323 6. ตลาดนัดจตุจกั รในปัจจบุ ันหากเทยี บกับสมัยสุโขทัย จะหมายถงึ สงิ่ ใด ก. ตระพัง ข. สรดี ภงส์ ค. เตาทุเรียง ง. ตลาดปสาน 7. แนวทางการสร้างความสงบสุขของสังคมสุโขทัย จากหลกั ฐานทป่ี รากฏนยิ มใชว้ ิธกี ารใด ก. อบรมคนใหม้ ีศีลธรรม ข. ออกกฎหมายที่เขม้ งวด ค. ให้รางวลั แก่ผู้ทำความดี ง. ลงโทษผู้ฝ่าฝนื 8. สโุ ขทัยได้รับอทิ ธพิ ลการนบั ถือพระพุทธศาสนานกิ าย เถรวาทลัทธิลังกาวงศ์มาจากแห่งใด ก. ศรลี งั กา ข. ทวารวดี ค. หรภิ ุญชัย ง. นครศรีธรรมราช 9. ข้อใดเป็นลกั ษณะความสัมพันธ์ระหวา่ งสโุ ขทัยกบั ลังกา ก. ลงั กาส่งเคร่ืองราชบรรณาการ ข. ลงั กาถ่ายทอดพระพุทธศาสนาให้สุโขทยั ค. สุโขทัยถ่ายทอดพระพทุ ธศาสนาใหล้ งั กา ง. สโุ ขทัยแผข่ ยายอำนาจเข้าครอบครองลังกา 10. การมสี มั พันธไมตรีอันดกี บั ล้านนาสง่ ผลต่อสุโขทยั อยา่ งไร ก. ได้กำลังช่วยยามเกิดสงคราม ข. เปน็ แหล่งวตั ถุดิบไวผ้ ลิตสินคา้ ค. ปลอดภยั จากการถูกตีทางเหนือ ง. สามารถเผยแพร่วฒั นธรรมไดอ้ ยา่ งเสรี 11. พระมหากษัตรยิ ์ของสโุ ขทยั พระองคใ์ ดทที่ รงนำพระพทุ ธศาสนามาเป็นเคร่ืองมือในการสรา้ ง สัมพนั ธไมตรกี บั อาณาจกั รตา่ งๆ ก. พ่อขนุ ศรอี ินทราทิตย์ ข. พ่อขนุ รามคำแหงมหาราช ค. พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลไิ ทย) ง. พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล)
324 12. ข้อใดเป็นภมู ิปญั ญาสมยั สโุ ขทยั ทเี่ ก่ยี วข้องกบั ชลประทาน ก. สรีดภงส์ ข. เตาทเุ รียง ค. ลายสือไทย ง. เคร่ืองสังคโลก 13. มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญทคี่ นปัจจบุ นั ได้รบั จากสมยั พ่อขุนรามคำแหงมหาราช คือสงิ่ ใด ก. ลายสอื ไทย ข. เมืองฉอด ค. พระพทุ ธรูปสมยั สุโขทยั ง. การปกครองแบบปติ ุลาธิปไตย 14. ภมู ิปญั ญาของชาวสุโขทัยในข้อมูลใดที่เกีย่ วกับการผลิตเครอ่ื งมอื เครื่องใช้ ก. ตระพงั ข. เครื่องสงั คโลก ค. พระพุทธรูป ง. อาวุธที่ทำด้วยสำรดิ 15. ปจั จัยสำคญั ที่ทำให้สโุ ขทยั เส่อื มและตกเป็นส่วนหนง่ึ ของอยุธยามีหลายประการ ยกเว้นขอ้ ใด ก. ความอ่อนแอทางทหาร ข. เกบ็ ภาษีอากรได้นอ้ ย ค. การค้าซบเซาเพราะอยู่ไกลทะเล ง. การแยง่ ชงิ อำนาจในหมู่ราชวงศ์พระรว่ ง
325 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น บทเรียนออนไลน์ท่ี 4 เรอื่ ง การบรหิ ารจดั การเร่ืองนำ้ สมัยสุโขทัย 1. ก 2. ค 3. ค 4. ง 5. ข 6. ง 7. ก 8. ง 9. ข 10. ค 11. ค 12. ก 13. ก 14. ข 15. ข
326 ใบกจิ กรรม บทเรยี นออนไลน์ท่ี 4 เรอ่ื ง การบรหิ ารจดั การเรื่องนำ้ สมัยสโุ ขทยั พบปะครูผสู้ อน https://www.youtube.com/watch?feature=youtu.be&v=juBD-3jXMIA แบบทดสอบกอ่ นเรียน https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfmQSWnhSyapF9oYNLyFH- ypZghzBEV_L8x4SXlxow1G94TMA/viewform ใบงานท่ี 1 ให้นักศกึ ษาเรียนรู้จากคลปิ - ระบบชลประทานแห่งแรกของไทย https://www.youtube.com/watch?v=HK-hyR9lgTA - ระบบชลประทานสมยั สุโขทยั https://www.youtube.com/watch?v=JbTJChb_aPM - ชลประทานสมยั สโุ ขทัย https://www.youtube.com/watch?v=tZ2Lgw_MgTw ใบกจิ กรรม https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfUWtHB9uZNWZk10p5izXNIE2112uD4vS FZxEfL54iqbhOsfg/viewform แบบทดสอบหลังเรยี น https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdbs6Mxc0JMNOd7sL76aw3R3oMeSU9vv 4wj2jhCpf_1tiZw7Q/viewform
327 ใบความรู้ บทเรียนออนไลน์ท่ี 4 เรอื่ ง การบรหิ ารจัดการเรื่องน้ำสมยั สโุ ขทยั ระบบชลประทาน สมัยสโุ ขทัย เป็นที่ทราบกนั ดีแลว้ ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจกั รีสริ ินธร รัฐสีมาคุณากร ปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สนพระทัยในงานด้านศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และโบราณคดี นอกจากจะทรงศกึ ษาจากตำราต่างๆแล้ว ยังทรงอตุ สาหะเสด็จพระราชดำเนนิ ไปทอดพระเนตรแหล่ง โบราณคดีต่างๆท่ัวประเทศอย่างสมำ่ เสมอ ท้ังยังทรงส่งเสริมให้มีการศึกษา อนรุ กั ษ์ สบื สาน ตลอดจน เผยแพร่องค์ความรู้ด้านนี้ออกไปในวงกว้าง เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าและ ความสำคัญของมรดกแผ่นดนิ เหลา่ นี้ ระหว่างวันที่ ๑๙ – ๒๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๔ ได้เสด็จพระราชดำเนินไป ทอดพระเนตรสถานที่สำคญั ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีในจังหวัดสุโขทยั ทอดพระเนตรระบบ ชลประทานสมัยสุโขทัยและแหล่งน้ำต่างๆทม่ี ีต้นกำเนิดจากเทือกเขาประทกั ษ์ ทรงศกึ ษาทำนบก้ันน้ำ จุดต่างๆและเหมืองฝายทีส่ ำคัญหลายตอ่ หลายแห่งด้วยความสนพระทัยยิ่ง โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรม ศลิ ปากรกราบบงั คมทลู รายละเอยี ดตา่ งๆ ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งน้ัน กรมศิลปากรได้มอบหมายให้นายเอนก สีหามาตย์ นกั โบราณคดี ๖ หน่วยศลิ ปากรที่ ๓ สโุ ขทัย สำรวจศึกษาสภาพคันกน้ั น้ำทำนบพระร่วง ทำนบโคกมน และโซกต่างๆซึ่งเป็นลำธารท่ีไหลมาจากเขาประทักษ์ แล้วจัดทำเอกสารและแผนผังข้ึนเพื่อทูลเกลา้ ทูลกระหม่อมถวายสำหรับทรงศึกษารายละเอียด โดยภายหลังจากการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนัน้ แล้ว กรมศิลปากรได้ปรับปรุงเอกสารขึ้นเพื่อจัดพิมพ์เผยแพร่แก่ผู้สนใจการชลประทานชองเมือง โบราณสโุ ขทยั อันเปน็ หลกั ฐานทางวชิ าการที่สำคัญอกี ดา้ นหนง่ึ ของประวตั ิศาสตร์โบราณคดีสโุ ขทัย ภูมศิ าสตร์โบราณคดี เมืองโบราณสุโขทัยตั้งอยู่พิกัดภูมิศาสตร์เส้นรุ้งที่ ๙๙ ํ ๔๒' และเส้นแวงที่ ๑๗ ํ ๐๑' อยู่ใน เขตพืน้ ท่รี าบลมุ่ แม่นำ้ เจา้ พระยาตอนบน ปรากฏแนวคูน้ำคันดนิ ลอ้ มรอบเป็นกำแพงเมอื งท้ัง ๔ ด้าน ขนาดกำแพงเมืองด้านเหนือและใต้ ยาวประมาณ ๑,๘๐๐ เมตร ส่วนด้านทิศตะวันออกและ ทศิ ตะวันตกกว้างประมาณ ๑,๖๐๐ เมตร ท่ตี ง้ั ของเมืองสโุ ขทัยนเี้ ป็นสว่ นขอบของพน้ื ท่รี าบลมุ่ แมน่ ้ำเจ้าพระยาทางด้านเหนือบริเวณน้ี จะปรากฏภเู ขาเล็กๆ โผล่ขึ้นมาไม่สงู มากนกั แล้วค่อยๆลาดลงเป็นพ้นื ท่รี าบกว้างสม่ำเสมอตอ่ เนื่องไป ตลอด จนถึงด้านใตข้ องพ้ืนทร่ี าบลุม่ แม่นำ้ เจ้าพระยา ทอ่ี ยู่ทางภาคกลางของประเทศไทย ด้านทิศตะวันตกของเมืองสุโขทัยปรากฏแนวเทือกเขาประทักษ์ ทำหน้าที่เป็นหลังคารับนำ้ ก่อนทจ่ี ะไหลลงสู่ที่ราบทางด้านทิศตะวนั ออก ซ่ึงเปน็ ทต่ี ้งั เมืองสุโขทัย และต่อเนื่องไปสู่พื้นที่ราบลุ่ม
328 แม่นำ้ ยมที่อยหู่ า่ งออกไปราว ๑๔ กโิ ลเมตร เทอื กเขาประทักษ์ประกอบด้วยชุดหินแม่ทะ มีหินกรวด มน หินทราย หินดินดาน หินชนวน หินปูนและหินภเู ขาไฟ มีแหล่งต้นนำ้ บนเทือกเขาไหลลงมาเป็น ลำธาร ซึ่งมีความลาดชันและรุนแรง พัดพาตะกอนหิน กรวด ทราย ทับถมในลำธารบนภูเขา แล้ว ค่อยๆเปลี่ยนสภาพพื้นที่เอนลาดสู่พื้นที่ราบ ตะกอนหินที่มีขนาดใหญ่จะทับถมบริเวณเชิงเขา ลักษณะดินบรเิ วณน้ีจะแข็งและรว่ น ตะกอนส่วนมากในบริเวณนี้เป็นกรวดและทราย เป็นที่แห้งแล้ง หรอื กึ่งแหง้ แลง้ ไมส่ ามารถกกั เกบ็ นำ้ หรือเพาะปลูกได้ ส่วนตะกอนทม่ี ขี นาดเลก็ กวา่ จะถูกพัดพาไกล ออกไป และเมือ่ เข้าสู่ที่ราบที่ห่างไกลภเู ขามากข้นึ พื้นที่บริเวณนีก้ ระแสน้ำจะไหลช้ากว่า และเมื่อเข้า สทู่ รี่ าบท่ีห่างไกลภูเขามากขน้ึ อกี จะกลายเป็นทรี่ าบระดับ บริเวณนจ้ี ะมีปา่ ไม้เตี้ยๆ หรือหญ้าข้ึนปก คลุมหา่ งๆ ที่ราบลุ่มบรเิ วณนี้จะมีน้ำท่วมขังทุกปี กระแสน้ำที่ไหลชา้ จะทำให้อนุภาคที่มีขนาดใหญ่กว่า ตกตะกอนบริเวณใกล้ฝั่ง ส่วนอนุภาคเล็กจะตกตะกอนไกลออกไป ทำให้พื้นที่ริมฝั่งประกอบด้วย อนุภาคขนาดโต ทำให้เกิดสภาพภูมิประเทศสูง เรียกว่า สันริมน้ำ เป็นบริเวณที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ ขึ้นอยู่ และเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน และถัดลงไปเป็นทีล่ ุ่มต่ำ ประกอบด้วยอนุภาคที่มีขนาดเลก็ กว่า ที่เรียกว่า ทีล่ ุ่มต่ำ มีการระบายน้ำได้ไมด่ นี กั ใช้เป็นพนื้ ทป่ี ลกู ข้าว พ้ืนที่ฝ่ังตะวนั ตกของแม่น้ำยม มีลักษณะเป็นท้องกระทะที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดทีร่ าบขั้นบันไดของแมน่ ้ำที่ต่อเนื่องจากที่ลาด ของเชิงเขาประทักษ์ กล่าวคือ ในระยะแรกแม่นำ้ ลำธารจะพัดพาตะกอนทับถมตามหบุ เขา ความเร็ว ในการไหลของแม่น้ำได้ทำให้เกิดการกัดเซาะเป็นแนว จนระยะเวลาหนึ่งอิทธิพลของแม่น้ำที่ลด ความเร็วลงทำให้เกิดการทับถมบนแนวกัดเซาะและเมื่อเกิดกระแสน้ำรุนแรงก็จะกัดเซาะพื้นที่ตรง กลางอีก ลกั ษณะนี้เมื่อเกดิ ขน้ึ ซ้ำๆ จะทำใหเ้ กิดท่ีราบขั้นบันไดลดหลัน่ กนั ไปจนถึงริมฝงั่ แม่นำ้ นำ้ ฝนเปน็ ตัวการสำคัญท่ีทำใหเ้ กิดลำธารและแม่น้ำสายต่างๆ เม่อื นำ้ ฝนไหลลงไปตามความ ลาดชันของภูเขา ก่อให้เกิดการกัดเซาะพื้นที่เป็นร่องนำ้ เล็กๆต่างๆ ไหลไปรวมกันเป็นร่องน้ำขนาด ใหญ่และรวมกันเป็นสาขาของลำธาร และรวมตัวกันไปเร่ือยๆจนกลายเป็นลำธารและแมน่ ้ำในที่สุด ขณะทนี่ ำ้ ไหลไปตามทางจะพดั พาอนุภาคต่างๆทงั้ ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ให้เคล่อื นท่ีออกไป อนุภาค ทไี่ หลมากับน้ำเหลา่ นีจ้ ะเพม่ิ แรงปะทะให้รนุ แรงและแตกหักมากยงิ่ ขึ้น กดั เซาะลำธารใหเ้ ป็นหลุมเป็น บ่อและกวา้ งมากขนึ้ เรอื่ ยๆ ตามลำดบั วิวฒั นาการ แนวเทือกเขาประทักษ์ทอดตัวตามแนวทิศเหนือ-ใต้ เป็นระยะทางกว่า ๒๙ กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ราว ๓๑๒ ตารางกิโลเมตร มีสันเขาค่อนไปทางด้านทิศตะวันตก ทำให้ภูเขาฝั่ง ตะวันตกมคี วามลาดชันมากกว่าฝ่ังตะวนั ออก มยี อดเขาสูงต่ำรวมท้ังหมด ๓๙ ยอด มีหุบเขาระหว่าง ยอดเขาลกู ต่างๆ เปน็ ตน้ น้ำลำธารท่ีจะไหลสู่ทล่ี าดเชงิ เขา น้ำทไี่ หลลงจากลำธารบนเทอื กเขาประทักษ์ ที่มีผลเก่ยี วกับระบบชลประทานสโุ ขทยั มี ๓ ทาง ได้แก่ ๑. น้ำทีไ่ หลลงจากลำหว้ ยทางทศิ ตะวันตกของเขาประทกั ษ์
329 ๒. น้ำท่ีไหลลงจากลำหว้ ยทางดา้ นทศิ เหนอื ของเทือกเขาประทกั ษ์ ๓. นำ้ ทไ่ี หลลงจากลำหว้ ยทางด้านทิศตะวันออกของเทือกเขาประทกั ษ์ ลักษณะทางกายภาพของที่ราบเชิงเขาประทักษ์ เป็นลักษณะของป่าฝนเขตร้อนที่มีความสูง จากระดับน้ำทะเลไม่เกิน ๑,๐๐๐ เมตร มีพันธุ์ไม้ขึ้นปะปนหลายชนิด เช่น ยางขาว ยางแดง ยาง ตะเคียน กะบาก เคียนหอม แดงดง และกาฝาก ทำให้ป่าค่อนข้างมืดครึ้ม ต้นไม้มีการเจริญเติบโต ตลอดท้งั ปีไมม่ ีการผลดั ใบ ปา่ เช่นนจ้ี ะปกคลุมลำธารท่ไี หลจากยอดเขาต่างๆ ใหช้ ุ่มชืน้ ตลอดปี พนื้ ทบี่ ริเวณนเี้ ป็นทต่ี งั้ เมอื งสุโขทยั ดว้ ยองค์ประกอบทางดา้ นธรณวี ิทยาต่างๆ เช่น สภาพภูมิ ประเทศและแหล่งนำ้ ต่างๆ นอกจากน้ียงั มกี ารดดั แปลงแหล่งน้ำธรรมชาติ เพ่ือประโยชนใ์ นการพฒั นา เมือง ท้ังในดา้ นเกษตรกรรม เศรษฐกิจและสังคม เข่อื นสรดี ภงส์และแหล่งตน้ นำ้ ในอดีต “สรดี ภงส์”มาจากภาษาสันสกฤตว่า สริทกฺ งคฺ แปลว่า ทำนบ สรดี ภงสต์ ั้งอยู่ห่างตัวเมืองไป ทางทิศตะวันตกเฉยี งใต้ประมาณ ๓ กิโลเมตร จากการสำรวจเม่อื ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ โดยเจา้ หน้าที่หน่วย ศิลปากรท่ี ๓ สุโขทยั พบแนวคนั ดินเช่ือมต่อระหว่างเขาก่วิ อา้ ยมาและเขาพระบาทใหญ่ มีการขุดดิน จากด้านในเพื่อนำมาปรับถมเป็นคันดินกั้นน้ำ ลักษณะคันดินที่เหลืออยู่มีขนาดฐานกว้างประมาณ ๑๔ เมตร สงู ๔ เมตร คนั ดินตอนบนกว้าง ๓-๔ เมตร ยาว ๓๓๐ เมตร สภาพพงั ทลายขาดเป็นช่วงๆ เพราะถูกน้ำกัดเซาะ สภาพปัจจุบันได้รับการปรับปรุงคันดินตามระบบชลประทาน มีความสูง ประมาณ ๑๐ เมตร กกั เก็บน้ำได้ ๔๐๐,๐๐๐ ลกู บาศก์เมตร มพี น้ื ท่รี บั น้ำประมาณ ๕ ตารางกโิ ลเมตร รบั น้ำจากเทือกเขาประทกั ษ์ เขาคา่ ย เขาเจดีย์งาม ทีเ่ ปน็ พ้ืนที่หลงั คารบั น้ำ ไหลลงมาเป็นลำธาร หรือ โซก ต่างๆ เชน่ ๑. โซกพระร่วงลองพระขรรค์ ๒. โซกเรอื ตามอญ ๓. โซกอา้ ยก่าย ๔. โซกนำ้ ดบิ ชะนาง ๕. โซกชมพู่ ๖. โซกพม่าฝนหอก สรีดภงส์ ๒ (ทำนบก้นั นำ้ โคกมน) ตั้งอยทู่ บี่ ้านมนต์ครี ี หา่ งจากกำแพงเมอื งด้านทิศใต้ไปตาม แนวคันดินกน้ั นำ้ หมายเลข ๔ ต. หรอื ถนนพระรว่ ง ไปประมาณ ๗๖ กโิ ลเมตร เป็นคันดินอยู่ทางทิศ ตะวันออกของเขานายาและเขากุดยายชี มีความกว้างราว ๗-๑๐ เมตร สูง ๓-๔ เมตร ยาว ๑,๓๐๐ เมตรตรงกลางทำนบเจาะขาดเป็นช่องระบายน้ำเม่ือน้ำมปี ริมาณมากเกินไป สรีดภงส์ ๒ รับน้ำจากพื้นที่หลังคารับน้ำเทือกเขาโป่งสะเดา เขาคุยบุนนาค เขาอีลม ครอบคลมุ พ้นื ทร่ี าว ๑๘ ตารางกิโลเมตร มลี ำธารเลก็ ๆ ๑๒ สาย ไหลมารวมตวั กันบริเวณท้องกระทะ
330 ของภูเขา ๓ ลูกซึ่งมีพ้ืนที่ประมาณ ๕-๖ ตารางกิโลเมตร แล้วไหลต่อเนือ่ งมาเป็นเหมืองยายอึ่ง ผ่าน เพิงผาหินบริเวณที่พบประติมากรรมสตรี หรือ พระแม่ย่า แล้วไหลอ้อมเลียบภูเขาไปสู่พื้นที่ราบลุ่ม และพน้ื ทกี่ ักเก็บน้ำสรีดภงส์ ๒ เหมืองยายอึง่ ..เปน็ ลำธารขนาดใหญ่ มคี วามกว้างประมาณ ๒๐-๒๕ เมตร ผนังลำธารสูงเฉล่ีย ๕-๑๐ เมตร รับน้ำจากลำธารเล็กๆ ๑๒ สาย ที่ไหลมาจากเทอื กเขาโป่งสะเดา เขาคุยบุนนาคและเขาอี ลม ที่ระดับความสูง ๘๑๗ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง แล้วลดระดับลงสู่อ่างกระทะรับน้ำที่ ความสูงระดับ ๓๕๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ความลาดชันสูงนี้ทำให้เกิดกระแสนำ้ รนุ แรง พัดพาหินขนาดใหญ่มาทับถมกัน และบางส่วนของลำธารมีร่องรอยถูกกัดเซาะจนผนังหินพังทลาย มี ร่องรอยของ กุมภลกั ษณ์ หรือ Pothole ที่เกิดจากกรวดทรายทีน่ ำ้ พดั พามาตกในร่องหนิ กระแสน้ำท่ี ไหลเช่ียวอย่างต่อเน่ืองยาวนาน พดั ใหก้ รวดทรายหมนุ วนกดั กรอ่ นพ้ืนหนิ เปน็ หลมุ ตงั้ ฉากกบั พน้ื โลก น้ำโคก..ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ที่กล่าวว่า “เบื้องหวั นอน... มีป่าม่วง ป่าขาม มีน้ำ โคก มีพระขพุงผี... ” นำ้ โคกหรอื บอ่ นำ้ ผุด ตั้งอยู่ถดั ลงมาทางทิศใต้ของเหมืองยายอึ่ง เป็นแหล่งน้ำที่ ไหลมาจากใต้ดนิ ทำให้เกิดลำธารไหลไปรวมกับเหมืองยายอง่ึ ก่อนไหลไปรวมกนั ทีส่ รดี ภงส์ ๒ (ทำนบ กัน้ น้ำโคกมน) เมอ่ื ปรมิ าณน้ำมมี ากเกนิ ไป ทางหนึ่งจะระบายออกท่ปี ากท่อกลางทำนบอีกทางหน่ึงจะ ไหลออกไปตามเหมอื งยายอง่ึ ไปบรรจบกับทำนบกั้นน้ำหมายเลข ๔ ต. หรือถนนพระร่วงสายสโุ ขทัย- กำแพงเพชร เพอื่ ใชใ้ นการเกษตรกรรมตามชุมชนริมถนนพระรว่ ง ซากนำ้ ตกที่เกิดจากเทอื กเขาประทกั ษ์ โซกเป็ดเป็นแหล่งตน้ นำ้ ทีม่ ีนำ้ ซึมผ่านทรายชน้ื เปยี กไปตามแนวลำธาร ทรายทอ่ี ย่พู ื้นลำธารมี สีดำอมน้ำตาลคล้ายขี้เป็ดอยู่ทั่วไป อาจเกี่ยวกับที่มาของช่ือแหล่งโดยชาวบ้านอาจเคยเรียกว่า โซกขี้เป็ด แลว้ กร่อนเหลอื เพียง โซกเปด็ น้ำจากโซกเป็ดนีจ้ ะไหลไปสู่ทำนบกั้นน้ำหมายเลข ๔ ต. ตามเหมืองตา ราม แล้วระบายไหลออกไปรวมกับคลองยาง โซกข้ีเหล็กตั้งอยทู่ างด้านใตข้ องโซกเป็ด ตามลำธารมีกองหนิ ทับถมจำนวนมาก บางตอนของ ผนังโซกมีร่องรอยหินกรวดทบั ถมหนาถึง ๑-๑.๕๐ เมตร แสดงถึงการทบั ถมของหินท่ีถกู นำ้ พัดพามา เป็นเวลานาน น้ำจากโซกขี้เหล็กจะไหลไปหาทำนบก้ันน้ำหมายเลข ๔ ต. และไหลไปรวมกับเหมือง ยายอึ่งต่อไป การทดน้ำมาใชใ้ น-นอกเมืองเก่าสุโขทัย ภายในเมอื งสโุ ขทยั มีสระเก็บกักน้ำประมาณ ๑๗๕ สระ มีท้ังแบบขดุ ลงไปในดิน และกรุผนัง ด้วยอิฐหรือศลิ าแลง บ่อที่ลึกที่สุดอยู่บรเิ วณดา้ นหลังอนุสาวรีย์พอ่ ขุนรามคำแหงมหาราช ขนาดปาก บ่อกว้าง ๓ เมตร ลึก ๒๕ เมตร มีคลองส่งน้ำจากบรเิ วณเมืองชั้นในทางทิศเหนือของวัดมหาธาตุ ส่งน้ำ จากตระพังตระกวนเขา้ มายังตระพงั สอคูเมืองและกำแพงเมืองสโุ ขทัยวางตัวเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มี คันดินเป็นกำแพง ๓ ชั้น และคูน้ำ ๓ ชั้น ทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันขา้ ศึกและเป็นคันบังคับน้ำมาใช้
331 ประโยชน์ โดยเป็นน้ำท่ีไหลมาจากคลองเสาหอด้านทิศตะวนั ตกมายังบริเวณคูเมืองด้านทศิ ตะวันตก เฉียงใต้ ซึ่งคงมีท่อเชื่อมสู่คูเมอื งชั้นใน เนื่องจากในการบูรณะปรับปรุงอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทยั ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๒๑-๒๕๓๑ ได้ขุดพบท่อน้ำดินเผาขนาดต่างๆ ใกล้ขอบสระและคูน้ำล้อมรอบวดั เสมอๆ เช่นท่ีวัดพระพายหลวง วัดมหาธาตุ วัดเชตุพน เป็นตน้ นอกจากนี้ยังมีทำนบกั้นน้ำอื่นๆ ก่อสร้างไว้เพื่อส่งน้ำและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในเมือง ทำนบที่ สำคัญได้แก่ แนวคันดินหมายเลข ๔ ต. ถนนพระร่วง ๑ สุโขทัย-กำแพงเพชร ตั้งอยู่ทางทิศใต้นอก กำแพงเมอื ง มีความสูงประมาณ ๐.๕๐-๒.๕๐ เมตร กว้างราว ๔-๖ เมตร ยาวประมาณ ๗๓ กโิ ลเมตร ถงึ เมอื งกำแพงเพชร มโี บราณสถานตามถนนพระรว่ งสายน้ี ๒-๓ แห่ง และแนวคนั ดนิ ถนนพระร่วง ๒ สโุ ขทยั -ศรสี ชั นาลัย ขนาดใกลเ้ คยี งกับถนนพระรว่ ง ๑ สุโขทัย-กำแพงเพชร วางตวั เรมิ่ ตน้ ต้ังแต่ประตู ศาลหลวงมุ่งขึ้นไปถึงเมืองศรีสัชนาลัย โดยแนวคันดินที่พบขาดหายเป็นระยะๆ สำรวจพบ โบราณสถานเรียงรายตามแนวถนน ๒๓ แหง่ แนวคนั ดินเหล่านี้นอกจากใชเ้ ป็นถนนแลว้ ยังใชเ้ ป็นแนว บงั คับน้ำทไ่ี หลมาจากทางทศิ ตะวนั ตกเพ่ือใชป้ ระโยชนแ์ ละผันน้ำไปสูแ่ มน่ ้ำยม วธิ ีการควบคมุ นำ้ ของเมืองสโุ ขทัย ชลประทานมาจากคำว่า ชล แปลว่า น้ำ +ประทานแปลว่า ให้ หมายถึงการจัดสรรน้ำใน รูปแบบต่างๆเพื่อประโยชน์หลายๆอยา่ งแกป่ ระชาชน ใหม้ นี ้ำไว้ใช้อย่างเพยี งพอและสม่ำเสมอตลอด ปี เช่น การสร้างเหมืองฝาย สำหรับกักเก็บน้ำในฤดูฝนซึ่งเกินความต้องการ เป็นการบรรเทาปญั หา อุทกภัย และสามารถเก็บนำ้ ไวใ้ ช้ประโยชนใ์ นการเพาะปลูกเมือ่ เขา้ สูฤ่ ดูแลง้ เป็นต้น การพัฒนาแหล่งนำ้ ในการชลประทานเพอ่ื การเกษตรกรรม มวี ิธีการต่างๆ ดงั น้ี ๑. การทดน้ำ คือ การสร้างเขื่อนหรือฝายกั้นให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนสูงขึ้นจนถงึ ระดับพื้นที่ เพาะปลกู ๒. การส่งน้ำ คอื การขดุ คูคลอง หรอื การวางทอ่ ส่งน้ำ เพอ่ื กระจายปรมิ าณนำ้ ใหท้ วั่ ถึงพ้ืนท่ี เพาะปลกู ๓. การเก็บกักรักษาน้ำ คือ การสร้างทำนบ การสร้างประตูกักนำ้ หรือแม้แต่การพรวนดิน คลมุ ดนิ เพื่อรักษาความช้ืนในดนิ ใหม้ ากทส่ี ดุ ๔. การระบายน้ำ คอื การขดุ คูคลองเพ่อื ระบายนำ้ ออกจากพน้ื ทีเ่ พาะปลูก เพอ่ื การเกบ็ เกีย่ ว และขนยา้ ยผลผลติ ออกจากพ้นื ท่เี พาะปลกู ๕. การป้องกันอุทกภัย คือ การระบายน้ำด้วยการสร้างคันกั้นน้ำและอาจมีท่อระบายน้ำ ประกอบ การชลประทานในเขตชุมชนวัดพระพายหลวง ชุมชนวัดพระพายหลวง ได้ปรากฏขึ้นก่อนการสร้างเมืองสุโขทัย ชุมชนนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำแม่ รำพนั โดยมเี ทือกเขาประทักษเ์ ปน็ ฉากหลงั ทางทิศใตแ้ ละทศิ ตะวันตก ลักษณะการเลือกสร้างเมืองใน
332 ที่เนินสูงใกล้เส้นทางน้ำและใกล้ภูเขาเช่นนี้ ปรากฏมาตั้งแต่แรกเริ่มสรา้ งชุมชนมนุษย์ ชุมชนวัดพระ พายหลวงมรี ูปแบบการสร้างเมืองทรงเรขาคณติ แสดงใหเ้ ห็นวา่ เป็นชุมชนท่ีได้รับการจดั ระเบยี บอย่าง ดี เชื่อวา่ อทิ ธิพลการสร้างเมืองแบบนี้ไดร้ ับมาจากกลมุ่ ผู้นับถอื ศาสนาฮินดู ซึง่ มีความชำนาญในการ จัดรูปผังเมืองและการชลประทานเพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดทางศาสนา โดยกำหนดให้มีปราสาท เป็นเทวสถานกลาง สัญลักษณ์ของเขาพระสุเมรุที่เป็นศูนย์กลางจักรวาล กำแพงรายล้อมเป็น สัญลกั ษณ์ของดิน และน้ำในคูเมืองเป็นสญั ลกั ษณข์ องเกษียรสมุทร ศูนย์กลางการปกครองและศาสนาของชุมชนวัดพระพายหลวง ตงั้ อยู่ในพนื้ ท่ีส่ีเหลี่ยมขนาด เลก็ ในขณะทีพ่ นื้ ทโ่ี ดยรอบเปน็ พ้นื ที่หลักทางเศรษฐกิจของชมุ ชน การสรา้ งฝายนำ้ ลน้ และอ่างเก็บน้ำ ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ในการป้องกันน้ำไม่ให้ไหลท่วมพื้นที่ชุมชน และกักเก็บน้ำไว้ในการ เกษตรกรรม จากการสำรวจได้พบร่องน้ำที่ไหลมาจากช่องโซกม่วงกล้วยและเขาสะพานหินทางทิศ เหนอื เข้าสู่มุมทศิ ตะวนั ตกเฉยี งเหนอื และทิศตะวนั ตกเฉยี งใต้ของชมุ ชน และรอ่ งน้ำท่ีไหลผา่ นช่องเขา สะพานหินกบั เขาเจดีย์งามจะไหลเข้าสู่ชมุ ชนวัดพระพายหลวงเช่นกนั จากระดับความสูงของแหล่ง ต้นน้ำท่ีมคี วามชันค่อนข้างมาก ทำใหน้ ำ้ ที่ไหลลงมามีความรุนแรง จึงต้องมีการสรา้ งคันดินเพื่อชะลอ ความเรว็ ของนำ้ ในบริเวณทศิ ตะวนั ตกของวดั ศรีชมุ โดยได้สำรวจพบแนวคนั ดนิ ทีม่ ีความยาวประมาณ ๑.๒ กิโลเมตร กว้างประมาณ ๘-๑๐ เมตร สูง ๓-๔ เมตร แนวคันดินหมายเลข ๔ และแนวคันดิน หมายเลข ๕ และ ๖ ทำหน้าที่เปน็ ฝายน้ำลน้ ๒ ฝาย ในขณะเดยี วกันคูน้ำที่ล้อมรอบชุมชนก็สามารถ ป้องกันน้ำที่ไหลล้นมาจากคันดินเข้าท่วมเมืองได้อีกชั้นหนึ่งก่อนระบายลงคลองซอยไปสู่ลำน้ำแม่ รำพนั พนื้ ทบ่ี รเิ วณคลองซอยเหล่านี้ใช้เปน็ แหลง่ ทำมาคา้ ขายและสัญจรได้ ในศลิ าจารึกเรียกบริเวณ ดังกลา่ วน้ีว่า ตลาดปสาน ซึ่งสามารถใชเ้ ป็นทางออกสู่ทางนำ้ สายใหญ่ คอื ลำน้ำแมร่ ำพนั ด้านทิศตะวันออกของลำน้ำแม่รำพัน มีคันดินหมายเลข ๗ ขนาดกว้างประมาณ ๑๕-๒๐ เมตรสูง ๔-๕ เมตร โอบรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายกเว้นด้านทิศตะวันตก ส่วนคันดินด้านทิศ ตะวันออกเวน้ ช่องระบายน้ำไว้ตรงกลาง คันดินนส้ี ามารถเกบ็ น้ำที่เออ่ ลน้ จากลำนำ้ แม่รำพนั เพ่ือใช้ใน การเพาะปลูกขา้ วไดเ้ ปน็ จำนวนมาก การชลประทานในเขตเมืองสโุ ขทยั การสร้างเมืองใหม่ในบริเวณไม่ห่างไกลจากที่ตั้งชุมชนเดิม อาจเกิดจากการขยายตัวของ ชุมชน หรือที่ตั้งเมืองเก่าอาจเกิดจากปัญหาภาวะทางธรรมชาติที่อาจเกิดความไม่เหมาะสมในทางใด ทางหนึ่ง อยา่ งไรก็ตาม สถาปนกิ และวิศวกรของชุมชนเมืองสุโขทยั อาจใช้ประสบการณ์จากที่ต้ังเมือง เดิมคือชุมชนวดั พระพายหลวง สร้างเมืองสุโขทัยให้สมบูรณ์ แหล่งน้ำและเส้นทางน้ำต่างๆ ถูกทำขึน้ อยา่ งมรี ะบบ เพือ่ เกบ็ นำ้ มาไวภ้ ายในเมืองไดอ้ ยา่ งกลา้ หาญและชาญฉลาด
333 การชลประทานเพือ่ การอุปโภคบริโภค แหล่งน้ำธรรมชาติจากเขาประทักษ์ ได้แก่ คลองเสาหอ ลำน้ำจะไหลลงมายังสรีดภงส์ที่มี พน้ื ทกี่ ักเกบ็ น้ำได้ ๘๐,๐๐๐-๑๒๐,๐๐๐ ลกู บาศก์เมตร สามารถระบายเข้ามาในเมืองสโุ ขทัยได้ตลอด ทง้ั ปลี ำนำ้ สายนี้จะไหลไปยังบริเวณมมุ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองสโุ ขทยั ถกู ชักเข้าไปเล้ียงคูเมือง โดยรอบและกกั เก็บน้ำไว้ตามตระพงั ต่างๆ ก่อนไหลไปสมทบกับลำนำ้ แม่รำพันทางทิศตะวันออกของ เมือง จะสังเกตได้ว่าการสร้างเมืองสุโขทัยใหม่นี้ ไม่ได้สร้างฝายเพื่อป้องกันน้ำท่วม อาจเป็นเพราะ ฝายน้ำล้นเก่าของชุมชนวดั พระพายหลวงยังใช้การไดด้ ี และน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติทางตอนเหนือ อาจไม่มีผลกระทบในทางร้ายต่อเมืองที่สร้างขึน้ ใหม่ทางใต้ แต่ผู้สร้างเมืองกม็ ิได้มีความประมาทใน ความรุนแรงของน้ำจากภูเขา จึงได้สร้างกำแพงเมืองขึ้นเป็น ๓ ชั้น ทำหน้าที่เสมือนฝายหรือเขื่อน ปอ้ งกันนำ้ เขา้ ทว่ มเมือง นอกเหนอื จากประโยชน์ในการป้องกนั ข้าศกึ ศตั รู การชลประทานแบบเหมืองฝายของเมอื งสุโขทัย จากการศึกษาระบบชลประทานในสมัยสุโขทัย พบหลักฐานระบุถึงการชลประทานแบบ เหมืองฝายจากศลิ าจารกึ สุโขทยั หลกั ที่ ๓ หรือศิลาจารึกนครชุม พ.ศ. ๑๙๐๐ ในรชั สมัยพระมหาธรรม ราชาที่ ๑ มีคำว่า “เหมืองแปลงฝายรปู้ รา...” และจารกึ ฐานพระอิศวรเมืองกำแพงเพชร พ.ศ. ๒๐๕๓ ระบุว่า “อนึ่งท่อปู่พระยารว่ งทำเอาน้ำไปเถิงบางพานนั้นก็ถมหายสิ้นและเขาย่อมทำนาทางฟา้ และ หาท่อนัน้ พบ กระทำทอ่ เอานำ้ เขา้ ไปเลีย้ งนาให้เป็นนาเหมืองนาฝาย มไิ ดเ้ ป็นทางฟ้า...” เหน็ ได้ว่าใน สมัยปู่พระยาร่วง ซึ่งอาจเป็นพระราชวงศ์สุโขทัย ได้มีการชลประทานแบบเหมืองฝายขึ้นในเขต กำแพงเพชร สำหรับในเมืองสุโขทัยนั้นพบว่าน้ำจากเทอื กเขาประทกั ษ์ไมม่ บี ทบาทในการทำลายเมือง น้ำจะไหลจากแหล่งน้ำธรรมชาติลงสู่ที่ราบลุ่มต่ำ ตามลำธาร ลำห้วย เช่น คลองยาง เหมืองตาราม เหมอื งยายองึ่ คลองตาเจ็ก เปน็ ต้น สรดี ภงส์ ๒ เป็นฝายน้ำล้นที่สร้างขน้ึ ระหว่างเขานายากับเขากุดยายชี นำ้ เหนอื ฝายนี้จะระบายไปตามเหมืองยายอึ่งสทู่ ีร่ าบต่ำทางทศิ ตะวนั ออกเพือ่ ใช้ในการเกษตรกรรม การชลประทานเพือ่ การเกษตรในสมัยสุโขทัยนั้น เมื่อมีการขยายชุมชนเดิมจากวัดพระพาย หลวงมายังชมุ ชนสโุ ขทยั ระบบการควบคุมน้ำเดิมของชุมชนวดั พระพายหลวงยงั ใช้การไดอ้ ยู่ คือคันบงั คบั น้ำ ทางตะวันออกและตะวันตกของวดั พระพายหลวง ทำให้ชุมชนสุโขทัยยังทำเกษตรกรรมไดใ้ นบริเวณ ทางทิศเหนือ ทศิ ตะวนั ออกและทิศใตข้ องเมือง ดงั คำในศิลาจารึกพอ่ ขนุ รามคำแหง พ.ศ.๑๘๓๕ “...เบื้องตะวนั ออกเมอื งสโุ ขทยั นม้ี พี หิ ารปคู่ รู มีทะเลหลวง มปี ่าหมากป่าพลู มไี ร่ มนี า มถี นิ่ ฐาน มี บ้านใหญ่บา้ นเลก็ มีปา่ มว่ ง มปี ่าขาม ดงู ามดังแกลง้ เบ้ืองตนี นอนสโุ ขทัยนี้ มตี ลาดปสาน มีพระอจนะ มปี ราสาท มปี ่าหมากพร้าว ป่าหมากลาง มไี ร่ มนี า มถี น่ิ ถาน มบี ้านใหญ่ บา้ นเล็ก เบื้องหัวนอนเมือง สุโขทัยนี้ มีกุฎี พิหาร ปู่ครูอยู่ มีสรีดภงส์ มีป่าพร้าว ป่าลาง มีป่าม่วง ป่าขาม มีน้ำโคก มีพระขพุงผี เทพดาในเขาอันนั้น...”แหล่งน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคภายในเมืองสุโขทัย มีอยู่ ๒ ลักษณะด้วยกัน คือน้ำจากสระต่างๆและน้ำจากบ่อบาดาลจากสระต่างๆ (ตระพัง)ในเมืองสุโขทัยมีสระน้ำที่สามารถ
334 บรรจนุ ้ำไดไ้ ม่ต่ำกวา่ ๓๐๐ ลกู บาศก์เมตร จำนวน ๘๐ สระ น้ำจากคเู มืองจะไหลเข้าส่สู ระตา่ ง ๆ ตาม บรเิ วณทมี่ ีชุมชนอยอู่ าศยั โดยมตี ระพงั ขนาดใหญ่ จำนวน ๔ ตระพัง ดงั นี้ ตระพังเงนิ อย่ทู างทิศตะวันตกของวดั มหาธาตุ มีขนาดกวา้ ง ๕๒ เมตร ยาว ๒๕๓ เมตร ลึก ๓ เมตร สามารถกกั เกบ็ นำ้ ได้ ๓๙,๔๖๘ ลกู บาศก์เมตร ตระพังทอง อยู่ทางทศิ ตะวนั ออกของวดั มหาธาตุ มขี นาดกวา้ ง ๑๗๕ เมตร ยาว ๘๐๐ เมตร ลึก ๓ เมตร เก็บกักน้ำได้ ๙๖๓,๗๕ ลูกบาศก์เมตร เกาะกลางเป็นที่ตั้งของวัดตระพังทอง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชนิพนธ์ เรื่องเที่ยวเมืองพระร่วง เมื่อคราว เสด็จทอดพระเนตรเมืองเกา่ สุโขทัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๑ ไว้ว่า ตอนแรกที่พระองค์ประทับแรมอยู่ได้ อาศยั น้ำในตระพงั ทองให้สตั ว์ท่เี ปน็ พาหนะเดินทางอาศยั ด่ืมกนิ ตระพังตระกวน อยู่ทางทิศเหนือของตระพังเงินและวัดมหาธาตุ มีขนาดกว้าง ๒๑๖ เมตร ยาว ๔๑๗ เมตร ลกึ ๓ เมตร รบั น้ำได้ ๒๒๒,๕๐๔ ลูกบาศกเ์ มตร เกาะกลางเป็นท่ีตัง้ ของวดั สระศรี ตระพังสอ อยู่ทางทิศเหนือของพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง มีขนาดกว้าง ๕๖.๗๕ เมตร ยาว ๒๑๘ เมตร ลกึ ๓ เมตร กักเก็บน้ำได้ ๓๗,๑๑๔ ลกู บาศก์เมตร นำ้ ในตระพงั เหล่าน้จี ะระบายไปยังตระพังอ่นื ๆภายในเมือง โดยเร่มิ จากทางดา้ นทิศตะวันตก มาสู่ด้านทิศตะวันออก โดยการวางท่อระบายน้ำต่อถึงกันระหว่างสระต่างๆ จากการขุดแต่ง โบราณสถานในเมืองสโุ ขทัย พบทอ่ ระบายน้ำบรเิ วณวดั มหาธาตดุ ้านเหนอื เปน็ ท่อดินเผาเคลอื บ ปาก ท่อกว้าง ๔๕ เซนติเมตร ปลายสอบเหลือ ๑๘ เซนติเมตร และพบอีกแห่งหนึ่งที่มุมกำแพงวัด มหาธาตุดา้ นใต้ พบทอ่ ท่มี ีขนาดเท่ากันโดยตลอด สว่ นหวั และปลายทำสวมต่อกนั ได้สว่ นสระน้ำเล็กๆ จะไมม่ ที อ่ ระบายนำ้ สง่ ถึงกัน อาศยั เพยี งนำ้ ฝนตามฤดูกาล จึงไมม่ นี ้ำขงั อยตู่ ลอดทั้งปี จงึ ต้องมีการขุด บ่อบาดาลมาใชอ้ ีกสว่ นหนึ่งดว้ ย บ่อน้ำ หรือ ตระพังโพย คำว่า ตระพังโพย เป็นภาษาเขมร แปลว่า บ่อมหัศจรรย์ คงเป็น ความหมายของบ่อน้ำที่มีน้ำตลอดทัง้ ปี น้ำจากแหลง่ นำ้ บาดาล เป็นอกี ส่วนหนึง่ ที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภคในเมือง สุโขทัย การขุดเจาะน้ำบาดาลในบริเวณเมอื งสุโขทัยต้องเจาะลงไปที่ความลึกมากกว่า ๕ เมตร จาก การสำรวจและปรบั ปรุงบ่อนำ้ ในการพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์ พบบอ่ น้ำซึมใต้ดนิ ท่ีมีลักษณะเป็น บ่อกลม กรุด้วยศิลาแลง อิฐ และบางแห่งมีหินก่อเสริม กระจายตัวอยู่ตามบริเวณต่างๆของเมือง สโุ ขทัย เป็นทสี่ งั เกตวา่ ปรมิ าณบอ่ น้ำในแตล่ ะพื้นท่ี อาจมีความสัมพนั ธ์กับปริมาณประชากรในชุมชน ท่อี าศยั ในบริเวณนน้ั ๆ ในบริเวณทิศตะวันตกของเมืองสุโขทัย ไมม่ ีตระพงั หรือสระเก็บน้ำขนาดใหญ่ แต่พบว่ามีบ่อน้ำค่อนข้างหนาแน่น จำนวนถึง ๗๐ บ่อ ขณะที่กลางเมืองสุโขทัยมีเพียง ๒๓ บ่อ ทางด้านทิศเหนือเป็นอีกบริเวณที่มีบ่อน้ำหนาแน่น โดยพบถึง ๒๖ บ่อ จึงอาจกล่าวได้วา่ ในบริเวณ ทางทิศตะวันตกและทิศเหนือของเมืองซึ่งพบปริมาณบ่อน้ำค่อนข้างหนาแน่น มีชุมชนอยู่อาศัย
335 มากกว่าพ้นื ทที่ างทศิ ตะวนั ออกและทิศใต้ ท่ีพบจำนวนบ่อนำ้ ไม่มากนกั โดยสนั นษิ ฐานวา่ บริเวณน้ีคง ใชเ้ ป็นพ้ืนทเี่ กษตรกรรม นอกจากนี้ยงั มีขอ้ สงั เกตอีกประการหน่ึงคอื บอ่ น้ำทขี่ ดุ ขน้ึ ส่วนใหญ่จะอยู่ใน เขตโบราณสถาน หรอื บริเวณวัด โดยทางด้านตะวนั ตกของเมอื งก็ปรากฏวา่ มีวดั อยหู่ นาแน่นเชน่ กัน อนึง่ ในการสำรวจบ่อโบราณ กรมศลิ ปากรได้ทำการขุดลอกบ่อโบราณบางแห่งพบวา่ เป็นหลุม สุขา โดยเป็นหลุมคู่โดยมีรางเล็ก มีแท่งหินหรอื ไม้ปิดอย่างดี ในชั้นดินของบ่อพบกากอุจจาระ มีซาก ตา่ งๆดังนี้ เม็ดตะคอ้ เมด็ แตง เมด็ พรกิ ไม้ไผ่ หลุมเหล่านี้ลกึ ประมาณ ๗-๘ เมตร สันนิษฐานว่าอาจ เป็น วัจจกุฎี คือห้องสุขาของพระสงฆ์ ตามพระธรรมวินัยที่กำหนดให้พระสงฆ์ต้องมีที่ขับถ่าย โดยเฉพาะ สรุปปัญหาภูมศิ าสตรโ์ บราณคดี จากสภาพพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ แสดงให้เห็นว่า ทำเลที่ตั้งของเมอื งสุโขทัยนั้นตั้งอยู่บนท่ีราบ ลาดเอียงชายป่า มลี ำธารทไี่ หลมาจากทางทิศตะวันตกซึ่งเปน็ พื้นทภี่ ูเขา ทางทิศตะวันออกของเมือง เป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ทำให้เห็นได้ว่าเมืองสุโขทัยนั้นตั้งอยู่ริมทะเลสาบ มีขุนเขาเป็นฉากบังอยู่ ทางด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ มีการสร้างคูเมืองกำแพงเมือง มีระบบการจัดผังเมืองเป็นบ้าน เป็น เมือง เขตสวนไร่นา บ้านใหญ่ บ้านเล็ก ความรู้ทางด้านฝายน้ำล้นที่แพร่หลายในแหลมอินโดจีนมา ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๖ ได้ถูกนำมาใช้กอ่ สร้าง ชักน้ำไปทางทิศตะวันออก ผ่านคูเมืองและพื้นทีใ่ ช้ ประโยชนต์ ่างๆ ก่อนไหลลงสูท่ ี่ราบล่มุ แม่นำ้ ยม ระดับความลาดเอียงในเมืองสุโขทัยที่มีความสูงถึง ๓-๔ เมตร ย่อมกักเก็บน้ำไม่ได้จึงต้องมี การขุดสระน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆโดยเฉพาะในการเกษตรกรรม ทำให้ดินมีความชุ่มช้ืน สามารถปลูกหมากม่วง หมากขาม ป่าแก้ว ป่าลาง สวนหมาก สวนพลู ทั่วทุกแห่ง เมืองสุโขทัยจึง ร่มเย็น น่าอยู่อาศัย งามดังแกล้ง คนสุโขทัยมีการขุดบ่อน้ำซึมที่สะอาดเย็นจากใต้ดินขึ้นมาใช้อย่าง แพร่หลาย โดยไม่พบหลักฐานเกี่ยวกับการขุดบ่อน้ำใช้จำนวนมากเช่นนี้จากเมืองโบราณอื่นๆใน ประเทศไทยเลย จึงแสดงว่าระบบการสขุ าภิบาลของชาวสุโขทยั นั้นก้าวหนา้ กวา่ สงั คมอ่ืนๆ เมือ่ ศึกษาถงึ การออกแบบการวางผังเมือง ถนนทางเดิน ขอบสระ ตลอดจนการเนรมิตศิลปะ โบราณวตั ถตุ า่ ง ๆ สถาปนิกและนายชา่ งศลิ ปกรรมสุโขทยั มฝี ีมอื อยู่ในระดบั แนวหนา้ กว่าศิลปินเมือง อื่น ๆ ที่ร่วมสมยั เดียวกัน ย่อมเป็นประจักษพ์ ยานเป็นไดช้ ัดวา่ เมืองสุโขทยั น้ีดี และแพร่หลายเปน็ ท่ี ชน่ื ชอบของชาวเมืองนครศรีธรรมราช เมอื งเชยี งใหม่ เมอื งน่าน ฯลฯ จึงเขียนตำนานยกย่องชาวเมือง สุโขทยั ในนามพระรว่ ง เปน็ เอกสารทีเ่ หลืออยู่จนบดั นี้จะมีตกอับอย่แู ต่เพียงในวรรณกรรมเรื่องขุนช้าง ขนุ แผนเท่าน้ัน ท่กี ลา่ วว่าเจา้ เมืองสุโขทัยยากจนขนาดตอ้ งนำธิดานางแก้วกรยิ าไปขายฝากขดั ดอกเบ้ีย เศรษฐีขุนช้างแต่เพยี งแห่งเดียว
336 ใบงาน บทเรยี นออนไลน์ท่ี 4 เรอื่ ง ความเป็นมาของประวตั ิศาสตร์การบรหิ ารจดั การน้ำ 1.การตง้ั ถ่ินฐานบา้ นเรอื นสมัยสุโขทยั พิจารณาจากส่ิงใดเป็นสำคญั ……………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………............................................................................. 2.อธิบายประโยชนข์ องระบบชลประทาน (เหมอื ง ฝาย ทำนบ) ท่ีมีต่อชาวสโุ ขทยั ……………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………......................................................................................
337 เฉลยใบงาน บทเรียนออนไลน์ท่ี 4 เรอื่ ง ความเป็นมาของประวตั ศิ าสตรก์ ารบริหารจัดการน้ำ 1. การตงั้ ถิ่นฐานบา้ นเรือนสมัยสโุ ขทยั พิจารณาจากส่งิ ใดเป็นสำคัญ ตอบ 1. มแี หล่งน้ำ คือ ปจั จัยสำคญั ทีส่ ุดสำหรับการทำเกษตร โดยอาณาบรเิ วณสมยั สุโขทัย มลี ำน้ำขนาดใหญ่ผ่านถงึ 3 สาย คอื ลำน้ำปงิ ลำน้ำยม ลำนำ้ นา่ น 2. สภาพพ้นื ทีด่ ิน คอื ปัจจยั สำคญั รองลงมา สภาพพน้ื ที่ดนิ ม3ี แบบด้วยกนั คอื พ้นื ที่ ท่อี ยู่ระหว่างเขาลงมาตามท่รี าบลมุ่ แมน่ ้ำ พน้ื ท่บี รเิ วณลมุ่ น้ำใกลเ้ คียงกัน และพน้ื ทร่ี าบลุ่มน้ำเป็นพนื้ ที่ ที่เหมาะกบั การทำการเกษตร 2. อธบิ ายประโยชนข์ องระบบชลประทาน (เหมอื ง ฝาย ทำนบ) ทมี่ ีต่อชาวสุโขทัย ตอบ สมัยสุโขทยั มรี ะบบการบริหารจัดการน้ำ เพื่อการเกษตร โดยมกี ารจัดทำ “สรีดภงส์” (เข่อื นหรือทำนบ) เชื่อมระหว่างเขาเพื่อกกั เกบ็ น้ำ และมกี ารจัดทำท่อดินเผาขนาดต่างๆ เพื่อบังคับน้ำ จากคลองใหไ้ หลเข้าไปในกำแพงเมืองไปสูตระพัง (สระน้ำหรือหนองน้ำ) ขนาดกลางเมอื งสโุ ขทยั การชลประทานของเมอื งสุโขทัย เปน็ ประโยชนท์ ัง้ ดา้ นการเกษตรและการคมนาคม เพราะชาวสุโขทัย ใช้น้ำทีม่ าทางทอ่ ของพระยารว่ ง สำหรบั การเกษตรจากเหมืองฝาย โดยไมต่ ้องอาศัยน้ำฝนอย่างเดียว รวมท้งั ประโยชน์ทางด้านอปุ โภคบริโภคภายในเมืองสุโขทัย เพราะชาวสโุ ขทยั จะขดุ ตระพังจำนวนมาก
338 แบบทดสอบหลังเรยี น บทเรียนออนไลน์ท่ี 4 เรอ่ื ง การบรหิ ารจัดการเร่ืองนำ้ สมยั สโุ ขทยั คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นเลอื กคำตอบท่ถี ูกตอ้ งทสี่ ุดเพียงขอ้ เดียว 1. หลักฐานใดที่ช่วยยืนยันวา่ สุโขทยั มคี วามเจริญมาก่อนหนา้ ทีจ่ ะได้สถาปนาเป็นราชธานี ก. ศาสนสถานศิลปะขอม ข. เรือ่ งราวจากเอกสารจีน ค. ข้อความท่ีปรากฏในศลิ าจารึก ง. พระราชพงศาวดารกรุงสโุ ขทยั 2. การสถาปนากรุงสุโขทยั เกดิ จากวธิ ีใด ก. กลมุ่ คนไทยอพยพลงมาต้ังถน่ิ ฐานบา้ นเมือง ข. ขอมรบชนะชุมชนทีอ่ ยมู่ ากอ่ นแล้วตง้ั กรงุ สุโขทยั ข้นึ ค. กลมุ่ คนไทยรวมตัวต้ังตนเปน็ อสิ ระ ไมย่ อมอยใู่ ตอ้ ำนาจขอม ง. อาณาจกั รขอมไดใ้ หอ้ ิสรภาพโดยมอบผคู้ นและทรพั ยส์ ินมาสรา้ งบ้านเมอื ง 3. การปกครองแบบพ่อปกครองลูก สง่ ผลดีต่ออาณาจักรสโุ ขทยั อย่างไร ก. ชาวต่างชาติเขา้ มาติดต่อค้าขายมากขน้ึ ข. การละเมดิ กฎหมายลดนอ้ ยลง ค. กษัตรยิ ก์ บั ราษฎรใกล้ชดิ กัน ง. ทำให้ขนุ นางมีอำนาจมาก 4. รปู แบบการปกครองสมยั สโุ ขทัยมีลักษณะอย่างไร ก. แบง่ พ้ืนท่ีเป็นมณฑล ข. ส่งข้าหลวงไปปกครอง ค. รวมอำนาจไว้ทีร่ าชธานี ง. กระจายอำนาจสู่ท้องถิน่ 5. ลักษณะการค้าขายของอาณาจักรสุโขทยั ตรงกับขอ้ ใด ก. ราษฎรคา้ ขายสินค้าไดบ้ างชนิด ข. ราษฎรค้าขายได้อย่างเสรี ค. รฐั ค้าขายแขง่ กบั ราษฎร ง. รฐั เป็นผู้ผูกขาดการค้า
339 6. ตลาดนัดจตุจักรในปจั จบุ นั หากเทยี บกับสมยั สุโขทัย จะหมายถงึ สง่ิ ใด ก. ตระพงั ข. สรีดภงส์ ค. เตาทุเรยี ง ง. ตลาดปสาน 7. แนวทางการสร้างความสงบสุขของสังคมสโุ ขทัย จากหลกั ฐานทป่ี รากฏนิยมใชว้ ธิ ีการใด ก. อบรมคนใหม้ ีศีลธรรม ข. ออกกฎหมายที่เข้มงวด ค. ใหร้ างวลั แกผ่ ู้ทำความดี ง. ลงโทษผู้ฝา่ ฝืน 8. สโุ ขทัยไดร้ ับอิทธพิ ลการนบั ถอื พระพุทธศาสนานิกาย เถรวาทลัทธิลังกาวงศม์ าจากแหง่ ใด ก. ศรีลงั กา ข. ทวารวดี ค. หรภิ ญุ ชยั ง. นครศรธี รรมราช 9. ข้อใดเปน็ ลักษณะความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสุโขทยั กบั ลังกา ก. ลังกาส่งเคร่ืองราชบรรณาการ ข. ลังกาถ่ายทอดพระพทุ ธศาสนาให้สุโขทยั ค. สุโขทัยถ่ายทอดพระพุทธศาสนาให้ลงั กา ง. สโุ ขทยั แผข่ ยายอำนาจเข้าครอบครองลงั กา 10. การมีสมั พนั ธไมตรอี นั ดีกับลา้ นนาส่งผลตอ่ สุโขทยั อยา่ งไร ก. ไดก้ ำลงั ชว่ ยยามเกิดสงคราม ข. เปน็ แหล่งวัตถุดิบไวผ้ ลิตสินค้า ค. ปลอดภยั จากการถกู ตที างเหนือ ง. สามารถเผยแพร่วฒั นธรรมไดอ้ ย่างเสรี 11. พระมหากษัตรยิ ข์ องสุโขทยั พระองค์ใดที่ทรงนำพระพทุ ธศาสนามาเปน็ เครื่องมอื ในการสรา้ ง สัมพนั ธไมตรีกบั อาณาจักรตา่ งๆ ก. พ่อขุนศรอี ินทราทติ ย์ ข. พอ่ ขุนรามคำแหงมหาราช ค. พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลิไท) ง. พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล)
340 12. ข้อใดเป็นภมู ิปญั ญาสมยั สโุ ขทยั ทเี่ ก่ยี วข้องกบั ชลประทาน ก. สรีดภงส์ ข. เตาทเุ รียง ค. ลายสือไทย ง. เคร่ืองสังคโลก 13. มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญทคี่ นปัจจบุ นั ได้รบั จากสมยั พ่อขุนรามคำแหงมหาราช คือสงิ่ ใด ก. ลายสอื ไทย ข. เมืองฉอด ค. พระพทุ ธรูปสมยั สุโขทยั ง. การปกครองแบบปติ ุลาธิปไตย 14. ภมู ิปญั ญาของชาวสุโขทัยในข้อมูลใดที่เกีย่ วกับการผลิตเครอ่ื งมอื เครื่องใช้ ก. ตระพงั ข. เครื่องสงั คโลก ค. พระพุทธรูป ง. อาวุธที่ทำด้วยสำรดิ 15. ปจั จัยสำคญั ที่ทำให้สโุ ขทยั เส่อื มและตกเป็นส่วนหนง่ึ ของอยุธยามีหลายประการ ยกเว้นขอ้ ใด ก. ความอ่อนแอทางทหาร ข. เกบ็ ภาษีอากรได้นอ้ ย ค. การค้าซบเซาเพราะอยู่ไกลทะเล ง. การแยง่ ชงิ อำนาจในหมู่ราชวงศ์พระรว่ ง
341 เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น บทเรียนออนไลน์ท่ี 4 เรอื่ ง การบรหิ ารจดั การเร่ืองนำ้ สมัยสุโขทัย 1. ก 2. ค 3. ค 4. ง 5. ข 6. ง 7. ก 8. ง 9. ข 10. ค 11. ค 12. ก 13. ก 14. ข 15. ข
342 เอกสารอ้างอิง สำนักงาน กศน. สำนกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ // หนงั สอื เรยี นสาระความร้พู ้นื ฐาน รายวิชาภาษาไทย (พท11001) ,2555 // เอกสารทางวิชาการลำดบั ท่ี 1/2555 สำนกั งาน กศน. สำนักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร // หนงั สอื เรียนสาระทักษะการเรยี นรู้ (ทร11001) ,2555 // เอกสารทางวิชาการลำดับที่ 32/2555 สำนกั งาน กศน. สำนกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร // ชดุ วิชาประวตั ิศาสตรช์ าติไทย (สค12024) ,2561 // เอกสารทางวิชาการลำดบั ท่ี 2/2561 เรือ่ ง การเรยี นรโู้ ดยใช้โครงงานเพื่อพฒั นาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (2561) , {ออนไลน์], เขา้ ถึงไดจ้ าก http://acad.vru.ac.th/Journal/Journal%208_3/8_3_15.pdf
343 รายชอ่ื คณะผู้จัดทำเอกสาร คมู่ ือแนวทางการจดั การเรียนรอู้ อนไลน์ ระดับประถมศึกษา 1. คณะกรรมการทปี่ รึกษา ประกอบด้วย ผอ.สำนกั งาน กศน.จงั หวัดนครปฐม รองผอ.สำนกั งาน กศน.จังหวัดนครปฐม 1.1 นายสมเจตน์ สวาศรี ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอเมอื งนครปฐม 1.2 นางอัญชลี ปสนั ตา ผ้อู ำนวยการ กศน.อำเภอกำแพงแสน 1.3 นายประชาลักณ์ ศรคี ุณาภรณ์ ผ้อู ำนวยการ กศน.อำเภอนครชัยศรี 1.4 นายพรี ฉัตร อนุวงศ์ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอดอนตูม 1.5 นางรัชนี คงฤทธิ์ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอสามพราน 1.6 นางจดิ าภา บวั ทอง ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอพุทธมณฑล 1.7 นายสมมาตร คงชื่นสิน 1.8 นางเยาวรักษ์ บญุ จันทร์ 2. คณะกรรมการจดั ทำสื่อบทเรียนออนไลน์ ระดบั ประถมศกึ ษา (แผนการพบกลุ่ม, แผนการพบ กลมุ่ รายสปั ดาห,์ แผนการจัดการเรียนรู้รายสัปดาห,์ บทเรียนออนไลน์ 1-5 ) ประกอบดว้ ย 2.1 นายพีรฉัตร อนุวงศ์ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอกำแพงแสน 2.2 นายสมมาตร คงชนื่ สิน ผูอ้ ำนวยการ กศน.อำเภอสามพราน 2.3 นางจิดาภา บวั ทอง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอดอนตมู 2.4 นางอรวรรณ มหายศนันท์ ขา้ ราชกาครู ชำนาญการ 2.5 นางสาวถาวร ศิลปศร ข้าราชการครู 2.6 นางนวลลออ สทุ ธิงาม ครู อาสาสมคั รฯ 2.7 นางรินนา อนุภาษ ครู อาสาสมคั รฯ 2.8 นางสาวศศยิ าพชั ญ์ อินทรก์ รุงเก่า ครู อาสาสมคั รฯ 2.9 นางสาวเกศสดุ า ขาวขำ ครู กศน.ตำบล 2.10 นายณรงค์ ขวญั เพม่ิ พร ครู กศน.ตำบล 2.11 นางสาวขนษิ ฐา โพธ์ิทอง ครู กศน.ตำบล 2.12 นางสาวลักษค์ ณา สง่ โสภา ครู กศน.ตำบล 2.13 นางสาวสุจิตรา สมทรง ครู กศน.ตำบล 2.14 นางสาวบวั บชู า ลำ้ เลิศ ครู กศน.ตำบล 2.15 นางสาววรรณเพ็ญ ฮวบบุรี ครู กศน.ตำบล
344 2.16 นายไพรโรจน์ โพธทิ์ อง ครู กศน.ตำบล 2.17 นางสาวกานต์ธีมา แสงสว่าง ครู กศน.ตำบล 2.18 นางสาวศิริญา สบื นุช ครู กศน.ตำบล 2.19 นางอนงค์ ทงั่ ทอง ครู กศน.ตำบล 2.20 นางสาวอญั ชลยี ์ ว่องไว ครู กศน.ตำบล 2.21 นางสาวจติ รา เซย่ี งเทศ ครู กศน.ตำบล 3. คณะกรรมการบรรณาธิการ ประกอบด้วย 3.1 นายพรี ฉัตร อนวุ งศ์ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอกำแพงแสน 3.2 นางสาวถาวร ศิลปศร ขา้ ราชการครู 3.3 นางสาวอรพรรณ ขนั แกว้ นักวิชาการศกึ ษาปฏิบัติการ 3.4 นางสาวศศยิ าพชั ญ์ อินทรก์ รุงเกา่ ครู อาสาสมัครฯ 3.5 นางอนงค์ ทัง่ ทอง ครู กศน.ตำบล 3.6 นางสาวกานต์ธมี า แสงสว่าง ครู กศน.ตำบล 4. คณะทำงานจัดพมิ พต์ น้ ฉบบั และจัดทำรูปเลม่ ประกอบดว้ ย 4.1 นางสาวอรพรรณ ขนั แกว้ นักวิชาการศกึ ษาปฏบิ ัติการ 4.2 นางสาวปณั ณธร พรหมมณี นกั วิชาการศึกษา 4.3 นางสาวเกศสดุ า ขาวขำ ครู กศน.ตำบล 4.4 นายณรงค์ ขวัญเพิม่ พร ครู กศน.ตำบล 4.5 นางสาวขนิษฐา โพธทิ์ อง ครู กศน.ตำบล 4.6 นางสาวลกั ษ์คณา ส่งโสภา ครู กศน.ตำบล 4.7 นางสาวสจุ ติ รา สมทรง ครู กศน.ตำบล 4.8 นางสาวบัวบชู า ลำ้ เลศิ ครู กศน.ตำบล 4.9 นางสาววรรณเพญ็ ฮวบบรุ ี ครู กศน.ตำบล 4.10 นายไพรโรจน์ โพธิท์ อง ครู กศน.ตำบล
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373