Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 43.คู่มือเสริมสร้างทักษะศตวรรษที่21

43.คู่มือเสริมสร้างทักษะศตวรรษที่21

Published by สิทธิชัย พรรณวิชัย, 2020-04-14 13:40:52

Description: 43.คู่มือเสริมสร้างทักษะศตวรรษที่21

Search

Read the Text Version

ใบความรู้ที่ 1 การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ7 หมายถงึ การร้จู ักใชค้ วามคิดพจิ ารณา วิเคราะห์ สงั เคราะห์ และประเมนิ ผล ในเนื้อหาหรือเหตุการณ์ที่เป็นปัญหา หรือข้อขัดแย้ง โดยอาศัยความรู้ ความคิด และประสบการณ์ของตน เพ่ือน�ำไปสู่การตัดสินใจในการปฏิบัติด้วยความเหมาะสม อันสอดคล้องกบั หลกั การและเหตผุ ล กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ - สังเกต เนน้ การรับรู้ ความเขา้ ใจ - อธบิ าย เนน้ การใชเ้ หตผุ ล หลักฐานประกอบเพอื่ ให้นา่ เชอื่ ถอื - รับฟงั ความคดิ เหน็ เนน้ การปรับเปลี่ยนความคดิ เดิมของตนตามเหตผุ ล โดยไม่ ใช้อารมณ์ - เชอ่ื มโยงความสัมพนั ธ์ เปรียบเทยี บความคลา้ ยคลึง ความแตกตา่ งของ ความคิดเหน็ โดยเชื่อมโยงเหตุการณ์ ในเชงิ หาเหตุผล - วจิ ารณ์ วเิ คราะห์ จุดดี จุดด้อย ยกเหตผุ ลมาประกอบการวิจารณ์ - สรปุ ผลถูกต้อง ตรงตามหลกั ฐานขอ้ มูล เพือ่ นำ� ไปสู่การตดั สนิ ใจ องค์ประกอบของการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ มี 7 ประการ 1. จุดมงุ่ หมาย คือ คิดเพื่อหาแนวทางแกป้ ัญหาหรือคิดเพื่อหาความรู้ 2. ประเด็นค�ำถาม คือ ผู้คิดสามารถระบุปัญหาส�ำคัญท่ีต้องการแก้ไข หรือคำ� ถามท่ีตอ้ งการรคู้ ำ� ตอบ 3. สารสนเทศ คอื ขอ้ มูลหรือความร้ตู า่ งๆ ควรมคี วามกวา้ ง ลึก ชัดเจน ยดื หยุ่นได้และมคี วามถูกต้อง คมู่ ือการจดั กจิ กรรมเสริมสร้างทักษะการดำ� รงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรับอาสาสมคั รแกนนำ� ศนู ย์เพอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE 93

4. ขอ้ มลู เชงิ ประจักษ์ คอื ตอ้ งเช่ือถือได้ ถกู ต้องในการใชเ้ ปน็ พื้นฐานของ การคดิ อยา่ งมีเหตุผล 5. แนวคิดอย่างมีเหตุผล ต้องเก่ียวข้องกับสิ่งท่ีต้องการหาค�ำตอบ และต้อง ถกู ต้องดว้ ย 6. ข้อสนั นษิ ฐาน คือ มีความชัดเจน สามารถตัดสินไดเ้ พอื่ ประโยชน์ ในการ หาขอ้ มลู 7. การน�ำไปใช้ ตอ้ งสามารถมองการณ์ไกล มองถึงผลทตี่ ามมา ลกั ษณะของบุคคลทม่ี กี ารคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ  เปดิ ใจยอมรับความคดิ ใหมๆ่ ไมฆ่ ่าความคดิ คนอื่น  ไม่ใช้อารมณ์ ในการโตแ้ ย้ง  ทราบวา่ เมือ่ ไหร่ท่ีจำ� เปน็ ต้องใช้ข้อมูลเพ่มิ เตมิ  จ�ำแนกข้อมูลท่อี าจจะเป็นจริงได้  ยอมรับวา่ คนเราเขา้ ใจความหมายของค�ำแตกตา่ งกัน  หลีกเลยี่ งความผิดพลาดในการใหเ้ หตุผล  ถามทุกส่ิงที่ไมเ่ ขา้ ใจ ร้จู ักต้งั ค�ำถาม  ใชเ้ หตผุ ลช่วยในการตัดสินใจ  ส่ือสารไดก้ ระชบั ชดั เจน และถา่ ยทอดความคิดของตนเองใหผ้ ้อู ่ืนเข้าใจได้ ประโยชน์ของการฝกึ การคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ  มคี วามม่ันใจในการเผชิญต่อปญั หา  สามารถตัดสนิ ใจในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม  มีบคุ ลกิ ภาพดี เปน็ คนน่าเช่อื ถอื สขุ ุมรอบคอบ ใหเ้ กียรตแิ ละยอมรับ ความคดิ เห็นของคนอ่ืนๆ 94 คู่มือการจัดกิจกรรมเสริมสรา้ งทกั ษะการด�ำรงชวี ติ ในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมคั รแกนนำ� ศนู ย์เพือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE

 ท�ำงานต่างๆ ประสบความส�ำเร็จตามเป้าหมายท่ีก�ำหนดอย่างมี คุณภาพ  มที ักษะในการสือ่ สารกับผู้อ่ืนที่ดี  การฝึกบ่อยๆ จะส่งผลใหม้ ีความคดิ เฉยี บแหลม  เปน็ ผู้มคี วามรับผิดชอบ มรี ะเบียบวินัย  เป็นผู้ทป่ี ฏบิ ัตงิ านอยบู่ นหลักของเหตแุ ละผล หมายเหต ุ อาจจะสรุปเป็น power point เพอ่ื ง่ายตอ่ การอธิบาย ค่มู ือการจดั กิจกรรมเสริมสร้างทักษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษที่ 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศนู ย์เพ่ือนใจ TO BE NUMBER ONE 95

ใบกจิ กรรมที่ 1 ...จริงหรือไม?่ ... ขั้นตอนกจิ กรรม 1. แบ่งสมาชกิ เปน็ กลมุ่ ย่อย กลุม่ ละ 5-6 คน (หรือตามความเหมาะสม) แจกค�ำถามให้กลุ่มละ 1 ชดุ ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันคิดค�ำตอบว่า “จริง” หรือ “ไม่จริง” ให้ ใส่เคร่ืองหมาย “” ลงในช่องน้ัน พร้อมให้บอกเหตุผล ข้อมูล และหาแหลง่ ข้อมูลอ้างองิ ที่นา่ เชื่อถอื 2. ตวั แทนกลุ่มออกมานำ� เสนอ 96 คมู่ อื การจัดกจิ กรรมเสริมสรา้ งทักษะการดำ� รงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรับอาสาสมัครแกนนำ� ศนู ยเ์ พอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE

ใบค�ำถาม ค�ำถามชดุ ที่ 1 จริง ไมจ่ ริง เหตผุ ล เหตุผล 1. การนอน ย่ิงเรานอนมากเท่าไหร่ เหตุผล ยงิ่ ดี ยง่ิ ทำ� ให้มพี ลงั 2. การอาบน้�ำทุกวันและอาบครั้งละ นานๆ ไมด่ ีกบั ร่างกาย แถมการฟอก สบ่ทู ั่วท้ังตัวก็ไม่ดีกบั ผิวหนงั ดว้ ย 3. เมือ่ กนิ อิม่ แลว้ สามารถงีบหลับได้ คำ� ถามชดุ ท่ี 2 จริง ไมจ่ ริง 1. เราควรอยู่ ให้ห่างจากคนป่วย เพอ่ื ไม่ให้ตดิ โรค 2. แมวไมช่ อบกินกา้ งปลา 3. เราควรอมุ้ กระต่ายโดยการจับหู ค�ำถามชดุ ที่ 3 จริง ไม่จริง 1. การอ่านหนังสือในที่มืด ไม่ได้ สร้างความเสยี หายใหก้ บั สายตา 2. การเสียบสายชาร์ตมือถือท้ิงไว้ ท�ำให้แบตเตอร่ีเสือ่ มไว 3. กระทงิ จะวิ่งเข้าใส่สแี ดง คูม่ ือการจดั กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งทักษะการดำ� รงชีวติ ในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรับอาสาสมัครแกนน�ำศนู ยเ์ พือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE 97

ค�ำถามชดุ ที่ 4 จริง ไม่จริง เหตผุ ล เหตผุ ล 1. แม่นกจะทิ้งลูกตัวเองหากถูกคน เหตุผล สมั ผัสตวั 2. อาหารที่ตกพน้ื สามารถเกบ็ กินได้ ภายใน 5 วินาที 3. ไม่ควรดื่มนมเพ่ือเคลือบกระเพาะ เวลาปวดทอ้ ง หรือเวลาท้องวา่ ง ค�ำถามชดุ ท่ี 5 จริง ไม่จริง 1. การใช้ไมโครเวฟท�ำอาหาร หรือ อุ่นอาหาร ท�ำให้วิตามิน แร่ธาตุ ในอาหารตา่ งๆ หายไป 2. การกินช็อคโกแลตแล้วจะท�ำให้ สิวขน้ึ 3. โลกของเราไมก่ ลมเปะ๊ ๆ ค�ำถามชดุ ท่ี 6 จริง ไมจ่ ริง 1. โลกของเราไมก่ ลมเป๊ะๆ 2. การนอน ยิ่งเรานอนมากเท่าไหร่ ยงิ่ ดี ยง่ิ ท�ำใหม้ ีพลงั 3. เราควรอยู่ ให้ห่างจากคนป่วย เพ่อื ไม่ให้ตดิ โรค 98 คู่มอื การจัดกิจกรรมเสรมิ สร้างทกั ษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรบั อาสาสมคั รแกนน�ำศนู ยเ์ พื่อนใจ TO BE NUMBER ONE

คำ� ถามชดุ ท่ี 7 จริง ไมจ่ ริง เหตผุ ล 1. แมวไม่ชอบกินก้างปลา เหตผุ ล เหตผุ ล 2. แม่นกจะท้ิงลูกตัวเองหากถูกคน สัมผสั ตัว 3. การอ่านหนังสือในท่ีมืด ไม่ได้ สร้างความเสยี หายให้กับสายตา ค�ำถามชดุ ท่ี 8 จริง ไมจ่ ริง 1. อาหารทต่ี กพืน้ สามารถเกบ็ กนิ ได้ ภายใน 5 วินาที 2. การอาบน�้ำทุกวันและอาบคร้ังละ นานๆ ไม่ดีกับร่างกาย แถมการฟอก สบู่ทั่วทั้งตัวก็ไม่ดีกบั ผิวหนงั ด้วย 3. การใช้ไมโครเวฟท�ำอาหาร หรือ อุ่นอาหาร ท�ำให้วิตามิน แร่ธาตุใน อาหารตา่ งๆ หายไป คำ� ถามชดุ ท่ี 9 จริง ไมจ่ ริง 1. เราควรอุ้มกระต่ายโดยการจับหู 2. กระทงิ จะวิ่งเข้าใสส่ แี ดง 3. ไม่ควรดื่มนมเพื่อเคลือบกระเพาะ เวลาปวดทอ้ ง หรือเวลาท้องวา่ ง ค่มู อื การจดั กจิ กรรมเสริมสร้างทักษะการดำ� รงชีวติ ในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรับอาสาสมคั รแกนนำ� ศนู ยเ์ พือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE 99

คำ� ถามชดุ ที่ 10 จริง ไม่จริง เหตุผล 1. การอาบน�้ำทุกวันและอาบคร้ังละ นานๆ ไมด่ ีกบั ร่างกาย แถมการฟอก สบู่ท่ัวท้ังตวั ก็ไมด่ ีกับผิวหนังดว้ ย 2. การเสียบสายชาร์ตมือถือทิ้งไว้ ทำ� ใหแ้ บตเตอรี่เสือ่ มไว 3. การกินช็อคโกแลตแล้วจะท�ำให้ สวิ ขนึ้ 100 คมู่ อื การจดั กจิ กรรมเสริมสรา้ งทกั ษะการดำ� รงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศูนยเ์ พอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE

ใบเฉลย 8,9,10,11 เฉลยชดุ ท่ี 1 1. ไมจ่ ริง การนอนมากเกนิ ไปจะท�ำให้สมองทำ� งานช้า ไมก่ ระปร้ีกระเปรา่ ควรนอนวนั ละ 8 ชั่วโมง ร่างกายจะพักผอ่ นและปรับตวั ไปเอง 2. จริง ดร.Casey Carlos ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านโรคผิวหนัง จากมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย บอกว่าปกติ ผิวหนังของเราสามารถท�ำความสะอาดตัวเองได้อยู่แล้ว ส่วนสบู่ท่ีเราใช้กัน อยู่ทุกวันเพราะเชื่อว่ามันช่วยให้ร่างกายสะอาดข้ึน ท่ีจริงมันเป็นตัวท�ำลาย น้�ำมันในช้ันผิวหนังของเรา ยังไม่จบเพียงเท่าน้ัน เพราะดร.Joshua Zeichner แพทย์ผ้เู ชี่ยวชาญดา้ นโรคผิวหนงั ในนวิ ยอร์ค ยนื ยนั วา่ มนษุ ย์อาบน้�ำ เพราะสังคมและวัฒนธรรมบอกให้อาบมากกว่า เพราะการอาบน�้ำทุกวัน ไม่ได้ท�ำให้ร่างกายสะอาดขนาดน้ัน แต่การอาบน�้ำทุกวันจะท�ำให้ผิวหนัง ระคายเคือง แถมสบู่ยังท�ำลายแบคทีเรียดีๆ ที่มีไว้ปกป้องผิวของเรา โดยธรรมชาตไิ ปอีกดว้ ย 3. ไม่จริง เราไม่ควรงีบหลับหลังทานอาหารเสร็จใหม่ๆ เนื่องจาก เมื่องีบหลับไปร่างกายจะเพิ่มแคลอร่ีส�ำรองแทนท่ีจะเบิร์น นั่นเป็นเหตุ ให้น้�ำหนักตัวเพ่มิ มากขึ้น 101คู่มอื การจดั กจิ กรรมเสรมิ สร้างทกั ษะการดำ� รงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนน�ำศนู ยเ์ พื่อนใจ TO BE NUMBER ONE

เฉลยชดุ ท่ี 2 1. ไมจ่ ริง เพราะต่อให้คณุ อยู่ห่างคนป่วยถึง 5 เมตร เชือ้ โรคกส็ ามารถ แพร่กระจายและเดินทางมาหาคุณไดง้ า่ ยๆ 2. จริง แมวไม่ได้ชอบกนิ กา้ งปลา แต่คนไมช่ อบให้เน้อื ปลากินต่างหาก แมวก็ต้องทนกินไปเพราะหิว และก้างปลาก็ติดคอแมวด้วยนะ แตเ่ พราะคน ไม่เคยสังเกตแมวเอง 3. ไม่จริง การท�ำแบบน้ันเป็นการท�ำร้ายกระต่าย เพราะหูกระต่าย เป็นส่วนทม่ี ีเสน้ ประสาทมากทสี่ ดุ อมุ้ งา่ ยๆ กป็ ระคองกน้ แบบหมาแมวนแ่ี หละ เฉลยชดุ ที่ 3 1. จริง มีการศกึ ษาและตีพมิ พล์ งในวารสาร British medical journal เดือนธันวาคม ปี 2007 พบว่าการอ่านหนังสือในท่มี ดื น้นั ไม่ไดส้ รา้ งความ เสยี หายใหก้ ับดวงตาของเรา นอกจากนี้ จักษแุ พทยส์ ่วนใหญ่ลงความเหน็ ว่า การอ่านหนังสือในท่ีมืดไม่ได้ท�ำลายโครงสร้างและการท�ำงานของดวงตา แต่จะท�ำให้ดวงตาของเราอ่อนล้าและส่งผลเสียในระยะสั้น เม่ือเราไปอยู่ใน สภาวะทมี่ ีแสงน้อย ดวงตาของเราจะมปี ฏกิ ริ ิยาตอบสนอง กค็ อื เซลลร์ ปู แท่ง และกรวยจะสร้างเคมีท่ีไวต่อแสงให้มากข้ึน และเคมีตัวนจ้ี ะส่งสัญญาณไปท่ี สมอง กล้ามเนือ้ ม่านตาจะคลายตัวเพื่อเปิดรับแสงผ่านไปยงั เซลลร์ ับแสงให้ มากที่สุด และเซลล์ประสาทในจอตาจะปรับตัวให้ท�ำงานกับพื้นที่ที่มีแสงน้อย ได้ดีย่ิงข้ึน ดวงตาจะพยายามโฟกัสภาพให้ไปตกบนจอตา การโฟกัสภาพน้ัน จะท�ำได้ยาก เนื่องจากความต่างของสิ่งท่ีอยู่ระหว่างตัวหนังสือและกระดาษ นอ้ ยลง ท�ำให้กลา้ มเนื้อรอบดวงตา รวมถงึ มา่ นตาทำ� งานหนักข้นึ สง่ ผลให้ ปวดตา ตาแห้ง ปวดคอหรือเกิดภาพเบลอ แต่อาการเหล่าน้ีจะหายไป 102 คู่มือการจัดกจิ กรรมเสริมสร้างทกั ษะการดำ� รงชีวติ ในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรับอาสาสมคั รแกนน�ำศูนย์เพ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE

เม่ือเราได้พักสายตาหรือหยุดอ่านหนังสือ ถึงแม้การอ่านหนังสือในที่ท่ีมีแสง น้อยจะไม่ส่งผลกระทบต่อดวงตา แต่เราก็ควรอ่านหนังสือในท่ีที่มีแสงสว่าง เพียงพอ เพ่ือสขุ ภาพตาของเรา 2. ไม่จริง ที่ชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนในปัจจุบัน มีระบบตัดไฟเมื่อ ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มแล้ว ถงึ แม้วา่ จะชารท์ แบตเตอร่ีจนเต็มแลว้ ระบบจะ ตัดไฟไม่เข้าในตัวสมาร์ทโฟน แต่ถ้าหากเรายังคงเสียบชาร์จมันไปเร่ือยๆ จะมีผลต่อกระแสไฟกย็ งั ว่ิงอยู่ ท�ำใหเ้ ราเสยี ค่าไฟเพมิ่ มากขนึ้ 3. ไมจ่ ริง กระทิงไมส่ นใจสแี ดง จริงๆแล้วมนั แทบจะแยกความแตกตา่ ง ระหว่างสีไมไ่ ดด้ ว้ ยซ�้ำ แต่สิ่งที่ย่วั ยุมนั ใหพ้ ุ่งเข้าใสก่ ค็ อื ท่าทางการเคล่ือนไหว ของนกั สู้กระทิงตา่ งหาก เฉลยชดุ ท่ี 4 1. ไม่จริง เพราะนกน้ันมีต่อมการรับกล่ินที่เล็กมาก ท�ำให้ความ สามารถในการดมกลิ่นนนั้ ไม่ดี แมน่ กจะไม่รดู้ ว้ ยซ�้ำวา่ เราไปสมั ผัสลกู ของมนั 2. ไมจ่ ริง นอกจากความเร็วแสงแล้ว เชอ้ื โรคก็ใช่ย่อย 5 วินาทีน่ี พี่เคา้ เข้าเส้นชัยได้สบาย แถมเชื้อโรคบางชนิดเจริญเติบโตบนอาหารได้ดี หากภูมคิ ุ้มกันใครบกพร่อง กร็ ับรองเจ็บป่วยได้ง่าย 3. จริง ถึงนมจะมปี ระโยชน์ แต่ไม่ควรด่มื ตอนท้องว่าง หรือตอนปวดท้อง โรคกระเพาะ เพราะนมจะแปรสภาพเป็นกรดอ่อนๆ เมื่อลงไปอยู่ ในท้อง จะท�ำให้ท้องอืดและกัดกระเพาะ อาการจะหนักมากข้ึน กรณีนรี้ วมน้�ำเต้าหู้ ดว้ ยนะจะ๊ 103คู่มือการจัดกิจกรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการด�ำรงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรับอาสาสมัครแกนน�ำศนู ยเ์ พือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE

เฉลยชดุ ท่ี 5 1. ไม่จริง การใช้ไมโครเวฟท�ำอาหาร หรืออุ่นอาหาร ไม่ได้ท�ำให้สาร อาหารหายไปแต่อย่างใด เพียงแต่อาหารจะร้อนข้ึนอย่างรวดเร็วซึ่งน่ัน จะไม่สามารถท�ำให้วิตามิน หรือแร่ธาตุต่างๆ หายไปได้เลย 2. ไม่จริง เพราะสิวเกิดจากการกินอาหารที่มีน�้ำตาลสูงต่างหาก ถา้ กินช็อคโกแลตบางยีห่ ้อท่ีหวานมากๆ เป็นประจ�ำ ก็อาจเป็นสิวได้ แต่บาง ยห่ี อ้ ก็ไมห่ วานนะ อย่าโทษช็อคโกแลตเลย 3. จริง โลกของเรามีการเปล่ียนแปลงรูปร่างตลอดเวลา โดยมันเกิด ข้ึนเน่ืองจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกท่ีเกิดข้ึนเร่ือยๆ อย่างไรก็ตาม การเคล่ือนที่ของเปลือกโลกนยี้ ังคงเล็กมาก ประมาณ 5 เซนติเมตรต่อปี แต่มันก็ยังส่งผลต่อรูปร่างของโลกเราใบน้ี ไม่ได้กลมเหมือนอย่างท่ีคาดไว้ ในความเป็นจริงแล้ว มันมีลักษณะคล้ายลูกแพร์หรือบอลลูนท่ีบิดเบ้ียว มากกว่า เฉลยชดุ ท่ี 6 1. จริง โลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างตลอดเวลา โดยมันเกิด ขึ้นเน่ืองจากการเคล่ือนที่ของเปลือกโลกที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม การเคล่ือนที่ของเปลือกโลกนย้ี ังคงเล็กมาก ประมาณ 5 เซนติเมตรต่อปี แต่มันก็ยังส่งผลต่อรูปร่างของโลกเราใบนี้ ไม่ได้กลมเหมือนอย่างที่คาดไว้ ในความเป็นจริงแล้ว มันมีลักษณะคล้ายลูกแพร์หรือบอลลูนท่ีบิดเบ้ียว มากกว่า 2. ไมจ่ ริง การนอนมากเกนิ ไปจะทำ� ใหส้ มองทำ� งานชา้ ไมก่ ระปร้ีกระเปรา่ ควรนอนวนั ละ 8 ชว่ั โมง รา่ งกายจะพักผ่อนและปรับตวั ไปเอง 3. ไมจ่ ริง เพราะตอ่ ให้คณุ อยูห่ า่ งคนปว่ ยถึง 5 เมตร เชือ้ โรคก็สามารถ แพรก่ ระจายและเดนิ ทางมาหาคุณได้งา่ ยๆ 104 คู่มือการจัดกิจกรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษที่ 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนน�ำศนู ย์เพือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE

เฉลยชดุ ที่ 7 1. จริง แมวไมไ่ ดช้ อบกนิ ก้างปลา แตค่ นไม่ชอบให้เนอ้ื ปลากินต่างหาก แมวก็ต้องทนกนิ ไปเพราะหิว และก้างปลาก็ตดิ คอแมวด้วยนะ แต่เพราะคน ไม่เคยสังเกตแมวเอง 2. ไม่จริง เพราะนกน้ันมีต่อมการรับกลิ่นที่เล็กมาก ท�ำให้ความ สามารถในการดมกล่ินน้นั ไมด่ ี แมน่ กจะไมร่ ดู้ ้วยซ�ำ้ วา่ เราไปสมั ผสั ลูกของมนั 3. จริง มีการศึกษาและตีพิมพ์ลงในวารสาร British medical journal เดือนธันวาคม ปี 2007 พบว่าการอ่านหนังสือในที่มืดน้ัน ไม่ได้ สร้างความเสียหายให้กับดวงตาของเรา นอกจากนี้ จักษุแพทย์ส่วนใหญ่ ลงความเห็นว่า การอ่านหนังสือในที่มืดไม่ได้ท�ำลายโครงสร้างและการ ท�ำงานของดวงตา แต่จะท�ำให้ดวงตาของเราอ่อนล้าและส่งผลเสียในระยะสั้น เมื่อเราไปอยู่ในสภาวะท่ีมีแสงน้อย ดวงตาของเราจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง ก็คือเซลล์รปู แท่งและกรวยจะสร้างเคมีท่ีไวต่อแสงให้มากข้ึน และเคมีตัวนี้ จะส่งสัญญาณไปที่สมอง กล้ามเนื้อมา่ นตาจะคลายตัวเพอื่ เปิดรับแสงผา่ นไป ยังเซลล์รับแสงให้มากท่ีสุด และเซลล์ประสาทในจอตาจะปรับตัวให้ท�ำงาน กับพื้นท่ีท่ีมีแสงน้อยได้ดีย่ิงขึ้น ดวงตาจะพยายามโฟกัสภาพให้ไปตกบนจอตา การโฟกัสภาพนั้นจะท�ำได้ยาก เน่ืองจากความต่างของส่ิงท่ีอยู่ระหว่าง ตัวหนังสือและกระดาษน้อยลง ท�ำให้กล้ามเน้ือรอบดวงตา รวมถึงม่านตา ท�ำงานหนักข้ึน ส่งผลให้ปวดตา ตาแห้ง ปวดคอหรือเกิดภาพเบลอ แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเมื่อเราไ ด้พั กสายตาหรื อหยุดอ่านหนังสือ ถึงแม้การอ่านหนังสือในท่ีท่ีมีแสงน้อยจะไม่ส่งผลกระทบต่อดวงตา แต่เรา กค็ วรอ่านหนงั สือในทที่ ่ีมีแสงสวา่ งเพียงพอ เพือ่ สุขภาพตาของเรา 105คูม่ อื การจัดกิจกรรมเสริมสรา้ งทักษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรบั อาสาสมัครแกนน�ำศูนยเ์ พอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE

เฉลยชดุ ที่ 8 1. ไม่จริง นอกจากความเร็วแสงแล้ว เช้ือโรคก็ ใช่ย่อย 5 วินาทีนี่ พี่เค้าเข้าเส้นชัยได้สบาย แถมเช้ือโรคบางชนิดเจริญเติบโตบนอาหารได้ดี หากภมู คิ ้มุ กันใครบกพร่อง กร็ ับรองเจ็บปว่ ยไดง้ า่ ย 2. จริง ดร.Casey Carlos ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านโรคผิวหนัง จากมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย บอกว่าปกติ ผิวหนังของเราสามารถท�ำความสะอาดตัวเองได้อยู่แล้ว ส่วนสบู่ท่ีเราใช้กัน อยู่ทุกวันเพราะเช่ือว่ามันช่วยให้ร่างกายสะอาดขึ้น ท่ีจริงมันเป็นตัวท�ำลาย น�้ำมันในช้ันผิวหนังของเรา ยังไม่จบเพียงเท่าน้ันเพราะ ดร.Joshua Zeichner แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังในนวิ ยอร์ค ยืนยันว่ามนุษย์ อาบน�้ำเพราะสังคมและวัฒนธรรมบอกให้อาบมากกว่า เพราะการอาบน้�ำ ทุกวันไม่ได้ท�ำให้ร่างกายสะอาดขนาดน้ัน แต่การอาบน�้ำทุกวันจะท�ำให้ ผิวหนงั ระคายเคือง แถมสบยู่ ังทำ� ลายแบคทเี รียดีๆ ท่ีมีไวป้ กป้องผิวของเรา โดยธรรมชาติไปอีกด้วย 3. ไม่จริง การใช้ไมโครเวฟท�ำอาหาร หรืออุ่นอาหาร ไม่ได้ท�ำให้สาร อาหารหายไปแต่อย่างใด เพียงแต่อาหารจะร้อนข้ึนอย่างรวดเร็วซ่ึงน่ันจะ ไม่สามารถท�ำใหว้ ิตามิน หรือแรธ่ าตตุ า่ งๆ หายไปไดเ้ ลย เฉลยชดุ ท่ี 9 1. ไม่จริง การท�ำแบบน้ันเป็นการท�ำร้ายกระต่าย เพราะหูกระต่าย เปน็ ส่วนท่ีมีเสน้ ประสาทมากทีส่ ุด อุม้ ง่ายๆ ก็ประคองก้นแบบหมาแมวนแ่ี หละ 2. ไมจ่ ริง กระทิงไมส่ นใจสีแดง จริงๆแล้วมันแทบจะแยกความแตกต่าง ระหวา่ งสีไมไ่ ด้ดว้ ยซ้�ำ แต่สิ่งท่ีย่ัวยมุ ันใหพ้ ุง่ เข้าใส่ก็คือทา่ ทางการเคลื่อนไหว ของนกั สู้กระทงิ ต่างหาก 106 คู่มือการจดั กิจกรรมเสริมสรา้ งทกั ษะการด�ำรงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศนู ย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE

3. จริง ถึงนมจะมปี ระโยชน์ แตไ่ ม่ควรดม่ื ตอนทอ้ งว่าง หรือตอนปวดท้อง โรคกระเพาะ เพราะนมจะแปรสภาพเป็นกรดอ่อนๆ เมื่อลงไปอยู่ ในท้อง จะท�ำให้ท้องอืดและกัดกระเพาะ อาการจะหนักมากขึ้น กรณีนรี้ วมน�้ำเต้าหู้ ด้วยนะจ๊ะ เฉลยชดุ ท่ี 10 1. จริง ดร.Casey Carlos ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านโรคผิวหนัง จากมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย บอกว่าปกติ ผิวหนังของเราสามารถท�ำความสะอาดตัวเองได้อยู่แล้ว ส่วนสบู่ที่เราใช้กัน อยู่ทุกวันเพราะเช่ือว่ามันช่วยให้ร่างกายสะอาดข้ึน ที่จริงมันเป็นตัวท�ำลาย นำ้� มันในชน้ั ผิวหนังของเรา ยงั ไมจ่ บเพียงเท่านัน้ เพราะ ดร. Joshua Zeichner แพทย์ผู้เช่ียวชาญด้านโรคผิวหนังในนิวยอร์ค ยืนยันว่ามนุษย์อาบน้�ำ เพราะสังคมและวัฒนธรรมบอกให้อาบมากกวา่ เพราะการอาบน�้ำทุกวนั ไมไ่ ด้ ท�ำให้ร่างกายสะอาดขนาดนั้น แต่การอาบน้�ำทุกวันจะท�ำให้ผิวหนังระคายเคือง แถมสบู่ยังท�ำลายแบคทีเรียดีๆ ที่มีไว้ปกป้องผิวของเราโดยธรรมชาติ ไปอีกดว้ ย 2. ไม่จริง ท่ีชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนในปัจจุบัน มีระบบตัดไฟ เมื่อชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มแล้ว ถึงแม้ว่าจะชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มแล้ว ระบบจะตัดไฟไม่เข้าในตัวสมาร์ทโฟน แต่ถ้าหากเรายังคงเสียบชาร์จมันไปเรื่อยๆ จะมีผลตอ่ กระแสไฟกย็ ังว่ิงอยู่ ท�ำใหเ้ ราเสยี ค่าไฟเพิม่ มากข้นึ 3. ไม่จริง เพราะสิวเกิดจากการกินอาหารท่ีมีน้�ำตาลสูงต่างหาก ถา้ กินชอ็ คโกแลตบางยหี่ ้อทหี่ วานมากๆ เป็นประจำ� กอ็ าจเปน็ สวิ ได้ แต่บาง ยห่ี อ้ ก็ไม่หวานนะ อยา่ โทษช็อคโกแลตเลย 107คูม่ ือการจัดกิจกรรมเสริมสร้างทกั ษะการดำ� รงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 สำ� หรับอาสาสมัครแกนน�ำศนู ยเ์ พ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE

กจิ กรรม : เปด็ หาบา้ น12 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เพ่อื ใหส้ มาชิกเรียนรกู้ ารท�ำงานเป็นทีม การส่อื สารท่ีทำ� ให้คนภายในทมี เห็น ความส�ำคญั เพื่อม่งุ สูค่ วามส�ำเร็จของการทำ� งานร่วมกนั ระยะเวลา 60 นาที กจิ กรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ ส่อื /อปุ กรณ์ 1. แกนน�ำให้สมาชิกน่ังเป็นวงกลมใหญ่ แล้วร้องเพลงหรือเปิดเพลง เพือ่ ใหส้ มาชิกสง่ ของที่มี 1 ช้นิ รอบวง เมื่อเพลงจบและของอย่ทู ี่ ใคร ให้คนน้ันเป็นเป็ด (วิธีการหาเป็ด อาจเปล่ียนแปลงได้ตามความ คิดสรา้ งสรรค์ของแกนน�ำ) 2. แจกกระดาษสที ต่ี ัดเปน็ ส่ีเหลีย่ มผนื ผา้ แลว้ หรือแผน่ พลาสติกหนา - กระดาษสี ก็ได้ ขนาดประมาณกระดาษ A4 ให้สมาชิกคนละ 1 ช้ิน สมาชกิ สเี่ หลยี่ มผืนผา้ แต่ละคนน�ำไปติดกับพืน้ ใหท้ ั่วบริเวณทีท่ ำ� กิจกรรม โดยก�ำหนดให้ ขนาดประมาณ จุดท่ีติดกระดาษนั้นเป็นบ้านของตัวเองและแกนน�ำน�ำกระดาษ กระดาษ A4 1 ชิน้ ไปตดิ ใหเ้ ป็นบ้านว่าง - กรรไกร - เทปใส 108 คูม่ อื การจดั กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษที่ 21 สำ� หรบั อาสาสมคั รแกนน�ำศูนยเ์ พื่อนใจ TO BE NUMBER ONE

กิจกรรมการเรียนรู้ ส่ือ/อุปกรณ์ 3. ก�ำหนดให้แกนนำ� 1 คน ทำ� หน้าท่เี ปน็ “เปด็ ” ท่ีต้องการเข้าไปแยง่ บา้ นที่วา่ งอยู่ โดยมกี ตกิ าให้สมาชิกทกุ คนช่วยกันรักษาบ้านที่ว่างไว้ ให้ได้นานที่สุด โดยการเข้าไปยืนในจุดบ้านที่ติดไว้ซึ่งต้องไม่ถูก ตัวเปด็ และถ้าสมาชิกคนไหนกา้ วออกจากบ้านแลว้ กต็ อ้ งเปลี่ยนบ้าน หา้ มกลับมาทบี่ า้ นเดิม กตกิ าคอื 1) หา้ มท�ำร้าย ผลัก ดงึ หรือยืน ขวางเป็ด 2) หา้ ม “กัก๊ ” คือ ยืนกางขาครอ่ มบา้ นสองหลงั 3) ห้าม หยิบบ้านขึ้นแล้วย้ายที่ 4) ทุกคนต้องมีส่วนร่วม ถ้ามี ใครท�ำผิด กตกิ าถือวา่ เปน็ โมฆะ ตอ้ งจบเกมแล้วเร่ิมเล่นรอบใหม่ 4. เริ่มการเลน่ ในรอบท่ี 1 โดยให้แกนน�ำเป็นคนจับเวลาและคอยดูให้ เป็นไปตามกติกา ว่าสมาชกิ ใชเ้ วลานานเทา่ ไหร่ เป็ดถึงแย่งบ้านได้ 5. ก่อนการเล่นรอบท่ี 2 แกนน�ำให้สมาชิกทุกคนได้ ใช้เวลาประมาณ 3 – 4 นาที พูดคุยส่อื สารเพอื่ วางแผน แบง่ หนา้ ที่ และวิธีการท่ี จะรักษาบ้านให้ส�ำเร็จและนานที่สุด เมื่อทุกคนได้พูดคุยเสร็จแล้ว และสมาชิกทุกคนเข้าใจในหน้าที่ของตนเอง ก็ให้เร่ิมเล่นกิจกรรม รอบท่ี 2 ต่อได้ แกนน�ำจับเวลาว่ารอบท่ี 2 ใช้เวลานานเท่าใด เปด็ ถงึ แยง่ บา้ นได้ 6. หลงั จากเลน่ กจิ กรรมเสร็จแลว้ ทั้ง 2 รอบ แกนน�ำสุม่ ถามสมาชกิ 2-3 คน ถึงความแตกตา่ ง ระหว่างการเลน่ รอบแรกและรอบท่ี 2 แกนน�ำสรุปให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างรอบแรกให้เล่น กิจกรรมเลย และรอบท่ี 2 ให้พูดคุย วางแผนก่อนการเล่น กจิ กรรม วา่ การเลน่ กจิ กรรมเลยโดยไม่พดู คยุ สมาชกิ แต่ละคนจะ ไมท่ ราบวา่ ตนเองจะต้องท�ำหนา้ ทอ่ี ะไรบา้ ง ทำ� ใหต้ า่ งจากรอบที่ 2 ที่มีการพูดคุยแบ่งหน้าท่ีแล้ว ท�ำให้ทราบว่าการรักษาบ้านคือ หน้าท่ีของทุกคน ท่ีจะไม่ให้เป็ดเข้ามาในบ้านได้ การใช้เวลาในการ เลน่ กิจกรรมรอบท่ี 2 จงึ ใชเ้ วลานานกวา่ รอบท่ี 1 7. แกนนำ� ให้สมาชิกแบง่ กลมุ่ ยอ่ ย กล่มุ ละ 25 – 30 คน (จ�ำนวนคน ข้ึนอยู่กับจ�ำนวนสมาชิกผู้เข้าอบรม) พูดคุยแบ่งหน้าที่แต่ละคนให้ ชัดเจน เสร็จแล้วให้เร่ิมแข่งขัน โดยแข่งพร้อมกันคร้ังละ 2 ทีม ให้แต่ละทีมส่งตัวแทนไปเป็นเป็ดทีมตรงข้าม และจะจับเวลา ในการเล่นกิจกรรม หากกลุ่มไหนสามารถที่จะใช้เวลารักษาบ้าน ได้นานที่สุดก็จะชนะ ( ในการเล่นกจิ กรรม อาจเพิม่ เปด็ จาก 1 ตวั เปน็ 2 – 3 ตัวก็ได้) 109คู่มือการจัดกจิ กรรมเสริมสร้างทักษะการดำ� รงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรับอาสาสมัครแกนนำ� ศนู ย์เพอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE

กจิ กรรมการเรียนรู้ สื่อ/อปุ กรณ์ 8. แกนน�ำสอบถามสมาชิกหลังจบกิจกรรมว่าเห็นอะไรจากกิจกรรมบ้าง โดยใหแ้ สดงความร้สู ึก ความคดิ เห็น - ร้สู ึกอย่างไรบ้าง - ในชว่ งทสี่ มาชกิ ท�ำไม่สำ� เร็จเปน็ เพราะอะไร - การทส่ี มาชิกท�ำสำ� เรจ็ หรือท�ำไดด้ ีขน้ึ เป็นเพราะอะไร - การรักษาบ้านในกิจกรรมที่ท�ำ สามารถเทียบเคียงเหตุการณ์ อะไรในชีวิตจริงได้บา้ ง - สมาชิกได้เรียนรอู้ ะไรจากกิจกรรม และการแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ ครั้งนบี้ า้ ง 9. แกนน�ำสรุปตามการแสดงความคิดเห็นของสมาชิก และเพิ่มเติม - ใบความร้ทู ี่ 1 ตามใบความรทู้ ่ี 1 (เป็ดหาบ้าน) สรปุ แนวคดิ ท่ีได้จากกิจกรรม การสื่อสารเป็นสิ่งส�ำคัญ ส�ำหรับการท�ำงานเป็นทีม เพราะการส่ือสารท่ีดี และการวางแผนรว่ มกนั จะท�ำให้ทุกคนเหน็ ผลสำ� เรจ็ ของทมี ทำ� ให้เกิดความเตม็ ใจ ท่ีจะรว่ มมือร่วมใจกนั ลงมอื ทำ� ให้ทมี เกิดความสำ� เรจ็ และในการเลน่ กิจกรรม เราจะ เห็นภาวะผู้น�ำในตัวเพ่ือนบางคน และความพร้อมท่ีจะให้ความร่วมมือกับกลุ่ม เหน็ ความสำ� คญั ของส่วนรวมในหมเู่ พ่อื นๆ การประเมินผล ประเมินจากการมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมของสมาชกิ รวมท้ังการออกความคดิ เห็น ของสมาชิก *หมายเหตุ กจิ กรรมนตี้ อ้ งมีผเู้ ขา้ ร่วมกิจกรรมจ�ำนวน 20 คนขึ้นไป 110 ค่มู ือการจัดกิจกรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการด�ำรงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมคั รแกนน�ำศนู ย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE

ใบความรทู้ ่ี 1 เปด็ หาบา้ น กิจกรรมนี้เป็นการจ�ำลองการท�ำงานเป็นทีม ท�ำให้สมาชิกในทีมเข้าใจ ถึงบทบาทหน้าท่ีของตนในการเป็นส่วนหน่ึงของทีมมากข้ึน ซ่ึงจะเห็นวิธีการ ของแต่ละคนในการเล่นกิจกรรมท่ีแตกต่างกันไป จากการท่ี ได้พูดคุยสื่อสาร มอบหมายหน้าท่ีตามที่แต่ละคนถนัดกันภายในกลุ่ม ให้ทุกคนเห็นถึงความส�ำคัญ ในหน้าท่ีท่ีแต่ละคนได้รับ ส่ือสารให้เห็นว่าความส�ำเร็จของกลุ่มมีค่ามากแค่ไหน ช่วยเสริมสร้างความสามัคคี ในการท�ำงานร่วมกัน จะเห็นว่าบางคนวิ่งช่วยเพ่ือน ตลอดเวลา บางคนก็ยืนอยู่ ในบ้านของตัวเองแต่จะคอยส่งสัญญาณให้เพื่อน และถ้ามองมากไปกว่าน้ัน ตอนที่เล่นกิจกรรมจะเกิดสภาวะอารมณ์มากมาย การควบคุมอารมณ์ ในขณะท่ีต้องท�ำงานร่วมกันไปด้วยนั้นส�ำคัญมาก และสมาชิก ภายในทีมจะต้องมีวิธีการพูดท่ีจะท�ำให้ทีมท�ำงานไปด้วยกันอย่างมีความสุขด้วย จึงจะก่อให้เกิดความร่วมมือและเกิดทัศนคติท่ีดีต่อกัน เพราะฉะนั้น เราควร มีวิธีการสื่อสารให้ก�ำลังใจกัน โน้มน้าวชักจูงใจ เพ่ือจัดการกับสภาวะอารมณ์ ทเ่ี กิดขนึ้ คู่มอื การจัดกิจกรรมเสรมิ สร้างทกั ษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรับอาสาสมัครแกนนำ� ศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE 111

112 คมู่ อื การจัดกจิ กรรมเสริมสร้างทักษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษที่ 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศนู ย์เพอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE

กิจกรรม ชดุ การใช้ส่ือและเทคโนโลยี กิจกรรมที่ 4-5 ค่มู ือการจัดกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งทักษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรบั อาสาสมคั รแกนน�ำศนู ยเ์ พื่อนใจ TO BE NUMBER ONE 113

114 คมู่ อื การจัดกจิ กรรมเสริมสร้างทักษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษที่ 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศนู ย์เพอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE

กจิ กรรม : รเู้ ท่าทนั ความเส่ียง (ภยั ) ระวังการรับ - ส่ง สอื่ สงั คมออนไลน์ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. เพ่ือให้สมาชิกรู้เท่าทันความเส่ียง (ภัย) จากการรับ - ส่ง ส่ือสังคม ออนไลน์ 2. เพื่อให้สมาชิกมีความรู้ความเข้าใจโทษจากการรับ - ส่ง ส่ือสังคม ออนไลน์ 3. เพ่ือให้สมาชิกรู้แนวทางการป้องกันและระวังการรับ - ส่ง สื่อสังคม ออนไลน์ ระยะเวลา 45 นาที กิจกรรมการเรียนรู้ สอ่ื /อปุ กรณ์ กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. แกนนำ� แบ่งสมาชกิ เปน็ กลมุ่ ย่อย กลุ่มละ 5 - 6 คน ให้สมาชิกใน กลุ่มเล่าถึงประสบการณ์ว่า “ในชีวิตประจ�ำวันมีการรับ - ส่ง สื่อสังคมออนไลน์อย่างไรบ้าง”? และให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทน กลุม่ ละ 1 คน มานำ� เสนอ 115คมู่ อื การจัดกิจกรรมเสรมิ สร้างทกั ษะการดำ� รงชีวติ ในศตวรรษที่ 21 สำ� หรับอาสาสมคั รแกนน�ำศูนย์เพือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE

กจิ กรรมการเรียนรู้ สื่อ/อปุ กรณ์ 2. แกนน�ำเปดิ คลปิ วิดโี อ “คดิ ก่อนโพสต์ คดิ ก่อนแชร”์ หรือภาพยนตรส์ ้ัน - คลปิ วิดีโอ “สรา้ งสรรคห์ รือท�ำลายอยทู่ ี่ปลายนวิ้ ” ให้สมาชิกดู แกนนำ� สุม่ ถาม “คิดก่อนโพสต์ สมาชกิ 2 - 3 คน วา่ ไดข้ ้อคดิ อะไร? จากคลปิ วิดโี อ จากนัน้ ให้ คิดก่อนแชร์” แต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและเสนอความคิดเห็นในประเด็น หรือภาพยนตร์ “การรับ - สง่ ส่ือสงั คมออนไลน์ ที่เป็นภัยในปจั จุบัน”? และให้ สนั้ “สร้างสรรค์ แตล่ ะกลมุ่ ส่งตัวแทนมาน�ำเสนอ หรือท�ำลายอยู่ ทป่ี ลายนวิ้ ” - กระดาษ ฟลิปชาร์ท - ปากกาเคมี 3. แกนน�ำสรุปตามแนวคิดที่ ได้จากกิจกรรมและเพิ่มเติมตาม ใบความรทู้ ่ี 1 ใบความรทู้ ่ี 1 (ร้เู ท่าทัน ความเสยี่ ง (ภัย) สื่อสังคมออนไลน)์ 4. แกนน�ำเปิดคลิปวิดีโอ “การ์ตูนท่ีน่ากลัวที่สุดในโลก ท่ีสะท้อน - คลิปวิดโี อ สังคมทุกวันน”ี้ ใหส้ มาชกิ ดู “การต์ ูนที่นา่ กลวั ทส่ี ุดในโลก ที่ สะทอ้ นสงั คม ทกุ วันน”ี้ 5. แกนน�ำสรุปตามแนวคดิ ท่ีไดจ้ ากกจิ กรรม สรปุ แนวคิดท่ีไดจ้ ากกจิ กรรม การเจริญเติบโตของเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ (Social Media) นั้น ท�ำให้เกิดปรากฏการณ์การแบ่งปันข้อมูลและการกระจายข่าวสาร อย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ ส่ือสังคมออนไลน์มีทั้งข้อดีและข้อด้อย รวมทั้ง อาจส่งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจและความมั่นคงทั้งในแง่บวกและแง่ลบ ดังนั้น ถ้าเราไม่อยากเสียใจภายหลังจากใช้ “ส่ือสังคมออนไลน์ Social Media” 116 คู่มือการจดั กจิ กรรมเสริมสรา้ งทักษะการด�ำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรับอาสาสมัครแกนน�ำศูนยเ์ พ่ือนใจ TO BE NUMBER ONE

เราต้องมีวิจารณญาณในการเช่ือข้อมูลต่างๆ ทางท่ีดีควรมีการเปรียบเทียบข้อมูล จากหลายๆ ด้าน ฉลาดใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ ร้เู ท่าทันความเสยี่ ง (ภัย) ระวงั การรับ - ส่งข่าวสาร การแสดงความคิดเห็นและแพร่กระจายข่าวสารใดท่ีเป็นเร่ืองละเอียด อ่อน หรือเรื่องทีจ่ ะน�ำความเดือดรอ้ นมาส่ตู นเองและผ้อู ่ืน ร้จู ักป้องกนั ขอ้ มูล ใชส้ ติ ก่อนที่จะโพสต์ข้อความ หรือตอบรับความสัมพันธ์ของใครๆ ก็ตามผ่าน Line, E-Mail, Facebook, Google +, Youtube, twitter เป็นต้น เราควรเรียนรู้ว่าจะใช้ส่ือสังคมออนไลน์อย่างไร ไม่ ให้ผิดกฎหมายตามพระราช บัญญตั ิ (พ.ร.บ.) วา่ ดว้ ยการกระทำ� ความผิดเกีย่ วกับคอมพวิ เตอร์ พ.ศ.2560 การประเมินผล 1. สงั เกตการณ์มสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมกลมุ่ 2. พิจารณาจากการนำ� เสนอผลงานกลุ่ม แหล่งส่ือสำ� หรับประกอบการเรียนรู้ 1. คลปิ วิดีโอ เรื่อง “คดิ ก่อนโพสต์ คดิ ก่อนแชร”์ จาก https://www.youtube.com/watch?v=OWmUq4IyQbo โดย SHERBET TV 2. ภาพยนตรส์ ้ัน “สรา้ งสรรค์หรือท�ำลายอยู่ทปี่ ลายนวิ้ ” จาก https://www.youtube.com/watch?v=15ASoii5ARlo& feature=player_embedded โดย ส�ำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกจิ การโทรคมนาคมแห่งชาติ (ส�ำนกั งาน กสทช.) 3. คลิปวิดีโอ “การ์ตูนท่ีน่ากลัวท่ีสุดในโลก ที่สะท้อนสังคมทุกวันนี้” จาก https://www.youtube.com/watch?v=Tw8Cc3qgLUY โดย logical คู่มอื การจดั กจิ กรรมเสรมิ สร้างทกั ษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรับอาสาสมคั รแกนน�ำศูนยเ์ พือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE 117

ใบความรทู้ ี่ 1 เร่ือง รูเ้ ทา่ ทนั ความเสย่ี ง (ภยั ) ส่ือสงั คมออนไลน์ ความหมายและคุณลักษณะของส่ือสังคมออนไลน์ (Social Media) 13 สื่อสงั คมออนไลน์ (Social Media) คอื เคร่ืองมือออนไลน์ต่างๆ ทเี่ ป็น เทคโนโลยี ใหม่ มีการทํางานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายโทรศัพท์ เคล่ือนที่ท่ีอนุญาตให้แต่ละบุคคลเข้าถึงการแบ่งปัน แลกเปล่ียน สร้างเน้ือหา สื่อสารกับบุคคลอ่ืนๆ และการเข้าร่วมเครือข่ายออนไลน์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ซ่ึงปัจจุบันบริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีการนํามาใช้ ในการส่ือสารระหว่างบุคคล เพ่ือการส่ือสารทางธุรกิจ หรือการส่ือสารของหน่วยงานราชการ ตลอดจนองค์กร ตา่ งๆ (Williamson, Andy 2013 : 9) คณุ ลกั ษณะของส่อื สงั คมออนไลน์เป็นการสื่อสารแบบสองทาง คอื 1. มรี ปู แบบการทาํ งานในลกั ษณะออนไลน์ 2. สามารถท่จี ะใชส้ รา้ งและเพม่ิ เตมิ เนอ้ื หาได้ ส่ือสังคมออนไลน์สามารถท่ีจะใช้งานได้ผ่านเคร่ืองมืออุปกรณ์การสื่อสาร ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ มือถือ แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์อื่นๆ ท่ีมีการเช่ือมต่อ อินเทอร์เน็ตหรือเครือข่าย โทรศัพท์เคล่ือนที่ ดังนั้น สื่อสังคมออนไลน์จึงเป็น ช่องทางการสื่อสารอีกช่องทางหน่ึงท่ีนํามาใช้ ในการติดต่อส่ือสารกับบุคคลต่างๆ สื่อสังคมออนไลน์ช่วยให้ผู้ ใช้สามารถสื่อสารถึงกันได้ทันทีและสามารถส่ือสาร ถึงกนั แบบการสอ่ื สารสองทางได้ ทาํ ใหม้ กี ารปฏสิ ัมพันธ์กันมากขึ้น ปัจจัยทส่ี ่งผลให้มกี ารใช้สือ่ สังคมออนไลนเ์ พม่ิ ขึ้น คือ 1. ดา้ นเทคโนโลยี ท้ังการเพม่ิ ขีดความสามารถของเครือข่าย การปรับปรุง พัฒนาโปรแกรมรวมท้ังการพัฒนาขีดความสามารถของคอมพิวเตอร์และมือถือ ให้มปี ระสทิ ธิภาพและการใช้งานไดห้ ลากหลายขนึ้ 118 ค่มู ือการจดั กจิ กรรมเสริมสรา้ งทกั ษะการดำ� รงชีวติ ในศตวรรษที่ 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศนู ย์เพอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE

2. ด้านสังคม ที่เกิดจากกลุ่มวัยรุ่นท่ีมีการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์เป็น จำ� นวนเพ่มิ มากขนึ้ 3. ด้านเศรษฐกจิ ได้แก่ การซอื้ อปุ กรณ์คอมพิวเตอรแ์ ละซอฟแวรเ์ พมิ่ ข้นึ เน่ืองมาจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่ส่งผลให้อุปกรณ์ต่างๆ มีประสิทธิภาพ มากข้ึน ในขณะทีร่ าคาถูกลง รวมทั้งการให้ความสนใจต่อการนาํ สอ่ื สังคมออนไลน์ไปใช้ ในเชิงธุรกิจมากข้นึ (Dewing, Michael. 2013 : 2) พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระท�ำความผิดเก่ียวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 หรือ พ.ร.บ.คอมพวิ เตอร์ ฉบบั 2 มีสาระ ส�ำคัญทจี่ �ำง่ายและควรพงึ ระวงั ดังนี้ 14 1. การฝากรา้ นใน Facebook , IG ถอื เป็นสแปม ปรับ 200,000 บาท (สแปม15 spam คอื ช่ือเรียกของการส่งขอ้ ความที่ผู้รับไมไ่ ด้รอ้ งขอ เช่น การส่งสแปม ผ่านทางอีเมลในการโฆษณาชวนเช่อื หรือโฆษณาขายของ) 2. ส่ง SMS โฆษณา โดยไม่ได้รับความยินยอม ให้ผู้รับสามารถปฏิเสธ ขอ้ มูลนั้นได้ ไมเ่ ชน่ นั้นถือเป็นสแปม ปรับ 200,000 บาท 3. ส่ง Email ขายของ ถอื เปน็ สแปม ปรับ 200,000 บาท 4. กด Like ได้ไม่ผิด พ.ร.บ.คอมพวิ เตอร์ ยกเว้นการกด Like เร่ืองเกย่ี ว กับสถาบนั เส่ียงเข้าข่ายความผิด มาตรา 112 หรือมคี วามผิดร่วม 5. กด Share ถอื เป็นการเผยแพร่ หากขอ้ มลู ท่ี Share มีผลกระทบตอ่ ผอู้ ื่น อาจเข้าขา่ ยความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพวิ เตอร์ โดยเฉพาะทกี่ ระทบต่อบคุ คลที่ 3 6. พบข้อมูลผิดกฎหมายอยู่ ในระบบคอมพิวเตอร์ของเรา แต่ไม่ ใช่ส่ิงท่ี เจ้าของคอมพิวเตอร์กระท�ำเอง สามารถแจ้งไปยังหน่วยงานท่ีรับผิดชอบได้ หากแจ้งแล้วลบข้อมูลออก เจ้าของก็จะไม่มีความผิดตามกฎหมาย เช่น ความเห็น ในเว็บไซต์ต่างๆ รวมไปถึง Facebook ที่ ให้แสดงความคิดเห็น หากพบว่า การแสดงความเห็นผิดกฎหมาย เม่ือแจ้งไปที่หน่วยงานที่รับผิดชอบเพ่ือลบได้ทันที เจ้าของระบบเวบ็ ไซต์จะไม่มีความผิด 119คู่มือการจดั กิจกรรมเสรมิ สรา้ งทักษะการดำ� รงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรับอาสาสมคั รแกนน�ำศูนยเ์ พือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE

7. ส�ำหรับแอดมินเพจท่ีเปิดให้มีการแสดงความเห็น เม่ือพบข้อความ ทีผ่ ิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมอ่ื ลบออกจากพ้ืนที่ที่ตนดูแลแลว้ จะถอื เป็นผพู้ น้ ผิด 8. ไม่โพสต์สิ่งลามกอนาจารท่ที �ำใหเ้ กิดการเผยแพร่สู่ประชาชนได้ 9. การโพสต์เก่ียวกับเด็ก เยาวชน ต้องปิดบังใบหน้า ยกเว้นเมื่อเป็นการ เชิดชู ชื่นชม อย่างให้เกยี รติ 10. การให้ข้อมลู เก่ียวกบั ผเู้ สียชีวิต ต้องไมท่ ำ� ให้เกดิ ความเสอ่ื มเสยี ช่อื เสียง หรือถูกดูหม่ิน เกลียดชัง ญาติสามารถฟอ้ งร้องได้ตามกฎหมาย 11. การโพสต์ด่าวา่ ผอู้ ่ืนมีกฎหมายอาญาอยู่แลว้ ไมม่ ีข้อมูลจริง หรือถกู ตดั ต่อผู้ถูกกล่าวหาเอาผิดผู้โพสต์ได้ และมโี ทษจ�ำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท 12. ไมท่ ำ� การละเมิดลขิ สทิ ธ์ิผู้ ใด ไม่ว่าข้อความ เพลง รปู ภาพ หรือวิดโี อ 13. ส่งรปู ภาพแชร์ของผอู้ ่ืน เช่น สวัสดี อวยพร ไม่ผิด ถา้ ไม่เอาภาพไปใช้ ในเชงิ พาณชิ ย์ หารายได้ นเ่ี ป็นเพียงสว่ นหน่งึ ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทม่ี ีผลบงั คบั ใช้แลว้ ซึ่งยงั มี อีกหลายประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานส่ือสังคมออนไลน์ ดังนั้น จึงควรรู้ กฎกติกาการใชง้ านไวก้ อ่ น ก็จะชว่ ยปอ้ งกันไม่ให้เราเสี่ยงต่อการท�ำผิดกฎหมายได้ แนวทางการปอ้ งกันและระวงั การรับ - สง่ ส่อื สงั คมออนไลน์ท่ปี ลอดภยั ดังนี้ 16 1. บัตรประจ�ำตัวประชาชน / ขอ้ มลู หนงั สอื เดนิ ทาง หรือหนังสือแสดงตัว บคุ คล บัตรประจ�ำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือหนังสือแสดงตัวบุคคล อื่น (เช่น ใบเปลย่ี นชื่อ ส�ำเนาทะเบียนบา้ น) จะถูกนำ� ไปใช้เม่อื เราใช้บริการธุรกรรม ทางการเงิน เช่น สมัครบัตรเครดิต เปิดบัญชีธนาคาร เปิดบริการบัตรเดบิต ขอสนิ เช่ือต่างๆ แมก้ ระท่ังเสยี ภาษี สมัครงาน โดยใช้ “เลขบัตรประชาชน 13 หลกั ” เป็นตัวอ้างอิง แม้แต่เราใช้บริการต่างๆ ผ่านโทรศัพท์ ศูนย์บริการทางโทรศัพท์ 120 คู่มือการจดั กิจกรรมเสริมสรา้ งทักษะการด�ำรงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 สำ� หรับอาสาสมัครแกนน�ำศนู ย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE

(call center) ตา่ งๆ กม็ ักจะตรวจสอบตวั ตนดว้ ยหมายเลขบัตรประจ�ำตวั ประชนชน การเผยแพร่หมายเลขบัตรประจ�ำตัวประชนชนจึงเท่ากับเปิดช่องให้เหล่ามิจฉาชีพ เอาไปแอบอ้างเปน็ ตัวเรา 2. ภาพถา่ ยหรือข้อมลู ของบุตรหลาน การน�ำรูปลูกหลานมาแชร์ก็ถือเป็นเรื่องดีท่ี ได้แชร์ความน่ารักของ ลูกหลานให้กับเพื่อน หรือญาติที่อยู่ห่างไกลได้เห็นพัฒนาการต่างๆ ของเขา แต่อีกด้านหน่ึงก็ถือเป็นดาบสองคมด้วยเช่นกัน เพราะจะท�ำให้กลุ่มมิจฉาชีพจดจ�ำ หน้าตา หรือข้อมูลบางส่วนมาใช้ ในการน�ำภาพไปขอรับบริจาค ขอทาน ลักพาตัว หรือลอ่ ลวงไปท�ำมิดีมริ า้ ยได้ 3. ตว๋ั เครื่องบนิ ตัว๋ เคร่ืองบินต่างจากตัว๋ รถยนต์โดยสารกต็ รงท่มี บี าร์โค้ด (bar code) ที่มีรหัสอา้ งองิ ที่น�ำไปใช้ ในการสืบหาขอ้ มูลสว่ นตัวเราไดท้ ันที เชน่ ชือ่ - นามสกุล จุดเร่ิมต้นของการเดินทาง จุดหมายปลายทาง สัมภาระต่างๆ เหล่ามิจฉาชีพ สามารถน�ำไปใช้ประโยชน์ ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเรา ดังนั้น หลังการเดินทาง หากไมม่ ีปัญหาติดขัดแลว้ ควรทำ� ลายเอกสารหลงั การใช้งานทันที 4. เช็คอินสถานท่ี หลายๆ คนเวลาไปไหนชอบที่จะเช็คอินตามสถานท่ีต่างๆ ว่า อยู่ไหน ท�ำอะไรอยู่ จึงท�ำให้กลุ่มมิจฉาชีพรู้ว่า ไม่อยู่บ้าน หรือก�ำลังจะกลับ ถือเป็นเรื่อง เสี่ยงมาก เหลา่ อาชญากรสมัยใหมส่ ามารถค้นหาต�ำแหน่งบ้านท่พี ักอาศยั ของเหย่อื ได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่จ�ำเป็นต้องมาเฝ้าดูลาดเลาเลย (เหยื่อบอกให้ตลอด โดยไมร่ ้ตู ัว) ซ่งึ ขอ้ มลู จากเวบ็ ไซต์ distinctivedoors.co.uk ไดท้ ำ� การส�ำรวจขอ้ มูล เกี่ยวกับการเกิดอาชญากรรมในปัจจุบันพบว่า โจรกว่า 75% ใช้การค้นหากลุ่ม เป้าหมายผ่านทางโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ โฟร์สแควร์ รวมท้ัง โปรแกรมอยา่ ง Google Street View ดงั นั้น ย่งิ ชอบโพสตร์ ปู ทรัพย์สินมคี า่ อวด เพือ่ นๆ ในโลกโซเชียลกจ็ ะทำ� ใหไ้ มเ่ กดิ ความปลอดภัย 121ค่มู อื การจัดกิจกรรมเสรมิ สร้างทกั ษะการดำ� รงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมคั รแกนนำ� ศูนยเ์ พือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE

5. ดา่ องค์กร ไม่ใช่เรื่องแปลกท่ีคนส่วนใหญ่จะเบ่ือหน่ายงานท่ีก�ำลังท�ำอยู่ แต่กฎเหล็ก ท่ีหลายคนมักมองข้ามคือ อย่าโพสต์ข้อความเชิงลบท่ีแสดงความไม่พอใจต่อ บริษัทตัวเอง แม้ไม่ผิดกฎหมายแต่อาจถูกไล่ออกจากงานได้ เพราะถือเป็น การหม่ินประมาท วิพากษ์วิจารณ์ ให้เกิดความเส่ือมเสีย อีกข้อท่ีหลายคนอาจไม่รู้ คือ คุณไม่มีสิทธ์ิโพสต์ข้อมูลความลับของบริษัทตัวเอง เช่น วันหยุดของที่ทำ� งาน เงินเดือน โบนัส เนอ่ื งจากโปรเจกต่างๆ เหล่านอ้ี าจเป็นความลบั ทางธุรกิจได้ 6. ข้อมลู พื้นฐานทวั่ ไป ข้อมลู สว่ นบุคคล ไมว่ ่าจะเปน็ เบอร์โทรศพั ท์ ที่อยู่ วัน เดือน ปี เกิด และอ่ืนๆ อีกมากมาย ลว้ นเป็นสิ่งท่ีไมค่ วรเปิดเผยในโลกออนไลน์ 7. การโจมตีผ้อู ืน่ การเอาเรื่องของคนอื่นมาเผยแพร่ต่อว่ากันในที่สาธารณะน้ัน โพสต์ทั้ง ขอ้ ความ รปู ภาพ คลปิ วิดโี อในลกั ษณะการบิดเบือนขอ้ มูล ตดั ต่อภาพ คอนเมนต์ จนเกินขอบเขต สนกุ บนความทุกข์ของคนอ่ืน ท�ำให้ผู้อื่นเสียหาย เหล่านลี้ ้วนเข้า ข่ายการหมิ่นประมาทต่อบุคคลอ่ืน และเข้าข่ายการกระท�ำความผิดทางอาญาฐาน หมิ่นประมาทและมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระท�ำความผิดทาง คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มโี ทษจ�ำคุกไมเ่ กิน 5 ปี เเละปรับไม่เกิน 1 เเสนบาท 8. อยา่ ดรามา่ การโพสต์ระบายอารมณ์ ระบายความในใจเล็กๆ น้อยๆ อาจท�ำลาย มิตรภาพลงได้ ในพริบตา เพราะมันจะเผยแพร่ไปในโลกโซเชียลถึงคนอื่นเร็วมาก หากไม่รู้จักใช้สติ ใช้อารมณ์ชั่ววูบ ไม่ทันยั้งคิด เช่น เรามักจะโพสต์ด่าลอยๆ ถึงบุคคลนริ นาม แต่เราอาจมีเพื่อนเยอะมากและก�ำลังคิดว่า คุณด่าเขาหรือเปล่า จนอาจเกิดการวิตกจริตคิดไปเอง ท�ำให้น�ำไปสู่ความหวาดระแวง กระทบกับ ความสัมพันธ์ได้ 122 คูม่ อื การจัดกจิ กรรมเสรมิ สร้างทักษะการดำ� รงชวี ติ ในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรบั อาสาสมัครแกนน�ำศนู ยเ์ พอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE

9. ภาพวาบหวิวอนาจาร การโพสต์ข้อมูลส่วนตัวจ�ำพวกภาพถ่ายของตัวเองในลักษณะท่ี ไม่เหมาะสม เช่น ภาพโปเ๊ ปลอื ย อนาจาร อาจสง่ ผลกระทบตอ่ หนา้ ท่กี ารงานได้ เช่น ตำ� รวจสาวจีน ถูกปลด “หลังถ่ายรปู เซลฟี่หวิว” ในชดุ เครื่องแบบต�ำรวจ หรือพนักงานธนาคาร แห่งหน่ึง ถูกลงโทษเพราะโพสต์รปู ตนเองในลักษณะวาบหวิว และหากย่ิงถ่ายใน ลักษณะวาบหวิวเซ็กซี่มากเกินไป อาจโดนพวกโรคจิตตามรังควาน ถึงขัน้ หมายปอง จะข่มขนื ได้ วิธีปรับตวั ใหเ้ ทา่ ทนั ส่ือสงั คมออนไลน์ในยุค Social Media ดังน้ี 17 1. ติดตามการเปล่ียนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีเกิดขึ้นใหม่ ตลอดจนท�ำความเข้าใจบทบาทของเทคโนโลยี ใหม่ท่ีจะมีผลกระทบต่อชีวิตประจ�ำวัน ของเราอยา่ งสม่ำ� เสมอ 2. ค�ำนึงถึงผลดีและผลเสียของเทคโนโลยี ใหม่น้ันว่า มีมากมีน้อยแค่ไหน ถา้ เทคโนโลยี ใหมน่ ัน้ มผี ลเสียมากกว่าผลดี เราก็ควรหลกี เล่ียงท่ีจะใช้ 3. เม่ือใช้เทคโนโลยี ใหม่ๆ เราก็ไม่ควรที่จะท้ิงเทคโนโลยีเดิมท่ีเกิดขึ้นจาก ประสบการณ์ ในการด�ำเนินชีวิต การท�ำมาหากิน การต่อสู้กับปรากฏการณ์ ธรรมชาติ และการปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั สภาพแวดล้อมของคนทอ้ งถิ่นในอดีต เพราะใน แตล่ ะทอ้ งทีท่ ั่วโลกไมเ่ หมือนกนั เทคโนโลยีของต่างประเทศ อาจจะไม่เหมาะทจ่ี ะใช้ ในบา้ นเราก็ได้ 4. ไม่ใชเ้ ทคโนโลยีอย่างฟมุ่ เฟอื ย ใชแ้ ต่พอประมาณ 123คมู่ ือการจัดกจิ กรรมเสริมสร้างทักษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรับอาสาสมคั รแกนนำ� ศนู ย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE

กิจกรรม : วยั มันสก์ บั การใชป้ ระโยชน์ จากสอ่ื สงั คมออนไลน์ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. เพื่อให้สมาชิกเลอื กใชป้ ระโยชน์จากสือ่ สงั คมออนไลน์ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 2. เพื่อให้สมาชิกรู้วิธีเข้าถึงแหล่งข้อมูลและเลือกใช้ส่ือสังคมออนไลน์ ท่เี ชอื่ ถอื ได้ 3. เพ่ือให้สมาชิกร้ขู ้อดี - ข้อเสีย ของการใช้ส่ือสังคมออนไลน์จากเว็บไซต์ ต่างๆ ระยะเวลา 60 นาที กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/อปุ กรณ์ 1. แกนน�ำให้สมาชิกจับคู่คุยกันถึงประสบการณ์ว่า ในชีวิตประจ�ำวัน มีการใช้ส่ือสังคมออนไลน์อะไรบ้าง? เพื่อประโยชน์ด้านใด? และ แกนนำ� สุ่มถามสมาชกิ 2 - 3 คน 2. แกนน�ำสรุปตามแนวคิดท่ี ได้จากกิจกรรมและเพิ่มเติมตาม ใบความรทู้ ี่ 1 ใบความรทู้ ี่ 1 (การใช้ประโยชนจ์ าก สื่อสังคมออนไลน์) 124 คมู่ ือการจดั กิจกรรมเสริมสร้างทกั ษะการดำ� รงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรับอาสาสมคั รแกนน�ำศูนยเ์ พ่ือนใจ TO BE NUMBER ONE

กจิ กรรมการเรียนรู้ ส่ือ/อุปกรณ์ 3. แกนนำ� แบ่งสมาชกิ เป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 5 - 6 คน ใหร้ ่วมกัน - กระดาษ ระดมความคิดเห็นในประเด็น “วิธีเข้าถึงแหล่งข้อมูลสื่อสังคม ฟลปิ ชารท์ ออนไลน์ท่ีเช่ือถือได้” พร้อมยกตัวอย่างเว็บไซต์และบอกข้อดี - - ปากกาเคมี ข้อเสยี ของการใช้งาน โดยใหส้ มาชกิ เลือกกลมุ่ ละ 1 ด้าน ดงั นี้ กลุ่มท่ี 1 : ด้านการตดิ ต่อส่ือสาร กลุ่มที่ 2 : ด้านความบันเทงิ กลุ่มท่ี 3 : ด้านการศึกษา (ท้ังในประเทศและต่างประเทศ) กลุ่มท่ี 4 : ด้านอาชีพและการสร้างรายไดเ้ สริม และใหแ้ ต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนมานำ� เสนอ 4. แกนน�ำสรุปตามแนวคิดที่ ได้จากกิจกรรมและเพิ่มเติมตาม ใบความร้ทู ่ี 2 ใบความร้ทู ี่ 2 (การเขา้ ถึง แหล่งข้อมูลสอ่ื สังคมออนไลน)์ 5. แกนน�ำให้สมาชิกกลุ่มย่อยเดิมระดมความคิดเห็นในประเด็น - กระดาษ “การใช้ประโยชน์จากส่ือสังคมออนไลน์” และฝึกปฏิบัติการใช้งาน ฟลปิ ชารท์ เว็บไซต์เพอ่ื คน้ หาขอ้ มลู โดยใหส้ มาชกิ เลือกกลุ่มละ 1 หัวข้อ ดังนี้ - ปากกาเคมี กลุ่มที่ 1 : การฝกึ เลน่ เครื่องดนตรีทช่ี อบ - คอมพวิ เตอร์ กลมุ่ ท่ี 2 : การฝกึ แต่งหนา้ - สมารท์ โฟน กลุ่มท่ี 3 : การฝกึ ท�ำอาหาร - แท็บเลต็ กลมุ่ ท่ี 4 : การออกก�ำลังกาย - คอมพวิ เตอร์ กลมุ่ ที่ 5 : การศกึ ษาตอ่ (ท้ังในและตา่ งประเทศ) โนต๊ บุค๊ และใหแ้ ต่ละกลุม่ ส่งตัวแทนมาสาธิตการใช้งานเวบ็ ไซต์ - เครอ่ื งมอื สอื่ สารอ่ืน ทสี่ ามารถเชอ่ื มตอ่ อินเตอรเ์ น็ตได้ 6. แกนน�ำสรุปตามแนวคิดท่ี ได้จากกิจกรรมและเพ่ิมเติมตาม ใบความร้ทู ่ี 3 ใบความรทู้ ่ี 3 (ขอ้ ดี - ข้อเสีย ของการใชส้ อ่ื สังคม ออนไลน์) 125ค่มู ือการจดั กจิ กรรมเสรมิ สร้างทกั ษะการด�ำรงชวี ติ ในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE

สรปุ แนวคิดที่ไดจ้ ากกจิ กรรม ปัจจุบันส่ือสังคมออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจําวันของเราเพิ่มข้ึน ซึ่งอาจมีการเปล่ียนแปลงชนดิ ของส่ือสังคมออนไลน์ประเภทต่างๆ ไปตามกระแส ความนิยมของกลุ่มผู้ ใช้และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและ การส่ือสาร ส่ือสังคมออนไลน์จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยสนับสนนุ สื่อหลักท่ีมีอยู่ เดิมได้เปน็ อยา่ งดี ชว่ ยสร้างโอกาสใหส้ ามารถสอื่ สารกับสาธารณะ และเข้าถงึ กลุ่ม เป้าหมายกลุ่มต่างๆ ได้มากขน้ึ ดงั น้ัน การใชส้ ่ือสังคมออนไลนต์ อ้ งคำ� นึงถึงความ เหมาะสมและความน่าเชื่อถอื ของแหลง่ ขอ้ มูล การประเมนิ ผล 1. สังเกตการณม์ สี ว่ นร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม 2. พจิ ารณาจากการน�ำเสนอผลงานกลุ่ม 126 คมู่ ือการจัดกจิ กรรมเสริมสรา้ งทักษะการดำ� รงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนน�ำศูนยเ์ พ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE

ใบความรทู้ ี่ 1 การใช้ประโยชน์จากส่อื สงั คมออนไลน์ การใชป้ ระโยชนจ์ ากสอื่ สังคมออนไลน์ 5 ด้าน ดงั นี้ 18 1. ด้านการตดิ ตามข่าวสาร : ปัจจุบันเป็นยุคสมัยของข้อมูลข่าวสารท่ีดูเหมือนกับโลกในปัจจุบันถูก ย่อให้เล็กลง จนท�ำให้สามารถรับร้เู ร่ืองราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นท่ัวโลกได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดเหตุการณ์ ใดๆ ข้ึน ก็จะมีการรายงานข่าวสารในทันที ยกตัวอย่างเช่น เร่ืองราวของภัยพิบัติธรรมชาติในประเทศต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซ่ึงการติดตาม ข่าวสารที่สามารถท�ำได้อย่างรวดเร็วเหล่าน้ีเอง ท�ำให้การส่งความช่วยเหลือ สามารถทำ� ไดร้ วดเร็วขึ้นนั่นเอง 2. คลงั ขอ้ มูลความร้ขู นาดใหญม่ ี ใหค้ ้นหาไดอ้ ยา่ งไม่สิ้นสุด : ในยุคก่อนหากต้องการค้นหาค�ำตอบ หรือหาความรู้ ในเร่ืองต่างๆ คงไมพ่ น้ ตอ้ งคน้ หาจากในหนังสอื หรือต�ำรับตำ� ราตา่ งๆ ในหอ้ งสมุด หรือตามร้าน ขายหนังสือ ซ่ึงต้องใช้เวลาหรือบางทีอาจไม่มีค�ำตอบที่เราต้องการ การน�ำ เทคโนโลยกี ารสื่อสารออนไลน์ และ Social Media มาใช้งาน ชว่ ยใหส้ ามารถคน้ หา ข้อมูล องค์ความรู้เร่ืองต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เพราะสามารถค้นหา ได้อย่างไม่ส้ินสุด ไม่มีปัญหาเรื่องการค้นหาองค์ความรู้จากแหล่งข้อมูลท่ีมาจาก หลากหลายประเทศ หลากหลายภาษา แถมยังสามารถหาพร้อมกับการแปลภาษา ได้ ในทันที หรือถา้ ใครท่ีไม่ชอบอ่านและอยากได้ขอ้ มูลแบบเหน็ ชัดๆ ก็สามารถดไู ด้ จาก YouTube ยกตัวอย่างเช่น การค้นหาข้อมูลต่างๆ ผ่านการรีวิวผลิตภัณฑ์ หรือสถานท่ีของเหล่าบรรดาส่ือมวลชน และบล็อกเกอร์ทั้งไทยและต่างประเทศ เป็นตน้ 127คมู่ ือการจัดกิจกรรมเสริมสร้างทกั ษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศูนย์เพ่ือนใจ TO BE NUMBER ONE

ตัวอย่างขอ้ มูลจาก : Google ตัวอยา่ งขอ้ มลู จาก : Wikipedia แหลง่ ที่มาภาพจาก : Google แหลง่ ท่มี าภาพจาก : Wikipedia 128 คมู่ อื การจดั กจิ กรรมเสริมสรา้ งทกั ษะการดำ� รงชวี ิตในศตวรรษที่ 21 สำ� หรับอาสาสมคั รแกนน�ำศนู ย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE

3. คลายเครียดกับสารพันบันเทิง : ไม่เพียงแค่เรื่องราวสาระความรู้เท่าน้ัน แต่ถ้าจะพูดถึงการรับชมความ บันเทงิ ผ่านรายการ ซรี ียด์ งั หรือดู MV เพลงท่ชี ื่นชอบ ก็คงเป็นอกี หน่งึ แนวทาง ในการใช้งานเทคโนโลยีการสื่อสารออนไลน์และ Social Media เพราะหลายคน อาจมีรายการ ซีรีย์ ละคร เรื่องโปรด ท่ี ไม่สามารถดูได้ ในตอนที่ออกอากาศ แต่ถ้าด้วยการรับชมผ่านทางออนไลน์แล้วจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันหลายๆ รายการ และซีรีย์ดัง มักมี ให้ดูแบบย้อนหลังผ่านทาง YouTube หรืออยากชม MV จากศิลปินคนโปรด ไม่ว่าจะเป็นศิลปินในยุคนห้ี รือในอดีตก็สามารถท�ำได้อย่าง ง่ายดายอกี ด้วย แหล่งทม่ี าภาพจาก : gnash 129คู่มอื การจัดกิจกรรมเสรมิ สรา้ งทักษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรับอาสาสมัครแกนน�ำศูนย์เพอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE

4. ฝึกฝนประสบการณ์ด้วยตนเอง ประหยัดค่าใชจ้ า่ ยในการเข้าคอรส์ : คนที่อยากหาความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์เพิ่มเติมให้ กบั ตัวเองในเร่ืองตา่ งๆ ยกตวั อย่างเชน่ การฝกึ ท�ำอาหาร การฝกึ แต่งหนา้ การฝกึ เลน่ เคร่ืองดนตรีที่ชื่นชอบ การฝึกสร้างผลงานอดิเรกต่างๆ หลายคนอาจยอมเสียเงิน เพื่อไปสมัครเรียนคอร์สต่างๆ เพื่อเพิ่มประสบการณ์และความสามารถพิเศษ ในส่ิงท่ีตนเองช่ืนชอบหรือสนใจ แต่จะดีกว่า ถ้าการเรียนรู้เหล่านสี้ ามารถท�ำได้ ด้วยตนเองผ่านทางสื่อออนไลน์ แถมยังมีหลายคนที่เอามาแชร์วิธีการให้เห็นกัน แบบทีละข้ันตอนอย่างชัดเจน ผ่านทาง YouTube ที่สามารถดูได้ฟรีแบบไม่ต้อง เสียเงินอีกด้วย ท่ีส�ำคัญเราสามารถปฏิบัติและฝึกฝนได้เองซ้�ำๆ ก่ีรอบก็ได้ จะฝึกฝนท่ีไหน เมื่อไหร่ เลือกได้ตามความสะดวกกันอีกด้วย อาจเรียกได้ว่าเป็น ประโยชน์ที่คนยุคใหม่จะสามารถฝึกฝนความสามารถของตัวเองได้อย่างสะดวก ยง่ิ ขน้ึ และยงั ช่วยประหยดั เงนิ ไดม้ ากมายมหาศาลอกี ดว้ ย แหล่งท่ีมาภาพจาก : Food Travel.TV 130 คู่มือการจดั กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการดำ� รงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 สำ� หรบั อาสาสมคั รแกนน�ำศนู ย์เพอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE

5. เผยแพร่และแชร์ประสบการณ์ องค์ความรู้ให้กับผู้คนทั่วโลกได้อย่าง รวดเรว็ : เรื่องของการส่งต่อความรู้ก็เป็นอีกหนึ่งเร่ืองที่มีความส�ำคัญไม่น้อยไป กว่าการติดตามข่าวสารและค้นหาข้อมูลก็ว่าได้ เพราะหากไม่มีการเผยแพร่หรือ แชร์ความรู้ก็ย่อมไม่มีข้อมูลให้ค้นหากันอย่างแน่นอน ซ่ึงส่ิงที่เข้ามาเป็นเคร่ืองมือ ส�ำคัญที่ท�ำให้การส่งต่อความรู้จากทุกมุมโลกท�ำได้สะดวก ง่ายดายและรวดเร็วนี้ ก็ไม่ใช่สิ่งอื่นใดเลย นอกจากเทคโนโลยีการเช่ือมต่อแบบออนไลน์ ยกตัวอย่างเช่น การสอนหนังสือทางไกล ซึ่งจะท�ำให้นักเรียนในหลายพ้ืนที่ ได้รับการศึกษาท่ีดียิ่งขึ้น หรือจะเป็นการถ่ายทอดสดท่ีโรงพยาบาล Royal Hospital ในกรุงลอนดอน ประเทศองั กฤษ ซ่งึ ได้ถา่ ยทอดสดการผ่าตดั แยกช้นิ สว่ นเนือ้ เยื่อ ท่มี เี ชือ้ มะเร็งออก จากร่างกายของผู้ป่วยให้กับนักศึกษาแพทย์ท่ัวโลกได้เห็นและศึกษาพร้อมกัน ผ่านเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) หรือเทคโนโลยกี ารสร้างภาพเสมือนจริง ซ่ึงเรียกได้ว่า ก่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านการศึกษาทางการแพทย์แก่นักศึกษาแพทย์ ทั่วโลกได้อย่างมากทีเดียว ค่มู อื การจัดกิจกรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรับอาสาสมัครแกนน�ำศูนย์เพือ่ นใจ TO BE NUMBER ONE 131

ใบความรทู้ ่ี 2 เร่อื ง การเขา้ ถงึ แหล่งข้อมลู สือ่ สงั คมออนไลน์ ชนดิ ของสอื่ สังคมออนไลน์ 18 ส่ือสังคมออนไลน์มีหลายรูปแบบ ทั้งประเภทเคร่ืองมือและการประยุกต์ ใช้งานทห่ี ลากหลาย อาจแบง่ ได้ดังนี้ (Williamson, Andy 2013 : 9) ชนดิ ของสอ่ื สงั คมออนไลน์ คําอธบิ าย ตัวอยา่ งเว็บไซต์ เครือข่ายสงั คม เปน็ เวบ็ ไซต์ท่ีบุคคลหรือหน่วยงานสามารถ - Facebook (Social networking site) สรา้ งข้อมลู และเปลยี่ นข้อมลู (สถานะของตน) - Badoo เผยแพร่รปู ภาพ ภาพเคลอื่ นไหว โดยที่ - Google+ บุคคลอื่น สามารถเข้ามาแสดงความชอบ - Linkdin หรือส่งต่อ หรือเผยแพร่ หรือแสดงความเหน็ - Orkut โต้ตอบการสนทนา หรือแสดงความคิดเห็น เพ่ิมเตมิ ได้ ไมโครบล็อก เปน็ เว็บไซต์ที่ ใช้เผยแพรข่ ้อมลู หรือ - Twitter (Micro-blog) ข้อความส้ัน ในเร่ืองทสี่ นใจเฉพาะด้าน - Blauk รวมท้ังสามารถใชเ้ ครื่องหมาย # (hashtag) - Weibo เพือ่ เชอ่ื มตอ่ กับกลุ่มคนท่มี ีความสนใจ - Tout ในเร่ืองเดียวกนั ได้ - Tumblr เวบ็ ไซตท์ ี่ใหบ้ ริการแบง่ ปัน เปน็ เว็บไซตท์ ่ี ให้ผู้ ใช้สามารถฝาก หรือนาํ - Flicker ส่ือออนไลน์ สอื่ ข้อมลู รปู ภาพ วิดโี อขน้ึ เวบ็ ไซต์ - Vimero (Video and photo เพื่อแบง่ ปันแก่ผอู้ ื่น - Youtube sharing website) - Instagram - Pinterest 132 คูม่ อื การจัดกจิ กรรมเสริมสรา้ งทักษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรบั อาสาสมคั รแกนน�ำศูนยเ์ พอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE

ชนดิ ของสอ่ื สงั คมออนไลน์ คําอธบิ าย ตัวอยา่ งเวบ็ ไซต์ บล็อกส่วนบคุ คลและ เป็นเว็บไซตท์ ีผ่ เู้ ขียนบนั ทึกเรื่องราวต่างๆ - Blogger องคก์ ร เสมอื นเป็นบันทกึ ไดอารีออนไลน์สามารถ - Wordpress (Personal and เขียนในลักษณะไมเ่ ปน็ ทางการและแกไ้ ขได้ - Bloggang corporate blogs) บอ่ ย ซึง่ บลอ็ กสามารถใช้ไดท้ ้ังส่วนบุคคล - Exteen และกลุ่ม หรือองค์กร บลอ็ กที่มีสื่อสิง่ พิมพเ์ ป็น เป็นเว็บไซต์ท่ี ใช้ ในการนําเสนอข่าวสารของ theguardian. เจ้าของเวบ็ ไซต์ สื่อสงิ่ พมิ พ์ ซึ่งมีความเปน็ ทางการน้อยกว่า com เจา้ ของคือ (Blogs hosted by ส่อื สง่ิ พมิ พ์ แตม่ รี ปู แบบและความเป็น หนงั สอื พิมพ์ media outlet) ทางการมากกว่าบลอ็ ก The Gardian วิกิและพื้นทีส่ าธารณะ เปน็ เว็บไซต์ท่ีเปน็ พ้นื ท่สี าธารณะออนไลน์ - Wikipedia ของกลุ่ม เพอื่ รวบรวมข้อมูลและเอกสาร - Wikia (Wikis and online collaborative space) กลุม่ หรอื พน้ื ท่ี เปน็ เว็บไซตห์ รือกลุ่มจดหมาย - Google แสดงความคิดเหน็ อิเลก็ ทรอนกิ สท์ ่มี ีการแสดงความเหน็ หรอื Groups (Forums, discussion เสนอแนะ มที ้ังท่เี ป็นกลุ่มส่วนตวั และ board and group) สาธารณะ - Yahoo Groups - Pantip เกมออนไลน์ทม่ี ีผเู้ ล่น เป็นเวบ็ ไซตท์ เ่ี สนอรปู แบบการเลน่ เกม - Second life หลายคน ออนไลนผ์ า่ นเครือขา่ ยอนิ เทอรเ์ น็ต - World of (Online multiplayer สามารถเลน่ ไดค้ นเดียวหรอื เปน็ กลมุ่ gaming platform) Warcraft ข้อความสนั้ การรับสง่ ขอ้ ความสัน้ จากมือถือเป็น - SMS (text (Instant messaging) การแสดงตําแหน่งทีอ่ ย่พู รอ้ มความเหน็ messaging) การแสดงตนวา่ อยู่ และรปู ภาพในสือ่ สังคมออนไลน์ ณ สถานที่ ใด - Facebook (Geo-spatial tagging) - Foursquare 133คมู่ ือการจดั กิจกรรมเสรมิ สรา้ งทักษะการด�ำรงชีวติ ในศตวรรษที่ 21 สำ� หรับอาสาสมัครแกนน�ำศูนย์เพอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE

สื่อสังคมออนไลน์บางส่ือมีความสามารถให้บริการมากกว่าหน่ึงอย่าง เช่น Facebook เป็นท้ังเครือข่ายสังคมออนไลน์ท่ีสามารถแบ่งปันรูปภาพและภาพ เคล่ือนไหวด้วย หรือ Twitter กเ็ ป็นท้ังเครือขา่ ยสังคมออนไลน์และไมโครบล็อก และแบ่งปันสถานะ เป็นตน้ ภาพแสดง ชนดิ ของสอ่ื สังคมออนไลน์ ภาพประกอบจาก http://www.fredcavazza.net/2008/06/09/social-media-landscape/ 134 คมู่ ือการจดั กิจกรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการด�ำรงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 ส�ำหรบั อาสาสมคั รแกนน�ำศูนย์เพอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE

ใบความร้ทู ี่ 3 ขอ้ ดี - ขอ้ เสยี ของการใชส้ อ่ื สงั คมออนไลน์ ขอ้ ดี - ข้อเสีย ของการใช้สอ่ื สงั คมออนไลน์ 19 ในการนําส่ือสังคมออนไลน์มาใช้อาจมีวัตถุประสงค์ท่ีแตกต่างกัน โดยรวมแล้ว ส่วนใหญ่เพ่ือเป็นการส่งเสริมแนวความคิด สนับสนนุ ขยายวิธีการ ส่ือสารและการจัดกิจกรรมต่างๆ เพ่ือเป็นการเผยแพร่ ให้ท่ัวถึงมากข้ึน สร้างประสบการณ์ ใหม่แก่ผู้ ใช้มากขึ้น การนําสื่อสังคมออนไลน์มาใช้นั้น มีทั้งข้อดี และข้อเสีย ดงั น้ี (Williamson , Andy 2013: 9-10) ข้อดี - สามารถใช้สร้างเปน็ พื้นที่ ในการสนทนา/ส่ือสารแก่สาธารณะได้ - หนว่ ยงานหรอื องคก์ รต่างๆ สามารถใกล้ชดิ กบั สาธารณชนมากข้ึน - สามารถสร้างความน่าเชือ่ ถือและความไวว้ างใจ - สนับสนุนความโปรง่ ใสและธรรมาภบิ าล - สร้างโอกาสให้บุคคลหรอื กล่มุ ท่ี 3 เขา้ มามีสว่ นร่วมและสนบั สนุนเผยแพร่ - การส่งตอ่ ข้อมลู ในลักษณะทำ�ซ้ำ� เป็นทอดๆ (Viral distribution) ทําให้มีการกระจาย ข้อมูลอยา่ งรวดเรว็ - ลดตน้ ทุนการดําเนนิ การ - ช่วยใหเ้ ข้าใจความคิดเหน็ ของประชาชนได้มากข้นึ - สามารถติดตามความเคล่ือนไหวไดต้ ลอดเวลา - ลดเวลาที่จะได้รบั ข้อมลู ขา่ วสารลง - สามารถที่จะนํามาเป็นสว่ นหน่งึ ของกลยุทธ์ ในการสือ่ สารและเปน็ ส่ือกลางในการขยาย การเข้าถึงข้อมลู ขา่ วสารและเผยแพรข่ ่าวสาร 135คู่มอื การจดั กิจกรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนน�ำศนู ย์เพ่ือนใจ TO BE NUMBER ONE

ขอ้ เสยี - มารยาทและรูปแบบการใช้งานแตกตา่ งจากสือ่ รปู แบบอ่ืน - มคี วามเสี่ยงของความไม่แท้จรงิ การหลอกลวง ความซอื่ สัตยแ์ ละความไม่โปรง่ ใส ในการใช้งาน - มศี ักยภาพในการเปล่ียนแปลงอยา่ งรวดเร็วและอยเู่ หนอื การควบคมุ ของเจา้ ของ - การหาเครอื ขา่ ยใหม่ การสร้างเร่อื งใหมๆ่ เปน็ เรือ่ งยากทจี่ ะคาดเดาได้วา่ จะมจี ํานวน ผู้ ใช้เท่าใดและไม่มกี ารรบั รองผลวา่ การสอื่ สารจะเกดิ ขึ้นและสง่ สารไปยังผู้รบั ส่ือ - สื่อสังคมออนไลน์ไม่ใช่ทางลัดที่มีประสทิ ธิภาพเพียงอยา่ งเดียว แต่ยงั ต้องนําสือ่ หลัก และหลกั การสอ่ื สารท่ีดีมาใช้ควบค่กู ันไป (สำ� นักวิชาการ สำ� นกั งานเลขาธกิ ารวุฒิสภา) 10 อันดับ เวบ็ ไซตท์ ค่ี นทวั่ โลกนยิ มเข้าชมในปัจจุบัน 20 บนโลกออนไลน์ สิ่งส�ำคัญนอกจากต้องมีอินเทอร์เน็ตแล้วก็ยังต้องมี เว็บไซต์ ซึ่งเว็บไซต์ ในปัจจุบันก็มีความหลากหลายแตกต่างกันไปตามความ ตอ้ งการใชง้ าน เรามาดกู นั วา่ 10 เวบ็ ไซต์ จากหลายพันเวบ็ ไซต์ที่กำ� ลงั ไดร้ ับความ นยิ มในขณะน้ี จากคนท่ัวโลกมีอะไรบา้ ง 1. Google.com เป็นเว็บไซต์ท่ี ให้สิทธ์ิผู้ ใช้สามารถค้นหาข้อมูลได้ท่ัวโลก ท้ังข้อความ ภาพและวิดีโอด้วยคุณลักษณะเฉพาะและเทคโนโลยีที่ช่วยให้การค้นหาข้อมูลบน โลกออนไลน์ได้งา่ ยยง่ิ ขน้ึ 2. Youtube.com ส�ำหรับทุกคนท่ี ใช้อินเทอร์เน็ตจะต้องรู้จัก YouTube อย่างแน่นอน โดยเราสามารถมีช่องเพ่ืออัปโหลดวิดีโอของเราได้เหมือนกัน ซึ่งในปัจจุบันมีการ แข่งกนั ท�ำ Content ในรปู แบบวิดีโอบน YouTube กันเยอะมากขึน้ เพราะถา้ หาก มียอดผเู้ ขา้ ชมวิดีโอถึง 1 ลา้ น ผ้ทู ่ีเป็นเจ้าของวิดีโอจะได้เงิน จ�ำนวน 30,000 บาท 136 ค่มู ือการจัดกจิ กรรมเสริมสรา้ งทักษะการดำ� รงชวี ติ ในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรับอาสาสมคั รแกนน�ำศนู ยเ์ พอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE

3. Facebook.com สื่อสังคมออนไลน์ท่ีมีประโยชน์ที่จะเชื่อมโยงผู้คนจากทุกมุมโลกเข้าไว้ ทเ่ี ดียว เพื่อตดิ ตามเพ่อื น อัปโหลดรปู แชร์ลิงก์และวิดีโอ 4. Baidu.com เป็นเว็บไซต์ชื่อดังของคนจีน ส่วนใหญ่แล้วผู้ท่ี ใช้งานเว็บไซต์นี้ ก็จะเป็น ชาวจนี คอื เครื่องมือค้นหาภาษาจนี ชนั้ น�ำทีจ่ ะมอบประสบการณ์ ในการคน้ หาที่ง่าย และเช่ือถอื ได้ และเน้อื หามัลตมิ ีเดียที่หลากหลายรวมถงึ เพลง MP3 และภาพยนตร์ ซ่ึงเป็นรายแรกที่นำ� เสนอเทคโนโลยโี ทรศพั ท์มอื ถอื WAP และ PDA ในประเทศจีน 5. Wikipedia.org วิกพิ ีเดียหรือสารานกุ รมเสรีออนไลนท์ ี่มหี ลากหลายภาษา แตบ่ ทความ ถู ก เขี ย นข้ึ น โ ด ย ผู ้ เช่ี ย ว ช า ญ ข อ ง วิ กิ พี เ ดี ย แ ล ะ ไ ด ้ รั บ กา ร ต ร ว จ ส อ บ ภา ย ใ ต ้ กระบวนการทเ่ี ป็นมาตรฐาน สรา้ งข้นึ โดยใช้ซอฟตแ์ วรข์ องวิกิพีเดีย 6. Reddit.com เวบ็ ไซต์ข่าวสังคม โดยผู้ใช้น�ำลงิ กข์ า่ วที่น่าสนใจมาโพสตห์ รือประชาสัมพันธ์ ซึ่งผู้ ใช้ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นและให้คะแนนเรื่องราวเหล่านั้นได้ ซ่ึงก�ำลงั เปน็ ท่ีนยิ มอย่างมากในต่างประเทศ 7. Yahoo.com เป็นผู้ ให้บริการ Internet Portal รายใหญ่ท่ีแสดงผลการค้นหา , ปรับแตง่ เนอ้ื หาได้ หอ้ งสนทนา อเี มลฟรี และคลบั เป็นต้น 8. Google.co.in เปน็ เว็บไซต์ Google ของประเทศอินเดีย เหมอื นๆ กับ Google.co.th ซ่ึง Google ของอนิ เดียก�ำลังเป็นเคร่ืองมือค้นหายอดนยิ มน้ี โดยสามารถคน้ หาได้ ท้ังเวบ็ หรือเฉพาะหนา้ เว็บจากอนิ เดีย อีกทั้งยงั สามารถค้นหาโดยใช้ภาษาอังกฤษ ภาษาฮนิ ดู ภาษาเบงกาลี ภาษาเตลกู ู ภาษามราฐีและภาษาทมฬิ 137คมู่ ือการจดั กจิ กรรมเสริมสร้างทักษะการดำ� รงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรบั อาสาสมคั รแกนน�ำศนู ยเ์ พื่อนใจ TO BE NUMBER ONE

9. Qq.com เว็บไซต์ของผู้ ให้บริการอินเทอร์เน็ตท่ี ใหญ่ที่สุดและใช้งานมากท่ีสุดของ จนี อยา่ ง Tencent ก่อตงั้ ขึ้นในเดอื นพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2541 ปจั จุบนั Tencent มุ่งมั่นที่จะให้บริการทางอินเทอร์เน็ตแบบครบวงจรแก่ผู้ ใช้งานในประเทศจีน มีทั้ง QQ Instant Messenger, QQ Mail เป็นตน้ โดยเป็นแหล่งรวบรวมชมุ ชน ที่ ใหญ่ท่สี ดุ บนอินเทอรเ์ น็ตของประเทศจนี 10. Amazon.com เว็บไซต์ท่ีเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซ่ึงลูกค้าสามารถค้นพบและค้นหา ส่ิงที่พวกเขาต้องการซื้อทางออนไลน์และพยายามท่ีจะเสนอราคาให้ลูกค้าได้ ใน ราคาตำ�่ ทส่ี ุด เว็บไซต์มคี ุณลักษณะและบริการแบบส่วนบุคคลมากมาย รวมถึงการ สั่งซื้อเพียงคลิกเดียว นอกจากนยี้ ังรวบรวมบทวิจารณ์ ผลิตภัณฑ์ บัตรของขวัญ รายชอื่ รา้ นอาหาร ภาพยนตร์ การเดินทางและการประมวลผลภาพดว้ ย 10 อันดบั เวบ็ ไซตท์ ่คี นไทยนยิ มเข้าชมในปจั จบุ ัน 21 จากข้อมูลของ www.alexa.com ได้มีการแสดงอันดับเว็บไซต์ยอดนยิ ม ของคนไทยเอาไว้ โดยอนั ดบั 1 - 4 ก็เปน็ ไปตามคาด และก็มีเวบ็ ไซตส์ ญั ญาณไทย ติดอันดบั TOP 10 ตามลำ� ดบั ดงั นี้ 1. Google.co.th Google เวอร์ชันท่ีเปดิ ด�ำเนนิ การในประเทศไทย มผี ู้ ใช้งานเฉล่ียนาน 7.07 นาที และเขา้ ใชง้ านเฉลย่ี 10.16 ครั้ง ต่อวัน 2. Youtube.com มผี ู้ ใชง้ านเฉลี่ยนาน 8.17 นาที และเขา้ ใชง้ านเฉล่ยี 4.78 คร้ัง ตอ่ วนั 3. Google.com Google เวอร์ชนั หลกั เว็บไซตท์ ี่ได้รับความนยิ มอนั ดบั 1 ของโลก มีผู้ ใชง้ านเฉล่ียนาน 7.32 นาที และเข้าใช้งานเฉลี่ย 8.55 ครั้ง ต่อวนั 138 คมู่ ือการจัดกิจกรรมเสริมสรา้ งทกั ษะการด�ำรงชวี ติ ในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรับอาสาสมัครแกนน�ำศูนย์เพ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE

4. Facebook.com มผี ู้ ใช้งานเฉล่ยี นาน 10.21 นาที และเข้าใช้งานเฉลย่ี 4.00 ครั้ง ตอ่ วัน 5. Pantip.com มผี ู้ ใชง้ านเฉล่ยี นาน 5.08 นาที และเขา้ ใช้งานเฉลีย่ 4.05 คร้ัง ต่อวัน 6. Lazada.co.th มผี ู้ ใชง้ านเฉลย่ี นาน 6.58 นาที และเขา้ ใช้งานเฉลยี่ 5.11 คร้ัง ต่อวนั 7. Movie2free.com มผี ู้ ใชง้ านเฉลย่ี นาน 3.21 นาที และเขา้ ใช้งานเฉลยี่ 4.54 คร้ัง ตอ่ วนั 8. Blogspot.com มีผู้ ใช้งานเฉลี่ยนาน 2.38 นาที และเข้าใช้งานเฉลี่ย 2.12 ครั้ง ตอ่ วนั 9. Line.me มผี ู้ ใช้งานเฉล่ียนาน 6.08 นาที และเขา้ ใช้งานเฉล่ีย 4.02 ครั้ง ต่อวนั 10. Sanook.com มผี ู้ ใช้งานเฉลี่ยนาน 3.37 นาที และเข้าใช้งานเฉลี่ย 2.76 คร้ัง ตอ่ วัน หมายเหตุ : การจัดอนั ดับน้ี ทาง alexa ไดน้ ำ� ระยะเวลาในการใช้งานกับจ�ำนวนคร้ัง ในการใชง้ านมาหาคา่ เฉลย่ี กระท่ังเป็นอนั ดับต่างๆ ดงั กล่าว 139คมู่ ือการจดั กจิ กรรมเสริมสร้างทกั ษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 สำ� หรับอาสาสมัครแกนน�ำศนู ยเ์ พ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE

140 คมู่ อื การจัดกจิ กรรมเสริมสร้างทักษะการด�ำรงชวี ิตในศตวรรษที่ 21 สำ� หรบั อาสาสมัครแกนนำ� ศนู ย์เพอ่ื นใจ TO BE NUMBER ONE

กจิ กรรม ชุดการพัฒนาด้านสขุ ภาพ ชวี ติ และการทำ� งาน กิจกรรมที่ 6-12 141คมู่ อื การจดั กจิ กรรมเสริมสรา้ งทักษะการดำ� รงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรับอาสาสมคั รแกนน�ำศูนยเ์ พอื่ นใจ TO BE NUMBER ONE

142 คู่มือการจดั กิจกรรมเสริมสร้างทักษะการดำ� รงชีวติ ในศตวรรษที่ 21 ส�ำหรบั อาสาสมคั รแกนน�ำศูนยเ์ พ่อื นใจ TO BE NUMBER ONE w


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook