประเมนิ ในแตล ะดาน ดงั น้ี ทักษะการแกไ ขปญ หา - นกั เรยี นผานเกณฑด ีมาก ( ระดบั 4 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นผานเกณฑด ี ( ระดบั 3 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นผานเกณฑพอใช ( ระดบั 2 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นตอ งปรบั ปรุง ( ระดบั 1 ) จำนวน ......................... คน
ทักษะการเช่ือมโยงทางคณิตศาสตร - นกั เรยี นผา นเกณฑด มี าก ( ระดบั 4 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นผานเกณฑดี ( ระดับ 3 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นผานเกณฑพ อใช ( ระดบั 2 ) จำนวน ......................... คน - นักเรียนตอ งปรับปรงุ ( ระดบั 1 ) จำนวน ......................... คน 30. ดานคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค นกั เรยี นผานเกณฑการประเมนิ ในแตล ะดาน ดงั นี้ ความรอบคอบในการทำงาน - นักเรยี นผานเกณฑด ีมาก ( ระดับ 4 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนผา นเกณฑด ี ( ระดับ 3 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นผานเกณฑพ อใช ( ระดับ 2 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นตองปรบั ปรุง ( ระดบั 1 ) จำนวน ......................... คน ความรับผิดชอบในการทำงาน - นกั เรยี นผา นเกณฑด มี าก ( ระดบั 4 ) จำนวน ......................... คน - นักเรียนผานเกณฑดี ( ระดบั 3 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นผานเกณฑพอใช ( ระดับ 2 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนตองปรบั ปรุง ( ระดับ 1 ) จำนวน ......................... คน แนวทางการแกไ ขปญหาเพื่อปรับปรงุ 1. นักเรียนที่ไดค ะแนนอยใู นระดับท่ี 2 , 3 และ 4 ไดจากกิจกรรมสอนเสริมโดย ใหท ำแบบฝกหัดเพิ่มเตมิ เปนการบา น ............................................................................................................................... 2. นกั เรียนทไี่ ดค ะแนนอยูในระดบั ที่ 1 ไดจากกจิ กรรมสอนซอ ม โดย ใหท ำแบบฝกหดั เพิม่ เตมิ เปน การบาน .............................................................................................................................. 3. ดานทักษะกระบวนการ นักเรียนผานเกณฑ 1 ( ตองปรับปรุง ) ครูไดอธิบายและช้ีแจงเกณฑ ให นักเรียนทราบเปนรายบุคคลวา นักเรียนจะตองแกไขและทำอยางไรบางตามเกณฑทายแผนการจัดการเรียนรู ใน ดานทกั ษะการเชือ่ มโยงทางคณิตศาสตร และการคดิ วิเคราะห 4. ดานคุณลักษณะอันพึงประสงค นักเรียนผานเกณฑ 1 ( ตองปรับปรุง ) ครูไดอธิบายและช้ีแจงเกณฑ ใหนักเรียนทราบเปนรายบุคคลวา นักเรียนจะตองแกไขและทำอยางไรบางตามเกณฑทายแผนการจัดการเรียนรู ใน ดา นการทำงานเปน ระบบ ความรอบคอบ ผลการพัฒนา พบวานักเรียนท่ีไดระดับ 1 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถหาผลคูณเชิง เวกเตอรได และไดผลการเรียนรูอยูในระดับ 2 สวนอีก............... คน ยังตองปรับปรุงแกไขตอไปซึ่งผูสอนไดแนะนำ ให. ..........................................................................................................และปรับปรงุ งานอกี ครัง้
พบวานักเรียนท่ีไดระดับ 2 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถหาผลคูณเชิง เวกเตอรได ซ่งึ ผูสอนไดแนะนำให พบวานักเรียนที่ไดระดับ 3 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถหาผลคูณเชิง เวกเตอรไ ด ซง่ึ ผูสอนไดแนะนำให พ บ ว า นักเรียนท่ีไดระดับ 4 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถหาผลคูณเชงิ เวกเตอรได ซ่ึงผสู อน ไดแนะนำให ผลการจดั กจิ กรรมการเรียนรู ปญ หาทพี่ บ แนวทางแกไข ขอ คนพบระหวาง ท่มี กี ารจดั กิจกรรมการเรียนรู เนอ้ื หา กิจกรรมการเรียนรู ส่ือประกอบการเรียนรู พฤติกรรม/การมีสว นรวมของผูเรียน ลงชอ่ื …..........………….......................…….. ครผู ูจดั กิจกรรมการเรียนรู ( นางสาวศศิวิมล คำดเี จรญิ ) ตำแหนง ครูผชู วย
แบบทดสอบหลงั เรียน หนวยการเรยี นรทู ี่ 2 คำชแี้ จงใหน กั เรยี นเลือกคำตอบที่ถูกตองท่ีสุดเพียงขอเดียว 2x 1. ขอใดตอ ไปนี้เปนจุดท่อี ยูอฐั ภาคที่ 1 ทัง้ หมด -3 ก. จุด A(3,4,4) และจดุ B(2,-6,1) 5. กำหนดให u̅= � 4 �,v=̅ �y�และ u̅+ v=̅ � 8 �จง ข. จุด C(1,1,1) และจดุ D(1,-1,3) -5 z ค. จดุ P(2,7,9) และจุด R(1,8,5) หาคา x2+y2+z2 1 ง. จดุ X(2,3,6) และจุด Y(1,-2,-4) ก. 77 ข. 88 ค. 95 ง. 98 2. กำหนดใหจดุ D(y,4,-2) และจุด E(12,-9,5) จงหา คา x ทที่ ำใหระยะทางระหวางจดุ D และจดุ E ยาว 6. กำหนดให u̅= mi ̅ + nj+̅ k,̅ v=̅ 3i ̅ + 5j+̅ 4k,̅ และ √90 u̅- v=̅ 5i ̅ + 7j–̅ 3kจ̅ งหาคา m2+n2 ก. 10 และ 12 ข. 8 และ 16 ก. 144 ข. 184 ค. 8 และ -16 ง. -10 และ 12 ค. 200 ง. 208 3.จงพจิ ารณาขอความตอ ไปนี้ ขอ ใดเปนปริมาณ 7. กำหนดให u̅= -2i ̅ + 4kแ̅ ละ v=̅ 4i ̅ + 3j–̅ 2kจ̅ ง เวกเตอร หาคา 3v+̅ 5u̅ ก. i ̅ + 3j–̅ 12k̅ ข. 2i ̅ + 9j+̅ 14k̅ ก. วิชยั มีทด่ี ินอยูทภี่ าคเหนือจำนวน 20 ไร ค. 4i+̅ 3j–̅ k̅ ง. i+̅ 3j–̅ 10k̅ ข. ประตบู านหนงึ่ กวา ง 120 เซนติเมตร และ สูง 350 เซนตเิ มตร 8.กำหนดให B���A⃑ = �1-50�และจุด A(6,4) จงหาพิกดั ค. สุดารัตนขบั รถไปทางทศิ ใตดว ยความเรว็ ของจดุ B 100 กิโลเมตรตอชว่ั โมง ก. (6,-6) ข. (11,-6) ง. แตงโมผลหนึ่งหนกั 5 กโิ ลกรัม ค. (11,6) ง. (-11,6) 4. ขอใดตอ ไปน้ี กลาวถูกตอง ก. เวกเตอรท่มี ีทศิ ทางเดยี วกนั เปนเวกเตอร 9. กำหนดให A(-4,2,6), B(0,4,-3) และ C(5,-2,0) จง ทีอ่ ยูในแนวเสน ตรงเดียวกัน และมหี ัวลูกศร หา -(A���B⃑)+ 2(A���C⃑) ไปทางเดียวกนั 22 -14 ข. เวกเตอรทม่ี ีทศิ ทางเดียวกัน เปนเวกเตอร ก. �-2� ข. � -2 � ทอี่ ยใู นแนวเสน ตรงทีข่ นานกนั และมหี วั -3 ลกู ศรไปทางเดยี วกนั 14 21 ค. เวกเตอรทมี่ ีทศิ ทางตรงกันขา ม เปน -22 เวกเตอรทอี่ ยใู นแนวเสนตรงเดยี วกนั หรอื ค. � 2 � ง. � -2 � ขนานกัน และมหี ัวลูกศรไปทางตรงกนั ขาม -21 3 ง. เวกเตอรท ่มี ที ิศทางตรงกันขาม เปน เวกเตอรท ่ีอยูในแนวเสน ตรงเดยี วกนั และมี หัวลูกศรไปทางตรงกนั ขาม
76 10. กำหนดให u̅= �4�และ v=̅ �4�จงหาคา y ที่ ทำให |u̅|= |v|̅ z 8 ก. -3 และ 4 ข. 3 และ 4 ค. -3 และ -4 ง. -4 และ 3 ก. 7 ข. 9 16. กำหนด u̅=ai+̅ 3j-̅ 4kแ̅ ละ v=̅ 2i+̅ bj-̅ 3k̅ ถา u̅×v=̅ 3i-̅ 4j-̅ 18k̅ แลว จงหา (a2+b2)-(a×b) ค. √51 ง. √116 ก. -27 ข. 27 11. จงหาเวกเตอรท ี่มีขนาด 4 หนวยและมที ศิ ทาง ค. -37 ง. 37 ตรงกันขา มกับเวกเตอร A���B⃑ เมอ่ื A(3,-2) และ B(-4,0) 28 -7 2 -2 ก.�√-853� 17. กำหนด u̅= � 1 � และ v=̅ � 4 � จงหาคา kทท่ี ำ ข. �√253� -3 -3 ให k(u�× v)̅ = 3i ̅ + 6j̅ + 5k̅ √53 √53 1 ก. 0 ข. 2 ค. �-27� ง. �-72� ค. 1 ง. 2 12. จงหาโคไซนแสดงทศิ ทางของเวกเตอร A���B⃑ เม่อื A(2,1,-1) และ B(3,2,4) 18. กำหนด u̅= 12v̅i+̅ jแ̅ ละv=̅ i-̅ 1 j+̅ 3 kจ̅ งหาไซนข อง ก.√127, √127, -5 √-127, √-127, -5 มมุ ระหวา ง u̅กบั 2 2 √27 ข. √27 1 ค. √127, √127, 5 ง. √-127, √127, 5 ก. 1 ข. 2 √27 √27 ค. 0 ง. -1 13. จงหาคา m เมอ่ื กำหนดให a=̅ 2i+̅ mj+̅ k,̅ b̅= 19. จงหาพนื้ ทร่ี ูปสเี่ หลี่ยมดา นขนานที่มเี วกเตอร 3i+̅ 2j–̅ kแ̅ ละ a̅ ·b̅= –1 A���B⃑=2i+̅ j̅ - 3k̅ และ �A��C⃑= i-̅ 5j̅ + 4k̅ เปนดาน ประกอบ ก. 3 ข. -1 ก. 19.05 ข. 19.06 ค. -3 ง. -2 ค. 24.55 ง. 24.56 20. ให u̅=2i+̅ j-̅ 3k̅ และ v=̅ 3i-̅ j+̅ kเ̅ ปน เวกเตอรใ นสาม 14. จงหามุมระหวางเวกเตอรท ั้งสอง เมือ่ a=̅ 2i ̅ + มิติ ถา �w⃑เปน เวกเตอรซ่งึ ตง้ั ฉากกับ u̅และ v̅ และ 2j+̅ k,̅ b̅= 5i ̅ – 3j+̅ 2k̅ acorcsco√22s3√8238 a2rccos32 |w�| = √60 แลว ทรงสเ่ี หลี่ยมดานขนานทมี่ ี u̅, v̅ ก. θ = ข. θ = และ w�เปน ดา นที่มปี ริมาตรเทา ใด ค. θ = ง. θ = √38 ก. √210 ข. 300 1 15. กำหนดให a=̅ �1�, b̅= �4�จงหาคา m ท่ที ำ ค. √900 ง. 900 ให a+̅ miแ̅ ละ b̅– miต6̅ ัง้ ฉากกัน 1
เฉลย 1. ค. 2. ข. 3. ค. 4. ค. 5. ก. 6. ง. 7. ข. 8. ข. 9. ค. 10. ค. 11. ก. 12. ค. 13. ค. 14. ก. 15. ง. 16. ง. 17. ข. 18. ก. 19. ง. 20. ข.
แบบบันทึกหลังการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู ชื่อหนวยการเรยี นรทู ี่ 2 เรอ่ื ง เวกเตอรในสามมิติ แผนการเรยี นรทู ่ี 2 เร่อื ง เวกเตอรและสมบตั ิของเวกเตอร รายวิชา คณติ ศาสตร 4 รหัสวชิ า ค32202 ช้นั มธั ยมศึกษาปท ่ี 5/1 ครผู สู อน นางสาวศศิวมิ ล คำดเี จรญิ ตำแหนง ครูผูชวย เวลาทใี่ ช 2 ชว่ั โมง ************************* บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู ดี พอใช ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาทีใ่ ชในการทำกิจกรรม ดี พอใช ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของสอ่ื การเรียนรู ดี พอใช ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑก ารประเมนิ ดี พอใช ปรบั ปรุง อน่ื ๆ ............................................................................................................................................................ สรุปผลการประเมนิ ผูเ รยี น นกั เรยี นจำนวน…….คน คิดเปน รอยละ………..มผี ลการเรยี นรฯู อยใู นระดับ 1 นกั เรยี นจำนวน…….คน คิดเปน รอยละ………..มีผลการเรยี นรฯู อยูในระดบั 2 นักเรียนจำนวน…….คน คดิ เปนรอยละ………..มีผลการเรยี นรฯู อยใู นระดับ 3 นักเรยี นจำนวน…….คน คิดเปน รอ ยละ………..มีผลการเรยี นรฯู อยูในระดับ 4 สรปุ โดยภาพรวมมนี กั เรียนจำนวน………คน คิดเปนรอ ยละ………ที่ผา นเกณฑร ะดับ 2 ข้นึ ไป ซงึ่ สงู (ตำ่ ) กวา เกณฑท ่ีกำหนดไวร อ ยละ………มนี กั เรียนจำนวน………คน คดิ เปน รอ ยละ…… ที่ไมผ า นเกณฑที่กำหนด ขอสังเกต/คน พบ จาการตรวจผลงานของนกั เรียนพบวา 31. นักเรียน ............... คน สามารถพจิ ารณาปญ หาเก่ียวกับการจัดสิ่งของตาง ๆ - นกั เรียนผานเกณฑร ะดับ 2 ขนึ้ ไป จำนวน ......................... คน - นักเรยี นไมผ า นเกณฑร ะดับ 2 จำนวน ......................... คน 32. ดานทกั ษะกระบวนการ นักเรยี นผา นเกณฑการประเมินในแตละดา น ดงั นี้ ทกั ษะการแกไ ขปญหา - นักเรยี นผา นเกณฑดมี าก ( ระดับ 4 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนผานเกณฑด ี ( ระดบั 3 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นผา นเกณฑพ อใช ( ระดับ 2 ) จำนวน ......................... คน - นักเรียนตองปรับปรุง ( ระดับ 1 ) จำนวน ......................... คน
ทกั ษะการเช่อื มโยงทางคณติ ศาสตร - นกั เรยี นผา นเกณฑดมี าก ( ระดบั 4 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นผานเกณฑด ี ( ระดบั 3 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นผานเกณฑพอใช ( ระดับ 2 ) จำนวน ......................... คน - นักเรียนตอ งปรับปรุง ( ระดับ 1 ) จำนวน ......................... คน 33. ดา นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค นกั เรียนผา นเกณฑก ารประเมนิ ในแตละดาน ดังน้ี ความรอบคอบในการทำงาน - นักเรยี นผา นเกณฑดมี าก ( ระดับ 4 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นผา นเกณฑด ี ( ระดบั 3 ) จำนวน ......................... คน - นักเรียนผา นเกณฑพอใช ( ระดับ 2 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนตองปรบั ปรงุ ( ระดบั 1 ) จำนวน ......................... คน ความรับผดิ ชอบในการทำงาน - นกั เรียนผา นเกณฑด ีมาก ( ระดับ 4 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรียนผานเกณฑด ี ( ระดบั 3 ) จำนวน ......................... คน - นักเรยี นผานเกณฑพอใช ( ระดับ 2 ) จำนวน ......................... คน - นกั เรยี นตอ งปรับปรงุ ( ระดับ 1 ) จำนวน ......................... คน แนวทางการแกไ ขปญ หาเพื่อปรับปรงุ 1. นกั เรยี นท่ีไดค ะแนนอยใู นระดับท่ี 2 , 3 และ 4 ไดจากกิจกรรมสอนเสรมิ โดย ใหทำแบบฝกหัดเพ่มิ เติม เปน การบา น ............................................................................................................................... 2. นักเรยี นที่ไดคะแนนอยูในระดับท่ี 1 ไดจ ากกิจกรรมสอนซอม โดย ใหทำแบบฝก หดั เพ่ิมเติม เปนการบาน .............................................................................................................................. 3. ดานทักษะกระบวนการ นักเรียนผานเกณฑ 1 ( ตองปรับปรุง ) ครูไดอธิบายและชี้แจงเกณฑ ให นักเรียนทราบเปนรายบุคคลวา นักเรียนจะตองแกไขและทำอยางไรบางตามเกณฑทายแผนการจัดการเรียนรู ใน ดานทกั ษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร และการคดิ วเิ คราะห 4. ดานคุณลักษณะอันพึงประสงค นักเรียนผานเกณฑ 1 ( ตองปรับปรุง ) ครูไดอธิบายและช้ีแจงเกณฑ ใหนักเรียนทราบเปนรายบุคคลวา นักเรียนจะตองแกไขและทำอยางไรบางตามเกณฑทายแผนการจัดการเรียนรู ใน ดา นการทำงานเปน ระบบ ความรอบคอบ ผลการพฒั นา พบวานักเรียนท่ีไดระดับ 1 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถบอกพิกัดของจดุ ใน ระบบพิกัดฉากสามมิติหาระยะทางระหวางจุดสองจุดในระบบพิกัดฉากสามมิติได และไดผลการเรียนรูอยูในระดับ 2 สว นอกี ............... คน ยังตอ งปรบั ปรุงแกไ ขตอ ไปซึง่ ผสู อนไดแ นะนำให.................................และปรบั ปรงุ งานอีกครงั้ พบวา นักเรียนที่ไดระดับ 2 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถบอกพิกัดของจดุ ใน ระบบพิกัดฉากสามมติ ิหาระยะทางระหวางจุดสองจุดในระบบพิกัดฉากสามมติ ไิ ด ซึ่งผูส อนไดแนะนำให
พบวา นักเรียนท่ีไดระดับ 3 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถบอกพิกัดของจดุ ใน ระบบพกิ ัดฉากสามมติ ิหาระยะทางระหวางจุดสองจุดในระบบพกิ ดั ฉากสามมติ ิได ซ่งึ ผสู อนไดแนะนำให พบวา นักเรียนที่ไดระดับ 4 จำนวน .................... คน จาก ......................... คน สามารถบอกพิกัดของจุดใน ระบบพิกัดฉากสามมติ ิหาระยะทางระหวางจุดสองจดุ ในระบบพกิ ัดฉากสามมติ ไิ ด ซึง่ ผสู อนไดแนะนำให ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู ปญ หาทพ่ี บ แนวทางแกไข ขอ คนพบระหวาง ท่ีมีการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู เน้ือหา กิจกรรมการเรยี นรู ส่ือประกอบการเรยี นรู พฤตกิ รรม/การมีสว นรว มของผูเ รียน ลงช่ือ …..........………….......................…….. ครูผูจ ัดกจิ กรรมการเรียนรู ( นางสาวศศิวมิ ล คำดเี จรญิ ) ตำแหนง ครูผชู ว ย
แบบบันทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู ช่อื หนว ยการเรียนรูที่ 2 เรอ่ื ง เวกเตอรใ นสามมติ ิ รายวิชา คณติ ศาสตร 4 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 5/1 รหสั วชิ า ค32202 ครูผสู อน นางสาวศศิวมิ ล คำดีเจรญิ ตำแหนง ครผู ชู ว ย เวลาท่ใี ช 15 ชั่วโมง ***************************** @ เมอ่ื เสรจ็ สน้ิ กจิ กรรมประเมนิ ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรดู ังนี้ (ใหท ำเครอื่ งหมาย ตามผลการประเมิน) ท่ี ประเดน็ ท่ปี ระเมนิ ผลการประเมิน ดมี าก ดี พอใช ตองปรับปรุง 1 ความเหมาะสมของระยะเวลา 2 ความเหมาะสมของเนือ้ หา 3 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู 4 ความเหมาะสมของสื่อประกอบการเรียนรูที่ใช 5 พฤตกิ รรม/การมีสว นรว มของนกั เรียน การประเมนิ ดา นความรู : Knowledge @ ผลการประเมินจากการทดสอบความรกู อนและหลงั เรียน การประเมิน การประเมินผล ประเมินผล โดยใช คะแนนเตม็ / คะแนนเฉลีย่ คิดเปน รอ ยละ ดานตางๆ กอนเรยี น เกณฑก ารประเมนิ ดา นความรู : หลงั เรียน Knowledge การประเมนิ ดา นทกั ษะกระบวนการ : Process @ ผลการประเมินจากการทดสอบความรกู อนและหลังเรยี น การประเมินดานตางๆ ประเมินผล โดยใช คะแนนเต็ม/ คะแนนเฉลย่ี คดิ เปน รอ ยละ ดา นทกั ษะกระบวนการ เกณฑการประเมนิ : Process การประเมินดานคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค : Attitude จำนวน ………………คะแนนเตม็ คณุ ลักษณะ ประเมินผล โดยใช ดเี ยย่ี ม ผลการประเมนิ ผลการประเมินระดับดีข้ึนไป อนั พึงประสงค ดี ผา น ไมผ าน จำนวน(คน) คดิ เปน รอยละ ดานซอ่ื สตั ย สุจริต ดานมีวินัย ดา นใฝเรียนรู ดานมุงมัน่ ในการทำงาน การประเมินสมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น จำนวน ………………คะแนนเตม็
สมรรถนะสำคญั ประเมินผล โดยใช ดีเยยี่ ม ผลการประเมนิ ผลการประเมินระดบั ดีข้ึนไป ดี ผา น ปรับปรงุ จำนวน(คน) คิดเปน รอ ยละ ความสามารถในการสือ่ สาร ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ ความสามารถในการใชเทคโนโลยี ปญ หาอปุ สรรคที่คน พบระหวา งที่มีการจดั กิจกรรมการเรียนรูดังนี้ ดานเนือ้ หา:...………………………………..…………………………………………………………………………………………………………… ………………......………………………………………………..…………………………………………………………………………………… ………………......………………………………………………..…………………………………………………………………………………… ดานกิจกรรมการเรยี นรู : ...…………………………………………………………………………………………….…………………………….................................. ………………......………………………………………………..…………………………………………………………………………………… ดา นสอ่ื ประกอบการเรยี นรู : ……………………………………………………………………………….……………………............................................................ ………………......………………………………………………..…………………………………………………………………………………… ดานพฤติกรรม/การมสี ว นรว มของนกั เรียน: ...…………………………………………………….…………………………………………............................................................... ………………......………………………………………………..…………………………………………………………………………………… แนวทางแกไขจัดกิจกรรมเสริมทกั ษะหรอื ซอ มเสริม วธิ ดี ำเนนิ กิจกรรม รายการ ลงช่อื …..........………….......................……..ครผู ูจ ัดกิจกรรมการเรยี นรู ( นางสาวศศวิ มิ ล คำดีเจรญิ ) ตำแหนง ครผู ูชวย
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261