46 ตารางวเิ คราะหค์ าอธบิ ายรายวชิ าวิทยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ ว 31103 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4-6 สาระท่ี 3 วิทยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์และระบบสรุ ิยะ รวมท้ังปฏิสัมพันธภ์ ายในระบบสุริยะทสี่ ่งผลต่อสิง่ มีชวี ิตและการ ประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีอวกาศ ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้ ท้องถน่ิ / คาสาคัญท่ีเป็นคุณภาพผเู้ รยี น อาเซียน ความรู้ ทักษะ คุณลักษณะ ๑. อธิบายการ แกนกลาง (K) (P) (A) กาเนดิ และการ อธบิ าย เปลย่ี นแปลง - ทฤษฎกี าเนิดเอกภพทีย่ อมรับใน พลงั งาน สสาร ปจั จบุ ัน คือ ทฤษฎีบิกแบง ระบุว่าเอก อธบิ าย ขนาด อณุ หภมู ิของ ภพเร่มิ ตน้ จาก บิกแบง ท่เี อกภพมี เอกภพหลงั เกิดบิ ขนาดเลก็ มาก และมอี ุณหภมู ิสงู มาก กแบงในช่วงเวลา ซ่งึ เป็นจุดเร่มิ ตน้ ของเวลาและ ตา่ ง ๆ ตาม วิวฒั นาการของเอกภพ โดยหลงั เกิดบิ วิวฒั นาการของเอก กแบงเอกภพเกดิ การขยายตัวอยา่ ง ภพ รวดเรว็ มอี ณุ หภมู ลิ ดลง มีสสารคงอยู่ ในรูปอนุภาคและปฏยิ านภุ าคหลาย ๒. อธิบายหลักฐาน ชนดิ และมวี ิวัฒนาการต่อเน่ืองจนถงึ ทส่ี นับสนนุ ทฤษฎีบิ ปัจจบุ ัน ซง่ึ มีเนบวิ ลา กาแล็กซี ดาว กแบง จาก ฤกษ์ และระบบสรุ ิยะเปน็ สมาชิก ความสัมพนั ธ์ บางส่วนของเอกภพ ระหวา่ งความเร็ว - หลักฐานสาคัญท่สี นบั สนนุ ทฤษฎีบิ กบั ระยะทางของ กแบง คือ การขยายตัวของเอกภพ ซึ่ง กาแล็กซี รวมท้ัง อธบิ ายด้วย กฎฮบั เบิล โดยใช้ ข้อมลู การคน้ พบ ความสมั พันธร์ ะหว่างความเร็วและ ไมโครเวฟพ้นื ระยะทางของกาแล็กซีทเี่ คล่ือนที่หา่ ง หลงั จากอวกาศ ออกจากโลก และหลักฐานอีกประการ คือ การคน้ พบไมโครเวฟ พืน้ หลงั ที่ กระจายตัวอย่างสม่าเสมอทุกทศิ ทาง และสอดคลอ้ งกบั อุณหภูมเิ ฉลี่ยของ อวกาศ มีค่าประมาณ ๒.๗๓ เคลวนิ
47 ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรู้ ทอ้ งถ่ิน/ คาสาคญั ท่ีเปน็ คณุ ภาพผเู้ รยี น อาเซยี น ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลกั ษณะ ๓. อธบิ าย แกนกลาง (K) (P) (A) โครงสร้างและ อธบิ าย องคป์ ระกอบของ - กาแล็กซี ประกอบดว้ ย ดาวฤกษ์ กาแล็กซีทาง จานวนหลายแสนลา้ นดวง ซึง่ อย่กู นั เป็น อธิบาย ชา้ งเผอื ก และ ระบบของดาวฤกษ์ นอกจากนี้ยัง ระบตุ าแหนง่ ของ ประกอบด้วยเทห์ฟ้าอ่นื เชน่ เนบิวลา ระบบสรุ ยิ ะพรอ้ ม และสสารระหว่างดาว โดยองคป์ ระกอบ อธิบายเชือ่ มโยง ต่าง ๆ ภายในของกาแล็กซีอยู่รวมกัน กับ การ ดว้ ยแรงโนม้ ถ่วง สังเกตเห็นทาง - กาแลก็ ซมี ีรปู รา่ งแตกต่างกัน โดย ช้างเผอื กของคน ระบบสุรยิ ะ อยู่ในกาแลก็ ซีทางชา้ งเผือก บนโลก ซึง่ เป็นกาแล็กซีกังหันแบบมีคาน มี โครงสร้าง คอื นวิ เคลยี ส จาน และฮาโล ๔. อธิบาย ดาวฤกษจ์ านวนมากอยูใ่ นบริเวณ กระบวนการเกดิ นิวเคลยี สและจาน โดยมรี ะบบสุรยิ ะอยู่ ดาวฤกษ์ โดย ห่างจากจุดศูนย์กลางของกาแล็กซีทาง แสดงการ ช้างเผอื ก ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ปแี สง ซึ่ง เปลี่ยนแปลง ทางชา้ งเผอื กทีส่ ังเกตเห็นในท้องฟ้าเป็น ความดัน บรเิ วณหนง่ึ ของกาแล็กซีทางช้างเผือก อุณหภมู ิ ขนาด ในมุมมองของคนบนโลก แถบฝ้าสีขาว จากดาวฤกษก์ ่อน จาง ๆ ของทางชา้ งเผือกคือดาวฤกษ์ ท่ี เกิดจนเป็นดาว อยู่อยา่ งหนาแนน่ ในกาแลก็ ซีทาง ฤกษ์ ช้างเผอื ก - ดาวฤกษ์สว่ นใหญ่อยรู่ วมกันเป็นระบบ ดาวฤกษ์ คือ ดาวฤกษท์ ่ีอย่รู วมกันต้ังแต่ ๒ ดวงข้นึ ไป ดาวฤกษ์ เป็นก้อนแก๊ส รอ้ นขนาดใหญ่ เกิดจากการยุบตัวของ กลุ่มสสารในเนบวิ ลาภายใตแ้ รงโน้มถว่ ง ทาให้บางส่วนของเนบวิ ลามขี นาดเลก็ ลง ความดันและอณุ หภูมิเพม่ิ ขน้ึ เกิด เป็นดาวฤกษ์ก่อนเกิด เม่ืออุณหภมู ิที่ แกน่ สูงข้นึ จนเกดิ ปฏิกริ ิยาเทอร์โม นวิ เคลยี ร์ ดาวฤกษ์ ก่อนเกิดจะ กลายเปน็ ดาวฤกษ์ ดาวฤกษ์อยใู่ นสภาพ สมดุลระหว่างแรงดนั กบั แรงโน้มถว่ งซงึ่ เรยี กวา่ สมดุลอุทกสถิต
48 ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้ ท้องถ่ิน/ คาสาคญั ทเ่ี ปน็ คุณภาพผู้เรียน อาเซยี น ความรู้ ทักษะ คุณลักษณะ ๕. ระบปุ จั จยั ที่ แกนกลาง (K) (P) (A) สง่ ผลตอ่ ความสอ่ ง อธบิ าย สวา่ งของ ดาวฤกษ์ จงึ ทาให้ดาวฤกษ์มีเสถียรภาพและ และอธบิ าย ปลดปลอ่ ยพลังงานเป็นเวลานาน ระบุ ความสัมพนั ธ์ ตลอดช่วงชวี ติ ของดาวฤกษ์ อธบิ าย ระหวา่ งความสอ่ ง - ปฏกิ ริ ยิ าเทอร์โมนวิ เคลยี ร์ เปน็ สวา่ งกับโชตมิ าตร ปฏิกริ ยิ าหลักของกระบวนการสร้าง อธิบาย ของดาวฤกษ์ พลงั งานของดาวฤกษ์ท่แี กน่ ของดาว ฤกษ์ ทาใหเ้ กิดการหลอมนวิ เคลียส อธบิ าย ๖. อธบิ าย ของไฮโดรเจนเป็นนิวเคลียสฮีเลยี ม ความสมั พนั ธ์ แลว้ ก่อใหเ้ กิดพลังงานอยา่ งต่อเน่อื ง ระหวา่ งสี อณุ หภมู ิ - ความส่องสวา่ งของดาวฤกษ์เป็น ผวิ และสเปกตรมั พลังงานจาก ดาวฤกษท์ ป่ี ลดปลอ่ ย ของดาวฤกษ์ ออกมาในเวลา ๑ วินาทีต่อหน่วยพน้ื ที่ ๗. อธิบายลาดบั ณ ตาแหนง่ ของผสู้ ังเกต แตเ่ นอื่ งจาก ววิ ฒั นาการที่ ตาของมนษุ ย์ไม่ตอบสนองต่อการ สมั พันธ์กบั มวลตัง้ เปล่ยี นแปลง ความสอ่ งสว่างทีม่ ีคา่ ต้น และวเิ คราะห์ นอ้ ย ๆ จงึ กาหนดคา่ การเปรียบเทียบ การเปล่ยี นแปลง ความสอ่ งสว่างของดาวฤกษ์ด้วยคา่ สมบตั บิ างประการ โชติมาตร ซ่งึ เปน็ การแสดงระดับความ ของดาวฤกษ์ สอ่ งสวา่ งของดาวฤกษ์ ณ ตาแหนง่ ของผู้สังเกต - สีของดาวฤกษส์ มั พนั ธก์ บั อุณหภูมผิ ิว และสเปกตรมั ของดาวฤกษ์ ซ่ึงนัก ดาราศาสตรใ์ ชส้ เปกตรัมในการจาแนก ชนิดของดาวฤกษ์ - มวลของดาวฤกษ์ขนึ้ อยกู่ บั มวลของ ดาวฤกษ์ ก่อนเกดิ ดาวฤกษ์ที่มีมวล มากจะผลติ และใชพ้ ลังงานมาก จึงมี อายุส้นั กว่าดาวฤกษท์ ่ีมีมวลน้อย - ดาวฤกษ์มกี ารวิวฒั นาการที่แตกตา่ ง กนั การววิ ัฒนาการและจุดจบของดาว ฤกษ์ขึน้ อยู่กับมวลตัง้ ต้นของดาวฤกษ์ สว่ นใหญเ่ ทยี บกับจานวนเท่าของมวล ดวงอาทติ ย์
49 ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรู้ ทอ้ งถิน่ / คาสาคญั ท่เี ปน็ คณุ ภาพผเู้ รยี น อาเซียน ความรู้ ทักษะ คณุ ลกั ษณะ ๘. อธิบาย แกนกลาง (K) (P) (A) กระบวนการเกดิ อธิบาย ระบบสรุ ิยะ และ - ระบบสรุ ิยะเกดิ จากการรวมตัวกนั การแบง่ เขตบรวิ าร ของกลมุ่ ฝุ่นและแก๊สท่เี รียกว่า ระบุ ของดวงอาทติ ย์ เนบวิ ลาสุรยิ ะ โดยฝนุ่ และแก๊ส อธบิ าย และลกั ษณะของ ประมาณร้อยละ ๙๙.๘ ของมวล ได้ ดาวเคราะหท์ เี่ อื้อ รวมตัวเปน็ ดวงอาทติ ยซ์ ึ่งเปน็ ก้อนแก๊ส ต่อการดารงชีวติ รอ้ น หรอื พลาสมา สสาร ส่วนท่ีเหลือ รวมตัวเปน็ ดาวเคราะหแ์ ละบรวิ ารอน่ื ๙. อธบิ าย ๆ ของดวงอาทิตย์ ดังนั้นจงึ แบง่ เขต โครงสรา้ งของดวง บริวารของ ดวงอาทติ ย์ตามลักษณะ อาทติ ย์ การเกิดลม การเกิดและองค์ประกอบไดแ้ ก่ ดาว สุริยะ พายสุ รุ ยิ ะ เคราะห์ชน้ั ใน ดาวเคราะหน์ ้อยดาว และสบื ค้นข้อมลู เคราะห์ชั้นนอก และดงดาวหาง วิเคราะห์ นาเสนอ - โลกเป็นดาวเคราะห์ในระบบสุรยิ ะท่ี ปรากฏการณห์ รือ มสี ่ิงมีชวี ิต เพราะโคจรรอบดวงอาทติ ย์ เหตุการณท์ ี่ ในระยะทางทเ่ี หมาะสม อยู่ในเขตที่ เก่ียวข้องกับผลของ เออ้ื ต่อการมีส่งิ มชี ีวติ มอี ุณหภมู ิ ลมสุริยะ และพายุ เหมาะสมและสามารถเกดิ น้าทั้ง ๓ สรุ ิยะทม่ี ตี ่อโลก สถานะ ปัจจบุ ันมีการคน้ พบดาว รวมทงั้ ประเทศไทย เคราะหท์ ่ีอย่นู อกระบบสุริยะจานวน มาก และมดี าวเคราะหบ์ างดวงทีอ่ ยูใ่ น เขตท่เี ออ้ื ต่อการมสี ง่ิ มีชีวติ คล้ายโลก - ดวงอาทติ ย์มโี ครงสร้างภายใน แบ่งเป็น แก่น เขตการแผ่รังสี และเขต การพาความร้อน และมชี ั้นบรรยากาศ อยู่เหนือ เขตพาความรอ้ น ซึ่งแบ่งเปน็ ๓ ชั้น คอื ชน้ั โฟโตสเฟยี ร์ ชัน้ โครโมส เฟยี ร์ และ คอโรนา ในช้ันบรรยากาศ ของดวงอาทิตย์มปี รากฏการณ์สาคญั เชน่ จุดมดื ดวงอาทติ ย์ การลุกจา้ ท่ีทา ให้เกดิ ลมสุรยิ ะ และพายสุ รุ ยิ ะ ซึง่ ส่งผลตอ่ โลก - ลมสรุ ิยะ เกดิ จากการแพร่กระจาย ของอนุภาคจากชั้นคอโรนาออกสู่ อวกาศตลอดเวลา อนภุ าคท่หี ลดุ ออก
50 สาระการเรียนรู้ คาสาคญั ทเ่ี ป็นคณุ ภาพผเู้ รียน ความรู้ ทักษะ คณุ ลกั ษณะ ตวั ชีว้ ดั แกนกลาง ท้องถ่นิ / (K) (P) (A) อาเซียน ๑๐. สบื ค้นข้อมลู อธบิ าย สืบคน้ อธบิ ายการสารวจ อนุภาคทห่ี ลุดออกสอู่ วกาศเป็นอนภุ าค อวกาศ โดยใช้ กลอ้ งโทรทรรศน์ ที่มีประจุ ลมสุรยิ ะสง่ ผล ทาให้เกิดหาง ในชว่ งความยาว คลนื่ ตา่ ง ๆ ของดาวหางท่ีเรืองแสงและชไ้ี ปทาง ดาวเทยี ม ยาน อวกาศ สถานี ทิศตรงกนั ขา้ มกบั ดวงอาทติ ย์ และเกดิ อวกาศและ นาเสนอแนวคดิ ปรากฏการณแ์ สงเหนอื แสงใต้ การนาความรู้ ทางด้านเทคโนโลยี - พายุสุริยะ เกิดจากการปลดปล่อย อวกาศมา ประยุกตใ์ ช้ ใน อนภุ าคมีประจพุ ลังงานสงู จานวน ชีวติ ประจาวนั หรือ ในอนาคต มหาศาล มักเกิดบ่อยคร้งั ในชว่ งทมี่ ีการ ลกุ จา้ และในชว่ งทีม่ จี ุดมดื ดวงอาทติ ย์ จานวนมาก และในบางครงั้ มีการพน่ กอ้ นมวลคอโรนา พายุสรุ ยิ ะอาจส่งผล ต่อสนามแม่เหล็กโลก จงึ อาจรบกวน ระบบการส่งกระแสไฟฟา้ และการ สอ่ื สาร รวมท้ังอาจส่งผลต่อวงจร อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ของดาวเทียม นอกจากนั้น มักทาให้เกิดปรากฏการณ์ แสงเหนือ แสงใต้ทสี่ ังเกตไดช้ ัดเจน - มนุษยใ์ ชเ้ ทคโนโลยอี วกาศใน การศกึ ษาเพ่อื ขยายขอบเขตความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์ และในขณะเดยี วกนั มนษุ ยไ์ ด้นาเทคโนโลยอี วกาศมาใช้ ประโยชน์ในดา้ นต่าง ๆ เช่น วสั ดุ ศาสตร์ อาหาร การแพทย์ - นกั วิทยาศาสตรไ์ ด้สรา้ งกล้อง โทรทรรศน์เพ่ือศึกษาแหลง่ กาเนดิ ของ รงั สหี รืออนภุ าคในอวกาศ ในช่วงความ ยาวคลืน่ ต่าง ๆ ไดแ้ ก่ คลน่ื วทิ ยุ ไมโครเวฟ อินฟราเรด แสง อลั ตราไวโอเลต และรงั สเี อ็กซ์ - ยานอวกาศ คือ ยานพาหนะที่นา มนุษย์ หรอื อุปกรณท์ างดาราศาสตร์ ขน้ึ ไปสู่อวกาศ เพ่อื สารวจหรือเดินทาง ไปยังดาวดวงอ่ืน ส่วนสถานีอวกาศ
51 สาระการเรียนรู้ คาสาคญั ทีเ่ ป็นคณุ ภาพผู้เรยี น ตัวช้ีวดั แกนกลาง ทอ้ งถนิ่ / ความรู้ ทักษะ คณุ ลักษณะ อาเซยี น (K) (P) (A) หอ้ งปฏิบัตกิ ารลอยฟ้า ที่โคจรรอบ โลก ใช้ในการศกึ ษาวจิ ยั ทาง วทิ ยาศาสตร์ในสาขาต่าง ๆ ในสภาพ ไร้นา้ หนกั - ดาวเทยี ม คืออปุ กรณ์ทใ่ี ชใ้ นการ สารวจวตั ถทุ ้องฟ้าและนามา ประยุกต์ใชใ้ นดา้ นต่าง ๆ เช่น การ สือ่ สารโทรคมนาคม การระบุ ตาแหน่งบนโลก การสารวจ ทรัพยากรธรรมชาติ อตุ นุ ิยมวิทยา โดยดาวเทียมมหี ลายประเภทสามารถ แบ่งไดต้ ามเกณฑ์วงโคจรและ การใช้ งาน
52 ตารางวเิ คราะหค์ าอธบิ ายรายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ (เคมี) ว 32101 กลุม่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4-6 สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสมบตั ขิ องสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนยี่ วระหวา่ งอนภุ าค หลกั และธรรมชาตขิ องการเปลีย่ นแปลงสถานะของสสาร การ เกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี สาระการเรยี นรู้ คาสาคัญที่เปน็ คณุ ภาพผเู้ รียน ตวั ช้วี ดั แกนกลาง ทอ้ งถน่ิ / ความรู้ ทักษะ คณุ ลกั ษณะ อาเซยี น (K) (P) (A) 1.ระบวุ า่ สารเปน็ - สารเคมีทกุ ชนิดสามารถระบุไดว้ ่า ระบุ ธาตุหรอื เปน็ ธาตุหรอื สารประกอบ และอยใู่ น สารประกอบ และ รูปของอะตอม โมเลกลุ หรอื ไอออนได้ อยู่ในรูปอะตอม โดยพิจารณาจากสตู รเคมี โมเลกลุ หรอื ไอ ออนจากสูตรเคมี 2. เปรยี บเทยี บ - แบบจาลองอะตอมใช้อธิบาย เปรยี บเทยี บ ความเหมือนและ ตาแหน่งของโปรตอน นิวตรอน และ ความแตกตา่ งของ อเิ ล็กตรอนในอะตอม โดยโปรตอน แบบจาลองอะตอม และนวิ ตรอนอย่รู วมกนั ในนิวเคลยี ส ของโบรก์ ับ สว่ นอิเลก็ ตรอนเคล่ือนท่ีรอบ แบบจาลองอะตอม นวิ เคลยี ส ซ่ึงในแบบจาลองอะตอม แบบกลุ่มหมอก ของโบร์ อิเล็กตรอนเคลอื่ นที่เป็นวง โดยแต่ละวงมรี ะยะห่างจากนิวเคลยี ส และมีพลังงานตา่ งกัน และอเิ ลก็ ตรอน วงนอกสุด เรียกวา่ เวเลนซ์อิเล็กตรอน - แบบจาลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก แสดงโอกาสทีจ่ ะพบอิเล็กตรอนรอบ นวิ เคลียสในลกั ษณะกลมุ่ หมอก เนื่องจากอิเลก็ ตรอนมีขนาดเลก็ และ เคล่ือนท่ีอย่างรวดเร็วตลอดเวลา จึงไม่ สามารถระบตุ าแหนง่ ท่ีแน่นอนได้ 3. ระบจุ านวน - อะตอมของธาตเุ ปน็ กลางทางไฟฟ้า ระบุ โปรตอน นวิ ตรอน มจี านวนโปรตอนเท่ากับจานวน และอเิ ล็กตรอน อิเล็กตรอน การระบชุ นดิ ของธาตุ ของอะตอม และ พจิ ารณาจากจานวนโปรตอน ไอออนที่เกดิ จาก - เมอ่ื อะตอมของธาตมุ ีการให้หรือรบั อะตอมเดยี ว อิเลก็ ตรอน ทาให้จานวนโปรตอนและ อเิ ล็กตรอนไม่เทา่ กัน เกิดเปน็ ไอออน บวก ไอออนลบ
53 สาระการเรียนรู้ คาสาคญั ท่เี ป็นคณุ ภาพผู้เรยี น ตัวชวี้ ดั แกนกลาง ท้องถ่นิ / ความรู้ ทักษะ คณุ ลักษณะ อาเซยี น (K) (P) (A) ๔. เขียน สัญลักษณ์ - สญั ลักษณ์นิวเคลยี รป์ ระกอบดว้ ย เขียน นวิ เคลยี ร์ของ ธาตุและระบุการ สัญลักษณ์ธาตุ เลขอะตอมและเลขมวล สญั ลักษณ์ เปน็ ไอโซโทป โดยเลขอะตอมเปน็ ตัวเลขท่ีแสดงจานวน ระบุ ๕. ระบหุ มู่และ คาบของธาตุ โปรตอนในอะตอม เลขมวลเปน็ ตวั เลขท่ี และระบวุ า่ ธาตุ เป็นโลหะ อโลหะ แสดงผลรวมของจานวนโปรตอนกบั กึ่งโลหะ กลุม่ ธาตุ เรพรเี ซนเททีฟ นิวตรอนในอะตอม ธาตชุ นดิ เดียวกันแตม่ ี หรือกลุ่มธาตุแท รนซิชนั จาก เลขมวลตา่ งกนั เรียกวา่ ไอโซโทป ตารางธาตุ ๖. เปรียบเทยี บ - ธาตุจัดเปน็ หมวดหมูไ่ ดอ้ ย่างเปน็ ระบบ ระบุ สมบัติการนา ไฟฟา้ การให้และ โดยอาศัยตารางธาตุ ซ่ึงในปัจจบุ นั รับอเิ ลก็ ตรอน ระหว่างธาตใุ น จัดเรียงตามเลขอะตอมและความ กลุ่มโลหะกับ อโลหะ คลา้ ยคลงึ ของสมบตั ิ แบ่งออกเปน็ หมซู่ ่งึ เป็นแถวในแนวต้ังและคาบซงึ่ เป็นแถวใน แนวนอน ทาใหธ้ าตุที่มสี มบตั เิ ปน็ โลหะ อโลหะและกง่ึ โลหะ อยเู่ ปน็ กลมุ่ บรเิ วณ ใกล้ ๆ กนั และแบง่ ธาตอุ อกเปน็ กล่มุ ธาตุ เรพรีเซนเททีฟและกลมุ่ ธาตุแทรนซิชัน - ธาตุในกล่มุ โลหะ จะนาไฟฟ้าได้ดี และมี เปรยี บเทียบ แนวโนม้ ให้อิเลก็ ตรอน สว่ นธาตุในกลุม่ อโลหะ จะไมน่ าไฟฟ้า และมีแนวโน้มรับ อิเล็กตรอน โดยธาตุเรพรีเซนเททีฟในหมู่ IA-IIA และธาตุแทรนซชิ ันทุกธาตุ จดั เปน็ ธาตุในกลมุ่ โลหะ ส่วนธาตุเรพรเี ซนเททีฟ ในหมู่ IIIA-VIIA มที ั้งธาตใุ นกลุ่มโลหะและ อโลหะ ส่วนธาตเุ รพรีเซนเททีฟ ในหมู่ VIIIA จัดเปน็ ธาตอุ โลหะท้งั หมด
54 สาระการเรยี นรู้ คาสาคัญทเี่ ปน็ คณุ ภาพผเู้ รยี น ตวั ช้วี ัด แกนกลาง ทอ้ งถิน่ / ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลกั ษณะ อาเซยี น ๗. สบื ค้นข้อมูล - ธาตุเรพรีเซนเททีฟและธาตุแทรน (K) (P) (A) และนาเสนอ ซชิ นั นามาใช้ประโยชนใ์ น ตัวอย่าง ชีวติ ประจาวนั ได้หลากหลาย ซงึ่ ธาตุ สืบคน้ ประโยชน์และ บางชนดิ มีสมบตั ิทีเ่ ป็นอันตราย จงึ อนั ตรายทเ่ี กดิ ต้องคานึงถึง การปอ้ งกันอนั ตราย นาเสนอ จากธาตุเรพรเี ซน เพื่อความปลอดภัยในการใช้ เททฟี และธาตแุ ท ประโยชน์ ระบุ รนซิชนั ๘. ระบวุ า่ พนั ธะ - พันธะโคเวเลนต์ เป็นการยดึ ระบุ โคเวเลนต์เปน็ เหนยี่ วระหวา่ งอะตอมดว้ ยการใช้ พนั ธะเดยี่ ว เวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอนร่วมกนั เกิดเปน็ พนั ธะคู่ หรือ โมเลกลุ โดยการใชเ้ วเลนซ์ พนั ธะสาม และ อเิ ล็กตรอนร่วมกนั ๑ คู่ เรยี กว่า ระบจุ านวนคู่ พนั ธะเดย่ี ว เขียนแทนดว้ ยเสน้ พันธะ อิเล็กตรอน ๑ เสน้ ในโครงสรา้ งโมเลกลุ สว่ น ระหวา่ งอะตอมคู่ การใชเ้ วเลนซอ์ ิเล็กตรอนรว่ มกัน ๒ รว่ มพันธะ จาก คู่ และ ๓ คู่ เรยี กว่า พนั ธะคู่ และ สตู รโครงสรา้ ง พนั ธะสาม เขียนแทนดว้ ยเสน้ พนั ธะ ๒ เสน้ และ ๓ เส้น ตามลาดับ ๙. ระบุสภาพขั้ว - สารท่มี พี นั ธะภายในโมเลกลุ เป็น ของสารท่ีโมเลกลุ พันธะโคเวเลนต์ท้ังหมดเรยี กวา่ สาร ประกอบดว้ ย 2 โคเวเลนต์ โดยสารโคเวเลนต์ ท่ี อะตอม ประกอบด้วย ๒ อะตอมของธาตุ ชนดิ เดียวกัน เป็นสารไมม่ ีขั้ว ส่วน สารโคเวเลนตท์ ีป่ ระกอบดว้ ย ๒ อะตอมของธาตุต่างชนดิ กนั เป็นสาร มีขว้ั สาหรับ สารโคเวเลนตท์ ่ี ประกอบดว้ ยอะตอมมากกวา่ ๒ อะตอม อาจเป็นสารมีขว้ั หรือไมม่ ีขว้ั ข้ึนอยู่กับรปู รา่ งของโมเลกลุ ซ่ึง สภาพข้ัวของสารโคเวเลนต์ส่งผลต่อ แรงดงึ ดดู ระหวา่ งโมเลกุลที่ทาให้ จุด หลอมเหลวและจดุ เดือดของสาร โคเวเลนต์แตกต่างกัน
ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้ ทอ้ งถิ่น/ 55 อาเซียน คาสาคญั ที่เปน็ คณุ ภาพผเู้ รียน ๑๐. ระบุสารทีเ่ กดิ แกนกลาง ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลักษณะ พันธะไฮโดรเจนได้ (K) (P) (A) จากสูตรโครงสรา้ ง นอกจากน้สี ารบางชนดิ มจี ุดเดือด ระบุ สูงกว่าปกติ เน่ืองจากมีแรงดึงดดู ๑๑. อธิบาย ระหว่างโมเลกลุ สูงท่เี รยี กวา่ พันธะ อธิบาย ความสมั พันธ์ระหว่าง ไฮโดรเจน ซงึ่ สารเหลา่ น้มี ีพันธะ จุดเดอื ดของสารโคเว N–H O–H หรอื F–H ภายใน เขยี น เลนตก์ บั แรงดงึ ดูด โครงสร้างโมเลกุล ระหวา่ งโมเลกุลตาม สภาพขั้วหรือการเกดิ - สารประกอบไอออนิกส่วนใหญ่ พันธะไฮโดรเจน เกดิ จากการรวมตัวกันของไอออน ๑๒. เขียนสตู รเคมี บวกของธาตโุ ลหะและไอออนลบ ของไอออนและ ของธาตุอโลหะ ในบางกรณีไอออน สารประกอบไอออ อาจประกอบด้วย กล่มุ ของอะตอม นกิ โดยเมอ่ื ไอออนรวมตวั กนั เกดิ เปน็ สารประกอบไอออนกิ จะมสี ัดส่วน การรวมตัวเพ่ือทาใหป้ ระจขุ อง สารประกอบเปน็ กลางทางไฟฟ้า โดยไอออนบวกและไอออนลบจะ จัดเรยี งตวั สลับตอ่ เนอื่ งกนั ไปใน ๓ มติ ิ เกิดเป็นผลึกของสาร ซง่ึ สูตร เคมีของสารประกอบ ไอออนิก ประกอบดว้ ยสญั ลกั ษณ์ธาตทุ ่ีเปน็ ไอออนบวกตามดว้ ยสัญลกั ษณธ์ าตุ ทเ่ี ป็นไอออนลบ โดยมตี ัวเลขที่ แสดงจานวนไอออนแตล่ ะชนิดเป็น อัตราส่วนอย่างต่า
56 ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรู้ ทอ้ งถ่นิ / คาสาคญั ท่ีเป็นคุณภาพผเู้ รยี น อาเซยี น ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลกั ษณะ ๑๓. ระบุวา่ สาร แกนกลาง (K) (P) (A) เกดิ การละลาย ระบุ แบบแตกตัว - สารจะละลายนา้ ไดเ้ มือ่ องค์ประกอบ หรือไม่แตกตวั ของสารสามารถเกิดแรงดึงดูดกับ ระบุ พรอ้ มใหเ้ หตผุ ล โมเลกลุ ของน้าได้ โดย การละลายของ และระบุว่า สารในน้าเกิดได้ ๒ ลักษณะ คือ การ สารละลายที่ได้ ละลายแบบแตกตัว และการละลาย เป็นสารละลายอิ แบบไม่แตกตัว การละลายแบบแตกตัว เล็กโทรไลต์ หรือ เกดิ ขนึ้ กบั สารประกอบ ไอออนิก และ นอนอเิ ล็กโทรไลต์ สารโคเวเลนต์บางชนดิ ที่มีสมบัติเปน็ กรดหรือเบส โดยเม่ือสารเกิดการ ๑๔. ระบุ ละลายแบบแตกตัวจะไดไ้ อออนที่ สารประกอบ สามารถเคล่ือนที่ไดท้ าให้ได้สารละลาย อินทรีย์ประเภท ทีน่ าไฟฟา้ ซ่ึงเรียกว่าสารละลายอเิ ลก็ ไฮโดรคาร์บอนว่า โทรไลต์ การละลายแบบไม่แตกตวั เกิด อม่ิ ตัวหรือไม่ ข้ึนกบั สารโคเวเลนต์ที่มีข้วั สงู สามารถ อม่ิ ตัวจากสตู ร ดึงดดู กบั โมเลกลุ ของน้าได้ดี โดยเมือ่ โครงสร้าง เกดิ การละลายโมเลกุลของสารจะไม่ แตกตวั เป็นไอออน และสารละลายที่ได้ จะไม่นาไฟฟ้า ซ่ึงเรยี กว่า สารละลาย นอนอเิ ล็กโทรไลต์ - สารประกอบอนิ ทรีย์เป็นสารประกอบ ของคารบ์ อนสว่ นใหญ่พบในส่ิงมชี วี ติ พนั ธะระหว่างคาร์บอน ได้แก่ พันธะ เดย่ี ว พนั ธะคู่ พันธะสาม - สารประกอบอินทรีย์ท่ีมเี ฉพาะธาตุ คารบ์ อนและไฮโดรเจนเปน็ องค์ประกอบ เรียกว่า สารประกอบ ไฮโดรคารบ์ อน โดยสารประกอบ ไฮโดรคารบ์ อนอมิ่ ตัวมีพนั ธะระหวา่ ง คารบ์ อนเป็นพันธะเดี่ยวทุกพันธะ ส่วน สารประกอบไฮโดรคาร์บอนไม่อ่มิ ตวั มี พันธะระหวา่ งคาร์บอนเปน็ พันธะคู่ หรอื พนั ธะสามอย่างนอ้ ย ๑ พันธะ
57 ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรู้ ทอ้ งถ่นิ / คาสาคัญที่เป็นคุณภาพผเู้ รยี น อาเซียน ความรู้ ทกั ษะ คุณลักษณะ ๑๕. สบื คน้ ขอ้ มลู แกนกลาง (K) (P) (A) และเปรยี บเทียบ เปรียบเทียบ สบื คน้ สมบัติ ทางกายภาพ - สารท่พี บในชีวิตประจาวนั มีทง้ั ระหวา่ งพอลิเมอร์ โมเลกลุ ขนาดเลก็ และขนาดใหญ่ ระบุ และมอนอเมอร์ของ พอลเิ มอรเ์ ปน็ สารที่มีโมเลกลุ อธิบาย พอลิเมอรช์ นดิ นน้ั ขนาดใหญท่ เ่ี กดิ จากมอนอเมอร์ หลายโมเลกุลเชอ่ื มต่อกันดว้ ย วิเคราะห์ ๑๖. ระบุสมบตั คิ วาม พันธะเคมี ทาให้สมบัติทาง อธบิ าย เปน็ กรด-เบส จาก กายภาพของพอลิเมอร์แตกต่าง โครงสรา้ งของ จากมอนอเมอรท์ ี่เปน็ สารตงั้ ต้น สารประกอบอินทรีย์ เชน่ สถานะ จดุ หลอมเหลว การ ละลาย ๑๗. อธบิ ายสมบัติ - สารประกอบอินทรยี ์ที่มีหมู่ - การละลายในตัวทา COOH สามารถแสดงสมบัตคิ วาม ละลายชนดิ ต่าง ๆ เปน็ กรด ส่วนสารประกอบอินทรีย์ ของสาร ท่มี หี มู่ -NH2 สามารถแสดงสมบัติ ความเปน็ เบส ๑๘. วิเคราะห์และ - การละลายของสารพจิ ารณาได้ อธบิ ายความสมั พันธ์ จากความมีขวั้ ของตัวละลายและ ระหว่างโครงสร้างกับ ตวั ทาละลาย โดยสารสามารถ สมบัตเิ ทอร์มอ ละลายได้ในตวั ทาละลายท่ีมขี ั้ว พลาสตกิ และเทอร์ ใกลเ้ คียงกัน โดยสารมีข้ัวละลายใน มอเซตของพอลิเมอร์ ตัวทาละลายทม่ี ีขั้ว ส่วนสารไม่มขี ั้ว และการนา พอลิ ละลายในตัวทาละลายท่ีไม่มีข้ัว เมอร์ไปใชป้ ระโยชน์ และสารมีขัว้ ไมล่ ะลาย ในตวั ทา ละลายทไ่ี มม่ ีขั้ว - โครงสรา้ งของพอลิเมอร์อาจเปน็ แบบเส้น แบบกง่ิ หรือแบบร่างแห โดยพอลิเมอรแ์ บบเสน้ และแบบกิ่ง มสี มบตั เิ ทอร์มอพลาสติก สว่ นพอ ลิเมอรแ์ บบร่างแห มีสมบัตเิ ทอร์ มอเซต จึงมกี ารใช้ประโยชน์ได้ แตกตา่ งกัน
58 ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้ ท้องถ่นิ / คาสาคัญท่เี ป็นคณุ ภาพผู้เรียน อาเซยี น ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลกั ษณะ ๑๙. สบื คน้ ขอ้ มูลและ แกนกลาง (K) (P) (A) นาเสนอผลกระทบของ การใช้ผลติ ภัณฑ์พอลิ - การใช้ผลติ ภัณฑพ์ อลิเมอร์ใน สบื ค้น เมอรท์ ่ีมตี อ่ ส่งิ มชี ีวิต ปรมิ าณมากก่อให้เกิดปัญหาท่ี นาเสนอ และสงิ่ แวดล้อม พร้อม ส่งผลกระทบต่อส่ิงมชี ีวติ และ แนวทางปอ้ งกนั หรือ สิ่งแวดล้อม ดังนั้นจงึ ควรตระหนกั ระบุ แกไ้ ข ถงึ การลดปริมาณการใช้ การใชซ้ ้า แปล ๒๐. ระบสุ ูตรเคมีของ และการนากลบั มาใชใ้ หม่ ความหมาย สารต้งั ต้น ผลิตภัณฑ์ และแปลความหมาย - ปฏกิ ิรยิ าเคมีทาให้เกดิ การ อธบิ าย ทดลอง ของสัญลกั ษณ์ใน เปล่ยี นแปลงของสาร โดยปฏิกิริยา สมการเคมีของ เคมีอาจใหพ้ ลังงานความร้อน อธิบาย สืบค้น ปฏกิ ริ ยิ าเคมี พลงั งานแสง หรือพลังงานไฟฟ้า ท่ี นาไปใชป้ ระโยชนใ์ นด้านตา่ ง ๆ ๒๑. ทดลองและ - ปฏิกริ ยิ าเคมแี สดงได้ดว้ ยสมการ อธบิ ายผลของความ เคมี ซง่ึ มสี ูตรเคมขี องสารตั้งต้นอยู่ เข้มข้น พื้นที่ผวิ ทางดา้ นซา้ ยของลูกศร และสูตร อณุ หภูมิ และตัวเรง่ เคมีของผลิตภัณฑ์อยทู่ างดา้ นขวา ปฏิกิริยา ท่ีมีผลตอ่ โดยจานวนอะตอมรวมของแต่ละ อัตราการเกิดปฏิกิรยิ า ธาตุทางด้านซา้ ยและขวาเทา่ กนั เคมี นอกจากนี้สมการเคมยี ังอาจแสดง ๒๒. สบื คน้ ข้อมลู และ ปจั จยั อน่ื เช่น สถานะ พลงั งานที่ อธิบายปัจจยั ทีม่ ีผลต่อ เกี่ยวขอ้ ง ตวั เรง่ ปฏิกิริยาเคมีทีใ่ ช้ อตั ราการเกิดปฏิกิรยิ า - อัตราการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมขี ้ึนอยู่ เคมีทใ่ี ชป้ ระโยชน์ ใน กบั ความเขม้ ข้น อณุ หภมู ิ พ้ืนท่ี ชวี ิตประจาวนั หรอื ใน ผวิ หรือตัวเร่งปฏกิ ิรยิ า อตุ สาหกรรม - ความรู้เกย่ี วกบั ปจั จัยทีม่ ีผลต่อ อัตราการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี สามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชวี ิต ประจาวนั และในอตุ สาหกรรม
ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้ ท้องถ่นิ / 59 อาเซียน คาสาคญั ทเี่ ปน็ คณุ ภาพผเู้ รียน ๒๓. อธบิ าย แกนกลาง ความรู้ ทักษะ คุณลกั ษณะ ความหมายของ (K) (P) (A) ปฏกิ ริ ิยารีดอกซ์ - ปฏิกริ ิยาเคมีบางประเภทเกิดจาก อธบิ าย การถ่ายโอนอิเลก็ ตรอนของสารใน ๒๔. อธิบายสมบตั ิ ปฏิกิริยาเคมี ซง่ึ เรยี กว่า ปฏกิ ิริยารี อธบิ าย ของสาร ดอกซ์ กัมมนั ตรงั สี และ - สารท่สี ามารถแผ่รังสไี ดเ้ รยี กว่า สบื คน้ คานวณครง่ึ ชีวติ สารกมั มันตรงั สี ซ่งึ มีนิวเคลียสท่ี นาเสนอ และปริมาณของ สลายตวั อย่างตอ่ เน่ือง ระยะเวลาท่ี สารกมั มนั ตรังสี สารกมั มนั ตรังสีสลายตวั จนเหลือ ครึง่ หนึง่ ของปรมิ าณเดิม เรยี กว่า ๒๕. สืบคน้ ขอ้ มลู ครึง่ ชวี ติ โดยสารกัมมันตรงั สีแตล่ ะ และนาเสนอ ชนดิ มคี า่ คร่ึงชีวติ แตกต่างกนั ตวั อยา่ งประโยชน์ - รงั สที แี่ ผ่จากสารกมั มันตรงั สมี ี ของสาร หลายชนดิ เชน่ แอลฟา บตี า แกมมา กมั มันตรงั สแี ละ ซง่ึ สามารถนามาใชป้ ระโยชน์ ได้ การปอ้ งกัน แตกต่างกนั การนาสารกมั มันตรงั สี อันตรายท่ีเกิดจาก แตล่ ะชนดิ มาใชต้ ้องคานงึ ถงึ กัมมนั ตภาพรงั สี ผลกระทบต่อส่ิงมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม รวมท้งั มีการจัดการ อยา่ งเหมาะสม
60 ตารางวเิ คราะหค์ าอธิบายรายวชิ าวทิ ยาการคานวณ 2 รหสั วิชา ว๓๒๑๐๒ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๕ สาระที่ ๔ เทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๔.๒ เขา้ ใจและใช้แนวคดิ เชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่พี บในชวี ิตจริงอย่างเป็นขน้ั ตอน และเป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร ในการเรยี นรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ รเู้ ทา่ ทัน และมีจริยธรรม ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้ คาสาคัญท่เี ปน็ คณุ ภาพผู้เรยี น แกนกลาง ท้องถ่นิ / ความรู้ (K) ทกั ษะ (P) คุณลักษณะ อาเซียน (A) ม.๕/๑ รวบรวม - การนาความรดู้ า้ น อธบิ าย การเกบ็ ทางาน วิเคราะหข์ ้อมลู และ วิทยาการคอมพิวเตอร์ ความรดู้ า้ น ขอ้ มลู และ รว่ มกับผู้อ่นื ใชค้ วามรูด้ ้าน สอ่ื ดจิ ทิ ัล และเทคโนโลยี วิทยาการ การ อย่าง วิทยาการ สารสนเทศ คอมพวิ เตอร์ จดั เตรียม สรา้ งสรรค์ คอมพวิ เตอร์ สื่อ มาแกป้ ัญหากับชีวิตจรงิ ขอ้ มูลให้ ดิจทิ ัลเทคโนโลยี - การเพ่มิ มูลคา่ พร้อมกบั สารสนเทศ ในการ ใหบ้ รกิ ารหรือผลติ ภณั ฑ์ การ แก้ปญั หาหรือเพิ่ม - การเก็บข้อมูลและการ ประมวลผล มูลค่าใหก้ บั บริการ จัดเตรยี มข้อมลู ให้พร้อม หรือผลิตภัณฑท์ ่ีใช้ใน กบั การประมวลผล ชวี ติ จรงิ อยา่ ง - การวเิ คราะห์ข้อมลู ทาง สร้างสรรค์ สถติ ิ - การประมวลผลขอ้ มลู และเคร่ืองมือ - การทาข้อมลู ให้เป็น ภาพ
61 ตารางวเิ คราะหค์ าอธบิ ายรายวชิ าวิทยาศาสตร์กายภาพ (ฟสิ ิกส์) ว 32103 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4-6 สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวิตประจาวนั ผลของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนท่ี แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทงั้ นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ สาระการเรยี นรู้ คาสาคญั ที่เป็นคุณภาพผเู้ รยี น ตัวชว้ี ดั แกนกลาง ท้องถ่ิน/ ความรู้ ทักษะ คณุ ลักษณะ อาเซยี น (K) (P) (A) ๑. วเิ คราะห์ - การเคลือ่ นที่ของวตั ถุทม่ี ีการ วเิ คราะห์ และแปล เปล่ยี นความเรว็ เป็นการเคลื่อนที่ ความหมาย ดว้ ยความเร่ง ความเร่งเป็นอัตราส่วน แปล ข้อมูลความเรว็ ของความเรว็ ทเ่ี ปล่ียนไปต่อเวลาและ ความหมาย กับเวลาของการ เปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์ ในกรณีท่วี ตั ถุท่ี ขอ้ มลู เคล่ือนท่ีของ อยนู่ ่ิง หรอื เคล่อื นท่ีในแนวตรงดว้ ย วัตถุ เพือ่ อธบิ าย ความเรว็ คงตัววตั ถนุ นั้ มีความเร่งเป็น อธิบาย ความเร่งของ ศูนย์ - วัตถุมีความเรว็ เพ่ิมข้ึน ถา้ วตั ถุ ความเรว็ และความเรง่ มที ิศเดียวกนั และมคี วามเรว็ ลดลง ถ้าความเร็ว และความเร่งมที ิศตรงกันข้าม ๒. สังเกตและ - เมือ่ มแี รงหลายแรงกระทาต่อวตั ถุ อธิบาย สังเกต อธิบายการหาแรง หนง่ึ โดยแรง ทกุ แรงอยใู่ นระนาบ ลัพธ์ที่เกิดจากแรง เดียวกนั สามารถหาแรงลพั ธ์ ที่กระ หลายแรงทอี่ ยู่ใน ต่อวัตถนุ น้ั ได้โดยรวมแบบเวกเตอร์ ระนาบเดียวกนั ท่ี กระทาตอ่ วัตถุโดย การเขยี นแผนภาพ การรวมแบบ เวกเตอร์ ๓. สังเกต - เม่ือแรงลพั ธม์ ีค่าไม่เท่ากับศูนย์ วิเคราะห์ สงั เกต วเิ คราะห์ และ กระทาต่อวัตถุ จะทาใหว้ ตั ถุเคลือ่ นท่ี อธบิ าย อธิบาย ดว้ ยความเร่งมที ิศทางเดยี วกับแรง ความสมั พนั ธ์ ลัพธ์โดยขนาดของความเร่งข้ึนกับ ระหว่างความเรง่ ขนาดของ แรงลัพธก์ ระทาต่อวตั ถุ ของวตั ถุกบั แรง และมวลของวตั ถุ ลพั ธท์ กี่ ระทาต่อ วตั ถแุ ละมวลของ วัตถุ
ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรู้ ท้องถิน่ / 62 อาเซียน คาสาคัญท่ีเป็นคณุ ภาพผเู้ รียน ๔. สงั เกตและ แกนกลาง ความรู้ ทักษะ คณุ ลกั ษณะ อธบิ ายแรงกริ ิยา (K) (P) (A) และแรงปฏกิ ิริยา - แรงกระทาระหวา่ งวตั ถุคู่หนึ่ง ๆ อธิบาย สังเกต ระหวา่ งวัตถุคูห่ น่ึง เป็นแรงกริ ิยาและแรงปฏกิ ริ ิยา แรง อธิบาย สงั เกต ๆ ท้ังสองมีขนาดเท่ากัน เกดิ ข้ึนพร้อม ๕. สงั เกตและ กัน กระทากับวัตถุคนละก้อน แต่มี อธิบาย สบื คน้ อธบิ ายผลของ ทศิ ทางตรงขา้ ม ความเร่งที่มีต่อการ - วัตถทุ เ่ี คลอื่ นท่ีด้วยความเรง่ คงตวั อธิบาย สงั เกต เคลอื่ นที่แบบตา่ ง หรือความเร่ง ไม่คงตัว อาจเป็นการ ๆ ของวัตถุได้แก่ เคล่ือนที่แนวตรง การเคล่ือนทีแ่ นว การเคลื่อนที่แนว โคง้ หรือการเคล่ือนท่ีแบบสัน่ การ ตรง การเคล่ือนท่ี เคลื่อนที่ แนวตรงดว้ ยความเร่งคง แบบโพรเจกไทล์ ตัว นาไปใชอ้ ธบิ ายการตกแบบเสรี การเคลื่อนท่แี บบ การเคลื่อนที่แนวโค้งดว้ ยความเรง่ วงกลม และ การ คงตัว นาไปใช้อธบิ ายการเคลื่อนท่ี เคล่อื นทแ่ี บบสนั่ แบบโพรเจกไทล์ การเคลอื่ นทแ่ี นว โคง้ ดว้ ยความเรง่ มที ิศทางตงั้ ฉากกับ ๖. สบื ค้นขอ้ มลู ความเรว็ ตลอดเวลา นาไปใช้อธิบาย และอธิบายแรง การเคลอ่ื นท่ี แบบวงกลมการ โน้มถ่วงที่เก่ยี วกับ เคลือ่ นที่กลับไปกลบั มาด้วย การเคล่อื นทีข่ อง ความเร่ง มีทิศทางเขา้ สู่จุดท่แี รง วตั ถุต่าง ๆ รอบ ลัพธ์เปน็ ศูนย์ เรยี กจุดนี้วา่ ตาแหน่ง โลก สมดุล ซ่งึ นาไปใช้อธิบายการ ๗. สงั เกตและ เคลื่อนทีแ่ บบสัน่ อธิบายการเกิด - ในบรเิ วณทม่ี ีสนามโนม้ ถว่ ง เม่อื มี สนามแมเ่ หลก็ วตั ถุท่มี มี วล จะมีแรงโนม้ ถ่วงซง่ึ เปน็ เนือ่ งจากกระแส แรงดึงดดู ของโลกกระทาตอ่ วัตถุ ไฟฟ้า แรงน้นี าไปใช้อธบิ ายการเคล่ือนท่ี ของวัตถุต่าง ๆ เชน่ ดาวเทียม และ ดวงจันทรร์ อบโลก - กระแสไฟฟ้าทาให้เกิด สนามแมเ่ หลก็ ในบริเวณรอบแนว การเคลอื่ นทขี่ องกระแสไฟฟ้า หา ทิศทางของสนามแมเ่ หล็กเนอ่ื งจา กกระแสไฟฟา้ ไดจ้ ากกฎมือขวา
ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรู้ ทอ้ งถิ่น/ 63 อาเซียน คาสาคญั ทเ่ี ปน็ คุณภาพผูเ้ รยี น ๘. สงั เกตและ แกนกลาง ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลกั ษณะ อธบิ ายแรง (K) (P) (A) แม่เหลก็ ที่กระทา - ในบรเิ วณทม่ี สี นามแม่เหลก็ เมือ่ อธิบาย สงั เกต ตอ่ อนภุ าคทีม่ ี มอี นุภาคที่มีประจุไฟฟา้ เคล่ือนท่ี ประจไุ ฟฟ้าท่ี โดยไมอ่ ยู่ในแนวเดยี วกบั อธิบาย สังเกต เคลอื่ นที่ในสนาม สนามแม่เหล็ก หรอื มีกระแสไฟฟ้า แมเ่ หลก็ และแรง ผา่ นลวดตัวนาโดยกระแสไฟฟ้า อธบิ าย สืบคน้ แมเ่ หลก็ ท่ีกระทา ไม่อยู่ในแนวเดยี วกับ ตอ่ ลวดตัวนาทม่ี ี สนามแม่เหลก็ จะมีแรงแม่เหลก็ กระแสไฟฟ้าผา่ น กระทา ซ่ึงเปน็ พื้นฐานในการสรา้ ง ในสนามแม่เหล็ก มอเตอร์ รวมท้ังอธบิ าย หลกั การทางาน - เมอ่ื มีสนามแม่เหล็กเปล่ียนแปลง ของมอเตอร์ ตดั ขดลวดตัวนา ทาใหเ้ กิดอเี อ็ม ๙. สังเกตและอธิบาย เอฟ ซึง่ เป็นพ้ืนฐานในการสร้าง การเกิดอเี อ็มเอฟ เคร่อื งกาเนดิ ไฟฟ้า รวมท้ังยกตัวอย่าง การนาความรู้ไปใช้ - ภายในนวิ เคลียสมแี รงเขม้ ท่ีเป็น ประโยชน์ แรงยดึ เหนีย่ วของอนุภาคใน ๑๐. สืบค้นข้อมูล นวิ เคลยี ส และเป็นแรงหลกั ท่ีใช้ และอธบิ ายแรงเข้ม อธิบายเสถียรภาพของนวิ เคลียส และแรงอ่อน นอกจากน้ยี งั มีแรงอ่อน ซ่งึ เป็น แรงท่ใี ชอ้ ธิบายการสลายให้ อนุภาคบีตาของธาตุกัมมนั ตรัง
64 สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปลยี่ นแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏสิ ัมพนั ธ์ ระหวา่ งสสารและพลังงาน พลงั งานในชวี ิตประจาวัน ธรรมชาตขิ องคลน่ื ปรากฏการณ์ท่ีเกีย่ วข้องกับเสียง แสง และคลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า รวมทั้งนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้ ท้องถน่ิ / คาสาคัญท่เี ป็นคุณภาพผู้เรียน อาเซียน ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลกั ษณะ ๑. สบื คน้ ข้อมูลและ แกนกลาง (K) (P) (A) อธิบายพลงั งาน อธบิ าย สืบค้น นวิ เคลยี ร์ ฟิชชัน - พลงั งานท่ปี ลดปล่อยออกมาจาก และฟวิ ชนั และ ฟิชชัน หรือฟวิ ชันเรยี กวา่ พลังงาน อธบิ าย สืบคน้ ความสัมพันธ์ นวิ เคลียร์ โดยฟชิ ชนั เปน็ ปฏกิ ริ ยิ า ระหว่างมวลกับ ท่นี ิวเคลยี สท่มี ีมวลมากแตก พลังงานทป่ี ลดปล่อย ออกเปน็ นิวเคลียสทีม่ ีมวลน้อยกวา่ ออกมาจากฟิชชัน สว่ นฟิวชันเป็นปฏกิ ิริยาที่ และฟวิ ชัน นวิ เคลียสทม่ี ีมวลน้อยรวมตวั กนั เกดิ เป็นนิวเคลียสทม่ี ีมวลมากขึน้ ๒. สบื คน้ ขอ้ มลู และ พลงั งานนวิ เคลียร์ทีป่ ลดปล่อย อธิบายการเปล่ียน ออกมาจากฟชิ ชนั และฟิวชันมีค่า พลังงานทดแทนเป็น เปน็ ไปตามความสัมพนั ธร์ ะหว่าง พลังงานไฟฟา้ มวลกับพลงั งาน รวมทง้ั สืบคน้ และ - การนาพลังงานทดแทนมาใชเ้ ป็น อภปิ รายเกี่ยวกบั การแกป้ ัญหา หรอื ตอบสนอง เทคโนโลยี ท่ีนามา ความต้องการดา้ นพลังงาน เช่น แก้ปัญหาหรือ การเปล่ยี นพลงั งานนิวเคลียรเ์ ปน็ ตอบสนองความ พลังงานไฟฟ้าในโรงไฟฟ้า ตอ้ งการทางด้าน นิวเคลยี ร์ และการเปลี่ยนพลังงาน พลงั งานโดยเน้นด้าน แสงอาทิตย์เปน็ พลงั งานไฟฟา้ โดย ประสทิ ธิภาพและ เซลลส์ รุ ยิ ะ ความคมุ้ ค่าดา้ น - เทคโนโลยตี า่ ง ๆ ท่ีนามา ค่าใช้จา่ ย แกป้ ัญหา หรอื ตอบสนองความ ตอ้ งการทางด้านพลังงานเปน็ การ นาความร้ทู กั ษะและกระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์มาสรา้ งอุปกรณ์ หรือผลิตภัณฑ์ตา่ ง ๆ ท่ชี ว่ ยใหก้ าร ใชพ้ ลงั งานมปี ระสิทธภิ าพยิ่งขึ้น
ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรู้ ทอ้ งถ่ิน/ 65 อาเซียน คาสาคัญทเ่ี ป็นคุณภาพผเู้ รียน ๓. สงั เกตและ แกนกลาง ความรู้ ทักษะ คณุ ลกั ษณะ อธบิ ายการสะท้อน (K) (P) (A) การหักเห การ - เมือ่ คล่นื เคล่ือนที่ไปพบส่ิงกีด อธิบาย สังเกต เลี้ยวเบน และการ ขวาง จะเกิด การสะทอ้ น เมื่อคล่นื รวมคลน่ื เคลอื่ นทีผ่ ่านรอยต่อระหว่าง อธบิ าย สังเกต ตัวกลางที่ตา่ งกัน จะเกดิ การหกั เห ๔. สงั เกตและ เมอื่ คลน่ื เคลื่อนท่ีไปพบขอบส่ิงกีด อธิบาย สงั เกต อธิบาย ความถธ่ี รรม ขวางจะเกิดการเลย้ี วเบน เมื่อคล่ืน อธิบาย สบื ค้น ชาติ การสัน่ พอ้ ง สองขบวนมาพบกนั จะเกิดการรวม และผลทีเ่ กิดขึน้ จาก คลื่นเกิดรปู รา่ งของคลนื่ รวม การส่นั พ้อง หลังจากคล่นื ท้งั สองเคล่ือนท่ีผา่ น พ้นกนั แล้วจะแยกกนั โดยแต่ละ ๕. สังเกตและ คล่นื ยงั คงมีรูปรา่ งและทิศทางเดมิ อธิบายการสะท้อน - เม่ือกระตุ้นให้วตั ถสุ ั่นแล้วหยดุ การหักเห การเล้ียว กระตุ้น วัตถุจะสัน่ ด้วยความถ่ีท่ี เบน และการรวม เรยี กวา่ ความถีธ่ รรมชาติ ถ้ามแี รง คลื่นของคลน่ื เสียง กระตุ้นวตั ถุท่กี าลังส่นั ดว้ ยความถ่ี ๖. สบื คน้ ขอ้ มลู และ ของการออกแรงตรงกับความถ่ี อธบิ ายความสมั พันธ์ ธรรมชาติของวตั ถุน้นั จะทาให้ ระหว่างความเข้ม วตั ถุสัน่ ดว้ ยแอมพลจิ ดู มากขน้ึ เสียงกบั ระดบั เสียง เรยี กวา่ การสั่นพ้อง เชน่ การส่ัน และผลของความถี่ พอ้ งของอาคารสงู การสั่นพ้องของ กับระดบั เสียงท่มี ีต่อ สะพาน การส่ันพ้องของเสยี งใน การได้ยนิ เสยี ง เครื่องดนตรปี ระเภทเปา่ - เสยี งมีการสะท้อน การหักเห การเลีย้ วเบนและการรวมคลื่น เชน่ เดียวกับคลื่นอื่น ๆ - ความถ่ีของคล่นื เสียงเป็นปริมาณที่ใช้ บอกเสียงสงู เสียงต่าโดยความถท่ี คี่ น ได้ยินมคี า่ อย่รู ะหวา่ ง ๒๐-๒๐,๐๐๐ เฮริ ตซ์ ระดบั เสียงเป็นปรมิ าณทใ่ี ช้ บอกความดังของเสียงซึง่ ขนึ้ กบั ความ เขม้ เสยี ง โดย ความเข้มเสยี งเป็น พลังงานเสยี งทีต่ กต้งั ฉากบนพื้นทหี่ น่งึ หน่วยในหนึ่งหนว่ ยเวลาเสยี งทีม่ ีความ ดัง มากเกนิ ไปเป็นอนั ตรายต่อหู
66 ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้ ท้องถิน่ / คาสาคัญท่เี ปน็ คุณภาพผู้เรียน อาเซียน ความรู้ ทักษะ คุณลกั ษณะ ๗. สังเกตและ แกนกลาง (K) (P) (A) อธิบายการเกดิ อธบิ าย สังเกต เสียงสะท้อนกลบั - เมือ่ เสียงจากแหลง่ กาเนดิ เดินทาง บีต ดอปเพลอร์ ไปกระทบวตั ถแุ ลว้ สะท้อนกลับมายัง ยกตัวอย่าง สบื ค้น และการส่ันพ้อง ผ้ฟู ัง ถ้าผู้ฟังได้ยินเสยี ง ที่ออกจาก ของเสียง แหล่งกาเนิดและเสียงท่ีสะทอ้ น อธิบาย สงั เกต กลับมา แยกจากกนั เสียงที่ได้ยินน้ี ๘. สืบค้นข้อมูล เปน็ เสยี งสะท้อนกลบั และยกตัวอยา่ งการ - เมื่อคลน่ื เสยี งสองขบวนที่มีความถี่ นาความร้เู กยี่ วกับ ใกลเ้ คียงกัน มารวมกนั จะเกิดบตี เสียงไปใช้ - เมอื่ แหลง่ กาเนิดเสียงเคลื่อนท่ี ผฟู้ งั ประโยชนใ์ น เคล่อื นที่ หรือทง้ั แหล่งกาเนิดและ ชวี ิตประจาวนั ผู้ฟงั เคล่อื นที่ ผู้ฟังจะได้ยนิ เสียงที่มี ความถี่เปลี่ยนไป เรยี กวา่ ๙. สงั เกตและ ปรากฎการณด์ อปเพลอร์ อธิบายการมองเห็น - ถ้าอากาศในท่อถูกกระตุน้ ด้วยคลนื่ สีของวตั ถุและ เสยี งทม่ี คี วามถ่ีเทา่ กบั ความถ่ีธรรม ความผิดปกตใิ น ชาติของอากาศในท่อน้นั จะเกดิ การ การมองเหน็ สี ส่ันพอ้ งของเสยี ง - ความรเู้ ก่ยี วกับเสยี งนาไปใช้ ประโยชนใ์ นด้านตา่ ง ๆ เช่น คลื่น เหนือเสียงหรืออัลตราซาวนด์ ใช้ ในทางการแพทย์ บีตของเสียงในการ ปรับเทียบเสียงของเครื่องดนตรี การ สน่ั พอ้ งของเสียงใชใ้ นการออกแบบ เครือ่ งดนตรีและอธบิ ายการเปล่ง เสียงของมนษุ ย์ - เม่ือแสงตกกระทบวัตถุ วัตถุจะ ดดู กลนื แสงสบี างสี โดยขึ้นกบั สารสี บนผวิ วตั ถุ และสะท้อนแสงสีท่เี หลอื ออกมา ทาใหม้ องเหน็ วัตถุเป็นสีต่าง ๆ ข้ึนกับแสงสีที่สะท้อนออกมา ความผิดปกติในการมองเห็นสี หรือ การบอดสีเกดิ จากความบกพรอ่ งของ เซลลร์ ปู กรวยบนจอตา
67 ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้ ทอ้ งถนิ่ / คาสาคัญที่เป็นคณุ ภาพผ้เู รียน อาเซยี น ความรู้ ทักษะ คณุ ลกั ษณะ ๑๐. สังเกตและ แกนกลาง (K) (P) (A) อธิบายการทางาน อธบิ าย สังเกต ของแผ่นกรองแสงสี - แผน่ กรองแสงสยี อมให้แสงสบี างสี การผสมแสงสี การ ผ่านออกไปได้ และกน้ั บางแสงสี อธบิ าย สบื ค้น ผสมสารสี และการ - การผสมแสงสีทาให้ได้แสงสีที่ นาไปใชป้ ระโยชน์ หลากหลาย เปลยี่ นไปจากเดิม ถ้านา อธบิ าย สืบคน้ ในชีวติ ประจาวนั แสงสปี ฐมภมู ใิ นสดั ส่วน ทเี่ หมาะสม มาผสมกนั จะไดแ้ สงขาว ๑๑. สบื คน้ ขอ้ มลู - การผสมสารสีทาให้ได้สารสีท่ี และอธิบายคล่ืน หลากหลาย เปลีย่ นไปจากเดิม ถ้านา แม่เหล็กไฟฟา้ สารสปี ฐมภูมใิ นปริมาณ ทเ่ี ท่ากันมา สว่ นประกอบคล่ืน ผสมกันจะได้สารสีผสมเป็นสดี า แม่เหล็กไฟฟ้า และ - การผสมแสงสแี ละการผสมสารสี หลกั การทางานของ สามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นด้านตา่ ง อุปกรณ์บางชนิดที่ ๆ เชน่ ด้านศลิ ปะ ด้านการแสดง อาศัย คล่ืน - คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้าประกอบดว้ ย แม่เหลก็ ไฟฟา้ สนามแม่เหลก็ และสนามไฟฟ้าท่ี เปลยี่ นแปลงตลอดเวลา โดยสนามท้งั ๑๒. สบื ค้นข้อมูล สองมที ิศทางตั้งฉากกัน และตั้งฉาก และอธบิ ายการ กับทิศทาง การเคลอ่ื นท่ีของคลืน่ สอ่ื สาร โดยอาศัย - อุปกรณ์บางชนดิ ทางานโดยอาศยั คลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ คล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า เช่น เครื่อง ในการส่งผ่าน ควบคุมระยะไกล เครื่องถ่ายภาพ สารสนเทศและ เอกซเรย์คอมพวิ เตอร์ และเครื่อง เปรยี บเทียบการ ถา่ ยภาพการสั่นพ้องแมเ่ หล็ก ส่ือสาร ด้วย - ใ น ก า ร ส่ื อ ส า ร โ ด ย อ า ศั ย ค ลื่ น สัญญาณแอนะล็อก แม่เหล็กไฟฟ้า เพ่ือส่งผ่านสารสนเทศ กบั สญั ญาณดจิ ิทลั จากท่ีหน่ึงไปอีกท่ีหนึ่ง สารสนเทศจะ ถูกแปลงให้อยู่ในรูปสัญญาณ สาหรับ ส่งไปยังปลายทางซึ่งจะมีการแปลง สัญญาณกลับมาเป็นสารสนเทศที่ เหมอื นเดมิ - สัญญาณท่ีใช้ในการส่ือสารมีสอง ชนดิ คือ แอนะล็อกและดิจทิ ลั
68 ตารางวเิ คราะห์คาอธบิ ายรายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี 1 รหสั วชิ า ว ๓๒๑๐๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๕ สาระที่ ๔ เทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๔.๑ เขา้ ใจและใช้แนวคดิ เชงิ คานวณในการแกป้ ญั หาทพ่ี บในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน และเปน็ ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ในการเรยี นรกู้ ารทางาน และการแก้ปัญหาได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้ คาสาคัญท่เี ปน็ คุณภาพผเู้ รียน แกนกลาง ท้องถ่นิ / ความรู้ (K) ทกั ษะ (P) คณุ ลักษณะ อาเซียน (A) ม.๔/๑ วิเคราะห์แนวคิด - ความสัมพนั ธ์ของ อธบิ าย - ทกั ษะการ ทางาน หลกั ของเทคโนโลยี วทิ ยาศาสตร์ และ ความรู้ระบบ คิดแบบ รว่ มกบั ผอู้ ืน่ ความสัมพันธ์กับศาสตร์ คณิตศาสตร์กับ เทคโนโลยี มี อยา่ ง อืน่ โดยเฉพาะ เทคโนโลยี การ วจิ ารณญาณ สร้างสรรค์ วิทยาศาสตร์ เปลยี่ นแปลงของ - ทักษะการ หรอื คณติ ศาสตร์ เทคโนโลยี สังเกต รวมทั้งประเมนิ ผล - การทางานของระบบ - ทกั ษะการ กระทบทจ่ี ะเกิดขน้ึ ต่อ ทางเทคโนโลยี นาความรไู้ ป มนุษย์ สงั คม เศรษฐกจิ ใช้ และสงิ่ แวดล้อม เพื่อเป็น แนวทางในการพัฒนา เทคโนโลยี ม.๔/๒ ระบปุ ัญหาหรือ - กระบวนการอกแบบ อธิบาย - ทักษะการ ทางาน ความตอ้ งการที่มี เชิงวศิ วกรรมกบั การ แนวคิดท่ี คดิ แบบ รว่ มกบั ผ้อู ื่น ผลกระทบต่อสังคม แกป้ ัญหา เกี่ยวขอ้ งกับ มี อยา่ ง รวบรวม วเิ คราะหข์ ้อมลู - การเลอื กใชว้ ัสดุ ปัญหาทีม่ ี วิจารณญาณ สรา้ งสรรค์ และแนวคิดท่ีเก่ยี วข้อง เคร่ืองมอื และอปุ กรณ์ ความ - ทักษะการ กับปญั หาท่ีมคี วาม และความรทู้ ี่เก่ียวข้อง ซบั ซ้อน สังเกต ซับซอ้ นเพือ่ สังเคราะห์ - ทักษะการ วิธีการ เทคนิคในการ นาความรู้ไป แก้ปัญหา โดยคานึงถงึ ใช้ ความถูกต้อง ดา้ น ทรัพย์สินทางปัญญา
69 ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรู้ คาสาคัญทเี่ ป็นคุณภาพผู้เรียน ม.๔/๓ ออกแบบวิธีการ แกนกลาง ท้องถน่ิ / ความรู้ (K) ทักษะ (P) คณุ ลักษณะ แกป้ ัญหา โดยวิเคราะห์ เปรียบเทยี บ และ อาเซียน (A) ตัดสินใจเลอื กขอ้ มูลที่ จาเป็นภายใต้เง่อื นไข - กระบวนการอกแบบ เปรียบเทียบ - ทักษะการ ทางาน และทรัพยากรท่ีมอี ยู่ นาเสนอแนวทางการ เชงิ วิศวกรรมกบั การ และตดั สนิ ใจ คดิ แบบ ร่วมกบั ผอู้ ่ืน แก้ปญั หาใหผ้ ู้อน่ื เข้าใจ ด้วยเทคนิคหรอื วิธกี ารที่ แกป้ ญั หา เลือกข้อมลู มี อยา่ ง หลากหลาย โดยใช้ ซอฟต์แวร์ช่วยในการ - การเลอื กใช้วัสดุ ทจ่ี าเป็น วจิ ารณญาณ สร้างสรรค์ ออกแบบ วางแผน ข้ันตอนการทางานและ เครื่องมอื และอุปกรณ์ ภายใต้ - ทกั ษะการ ดาเนนิ การ แก้ปัญหา และความร้ทู ่ีเกีย่ วข้อง เงอื่ นไข และ สังเกต ทรัพยากรที่ - ทกั ษะการ มอี ยู่ นาความรไู้ ป ใช้ ม.๔/๔ ทดสอบ - กระบวนการอกแบบ สามารถ - ทักษะการ ทางาน ประเมนิ ผล วิเคราะห์ เชิงวศิ วกรรมกบั การ วเิ คราะห์ คิดแบบ รว่ มกับผอู้ ่นื และให้เหตผุ ลของปญั หา แก้ปญั หา และให้ มี อยา่ ง หรอื ขอ้ บกพรอ่ งทเี่ กิดข้ึน - การเลอื กใชว้ ัสดุ เหตุผลของ วิจารณญาณ สร้างสรรค์ ภายใต้กรอบ เงอื่ นไข หา เครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์ ปัญหาหรอื - ทักษะการ แนวทางการปรบั ปรงุ และความรูท้ ี่เกย่ี วข้อง ขอ้ บกพร่อง สังเกต แก้ไข และนาเสนอผล ทีเ่ กดิ ขน้ึ - ทักษะการ การแกป้ ัญหา พร้อมทงั้ ภายใตก้ รอบ นาความรไู้ ป เสนอแนวทางการ เง่อื นไข ใช้ พัฒนาตอ่ ยอด ม.๔/๕ ใช้ความร้แู ละ - กรณีศึกษาผลงานการ อธบิ าย - ทักษะการ ทางาน ทกั ษะเกย่ี วกับวัสดุ ออกแบบ และเทคโนโลยี ความรู้และ คดิ แบบ ร่วมกบั ผู้อน่ื อุปกรณ์ เคร่ืองมอื กลไก ทักษะ มี อย่าง ไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์ เกีย่ วกบั วสั ดุ วิจารณญาณ สรา้ งสรรค์ และเทคโนโลยี ที่ อปุ กรณ์ - ทกั ษะการ ซบั ซอ้ นในการแก้ปญั หา เครือ่ งมือ สังเกต หรือพฒั นางาน ได้อยา่ ง กลไก ไฟฟา้ - ทักษะการ ถูกต้อง เหมาะสม และ และ นาความร้ไู ป ปลอดภัย อเิ ล็กทรอนิก ใช้ ส์ และ
70 ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้ คาสาคัญทเ่ี ปน็ คุณภาพผู้เรยี น ม.๕/๑ ประยุกตใ์ ช้ แกนกลาง ทอ้ งถน่ิ / ความรู้ (K) ทักษะ (P) คุณลักษณะ ความรู้ และทักษะจาก ศาสตร์ต่างๆ รวมท้ัง อาเซียน (A) ทรัพยากรในการทา โครงงาน เพื่อแกป้ ัญหา เทคโนโลยี หรือพฒั นางาน ทซี่ บั ซอ้ น - ประยุกต์ใช้ความรู้ และ อธบิ าย - ทกั ษะการ ทางาน ทกั ษะจากศาสตรต์ ่างๆ ความรู้ และ คิดแบบ รว่ มกบั ผู้อ่นื รวมทงั้ ทรพั ยากรในการ ทกั ษะจาก มี อย่าง ทาโครงงาน เพื่อ ศาสตร์ตา่ งๆ วจิ ารณญาณ สร้างสรรค์ แก้ปญั หาหรือพัฒนางาน - ทกั ษะการ สังเกต - ทกั ษะการ นาความรูไ้ ป ใช้
71 คาอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน รหสั วชิ า ว ๓๑๑๐1 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลาเรยี น 60 ชัว่ โมง/ภาคเรียน จานวน 1.๕ หนว่ ยกติ ศึกษา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เก่ียวกับความสัมพันธ์ของสภาพทางภูมิศาสตร์บนโลกกับความหลากหลาย ของ ไบโอม และไบโอมชนิดต่างๆ การเปลี่ยนแปลงแทนท่ีของระบบนิเวศ การเปล่ียนแปลงขององค์ประกอบทาง กายภาพและทางชีวภาพท่ีมีผลต่อการเปล่ียนแปลงขนาดของประชากรส่ิงมีชีวิตในระบบนิเวศ ปัญหา และ ผลกระทบท่ีมีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการแก้ไข ปัญหาส่ิงแวดล้อมท้ังในประเทศไทย ในอาเซียน และของโลก โครงสร้างและสมบัติของเยื่อหุ้มเซลล์ท่ีสัมพันธ์กับ การลาเลียงสาร การลาเลียงสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์แบบต่างๆ การควบคุมดุลยภาพของน้าและสารในเลือดโดยการ ทางานของไต การควบคุมดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดโดยการทางานของไตและปอด การควบคุมดุลยภาพ ของอุณหภูมิภายในร่างกายโดยระบบหมุนเวียนเลือด ผิวหนัง และกล้ามเน้ือโครงร่าง การตอบสนองของร่างกาย แบบไม่จาเพาะ และแบบจาเพาะต่อส่ิงแปลกปลอมของร่างกาย โรคหรืออาการที่เกิดจากความผิดปกติของระบบ ภูมิคุ้มกัน ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องท่ีมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ HIV ชนิดของสารอาหารที่พืชสังเคราะห์ได้ การใช้ ประโยชน์จากสารต่างๆ ท่ีพืชบางชนิดสร้างขึ้น ปัจจัยภายนอกท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช สารควบคุมการ เจริญเติบโตของพืชท่ีมนุษย์สังเคราะห์ขึ้น การนามาประยุกต์ใช้ทางด้านการเกษตรของพืช การตอบสนองของพืช ตอ่ ส่งิ เรา้ ในรปู แบบตา่ งๆ ทม่ี ีผลตอ่ การดารงชีวติ ความสมั พันธ์ระหวา่ งยนี การสังเคราะหโ์ ปรตีน และลกั ษณะทาง พันธุกรรม การถ่ายทอดลักษณะท่ีถูกควบคุมด้วยยีนท่ีอยู่บนโครโมโซมเพศและมัลติเปิลแอลลีล ผลที่เกิดจากการ เปล่ียนแปลงลาดับนิวคลีโอไทด์ในดีเอ็นเอต่อการแสดงลักษณะของสิ่งมีชีวิต การนามิวเทชันไปใช้ประโยชน์ ผล ของเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอท่ีมีต่อมนุษย์และส่ิงแวดล้อม ความหลากหลายของส่ิงมีชีวิต ซ่ึงเป็นผลมาจาก ววิ ัฒนาการ โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรก์ ระบวนการสบื เสาะ หาความรู้ การสืบคน้ ข้อมลู การสังเกต การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปราย และการสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจมีความสามารถ ใน การตัดสินใจความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเองและดูแลรักษาสิ่งมีชีวิต อ่นื ๆเฝ้าระวังและพฒั นาสิ่งแวดล้อมอยา่ งยง่ั ยนื เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง ปฏิบัติตนให้ปลอดภัย อย่างมีประสิทธิภาพ มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม รู้เท่าทันเทคโนโลยี เกิด ความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะ ชวี ติ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ตวั ช้วี ดั ว. 1.1 ม.4/1 สืบค้นข้อมูลและอธิบายความสัมพันธ์ของสภาพทางภูมิศาสตร์กับความหลากหลาย ของไบโอม และยกตวั อย่างไบโอมชนดิ ต่างๆ ว. 1.1 ม.4/2 สืบค้นข้อมลู อภปิ รายสาเหตุ และยกตวั อย่างการเปลย่ี นแปลงแทนทีข่ องระบบนิเวศ ว. 1.1 ม.4/3 สืบค้นข้อมูล อธิบายและยกตัวอย่างเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบทาง กายภาพและทางชวี ภาพท่ีมีผลตอ่ การเปลีย่ นแปลงขนาดของประชากรสง่ิ มชี ีวติ ในระบบนิเวศ
72 ว. 1.1 ม.4/4 สืบค้นข้อมูลและอภิปรายเก่ียวกับปัญหาและผลกระทบท่ีมีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ สง่ิ แวดลอ้ ม พร้อมทงั้ นาเสนอแนวทางในการอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการแก้ไขปญั หาส่งิ แวดลอ้ ม ว. 1.2 ม.4/1 อธิบายโครงสร้างและสมบัติของเย่ือหุ้มเซลล์ท่ีสัมพันธ์กับการลาเลียง และเปรียบเทียบ การลาเลียงสารผ่านเยอื่ หุ้มเซลล์แบบต่างๆ ว. 1.2 ม.4/2 อธิบายการควบคุมดลุ ยภาพของน้าและสารในเลอื ดโดยการทางานของไต ว. 1.2 ม.4/3 อธบิ ายการควบคุมดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดโดยการทางานของไตและปอด ว. 1.2 ม.4/4 อธิบายการควบคุมดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายโดยระบบหมุนเวียนเลือด ผิวหนงั และกล้ามเน้ือโครงร่าง ว. 1.2 ม.4/5 อธิบาย และเขียนแผนผังเก่ียวกับการตอบสนองของร่างกายแบบไม่จาเพาะ และแบบ จาเพาะต่อส่ิงแปลกปลอมของรา่ งกาย ว. 1.2 ม.4/6 สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างโรคหรืออาการที่เกิดจากความผิดปกติของระบบ ภูมิคมุ้ กนั ว. 1.2 ม.4/7 อธิบายภาวะภมู คิ มุ้ กนั บกพร่องท่ีมีสาเหตุมาจากการติดเช้อื HIV ว. 1.2 ม.4/8 ทดสอบ และบอกชนดิ ของสารอาหารที่พชื สังเคราะห์ได้ ว. 1.2 ม.4/9 สบื ค้นข้อมลู อภปิ ราย และยกตวั อย่างเกี่ยวกับ การใช้ประโยชน์จากสารตา่ งๆ ทพ่ี ืชบาง ชนิดสร้างขึ้น ว. 1.2 ม.4/10ออกแบบการทดลอง ทดลอง และอธิบาย เกี่ยวกับปัจจัยภายนอกท่ีมีผลต่อการ เจริญเตบิ โตของพืช ว. 1.2 ม.4/11สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชที่มนุษย์สังเคราะห์ข้ึน และ ยกตัวอยา่ งการนามาประยุกต์ใชท้ างด้านการเกษตรของพืช ว. 1.2 ม.4/12สังเกต และอธิบายการตอบสนองของพืชต่อส่ิงเร้าในรูปแบบต่างๆที่มีผลต่อ การ ดารงชวี ิต ว. 1.3 ม.4/1 อธิบายความสัมพนั ธ์ระหว่างยีน การสงั เคราะห์โปรตีน และลักษณะทางพนั ธุกรรม ว. 1.3 ม.4/2 อธิบายหลักการถ่ายทอดลักษณะท่ีถูกควบคุมด้วยยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศและมัลติ เปลิ แอลลีล ว. 1.3 ม.4/3 อธิบายผลท่ีเกิดจากการเปลี่ยนแปลงลาดับนิวคลีโอไทด์ในดีเอ็นเอต่อการแสดงลักษณะ ของสิ่งมชี วี ติ ว. 1.3 ม.4/4 สบื คน้ ขอ้ มลู และยกตวั อย่างการนามวิ เทชนั ไปใชป้ ระโยชน์ ว. 1.3 ม.4/5 สบื คน้ ข้อมูลและอภปิ รายผลของเทคโนโลยที างดีเอ็นเอทีม่ ตี ่อมนุษย์และสิง่ แวดลอ้ ม ว. 1.3 ม.4/6 สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างความหลากหลายของส่ิงมีชีวิตซึ่งเป็นผลมาจาก วิวฒั นาการ รวม 22 ตวั ชีว้ ดั
73 คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน รหัสวชิ า ว ๓๑๑๐๒ รายวชิ าวิทยาการคานวณ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๔ เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ศึกษาการประยุ ก ต์ ใช้ แนว คิ ดเชิง คา นว ณ ใน การ พัฒ นาโ ครง งาน การพัฒนาโ คร ง ง า น ทางด้านเทคโนโลยี การนาแนวคิดเชิงคานวณพัฒนาโครงงานท่ีเกี่ยวกับชีวิตประจาวัน ตลอดจนใช้ในการพัฒนา โครงงานทีมีการบรู ณาการกบั วชิ าอ่นื อย่างสร้างสรรคเ์ ชอื่ มโยงกับชีวติ จริง โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem – based Learning) และการเรียนรู้แบบ ใช้โครงงานเป็นฐาน (Project – based Learning) เพื่อเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญ สถานการณ์การแก้ปัญหาวางแผนการเรียนรู้ และนาเสนอผ่านการทากิจกรรมโครงงานเพื่อให้เกิดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์ปัญหาโจทย์ปัญหาจนสามารถนาเอาแนวคิดเชิงคานวณมาประยุกต์ใช้ใน การสร้างโครงงานโดยยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพื่อใหผ้ ู้เรยี นสามรถใช้ความรู้ทางดา้ นวิทยาการคอมพวิ เตอร์ สื่อดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สอ่ื สาร เพือ่ รวบรวมข้อมลู ในชีวติ จรงิ จากแหลง่ ต่างๆและความรู้จากศาสตร์อื่นมาประยุกตใ์ ช้ สรา้ งความรใู้ หม่ เขา ใจการเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยที ม่ี ีผลต่อการเปล่ียนแปลงตอ่ การดาเนนิ ชวี ติ อาชีพ สังคม วฒั นธรรม และใช้ อยา่ งปลอดภยั มจี รยิ ธรรม ตลอดจนนาความรู้ความเข้าใจในวชิ าวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ ต่อสงั คม และการดารงชวี ิต จนสามารถพฒั นากระบวนการคิด และจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหา และ การจัดการทักษะในการส่อื สาร ความสารถในการตดั สนิ ใจ และเป็นผ้ทู มี่ จี ิตวิทยาศาสตร์ มคี ุณธรรม จริยธรรม และ ค่านยิ มท่ีเหมาะสมและมีความซื่อสัตย์สจุ ริต รับผดิ ชอบต่อการกระทาของตนเอง มีความเปน็ ธรรมทางสงั คม มีจติ สาธารณะ อยู่อย่างพอเพียงมีการคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ สว่ นตนกับผลประโยชน์สว่ นรวม รหัสตัวชี้วดั มาตรฐาน ว ๔.๒เข้าใจและใชแ้ นวคดิ เชิงคานวณในการแก้ปญั หาท่พี บในชวี ติ จริงอยา่ งเป็นข้ันตอน และเปน็ ระบบใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรยี นรู้การทางาน และการแก้ปญั หาได้อย่างมีประสิทธภิ าพรเู้ ทา่ ทันและมจี รยิ ธรรม ม.๔/๑ประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบูรณาการกับวิชาอื่นอย่าง สรา้ งสรรค์ และเช่อื มโยงกับชวี ิตจริง รวมทั้งหมด ๑ ตัวช้วี ัด
74 คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน รหัสวชิ า ว ๓๑๑๐3 รายวิชาวทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ เวลาเรยี น 6๐ ชัว่ โมง/ภาคเรียน จานวน 1.๕ หนว่ ยกิต ศึกษาวิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ เก่ียวกับการกาเนิดและการเปล่ียนแปลงพลังงาน สสาร ขนาด อุณหภูมิของเอกภพหลังเกิดบิกแบงในช่วงเวลาต่างๆ ตามวิวัฒนาการของเอกภพ หลักฐานท่ีสนับสนุนทฤษฎี บิ กแบงจากความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วกับระยะทางของกาแล็กซี การค้นพบไมโครเวฟพ้ืนหลังจากอวกาศ โครงสร้างและองค์ประกอบของกาแล็กซีทางช้างเผือก ตาแหน่งของระบบสุริยะ การสังเกตเห็นทางช้างเผือกของ คนบนโลก กระบวนการเกิดดาวฤกษ์ โดยแสดงการเปล่ียนแปลงความดัน อุณหภูมิ ขนาด จากดาวฤกษ์ก่อนเกิด จนเป็นดาวฤกษ์ ปัจจัยท่ีส่งผลต่อความส่องสว่างของดาวฤกษ์ และความสัมพันธ์ระหว่างความส่องสว่ างกับโชติ มาตรของดาวฤกษ์ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสี อณุ หภมู ิผวิ และสเปกตรัมของดาวฤกษ์ ลาดบั วิวฒั นาการทส่ี ัมพันธ์กับ มวลตั้งต้น และการเปลี่ยนแปลงสมบัติบางประการของดาวฤกษ์ กระบวนการเกิดระบบสุริยะ และการแบ่งเขต บริวารของดวงอาทิตย์ และลักษณะของดาวเคราะห์ที่เอ้ือต่อการดารงชีวิต โครงสร้างของดวงอาทิตย์ การเกิดลม สุริยะ พายุสุริยะ และผลของลมสุริยะ พายุสุริยะที่มีต่อโลกรวมทั้งประเทศไทย การสารวจอวกาศโดยใช้กล้อง โทรทรรศน์ในช่วงความยาวคล่ืนต่าง ๆ ดาวเทียม ยานอวกาศ สถานีอวกาศ การแบ่งชั้นและสมบัติของโครงสร้าง โลก หลักฐานทางธรณีวิทยาที่สนับสนุนการเคล่ือนท่ีของแผ่นธรณี รูปแบบแนวรอยต่อของแผ่นธรณีท่ีสัมพันธก์ าร เคลื่อนท่ีของแผ่นธรณี กระบวนการเกิดภูเขาไฟระเบิด กระบวนการเกิด ขนาด ความรุนแรง และผลจาก แผ่นดินไหว กระบวนการเกิดและผลจากสึนามิ ปจั จัยสาคัญที่มีผลต่อการได้รับพลังงานจากดวงอาทิตยแ์ ตกต่างกัน ในแต่ละบริเวณของโลก การหมุนเวียนของอากาศที่เป็นผลมาจากความแตกต่างของความกดอากาศ ทิศทางการ เคล่อื นทขี่ องอากาศทีเ่ ป็นผลมาจากการหมุนรอบตวั เองของโลก การหมนุ เวยี นของอากาศตามเขตละติจูดและผลที่ มีต่อภูมิอากาศ ปัจจัยที่ทาให้เกิดการหมุนเวียนของน้าผิวหน้าในมหาสมุทรและรูปแบบการหมุนเวียนของน้า ผิวหน้าในมหาสมุทร ผลของการหมุนเวียนของอากาศและน้าผวิ หน้าในมหาสมุทรที่มตี ่อลักษณะภูมิอากาศ ลมฟ้า อากาศ สง่ิ มีชีวิต และส่งิ แวดลอ้ ม ปัจจัยท่ีมีผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงและภูมิอากาศของโลก สัญลกั ษณ์ลมฟ้าอากาศ ที่สาคัญจากแผนท่ีอากาศ เทคโนโลยีสารสนเทศในการนาเสนอ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีมีผลต่อ การดาเนนิ ชีวิตอาชพี สังคม และวัฒนธรรม โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพอ่ื ฝกึ ทักษะประยุกต์ใช้ อธิบาย ระบุ วิเคราะห์ สืบค้นข้อมูล นาเสนอ ยกตวั อยา่ ง ออกแบบ ปฏบิ ัตติ น แปลความหมาย วางแผน และใชเ้ ทคโนโลยี เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง ปฏิบัติตนให้ปลอดภัย อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน มีจริยธรรม เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถ ในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยไี ด้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ รหัสตัวช้วี ัด ว. 3.1 ม.6/1อธบิ ายการกาเนิดและการเปล่ยี นแปลงพลงั งานสสาร ขนาด อณุ หภูมิของเอกภพหลังเกิดบิ กแบงในชว่ งเวลาตา่ งๆ ตามวิวฒั นาการของเอกภพ ว. 3.1 ม.6/2 อธิบายหลักฐานทีส่ นบั สนุนทฤษฎบี ิกแบงจากความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วกับระยะทาง ของกาแลก็ ซี รวมท้งั ขอ้ มลู การคน้ พบไมโครเวฟพน้ื หลังจากอวกาศ ว. 3.1 ม.6/3 อธิบายโครงสร้างละองค์ประกอบของกาแล็กซีทางช้างเผือก และระบุตาแหน่งของระบบ สรุ ยิ ะพร้อมอธบิ ายเชือ่ มโยงกบั การสังเกตเห็นทางชา้ งเผือกของคนบนโลก
75 ว. 3.1 ม.6/4 อธิบายการเกิดดาวฤกษ์ โดยแสดงการเปลี่ยนแปลงความดนั อณุ หภมู ิ ขนาด จากดาวฤกษ์ กอ่ นเกดิ จนเป็นดาวฤกษ์ ว. 3.1 ม.6/5 ระบุปัจจัยท่ีส่งผลต่อความส่องสว่างของดาวฤกษ์ และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความ สอ่ งสวา่ งกับตมิ าตรของดาวฤกษ์ ว. 3.1 ม.6/6 อธิบายความสมั พันธร์ ะหวา่ งสี อุณหภูมผิ ิว และสเปกตรัมของดาวฤกษ์ ว. 3.1 ม.6/7 อธิบายลาดับวิวัฒนาการที่สัมพันธ์กบั มวลต้งั ตน้ และวเิ คราะห์การเปลี่ยนแปลงสมบัติบาง ประการของดาวฤกษ์ ว. 3.1 ม.6/8 อธิบายการะบวนการเกิดระบบสุรยิ ะ และการแบ่งเขตบรวิ ารของดวงอาทิตย์ และลักษณะ ของดาวเคราะหท์ ี่เออ้ื ตอ่ การดารงชีวิต ว. 3.1 ม.6/9 อธิบายโครงสร้างของดวงอาทิตย์ การเกิดลมสุริยะ พายุสุริยะ และสืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ นาเสนอปรากฏการณ์หรือเหตกุ ารณ์ท่ีเก่ยี วขอ้ งกับผลของลมสรุ ิยะ และพายสุ รุ ยิ ะทม่ี ตี อ่ โลกและประเทศไทย ว. 3.1 ม.6/10 สืบค้นข้อมูล อธิบายการสารวจอวกาศ โดยใช้กล้องโทรทรรศน์ในช่วงความยาวคล่ืน ต่างๆ ดาวเทียม ยานอวกาศ สถานีอวกาศ และนาเสนอแนวคิดการนาความรู้ทางด้านเทคโนโลยีอวกาศมา ประยุกตใ์ นชีวิตประจาวันหรอื อนาคต ว. 3.2 ม.6/1 อธิบายการแบ่งชั้นและสมบัติของโครงสร้างโลก พร้อมยกตัวอย่างข้อมูลที่สนับสนุน ว. 3.2 ม.6/2 อธบิ ายหลกั ฐานทางธรณวี ิทยาที่สนบั สนุน การเคลือ่ นที่ของแผ่นธรณี ว. 3.2 ม.6/3 ระบุสาเหตุ และอธิบายรูปแบบแนวรอยต่อของแผ่นธรณีท่ีสัมพันธ์กับการเคล่ือนท่ีของ แผน่ ธรณี พร้อมยกตัวอย่างหลกั ฐาน ทางธรณีวทิ ยาทีพ่ บ ว. 3.2 ม.6/4 อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกดิ ภูเขาไฟระเบิด รวมทั้งสบื ค้นข้อมูลพน้ื ท่ีเสีย่ งภยั ออกแบบ และนาเสนอแนวทางการเฝา้ ระวงั และการปฏบิ ัตติ นให้ปลอดภยั ว. 3.2 ม.6/5 อธิบายสาเหตุกระบวนการเกิด ขนาดและความรุนแรง และผลจากแผ่นดินไหว รวมท้ัง สืบคน้ ข้อมลู พื้นทเ่ี ส่ยี งภัย ออกแบบและนาเสนอ แนวทางการเฝ้าระวังและการปฏบิ ตั ติ นให้ปลอดภยั ว. 3.2 ม.6/6 อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกิด และผลจากสึนามิ รวมท้ังสืบค้นข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัย ออกแบบและนาเสนอแนวทางการเฝา้ ระวงั และการปฏิบัติตนใหป้ ลอดภัย ว. 3.2 ม.6/7 อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์แตกต่างกันในแต่ละบริเวณของ โลก ว. 3.2 ม.6/8 อธบิ ายการหมุนเวยี นของอากาศ ทเี่ ปน็ ผลมาจากความแตกตา่ งของความกดอากาศ ว. 3.2 ม.6/9 อธิบายทศิ ทางการเคล่ือนทขี่ องอากาศ ที่เปน็ ผลมาจากการหมุนรอบตัวเองของโลก ว. 3.2 ม.6/10 อธิบายการหมุนเวยี นของอากาศตามเขตละติจูด และผลท่ีมตี ่ออณุ หภมู ิ ว. 3.2 ม.6/11 อธิบายปัจจัยท่ีทาให้เกิดการหมุนเวียนของน้าผิวหน้าในมหาสมุทร และรูปแบบการ หมุนเวยี นของน้าผิวหน้าในมหาสมทุ ร ว. 3.2 ม.6/12 อธิบายผลของการหมุนเวียนของอากาศและน้าผิวหน้าในมหาสมุทรที่มีต่อลักษณะ ภูมิอากาศ ลมฟ้าอากาศ สง่ิ มีชีวิต และส่ิงแวดล้อม ว. 3.2 ม.6/13 อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อต่อการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศของโลก พร้อมท้ังนาเสนอแนว ปฏบิ ตั ิเพือ่ ลดกจิ กรรมของมนษุ ย์ ท่ีส่งผลต่อการเปลยี่ นแปลงภูมิอากาศโลก ว. 3.2 ม.6/14 แปลความหมายสัญลักษณ์ลมฟ้าอากาศที่สาคัญจากแผนท่ีอากาศ และนาข้อมูล สารสนเทศต่างๆมาวางแผนการดาเนนิ ชวี ิตให้สอดคลอ้ งกบั สภาพลมฟ้าอากาศ รวมตัวชว้ี ดั 24 ตวั ช้ีวัด
76 คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน รหสั วิชา ว ๓2๑๐1 รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ (เคมี) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 เวลาเรยี น 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จานวน 1.0 หนว่ ยกิต ศึกษาเกีย่ วกบั สมบตั ิของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบตั ขิ องสสารกับโครงสร้าง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคจากสูตรเคมี อธิบายโครงสร้างอะตอม ชนิดและจานวนอนุภาคมูลฐานของ อะตอมจากสัญลักษณน์ วิ เคลียร์ของธาตุ ความสมั พนั ธ์ระหว่างอเิ ล็กตรอนในระดบั พลังงานนอกสุด กับสมบัติของ ธาตุ และการเกิดปฏิกิริยา การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุและทานายแนวโน้มของสมบัติของธาตุในตารางธาตุ อธิบายการเกิดพันธะเคมีในในโมเลกุลหรือในโครงผลึกของสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติ ของสารในเรื่อง จุด เดือด จุดหลอมเหลว และสถานะกับแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสาร การเขียนสูตรเคมี ประเภท โครงสร้าง ความเป็นกรด เบส ของสารประกอบอินทรยี ์ การเกิดและสมบัติของพอลิเมอร์ นาพอลิเมอรไ์ ปใช้ได้อย่างเหมาะสม เขียนสมการของปฏิกิริยาเคมีท่ัวไปท่ีพบในชีวิตประจาวัน รวมทั้งสารท่ีเกิดปฏิกิริยาที่จะมีผลต่อส่ิงมีชิวิติและ สิ่งแวดล้อม อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี การนาความรู้เกี่ยวกับการ ควบคุมอัตราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมไี ปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูลและ การอภิปรายเพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ ตดั สนิ ใจ เห็นคุณค่าของการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม และค านิยมท่ี เหมาะสม มคี วามรับผิดชอบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม และมเี จตคติท่ดี ีต่อวชิ าวทิ ยาศาสตร์ รหัสตัวชวี้ ัด ว 2.1 ม.5/1 ระบุว่าสารเป็นธาตุหรือสารประกอบ และอยู่ในรูปอะตอม โมเลกุล หรือไอออนจากสูตร เคมี ว 2.1 ม.5/2 เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของแบบจาลองอะตอมของโบร์กับ แบบจาลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก ว 2.1 ม.5/3 ระบุจานวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนของอะตอม และไอออนท่ีเกิดจากอะตอม เดียว ว 2.1 ม.5/๔ เขียนสญั ลกั ษณ์นิวเคลยี ร์ของธาตแุ ละระบุการเปน็ ไอโซโทป ว 2.1 ม.5/๕ ระบหุ มู่และคาบของธาตุ และระบวุ ่าธาตเุ ปน็ โลหะ อโลหะ กงึ่ โลหะ กลมุ่ ธาตุ เรพรีเซนเท ทีฟ หรอื กลุม่ ธาตแุ ทรนซชิ นั จากตารางธาตุ ว 2.1 ม.5/๖ เปรียบเทียบสมบัติการนาไฟฟ้า การให้และรับอิเล็กตรอนระหว่างธาตุในกลุ่มโลหะกับ อโลหะ ว 2.1 ม.5/๗ สืบคน้ ข้อมลู และนาเสนอตวั อย่างประโยชน์และอันตรายทีเ่ กดิ จากธาตเุ รพรเี ซนเททีฟและ ธาตุแทรนซชิ นั ว 2.1 ม.5/๘ ระบุว่าพันธะโคเวเลนต์เป็นพันธะเด่ียว พันธะคู่ หรือพันธะสาม และระบุจานวนคู่ อิเลก็ ตรอนระหว่างอะตอมครู่ ว่ มพนั ธะ จากสตู รโครงสร้าง ว 2.1 ม.5/๙ ระบุสภาพขั้วของสารทโี่ มเลกุลประกอบดว้ ย 2 อะตอม ว 2.1 ม.5/๑๐ ระบสุ ารท่เี กดิ พันธะไฮโดรเจนได้จากสตู รโครงสร้าง
77 ว 2.1 ม.5/๑๑ อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจุดเดือดของสารโคเวเลนต์กับแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุล ตามสภาพข้ัวหรอื การเกิดพันธะไฮโดรเจน ว 2.1 ม.5/๑๒ เขียนสตู รเคมีของไอออนและสารประกอบไอออนิก ว 2.1 ม.5/๑๓ ระบุว่าสารเกิดการละลายแบบแตกตัวหรือไม่แตกตัว พร้อมให้เหตุผล และระบุว่า สารละลายท่ไี ด้เปน็ สารละลายอเิ ล็กโทรไลต์ หรือนอนอเิ ล็กโทรไลต์ ว 2.1 ม.5/๑๔ ระบุสารประกอบอินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอนว่าอ่ิมตัวหรือไม่อิ่มตัวจากสูตร โครงสร้าง ว 2.1 ม.5/๑๕ สบื ค้นขอ้ มลู และเปรียบเทียบสมบัติ ทางกายภาพระหวา่ งพอลิเมอร์และมอนอเมอร์ของ พอลเิ มอรช์ นดิ นั้น ว 2.1 ม.5/๑๖ ระบุสมบัติความเปน็ กรด-เบส จากโครงสรา้ งของสารประกอบอนิ ทรยี ์ ว 2.1 ม.5/๑๗ อธิบายสมบัติการละลายในตวั ทาละลายชนิดต่าง ๆ ของสาร ว 2.1 ม.5/๑๘ วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับสมบัติเทอร์มอพลาสติกและ เทอรม์ อเซตของพอลิเมอร์ และการนา พอลิเมอร์ไปใชป้ ระโยชน์ ว 2.1 ม.5/๑๙ สืบค้นข้อมูลและนาเสนอผลกระทบของการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่มีต่อส่ิงมีชีวิตและ สิ่งแวดลอ้ ม พร้อมแนวทางป้องกันหรอื แกไ้ ข ว 2.1 ม.5/๒๐ ระบุสูตรเคมขี องสารตงั้ ตน้ ผลิตภัณฑ์ และแปลความหมายของสัญลักษณใ์ นสมการเคมี ของปฏิกิริยาเคมี ว 2.1 ม.5/๒๑ ทดลองและอธบิ ายผลของความเขม้ ขน้ พ้นื ทผ่ี วิ อณุ หภมู ิ และตัวเร่งปฏกิ ริ ยิ า ทมี่ ีผลต่อ อตั ราการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี ว 2.1 ม.5/๒๒ สืบค้นข้อมูลและอธิบายปัจจัยท่ีมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่ใช้ประโยชน์ ใน ชวี ติ ประจาวันหรอื ในอุตสาหกรรม ว 2.1 ม.5/๒๓ อธิบายความหมายของปฏกิ ิริยารีดอกซ์ ว 2.1 ม.5/๒๔ อธบิ ายสมบัติของสารกมั มนั ตรงั สี และคานวณคร่งึ ชีวิตและปรมิ าณของสารกัมมันตรังสี ว 2.1 ม.5/๒๕ สืบค้นขอ้ มลู และนาเสนอตวั อยา่ งประโยชนข์ องสารกัมมันตรงั สีและการป้องกันอันตราย ทีเ่ กดิ จากกมั มันตภาพรังสี รวม 25 ตัวชี้วัด
78 คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน รหัสวิชา ว ๓๒๑๐๒ รายวิชา วทิ ยาการคานวณ ๒ กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๕ เวลาเรยี น ๒๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ศึกษาเก่ียวกับวิทยาการคอมพิวเตอร์สื่อดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศเก่ียวกับการดาเนินชีวิต มาใช้ แก้ปัญหากับชีวิตจริง การเพิ่มมูลค่าให้บริการหรือผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีการจัดการข้อมูล คลังข้อมูล ประมวลผล ข้อมลู วทิ ยาการข้อมลู ขอ้ มูลขนาดใหญ่ การวเิ คราะหข์ ้อมลู วทิ ยาการข้อมลู กรณศี ึกษาและวธิ ีการแก้ปัญหา โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem – based Learning) และการเรียนรู้แบบ ใช้โครงงานเป็นฐาน (Project – based Learning) เพื่อเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญ สถานการณ์การแก้ปัญหาวางแผนการเรยี นรู้ และนาเสนอผ่านการทากิจกรรมโครงงานเพื่อให้เกิดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์ปัญหาโจทย์ปัญหาจนสามารถนาเอาแนวคิดเชิงคานวณมาประยุกต์ใช้ใน การสรา้ งโครงงานโดยยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพื่อให้ผู้เรียนสามรถใช้ความรู้ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ สื่อดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สอ่ื สาร เพ่ือรวบรวมขอ้ มลู ในชวี ติ จรงิ จากแหล่งต่างๆและความรู้จากศาสตร์อืน่ มาประยุกต์ใช้ สร้างความร้ใู หม่ เขา ใจการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่อการดาเนินชีวิต อาชีพ สังคม วัฒนธรรม และใช้ อย่างปลอดภัย มีจริยธรรม ตลอดจนนาความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ต่อสังคม และการดารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิด และจินตนาการ ความสามารถในการ แก้ปัญหา และการจดั การทักษะในการสือ่ สาร ความสารถในการตัดสนิ ใจ และเปน็ ผทู้ ม่ี จี ติ วิทยาศาสตร์ มีคณุ ธรรม จริยธรรม และมีความซ่ือสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อการกระทาของตนเอง มีความเป็นธรรมทางสังคม มีจิต สาธารณะ อยูอ่ ยา่ งพอเพยี งมกี ารคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์ ส่วนตนกับผลประโยชนส์ ว่ นรวม รหัสตัวช้ีวัด มาตรฐาน ว ๔.๒เข้าใจและใช้แนวคดิ เชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่พี บในชวี ิตจรงิ อย่างเป็นข้นั ตอน และเป็นระบบใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารในการเรียนรกู้ ารทางาน และการแกป้ ญั หาได้อยา่ งมีประสิทธิภาพรู้เท่าทันและมจี ริยธรรม ม.๕/๑ รวบรวม วเิ คราะหข์ ้อมูลและใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ สื่อดิจทิ ัลเทคโนโลยสี ารสนเทศ ในการแกป้ ญั หาหรอื เพ่มิ มูลค่าใหก้ บั บรกิ ารหรือผลิตภัณฑท์ ่ีใชใ้ นชีวติ จรงิ อย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งหมด ๑ ตัวชี้วัด
79 คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน รหัสวิชา ว ๓๒๑๐3 รายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ (ฟิสิกส์) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๕ เวลาเรยี น 6๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น จานวน 1.๕ หน่วยกติ ศึกษาข้อมลู ความเรว็ กบั เวลาของการเคลื่อนท่ีของวตั ถุ ความเร่งของวัตถุ แรงลัพธ์ทีเ่ กิดจากแรงหลาย แรง การรวมแรงแบบเวกเตอร์ ความเร่งของวัตถุกับแรงลัพธ์ท่ีกระทาต่อวัตถุและมวลของวัตถุ แรงกิริยา แรง ปฏิกิริยาระหว่างวัตถุคู่หนึ่ง ๆ ความเร่งท่ีมีต่อการเคล่ือนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ การเคล่ือนที่แนวตรง การ เคลอ่ื นท่ีแบบโพรเจกไทล์ การเคลือ่ นที่แบบวงกลม และ การเคลือ่ นที่แบบส่ัน แรงโน้มถว่ งท่ีเก่ยี วกบั การเคล่ือนท่ี ของวัตถุต่าง ๆ รอบโลก การเกิดสนามแม่เหล็กเนอื่ งจากกระแสไฟฟ้า แรงแม่เหล็กที่กระทาต่ออนุภาคท่ีมีประจุ ไฟฟ้า และแรงแม่เหล็กที่กระทาต่อลวดตัวนาท่ีมีกระแสไฟฟ้าผ่านในสนามแม่เหล็ก หลักการทางานของมอเตอร์ การเกิดอีเอ็มเอฟ แรงเข้มและแรงอ่อน ศึกษาพลังงานนิวเคลียร์ ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชันและฟิวชัน ความสัมพันธ์ระหว่างมวลกับพลังงานท่ีปลดปลอ่ ยออกมา พลังงานทดแทนเปลี่ยนเปน็ พลังงานไฟฟ้า สมบัติของ คลื่นการสะท้อน การหักเห การเลี้ยวเบน และการแทรกสอด การรวมคลื่นน้าและคล่ืนเสียง ควา มถี่ธรรมชาติ การสนั่ พ้อง ความเข้มเสยี ง ระดบั เสยี งและผลของความถ่ีกับระดับเสียงท่ีมตี ่อการได้ยินเสยี ง เสียงสะท้อนกลบั บี ตดอปเพลอร์ และการสัน่ พ้องของเสียง การมองเห็นสขี องวัตถแุ ละความผดิ ปกติ ในการมองเห็นสี แผ่นกรองแสงสี การผสม แสงสี การผสมสารสี คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การส่งผ่านสารสนเทศและเปรียบเทียบการสื่อสารด้วย สัญญาณแอนะล็อกกบั สญั ญาณดิจทิ ัล โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การ วิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบายและสรุปเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถ ในการตัดสินใจ ส่ือสารส่ิงที่เรียนรแู้ ละนาความรู้ไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ของตนเอง ดูแลรักษาส่ิงมีชีวติ อ่ืน เฝ้าระวงั และพัฒนาส่ิงแวดลอ้ มอย่างย่งั ยืน ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมทีเ่ หมาะสม รหสั ตัวชว้ี ดั ว 2.2 ม.5/1 วเิ คราะห์และแปลความหมายข้อมลู ความเรว็ กับเวลาของการเคล่ือนทขี่ องวัตถุ เพอื่ อธบิ าย ความเรง่ ของวตั ถุ ว 2.2 ม.5/๒ สังเกตและอธิบายการหาแรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงที่อยู่ในระนาบเดียวกันท่ีกระทา ต่อวัตถุโดยการเขยี นแผนภาพการรวมแบบเวกเตอร์ ว 2.2 ม.5/๓ สังเกต วิเคราะห์ และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเร่งของวัตถุกับแรงลัพธ์ที่กระทา ตอ่ วัตถุและมวลของวตั ถุ ว 2.2 ม.5/๔ สังเกตและอธิบายแรงกิรยิ าและแรงปฏกิ ริ ิยาระหวา่ งวตั ถคุ ูห่ นึง่ ๆ ว 2.2 ม.5/๕ สังเกตและอธิบายผลของความเร่งท่ีมีต่อการเคล่ือนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุได้แก่ การ เคลอ่ื นที่แนวตรง การเคล่อื นทแี่ บบโพรเจกไทล์ การเคล่อื นทแี่ บบวงกลม และ การเคลอื่ นทแี่ บบส่ัน ว 2.2 ม.5/๖ สบื คน้ ขอ้ มลู และอธบิ ายแรงโน้มถว่ งทเี่ กี่ยวกบั การเคล่อื นทข่ี องวตั ถตุ ่าง ๆ รอบโลก ว 2.2 ม.5/๗ สังเกตและอธิบายการเกดิ สนามแมเ่ หล็กเนือ่ งจากกระแสไฟฟา้ ว 2.2 ม.5/๘ สังเกตและอธิบายแรงแม่เหล็กที่กระทาต่ออนุภาคท่ีมีประจุไฟฟ้าท่ีเคลื่อนท่ีในสนาม แม่เหล็ก และแรงแม่เหล็กที่กระทาต่อลวดตัวนาที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านในสนามแม่เหล็ก รวมทั้งอธิบายหลักการ ทางานของมอเตอร์
80 ว 2.2 ม.5/๙ สังเกตและอธบิ ายการเกดิ อเี อ็มเอฟ รวมทง้ั ยกตัวอย่างการนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ว 2.2 ม.5/๑๐ สืบคน้ ข้อมูลและอธบิ ายแรงเขม้ และแรงออ่ น ว 2.3 ม.5/1 สืบคน้ ขอ้ มลู และอธิบายพลังงานนวิ เคลียร์ ฟชิ ชันและฟิวชันและความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งมวล กบั พลงั งานท่ีปลดปลอ่ ยออกมาจากฟิชชนั และฟิวชัน ว 2.3 ม.5/๒ สืบค้นข้อมูลและอธิบายการเปล่ียนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งสืบค้นและ อภิปรายเก่ียวกับเทคโนโลยี ที่นามาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงานโดยเน้นด้าน ประสิทธิภาพและความคมุ้ ค่าดา้ นคา่ ใชจ้ ่าย ว 2.3 ม.5/๓ สังเกตและอธิบายการสะท้อน การหกั เห การเล้ยี วเบน และการรวมคลื่น ว 2.3 ม.5/๔ สังเกตและอธบิ าย ความถธ่ี รรมชาติ การสัน่ พ้อง และผลทเี่ กิดข้ึนจากการส่ันพ้อง ว 2.3 ม.5/๕ สงั เกตและอธิบายการสะท้อน การหักเห การเลย้ี วเบน และการรวมคลน่ื ของคล่นื เสียง ว 2.3 ม.5/๖ สืบค้นข้อมูลและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มเสียงกับระดับเสียงและผลของ ความถ่ีกบั ระดับเสียงท่ีมตี อ่ การไดย้ นิ เสยี ง ว 2.3 ม.5/๗ สังเกตและอธิบายการเกดิ เสียงสะทอ้ นกลบั บตี ดอปเพลอร์ และการสัน่ พ้องของเสยี ง ว 2.3 ม.5/๘ สบื คน้ ขอ้ มลู และยกตวั อย่างการนาความรเู้ กย่ี วกบั เสียงไปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ว 2.3 ม.5/๙ สงั เกตและอธิบายการมองเหน็ สขี องวัตถแุ ละความผิดปกติในการมองเห็นสี ว 2.3 ม.5/๑๐ สงั เกตและอธิบายการทางานของแผ่นกรองแสงสี การผสมแสงสี การผสมสารสี และการ นาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวัน ว 2.3 ม.5/๑๑ สืบค้นข้อมูลและอธิบายคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าส่วนประกอบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และ หลักการทางานของอุปกรณ์บางชนิดทอ่ี าศยั คลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ ว 2.3 ม.5/๑๒ สืบค้นข้อมูลและอธบิ ายการส่ือสาร โดยอาศยั คลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ ในการส่งผ่านสารสนเทศ และเปรียบเทยี บการสอื่ สาร ด้วยสัญญาณแอนะล็อกกับสัญญาณดจิ ทิ ลั รวมท้งั หมด ๒๒ ตวั ชีว้ ัด
81 คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน รหัสวิชา ว ๓๒๑๐๔ รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 1 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๕ เวลาเรยี น 2๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น จานวน 0.๕ หนว่ ยกิต ศึกษาแนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับศาสตร์อื่นโดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ รวมท้ังประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา เทคโนโลยี ศึกษาการระบุปัญหาหรือความต้องการที่มีผลกระทบต่อสังคม รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดท่ี เก่ียวข้องกับปัญหาที่มีความซับซ้อน เพ่ือสังเคราะห์วิธีการ เทคนิคในการแก้ปัญหา โดยคานึงถึงความถูกต้องด้าน ทรัพย์สินทางปัญญา ศึกษาการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบและตัดสินใจเลือกข้อมูลที่ จาเป็นภายใต้เงื่อนไข และทรัพยากรที่มีอยู่ นาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อ่ืนเข้าใจด้วยเทคนิคหรือวิธีการที่ หลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ วางแผนข้ันตอนการทางานและดาเนินการแก้ปัญหา การ ทดสอบ ประเมินผลวิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือขอบกพร่องที่เกิดขึ้นภายใต้กรอบเง่ือนไข หาแนวทาง การปรบั ปรงุ แกไ้ ข พรอ้ มทง้ั เสนอแนวทางการพฒั นาต่อยอด ใช้ความรู้ และทักษะเก่ียวกับวสั ดุ อปุ กรณ์ เครอ่ื งมือ กลไกไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีท่ีซับซ้อนในการแก้ปัญหาหรือพัฒนาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และ ปลอดภยั โดยยึดหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศึกษาเกี่ยวกับความหมายของนวัตกรรม ความสัมพนั ธ์ของ เทคโนโลยีและนวัตกรรมรูปแบบของเทคโนโลยี การพัฒนาอย่างยั่งยืน ระบบทางเทคโนโลยี กระบวนการ เทคโนโลยี องค์ประกอบท่ีสัมพันธ์กับกระบวนการทางเทคโนโลยี การออกแบบเชิงวิศวกรรม สะเต็มศึกษา โครงงานสะเตม็ การทาโครงงาน การประยุกตใ์ ช้ความรู้ และทักษะจากศาสตร์ตา่ งๆ รวมท้ังทรัพยากรในการสร้าง หรือพัฒนาชิ้นงาน เพ่ือแก้ปัญหาในการทางาน การทาโครงงานออกแบบและเทคโนโลยี ผลงานโครงงานการ ออกแบบและเทคโนโลยี โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem – based Learning) และการเรียนรู้แบบ ใช้โครงงานเป็นฐาน (Project – based Learning) เพ่ือเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญ สถานการณ์การแกป้ ัญหาวางแผนการเรียนรู้ และนาเสนอผ่านการทากจิ กรรมโครงงาน เพ่ือให้เกิดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์ปัญหา นาไปสู่การสร้างต้นแบบ ตลอดจนสามารถนากระบวนการเทคโนโลยี สร้างเทคโนโลยี วธิ กี าร เพ่ือเพ่มิ ประสิทธภิ าพในการดารงชีวติ รวมทั้ง คานึงถึงทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนนาความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ต่อสังคม และการดารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิด และจินตนาการ ความสามารถในการ แก้ปญั หา และการจดั การทกั ษะในการส่อื สาร ความสารถในการตัดสนิ ใจ และเป็นผ้ทู มี่ ีจิตวทิ ยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมในการใชว้ ิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีย่างสรา้ งสรรค์และมีความซ่ือสตั ย์สุจรติ รบั ผิดชอบต่อ การกระทาของตนเอง มีความเป็นธรรมทางสังคม มีจิตสาธารณะ อยู่อย่างพอเพียงมีการคิดแยกแยะระหว่าง ผลประโยชน์ สว่ นตนกบั ผลประโยชน์สว่ นรวม รหสั ตัวช้ีวดั มาตรฐาน ว ๔.๑เข้าใจและใชแ้ นวคดิ เชงิ คานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชวี ติ จริงอย่างเปน็ ขัน้ ตอน และเป็นระบบใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการเรียนรกู้ ารทางาน และการแก้ปญั หาได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพรู้เทา่ ทันและมีจรยิ ธรรม ม.๔/๑ วิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับศาสตร์อื่นโดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ หรือ คณติ ศาสตร์ รวมทงั้ ประเมนิ ผลกระทบท่ีจะเกดิ ขึน้ ต่อมนุษย์ สังคม เศรษฐกจิ และสิ่งแวดลอ้ ม เพ่อื เปน็ แนวทางใน การพฒั นาเทคโนโลยี
82 ม.๔/๒ ระบุปัญหาหรือความต้องการท่ีมีผลกระทบต่อสังคม รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดท่ี เก่ียวข้องกับปัญหาที่มีความซับซ้อนเพื่อสังเคราะห์วิธีการ เทคนิคในการแก้ปัญหา โดยคานึงถึงความถูกต้องด้าน ทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา ม.๔/๓ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ีจาเป็นภายใต้ เง่ือนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ น าเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อ่ืนเข้าใจด้วยเทคนิคหรือวิธีการที่หลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ชว่ ยในการออกแบบ วางแผนขัน้ ตอนการทางานและดาเนนิ การแกป้ ัญหา ม.๔/๔ ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องท่ีเกิดขึ้นภายใต้กรอบ เงอ่ื นไข หาแนวทางการปรบั ปรงุ แกไ้ ข และนาเสนอผลการแก้ปญั หา พรอ้ มทง้ั เสนอแนวทางการพัฒนาต่อยอด ม.๔/๕ ใช้ความรู้และทักษะเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และ เทคโนโลยีท่ีซบั ซอ้ นในการแก้ปัญหาหรือพฒั นางาน ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภยั ม.๕/๑ ประยุกตใ์ ช้ความรู้ และทักษะจากศาสตร์ต่างๆ รวมทั้งทรพั ยากรในการทาโครงงาน เพอ่ื แกป้ ัญหา หรือพฒั นางาน รวมท้ังหมด 6 ตัวชวี้ ัด
83 คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม รหสั วิชา ว 30201 รายวิชา การสร้างเว็บเพจ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 เวลาเรยี น 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน จานวน 1.0 หนว่ ยกติ ศกึ ษากระบวนการและโครงสร้างการทางานของเวบ็ ไซต์ การออกแบบเว็บไซต์ การสรา้ งเวบ็ ไซตด์ ้วย โปรแกรมภาษาหรอื โปรแกรมสาเร็จรปู การทดสอบการทางานของเว็บไซต์ และการ Upload เวบ็ ไซต์ ปฏิบัติเกย่ี วกบั กระบวนการและโครงสร้างการทางานของเวบ็ ไซต์ การออกแบบเว็บไซต์ การสรา้ ง เวบ็ ไซตด์ ้วยโปรแกรมภาษาหรือโปรแกรมสาเรจ็ รูป การทดสอบการทางานของเวบ็ ไซต์ และการ Upload เว็บไซต์ เพอ่ื ให้ผู้เรียนมที ักษะในการแสวงหาความรู้ มคี วามคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์ มคี ุณธรรม จริยธรรม และ คา่ นยิ มท่ดี ีต่องาน และเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพสจุ รติ ผลการเรียนรู้ 1. แสดงกระบวนการและโครงสรา้ งการทางานของเวบ็ ไซต์ การออกแบบเวบ็ ไซต์ 2. ปฏบิ ัติการสร้างเว็บไซด์ด้วยโปรแกรมภาษาหรือโปรแกรมสาเร็จรปู 3. ปฏิบตั กิ ารทดสอบการทางานของเวบ็ ไซต์และการ Upload เว็บไซต์ 4. มีกิจนิสัยและส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ มที่ดใี นการใชค้ อมพวิ เตอร์ รวม 4 ผลการเรยี นรู้
84 คาอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม รหัสวชิ า ว 30202 รายวิชา การตดั ต่อวดี โี อ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 เวลาเรียน 4๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน จานวน 1.0 หนว่ ยกิต ศกึ ษาหลักการตดั ตอ่ วีดโี อสาหรบั งานมลั ติมเี ดีย อุปกรณ์แสดงผลกราฟกิ การแสดงผลด้วยภาพ วีดโี อ เสียง อปุ กรณ์ประกอบ เช่น เคร่ืองขับแผ่นบันทึก ซดี ี การ์ดประมวลผลเสยี ง วดี ีโอ สแกนเนอร์ เครื่องพิมพส์ ี ฯลฯ การเกบ็ รวบรวมข้อมูลแบบมลั ติมเี ดยี ภาพ วดี ีโอ เสียง การนาเขา้ ไฟล์วดี โี อ การตดั ตอ่ วดี โี อการแทรกเทคนิค พเิ ศษต่างๆ การเขยี น VCD/DVD เพ่ือนาไปเผยแพร่ ปฏบิ ัติเก่ียวกบั การตัดตอ่ วดิ ีโอหรือภาพเคลื่อนไหวแบบต่างๆ สร้างงานและนาเสนอในรูปแบบทเี่ หมาะสม เพื่อการอาชพี จดั ทาโครงงานย่อยทางด้านการตัดตอ่ ภาพวิดีโอดจิ ิตอลหรอื ภาพเคล่ือนไหว โดยใช้กระบวนการ สร้างความรู้ ความเข้าใจ การคดิ วเิ คราะห์ การฝึกทักษะและปฏิบตั ิงาน การแกป้ ัญหา การทางานกลุ่ม การ เสริมสร้างเจตคติ และกระบวนการเสรมิ สร้างคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ เพอื่ ให้ผูเ้ รียนเกดิ ความตระหนักและเหน็ คุณคา่ มีทักษะในการสร้างชิน้ งาน และการประกอบอาชีพ อย่างมีประสทิ ธิภาพ ประสทิ ธผิ ล มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ สรา้ งผลงานในการ ดารงชวี ติ ใชท้ รัพยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อมอย่างมีคุณคา่ ถูกวธิ ี ผลการเรยี นรู้ 1. มีความร้แู ละความเขา้ ใจหลักการทางานของการตัดต่อวีดีโอมลั ติมีเดยี ได้ 2. มีความรู้และความเข้าใจถึงเคร่ืองมือทใ่ี ชใ้ นการตดั ตอ่ วีดโี อได้ 3. มีทกั ษะในการสรา้ งวดี ีโอด้วยโปรแกรมสาเรจ็ รปู ได้ 4. นาเข้าไฟล์วดี ีโอจากภายนอกได้ 5. สามารถประยกุ ต์ใช้งานตดั ตอ่ วีดโี อได้ 6. สามารถเขียน VCD/DVD เพอ่ื นาไปเผยแพรไ่ ด้ 7. มกี จิ นสิ ัยในการทางานดว้ ยความประณีต รอบคอบและปลอดภัย ตระหนักถึงคุณภาพของงาน และมี จรยิ ธรรมในงานอาชีพ รวม 7 ผลการเรียนรู้
85 คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว 30203 รายวชิ าการจดั ทาเอกสารสิง่ พิมพ์ กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 เวลาเรียน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น จานวน 1.0 หนว่ ยกติ ศกึ ษาเกีย่ วกบั การออกแบบและสรา้ งเอกสารสิ่งพิมพป์ ระเภทต่างๆ การจัดรปู แบบ และตกแต่งเอกสาร สิ่งพมิ พ์อยา่ งเหมาะสม การค้นคว้าขอ้ มลู จากเครือขา่ ยอนิ เตอร์เนต็ สาหรับจดั ทาเอกสารส่ิงพิมพ์และการสง่ั พิมพ์ เอกสารสิง่ พมิ พ์ออกทางเคร่ืองพมิ พ์ ปฏบิ ตั ิการออกแบบและสรา้ งเอกสารส่ิงพมิ พป์ ระเภทต่างๆ การจัดรปู แบบ และตกแตง่ เอกสารส่ิงพิมพ์ อย่างเหมาะสม การค้นคว้าข้อมูลจากเครือขา่ ยอินเตอร์เน็ต สาหรับจัดทาเอกสารส่ิงพมิ พ์และการสั่งพิมพเ์ อกสาร ส่งิ พิมพ์ออกทางเคร่ืองพิมพ์ เพอื่ นาความรจู้ ากการสร้างเอกสารสิ่งพมิ พด์ ้วยคอมพวิ เตอร์ ไปประยุกต์ใช้ในทางสร้างสรรค์ และเป็น ประโยชนแ์ ก่สังคมและเปน็ แนวทางในการดาเนนิ ชีวิตประจาวัน ผลการเรยี นรู้ 1. ผูเ้ รียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจเบื้องตน้ เกย่ี วกับการสร้างเอกสารสง่ิ พมิ พ์ 2. ผู้เรยี นออกแบบและสรา้ งเอกสารสง่ิ พิมพ์ประเภทต่างๆ ได้ 3. ผเู้ รียนจัดรูปแบบ ตกแตง่ เอกสารสิง่ พิมพ์อยา่ งเหมาะสมสวยงามได้ 4. ผู้เรยี นค้นคว้าข้อมลู จากเครอื ข่ายอนิ เตอร์เนต็ สาหรบั จัดทาเอกสารสิง่ พิมพ์ได้ 5. ผเู้ รียนส่งั พิมพ์เอกสารสิง่ พิมพ์ออกทางเครื่องพมิ พ์ได้ 6. ผ้เู รยี นประยุกต์ใชเ้ อกสารสงิ่ พิมพ์ในทางสร้างสรรค์ อย่างมจี ิตสานึกได้ รวม 6 ผลการเรียนรู้
86 คาอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เติม รหสั วิชา ว 30204 รายวชิ า โปรแกรมกราฟกิ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4 เวลาเรยี น 4๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น จานวน 1.0 หน่วยกติ ศึกษาหลักการทางานของระบบคอมพิวเตอร์ คุณลักษณะของเคร่ืองคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์เพื่อใช้ งานด้านต่าง ๆ ความรู้พ้ืนฐานการตกแต่งภาพ การสร้างภาพ สร้างตัวอักษร การใช้เมนูคาสั่ง การนาเทคนิค ต่าง ๆ มาใชใ้ นการแกไ้ ขและตกแตง่ รปู ภาพ โดยใช้กระบวนการเทคโนโลยี การอธบิ าย การสืบค้นและแก้ปญั หา ปฏิบัติการใช้โปรแกรมด้านกราฟิกในการตกแต่งภาพ สร้างภาพ สร้างตัวอักษร การใช้เมนูคาส่ัง นา เทคนคิ ต่าง ๆ มาใชใ้ นการแก้ไขและตกแต่งรปู ภาพ มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับการสร้างภาพ เห็นคุณค่าของการนาเทคโนโลยีประยุกต์ใช้งานสู่อาเซียน มี จนิ ตนาการคดิ สรา้ งสรรค์ชน้ิ งานและแกป้ ัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และมีคุณธรรมจริยธรรมใน การใช้เทคโนโลยี ผลการเรยี นรู้ 1. ผเู้ รยี นมีความร้คู วามเข้าใจเกี่ยวกับหลักการของภาพกราฟกิ 2. ผู้เรียนมคี วามรู้ความเข้าใจเก่ยี วกบั ประเภทและคณุ ลักษณะของแฟม้ ภาพกราฟิก 3. ผ้เู รียนมีทกั ษะการใชโ้ ปรแกรมกราฟกิ 4. ผู้เรยี นสามารถสร้างและตกแตง่ ภาพกราฟกิ ได้ 5. ผู้เรียนสามารถจดั การแฟ้มภาพกราฟิกได้ 6. ผเู้ รยี นมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมท่ีดีในการใช้คอมพวิ เตอร์ รวม 6 ผลการเรียนรู้
87 คาอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติมเพิ่มเติม รหสั วิชา ว 30205 รายวิชา การออกแบบฐานข้อมูลเบ้ืองต้น กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 เวลาเรียน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน จานวน 1.0 หน่วยกติ ศึกษาความรู้เบื้องต้นเก่ียวกับการจัดการฐานข้อมูล และการเลือกใช้โปรแกรมฐานข้อมูลทเ่ี หมาะสมกบั ลักษณะงาน การจัดเก็บข้อมูลด้วยตารางข้อมูล การป้อนและแก้ไขตารางข้อมูล การค้นหาข้อมูล การสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างแฟ้มข้อมูล การสร้างแบบฟอร์มในการกรอกข้อมูล การสร้างรายงานการเขียนโปรแกรม ฐานขอ้ มลู เบ้ืองตน้ ปฏิบัติการสร้างแฟ้มข้อมูล จัดเก็บข้อมูลด้วยตารางข้อมูล ป้อนและแก้ไขตารางข้อมูล ค้นหาข้อมูล สร้างความสัมพันธ์ระหว่างแฟ้มข้อมูล สร้างแบบฟอร์มในการกรอกข้อมูล สร้างรายงาน เขียนโปรแกรม ฐานขอ้ มลู เบื้องต้น ใช้โปรแกรมระบบการจดั การฐานข้อมลู สรา้ งงานเพอื่ การจดั การงานด้านต่าง ๆ เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการจัดการฐานข้อมูลเบือ้ งต้น และสามารถใช้โปรแกรมระบบการ จดั การฐานข้อมลู สร้างงานเพื่อการจัดการงานดา้ นตา่ งๆ อย่างมจี ติ สานึกและความรับผิดชอบ ผลการเรียนรู้ 1. เพ่ือใหม้ ีความร้คู วามเข้าใจเกี่ยวกับฐานข้อมูล และความรู้เบอ้ื งตน้ เกี่ยวกบั โปรแกรมแอกเซส 2. เพื่อใหม้ ีความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกับการสรา้ งตาราง 3. เพื่อใหม้ ีความรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั การใชแ้ บบสอบถามข้อมูลหรอื คิวรี 4. เพ่ือใหม้ ีความร้คู วามเข้าใจเก่ียวกับการสรา้ งฟอร์มและการประยกุ ต์ใช้ 5. เพื่อให้มคี วามรู้ความเข้าใจเกีย่ วกับวธิ กี ารสร้างรายงาน และสามารถสรา้ งรายงานได้ 6. ใชค้ าสง่ั ในโปรแกรมฐานข้อมลู เพื่อสร้างโปรแกรมจัดการฐานขอ้ มลู ขนาดเลก็ ได้ รวม 6 ผลการเรียนรู้
88 คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม รหัสวิชา ว 30206 รายวิชา ตารางคานวณ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 เวลาเรยี น 4๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น จานวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษาการใช้โปรแกรมตารางงาน อธิบายส่วนประกอบของโปรแกรมตารางงาน การป้อนข้อมูล การ แก้ไขข้อมูล การจัดรูปแบบข้อมูล การคานวณ การสร้างสูตรและการใช้ฟังก์ชันในการคานวณ การจัดการ แฟ้มข้อมูล การออกรายงานในรูปแบบข้อความ และการสร้างกราฟรูปแบบต่าง ๆ การพิมพ์ข้อมูลออกทาง เคร่ืองพมิ พ์ การประยกุ ตใ์ ชโ้ ปรแกรมตารางงานทางานดา้ นตา่ ง ๆ ปฏิบัตกิ ารใช้โปรแกรมตารางงาน ปอ้ นและแก้ไขขอ้ มลู จัดรูปแบบข้อมูล คานวณ สร้างสตู รและการใช้ ฟังก์ชันในการคานวณ จัดการแฟ้มข้อมูล ออกรายงานในรูปแบบข้อความ และสร้างกราฟรูปแบบต่าง ๆ พิมพ์ ข้อมลู ออกทางเคร่อื งพิมพ์ ประยกุ ต์ใชโ้ ปรแกรมตารางงานทางานดา้ นต่าง ๆ นาความร้จู ากโปรแกรมตารางคานวณไปประยกุ ต์ใชใ้ นงานด้านต่างๆ อยา่ งมีจติ สานกึ และรบั ผิดชอบ ผลการเรยี นรู้ 1. อธบิ ายความหมาย หนา้ ท่ีและสว่ นประกอบของโปรแกรมตารางคานวณได้ 2. ปฏิบตั ิการป้อนและจัดรปู แบบขอ้ มลู แต่ละชนดิ ได้ 3. สร้างสตู รและฟงั กช็ นั สาเรจ็ รปู ทางสถิติอย่างง่ายเพือ่ ใช้ในการคานวณได้ 4. จัดทารายงานในรูปแบบของตารางและแผนภูมปิ ระเภทต่าง ๆ ได้ 5. ทาการแสดงผลขอ้ มลู ออกทางจอภาพและเครื่องพมิ พไ์ ด้ 6. มีกิจนสิ ัยและส่งเสริมคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยมท่ดี ี ในการใชค้ อมพวิ เตอร์ รวม 6 ผลการเรียนรู้
89 คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม รหสั วชิ า ว 32201 รายวิชา คอมพิวเตอร์กราฟิก กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 เวลาเรียน 2๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น จานวน 0.5 หนว่ ยกติ ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ การใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกและมัลติมีเดียใน ชีวติ ประจาวัน การประยุกต์ใชส้ ารสนเทศ การใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตในการสบื ค้นข้อมูล งานกราฟิกและมัลติมเี ดีย โดยใช้ โปรแกรมด้านกราฟิกและมัลติมีเดีย อย่างน้อยประเภทละ 1 โปรแกรม การเขียนรูปภาพ การเก็บรูปภาพ การ แกไ้ ข การสร้างภาพเคลื่อนไหว การใช้สี และการตกแต่งภาพ อยา่ งสรา้ งสรรค์และมคี ณุ ภาพ ปฏิบัติการใช้โปรแกรมด้านกราฟิกและมัลติมีเดีย อย่างน้อยประเภทละ 1 โปรแกรม สามารถสร้างงาน ตามจนิ ตนาการหรืองานทที่ าในชีวิตประจาวันอยา่ งเหมาะสมและมปี ระสทิ ธภิ าพ เพื่อให้เข้าใจและเห็นคุณค่าของเทคโนโลยีสารสนเทศ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี อย่างมีจิตสานึกและ รับผิดชอบ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทางาน ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันใน การทางาน มีจติ สาธารณะใช้พลงั งานทรัพยากรอย่างคุม้ ค่าและย่งั ยืน ตามผลการเรียนรตู้ อ่ ไปนี้ ผลการเรยี นรู้ ๑. อธิบายความรู้พื้นฐานเกยี่ วกับงานกราฟิก ๒. อธิบายหลักการใช้งานคอมพิวเตอร์ในการออกแบบงานกราฟิก ๓. บอกชอื่ และหนา้ ที่การทางานของส่วนประกอบตา่ งๆ ของโปรแกรมกราฟกิ ๔. สามารถใช้งานเคร่อื งมอื ต่างๆ ของโปรแกรมในการสร้างงานกราฟกิ ไดอ้ ย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม ๕. สามารถประยกุ ต์ใช้งานโปรแกรมกราฟิกในการออกแบบและสร้างช้ินงานอย่างสร้างสรรค์ รวม 5 ตวั ช้ีวัด
90 คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32202 รายวิชา การผลิตส่ือสิ่งพิมพ์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 เวลาเรยี น 4๐ ช่วั โมง/ภาคเรียน จานวน 1.0 หนว่ ยกติ ศกึ ษาและปฏิบัติเก่ียวกับกระบวนการผลิตส่ือส่ิงพิมพด์ ้วยคอมพิวเตอร์ การใชอ้ ุปกรณ์ท่ีเก่ียวข้อง การใช้ โปรแกรมผลิตส่ิงพิมพ์ การใช้โปรแกรมจัดหน้าส่ิงพิมพ์ การออกแบบหน้า ส่ิงพิมพ์ การทาพาดหัวข้อ การจัด คอลัมน์ และการผสมภาพลงในส่งิ พมิ พ์ ผู้เรียนมีทักษะ และประสบการณ์ในการนาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ มีทักษะในการทางานร่วมกับผู้อื่น สามารถตดั สินใจและแกป้ ัญหาในการทางาน เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ มีคุณธรรม จริยธรรม และ คา่ นยิ มท่ีดตี ่องาน และเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพสจุ ริต ผลการเรียนรู้ 1. มีความรูค้ วามเข้าใจเกยี่ วกบั การผลติ สอื่ สิ่งพิมพ์ดว้ ยคอมพวิ เตอร์ 2. มีความสามารถผลิตส่ือสิง่ พิมพด์ ้วยคอมพิวเตอร์ 3. เห็นคุณค่าความสาคัญของการผลติ สือ่ สงิ่ พิมพ์ด้วยคอมพวิ เตอร์ รวม 3 ตัวช้ีวัด
91 คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม รหสั วิชา ว ๓32๐๑ รายวิชา วิทยาศาสตรใ์ นชวี ิตประจาวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 เวลาเรียน 2๐ ช่วั โมง/ภาคเรียน จานวน 0.5 หนว่ ยกิต ศึกษาวิเคราะห์ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและการนาความรู้ไปใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพ สืบค้นข้อมูล เกี่ยวกับหมู่เลือดในระบบ ABO หลักการให้เลือด และปฏิกิริยาท่ีเกิดในเลือด บอกช่ือหมู่เลือดในระบบ Rh และ อธิบายปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้ แปลความหมายสัญลักษณ์ลมฟ้าอากาศที่สาคัญจากแผนที่อากาศ และนาข้อมูล สารสนเทศต่างๆมาวางแผนการดาเนินชีวิตให้สอดคล้องกบั สภาพลมฟ้าอากาศ โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพ่ือฝกึ ทักษะ สืบคน้ ข้อมูล อธบิ าย อภิปรายถึงสาเหตุ ยกตัวอย่างประกอบ นาเสนอ เปรยี บเทยี บ เขียนแผนผงั ทดสอบ บอก ออกแบบการทดลอง ทดลอง และสงั เกต ได้ เพ่อื นาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันและใหเ้ กิดการอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและการแก้ไขปญั หา ส่งิ แวดล้อม เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการแกป้ ญั หา ความสามารถ ในการใชท้ ักษะชีวิต และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ผลการเรยี นรู้ 1. อธิบายเก่ียวกับระบบภมู ิคุ้มกันของรา่ งกายและนาความรไู้ ปใช้ในการดูแลรกั ษาสุขภาพ 2. อธบิ ายขอ้ มูลเกยี่ วกบั หมู่เลอื ดในระบบ ABO และหมูเ่ ลือดในระบบ Rh 3. อธิบายหลกั การให้เลือด และปฏกิ ิรยิ าท่เี กิดในเลือดได้ 4. แปลความหมายสญั ลักษณ์ลมฟา้ อากาศทส่ี าคัญจากแผนท่ีอากาศ และนาข้อมลู สารสนเทศต่างๆมา วางแผนการดาเนนิ ชวี ิตใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพลมฟ้าอากาศ รวม 4 ตัวชว้ี ดั
92 คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม รหสั วิชา ว ๓32๐2 รายวชิ า สารชวี โมเลกลุ กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 เวลาเรียน 2๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น จานวน 0.5 หน่วยกิต การศกึ ษาองค์ประกอบ ประโยชน์ และปฏกิ ิรยิ า บางชนดิ ของคารโ์ บไฮเดรต ไขมนั และนา้ มัน โปรตนี และกรดนิวคลีอิก อธิบายและเขียนสมการของปฏิกิริยาเคมีท่ัวไปที่พบในชีวิตประจาวัน รวมทั้งอธิบายผลของ สารเคมีทม่ี ีต่อส่ิงมชี วี ติ และสงิ่ แวดลอ้ ม โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สืบค้นข้อมูล อธิบาย อภิปรายถึงสาเหตุยกตัวอย่างประกอบ นาเสนอ เปรียบเทียบ เขียนแผนผงั ทดสอบ ออกแบบการทดลอง ทดลอง และสงั เกตได้ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ฝึกทักษะ มีความสามารถในการตัดสินใจ ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีส่ือสารสงิ่ ที่เรียนรู้และนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันของตนเองและดูแลรักษาส่ิงมีชีวติ อ่ืน ๆเฝ้าระวังและพัฒนา สิ่งแวดลอ้ มอย่างยั่งยืน มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. ทดลองและอธิบายองค์ประกอบ ประโยชน์ และปฏกิ ิรยิ าบางชนิดของคาร์โบไฮเดรต 2. ทดลองและอธบิ ายองคป์ ระกอบ ประโยชน์ และปฏิกิรยิ าบางชนดิ ของไขมันและน้ามัน 3. ทดลองและอธบิ ายองคป์ ระกอบ ประโยชน์ และปฏิกริ ิยาบางชนิดของโปรตีนและกรดนวิ คลอี ิก 4.ทดลอง อธบิ ายและเขยี นสมการของปฏกิ ิรยิ าเคมีท่ัวไปที่พบในชีวติ ประจาวัน รวมทัง้ อธบิ ายผลของ สารเคมที ม่ี ตี ่อส่ิงมชี ีวิตและส่ิงแวดลอ้ ม รวม 4 ตัวชวี้ ดั
93 คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ รหสั วิชา ว 33203 รายวชิ า เทคโนโลยีสารสนเทศ กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 เวลาเรยี น 4๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น จานวน 1.0 หนว่ ยกิต ศึกษาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย การนาเสนอและแบ่งบันข้อมูลสารสนเทศ การใช้ เทคโนโลยสี ารสนเทศในการนาเสนอ การนาเสนอและแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัย จริยธรรม จรรยาบรรณและ กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีกับชีวิตประจาวัน และ ผลกระทบของการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศในด้านตา่ ง ๆ ฝึกแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ติดต่อสื่อสารและค้นหาข้อมูล ผ่านอินเทอร์เน็ต ใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศเพื่อประกอบการตัดสินใจ ใช้ เทคโนโลยสี ารสนเทศนาเสนองานในรปู แบบท่ีเหมาะสม และใช้คอมพวิ เตอร์ชว่ ยสรา้ งโครงงาน มีเจตคติที่ดีและเห็นคุณค่าของการใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศสืบค้นข้อมูล เรียนรู้ ตดิ ต่อสอ่ื สาร แกป้ ัญหาและทางานอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธิผล และมีคุณธรรม ผลการเรียนรู้ 1. ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในการนาเสนอ แบง่ ปันข้อมลู ไดอ้ ย่างปลอดภัย มีจรยิ ธรรม 2. วิเคราะห์การเปลย่ี นแปลงเทคโนโลยสี ารสนเทศทม่ี ีผลต่อการดาเนินชวี ติ อาชีพ สงั คม และวฒั นธรรม 3. มีเจตคติที่ดีและเห็นคณุ ค่าของการใชก้ ระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศ รวม 3 ตัวชี้วดั
94 โครงสร้างหนว่ ยการเรยี นร้รู ายวชิ าพื้นฐาน รหัสวิชา ว ๓1๑๐1 วชิ าวิทยาศาสตร์ชีวภาพ รายวิชาพื้นฐาน ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลาเรยี น ๖๐ชว่ั โมง/ภาคเรยี น ๑.๕ หน่วยกิต สัดส่วนคะแนน ๗๐:๓๐ ลาดบั ที่ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ สาระสาคัญ เวลาเรยี น น้าหนกั ตวั ชี้วดั (ชั่วโมง) คะแนน ๑ สงิ่ มชี วี ิตใน ว. 1.1 โลกประกอบด้วยส่งิ มชี ีวิตและ 14 24 สง่ิ แวดลอ้ ม ม.๔/๑ ส่งิ ไม่มชี วี ติ อาศัยอยู่ร่วมกัน สง่ิ มี ม.๔/๒ ชวี ติ แต่ละชนิดจะมีความ จาเพาะ ม.๔/๓ ตอ่ สภาพแวดล้อมแตกตา่ งกนั จึง ม.๔/4 สามารถพบส่งิ มชี ีวติ ได้หลากหลาย และกระจายอยู่ในชีวนเิ วศหรือไบ โอมทแ่ี ตกตา่ งกัน ซง่ึ แบ่งออกได้ เปน็ หลายเขตตามสภาพอากาศ และปริมาณนา้ ฝนทาให้มีไบโอมที่ หลากหลาย การเปล่ียนแปลงของ ระบบนิเวศเกดิ ข้นึ ไดต้ ลอดเวลา ทัง้ ท่ีเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและจาก การกระทาของมนษุ ย์ ซึง่ การ เปลีย่ น แปลงเหล่าน้ี เปน็ ผลจาก ปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งองค์ประกอบ ทางกายภาพและทางชีวภาพ และ มผี ลต่อขนาดประชากรส่ิงมีชวี ติ ใน ระบบนิเวศ ในปจั จุบนั มปี ระชากรมนษุ ย์เพ่มิ มากข้ึน จึงมคี วามต้องการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติเพ่ิมสงู ขึน้ กอ่ ให้เกิดปญั หาต่างๆ ต่อ ทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวด ล้อม จึงต้องมีแนวทางปอ้ งกนั และ แกไ้ ขปัญหาทรัพยากร ธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อมจึงตอ้ งมแี นวทาง ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหาทรัพยากร ธรรมชาติและส่งิ แวด ล้อมเพ่ือใหม้ ี การใชป้ ระโยชน์ได้อยา่ งยง่ั ยืน ต่อไป
95 ลาดบั ที่ ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ สาระสาคัญ เวลาเรยี น นา้ หนัก ตัวชว้ี ดั (ชั่วโมง) คะแนน ส่ิงมชี ีวิตทกุ ชนิดล้วนมเี ซลลเ์ ป็น 2 องค์ประกอบของ ว. 1.2 หน่วยพื้นฐานมโี ครงสร้างสาคัญ 3 7 12 ส่วน ได้แก่ ส่วนทีห่ อ่ หมุ้ เซลล์ ไซ สง่ิ มีชวี ิต ม.๔/๑ โทพลาซมึ และนวิ เคลียส เซลลม์ ีการลาเลยี งสารเข้าและ ออกจากเซลลโ์ ดยอาศยั คุณสมบตั ิ การเป็นเย่อื เลือกผา่ นของเย่ือหุ้ม เซลล์ ท้ังการแพร่ การแพร่แบบฟา ซลิ เิ ทต การลาเลยี งสารโดยใช้ พลังงาน และการลาเลียงสารขนาด ใหญ่ 3 การรกั ษาดลุ ยภาพ ว. 1.2 การดารงชวี ิตของมนษุ ย์ 12 22 จาเป็นตอ้ งมีการการรักษาดุลยภาพ ของสงิ่ มีชีวิต ม.๔/2 ต่างๆของรา่ งกาย ท้งั การรักษาดลุ ย ภาพต่างๆของรา่ งกาย ทั้งการ ม.๔/3 รกั ษาดุลยภาพของนา้ และแร่ธาตุ ในรา่ งกายโดยอาศยั การทางานของ ม.๔/4 ไต การรักษาดลุ ยภาพของกรด-เบส ในเลอื ด การรักษาอุณหภูมิใน ม.๔/5 รา่ งกายโดยอาศยั การทางานของ ระบบหมุนเวยี นเลอื ด ต่อมเหง่ือ ม.๔/6 และกลา้ มเนื้อโครงร่าง รา่ งกายมนษุ ย์มกี ลไกตอบสนอง ม.๔/7 ต่อเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมท่ี เขา้ สู่รา่ งกาย ท้ังแบบที่ไม่จาเพาะ และแบบทีจ่ าเพาะ ซ่ึงหากระบบ ภูมิค้มุ กันเหล่านเ้ี กิดความผิดปกติ อาจทาใหเ้ กิดภาวะบกพร่อง ภมู ิคมุ้ กนั เชน่ โรคภมู ิแพ้ โรคเอดส์
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279