Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แนวการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อสร้างสำนึกความเป็นไทย

แนวการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อสร้างสำนึกความเป็นไทย

Published by praponesasomsap, 2021-04-21 12:31:34

Description: แนวการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อสร้างสำนึกความเป็นไทย

Search

Read the Text Version

๒๔๔ ๖. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ๑. รักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ ๒. ใฝ่เรยี นรู้ ๓. มุ่งม่ันในการทางาน ๗. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคดิ ๘. หลักฐำนกำรเรยี นรู้ ๑. ชิ้นงำน - ๒. ภำระงำน - บนั ทึกการปฏบิ ัติตนตามคาสัญญาในการทาความดที ุกวันตลอดภาคเรียน ๙. กำรวัดและกำรประเมิน เปำ้ หมำย วธิ ีวดั เคร่ืองมอื วดั เกณฑ์กำรประเมิน ทดสอบ แบบทดสอบ เกณฑ์การผา่ นรอ้ ยละ ด้านความรู้ ๖๐ ดา้ นทกั ษะ/ กระบวนการ ประเมนิ ชน้ิ งาน แบบประเมนิ เกณฑ์การผา่ น พอใช้ ด้านคณุ ลักษณะ ประเมนิ แบบประเมินคุณลักษณะ เกณฑ์การผา่ น ดี อนั พงึ ประสงค์ สังเกตพฤติกรรม อนั พงึ ประสงค์ เกณฑ์การผา่ น ดี ดา้ นสมรรถนะท่ี สาคัญของผู้เรียน แบบสังเกตพฤติกรรม ๑๐ . กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ ช่ัวโมงท่ี ๑ ขนั้ นำเข้ำสู่บทเรียน ๑. กจิ กรรมข้อคดิ จำกเพลง( ๑๕ นำที) ๑.) ครูถามว่านกั เรียนชอบฟังเพลงหรือไม่ ใหบ้ อกชอ่ื เพลงทีช่ ื่นชอบ ๒.) ครูบอกว่ามีเพลงที่ครูชนื่ ชอบเพลงหน่งึ วนั นีจ้ ะชวนใหน้ กั เรียนฟังเพลงน้ี ใหน้ ักเรียน ลองทายช่อื เพลงท่ีครูชื่นชอบ แนวการจัดการเรียนรู้ประวัตศิ าสตรเ์ พอื่ สร้างสานึกความเปน็ ไทย: บรรพบรุ ษุ ไทย แนวการจัดการเรียนรู้ประวตั ศิ าสตร์เพอื่ สรา้ งสำนึกความเป็นไทย : บรรพบุรุษไทย

๒๔๕ ๓.) ครูแจกเนื้อเพลงในใบกิจกรรมที่ ๑ ข้อคิดจากเพลง เฉลยวา่ เพลงที่ครูชอบว่าชื่อเพลงเราสู้ ๔.) นกั เรียนฟงั เพลงและร่วมร้อง “เพลงเรำสู้” ๕.) ครตู ้งั คาถาม ถามนักเรียนใหน้ ักเรียนตอบเก่ียวกบั เพลงเราสู้ - เนื้อเพลงนี้บอกว่าบรรพบุรุษของเราทาอยา่ งไรในการปกปอ้ งบ้านเมือง - เกิดอะไรขึน้ บ้างจากการกระทาดังกล่าว - การกระทาน้นั ทาให้คนไทยซ่ึงรวมถึงนักเรียนดว้ ยได้ประโยชนอ์ ะไรบ้าง ๖.) นกั เรียนช่วยกนั ตอบคาถาม และสรปุ คาตอบในใบกจิ กรรมที่ ๑ ข้อคิดจากเพลง ขั้นจดั กำรเรียนรู้ ๒. กจิ กรรมใครหนอ (กิจกรรมท่ี ๒) ๑.) ครใู ห้นักเรยี นดภู าพบุคคล ๕ ภาพและช่วยกนั ตอบว่า แต่ละภาพเป็นภาพของใคร ๒.) ครูเฉลยภาพของสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวงั บวรมหาสุรสิงหนาท (บญุ มา) และถามว่ามีใครบ้างที่ยงั จาประวัติของท่านได้ นกั เรียนทุกคนเคยเรยี นเรื่องราวของท่านมาใน ชัน้ ประถามศกึ ษาปที ่ี ๖ เรอ่ื งสงครามเกา้ ทัพ ๓.) ครูให้นักเรยี นทบทวนประวตั ิของสมเด็จพระบวรราชเจา้ กรมพระราชวังบวรมหา สุรสงิ หนาท(บญุ มา) จากหนังสอื เรียนโดยการทาใบกิจกรรมที่ ๓ ชวี ิตท่านสัมพันธก์ บั ใคร และร่วมกนั เฉลย ๔.) นักเรียนช่วยกนั สรุปประวตั ทิ สี่ าคัญของท่าน ( แนวกำรสรุปทา่ นเปน็ ทหารคน สาคญั ทีช่ ว่ ยพระเจ้าตากสนิ มหาราชกอบก้เู อกราชจากพม่าและเป็น น้องชายรว่ มพระราชบิดารพระราช มารดาของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช ไดร้ ่วมกอ่ ตงั้ กรงุ เทพมหานครฯ ราชธานี แห่งกรุงรตั นโกสินทร์ และทาสงครามสรา้ งความม่นั คงให้กับชาต)ิ ๕.) นกั เรียนแบ่งกลุ่ม ๔-๖ คน วางแผน แบ่งงานการสืบค้นข้อมลู เก่ยี วกบั วีรกรรม และผลงานอน่ื ของสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวงั บวรมหาสุรสงิ หนาท(บุญมา) ๖.) ตวั แทนนกั เรียนรับใบกจิ กรรมที่ ๔ วรี กรรมและผลงาน ช่วั โมงท่ี ๒ ๓. กจิ กรรมวรี กรรมและผลงำน ๑) ครูสนทนาซกั ถามถึงการสืบค้นข้อมูลของสมเดจ็ พระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวร มหาสรุ สิหนาท(บุญมา) จากหลกั ฐานตา่ ง ๆของนกั เรยี นว่าเป็นอย่างไรบ้าง หายากหรือหาง่าย ๒) ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั เฉลยใบกิจกรรมท่ี ๔ วีรกรรมและผลงาน ๓) ครูถามนักเรยี นว่าผลงานของท่านมีสว่ นช่วยในการสรา้ งชาติและพัฒนาชาติอย่างไร ๔) นักเรียนช่วยกันตอบคาถาม แสดงความคดิ เหน็ ๕) ครใู หน้ ักเรียน แตล่ ะกล่มุ สรปุ เผลงานทส่ี าคญั อน่ื ๆ ของทา่ นในใบกิจกรรมท่ี ๕ ผลงาน อนื่ ๆ แนวการจดั การเรยี นรู้ประวัตศิ าสตร์เพอื่ สร้างสานกึ ความเปน็ ไทย: บรรพบุรษุ ไทย แนวการจดั การเรียนรู้ประวัติศาสตรเ์ พื่อสร้างสำนกึ ความเปน็ ไทย : บรรพบรุ ษุ ไทย

๒๔๖ ๔. กิจกรรมคณุ ธรรมนำชีวิต ๑) ครูให้นักเรียนวิเคราะห์วีรกรรมและผลงานท่ีสาคัญของสมเด็จพระบวรราชเจ้ากรม พระราชวงั บวรมหาสุรสิงหนาท(บญุ มา) ที่ได้สืบคน้ มาวา่ สะทอ้ นคุณธรรมอะไรบ้าง ๒) นกั เรยี นช่วยกนั สรปุ ไมเ่ กนิ ๕ คณุ ธรรมโดยตอบในใบกจิ กรรมท่ี ๖ คุณธรรมนาชีวติ ๓) ครูถามว่านักเรียนสามารถทาส่ิงใดได้บ้างในการช่วยพัฒนาชาติบ้านเมือง นักเรียน ช่วยกันตอบ ข้นั สรุป ๕. กิจกรรมคำม่นั สญั ญำ ๑) ครใู ห้นกั เรียนเขียนสะท้อนความรู้สึกดี ๆ ท่ีมตี ่อสมเดจ็ พระบวรราชเจ้า กรมพระราชวงั บวรมหาสรุ สงิ หนาท(บุญมา)และเขียนคาสัญญาในการทาความดีเพื่อชาตใิ นกระดาษ A๔ ใบกิจกรรม ท่ี ๗ ระบคุ วามดีท่ตี ั้งใจจะทาหลงั จากน้ี นาคาสัญญาท่ีเขยี นของทกุ คนติดบอรด์ ในหอ้ งเรยี น ๒) ครูสรุปร่วมกับนักเรียนว่าบรรพบุรุษของไทยท่ีมีความกล้าหาญและเสียสละเหมือนกับ สมเด็จพระบวรราชเจ้ากรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา) มีหลายทา่ น จงึ ทาให้ประเทศไทยมี เอกราชมาได้จนถึงทุกวันน้ี ซึ่งนักเรียนสามารถไปค้นคว้าเพิ่มเติมได้ ในหนังสือห้องสมุด หรือ อินเตอร์เนต็ ๓) นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรยี น ๔) ครตู ดิ ตามการปฏิบตั ิตนของนกั เรยี นตามคามน่ั สญั ญาที่เขยี นไวอ้ ยา่ งต่อเน่ือง ๑๑. สอื่ /แหลง่ เรียนรู้ ๑.) หนงั สอื เรียนประวัตศิ าสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ ๒.) หนงั สือประวตั ิศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ๓.) รปู ภาพ บุคคลสาคญั ที่มสี ่วนสรา้ งชาติ ๔.) ใบกิจกรรมที่ ๑ ขอ้ คิดจากเพลง ๕.) กจิ กรรมท่ี ๒ ใครหนอ ๖.) ใบกจิ กรรมท่ี ๓ ชวี ิตทา่ นสมั พนั ธก์ บั ใคร ๗.) ใบกจิ กรรมท่ี ๔ วีรกรรมและผลงาน ๘.) ใบกิจกรรมที่ ๕ ผลงานอ่ืน ๆ ๙.) ใบกิจกรรมท่ี ๖ คณุ ธรรมนาชวี ติ ๑๐.)กิจกรรมที่ ๗ คามน่ั สัญญา ๑๑.)เน้ือเพลงเราสู้และคลิปวีดที ัศนเ์ พลงเราสู้ แนวการจัดการเรียนรู้ประวัตศิ าสตร์เพ่อื สร้างสานกึ ความเปน็ ไทย: บรรพบรุ ุษไทย แนวการจดั การเรียนร้ปู ระวตั ศิ าสตรเ์ พือ่ สรา้ งสำนกึ ความเปน็ ไทย : บรรพบรุ ุษไทย

๒๔๗ แหล่งกำรเรียนรู้ - ห้องสมุดโรงเรยี น - ขอ้ มลู ทางอินเทอร์เนต็ เร่ืองบคุ คลสาคัญสมัยรัตนโกสินทร์สมเด็จพระบวรราชเจา้ กรมพระราชวงั บวรสถานมงคล(บุญมา) ๑๒. บนั ทึกหลงั สอน ๑. ดา้ นความรู้ ............................................................................................................... ..................................................... ............................................................................................................................. ..................................... ............................................................................................................................. ....................................... ๒. ดา้ นทักษะ/กระบวนการ .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................................................. ....................................... ๓. ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................................................. ....................................... ๔. ดา้ นสมรรถนะท่ีสาคัญของผเู้ รยี น ......................................................................................................................................................... ........... ...................................................................................................................... .............................................. ............................................................................................................................. ....................................... แนวการจัดการเรียนรู้ประวตั ศิ าสตรเ์ พ่ือสร้างสานึกความเปน็ ไทย: บรรพบรุ ุษไทย แนวการจัดการเรียนร้ปู ระวตั ศิ าสตรเ์ พื่อสรา้ งสำนกึ ความเปน็ ไทย : บรรพบุรษุ ไทย

๒๔๘ กจิ กรรมท่ี ๑ ข้อคดิ จากเพลง ชอ่ื ................................................................................................ชัน้ ..............เลขท่ี. ............. ************************************************************************************* คำชแ้ี จง ให้นักเรียนฟังเพลงและพจิ ารณาเนื้อเพลงแลว้ ตอบคาถาม เนื้อเพลงพระรำชนพิ นธ์ เรำสู้ บรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ ปกบ้านป้องเมืองคุ้มเหย้า เสียเลอื ดเสยี เนอื้ มิใช่เบา หน้าที่เรารกั ษาสบื ไป ลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า จะได้มพี สุธาอาศัย อนาคตจะต้องมปี ระเทศไทย มยิ อมให้ผู้ใดมาทาลาย ถงึ ขูฆ่ ่าลา้ งโคตรก็ไมห่ ว่ัน จะสู้กันไม่หลบหนหี าย สตู้ รงน้สี ูท้ ่นี ่ีสจู้ นตาย ถงึ เปน็ คนสดุ ท้ายกล็ องดู บ้านเมอื งเราเราตอ้ งรกั ษา อยากทาลายเชญิ มาเราสู้ เกยี รตศิ ักดขิ์ องเราเราเชิดชู เราสไู้ มถ่ อยจนกา้ วเดยี ว คำถำม ๑.จากเนอ้ื เพลงพระราชนพิ นธ์เราสู้ บรรพบรุ ุษของเราทาอย่างไรในการปกป้องบา้ นเมอื ง ............................................................................................................................. ......................... .......................................................................................................... .......................................................... ๒. เกิดอะไรขึ้นจากการกระทาดังกลา่ ว ............................................................................................................................. ......................... ....................................................................................................................................... ............................. ๓. การกระทาของบรรพบุรุษทาให้นักเรยี นได้ประโยชนอ์ ะไรบ้าง ........................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ....................................... ๔. เมอ่ื ได้ฟังเพลงนน้ี ักเรียนรู้สกึ อยา่ งไร ............................................................................................................................. ......................... .................................................................................................................................................................... แนวการจดั การเรยี นรู้ประวตั ศิ าสตรเ์ พื่อสร้างสานกึ ความเปน็ ไทย: บรรพบรุ ุษไทย แนวการจัดการเรียนรูป้ ระวตั ิศาสตรเ์ พ่อื สรา้ งสำนึกความเป็นไทย : บรรพบุรษุ ไทย

๒๔๙ เฉลยกจิ กรรมที่ ๑ ข้อคดิ จากเพลงเราสู้ ชอ่ื ................................................................................................ช้ัน..............เลขท.่ี ............. ************************************************************************************* คำชี้แจง ให้นักเรียนฟงั เพลงและพิจารณาเนื้อเพลงแล้วตอบคาถาม เนอื้ เพลงพระรำชนิพนธ์ เรำสู้ บรรพบรุ ุษของไทยแตโ่ บราณ ปกบ้านป้องเมืองคุ้มเหย้า เสียเลอื ดเสียเน้อื มิใชเ่ บา หน้าท่เี รารักษาสืบไป ลกู หลานเหลนโหลนภายหนา้ จะได้มพี สุธาอาศัย อนาคตจะต้องมีประเทศไทย มยิ อมใหผ้ ใู้ ดมาทาลาย ถึงขฆู่ ่าล้างโคตรก็ไมห่ วั่น จะสูก้ นั ไมห่ ลบหนีหาย สู้ตรงน้ีสทู้ นี่ ่ีสู้จนตาย ถงึ เป็นคนสุดท้ายก็ลองดู บ้านเมืองเราเราต้องรกั ษา อยากทาลายเชิญมาเราสู้ เกียรตศิ กั ด์ขิ องเราเราเชิดชู เราสไู้ มถ่ อยจนก้าวเดียว คำถำม ๑.จากเนือ้ เพลงพระราชนพิ นธ์เราสู้ บรรพบรุ ุษของเราทาอย่างไรในการปกป้องบ้านเมือง แนวกำรตอบ ส้รู บกับข้าศกึ ศตั รูทีเ่ ขา้ มารุกรานโดยใชช้ วี ิตเขา้ เส่ียง ๒. เกิดอะไรขนึ้ จากการกระทาดงั กล่าว แนวกำรตอบ การสญู เสยี ชวี ิตเลือดเนื้อของเหล่าบรรพบุรุษ ๓.การกระทาของบรรพบรุ ุษทาใหน้ ักเรยี นได้ประโยชนอ์ ะไรบ้าง แนวกำรตอบ ได้มีผืนแผ่นดินที่เรียกวา่ ประเทศไทย และได้ใช้ผืนแผ่นดินน้ใี นการอยู่อาศัย ทา มาหากนิ อย่างมีความสขุ โดยไมม่ ีใครมาขับไล่ ๔. เมื่อได้ฟงั เพลงนี้ นักเรียนรสู้ กึ อย่างไร แนวกำรตอบ รสู้ ึกฮกึ เหิม ตระหนกั ถึงคุณคา่ ของบรรพบรุ ุษไทยทเ่ี อาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกปอ้ ง ประเทศชาติ แนวการจัดการเรียนรู้ประวัตศิ าสตร์เพ่ือสร้างสานึกความเปน็ ไทย: บรรพบรุ ษุ ไทย แนวการจัดการเรียนรปู้ ระวัตศิ าสตร์เพือ่ สร้างสำนกึ ความเป็นไทย : บรรพบรุ ุษไทย

๒๕๐ กจิ กรรมท่ี ๒ ใครหนอ นกั เรียนดภู าพบุคคล ๕ ภาพ แล้วตอบคาถามว่าเปน็ ภาพของใคร ระบุช่อื ภาพที่ ๑ ภาพท่ี ๔ ภาพที่ ๒ ภาพที่ ๕ ภาพท่ี ๓ แนวการจดั การเรียนรู้ประวตั ศิ าสตรเ์ พอ่ื สร้างสานกึ ความเปน็ ไทย: บรรพบรุ ุษไทย แนวการจดั การเรยี นรู้ประวตั ศิ าสตร์เพ่อื สรา้ งสำนกึ ความเป็นไทย : บรรพบุรษุ ไทย

๒๕๑ เฉลยกจิ ก๒ร๕ร๑มท่ี ๒ ใครหนอ เฉลยกจิ กรรมท่ี ๒ ใครหนอ ภำพที่ ๑ สมเดจ็ พระเจำ้ บรมวงศ์เธอเจำ้ ฟำ้ กรมพระยำนริศรำนุวตั วิ งศ์ ภำพที่ ๒๑ สมเดจ็ พระเบจวำ้ รบรรำมชวเจงศ้ำเ์ ธอกเรจม้ำพฟร้ำะกรรำมชพวรงั ะบยวำรนมรหศิ ำรสำุรนสวุ งิ ัตหิวนงำศท์ (บญุ มำ) ภำพท่ี ๓๒ หสมเ่อดมจ็ รพำรชะวบงวศรค์ รึกำฤชทเจธ้ำิ์ ปรกำรโมพทรยะ์ รำชวังบวรมหำสรุ สิงหนำท(บญุ มำ) ภำพที่ ๓๔ หสมเ่อดม็จรเำจช้ำวพงรศะค์ยกึำบฤทรมธมิ์ หปำรสำโรุ มยิ ทวยงศ์ ์ (ชว่ ง บนุ นำค) ภำพที่ ๔๕ สพมระเดเจ็ ำ้เจบ้ำรพมรวะงยศำเ์ ธบอรมกมรหมำหสลุรวยิ งววงงศษ์ ำ(ชธริ่วำงชสบนนุ ทิ นำค) ภำพท่ี ๕ พระเจำ้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษำธริ ำชสนิท แนวการจัดการเรยี นรู้ประวัตศิ าสตรเ์ พื่อสร้างสานกึ ความเปน็ ไทย: บรรพบุรษุ ไทย แนแวนกาวรกจาดัรจกดัารกเารรียเรนยีรู้ปนรรู้ปะวรัตะวศิ ตัาสศิ ตาสรต์เพร่อื์เพสือ่รส้างรส้างานสกึำนคึกวคามวาเปมน็ เปไทน็ ยไท:ยบ:รรบพรบรุรพษุ บไรุทุษยไทย

๒๕๒ กจิ กรรมท่ี ๓ ชีวติ๒ท๕่า๒นสัมพันธ์กบั ใคร ? กจิ กรรมท่ี ๓ ชีวติ ท่านสัมพนั ธ์กบั ใคร ? ชอื่ ................................................................................................ช้นั ..............เลขท่.ี ............. ***ช*่ือ*.*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*ช*น้ั *.*..*.*..*..*..*.*..*.เ*ล*ข**ท*ี่.*.*..*..*..*.*..*..*.** คำชี้แ**จ*ง***ใ*ห*้โ*ย*ง*เ*ส*้น**ผ*ทู้**ี่ม*สี *ว่**น*เ*ก*ยี่ *ว**ข*อ้ *ง*ส**ัม*พ**นั *ธ*์เ*ป*็น**ญ**า*ต*ิใ*ก*ล**้ช*ดิ *ข**อ*ง*ส**ม*เ*ด*็จ*พ**ร*ะ*บ**ว*ร*ร*า*ช**เจ**้า**ก**ร*ม**** คพำรชะรแ้ี าจชงวงั ใบหว้โรยมงหเสา้นสผรุ ทู้สงิ่มี หีสน่วนาทเก(ีย่ บวุญขอ้มงาส) ัมพนั ธ์เป็นญาติใกล้ชิดของสมเด็จพระบวรราชเจา้ กรม พระราชวังบวรมหาสรุ สงิ หนาท (บญุ มา) ชือ่ บุคคลสำคญั ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง ชอ่ื บคุ คลสำคัญที่เก่ียวข้อง เจา้ จอมมารดาปรางค(์ ใหญ)่ เจา้ จอมมารดาปรางค(์ ใหญ)่ คุณหญิงจนั ทร์ คเจุณา้ พหรญะิงยจานสั ุรทวรง์ ศไ์ วยวฒั น์ เพจรา้ ะพชรนะยนาีหสยุรกวงศไ์ วยวฒั น์ พระชนนีหยก สมเดจ็ พระบวรราชเจา้ กรมพระราชวงั บวร สมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้ าจุฬาโลกมหาราช สมเดจ็ พรมะหบาวสรุรสาชิงเหจาน้ ากทร(มบพุญรมะาร)าชวงั บวร เสจมา้ คเดรจ็ อพกรฟะ้ าพศทุรีอธโยนอดชฟา้ าจุฬาโลกมหาราช เจา้ ครอกฟ้ าศรีอโนชา มหาสุรสิงหนาท(บุญมา) พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั สมเด็จเจา้ พระยาบรมมหาประยรู วงศ์ สสมมเเดดจ็็จเพจรา้ พะประฐยมาบบรรมมชมนหกาทปอรงะดยีรู วงศ์ เสจมา้ ฟเด้ าจ็หพญริงะพปิกฐลุมทบอรงมกชรนมกขทนุ อศงรดีสี ุนทร เพจรา้ ฟะ้อาหงคญเ์ จิงา้พสิกาลุ ยทอง กรมขนุ ศรีสุนทร พระองคเ์ จา้ สาย แนวการจัดการเรียนรู้ประวตั ศิ าสตร์เพอ่ื สร้างสานึกความเปน็ ไทย: บรรพบุรุษไทย แแนนววกกาารรจจัดดั กกาารรเรเรยี ียนนรรู้ปู้ปรระะววตั ตั ศิ ศิ าาสสตตรร์เพ์เพือ่ ่อื สสรร้า้างงสสาำนนึกึกคคววาามมเปเปน็ น็ ไทไทยย: :บรบรรพรพบรุบุษรุ ไษุ ทไยทย

๒๕๓ อธิบายคาเฉลยกจิ กรรมที่ ๓ ชีวติ ท่านสัมพนั ธ์กบั ชอ่ื ................................................................................................ชน้ั ..............เลขที่. ............. ************************************************************************************* คำชี้แจง ใหโ้ ยงเสน้ ผทู้ ม่ี ีสว่ นเกีย่ วข้องสัมพนั ธ์เป็นญาติใกล้ชิดของสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรม พระราชวงั บวรมหาสรุ สิงหนาท (บุญมา) ชือ่ บคุ คลสำคัญที่เกี่ยวขอ้ ง เจา้ จอมมารดาปรางค์ (ใหญ)่ ท่านผหู้ ญิงจนั ทร์ สมเด็จพระบวรราชเจา้ กรมพระราชวงั บวร เจา้ พระยาสุรวงศไ์ วยวฒั น์ มหาสุรสิงหนาท(บุญมา) พระชนนีหยก สมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้ าจุฬาโลกมหาราช เจา้ ครอกฟ้ าศรีอโนชา พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั สมเด็จเจา้ พระยาบรมมหาประยรู วงศ์ สมเด็จพระปฐมบรมชนกทองดี เจา้ ฟ้ าหญิงพิกลุ ทอง กรมขนุ ศรีสุนทร พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช แนวการจัดการเรียนรู้ประวัตศิ าสตรเ์ พื่อสร้างสานึกความเปน็ ไทย: บรรพบุรษุ ไทย แนวการจัดการเรยี นรู้ประวตั ิศาสตร์เพ่ือสร้างสำนึกความเปน็ ไทย : บรรพบรุ ุษไทย

๒๕๔ กิจกรรมที่ ๔ วีรกรรมและผลงานของทา่ น ชอ่ื ................................................................................................ชน้ั ..............เลขท.่ี ............. ************************************************************************************* คำชแี้ จง ให้นักเรียนวิเคราะห์วรี กรรมเด่น และผลงานทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับสมเดจ็ พระบวรราชเจา้ กรม พระราชวงั บวรมหาสุรสิงหนาท(บญุ มา) โดยเลอื กตวั เลขหน้าขอ้ ความทางขวามือทมี่ ีความเก่ยี วข้องกบั ท่านใดให้เขยี นตัวเลขในชอ่ งว่างใต้ภาพ ข้อควำมทีเ่ ก่ียวข้อง ๑.The Prince Doctor สมเด็จพระบวรราชเจา้ กรมพระราชวงั บวร ๒.สร้างประภาคารสนั ดอนปากแมน่ ้า มหาสุรสิงหนาท(บุญมา) ๓.สร้างกาแพงพระนคร ป้ อมพระอาทิตย์ ๔.หนงั สือประถมจินดามณีเลม่ ๑-๒ ........................................................... ๕. สร้างวดั มหาธาตุ วดั ชนะสงคราม 1. ๖.แตง่ ตาราสรรพคุณยาสมุนไพร ๗.โปรดใหส้ ร้างพระราชวงั บวร ๘.ผสู้ าเร็จราชการแผน่ ดินสมยั รัชกาลท่ี ๕ ๙.บุคคลสาคญั ดา้ นปราชญแ์ ละกวี UNESCO ๑๐.ต่อเรือแบบฝร่ังไดเ้ ป็นคนแรก ๑๑.การทาศึกสงครามกอบกเู้ อกราชกบั พระเจา้ ตากสิน ๑๒.ประสานงานการทาสนธิสญั ญาเบาริง ๑๓.เป็ นกาลงั สาคญั ในการทาสงครามเกา้ ทพั แนวการจดั การเรยี นรู้ประวัตศิ าสตรเ์ พอ่ื สร้างสานึกความเปน็ ไทย: บรรพบรุ ษุ ไทย แนวการจัดการเรยี นรู้ประวตั ิศาสตรเ์ พื่อสรา้ งสำนกึ ความเป็นไทย : บรรพบุรุษไทย

๒๕๕ เฉลยกิจกรรมท่ี ๔ วีรกรรมและผลงำนของท่ำน ช่อื ................................................................................................ชัน้ ..............เลขท่ี. ............. ************************************************************************************* คำช้แี จง ให้นกั เรยี นวิเคราะหว์ ีรกรรมเดน่ และผลงานที่เก่ียวขอ้ งกับสมเด็จพระบวรราชเจา้ กรม พระราชวงั บวรมหาสุรสงิ หนาท(บุญมา) โดยเลือกตวั เลขหน้าข้อความทางขวามือที่มีความเกยี่ วขอ้ งกับทา่ น เขียนในชอ่ งว่างใต้ภาพ ข้อควำมทเี่ ก่ยี วข้อง ๑.The Prince Doctor ๒.สร้างประภาคารสนั ดอนปากแม่น้า สมเดจ็ พระบวรราชเจ้า กรมพระราชวงั บวร ๓.สร้างกาแพงพระนคร ป้ อมพระอาทิตย์ มหาสุรสิงหนาท(บุญมา) ๔.หนงั สือประถมจินดามณีเล่ม ๒ หมายเลข ๓ , ๕ , ๗ , ๑๓ ๕. สร้างวดั มหาธาตุ วดั ชนะสงคราม ๖.แตง่ ตาราสรรพคุณยาสมุนไพร ๗.โปรดใหส้ ร้างพระราชวงั บวรสถาน ๘.ผสู้ าเร็จราชการแผน่ ดินสมยั รัชกาลท่ี ๕ ๙.บุคคลสาคญั ดา้ นปราชญแ์ ละกวี UNESCO ๑๐.ต่อเรือแบบฝร่ังไดเ้ ป็นคนแรก ๑๑.การทาศึกสงครามกกู้ อบเอกราช ๑๒.ประสานงานการทาสนธิสญั ญาเบาริง ๑๓.เป็ นกาลงั สาคญั ในการทาสงครามเกา้ ทพั แนวการจัดการเรียนรู้ประวัตศิ าสตร์เพ่อื สร้างสานกึ ความเปน็ ไทย: บรรพบุรุษไทย แนวการจัดการเรยี นรปู้ ระวัตศิ าสตรเ์ พือ่ สร้างสำนกึ ความเปน็ ไทย : บรรพบุรษุ ไทย

๒๕๖ กจิ กรรมที่ ๕ ผลงำนอนื่ ๆ (เพมิ่ เตมิ ) ช่ือ................................................................................................ช้นั ..............เลขท่ี.............. ******************************************************************************** คำชแ้ี จง ให้นักเรยี นแต่ละกล่มุ ร่วมกันสืบค้นและสรุปผลงานอนื่ ๆ ท่ีสาคัญของสมเดจ็ พระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท(บญุ มา) ผลงำนอนื่ ๆ ท่สี ำคัญของสมเดจ็ พระบวรรำชเจำ้ กรมพระรำชวงั บวรมหำสรุ สีหนำท(บุญมำ) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แนวการจดั การเรยี นรู้ประวัตศิ าสตร์เพือ่ สร้างสานึกความเปน็ ไทย: บรรพบุรุษไทย แนวการจดั การเรียนรู้ประวัติศาสตรเ์ พ่อื สรา้ งสำนกึ ความเปน็ ไทย : บรรพบุรุษไทย

๒๕๗ เฉลยกิจกรรมท่ี ๕ ผลงำนอืน่ ๆ (เพ่ิมเติม) ช่อื ................................................................................................ชนั้ ..............เลขที.่ ............. ************************************************************************************* คำชี้แจง ให้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันสืบค้นและสรปุ ผลงานอน่ื ๆ ทสี่ าคญั ของสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาสรุ สีหนาท(บญุ มา) ผลงำนอืน่ ๆ ท่สี ำคัญ ของสมเด็จพระบวรรำชเจำ้ กรมพระรำชวงั บวรสถำนมงคล (บญุ มำ) แนวการตอบ ๑. ทรงร่วมสงครามกอบกูเ้ อกราชและการรวมชาติ สงครามป้องกันการรุกรานจาก ตา่ งชาติ เช่นสงครามกบั พม่ากอ่ นเสียกรุงครัง้ ที่ ๒ สงครามรวบรวมชมุ นมุ ตา่ ง ๆ ศกึ ๙ ทพั เปน็ ตน้ ท่านมสี ว่ นสาคญั ในการสรา้ งความสงบเรียบรอ้ ยให้เกิดข้ึนในบา้ นเมอื งในช่วงของการต้ังราชธานีใหม่ ๒. ทรงเสริมสร้างความมน่ั คงให้แกบ่ ้านเมือง เช่น สรา้ งป้อมอิสนิ ธร ป้อมพระอาทิตย์ ป้อมพระจันทร์ ป้อมยุคนธร (ซ่ึงรื้อลงแล้ว) คงเหลือแต่ป้อมพระสเุ มรุ ๓. ทรงอปุ ถมั ภ์บารุงการพระศาสนา สร้างวดั โบสถ์ วดั เทวราชกุญชร (วดั สมอแครง) วดั ราชผาตกิ าราม (วัดส้มเกลีย้ ง) วดั ปทมุ คงคา (วัดสาเพง็ ) วดั ครฑุ วดั สุวรรณครี ี (วัดข้เี หลก็ ) วัดสุวรรณ ดาราราม ทรงสรา้ งหอมณเฑียรธรรมในวดั พระศรรี ตั นศาสดาราม วหิ ารคตวัดพระเชตุพนฯ ๔. สง่ เสริมงานด้านศลิ ปะและสถาปตั ยกรรม เช่นทรงสร้างประตูยอดของบรมมหาราชวัง คือ ประตสู วสั ดิโสภา ประตมู ณนี พรัตน์ ประตูอดุ มสดุ ารักษ์ และทรงสร้างโรงเรอื ท่ฟี ากตะวันตก เป็นต้น แนวการจดั การเรยี นรู้ประวัตศิ าสตรเ์ พ่ือสร้างสานึกความเปน็ ไทย: บรรพบุรษุ ไทย แนวการจัดการเรยี นร้ปู ระวตั ิศาสตร์เพอ่ื สรา้ งสำนึกความเปน็ ไทย : บรรพบุรษุ ไทย

๒๕๘ ใบกจิ กรรมท่ี ๖ คณุ ธรรมนำชวี ติ ชือ่ ................................................................................................ชนั้ ..............เลขท่ี. ............. ************************************************************************************* คำช้แี จง ให้นกั เรยี นรว่ มกนั วเิ คราะห์วีรกรรมและผลงานท่สี าคัญของสมเดจ็ พระบวรราชเจา้ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสงิ หนาท(บุญมา) ทไ่ี ดส้ ืบคน้ มาวา่ สะท้อนคุณธรรมใด ๑………………………………………. คุณธรรมทโ่ี ดดเด่นของทำ่ น ผลงานท่ีเป็ น ๒…………………………………… หลกั ฐาน……………………………… ……………………………………… ผลงานทเ่ี ป็ น ……………………………………… หลกั ฐาน……………………………… ……………………………………… ……………………………………… ……… สมเดจ็ พระบวรราชเจ้า ๓…………………………………… กรมพระราชวงั บวรมหาสุรสิงหนาท(บุญมา) ผลงานที่เป็ น ๕. ……………………………….. หลกั ฐาน……………………………… ……………………………………… ผลงานท่ีเป็ น ……………………………………… หลกั ฐาน……………………………… ……………………………………… ๔………………………………… ……………………………………… ผลงานทีเ่ ป็ น หลกั ฐาน……………………………… ……………………………………… ……………………………………… ……… แนวการจัดการเรยี นรู้ประวตั ศิ าสตร์เพอื่ สร้างสานกึ ความเปน็ ไทย: บรรพบุรุษไทย แนวการจดั การเรยี นรู้ประวัติศาสตร์เพื่อสร้างสำนกึ ความเป็นไทย : บรรพบุรุษไทย

๒๕๙ เฉลยแนวการตอบใบกจิ กรรมที่ ๕ คุณธรรมนาชีวติ ช่ือ................................................................................................ช้นั ..............เลขที่.............. ******************************************************************************** ***** คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนร่วมกนั วเิ คราะห์วีรกรรมและผลงานที่สาคญั ของสมเด็จพระบวรราชเจา้ กรมพระราชวงั บวรมหาสุรสิงหนาท(บุญมา) ท่ีไดส้ ืบคน้ มาวา่ สะทอ้ นคุณธรรมใด ๑ ความรักชาติ ผลงานทเ่ี ป็ นหลกั ฐาน แนวการตอบ คุณธรรมทโ่ี ดดเด่นของท่าน การออกส้รู บในสงครามตา่ ง ๆ ตงั้ แต่ ปลายกรุงศรีอยธุ ยาจนถงึ ต้นรตั นโกสนิ ทร์ ๒ รักศาสนา จานวนถงึ ๒๖ ครงั้ สร้างกาแพงพระนคร ผลงานทีเ่ ป็ นหลกั ฐาน การอปุ ถมั ภ์บารุง ป้ อมป้ องกนั พระนคร พระศาสนาโดยบรู ณะวดั การสร้างวดั วา อารามตา่ ง ๆ เชน่ วดั เทวราชกญุ ชร วดั ปทมุ คงคา เป็ นต้น สมเด็จพระบวรราชเจา้ ๓ จงรักภกั ดีต่อพระมหากษัตริย์ กรมพระราชวงั บวรมหาสุรสิงหนาท(บุญมา) ผลงานทเ่ี ป็ นหลกั ฐาน เป็ นแมท่ พั ตอ่ ต้าน ข้าศกึ ศตั รูตามพระบรมราชโองการอยา่ ง ๕.อดทนทาสง่ิ ดงี ามเพอื่ สว่ นรวม ถวายชีวติ จนทาให้ชาตไิ ทยชนะใน ผลงานท่เี ป็ นหลกั ฐานการออกสูร้ บเป็น สงครามปกป้ องบ้านเมอื งไว้ได้ ระยะเวลายาวนานเพ่อื กอบกชู้ าติ บา้ นเมืองและช่วยใหบ้ า้ นเมืองรอดพน้ จา ๔ รักษาวฒั นธรรมประเพณีไทยอนั การรุกรานของขา้ ศึกศตั รู งดงาม ผลงานทีเ่ ป็ นหลกั ฐาน การสร้าง พระราชวงั บวรดว้ ยสถาปัตยกรรมไทยท่ี งดงาม แนวการจดั การเรียนรู้ประวัตศิ าสตร์เพือ่ สร้างสานกึ ความเปน็ ไทย: บรรพบุรุษไทย แนวการจดั การเรยี นรูป้ ระวัติศาสตรเ์ พอ่ื สร้างสำนกึ ความเปน็ ไทย : บรรพบรุ ุษไทย

๒๖๐ ใบกจิ กรรมที่ ๗ ตัวอย่างคามั่นสัญญา คามัน่ สัญญา ขา้ พเจา้ เด็กหญิงรักไทย ไทยกลา้ ไดศ้ ึกษาผลงานของบรรพบุรุษไทยไดเ้ ห็นความ กลา้ หาญ เสียสละ มุง่ มน่ั ในการรักษาชาติบา้ นเมือง ขา้ พเจา้ ขอใหค้ ามนั่ สัญญาวา่ “ขา้ พเจา้ จะต้งั ใจเรียน และประพฤติตนเป็นคนดี เห็นประโยชน์ของส่วนรวม มากกวา่ ส่วนตนและจะปกป้ องชาติ ศาสนาและพระมหากษตั ริยจ์ นเตม็ กาลงั ” ลงชื่อ ................................................. () แนวการจัดการเรียนรู้ประวัตศิ าสตร์เพือ่ สร้างสานกึ ความเปน็ ไทย: บรรพบรุ ุษไทย แนวการจัดการเรยี นรู้ประวัติศาสตร์เพอ่ื สรา้ งสำนกึ ความเป็นไทย : บรรพบุรษุ ไทย

๒๖๑ ภมู ิปญั ญาและวฒั นธรรมไทย ความนา วัฒนธรรม (culture) เป็นภาพชีวิต ของมนุษย์ทั้งโลก ที่ประสงค์จะดาเนินชีวิตให้เป็นสขุ โดยอาศัยปัญญา (wisdom) เป็นเคร่ืองมือ ผลผลิตที่เกิดข้ึนจึงมีมากมายหลากหลาย และกลายเป็น รากฐานของการพฒั นาใหส้ งั คมมนษุ ยส์ ามารถก้าวข้ามยุคสมยั มาได้เรื่อยๆจนถงึ ปัจจุบัน Unesco จึงได้จัดต้ังขึ้นโดยมีหน้าที่หลักอย่างหนึ่งคือการศึกษาและดาเนินการให้เกิด การอนุรักษ์วัฒนธรรมของทุกประเทศอันเป็นสมบัติตกทอดท่ีสะท้อน ความเป็นมนุษย์และความรุ่งเรอื่ ง ทางปัญญาของมนุษย์ ในฐานะมรดกของชาวโลก ให้คงอยู่โดยไม่สูญหายเป็นจานวนมาก กระน้ันก็ยัง เป็นโชคดขี องประเทศชาติ ทย่ี งั มบี างคน มองเห็นและตระหนกั ถงึ คณุ ค่าของเกา่ เหลา่ น้ัน ในมติ เิ ดยี วกัน กับยูเนสโก และนักวิชาการ จึงได้รวบรวมไว้ด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว เราจึงมีพิพิธภัณฑ์พ้ืนบ้านเกิดขึ้น กระจายอยู่ท่ัวประเทศ แม้จะไม่มากนักก็ตาม ที่สาคัญ เช่น พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก ทาให้คนรุ่นหลังสามารถตามหาร่องรอยของบรรพบุรุษและวิถีไทยได้บ้าง จวบจนรัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์ วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยข้ึน โดยแยกออกจากกรมศิลปากร (ปัจจุบัน คือ กระทรวงวัฒนธรรม) คาว่า วัฒนธรรม ภูมิปัญญา จึงได้มีการศึกษาอย่างเป็นระบบและกลายเป็นหน้าท่ีหลักของหน่วยงานรัฐทุก ระดับ เชน่ ปจั จบุ ัน แต่ด้วยเหตุทภ่ี ูมิปัญญาและวัฒนธรรมเปน็ เรื่องทคี่ รอบคลมุ ทั้งวิถีการดาเนนิ ชวี ติ และแบบ แผนของการดาเนนิ ชวี ิตของผู้คนนบั ต้ังแต่ในครอบครัว ชุมชน ท้องถ่ิน ประเทศชาติ และโลก มีขอบข่าย กว้างขวางต้ังแต่กิจกรรมเล็ก ๆ ของคนบางจนถึงกิจกรรมท่ีขยายวงใหญ่ขึ้นตามจานวนคนท่ีเข้ามา เก่ียวข้องท้ังทางตรงและทางอ้อม อาจเร่ิมจากปัจจุบันย้อนไปอดีตอันยาวนานเท่ามีหลักฐานร่องรอยให้ ศึกษาหรือเร่ิมตั้งแต่อดีตกาลมาจนถงึ ปัจจุบัน ซงึ่ จะพบว่า ทัง้ หมดเปน็ เร่ืองที่เก่ียวข้องกับประสบการณ์ อันหลากหลายของบรรพบุรุษนับแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ที่มีการปรับเปล่ียนวิธีคิด รูปแบบ และแบบ แผนของการดาเนินชีวิต เพื่อให้เกิด “ชีวิตท่ีลงตัว” หลายช่วง หลายคร้ัง ส่ิงท่ีหลงเหลือถึงปัจจุบันได้ กลายเปน็ “ชีวิตปจั จุบัน” ของคนทัง้ ชาตทิ ี่แสดงถงึ “ความเป็นชาติ” ดังนั้น การศึกษาเร่ืองภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย ที่มีลักษณะเฉพาะมีคุณสมบัติเฉพาะ เป็นที่รับรู้กันในสังคมโลกปัจจบุ ันว่านี่แหละ “คนไทย” น่ีแหละ “แบบไทย” จึงเป็นเร่ืองที่ดูเหมือนจะ หาขอบเขตมิได้ไม่ว่าจะหยิบวัตถุส่ิงของหรือช้ินงานใดข้ึนมาหน่ึงชิ้นหรือหยิบยกพฤติกรรมบางเรื่องของ คนไทยมาพิจารณา เช่น การเฝ้าดูละครโทรทัศน์หลังข่าวท่ีเป็นความบันเทิงของคนส่วนใหญ่ หรือชื่นชม ต่อสถาปัตยกรรมไทยท่ีต้ังตระหง่านอยู่รอบตัว ฯลฯ ก็สามารถสะท้อนความคิด ความสามารถของคน แแนนววกกาารรจจดั ดั กกาารรเเรรียียนนรรปู้ ู้ปรระะววตั ัตศิ ิศาาสสตตรรเ์ เ์พพือ่ อ่ื สสรรา้ า้ งงสสาำนนกึ กึ คคววาามมเเปปน็ น็ ไไททยย::ภมูภมูิปปิญั ญั ญญาแาลและวะฒัวัฒนธนรธรรมรมไทไทยย

๒๖๒ ไทยไดเ้ สมอ ทาอยา่ งไรจึงจะทาใหก้ ารศึกษาเรอ่ื งนเ้ี ปน็ เร่ืองท่ีน่าสนใจ ลมุ่ ลึกไม่ฉาบฉวย คอื สามารถทา ให้ผู้เรียนตื่นตัว หรือท่ึงต่อ วิธีคิด วิธีปรับใช้ ความปราดเปร่ืองของคนไทยได้ การกาหนดจุดมุ่งหมาย เฉพาะจึงน่าจะทาใหเ้ กิดแนวทางในการศึกษาไดก้ ระชับและ “ตรง” มากขึน้ เพราะหากไม่เรยี นรู้ ไม่ให้ ความสาคัญก็เปรียบเสมือนสังคมท่ีขาดรากเหง้า ลอยเคว้งคว้างเหมือนลูกโป่งที่ถูกลมพัดไปพัดมา ความภาคภูมิใจในตัวตนของชาติก็จะสูญสิ้นไปด้วย ความรู้สึกในตัวตนท่ีเฉพาะตนจะกลายเป็น เป้าหมายหลกั ของแตล่ ะชีวติ แทนจิตสานกึ รว่ มกนั ของคนทั้งชาติ จุดมงุ่ หมายเฉพาะของการศกึ ษา ๑. เพ่ือให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้องในความหมาย ความสาคัญ ความสัมพันธ์ ขอบข่าย รวมทั้งบริบทของทั้งภูมิปัญญา และวัฒนธรรมที่ครอบคลุม “ชีวิต” ผู้คนทุกด้าน อันจะนาไปสู่ความ เข้าใจเก่ียวกบั ภูมิปญั ญา และวัฒนธรรม ชาวบา้ น / ทอ้ งถ่ิน / ไทย ตลอดจนถึงวฒั นธรรมราษฎร์ และ วฒั นธรรมหลวง ซ่ึงเปน็ การศกึ ษาท่ีเน้นไปทีก่ ลมุ่ คนและพนื้ ที่ ๒. เพ่ือให้เกิดความตระหนักถึงความสามารถในการใช้ปัญญาอย่างลุ่มลึกของบรรพบุรุษไทย ของคนไทย นับแต่อดีตถึงปัจจุบัน ที่ช่วยกันหล่อหลอม “วิถีชีวิตแบบไทย” ให้เกิดขึ้นและสามารถดารง อยู่ได้ถึงวันนี้ อันจะนาไปสู่การร้จู ักเลือกรับวฒั นธรรมจากภายนอกด้วยภูมิปัญญาอย่างใคร่ครวญโดยไม่ สญู เสยี “ความเปน็ ไทยอันงดงาม” ประเด็นสาคญั ทคี่ วรรใู้ นการศึกษา ๑. ความหมายของภูมิปญั ญาและวัฒนธรรม สืบเน่ืองจากการท่ีนักวิชาการต่างให้ความหมายหรือคาจากัดความของทั้งคาว่า ภมู ิปญั ญา (Wisdom) และวฒั นธรรม (Culture) แตกต่างกันไปตามขอบข่าย (scope) ของระเบยี บวิธีที่ ได้ฝึกฝนมาหรือตามความถนัดของตนเอง ซ่ึงอาจทาให้ผู้ท่ีเร่ิมต้นศึกษาเร่ืองน้ี เกิดความไม่แน่ใจและ ตดั สนิ ใจดว้ ยตนเองไม่ได้ว่าส่ิงที่กาลังทาอยูน่ ัน้ ถูกต้องหรือไม่ ดังน้นั ในเอกสารชุดน้ี จงึ ได้นาความหมาย ท่มี อี ยหู่ ลากหลาย มานาเสนอเพ่ือใช้เปน็ กรอบความคิดเพ่ือกาหนดแนวทางการเรยี นรู้และศึกษาของตน ได้ ดังเชน่ ความหมายของภมู ิปัญญา ชลธิรา สัตยาวัฒนา กล่าวว่า ภูมิปัญญาเป็นผลึกขององค์ความรู้ที่มีกระบวนการส่งั สม สบื ทอดกลั่นกรองกันมายาวนาน มีท่ีมาหลากหลายไร้เอกภาพแต่ก็ได้ประสมประสานกันจนเป็นเหลี่ยม มณีทจี่ รัสแสงคงทนและทา้ ทายตลอดกาลเวลา ความรู้อาจจะไม่ไดเ้ ปน็ เอกภาพ (unity) แต่ภูมปิ ัญญาจัด ว่าเปน็ เอกลกั ษณ์ (identity) เอกวทิ ย์ ณ ถลาง ได้อธบิ ายความหมายของภูมิปัญญาว่า เปน็ ผลของประสบการณ์ส่ัง สมของคนท่ีเรียนรู้จากปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมปฏิสัมพันธ์ในกลุ่มชนเดียวกันและระหว่างกลุ่มชุมชน หลายๆ ชาติพันธ์ รวมไปถึงโลกทัศน์ท่ีมีต่อส่ิงเหนือธรรมชาติ ภูมิปัญญาเหล่านี้เอื้ออานวยให้คนไทย แนแวนกวากราจรดัจกัดากราเรรเยีรนียรนปู้ ร้ปูระรวะตัวศิตั าศิ สาตสรตเ์ รพเ์ พ่อื ส่ือรส้ารง้าสงาสนำกึนคึกวคาวมามเปเปน็ ไ็นทไทยย::ภมูภูมปิ ิปญั ัญญญาแาลแะลวะฒัวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๖๓ แก้ปัญหาได้ ดารงอยู่และสร้างสรรค์อารยธรรมของเราเองได้อย่างมีดุลยภาพกับส่ิงแวดล้อมโดยเฉพาะ ในระดับพื้นฐานหรือระดับชาวบ้าน ภูมิปัญญาในแผ่นดินนี้มิได้เกิดข้ึนเป็นเอกเทศ แต่มีส่วนแลกเปลยี่ น เลือกเฟน้ และปรบั ใชภ้ ูมิปญั ญาจากอารยธรรมอืน่ ตลอดมา ธนาคารไทยพาณิชย์ มีแนวคิดเก่ียวกับภูมิปัญญาไทยว่า รากเหง้าของความเป็นไทย เกิดจากการส่ังสมภูมิปัญญาของคนโบราณท่ีได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากประสบการณ์การดารงชีวิต การผสมผสานของชาติพันธ์และสภาพสังคมอนั หลากหลายมานบั พันปี จากประสบการณ์ของคนโบราณ ได้สร้างรูปแบบของวัฒนธรรมประเพณีที่สามารถรองรับการอยู่รวมกันในสังคมไทยมาไ ด้อย่างเป็น ปึกแผ่น เหล่าน้ีคือภูมิปัญญาไทยที่คนในปัจจุบันควรตระหนักถึงและได้เรียนรดู้ ้วยความภาคภูมิใจ และ ก้าวหน้าต่อไปอย่างมั่นใจในชาติภูมิของตน เพราะวัฒนธรรมคือรากฐานของการพัฒนาสังคมอย่างมี ระบบ และนาไปสคู่ วามกา้ วหน้าของชาตบิ ้านเมืองในอนาคต เสรี พงศ์พิศ กล่าวไว้ว่า ภูมิปัญญาไทย หมายถึง องค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ ของการ ดารงชีวิตของคนไทยที่เกิดจากการสะสมประสบการณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ประกอบกับ แนวความคิดวิเคราะห์ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของตนเอง จนเกิดหลอมรวมเป็นแนวความคิดในการ แก้ไขปัญหาท่ีเป็นลักษณะของตนเองที่สามารถพัฒนาความรู้ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับกาล สมัยในการแก้ปญั หาของการดาเนนิ ชีวติ ฯลฯ ด้วยความหมายท่ีหลากหลายข้างต้น หากพิจารณากันโดยละเอียดแล้วจะพบว่า ภมู ปิ ญั ญาเกย่ี วข้องกับประเด็นสาคัญๆ เหล่านี้ - คนและการดารงชีวิตของคนท่ีอยู่ในถิ่นต่างๆ ที่มีความแตกตา่ งกนั ท้งั สิ่งแวดลอ้ มทาง สงั คมและธรรมชาติ - คติ ความเชื่อ คา่ นิยม โลกทศั น์ และสิ่งเหนอื ธรรมชาติ - การประดิษฐ์คิดค้นต่าง ๆ ท่ีไม่จาเป็นจะต้องเกิดจากความรู้ท่ีผ่านระบบการศึกษา อย่างเป็นทางการ แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากการสังเกต การทดลอง การศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง การศกึ ษานอกระบบ - ปัญหา การแก้ปัญหา การเอาชนะธรรมชาติ เพ่ีอให้การดาเนินชีวิตได้รับความสุข ความสะดวกสบาย - องค์ความรู้ท่ีเกิดขึ้นใหม่ อาจเกิดจากการปรับเปลี่ยนจากความรู้เดิม ประสบการณ์เดิม การรับมาจากกลุ่มชนกลุ่มอ่ืนแล้วนามาปรับเปล่ียน หรือการคิดค้น แสวงหา เทคโนโลยีและเทคนิค วิธกี ารผลิตใหม่ๆ - การเลือกสรรกล่ันกรอง การพัฒนา การถ่ายทอด การจัดการจัดสรร การปรับตัว การสง่ ตอ่ การเคล่อื นไหวเปลย่ี นแปลงไปตามยุคสมัย - เกียรติภูมขิ องครอบครัว ชุมชน ท้องถน่ิ แแนนววกกาารรจจัดดั กกาารรเเรรียยี นนรรปู้ ปู้ รระะววตั ัตศิ ศิ าาสสตตรร์เเ์พพอื่ อ่ื สสรรา้ ้างงสสาำนนึกึกคคววาามมเเปปน็ ็นไไททยย::ภูมภมูิปปิญั ัญญญาแาลและวะฒัวัฒนธนรธรรมรมไทไทยย

๒๖๔ ดังน้ันนับแต่อดีตกาลเราจะพบร่องรอยของการใช้ภมู ิปัญญาของมนุษย์สร้างสรรค์สิ่งตา่ งๆ ขึ้นมาเพ่ือใช้ในการดารงชีวิต ท่ีมีความหลากหลายกันทั้งรูปแบบของชิ้นงาน การใช้เทคโนโลยี และ เทคนิควิธีผลิต แต่สามารถยังประโยชน์ได้ตามความต้องการของคนในแต่ละครอบครัว ชุมชน สังคม ท่ี กระจัดกระจายกันไปท้ังโลก นั่นหมายความว่ามนุษย์ที่สามารถสืบเผ่าพันธุ์ต่อเน่ืองกันและสร้างสรรค์ ความเจริญ ความสะดวกสบายให้แก่สังคมของตนได้ตามความต้องการต่างมีความสามารถ มีสติปัญญา มีความฉลาดลุ่มลึก หรือท่ีเรียกรวมว่าภูมิปัญญา ไม่แตกต่างกัน สภาพสังคมใดจะประดิษฐ์คิดค้นสิ่ง ต่างๆ ได้มากน้อย แปลกไปจากสังคมอ่ืนมากน้อย เพียงใดก็ขึ้นอยู่กับวัสดุที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่นเป็น สาคัญ ภูมิปัญญาจะแฝงอยู่ในทุกมิติของชีวิต ครอบคลุมทุกกิจกรรมของการดาเนินชีวิต เก่ียวข้องท้ังกับคน ท้ังกับธรรมชาติ ครอบคลุมทุกกิจกรรม สามารถสร้างเงื่อนไขในการอยู่ร่วมกันได้ อย่างเป็นระบบ รวมท้ังยังนาไปสู่การจัดการให้เกิด “ชีวิตที่ลงตัว” ได้ตลอดมา ที่สาคัญสามารถส่งต่อ ผลผลิตของภมู ิปญั ญาไปเปน็ วัฒนธรรมของชาติไดอ้ กี ดว้ ย ความหมายของวัฒนธรรม สมคิด โชติกวณิชย์ กล่าวไว้ว่า วัฒนธรรมเป็นส่ิงสาคัญยิ่งที่แสดงถึงความเป็นชาติ ประเทศชาติท่ีเจริญแล้วท้ังหลายตา่ งมีประวตั ิท่ียอ้ นหลังไปไกลหลายรอ้ ยหลายพันปี ซึ่งในช่วงเวลาแหง่ อดีตอันยาวนานน้ัน ได้มีการสร้างสมและสืบทอดวัฒนธรรมต่อกันมา โดยมีพัฒนาการเป็นขั้นเป็นตอน จนเกิดเป็นเอกลักษณะท่ีแสดงความเป็นชาติของตน เราสามารถแยกแยะคนชาติต่างๆ ท่ีมีผิวพรรณ และโครงสร้างทางกายภาพใกล้เคียงกันได้ ก็โดยมีวัฒนธรรมเปน็ เคร่ืองบ่งช้ี หากไม่มีวัฒนธรรมเป็นของ ตนเอง เราก็คงแยกไมอ่ อกว่าเป็นไทย พมา่ มาเลย์ หรือเขมร นิคม มูสิกะคามะ กล่าวไว้ว่า วัฒนธรรม คือวิถีชีวิตของคนในชาติ ซึ่งประกอบด้วยส่ิงท่ี เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ เรียกว่ามรดกทางวัฒนธรรม และวัฒนธรรมร่วมสมัย เป็น เอกลักษณ์เฉพาะของคนแต่ละเผ่าพันธุ์แต่ละชาติถือกันว่าเป็นจิตวิญญาณของคนในชาติน้ันๆ ย่อมมี ความสาคัญในฐานะเปน็ รากฐานในการศกึ ษาและพัฒนาประเทศ แผนแม่บทการอนรุ ักษ์สืบทอดพัฒนาศิลปวัฒนธรรมยามวิกฤต พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๔๔ ของ กรมศลิ ปากร ได้กล่าวว่า วฒั นธรรมคือรปู แบบวิถชี วี ิตของคนทส่ี ืบทอดประสบการณ์และสร้างสรรค์ต่อ กันมาจากคนรุ่นหน่ึงไปยังคนอีกรุ่นหน่ึง โดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์ของตนไป เป็นเคร่ืองมือสาคัญท่ีสุด ในการสรา้ งความสขุ กายสบายใจและบง่ บอกถงึ เกยี รตยิ ศช่ือเสยี งของประเทศน้นั ๆ ทุกประเทศตระหนักต่อความสาคัญของวัฒนธรรม จึงจัดการศึกษาให้วัฒนธรรมเป็น หลกั สูตรบังคับให้เยาวชนไดเ้ รียนรู้ ครอบครวั ชว่ ยกนั อบรมสัง่ สอน ชมุ ชนช่วยกนั ทานุบารุงรักษา UNESCO ได้จัดการประชุมระดับโลกเก่ียวกับนโยบายทางวัฒนธรรม (The world Conference on Cultural Policies) ณ นครเม็กซิโก ระหว่างวันท่ี ๓๑ กรกฎาคม – ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ รวมท้ังได้มีข้อตกลง “การประกาศนโยบายด้านวัฒนธรรมของ UNESCO ณ นครเม็กซิโก แนแวนกวากราจรดัจกดั ากราเรรเียรนยี รนปู้ รูป้ระรวะตัวศิตั าศิ สาตสรตเ์ รพ์เพือ่ สอ่ื รสา้ รงา้ สงาสนำกึนคกึ วคาวมามเปเปน็ ไน็ ทไทยย::ภูมภมูปิ ปิัญญั ญญาแาลแะลวะัฒวัฒนธนรธรรมรมไทไทยย

๒๖๕ ๗ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ (Mexico City Declaration on Cultural Policies)” ด้วย โดยท่ีประชุมได้มี มติรว่ มกนั กาหนดความหมายของวัฒนธรรมอนั เปน็ เปา้ หมายแหง่ จิตวญิ ญาณของมนษุ ยช์ าติไว้ดังน้ี - ในด้านความหมายที่กว้างขวางที่สุดอาจกล่าวได้ว่า “วัฒนธรรมเป็นองค์ประกอบ ร่วมกันทั้งมวลที่แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงจิตวิญญาณ วัตถุธรรม สติปัญญา ตลอดจนอารมณ์ ความรูส้ ึกนึกคิด ที่แสดงถึงคุณสมบัติพเิ ศษเฉพาะของสังคมน้นั หรือของกล่มุ คนในสังคม ซงึ่ ไม่เพียงแต่ จะหมายถึงศิลปกรรมทั้งหลาย และตัวอักษรบันทึกต่างๆ แต่ยังรวมไปถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ สิทธิขั้น มูลฐานของมนุษยชาติ ระบบต่าง ๆ ทางค่านิคม จารีตประเพณีที่สืบทอด ตลอดจนศรัทธาและความ เช่ือท้ังหลายทั้งปวงดว้ ย” - วัฒนธรรมน้ีเองที่ทาให้คนสามารถสะท้อนความเป็นมนุษย์ของตน วัฒนธรรมนเี้ อง ทท่ี าให้จาแนกความพเิ ศษจาเพาะของความเปน็ มนุษยชาติ เป็นสงิ่ มชี วี ิตที่มีเหตุผล สามารถตัดสนิ ใจได้ โดยใชว้ จิ ารณญาณ ตลอดจนการมีความรู้สึกนึกคิดในความยึดเหนยี่ วทางดา้ นศลี ธรรม มนุษย์สามารถ มองเหน็ คุณคา่ และทางเลือกต่างๆ ได้ โดยผา่ นกระบวนการทางวัฒนธรรม โดยวัฒนธรรมน้เี องท่ีทาให้ คนสามารถแสดงออกซ่ึงความเป็นตัวตนของตนเองได้ชัดแจ้ง ทาให้รู้จักตนเอง ทาให้ยอมรับใน ความสาเร็จของตน เฝ้าเสาะแสวงหาวิถีทางใหม่ๆ โดยไม่รู้จักเหน่ือยล้า พยายามสร้างสรรค์ผลงาน โดยก้าวข้ามความจากดั ต่างๆ ของตนไปใหไ้ ด้ ฯลฯ จากความหมายดงั กล่าวจะเหน็ ไดว้ ่าวฒั นธรรมเกีย่ วขอ้ งกับประเดน็ สาคัญ ดงั นี้ - วิถีชีวติ รูปแบบและแบบแผนของวิถชี ีวติ ความเปน็ อยู่ - เป็นท้ังจิตวิญญาณ วัตถุธรรม สติปัญญา อารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ความเชือ่ และความศรัทธา จารตี ประเพณี ตลอดจนวธิ กี ารประเมินคุณค่าความเป็นมนษุ ย์อันเกย่ี วข้อง กบั สิทธมิ ลู ฐานของมนุษยชาตใิ นมติ ิปจั จุบัน - การสร้างสมและสบื ทอดประสบการณม์ ายาวนาน และสง่ ต่อไปส่รู ุน่ ต่อรุ่น - ทาให้รู้จักตนเอง ทาให้คนสามารถแสดงออกซ่ึงความเป็นตัวตนได้ชัดเจ้ง ทาให้ ยอมรับในความสาเร็จของตน - ความเป็นชาติท่มี ีเอกลกั ษณ์เฉพาะ หรือเป็นคุณสมบัตพิ ิเศษเฉพาะของสังคมแตล่ ะ สังคม - เกียรตยิ ศชอ่ื เสยี ง เกยี รติภูมขิ องชาติ - การสร้างความตระหนักถึงความสาคัญของวัฒนธรรมจาเป็นต้องผ่านระบบ การศึกษา ครอบครวั และชมุ ชน จะเหน็ ได้ว่าวัฒนธรรมและภูมิปัญญาเป็นมติ ิท่ีซ้อนทับกนั อยู่ เกยี่ วโยงกนั อยู่ และ เคลอื่ นไหวเปล่ียนแปลงไปพร้อมๆ กันเสมอ แแนนววกกาารรจจัดัดกกาารรเเรรยี ียนนรรปู้ ูป้ รระะววตั ตั ศิ ศิ าาสสตตรรเ์ เ์พพื่อ่ือสสรรา้ ้างงสสาำนนกึ ึกคคววาามมเเปปน็ น็ ไไททยย::ภมูภมูปิ ปิัญญั ญญาแาลและวะัฒวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๖๖ วัฒนธรรมจึงเป็นผลผลิตที่เกิดจากกระบวนการผสมผสานการคิด การสังเกต การทดลอง การปรับปรุงแก้ไข การประยุกต์ใช้ การรับมาปรับใช้ การส่ังสม การคัดสรร และ การเลอื กสรรส่ิงทด่ี ที สี่ ุด เพอ่ื สง่ ตอ่ จากรนุ่ ตอ่ รนุ่ ด้วยภมู ปิ ญั ญาของคนรุ่นบรรพบรุ ษุ จนตกทอดมาจนถึง รุ่นปัจจุบัน และได้กลายเป็นแบบแผนของการดาเนินชีวิตของแต่ละสังคม อันมีลักษณะเฉพาะท่ี กลายเปน็ เอกลกั ษณ์ของสงั คม วฒั นธรรม สามารถคงอยู่ได้ยาวนาน จนกลายเปน็ มรดกของชาติได้ หาก ยังรองรับความต้องการของคนรุ่นต่อๆ มาได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่แบบแผนของการดาเนนิ ชีวิตของกลุ่มคน จากสังคมภายนอก สามารถตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ได้มากกว่า กระแสวัฒนธรรมแบบใหม่จาก “คนนอก” กอ็ าจเขา้ มาแทนทหี่ รือครอบงาได้ดังเชน่ ทปี่ รากฏในปจั จบุ นั ดงั นั้นทาอยา่ งไรจึงจะสามารถ ปกป้อง รักษาและอนุรักษ์วัฒนธรรมใหส้ ืบทอดความเป็นชาติไว้ให้ได้ เพราะวัฒนธรรมถือเป็นเกียรติยศ และเกียรติภูมิของชาติ ท่ีสะท้อนถึงความยาวนาน และรากเหง้าของประเทศชาติที่ครอบคลุมทุก “มิติของชวี ติ ” นอกจากน้ีในการประชุมใหญ่ขององค์การ UNESCO ท่ีประเทศเม็กซิโก เม่ือ พ.ศ. ๒๕๒๕ ยงั ไดก้ าหนดโครงสรา้ งของวฒั นธรรมออกเปน็ สาขาหลัก ๔ แกนคือ ๑. มรดกทางวัฒนธรรม ได้แก่ อนุสรณ์สถานหรือโบราณสถาน ( Monument)/ วัสดุเคร่ืองมือเครื่องใช้ในการดารงชีวิต (Artiface) / จดหมายเหตุและเอกสารกับแบบภาพอื่นๆ (Archive) / หอสมดุ แหง่ ชาติ / ประวัติศาสตรแ์ ละโบราณคดี ๒. เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ที่แสดงถึงความเป็นชาติและเผ่าพันธ์ุ (identity) ประกอบดว้ ย การผลิตและรูปแบบการดารงชีวิต / รปู แบบภาษา กริ ิยามารยาทและการศึกษา / ศาสนา และหลักธรรม ความเชื่อ ค่านิยม พิธีกรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ฯลฯ ศิลปะและสุนทรียภาพ/ ครอบครัว ชุมชน เศรษฐกจิ และการเมือง ๓. ภูมิปัญญาและเทคโนโลยี คือ ประสบการณ์สร้างสมที่สืบสานผ่านการศึกษาท้ังในและ นอกระบบ ประกอบด้วย โหราศาสตร์ ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ / การศึกษา ภาษา กิริยามารยาท / การอาชีวศึกษา (การทามาหากิน) / ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี และการพิชัยสงคราม/ ธรรมศาสตร์ (ศาสนาการปกครองและกฎหมาย) / แพทย์ศาสตร์และการพยาบาล / ศิลปะศาสตร์ และ นาฏดรุ ิยางคศลิ ป์ ๔. สิทธิมนุษยชนและระบอบประชาธิปไตย ครอบคลุม สิทธิมนุษยชนพ้ืนฐาน / เสรีภาพ ของมนุษย์ / การกระจายอานาจและบทบาทของภาคเอกชน อย่างไรก็ตามยูเนสโกก็ยังได้แบ่ง “มรดกวัฒนธรรม” ออกได้อีกเป็นสองส่วน คือ มรดก วัฒนธรรมท่ีจับต้องได้ (Tangible Culture Heritage) เช่น โบราณวัตถุ โบราณสถาน และมรดก วัฒนธรรมท่ีจับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage) อันเป็นเร่ืองของ ภูมิปัญญา ทรัพย์สินทาง ปัญญา ระบบคณุ ค่า ความเชื่อ พฤติกรรมและวถิ ชี วี ติ แนแวนกวากราจรัดจกัดากราเรรเียรนียรนปู้ รปู้ระรวะัตวศิตั าิศสาตสรต์เรพ์เพื่อส่ือรส้ารงา้ สงาสนำกึนคึกวคาวมามเปเปน็ ไ็นทไทยย::ภูมภมูปิ ิปญั ญั ญญาแาลแะลวะัฒวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๖๗ ใน พ.ศ. ๒๕๓๘ คณะกรรมาธิการโลกว่าด้วยวัฒนธรรมและการพัฒนา (The World Commission on Culture and Development) ได้เสนอสายงานต่อที่ประชุมของยูเนสโก เรื่อง ความหลายทางวัฒนธรรม (Our Creation Diversity) ว่าวัฒนธรรมเป็นปัจจัยในการถ่ายทอด พฤติกรรมและพลังแห่งการเปล่ียนแปลงสรา้ งสรรค์ เสรภี าพและความเปน็ ผู้ตนื่ ตวั ต่อความแปลกใหม่ ท่ี เกิดขึ้นในชีวิตอยู่เสมอ... ดังน้ัน ปัญหาท้าทายมนุษยชาติปัจจุบัน คือ การปรับวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับ สังคมและส่ิงแวดล้อมในปัจจุบัน และท่ีกาลังจะเปลี่ยนไปในอนาคต โดยเฉพาะการปรับแนวคิดใหม่ พฤติกรรมใหม่ การจัดระเบียบสังคมใหม่ และการส่งเสริมแนวทางการพัฒนาท้ังหลายบนพื้นฐานมิติ ทางวฒั นธรรม สาหรับการดาเนินงานวัฒนธรรมของกระทรวงวัฒนธรรมได้แบ่งประเภทของวัฒนธรรม เป็น ๕ สาขา ตามนโยบายของยูเนสโก จากการประชุม ณ กรุงเวนิส ใน พ.ศ. ๒๕๑๓ ดังน้ี คือ สาขา มนุษยศาสตร์ สาขาศิลปะ สาขาการช่างฝีมือ สาขาคหกรรมศิลป์ สาขากีฬาและนันทนาการ ดังที่เคย ปฏบิ ัติกันมา (ดรู ายละเอียดจากเว็บไซตเ์ รอื่ งแผนแม่บทวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๔) ๒.ครคู วรรอู้ ะไร เนื่องจากการศึกษาการเนน้ เกี่ยวกับเร่ืองวัฒนธรรมไทย (ประเพณไี ทย) หรือภมู ปิ ัญญา ไทย ได้รับความสนใจ ใส่ใจอย่างเป็นระบบมากยิ่งข้ึน และบรรจุลงในหลักสูตรการเรียนการสอนต้ังแต่ ประถมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย เพื่อตอกย้า และรักษาอัตลักษณ์ของตนเอง ทั้งระดับชุมชน ท้องถ่ิน รวมทั้งประเทศชาติ มาเป็นระยะเวลาพอสมควร น่ันคือคนไทยท่ีมีอายุราว ๓๐ – ๓๕ ปี ณ ปัจจุบันนี้ จะตอ้ งเคยได้ยิน ไดเ้ ห็น ไดเ้ รียนรู้ ได้เสพผลงาน ช้นิ งาน ผลผลติ ดงั กลา่ ว ผา่ นงานแสดงสินค้าไทย สนิ คา้ OTOP ผา่ นการประชาสมั พนั ธ์ดว้ ยรูปแบบต่างๆ ทง้ั จากภาครัฐ ภาคเอกชนมาแลว้ ตง้ั แตเ่ ดก็ วธิ ีการและ กระบวนการเหล่านี้ได้กลายเป็นกระแสของความเป็นไทยที่เป็นท่ีรู้จักของคนทั่วโลก ผ่านการท่องเท่ียว การซ้ือขายผลผลติ จากภมู ิปัญญาไทยทั้งหลาย จนกลายเป็นรายได้สาคัญส่วนหน่งึ ของรัฐไปแล้ว แต่ก็ยัง ไมส่ ามารถทาให้คนร่นุ ใหม่ ทจี่ ะกลายเป็นคนในอนาคต ตระหนกั ในความสาคญั ของความเปน็ ไทย ในมติ ิ ที่ต้องสามารถรักษาบางส่ิงบางอย่างท่ีเป็นมรดกของชาติไว้ให้ได้ หรือบางสิ่งบางอย่างท่ีต้องสามารถนา ไปต่อยอดได้ หรือบางสิ่งบางอย่างท่ีไม่เหมาะสมกับโลกสมัยใหม่จริงๆ ก็ควรปรับให้ดีขึ้น เพื่อให้ วัฒนธรรมไทยที่เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่ สามารถยืนหยัดเคียงคู่ไปกับวัฒนธรรม หรือความทันสมัยท่ีมา จากนอกประเทศได้ โดยมีพื้นฐานอยู่บน “รากเหง้าท่ีดีงามแบบไทย” มิฉะนั้น ความเป็นไทย ก็จะเป็น เพียงสิง่ ทมี่ ีไว้ “ขาย หรือแสดง หรืออวดอา้ ง” ให้ชาวโลกเขา้ ใจว่าไทยเป็นชาติเก่าแก่ยาวนานเทา่ นนั้ ซึ่ง ส่งิ น้ไี มค่ วรเป็นปัจจัยหลกั ของการศกึ ษา หรอื การส่งเสริมเก่ียวกับเรื่องน้ี ดังน้ัน การหันกลับไปดูว่าท่ีผ่านมา ทาไมคนรุ่นใหม่ของเราจึงยังไม่เข้าใจ หรือยังไม่ส่ือ ไปถงึ การใช้ปัญญา ความสามารถ ความฉลาดลุ่มลึกของบรรพบุรษุ ไทย ทาไมจึงยังมอง หรอื ตดั สนิ ว่าส่ิง เหล่านี้เป็นความคร่าครึ โบราณ ล้าสมัย รุงรัง ไม่มีประโยชน์ต่อชีวิตสมัยใหม่ ความทุ่มเทจากภาครัฐ และเอกชน ที่ตระหนักถึงพลังอานาจของความเป็นไทยบนเวทีโลก จึงดูเหมือนลงทุนมหาศาล แต่ แแนนววกกาารรจจัดัดกกาารรเเรรยี ยี นนรรปู้ ู้ปรระะววัตตั ศิ ศิ าาสสตตรร์เเ์พพ่อื ื่อสสรรา้ า้ งงสสาำนนึกกึ คคววาามมเเปปน็ ็นไไททยย::ภมูภูมปิ ปิัญัญญญาแาลและวะัฒวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๖๘ ผลตอบแทนน้อยนิด น่ันอาจเปน็ เพราะส่งิ ที่กลา่ วมานี้ดเู หมือนว่าเป็นนาฏกรรมทีค่ นกลุ่มหนึ่งทีม่ ีภาครัฐ หนุนหลังอยู่ “กาลังแสดงอยู่บนเวทีย้อนยุค” ให้คนส่วนใหญ่ของประชากรไทยดู ดูแล้วก็เดินจากไป อย่างเงียบๆ โดยไม่เข้าใจว่าแสดงอะไร ทาไปทาไม ไม่เข้าใจ จะร้ือฟื้นอะไรกันนักหนา ชีวิตเราไม่ได้ ต้องการส่ิงเหล่านี้เลย ว่างเปล่าจริงๆ เสียเวลา คนดูเหล่าน้ันไม่สามารถมอง หรือเข้าใจได้ลึกลงไปถึง ภูมิปัญญาท่ีซ่อนอยู่เบื้องหลังผลงาน ช้ินงาน ผลผลิตต่างๆเหล่าน้ันได้ ประโยชน์ท่ีควรจะได้รับ อันจะ นาไปสู่เป้าหมายสูงสุด (ที่ทุกชาติก็มีเป้าหมายเดียวกัน) คือการสร้างสานึกความภูมิใจในบรรพบุรุษ คน ไทย ชาตไิ ทย จงึ สญู หายไปอยา่ งน่าเสยี ดาย และคงจะสญู ส้ินไป ไมส่ ามารถอยู่รวม หรือเป็นสว่ นหนึ่ง ท่ี ก้าวไปพร้อมกับกระแสโลกาภิวัตน์ได้ โดยอาจไม่เคยรู้ด้วยว่า ส่ิงท่ีเป็นไทยๆ หรือภูมิปัญญาไทยน้ี ได้ กลายเป็นขุมทองอันมหัศจรรย์ของนักวิจัยชาวต่างประเทศที่นาไปต่อยอดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเร่ืองอะไร ดังนั้นคากล่าวท่ีว่า “หากจะรอให้ถึงพรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว” จึงเหมาะสมท่ีสุดที่จะทาให้คนท่ีเก่ียวข้อง เกิดความตระหนักร่วมกัน และทาให้เกิดเป็นมรรคเป็นผลข้ึนมา ด้วยการลุกข้ึนมาลงแรงร่วมกันโดย ไมต่ อ้ งคอยให้ใครทากอ่ น เพราะทุกคนทาได้ เนือ่ งจากเปน็ เร่ืองของตัวเอง ไมใ่ ชเ่ รื่องของคนอ่นื ๒.๑ ส่ิงที่ครคู วรรู้ ๒.๑.๑ แนวคิดและคาถามสาคัญทค่ี วรอยู่ในใจครูเสมอ คอื - ทาอย่างไรจะทาให้เด็กๆของเราตระหนักถึงความเป็นชาติ เช่น เด็กญ่ีปุ่น คนญ่ีปุ่นท่ีบริโภค ความทันสมัยเช่นเดียวกับทั้งโลก แต่เด็กญ่ีปุ่นหรือคนญ่ีปุ่นท้ังหลายก็ยังคงหวงแหน และยงั เสพประเพณีวัฒนธรรมท่ีเกิดจากภมู ิปญั ญาของคนญ่ีป่นุ โดยเฉพาะในชีวิตสว่ นตวั อยเู่ หมือนเดิม เช่นในอดตี จะมีความเปลยี่ นแปลงบา้ ง แต่ก็ไมส่ ามารถทาลาย “ความเปน็ ญ่ปี ุน่ ” ไปได้ - แม้ชีวิตและวิถีชีวิตของคนในปัจจุบันจะเปล่ียนไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ ซึ่งยากจะต้านทานได้ไม่ว่าประเทศมหาอานาจหรือว่าประเทศเล็กๆก็ตาม แต่ว่าจะทาอย่างไรท่ีจะสอน ใหเ้ ด็กของเราเขา้ ใจความเก่งของบรรพบุรุษของเรา ท่ีมิไดห้ มายถึงเฉพาะผ้นู า แตห่ มายถงึ ทุกคนในอดีต ท่ีสามารถทาให้เผ่าพันธุ์ของเราสามารถสืบทอดมาได้จากอดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นความสาเร็จของมนุษย์ ไทยที่ไม่ได้แตกต่างจากมนุษย์ยุโรป มนุษย์ญ่ีปุ่น มนุษย์จีน มนุษย์อเมริกัน มนุษย์ทั่วโลก แต่สิ่งที่ทาให้ เกิดความแตกต่างกันก็คือ ความแตกต่างของสภาพธรรมชาติ ของถิ่นฐานท่ีอยู่อาศัยของคนแต่ละกลุ่ม เปน็ สาคญั - ความสาเร็จด้านต่างๆของมนุษย์ในอดีตท่ีอยู่ในพ้ืนท่ีท่ีแตกต่างกัน นามาซึ่ง ความแตกตา่ งของความสาเร็จดังกล่าว ซ่งึ ในปจั จุบนั คนบางกลมุ่ อาจจะประเมินว่า แตกต่างกนั อย่างสุด ขัว้ จนถึงกับสรปุ วา่ “เราสู้ชาติอ่ืนไม่ได้” โดยความเปน็ จรงิ แล้วมอี ะไรอีกบา้ งท่มี ีอิทธิพลตอ่ ความสาเร็จท่ี แตกต่างกัน คาตอบอยู่ที่ต้องรู้จักมองผ่านพัฒนาการทางประวัติศาสตร์แบบเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ (understanding) แต่ไม่ได้หมายความว่า ในอนาคต เด็กของเราจะต้องย่าเท้าอยู่กับที่ ไม่สามารถก้าว ข้ามผ่านอุปสรรคท้ังหลายทั้งปวงได้ ประเด็นสาคัญ คือ เด็กต้องเคารพตัวเอง ต้องรู้จักค้นหา ความสามารถของตนเองให้พบ ต้องรู้จักภูมิในใจตนเอง ในบ้านเกิดของตนเอง ในชาติของตัวเอ ง แนแวนกวากราจรดัจกดั ากราเรรเียรนยี รนปู้ รปู้ระรวะตัวศิัตาศิ สาตสรตเ์ รพ์เพ่อื สื่อรส้ารงา้ สงาสนำึกนคกึ วคาวมามเปเปน็ ไ็นทไทยย::ภมูภูมปิ ิปญั ัญญญาแาลแะลวะัฒวัฒนธนรธรรมรมไทไทยย

๒๖๙ ประเดน็ สาคัญทส่ี ดุ คอื ตอ้ งรสู้ ึกจริงใจและคานึงถงึ ประโยชน์ส่วนรวม อันจะนาไปส่กู ารอุทิศและรู้จัก เสยี สละเพอ่ื ผู้อานเป็นอนั ดบั แรก ๒.๑.๒ ครูทุกคนควรศึกษาให้ลุ่มลึกถึงความเป็นมาของภูมิปัญญาและวัฒนธรรม ของชาติผ่านพัฒนาการของมนุษย์ พัฒนาการทางการเมืองการปกครอง พัฒนาการทางสังคมของ ชาติไทย นับจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ เข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์ จนผ่านเข้าสู่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรตั นโกสนิ ทรว์ า่ เป็นมาอย่างไร นน่ั คือจะตอ้ งมภี าพประวัติศาสตร์ของแตล่ ะสมยั อย่างชดั เจน รวมถึง ภาพวิถีชีวิตของผู้คนรวมอยู่ด้วย จากน้ันจึงค่อยมองหาว่าคนแต่ละสมัยได้ทิ้งอะไรเป็นร่องรอยของ ภูมิปัญญาและส่งต่อสิ่งใดไว้ให้เป็นวัฒนธรรมตกทอดมาจนถึงปัจจุบันบ้างและทาได้อย่างไร มีชิ้นงานใด หลงเหลืออยู่บ้าง ถกู ใชง้ านในอดีตและในปัจจบุ ันอยา่ งไร ในฐานะใด อยู่ในวดั ในวัง หรือในวิถชี าวบ้าน ๒.๑.๓ ครูจะต้องสามารถแยกแยะได้ว่าการเกิดขึ้นมาของช้ินงานต่างๆท่ีกล่าว มาแล้วนั้นเกิดจากการคิดเอง การรับมาใช้ การรับมาปรับเปล่ียนเป็นของตนเอง ฯลฯ ได้รับอิทธิพลท้ัง จากโลกตะวันออกและโลกตะวนั ตกมากน้อย แค่ไหน เพราะเหตุใด ท้ังน้ีเพราะอย่าลืมวา่ ชาติของเราอยู่ ท่ามกลางกระแสของการผ่านไปผ่านมาของชาติอ่ืนๆ มาแต่โบราณกาลแล้วต้องสามารถมองลึกลงไปได้ ว่า ส่ิงใด ตรงไหนของช้ินงานเปน็ การรับมา –จากใคร สิ่งใดตรงไหนเป็นการคิดเอง –ทาได้อย่าไง ส่ิงใด ตรงไหนเป็นการรับมาปรับเปล่ียน –จากใคร -ทาได้อย่างไร และท้ังหมดน้ี ทาข้ึนเพื่อจุดประสงค์ใด ทาหน้าที่อย่างไร ดังน้ันจึงเป็นความจาเป็นอย่างย่ิง ท่ีครูจะต้องอ่านเพ่ิมให้ลกึ ลงไปในสาขาวิชาเฉพาะท่ี เกี่ยวข้อง เช่น โบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลป์ ประวัติศาสตร์ศาสนา วรรณกรรม การแพทย์ การนวด อาหารและวิทยาศาสตร์การอาหาร การแต่งกาย ดนตรี นาฏศิลป์ พุทธศิลป์ ศิลปไทย งานช่างไทย งาน ชา่ งสบิ หมู่ เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิดเช่ือมโยง ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และทสี่ าคัญคอื เพื่อให้ เกดิ ฐานข้อมูลของตนเองทีก่ ว้างขวางมากขน้ึ รอบดา้ นมากข้นึ ทจ่ี ะช่วยทาให้มองเห็นมิติสาคัญของเรื่อง ที่กาลังจะสอนและเรื่องที่เก่ียวข้องมากขึ้น เป็นการอ่านเพ่ือให้เข้าใจเพิ่มข้ึน เพ่ืออธิบายและสรุปให้ เด็กๆได้ แตม่ ากกวา่ นัน้ ก็ คืออาจจะทาใหก้ ลายเปน็ ผูเ้ ช่ยี วชาญในด้านนน้ั ก็ได้ ในกรณีทพ่ี บขอ้ มลู ความรู้ ท่ีค้นพบขดั แย้งกัน กค็ วร หันกลับไปใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ ประเมินความน่าเชื่อถือและหาข้อสรุป บนการใช้ขอ้ มูลชุดหน่ึง หลักฐาชุดหนึ่ง ณ ชว่ งเวลาหนึ่ง ๒.๑.๔ ครูควรเข้าใจว่าภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไม่ใช่เร่ืองยากพิศดารเกิน ความสามารถของตนเองและเด็กท่ีจะเข้าใจและเรียนรู้ หากแต่จะเรียนอย่างไรจึงจะทาให้เกิดความ ประทับใจ ภูมิใจในสติปัญญาของคนไทย และสามารถนาไปดัดแปลงต่อยอดหรือพัฒนาต่อจนสามารถ นาไปสู่การยึดเป็นอาชีพได้ในอนาคต ซึ่งหากจะให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ควรจะเข้าใจว่า ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมไทยแต่ละด้าน มจี ดุ เนน้ หลักในการเรียนรู้ตรงไหน อยา่ งไร เหมอื นหรอื แตกต่างกนั หรือไม่ อยา่ งไร แแนนววกกาารรจจัดัดกกาารรเเรรยี ยี นนรรปู้ ูป้ รระะววัตัตศิ ศิ าาสสตตรรเ์ ์เพพ่ืออื่ สสรรา้ า้ งงสสาำนนึกกึ คคววาามมเเปปน็ ็นไไททยย::ภูมภมูปิ ิปัญญั ญญาแาลและวะฒัวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๗๐ ๒.๒ วธิ ีการ-เทคนิคการสอน เนือ่งจากเรือ่งภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย เป็นเร่ืองท่ีกว้างขวาง ครอบคลุมมิติ ของชีวิตซึ่งได้มีการอธิบายไว้ข้างต้นแล้ว แต่ละเรื่องก็ดูเหมือนแตกต่างกันคนละข้ัว บางเร่ืองดูสัมผัสได้ ง่าย บางเรื่องดูเหมือนเข้าไม่ถึง บางเร่ืองดูเหมือนไม่เคยรู้มาก่อน บ้างเร่ืองรู้มาตลอดแต่ไม่เคยให้ ความสาคญั ดังน้นั สภาพการสอนจงึ ไปไม่ถึงความเกง่ ความสามารถ การใช้ปัญญาอันล่มุ ลึกของคนไทย ในอดีตและคนไทยในปัจจุบันด้วย ซ่ึงสิ่งน้ีเป็นหัวใจสาคัญของการสอนเร่ืองน้ี อันจะนาไปสู่ ความภาคภูมใิ จในคนไทย ชาติไทยได้ ท้ังนี้เพราะ อาจมจี ดุ ออ่ นของการสอนอยบู่ ้าง โดยเฉพาะการสอน เพียงแต่ว่าให้รู้ว่ามีอะไรแล้วก็จบกันไป โดยมิได้บอกให้ลึกลงไปจนถึงหัวใจของการสอน ดังนั้นการจะ สอนสงิ่ เหล่านี้ควรจะเริ่มตน้ อยา่ งไร น่นั คอื ครูและนักเรียนควรเริ่มต้นคาถามท่ีเป็นชุดคาถาม เรื่องท่ีแสดงให้เห็น กระบวนการเรียนรู้ท่ีต่อเนื่อง เป็นเหตุเป็นผลต่อกัน จนได้คาตอบที่พอใจ ไปถึงหัวใจสาคัญหรือ เปา้ หมายสุดท้ายเกย่ี วกบั การสอนเรอื่ งนี้ ๒.๒.๑ ทาไม ต้องเริ่มคาถามว่า ทาไม นั่นคือ ทาไมถึงต้องสร้างอาคารบ้านเรือน สร้างเขื่อน เก็บน้า ทาไมต้องสร้างพระพุทธรูป ต้องเขียนวรรณกรรมศาสนา ต้องมีการตกแต่ง ทาไมต้องมีอาหาร ทาไมต้องมียา ทายารักษาโรค ฯลฯ น่ันคือต้องตอบคาถามให้ได้ว่า ทาไมต้องทาขึ้นมา จะสนองความ ต้องการอะไร เพือ่ อะไร ๒.๒.๒ จะทาอะไร เมื่อรู้แล้วว่าจะทาไปทาไม คาถามท่ีตามมาคือ จะทาอะไร ทาเป็นบ้าน เป็นวัด เป็นวัง ทาเป็นอาคาร ทาเป็นอาหารที่กินรสอร่อย รสชาติดี ต้องเขียนวรรณกรรมให้คนอ่าน ต้องสร้าง เป็นพระให้คนกราบไหว้บูชา นั่นคือจะเริ่มเลือกสรรรูปแบบของสิ่งที่จะสร้างขึ้น หรือกาหนด ลักษณะเฉพาะใหช้ ัดเจนขน้ึ ๒.๒.๓ จะทาไดอ้ ยา่ งไร มีเครื่องมือเคร่ืองไม้ มีเทคโนโลยีใดบ้าง มีคนท่ีจะมาร่วมกันหรือไม่ ถ้าไม่มีจะเอา มาจากไหน จะเอารปู แบบท่ตี อ้ งการมาจากไหน จะเอามาทาท้ังหมด จะคดิ เอง หรอื จะเอาบางส่วน หรอื จะมีส่วนประกอบอย่างไร แต่ละส่วนมีหน้าที่หรือทาหน้าท่ีอย่างไร เพ่ือให้ได้ภาพท่ีชัดเจนว่าจะทาได้ อย่างไร ๒.๒.๔ มอี ะไรมากพอทจี่ ะทาให้สาเร็จได้บ้าง คือ จะต้องหันไปพิจารณาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติว่ามีวัสดุอะไรบ้างที่จะ นามาทาได้ เช่น มีศิลาแลงไหม หรือใช้เป็นดินเผาได้ไหม ทายาหรือทาอาหารมีวัตถุดิบหรือไม่ จะแต่ง กายเช่นน้ี จะเอาผ้ามาจากไหน ทาเองได้หรือไม่ คุณสมบัติเฉพาะของวัสดุท่ีจะนามาทาเป็นอย่างไร เหมาะสมหรือไม่ ถ้านามาใช้รวมกับสิ่งอ่ืนจะเป็นอย่างไร จะใช้สิ่งใดแทนได้บ้าง หรือต้องเปล่ียนเป็นสิ่ง แนแวนกวากราจรัดจกัดากราเรรเยี รนียรนปู้ รรูป้ ะรวะัตวศิัตาศิ สาตสรตเ์ รพ์เพ่อื สอ่ื รส้ารง้าสงาสนำึกนคึกวคาวมาเมปเน็ปไน็ ทไยทย: :ภูมภิปูมญัปิ ัญญญาแาลแะลวะัฒวฒั นธนรธรรมรไมทไยทย

๒๗๑ ใด มีทุนทรัพย์ หรือทุนทางสังคม เช่นคนที่มีความสามรถมากพอหรือไม่ ภูมิอากาศ สภาพพ้ืนท่ี ความ แนน่ หรือความลาดเอยี งของพน้ื ทเี่ ป็นอยา่ งไร ๒.๒.๕ เริม่ ทา ตอ้ งทาซา้ แลว้ ซา้ อกี คอื ทดลองทา เพ่ือใหไ้ ด้ผลผลิตท่ดี ีทีส่ ดุ พอใจมากทีส่ ดุ เป็น การลองผิดลองถูกหรือหาวิธีการใหม่เพื่อตอบโจทย์ท่ีตั้งไว้ให้ได้ ซ่ึงหากไม่พอใจ ก็อาจต้องดัดแปลง แก้ไขไปเร่ือยๆ ทาใหม้ องเหน็ พฒั นาการของเรื่องต่างๆได้ บอกได้ว่าสงิ่ ไหนทากอ่ น ส่งิ ไหนทาหลงั ดังน้นั เราจงึ สามารถแยกผลผลิตของภูมิปัญญา เป็นยุคเปน็ สมัยได้ เพราะในชว่ งชวี ิตของคนชุดหนง่ึ อาจพอใจ แบบหนงึ่ คนอกี ชุดหน่งึ ทีต่ ามมาภายหลังไมพ่ อใจ จึงดัดแปลงใหม่ จงึ คดิ ขึ้นใหม่ จะเห็นได้ว่าชุดคาถามท้ัง 5 ข้อนี้ รวมอยู่ในการสอนของครูอยู่แล้ว แต่ในการค้นหาข้อมูล ยังลงไปไม่ลึก ครูอาจจะต้ังคาถามกลบั กันก็ได้ ไม่จาเป็นต้องเรียงลาดบั เช่นนี้ และท่ีสาคัญคือ ไม่ได้ตอก ย้าว่า สิ่งที่หลงเหลืออยู่เป็นส่ิงที่เกิดขึ้นได้เพราะปัญญาอันลุ่มลึกของคนไทยรุ่นก่อน ซึ่งคนไทยรุ่นใหม่ก็ สามารถใช้ปัญญาสร้างช้ินงานข้ึนมาใหม่ได้ เช่น คิดค้นเร่ืองรถอีแต๋น คิดส่วนผสมของน้ามันสาหรับ รถยนต์ คิดสูตรอาหารใหม่ๆ สร้างสรรค์ศิลปะรูปแบบใหม่ นาตารับยาโบราณมาแยกแยะ และนา กลบั มาใชใ้ หม่ ฉะน้ันการเรียนรู้เรื่องภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่เร่ืองยาก เพียงแต่ต้องหาความเป็ฯเอกลักษณ์ (Identity) ของเราให้พบ จะต้องเข้าใจว่า กว่าจะกลายเป็น เอกลกั ษณ์ของไทย ทุกอยา่ งไดผ้ า่ นกระบวนการแห่งการใช้ปญั ญาของบรรพบุรษุ ของคนมาแล้วท้ังสนิ้ ๓. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ ๓.๑ พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเร่ืองราวท่ีต้องเรียนรู้ทุกแห่ง ท้ังของภาครัฐ และ ภาคเอกชน ทง้ั ในกรุงเทพ และในจังหวดั รวมทั้งพพิ ธิ ภณั ฑ์พ้ืนบา้ นทุกแห่ง ๓.๒ ศนู ย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ศูนยว์ ฒั นธรรมจังหวัด ศูนยว์ ฒั นธรรมอาเภอ ทกุ แห่ง หรือศนู ยท์ อี่ ยใู่ นโรงเรียน ๓.๓ ศนู ยก์ ารเรียนรูเ้ กย่ี วกบั เร่อื งต่างๆ ทเี่ ก่ยี วข้องทุกศนู ย์ ๓.๔ เอกสาร หนังสือ วิดิทัศน์ เทปเพลงจากหน่วยงานหลัก เช่น สานักงาน เอกลักษณ์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ธนาคารท่ีมีบทบาทในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม สานัก วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน ๓.๕ ปัญญาชนชาวบา้ น ผู้รู้ในชุมชน ในทอ้ งถน่ิ โบราณวัตถุ โบราณสถาน ที่กระจัด กระจายอยูใ่ นพืน้ ท่ี หรือ แหลง่ วัฒนธรรมอืน่ ๆ เช่น แหลง่ ขุดค้นทางโบราณคดี ๓.๖ อุทยานประวัติศาสตร์ท่กี ระจัดกระจายอย่ทู ัว่ ประเทศไทย แแนนววกกาารรจจดั ดั กกาารรเเรรียียนนรรปู้ ู้ปรระะววตั ตั ศิ ศิ าาสสตตรร์เ์เพพ่อื ่อื สสรร้าา้ งงสสาำนนึกึกคคววาามมเเปปน็ ็นไไททยย::ภูมภูมปิ ปิัญัญญญาแาลและวะัฒวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๗๒ ตัวอย่างแผน ร่างแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๔ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๒ สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์ รหัสวชิ า ........................ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ………เรอื่ ง ประเพณีสงกรานต์ จานวน ๒ ชั่วโมง หนว่ ยยอ่ ยที่ ........ เรอื่ ง ประเพณกี ารเลน่ สงกรานต์ จานวน ๒ ช่ัวโมง ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด มาตรฐานการเรยี นรู้ ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาตไิ ทย วฒั นธรรม ภูมิปญั ญา มีความรัก ความภมู ิใจ และธารง ความเป็นไทย ตัวชี้วดั ยกตวั อย่างวัฒนธรรมประเพณี และภมู ปิ ัญญาไทยที่ภาคภูมใิ จและควรอนรุ กั ษ์ไว้ ๒. สาระสาคัญ ประเพณีสงกรานต์ เป็นประเพณีที่แสดงถึงความผูกพันของครอบครัวที่สืบทอดกันมาแต่ โบราณด้วยภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ประกอบด้วย ประเพณีทางศาสนา ประเพณีแสดงความกตัญญตู อ่ ผู้อาวุโส รวมทั้งมีการละเล่นตามประเพณีไทยเพ่ือการพักผ่อน ซ่ึงรัฐบาลตระหนักในความสาคัญและ การรกั ษาวฒั นธรรมประเพณนี ใี้ ห้คงอยู่ต่อไป จงึ สนับสนุนโดยกาหนดใหเ้ ปน็ วันหยดุ ราชการ ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๓.๑ บอกความเป็นมา ความสาคัญของประเพณสี งกรานต์ ๓.๒ ระบุการปฏบิ ตั ติ ามประเพณีต่าง ๆ ของวนั สงกรานต์ไดอ้ ย่างถูกต้องตามลาดับกอ่ นหลัง ๓.๓ ตระหนกั ในความสาคญั และเห็นคณุ คา่ ของประเพณสี งกรานต์ ปฏิบตั ิอยา่ งภมู ิใจและ พยายามสืบทอดวฒั นธรรมประเพณีไว้ รวมท้ังรว่ มมือกันอนุรกั ษ์ให้อยูใ่ นแนวทางอันดีงามของไทยต่อไป ๔. สาระการเรียนรู้ วันสงกรานต์เป็นประเพณีท่ีสาคัญที่แสดงถึงภูมิปัญญาไทยอันลึกซึ้งที่ควรรักษาไว้ด้วยการ ปฏิบัติอยา่ งถกู ต้องเหมาะสมในด้าน - ความเปน็ มา ความสาคัญของประเพณีสงกรานต์ - ประเพณีทางศาสนาในวันสงกรานต์ - ประเพณีการแสดงความกตัญญูตอ่ ญาตผิ ู้ใหญ่ ผู้อาวุโส - การละเลน่ ตามประเพณีไทย ในเทศกาลสงกรานต์ - การทอ่ งเทีย่ วระหวา่ งเทศกาลสงกรานต์ - พฤติกรรมทไ่ี ม่ควรปฏิบตั ิเพื่อใหส้ ามารถรกั ษาวฒั นธรรมประเพณีอนั ดีงามไว้ให้ได้ แนแวนกวากราจรัดจกดั ากราเรรเียรนียรนปู้ ร้ปูระรวะัตวศิตั าศิ สาตสรต์เรพ์เพ่ือส่ือรสา้ รง้าสงาสนำึกนคกึ วคาวมามเปเปน็ ไน็ ทไทยย::ภมูภมูิปปิัญัญญญาแาลแะลวะัฒวัฒนธนรธรรมรมไทไทยย

๒๗๓ ๕. ทกั ษะ/กระบวนการ - กระบวนการกลุ่ม - กระบวนการสรา้ งค่านิยม ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - รกั ความเปน็ ไทย - รักษาวัฒนธรรมประเพณไี ทยอนั ดีงาม (คา่ นยิ มหลักของคนไทย ๑๒ ประการ : ข้อ ๕ คสช.) ๗. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต ๘. หลกั ฐานการเรยี นรู้ ๘.๑ ชน้ิ งาน ใบงานเรอ่ื งอะไรทีไ่ ม่ควรปฏบิ ตั ิในการเลน่ สาดนา้ วนั สงกรานต์ ๘.๒ ภาระงาน - การจัดสถานการณ์จาลองวันสงกรานตแ์ ละเขา้ ร่วมกจิ กรรม - เล่าเรอื่ งจากภาพ ๙. การวัดและการประเมิน เป้าหมาย วิธวี ดั เคร่อื งมือวดั เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นความรู้ - บอกความเปน็ มา ความสาคญั ของประเพณสี งสงกรานต์ ความเขา้ ใจ - ระบุการปฏิบัติตามประเพณตี า่ งๆ ของวนั สงกรานตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกต้อง เหมาะสมตามลาดับ ซกั ถามความรู้ ความเขา้ ใจ คาถามสาหรับครู ดี – ดีมาก ได้ระดับ ๓ และตรวจสอบการตอบ ในขนั้ การจัด ปานกลาง พอใช้ ได้ระดับ ๒ คาถาม กจิ กรรมการ ควรปรับปรุง ได้ระดับ ๑ เรียนรู้ชว่ั โมงที่ ๒ ดา้ นทกั ษะ/ กระบวนการสรา้ งคา่ นยิ ม กระบวนการ ๑) สร้างการรบั รู้ : กระตุก กระตนุ้ สรา้ งความตระหนกั ในความสาคญั ๒) การตอบสนอง : ตระเตรียม ตริตรอง ตรวจสอบบทเรียน ๓) เหน็ คุณค่า : การมสี ่วนร่วมในการคดิ การปฏิบัติ ๔) การจดั ระบบค่านิยม ตรวจสอบ เปรยี บเทียบ สรา้ งความคิดรวบยอด ๕) การสรา้ งลกั ษณะนิสยั สว่ นบุคคล : ตลบคดิ ย้อนพนิ จิ เหน็ แนวปฏิบตั ติ ่อไป และปรบั ใช้อย่างเหมาะสม แแนนววกกาารรจจัดดั กกาารรเเรรยี ียนนรรปู้ ้ปู รระะววตั ัตศิ ศิ าาสสตตรร์เเ์พพอ่ื ่ือสสรร้า้างงสสาำนนึกึกคคววาามมเเปปน็ น็ ไไททยย::ภูมภูมิปปิญั ญั ญญาแาลและวะฒัวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๗๔ เปา้ หมาย วิธีวัด เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ ด้านคณุ ลักษณะ สังเกต แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั ปฏบิ ัติ อนั พงึ ประสงค์ -พฤติกรรมการรบั รู้ การรบั รู้ การอบสนอง บอ่ ย – บอ่ ยดี ได้ระดับ ๓ ดา้ นสมรรถนะที่ สาคัญของผู้เรยี น -การตอบสนอง การมีสว่ นร่วม พอสมควร ได้ระดับ ๒ -การมสี ่วนรว่ ม ปฏบิ ัติ การปฏบิ ัติ ความคิด น้อย ไม่ปฏบิ ัติ ได้ระดับ ๑ -ความคดิ รวบยอด รวบยอด และการ -การปรับแนวคดิ ปรับแนวคดิ รกั ความเป็นไทย รักษาวัฒนธรรมประเพณไี ทยอนั ดีงาม สงั เกตการปฏบิ ตั ิ แบบสงั เกต ระดับปฏิบตั ิ มพี ฤตกิ รรมทเ่ี ห็น พฤติกรรม เปน็ ผูน้ า เปน็ แบบอย่าง เหน็ ชัดเจนวา่ มีการปฏิบัติ การปฏบิ ัติ ได้ชดั เจน ตอ่ เนื่อง สมา่ เสมอ ตอ่ เน่อื ง สม่าเสมอ ไดร้ ะดบั ๓ ดว้ ยความยนิ ดแี ละ เห็นได้ชดั เจน ตอ่ เน่ือง เต็มใจ และการเป็น สม่าเสมอ ได้ระดบั ๒ ผ้นู า เป็นแบบอย่างใน เห็นได้ชัดเจน ได้ระดบั ๑ การปฏบิ ัติ ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ ความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ ประจาวัน การปรับตัวใหท้ ันตอ่ การเปลยี่ นแปลงของ สงั คมและสภาพแวดล้อม สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ระดบั ปฏิบตั ิ - การหาความ พฤติกรรม เป็นผนู้ า เป็นแบบอย่าง เห็น เชื่อมโยงระหว่าง การคดิ และการ ได้ชัดเจน ต่อเนื่อง สม่าเสมอ เปลี่ยนแปลง ปฏบิ ตั ิ ได้ระดับ ๓ - การแยกแยะความ เห็นได้ชัดเจน ตอ่ เน่ือง แตกต่าง สม่าเสมอ ได้ระดบั ๒ - การเปรียบเทียบ เหน็ ได้ชัดเจน ได้ระดับ ๑ เชื่อมโยงการเรยี นรู้ - การรแู้ ละเลอื กรบั การปรับเปลี่ยน วธิ ีการ ปฏิบตั ิ แนแวนกวากราจรดัจกัดากราเรรเยีรนียรนปู้ รปู้ระรวะตัวศิตั าศิ สาตสรต์เรพเ์ พ่ือสอ่ื รส้ารง้าสงาสนำึกนคกึ วคาวมามเปเปน็ ไ็นทไทยย::ภมูภูมปิ ิปัญัญญญาแาลแะลวะัฒวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๗๕ ๑๐ . กจิ กรรมการเรยี นรู้ (เทคนคิ การสอนโดยใชส้ ถานการณจ์ าลอง) ขั้นเตรียมกิจกรรม ครูและนักเรียนร่วมกันวางแผนแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ โดยใช้เวลาหลงั เลิกเรียนหรือเวลาท่ีหาได้ตามความเหมาะสม ซ่ึงไม่ใช่ชั่วโมงเรียน และต้องเป็นการวางแผนล่วงหน้า อย่างน้อย ๑ สัปดาห์ เพื่อจัดกิจกรรมสถานการณ์จาลองงานสงกรานต์ขึ้นในโรงเรียนที่สามารถจัดได้ ได้แก่ จัดเตรียมสถานที่สาหรับสรงน้าพระพุทธรูป การแสดงความกตัญญูต่อญาติผู้ใหญ่ ผู้อาวุโส คือ การรดน้าขอพรผู้ใหญ่ การเล่นสาดน้าสงกรานต์ การละเล่นหรือการแสดง เช่น การรากลองยาว หรือ การแสดงบนเวทีสั้นๆ หรือการประกวดหนูน้อยสงกรานต์ พร้อมทั้งเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่อ ง เสียง เทปเพลง เคร่ืองดนตรีต่าง ๆ และแจ้งให้นักเรียนเตรียมเส้ือผ้าสาหรับเล่นสาดน้าสงกรานต์ อปุ กรณก์ ารเล่นสงกรานต์ใหพ้ รอ้ มมาในวันท่ีจะจัดกจิ กรรมสถานการณ์จาลองงานสงกรานต์ ขั้นจดั กิจกรรมโดยใชส้ ถานการณจ์ าลอง (ช่ัวโมงที่ ๑) ๑. ครูให้นกั เรียนจดั ประเพณีงานสงกรานตแ์ ละเขา้ ร่วมกจิ กรรมตามประสบการณข์ อง นกั เรยี นตามที่ได้วางแผนไวแ้ ละกระตุ้นให้เลน่ ด้วยความสนุกสนาน ๒. ครูถ่ายภาพกิจกรรมสาคัญต่าง ๆ ที่นักเรียนดาเนินการ และกิจกรรมการเล่นหรือ การแสดงต่างๆ การเล่นสาดน้าให้ครบถ้วนทุกขั้นตอน เพ่ือนามาเป็นประเด็น ข้อวิพากษ์ในการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ในคร้ังต่อไป และให้นักเรียนร่วมกับเก็บสิ่งของอุปกรณ์ ทาความสะอาดให้เรียบร้อย หลังสิน้ สุดเวลาที่กาหนดไว้ สามารถเตรยี มตวั แตง่ กายเรียนช่ัวโมงตอ่ ไปได้ ขนั้ จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (ชว่ั โมงที่ ๒) ๑. ครูเชือ่ มโยงทบทวนการจัดสถานการณแ์ ละเข้าร่วมกิจกรรมจาลองงานสงกรานตท์ ่ี นักเรียนร่วมกันจัดขึ้นในชั่วโมงก่อน โดยสนทนากับนักเรียนว่าสนุกหรือไม่ ดีหรือไม่ เหน่ือยไหมท่ีต้อง เตรียมงาน จากนั้นซักถามนักเรียนว่ารู้ใช่ไหมว่ารัฐบาลให้ความสาคัญกับประเพณีนี้มาก จึงกาหนดให้ เป็นวันหยุดราชการยาวต่อเน่ือง ๓ วัน ตั้งแต่วันท่ี ๑๓ – ๑๕ เมษายน ของทุกปี คือ เป็นวันสงกรานต์ วนั ครอบครวั และวนั ผู้สงู อายุ มักเรียนรวู้ า่ ประเพณสี งกรานตม์ ีความเป็นมาอย่างไร และสาคัญอย่างไร ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่าประเพณีสงกรานต์ เป็นประเพณีของพวกอินเดียใต้ ต่อมาก็นามาเผยแพร่ที่ลังกา ลังกาจึงได้นาพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเข้ามาร่วมด้วย และถือเอา ปฏทิ นิ สุรยิ คติทีเ่ ข้าสู่เดือนเมษายนเป็นวนั สงกรานต์ เมอ่ื บรรพบุรุษไทยรับมาแลว้ จึงใหเ้ ป็นวนั ข้ึนปีใหม่ ของไทย ตามแบบเดมิ ๒. ครูสนทนากับนักเรียนว่าใครบ้างที่ได้ไปสรงน้าพระพุทธรูป รดน้าขอพรผู้ใหญ่ ใคร เล่น สาดน้าบ้าง โดยครูบันทึกคาตอบของนักเรียนว่า แต่ละกิจกรรมมีจานวนนักเรียนเข้าร่วมมากน้อย เพียงใด ซึ่งอาจแสดงให้เห็นว่า นักเรียน ละเลย การเข้าร่วมกิจกรรมบางอย่าง เช่น สรงน้าพระพุทธรูป หรือรดน้าขอพรผู้ใหญ่ เพราะอาจมุ่งไปเล่นสนุกสนาน แต่เพียงอย่างเดียวแล้วบันทึกจานวนไว้บน กระดาน แแนนววกกาารรจจดั ัดกกาารรเเรรยี ยี นนรรปู้ ูป้ รระะววตั ัตศิ ิศาาสสตตรรเ์ เ์พพื่อ่อื สสรรา้ า้ งงสสาำนนกึ ึกคคววาามมเเปปน็ น็ ไไททยย::ภูมภมูปิ ิปัญัญญญาแาลและวะฒัวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๗๖ ๓. ครูถามนักเรียนว่าใครเคยร่วมกิจกรรมใดบ้างในวันสงกรานต์ เพ่ือจะได้สรุปว่า ประเพณสี งกรานต์ ประกอบดว้ ย - ประเพณีทางศาสนา ได้แก่ ทาบุญตักบาตร ตอนเช้า การสรงน้าพระพุทธรูป และสรงน้าพระสงฆ์ การปล่อยนก ปล่อยปลา การบังสุกุลอัฐิธาตุของบรรพบุรุษตามความเชื่อของ ศาสนาพุทธ - ประเพณีการแสดงความกตญั ญตู อ่ ผูอ้ าวโุ สด้วยการรดนา้ ขอพรผใู้ หญ่ - การละเล่นตามประเพณีไทย ได้แก่ การสาดน้าสงกรานต์ การรากลองยาว การละเล่นพืน้ เมอื งต่าง ๆ เชน่ การเล่นสะบ้า การเล่นเพลง การเล่นเพลงพวงมาลยั การเลน่ มอญซ่อนผ้า เพื่อสร้างความสนิทสนมสามัคคี ซ่ึงในปัจจุบันนี้อาจเปล่ียนเป็นการประกวดเทพีสงกรานต์ การแสดง ดนตรตี ามสมัยนยิ ม - การท่องเที่ยวเพื่อเย่ียมเยียน ญาติพ่ีน้องต่างหมู่บ้านเพื่อเล่นสงกรานต์ หรือ การละเลน่ ต่าง ๆ ร่วมกันเพอ่ื ความสนกุ สนาน พักผอ่ นหยอ่ นใจ ในโอกาสสง่ ทา้ ยปีเกา่ ตอ้ นรับปีใหม่ ครูถามนักเรียนว่า เพื่อความเหมาะสมควรร่วมกิจกรรมหรือประเพณีใดก่อน แล้วสรุป ให้เขา้ ใจวา่ ควรร่วมประเพณีต่างๆ ตามลาดบั ที่กล่าวมาแล้ว ๔. ครูนาภาพถ่ายนักเรียนท่ีถ่ายไว้ระหว่างเล่นสงกรานต์และคลิปการเล่นสงกรานต์ โดยท่ัว ๆไป มาใช้อธิบายถึงความเหมาะสม เช่น การแต่งกายด้วยเส้ือผ้าท่ีบางเกินไปหรือไม่มิดชิด การละเล่นท่ีลวนลาม รุนแรง มึนเมา แล้วซักถามนักเรียนว่าเหมาะสม/ไม่เหมาะสม ใช่/ไม่ใช่ พร้อม อธิบายเพิ่มเติมชี้แนะ ส่ิงท่ีดีงาม สิ่งที่ควร ไม่ควร เพราะเหตุใดเพื่อให้นักเรียนสามารถเลือกรับและ ปฏบิ ัตไิ ด้อยา่ งถกู ตอ้ ง ขน้ั สรุปบทเรียน ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรุปว่าประเพณสี งกรานต์ เป็นภมู ปิ ญั ญาบรรพบรุ ุษท่ีลึกซง้ึ โดย ประเพณีทางศาสนา ทาให้คนยึดม่ันกับคาสอนและการปฏิบัติทางศาสนา เพื่อยึดเหนี่ยว จติ ใจและเกิดสิริมงคลตอ่ ชีวิตในโอกาสขน้ึ ปีใหม่ ประเพณีแสดงกตัญญูต่อผู้อาวุโส และบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว จะสร้างความผูกพัน ความเคารพต่อกัน การตอบแทนพระคุณของผู้มีพระคุณ แม้จะเสียชีวิตไปแล้ว ให้รู้จักเด็ก รู้จักผู้ใหญ่ ออ่ นนอ้ มต่อกนั มีความนับถือและเกรงใจต่อกันตามลาดับอาวโุ ส ส่วนการละเล่นตามประเพณีไทย คือ การสาดน้าสงกรานต์ก็จะช่วยบรรเทาความร้อนของ อากาศในเดือนเมษายนให้คนไทยเย็นกาย เย็นใจ ในวันปีใหม่ ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ ด้วย การละเลน่ และความบันเทิงตา่ ง ดังน้ัน จึงควรใช้โอกาสน้ีสร้างความสัมพันธ์ท่ีดีต่อกันไม่ล่วงละเมิดหรือเอาเปรียบด้วยการ ลวนลามต่อกันทั้งหญงิ และชาย ไม่ด่มื เครื่องด่มื มนึ เมา หรอื เลน่ การพนนั ซ่ึงอาจทาใหเ้ กิดการววิ าทกนั ได้ แนแวนกวากราจรัดจกดั ากราเรรเียรนียรนปู้ รูป้ระรวะตัวศิัตาิศสาตสรตเ์ รพเ์ พอ่ื สอื่ รสา้ รง้าสงาสนำกึนคกึ วคาวมามเปเปน็ ไ็นทไทยย::ภูมภมูิปิปญั ัญญญาแาลแะลวะฒัวัฒนธนรธรรมรมไทไทยย

๒๗๗ ขน้ั ประยกุ ตใ์ ช้ ๑. หลังจากสรปุ บทเรียนแล้วครูตง้ั คาถามใหน้ กั เรียนตอบรายบคุ คลหรอื รายกลุ่ม “นกั เรียนมีความร้สู กึ อย่างไรเมื่อไดม้ าร่วมงานวนั สงกรานต์” “ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นักเรียนคิดว่านอกจากกิจกรรมสรงน้าพระพุทธรูป การแสดง ความกตญั ญู โดยรดน้าขอพรจากผู้ใหญแ่ ลว้ ควรจะมีกจิ กรรมท่ดี ีๆอะไรเพมิ่ ข้นึ อกี บ้าง” “นกั เรยี นมีวธิ ีการรกั ษาวฒั นธรรมประเพณสี งกรานตใ์ ห้คงอยู่คู่ชาติไทยต่อไปได้อย่างไร?” ๒. จากน้ันแบ่งกลุม่ นกั เรยี นช่วยกันวาดภาพระบายสี “วันสงกรานต์ตามจินตนาการของนักเรยี น” แล้วส่งตัวแทนออกมาเลา่ เร่อื งจากภาพท่วี าด และครสู รปุ แนะแนวทางท่ีดีทกุ ครัง้ ทน่ี กั เรยี นเล่าจบ ๓. ครูให้นักเรียนทาใบงาน เรื่อง อะไรบ้างท่ีไม่ควรปฏิบัติในการเล่นสาดน้าวันสงกรานต์ ส่ง ในชั่วโมง ซึ่งในการจัดกิจกรรมแต่ละข้ันครูควรเสริมแรงเชิงบวก ตามความเหมาะสมเพื่อสร้างขวัญ และกาลงั ใจใหก้ บั ผู้เรยี น ๑๒. สอื่ /แหลง่ เรียนรู้ ๑๑.๑ ภาพกจิ กรรมวันสงกรานต์ของนักเรยี น ๑๑.๒ วีดทิ ศั น์หรอื คลิปการเล่นสงกรานต์โดยทว่ั ไปทีผ่ า่ นมาแลว้ ๑๑.๓ กล้องถ่ายรูป ๑๑.๔ เวบ็ ไซด์ https://www.google.co.th/search?q http://www.vcharkarn.com/varticle/๓๖๒๔๗#chapter๒ http://www.dmc.tv/pages/scoop.html ๑๒. บนั ทกึ หลงั สอน ๑๒.๑ ดา้ นความรู ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................ ........................................................................ ๑๒.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................................................. ....................................... ๑๒.๓ ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................ ....................................................................... ๑๒.๔ ดา้ นสมรรถนะท่ีสาคัญของผเู้ รียน ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ....................................... แแนนววกกาารรจจดั ัดกกาารรเเรรียียนนรรปู้ ู้ปรระะววัตัตศิ ิศาาสสตตรร์เ์เพพ่ือื่อสสรรา้ ้างงสสาำนนึกึกคคววาามมเเปปน็ น็ ไไททยย::ภูมภมูปิ ิปัญญั ญญาแาลและวะัฒวัฒนธนรธรรมรมไทไทยย

๒๗๘ ใบงานเรอ่ื ง อะไรทไี่ มค่ วรปฏบิ ตั ิ ในการเล่นสาดนา้ วนั สงกรานต์ ช่อื .............................................................................ชัน้ ....................................เลขท่ี................................ วชิ า ประวตั ศิ าสตร์ไทย คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นระบุวา่ มีอะไรบ้างท่ีไม่ควรปฏิบัตใิ นการเลน่ สาดน้าวันสงกรานต์ คนละ ๓ เรื่องอย่าง สน้ั ๆ ๑............................................................................................................................ ......... ๒..................................................................................................... ................................ ๓............................................................................................................................ ......... แนวการตอบ เชน่ ๑. ใส่เส้อื สายเดีย่ ว ๒. ด่มื สุรา ๓. เอาแป้งป้ายหน้าผหู้ ญิง แนแวนกวากราจรัดจกัดากราเรรเยีรนียรนปู้ รูป้ระรวะตัวศิตั าศิ สาตสรตเ์ รพ์เพ่ือสือ่ รส้ารง้าสงาสนำึกนคึกวคาวมามเปเปน็ ไ็นทไทยย::ภูมภมูปิ ปิัญัญญญาแาลแะลวะฒัวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๗๙ ตวั อย่างแผน ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ รา่ งแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๕ รหัสวชิ า ส ๒๒๑๐๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม จานวน ๘ คาบ จานวน ๔ คาบ รายวิชา ประวัติศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่....... เร่อื ง พัฒนาการของอาณาจกั รอยุธยา หน่วยย่อยที่ ........เรื่อง ความหลากทางสงั คมสมัยอยุธยา ๑. สาระประวัติศาสตร์ มาตรฐานการเรียนรู้ ส ๔.๓ เขา้ ใจความเป็นมาของชาตไิ ทย วัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญา มีความรกั ความภมู ิใจและธารง ความเป็นไทย ตวั ชวี้ ดั ม.๒/๓ ระบุภูมปิ ัญญาและวฒั นธรรมไทยสมัยอยุธยาและธนบรุ ี และอิทธิพลของภมู ปิ ัญญา ดังกล่าวต่อการพฒั นาชาติไทยในยุคตอ่ มา ๒. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด อยุธยาเป็นสังคมท่ีประกอบขึ้นจากผู้คนหลากหลายเช้ือชาติ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของ อยธุ ยาจงึ เกิดจากการรับวฒั นธรรมต่างชาติต่าง ๆ ทอ่ี ยรู่ ว่ มกัน นามาปรบั เปลีย่ นผสมผสานให้เหมาะสม และมีอทิ ธิพลต่อการพัฒนาชาติในยคุ ต่อมา ๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ๓.๑ สืบค้นและระบุภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาในด้านต่าง ๆ โดยใช้วิธีการทาง ประวตั ิศาสตร์ ๓.๒ ระบอุ ทิ ธิพลของภมู ปิ ญั ญาและวัฒนธรรมสมยั อยุธยาทมี่ ีผลต่อสงั คมไทยในสมัยต่อมา ๓.๓ เผยแพรค่ ุณคา่ ความสาคญั ของภมู ปิ ญั ญาและวัฒนธรรมอยธุ ยาทม่ี ีต่อสังคมไทยในปัจจุบนั ๔. สาระการเรยี นรู้ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยที่สาคัญในสมัยอยุธยาในด้านรูปแบบการปกครอง การทหาร ขนบธรรมเนยี มการปกครอง การควบคมุ กาลงั คน วทิ ยาศาสตร์ ศลิ ปกรรม อาหาร การแต่งกาย ฯลฯ ที่ มอี ิทธิตอ่ สงั คมไทยในสมัยต่อ ๆ มา ๕. ทักษะ/กระบวนการ ๕.๑ กระบวนการกลุม่ ๕.๒ กระบวนการสบื ค้นข้อมูลด้วยวิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ ๕.๒ กระบวนการคิดอยา่ งสร้างสรรค์ แแนนววกกาารรจจดั ัดกกาารรเเรรียยี นนรรปู้ ปู้ รระะววตั ตั ศิ ศิ าาสสตตรรเ์ เ์พพ่อื อื่ สสรร้าา้ งงสสาำนนึกกึ คคววาามมเเปปน็ น็ ไไททยย::ภูมภูมปิ ปิัญญั ญญาแาลและวะฒัวัฒนธนรธรรมรมไทไทยย

๒๘๐ ๖. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๖.๑ รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ ๖.๒ ใฝเ่ รยี นรู้ ๖.๓ มุง่ มน่ั ในการทางาน ๗. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น ๗.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๗.๒ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยเี พอื่ การสืบคน้ ๗.๓ ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ ๘. หลกั ฐานการเรยี นรู้ ๘.๑ ช้ินงาน - ใบกิจกรรมที่ ๑ เราอย่ดู ้วยกนั - ใบกิจกรรมที่ ๒ ภูมิปัญญาที่มีอิทธิพลในสมยั ต่อมา - โปสเตอรเ์ ผยแพรภ่ ูมปิ ัญญาและวฒั นธรรมอยธุ ยา - ใบกจิ กรรมท่ี ๓ แสดงบทบาทสมมตุ ิ เร่ือง จากทุกทิศ หยัง่ ลกึ เป็นรากไทย ๘.๒ ภาระงาน - การทาใบกจิ กรรมท่ี ๑-๓ ๙. การวดั และการประเมิน เปา้ หมาย วิธวี ัด เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ ด้านความรู้ ทดสอบ แบบทดสอบ เกณฑ์การผ่านรอ้ ยละ ๖๐ ด้านทกั ษะ/ ชิ้นงาน แบบประเมนิ เกณฑ์การผา่ น พอใช้ กระบวนการ ประเมนิ โดยสมาชกิ กลมุ่ ด้านคุณลกั ษณะ ประเมนิ ตนเอง แบบประเมิน เกณฑ์การผ่าน ดี อนั พงึ ประสงค์ คณุ ลกั ษณะ อนั พึงประสงค์ ด้านสมรรถนะท่ี สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต เกณฑ์การผา่ น ดี สาคัญของผ้เู รยี น พฤติกรรม ๑๐ . กิจกรรมการเรยี นรู้ ช่ัวโมงท่ี ๑ กิจกรรมข้นั นา ครูและนักเรียนช่วยกันทบทวนโดยวิธีการตั้งคาถามจากเนื้อหาท่ีเรียนผ่านมาแล้วและ อภิปราย สรุปร่วมกันว่า เหตุใดอาณาจักรอยุธยาจึงมีความเจริญและมีผู้คนหลากหลายเช้ือชาติเข้ามา แนแวนกวากราจรดัจกัดากราเรรเียรนยี รนปู้ รปู้ระรวะตัวศิัตาศิ สาตสรตเ์ รพเ์ พอื่ ส่ือรสา้ รง้าสงาสนำึกนคึกวคาวมามเปเปน็ ไ็นทไทยย::ภมูภูมิปปิญั ัญญญาแาลแะลวะฒัวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๘๑ ตั้งถิ่นฐานอยู่ในอาณาจักร จากน้ันครูและนักเรียนสรุปร่วมกันว่า เป็นเพราะสภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ และสนิ คา้ ทีอ่ ยุธยามเี ป็นที่ตอ้ งการของชาวตา่ งชาติ และทีส่ าคัญ คือ พระมหากษัตริยไ์ ทยทรงเปิดโอกาส ให้ชาวต่างเข้ามา และอยู่อาศัยในอาณาจักรได้ทาให้ “สังคมอยุธยาเป็นสังคมท่ีมีผู้คนหลากหลายเชื้อ ชาติอยรู่ ว่ มกนั กจิ กรรมข้นั สอน กิจกรรมท่ี ๑ เราอยู่ดว้ ยกนั ๑. ครูจัดเอกสารท่ีเก่ียวข้องกับสงั คมอยุธยา เชน่ หนงั สอื ประวตั ิศาสตรอ์ ยธุ ยา จดหมายเหตุที่ เก่ยี วกบั การเดนิ ทางของชาวต่างชาติเขา้ มาในอยธุ ยา หนังสอื แบบเรียน ฯลฯ ให้นักเรยี นสบื ค้นเรื่องราว ของชาวต่างชาติในสมัยอยุธยา โดยแบ่งกลุ่มนักเรียนประมาณกลุ่มละ ๔-๖ คนและให้ใช้วิธีการทาง ประวตั ิศาสตร์ รว่ มกันหาคาตอบวา่ มชี าวตา่ งชาติใดบ้าง และบนั ทึกลงในใบกจิ กรรมท่ี ๑ เราอยดู่ ว้ ยกนั ๒. นกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยใบกจิ กรรมท่ี ๑ เราอยดู่ ้วยกัน และช่วยกันสรปุ ว่าตา่ งชาตติ ัง้ ถน่ิ ฐาน อยู่ในอาณาจักรอยธุ ยาก่ีชาติ มากนอ้ ยเพยี งใด และมชี าติใดบ้าง โดยสืบค้นจากแหลง่ ขอ้ มลู ชาวใดบ้าง ๓. ครูเพ่ิมเติมเน้ือหาให้นักเรียนเข้าใจว่าผู้คนแต่ละชาติที่เข้ามาอยู่ในอยุธยาได้นาเอา วัฒนธรรมและภูมิปัญญาของตน ซ่ึงแสดงออกผ่านการดาเนินชีวิตของตนเข้ามาด้วย นอกจากนั้น พระเจ้าแผ่นดินอยุธยาทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกลที่ทรงอนุญาตให้คนเหล่าน้ันมาอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยา เป็นชุมชนของแต่ละชาติ เช่น หมู่บ้านโปรตุเกส หมู่บ้านญี่ปุ่น หมู่บ้านฮอลันดา ชุมชนชาวจีน ทาให้ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของชาติต่าง ๆ หลอมรวมเข้าสู่วิถีชวี ติ ของคนอยุธยา โดยคนไทยอาจรับมาใช้ หรือนามาปรบั เปลีย่ นดดั แปลงทาให้สอดคล้องกับวิถชี ีวิตไทย ๔. ครใู ห้นักเรยี นช่วยกันสบื ค้นเก่ยี วกับภูมปิ ัญญาและวฒั นธรรม ดงั นี้  ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของชาติท่ีคนไทยสมัยอยุธยารับมาหรือปรับเปลี่ยนนามาใช้ ให้เกิดประโยชน์ต่อบ้านเมืองและการดาเนินชีวิตของคนไทยสมัยอยุธยา มีสิงใดบ้าง ในประเด็นต่าง ๆ เช่น ศาสนา และความเช่ือ รูปแบบการปกครอง การทหาร การควบคุมกาลังคน วิทยาศาสตร์ ศิลปกรรม อาหาร การแต่งกาย ดนตรี ฯลฯ  ภมู ปิ ญั ญาและวัฒนธรรมเหลา่ น้ัน มสี ิง่ ใดบ้างท่ีมอี ทิ ธพิ ลหรือตกทอดมาถงึ สงั คมไทย สมยั ต่อมา ๕. ให้นักเรียนร่วมกันวางแผนแบ่งงาน สืบค้นด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์เช่นเดิม ถ้า ข้อมูลไม่เพียงพอให้สืบค้นนอกเวลา โดยแต่ละคนจดบันทึกข้อมูลสาคัญท่ีได้จากการสืบค้นเพื่อนามาใช้ ในช่ัวโมงต่อไป ทั้งครูต้องสรุปให้นักเรียนเข้าใจว่าสิ่งที่สืบค้นมาสาคัญต่อความเข้าใจของนักเรียนว่า สังคมอยุธยาเปน็ สังคมท่ีมคี วามหลากหลายจริงหรอื ไม่ มากน้อยเพยี งใด แแนนววกกาารรจจดั ดั กกาารรเเรรียยี นนรรปู้ ้ปู รระะววัตตั ศิ ศิ าาสสตตรร์เเ์พพอื่ อ่ื สสรรา้ ้างงสสาำนนกึ กึ คคววาามมเเปปน็ ็นไไททยย::ภมูภมูปิ ิปัญญั ญญาแาลและวะัฒวัฒนธนรธรรมรมไทไทยย

๒๘๒ ช่ัวโมงที่ ๒ กิจกรรมท่ี ๒ ภูมปิ ัญญาท่ีมีอทิ ธพิ ลในสมยั ต่อมา ๑. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนาข้อมูลที่ได้จากการชว่ ยกันสืบค้นในชั่วโมงท่ีผ่านมานาเสนอ ตามประเด็นต่าง ๆ ทไี่ ด้รบั มอบหมาย ๒. ครูและนักเรียนช่วยกันพิจารณาข้อมูลท่ีได้มาจากการสืบค้นว่าได้มาจากแหล่งใด น่าเชื่อถือหรือไม่ เพราะเหตุใด จากน้ันช่วยกันจัดกลุ่มข้อมูลให้เป็นชุดเดียวกันให้เป็นระบบ เช่นในด้าน รปู แบบการปกครองมภี ูมิปญั ญาใดบ้างและรับมาจากชาตใิ ด ๓. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทาแผนผังความคิดระบุภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท่ีมี ระบอุ ทิ ธิพลตอ่ การดาเนนิ ชวี ิตและการพัฒนาชาตไิ ทยในสมยั ต่อมา ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนาเสนอแผนผังความคิดภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่ รว่ มกนั ทาขนึ้ ๕. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอยุธยาท่ีสมาชิกกลุ่มชื่นชอบ และรูส้ ึกภูมิใจในความฉลาดหลกั แหลมของบรรพบรุ ุษทตี่ ้องการเผยแพร่มากท่สี ดุ ๑ ด้าน โดยให้เตรยี ม ขอ้ มูลรปู แบบ กระดาษ สี กาว กรรไกร สาหรบั จัดทาชน้ิ งานโปสเตอร์เผยแพร่ประชาสัมพันธใ์ นชั่วโมง ต่อไป ชัว่ โมงที่ ๓ กจิ กรรมที่ ๓ ร่วมภมู ิใจ ๑. ครูสมมุติสถานการณ์ว่าจังหวัดของเราจะจัดงานสืบสานอนุรักษ์ภูมิปัญญาและ วัฒนธรรมไทยโดยนักเรยี นเปน็ กลุ่มคนท่ีชื่นชอบภูมปิ ัญญา และวัฒนธรรมอยุธยา ๒. ครูนาตัวอย่างโปสเตอร์มาให้นักเรียนดูโดยติดไว้บนกระดาน เพ่ือให้นักเรียนเห็น ตวั อยา่ งการนาเสนอ / เผยแพร่เพื่อการประชาสมั พันธ์ ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันออกแบบและจัดทาโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ภูมิปัญญาและ วัฒนธรรมอยุธยาทส่ี มาชกิ กลุม่ ช่นื ชอบและเลือกไวใ้ นชัว่ โมงทแี่ ลว้ จนเสรจ็ พร้อมทจ่ี ะนาเสนอในช่วั โมง ๔. ครูชว่ ยใหค้ าชแ้ี นะในการใช้ข้อมูลและเพ่มิ เติมข้อมูลต่าง ๆ ใหแ้ ก่กลุม่ เพ่ือให้เกิดความ เข้าใจมากยิ่งขึ้นและชิ้นงาน มคี วามสมบรู ณ์ ถูกตอ้ ง ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนาภาพโปสเตอร์ เสนอหน้าชั้นเรียน โดยครูสรุปให้ นักเรียนเข้าใจอีกครั้งว่าภูมิปัญญา และวัฒนธรรมที่นกั เรียนนามาเสนอเป็นโปสเตอร์นั้น สะท้อนให้เห็น ถึงอิทธิพลที่มีต่อการดาเนินชีวิตและการพัฒนาชาติไทยอย่างไร และมีภูมิปัญญาใดบ้างที่ได้รับการสืบ สานมาจนถงึ ปัจจุบัน ครูนาโปสเตอรเ์ หล่าน้ี ติดปา้ ยนิเทศใหน้ ักเรยี นชนื่ ชม ๖. ครูและนักเรียนร่วมกันวางแผนจัดกิจกรรมแสดงบทบาทสมมุติ เรื่อง จากทุกทิศ หยั่ง ลึกเปน็ รากไทย ตามใบกิจกรรมท่ี ๓ ลว่ งหนา้ แนแวนกวากราจรดัจกัดากราเรรเยีรนียรนปู้ รูป้ระรวะัตวศิตั าศิ สาตสรต์เรพ์เพื่อส่ือรส้ารงา้ สงาสนำึกนคกึ วคาวมามเปเปน็ ไ็นทไทยย::ภมูภูมปิ ปิัญัญญญาแาลแะลวะฒัวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๘๓ ชวั่ โมงท่ี ๔ กจิ กรรมสรปุ กิจกรรมที่ ๔ จากทกุ ทศิ หย่ังลึกเปน็ รากไทย ๑. ครูตรวจสอบการจัดสถานท่ี อุปกรณ์ประกอบการแสดง รวมทั้งการจัดคิวการแสดง ของนักเรยี นให้พร้อมตามใบกิจกรรมที่ ๓ ๒. ให้นักเรียนแสดงบทบาทสมมุติ เร่ือง จากทุกทิศ หย่ังลึกเป็นรากไทย รวม ๔ ตอน และ ปิดท้ายการแสดงดว้ ยเพลง คืนความสุขส่คู นไทย ๓. ครใู หน้ กั เรียนแสดงความร้สู กึ ท่มี ีต่อการแสดงบทบาทสมมตุ ทิ ัง้ หมดวา่ ทาใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจ ในประเด็นความหลากหลายทางสังคมอยุธยาได้มากน้อยเพียงใด เพราะอะไร โดยใช้การถาม –ตอบและ ความหลากหลายทางสงั คมอยุธยา ใหผ้ ลดตี อ่ สงั คมไทยสมยั ตอ่ มาอยา่ งไร กิจกรรมท่ี ๒ ภูมปิ ัญญาท่ีมีอทิ ธิพลต่อมา ๑. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนาข้อมูลท่ีได้จากการช่วยกันสืบค้นในช่ัวโมง นาเสนอตาม ประเดน็ ตา่ ง ๆ ที่ได้รับมอบหมาย ๒. ครูและนักเรียนช่วยกันพิจารณาข้อมูลท่ีได้มาจากการสืบค้นว่าได้สามารถแหล่งใด น่าเชอ่ื ถอื หรอื ไม่ เพราะเหตุใด จากนนั้ ชว่ ยกนั จดั กลมุ่ ขอ้ มลู ใหเ้ ปน็ ชดุ เดียวกันใหเ้ ปน็ ระบบ ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทาแผนผังความคิดระบุภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่สาคัญ และระบุอิทธพิ ลของภมู ิปญั ญาและวัฒนธรรมนนั้ ทม่ี ผี ลต่อการพัฒนาชาติไทยในยุคต่อมา ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนาเสนอแผนผังความคิดภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่ ร่วมกนั ทาข้นึ ๕. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอยุธยาที่สมาชิกกลุ่มชื่นชอบ ร้สู กึ ภมู ิใจในความฉลาดหลักแหลมของบรรพบุรุษท่ตี ้องการเผยแพร่มากที่สุด ๑ ตน้ โดยให้เตรยี มข้อมูล รปู แบบ กระดาษ สี กาว กรรไกร สาหรบั จดั ทาชน้ิ งานโปสเตอร์ เผยแพรป่ ระชาสัมพันธ์ในชวั่ โมงต่อไป ชวั่ โมงที่ ๓ กจิ กรรมท่ี ๓ ร่วมภูมิใจ ๑. ครูสมมตุ ิสถานการณ์ว่าจงั หวดั ของเราจะจดั งานสืบสานอนุรักษภ์ ูมิปัญญา และวฒั นธรรม ไทยโดยนักเรยี นเป็นกลุ่มคนที่ช่ืนชอบภมู ิปัญญา วัฒนธรรมอยธุ ยา ๒. ครูนาตัวอย่างโปสเตอร์มาให้นักเรียนดูโดยติดไว้บนกระดาน เพื่อให้นักเรียนเห็น ตัวอยา่ งการนาเสนอ / เผยแพรเ่ พ่อื การประชาสัมพนั ธ์ ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันออกแบบและจัดทาโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ ภูมิปัญญาและ วฒั นธรรมอยธุ ยาที่สมาชกิ กลุ่มชน่ื ชอบและเลอื กไว้ในชวั่ โมงทแี่ ล้ว จนเสร็จพรอ้ มทีจ่ ะนาเสนอในชั่วโมง แแนนววกกาารรจจดั ัดกกาารรเเรรียยี นนรรปู้ ู้ปรระะววัตัตศิ ิศาาสสตตรร์เ์เพพือ่ อื่ สสรรา้ ้างงสสาำนนึกึกคคววาามมเเปปน็ ็นไไททยย::ภมูภมูิปปิัญัญญญาแาลและวะัฒวัฒนธนรธรรมรมไทไทยย

๒๘๔ ๔. ครูช่วยให้คาชีแ้ นะในการใช้ข้อมลู และเพิ่มเติมข้อมูลต่าง ๆ ให้แกก่ ลมุ่ เพื่อใหเ้ กิดความ เขา้ ใจมากย่ิงขน้ึ และชนิ้ งาน มคี วามสมบรู ณ์ ถูกตอ้ ง ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนาภาพโปสเตอร์ เสนอหน้าชั้นเรียน โดยครูสรุปให้ นักเรียนเข้าใจอีกคร้ังว่าภูมิปัญญา และวัฒนธรรมที่นักเรียนนามาเสนอเป็นโปสเตอร์น้ัน สะท้อนให้เห็น ถึงอิทธิพลที่มีต่อการดาเนินชีวิตและการพัฒนาชาติไทยอย่างไร และมีภูมิปัญญาใดบ้างที่ได้รับการสืบ สานมาจนถึงปจั จบุ นั ครนู าโปสเตอร์เหล่าน้ี ตดิ ป้ายนิเทศให้นักเรยี นช่ืนชม ๖. ครูและนักเรียนร่วมกันวางแผนจัดกิจกรรมแสดงบทบาทสมมุติ เรื่อง จากทุกทิศ หย่งั ลึกเปน็ รากไทย ตามใบกจิ กรรมที่ ๓ ล่วงหน้า ช่ัวโมงท่ี ๔ กิจกรรมสรุป กจิ กรรมท่ี ๔ จากทกุ ทิศ หย่ังลึกเปน็ รากไทย ๑. ครูตรวจสอบการจัดสถานท่ี อุปกรณ์ประกอบการแสดง รวมท้ังการจัดคิวการแสดง ของนักเรียนใหพ้ รอ้ มตามใบกิจกรรมท่ี ๓ ๒. ให้นักเรียนแสดงบทบาทสมมุติ เรื่อง จากทุกทิศ หยั่งลึกเป็นรากไทย รวม ๔ ตอน และ ปดิ ท้ายการแสดงด้วยเพลง คืนความสขุ สู่คนไทย ๓. ครูให้นักรเยนแสดงความรสู้ กึ ทีม่ ตี อ่ การแสดงบทบาทสมมตุ ทิ ง้ั หมดวา่ ทาไมเกิดความเข้าใจ ในประเด็นความหลากหลายทางสังคมอยุธยาได้มากน้อยเพียงใด เพราะอะไร โดยใช้การถาม – ตอบและ ความหลากหลายทางสังคมอยุธยา ให้ผลดีต่อสงั คมไทยสมยั ต่อมาอยา่ งไร ๑๑. ส่อื /แหล่งเรียนรู้ ๑๑.๑ หนงั สือเรยี นประวตั ิศาสตร์ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ ๑๑.๒ ขอ้ มลู เกี่ยวกับภมู ปิ ญั ญาและวัฒนธรรมสมยั อยธุ ยาจากอินเตอรเ์ น็ต ๑๑.๓ หนงั สอื จดหมายของชาวตา่ งชาตทิ เ่ี ดินทางเขา้ มาในอาณาจักรอยุธยา (มหี ลายเล่ม) ๑๑.๔ ใบกิจกรรมที่ ๑ เราอยู่ด้วยกนั ๑๑.๕ ใบกจิ กรรมท่ี ๒ ตน้ ไม้แหง่ ภูมปิ ัญญา ๑๑.๖ ใบกิจกรรมท่ี ๓ จากทุกทศิ หยง่ั ลึกเปน็ รากไทย ๑๑.๗ ตวั อย่างภาพโปสเตอรโ์ ฆษณาเก่ียวกับสนิ คา้ ภูมิปัญญาและอนื่ ๆ ๑๑.๘ เนือ้ เพลงรากไทยและคลิปวดี ที ัศนเ์ พลงรากไทย (คณุ พระชว่ ย) ๑๑.๙ เทปเพลงอยุธยาราลกึ (เพลงบรรเลง) ๑๑.๑๐ เทปเพลงต้นการาเคียว ๑๑.๑๑ เทปเพลงสบิ สองภาษา ๑๑.๑๒ วดี ิทศั น์ เพลงคืนความสุขสคู่ นไทย แนแวนกวากราจรดัจกดั ากราเรรเยีรนยี รนปู้ ร้ปูระรวะัตวศิตั าิศสาตสรต์เรพ์เพื่อส่อื รส้ารง้าสงาสนำึกนคึกวคาวมามเปเปน็ ไน็ ทไทยย::ภูมภูมปิ ปิญั ญั ญญาแาลแะลวะฒัวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๘๕ ๑๑.๑๓ ฉากประกอบการแสดงบทบาทสมมตุ ิ เปน็ เพาเวอร์พอยดภ์ าพตอ่ ไปน้ี - ฉากท่ี ๑ ภาพเกาะเมืองอยธุ ยา ที่วาดโดยาชาวตา่ งชาติ - ฉากที่ ๒ ภาพแม่นา้ เจ้าพระยามองผา่ นป้อมเพชร - ฉากท่ี ๓ ภาพพระราชวงั จันทเกษม อยธุ ยา - ฉากที่ ๔ ภาพหมูบ่ ้านไทยริมนา้ - ฉากที่ ๕ ภาพเจดียว์ ัดใหญช่ ัยมงคลหรือภาพวัดโดย............................... แหลง่ การเรียนรู้ - หอ้ งสมุดโรงเรียน - ขอ้ มูลทางอินเทอรเ์ น็ต เรอ่ื ง ภูมปิ ญั ญาและวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา ๑๒. บนั ทึกหลงั สอน ๑๒.๑ ดา้ นความรู้ ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................ ....................................................................... . ............................................................................................................................. ....................................... ๑๒.๒ ด้านทักษะ/กระบวนการ ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................. .................................................................................. ............................................................................................................................. ....................................... ๑๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ๑๒.๔ ด้านสมรรถนะที่สาคัญของผเู้ รียน ............................................................................................................................. ....................................... ................................................................................................................................................................... . ............................................................................................................................. ....................................... แแนนววกกาารรจจัดดั กกาารรเเรรยี ียนนรรปู้ ู้ปรระะววัตตั ศิ ิศาาสสตตรรเ์ ์เพพ่อื ือ่ สสรร้าา้ งงสสาำนนึกกึ คคววาามมเเปปน็ น็ ไไททยย::ภูมภูมปิ ิปัญัญญญาแาลและวะัฒวัฒนธนรธรรมรมไทไทยย

๒๘๖ กจิ กรรมท่ี ๑ เราอยู่ด้วยกนั ช่ือ................................................................................................ชัน้ ..............เลขท่.ี ............. ***************************************************** คาช้แี จง ใหน้ กั เรยี นเติมช่อื ชาวต่างชาตทิ ่ีเขา้ มาตดิ ต่อสัมพันธ์กบั อาณาจักรอยธุ ยาในช่องสเ่ี หลย่ี มตาม ขอ้ มูลท่ีสืบคน้ ได้ ชนชาติอืน่ ๆ ท่ีนอกเหนอื จากที่เขยี นข้างบนนี้ ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................ ........................................................................ ............................................................................................................................. ....................................... แนแวนกวากราจรดัจกัดากราเรรเยีรนียรนปู้ รปู้ระรวะัตวศิัตาศิ สาตสรตเ์ รพเ์ พ่อื สื่อรส้ารง้าสงาสนำึกนคึกวคาวมามเปเปน็ ไ็นทไทยย::ภมูภูมปิ ิปญั ัญญญาแาลแะลวะฒัวัฒนธนรธรรมรมไทไทยย

๒๘๗ เฉลยกจิ กรรมที่ ๑ เราอยู่ด้วยกนั ชอื่ ................................................................................................ชน้ั .......................เลขที่.............. ************************************************ คาช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นเตมิ ชื่อชาวตา่ งชาตทิ ี่เขา้ มาติดต่อสัมพันธ์กบั อาณาจักรอยธุ ยาในช่องส่เี หล่ียมตาม ขอ้ มลู ทส่ี ืบคน้ ได้ เขมร ลาว พมา่ มอญ มลายู จีน อินเดยี ญปี่ ุ่น โปรตุเกส ฮอลันดา สเปน กรีก ชาวต่างชาติอนื่ ๆ ทีน่ อกเหนือจากท่ีเขียนขา้ งบนน้ี คนล้านนา คนสุโขทยั ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................... ................................ ............................................................................................................................. ....................................... ........................................................................................... ......................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... แแนนววกกาารรจจัดดั กกาารรเเรรยี ียนนรรปู้ ปู้ รระะววัตตั ศิ ิศาาสสตตรร์เ์เพพ่อื ่ือสสรร้าา้ งงสสาำนนกึ ึกคคววาามมเเปปน็ ็นไไททยย::ภูมภมูปิ ปิัญัญญญาแาลและวะฒัวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๘๘ กจิ กรรมที่ ๒ ภูมิปัญญาทมี่ ีอทิ ธิพลในสมยั ต่อมา ชื่อ................................................................................................ช้นั ..............เลขท่ี. ............. ************************************************************************************* คาชี้แจง ให้นกั เรียนรว่ มกนั ทาแผนผงั ความคดิ สรปุ ประเด็น “ภมู ิปัญญาและวัฒนธรรมสมยั อยุธยาที่มี อทิ ธพิ ลต่อการดาเนินชีวติ และการพัฒนาชาติไทยในสมยั ต่อมา แนแวนกวากราจรัดจกัดากราเรรเียรนยี รนปู้ รปู้ระรวะัตวศิัตาศิ สาตสรตเ์ รพเ์ พื่อส่อื รสา้ รงา้ สงาสนำึกนคกึ วคาวมามเปเปน็ ไน็ ทไทยย::ภูมภูมิปิปญั ัญญญาแาลแะลวะฒัวัฒนธนรธรรมรมไทไทยย

๒๘๙ ใบกจิ กรรมท่ี ๓ จากทุกทศิ หยง่ั ลกึ เป็ นรากไทย คาชี้แจง ให้นักเรียนแสดงบทบาทสมมุติ เร่ือง จากทุกทิศ หยั่งลึกเป็นรากไทย ใช้เวลาไม่เกิน (๑๕-๒๐ นาท)ี ครอู าจเปลี่ยนจากบทบาทสมมุติในชั้นเรียนเป็นการแสดงบนเวทีของโรงเรียนในงานต่าง ๆ ไดต้ าม ความเหมาะสนม การเตรยี มการจัดการแสดงบทบาทสมมุติ ๑. วัสดอุ ุปกรณ์ ๑.๑ ป้ายบทบาท / อาชีพของชาวต่างชาติที่เข้ามาในสมัยอยุธยา เช่น พ่อค้าอาหรับ – เปอร์เชยี ทหารโปรตุเกส พอ่ คา้ ฮอลันดา พอ่ คา้ ญป่ี ุ่น พ่อคา้ จนี ขุนนางขน้ึ ขนุ นางเปอร์เซีย ขนุ นางไทย ชาวบา้ นไทย ชาวบา้ นมอญ ชาวบา้ นล้านนา ชาวบ้านสาว ชาวบา้ ยเขมร (ทง้ั ชายและหญิง) ๑.๒ ปากกาเคมี สี ไม่ สีโปสเตอร์ (ถา้ จาเป็น) ไมบ้ รรทัด ๑.๓ เรือสาเภาจีน เรือกาปั้นอาหรับ เรือพายของชาวบ้าน จาลองด้วยกระดาษ หรือ โครงไม้ไผป่ ระกอบดว้ ยกระดาษ ขนาดเลก็ ใหญ่ ตามความตอ้ งการ จานวนเทา่ กบั จานวนชาวต่างชาติท่ี เข้ามาในอาณาจักรอยธุ ยา ๑.๔ ผ้าพ้ืนสีห้าและสีขาว ความกว้างประมาณ ๐.๕๐ เมตร ความยาว ประมาณ ๒๕๐ เมตร สีละ ๒ ผืน เพอ่ื ให้แทนคลืน่ และน้า ๑.๕ กระดาษสสี องหน้า ๑.๖ เชือกเกลยี วสขี าว หรือกระดาษกาวสองหนา้ ฯลฯ ๒. วดี ิทศั น์/เทปเพลงและภาพพาวเวอร์พอยด์ (ดูรายละเอียดในเร่อื งสอ่ื และแหล่งเรยี นร้)ู ๓. หุ่นจาลองต้นไม้ขนาดใหญ่ที่แผก่ ิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาร่มเย็น ไม่ต้องมีราก สามารถเคล่ือนที่ได้ ความสูงจากพ้ืนไม่เกิน ๐.๖๐ เมตร ความสูงของลาต้นไม่ควรเกิน ๑.๕๐ เมตร และรากต้นไม้ท่ีทาจาก กระดาษ ยาวประมาณ ๐.๕๐ เมตร – ๐.๖๐ เมตร กว้างไม่เกินของลาตัวเด็ก เพื่อให้ท้ายลาตัวเด็กแต่ ละราก เขยี นชอื่ ชาวต่างชาติที่เข้ามาตง้ั ถ่นิ ฐานอยใู่ นอยธุ ยา ประมาณ ๖ – ๘ ราก ๔. อปุ กรณป์ ระกอบสาหรับตอนท่ี ๒ ท่ีแสดงการคา้ ขายในตลาด ๕. คัดเลือกนักเรียนเพื่อแสดงบทบาทสมมุติตามข้อ ๑ แ ละ ข้อ ๓ และแสดงการละเล่น ประกอบในตอนท่ี ๒ และตอนที่ ๓ ๖. จัดเตรียมบท และลาดับการแสดง รวมทั้งแบ่งหน้าท่ีของนักเรียนเป็นฝ่ายต่าง ๆ ตามความ เหมาะสม ครูจัดทาบทบรรยายประกอบให้นักเรียนบรรยายและช่วยกันกาหนดท่าทางหรือลักษณะการ แสดงบทบาทเอง แแนนววกกาารรจจดั ัดกกาารรเเรรียียนนรรปู้ ปู้ รระะววตั ัตศิ ิศาาสสตตรร์เ์เพพื่อ่ือสสรร้า้างงสสาำนนึกึกคคววาามมเเปปน็ น็ ไไททยย::ภมูภูมิปปิญั ัญญญาแาลและวะฒัวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๙๐ การแสดงบทบาทสมมุติ การแสดงบทบาทสมมุต เรอ่ื ง จากทกุ ทิศ หยัง่ ลกึ รากไทย วตั ถุประสงคเ์ พ่ือให้เกดิ ความเข้าใจ ต่อผู้เรียนและผูช้ มว่าสังคมอยุธยา นอกจากจะเปน็ คนอยธุ ยาแลว้ ยังประกอบด้วยคนต่างชาติ ต่างภาษา ทงั้ จากตะวนั ตกและตะวตั ออกมาอยรู่ วมกนั สบื เผา่ พนั ธุแ์ ละภมู ิปญั ญา วฒั นธรรมต่อมาเป็นวถิ ชี ีวติ แบบไทย การแสดงบทบาทสมมุติ ประกอบด้วย ๔ ตอน แต่ละตอนใช้เวลาประมาณ ๓-๖ นาที เริ่มต้น โดยครูนาเสนอพาวเวอร์พอยเป็นภาพแผนที่กรุงศรีอยุธยาท่ีเขียนโดยชาวต่างชาติ เป็นฉากหลังและ เขียนเร่ืองการแสดงชุดน้ีด้วย ตอนท่ี ๑ แสดงถึงการเดินทางเข้ามาของชาวต่างชาติที่เข้ามาในอยุธยาหลายบทบาทโดยเข้า มาด้วยเรือสาเภาจีน หรือเรือกาปั้นอาหรับ เข้ามาจอดที่หน้าป้อมเพชร ให้แสดงถึงความคับค่ังและ หนาแนน่ ของเรอื และผคู้ น  ฉายพาวเวอรพ์ อยต์ ภาพป้อมเพชรเป็นฉากหลงั  ใชเ้ พลงบรรเลงอยุธยาราลกึ ประกอบ ตอนท่ี ๒ แสดงถึงการอยู่ร่วมกันของชาวอยุธยาและชาวต่างชาติ ท่ีซ้ือขายแลกเปล่ียนสินค้าท่ี จาเป็นในการดาเนินชีวติ อยู่ที่ตลาดหน้ากาแพงพระราชวังจันทเกษม โดยให้มีเด็ก ๆ คนไทยเล่นอยู่ด้วย เชน่ เล่นตจ่ี ับ เลน่ มอญซ่อนผา้ เดนิ กะลา เล่นมา้ ก้านกล้วย  ใชเ้ พลงเต้นการาเคียว และใหม้ ีการแสดงประกอบเพลง ๓-๔ คู่  ฉายพาวเวอร์พอยต์ ภาพพระราชวงั จันทรเกษมเปน็ ฉากหลัง ตอนที่ ๓ แสดงถงึ การเกยี้ วพาราสี ระหว่างหญงิ ชายไทย กบั ชาวต่างชาติ แล้วจึงมีเด็กๆ ลกู คร่งึ ไทย-จีน ไทย-อาหรับ ไทย – โปรตุเกส ฯลฯ ออกมาวงิ่ เล่น  ฉายเวอรพ์ อยต์เปน็ ภาพหม่บู ้านไทยริมนา้  ใชเ้ พลงสิบสองภาษา ประกอบ ตอนท่ี ๔ แสดงให้เหน็ การสืบเผา่ พันธุ์และการอย่รู ว่ มกัน เกิดลกู ๆ ที่กลายเปน็ รากไมท้ เ่ี กดิ เป็นต้นไมใ้ หญ่ แผ่กิง่ กา้ นสาขาให้ความร่มเยน็ ตอ่ ผคู้ นที่เปน็ ตัวแทนของอาณาจักรอยุธยา  ฉายพาวเวอรพ์ อยตเ์ ป็นภาพเจดยี ์วดั ใหญ่ชัยมงคล  ใช้เพลงรากไทยประกอบทั้งคาร้องและดนตรี  ควรมภี าพบรรยายปิดการแสดงบทบาทสมมตุ ิ ปดิ การแสดงบทบาทสมมุติโดยใชว้ ีดิทัศน์ประกอบเพลง คนื ความสขุ สู่คนไทย โดยทุก คนรว่ มกันยนื ข้นึ รอ้ งเพลงร่วมกนั ปิดการแสดง แนแวนกวากราจรัดจกดั ากราเรรเยีรนียรนปู้ รู้ประรวะัตวศิตั าศิ สาตสรต์เรพ์เพือ่ ส่ือรสา้ รงา้ สงาสนำกึนคึกวคาวมามเปเปน็ ไน็ ทไทยย::ภมูภูมปิ ปิัญญั ญญาแาลแะลวะัฒวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๙๑ เพลงรากไทย ศิลปิน : จากรายการคณุ พระชว่ ย ลมจะแรงเพียงไหน ไมอ่ าจโค่นตน้ ไม้ลม้ ลงไป ถึงก่ิงก้านรดิ ลงยังคงยืนได้ รากทห่ี ย่งั ลงไวค้ อยประคองม่ันคง เมอื งไทยกเ็ หมือนต้นไมด้ ารง มั่นคงเนนิ่ เนาวเ์ พราะเรามรี าก รากแห่งวฒั นธรรมไทย เหลา่ ลกู หลานตอ้ งคอยสืบสานอย่างม่ันใจ ดแู ลตน้ ไทยให้มนั ยนื ยง คุณพระช่วยธารงรากเอย เพลงอยุธยาราลกึ มล.ขาบ กุลชร ณ อยธุ ยา อยธุ ยาเมืองเก่าของเราแต่กอ่ น จติ ใจอาวรณ์ มาเล่าส่กู นั ฟงั อยธุ ยา แตก่ ่อนนย้ี ัง เป็น ดัง เมอื งทอง ของพนี่ ้อง เผ่าพงศ์ไทย เด๋ียวน้ี ซทิ เี่ ป็นเมืองเก่า ชาวไทยแสนเศร้า ถูกขา้ ศึกรุกราน ชาวไทย ทกุ คนหวั ใจรา้ วราน ข้าศึกเผาผลาญ แหลกลาญ วอดวาย เราชนช้นั หลงั ฟังแล้วเศร้าใจ อนุสรณ์ เตือนให้ ชาวไทยคงมนั่ สมัครสมานร่วมใจกันสามัคคี คง จะไม่มใี ครกล้าราวชี าติไทย หมายเหตุ ให้ใช้เปน็ เพลงบรรเลง หากเปิดเนอ้ื ร้องใหเ้ ปิดเพลงเฉพาะท่อนที่ขดี เสน้ ใต้ไว้ หากตอ้ งการใหเ้ พลงมีความยาวมากขึน้ ใหว้ ธิ ีอดั เสียงร้องเฉพาะท่อนทต่ี ้องการซ้าหลาย ๆคร้งั แแนนววกกาารรจจัดดั กกาารรเเรรยี ยี นนรรปู้ ูป้ รระะววตั ตั ศิ ศิ าาสสตตรรเ์ ์เพพอื่ ่อื สสรร้า้างงสสาำนนกึ ึกคคววาามมเเปปน็ ็นไไททยย::ภมูภูมปิ ิปญั ัญญญาแาลและวะฒัวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๙๒ ตวั อย่างใบโฆษณา ตัวอย่างใบโฆษณา แนแวนกวากราจรัดจกดั ากราเรรเียรนียรนปู้ รู้ประรวะตัวศิัตาศิ สาตสรตเ์ รพเ์ พื่อสอื่ รส้ารงา้ สงาสนำึกนคึกวคาวมามเปเปน็ ไน็ ทไทยย::ภูมภมูปิ ปิญั ญั ญญาแาลแะลวะฒัวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย

๒๙๓ รูปภาพที่ ๑ เกาะเมอื งอยธุ ยา รูปภาพท่ี ๒ แม่นา้ เจ้าพระยาผ่านป้ อมเพชร แแนนววกกาารรจจดั ดั กกาารรเเรรยี ียนนรรปู้ ปู้ รระะววตั ัตศิ ิศาาสสตตรร์เ์เพพอ่ื อ่ื สสรร้าา้ งงสสาำนนึกึกคคววาามมเเปปน็ น็ ไไททยย::ภมูภูมปิ ปิัญญั ญญาแาลและวะฒัวฒั นธนรธรรมรมไทไทยย