Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือ Halal Haram A5

หนังสือ Halal Haram A5

Published by fakrutdeen tapohtoh, 2022-08-03 09:54:21

Description: หนังสือ Halal Haram A5

Search

Read the Text Version

สารเคมใี นอาหารและสภาพแวดลอ้ มทปี กคลมุ ไปดว้ ยสารเคมสี ง่ ผล ให้เกิดการเพิ่มจำนวนของผู้ป่วยโรคมะเร็งและโรคร้ายแรงอื่นๆเป็นจำนวน มาก จากสถิติแสดงให้เหน็ ว่า มีผู้ถูกจู่โจมจากโรคมะเร็งจำนวน 10 ล้าน คนต่อปีและที่ยังมีชีวิตอยู่จำนวน 6.3 ล้านคน องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประเมินว่า โรคมะเร็งเป็นโรคที่ฆ่าชีวิตผู้คนมากเป็นอันดับสอง (รองจาก โรคหลอดเลือดหวั ใจ) และคาดการลว่ งหน้าว่าผปู้ ่วยโรคมะเร็งจะเพิ่มข้ึนเป็น สองเท่าทวั่ โลกในอกี 25 ปีข้างหน้า สถานการณ์ดังกล่าวในประเทศมาเลเซียไม่ได้ดีกว่าที่อื่นๆ เมื่อ ตัวเลขที่ได้จากรายงานตีพิมพ์ได้เปิดเผยจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เพิ่มข้ึน เกือบ 40% จากปี 1990 ถึงปี 1996 ตวั เลขที่ได้จากกระทรวงสาธารณสุขเมอ่ื เร็วๆนี้แสดงให้เหน็ ว่า โรงพยาบาลรัฐทุกแห่งทั่วประเทศได้บันทกึ การรับเขา้ ผูป้ ว่ ยโรคมะเร็งทั้งหมด 11,655 รายและเสยี ชวี ิต 1,335 รายในปี 1996 ปัจจุบันผู้ป่วยโรคมะเรง็ เสียชีวิตมากเป็นอันดับสองในประเทศรอง จากอุบัติเหตุตามท้องถนน ทุกปีๆ มีผู้ป่วยรายใหม่กว่า 30,000 รายที่ตรวจ พบในประเทศ (ตัวเลขนี้มียังไม่รวมการรักษาจากหมอพื้นบ้าน โรงพยาบาล เอกชนและคลนิ ิก) 51

ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจแทบจะไม่ใช่เรื่องแปลก หากพวกเราได้พิจารณาถึงการกระจายสารก่อมะเร็งจำนวนมากใน สิ่งแวดล้อม บางส่วนของสารกอ่ มะเร็งเหล่านี้คือ บุหรี่ การฉายรังสี แร่ใยหิน สารกำจัดศัตรูพืช น้ำมันเบนซิน ฟอร์มาลดีไฮด์ สเตรอยด์ โพลีคลอรีเนตไบ ฟีนิล (PCBs) หรือแมแ้ ตก่ าวและตัวทำละลายอื่นๆ นอกจากการสัมผัสสารเคมีในสิ่งแวดล้อมแล้ว ชาวมาเลย์ยังนำ สารเคมีเข้าสู่ร่างกายจากอาหารที่พวกเขาบริโภค พฤติกรรมการกนิ ของชาว มาเลย์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยประเพณีการ บรโิ ภคอาหารเพอื่ ใหเ้ กดิ ความสะดวกและรวดเร็วใน“การดำรงชีวิตสมยั ใหม”่ ดว้ ยเหตนุ ้ีประเพณีการบริโภคอาหารแปรรปู อาหารฟาสฟดู ส์ การกนิ อาหาร นอกบ้าน และอาหารกล่องจงึ เกดิ ขนึ้ ผลที่ตามมาคอื ผ้คู นกินอาหารทอ่ี ดุ มไป ดว้ ยไขมัน น้ำตาล เกลือ และสารเคมเี จือปนจากอาหารทพี่ วกเขาบรโิ ภค การกินอาหารนอกบ้านได้กลายมาเป็นเรื่องปกติในหมู่ชาวมาเลย์ ความสะอาดของร้านอาหารมากมายเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นภัตตาคารหรือ อาหารแผงลอยยังเป็นเรื่องที่น่าเคลือบแคลง ผู้จัดเตรียมอาหารในสถานท่ี 52

ดงั กลา่ วไม่ได้คำนงึ ถึงคุณภาพทางโภชนาการหรือความสะอาดของอาหารแต่ เป้าหมายของพวกเขาเพยี งเพือ่ สร้างกำไรเท่าน้ัน ผลที่ตามมาจากการรับประทานอาหารแปรรูปและอาหารที่ขาด ความสมดุลตลอดจนขาดการออกกำลังกาย เป็นผลให้เราได้เห็นอัตราการ เกิดโรคที่เพิ่มขึ้น เช่น โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในหมู่ประชาชน อตั ราโรคอ้วนยังเพมิ่ ขนึ้ ในหม่ชู ายมาเลย์อกี ดว้ ย กฎหมายดา้ นอาหารปี 1983 และข้อกำหนดดา้ นอาหารปี 1985 มี เจตนาเพื่อคุ้มครองให้เกิดความปลอดภัยในอาหาร แต่เนื่องจากขาดการ บังคับใช้ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎหมายเหล่านี้จึงไม่สามารถปกป้อง ผ้บู ริโภคอย่างเพียงพอ จากการที่ CAP ได้ทำการตรวจสอบและศึกษามาเป็นเวลาหลายปี ได้มีการเปิดเผยผลที่น่าตกตะลึง ตัวอย่างเช่น เราพบจุลินทรีย์ก่อโรคและ จุลินทรีย์ดื้อยาจำนวนมากในอาหารทีท่ ำการตรวจสอบ นอกจากนี้เรายังพบ สารตะกั่วและสารพิษจากโลหะหนังอื่นๆ ได้แก่ กรดบอริก ฟอร์มาลดีไฮด์ กรดเบนโซอิก สีที่ใช้ในอุตสาหกรรม สารตกค้างจากยากำจัดศัตรูพืช พลาสติก และสารอันตรายอื่นๆในอาหารที่ทำการตรวจสอบ ผลการ ตรวจสอบเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงสภาวะวิกฤติจากการปนเปื้อนอาหาร ภายในประเทศ การบริโภคเน้ือในหม่ชู าวมาเลย์ยังคงเพิม่ ข้นึ ทกุ ๆปี ประมาณ 70% ของเน้อื ที่เราบรโิ ภคคอื เนอื้ ไก่ ทำใหเ้ ราบริโภคไก่มากทส่ี ุดในเอเชีย เพ่ือให้ได้ ผลผลิตเนอ้ื มากท่ีสดุ ด้วยผลกำไรสูงสดุ สัตวเ์ หล่านต้ี อ้ งเรง่ การให้อาหาร การ ฉีดฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตและกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหาร ยาปฏิชีวนะ ยากล่อมประสาทและสารเคมีที่ถูกผสมลงไปในอาหาร สารเคมี จำนวนมากเหล่านพ้ี บวา่ มสี ารเคมีท่กี ่อให้เกดิ โรคมะเรง็ และในความเป็นจริง สัตวจ์ ำนวนมากตายเน่ืองจากยาที่ไดร้ ับกอ่ นทพ่ี วกมันจะถูกนำไปฆา่ การค้นพบของเราเป็นเพียงส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็ง ผู้บริโภค นับล้านกำลังจับจ่ายสินค้าในราคาแพงให้กับวิถีการดำเนินชีวิตสมัยใหม่ ในการบริโภคอาหาร พวกเขามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคทุกชนิดและ 53

โรคเรื้อรังที่มาจากอาหารเป็นพิษ โรคตับอักเสบและอหิวาตกโรคภายใน ไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน โรคเบาหวาน เป็นหมัน โรคเส้นประสาทผิดปกติ การคลอดก่อนกำหนด ความเสียหายต่อยีนและทารกในครรภ์ โรคหัวใจ และอาจจะเป็นโรคมะเร็งได้ในชว่ งเวลาสามสบิ ปี การเบียดเบียนสัจธรรม แน่นอนมันจะต้องเปล่งเสยี งออกมาสักวัน ซึง่ หากเราเปน็ ในสิ่งทีเ่ รากนิ และหากนสิ ยั การกนิ ส่ิงทด่ี ีนน้ั ไม่ได้ถูกกำหนดมา กอ่ นในชวี ิต ดังนนั้ เราหลายคนกำลงั จมอย่ใู นปัญหาทฝ่ี งั รากลึก 54

ตอนที่ 7 ส่วนประกอบและวัตถเุ จอื ปนอาหารทมี่ าจากสตั ว์ ผู้บริโภคโดยส่วนใหญ่ไม่ทราบว่า ผลพลอยได้ที่มาจากสัตว์ (By- product) ถกู นำมาใชใ้ นอตุ สาหกรรมอาหาร ตัวอย่างเชน่ วัตถเุ จอื ปนอาหาร และส่วนประกอบในการแปรรูปอาหาร ถึงแม้ว่าส่วนประกอบบางอย่าง เหล่านี้ได้มาจากสัตว์ฮาลาล แต่สัตวด์ ังกล่าวอาจจะไม่ไดร้ ับการเชือดหรือฆ่า อย่างถูกต้องตามหลักศาสนบัญญัติอิสลาม ด้วยเหตุนี้ผลพลอยได้ดังกล่าวจึง ไม่เหมาะสมสำหรับมุสลิมในการบริโภค การใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้ เหลา่ นส้ี ่วนใหญ่เป็นการนำเขา้ อาหารจากประเทศที่ไมใ่ ชม่ สุ ลิม ส่วนประกอบและวตั ถุเจอื ปนอาหารดังตอ่ ไปนเี้ ป็นสว่ นที่ไดม้ าจากสตั ว์ ช่อื สาร แหลง่ ท่ีมา การนำไปใช้ Animal จากการผสมไขมนั ชนิด บิสกติ ขนมปังกรอบ shortening ต่างๆ อย่างเช่น ไขมันวัว เปลือกแปง้ พายพรอ้ ม และไขมันสุกร นำไปใช้ Calcium stearate แรธ่ าตุ โดยทว่ั ไปท่ไี ด้มาจาก เกลอื ปรงุ รส กล่นิ วานลิ ววั หรือสุกร ลา สารทำให้เนอื้ นุ่ม Capric acid ส่วนผสมในน้ำสลดั (decanoic acid) ไขมนั สตั ว์ เตมิ เขา้ ไปในไอศกรีม ลูก อม หมากฝร่งั และให้ คุณลกั ษณะที่ดใี นขนมอบ Gelatine โปรตีนทไี่ ดจ้ ากกระดูก มารช์ เมลโล โยเกริ ์ต เจ กระดูกอ่อน เอน็ และหนัง ลาตนิ ทบ่ี รรจใุ นขนม ของสัตว์ เจลาตนิ ส่วนมากที่ หวาน 55

ใช้ทางการคา้ เปน็ ผลพลอย ไดจ้ ากหนงั สกุ ร Glycerides เป็นกลเี ซอรอลจากไขมัน อาหารแปรรูป (Mono-, di- and สตั ว์หรอื ไขมนั พืช เคร่ืองสำอาง น้ำหอม Triglycerides) และโลช่นั ถกู ใชเ้ ปน็ อีมัล ซไิ ฟเออร์ Lard การนำไขมนั จากสกุ รมาสกัด อาหารอบ Lecithin และทำให้บรสิ ุทธ์ิ (บอ่ ยครัง้ เป็นไขมันที่มาจากสว่ นทอ้ ง ของสกุ รหรอื ไขมันรอบๆไต ของสัตว์) ฟอสโฟลปิ ิดทไ่ี ด้จากเน้ือเยอ่ื อาหารจากธญั พืช ของสตั ว์ ของพืช ถ่ัวและไข่ ลกู กวาด แดง ซ่ึงถูกนำมาใชเ้ พือ่ คง ช็อกโกแลต อาหารอบ สภาพอาหาร ความคงตัว มาการนี และเครอื่ งสำอาง ของสว่ นผสมและรักษา ความช้นื ของอาหาร Myristic acid ไขมนั สตั ว์ ชอ็ กโกแลต ไอศกรมี (teradecanoic ลูกกวาด อาหารอบ acid) และเยลล่ี Oleic acid ไขมันววั กลิ่นเคร่ืองเทศสำหรับ (oleinic acid) อาหารอบ ลูกกวาด ไอศกรีม เคร่ืองดม่ื 56

เครอ่ื งปรงุ รส สบูแ่ ละ เคร่อื งสำอาง Palmitic acid ไขมนั สตั ว์หรอื ไขมนั พชื อาหารอบและใหก้ ลนิ่ เนย แข็ง Pancreatin ววั หรอื สุกร ช่วยในการย่อยอาหาร (pancreatic extract) เอนไซม์จากกระเพาะสุกร นำมาใช้ร่วมกบั เรนเนท Pepsin เพื่อทำเนยแข็ง Rennin (rennet) เอนไซม์ท่ีใช้ตกตะกอนได้ นำมาใช้เพอื่ ทำให้นม จากกระเพาะของสัตว์ (โดย แข็งตวั ในอาหาร Sodium stearoyl ปกติไดจ้ ากลูกวัว) (ยกตวั อย่าง ในการทำ lactylate เนยแข็ง) อาจจะไดม้ าจาก ววั สุกร นำมาใช้ในการผสมเค้ก Stearic acid น้ำนมสัตว์หรือแรธ่ าตุทม่ี า พดุ ดง้ิ หรอื ผสมแพนเคก้ (octadecenoic จากพชื และให้ขนมอบมี acid) คณุ ลักษณะทดี่ ี ไขมันจากสตั ว์หรือจาก กลิน่ วานลิ ลา หมากฝรงั่ แหล่งอ่นื ๆ เชน่ จากพชื หรือ ใหค้ ณุ ลักษณะท่ีดใี นขนม แรธ่ าตุ อบ เครอ่ื งด่มื ลกู กวาด ยาเหน็บทวารและการ เคลอื บเมด็ ยา Suet ไขมันสตั ว์ เนอื้ สบั และขนมอบ 57

Tallow ไขมันวัว สบู่ สีเทยี น เทยี นไขและ Whey เครอื่ งสำอาง ชั้นของเหลวท่ีแยกไดจ้ าก ขนมปังกรอบ ขนมปัง สว่ นของแข็ง(เคริ ์ด) ของนม เคก้ เนยแขง็ แตง่ กลิ่น ในการทำเนยแข็ง อาหารแปรรูป อาหารและผลติ ภณั ฑ์ทอ่ี าจจะมสี ว่ นประกอบจากสตั ว์ บิสกติ อาจจะใชเ้ อนไซม์ทไี่ ดม้ าจากสตั ว์ เนยแขง็ (ชสี ) ส่วนใหญ่มเี อนไซม์ทไี่ ด้มาจากสตั ว์ มนั ฝรงั่ ทอดกรอบ อาจจะใช้ไขมนั สตั ว์ในการทอดโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในร้านอาหารฟาสต์ฟ้ดู ชอ็ กโกแลต อาจจะมเี จลาตนิ เป็นส่วนประกอบ ไอศกรีม อาจจะมีเจลาตินเปน็ สว่ นประกอบ แยมและเยลล่ี อาจจะมีเจลาตินเปน็ ส่วนประกอบ ไมข้ ีดไฟ อาจจะมสี ารยดึ เกาะทท่ี ำมาจากสตั ว์ น้ำหอม สารชว่ ยให้กลนิ่ ติดทนนานอาจจะได้มาจาก ชะมดเช็ด ตอ่ มใต้ผิวหนงั ของกวาง MUSK และไขมนั จากลำไส้ปลาวาฬ ฟิล์มและกระดาษ นำเจลาตินมาใช้ ถ่ายภาพ สบู่ อาจจะมไี ขมนั วัวและไขมันจากสกุ รเป็น ส่วนประกอบ 58

ลูกกวาด บอ่ ยครั้งทีม่ ีเจลาตินเปน็ ส่วนประกอบ ยาสีฟนั อาจจะมสี ว่ นประกอบของเถ้ากระดกู ส่วนประกอบทไี่ ดม้ าจากโรงฆ่าสตั ว์ มุสลิมควรจะระมัดระวังเกี่ยวกับอาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร จำนวนมากที่มีส่วนประกอบจากโรงฆ่าสัตว์ (การใช้ประโยชน์นี้รวมถึง อนุพันธ์ที่มาจากวัวอีกด้วย ถึงแม้ว่าวัวนั้นฮาลาล แต่หากสัตว์ดังกล่าวไม่ได้ รับการเชือดหรือฆา่ ตามหลกั ศาสนบญั ญัตอิ ิสลาม อนุพันธ์ของมันก็ยังคงเป็น ส่งิ ทหี่ ะรอมเชน่ กนั ) โดยทั่วไปแล้ว สารเหล่านี้เป็นวัตถุดิบที่ต้องทิ้งและมีโอกาสปนเปื้อนกับของ เสยี จากสัตวอ์ นื่ ๆไดอ้ กี ด้วย นคี่ อื ตัวอยา่ งชนิดของสว่ นประกอบเหลา่ นี้ • เลือดจากโรงฆ่าสัตว์ อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะกำจัดเลือดเหล่าน้ี แต่ความชาญฉลาดของอุตสาหกรรมอาหารในการนำเลือดมารไี ซเคลิ เลอื ดท่ี ได้จากโรงฆา่ สตั ว์ไมห่ ลงเหลือจากการนำกลบั มารไี ซเคิลเป็นอาหาร ในกรณีน้ี เลือดจะถูกนำไปป่ันเหวี่ยง (กล่าวคอื มีส่วนที่ถูกแยกออกจากกันโดยการปั่น ด้วยความเร็วสูง) เพื่อนำเกล็ดเลือดแยกออกมา สิ่งที่เหลือไว้นั้นคือพลาสมา จากเลือด ซงึ่ เปน็ ของเหลวสคี รีม จากนั้นนำไปผา่ นเครื่องอบแห้งแบบพ่นฝอย (Spray-dried) และนำมาใช้เป็นแหล่งของโปรตีน ส่วนประกอบอย่างเช่นผงพลาสมาจากเลือด (blood plasma powder) ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารจำนวนมาก เช่น กุ้งและก้ามปู เทียม ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง ลูกชิ้นปลาหมึก เบอร์เกอร์และไส้กรอก มุสลิม ควรหลีกเลี่ยงจากการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเหล่านี้ หากไม่มีข้อบ่งชี้ บนฉลากท่บี ่งบอกวา่ ผลิตภณั ฑด์ งั กลา่ วไมม่ วี ตั ถเุ จอื ปนอาหารท่ีหะรอม เช่น โปรตีนพลาสมาจากเลือด (blood plasma protein) (โปรดดูตอนที่ 22 สำหรบั รายละเอียดเพมิ่ เติม) 59

• โปรตีนจากคอลลาเจน (เจลาติน) มีบทบาทสำคัญต่อเนื้อสัมผัส ของผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ ซึ่งถูกนำมาใช้ในการเก็บรักษาน้ำและไขมันให้ดี ยิง่ ขึ้น เพื่อใหไ้ ด้รสชาติและความฉำ่ นำ้ ของเนื้อสัตว์ อาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่อาจจะมีส่วนประกอบที่มาจากวัวหรือสัตว์ ชนดิ อืน่ อาหาร • คอลลาเจน – ปลอกไส้กรอก (Sausage casing) • เลือด – โปรตีนสกัด • กรดไขมัน – เนยขาว (Shortening) หมากฝร่งั • เจลาตนิ – ไอศกรมี โยเกริ ต์ ลกู อม มาร์ชเมลโลว์ มายองเนส • โปรตีนพลาสมา – แป้งเค้กผสม พาสต้า ลูกชิ้นปลา ปลาแท่งและ กา้ มปูเทยี ม เภสชั กรรม • ตับอ่อน - อินซูลินสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน, pancreatin ตัว เสริมในการย่อยอาหาร, Glucagon เพื่อรักษาการเกิดภาวะน้ำตาลในเส้น เลือดต่ำ ส่วน trypsin และ chemotrypsin ช่วยในการรักษาบาดแผลไฟ ลวก • เลือด – พลาสมาจากเลือด Fraction I สำหรับ โรคฮีโมฟิเลีย (haemophilia), Fraction V เพื่อฆ่าเชื้อไวรัส, อัลบูมิลในเลือดสำหรับ RH factor, thrombin ทำให้เลือดแข็งตัว, ธาตุเหล็กช่วยในการรักษาโรคโลหิต จาง 60

• กระดูก – ไขกระดูกช่วยในการรกั ษาโรคเลือด (blood diseases), กระดูกอ่อนสำหรับใช้ในการทำศัลยกรรมพลาสติก กระดูกที่ผ่าน กระบวนการสกัดเพ่อื เป็นแคลเซยี มและฟอสฟอรัส • ระบบประสาทสว่ นกลาง – คอเลสเตอรอล สำหรบั ผลติ ภัณฑ์ ฮอร์โมน • ลำไส้ – ศลั ยกรรมตอ่ ลำไส้ • ต่อมใต้สมอง – โปรแลกติน (prolactin) เพื่อเพิ่มการเจริญเติบโต ของเต้านม, ฮอร์โมนที่กระตุ้นการควบคุมความดันเลือด, วาโซเพรสซิน (vasopressin) เพื่อควบคุมการทำงานที่เกี่ยวข้องกับไตและลำไส้, อะดรี โนคอร์ตโิ คโทรปกิ ฮอร์โมนหรือ ACTH สำหรบั โรคข้ออักเสบและอาการแพ้ • ตับ – เฮปาริน (Heparin) เพ่อื ควบคมุ การแข็งตัวของเลือด, สาร สกัดจากตับสำหรับการรกั ษาโรคโลหิตจาง, วิตามินบี 12 สำหรับการขาด วติ ามนิ บี ตอนที่ 8 วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ฮาลาลหรอื ไม่? 61

อาหารแปรรูปมักจะถูกนำมาบริการภายในบ้านอยู่ตลอดเวลา ผู้หญิงทำงานมีแนวโน้มซื้ออาหารแปรรูปสำหรับครอบครัวของพวกเธอ เนื่องจากไม่มีเวลาเตรียมอาหารตามธรรมเนียมปฏิบัติเช่นในอดีต มิหนำซ้ำ อาหารแปรรปู นอกจากจะมีปริมาณนำ้ ตาล เกลอื และไขมันท่ีสงู แลว้ ยงั มวี ัตถุ เจอื ปนอาหารหลากหลายชนิดอกี ดว้ ย วัตถเุ จือปนอาหารคอื อะไร? วตั ถุเจอื ปนอาหารถกู นำมาใชโ้ ดยท่ัวไปในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อ ทำหน้าที่สำคัญหลายอย่างในกระบวนการแปรรูปอาหาร วัตถุเจือปนอาหาร เหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา ลดการสูญเสียคุณค่าทาง โภชนาการและคุณภาพด้านอื่นๆในระหว่างที่อาหารถูกแปรรูป ซึ่งอาหารท่ี ถูกแปรรปู จะมีวัตถุเจือปนอาหารประมาณ 10% ท่ผี ู้ใหญไ่ ด้รับ การใช้วัตถุเจือปนอาหารเป็นสิ่งท้าทายสำหรับมุสลิม เนื่องจาก กระบวนการที่นำมาใช้ในการผลิตและแหล่งที่มาของวัตถุเจือปน อาจจะนำ ส่วนประกอบท่หี ะรอมใสล่ งไปในผลติ ภัณฑ์อาหารฮาลาลประเภทอนื่ ๆ นอกจากน้ัน ยงั มีปัญหาการเตมิ วัตถเุ จือปนอาหารเข้าไปแต่กลับไม่ ระบุไว้บนฉลาก ตัวอย่างเช่น การใช้สารจำพวก skatole (สารที่มี ส่วนประกอบจากมูลสัตว์) ถึงแม้ว่าสารที่ใช้จริงนั้นเป็นสารที่ได้มาจากการ สังเคราะห์ แต่คงไม่มีมุสลิมคนใดยินดีเติมสารเหล่านี้ลงในอาหาร เนื่องจาก ความน่ารักเกียจทางธรรมชาติของสารเหล่านี้ อย่างไรก็ตามผู้ผลิตบางราย ตง้ั ใจเติมสารอะไรกไ็ ด้ในอาหาร ตราบใดที่มันสามารถทำกำไรได้ กฎหมายด้านอาหารของประเทศมาเลเซียปี 1985 (The Malaysian Food Act 1985) และ ข้อกำหนดทางอาหาร ข้อกำหนดที่ 281 (Food Requirement 1985) ได้ประกาศรายชื่อวัตถุเจือปนอาหารที่ได้รับ อนุญาตเพื่อนำมาใช้ในอาหารสำหรับขายในประเทศมาเลเซีย ภายใต้ ข้อกำหนดทางอาหาร วัตถุเจือปนที่ได้รับอนุญาตให้นำมาใช้ภายใต้รายการ ตา่ งๆเชน่ สผี สมอาหาร วตั ถปุ รงุ แตง่ รสอาหาร สารปรงุ แต่งกลน่ิ รส วัตถปุ รับ 62

สภาพอาหาร วัตถุกันหืน สารเสริมคุณคา่ ทางโภชนาการ รายการดังกล่าวได้ เชอ่ื มโยงกบั รายชื่อของสารทไ่ี ด้รับการอนุญาตเพอ่ื ใหใ้ ช้ในอาหาร ถึงแม้ว่าข้อกำหนดทางอาหารจะอนุญาตการใช้วัตถุดิบเจือปน อาหาร แต่ผู้บริโภคควรทราบเอาไว้ว่าวัตถุเจือปนอาหารนั้นเป็นสารเคมีจึง ควรหลีกเลี่ยงเป็นดีที่สุด ไม่มีข้อสงสัยแต่ประการใดว่าการนำวัตถุเจือปน อาหารเข้าสรู่ ่างกายอาจกอ่ ใหเ้ กิดอนั ตรายต่อสขุ ภาพ อย่างไรกต็ ามประเดน็ ที่ เราเป็นห่วงในที่นี้ไม่ใช่ประเด็นผลกระทบต่อสุขภาพ แต่เกี่ยวข้องกับ ข้อเทจ็ จริงทีว่ ่า วตั ถเุ จอื ปนเหล่าน้อี าจจะมีทม่ี าจากผลพลอยได้ท่ีมาจากสัตว์ (Animal by-product) ซึ่งอาจจะทำให้วัตถุเจือปนอาหารเหล่านี้เป็นที่ ต้องห้ามสำหรบั มสุ ลิม ซึ่ง CAP ได้ติดต่อกับ ดาโต๊ะ เซอรี ดร.ฮารูสสานี บิน ฮัจยี ซาการี ยา (Dato’ Seri Dr. Hj Harussani B. Hj Zakaria) มุฟตีของรัฐเปรักเพื่อขอ ความคิดเห็นของท่านในประเด็นเรื่องนี้ ท่านได้แจ้งให้พวกเราทราบผ่านทาง จดหมายที่ส่งมายัง CAP ว่า ทุกส่วนประกอบที่ต้องสงสัย ตกอยู่ในกลุ่ม ชุบ ฮัต และทุกส่ิงทช่ี บุ ฮัตนัน้ เป็นสง่ิ หะรอม วตั ถุเจือปนอาหารทต่ี ้องสงสัยซงึ่ ควรหลีกเล่ยี ง • โมโนกลีเซอไรด์และไดกลเี ซอไรด์ โมโนกลีเซอไรด์และไดกลีเซอไรด์ เป็นการรวมกันของไขมันที่มีกลีเซ อรอลและกรดไขมันจำนวนหนึ่ง (โมโน) หรอื สอง (ได)โมเลกุล โมโนและได กลีเซอไรด์เหล่านี้ผลิตได้จากการตัดพันธะของไขมันและน้ำมัน โมโนกลีเซอ ไรด์และไดกลีเซอไรด์ในทางการค้านั้น ได้มาจากน้ำมันพืช ไขมันวัวหรือ น้ำมนั ปลา • เจลาตนิ เจลาตนิ เปน็ ส่วนของโปรตีนทีไ่ ดม้ าจากหนงั ของสุกร กระดกู ววั หนงั ของ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือหนังปลา โดยทั่วไปแล้วฉลากสินค้าจะไม่ระบุ แหล่งที่มาของเจลาตินในอาหาร ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้บริโภคเกิดความสงสยั ว่า ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีเจลาตินเป็นส่วนประกอบเป็นสิ่ง หะรอม หรือ ต้อง 63

สงสัย (มัชบุฮ) เว้นแต่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะระบุชนิดของสัตว์ที่เจลาตินถูก ผลิตขึน้ หรอื ระบุเป็นเจลาตินท่ฮี าลาล หรอื เจลาตินทม่ี าจากหนงั ปลา • เอนไซม์ เอนไซม์ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหารและ อตุ สาหกรรมนม เอนไซม์เหลา่ นีอ้ าจจะมแี หลง่ ทม่ี าจากสัตว์ จากพืช หรือจาก จุลินทรีย์ เอนไซม์จากสัตว์ที่พบการใช้งานมากที่สุดคือ เรนนิน ซึ่งเป็น เอนไซม์ที่ได้มาจากกระเพาะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ส่วนเปบซิน เป็น เอนไซม์อีกชนิดซึง่ เปน็ เอนไซม์ทไี่ ด้มาจากกระเพาะของสกุ ร • กลเี ซอรีน กลเี ซอรีน ผลิตไดจ้ ากไขมันสัตว์ ไขมันพชื หรือปโิ ตรเคมี • เลซิทนิ เลซินทินพบได้ในส่วนของไขมันทั้งจากพืชและสัตว์ เลซิทินถูกนำมาใช้ ในผลิตภณั ฑ์อาหารหลากหลายชนิดทีม่ ไี ขมันเป็นส่วนประกอบ เพ่ือทำหน้าท่ี เป็นอีมัลซิไฟเออร์ แหล่งที่พบมากที่สุดของเลซิทินคือถั่วเหลือง แต่ฉลาก สนิ ค้าโดยทัว่ ไปไม่ระบแุ หลง่ ที่มาของเลซิทินวา่ ไดม้ าจากแหล่งใด • แอลกอฮอล์ แอลกอฮอลเ์ ปน็ สารทก่ี อ่ ให้เกดิ อาการมนึ เมา ดว้ ยเหตุนีแ้ อลกอฮอล์จึง เป็นสิ่งหะรอมสำหรับมุสลิม โดยส่วนใหญ่สารให้กลิ่นรสในอาหาร (Food Flavour) จะอยู่ในรูปของเหลว (ตัวอย่างเช่น วานิลลา) ที่มีแอลกอฮอล์เปน็ ตัวทำละลาย ผลิตภัณฑ์อาหารที่อาจจะมีแอลกอฮอล์เป็นตัวทำลายในสูตร อาหาร เช่น ไอศกรมี โซดา น้ำสลดั ซอสและนำ้ จ้ิม • เรนเนท ในเรนเนทมีเอนไซม์เรนนินที่ได้จากกระเพาะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หรือสัตว์ชนิดอื่นๆ เรนเนทส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้เพื่อตกตะกอนนมในการทำ เนยแขง็ (Cheese) เรนเนทที่ไดม้ าจากสัตว์ฮาลาลผ่านการเชอื ดหรือฆ่าอย่าง ถกู ต้องตามหลกั ศาสนบัญญตั อิ ิสลามจึงจะถือว่าเรนเนทน้ันฮาลาล • วานลิ ลาสกัด 64

วานิลลาสกัดเป็นส่วนประกอบสำคัญท่ีได้จากฝักของวานิลลา โดยสว่ น ใหญ่ถูกนำมาใช้ในการทำขนมหวาน ไอศกรีม และน้ำหอม วานิลลาสกัด สามารถละลายไดเ้ ฉพาะแอลกอฮอล์ จากการศึกษาแสดงใหเ้ หน็ วา่ ผลติ ภัณฑ์ ท่มี ีสว่ นผสมของวานลิ ลาจะมแี อลกอฮอล์มากกว่า 50 % สถานะฮาลาล หะรอมและมัศบุฮฺ ฮาลาล : สถานะฮาลาลให้ไว้สำหรับส่วนประกอบที่ได้จากวัตถุดบิ ฮาลาล 100 % โดยปราศจากการใช้แอลกอฮอล์ วัตถุดิบเหล่านี้เป็น สว่ นประกอบท่มี าจากพืชและสารเคมเี ป็นหลกั หะรอม : หากเป็นส่วนประกอบที่มาจากสัตว์หรือมีการใช้ แอลกอฮอล์ ผลพลอยได้จากสัตว์ทั้งหมดนั้น ถือว่าหะรอมหากพระนาม ของอลั ลอฮไฺ มถ่ ูกกลา่ วบนสตั ว์ขณะทำการเชือด มัศบุฮฺ : หากเป็นส่วนประกอบที่ไม่ทราบแหล่งที่มาของวัตถุดิบท่ี นำมาเจือปน (อาจจะมแี หล่งที่มาจากสตั ว์) และมีขอ้ มลู ไม่เพยี งพอที่จะทราบ ได้ว่า มีการใช้แอลกอฮอล์ผสมร่วมกบั ส่วนประกอบหลกั ด้วยหรือไม่ ก่อนทคี่ ุณจะเลอื กซื้อผลิตภณั ฑ์อาหาร ควรจะพิจารณาดงั นี้ • อ่านส่วนประกอบบนฉลากอย่างละเอียด ส่วนประกอบที่ระบุต้อง สอดคล้องกับจำนวน ณ ปัจจุบัน โดยปกติแล้วส่วนประกอบ รายการแรกท่ีระบุไว้ คอื ส่วนประกอบท่ีมปี ริมาณมากท่ีสุด • แยกแยะสถานะฮาลาล/หะรอม/มัชบฮุ ฺ ของแต่ละสว่ นประกอบ − หากส่วนประกอบทั้งหมดในผลิตภณั ฑ์ฮาลาล ผลิตภัณฑ์ ดงั กลา่ วเหมาะสำหรบั การบรโิ ภคของมุสลิม − หากมีส่วนประกอบตัวหนึ่งตัวใดเป็นส่วนประกอบที่หะ รอม ดังนน้ั ผลติ ภัณฑด์ งั กล่าวไมส่ มควรนำมาบริโภค 65

− หากส่วนประกอบตัวหนึ่งตัวใดตกภายใต้ประเภทมัชบุฮฺ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงจากสินค้าเหล่านี้เนื่องจาก สว่ นประกอบดงั กลา่ วอาจจะมาจากแหล่งท่หี ะรอม E-numbers พยัญชนะ E มาจากคำว่า EC ที่หมายถึง European Community (ประชาคมยุโรป) และE-numbers เป็นการกำหนดวัตถุเจือปนอาหารชนิด ต่างๆ หากวัตถุเจือปนอาหารมี E-number ก็หมายความว่า วัตถุเจือปน อาหารเหล่านี้ได้รับการรับรองให้สามารถใช้ได้ทุกแห่งของประชาคมยุโรป ปัจจุบัน E-number ถูกนำมาใช้กันอย่างกว้างขวางทั่วโลกรวมทั้งมาเลเซีย หมวดหมขู่ องวัตถเุ จือปนอาหารท่รี ะบุโดยเลข E-number มดี ังนี้ • E100-199 - สี • E200-299 - วตั ถุกันเสีย • E300-399 - ออกซแิ ดน้ ท์, ฟอสฟาเทส, วัตถกุ ันหนื • E400-499 - วัตถุทำให้ข้น, วัตถุช่วยคงความชุ่มชื้น, วัตถุกันการ รวมตัวเปน็ กอ้ น, สารให้ความคงตวั และสารอีมัลซิไฟเออร์ • E500-599 - เกลอื และสว่ นผสมอ่ืนๆ • E600-699 - วัตถุปรุงแต่งกลนิ่ รสอาหาร • E900-999 - สารเคลือบผวิ อาหาร, วัตถุให้ความหวานแทนนำ้ ตาล , สว่ นประกอบทใี่ ชเ้ พื่อปรบั คณุ ภาพแปง้ • E1000-1399 - วตั ถเุ จอื ปนอาหารอน่ื ๆ • E1400-1499 - แปง้ ดดั แปลง 66

E-number ทีต่ อ้ งสงสยั ในวัตถเุ จือปนอาหาร รายละเอยี ด E- (และการ สถานะความเปน็ ฮา ลาล Number ชือ่ ท่ัวไป นำไปใช้) ⃰ E100 Curcumin/Turmeric สี (วตั ถุปรุงแต่ง • ฮาลาล หากเป็นขม้นิ รสอาหาร) ผงละเอยี ดและผง หยาบบรสิ ทุ ธ์ิ • มชั บฮุ ฺ หากใช้สีท่ีเปน็ ของเหลว (ตัวทำ ละลายจะต้องฮา ลาล) • หะรอม หาก สว่ นประกอบที่ปกปดิ เป็นอิมลั ซไิ ฟเออร์ จากไขมันสุกรในการ ผสมแบบแหง้ ⃰ E101 Riboflavin (วิตามิน วติ ามนิ • มัชบุฮฺ บี2) (นมผงเลย้ี งเด็ก • หะรอม หากนำตบั ทารก) และไตจากสกุ รมาใช้ 67

• ฮาลาล หากเปน็ วตั ถุดบิ จากพืช 100% ⃰ E102 Tartrazine สี (สสี ม้ ทป่ี รงุ • ฮาลาล หากใชส้ แี หง้ แต่งในเคร่อื งดื่ม 100% ⃰ E120 Cochineal/ , สเี หลอื งผสม • มชั บุฮฺ หากใชส้ ที ีเ่ ปน็ Carminic Acid อาหาร) ของเหลว (ตัวทำ ⃰ E122 Carmoisine/ Azorubine ละลายจะต้องฮา ลาล) สี (ไซรัปสดี อก • หะรอม หากได้มา กหุ ลาบ, จากแมลง สีแดงผสม อาหาร ) • ฮาลาล หากใช้สแี หง้ สี (ไซรปั สดี อก 100% กหุ ลาบ, สแี ดงสผี สม • มัชบฮุ ฺ หากใชส้ สี ีที่ อาหาร ) เปน็ ของเหลว (ตวั ทำ ละลายจะตอ้ งฮา ลาล) 68

⃰ E123 Amaranth สี (ไซรปั สีดอก • ฮาลาล หากใช้สแี หง้ กหุ ลาบ,สแี ดง 100% ผสมอาหาร) • มชั บฮุ ฺ หากใช้สีที่เปน็ ของเหลว (ตวั ทำ ละลายจะต้องฮา ลาล) ⃰ E124 Ponceau Red 4R/ สี (สนี ำ้ แกงหมี่ • ฮาลาล หากใชส้ แี หง้ Cochineal Red A rebus) 100% • มัชบฮุ ฺ หากใช้สที ่ีเป็น ของเหลว (ตัวทำ ละลายจะตอ้ งฮา ลาล) ⃰ E127 Erythrosine BS สี (แดงเชอร่)ี • ฮาลาล หากใชส้ แี ห้ง 100% • มชั บุฮฺ หากใชส้ ที ี่เป็น ของเหลว (ตัวทำ ละลายจะตอ้ งฮา ลาล) E131 Patent Blue V สี (สฟี า้ ผสม • ฮาลาล หากใช้สแี ห้ง อาหาร) 100% • มชั บฮุ ฺ หากใช้สที ่ีเปน็ ของเหลว (ตวั ทำ 69

ละลายจะตอ้ งฮา ลาล) ⃰ E132 Indigo สี (สมี ว่ ง สผี สม • ฮาลาล หากใชส้ ี Carmine/Idigotine อาหาร) สังเคราะห์ 100% • หะรอม หากกลีเซอ ไรดจ์ ากสกุ รถูกเติม ลงไปเพื่อเป็นตวั ทำ ละลาย ⃰ E142 Green S/Acid สี (สีเขียว สี • ฮาลาล หากใชส้ แี ห้ง Brilliant Green BS ผสมอาหาร) 100% • มัชบุฮฺ หากใชส้ ีท่ีเปน็ ของเหลว (ตวั ทำ ละลายจะตอ้ งฮา ลาล) ⃰ E151 Black PN/ Brilliant สี (สีดำ สีผสม • ฮาลาล หากใช้สแี หง้ Black PN อาหาร) 100% • มัชบฮุ ฺ หากใช้สีที่เป็น ของเหลว (ตวั ทำ ละลายจะตอ้ งฮา ลาล) 70

E153 Carbon Black/ สี (สเี นยแข็ง) • ฮาลาล หากใช้สีแห้ง E160a Vegetable Carbon 100% E160c (Charcoal) E160d • มชั บุฮฺ หากใชส้ ีท่เี ป็น ของเหลว (ตวั ทำ ละลายจะต้องฮา ลาล) Alpha-, Bata-, สี • ฮาลาล หากใชส้ แี ห้ง 100% Gamma-carotene • มัชบุฮฺ หากใชส้ ีที่เปน็ ของเหลว (ตวั ทำ ละลายจะต้องฮา ลาล) Capsanthin/ สี (แคโรทีน) • ฮาลาล หากใชส้ แี หง้ Carsorbin 100% • มชั บฮุ ฺ หากใช้สีที่เปน็ ของเหลว (ตัวทำ ละลายจะตอ้ งฮา ลาล) Lycopene สี (แคโรทีน) • ฮาลาล หากใช้สแี ห้ง 100% • มัชบุฮฺ หากใชส้ ที ีเ่ ปน็ ของเหลว (ตัวทำ 71

ละลายจะต้องฮา ลาล) ⃰ E160e Bata-apo-8- สี (แคโรทีน) • ฮาลาล หากใชส้ ที ่ี carotenal เป็นผงหยาบหรือผง ละเอยี ดชนิดแห้ง 100% • ฮาลาล หากน้ำมนั พชื ถูกใช้เป็นตวั ทำ ละลายในรูป ของเหลวซึง่ เปน็ สว่ นประกอบท่ีปกปิด • หะรอม หากเจลาตนิ จากสกุ รถกู นำมาใช้ เป็นส่วนประกอบที่ ปกปดิ หรือเป็นตวั พา 72

E160f Ethly ester of สี (แคโรทีน) • ฮาลาล หากใช้สีที่ Beta-apo-8- เป็นผงหยาบหรือผง cartonoic acid สี ละเอียดชนิดแหง้ สี 100% E161a flavoxanthin • ฮาลาล หากนำมันพืช E161b Lutein ถูกนำมาใช้เป็นตัวทำ ละลายในรูปของ ของเหลวซึ่งเป็นส่วน ประกอบที่ปกปดิ • หะรอม หากเจลาติน จากหมูถูกนำมาใช้ เป็นส่วนประกอบท่ี ปกปดิ หรอื เปน็ ตวั พา • ฮาลาล หากใชส้ ีแห้ง 100% • มชั บุฮฺ หากใชส้ ีทีเ่ ปน็ ของเหลว (ตัวทำ ละลายจะตอ้ งฮา ลาล) • ฮาลาล หากใช้สีที่ เปน็ ผงแหง้ 100% • หะรอม หากใช้เจ ลาตนิ จากสกุ รหรอื กลเี ซอไรดจ์ ากสกุ ร 73

เติมลงไปในรูปแหง้ และรปู ของเหลว E161c Crytoxanthin สี • ฮาลาล หากใช้สแี ห้ง 100% E161d Rubixanthin สี • มัชบฮุ ฺ หากใช้สที ่เี ป็น E161e Violaxanthin สี ของเหลว (ตัวทำ ละลายจะต้องฮา ลาล) • ฮาลาล หากใช้สีแหง้ 100% • มชั บฮุ ฺ หากใชส้ ที ี่เป็น ของเหลว (ตวั ทำ ละลายจะตอ้ งฮา ลาล) • ฮาลาล หากใช้สแี ห้ง 100% • มชั บฮุ ฺ หากใช้สีทีเ่ ปน็ ของเหลว (ตัวทำ 74

E161f Rhodoxanthin สี ละลายจะตอ้ งฮา ลาล) E161g Canthxanthin สี • ฮาลาล หากใช้สแี หง้ E162 Beetroot Red/ สี 100% Betanin • มชั บุฮฺ หากใชส้ ีท่เี ป็น ของเหลว (ตัวทำ ละลายจะต้องฮา ลาล) • ฮาลาล หากใช้สีแหง้ 100% • มชั บฮุ ฺ หากใชส้ ีทเ่ี ปน็ ของเหลว (ตัวทำ ละลายจะต้องฮา ลาล) • ฮาลาล หากใชส้ แี ห้ง 100% • มชั บุฮฺ หากใชส้ ีท่ีเป็น ของเหลว (ตัวทำ ละลายจะต้องฮา ลาล) 75

⃰ E304 Acorbyl Palmitate แอนตอิ อกซิ • ฮาลาล หากกรด แดนท์ ไขมันอม่ิ ตวั กรดปาล์ (วิตามินซี และ มิติก ไดม้ าจากพชื อนพุ นั ธ์ ) • หะรอม หากกรดปาล์ มติ กิ ไดม้ าจากไขมนั ของสุกร ⃰ E306 Naural extracts rich แอนตอิ อกซิ • ฮาลาล หาก in Tocopherol แดนท์ Tocopherol นนั้ (วติ ามนิ E) ไดม้ าจากไขมนั พชื • หะรอม หากไดม้ า จากไขมันของสุกร ⃰ E312 Dodecyl Gallate แอนตอิ อกซิ • ฮาลาล หากไดม้ าจาก แดนท์ \"nutgalls\" หรือ สาร (นำ้ มันใชท้ อด) คัดหลง่ั จากพืช • หะรอม หาก แอลกอฮอลถ์ กู นำมาใช้เป็นตัวทำ ละลาย ⃰ E320 Butylated Hydroxy- แอนตอิ อกซิ • ฮาลาล หากใช้เฉพาะ anisole (BHA) แดนท์ ไขมนั พชื เป็นตัวพา (น้ำมนั ใช้ทอด) • หะรอม หากตัวพา นนั้ ไดม้ าจากไขมนั ของสุกร 76

⃰ E322 Lecithin อมี ัลซิไฟเออร์ (หมายเหตุ : ตัวพาไม่ และวตั ถใุ ห้ สามารถใช้สารเคมี ความคงตัว บรสิ ุทธิ์100% ได้) (ขนมหวาน, แคปซูล) • ฮาลาล หากไดม้ าจาก ไขมันของถั่วเหลือง หรอื ไข่แดง • หะรอม หากได้จาก สัตวท์ ่ี หะรอมหรอื สัตว์ที่ไม่ผ่านการ เชือดอย่างถูกต้อง ตามหลักการอิสลาม ⃰ E411 Gelatine อมี ัลซิไฟเออร์ • ฮาลาล หากได้มาจาก และวัตถุให้ สัตว์ทผ่ี า่ นการเชอื ด ความคงตัว อยา่ งถูกต้องตาม (ขนมหวาน, หลกั การอสิ ลาม แคปซลู ) • หะรอม หากได้จาก สตั วท์ ่ี หะรอมหรอื สัตว์ที่ไม่ได้รับการ เชือดอย่างถูกต้อง ตามหลัก ศาสน บัญญัตอิ ิสลาม ⃰ E422 Gliserol (ในสหรัฐ นำ้ ตาล • มัชบฮุ ฺ เรยี กว่า glycerine) แอลกอฮอล์ • ฮาลาล หากมาจาก พืช 77

• หะรอม หากมาจาก ไขมนั ของสุกร ⃰ E470 sodium, potassium อมี ลั ซิไฟเออร์ • มชั บฮุ ฺ calcium salt of และเกลอื ของ • ฮาลาล หากมาจาก fatty acid วตั ถุให้ความคง พชื ตัว หรอื เอส • หะรอม หากมาจาก เทอรข์ องกรด ไขมันของสุกร ไขมนั ⃰ E471 Mono-and อีมัลซิไฟเออร์ • มัชบฮุ ฺ diglycerides of และเกลอื ของ • ฮาลาล หากมาจาก fatty acid วัตถุใหค้ วามคง พชื ตัว หรอื เอส • หะรอม หากมาจาก เทอร์ของกรด ไขมนั ของสกุ ร ไขมัน ⃰ E472 Various esters of อมี ัลซิไฟเออร์ • มชั บฮุ ฺ mono-and และเกลือของ • ฮาลาล หากมาจาก diglycerides of วัตถใุ ห้ความคง พืช fatty acid ตัว หรอื เอส เทอร์ของกรด • หะรอม หากมาจาก ไขมัน ไขมนั ของสกุ ร E473 Sucrose esters of อีมัลซิไฟเออร์ • มชั บฮุ ฺ fatty acid และเกลือของ • ฮาลาล หากมาจาก วตั ถใุ ห้ความคง พชื ตวั หรอื เอส 78

เทอร์ของกรด • หะรอม หากมาจาก ไขมนั ไขมนั ของสกุ ร ⃰ E474 Sucroglycerides อีมลั ซไิ ฟเออร์ • มชั บฮุ ฺ และเกลือของ • ฮาลาล หากมาจาก วัตถุให้ความคง พืช ตวั หรอื เอส เทอร์ของกรด • หะรอม หากมาจาก ไขมนั (ไอศกรมี ไขมนั ของสกุ ร , เครอื่ งด่มื , กาแฟขาว) ⃰ E475 Polyglycerol esters อมี ัลซไิ ฟเออร์ • มชั บฮุ ฺ of fatty acid และเกลอื ของ • ฮาลาล หากมาจาก วตั ถใุ หค้ วามคง พชื ตวั หรือเอส เทอรข์ องกรด • หะรอม หากมาจาก ไขมัน ไขมนั ของสกุ ร E477 Propane-1, 2 Ester อมี ลั ซไิ ฟเออร์ • มชั บฮุ ฺ Diol of fatty acid และเกลือของ • ฮาลาล หากมาจาก วตั ถใุ หค้ วามคง พชื ตัว หรือเอส เทอรข์ องกรด • หะรอม หากมาจาก ไขมนั ไขมนั ของสุกร 79

E481 Sodium Stearoyl-2- อีมลั ซไิ ฟเออร์ • มชั บฮุ ฺ Lactylate และเกลอื ของ • ฮาลาล หากมาจาก วัตถใุ ห้ความคง พืช ตวั หรือเอส เทอร์ของกรด • หะรอม หากมาจาก ไขมัน ไขมนั ของสกุ ร E482 Calcium Stearoyl- อมี ัลซไิ ฟเออร์ • มัชบุฮฺ 2-Lactylate และเกลือของ • ฮาลาล หากมาจาก วตั ถุให้ความคง พืช ตัว หรอื เอส เทอร์ของกรด • หะรอม หากมาจาก ไขมนั ไขมนั ของสกุ ร E483 Stearyl Tartrate อีมัลซิไฟเออร์ • มชั บุฮฺ และเกลือของ • ฮาลาล หากมาจาก วตั ถใุ ห้ความคง พชื ตัว หรอื เอส เทอรข์ องกรด • หะรอม หากมาจาก ไขมัน ไขมันของสุกร สว่ นประกอบทตี่ อ้ งสงสยั โดยใช้ตัวเลขเป็นสญั ลกั ษณซ์ ึ่งปราศจาก พยัญชนะ E นำหนา้ ตัวเลข ชือ่ ทว่ั ไป รายละเอียด สภาพความเปน็ ฮาลาล (และการ นำไปใช)้ ⃰ 107 Yellow 2G สี (สเี หลืองผสม • ฮาลาล หากใช้สแี หง้ 100% อาหาร) 80

• มัชบฮุ ฺ หากใช้สที ี่เปน็ ของเหลว (ตัวทำละลายทฮ่ี า ลาล) ⃰ 128 Red 2G สี (สแี ดงผสม • ฮาลาล หากใช้สแี ห้ง 100% อาหาร) • มชั บุฮฺ หากใชส้ ีที่เป็น ของเหลว (ตวั ทำละลายทฮ่ี า ลาล) ⃰ 133 Brilliant Blue FCF สฟี ้า-เขียวผสม • ฮาลาล หากใชส้ แี ห้ง 100% อาหาร • มชั บุฮฺ หากใชส้ ีทีเ่ ปน็ ของเหลว (ตวั ทำละลายทฮ่ี า ลาล) 154 Brown FK สี • ฮาลาล หากใช้สแี หง้ 100% • มชั บุฮฺ หากใชส้ ที เี่ ปน็ ของเหลว (ตัวทำละลายทฮ่ี า ลาล) ⃰ 155 Brown HT สี • ฮาลาล หากใชส้ แี ห้ง 100% • มัชบุฮฺ หากใชส้ ที เ่ี ป็น ของเหลว (ตัวทำละลายทฮี่ า ลาล) 430 Polyoxyethane อีมัลซิไฟเออรแ์ ละ • ฮาลาล หากมาจากไขมันพชื (8) Stearate สารให้ความคงตวั 100% ท่ีมอี นุพนั ธข์ุ อง • หะรอม หากมาจากไขมันของ กรดไขมัน สุกร 81

431 Polyoxyethane อีมลั ซิไฟเออร์และ • ฮาลาล หากมาจากไขมนั พืช (40) Stearate สารให้ความคงตัว 100% ทม่ี ีอนุพันธ์ุของ • หะรอม หากมาจากไขมนั ของ กรดไขมัน สกุ ร 432 Polyoxyethane อีมลั ซิไฟเออรแ์ ละ • ฮาลาล หากมาจากไขมนั พชื (20) Sorbitan/ สารใหค้ วามคงตัว 100% Polysorbate 20 ที่มอี นพุ นั ธขุ์ อง • หะรอม หากมาจากไขมันของ กรดไขมนั สุกร 433 Polyoxyethane อมี ลั ซไิ ฟเออร์และ • ฮาลาล หากมาจากไขมนั พชื (20) Sorbitan/ สารให้ความคงตวั 100% Monooleate/ ท่ีมีอนุพนั ธุ์ของ • หะรอม หากมาจากไขมันของ Polysorbate 80 กรดไขมัน สกุ ร 434 Polyoxyethane อีมัลซไิ ฟเออรแ์ ละ • ฮาลาล หากมาจากไขมนั พืช (20) Sorbitan/ สารใหค้ วามคงตวั 100% Monopalmitate/ ท่มี อี นพุ นั ธุ์ของ • หะรอม หากมาจากไขมันของ Polysorbate 40 กรดไขมนั สุกร 435 Polyoxyethane อมี ลั ซไิ ฟเออร์และ • ฮาลาล หากมาจากไขมันพชื (20) Sorbitan/ สารให้ความคงตัว 100% Monostearate/ ที่มีอนุพนั ธ์ขุ อง • หะรอม หากมาจากไขมันของ Polysorbate 60 กรดไขมัน สุกร 436 Polyoxyethane อมี ัลซิไฟเออรแ์ ละ • ฮาลาล หากมาจากไขมนั พืช (20) Sorbitan/ สารให้ความคงตัว 100% Tristearate ที่มีอนพุ ันธ์ุของ • หะรอม หากมาจากไขมันของ Polysorbate 65 กรดไขมัน สุกร 82

476 Polyglycerol อมี ัลซิไฟเออร์และ • ฮาลาล หากมาจากไขมันพืช Esters of Glycerol เกลอื ของสารให้ 100% and Propane-1, 2 ความคงตวั หรือ • หะรอม หากมาจากไขมนั ของ Diol เอสเทอร์ของกรด ไขมัน สกุ ร 478 Lacylated Fatty อีมลั ซไิ ฟเออรแ์ ละ • ฮาลาล หากมาจากไขมนั พชื Acid Esters of เกลือของสารให้ 100% Glycerol and ความคงตัวหรอื • หะรอม หากมาจากไขมันของ Propane-1, 2 Diol เอสเทอรข์ องกรด ไขมัน สุกร ⃰ 491 Sorbitan อมี ลั ซิไฟเออรแ์ ละ • ฮาลาล หากมาจากไขมนั พชื Monostearate เกลอื ของสารให้ 100% ความคงตวั หรอื • หะรอม หากมาจากไขมันของ เอสเทอรข์ องกรด ไขมัน สุกร ⃰ 492 Sorbitan อีมัลซิไฟเออรแ์ ละ • ฮาลาล หากมาจากไขมนั พชื Tristearate เกลอื ของสารให้ 100% ความคงตัวหรือ • หะรอม หากมาจากไขมนั ของ เอสเทอร์ของกรด ไขมัน สกุ ร ⃰ 493 Sorbitan อีมลั ซไิ ฟเออรแ์ ละ • ฮาลาล หากมาจากไขมนั พชื Monolaurate เกลอื ของสารให้ 100% ความคงตัวหรือ • หะรอม หากมาจากไขมันของ เอสเทอรข์ องกรด ไขมนั สุกร 83

⃰ 494 Sorbitan อมี ัลซไิ ฟเออร์และ • ฮาลาล หากมาจากไขมันพืช Monooleate เกลือของสารให้ 100% ความคงตัวหรือ • หะรอม หากมาจากไขมันของ เอสเทอรข์ องกรด ไขมัน สกุ ร ⃰ 495 Sorbitan อมี ัลซิไฟเออรแ์ ละ • ฮาลาล หากมาจากไขมนั พืช Monopalmitate เกลือของสารให้ 100% ความคงตัวหรอื • หะรอม หากมาจากไขมันของ เอสเทอรข์ องกรด ไขมัน สุกร 542 Edilble Bone อน่ื ๆ (วตั ถุปอ้ งกนั • หะรอม หากมาจากกระดกู Phophate การจับตัวเปน็ ของสกุ ร (Bone Meal) ก้อน) 544 Calcium อื่นๆ (วตั ถุป้องกนั • มัชบฮุ ฺ Polyphosphate การจบั ตวั เป็น • ฮาลาล หากมาจากแรธ่ าตุ ก้อน) • หะรอม หากมาจากกระดูก ของสกุ ร ⃰ 556 Aluminium อน่ื ๆ (วัตถุปอ้ งกนั • มชั บฮุ ฺ Calcium Silicate การจบั ตัวเป็น • ฮาลาล หากแคลเซยี มมาจาก กอ้ น) แร่ธาตุ หิน • หะรอม หากแคลเซยี มมาจาก กระดูกของสุกร 84

⃰ 570 Stearic Acid อน่ื ๆ (วตั ถุปอ้ งกนั • มัชบุฮฺ การจบั ตวั เปน็ • ฮาลาล หากแหลง่ ท่ีมาคอื ก้อน) ไขมันพชื • หะรอม หากเป็นไขมันจาก สกุ ร 572 Magnesium อื่นๆ (อีมลั ซิไฟ • มัชบุฮฺ Stearate เออร์และวตั ถุ • ฮาลาล หากแหล่งทม่ี าคือ ป้องกันการจับตัว ไขมนั พชื เป็นก้อน) • หะรอม หากมนั เปน็ ไขมนั จากสกุ ร ⃰ 620 L-Glutamic Acid อน่ื ๆ (วตั ถปุ รงุ • มัชบุฮฺ แตง่ รสอาหาร) • ฮาลาล หากเปน็ โปรตนี จาก พืช • หะรอม หากมนั เป็นไขมัน จากสกุ ร ⃰ 621 Monosodium อน่ื ๆ (วตั ถุปรงุ • มัชบฮุ ฺ Glutamate (MSG) แตง่ รสอาหาร) • ฮาลาล หากส่วนประกอบ ท้งั หมดรวมท้ังอาหารเลี้ยง เชือ้ จลุ นิ ทรียไ์ ดจ้ ากแหล่งท่ี ฮาลาล • หะรอม หากอาหารเลย้ี ง เชื้อจุลนิ ทรียม์ าจากสกุ ร 85

622 Monopotassium อน่ื ๆ (วัตถุปรงุ • มัชบฮุ ฺ Glutamate แต่งรสอาหาร) • ฮาลาล หากส่วนประกอบ ทงั้ หมดรวมทง้ั อาหารเล้ียง เชอ้ื จลุ นทรียไ์ ดจ้ ากแหลง่ ทฮ่ี า ลาล • หะรอม หากอาหารเลีย้ ง เช้อื จุลนิ ทรียม์ าจากสุกร 623 Calcium อน่ื ๆ (วัตถปุ รงุ • มัชบุฮฺ Glutamate แต่งรสอาหาร) • ฮาลาล หากส่วนประกอบ ท้ังหมดรวมท้งั อาหารเล้ยี ง เชื้อจลุ นิ ทรยี นไ์ ดจ้ ากแหล่งท่ี ฮาลาล • หะรอม หากอาหารเลย้ี ง เชือ้ จุลนิ ทรียม์ าจากสุกร ⃰ 627 Sodium อื่นๆ (วัตถปุ รงุ • ฮาลาล หากไดม้ าจากปลา Guanylate แตง่ รสอาหาร) ซารด์ ีนหรือสกัดจากยสี ตข์ นม อบ • มัชบุฮฺ หากทำมาจากการ สกดั ยสี ต์จากการหมกั เบียร์ • หะรอม หากสกดั มาจากเนือ้ สุกร 86

⃰ 631 Sodium Inosinate อื่นๆ (วัตถุปรงุ • ฮาลาล หากไดม้ าจากปลา แตง่ รสอาหาร) ซาร์ดีนหรอื สกัดจากยสี ต์ขนม อบ • มัชบุฮฺ หากทำมาจากการ สกัดยสี ตจ์ ากการหมักเบยี ร์ • หะรอม หากสกัดมาจากเน้ือ สุกร 907 Refined อ่ืนๆ (สารเคลอื บ) • มัชบฮุ ฺ Microcrystalline • ฮาลาล หาก wax ได้มาจาก Wax ไขมนั พืช • หะรอม หาก wax ไดม้ าจาก ไขมันของสกุ ร 920 L-Cysteine อื่นๆ • มัชบุฮฺ Hydrochloride • หะรอม หากได้มาจากเสน้ ผม ของมนุษย์ Compounds • ฮาลาล หากทำมาจากวตั ถดุ ิบ สังเคราะหท์ ฮี่ าลาล (หมายเหตุ : มีความเห็น แตกตา่ งกันในหมู่นกั วชิ าการ อิสลาม หากทำมาจากขนไก)่ (*) วัตถเุ จอื ปนอาหารท่ีไดร้ บั อนญุ าตภายใตก้ ฎหมายอาหารของประเทศ มาเลเซีย ปี 1983 (The Malaysia Food Act 1983) 87

เส้นผมของมนษุ ย์..... ในสารเพมิ่ การพองตัวของแปง้ ? ช้ินส่วนของแมลง เส้นผมของมนษุ ย์ และกลนิ่ อจุ จาระ (Skatole) (โปรดอย่าถาม) ว่าสว่ นประกอบทั้งหมดน้มี อี ยใู่ นอาหารท่คี ุณรบั ประทาน คุณจะพดู อย่างไรก็ไดเ้ กีย่ วกับอาหารอเมริกัน อย่างน้อยสุดเราชาว อเมริกันไม่ได้สร้างผลกระทบกับโลกเหมือน haggis ซึ่งเป็นสินค้าหลักของ ชาวสก็อตที่ทำจากการนำเครื่องในของแกะมาต้ม หรือ hakarl เป็นฉลาม เหม็นเน่าของขวญั ของชาวไอซ์แลนด์ ในความเป็นจริงเป็นเรื่องยากที่จะคิดวิธีการปรุงอาหารของชาว อเมรกิ นั ทจ่ี ะเป็นหลกั ฐานรวมอยใู่ นหนังสอื “The joy of cooking a dog’s Ex-Breakfast” ชื่อเรื่องที่เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นการรวบรวมอาหารจาน วิกลจริต อย่าง haggis เว้นแต่ว่า คุณบังเอิญไปเจอขนมอบที่มีการสกัดเส้น ผมมนุษย์มาเป็นส่วนผสม เศษชิ้นส่วนแมลงบดในอาหารของเราเป็นจำนวน มากและสารให้กลิ่นท่ีทำกบั .....บางอย่างท่ีเป็นไปไมไ่ ด้ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สิ่งปนเปื้อน แต่มันคือส่วนผสมอย่างเป็นทางการที่ อุตสาหกรรมอาหารไม่ค่อยบอกให้เราทราบ หน้าที่อันน่ารังเกียจบางอย่างที่ เหน็ ไดอ้ ย่างชัดเจน ตวั อย่างเช่น สปอรข์ องราสฟี ้าในเนยแข็ง Stilton แต่สว่ น ใหญ่จะถูกปิดบังเอาไว้ เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่กฎหมายสำหรับผู้ผลิตท่ีจะเติม ก้อนวัตถุเจือปนจำนวนมาก อย่างเช่น สารสกัดจากแมลง โดยใช้คำ ปลอบโยนที่ว่า “จากธรรมชาติ” บนฉลากอาหารหรือแค่ละเว้นไม่ใส่คำ ดงั กล่าวก็เทา่ นัน้ (แตกต่างจากสารประกอบสงั เคราะห์) 88

มีกี่ครั้งที่คุณได้เห็น “สารสกัดจากแมลง” ที่ระบุอยู่บนฉลาก อาหาร? แต่หากคุณตรวจดูบนฉลากอย่างละเอียด จะพบคำพูดที่ว่า บรรจุ โยเกิร์ตสตอเบอร์รี่ คุณอาจเห็นจุด “carmine” ซึ่งเป็นสีชนิดหนึ่งที่ได้รับ ความนิยมท่ไี ด้จากแมลง สีดังกล่าวถูกนำมาใช้เพื่อเกิดสีแดง ชมพูและสีม่วงในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ไอศกรีมไปจนถึงลิปสติก โดย carmine ทำจากเม็ดสีท่ี เรียกว่า คอชินีล (Cochineal) คอชินีลสกัดจากแมลงเพศเมียตากแห้งที่ได้ จากตน้ ตะบองเพชรพบในเปรู หมู่เกาะคะนารแี ละสถานทอ่ี ่ืนๆตามลำดบั ช้ินสว่ นแมลงบด (Cochineal beetle) ในโยเกริ ต์ สตอเบอร่ขี องคณุ เม็ดสีทีสร้างขึ้นในตัวของแมลง หลังจากแม่แมลง (6 ขา) ได้วางไข่ ของพวกมันบนต้นตะบองเพชรและตาย ดังนั้นซากของพวกมันพร้อมด้วยไข่ และตัวอ่อนทฟี่ ักออกมา หลงั จากนนั้ ใชแ้ ปรงปัดแยกออกจากตน้ ตะบองเพชร แล้วนำมาบดและอบ ตม้ หรือน่ึงเพือ่ ผลติ คอชินีล Carmine อาจไม่อร่อยแต่มันเป็น GRAS นั่นคือ อุตสาหกรรม อาหารให้การยอมรับเป็น Generally Recognized as safe (สารเคมีที่ผ่าน การรบั รองโดยองค์การอาหารและยา (FDA) ให้สามารถเติมลงไปในอาหารได้ อย่างปลอดภัย สารที่ได้รับรองว่าเป็น GRAS ส่วนใหญ่ จะไม่จำกัดปริมาณ การใช้ แต่จะให้ใช้เท่าที่จำเป็น...ผู้แปล) การจัดจำแนกเกือบจะได้รับการ ยอมรบั วา่ เป็น “ธรรมชาติ” ทงั้ หมด แต่สงสยั ว่า Carmine สามารถกอ่ ใหเ้ กดิ 89

ปฏกิ ริ ิยาการแพอ้ ยา่ งรนุ แรงและดว้ ยเหตุน้จี ึงควรจดั อยู่ในกลุ่ม “ไมป่ ลอดภัย ตอ้ งการรบั ประทานอย่างแท้จริง” (ฉนั เพียงนำใส่เขา้ กับกลุม่ นนั้ ) หลายปีท่ผี ่านมา ศนู ยว์ ิทยาศาสตรเ์ พ่อื สาธารณะประโยชน์ ซึ่งเป็น องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค (a consumer watchdog ) ในวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ ร้องเรียนไปยัง องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) โดยให้ ประกาศห้าม carmine หรือเพียงต้องการให้ผู้ผลิตเปิดเผยแหล่งที่มาของ สตั วค์ ลานน่าขยะแขยงบนฉลากผลิตภัณฑ์ แต่จนถึงขณะนหี้ น่วยงานดงั กล่าว ก็ยังไม่ไดต้ อบสนองแตป่ ระการใด หากคุณต้องการกำจัดสารสกัดจากแมลงในอาหารของคุณ คุณ จะต้องหลีกเลี่ยงจากอาหารที่ไม่เพียงแต่อาหารสีแดงเท่านั้น แต่ยังรวมถึง อาหารที่ให้ความเงางามจำนวนมากอีกด้วย เชลแล็ก (Shellac) ทำมาจาก สารคัดหลั่งของแมลง ซึ่งถูกนำมาใช้ในการเคลือบทุกอย่างตั้งแต่แอปเปิลไป จนถงึ เมล็ดกาแฟ หากคุณทุกขใ์ จกับเรือ่ งน้จี ริงๆ คณุ อาจจะอดตายเน่ืองจาก ชนิ้ สว่ นของแมลงถูกนำไปผสมในทุกๆท่ี กล่ินอุจจาระเทยี ม ในบหุ ร่ขี องคุณ ? FDA อนุญาตให้เนยถั่วที่บรรจุขวดแก้วโดยทั่วไป มีชิ้นส่วนแมลง มากกวา่ 100 ชิ้น มะเขือเทศหนง่ึ กระปอ๋ งสามารถมตี ัวอ่อนของแมลงหนึ่งตัว 90

หรือไข่ของแมลงสูงสุดไม่เกินเก้าตัว แต่คุณจะได้พบชิ้นส่วนแมลงที่เป็นสิ่ง แปลก หากคุณเจาะเขา้ ไปภายในหัวใจดา้ นมดื ของสูตรอาหารอเมรกิ ัน บางทีส่วนผสมที่น่าขยะแขยงมากที่สุดคือ แอล-ซิสเทอีน (L-cysteine) ซึ่งบางครั้งได้มาจากชิ้นส่วนในร่างกายของมนุษย์น่ันกค็ ือ เส้น ผม ดูเหมือนว่าข้อมูลที่ถูกต้องดังกล่าวออกมาจากหนังสืออาหาร “The Mistah Kurtz Cookbook” (นอกจากนี้ยงั สกดั ได้จากขนสัตว์หรือสงั เคราะห์ ขนึ้ ) กรดอะมโิ นตัวหน่ึงที่ชือ่ ว่าแอล-ซสิ เทอีน ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความ ยืดหยุน่ ให้กับแป้ง ซึ่งทำให้การแปรรูปดว้ ยเครื่องจกั รในการทำคุกก้ี แป้งพิซ ซ่า ขนมปงั โดนัท เบเกลและขนมอบอื่นๆเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเรว็ การค้นพบผลิตภัณฑ์หนึ่งที่มีส่วนประกอบจากร่างกายของมนุษย์ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อฉันได้ตั้งคำถามนี้ต่อโฆษกคนหนึ่งที่ Interstate Brands ซึ่งผลิตขนมปังและขนอบในชื่อ wonderbread, hostess และ สายการผลิตขนมอบอืน่ ๆ เขากล่าวว่า “ผมไม่มีความเห็นเกี่ยวกับแหล่งท่มี า เราไม่ใชแ้ อล-ซิสเทอีนอยา่ งพอเพยี งเพอื่ ให้เปน็ ทสี่ นใจ” ซาร่า ลี (Sara Lee) โฆษกอีกท่านหนึ่งได้พูดอย่างรีบร้อนว่า ไม่มี สารสกัดจากเสน้ ผมในผลติ ภัณฑ์จากบรษิ ทั ของเขา แต่ปฏเิ สธท่จี ะบอกว่าเขา รู้ไดอ้ ยา่ งไร โฆษกคนหนึ่งจากกลุ่ม Puratos ผู้จัดหาส่วนผสมเบเกอรี่จากเบล เย่ียม ได้กล่าวอย่างเป็นมิตรวา่ “โดยท่ัวไปแอล-ซิสเทอีนไดม้ าจากเสน้ ผมของ มนุษย์” เขายอมรับ “แต่ฉันมั่นใจ 99% ว่า แอล-ซิสเทอีนของเราได้มาจาก ขนเปด็ ” เข้าใจแล้ว คำถามถัดมา เส้นผมที่เรากินเข้าไปนั้นเป็นของใคร มา จากไหน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางอุตสาหกรรม กล่าวว่า แอล-ซิสเทอีนของมนุษย์ นนั้ สว่ นใหญ่มาจากหญิงชาวจนี ซึ่งเปน็ ตัวอยา่ งหนึ่งของการใชช้ ีวิตเลยี นแบบ 91

เฮนรชี่ ่วยสนับสนนุ ครอบครวั ของพวกเธอ ด้วยการเรข่ ายเปยี ผมของเธอไปยงั โรงงานแปรรูปสารเคมขี นาดเล็กทก่ี ระจายอยูท่ ั่วไปในประเทศจีน สารสกดั จากต่อมใต้ทวารของตัวชะมด ในนำ้ หอมของคุณ? เส้นผมคือความลับเล็กๆที่แปลกประหลาดของอุตสาหกรรมขนม อบในการทำเค้ก แตใ่ นหมู่สิง่ อุปโภคท้งั หมด บุหรีโ่ ดดเดน่ ทสี่ ดุ ซึ่งมากไปด้วย สารประกอบทีแ่ ปลกประหลาด ตามเอกสารที่อุตสาหกรรมยาสูบเปิดเผยคดี ในศาล บุหรี่ยี่ห้อต่างๆมีส่วนประกอบของ โกโก้ น้ำมันสน ขี้ผึ้ง น้ำลูกพรุน บรั่นดี (cognac) น้ำส้มสายชู น้ำบีท ผิวแอปเปิ้ล เนย แป้ง ยีสต์ น้ำเชื่อมเม เป้ิล ยเู รยี สเกลโทล (skatole) และวัตถุเจอื ปนอาหารอ่ืนๆ หลายรอ้ ยชนดิ ด้วยกับความรู้พื้นๆของสารเคมี เมื่อได้ยินคำว่า สเกลโทล (Skatole) ถึงกับทำให้สะดุ้งมากที่สุด เนื่องจากสารดังกล่าวเป็นหนึ่งใน องค์ประกอบหลกั ที่ได้มาจากมูลสัตว์ (อย่างเพ่ิงประหลาดใจ เพราะสเกลโทล ที่เติมไปยังเครื่องอุปโภคบรโิ ภคนัน้ เป็นกลิ่นสังเคราะห์) เพื่อเป็นสารให้กลนิ่ 92

ความจริงที่ว่าในบุหรี่มีการเติมแอลกอฮอล์ร่วมกับสารสกัดที่เลียนแบบ อุจจาระดูเหมอื นจะไมใ่ ช่เรื่องแปลกเลย คำกล่าวของแฟรงก์ ฟิสเชทติ (Frank Fischetti) นักเคมีอาวุโส ทางด้านกลิ่น ที่ Wynn starr Specialty Food & Flavors ใน Allwndale, N.J. กล่าวว่า สเกลโทลในระดับต่ำนั้นแท้จริงแล้วมีกลิ่นที่ดี ในความเป็นจรงิ แล้วบ่อยคร้งั ทมี่ ันถูกเตมิ ลงไปในกลน่ิ และสารใหค้ วามหอมจากมะลิ ฟิสเชทติ กล่าวว่า ความขัดแย้งในการรับกลิ่นที่คล้ายคลึงกันเป็น ลักษณะการทำงานในนำ้ หอม น้ำหอมกลิ่นกุหลาบมกั จะมีกลิ่นชะมดบริสุทธิ์ ปริมาณเล็กน้อย ท่ีไดส้ กดั จากตอ่ มกลิ่นใตท้ วารหนังของตวั ชะมด ซงึ่ เป็นสัตว์ คล้ายพกั พอนของเอเชยี แต่“เมอ่ื คุณไดร้ ับกลิน่ ชะมดเขม้ ข้น มนั จะทำให้คุณ นกึ ถึงกลนิ่ อจุ จาระ” “ลองล้ิมรสมนั มั้ย? เขากล่าวเสรมิ ในสมัยก่อน เราใช้ชะมดจากเอเชีย ฟิสเชทติ กล่าวว่า “มันถูก บรรจุในเขาควาย งานอย่างหนึ่งของผมคือ จะต้องบอกให้ได้ว่ามันคือชะมด แท้ คุณตอ้ งล้ิมรสมนั เพ่อื ใหแ้ นใ่ จ (แต่ในขณะน้ีมเี คร่อื งมอื ที่เขา้ มาช่วยในการ ทำงาน) ครั้งหนึ่ง ชะมดถกู นำมาใช้อย่างแพรห่ ลายเพือ่ ให้กลิ่นเนอื้ เนยแข็ง และอาหารอ่ืนๆ เช่นเดียวกับสเกลโทล หน้าที่ของมันคือ เพื่อช่วยผสมผสาน สารให้ความหอมหรือกลนิ่ หอมเขา้ ด้วยกัน แต่ปจั จุบันนีก้ ลนิ่ สังเคราะห์รุ่นท่ีมี ราคาถกู กว่านั่นคอื Civeton ได้เข้ามาแทนที่กล่นิ ชะมดจริงในผลิตภัณฑ์ส่วน ใหญ่ ยกเวน้ น้ำหอมระดับสงู (high-end) เทา่ น้ันท่ยี ังคงใช้กล่นิ ชะมดจรงิ หนึ่งในสมาชิกกลิ่นหอมในกลุ่ม scatological ยังไม่ได้รับการ จำลองแบบสังเคราะห์นั่นคือ castoreum ที่สกัดได้จากต่อมใต้ผิวหนังของ กน้ บีเวอร์ ถกู นำมาใชเ้ ท่าท่จี ำเป็นเพื่อให้ได้ “กลนิ่ ทน่ี มุ่ นวลและฟุ้งกระจาย” ของน้ำหอมกลิ่นราสเบอร์รี่ ซึ่งปัญหาที่ยกขึ้นมา เพื่อให้เกิดความสนใจใน หลายย่อหนา้ น้ี วา่ สิ่งทค่ี ล้ายมลู ของบเี วอรห์ าเสน้ ทางของมันลงในอาหารเป็น ท่แี รกได้อยา่ งไร? 93

เราอยากให้ใครกต็ ามทเี่ ขาเรยี กร้องจากการนิ่งเงียบ เราไมต่ อ้ งการ ความเสยี หายจากความหิวกระหายของคุณ” - จากบทความในนิตยาสารฟอร์จูน (ฉบับวันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม 2003) โดย David Stipp http://www.fortune.com/fortune/thisjusstin/0,15704,462 520,00.html ………………………………………………………………………………………………………… บทความข้างตน้ ช่วยให้เข้าใจถึงชนดิ ของวัตถเุ จอื ปนที่อตุ สาหกรรม ใช้เติมลงไปในอาหาร เราจะเห็นว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวต้องการเพียงกำไร เท่านั้น โดยไม่ใส่ใจถึงที่มาของวัตถุดบิ เริ่มตน้ ซึ่งวัตถุดิบบางชนิดอาจจะเป็น วัตถุดิบที่ค่อนข้างน่ารักเกียจ ถึงแม้อุตสาหกรรมจะทราบความต้องการของ ผูบ้ รโิ ภคจำนวนมากทไ่ี ม่อยากให้สารดงั กลา่ วถูกเติมลงในอาหาร สถานการณ์ ที่เกิดข้ึนยิ่งทวีความรุนแรงมากข้ึนเร่ือย ๆ ในอนาคตเม่ือสารประเภทนี้ ส่วน ใหญไ่ ม่ถกู ระบไุ ว้บนฉลากและแทบจะเป็นไปไมไ่ ด้ท่ีผู้บริโภคจะหลีกเล่ียงจาก สารเหล่าน้ี ตอนท่ี 9 ความสุรุย่ สรุ า่ ยและฟุ่มเฟอื ยในเดอื นรอมฎอน ในเดือนรอมฎอน มุสลมิ ได้รบั การส่งเสริมใหร้ ับประทานอาหารทีม่ ี คุณค่าทางโภชนาการในระหว่างการละศีลอดและรับประทานอาหารสุโหร 94

ขณะเดียวกันให้ละเว้นจากการกระทำบาปด้วยการรับประทานอาหารอย่าง กินทิง้ กินกวา้ ง แม้ว่ารอมฎอนเป็นเดือนแห่งการถือศีลอด แต่ครัวเรือนส่วนใหญ่ กลับเตรียมอาหารเป็นจำนวนมาก โดยไม่คำนึงถึงคุณค่าโภชนาการของ อาหาร ยิ่งไปกว่านั้น อาหารจำนวนมากถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย ซึ่งไม่เป็นที่อนุญาตในศาสนาอิสลาม อาหารที่ทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์น้ัน เป็นบาปในศาสนาอิสลามและยังเป็นการทำลายเจตนารมณ์ของเดือน รอมฎอนอยา่ งยิ่ง ในเดือนรอมฎอน เราจะเห็นโรงแรมหลายแห่งในประเทศมาเลเซยี เตรียมอาหารบุฟเฟ่ต์เพื่อให้มุสลิมได้ทำการละศีลอด ซึ่งอาหารบุฟเฟ่ต์ โดยท่ัวไปนำเสนออาหารทน่ี า่ รบั ประทานเปน็ จำนวนมาก รวมทั้งอาหารเรียก น้ำย่อยและ \"ขนมหวานล่อใจ\" ซึ่งแต่ละคนสามารถรับประทานได้มากเท่าที่ ปรารถนา บรรดาอาหารบุฟเฟต่ ์ที่เสริฟเตรียมเหล่านี้ จะล่อใจด้วยอาหารที่มี กลิ่นและลักษณะที่ดูดี การล่อใจด้วยประสาทสัมผัสทางกลิ่นและภาพของ อาหาร บ่อยครั้งทำให้มีการตักอาหารเกินความจำเป็น แม้ว่าการกินและดมื่ มากเกินไปไม่เป็นที่อนุญาตในศาสนาอิสลาม แต่ลูกค้าบุฟเฟ่ย์จำนวนมาก ยอมให้ความอยากของเขาครอบงำในเวลาละศีลอด ผู้คนส่วนใหญ่ยังมี ความรู้สึกว่า ควรตักอาหารให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้บนจานอาหารของ พวกเขาเพอื่ ใหค้ ุม้ คา่ กบั เงินท่จี า่ ยไป มีการจัดอาหารให้มีอยู่ตลอดเวลาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อสนอง ความหวิ กระหาย ซง่ึ เป็นแบบฉบบั ของอาหารบุฟเฟ่ย์ นำไปสกู่ ารเหลอื ท้ิงบน จานอาหารเป็นจำนวนมากโดยแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในที่สุดก็ไม่สามารถ บริโภคไดจ้ นหมด ท่ีเหลือก็จะถูกโยนทง้ิ ไป เพราะเหตใุ ดมุสลิมจงึ ท้ิงอาหารไปอยา่ งเปล่าประโยชน์ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในช่วงเดือนรอมฎอน? หรือว่านี่เป็นการตอบสนองทางจิตที่รู้สึกว่า 95

“ฉันไม่ใช่คนจนเนื่องจากฉนั สามารถจ่ายอาหารอย่างทิ้งขว้างได้? หรือบางที อาหารทท่ี ้ิงไป (หรอื นำ้ ) เปน็ เพยี งความเลินเล่อจนเคยชิน? มุสลิมไม่ตระหนกั หรือวา่ อาหารเปน็ ปัจจัยยงั ชพี ท่ีทรงประทานมาจากอัลลอฮฺ (ซบ.) และสักวัน หนง่ึ เราจะถกู สอบสวนเกย่ี วกับส่งิ ทเ่ี ราทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ อลั ลอฮฺ (ซบ.) ทรงตรสั ความวา่ “พวกเจ้าจงกนิ จากสิ่งทีด่ ีทัง้ หลาย ที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชพี แก่พวกเจ้า และพวกเจ้าอย่าได้ฝ่าฝืน มิฉะนั้น ความกริ้วของข้าจะเกิดขึ้นแก่พวกเจ้า และผู้ใดที่ความกริ้วของข้าเกิดขึ้นแก่เขาแน่นอนเขาจะประสบความ พนิ าศ” (ฎอฮา : 81) “...และจงกินและจงดื่ม และจงอย่าฟุ่มเฟือย แท้จริงพระองค์ไม่ชอบ บรรดาผทู้ ี่ฟุ่มเฟือย” (อลั อะอรฺ อฟ : 31) “… แท้จริง บรรดาผู้สุรุ่ยสุร่ายนั้นเป็นพวกพ้องของเหล่าชัยฏอน และ ชัยฏอนนนั้ เนรคณุ ต่อพระเจ้าของมนั ” (อลั อสิ รออฺ : 26-27) จากอายะฮฺข้างต้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ไม่ ชอบบรรดาผู้สุรุ่ยสุร่าย ตามที่ ดาโต๊ะ ดร.ฮัจยี ฮารุสนี บิน ฮัจยี ซาการียา (Dato’s Seri Dr Hj Harussani b. Hj Zakaria) มุฟตีของรัฐเปรัก ได้เขียน จดหมายฉบบั หน่ึงถึง CAP โดยกล่าวว่า “อาหารที่มากเกินความจำเป็นที่ถกู บริการในโรงแรม และลักษณะนิสัยของผู้บริโภคที่รับประทานอาหารมาก เกนิ ไป จดั อยใู่ นประเภทสรุ ่ยุ สุร่ายและเปน็ ส่งิ หะรอมในศาสนาอสิ ลาม” 96

จงจำเอาไว้ว่า ครั้งต่อไปเมื่อเราตักอาหารลงบนจานของเรา ควร ถามกับตัวเองก่อนว่า “อาหารนี้ปริมาณเท่าไหร่ที่ฉันสามารถรับประทานได้ โดยทีไม่ต้องเหลือทิ้ง? และฉันชอบอาหารจานนี้หรือไม่? ฉันควรตักเพียง เล็กน้อยเพื่อลิ้มรสอาหารในครั้งแรกและถ้าฉันชอบ ฉันจะตักเพิ่มใน ภายหลงั ” แม่กับลูกควรถามกับตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้ ก่อนที่พวกเขาจะ เริ่มกองอาหารลงบนจานของลูกๆเช่น “ลูกของฉันชอบอาหารนี้หรือไม่” “เขารับประทานได้มากสุดเท่าไหร่” พวกเขาจะสามารถรับประทานหมดใน ปริมาณที่ฉันตักให้เขาหรือไม่” และ “ฉันสามารถรับประทานอาหารเหล่าน้ี จนหมดหรอื ปล่าว” หากเราตรวจสอบและครนุ่ คิดถงึ ปรมิ าณอาหารท่ีสูญเสยี ไปในเดอื น รอมฎอน โดยเฉพาะอย่างย่งิ โรงแรมที่บริการอาหารบฟุ เฟต่ ์ เราจะตระหนัก ได้ถึงสถานะอันน่าเศรา้ ของมสุ ลมิ จากการที่พวกเขาขาดความรักและเอาใจใส่ ระหว่างกัน ทุกคนนั้นแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและบุตรหลานของตน โดยไมค่ ำนึงวา่ มุสลิมอน่ื ๆดำรงชีวติ ด้วยเศษขนมปังหรือไมม่ อี ะไรจะทาน ขอให้เราไดค้ ดิ ถึงคำพดู ของทา่ นนบี (ซล.) ความว่า “คนหนึ่งคนใด ในหมู่ของพวกท่านยังไม่มีศรัทธาที่สมบรู ณ์ จนกว่าเขารักท่ีจะให้ได้แก่พ่ีนอ้ ง ของเขา ซึ่งสงิ่ ที่เขารกั ท่ีจะใหแ้ ก่ตวั เอง” (บคุ อรยี )์ นอกจากอาหารที่สูญเสียไปแล้ว ยังต้องเสียเวลาอีกมาก เมื่อมีการ ละศีลอดที่โรงแรม เนื่องจากการละศีลอดที่โรงแรมนั้นมีค่าใช้จ่ายสูง จึงมี แนวโนม้ ในการรับประทานใหไ้ ดม้ ากท่สี ุดเท่าท่จี ะมากได้ เพ่ือความคมุ้ ค่าของ เงินที่จ่ายไป การกระทำดังกล่าวต้องใช้เวลานานและในขณะเดียวกันกท็ ำให้ กระเพาะของเขาอดั แน่น ทำให้เขาไมส่ ามารถละหมาดมฆั รบิ ได้ วิธีปฏิบัติของการละศีลอดในโรงแรม ยังถูกทำเป็นการค้าเชิง พาณิชย์โดยคนบางกลุ่ม เช่น สมาชิกของบริษัทแห่งหนึ่งจะใช้โอกาสการละ 97

ศีลอดในโรงแรมเพื่อประชุมและปรึกษาหารือสาระที่เกีย่ วกับทางโลกในกลมุ่ พวกเขา สถานการณ์ข้างต้นไม่ได้สะท้อนถึงความดีงามและจิตวิญญาณท่ี แท้จรงิ ของการถือศลี อด การครุ่นคิดจากหลักคำสอนของท่านนบี (ซล.) ของเรา เกี่ยวกับ การรบั ประทานอาหารทมี่ ากเกนิ ไป ท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) กล่าวความว่า “อย่าได้ทำให้หัวใจของท่านต้องตาย ด้านด้วยกับอาหารและเครื่องดื่มที่เกินความพอดี เนื่องจากหัวใจเปรียบด่ัง ตน้ ไม้ มนั จะตายเม่ือถกู รดน้ำเกนิ ความพอดี” ท่านยังกล่าวอีกความว่า \"มนุษย์ไม่เคยบรรจุในภาชนะอันใดที่เลว ยง่ิ กวา่ (การบรรจใุ น)ท้อง เพียงพอแล้วสำหรับลกู หลานอาดัมดว้ ยอาหารเพยี ง ไม่กี่คำที่สามารถจะยกหลังเขาได้ (หมายถึงสามารถประทังชีวิตและสร้าง ความแข็งแรงแกร่ า่ งกาย-ผูแ้ ปล) หรอื หากจำเป็นจริงๆ (จงเตรยี มท้องไว้สาม ส่วน) ส่วนหนึ่งสำหรับอาหาร ส่วนหนึ่งสำหรับเครื่องดื่ม และอีกส่วนหน่ึง สำหรบั ลมหายใจ” (ตรี มซี ีย์ และอบิ นมุ ายะฮ) ทา่ นนบี (ซ.ล.) กลา่ วความว่า “จงต่อสู้กบั ตัวเองด้วยความกบั ความ หิวกระหาย สำหรับรางวัลตอบแทนนั้นเฉกเช่นรางวัลของผู้ที่ต่อสู้ในหนทาง ของอัลลอฮฺ (มูยาฮิด)” ไม่มีพันธะสัญญาใดอันเป็นที่รักยิ่ง ณ ที่อัลลอฮฺมาก ไปกว่าผทู้ ี่หิวและกระหาย อิบนุ อับบาสได้อ้างคำพูดของท่านนบี (ซ.ล.) ความว่า “ไม่มีผู้ใดท่ี ท้องของเขาเตม็ ไปดว้ ยอาหารจะไดร้ บั สวรรค์” เมอื่ ท่านนบถี ูกถาม “ใครกัน ในหม่ผู ู้คนท่ีมคี วามประเสรฐิ กวา่ กัน” ท่านนบีตอบวา่ : “คนท่กี ินและหวั เราะ แตน่ อ้ ยและปริมาณทถี่ กู ปกปดิ ดว้ ยกบั ความว่างเปล่าของเขา” 98

อบูสะอดี อัลคุดรีย์ อา้ งจากทา่ นนบี (ซ.ล.) ไดก้ ลา่ วความว่า “จงให้ ความพอดีกับกระเพาะอาหาร, (ที่คนหนึ่งจะ) สวมเสื้อผ้า กินและดื่มที่เป็น คุณลกั ษณะของทา่ นนบี” พระเจา้ ได้ตำหนผิ ทู้ อ่ งจำ (อลั กุรอานในทสี่ าธารณะ) ซึ่งมีความอ้วน จากการกินมากเกินควร อ้างจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ (รด.) อัลหะซันได้เล่าว่า “ฉนั ได้ยินท่านนบี (ซ.ล.) กล่าววา่ จงเคาะประตสู วรรค์อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง แล้วมัน จะเปิดออกสำหรบั คุณ ฉันถามว่า ‘เราจะเคาะประตูอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร กนั ” และท่านตอบวา่ “ดว้ ยกบั ความหิวและความกระหาย” บทที่ 10 เหตใุ ดเนือ้ สุกรจงึ เปน็ ส่งิ ต้องห้ามในศาสนาอิสลาม อาหารและเครื่องดื่มมีผลต่อสุขภาพของเราโดยตรง และนี่คือ เหตผุ ลทศี่ าสนาอิสลามไดบ้ ญั ญตั ิกฎเกณฑเ์ กี่ยวกบั อาหารและเครื่องดื่ม เป็น การให้ความสำคัญแก่สุขภาพทางกายเช่นเดียวกับสุขภาพทางจิตวิญญาณ เนื่องจากทั้งสองนั้นมีความสำคัญเท่าเทียมกันในการสร้างสังคมที่ดี การละ เว้นจากการรับประทานเนื้อสุกรเป็นขั้นตอนหนึ่งในศาสนาอิสลามเพื่อให้ มุสลิมไดม้ ีสขุ อนามัยท่ีดีและรกั ษาไวซ้ ึง่ จติ วญิ ญานอนั บริสทุ ธ์ิ เพอ่ื ปลูกฝังศักยภาพทางด้านร่างกายและจติ ใจในตัวของเรา ดังนั้น ศาสนาอิสลามเรียกร้องให้ดำรงไว้ซึ่งความสะอาดของร่างกายและความ บริสุทธิ์ของจิตวิญญาณผ่านการละหมาด การซิเกรฺ (การระลึกถึงอัลลอฮฺ) และหน้าที่อื่นๆในทางศาสนา อิสลามสอนให้เราทำอย่างไรจึงจะบรรลุคุณ งานความดี ทำอย่างไรจึงจะยุติพฤตกิ รรมที่เลวร้าย เนื่องจากส่ิงเลวร้ายและ ความดที ั้งสองนนั้ ไดป้ รากฏขึ้นในตัวของมนุษยต์ ามที่พวกเขาได้รับการเลี้ยงดู การศกึ ษาและสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของเขา โดยธรรมชาติของมนุษย์นั้นมีความต้องการอาหาร การนอนหลับ และเพศสัมพันธ์เป็นความต้องการพื้นฐานในสามอับดับแรก และมนุษย์ยังมี ธรรมชาติของการแสดงอารมณ์ความรู้สึกเชน่ ความโศกเศร้า ความสุข ความ 99

รัก ความกลัว ความรังเกียจและความโลภ เป็นต้น ศาสนาอิสลามไม่แนะนำ ให้กำจัดแรงกระตุ้นจากสิ่งเหล่านี้ออกไปทั้งหมด แต่เสนอวิธีในการควบคุม อารมณค์ วามรูส้ กึ ผ่านการศกึ ษาและระเบยี บวินัยทางศาสนา การห้ามรับประทานเนื้อสุกรในศาสนาอิสลามเป็นสิ่งที่สัมพันธ์กบั เนื้อหานี้ มีคำพูดหนึ่งในภาษาอังกฤษที่กล่าวว่า “มนุษย์เป็นในสิ่งที่พวกเขา กิน” ศาสนาอิสลามอนญุ าตใหม้ ุสลมิ รบั ประทานในสงิ่ ท่ีสะอาด อยา่ งไรก็ตาม ในการบริโภคเนื้อสัตว์ มุสลิมจะต้องเลือกและแยกแยะระหว่างสิ่งที่ฮาลาล และหะรอม ขั้นตอนนี้นำไปสู่ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งโดยอัตโนมัติถึงความ จำเป็นในการปลูกฝังธรรมชาติอันบริสุทธิ์ในตัวมนุษย์ เนื่องจากเลือดเกือบ ทั้งหมดที่สูบฉีดในร่างกายของเราและสิ่งต่างๆที่เราบริโภค โดยท้ายที่สุดจะ ส่งผลต่อระบบหมุนเวียนเลือด ด้วยเหตนุ ี้จึงจำเป็นต้องฝึกฝนในการคัดเลอื ก อาหารและเคร่ืองด่ืมของเราใหเ้ ป็นไปตามหลกั ชารีอะฮฺ มีอาหารและเคร่ืองด่มื บางประเภทท่อี ัลลอฮแฺ ละรอซลู ของพระองค์ ระบุห้ามไว้อย่างชัดเจนใน อัลกุรอานและหะดิษ การห้ามอาหารและ เคร่ืองดืม่ เหลา่ นไี้ มใ่ ชเ่ ปน็ การปฏบิ ัตอิ ย่างทื่อๆ หรอื เปน็ คำบัญชาของอัลลอฮฺ ที่ไร้เหตุผล พระเจ้าได้ทรงแทรกในสิ่งที่ดีมีประโยชน์สำหรับมนุษย์เพ่ือ ผลประโยชนใ์ นตวั ของพวกเขา เมื่ออัลกุรอานได้อธิบายลักษณะการห้ามสิ่งเหล่านี้เนื่องจากความ ชั่วร้าย ความไม่บริสุทธ์ิ และสิ่งที่เป็นอันตราย เป็นการเฝ้าระวังต่อศีลธรรม และสติปัญญา ต่อสุขภาพและความสมบูรณ์ของเขา ต่อความศรัทธาและ พฤติกรรมพื้นฐานของเขา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นทรัพย์สิ้นอันล้ำค่าจากแง่มุมของ อิสลาม เบื้องหลังเหตุผลที่พระเจ้าทรงแทรกแซงมีอยู่มากมาย พวกเขามี สติปัญญา จิตวิญญาณ ศีลธรรม จิตใจ กายภาพ และลักษณะทางเศรษฐกจิ วตั ถุประสงคเ์ พียงอย่างเดียวคือการแสดงใหม้ นษุ ยไ์ ด้เหน็ ถึงการพัฒนาตัวเอง 100


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook