287 ใบความรู้ บทเรียนออนไลน์ที่ 5 เร่ือง ความสัมพันธก์ ับต่างประเทศในสมยั กรงุ ศรอี ยุธยา และสมยั กรุงธนบุรี 1.1 ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งกรุงศรีอยธุ ยากบั รัฐเพ่ือนบ้าน ความสัมพันธ์ระหวางอยุธยากับเพื่อนบานมีทั้งลักษณะท่ีเป็นไมตรีตอกัน และมีความขัดแยง จนตองทําสงครามกัน ท้ังน้ีเพราะอยุธยามีนโยบายในการขยายอํานาจเขาไปปกครองในดินแดนของ รัฐเพ่ือนบาน จึงทําใหความสัมพันธ์ดําเนินไปในลักษณะการรุกรานซ่ึงกันและกัน โดยเฉพาะกับพมาท่ีมี การทําสงครามกันตลอดในสมัยอยธุ ยา 1. ลานนา แควนลานนามีศูนย์กลางการปกครองอยูที่เมืองเชียงใหม อยุธยาไมไดมีอาณาเขต ตดิ ตอกบั ลา นนาโดยตรงเน่ืองจากมีอาณาจักรสุโขทัยค่ันอยู ความสัมพันธ์ระหวางอยุธยากับลานนามี ลักษณะเป็นการทําสงครามกันมากกวาการเป็นไมตรีตอกัน สงครามกับอยุธยากับลานนาไดเกิดขึ้น หลายครั้งในรัชสมัยพระยาติโลกราชแหงลานนากับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแหงกรุงศรีอยุธยา หลังจากน้ันอยุธยากับลานนาจึงเป็นไมตรีตอกัน ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ อยุธยาติดทํา สงครามกับพมาจึงไมยกกองทัพไปชวยเมืองเชียงใหมซึ่งถูกพมารุกรานเชนเดียวกัน จะเห็นวาต้ังแต รัชสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราชจนถึงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ลานนาตกอยูใตอิทธิพล ทางการเมืองของไทยเป็นบางชวง และบางชวงอยูใตอิทธิพลของพมา เม่ือสิ้นรัชสมัยสมเด็จพระ นารายณ์แลว ลานนาเป็นอิสระไดระยะหนึ่งจนกระท่ังมาถึงสมัยอยุธยาตอนปลาย เชียงใหมตก เป็นเทศราชของพมา จนเสยี กรุงศรอี ยธุ ยาคร้งั ที่ 2 ใน พ.ศ. 2310 2. ลาว ในสมัยพระเจาฟูางุมไดทรงรวบรวมดินแดนลาวเขาเป็นอันหน่ึงเดียวกันแลวสถาปนา เป็นอานาจักรลานชางซ่ึงขณะนั้นตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อูทอง) แหงอยุธยา กษัตริย์ทั้งสองพระองค์ไดแบงดินแดนกันโดยใชแนวทิวเขาเพชรบูรณ์และทิวเขาดงพญาเย็นเป็น เขตแดนระหวางกัน หลักฐานสําคัญที่แสดงถึงสัมพันธไมตรีอันดีระหวางไทยและลาวสมัยสมเด็จพระ มหาจักรพรรดิและพระเจาไชยเชษฐา คือ การรวมกันสรางพระธาตุสีสองรัก มีศิลาจารึกเป็นตัวอักษร ทางภาษาลาว อีกดานหนึ่ง เป็นอักษรของภาษาไทย เมื่อฝรั่งเศสเขามายึดเมืองดานซายใน พ.ศ. 2449 ไดนาํ ศิลาจารึกนไี้ ปเวียงจนั ทร์ เน้ือความในศิลาจารึกกลาวถึงกษัตริย์ทั้งสองนครวา จะรัก ใครกลมเกลียวกันจนชั่วลูปช่ัวหลาน หลังจากไทยเสียกรุงศรีอยุธยาใหกับพมาคร้ังท่ี 1 แลวไมปรากฏ หลักฐานความเป็นมิตรไมตรรี ะหวา งไทยกับลาวตาอยางใด 3. พมา ความสัมพันธ์ระหวางไทยกับพมาสวนใหญเป็นการแขงอิทธิพลและการขยายอํานาจ จึงทําใหเกดิ สงครามตลอดมา สาเหตุสาํ คญั มาจากการท่พี มาไดเป็นใหญในเหนือดินแดนมอญและไทย ใหญแ ลวก็พยายามขยายอาํ นาจเขามายงั อาณาจกั รอยุธยา การท่พี มา ยกทัพมารบกับอยุธยาหลายครั้ง แสดงใหเห็นถึงความตองการเป็นใหญในดินแดนแถบนี้แลวพมาตองการแสดงความเป็นเอกภาพใน ดินแดนพมาโดยการรวบรวมชนกลุมนอยใหเป็นหนึ่งเดียวกันแตอุปสรรคสําคัญของพมา ในสมัย
288 อยุธยาไทยกับพมาไดทําสงครามกันถึง 24 ครั้ง ความสัมพันธ์ระหวางไทยกับพมาจึงเป็นลักษณะ ความสัมพันธ์ทางการเมอื งและการทาํ สงครามเกือบตลอดเวลา 4. เขมร ในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชท่ี 2 (เจาสามพระยา) ไดโปรดเกลาฯไดยกทัพไป ตีเขมรไดส ําเรจ็ แตป กครองอยไู ดไมนานเขมรประกาศตนเป็นอสิ ระไมข ้ึนตอ กรงุ ศรอี ยุธยาจนถึงรัชสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จงึ ยกทพั ไปตีเขมร เขมรจึงตกเปน็ เมืองข้นึ ของอยุธยา แตภายหลังรัชสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เขมรก็ต้ังตัวเป็นอิสระแมไทยจะสงกองทัพไปปราบแตก็ไมสําเร็จ ความสัมพันธ์ระหวางอยุธยากับเขมรมีทั้งลักษณะเป็นไมตรีตอกัน มีความขัดแยงหรือทําสงครามกัน 1.2 ความสมั พันธ์ระหว่างกรงุ ศรอี ยธุ ยากบั ประเทศในทวีปเอเชีย ในสมัยกรงุ ศรอี ยุธยานอกจากจะมีความสัมพันธ์กับประเทศเพ่ือนบานใกลเคียงแลว กรงุ ศรีอยุธยา ยังมีความสมั พันธ์กับประเทศตา งๆ ในทวีปเอเชยี หลายประเทศโดยมปี ระเทศสาํ คญั ไดแ ก 1. จีน มีความสัมพันธ์ระหวางประเทศกับอาณาจักรอยุธยา เริ่มต้ังแต พระเจาหงหวูหรือหงอู (หรือจูหยวงจาง) ซ่ึงเป็นจักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์หมิงขึ้นปกครองจีนไดทรงสงทูตไปยัง อาณาจักรตางๆ รวมทั้งกรุงศรีอยุธยาดวยโดยในพ.ศ.1913ไดทรงสงราชทูตอัญเชิญพระบรมราช โองการมายัง กรุงศรีอยุธยา ซึ่งตรงกับสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชท่ี 1(ขุนหลวงพะงั่ว) ในปีตอมา คือพ.ศ. 1914 ทางกรุงศรีอยุธยาไดสงคณะราชฑูตไทยไดอัญเชิญพระราชสาสน์และบรรณาการไป ถวาย ซึ่งนับไดวาเป็นความสัมพันธ์ทางการฑูตครั้งแรกระหวางกรุงศรีอยุธยากับจีน หลังจากน้ัน ความสัมพันธ์ระหวางไทยกับจีนเป็นไปดวยความราบร่ืนปรากฏวาไทยไดสงทูตไปเมืองจีนเป็นประจํา ทุกปีและบางปีมากกวาหนึ่งครั้งคือ ระหวาง 1914 - 2054 ทางอยุธยาสงทูตไปเมืองจีนถึง 89 ครั้ง เป็นตน อยุธยาคอนขางใหความสําคัญกับประเทศจีนมาก ความสัมพันธ์กับจีนเป็นรูปแบบ รัฐบรรณาการ อยุธยาตองการตลาดสินคาใหญอยางจีน และไมตองเสียภาษีขาเขาเพียงแตยอมออน นอ มกับจีนซ่ึง จีนถือตัวเองเป็นศูนย์กลางแหงจักรวาลใครมายอมออนนอมจะไดรับการคุมครอง และ ไดผลประโยชน์กลับบานมากกวาที่อยุธยาสงบรรณาการไปถวายเสียอีกสินคาท่ีเราส งไปจีนการที่ไทย ไดสงคณะฑูตบรรณาการไปจีนบอยครั้งน้ันผลที่ได คือเราไดสิทธิพิเศษทางการคากับจีนเพราะคณะ ฑูตน้ันจะนําสินคาจากอยุธยามาขายที่จีนดวยและตอนขากลับก็จะนําสินคาจากจีนไปขายที่อยุธยา ดวย ในการติดตอคาขายระหวางอยุธยากับจีนน้ันตางก็มีความตองการสินคาของกันและกันสินคาท่ี ไทย ตองการจากจีน ไดแก ผาไหม ผาแพร เคร่ืองกระเบื้อง เป็นตน สวนสินคาท่ีจีนตองการจากไทย เชน เคร่ืองเทศ รังนก ขาวพริกไทย ตอมาชาวตะวันตกไดเขามาติดตอคาขายกับอยุธยามีสินคา บางอยางที่จนี ซ้อื สนิ คาของชาตติ ะวนั ตกจากอยธุ ยาไปดว ย เชน เครือ่ งแกว เครือ่ งหอม พรม เป็นตน 2. ญ่ีปุน ชาวญ่ีปุนไดเขามาตั้งบานเรือนและเขามาทํามาหากินอยูในกรุงศรีอยุธยามาต้ังแต พ.ศ. 2083 ซึ่งตรงกับปลายรัชกาลของสมเด็จพระไชยราชาธิราช และชาวญ่ีปุนไดอาสาสมัครในคร้ัง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชยกองทัพไปรบกับพมาในสงครามยุทธหัตถีในพ.ศ.2135ความสัมพันธ์
289 ระหวางไทยกับญี่ปุนเร่ิมอยาง เป็นทางการในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ( พ.ศ.2148 -2153 ) กับ โชกนุ โตกุงาวะ อเิ อยาสุ ในพ.ศ.2149 ญ่ีปนุ ไดส ง สาสนม์ าเจรญิ สัมพนั ธ์ไมตรีกับสมเด็จพระเอกาทศรถ พรอมดวยดาบ เสอ้ื เกราะเป็นเคร่ืองราชบรรณาการและในขณะเดียว กันไดทูลขอปืนใหญและไมหอม จากไทย สมเด็จพระเอกาทศรถจึง สงสาสน์ตอบไปญ่ีปุนเป็นการตอบแทน ซึ่งนับไดวาเป็นจุดเริ่มตน ของความสมั พันธ์ท่ดี รี ะหวา งไทยกบั ญป่ี ุน ความสัมพันธ์ทางการทตู ระหวา งไทยกับญี่ปุนเจริญสูงสุดใน สมยั สมเด็จพระเจา ทรงธรรม (พ.ศ.2153 - 2171 ) เพราะในสมัยน้ที างการกรุงศรีอยธุ ยาไดสงคณะทูต ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับญี่ปุนถึง 4 ครั้งคือใน พ.ศ.2159 , 2164 , 2166 , 2168 สวนความสัมพันธ์ ทางดานการคาระหวางไทยกับญี่ปุนซ่ึงนับวามีความสําคัญมากนั้น โดยท่ีญี่ปุนตองการสินคาจากไทย คอื ขา ว ดีบกุ นํ้าตาล ไม หนังกวาง สินคาท่ีไทยตองการจากญ่ีปุน คือทองแดง เงินเหรียญ ของญี่ปุน ฉากลบั แล เปน็ ตน ชาวญป่ี นุ ทีเ่ ขามาอยูในกรุงศรีอยุธยานอกจากเป็นทหารอาสาแลวมี ชาวญ่ีปุนบาง คนเขารับราชการในอยุธยาในตําแหนงที่สูงคือ ยามาดา นางามาซา ซ่ึงตอมาไดรับพระราชทาน บรรดาศักด์ิเป็นออกญาเสนาภิมุข ความสัมพันธ์ระหวางไทยกับญี่ปุนหลังจากสิ้นสุดสมัยพระเจาทรง ธรรมแลวเริ่มเสื่อมลง เชนในสมัยสมเด็จพระเจาปราสาททองสงคณะฑูตไปญ่ีปุน 5 คร้ัง แตไมไดรับ การตอนรับจากญี่ปุน เพราะญ่ีปุนมีนโยบายที่จะอยูอยางโดดเด่ียว และปิดประเทศต้ังแต พ.ศ.2182 ทําใหค วามสมั พนั ธร์ ะหวางไทยกบั ญป่ี ุนสนิ้ สดุ ลง 3. อิหราน ชาวอิหรานหรือชาวอาหรับไดเขามาติดตอคาขายกับอยุธยาและเขารับราชการในราช สํานักไทยต้ังแตสมัยสมเด็จพระเจาทรงธรรม เชนเฉกอะหมัด หรือตอมาเป็นตนตระกูลบุนนาค ความสัมพันธ์ระหวางอยุธยากับอิหรานนั้นไทยไดสงทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีกับอยุธยาแตไมคอย ราบร่ืนนักเพราะถูกออกญาวิไชเยนทร์ (คอนสแตนตินฟอลคอน) กีดกันลังกา ในสมัยกรุงศรีอยุธยามี ความสัมพันธ์กับลังกาเพราะทางลังกาไดสงทูตมาขอพระสงฆ์จากไทยเพ่ือไปฟ้ืนฟูพระพุทธศาสนาใน ลังกาสมัยสมเด็จพระเจาอยูหัวบรมโกศทางลังกาจึงเรียกพระสงฆ์ท่ีไปปฏิบัติพระธรรมที่ลังกาวาลัทธิ สยามวงศ์ 1.3 ความสัมพันธร์ ะหว่างกรงุ ศรีอยุธยากับชาตติ ะวันตก 1. โปรตุเกส สงทูตมาเจรจาทําสัญญาฉบับแรกกับกรุงศรีอยุธยา ใน พ.ศ. 2059 ตรงกับสมัย สมเดจ็ พระรามาธบิ ดีที่ 2 ทําใหช าวโปรตุเกส ไดสิทธิพิเศษดานการคา การตั้งถ่ินฐานในกรุงศรีอยุธยา การทําสัญญาดังกลาวทําใหการคาระหวางกรุงศรีอยุธยากับโปรตุเกสเฟื่องฟูข้ึน จนกรุงศรีอยุธยา กลายเปน็ แหลง สินคาสําคญั สาํ หรบั พอ คาโปรตเุ กส 2. สเปน ความสัมพันธ์ระหวางกรุงศรีอยุธยากับสเปนเริ่มตนในสมัยสมเด็จพระนเรศวร มหาราช ไดมีทตู ของสเปนเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยาเพื่อทําสัญญาสัมพันธไมตรีและการคา โดยฝุาย กรงุ ศรอี ยธุ ยาอนุญาตใหสเปนตั้งสถานีการคาบนฝ่ังแมน้ําเจาพระยา แตการคาระหวางกรุงศรีอยุธยา กับสเปน
290 3. ฮอลันดา พ.ศ. 2146 ฮอลนั ดาไดเขามาตั้งสถานีการคาท่ีปัตตานี ซึ่งเป็นเมืองประเทศราช ของกรุงศรีอยุธยาในขณะนั้น ฮอลันดาจึงสงทูตเขามาติดตอกับกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จ พระนเรศวรมหาราช เพ่ือขอต้ังสถานีการคา แตการคาและความสัมพันธ์ระหวางกรุงศรีอยุธยากับ ฮอลนั ดาในระยะหลัง ไมคอยราบรนื่ นัก ทําใหความสัมพนั ธ์ระหวางกรุงศรีอยุธยากับฮอลันดาเส่ือมลง ตามลาํ ดับ จนฮอลนั ดาตองปดิ สถานีการคาไปในทส่ี ุด 4. อังกฤษ อังกฤษเร่ิมเขามาติดตอกับกรุงศรีอยุธยา ใน พ.ศ. 2155 ตรงกับสมัยสมเด็จ พระเจาทรงธรรม โดยตองการเจริญสัมพันธไมตรีและการคากับไทย แตการคาของอังกฤษไมคอย ประสบผลสําเร็จมากนัก ถึงแมวาสมเด็จพระนารายณ์มหาราชจะทรงใหอังกฤษเขามาคาขายเพื่อ ถวงดุลอํานาจของฮอลันดาก็ตาม ในปลายสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อังกฤษมีเรื่องบาดหมาง กับไทย เพราะอังกฤษไมพอใจออกญาวิไชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ขุนนางไทยเชื้อสายกรีก จึงมีอํานาจควบคุมพระคลังสินคา อังกฤษกลาวหาวาออกญาวิไชเยนทร์ทําการคาแขงกับอังกฤษ ใน ท่ีสุดเกิดสงครามระหวางไทยกับอังกฤษ เม่ือ พ.ศ. 2230 ความสัมพันธ์ระหวางกรุงศรีอยุธยากับ อังกฤษจงึ ยุตลิ ง 5. ฝร่ังเศส สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงตองการใหฝร่ังเศสเป็นพันธมิตรกับกรุงศรี อยุธยา เพื่อถวงดุลอํานาจของฮอลันดา ซ่ึงมีทาทีคุกคามไทย จึงมีการติดตอทางการคาและทางการ ทูตกัน พอคาฝร่ังเศสไดเขามาตั้งสถานีการคาในอยุธยาเป็นคร้ังแรก ทางฝรั่งเศสไดจัดสงคณะทูต ชุดใหญ ซ่ึงมี เชอวาเลีย เดอ โชมองต์ เป็นหัวหนาเดินทางมาเยือนกรุงศรีอยุธยา ตอมาภายหลังกรุง ศรีอยุธยาไดสงออกพระวิสุทธสุนทร (โกษาปาน) ราชทูตไทยไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝร่ังเศสและได เขาเฝูาพระเจาหลุยส์ท่ี 14 ที่พระราชวังแวร์ซายส์ เมื่อเดินทางกลับกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. 2230 ฝรั่งเศสไดจ ดั สงกองทหารมาประจาํ ท่ีเมืองมะริดและบางกอก มีจุดประสงค์ท่ีจะยึดเมืองทั้งสองไว แต สมเด็จพระเพทราชาไดทาํ การตอตานจนมีการสูรบกับทหารของฝร่ังเศส ตอมามีการเจรจาสงบศึกกัน ไดโ ดยทหารและชาวฝรง่ั เศสตองออกไปนอกอาณาจกั ร ความสมั พันธ์กับต่างประเทศในสมยั กรงุ ธนบรุ ี 2.1 ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงธนบรุ ีกับรัฐเพ่ือนบา้ น 1. พมา ความสัมพันธ์ระหวางไทยกับพมาในสมัยกรุงธนบุรี จะปรากฏในรูปของความขัดแยง การทําสงคราม โดยไทยเป็นฝุายตั้งรับการรุกรานของพมา หลังจากไดรับเอกราช ตองทําสงครามกับ พมาถึง 9 ครั้ง สวนใหญพมาเป็นฝุายปราชัย ครั้งสําคัญที่สุด คือ ศึกอะแซหวุนกี้ตีเมืองเหนือ พ.ศ. 2318 คร้ังน้ันเจาพระยาจักรี (รัชกาลท่ี 1) และเจาพระยาสุรสีห์ สองพี่นองไดรวมกันปูองกัน เมอื งพษิ ณุโลกอยางสุดความสามารถ แตพมามีกําลังไพรพลเหนือกวาจึงตีหักเอาเมืองไดความขัดแยง นั้น เกดิ ข้ึนตลอดรัชกาล โดยเรมิ่ จากการรบครง้ั แรกทโี่ พธ์ิสามตน เป็นตนไปรวม 10 คร้งั 2. กัมพชู า กัมพูชาเป็นเมืองข้ึนของไทยมาตั้งแตสมัยกรุงศรีอยุธยา ครั้งกรุงศรีอยุธยาแตก กัมพูชาก็ต้ังตนเป็นอิสระ แตคร้ันเวลาลวงมา 2 ปี กัมพูชาก็เกิดจลาจลข้ึน สมเด็จพระนารายณ์ราชา
291 (นักองตน) กษัตริย์กัมพูชาในขณะน้ันเกิดการแยงอํานาจกันขึ้นกับ สมเด็จพระรามราชา (นักองนน) พระมหาอุปราช พระนารายณ์ราชาขอกาํ ลังจากญวนมาชวยปราบ สมเด็จพระรามราชาสูไมได จึงหนี มาขอความชวยเหลอื จากไทย 3. ลานชาง (ลาว) สมัยลานชางแตกพักพวก ในสมัยนั้น อาณาจักรลานชาง ไดแบงเป็น 3 อาณาจักร ไดแก หลวงพระบาง เวียงจันทน์ และ จําปาศักด์ิ สาเหตุ เนื่องจากลานชางมีปัญหา ภายในราชวัง ลานชางไดแตกพักพวก จึงเกิดมี 3 อาณาจักร ท่ีขัดแยงกัน ทําใหอาณาจักร ลานชาง ออนกําลังลง พระเจาตากสินไดทา ก็เลยหาขออางทําศึกกับลานชาง การทําศึกเกิดข้ึนจากการทําศึก 2 ครั้ง ดังนี้ การตีเมืองจําปาศักดิ์ในปี พ.ศ. 2319 สาเหตุเนื่องจากพระยานางรอง (คาดวาเมือง นครนายก) เกิดขัดใจกับ เจาเมืองนครราชสีมา จึงคิดกบฏตอไทย ไปขอข้ึนกับ เจาโอ เจาเมือง จําปาศักด์ิ สมเด็จพระเจาตากสินจึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯให เจาพระยาจักรีไปปราบ เจาเมือง นางรองถูกจับประหารชีวิต ทําใหเมืองจําปาศักดิ์ เมืองอัตตะปือ และดินแดนตอนใตของประเทศลาว ตกลงมาเป็นของไทย หลังจากจบศึก สมเด็จพระเจาตากสินมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ให เจาพระยาจักรี เป็น สมเด็จเจาพระยามหากษัตริย์ศึก พิลึกมหึมา ทุกนัคราระเดช นเรศวรราช สุริยวงศ์ดาํ รงตาํ แหนงสมุหนายก นับเปน็ การพระราชทานยศสูงที่สุดเทาท่ีเคยมีการตีเมืองเวียงจันทน์ ในปี พ.ศ. 2321 พระวอ เสนาบดีของ เจาสิริบุญสาร เกิดวิวาทกับเจาสิริบุญสาร เจาผูครองนครเวียง จัทน์ พระวอจึงหนีมาอยูที่ ตําบลดอนมดแดน จังหวัดอุบลราชธานี และ ขอสวามิภักด์ิตอไทย เจาสิริบุญสารไดสงกองทัพมาปราบ และจับพระวอฆาเสีย สมเด็จพระเจาตากสินจึงทรงสง สมเดจ็ เจาพระยามหากษัตริยศ์ ึก และ พระยาสรุ สีห์ เป็นแมทัพยกไปตีเมืองเวียงจันทน์ ขณะท่ีไทยยก ทัพไปนั้น เจารมขาว เจาผูครองหลวงพระบางมาขอสวามิภักด์ิตอไทย และสงกองทัพมาชวยตี เวียงจันทน์ดวย เจาสิริบุญสารสูไมไดจึงหลบหนีไป สมเด็จเจาพระยามหากษัตริย์ศึกจึงไดอัญเชิญ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร กับ พระบาง ซ่งึ ประดิศฐานอยูท่ีเวียงจันทน์กลับมากรุงธนบุรีดวยลาน ชา งกเ็ ลยกลายเป็นประเทศราชของไทย 4. ลานนา ไทยพยายามขับไลพมาออกไปจากลานนาไดสําเร็จ แตไมสามารถรักษาลานนาไวได เพราะเม่ือทัพกรุงธนบุรีออกจากลานนา ทัพพมาก็เขามาคุกคามลานนาอีก สมเด็จพระเจาตากสิน มหาราชคงทรงพิจารณาเห็นวาลานนาเป็นเมืองซ่ึงพมาใชเป็นฐานทัพเสมอ ทุกครั้งที่พมายกทัพมาตี เมืองไทย ทุกครั้งที่พมามารบไทย ก็ใชลานนาเป็นคลังเสบียงอาหาร จึงตองทรงยกทัพไปตีเชียงใหม ในปี พ.ศ. 2317 หลังจากนัน้ ลานนากเ็ ปน็ อิสระ โดยมีกรุงธนบรุ ีคุมกนั อยู 5. มลายู หวั เมอื งมลายู ไดแก เมอื งปัตตานี ไทรบุรี กลันตัน และ ตรังกานู เคยเป็นเมืองข้ึนของ ไทยมาตลอดสมัยกรุงศรีอยุธยา เพ่ิงมาแยกตัวเม่ือกรุงศรีอยุธยาแตก เมื่อปี พ.ศ. 2310 สวนเมือง ปัตตานี และไทรบุรี ในตอนตนสมัยกรุงธนบุรีนั้น ยังสวามิภักด์ิอยู เพิ่งมาแข็งขอทีหลัง สมเด็จ พระเจาตากสินมหาราชทรงตีไดเมืองนครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง แตมิไดยกทัพไปตีเมืองมลายู มีแตคิดอุบายใหเจาพระยานครศรีธรรมราชไปยืมเงินเมืองปัตตานี และไทรบุรี สําหรับท่ีจะซื้อเคร่ือง ศัตราวุธเมืองละ 1,000 ชั่ง เพ่ือหยั่งทาทีพระยาไทรบุรี และ พระยาปัตตานี ดูวาจะทําประการใด
292 แตท งั้ สองเมอื งไมย อมใหข อยืม สมเดจ็ พระเจา ตากสนิ ก็มิไดทรงยกทัพไปตี เพราะทรงพิจารณาเห็นวา ขณะนัน้ เป็นการเกนิ กําลงั ของพระองคท์ ีจ่ ะยกทัพไปปราบ จงึ ปลอ ยใหหวั เมืองมลายเู ป็นอิสระ 6. จีน หลังจากเสยี กรุงศรีอยุธยา การติดตอการคาไทยกับจีนไดหยุดชะงักลง แตก็ไดมาเร่ิมใหม เม่ือจีนยอมรบั เครื่องราชบรรณาการจากกรุงธนบุรี ปพี .ศ.2324 สมเด็จพระเจาตากสินมหาราชทรงสง ราชทูตไปกรุงปักก่ิง โดยมี เจาพระยาศรีธรรมาธิราช เป็นหัวหนาราชทูต ความสัมพันธ์ดานการคา ระหวางไทยกับจีนเริ่มตนจากการคาขาวเป็นสําคัญ ตอมาไดขยายเพิ่มข้ึน โดยประเทศจีนไดสงสินคา พน้ื เมืองจากแตจิ๋วมาขาย ที่สําคัญ คือ เคร่ืองลายคราม ผาไหม ผักดอง และเส่ือ เป็นตน เที่ยวกลับก็ จะซอื้ สินคา จากไทย อาทิ ขาว เครอื่ งเทศ ไมสกั ดีบกุ ตะกั่ว กลับไปยังเมอื งจีนดว ย เชนกนั 2.2 ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งกรุงธนบรุ ีกับประเทศในทวีปยุโรป 1. ฮอลันดาปี พ.ศ. 2313 ชาวฮอลันดาจากเมืองปัตตาเวีย (จาการ์ตา) และ พวกแขกเมืองตรัง กานู ไดเขาเฝูาฯ สมเด็จพระเจาตากสินมหาราช เพ่ือถวายปืนคาบศิลาจํานวน 2,200 กระบอก และ ตน ไมเ งนิ ตน ไมท อง 2. อังกฤษ ในปี พ.ศ. 2319 มีพอคาชาวอังกฤษจากเกาะปีนังช่ือ รอยเอก ฟรานซิส ไลท์หรือ ชาวไทยเรียกวา กปิตันเหล็ก ซึ่งไทยไดติดตอซ้ือปืนนกสับ จํานวน 1,400 กระบอก มาสูกับพมา พรอมกับส่ิงของเคร่ืองราชบรรณาการตางๆ ตอมามีการแลกเปลี่ยนพระราชสาส์นกัน และเมื่อ พ.ศ. 2320 นายยอร์จ สแตรตัน ผูสําเร็จราชการแหงมัทราสในขณะนั้นไดสงสาส์นพรอม กับดาบ ทองคําประดับพลอย มาถวายสมเด็จพระเจาตากสินสวนรอยเอกกปิตัน ไดรับพระราชทานยศวา พระยาราชกปิตนั 3. โปรตุเกส ในปี พ.ศ. 2322 แขกมวั ร์จากเมือง สรุ าต ในประเทศอินเดยี ไดน าํ สนิ คา เขา มาขาย ในกรุงธนบุรี และไทยไดส งสําเภาหลวงไปคาขายท่อี ินเดยี ดวย
293 ใบงาน บทเรยี นออนไลน์ท่ี 5 เรอื่ ง ความสัมพันธก์ ับต่างประเทศในสมยั กรงุ ศรอี ยุธยา และกรงุ ธนบุรี คาส่ัง ให้นกั ศกึ ษาตอบคาถามต่อไปนีใ้ ห้ถกู ต้อง 1. ความสมั พนั ธร์ ะหวา งไทยกับลาวมีลกั ษณะเฉพาะ เป็นเอกลักษณ์ท่แี ตกตางจากเมืองอ่ืน ๆ คือ ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ในสมยั อยธุ ยาความลกั ษณะความสัมพันธแ์ บบรฐั บรรณาการจะใชกับประเทศใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ปจั จัยสาํ คญั ที่สุดที่ทําใหตางชาติเขามาคา ขายกบั อาณาจักรอยธุ ยาเปน็ จํานวนมากคือ ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ความสัมพนั ธร์ ะหวางไทยกับพมา สวนใหญเ ปน็ แบบใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. ในสมยั ธนบุรีไทยทาํ สงครามกบั พมา รวมทิ้งสน้ิ ก่ีครงั้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 6. กัมพูชา เป็นเมืองขึน้ ของไทยมาตงั้ แตส มยั ใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 7. ในสมัยกรงุ ธนบุรีลา นชา งกลายเป็นประเทศราชของไทยได เพราะเหตุใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 8. พวกแขกเมืองตรงั กานู ไดเขาเฝาู ฯ สมเดจ็ พระเจา ตากสินมหาราชเพ่ือถวายสง่ิ ใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………
294 เฉลยใบงาน บทเรยี นออนไลนท์ ่ี 5 เรอื่ ง ความสัมพนั ธ์กบั ต่างประเทศในสมยั กรงุ ศรีอยธุ ยา และกรงุ ธนบุรี คาส่ัง ใหน้ ักศกึ ษาตอบคาถามตอ่ ไปนใ้ี ห้ถูกต้อง 1. ความสมั พันธร์ ะหวางไทยกับลาวมีลักษณะเฉพาะ เปน็ เอกลกั ษณ์ท่แี ตกตา งจากเมืองอื่น ๆ คือ เปน็ ลกั ษณะความสัมพนั ธ์แบบเมืองพีเ่ มืองนอง 2. ในสมัยอยธุ ยาความลกั ษณะความสัมพนั ธแ์ บบรฐั บรรณาการจะใชกับประเทศใด ประเทศจนี 3. ปัจจัยสาํ คญั ทีส่ ุดที่ทําใหตา งชาติเขา มาคาขายกบั อาณาจักรอยุธยาเป็นจํานวนมากคือ อยธุ ยาเป็นศูนย์กลางการคา และมสี ินคาท่ีชาติตะวนั ตกตอ งการมากมาย 4. ความสัมพันธร์ ะหวางไทยกับพมา สว นใหญเป็นแบบใด ความสัมพันธ์ระหวางไทยกับพมาสวนใหญเป็นการแขงอิทธิพลและการขยายอํานาจจึงทํา ใหเกิด สงครามตลอดมา 5. ในสมยั ธนบุรไี ทยทําสงครามกบั พมารวมท้ิงสน้ิ กคี่ รั้ง รวมทง้ั สน้ิ 10 ครั้ง 6. กัมพชู า เปน็ เมืองขนึ้ ของไทยมาตงั้ แตส มยั ใด กมั พูชาเปน็ เมืองข้ึนของไทยมาตัง้ แตสมัยกรงุ ศรีอยุธยา 7. ในสมยั กรงุ ธนบรุ ีลานชา งกลายเปน็ ประเทศราชของไทยได เพราะเหตุใด สมเดจ็ เจาพระยามหากษัตรยิ ์ศกึ และ พระยาสรุ สหี ์ เป็นแมทัพยกไปตีเมืองเวียงจันทน์ ขณะที่ไทย ยกทัพไปน้ัน เจารมขาว เจาผูครองหลวงพระบางมาขอสวามิภักดิ์ตอไทย และสงกองทัพมาชวยตี เวียงจันทน์ดวย เจาสิริบุญสารสูไมไดจึงหลบหนีไป สมเด็จเจาพระยามหากษัตริย์ศึกจึงไดอัญเชิญ พระพุทธมหามณีรัตน ปฏิมากร กับ พระบาง ซ่ึงประดิศฐานอยูที่เวียงจันทน์กลับมากรุงธนบุรีดวย ลานชา งกเ็ ลยกลายเป็น ประเทศราชของไทย 8. 8. พวกแขกเมอื งตรงั กานู ไดเขา เฝาู ฯ สมเด็จพระเจาตากสินมหาราชเพอื่ ถวายสิ่งใด เพ่อื ถวายปืนคาบศลิ าจํานวน 2,200 กระบอก และ ตนไมเ งินตนไมทอง
295 แบบทดสอบหลังเรยี น บทเรียนออนไลน์ท่ี 5 เร่อื ง ความสัมพนั ธ์กับตา่ งประเทศในสมยั กรงุ ศรีอยธุ ยา และกรงุ ธนบรุ ี 1. “ความสัมพันธ์แบบเมอื งพ่ีเมืองนอง” หมายถึงประเทศใด ก. พมา ข. ลาว ค. กัมพชู า ง. จีน 2. ความสัมพนั ธก์ บั ตางประเทศในสมยั กรงุ ศรีอยธุ ยา ขอใดไมเ กีย่ วของ ก. ญ่ีปุน ข. ลาว ค. จนี ง. พมา 3. ลา นนา แควนลานนามีศนู ยก์ ลางการปกครองอยูที่ใด ก. กรุงเทพมหานคร ข. กรงุ ศรีอยธุ ยา ค. เชยี งใหม ง. นครศรีธรรมราช 4. หลักฐานสาํ คญั ทีแ่ สดงถึงสัมพันธไมตรอี ันดี ระหวา งไทยและลาวสมัยสมเด็จพระมหาจกั รพรรดิ และพระเจา ไชยเชษฐา คือ ก. พระธาตุสสี องรกั ข. พระธาตพุ นม ค. พระธาตดุ อยสุเทพ ง. องค์พระปฐมเจดีย์ 5. แขงอิทธิพลและการขยายอาํ นาจจงึ ทาํ ใหเ กิดสงครามตลอดมา เป็นความสัมพันธ์ระหวางประเทศใด ก. ไทย-จนี ข. ไทย-ลาว ค. ไทย-องั กฤษ ง. ไทย-พมา 6. จนี มคี วามสัมพนั ธร์ ะหวา งประเทศกบั อาณาจักร อยุธยา เร่ิมต้งั แตสมยั ของใคร ก. พระเจา หงหวูหรอื หงอู ข. พระเจา หงสาวดี ค. พระเจา ตากสนิ มหาราช ง. พระเจา สมุ าลี
296 7. สมยั กรงุ ธนบรุ กี ารทาํ สงครามระหวา งไทยกบั พมามีการทําสงครามท้ังหมดก่ีครงั้ ก. 7 ครั้ง ข. 8 คร้งั ค. 9 ครั้ง ง. 10 ครงั้ 8. อาณาจกั รลา นชา ง ไดแบงเป็น 3 อาณาจักร ไดแ ก ก. หลวงพระบาง เวียงจันทน์ และ คงคาศักด์ิ ข. หลวงพระบาง เวยี งจนั ทน์ และ จําปาศักดิ์ ค. หลวงพระบาง เวียงนา และ จําปาศักดิ์ ง. ลานชาง เวียงจันทน์ และ จาํ ปาศกั ด์ิ 9. ความสมั พนั ธ์ระหวา งกรงุ ธนบรุ ีกับประเทศในทวีปยุโรป ขอใดไมเกีย่ วของ ก. ฮอลันดา ข. นิวซแี ลนด์ ค. องั กฤษ ง. โปรตุเกส 10. แขกเมืองตรังกานู ไดเขาเฝูาฯ สมเด็จพระเจาตากสนิ มหาราช เพื่อถวายสง่ิ ใด ก. ทองคาํ และ นาํ้ มนั ข. ปืนคาบศลิ า และ โองมงั กร ค. ปืนคาบศิลา และ ตน ไมเ งนิ ตนไมท อง ง. ขาว และ มนั ส่ําปะหลัง
297 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น บทเรียนออนไลนท์ ่ี 5 เรอ่ื ง ความสมั พนั ธ์กบั ต่างประเทศในสมยั กรุงศรอี ยธุ ยา และกรุงธนบรุ ี 1. ข 2. ก 3. ค 4. ก 5. ง 6. ก 7. ง 8. ข 9. ข 10. ค
298 เอกสารอา้ งอิง สาํ นักงาน กศน. สํานักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ // ทักษะการเรยี นรู ,2555 // เอกสารทาง วิชาการลําดบั ที่ 33 /2555 วนษิ า เรซ อจั ฉรยิ ะสรา งได กรุงเทพ ไทยยเู นย่ี นกราฟฟกิ ส์ (2550) ดร.วรี พงษ์ พลนกิ รกจิ เรียนอยางย้มิ ในมทส. พิมพค์ รั้งที่ 7 นครราชสีมา โรงพมิ พ์เลิศศิลป1994 (2551) ลงุ ไอนส์ ไตนถ์ อดรหสั อา นเรว็ พมิ พ์ครง้ั ที่5 กรงุ เทพ สาํ นกั พิมพ์บิสกติ (2552) Gunya Thirapote http://gold.rajabhat.edu/learn/1500103/Unit6-AcademicSkills.html, หนังสอื เรยี นสาระควารูพื้นฐานภาษาไทย รายวชิ าเลือก บนั ทึกไวไดประโยชน์ ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกลมุ เปูาหมายพิเศษ สํานักงานสง เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและ การศกึ ษาตามอธั ยาศยั (2554) สงครามชา งเผอื ก.(2557).[ออนไลน์]. เขาถึงไดจ าก https://sites.google.com/site/janenatporn/sngkhram-chang-pheuxk (วันที่คน ขอมูล : 15 พฤษภาคม 2563). สงครามเสียกรุงศรคี ร้ังท่ี 1.(2557).[ออนไลน]์ . เขา ถึงไดจ าก https://sites.google.com/site/janenatporn/sngkhram-seiy-krung-sri-khrang-thi-1 (วันทคี่ น ขอมูล : 15 พฤษภาคม 2563). สงครามเสยี กรงุ ศรคี รง้ั ที่ 2.(2557).[ออนไลน]์ . เขาถึงไดจาก https://sites.google.com/site/janenatporn/sngkhram-seiy-krung-sri-khrang-thi-2 (วนั ทคี่ น ขอมูล : 15 พฤษภาคม 2563). การกอบกูเอกราชของสมเดจ็ พระเจา ตากสินมหาราช.(2552).[ออนไลน์]. เขาถึงไดจาก https://sites.google.com/site/xanacakrthnburi/2-kark-xb-ku-xekrach (วันที่คน ขอมลู : 15 พฤษภาคม 2563).
299 รายช่ือคณะผูจ้ ัดทาเอกสาร คมู่ อื แนวทางการจัดการเรยี นรู้ออนไลน์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น 1. คณะกรรมการทป่ี รกึ ษา ประกอบดว้ ย ผอ.สาํ นกั งาน กศน.จังหวดั นครปฐม รองผอ.สํานกั งาน กศน.จังหวัดนครปฐม 1.1 นายสมเจตน์ สวาศรี ผอู าํ นวยการ กศน.อําเภอเมอื งนครปฐม 1.2 นางอญั ชลี ปสนั ตา ผอู าํ นวยการ กศน.อาํ เภอกําแพงแสน 1.3 นายประชาลักณ์ ศรคี ุณาภรณ์ ผูอ าํ นวยการ กศน.อําเภอนครชัยศรี 1.4 นายพีรฉัตร อนวุ งศ์ ผูอํานวยการ กศน.อําเภอดอนตูม 1.5 นางรชั นี คงฤทธิ์ ผอู าํ นวยการ กศน.อําเภอสามพราน 1.6 นางจดิ าภา บัวทอง ผอู ํานวยการ กศน.อาํ เภอพุทธมณฑล 1.7 นายสมมาตร คงชืน่ สิน 1.8 นางเยาวรกั ษ์ บุญจนั ทร์ 2. คณะกรรมการจัดทาสื่อบทเรียนออนไลน์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (แผนการพบกลุ่ม, แผนการพบกลุ่มรายสัปดาห์, แผนการจัดการเรียนรู้รายสัปดาห์, บทเรียนออนไลน์ 1-5 ) ประกอบด้วย 2.1 นางอญั ชลี ปสันตา รองผอ.สํานักงาน กศน.จงั หวัดนครปฐม 2.2 นายพรี ฉัตร อนุวงศ์ ผอู ํานวยการ กศน.อาํ เภอกาํ แพงแสน 2.3 นายประชาลักณ์ ศรีคณุ าภรณ์ ผอู ํานวยการ กศน.อาํ เภอเมอื งนครปฐม 2.4 นางไพบูรณ์ อยูจงดี ขาราชการครู ชาํ นาญการพเิ ศษ 2.5 นางสาวถาวร ศิลปศร ขาราชการครู 2.6 นางสาวพรทพิ ย์ ฤทธริ งุ เรอื ง ครูอาสาสมัครฯ 2.7 นางสาวเกศสดุ า ขาวขํา ครู กศน.ตาํ บล 2.8 นายณรงค์ ขวัญเพ่มิ พร ครู กศน.ตาํ บล 2.9 นางสาวขนษิ ฐา โพธ์ทิ อง ครู กศน.ตาํ บล 2.10 นางสาวลกั ษค์ ณา สง โสภา ครู กศน.ตําบล 2.11 นางสาวสจุ ิตรา สมทรง ครู กศน.ตําบล 2.12 นางสาวบวั บชู า ลา้ํ เลศิ ครู กศน.ตําบล 2.13 นางสาววรรณเพญ็ ฮวบบุรี ครู กศน.ตาํ บล 2.14 นายไพรโรจน์ โพธทิ์ อง ครู กศน.ตาํ บล 2.15 นายภูรพิ งษ์ วีศรี ครู กศน.ตําบล 2.16 นายณัชพล ศรีพฒั นพร ครู กศน.ตําบล 2.17 นายภกั ดี สรุ เนตร ครู กศน.ตาํ บล 2.18 นางสาวตวงพร ศรศี ักดา ครู กศน.ตาํ บล
300 2.19 นางสาวปทมุ วดี แสงอรุณ ครู กศน.ตาํ บล 2.20 นางสาวชนญั ญา สอนขาํ ครู กศน.ตาํ บล 2.21 นางพรศิริ เรืองสนั ติ ครู กศน.ตําบล 2.22 นายธวัช ทองหลอ ครู กศน.ตําบล 2.23 นายอนุรตั น์ ศรบี วั ครู กศน. ตําบล 2.24 นางสาวรรินทร์ ใจเยอื กเย็น ครู กศน.ตําบล 2.25 นางสาวนาวาฬ มาดเดน ครู กศน.ตําบล 2.26 นางสาวอรพิน แกว มะณี ครู กศน.ตําบล 2.27 นางสาวพิลาวัลย์ สุนประชา ครู กศน.ตําบล 3. คณะกรรมการบรรณาธกิ าร ประกอบด้วย 3.1 นายพีรฉตั ร อนุวงศ์ ผอู ํานวยการ กศน.อําเภอกาํ แพงแสน 3.2 นางสาวถาวร ศลิ ปศร ขาราชการครู 3.3 นางสาวอรพรรณ ขันแกว นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ 3.4 นางสาวปทมุ วดี แสงอรณุ ครู กศน.ตําบล 3.5 นางสาวชนญั ญา สอนขาํ ครู กศน.ตาํ บล 3.6 นางพรศริ ิ เรืองสนั ติ ครู กศน.ตาํ บล 3.7 นางสาวอรพนิ แกว มะณี ครู กศน.ตาํ บล 4. คณะทางานจัดพิมพต์ น้ ฉบบั และจัดทารูปเล่ม ประกอบด้วย 4.1 นางสาวอรพรรณ ขนั แกว นักวิชาการศกึ ษาปฏบิ ัตกิ าร 4.2 นางสาวปัณณธร พรหมมณี นักวิชาการศึกษา 4.3 นางสาวเกศสุดา ขาวขาํ ครู กศน.ตําบล 4.4 นายณรงค์ ขวญั เพม่ิ พร ครู กศน.ตาํ บล 4.5 นางสาวขนิษฐา โพธิท์ อง ครู กศน.ตาํ บล 4.6 นางสาวลักษ์คณา สงโสภา ครู กศน.ตําบล 4.7 นางสาวสุจิตรา สมทรง ครู กศน.ตําบล 4.8 นางสาวบัวบชู า ล้ําเลิศ ครู กศน.ตาํ บล 4.9 นางสาววรรณเพ็ญ ฮวบบรุ ี ครู กศน.ตาํ บล 4.10 นายไพรโรจน์ โพธิท์ อง ครู กศน.ตาํ บล *********************************************
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365