Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการเรียนรู้ออนไลน์ ม.ต้น

คู่มือการเรียนรู้ออนไลน์ ม.ต้น

Published by Natnicha, 2021-05-05 08:30:41

Description: คู่มือการเรียนรู้ออนไลน์ ม.ต้น

Search

Read the Text Version

287 ใบความรู้ บทเรียนออนไลน์ที่ 5 เร่ือง ความสัมพันธก์ ับต่างประเทศในสมยั กรงุ ศรอี ยุธยา และสมยั กรุงธนบุรี 1.1 ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งกรุงศรีอยธุ ยากบั รัฐเพ่ือนบ้าน ความสัมพันธ์ระหว฽างอยุธยากับเพื่อนบ฾านมีทั้งลักษณะท่ีเป็นไมตรีต฽อกัน และมีความขัดแย฾ง จนต฾องทําสงครามกัน ท้ังน้ีเพราะอยุธยามีนโยบายในการขยายอํานาจเข฾าไปปกครองในดินแดนของ รัฐเพ่ือนบ฾าน จึงทําให฾ความสัมพันธ์ดําเนินไปในลักษณะการรุกรานซ่ึงกันและกัน โดยเฉพาะกับพม฽าท่ีมี การทําสงครามกันตลอดในสมัยอยธุ ยา 1. ล฾านนา แคว฾นล฾านนามีศูนย์กลางการปกครองอยู฽ที่เมืองเชียงใหม฽ อยุธยาไม฽ได฾มีอาณาเขต ตดิ ต฽อกบั ลา฾ นนาโดยตรงเน่ืองจากมีอาณาจักรสุโขทัยค่ันอยู฽ ความสัมพันธ์ระหว฽างอยุธยากับล฾านนามี ลักษณะเป็นการทําสงครามกันมากกว฽าการเป็นไมตรีต฽อกัน สงครามกับอยุธยากับล฾านนาได฾เกิดขึ้น หลายครั้งในรัชสมัยพระยาติโลกราชแห฽งล฾านนากับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห฽งกรุงศรีอยุธยา หลังจากน้ันอยุธยากับล฾านนาจึงเป็นไมตรีต฽อกัน ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ อยุธยาติดทํา สงครามกับพม฽าจึงไม฽ยกกองทัพไปช฽วยเมืองเชียงใหม฽ซึ่งถูกพม฽ารุกรานเช฽นเดียวกัน จะเห็นว฽าต้ังแต฽ รัชสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราชจนถึงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ล฾านนาตกอยู฽ใต฾อิทธิพล ทางการเมืองของไทยเป็นบางช฽วง และบางช฽วงอยู฽ใต฾อิทธิพลของพม฽า เม่ือสิ้นรัชสมัยสมเด็จพระ นารายณ์แล฾ว ล฾านนาเป็นอิสระได฾ระยะหนึ่งจนกระท่ังมาถึงสมัยอยุธยาตอนปลาย เชียงใหม฽ตก เป็นเทศราชของพมา฽ จนเสยี กรุงศรอี ยธุ ยาคร้งั ที่ 2 ใน พ.ศ. 2310 2. ลาว ในสมัยพระเจ฾าฟูางุ฾มได฾ทรงรวบรวมดินแดนลาวเข฾าเป็นอันหน่ึงเดียวกันแล฾วสถาปนา เป็นอานาจักรล฾านช฾างซ่ึงขณะนั้นตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อู฽ทอง) แห฽งอยุธยา กษัตริย์ทั้งสองพระองค์ได฾แบ฽งดินแดนกันโดยใช฾แนวทิวเขาเพชรบูรณ์และทิวเขาดงพญาเย็นเป็น เขตแดนระหว฽างกัน หลักฐานสําคัญที่แสดงถึงสัมพันธไมตรีอันดีระหว฽างไทยและลาวสมัยสมเด็จพระ มหาจักรพรรดิและพระเจ฾าไชยเชษฐา คือ การร฽วมกันสร฾างพระธาตุสีสองรัก มีศิลาจารึกเป็นตัวอักษร ทางภาษาลาว อีกด฾านหนึ่ง เป็นอักษรของภาษาไทย เมื่อฝรั่งเศสเข฾ามายึดเมืองด฽านซ฾ายใน พ.ศ. 2449 ได฾นาํ ศิลาจารึกนไี้ ปเวียงจนั ทร์ เน้ือความในศิลาจารึกกล฽าวถึงกษัตริย์ทั้งสองนครว฽า จะรัก ใคร฽กลมเกลียวกันจนชั่วลูปช่ัวหลาน หลังจากไทยเสียกรุงศรีอยุธยาให฾กับพม฽าคร้ังท่ี 1 แล฾วไม฽ปรากฏ หลักฐานความเป็นมิตรไมตรรี ะหวา฽ งไทยกับลาวตาอย฽างใด 3. พม฽า ความสัมพันธ์ระหว฽างไทยกับพม฽าส฽วนใหญ฽เป็นการแข฽งอิทธิพลและการขยายอํานาจ จึงทําให฾เกดิ สงครามตลอดมา สาเหตุสาํ คญั มาจากการท่พี ม฽าได฾เป็นใหญ฽ในเหนือดินแดนมอญและไทย ใหญแ฽ ล฾วก็พยายามขยายอาํ นาจเข฾ามายงั อาณาจกั รอยุธยา การท่พี มา฽ ยกทัพมารบกับอยุธยาหลายครั้ง แสดงให฾เห็นถึงความต฾องการเป็นใหญ฽ในดินแดนแถบนี้แล฾วพม฽าต฾องการแสดงความเป็นเอกภาพใน ดินแดนพม฽าโดยการรวบรวมชนกล฽ุมน฾อยให฾เป็นหนึ่งเดียวกันแต฽อุปสรรคสําคัญของพม฽า ในสมัย

288 อยุธยาไทยกับพม฽าได฾ทําสงครามกันถึง 24 ครั้ง ความสัมพันธ์ระหว฽างไทยกับพม฽าจึงเป็นลักษณะ ความสัมพันธ์ทางการเมอื งและการทาํ สงครามเกือบตลอดเวลา 4. เขมร ในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชท่ี 2 (เจ฾าสามพระยา) ได฾โปรดเกล฾าฯได฾ยกทัพไป ตีเขมรไดส฾ ําเรจ็ แตป฽ กครองอยไ฽ู ด฾ไม฽นานเขมรประกาศตนเป็นอสิ ระไมข฽ ้ึนตอ฽ กรงุ ศรอี ยุธยาจนถึงรัชสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จงึ ยกทพั ไปตีเขมร เขมรจึงตกเปน็ เมืองข้นึ ของอยุธยา แต฽ภายหลังรัชสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เขมรก็ต้ังตัวเป็นอิสระแม฾ไทยจะส฽งกองทัพไปปราบแต฽ก็ไม฽สําเร็จ ความสัมพันธ์ระหว฽างอยุธยากับเขมรมีทั้งลักษณะเป็นไมตรีต฽อกัน มีความขัดแย฾งหรือทําสงครามกัน 1.2 ความสมั พันธ์ระหว่างกรงุ ศรอี ยธุ ยากบั ประเทศในทวีปเอเชีย ในสมัยกรงุ ศรอี ยุธยานอกจากจะมีความสัมพันธ์กับประเทศเพ่ือนบ฾านใกล฾เคียงแลว฾ กรงุ ศรีอยุธยา ยังมีความสมั พันธ์กับประเทศตา฽ งๆ ในทวีปเอเชยี หลายประเทศโดยมปี ระเทศสาํ คญั ไดแ฾ ก฽ 1. จีน มีความสัมพันธ์ระหว฽างประเทศกับอาณาจักรอยุธยา เริ่มต้ังแต฽ พระเจ฾าหงหว฽ูหรือหงอู฽ (หรือจูหยวงจาง) ซ่ึงเป็นจักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์หมิงขึ้นปกครองจีนได฾ทรงส฽งทูตไปยัง อาณาจักรต฽างๆ รวมทั้งกรุงศรีอยุธยาด฾วยโดยในพ.ศ.1913ได฾ทรงส฽งราชทูตอัญเชิญพระบรมราช โองการมายัง กรุงศรีอยุธยา ซึ่งตรงกับสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชท่ี 1(ขุนหลวงพะงั่ว) ในปีต฽อมา คือพ.ศ. 1914 ทางกรุงศรีอยุธยาได฾ส฽งคณะราชฑูตไทยได฾อัญเชิญพระราชสาสน์และบรรณาการไป ถวาย ซึ่งนับได฾ว฽าเป็นความสัมพันธ์ทางการฑูตครั้งแรกระหว฽างกรุงศรีอยุธยากับจีน หลังจากน้ัน ความสัมพันธ์ระหว฽างไทยกับจีนเป็นไปด฾วยความราบร่ืนปรากฏว฽าไทยได฾ส฽งทูตไปเมืองจีนเป็นประจํา ทุกปีและบางปีมากกว฽าหนึ่งครั้งคือ ระหว฽าง 1914 - 2054 ทางอยุธยาส฽งทูตไปเมืองจีนถึง 89 ครั้ง เป็นต฾น อยุธยาค฽อนข฾างให฾ความสําคัญกับประเทศจีนมาก ความสัมพันธ์กับจีนเป็นรูปแบบ รัฐบรรณาการ อยุธยาต฾องการตลาดสินค฾าใหญ฽อย฽างจีน และไม฽ต฾องเสียภาษีขาเข฾าเพียงแต฽ยอมอ฽อน นอ฾ มกับจีนซ่ึง จีนถือตัวเองเป็นศูนย์กลางแห฽งจักรวาลใครมายอมอ฽อนน฾อมจะได฾รับการค฾ุมครอง และ ได฾ผลประโยชน์กลับบ฾านมากกว฽าที่อยุธยาส฽งบรรณาการไปถวายเสียอีกสินค฾าท่ีเราส฽ งไปจีนการที่ไทย ได฾ส฽งคณะฑูตบรรณาการไปจีนบ฽อยครั้งน้ันผลที่ได฾ คือเราได฾สิทธิพิเศษทางการค฾ากับจีนเพราะคณะ ฑูตน้ันจะนําสินค฾าจากอยุธยามาขายที่จีนด฾วยและตอนขากลับก็จะนําสินค฾าจากจีนไปขายที่อยุธยา ด฾วย ในการติดต฽อค฾าขายระหว฽างอยุธยากับจีนน้ันต฽างก็มีความต฾องการสินค฾าของกันและกันสินค฾าท่ี ไทย ต฾องการจากจีน ได฾แก฽ ผ฾าไหม ผ฾าแพร เคร่ืองกระเบื้อง เป็นต฾น ส฽วนสินค฾าท่ีจีนต฾องการจากไทย เช฽น เคร่ืองเทศ รังนก ข฾าวพริกไทย ต฽อมาชาวตะวันตกได฾เข฾ามาติดต฽อค฾าขายกับอยุธยามีสินค฾า บางอย฽างที่จนี ซ้อื สนิ ค฾าของชาตติ ะวนั ตกจากอยธุ ยาไปดว฾ ย เช฽น เครือ่ งแกว฾ เครือ่ งหอม พรม เป็นต฾น 2. ญ่ีปุน ชาวญ่ีปุนได฾เข฾ามาตั้งบ฾านเรือนและเข฾ามาทํามาหากินอยู฽ในกรุงศรีอยุธยามาต้ังแต฽ พ.ศ. 2083 ซึ่งตรงกับปลายรัชกาลของสมเด็จพระไชยราชาธิราช และชาวญ่ีปุนได฾อาสาสมัครในคร้ัง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชยกองทัพไปรบกับพม฽าในสงครามยุทธหัตถีในพ.ศ.2135ความสัมพันธ์

289 ระหว฽างไทยกับญี่ปุนเร่ิมอย฽าง เป็นทางการในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ( พ.ศ.2148 -2153 ) กับ โชกนุ โตกุงาวะ อเิ อยาสุ ในพ.ศ.2149 ญ่ีปนุ ไดส฾ ง฽ สาสนม์ าเจรญิ สัมพนั ธ์ไมตรีกับสมเด็จพระเอกาทศรถ พร฾อมด฾วยดาบ เสอ้ื เกราะเป็นเคร่ืองราชบรรณาการและในขณะเดียว กันได฾ทูลขอปืนใหญ฽และไม฾หอม จากไทย สมเด็จพระเอกาทศรถจึง ส฽งสาสน์ตอบไปญ่ีปุนเป็นการตอบแทน ซึ่งนับได฾ว฽าเป็นจุดเริ่มต฾น ของความสมั พันธ์ท่ดี รี ะหวา฽ งไทยกบั ญป่ี ุน ความสัมพันธ์ทางการทตู ระหวา฽ งไทยกับญี่ปุนเจริญสูงสุดใน สมยั สมเด็จพระเจา฾ ทรงธรรม (พ.ศ.2153 - 2171 ) เพราะในสมัยน้ที างการกรุงศรีอยธุ ยาได฾ส฽งคณะทูต ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับญี่ปุนถึง 4 ครั้งคือใน พ.ศ.2159 , 2164 , 2166 , 2168 ส฽วนความสัมพันธ์ ทางด฾านการค฾าระหว฽างไทยกับญี่ปุนซ่ึงนับว฽ามีความสําคัญมากนั้น โดยท่ีญี่ปุนต฾องการสินค฾าจากไทย คอื ขา฾ ว ดีบกุ นํ้าตาล ไม฾ หนังกวาง สินค฾าท่ีไทยต฾องการจากญ่ีปุน คือทองแดง เงินเหรียญ ของญี่ปุน ฉากลบั แล เปน็ ตน฾ ชาวญป่ี นุ ทีเ่ ข฾ามาอยู฽ในกรุงศรีอยุธยานอกจากเป็นทหารอาสาแล฾วมี ชาวญ่ีปุนบาง คนเข฾ารับราชการในอยุธยาในตําแหน฽งที่สูงคือ ยามาดา นางามาซา ซ่ึงต฽อมาได฾รับพระราชทาน บรรดาศักด์ิเป็นออกญาเสนาภิมุข ความสัมพันธ์ระหว฽างไทยกับญี่ปุนหลังจากสิ้นสุดสมัยพระเจ฾าทรง ธรรมแล฾วเริ่มเสื่อมลง เช฽นในสมัยสมเด็จพระเจ฾าปราสาททองส฽งคณะฑูตไปญ่ีปุน 5 คร้ัง แต฽ไม฽ได฾รับ การต฾อนรับจากญี่ปุน เพราะญ่ีปุนมีนโยบายที่จะอย฽ูอย฽างโดดเด่ียว และปิดประเทศต้ังแต฽ พ.ศ.2182 ทําใหค฾ วามสมั พนั ธร์ ะหว฽างไทยกบั ญป่ี ุนสนิ้ สดุ ลง 3. อิหร฽าน ชาวอิหร฽านหรือชาวอาหรับได฾เข฾ามาติดต฽อค฾าขายกับอยุธยาและเข฾ารับราชการในราช สํานักไทยต้ังแต฽สมัยสมเด็จพระเจ฾าทรงธรรม เช฽นเฉกอะหมัด หรือต฽อมาเป็นต฾นตระกูลบุนนาค ความสัมพันธ์ระหว฽างอยุธยากับอิหร฽านนั้นไทยได฾ส฽งทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีกับอยุธยาแต฽ไม฽ค฽อย ราบร่ืนนักเพราะถูกออกญาวิไชเยนทร์ (คอนสแตนตินฟอลคอน) กีดกันลังกา ในสมัยกรุงศรีอยุธยามี ความสัมพันธ์กับลังกาเพราะทางลังกาได฾ส฽งทูตมาขอพระสงฆ์จากไทยเพ่ือไปฟ้ืนฟูพระพุทธศาสนาใน ลังกาสมัยสมเด็จพระเจ฾าอย฽ูหัวบรมโกศทางลังกาจึงเรียกพระสงฆ์ท่ีไปปฏิบัติพระธรรมที่ลังกาว฽าลัทธิ สยามวงศ์ 1.3 ความสัมพันธร์ ะหว่างกรงุ ศรีอยุธยากับชาตติ ะวันตก 1. โปรตุเกส ส฽งทูตมาเจรจาทําสัญญาฉบับแรกกับกรุงศรีอยุธยา ใน พ.ศ. 2059 ตรงกับสมัย สมเดจ็ พระรามาธบิ ดีที่ 2 ทําใหช฾ าวโปรตุเกส ได฾สิทธิพิเศษด฾านการค฾า การตั้งถ่ินฐานในกรุงศรีอยุธยา การทําสัญญาดังกล฽าวทําให฾การค฾าระหว฽างกรุงศรีอยุธยากับโปรตุเกสเฟื่องฟูข้ึน จนกรุงศรีอยุธยา กลายเปน็ แหลง฽ สินค฾าสําคญั สาํ หรบั พอ฽ ค฾าโปรตเุ กส 2. สเปน ความสัมพันธ์ระหว฽างกรุงศรีอยุธยากับสเปนเริ่มต฾นในสมัยสมเด็จพระนเรศวร มหาราช ได฾มีทตู ของสเปนเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยาเพื่อทําสัญญาสัมพันธไมตรีและการค฾า โดยฝุาย กรงุ ศรอี ยธุ ยาอนุญาตให฾สเปนตั้งสถานีการค฾าบนฝ่ังแม฽น้ําเจ฾าพระยา แต฽การค฾าระหว฽างกรุงศรีอยุธยา กับสเปน

290 3. ฮอลันดา พ.ศ. 2146 ฮอลนั ดาได฾เข฾ามาตั้งสถานีการค฾าท่ีปัตตานี ซึ่งเป็นเมืองประเทศราช ของกรุงศรีอยุธยาในขณะนั้น ฮอลันดาจึงส฽งทูตเข฾ามาติดต฽อกับกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จ พระนเรศวรมหาราช เพ่ือขอต้ังสถานีการค฾า แต฽การค฾าและความสัมพันธ์ระหว฽างกรุงศรีอยุธยากับ ฮอลนั ดาในระยะหลัง ไม฽ค฽อยราบรนื่ นัก ทําให฾ความสัมพนั ธ์ระหว฽างกรุงศรีอยุธยากับฮอลันดาเส่ือมลง ตามลาํ ดับ จนฮอลนั ดาต฾องปดิ สถานีการค฾าไปในทส่ี ุด 4. อังกฤษ อังกฤษเร่ิมเข฾ามาติดต฽อกับกรุงศรีอยุธยา ใน พ.ศ. 2155 ตรงกับสมัยสมเด็จ พระเจ฾าทรงธรรม โดยต฾องการเจริญสัมพันธไมตรีและการค฾ากับไทย แต฽การค฾าของอังกฤษไม฽ค฽อย ประสบผลสําเร็จมากนัก ถึงแม฾ว฽าสมเด็จพระนารายณ์มหาราชจะทรงให฾อังกฤษเข฾ามาค฾าขายเพื่อ ถ฽วงดุลอํานาจของฮอลันดาก็ตาม ในปลายสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อังกฤษมีเรื่องบาดหมาง กับไทย เพราะอังกฤษไม฽พอใจออกญาวิไชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ขุนนางไทยเชื้อสายกรีก จึงมีอํานาจควบคุมพระคลังสินค฾า อังกฤษกล฽าวหาว฽าออกญาวิไชเยนทร์ทําการค฾าแข฽งกับอังกฤษ ใน ท่ีสุดเกิดสงครามระหว฽างไทยกับอังกฤษ เม่ือ พ.ศ. 2230 ความสัมพันธ์ระหว฽างกรุงศรีอยุธยากับ อังกฤษจงึ ยุตลิ ง 5. ฝร่ังเศส สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงต฾องการให฾ฝร่ังเศสเป็นพันธมิตรกับกรุงศรี อยุธยา เพื่อถ฽วงดุลอํานาจของฮอลันดา ซ่ึงมีท฽าทีคุกคามไทย จึงมีการติดต฽อทางการค฾าและทางการ ทูตกัน พ฽อค฾าฝร่ังเศสได฾เข฾ามาตั้งสถานีการค฾าในอยุธยาเป็นคร้ังแรก ทางฝรั่งเศสได฾จัดส฽งคณะทูต ชุดใหญ฽ ซ่ึงมี เชอวาเลีย เดอ โชมองต์ เป็นหัวหน฾าเดินทางมาเยือนกรุงศรีอยุธยา ต฽อมาภายหลังกรุง ศรีอยุธยาได฾ส฽งออกพระวิสุทธสุนทร (โกษาปาน) ราชทูตไทยไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝร่ังเศสและได฾ เข฾าเฝูาพระเจ฾าหลุยส์ท่ี 14 ที่พระราชวังแวร์ซายส์ เมื่อเดินทางกลับกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. 2230 ฝรั่งเศสไดจ฾ ดั ส฽งกองทหารมาประจาํ ท่ีเมืองมะริดและบางกอก มีจุดประสงค์ท่ีจะยึดเมืองทั้งสองไว฾ แต฽ สมเด็จพระเพทราชาได฾ทาํ การต฽อต฾านจนมีการส฾ูรบกับทหารของฝร่ังเศส ต฽อมามีการเจรจาสงบศึกกัน ไดโ฾ ดยทหารและชาวฝรง่ั เศสต฾องออกไปนอกอาณาจกั ร ความสมั พันธ์กับต่างประเทศในสมยั กรงุ ธนบรุ ี 2.1 ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงธนบรุ ีกับรัฐเพ่ือนบา้ น 1. พม฽า ความสัมพันธ์ระหว฽างไทยกับพม฽าในสมัยกรุงธนบุรี จะปรากฏในรูปของความขัดแย฾ง การทําสงคราม โดยไทยเป็นฝุายตั้งรับการรุกรานของพม฽า หลังจากได฾รับเอกราช ต฾องทําสงครามกับ พม฽าถึง 9 ครั้ง ส฽วนใหญ฽พม฽าเป็นฝุายปราชัย ครั้งสําคัญที่สุด คือ ศึกอะแซหว฽ุนกี้ตีเมืองเหนือ พ.ศ. 2318 คร้ังน้ันเจ฾าพระยาจักรี (รัชกาลท่ี 1) และเจ฾าพระยาสุรสีห์ สองพี่น฾องได฾ร฽วมกันปูองกัน เมอื งพษิ ณุโลกอย฽างสุดความสามารถ แต฽พม฽ามีกําลังไพร฽พลเหนือกว฽าจึงตีหักเอาเมืองได฾ความขัดแย฾ง นั้น เกดิ ข้ึนตลอดรัชกาล โดยเรมิ่ จากการรบครง้ั แรกทโี่ พธ์ิสามตน฾ เป็นต฾นไปรวม 10 คร้งั 2. กัมพชู า กัมพูชาเป็นเมืองข้ึนของไทยมาตั้งแต฽สมัยกรุงศรีอยุธยา ครั้งกรุงศรีอยุธยาแตก กัมพูชาก็ต้ังตนเป็นอิสระ แต฽คร้ันเวลาล฽วงมา 2 ปี กัมพูชาก็เกิดจลาจลข้ึน สมเด็จพระนารายณ์ราชา

291 (นักองตน) กษัตริย์กัมพูชาในขณะน้ันเกิดการแย฽งอํานาจกันขึ้นกับ สมเด็จพระรามราชา (นักองนน) พระมหาอุปราช พระนารายณ์ราชาขอกาํ ลังจากญวนมาช฽วยปราบ สมเด็จพระรามราชาส฾ูไม฽ได฾ จึงหนี มาขอความช฽วยเหลอื จากไทย 3. ล฾านช฾าง (ลาว) สมัยล฾านช฾างแตกพักพวก ในสมัยนั้น อาณาจักรล฾านช฾าง ได฾แบ฽งเป็น 3 อาณาจักร ได฾แก฽ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ และ จําปาศักด์ิ สาเหตุ เนื่องจากล฾านช฾างมีปัญหา ภายในราชวัง ล฾านช฾างได฾แตกพักพวก จึงเกิดมี 3 อาณาจักร ท่ีขัดแย฾งกัน ทําให฾อาณาจักร ล฾านช฾าง อ฽อนกําลังลง พระเจ฾าตากสินได฾ท฽า ก็เลยหาข฾ออ฾างทําศึกกับล฾านช฾าง การทําศึกเกิดข้ึนจากการทําศึก 2 ครั้ง ดังนี้ การตีเมืองจําปาศักดิ์ในปี พ.ศ. 2319 สาเหตุเนื่องจากพระยานางรอง (คาดว฽าเมือง นครนายก) เกิดขัดใจกับ เจ฾าเมืองนครราชสีมา จึงคิดกบฏต฽อไทย ไปขอข้ึนกับ เจ฾าโอ เจ฾าเมือง จําปาศักด์ิ สมเด็จพระเจ฾าตากสินจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล฾าฯให฾ เจ฾าพระยาจักรีไปปราบ เจ฾าเมือง นางรองถูกจับประหารชีวิต ทําให฾เมืองจําปาศักดิ์ เมืองอัตตะปือ และดินแดนตอนใต฾ของประเทศลาว ตกลงมาเป็นของไทย หลังจากจบศึก สมเด็จพระเจ฾าตากสินมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล฾าฯ ให฾ เจ฾าพระยาจักรี เป็น สมเด็จเจ฾าพระยามหากษัตริย์ศึก พิลึกมหึมา ทุกนัคราระเดช นเรศวรราช สุริยวงศ์ดาํ รงตาํ แหน฽งสมุหนายก นับเปน็ การพระราชทานยศสูงที่สุดเท฽าท่ีเคยมีการตีเมืองเวียงจันทน์ ในปี พ.ศ. 2321 พระวอ เสนาบดีของ เจ฾าสิริบุญสาร เกิดวิวาทกับเจ฾าสิริบุญสาร เจ฾าผู฾ครองนครเวียง จัทน์ พระวอจึงหนีมาอยู฽ที่ ตําบลดอนมดแดน จังหวัดอุบลราชธานี และ ขอสวามิภักด์ิต฽อไทย เจ฾าสิริบุญสารได฾ส฽งกองทัพมาปราบ และจับพระวอฆ฽าเสีย สมเด็จพระเจ฾าตากสินจึงทรงส฽ง สมเดจ็ เจ฾าพระยามหากษัตริยศ์ ึก และ พระยาสรุ สีห์ เป็นแม฽ทัพยกไปตีเมืองเวียงจันทน์ ขณะท่ีไทยยก ทัพไปนั้น เจ฾าร฽มขาว เจ฾าผ฾ูครองหลวงพระบางมาขอสวามิภักด์ิต฽อไทย และส฽งกองทัพมาช฽วยตี เวียงจันทน์ด฾วย เจ฾าสิริบุญสารสู฾ไม฽ได฾จึงหลบหนีไป สมเด็จเจ฾าพระยามหากษัตริย์ศึกจึงได฾อัญเชิญ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร กับ พระบาง ซ่งึ ประดิศฐานอยู฽ท่ีเวียงจันทน์กลับมากรุงธนบุรีด฾วยล฾าน ชา฾ งกเ็ ลยกลายเป็นประเทศราชของไทย 4. ล฾านนา ไทยพยายามขับไล฽พม฽าออกไปจากล฾านนาได฾สําเร็จ แต฽ไม฽สามารถรักษาล฾านนาไว฾ได฾ เพราะเม่ือทัพกรุงธนบุรีออกจากล฾านนา ทัพพม฽าก็เข฾ามาคุกคามล฾านนาอีก สมเด็จพระเจ฾าตากสิน มหาราชคงทรงพิจารณาเห็นว฽าล฾านนาเป็นเมืองซ่ึงพม฽าใช฾เป็นฐานทัพเสมอ ทุกครั้งที่พม฽ายกทัพมาตี เมืองไทย ทุกครั้งที่พม฽ามารบไทย ก็ใช฾ล฾านนาเป็นคลังเสบียงอาหาร จึงต฾องทรงยกทัพไปตีเชียงใหม฽ ในปี พ.ศ. 2317 หลังจากนัน้ ล฾านนากเ็ ปน็ อิสระ โดยมีกรุงธนบรุ ีคุ฾มกนั อยู฽ 5. มลายู หวั เมอื งมลายู ได฾แก฽ เมอื งปัตตานี ไทรบุรี กลันตัน และ ตรังกานู เคยเป็นเมืองข้ึนของ ไทยมาตลอดสมัยกรุงศรีอยุธยา เพ่ิงมาแยกตัวเม่ือกรุงศรีอยุธยาแตก เมื่อปี พ.ศ. 2310 ส฽วนเมือง ปัตตานี และไทรบุรี ในตอนต฾นสมัยกรุงธนบุรีนั้น ยังสวามิภักด์ิอยู฽ เพิ่งมาแข็งข฾อทีหลัง สมเด็จ พระเจ฾าตากสินมหาราชทรงตีได฾เมืองนครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง แต฽มิได฾ยกทัพไปตีเมืองมลายู มีแต฽คิดอุบายให฾เจ฾าพระยานครศรีธรรมราชไปยืมเงินเมืองปัตตานี และไทรบุรี สําหรับท่ีจะซื้อเคร่ือง ศัตราวุธเมืองละ 1,000 ชั่ง เพ่ือหยั่งท฽าทีพระยาไทรบุรี และ พระยาปัตตานี ดูว฽าจะทําประการใด

292 แตท฽ งั้ สองเมอื งไมย฽ อมใหข฾ อยืม สมเดจ็ พระเจา฾ ตากสนิ ก็มิได฾ทรงยกทัพไปตี เพราะทรงพิจารณาเห็นว฽า ขณะนัน้ เป็นการเกนิ กําลงั ของพระองคท์ ีจ่ ะยกทัพไปปราบ จงึ ปลอ฽ ยให฾หวั เมืองมลายเู ป็นอิสระ 6. จีน หลังจากเสยี กรุงศรีอยุธยา การติดต฽อการค฾าไทยกับจีนได฾หยุดชะงักลง แต฽ก็ได฾มาเร่ิมใหม฽ เม่ือจีนยอมรบั เครื่องราชบรรณาการจากกรุงธนบุรี ปพี .ศ.2324 สมเด็จพระเจ฾าตากสินมหาราชทรงส฽ง ราชทูตไปกรุงปักก่ิง โดยมี เจ฾าพระยาศรีธรรมาธิราช เป็นหัวหน฾าราชทูต ความสัมพันธ์ด฾านการค฾า ระหว฽างไทยกับจีนเริ่มต฾นจากการค฾าข฾าวเป็นสําคัญ ต฽อมาได฾ขยายเพิ่มข้ึน โดยประเทศจีนได฾ส฽งสินค฾า พน้ื เมืองจากแต฾จิ๋วมาขาย ที่สําคัญ คือ เคร่ืองลายคราม ผ฾าไหม ผักดอง และเส่ือ เป็นต฾น เที่ยวกลับก็ จะซอื้ สินคา฾ จากไทย อาทิ ข฾าว เครอื่ งเทศ ไม฾สกั ดีบกุ ตะกั่ว กลับไปยังเมอื งจีนดว฾ ย เช฽นกนั 2.2 ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งกรุงธนบรุ ีกับประเทศในทวีปยุโรป 1. ฮอลันดาปี พ.ศ. 2313 ชาวฮอลันดาจากเมืองปัตตาเวีย (จาการ์ตา) และ พวกแขกเมืองตรัง กานู ได฾เข฾าเฝูาฯ สมเด็จพระเจ฾าตากสินมหาราช เพ่ือถวายปืนคาบศิลาจํานวน 2,200 กระบอก และ ตน฾ ไมเ฾ งนิ ตน฾ ไมท฾ อง 2. อังกฤษ ในปี พ.ศ. 2319 มีพ฽อค฾าชาวอังกฤษจากเกาะปีนังช่ือ ร฾อยเอก ฟรานซิส ไลท์หรือ ชาวไทยเรียกว฽า กปิตันเหล็ก ซึ่งไทยได฾ติดต฽อซ้ือปืนนกสับ จํานวน 1,400 กระบอก มาส฾ูกับพม฽า พร฾อมกับส่ิงของเคร่ืองราชบรรณาการต฽างๆ ต฽อมามีการแลกเปลี่ยนพระราชสาส์นกัน และเมื่อ พ.ศ. 2320 นายยอร์จ สแตรตัน ผู฾สําเร็จราชการแห฽งมัทราสในขณะนั้นได฾ส฽งสาส์นพร฾อม กับดาบ ทองคําประดับพลอย มาถวายสมเด็จพระเจ฾าตากสินส฽วนร฾อยเอกกปิตัน ได฾รับพระราชทานยศว฽า พระยาราชกปิตนั 3. โปรตุเกส ในปี พ.ศ. 2322 แขกมวั ร์จากเมือง สรุ าต ในประเทศอินเดยี ไดน฾ าํ สนิ คา฾ เขา฾ มาขาย ในกรุงธนบุรี และไทยไดส฾ ฽งสําเภาหลวงไปค฾าขายท่อี ินเดยี ด฾วย

293 ใบงาน บทเรยี นออนไลน์ท่ี 5 เรอื่ ง ความสัมพันธก์ ับต่างประเทศในสมยั กรงุ ศรอี ยุธยา และกรงุ ธนบุรี คาส่ัง ให้นกั ศกึ ษาตอบคาถามต่อไปนีใ้ ห้ถกู ต้อง 1. ความสมั พนั ธร์ ะหวา฽ งไทยกับลาวมีลกั ษณะเฉพาะ เป็นเอกลักษณ์ท่แี ตกต฽างจากเมืองอ่ืน ๆ คือ ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ในสมยั อยธุ ยาความลกั ษณะความสัมพันธแ์ บบรฐั บรรณาการจะใช฾กับประเทศใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ปจั จัยสาํ คญั ที่สุดที่ทําให฾ต฽างชาติเข฾ามาคา฾ ขายกบั อาณาจักรอยธุ ยาเปน็ จํานวนมากคือ ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ความสัมพนั ธร์ ะหว฽างไทยกับพมา฽ ส฽วนใหญเ฽ ปน็ แบบใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. ในสมยั ธนบุรีไทยทาํ สงครามกบั พมา฽ รวมทิ้งสน้ิ ก่ีครงั้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 6. กัมพูชา เป็นเมืองขึน้ ของไทยมาตงั้ แตส฽ มยั ใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 7. ในสมัยกรงุ ธนบุรีลา฾ นชา฾ งกลายเป็นประเทศราชของไทยได฾ เพราะเหตุใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 8. พวกแขกเมืองตรงั กานู ได฾เข฾าเฝาู ฯ สมเดจ็ พระเจา฾ ตากสินมหาราชเพ่ือถวายสง่ิ ใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………

294 เฉลยใบงาน บทเรยี นออนไลนท์ ่ี 5 เรอื่ ง ความสัมพนั ธ์กบั ต่างประเทศในสมยั กรงุ ศรีอยธุ ยา และกรงุ ธนบุรี คาส่ัง ใหน้ ักศกึ ษาตอบคาถามตอ่ ไปนใ้ี ห้ถูกต้อง 1. ความสมั พันธร์ ะหว฽างไทยกับลาวมีลักษณะเฉพาะ เปน็ เอกลกั ษณ์ท่แี ตกตา฽ งจากเมืองอื่น ๆ คือ เปน็ ลกั ษณะความสัมพนั ธ์แบบเมืองพีเ่ มืองน฾อง 2. ในสมัยอยธุ ยาความลกั ษณะความสัมพนั ธแ์ บบรฐั บรรณาการจะใช฾กับประเทศใด ประเทศจนี 3. ปัจจัยสาํ คญั ทีส่ ุดที่ทําให฾ตา฽ งชาติเขา฾ มาค฾าขายกบั อาณาจักรอยุธยาเป็นจํานวนมากคือ อยธุ ยาเป็นศูนย์กลางการคา฾ และมสี ินค฾าท่ีชาติตะวนั ตกตอ฾ งการมากมาย 4. ความสัมพันธร์ ะหว฽างไทยกับพมา฽ สว฽ นใหญ฽เป็นแบบใด ความสัมพันธ์ระหว฽างไทยกับพม฽าส฽วนใหญ฽เป็นการแข฽งอิทธิพลและการขยายอํานาจจึงทํา ให฾เกิด สงครามตลอดมา 5. ในสมยั ธนบุรไี ทยทําสงครามกบั พม฽ารวมท้ิงสน้ิ กคี่ รั้ง รวมทง้ั สน้ิ 10 ครั้ง 6. กัมพชู า เปน็ เมืองขนึ้ ของไทยมาตงั้ แตส฽ มยั ใด กมั พูชาเปน็ เมืองข้ึนของไทยมาตัง้ แต฽สมัยกรงุ ศรีอยุธยา 7. ในสมยั กรงุ ธนบรุ ีล฾านชา฾ งกลายเปน็ ประเทศราชของไทยได฾ เพราะเหตุใด สมเดจ็ เจ฾าพระยามหากษัตรยิ ์ศกึ และ พระยาสรุ สหี ์ เป็นแม฽ทัพยกไปตีเมืองเวียงจันทน์ ขณะที่ไทย ยกทัพไปน้ัน เจ฾าร฽มขาว เจ฾าผู฾ครองหลวงพระบางมาขอสวามิภักดิ์ต฽อไทย และส฽งกองทัพมาช฽วยตี เวียงจันทน์ด฾วย เจ฾าสิริบุญสารส฾ูไม฽ได฾จึงหลบหนีไป สมเด็จเจ฾าพระยามหากษัตริย์ศึกจึงได฾อัญเชิญ พระพุทธมหามณีรัตน ปฏิมากร กับ พระบาง ซ่ึงประดิศฐานอย฽ูที่เวียงจันทน์กลับมากรุงธนบุรีด฾วย ล฾านชา฾ งกเ็ ลยกลายเป็น ประเทศราชของไทย 8. 8. พวกแขกเมอื งตรงั กานู ได฾เขา฾ เฝาู ฯ สมเด็จพระเจ฾าตากสินมหาราชเพอื่ ถวายสิ่งใด เพ่อื ถวายปืนคาบศลิ าจํานวน 2,200 กระบอก และ ต฾นไมเ฾ งินต฾นไม฾ทอง

295 แบบทดสอบหลังเรยี น บทเรียนออนไลน์ท่ี 5 เร่อื ง ความสัมพนั ธ์กับตา่ งประเทศในสมยั กรงุ ศรีอยธุ ยา และกรงุ ธนบรุ ี 1. “ความสัมพันธ์แบบเมอื งพ่ีเมืองน฾อง” หมายถึงประเทศใด ก. พม฽า ข. ลาว ค. กัมพชู า ง. จีน 2. ความสัมพนั ธก์ บั ต฽างประเทศในสมยั กรงุ ศรีอยธุ ยา ข฾อใดไมเ฽ กีย่ วข฾อง ก. ญ่ีปุน ข. ลาว ค. จนี ง. พมา฽ 3. ลา฾ นนา แคว฾นล฾านนามีศนู ยก์ ลางการปกครองอยู฽ที่ใด ก. กรุงเทพมหานคร ข. กรงุ ศรีอยธุ ยา ค. เชยี งใหม฽ ง. นครศรีธรรมราช 4. หลักฐานสาํ คญั ทีแ่ สดงถึงสัมพันธไมตรอี ันดี ระหวา฽ งไทยและลาวสมัยสมเด็จพระมหาจกั รพรรดิ และพระเจา฾ ไชยเชษฐา คือ ก. พระธาตุสสี องรกั ข. พระธาตพุ นม ค. พระธาตดุ อยสุเทพ ง. องค์พระปฐมเจดีย์ 5. แข฽งอิทธิพลและการขยายอาํ นาจจงึ ทาํ ใหเ฾ กิดสงครามตลอดมา เป็นความสัมพันธ์ระหว฽างประเทศใด ก. ไทย-จนี ข. ไทย-ลาว ค. ไทย-องั กฤษ ง. ไทย-พม฽า 6. จนี มคี วามสัมพนั ธร์ ะหวา฽ งประเทศกบั อาณาจักร อยุธยา เร่ิมต้งั แต฽สมยั ของใคร ก. พระเจา฾ หงหว฽ูหรอื หงอู฽ ข. พระเจา฾ หงสาวดี ค. พระเจา฾ ตากสนิ มหาราช ง. พระเจา฾ สมุ าลี

296 7. สมยั กรงุ ธนบรุ กี ารทาํ สงครามระหวา฽ งไทยกบั พม฽ามีการทําสงครามท้ังหมดก่ีครงั้ ก. 7 ครั้ง ข. 8 คร้งั ค. 9 ครั้ง ง. 10 ครงั้ 8. อาณาจกั รลา฾ นชา฾ ง ได฾แบ฽งเป็น 3 อาณาจักร ไดแ฾ ก฽ ก. หลวงพระบาง เวียงจันทน์ และ คงคาศักด์ิ ข. หลวงพระบาง เวยี งจนั ทน์ และ จําปาศักดิ์ ค. หลวงพระบาง เวียงนา และ จําปาศักดิ์ ง. ล฾านช฾าง เวียงจันทน์ และ จาํ ปาศกั ด์ิ 9. ความสมั พนั ธ์ระหวา฽ งกรงุ ธนบรุ ีกับประเทศในทวีปยุโรป ข฾อใดไม฽เกีย่ วข฾อง ก. ฮอลันดา ข. นิวซแี ลนด์ ค. องั กฤษ ง. โปรตุเกส 10. แขกเมืองตรังกานู ได฾เข฾าเฝูาฯ สมเด็จพระเจ฾าตากสนิ มหาราช เพื่อถวายสง่ิ ใด ก. ทองคาํ และ นาํ้ มนั ข. ปืนคาบศลิ า และ โอ฽งมงั กร ค. ปืนคาบศิลา และ ตน฾ ไมเ฾ งนิ ต฾นไมท฾ อง ง. ข฾าว และ มนั ส่ําปะหลัง

297 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น บทเรียนออนไลนท์ ่ี 5 เรอ่ื ง ความสมั พนั ธ์กบั ต่างประเทศในสมยั กรุงศรอี ยธุ ยา และกรุงธนบรุ ี 1. ข 2. ก 3. ค 4. ก 5. ง 6. ก 7. ง 8. ข 9. ข 10. ค

298 เอกสารอา้ งอิง สาํ นักงาน กศน. สํานักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ // ทักษะการเรยี นร฾ู ,2555 // เอกสารทาง วิชาการลําดบั ที่ 33 /2555 วนษิ า เรซ อจั ฉรยิ ะสรา฾ งได฾ กรุงเทพ ไทยยเู นย่ี นกราฟฟกิ ส์ (2550) ดร.วรี พงษ์ พลนกิ รกจิ เรียนอย฽างย้มิ ในมทส. พิมพค์ รั้งที่ 7 นครราชสีมา โรงพมิ พ์เลิศศิลป฼1994 (2551) ลงุ ไอนส์ ไตนถ์ อดรหสั อา฽ นเรว็ พมิ พ์ครง้ั ที่5 กรงุ เทพ สาํ นกั พิมพ์บิสกติ (2552) Gunya Thirapote http://gold.rajabhat.edu/learn/1500103/Unit6-AcademicSkills.html, หนังสอื เรยี นสาระควารู฾พื้นฐานภาษาไทย รายวชิ าเลือก บนั ทึกไว฾ได฾ประโยชน์ ศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกล฽มุ เปูาหมายพิเศษ สํานักงานสง฽ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและ การศกึ ษาตามอธั ยาศยั (2554) สงครามชา฾ งเผอื ก.(2557).[ออนไลน์]. เข฾าถึงไดจ฾ าก https://sites.google.com/site/janenatporn/sngkhram-chang-pheuxk (วันที่คน฾ ข฾อมูล : 15 พฤษภาคม 2563). สงครามเสียกรุงศรคี ร้ังท่ี 1.(2557).[ออนไลน]์ . เขา฾ ถึงไดจ฾ าก https://sites.google.com/site/janenatporn/sngkhram-seiy-krung-sri-khrang-thi-1 (วันทคี่ น฾ ข฾อมูล : 15 พฤษภาคม 2563). สงครามเสยี กรงุ ศรคี รง้ั ที่ 2.(2557).[ออนไลน]์ . เข฾าถึงได฾จาก https://sites.google.com/site/janenatporn/sngkhram-seiy-krung-sri-khrang-thi-2 (วนั ทคี่ น฾ ข฾อมูล : 15 พฤษภาคม 2563). การกอบกู฾เอกราชของสมเดจ็ พระเจา฾ ตากสินมหาราช.(2552).[ออนไลน์]. เข฾าถึงได฾จาก https://sites.google.com/site/xanacakrthnburi/2-kark-xb-ku-xekrach (วันที่คน฾ ข฾อมลู : 15 พฤษภาคม 2563).

299 รายช่ือคณะผูจ้ ัดทาเอกสาร คมู่ อื แนวทางการจัดการเรยี นรู้ออนไลน์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น 1. คณะกรรมการทป่ี รกึ ษา ประกอบดว้ ย ผอ.สาํ นกั งาน กศน.จังหวดั นครปฐม รองผอ.สํานกั งาน กศน.จังหวัดนครปฐม 1.1 นายสมเจตน์ สวาศรี ผอู฾ าํ นวยการ กศน.อําเภอเมอื งนครปฐม 1.2 นางอญั ชลี ปสนั ตา ผอ฾ู าํ นวยการ กศน.อาํ เภอกําแพงแสน 1.3 นายประชาลักณ์ ศรคี ุณาภรณ์ ผูอ฾ าํ นวยการ กศน.อําเภอนครชัยศรี 1.4 นายพีรฉัตร อนวุ งศ์ ผู฾อํานวยการ กศน.อําเภอดอนตูม 1.5 นางรชั นี คงฤทธิ์ ผอ฾ู าํ นวยการ กศน.อําเภอสามพราน 1.6 นางจดิ าภา บัวทอง ผอ฾ู ํานวยการ กศน.อาํ เภอพุทธมณฑล 1.7 นายสมมาตร คงชืน่ สิน 1.8 นางเยาวรกั ษ์ บุญจนั ทร์ 2. คณะกรรมการจัดทาสื่อบทเรียนออนไลน์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (แผนการพบกลุ่ม, แผนการพบกลุ่มรายสัปดาห์, แผนการจัดการเรียนรู้รายสัปดาห์, บทเรียนออนไลน์ 1-5 ) ประกอบด้วย 2.1 นางอญั ชลี ปสันตา รองผอ.สํานักงาน กศน.จงั หวัดนครปฐม 2.2 นายพรี ฉัตร อนุวงศ์ ผอ฾ู ํานวยการ กศน.อาํ เภอกาํ แพงแสน 2.3 นายประชาลักณ์ ศรีคณุ าภรณ์ ผอ฾ู ํานวยการ กศน.อาํ เภอเมอื งนครปฐม 2.4 นางไพบูรณ์ อยู฽จงดี ข฾าราชการครู ชาํ นาญการพเิ ศษ 2.5 นางสาวถาวร ศิลปศร ข฾าราชการครู 2.6 นางสาวพรทพิ ย์ ฤทธริ ฽งุ เรอื ง ครูอาสาสมัครฯ 2.7 นางสาวเกศสดุ า ขาวขํา ครู กศน.ตาํ บล 2.8 นายณรงค์ ขวัญเพ่มิ พร ครู กศน.ตาํ บล 2.9 นางสาวขนษิ ฐา โพธ์ทิ อง ครู กศน.ตาํ บล 2.10 นางสาวลกั ษค์ ณา สง฽ โสภา ครู กศน.ตําบล 2.11 นางสาวสจุ ิตรา สมทรง ครู กศน.ตําบล 2.12 นางสาวบวั บชู า ลา้ํ เลศิ ครู กศน.ตําบล 2.13 นางสาววรรณเพญ็ ฮวบบุรี ครู กศน.ตาํ บล 2.14 นายไพรโรจน์ โพธทิ์ อง ครู กศน.ตาํ บล 2.15 นายภูรพิ งษ์ วีศรี ครู กศน.ตําบล 2.16 นายณัชพล ศรีพฒั นพร ครู กศน.ตําบล 2.17 นายภกั ดี สรุ เนตร ครู กศน.ตาํ บล 2.18 นางสาวตวงพร ศรศี ักดา ครู กศน.ตาํ บล

300 2.19 นางสาวปทมุ วดี แสงอรุณ ครู กศน.ตาํ บล 2.20 นางสาวชนญั ญา สอนขาํ ครู กศน.ตาํ บล 2.21 นางพรศิริ เรืองสนั ติ ครู กศน.ตําบล 2.22 นายธวัช ทองหล฽อ ครู กศน.ตําบล 2.23 นายอนุรตั น์ ศรบี วั ครู กศน. ตําบล 2.24 นางสาวรรินทร์ ใจเยอื กเย็น ครู กศน.ตําบล 2.25 นางสาวนาวาฬ มาดเดน฽ ครู กศน.ตําบล 2.26 นางสาวอรพิน แกว฾ มะณี ครู กศน.ตําบล 2.27 นางสาวพิลาวัลย์ สุนประชา ครู กศน.ตําบล 3. คณะกรรมการบรรณาธกิ าร ประกอบด้วย 3.1 นายพีรฉตั ร อนุวงศ์ ผอู฾ ํานวยการ กศน.อําเภอกาํ แพงแสน 3.2 นางสาวถาวร ศลิ ปศร ข฾าราชการครู 3.3 นางสาวอรพรรณ ขันแกว฾ นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ 3.4 นางสาวปทมุ วดี แสงอรณุ ครู กศน.ตําบล 3.5 นางสาวชนญั ญา สอนขาํ ครู กศน.ตาํ บล 3.6 นางพรศริ ิ เรืองสนั ติ ครู กศน.ตาํ บล 3.7 นางสาวอรพนิ แกว฾ มะณี ครู กศน.ตาํ บล 4. คณะทางานจัดพิมพต์ น้ ฉบบั และจัดทารูปเล่ม ประกอบด้วย 4.1 นางสาวอรพรรณ ขนั แก฾ว นักวิชาการศกึ ษาปฏบิ ัตกิ าร 4.2 นางสาวปัณณธร พรหมมณี นักวิชาการศึกษา 4.3 นางสาวเกศสุดา ขาวขาํ ครู กศน.ตําบล 4.4 นายณรงค์ ขวญั เพม่ิ พร ครู กศน.ตาํ บล 4.5 นางสาวขนิษฐา โพธิท์ อง ครู กศน.ตาํ บล 4.6 นางสาวลักษ์คณา ส฽งโสภา ครู กศน.ตําบล 4.7 นางสาวสุจิตรา สมทรง ครู กศน.ตําบล 4.8 นางสาวบัวบชู า ล้ําเลิศ ครู กศน.ตาํ บล 4.9 นางสาววรรณเพ็ญ ฮวบบรุ ี ครู กศน.ตาํ บล 4.10 นายไพรโรจน์ โพธิท์ อง ครู กศน.ตาํ บล *********************************************


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook