Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รวมกฎหมายยาเสพติดพร้อมด้วยกฎกระทรวง ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

รวมกฎหมายยาเสพติดพร้อมด้วยกฎกระทรวง ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

Published by E-book Prasamut chedi District Public Library, 2020-06-16 00:22:36

Description: ผลิตโดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)
หนังสือ,เอกสาร,บทความ และภาพถ่ายที่นำมาเผยแพร่นี้
ใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาเท่านั้น

Search

Read the Text Version

พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ โภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ 489 (๔) มาตรา ๕ ทว ิ หนังสอื อนญุ าตใหจ้ ำหน่าย มไี ว้ในครอบครอง ใช้ หรือเปลย่ี นแปลงสภาพ ซ่ึงโภคภัณฑ์ ตามพระราชกฤษฎีกาน้ี ใหใ้ ช้ไดจ้ นถงึ วันท่ี ๓๑ ธนั วาคม ของปีทอ่ี อกหนังสืออนญุ าต ถ้าผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตตามวรรคหนึ่งประสงค์จะขอต่ออายุหนังสืออนุญาตให้ย่ืนคำขอก่อนหนังสือ อนุญาตสิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคำขอแล้วจะประกอบกิจการต่อไปก็ได้จนกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะส่ัง ไม่อนุญาตใหต้ ่ออายหุ นงั สอื อนญุ าตนั้น มาตรา ๖ โภคภณั ฑข์ องสว่ นราชการและรฐั วิสาหกิจไมอ่ ยูใ่ นบงั คบั แหง่ พระราชกฤษฎกี าน้ี มาตรา ๗ ผใู้ ดมโี ภคภณั ฑต์ ามพระราชกฤษฎกี านไ้ี วใ้ นครอบครองกอ่ นวนั ทพ่ี ระราชกฤษฎกี านใ้ี ชบ้ งั คบั ให้แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีภายในสามวันนับแต่วันท่ีพระราชกฤษฎีกาน ้ี ใชบ้ ังคับ มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตาม พระราชกฤษฎีกาน้ี ผู้รบั สนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกติ ย์ รองนายกรัฐมนตร ี (๔) มาตรา ๕ ทวิ เพมิ่ เติมโดย พ.ร.ฎ. ควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๕ หมายเหต ุ พ.ร.ฎ. ควบคุมโภคภณั ฑ์ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานใี้ หใ้ ช้บังคบั ตั้งแต่วนั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๗ ผู้ใดมีไว้ในครอบครอง ซึ่งโภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๒๒ กอ่ นวนั ทพี่ ระราชกฤษฎกี านใ้ี ชบ้ งั คบั ใหย้ น่ื คำขออนญุ าตมไี วใ้ นครอบครองภายในสามสบิ วนั นบั แตว่ นั ทพี่ ระราชกฤษฎกี านใ้ี ชบ้ งั คบั หากผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นควรไม่อนุญาตให้ออกคำส่ังเป็นหนังสือและแจ้งให้ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งโภคภัณฑ์ดังกล่าวนำหรือ ขนย้ายโภคภัณฑ์นั้นออกไปไว้นอกเขตท้องท่ีที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพมิ่ เติมโดยพระราชกฤษฎกี านี้ ภายในสิบหา้ วนั นบั แต่วนั ทไี่ ดร้ ับหนังสอื แจง้ การไมอ่ นุญาต มาตรา ๘ ผ้ทู ไ่ี ด้รับหนงั สอื อนญุ าตให้ขนยา้ ย จำหน่าย ใช้ เปลี่ยนแปลงสภาพหรอื โอนการ ครอบครอง ซึ่งโภคภัณฑ์ ตามพระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๒๒ ก่อนวันท่ีพระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้คงดำเนินกิจการ ตามหนังสอื อนญุ าตนัน้ ตอ่ ไปไดจ้ นกวา่ หนังสอื อนุญาตนนั้ ส้ินอายุ แตท่ ั้งน้ีต้องไมเ่ กนิ หนงึ่ ปนี ับแตว่ นั ท่ีพระราชกฤษฎกี านใี้ ช้บงั คบั (ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เลม่ ๙๙ ตอนท่ี ๙๑ ลงวันท่ี ๒ กรกฎาคม ๒๕๒๕)

490 สำนกั งาน ป.ป.ส. (๕)บัญชกี ำหนดเขตควบคมุ น้ำยาเคมีอีเธอรแ์ ละนำ้ ยาเคมคี ลอโรฟอรม์ ลำดับที่ จังหวดั อำเภอ เชยี งราย ภาคเหนอื ๑ เชยี งใหม ่ ภาคใต ้ ทกุ อำเภอ ๒ น่าน ทุกอำเภอ ๓ พะเยา ทุกอำเภอ ๔ แพร ่ ทุกอำเภอ ๕ แม่ฮ่องสอน ทกุ อำเภอ ๖ ลำปาง ทกุ อำเภอ ๗ ลำพนู ทกุ อำเภอ ๘ ทุกอำเภอ นราธวิ าส ๙ ปัตตานี ทุกอำเภอ ๑๐ ยะลา ทกุ อำเภอ ๑๑ สงขลา ทุกอำเภอ ๑๒ สตูล ทกุ อำเภอ ๑๓ ทุกอำเภอ (๕) บัญชีทา้ ยพระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบบั ที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๒ ถูกยกเลิกโดยพระราชกฤษฎกี าควบคุมโภคภณั ฑ์ (ฉบบั ท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๖ และให้ใช้บัญชที ่ีพิมพ์ไว้นแ้ี ทน

พระราชบญั ญัติควบคมุ โภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ 491 พระราชกฤษฎกี า ควบคมุ โภคภณั ฑ์ (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๕ ภมู พิ ลอดุลยเดช ป.ร. ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี ๒๙ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เปน็ ปที ี่ ๔๗ ในรชั กาลปจั จบุ นั พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ให้ประกาศว่า โดยท่ีเป็นการสมควรกำหนดวิธีการควบคุมโภคภัณฑ์บางชนิดในท้องท่ีบางแห่ง เพ่ือสวัสดิภาพ ของประชาชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ แห่ง พระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปน้ี มาตรา ๑ พระราชกฤษฎกี านเี้ รยี กวา่ “พระราชกฤษฎกี าควบคมุ โภคภณั ฑ์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๕” มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ใหใ้ ชบ้ งั คับต้งั แตว่ นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เป็นตน้ ไป(๑) มาตรา ๓ ให้โภคภัณฑ์ควบคุมตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๓๕)(๒) ออกตามความใน พระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ เป็นโภคภัณฑ์ท่ีถูกควบคุมตามวิธีการท่ีกำหนดไว้ใน พระราชกฤษฎกี าน้ี และภายในทอ้ งที่ที่ระบุไว้ในบญั ชที า้ ยพระราชกฤษฎกี าน้ี มาตรา ๔ หา้ มมใิ หผ้ ใู้ ดนำ ขนยา้ ย จำหนา่ ย มไี วใ้ นครอบครอง ใช้ หรอื เปลย่ี นแปลงสภาพ ซงึ่ โภคภณั ฑ์ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ เว้นแต่จะไดร้ ับหนงั สอื อนญุ าตจากผูว้ ่าราชการจงั หวดั แห่งท้องที่ การย่นื คำขออนญุ าตตามวรรคหน่งึ ใหย้ ื่น ณ สำนกั งานพาณชิ ย์จงั หวดั แหง่ ท้องที่ การนำหรือการขนย้ายโภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกานี้แต่ละครั้ง ต้องได้รับหนังสืออนุญาตทุกคร้ัง และผนู้ ำหรอื ขนยา้ ยต้องนำหนงั สืออนญุ าตนนั้ กำกับการนำหรอื การขนย้ายไปด้วยทกุ ครง้ั หนังสอื อนุญาตตามวรรคหน่ึง ใหเ้ ปน็ ไปตามแบบที่อธิบดีกรมการค้าภายในกำหนด (๑) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙ ตอนท่ี ๓๙ ลงวนั ท่ี ๖ เมษายน ๒๕๓๕ (๒) หมายถึง กรดแอซีติกล้วน (Glacial acetic acid)

492 สำนกั งาน ป.ป.ส. มาตรา ๕ หนังสืออนญุ าตใหจ้ ำหน่าย มไี ว้ในครอบครอง ใช้ หรอื เปล่ียนแปลงสภาพ ซึ่งโภคภณั ฑ์ตาม พระราชกฤษฎีกานี้ ใหใ้ ชไ้ ดจ้ นถงึ วนั ท่ี ๓๑ ธันวาคม ของปที ี่ออกหนังสืออนญุ าต ถ้าผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตตามวรรคหน่ึงประสงค์จะขอต่ออายุหนังสืออนุญาตให้ย่ืนคำขอก่อนหนังสือ อนุญาตส้ินอายุ และเม่ือได้ยื่นคำขอแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าผู้ว่าราชการจังหวัด จะส่ังไม่อนุญาต ใหต้ ่ออายหุ นงั สอื อนญุ าตน้นั มาตรา ๖ ผู้ใดมีโภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ไว้ในครอบครองก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาน้ี ใช้บังคับ ให้ยื่นคำขออนุญาตมีไว้ในครอบครองภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีพระราชกฤษฎีกาน้ีใช้บังคับ หากผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องท่ีเห็นควรไม่อนุญาตให้ออกคำส่ังเป็นหนังสือและแจ้งให้ผู้มีไว้ในครอบครอง ซงึ่ โภคภณั ฑด์ งั กลา่ วนำหรอื ขนยา้ ยโภคภณั ฑน์ นั้ ออกไปไวน้ อกเขตทอ้ งทที่ ร่ี ะบไุ วใ้ นบญั ชที า้ ยพระราชกฤษฎกี านี้ ภายในสบิ หา้ วันนับแต่วนั ที่ได้รับหนังสอื แจ้งการไม่อนญุ าต มาตรา ๗ โภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกาน้ีของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจไม่อยู่ในบังคับ แห่งพระราชกฤษฎีกาน้ี มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตาม พระราชกฤษฎีกาน้ี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรฐั มนตร ี

พระราชบญั ญัติควบคมุ โภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ 493 ลำดบั ท่ ี บญั ชีทา้ ยพระราชกฤษฎีกา ควบคมุ โภคภัณฑ์ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๕ จงั หวดั อำเภอ ๑ เชียงราย ภาคเหนือ ๒ เชยี งใหม ่ ภาคใต ้ ทกุ อำเภอ ๓ นา่ น ทุกอำเภอ ๔ พะเยา ทุกอำเภอ ๕ แพร่ ทกุ อำเภอ ๖ แม่ฮ่องสอน ทกุ อำเภอ ๗ ลำปาง ทุกอำเภอ ๘ ลำพูน ทุกอำเภอ ทกุ อำเภอ ๙ นราธวิ าส ๑๐ ปตั ตาน ี ทกุ อำเภอ ๑๑ ยะลา ทุกอำเภอ ๑๒ สงขลา ทกุ อำเภอ ๑๓ สตูล ทกุ อำเภอ ทกุ อำเภอ

494 สำนกั งาน ป.ป.ส. กฎกระทรวง ฉบบั ท่ี ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๒๒)* ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมโภคภณั ฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ อาศยั อำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๑๑ แหง่ พระราชบัญญัติควบคมุ โภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรวี า่ การกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดงั ตอ่ ไปน้ี ข้อ ๑ ให้โภคภัณฑ์ดังต่อไปน้ีเป็นโภคภัณฑ์ที่ถูกควบคุมตามวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา ควบคมุ โภคภณั ฑ์ (ฉบบั ท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๒๒ (๑) น้ำยาเคมี อเี ธอร์ (Ether) (๒) นำ้ ยาเคมี คลอโรฟอร์ม (Chloroform) (๑) ข้อ ๒ ให้ผู้มีตำแหน่งดังต่อไปนี้ ในจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวดั สงขลา และจงั หวดั สตลู เปน็ พนกั งานเจา้ หนา้ ทีค่ วบคมุ โภคภณั ฑ์ตามขอ้ ๑ คือ (๑) ผ้วู า่ ราชการจังหวดั (๒) รองผู้วา่ ราชการจงั หวัด (๓) ปลดั จังหวัด (๔) ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณชิ ย์ (๕) ผู้ตรวจการพาณชิ ย์ (๖) พาณชิ ยจ์ งั หวัด (๗) นายอำเภอ (๘) ปลดั อำเภอผ้เู ปน็ หวั หน้าประจำกิ่งอำเภอ (๙) ปลดั อำเภอ * ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เลม่ ๙๖ ตอนท่ี ๑๘๓ ลงวนั ที่ ๒๖ ตลุ าคม ๒๕๒๒ (๑) ขอ้ ความเดิมถกู ยกเลิกโดย กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๒๕) และใหใ้ ช้ข้อความทีพ่ มิ พ์ไว้นแ้ี ทน หมายเหตุ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๒๕) ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา ฉบับพิเศษ เลม่ ๙๙ ตอนท่ี ๙๑ ลงวนั ที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๒๕

พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ โภคภณั ฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ 495 (๑๐) ข้าราชการตำรวจซึ่งมยี ศตั้งแต่รอ้ ยตำรวจตรีข้นึ ไป (๑๑) ข้าราชการในสำนักงานพาณิชยจ์ งั หวัด ซงึ่ ดำรงตำแหน่งต้งั แต่ระดบั ๓ ขน้ึ ไป ทง้ั น้ี ภายในทอ้ งที่หรอื เขตอำนาจของตน ให้ไว้ ณ วนั ท่ี ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๒ พลเอก เลก็ แนวมาลี รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทย อบ วสุรัตน์ รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงพาณชิ ย ์

496 สำนักงาน ป.ป.ส. กฎกระทรวง ฉบบั ที่ ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๓๕)* ออกตามความในพระราชบัญญตั ิควบคุมโภคภณั ฑ ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ อาศยั อำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๑๑ แหง่ พระราชบญั ญตั ิควบคมุ โภคภณั ฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงพาณชิ ย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังตอ่ ไปน้ี ขอ้ ๑ ใหก้ รดแอซีติกล้วน (Glacial acetic acid, CคHดิ 3ต-ามCอOตั OรHาส)ว่ หนรนือำ้ ชหอื่ นทกั ีเ่ รตยีอ่ กนเำ้ปห็นนอกั ย่าแงลอะนื่ มแปีตรม่ มิ สี าตู ณร โครงสรา้ งอยา่ งเดยี วกนั นท้ี มี่ คี วามบรสิ ทุ ธต์ิ ง้ั แตร่ อ้ ยละ ๙๐ ตัง้ แต่ ๑๐ กโิ ลกรัมข้นึ ไป เป็นโภคภณั ฑ์ควบคุม ขอ้ ๒ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งต่อไปน้ี ในจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวดั สงขลา และจังหวดั สตูล เป็นพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีควบคุมโภคภัณฑ์ตามกฎกระทรวงนี้ (๑) ผวู้ า่ ราชการจงั หวัด (๒) รองผู้ว่าราชการจงั หวดั (๓) ปลดั จังหวัด (๔) ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ (๕) ผตู้ รวจการพาณชิ ย์ (๖) พาณชิ ย์จังหวดั (๗) นายอำเภอ (๘) ปลดั อำเภอผเู้ ป็นหัวหนา้ ประจำกิง่ อำเภอ (๙) ปลดั อำเภอ (๑๐) ขา้ ราชการตำรวจซง่ึ มียศตัง้ แต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป (๑๑) ขา้ ราชการในสำนกั งานพาณชิ ยจ์ งั หวัด ซึ่งดำรงตำแหนง่ ต้ังแตร่ ะดบั ๓ ขึ้นไป ทงั้ น้ี ภายในทอ้ งท่ี หรอื เขตอำนาจของตน ใหไ้ ว้ ณ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ พลเอก อิสระพงศ ์ หนุนภักด ี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อมเรศ ศิลาอ่อน รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงพาณิชย ์ * ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๒๐ ลงวนั ที่ ๑๓ มนี าคม ๒๕๓๕

พระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ 497 พระราชกฤษฎกี า ควบคมุ โภคภณั ฑ์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นปที ่ี ๕๗ ในรชั กาลปจั จุบนั พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงวิธีการควบคุมโภคภัณฑ์สารกาเฟอีนในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เพ่ือสวสั ดิภาพของประชาชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับ การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซ่ึงมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎกี าขนึ้ ไว้ ดังตอ่ ไปน้ี มาตรา ๑ พระราชกฤษฎกี านเ้ี รยี กวา่ “พระราชกฤษฎกี าควบคมุ โภคภณั ฑ์ (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๕” มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกาน้ใี ห้ใชบ้ งั คบั ตง้ั แต่วนั ถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เป็นตน้ ไป* มาตรา ๓ ให้ยกเลกิ พระราชกฤษฎกี าควบคุมโภคภณั ฑ์ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔ ให้โภคภัณฑ์ควบคุมตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดให้สารกาเฟอีนเป็นโภคภัณฑ์ ควบคุมและแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งได้แก่ สารกาเฟอีน (Caffeine) เปน็ โภคภณั ฑ์ทีถ่ ูกควบคมุ ตามวิธกี ารทกี่ ำหนดไวใ้ นพระราชกฤษฎีกานีท้ กุ ทอ้ งท่ที ่วั ราชอาณาจกั ร มาตรา ๕ หา้ มมใิ หผ้ ใู้ ดนำ ขนยา้ ย จำหนา่ ย มไี วใ้ นครอบครอง ใช้ หรอื เปลย่ี นแปลงสภาพ ซงึ่ โภคภณั ฑ์ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ เว้นแต่จะไดร้ ับหนงั สืออนุญาต หนงั สอื อนญุ าตตามวรรคหนึ่ง ใหเ้ ป็นไปตามแบบที่อธบิ ดกี รมการค้าภายในกำหนด * ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เล่ม ๑๑๙ ตอนที่ ๑๒๘ ก ลงวันท่ี ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๕

498 สำนักงาน ป.ป.ส. มาตรา ๖ บุคคลซึ่งมีสิทธิขออนุญาตนำ ขนย้าย จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้ หรือเปล่ียนแปลง สภาพซ่งึ โภคภณั ฑต์ ามพระราชกฤษฎกี านี้ ไดแ้ ก่ (๑) ผไู้ ด้รบั ใบอนุญาตให้นำเขา้ หรอื สง่ ออกสารกาเฟอีนจากกรมการคา้ ตา่ งประเทศ (๒) ผไู้ ดร้ ับใบอนุญาตผลติ ยาแผนปัจจุบนั ท่ไี ด้รบั อนุญาตใหผ้ ลิตยาท่มี ีสารกาเฟอนี เป็นสว่ นประกอบ (๓) ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตอาหารหรือผู้ได้รับอนุญาตเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน ของผ้ผู ลติ ท่ผี ลติ เครือ่ งดื่มผสมสารกาเฟอีน (๔) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบอตุ สาหกรรมผลติ กระดาษพมิ พ์เขยี วทีใ่ ช้สารกาเฟอีนเปน็ วัตถุดิบ (๕) ผู้ท่ีจำเป็นต้องใช้สารกาเฟอีนในการทดลองโดยมีหนังสือรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข มาตรา ๗ ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขออนุญาตกับอธิบดีกรมการค้าภายใน สำหรับจังหวัดอื่น ใหย้ ื่นคำขออนญุ าตกบั ผูว้ ่าราชการจงั หวัด ท้งั นี้ โดยใหย้ ืน่ ณ กรมการคา้ ภายใน หรอื สำนักงานพาณิชย์จังหวัด แลว้ แตก่ รณี ตามหลักเกณฑ์ทอ่ี ธิบดีกำหนด การนำหรอื การขนย้ายโภคภณั ฑต์ ามพระราชกฤษฎีกานแี้ ต่ละคร้งั ต้องได้รับหนังสืออนุญาตทกุ คร้งั และ ผูน้ ำหรอื ขนยา้ ยต้องนำหนังสืออนุญาตนนั้ กำกบั การนำหรอื การขนยา้ ยไปด้วยทกุ คร้ัง มาตรา ๘ หนังสืออนุญาตให้จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพซึ่งโภคภัณฑ์ตาม พระราชกฤษฎกี านใ้ี หใ้ ช้ได้จนถงึ วนั ท่ี ๓๑ ธันวาคม ของปที ่อี อกหนังสอื อนุญาต ถ้าผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตตามวรรคหนึ่งประสงค์จะขอต่ออายุหนังสืออนุญาต ให้ยื่นคำขอก่อนหนังสือ อนุญาตส้ินอายุ และเมื่อได้ย่ืนคำขอแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุ หนงั สอื อนุญาตนั้น การสง่ั ไมอ่ นญุ าตตามวรรคสอง ใหผ้ อู้ นญุ าตออกคำสงั่ เปน็ หนงั สอื และแจง้ ใหผ้ ยู้ นื่ คำขอกระทำการใด ๆ เพื่อมิให้โภคภัณฑ์ตามที่ระบุไว้ในคำขอต่ออายุหนังสืออนุญาตอยู่ในความครอบครองของผู้ที่ยื่นคำขอท้ังนี้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำส่ังไม่ต่ออายุหนังสืออนุญาตดังกล่าว และเมื่อได้ดำเนินการ เป็นประการใดแล้ว ให้ผู้ย่ืนคำขอมีหนังสือแจ้งให้อธิบดีกรมการค้าภายในหรือผู้ว่าราชการจังหวัดทราบด้วย แล้วแต่กรณี มาตรา ๙ ให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตจัดทำรายงานปริมาณการจำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้ เปลี่ยนแปลง สภาพ ตลอดจนสถานที่เก็บ ช่ือและที่อยู่ของผู้ซ้ือและแหล่งท่ีมาของโภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกาน ี้ ใหผ้ อู้ นุญาตทราบทุกเดือนภายในวนั ท่ีเจด็ ของเดอื นถัดไป ท้ังน้ี ตามแบบท่อี ธิบดกี รมการค้าภายในกำหนด มาตรา ๑๐ ผู้ใดมีโภคภัณฑ์ที่เข้าข่ายต้องขออนุญาตตามพระราชกฤษฎีกานี้ก่อนวันที่พระราช กฤษฎีกาน้ีใช้บังคับ ให้ยื่นคำขออนุญาตมีไว้ในครอบครองภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ หากผู้อนุญาตแห่งท้องที่เห็นควรไม่อนุญาต หรือไม่อาจอนุญาตได้เนื่องจากผู้ยื่นคำขอมิได้เป็นบุคคล ตามมาตรา ๖ ให้นำความในมาตรา ๘ วรรคสามมาใชบ้ ังคบั โดยอนโุ ลม

พระราชบญั ญัตคิ วบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ 499 มาตรา ๑๑ ผู้ได้รับอนุญาตให้นำ ขนย้าย จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้ หรือเปล่ียนแปลงสภาพ ซ่ึงโภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกานี้อยู่ก่อนวันท่ีพระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้หนังสืออนุญาตคงใช้ได้ต่อไป จนกวา่ จะสิน้ อายุ มาตรา ๑๒ โภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอ่ืนของรัฐ ไมอ่ ยู่บงั คับแหง่ พระราชกฤษฎกี านี้ มาตรา ๑๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตาม พระราชกฤษฎีกานี้ ผูร้ ับสนองพระบรมราชโองการ พันตำรวจโท ทกั ษิณ ชนิ วตั ร นายกรฐั มนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับน้ี คือ เน่ืองจากได้มีการนำสารกาเฟอีนซ่ึงได้ ระบุให้เป็นโภคภัณฑ์ควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมโภคภัณฑ์แล้ว ไปใช้เป็นส่วนผสม ในการผลิตยาเสพติดให้โทษประเภทท่ี ๑ ซ่ึงเป็น ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง อันเป็นการ ทำลายสวัสดิภาพของประชาชน เพื่อป้องกันมิให้มีการนำสารกาเฟอีนไปใช้เป็นส่วนผสมในการ ผลิตยาเสพตดิ ให้โทษ สมควรปรับปรุงวธิ กี ารควบคุมและวางระเบียบในการนำ ขนย้าย จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพซ่ึงโภคภัณฑ์ดังกล่าวในทุกท้องท่ีทั่วราชอาณาจักร จงึ จำเปน็ ต้องตราพระราชกฤษฎกี านี ้

500 สำนกั งาน ป.ป.ส. กฎกระทรวง วา่ ด้วยการกำหนดใหส้ ารกาเฟอีนเป็นโภคภณั ฑค์ วบคุม และแตง่ ตง้ั พนกั งานเจ้าหนา้ ทค่ี วบคมุ โภคภณั ฑ ์ พ.ศ. ๒๕๔๕* อาศยั อำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๑๑ แหง่ พระราชบญั ญตั คิ วบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ อันเป็นพระราชบัญญัติท่ีมีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำ ได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ขอ้ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๒๑ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุม โภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ ขอ้ ๒ ให้สารกาเฟอีน (Caffeine) ชื่อทางเคมี 3, 7-Dihydro-1, 3, 7-trimethyl-1H-purine-2, 6-dione; 1, 3, 7-trimethylxanthine; 1, 3, 7-trimethyl-2, 6-di-oxopurine; caffeine; thein; guaranine;methyltheobromine; สูตรทางเคมี C8H10N4O2 และเกลือของสารดังกล่าวตามพิกัดอัตรา อากรขาเขา้ ประเภทที่ ๒๙๓๙.๓๐ และ ๓๐๐๓.๔๐ ยกเวน้ อนุพันธ์สารกาเฟอนี และยาสำเรจ็ รูปทม่ี สี ารกาเฟอีน ผสมอยู่ซ่ึงมีใบอนุญาตนำเข้าและข้ึนทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวง สาธารณสขุ เปน็ โภคภัณฑค์ วบคมุ ตามกฎกระทรวงน้ี ขอ้ ๓ ให้ผู้ดำรงตำแหนง่ ดังตอ่ ไปน้ี เปน็ พนกั งานเจา้ หนา้ ทค่ี วบคุมโภคภณั ฑ์ตามกฎกระทรวงนี้ (๑) สำหรับจังหวัดทกุ จังหวัด (ก) อธบิ ดกี รมการค้าภายใน (ข) รองอธิบดกี รมการคา้ ภายใน (ค) ขา้ ราชการกรมการค้าภายในซง่ึ ดำรงตำแหน่งตงั้ แต่ระดับ ๓ ขึ้นไป (ง) ข้าราชการซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม ยาเสพตดิ (๒) สำหรับจังหวดั อื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร * ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เล่ม ๑๑๙ ตอนท่ี ๑๒๐ ก ลงวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๔๕

พระราชบญั ญตั คิ วบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ 501 (ก) ผู้ว่าราชการจังหวัด (ข) รองผูว้ า่ ราชการจังหวัด (ค) ปลัดจงั หวัด (ง) ผ้ตู รวจราชการกระทรวงพาณิชย ์ (จ) พาณิชยจ์ งั หวดั (ฉ) นายอำเภอ (ช) ปลดั อำเภอผู้เปน็ หัวหน้าประจำกงิ่ อำเภอ (ซ) ปลดั อำเภอ (ฌ) ข้าราชการตำรวจซ่งึ มียศตงั้ แตร่ อ้ ยตำรวจตรีขน้ึ ไป (ญ) ข้าราชการสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งดำรงตำแหน่งต้ังแต่ระดับ ๓ ขึ้นไปท่ีปฏิบัติงาน ในจังหวดั นัน้ ทั้งนี้ ภายในทอ้ งที่หรอื เขตอำนาจของตน ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๔๕ วันมหู ะมัดนอร์ มะทา รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย อดศิ ยั โพธารามกิ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงพาณชิ ย์ __________________________ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับน้ี คือ โดยท่ีได้มีการนำสารกาเฟอีนไปใช้เป็นส่วนผสม ในการผลิตยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๑ ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงอันเป็นการ ทำลายสวัสดิภาพของประชาชนสมควรกำหนดให้สารกาเฟอีนรวมถึงสารกาเฟอีนและเกลือ ของสารดังกล่าวทุกชนิด ยกเว้นอนุพันธ์สารกาเฟอีนและยาสำเร็จรูปที่มีสารกาเฟอีนผสมอยู่และ มีใบอนุญาตนำเข้าและขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวง สาธารณสุข เป็นโภคภัณฑ์ควบคุม และแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าท่ีควบคุมโภคภัณฑ์ จึงจำเป็น ต้องออกกฎกระทรวงน ้ี

502 สำนักงาน ป.ป.ส. ประกาศกระทรวงพาณชิ ย ์ เร่อื ง การสง่ ออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสารกาเฟอีน (Caffeine) พ.ศ. ๒๕๔๕ ด้วยปรากฏว่าได้มีการนำสารกาเฟอีน (Caffeine) ที่ใช้ในทางอุตสาหกรรมไปใช้ในการผลิตยาเสพติด อนั กอ่ ใหเ้ กิดปัญหาทางดา้ นสขุ ภาพ สุขอนามยั สงั คมและความมัน่ คงของประเทศ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๒) และมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอก และ การนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. ๒๕๒๒ อันเป็นพระราชบัญญัติท่ีมีบทบัญญัติบางประการ เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย รฐั มนตรีว่าการกระทรวงพาณิชยโ์ ดยอนุมตั ขิ องคณะรฐั มนตรีออกประกาศไว้ ดงั ตอ่ ไปน้ี ขอ้ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามา ในราชอาณาจักรซงึ่ สารกาเฟอนี (Caffeine) พ.ศ. ๒๕๔๕” ข้อ ๒ ประกาศนใี้ หใ้ ช้บงั คับตง้ั แตว่ นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นต้นไป * ขอ้ ๓ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรอ่ื ง การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซง่ึ สารกาเฟอีน (Caffeine) พ.ศ. ๒๕๔๕ ลงวนั ที่ ๒๕ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ขอ้ ๔ ให้สารกาเฟอีน (Caffeine) ช่ือทางเคมี 3, 7-Dihydro-1, 3, 7-trimethyl-1H-purine-2, 6-dione; 1, 3, 7-trimethylxanthine; 1, 3, 7-trimethyl-2, 6-di-oxopurine; caffeine; thein; guaranine; methyltheobromine; สูตรทางเคมี C8H10N4O2 และเกลือของสารดังกล่าวตามพิกัดอัตรา อากรขาเขา้ ประเภทที่ ๒๙๓๙.๓๐ และ ๓๐๐๓.๔๐ ยกเวน้ อนพุ นั ธส์ ารกาเฟอนี และยาสำเรจ็ รปู ทมี่ สี ารกาเฟอนี ผสมอยู่ซ่ึงมีใบอนุญาตนำเข้าและข้ึนทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวง สาธารณสุข เป็นสนิ ค้าที่ต้องขออนุญาตในการสง่ ออกไปนอกและนำเขา้ มาในราชอาณาจักร ประกาศ ณ วันท่ี ๘ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๔๕ อดิศยั โพธารามิก รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงพาณิชย ์ * ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ๑๑๙ ตอนท่ี ๑๑๑ ง ลงวนั ที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๕

พระราชบัญญตั ิควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ 503 ระเบียบกระทรวงพาณชิ ย ์ วา่ ดว้ ยหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเง่อื นไขการส่งออกไปนอกและ การนำเข้ามาในราชอาณาจกั รซ่ึงสารกาเฟอนี (Caffeine) พ.ศ. ๒๕๔๕ ตามที่ได้มีประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซ่ึงสารกาเฟอีน (Caffeine) พ.ศ. ๒๕๔๕ ลงวันท่ี ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ กำหนดให้สารกาเฟอีนเป็น สินค้าท่ีต้องขออนุญาตในการส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักร สมควรกำหนดเอกสารหรือ หลักฐานประกอบคำขออนุญาตเพื่อให้การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสารกาเฟอีน เปน็ ไปด้วยความเรยี บรอ้ ย อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๔ (๖) ของกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความใน พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. ๒๕๒๒ อันเป็น พระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย ์ ออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ ขอ้ ๑ ระเบียบน้ีเรยี กว่า “ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าดว้ ยหลกั เกณฑว์ ธิ ีการ และเงื่อนไขการส่งออก ไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซง่ึ สารกาเฟอนี (Caffeine) พ.ศ. ๒๕๔๕” ขอ้ ๒ ระเบียบนใี้ หใ้ ช้บงั คับต้งั แต่วนั ถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป * ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการส่งออกไปนอก และการนำเขา้ มาในราชอาณาจักรซง่ึ สารกาเฟอนี (Caffeine) พ.ศ. ๒๕๔๕ ลงวันที่ ๒๕ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ขอ้ ๔ ในการขออนุญาตสง่ ออกไปนอกหรือนำเข้ามาในราชอาณาจกั รซ่งึ สารกาเฟอีน (Caffeine) และ เกลือของสารดังกล่าวตามพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทท่ี ๒๙๓๙.๓๐ และ ๓๐๐๓.๔๐ ยกเว้นอนุพันธ ์ สารกาเฟอีน และยาสำเร็จรูปที่มีสารกาเฟอีนผสมอยู่ซึ่งมีใบอนุญาตนำเข้าและข้ึนทะเบียนตำรับยาจาก สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสขุ ให้ยืน่ คำร้องขออนุญาตสง่ ออกไปนอกหรอื นำเขา้ มาในราชอาณาจักรพร้อมหนังสือแจ้งข้อมูลการขอส่งออกไปนอกราชอาณาจักรหรือหนังสือรับรองการนำหรือ ส่ังสารกาเฟอีนเข้ามาในราชอาณาจักรจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข หรือ จากกรมโรงงานอตุ สาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม แลว้ แตก่ รณี และบญั ชรี าคาสินค้า (Invoice) หรือใบเสนอ ราคาสินค้าล่วงหน้า (Proforma Invoice) หรือเอกสารทางการค้าอ่ืนใด ท่ีแสดงถึงรายละเอียดการซื้อขาย สนิ คา้ ดงั กล่าว ขอ้ ๕ ให้อธบิ ดกี รมการคา้ ต่างประเทศรกั ษาการตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ อดศิ ัย โพธารามกิ รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงพาณิชย์ * ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙ ตอนพเิ ศษ ๑๑๑ ง ลงวันที่ ๑๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๕

504 สำนักงาน ป.ป.ส. พระราชบญั ญตั ิ วัตถอุ นั ตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ ภมู พิ ลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วนั ที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เปน็ ปีท่ี ๔๗ ในรชั กาลปจั จบุ นั พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยทีเ่ ปน็ การสมควรปรับปรงุ กฎหมายว่าด้วยวัตถุมีพษิ จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบัญญตั ิขึ้นไวโ้ ดยคำแนะนำและยนิ ยอมของสภานติ บิ ัญญัติ แหง่ ชาติ ทำหนา้ ท่ีรฐั สภา ดังตอ่ ไปน้ี มาตรา ๑ พระราชบัญญตั ิน้เี รียกวา่ “พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕” มาตรา ๒(๑) พระราชบัญญัตนิ ใ้ี ห้ใช้บังคบั ตัง้ แต่วันถดั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ต้นไป มาตรา ๓ ใหย้ กเลิก (๑) พระราชบัญญัตวิ ตั ถุมีพษิ พ.ศ. ๒๕๑๐ (๒) พระราชบัญญตั วิ ัตถมุ พี ิษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๖ มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญตั นิ ้ี “วัตถอุ นั ตราย” หมายความว่า วตั ถดุ งั ต่อไปน้ี (๑) วัตถุระเบิดได้ (๒) วัตถไุ วไฟ (๓) วัตถอุ อกซไิ ดซแ์ ละวตั ถุเปอรอ์ อกไซด์ (๔) วตั ถุมพี ิษ (๕) วัตถทุ ่ที ำใหเ้ กดิ โรค (๖) วัตถุกัมมันตรังสี (๗) วตั ถทุ ี่ก่อให้เกดิ การเปลยี่ นแปลงทางพันธกุ รรม ( ๑) ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๓๙ ลงวนั ท่ี ๖ เมษายน ๒๕๓๕ หมายเหตุ เนื่องจากขณะจัดทำหนังสือฉบับน้ี ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ฉบับท่ี (๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยให้มีผลใช้ บังคับเมือ่ พ้นกำหนด ๑๘๐ วันนับแต่วันประกาศในราชกจิ จานุเบกษา (ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม ๑๓๖ ก ลงวนั ท่ี ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒) ดังนั้น บทบัญญัติในมาตรา ๔ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๐/๑ มาตรา ๒๐/๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๕๑ มาตรา ๕๑/๑ มาตรา ๕๑/๒ มาตรา ๕๑/๓ มาตรา ๕๑/๔ มาตรา ๕๑/๕ มาตรา ๕๑/๖ มาตรา ๕๑/๗ มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๒/๒ มาตรา ๖๓ มาตรา๖๖ มาตรา ๖๙/๑ มาตรา ๗๐/๒ มาตรา ๗๔/๓ มาตรา ๘๐ มาตรา ๘๔/๑ มาตรา ๘๔/๒ มาตรา ๘๔/๓ มาตรา ๘๔/๔ มาตรา ๘๘ มาตรา ๘๙ และอตั ราคา่ ธรรมท้ายพระราชบญั ญตั ิ (๑๒) ในส่วนที่แกไ้ ข จะมีผลเมื่อพน้ กำหนดเวลา ๑๘๐ วันดงั กลา่ ว

พระราชบัญญตั ิวตั ถอุ นั ตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ 505 (๘) วัตถกุ ัดกรอ่ น (๙) วัตถทุ ่กี อ่ ให้เกิดการระคายเคอื ง (๑๐) วัตถุอย่างอ่ืน ไม่ว่าจะเป็นเคมีภัณฑ์หรือส่ิงอื่นใด ที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่ บุคคล สัตว์ พืช ทรพั ย์ หรือส่งิ แวดลอ้ ม “ผลติ ” หมายความว่า ทำ เพาะ ปรุง ผสม แปรสภาพ ปรุงแตง่ แบง่ บรรจุ หรือ รวมบรรจุ “นำเขา้ ” หมายความวา่ นำหรือส่งั เขา้ มาในราชอาณาจักรซง่ึ วัตถอุ ันตราย “ส่งออก” หมายความว่า สง่ หรอื ดำเนนิ การเพอ่ื สง่ ออกไปนอกราชอาณาจักรซึง่ วตั ถุอันตราย “นำผ่าน” หมายความว่า นำหรือส่งวัตถุอันตรายผ่านราชอาณาจักรโดยมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ของการขนส่งอยู่นอกราชอาณาจักร ไม่ว่าจะมีการขนถ่ายหรือเปลี่ยนพาหนะหรือไม่ก็ตาม ทั้งน้ี จะต้อง ไม่มีการใช้ประโยชน์ใด ๆ หรือมีพฤติกรรมใด ๆ เพื่อประโยชน์ทางการค้าเก่ียวกับวัตถุอันตรายดังกล่าว ในราชอาณาจักร “นำกลับเข้ามา” หมายความว่า นำวัตถุอันตรายที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรกลับเข้ามาใน ราชอาณาจกั ร โดยไม่มกี ารเปล่ียนแปลงสภาพวัตถอุ ันตราย “ส่งกลบั ออกไป” หมายความว่า ส่งวัตถอุ นั ตรายทนี่ ำเข้ามาในราชอาณาจักรออกไปนอกราชอาณาจักร โดยไมม่ ีการเปล่ยี นแปลงสภาพวัตถอุ ันตราย” “ขาย” หมายความถึง การจำหน่าย จ่ายหรือแจกเพ่ือประโยชน์ทางการค้า และให้หมายความรวมถึง การมไี ว้เพอื่ ขายดว้ ย “มีไว้ในครอบครอง” หมายความว่า การมีไว้ในครอบครองไม่ว่าเพ่ือตนเองหรือผู้อ่ืน และไม่ว่าจะ เป็นการมไี วเ้ พื่อขาย เพ่อื ขนสง่ เพ่อื ใช้ หรอื เพ่ือประการอื่นใดและรวมถงึ การท้งิ อยู่ หรือปรากฏอยู่ในบริเวณที่ อยู่ในความครอบครองดว้ ย “ภาชนะบรรจุ” หมายความว่า ภาชนะที่มีลักษณะปิดและทำหน้าที่กักเก็บวัตถุอันตรายอย่าง ปลอดภัย” “ฉลาก” หมายความว่า รูป รอยประดิษฐ์ หรือข้อความใด ๆ ซึ่งแสดงไว้ที่วัตถุอันตราย หรือภาชนะ บรรจุ หรือหีบห่อบรรจุ หรือสอดแทรก หรือรวมไว้กับวัตถุอันตราย หรือภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุ และ หมายความรวมถึงเอกสาร หรอื คมู่ อื ประกอบการใชว้ ัตถอุ ันตรายดว้ ย “โฆษณา” หมายความว่า การกระทำไมว่ ่าโดยวธิ ใี ด ๆ ให้ประชาชนเห็น หรือได้ยนิ หรือทราบข้อความ และให้หมายความรวมถึงการให้ข้อมูล การชักนำ หรือการกระทำ โดยวิธีใด ๆ โดยมุ่งหมายให้มีการใช ้ วตั ถุอนั ตรายเพิ่มขนึ้ ทัง้ นี้ เพื่อประโยชนใ์ นทางการคา้ “ขอ้ ความ” หมายความว่า การกระทำใหป้ รากฏด้วยตวั อกั ษร ภาพ ภาพยนตร์ แสง เสยี งเครอื่ งหมาย หรือการกระทำอยา่ งใด ๆ ท่ที ำให้บคุ คลทว่ั ไปสามารถเขา้ ใจความหมายได”้ ๒ มาตรา ๔ นิยามคำว่า “อนุสัญญาห้ามอาวุธเคมี” เพ่ิมโดย พ.ร.บ. วัตถุอันตราย (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๓ ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เล่มท่ี ๑๑๘ ตอนที่ ๑๐๖ ก ลงวนั ที่ ๑๖ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๔ ๓ ข้อความเดิมถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ. วัตถุอันตราย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓ และให้ใช้ข้อความท่ีพิมพ์ไว้นี้แทน ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เล่มท่ี ๑๒๕ ตอนที่ ๓๘ ก ลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

506 สำนักงาน ป.ป.ส. “อนสุ ญั ญาหา้ มอาวธุ เคม”ี ๒ หมายความวา่ อนสุ ญั ญาวา่ ดว้ ยการหา้ มพฒั นา ผลติ สะสม และใชอ้ าวธุ เคมี และวา่ ด้วยการทำลายอาวุธเหลา่ นี้ ซ่ึงทำขน้ึ เมื่อวนั ท่ี ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖ “คา่ เสยี หายเบอื้ งตน้ ” หมายความวา่ คา่ ใชจ้ า่ ยเบอื้ งตน้ อนั จำเปน็ เรง่ ดว่ นเพอ่ื ชดเชยแกผ่ ไู้ ดร้ บั ความเสยี หาย จากวตั ถอุ ันตราย และเพ่อื เขา้ ช่วยเหลือ เคล่ือนย้าย บำบดั บรรเทา หรือขจดั ความเสียหายท่ีเกดิ ข้นึ เนือ่ งจาก วตั ถอุ นั ตราย ใหก้ ลบั คนื สสู่ ภาพเดมิ หรอื สภาพทใ่ี กลเ้ คยี งกบั สภาพเดมิ ทง้ั น้ี โดยไมต่ อ้ งรอการพสิ จู นค์ วามรบั ผดิ ” “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการวตั ถุอันตราย “พนกั งานเจา้ หนา้ ท”ี่ หมายความวา่ ผซู้ ง่ึ รฐั มนตรผี รู้ บั ผดิ ชอบแตง่ ตง้ั ใหป้ ฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี “รฐั มนตรีผ้รู ับผิดชอบ” หมายความว่า รฐั มนตรีเจ้าสังกัดของหน่วยงานทไี่ ดร้ บั มอบหมายใหร้ ับผดิ ชอบ ควบคมุ วัตถอุ นั ตรายตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๕๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงคมนาคม รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม รฐั มนตรีวา่ การ กระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ควบคุม ส่งเสริมและติดตาม ดูแลการดำเนินงานของเลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการของคณะกรรมการวัตถุอันตรายในการปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญตั นิ ้ี ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกิน อัตราทา้ ยพระราชบญั ญตั นิ ้ี และยกเว้นค่าธรรมเนยี มกบั กำหนดกจิ การอื่นกบั ออกประกาศ ทั้งนี้ เพ่ือปฏบิ ตั ิการ ตามพระราชบัญญตั นิ ี้ ให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบมีอำนาจแต่งต้ังพนักงานเจ้าหน้าท่ีและออกประกาศเพ่ือปฏิบัติการตาม พระราชบญั ญตั ิน้ี กฎกระทรวงหรือประกาศนนั้ เมอ่ื ได้ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแลว้ ใหใ้ ช้บงั คับได้ หมวด ๑ คณะกรรมการวัตถอุ ันตราย มาตรา ๖ ใหม้ ีคณะกรรมการคณะหนงึ่ เรยี กว่า “คณะกรรมการวัตถุอันตราย” ประกอบด้วย (๑) รฐั มนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานกรรมการ (๒) กรรมการโดยตำแหนง่ จำนวนสบิ เจด็ คน ไดแ้ ก่ ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลดั กระทรวงพลงั งาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อธิบดีกรมการขนส่งทางบก อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมเจ้าท่า อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธบิ ดกี รมศลุ กากร เลขาธกิ ารคณะกรรมการอาหารและยา ผแู้ ทนกระทรวงกลาโหม ผแู้ ทนกรมการคา้ ตา่ งประเทศ ผ้แู ทนสานักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนสำนกั งานปรมาณเู พ่อื สันติ (๓) กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ จำนวนไมเ่ กนิ แปดคน ซงึ่ คณะรฐั มนตรแี ตง่ ตงั้ จากผมู้ คี วามรู้ ความเชยี่ วชาญ มีผลงานและประสบการณ์ท่ีเกี่ยวข้องกับสาขาวิชาเคมี วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ หรือ กฎหมาย และอย่างน้อยสี่คนให้แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นตัวแทนขององค์การ สาธารณประโยชน์

พระราชบญั ญัติวตั ถอุ ันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ 507 และมปี ระสบการณก์ ารดำเนนิ งานดา้ นการคมุ้ ครองสขุ ภาพอนามยั ดา้ นการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค ดา้ นการเกษตรกรรมยง่ั ยนื ด้านการจัดการปญั หาวัตถอุ ันตรายในท้องถ่นิ หรือด้านส่งิ แวดล้อม ให้อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้แทนกรมธุรกิจพลังงาน ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนกรมวิชาการเกษตร และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็นผชู้ ่วยเลขานกุ าร การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอตุ สาหกรรมประกาศกำหนด มาตรา ๗ ใหค้ ณะกรรมการมีอำนาจหนา้ ท่ี ดังต่อไปน ี้ (๑) เสนอนโยบายและแผนการบริหารจัดการวัตถุอันตรายเพ่ือขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตร ี เมอ่ื คณะรัฐมนตรพี ิจารณาใหค้ วามเหน็ ชอบแล้ว ให้หน่วยงานทีเ่ กีย่ วขอ้ งรบั ไปปฏบิ ัต ิ (๒) ให้ความเหน็ ชอบแผนปฏบิ ัติการเพื่อควบคมุ กำกบั ดูแลวัตถอุ ันตราย (๓) กำกับดูแล เร่งรัด ติดตาม และประเมินผลหน่วยงานผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติให้เป็นไปตาม (๑) และ (๒) (๔) พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั หรอื ใหค้ วามเหน็ เกย่ี วกบั อำนาจหนา้ ทกี่ ารปฏบิ ตั งิ านระหวา่ งหนว่ ยงานผรู้ บั ผดิ ชอบ (๕) ให้ความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในการออกประกาศตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง และมาตรา ๓๖ วรรคหน่ึง (๖) ให้ความเห็นต่อรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบในการออกประกาศตามมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๐/๑ มาตรา ๓๖ วรรคสาม มาตรา ๓๗ วรรคสอง มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๗ (๕) มาตรา ๕๑ วรรคสอง (๓) และมาตรา ๕๑/๕ วรรคสอง (๗) ให้คำแนะนำแกพ่ นกั งานเจา้ หนา้ ทใ่ี นการรบั ขึน้ ทะเบยี นหรือเพกิ ถอนทะเบยี นวตั ถอุ นั ตราย (๘) ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ หนว่ ยงานผูร้ ับผิดชอบ และพนกั งานเจ้าหน้าที่ ในเรอื่ งใด ๆ เกยี่ วกับวัตถุอนั ตราย (๙) พจิ ารณาเรื่องรอ้ งเรยี นจากผ้ทู ีไ่ ดร้ ับความเดือดรอ้ นหรอื เสียหายจากวตั ถอุ ันตราย (๑๐) กำหนดหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไขการโฆษณาตามมาตรา ๕๑/๓ (๔) (๑๑) แจ้งหรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับวัตถุอันตรายให้ประชาชนได้ทราบ ในการน้ี จะระบุช่ือ ของวัตถุอันตรายหรอื ชอ่ื ของผปู้ ระกอบการท่เี กยี่ วข้องด้วยกไ็ ด้ (๑๒) สอดส่องดแู ล ใหค้ ำแนะนำ และเร่งรดั พนักงานเจา้ หนา้ ที่ ส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรฐั ที่มี อำนาจหน้าทีเ่ กีย่ วกบั วตั ถอุ ันตรายต่าง ๆ ใหป้ ฏิบตั ิการตามอำนาจหน้าท่ที ่ีกฎหมายกำหนด (๑๓) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเก่ียวกับ การควบคุมวัตถุอันตราย และการป้องกันและเยียวยาความเสียหายอันเกิดจากวัตถุอันตราย เพื่อเป็น แนวปฏบิ ัตใิ นการดำเนินงานของหนว่ ยงานของรฐั (๑๔) เสนอรายงานเกย่ี วกบั สถานการณว์ ตั ถอุ นั ตรายของประเทศตอ่ คณะรฐั มนตรอี ยา่ งนอ้ ยปลี ะหนง่ึ ครงั้ (๑๕) ปฏบิ ัตกิ ารอ่ืนใดตามท่ีกฎหมายกำหนดใหเ้ ป็นอำนาจหนา้ ที่ของคณะกรรมการ

508 สำนักงาน ป.ป.ส. มาตรา ๘๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งพน้ จากตำแหน่งอาจไดร้ ับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหนง่ เกนิ สองวาระติดต่อกนั ไมไ่ ด ้ มาตรา ๙ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจาก ตำแหนง่ เมอื่ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่อง ไม่สุจริตต่อหน้าที่ มีความประพฤติเส่ือมเสียหรือหย่อน ความสามารถ (๔) เปน็ บคุ คลลม้ ละลาย (๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไรค้ วามสามารถ หรอื (๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงท่ีสุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำ โดยประมาทหรือความผิดลหโุ ทษ มาตรา ๑๐ ในกรณีที่มีการแต่งต้ังกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในระหว่างท่ีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งต้ัง ไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งต้ังเพิ่มขึ้นหรือแต่งต้ังซ่อม ให้ผู้ได้รับแต่งต้ังอยู่ ในตำแหน่ง เท่ากบั วาระทเี่ หลืออยขู่ องกรรมการผทู้ รงคุณวุฒิซง่ึ แตง่ ตง้ั ไว้แลว้ นั้น มาตรา ๑๑ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว แต่ยังมิได้มีการแต่งต้ัง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิข้ึนใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน จนกวา่ จะมกี ารแต่งตง้ั กรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ขิ ้นึ ใหม่ มาตรา ๑๒ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน กรรมการท้ังหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในท่ีประชุมให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือก กรรมการคนหนง่ึ เปน็ ประธานในท่ีประชุม การวินิจฉัยช้ีขาดของท่ีประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหน่ึงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มข้ึนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงช้ีขาด กรรมการผู้ใดมีส่วน ได้เสียเป็นการสว่ นตัวในเรือ่ งใดกรรมการผนู้ ั้นไม่มสี ิทธอิ อกเสียงลงคะแนนในเรอ่ื งนัน้ มาตรา ๑๓ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการเพ่ือพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่ง อย่างใดตามท่ีคณะกรรมการมอบหมายก็ได้ ให้คณะกรรมการกำหนดองคป์ ระชุมและวิธีดำเนนิ งานของอนุกรรมการไดต้ ามความเหมาะสม มาตรา ๑๔ ในการปฏิบัติหน้าท่ี ให้คณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการท่ีคณะกรรมการมอบหมาย มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใดๆ มาเพ่ือประกอบ การพิจารณาได้ตามความจำเปน็ ๘ ข้อความเดมิ ถกู ยกเลกิ โดย พ.ร.บ. วตั ถอุ นั ตราย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๖ และใหใ้ ชข้ ้อความทพ่ี ิมพไ์ วน้ แี้ ทน

พระราชบัญญัติวตั ถอุ ันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ 509 หมวด ๒ การควบคุมวตั ถุอนั ตราย มาตรา ๑๕ ในกรณีท่ีมีกฎหมายว่าด้วยการใดบัญญัติเร่ืองใดไว้โดยเฉพาะแล้วให้บังคับตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น แต่ถ้ามีเหตุอันควรคณะกรรมการโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีผู้รักษาการตาม กฎหมายว่าด้วยการนั้นอาจมีมติให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ไปใช้บังคับเป็นการเพิ่มเติมหรือแทนท่ี กฎหมายว่าด้วยการนน้ั ได้ ทัง้ นี้ โดยจะกำหนดระยะเวลาหรอื เงื่อนไขอย่างใดไว้ในมตนิ ัน้ กไ็ ด ้ มตติ ามวรรคหนึ่ง เม่ือรฐั มนตรผี รู้ กั ษาการตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการนน้ั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแลว้ ให้ใชบ้ ังคบั ได้ มาตรา ๑๕/๑๙ ในการมีมตหิ รือการให้ความเห็นของคณะกรรมการ การให้ความเห็นชอบของรฐั มนตรี ผู้รักษาการตามกฎหมายอื่น และการออกประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หรือรัฐมนตร ี ผู้รับผิดชอบ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติน้ี ให้คำนึงถึงอนุสัญญาห้ามอาวุธเคมี และ สนธสิ ัญญาและข้อผกู พันระหวา่ งประเทศอนื่ ประกอบดว้ ย มาตรา ๑๖ ในกรณีท่ีมีเหตุจำเป็นเพ่ือป้องกันอันตรายท่ีจะเกิดแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือ สิ่งแวดล้อม จะมีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดท้องท่ีเพ่ือห้ามการครอบครอง การจำหน่าย หรือการใช้ วัตถุอนั ตรายอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ มาตรา ๑๗ ใหจ้ ดั ตงั้ ศนู ยข์ อ้ มลู วตั ถอุ นั ตรายขนึ้ ในกระทรวงอตุ สาหกรรม เพอ่ื เปน็ ศนู ยก์ ลางประสานงาน ในเร่ืองข้อมูลของวัตถุอันตรายกับส่วนราชการต่างๆ รวมท้ังจากภาคเอกชน เพ่ือรวบรวมและให้บริการข้อมูล ทกุ ชนดิ เกยี่ วกบั วตั ถอุ นั ตรายตงั้ แตก่ ารมอี ยใู่ นตา่ งประเทศ การนำเขา้ หรอื การผลติ ภายในประเทศ การเคลอื่ นยา้ ย การใช้สอย การทำลาย และการอ่ืนใดอนั เก่ียวเนือ่ ง มาตรา ๑๘ วตั ถุอันตรายแบ่งออกตามความจำเปน็ แก่การควบคมุ ดงั น้ี (๑) วัตถุอันตรายชนิดที่ ๑ ได้แก่วัตถุอันตรายที่การผลิต การนำเข้า การส่งออกหรือการมีไว้ใน ครอบครองต้องปฏบิ ัติตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการทก่ี ำหนด (๒) วัตถุอันตรายชนิดที่ ๒ ได้แก่วัตถุอันตรายที่การผลิต การนำเข้า การส่งออกหรือการมีไว้ใน ครอบครองต้องแจง้ ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทที่ ราบก่อนและตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารทก่ี ำหนดด้วย (๓) วตั ถอุ นั ตรายชนดิ ท่ี ๓ ไดแ้ กว่ ตั ถอุ นั ตรายทกี่ ารผลติ การนำเขา้ การสง่ ออก หรอื การมไี วใ้ นครอบครอง ตอ้ งได้รบั ใบอนญุ าต (๔) (๔) วตั ถอุ ันตรายชนดิ ที่ ๔ ไดแ้ ก่วัตถอุ ันตรายทห่ี า้ มมิให้มกี ารผลติ การนำเขา้ การส่งออก การนำผา่ น หรือการมีไวใ้ นครอบครอง เพ่ือประโยชน์แก่การป้องกันและระงับอันตรายท่ีอาจมีแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม ใหร้ ัฐมนตรวี า่ การกระทรวงอุตสาหกรรมโดยความเหน็ ของคณะกรรมการมอี ำนาจประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ระบชุ อื่ หรอื คณุ สมบตั ขิ องวตั ถอุ นั ตราย ชนดิ ของวตั ถอุ นั ตราย กำหนดเวลาการใชบ้ งั คบั และหนว่ ยงานผรู้ บั ผดิ ชอบ ในการควบคมุ วตั ถุอนั ตรายดงั กล่าว ๙ มาตรา ๑๕/๑ เพิม่ เติมโดย พ.ร.บ. วตั ถุอนั ตราย (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๔

510 สำนักงาน ป.ป.ส. มาตรา ๑๙ เมื่อหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใดของกระทรวงหรือทบวงในราชการบริหารส่วนกลาง มีคำขอเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมวัตถุอันตรายอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติน ้ี ให้คณะกรรมการพิจารณาและเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อการออกประกาศ ตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง กำหนดให้หน่วยงานนั้นเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการทั้งหมด หรือ บางส่วนเก่ียวกับวตั ถอุ ันตรายน้นั ได้ ทั้งน้ี โดยคำนึงถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะดา้ น จำนวนบคุ ลากรความสัมพันธ์ กับภารกิจหลักและปริมาณงานในความรบั ผิดชอบเป็นสำคญั ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นเป็นอย่างอ่ืนให้รัฐมนตรีของหน่วยงานที่มีคำขอเป็นผู้รับผิดชอบ ยืนยันต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวัน ในกรณีเช่นว่านี้ ให้นำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพ่อื นำเสนอให้คณะรัฐมนตรวี นิ ิจฉยั มาตรา ๒๐ ให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบโดยความเห็นของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจา นเุ บกษา (๑)๑๐ กำหนดปริมาณ องค์ประกอบ คุณสมบัติและสิ่งเจือปน ภาชนะบรรจุ วิธีตรวจและทดสอบ ภาชนะ ฉลาก การผลิต การนำเขา้ การส่งออก ด่านศุลกากรท่นี ำเขา้ ส่งออก หรอื นำผ่านการขาย การขนส่ง การเกบ็ รกั ษา การกำจดั การทำลาย การปฏบิ ตั กิ บั ภาชนะของวตั ถอุ นั ตรายการใหแ้ จง้ ขอ้ เทจ็ จรงิ การใหส้ ง่ ตวั อยา่ ง หรือการอนื่ ใดเกีย่ วกับวัตถอุ ันตรายเพ่ือควบคมุ ปอ้ งกัน บรรเทาหรือระงบั อนั ตราย ท่ีจะเกดิ แกบ่ ุคคล สตั ว์ พชื ทรพั ย์ หรือสิง่ แวดล้อม โดยคำนงึ ถึงสนธสิ ญั ญาและขอ้ ผูกพันระหวา่ งประเทศประกอบดว้ ย (๑/๑)๑๑ กำหนดให้มีการดำเนินการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับวัตถุอันตรายและให้มีการประกัน ความเสียหายทอ่ี าจเกดิ ข้นึ ตอ่ สิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย ชวี ติ หรอื ทรัพยส์ ินซ่ึงเกิดจากการประกอบกิจการ (๒)๑๒ กำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญหรือบุคลากรเฉพาะรับผิดชอบในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ตาม (๑) และ (๑/๑) (๓) กำหนดเกณฑค์ ่าคลาดเคลอ่ื นจากปรมิ าณท่ีกำหนดไวข้ องสารสำคญั ในวัตถุอนั ตราย (๔) กำหนดข้ันตอนการขน้ึ ทะเบียนวตั ถอุ ันตรายดงั กล่าว (๕) ระบชุ ื่อหรอื คณุ สมบตั ขิ องวตั ถอุ นั ตรายและกรณที ีไ่ ดร้ บั การยกเว้นตามมาตรา ๓๖ มาตรา ๒๐/๑๑๓ ผู้เช่ียวชาญหรือบุคลากรเฉพาะซึ่งมีหน้าท่ีรับผิดชอบในการดำเนินการเกี่ยวกับ วัตถุอันตราย ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเง่ือนไขท่ีรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกำหนดโดยความเห็นของ คณะกรรมการโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา มาตรา ๒๐/๒ ผู้นำผ่านวัตถุอันตรายชนิดท่ี ๑ หรือชนิดท่ี ๒ ในแต่ละคร้ังต้องแจ้งให้พนักงาน เจ้าหน้าท่ที ราบกอ่ น เมอ่ื พนักงานเจ้าหนา้ ท่ไี ด้รับแจ้งแลว้ ให้ออกใบนำผ่านเพอ่ื เปน็ หลกั ฐานการรับแจง้ ผนู้ ำผ่านวัตถอุ นั ตรายชนดิ ท่ี ๓ ในแตล่ ะคร้ังตอ้ งได้รับอนญุ าตจากพนักงานเจ้าหนา้ ท่กี อ่ น เม่อื พนักงาน เจ้าหนา้ ทไ่ี ดอ้ นุญาตแลว้ ใหอ้ อกใบนำผา่ นเพือ่ เปน็ หลักฐานการอนุญาต ใบนำผ่านจากการรับแจ้งตามวรรคหนึ่งหรือจากการอนุญาตตามวรรคสอง ให้ใช้ได้ตามระยะเวลาท่ี กำหนดในใบนำผ่านนั้น แต่มิให้กำหนดเกินส่ีสิบห้าวันนับแต่วันท่ีออกใบนำผ่าน ทั้งน้ี ผู้นำผ่านจะต้องเป็น ผูป้ ระกอบกิจการนำเขา้ และส่งออกวัตถอุ ันตรายท่เี ปน็ นิตบิ ุคคลซึ่งจดทะเบยี นในประเทศไทย ๑๐ ขอ้ ความเดิมถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ. วตั ถอุ ันตราย (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๗ และให้ใช้ข้อความท่ีพิมพ์ไว้นแี้ ทน ๑๑ (๑/๑) ของมาตรา ๒๐ เพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. วตั ถุอันตราย (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๗ ๑๒ ขอ้ ความเดมิ ถูกยกเลกิ โดย พ.ร.บ. วตั ถอุ ันตราย (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๗ และใหใ้ ช้ข้อความทีพ่ มิ พ์ไวน้ ี้แทน

พระราชบญั ญัตวิ ตั ถอุ นั ตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ 511 วัตถุอันตรายท่ีนำผ่านต้องนำออกไปนอกราชอาณาจักรภายในห้าวัน นับแต่วันที่ตรวจปล่อย วตั ถอุ นั ตรายออกจากดา่ นศุลกากรทีเ่ ข้ามาในราชอาณาจักร การแจง้ การขออนญุ าต และการออกใบนำผา่ น ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขทห่ี นว่ ยงาน ผรู้ บั ผดิ ชอบกำหนดโดยความเหน็ ของคณะกรรมการโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ซงึ่ อยา่ งนอ้ ย ตอ้ งกำหนด ให้มีการประกันสำหรับค่าใช้จ่ายท่ีอาจเกิดขึ้นจากการทำลายหรือการจัดการวัตถุอันตราย ตามมาตรา ๕๒ มาตรา ๕๒/๒ และมาตรา ๘๘ ผู้นำผ่านวัตถุอันตรายชนิดท่ี ๑ ชนิดท่ี ๒ หรือชนิดท่ี ๓ ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองต้องปฏิบัติตาม ประกาศของรฐั มนตรผี รู้ บั ผดิ ชอบทีอ่ อกตามมาตรา ๒๐ (๑) (๑/๑) และ (๒) ด้วย มาตรา ๒๐/๓ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องนำกลับเข้ามา หรือส่งกลับออกไปซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ ๑ ชนิดที่ ๒ หรือชนิดที่ ๓ ท่ีได้ปฏิบัติตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๓ แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าท่ ี มีอำนาจส่ังผ่อนผันการปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว ท้ังนี้ การผ่อนผันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงอ่ื นไขทีห่ น่วยงานผู้รับผดิ ชอบกำหนดโดยความเห็นของคณะกรรมการโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๒๑๑๔ ผผู้ ลติ ผนู้ ำเขา้ ผสู้ ง่ ออก หรอื ผมู้ ไี วใ้ นครอบครองซง่ึ วตั ถอุ นั ตรายชนดิ ที่ ๑ ตอ้ งปฏบิ ตั ติ าม ประกาศของรัฐมนตรีผ้รู ับผิดชอบที่ออกตามมาตรา ๒๐ (๑) (๑/๑) (๒) และ (๓) มาตรา ๒๒๑๕ ภายใตบ้ งั คับบทบัญญตั มิ าตรา ๓๖ ห้ามผใู้ ดผลติ นำเข้า ส่งออก หรือมีไวใ้ นครอบครอง ซ่งึ วตั ถุอันตรายชนิดท่ี ๒ เวน้ แตจ่ ะได้แจง้ ความประสงค์จะดำเนนิ การดังกลา่ วให้พนกั งานเจา้ หน้าท่ีทราบกอ่ น เมอ่ื ไดม้ ปี ระกาศระบวุ ตั ถใุ ดเปน็ วตั ถอุ นั ตรายชนดิ ท่ี ๒ ใหผ้ ผู้ ลติ ผนู้ ำเขา้ ผสู้ ง่ ออก หรอื ผมู้ ไี วใ้ นครอบครอง แจง้ การดำเนนิ การของตนทกี่ ระทำอยใู่ นขณะนนั้ ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทที่ ราบภายในเวลาทกี่ ำหนดในประกาศดงั กลา่ ว เม่ือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้ง เพ่ือเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้แจ้ง โดยใบรับแจ้งให้ใช้ได้ตามระยะเวลาท่ีกำหนดในใบรับแจ้งระยะเวลา ทีก่ ำหนดตอ้ งไม่เกินสามปนี บั แต่วันท่ีออกใบรับแจ้ง การแจ้ง การออกใบรับแจ้ง การขอต่ออายุ และการต่ออายุใบรับแจ้ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธกี ารท่ีหน่วยงานผูร้ บั ผิดชอบกำหนด โดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองซ่ึงวัตถุอันตรายชนิดที่ ๒ ต้องปฏิบัติตามประกาศ ของรัฐมนตรีผรู้ บั ผดิ ชอบท่อี อกตามมาตรา ๒๐ (๑) (๑/๑) (๒) และ (๓) ดว้ ย มาตรา ๒๓ ภายใตบ้ งั คบั บทบญั ญตั มิ าตรา ๓๖ หา้ มมใิ หผ้ ใู้ ดผลติ นำเขา้ สง่ ออก หรอื มไี วใ้ นครอบครอง ซึ่งวตั ถอุ ันตรายชนดิ ที่ ๓ เวน้ แตจ่ ะได้รับอนุญาตจากพนกั งานเจ้าหนา้ ที่ การขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยใน กฎกระทรวงดังกล่าวให้กำหนดกรณีท่ีพึงอนุญาตได้และกรณีท่ีจะอนุญาตไม่ได้ไว้ให้ชัดเจนเท่าท่ีจะกระทำได้ เวน้ แตก่ รณจี ำเปน็ ทไ่ี มอ่ าจคาดหมายไดล้ ว่ งหนา้ และใหก้ ำหนดระยะเวลาสำหรบั การพจิ ารณาอนญุ าตใหช้ ดั เจนดว้ ย ๑๓ มาตรา ๒๐/๑ เพมิ่ เติมโดย พ.ร.บ. วัตถุอันตราย (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๘ ๑๔ ขอ้ ความเดมิ ถกู ยกเลกิ โดย พ.ร.บ. วตั ถุอันตราย (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๙ และใหใ้ ชข้ อ้ ความท่ีพิมพ์ไวน้ ีแ้ ทน ๑๕ ขอ้ ความเดิมถกู ยกเลกิ โดย พ.ร.บ. วัตถอุ ันตราย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๙ และใหใ้ ชข้ ้อความทีพ่ ิมพไ์ วน้ ้แี ทน ๑๖ ขอ้ ความเดมิ ถูกยกเลกิ โดย พ.ร.บ. วัตถอุ นั ตราย (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๑๐ และให้ใช้ขอ้ ความท่ีพมิ พไ์ วน้ แ้ี ทน

512 สำนักงาน ป.ป.ส. ผู้ผลติ ผู้นำเขา้ ผู้ส่งออก หรอื ผมู้ ีไวใ้ นครอบครองซึง่ วตั ถอุ นั ตรายชนดิ ที่ ๓ ตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามประกาศของ รฐั มนตรีผู้รับผดิ ชอบทอี่ อกตามมาตรา ๒๐ (๑) (๑/๑) (๒) และ (๓) นน้ั ด้วย๑๖ มาตรา ๒๔ เมอ่ื ได้มีประกาศระบุช่ือวตั ถุใดเปน็ วตั ถอุ ันตรายชนดิ ท่ี ๓ ให้ผ้ผู ลติ ผนู้ ำเข้า ผ้สู ่งออก หรอื ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายดังกล่าวย่ืนคำขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ ภายในเวลาที่กำหนด ในประกาศดังกล่าว และในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวให้ผู้น้ันประกอบกิจการไปพลางก่อนได้จนกว่าพนักงาน เจ้าหน้าทจ่ี ะส่ังไมอ่ นุญาตตามคำขอนั้น มาตรา ๒๕ ใบอนุญาตท่ีออกไปแล้วนั้น ถ้าต่อมากฎหมายหรือพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปหรือมีเหตุ สำคัญเพ่ือคุ้มครองความปลอดภัย ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีผู้มีอำนาจออกใบอนุญาตมีอำนาจสั่งแก้ไขเพ่ิมเติม เงอื่ นไขในการอนุญาตไดต้ ามความจำเปน็ มาตรา ๒๖ ใบอนุญาตซึ่งออกตามพระราชบัญญัติน้ี ให้ใช้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต แตม่ ใิ หก้ ำหนดเกนิ สามปนี ับแต่วนั ออกใบอนญุ าต มาตรา ๒๗ ผู้ได้รับใบอนุญาตถ้าประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอเสียก่อนใบอนุญาต สิ้นอายุ เมื่อได้ย่ืนคำขอดังกล่าวแล้วให้ถือว่ามีฐานะเสมือนผู้ได้รับอนุญาตและให้ประกอบกิจการต่อไปได้ จนกว่าพนักงานเจา้ หน้าท่ีจะสง่ั ไมต่ ่ออายใุ บอนญุ าตน้นั การขอต่ออายุใบอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๒๘ ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขออนุญาตหรือ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือจาก พนักงานเจา้ หนา้ ที่แจง้ การไมอ่ นญุ าตหรอื ไมต่ อ่ อายใุ บอนุญาต คำวนิ ิจฉยั ของรฐั มนตรผี รู้ บั ผดิ ชอบให้เปน็ ท่สี ดุ มาตรา ๒๙ ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต่ออายุใบอนุญาตหรือรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบได้มีคำวินิจฉัย ให้ยกอุทธรณ์การต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตจะขายวัตถุอันตรายท่ีมีอยู่ในครอบครองได้ภายใน กำหนดสามเดือนนับแต่วันทราบคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตหรือทราบคำสั่งของรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ ใหย้ กอุทธรณ์ แลว้ แต่กรณี หากพ้นกำหนดเวลาดงั กลา่ วแล้วให้นำมาตรา ๕๒ วรรคสอง วรรคสามและวรรคส่ี มาใช้บงั คับโดยอนโุ ลม มาตรา ๓๐ ถ้าใบอนุญาตหรือใบสำคัญการข้ึนทะเบียนวัตถุอันตรายสูญหาย ลบเลือน หรือชำรุด ในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุ อนั ตรายตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีภายในสิบหา้ วันนบั แตว่ ันท่ไี ดท้ ราบการสูญหาย ลบเลือนหรือชำรุด มาตรา ๓๑ ผไู้ ดร้ บั ใบอนญุ าตซง่ึ มอี ายใุ ชไ้ ดเ้ กนิ สามเดอื นตอ้ งแสดงใบอนญุ าตหรอื ใบแทนไวใ้ นทเ่ี ปดิ เผย และเหน็ ไดง้ า่ ย ณ สถานทที่ ำการท่รี ะบุไวใ้ นใบอนญุ าตนัน้ มาตรา ๓๒ เม่ือปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีว่าผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจพิจารณาสั่งพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามท่ีเห็นสมควร แต่ต้องไมเ่ กินหนงึ่ ปี และถา้ เป็นกรณีสำคญั จะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเสยี ก็ได้

พระราชบัญญัตวิ ัตถุอนั ตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ 513 มาตรา ๓๓ ผถู้ กู สง่ั พกั ใชห้ รอื เพกิ ถอนใบอนญุ าตตามมาตรา ๓๒ มสี ทิ ธอิ ทุ ธรณต์ อ่ รฐั มนตรผี รู้ บั ผดิ ชอบ ภายในกำหนดสามสบิ วันนับแต่วันทราบคำสงั่ คำวนิ จิ ฉัยของรัฐมนตรีผ้รู ับผิดชอบใหเ้ ปน็ ท่ีสุด การอทุ ธรณ์ตามวรรคหนึ่งยอ่ มไมเ่ ปน็ การทเุ ลาการบังคบั ตามคำสัง่ พักใช้หรอื เพิกถอนใบอนุญาต มาตรา ๓๔ ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๓๒ จะขายวัตถุอันตรายที่มีอยู่ในครอบครองได้ ภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันทราบคำส่ังเพิกถอนใบอนุญาตหรือทราบคำสั่งของรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบให้ กอุทธรณ์ แล้วแต่กรณี หากพ้นกำหนดเวลาดงั กล่าวแล้วใหน้ ำมาตรา ๕๒ วรรคสอง วรรคสามและวรรคส่ีมาใช้ บงั คบั โดยอนโุ ลม มาตรา ๓๕ ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะขออนุญาตใหม่อีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นกำหนดห้าปี นับแต ่ วันที่ถูกเพกิ ถอนใบอนญุ าต มาตรา ๓๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมโดยความเห็นของคณะกรรมการประกาศ ในราชกิจจานุเบกษากำหนดรายช่ือของวัตถุอันตรายท่ีกระบวนการผลิตและลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เป็นท่ที ราบกันแน่ชดั โดยทัว่ ไป การผลิต หรือการนำเข้า ซ่ึงวัตถุอันตรายชนิดที่ ๒ หรือชนิดที่ ๓ ท่ีอยู่นอกรายชื่อของประกาศ ตามวรรคหนง่ึ จะตอ้ งนำมาขอขนึ้ ทะเบยี นตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ทก่ี อ่ นและเมอื่ ไดร้ บั ใบสำคญั การขนึ้ ทะเบยี นแลว้ ให้ผลิตหรือนำเข้าตามมาตรา ๒๒ หรือออกใบอนุญาตให้ผลิตหรือนำเข้าตามมาตรา ๒๓ ได้ ทั้งนี้ เว้นแต่จะมี ประกาศของรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบยกเว้นให้ไม่ต้องข้ึนทะเบียนอีกถ้ามีผู้ข้ึนทะเบียนวัตถุอันตรายอย่างเดียวกัน นั้นไว้แล้วหรือในกรณีอ่ืนท่ีมีเหตุอันควร ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายให้มีอายุไม่เกินหกปีนับแต่วันที่ ออกใบสำคญั การขนึ้ ทะเบียน๑๗ การขอข้ึนทะเบียนวัตถุอันตราย การออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายและการต่ออาย ุ ใบสำคัญการข้ึนทะเบียนวัตถุอันตราย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบโดยความเห็น ของคณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา๑๘ มาตรา ๓๗ ในกรณีที่การข้ึนทะเบียนวัตถุอันตรายจำเป็นต้องผลิตหรือนำเข้ามาซ่ึงตัวอย่าง วัตถุอันตรายที่จะขอขึ้นทะเบียนหรือต้องนำเข้ามาซึ่งวัตถุอันตรายอย่างอ่ืนเพื่อใช้ในการผลิตวัตถุอันตราย ที่จะขอขึ้นทะเบียน และวัตถุอันตรายนั้นมีกฎหมายบังคับให้การผลิตหรือการนำเข้าต้องได้รับอนุญาตหรือ ต้องข้ึนทะเบียนเสียก่อน ผู้ขอข้ึนทะเบียนอาจขออนุญาตพนักงานเจ้าหน้าที่เพ่ือผลิตหรือนำเข้าซ่ึงวัตถุ อันตรายน้ันได้ตามพระราชบัญญัติน้ีโดยให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้ันตอนและวิธีการที่กำหนดไว้ใน กฎหมายว่าด้วยการน้นั การผลิตหรือการนำเข้ามาตามวรรคหนึ่งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ โดยความเหน็ ของคณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา มาตรา ๓๘ ห้ามมใิ ห้พนกั งานเจา้ หน้าทร่ี ับขน้ึ ทะเบียนวตั ถอุ ันตรายเมือ่ คณะกรรมการเหน็ วา่ (๑) วัตถุอันตรายที่ขอขึ้นทะเบียนไม่เป็นที่เชื่อถือได้ว่ามีคุณประโยชน์ตามท่ีขอข้ึนทะเบียนไว ้ หรือหากนำมาใช้แล้วอาจเกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือส่ิงแวดล้อมโดยไม่มีวิธีปกติตามควร ทจ่ี ะปอ้ งกนั ได้ ๑๗ ข้อความเดิมถกู ยกเลกิ โดย พ.ร.บ. วตั ถุอันตราย (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๑๑ และใหใ้ ชข้ อ้ ความทพ่ี ิมพ์ไว้น้ีแทน ๑๘ ข้อความเดมิ ถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ. วตั ถอุ นั ตราย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๑๑ และใหใ้ ช้ข้อความทีพ่ มิ พไ์ วน้ แ้ี ทน

514 สำนกั งาน ป.ป.ส. (๒) วัตถุอันตรายที่ขอข้ึนทะเบียนใช้ช่ือในทำนองโอ้อวด ไม่สุภาพ หรืออาจทำให้เข้าใจผิดจาก ความเป็นจริง หรือ (๓) วัตถุอันตรายท่ีขอข้ึนทะเบียนเป็นวัตถุอันตรายปลอม หรือเป็นวัตถุอันตรายที่ พนักงานเจ้าหน้าท่ี ส่ังเพกิ ถอนทะเบยี นแล้ว คำส่งั ไมร่ ับขึ้นทะเบียนของพนกั งานเจา้ หน้าที่ให้เป็นที่สุด มาตรา ๓๙ เพอื่ ประโยชนใ์ นการคมุ้ ครองบคุ คล สตั ว์ พชื ทรพั ย์ หรอื สง่ิ แวดลอ้ ม ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ท่ี โดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจสัง่ แกไ้ ขรายการทะเบียนวตั ถอุ นั ตรายได้ตามความจำเปน็ มาตรา ๔๐ วัตถุอันตรายใดที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ต่อมาปรากฏว่าไม่มีประโยชน์ตามท่ีข้ึนทะเบียนไว้ หรือหากนำมาใช้แล้วอาจเกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อมโดยไม่มีวิธีปกติตามควรที่จะ ปอ้ งกนั ได้ ใหพ้ นกั งานเจ้าหน้าที่ โดยคำแนะนำของคณะกรรมการมอี ำนาจเพกิ ถอนทะเบียนวตั ถอุ ันตรายนนั้ ได ้ คำสัง่ เพิกถอนทะเบียนของพนักงานเจ้าหน้าที่ใหเ้ ป็นทส่ี ดุ เม่ือมีการเพิกถอนทะเบียนวัตถุอันตรายใดแล้ว สิทธิในการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งวตั ถอุ ันตรายนน้ั เป็นอันระงับไป มาตรา ๔๑ เจ้าของวัตถุอันตรายที่ถูกเพิกถอนทะเบียนต้องจัดการทำลายหรือดำเนินการกับ วัตถุอันตรายของตนตามท่ีพนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด และให้นำ มาตรา ๕๒ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสีม่ าใช้บงั คบั โดยอนุโลม มาตรา ๔๒๑๙ (ยกเลิก) มาตรา ๔๓๒๐ ห้ามผู้ใดผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ ๔ เว้นแต่ ได้รับ อนุญาตเป็นหนังสือจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบเฉพาะกรณีเพ่ือใช้เป็นสารมาตรฐานในการวิเคราะห์ทางห้อง ปฏิบัติการ การขออนุญาต การอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขท่ีรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ กำหนดโดยความเหน็ ของคณะกรรมการโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เม่ือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้ประกาศระบุวัตถุใดเป็นวัตถุอันตรายชนิดท่ี ๔ ให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้มีไว้ในครอบครองปฏิบัติตามคำส่ังของพนักงานเจ้าหน้าท่ี และให้นำมาตรา ๔๑ มาใช้บังคับ โดยอนโุ ลม มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๔ ในกรณีมีความจำเป็นให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบโดยความเห็นของคณะกรรมการ มีอำนาจประกาศให้วัตถุอันตรายดังต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ีทั้งหมด หรอื แต่บางสว่ น ทงั้ นี้ ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเงอ่ื นไขทีป่ ระกาศกำหนด (๑) วัตถุอันตรายซึ่งโดยลักษณะหรือปริมาณอาจก่อให้เกิดอันตรายน้อยหรือซ่ึงการบังคับตาม มาตรการต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติน้ีจะกอ่ ใหเ้ กิดภาระเกินความสมควร (๒) วัตถุอันตรายซึ่งมีวัตถุประสงค์นำมาใช้เพื่อประโยชน์ในการศึกษา การทดสอบ การวิเคราะห์ การวิจัย และการพฒั นา (๓) วัตถุอันตรายของกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถ่ิน รัฐวิสาหกิจ องค์การของรัฐ สภากาชาดไทย หรือหน่วยงานอืน่ ตามทจี่ ะเหน็ สมควรกำหนด

พระราชบัญญตั วิ ัตถอุ ันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ 515 มาตรา ๔๕ ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ ๑ วัตถอุ ันตรายชนิดท่ี ๒ หรอื วัตถุอนั ตรายชนิดที่ ๓ ดังตอ่ ไปนี้ (๑) วตั ถอุ ันตรายปลอม (๒) วตั ถุอนั ตรายผิดมาตรฐาน (๓) วัตถุอนั ตรายเสื่อมคุณภาพ (๔) วัตถอุ ันตรายที่ต้องขึ้นทะเบยี นแตม่ ไิ ด้ข้นึ ทะเบยี นไว้ (๕) วัตถอุ ันตรายทถ่ี กู ส่ังเพกิ ถอนทะเบียน การมไี วใ้ นครอบครองตามวรรคหนงึ่ ไมห่ มายความรวมถงึ การครอบครองขณะจะทำลาย หรอื การสง่ มอบ แก่พนักงานเจ้าหนา้ ท่ี หรอื การครอบครองเพ่ือการอย่างอื่นตามหนา้ ท่ที ี่กำหนดในกฎหมาย มาตรา ๔๖ ผู้ใดรู้ว่าวัตถุอันตรายในความครอบครองของตนเป็นวัตถุอันตรายตามมาตรา ๔๕ ผู้น้ันต้องทำลาย ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ี หรือต้องส่งมอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าท่ีตามหลักเกณฑ์และ วิธกี ารที่กำหนดในประกาศท่ีออกตามมาตรา ๒๐ (๑) มาตรา ๔๗ วตั ถุอันตรายหรอื สิง่ ดงั ตอ่ ไปน้ี ใหถ้ อื วา่ เปน็ วัตถุอันตรายปลอม (๑) สง่ิ ทที่ ำเทยี มวัตถอุ นั ตรายแทท้ ง้ั หมดหรอื แต่บางสว่ น (๒) วัตถุอันตรายท่ีแสดงชื่อว่าเป็นวัตถุอันตรายอื่น หรือแสดงกำหนดเวลาท่ีวัตถุอันตรายหมดอายุการ ใชเ้ กินความเปน็ จรงิ (๓) วตั ถอุ นั ตรายทีแ่ สดงชือ่ หรอื เคร่อื งหมายของผูผ้ ลิตหรือท่ีตัง้ ของสถานท่ผี ลิตซ่งึ มใิ ช่ความจริง (๔) วตั ถอุ นั ตรายทแ่ี สดงว่าเป็นวัตถุอันตรายที่ขึ้นทะเบียนไว้ซ่ึงมิใชค่ วามจริง (๕) วตั ถอุ นั ตรายทผี่ ลติ ขน้ึ โดยมสี าระสำคญั นอ้ ยหรอื มากกวา่ เกณฑค์ า่ คลาดเคลอื่ น ตามมาตรา ๒๐ (๓) ในระดับทรี่ ัฐมนตรีผูร้ บั ผิดชอบโดยความเห็นของคณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา มาตรา ๔๘ วัตถุอันตรายดงั ตอ่ ไปนี้ ใหถ้ ือวา่ เป็นวตั ถอุ ันตรายผิดมาตรฐาน (๑) วตั ถอุ นั ตรายทผี่ ลติ ขน้ึ โดยมสี าระสำคญั นอ้ ยหรอื มากกวา่ เกณฑค์ า่ คลาดเคลอื่ นตามมาตรา ๒๐ (๓) แตไ่ มถ่ งึ ระดบั ที่กำหนดตามมาตรา ๔๗ (๕) (๒) วัตถุอันตรายท่ีผลิตขึ้นโดยมีความบริสุทธิ์ สิ่งเจือปน หรือลักษณะอื่นที่มีความสำคัญต่อคุณสมบัติ ของวัตถอุ นั ตรายผิดไปจากเกณฑท์ กี่ ำหนดหรอื ท่ขี ้นึ ทะเบยี นไว้ มาตรา ๔๙ วัตถอุ นั ตรายดังต่อไปน้ี ให้ถอื วา่ เปน็ วตั ถุอันตรายเสอ่ื มคุณภาพ (๑) วัตถุอันตรายทหี่ มดอายุการใช้ตามท่แี สดงไวใ้ นฉลาก (๒) วัตถุอันตรายที่แปรสภาพจนมีลักษณะเช่นเดียวกับวัตถุอันตรายปลอมตามมาตรา ๔๗ (๕) หรือ วตั ถอุ นั ตรายผิดมาตรฐาน มาตรา ๕๐ เม่ือคณะกรรมการเห็นว่าฉลากใดไม่เป็นไปตามมาตรา ๒๐ (๑) คณะกรรมการมีอำนาจ สงั่ ให้ผู้ผลติ หรือผู้นำเข้าเลกิ ใชฉ้ ลากดังกล่าว หรือดำเนินการแก้ไขฉลากนัน้ ให้ถกู ตอ้ ง ๑๙ มาตรา ๔๒ ยกเลิกโดย พ.ร.บ. วตั ถุอันตราย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๒ ๒๐ ขอ้ ความเดมิ ถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ. วตั ถอุ นั ตราย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๑๓ และใหใ้ ชข้ อ้ ความทพี่ มิ พไ์ ว้น้ีแทน

516 สำนักงาน ป.ป.ส. มาตรา ๕๑ การโฆษณาวัตถุอันตรายจะต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้อ่ืนหรือใช้ข้อความ ท่ีอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม ท้ังน้ี ไม่ว่าข้อความดังกล่าวน้ันจะเป็นข้อความที่เก่ียวกับ แหล่งกำเนดิ สภาพ คณุ ภาพ ลกั ษณะของวตั ถุอนั ตราย หรอื การใชว้ ตั ถอุ ันตราย ขอ้ ความดงั ตอ่ ไปนี้ ถอื วา่ เปน็ ขอ้ ความทไ่ี มเ่ ปน็ ธรรมตอ่ ผอู้ นื่ หรอื เปน็ ขอ้ ความทอี่ าจกอ่ ใหเ้ กดิ ผลเสยี ตอ่ สงั คม เปน็ สว่ นรวม (๑) ขอ้ ความท่ีเป็นเทจ็ หรอื โออ้ วดเกนิ ความจริง (๒) ข้อความท่ีจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเก่ียวกับวัตถุอันตราย ไม่ว่าจะกระทำ โดยใช้หรอื อา้ งอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสงิ่ ใดส่ิงหนึง่ อนั ไม่เปน็ ความจรงิ หรอื เกินความจรงิ หรือไม่กต็ าม (๓) ข้อความอย่างอน่ื ตามทรี่ ัฐมนตรีผรู้ บั ผิดชอบประกาศกำหนดโดยความเหน็ ของคณะกรรมการ มาตรา ๕๑/๑ การโฆษณาจะต้องไม่กระทำด้วยวิธีการอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือ จติ ใจ หรือขดั ตอ่ ศลี ธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจก่อให้เกิดความเดือดรอ้ นรำคาญแกผ่ ู้อ่นื มาตรา ๕๑/๒ ในกรณีท่ีมีเหตุจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายท่ีจะเกิดแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย ์ หรือส่ิงแวดล้อมจากการโฆษณาวัตถุอันตรายใด หน่วยงานผู้รับผิดชอบโดยความเห็นของคณะกรรมการ มีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับวัตถุอันตรายนั้นในเร่ือง ดังต่อไปน้ ี (๑) การโฆษณาวัตถุอันตรายท่ีต้องกระทำไปพร้อมกับคำแนะนำหรือคำเตือนเกี่ยวกับวิธีใช้หรือ อันตราย (๒) จำกัดการใชส้ อื่ โฆษณาสำหรับวตั ถอุ นั ตราย (๓) หา้ มการโฆษณาวัตถุอันตราย มาตรา ๕๑/๓ ในกรณีที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบเห็นว่าการโฆษณาใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๑ มาตรา ๕๑/๑ หรือฝ่าฝนื หรือไมป่ ฏิบัตติ ามมาตรา ๕๑/๒ ให้หน่วยงานผ้รู ับผดิ ชอบมอี ำนาจออกคำสงั่ ให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผูม้ ีไว้ ในครอบครอง หรอื ผทู้ ำการโฆษณาซ่งึ วตั ถอุ นั ตรายดำเนนิ การ ดังตอ่ ไปน ี้ (๑) ให้แก้ไขขอ้ ความหรือวิธีการในการโฆษณา (๒) ห้ามการใช้ข้อความบางอย่างท่ปี รากฏในการโฆษณา (๓) ระงับการโฆษณาหรือห้ามใชว้ ธิ กี ารนน้ั ในการโฆษณา (๔) ให้โฆษณาเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของผู้อื่นท่ีอาจเกิดขึ้น ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไข ทคี่ ณะกรรมการกำหนด ในการออกคำส่ังตาม (๔) ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการกำหนด โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภคประกอบกับความสุจริตในการกระทำของผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผูม้ ีไว้ในครอบครอง หรอื ผทู้ ำการโฆษณาซงึ่ วัตถุอนั ตราย มาตรา ๕๑/๔ ในกรณีหน่วยงานผู้รับผิดชอบมีเหตุอันควรสงสัยว่า ข้อความใดท่ีใช้ในการโฆษณาเป็น เท็จหรือโอ้อวดเกินความจริงตามมาตรา ๕๑ วรรคสอง (๑) ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบมีอำนาจออกคำส่ัง ใหผ้ ู้ผลติ ผนู้ ำเขา้ ผ้มู ีไว้ในครอบครอง หรือผทู้ ำการโฆษณาซ่งึ วัตถอุ นั ตรายพิสจู น์เพือ่ แสดงความจรงิ ได้ ๒๑ ข้อความเดมิ ถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ. วัตถุอันตราย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๑๔ และใหใ้ ช้ข้อความที่พิมพ์ไวน้ แ้ี ทน

พระราชบญั ญัติวัตถุอนั ตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ 517 ในกรณีที่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้มีไว้ในครอบครอง หรือผู้ทำการโฆษณาซ่ึงวัตถุอันตราย อ้างรายงาน ทางวิชาการ ผลการวิจัย สถิติ การรับรองของสถาบันหรือบุคคลอื่นใด หรือยืนยันข้อเท็จจริงอันใด อันหน่ึงใน การโฆษณา ถ้าผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้มีไว้ในครอบครอง หรือผู้ทำการโฆษณาซึ่งวัตถุอันตรายไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ข้อความที่ใช้ในการโฆษณาเป็นความจริงตามท่ีกล่าวอ้าง ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบมีอำนาจออกคำส่ังตาม มาตรา ๕๑/๓ ได้ มาตรา ๕๑/๕ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้มีไว้ในครอบครอง หรือผู้ทำการโฆษณาซึ่งวัตถุอันตรายผู้ใดสงสัย ว่าการโฆษณาของตนจะเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติน้ี อาจขอให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบ พิจารณาให้ความเห็นในเรื่องนั้นก่อนทำการโฆษณาได้ ท้ังน้ี หน่วยงานผู้รับผิดชอบจะต้องให้ความเห็นและ แจง้ ให้ผขู้ อทราบภายในหกสิบวันนบั แตว่ ันที่หน่วยงานผู้รับผดิ ชอบไดร้ ับคำขอ การขอความเห็นและคา่ ป่วยการในการใหค้ วามเหน็ ตามวรรคหนึง่ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์วิธีการ และ เงื่อนไขที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบประกาศกำหนดโดยความเห็นของคณะกรรมการ ค่าป่วยการท่ีได้รับให้นำส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน การให้ความเห็นของหน่วยงานผู้รับผิดชอบตามวรรคหน่ึง ไม่ถือว่าเป็นการตัดอำนาจของหน่วยงาน ผู้รบั ผดิ ชอบทจ่ี ะพจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ใหม่เปน็ อยา่ งอนื่ เมอ่ื มเี หตุอันสมควร การใดที่ได้กระทำไปตามความเห็นของหน่วยงานผู้รับผิดชอบตามวรรคหนึ่งและวรรคสาม ถ้าได้กระทำ โดยสุจริตมิใหถ้ อื วา่ การกระทำนัน้ เปน็ ความผดิ ทางอาญา มาตรา ๕๑/๖ ในกรณีผู้ท่ีได้รับคำส่ังของหน่วยงานผู้รับผิดชอบตามมาตรา ๕๑/๓ หรือมาตรา ๕๑/๔ ไม่เห็นด้วยกับคำส่ังดังกล่าว ให้มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ ได้รับแจง้ คำสงั่ คำวินจิ ฉัยของรัฐมนตรีใหเ้ ปน็ ท่ีสุด การอุทธรณต์ ามวรรคหนึง่ ไม่เปน็ เหตใุ หท้ ุเลาการบังคับตามคำสงั่ ของหนว่ ยงานผรู้ ับผดิ ชอบ มาตรา ๕๑/๗ การพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๕๑/๖ ให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบพิจารณาอุทธรณ์ ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันท่ีได้รับคำอุทธรณ์ ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ระยะเวลาดังกล่าว ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนดระยะเวลานั้น ในการน้ี ให้ขยาย ระยะเวลาพจิ ารณาอุทธรณ์ออกไปไดไ้ ม่เกนิ เก้าสิบวนั นับแต่วนั ท่ีครบกำหนดระยะเวลาดงั กล่าว มาตรา ๕๒๒๑ เมื่อปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีว่าผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้นำผ่านผู้นำกลับเข้ามา ผู้ส่งกลับออกไป หรือผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทมี่ อี ำนาจสงั่ ใหผ้ นู้ น้ั ระงบั การกระทำทฝ่ี า่ ฝนื หรอื แกไ้ ข หรอื ปรบั ปรงุ หรอื ปฏบิ ตั ใิ หถ้ กู ตอ้ งได้ ในการน้ี หากเป็นกรณีมีเหตุอันสมควร พนักงานเจ้าหน้าท่ีจะสั่งให้ผู้นั้นส่งออกไปซ่ึงวัตถุอันตรายน้ันเพื่อคืนให้ แก่ผู้ผลิตหรือผู้จัดส่งวัตถุอันตรายนั้น หรือเพ่ือการอื่น ตามความเหมาะสมก็ได้ โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเง่อื นไขท่ีหน่วยงานผ้รู บั ผิดชอบกำหนดโดยความเหน็ ของคณะกรรมการ เมอ่ื มกี รณตี ามวรรคหนงึ่ ถา้ ปรากฏวา่ ผผู้ ลติ ผนู้ ำเขา้ ผสู้ ง่ ออก ผนู้ ำผา่ น ผนู้ ำกลบั เขา้ มาผสู้ ง่ กลบั ออกไป หรือผู้มีไว้ในครอบครองซ่ึงวัตถุอันตรายดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติให้ถูกต้องได้ ไม่ว่าเพราะไม่มีความสามารถ หรือเพราะเหตุอ่ืนใด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจส่ังให้บุคคลดังกล่าวส่งมอบวัตถุอันตรายน้ันแก่พนักงาน เจ้าหน้าท่ี ณ สถานที่ที่กำหนด เพ่ือทำลายหรือจัดการตามควรแก่กรณีโดยคำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจาก วัตถุอันตรายดงั กล่าวด้วย

518 สำนักงาน ป.ป.ส. ในกรณีท่ีวัตถุอันตรายน้ันอาจจำหน่ายได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการขายทอดตลาดหรือขายให้แก่ หน่วยงานของรัฐภายในสามเดือนนับแต่วันได้รับมอบ เงินที่ขายได้เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา การจำหนา่ ย และค่าภาระที่เก่ยี วขอ้ งแลว้ ให้เก็บไว้เพื่อคืนแก่เจา้ ของ แต่ถ้าพน้ กำหนดสามเดอื นดงั กล่าวแลว้ ยงั จำหน่ายไม่ได้หากพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าการผ่อนเวลาต่อไปจะเป็นอันตรายหรือภาระเกินควรก็ให้มีอำนาจ สั่งให้ทำลายหรอื จัดการตามควรแก่กรณี ในกรณที ต่ี อ้ งทำลายหรอื จดั การตามควรแกก่ รณหี ากมคี า่ ใชจ้ า่ ยเกดิ ขน้ึ ใหเ้ จา้ ของวตั ถอุ นั ตรายมหี นา้ ทจ่ี า่ ย หรอื ชดใชเ้ งนิ จำนวนนั้นแก่ทางราชการ มาตรา ๕๒/๑๒๒ เมอื่ ปรากฏตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ทวี่ ่าผู้ผลิต ผูน้ ำเขา้ ผสู้ ง่ ออกหรอื ผู้มไี ว้ในครอบครอง ซ่ึงวัตถุอันตราย ประกอบกิจการอันมีสภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหายหรือความเดือดร้อน แก่บุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่ในสถานประกอบการหรือท่ีอยู่ใกล้เคียงกับสถานประกอบการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจสั่งให้ผู้น้ันดำเนินการแก้ไขการกระทำดังกล่าว โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการและเง่ือนไขท ่ี พนกั งานเจา้ หน้าทีก่ ำหนด มาตรา ๕๒/๒ เม่ือความปรากฏต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบว่าวัตถุอันตรายท่ีนำเข้าหรือนำผ่าน โดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ี ซ่ึงการเก็บรักษาหรือจำหน่ายอาจมีอันตรายต่อบุคคล สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อม และไม่สมควรมีการทำลายหรือจัดการในราชอาณาจักร ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบเก็บตัวอย่าง วตั ถอุ นั ตรายเทา่ ทจ่ี ำเปน็ เพอ่ื เปน็ พยานหลกั ฐานในการดำเนนิ คดี และใหห้ นว่ ยงานผรู้ บั ผดิ ชอบนนั้ สง่ั ใหผ้ นู้ ำเขา้ หรอื ผนู้ ำผา่ นสง่ วตั ถอุ นั ตรายดงั กลา่ วออกไปนอกราชอาณาจกั รโดยเรง่ ดว่ น การดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ประกาศกำหนดโดยความเห็นของคณะกรรมการ ในกรณีที่การดำเนินการตามวรรคหนึ่งมีค่าใช้จ่ายเกิดข้ึน ให้ผู้นำเข้าหรือผู้นำผ่านเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดังกล่าว ท้ังนี้ การกำหนดค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ทีห่ น่วยงานผ้รู บั ผดิ ชอบประกาศกำหนด มาตรา ๕๓๒๓ (ยกเลิก) มาตรา ๕๔ ในการปฏิบัติหนา้ ท่ี ใหพ้ นกั งานเจา้ หน้าทีม่ ีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในสถานที่ประกอบการเก่ียวกับวัตถุอันตราย สถานที่ผลิตวัตถุอันตราย สถานท่ีเก็บรักษา วัตถุอันตราย หรือสถานท่ีที่สงสัยว่าเป็นสถานที่เช่นว่านั้นในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือ ในเวลาทำการของสถานที่ดังกล่าว หรือเขา้ ไปในพาหนะท่ีบรรทกุ วัตถุอนั ตรายหรือสงสยั วา่ บรรทกุ วัตถอุ นั ตราย เพ่อื ตรวจสอบวตั ถุอนั ตราย ภาชนะบรรจุวัตถุอันตราย สมุดบญั ชี เอกสาร หรือสง่ิ ใด ๆ ทเี่ ก่ยี วกบั วตั ถุอนั ตราย (๒) นำวตั ถอุ นั ตรายหรอื วตั ถทุ ส่ี งสยั วา่ เปน็ วตั ถอุ นั ตรายในปรมิ าณพอสมควรไปเปน็ ตวั อยา่ งเพอ่ื ตรวจสอบ (๓) ตรวจค้น กัก ยึด หรืออายัดวัตถุอันตราย ภาชนะบรรจุวัตถุอันตราย สมุดบัญชี เอกสารหรือ สิ่งใด ๆ ท่ีเก่ียวข้อง ในกรณที มี่ ีเหตุสงสยั ว่ามีการกระทำผิดตอ่ พระราชบญั ญัตินี้ (๔) มหี นงั สอื เรยี กบคุ คลใดมาใหถ้ อ้ ยคำ หรอื ใหส้ ง่ เอกสารหรอื วตั ถใุ ด ๆ มาเพอ่ื ประกอบการพจิ ารณาได้ ๒๒ มาตรา ๕๒/๑ เพ่ิมเติมโดย พ.ร.บ. วตั ถอุ นั ตราย (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๕ ๒๓ มาตรา ๕๓ ยกเลิกโดย พ.ร.บ. วัตถุอันตราย (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๖

พระราชบญั ญตั วิ ัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ 519 มาตรา ๕๕ วัตถุอนั ตราย ภาชนะบรรจวุ ตั ถอุ ันตราย สมุดบญั ชี เอกสารและส่งิ ของใดๆ ท่ไี ด้ยึด หรือ อายัดไว้ตามมาตรา ๕๔ (๓) ถ้าส่ิงของที่ยึดหรืออายัดไว้เป็นของเสียง่าย หรือถ้าการเก็บไว้จะเป็นการเสี่ยงต่อ ความเสียหายหรืออันตรายที่จะเกิดจากส่ิงของน้ันหรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนกับค่าแห่งสิ่งของนั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจทำลายหรือจัดการตามควรแก่กรณีโดยคำนึงถึงอันตรายท่ีอาจเกิดจาก วัตถอุ นั ตรายดังกล่าวดว้ ย และให้นำมาตรา ๕๒ วรรคสามและวรรคส่ี มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าส่ิงของที่ยึดหรืออายัดไว้มิใช่เป็นทรัพย์ท่ีต้องริบตาม มาตรา ๘๘ หรอื พนักงานอัยการสงั่ เดด็ ขาดไม่ฟอ้ งคดี ให้พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีถอนการอายัดหรอื คืนวัตถอุ ันตราย ภาชนะบรรจวุ ัตถุอนั ตราย สมดุ บญั ชี เอกสารและส่ิงนน้ั ๆ ใหแ้ ก่ผูค้ วรได้รับคนื โดยมชิ กั ช้า ในกรณีท่ีมีการคืนส่ิงของที่ยึดหรืออายัดไว้ หรือเงินที่ขายได้ ให้แจ้งการคืนโดยส่งทางไปรษณีย์ลง ทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลำเนาของผู้ควรได้รับคืน แต่ในกรณีไม่รู้ตัวผู้ควรได้รับคืนหรือรู้ตัวแต่ไม่รู้ภูมิลำเนา ถ้าได้ประกาศในหนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับที่ได้แพร่หลายในท้องที่ที่ได้ยึดหรืออายัดส่ิงของนั้น หรือการประกาศ ในหนังสือพิมพ์จะไม่คุ้มกับมูลค่าส่ิงของท่ีจะคืน ถ้าได้ประกาศไว้ ณ ที่ทำการอำเภอแห่งท้องท่ีน้ันไม่น้อยกว่า สิบห้าวัน ให้ถือว่าได้มีการแจ้งเมื่อครบกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้ประกาศในหนังสือพิมพ์ หรือวันที่ครบ กำหนดการประกาศ ณ ที่ทำการอำเภอ แลว้ แต่กรณ ี ผู้ขอรับคืนต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าภาระต่างๆ ของรัฐท่ีเกิดขึ้นเพราะการประกาศในหนังสือพิมพ์ พร้อม เงนิ เพิม่ อกี ร้อยละยี่สิบของเงินจำนวนดังกล่าว ในกรณีท่ีไม่สามารถจะคืนได้เพราะหาตัวผู้ควรได้รับคืนไม่พบ ก็ให้รักษาสิ่งของที่ยึดไว้ หรือเงินที ่จะคืนให้นั้นไว้แล้วแต่กรณี หากภายในหน่ึงปีนับตั้งแต่ได้แจ้งแก่ผู้ควรได้รับคืนและไม่มีผู้ควรได้รับคืนมาขอรับ กใ็ หต้ กเป็นของรัฐ มาตรา ๕๖ ในการปฏิบัติหน้าท่ี พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซ่ึงเก่ียวข้อง บัตรประจำตัวพนักงานเจา้ หนา้ ทใ่ี ห้เป็นไปตามแบบทรี่ ฐั มนตรผี รู้ บั ผิดชอบกำหนด หมวด ๓ หน้าท่แี ละความรับผิดทางแพง่ มาตรา ๕๗ บทบัญญัติในหมวดนี้ไม่เป็นการลบล้างหรือจำกัดหน้าที่และความรับผิดทางแพ่งท่ีบุคคล มอี ยตู่ ามบทบัญญตั ิในหมวดอน่ื หรอื ของบทกฎหมายอื่น มาตรา ๕๘ เพ่ือประโยชน์ในการกำหนดหน้าท่ีและความรับผิดตามหมวดน้ี ให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดวัตถุที่ให้ถือว่าเป็นวัตถุอันตรายตาม ความในหมวดนี้ มาตรา ๕๙ ผู้ผลิตวัตถอุ ันตรายตอ้ งระมดั ระวังในการจัดหาวตั ถทุ ่ีใช้ในการผลติ การกำหนดวธิ กี ารและ ข้ันตอนที่วางใจได้ของการผลิต การจัดให้มีภาชนะบรรจุท่ีมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยต่อการใช้การเคล่ือนย้าย และการขนส่ง การจัดให้มีฉลากท่ีแสดงสภาพอันตรายของส่ิงนั้นที่ชัดเจนเพียงพอความเหมาะสมของ การเก็บรักษา และการตรวจสอบความเหมาะสมของผทู้ ร่ี ับมอบวัตถุอันตรายไปจากตน หรือผ้ทู ีอ่ าจคาดหมาย ได้วา่ อาจจะได้รบั มอบวตั ถอุ ันตรายดังกลา่ ว

520 สำนักงาน ป.ป.ส. มาตรา ๖๐ ผู้นำเข้าวัตถุอันตรายต้องระมัดระวังในการเลือกหาผู้ผลิต การตรวจสอบคุณภาพของ วัตถุอันตราย การตรวจสอบความถูกต้องของภาชนะบรรจุและฉลาก การเลือกวิธีการขนส่งและผู้ขนส่ง ความเหมาะสมของการเก็บรักษา และการตรวจสอบความเหมาะสมของผู้ท่ีรับมอบวัตถุอันตรายไปจากตน หรอื ผทู้ อี่ าจคาดหมายได้ว่าอาจจะได้รับมอบวัตถอุ นั ตรายดงั กล่าว มาตรา ๖๑ ผู้ขนส่งต้องระมัดระวังในการตรวจสอบความถูกต้องของส่ิงท่ีใช้ในการขนส่งหรือ ยานพาหนะและอุปกรณ์ ความถูกต้องของภาชนะบรรจุและฉลากความเหมาะสมของวิธีการขนส่งความถูกต้อง ของการจดั วางบนยานพาหนะ และความไว้วางใจไดข้ องลูกจ้างหรือผจู้ ดั ทำการงานให้แกต่ นหรอื รว่ มกบั ตน มาตรา ๖๒ ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายต้องระมัดระวังในการตรวจสอบความเช่ือถือได ้ ของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ท่ีจัดหาวัตถุอันตรายน้ันให้แก่ตนความถูกต้องของภาชนะบรรจุและฉลาก ความเหมาะสมของการเก็บรักษาและความไว้วางใจได้ของผู้ที่รับมอบวตั ถุอันตรายไปจากตนหรืออาจคาดหมาย ไดว้ ่าอาจจะไดร้ บั มอบวตั ถุอันตรายดังกล่าว มาตรา ๖๓ ผผู้ ลติ ผนู้ ำเขา้ ผขู้ นสง่ ผนู้ ำผา่ น ผนู้ ำกลบั เขา้ มา ผสู้ ง่ กลบั ออกไป หรอื ผมู้ ไี วใ้ นครอบครอง ซึ่งวัตถุอันตรายต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่วัตถุอันตรายท่ีอยู่ในความครอบครองของตน เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้วา่ ความเสยี หายน้ันเกิดแต่เหตุสดุ วิสัยหรอื เกิดเพราะความผดิ ของผตู้ ้องเสียหายนั้นเอง มาตรา ๖๔ ผู้ขายหรือผู้ส่งมอบวัตถุอันตรายให้กับบุคคลใด ต้องรับผิดชอบเพ่ือการเสียหายของ บุคคลดังกล่าวอันเกิดแต่วัตถุอันตรายน้ัน เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือเกิด เพราะความผดิ ของผู้ต้องเสยี หายนั้นเอง มาตรา ๖๕ นายจ้าง ตวั การ ผู้ว่าจ้าง หรือเจ้าของกิจการต้องรว่ มรับผิดในผลแหง่ ละเมดิ ที่บคุ คล ตาม มาตรา ๖๓ หรอื มาตรา ๖๔ ได้กระทำไปในการทำงานให้แกต่ น แตช่ อบท่จี ะไดช้ ดใช้จากบคุ คลดังกล่าว เวน้ แต่ ตนจะมีส่วนผิดในการสั่งให้ทำ การเลือกหาตัวบุคคล การควบคุม หรือการอื่นอันมีผลโดยตรงให้เกิดการ ละเมดิ ขึน้ นน้ั มาตรา ๖๖ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขายส่ง ผู้นำผ่าน ผู้นำกลับเข้ามา ผู้ส่งกลับออกไป ผู้ขายปลีกคนกลาง และผมู้ สี ว่ นในการจำหนา่ ยจา่ ยแจกทกุ ชว่ งตอ่ จากผผู้ ลติ จนถงึ ผทู้ ร่ี บั ผดิ ชอบขณะเกดิ การละเมดิ ตามมาตรา ๖๓ หรือมาตรา ๖๔ ต้องร่วมรับผดิ ในผลแห่งการละเมดิ ดว้ ย” มาตรา ๖๗ สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่วัตถุอันตรายตามพระราชบัญญัตินี้เป็นอันขาด อายุความเม่ือพ้นสามปีนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการเสียหายความเป็นวัตถุอันตรายและผู้พึงต้อง ใช้ค่าสนิ ไหมทดแทน ถ้ามีการเจรจาเก่ียวกับค่าสินไหมทดแทนท่ีพึงจ่ายระหว่างผู้ท่ีเข้าใจกันว่าต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทน และผมู้ ีสิทธไิ ดค้ ่าสนิ ไหมทดแทนใหอ้ ายุความสะดดุ หยดุ อยจู่ นกว่าจะปรากฏวา่ การเจรจานั้น ไม่อาจตกลงกนั ได้ มาตรา ๖๘ ผู้ท่ีต้องรับผิดตามมาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๕ หรือมาตรา ๖๖ ท่ีได้ชำระ ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายแล้ว ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอากับผู้ท่ีส่งมอบวัตถุอันตรายให้แก่ตน หรือแก่ผู้ซึ่ง ทำงานให้แก่ตน และบรรดาผทู้ ี่มีสว่ นในการส่งมอบวัตถอุ นั ตรายดงั กลา่ วในลำดบั ต่างๆ ถดั ขึน้ ไปคนหนงึ่ คนใด หรือหลายคนก็ได้ไปจนถึงผู้ผลิต โดยต้องใช้สิทธิไล่เบี้ยภายในสามปีนับแต่วันที่ตนได้ชำระค่าสินไหมทดแทน แต่ถ้าผู้ใช้สิทธิไล่เบี้ยนั้นเป็นผู้ท่ีจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้เกิดการละเมิดขึ้น ผู้น้ันจะมีสิทธิไล่เบ้ีย เฉพาะส่วนท่ีเกนิ จากความรับผิดโดยเฉพาะของตนเท่านน้ั

พระราชบัญญตั วิ ัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ 521 มาตรา ๖๙ ในกรณีท่ีวัตถุอันตรายก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล สัตว์ พืช หรือสิ่งแวดล้อม ถ้ารัฐ ไดร้ บั ความเสยี หายเพราะตอ้ งเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยในการเขา้ ชว่ ยเหลอื เคลอื่ นยา้ ย บำบดั บรรเทา หรอื ขจดั ความเสยี หาย ให้เกดิ การคืนส่สู ภาพเดิมหรอื สภาพทีใ่ กลเ้ คียงกบั สภาพเดมิ หรอื เปน็ ความเสยี หายต่อทรัพยไ์ ม่มีเจา้ ของ หรอื ทรัพยากรธรรมชาติ หรือเป็นความเสียหายต่อทรัพย์สินของแผ่นดินเมื่อได้รับคำร้องขอจากหน่วยงานท่ีได้รับ มอบหมายให้รับผิดชอบวัตถุอันตรายดังกล่าวให้พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้อง เรียกค่าสินไหมทดแทนเพ่ือ ความเสียหายของรัฐดังกลา่ วได้ มาตรา ๖๙/๑ ในกรณีที่วัตถุอันตรายก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล สัตว์ พืช หรือส่ิงแวดล้อม และไดม้ กี ารทำประกนั ตามมาตรา ๒๐ (๑/๑) ใหผ้ รู้ บั ประกนั ภยั จา่ ยคา่ เสยี หายเบอื้ งตน้ ใหแ้ กผ่ ไู้ ดร้ บั ความเสยี หาย จากวตั ถอุ นั ตราย และใหแ้ กห่ นว่ ยงานของรฐั หรอื เอกชนทไ่ี ดร้ บั มอบหมายจากหนว่ ยงานของรฐั ในการเขา้ ชว่ ยเหลอื เคลอื่ นย้าย บำบัด บรรเทา หรอื ขจดั ความเสียหายทีเ่ กิดข้นึ จำนวนคา่ เสยี หายเบอ้ื งตน้ การเกบ็ รกั ษาคา่ เสยี หายเบอ้ื งตน้ และการจา่ ยคา่ เสยี หายเบอ้ื งตน้ ตามวรรคหนงึ่ ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่กี ำหนดในกฎกระทรวง ค่าเสียหายเบื้องต้นที่หน่วยงานของรัฐได้รับจากผู้รับประกันภัยในการท่ีหน่วยงานของรัฐเข้าช่วยเหลือ เคลื่อนยา้ ย บำบดั บรรเทา หรอื ขจัดความเสียหายที่เกิดขึน้ ไมต่ ้องนำสง่ คลังเป็นรายไดแ้ ผ่นดนิ ให้ถือว่าค่าเสียหายเบ้ืองต้นตามวรรคสามเป็นส่วนหนึ่งของค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา ๖๙ และไม่ตัดสทิ ธพิ นกั งานอยั การในการฟ้องเรียกคา่ สนิ ไหมทดแทนดงั กล่าวเพม่ิ เตมิ เมื่อผู้รับประกันภัยจ่ายค่าเสียหายเบ้ืองต้นแล้วเป็นจำนวนเงินเท่าใด ให้ผู้รับประกันภัยดังกล่าว มสี ทิ ธิไล่เบ้ียเอากับบคุ คลภายนอกซงึ่ เป็นผกู้ ่อให้เกดิ ความเสยี หายได”้ หมวด ๔ บทกำหนดโทษ มาตรา ๗๐ ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่งเอกสารหรือวัตถุใดๆ ตามท่ีคณะกรรมการหรือ คณะอนกุ รรมการสงั่ ตามมาตรา ๑๔ หรอื ทพี่ นกั งานเจา้ หนา้ ทม่ี หี นงั สอื เรยี กตามมาตรา ๕๔ (๔) ตอ้ งระวางโทษ จำคกุ ไม่เกนิ หนง่ึ เดอื น หรอื ปรบั ไม่เกนิ หนง่ึ หม่ืนบาท หรอื ท้ังจำทง้ั ปรบั มาตรา ๗๐/๑๒๔ ผใู้ ดไมป่ ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๒๐/๑ ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กนิ หกเดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หา้ หมนื่ บาท หรอื ทั้งจำทัง้ ปรบั มาตรา ๗๐/๒ ผใู้ ดนำผา่ นวตั ถอุ นั ตรายชนดิ ท่ี ๑ โดยไมป่ ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๒๐/๒ วรรคหนงึ่ หรอื วรรคหก ต้องระวางโทษจำคกุ ไม่เกินหกเดือน หรอื ปรบั ไม่เกินหา้ หมนื่ บาท หรอื ทั้งจำทั้งปรบั ผู้ใดนำผ่านวัตถุอันตรายชนิดท่ี ๒ โดยไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๐/๒ วรรคหน่ึงหรือวรรคหก ต้องระวาง โทษจำคกุ ไม่เกินหน่ึงปี หรอื ปรบั ไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือท้ังจำทั้งปรบั ผู้ใดนำผ่านวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ โดยไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๐/๒ วรรคสองหรือวรรคหก ต้องระวาง โทษจำคกุ ไม่เกนิ สองปี หรอื ปรับไมเ่ กินสองแสนบาท หรือท้ังจำท้งั ปรบั ๒๔ มาตรา ๗๐/๑ เพิม่ โดย พ.ร.บ. วัตถอุ ันตราย (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๗

522 สำนักงาน ป.ป.ส. ผู้ใดนำผ่านวัตถุอันตรายชนิดท่ี ๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทงั้ จำทง้ั ปรับ มาตรา ๗๑๒๕ ผใู้ ดไมป่ ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ วรรคหา้ มาตรา ๔๑ หรอื มาตรา ๔๓ วรรคสอง ตอ้ งระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกนิ หา้ หมื่นบาท หรอื ทัง้ จำท้งั ปรับ มาตรา ๗๒ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง หรือ ตามมาตรา ๒๓ วรรคสาม ต้องระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กนิ หนงึ่ ปี หรือปรับไมเ่ กินหน่ึงแสนบาท หรือท้งั จำท้ังปรบั มาตรา ๗๓ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๓ วรรคหน่ึง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน สองแสนบาท หรือทั้งจำทัง้ ปรบั มาตรา ๗๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกิน หน่งึ ล้านบาท หรือทง้ั จำท้งั ปรับ ถ้าการกระทำตามวรรคหน่ึงเป็นการกระทำโดยประมาทของผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครอง ซึ่งวัตถอุ นั ตรายดังกลา่ ว ผ้กู ระทำต้องระวางโทษปรบั ไม่เกินแปดแสนบาท มาตรา ๗๔/๑๒๖ ผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดซ่ึงมีโทษตามมาตรา ๗๓ หรือมาตรา ๗๔ ในส่วนท่ีเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ หรือชนิดท่ี ๔ ซ่ึงเป็นสารเคมีพิษหรือสารท่ีใช้ผลิตสารเคมีพิษท่ีระบุใน อนุสัญญาห้ามอาวุธเคมีตามประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษ เช่นเดียวกับตวั การในความผดิ น้นั มาตรา ๗๔/๒๒๗ การกระทำความผิดตามมาตรา ๗๓ หรือมาตรา ๗๔ ในสว่ นท่ีเก่ยี วกบั วตั ถอุ นั ตราย ชนิดท่ี ๓ หรือชนิดที่ ๔ ซึ่งเป็นสารเคมีพิษหรือสารที่ใช้ผลิตสารเคมีพิษท่ีระบุในอนุสัญญาห้ามอาวุธเคมีตาม ประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมตามมาตรา ๑๘ หากผู้กระทำความผิดมีสัญชาติไทย แม้จะ กระทำนอกราชอาณาจักร จะต้องรบั โทษในราชอาณาจักร หา้ มมใิ หล้ งโทษผ้นู ้ันในราชอาณาจักรเพราะการกระทำน้ันอีก ถ้า (๑) ไดม้ คี ำพิพากษาของศาลในตา่ งประเทศอันถึงทสี่ ุดให้ปล่อยตัวผ้นู น้ั หรอื (๒) ศาลในต่างประเทศพพิ ากษาให้ลงโทษและผู้น้นั ไดพ้ น้ โทษแล้ว ถ้าผู้ต้องคำพิพากษาได้รับโทษสำหรับการกระทำน้ันตามคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศมาแล้ว แต่ยังไม่พ้นโทษ ศาลจะลงโทษน้อยกว่าท่ีกฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ หรือจะไม่ลงโทษ เลยกไ็ ด้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถงึ โทษทผี่ ูน้ ้ันไดร้ บั มาแล้ว มาตรา ๗๔/๓ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกำหนดตามมาตรา ๔๔ (๒) สำหรับวตั ถอุ ันตรายชนิดท่ี ๑ หรอื ชนดิ ท่ี ๒ ตอ้ งระวางโทษปรับไมเ่ กนิ หน่ึงหมื่นบาท ผใู้ ดไมป่ ฏบิ ตั ติ ามเงอ่ื นไขทรี่ ฐั มนตรผี รู้ บั ผดิ ชอบกำหนดตามมาตรา ๔๔ (๒) สำหรบั วตั ถอุ นั ตราย ชนดิ ท่ี ๓ ต้องระวางโทษจำคกุ ไม่เกินสามเดือน หรือปรับไมเ่ กนิ สามหม่ืนบาท หรอื ทงั้ จำทั้งปรบั ผใู้ ดไมป่ ฏบิ ตั ติ ามเงอื่ นไขทร่ี ฐั มนตรผี รู้ บั ผดิ ชอบกำหนดตามมาตรา ๔๔ (๒) สำหรบั วตั ถอุ นั ตรายชนดิ ที่ ๔ ต้องระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กนิ หกเดือน หรือปรับไม่เกนิ หา้ หมื่นบาท หรือทง้ั จำทัง้ ปรบั ” ๒๕ ขอ้ ความเดิมถกู ยกเลิกโดย พ.ร.บ. วตั ถอุ นั ตราย (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๑๘ และให้ใช้ขอ้ ความทพ่ี มิ พ์ไว้น้ีแทน ๒๖ มาตรา ๗๔/๑ เพ่มิ โดย พ.ร.บ. วัตถอุ นั ตราย (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๕ ๒๗ มาตรา ๗๔/๒ เพิ่มโดย พ.ร.บ. วตั ถุอนั ตราย (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๕

พระราชบญั ญัตวิ ัตถุอนั ตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ 523 มาตรา ๗๕ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๕ (๑) หรือมาตรา ๔๕ (๕) สำหรับกรณีเพิกถอนทะเบียนเพราะอาจ เกดิ อนั ตรายโดยไมม่ ีวิธปี กติตามควรทจ่ี ะป้องกนั ได้ ถา้ เปน็ การกระทำเกย่ี วกับวัตถุอันตราย ชนดิ ที่ ๓ ผู้กระทำ ตอ้ งระวางโทษจำคุกไมเ่ กนิ เจด็ ปี หรอื ปรับไม่เกินเจด็ แสนบาท หรือทงั้ จำทง้ั ปรบั ถ้าการกระทำตามวรรคหน่ึงเป็นการกระทำโดยประมาทของผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ซ่ึงวัตถุอันตรายดงั กลา่ ว ผู้กระทำต้องระวางโทษปรับไมเ่ กินหา้ แสนบาท มาตรา ๗๖ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๕ (๒) หรือมาตรา ๔๕ (๕) สำหรับกรณีเพิกถอนทะเบียนเพราะไม่มี ประโยชน์ตามท่ีข้ึนทะเบียนไว้ ถ้าเป็นการกระทำเก่ียวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุก ไมเ่ กนิ หา้ ปี หรอื ปรับไมเ่ กินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทงั้ ปรับ ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำโดยประมาทของผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครอง ซึง่ วัตถอุ ันตรายดังกลา่ ว ผู้กระทำตอ้ งระวางโทษปรับไมเ่ กินส่แี สนบาท มาตรา ๗๗ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๕ (๓) ถ้าเป็นการกระทำเก่ียวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ ต้องระวาง โทษจำคกุ ไมเ่ กนิ หนึ่งปี หรือปรับไมเ่ กนิ หนง่ึ แสนบาท หรอื ท้ังจำทงั้ ปรับ ถา้ การกระทำตามวรรคหนง่ึ เปน็ การกระทำโดยประมาท ผกู้ ระทำตอ้ งระวางโทษปรบั ไมเ่ กนิ แปดหมน่ื บาท มาตรา ๗๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๕ (๔) ถ้าเป็นการกระทำเก่ียวกับวัตถุอันตรายชนิดท่ี ๓ ต้องระวาง โทษจำคกุ ไม่เกนิ สามปี หรือปรบั ไม่เกินสามแสนบาท หรอื ทง้ั จำทงั้ ปรบั มาตรา ๗๙ ถา้ การกระทำตามมาตรา ๗๕ มาตรา ๗๖ มาตรา ๗๗ หรอื มาตรา ๗๘ เกยี่ วกบั วตั ถอุ นั ตราย ชนิดท่ี ๒ ผกู้ ระทำต้องระวางโทษสองในสามของโทษท่บี ัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าว มาตรา ๘๐ ถา้ การกระทำตามมาตรา ๗๕ มาตรา ๗๖ หรอื มาตรา ๗๗ เกยี่ วกบั วตั ถอุ นั ตรายชนดิ ที่ ๑ ผกู้ ระทำตอ้ งระวางโทษกงึ่ หนงึ่ ของโทษทบี่ ญั ญตั ไิ วใ้ นมาตราดงั กลา่ ว มาตรา ๘๑ ผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๐ หรือมาตรา ๓๑ ต้องระวางโทษปรับ ไมเ่ กินหนึง่ หมน่ื บาท มาตรา ๘๒ ผู้ใดโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือ สาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับวัตถุอันตราย ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อ่ืน ทำ หรือใช้ฉลากที่มี ข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้น ต้องระวาง โทษจำคกุ ไม่เกนิ หนึ่งปี หรือปรบั ไม่เกินหนง่ึ แสนบาท หรอื ทั้งจำท้งั ปรบั ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำผิดซ้ำอีกภายในหกเดือนนับแต่วันกระทำความผิดคร้ังก่อน ผู้กระทำตอ้ งระวางโทษจำคุกไมเ่ กินสองปี หรอื ปรับไม่เกนิ สองแสนบาท หรือทง้ั จำท้งั ปรับ มาตรา ๘๓ ผู้ใดขายวัตถุอันตรายโดยไม่มีฉลากหรือมีฉลากแต่ฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง หรือขายวัตถุอันตรายท่ีมีฉลากที่คณะกรรมการสั่งเลิกใช้ หรือให้แก้ไขตามมาตรา ๕๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกินหกเดือน หรอื ปรบั ไม่เกนิ ห้าหม่นื บาท หรือท้งั จำทง้ั ปรบั ถ้าการกระทำตามวรรคหนง่ึ เปน็ การกระทำโดยประมาท ผูก้ ระทำต้องระวางโทษปรับไม่เกนิ สหี่ มนื่ บาท ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหนง่ึ ปี หรือปรับไมเ่ กนิ หน่ึงแสนบาท หรอื ท้งั จำทง้ั ปรบั มาตรา ๘๔ ผู้ใดโดยเจตนาหรือโดยประมาทรับจ้างทำฉลากท่ีไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือรับจ้าง ติดตรึงฉลากท่ีไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือรับจ้างทำลายส่วนอันเป็นสาระสำคัญของฉลากท่ีถูกต้อง

524 สำนกั งาน ป.ป.ส. ตามกฎหมาย สำหรบั วัตถุอันตรายอย่างหนึง่ อย่างใดตามความในหมวด ๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกนิ หกเดอื น หรอื ปรบั ไม่เกินห้าหมน่ื บาท หรือทงั้ จำทั้งปรบั มาตรา ๘๔/๑ ผใู้ ดโฆษณาโดยไมเ่ ปน็ ไปตามมาตรา ๕๑ หรอื ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๕๑/๑ ตอ้ งระวางโทษ จำคกุ ไมเ่ กินหกเดอื น หรอื ปรับไมเ่ กินหา้ หม่นื บาท หรือทงั้ จำทั้งปรับ มาตรา ๘๔/๒ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๑/๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ ปรบั ไม่เกินหา้ หมนื่ บาท หรอื ทง้ั จำท้ังปรับ มาตรา ๘๔/๓ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำส่ังของหน่วยงานผู้รับผิดชอบตามมาตรา ๕๑/๓ ต้องระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กนิ หนึง่ ปี หรอื ปรับไม่เกินหน่งึ แสนบาท หรอื ทัง้ จำทัง้ ปรับ” มาตรา ๘๕ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๒ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับ ไม่เกินสามหมน่ื บาท หรอื ทง้ั จำทั้งปรับ มาตรา ๘๕/๑๒๘ ผใู้ ดไมป่ ฏบิ ตั ติ ามคำสงั่ ของพนกั งานเจา้ หนา้ ทตี่ ามมาตรา ๕๒/๑ ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กนิ สามเดือน หรอื ปรบั ไม่เกนิ สามหมน่ื บาท หรือทัง้ จำท้ังปรับ มาตรา ๘๖ ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกตามสมควรแก่พนักงานเจ้าหน้าท่ีซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา ๕๔ ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไม่เกนิ หนึง่ เดือน หรอื ปรับไม่เกนิ หนึ่งหมืน่ บาท มาตรา ๘๗ ในกรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษบุคคลใดในความผิดตามมาตรา ๗๑ หรือมาตรา ๗๒ และ เป็นกรณีที่มีการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาต ถ้ามีพฤติการณ์ให้เห็นว่าบุคคลดังกล่าวอาจจะกระทำความผิด เช่นนั้นอีก ศาลจะสั่งไว้ในคำพิพากษาห้ามการประกอบการเก่ียวกับวัตถุอันตรายมีกำหนดเวลาไม่เกินห้าป ี นบั แต่วนั พ้นโทษไปแล้วกไ็ ด ้ มาตรา ๘๗/๑๒๙ ผู้ใดเคยถูกลงโทษเพราะเหตุกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีแล้วครั้งหน่ึง ถ้าไดก้ ระทำผดิ ในบทบญั ญตั เิ ดียวกนั กับท่เี คยถูกลงโทษแลว้ นนั้ ซำ้ อีก ให้ศาลเพมิ่ โทษท่จี ะลงแก่ผู้นน้ั อกี กง่ึ หน่ึง ของอัตราโทษสำหรับความผิดนัน้ มาตรา ๘๗/๒๓๐ ในกรณีที่นิติบุคคลกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้เช่ียวชาญ บุคลากรเฉพาะหรือบุคคลใดซ่ึงมีหน้าท่ีรับผิดชอบในการกระทำความผิดน้ัน ต้องรับผิดตามที่ บญั ญตั ไิ วส้ ำหรบั ความผดิ นนั้ ๆ ดว้ ย เวน้ แตจ่ ะพสิ จู นไ์ ดว้ า่ การกระทำนนั้ ไดก้ ระทำโดยตนมไิ ดร้ เู้ หน็ หรอื ยนิ ยอมดว้ ย มาตรา ๘๘ วัตถุอันตรายท่ีผลิต นำเข้า ส่งออก นำผ่าน นำกลับเข้ามา ส่งกลับออกไป หรือมีไว้ใน ครอบครองโดยไมช่ อบดว้ ยพระราชบญั ญตั นิ ี้ ภาชนะของวตั ถอุ นั ตรายดงั กลา่ ว เครอ่ื งมอื และอปุ กรณท์ เี่ กย่ี วขอ้ ง หรอื ทรพั ยส์ นิ ใดบรรดาทศ่ี าลมคี ำพพิ ากษาใหร้ บิ ใหส้ ง่ มอบแกห่ นว่ ยงานทรี่ บั ผดิ ชอบควบคมุ วตั ถอุ นั ตรายดงั กลา่ ว เพอื่ ทำลายหรอื จดั การตามทเี่ หน็ สมควรตอ่ ไป ในกรณที ตี่ อ้ งทำลายหรอื จดั การตามทเี่ หน็ สมควร ใหศ้ าลมคี ำสง่ั ในคำพพิ ากษาใหเ้ จา้ ของชำระคา่ ใชจ้ า่ ย ทเี่ กดิ ขน้ึ ใหแ้ กท่ างราชการดว้ ย ๒๘ มาตรา ๘๕/๑ เพ่ิมโดย พ.ร.บ. วตั ถอุ นั ตราย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๙ ๒๙ มาตรา ๘๗/๑ เพิ่มโดย พ.ร.บ. วัตถอุ นั ตราย (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๐ ๓๐ มาตรา ๘๗/๒ เพม่ิ โดย พ.ร.บ. วัตถุอันตราย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๐ ๓๑ ข้อความเดมิ ถกู ยกเลกิ โดย พ.ร.บ. วัตถุอนั ตราย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๒๑ และให้ใช้ข้อความท่พี มิ พ์ไวน้ ้ีแทน

พระราชบญั ญัติวตั ถุอนั ตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ 525 มาตรา ๘๙๓๑ บรรดาความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ที้ ม่ี โี ทษปรบั สถานเดยี วหรอื เปน็ ความผดิ ทม่ี โี ทษจำคกุ ไม่เกินหน่ึงปี เว้นแต่ความผิดตามมาตรา ๗๔ วรรคสอง ให้คณะกรรมการมีอำนาจเปรียบเทียบได้ และเม่ือ ผู้กระทำความผิดได้ชำระเงินค่าปรับตามที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีผู้กระทำความผิดได้รับแจ้ง ให้ถอื วา่ คดีเลิกกนั ตามประมวลกฎหมายวธิ พี ิจารณาความอาญา ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควรจะแต่งต้ังคณะอนุกรรมการ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีอำนาจ เปรยี บเทยี บก็ได้ ท้ังนี้การเปรียบเทียบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธกี ารท่ีคณะกรรมการกำหนด ในกรณีท่ีมีการยึดหรืออายัดของกลางท่ีเก่ียวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี ผู้มีอำนาจเปรยี บเทยี บตามวรรคหนง่ึ หรือวรรคสองจะเปรียบเทียบได้ในกรณดี งั ตอ่ ไปนี้ (๑) ในกรณีที่อาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ เม่ือผู้กระทำความผิดยินยอมและได้แก้ไขของกลางที่ยึด หรืออายัดไวใ้ ห้ถูกตอ้ ง (๒) ในกรณีท่ีไม่อาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ เม่ือผู้กระทำความผิดยินยอมให้ของกลางท่ียึดหรืออายัดไว้ ตกเปน็ ของหนว่ ยงานที่รับผิดชอบควบคุมวัตถอุ นั ตรายดงั กล่าว ในกรณีท่ีผู้ยินยอมให้เปรียบเทียบได้แก้ไขของกลางให้ถูกต้องแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถอนการอายัด ของกลางน้นั เสยี บรรดาสิ่งของท่ีตกเป็นของหน่วยงานท่ีรับผิดชอบควบคุมวัตถุอันตรายดังกล่าวให้จัดการตามระเบียบ ท่รี ัฐมนตรผี ูร้ ับผิดชอบกำหนด บทเฉพาะกาล มาตรา ๙๐ คำขออนุญาตใด ๆ ที่ได้ย่ืนไว้ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุมีพิษและยังอยู่ในระหว่างพิจารณา ให้ถือเป็นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติน้ีโดยอนุโลม ในกรณีท่ีคำขออนุญาตมีข้อแตกต่างไปจากคำขอ อนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตมีอำนาจส่ังให้แก้ไขเพ่ิมเติมได้ ตามความจำเป็นเพ่ือให้การ เป็นไปตามพระราชบญั ญัติน้ี มาตรา ๙๑ ใบอนุญาตและใบสำคัญการข้ึนทะเบียนที่ออกให้แก่บุคคลใดๆ ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุ มีพษิ กอ่ นวนั ท่พี ระราชบัญญตั นิ ใี้ ช้บงั คบั ใหค้ งใชไ้ ดต้ ่อไปจนสน้ิ อายทุ ่ีกำหนดไว้ มาตรา ๙๒ ให้ทบทวนบรรดาวัตถุหรือสิ่งอ่ืนใดที่มีการประกาศกำหนดให้เป็นวัตถุมีพิษธรรมดา และ วัตถุมพี ษิ รา้ ยแรงตามกฎหมายวา่ ด้วยวัตถุมพี ิษ และดำเนินการออกประกาศกำหนดเปน็ วัตถอุ ันตราย ชนิดท่ี ๑ ชนิดที่ ๒ ชนดิ ที่ ๓ หรอื ชนิดท่ี ๔ ตามพระราชบญั ญัตินี้ใหแ้ ลว้ เสร็จภายในหกเดอื นนับแตว่ นั ที่พระราชบัญญตั ิ นใี้ ชบ้ ังคับ ในระหว่างที่การดำเนินการตามวรรคหนึ่งยังไม่แล้วเสร็จ ให้บทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยวัตถุมีพิษยัง คงใช้บังคับต่อไปได้ เว้นแต่บทบัญญัติเกี่ยวกับคณะกรรมการวัตถุมีพิษให้ใช้บทบัญญัติเก่ียวกับคณะกรรมการ วตั ถอุ นั ตรายตามพระราชบัญญตั นิ ้แี ทน และให้การต่างๆ ตามพระราชบัญญัตินี้มผี ลใช้บังคบั ไดท้ นั ทเี ทา่ ท่ีไมข่ ัด หรอื แยง้ กบั กฎหมายว่าด้วยวัตถุมีพิษ มาตรา ๙๓ บรรดากฎกระทรวงและประกาศท่ีออกตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุมีพิษให้คงใช้บังคับได ้ ตอ่ ไปเทา่ ทไี่ มข่ ัดหรือแย้งกับบทแหง่ พระราชบัญญตั ิน้ี ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปนั ยารชนุ นายกรฐั มนตร ี

526 สำนักงาน ป.ป.ส. อตั ราคา่ ธรรมเนยี ม๓๒ __________________ (๑) ใบสำคญั การข้ึนทะเบียนวตั ถอุ นั ตราย ฉบบั ละ ๑๕,๐๐๐ บาท (๒) ใบอนุญาตผลติ วัตถอุ ันตราย ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๓) ใบอนญุ าตนำเข้าวัตถุอนั ตราย ฉบบั ละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๔) ใบอนุญาตส่งออกวตั ถอุ นั ตราย ฉบบั ละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๕) ใบอนญุ าตมีไวใ้ นครอบครองซงึ่ วัตถุอันตราย ฉบบั ละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๖) ใบอนญุ าตผลิตตวั อยา่ งวัตถุอันตราย ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท (๗) ใบอนญุ าตนำเขา้ ตวั อยา่ งวตั ถุอันตราย ฉบบั ละ ๒,๐๐๐ บาท (๘) ใบแทนใบสำคัญการข้นึ ทะเบยี นวัตถุอนั ตราย ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๙) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๐) การต่ออายใุ บสำคญั การขึ้นทะเบยี น วัตถอุ นั ตรายคร้งั ละเทา่ กับคา่ ธรรมเนียมสำหรับ ใบสำคญั การข้นึ ทะเบียนวัตถุอันตราย (๑๑) การตอ่ อายุใบอนญุ าตคร้งั ละเทา่ กับคา่ ธรรมเนียม สำหรับใบอนญุ าตแตล่ ะประเภท (๑๒) ใบนำผ่าน ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปรากฏว่าในปัจจุบันมีการนำ วัตถุอันตรายมาใช้ในกิจการประเภทต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก และวัตถุอันตรายบางชนิดอาจก่อ ให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ และส่ิงแวดล้อมได้ แม้ว่าในขณะนี้จะมี กฎหมายท่ีใช้ควบคุมวัตถุที่ก่อให้เกิดอันตรายอยู่บ้างแล้วก็ตาม แต่ก็มีอยู่หลายฉบับและอยู่ใน อำนาจหน้าท่ีของหลายกระทรวง ทบวง กรม ซ่ึงกฎหมายเหล่าน้ันได้ออกมาต่างยุคต่างสมัยกัน ทำให้มีบทบัญญัติท่ีแตกต่างกันและยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วย วัตถุมีพิษโดยขยายขอบเขตให้ครอบคลุมวัตถุอันตรายต่าง ๆ ทุกชนิด และกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการควบคุมวัตถุอันตรายให้เหมาะสมย่ิงข้ึน พร้อมกับจัดระบบบริหารให้มีการ ประสานงานกนั ระหวา่ งหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกนั กบั การควบคมุ ดแู ลวตั ถอุ นั ตรายดงั กลา่ วดว้ ย จึงจำเป็นตอ้ งตราพระราชบัญญตั ิน้ี ๓๒ อตั ราคา่ ธรรมเนยี มทา้ ย พ.ร.บ. วตั ถอุ นั ตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ ถกู ยกเลกิ โดย พ.ร.บ. วตั ถอุ นั ตราย (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๒ และใหใ้ ช้อัตราคา่ ธรรมเนยี มท่ีพมิ พ์ไวน้ ีแ้ ทน

พระราชบญั ญัตกิ ารขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ 527 พระราชบัญญัต ิ การขนสง่ ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ภมู ิพลอดลุ ยเดช ป.ร. ใหไ้ ว้ ณ วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ เปน็ ปที ี่ ๓๔ ในรัชกาลปจั จบุ นั พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ให้ประกาศวา่ โดยท่เี ปน็ การสมควรปรบั ปรุงกฎหมายวา่ ด้วยการขนส่ง จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญตั ิขึน้ ไวโ้ ดยคำแนะนำและยินยอมของสภานติ ิบัญญัติ แห่งชาติ ทำหน้าท่ีรฐั สภา ดงั ต่อไปนี ้ ฯลฯ มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญัตินี้ (๑) “การขนสง่ ” หมายความวา่ การขนคน สัตว์ หรอื สิ่งของโดยทางบกด้วยรถ ฯลฯ (๙) “รถ” หมายความว่า ยานพาหนะทุกชนิดที่ใช้ในการขนส่งทางบกซึ่งเดินด้วยกำลังเคร่ืองยนต์ กำลงั ไฟฟา้ หรือพลงั งานอ่ืน และหมายความรวมตลอดถงึ รถพว่ งของรถนนั้ ทง้ั น้ี เวน้ แตร่ ถไฟ (๑๐) “ผตู้ รวจการ” หมายความวา่ ขา้ ราชการสงั กดั กรมการขนสง่ ทางบก ซงึ่ รฐั มนตรแี ตง่ ตงั้ ใหม้ หี นา้ ท่ี ตรวจการขนสง่ ฯลฯ มาตรา ๕๐ ให้ผู้ตรวจการมีอำนาจเรียกรถให้หยุดเพื่อทำการตรวจสอบ และเม่ือเชื่อว่า มีการกระทำ อนั เปน็ การฝา่ ฝนื บทบญั ญตั แิ หง่ พระราชบญั ญตั นิ เ้ี กดิ ขนึ้ ใหผ้ ตู้ รวจการมอี ำนาจจบั กมุ ผฝู้ า่ ฝนื เพอื่ สง่ ใหพ้ นกั งาน ฝ่ายปกครองหรือตำรวจดำเนนิ คดตี อ่ ไป บทบัญญตั ใิ นวรรคหน่ึงไม่ลบลา้ งอำนาจจับกมุ ของพนักงานฝ่ายปกครองหรอื ตำรวจ

528 สำนกั งาน ป.ป.ส. หมวด ๗ ผูป้ ระจำรถ มาตรา ๙๒ ผูป้ ระจำรถ ไดแ้ ก่ (๑) ผขู้ บั รถ (๒) ผู้เก็บค่าโดยสาร (๓) นายตรวจ (๔) ผบู้ รกิ ารตามท่กี ำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙๓ ห้ามมิให้ผู้ใดปฏิบัติหน้าท่ีเป็นผู้ประจำรถ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน การขออนญุ าตและการอนญุ าตใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการทีก่ ำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙๔ ใบอนุญาตสำหรบั ผ้ปู ระจำรถ มี ๔ ประเภท คือ (๑) ใบอนุญาตเปน็ ผขู้ ับรถ (๒) ใบอนุญาตเป็นผเู้ ก็บค่าโดยสาร (๓) ใบอนญุ าตเปน็ นายตรวจ (๔) ใบอนุญาตเป็นผู้บริการ ใบอนุญาตแต่ละประเภทจะใช้สับเปลี่ยนกันไม่ได้ เว้นแต่ใบอนุญาตประเภทท่ีหนึ่ง ประเภทท่ีสามและ ประเภทท่ีสใ่ี ชเ้ ปน็ ใบอนญุ าตประเภททีส่ องได้ (๑) มาตรา ๙๕ ใบอนญุ าตเป็นผ้ขู บั รถ มีดงั น้ี (๑) ชนิดท่ีหน่ึง ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถสำหรับรถที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันไม่เกิน สามพันห้าร้อยกโิ ลกรัมทมี่ ไิ ด้ใช้ขนสง่ ผโู้ ดยสาร หรือสำหรับรถขนสง่ ผู้โดยสารไม่เกนิ ย่ีสิบคน (๒) ชนิดท่สี อง ใบอนญุ าตเป็นผขู้ ับรถสำหรบั รถที่มีนำ้ หนักรถและนำ้ หนกั บรรทุกรวมกันเกินกวา่ สามพันหา้ รอ้ ยกโิ ลกรมั ที่มไิ ด้ใชข้ นสง่ ผู้โดยสาร หรือสำหรับรถขนส่งผู้โดยสารเกินกว่ายสี่ ิบคน (๓) ชนิดท่ีสาม ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถซ่ึงโดยสภาพใช้สำหรับลากจูงรถอ่ืนหรือล้อเลื่อนที่บรรทุก สงิ่ ใดๆ บนล้อเลอื่ นน้นั (๔) ชนิดที่ส่ี ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถสำหรับรถท่ีใช้ขนส่งวัตถุอันตรายตามประเภท หรือชนิดและ ลกั ษณะการบรรทกุ ตามทอ่ี ธบิ ดกี ำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ใบอนุญาตแต่ละชนิดใช้สับเปลี่ยนกันไม่ได้ เว้นแต่ใบอนุญาตชนิดท่ีสอง ชนิดท่ีสาม และชนิดที่ส่ีใช้เป็น ใบอนุญาตชนิดที่หน่ึงได้ ใบอนุญาตชนิดที่สามและชนิดที่ส่ีใช้เป็นใบอนุญาตชนิดที่สองได้ และใบอนุญาตชนิด ทส่ี ใ่ี ชเ้ ปน็ ใบอนุญาตชนิดทีส่ ามได้ ประกาศของอธบิ ดี ตามความใน (๔) ของวรรคหน่งึ ให้มีผลใชบ้ งั คบั เมอ่ื พ้นกำหนดหกสิบวนั นับแตว่ ัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๙๖ ผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถตามมาตรา ๙๓ ในประเภทการขนส่ง ประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็กตอ้ งมคี ุณสมบัติและลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) ข้อความเดมิ ถูกยกเลกิ โดย พ.ร.บ. การขนส่งทางบก (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๖ และใหใ้ ช้ขอ้ ความทพ่ี ิมพ์ไวน้ แี้ ทน

พระราชบัญญตั ิการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ 529 (๑) มสี ัญชาตไิ ทย (๒) มีความรู้และความสามารถตามท่ีกำหนดในกฎกระทรวง (๓) ไม่เป็นผู้มีรา่ งกายพกิ ารจนเปน็ ทเ่ี ห็นไดว้ ่าไม่สามารถปฏิบตั หิ น้าที่ไดด้ ้วยความเหมาะสม (๔) ไม่เป็นผวู้ กิ ลจรติ หรือจิตฟนั่ เฟอื นไม่สมประกอบ (๕) ไม่เปน็ ผู้มีโรคติดต่ออันเปน็ ท่รี งั เกียจ (๖) ไมเ่ ปน็ ผตู้ ิดสรุ ายาเมาหรือยาเสพตดิ ให้โทษ (๗) ไม่เปน็ ผ้มู ใี บอนุญาตปฏบิ ัติหน้าทีเ่ ปน็ ผู้ประจำรถประเภทหรอื ชนดิ เดยี วกบั ทไ่ี ด้ รับอนุญาตอยแู่ ลว้ (๘) ไมเ่ ปน็ ผอู้ ยใู่ นระหวา่ งถกู พกั ใชห้ รอื เพกิ ถอนใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา้ ทเ่ี ปน็ ผปู้ ระจำรถ เวน้ แตก่ ารเพกิ ถอน ใบอนญุ าตนนั้ พน้ กำหนดสามปแี ล้วนับแต่วนั ทมี่ ีคำสง่ั เพกิ ถอนใบอนุญาต (๙) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำส่ังท่ีชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดอันได้กระทำโดยประมาทท่ีมิใช่เก่ียวกับการใช้รถในการกระทำผิดหรือความผิด ลหุโทษ หรือได้พน้ โทษมาแลว้ เกินสามปี (๑๐) ไมเ่ ปน็ ผู้เคยถูกควบคุมตัวเพราะมีพฤตกิ ารณ์เป็นภัยต่อสังคม หรือเป็นอันธพาล เว้นแตไ่ ดพ้ ้นจาก การควบคุมตัวมาแล้วเกินหนึง่ ปี มาตรา ๙๗ ภายใต้บังคับมาตรา ๙๖ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าท่ีกำหนด ในกฎกระทรวง และได้ผ่านการศึกษาและจบหลักสูตรจากโรงเรียนการขนส่งของกรมการขนส่งทางบกหรือ โรงเรยี นสอนขับรถท่กี รมการขนสง่ ทางบกรับรอง การรับรองโรงเรียนสอนขับรถตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเง่ือนไขที่กำหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๙๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๙๖ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้เก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และผู้บริการ ต้องมอี ายไุ มต่ ่ำกวา่ ที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙๙ ผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถในการขนส่งส่วนบุคคลต้องมีคุณสมบัติ และมลี ักษณะตามมาตรา ๙๖ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) และ (๑๐) และต้องมอี ายุไม่ต่ำกวา่ ที่กำหนดใน กฎกระทรวง มาตรา ๑๐๐ ใบอนุญาตปฏิบัติหน้าท่ีเป็นผู้ประจำรถให้มีอายุสามปีนับแต่วันท่ีออกใบอนุญาตการต่อ อายุใบอนุญาตปฏิบัติหน้าท่ีเป็นผู้ประจำรถ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถย่ืนคำขอต่อ นายทะเบียนกอ่ นวันทใี่ บอนญุ าตสิ้นอายตุ ามแบบท่ีนายทะเบยี นกำหนด มาตรา ๑๐๑ ในขณะปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ ผไู้ ดร้ บั อนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา้ ทเ่ี ปน็ ผปู้ ระจำรถ ตอ้ งมใี บอนญุ าตอยกู่ บั ตวั และตอ้ งแสดงต่อนายทะเบียนหรอื ผตู้ รวจการเมือ่ ขอตรวจ มาตรา ๑๐๒ ในขณะปฏบิ ตั ิหน้าที่ ผู้ไดร้ บั ใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถต้อง ฯลฯ (๓) ไม่เสพหรือเมาสรุ าหรือของมึนเมาอยา่ งอืน่ (๒) (๓ ทว)ิ ไม่เสพยาเสพติดใหโ้ ทษตามกฎหมายวา่ ด้วยยาเสพตดิ ให้โทษ (๓) (๓ ตรี) ไม่เสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธ์ิต่อจิตและ ประสาท (๒) และ (๓) (๓ ทว)ิ และ (๓ ตร)ี ของมาตรา ๑๐๒ เพิม่ เติมโดย พ.ร.บ. การขนสง่ ทางบก (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๓

530 สำนักงาน ป.ป.ส. (๔) มาตรา ๑๐๒ ทว ิ ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าท่ีเป็นผู้ประจำรถผู้ใด ในขณะปฏบิ ตั หิ นา้ ทน่ี น้ั มสี ารอยใู่ นรา่ งกายอนั เกดิ จากการเสพสรุ าหรอื ของมนึ เมาอยา่ งอน่ื หรอื ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ หรือวัตถุท่ีออกฤทธ์ิต่อจิตและประสาท ให้ผู้ตรวจการหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจมีอำนาจตรวจหรือ ทดสอบหรือส่งั ให้รบั การตรวจหรือทดสอบว่าผ้นู ั้นมสี ารนนั้ ๆ อยใู่ นรา่ งกายหรือไม่ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ วิธีการตรวจหรือทดสอบตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ี อธบิ ดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฯลฯ มาตรา ๑๐๘ เม่ือปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถผู้ใดขาดคุณสมบัติหรือ มีลกั ษณะตามทบ่ี ัญญตั ิไวใ้ นมาตรา ๙๖ มาตรา ๙๗ มาตรา ๙๘ หรือมาตรา ๙๙ หรอื บกพรอ่ งไปในภายหลงั เมือ่ ไดร้ ับใบอนุญาตแล้ว ใหน้ ายทะเบียนสงั่ เพิกถอนใบอนญุ าตของผนู้ ้นั เสีย มาตรา ๑๐๙ ถา้ ผ้ไู ด้รบั ใบอนุญาตปฏบิ ตั ิหนา้ ท่เี ป็นผู้ประจำรถผู้ใดฝา่ ฝืน หรอื ไมป่ ฏิบัตติ ามบทบญั ญัติ ท้ังหลายในหมวดน้ี ให้ผู้ตรวจการมีอำนาจยึดใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถของผู้น้ัน และสั่งเป็น หนังสือให้ผู้นั้นไปรายงานตนต่อนายทะเบียนภายในเจ็ดสิบสองช่ัวโมง คำสั่งน้ันให้ถือว่าเป็นใบอนุญาตปฏิบัติ หน้าท่ีเปน็ ผู้ประจำรถช่วั คราวภายในกำหนดเวลาดังกล่าวนน้ั ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตน้ันได้ไม่เกินหน่ึงร้อยแปดสิบวัน หรือจะส่ังเพิกถอนใบ อนญุ าตน้นั เสยี ก็ได้ ฯลฯ (๕) มาตรา ๑๒๗ ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าท่ีเป็นผู้ประจำรถ ผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๖ วรรคสอง มาตรา ๑๐๑ มาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) หรือ (๔) มาตรา ๑๐๓ มาตรา ๑๐๓ ทวิ มาตรา ๑๐๔ มาตรา ๑๐๕ มาตรา ๑๐๖ หรือมาตรา ๑๐๗ ต้องระวางโทษปรบั ไมเ่ กินหา้ พันบาท (๖) มาตรา ๑๒๗ ทวิ ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าท่ีเป็นผู้ประจำรถ ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา ๑๐๒ (๓) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท แต่ถ้าผู้นั้นเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน สามเดือน หรอื ปรบั ตัง้ แต่สองพันบาท ถึงหนง่ึ หมน่ื บาทหรือทงั้ จำท้ังปรบั ผไู้ ดร้ บั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา้ ทเ่ี ปน็ ผปู้ ระจำรถ ผใู้ ดฝา่ ฝนื มาตรา ๑๐๒ (๓ ทว)ิ หรอื (๓ ตร)ี ตอ้ งระวางโทษ ตามท่ีกำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษหรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุท่ีออกฤทธ์ิต่อจิตและประสาท แล้วแต่กรณี แต่ถ้าผู้น้ันเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ต้องระวางโทษสูงกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วย ยาเสพติดใหโ้ ทษ หรอื กฎหมายวา่ ด้วยวตั ถุทีอ่ อกฤทธ์ติ ่อจิตและประสาท แลว้ แตก่ รณี อีกหนง่ึ ในสาม (๗) มาตรา ๑๒๗ ตรี ผู้ได้รบั ใบอนุญาตปฏิบตั หิ นา้ ท่เี ป็นผูป้ ระจำรถผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏบิ ตั ิตามคำสัง่ ของ ผู้ตรวจการ พนักงานฝา่ ยปกครองหรือตำรวจ ตามมาตรา ๑๐๒ ทวิ ต้องระวางโทษปรับไมเ่ กนิ หนง่ึ พนั บาท ฯลฯ (๔) มาตรา ๑๐๒ ทวิ เพมิ่ เติมโดย พ.ร.บ. การขนส่งทางบก (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔ (๕) ขอ้ ความเดิมถกู ยกเลิกโดย พ.ร.บ. การขนสง่ ทางบก (ฉบบั ท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๕ และให้ใช้ข้อความท่พี มิ พน์ ้ีไวแ้ ทน (๖) ข้อความเดิมถกู ยกเลิกโดย พ.ร.บ. การขนสง่ ทางบก (ฉบบั ท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๖ และให้ใชข้ อ้ ความทพี่ มิ พน์ ีไ้ ว้แทน (๗) มาตรา ๑๒๗ ตรี เพม่ิ เติมโดย พ.ร.บ. การขนส่งทางบก (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๖

พระราชบญั ญตั กิ ารขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ 531 มาตรา ๑๕๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๙๓ วรรคหน่ึง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินส่ีหม่ืนบาท แต่ถ้าผู้ฝ่าฝืน ปฏบิ ัตหิ นา้ ทีผ่ ู้ขบั รถ ต้องระวางโทษจำคุกไมเ่ กนิ สองปี หรอื ปรบั ไม่เกนิ สหี่ มน่ื บาท หรอื ทง้ั จำทง้ั ปรับ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๙๓ วรรคหน่ึง และได้กระทำการใดๆ อันเป็นความผิดท่ีกำหนดไว้สำหรับการปฏิบัติ หน้าที่ของผู้ได้รับอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถตามพระราชบัญญัตินี้ นอกจากต้องระวางโทษตาม วรรคหน่ึงแล้ว ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำความผิดและต้องระวางโทษสำหรับการกระทำน้ันเช่นเดียวกับผู้ได้รับ อนุญาตปฏิบตั หิ นา้ ที่เปน็ ผ้ปู ระจำรถดว้ ย ผูร้ บั สนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกติ ย์ รองนายกรฐั มนตร ี

532 สำนักงาน ป.ป.ส. ประกาศกรมการขนสง่ ทางบก เรอ่ื ง กำหนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารตรวจหรอื ทดสอบสารอนั เกดิ จากการเสพยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ เฉพาะแอมเฟตามนี และเมทแอมเฟตามนี และกำหนดเจา้ พนกั งานผมู้ อี ำนาจตรวจหรอื ทดสอบ หรือสงั่ ให้ผู้ไดร้ บั ใบอนุญาตเปน็ ผูป้ ระจำรถในขณะปฏิบัติหนา้ ท่รี ับการตรวจหรือทดสอบ พ.ศ. ๒๕๕๓(๑) ตามท่ีได้มีประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสาร อันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) และกำหนดเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือทดสอบหรือส่ังให้ ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบว่ามีสารนั้นอยู่ใน ร่างกายหรือไม่ ลงวันท่ี ๒ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑ ไว้แล้ว นน้ั โดยท่ีปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องกับประกาศดังกล่าวบางหน่วยงานได้มีการ ปรบั ปรงุ โครงสรา้ งใหม่ ทำใหก้ ารแบง่ สว่ นราชการและการกำหนดตำแหนง่ ในหนว่ ยงานดงั กลา่ วเปลยี่ นแปลงไป ประกอบกับเป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติด ให้โทษให้มีความเหมาะสมย่ิงข้ึน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๒ ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัต ิ การขนสง่ ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่งึ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญตั กิ ารขนส่งทางบก (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ อธิบดีกรมการขนส่งทางบกจึงออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการ เสพยาเสพติดให้โทษเฉพาะแอมเฟตามีนและเมทแอมเฟตามีน และกำหนดเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือ ทดสอบหรือสง่ั ให้ผ้ไู ดร้ ับใบอนุญาตเปน็ ผู้ประจำรถในขณะปฏบิ ตั หิ นา้ ทรี่ บั การตรวจหรือทดสอบไว้ ดงั ตอ่ ไปนี้ ขอ้ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกรมการขนส่งทางบก เร่ือง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบ สารอนั เกดิ จากการเสพยาเสพติดใหโ้ ทษ (ยาบ้า) และกำหนดเจา้ พนักงานผ้มู อี ำนาจตรวจหรือทดสอบหรอื สั่งให้ ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าท่ีเป็นผู้ตรวจประจำรถในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบว่ามีสารน้ันอยู่ ในรา่ งกายหรือไม่ ลงวนั ท่ี ๒ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑ ข้อ ๒ ในประกาศนี้ “การตรวจหรือทดสอบสารอนั เกดิ จากการเสพยาเสพติดให้โทษ” หมายความวา่ การตรวจหรอื ทดสอบ หาระดับหรือปรมิ าณของแอมเฟตามนี และเมทแอมเฟตามนี ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยยาเสพตดิ ให้โทษในปสั สาวะ (๑) ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ๑๒๗ ตอนพเิ ศษ ๙๖ ง ลงวนั ท่ี ๑๐ สงิ หาคม ๒๕๕๓

พระราชบัญญตั ิการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ 533 ข้อ ๓ ใหผ้ ู้ตรวจการ พนกั งานฝา่ ยปกครองและตำรวจดงั ตอ่ ไปน้ี เปน็ เจา้ พนกั งานผูม้ อี ำนาจตรวจหรอื ทดสอบ หรือส่ังให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิด จากจากการเสพยาเสพติดให้โทษ (๑) ผตู้ รวจการในกองตรวจการขนสง่ ทางบก กรมการขนสง่ ทางบก มอี ำนาจทงั้ ในเขตกรงุ เทพมหานคร และในเขตอืน่ นอกจากกรุงเทพมหานคร (๒) ผูต้ รวจการในสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพนื้ ท่ี ๑, ๒, ๓, ๔ และ๕ มีอำนาจเฉพาะในเขตท้อง ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ (๓) ผตู้ รวจการในสำนกั งานขนสง่ จงั หวดั และสำนกั งานขนสง่ จงั หวดั สาขา มอี ำนาจเฉพาะในเขตทอ้ งท่ี ความรบั ผิดชอบ (๔) ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล ๑ – ๙ หรือผ้ปู ฏบิ ัตริ าชการแทน มีอำนาจเฉพาะในเขต ท้องที่ความรบั ผดิ ชอบ (๕) ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล หรือสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจนครบาล หรือผู้ท่ีมียศต้ังแต ่ รอ้ ยตำรวจตรขี นึ้ ไปซงึ่ ปฏบิ ตั หิ นา้ ทป่ี ระจำสถานตี ำรวจนครบาลนน้ั มอี ำนาจเฉพาะในเขตทอ้ งทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ (๖) ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจจราจร หรือผู้ปฏิบัติราชการแทน มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ ความรับผดิ ชอบ (๗) พนกั งานสอบสวนกองบังคบั การตำรวจจราจรซงึ่ มตี ำแหน่งต้ังแตร่ องสารวัตรข้ึนไป มอี ำนาจเฉพาะ ในเขตทอ้ งทค่ี วามรับผดิ ชอบ (๘) ผบู้ งั คบั การตำรวจภธู รจงั หวดั หรอื ผปู้ ฏบิ ตั ริ าชการแทน มอี ำนาจเฉพาะในเขตทอ้ งท่ี ความรบั ผดิ ชอบ (๙) ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร หรือสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธร หรือสารวัตรสถานีตำรวจภูธร หรือผู้ท่ีมียศต้ังแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไปซ่ึงปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานีตำรวจภูธรนั้น มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องท่ี ความรบั ผิดชอบ (๑๐) ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจทางหลวง หรือผู้ปฏิบัติราชการแทน มีอำนาจเฉพาะในเขต ท้องที่ความรบั ผิดชอบ (๑๑) พนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจทางหลวงซ่ึงมีตำแหน่งตั้งแต่รองสารวัตรขึ้นไป มีอำนาจ เฉพาะในเขตท้องทค่ี วามรบั ผิดชอบ (๑๒) เจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ มีอำนาจเฉพาะ ในเขตทอ้ งทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ ขอ้ ๔ หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารตรวจหรอื ทดสอบสารอนั เกดิ จากการเสพยาเสพตดิ ใหโ้ ทษใหถ้ อื ปฏบิ ตั ดิ งั น ี้ (๑) จัดให้มีอุปกรณ์สำหรับเก็บปัสสาวะ โดยให้ใช้ขวดแก้วหรือขวดพลาสติกปากกว้างพร้อมฝาปิด ขนาดบรรจุขวดประมาณ ๖๐ มิลลิลิตร โดยขวดท่ีนำมาใช้ต้องสะอาดและแห้ง และให้มีฉลากสำหรับติดขวด เพ่ือใช้บันทึกข้อมลู ของผู้รับการตรวจหรอื ทดสอบและแถบกาวเพื่อใชป้ ิดผนกึ ทับปากขวดเก็บปสั สาวะด้วย (๒) วิธีการในการเก็บปัสสาวะให้ถือปฏิบัติ ดงั น้ี

534 สำนกั งาน ป.ป.ส. (ก) จัดให้มีการควบคุมการถ่ายปัสสาวะของผู้รับการตรวจหรือทดสอบทุกคร้ัง ทั้งนี้ เพ่ือป้องกัน มิให้มกี ารกระทำใดๆ ที่ทำให้ปสั สาวะน้นั เกิดการเจือจาง หรอื สับเปลีย่ นตวั อย่าง (ข) บันทึกหมายเลขประจำขวด ช่ือ – นามสกุล อายุของผู้รับการตรวจหรือทดสอบและวันเวลา ท่ีเกบ็ ปัสสาวะบนฉลาก และตดิ ฉลาดกับขวดเก็บปสั สาวะ (ค) มอบขวดเกบ็ ปสั สาวะใหแ้ กผ่ รู้ บั การตรวจหรอื ทดสอบนำไปถา่ ยปสั สาวะใสข่ วด จำนวนประมาณ ๓๐ มลิ ลลิ ติ รหรอื ครง่ึ ขวด และใหผ้ รู้ บั การตรวจหรอื ทดสอบลงลายมอื ชอ่ื กำกบั บนฉลากตดิ ขวดเกบ็ ปสั สาวะ (๓) วิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษให้ใช้เครื่องมือตรวจสอบโดยวิธี Immunoassay โดยใหถ้ อื ปฏิบตั ิตามคู่มือวธิ กี ารตรวจหรือทดสอบของเครื่องมือแตล่ ะผลิตภัณฑ์ (๔) เม่ือตรวจหรอื ทดสอบตามวิธกี ารใน (๓) แลว้ ปรากฏวา่ ให้ผลบวกตามคู่มอื วธิ กี ารตรวจหรอื ทดสอบ ของเครื่องมือแต่ละผลิตภัณฑ์ โดยมีปริมาณแอมเฟตามีนหรือเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ ต้ังแต่ ๑ ไมโครกรมั /มลิ ลลิ ติ รขนึ้ ไป ใหถ้ อื วา่ ผรู้ บั การตรวจหรอื ทดสอบอาจเสพสารแอมเฟตามนี หรอื เมทแอมเฟตามนี ขอ้ ๕ ในกรณีตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษแล้ว ได้ผลการตรวจหรือ ทดสอบตามข้อ ๔ (๔) ให้เจ้าพนกั งานผู้ทำการตรวจหรอื ทดสอบดำเนินการ ดงั ต่อไปน้ี (๑) จดบันทึกข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ – นามสกุล ภูมิลำเนา หรือสถานท่ีอยู่ท่ีสามารถจะ เรียกตัวมาเพื่อดำเนินคดีได้เม่ือมีการตรวจยืนยันผลและความถูกต้องของการตรวจแล้วปรากฏว่าเป็นผู้ที่มี ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษอยูใ่ นรา่ งกาย (๒) ปิดขวดเก็บปัสสาวะท่ีเหลือของผู้รับการตรวจหรือทดสอบให้สนิทพร้อมทั้งปิดผนึกทับปากขวด ด้วยแถบกาว โดยมีลายมือชื่อของเจ้าพนักงานผู้ทำการตรวจหรือทดสอบและผู้รับการตรวจหรือทดสอบกำกับ ไว้แล้วให้รีบจัดส่งขวดเก็บปัสสาวะดังกล่าวในสภาพแช่เย็น ไปยังสถานตรวจพิสูจน์ของส่วนราชการตามข้อ ๖ โดยเร็ว เพ่อื ตรวจยืนยันผลและความถกู ตอ้ งของการตรวจ ขอ้ ๖ สถานตรวจพิสูจน์ของส่วนราชการท่ีสามารถตรวจยืนยันผลและความถูกต้องของการตรวจมี ดงั น้ ี (๑) หน่วยงานในสงั กัดสำนกั งานตำรวจแหง่ ชาติ (ก) สถานบันนติ เิ วชวทิ ยา (ข) กองพสิ ูจนห์ ลักฐานกลาง (ค) ศนู ยพ์ สิ ูจนห์ ลักฐาน ๑ – ๑๐ (ง) พสิ ูจน์หลกั ฐานจังหวดั (๒) หน่วยงานในสังกดั กระทรวงสาธารณสขุ (ก) โรงพยาบาลศนู ย์ของรัฐ (ข) โรงพยาบาลจังหวัด (ค) โรงพยาบาลสังกดั กรมการแพทย์ เชน่ โรงพยาบาลราชวถิ ี โรงพยาบาลธญั ญารักษ์ (ง) หน่วยงานในสังกดั กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ เช่น สำนกั ยาและวัตถุเสพตดิ ศูนย์วทิ ยาศาสตร์ การแพทย ์

พระราชบัญญตั ิการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ 535 (๓) สำนกั งานคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามยาเสพติด เม่ือหน่วยงานตามวรรคหนึ่งได้ดำเนินการตรวจยืนยันผลและความถูกต้องของการตรวจแล้ว ให้ถือว่า ผ้รู ับการตรวจหรือทดสอบเป็นผทู้ ม่ี ยี าเสพตดิ ใหโ้ ทษอยใู่ นร่างกาย ขอ้ ๗ เพื่อให้การตรวจหรือทดสอบตามประกาศนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง เหมาะสม ตามหลักวิชาการแพทย์และรัดกุมมากย่ิงขึ้น ตลอดจนเพ่ือเป็นการป้องกันมิให้เกิดปัญหาในข้อกฎหมายและ ปญั หาในทางปฏบิ ตั ิ ฉะนน้ั ในการออกปฏบิ ตั กิ ารเพอื่ ทำการตรวจหรอื ทดสอบสารอนั เกดิ จากการเสพยาเสพตดิ ให้โทษในแต่ละครั้ง ให้ออกปฏิบัติการโดยมีผู้ท่ีมีความรู้ความชำนาญจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือ สถานตรวจพิสูจน์ของส่วนราชการตามที่ระบุไว้ในข้อ ๖ เจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ และเจา้ หน้าท่ีตำรวจร่วมด้วยทุกครั้ง ขอ้ ๘ ประกาศน้ใี ห้ใชบ้ ังคับเมื่อพน้ กำหนดสามสิบวันนับแตว่ นั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ชยั รตั น ์ สงวนช่อื อธิบดกี รมการขนส่งทางบก

536 สำนักงาน ป.ป.ส. พระราชบญั ญัต ิ จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นปีท่ี ๓๔ ในรัชกาลปัจจบุ ัน พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ใหป้ ระกาศวา่ โดยทเ่ี ปน็ การสมควรปรับปรุงกฎหมายวา่ ดว้ ยการจราจรทางบก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานติ ิบญั ญัติแหง่ ชาติ ดังต่อไปนี้ ฯลฯ มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญตั นิ ี้ (๑) “การจราจร” หมายความวา่ การใชท้ างของผู้ขบั ขี่ คนเดนิ เท้า หรอื คนท่จี งู ขี่ หรอื ไลต่ ้อนสตั ว ์ ฯลฯ (๑๕) “รถ” หมายความวา่ ยานพาหนะทางบกทุกชนิด เวน้ แตร่ ถไฟและรถราง (๑๖) “รถยนต์” หมายความว่า รถที่มีล้อต้ังแต่สามล้อและเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้าหรือ พลังงานอื่น ยกเวน้ รถทีเ่ ดนิ บนราง ฯลฯ (๒๐) “รถบรรทุก” หมายความว่า รถยนตท์ ่ีสร้างขน้ึ เพอื่ ใช้บรรทกุ สิ่งของหรือสตั ว์ (๒๑) “รถบรรทุกโดยสาร” หมายความวา่ รถยนตท์ ่ีสรา้ งขึ้นเพ่ือใช้บรรทกุ คนโดยสารเกินเจ็ดคน ฯลฯ (๒๓) “รถโดยสารประจำทาง” หมายความว่า รถบรรทุกคนโดยสารท่ีเดินตามทางที่กำหนดไว ้ และเรยี กเก็บคา่ โดยสารเป็นรายคนตามอัตราทว่ี างไว้เป็นระยะทางหรือตลอดทาง ฯลฯ (๒๘) “ผู้ขับขี่” หมายความว่า ผู้ขับรถ ผู้ประจำเครื่องอุปกรณ์การขนส่งตามกฎหมายว่าด้วย การขนส่ง ผ้ลู ากเขน็ ยานพาหนะ ฯลฯ

พระราชบัญญัตจิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ 537 (๓๗) “เจ้าพนักงานจราจร” หมายความว่า ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็น เจา้ พนกั งานจราจร (๓๘) “พนกั งานเจา้ หนา้ ท”่ี หมายความว่า ตำรวจซ่ึงปฏิบตั หิ นา้ ทค่ี วบคมุ การจราจร ฯลฯ มาตรา ๔๓ ห้ามมิให้ผขู้ บั ข่ีขับรถ (๑) ในขณะหย่อนความสามารถในอนั ท่จี ะขบั (๒) ในขณะเมาสุราหรอื ของเมาอยา่ งอื่น ฯลฯ (๑) มาตรา ๔๓ ทวิ ห้ามมิให้ผู้ขับข่ีเสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษหรือเสพวัตถุ ที่ออกฤทธต์ิ อ่ จิตและประสาทตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวตั ถทุ ่อี อกฤทธ์ิต่อจิตและประสาท ทั้งน้ี ตามท่อี ธบิ ดีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการมีอำนาจจัดให้มีการตรวจ สอบผู้ขับขี่รถบางประเภทตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่าได้เสพยาเสพติดให้โทษหรือ เสพวัตถุที่ออกฤทธ์ิต่อจิตและประสาทตามวรรคหน่ึงหรือไม่ และหากผลการตรวจสอบในเบื้องต้นปรากฏว่า ผูข้ บั ข่ีนน้ั ไม่ไดเ้ สพก็ใหผ้ ู้ขับขี่นัน้ ขับรถตอ่ ไปได้ ในกรณีผู้ขับขี่ตามวรรคสองไม่ยอมให้ตรวจสอบ ให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน พนักงาน เจ้าหน้าท่ี หรือผู้ตรวจการมีอำนาจกักตัวผู้นั้นไว้ เพ่ือดำเนินการตรวจสอบภายในระยะเวลาเท่าท่ีจำเป็น แห่งกรณเี พือ่ ให้การตรวจสอบเสรจ็ สน้ิ ไปโดยเรว็ และเมือ่ ผู้นน้ั ยอมรับการตรวจสอบแลว้ หากผลการตรวจสอบ ในเบ้ืองตน้ ปรากฏว่าไมไ่ ดเ้ สพกใ็ ห้ปล่อยตวั ไปทันที การตรวจสอบตามมาตราน้ใี ห้เป็นไปตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารท่ีกำหนดในกฎกระทรวง (๒) มาตรา ๔๓ ตรี ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒) ผู้ตรวจการ มอี ำนาจสง่ั ใหผ้ ู้น้นั หยุดรถและสงั่ ใหม้ ีการทดสอบตามมาตรา ๑๔๒ ด้วย (๓) มาตรา ๔๓ จตั วา ในกรณีที่ผู้ตรวจการพบว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒) หรือ มาตรา ๔๓ ทวิ วรรคหนึ่ง ให้ผู้ตรวจการส่งตัวผู้นั้นพร้อมพยานหลักฐานในเบื้องต้นแก่พนักงานสอบสวน ผูม้ อี ำนาจโดยเรว็ แตต่ อ้ งไม่เกินหกชั่วโมงนบั แต่เวลาทพ่ี บการกระทำความผดิ ดังกลา่ ว เพอ่ื ดำเนนิ คดตี อ่ ไป (๔) มาตรา ๔๓ เบญจ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๔๓ ทวิ และมาตรา ๔๓ ตรี ให้ผู้ตรวจการแสดง บตั รประจำตวั ของตนซง่ึ ออกตามกฎหมายว่าดว้ ยการขนสง่ ทางบกหรอื กฎหมายวา่ ดว้ ยรถยนตต์ อ่ ผซู้ ่งึ เกี่ยวข้อง ฯลฯ (๕) มาตรา ๑๔๒ เจา้ พนกั งานจราจรหรือพนักงานเจา้ หนา้ ทีม่ ีอำนาจส่งั ใหผ้ ้ขู ับขีห่ ยุดรถในเม่ือ (๑) รถนัน้ มีสภาพไมถ่ ูกตอ้ งตามที่บญั ญตั ิไว้ในมาตรา ๖ (๑) ข้อความเดิมถกู ยกเลกิ โดย พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔ และใหใ้ ชข้ อ้ ความทีพ่ ิมพ์น้ไี ว้แทน ๒) มาตรา ๔๓ ตรี เพมิ่ เติมโดย พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบบั ที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๕ (๓) มาตรา ๔๓ จัตวา เพม่ิ เติมโดย พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบบั ที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๕ (๔) มาตรา ๔๓ เบญจ เพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๕ (๕) ขอ้ ความเดมิ ถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๔ และใหใ้ ช้ขอ้ ความที่พมิ พน์ ้ไี วแ้ ทน

538 สำนกั งาน ป.ป.ส. (๒) เห็นว่าผู้ขับข่ีหรือบุคคลใดในรถน้ันได้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทแห่งพระราชบัญญัติน้ีหรือ กฎหมายอนั เกยี่ วกับรถนัน้ ๆ ในกรณที มี่ พี ฤตกิ ารณอ์ นั ควรเชอื่ วา่ ผขู้ บั ขฝ่ี า่ ฝนื มาตรา ๔๓ (๑) หรอื (๒) ใหเ้ จา้ พนกั งานจราจร พนกั งาน สอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าท่ีส่ังให้มีการทดสอบผู้ขับข่ีดังกล่าวว่าหย่อนความสามารถในอันท่ีจะขับหรือ เมาสรุ าหรอื ของเมาอยา่ งอนื่ หรอื ไม ่ ในกรณีท่ีผู้ขับข่ีตามวรรคสองไม่ยอมให้ทดสอบ ให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือ พนักงานเจ้าหน้าท่ีมีอำนาจกักตัวผู้นั้นไว้ดำเนินการทดสอบได้ภายในระยะเวลาเท่าท่ีจำเป็นแห่งกรณีเพ่ือให ้ การทดสอบเสรจ็ สน้ิ ไปโดยเรว็ หากผนู้ น้ั ยอมใหท้ ดสอบและผลการทดสอบปรากฏวา่ ไมไ่ ดฝ้ า่ ฝนื มาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒) ก็ใหป้ ล่อยตัวไปทันท ี ในกรณีท่ีมีพฤติการณอ์ นั ควรเช่ือว่าผูข้ ับขข่ี บั รถในขณะเมาสุราหรอื ของเมาอย่างอ่นื หากผูน้ ้นั ยงั ไมย่ อม ใหท้ ดสอบตามวรรคสามโดยไมม่ ีเหตุอันสมควร ใหส้ ันนิษฐานไวก้ ่อนวา่ ผู้น้นั ฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ (๒) การทดสอบตามมาตรานใ้ี หเ้ ปน็ ไปตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารทีก่ ำหนดในกฎกระทรวง” ฯลฯ (๙) มาตรา ๑๕๔ ผู้ใด (๑) ฝ่าฝืนคำส่ังเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าท่ีตามมาตรา ๑๓๘ วรรคหน่ึง หรือ มาตรา ๑๔๒ วรรคหน่งึ (๒) ฝ่าฝนื คำสง่ั ข้อบงั คับ หรือระเบียบของเจ้าพนักงานจราจรตามมาตรา ๑๓๙ (๓) ฝา่ ฝนื คำสงั่ เจา้ พนกั งานจราจร พนกั งานสอบสวน หรอื พนกั งานเจา้ หนา้ ทต่ี ามมาตรา ๑๔๒ วรรคสอง หรอื (๔) ฝ่าฝืนคำส่ังเจ้าพนักงานจราจร พนักงานเจ้าหน้าท่ี หรือผู้ตรวจการตามมาตรา ๑๔๓ ทวิ ถ้าไม่เปน็ ความผิดทกี่ ำหนดไวแ้ ล้วในพระราชบญั ญัตนิ ี้ ตอ้ งระวางโทษปรับครัง้ ละไมเ่ กนิ หนงึ่ พันบาท ฯลฯ (๑๐) มาตรา ๑๕๗/๑ ผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน พนกั งานเจ้าหนา้ ท่ี หรือผตู้ รวจการทีใ่ หม้ กี ารตรวจสอบผขู้ บั ขีต่ ามมาตรา ๔๓ ทวิ หรือฝา่ ฝืน หรือไมป่ ฏิบตั ิตาม คำส่งั ของผตู้ รวจการทใ่ี ห้มกี ารทดสอบผูข้ ับขี่ตามมาตรา ๔๓ ตรี ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหน่งึ พันบาท ผขู้ บั ขผี่ ใู้ ดฝา่ ฝนื มาตรา ๔๓ ทวิ วรรคหนงึ่ ตอ้ งระวางโทษสงู กวา่ ทกี่ ำหนดไวใ้ นกฎหมายวา่ ดว้ ยยาเสพตดิ ให้โทษหรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอีกหน่ึงในสาม และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาต ขบั ขข่ี องผ้นู น้ั มกี ำหนดไม่นอ้ ยกว่าหกเดือนหรอื เพิกถอนใบอนุญาตขับข่ี ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้อง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับต้ังแต่สองหม่ืนบาทถึงหนึ่งแสนบาท และให้ศาลส่ังพักใช้ ใบอนญุ าตขบั ขข่ี องผนู้ ้ันมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึง่ ปี หรอื เพิกถอนใบอนญุ าตขบั ข่ี (๖) - (๘) ข้อความเดิมถูกยกเลกิ โดย พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบบั ที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๖ และใหใ้ ชข้ อ้ ความที่พิมพ์นี้ไว้แทน (๙) ขอ้ ความเดิมถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบบั ที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ และให้ใช้ขอ้ ความท่พี ิมพน์ ไี้ ว้แทน (๑๐) ข้อความเดิมถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบบั ที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๙ และให้ใชข้ อ้ ความท่พี มิ พ์นีไ้ ว้แทน