273 พระราชโองการของพระเจ้าเอกทศั น์ ไมไ่ ด้เสดจ็ “หนี” ออกจากกรงุ กลางวนั ของวนั ท่ี 3 มกราคมนั้น พระยาตากรวบรวมไพร่พลจำนวน 1,000 นาย เดินทางออกจากกรุงศรีอยธุ ยามาก่อน กองกำลังพระ ยาตากเริ่มออกเดนิ ทางจากวัดพิชยั มาถึงบ้านหารตราเมื่อเวลาค่ำ โดยมีกองทพั พม่าไล่ติดตามมาแล้ว ต่อรบกนั จนพมา่ พา่ ยกลับไป ก่อนเดินทางมาถึงบ้านข่าวเม่า บ้านสมั บณั ฑติ ตอนเวลาเที่ยงคืนต่อมา เช้าวันที่ 4 มกราคม กองกำลังพระยาตากเดินทางมุ่งหน้าไปทางบ้านโพธิ์สังหาร (ปัจจุบันอยู่ในเขต อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) พม่าส่งกองทัพไล่ติดตามมาอีกจึงได้สู้รบกันจนพม่าพ่าย กลับไป มาถึงบ้านพรานนกช่วงเวลาเย็น คราวนี้พม่าส่งไพร่พลมาแก้มือถึง 2,000 นาย ฝ่ายพระยา ตากจึงทรงม้ากับทหารอีก 4 ม้าออกรับศึก สามารถตีพม่าแตกพ่ายกลับไปอีกครั้ง เหล่าทหารม้าจึง ถอื เอาวันท่ี 4 มกราคมเปน็ วนั ทหารมา้ ของไทย วันที่ 3 ของการเดินทัพ กองกำลังพระยาตากเดินทัพมาสุดเขตพระนครศรีอยธุ ยาก่อนที่จะ เข้าเมืองนครนายก ขุนชำนาญไพรสนฑ์กับนายกองชา้ งเขา้ มาขอสวามภิ ักดต์ิ ่อพระยาตาก ทงั้ ยังถวาย ช้างพลาย 5 ช้าง ช้างพัง 1 ช้าง แล้วอาสานำทางต่อไปยังบ้านกง (หรือบ้านดง) เมืองนครนายก เมื่อ ถงึ บา้ นกง ขา้ ราชการ ขุนหม่ืนพันทนายท้องถิน่ ไมย่ อมสวามภิ ักด์ิ แมจ้ ะได้เจรจาเกล้ียกล่อม 3 ครั้งก็ ไม่สำเรจ็ รุ่งขนึ้ กองกำลงั พระยาตากจึงปะทะกับไพรพ่ ลชาวบา้ นกงซึง่ มีกำลังมากกวา่ 1,000 นาย แต่ กองกำลงั พระยาตากเป็นฝ่ายชนะและสามารถยดึ ช้างไดเ้ พิม่ อีก 7 ชา้ ง เงนิ ทอง และเสบียงอาหารอีก มาก ต่อมาวันที่ 8 มกราคม (วันที่ 6) เดินทัพมาถึงตำบลหนองไมช้ ุ้มแล้วหยุดพกั 2 วันก่อนเดินทัพ ตอ่ ไปถงึ บา้ นนาเริ่ง แขวงเมืองนครนายกแล้วหยดุ พักอีก 1 คนื ตอ่ มาพระยาตากนำไพร่พลข้ามแม่น้ำ ที่ด่านกบแจะ (ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี) แล้วหยุดพักรี้พล ก่อน เดนิ ทพั ต่อไปยงั ทงุ่ ศรีมหาโพธ์ิ (ปจั จุบันอยู่ในเขตจังหวัดปราจีนบรุ )ี และต้องหยดุ รอนายทหาร 3 นาย คอื พระเชยี งเงิน ขนุ พิพธิ วาที และสมเด็จพระรามราชาที่ตามกองกำลงั พระยาตากมาไม่ทนั ระหว่าง ที่ทรงรอกลุ่มพระเชียงเงินอยู่นั้นเกิดปะทะกับทัพบกและทัพเรือของพม่าซึง่ ตั้งอยู่ที่ปากแม้น้ำโจ้โล้ (ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา) ประชุมพงศวดารบันทึกไว้วา่ \"พม่าไล่แทงฟนั คนซึง่ เหนอื่ ยล้าอยนู่ ั้นวิง่ หนมี าตามทาง ครนั้ ไดท้ อดพระเนตรเหน็ จงึ ใหน้ ายบญุ มีข้นึ ม้าใช้สวนทางลง ไปประมาณ 200 เส้น พบกองทพั พมา่ ยกขึน้ มาแตป่ ากนำ้ โจ้โล้ทงั้ ทพั บกทัพเรือ\"พระยาตากจึงส่งั ให้ตั้ง แนวรบั ขุดหลุมเพลาะ วางปืนตบั และเรียงหนา้ กระดาน จนพม่าเข้ามาใกลร้ าว 240 เมตรจงึ เร่ิมเปิด ฉากยิงขึ้น ทหารพม่าทั้ง 4 แนวแตกพ่ายไป \"จึงขับพลทหารโห่รอ้ งตีฆ้องสำทับไล่ตดิ ตามฆา่ พม่าเสีย เปน็ อนั มาก แลว้ ก็เดนิ ทพั มาทางบ้านหวั ทองหลางสะพานทอง\"จากแนวปะทะและการติดตามฆ่าพม่า มาทางปากน้ำโจโ้ ลน้ ี้เอง ทำให้เปลย่ี นเสน้ ทางการเดนิ ทพั ตามชายปา่ ดงมาเปน็ ชายทะเลเข้าเขตเมือง ชลบุรี \"จึงให้ยกพลนิกายมาประทับตามลำดับ บ้านทองหลาง ตะพานทอง บางปลาสร้อย ถึงบ้านนาเกลือ\" (ปัจจบุ ันอยู่ในเขตจงั หวัดชลบรุ ี)
274 ทบ่ี า้ นนาเกลอื มีนายกลม (หรือนายกล่ำ) นายชมุ นุมท่ีบา้ นนาเกลอื ไดร้ วบรวมไพรพ่ ลคิดสกัด ต่อรบกับกองกำลังพระยาตาก แต่เพียงแสดงแสนยานุภาพ \"เสด็จทรงช้างพระท่ีนั่งสรรพด้วยเครือ่ ง สรรพาวธุ ทรงพระแสงปืนต้นรางแดงกับหมพู่ ลโยธาหาญ\" นายกลมก็ถึงกบั วางอาวุธ ยอมออ่ นน้อมแต่ โดยดี แล้วอาสานำไปพัทยา นาจอมเทียน ทุ่งไก่เตี้ย สัตหีบ ชายทะเล บ้านหินโขง และบ้านน้ำเก่า แขวงเมืองระยอง โดยพกั ทัพคนื ละแหง่ ตามลำดับ ระหว่างเส้นทางท่ีผ่านไปน้นั ได้ปะทะกับกองกำลัง ของพม่าหลายครั้ง แต่ก็สามารถตีฝ่าไปได้ทุกครั้ง และสามารถรวบรวมไพร่พลตลอดจนอาวุธ ยุทโธปกรณ์ได้มากขึน้ หลังจากพระยาตากยดึ เมืองระยองได้ ขณะพักอยู่บริเวณวดั ลุ่มมหาชัยชุมพล อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พม่าเข้าตีกรงุ ศรีอยุธยาเมือ่ วันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2310 ข่าวแพร่กระจาย ออกไป พระยาตากจึงได้ประกาศพระองค์ขึ้นเป็น \"เจา้ \" ภายหลังจากเดินทัพออกจากวัดพิชยั ได้ 23 วัน พระองคม์ ีพระราชปณธิ านโดยพระราชพงศวดารฉบับพระราชหตั เลขาบันทกึ วา่ พระยากำแพงเพชรจึงปรึกษากับนายทหารและรพ้ี ลท้ังปวงวา่ กรงุ เทพมหานครคงจะเสียแก่ พม่าเป็นแท้ ตัวเราคิดจะซ่องสุมประชาราษฎรในแขวงเมืองหัวเมืองตะวันออกทัง้ ปวงให้ได้มากแล้ว จะยกกลบั เข้าไปกกู้ รุงให้คงคนื เปน็ ราชธานีดงั เก่า แล้วจักทำนุบำรงุ สมณพราหมณาประชาราษฎรซึ่ง อนาถาหาที่พำนักบ่มิได้ ให้ร่มเย็นเป็นสุขานุสุข และจะยอยกพระบวรพุทธศาสนาให้โชตนาการ ไพบลู ย์ข้นึ เหมอื นอยา่ งแต่กอ่ น เราจะต้งั ตัวเปน็ เจ้าขนึ้ ให้คนทั้งหลายนับถอื ยำเกรงจงมาก การซ่ึงจะ ก่อกูแ้ ผน่ ดินจึงจะสำเร็จโดยงา่ ย การประกาศตั้งตัวขึ้นในครั้งนี้มีศักดิ์เทียบเท่าพระบรมวงศานุวงศ์ อย่างไรก็ตาม อาจ พจิ ารณาจากแนวคิดทางการเมอื งได้เชน่ กนั วา่ พระเจา้ ตากประกาศตนเป็นพระเจ้าแผ่นดินนับต้ังแต่ ยกทัพออกจากกรุงศรีอยธุ ยาแล้ว พระเจ้าตากม่งุ ยึดเมืองจนั ทบรุ ีซ่งึ ก่อนเข้าตีเมืองได้มีรับส่ังให้ทหาร ทุกคนทำลายหม้อข้าวให้หมด โดยมีเปา้ หมายให้ไปกินข้าวในเมืองจนั ทบุรี แตถ่ า้ ตีเมืองไม่สำเร็จก็ให้ อดตายกนั ทง้ั หมดท่ีนี่ กองทัพพระเจ้าตากสามารถตไี ด้เมืองจันทบุรีได้เม่ือวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2310 หลังจาก นน้ั จงึ ยกกองทพั ลงไปยังเมอื งตราด ทรงใช้เวลาในการเดินทพั 7 วัน 7 คืนกม็ ผี ูค้ นสมคั รใจเข้ามาร่วม ด้วยกับพระองค์เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเมืองจันทบุรีและเมืองตราดยังไม่ถูกทหารพม่ายึดครอง และขณะนัน้ มีเรือสำเภาจีนจอดอยู่ทป่ี ากนำ้ เมืองตราดหลายลำ พระเจ้าตากมีรับสั่งใหน้ ายเรอื พวกนั้น มาเฝ้า แต่กลับขัดขืนและระดมยิงปืนใส่ พระเจ้าตากทรงทราบก็ให้นำเรือที่คุมเรือรบไปล้อมเรือ สำเภาจนื ไว้ แลว้ บงั คับให้พวกคนจนี สมัครเข้ามาเปน็ พรรคพวก แต่พวกคนจีนไมฟ่ ังกลับระดมยิงปืน ใส่กองทัพพระเจ้าตาก รบกันอยู่ครึ่งวันกองทัพพระเจ้าตากสามารถยึดเรือสำเภาจีนได้ทั้งหมด ได้ ทรัพยส์ ินจำนวนมาก เมื่อพระเจ้าตากสามารถจดั การเมอื งตราดเสร็จแลว้ จงึ ยกทพั กลบั เมอื งจันทบุรี
275 พระเจ้าตากทรงรวบรวมกำลังพลจนมจี ำนวน 5,000 นายแล้วยกกองทัพเรือออกจากเมือง จนั ทบุรี ล่องมาตามฝัง่ ทะเลในอ่าวไทย จนถึงปากแม่น้ำเจา้ พระยา ต่อสู้จนยดึ เมอื งธนบุรีคืนจากพม่า ได้ และจับนายทองอิน เจ้าเมืองธนบุรีซึ่งพม่าแต่งต้ังให้นัน้ ประหารชีวิต ต่อจากนั้นได้ยกกองทัพเรอื ตอ่ ไปถึงกรุงศรอี ยธุ ยา เขา้ โจมตคี า่ ยโพธสิ์ ามตน้ จนสามารถขับไล่ทหารพมา่ ออกจากอาณาจักรได้และ สามารถกอบกู้กรุงศรีอยธุ ยาจากการยึดครองไดเ้ มอ่ื วันศุกร์ เดือน 12 ข้ึน 15 ค่ำ จลุ ศกั ราช 1129 ปี กนุ นพศก เวลาบ่ายโมงเศษ ซึ่งตรงกับวันศกุ รท์ ี่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 เวลาประมาณ 13.00 น. โดยใชเ้ วลาเพียง 7 เดอื นหลงั จากเหตกุ ารณ์เสยี กรุงศรอี ยุธยา พระเจา้ กรงุ ศรอี ยธุ ยาปราบดาภเิ ษก สมเด็จพระเจ้ากรงุ ธนบุรีทรงปราบดาภิเษกเมื่อวันที่ 28 ธนั วาคม พ.ศ. 2310 ณ พระราชวัง กรุงธนบุรีด้วยเหตุผลทางยุทธศาสตร์และการเมืองเป็นสำคัญ ทำให้เจ้าตากมา \"ยับยั้ง\" อยู่ ณ เมือง ธนบรุ ี ซง่ึ มีลกั ษณะเปน็ ราชธานไี ม่ถาวร ก่อนหน้าน้ัน เมอื งธนบรุ ีถกู ทงิ้ ร้าง มีต้นไม้ข้ึนและซากศพท้ิง อย่างเกลื่อนกลาด ทำให้ต้องมีการเกณฑ์แรงงานจัดการพื้นที่ขึ้นมาใหม่ เจ้าตากยังมีรับสั่งให้คนไป อัญเชิญพระบรมวงศานุวงศ์ในสมัยตอนปลายอยุธยาจากเมืองลพบุรีมายังเมืองธนบุรี และได้ถวาย พระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าเอกทัศตามโบราณราชประเพณี หลังจากที่อพยพผู้คนและ ทรัพย์สินลงมาทางใต้และตั้งราชธานีใหม่ขึ้นที่เมืองธนบุรี เรียกนามวา่ \"กรุงธนบรุ ีศรีมหาสมทุ ร\" แต่ เอกสารราชการสมัยกรุงธนบรุ ยี งั คงเรียกนามเมืองหลวงตามเดิมว่า \"กรุงพระมหานครศรีอยธุ ยา\" เจ้าตากทรง ปราบดาภเิ ษกขึ้นทรงราชยเ์ ป็นพระมหากษตั ริยต์ ามแบบพระเจา้ แผ่นดนิ ครง้ั กรงุ เกา่ จดหมายเหตุโหร ระบวุ า่ เป็นวนั องั คาร แรมส่ีค่ำ จลุ ศักราช 1129 ซ่งึ ตรงกับวันท่ี 28 ธันวาคม พ.ศ. 2310 เมื่อพระชน พรรษา 34 พรรษา ความสำเรจ็ ดังกล่าวทำให้มผี ู้ทค่ี ิดร้ือฟน้ื ราชอาณาจักรอยธุ ยาข้ึนมาใหมม่ าเข้าด้วย กบั ชุมนุมของพระองค์เปน็ จำนวนมาก ทำให้สถานะการเป็นพระมหากษัตริย์ของพระองคเ์ ดน่ ชัดยง่ิ ขึ้น อกี ทง้ั พระองคย์ งั ทรงเริ่มประกอบพระราชกรณียกจิ ตามแบบอย่างพระมหากษตั รยิ ์แห่งกรุงศรีอยุธยา เพอ่ื แสดงถงึ สิทธธิ รรมการเลอื กกรงุ ธนบรุ ีเป็นราชธานยี ังถือได้ว่าเป็นก้าวสำคญั ในการฟ้ืนฟูเศรษฐกิจ ที่เสยี หายจากสงครามกบั พม่าด้วย หลังจากทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีแล้ว สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังกรุงธนบุรีเมื่อ พ.ศ. 2310 ซึ่งเป็นพระราชวังหลวงที่ใช้เป็นสถานท่ี ประทบั และวา่ ราชการ พร้อมกับปรับปรงุ ป้อมวิไชยเยนทร์ และเปล่ียนชอ่ื ใหม่เปน็ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ตำแหนง่ ของพระราชวงั น้ีเปน็ จุดสำคญั ทางยุทธศาสตร์ สามารถสังเกตการณ์ได้ในระยะไกล อีกทั้งยัง ใกล้กับเส้นทางคมนาคมและเสน้ ทางการเดินทัพทส่ี ำคัญอกี ดว้ ย ซึง่ ปัจจุบันเปน็ ทต่ี ้ังของกองทพั เรอื พระราชกรณียกจิ แรกหลังการเสดจ็ ขึ้นครองราชย์ พ.ศ. 2311 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ เฉินเหม่ยเซิน พ่อค้าเดินเรือจีน นำพระราชสาส์นไปถวายต่อจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชสำนักชิง ใจความสำคัญว่าด้วยพระราชประสงค์ฟืน้ ฟูสัมพนั ธไมตรี การค้าขายกับจนี และขอพระราชทานตรา
276 ต้ังเพอ่ื รบั รองสถานภาพพระมหากษตั ริย์ แตร่ าชสำนกั ชิงปฏิเสธในปแี รกเพราะมองว่าพระองค์มิใช่ ผู้สืบราชสันตติวงศ์เจ้านายกรุงเก่า และเจ้านายกรุงเก่ายังมีพระขนม์ชีพอยู่ คือ กรมหมื่นเทพพิพิธ (พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั บรมโกศ) เสดจ็ ไปก่อตั้งชุมนุมเจ้าพิมาย ส่วนเจา้ จุ้ย (พระโอรส ในเจ้าฟ้าอภัยและพระราชนัดดาในสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 9) และเจ้าศรีสังข์ (พระโอรสในเจ้าฟ้า ธรรมธิเบศไชยเชษฐ์สรุ ยิ วงศ์และพระราชนัดดาในสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั บรมโกศ) เสดจ็ ล้ีภยั สงครามไป อยกู่ ับพระยาราชาเศรษฐี ญวน (ม่อซ่ือหลิน) ท่ีเมืองพุทไธมาศ อกี ทั้งในระยะนน้ั จนี ได้รับรายงานท่ีไม่ เปน็ ความจรงิ จากมอ่ ซือ่ หลิน ทำใหเ้ อกสารราชสำนักชิงจงึ ไม่เรยี กขานพระนามอยา่ งพระมหากษัตริย์ แตเ่ รียกขานเพียง กนั เอนิ ซือ่ (เจ้าเมอื งตาก) เท่านน้ั สงครามกบั พม่า ใน พ.ศ. 2314 น้นั เกิดเหตุวิวาทในหมเู่ จ้าเมอื งแควน้ กรุงศรีสัตนาคนหุต ฝ่ายหน่ึงสู้ไม่ได้ก็ขอ กำลงั พมา่ มาช่วย พอปราบปรามสำเรจ็ แล้ว แม่ทพั พมา่ ก็ยกทัพมาต้งั ที่เมืองเชียงใหม่ เม่ือกองทัพยก ผ่านเมืองน่านก็แบ่งกำลังให้นายทัพหน้าตีเมืองบางส่วนของธนบุรี ลึกเข้าไปถึงเมืองพิชัยเมื่อปลาย พ.ศ. 2315 เจ้าเมืองพิชัยป้องกันเมืองไว้มั่นคงแล้วก็ขอกำลังพิษณุโลกไปช่วย พอมาถึงก็ออกตี กระหนาบ กองทัพพม่าเป็นฝา่ ยแตกกลบั ไปเมื่อ พ.ศ. 2316 ได้เกิดเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกัน และ พมา่ ยกเขา้ มาตีเมอื งพิชัยอีกครง้ั หนงึ่ แม่ทัพกรุงธนบรุ ตี ั้งซมุ่ สกัดขา้ ศึกตรงบริเวณชัยภูมิ พอมาถึงก็ตี ทพั พม่าแตกกลบั ไป พม่ากับมอญเกิดรบกัน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดให้ยกทัพไปตีเชียงใหม่อีกครั้ง ได้ พระยาจ่าบ้านกับพระยากาวิละเข้ามาสวามิภกั ดิ์ เมื่อยกไปถึงเชียงใหม่แล้วก็ตั้งค่ายล้อมไว้ เมื่อทัพ หลวงของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีซ่ึงเดิมตั้งคอยรับชาวมอญที่เมอื งตากมาถึงเชียงใหมแ่ ล้ว กองทัพ ธนบุรีก็ระดมตีค่ายพม่าเสร็จสิ้นเม่ือ พ.ศ. 2317 จนโปมะยุง่วนตอ้ งทิ้งเมอื งหนี ทำให้เมืองเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง น่านและเมืองแพร่ปลอดจากพม่าตั้งนั้บแต่น้ัน หลังจากทำสัญญาสันติภาพกับจนี ในปี เดียวกันนั้นแล้ว พระเจ้ามังระก็ทรงส่งทหารมาอีก 5,000 นาย แต่ถูกล้อมที่เมืองบางแก้ว ราชบุรี สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบรุ มี พี ระราชดำริใหต้ ้ังลอ้ มไวเ้ ฉย ๆ ไมใ่ หเ้ ขา้ ตี และรอจนพม่าเปน็ ฝา่ ยอดอาหาร ยอมจำนนเอง หลงั จากล้อมอยูน่ าน 47 วนั พม่ากย็ อมจำนน โดยพระองค์ทรงหวังวา่ จะเป็นการปลุก ขวญั คนไทยใหห้ ายกลัวพมา่ พ.ศ. 2318 แม่ทัพอะแซหวนุ่ กี้ของพมา่ ยกทพั มาตีหัวเมอื งเหนือ เป็นสงครามอะแซหวุ่นก้ีที่มี ขนาดใหญ่มาก อะแซหวุ่นกี้เป็นผู้เชี่ยวชาญศึก ส่วนฝ่ายไทยนั้นมีเจ้าพระยาจักรี (ทองด้วง) และ เจา้ พระยาสรุ สีห์พิษณุวาธิราช (บุญมา) ในการคร้งั นีพ้ มา่ ยกพลมา 30,000 คนเขา้ ล้อมเมืองพิษณุโลก อกี 5,000 คนลอ้ มเมืองสุโขทัย ส่วนเมอื งพษิ ณโุ ลกมีพลประมาณ 10,000 คน สมเดจ็ พระเจ้าตากสิน ทรงยกทัพไปช่วย ต่อมาอะแซหวุ่นกี้ยกทัพกลับไปเอง เนื่องจากพระเจ้ามังระสวรรคต กองทัพพม่า ส่วนท่ีตามไปไมท่ ันจึงถกู จับ
277 พ.ศ. 2319 พระเจ้าจงิ กจู าโปรดให้เกณฑท์ ัพพมา่ 6,000 คนยกมาตีเชียงใหม่ พระยาวิเชยี ร ปราการพิจารณาเห็นว่านครเชียงใหม่ไม่มีพลมากมายพอป้องกันเมืองได้ จึงให้ประชาชนพลเรือน อพยพลงมาอยู่ที่เมืองสวรรคโลก สมเด็จพระเจ้าตากสินจึงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสุรสีห์คุมกองทัพ เมืองเหนือขึน้ ไปสมทบกองกำลังพระยากาวิละ เจ้าเมืองนครลำปาง ยกไปตเี มอื งเชียงใหม่คนื สำเร็จ และทรงให้ นครเชยี งใหม่เปน็ เมืองร้างถงึ 15 ปี จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสนิ ทร์จึงไดฟ้ ื้นฟูใหม่ การขยายพระราชอาณาเขต ในขณะที่ไทยตดิ ศึกพมา่ ทีเ่ มอื งพิษณโุ ลกเมอ่ื พ.ศ. 2319 นั้น มีเหตุเกดิ ขึน้ ทางนครราชสมี า คอื เจ้าเมอื งนางรอง (ปจั จุบนั เปน็ อำเภอหนง่ึ ในจังหวดั บุรีรมั ย)์ ซ่งึ เปน็ เมอื งขึ้นต่อนครราชสมี า มขี ้อ พพิ าทกบั พระยานครราชสมี า แล้วเอาเมืองไปขน้ึ ต่อเจ้าโอ เมอื งนครจำปาศกั ด์ซิ ึ่งตง้ั ตนเปน็ อสิ ระอยู่ พระยานครราชสมี ามีใบบ้ อกเขา้ มายังกรงุ ธนบรุ ี ตอ่ มาเดือนมนี าคมปเี ดยี วกัน สมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราชทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ จ้าพระยาจักรียกทพั ไปปราบ เม่อื ปราบได้ให้ประหารเจา้ เมือง นางรองเสยี เจา้ พระยาจกั รีปราบไดส้ ำเรจ็ พอปราบเสร็จสมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชทรงทราบว่า เจ้าโอกบั เจา้ อินอปุ ราช เมอื งนครจำปาศกั ด์เิ ตรียมพล 10,000 นายจะมาตนี ครราชสีมา สมเด็จพระ เจา้ ตากสินจึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ให้เจา้ พระยาสุรสหี ์คมุ ทัพไปสมทบอกี 1 ทัพและให้ ปราบจำปาศักดิ์เสยี ทพั ไทยตีจำปาศักด์ิแตกและจบั ตัวเจ้าโอกับเจ้าอนิ ได้ทเี่ มืองสีทันดร และยงั ตีได้ เมืองอตั ตะปือดว้ ยพรอ้ มกันนนั้ เจา้ พระยาจกั รแี ละเจ้าพระยาสุรสีหอ์ อกเกลี้ยกลอ่ มเมืองเขมรปา่ ดง ระหว่างจำปาศักดิ์กับนครราชสีมาเป็นพวกได้อกี 3 เมือง คอื สรุ นิ ทร์ สังขะ และขขุ ันธ์ ทัง้ 3 เมอื ง ยอมเขา้ เปน็ เขตเมืองไทย เสรจ็ ศึกครัง้ นเ้ี จ้าพระยาจักรไี ด้เล่ือนเปน็ \"สมเดจ็ เจ้าพระยามหากษัตริย์ศกึ ฯ\" มเี ครื่องยศอย่างเจ้าต่างกรม แผนทแ่ี สดงอาณาเขตประเทศไทย ในรัชสมยั สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบรุ ี พระวอ เสนาบดีแหง่ เมอื งเวียงจนั ทน์ ก่อกบฏเมือ่ พ.ศ. 2321 แตส่ ู้พระเจา้ กรงุ ศรีสตั นา คนหตุ ไม่ได้ ก็พาสมคั รพรรคพวกหนมี าอย่ทู ต่ี ำบลดอนมดแดง (ปัจจุบนั อยู่ในเขตจังหวดั อุบลราชธานี) และขอขึ้นต่อไทย ต่อมาพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตยกทัพมาตีตำบลดอนมดแดงและสังหารพระวอ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงขัดเคืองมาก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยา มหากษัตริย์ศึกเป็นแม่ทัพ พร้อมด้วยเจ้าพระยาสุรสีห์ยกทัพไปตีเวียงจันทน์กองทัพไทยได้แสดง ความสามารถตีเมืองเวียงจันทน์ได้ และหัวเมืองลาวทั้งหลายได้พากันมาขึ้นต่อไทย ในการนี้ สมเดจ็ เจ้าพระยามหากษตั ริย์ศกึ ได้อัญเชญิ พระแกว้ มรกตและพระบางลงมายงั กรงุ ธนบุรีด้วย การศึก สงครามดังกล่าวนี้ส่งผลให้ราชอาณาจักรไทยเป็นเอกราชและมีความมั่นคงสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ดงั นนั้ อาณาเขตของประเทศไทยในสมยั กรุงธนบุรี มดี ังน้ี ทศิ เหนอื ตลอดอาณาจกั รลา้ นนาเดิม ทิศใต้ ได้ดินแดนตรังกานูและไทรบุรี ทิศตะวันออกได้ดินแดนกัมพูชาจรดอาณาเขตญวนใต้
278 ทิศตะวันออกเฉียงเหนือตลอดเวียงจันทน์ หัวเมืองพาน และหลวงพระบาง หัวพันห้าท้ังหก ทศิ ตะวนั ออกเฉยี งใตต้ ลอดเมืองพุทไธมาศ จรดมะรดิ และตะนาวศรี ทศิ ตะวันตกจรดดินแดนเมาะตะ มะ ได้เมืองมะริดและตะนาวศรี ออกมหาสมทุ รอนิ เดยี ด้านการปกครอง หลังจากที่กรุงศรีอยุธยาแตก กฎหมายบ้านเมืองกระจัดกระจายสูญหายไปมาก จึงทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำการสืบเสาะ ค้นหามารวบรวมไว้ได้ประมาณ 1 ใน 10 และโปรดฯ ให้ชำระ กฎหมายเหล่านั้น ฉบับใดยังเหมาะแก่กาลสมัยก็โปรดฯ ให้คงไว้ ฉบับใดไม่เหมาะก็โปรดให้แก้ไข เพม่ิ เตมิ กม็ ี ยกเลกิ ไปกม็ ี ตราขึ้นใหม่กม็ ี และเปน็ การแก้ไขเพ่ือราษฎรได้รับผลประโยชนม์ ากข้ึน เช่น โปรดฯ ให้แกไ้ ขกฎหมายว่าด้วยการพนันให้อำนาจการตัดสินลงโทษข้ึนแก่ศาลแทนนายตราสิทธ์ิขาด และยงั หา้ มนายตรานายบอ่ นออกเงินทดลองให้ผเู้ ลน่ เกาะกุมผกู มดั จำจองเรง่ รัดผู้เล่น กฎหมายพิกัด ภาษีอากรก็เกือบไม่มี เพราะผลประโยชน์แผ่นดินได้จากการค้าสำเภามากพอแล้ว กฎหมายว่าด้วย การจุกช่องลอ้ มวงก็ยงั ไมต่ ราขึน้ เปดิ โอกาสให้ราษฎรได้เฝา้ แหนตามรายทาง โดยไม่มีพนกั งานตำรวจ แม่นปืนคอยยงิ ราษฎร ซงึ่ แมแ้ ตช่ าวต่างประเทศก็ยังช่ืนชมในพระราชอธั ยาศัยนี้ เช่น มองเซนเยอร์ เลอบอง ไดบ้ รรยายไวใ้ นจดหมายถึงผู้อำนวยการคณะต่างประเทศว่า บรรดาคนทั้งหลายเรียกพระเจ้าตากว่าพระเจ้าแผ่นดิน แต่พระเจ้าตากเองว่าเป็นแต่เพียง ผรู้ กั ษากรุงเท่านัน้ พระเจา้ ตากหาได้ทรงประพฤติเหมือนอย่างพระเจ้าแผ่นดินกอ่ น ๆ ไม่ และในธรรมเนียม ของพระเจ้าแผ่นดินฝ่ายทิศตะวันออกท่ีไม่เสด็จออกให้ราษฎรเห็นพระองค์ด้วยกลัวจะเส่ือมเสีย พระเกียรติยศนั้น พระเจ้าตากไม่ทรงเห็นชอบด้วยเลย พระเจ้าตากทรงพระปรีชาสามารถย่ิงกว่า คนธรรมดา เพราะฉะนั้นจึงไม่ทรงเกรงว่าถ้าเสด็จออกให้ราษฎรพลเมืองเห็นพระองค์ และถ้าจะมี รับสั่งด้วยแล้วจะทำให้เสียพระราชอำนาจลงแต่อย่างใด เพราะพระองค์มีพระราชประสงค์ ทอดพระเนตรการทั้งปวงด้วยพระเนตรของพระองค์เอง และจะทรงฟังการทั้งหลายด้วยพระกรรณ ของพระองคเ์ องท้งั สน้ิ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงปกครองบ้านเมืองคล้ายคลึงกับพระราโชบายของพ่อขุนรามคำแหง มหาราช คือ แบบพ่อปกครองลูก ไม่ถอื พระองค์ มักปรากฏพระวรกายใหพ้ สกนกิ รเห็น และมักถามสารทุกข์ สุขดิบของพนกนิกรทวั่ ไป ทรงหาวธิ ีใหไ้ พรบ่ า้ นพลเมอื งได้ทำมาหากินโดยปกติสขุ ใครดีกย็ กย่องสรรเสริญ ผใู้ ดทำไมพ่ อพระทยั กด็ ุด่าว่ากล่าวดังพอ่ สอนลกู อาจารย์สอนศิษย์ ด้านเศรษฐกิจ สงครามคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองมผี ลกระทบให้เกิดทุพภิกขภัยครั้งร้ายแรงที่สุดใน ประวัติศาสตร์ไทย นอกจากนี้เศรษฐกิจยังเสียหายอย่างร้ายแรงอันเนื่องมาจากการปล้นสะดม และ เมอื งท่าที่สำคัญตกเปน็ ของพม่าอย่างเด็ดขาดถึงสองเมือง ไดแ้ ก่ มะริดและตะนาวศรี และยังเสียปืนใหญ่ และปนื คาบศลิ ารวมหลายหมน่ื กระบอกดว้ ย
279 เพ่ือหาทรพั ยม์ าใชจ้ า่ ย สมเดจ็ พระเจา้ กรงุ ธนบุรที รงยกเลกิ ประเพณงี ดเกบ็ สว่ ยอากร 3 ปีเมอ่ื เข้ารัชกาลใหม่ อันเป็นประเพณีซึ่งมีมาต้ังแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงแจกจ่ายข้าวของ เงนิ ทองอนั ได้มาสี่ครั้ง ได้แก่ เมื่อครั้งตคี ่ายชาวบ้านกง ครัง้ ตีเมืองจนั ทบุรี คร้ังปล้นเรอื สำเภาพอ่ คา้ จีน ท่ีตราด และครัง้ ตเี มอื งนครศรีธรรมราช สามารถช่วยราษฎรไดห้ ลายหม่นื คนบรรดาขา้ ราชการทหาร พลเรอื นได้รับแจกข้าวสารหนึ่งถังกิน 20 วัน และโปรดเกล้าฯ ใหซ้ ือ้ ขา้ วสารบรรทุกมาขายจากพุทไธมาศ ถังละ 3–5 บาท เมื่อราษฎรทั้งหลายทราบก็ได้อพยพจากบรรดาหัวเมืองต่าง ๆ เข้ามายังกรุงธนบุรี เป็นจำนวนมาก ต่อมาทรงให้ข้าราชการทั้งหลายทำนาปรังทุกแห่งทุกตำบล ราคาข้าวเริ่มปรับตัว ลดลงเมอื่ พ.ศ. 2311 ต่อมาราคาขา้ วได้ปรับสูงข้ึนอกี ครง้ั เมอื่ ปลาย พ.ศ. 2312 เนื่องจากมหี นรู ะบาด เมอ่ื หนหู ายไปแลว้ ราคาข้าวก็กลับลดลงอีก พระองค์ทรงวางแผนเพิม่ พืน้ ท่ีปลูกขา้ วในกรงุ ธนบุรีเม่ือ พ.ศ. 2314 โดยทรงใหป้ รับพื้นทสี่ วน ป่านอกกำแพงพระนครใหเ้ สมอกนั ไวท้ ำนา ครั้นบ้านเมืองสงบกท็ รงให้แม่ทัพคุมกองทัพมาทำนา ซึ่ง ทำให้กรุงธนบุรีกลายสภาพเป็นแหล่งทำนาแห่งใหม่ และได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกข้าวที่ดีที่สุดของ ประเทศไทย พระองค์ยังทรงทำนุบำรุงการค้าขายทางเรืออย่างเต็มที่ ทรงแต่งสำเภาหลวงออกไป หลายสาย ทางตะวันออกถึงจีน ทางตะวันตกถึงอนุทวีปอินเดีย สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรียังทรง ส่งเสริมการนำสินค้าพื้นเมืองไปขาย ทั้งทรงพยายามผูกไมตรีกับจีนเพื่อประโยชน์ทั้งในด้านความ มนั่ คงของชาตแิ ละประโยชนใ์ นดา้ นการคา้ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงกระตุ้นให้ชาวจีนเข้ามาตั้งรกร้างในธนบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากเมืองแต้จ๋วิ ซ่ึงบางส่วนมีจดุ ประสงค์เพือ่ ฟื้นฟูเศรษฐกิจท่ีซบเซา ทรงพยายามเจริญสัมพันธไมตรี กับจีน พ.ศ. 2313 ขณะที่จีนกำลังทำสงครามกับพม่าที่ยูนนาน ชาวพม่าหนีเข้ามาพึ่งสยามทาง ภาคเหนือของไทย ถงึ แมว้ ่าในเวลานนั้ ราชสำนกั ชงิ ยังไม่ไดร้ ับรองรฐั บาลสมเด็จพระเจา้ กรุงธนบุรี แต่ กไ็ ด้ตดิ ต่อสยามให้จบั กมุ ข้าศกึ เหล่านั้นสง่ ไปให้จนี ดว้ ย พอดีกับที่ทรงกรฑี าทัพไปตเี มืองเชียงใหม่ จึง ได้จับเชลยชายหญิงส่งไปถวายจักรพรรดิเฉียนหลง 12 คน เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2314 จกั รพรรดิเฉยี นมีรบั สั่งให้เปลี่ยนนโยบายต่อสมเด็จพระเจ้ากรงุ ธนบุรี ตอ่ มาสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงส่งคนจีน หยุนหนานที่หลบหนีไปต่างประเทศทางทะเลและเชลยศึกพม่าไปให้จีนเป็นระยะๆ ตั้งแต่ พ.ศ. 2315 เปน็ ตน้ มา ราชสำนกั ชงิ ได้รับรองสถานภาพพระมหากษัตริย์อย่างเป็นทางการเมื่อ เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2315 รัฐบาลจีนโดยราชสำนกั ชงิ แสดงมติ รไมตรีต่อรัฐบาลสมเดจ็ พระเจา้ กรุงธนบรุ ีด้วยการอนุญาต เป็นกรณีพเิ ศษใหข้ ายยุทธปจั จัยได้ ซง่ึ กฎหมายของราชสำนกั ชิงห้ามไมใ่ หค้ า้ ขายสินค้าเหล่าน้ี การซื้อ ขายดังกล่าวเกดิ ขึ้น 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ทรงส่งเฉินวา่ นเซิ่ง พ่อค้าชาวจีนไปซื้อกำมะถันจำนวน 50 หาบ และกระทะเหล็กจำนวน 500 ใบ เมอ่ื พ.ศ. 2318 และคร้งั ที่ 2 ทรงส่งโมก่ ว่างอ้ี พ่อค้าชาวจีนอีกคน หนึ่งไปซื้อกำมะถันอีก 100 หาบ เมื่อ พ.ศ. 2320 จักรพรรดิเฉียนหลงมีพระราชกระแสรับสั่งต่อ
280 ข้าหลวงใหญ่มณฑลกวางตุ้งและกวางสีว่า หากรัฐบาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีจะซ้ือดินประสิวหรอื สินคา้ จำเป็นอน่ื ๆ เพ่มิ เติมกใ็ ห้จดั หาใหต้ ามพระราชประสงค์ ตอ่ มาปี พ.ศ. 2324 ทรงแตง่ คณะทูตนำเครอื่ งราชบรรณาการไปถวายแดจ่ กั รพรรดิเฉียนหลง เพ่อื สถาปนาความสัมพนั ธ์ทางการทูตระหวา่ งไทยกับจีนอย่างเป็นทางการ คณะทูตท่เี ดินทางไปเมือง ปกั ก่ิงประกอบดว้ ย พระยาสุนทรอภัย ราชทตู หลวงพไิ ชยเสนห่ า อุปทูต หลวงพจนาพิมล ตรที ูต ขุน พจนาพิจิตร ท่องสื่อ และหมื่นพิพิธวาจา ปันสื่อ พระนามพระเจ้าตากสินในพระราชสาส์นใช้ว่า \"สมเด็จพระเจ้ากรุงพระมหานครศรีอยุธยา\" และเรียกจักรพรรดิเฉียนหลงว่า \"สมเด็จพระเจ้ากรุงต้าฉิ้ง\" จักรพรรรดเิ ฉยี นหลงทรงต้อนรับคณะทูตไทยเป็นอย่างดี พระราชทานเลี้ยงโตะ๊ ทพ่ี ระตำหนกั ซัมเกาสนุ่ ฉาง สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงเห็นว่าการมีเส้นทางคมนาคมที่ดีเป็นประโยชน์ในทางค้าขาย มากกวา่ ดงั นัน้ ในฤดูหนาวหากว่างจากศึกสงคราม จงึ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตัดถนนและขุด คลอง จะเห็นได้จากแนวถนนเก่าๆ ในเขตธนบุรีซึ่งมีอยู่หลายสาย ส่วนการขุดชำระคลองมักมี วัตถุประสงค์เบื้องต้นเพื่อประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ เช่น คลองท่าขาม จากนครศรีธรรมราชไปออก ทะเล เปน็ ตน้ ดา้ นสังคม ศาสนา และการศึกษา วัดอินทารามวรวิหาร (วัดบางย่ีเรอื นอก หรือวัดบางย่เี รือใต)้ พระอารามหลวง วดั ประจำ รัชกาลของสมเดจ็ พระเจา้ กรงุ ธนบุรี สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดระเบียบสังฆมณฑลทันทีหลังต้ัง กรงุ ครั้งท่ียกทพั ไปปราบชุมนุมเจ้าพระฝางเม่ือทรงเหน็ ว่าพระสงฆ์ทางฝา่ ยหัวเมอื งเหนือมัวหมอง ก็ ได้อาราธนาพระราชาคณะจากในกรุงไปสั่งสอน ทำให้พระสงฆ์กลับบริสุทธิ์และเป็นปกติสุขข้ึน นอกจากนี้พระองค์ยังทรงมุ่งมั่นในการสืบเสาะค้นหาต้นฉบับพระไตรปิฎก ภาษาบาลีที่ยังเหลืออ ยู่ หลังจากเสยี กรงุ เพื่อนำมาคดั ลอกจำลองไว้สำหรับการสร้างพระไตรปฎิ กฉบบั หลวงต่อไป ซึ่งจะเห็น ได้จากเมื่อคราวที่เสด็จไปปราบชุมนุมเจา้ นครศรีธรรมราชเมือ่ พ.ศ. 2312 ได้มีรับสั่งให้ขอยืมคัมภีร์ พระไตรปฎิ กจากนครศรธี รรมราชบรรทุกเรือเข้ามาคัดลอกในกรุงธนบุรี และในปถี ัดมาในคราวท่ีเสด็จ ฯ ไปปราบชุมนุมเจ้าพระฝางท่เี มืองอุตรดติ ถ์ได้โปรดเกล้าฯ ใหน้ ำพระไตรปิฎกลงมาดว้ ย ต้นฉบับท่ีได้ จากเมอื งนครศรีธรรมราชซงึ่ นับเป็นประโยชน์อยา่ งย่งิ ในการสงั คายนาพระไตรปฎิ กในสมยั ต่อมา สมเดจ็ พระเจ้ากรงุ ธนบรุ ที รงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใหต้ รากฎหมายวา่ ด้วยวตั รปฏบิ ัติในทาง ธรรมวนิ ัยของพระสงฆ์ พ.ศ. 2316 โดยถอื เปน็ ตน้ ฉบับกฎหมายพระสงฆ์ฉบับแรกของไทย และทรง นำแนวคิดทางพระพุทธศาสนามาใช้เป็นหลกั ในการจัดระเบียบสังคมในสมยั นัน้ ด้วย สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์วัดวา อารามต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง
281 เช่น วัดอินทารามวรวิหาร วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร วัดอรุณ ราชวรารามราชวรมหาวหิ าร วดั โมลีโลกยารามราชวรวิหาร วัดราชคฤหว์ รวิหาร วดั เสาธงหนิ เป็นตน้ ภายหลังจากรบชนะที่เมืองเวียงจันทน์ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใหอ้ ญั เชญิ พระพทุ ธมหามณีรัตนปฏิมากรและพระบางกลับมายงั กรงุ ธนบุรี โดยใหจ้ ดั เรือกระบวนพยุหยาตรา ชลมารคจำนวน 246 ลำ และเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปรับด้วยพระองค์เอง แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ อญั เชญิ พระแกว้ มรกตไปประดษิ ฐานไว้ ณ พระอุโบสถวัดอรณุ ราชวราราม สมเดจ็ พระเจ้ากรงุ ธนบรุ ีโปรดเกลา้ ฯ ให้บำรุงการศกึ ษาตามวดั ต่าง ๆ และยงั โปรดเกล้าฯ ให้ ตัง้ หอหนังสือขึ้นเชน่ เดยี วกับสมัยอยธุ ยา ซง่ึ คงเทียบได้กับหอพระสมดุ ในระยะหลงั นอกจากนี้ยงั โปรด เกล้าฯใหแ้ สวงหาและรวบรวมตำราต่างๆ ท่ีกระจัดกระจายไปเม่อื คราวกรุงแตกไว้ที่พระอารามหลวง หรือหามาจำลองไวเ้ ปน็ แบบฉบับเพ่ือใช้ศึกษาเลา่ เรียน สมเด็จพระเจา้ กรุงธนบุรียังโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดนิ ให้สร้างโบสถ์วดั ซางตาครูส้ ด้านศลิ ปกรรม นาฏดรุ ิยางค์ ภายหลังจากทพี่ ระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปปราบชมุ นมุ เจ้านครศรีธรรมราช เมือ่ พ.ศ. 2312 ทรงนำตัวละครผหู้ ญงิ ของเจา้ นครศรธี รรมราชเขา้ มาเป็นครูฝึกหัดรว่ มกบั พวกละครที่ ทรงรวบรวมได้จากที่อื่น แล้วจัดตั้งเป็นละครหลวงของกรุงธนบรุ ี โดยยึดแบบฉบับการฝึกละครของ กรงุ ศรีอยธุ ยา นอกจากน้ยี งั ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกยี รติ์ เพ่อื ใหค้ ณะละครหลวงได้ นำไปฝึกหัดออกแสดงด้วย ดังนั้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่เพื่อสร้าง บรรยากาศให้รน่ื เรงิ ครึกคร้ืนเหมอื นสมัยกรุงศรีอยุธยา ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ใหป้ ระชาชนทั่วไป เปดิ การฝึกสอนและออกโรงเล่นได้อิสระ เคร่ืองแต่งกายไม่ว่าจะเป็นเครื่องตน้ เครื่องทรงก็แต่งกันได้ ตามลักษณะเรื่อง ส่งผลให้ศิลปะการละครของไทยซึ่งเคยเจรญิ รุ่งเรืองมากตอนปลายอยุธยากลับฟ้นื ตัว ขน้ึ ใหม่ ศลิ ปการช่าง ภาพเขยี นทงี่ ดงามประณีตในสมัยธนบรุ ีท่ีสำคัญยง่ิ คอื \"สมดุ ภาพไตรภูมิ\" เป็น ภาพเขียนที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2319 ซึ่งนับได้ว่าเป็นสมุดภาพไตรภูมิขนาดใหญ่เลม่ หนง่ึ ของไทย เม่อื คล่ีออกจะมีความยาวถงึ 34.72 เมตร เขียนด้วยสีลงในสมุดทั้ง 2 ด้าน โดยฝีมือช่าง เขยี น 4 คน ปจั จุบันไดเ้ กบ็ รกั ษาไว้ ณ หอสมุดแห่งชาติ ทา่ วาสุกรี กรุงเทพฯ งานฝีมือชา่ ง สมเด็จพระเจา้ กรุงธนบุรที รงเล็งเห็นว่า ช่างไทยสมยั ธนบรุ ีมเี หลอื อยู่นอ้ ยมากจงึ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมและฟื้นฟูการช่างสิบหมู่ขึ้นใหม่ แต่เนื่องจากมีเว ลาจำกัด บา้ นเมอื งอยใู่ นระหว่างสงคราม ส่งิ ของทเ่ี ปน็ ฝมี อื ช่างชนั้ ดีประณตี งดงามในสมยั กรงุ ธนบุรี จึงหาได้ยาก แตท่ ม่ี ีให้เห็นอยู่บ้าง ได้แก่ พระแท่นบรรทมของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ประดิษฐานอยู่ที่วัดอินทาราม พระแท่นสำหรับทรงเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน ประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหารเล็กหน้าพระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม ตู้ลายรดน้ำที่มีศักราชแจ้งชัดว่าสร้างในสมัยกรุงธนบุรี อยู่ในหอพระสมุดวชิรญาณ
282 ภายในหอสมดุ แห่งชาติ ท่าวาสกุ รี กรงุ เทพฯ และท้องพระโรงพระราชวังเดมิ ซึง่ เคยเปน็ ท่ีประทบั และ เสด็จออกวา่ ราชการ ปจั จบุ ันอยู่ในการดูแลของกองทัพเรอื พระสถูปบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หน้าพระอุโบสถหลังเดิม วดั อินทารามวรวหิ าร ภายหลงั มีผู้ขนานพระสถูปนว้ี า่ \"พระเจดียก์ ้ชู าติ\" ร่วมกบั พระสถปู อกี องค์หน่งึ ที่ อยู่ในบริเวณเดียวกัน ซ่ึงเชื่อกันว่าบรรจุพระบรมอัฐิของกรมหลวงบาทบริจา พระอัครมเหสีของ พระองค์ ครั้นถึงปี พ.ศ. 2325 ขณะนั้นกรุงธนบุรีมีอายุได้ 15 ปี พระยาสรรค์กับพวกได้ก่อกบฏ สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตรยิ ์ศึกซึ่งขณะนั้นไปทำศึกกับเขมรจึงกลับมายังกรุงธนบุรี เห็นว่าความไม่ สงบของบ้านเมืองเกิดจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมพี ระสติวิปลาส จึงให้นำไปสำเร็จโทษดว้ ย การตัดพระเศยี ร ณ ป้อมวิไชยประสิทธ์ิ แล้วฝังพระบรมศพที่วัดบางยี่เรือใต้ (วัดอินทารามวรวิหาร) เมอ่ื วันท่ี 6 เมษายน พ.ศ. 2325 เสดจ็ สวรรคตขณะมพี ระชนมายไุ ด้ 48 พรรษา สริ ริ วมครองราชย์ได้ 15 ปี และถือเป็นจดุ สิ้นสดุ ของกรงุ ธนบรุ ี จากนนั้ จงึ ได้สบื สวนความผิดของผู้ก่อกบฏ แล้วตัดสินให้นำ พระยาสรรค์กบั พวกไปประหารชีวติ ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากแนวคิดดงั กล่าวแลว้ ยังมีแนวคิดอื่น เช่น ที่เสนอว่าสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงถูกสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกทำ รฐั ประหาร และแนวคิดที่ว่าพระองค์ทรงสละราชบลั ลังกแ์ ละลาผนวชไปยงั นครศรธี รรมราช เปน็ ต้น
283 ใบงาน บทเรยี นออนไลน์ท่ี 1 เรอื่ ง ความเป็นมาของชาตไิ ทย คำช้แี จง ให้นักเรยี นตอบถามทกี่ ำหนดใหถ้ กู ตอ้ ง 1. ใหน้ กั เรียนบอกความเป็นมาของ “ชาติไทย” ................................................................................................................................................ ………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ใหน้ ักเรยี นเขียนความเป็นมาของชาตแิ ละเอกราช ................................................................................................................................................ ………………………………………………………………………………………………………………………………… ................................................................................................................................................ ………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ภูมปิ ญั ญาไทย หมายถงึ ................................................................................................................................................ ………………………………………………………………………………………………………………………………… ................................................................................................................................................ ………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. โบราณสถาน โบราณวถั ตุ หมายถงึ ................................................................................................................................................ ………………………………………………………………………………………………………………………………… ................................................................................................................................................ ………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. กษตั ริย์ผู้มพี ระคุณ คอื ................................................................................................................................................ ………………………………………………………………………………………………………………………………… ................................................................................................................................................ 6. ใหผ้ ู้เรยี นอธบิ ายบุญคุณของพระมหากษัตริย์ที่มตี ่อบ้านเมอื งมา 2 ขอ้ ................................................................................................................................................ …………………………………………………………………………………………………………………………………
284 เฉลยใบงาน บทเรยี นออนไลน์ท่ี 1 เรอ่ื ง ความเป็นมาของชาตไิ ทย 1. ชาตไิ ทย เป็นชาตทิ ่เี ก่าแก่ มคี วามเป็นมาท่ยี าวนาน มีขอบเขตของดินแดนทม่ี ัน่ คง เป็นปกึ แผน่ และมีเอกราช ไมอ่ ยู่ภายใตก้ ารปกครองของชาตอิ ื่น 2. ความหมายของ ชาติ และเอกราช คอื - ชาติ หมายถึง ประเทศ หรือแผน่ ดินท่มี ีขอบเขตแน่นอน - เอกราช หมายถงึ ความเป็นอสิ ระ มีเสรภี าพ ไม่อยภู่ ายใต้การปกครองของชาติอื่น 3. ภูมิปัญญาไทย หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่คนไทยคิดทำขึ้น เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตประจำวัน เปน็ ความรู้ และความสามารถเฉพาะ ทม่ี คี วามสมั พนั ธ์กบั ธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มในท้องถิ่นท่ีอาศัย แต่ละแหง่ ภมู ปิ ญั ญาไทยแสดงให้เหน็ ชัดเจนในเรือ่ งเก่ยี วกับการทำกนิ และปจั จยั 4 4. โบราณสถาน และโบราณวัตถุ เป็นสถานที่และสิ่งของต่าง ๆ ที่ได้สร้างมานานแล้ว และยังเป็น หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรข์ องไทย ซง่ึ เปน็ สิ่งทีแ่ สดงวัฒนธรรมของไทยในอดีต 5. กษัตริย์ผูม้ ีพระคุณ หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน ผู้มีพระมหากรณุ าธิคุณอยา่ งใหญห่ ลวงต่อชาตไิ ทย บางพระองค์ทรงกอบกู้เอกราชจากข้าศึกศัตรู บางพระองค์ทรงปกครองประเทศโดยสร้างความ เจริญรุ่งเรืองในดา้ นต่าง ๆ 6. ให้ผู้เรียนอธิบายบุญคุณของพระมหากษตั รยิ ์ท่มี ีตอ่ บ้านเมืองมา 2 ข้อ ตอบ 1. ดา้ นการรวบรวมความเป็นปกึ แผน่ ของประเทศชาติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกอบกูก้ รุงศรีอยุธยาจากพม่า และได้ทำสงครามกับพมา่ และเขมร จนราชอาณาจกั รไทยเปน็ ปกึ แผน่ มน่ั คง 2. ด้านการปกครอง พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงปกครองแบบพ่อปกครองลูก มีกระดิ่งไว้เพื่อให้ประชาชน สามารถร้องทกุ ข์ ร้องเรียน เรือ่ งราวตา่ ง ๆ ทเี่ ป็นความทุกข์ยาก เพอื่ ใหพ้ ระมหากษตั ริย์รับทราบและ หาทางแก้ไขปัญหาตา่ ง ๆ
285 แบบทดสอบหลงั เรยี น บทเรียนออนไลนท์ ่ี 1 เรอื่ ง บญุ คณุ พระมหากษัตรยิ ์ไทย 1) สถาบนั หลักของประเทศไทยคอื ข้อใด ก.ชาติ ข.ศาสนา ค.พระมหากษัตริย์ ง.ถูกทกุ ข้อทก่ี ล่าวมา 2 ) สถาบันพระมหากษัตริย์อยูค่ ่กู ับสังคมไทยมาตง้ั แตส่ มัยใด ก.สุโขทัย ข.อยธุ ยา ค.ธนบรุ ี ง.รตั นโกสินทร์ 3) อาณาจักรอยุธยาเป็นราชธานีของไทยนานถึงกป่ี ี ก.15 ปี ข.200 ปี ค.417 ปี ง.275 ปี 4) กษัตรยิ ร์ าชวงศใ์ ดปกครองอาณาจกั รสโุ ขทัย ก.ราชวงศส์ ุโขทยั ข.ราชวงศ์พระร่วง ค.ราชวงศ์บา้ นพลหู ลวง ง.ราชวงศ์สุพรรณภูมิ 5) บุคคลใดเปน็ พระมหากษตั ริย์ในสมยั ธนบุรี ก.พอ่ ขนุ ศรีอินทราทิตย์ ข.สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ค.สมเด็จพระเจ้าตากสนิ ง.พระมหาธรรมราชาที่ 1 6) ข้อใดไมใ่ ช่ความสำคญั ของสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ก.ดำรงไวซ้ งึ่ ความเป็นชาติและเอกราชของไทย ข.เปน็ ทย่ี ดึ เหนย่ี วจิตใจของประชาชนทัง้ ชาติ ค.ทรงเปน็ อัครศาสนปู ถัมป์ภก ง.ทรงเปน็ ตน้ ตระกลู ของคนไทย 7) พระมหากษตั รยิ ์ทรงใช้อำนาจบริหารโดยผ่านองคก์ รใด ก.ศาล ข.คณะรัฐมนตรี ค.คณะองคมนตรี ง.รฐั สภา
286 8) การแตง่ ตง้ั คณะผูพ้ พิ ากษาให้เป็นไปในพระปรมาภไิ ธย ของพระมหากษัตริย์ แสดงถงึ การใช้ อำนาจของพระมหากษตั ริย์ในข้อใด ก.อำนาจบรหิ าร ข.อำนาจนติ ิบัญญตั ิ ค.อำนาจตุลาการ ง.อำนาจรัฐ 9) ขอ้ ใดไม่ใชอ่ งค์กรทเี่ ป็นตวั แทนของพระมหากษัตรยิ ์ในการใช้อำนาจอธิปไตย ก.คณะองคมนตรี ข.ผ้พู พิ ากษา ค.สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรและวฒุ ิสภา ง.คณะรฐั มนตรี 10) การใช้อำนาจทางนติ บิ ัญญตั ิของพระมหากษตั รยิ ์หมายถึงขอ้ ใด ก.การแต่งตงั้ ผู้พิพากษา ข.การให้คณะรัฐมนตรถี วายสัตย์ปฏญิ าณตนต่อพระมหากษัตริย์กอ่ นจงึ สามารถปฏิบตั ิหนา้ ทไี่ ด้ ค.ทรงดำรงตำแหน่งประมุขของชาติ ง.การกำหนดใหร้ า่ งกฎหมายที่จะใชบ้ ังคับต้องใหพ้ ระมหากษัตรยิ ล์ งปรมาภิไธยกอ่ น 11) ราชวงศ์จักรีเปน็ กษัตรยิ ป์ กครองอาณาจกั รใด ก.อาณาจกั รสุโขทยั ข.อาณาจักรอยุธยา ค.อาณาจกั รธนบุรี ง.อาณาจักรรัตนโกสินทร์ 12) คำวา่ อัครศาสนปู ถมั ป์ภก หมายความวา่ อย่างไร ก.ผ้ทู ำนุบำรุงอปุ ถมั ภศ์ าสนาทกุ ศาสนา ข.ผทู้ ำนบุ ำรงุ ศาสนาพุทธ ค.ผู้กอ่ ต้งั ศาสนา ง.ผู้เผยแผ่ศาสนา 13) การท่ีพระมหากษตั รยิ ์เสด็จพระราชดำเนนิ เยอื นประเทศต่างๆ เปน็ บทบาทด้านใดของ พระมหากษัตรยิ ์ ก.การส่งเสรมิ การศึกษาเรียนรู้ของประชาชน ข.การเปน็ อัครศาสนปู ถัมป์ภก ค.การสร้างความสัมพันธ์ที่ดรี ะหว่างประเทศ ง.กระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจ 14)คำว่า พระมหากษัตริย์ทรงเปน็ พทุ ธมามกะ หมายความถึงขอ้ ใด ก.พระมหากษัตรยิ ์เป็นผกู้ ่อตง้ั ศาสนาพทุ ธ ข.พระมหากษตั รยิ ์ผ้นู บั ถอื ศาสนาพทุ ธ ค.พระมหากษัตริยผ์ ู้ศึกษาศาสนาพทุ ธ ง.พระมหากษตั ริยผ์ เู้ ป็นศาสดาของศาสนาพทุ ธ
287 15) ในภาวะที่บา้ นเมืองเกิดความขัดแยง้ ขึ้นระหวา่ งฝา่ ยตา่ ง ๆ พระมหากษัตรยิ ์มบี ทบาทเดน่ ชดั ท่ีสุด ในดา้ นใด ก.เปน็ ศูนย์รวมจิตใจของคนทงั้ ชาตกิ อ่ ใหเ้ กดิ ความสามัคคี ข.มีพระราชดำริเกย่ี วกบั การชว่ ยเหลอื ค.เจริญสมั พันธไ์ มตรีกบั ต่างประเทศ ง.กระตุน้ การพฒั นาเศรษฐกิจ
288 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น บทเรยี นออนไลน์ที่ 1 เรอ่ื ง บญุ คณุ พระมหากษัตริยไ์ ทย 1. ง 2. ก 3. ค 4. ข 5. ค 6. ง 7. ข 8. ค 9. ง 10. ง 11. ง 12. ก 13. ค 14. ข 15. ก
289 แบบทดสอบก่อนเรยี น บทเรียนออนไลนท์ ่ี 2 เรอ่ื ง การเมืองการปกครองสมยั สโุ ขทยั คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำตอบทถ่ี กู ต้องท่สี ุดเพียงคำตอบเดยี ว 1. ในสมัยสุโขทัยตอนตน้ พระมหากษัตรยิ ท์ รงปกครองประชาชนแบบใด ก. อตั ตาธิปไตย ข. พ่อปกครองลูก ค. ประชาธปิ ไตย ง. สมบูรณาญาสทิ ธริ าชย์ 2. การใชห้ ลักธรรมบรหิ ารบ้านเมอื งสมัยสโุ ขทัยพระมหากษัตรยิ ์ทรงชกั ชวนให้ประชาชน กระทำสงิ่ ใดจึงสามารถอยรู่ ว่ มกันอย่างมคี วามสุข ก. แบ่งปันกนั ข. แขง่ ขนั กัน ค. ปฏบิ ตั ธิ รรม ง. ชว่ ยเหลือกัน 3. การปกครองแบบ “ธรรมราชา” เปน็ การปกครองทพี่ ระมหากษัตรยิ ์จะต้องปฏบิ ัตอิ ยา่ งไร ก. ปฏิบัตติ ามหลกั ทศพิธราชธรรม ข. ปกครองประเทศด้วยความเขม้ แข็ง ค. ดแู ลทุกขส์ ุขของราษฎรอย่างใกล้ชดิ ง. พระมหากษตั ริย์ทรงบรหิ ารประเทศร่วมกับประชาชน 4. เมืองใดต่อไปนไ้ี มไ่ ดจ้ ัดอยู่ในอาณาเขตการปกครองของอาณาจกั รสโุ ขทัย สมัยพอ่ ขุนศรีอนิ ทราทติ ย์ ก. เมืองแพร่ ข. เมืองสโุ ขทัย ค. เมืองเชลียง ง. เมืองสระหลวง 5. ข้อใดตอ่ ไปน้ีไม่ใช่ เมอื งลูกหลวงในสมยั สโุ ขทัย ก. เมืองสองแคว ข. เมอื งนครชุม ค. เมืองศรีสัชนาลยั ง. เมอื งนครศรธี รรมราช
290 6. ธรรมะในข้อใดท่ีกษตั ริย์สมัยสุโขทยั นำมาใช้ปกครองประชาชนจนเป็นแบบอย่างมาจนถึง ปัจจุบัน ก. สัตบรุ ุษ ข. พรหมวิหาร 4 ค. ทศพิธราชธรรม ง. กุศลกรรมบท 10 7. พระมหากษัตริย์พระองค์ใด ในสมยั สโุ ขทัยท่ีนำเอาพระพุทธศาสนาเข้ามาเกย่ี วขอ้ งกับการปกครอง ก. พระยาลิไทย ข. พญาไสลือไทย ค. พ่อขุนรามคำแหง ง. พระมหาธรรมราชาท่ี 4 8. พระราชกรณียกิจใด ของพ่อขนุ รามคำแหง มหาราช ทน่ี บั ได้ว่าเปน็ การวางรากฐานสำคัญท่ีสุด ทางด้านวัฒนธรรมไทย ก. การประดิษฐอ์ ักษรไทย ข. การทำนบุ ำรงุ พระพทุ ธศาสนา ค. การปกครองแบบบดิ าปกครองบุตร ง. การสร้างขนบธรรมเนยี มประเพณไี ทย 9. เมืองประเภทใดทีพ่ ระมหากษตั ริย์สโุ ขทัยจะไม่เข้าไปยุ่งเก่ียวกับการปกครองภายใน ก. เมืองลูกหลวง ข. หัวเมืองชน้ั ใน ค. หัวเมอื งช้นั นอก ง. เมอื งประเทศราช 10. ลกั ษณะท่ีสำคญั ที่สดุ ของการปกครองสมยั สุโขทัย คอื ข้อใด ก. พระมหากษตั รยิ เ์ ปรยี บเสมอื นหวั หนา้ ครอบครวั ข. พระมหากษตั ริยม์ อี ำนาจสงู สุดในการปกครองบา้ นเมอื ง ค. พระมหากษตั ริย์มีความสมั พันธก์ บั ราษฎรเสมือนบดิ ากบั บุตร ง. พระมหากษตั ริย์ทรงยดึ หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาในการปกครอง
291 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน บทเรียนออนไลนท์ ี่ 2 เรอ่ื ง การเมืองการปกครองสมัยสโุ ขทยั 1.ข 2. ค 3. ก 4. ง 5. ง 6. ค 7. ก 8. ก 9. ง 10. ข
292 ใบกิจกรรม บทเรยี นออนไลน์ท่ี 2 เรอ่ื ง ลักษณะการปกครองของไทยสมัยสุโขทยั ครูแนะแนว https://www.youtube.com/watch?feature=youtu.be&v=g2gzfeFLZYE แบบทดสอบก่อนเรยี น https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfNqTcDsmsUxJc3Phufab_K0xiewLW8tXQ z2SZkW-0xNUR6LQ/viewform ใบงาน : - การเมอื งการปกครองสมยั สุโขทัย https://www.youtube.com/watch?t=98s&v=5nc9a45DgN0 ใบกิจกรรม https://sites.google.com/d/1vVTYJtp1Qyxn4-g- lbJUSkwUCtSQ866x/p/19p4yLDwCjVgJvjH0NmM3RbU90rTyZxfL/edit แบบทดสอบหลงั เรียน https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSf530COooIOuUQk0- dD_vy0BLfHvUvhP3Jwbkql9eyLVhxmjA/viewform
293 ใบความรู้ บทเรียนออนไลนท์ ี่ 2 เรอื่ ง ลักษณะการปกครองของไทยสมัยสุโขทัย พ่อขุนศรอี ินทราทติ ย์ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๑ แห่งราชวงศ์พระร่วงกรุง สโุ ขทยั เสวยราชสมบตั ิตงั้ แต่ พ.ศ. ๑๗๙๒ ถงึ ปใี ดไม่ปรากฏ พระนามเดมิ คอื พอ่ ขนุ บางกลางหาว มี มเหสีคือนางเสือง มีพระราชโอรส ๓ พระองค์ พระราชธิดา ๒ พระองค์ พระราชโอรสองค์ใหญ่ สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ส่วนพระราชโอรสองค์ที่ ๒ และ ๓ คือพ่อขุนบานเมืองและพ่อขุน รามคำแหงทรงครองราชยต์ ่อมาตามลำดับ เดิมพ่อขนุ บางกลางหาวทรงเป็นเจ้าเมอื งอยู่ท่ีใดไม่ปรากฏ แตข่ อ้ ความในศิลาจารึกหลกั ท่ี ๒ ทำให้ทราบว่าอยู่ใต้เมืองบางยางลงไป มผี เู้ สนอความเห็นว่าพ่อขุน บางกลางหาวน่าจะอย่แู ถวกำแพงเพชร ก่อนราชวงศ์พระร่วงอาณาจักรสุโขทัยมีราชวงศ์พ่อขุนศรีนาวนำถุมครองอยู่ ในรัชสมัยของ พ่อขนุ ศรนี าวนำถุมซึ่งเร่ิมประมาณ พ.ศ. ๑๗๖๒ อาณาจักรสโุ ขทยั ครอบคลุมถึงเมืองฉอด (ใกล้แม่น้ำ เมย) ลำพนู น่าน พษิ ณโุ ลก ตอ่ มาอาณาจกั รสุโขทัยตกอยใู่ ต้อำนาจขอมสบาดโขลญลำพง จนกระทั่ง พ่อขุนผาเมืองโอรสของพ่อขุนศรีนาวนำถมุ ทรงรว่ มมอื กับพอ่ ขุนบางกลางหาวขับไล่ขอมสบาดโขลญ ลำพงไป พอ่ ขนุ บางกลางหาวทรงยดึ เมืองศรสี ชั นาลัยได้และทรงเวนเมอื งให้พ่อขนุ ผาเมือง พ่อขุนผา เมอื งจึงอภิเษกพอ่ ขุนบางกลางหาวเป็นกษัตรยิ ์สโุ ขทัย พ่อขนุ ผาเมอื งซึง่ เป็นพระชามาดา (ลกู เขย)ของ กษตั ริย์ขอมทรงยกพระนามศรีอินบดนิ ทราทิตย์ซง่ึ พระองค์ไดร้ บั มาจากกษตั ริยข์ อมมอบให้แก่พ่อขุน บางกลางหาว แต่พ่อขุนบางกลางหาวทรงใช้พระนามว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ บางทีอาจจะทรงเห็น วา่ พระนามเดิมมาจากคำ อินทรปตั + อินทร + อาทติ ย์ แสดงว่าอย่ใู ตอ้ นิ ทรปตั ซ่ึงเปน็ เมอื งหลวงของ ขอม (ดงั ปรากฏในจารกึ หลักท่ี ๒) กเ็ ป็นได้ การที่พ่อขุนผาเมืองทรงยกสุโขทัยและอภิเษกพ่อขุนบางกลางหาวเป็นกษัตริย์ อาจจะทรง เห็นว่าสุโขทัยในขณะนั้นเป็นเมืองเล็กกว่าศรีสัชนาลัย หรืออาจจะเป็นเพราะว่านางเสือง พระมเหสี ของพ่อขนุ บางกลางหาวเปน็ พระภคนิ ี (พส่ี าว) ของพ่อขุนผาเมอื ง พอ่ ขนุ บางกลางหาวจึงทรงมีสิทธิที่ จะไดค้ รองเมืองก่อนพอ่ ขนุ ผาเมอื งก็เป็นได้ พ่อขุนผาเมืองเป็นเจ้าเมืองราด มีพระอนุชาคือพระยาคำแหงพระรามครองเมืองสระหลวง สองแคว (พิษณุโลก) โอรสของพระยาคำแหงพระราม คือ มหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนี เมื่อเป็น ฆราวาสมีฝีมือในการสู้รบ ไดช้ นชา้ ชนะหลายครั้ง รูศ้ ลิ ปศาสตร์หลายประการ ขณะอายุ ๓๐ ปีมีบุตร แต่เสียชีวิต มหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนีจึงออกบวช ได้ไปปลูกต้นโพธิ์ สร้างพิหาร อาวาส และ ซ่อมแซมพระศรรี ตั นมหาธาตทุ ั้งในและนอกประเทศ เชน่ พมา่ อนิ เดยี และลงั กา
294 อนึ่ง เมืองราดตั้งอยู่ที่ใดมีผู้สันนิษฐานไว้ต่างๆ กันสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยา ดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าเมืองราดน่าจะอยู่ที่เพชรบูรณ์และเมืองลุมคือเมืองหล่มเก่าแต่ ผู้เขยี น(ประเสริฐ ณ นคร) วางตำแหน่งเมืองราดเมอื งสะค้าและเมืองลุมบาจายไว้ที่ลุ่มแม่น้ำน่านด้วย เหตผุ ลดังตอ่ ไปน้ี จากจารึกหลักที่ ๒ ทำใหท้ ราบว่าเมอื งราดเมอื งสะค้าและเมอื งลมุ บาจายเป็นกลุ่มเมืองท่ีอยู่ ใกล้กนั พ่อขนุ ผาเมืองอยู่เมืองราดและกษัตริย์น่านมพี ระนามผานองผากองและผาสุมแต่กษัตริย์เมือง อื่นไม่ใช้“ผา”นำหน้าพระนามเลยพ่อขุน ผาเมือง จึงน่าจะเป็นกษัตริย์น่าน (คือเมืองราดนั่น เ อง ) นอกจากนี้ยังมีพระราชโอรสของกษัตริย์นา่ นมีพระนามว่าบาจายอาจจะแสดงว่าน่านมีอำนาจเหนือ บาจายแบบพระนามกรมหลวงราชบรุ ดี ิเรกฤทธ์แิ สดงว่ากรงุ เทพฯมีอำนาจเหนือราชบุรีนั่นเอง อีกประการหนึ่ง จารึกหลักที่ ๘ กล่าวถึงไพร่พลของพระเจ้าลิไทยว่ามีทั้งชาวสระหลวงสอง แควพระบางฯลฯเร่ิมตง้ั แต่เมืองทางทิศตะวนั ออกของสุโขทยั แลว้ กวาดไปทางใต้ทางทิศตะวันตกทาง ทศิ เหนอื จนกลบั มาจบทท่ี ติ ะวนั ออกตามเดมิ จารึกหลักอ่นื เช่นหลักท่ี ๓๘ และจารึกวัด อโสการาม (หลักที่๙๓) ก็ใช้ระบบเดียวกันโดยถือตามพระพุทธศาสนาว่าตะวันออกเป็นทิศหน้าแล้ววนตามเขม็ นาฬิกาเริ่มจากสระหลวงสองแควคือพิษณุโลกไปปากยม(พิจิตร)พระบางไปชากังราวสุพรรณภาว กำแพงเพชรรวม ๓ เมืองที่กำแพงเพชรบางพาน(อำเภอพานกระต่ายกำแพงเพชร)ต่อไปจะถึงราดสะคา้ ลมุ บาจายซึง่ จะอย่รู ะหว่างทิศเหนอื กวาดมาทางทิศตะวนั ออกของสุโขทยั และย่อมจะอยู่เหนือสระหลวง สองแควข้ึนไป จารึกหลักท่ี ๑ วางลมุ บาจายและสะค้าไวร้ ะหวา่ งพษิ ณโุ ลกกบั เวยี งจันทน์ อีกประการหนึง่ ตอนพ่อขนุ ผาเมืองยกมาชว่ ยพ่อขุนบางกลางหาวรบกับขอมสบาดโขลญลำ พงที่สุโขทัยถ้าหากพ่อขุนผาเมืองอยู่แถวเพชรบูรณ์คงจะมาช่วยไม่ทันสินชัยกระบวนแสงจากคณะ โบราณคดมี หาวิทยาลัยศิลปากรพบใบลานท่ีวดั ชา้ งคำ้ เมอื งน่านกล่าวถงึ เหตุการณ์สมยั รัชกาลท่ี ๒ ว่า เจ้าผู้ครองน่านขึ้นตามแม่น้ำน่านไปถึงอำเภอท่าปลา (ปัจจุบันคือจังหวัดอุตรดิตถ์) ใกล้ห้วยแม่จริม “เมืองราดเกา่ หน้ั ”แสดงว่าสมัยตน้ รัตนโกสนิ ทรย์ งั ทราบกันดีวา่ เมืองราดอยู่บนแม่น้ำน่านใกล้อำเภอ ทา่ ปลา ประวตั ิพระมหาธรรมราชาท่ี๑ (พระยาลิไท) พระมหาธรรมราชาที่ ๑ ทรงเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าเลอไท และเป็นพระนัดดาของ พระเจา้ รามคำแหงมหาราช ทรงเปน็ พระมหากษตั ริย์ ราชวงศพ์ ระรว่ ง ครองกรงุ สโุ ขทัย เมื่อ พ.ศ. ๑๘๙๐ พ.ศ. ๑๙๑๒ (๑๙๑๔) ก่อนขึน้ ครองราชสมบัตทิ รงดำรงตำแหนง่ อปุ ราช ครองเมอื งศรสี ชั นาลัย ตั้งแต่ พ.ศ. ๑๘๘๓ - พ.ศ.๑๘๙๐ ใน พ.ศ. ๑๘๙๐ เมื่อพระยาง่ัวนำถม พระมหากษัตริย์ครองราชสมบัติ ณ กรุงสุโขทัย ได้เสด็จสวรรคตได้เกิดการจราจลชิงราชสมบัติกรุงสุโขทัยขึ้น พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไท) ทรงสามารถยกกองทัพมาปราบปรามศัตรูไดห้ มดสน้ิ และเสดจ็ ขึ้นครองราชสมบัติ เป็น พระมหากษตั รยิ อ์ งค์ท่ี ๖ แหง่ ราช วงศพ์ ระรว่ งเฉลิมพระนามว่า ศรสี ุรยิ พงศ์รามมหาธรรมราชาธิราช
295 เม่ือพระมหาธรรมราชาท่ี ๑ (พระยาลไิ ท) เสด็จขึน้ ครองราชสมบัติ สมเด็จพระรามาธบิ ดที ี่ ๑ พระเจ้าอู่ทอง ได้ส่งกองทัพจากศรีอยุธยามาโจมตี และยึดเมือง พิษณุโลก (สองแคว) ไว้ได้ ทำให้ อาณาจักรสุโขทัยเกิดความไม่มั่นคง และไม่ปลอดภัย เพราะเมืองพิษณุโลกอยู่ใกล้กับสุโขทัยมาก ดงั นั้น พระมหาธรรมราชาท่๑ี (พระยาลไิ ท) จึงทรงส่งคณะราชฑูต ไปขอเจรญิ พระราชไมตรีกับสมเด็จ พระรามาธบิ ดีที่ ๑ (พระเจา้ อูท่ อง)และได้ขอเมืองพษิ ณโุ ลกคนื จากสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้า อูท่ อง) ซึง่ ก็ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ หลังจากน้นั พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไท) ก็ทรง เสด็จไปประทับอยู่ ณ เมืองพิษณุโลก เป็นเวลา ๗ ปี คือ ตั้งแต่ พ.ศ. ๑๙๐๕ - พ.ศ. ๑๙๑๒ เพื่อ ป้องกันมใิ หท้ างกรงุ ศรีอยธุ ยา สง่ กองทพั ไปรกุ รานกรงุ สุโขทยั และทรงมอบให้พระขนิษฐาองค์หน่งึ ของ พระองคป์ กครอง กรงุ สุโขทยั แทน ในปี พ.ศ. ๑๙๑๒ สมเดจ็ พระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจา้ อทู่ อง) เสด็จสวรรคต พระมหาธรรม ราชาที่ ๑ (พระยาลไิ ท) ไดเ้ สด็จกลบั ไปครองกรุงสุโขทัยดังเดมิ พระราชกรณยี กิจ พระราชกรณียกจิ ทสี่ ำคญั ในรชั สมยั ของพระองคม์ ดี ังน้ี ๑. ทรงรวบรวมราชอาณาจักรสุโขทัยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และขยายพระราชอำนาจ ออกไปไดเ้ มอื งระหวา่ งแควจำปาสักกบั แม่น้ำปงิ จนจดแม่นำ้ น่านทาง ทศิ เหนือ มาไวใ้ นราชอาณาจักร สโุ ขทัย ๒. ด้านศาสนา พระมหาธรรมราชาท่ี ๑ (พระยาลไิ ท) ทรงมีบทบาทสำคญั ในการทำนุบำรุง และเผยแพรพ่ ระพทุ ธศาสนา กล่าวคือ ได้สง่ พระสงฆ์ออกไปเผยแพร่ พระพทุ ธศาสนายังทีต่ า่ ง ๆ เช่น ทเี่ มอื งเชียงใหม่ พิษณโุ ลก อยุธยา และหลวงพระบาง ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ซอ่ มพระเจดียเ์ มืองนครชุม (กำแพงเพชร) พ.ศ. ๑๙๐๒ ทรงประดิษฐานรอยพระพุทธบาทที่เขาสุมนกุฏ ซึ่งอยู่นอกเมืองสุโขทยั พ.ศ. ๑๙๐๔ โปรดให้สร้างวัด ป่ามะม่วง (สุโขทัย) พระองค์ทรงมีความเคารพเลื่อมใสศรัทธาใน พระพทุ ธศาสนามาก ได้ผนวชเปน็ สามเณรในพระราชมณเฑยี ร และผนวชเป็นพระภิกษทุ ี่วดั ป่ามะมว่ ง ในกรุง สุโขทัย ทรงโปรดให้หลอ่ พระพทุ ธรูปปางมารวชิ ัย มีขนาดเท่ากบั องค์พระพุทธเจ้า ถวายพระ นามว่า พระศรศี ากยมนุ ี ประดิษฐานท่ีพระวิหารวดั พระ ศรีรัตนมหาธาตุ สโุ ขทยั ๓. ด้านภาษาและวรรณคดี พระองค์ทรงมีความเชี่ยวชาญในด้านภาษาและวรรณคดีเป็น พิเศษ ดังมี หลักฐานปรากฏในหนังสือไตรภมู ิพระร่วง ว่าพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไท) ทรง นพิ นธ์ข้ึนใน พ.ศ.๑๘๘๘ ครั้งยงั ดำรงพระยศเปน็ พระมหาอุปราช ครองเมืองศรีสัชนาลยั หนังสือไตร ภูมิพระรว่ งนี้ ซึ่งเป็นวรรณคดี ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา นับเป็นวรรณคดีไทยชั้นเย่ียมเล่มแรก ของไทย และทรงโปรดเกล้าฯ ให้จารึกเรื่องราวต่าง ๆ ในรัชสมัยของพระองค์ลงในแผ่นศิลา โดยเฉพาะศลิ าจารกึ กรงุ สโุ ขทัยหลักท่ี ๔ ซงึ่ มีคุณคา่ ยงิ่ ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยในสมัยสุโขทัย
296 และประวัติศาสตร์ เมืองพิษณุโลกเป็นอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจขณะทรงประทับอยู่ ณ เมือง พษิ ณโุ ลก พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไท) ทรงประทับอยู่ ณ เมืองพิษณุโลก เป็นเวลา ๗ ปี ได้ ทรงสร้างเมืองพิษณุโลก และพระราชวังขึ้น ทางฝั่งตะวันตกของ แม่น้ำน่าน คือ พระราชวังจันทน์ ทรงสร้างปูชนียสถานและปชู นียวัตถทุ ี่สำคัญ คือ ทรงสร้างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวหิ าร หล่อ พระพทุ ธชนิ ราช ซึ่งเปน็ พระพุทธรูปทงี่ ดงามทส่ี ดุ ในประเทศไทย พระพทุ ธชินสีห์ และพระศรีศาสดา ทรงโปรดเกล้าฯ ใหน้ ำต้นโพธิจ์ ากลงั กามาปลูกไวท้ ี่วดั พระศรีรัตนมหาธาตวุ รมหาวหิ าร พษิ ณุโลก จาก พระราชกรณียกิจที่พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไท) ได้ทรงกระทำแล้ว นับว่าพระองค์เป็น พระมหากษตั รยิ ์องคแ์ รกทที่ รงวางรากฐาน และสรา้ ง ความเจริญในจงั หวดั พษิ ณโุ ลก
297 ใบงาน บทเรียนออนไลน์ที่ 2 เรอ่ื ง ลักษณะการเมอื งการปกครองสุโขทัย คำชแ้ี จง ให้นักเรยี นตอบคำถามด้วยคำหรือข้อความสัน้ ๆ 1. การปกครองแบบราชาธปิ ไตยมีลักษณะสำคญั อย่างไร .......................................................... ................................................................................................................................................ 2. สุโขทยั มีลกั ษณะการปกครอง 2 รปู แบบ คอื . ...................................................................... .............................................................................................................................................. 3. การปกครองแบบบิดาปกครองบุตร คอื การปกครองทีม่ ีลักษณะเช่นไร ................................................................................................................................................ ………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ลักษณะเด่นของการปกครองในสมัยสุโขทยั ตอนตน้ คืออะไร.................................................. ................................................................................................................................................ 5. พระมหากษตั ริยส์ ุโขทัยพระองคใ์ ดบ้างทป่ี กครองแบบพอ่ ปกครองลูก ................................. .............................................................................................................................................. 6. การปลกู ฝังธรรมะใหแ้ กป่ ระชาชนของพ่อขนุ รามคำแหง ทำใหเ้ กิดประโยชน์ คอื ................ ................................................................................................................................................ 7. สมยั ที่ขอมยังมอี ำนาจปกครองสุโขทยั การปกครองของขอมมลี กั ษณะอย่างไร ................... ............................................................................................................................................. 8. ในระยะเริม่ แรกของอาณาจักรสุโขทยั ผ้นู ำของอาณาจกั รสุโขทยั มีฐานะเปน็ อะไร ............... 9. คำวา่ พอ่ ขุน ในสมยั สโุ ขทยั หมายถึง ................................................................................. ................................................................................................................................................ 10. พระมหากษัตริย์สุโขทยั ในระยะแรกปฏบิ ตั ิพระองคเ์ ชน่ ไรตอ่ ประชาชน............................... 11. ให้ผู้เรยี นบอกชือ่ พระมหากษัตริยใ์ นสมยั สุโขทยั มาอยา่ งนอ้ ย 5 พระองค์ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
298 เฉลยใบกจิ กรรม บทเรียนออนไลน์ที่ 2 เรอื่ ง ลักษณะการเมืองการปกครองสุโขทัย 1. การปกครองแบบราชาธปิ ไตยมีลักษณะสำคญั อย่างไร ......พระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ผปู้ กครอง สูงสุด ทรงเปน็ ผู้ใชอ้ ำนาจอธิปไตย ..... 2. สุโขทยั มีลักษณะการปกครอง 2 แบบ คือ 1. การปกครองสุโขทยั ตอนต้น…………. 2. การปกครองสโุ ขทัยตอนปลาย ………………….. 3. การปกครองแบบบิดาปกครองบุตร คอื การปกครองทีม่ ีลกั ษณะสำคัญเช่นไร . ......... พระมหากษัตริย์ทรงใกล้ชิดกับประชาชน เสมือนพ่อปกครองลูก…….. 4. ลกั ษณะเด่นของการปกครองในสมยั สุโขทยั ตอนตน้ คอื อะไร.........พระมหากษัตรยิ ม์ ีความใกลช้ ิด กับประชาชน 5. พระมหากษัตริย์สุโขทัยพระองค์ใดบ้างท่ีปกครองแบบพอ่ ปกครองลกู พอ่ ขนุ ศรีอนิ ทราทติ ย์ พ่อขุนบานเมอื ง พอ่ ขนุ รามคำแหงมหาราช…………………………. 6. การปลูกฝังธรรมะให้แกป่ ระชาชนของพ่อขุนรามคำแหง ทำให้เกดิ ประโยชน์ คือ ....................... ประชาชนเกิดความสามัคคีง่ายต่อการปกครอง ……………….. 7. สมัยทขี่ อมยงั มอี ำนาจปกครองสโุ ขทยั การปกครองของขอมมลี กั ษณะอยา่ งไร นายปกครองบา่ ว 8. ในระยะเรมิ่ แรกของอาณาจกั รสุโขทัยผ้นู ำของอาณาจักรสุโขทัยมีฐานะเป็นอะไร. พ่อขนุ 9. คำว่า พ่อขนุ ในสมยั สโุ ขทัย หมายถึง ....พระมหากษตั รยิ ์ผู้มีอำนาจสูงสุด ใชอ้ ำนาจโดย ยึดหลกั รกั เมตตาประชาชนเหมอื นบตุ ร ……………………………….. 10. พระมหากษัตริย์สโุ ขทยั ในระยะแรกปฏบิ ตั ิพระองค์เช่นไรต่อประชาชน .................................. ใหค้ วามใกล้ชิดกับประชาชน …………………………. 11. ให้ผเู้ รยี นบอกชอ่ื พระมหากษตั รยิ ์ในสมยั สุโขทัยมาอยา่ งนอ้ ย 5 พระองค์ ตอบ 1. พอ่ ขุนศรีอนิ ทราทิตย์ 2. พอ่ ขุนบานเมอื ง 3. พอ่ ขุนรามคำแหงมหาราช 4. พญาเลอไท 5. พญางว่ั นำถม 6. พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลไิ ท) 7. พระมหาธรรมราชาที่ 2 8. พระมหาธรรมราชาท่ี 3 (พญาไสลือไทย) 9. พระมหาธรรมราชาท่ี 4 (พญาบานเมอื งองคท์ ่ี 2)
299 แบบทดสอบหลังเรยี น บทเรียนออนไลน์ท่ี 2 เรอ่ื ง การเมืองการปกครองสมยั สโุ ขทยั คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำตอบทีถ่ ูกต้องท่สี ุดเพียงคำตอบเดยี ว 1. ในสมัยสุโขทัยตอนตน้ พระมหากษัตรยิ ท์ รงปกครองประชาชนแบบใด ก. อตั ตาธิปไตย ข. พ่อปกครองลูก ค. ประชาธปิ ไตย ง. สมบูรณาญาสทิ ธริ าชย์ 2. การใชห้ ลักธรรมบรหิ ารบ้านเมอื งสมัยสโุ ขทัยพระมหากษตั ริยท์ รงชกั ชวนให้ประชาชน กระทำสงิ่ ใดจึงสามารถอยรู่ ว่ มกันอย่างมคี วามสุข ก. แบ่งปันกนั ข. แขง่ ขนั กัน ค. ปฏบิ ตั ธิ รรม ง. ชว่ ยเหลือกัน 3. การปกครองแบบ “ธรรมราชา” เปน็ การปกครองท่ีพระมหากษัตรยิ ์จะต้องปฏบิ ัตอิ ยา่ งไร ก. ปฏิบัตติ ามหลกั ทศพิธราชธรรม ข. ปกครองประเทศด้วยความเขม้ แข็ง ค. ดแู ลทุกขส์ ุขของราษฎรอยา่ งใกล้ชดิ ง. พระมหากษตั ริย์ทรงบรหิ ารประเทศร่วมกับประชาชน 4. เมืองใดต่อไปนไ้ี มไ่ ดจ้ ัดอยู่ในอาณาเขตการปกครองของอาณาจกั รสโุ ขทัย สมัยพอ่ ขุนศรีอนิ ทราทติ ย์ ก. เมืองแพร่ ข. เมืองสโุ ขทัย ค. เมืองเชลียง ง. เมืองสระหลวง 5. ข้อใดตอ่ ไปน้ีไม่ใช่ เมอื งลูกหลวงในสมยั สโุ ขทัย ก. เมืองสองแคว ข. เมอื งนครชุม ค. เมืองศรีสัชนาลยั ง. เมอื งนครศรธี รรมราช
300 6. ธรรมะในข้อใดท่ีกษตั ริย์สมัยสุโขทยั นำมาใช้ปกครองประชาชนจนเป็นแบบอย่างมาจนถึง ปัจจุบัน ก. สัตบรุ ุษ ข. พรหมวิหาร 4 ค. ทศพิธราชธรรม ง. กุศลกรรมบท 10 7. พระมหากษัตริย์พระองค์ใด ในสมยั สโุ ขทัยท่ีนำเอาพระพุทธศาสนาเข้ามาเกย่ี วขอ้ งกับการปกครอง ก. พระยาลิไทย ข. พญาไสลือไทย ค. พ่อขุนรามคำแหง ง. พระมหาธรรมราชาท่ี 4 8. พระราชกรณียกิจใด ของพ่อขนุ รามคำแหง มหาราช ทน่ี บั ได้ว่าเปน็ การวางรากฐานสำคัญท่ีสุด ทางด้านวัฒนธรรมไทย ก. การประดิษฐอ์ ักษรไทย ข. การทำนบุ ำรงุ พระพทุ ธศาสนา ค. การปกครองแบบบดิ าปกครองบุตร ง. การสร้างขนบธรรมเนยี มประเพณไี ทย 9. เมืองประเภทใดทีพ่ ระมหากษตั ริย์สโุ ขทัยจะไม่เข้าไปยุ่งเก่ียวกับการปกครองภายใน ก. เมืองลูกหลวง ข. หัวเมืองชน้ั ใน ค. หัวเมอื งช้นั นอก ง. เมอื งประเทศราช 10. ลกั ษณะท่ีสำคญั ที่สดุ ของการปกครองสมยั สุโขทัย คอื ข้อใด ก. พระมหากษตั รยิ เ์ ปรยี บเสมอื นหวั หนา้ ครอบครวั ข. พระมหากษตั ริยม์ อี ำนาจสงู สุดในการปกครองบา้ นเมอื ง ค. พระมหากษตั ริย์มีความสมั พันธก์ บั ราษฎรเสมือนบดิ ากบั บุตร ง. พระมหากษตั ริย์ทรงยดึ หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาในการปกครอง
301 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน บทเรียนออนไลนท์ ี่ 2 เรอ่ื ง การเมืองการปกครองสมัยสโุ ขทยั 1.ข 2. ค 3. ก 4. ง 5. ง 6. ค 7. ก 8. ก 9. ง 10. ข
302 แบบทดสอบก่อนเรียน บทเรยี นออนไลนท์ ี่ 3 เรอ่ื ง สภาพสังคมและวัฒนธรรมของอาณาจักรสโุ ขทัย คำส่งั ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพยี งข้อเดยี ว 1. เจดีย์สร้างในสมัยสโุ ขทยั ซ่งึ เปน็ แบบสุโขทยั แท้มลี กั ษณะอย่างไร ก. ทรงแปดเหลีย่ ม ข. ทรงพุ่มขา้ วบณิ ฑ์ ค. ทรงกลมแบบลังกา ง. ทรงกลมแบบอินเดยี 2. ถา้ เราไปนมัสการกราบไหว้พระทีว่ ดั พระศรรี ตั นมหาธาตุ จงั หวดั พษิ ณโุ ลก เราควรไปกราบไหว้ พระพุทธรปู องคใ์ ด ก. พระอจนะ ข. พระพทุ ธชนิ สีห์ ค. พระพุทธชนิ ราช ง. พระศรีศากยมนุ ี 3. พระพุทธรูปองค์ใดที่สร้างในสมัยสุโขทัย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ท่ีวัดบวรนิเวศวิหารกรุงเทพมหานคร ก. พระอจนะ ข. พระพทุ ธชินสีห์ ค. พระพุทธชินราช ง. พระศรศี ากยมุนี 4. การศึกษาภาพจำหลกั ลายเสน้ ซึง่ พบท่ีเพดานมณฑปวดั ศรีชมุ จงั หวัดสโุ ขทัย เราจะไดร้ ับความรู้ เก่ยี วกบั เรอ่ื งอะไร ก. ชาดกชุดพระเจ้าห้ารอ้ ยชาติ ข. การเมอื งการปกครองสมยั สุโขทยั ค. เรอ่ื งราวต่าง ๆ ของอาณาจักรสโุ ขทยั ง. การประดิษฐอ์ ักษรไทยของพอ่ ขนุ รามคำแหงมหาราช 5. ลายสอื ไทย หมายถงึ อะไร ก. ตัวอักษรไทย ข. พระพุทธรปู สมัยสุโขทัย ค. ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ง. ภาพจำหลักลายเสน้ บนแผน่ หนิ ชนวน
303 6. ตวั อักษรไทยท่ีสร้างขึน้ ในสมัยพ่อขนุ รามคำแหงมหาราช ดัดแปลงมาจากตัวอกั ษรใด ก. อกั ษรพม่า และอักษรลาว ข. อักษรลาว และอักษรเขมร ค. อักษรพมา่ และอักษรมอญ ง. อกั ษรเขมร และอักษรมอญ 7. สิ่งใดในสมยั สโุ ขทยั ท่ยี ูเนสโกได้ประกาศขน้ึ ทะเบียนเปน็ เอกสารมรดกความทรงจำโลก ก. ลายสือไทย ข. หนังสือไตรภมู พิ ระร่วง ค. ศิลาจารกึ พ่อขุนรามคำแหง ง. ภาพจำหลักลายเส้นบนแผนหนิ ชนวน 8. ข้อใดไม่ใชพ่ ัฒนาการของเตาทุเรยี ง ก. เตาสูบ ข. เตาขุด ค. เตาอโุ มงค์ ง. เตาประทุน 9. ขอ้ ใดกลา่ วถึงเคร่อื งสังคโลกสมยั สุโขทัยไมถ่ กู ต้อง ก. สว่ นใหญ่เคลอื บสีเขยี ว ข. ได้รับอทิ ธิพลมาจากจนี ค. มีคณุ ภาพดี ลวดลายสวยงาม ง. มีเฉพาะของใช้ประจำวนั ในครัวเรือน 10. สรีดภงส์ หมายถงึ ขอ้ ใด ก. ฝาย ข. เข่ือน ค. ทำนบ ง. เหมือง
304 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น บทเรียนออนไลน์ท่ี 3 เรอื่ ง สภาพสงั คมและวฒั นธรรมของอาณาจกั รสโุ ขทยั 1. ข 2. ค 3. ข 4. ก 5. ก 6. ง 7. ค 8. ก 9. ง 10. ค
305 ใบกิจกรรม บทเรยี นออนไลนท์ ี่ 3 เร่ือง สภาพสงั คมและวฒั นธรรมของอาณาจักรสโุ ขทัย ครูแนะแนว https://www.youtube.com/watch?feature=youtu.be&v=g2gzfeFLZYE แบบทดสอบกอ่ นเรยี น https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfNqTcDsmsUxJc3Phufab_K0xiewLW8tXQ z2SZkW-0xNUR6LQ/viewform ใบงาน : การเมืองการปกครองสมัยสโุ ขทยั https://www.youtube.com/watch?t=98s&v=5nc9a45DgN0 ใบกจิ กรรม https://sites.google.com/d/1vVTYJtp1Qyxn4-g- lbJUSkwUCtSQ866x/p/19p4yLDwCjVgJvjH0NmM3RbU90rTyZxfL/edit แบบทดสอบหลงั เรียน https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSf530COooIOuUQk0- dD_vy0BLfHvUvhP3Jwbkql9eyLVhxmjA/viewform พบปะครผู ู้สอน https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSf530COooIOuUQk0- dD_vy0BLfHvUvhP3Jwbkql9eyLVhxmjA/viewform แบบทดสอบก่อนเรยี น https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfjhJ08oE2gYlviRwj2okIcV- 7Xwgb87BHvooBa2WDz1SybrQ/viewform ใบงาน ให้นักศกึ ษา เรียนรจู้ ากคลิป - เร่ืองศลิ าจารึกและกำเนิดอักษรไทย https://www.youtube.com/watch?v=8BLWuq51Rqw - เร่ืองศิลปหตั กรรม https://www.youtube.com/watch?v=EFsNRbTW7Aw - พลวตั ทางสงั คม สมยั สุโขทัย https://www.youtube.com/watch?t=72s&v=Tujb2y4mCjw - ดนตรีในสมยั สุโขทัย https://www.youtube.com/watch?v=bg9hvWZUVG8 ใบกจิ กรรมที่ 3 https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfnKANXw4wnQOIFXNX8uZR6o9PO2hnB6bJiLS d56njeaaDTKw/viewform แบบทดสอบหลังเรยี น https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeR68LAmMBHaoS- gcDHwhJ-MzSHQISbEel18fL7wg2HTxQxUA/viewform
306 ใบความรู้ บทเรยี นออนไลน์ท่ี 3 เรอ่ื ง สภาพสงั คมและวฒั นธรรมของอาณาจกั รสุโขทยั ประเพณีลอยกระทงเผาเทยี นเล่นไฟ จังหวดั สโุ ขทยั ความเป็นมา/ความสำคัญ ประเพณีลอยกระทงนน้ั ไมม่ ีหลกั ฐานระบแุ นช่ ดั ว่าเร่มิ ตงั้ แต่เมือ่ ใด แต่เชอ่ื ว่าประเพณีนไ้ี ดส้ ืบ ต่อกันมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง เรียกประเพณีลอยกระทงนี้ว่า \"พิธีจองเปรียญ\" หรือ \"การลอยพระประทีป\" และมีหลักฐานจากศิลาจารึกหลกั ที่ 1 กล่าวถึงงานเผา เทียนเล่นไฟว่าเปน็ งานรื่นเริงที่ใหญ่ ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้เชื่อกันว่างานดังกล่าวน่าจะเป็นงาน ลอยกระทงอย่างแน่นอน จังหวดั สโุ ขทัย กรมศลิ ปากร และ การทอ่ งเทีย่ วแหง่ ประเทศไทย จึงร่วมกัน จดั งานประเพณี ลอยกระทง เผาเทียนเลน่ ไฟ จงั หวัดสโุ ขทัย ข้ึนเมอ่ื ปี พ.ศ. 2520 เพ่ือเป็นการฟื้นฟู ประวัติศาสตร์ประเพณีลอยกระทงและส่งเสริมการเดินทางท่อง เที่ยวจังหวัดสุโขทัย โดยให้ชื่องาน ตามคำในศิลาจารึกว่า \"งานเผาเทียน เล่นไฟ\" จุดเน้นที่สำคัญของงานนี้ คือ การฟื้นฟูประเพณีลอย กระทง เผาเทยี น เล่นไฟ พลุ ตะไล ไฟพะเนยี ง ดอกไมไ้ ฟชนดิ ตา่ งๆ จงั หวดั สโุ ขทยั โดยกำหนดจัดข้ึน ทกุ ปี ในวนั เพญ็ เดือน 12 (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12) หรอื ประมาณเดือนพฤศจกิ ายน ของทุกปี ประเพณี ลอยกระทงเผาเทียน เล่นไฟ งานประเพณีลอยกระทงเผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ณ อุทยาน ประวัติศาสตร์สุโขทัย จัดขึ้นในวันเพ็ญ เดือนสิบสองของทุกปี ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นในระดับประเทศ เป็นการอนุรกั ษ์และส่งเสริมศิลปวฒั นธรรม ขนบธรรมเนยี มประเพณอี ันดงี าม พบกับบรรยากาศย้อน ยคุ 700 ปี พบเหน็ วิถีชีวติ ของความเปน็ ไทย มีกจิ กรรมตา่ งๆ ดังนี้ 1. พธิ ีรับรุ่งอรุณแหง่ ความสขุ 2. การแสดงแสงและเสียง ณ วดั มหาธาตุ 3. การแสดงศลิ ปวัฒนธรรมพนื้ บา้ น /หมู่บ้านวถิ ไี ทย 4. กิจกรรมลานเทศน์ ลานธรรม ณ บริเวณดงตาล 5. กจิ กรรมประกวดกระทงใหญ่ กระทงเลก็ และจัดแห่ขบวนนางนพมาศ 6. การประกวดนางนพมาศ เครือ่ งบชู าเทศนม์ หาชาติ พนมหมาก พนมเบีย้ พนมดอกไม้ และเทียนพนม บางท่านคงเคยได้ยนิ และทราบความหมายของคำว่า พนมหมาก พนมเบี้ย พนมดอกไม้ และเทียนพนมเป็นอย่างดีแล้ว และก็คงมีบางท่านอาจไม่เคยได้ยินได้ฟัง หรือแม้กระทั่งได้ทราบ ความหมายของชื่อต่างๆ เหลา่ น้ี จงขอนำเสนอเรอื่ งราวนี้เพ่ือเผยแพร่ความรู้ทางศิลปวัฒนธรรมไทย อกี แขนงหนึ่ง
307 พนมหมาก พนมเบยี้ และพนมดอกไมน้ มี้ ีกล่าวไวใ้ นศลิ าจากรึกพอ่ ขนุ รามคำแหง วา่ “คนในเมืองสโุ ขทยั น้ีมักทาน มกั ทรงศลี มักโอยทาน พ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองสุโขทัยน้ี ทงั้ ชาวแมช่ าวเจ้า ทว่ ยปว่ั ทว่ ยนาง ลูกเจา้ ลูกขุน ท้งั สนิ้ ทงั้ หลาย ทงั้ ผู้ชายผหู้ ญิง ฝูงท่วยมีศรัทธราใน พระพทุ ธศาสนา ทรงศีลเมอื่ พรรษาทุกคน เมอื่ ออกพรรษากรานกฐินเดือนหน่งึ จงึ่ แล้ว เมื่อกรานกฐิน มีพนมเบยี้ มีพนมหมาก มพี นมดอกไม้ มีหมอนนงั่ หมอนนอน บรพิ ารกฐนิ โอยทานแล่ปีแล้ญิบบ้าน ไปสวดญัตติกฐนิ ถงึ อรัญญิกพู้น...” รูปภาพ พนมหมาก ใช้เป็นเคร่ืองบชู าเทศมหาชาติ จากข้อความในศิลาจารึกดังกล่าวจะเห็นได้ว่า พนมเบี้ย พนมหมาก พนมดอกไม้ เกี่ยวข้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และอาจกล่าวได้ว่าเป็นมรดกวัฒนธรรมไทยที่สืบ ต่อเน่อื งกนั มาอย่างไม่ขาดสายแมใ้ นปจั จุบัน ถ้าแยกศัพท์คำว่า “พนม” ออกจากคำว่า เบ้ีย หมาก ดอกไม้ และเทียนแลว้ “พนม” ใน ความหมายของภาษาเขมรแปลว่า “ภูเขา” และความหมายของไทยหมายถึง ลักษณะของสิ่งที่เป็น พุ่มยอดแหลมอย่างดอกบัวตูม การกระพุ่มมือไหว้ หรือที่เราเรียกกันว่าพนมมือ ลักษณะทาง สถาปัตยกรรม ซง่ึ เป็นดอกบัวตูมก็เรียกว่า ทรงพนม และคำวา่ พนมเพลงิ ซง่ึ หมายถึง ไฟส่วนที่กำลัง เผาไหมจ้ ากไส้เชื้อเพลิงก็มรี ูปคล้ายดอกบวั ปลายแหลม สง่ิ ตา่ งๆ เหลา่ น้ีมลี กั ษณะเป็นพุ่มยอดแหลม ทั้งสิ้น ดังนั้นพนมในที่นี้จึงหมายถึงพุ่ม มากกว่าจะหมายถึงภูเขา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นภูเขาและพุ่มก็มี ลักษณะที่มียอดแหลมเช่นเดียวกันเมื่อพนมหมายถึงพุ่ม และนำไปรวมเข้ากับคำว่า หมาก เบ้ีย
308 ดอกไม้ และเทยี นแล้ว พนมหมากหมายถงึ พมุ่ ท่ปี ระดับด้วยหมากที่ใชก้ นิ กับพลู พนมเบี้ยก็หมายถึง พุ่มประดับเงินเบี้ย พนมดอกไม้หมายถึง พุ่มที่ประดับด้วยดอกไม้ และเทียนพนม หมายถึงพุ่มท่ี ประดับด้วยเทยี นนน่ั เอง ลักษณะของพนมหมาก พนมเบี้ย พนมดอกไม้ และเทียนพนมจะมีลักษณะเป็นอย่างไร สวยงามตามความต้องการของผู้จัดอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับศิลปะในการประดิษฐ์ตกแต่งของผู้จัด มี หลักฐานทก่ี ลา่ วถงึ ลักษณะของพนมหมากไวต้ า่ งๆ กนั ดงั นี้ ในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอย่หู ัว อธิบายลักษณะของพนมหมากไว้ว่า “เป็นพานแวน่ ฟ้า ป้นั ด้วยดินสองชั้นทาสีเขียวน้ำกาว ที่ปากพานมีกระดาษเจิมเหมือนใบตอง แล้วมีกรวยกระดาษทาสีขาวๆ ตั้งที่ตรงกลาง รอบล่างมีดิน ปั้นก้อนกลมๆ รูปรา่ งเหมือนประทัดลม ตา่ งวา่ หมากทาสีเขยี วหรือสีขาวก็ได้ แลว้ มีนำ้ ยาสีอื่นขีดเป็น สาแหรกห้าสาแหรกเห็นจะต่างว่ารอยผ่าเป็นคำคำ มีทองอังกฤษติดที่ใจสาแหรก ต่อนั้นขึ้นไปมีรูป ภาพสีผึ้งเห็นหงส์ เป็นเทพนมหรือเป็นใบไมต้ ิดไม้เสียบกับกรวยเป็นชั้นๆ เรียวขึ้นไปจนถึงยอด พุ่ม เป็นทองอังกฤษ ตวั สผี ง้ึ ท่ตี ดิ นัน้ ห่างๆ โปร่งแลเหน็ กรวยทเี่ ปน็ แกนข้างใน” ในหนังสอื ประเพณีเทศนม์ หาชาติ เข้าใจว่าคงจะเปน็ พระนพิ นธ์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธปิ ประพนั ธพงศ์ กล่าวว่า “หมากพนมนี้ประดบั ดว้ ยหมากพลู เปน็ รูปทรงฝาชีต้ังอยู่บน พานแว่นฟ้าสองชัน้ อนั มีใบตองเจิมรอบ ประดับดว้ ยฟกั ทอง มะละกอ เคร่ืองสดแกะบ้าง ทองอังกฤษ กระจกมีบ้าง มีดอกไม้สดปนด้วย” และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บนพนักกำแพงฐานไพที วัดพระศรีรัตน ศาสดาราม มตี ัวอยา่ งของพนมหมากทเี่ ราจะหาดูไดง้ า่ ย โดยทำเปน็ รูปกรวยใบตองต้งั บนพานแว่นฟ้า สองชั้น รูปกรวยใบตองแต่งเป็นริ้วตามแนวดิ่งทาสีเขียว ประดับกระเบื้องเคลือบเป็นวงรัด ๓ วง เหมือนมาลยั เกยี้ วรัดกรวยใบตอง กรวยวางควำ่ บนกลีบบัวประดบั กระเบ้ืองเหมือนการเย็บแบบ ส่วน ยอดกรวยแตง่ ประดับกระเบอ้ื งเปน็ บวั กลุ่มเรียวเลก็ ข้นึ ไป
309 ไตรภมู ิพระร่วง ไตรภูมิกถา หรือไตรภูมิพระรว่ ง เป็นวรรณกรรมช้ินเอกสมัยกรุงสโุ ขทยั นับเป็นวรรณคดี เรื่องแรกของไทย เป็นพระราชนิพนธ์ใน สมเด็จพระศรีสุริยพงศ์รามมหาธรรมราชาธิราช หรือ พระมหาธรรมราชาลไิ ทย เปน็ วรรณคดีไทยทม่ี อี ิทธพิ ลต่อสังคมไทย ตง้ั แต่สมัยกรุงสโุ ขทัย กรงุ ศรีอยธุ ยามา จนถึงปัจจุบัน เพราะได้รวบรวมเอาคติความเชื่อทุกแง่ทุกมมุ ของทุกชนชั้นหลายเผ่าพันธุ์มาร้อยเรียง เป็นเรื่องราวให้ผู้อ่านผู้ฟังยำเกรงในการกระทำบาปทุจริต และเกดิ ความปิติยินดีในการทำบุญทำกุศล อาจหาญมงุ่ มัน่ ในการกระทำคุณงามความดี พระมหาธรรมราชาลไิ ทย มพี ระปรีชารอบรแู้ ตกฉานในพระไตรปิฎก อรรถกถาฎีกาอนุฏีกา และปกรณ์พิเศษต่าง ๆ พระองค์ยังเชี่ยวชาญในวิชาโหราศาสตร์ ดาราศาสตร์ และไสยศาสตร์ จนถึงขน้ั ทรงบัญญัตคิ มั ภีร์ศาสตราคมเป็นปฐมธรรมเนยี มสบื ตอ่ มา จนถงึ ปัจจบุ ัน ในปี พ.ศ.๑๘๘๘ พระยาลิไทย อุปราชผคู้ รองนครศรีสัชนาลัย ได้ทรงนพิ นธ์ไตรภูมิกถาข้ึน มสี าระสำคัญ คอื ทรงพรรณาถงึ เรือ่ งการเกิด การตาย ของสัตวท์ ้งั หลายว่า การเวยี นวา่ ยตายเกดิ อยู่ ในภูมทิ ัง้ สามคือ กามภมู ิ รูปภูมิ และอรปู ภูมิ ด้วยอำนาจของบุญและบาปที่ตนไดก้ ระทำแลว้ กามภูมิ เป็นที่ตั้งแห่งความใคร่ แบ่งออกเป็นสองประเภท คือ อบายภูมิ และสุคติภูมิ อบายภมู ิ ยังแบง่ ออกเป็นส่ภี ูมิได้แก่ นรกภมู ิ ตริ ัจฉานภมู ิ เปรตภูมิ และอสูรกายภมู ิ นรกภมู ิ เปน็ ทตี่ งั้ ของสตั วท์ ีท่ ำบาป ตอ้ งไปรับทณั ฑท์ รมานนานาประการ แบง่ ออกเป็นขุม ใหญ่ ๆ ได้ แปดขมุ ดว้ ยกัน คือ - สัญชีพนรก มอี ายุ ๕๐๐ ปี นรก (๑ ว ั น เ ท ่ า ก ับ ๙ ล ้ า น ป ี ข อ ง มน ุษย์) - กาฬสตุ ตนรก มอี ายุ ๑,๐๐๐ ปนี รก (๑ วันเท่ากับ ๓๖ ล้านปีของมนุษย์) - สงั ฆาฏนรก มอี ายุ ๒,๐๐๐ ปนี รก (๑ วันเท่ากับ ๑๔๕ ล้านปีของมนุษย์) - โรรวุ ะนรก มอี ายุ ๔,๐๐๐ ปนี รก (๑ วันเท่ากับ ๕๗๖ ล้านปีของมนุษย์)
310 - มหาโรรุวะนรก มอี ายุ ๘,๐๐๐ ปีนรก (๑ วันเท่ากับ ๒,๓๐๔ ล้านปีของมนุษย์) - ตาปนรก มอี ายุ ๑๖,๐๐๐ ปีนรก (๑ วันเท่ากัย ๙,๒๓๖ ล้านปีของมนุษย์) - มหาตาปนรก มีอายยุ าวนานนบั ไม่ถ้วน - อวีจีนรก หรอื อเวจีนรก มีอายุนบั ได้กลั ป์หนง่ึ ในแต่ละนรกยงั มีนรกบรวิ าร เช่น นรกขุมท่ชี อื่ โลหสมิ พลี เปน็ นรกบรวิ ารของสัญชพี นรก ผู้ ทเี่ ป็นชูก้ บั สามหี รอื ภรยิ าผอู้ น่ื จามาตกนรกขุมน้ี จะถกู นายนริ บาลไลต่ ้อนให้ขน้ึ ตน้ ง้วิ ทีส่ งู ต้นละหน่ึง โยชน์ มีหนามเป็นเหลก็ ร้อนจนเปน็ สีแดงมีเปลวไฟลุกโชนยาว ๑๖ นิ้ว ชายหญิงที่เป็นชู้กนั ต้องปนี ขนึ้ ลง โดยมีนายนิรบาลเอาหอกแหลมทิ่มแทงให้ขึน้ ลงวนเวยี นอยูเ่ ช่นน้ีนบั รอ้ ยปนี รก สำหรับผูท้ ี่ทำบาป แต่ไม่หนักพอท่จี ะตกนรก ก็ไปเกดิ ในทอ่ี นั หาความเจรญิ มไิ ด้ อ่ืน ๆ เช่น เกิดเป็นเปรต อสูรกาย สัตว์เดรัจฉาน พวกที่พ้นโทษจากนรกแล้วยังมีเศษบาปติดอยู่ก็ไปเกิดเป็น เดรจั ฉานบา้ ง เป็นเปรตบ้าง เปน็ อสูรกายบา้ ง เปน็ มนุษยท์ ีท่ ุพพลภาพพกิ ลพิการ ตามความหนกั เบา ของบาปท่ีตนไดท้ ำไว้ สุคติภูมิ เป็นส่วนของกามาพจรภูมิ หรือ กามสุคติภูมิ แบ่งออกเป็นเจ็ดชั้น คือ มนุษย์ภูมิ สวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกาภูมิ สวรรค์ชั้นตาวติงสาภูมิ (ดาวดึงส์ - ไตรตรึงษ์) สวรรค์ชั้นยามาภูมิ สวรรค์ช้นั ตสุ ติ าภูมิ (ดสุ ิต) สวรรค์ชัน้ นมิ มานรดีภูมิ และสวรรค์ชนั้ ปรนิมมติ วสวัตดภี มู ิ กามาพจรภมู ทิ ้งั เจด็ ชั้น เปน็ ที่ต้ังอันเตม็ ไปด้วยกาม เป็นทท่ี อ่ งเท่ยี วของสตั ว์ท่ีลุ่มหลงอยู่ใน รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันเป็นอารมณอ์ ันพึงปรารถนา เมื่อรวมกับอบายภูมิอีกส่ีชั้นเรียกว่า กามภูมสิ ิบเอด็ ช้นั รูปภมู ิ หรือรปู าวจรภูมิ ไดแ้ ก่ รปู พรหมสิบหกช้ัน เริม่ ตัง้ แต่พรหมปรสิ ชั ชาภมู ิ ทีอ่ ยู่สูงกว่า สวรรคช์ ้นั หก คือ ปรนิมมติ วสวัตดี มากจนนับระยะทางไม่ได้ ระยะทางดงั กล่าวอุปมาไว้ว่า สมมติมี หินก้อนใหญ่เทา่ โลหะปราสาทในลงั กาทวีป หินกอ้ นนีท้ ้ิงลงมาจากชนั้ พรหมปรสิ ัชชาภูมิ หินก้อนน้ัน ใช้เวลาถงึ สเ่ี ดอื นจึงจะตกลงถึงพนื้ จากพรหมปรสิ ชั ชาภมู ขิ น้ึ ไปถึงช้ันท่สี ิบเอ็ด ชื่อชั้นอสญั ญภี มู ิ เป็นรูปพรหมทมี่ ีรูปแปลก ออกไปจากพรหมชั้นอน่ื ๆ คือ พรหมชั้นอ่ืน ๆ มรี ูป มีความรู้สกึ เคลอ่ื นไหวได้ แตพ่ รหมชน้ั อสญั ญมี ี รูปท่ี ไมไ่ หวตงิ ไร้อรยิ าบท โบราณเรยี กว่า พรหมลกู ฟักครัน้ หมดอายุ ฌานเสอ่ื มแลว้ กไ็ ปเกิดตาม กรรมตอ่ ไป รูปพรหมทีส่ งู ข้นึ ไปจากอสัญญพี รหมอีกห้าช้นั เรียกว่า ชน้ั สทุ ธาวาส หมายถึง ทีอ่ ยูข่ อง ผู้บริสุทธิ ผู้ที่จะไปเกิดในพรหมชั้นสุทธาวาสคือ ผู้ที่สำเร็จเป็นพระอริยบคุ คลชั้นพระอนาคามี คือ เปน็ ผทู้ ไ่ี มก่ ลบั มาสโู่ ลกน้ตี อ่ ไป ทกุ ทา่ นจะสำเร็จเปน็ พระอรหันต์แลว้ นิพพานในช้ันสุทธาวาสนี้ อรูปภูมิ หรืออรูปาพาจรภูมิ มีสี่ชั้น เป็นพรหมที่ไมม่ ีรูปปรากฏ ผู้ที่ไปเกิดในภูมินี้คือผูท้ ี่ บำเพ็ญเพียรจนได้บรรลุฌานโลกีย์ชั้นสูงสุด เรียกว่าอรูปฌานซึ่งมีอยู่ส่ีระดับได้แก่ผู้ที่บรรลุ
311 อากาสานัญจายตนะฌาน (ยึดหนว่ งเอาอากาศเป็นอารมณ์) จะไปเกดิ ในอากาสานญั จายตะภมู ิ ผทู้ ่ี บรรลวุ ิญญาณัญจายตนะฌาน (ยึดหน่วงเอาวญิ ญาณเป็นอารมณ)์ จะไปเกดิ ในวิญญาณัญจายตะภมู ิ ผ้ทู บี่ รรลุอากญิ จัญญายตนะฌาน (ยดึ หนว่ งเอาความไม่มีเป็นอารมณ์) จะไปเกดิ ในอากิญจญั ญาตนะ ภูมิ และผู้ท่ีบรรลเุ นวสญั ญานสสญั ญายตนะฌาน (ยึดหนว่ งเอาฌานทีส่ ามให้ละเอียดลงจนเปน็ ผู้มี สัญญากม็ ิใช่ ไมม่ ีญากม็ ิใช่) จะไปเกิดในแนวสัญญานาสัญญายตนะภมู ิ พรหมเหล่าน้ีเม่อื เสือ่ มจาก ฌานก็จะกลบั มาเกดิ ในรปู พรหมภมู ิ หรือภูมิอ่ืน ๆ ได้เช่นกนั การกำเนิดของสตั ว์ การเกิดของสตั ว์ในสามภมู ิมีอย่สู ่อี ย่างดว้ ยกันคอื - ชลาพชุ ะ เกิดในครรภ์ เชน่ มนษุ ย์และสตั ว์เดรัจฉานบางชนดิ ทเ่ี ลย้ี งลกู ดว้ ยนม - อณั ฑชะ เกดิ ในไข่ ได้แก่สัตวเ์ ดรจั ฉานบางชนดิ เชน่ นก สัตวเ์ ลอ้ื ยคลานบางชนดิ ปลา เป็นตน้ - สงั เสทชะ เกดิ ในเถา้ ไคล ไดแ้ ก่สตั ว์ช้นั ตำ่ บางชนิดทีใ่ ช้การแบ่งตัวออกไป เชน่ ไฮดรา อมิบา เป็นต้น - โอปาติกะ เกดิ ข้นึ เอง เม่ือเกิดแล้วก็จะสมบรู ณเ์ ตม็ ที่ เม่อื ตายไปจะไม่มที ราก ไดแ้ ก่ เปรต อสรู กาย เทวดา และพรหม เป็นต้น การตายของสตั ว์ การตายมีสาเหตสุ ่ีประการด้วยกันคือ - อายุขยะ เปน็ การตายเพราะสนิ้ อายุ - กรรมขยะ เปน็ การตายเพราะส้ินกรรม - อภุ ยขยะ เปน็ การตายเพราะสิ้นท้งั อายุ และส้นิ ทง้ั กรรม - อปุ ัจเฉทกรรมขยะ เปน็ การตายเพราะอุบตั ิเหตุ นอกจากนั้นแล้ว มีการกล่าวถึงสิ่งต่าง ๆ ในโลกและในจักรวาล มีภูเขาพระสุเมรุราชเป็น แกนกลาง แวดล้อมด้วยกำแพงน้ำสีทันดรสมุทร และภูเขาสัตตบรรพต อันประกอบด้วย ภูเขา ยุคนธร อินมิ ธร กรวิก สุทศั นะ เนมินธร วนิ ันตกะ และอสั สกัณณะ กลา่ วถึงพระอาทิตย์ พระจันทร์ ดาว นพเคราะห์ และดารากรทั้งหลายในจกั รวาล เป็นเครื่องบ่งบอกให้รู้วนั เวลาฤดูกาล และเหตุการณ์ ตา่ ง ๆ กลา่ วถงึ ทวีปท้งั ส่ที ี่ตั้งอยรู่ อบภูเขาพระเมรุมาศ ชมพูทวีปอยูท่ างทศิ ใตก้ วา้ ง ๑๐,๐๐๐ โยชน์ มปี รมิ ณฑล ๓๐๐,๐๐๐ โยชน์ มีแผน่ ดินเลก็ ล้อมรอบได้ ๕๐๐ มีแผ่นดนิ เล็กอยู่กลางทวีปใหญ่สี่ผืน เรียกวา่ สุวรรณทวปี กวา้ งได้ ๑,๐๐๐ โยชน์ มปี ระมณฑล ๓๐,๐๐๐ โยชน์ เปน็ เมืองที่อยูข่ องพญาครฑุ การกำหนดอายขุ องสัตวแ์ ละโลกท้งั สามภมู ิ มี กัลป์ มหากัลป์ การวินาศ การอุบัติ การ สร้างโลก สร้างแผ่นดินตามคติของพราหมณ์ ท้ายสดุ ของภูมกิ ถา เป็นนิพพานคถาวา่ ด้วยนิพพานสมบัติของพระอรยิ ะเจา้ ทง้ั หลาย วธิ ี ปฏิบตั ิเพ่ือบรรลพุ ระนิพพาน อันเปน็ วิธตี ามแนวทางของพระพทุ ธศาสนา
312 สุภาษิตพระร่วง เป็นวรรณกรรมจารึกลงในแผ่นศิลารูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ติดไว้กบั ผนังด้าน ใน ของศาลาหน้าพระมหาเจดีย์หลังเหนือ วัดพระเชตุพน ฯ กรุงเทพ ฯ และจดไว้ในสมุดไทยอีก หลายเล่ม กรมศิลปากรจัดพิมพเ์ ป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๒ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึง่ ว่า บัญญัติ พระร่วง เป็นภาษิตไทยแท้ ๆ ใช้ถ้อยคำอย่างพื้น ๆ เป็นภาษิตไทยเก่าแก่ที่ติดปากคนไทยสืบ มา และมากลายรูปไปในลักษณะกวีนิพนธแ์ บบตา่ ง ๆ แทรกอยู่ในวรรณคดีไทยในเวลาตอ่ มา เม่ือ พิจารณาตามรูปของวลีจะพบว่า คล้ายคลึงใกล้เคียงกับ จารึกพ่อขุนรามคำแหงอาจเป็นไปได้ว่า สภุ าษติ พระรว่ งเดิมเปน็ พระบรมราโชวาท ซึ่งพระรว่ ง พ่อขนุ รามคำแหง ทรงแสดงสง่ั สอนประชาชน ชาวไทยในคร้ังนนั้ สภุ าษิตพระร่วงเขียนเป็นรา่ ยสภุ าพ มีรปู แบบท่ีกำหนดไว้ตายตัววา่ ในวรรคหนง่ึ ๆ ให้ใช้คำ ได้วรรคละห้าคำ คำสง่ สัมผัสมีรูปวรรณยุกต์ใด คำรบั สมั ผัสต้องมรี ูปวรรณยกุ ต์น้ัน เช่น ภายในอย่า นำออก ภายนอกอย่านำเข้า เป็นตน้ วรรณกรรมเรื่องสุภาษิตพระร่วงเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะของสุโขทัย ได้รับการเรียบเรียง เปน็ รา่ ยสภุ าพ และจารึกเป็นวรรณกรรมลายลกั ษณ์ ตำนานพระร่วงพระลือ พระรว่ งพระลือ จากคำบอกเล่าสบื ตอ่ กนั มาว่า เดิมจำหลักจากงา ดำของช้างเผือกเป็นศิลปะสุโขทัย ต่อมามีการหล่อด้วยสำริดศิลปะอยุธยา ลักษณะประทับยนื ตรง ยกพระหตั ถ์ทัง้ สองตัง้ เสมอพระอรุ ะ ทรงพระมาลาท่ีชาวบ้านเรยี กวา่ หมวกชีโบ ครองจีวรคลุมยาว ถงึ พระชงฆ์ องคพ์ ระรว่ งสูง ๓๘ เซนตเิ มตร กว้าง ๘ เซนติเมตร องคพ์ ระลือสงู ๓๔ เซนติเมตร กว้าง ๗ เซนตเิ มตร ปจั จุบนั ต้ังแสดงอยู่ทพี่ พิ ธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาตริ ามคำแหง พงศาวดารเหนอื กล่าวประวัติพระรว่ งกษัตรยิ ์ผู้ครองกรุงสโุ ขทยั วา่ พระบิดาเปน็ มนุษย์พระ มารดาเป็นนางนาค พระบดิ าเดมิ ครองนครหริภญุ ไชย ทรงพระนามวา่ อภัยคามมะนี ทา่ นได้ไปจำศีล ภาวนาอยู่บนภูเขาแห่งหนึ่ง ได้มีนางนาคจำแลงกายเป็นมนุษย์ขึ้นมาเที่ยวเล่น ได้พบพระยาอภัย คามมะนีแล้วเกิดรกั ใคร่กนั ได้อย่รู ่วมกนั เปน็ เวลาเจ็ดวัน นางนาคกก็ ลบั สู่เมอื งบาดาล เม่อื ใกล้คลอด บตุ รจึงไดข้ ้ึนจากบาดาลไปยงั ภูเขาท่เี คยพบพระยาอภัยคามมะนี และคลอดบุตรชาย ณ ที่น้ัน แล้ว วางบุตรบนผ้ากัมพล พร้อมทั้งวางพระธำมรงค์ทีไ่ ดร้ บั ประทานจากพระยาอภยั คามมะนี อธิษฐาน ขอใหพ้ อ่ ลูกพบกัน แล้วกลับไปบาดาล มีพรานป่าผู้หนึ่งมาพบทารกจึงนำไปเลี้ยง เมื่อกุมารเจริญวัย เป็นผู้มีบุญญาธกิ าร มีวาจา สทิ ธ์ิ วนั หนง่ึ พระยาอภยั คามมะนี มีพระราชประสงค์จะสรา้ งพระราชนิเวศนเ์ พมิ่ เติม จึงประกาศให้ ราษฎรไปช่วยกันตัดไม้มาสรา้ งถวาย พรานป่าก็ได้พาบตุ รบุญธรรมไปร่วมตัดไม้ด้วย กุมารก็แสดง ฤทธิ์ด้วยการใช้วาจาสิทธิ์ให้ได้ไม้มาโดยไม่ต้องลงแรงตัด ความทราบถึงพระยาอภัยคามมะนี จึง รับส่งั ใหล้ ูกนางนาคเขา้ เฝ้า เมอ่ื ได้ซกั ถามประวัติจนทราบว่า เปน็ พระโอรสจึงรับเข้าไว้ในเศวตฉัตร และทรงตั้งพระนามว่า อรุณกุมาร พระยาอภัย ฯ มีโอรสกับพระมเหสีอีกองค์หนึ่ง มีพระนามว่า
313 ฤทธกิ ุมาร เม่อื โอรสทัง้ สองเจรญิ วยั กไ็ ด้ทรงสขู่ อพระธิดาผคู้ รองนครศรีสัชนาลัยมาอภิเษกสมรสกับ อรณุ กุมาร เม่ือพระยาอภัย ฯ สวรรคต อรณุ กุมารจงึ ไดค้ รองนครสุโขทัยสืบแทน ต่อมาเม่ือผู้ครอง นครศรีสชั นาลยั สวรรคต อรุณกมุ ารก็ไดค้ รองนครศรีสัชนาลัยควบคู่กับนครสุโขทัย ทรงพระนามว่า พระร่วงพระองค์ไดท้ รงสู่ขอพระธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่ ให้อภิเษกสมรสกับฤทธกิ ุมาร และหลังจาก เจา้ เมอื งเชียงใหมส่ วรรคตแล้ว เจา้ ฤทธกิ มุ ารก็ได้ครองเมอื งเชยี งใหมไ่ ด้พระนามใหม่ว่า พระลือ พระร่วงส่วยน้ำ มีตำนานเร่ืองพระร่วงอีกเรื่องหนึ่งกล่าวว่า พระร่วงเป็นบุตรของนายคง เครา นายกองส่งสว่ ยน้ำเมอื งลพบรุ ี ในครั้งนั้นพระเจา้ แผน่ ดินขอมแห่งกรุงกัมพูชามีเมืองขึ้นทีต่ อ้ ง ส่งเครอื่ งบรรณาการเป็นจำนวนมาก ในจำนวนดังกลา่ วมเี มืองลพบรุ ีอยู่ด้วย เมอื งลพบุรีต้องส่งส่วย น้ำเป็นเครื่องบรรณาการเป็นประจำทุกปี นายคงเครามีบุตรคนหนึ่งชื่อนายร่วง เป็นคนมีบุญญาธิ การ มีวาจาสิทธ์ิ เมื่อตอนที่มีอายุสิบเอ็ดปี เขาพายเรือทวนน้ำนานเข้าจึงเหน็ดเหนื่อยมากถึงกบั ออกปากว่า \"ทำไมนำ้ จึงไม่ไหลไปทางโน้นบ้าง\" พอพูดขาดคำกป็ รากฏว่าสายน้ำได้ไหลย้อนกลับไป ในทางทจ่ี ะไปทันที นายร่วงเม่อื รวู้ ่าตนมีวาจาสิทธิก์ เ็ ก็บเรือ่ งไวเ้ ปน็ ความลบั ไมบ่ อกใหใ้ ครรู้ เมื่อนายคงเคราชราภาพลง นายร่วงจึงรับหน้าที่ส่งส่วยน้ำแทนบิดา เขาคิดหาวิธีการทำ ภาชนะใส่น้ำส่งเจ้ากรุงกัมพูชา เป็นภาชนะที่เบาและจุน้ำได้มากโดยใช้ไม้ไผ่มาจักสานเป็นชะลอม (ครุ) ข้ึนเปน็ จำนวนมาก แลว้ นำไปตกั นำ้ ในทะเลชุบศร ลัน่ วาจาสิทธ์ิใหน้ ้ำไมร่ ่วั ออกจากชะลอม น้ำ ก็อย่ใู นชะลอมไมร่ ว่ั ไหลออกมา เมือ่ นำไปถวายพระเจ้ากรงุ กัมพูชาทรงเห็นเปน็ ท่อี ัศจรรย์ และทรง วิตกวา่ บดั น้มี คี นมบี ุญเกิดขึ้นแล้ว ถ้าปล่อยไว้จะเปน็ อันตรายต่อกรุงกมั พูชา ควรที่จะกำจัดนายร่วง เสียโดยเร็ว จึงได้ตรัสสั่งใหน้ ายเดโชชยั นายทหารคพู่ ระทัย ดำเนินการกำจดั นายรว่ งเสีย ฝ่ายนายร่วงเมื่อได้ทราบว่าพระเจ้ากรุงกัมพูชาคิดกำจัดตน จึงหลบหนีจากเมืองลพบุรี ข้นึ มาบวชเปน็ พระภกิ ษุทีว่ ัดมหาธาตุ เมอื งสโุ ขทัย นายเดโชชัย เปน็ ผู้มีวชิ าอาคมแก่กลา้ ก็ได้ติดตาม นายร่วงมาถึงเมืองสุโขทัย เมื่อมาถึงกำแพงเมอื งสุโขทัย ก็ใช้อิทธิฤทธิ์ดำดินลอดใต้กำแพงเมืองเขา้ มาโผล่ขึ้นในลานวดั มหาธาตุ ขณะนั้นพระภิกษุพระร่วงกำลังกวาดลานวัดอยู่ นายเดโชชัยจงึ เข้าไป ถามว่า รู้ไหมว่านายร่วงที่มาจากเมืองลพบุรีนั้นขณะนี้อยู่ที่ไหน พระภิกษุร่วงก็รู้ทันทีว่าคนผู้นี้ ตามมาทำรา้ ยตน จึงได้กลา่ ววาจาออกไปว่า \"สูจงอยู่ทีน่ เ่ี ถดิ รูปจะไปบอกนายร่วงให้\" พอพูดขาดคำ ร่างของนายเดโชชัยก็กลายเป็นหินไปทันที เมื่อชาวบ้านเมืองสุโขทัยรู้ว่าพระภิกษุร่วงมีวาจาสิทธ์ิ สาปขอมให้กลายเป็นหินได้ จึงมีความเคารพศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเจ้าเมอื งสุโขทัยส้ินแล้ว จึงได้ พากันอาราธนาให้พระภิกษุร่วงลาสิกขา แล้วขึ้นครองเมืองสุโขทัย ทรงพระนามว่า พระเจ้าศรีจัน ทราธิบดี ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยทศพิธราชธรรม นำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่ประชาชน และ บา้ นเมืองก็เจรญิ รงุ่ เรอื งสบื ตอ่ มา สำหรับรูปคนที่เป็นหินนัน้ ชาวบ้านเรยี กว่า ขอมดำดิน ปัจจุบันถูกคนทบุ ตจี นแตกหักเปน็ เศษเล็กเศษน้อย ทางราชการไดน้ ำไปไว้ที่ศาลพระแม่ยา่ หน้าศาลากลางจงั หวัดสโุ ขทัย
314 เคร่อื งสังคโลก เวลาทีพ่ ูดถงึ เรื่องเก่ียวกบั ขา้ วของเคร่ืองใช้ในอดีตคำวา่ “เคร่ืองสังคโลก” จะต้องเป็นคำท่ีถูก ยกขึ้นมาใช้อย่างแน่นอนสำหรับประวัติศาสตร์ชาติไทย เพราะนี่คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาจาก นำ้ พกั น้ำแรงของรนุ่ บรรพบรุ ุษต้งั แต่สมัยสโุ ขทัยไล่มาจนถงึ สมยั อยธุ ยาตอนตน้ เป็นศิลปวัฒนธรรมท่ี แสดงให้เห็นถึงความละเอียดออ่ น และความใสใ่ จของคนไทยมานานหลายศตวรรษ ซ่ึงเคร่อื งสังคโลก เองยงั เป็นส่ิงทีช่ ีน้ ำเรอ่ื งราวต่างๆ มากมายถา่ ยทอดมาให้สู่คนรุ่นหลงั ไดร้ บั รู้และยังคงจะเป็นเรื่องราว ท่ีถูกเลา่ ขานต่อไปอย่างไม่จบสิน้
315 ความหมายของเครอ่ื งสังคโลก เป็นข้าวของเครื่องใช้ท่ีถูกผลิตขึ้นโดยมีวัตถุดบิ มาจากเครื่องปั้นดนิ เผา ซึ่งยังรวมไปถึงของประดับตกแตง่ ต่างด้วย ตัวอย่างของเครื่องสังคโลกที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด เช่น ถ้วย จาน ชาม ไหดิน โอ่งน้ำ กระปุก ขวดดนิ กระเบื้อง ตัวหมากรกุ นอกจากนี้ยงั มกี ารทำเคร่ืองสังคโลกเป็นของจำพวกตุ๊กตาดิน รปู ต่างๆ เช่น รปู คน ช้าง มา้ วัว ควาย พระพทุ ธรปู เทวรูป ไดอ้ กี ด้วย ซึง่ เครอื่ งสังคโลกท่ีถูกสร้างข้ึน นน้ั จะมีทัง้ แบบการเคลอื บน้ำยาและไมเ่ คลอื บน้ำยาขน้ึ อยู่กับความต้องการของผู้สร้าง เครอื งสังคโลก จะเปน็ เคร่ืองป้นั ดนิ เผาประเภทเนอื้ ละเอยี ดทำใหค้ งทนแขง็ แรงตอ่ การใชง้ านเปน็ อย่างมาก ประเภทของเคร่อื งสงั คโลก
316 โดยปกติแล้วเครอ่ื งสงั คโลกนนั้ จะสามารถแบ่งออกมาได้ทัง้ ในรูปของเน้อื ดนิ กับลวดลายและประเภท ของการเผา ซึง่ จำแนกออกมาได้ ดังน้ี 1. เน้อื ดนิ ทีเ่ ปน็ ประเภทเนอ้ื แกรง่ มีอณุ หภมู ิในการเผาท่ีใช้ค่อนขา้ งสงู อย่ทู ่ปี ระมาณ 1,150- 1,280 องศาเซลเซียส ซึ่งในส่วนของเทคนคิ เกี่ยวกับการเผาและการเคลือบลายสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้ - เครื่องปั้นดินเผาชนิดเนื้อแกร่งแต่ไม่เคลือบ จะใช้แม่พิมพ์ในการกดเพื่อให้ออกมาเป็น ลวดลายตามทต่ี ้องการ อาทิ ลายเรขาคณิต จะใช้วธิ กี ารโดยการป้นั ดินแล้วก็แปะติดเข้ากับเครื่องสังค โลกชนดิ นน้ั ๆ ก่อนทจี่ ะทำการเผา - เครื่องถ้วยที่มีสีน้ำตาลเขม้ เป็นการเคลือบด้วยสพี ืน้ เดียว จะคล้ายๆ กับเครื่องถ้วยลพบุรี ประเภทเคลือบสีน้ำตาล - เคร่อื งถว้ ยแบบเคลอื บขาวโดยจะเขียนลวดลายใต้เคลือบนำ้ ตาลดำ จะมลี ักษณะคล้ายคลึง กบั เครอ่ื งใชข้ องจีนเสาสอื โจ้ว และเครอื่ งถ้วยของอนั หนานทีม่ าจากเวยี ดนาม - เครอ่ื งถว้ ยแบบเคลอื บขาวโดยจะเขยี นลวดลายบนเคลอื บท่เี ปน็ สีนำ้ ตาลทอง - เครือ่ งถ้วยเคลือบทเ่ี ป็นสีเขยี วไขก่ า จะทำการตกแตง่ ลวดลายต่างๆ ด้วยวิธีการขุดจากน้ันก็ ทำการเคลือบทับเครือ่ งสังคโลกจัดได้วา่ เป็นหลกั ฐานชิน้ สำคัญสำหรับการศึกษาประวัติศาสตร์ในพื้นที่ ต่างๆ ที่แสดงให้เหน็ ถึงวฒั นธรรมในการเป็นอยู่ การใช้ชวี ิต น่ีจึงเปน็ สงิ่ สำคัญทถ่ี ่ายทอดเรื่องราวจาก อดตี สปู่ จั จุบนั ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
317 ใบงาน บทเรียนออนไลนท์ ่ี 3 เรอื่ ง มรดกทางวฒั นธรรมสมัยสุโขทยั จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. ความเชื่อเรอื่ ง ลอยประทีปในสมยั สโุ ขทยั ไดร้ ับอิทธพิ ลมาจากใคร ................................................................................................................................................ 2. การเผาเทียน ในสมยั สโุ ขทัย หมายถึงอะไร ................................................................................................................................................ 3. การเลน่ ไฟ ในสมัยสุโขทยั หมายถงึ อะไร ................................................................................................................................................ 4. เจดีย์สมัยสโุ ขทัย มีก่แี บบ อะไรบ้าง ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ 5. พระพุทธรูปสมยั สโุ ขทยั มีกหี่ มวด อะไรบา้ ง ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................ 6. วงปพ่ี าทย์เคร่ืองหา้ ประกอบดว้ ยเคร่ืองดนตรีอะไรบ้าง ....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................... 7. เครอ่ื งดนตรมี ังคละ ประกอบด้วยเคร่ืองดนตรอี ะไรบา้ ง ....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................... 8. เครอื่ งดนตรีเครอ่ื งสาย ทม่ี ีในสมัยสุโขทยั มีอะไรบ้าง ........................................................................................................................................... ........................................................................................................................................... 9.ให้ผเู้ รียนทำรายงานเก่ยี วกบั เครอื่ งสงั คโลกสมัยสโุ ขทัย มาอยา่ งน้อย 5 หน้ากระดาษ A4 ...............................................................................................................................................
318 เฉลยใบงาน บทเรียนออนไลน์ที่ 3 เรอ่ื ง มรดกทางวัฒนธรรมสมัยสุโขทยั กิจกรรมท่ี 1ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เลน่ ไฟ 1. ความเชือ่ เรอื่ ง ลอยประทีปในสมยั สโุ ขทัย ไดร้ บั อทิ ธพิ ลมาจากใคร ตอบ อารยธรรมขอม 2. การเผาเทียน ในสมัยสุโขทยั หมายถึงอะไร ตอบ การจดุ เทียนบชู าสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิ 3. การเลน่ ไฟ ในสมัยสโุ ขทัย หมายถงึ อะไร ตอบ การจดุ ดอกไมไ้ ฟ 4. เจดีย์สมัยสโุ ขทัย มกี แ่ี บบ อะไรบา้ ง ตอบ มี 6 แบบ คอื 1. เจดยี ์ทรงดอกบัวตูม 2. เจดยี ์ทรงกลมแบบลังกา 3. เจดยี ผ์ สมแบบลังกาและศรีวชิ ยั 4. เจดยี แ์ บบลงั กาผสมปรางค์ 5. เจดยี ท์ รงมณฑปภายในตง้ั พระพุทธรปู องค์เดียว และพระพทุ ธรปู 4 อิริยาบท 6. เจดยี ์แบบเบด็ เตล็ด 5. พระพทุ ธรูปสมัยสุโขทัย มีกห่ี มวด อะไรบา้ ง ตอบ มี 4 หมวด ไดแ้ ก่ 1. หมวดใหญ่ 2. หมวดก าแพงเพชร 3. หมวดพระพทุ ธชนิ ราช 4. หมวดเบด็ เตล็ดหรือหมวดวัดตะกวน 6. วงปีพ่ าทย์เครอ่ื งห้า ประกอบดว้ ยเครอื่ งดนตรีอะไรบา้ ง ตอบ ปีใ่ น ฆ้องวง ตะโพน กลองทัด และฉ่ิง 7. เครื่องดนตรีมังคละ ประกอบด้วยเครอ่ื งดนตรอี ะไรบา้ ง ตอบ กลองสองหนา้ จำนวน 2 ใบ กลองมงั คละ 1 ใบ ฆอ้ งโหมง่ จำนวน 3 ใบ ปี่ชวา 1 เลา ฉาบเลก็ 1 คู่ ฉาบใหญ่ 1 คู่ และกรับไม้ 1 คู่ 8. เครื่องดนตรีเคร่ืองสาย ทีม่ ีในสมยั สุโขทัย มอี ะไรบ้าง ตอบ พิณ และซอสามสาย
319 แบบทดสอบหลังเรยี น บทเรยี นออนไลนท์ ี่ 3 เรอ่ื ง สภาพสังคมและวัฒนธรรมของอาณาจกั รสุโขทัย คำส่งั ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบท่ีถูกที่สุดเพยี งข้อเดียว 1. เจดีย์สร้างในสมัยสโุ ขทยั ซ่งึ เปน็ แบบสุโขทยั แท้มีลกั ษณะอยา่ งไร ก. ทรงแปดเหลีย่ ม ข. ทรงพุ่มขา้ วบณิ ฑ์ ค. ทรงกลมแบบลังกา ง. ทรงกลมแบบอินเดยี 2. ถา้ เราไปนมัสการกราบไหว้พระทีว่ ดั พระศรรี ตั นมหาธาตุ จังหวัดพษิ ณุโลก เราควรไปกราบไหว้ พระพุทธรปู องคใ์ ด ก. พระอจนะ ข. พระพทุ ธชนิ สีห์ ค. พระพุทธชนิ ราช ง. พระศรีศากยมนุ ี 3. พระพุทธรูปองค์ใดที่สร้างในสมัยสุโขทัย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ท่ีวัดบวรนิเวศวหิ ารกรุงเทพมหานคร ก. พระอจนะ ข. พระพทุ ธชินสีห์ ค. พระพุทธชินราช ง. พระศรศี ากยมุนี 4. การศึกษาภาพจำหลกั ลายเส้น ซงึ่ พบท่ีเพดานมณฑปวดั ศรีชมุ จังหวดั สโุ ขทัย เราจะได้รับความรู้ เก่ยี วกบั เรอ่ื งอะไร ก. ชาดกชุดพระเจ้าห้ารอ้ ยชาติ ข. การเมอื งการปกครองสมยั สุโขทยั ค. เรอ่ื งราวต่าง ๆ ของอาณาจักรสโุ ขทยั ง. การประดิษฐอ์ ักษรไทยของพอ่ ขนุ รามคำแหงมหาราช 5. ลายสอื ไทย หมายถงึ อะไร ก. ตัวอักษรไทย ข. พระพุทธรปู สมัยสุโขทัย ค. ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ง. ภาพจำหลักลายเสน้ บนแผน่ หนิ ชนวน
320 6. ตวั อักษรไทยท่ีสร้างขึน้ ในสมัยพ่อขนุ รามคำแหงมหาราช ดัดแปลงมาจากตัวอกั ษรใด ก. อกั ษรพม่า และอักษรลาว ข. อักษรลาว และอักษรเขมร ค. อักษรพมา่ และอักษรมอญ ง. อกั ษรเขมร และอักษรมอญ 7. สิ่งใดในสมยั สโุ ขทยั ท่ยี ูเนสโกได้ประกาศขน้ึ ทะเบียนเปน็ เอกสารมรดกความทรงจำโลก ก. ลายสือไทย ข. หนังสือไตรภมู พิ ระร่วง ค. ศิลาจารกึ พ่อขุนรามคำแหง ง. ภาพจำหลักลายเส้นบนแผนหนิ ชนวน 8. ข้อใดไม่ใชพ่ ัฒนาการของเตาทุเรยี ง ก. เตาสูบ ข. เตาขุด ค. เตาอโุ มงค์ ง. เตาประทุน 9. ขอ้ ใดกลา่ วถึงเคร่อื งสังคโลกสมยั สุโขทัยไมถ่ กู ต้อง ก. สว่ นใหญ่เคลอื บสีเขยี ว ข. ได้รับอทิ ธิพลมาจากจนี ค. มีคณุ ภาพดี ลวดลายสวยงาม ง. มีเฉพาะของใช้ประจำวนั ในครัวเรือน 10. สรีดภงส์ หมายถงึ ขอ้ ใด ก. ฝาย ข. เข่ือน ค. ทำนบ ง. เหมือง
321 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น บทเรียนออนไลน์ท่ี 3 เรอื่ ง สภาพสงั คมและวัฒนธรรมของอาณาจกั รสโุ ขทยั 1. ข 2. ค 3. ข 4. ก 5. ก 6. ง 7. ค 8. ก 9. ง 10. ค
322 แบบทดสอบก่อนเรยี น บทเรยี นออนไลน์ท่ี 4 เรอ่ื ง การบรหิ ารจัดการเร่ืองนำ้ สมยั สโุ ขทยั คำชแ้ี จง ให้นักเรยี นเลอื กคำตอบท่ถี ูกตอ้ งทีส่ ดุ เพียงขอ้ เดียว 1. หลักฐานใดที่ช่วยยืนยันวา่ สุโขทยั มคี วามเจริญมาก่อนหนา้ ทีจ่ ะได้สถาปนาเป็นราชธานี ก. ศาสนสถานศิลปะขอม ข. เรื่องราวจากเอกสารจีน ค. ข้อความท่ีปรากฏในศลิ าจารึก ง. พระราชพงศาวดารกรุงสโุ ขทยั 2. การสถาปนากรุงสุโขทยั เกดิ จากวธิ ใี ด ก. กลมุ่ คนไทยอพยพลงมาต้ังถน่ิ ฐานบา้ นเมือง ข. ขอมรบชนะชุมชนทีอ่ ยมู่ ากอ่ นแล้วตั้งกรงุ สโุ ขทัยข้นึ ค. กลมุ่ คนไทยรวมตัวต้ังตนเปน็ อสิ ระ ไมย่ อมอย่ใู ตอ้ ำนาจขอม ง. อาณาจักรขอมได้ให้อิสรภาพโดยมอบผคู้ นและทรพั ยส์ ินมาสรา้ งบา้ นเมอื ง 3. การปกครองแบบพ่อปกครองลูก สง่ ผลดีต่ออาณาจกั รสโุ ขทยั อย่างไร ก. ชาวต่างชาติเขา้ มาติดต่อค้าขายมากข้นึ ข. การละเมดิ กฎหมายลดนอ้ ยลง ค. กษัตรยิ ก์ บั ราษฎรใกล้ชดิ กัน ง. ทำให้ขุนนางมีอำนาจมาก 4. รปู แบบการปกครองสมยั สโุ ขทัยมีลักษณะอยา่ งไร ก. แบง่ พนื้ ท่ีเป็นมณฑล ข. ส่งขา้ หลวงไปปกครอง ค. รวมอำนาจไว้ทรี่ าชธานี ง. กระจายอำนาจสู่ท้องถิน่ 5. ลักษณะการค้าขายของอาณาจักรสุโขทัยตรงกับขอ้ ใด ก. ราษฎรคา้ ขายสินค้าไดบ้ างชนิด ข. ราษฎรค้าขายได้อยา่ งเสรี ค. รฐั ค้าขายแขง่ กบั ราษฎร ง. รฐั เป็นผู้ผูกขาดการค้า
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373