Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 31_การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

31_การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

Published by bird.tent2626, 2020-04-21 03:22:32

Description: 31_การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

Search

Read the Text Version

ฎกี าที่ 6942/2551 บา นทเี่ จา พนักงานคนเปน บานจําเลยซึง่ ไมมีเลขท่ี ปลูกตดิ กับบานของบิดา ซึ่งเปนบานเลขที่ในหมายคน ยอมเขาใจวาเปนบานเลขท่ีเดียวกัน การตรวจคนของเจาพนักงานจึงชอบดวย กฎหมายแลว ฎกี าท่ี 1496/2543 เจา พนกั งานผจู บั กมุ ไดพ บตวั จาํ เลยขณะขบั รถโดยสารประจาํ ทาง จงึ ตดิ ตาม ไปทําการจับกุมและตรวจคนในทันทีทันใดท่ีจําเลยขับรถเขาไปจอดในอูรถโดยสารประจําทาง มิฉะน้ันจําเลย ยอมหลบหนีหรือเคลื่อนยายยาเสพติดใหโทษของกลางไปไดเปนกรณีท่ีเจาพนักงานผูจับกุมสามารถคนได โดยไมตองมหี มายคนตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 92(4) ฎีกาที่ 1455/2544 ตาม ป.ว.ิ อาญา มาตรา 97 และมาตรา 102 วรรคหนง่ึ การคน โดยมหี มายคน จะตองดําเนินการโดยเจาพนักงานตํารวจผูถูกระบุชื่อในหมายคนและทําการคนตอหนาเจาของหรือบุคคล ในครอบครัวของเจาของสถานที่ท่ีจะคนหรือมิฉะนั้นก็คนตอหนาบุคคลอ่ืนสองคนท่ีขอมาเปนพยานก็ได รอยตํารวจเอก พ. ผูถูกระบุช่ือในหมายคนเปนหัวหนาในการตรวจคนและทําการตรวจคนตอหนาจําเลย ซงึ่ เปน บตุ รของเจา ของบา น จงึ ถอื วา เปน บคุ คลในครอบครวั ตามทร่ี ะบใุ นมาตรา 102 วรรคหนง่ึ แมจ าํ เลยจะยงั ไม บรรลุนิติภาวะแตก็เปนผูเขาใจในสาระของการกระทําและมีความรูสึกผิดชอบเพียงพอที่จะใหความยินยอม โดยชอบแลว ดังนน้ั การคนจงึ ชอบดว ยกฎหมาย คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าที่ 3454/2543 โจทกบรรยายขอเท็จจริงไวในคําฟองขอ 1 ค. วาหลังจากจําเลยขับรถดวยความประมาทแลว ผูเสียหายซึ่งเปนเจาพนักงานจราจรและไดรับแจงเหตุใหสกัดจับจําเลยไดออกมายืนสกัดอยูกลางถนนและให สญั ญาณมือใหจาํ เลยหยุดรถเพอ่ื จับกมุ ดาํ เนินคดี อันเปนการปฏิบัตกิ ารตามหนา ที่ แตจ าํ เลยขบั รถพงุ เขา ชน ผเู สียหายโดยเจตนาฆา เพอ่ื ขัดขวางการจบั กุม ซึง่ เปน ความผิดฐานตอสขู ดั ขวางเจาพนกั งานในการปฏิบัตกิ าร ตามหนาท่ีตามประมวลฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง แตโจทกมิไดอางบทมาตราดังกลาว ซึ่งโจทก ถอื วา เปนความผดิ และขอใหล งโทษจําเลยมาใหคาํ ขอทายฟอง คงอา งเฉพาะมาตรา 289, 80 เห็นไดวาโจทก ประสงคใ หล งโทษจาํ เลยเฉพาะแตใ นความผดิ ฐานพยายามฆา เจา พนกั งาน ซง่ึ การกระทาํ ตามหนา ทมี่ ไิ ดป ระสงค จะใหลงโทษจําเลยในความผดิ ฐานตอ สูขัดขวางเจาพนักงานในการปฏิบตั ิการตามหนา ที่ดว ย จงึ ไมอาจลงโทษ จาํ เลยในความผดิ ฐานตอ สขู ดั ขวางเจา พนกั งานในการปฏบิ ตั กิ ารตามหนา ทตี่ ามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณา ความอาญามาตรา 192 วรรคสี่ กอ นทผ่ี เู สยี หายทง้ั สองจะไปยนื ขวางถนน ขณะจาํ เลยขบั รถยอ นกลบั มา ผเู สยี หายที่ 1 ไดอ อกไป ยืนขวางถนนดา นตรงขามเพื่อไมใ หจาํ เลยขบั รถหลบหนไี ปแลว ครั้งหน่งึ แตจาํ เลยกข็ บั รถหนผี เู สียหายที่ 1 ไป ไมไ ดพ งุ เขา ชน เม่ือจา สบิ ตํารวจ ว. ขับรถจักรยานยนตแซงไปจอดขวางถนน จาํ เลยกเ็ ลย้ี วรถกลับไมไ ดขับรถ ฝา ไป หลงั จากผา นผเู สยี หายทงั้ สองไปแลว จาํ เลยกย็ งั ขบั รถหลบหลกี เจา พนกั งานตาํ รวจอนื่ ซงึ่ ยนื สกดั ขดั ขวาง อยูอีกหลายคน ถึงขนาดขับรถขามเกาะกลางถนนเขาไปในชองเดินรถสวน แสดงวาจําเลยเพียงแตพยายาม ขับรถหนีไมใหถูกจับกุม หากจําเลยจะกระทําโดยวิธีขับรถพุงเขาชนผูท่ีขวางทางอยูก็คงจะไมเวนแมกระท่ัง 46 คมู ือการควบคมุ สายตรวจและการจดั สายตรวจ

เจาพนักงานตํารวจอ่ืนท่ีสกัดอยู สําหรับบาดแผลท่ีขอมือของผูเสียหายท้ังสองมีขนาดเล็กเพียง 1 คูณ 2 เซนติเมตร ไมระบลุ กั ษณะ และโจทกไมไ ดน ําสบื ใหเ หน็ วา เปน บาดแผลทเ่ี กิดจากของไมม ีคม จึงอาจเกดิ จาก การถกู กระจกรถจาํ เลยซงึ่ แตกเสยี หายบาดในขณะเขา ไปจบั จาํ เลยออกมาจากรถกเ็ ปน ได พยานหลกั ฐานโจทก ไมพอฟงลงโทษจาํ เลยในความผิดฐานพยายามฆาได คมู อื การควบคุมสายตรวจและการจดั สายตรวจ 47

ฎีกาตัดสนิ เกี่ยวกับปญ หาขอ กฎหมาย คําพิพากษาศาลฎกี าที่ 699/2502 นายวิรัช วลั ลภาชยั โจทก นายถาวร สปุ น ดี กบั พวก จําเลย ปอ. มาตรา 358, 359(3), 59 ป.ว.ิ อ. มาตรา 83 จาํ เลยเปน พนกั งานปา ไม บอกใหร ถยนตซ งึ่ บรรทกุ ไมผ ดิ กฎหมายหยดุ รถไมห ยดุ จาํ เลยจงึ ยงิ ยาง ท่ลี อ รถเพอ่ื ใหร ถหยุด จะไดจ บั คนและไมผดิ กฎหมายตามอํานาจโดยใชวธิ ีเทา ท่เี หมาะแกพ ฤตกิ ารณแหงเร่ือง ในการจบั ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา มาตรา 83 แลว การกระทาํ ของจําเลยไมผ ดิ เปน ฐาน ทําใหเ สียทรพั ย ------------------------------------- โจทกฟองวา จําเลยสมคบกนั ยิงยางรถยนตของโจทก 5 เสน ราคา 7,500 บาท ซึง่ ใชกบั รถยนต บรรทกุ เสียหาย ใชการไมไ ด ขอใหลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 359(3), 83 จาํ เลยปฏเิ สธ ศาลชน้ั ตนฟงวา จําเลยยิงยางรถยนตเพอ่ื ทาํ การจับกุมผูท ําผิดพระราชบญั ญัติปาไม เพราะเรียก ใหรถหยุดกไ็ มห ยุดใหตรวจตามหนาทข่ี องจาํ เลยท่มี อี ยู จาํ เลยจงึ ยิงยางรถโดยมไิ ดเ จตนาที่จะแกลงยิงใหโจทก เสยี หาย พิพากษายกฟอ ง โจทกอ ุทธรณ ศาลอทุ ธรณเ ห็นวา การทจี่ าํ เลยยิงยางลอหนา 2 ลอ ของโจทกอกี เปนการใชอ าํ นาจเกนิ สมควร แกพฤติการณ เพ่อื ปองกนั มใิ หผูก ระทําผดิ หลบหนี เพราะเพยี งแตย ิงยางหลังแตก 3 เสน กไ็ มม ที างไป นา เชือ่ วาจําเลยไดกระทําไปเพราะความโกรธท่ีรถยนตของโจทกไมยอมหยุดใหจับโดยดี กลับหักเขาทางลอจะชน จําเลยท่ี 1 เสียอกี จําเลยตองตดิ ตามมาดว ยความลาํ บากยากแคน จงึ แกลง ยงิ ยางลอ หนาเสยี อกี การกระทํา ของจาํ เลยตอนนเี้ ปน ความผดิ ฐานทาํ ใหเ สยี ทรพั ยต ามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ใหล งโทษปรบั จาํ เลย คนละ 200 บาท ไมชําระคา ปรับจัดการตาม มาตรา 29 จําเลยทงั้ สองฎีกา ศาลฎีกาเห็นวา การท่ีจําเลยซึ่งเปนพนักงานปาไม ยิงยางรถยนตโจทกก็เพ่ือไมใหหนีและ เพ่ือจับไมเถ่ือนของกลางน้ัน เปนวิธีการท่ีเหมาะแกพฤติการณตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 ยงั ไมมีความผิดทางอาญา พิพากษากลบั ศาลอุทธรณ โดยยืนตามศาลชนั้ ตน 48 คมู อื การควบคมุ สายตรวจและการจัดสายตรวจ

ฎีกาตัดสินเกยี่ วกับปญหาขอ กฎหมาย คําพิพากษาศาลฎกี าท่ี 2991/2536 พนกั งานอยั การ ประจําศาลจังหวดั หลม สัก โจทก พลตํารวจ นพดล มายรรยงค จาํ เลย ป.อ. มาตรา 59, 288 จาํ เลยอยบู นรถกระบะทกี่ าํ ลงั ขบั ไลต ดิ ตามรถจกั รยานยนตท ผ่ี เู สยี หายขบั ไปตามถนนซง่ึ เปน ทาง ลูกรังแคบและขรุขระ ใชอาวุธปนเล็กกล (เอ็ม.16) ยิงไปท่ีรถจักรยานยนตของผูเสียหายหลายนัด แมจําเลย มเี จตนายงิ ยางรถจกั รยานยนตเ พอ่ื ใหร ถจกั รยานยนตล ม แตจ าํ เลยยอ มเลง็ เหน็ ไดว า กระสนุ ปน อาจถกู ผเู สยี หายได การทจ่ี าํ เลยใชอ าวธุ ปน ดงั กลา วยงิ ไปในลกั ษณะเชน นนั้ จาํ เลยยอ มเลง็ เหน็ ผลไดว า กระสนุ ปน อาจถกู ผเู สยี หาย ที่บรเิ วณอวัยวะสําคญั ทาํ ใหผ เู สียหายทัง้ สองถึงแกค วามตายได จึงเปนการกระทําโดยเจตนาฆา ------------------------------------- โจทกฟองขอใหลงโทษจําเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 และคืนของกลาง ทง้ั หมดใหก รมตาํ รวจเจาของ จําเลยใหก ารปฏิเสธ ศาลชั้นตน พพิ ากษาวา จาํ เลยมีความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบดวย มาตรา 80 ใหจ ําคุก 12 ป ทางนาํ สบื ของจําเลยเปนประโยขนแ กก ารพจิ ารณา มเี หตุบรรเทาโทษ ลดโทษให 1 ใน 3 ตามมาตรา 78 คงจาํ คุก 8 ป คนื ของกลางท้ังหมดใหกรมตํารวจเจา ของ จาํ เลยอุทธรณ ศาลอทุ ธรณภ าค 2 พิพากษายนื จาํ เลยฎกี า ศาลฎกี าวนิ จิ ฉยั วา “พเิ คราะหแ ลว ขอ เทจ็ จรงิ เบอ้ื งตน ฟง ไดเ ปน ยตุ วิ า เมอื่ วนั ท่ี 15 มกราคม 2532 เวลาประมาณ 22 นาฬก า สบิ ตํารวจเอกทองมว น ตันยงค สบิ ตาํ รวจโทประดษิ ฐ เพาะบุญ สบิ ตาํ รวจตรีระยะ กลนิ่ บปุ ผา พลตาํ รวจแสลง แกว เบยี้ และจาํ เลย ซง่ึ เปน เจา พนกั งานตาํ รวจหนว ยปฏบิ ตั กิ ารพเิ ศษ กองกาํ กบั การ ตํารวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ ขับรถยนตกระบะติดตามรถจักรยานยนตของผูเสียหายที่ 2 ซึ่งผูเสียหายที่ 2 เปนคนขับ โดยมีผูเสียหายที่ 1 น่ังซอนทายเพราะสงสัยวาผูเสียหายท้ังสองมีส่ิงของผิดกฎหมาย แลวจําเลย ใชอ าวุธปน เลก็ กล (เอ็ม.16) ยงิ ไปท่ีรถจักรยานยนตน น้ั หลายนัด กระสุนปนถูกผูเสียหายที่ 1 ท่หี ลงั ระดบั เอว ขางซาย ท่ีเทาขวานิ้วหัวแมเทาขาด กระดูกฝาเทาหัก ผิวหนังและเนื้อบริเวณขอเทาหลุด และท่ีเทาซาย ผวิ หนงั และเนอ้ื บรเิ วณขอ เทา หลดุ เปน แผลใหญ กระดกู เทา บางสว นหลดุ หาย กบั ถกู ผเู สยี หายท่ี 2 ทสี่ น เทา ขวา เปนแผลลึกถึงกระดูก เปนเหตุใหผูเสียหายทั้งสองไดรับอันตรายสาหัส คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามฎีกา ของจําเลยเปนขอแรกวา จําเลยมีเจตนาฆาผูเสียหายทั้งสองหรือไม ในปญหาน้ีไดความจากคําเบิกความของ สิบตํารวจตรีระยะ กลิ่นบุปผา และพลตํารวจแสลง แกวเบี้ย พยานโจทกวาขณะที่จําเลยใชอาวุธเล็กกล (เอ็ม.16) ยิงไปที่รถจักรยานยนตของผูเสียหายท่ี 2 นั้นทางขรุขระ ขวดน้ํา ขวดกาแฟ และแกวที่เก็บไวใน รถยนตก ระบะรว งหลน ซง่ึ จาํ เลยเองกเ็ บกิ ความรบั วา ขณะทจี่ าํ เลยใชอ าวธุ ปน ยงิ ไปเชน นน้ั ถนนทร่ี ถยนตก ระบะ แลนไปเปนทางลูกรังแคบขรขุ ระ การทจ่ี ําเลยซ่งึ อยูบนรถยนตกระบะท่ีกาํ ลงั ขบั ไลต ิดตามรถจกั รยานยนตท ี่มี คมู ือการควบคมุ สายตรวจและการจดั สายตรวจ 49

ผเู สยี หายที่ 2 เปน ผขู บั และผเู สยี หายที่ 1 นงั่ ซอ นทา ยไปตามถนนซง่ึ เปน ทางลกู รงั แคบและขรขุ ระใชอ าวธุ ปน เลก็ กล (เอ็ม.16) ยิงไปท่ีรถจักรยานยนตของผูเสียหายทั้งสองหลายนัดนั้น แมจําเลยเจตนายิงยางรถจักรยานยนต เพ่ือใหรถจกั รยานยนตลม แตจาํ เลยกย็ อ มเล็งเห็นไดวา กระสนุ ปน ทีจ่ ําเลยยิงไปนั้นอาจถกู ผูเ สียหายท้งั สองได อาวธุ ปน เล็กกล (เอม็ .16) เปนอาวธุ รายแรง การที่จําเลยใชอ าวธุ ปน เลก็ กล (เอม็ .16) ยิงไปในลักษณะเชนนัน้ จําเลยจึงยอมเล็งเห็นผลไดวากระสุนปนท่ีจําเลยยิงไปอาจถูกผูเสียหายท้ังสองท่ีบริเวณอวัยวะสําคัญ ทําให ผเู สยี หายทง้ั สองถงึ แกค วามตายได จงึ เปน การกระทาํ โดยเจตนาฆา ผเู สยี หายทงั้ สอง ฎกี าของจาํ เลยขอ นฟ้ี ง ไมข น้ึ ” พพิ ากษายนื 50 คมู ือการควบคุมสายตรวจและการจดั สายตรวจ

ภาคผนวก คมู อื การควบคมุ สายตรวจและการจัดสายตรวจ 51

ลกั ษณะที่ 25 เวรยาม สายตรวจ กองรกั ษาการณ บทที่ 12 หนา ทีค่ วามรบั ผดิ ชอบของสายตรวจ ขอ 1 หนาทแ่ี ละความรับผิดชอบของหัวหนา สายตรวจ 1.1 ควบคมุ ตรวจสอบการเตรยี มการกอ นออกปฏบิ ตั ขิ องตาํ รวจสายตรวจเปน ประจาํ ทกุ วนั และทกุ ผลดั ของการสายตรวจ 1.2 ควบคมุ ตรวจตราและสนับสนุนการปฏิบัติหนา ท่ีของสายตรวจในผลดั นั้น ๆ 1.3 รวบรวมผลการปฏิบตั งิ านของสายตรวจในผลัดนั้น ๆ เพอื่ สง ตอใหผลัดใหมท ่จี ะมา ปฏบิ ตั ิหนาทีแ่ ทน และรายงานผบู ังคบั บญั ชาทราบ ขอ 2 หนา ทีแ่ ละความรับผิดชอบของสายตรวจ 2.1 การปฏิบตั ิกอ นการออกตรวจ 2.1.1 รว มประชมุ ปลอ ยแถวสายตรวจทกุ ครงั้ เพอื่ จะไดท ราบขอ มลู ขา วสารทหี่ วั หนา สถานตี าํ รวจหรอื หวั หนา งานสายตรวจจะแจง ใหท ราบ รวมทง้ั รบั ทราบภารกจิ ทาํ ความเขา ใจกบั ภารกจิ ทไี่ ดร บั มอบหมาย 2.1.2 ตรวจสอบอุปกรณประจํากาย เคร่ืองมือ และยานพาหนะที่จําเปนในการ ปฏิบัติหนาที่สายตรวจ แตงกายใหถูกตองตามระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติวาดวยการแตงเคร่ืองแบบ และตอ งมสี มดุ สาํ หรบั บนั ทกึ เหตกุ ารณแ ละขอมูลทต่ี รวจพบ 2.2 สายตรวจตองปฏิบัตใิ นการตรวจ ดงั นี้ 2.2.1 ตรวจภายในเขตตรวจตามภารกิจทไ่ี ดรับมอบหมาย เชน สอดสอ งตรวจตรา เก็บขอมูลทองถ่ินเก่ียวกับรานรับซ้ือและจําหนายของเกา (สายตรวจกลางวัน) รานอาหารท่ีจําหนายสุรา (สายตรวจกลางคืน) 2.2.2 สายตรวจโดยเฉพาะในซอย ถาพบกลุมประชาชนตองหยุดเขาไปทักทาย ประชาชนแสดงตนวาเปนสายตรวจ สอบถามเหตุการณโจรผูราย ความเดือดรอน และความตองการของ ประชาชน 2.2.3 สรา งความสัมพันธก ับประชาชน แสวงหาความรว มมือ เพื่อใหเ ปนผูใหข า ว เปน แหลง ขา วเกยี่ วกบั บคุ คลและสถานทที่ ก่ี ระทาํ ผดิ กฎหมาย บคุ คลกลมุ น้ี ไดแ ก ผขู บั ขรี่ ถจกั รยานยนตร บั จา ง ผขู บั ขร่ี ถยนตร บั จา ง ผขู บั ขรี่ ถยนตโ ดยสาร พนกั งานรกั ษาความปลอดภยั ของหมบู า น อาคารชดุ อพารท เมน ท โรงงาน ผูจ าํ หนายสนิ คา อาหารขนาดเลก็ ในซอย 52 คูมือการควบคุมสายตรวจและการจัดสายตรวจ

2.2.4 ถา พบบคุ คลหรอื รถตอ งสงสยั ตอ งดาํ เนนิ การตรวจคน ใหเ ปน ไปตามกฎหมาย ถาพิจารณาเห็นวาเกินขีดความสามารถตองแจงหัวหนาสถานีตํารวจ หัวหนางานสายตรวจ สายตรวจ ที่อยใู กลเ คยี งมารวมดําเนินการ 2.2.5 จดจาํ ตวั คน ยานพาหนะ ทม่ี พี ฤตกิ รรมเกยี่ วขอ งกบั การกระทาํ ผดิ ในประเภท ตา ง ๆ ในพ้ืนทใี่ หไ ด เชน บคุ คล ยานพานะที่เกยี่ วขอ งกับยาเสพตดิ เก่ียวของกับการประทษุ รายตอทรัพยสิน ถา พบในระหวางตรวจตอ งติดตามตรวจคน 2.2.6 สังเกตบุคคลท่ีอยูในวัย ลักษณะทาทางท่ีจะเปนผูกระทําผิดได ถาเห็นวามี ทา ทางพริ ธุ ตอ งใหความสนใจทนั ที เชน เดนิ เขาไปหาแลว ขอตรวจคน ระหวา งท่ีเดินเขาไปหาบุคคลท่ีมีทา ทาง พริ ุธอาจจะโยนของผิดกฎหมายท้ิงได 2.2.7 ระหวา งตรวจหรอื หยดุ พบประชาชน ถา เหน็ ผขู บั ขยี่ านพาหนะมงุ หนา เขา มา ทางสายตรวจ แตพอเห็นสายตรวจผูขับขี่เลี้ยวรถกลับไปทางเดิมทันที ใหพึงสงสัยวาอาจจะเปนผูกระทําผิด หรอื มีของผิดกฎหมายไวในครอบครอง สายตรวจตอ งปฏบิ ัติตาม 2.2.4 2.2.8 เมื่อพบบุคคล กลุมบุคคล หรือยานพาหนะอยูในสถานที่เปล่ียว สถานท่ี ไมควรอยู รวมท้งั เปนเวลาท่ไี มเหมาะสมดว ย สายตรวจตอ งพงึ สงสยั ไวกอนและใชค วามระมดั ระวังในการเขา ตรวจสอบ 2.2.9 สังเกตและแยกใหไดวาเสียงระเบิดที่เกิดขึ้นเปนเสียงท่ีเกิดจากอะไร เชน เสียงเกิดจากการจุดประทัด จากการยิงปน ยางรถยนตระเบิด ถาเชื่อวาเปนเสียงจากการยิงปนตองเขาไป ตรวจสอบดวยความระมัดระวงั 2.2.10 เมื่อพบการนําทรัพยสินหรือสัตวเคล่ือนท่ีในเสนทาง หรือเวลาท่ีบุคคล โดยทว่ั ไปไมพ งึ กระทาํ เชน บคุ คลแบกโทรทศั นเ ดนิ มาในเวลาคาํ่ คนื จงู สตั วเ ดนิ ในเสน ทางทมี่ ใิ ชท างเดนิ ในเวลา คาํ่ คนื ใหสงสยั ไวกอน แลวใชค วามระมัดระวังเขาตรวจสอบ 2.2.11 ในการออกตรวจถามีอาสาสมัครมารวมตรวจ ตํารวจตองเปนผูนําในการ ปฏิบัติ อาสาสมคั รเปน ผชู วยเจาพนักงานคอยสนบั สนนุ 2.2.12 การปฏิบตั ถิ า ไดข อมูลใด เหตุการณใด หรือขา วสารใดท่จี ะเปน ประโยชน ตอการสืบสวนสอบสวนคดีหรือปองกันปราบปราม ตองบันทึกลงในสมุดบันทึกประจําตัวของสายตรวจทันที เพอื่ ทํารายงานผลการตรวจ คมู อื การควบคมุ สายตรวจและการจดั สายตรวจ 53

2.2.13 เม่ือเสร็จส้ินภารกิจตองสงรถยนต จักรยานยนต เคร่ืองมือ เครื่องใช ใหจัดทํารายงานผลการปฏิบตั สิ ง หัวหนา งานสายตรวจ 2.3 การปฏิบัตเิ มื่อไดร ับแจง เหตตุ า ง ๆ ใหส ายตรวจดาํ เนนิ การ ดังน้ี 2.3.1 การประทษุ รา ยตอ ชีวติ รางกาย และทรพั ยส นิ ใหปฏิบตั ใิ นสวนทีเ่ กีย่ วขอ ง กอนที่พนกั งานสอบสวนเวรหรอื หัวหนา สายตรวจไปถงึ ทเี่ กดิ เหตุ ดงั น้ี 2.3.1.1 รบี ไปยงั ทเี่ กดิ เหตโุ ดยเรว็ ทส่ี ดุ และแจง ศนู ยว ทิ ยุ ขณะเดนิ ทางไปยงั ท่ีเกิดเหตใุ หสังเกตยานพาหนะ บคุ คลตองสงสยั ที่มุงออกมาจากทเ่ี กดิ เหตุ เพราะอาจเปน คนรายทีจ่ ะหลบหนี ถาพบใหร บี แจง ศนู ยว ทิ ยทุ ราบ 2.3.1.2 เมื่อถึงท่ีเกิดเหตุใหตรวจสอบวาคนรายยังอยูในบริเวณท่ีเกิดเหตุ หรอื ไม ถาไมแนใ จกใ็ หใ ชความระมัดระวังเปนพเิ ศษ ถาคนรายอยใู นเหตุใหแ จง ศูนยวิทยุขอกําลังพลสนบั สนนุ ปด ลอ ม แลว จับกุมคนรา ยตอ ไป 2.3.1.3 ถาคนรายไมอยูในที่เกิดเหตุใหตรวจสอบวาผูเสียหายถูกทําราย หรือไม ถาถูกทํารายและไดรับบาดเจ็บใหทําการปฐมพยาบาลเบื้องตนตามความเหมาะสม แลวรีบนําสง โรงพยาบาลใกลเ คยี งโดยเรว็ ทสี่ ดุ ถา เสยี ชวี ติ หา มเคลอื่ นยา ยศพ ดแู ลรกั ษาทรพั ยส นิ ทอ่ี ยกู บั ศพอยา ใหใ ครเอาไป แนะนําประชาชนท่ีไมมีสวนเก่ียวของออกไปจากที่เกิดเหตุ แลวใชวัสดุอุปกรณก้ันที่เกิดเหตุไว ปดประตูหอง หรอื ปด ประตรู ว้ั อยา ใหผูใ ดแตะตองเคล่ือนยา ยวัตถุ อาวธุ ทรพั ยสนิ อื่นใดรวมทั้งวัตถุทม่ี ีผวิ เรียบ โลหะ แกว กระจก เฟอรนิเจอรในท่เี กิดเหตุ 2.3.1.4 รกั ษาสถานทเี่ กดิ เหตจุ นกวา พนกั งานสอบสวนเวรสง่ั การใหย กเลกิ การรกั ษาสถานท่ีเกดิ เหตุ 2.3.1.5 ถา เจา ของบา นไมอ ยใู นบา นทเ่ี กดิ เหตุ ใหช ว ยเหลอื พนกั งานสอบสวนเวร โดยสอบถามบานขางเคียงขอทราบช่อื ตัว ชอ่ื สกลุ ทีท่ ํางาน หมายเลขโทรศพั ทข องเจาของบา น แลว โทรศัพท แจง ใหเ จา ของบานทราบ 2.3.1.6 สอบถามหาผรู เู หน็ เหตกุ ารณเ กยี่ วกบั คนรา ย เชน ตาํ หนิ รปู พรรณ อาวธุ ที่ใช จํานวนคนรา ย ยานพาหนะ เสน ทางหลบหนี และทรัพยส ินทค่ี นรายไดไ ป จดชอ่ื ตวั ชือ่ สกลุ ทีอ่ ยู หมายเลขโทรศพั ทข องผรู เู ห็นเหตุการณไ วใ หพ นักงานสอบสวนเวร 2.3.1.7 แจง รายละเอยี ดขอ มลู ของคนรา ยใหศ นู ยว ทิ ยทุ ราบเพอื่ แจง สกดั จบั คนรา ย พรอมท้ังแจง สถานทเ่ี กดิ เหตุ เสนทางทส่ี ะดวก ใหผบู ังคับบญั ชาทราบ 2.3.1.8 จดบนั ทกึ วธิ กี ารของคนรา ยเพอื่ ใชเ ปน ขอ มลู ในการสบื สวน จบั กมุ วางแผน ตรวจตรา ปองกัน และใหคาํ แนะนาํ ประชาชนเพ่อื ใหร ะมดั ระวงั ปองกนั ตนเอง 54 คูม อื การควบคมุ สายตรวจและการจัดสายตรวจ

2.3.2 อบุ ตั เิ หตรุ ถชนกนั ใหป ฏบิ ตั ติ าม 2.3.1 ในสว นทเ่ี กยี่ วขอ ง และปฏบิ ตั เิ พม่ิ เตมิ ดงั น้ี 2.3.2.1 สายตรวจ 1 คน รีบจดั การจราจรทีต่ ิดขดั ใหเกิดความคลองตัว 2.3.2.2 นําคูกรณีไปตกลงพูดคุยกันบนทางเทากอนออกจากจุดเกิดเหตุ ถาแยกรถออกไมไดใหทําเคร่ืองหมายสัญญาณเทาที่จะทําได เพื่อใหผูขับขี่รถคันอื่นมองเห็นไดในระยะไกล ถาเปนกรณีแยกคูกรณีไดใหจัดทําเคร่ืองหมายตําแหนงของรถคูกรณีและวัตถุพยานไวใหชัดเจน จัดทําแผนท่ี โดยสงั เขปไว ถา มีกลองใหถายรปู ไว 2.3.2.3 ถาเปนกรณีชนแลวหลบหนีใหสอบถามพยานบริเวณที่เกิดเหตุ จดช่ือตัว ช่ือสกุล ที่อยู หมายเลขโทรศัพทของพยานไวใหพนักงานสอบสวน แลวแจงขอมูลรายละเอียดรถ ท่หี ลบหนีใหศ ูนยวิทยุเพอื่ สกัดจับโดยเร็ว 2.3.2.4 ถารถท่ีเกิดอุบัติเหตุอยูในสภาพที่ไมสามารถเคลื่อนยายรถได ใหแ จงศนู ยวิทยุเพ่ือแจงรถยกใหรบี มาดําเนินการ 2.3.3 เหตุเพลิงไหมใหปฏิบัติตาม 2.3.1 ในสวนท่ีเก่ียวของ และปฏิบัติเพิ่มเติม ดังน้ี 2.3.3.1 สังเกตกลุมควัน คาดคะเนความรุนแรงของเพลิงไหม ตรวจสอบ เสนทางที่จะเขาไปยังที่เกิดเหตุวาเสนทางใดที่สะดวกแกการดับเพลิง ปดการจราจรเพ่ือใหรถดับเพลิงเขาไป ไดส ะดวก และแจงใหศ ูนยว ิทยทุ ราบเพอ่ื ประสานหนว ยงานดับเพลงิ 2.3.3.2 ตรวจสอบวามีผูติดอยูในบริเวณท่ีเกิดเหตุเพลิงไหมบางหรือไม เพอ่ื จะไดร บี หาทางชวยเหลอื ออกมาไดโดยปลอดภยั 2.3.3.3 สอบถามหาเจาของบาน หรือผูดูแลบานตนเพลิง รวมทั้งพยาน ในบา นตน เพลงิ หรอื พยานทเี่ หน็ ตน เพลงิ เบอื้ งตน จดชอ่ื ตวั ชอ่ื สกลุ ทอ่ี ยู หมายเลขโทรศพั ทไ วแ ละนาํ ตวั ไปมอบ ใหพนกั งานสอบสวน 2.3.3.4 แนะนาํ ประชาชน เจา ของ หรอื ผดู แู ลบา นในการชวยกันดับเพลิง 2.3.3.5 จัดการจราจรอาํ นวยความสะดวก 2.3.3.6 ชว ยดูแลทรัพยสนิ ของประชาชนเพื่อปองกันมิใหผูอ น่ื ลกั ไป 2.3.3.7 เมอื่ เพลงิ สงบใหอ าํ นวยความสะดวกแกร ถดบั เพลงิ กรณที จี่ ะถอน กาํ ลงั ออกจากที่เกิดเหตุ 2.3.4 พบวัตถุตองสงสัยหรือวัตถุระเบิดใหปฏิบัติตาม 2.3.1 ในสวนท่ีเกี่ยวของ และปฏบิ ตั ิเพ่มิ เติม ดงั นี้ คูมอื การควบคมุ สายตรวจและการจดั สายตรวจ 55

2.3.4.1 แจงศูนยวิทยุเพื่อใหแจงผูชํานาญเร่ืองการเก็บกูวัตถุระเบิดมา ดําเนินการโดยเรว็ ท้งั น้ี ควรแจง ขอมลู ทีส่ ําคญั เชน ชนดิ ของระเบิด เวลาทค่ี าดวานาจะระเบดิ ความรนุ แรง ท่คี าดวาจะเกิด สว นประกอบของวตั ถรุ ะเบิด หรอื วตั ถุตองสงสัยท่ีเหน็ ไดจ ากภายนอก 2.3.4.2 อยาใชเครื่องมือสื่อสารใกลวัตถุระเบิดหรือวัตถุตองสงสัย เพราะวตั ถรุ ะเบดิ บางชนิดจดุ ระเบิดดว ยคลน่ื ไฟฟา 2.3.4.3 ถา อยใู นทอี่ บั เชน ในบา นหรอื อาคาร ใหเ ปด ประตหู นา ตา งเพอื่ ลด ความรนุ แรงหากมกี ารระเบดิ 2.3.4.4 อยาแตะตองวัตถุระเบิดหรือวัตถุตองสงสัย และหามเคล่ือนยาย โดยเด็ดขาด 2.3.4.5 จดั หายางรถยนตม าวางครอบไวร อบวตั ถรุ ะเบดิ หรอื วตั ถตุ อ งสงสยั 3 – 4 ชน้ั เพอื่ เปน การลดความรุนแรงเม่ือระเบิด 2.3.4.6 กันประชาชนใหออกหางจากวัตถุระเบิดหรือวัตถุตองสงสัย ใหม ากที่สุด 2.3.5 เหตรุ ะเบิดใหปฏบิ ตั ิตาม 2.3.1 ในสวนที่เกีย่ วขอ ง และปฏบิ ตั ิเพมิ่ เติม ดังนี้ 2.3.5.1 จัดพนื้ ทใ่ี หนักขาว ส่ือมวลชน ชางภาพอยูในบรเิ วณที่ปลอดภยั 2.3.5.2 สดับตรับฟงขาวสารจากประชาชนท่ีมาดูเหตุการณวาผูใดรูเห็น เหตกุ ารณท จี่ ะเปน ประโยชนใ นการสบื สวนจบั กมุ กใ็ หจ ดชอื่ ตวั ชอ่ื สกลุ ทอ่ี ยู หมายเลขโทรศพั ทไ วส ง ใหพ นกั งาน สอบสวนเวร 2.3.5.3 กรณสี ถานทเ่ี กดิ เหตรุ ะเบดิ เปน สถานทสี่ าํ คญั หรอื บา นบคุ คลสาํ คญั และการระเบดิ มไิ ดเ ปน อนั ตรายตอ บคุ คลสาํ คญั ใหร บี เขา ทาํ การรกั ษาความปลอดภยั บคุ คลสาํ คญั โดยขอกาํ ลงั สนบั สนนุ จากหวั หนา สายตรวจโดยเร็ว 2.3.6 เหตุพยายามฆา ตวั ตายใหปฏบิ ตั ิตาม 2.3.1 ในสวนท่ีเกีย่ วขอ ง และปฏบิ ตั ิ เพ่มิ เตมิ ดังน้ี 2.3.6.1 ระหวางรอผูบังคับบัญชาใหพยายามประวิงเวลาผูท่ีจะฆาตัวตาย หาขอมูลเบ้ืองตนและสาเหตุท่ีจะฆาตัวตายเพ่ือใหผูบังคับบัญชาไดทราบ หามใชกิริยาวาจาอันเปนการย่ัวยุ ใหร บี ตัดสนิ ใจฆาตวั ตาย 2.3.6.2 ไมควรเขา ชวยเหลือผพู ยายามฆาตัวตายโดยพลการอยา งเด็ดขาด 56 คมู อื การควบคมุ สายตรวจและการจดั สายตรวจ

2.3.6.3 กรณีที่ผูพยายามฆาตัวตายกําลังลงมือทํารายตัวเอง ใหพิจารณา เขาชวยเหลือหรือขัดขวาง แตหากพิจารณาแลวเห็นวามีอันตรายตอตํารวจและผูที่จะฆาตัวตายดวย ก็ใหรอ ผูบังคับบัญชา 2.3.7 เหตจุ บั ตวั ประกนั ใหป ฏบิ ตั ติ าม 2.3.1 ในสว นทเี่ กย่ี วขอ ง และปฏบิ ตั เิ พม่ิ เตมิ ดังน้ี 2.3.7.1 หาขอมูลเบื้องตนจากพยานในที่เกิดเหตุวาตัวประกันเปนใคร จํานวนเทาใด อยูในสภาพอยางไร คนรายเปนใคร จํานวนเทาใด ความตองการ อาวุธท่ีใช สถานท่ีเกิดเหตุ เปน อยางไร 2.3.7.2 หามใชกริ ยิ าวาจาอนั เปน การย่วั ยคุ นราย 2.3.7.3 ไมค วรตดั สนิ ใจเขา ชว ยตวั ประกนั ดว ยตนเอง เวน แตเ หน็ วา ภยนั ตราย นัน้ ใกลจะถงึ ตวั ประกันผูอืน่ หรอื เจาหนาทตี่ าํ รวจ 2.3.7.4 ระหวา งทร่ี อผบู งั คบั บญั ชาใหเ จรจาพดู คยุ กบั คนรา ยและพยายาม ใหค นรา ยและตัวประกันอยูใ นพื้นทจ่ี ํากัดและหา มเคล่ือนที่ 2.3.7.5 กรณีคนรายย่ืนขอเสนอเรียกรองขออาวุธและยานพาหนะ หามสนับสนนุ โดยเดด็ ขาด 2.3.7.6 ควบคุมสถานการณจ นกวา ผูบังคับบัญชาจะเขา มาสง่ั การแทน 2.3.7.7 กรณีคนรายนําตัวประกันเคลื่อนที่ไป ใหติดตามสังเกตการณ และรายงานศูนยว ิทยทุ ราบเปน ระยะ 2.3.8 เหตชุ ุมนุมประทว งใหปฏบิ ตั ิตาม 2.3.1 ในสว นท่ีเกี่ยวของ และปฏบิ ตั ิตาม เพมิ่ เตมิ ดังน้ี 2.3.8.1 ขอใหผ ชู มุ นมุ อยใู นบรเิ วณทเ่ี หมาะสม ไมส รา งปญ หาดา นการจราจร และความเดอื ดรอนตอผูอืน่ 2.3.8.2 หากผูชุมนุมมีจํานวนมากหรือมีแนวโนมจะกอความวุนวาย ใหรายงานผบู ังคบั บัญชาเพ่อื ขอกําลงั สนบั สนุน 2.3.8.3 ประสานผดู แู ลหรอื เจา ของสถานทท่ี อ่ี ยใู นบรเิ วณใกลเ คยี งสถานท่ี ชุมนุมใหดูแลสถานทีข่ องตนเอง 2.3.8.4 ควบคมุ สถานการณจ นกวาผูบงั คับบัญชาจะเขามาสงั่ การแทน คมู ือการควบคมุ สายตรวจและการจัดสายตรวจ 57

สทิ ธมิ นษุ ยชน (Human Rights) หมายถงึ สทิ ธทิ ม่ี ตี ามธรรมชาตซิ งึ่ ตดิ ตวั มนษุ ยม าตงั้ แตเ กดิ โดยมคี วามเปน สากลและมกี ารรองรบั ไวในปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน หรือกติกา อนุสัญญา ขอตกลงตาง ๆ ระหวางประเทศดานสิทธิ มนุษยชนทท่ี ่ัวโลกใหก ารยอมรบั สิทธิมนุษยชนตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ พ.ศ.2542 หมายถึง ศักดิ์ศรีของความเปนมนุษย สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคลท่ีไดรับการรับรองหรือคุมครอง ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย หรือตามกฎหมายไทยหรือตามสนธิสัญญาท่ีประเทศไทยมีพันธกรณี ทจ่ี ะตองปฏิบัตติ าม ปฏญิ ญาสากลวาดว ยสิทธมิ นษุ ยชน 1. ตํารวจตองเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอยูตลอดเวลาเพ่ือปกปองคุมครองศักดิ์ศรี แหงความเปน มนษุ ย 2. ตองคุมครอง รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินของประชาชน ภายใตขอจํากัด ตามบทบญั ญัตแิ หง กฎหมาย 3. ไมเลอื กปฏบิ ตั ใิ นการบังคับใชก ฎหมาย 4. ตอ งใหค วามสาํ คญั กบั สทิ ธขิ องพยาน เหยอื่ หรอื ผตู อ งสงสยั การปฏบิ ตั ติ อ งชอบดว ยกฎหมาย อยา งมเี มตตา ปราศจากอคติ 5. เมอื่ มกี ารจบั กมุ ตอ งแจง สทิ ธใิ หท ราบทนั ทแี ละจะตอ งแจง ใหค รอบครวั ผตู อ งหาทราบโดยทนั ที 6. ใชอาวธุ ปน และกําลงั ไดเ มอ่ื ตกอยูใ นสถานการณค ับขนั สดุ ขดี เทานน้ั และตอ งใชเ พื่อปกปอ ง ตนเองหรือผอู ่ืนเมือ่ ภยั กาํ ลงั จะมาถงึ และตองแสดงตวั ใหทราบวาเปน เจา หนาท่ตี าํ รวจ แลวใหค ําส่ังทีช่ ัดเจน 7. เมอ่ื มีการชมุ นมุ หรือการประทวง ใหใ ชความอดกลัน้ ตอ การชุมนุม ใหม กี ารเจรจาตอ รองกบั ตัวแทนผูช มุ นมุ หากจาํ เปน ตองสลายการชมุ นมุ ใหเรม่ิ จากมาตรการเบาไปหาหนกั 8. การจบั กุม 8.1 จับกุมโดยไมมหี มายจบั ทาํ ไดโ ดย 1) ตาม ป.ว.ิ อาญา ม.80 กระทําผิดซงึ่ หนา 2) เมอื่ พบบคุ คลมีพฤตกิ รรมอนั ควรสงสยั วานา จะเปน ผกู อเหตรุ าย 3) มีเหตุออกหมายจับบุคคลเรงดวน ตาม ป.วิ.อาญา ม.66 (2) คือนาจะกระทํา ความผดิ อาญา เชื่อวาจะหลบหนี เขากรณจี าํ เปน เรงดว น 4) จับผูตองหาหรือจําเลยหนีประกันในระหวางถูกปลอยตัวช่ัวคราวโดยจะจับได ตอ เมอ่ื จะหลบหนี ในกรณีมบี ุคคลประกนั (นายประกัน) ขอใหท าํ การจับกุมตวั ไว 58 คมู ือการควบคมุ สายตรวจและการจดั สายตรวจ

5) ราษฎรจบั ไดโ ดยไมม หี มาย ไดแ ก เจา พนกั งานขอใหช ว ย หรอื จบั เมอื่ กระทาํ ความผดิ ซึง่ หนาทร่ี ะบุไวต าม ป.วิ.อาญา 8.2 จบั แลวตอ งแจงใหเ ขาทราบวา เขาตองถกู จับ ถามหี มายใหห มายดู แจง ขอ หาใหทราบ แจง สทิ ธิ จากน้นั จัดทาํ บนั ทกึ การจบั กุมแลว มอบสาํ เนาบนั ทึกการจับกุมใหผ ูตองหา (หากไมม อบผิด ม.157) 8.3 การจับกุมพระ/เณร 1) จับไดเ ม่ือผดิ ทางอาญา 2) จบั ไดเ มอื่ ละเมดิ พระพทุ ธบญั ญตั ปิ ระถมปาราชกิ แลว สง ไปมอบใหก รมการศาสนา/ ไปสงใหเจาคณะทองถิ่น เม่ือปรากฏความผิด 9 ประการ คือ เที่ยวเตรไมมีหลักแหลง ฉันยาหรือสุราเมรัย ดกู ารละเลน ปะปนกบั ประชาชนไปในทอี่ โคจร ฉนั นมสดในเวลาวกิ าล ฉนั นาํ้ มะพรา วหลงั เทย่ี งวนั ขอเงนิ ชาวบา น ซ้อื สลากกนิ แบงรฐั บาล 8.4 การจบั กมุ เดก็ หรือเยาวชน 1) แจงขอ หา แจงสิทธิ แจง หมายจบั (หากม)ี 2) แจง ใหผ ปู กครองทราบในโอกาสแรก 3) หา มควบคุมเด็กหรอื เยาวชนเกนิ กวาเทาทจ่ี าํ เปน 9. การคน 9.1 โดยไมมีหมายคน เปน ไปตาม ป.วิ.อาญา ม.92 9.2 คนโดยมหี มายคน ตาม ป.ว.ิ อาญา ม.92 9.3 การคน แบง ตามสถานที่ได 2 ประเภท 1) คนในที่สาธารณะ คนไดต าม ป.วิ.อาญา ม.93 เมือ่ มีเหตุอันควรสงสยั คือ บคุ คลนัน้ มีสง่ิ ของไวเพ่อื ใชใ นการกระทาํ ความผิด/เชื่อวาไดส ่งิ ของมาโดยการกระทาํ ความผดิ มสี ิ่งของไวเ ปนความผิด 2) คน ในทร่ี โหฐานหรอื คนบา นหรือตาม ป.ว.ิ อาญา ม.92 ทใี่ หทาํ การตรวจคนได คือ มเี สียงรองใหช วย หรือมีเสยี งท่ีเช่ือวามีเหตุราย/การกระทําผิดซึง่ หนาในท่รี โหฐานน้นั (ตํารวจตอ งเหน็ ดวยตา ตนเอง) 3) คนตวั บคุ คล กระทาํ ได 3 กรณคี อื ในพ้ืนท่ีสาธารณะ ในพ้ืนทร่ี โหฐาน และคน ตวั ผตู องหา 10. การใชเคร่อื งมือพนั ธนาการ 10.1 ใชไ ดเ ทาท่จี ําเปน และตามความผดิ หรอื พฤตกิ ารณ 10.2 หา มใชกบั เด็กไมว า กรณีใด ๆ 11. การตัง้ จดุ ตรวจ จดุ สกัด 11.1 ใชเมอ่ื มีเหตุกรณีจาํ เปน หรือเหตกุ ารณฉกุ เฉนิ เรงดวน 11.2 ตอ งมีนายตํารวจสัญญาบัตรเปนหวั หนาควบคมุ 11.3 ตอ งแตง เครือ่ งแบบ คูม อื การควบคมุ สายตรวจและการจัดสายตรวจ 59

11.4 ตองประสานกับหนวยใกลเคียง 11.5 ตองปฏิบัตติ ามกฎหมาย ระเบยี บ คาํ ส่งั 11.6 มีแผงก้นั แสดงเคร่อื งหมาย “จุดตรวจ” 11.7 ตอ งมีไฟสอ งสวางใหเหน็ ชัดเจนไมนอ ยกวา 15 เมตร กอ นถึง 11.8 กาํ หนดเขตพน้ื ท่ีปลอดภัยไวส ําหรับตรวจคน 11.9 ควรจดั กําลังสวนหนึง่ ไวก อนถงึ จุดกลบั รถกอนถึงจุดตรวจเพือ่ สกดั กน้ั หรอื ไลตาม 11.10 ใหม ขี นั้ ตอนการปฏบิ ตั กิ ารควบคมุ และการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิ เชน การปลอ ยแถว อบรมชแี้ จง กาํ หนดตวั ผปู ฏบิ ตั ปิ ระจาํ จดุ การรายงาน การขยายผล เมอ่ื เสรจ็ สนิ้ การปฏบิ ตั เิ ปน ลายลกั ษณอ กั ษร ใหมีระดบั สว. ขนึ้ ไปหมุนเวยี นควบคมุ การปฏิบัติ 60 คูมือการควบคุมสายตรวจและการจัดสายตรวจ

ตวั อยางแบบรายงานตา ง ๆ เพอื่ ใหก ารปฏบิ ตั งิ านสายตรวจมรี ปู แบบทสี่ ามารถจะควบคมุ ตรวจสอบ และประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ าน ใหเปนไปในรูปแบบเดยี วกัน มกี าํ หนดใหมีแบบการรายงานดงั น้ี 1. แบบสรุปรายงานผลการปฏบิ ตั ิของสายตรวจ 2. แบบรายงานผลการปฏิบัตขิ องสายตรวจ 3. แบบบันทึกขอมลู การตรวจเยยี่ มชมุ ชน 4. แผนการตรวจประจําวนั ของสายตรวจ 5. แผนการตรวจของสายตรวจ 6. แผนการตง้ั จดุ ตรวจ 7. แบบสมุดพกประจําตัวของสายตรวจ 8. แบบสมดุ บนั ทึกประจํารถสายตรวจ 9. แบบสมุดตรวจตูแดง 10. แบบบันทกึ การตรวจตแู ดง 11. แบบบนั ทึกการปฏิบัติของสายตรวจตาํ บล คมู อื การควบคมุ สายตรวจและการจดั สายตรวจ 61

แบบสรุปรายงานผลการปฏบิ ตั ิของสายตรวจ สน./สภ. .............................. วันท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. 25....... เรียน รอง ผกก.ป. / สวป. สน./สภ. ................ กระผมไดอ อกปฏบิ ตั หิ นา ท่ี ระหวา งเวลา ........................... น. ถงึ เวลา .......................................... น. ของวันที่ (.....................................) ขอสรุปรายงานผลการปฏบิ ตั ขิ องสายตรวจ เพอ่ื โปรดทราบ ดังน้ี 1. สายตรวจปกติ นายตาํ รวจ ................... นาย ชน้ั ประทวน ......................... นาย จัดเปน สายตรวจรถยนต ...................... สาย สายตรวจรถจกั รยานยนต ........................... สาย 2. สายตรวจเสริม ระหวางเวลา ................... น. ถึงเวลา ................... น. จาํ นวน ...................... นาย จดั เปนสายตรวจรถจกั รยานยนต .................................. สาย 3. อาสาสมคั ร ................. จาํ นวน ............... นาย ตงั้ แตเวลา ................ น. ถงึ เวลา ................... น. 4. จัดสายตรวจประจําเขตตรวจ ดังนี้ 4.1 รถจกั รยานยนต ........................................ ประจาํ เขตตรวจท่ี ............................................ 4.2 รถจกั รยานยนต ........................................ ประจาํ เขตตรวจท่ี ............................................ 4.3 รถจักรยานยนต ........................................ ประจําเขตตรวจท่ี ............................................ 4.4 รถจกั รยานยนต ........................................ ประจําเขตตรวจที่ ............................................ 4.5 รถจักรยานยนต ........................................ ประจาํ เขตตรวจท่ี ............................................ 5. รกั ษาความปลอดภยั 5.1 ขบวน ................................................................................ เวลา ..................................... น. 5.2 ขบวน ................................................................................ เวลา ..................................... น. 5.3 ขบวน ................................................................................ เวลา ..................................... น. 6. รกั ษาความสงบเรียบรอ ยการชุมนุม 6.1 กลมุ ......................................... ณ บรเิ วณ ................................. เวลา ........................... น. 6.2 กลมุ ......................................... ณ บริเวณ ................................. เวลา ........................... น. 6.3 กลุม ......................................... ณ บริเวณ ................................ เวลา ........................... น. 62 คูมือการควบคุมสายตรวจและการจัดสายตรวจ

7. เยีย่ มเยียนประชาชน ท่อี ยู หมายเลขโทรศพั ท ขอมูลทไ่ี ดรับ ลําดบั ผูรับการเย่ยี มเยียน 1. 2. 3. 8. การตรวจสมั พนั ธ มีดังน้ี ลําดบั ตรวจสัมพนั ธก ับผูใด สถานท่ี เวลา ลงชื่อผูที่ไดรบั การตรวจสัมพันธ 1. 2. 3. 9. การระงบั เหตุ-จบั กมุ ลําดบั ขอ หา สถานทเ่ี กิดเหตุ ผลการปฏิบตั ิ 1. 2. 3. 10. ตั้งจดุ ตรวจคน ดงั น้ี ลําดับ กําลังพล/ว.43 เวลา/สถานท่ี ผลการปฏบิ ตั ิ 1. 10.00-10.30 ซอยราชวิถี 16 2. 3. 5 นาย/เคลื่อนท่ี ขอรบั รองวา เปนความจรงิ (ลงชือ่ ) ร.ต.ต. (...................................................) รอง สวป.สภ. ............... / หัวหนาสายตรวจ คมู ือการควบคมุ สายตรวจและการจดั สายตรวจ 63

แบบรายงานผลการปฏบิ ัตขิ องสายตรวจ สน./สภ. ......................................... วันท่ี ................... เดอื น .................... พ.ศ. 25......... เรียน สวป.สภ. ......................................... (ผา น หน.ชุดสายตรวจ) กระผมผมู รี ายชอื่ ทา ยบนั ทกึ นไี้ ดร ว มกนั ออกตรวจทอ งที่ ในเขตตรวจท่ี ………..ระหวา งเวลา ........... น. ถงึ เวลา ............... น. ของวันนี้ (................) ตามคาํ ส่ังแลว ขอรายงานผลการปฏบิ ตั ิเพือ่ โปรดทราบ ดังน้ี 1. การรบั แจง เหตุ-จับกมุ ลําดับ ขอ หา สถานทเี่ กิดเหตุ ผลการปฏิบตั ิ 1. 2. 2. การประชาสมั พนั ธ พบปะเยย่ี มเยียนประชาชน ดังน้ี ลาํ ดับ ผรู ับการเย่ียมเยียน ท่ีอยู หมายเลขโทรศพั ท ขอมูลทีไ่ ดร ับ 1. 2. 3. การตรวจคนบุคคล และยานพาหนะตอ งสงสัย ดงั นี้ ลําดับ ชอ่ื ผถู ูกตรวจคน ทีอ่ ย/ู หมายเลขทะเบยี น จุดที่ตรวจคน ผลการตรวจคน 1. 2. 4. การตรวจสมั พนั ธกับสายตรวจอนื่ ดงั นี้ ลาํ ดบั ตรวจสมั พนั ธก บั ผูใด สถานท่ี เวลา ลงชื่อผูท ่ีไดร ับการตรวจ 1. 2. 64 คูมือการควบคุมสายตรวจและการจดั สายตรวจ

5. ขอ มูลที่ควรทราบ หมายเหตุ ลําดบั รายละเอยี ด (ลงชือ่ ) ส.ต.ท. 1. (............................................) 2. ผบ.หมู (ปป) สภ. ................ ขอรบั รองวาเปนความจริง (ลงช่อื ) จ.ส.ต. (............................................) ผบ.หมู (ปป) สภ. ................. สายตรวจ นามเรียกขาน ....................... คมู อื การควบคุมสายตรวจและการจดั สายตรวจ 65

66 คมู อื การควบคมุ สายตรวจและการจดั สายตรวจ

คมู ือการควบคมุ สายตรวจและการจัดสายตรวจ 67

แผนการตรวจประจาํ วนั ของสายตรวจ สน./สภ. ........................... ผลัดตรวจท่ี .................... ระหวา งเวลา ....................... ของวันท่ี .......................................................... ประเภทของสายตรวจ ............................... นามเรียกขาน .................................. /เขตตรวจที่ ............ การปฏิบตั ิ สถานที่ เวลา หมายเหตุ ว.10 1............................................................................ 2............................................................................ 3............................................................................ 4............................................................................ ว.43 1............................................................................ 2............................................................................ การตรวจสัมพันธ กับ..................... 1............................................................................ กบั ..................... 2............................................................................ กบั ..................... 3............................................................................ จุดกา วสกัด (ลงชือ่ ) พ.ต.ท. (...................................................) สวป.สภ. ..................................... 68 คมู ือการควบคุมสายตรวจและการจัดสายตรวจ

แผนการตรวจของสายตรวจ สน./สภ. ................................... ผลัดตรวจท่ี 1 เวลา 00.01-08.00 น. ระหวางวนั ที่ ............ เดือน ...................... พ.ศ. 25 ............... สายตรวจ การประกอบกาํ ลงั ชว งเวลา การปฏิบตั ิ หมายเหตุ 20 23.30-24.00 ตรวจอปุ กรณ เคร่อื งแตง กาย ยานพาหนะ ตรวจทวั่ ไป อบรม ปลอ ยแถวสายตรวจและบนั ทกึ ตา ง ๆ 00.01-01.20 ตรวจสอบหองควบคุม/เจาหนาทบ่ี น สภ. 03.00-04.00 ยามตแู ละจุดรบั แจง 04.01-05.00 ว.4 ตรวจสอบสถานบริการ 05.01-08.00 ตง้ั จุด ว.43 08.00-08.30 ว.10 ปอ งกนั เหตุ ตามความเหมาะสม ว.4 สุมตรวจสอบและรวมปฏิบัติกับ สายตรวจเกบ็ รวบรวมผลการตรวจและบนั ทกึ ในสมดุ อาชญากรรม จยย. 2 นาย 00.01-01.20 เปล่ียนสมุดตูแดงในเขต เขตรวจท่ี 1 01.20-01.30 ว.10 จดุ ตรวจ 02 น.1 01.40-02.30 ว.4 สถานบรกิ าร 03.00-04.00 ต้ังจดุ ว.43 ถนน ................................. 04.45-04.55 ว.10 ปมนํ้ามนั ปตท. ถนน ................. 06.50-07.00 ว.10 รา นเซเวน -อีเลฟเวน ถนน ......... 07.45-08.15 ว.10 หนา ตลาด จยย. เขตตรวจที่ 2 จยย. เขตตรวจที่ 3 ตรวจแลวถกู ตอ ง พ.ต.ท. (...................................) รอง ผกก.ป.สภ. .................... ......... เดอื น .............. พ.ศ. 25....... คูมอื การควบคุมสายตรวจและการจดั สายตรวจ 69

ตัวอยาง แผนการตรวจของสายตรวจ สน./สภ. ................. วนั ท่ี ............ เดอื น ............. พ.ศ. 2557 ประเภทสายตรวจ ................. เขตตรวจท่ี ...................... ผลดั ท่ี ................... เวลา .................... น. ถงึ เวลา ...................... น. ประเภทสายตรวจ การประกอบกาํ ลงั ชว งเวลา เสนทางหรือท่ีตั้งจดุ ตรวจ หมายเหตุ (ลงชื่อ)........................ สภ. ........................... ........../.........../........... ส่ิงที่ควรปฏิบัติในการกําหนดแผนตรวจ 1. เปลย่ี นแผนการตรวจทุก 7 วนั ใหตรงกับสภาพของอาชญากรรมทีเ่ กดิ ขนึ้ ในทอ งที่ 2. ตอ งกาํ หนดใหส ายตรวจทุกคนั ปฏบิ ัติดังน้ี 1) ใน 1 ผลดั ตอ งกาํ หนดใหส ายตรวจแตล ะคนั ว.10 ในจดุ มกี าํ หนดไมน อ ยกวา 3 ครงั้ ๆ ละ 20-30 นาที แสดงใหป รากฏแกป ระชาชนโดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื เปน จดุ ตรวจคน การตรวจสอบของผบู งั คบั บญั ชา 2) ใหก าํ หนดจดุ กา วสกดั ไวใ นแผนการตรวจของสายตรวจแตล ะคนั หาขา วดว ย เพอ่ื ใหท ราบวา เมอ่ื มคี าํ สั่งกา วสกัดจับ 3) ใหกําหนดถนนที่ใหสายตรวจแตละคันหาขาว เพ่ือใหทราบวา ในผลัดที่ออกตรวจนั้น มีหนาท่ีตองหาขาวอาชญากรรม และเยี่ยมเยียนประชาชนในถนนใดบาง เพ่ือนําผลไปลงไวในรายงานผล การตรวจหลักฐานเสร็จส้ินการตรวจในผลัดน้ันแลว (ควรกําหนดถนนที่หาขาวเยี่ยมเยียนเรียงตามลําดับ ความสาํ คญั แลว กาํ หนดใหส ายตรวจปฏบิ ตั เิ รยี งกนั ไปจนครบทกุ ถนนจะทาํ ใหไ ดข อ มลู ทวั่ ทอ งทอี่ ยา งตอ เนอื่ ง) 4) ใหก าํ หนดจดุ ทจ่ี ะใหส ายตรวจแตล ะสาย ว.10 ในกรณฝี นตกหรอื เหตอุ นื่ ทไี่ มอ าจตรวจตรา ตามปกติได ไวใ นแผนการตรวจดว ย 5) แผนการตรวจใหจัดทําเปน 4 ชุด ชุดท่ี 1 เขาแฟมวางไวกับแฟมภารกิจหัวหนา สายตรวจ/ชุดท่ี 2 มอบใหห ัวหนาสายตรวจเพอ่ื นาํ ตดิ ตวั ไวเ ปน เครอื่ งมอื ตรวจสอบ/ชดุ ที่ 3 มอบใหส ายตรวจ ถือไวเพื่อทราบภารกิจของตน ชุดท่ี 4 เก็บไวสมุดตรวจนายตํารวจชนั้ ผใู หญที่ สภ. เพอื่ ใชตรวจสอบ 70 คมู ือการควบคุมสายตรวจและการจดั สายตรวจ

ตัวอยาง แผนการตง้ั จุดตรวจ ของสายตรวจ สน./สภ ................... วันท่ี ............ เดอื น ............. พ.ศ. 2561 เขตตรวจท่ี .................... ผลัดท่ี .................... เวลา ..................... น. ถึงเวลา ....................... น. วัน เดือน ป เวลา สถานที่ กําลงั ท่ีใช/สัญญาณเรียก ผคู วบคุม พ.ต.ท. ........................ สวป.สภ. ...................... ....../............... สิ่งท่ีควรปฏิบัตใิ นการกาํ หนดแผนตัง้ จดุ ตรวจคน 1. ควรยึดหลักในการกาํ หนดแผน ดังนี้ (1) ใหก ําหนดแผนครัง้ ละ 10-15 วนั ติดตอกัน (2) สถานท่-ี เวลา ตัง้ จดุ ตรวจคน แตล ะวนั ไมซ ํา้ กัน (3) ชว งเวลา-สถานที่ ตามขอ (2) ตอ งเลง็ เหน็ อยา งถอ งแทแ ลว วา เปน ผลตอ การปอ งกนั ปราบปราม อาชญากรรมและไมจาํ เปนตอ งเปนถนนใหญเสมอไป (4) การตั้งจุดตรวจคน ไมค วรใชเ วลาเกิน 1 ช่วั โมง 2. แผนการต้ังจดุ ตรวจคน ใหทําเปน 4 ชุด (1) ชุดท่ี 1 ใหใสร วมไวใ นแฟมแผนการตรวจประจําวันของสายตรวจ (2) ชุดที่ 2 ใหหวั หนา สายตรวจถอื ไวเ พอ่ื ทราบภารกิจ (3) ชดุ ท่ี 3 มอบใหส ายตรวจทม่ี หี นาที่ต้งั จดุ ตรวจคนเพ่ือทราบภารกจิ (4) ชุดท่ี 4 เกบ็ ไวใ นสมุดตรวจนายตํารวจชน้ั ผูใ หญท ่ี สภ. 3. พจิ ารณาใชก ําลังใหเหมาะกับลักษณะของสถานท่ี 4. ควรกาํ หนดถนนทต่ี งั้ จดุ ตรวจคน ไวเ รยี งตามลาํ ดบั ความสาํ คญั ของถนนแลว เวยี นตง้ั จดุ ตรวจคน ใหทว่ั ทกุ ถนน เพือ่ ใหปฏบิ ตั ทิ วั่ ทอ งที่ เวน การกาํ หนดแผนตงั้ จุดตรวจคนเฉพาะกิจ เพอ่ื ปอ งกนั เหตุเฉพาะเร่ือง ในชว งเวลาใดเวลาหน่งึ คูมอื การควบคมุ สายตรวจและการจดั สายตรวจ 71

ตวั อยา ง สมุดพกประจําตัวสายตรวจ (ขนาด 8.5X10.5 ซม.) (ปกหนา ) 72 คมู อื การควบคุมสายตรวจและการจัดสายตรวจ

ตวั อยาง สมดุ บนั ทึกประจํารถสายตรวจ (ขนาด 30X21 ซม./A4) (ปกหนา) คูมือการควบคมุ สายตรวจและการจดั สายตรวจ 73

ตวั อยาง สมุดบันทึกประจํารถสายตรวจ (ปกหลังดา นใน) คําอธบิ าย 1. ใหผูท่ปี ฏบิ ตั หิ นาท่ีประจํารถสายตรวจเปน ผบู นั ทกึ ขอ มูลของเหตทุ ีเ่ กดิ ระหวา งปฏิบัติหนา ทท่ี ุกผลดั 2. ใหบันทึกทุกรายละเอียดของเหตุที่เกิดข้ึนในพ้ืนที่รับผิดชอบและพ้ืนท่ีรับผิดชอบและพ้ืนท่ีขางเคียง ท่ีสําคญั รวมท้ังขอมลู ทไ่ี ดร บั ทราบจากบุคคลหรือเครื่องมอื สอ่ื สารทุกประเภท 3. ชอ งหมายเหตุ (1) สําหรบั บันทกึ ขอมลู เพ่มิ เติมทผ่ี ูบังคบั บญั ชาและเจา หนา ท่ผี ลัดตอไปควรทราบ (2) สาํ หรับผูบ ังคบั บญั ชาบนั ทึกขอสงั่ การตา ง ๆ 4. ใหมีการสงมอบสมุดบันทึกประจํารถสายตรวจทุกคร้ังท่ีเปลี่ยนผลัด และหากพบความเสียหาย ใหบ ันทกึ และรายงานผูบังคบั บญั ชาทันที 74 คูม ือการควบคมุ สายตรวจและการจัดสายตรวจ

ตัวอยาง (ปกสมดุ ตรวจตแู ดง) หมายเหตุ 1. ขนาดสมุดตรวจตแู ดงใหใ ชขนาด “7X5 1/2” 2. ปกของสมดุ ตรวจตูแ ดงใหใชส นี ้าํ ตาล ตัวหนังสอื ดํา 3. สมดุ ตรวจตแู ดง 1 เลม ใหม ีจาํ นวน 100 หนา (50 แผน) 4. ใบบนั ทึกการตรวจใหพมิ พด ว ยกระดาษขาว ตวั หนังสอื และเสน สดี าํ คมู อื การควบคมุ สายตรวจและการจดั สายตรวจ 75

ตวั อยา ง (ปกหลงั สมุดตรวจตแู ดง) คาํ อธบิ าย 1. เหตุดวน – เหตุราย โทร ............. ใหระบุโทรศัพทของศูนยวิทยุประจํา สน/สภ. ท่ีสามารถติดตอได อยา งรวดเรว็ และมีเจา หนา ท่เี วรรับโทรศัพทต ลอด 24 ช่ัวโมง 2. ช่ือผูตรวจใหเขียน ยศ ช่ือ สกุล ในชองผูตรวจดวยตัวบรรจงและตองเขียนดวยลายมือช่ือของตนเอง ทกุ ครั้ง 3. “ชอ งหมายเหตุ” 3.1 สาํ หรบั แจงเหตขุ ัดของที่สายตรวจไมส ามารถไปตรวจตแู ดงไดตามวงรอบของการตรวจ 3.2 สําหรบั ผบู ังคบั บัญชาทีต่ รวจพบเหตพุ เิ ศษหรือขอบกพรอง 4. “ชองรหสั ” ใหใสนามเรยี กขานทางวทิ ยุหรือรหสั ประจาํ ตวั รถสายตรวจ 5. เม่อื เริม่ ผลัดใหมใหเ ขียนเวลาของผลดั ใหมนน้ั ไวกลางหนา กระดาษทุกครั้ง 6. การบนั ทึกใหเรยี งลําดับจาก 1 และเม่ือเรม่ิ ผลดั ใหมใหเรมิ่ ลาํ ดบั ท่ี 1 ใหมทกุ ผลัด 76 คูมือการควบคุมสายตรวจและการจดั สายตรวจ

ตัวอยา ง รหสั หมายเหตุ บันทกึ การตรวจตูแดง ลําดับ วนั เดือน ป/เวลา ยศ ชอื่ สกลุ ผูตรวจ ลายมอื ชื่อ คูมือการควบคุมสายตรวจและการจดั สายตรวจ 77

ตัวอยาง สมุดบันทึกการปฏบิ ตั ิของสายตรวจตําบล (ขนาดสมดุ เบอร 2 (สนี า้ํ เงิน)) (ปกหนา) เลขที.่ ............ สมุดบันทกึ การปฏิบัตขิ องสายตรวจตาํ บล สถานท่ี ....................................................... เลมที่ .......................................................... ตั้งแตวันท่ี ............. เดือน ............. พ.ศ. ...... ถึงวันท่ี ................. เดอื น ............. พ.ศ. ...... หมายเหตุ 1. ขนาดสมดุ เบอร 2 (สนี ํ้าเงนิ ) 2. ปกใหใ ชก ระดาษแข็ง สนี าํ้ ตาล ตัวหนังสือและเสนสดี ํา 3. สมุด 1 เลม มีจํานวน 160 หนา (80 แผน ) ปกหลงั ดานใน สมดุ บนั ทึกการปฏิบัติของสายตรวจตาํ บล คําแนะนาํ 1. การบันทึกใหเริ่มเลขลําดับท่ี 1 ต้ังแต 00.01 น. ของแตละวัน และเมื่อขึ้นวันใหมใหเริ่ม เลขลําดับท่ี 1 ใหม 2. ใหเขียน ยศ ชอ่ื สกลุ ดว ยตัวบรรจงชดั เจน 3. หามเขยี นเวน บรรทดั คําอธิบาย (1) เจาหนาที่สายตรวจตาํ บลในผลดั ท่ีรวมตรวจดวยทุกนาย (2) เหตุการณที่พบหรือรายละเอียดโดยสังเขปเก่ียวกับการประชุมในหมูบาน/ตําบลที่ไปตรวจ หากไมม ีเหตุการณพ เิ ศษใหใส “ปกติ” 78 คมู ือการควบคมุ สายตรวจและการจดั สายตรวจ

(3) ลายมือชอ่ื ผใู หญบ านในหมบู า นที่ไปตรวจ (4) ลายมอื ช่ือกํานนั ในตําบลที่ไปตรวจ (5) ลายมือช่อื ลกู บา นในหมบู านหรือตําบลนน้ั ๆ หากมตี ําแหนงอื่นใหระบใุ หชัดเจนดวย (6) ลายมอื ช่อื เจา หนา ทีส่ ายตรวจตาํ บลในผลดั ทร่ี ว มตรวจทกุ นาย คูมือการควบคมุ สายตรวจและการจดั สายตรวจ 79

ตัวอยาง สาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ บนั ทกึ การปฏิบัติของสายตรวจตาํ บล สภ. ....................................... ภ.จว. ..................................................... ภ.2 เลข วัน เดือน ป การปฏบิ ตั ิ หมายเหตุ ลาํ ดบั เวลา ขา ฯ ............................ ตาํ แหนง ..................... สงั กัด ......................... พรอมดวย ................. ....................................................................... ....................................................................... ไดม าตรวจที่ .............. หมู ........... ตําบล ........ อาํ เภอ ......................... จงั หวดั ...................... พบเหตุการณ .................................................. ........................................................................ ........................................................................ จึงไดร วมกันลงลายมอื ชอ่ื ไวเ ปน หลกั ฐาน ลงชอ่ื ........... ผใู หญบ า น หมู ....................... ลงช่อื ............ กํานนั ตําบล ........................ ลงชือ่ ..................... สายตรวจตําบล/บนั ทกึ .............................................สายตรวจตําบล .............................................สายตรวจตําบล 80 คูมือการควบคุมสายตรวจและการจดั สายตรวจ

บรรณานกุ รม สํานักงานตาํ รวจแหง ชาต.ิ (2553). คูม อื การปฏิบัติงานของตาํ รวจสายตรวจ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพตาํ รวจ. สํานกั งานตาํ รวจแหงชาติ. (2556). คมู อื การบรหิ ารงานปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรม. กรุงเทพฯ: โรงพิมพต าํ รวจ. สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาต.ิ (2557). คมู อื การฝก อบรมขา ราชการตาํ รวจทป่ี ฏบิ ตั หิ นา ทง่ี านปอ งกนั ปราบปราม ในสถานีตาํ รวจ. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพตาํ รวจ. สํานักงานตํารวจแหงชาติ. (2559). คูมือการปฏิบัติมาตรฐานสําหรับเจาหนาท่ีตํารวจสายตรวจและ เจา หนา ท่ีตาํ รวจผปู ระสบเหตุ 2559. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พต ํารวจ คมู อื การควบคมุ สายตรวจและการจัดสายตรวจ 81

82 คมู อื การควบคมุ สายตรวจและการจดั สายตรวจ

สว นที่ 3 ยทุ ธวิธตี าํ รวจ

1





คํานาํ สํานักงานตํารวจแหงชาติ ไดใหความสําคัญในการฝกยุทธวิธีในการปฏิบัติหนาที่ จึงมีนโยบายให ขา ราชการตาํ รวจทกุ คนไดรบั การฝกยทุ ธวิธตี ํารวจ จงึ จดั ทาํ “คูมอื ยุทธวธิ ีตํารวจ” เพอ่ื ใหผ ปู ฏบิ ัติงานใชเปน แนวทางในการฝก ทกั ษะใหเ กดิ ความชาํ นาญอยา งเปน ระบบมาตรฐานสากล เกดิ ความพรอ มในการปฏบิ ตั หิ นา ที่ และสามารถนาํ ความรทู ไี่ ดร บั ไปปฏบิ ตั ไิ ดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ เปน ไปตามวสิ ยั ทศั นผ บู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติ “เปนหลักประกนั ความยุติธรรม และความปลอดภยั ในชวี ิตและทรพั ยส ินของประชาชน ท่มี ีมาตรฐานสากล” “คูมือยุทธวิธีตํารวจ” เปนส่ิงสําคัญในการปฏิบัติงานของเจาหนาท่ีตํารวจ ชวยปองกันและ ลดการสญู เสยี ชวี ติ และทรพั ยส นิ ทง้ั ในสว นของขา ราชการตาํ รวจและประชาชนผบู รสิ ทุ ธิ์ จงึ หวงั เปน อยา งยงิ่ วา “คูมือยุทธวิธีตํารวจ” เลมน้ีจะเปนประโยชนตอการคนควาและเรียนรูการปฏิบัติงาน การรักษาความสงบ เรยี บรอยในสงั คม ตลอดจนเปน ผลทาํ ใหประชาชนมีความเช่ือม่ัน ศรัทธา ตอ เจา หนาท่ีตํารวจตอ ไป คณะผูจดั ทํา

1

สารบญั หนา ยทุ ธวิธตี าํ รวจ 1 ยุทธวธิ ีการต้ังจุดตรวจ 3 ความสาํ คัญของการตงั้ จดุ ตรวจและจุดสกัด 3 หลกั พ้นื ฐานของการตง้ั จุดตรวจ จดุ สกดั 3 หลกั การพิจารณาในการต้ังจดุ ตรวจ จดุ สกัด 4 ขอ มลู ท่จี ะใชใ นการต้ังจุดตรวจ จดุ สกัด 5 อุปกรณ และเครอื่ งมอื ตา ง ๆ ในการต้งั จุดตรวจ จดุ สกดั 5 ขนั้ ตอนการปฏบิ ัติ การควบคมุ การตรวจสอบการปฏิบัติ 6 การตรวจคน รถ 6 การแบง พ้นื ทบี่ ริเวณจดุ ตรวจ 7 ยทุ ธวธิ ตี ํารวจในการต้ังจดุ ตรวจ และจดุ สกดั 9 ยุทธวิธใี นการตรวจคน – จบั กมุ 15 ระดับการใชกําลังของเจา หนาทีต่ ํารวจเพื่อแกไ ขสถานการณ (Use of Force) 20 บรรณานกุ รม 33

1

ยุทธวธิ ีตํารวจ ตาํ รวจสายตรวจมอื อาชพี คอื ตาํ รวจทเ่ี ปน สภุ าพบรุ ษุ ในเครอื่ งแบบ เมอ่ื ประชาชนพบเหน็ ตอ งเกดิ ความเชอื่ มน่ั ศรทั ธา สามารถเปน ทพี่ งึ่ ไดใ นทกุ โอกาส มคี วามรสู กึ อบอนุ ใจทกุ ครงั้ ทไี่ ดพ บเหน็ ตาํ รวจสายตรวจ จะตอ งเปน ตํารวจในดวงใจของประชาชน และปฏบิ ตั ิหนา ทอ่ี ยา งถูกตอ งตามหลักยุทธวิธี คุณสมบตั ขิ องสายตรวจมืออาชีพ มี 10 ประการ คอื ตอตนเอง 1. ตอ งพฒั นาตนเองตลอดเวลา - Smart : บคุ ลิกดี มคี วามฉลาด มีปฏิภาณไหวพริบ - Smile : ย้ิมแยม แจมใส มีจิตใจใหบ รกิ าร - Strong : เขมแข็ง อดทนในการปฏิบตั ิหนา ที่ 2. ตองมีจริยธรรมและคณุ ธรรม 3. ตอ งหมั่นฝก ฝนยุทธวิธีตํารวจอยา งสมํา่ เสมอ ตอประชาชน 4. ตองทําทุกวิถที างใหป ระชาชนมีความสุขและมีความศรัทธาตาํ รวจ 5. ตอ งแสวงหาความรว มมือจากประชาชนใหมากทส่ี ุด 6. ตองประพฤติตนเปน แบบอยางท่ีดี เปนท่ยี อมรบั นับถือของประชาชน ตอ ระบบงานปอ งกนั ปราบปราม 7. ตองรอบรูและวิเคราะหขอมูลทองถิ่นในทองที่ของตนเองในเชิงลึก ทั้งสถานที่และตัวบุคคล โดยละเอียด 8. ตองจัดระเบียบสงั คมในทองท่ใี หเ ปน ไปตามกฎหมาย 9. ตอ งปราบปรามอาชญากรอยา งเด็ดขาด 10. ตองระลึกเสมอวา ผลสัมฤทธ์ิของงานปองกันปราบปราม คือ ทําใหคดีเกิดขึ้นนอยท่ีสุด เมอื่ คดเี กดิ ขน้ึ แลว กต็ อ งตดิ ตามจบั กมุ คนรา ยใหเ รว็ ทส่ี ดุ และลดความหวาดกลวั ตอ อาชญากรรมของประชาชน ยุทธวิธีตํารวจ สําหรับงานสายตรวจงานปองกันปราบปรามจะมีหลายรูปแบบ ซ่ึงจะชวยใหเกิด ความปลอดภัยตอตนเองและผูอื่น ทั้งยังสามารถตอบโตคนรายไดอยางถูกตองตามกฎหมายและตามหลักกฎ การใชก ําลงั ฉะนน้ั ผบู รหิ ารระดบั สถานตี าํ รวจตงั้ แต ผกก., รอง ผกก.ป., สวป. จะตอ งใหค วามสนใจเปน อยา งยง่ิ จะตองมีความเขาใจหลักการและการปฏิบัติเพ่ือการตัดสินใจส่ังการหรือบริหารเหตุการณ ขณะเกิดเหตุได อยา งมีประสิทธภิ าพ และเพือ่ ควบคุมการฝก ยุทธวิธกี บั ผใู ตบ งั คบั บญั ชาไดอยา งถกู ตอ ง คมู อื ยุทธวธิ ีตาํ รวจ 1

ผบู ริหารระดับสถานตี าํ รวจ ตองควบคุมการฝก ยุทธวธิ อี ยางใกลชดิ ผูบริหารระดับสถานตี าํ รวจตองอบรม เพื่อสรางความเขา ใจหลักการและการปฏบิ ตั ิท่ีถูกตอง ผบู ังคบั บัญชาระดบั กองบงั คบั การ / ตาํ รวจภธู รจังหวดั ตองควบคมุ กาํ กับ ดูแลการปฏบิ ตั ิอยา งใกลช ดิ 2 คมู อื ยุทธวิธีตํารวจ

1. ยุทธวธิ ีการต้งั จุดตรวจ 1.1 จุดตรวจ หมายถึง สถานท่ีที่เจาพนักงานตํารวจออกปฏิบัติหนาท่ีตรวจคน เพื่อจับกุม ผกู ระทําความผดิ ในเขตทางเดินรถ หรือทางหลวงในกรณปี กติเปน การชั่วคราว โดยมกี ําหนดระยะเวลาเทา ทม่ี ี ความจําเปนอยางยง่ิ ในการปฏบิ ัตหิ นาทด่ี งั กลา ว แตตองไมเ กนิ 24 ช่ัวโมง และเม่ือเสร็จสน้ิ ภารกจิ แลวจะตอง ยบุ เลกิ จุดตรวจดงั กลา วทันที 1.2 จดุ สกดั หมายถงึ สถานทท่ี เ่ี จา พนกั งานตาํ รวจออกปฏบิ ตั หิ นา ทตี่ รวจคน เพอ่ื จบั กมุ ผกู ระทาํ ความผดิ ในเขตทางเดนิ รถหรอื ทางหลวง ในกรณที มี่ เี หตกุ ารณฉ กุ เฉนิ หรอื จาํ เปน เรง ดว นเกดิ ขนึ้ เปน การชวั่ คราว และจะตองยบุ เลิกเมอื่ เสรจ็ ส้นิ ภารกจิ ดงั กลา ว 1.3 ดานตรวจ หมายถึง สถานที่ทําการท่ีเจาพนักงานตํารวจออกปฏิบัติหนาที่ในการตรวจคน เพ่ือจับกุมผูกระทําความผิดในเขตทางเดินรถ (ความหมายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2535) โดยระบุ สถานท่ไี วชดั แจง เปน การถาวร การตง้ั ดานตรวจจะตอ งไดร บั การอนุมตั จิ าก ครม. หรอื ผูมีอํานาจตามกฎหมาย วา ดวยทางหลวงหรือ กอ.รมน.แลว แตกรณี 2. ความสาํ คัญของการต้ังจุดตรวจ และจดุ สกดั 2.1 เพอื่ ควบคมุ พ้นื ทลี่ อ แหลมตอการเกดิ อาชญากรรม 2.2 เพ่ือเปน การปอ งปรามการกระทาํ ผิดกฎหมาย 2.3 เพ่ือเปนการปด เสน ทางและตัดชองโอกาสคนรา ยหลบหนี 2.4 เพอ่ื ตรวจคน บุคคล หรือยานพาหนะทีผ่ านเขาออกพ้นื ที่ 2.5 เพอ่ื คนหาสงิ่ ผิดกฎหมาย อาวธุ เคร่อื งมือเครือ่ งใชใ นการกระทาํ ผิด 3. หลักพืน้ ฐานของการตง้ั จุดตรวจ จดุ สกดั 3.1 การต้ังดา นตรวจ จุดตรวจ หรือจดุ สกดั ในเขตทางเดินรถหรือทางหลวง ตองมนี ายตํารวจ ชั้นสัญญาบตั รเปนหัวหนาควบคุมและไดร ับอนมุ ัติจากผูบงั คับบัญชา โดยจะตอ งแตงเครอ่ื งแบบในการปฏิบัติ หนาที่ และการต้ังจุดตรวจ หรือจุดสกัด ใหทุกหนวยประสานการปฏิบัติระหวางหนวยใกลเคียงใหชัดเจน เพอื่ ไมใหเ กิดการซ้ําซอนกัน คมู ือยทุ ธวิธีตาํ รวจ 3

3.2 การปฏบิ ตั ใิ นการตรวจคน จบั กมุ ตอ งปฏบิ ตั ติ ามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา และประมวลระเบียบการตาํ รวจเกีย่ วกบั คดีวาดวยการนน้ั โดยเครงครัด 3.3 มีแผงก้ันแสดงเครื่องหมายวา หยุดตรวจ และควรจัดใหมีสิ่งกีดขวางหรือสัญญาณอ่ืนใด ใหเ ปน ท่สี ังเกตไดงายในระยะไกล เชน กรวยยางคาดสีสะทอนแสง เพื่อชวยปองกนั อบุ ตั เิ หตุทอี่ าจเกดิ ขน้ึ 3.4 ในเวลากลางคืนตองใหมีแสงสองสวางใหมองเห็นไดอยางชัดเจน ในระยะไมนอยกวา 150 เมตร กอ นถึงจุดตรวจ 3.5 กําหนดเขตพ้ืนที่ปลอดภัยไวสําหรับเปนบริเวณตรวจคน เพื่อใหเกิดความปลอดภัยท้ังแก ผตู อ งสงสยั ทถี่ ูกตรวจคน และเจาหนา ทีต่ ํารวจระหวา งทําการตรวจคน 3.6 ควรวางกาํ ลงั สว นหนงึ่ ไวบ รเิ วณทางแยกหรอื จดุ กลบั รถกอ นถงึ จดุ ตรวจหรอื จดุ สกดั เพอ่ื ไวท าํ จดุ สกดั กัน้ หรือไลติดตามผูทีเ่ ลีย้ วหรอื กลบั รถหลบหนกี ารตรวจคน 3.7 พึงใชความระมัดระวังและตั้งอยูในความไมประมาททุกขณะทําการตรวจคน และควรมี การติดต้งั กลอ ง CCTV บันทึกภาพการตรวจคนไวโดยตลอดดวย 3.8 พงึ เปนผมู มี ารยาทท่ีดีงามและรักษากริ ยิ าวาจาระหวา งการตรวจคน เชน ไมสองไฟบริเวณ ใบหนาประชาชนผูถ กู ตรวจคนโดยตรงและรูจักใชคําพูดทีส่ ุภาพ เชน สวสั ดคี รับ ขอโทษครบั ขอบคณุ ครับ 3.9 ใชค วามสงั เกตและใหค วามสนใจเปน พเิ ศษแกพ าหนะทม่ี ลี กั ษณะพริ ธุ เชน รถจกั รยานยนต ทไี่ มต ดิ แผน ปา ยทะเบยี น หรอื พบั งอแผน ปา ยทะเบยี นเพอ่ื บดบงั อาํ พรางหมายเลข หรอื พาหนะทมี่ กี ารดดั แปลง สภาพ 3.10 ในการปฏิบัติการต้ังจุดตรวจหรือจุดสกัด ใหคํานึงถึงความปลอดภัยของเจาหนาท่ีตํารวจ ผปู ฏิบตั ิงานและประชาชน ไมกอใหเกิดปญ หาความเดือดรอ นแกป ระชาชนผูใ ชท างโดยไมจาํ เปน 4. หลกั การพจิ ารณาในการตัง้ จุดตรวจ จุดสกัด 4.1 สภาพภมู ปิ ระเทศใหค วามปลอดภัยเจา หนา ที่ตาํ รวจ 4.2 สภาพภมู อิ ากาศ ฝนไมตก/แดดไมรอ นจดั 4.3 สภาพการจราจรไมห นาแนน ไมติดขัด 4.4 เปน พืน้ ทท่ี ี่เกีย่ วกับความมนั่ คง 4.5 เปนพ้นื ทท่ี มี่ ีการเกิดอาชญากรรมสงู 4.6 เปนเสน ทางท่คี นรายมักใชในการหลบหนี 4 คูมอื ยุทธวิธีตาํ รวจ

5. ขอ มูลที่จะใชในการตงั้ จุดตรวจ จุดสกดั นาฬกาอาชญากรรม แผนท่แี สดงเขตรบั ผิดชอบ 6. อปุ กรณ และเครอ่ื งมือตาง ๆ ในการต้ังจุดตรวจ จดุ สกัด 6.1 รถยนตส ายตรวจ, รถจักรยานยนต ที่มไี ฟสอ งสัญญาณ 6.2 แผงก้ันจุดตรวจ โดยมีแสงไฟสองสวางใหมองเห็นไดอยางชัดเจนในระยะไมนอยกวา 150 เมตร ในเวลากลางคนื กอนถึงจดุ ตรวจ 6.3 แผงประชาสัมพันธกอนถึงจุดตรวจคน “ขออภัยในความไมสะดวก” หรือแผงเตือน “จุดตรวจขางหนา โปรดลดความเร็ว” 6.4 กรวยยางจราจรสสี ม วางกอ นถงึ จดุ ตรวจคน และตามแนวชอ งทางเดนิ รถรกั ษาพนื้ ทปี่ ลอดภยั 6.5 กระบองไฟสญั ญาณบอกตําแหนงของ จร. 6.6 ไฟฉาย/สปอตไลท ประจาํ รถยนตสายตรวจ 6.7 เคร่ืองขยายเสียงแบบมือถือ 6.8 เคร่อื งตรวจโลหะแบบมอื ถือ 6.9 อปุ กรณต รวจใตท องรถ 6.10 กลอ งถายภาพ/กลอ งบนั ทึกภาพ 6.11 ตวั สกดั (ขวาก) คมู อื ยุทธวธิ ีตาํ รวจ 5


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook