96 ลาดับท่ี ช่ือหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ สาระสาคญั เวลาเรียน นา้ หนัก ตวั ชี้วดั (ชัว่ โมง) คะแนน พืชเปน็ สงิ่ มชี ีวิตที่สามารถสรา้ ง 4 การดารงชีวติ ของพชื ว. 1.2 อาหารได้เองผ่านกระบวนการ 8 12 สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง พืชยังสามารถ ม.๔/8 สังเคราะห์สารกลุ่มอน่ื ๆได้เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมนั ม.๔/9 การเจรญิ เตบิ โตของพชื จาเป็นตอ้ ง มีปจั จัยควบคมุ การเจริญเติบโต ม.๔/10 แบง่ ออกเป็นปัจจัยภายนอก และ ปจั จัยภายใน ซ่ึงมนษุ ยส์ ามารถ ม.๔/11 สังเคราะห์ฮอรโ์ มนพืชนามาใช้ ควบคุมการเจริญเตบิ โตและเพิ่ม ม.๔/12 ผลผลติ ของพชื พชื มีการตอบสนองตอ่ ส่งิ เร้า 2 รปู แบบ คอื รูปแบบทมี่ ที ิศทาง สมั พันธ์กับสง่ิ เร้า เชน่ การ ตอบสนองต่อแสง ส่งิ สมั ผัส แรง โนม้ ถ่วงของโลก สารเคมี น้า เปน็ ตน้ และรูปแบบท่ีไม่มที ิศทาง สมั พันธก์ บั สิง่ เร้า ซง่ึ เกิดจากการ เปล่ียนแปลงปริมาณนา้ และ แรงดนั เต่งภายในเซลล์ 5 พันธกุ รรม ว. 1.3 ส่งิ มชี วี ติ ทกุ ชนดิ จะมลี กั ษณะทาง 14 24 ม.๔/1 พันธกุ รรมที่แตกต่างกนั เปน็ ผลมา ม.๔/2 จากหนว่ ยพนั ธุกรรมหรือยนี ซึ่งเปน็ ม.๔/3 ลาดบั เบสของนวิ คลีโอไทด์ชว่ งหนง่ึ ม.๔/4 บนสายดเี อ็นเอทีอ่ ยู่บนโครโมโซม ม.๔/5 ในนิวเคลียสของส่ิงมชี วี ิต การถา่ ยทอดลักษณะทาง พันธุกรรมจะถ่ายทอดจากพ่อแม่ ไปสลู่ ูกผา่ นเซลล์สบื พันธุ์ มวิ เทชัน เป็นการเปลยี่ นแปลง พนั ธุกรรมของสิง่ มชี ีวติ แบ่งเปน็ 2 ระดบั คือ มวิ เทชันระดับยีนและมวิ เทชันระดบั โครโมโซม
ลาดับท่ี ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ สาระสาคัญ 97 ตัวชี้วัด เทคโนโลยที างดีเอน็ เอถูกนามา เวลาเรยี น น้าหนกั ประยกุ ต์ในดา้ นตา่ งๆ เชน่ ดา้ น (ชัว่ โมง) คะแนน การแพทยแ์ ละเภสัชกรรม ด้าน 5 พนั ธุกรรม ว. 1.3 การเกษตร ดา้ นนิตวิ ิทยาศาสตร์ ม.๔/1 ม.๔/2 ม.๔/3 ม.๔/4 ม.๔/5 6 วิวัฒนาการของ ว. 1.3 ความหลากหลายของสงิ่ มชี วี ิตใน 3 6 ส่งิ มชี ีวติ ม.๔/6 ปัจจบุ ันเปน็ ผลมาจากววิ ัฒนาการท่ี มกี ลไกพนื้ ฐานมาจากการคดั เลือก 1 20 โดยธรรมชาติ ซ่ึงเป็นกระบวนการ 1 30 คัดเลอื กประชากรของส่งิ มชี ีวติ ทีม่ ี 60 100 ลักษณะเหมาะสมกบั ส่งิ แวดล้อมให้ สามารถดารงชีวิตและให้กาเนิด ประชากรในรุ่นต่อไป โดยสิ่งมีชวี ติ จะอาศยั การปรับเปลยี่ นทางสรรี ะ พฤติกรรม และรปู แบบการ ดารงชวี ิต แต่สาหรบั ประชากรทไ่ี ม่ สามารถปรับตวั ได้กจ็ ะถกู คดั ทงิ้ และลดจานวนไป สอบกลางภาคเรียนท่ี1 สอบปลายภาคเรียนท่ี1 รวมเวลาเรียนภาคเรียนท่ี1
98 โครงสร้างหน่วยการเรียนรูร้ ายวชิ าพนื้ ฐาน รหัสวิชา ว ๓๑๑๐๒ วทิ ยาการคานวณ ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรียน๑ช่ัวโมง/สัปดาห์จานวน๐.๕หนว่ ยกิต สดั สวนคะแนน ๗๐:๓๐ หนว่ ยการ ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา เรยี นรูท้ ่ี การเรียนรู้ ตัวชี้วดั เรียน ๑ แนวคดิ เชิง ว ๔.๒ แนวคิดเชิงคานวณ เป็นความสามรถในการ ๗ คานวณในการ พัฒนาโครงงาน ม.๔/๑ แก้ปัญหา โดยมุ่งเน้นการคิดเชิงตรรกะ หรือเป็นการ ๒ การนาแนวคิด แก้ปัญหาอย่างเป็นลาดับข้ันตอน และมีวิธีการ เชงิ คานวณใน การพัฒนา แก้ปญั หาอย่างเป็นระบบ โครงงาน เกยี่ วกับ การพัฒนาโครงงานทางด้านเทคโนโลยี เป็นการ ชวี ติ ประจาวนั นาแนวคิดเชิงคานวณมาแก้ปัญหาต่างๆ อย่างเป็น ระบบ เพื่อให้โครงงานสาเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย สอบกลางภาคเรยี นที่ ๒ ๑ ว ๔.๒ การนาแนวคิดเชิงคานวณพัฒนาโครงงาน ๑๓ ม.๔/๑ พัฒนาเวป็ ไซด์ แนะนาการใชง้ านหอ้ งสมุด ก า ร น า แ น ว คิ ด เ ชิ ง ค า น ว ณ พั ฒ น า โ ค ร ง ง า น โปรแกรมแจ้งเตือนการกินยาผ่านสมาร์ทโฟนหรือ แทบ็ เลต็ สอบปลายภาคเรียนที่ ๒ ๑ รวมเวลาเรยี นภาคเรยี นที่ ๒ ๒๐
99 โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐาน รหสั วิชา ว ๓1๑๐3 วิชาวิทยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ รายวชิ าพน้ื ฐาน ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลาเรียน 6๐ชว่ั โมง/ภาคเรยี น ๑.5 หน่วยกติ สัดส่วนคะแนน ๗๐:๓๐ ลาดับที่ ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ สาระสาคัญ เวลาเรียน นา้ หนกั ตวั ช้วี ัด (ชั่วโมง) คะแนน -การศึกษาความสาคัญของดารา ๑ เอกภพ ว. 3.1 ศาสตร์ 8 14 -การเกิดและวิวฒั นาการของเอก ม.6/๑ ภพกาแลก็ ซี และระบบสรุ ิยะโดยใช้ วธิ ีการและทกั ษะกระบวนการทาง ม.6/2 วทิ ยาศาสตร์ และเช่อื มโยง ระหวา่ งส่ิงทเ่ี รียนกบั ชวี ติ ประจาวัน ม.6/๓ 2 ดาวฤกษ์ ว. 3.1 -การศึกษาววิ ัฒนาการของดาวฤกษ์ 10 18 11 ม.6/4 -ความสวา่ งและอนั ดบั ความสว่าง 7 ม.6/5 ของดาวฤกษ์ ม.6/6 -สแี ละอุณหภูมิผิวของดาวฤกษ์ ม.6/7 และระยะห่างของดาวฤกษ์ โดยใช้ วธิ ีการและทกั ษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ และเชือ่ มโยงระหวา่ ง สง่ิ ท่ีเรยี นกับชีวติ ประจาวนั 3 ระบบสุรยิ ะ ว. 3.1 -การศึกษากาเนิดระบบสรุ ยิ ะ 6 ม.6/8 เกย่ี วกับองคป์ ระกอบของระบบ ม.6/9 สุริยะ ได้แก่ ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะหช์ ้นั ใน ดาวเคราะห์น้อย ดาวเคราะห์ช้นั นอก และดาวหาง โดยใชว้ ธิ กี ารและ ทกั ษะกระบวนการ ทาง วทิ ยาศาสตร์ และเชอ่ื มโยงระหว่าง ส่ิงท่ีเรยี นกบั ชวี ติ ประจาวัน 4 เทคโนโลยีอวกาศ ว. 3.1 -การศึกษาเทคโนโลยอี วกาศ 4 ม.6/10 -ประโยชนข์ องดาวเทียมและยาน อวกาศในดา้ นต่าง
100 ลาดับท่ี ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ สาระสาคัญ เวลาเรียน นา้ หนัก ตัวชว้ี ดั (ชัว่ โมง) คะแนน -การสง่ และคานวณความเรว็ ใน การโคจรของดาวเทยี ม-รอบโลก -การใชป้ ระโยชนจ์ ากเทคโนโลยี อวกาศโดยใชว้ ิธีการและทกั ษะ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และ เชื่อมโยงระหวา่ งส่งิ ท่ีเรยี นกบั ชวี ติ ประจาวัน
101 ลาดบั ที่ ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ สาระสาคัญ เวลาเรยี น นา้ หนกั ตวั ชว้ี ัด (ชวั่ โมง) คะแนน -การศกึ ษาความเปน็ มาของ-โลก 5 โลกและการ ว. 3.2 -อายขุ องโลก 13 23 -หลกั การในการแบ่งโครงสร้างโลก เปล่ียนแปลง ม.6/๑ -การเลยี นแบบกระบวนการ-เกิด แผน่ ดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ม.6/2 -ความสาคญั ของปรากฏการณท์ าง ธรณวี ิทยา แผน่ ดินไหว ภูเขาไฟ ม.6/3 ระเบิด ที่สง่ ผลตอ่ สิง่ มีชีวิตและ สิ่งแวดลอ้ ม โดยใชว้ ิธกี ารและ ม.6/4 ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์และเชื่อมโยงระหว่าง ม.6/5 สิ่งที่เรียนกบั ชวี ติ ประจาวนั -การศึกษาการเลียนแบบ ม.6/6 กระบวนการเปล่ยี นแปลงทางธรณี ภาคของโลก ไดแ้ ก่ แผน่ ธรณภี าค และการเคลอ่ื นท่ี หลักฐานและ ข้อมูลทางธรณีวทิ ยา -การศึกษาการเลียนแบบ กระบวนการเปล่ียนแปลงทางธรณี ภาคของโลก ไดแ้ ก่ แผน่ ธรณีภาค และการเคลอ่ื นท่ี หลักฐานและ ข้อมูลทางธรณีวทิ ยา (รอยต่อของแผน่ ธรณีภาครอยแยก ของแผ่นธรณีภาคและอายขุ องหิน บนเทือกเขา-กลางมหาสมทุ ร -การคน้ พบซากดึกดาบรรพ์ -การเปลีย่ นแปลงของอากาศ และ สนามแมเ่ หล็กโลกโบราณ) และ ลกั ษณะรอยต่อของแผ่นธรณีภาค แบบต่าง ๆ (ลักษณะและผลที่เกิดจากการ เคล่อื นท่ีของขอบแผ่นธรณี-ภาค แยกออกจากกนั ขอบแผน่ ธรณี ภาคเคล่อื นเข้าหากัน และขอบแผ่น ธรณภี าคเคล่อื นท่ผี า่ นกนั )
102 ลาดับที่ ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ สาระสาคัญ เวลาเรียน นา้ หนกั ตัวช้วี ดั (ชว่ั โมง) คะแนน - การหมนุ เวียนของอากาศ 6 อากาศ ว. 3.2 - การเคลอ่ื นท่ีของอากาศ 9 16 - ความกดอากาศที่มีผลต่อ ม.6/7 6 11 ภมู อิ ากาศ ม.6/8 - การหมนุ เวยี นของ 2 20 2 30 ม.6/9 กระแสน้าผวิ หนา้ ใน 60 100 มหาสมทุ ร ม.6/10 - การหมนุ เวยี นอากาศ และ น้าในมหาสมุทร สง่ ผลต่อ ม.6/11 ภูมิอากาศ - ปจั จยั ที่มผี ลตอ่ การ 7 ลมฟา้ อากาศ ว. 3.2 เปลย่ี นแปลงภูมิอากาศ ม.6/12 ของโลก ม.6/13 - แผนทอี่ ากาศ ม.6/14 - การแปลความหมายจาก สญั ลกั ษณ์ทีป่ รากฏบน แผนที่อากาศ สอบกลางภาคเรยี นที่ 2 สอบปลายภาคเรียนท่ี 2 รวมเวลาเรียนภาคเรยี นที่ 2
103 โครงสร้างหน่วยการเรียนรรู้ ายวิชาพ้ืนฐาน รหสั วชิ า ว ๓๒๑๐๑ รายวิชาวิทยาศาสตรก์ ายภาพ (เคมี) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 เวลาเรียน 4๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น จานวน ๑.0 หน่วยกิตสัดส่วนคะแนน ๗๐:๓๐ ลาดบั มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลาเรียน นา้ หนกั ท่ี ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ เรยี นรู้/ตวั ชว้ี ัด (ช่ัวโมง) คะแนน ๑ ธาตุและสารประกอบ ว 2.1 ม.5/1 - สารเคมีทกุ ชนดิ สามารถระบุไดว้ า่ เปน็ 9 24 ว 2.1 ม.5/2 ธาตุหรือสารประกอบ และอยู่ในรูปของ ว 2.1 ม.5/3 อะตอม โมเลกุล หรือไอออนได้ โดย พจิ ารณาจากสูตรเคมี - แบบจาลองอะตอม - อะตอมของธาตุเป็นกลางทางไฟฟ้า มจี านวนโปรตอนเท่ากับจานวน อิเลก็ ตรอน การระบชุ นดิ ของธาตุ พิจารณาจากจานวนโปรตอน - เมื่ออะตอมของธาตมุ ีการให้หรือรับ อเิ ล็กตรอน ทาใหจ้ านวนโปรตอนและ อิเลก็ ตรอนไม่เท่ากนั เกิดเปน็ ไอออน บวก ไอออนลบ ๒ ตารางธาตุ ว 2.1 ม.5/๔ - สญั ลักษณ์นิวเคลยี ร์ 7 18 ว 2.1 ม.5/5 - ธาตจุ ัดเป็นหมวดหมู่ได้อย่างเป็น ว 2.1 ม.5/6 ระบบโดยอาศยั ตารางธาตุ ว 2.1 ม.5/7 - ธาตุในกลุ่มโลหะ จะนาไฟฟ้าไดด้ ี และมแี นวโนม้ ให้อเิ ลก็ ตรอน ส่วนธาตุ ในกลมุ่ อโลหะ จะไมน่ าไฟฟา้ และมี แนวโน้มรับอเิ ล็กตรอน โดยธาตเุ รพรี เซนเททีฟในหมู่ IA-IIA และธาตุแทรน ซิชนั ทุกธาตุ จัดเป็นธาตุในกลุ่มโลหะ สว่ นธาตุเรพรเี ซนเททีฟในหมู่ IIIA-VIIA มีทง้ั ธาตใุ นกลุ่มโลหะและอโลหะ ส่วน ธาตุเรพรเี ซนเททีฟ ในหมู่ VIIIA จัดเป็นธาตุอโลหะทง้ั หมด - ธาตุเรพรเี ซนเททีฟและธาตุแทรนซิ ชนั นามาใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวัน ได้ ซงึ่ ธาตุ บางชนิดมีสมบัติที่เป็น อันตราย จึงต้องคานงึ ถึง การป้องกัน อันตรายเพ่ือความปลอดภยั ในการใช้ ประโยชน์
104 ลาดบั มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลาเรียน นา้ หนกั ท่ี ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ เรียนรู/้ ตัวชี้วดั (ชัว่ โมง) คะแนน ๓ พันธะเคมี ว 2.1 ม.5/๘ - พันธะโคเวเลนต์ เป็นการยดึ เหนีย่ ว 9 24 ว 2.1 ม.5/9 ระหว่างอะตอมดว้ ยการใชเ้ วเลนซ์ ว 2.1 ม.5/10 อิเล็กตรอนรว่ มกัน เกิดเป็นโมเลกลุ ว 2.1 ม.5/11 - สารที่มพี นั ธะภายในโมเลกลุ เป็น ว 2.1 ม.5/12 พันธะโคเวเลนตท์ ง้ั หมดเรียกว่า สาร ว 2.1 ม.5/13 โคเวเลนต์ ว 2.1 ม.5/14 - สารประกอบไอออนิก - สารจะละลายน้าได้เมอ่ื องค์ประกอบ ของสารสามารถเกิดแรงดึงดูดกบั โมเลกุลของนา้ ได้ - สารประกอบอินทรยี ์ ๔ พอลเิ มอร์ ว 2.1 ม.5/๑๕ - พอลเิ มอรเ์ ป็นสารที่มโี มเลกุล ขนาด 7 18 ว 2.1 ม.5/๑6 ใหญท่ เี่ กดิ จากมอนอเมอร์ หลาย ว 2.1 ม.5/๑7 โมเลกุลเชื่อมตอ่ กันดว้ ยพนั ธะเคมี ว 2.1 ม.5/๑8 - สารประกอบอินทรยี ท์ ่ีมีหมู่ -COOH ว 2.1 ม.5/๑9 สามารถแสดงสมบัตคิ วามเป็นกรด ว 2.1 ม.5/20 ส่วนสารประกอบอนิ ทรยี ท์ ี่มหี มู่ -NH2 สามารถแสดงสมบัตคิ วามเปน็ เบส - การละลายของสารพจิ ารณาไดจ้ าก ความมีขวั้ ของตัวละลายและตัวทา ละลาย - โครงสรา้ งของพอลเิ มอร์ - การใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ในปริมาณ มากก่อใหเ้ กดิ ปัญหาท่สี ่งผลกระทบต่อ ส่ิงมีชวี ิตและสง่ิ แวดล้อม - ปฏิกิรยิ าเคมีทาให้เกดิ การ เปล่ยี นแปลงของสาร - ปฏิกิริยาเคมแี สดงได้ด้วยสมการเคมี
ลาดับที่ ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ 105 ๕ ปฎิกิริยาเคมี เรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั เวลาเรียน น้าหนกั ว 2.1 ม.5/21 (ชวั่ โมง) คะแนน ว 2.1 ม.5/22 ว 2.1 ม.5/23 6 16 ว 2.1 ม.5/24 ว 2.1 ม.5/25 สอบกลางภาคเรยี นท่ี ๑ 1 20 สอบปลายภาคเรยี นที่ ๑ ๑ ๓๐ รวมปลายภาคเรยี นท่ี ๑ 40 ๑๐๐
106 โครงสรา้ งหน่วยการเรียนรู้รายวชิ าพนื้ ฐาน รหัสวิชา ว ๓๒๑๐๒ วิทยาการคานวณ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรยี น ๑ชั่วโมง/สัปดาห์ จานวน ๐.๕ หน่วยกิต สดั สวนคะแนน หน่วยการ ชือ่ หน่วย มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา เรียนร้ทู ่ี การเรียนรู้ ตวั ชวี้ ัด เรยี น ๕ ๑ วิทยาการ ว ๔.๒ วิทยาการคอมพิวเตอร์กับการดาเนินชีวิต เป็น ๔ ๒ คอมพิวเตอร์ ม.๕/๑ ศาสตร์ที่เกี่ยวกับการศึกษาค้นคว้าทฤษฎีการ ๑ ส่อื ดิจิทัล และ ค า น ว ณ ท า ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ แ ล ะ ท ฤ ษ ฎี ก า ร เทคโนโลยี ประมวลผลสารสนเทศ ทั้งดา้ นซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ สารสนเทศกบั และเครือข่าย โดยต้องศึกษาด้านการพัฒนา การดาเนิน ซอฟต์แวร์ โครงสร้างและการควบคุม คอมพิวเตอร์ ชวี ิต การสื่อสารระหว่างเคร่ืองคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ สื่อสาร การนาไปใช้งานด้านกราฟิกและมัลติมีเดีย การประยุกต์ใช้งานอย่างชาญฉลาด การคานวณ และการประยกุ ตใ์ ช้งานระดบั สูง เทคโนโลยกี าร ว ๔.๒ ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริง หรือเหตุการณ์ที่ จดั การข้อมูล ม.๕/๑ เก่ียวข้องกับสิ่งต่างๆท่ีมีการจัดเก็บในหลากหลาย รูปแบบ โดยข้อมูลเหล่าน้ีสามารถเกิดข้ึนได้จาก แหล่งขอ้ มูลหลายแหล่ง ฐานข้อมูล คือ การจัดเก็บและการบริหารข้อมูล โดยข้อมูลท่ีถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลจะต้องมี ความสัมพันธซ์ ่งึ กันและกนั คลังข้อมูล คือ การจัดแนวทางการจัดเก็บข้อมูล ขนาดใหญข่ ององคก์ รหรือหน่วยงาน โดยขอ้ มูลท่ีถูก จัดเก็บในลักษณะข้อมูลปัจจุบันและข้อมูลย้อนหลัง เป็นเวลาหลายปี การทาเหมืองข้อมูล คือ กระบวนการที่กระทากับ ข้อมูลจานวนมากเพ่ือหาความสัมพันธ์ต่าง ๆ ของ ขอ้ มลู ทซ่ี ่อนอยู่ โดยทาการเชื่อมโยง สอบกลางภาคเรยี นท่ี ๑
107 หน่วยการ ชอื่ หน่วย มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา เรยี นรู้ที่ การเรยี นรู้ ตวั ช้วี ดั เรียน ประมวลผล ๕ ๓ ว ๔.๒ การทาความเข้าใจกับวัตถุประสงค์การประมวลผล ขอ้ มลู ๔ ๔ ม.๕/๑ เพ่ือนาไปสู่ การหาคาตอบของปัญหาที่ต้องการตาม วิทยาการ ๑ ข้อมูล วตั ถุประสงค์ท่ีตัง้ ไว้ สง่ ผลตอ่ การ ประมวลผลข้อมูล ๒๐ ที่ดาเนินการไปในทางท่ีถูกต้อง การเก็บรวบรวม ข้อมูลท่ีดีต้องได้ข้อมูลที่มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ แหล่งข้อมูลควรได้มาจากข้อมูลปฐมภูมิท่ีลงมือทา ก่อนประมวลผล และ ข้อมูลทุติยภูมิท่ีมีความ น่าเชื่อถือเพื่อนาไปประมวลผลข้อมูล ซึ่งข้อมูลท่ีดี ค ว ร มี ค ว า ม ถู ก ต้ อ ง แ ม่ น ย า ค ว า ม ทั น ส มั ย ความสมบูรณ์ ความกระชับ ตรงกับความต้องการ ของผ้ใู ช้ ความตอ่ เนื่อง ว ๔.๒ การนาข้อมูลที่มีปริมาณมหาศาลมาจัดเก็บและ ม.๕/๑ ประมวลผลอย่างมี ประสทิ ธิภาพ เพ่ือใหส้ ามารถนา ข้ อ มู ล เ ห ล่ า น้ี ไ ป ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ ใ น ด้ า น ต่ า ง ๆ ซ่ึงคุณลักษณะของข้อมูลขนาดใหญ่ แบง่ ออกเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่ ปริมาณข้อมูล ความเร็ว ความ หลากหลาย และคุณภาพของข้อมูล การวิเคราะห์ ข้ อ มู ล เ ป็ น ก า ร น า ข้ อ มู ล ม า ป ร ะ ม ว ล ผ ล โดยใช้ เทคโนโลยีหรือชุดคาสั่งและแบบจาลองที่ สร้างข้ึน เพ่ือนาข้อมูลท่ีได้ผ่าน การวิเคราะห์มาใช้ งาน หรือแปลความหมายโดยบุคคลท่ีมีความรู้ทาง เทคโนโลยี เพื่อแสดงผลรายงาน เหตุการณ์ พยากรณ์ส่งิ ท่ีเกิดขนึ้ และให้ คาแนะนาตา่ งๆ สอบปลายภาคเรียนท่ี ๑ รวมเวลาเรียนภาคเรียนท่ี ๑
108 โครงสร้างหน่วยการเรยี นรรู้ ายวิชาพ้นื ฐาน รหสั วิชา ว ๓๒๑๐3 รายวิชาวทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ (ฟสิ ิกส์) กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 เวลาเรยี น ๖๐ชัว่ โมง/ภาคเรยี น จานวน ๑.๕ หน่วยกติ สัดส่วนคะแนน ๗๐:๓๐ ลาดับ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลาเรยี น น้าหนกั ที่ ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ เรียนรู/้ ตวั ชวี้ ัด (ชว่ั โมง) คะแนน ๑ การเคล่อื นที่ ว 2.2 ม.5/1 - การเคลอื่ นท่ีของวัตถุที่มีการเปล่ียน 12 20 ว 2.2 ม.5/2 ความเร็ว เป็นการเคล่ือนทด่ี ้วย ว 2.2 ม.5/3 ความเรง่ ความเร่งเป็นอัตราส่วนของ ว 2.2 ม.5/4 ความเร็วที่เปล่ียนไปต่อเวลาและเป็น ว 2.2 ม.5/5 ปริมาณเวกเตอร์ ว 2.2 ม.5/6 - เม่อื มแี รงหลายแรงกระทาต่อวตั ถุ หน่ึงโดยแรง ทุกแรงอยู่ในระนาบ เดียวกนั สามารถหาแรงลพั ธ์ ท่ีกระต่อ วัตถนุ ้ันไดโ้ ดยรวมแบบเวกเตอร์ - เม่อื แรงลพั ธ์มีคา่ ไม่เทา่ กับศูนย์ กระทาต่อวัตถุ จะทาใหว้ ัตถเุ คลื่อนท่ี ดว้ ยความเรง่ มีทิศทางเดียวกับแรงลัพธ์ โดยขนาดของความเรง่ ขึน้ กบั ขนาด ของ แรงลัพธ์กระทาต่อวตั ถุและมวล ของวัตถุ - แรงกระทาระหวา่ งวัตถุคูห่ น่ึง ๆ เป็น แรงกิริยาและแรงปฏิกริ ิยา แรงทั้งสอง มีขนาดเท่ากัน เกิดขน้ึ พรอ้ มกัน กระทากบั วัตถุคนละกอ้ น แต่มีทศิ ทางตรงขา้ ม - วัตถทุ เ่ี คล่ือนท่ดี ้วยความเร่งคงตวั หรอื ความเรง่ ไมค่ งตัว อาจเป็นการ เคลอ่ื นทแ่ี นวตรง การเคลื่อนท่ีแนวโค้ง หรอื การเคลื่อนที่แบบสั่น - ในบรเิ วณทีม่ ีสนามโนม้ ถว่ ง เม่อื มี วตั ถทุ ่มี ีมวล จะมีแรงโนม้ ถ่วงซ่งึ เปน็ แรงดึงดูดของโลกกระทาต่อวัตถุ แรงนี้ นาไปใชอ้ ธบิ ายการเคล่ือนท่ีของวตั ถุ ต่าง ๆ เช่น ดาวเทยี ม และดวงจันทร์ รอบโลก
109 ลาดบั มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลาเรยี น นา้ หนกั ท่ี ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ เรียนร/ู้ ตวั ชวี้ ัด (ช่วั โมง) คะแนน ๒ สนามของแรง ว 2.2 ม.5/๗ - กระแสไฟฟ้าทาให้เกิดสนามแมเ่ หลก็ ๑0 18 ว 2.2 ม.5/8 ในบรเิ วณรอบแนวการเคล่อื นทข่ี อง ว 2.2 ม.5/9 กระแสไฟฟ้า หาทิศทางของ ว 2.2 ม.5/10 สนามแม่เหล็กเน่ืองจากกระแสไฟฟ้าได้ จากกฎมือขวา - ในบรเิ วณทมี่ ีสนามแมเ่ หล็ก เม่ือมี อนภุ าคที่มีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่โดยไม่อยู่ ในแนวเดียวกับสนามแม่เหลก็ หรอื มี กระแสไฟฟา้ ผ่านลวดตวั นาโดย กระแสไฟฟ้า ไม่อยู่ในแนวเดยี วกับ สนามแม่เหลก็ จะมแี รงแมเ่ หล็กกระทา ซึ่งเปน็ พ้ืนฐานในการสรา้ งมอเตอร์ - เม่ือมสี นามแม่เหล็กเปล่ยี นแปลงตดั ขดลวดตัวนา ทาใหเ้ กดิ อีเอ็มเอฟ ซ่งึ เป็น พนื้ ฐานในการสร้าง เครอ่ื งกาเนดิ ไฟฟา้ - ภายในนิวเคลียสมีแรงเขม้ ที่เปน็ แรงยดึ เหน่ียวของอนภุ าคในนิวเคลยี ส และเป็น แรงหลักท่ใี ชอ้ ธบิ ายเสถยี รภาพของ นวิ เคลยี ส นอกจากนีย้ งั มแี รงออ่ น ซึ่ง เปน็ แรงทใ่ี ช้อธิบายการสลายใหอ้ นุภาค บีตาของธาตุกมั มนั ตรงั ๓ พลังงานนวิ เคลียร์ ว 2.3 ม.5/1 - พลังงานท่ีปลดปลอ่ ยออกมาจากฟิชชนั 6 11 ว 2.3 ม.5/2 หรอื ฟิวชนั เรียกว่าพลังงานนิวเคลยี ร์ - การนาพลังงานทดแทนมาใชเ้ ปน็ การ แกป้ ัญหา หรือตอบสนองความ ตอ้ งการด้าน - เทคโนโลยตี ่าง ๆ ท่ีนามาแก้ปัญหา หรอื ตอบสนองความต้องการทางด้าน พลงั งานเปน็ การนาความรู้ทักษะและ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์มาสร้าง อปุ กรณ์ หรือผลติ ภณั ฑต์ า่ ง ๆ ท่ชี ่วย ใหก้ ารใช้พลงั งานมปี ระสทิ ธิภาพยิ่งขน้ึ
110 ลาดบั มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลาเรยี น นา้ หนกั ท่ี ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เรียนร้/ู ตัวช้วี ดั (ชว่ั โมง) คะแนน ๔ คลืน่ ว 2.3 ม.5/3 - เมื่อคลนื่ เคล่ือนที่ไปพบสง่ิ กีดขวาง จะ 6 11 ว 2.3 ม.5/4 เกดิ การสะท้อน เมือ่ คล่นื เคลื่อนท่ีผ่าน รอยตอ่ ระหว่างตัวกลางทีต่ า่ งกัน จะเกดิ การหกั เห เมื่อคลน่ื เคลื่อนที่ไปพบขอบ สงิ่ กดี ขวางจะเกดิ การเล้ยี วเบน เมื่อคล่ืน สองขบวนมาพบกันจะเกิดการรวมคล่ืน เกิดรูปร่างของคลนื่ รวม หลงั จากคล่ืนทง้ั สองเคลอื่ นที่ผ่านพน้ กนั แล้วจะแยกกนั โดยแต่ละคลน่ื ยังคงมรี ูปร่างและทศิ ทาง เดิม - เมือ่ กระตนุ้ ใหว้ ตั ถสุ ่ันแล้วหยดุ กระตนุ้ วตั ถุจะสน่ั ด้วยความถี่ทเ่ี รยี กว่า ความถี่ ธรรมชาติ ถา้ มแี รงกระต้นุ วตั ถทุ ่ีกาลังส่ัน ด้วยความถี่ของการออกแรงตรงกับ ความถธี่ รรมชาติของวัตถุนน้ั จะทาให้ วัตถสุ ั่นด้วยแอมพลจิ ดู มากขนึ้ เรยี กวา่ การส่ันพ้อง 5 เสียง ว 2.3 ม.5/5 - เสยี งมกี ารสะท้อน การหักเห การ 10 18 ว 2.3 ม.5/6 เล้ยี วเบนและการรวมคลนื่ เช่นเดยี วกับ ว 2.3 ม.5/7 คลน่ื อื่น ๆ ว 2.3 ม.5/8 - ความถีข่ องคล่นื เสยี งเป็นปริมาณทใ่ี ช้ บอกเสียงสงู เสยี งต่าโดยความถี่ทีค่ นได้ ยนิ มีคา่ อยูร่ ะหว่าง ๒๐-๒๐,๐๐๐ เฮิรตซ์ ระดับเสียงเป็นปริมาณทีใ่ ช้บอกความดงั ของเสียงซึ่งขึ้นกับความเข้มเสียง โดย ความเข้มเสียงเป็นพลงั งานเสียงทีต่ กตั้ง ฉากบนพ้ืนทหี่ นงึ่ หนว่ ยในหนึ่งหน่วย เวลาเสยี งทม่ี คี วามดงั มากเกินไปเปน็ อนั ตรายต่อหู
111 ลาดบั มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลาเรยี น น้าหนกั ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เรยี นร/ู้ ตัวช้วี ดั (ชว่ั โมง) คะแนน 5 เสียง ว 2.3 ม.5/5 - เม่ือเสยี งจากแหลง่ กาเนดิ เดินทางไป ว 2.3 ม.5/6 กระทบวัตถุแล้วสะท้อนกลบั มายงั ผู้ฟงั ว 2.3 ม.5/7 ถ้าผู้ฟังไดย้ ินเสยี ง ที่ออกจาก ว 2.3 ม.5/8 แหลง่ กาเนิดและเสยี งที่สะท้อน กลับมา แยกจากกัน เสยี งทไ่ี ด้ยินน้ี เปน็ เสยี งสะท้อนกลบั - เมอื่ คล่ืนเสียงสองขบวนท่ีมีความถี่ ใกล้เคยี งกัน มารวมกนั จะเกิดบตี - เมื่อแหลง่ กาเนิดเสียงเคลื่อนท่ี ผฟู้ งั เคล่อื นที่ หรือทง้ั แหลง่ กาเนิดและผู้ฟงั เคลื่อนที่ ผ้ฟู ังจะได้ยนิ เสียงที่มีความถ่ี เปลยี่ นไป เรียกวา่ ปรากฎการณ์ดอป เพลอร์ - ถ้าอากาศในท่อถูกกระตนุ้ ด้วยคล่นื เสยี งทมี่ ีความถ่เี ทา่ กับความถี่ธรรมชาติ ของอากาศในทอ่ น้นั จะเกิดการส่ันพ้อง ของเสียง - ความรู้เกี่ยวกับเสยี งนาไปใช้ประโยชน์ ในดา้ นต่าง ๆ 6 แสงสี ว 2.3 ม.5/๙ - เมอ่ื แสงตกกระทบวัตถุ วตั ถุจะดูดกลืน 6 11 ว 2.3 ม.5/10 แสงสีบางสี โดยข้นึ กับสารสีบนผิววัตถุ และสะท้อนแสงสีที่เหลอื ออกมา ทาให้ มองเหน็ วตั ถุเป็นสตี ่าง ๆ ขึ้นกับแสงสีท่ี สะท้อนออกมา ความผิดปกติในการ มองเห็นสี หรือ การบอดสีเกดิ จากความ บกพร่องของเซลลร์ ูปกรวยบนจอตา - แผน่ กรองแสงสียอมให้แสงสีบางสี ผ่านออกไปได้ และกน้ั บางแสงสี - การผสมแสงสที าให้ได้แสงสีที่ หลากหลาย เปลย่ี นไปจากเดิม ถา้ นา แสงสีปฐมภมู ใิ นสัดส่วน ทีเ่ หมาะสมมา ผสมกันจะไดแ้ สงขาว
112 ลาดับที่ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลาเรียน น้าหนกั 6 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เรียนร้/ู ตวั ชีว้ ดั (ชัว่ โมง) คะแนน 7 แสงสี ว 2.3 ม.5/๙ - การผสมสารสีทาใหไ้ ด้สารสีที่ 11 ว 2.3 ม.5/10 หลากหลาย เปลีย่ นไปจากเดิม 20 คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า ว 2.3 ม.5/๑๑ ๓๐ ว 2.3 ม.5/๑2 ถ้านาสารสปี ฐมภมู ิในปรมิ าณ ที่ ๑๐๐ เทา่ กันมาผสมกนั จะได้สารสผี สม เป็นสดี า - การผสมแสงสแี ละการผสมสารสี สามารถนาไปใช้ประโยชน์ในด้าน ตา่ ง ๆ เช่น ดา้ นศลิ ปะ ดา้ นการ แสดง - คลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้าประกอบด้วย 6 สนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้าที่ เปล่ียนแปลงตลอดเวลา โดย สนามทั้งสองมที ิศทางต้ังฉากกนั และต้งั ฉากกบั ทศิ ทาง การ เคลอ่ื นที่ของคล่นื - อปุ กรณบ์ างชนดิ ทางานโดยอาศัย คลนื่ แมเ่ หล็ก ไฟฟา้ เช่น เคร่ือง ควบคุมระยะไกล เคร่ืองถ่ายภาพ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และเครื่อง ถา่ ยภาพการสัน่ พ้องแม่เหล็ก - ในการสอ่ื สารโดยอาศยั คลื่น แมเ่ หล็กไฟฟ้า เพ่ือสง่ ผา่ น สารสนเทศจากท่หี นึ่งไปอีกที่หนง่ึ สารสนเทศจะถูกแปลงให้อยู่ในรปู สญั ญาณ สาหรบั สง่ ไปยังปลายทาง ซ่ึงจะมีการแปลงสัญญาณกลับมา เปน็ สารสนเทศท่เี หมือนเดิม - สัญญาณท่ีใชใ้ นการสื่อสารมีสอง ชนิดคือ แอนะล็อกและดจิ ทิ ลั สอบกลางภาคเรียนท่ี ๒ 2 สอบปลายภาคเรียนท่ี ๒ 2 รวมปลายภาคเรียนที่ ๒ ๖๐
113 โครงสร้างหนว่ ยการเรียนรูร้ ายวชิ าพืน้ ฐาน รหสั วิชา ว ๓๒๑๐๔ การออกแบบและเทคโนโลยี 1 กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรียน๑ชั่วโมง/สปั ดาห์จานวน ๐.๕ หนว่ ยกิต สดั สวนคะแนน ๗๐:๓๐ หนว่ ยการ ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา เรียนรทู้ ี่ การเรียนรู้ ตัวชี้วดั เรยี น ระบบทาง ๔ ๑ เทคโนโลยี ว ๔.๑ - วิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับ ๕ ๒ กระบวนการ ม.๔/๑ ศาสตร์อ่ืนโดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ หรือ คณิตศาสตร์ ๑ เชงิ วศิ วกรรม รวมท้ังประเมินผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึนต่อมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ และส่ิงแวดล้อม เพื่อ เป็นแนวทางในการ พัฒนาเทคโนโลยี ว ๔.๑ - ระบุปัญหาหรือความต้องการท่ีมีผลกระทบต่อสังคม ม.๔/๒ รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดท่ีเกี่ยวข้อง กับ ม.๔/๓ ปัญหาที่มีความซับซ้อนเพื่อสังเคราะห์วิธีการ เทคนิคใน ม.๔/๔ การแก้ปัญหา โดยคานึงถึงความถูกต้อง ด้านทรัพย์สิน ม.๔/๕ ทางปัญญา - ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ี จาเป็นภายใต้เง่ือนไข และ ทรัพยากรที่มีอยู่ นาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ ผู้อื่นเข้าใจด้วยเทคนิคหรือวิธีการท่ี หลากหลาย โดยใช้ ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ วางแผนข้ันตอนการ ทางานและดาเนนิ การ แก้ปญั หา - ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์และใหเ้ หตุผลของปญั หา หรือข้อบกพร่องท่ีเกิดข้ึนภายใต้กรอบ เง่ือนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการ แกป้ ัญหา พรอ้ มทั้งเสนอแนวทางการ พฒั นาตอ่ ยอด - ใช้ความรู้และทักษะเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยี ทีซ่ บั ซ้อน ในการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั สอบกลางภาคเรยี นที่ ๒
114 หนว่ ยการ ชื่อหน่วย มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา เรยี นรทู้ ี่ การเรยี นรู้ ตัวช้วี ัด เรยี น ๓ ประมวลผล ว ๔.๑ การทาความเข้าใจกับวัตถุประสงค์การประมวลผล เพ่ือ 3 ขอ้ มลู ม.๔/๕ นาไปสู่ การหาคาตอบของปัญหาที่ต้องการตาม วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ส่งผลต่อการ ประมวลผลข้อมูลที่ ดาเนินการไปในทางท่ีถูกต้อง การเก็บรวบรวมข้อมูลท่ีดี ต้องได้ข้อมูลท่ีมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ แหล่งข้อมูลควร ได้มาจากข้อมูลปฐมภูมิที่ลงมือทาก่อนประมวลผล และ ข้อมูลทุติยภูมิที่มีความน่าเช่ือถือเพ่ือนาไปประมวลผล ข้อมูล ซ่ึงข้อมูลที่ดีควรมีความถูกต้องแม่นยา ความ ทันสมัย ความสมบูรณ์ ความกระชับ ตรงกับความ ต้องการของผใู้ ช้ ความต่อเน่อื ง 4 เทคโนโลยี ว ๔.๑ - ม.๕/๑ ประยุกต์ใช้ความรู้ และทักษะจากศาสตร์ต่างๆ 6 และนวัตกรรม ม.๕/๑ รวมท้ังทรัพยากรในการทาโครงงาน เพ่ือแก้ปัญหาหรือ เพ่อื การ พัฒนางาน พัฒนาอยา่ ง ย่งั ยืน สอบปลายภาคเรยี นที่ ๒ ๑ รวมเวลาเรยี นภาคเรียนท่ี ๒ ๒๐
115 โครงสร้างหนว่ ยการเรียนรู้รายวชิ าเพิม่ เตมิ รหสั วชิ า ว 30201 รายวิชา การสรา้ งเว็บเพจ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 เวลาเรยี น 40 ชวั่ โมง /ภาคเรียน (2 ชั่วโมง/สปั ดาห์) สดั สว่ นคะแนน 80:20 หน่วย ช่อื หน่วยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลาเรยี น ท่ี (ช่วั โมง) 1 พ้ืนฐานการสรา้ งเว็บไซต์ 1 อนิ เทอรเ์ น็ต (Internet) เป็นเครือขา่ ยคอมพิ 4 เตอรท์ ี่ใหญท่ ่สี ุดในโลกซ่งึ รวมเอาเครือขา่ ยย่อย เป็นจานวนมากต่อเช่ือมภายใต้มาตรฐาน เดียวกันจนเปน็ เครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ขนาด ใหญ่ ทาให้ทว่ั โลกเช่ือมโยงกนั เป็นเครือข่าย เดียวกันได้ในแพบตฟอร์มของ เว็ลด์ ไวด์ เวบ็ (World Wide Web) 2 การใช้โปรแกรม Adobe 2,4 โปรแกรม Adobe Dreamweaver เป็น 4 Dreamweaver โปรแกรมท่ีใช้ในการสร้างและพฒั นาเวบ็ ไซด์ ทไี่ ด้รบั ความนยิ มมาโดยตลอด เนอื่ งจากมี คณุ สมบตั ทิ ่ีใช้งานงา่ ย ผูใ้ ช้สามารถจดั วาง องคป์ ระกอบของหนา้ เว็บเพจไดต้ ามต้องการ ดงั นนั้ ผู้ท่ไี มเ่ คยสร้างเว็บไซต์มาก่อนก็ สามารถศึกษาการใชง้ านโปรแกรมน้ีได้ไมย่ าก 3 การจดั และตกแต่ง 2,4 การสรา้ งข้อความ คือ การพิมพข์ ้อความหรือ 2 ขอ้ ความ บทความท่ตี ้องการลงในหน้าเว็บเพจท่ีเราสร้าง ข้นึ 4 การตกแต่งดว้ ยภาพ 2,4 องค์ประกอบบนเว็บเพจท่ที าให้เว็บเพจดูนา่ 2 เขา้ ชมมากขน้ึ คือ ภาพประกอบ ภามมสี ว่ น สาคัญมาก เพราะภาพถูกนามาใชเ้ ป็น สว่ นประกอบบนเวบ็ เพจหลาย ๆ อยา่ ง เช่น ปมุ่ ภาพพ้ืนหลงั ภาพประกอบ เปน็ ต้น 5 การสร้างตาราง 2,4 ตาราง ประกอบด้วยแถว และคอลมั น์ ใช้ 4 สาหรบั แสดงข้อทต่ี อ้ งการจดั ลาดับ จัดเรยี ง เนื้อหา และจัดหมวดหมู่เพ่ือความเปน็ ระบบ ระเบยี บ สะดวกในการค้นหา แก้ไขและ นาไปใชง้ าน การนาเสนอข้อมูลรูปตาราง ประกอบเวบ็ เพจ มปี ระโยชน์อยา่ งมาก โดยเฉพาะขอ้ มูลทเ่ี ปน็ ตวั เลข สถติ ิ มูลคา่ และ ราคาสินค้า ซ่ึงชว่ ยให้ผ้ชู มเข้าถงึ แหล่งข้อมูล ได้อยา่ งรวดเร็วและครบถ้วน ตลอดจน สามารถเปรียบเทยี งข้อมูลท่หี าไดอ้ ย่าง รวดเร็ว
116 หนว่ ย ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลาเรยี น ท่ี (ชวั่ โมง) 6 การสร้างจุดเชอ่ื มโยง 2,4 การสรา้ งจดุ เช่อื มโยง คือ เปน็ การเช่ือมโยง 2 กนั จากจดุ หนึง่ ของเอกสารไปยงั อกี ตาแหนง่ หนง่ึ ของเอกสารเดียวกนั หรอื ตา่ งเอกสารกนั บนอนิ เทอร์เน็ต โดยใช้ข้อความ ภาพหรือ เมณแู บบดร็อปดาวน์อย่างใดอย่างหน่ึง เพอื่ เปน็ ต้นทางในการเช่ือมโยงไปส่เู อกสาร ปลายทาง ซ่ึงอาจเปน็ จดุ ใดจุดหนึง่ ในเอกสาร เดียวกนั , เวบ็ เพจอ่ืน ๆ , เวบ็ ไซต์, อเี มล, หรือแม้แต่ไฟล์ขอ้ มูลสาหรบั ดาวน์โหลดและ การรนั ไฟลโ์ ปรแกรม เป็นต้น สอบกลางภาคเรียนท่ี 1 2 7 การสร้างเฟรม 2,4 เฟรมเซต คอื การแบง่ หนา้ เว็บเพจออกเป็น 4 พน้ื ท่หี ลาย ๆ ส่วนโดยแตล่ ะสว่ นท่ีแยก ออกไปจะเป็นอิสระไม่ข้นึ ต่อกัน ตามปกติ นิยมใชเ้ ฟรมเพอ่ื แบง่ เนื้อหาบนหนา้ จอเป็น 2 กลุ่ม เพ่ือใช้แสดงหรือเปรยี บเทยี บขอ้ มลู 8 การสร้างเลเยอร์ 2,4 เลเยอร์ (Layer) เปน็ เครอ่ื งมือหนงึ่ ทีเ่ หมาะ 4 สาหรับจัดหน้าเว็บเพจ เน่ืองจากมคี วาม สะดวกในการเคลอื่ นย้ายหรอื จัดหนา้ เว็บได้ ตามความต้องการทง้ั น้เี พราะเลเยอร์ เปรยี บเสมอื นแผ่นใสทส่ี ามารถนา องคป์ ระกอบต่าง ๆ มาวางภายใน และซ้อน กันหลายช้ันได้ 9 การสร้างฟอรม์ 2,4 ลักษณะของฟอรม์ ทท่ี างานบนเว็บเพจเรยี กว่า 4 “ไดนามิกเว็บเพจ” หมายถึงเวบ็ เพจท่ีมีการ โตต้ อบกบั ผ้ใู ช้ เช่นแบบฟอร์มสมัครสมาชกิ แบบฟอร์มสอบถามความคิดเหน็ แบบฟอรม์ คน้ หาข้อมลู เปน็ ต้น 10 การใช้มัลติมีเดียบนเวบ็ 2,4 การเตมิ ลูกเลน่ ดว้ ยมลั ติมีเดยี ชนิตตา่ ง ๆ 4 เพจ และโปรแกรมกราฟิก อย่างเชน่ เสียงเพลง ภาพเครื่องไหว แบบ สาหรบั เวบ็ Flash และภาพวีดีโอ เปน็ อีกส่งิ หน่งึ ท่ชี ว่ ย เพม่ิ ความนา่ สนใจให้กับเว็บเพจไมน่ ้อย ซ่ึงใน โปรแกรม Adobe Dreamweaver มี เครอื่ งมอื ที่จะช่วยให้สามารถสร้างและ ปรับแต่งมัลตมิ ีเดยี เหล่าน้ไี ด้อย่างสะดวก
117 หน่วย ช่ือหน่วยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลาเรียน ท่ี (ช่ัวโมง) 11 การอัพโหลดเวบ็ เพจขน้ึ สู่ 3,4 ขั้นตอนสดุ ท้ายหลงั จากทเ่ี ราได้สร้างเวบ็ เพจ 2 อนิ เทอร์เน็ต เรยี บรอ้ ยแลว้ ก็คือ การอัพโหลดเวบ็ ไซต์ขึ้นสู่ อินเทอร์เน็น เพ่ือเผยแพร่ให้คนรจู้ ดั โดย ขั้นตอนน้ีถอื วา่ มีความสาคัญอย่างมาก ซึ่งเรา ควรตรวจสอบไฟล์ต่าง ๆ ให้เรยี บรอ้ ยก่อนจะ อพั โหลด นอกจากนย้ี ังได้แนะนาวิธกี าร สมัครขอใช้พ้นื ท่ีฟรีเพ่ือใช้จริง สอบปลายภาคเรยี นที่ 1 2 รวมเวลาเรยี นภาคเรยี นท่ี 1 40
118 โครงสร้างหน่วยการเรยี นรู้รายวชิ าเพม่ิ เตมิ รหสั วิชา ว 30202 รายวิชา การตดั ต่อวีดีโอ กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง /ภาคเรียน (1 ชวั่ โมง/สัปดาห์) สดั สว่ นคะแนน 80:20 หนว่ ย ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลาเรยี น ท่ี (ช่วั โมง) 1 หลักการทางาน 1 ศกึ ษาหลักการตัดต่อวีดีโอสาหรับงาน 6 มัลติมีเดีย อปุ กรณ์แสดงผลกราฟิก การ แสดงผลด้วยภาพ วดี ีโอ เสยี ง อปุ กรณ์ ประกอบ 2 หลกั การออกแบบ 2 การเก็บรวบรวมข้อมลู แบบมัลตมิ ีเดยี ภาพ 4 วีดโี อ เสียง 3 Movie Wizard 3, 8 ตัวชว่ ยสร้างวีดีโอ 8 สอบกลางภาคเรียนที่ 2 2 4 Ulead VideoStudio 4,8 การสร้างไฟล์วดี โี อการแทรกเทคนิคพเิ ศษต่างๆ 6 5 Input VDO 5,6 การนาเข้าไฟลว์ ีดโี อการตัดต่อ วีดีโอ 6 6 การเผยแพร่และนาไปใช้ 7,8 การเขียน VCD/DVD การเผยแพร่ผลงาน 6 ผลงาน สอบกลางภาคเรยี นที่ 2 2 รวมเวลาเรยี นภาคเรยี นท่ี 2 40
119 โครงสร้างหนว่ ยการเรยี นรู้รายวิชาเพม่ิ เตมิ รหสั วิชา ว 30203 รายวิชา การจดั ทาเอกสารส่ิงพิมพ์ กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 เวลาเรียน 40 ช่วั โมง/ภาคเรยี น (2 ช่ัวโมง/สัปดาห์) สดั ส่วนคะแนน 80:20 หน่วยการ ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ ผลการ สาระสาคญั เวลา เรยี นรู้ที่ เรยี นรู้ (ชวั่ โมง) 1 ความรเู้ บอ้ื งต้นเกย่ี วกับ 1 , 2, 4 เรมิ่ แรกในระบบการพมิ พ์จะใช้ชา่ ง 4 การสรา้ งส่อื สง่ิ พมิ พ์ ศลิ ป์ ช่างทาแม่พิมพท์ ี่มีทักษะและ ความชานาญในการผลติ สิ่งพิมพเ์ ปน็ อยา่ งมาก ซึ่งสิง่ พิมพ์เริ่มแรกน้ันเป็น การแกะสลักตวั อักษรลงหนิ จากน้ันก็ เขยี นลงบนผ้าไหม หนังสัตว์ จากนั้น พัฒนาการมาเป็นการเขยี นบน กระดาษโดยในปัจจบุ นั ความก้าวหนา้ ทางด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทาให้ การสรา้ งงานสิ่งพิมพ์ง่ายขึ้นก่อนจะ เรยี นรถู้ ึงกระบวนการ ทาจะขอกล่าง ถึง ความหมายของสิง่ พิมพ์ ประเภท ของสิ่งพิมพ์ ประเภทของโปรแกรมท่ี ใชใ้ นการผลิตสื่อส่ิงพิมพ์กระบวนการ ผลิตสงิ่ พิมพ์ การเตรยี มงานพิมพ์ก่อน สง่ โรงพิมพ์ บทบาทของสิ่งพิมพใ์ น ปัจจุบัน 2 เร่ิมต้นส่งิ พิมพ์ด้วย 2, 3, 4, 5, ปัจจบุ ันการผลิตสอ่ื ส่ิงพิมพ์แบบ 8 โปรแกรม Microsoft 6 Desktop Publishing เรม่ิ เปน็ ทน่ี ยิ ม Publisher สาหรบั วงการการพิมพ์เป็นอย่างมาก อันเป็นผลเนื่องมาจากการนา คอมพิวเตอรเ์ ข้ามาชว่ ยในการ ออกแบบทาให้การผลติ สื่อสิง่ พมิ พ์ง่าย ขึน้ สะดวกรวดเร็ว รวมถงึ ได้ส่ือ สง่ิ พิมพ์ที่มีประสิทธิภาพ สวยงาม และโปรแกรมแบบ Desktop Publishing คือ PageMaker 7.0 มี หน้าทห่ี ลักในการจัดการเก่ียวกบั หน้า เอกสาร รวมถึงงานเอกสารที่ สรา้ งสรรคส์ ่ือสิง่ พิมพ์ในรูปแบบต่างๆ โดยไม่ต้องอาศัยโรงพิมพ์ แตส่ ามารถ ทาเป็นโรงพิมพ์ขนาดเล็ก และผลิตสือ่ สง่ิ พิมพ์ขนาดเล็ก ๆ ได้ เช่น วารสาร นิตยสาร ปฏทิ ิน นามบัตร
120 หนว่ ยการ ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ ผลการ สาระสาคญั เวลา เรยี นรทู้ ี่ เรยี นรู้ (ชัว่ โมง) 3 การพมิ พข์ ้อความและการ 2, 3, 4, 5, แกไ้ ขข้อความ 6 ใบเสรจ็ รับเงิน ใบปลิว แผน่ พับ 4 การจัดและตกแต่ง 2, 3, 4, 5, ตลอดจนปา้ ยโฆษณา ในหน่วยนี้จะ ขอ้ ความ 6 กล่าวถึงความหมายของ Desktop Publishing ฮาร์ดแวร์สาหรับ โปรแกรมแบบ Desktop Publishing รวมถึงการใชง้ านโปรแกรม PageMaker 7.0 เบ้ืองต้น การใช้โปรแกรม Microsoft 6 Publishing ในการสรา้ งสื่อส่ิงพมิ พ์ใน งานเอกสาร จาเป็นอย่างยง่ิ ที่ต้อง ทราบหลักของการพิมพ์ และการแก้ไข ข้อความ รวมถึงการตรวจสอบ ข้อความใหถ้ ูกต้อง ซึ่งในหน่วยนี้ กลา่ วถึงการพิมพ์ข้อความ การกาหนด ขอบเขตข้อความ การเลือกข้อความ และวตั ถุ การยกเลิกและการทาซ้า การยา้ ย การคัดลอกข้อความ การลบ ข้อความ การเขา้ ใชง้ าน Edit Story การกาหนดคุณสมบตั ิการแสดง ขอ้ ความ การค้นหาและแทนที่ ข้อความ การตรวจสอบคาผิดผา่ น Edit Story คณุ สมบตั ิการแสดง ข้อความ การค้นหาและแทนที่ ข้อความ การตรวจสอบคาผิดผา่ น Edit Story และการออกจาก Edit Story สอบกลางภาคเรยี นท่ี 1 2 การสรา้ งผลงานโดยใชโ้ ปรแกรม 4 Microsoft Publishing น้ัน มีความ จาเปน็ อย่างยิ่งทต่ี ้องมีองคป์ ระกอบ ตา่ งๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นข้อความ รปู ภาพ ซึ่งในหน่วยนจี้ ะกลา่ วถงึ การ จัดรูปแบบ อักษรการตกแต่งข้อความ การกาหนด ระยะห่างระหว่าง ตวั อักษร รวมถึงการจัดการกับย่อหน้า
121 หน่วยการ ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ ผลการ สาระสาคญั เวลา เรยี นรทู้ ี่ เรียนรู้ (ช่ัวโมง) 2, 3, 4, 5, การพิมพ์เอกสารโดยใชโ้ ปรแกรม 5 การทางานกับอ็อบเจ็กต์ 6 Microsoft Publishing น้นั มคี วาม 6 จาเป็นอย่างยิ่งท่ีต้องรู้จักองค์ประกอบ 6 การตกแต่งส่ิงพิมพด์ ้วย 2, 3, 4, 5, ตา่ งๆ มากมายไมว่ ่าจะเป็นข้อความ 8 รูปภาพ 6 รปู ภาพ รวมไปถึงรปู ทรงต่างๆ เช่น เส้นตรง สีเ่ หล่ียม ท้งั สิ้น ซงึ่ ในหน่วยน้ี 2 จะกล่าวถงึ รูปวาดจากทูลบ็อกซ์ การ 40 ปรับเปลยี่ นรปู วาดให้เหมาะสมต่อการ ทางาน การตกแต่งรูปที่วาดจากทลู บ็ อกซ์ การเลือกอ็อบเจ็กต์ การ คัดลอกอ็อบเจ็กต์ การเคลื่อนยา้ ยอ็อบ เจ็กต์ การเปลย่ี นขนาดอ็อบเจ็กต์ การ หมนุ ออ็ บเจ็กต์ การกลบั ดา้ นอ็อบ เจก็ ต์ การจดั ลาดับอ็อบเจก็ ต์ และการ รวมกลุ่มอ็อบเจก็ ต์ ในการจัดทาสง่ิ พิมพ์ เช่น หนังสอื นติ ยสาร แผ่นพับ โปสเตอร์ จะมี องคป์ ระกอบมากมายไมว่ า่ จะเป็น ข้อความ รูปทรงต่างๆ และท่ีขาดไม่ได้ คือ รูปภาพ เชน่ ภาพการ์ตนู ภาพวิว ซ่ึงในการนาภาพมาใช้นน้ั สามารถทา ไดห้ ลายทาไดห้ ลายรูปแบบไดโ้ ดยใน หน่วยนจี้ ะกล่าวถึงการแทรกภาพจาก Clip Art การเปดิ เท็มเพลท รปู ภาพ การนาภาพมาจากไฟล์ การปิดบัง บางส่วนภาพ วางภาพรว่ มกับข้อความ ใส่กรอบให้ภาพ เป็นตน้ สอบปลายภาคเรียนที่ 1 รวมเวลาเรยี นภาคเรยี นที่ 1
122 โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้รายวิชาเพ่มิ เติม รหัสวิชา ว 30204 รายวชิ า โปรแกรมกราฟิก กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 เวลาเรียน 40 ช่วั โมง/ภาคเรียน (2 ช่วั โมง/สปั ดาห์) สัดส่วนคะแนน 80:20 หนว่ ยการ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการ สาระสาคญั เวลา เรยี นรู้ เรยี นรู้ (ชั่วโมง) 1 ความรู้เก่ียวกบั 1, 2, 6 ในปจั จุบัน รปู ภาพเปน็ ส่ิงสาคัญท่ีถูก 4 กราฟิก นามาใช้ในการส่ือความหมายถึงกนั ยงิ่ เมื่อมเี คร่ืองคอมพวิ เตอร์เข้ามาชว่ ยด้วย แลว้ การสรา้ งสรรค์งานทเี่ กีย่ วกับภาพท่ี เรียกว่างานกราฟิกกย็ ิ่งกระทาได้ง่าย และ หลากหลายแบบตามจิตนาการของผ้สู ร้าง สรรค์ ดังนี้นการเรียนร้ถู ึงงานกราฟิกและ การใชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอรก์ ราฟิกจึง เปน็ เร่ืองจาเป็น 2 เรมิ่ ตน้ การใชง้ าน 3, 4, 5, 6 โปรแกรมทางด้านการทางานด้านกราฟิก 4 Adobe Photoshop ที่เปน็ ทน่ี ิยมกนั อย่างแพรห่ ลาย เหน็ จะ ได้แก่โปรแกรม Adobe Photoshop ท่ี ไดร้ ับการพัฒนามาอย่างต่อเน่ืองและ ยาวนาน ด้วยการใชง้ านที่ง่ายและ ความสามารถท่ีครอบคลุมในทุก ๆ ด้าน ในการทางานด้านกราฟิก ทาให้เปน็ ท่ี นิยมและใชง้ านกนั มากที่สุด ดังน้ันการ เรยี นรถู้ ึงการใช้งานโปรแกรมน้ีจงึ เป็น เรื่องจาเป็น 3 การสรา้ งงานกราฟิก 3, 4, 5, 6 ในการใช้งานโปรแกรม Photoshop น้ัน 6 ผู้ใชส้ ว่ นใหญ่มกั จะเร่ิมจากการนาไฟล์ ภาพมาทาการตกแตง่ แก้ไข ดังน้ันในการ เรยี นรู้การใช้งานโปรแกรม เราจงึ ควร เร่มิ ต้นเรียนรู้จากการเปิดไฟล์ภาพและดู ภาพนั้นในมุมมองต่าง ๆ ให้ได้เสยี ก่อน จากนนั้ จึงเรมิ่ เรียนรู้ถงึ การสร้างไฟล์ขน้ึ ใหม่เพ่ือสร้างงานกราฟิกและบันทกึ เก็บ เป็นไฟลภ์ าพที่เราต้องการ 4 การสรา้ งภาพกราฟิก 3, 4, 5, 6 ภาพกราฟกิ แบบบิตแมป เปน็ 4 แบบบติ แมป ภาพกราฟิกท่ีเกิดจากการนาจุดสีรูป สีเ่ หลย่ี มเลก็ ๆ ท่ีเรียกวา่ พิกเซล(Pixel) มาเรยี งต่อกนั เพ่ือประกอบขึ้นเปน็ ภาพ คล้ายกับการเรียงกระเบื้องโมเสค โดยแต่ ละพกิ เซลจะถูกกาหนดตาแหนง่ และสีไว้
123 หนว่ ยการ ช่อื หน่วยการเรียนรู้ ผลการ สาระสาคัญ เวลา เรยี นรู้ เรยี นรู้ (ชว่ั โมง) ตายตัว ตัวอย่างของภาพกราฟิกชนิดน้ี 5 การใช้งานเลเยอร์ 3, 4, 5, 6 ได้แก่ ภาพถ่าย, ภาพจากการสแกน, และ 2 ภาพกราฟกิ ทสี่ รา้ งจากโปรแกรมระบายสี 4 6 การสรา้ งภาพกราฟิก 3, 4, 5, 6 ทว่ั ไป เชน่ โปรแกรม Pain เป็นต้น บา้ ง แบบเวค็ เตอร์ คร้งั เราจะเรียกภาพกราฟกิ ชนิดนว้ี า่ 4 Raster image 7 การใสข่ ้อความลงใน 3, 4, 5, 6 4 ภาพ สอบกลางภาคเรียนท่ี 1 ในการสรา้ งช้นิ งานด้วยโปรแกรม Photoshop นั้น แตล่ ะองคป์ ระกอบหรือ ออบเจ็คท่เี ราสร้างข้ึนจะถูกนามาวางเรยี ง ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เพื่อให้ได้ชนิ้ งานที่ สมบรู ณ์ ส่วนการทางานกับรูปภาพนน้ั Photoshop จะเก็บค่าสแี ต่ละสีไวใ้ นช่อง ท่ีแยกจากกนั เรียกวา่ แชนแนล (Channel) ซ่ึงจะมกี ี่แชนแนลนั้นก็ข้ึนอยู่ กับว่าเราเลือกใช้สีในโหมดใด ซึ่งการ เรยี นรู้ถึงเลเยอร์และแชนแนลนี้จะทาให้ เราสามารถจดั การกับภาพของเราได้ดีข้นึ ภาพกราฟกิ แบบเว็คเตอร์ เปน็ ภาพกราฟกิ ที่เกิดจากเสน้ ตรงและเส้นโคง้ ทีอ่ าศยั วธิ ที างคณิตศาสตรร์ วมกบั ข้อมลู ของตาแหนง่ และนามาทาการคานวณให้ เกดิ เปน็ ทางเดินของเสน้ เรียกว่า เวค็ เตอร์ (vector) มาประกอบกันขึ้นเป็นภาพ รูปทรงของเดมิ ของเวค็ เตอร์ท่ีได้จะถูก พล็อตด้วยจดุ ไปตามทางเดนิ น้ันเรียกว่า พาธ (path) ขอ้ ความ (Text) หรอื ตวั หนังสือหรือ อกั ษร (Character) เป็นองค์ประกอบที่ สาคัญอีกสงิ่ หน่ึงของภาพทช่ี ว่ ยให้ผู้ชม เขา้ ใจภาพนั้นไดด้ ยี ิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่ใช้ใน การสอื่ ข่าวสาร แต่ยังชว่ ยให้ภาพ โดยรวมของรปู ภาพนนั้ ดูดีขึ้นอีกดว้ ย ซึ่ง โปรแกรม Photoshop นก้ี ็สามารถใหเ้ รา พิมพ์และจัดการกับข้อความได้เปน็ อยา่ ง ดโี ดยจดั เป็นออบเจ็คแบบเว็คเตอร์ ชนิด หน่งึ
124 หนว่ ยการ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการ สาระสาคญั เวลา เรียนรู้ เรยี นรู้ (ชัว่ โมง) ภาพและองค์ประกอบของภาพไม่ว่าจะ 8 เทคนคิ การจดั การ 3, 4, 5, 6 เปน็ แบบบิตแมป, เวค็ เตอร์, หรอื ข้อความ 4 ภาพด้วย Style, สามารถปรบั แต่งใหด้ ูสวยงามตระกราน Mask, และ ตาไดด้ ้วยเทคนิคพเิ ศษ เชน่ ใช้ Layer 2 Blending Style ในการใส่เอฟเฟคให้กับออบเจ็คบัง บางส่วนของภาพไว้ดว้ ย Layer Mask 2 9 การตกแตง่ และ 3, 4, 5, 6 หรือเลือกลักษณะการผสมสรี ะหว่าง 40 ซ่อมแซมภาพ เลเยอรด์ ้วย Layer Blending เป็นต้น ซึ่ง จะชว่ ยให้ชนิ้ งานของเราดดู ีมีฐานะมาก ข้ึน ภาพทเ่ี รามีอยู่ไม่ว่าจะได้มาจากการถ่าย เองหรือนามาจากแหลง่ ใดๆ หากยังไม่ ถูกใจ เราก็สามารถตกแต่งใหด้ ูดีข้นึ ได้ ไม่ ว่าจะเป็นการปรับแต่งสีและแสง การใส่ ฟิลเตอรใ์ ห้กับภาพเพื่อให้ไดภ้ าพทีแ่ ปลก ตา หรือตกแต่งและซ่อมแซมภาพท่มี ี ตาหนิ ตลอดจนการตัดต่อภาพ ซง่ึ เรียกว่า การรีทัชาภาพ สอบปลายภาคเรียนท่ี 1 รวมเวลาเรยี นภาคเรียนท่ี 1
125 โครงสรา้ งหน่วยการเรยี นรู้รายวิชาเพิ่มเตมิ รหสั วชิ า ว 30205 รายวิชา การออกแบบฐานข้อมูลเบื้องต้น กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละ เทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรยี น 40 ช่วั โมง/ภาคเรยี น ( 2 ชว่ั โมง/สัปดาห์) สดั ส่วนคะแนน 80:20 หนว่ ยการ ช่ือหน่วยการเรียนรู้ ผลการ สาระสาคัญ เวลา เรยี นร้ทู ่ี เรียนรู้ 1 (ชั่วโมง) 1 ความรเู้ บื้องตน้ เกย่ี วกับฐานข้อมูล 1 การดาเนินงานทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นงาน 2 2 การใชไ้ มโครซอฟท์ 2 ด้านใด ล้วนแต่จะต้องอาศัยทิศทางของ แอคเซส 2, 6 การดาเนินงานท่ีดี เพื่อให้บรรลุ 3 การจดั เก็บขอ้ มลู ด้วย ตารางข้อมลู เป้าหมายสูงสุดท่ีต้องการ แต่การที่ 4 การออกแบบ ผู้บริหารจะตัดสนิ ใจเลือกวิถีทางใดน้ัน ตารางข้อมูล จาเป็นที่จะต้องอาศัย “ข้อมูล (Data)” ในเรื่องนั้น ๆ มาชว่ ยในการตดั สินใจ ดังนั้นการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ จึงเป็นเรื่องสาคัญ ไมโครซอฟท์แอคเซส หรือเรียกส้ัน ๆ 2 ว่า แอคเซส เป็นโปรแกรมทางด้านการ จัดการฐานข้อมูล ที่มีขีดความสามารถ สูงแต่ใช้งานง่าย เม่ือระบบเคร่ืองของ เรามีโปรแกรม Microsoft Access ติดต้ังไว้เรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถเร่ิม ใช้งานได้ทันที โดยในหน่วยนจี้ ะให้เรา ได้เรียนรู้ถึงการเรียกใช้โปรแกรมแอค เซส และมาเริ่มเรียนฐานข้อมูลกัน ตารางข้อมูล (Table) เป็นสว่ นทเ่ี ราใช้ใน 4 การเก็บขอ้ มูลแตล่ ะกลุ่มในรูปของตาราง โดยแตล่ ะแถวจะเปน็ ข้อมลู 1 ชดุ เรียกวา่ เรคอรด์ (Record) และแต่ละ คอลมั น์จะเป็นข้อมูลแต่ละส่วนในเร คอร์ดนั้นซ่งึ เรียกว่า ฟิลด์ (Field) ในแต่ ละฐานขอ้ มูลจะใชต้ ารางข้อมูลเปน็ หลกั ในการจดั เก็บขอ้ มูล โดยในฐานข้อมลู หนงึ่ ๆ จะสามารถจดั เกบ็ ข้อมูลไวใ้ น ตารางข้อมูลได้มากกวา่ 1 ตาราง โดยท่ี ตารางข้อมูลเหล่านจ้ี ะมคี วามสมั พนั ธ์ซ่งึ กนั และกนั ในการสร้างตารางข้อมูลขน้ึ ใหมน่ นั้ 6 นอกจากการสรา้ งด้วยวิธกี ารตา่ ง ๆ ที่ได้
126 หนว่ ยการ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ ผลการ สาระสาคญั เวลา เรียนรทู้ ี่ เรยี นรู้ (ชวั่ โมง) กลา่ วมาในบทท่ีแลว้ ซง่ึ ส่วนใหญ่จะใช้ การทางานในมมุ มองแผน่ ข้อมลู เป็นหลกั แลว้ น้นั เรายงั สามารถสรา้ งตารางขอ้ มูล ขน้ึ โดยใช้มุมมองออกแบบซ่งึ ในมุมมองน้ี จะชว่ ยใหเ้ ราสามารถสรา้ งตารางข้อมูล ขึ้นใหม่ด้วยการกาหนดชื่อฟลิ ด,์ ชนดิ และคุณสมบตั ขิ องฟิลดไ์ ด้อย่างละเอียด และตรงกับท่เี ราต้องการทส่ี ุด 5 การจัดการ 2 หลงั จากที่เราได้ทาการสร้างตารางขอ้ มูล 4 ตารางข้อมลู เรียบร้อยแลว้ เราก็เริม่ ทาการป้อนข้อมลู เขา้ ในตารางขอ้ มูลของเราได้ และยงั สามารถทาการเพ่ิมเตมิ ขอ้ มูลเข้าหรอื ลบ ขอ้ มลู ท่ีไมต่ ้องการออกไ็ ด้อีกทงั้ ยงั สามารถปรบั แตง่ รปู แบบของ ตารางข้อมูลได้อกี ด้วย สอบกลางภาคเรียนท่ี 2 2 6 การสร้างแบบสอบถาม 3, 6 ในการใช้งานข้อมลู ในตารางท่ีเราจัดเก็บ 4 (คิวร)ี่ ไว้น้ัน เราคงไมไ่ ดต้ ้องการใช้งานขอ้ มูล ทง้ั หมดพรอ้ ม ๆ กนั แต่มักจะต้อง เลือกใช้เฉพาะข้อมูลท่เี ราต้องการใน ขณะนั้น ๆ เทา่ น้นั ดงั นั้นการทเี่ รา สามารถคัดกรองเอาเฉพาะข้อมลู ท่เี รา ตอ้ งการออกมาได้จงึ เปน็ เรอ่ื งจาเป็นซ่ึง ในแอคเซสไดจ้ ัดเตรียมสว่ นท่ีเรยี กว่า “แบบสอบถาม” หรือ “ควิ รี (Query)” ไวใ้ ห้เรา เพ่ือใชใ้ นการกาหนดเงื่อนไขใน การคัดกรองข้อมลู เพื่อใหไ้ ด้ข้อมูลตามที่ เราตอ้ งการ 7 การสร้างความสมั พันธ์ 3 ฐานขอ้ มูลแบบสัมพนั ธ์ ท่ใี ช้ในแอคเซสนี้ 4 ระหวา่ งตารางข้อมลู สามารถทางานกับตารางข้อมูลหลายๆ 8 การสร้างแบบฟอร์ม 4, 6 ตารางไดใ้ นเวลาเดยี วกัน โดยแต่ละ ตารางจะสามารถเชอ่ื มโยงถงึ กันได้ โดยงา่ ย จึงช่วยลดความซ้าซอ้ นของการ จัดเก็บข้อมูลลงได้เปน็ อย่างดี แบบฟอรม์ (Form) เป็นส่ิงทีเ่ ราพบเหน็ 6 ได้ท่วั ไปในชวี ติ ประจาวนั เรามักจะต้อง เข้าไปเกย่ี วข้องกับแบบฟอรม์ อยู่เสมอ
127 หนว่ ยการ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ ผลการ สาระสาคญั เวลา เรียนร้ทู ่ี เรียนรู้ (ชั่วโมง) 9 การสรา้ งรายงาน 5, 6 เช่น แบบฟอร์มการสมัครเรียน, แบบคา รวม รอ้ งต่าง ๆ, แบบขอผอ่ นผนั เป็นตน้ ซง่ึ จดุ ประสงค์ของการใชแ้ บบฟอร์มก็ เพือ่ ใหไ้ ด้ข้อมลู ทีเ่ ป็นระเบียบและ ครบถ้วนตามท่ีตอ้ งการซ่งึ ในแอคเซสนน้ั แบบฟอรม์ ถือเปน็ สว่ นหน่งึ ของ ฐานขอ้ มูลทชี่ ว่ ยในการป้อน, แสดง, หรือ แกไ้ ขข้อมูลโดยท่เี ราสามารถจดั รปู แบบ การแสดงผลบนจอภาพไดต้ ามต้องการ ข้อมลู ท่ีเราจดั เก็บไว้ในฐานข้อมูลนนั้ จะ 4 ไมเ่ กิดประโยชนใ์ ด ๆ เลยหากไมส่ ามารถ นาออกมาใชไ้ ด้ การนาข้อมูลออกมาใช้ น้ันทเ่ี ป็นประโยชนท์ สี่ ดุ กเ็ ห็นจะเปน็ การ นามานาเสนอในรปู แบบของรายงาน (Report) ซึง่ ในแอคเซสน้ไี ด้จดั เตรียม ส่วนของ “รายงาน (Report)” ที่ช่วยให้ เรานาข้อมลู จากตารางข้อมลู ท้งั หมดหรือ เฉพาะบางสว่ นทีผ่ า่ นการคัดกรองแล้ว มาทาการจัดพิมพ์ออกมาในรูปแบบของ รายงานทีห่ ลายหลายได้โดยง่าย เช่น การพมิ พ์ใบสง่ั ซอื้ , การพมิ พ์รายงานสรปุ ยอดขาย, การพิมพฉ์ ลากสนิ ค้าเปน็ ตน้ สอบปลายภาคเรียนที่ 2 2 40
128 โครงสรา้ งหนว่ ยการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว30206 รายวชิ า ตารางคานวณ กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น ( 2 ชวั่ โมง/สัปดาห์) สดั ส่วนคะแนน 80:20 หนว่ ยการ ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ ผลการ สาระสาคญั เวลา เรียนรู้ท่ี เรยี นรู้ (ชัว่ โมง) 1 เอ็กเซลเป็นโปรแกรมทางด้านการ 1 ความรู้เบอ้ื งตน้ เกยี่ วกบั จัดการตารางงาน หรือ Worksheet 4 ตารางคานวณ 2, 6 ท่ีมีลกั ษณะการจัดเก็บข้อมูลใน รูปแบบของตารางคานวณ ดว้ ย 4 2 การจัดสมุดงาน 2, 6 ความสามารถทีโ่ ดดเด่นในการ ปรับปรุงผลลัพธก์ ารคานวณได้เอง 4 3 การปอ้ นขอ้ มลู ลงใน 3, 6 โดยอัตโนมัตใิ นทันทีท่ขี ้อมลู ท่ี แผ่นงาน เก่ียวข้องมีการเปลยี่ นแปลงและ 6 ฟังกช์ ัน่ การคานวณที่เตรียมไว้ให้ 4 การคานวณในเอ็กเซล อย่างหลากหลาย เอกสารหลักที่ใช้ในการทางานใน เอ็กเซลนน้ั จะได้แก่ สมุดงาน หรอื workbook ซง่ึ เปน็ กลุ่มของเอกสาร ต่าง ๆ ท่ีเกีย่ วข้องกนั ทีถ่ ูกจัดเก็บ รวมไวเ้ ปน็ ชุดภายในสมดุ งานหนงึ่ ๆ จะประกอบด้วยแผน่ งาน หรือ Worksheet ซึ่งเป็นเอกสารท่ใี ช้ใน การจัดเกบ็ และทางานกับข้อมูลโดย สามารถคานวณผลลัพธ์ได้อย่าง อตั โนมตั เิ ม่ือข้อมูลมีการ เปลยี่ นแปลง แผ่นงาน (Worksheet) เป็นท่ีที่ใช้ เก็บและจดั การกับข้อมูลโดยอย่ใู น รูปของตารางขนาดใหญ่ จานวน 16,384 คอลัมน์ x 1,048,576 แถว ซ่งึ แต่ละตาแหน่งในตารางจะ เรยี กว่า ชอ่ งตารางหรือเซลล์ (Cell) ใชใ้ นการเก็บข้อมูลท่ีเราป้อนเขา้ ไป โดยข้อมูลท่ปี ้อนจะมีอย่ดู ว้ ยกัน หลายชนิดดว้ ยกัน สิ่งที่ถือวา่ เป็นหวั ใจสาคัญของเอ็ก เซลล์ก็คือความสามารถในการ คานวณน้นั เอง โดยเอ็กเซลสามารถ
129 หน่วยการ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการ สาระสาคัญ เวลา เรยี นรู้ท่ี เรียนรู้ (ชว่ั โมง) 3, 6 ใหเ้ ราทาการกาหนดสตู รในการ 5 การคานวณดว้ ยฟงั ก์ชัน คานวณต่าง ๆ ได้เอง หรืออาจใช้ 2 2, 6 ฟังกช์ ัน่ ในการคานวณต่าง ๆ ทีเ่ อ็ก 8 6 การจดั รูปแบบแผน่ งาน เซลเตรยี มไว้ให้อยา่ งมากมายก็ได้ 4, 6 4 7 การสร้างแผนภูมิ สอบกลางภาคเรียนที่ 2 ฟังกช์ นั (Function)จะหมายถึง 4 สูตรพเิ ศษท่ีได้เขียนไว้ลว่ งหน้า เพ่อื ให้คานวณค่าตา่ ง ๆ ตามที่ กาหนด การใช้ฟังกช์ ันนจ้ี ะช่วยให้ เราเขียนสูตรในการคานวณได้ส้นั ลงและง่ายขึน้ ซึ่งเอ็กเซลได้ จัดเตรียมฟังกช์ ันไว้ใหเ้ ราเรยี กใชไ้ ว้ อย่างมากมายครอบคลุมงานใน ทกุ ๆ ด้านเลยทเี ดียว แผ่นงานที่เราสร้างขนึ้ ดว้ ยเอ็กเซลนี้ เราสามารถจัดรูปแบบให้สวยงาม และเหมาะสมกบั งานนั้น ๆ ได้ไมว่ ่า จะเป็นการจดั ลักษณะการแสดง ข้อมลู เชน่ รูปแบบตวั อักษร, ขนาด หรอื สี หรือการจดั รูปแบบข้อมูล เชน่ แสดงตวั เลขในรูปของ เปอร์เซ็นต,์ ทศนิยม, เลขยกกาลงั , การเงิน ตลอดจนรูปแบบของวันที่ และเวลา เป็นตน้ อีกท้ังยงั สามารถ ตกแต่งแผน่ งานของเราใหส้ วยสด งดงาม ดูดมี ฐี านะได้อีกด้วย แผนภมู ิ (Chart) หรอื กราฟ (Graph) เปน็ การนาข้อมลู จากแผน่ งานมาแสดงในรูปของกราฟ หรอื รปู ภาพ บ่อยคร้ังที่แผนภมู ิสามารถ อธิบายถึงความหมายของข้อมูลได้ ชดั เจนและมีประสิทธภิ าพ มากกวา่ ตัวข้อมูลน้นั ๆ เอง และดว้ ยแผนภมู ิ นี้จะทาใหเ้ ราสามารถมองเห็น แนวโน้มตา่ ง ๆ ของข้อมูลได้โดยง่าย อีกด้วย
130 หนว่ ยการ ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ ผลการ สาระสาคญั เวลา เรียนรทู้ ี่ เรียนรู้ (ช่วั โมง) ในการจัดเก็บข้อมูลนั้น ยิ่งเรามี 8 การดแู ละการพิมพ์แผ่น 5, 6 ขอ้ มลู ปริมาณมากขึ้นเท่าไร การ 2 งาน จดั การข้อมูลอย่างมปี ระสิทธิภาพก็ ย่ิงเปน็ สิ่งทจ่ี าเปน็ มากขึน้ เท่านั้น 2 ไม่วา่ จะเป็นการค้นหาเฉพาะข้อมลู 40 ทีต่ อ้ งการหรือการนาข้อมูลมา สรปุ ผล ซ่ึงในตัวเอ็กเซลเองมี ความสามารถท่ชี ่วยในการเรยี ง, คัด กรองและสรุปผลข้อมูลเพื่อให้เรา จัดการเก็บข้อมลู ที่ต้องการได้อย่าง รวดเรว็ ท่ีสุด สอบปลายภาคเรียนที่ 2 รวมเวลาเรยี นภาคเรียนท่ี 2
131 โครงสรา้ งหน่วยการเรียนรู้รายวิชาเพมิ่ เติม รหสั วชิ า ว 32201 รายวิชา คอมพิวเตอร์กราฟิก กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน ( 2 ชั่วโมง/สัปดาห)์ สดั สว่ นคะแนน 80:20 หน่วยการ ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ ผลการ สาระสาคัญ เวลา เรียนรทู้ ่ี เรียนรู้ (ชั่วโมง) 1 ความรเู้ บ้อื งต้น เกี่ยวกับคอมพวิ เตอร์ 1 คอมพิวเตอร์กราฟกิ (Computer 4 กราฟิก Graphics) คอื การใชค้ อมพิวเตอร์สร้าง 2 รู้จกั กับโปรแกรม กราฟิก ภาพโดยการวาดภาพกราฟิกหรือการ ใชซ้ อฟต์แวร์เกย่ี วกับการวาดภาพต่าง ๆ ในคอมพวิ เตอร์ รวมไปถึงการ ตกแต่งแกไ้ ขหรือการจดั การเกย่ี วกับ รูปภาพโดยใช้เครอ่ื งมอื คอมพิวเตอร์ ในการจดั การ ประกอบดว้ ย เสน้ สี แสง และเงาตา่ งๆ กราฟกิ ที่ใชใ้ นงาน คอมพวิ เตอร์ มี 2 ชนิด คือ Vector และ Bitmap ซึ่งจะมลี ักษณะท่ี แตกต่างกนั รปู แบบของสีด้าน กราฟิกมี 4 รูปแบบคือ RGB, CMYK, HSB และ Lab การออกแบบกราฟิก ตามหลักองคป์ ระกอบศลิ ปเ์ พ่ือใหไ้ ด้ ภาพกราฟกิ ที่สมบูรณแ์ ละสวยงาม ประกอบด้วยองค์ประกอบ ดา้ นการออกแบบ การจดั วาง และ องค์ประกอบในการผลติ ส่ือกราฟิก 2, 3 Canva เป็นแพลตฟอร์มท่ีใช้สาหรับ 4 สร้างงานกราฟฟิกออนไลน์ ซึ่ง ปัจจุบันท่ีได้รับความนิยมมากข้ึน เนื่องจาก Canva มีเครื่องมือจานวน มาก ทางานออกแบบได้หลายประเภท โดยท่ีผู้ใช้อาจจะไม่จาเป็นต้องมี ความรู้หรือทักษะการออกแบบมาก นัก เพราะมี Template สาเร็จรูป ให้ เลือกใช้มากมายโดยแยกออกเป็น หมวดหมู่ ตามสิ่งที่ต้องการออกแบบ เช่น Template ที่เกี่ยวกับส่ือโฆษณา ใน Social Media ออกแบบงาน สิ่งพิมพ์ Poster, Card, ออกแบบ
132 หน่วยการ ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ ผลการ สาระสาคัญ เวลา เรียนรู้ที่ เรยี นรู้ (ชัว่ โมง) Infographic งานออกแบบในหมวด วิดีโอโฆษณาบน Youtube , Presentations ในด้านการศึกษาก็ สามารถนา Canva มางานเช่น การ ทา Presentations ประกอบการสอน การทาวีดีโอบันทึกการสอน และการ ทาใบงานเพื่อมอบหมายงานแบบ ออนไลน์ก็ได้ด้วย 3 การออกแบบงาน 4, 5 การออกแบบกราฟิก คือ การ 10 กราฟิก ออกแบบตัวอักษร รูปภาพ ลงบน พื้นผิวแนวราบ 2 มิติและซึ่งเป็นการ ออกแบบเก่ียวกับสื่อสิ่งพิมพ์ ความ สวยงามขึ้นอยู่กับความสามารรถของ นักออกแบบท่ีสามารถจัดวางภาพหรือ ตัวอักษรได้อย่างมีศิลปะ การ ออกแบบกราฟิกมีหลายรูปแบบ สอบกลางภาคเรียนที่ 2 2 4 การสร้างงาน 4, 5 ในหัวข้อนี้จะแนะนาการใช้ Canva 18 Presentations ออกแบบ Presentations หรืองาน นาเสนอที่มี ภาพเคล่ือนไหว ใส่ Effect ให้ภาพ เพิ่มเสียงเพลง ประกอบ เสียงบรรยาย แทรกคลิป วิดีโอ ใส่ Animation ต่าง ๆ ซ่ึง ออกแบบ Presentations ได้ทั้ง Presentations 16:9 และ 4:3 สอบปลายภาคเรียนท่ี 1 2 รวมเวลาเรียนภาคเรียนท่ี 2 40
133 โครงสร้างหนว่ ยการเรยี นรรู้ ายวิชาเพ่ิมเติม รหัสวิชา ว32202 รายวชิ า การผลติ สอ่ื สิ่งพมิ พ์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ัน มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 เวลาเรยี น 40 ชัว่ โมง /ภาคเรียน (2 ชั่วโมง/สัปดาห)์ สัดส่วนคะแนน 80:20 หน่วย ช่ือหน่วยการเรียนรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลาเรยี น ท่ี 1 ความรู้พื้นฐานเก่ียวกับสื่อ (ชั่วโมง) ส่ิงพิมพ์ 1 ส่ือสงิ่ พมิ พ์ เปน็ สว่ นหน่ึงของส่ือสารมวลชน 2 2 หลักการออกแบบสือ่ สิง่ พมิ พ์ จาแนกได้ 2 ประเภทได้แก่ ส่ือสิง่ พิมพ์ท่ี 3 กระบวนการพิมพ์ กาหนดระยะ เวลาการเผยแพร่ และไม่ กาหนดระยะเวลาการเผยแพร่ สือ่ สิ่งพิมพ์มี องคป์ ระกอบสาคัญ ไดแ้ ก่ เน้ือหา ภาพ และการออกแบบหนา้ ทส่ี อ่ื สิ่งพมิ พ์ ได้แก่ ให้ขอ้ มลู ขา่ วสาร (to inform) ให้ความรู้ ความเขา้ ใจ (to educate) ให้ความคดิ เห็น (to give an opinion) ใหค้ วามบันเทิง (to entertain) และให้การโฆษณา (to advertise) ในประเดน็ บทบาทของสื่อ สิง่ พมิ พ์ ไดแ้ ก่ สถาบันการศกึ ษา (Educational institute) ตลาดเสรแี ห่ง ความคดิ (Freedom of Opinion market place) ผ้เู ฝ้ายามขา่ วสาร (Gatekeeper) และองค์กรควบคมุ บรรทัดฐานสังคม (Society Norm Inspector) 1 บททีผ่ า่ นมาเราไดเ้ รียนรู้ถึงประเภท และ 4 องคป์ ระกอบของงานสื่อสง่ิ พิมพก์ นั ไปแล้ว สาหรบั เน้อื ในบทนเี้ ราจะมาเรียนรู้ถงึ หลกั การออกแบบสอ่ื สิง่ พมิ พ์ เพ่อื ให้งาน สง่ิ พิมพข์ องเราดูนา่ สนใจ 1 ในบทนี้ เราจะเรียนรู้ถึงกระบวนการพิมพ์ 4 ตัง้ แต่การจัดเตรียมงานพมิ พ์ ไปจนถงึ การ ทาแม่แบบการพมิ พ์ และการเข้าเลม่ ในตอน จบงานพิมพ์ ซ่งึ กระบวนการที่อยใู่ นโรง พมิ พ์น้ันเราไมส่ ามารถเข้าไปดูแลได้ท้งั หมด แตส่ าหรับนักออกแบบกราฟิก จะต้อง ติดตอ่ ประสานงานกับโรงพิมพ์ ได้แก่ การ สง่ ไฟล์งานพมิ พ์ การตรวจงานพิมพ์ หลงั จากสรา้ งแม่พิมพ์เสรจ็ แล้วก่อนขนึ้ แท่น พิมพ์งานทงั้ หมด และตรวจการเรยี งหน้า
134 หน่วย ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลาเรยี น ท่ี (ชวั่ โมง) ก่อนเขา้ เลม่ ซ่งึ จะแตกตา่ งกนั ตามชนดิ ของ งานพิมพ์ 4 ร้จู ักกับโปรแกรม InDesign 2,3 งานด้านสื่อสงิ่ พิมพต์ ่างๆ เชน่ นติ ยสาร 4 CS6 วารสาร โบรช์ ัวร์หรอื แผน่ พับ และหนงั สือ ประเภทต่างๆ ท่มี อี ยู่ในปัจจบุ ันน้นั มคี วาม เกี่ยวขอ้ งกบั โปรแกรม Adobe InDesign ซึง่ เป็นโปรแกรมทสี่ ามารถออกแบบและ สรา้ งสรรค์ผลงานสิง่ พิมพเ์ หล่านไ้ี ดอ้ ย่าง รวดเรว็ และมปี ระสิทธภิ าพ 5 การจดั การไฟล์งานและ 2,3 เป็นการเรียนรูเ้ ก่ียวกับการจดั การกบั 4 เครอื่ งมอื พน้ื ฐาน ชนิ้ งาน ต้งั แต่ขน้ั ตอนในการสร้างไฟล์งาน, การเปดิ ไฟล์งาน, การบนั ทึกไฟล์งาน และ การปดิ ไฟล์งาน รวมถึงการเพิ่ม และการ ลดจานวนหน้า ซ่ึงเป็นการจัดการขนั้ พืน้ ฐานกับไฟลง์ าน สอบกลางภาคเรยี นท่ี 2 2 6 การทางานกับข้อความ 2,3 เรยี นรูก้ ารทางานกบั ข้อความในขั้นพ้นื ฐาน 2 เปน็ สว่ นที่สาคญั อย่างมากในการสรา้ งงาน พมิ พ์ โดยเรมิ่ เรยี นรตู้ ัง้ แต่การสร้างขอ้ ความ และการทางานกบั ข้อความที่สรา้ งไว้ 7 การปรบั แต่งและจดั วาง 2,3 เรยี นรกู้ ารปรับแต่งขอ้ ความท่ีเราได้สรา้ งข้นึ 2 ข้อความ โดยการกาหนดรปู แบบ ไดแ้ ก่ ฟอนต์ ขนาด ลักษณะ ระยะหา่ งตวั อักษร บรรทดั และ รูปแบบของแท็บ/ยอ่ หนา้ นอกจากการ ปรบั แต่งค่าแล้ว ยงั สามารถกาหนดรูปแบบ ขอ้ ความเกบ็ ไว้ใช้งานได้อกี ดว้ ย 8 การวาดวัตถุประกอบ 2,3 การจัดหน้าหนงั สอื หรือการออกแบบ 4 ช้ินงานสว่ นประกอบทส่ี าคัญอกี อยา่ งหนึง่ นอกจากตวั อักษรก็คือภาพวัตถุที่จะ นามาใชป้ ระกอบ ซงึ่ โปรแกรม InDesign กม็ เี ครื่องมือสาหรับวาดภาพให้ใชง้ านได้ อยา่ งสะดวกสบาย ซ่ึงในบทน้ีจะกลา่ วถึง การวาดภาพวตั ถุดว้ ยเคร่ืองมือสร้างภาพ ต่างๆ โดยจะอธบิ ายถงึ หลักการของ ภาพวาดว่า ภาพทีว่ าดออกมาจะมี ลักษณะอยา่ งไร และมกี ารใชง้ าน เคร่อื งมอื อย่างไร
135 หน่วย ช่ือหน่วยการเรียนรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลาเรยี น ท่ี 9 การใชง้ านวัตถุ (ชัว่ โมง) 10 ความร้เู รอื่ งสีและการใช้ 2,3 การใช้งานวตั ถุ ไดแ้ ก่ การเลอื กวตั ถุ การ 2 งานสี เคลื่อนยา้ ย การปรบั ขนาด การคดั ลอก 11 เทคนคิ การปรับแต่งภาพ การหมุน การกลบั ภาพ การบดิ การครอ็ ป และการล็อค เปน็ ตน้ การใชง้ านวตั ถุ พืน้ ฐานเปน็ เรอื่ งทีจ่ าเปน็ อยา่ งมาก ในการ จัดวางชนิ้ งานบนหนา้ กระดาษ เพราะ องคป์ ระกอบที่แสดงอยูบ่ นหนา้ กระดาษนน้ั เป็นวตั ถทุ ั้งหมด 2,3 สีบนจอภาพ หรอื สง่ิ พิมพ์ที่เราเหน็ น้ันเกิด 4 จากการผสมสที ่ีลอกเลยี นแบบธรรมชาติ ซ่งึ โปรแกรมกราฟิกอยา่ ง InDesign ไดน้ า หลักการแสดงสขี องโมเดลสเี ข้ามา ประยุกตใ์ หเ้ กดิ เป็นโหมดสาหรับใช้งานได้ หลากหลาย ความรเู้ รื่องสีจงึ มีความสาคญั อยา่ งยิง่ สาหรบั คนท่ีต้องการออกแบบ ภาพกราฟิก ซึง่ ในบทนี้นาความรตู้ ่างๆ เก่ยี วกบั สี และการระบายสภี าพดว้ ยวิธี ตา่ งๆ มากลา่ วถึงอย่างละเอยี ด เพอื่ ให้ได้ ภาพท่อี อกมาสวยงามไดต้ ามท่ีเราตอ้ งการ 2,3 ภาพทเ่ี รานาเข้ามาใชง้ านในโปรแกรม 4 InDesign นนั้ ในบทนีเ้ ราจะมาทาการ ปรบั แตง่ ทง้ั ภาพดว้ ยเอฟเฟ็กต์ใน โปรแกรม การใช้งานภาพร่วมกบั ข้อความ รวมถงึ การสร้างและการใชง้ านเฟรม ซง่ึ จะทาให้ภาพมีความน่าสนใจยง่ิ ข้ึน สอบปลายภาคเรยี นท่ี 2 2 รวมเวลาเรียนภาคเรยี นที่ 2 40
136 โครงสร้างหนว่ ยการเรียนร้รู ายวชิ าเพม่ิ เติม รหสั วิชา ว 33201 รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ในชีวิตประจาวนั กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 เวลาเรยี น 20ชัว่ โมง/ปี(1ช่ัวโมง/สปั ดาห)์ สดั ส่วนคะแนน 80:20 หนว่ ยการ ชือ่ หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลาเรียน เรียนรู้ที่ การเรียนรู้ 1 (ชว่ั โมง) -การศึกษาความหมายและประเภทของ 1 ระบบภูมคิ ุ้มกัน 1 ระบบภมู คิ มุ้ กัน กลไก การสร้าง 6 ของรา่ งกาย 1 ภมู คิ ุ้มกนั ของรา่ งกาย ได้แก่ ระบบ 3 นา้ เหลอื งเซลลเ์ ม็ดเลือดขาว 3 2 หมู่เลอื ดระบบ เยื่อเมือกบผุ วิ และผวิ หนัง ABO และหมู่ -ความผดิ ปกติของระบบภมู ิคุ้มกันโรค เลือดในระบบ โดยใชว้ ิธีการและทักษะกระบวนการ Rh ทางวิทยาศาสตร์ และเชอื่ มโยงระหว่าง สงิ่ ทเ่ี รียนกบั ชวี ติ ประจาวัน 3 หลักการให้ - ส่วนประกอบของเลือด เลอื ด และ -หมู่เลอื ดระบบ ABO ปฏิกิรยิ าทเ่ี กดิ -หม่เู ลือดในระบบ Rh ในเลือด สอบกลางภาคเรียนท่ี1 1 4 ลมฟา้ อากาศ 4 -การหาหมู่เลือดของลูก -การถา่ ยทอดลักษณะหมเู่ ลือด 5 -หลักการใหเ้ ลอื ด 1 -ปฏกิ ริ ยิ าท่ีเกิดในเลือด 20 - การพยากรณ์อากาศ สญั ลักษณล์ มฟ้า อากาศที่สาคัญจากแผนทอ่ี ากาศ สอบปลายภาคเรยี นที่1 รวมเวลาเรียนภาคเรยี นท่ี1
137 โครงสร้างหนว่ ยการเรยี นรู้รายวิชาเพ่มิ เตมิ รหสั วชิ า ว 33202 รายวิชา สารชีวโมเลกลุ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 6 เวลาเรียน 20ช่ัวโมง/ป(ี 1ชั่วโมง/สัปดาห์) สัดส่วนคะแนน 80:20 หน่วยการ ชอ่ื หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลาเรียน เรียนรู้ท่ี การเรียนรู้ 1 (ชว่ั โมง) -ความหมายและประเภทของสารชวี 1 คารโ์ บไฮเดรต 2 โมเลกลุ 5 -ความหมายและประเภทของ 2 ไขมนั และ คารโ์ บไฮเดรต 4 น้ามัน -การทดสอบคาร์โบไฮเดรต -ความหมาย ประเภท และหน้าที่ของ ลิพดิ -ประเภทและสมบัตขิ องกรดไขมนั ปฏกิ ิริยาของกรดไขมนั -การทดสอบไขมันและน้ามนั สอบกลางภาคเรียนท่ี1 1 3 โปรตีนและกรด 3 - ความหมายและประเภทของโปรตีน 4 นวิ คลีอิก และกรดอะมโิ น การทดสอบโปรตนี และ กรดนวิ คลอี กิ -การทดสอบโปรตนี และกรดนิวคลีอกิ 4 ปฏิกริ ยิ าเคมี 4 - ปฏิกิรยิ าเคมี 5 เขยี นแทนได้ด้วยสมการเคมี - มนษุ ย์นาสารเคมีมาใชป้ ระโยชน์ทง้ั ใน บา้ น ในทางการเกษตรและอุตสาหกรรม แตส่ ารเคมบี างชนดิ เปน็ อนั ตรายตอ่ สิง่ มชี ีวิตและสิ่งแวดลอ้ ม สอบปลายภาคเรียนท่ี1 1 รวมเวลาเรยี นภาคเรยี นที่1 20
138 โครงสร้างหน่วยการเรยี นรู้รายวิชาเพิม่ เติม รหัสวชิ า ว 33203 รายวิชา เทคโนโลยสี ารสนเทศ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 เวลาเรยี น 40 ชว่ั โมง /ภาคเรยี น (2 ชวั่ โมง/สปั ดาห)์ สัดส่วนคะแนน 80:20 หน่วย ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลาเรยี น ท่ี 1, 3 (ชว่ั โมง) การนาเสนอขอ้ มลู คือ การนา 1 การใชเ้ ทคโนโลยี ข้อเทจ็ จริงหรือรายละเอยี ดต่างๆ ของ 16 สารสนเทศอย่าง ข้อมูลท่ีเกบ็ รวบรวมไว้มาจัดใหเ้ ป็น ปลอดภยั ระเบยี บ และสามารถอา่ นรายละเอยี ด หรอื เปรียบเทียบข้อเท็จจรงิ ของข้อมูล เหล่านัน้ ไดอ้ ย่างถกู ต้อง รวดเรว็ และ ตรงตามความต้องการของผู้ใชง้ าน การแบง่ ปนั ขอ้ มูล คอื การนาความรู้ ขอ้ มลู หรือสิ่งต่างๆ ที่ได้จาก ประสบการณจ์ ริงหรอื การค้นควา้ มา บอกต่อไปยังผู้อ่ืน ส่อื สงั คมออนไลน์ คือ รปู แบบของ เวบ็ ไซต์ในการสรา้ งเครือขา่ ยสังคมสาหรบั ผู้ใช้งานอนิ เทอร์เนต็ ซง่ึ ใช้สาหรบั เขยี น อธิบายความสนใจ โดยเชื่อมโยงกบั ความ สนใจและกิจกรรมของผ้อู ื่น บล็อก (Blog) คือ เว็บไซต์ประเภท หนึ่งที่ผใู้ ชง้ านสามารถสรา้ งและเผยแพร่ เนอ้ื หาตา่ ง ๆ ในโลกอินเตอร์เนต็ โดย เนอ้ื หาสามารถเป็นได้ท้ังข้อความ รูปภาพ หรือวดี โี อ ซงึ่ หลงั จากได้เผยแพรแ่ ลว้ ผ้ใู ช้งาน อน่ื สามารถแสดงความคิดเหน็ กับ เนอื้ หานีไ้ ด้ การสตรมี มิง (Streaming) เปน็ การ รับ-สง่ ข้อมลู จากผู้ใหบ้ ริการไปยงั ผูร้ บั อย่างต่อเน่อื งผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยผรู้ ับจะดาวน์โหลดและนาข้อมลู ไปใช้ ในลกั ษณะของคูข่ นาน อินโฟกราฟกิ (infographics) หรือ อนิ ฟอรเ์ มชันกราฟิก (Information graphics) เปน็ การแสดงผลของข้อมูล หรอื ความรู้ โดยภาพทีผ่ ู้อ่านไดศ้ กึ ษาและ เกิดความเข้าใจงา่ ยขึ้น งานกราฟิก
139 หน่วย ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลาเรียน ที่ (ชั่วโมง) ประเภทน้ีนยิ มใช้สาหรบั ข้อมูลทม่ี ีความ ซบั ซอ้ น เชน่ ปา้ ย แผนท่ี งานวิจัย โดย อนิ โฟกราฟกิ น้ียังคงนยิ มใช้ในสายงาน ดา้ นวิทยาการคอมพวิ เตอร์ คณติ ศาสตร์ สถติ ศิ าสตร์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงข้อมูลทม่ี ี ความซบั ซ้อนให้งา่ ยขึ้นการคานึงถงึ ความ เหมาะสมในการเผยแพร่ข้อมูล คือ การ คุ้มครองข้อมูลส่วนบคุ คลในปัจจุบันมกี าร นาระบบสารสนเทศและการส่อื สารมา ประยกุ ต์ใชป้ ระกอบการทาธุรกรรมทาง อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์อย่างแพร่หลาย ซ่งึ อาจต้อง มีการรวบรวม จดั เกบ็ ใช้หรือเผยแพร่ ข้อมลู ส่วนบุคคลของผใู้ ช้บริการในรปู ของ ข้อมูลอเิ ล็กทรอนิกสเ์ พ่ือเป็นการป้องกนั การละเมดิ ขอ้ มลู ส่วนบุคคล การ ตรวจสอบขอ้ มลู ก่อนเผยแพร่ คอื การ เผยแพรง่ านรับข้อมูลข่าวสารต่างๆ บน อนิ เทอรเ์ นต็ จงึ เป็นความรับผดิ ชอบ ของผู้บรโิ ภคเองสว่ นหน่ึง โดยตอ้ งใช้ วจิ ารณญาณอย่างสงู ในการรับขา่ วสาร ถงึ แม้วา่ หลายหนว่ ยงานทรี่ บั ผิดชอบ โดยตรงจะออกมาแก้ไข ดาเนินการวาง กฎระเบียบต่าง ๆ ขน้ึ มา แตย่ ังเปน็ เรื่องท่ี ยากที่จะควบคุมการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารบนอินเทอร์เนต็ อาชญากรรมทางคอมพวิ เตอร์ (Computer crime) คือ การกระทาการ ใดๆ ทีเ่ กย่ี วกับการใช้ คอมพวิ เตอร์ อนั ทาใหเ้ หยื่อได้รบั ความเสียหายและ ผู้กระทาได้รับผลประโยชนต์ อบแทน จริยธรรม คอื หลักศีลธรรมจรรยาที่ กาหนดขน้ึ เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัตหิ รือ ควบคมุ การใช้ ระบบคอมพวิ เตอร์และ สารสนเทศ ในทางปฏิบตั ิการระบวุ ่าการ กระทาสงิ่ ใดผดิ จริยธรรมนนั้ อาจ กลา่ ว ได้ไม่ชัดเจนมากนัก ทั้งน้ี ย่อมขึน้ อยู่กบั วฒั นธรรมของสังคมในแตล่ ะประเทศดว้ ย
140 หน่วย ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลาเรียน ท่ี (ช่ัวโมง) จรรยาบรรณ คือ ประมวลความ ประพฤตทิ ผ่ี ปู้ ระกอบอาชีพการงานแตล่ ะ อย่างกาหนดขน้ึ เพอื่ รักษาและส่งเสรมิ เกยี รตคิ ุณ ชอ่ื เสยี ง และฐานะของสมาชิก อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อกั ษรหรอื ไม่กไ็ ด้ กฎหมายเทคโนโลยสี ารสนเทศ หรือ เรยี กกนั ว่า กฎหมายไอที (Information Law) มีการตรา กฎหมายขนึ้ ใช้บังคับเก่ยี วกบั การใช้ งานเทคโนโลยีสารสนเทศ โดย คณะกรรมการเทคโนโลยสี ารสนเทศ หรอื กทสช. (NITC) ทาหนา้ ท่ีเป็นศูนย์กลาง และประสานงานระหว่างหนว่ ยงานต่าง ๆ งานที่มลี ิขสิทธ์ิ คือ งานสร้างสรรค์ที่ ไดร้ ับความคมุ้ ครองตามพระราชบัญญัติ ลขิ สทิ ธต์ิ ้องเป็นงานในสาขาวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทศั นวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบนั ทึกเสียง งานแพร่เสยี งแพร่ภาพ รวมถึงงานอนื่ ๆ กฎหมายคมุ้ ครองเสรีภาพในการ แสดงความคิดเหน็ การแสดงความ คดิ เห็นใดจะตอ้ งพึงระวังใหก้ ารแสดง ความคิกเหน็ เปน็ ไปโดยชอบธรรมตาม บทบญั ญตั ขิ องรฐั ธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ.2550 และกตกิ า ระหวา่ งประเทศวา่ ดว้ ยสทิ ธิพลเมอื งและ สิทธิทางการเมือง บล็อก (Blog) เปน็ เวบ็ ไซต์ประเภท หนง่ึ ที่ผ้ใู ช้งานสามารถสรา้ งและเผยแพร่ เนอื้ หาต่าง ๆ ในโลกอนิ เทอรเ์ นต็ โดย เนื้อหาสามารถเป็นได้ท้งั ข้อความ รปู ภาพ หรือวีดโี อ ซ่งึ หลังจากได้เผยแพรแ่ ลว้ ใช้ งานอนื่ สามารถแสดงความคดิ เห็นกบั เนอื้ หาได้ ซึ่งการเขยี นบล็อกอยา่ ง ปลอดภยั ได้นนั้ ต้องครอบคลุมตง้ั แต่การ นาเสนอและแบง่ ปันข้อมลู สารสานเทศ การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการ
141 หนว่ ย ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลาเรยี น ที่ (ชัว่ โมง) 2 การเปล่ยี นแปลงของ เทคโนโลยีสารสนเทศ นาเสนอ การนาเสนอและแบ่งปนั ขอ้ มลู (มีต่อ) อยา่ งปลอดภัย จรยิ ธรรม จรรยาบรรณ 2 การเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยีสารสนเทศ และกฎหมายเทคโนโลยสี ารสนเทศ (ตอ่ ) 2,3 เทคโนโลย(ี Techonology) คือ 18 วิทยาการทนี่ าความรทู้ างวิทยาศาสตร์มา ใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ในทางปฏิบัติและ อุตสาหกรรม สารสนเทศ (Information) คอื การ เก็บรวบรวมขอ้ มลู มาผ่านกระบวนการ เพอ่ื ใหไ้ ด้ผลลัพธท์ ี่มีประโยชน์ต่อการ ตดั สินใจ มีหนา้ ท่ใี หค้ วามสาคัญกับความ ปลอดภัยของขา่ วสารจากขอ้ มูลบน เครอื ข่าย และไม่กระทบต่อความมนั่ คง ของประเทศ สอบกลางภาคเรยี นท่ี 2 2 2,3 เทคโนโลยสี ารสนเทศ คือ การนา ความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์มาประยกุ ต์กบั ระบบสารสนเทศโดยต้องประยกุ ต์ใช้ ตัง้ แตก่ ระบวนการจดั เกบ็ ข้อมูล การ ประมวลผลข้อมลู เพ่อื แปลงข้อมลู เปน็ สารสนเทศ รวมถงึ การเผยแพร่ สารสนเทศเพื่อช่วยให้ได้สารสนเทศทีม่ ี ประสิทธิภาพ รวดเรว็ และตรงตามความ ตอ้ งการ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) เปน็ วิทยาการทใี่ ช้ เทคโนโลยี ด้านคอมพวิ เตอร์มาแกป้ ญั หา ต่าง ๆ ทสี่ าคญั เช่น การให้คอมพิวเตอร์ เขา้ ใจภาษามนุษย์ รู้จกั การใช้เหตุผลการ เรียนรู้ การสรา้ งหุ่นยนต์ การนาเครอ่ื งจักร หุ่นยนตม์ าใชใ้ นการผลิตรถยนต์ ชว่ ยให้ ผลติ รถยนตไ์ ด้อย่างมีประสิทธภิ าพ หุ่นยนต์หรอื โรบอต (Robot) คอื เครือ่ งจักรกลชนดิ หนง่ึ มีลกั ษณะ โครงสร้างและรูปรา่ งทแี่ ตกต่างกัน ซงึ่ แต่
142 หน่วย ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลาเรียน ท่ี (ช่ัวโมง) ละประเภทจะมหี นา้ ที่การทางานดา้ นต่าง ๆ ตามการควบคุมโดยตรงของมนุษย์ การควบคุมระบบต่าง ๆ ในการสง่ั ระหว่างหุ่นยนตแ์ ละมนษุ ย์ สามารถทาได้ โดยทางอ้อมและอตั โนมตั ิ เทคโนโลยคี วามเปน็ จรงิ เสริม (Augmented Reality : AR) คาวา่ Augmented แปลว่าเพ่มิ หรือเติม ส่วน Reality แปลวา่ ความจริง ซงึ่ เม่ือนามา รวมกนั คือ เทคโนโลยีการผสมผสานโลก เสมือน (Virtual World) เพม่ิ เข้าไปใน โลกจรงิ (Physical World) เพ่ือทาใหเ้ กิด การกลมกลนื การมากทสี่ ุดจนแยกไมอ่ อก เทคโนโลยีไดถ้ ูกพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 จัดเป็นแขนงหนึง่ ของงานวจิ ยั ด้าน วิทยาการ คอมพิวเตอร์วา่ ดว้ ยการเพ่ิม ภาพเสมอื นของโมเดล 3 มิติ ที่สรา้ งจาก คอมพิวเตอร์ลงไปในภาพถา่ ยมาจาก กล้องวีดโี อ อาชพี ทางด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศ ถือเปน็ สายงานทีส่ าคญั และกาลังเปน็ ท่ี นยิ มในปัจจุบัน และยงั เปน็ อาชีพทมี่ ี ความสาคัญในอนาคต เนอ่ื งจากโลกอย่ใู น ยคุ ของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีการ เปลย่ี นแปลงและพฒั นาอย่างรวดเรว็ ผลกระทบของการใชเ้ ทคโนโลยใี น ด้านตา่ งๆ คือ เทคโนโลยสี ารสนเทศเปน็ ปจั จยั หนึ่งทส่ี ่งผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงของ สงั คมอย่างรวดเรว็ ท้ังดา้ นการศกึ ษา เศรษฐกจิ สังคม การเมือง และวฒั นธรรม มนุษย์จงึ ควรเรียนรเู้ กี่ยวกับเทคโนโลยี สารสนเทศ เพื่อเปน็ กาลังในการพฒั นา เทคโนโลยีสารสนเทศใน ประเทศให้ ก้าวหน้าและมีประสทิ ธิภาพย่ิงขนึ้ ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีตอ่ การดาเนินชีวิต คอื การทเ่ี ทคโนโลยีได้ เขา้ มามบี ทบาทตอ่ การดาเนนิ ชวี ิตของ
143 หน่วย ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลาเรยี น ท่ี (ช่วั โมง) มนุษยต์ ง้ั แต่เรมิ่ ตื่นนอนในตอนเช้า การ ทากิจกรรมสว่ นตวั ท้ังทบี่ ้าน ทท่ี างาน สถานศึกษา ตลอดจนการทาธรุ กรรม ตา่ งๆ จนถึงการเขา้ นอนในตอนกลางคนื ผลกระทบของการใชเ้ ทคโนโลยีต่อ อาชีพ คือ ทกุ สาขาอาชพี ลว้ นแลว้ แตม่ ี การนาเอาเทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้ ด้วยกนั ท้งั สิ้น เพราะเทคโนโลยี สารสนเทศมกี ารพฒั นาขึ้นอย่างต่อเน่ือง มีนวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขน้ึ มาตลอดเวลา จงึ ทาใหเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งที่ ขาดไม่ได้กับการทางานในยุคปจั จุบนั และ มีผลกระทบกบั อาชพี ต่าง ๆ ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศตอ่ สงั คม คือ โดยปกตมิ นษุ ย์ เป็นส่ิงมีชีวติ ทมี่ สี ังคม ดังนั้น เทคโนโลยี สารสนเทศจงึ สามารถสง่ ผลกระทบต่อ สังคมมนษุ ย์ไดเ้ ช่นกนั เชน่ การบรหิ าร จดั การทต่ี ้องใช้เทคโนโลยเี ขา้ มาชว่ ย เพื่อใหง้ านออกมาสะดวกรวดเร็ว และมี ความถูกตอ้ งแม่นยาสูง ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศต่อวัฒนธรรม คือ เทคโนโลยี สารสนเทศสามารถช่วยลดช่องวา่ งหรอื ข้อจากัดทางด้านระยะทาง ทาใหม้ นษุ ย์ สามารถแลกเปล่ยี นข้อมลู ระหวา่ งกันได้ สะดวกขน้ึ ดงั นน้ั เทคโนโลยีสารสนเทศ จึงสามารถสง่ ผลกระทบต่อวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมไทยได้เช่นกัน สอบปลายภาคเรยี นท่ี 2 2 รวมเวลาเรยี นภาคเรยี นที่ 2 40
144 ตารางวเิ คราะหม์ าตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัตขิ องส่งิ มีชีวิต หนว่ ยพน้ื ฐานของส่งิ มีชีวติ การลาเลยี งสารเขา้ และออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของ โครงสรา้ ง และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนษุ ย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน ความสมั พันธ์ ของโครงสรา้ งและหน้าท่ีของอวัยวะต่างๆ ของพืชทท่ี างานสัมพนั ธ์กัน รวมทั้งนาความร้ไู ปใช้ประโยชน์ ตัวชวี้ ดั คาสาคญั การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่อื งมอื 1. อธบิ ายโครงสรา้ งและสมบัตขิ อง -อธบิ าย -ทดสอบ -ใบงาน,แบบทดสอบ เยื่อหุ้มเซลล์ทส่ี มั พนั ธ์กับการลาเลียง -เปรียบเทียบ และเปรยี บเทยี บการลาเลยี งสารผ่าน -ทดสอบ -ใบงาน,แบบทดสอบ เยอ่ื ห้มุ เซลลแ์ บบต่างๆ -อธบิ าย 2. อธิบายการควบคมุ ดุลยภาพของน้า -อธิบาย -ทดสอบ -ใบงาน,แบบทดสอบ และสารในเลอื ดโดยการทางานของไต -ทดสอบ -ใบงาน,แบบทดสอบ 3. อธิบายการควบคมุ ดุลยภาพของ -อธบิ าย กรด-เบสของเลือดโดยการทางานของ -ทดสอบ -ใบงาน,แบบทดสอบ ไตและปอด -อธิบาย 4. อธิบายการควบคุมดลุ ยภาพของ -เขียนแผนผงั -ทดสอบ -ใบงาน,แบบทดสอบ อณุ หภมู ภิ ายในร่างกายโดยระบบ -ตรวจแผนผัง -แบบประเมนิ แผนผงั หมุนเวียนเลอื ด ผิวหนัง และกลา้ มเนอื้ -สบื คน้ โครงรา่ ง -อธิบาย -สงั เกต -แบบประเมนิ การ 5. อธิบาย และเขยี นแผนผังเกยี่ วกบั -ยกตวั อยา่ ง สืบค้น การตอบสนองของร่างกายแบบไม่ -อธบิ าย -ทดสอบ -ใบงาน,แบบทดสอบ จาเพาะ และแบบจาเพาะต่อส่งิ -ทดสอบ -ทดสอบ -ใบงาน,แบบทดสอบ แปลกปลอมของร่างกาย -บอกชนดิ -ทดสอบ -ใบงาน,แบบทดสอบ 6. สืบคน้ ข้อมลู อธบิ าย และ ยกตวั อย่างโรคหรืออาการทเี่ กดิ จาก -สังเกต -แบบสงั เกตการ ความผิดปกติของระบบภมู ิคุ้มกัน ทดลอง -ทดสอบ -ใบงาน,แบบทดสอบ 7. อธิบายภาวะภูมคิ ุม้ กนั บกพร่องท่มี ี สาเหตมุ าจากการติดเชือ้ HIV 8. ทดสอบ และบอกชนดิ ของ สารอาหารที่พืชสังเคราะห์ได้
145 ตวั ชี้วดั คาสาคญั การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี าร เคร่ืองมอื 9. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และ -สืบค้น -สงั เกต -แบบประเมินการ ยกตวั อย่างเกี่ยวกับ การใช้ประโยชน์ -อภปิ ราย จากสารต่างๆ ที่พืชบางชนดิ สรา้ งขน้ึ สืบคน้ -สงั เกตการณ์อภิปราย -แบบประเมนิ การ สังเกต -ยกตัวอยา่ ง -ทดสอบ -ใบงาน,แบบทดสอบ -ทดลอง 10. ออกแบบการทดลอง ทดลอง -สังเกต -แบบสงั เกตการ และอธบิ าย เกยี่ วกับปัจจยั ภายนอกที่ -อธบิ าย มผี ลตอ่ การเจริญเติบโตของพืช ทดลอง -ทดสอบ -ใบงาน,แบบทดสอบ 11. สืบคน้ ข้อมลู เกีย่ วกับสารควบคุม -สบื คน้ -สงั เกต -แบบสังเกตพฤติกรรม การเจรญิ เตบิ โตของพชื ท่มี นษุ ย์ -ยกตัวอยา่ ง -สังเกต -แบบประเมนิ การ สงั เคราะห์ขึน้ และยกตัวอยา่ งการ นามาประยุกตใ์ ช้ทางด้านการเกษตร -สงั เกต สงั เกต ของพชื -อธบิ าย -สงั เกต -แบบประเมินการ 12. สังเกต และอธบิ ายการตอบสนอง -ทดสอบ สังเกต ของพืชตอ่ ส่ิงเรา้ ในรูปแบบตา่ งๆทีม่ ีผล -ใบงาน,แบบทดสอบ ต่อการดารงชวี ิต
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279