195 สอนนวดแผนไทยใหเปนเวลาสองวัน จากการสัมภาษณเครือขาย (องคกรธารา, ธันวาคม 2017)ได สะทอนวา “ในปจจุบันมีการปลอมแปลงเอกสารการนวดเพ่ือใหสามารถทํางานได ซ่ึงในปจจุบันการ ปลอมแปลงสามารถทําไดงายกวาในอดตี โดยจะมกี ารติดตอกบั เครือขายทเ่ี มืองไทย” 3) การชกั จูงมาแตงงานกบั ชาวตางชาติเพ่อื ใหไดวซี า ผูลอลวงบางราย (Recruiter) ใชวิธีการติดตอชายชาวตางชาติให แตงงาน โดยมิไดเคยพบเจอหนากับเหย่ือมากอน โดยชายชาวตางชาติเหลานี้จะไดรับคาจางในการ จางแตงงานกบั เหย่ือจากผลู อลวงดวยเงนิ จํานวนหน่งึ แสนบาทและจากนั้นชายชาวตางชาตเิ หลาน้ีก็จะ ไดรับเงินเปนรายครั้งเมื่อมาแสดงตัวตอสถานกงศุล และตองมาพบเหย่ือและถายรูปกับเหยื่อที่บาน เปนครั้งคราว เพื่อปองกันการตรวจสอบจากเจาหนาท่ีตํารวจและกงศุล โดยจากการสัมภาษณ (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) ไดเสนอประเด็นที่สนับสนุนวา “ในเยอรมัน อันดับแรกเลยเขาจะ ติดตอผูชายใหเหยอ่ื โดยผชู ายก็ไมเคยเจอหนากันเลย ภาษาเหย่ือก็ไมเกง ก็ไมรูวาเขาคุยกันยังไง เขา ก็เอาผูชายไปแตงกับเหย่ือท่ีเมืองไทย เจอกันวันแตงวันแรก และเมื่อแตงเสร็จวันนี้พรุงน้ีเชาผูชายก็ บนิ กลับเยอรมัน เจอกันแควันเดียว” 4) หลอกลวงในขอเท็จจริง (False Job advertisements) จะเห็นไดวาผูลอลวง (Trafficker) บางรายจะทําการชักจูงเหยื่อ โดยการหวานลอมใหเหน็ สภาพ หรอื ลกั ษณะการทาํ งานทด่ี แี ตกตางจากขอเท็จจริง หรือลอลวงวางจะ มีโอกาสในการทองเที่ยวยังตางแดน ในผูลอลวงบางราย (Trafficker) มีรูปแบบของการลอลวงผาน การประกาศโฆษณาบนหนาหนังสือพิมพหรือประกาศหางานโดยเฉพาะในกลุมประเทศท่ีมีภาวะทาง เศรษฐกิจถดถอยเชนประเทศไทย เพ่ือเปนการลอลวงเหยื่อท่ีมีภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจไดงายมาก ยิ่งขึ้น การประกาศหางานโดยสวนใหญแลวจะเปนการรับสมัครงานเล้ียงเด็ก (Nanny or au pair) หรือการทาํ งานในโรงพยาบาล หรอื ธรุ กจิ ทัวร และการทองเที่ยว 5) ถูกญาติพี่นองหรือคนรูจักท่ีเคยถูกคามนุษยมาแลวชักจูง (Recruitment through former slaves) ในปจจุบันเหย่ือสวนใหญถูกลอลวงจากกลุมญาติพี่นองโดยอางวา สามารถชวนมาทํางานรานนวดแผนไทยและมีรายไดดี โดยสวนใหญเหย่ือหญิงไทยนั้นจะถูกหลิกลวง มาอยูในรานนวด และมีการเสนอขายบริการในเวลาตอมา ซึ่งรานนวดท่ีขายบริการดวยน้ันถือเปน เร่ืองท่ีผิดกฎหมายในทวีปยุโรป นอกจากน้ีการคาประเวณีในบางประเทศในยุโรปถือเปนเรื่องที่ผิด กฎหมายดวยเชนเดียวกัน เชนในประเทศฝรั่งเศส มีมาตรการทางกฎหมายที่หามการคาประเวณี แต ยังพบวามีการลักลอบคาประเวณีตามเว็ปไซดและขางถนนบางจุด ซ่ึงจะเปนพื้นท่ีท่ีชาวตางชาติจะ เขาใจกันเองวาหากมายืนตรงบริเวณดังกลาวคือพื้นท่ีในการคาประเวณี หากแตพบวาเหยื่อที่มาจาก
196 ประเทศไทยจะไมคาประเวณีตามขางถนน หากแตจะคาตามเว็ปไซดและในบริเวณรานนวดแผนไทย ตางๆ 6) การที่เหย่ือถูกชักจูงเพราะคานิยม (Abuse of moral belief) รานนวดบางแหงน้ันมีเปาหมายสําคัญที่การใหบริการทางเพศ โดยเฉพาะ จากการสมั ภาษณเชงิ ลึก (สมาคมหญงิ ไทยในฝรัง่ เศส, ธนั วาคม 2560) เสนอวารานนวดใน ลักษณะขายบริการทางเพศในประเทศฝร่ังเศสเปนสิ่งท่ีผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลฝร่ังเศสไดปดรานนวด แผนไทยในลักษณะดังกลาวไปเปนจํานวนมาก และการทค่ี นไทยเปดรานนวดในลกั ษณะดังกลาวทําให เกิดภาพลักษณท่ีไมดีของหญิงไทย เน่ืองจากชาวตางชาติมักจะเชื่อวารานนวดแผนไทยทุกรานมีการ ขายบริการทางเพศดวย ในขณะเดียวกันหญิงไทยที่ประกอบอาชีพนวดปรกติก็มักจะถูกเขาใจวา จะตองขายบรกิ ารทางเพศไปไปดวย ทําใหหญิงสาวบางรายถูกกดดันโดยกลุมลูกคาชาวตางชาติใหคา บรกิ ารทางเพศไปดวย ทําใหภาพลักษณของหญงิ สาวจากประเทศไทยท่ีมีประกอบอาชีพนวดแผนไทย คือหญิงสาวที่มาขายบริการทางเพศ ทําใหชาวตางชาติโดยเฉพาะชาวยุโรปเขาใจวาการนวดคือการ ขายบริการทางเพศทีค่ วบคไู ปกบั การนวดแผนไทย 6.6. ปญหากระบวนการระหวางทาง (Transportation) 6.6.1 การเตรียมการ 1) การเตรยี มเหยื่อเพอ่ื ขอวีซา (Visa service provider for lawful visa) ในสวนของเหยื่อท่ีมีการศึกษาและเขามาโดยการใชวีซาผิดประเภทเพื่อเขาประเทศ อยางถกู กฎหมาย (lawful visa) โดยจายเงนิ เดอื นใหเหยอ่ื เดอื นละ 20,000 บาทเพื่อใหเหยื่อหยุดการ ทํางาน และทําการฝกภาษาท่ีจําเปนจะตองใชในการขอวีซา หรือในบางรายมีการจัดเตรียมชาย ชาวตางชาติเพือ่ เตรียมแตงงาน 2) การโคชช่ิงเพื่อตอบคําถามดานตรวจคนเขาเมือง (encourage to misrepresent) เหย่ือมีการถูกฝกใหตอบคําถามดานตรวจคนเขาเมืองเพ่ือใหสะทอนเจตนารมณใน การเขามาประกอบอาชีพในประเทศปลายทางท่ีบิดเบือนไป โดยจากการสัมภาษณ (องคกรธารา, ธนั วาคม 2017) ไดแสดงความคดิ เห็นวา เหยื่อบางรายถูกฝกใหตอบคาํ ถามเจาหนาที่ดานตรวจคนเขา เมืองในประเทศปลายทางวามาในฐานะบุตรบุญธรรมของผูลอลวง (Trafficker) หรือถูกฝกใหตอบ คําถามยงั กงศุลเมอื่ ถึงเวลาสัมภาษณวาเหย่อื เดินทางมากบั ผลู อลวง
197 3) การเตรียมความพรอมเหยือ่ ในการขอวซี า สาํ หรบั เหย่ือท่ีเดนิ ทางโดยใชวีซาทํางานซ่ึงตองมีการสอบผานภาษาถิ่นข้ันส่ือสารได จะมีการเตรียมเพื่อสอบภาษาถิ่นโดยมีการใหคาเรียนภาษาเพื่อใหเยื่อเตรียมความพรอมดานภาษา และการเตรียคําถามเหยื่อเพ่ือตอบคําถามเจาหนาที่ โดยจะใหทําการทองจําคําถามและแนวทางการ ตอบคําถาม โดยจากการสัมภาษณ (Germany, ธันวาคม 2560) ไดสะทอนวา “เหยื่อมีหนาที่แค ทองจาํ ตามสคลิปทผี่ ูลอลวงนํามาใหวาตองตอบคําถามเจาหนาที่ ตม.อยางไร” 6.6.2 ผูจัดการขนสง Transporters 1) จัดสงจากชุมชน 1.1) การสงชายหนมุ มารบั จางแตงงานยังประเทศไทย ในปจจุบันพบรูปแบบการปลอมแปลงวีซานอยลง เน่ืองจากความ ทันสมัยของเทคโนโลยีการตรวจจับการเขาเมืองผิดกฎหมาย และความเขมงวดของกฎหมายการเขา เมือง รูปแบบการจัดสงเหยื่อจึงเปล่ียนแปลงไปเปนการปดบังอําพรางเจาหนาที่เพื่อการไดรับวีซา ประเภทตางๆ วิธีหนึ่งคือการทําวีซาแตงงานโดยผูขนสงและผูจัดการจะทําการจางชายจาก ตางประเทศมาแตงงานกับเหย่ือยังประเทศไทย ซึ่งกระบวนการดังกลาวคอนขางซับซอน จากการ สัมภาษณ (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) ไดสะทอนวาการจางชายหนุมมาแตงงานเพ่ือขอวีซา คอนขางซับซอน เนื่องจากฝายชายตองไมเคยมีประวัติในการทําผิดกฎหมายในลักษณะดังกลาวมา กอน และรัฐยอมมีขั้นตอนการปองกันโดยรัฐจะตั้งขอสังเกตกับผูที่แตงงานบอยๆ โดยฝายชายตอง ยอมรับเงื่อนไขวาตองแตงงานเปนจํานวนกี่ป และมีการวางแผนเตรียมการเพ่ือรายงานตัวตอ เจาหนาท่รี ัฐตามเวลาทีก่ าํ หนดเพื่อแสดงวาตนไดแตงงานจริงๆ 2) จัดสงบริเวณพนื้ ที่ปลายทาง 2.1) การเขามาทางพืน้ ทีท่ ข่ี องวีซางาย การศึกษาวจิ ัยพบวาเหยอื่ ถกู จดั สงจากพ้ืนท่ีที่ขอวีซางาย โดยพื้นที่ ดังกลาวผูลอลวงจะทําหนาทจ่ี องโรงแรมที่พัก และเงินติดตัว เพอื่ เปนการอาหาร คาใชจายสวนตัว คา รถ โดยอาจเดินทางเขามาในประเทศแถบนุโรปตะวันออก เชน โรมาเนีย จากน้ันจึงยายเหย่ือไปยัง ประเทศอน่ื ๆท่ีเศรษฐกิจและรายได หรือตลาดดีกวา อาทิ สวิสเซอรแลนด ฝร่ังเศส หรือซูริค จากนั้น จึงทําการเคลื่อนยายไปยังรานนวดตางๆ หรือที่บานของผูลอซ้ือเพ่ือประกาศคาบริการตามเว็บไซด ตอไป หรอื หากเหยอื่ ยังไมเคยมีประวัติการเดนิ ทางไปตางประเทศผูลอลวงอาจจัดการใหเหยื่อเดินทาง ไปยงั ประเทศอ่ืนๆเพ่ือใหไมเปนจุดสนใจของเจาหนาที่ ตม. โดยจากการสัมภาษณเชิงลึก (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) ได สะทอนเสนทางการคามนุษยวา “กลุมเหยื่อคามนุษยมักจะมาตามเสนทางท่ีมีทางเปดออกมา หรือ การขามแดนผานประเทศท่ีเปดหรือขอวีซาไดงายและตม.ไมเขมงวดนัก อาทิ เช็กโกสโลวาเกีย สวีเดน
198 ฮังการ่ี และเดนรมารก ซึ่งนับไดวาเปนจุดเช่ือมตอจากไทยมาสวีเดนแลวถึงมีการเดินทางของเหยื่อ ผานเสนทางมาที่เยอรมัน” 6.7 กระบวนการปลายทาง 6.7.1 Manipulation and Coercion 1. กลมุ ทเี่ ต็มใจ กลุมที่เต็มใจจะมาทํางานคาบริการหากแตเง่ือนไขในการทํางานหรือขอตกลงที่ไม ชัดเจน เชนมีชัว่ โมงการทาํ งานทยี่ าวนานเกนิ กวาที่ตกลงไว หรอื ทาํ ดวยความขัดขืนใจไมพรอมที่จะทํา หากแตถูกบังคับใหทํา โดยเฉพาะรายละเอียดเล็กๆนอยๆในเงื่อนไขของการทํางาน อาทิ การทํางาน โดยไมมีวันหยุด หรือการรับประทานสุรากับลูกคา หรือการทํางานโดยไมมีเง่ือนไขท่ีชัดเจนในการ ทํางาน 2. กลุมท่ไี มเตม็ ใจ กลุมที่ไมเต็มใจมาทํางานคาบริการหากแตอาจถูกชักชวนมาทํางานและถูกบังคับให คาบรกิ ารภายหลังโดยกระบวนการคามนุษยจากการศกึ ษาวิจัยจะมกี ระบวนการดังตอไปนี้ 6.7.2 การขมขู บงั คับ เหยือ่ บางรายไดทาํ การตกลงไวกบั ผูลอลวงวาตนเองจะทํางานเพ่ือใชหน้ีท่ีผูลอลวงได ใชจายในเรื่องตางๆ อาทิ คาอาหาร คาวีซา คาที่พักอาศัย คาเคร่ืองบิน คาดําเนินการวีซา ใหกับผู ลอลวงโดยบางรายติดหนสี้ ูงถงึ หนงึ่ ลานบาท พบวาบางรายตองทาํ งานคาประเวณใี หใชหนี้จํานวนหน่ึง พอเหยื่อตองการเลิกทํางานดังกลาวก็จะถูกขมขู บังคับใหทํางานตอเนื่องจากผูลอลวงขูวาจะทําการ ทํารายครอบครัวของตนท่ีประเทศไทย โดยกระบวนการดังกลาวมิไดมีแคในประเทศในกลุมยุโรป เทาน้นั หากแตยังพบวามีในกลุมประเทศโซนเอเชีย เชน ญีป่ นุ สิงคโปร และประเทศในกลุมตะวันออก กลาง เชน โอมาน เปนตน โดยกระบวนการดังกลาวนับเปนกระบวนการใหญมีความพัวพันกับ ขาราชการในประเทศไทย ซงึ่ (PION, ธนั วาคม 2560) เสนอวาบางราย 6.7.3 การทํารายรางกาย เหยื่อบางรายถูกผูลอลวงทํารายรางกาย หรือใหรับสารเสพติดเพ่ือใหทํามารถทํางานคา บรกิ ารไดยาวนานหลายชว่ั โมง ทาํ ใหเหยื่อไดรับผลกระทบอยางหนกั ทงั้ ในสภาพจิตใจและรางกาย จน ยากทจ่ี ะสามารถเยยี วยาใหเหยอ่ื มสี ภาพจิตใจทกี่ ลับมาเขมแข็งเหมือนเดิม ทั้งน้ีจากการสัมภาษณเชิง ลึก (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) ในเหย่ือบางรายถูกลอลวงโดยญาติสนิท หรือปาแทๆของตน โดย อางวาจะนํามาทํางานเลี้ยงดูเด็ก หากแตเม่ือมาถึงกลับถูกปาแทๆบังคับใหคาประเวณีในรานนวด นอกจากน้ยี งั ไมไดรบั คาจาง เมื่อไมทาํ งานก็ทกุ ตแี ละใหใชยาเสพติดประเภทยาไอซ จนเหย่ือเกิดความ มึนเมาและหวาดกลัวไมกลาหนีออกจากสถานที่ถูกกักขังเพื่อดําเนินการแจงความ จะเห็นไดวาแมวา
199 การดําเนินการมาจะมีวีซาที่ถูกกฎหมายก็ตาม หากแตกลับถูกทํารายรางกายและบังคับใหทํางานอีก ประเภทหน่ึงท่ีไมไดคุยกันไวและมีการกินหัวคิวจากกําลังแรงงานซ่ึงนับเปนเรื่องการคามนุษยอยาง รายแรง นอกจากนี้สภาพในการทํางานยังมิไดมีการทํางานดวยความสมัครใจ หากแตถูกทําราย รางกายและขูบังคับ ซึ่งองคกรธาราก็ไดใหการชวยเหลือจากการเชื่อมโยงเครือขายจากสถานฑูตเพ่ือ รบั เหยื่อมาเยียวยาในเบือ้ งตน” จากการสัมภาษณ (สมาคมหญิงไทยในฝรั่งเศส, ธันวาคม 2560) พบวาเหย่ือบางรายไดรับ การทํารายรางกายหรือโดนกักขังหนวงเหน่ียว หรือโดนทํารายรางกายโดยสามีและมีการบังคับให คาประเวณี 6.7.4 Lover Tactic จะเห็นไดวาผูลอลวงอาจจะมีการใชวิธีการ Lover Tactic คือการใหความสัมพันธฉันทคูรัก ในระยะเริ่มแรกเมื่อเหย่ือไดเดินทางมาถึงพ้ืนท่ีปลายมทาง (Exploitation site) โดยกลุมนี้จะเปน หญิงสาววัยตั้งแต 18-35 ป ท่ีตกเปนเหยื่อ จากนั้นเมื่อมาถึงพ้ืนที่ปลายทางจึงมีการบังคับหรือกดดัน เหลื่อใหคาประเวณีในภายหลังในท่ีสุด นอกจากนี้ผูลอลวงยังมีรูปแบบ อาทิ การถายภาพตอนมี เพศสัมพันธเพื่อแบล็คเมลหากเหยื่อไมปฏิบัติตามคํารองขอ หรือคําขู การขมขูวาจะไมตอวีซาให เน่ืองจากในบางประเทศ อาทิ ประเทศเยอรมัน และประเทศนอรเวยมีกฎหมายระบุวาตองจด ทะเบียนสมรสเปนเวลาสองป ถึงจะสามารถขอสิทธ์ิในการเปนพลเมืองประเทศน้ันๆได และเหย่ือมัก รสู ึกวาตนเองดอยคาและเกิดความอบั อายตอญาตพิ น่ี องในประเทศไทยหากตองกลับไป จึงทําใหเหย่ือ จาํ เปนตองอยอู ยางไรสวสั ดกิ าร ไรอิสรภาพ เพื่อใหสามารถไดสิทธิในการเปนพลเมือง กระบวนการน้ี นับเปนกระบวนการแยกเหยื่ออกจากความชวยเหลือ และแยกเหยื่อออกจากการสงขาวสารตอ ครอบครัวทปี่ ระเทศไทยทําใหเกิดความยากลําบากของรฐั ในการเขาไปใหความชวยเหลือเหยื่อในกรณี Lover Tactic ทําใหเหยื่อบางรายที่มีสภาวะเจ็บปวยหรือแมกระท่ังติดเชื้อ HIV จากสามี ตองทนใช ชีวิตอยูในพื้นท่ีท่ีตนเองไมสามารถพูดภาษาได และไมมีสวัสดิการจากรัฐทําใหตองเจ็บปวยทุพลภาพ และบางรายเสียชีวิต ในกรณีเหย่ือที่มาโดยไมไดต้ังใจสวนใหญที่พบในประเทศฝรั่งเศสจะเดินทางมาทํางานใน รูปแบบ Lover Tactic อาทิ การชักชวนจากชายหนุมขณะทํางานในสถานที่ทองเท่ียวหรือบารใน ประเทศไทย และมีการดําเนินเร่ืองแตงงานหากแตเมื่ออพยพเขามาอยูในฝร่ังเศส พบกับสภาพท่ีไมมี งานทาํ และหญิงผูตกเปนเหยื่อมีครอบครัวที่เมืองไทยท่ีจะตองสงเสียเลี้ยงดู จึงทําใหตองถูกกดดันให มาทําอาชีพคาบริการ โดยกลุมสมาคมหญิงไทยในฝรั่งเศสไดใหสัมภาษณเชิงลึกวา “ไดเคยมีการ ชวยเหลอื หญิงสาวที่ถกู การคาประเวณี ซง่ึ มีอยกู ลายเคสดวยกัน ซ่ึงเปนกลมุ หญงิ สาวชาวไทยท่ีทํางาน บาร แลวไดพบรักกับชายชาวตางชาติในบริเวณบารในจังหวัดภูเก็ต โดยมีการดําเนินเร่ืองของวีซามา เพื่อการแตงงาน หากแตพอมาอยูในยุโรปแลว พบวาชายหนุมที่ตนเองไดแตงงานดวยน้ันไมมีงานทํา
200 และรองขอใหฝายหญิงตองชวยเหลอื เร่อื งการเงนิ นอกจากน้ียังพบกับสภาพความกดดันของฝายหญิง ที่ตนเองตองทําการสงเงินใหทางบานผูหญิงท่ีขอเงินมาจากประเทศไทย เนื่องจากฝายหญิงมีลูกติดท่ี บาน นอกจากนี้เม่ือเหย่ือมาอยูบานในยุโรปแลวพบวามีรายจายอยูตลอดเวลาโดยบานก็ตองเชา หากแตเม่ือมาถึงท่ียุโรปพบวาฝายชายที่ตนเองไดแตงงานดวยก็ยังตองกินเงินชวยเหลือรัฐบาลทําให กดดันใหเหยื่อจําเปนตองประกอบอาชีพคาประเวณีเพ่ือมาจุนเจือครอบครัวในประเทศไทยและใน ยุโรป ซ่ึงในปจจัยพบวาเหย่ือรายดังกลาวไมไดประกอบอาชีพคาประเวณีตอไป และไดอพยพมาอยู ประเทศไทย เนอื่ งจากสามีขอตนหรอื ผลู อลวงนั้นไดพบกับเหยื่อรายใหมและทําการหลอดลวงหญิงซึ่ง ตกเปนเหย่ือใหคาประเวณีอยเู ร่อื ยๆ” พบวาผลู อลวงบางรายเปนสามีและเปนทั้งเอเยนตหาลูกคาบริการทางเพศใหแกเหยื่อ และมี การใชสถานที่บานของฝายชายเปนแหลงคาบริการ โดยฝายชายเปนผูทําการหวานลอมใหฝายหญิง ยอมทําตามความตองการของตนเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูฝายชายพบวากลุมหญิงสาวที่ถูกลอลวงใน ลักษณะ Lover Tactics สวนใหญเปนหญงิ สาวท่มี าจากภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ของประเทศไทย 6.7.5 การเก็บคานายหนาจากกําลงั แรงงาน เหยื่อโดนสวนใหญจะมีผูเก็บคานายหนาจากกําลังแรงงาน โดยการอางวาหักเงินคาแรงเพื่อ ชดใชหนี้ในคาเดินทาง คาที่พัก คาอาหาร และคาดําเนินการดานวีซาตางๆเปนจํานวนเงิน โดยประมาณ 1,000,000 500,000 บาท เหยื่อบางรายไดไดคาจางหรือไมเคยเห็นตัวเงินจากกําลัง แรงงานของตนเองเลยแมจะตองขายบริการวนั ละประมาณ 10-15 คนกต็ าม โดยเหยื่อจะถูกเก็บตัวให พักอาศัยอยูในโรงแรมไมใหออกมาจากหองพัก เนื่องจากผูลอลวงมีการขมขูวาอาจจะถูกตํารวจ ดําเนินคดี โดยผูลอลวงจะทําการประกาศคาประเวณีเหย่ือตามหนาอินเตอรเน็ต ในราคาประมาณ 50-150 ยโู ร ผลจากการสัมภาษณ(มูลนิธิบานหญิง, ธันวาคม 2560) สะทอนวามีกรณีผูมาขอคําปรึกษา จากองคกรบานหญิง โดยเหย่ือไดถูกลอลวงมาโดยปาแทๆของตนเองใหมาในวีซาเล้ียงเด็กและมีการ ปกปดความจริงจนกระทั่งเหย่ือหลงเช่ือใจวาจะไดมาทํางานเล้ียงเด็ก หรือ Nanny ในประเทศ เยอรมันหากแตเมื่อมาถึงกลับนําเหย่ือไปทํางานที่รานนวดแผนไทย โดยมีปาแทๆดําเนินการดาน เอกสารและวซี าให หากแตมีการบีบบังคับใหคาบริการภายในรานนวดและไมไดรับเงินคาจาง จะเห็น ไดวาแมจะเดินทางมาอยางถกู กฎหมายกต็ าม หากแตถาถูกโนมนาว หรือหลอกลวงใหเกิดความเขาใจ ผิดถึงคาตอบแทน หรือเง่ือนไขการทํางาน หรือมีการหักคานายหนาจากกําลังแรงงานก็นับไดวาเปน การคามนุษยในรปู แบบหน่ึง เนื่องจากภาวะของการประกอบอาชีพนับเปนภาวะของการจํายอมไมได เกดิ จากความสมัครใจ โดยจากผลของการสัมภาษณเชิงลึก (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) กรณีการคามนุษยของ หญิงไทยในยุโรป เหยื่อจะทําการคาประเวณีโดยมีนายหนาเปนผูเก็บรายไดจากการคาประเวณี โดย
201 เหยื่อไมมีโอกาสในการตัดสินใจเลือกลูกคาเองไดเลย อาทิ กรณีผูตกเปนเหยื่อรายหนึ่งในซูริค ประเทศสวิสเซอเลนด เน่ืองจากผูตกเปนเหยื่อไมสามารถพูดภาษาถ่ินซึ่งเปนภาษาเยอรมันได นายหนาจะทําการติดตอกับลูกคาและสงที่อยูของโรงแรมของผูที่ตกเปนเหย่ือให โดยหลังจากหักคา นายหนาแลวเหย่ือจะมีรายไดท่ีประมาณ 1000 ฟงกสวิส หากแตรายไดดังกลาวตองนํามาหักหน้ีท่ี เหย่ือติดไวในการดําเนินการเดินทางมายังประเทศสวิสเซอแลนด ซ่ึงมีจํานวนยอดหนี้สินอยูอยูท่ี ประมาณ 1 ลานบาท โดยผูลอลวงจะทําการหาลูกคาผานเว็ปไซด ซึ่งกลุมลูกคาจะเปนกลุมท่ี หลากหลายมีทุกเพศทุกวัย ซ่ึงผูลอลวงจะทําการนํารูปของเหย่ือไปแจงไวกับรานวดไทยทุกรานเพ่ือ ปองกันการหลบหนขี องเหยื่อ หากเหย่ือหลบหนีก็จะทาํ การบมขบู งั คับและทาํ รายรางกาย 6.7.6 การชักจูงโนมนาว จากผลการศึกษาสะทอนวาผูท่ีเขากระบวนการักจูงเหยื่อในพื้นที่ปลายทางมักเปนกลุม หญิงไทยผูมสี ามีเปนชาวตางชาติท่ีอาศัยอยูในพื้นที่ปลายทาง หรือสาวประเภทสองซ่ึงประกอบอาชีพ คาประเวณีอยูกอนแลว โดยจะทําการอาศัยเครือขายของตนทางประเทศไทยในการสงตอหญิงสาวผู ตกเปนเหยอ่ื เดินทางมา จากการประชุมกลุม (สมาคมหญิงไทยในโพรวองซ, ธันวาคม 2560) ไดเสนอ ทัศนะวา “รูปแบบก็คือการคามนุษยของหญิงสาวไทยในทวีปยุโรปคือ ผูที่ทําการชักจูงโนมนาวบาง ครั้งมักจะมีเครือขายกันกับกระบวนการตนทางการคามนุษยในประเทศไทย โดยสวนมากผูชักจูงจะ เปนคนไทยทแี่ ตงงานกบั ชายชาวตางชาติ และไดมีพฤตกิ รรมเปนเอเยนต นอกจากนี้ยังพบวาสวนมาก เปนสาวประเภทสองโดยสวนใหญ โดยจะทําเดินการเปนผูที่รอคอยจัดการ เปนเอเยน เปนคนจัดการ จดั คา และสงคานายหนาใหยงั เครือขายทอ่ี ยใู นประเทศไทย โดยจะสามารถแบงเปนสองรูปแบบ” 1. รูปแบบแรก จะเปนผูท่ีทําการคัดเลือกเหยื่อผูหญิงที่เมืองไทยดวย โดยจะเดินทางไป คัดเลือกและชักชวนเหยอ่ื ดวยตนเอง แลวจะมีเครือขายของตนทําการเดินเรื่องของวีซาและดําเนินทุก สิ่งทุกอยางที่เก่ียวของกับการเดินทางให โดยสวนมากประเภทน้ีพบวาจะเดินทางมาโดยใชวีซา ทองเท่ยี ว แตมีเง่อื นไขใหเหยื่อมาคาประเวณี อาจมีการดําเนินการเปนทั้งรายบุคคลหรือเปนรายกรุป ซึ่งผูลอลวงจะตองมองวาตนเองตองมีรายไดตอบกลับมาที่ตองคุมคากับคาเดิน และคาใชจายในการ ดาํ เนินการของตน โดยจะมกี ารไปสอบถามหรอื สะกิดเหยื่อทีต่ นเองเหน็ วาหนาตาดี อายุประมาณ 20- 30 ปเพื่อชักจงู มาขายประเวณียงั พน้ื ท่ีปลายทางตามผับหรอื บารตางๆ 2. รูปแบบทสี่ อง มักเปนผูทมี่ ีเครือขายอยูในประเทศไทย จะทําการชักจูงหญิงสาวมาทํางาน ซึ่งไมรูวาจะตองมาประกอบอาชีพคาประเวณี และไมไดเปนผูหญิงท่ีทําอาชีพคาบริการอยูตามบาร โดยหญิงกลุมน้ีเปนผูหญิงธรรมดาที่โดนหลอกมาจริงๆ โดยหญิงสวนใหญถูกหลอกมาเน่ืองจากคิดวา ตนเองจะไดมาทํางานรานนวดแผนไทย หากแตเม่ือเดินทางมาถึงกลับไดรับคาจางหรือเงื่อนไขในการ ทํางานไมตรงตามที่ไดตกลงไวกับผูลอลวง (Exploiter) ทําใหถูกชักจูงใหคาบริการเพ่ือหากรายไดมา ทดแทนกบั เงินท่ีขาดไปจากทตี่ นเองคดิ วาจะไดรับ
202 จากการประชมุ กลมุ (สมาคมหญงิ ไทยในโพรวองซ, ธันวาคม 2560) สะทอนวา “กลุมนี้จะได บอกเหยื่อถึงเงื่อนไขในการทํางานวาเปนนวดแผนไทยอยางเดียว หากแตเม่ือมาถึง กลับมีคาใชจาย ตางๆท่ีเหย่ือคาดไมถึง เชน คาท่ีพักอาศัย คาวีซา คาใชจายตางๆที่ผูลอลวงไดออกเงินแทนเหย่ือ กอนที่เหย่ือจะเดินทางมาถึงปลายทาง คาหัวคิด เปนตน ทําใหผูลอลวงมีการโนมนาวเหย่ือวา คุณมี คาแรงเทานี้แตหักคาใชจายแลวอาจไมพอใชจาย หรอื ไมพอสงใหยังครอบครัวท่ีอยูในประเทศไทย แต ถาคุณอยากไดรายไดเพิ่มคุณก็คุยกับแขกเอง โดยแขกผูใชบริการจะเปนคนเสนอใหเปนการนวดแถม บริการคาประเวณี โดยรูปแบบที่สองนี้ผูลอลวงมักมีหนารานสําหรับใหบริการเปนรานนวดแผนไทย ติดปายธงไทย พบมากในหลายประเทศในยุโรป อาทิ ฝรั่งเศสและเยอรมัน และนอรเวย หากแต บริการดังกลาวนับเปนบริการที่ผิดกฎหมายในทุกประเทศในยุโรปซ่ึงระบุกฎหมายหามรานนวดเปด การใหบริการคาประเวณี ทําใหในหลายรานในหลายประเทศถูกปดตัวลงไปโดยเจาหนาที่ตํารวจ โดยเฉพาะในประเทศนอรเวย เน่ืองดวยประเทศนอรเวยเปนประเทศที่คอนขางเขมงวดในการเอาผิด กับคนซื้อและคนขายประเวณีในสถานนวดไทย เนื่องจากนับเปนเร่ืองท่ีผิดกฎหมายอยางรุนแรงใน ประเทศดงั กลาว นอกจากน้ยี ังพบรูปแบบการใหบรกิ ารคาประเวณีอีกรปู แบบหน่ึงคือ การเปดเว็บไซต รับนวด ตามบานและใหบริการคาประเวณีไปดวย โดยในยุโรปจะเรียกการนวดดังกลาวา นวดจีสตริง หรือนวดบอดี้บอด้ี หากแตผูใหบริการทําการขึ้นหนาเว็บไซตวาเปนนวดแผนโบราณ โดยผูใหบริการ นวดในรูปแบบดังกลาวจะมีรายไดราว 85 ยูโรตอครั้ง ตอหน่ึงชั่วโมง ซึ่งในกรณีดังกลาวสมาคม หญงิ ไทยในโพรวองซไดเคยใหการชวยเหลือนี้ เนื่องจากผูตกเปนเหย่ือไดรองของผานการโทรศัพทหา สมาชิกท่อี ยใู นเครือขายของกลมุ ขอรองใหชวยเพราะถูกบีบบงั คับทงั้ ทต่ี นเองไมอยากทํา และไมเต็มใจ ทํา” 6.7.7 การบีบบงั คับทางการเงินเพ่อื ใหตกเปนเหย่อื รูปแบบการบีบบังคับทางการเงินนั้นมักจะเกิดรวมกับกรณี Lover Tactics กลาวคือ กรณี เหยอื่ เดนิ ทางมาสมรสกับชาวยุโรป จากนั้นจงึ ถูกสามีกดดันใหคาบริการทางเพศ โดยจาการสัมภาษณ เชิงลึก (มูลนิธิบานหญิง, ธันวาคม 2560) สะทอนวา ประเด็นการบีบบังคับทางการเงินยังคงเปน ประเด็นคอนขางใหมของการบีบบังคับใหตกเปนเหย่ือการคามนุษย โดยเทาท่ีพบเปนกรณีของ หญิงไทยท่ีแตงงานกับชายชาวเยอรมันแลวไมมีงานทํา หากแตยังคงมีภาระหนี้สินในประเทศตนทาง หรือตองสงเล้ียงดูบุตรธิดาของตนในประเทศตนทาง ในขณะท่ีฝายชายหรือคูสมรสไมใหเงินในการใช จาย และผลักดนั ใหฝายหญิงทาํ งานหาเงินเอง
203 6.8 เหย่อื ในการคามนษุ ย 6.8.1 ชวงระยะเวลาการถกู คามนุษย 1) ทําตอเน่ือง กวารอยละ 30 ของจํานวนผูตกเปนเหย่ือการคามนุษยพบวามีการคาประเวณี ตอเน่ืองแมจะไดรับการชวยเหลือจากเจาหนาท่ีของรัฐออกมาแลวก็ตาม เหยื่อบางรายมีการหนีผู ลอลวงคนเดิมเพ่ือท่ีจะหาชองทางการทํามาหากินใหมและหลีกเลี่ยงท่ีจะตองทําการเสียคานายหนา ใหแกเหยื่อคนเดิม โดยเหย่ือหลายรายที่หนีและยังคาประเวณีอยางตอเน่ืองมักจะโดนขูทํารายจากผู ลอลวง โดยจากการสัมภาษณเชิงลึก (PION, ธันวาคม 2560) เสนอกรณีตัวอยางจากสถานการณ ดังกลาววา เหยื่อบางรายไดรับการขมขูจากผูลอลวงโดยไดมีการขมขูญาติพ่ีนองท่ีอยูในประเทศตน ทาง หรือแมกระท่ังขูเหยื่อไมไดรับแขกซํ้าเสนทางเดิมหรือแขกคนเดิมกับที่ผูลอลวงจัดหาให หรือมี การสืบคนหนาเหยื่อจากเว็ปซ่ึงเปนชองทางการคาประเวณีตางๆเพ่ือเอาผิดเหย่ือและแจงเจาหนาท่ี ตํารวจในประเทศปลายทาง นอกจากนี้ผูลอลวงยังมีการติดตามวงเงินคานายหนาคืนจากเหย่ือเปน ระยะเวลาหลายป เหย่ือบางรายหนีจากประเทศสวิสเซอรแลนดและมาคาประเวณีตอเนื่องยังประเทศ นอรเวย หรือสวีเดน เปนตน เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจบีบคั้น มีคาใชจาย และตองสงเสียญาติพี่ นองท่ใี นบางคร้ังเปนหน้สี ินเพอื่ ออกเงนิ ใหเหย่อื เดนิ ทางมาตางประเทศ 2) ทําและเกดิ การชกั ชวนคนอ่ืน เหยื่อบางรายประกอบอาชีพคาประเวณีอยางตอเนื่องและไดผันตัวมาเปนผูคา โดย ใชวธิ ีการกลบั ไปยงั พื้นที่ตนทางและไดทําการลอลวงเหย่ือรายอื่นๆ โดยใชวิธีการหลอกลวง ทําใหเชื่อ หวานลอม ใหเหน็ อนาคตที่ดีทีร่ ออยู โดยท่วั ไปเหยอื่ คามนษุ ยท่ผี ันตัวเปนผูคาเสียเองจะใชวิธีการท่ีตน เคยโดยกระทํามากบั เหยอื่ รายใหม เชนการใชความรุนแรง การขมขู การโกหก การใหความหวังในสิ่ง ทไี่ มเปนจริง การทําใหอยูในสภาวะหน้ีจาํ ยอมเพอ่ื ควบคมุ และใชอํานาจ และการควบคุมเหย่ือ เพ่ือให เหยอื่ เขาสอู ุตสาหกรรมการคาประเวณีและหกั คานายหนามาเปนรายไดใหแกตน โดยเหยื่อจะถูกลอลวงมาอยูในอุตสาหกรรมนวดไทย เว็ปไซดขายบริการทางเพศ วีดโี อเผยแพรสงิ่ อนาจาร บาร ตางๆ 3) หนี 3.1) เร่ิมชวี ิตใหม เหย่ือบางรายเมื่อตกเปนเหยื่อแล ว พยายามหนีออกจากพ้ืนท่ี (Exploitation site) และสามารถเริ่มตนชีวิตใหมได หากแตทําไดยากเน่ืองจากเครือขายผูคามนุษย ของหญิงไทยในยุโรปเปนเครือขายใหญ เชื่อมโยงทั้งเจาหนาท่ี องคกร รานนวดตางๆ และกลุมผูมี อิทธิพลในพ้ืนที่ตนทาง ดังนั้นเหยื่อสวนใหญจึงมักไมยินยอมท่ีจะกลับไปเริ่มตนชีวิตใหมในพ้ืนที่ตน ทางเนือ่ งจากเกรงกลัวอทิ ธพิ ลและการขมขูจากเครอื ขายผลู อลวง
204 จากการสัมภาษณเชิงลึก (PION, ธันวาคม 2560) พบวา เหยื่อบางรายถูก ทาํ ราย จากผูลอลวงเปนระยะเวลานานและใหเสพสารเสพติดเพ่ือใหไมรูสึกเจ็บปวดเวลามี เพศสัมพันธนานๆ จนกระท่ังรางกายเกิดภาวะประสาทหลอนมีเลือดออกที่อวัยวะเพศและจมูก เนื่องจากมีการใชสารเสพติดประเภทยาไอซและโคเคนทุกวัน จนกระทั่งพบวามีรถเจาหนาท่ีตํารวจ จอดอยูบริเวณแหลงคาประเวณีและแจงความตอเจาหนาทตี่ าํ รวจในทสี่ ุด อยางไรก็ตามแมในปจจุบันเหย่ือรายดังกลาวจะสามารถหลบหนีออกมาได และไดดําเนินการเอาผิดตอผูคา หากแตประสบการณการโดนทรมานยังคงทําใหในปจจุบันเหย่ืออยูใน สภาพอาการหวาดกลัวไมกลาออกจากบาน และยังคงเกดิ ความหวาดกลวั คนแปลกหนา 3.2) หนไี มประสบความสําเร็จและเสยี ชีวิต เหยื่อบางรายไดรับการกระทําท้ังทางรางกายและจิตใจเปนระยะเวลานาน จนกระท่ังพยายามหลบหนีแตไมประสบความสําเร็จ ทั้งน้ีจากการสํารวจขององคกร ILO (International Labor Organization) มีการประมาณการณวาในปจจุบันมีเหยื่อคามนุษยกวา 100,000 คน และหญิงอายมุ ากกวา 18 ป ถูกลาลวงในอุตสาหกรรมคาประเวณีกวารอยละ 70 เหย่ือ บางรายถูกขังไวในบานจึงทําใหยากแกการหลบหนี กวารอยละ 30 ของเหย่ือท่ีหนีออกมาไมประสบ ความสําเร็จและเสียชีวิต เน่ืองจากไมมีเครือขายในการใหความชวยเหลือ ไมรูจักเครือขาย หรือไมรู ภาษา เมื่อหนีออกมาสูพ้ืนท่ีท่ีตนเองไมคุนเคยยิ่งทําใหเหยื่อมีความเสี่ยงที่จะถูกลอลวงซ้ํา บางราย ไดรับความกระทบกระเทอื นทางจติ ใจอยางรุนแรงทําใหทาํ รายตนเอง บางรายถกู ทรมานโดยผูลอลวง พบวาเหยื่อท่ีถูกทํารายเปนระยะเวลานานทําใหเกิดความเปราะบางอยาง มาก และเมื่อถูกแบงแยกจากสังคมในประเทศตนทางย่ิงทําใหเหย่ือไดรับความทรมานใจจนยากที่จะ เยียวยา บางรายถูกกักขังใหใชสารเสพติดและเม่ือหนีออกมาไดทําใหเกิดความวิตกกังวลและอาการ ซึมเศราอยางรนุ แรง บางรายมีภาวะติดเชื้อ HIV/AIDS และไมไดรับยาตาน หรือไมไดรับการรักษาจน เสียชีวิต จากการสมั ภาษณเชงิ ลึก (Prosentret, ธันวาคม 2560) เสนอวา สวัสดิการ ตอเหยื่อท่ีหนีจากผูลอลวงเปนส่ิงจําเปนอยางยิ่งเพื่อบรรเทาความเปราะบางของเหย่ือ อาทิ การ ชวยเหลือและกันเหย่ือออกจากผูลอลวงอยางเรงดวน (Crisis Intervention) การใหคําปรึกษา (Counseling) การใหที่พักพิงฉุกเฉิน (Emergency Shelter) การใหการรักษาพยาบาลเบื้องตน (Urgent Medical Care) การวางแผนความปลอดภัย (Safety Planning) เสื้อผาและอาหาร (Food and Clothing)
205 6.8.2 การโยกยายถิ่นฐานของเหยอื่ 1) เหย่ือทโ่ี ดนลอลวงในตอนแรกและกลายมาเปนผูประกอบอาชีพคาประเวณีใน ภายหลงั เหย่ือมักโดนหลอกลวงในชวงแรกและเขามาในพื้นท่ีท่ีทําการขอวีซาไดงาย อาทิ โรมาเนีย ฟนแลนด และประเทศในกลุมยุโรปตะวันออก จากน้ันจึงมีกระบวนการเคล่ือนยายเหยื่อ มายงั ประเทศที่คาเงนิ สงู กวาหรอื รายไดดีกวา โดยจะทาํ การเดินทางโดยเครื่องบนิ โลวคอลส หรือรถไฟ ไปยังเบลเยียม สวิสเซอรแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ ซ่ึงเหยื่อกวารอยละ 70 มักจะเดินทางไป เบลเยยี มเนอ่ื งจากรสนิยมของลูกคาภายในพ้ืนที่ท่ีชื่นชอบหญิงสาวไทย ท่ีมีผิวสองสี ผิวเนียน หนาตา แบบชาวตะวันออก ผอม และสุภาพเรียบรอย ชางเอาใจ เหยื่อบางรายถูกสงไปยังโรงพยาบาลของ ผูปวยทางจิตเวชทเี่ บลเยี่ยมเพื่อบําบัดผูปวยท่ีมีอาการทางจิตที่มีความตองการสูง ในบางคร้ังเหยื่อจะ เดินทางไปหารายไดประมาณ 2-3 เดือน จากนัน้ จงึ ทาํ การเดินทางกลับไปยงั พื้นที่ท่ีตนไดวีซา โดยจาก การสัมภาษณ (สมาคมหญิงไทยในฝรั่งเศส, ธันวาคม 2560) พบวา “ตนเองเคยไดทราบขาววามีผูให บริการผูปวยท่ีมีความตองการสูงและผปู วยอาจจะมีอาการดีข้ึน โดยจะมีรายไดประมาณ 2000-3000 ยโู รตอเดือน” 2) รูปแบบการทาํ วซี า เมื่อเหยื่อวีซาหมดพบรูปแบบการทําวีซาคือการทําวีซาปลอมโดยใชพาสปอรตเลม จริง และใหเหยื่อดําเนินการเปล่ียนพื้นท่ี (Exploitation site) จากประเทศหนึ่งไปประเทศอื่นที่การ ตรวจวีซาไมเขมขน อาทิ ยายจากสวิสเซอรแลนดไปอิตาลี และหากเหยื่อตองการหลบหนีหรือแสดง พฤติกรรมหรือเจตนาท่ีจะหลบหนี ผูลอลวงจะทําการขมขูท้ังขมขูเหยื่อเองและญาติพี่นองท่ีอาศัยอยู ในประเทศตนทาง จากการสัมภาษณเชิงลึก (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) ไดเสนอประเด็นในเร่ือง รูปแบบการทาํ วีซาวา “เมอื่ ผตู กเปนเหย่อื คามนุษยวีซาหมด ผูลอลวงมักจะทําการย่ืนขอวีซาใหโดยไม ยอมใหเหย่อื ออกจากพน้ื ที่ (Exploitation site) เนื่องจากเกรงวาเหยื่อจะทําการหลบหนี โดยท่ีจะทํา การสงวีซากลับไปใหเครือขายทําวีซาปลอมท่ีประเทศไทย โดยท่ีจะเรียกเก็บเงินจากเหยื่อประมาณ 50,000 หรือ 60,000 บาท และทําการเพม่ิ หนที้ ่ีติดผลู อลวงจากการดําเนินการเคลื่อนยายเหยื่อมายัง พื้นที่ปลายทางโดยที่เหยื่อจะตองทําการคาบริการเพ่ือใชหน้ีท้ังหมด เนื่องจากผูลอลวงรูอยูแลววา เหยอ่ื จะตองทํางานใชเงินคืนใหโดยทําการหักจากการคาประเวณีของเหยื่อ โดยผูลอลวงจะทําการสง พาสปอรตไปใหเครือขายท่ีเดินทางไปรับพาสปอรตของเหย่ือท่ีสนามบิน สุวรรณภูมิ และเม่ือได พาสปอรตกลับมาพบวาเปนพาสปอรตจริงแตวีซาปลอม โดยวีซาไมมีลายน้ํา เหมือนกับวีซาจริงที่ เหยื่อเคยไดรับตอนเดินทางมาคร้ังแรก จากน้ันจึงใหเหยื่อเดินทางยาย (Exploitation site) ไปยัง ประเทศอติ าลีเนอื่ งจากความเขมงวดในการตรวจวีซานอยกวาสวิตเซอรแลนด”
206 6.8.3 ผลกระทบตอเหย่ือ 1. การตดิ เชอื้ หรอื โรคตดิ ตอ เหย่ือคามนุษยมักอยูในภาวะจํายอมในการประกอบอาชีพคาประเวณีโดยไมไดรับ การดูแลในดานสุขภาพ หรือ “เช็คอัพ” และในบางกรณีเหย่ือถูกบังคับใหทําตามสั่งของผูใชบริการ เน่ืองจากผูใชบริการอางวาไดมีการตกลงกับผูลอลวงหรือ “เอเจนซ่ี” ไวลวงหนาแลววาตนตองการ อยางไร ดังนั้นในบางกรณีอาจถูกบังคับใหคาประเวณีโดยไมไดมีการปองกัน หรือไมไดมีการปองกัน อยางถูกตอง ท้ังยังไมมีระบบตรวจสุขภาพรับเม่ือเกิดขอบงชี้ในเร่ืองสุขภาพของเหยื่อ ทําใหในบาง กรณเี หยือ่ มีภาวะตดิ เชื้อ หรือเปนโรคติดตอยางรนุ แรงจนไมอาจรักษาหายได จาการสัมภาษณเชิงลึก (PION, ธันวาคม 2560) เสนอวา ในประเด็นเร่ืองสุขภาพ ของเหย่อื พบวาเหยอ่ื บางรายมกี ารบั ผูใชบริการเปนจํานวนมาก หรือ “มีเคสเยอะ” เกิดภาวะติดเช้ือ หรือมีโรคติดตอ มักไมไดรับการรักษาในเบื้องตนมักจะปลอยจนอาการหนักจนไมสามารถรักษา นอกจากน้ียังไมมีระบบในการตรวจสุขภาพตามเวลา หรือ “เช็คอัพ” ซ่ึงในกรณีของผูคาประเวณีที่ เสยี ภาษีใหแกรฐั อยางถูกตองนั้นจะมีกฎหมายคุมครองใหมีระบบการตรวจสุขภาพอยางเขมงวด และ หามการมนี ายหนาในการคากําลังแรงงานของเหยื่อ มีอยูกรณีหนึ่งท่ีกลุม PION ไดใหความชวยเหลือ จากซูริคใหมาพักอาศัยในประเทศนอรเวย โดยเหย่ือไดทําการตัดสินใจหนีผูลอลวงมาจากประเทศ สวิสเซอรแลนดหลังจากถูกตามไลลาจากกลุมผูลอลวง ทําใหเหยื่อไดตัดสินใจเดินทางมายังประเทศ นอรเวยดวยวีซาปลอมของประเทศเยอรมัน ซ่ึงระบบการตรวจสอบวีซาภายในประเทศยุโรปยังไมมี ความเขมงวดมาก โดยสาเหตุท่ีเหยื่อตัดสินใจหนีเนื่องจากสภาวะสุขภาพทําใหไมสามารถรับแขกได ตอไปจึงไดเกิดความกดดันใหจําเปนตองหนีผูลอลวง เม่ือมาถึงจึงไดประสานเครือขายเพื่อนที่เคยตก เปนเหยื่อคามนุษยจากผูลอลวงคนเดียวกันใหทําการตรวจสุขภาพจากองคกรผูดูแลหญิงผูตกเปน เหย่อื คามนุษย PEON และเม่ือตรวจแลวจึงพบวาตนเองมีผลเลือดบวก หรือติดเชื้อ HIV จึงทําใหเกิด ความรูสึกซมึ เศราและทอแทจนอยากฆาตัวตาย จากน้ันเพ่ือนจึงไดทําการแนะนําใหติดตอกับคุณมะลิ นกั สังคมสงเคราะหชาวนอรเวยท่ีสามารถพูดภาษาไทยได จนไดรับความชวยเหลือดานสุขภาพ ไดรับ ยาตานตามเวลาทาํ ใหอาการดขี ้ึนและมี CD4 ลดลงในที่สุด 2. การบาดเจ็บจากการทํารายรางกาย เหยือ่ คามนุษยไดรับผลกระทบจากการโดนทํารายรางกาย จากการสัมภาษณเชิงลึก องคกร (องคกรธารา, ธนั วาคม 2017) ไดสะทอนวา มกี รณีในประเทศนอรเวยท่ีอคกรธาราไดใหความ ชวยเหลือ ไดโดนหลอกจากประเทศไทยในการมาคาประเวณีโดยโฆษณาผานอินเตอรเน็ต ซ่ึงตองทํา การคาประเวณี 24ชั่วโมงไมมีเวลาพัก ทั้งยังตองโดนกักขังใหอยูในบริเวณบานของผูลอลวง นอกจากนย้ี งั โดนทํารายรางกายจากผูซ้ือประเวณี บังคับไมใหกินขาวเพราะผูลอลวงกลาววาหากอวน
207 แลวจะไมมลี กู คามาซือ้ ประเวณี และใหเสพยาเสพติดประเภทยาไอซ คนกระท่ังรางกายไมสามารถรับ ไดไหวและตองเขาโรงพยาบาลในทส่ี ุด เหยื่อมีปญหาติดเช้ือในมดลูก และมีอาการติดยาเสพติดอยางรุนแรง แมจะหนี ออกมาภายนอกไดสองครั้งแตเหยื่อก็ไมสามารถพูดภาษาถ่ินไดและไมสามารถสื่อสารกับเจาหนาที่ ตาํ รวจได จนกระท่งั ตองกลับไปคาประเวณีเชนเดิม จนกระทั่งสภาพรางกายรับไมไหวจึงไดหนีออกมา เปนครงั้ ท่ี 3 และเขามาขอความชวยเหลือกับองคกรธารา (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) ท้ังน้ียังสอดคลองกับผลการศึกษาของ (United Nation Office for Drung and Crime Prevent, 1999) ท่ีเสนอวา กวา 207 คนซ่ึงเปนเหยื่อคามนุษยจาก 14 ประเทศพบวาโดน กระทําการรุนแรงและทํารายรางกายกอนไดพบเจาหนาท่ีตํารวจ กวารอยละ 95 พบวาไดรับความ รุนแรงทางเพศ กวาหน่ึงในสี่ไดรับการบาดเจ็บอยางรุนแรงหลายรายพบอาการปวดศีรษะ ความ เหน่ือยลา นํ้าหนักลด ปวดทอง นํ้าหนักลด เจ็บปวดท่ีอวัยวะเพศ ฟน ตา หู และผิวหนังมีปญหาติด เชอื้ การติดเชอื้ ท่ีอวยั วะสบื พนั ธุ การติดเชอื้ HIV/AIDS เน่ืองจากเหยื่อมักไมมีอํานาจในการตอรองกับ ลูกคาใหใชถุงยางอนามัย หรอื การมเี พศสัมพนั ธทีร่ นุ แรงและอันตราย นอกจากนี้จากผลการศึกษาของ (United Nation Office for Drung and Crime Prevent, 1999) ยังเสนอวาเหยื่อคามนษุ ยพบภาวะติดเช้ือ HIV เพ่ิมมากขึ้นทุกป นอกจากน้ียังพบวา กวารอยละ 22.9 ของเหยือ่ คามนุษยมีภาวะตดิ เชือ้ HIV (1999) 3. อาการทางจติ จากผลการศึกษาของ (United Nation Office for Drung and Crime Prevent, 1999) สะทอนวาเหยื่อคามนุษยมีภาวะทางจิตที่ไมปรกติ โดยมีสภาวะของความวิตกกังวล ความ หวาดกลัว ความตื่นตระหนก สภาวะซึมเศราอยางรุนแรง ส้ินหวัง และไมกลาอยูคนเดียว หรือ หวาดกลัวผูคนผิดปรกติ และในบางรายพยายามฆาตัวตายหลายคร้ัง อาการประสาทหลอน หรือ สญู เสียความทรงจาํ จากการสัมภาษณเชิงลึกองคกร (PION, ธันวาคม 2560) ไดแสดงถึงกรณีเหย่ือ คาประเวณีไดโดนบังคับใหคาประเวณีจนกระทั่งมีอาการเลือดออกทางอวัยวะเพศ และบังคับใหมี เพศสัมพันธแบบไมปรกติ นอกจากนี้ยังบังคับใหเสพยาเสพติด คือ “นํ้าแข็ง” หรือยาไอซ รวมกับ โคเคนโดยเอาเขาทางจมูก โดยบังคับใหเสพไอซซึ่งจะทําใหสนุกกับการมีเพศสัมพันธ ทํางานไดโดยไม เจ็บปวด และไมงวง โดยบังคับใหคาประเวณีตลอดทั้งวัน ไมไดพักผอน โดยเฉพาะในชวงเทศกาล จะตองรับแขกเปนจาํ นวนมาก จนกระทงั่ เกดิ ภาวะปวดอวยั วะเพศและมีเลือดออก นอกจากนี้ยังโดนผู ลอลวงขวางปาขาวของใสจนไดรบั บาดเจ็บ ท้งั ยังโดนบงั คับใหขายยาใหกับผูซือ้ ประเวณี หลังจากเหตุการณที่เกิดขึ้น เหย่ือคามนุษยกรณีดังกลาวไดรับผลกระทบทางสภาพจิตอยาง มาก เกิดอาการหวาดกลัว ประสาทหลอน และไมไวใจใครอยางรุนแรง กลัววาผูลอลวงจะฆาปดปาก
208 ตนเองเน่ืองจากผูลอลงไดทําการทํารายรางกายและขมขูทุกวันเปนระยะเวลานาน และตองทําการ รักษาโดยการเขาพบจิตแพทยเปนระยะเวลานาน ซึ่งในปจจุบันยังคงพบอาการซึมเศราและอาการ หวาดกลัวอยู (PION, ธนั วาคม 2560) จะเห็นไดวาผลจากการถูกทํารายเปนระยะเวลานานมีผลตอสุขภาพจิตและพฤติกรรมของ เหยื่อ โดยเฉพาะเหยื่อที่ถูกทํารายเปนระยะเวลานานทําใหมีผลตอพฤติกรรมของเหยื่อในระยะยาว นอกจากน้ียังมีผลตอเหยื่อเมื่อตองตอบคําถามหรือโดนสืบสวนโดยเจาหนาที่เหยื่อมักมีอาการ หวาดกลวั และไมตอบคาํ ถามเจาหนาทโี่ ดยตรง หรือตอบไมตรงไปตรงมา 6.9 รปู แบบและเสนทางการคามนษุ ย 6.9.1 เสนทาง พ บ ว า ก า ร ค า ป ร ะ เ ว ณี ข อ ง ห ญิ ง ไ ท ย ใ น ต า ง แ ด น จ ะ อ ยู ใ น บ ริ เ ว ณ ช า ย แ ด น เ ย อ ร มั น สวิสเซอรแลนด เบลเยียม ฝรั่งเศส และสเปน โดยท่ีจะกระทําการคาประเวณีในบริเวณรานนวดแผน ไทย ซงึ่ นับเปนเมอื งทาแถวแนวเขตชายแดนตดิ ตอระหวางประเทศตางๆ โดยเสนทางการคามนุษยจะ เริ่มตนในประเทศท่สี ามารถไดรบั วีซาไดโดยงาย อาทิ สวิสเซอรแลนด ฮอลแลนด โปรตุเกส สเปน จากการสัมภาษณเชิงลึก (สมาคมสตรีไทยในนอรเวย, ธันวาคม 2560) พบวา โดยสวนใหญ กลุมเหยื่อคามนุษยจะโดยสารเครื่องบินมาลงที่สวิสเซอรแลนด ฮอลแลนด และโปรตุเกส จากน้ันจึง เดนิ ทางโดยรถไฟไปยงั พนื้ ที่ปลายทาง อาทิ เบลเยียม เยอรมัน และฝร่ังเศส โดยมีกลุมคนกลางซ่ึงมัก เปนกลุมชาวลาว ชาวไทย และชาวเวียดนาม โดยสวนใหญพ้ืนที่ปลายางจะเปนเมืองปารีส ประเทศ ฝร่ังเศส 6.9.2 รปู แบบ 1. รานนวด โดย (PION, ธนั วาคม 2560) เสนอวาผทู เี่ ดินทางเขามาประกอบอาชพี คาประเวณีใน รานนวดนัน้ มกั เปนชาวภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ โดยมีคาใชจายท่ีนายหนาตองทําการเรียกเก็บตอหัว ต้ังแต 4แสน ถึง หนึ่งลานบาท โดยบางรายตองมีการขายท่ีนาเพื่อนําเงินมาใชหนี้ ซึ่งจะมีราคาตาง จากการเขามาประกอบอาชีพเย็บผาซงึ่ มีหน้ีเรยี กเก็บตอหวั ประมาณส่แี สนบาท หากทํารานอาหารหน้ี เรียกเก็บตอหัวประมาณสี่แสนบาท ซ่ึงชาวไทยในยุโรปจะเรียกวิธีการเดินทางเขามาประกอบอาชีพ ดังกลาววา “ทํานัว” หมายถึง “ทําดํา” หรือ “ทํามืด” หรือการเขามาประกอบอาชีพโดยหลบเล่ียง การเสียภาษี ซึ่งบริษัทเย็บผาสวนมากมักมีเจาของโรงงานเปนชาวเวียดนาม ซึ่งชาวไทยในยุโรปเรียก กันวา “ชาวเหวียด” โดยโรงงานสวนใหญจะอยูแถบชานเมือง และท่ีพักอาศัยมักเปนหองเก็บไวนใต ดิน ท้ังน้ีเพื่อหลบเลี่ยงการเขามาตรวจสอบจากเจาหนาที่ตํารวจ
209 (สมาคมสตรไี ทยในนอรเวย, ธันวาคม 2560) สะทอนประเด็นปญหาเสนทางการคา มนุษยวา รายไดจากการคาประเวณีอยูที่ประมาณ 50-100 ยูโร ตอครั้ง โดยผูคาประเวณีจะมีรายได ตอเดอื นประมาณหนง่ึ แสนบาทไทย หากแตตองเสียคาใชจายในการครองชีพท่ีคอนขางสูง นอกจากนี้ ยังถูกผูลอลวงหักคาใชจายที่ไมไดมีการตกลงกันไวลวงหนา อาทิ คาที่พัก คาอาหาร คายารักษาโรค เปนตน 2. เว็ปไซด นอกจากการคาประเวณีในรูปแบบรานนวดแผนไทยแลว ยังมีการคาประเวณี ผานเว็ปไซด ซงึ่ ในเว็ปไซดจะทาํ การระบุรปู ราง หนาตา ราคา และองคประกอบอื่นๆ ในราคา50-300 ยูโร ตอคร้ัง จากนั้นจะมีการนัดหมายทางโทรศัพทเพ่ือพบในที่ท่ีผูคาประเวณีไดจัดไว (PION, ธนั วาคม 2560) 3. เดนิ สาย ในบางกรณีเหยอื่ อาจคาประเวณอี ยูในหองหลายคนซึ่งถือวาเปนเร่ืองผิดกฎหมายใน ประเทศฝรั่งเศส คนหนึ่งซ่ึงอาจตกเปนเหยื่อเชนเดียวกันอาจจะโดนขอหาเก็บคานายหนาจากการคา ประเวณีได ซ่งึ นบั เปนขอหาการคามนษุ ยแลว เนื่องจากเปนการไดรับเงินจากการใชกําลังแรงงานของ คนอื่น ดังน้ันหญิงไทยผูตกเปนเหย่ือคาประเวณีจะไมรวมตัวกันซ่ึงพบวาการใหคําปรึกษาหรือการให ความชวยเหลือแกหญิงไทยผูตกเปนเหย่ือจึงทําไดยากย่ิงขึ้นและขาดประสิทธิภาพ หรือในบางคร้ัง เหย่ืออาจใชวิธีในลักษณะเคลื่อนยายไปตามเมืองตางๆ หรือ “เดินสาย” โดยจะมีการลงโฆษณา ตามเว็ปไซดวาตนเองเดนิ ทางไปท่ใี ดบางและเดนิ ทางกวี่ นั ซ่ึงจะสามารถนัดพบผูใชบริการระหวางทาง ได (สมาคมหญงิ ไทยในโพรวองซ, ธนั วาคม 2560) 4. เอเจนซี่ กลุมเอเจนซี่จะเปนกลุมที่ผูลอลวงมีลูกคาในมือ กลาวคือ ผูลอลวงจะทําการจัดเก็บ รูปและประวตั เิ หยือ่ เพ่อื ทาํ เปนใบ “profile” และสงไปยงั กลุมลูกคาเพือ่ เลือกใชบริการเหย่ือจากแคท ตาลอก จากน้ันจึงใหเหย่ือเดินทางไปยงั โรงแรมท่ไี ดมกี ารนดั หมายไว จากการสัมภาษณเชิงลึก (IOM, ธันวาคม 2016) สะทอนในประเด็นดังกลาววา เหยื่อจะเดินทางไปพบลกู คาโรงแรมโดยเรียกวา “รับออเดอร” โดยเอเจนซี่หรือผูลอลวงจะทําการตก ลงราคาไวเรียบรอยแลว โดยที่เหยื่อไมมีสิทธิในการปฏิเสธผูใชบริการ และไมมีสิทธิในการรับรู รายละเอยี ดของผใู ชบริการซึง่ ถอื วาเขาขายการคามนุษยเชนเดียวกัน หรอื มกี ารนดั ผูใชบริการโดยท่ีไม มีการแจงลวงหนา นอกจากน้ียังพบกรณีผูใชบริการมาสุภาพ อาทิ ไมใชถุงยางอนามัย ทําตามที่ตน ตองการ หรอื เรยี กวา “ตามส่ัง” หรือถงึ ข้ันทํารายรางกาย นอกจากนี้ยังไมมีการดูแลเรื่องสุขภาพของ เหย่ือ และไมมกี ารตรวจเช็ครางกายทําใหในบางกรณีเหยือ่ ไดเกิดภาวะติดเชอื้ โรคติดตอจนถึงแกชวี ิต
210 6.10 ปญหา 6.10.1 กฎหมาย 6.10.1.1 ความแตกตางของกฎหมายดานการคามนุษยท่ีแตกตางกันในแตละ ประเทศ พบวากฎหมายในการใหคํานิยามการคามนุษยมีความแตกตางกันไปในแตละ ประเทศ และยงั คงขาดการนิยามที่ชัดเจนใหกับเจาหนาที่ ทําใหเจาหนาที่ท่ีเก่ียวของกลับมองคดีบาง คดีซ่ึงนับเปนการคามนุษยซึ่งตองมีการดําเนินการทางกฎหมายและการดูแลเหยื่อท่ีแตกตางจากคดี การคาแรงงานผิดประเภท หากแตเจาหนาที่กลับเห็นวาคดีบางคดีเปนคดีการคาแรงงานผิดประเภท ซ่ึงบทลงโทษจะเกิดขึ้นแกเหย่ือแทนที่จะเปนผูคา อาทิในประเทศเยอรมันจะมีตัวบทกฎหมายในการ ลงโทษผูคาอยูสองมาตรา ไดแกมาตราท่ี 232 และมาตราท่ี 233 โดยในป ค.ศ.2016 กฎหมาย ดังกลาวไดมีการปรับปรุงใหทันสมัยและทันตอสถานการณมากข้ึน โดยมีการแยกประเภทการคา มนุษยเพิ่มเติมใหมีความชัดเจนมากย่ิงข้ึน ไดแกประเภทที่1คือการถูกบีบบังคับใหเหย่ือขอทาน ประเภทท่ี2 การคาอวัยวะ ประเภทที่3 การขายบริการทางเพศ ประเภทท่ี4 การถูกบังคับใหคา แรงงานและมีการระบบประเภทและรายละเอียดในแตละประเภทอยางชัดเจน ซ่ึงครอบคลุมรูปแบบ การคามนุษยทุกประเภททั้งประเภทการถกู หลอกมาคามนษุ ย การขมขู การบังคับ การขืนใจ และการ ทํารายรางกายและจิตใจในรูปแบบตางๆ ซึ่งหากเปนผูอพยพและตางดาวจะไดรับสิทธิในการอยูอาศัย เพ่อื ดําเนินคดคี วามกบั ผคู าอยางชัดเจน 6.10.1.2 ความเขาใจของเจาหนาที่ตอนยิ ามการคามนุษย จากผลการสัมภาษณกลุม (มูลนิธิบานหญิง, ธันวาคม 2560) เสนอวาความเขาใจ ของเจาหนาท่ตี ํารวจเยอรมัน หรือองคกรรัฐหลายองคกรในกลุมประเทศยุโรปสะทอนวายังคงมีความ เขาใจตอนิยามความหมายของการคามนุษยไมชัดเจน นอกจากนี้เม่ือผานข้ันตอนทางกฎหมาย หญิง สาวไทยผูตกเปนเหย่ือมักจะใหปากคาํ ตอเจาหนาทต่ี าํ รวจวาตนเองเต็มใจประกอบอาชีพโสเภณี ซึ่งใน ยุโรปบางประเทศการคาประเวณีถือเปนเรื่องท่ีถูกตองตามกฎหมาย อาทิ ประเทศเยอรมัน จึงทําให การดาํ เนนิ คดีกับกลมุ ผลู อลวงรวมไปถงึ กระบวนการทําไดยากลาํ บาก โดยการคามนุษยนั้นเง่ือนไขทางกฎหมายคือผูตองหาจะตองมีการผูกมัด มีการขู การชักจูง และไดประโยชนจากําลังแรงงานของเหย่ือซ่ึงในประเทศเยอรมันจะมีกฎหมายท่ีลงโทษ อยางชดั เจนในมาตราที่ 232 และ 233 ซึง่ กฎหมายมีการปรับปรุงเมื่อป 2016 โดยเพ่ิมดานการบังคับ ขาเขน็ การทํารายรางกาย หรือจติ ใจ และมีการวางแผนเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งในบางประเทศอาจไมได มกี ารระบุกฎหมายในเรื่องการคามนุษยอยางละเอยี ดทําใหในบางกรณีอาจไมครอบคลุม หากแตเหยื่อ จะมีสิทธิไดวีซาอยูในประเทศเยอรมันตอกต็ อเมอื่ มกี ารตัดสนิ ใจดาํ เนินคดี
211 6.10.1.3 วฒั นธรรมและความหวาดกลัวของเหย่ือ เหยอื่ โดยสวนใหญถกู หลอกมาคามนษุ ยโดยญาตแิ ทๆของตนเองทาํ ใหวัฒนธรรมของ ความกตญั ตู อญาตพิ ี่นองของหญิงไทยทําใหไมกลาดําเนินคดีกับญาติ โดยจากการสัมภาษณ (มูลนิธิ บานหญิง, ธันวาคม 2560) กลาววามีหลายเคสที่หญิงสาวไทยที่ตกเปนเหย่ือไมกลาดําเนินคดีกับผูท่ี เปนญาติพีน่ องของตน เชนกรณีหนึ่งผลู อลวงเปนปาแทๆของเหย่ือที่ทําการหลอกลวงเหยื่อมาโดยอาง วาจะพามาทํางานเลี้ยงเด็ก หากแตโดนบังคับใหคาประเวณี โดยเจาหนาที่เยอรมันหรือเจาหนาที่ ตํารวจในประเทศอื่นๆในยุโรปจะไมเขาใจวัฒนธรรมความกตัญ ูนี้ของหญิงสาวไทย หญิงสาวที่ตก เปนเหย่ือจึงไมไดรับการดูแลจากเจาหนาทีเ่ ยอรมันตามสมควร นอกจานผ้ี ทู ีต่ กเปนเหยือ่ คามนษุ ยน้ันโดยสวนใหญมีความหวาดกลัวและไมกลาที่จะ ดําเนินคดีตอผคู า โดยเฉพาะกลุมที่โดนหลอกใหมาแตงงานมักจะไมอยากกลับไปประเทศตนทางดวย ความผิดหวังวาตนไมประสบความสําเรจ็ ในชีวติ 1. ความแตกตางทางวัฒนธรรม เนื่องจากความแตกตางทางวัฒนธรรมระหวางประเทศไทยและประเทศ ปลายทาง โดยเหยื่อมองวาการคาประเวณีเปนเรื่องนาอับอาย และไมสมควรเปดเผยใหใครรูทําให เหย่อื ทเ่ี ปนหญิงไทยไมกลาเลาปญหาที่ตนเองประสบแกเจาหนาท่ีฝายชาย หรือเจาหนาที่ชาวเยอรมัน เพื่อหาชองทางในการแกไขปญหา โดยจากการสัมภาษณ (PION, ธันวาคม 2560) สะทอนประเด็น ปญหาดานความแตกตางทางวัฒนธรรมวา “ในปจจุบันองคกรในประเทศนอรเวย หรือองคกรของ ตางชาติในหลายๆประเทศที่ไดใหความชวยเหลือหญิงไทยท่ีประสบปญหาการตกเปนเหย่ือการคา มนุษย โดยองคกร PEON กลาววาผูหญิงไทยโดยสวนใหญที่ตกเปนเหยื่อมักเกิดความหวาดกลัว เกรงใจไมกลาเขาหาเจาหนาที่ชาวตางประเทศ หากแตเจาหนาที่ชาวตางชาติกลับไมเขาใจวัฒนธรรม ของหญงิ ไทย โดยไมเชื่อวาผูหญิงไทยมีความเกรงใจหรือกวาดกลัวเจาหนาที่ชาวตางประเทศ และมัก ต้ังคําถามวาทําไมหญิงไทยตองเกิดความหวาดกลัวท่ีจะมาหาและขอความชวยเหลือจากเจาหนาที่ ชาวตางชาต”ิ 2. ความหวาดกลวั ผลที่ตามมาหากกลับไปยงั พืน้ ท่ีปลายทาง จากการสัมภาษณ (PION, ธันวาคม 2560) พบวา เหยื่อสวนใหญแมจะมี การศกึ ษาเตรียมตัวมาอยางดีดานภาษา การปรับตัววัฒนธรรม กฎหมาย และอ่ืนๆ หากแตพบวาเมื่อ มาประสบกับสถานการณท่ีไมคาดคิด ณ ตางแดน ทําใหไมสามารถที่จะรับมือกับปญหาได โดย (PION, ธนั วาคม 2560) กลาววา “ถึงแมวาเหยอื่ จะมกี ารเตรยี มตัวมาดีมากแคไหนก็ตาม แตถาเมื่อมา พบกบั สถานการณทไี่ มคาดคิด อาทิ เม่อื มาไดสามีนสิ ยั ไมดี มีความเห็นแกตวั เอาเปรียบทุกอยาง และ บงั คับใหคาประเวณี ผหู ญิงท่ีตกเปนเหย่ือมักจะยอมทํางานทุกอยาง และทนจนกวาจะไดวีซาถาวรถึง จะตดั สนิ ใจเลกิ กบั สามี ซงึ่ บางครั้งหรอื ในบางเคสตองใชระยะเวลาหลายป ซ่ึงนับวาเปนกรณีที่มีความ
212 ทรมาน เหยื่อจะไดรับความกดดันและตองทนอยูกับทุกข ซ่ึงกรณีดังกลาวมีจํานวนคอนขางมาก ซึ่ง เจาหนาที่ในตางประเทศและกฎหมายในยุโรป อาทิ ประเทศนอรเวยนั้นจะใหสิทธิกับเหยื่อในการ ตัดสินใจดําเนินคดี ดังนั้นเหย่ือสวนใหญจะยอมทนแมจะพบกับผูลอลวงท่ีทรมานและเอาเปรียบ จึง พบวามีหลายกรณีดวยกันท่ีสามีเมื่อแตงงานและใชชีวิตกับเหยื่อแลว มีการบังคับและกดดันใหเหย่ือ คาประเวณีเพ่ือหารายไดมาจุนเจือครอบครวั ” ดงั นนั้ จงึ สามารถสรปุ ไดวารปู แบบการรูปแบบของการคามนุษยในปจจุบันมี การเปลี่ยนแปลงไป โดยเหยื่อมิไดต้ังใจมาขายแรงงานหรือคาประเวณีดังเชนเดิม หากแตเหยื่อไดถูก สภาพแวดลอมและผูลอลวงกดดนั ใหมกี ารคาประเวณีในภายหลัง โดยรูปแบบการตกเปนเหยื่อการคา ประเวณีจะมรี ูปแบบท่ีมีการเปลยี่ นแปลงตามสังคมท่เี ปลี่ยนแปลงไป 6.10.1..4 ความเชอื่ และรูปแบบสงั คมวตั ถุนยิ ม ประเด็นที่สําคัญและเปนขอคนพบท่ีนาสนใจของงานวิจัยคือ ผูตกเปนเหยื่อการคา มนษุ ยในปจจุบันนั้นมีวุฒิการศึกษาท่ีสูงขึ้นเรื่อยๆ สวนหนึ่งมีสาเหตุมาจากความเขมขนของกฎหมาย คนเขาเมืองและกระบวนการขอวีซาในประเทศกลุมยุโรปท่ีมีความเขมขนมากขึ้น กลาวคือหาก ตองการท่ีจะไดรับวีซาการประกอบอาชีพในประเทศกลุมยุโรปจะตอสามารถพูด เขียนภาษาทองถ่ิน ของประเทศน้ัน ๆ ในลักษณะของทักษะท่ีสามารถส่ือสารกับผูอื่นได กลาวคือตองสามารถฟง พูด อาน เขียน ภาษาถ่ินได ทําใหเปนการคัดกรองการศึกษาของผูท่ีตองการเดินทางไปประกอบอาชีพยัง ตางแดนไดเชนเดยี วกนั อีกประเดน็ หนงึ่ คือความฟงุ เฟอและความตองการตอบสนองทางดานวัตถุ เน่ืองจาก พบวากลุมผูตกเปนเหย่ือการคามนุษยมีวุฒิการศึกษาและฐานเงินเดือนท่ีเพ่ิมขึ้น อาทิ วุฒิปริญญาตรี และปริญญาโท และประกอบอาชีพ อาทิ พนักงานตองรับในโรงแรมหรือกลุมพนักงานการทองเที่ยว และบางกลุมมีฐานรายไดที่ 30000-40000 บาท หากแตแรงจูงใจทางดานวัตถุทําใหตองการรับรายได เพ่ิมขึ้นในตางประเทศและทําใหถลําตัวจนตกเปนเหย่ือในท่ีสุด โดยมีเพ่ือนหรือญาติเปนผูชักจูง ตดิ ตอกันมา 6.10.2 ความไมรู จากผลการวิจัยพบวาประเด็นสําคัญที่ทําใหหญิงไทยตกเปนเหย่ือการคามนุษยคือประเด็น ความไมรู อาทิ 1) ความไมรูในขอกฎหมายของพื้นที่ปลายทาง 2) ไมรูจักองคกรหรือหนวยงานที่ให ความชวยเหลอื 3) ไมรูภาษา 4) ไมรสู ทิ ธแิ ละการคุมครองสทิ ธขิ องตน ดังนั้นจากความไมรูดังกลาวทํา ใหเหยอื่ ไมกลาออกจากพนื้ ท่ที ต่ี นเองถกู ลอลวง (Exploitation site) และแสวงหาความชวยเหลือและ คมุ ครองสิทธิของตน
213 6.10.3 การไมกลาและไมไวใจของเหยอื่ ในการรองขอความชวยเหลือ จากการศึกษาวิจัยพบวาเหย่ือสวนใหญจะไมไดเดินทางมาขอความชวยเหลือดวยตนเอง ทํา ใหในบางกรณีกระบวนการคุมครองและพิทักษสิทธิ์ทําไดคอนขางลาชา หรือในบางกรณีสายเกินไป โดยจากการสมั ภาษณเชิงลกึ (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) พบวาผูตกเปนเหย่ือมักไมเดินทางมารอง ขอความชวยเหลอื ดวยตนเอง แตจะใหคนรูจักเดินทางมาสอบถามเจาหนาท่ีหรือเครือขายท่ีเกี่ยวของ เนื่องจากความอับอายโดยสวนใหญปญหาที่สําคัญท่ีเหย่ือมักเขามาสอบถามคือวีซา การสงเงินกลับ บาน จึงมีการสอบถามความชวยเหลือผานเครือขายหญิงไทย จนกระทั่งเร่ืองดําเนินไปถึงองคกรทาง กฎหมายท่ีเกี่ยวของ นอกจากนี้ยังเปนความเจ็บปวยทางกายและทางจิต และปญหาหนีวีซา ท้ังน้ี ปญหาดงั กลาวนบั เปนปญหาที่หนวยงานที่เก่ียวของตองดําเนินการโดยตรงกับเหยื่อหรือผูเสียหายทํา ใหความชวยเหลือไมสามารถดําเนินการตอไดหากผูเสียหายมิไดเดินทางมาติดตอขอความชวยเหลือ ดวยตนเอง 6.10.4 เหย่ือมกั เขามารองขอความชวยเหลือเมื่อสายเกินแก โดยสวนใหญเหยื่อมักจะเดินทางมาในรูปแบบผิดกฎหมายเน่ืองจากการขอวีซาเพ่ือทํางาน หรือพักอาศัยในยุโรปอยางถาวรเปนเร่ืองยุงยาก อาทิการขอวีซาคูสมรสในประเทศฝร่ังเศสแมจะ แตงงานมีครอบครัวกับชายชาวฝร่ังเศสก็จะสามารถขอไดทีละ 10 ป หากแตงงานจะไดวีซา 3 เดือน เมื่อครบสามเดอื นจงึ จะได 6 เดอื น และตอทีละ 1 ป สามครั้ง หลังจากแตงงานครบสี่ป จึงจะทําเร่ือง ขอวีซาพักอาศยั 10 ป และตอไปเรอื่ ยๆทีละ 10 ป เมื่อครบ 10 ปจึงจะสามารถขอสัญชาติฝร่ังเศสได และตองทําการพํานกั อยูทีฝ่ รั่งเศสเปนเวลา 5 ป ดังนั้นหญิงไทยมักจะตองยอมทนเปนเหย่ือเน่ืองจาก ไมตองการท่ีจะถูกสงกลับประเทศจนกระทั่งบางรายไมมีสวัสดิการสังคมและเปนโรคติดตอจนกระทั่ง เสยี ชีวิตในประเทศปลายทาง จากการสัมภาษณ (สมาคมหญิงไทยในโพรวองซ, ธันวาคม 2560) ไดใหทัศนะตอประเด็น ดังกลาววา “พบวาเม่ือเดือนพฤษภาปท่ีแลว ก็ไดมีกรณีหญิงผูตกเปนเหยื่อคามนุษยถูกสงกลับเพราะ กระทําผิดกฎหมายในเร่ืองของการเขามาในประเทศฝรั่งเศสอยางผิดกฎหมาย โดยใชวีซาทองเท่ียว แลวมาประกอบอาชีพคาประเวณีซึ่งหญิงสาวผูตกเปนเหยื่อบางรายตั้งใจที่จะกระทําผิดกฎหมาย หากแตมีความยินยอมที่จะมา “ตายเอาดาบหนา” โดยเหยื่อมักจะตระหนักวาอยูก็ตายไปก็ตาย เน่อื งจากเกรงกลวั อทิ ธพิ ลของผูลอลวง ดังน้ันจึงคิดวาไปตายดีกวาอะไหน ๆ ก็ไหนแลว บางทีอาจจะ ไดดีกวา หรอื ภาษาอีสานเขาเรยี กวาโสตาย แปลวาไมมอี ะไรจะเสียแลว หญิงสาวผูตกเปนเหย่ือมักคิด วาหากถอยหลังไปหลังชนฝาแลวไปไหนไมได ตนเองหันหนาสูเลยดีกวา โดยหญิงสาวที่เขามารับ คาํ ปรกึ ษาทางสมาคมหญงิ ไทยในโพรวองซ มักจะคิดวาตนเองตองยอมทุกอยางจนบางครั้งสายเกินไป ในการแกไขปญหา”
214 ในบางกรณเี หยื่ออาจคาประเวณีอยูในหองหลายคนซึ่งถือวาเปนเรื่องผิดกฎหมายในประเทศ ฝรัง่ เศส คนหนึ่งซึ่งอาจตกเปนเหยื่อเชนเดียวกันอาจจะโดนขอหาเก็บคานายหนาจากการคาประเวณี ได ซ่ึงนับเปนขอหาการคามนุษยแลว เน่ืองจากเปนการไดรับเงินจากการใชกําลังแรงงานของคนอื่น ดังนั้นหญิงไทยผูตกเปนเหยื่อคาประเวณีจะไมรวมตัวกันซึ่งพบวาการใหคําปรึกษาหรือการใหความ ชวยเหลือแกหญิงไทยผูตกเปนเหยอ่ื จงึ ทาํ ไดยากยิง่ ขึ้นและขาดประสทิ ธิภาพ หรือในบางคร้ังเหยื่ออาจ ใชวิธีในลักษณะเคลื่อนยายไปตามเมืองตางๆ หรือ “เดินสาย” โดยจะมีการลงโฆษณาตามเว็ปไซดวา ตนเองเดินทางไปท่ีใดบางและเดนิ ทางก่วี นั ซ่ึงจะสามารถนัดพบผใู ชบริการระหวางทางได 6.10.5 การสูญเสยี ทรพั ยากร ปญหาการคามนุษยทําใหสูญเสยี งบประมาณและทรพั ยากรบคุ คลเปนจํานวนมาก นอกจากนี้ ยังเปนตนกําเนิดของปญหาการคอรัปชันและปญหาการฟอกเงินภายในประเทศ ทําใหทรัพยากร บุคคลท่ีมีคาถูกทําลายไปเน่ืองจากเหย่ือมักไดรับการทารุณกรรมเปนระยะเวลานานจนยากที่จะ เยียวยา ทําใหรัฐไมสามารถเก็บภาษีไดอยางเต็มเม็ดเต็มหนวยเนื่องจากกระบวนการคาแรงงานหรือ คาประเวณีมักหลบเลี่ยงภาษี มีอิทธิพลตอผลการกออาชญากรรมท่ีตามมาเปนลูกโซ เม่ือเหย่ือคา มนุษยเดินทางเขาสูประเทศปลายทางมักทําใหรัฐในประเทศปลายทางตองสูญเสียทรัพยากรดังกลาว ในขณะท่ีเจาหนาทร่ี ัฐก็มีภาระอยางมากในการดูแลดานอ่ืนๆรวมไปถงึ ความสงบเรียบรอยของประเทศ ทําใหเจาหนาที่มักไมสามารถเขามาแกไขปญหาไดอยางเต็มประสิทธิภาพ และปญหาไดถูกทิ้งไวให องคกรสาธารณะประโยชนดาํ เนินการแกไข อยางไรก็ตาม องคกรสาธารณะประโยชนก็ไมมีอํานาจเต็มเม็ดเต็มหนวยในการจัดการกับ ปญหา อาทิ การดําเนินคดี การสอบสวน หรือการสงตอเคส ซึง่ ทาํ ใหปญหาดังกลาวยากท่ีจะไดรับการ แกไขอยางทันทวงทแี บะเต็มประสิทธิภาพ 6.11 เครือขาย 6.11.1 เครือขายจติ อาสา เครือขายท่ีเปนกําลังสําคัญที่สามารถขับเคลื่อนกระบวนการพิทักษสิทธ์ิใหแกเหยื่อคามนุษย หญิงไทยในตางแดนคือเครือขายหญิงไทย โดยมีการขับเคล่ือนท้ังในรูปแบบเครือขายออนไลนหรือ กลุม facebook เพื่อใหความชวยเหลือแกหญิงไทยท่ีรองขอ หรือการขับเคลื่อนกําลังการชวยเหลือ เม่ือไดรับเรื่องรองเรียนผานเครือขายหญิงไทย โดยสามารถระดมพลังแกปญหาคามนุษยระหวาง ประเทศดวยเชนเดยี วกัน เครือขายหญงิ ไทยจะมเี ครือขายโยงใยในทุกประเทศในยุโรป หากมีผูยกสาย มารองขอ หรือแจงเร่ืองรองเรียนจะสามารถเขาไปชวยเหลือในลักษณะจิตอาสา กลาวคือไมคิด คาใชจาย
215 จากการสัมภาษณเชิงลึก (สมาคมหญิงไทยในฝร่ังเศส, ธันวาคม 2560) ระบุวา เครือขาย หลายเครือขายจะมีความเชื่อมโยงกับองคกรของรัฐในประเทศไทย อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมัน่ คงของมนษุ ย โดยจะมีการจัดฝกอบรมเครือขายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ ม่ันคงของมนุษยในพ้ืนที่ 12 เขต เพ่ือท่ีจะชักนําใหเครือขายในแตละประเทศไดทําการรูจักและ รวมมือกันในการบูรณาการความชวยเหลือเหย่ือคามนุษย ทั้งยังมีความเช่ือมโยงความชวยเหลือกับ สมาคมจิตอาสาในประเทศอนื่ ๆในสหภาพยุโรปอีกดวย จากการสัมภาษณ (สมาคมหญิงไทยในฝรั่งเศส, ธันวาคม 2560) พบวาเหยื่อบางรายไดรับ การทํารายรางกายหรือโดนกักขังหนวงเหน่ียว หรือโดนทํารายรางกายโดยสามีและมีการบังคับให คาประเวณี ซึ่งเหยื่อไดมีการรองขอความชวยเหลือผานเครือขายจิตอาสาวาในขณะน้ีถูกบังคับให คาประเวณีโดยสามีใหมที่ประเทศอิตาลี ซึ่งพื้นเพเดินของเหย่ือนั้นไดอาศัยอยูในประเทศฝร่ังเศส เหย่ือมีความประสงคท่ีจะหยาขาดจากสามีและเดินทางมาพํานักยังถ่ินเดิมของตนท่ีประเทศฝรั่งเศส ซ่ึงเครือขายจิตอาสาจึงมีการบูรณาการและเชื่อมโยงความชวยเหลือขามประเทศและสามารถ ชวยเหลอื เหยื่อใหเดนิ ทางกลบั มายงั ประเทศฝรง่ั เศสไดอีกครง้ั หนง่ึ 6.11.2 เครือขายองคกรเอกชน (NGO) 1. สมาคมบานหญงิ เยอรมัน เครือขายบานหญิงไดกอต้ังมาต้ังแตป 1989 โดยกรณีเคสที่เขามารับบริการมักเปน กรณีหญิงผูตกเปนเหยื่อคามนุษย ดานการคาประเวณีชาวฟลิปปนสและไทย ในสมัยกอนเครือขาย บานหญิงมีวัตถุประสงคในการตั้งขึ้นมาน้ันมีความตองการในการแกปญหาการคามนุษยหรือการคา ประเวณีหญิง ซ่ึงนับเปนจุดเดนในกิจกรรมขององคกร และเปนความเปนมาของการตั้งสมาคมบาน หญงิ ขึน้ มา (มลู นธิ บิ านหญงิ , ธันวาคม 2560) โดยกลุมผูริเร่ิมในการกอตั้งเครือขายบานหญิงข้ึนมาก็คือเปนกลุมนักสังคม สงเคราะห ซ่งึ ไดเล็งเห็นความสําคัญวาผูหญิง ท้ังสองประเทศ คือ ไทยและฟลิปปนส มีปญหาการตก เปนเหยื่อการคามนุษยเปนจํานวนมากอีกท้ังยังไมมีหนวยงานหรือองคกรใดใหความชวยเหลืออยาง เต็มที่ ดังนั้นเพ่ือที่รณรงคในดานทางดานการเมืองเพื่อเขาชวยเหลือกลุมผูตกเปนเหยื่อ จึงเกิดการ กอตั้งสมาคมข้ึนมา หลังจากน้ันองคกรบานหญิงจึงไดถือกําเนิดขึ้นเพื่อใหคําปรึกษาและแนะนํา ทางดานสงั คมสงเคราะหใหแกกลุมผูตกเปนเหยื่อ พรอมทั้งทาํ การขับเคล่ือนทางดานการเมืองเพื่อการ ผลกั ดันทางนโยบาย (มลู นิธบิ านหญงิ , ธันวาคม 2560) ท้ังน้ี องคกรบานหญิงมีการประสานงานระหวางสองหนวยงานดวยกันไดแก ศูนย ประสานงานและใหคาํ ปรกึ ษาแนะนาํ และอีกหนวยงานคือบานพักฉุกเฉิน ซึ่งหนวยบานพักฉุกเฉินนั้น จะมีเจาหนาท่ีนักสังคมสงเคราะหจํานวน 2 คน และก็มีลามแปลภาษาอีกจํานวน 2 คน ซึ่งสามารถ รองรับเคสไดสูงสุดประมาณ 8 คนเทานั้น แตในบางครั้งก็อาจจะเพ่ิมขึ้นมาได 1- 2 และผูหญิงซงตก
216 เปนเหยื่อท่ีอยูในบานพักฉุกเฉินสวนมากจะสามารถพักอาศัยไดนานท่ีสุดประมาณ 1 ป (มูลนิธิบาน หญิง, ธนั วาคม 2560) โดยบานหญิง เยอรมัน จะมีการทํางานรวมกับเจาหนาที่ตํารวจเยอรมัน ซึ่งไมได กระทําในลักษณะการแจงเหตุ หากแตมีการทําสัญญาระหวางองคกร Police ในการบูรณาการงาน รวมกันเพ่ือความรวมมือในการแกไขปญหาการคามนุษย โดยในสัญญาจะมีการระบุเอาไววา หาก เจาหนาที่ตํารวจไดทําการตรวจตราตามสถานคาบริการและตรวจพบกรณีคามนุษยข้ึน เจาหนาท่ี ตํารวจตองมีการนําเหยื่อผูเคราะหรายสงตอยังหนวยงานบานหญิง เพื่อการเยียวยา ฟนฟู และให คาํ ปรกึ ษาแนะนําในเบอ้ื งตน ดังนนั้ ทางองคกรจะใหคําแนะนําปรึกษาแกผูหญิงทีต่ กเปนเหยื่อ แตจะใหสิทธิเหย่ือ ในการตดั สินใจดําเนนิ คดีหรือไม โดยไมมีการนําขอมูลไปใหเจาหนาท่ีตํารวจหากเหยื่อไมยินยอม โดย นับเปนหนาที่ของหนวยงานในการใหขอมูลทางดานกฎหมายและการฟองรอง นอกจากนี้ทางองคกร บานหญิงยังมีการจัดการอบรมในเบื้องตนเพื่อแกไขปญหาเรื่องคามนุษยในเชิงรุกใหท้ังกับกลุมเส่ียง และเจาหนาท่ีตํารวจดวย ซ่งึ ในบางปอาจไมสามารถจัดการฝกอบรมไดเน่ืองจากพบปญหาการกอการ รายหรือปญหาอ่ืนๆที่ตองเรงดําเนินการแกไขกอน ซ่ึงเจาหนาที่ตํารวจในปจจุบันมีภาระหนักในดาน การปองกันประเทศความปลอดภยั นอกจากนี้ยังองคกรบานหญิงยังดําเนินการเบอรฉุกเฉิน หรือ “บ๊ิก ฮอตไลน” บิ๊กฮอตไลนเปนสายรับแจงดานปญหาการคามนุษยและความรุนแรงในครอบครัวซึ่งใน บรกิ ารตลอด 24 ชว่ั โมง 2. สมาคมสตรไี ทยในโพรวองซ สมาคมสตรีไทยในโพรวองซเปนองคกรไทยที่ต้ังอยูในประเทศฝรั่งเศส โดย คณะกรรมการฝรัง่ เศสจะมที ้ังชาวฝรั่งเศสและคนไทย ซง่ึ ในประเทศฝรัง่ เศสจะตองมีคนชาติฝรั่งเศสได จึงจะสามารถกอต้ังสมาคมได โดยสมาคมมีการจดทะเบียนเปนสมาคมถูกตองตามกฎหมายและเปน องคกรที่มีขนาดคอนขางใหญ โดยมีการดําเนินการชวยเหลือเหย่ือคามนุษยในกรณีคาประเวณี (สมาคมหญิงไทยในโพรวองซ, ธันวาคม 2560) 3. PION PION เปนองคกรสาธารณประโยชนในประเทศนอรเวย โดยนับเปนองคกรแรกที่ทํา การชวยเหลือหญิงสาวไทยท่ีตกเปนเหย่ือคามนุษยในประเทศนอรเวย โดยองคกร PION ไดเริ่มเขา ชวยเหลอื หญิงสาวไทยทต่ี กเปนเหยือ่ คามนุษยตามรานนวดแผนไทย ซ่ึงกลุมหญิงไทยกลุมดังกลาวจะ เปนกลมุ ที่คาบรกิ าร โดยมกี ารตรวจเย่ียม การเขาไปพบปะพูดคุยกับกลุมหญิงคาบริการนอกจากน้ียัง มกี ารใหบรกิ ารฉดี วคั ซนี ปองกนั ไวรัสตับอักเสบบี ตรวจเลือด ตรวจภายใน และหากตองการแพทยใน เบื้องตนจะมีการจัดบริการแพทยเขาไปตรวจเย่ียม โดยเจาหนาที่หนวยงานจะเรียกวา “ออกหนวย”
217 โดยลักษณะการทํางานจะเปนในลักษณะออกเย่ียม พรอมแพทย พยาบาล และเจาหนาท่ี (PION, ธันวาคม 2560) โดยเจาหนาท่ีหรอื นกั สงั คมสงเคราะหจะมวี ธิ ีการในการเขาตรวจเยี่ยมโดยวิธีการเขา ไปจะพกถุงยางอนามัย ครีมหลอลื่น กระเปาแพทย และใหบริการตรวจเลือดหากมีใครสมัครใจที่จะ ตรวจเลือดโดยไมคิดคาใชจาย นอกจากนี้ยงั ใหบริการฉีดวัคซีนคือวัคซีนปองกันไวรัสตับอักเสบโดยจะ ทําการฉีดท้ังสิ้น 3 เข็ม องคกรน้ีนับเปนองคกรท่ีใหญท่ีสุดในประเทศนอรเวย และทําการชวยเหลือ คนไทยดวย ในปจจุบันองคกร PION นับเปนองคกรท่ีกลุมคนไทยรูจักมากที่สุดในประเทศนอรเวย มี ลามท่ีสามารถพูดภาษาไทยได และมีเจาหนาท่ีสงคมสงเคราะหใหความชวยเหลือเหย่ือคามนุษยใน เร่อื งของสทิ ธิ์เรอ่ื งของกฎมาย (PION, ธนั วาคม 2560) 4. สมาคมธารา ธารา นบั เปนองคกรชวยเหลือของหญงิ ไทยในประเทศเยอรมนี โดย “ธารา” เปนช่ือ ยอภาษาอังกฤษและภาษาเยอรมันของสมาคม ซ่ึงมาจาก Thai Articulate their Rights Abroad หรอื แปลวาหญงิ ไทยเปลงประกาศสิทธขิ องตนในตางแดน (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) สมาคมธารา จัดตั้งข้ึนเพ่ือการชวยเหลือตนเองของหญิงไทยท่ีพํานักอยูในสหพันธ สาธารณรัฐเยอรมนี จัดต้ังข้ึนเม่ือตนป 2534 ในรูปของกลุมจัดตั้งตนเอง ดวยความเห็นพองตองกัน ของหญิงไทยกลุมหน่ึงซ่ึงทํางานใหความชวยเหลือแกหญิงไทยที่ไดรับความเดือดรอนหรือ ประสพ ปญหาตางๆทงั้ ทีส่ งั กดั หนวยงานและทท่ี าํ งาน ในลกั ษณะอาสาสมัครสวนตัว และตอมาไดจดทะเบียน เปนสมาคมท่ี ทํางานโดยไมหวังผลกําไร เมื่อ 28 สิงหาคม 2540 โดยมีวัตถุประสงค (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) 1) เพ่ือรักษาสิทธิและผลประโยชนของหญิงไทยและคนไทยท่ีพํานักอาศัยอยูใน สหพันธสาธารณรัฐเยอรมนี ใหไดรับการปฏิบัติ ในฐานะมนุษยท่ีมีศักดิ์ศรีและคุณคาเทาเทียมกันใน สงั คมเยอรมนั 2) เพื่อเผยแพร ประสานงาน แลกเปลี่ยนความรู ขาวสารประสบการณการทํางาน ในกลุมคนไทย ทง้ั ในสหพนั ธฯ ในประเทศอน่ื ๆ 3) ชวยเหลือ แนะนํา ใหคาํ ปรกึ ษาแกหญิงไทยและคนไทยท่ปี ระสบปญหา 4) สนับสนุน เสริมสราง ใหเกิดความรู ความเขาใจที่ถูกตองเก่ียวกับหญิงไทย วัฒนธรรมไทย และประเทศไทย ในสังคมเยอรมนั 5) สงเสริม สนับสนุน อาสาสมัครไทยซ่ึงทํางานใหความชวยเหลือหญิงไทยและคน ไทย ในสหพนั ธฯ องคกรธารานอกจากจะมีการชวยเหลือหญิงไทยที่พํานักในยุโรปแลว ยังมีเครือขาย ท่ีเชื่อมโยงกับ Hotline 1300 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยและไดมี
218 การบูรณาการงานรวมกับเครือขายหญิงไทยในยุโรป โดยการใหความชวยเหลือแกสมาชิกหญิงไทยที่ เช่ือมโยงกับเฟสบุค ซึ่งนับเปนอีกหน่ึงชองทางใหบริการออนไลนท่ีมีประสิทธิภาพ เน่ืองจากเหยื่อคา มนุษยสวนใหญจะไมมาพบองคกรหากไมประสบปญหาเต็มที่แลว โดยสมาคมธาราจะมีการบูรณาการ งานรวมกบั กระทรวงผหู ญงิ คนชราและเดก็ ของเยอรมัน (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) โดยทางสมาคมจะมีการจัดสัมมนาทุกเดือนและมีการขยายเครือขายใหเพิ่มมากข้ึน ท้ังยังมีการเช่ือมโยงเครือขายกับประเทศอ่ืนๆ เชนสวิตเซอรแลนด เปนตน อยางไรก็ดีลักษณะการ ทาํ งานขององคกรธาราจะเปนในลกั ษณะต้ังรับเรื่องรองเรียน หากแตจะไมมีการออกเย่ียมและจะเนน กลุมผูรบั บริการตามรานนวดแผนไทยเปนหลกั (องคกรธารา, ธนั วาคม 2017) 5. สมาคมเครอื ขายหญงิ ไทยในยุโรป (TWNE) สมาคมเครือขายหญิงไทยในยุโรป (Thai women network in Europe TWNE) คือเครือขายหญิงไทย ณ กรุงปารีส ต้ังขึ้นในป พ.ศ.2547 โดยเปนองคกรสาธารณประโยชน ตาม ความในมาตรา 34 แหงพระราชบัญญัติสงเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 เม่ือวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 เครือขายฯเปนองคกรที่มีเอกภาพและอิสระในการดําเนินงาน โดยเนนการ ทํางานแบบองคกรรวม เครือขายฯ ความมุงหมายในการพฒั นาคุณภาพชีวติ ของหญงิ เด็กและคนไทยในตาง แดนใหสามารถพ่ึงตนเอง ซ่ึงจะเปนรากฐานสูการพัฒนาครอบครัวและสังคม จุดเร่ิมตนของการ ชวยเหลือก็คือเครือขายหญิงไทย โดยมีการสงเจาหนาที่ชาวเยอรมันไปอบรมภาษาไทย เลยทําการ จัดตั้งเปนช่ือองคกรวา เครือขายหญิงไทย โดยเครือขายหญิงไทยนี้นับเปนองคกรที่มีที่ต้ังอยูทั่วยุโรป โดยจะทําการใหความชวยเหลือหญิงไทยในทุกรูปแบบต้ังแตการสอนภาษา การแปลจดหมาย การ เปนลาม โดยมีวัดไทยซ่ึงนับเปนศูนยรวมของผูประสบปญหา ทั้งน้ีพบวาในระยะหลังพบหญิงคา บริการไดเขาไปขอความชวยเหลือมากข้ึน ทําใหเกิดเปนเครือขายใหความชวยเหลือผูหญิงที่ “ตกเปน เหยื่อ”ความรุนแรงในครอบครัวและการคาประเวณี ชวยเหลือหญิงไทยที่ประสบปญหาครอบครัว อยางเชน เรื่องลูก เร่ืองสามี เร่ืองการหยาราง เร่ืองบุตรบุญธรรม และการตกเปนเหย่ือคาประเวณี (เครอื ขายหญิงไทยในยโุ รป, ธนั วาคม 2560) 6. องคกรคาอคู า ในประเทศเยอรมันมีองคกรที่มีช่ือวา คาอูคา คือเปนหนวยงานซ่ึงทํางานเก่ียวของ กับเรื่องการตอตานการคามนุษยโดยเฉพาะ ซ่ึงต้ังอยูในกรุงเบอรลินซ่ึงนับเปนองคกรที่ใหความ ชวยเหลือเหยื่อคามนุษยในระดับอินเตอรเนช่ันแนล หรือระกับนานาชาติ โดยจะดูแลในดานปญหา เหยื่อคามนุษยที่ถูกเอารัดเอาเปรียบในเรื่องแรงงาน โดยองคกรคาอูคาจะประสานงานกันระหวาง องคกรอื่นๆในเยอรมนั เพอื่ ชวยเหลอื ผตู กเปนเหย่ือการคามนุษยทั่วภูมิภาคในยุโรป โดยจะมีการเรียน
219 เชิญหนวยงานตางๆในยุโรปไปรวมประชุมเพื่อหารือการแกไขปญหารวมกันทุกป โดยจะใหความ ชวยเหลือเหยื่อคามนษุ ยในดานกฎหมายของแตละประเทศ (คาอคู า, ธันวาคม 2560) 7. Pro Sentret ศูนยใหคําปรึกษาสําหรับผูคาประเวณี โดยใหคําปรึกษาแกผูคาประเวณีทั้งในดาน สังคม การเงนิ และกฎหมาย และเปนการใหบรกิ ารโดยไมคิดคาใชจาย โดยมีบุคลากรจากหลากหลาย ประเทศ และมีลามในการแปลภาษาหลายภาษาดวยกนั ศนู ย Pro Sentret ตงั้ อยใู จกลางเมืองออสโล ประเทศนอรเวย โดยจะใหบริการตรวจสุขภาพฟรี รวมไปถึงการตรวจเช้ือ HIV การฉีดวัคซีนปองกัน โรคตับอักเสบเอและบี การใหบริการยาปองกันการตั้งครรภไมพึงประสงค ยาคุมกําเนิด เข็ม หวง คุมกําเนิด ฮอรโมน ถุงยางอนามัยทั้งสําหรับเพศหญิงและชาย และยาเม็ดคุมกําเนิดฉุกเฉิน ถุงยาง อนามัย การฉีดเข็ม ครีมหลอลื่น ปมอนามัย และเข็มฟรี การตรวจสุขภาพ การรักษาและการออกใบ สงตรวจไปยังผูเช่ียวชาญ มีบริการใหคําปรึกษาและใหความชวยเหลือทุกรูปแบบทางดานสังคม ครอบครัว เด็ก การเงิน ปญหาในสถานที่ทํางาน และการบําบัดการติดสารเสพติด (Prosentret, ธนั วาคม 2560) นอกจากนี้ยังมีบริการเชื่อมโยงเครือขายหนวยงานรัฐ อาทิ เจาหนาที่ตํารวจ ตม. สถานฑตู สถานกงศลุ เจาหนาทีส่ าธารณสุข ทัง้ นกี้ ฎหมายของประเทศนอรเวยจะหามการซื้อประเวณี หากแตไมหามการคาประเวณี ท้ังน้ีกฎหมายการคาประเวณีไมถือวาเปนการทํางานจึงไมจําเปนตองมี วีซาการทํางาน หากแตจะตองมีวีซาการพํานักท่ีถูกตองตามกฎหมาย โดยกฎหมายยังหามการ โฆษณาการซ้ือและการคาประเวณี หามการใหเชาสถานท่ีคาประเวณี และหามการจัดการการ คาประเวณที ุกประเภทซึง่ ถอื วาเขาขายการคามนุษย (Prosentret, ธันวาคม 2560) โดยกลมุ ผูรับบริการของหนวย Pro Sentret จะทําการออกเยี่ยมตามรานนวด และ กลุมผูคาบริการที่มีการโฆษณาในเว็บไซตและใหบริการทนายความอาสาอีกดวย (Prosentret, ธันวาคม 2560) 8. องคกร Nadhiem องคกร Nadhiem นับเปนองคกรสาธารณประโยชนตามกฎหมายในประเทศ นอรเวย ที่ทําการชวยเหลือผูคาประเวณีในประเทศนอรเวย โดยใหบริการตรวจสุขภาพฟรี รวมไปถึง การตรวจเชื้อ HIV การฉีดวัคซนี ปองกนั โรคตับอกั เสบเอและบี การใหบริการยาปองกันการต้ังครรภไม พงึ ประสงค ยาคุมกาํ เนดิ เข็ม หวงคุมกําเนดิ ฮอรโมน ถุงยางอนามัยทั้งสําหรับเพศหญิงและชาย และ ยาเม็ดคุมกําเนิดฉุกเฉิน ถุงยางอนามัย การฉีดเข็ม ครีมหลอลื่น ปมอนามัย และเข็มฟรี การตรวจ สุขภาพ การรักษาและการออกใบสงตรวจไปยังผูเช่ียวชาญ รวมไปถึงขับเคลื่อนการแกปญหาคา มนุษยในระดับนโยบาย ใหคําปรึกษาและศูนยพักพิงแกผูตกเปนเหย่ือคามนุษย รวมไปถึงการสราง ความตระหนักในสทิ ธมิ นษุ ยชนและศกั ดศิ์ รแี ละคุณคาของความเปนมนุษย
220 6.11.3 เครือขายองคกรระหวางประเทศ 1. IOM องคการระหวางประเทศเพ่ือการโยกยายถ่ินฐาน (International Organization for Migration – IOM) เปนองคการระหวางประเทศซ่ึงเปนแนวหนาดานการโยกยายถิ่นฐานและมี สถานะขององคกรที่มีความเช่ือมโยงกับองคการสหประชาชาติ ท้ังน้ี IOM ประกอบดวยสมาชิก 169 ประเทศ นอกจากนย้ี ังพบวามหี นวยงานท่ีตั้งมากกวา 100 ประเทศท่ัวโลก โดยยึดมั่นหลักการยายถ่ิน ของมนษุ ยทีเ่ คารพความเปนมนษุ ยธรรมและศกั ดิ์ศรคี วามเปนมนษุ ย เพื่อประโยชนกับมวลมนุษยชาติ และใหความชวยเหลือดานการโยกยายถ่ินอยางมีมนุษยธรรม โดย IOM จะทําการดูแลแรงงานตาง ดาว และมีศักยภาพหรือมีหนวยงานเครือขายหลากหลายที่มีการทํางานรวมกับ IOM ท่ีใหขอมูลแก กลุมเส่ียงตกเปนเหย่ือคามนุษยทุกกลุมในการถูกหลอกไปทํางานตางประเทศโดยที่ไมรูตัว รวมไปถึง การคาประเวณี นอกจากนี้ IOM ยังไดมีการจัดทําสื่อ มีเอกสารใบปลิวในการใหขอมูลเพื่อปองกัน ปญหาการคามนุษย ทั้งยังมีทํางานดวยลงพ้ืนท่ีเพื่อที่จะใหความรูแกกลุมเส่ียงในเชิงรุก และพยายาม ผลักกันกลุมเส่ียงตามกระบวนการท่ีถูกตองตามกฎหมายโดยผานจัดหางาน มีการฝกอบรมใหความรู ดานพื้นที่ปลายทางกอนการเดินทาง อาทิ การเดินทางไปประเทศนอรเวยจะมีการฝกอบรมอบรมวา ประเทศนอรเวยมอี ะไรบางวัฒนธรรม อาหารการกิน การเดินการเท่ียวกันวางตัวเปนอะไรบางทํางาน งานอะไร โดยมีการอบรมกอนท่ีจะเดินทางไปถึง โดยจะมีทุกประเทศ ทําใหกลุมเสี่ยงท่ีจะเดินทางไป ทํางานมคี วามมัน่ ใจ วาตนเองจะไมถูกหลอกแนนอน นอกจากนี้ยังมีระบบการติดตาม อาทิ โรงงานน้ี มีชาวไทยกค่ี น จะมีเครอื ขายเจาหนาท่สี ถานทตู เขาไปดูแล จากการสัมภาษณเชิงลึก (IOM, ธันวาคม 2016) กลาววา “IOM จะทําการสืบวา เจาของสถานที่คาแรงงานมีการปฏิบัติตามขอตกลงการคามนุษยหรือไม โดยจะมีหลายข้ันตอนที่จะ ตรวจสอบ โดยในสวนของกองการตางประเทศจะมีการจัดเจาหนาที่ในสถานทูตติดตาม ไมเฉพาะใน เรือ่ งของรายงานการทํางาน แตวาดูถึงสภาพอยางอื่นดวย เชน สถานการณภัยพิบัติวาจะสามารถเขา ไปชวยแรงงานท่ีติดอยูภายในไดอยางไร ดังนั้นกลุมคาประเวณีจะเปนกลุมที่มีความเส่ียงสูงเนื่องจาก ระบบไมสามารถติดตามได เนื่องจากการเกิดความเสี่ยงสวนใหญจะเปนประเภทที่ไปกันเอง ท่ีไมผาน การจัดหางาน หนวยงานรัฐ เชน การเดินทางไปทํางานท่ีญ่ีปุนจะตองมีการฝกภาษาอยางนอย 3 เดือน เพราะวาฝงญ่ีปุนจะมีคนมาสอบ ถายังไมพรอมเขาก็จะไมเอาไป เพราะฉะน้ันจะมีขั้นตอน คอนขางเยอะ ถาคนที่ผานกระบวนการของภาครัฐแลวจะนอยมากที่จะถูกกระทําในลักษณะแบบน้ัน เชนในหมูบานก็อาจจะมี 5 คนท่ไี ปทํางานทเี่ กาหลี เวลากลับมาเขาก็จะเห็นวา มีเงินมีทอง สามารถที่ จะสรางบานได ครอบครัวมีฐานะที่ดีขึ้นก็จะมีคนอ่ืนมาถาม วาไปทําอะไรมา ทําไมสงเงินมาไดเขา อยากไปทาํ งานดวยทําใหมกี ารเดินทางไปทํางานกนั เองโดยไมผานรัฐมเี ปนจาํ นวนมาก”
221 2. Amnesty EU แอมเนสต้ี หรือช่ือเต็มๆ วา แอมเนสตี้ อินเตอรเนช่ันแนล คือกลุมคนที่รวมตัวกัน เพื่อรณรงค ปกปอง และสงเสริมสิทธิมนุษยชน เราเรียกรองความยุติธรรมใหกับคนท่ีถูกละเมิดสิทธิ รวมมอื กบั รฐั เพื่อผลกั ดนั กฎหมายและนโยบายท่ีคุมครอง ไปจนถึงสรางความเขาใจดานสิทธิมนุษยชน ใหกับเยาวชนและคนในสังคม โดยองคกรแอมเนสตี้เชื่อวาแมคนเราจะเกิดมามีฐานะทางเศรษฐกิจ และสังคมไมเทากัน แตทุกคนมีสิทธิมีเสียงในฐานะมนุษยคนหน่ึงเทาๆ กัน แอมเนสต้ี อินเตอรเนช่ัน แนล คือกลมุ ทเ่ี คลอื่ นไหวรณรงคเพื่อสงเสรมิ และปกปองสิทธมิ นษุ ยชนท่ัวโลก ปจจุบันมสี มาชิกกวา 3 ลานคนใน 150 ประเทศท่ัวโลก โดยมีการทํากิจกรรมณรงคอันมีรากฐานมาจากการทํางานวิจัย รณรงคสงเสรมิ ใหประชาชนมีความรูความเขาใจเก่ียวกบั ประเดน็ สทิ ธมิ นุษยชน รณรงคเพ่ือใหเกิดการ เปลี่ยนแปลงเพ่ือสังคมท่ีเปนธรรม การปฏิรูปกฎหมาย การปลอยตัวนักโทษและผูท่ีถูกกักขังโดยไม ชอบธรรม ปกปองนักตอสูเพ่ือสิทธิมนุษยชนท่ีถูกคุกคาม ชวยเหลือผูล้ีภัย มีการประสานงานกับส่ือ นานาชาติ รวมถึงการรณรงคกับรัฐบาลและองคกรภายในของรัฐเพื่อใหการรับรองรัฐธรรมนูญ สนธิสัญญาและกฎหมายอ่ืนๆ ท่ีเกี่ยวของกับหลักการสิทธิมนุษยชน นอกเหนือจากการทํางานดาน สิทธทิ างพลเมืองและการเมอื ง 3. NTO NTO เปนองคกรที่กอต้ังโดย ดอกเตอรพัทยา เรือนแกว ซึ่งเปนนักวิจัยและนักวิ ชการอิสระ ดร. พัทยา เรือนแกว จบปริญญาตรี รัฐศาสตร (ความสัมพันธระหวางประเทศ) จาก จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เคยทํางานพัฒนาชนบทในภาคอีสานของไทย และที่ราบสูงในศรีลังกา (United Nations Volunteer in Domestic Development Service) กอนมาศึกษาที่เยอรมนี จบ ปริญญาโท และเอก สังคมวิทยา ที่มหาวิทยาลัยบีเลเฟลด เปนผูรวมกอตั้งสมาคมธาราและเครือขาย หญิงไทยในยุโรป หัวหนากองบรรณาธิการนิตยสารดี ปจจุบันเปนผูรวมกอตั้งและประสานงาน เครือขายคนไทยในตางแดน ประเทศเยอรมนี (NTO) โดยผูรวมองคกรท่ีสําคัญไดแก สุชาดา ไบเยอร (เล็ก) จบปริญญาตรีพยาบาล ศาสตร จากมหาวิทยาลัยมหิดล เปนผูกอต้ังสมาคมเพื่อนไทยพาแดรบอรน ผูรวมกอต้ังกลุม\"พูไท\" ศิลปนไทยในเยอรมนี ผรู วมกอต้งั สมาคมไทยสปาเยอรมนี ผูรวมกอต้งั กลมุ สนุ ทรีดนตรีไทยในเยอรมนี และเปนหนงึ่ ในทีมงานผูรวมกอตงั้ เครอื ขายคนไทยในตางแดน ประเทศเยอรมน(ี NTO) อัญชัญ เฮียรลิ่ง (ตอม) ลาม นักแปล ครูสอนภาษาไทย-เยอรมัน และครูสอนวาด ภาพ จบปริญญาตรี วิชาเอกภาษาเยอรมัน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม เปนผูกอตั้งสมาคม ศิลปวัฒนธรรมไทย เฮเกา-โบเดนเซ เปนอาสาสมัครใหคําแนะนําและคําปรึกษาแกคนไทยและ ครอบครัวในเยอรมนี ผูรวมกอต้ังกลุม\"พูไท\"ศิลปนไทยในเยอรมนี รวมกอตั้งกลุมสุนทรีดนตรีไทยใน
222 เยอรมนี กองบรรณาธิการนิตยสารดี และเปนผูรวมกอต้ังเครือขายคนไทยในตางแดน ประเทศ เยอรมนี(NTO) รุงฤดี รอดเมฆ (ออย) จบสาขาบรรณารักษศาสตร มหาวิทยาลัยรามคําแหง เปน อาสาสมัครคายอาสา ม.รามฯ อาสาสมัครชุมชน ทบวงมหาวิทยาลัย เขาทํางานที่กองบริการชุมชน กรมประชาสงคเคราะห จากนั้น ยายมาทํางานกองเลขาธิการและเอกสารสิ่งพิมพและเปนผูชวย ประสานงานโครงการ Liberation Religion and Culture (for Asian and Pacific )ขององคกร เอกชน Asian Cultural Forum on Development หลังแตงงาน ใชชีวิตในเวียดนาม 5 ป เปน อาสาสมัคร ดูแลเด็กกําพรา ที่ฮานอย ยายกลับมาเยอรมันเปนสมาชิกสมาคมธารา ตอมาไดรับเลือก เปนกรรมการสมาคมธารา ปจจุบัน อาสาสมัคร Hospizdienst เยี่ยมเยียนผูปวยระยะสุดทาย เเละ เปนผูรวมกอตง้ั และประสานงานเครอื ขายคนไทยในตางแดน ประเทศเยอรมนี (NTO) เบญจมาศ คลิงเลอร(เบญ) อดีตครูการศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดชลบุรี กลุมเปาหมายพิเศษ เพ่ิมศักยภาพหญิงผูดอยโอกาส และผูนําชุมชน ปจจุบันเปนเว็บมาสเตอรของ นิตยสารดี เปนอาสาสมัครใหคําแนะนําและคําปรึกษาแกคนไทยและครอบครัวในเยอรมนี เปน ทีมงานกองบรรณาธิการนิตยสารดี และทีมงานผูรวมกอตั้งเครือขายคนไทยในตางแดน ประเทศ เยอรมนี(NTO) เปนนักวิทยุสมัครเลนไทย, เยอรมนี และอเมริกา HS6SSE/DJ5BK/KJ6RKB เปนผู รวมกอตั้งกลุมTaunus Relais Gruppe (สถานีทวนสัญญาณวิทยุสมัครเลน) เปนผูรวมกอต้ังกลุม Thailand Ham booth (การจัด นิทรรศการวิทยุสมัครเลนไทยในตางประเทศ) ขึ้นกับสมาคมวิทยุ สมัครเลน แหงประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ เปนผูรวมกอต้ังกลุม D-STAR Thailand (วิทยุ ดิจิตอล ระบบ D-STAR ในประเทศไทย) ทีมงานนักวิทยุสมัครเลนหญิง จังหวัดเฮสเซน ประเทศ เยอรมนี วิทยากร พิเศษเก่ียวกับการทองโลกไซเบอร(Cyberworlds) \"เร่ืองโลกอินเตอรเน็ต\" ใหกับ นักเรยี นโรงเรียน ประถมศึกษาในประเทศไทย โดยองคกร NTO จะทํางานประสานเครือขายระหวางองคกรหลายองคกรดวยกัน อาทิ องคกรธารา องคกรเครือขายหญิงไทย Amnesty women บานหญิง ซ่ึงนับเปนองคกรที่ ชวยเหลือคนไทยเปนหลกั 6.11.4 สถานฑตู สถานฑูตนับเปนองคกรชวยเหลือคนไทยเปนหลักและดูแลคนไทยโดยตรง โดยองคกร สาธารณประโยชนตองตดิ ตอผสานไปกับสถานทูตไทย เพ่ือชวยเหลือหญิงไทยท่ีตกเปนเหยื่อคามนุษย ทั้งน้ีพบวาสถานทูตมีบทบาทเยอะมากในดานการดําเนินการดานวีซา การทําพาสปอรต สําหรับผูท่ีมี ปญหาหรือเคสท่ีมีการสงมาทางสถานทูตสถานฑูตอาจสงตอมายังองคกรสาธารณประโยชนเพื่อให ความชวยเหลอื ในข้ันพื้นฐานไปกอน เปนตน
223 6.12 ความชวยเหลือกระบวนการพิทักษสิทธิ์ 6.12.1 เจาหนาท่ีที่ใหความชวยเหลือท่ีเขาใจวัฒนธรรมที่เหย่ือสังกัดและสามารถพูด ภาษาเดยี วกันได 6.12.1.1 องคกรบานหญิง จากการศึกษาพบวาองคกรท่ีใหการชวยเหลือหญิงไทยซึ่งตกเปนเหยื่อการคาประเวณีใน รูปแบบคามนุษยไดอยางมีประสิทธิภาพตะเปนองคกรระหวางประเทศ หรืองคกรนานาชาติ หรือ องคกรไทยท่ีมีเจาหนาท่ีที่เขาใจวัฒนธรรมและสามารถพูดภาษาเดียวกับผูตกเปนเหย่ือได อาทิ องคกรบานหญิงในประเทศเยอรมันซึง่ เปนองคกรเอกชน (NGO) ที่ไดรับงบประมาณจาก UN หากแต ใหความสาํ คัญกบั การจางลามหญิงไทย โดยจากการประชมุ กลมุ กบั (มลู นิธบิ านหญิง, ธันวาคม 2560) ไดเสนอทัศนะวา “ในทุกวันนี้องคกรบานหญิงน้ันแมจะเปนชื่อไทย หากแตผูกอนต้ังเปนชาวไทยและ ชาวเยอรมนั และพบวาผูตกเปนเหยอ่ื คามนุษยในทุกวันนนี้ อกจากชาวไทยแลวยังมีชาติอื่นเพิ่มมากข้ึน เรอ่ื ยๆ จึงเปนจดุ เริ่มตนของการกอตั้ง “บานหญิง” ในปจจุบันองคกรบานหญิงมีลามทั้งสองภาษาคือ ภาษาไทยและฟลิปปนส แตน่ันกไ็ มไดหมายความวาผูตกเปนเหยื่อการคามนุษยจะไมมีชาติอื่น เพราะ ในปจจุบนั พบผตู กเปนเหย่ือคามนุษยน้ันมีชาติอื่นๆเพ่ิมมากขึ้นเร่ือยๆ อยางไรก็ดีดวยงบประมาณที่มี อยูจํากัดจึงทําใหลามไมไดเปนเจาหนาที่ประจํา โดยเจาหนาที่ประจําจะมี 2 คนและจะมีการจางลาม ภาษาอ่ืนๆช่ัวคราว เฉพาะท่ีองคกรตองการใหแปล โดยเปนการจายคาชั่วโมงใหลามของประเทศ น้นั ๆ” ในปจจุบันดวยความใสใจในวัฒนธรรมและภาษาของผูตกเปนเหยื่อขององคกรบานหญิง ทํา ใหมีเหย่ือคามนุษยท่ีองคกรไดใหการชวยเหลืออยู มีหลายประเทศดวยกัน อาทิ แอฟริกา ไนจิเรีย ไทย ฟลปิ ปนส และในปจจุบันพบเหย่อื ทม่ี าจากยโุ รปตะวนั ออกเพิ่มมากขนึ้ 6.12.2 การใหความชวยเหลอื เหยอ่ื ตองมองควบคูไปกับความรุนแรงในครอบครวั เนื่องจากหญิงสาวสวนใหญซึ่งตกเปนเหยื่อการคามนุษยนั้นมักถูกชักจูงในรูปแบบ Lover Tactics กลาวคือถูกลอลวงใหเกดิ ความรัก และโนมนาวใหตกเปนเหย่ือในภายหลงั ดังนั้นการใหความ ชวยเหลือตองมองควบคไู ปกับความรุนแรงในครอบครัว การไมเขาใจกันระหวางคูสมรสตางชาติ หรือ ปญหาทางเศรษฐกิจทําใหคูสมรสกดดนั เหย่ือใหประกอบอาชีพคาประเวณี 6.12.3 การเสนอรปู แบบการใหความชวยเหลอื จากลุมทไ่ี มเปนทางการ จากการสํารวจของเจาหนาที่ตํารวจชาวเยอรมันเสนอวาในปจจุบันสถิติการคามนุษยเพ่ิมข้ึน เร่ือยๆ ซ่ึงเจาหนาท่ีตํารวจในทวียุโรปจะมีภารกิจเพ่ิมมากขึ้น เนื่องจากนอกจากปญหาการคามนุษย แลวเจาหนาที่ตํารวจยังตองดูและในเร่ืองความปลอดภัยของชาติดวยเชนกัน ดังนั้นทําใหกําลังของ เจาหนาท่ตี ํารวจในการดแู ลเรือ่ งการคามนษุ ยจงึ ลดนอยลง นอกจากนยี้ ังพบปญหาในเรื่องความเขาใจ ของเจาหนาทตี่ าํ รวจตอนิยามการคามนุษยยังมีความแตกตางจากความเขาใจจากนิยามดานคามนุษย
224 ของ United Nation เน่ืองจากหากพบวาการเขามาคาประเวณีดวยความเต็มใจเจาหนาที่จะมองวา เปนการคาแรงงานผดิ ประเภท หรอื การคาประเวณีแบบผิดกฎหมาย และรูปแบบการสอบสวนจะเปน รูปแบบกระบวนการที่ดําเนินการตอผูเขาประเทศแบบผิดกฎหมาย หรือการคาแรงงานผิดประเภท ทําใหเหยื่อผูประสบปญหาตกเปนเหยื่อดานการคามนุษยจึงมีความหวาดกลัวไมกลาเขาหาเจาหนาท่ี หรือไมกลาแจงความตอเจาหนาท่ี จากการสมั ภาษณกลุมเจาหนาท่ีตํารวจดานปราบปราม (Policize, ธันวาคม 2560) สะทอน วา “สถิติผูตกเปนเหยื่อการคามนุษยมีจํานวนเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา ซึ่งเจาหนาท่ีตํารวจในทวีปยุโรป ไมไดดูแลในเร่ืองการคามนุษยเพียงเร่ืองเดียว หากแตตองดูแลในเรื่องความปลอดภัยของชาติและ เร่ืองอื่นๆ และในปจจุบันมีรูปแบบการคามนุษยในรูปแอบแฝง แมวาในประเทศเยอรมันการคา ประเวณีท่ีเสียภาษีใหรัฐจะเปนส่ิงที่ถูกตองตามกฎหมาย แตเม่ือผูคาประเวณีท่ีตกเปนเหยื่อการคา มนุษยจะตกเปนเหย่ือแตเมือ่ เขาสูกระบวนการของเจาหนาที่ตํารวจ เมื่อเจาหนาที่เห็นวาเหยื่อมีความ เต็มใจมา เจาหนาที่จะมีการปฏิบัติตอเหย่ือในรูปแบบผูตองสงสัยการเขาเมืองผิดกฎหมาย ทําให เจาหนาทีท่ ่เี ก่ียวของเขาชวยเหลอื เหย่อื เหลานย้ี าก ทําใหเจาหนาทีม่ กี ารทาํ งานที่ยากข้ึน” จากผลการศึกษาพบวาเครือขายความชวยเหลือมักจะมีการเริ่มตนมาจากกลุมหญิงไทยท่ี อาศัยอยูในทวีปยุโรปมีการประสานขาวสารระหวางกลุมและมีการสงตอเคสไปยังกลุม NGO ภายใน พ้ืนที่ ระหวางการรอคอยความชวยเหลืออาจมีการประสานสถานท่ีพักพิงตามบานเครือขาย หรือวัด ไทยกอนทจี่ ะมีการสงตอเคสผรู บั บริการตอไปยังองคกรที่มสี วนเก่ยี วของ 6.12.4 การสรางเครอื ขายเพื่อเช่ือมโยงกบั องคกรตางประเทศ ในปจจุบันพบวาการตกเปนเหย่ือนั้นเกิดจากความไมรูไมเขาใจในปญหาท่ีอาจเกิดขึ้นกับตน ไมกลาเขาไปพบเจาหนาท่ี ดังน้ันกระบวนการใหความชวยเหลือของกลุม NGO ในปจจุบันจึงแตกตาง จากการจัดการจากรัฐ โดยนโยบายของกลุม NGO ในการใหการชวยเหลือผูตกเปนเหยื่อคามนุษยใน การใหความรู ใหการอบรมกับผูท่ีมีความเส่ียงตอการเปนเหยื่อ โดยจากการสัมภาษณกลุม (Germany, ธันวาคม 2560)สะทอนวา “กลุม NGO สวนใหญ อาทิ UNNCR IOM มีการเปลี่ยน บทบาทจากผูใหกระบวนการคุมครองสิทธิ์เปนการใหการอบรมกับผูมีความเส่ียงจากการเปนเหยื่อ การคามนุษย เนื่องจากเชื่อวากลุมผูตกเปนเหยื่อเกิดจากความไมรูของคน และความไมรูทําใหเกิด ความหลงเชื่อคมลอลวงไดงาย หรือกลัวไมกลาเขามาปรึกษาเจาหนาที่ตม. หรือเจาหนาท่ีตํารวจ โดย มีการเขาไปยังพ้นื ทีท่ ่ีคาดวาจะมีกลุมเสี่ยง เชน ตม. สนามบิน สถานีรถไฟ หรือตามสถานที่ทองเท่ียว และชักชวนมารับการอบรม โดยเอาผูท่ีเคยมีประสบการณการตกเปนเหย่ือและผูเชี่ยวชาญในดาน ตางๆมาใหการอบรม โดยการนําผูท่ีเคยตกเปนเหย่ือมาอบรมก็เพื่อใหความรูสึกเปนอันหนึ่งอัน เดียวกัน ไมแปลกแยก เน่ืองจากผูที่มาเขารับการอบรมอาจเปนกลุมผูตกเปนเหย่ือแลวมาเขารับฟง เชนเดียวกนั ”
225 นอกจากนี้จากการสัมภาษณกลุม (IOM, ธันวาคม 2016) ไดสะทอนในแนวทางเดียวกันวา “กลมุ IOM ไดมกี ารนําผูเคยตกเปนเหยอื่ ชาวเมียนมามาเขารวมพูดคุย และอธิบายวาแนวทางการทํา ตนใหไมตกเปนเหย่ือการคามนษุ ยน้นั ควรจะตองปฏบิ ัตติ นอยางไร และตองมกี ารเพิ่มความระมัดระวัง อยางไรเพ่ือมิใหตนเองตองตกเปนเหย่อื การคามนุษย” 6.12.5 การเสนอส่ือในเชงิ รุก ตองมีการพัฒนาสื่อวีดีทัศนในเชิงรุกมากข้ึน เพ่ือผลิตส่ือท่ีมีลักษณะเขาใจงาย เพ่ือเปนส่ือท่ี ทําใหคนสนใจและสรางการอบรมในรูปแบบเชิงรุก อาทิ การเขาไปอบรมในพ้ืนที่ที่คาดวาจะมีกลุม เสี่ยงอยเู ปนจํานวนมาก เพ่อื ปองกนั ปญหา นอกจากนย้ี งั ควรผลิตแผนพับและคูมือท่ีเขาใจงายสําหรับ ผูท่ีตองการไปประกอบอาชีพยังตางประเทศ หรือตองการแตงงานกับชายในตางแดนซึ่งนับเปน กระบวนการพทิ ักษและคุมครองสทิ ธิใ์ นเชงิ รุก 6.12.6 ขจดั ความไมรู จากผลการวิจัยพบวาประเด็นสําคัญที่ทําใหหญิงไทยตกเปนเหยื่อการคามนุษยคือประเด็น ความไมรู อาทิ 1) ความไมรูในขอกฎหมายของพ้ืนท่ีปลายทาง 2) ไมรูจักองคกรหรือหนวยงานที่ให ความชวยเหลือ 3) ไมรูภาษา 4) ไมรสู ิทธแิ ละการคุมครองสิทธิของตน ดังนั้นควรมีการสรางเครือขาย ที่หลากหลายเพอื่ เขาถงึ การชวยเหลือผตู กเปนเหยื่อการคามนุษยทุกกลุม อาทิ การชักชวนกลุม NGO ท้ังองคกรชาวไทยและตางประเทศ เขามารวมมือกับ ตม. และกรมแรงงาน รวมไปถึงสถานกงศุล ใน การสงเสริมใหเกิดกระบวนการคุมครองสิทธิ โดยมุงเนนในดานการปองกันการตกเปนเหย่ือการคา มนษุ ย พบวาในประเด็นการปองกันนั้นมีความสอดคลองกับเปาหมายขององคกร NGO ทุกองคกรที่ ดําเนินการเร่ืองปญหาการคามนุษยในยุโรปท่ีมุงเนนในเร่ืองการคุมครองสิทธิของผูตกเปนเหยื่อ อาทิ UNHCR IOM ที่มุงเนนในเร่ืองการอบรมความรูใหกับกลุมเส่ียง หรือกลุมผูตองอยูในสถานกักกัน ใน การเขามารับการอบรมความรูในเบื้องตนกอนสงกลับประเทศ โดยจากการสัมภาษณเชิงลึก (สสว., ธนั วาคม 2560) เสนอวา “ในสวนกระบวนการการแกปญหาผูตกเปนเหย่ือคามนุษยที่สําคัญ ตนเองมี ขอสมมติฐานแรก คือการตกเปนเหย่ือมักเกิดจากคนเราไมรู ท้ังน้ีเม่ือเกิดความไมรูของคน จึงทําให เกิดความหวาดกลัวในการเขาพบเจาหนาท่ี พอเกิดความกลัวเจาหนาท่ีข้ึนจึงทําใหเช่ือคนที่มา หลอกลวงตน นี่คือขอสมมติฐานของผม ใหวิธีการแกไขปญหาทุกวันนี้ผมก็เลยชักชวน NGO เขา มารวมในการแกไขปญหาความไมรู โดยพบวาความกลัวของมนุษยมันเกิดจากการไมรูถารูเราก็ไมกลัว ตม. จึงมีการบูรณาการงานรวมกับองคกร NGO เพ่ือเผยแพรแกกลุมเส่ียงใหเขาใจวาตม.ทํางานยังไง ทําใหกลุมเส่ียงหรือผูตกเปนเหย่ือเกิดความกลาจะที่จะมาหาเรา กระบวนการคุมครองสิทธิเกิดการ เสียหายไปแลวมันก็ทําอะไรไมได จึงชวนใหเรามาเนนเรื่องการปองกัน ซึ่งก็มันตรงกับนโยบายของ NGO ท้ังหลาย โดยนโยบายของกลุม NGO ในปจจุบันไดเปลี่ยนไปจากแตกอน เน่ืองจากนโยบายใน
226 สมัยกอนของ NGO คือการสนับสนนุ อาทิ การสนบั สนุนเรอ่ื งงบประมาณในการสรางนั่นสราง สวนใน ระยะหลัง NGO ในพ้ืนท่ี เชนNGOใหญๆระดับโลกเชน UNHCR IOM จะมุงเนนเรื่องการอบรมใหกับ เหย่ือ นี่คือกระบวนการพิทักษคุมครองสิทธิในสวนที่เราจัดทํา การคุมครองสิทธิ์ของเราและ กระบวนการขบั เคลือ่ น พิทักษสทิ ธท์ิ ี่ผานมา คือมันตองมีการดําเนินการแยกออกเปน 2 สวน 1) สวน ของอํานาจหนาท่ีของภาครัฐ และ1) การแสวงหาความรวมมือ โดยมีการไปดึง NGO มารวม จํานวน 24 องคกร” 6.12.7 การเพิ่มแนวทางความชวยเหลอื ออนไลน ดานการรักษาพยาบาล จิตแพทย และการใหคําปรึกษาทางกฎหมายเครือขายออนไลนมี ความสาํ คญั อยางย่ิงกบั เหยือ่ คามนุษยเนื่องจากผูตกเปนเหย่ือคามนุษยมักไดรับผลกระทบทั้งทางดาน รางกายและจิตใจอยางรุนแรงและมีมีแหลงที่พึ่งทางใจจนทําใหตองกลับไปยึดแนวทางการประกอบ อาชีพดวยการคาประเวณใี นรูปแบบเดิมเพอื่ หาเล้ยี งชีพ จากการสัมภาษณเชิงลึก (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) ไดสะทอนปญหาสภาวะทางจิตของ ผูตกเปนเหย่ือวา “ ในตอนแรกวัดไทยไมคอยมีผูหญิงมาขอความชวยเหลือมากนัก แตในปจจุบัน พบวามีหญิงไทยผูตกเปนเหย่ือคามนุษยไดเขามาขอความชวยเหลือท่ีวัด โดยสวนใหญพบวาจะมาใน เร่ืองปญหาชีวิต โรคเหงาเศราสรอย โรคจิต บางคนก็เอาวัดไปเปนที่พ่ึงทางจิต เพราะเมื่อผูที่ตกเปน เหยื่อประสบปญหามักไมรูจะไปไหน คนไทยท่ีตกเปนเหย่ือคามนุษยสวนใหญไมไปหาจิต เนื่องจาก การมีภาษาพูดที่แตกตางกัน และไมสามารถพูดคุยกับจิตแพทยรูเร่ือง ภาษาแพทยยาก โดยเฉพาะถา มีอาการปวยทางจิตจะเปนการยากท่ีจะสามารถสื่อสารกับแพทยได เพราะฉะน้ันการที่คนไปวัดสวน ใหญก็ไปเพื่อเปนท่ีพึ่ง หรือหาที่พ่ึงหาเพื่อน ดังนั้นองคกรเอกชนอยางเราจึงมักเขาไปหาขอมูลแหลง ชวยเหลือ ปรึกษา และแนะนํากับผูตกเปนเหย่ือคามนุษยในวัด โดยวัดเปนศูนยกลางในการรับเรื่อง แทบทกุ ดาน” 6.12.8 การเพ่ิมการเช่อื มโยงการใหความชวยเหลอื หญงิ ไทยผานวดั ไทยในยโุ รป พบวาหญิงผูตกเปนเหย่ือคามนุษยกวารอยละ 60 ไดรับความชวยเหลือโดยผานเครือขายวัด ไทย ซึ่งใหความเยียวยาสภาพจิตใจทั้งในกลุมผูตกเปนเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว และเหยื่อ การคามนุษย โดยผูตกเปนเหย่ือความรุนแรงในครอบครัวและเหย่ือคามนุษยน้ันมักประสบปญหา ความบอบช้ําของสภาพจิตใจในภาวะซึมเศรา ภาวะปญหาสุขภาพจิต เครียด วิตกกังวล และบางราย ประสบปญหาการติดโรคตดิ ตอตางๆ โดยไมมีสวัสดิการของรัฐในการใหความชวยเหลือดานการแพทย เน่ืองมาจากเหยือ่ หลายรายดวยกนั ไดอพยพเขาเมืองมาอยางผดิ กฎหมาย จากการสัมภาษณเชิงลึก (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) ไดสะทอนถึงประเด็นการใหความ ชวยเหลือหญิงไทยผานเครือขายวัดไทยวา “ปจจุบันไดมีกลุมผูตกเปนเหยื่อคามนุษยมาขอความ ชวยเหลือผานเครือขายวัดไทยเปนจํานวนมาก ซ่ึงมากจนสามารถจัดเปนKM ได วามีผูประสบปญหา
227 รายไดบาง และมีองคกรใดบางเขามาใหความชวยเหลือผานเครือขายวัดไทย โดยองคกรตางๆจะ จัดทําโปรชัวรเพ่ือแสดงเครือขายการใหความชวยเหลือในวัด นอกจากน้ียังมีกลุมเฟสบุค อาทิ กลุม ธารา กลุมไทยอาสา กลุมรักษไทย ซ่ึงเปนชองทางท่ีใหความชวยเหลือผานเครือขายวัดไทย และมี เจาหนาท่ีคอยตอบและส่อื สารผานผปู ระสบภัยผานชองทางดังกลาว” 6.12.9 เพิม่ ระบบการติดตามการพทิ กั ษและคมุ ครองสิทธ์เิ หย่อื ผานแอพลเิ คชนั่ เครือขายที่เกยี่ วของในการพทิ ักษและคุมครองสิทธิผตู กเปนเหยื่อการคามนุษยควรจะมีระบบ การติดตามและคมุ ครองสทิ ธ์ิผูตกเปนเหยื่อผานแอพลิเคชั่น เนื่องจากผลการวิจัยพบวาผูตกเปนเหย่ือ คามนุษยมักไมทําการมาติดตอขอรับความชวยเหลือดวยตนเองทําใหการใหความชวยเหลือเปนไป อยางไมตอเน่ือง ดังนั้นเครือขายจึงควรมีระบบในการติดตามผานองคกรเครือขายในกรณีท่ีเหยื่อไม ประสงคจะติดตอกับเจาหนาที่ตํารวจ หรือตอบคําถมเจาหนาท่ีตํารวจ อาจเปนแนวทางในการคัด กรองความชวยเหลือเหยื่อในเบื้องตน โดยท่ีเหยื่อไมจําเปนที่จะตองแสดงตัวตนของตนเองจนกวาจะ เกิดความไวใจมากข้ึน จากการสมั ภาษณเชงิ ลึก (สมาคมสตรีไทยในนอรเวย, ธันวาคม 2560) กลาววา 6.12.10 การจัดทําหลกั สูตรเพอ่ื อบรมกลมุ เส่ียงผตู กเปนเหยื่อการคามนุษย จากปญหาการคามนุษยพบวาควรมีการใหความชวยเหลือ พิทักษและคุมครองสิทธิเหยื่อใน เชิงรุก เพื่อท่ีจะดําเนินการใหกลุมเสี่ยงพรอมรับมือในการแกไขปญหา โดยการบูรณาการรวมกับ หนวยงานท้ังภายในและภายนอกประเทศเพ่ือเดินทางมาชวยเหลือเหยื่อคามนุษยตามที่รองขอ อาทิ หลักสูตรอบรมทางดานกฎหมายในพื้นท่ีปลายทาง พฤติกรรมของผูตองสงสัย การดําเนินการในกรณี ภาวะฉุกเฉิน เปนตน 6.12.11 การพฒั นาจิตอาสาเพ่อื คมุ ครองและพทิ ักษสิทธิ์กลุมผูตกเปนเหย่ือในเชิงรกุ ในปจจุบันมีจิตอาสาชาวไทยจํานวนมากในยุโรปที่เดินหนาอาสาแกปญหาการคามนุษย หากแตในปจจบุ นั ยังไมมกี ารดาํ เนนิ การอยางมีแบบแผนและเปนขั้นตอน การใหคําปรึกษาแกเหย่ือจะ มาจากองคความรูที่เปนประสบการณสวนตน ดังน้ันจึงควรมีการจัดฝกอบรมจิตอาสาเพื่อการ ดําเนนิ งานอยางมีรปู แบบมากขึ้น จากการสัมภาษณเชิงลึก (สมาคมสตรีไทยในนอรเวย, ธันวาคม 2560) พบวากลุมจิตอาสา สวนใหญมักเปนกลุมแมบานหญิงไทยท่ีมีสามีเปนชาวยุโรป และมีเวลาวางในการทํากิจกรรมกลุมจิต อาสารวมกัน ซ่ึงในบางกรณีอาจใหคําปรึกษาท่ีไมถูกตองเน่ืองจากรูปแบบกฎหมายที่มีการ เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา อาทิ การสมรสในอดีตน้ันใชเพียงใบรับรองสถานภาพโสดและใบเกิด หากแตในปจจุบันกฎหมายในประเทศเยอรมันและเดนมารกไดมีการปรับเปล่ียนเพ่ือแกไขปญหาการ เขาเมืองผิดกฎหมาย โดยบัญญัติใหการสมรสตองไดภาษาถ่ินในระดับบี1 และตองสมรสเปน ระยะเวลาสามปถึงจะสามารถอาศยั โดยวซี าถาวร หากตองการทํางานจะตองใชวซี าเฉพาะเปนตน
228 6.12.12 การปรบั รูปแบบนโยบายประเทศเพ่อื แกปญหาในเชงิ รกุ รัฐควรใหความสําคัญกับนโยบายของประเทศในการชวยปองกัน หรือนโยบายเชิงรุก มากกวาการอุดชองวางหรือการแกไขปญหา โดยมีการบูรณาการงานรวมกันทุกภาคสวนทั้งใน กระทรวงยตุ ธิ รรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย โดยมุงเนน การปองกันและการบังคับใชกฎหมายอยางเขมงวดดงั นี้ 14) การปรับรูปแบบนโยบายในแนวทางการปองกันการคามนุษย และปองกัน การตกเปนเหยื่อซาํ้ 15) การใชแนวทางดานการทําวิจัย ขอมูล สื่อ โซเชียลมีเดีย เพื่อรับมือกับ กระบวนการคามนุษยในเชิงรุก 16) รัฐควรสนับสนุนนโยบายการสรางเครือขายและการสรางแนวรวมทั้งใน ภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อรับมือกับปญหาการคามนุษย นอกจากนี้ยังตองใชนโยบายการกําจัด อุปสรรคตอความเทาเทียมของมนุษยท้ังในดานเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพ่ือใหเกิดความเทา เทียมทางสังคมอยางแทจริง 17) รัฐควรสนับสนุนนโยบายการบังคับใชกฎหมายอยางเขมงวด รวมไปถึงการ ใชกระบวนการทางเศรษฐกิจ สังคม และศาสนาเพือ่ ใหเกิดการแกไขปญหาการคามนุษยอยางยง่ั ยนื 18) การสนบั สนุนทางดานการศกึ ษาทชี่ วยใหเกดิ ความตระหนกั ในปญหาการคา มนษุ ย อาทิ นโยบายไมสงเสรมิ ธรุ กิจท่นี าํ ไปสกู ารคาประเวณี และการคามนุษยทุกประเภท 6) นโยบายการสนับสนุนชุมชนพ้ืนท่ีตนทางใหสนับสนุน ใหโอกาส หรือใหความ เขาใจ ผูตกเปนเหยื่อการคามนุษยใหสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตของตนเองใหดีขึ้นหลังจากตกเปน เหยอื่ การคาประเวณี สนบั สนุนชมุ ชนใหยอมรับ และเขาใจ พรอมทั้งฟนฟูเหยื่อคาประเวณีใหมีคุณภาพ ชีวติ ทด่ี ขี นึ้ และสามารถกลับเขาสสู งั คมไดตามปรกติ 6.12.13 การเสรมิ พลงั อํานาจ 1. การเสรมิ สรางพลังอํานาจดวยชมุ ชน 1) ภาวะการฟนตัวของเหย่ือคาประเวณีเม่ือกลับไปสูพื้นที่ตนทางจะข้ึนอยูกับสภาพ เศรษฐกิจ การเมือง สังคม ภายในพ้ืนท่ีตนทาง ความชวยเหลื่อของชุมชนยอมตองข้ึนอยูกับสภาวะ ความเจ็บปวยทางจิตใจ และรางกาย ของเหยื่อคาประเวณีเปนพ้ืนฐาน การจัดกระบวนการฟนฟูและ ฝกอบรมใหแกเหยื่อ ยอมข้ึนอยูกับสภาพรางกายและจิตใจของเหยื่อเปนพ้ืนฐาน เหยื่อบางรายอาจ ไดรับผลกระทบท้ังทางรางกายและจิตใจมาเปนระยะเวลานานจนกระท่ังไมสามารถเขารับการ ฝกอบรม หรือเขาสูกระบวนการฟนฟูได ดังนั้นรัฐควรมีนโยบายใหสนับสนุนการใชสิทธิและเสรีภาพ ของเหยื่อคาประเวณีในการเลือกรูปแบบหรือกระบวนการฟนฟู หรือเหมาะสมกับตนเองเน่ืองจาก
229 รูปแบบการฟนฟูท่ีไมเหมาะสมกับเหย่ืออาจเปนการกดดันใหเหย่ือกลับไปสูเสนทางการคามนุษยอีก ครั้ง 2) ในบางกรณีเหยื่ออาจตองเผชิญหนากับสภาวะความหวาดกลัว หรืออาจ เผชญิ หนากบั สภาวะการทํารายตัวเองเม่ือกลับไปสูพ้ืนที่ตนทางเน่ืองจากความอับอาย ความรูสึกดอย คา และผิดหวัง ดังนั้นชุมชนควรจะมีการสรางความเขาใจกับครอบครัวของเหย่ือ เพ่ือใหยอมรับและ เขาใจ ซึ่งแนนอนวาอาจทําไดยากในชวงเริ่มตน โดยเฉพาะเมอ่ื เหย่ือกลับมาโดยไมประสบความสําเร็จ ในชีวิตอยางที่เคยไดสัญญาไวกับครอบครัวกอนการเดินทางไปตางแดน ทั้งเหยื่อยังมีสภาพรางกาย และจิตใจท่ีบอบช้ํา นอกจากน้ีเหยื่อยังอาจถูกสังคมตีตรา หรือถูกสังคมดูถูก โดยครอบครัวไมยอมรับ เน่ืองจากเหยื่อไดนําความอับอายมาสูครอบครัวจนกระทั่งไมสามารถเผชิญหนากับชุมชนและทําให เกดิ แรงกระตุนกลบั ไปเปนเหยือ่ ซ้าํ ไดอกี ครง้ั หรือเหยื่ออาจเลือกท่ีจะปดบังเร่ืองท่ีตนเองไดเผชิญหนา มา ซ่งึ จะทําใหปญหาของเหยื่อไมไดรับการแกไขจนกระทั่งเหยอ่ื นัน้ ยากทีจ่ ะกลับเขาสูสภาวะที่ดีข้ึนได อีกครง้ั 3) การทําใหเหยื่อฟนสภาพจิตใจและรางกายใหกลับมาสูสภาวะปรกตินั้น นับเปน กระบวนการระยะยาว (long term process) หรือจากสภาวะการไดรับความบอบชํ้าท้ังทางดาน รางกายและจติ ใจอาจทาํ ใหเปนกระบวนการที่ยากที่เหย่ือจะไดรับการยอมรับจากสังคมจนกระท่ังเขา สูภาวะการจางงานไดตามปรกติ ดงั นนั้ รฐั จงึ จําเปนจะตองมกี ระบวนการในการฟนฟูเพ่ือสนับสนุนการ จางงานเหยื่อคามนุษยอยางเปนรูปธรรม เน่ืองจากปญหาของเหย่ือคามนุษยจึงเปนเร่ืองท่ีซับซอนมาก ขึ้นเม่อื เหย่ือกลบั เขาสูชุมชนและไมสามารถหางานทําได สภาวะดังกลาวยิ่งทําใหเย่ือมีความเสี่ยงเพิ่ม มากขน้ึ ทจี่ ะกลับไปเปนเหย่อื คามนษุ ยและกลายเปนผลู อลวงเองในทีส่ ุด 2. การเสริมสรางพลงั อํานาจดวยกระบวนการบังคบั ใชกฎหมายของเจาหนาท่ีรฐั 1) ปรับปรงุ กฎหมายการตรวจคนเขาเมือง จากการศึกษาพบวาในแตละปมักมีกลุมประชากรที่ตองการออกไปแสวงหาโชคยัง ตางแดนเน่ืองจากโอกาสดังกลาวไมมีในประเทศตนทาง ทั้งนี้ในประเทศปลายทางอาจมีกฎเกณฑ ตางๆท่ีซับซอนจนประชากรเหลาน้ีจําเปนตองเขาเมืองอยางผิดกฎหมาย ทําใหไมสามารถตรวจสอบ ถงึ สถานะของกลมุ ประชากรท่อี อกไปหาโอกาสของชีวิตเหลานี้ยังพื้นที่ปลายทางได ซ่ึงจะยิ่งทําใหเปน ชองวางใหเกิดปญหาการตกเปนเหยื่อคามนุษยมีตัวเลขที่เพ่ิมจํานวนข้ึน ดังน้ันจึงจําเปนตองมีการ ปรับปรงุ กฎหมายใหมีการตรวจสอบสถานะของแรงงานท้ังในพ้ืนที่ตนทางและปลายทางอยางถูกตอง และตองแยกความแตกตางระหวางกระบวนการบังคับใชกฎหมายของผูตกเปนเหยื่อคามนุษยและผู หลบหนเี ขาเมอื งผดิ กฎหมายอยางชดั เจนแมทง้ั สองกรณีจะมีความเหลื่อมซอนกัน (Justice, 2005) 2) การบงั คบั ใชกฎหมายบริเวณดานตรวจคนเขาเมือง
230 จากการศึกษาพบวาการบงั คับใชกฎหมายบริเวณดานตรวจคนเขาเมืองอยางเขมงวด โดยเฉพาะในหลายประเทศในยุโรปตะวันตกท่ีมีความเขมงวดในการบังคับใชกฎหมายบริเวณดาน ตรวจคนเขาเมอื งจะสามารถลดอตั ราประชากรผูตกเปนเหยื่อลงได เน่ืองจากการศึกษาพบวาผูตกเปน เหย่ือจะทําการหลบหนีเขาเมืองในบริเวณพ้ืนที่หรือประเทศที่มีความเขมขนในการตรวจตราคนเขา เมืองนอย ดังน้ันความรวมมือในการปองกันปญหาการคามนุษยควรมีการรวมมือกันในระดับ นานาชาติ และในระดับภูมิภาค ไมสามารถกระทําไดโดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงประเทศเดียว อาทิ การสรางขอตกลงในระดับภูมิภาคยุโรปหรือในระดับโลกเพื่อแกไขปญหาการคามนุษย ท้ังใน ภูมิภาคยุโรปตะวันตก ยุโรปตะวันออก และ EU จะตองรวมมือกับประเทศไทยในการควบคุมการ ตรวจคนเขาเมืองอยางเขมงวด หรือมีการกําหนดกรอบทางกฎหมายหรือขอตกลงรวมกันในการ กําหนดกฎหมายเพื่อลงโทษผูท่ีสนับสนุนการคามนุษยทุกรูปแบบ โดยเฉพาะผูขนสง(tranporter) (Raimo, 2003) 19) การนยิ ามการคามนุษยใหชัดเจนรวมกนั ในระดบั สากล เมื่อการใหคํานิยามการคามนุษยไมมีความชัดเจน ทําใหเหยื่อคามนุษยมีความเส่ียง อยางย่งิ ท่จี ะถกู ตีตราโดยเจาหนาท่ีวาเปนผูหลบหนีเขาเมืองผิดกฎหมายแทนท่ีจะถูกมองวาเปนเหย่ือ ทําใหอาจเกิดการดําเนินคดีและสงผลกระทบตอสิทธิมนุษยชนของผูตกเปนเหยื่อคามนุษย ซ่ึงผลที่ ตามมากค็ ือทาํ ใหเหยื่อคามนุษยถูกดําเนินคดีและสรางความซํ้าเติมความบอบชํ้าใหกับเหยื่อคามนุษย ดงั น้นั ผูทีต่ กเปนเหย่ือควรมีการนิยามเพิ่มเติมวาแมเขาเมืองผิดกฎหมายหากแตนําไปสูการจํากัดหรือ ถกู ละเมดิ สิทธมิ นุษยชนยังพ้ืนที่ปลายทาง และนอกจากน้ี รัฐยังตองแนใจวาการนิยามการคามนุษยท่ี ชัดเจนยังตองดําเนินการควบคูไปกับการบังคับใชกฎหมายอยางเขมงวดเน่ืองจากย่ิงการจัดสงเหย่ือ หลบหนีเขาเมืองยากเทาไหรก็ตาม ก็จะย่ิงสงผลกระทบใหเหย่ือถูกทํารายมากข้ึนหรือถูกละเมิดสิทธิ มนุษยชนมากขึ้น ทั้งนี้ เพ่ือใหไดผลประโยชนทัดเทียมกับคาใชจายที่ผูลอลวงไดสูญเสียไป (Conference E. N., 1997) 20) แกปญหาความตองการแรงงานไรทกั ษะ ในการสรางนโยบายในการเพ่ิมความเขมงวดของการบังคับใชกฎหมายในบริเวณ ดานตรวจคนเขาเมืองในระดับสากลยอมจะทําใหคําตองการในแรงงานไรทักษะใน EU เพิ่มจํานวน มากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในกลุม EU ท่ีมีการเพ่ิมความเขมงวดในการใหวีซาในการประกอบอาชีพ อาทิ การเพ่ิมทักษะภาษาในระดับอานออกเขียนได สื่อสารได หรือ รูปแบบการทําสัญญาจางงาน ระยะส้ัน ซ่ึงกระบวนการดังกลาวอาจทวีความรนุ แรงของปญหาการคามนุษยใหเพิ่มมากขึ้น เน่ืองจาก กระบวนการบงั คบั ใชกฎหมายดังกลาวนับเปนการลดโอกาสของเหย่ือคามนุษยและอาจทําใหผูตกเปน เหยื่อมีการปรับตัวเปนผูลอลวงตอไป ดังน้ันกฎหมายที่เทาทันตอปญหาดังกลาวจึงเปนเรื่องจําเปน อยางยง่ิ
231 21) กฎหมายการอพยพเขาเมอื ง พบวาประเทศท่ีทําการสงออกแรงงานมักจะเปนพ้ืนท่ีตนทางของเหยื่อคามนุษย ดังนั้นในประเทศดังกลาว โดยเฉพาะประเทศไทยที่ในปจจุบันไดกลายเปนประเทศท่ีมีกาสงออก แรงงานเปนจํานวนมาก ซ่งึ นโยบายดังกลาวอาจกอใหเกิดทิศทางในการพัฒนาประเทศที่ดีขึ้น แตอาจ สงอนั ตรายตอพลเมืองภายในประเทศ ดังนั้นกระบวนการกําหนดกฎหมายเพื่อควบคุมแรงงานรวมไป ถึงระบบการติดตามแรงงานจึงมีความเปนอยางย่ิงรวมไปถึงสวัสดิการแรงงานเชนการฝกอบรมเพ่ือ เพ่ิมทักษะ การใหประกันชีวิต ประกันการรักษาพยาบาล หรือการอุดหนุนทุนการศึกษาสําหรับบุตร ธิดาของแรงงาน การใหทนุ กยู มื ฉกุ เฉิน กองทุนปองกันการตกเปนเหยื่อการคามนุษย และสิทธิในดาน อืน่ ๆ ทงั้ นี้พบวาในบางประเทศมีระบบความเขมงวดในการตรวจสอบประชากรบางกลุม ท่ีมีความเสี่ยงในการตกเปนเหยอ่ื การคามนุษย การควบคุมดังกลาวข้ึนอยูกับเงื่อนไงและวัฒนธรรมใน แตละประเทศ ซงึ่ ขึ้นอยูกับประวตั ิศาสตรของการตกเปนเหยื่อการคามนุษยของแตละประเทศ หรอื อาจมกี ารสงสารหรือหรือส่ือตางๆเพ่ือใหเกิดการฉุกคิดถึงอันตรายที่เกิดขึ้นยัง พ้นื ทป่ี ลายทาง หรอื การสงสารไปยังกลุมเสีย่ ง การใหขอมลู ขาวสารแกกลุมเส่ียง ทําใหผูหญิงมีการฉุก คิดเพิ่มมากขึ้นเม่ือจะไปทํางานยังตางแดน หรือการใหขอมูลที่ถูกตองเก่ียวกับพ้ืนท่ีปลายทางแกกลุม แรงงาน ท้ังในดานโอกาสในการหางาน เงอื่ นไขความเส่ียงในการตกเปนเหย่ือการคามนษุ ย เปนตน 22) การจดั การสถานะของกลุมเหยือ่ คามนุษย ควรมีการกําหนดนโยบายในการติดตามสถานะของแรงงาน และนโยบายติดตาม สถานะของผูตกเปนเหย่ือคามนุษย โดยเฉพาะกลุมผูหญิงและเด็กเพ่ือปองกันการตกเปนเหย่ือการคา มนุษยและปองกันการเขาเมืองในรูปแบบที่ผิดปรกติ เชน กรณีที่กลุมเส่ียงอาจเปนกลุมท่ีมีสถานะที่ ผิดปรกตยิ งั ประเทศปลายทาง กลุมวีซาหมดอายุ หรือกลุมท่ีเมื่อถึงเวลายังไมมีการกลับไปยังประเทศ ตนทาง นอกจากนี้ในบางประเทศที่เปนพ้ืนท่ีปลายทาง เชน นอรเวย ยังพบรูปแบบการบังคับใช กฎหมายโดยขยายเวลาวซี าใหแกเหยอื่ เพ่ือใหเหยื่อไดมีโอกาสทจ่ี ะตัดสินใจดําเนนิ คดีกับผูลอลวง ทั้งนี้ เพอ่ื ใหเหยอ่ื มโี อกาสในการขจดั ความหวาดกลัวและตัดสนิ ใจในการดําเนนิ คดีกบั ผลู อลวง 23) การจัดตั้งกองทุนเพื่อแกไขปญหาการคามนุษยและการบริหารจัดการทุนอยาง มปี ระสทิ ธภิ าพ ปญหาการคามนษุ ยมตี นทนุ ทีส่ าํ คญั โดยเฉพาะตนทนุ ของการสงผลกระทบตอสังคม นอกจากนี้ตนทุนยังรวมไปถึงคาใชจายตางๆในการปองกันปญหาการคามนุษย การเยียวยา และการ ฟนฟูเหยื่อคามนุษย การดําเนินคดีกับผูลอลวง การรวบรวมพยานหลักฐานตางๆ กระบวนการทาง กฎหมายตางๆ ซง่ึ ตนทุนดงั กลาวจาํ เปนจะตองนํามาจากเงนิ ภาษีของประชาชนรัฐจะตองมีการบริหาร จัดการทนุ อยางมีประสทิ ธภิ าพ
232 แนวทางในการบริหารทุนอยางมีประสิทธิภาพอาจใชความรวมมือกันระหวางชุมชน และภาครัฐเพื่อแกปญหารวมกัน ทั้งในดานการติดตามสถานะเหย่ือ การเฝาระวัง และการสังเกต สมาชิกในชุมชนท่ีมีพฤติกรรมเส่ียงตอการตกเปนเหยื่อการคามนุษยและการคามนุษย การเฝาระวัง ติดตามและรายงานพฤติกรรมเจาหนาที่คอรัปชั่นและประพฤติมิชอบ การสนับสนุนทุนองคกรชุมชน รวมไปถงึ องคกรสาธารณะประโยชนเพื่อเฝาระวังติดตาม และฟนฟูกลุมเหยื่อคามนุษย การสนับสนุน งบประมาณในการทําวิจัยเพื่อการแกไขปญหาอยางย่ังยืนโดยมุงเนนไปท่ีงานวิจัยรูปแบบ action research 24) การจดั สรรงบประมาณในการเยยี วยาเหยอ่ื คามนุษย การจากศึกษาวิจัยพบวาเหยื่อคามนุษยทุกคนเม่ือเขาสูกระบวนการดําเนินคดีมัก ไดรับผลกระทบทางเศรษฐกิจอยางรุนแรง อาทิ การขาดรายได การเกิดภาวะหน้ีสิน ทําใหยิ่งเพ่ิม ความเส่ียงในการที่เหยื่อจะดําเนินการกลับเขาสูการตกเปนเหย่ือคามนุษยใหมอีกครั้ง ในบางรัฐใน ยโุ รปมกี ารจัดสรรงบประมาณในการเยยี วยาเหยื่ออยางเหมาะสมท่ีเพียงพอตอการฟนฟูเหย่ือในระยะ ยาว รวมถึงการจัดหางาน และการฝกอาชพี ที่เพยี งพอตอการใชชวี ิตใหมอกี คร้ัง จากการสัมภาษณเชิงลึก (PION, ธันวาคม 2560) ไดสะทอนวาในประเทศนอรเวย ไดมีการจัดทําศูนยบรรเทาและชวยเหลือเหย่ือคามนุษย มีบริการตรวจโรค หากพบภาวะการติดเช้ือ จะมีการจัดสวัสดิการการรักษาพยาบาลถึงแมวาเหย่ือคามนุษยจะอาศัยอยูในประเทศอยางผิด กฎหมายก็ตาม โดยมีการบริการดูแลรักษาฟรีทุกรายการ เพ่ือดูแลเมื่อเหย่ือหยุดทํางานและฟนฟู ตัวเองโดยการจัดสรรที่พัก เงินรายเดือนจากศูนยโรซา พรอมทั้งมีนักสังคมสงเคราะหใหคําปรึกษา ตลอดเวลา มีบริการใหคําปรึกษาทางจิตเวช การบริการลามแปลภาษา มีกระบวนการการให คําปรึกษาและการดูแลทางการแพทยอยางใกลชิด และบริการใหการฝกอบรมดานทักษะแรงงาน เพื่อใหเหย่ือคามนุษยสามารถกลับมาใชชีวิตตามปรกติไดอีกครั้งหน่ึง นอกจากน้ีหากเหย่ือตดสินใจท่ี จะดาํ เนินคดีทางประเทศนอรเวยจะออกวีซาใหสามารถพํานักอยูได และยังสามารถขอยื่นสถานะเปน ผูลภี้ ยั ไดอกี ดวย ท้ังน้ีการตกอยูในสถานะเหย่ือคามนุษยเม่ือตองเดินทางกลับประเทศตนทาง งบประมาณในการเยียวยาควรทจี่ ะมีความเพียงพอทีจ่ ะฟนฟูเหย่ือไดอีกครั้งในการดํารงชีพขั้นพ้ืนฐาน การจัดสวัสดิการที่พอเพียงจะสามารถลดอัตราการกลับมาเปนเหย่ือ หรือการกาวเขาไปสูการเปนผู ลอลวงเสยี เองได ทงั้ ยงั ทาํ ใหเกิดความยอมรับของชุมชน 25) สนธสิ ญั ญาระหวางประเทศในการดาํ เนนิ คดขี ามชาติ เม่ือเกิดการคามนุษยขามชาติ และเหย่ือตัดสินใจดําเนินคดีเอาผิดกับผูคามนุษย เจาหนาที่ตํารวจจะทําการดําเนินการสืบสวนเพ่ือสงสํานวนในการดําเนินคดี ซึ่งกระบวนการทาง กฎหมายจะมีประสิทธิภาพมากนอยเพียงใด ขึ้นอยูกับวามีหลักฐานทางกฎหมายท่ีจะสามารถเอาผิด
233 กับผูคาไดมากนอยเพียงใดหากแตการสืบสวนในลักษณะขามชาตินับเปนกระบวนการท่ีคอนขาง สิ้นเปลือง และใชเวลา ในการเช่ือมโยงพยานหลักฐานระหวางประเทศ และมีการบูรณาการงาน รวมกันระหวางประเทศ และตองอาศัยบุคลากรสหวิชาชีพระหวางสองประเทศ ซ่ึงทําไดยากกวา การคามนุษยภายในประเทศ ดังนั้น รัฐจึงตองการกฎหมายระหวางประเทศท่ีสามารถเอ้ือใหเกิดกระบวนการ บรู ณาการณรวมกนั ระหวางประเทศอยางมีประสิทธิภาพ ซึ่งสนธิสัญญาดังกลาวน้ันประเทศไทยไมได มีการดําเนินการในทุกประเทศในภาคพ้ืนทวีปยุโรป และจะตองมีหนวยงานเจาภาพหลักในการ รับผิดชอบ นอกจากน้ียังตองสรางความรวมมือในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะภูมิภาคยุโรปและ เอเชียตะวันออกเฉยี งใตเพอื่ กาํ หนดตวั บทกฎหมายรวมกันในการตอสูกับปญหาการคามนุษย ไมวาจะ เปนในเรื่องของการแกปญหาดานความปลอดภัย ปญหาการกออาชญากรรมขามชาติ สวัสดิการ และ ดานตรวจคนเขาเมือง 26) กาํ จัดปญหาการคอรัปชัน่ จากการศึกษาวิจัยพบวาปญหาการคอรัปชันของเจาหนาที่สงผลกระทบโดยตรงตอ ปญหาคามนุษย ทั้งในเร่ืองการติดสินบน ปญหาใตโตะ เงินทอน ท่ีมีสวนสนับสนุนการขนสง และ การคามนุษยขามชาติ รัฐจึงควรมีการกําหนดนโยบายในการระงับเหตุแหงปญหาดังกลาวในดานของ การตรวจสอบเจาหนาท่ีผกู ระทําผดิ และประพฤติมิชอบ (demcracy, 2003) 27) การขจดั ปญหาความยากจน ปฏิเสธไมไดวาปญหาความยากจนเปนสาเหตุสําคัญของการเคล่ือนยานแรงงานยัง ตางแดนเพ่ือแสวงหาชองทางของโอกาสท่ีดีกวา รัฐบาลในบางประเทศไดมีการกําหนดนโยบาย anti traffickingโดยการกําหนดยุทธศาสตรชาติเพื่อเอาชนะปญหาความยากจน การคอรัปชั่น และการ เคลือ่ นยายแรงงานที่ผิดกฎหมาย 13) การระบผุ ูตกเปนเหยอื่ คามนุษย ในปจจุบันรัฐมีบทบาทสําคัญในการปองกันการตกเปนเหยื่อการคามนุษย โดยมี ขอตกลงสากลทร่ี ฐั จาํ เปนตองปฏิบัตติ าม เชน การระบุผูตกเปนเหย่ือคามนุษย ซ่ึงมิใชอาชญากร และ ตองมกี ระบวนการในการสนบั สนนุ และชวยเหลอื อยางผูตกเปนเหยอื่ โดยไมละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยทวั่ ไปในหลายๆประเทศมักเกดิ กรณีของกระบวนการบงั คับใชกฎหมายที่ไมมีการ ระบุผูตกเปนเหย่ือคามนุษย และเหย่ือผูเคราะหรายมักถูกระบุเปนผูหลบหนีเขาเมืองผิดกฎหมาย ซ่ึง ปญหาน้ีนบั เปนเร่ืองสําคัญมากเน่ืองจากใน Recommended Principles and Guidelines เสนอวา ประเทศท่ีลมเหลวในการระบุเหย่ือคามนุษย ถือวาเปนประเทศท่ีปฏิเสธและไมยอมรับในสิทธิ
234 มนษุ ยชน ดังนั้นการระบุตัวเหย่ือวาเปนผูลักลอบเขาเมืองผิดกฎหมาย จึงหมายความวากระบวนการ ระบตุ ัวเหยอื่ ไดสงผลกระทบตอสทิ ธมิ นุษยชนของเหยื่อ ดังน้นั กระบวนการในการระบุผูตกเปนเหย่ือคามนุษยจึงนับเปนกระบวนการปกปอง สิทธิและศักด์ิศรีของความเปนมนุษย โดยรัฐจะตองมีกระบวนการวางแผนในการสืบสวนสอบสวน การทําสํานวนคดีความการฝกอบรมเจาหนาที่รัฐที่มีความสอดคลองกับ Recommended Principles and Guidelines (Finckenauer และ Schrock, 2006) 28) รัฐมีหนาท่ใี นการใหการปองกนั และสนับสนนุ ผูตกเปนเหยื่อคามนุษยเม่ือหลบหนีจากผูลอลวงไดแลว มักจะตกอยูในสถานะของ การบาดเจ็บท้ังทางดานรางกายและจิตใจอยางรุนแรงและมีความเปราะบางสูง ซึ่งในบางกรณีอาจ ไดรบั การดูแลจากเจาหนาที่ในฐานะผูหลบหนีเขาเมอื งแทนที่การตกเปนเหยื่อ รัฐมหี นาทีจ่ ะตองใหการดูแลและสนับสนนุ เหย่อื ใหสามารถกลับคืนสูสภาวะปรกติได อีกคร้ัง เหย่ือจะตองไดรับการปองกันจากอันตราย ซ่ึงตาม Recommended Principles and Guidelines กาํ หนดวา (Finckenauer และ Schrock, 2006) 13.1) มกี ารเคลือ่ นยายผูตกเปนเหยือ่ จากแหลงคาหรอื ผคู าอยางปลอดภยั 13.2) ใหการเยยี วยาท้ังทางดานรางกายและจติ ใจอยางเหมาะสม 13.3) ไมทําใหผตู กเปนเหยอ่ื รสู กึ ไมปลอดภัย ซ่ึงรัฐมีหนาท่ีท่ีจะตองปฏิบัติตามอยางเครงครัด โดยการสนับสนุนกระบวนการทาง กฎหมาย การสืบพยานหลักฐาน การใหบริการสวัสดิการที่เหมาะสมสําหรับเหย่ือและครอบครัว เพ่ือ ไมใหเหยือ่ มคี วามเปราะบางเพม่ิ มากข้นึ และใหความยตุ ิธรรมกบั เหย่ืออยางเหมาะสมและเปนธรรม 29) การรักษาสถานะสิทธิสวนบุคคลของเหยือ่ ขอมูลของเหย่ือรัฐจะตองไมมีการเปดเผยตอสาธารณะ รัฐจะตองใหความเคารพตอ สิทธิสวนบุคคลของเหยื่อ และใหเหยื่อตัดสินใจในการดําเนินคดีตามกฎหมายอยางบริสุทธ์ิยุติธรรม และหลีกเล่ียงการกระทําการทําอาจทําใหเหย่ือตกเปนเหย่ือซํ้าอีกครั้ง นอกจากน้ีเหยื่อยังมีสิทธิสวน บุคคลในการยอมรับและปฏิเสธความชวยเหลือจากรัฐอีกดวย รวมทั้งในเร่ืองการปฏิเสธการตรวจ HIV/ AIDS 30) มาตรการการใหความชวยเหลือทางกฎหมาย เหยื่อนับเปนกลไกสําคัญในการเอาผิดผูคามนุษย รับตองใหการสนับสนุนใหเหย่ือ สามารถดาํ เนินคดีเอาผดิ ตอผูคาอยางมีอิสระและมีความปลอดภัย และในภาษาที่เหย่ือสามารถเขาใจ ได และตองใหคําปรึกษาทางดานกฎหมายตอเหยื่ออยางเหมาะสมและเปนธรรม 15.1) ตองมกี ารระบุบทบาทในการดําเนินคดีของเหย่ืออยางชัดเจน รวมไป ถงึ ระยะเวลา
235 15.2) ใหเหย่อื สามารถแสดงความคดิ เหน็ และความประสงคไดอยางเต็มท่ี 15.3) หลีกเล่ยี งกระบวนที่จะทําใหเกดิ ความลาชาและไมมปี ระสิทธิภาพ 15.4) ใหเวลาสะทอนความรูสึกเหย่ือ (reflection period) เพ่ือใหเวลา และโอกาสเหย่อื ในการตัดสนิ ใจดาํ เนนิ คดี 15.5) ใหวีซาในการอยูอาศัยในพน้ื ที่ปลายทางเพ่อื ดําเนนิ คดี 15.6) มีกระบวนการและวิธีการสอบสวนอยางมีประสิทธิภาพเพ่ือระบุผู เปนเหยอ่ื คามนุษยใหเรว็ ทีส่ ดุ 15.7) เหย่อื คามนุษยสามารถอยูในพื้นที่ปลายทางหรือประเทศตนทางดวย ความสมัครใจ
236 บทที่ 7 ขอเสนอแนะแนวทางการแกไขปญหา จากการวิจยั เร่อื ง “กระบวนการขบั เคล่ือนการคุมครองพิทักษสทิ ธสิ าํ หรบั กลมุ หญิงไทยท่ตี ก เปนเหยื่อการคามนุษยในตางประเทศ” คณะผวู ิจัยพบปญหาอปุ สรรค ที่หนวยงานทเ่ี ก่ียวของและ รฐั บาลควรเรงดําเนนิ การแกไข สรุปได ดังนี้ 7.1 จากผลการวจิ ัยพบวายุโรปถอื เปนทวีปท่ีหญิงสาวไทยสวนใหญไดเคลื่อนยายและ อพยพเขาไปและถกู ละเมดิ และคามนุษยมากท่ีสุด เมือ่ ทําการเปรยี บเทียบกับทวีปอ่นื โดยพบวากลมุ หญงิ ไทยสวนใหญ ถูกคามนุษยในธุรกจิ คาประเวณี โดยผานชองคาการคาบริการในอนิ เตอรเนตและ รานนวดแผนไทย หรือ ถูกคามนุษยในรูปแบบถกู บังคบั แรงงานในสวนผลไม สวนองนุ รวมไปถึง รานอาหารตางๆ นอกจากนยี้ ังมีรูปแบบการคามนุษยรปู แบบใหมอืน่ ๆ อาทิ การคาอวยั วะ การ ขอทาน การคายาเสพติด เปนตน 7.2 พบผูคาแรงงานขามชาติตองตกเปนเหย่ือคามนุษยท่ีสรางผลกําไรใหแกผูคามนุษย มหาศาล ซ่ึงกระบวนการคามนุษยถือเปนกระบวนการเริ่มตนของอาชญากรรมดานอ่ืนๆรวมไปถึง การคอรัปช่ัน โดยมีจุดเร่ิมตนนับตั้งแต กระบวนการคัดเลือกเหยื่อ การปลอมแปลงเอกสาร การเปน นายหนา การขนสงเหยื่อ การเก็บคาหัวคิวในแรงงานงานและการเดินทาง การคอรัปชั่น การปลอม แปลง ดัดแปลงเปล่ียนแปลงเอกสาร การฟอกเงิน และนําไปสูการคามนุษยขามชาติมีสวนเกี่ยวของ กับการคายาและอาชญากรรม 7.3 การนิยามความหมายของการคามนุษยวา “Trafficking in persons” โดยรัฐ จําเปนตองแยกการคามนุษยออกมาจากอาชญากรรมโดยปรกติ ซึ่งโดยมากแลวการคามนุษยจะมีสวน เช่ือมโยงกับการเคล่ือนยายแรงงานผิดกฎหมาย โดยในทางปฏิบัติการคามนุษยคือ“หมายถึง กระบวนการคัดเลือกเหยอ่ื การขนสงเหยื่อ การเก็บคาหวั ควิ จากกาํ ลังแรงงาน และการใหภาวะหน้ีสิน และทําการเก็บหนี้สินเหลานั้นจากกําลังแรงงาน ดวยวิธีการขมขู บังคับ บิดเบือน ทําใหเขาใจผิด ทํา ใหสบั สน ทําใหจําใจยอมรับการเก็บเกี่ยวผลประโยชนเหลานั้นดวยอํานาจ เพ่ือสรางความเปราะบาง หรือเก็บเก่ียวจากเหยื่อที่ตําอยูในสภาวะความเปราะบางและทําการเก็บผลประโยชนท่ีเหย่ือพึงไดรับ หรือทําการควบคุม หรือมีอํานาจเหนือเหย่ือ เพื่อการเอารัดเอาเปรียบ หรือการไดมาโดยมิชอบ ซ่ึง หมายรวมไปถงึ การเก็บผลกําไรไมวาจะเปนในรปู แบบใดจากการคาประเวณี จากธุรกิจท่ีเชื่อมโยงกับ การคาประเวณี การบังคับคาแรงงาน ภาวะทาส หรือการกระทําอ่ืนใดท่ีเทียบเคียงกับความเปนทาส หรือการคาอวยั วะ เปนตน
237 7.4 เนื้อหาสาระของกฎหมายดานการคามนุษย นิยามการคามนุษยมีความสัมพันธอยางยิ่งกับสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีของความเปนมนุษย กฎหมายสิทธิเสรีภาพของความเปนมนุษยมีความเช่ือมโยงกับการไมแบงแยกทั้งเพศ เชื้อชาติ และสี ผิว และมนุษยมีสิทธิในการเลือกกระทําหรือไมกระทําการใดๆตามเจตนารมณของตนเอง ดังนั้น กฎหมายในเรื่องสิทธิเสรีภาพจึงมีความเชื่อมโยงกับการเก็บคาหัวคิวจากกําลังแรงงาน และการให ภาวะหนี้สินและทําการเก็บหนี้สินเหลาน้ันจากกําลังแรงงาน ดวยวิธีการขมขู บังคับ บิดเบือน ทําให เขาใจผิด ทําใหสับสน ทําใหจําใจยอมรับการเก็บเกี่ยวผลประโยชนเหลาน้ันดวยอํานาจ เพื่อสราง ความเปราะบาง หรอื เกบ็ เกยี่ วจากเหยื่อที่ตําอยูในสภาวะความเปราะบางและทาํ การเก็บผลประโยชน ที่เหย่ือพึงไดรับ หรือทําการควบคุม หรือมีอํานาจเหนือเหย่ือ เพื่อการเอารัดเอาเปรียบ ในนิยาม การคามนษุ ย ทงั้ น้สี ทิ ธิของมนุษยที่มคี วามเชอื่ มโยงกับการคามนุษยคือ 25) การหามการแบงแยกทุกรูปแบบท้ังเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา การเมือง ความคิดเหน็ สงั คม ทรัพยสนิ การเกดิ และอนื่ ๆ 26) สทิ ธใิ นการมีชวี ิตอยู 27) สิทธเิ สรภี าพและสวัสดภิ าพ 28) สิทธิที่จะไมตกเปนทาส บังคับใชกําลังแรงงาน ไมตกเปนเหยื่อในการใชกําลัง แรงงาน 29) สิทธิที่จะไมถูกทรมาน ถูกกระทําดวยความโหดราย ไรซึ่งความเปนมนุษย การ ลงโทษที่โหดราย และเหยียดหยาม 30) สทิ ธิทีจ่ ะเปนอิสระจากความรุนแรงทางเชื้อชาติ เพศ 31) อิสรภาพในการชุมนุม 32) อิสรภาพในการขบั เคล่ือนทางสงั คม 33) สิทธทิ ี่จะมคี วามเทาเทยี มทางสขุ ภาพและคุณภาพชีวติ 34) สทิ ธิในการเลอื กงาน 35) สทิ ธิในสวสั ดภิ าพของชวี ติ 36) สทิ ธิทีจ่ ะไดรับการปกปอง ดังนั้นจะเห็นไดวากฎหมายสิทธิเสรีภาพของมนุษยจะมีความเชื่อมโยงกับการคามนุษยไม วาจะเปนในดานของเหตุผลหรือผลกระทบตอมนุษย (debt bondage) เหยื่อคามนุษยบางรายเปน หนี้จากการจัดการขนสงเหย่ือไปยังพื้นท่ีปลายทาง ดังนั้นผูคาจึงใชภาวะการเปนหนี้ของเหย่ือบีบ บังคับใหเหยอ่ื กระทาํ การตามท่ตี นเองตองการ หรือทําการควบคุมเหยื่อ ทําใหกฎหมายสิทธิมนุษยชน จึงหามการบังคับใชแรงงาน (forced labour) ใน Convention no 29 ของกฎหมาย forced or compulsory labour of the international labour organization ILO วาหากบุคคลถูกบังคับ
238 หรือการลงโทษหรือการไมเต็มใจในการใชกําลงั แรงงาน อาทิ การบังคับแรงงานทาส บังคับใชแรงงาน บังคับคาประเวณี บังคับแตงงาน หรือทุกรูปแบบในการอยูรวมกับใครโดยไมเต็มใจและมีการวม ประเวณี นับเปนการคามนุษยซ่ึงไดถูกหามโดยหลักสิทธิมนุษยชน (United Nation Office for Drung and Crime Prevent, 1999) โดยการคามนุษยตามกฎหมายก็คือการละเมิดในสิทธิเสรีภาพของความเปนมนุษย โดยเฉพาะในเร่ืองของการเก็บเก่ียวผลประโยชนจากสภาวะของกําลังแรงงาน โดยใหเหย่ือใชหนี้ดวย กําลังแรงงานของตนและใหคาของการจดั หางานทาํ ใหเหยอื่ ตองอยใู นสภาวะเปนหน้ีทไี่ มเปนธรรม จากคํานิยามถึงปญหาการคามนุษยท่ีมีความกวางเกินไป จึงทําใหกระบวนการที่มีความ เช่ือมโยงและจัดไดวาเปนกระบวนการคามนุษย ไมสามารถสรางความเขาใจตอเจาหนาทีได หรือทํา ความเขาใจไดคอนขางยาก ตัวอยางแนวทางการใหคํานิยามการคามนุษยโดยรัฐบาล หรือแมแต กระท่ัง United Nation จึงเปนตัว อยางที่มีลักษณะปลายเปด นอกจากนี้รูปแบบทางสังคมที่มีความ เปล่ียนแปลงไป ทําใหเกิดรูปแบบการคามนุษยรูปแบบใหมๆ ที่กฎหมายไมสามารถเทาทันได กอใหเกิดความยากลําบากของเจาหนาท่ีรัฐในการดําเนินคดีแกผูคาและการบังคับใชกฎหมายตอผูคา (IOM, ธนั วาคม 2016) 7.5 องคกรสหประชาชาติถือวาการคามนุษยเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ันรายแรง ดงั นัน้ สทิ ธิมนษุ ชน จงึ ถือเปนหลกั การสากลและทุกคนมีสิทธิดังกลาว แมจะเดินทางออกนอกประเทศ ก็ตาม สทิ ธมิ นุษยชนไมสามารถถูกทาํ ลายไปไดเพียงแคการไมใชพลเมอื งของรฐั ทอี่ ยูปลายทาง ผลู ีภ้ ยั หรอื ผอู พยพมสี ิทธิอนั ชอบธรรมในสวัสดิภาพของตนเอง และสิทธิดังกลาวจะตองไดรับ การปกปองตามกฎหมายแมจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ผูลี้ภัยและผูอพยพมีสิทธิเสรีภาพใน การปกปองสวสั ดภิ าพของชวี ติ ตนเอง และมีสทิ ธใิ นการเคลือ่ นยายท่พี กั อาศยั อยางเสรี โดยเฉพาะผูหญิง เด็ก และผูพิการที่จะตองไดรับการดูแลเปนพิเศษเพราะถือวาเปนกลุม เปราะบาง ดังนั้นสิทธิเสรีภาพจึงถือเปนมาตรฐานในการวางกรอบทางกฎหมายดานการคามนุษย (Right base approach) ซ่ึงกฎหมายจะอยูภายใตกรอบ international human right standard เพ่อื เปนการแกปองสทิ ธิมนษุ ยชนของมนุษย และเปนหนาท่ีของรัฐที่จะตองมีการวางมาตรการในการ แกไขปญหาอยางเขมงวดเพราะถือเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ันรุนแรง โดยกุญแจสําคัญของ การคามนษุ ยทร่ี ัฐจะตองปฏบิ ตั ิตามกฎบัตรสากลคอื (Finckenauer & Schrock, 2006) 1) การวางมาตรการทางนโยบายในการสงเสริมการยอมรับและปกปองในสิทธิ มนษุ ยชน 2) ตองมีการนิยามหรือระบสุ ทิ ธขิ องพลเมือง หรือมนษุ ย 3) การวางมาตรการทางนโยบายในการสงเสริมการยอมรับและปกปองในสิทธิ มนษุ ยชนจะตองมีความสอดคลองกับกฎบตั รสากลขององคการสหประชาชาติ
239 7.6 กระบวนการคามนุษยทเ่ี กดิ ขน้ึ ไดทั้งในประเทศและขามชาติ กอใหเกิดความบิดเบือน ในการทาํ ความเขาใจของเจาหนาทใี่ นการนิยามความหมายระหวางการคามนุษยและการคาเมือง ผิดกฎหมาย จากผลการศึกษาพบวาความเขาใจของเจาหนาที่รัฐตอนิยามการคามนุษยขามชาติ ยังคงพบ ความสับสนระหวางการคาแรงงานผิดประเภท การเขาเมืองผิดกฎหมาย และการคามนุษย ทําใหใน บางกรณีผูตกเปนเหยื่อถูกดําเนินคดีในฐานะผูกออาชญากรรม จนกระทั่งมีการสืบสวน หรือมีคําสั่ง ศาลวาบุคคลท่ีเปนผูตองสงสัยคือเหยื่อคามนุษย ซ่ึงในบางกรณีเปนการกดดันใหเหยื่อไมกลาเขาพบ เจาหนาท่ีตาํ รวจ หรอื กลาดําเนนิ คดตี อผูคา (PION, ธนั วาคม 2560) 7.7 กระบวนการคามนษุ ยในกรณที ่เี หยื่อเตม็ ใจทาํ ใหเหย่ือถกู มองเปนผตู องหา จากผลการศกึ ษาพบวาเจาหนาที่รัฐยังคงมีความเขาใจวาหากเหยื่อเจตนาหรือเต็มใจใหมีการ เก็บเก่ียวผลประโยชนจากกําลังแรงงาน ไมถือวาคือเหยื่อการคามนุษย หากแตเปนผูตองหาในการ หลบเขาเมืองผิดกฎหมายและคาแรงงานผิดประเภท อยางไรก็ดี การเก็บคาหัวคิวจากกําลังแรงงาน และการใหภาวะหน้ีสินและทําการเก็บหน้ีสินเหลาน้ันจากกําลังแรงงาน ดวยวิธีการขมขู บังคับ บิดเบือน ทําใหเขาใจผิด ทาํ ใหสบั สน ทาํ ใหจําใจยอมรบั การเก็บเก่ยี วผลประโยชนเหลานน้ั ดวยอํานาจ เพ่ือสรางความเปราะบาง หรือเก็บเก่ียวจากเหยื่อที่ตําอยูในสภาวะความเปราะบางและทําการเก็บ ผลประโยชนที่เหยื่อพึงไดรับ หรือทําการควบคุม หรือมีอํานาจเหนือเหยื่อ เพื่อการเอารัดเอาเปรียบ ถอื เปนการคามนุษยทุกกรณตี ามกฎหมาย แมเหย่ือจะเตม็ ใจก็ตาม (Germany, ธันวาคม 2560) 7.8 รฐั มีหนาทใ่ี นการแกปญหาการคามนษุ ยตามกฎบัตรสากลขององคการสหประชาชาติ ดังนั้นประเทศสมาชิกจึงตองมีหนาที่ในการตอสูปญหาการคามนุษยและรักษาสิทธิมนุษชน และตองวางมาตรการท่ีมีความสอดคลองกับหลักการตามกฎบัตรสากล อาทิ การวางมาตรการทาง กฎหมายเพื่อรักษาสิทธิมนุษยชน มาตรการทางศาล มาตรการทางการสืบสวนคดี และการปฏิบัติตอ เหย่ือคามนุษย อยางไรกด็ ีในทางปฏบิ ตั พิ บวานิยามการคามนุษย รวมไปถึงกระบวนการการคามนุษยถือเปน เรื่องที่ซับซอน และมีหลากหลายแงมุมอาทิ การคาประเวณีน้ันหมายรวมถึงสิทธิของหญิง และหาก หญิงผูตกเปนเหย่ือเปนเด็ก ก็จะมีความสอดคลองกับหลักกฎหมายเด็กเขาไวดวย จึงยากที่เจาหนาที่ จะสามารถทําการแปลความกฎบัตรจนกระท่ังนําไปสูการบังคับใชกฎหมาย จนในบางหลักหลักการ ปฏิบัติ หรือการดําเนินคดี จึงขึ้นอยูกับแตละบริบทเปนสําคัญ รวมไปถึงเจาหนาท่ีจะตองทําความ เขาใจกับหลักกฎหมายสากลท้ังในดานสิทธิมนุษยชนและการคามนุษย (United Nation Office for Drung and Crime Prevent, 1999)
240 7.9 กฎบัตรสากลที่ครอบคลุมในเรื่องการคามนุษยมีความซับซอนและเปนแคหลักหรือ แนวปฏบิ ัติ ทั้ ง น้ี ก ฎ ห ม า ย แ ล ะ ก ฎ บั ต ร ที่ ค ร อ บ ค ลุ ม ใ น เ รื่ อ ง ก า ร ค า ม นุ ษ ย ต า ม ห ลั ก ส า ก ล มี ดั ง นี้ (Finckenauer & Schrock, 2006) 11) Protocol to Prevent, Suppress and Punish Trafficking in Persons, Especially Women and Children, supplementing the United Nations Convention against Transnational Organized Crime, 2000 (Trafficking Protocol) 12) Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination against Women, 1979 13) Convention on the Rights of the Child, 1989 14) Optional Protocol to the Convention on the Rights of the Child on the sale of children, child prostitution and child pornography, 2000 United Nations Convention against Transnational Organized Crime, 2000 15) International Convention on the Protection of the Rights of All Migrant Workers and Members of Their Families, 1990 16) International Covenant on Civil and Political Rights, 1966 17) International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights, 1966 18) Council of Europe, Convention on Action against Trafficking in Human Beings, 2005 (European Trafficking Convention) 19) Charter of Fundamental Rights in the European Union, 2000, article 5, and Directive 2011/36/EU of the European Parliament and Council on preventing and combating trafficking in human beings and protecting its victims, 2011 20) South Asian Association for Regional Cooperation, Convention on Preventing and Combating Trafficking in Women and Children for Prostitution, 2002 ซึ่งกฎบัตรสากลถือเปนเพียงแนวทางปฏิบัติของแตละประเทศสมาชิกหากแตไมใชกําหมาย และมกี ารวางแนวปฏิบัตทิ เี่ หมาะสมตามหลกั สากลทแ่ี ตละประเทศจะควรประพฤติปฏิบัติ หรือ “soft law” ซึ่งสนับสนุนการเคารพในสิทธิมนุษยชนและแนวทางการแกปญหาการคามนุษย ทําใหแตละ ประเทศมีการวางมาตรการตามความเขาใจ หรือแนวทางปฏิบัติของตน ทําใหเกิดความแตกตางใน มาตรฐานการดําเนินคดี และการนิยามตามความเขาใจของเจาหนาท่ีที่แตกตางกันในแตละประเทศ (มลู นธิ ิบานหญิง, ธันวาคม 2560)
241 7.10 การสรางความเขาใจตอรัฐในการกําหนดบทบาทหนาที่ในการดําเนินนโยบาย แกปญหาการคามนษุ ย ทง้ั นีห้ ลักการซึ่งเปนขอแนะนาํ ตอรฐั ในการแกไขปญหาการคามนุษยท่ีสําคัญมดี งั น้ี 5) Recommended Principles and Guidelines on Human Rights and Human Trafficking (Recommended Principles and Guidelines) 6) Basic Principles and Guidelines on the Right to a Remedy and Reparation for Victims of Gross Violations of International Human Rights Law and Serious Violations of International Humanitarian Law (Basic Principles and Guidelines on the Right to a Remedy and Reparation) 7) UNICEF Guidelines on the Protection of Child Victims of Trafficking (UNICEF Guidelines) Criminal Justice Responses to Trafficking in Persons: ASEAN Practitioner Guidelines 8) UNHCR Guidelines on international protection: The application of article 1A(2) of the 1951 Convention and/or 1967 Protocol relating to the Status of Refugees to victims of trafficking and persons at risk of being trafficked (UNHCR Trafficking Guidelines) เน่ืองจากมีแนวทางปฏิบัติท่ีเกี่ยวของกับการคามนุษยเปนจํานวนมาก ดังน้ัน จึงเปนปญหา สําหรับรัฐในการตีความหนาท่ีรับผิดชอบของตนเองวาควรอยูในระดับใด หรือตองวางมาตรการ อยางไรบางถึงจะเพียงพอในการแกไขปญหาการคามนุษยในบริบทของตน ทําใหบางประเทศมีความ ลังเลในการจัดการปญหา หรือการวางมาตรการที่เหมาะสมเพื่อการแกไขปญหา หรือการวาง มาตรการที่ไมมีความเหมาะสมกับบริบทของสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและวัฒนธรรมของ ประเทศตน โดยประเทศจะตองรับผิดชอบตอการกระทําหรือการวางมาตรการทางกฎหมายของ ตนเอง 7.11 ปญหากระบวนการตนทาง 7.11.1 สาเหตุของการคามนุษยในรปู แบบคาประเวณี 7.11.1.1 Poverty สาเหตุหลักของปญหาการคามนุษยเกิดมาจากภาวะความยากจน และปญหาภาวะ หนีส้ ิน โดยจากการสมั ภาษณ (องคกรธารา, ธนั วาคม 2017) ไดสะทอนประเด็นสําคัญถึงปญหาความ ยากจนที่นําไปสปู ญหาการคามนษุ ยวา “แรงจูงใจท่ีทําใหขายบริการ หากกลาวตามความจริงเลยก็คือ สวนใหญเหยื่อเปนเด็กตางจังหวัดที่มีการศึกษานอย และตองมีการรับผิดชอบเรื่องหน้ีสินใหกับทาง
242 บาน พบวาเหยื่อสวนใหญมีรายจายตอเดือนจากการไปคํ้าประกันเงินกูใหกับเพ่ือนหรือญาติพี่นอง หรือตกอยูภายใตภาวะหน้ีสินกดดัน โดยเหยื่อสวนใหญมีรายไดตอเดือนเพียง 7-8 พันบาท หากแต รายจายตอเดือนมีสูงถงึ เกือบสองหมื่นกวาบาท เมอื่ รายไดไมพอคาใชจายจึงทําใหตองมีการยืมตรงนั้น มาใหตรงนี้ ตรงนี้มาใหตรงนั้น กอใหเกิดภาวะหน้ีสินพอกพูนเปนทวีคูณ ทั้งยังไดรับการกดดันจาก เจาหนี้ และมีภาระตองเล้ียงบุตรธิดา ทําใหตัดสินใจทํางานยังตางประเทศและตกเปนเหยื่อคามนุษย ในท่ีสุด 7.11.1.2 Economic and social exclusion อกี กลมุ ทม่ี คี วามสําคญั เชนเดยี วกันคอื ปญหาความยากจนในพ้ืนท่ีตนทาง เหยื่อบาง รายพบวามีปญหาหนี้สิน หรือมีปญหาเร่ืองการเงินในพื้นท่ีตนทาง (Conference, 2016) พบวา รากฐานของปญหามาจากหลากหลายประเด็นดวยกัน อาทิ การอยูในพื้นที่ท่ีไมเห็นคุณคาหรือศักด์ิศรี ของความเปนมนุษย โดยเฉพาะกลุมประเทศท่ีไดรับผลกระทบจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ ซึ่ง ผลกระทบทางเศรษฐกิจดังกลาวไดมีผลตอภาวะความยากจนในประเทศ เน่ืองมาจากภาวะความผัน ผวนของราคาสินคาภายในประเทศกอใหเกิดชองวางของความยากจน เน่ืองจากการกระจาย ทรพั ยากรไมเทาเทียมกันระหวางประชากรทร่ี า่ํ รวยและยากจนในประเทศกาํ ลังพัฒนา สถานการณของประเทศไทยในปจจุบัน พบวาภาวะของประเทศท่ีทําใหเกิดปญหา การคามนุษยพบวามาจากตนกําเนิดของเศรษฐกิจและสังคมเปนหลัก โดยพบวาภาวะทางเศรษฐกิจ และสังคมไดมีผลกระทบใหเกิดการบริหารอํานาจท่ีไมเทากันระหวางกลุมตางๆ ท้ังนี้ (Poppay, et al., 2008) ไดสะทอนวา การบริหารอํานาจที่ไมเทาเทียมกัน กอใหเกิดการกระจายทรัพยากรของ ประเทศที่ไมเทาเทยี มกนั การกระจายทรัพยากรที่ไมเทาเทียมกันนี้เอง ทําใหประชากรบางกลุมไมสามารถ ตอบสนองความตองการขั้นพื้นฐานของตนเองได ซ่ึงสงผลกระทบตอสภาพจิตและความตองการของ ประชากรกลุมท่ีไดรับทรัพยากรอยางไมมีประสิทธิภาพใหมีความตองการคุณภาพชีวิตที่ดีกวา กลุม ประชากรท่ีเสียเปรียบทางทรัพยากรเหลาน้ีจึงมีความงายที่จะถูกชักจูงไปเปนเหย่ือการคามนุษยใน ตางแดน (Poppay, และคนอื่นๆ, 2008) จากการสัมภาษณองคกร (องคกรธารา, ธันวาคม 2017) ไดสะทอนในประเด็น Social and Economic Exclusion วาหญิงสาวสวนใหญท่ีตกเปนเหยื่อคามนุษยนั้นประสบกับภาวะ ความยากจน และมีการศึกษานอย โดยมีการศึกษาแคภาคบังคับทําใหไมสามารถเลือกงานไดมากนัก เม่ือเขาสูภาวะการทํางานทําใหประสบปญหาภาวะหนี้สินรายไดไมพอคาใชจาย โดยมีกรณีผูตกเปน เหย่ือคามนุษยรายหนึ่งมีรายไดตกเดือนละประมาณ 7-8 พัน บาทตอเดือน ในขณะที่รายจายและ ภาวะหน้สี ินของครอบครวั ตกเดือนละประมาณ 2 หมื่นบาท โดยสวนใหญมีภาวะหนี้สินจากการกูนอก ระบบ และมภี าระตองเลย้ี งดบู ิดามารดาและครอบครัว
243 อยางไรก็ดีเม่ือพบเพื่อนหรือญาติมิตรชักจูงไปตางประเทศและพบวาเพื่อนหรือญาติ ที่ไดเดินทางไปแลวมีรายไดดี จึงทําใหมีความตองการเดินทางไปบางหรือมีความอยากลองเส่ียงดวงดู บางรายมองวาจะสามารถเดินทางไปทํางานท่ีมีรายไดดีกวาและอยากมีสามีเปนชาวตางชาติเพื่อที่จะ ไดชวยเหลือครอบครัวท่ียากจนของตนได โดยผูลอลวงมักใชคําชักชวนวาตนเองก็เคยมีอดีตท่ียากจน เชนเดียวกัน หากแตเม่ือเดินทางไปตางประเทศไดทํางานและไดสามีเปนชาวตางชาติทําใหตอนนี้มี คุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึน หรือ “ไดดี” และมักโนมนาววาเหย่ือจะไดไมตองลําบากทํางานหนักเพื่อหาเล้ียง ครอบครัวอีกตอไป หรืออาจชักชวนวาเห็นใจ สงสาร เมตตา และยากเห็นเหยื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และจะแนะนําผูชายใหแตงงานกบั เหยอ่ื จนเหยอื่ เช่อื และรสู กึ ตายใจ (องคกรธารา, ธนั วาคม 2017) จะเห็นไดวาในปจจุบันนโยบายของรัฐก็พยายามอยางย่ิงท่ีจะแกปญหากลุมผูตก สํารวจและกลุมไมเทาเทียมกนั ทางสงั คม หากแตนโยบายประชานยิ มน้ันกลับทาํ ใหสภาพชีวิตของกลุม ผตู กสํารวจเหลาน้ดี ขี ้นึ ไดเพยี งช่วั คราวเทานัน้ การใหเงินอุดหนุนกลุมคนยากจน (Targeted means- test cash transfers) กลับยิ่งทําใหกลุมผมู คี วามตองการไปแสวงหางานทํายงั ตางแดนกลับทวีจํานวน เพ่มิ มากข้ึน เนือ่ งจากนโยบายดังกลาวกลบั ย่ิงเปนตัวกระตุนใหเกิดภาวะเงินเฟอ และการลงทุนใหกับ กลุมธุรกิจบางกลุมเพ่ือสนับสนุนสวัสดิการกลับยิ่งทําใหชองวางของความไมเทาเทียมมีจํานวนสูงข้ึน เนื่องจากวิธีดังกลาวเปนการกระตุนทางเศรษฐกิจหากแตละเลยแงมุมทางดานเศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรมของชุมชน จะเห็นไดวานโยบายการอุดหนุนของรัฐยิ่งทําใหเกิดชองวางแหงความไมเทา เทียมเพิ่มมากข้นึ โดยนโยบายดังกลาวมีขอจาํ กัดดงั นี้ 1) เงินที่รัฐจัดสรรใหกลุมผูยากจนมักไมเพียงพอตอความตองการจนทําให คุณภาพชีวิตของสมาชกิ ภายในชมุ ชนดขี ้นึ ไดอยางย่ังยนื 2) การเขาถึงขอมูลขาวสาร กฎเกณฑ เพื่อรับเงินอุดหนุนกลับทําใหจํากัด สิทธกิ ารเขาถึงสวสั ดิการของผทู ่ยี ากจนจรงิ ๆ 3) ตองมีการใชทรัพยากรเปนจาํ นวนมาก 4) มีโอกาสอยางมากทีจ่ ะมกี ารคอรัปชน่ั 5) ความซับซอนของระบบการอุดหนุนทําใหเกิดรอยร่ัวใหผูท่ีเปน free rider 6) แมผูท่ียากจนจะไดรับการอุดหนุนก็ตาม หากแตชองวาแหงความไมเทา เทยี มภายในสังคมก็ยงั คงอยไู มหายไปไหน
244 7.11.1.3 Social and inequality ปญหาความไมเทาเทียมกันทางเพศและทางสังคมทําใหการกระจายทรัพยากร ระหวางชนช้ันในสังคมไมเทาเทียมกัน ในประเทศไทยพบวาหากเปรียบเทียบกับชาย หญิงมักประสบ ปญหาจากความไมเทาเทียมกันระหวางเพศจนตกเปนเหย่ือของการคามนุษยไดโดยงายกวาชาย สถานการณของประเทศไทยไมวาจะเปนดานเศรษฐกจิ สังคม และการเมือง ในอดีตทําใหหญิงสาวตก เปนเหยื่อการคามนุษยเพิ่มขึ้นนับตั้งแตป ค.ศ.1957 เปนตนมา จาก (Jairuk, 2554) ไดสะทอนวา ปญหาการคามนุษยไดสืบเน่ืองมาจากระบบศักดินาทําใหระบบสังคมดังกลาวไดกดขี่ผูหญิงเอาไว เนอ่ื งจากระบบศักดินาถือวาผูชายเปนใหญ จากนัน้ เมื่อประเทศไทยไดเปลีย่ นแปลงระบบสังคมมาเปน ระบบทุนนยิ มทําใหอํานาจเงนิ เปนใหญเชนกัน สงผลใหผูหญิงถูกตีคาเปนสินคา และฝายชายไดอาศัย เงินเปนอาํ นาจซอ้ื ผหู ญงิ ผเู ปรียบเสมือนสนิ คา ความไมเทาเทียมทางวัฒนธรรมและความไมเทาเทียมทางเพศเหลาน้ีไดเปนเงื่อนไข ทกี่ อใหเกิดการเอารดั เอาเปรียบเพศหญิง ประกอบกับโครงสรางทางเศรษฐกิจระบอบทุนนิยมท่ีทําให เกดิ ความยากจน ทําใหเกดิ โสเภณแี ละการคาหญงิ ขามชาติ (Jairuk, 2554) จากผลการสัมภาษณเชิงลึกกลุม (คาอูคา, ธันวาคม 2560) ไดสะทอนในเรื่องความ ไมเทาเทียมกันทางสังคมและทางเพศวา จากกลุมหญิงผูตกเปนเหย่ือคาประเวณีท่ีองคกรไดเคยให ความชวยเหลือพบวาฝายหญิงสวนใหญท่ีถูกหลอกมาเปนเหยื่อจะทํางานคาบริการทางเพศ หรือ ทํางานเปนสาวดร๊งิ ค หรือสถานทเ่ี ที่ยวอยูกอนแลวในประเทศไทย และสวนมากเปนคุณแมเลี้ยงเดี่ยว ทม่ี ีภาระคอื ลกู และบิดามารดาที่ตนเองตองเล้ยี งดูโดยปราศจากสามคี อยชวยดูแลครอบครัว ทําใหการ ตัดสินใจเดินทางมาตางประเทศทําไดโดยงาย นอกจากนี้ดวยภาวะการศึกษานอยเมื่อมีโอกาสได เดนิ ทางไปทาํ งานยงั ตางประเทศจึงเปนเหตผุ ลใหรบี ควาไวกอน จะเห็นไดวาการไมเทาเทียมกันนี้ทําใหเกิดการกระจายทรัพยากรไปสูคนทุกกลุมไม เทาเทียมกันการท่ีเพสหญงิ ดอยกวาเพศชายน้ันขึน้ อยกู ับโครงสรางทางวัฒนธรรมและประเพณีของแต ละประเทศ โดยเฉพาะโอกาสในการทํามาหากินของเพศหญิงที่มีนอยกวาเพศชายในตลาดแรงงาน โดยจากผลการวิจัยของ (Acker, 1988) เพศหญิงมีอํานาจนอยกวาและมีโอกาสในการเติบโตใน วิชาชีพนอยกวาเพศชาย โดยเฉพาะในครอบครัวผูหญิงจะมีอํานาจนอยกวาเพศชาย ผูหญิงจะตอง ทํางานท้ังเลี้ยงลูก ดูแลบาน และทํางานหาเงินเขาบาน ทําใหโอกาสในการเลือกงานนอย โอกาสใน การไดรับผลตอบแทนนอยหากแตมีภาระคาใชจายสูง ซึ่งทําใหเปนปรงงานผลักดันใหหญิงไทยมา แสวงหาชองทางในการประกอบอาชีพยังตางแดนและตกเปนเหยื่อคามนุษยในที่สุด ส่ิงน้ีไดสะทอน ปญหาการคามนุษยท่ีเกิดจากความไมเทาเทียมทางเพศ โดยสังคมไดมีการแบงออกเปนชนช้ัน และ บางชนชั้นในสังคมไดพฒั นาทัศนคติของตนตอคนบางกลุมบางพวก เชน เพศหญิง ในฐานะชนช้ันท่ีต่ํา กวา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307