Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

Published by kittipakorn, 2021-10-17 10:37:42

Description: การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

Search

Read the Text Version

1 การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 นางอุมาพร พิมพภ์ กั ดี ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนบา้ นไผ่ อาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เขต 25 สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ก1 ชื่อเรื่อง การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ โดยใช้ชุด กิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั ผู้วจิ ยั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 ประเภทวจิ ัย โรงเรียนบา้ นไผ่ อาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น สถานศึกษา อุมาพร พมิ พภ์ กั ดี ปี การศึกษา วจิ ยั เพอื่ พฒั นาการเรียนรู้ โรงเรียนบา้ นไผ่ อาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น 2556 บทคดั ย่อ การวจิ ยั คร้ังน้ี เป็ นการวจิ ยั เชิงทดลอง มีวตั ถุประสงคเ์ พอื่ เปรียบเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทาง การเรียนคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 ระหวา่ งก่อนและหลงั ที่ไดร้ บั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ เพ่อื หาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษา ปี ท่ี 3 ใหม้ ีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 และเพอื่ ศกึ ษาความพงึ พอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 กลุ่มเป้าหมายทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั เป็ นนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 โรงเรียนบา้ นไผ่ อาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น สงั กดั สานกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 25 ซ่ึงกาลงั เรียนอยใู่ นภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2556 จานวน 50 คน เคร่ืองมือทใี่ ชใ้ นการดาเนินการวจิ ยั ประกอบดว้ ย (1) แผนการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุด กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ สาหรับช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 จานวน 6 แผน (2) ชุด กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 จานวน 6 ชุด (3) แบบทดสอบ วดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน เป็นแบบปรนยั (4) แบบวดั ความพงึ พอใจท่มี ีตอ่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบโครงงานคณิตศาสตร์ สาหรบั นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 ผลการวจิ ยั พบวา่ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนคณิตศาสตร์ โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ โครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 หลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียน อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดับ .05 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ สาหรับนักเรียนช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 มีประสิทธิภาพ 80.13 / 83.10 ซ่ึงสูงกวา่ เกณฑท์ กี่ าหนดไวท้ ่ี 75 / 75 และความพึง พอใจของนกั เรียนทีม่ ีต่อชุดกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ อยใู่ นระดบั มาก

ข2 กิตตกิ รรมประกาศ งานวจิ ยั เร่ือง การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ โดยใชช้ ุดกิจกรรม การเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 โรงเรียนบา้ นไผ่ อาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น ฉบบั น้ีสาเร็จลุล่วงไปดว้ ยดี ดว้ ยความกรุณาของนางอนุรกั ษ์ วรรณ ศรี นางเอมอร สิทธิสงวนพนั ธ์ และนางประยรู สนั ดี ผใู้ หค้ วามรู้และขอ้ แนะนาในการจดั ทาวจิ ยั ใน คร้ังน้ี ตลอดจนแกไ้ ขขอ้ บกพร่องต่าง ๆทาให้รายงานมีความสมบูรณ์และมีคุณค่ามากยง่ิ ข้นึ ผูว้ จิ ยั ขอกราบขอบพระคุณเป็ นอยา่ งสูง ขอขอบพระคุณ ดร.ยทุ ธศาสตร์ กงเพชร ผอู้ านวยการโรงเรียน และนายจรัล รัตนบุญทา รองผอู้ านวยการโรงเรียน ที่ส่งเสริม สนบั สนุน ในการจดั กิจกรรมการเรียนรูแ้ ละงานวจิ ยั ในคร้งั น้ี ขอขอบคณุ บคุ ลกรกลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ บคุ ลากรโรงเรียนบา้ นไผท่ ุกท่าน และ ขอขอบใจนกั เรียนโรงเรียนบา้ นไผท่ ุกคน ทมี่ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งในการจดั ทางานวจิ ยั ในคร้งั น้ี อมุ าพร พมิ พ์ภักดี

ค3 สารบญั หน้า ก บทคดั ย่อ ข กิตตกิ รรมประกาศ ค สารบัญตาราง 1 บทที่ 1 บทนา 1 2 1.1 ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา 2 1.2 วตั ถุประสงคข์ องการวจิ ยั 3 1.3 ขอบเขตของการวจิ ยั 3 1.4 นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ 4 1.5 ประโยชนท์ ีค่ าดวา่ จะไดร้ บั 5 บทท่ี 2 เอกสารและงานวจิ ยั ที่เกยี่ วข้อง 13 2.1 เอกสารท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การจดั การเรียนรูก้ ลุ่มสาระคณิตศาสตร์ 15 2.2 การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ 29 2.3 เอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั การโครงงานคณิตศาสตร์ 29 บทที่ 3 วธิ ีการดาเนินการวจิ ยั 29 3.1 กลุ่มเป้าหมาย 29 3.2 เครื่องมือทีใ่ ชใ้ นการวจิ ยั 34 3.3 การสร้างและการหาคุณภาพของเครื่องมือ 35 3.4 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 35 3.5 การวิเคราะห์ขอ้ มูล 3.6 สถิติท่ีใชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มูล

ง4 สารบญั (ต่อ) หน้า 36 บทที่ 4 ผลการวิจยั 36 4.1 ตอนที่ 1 ผลการเปรียบเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนโดยใชช้ ุดกิจกรรม 37 การเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียน ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 ก่อนและหลงั การจดั การเรียนรู้ 39 4.2 ตอนท่ี 2 ผลการพฒั นาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม การเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ สาหรบั นกั เรียน 40 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 ตามเกณฑ์ 75 / 75 40 4.3 ตอนท่ี 3 ประเมินความพงึ พอใจทีม่ ีตอ่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 40 แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 43 ทไี่ ดร้ ับการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 44 โครงงานคณิตศาสตร์ 46 บทที่ 5 สรุปผล อภปิ รายผลและข้อเสนอแนะ 47 5.1 สรุปผลการวจิ ยั 49 5.2 การอภปิ รายผล 54 5.3 ขอ้ เสนอแนะ 64 บรรณานุกรม 74 ภาคผนวก 84 ภาคผนวก ก รายชื่อผเู้ ช่ียวชาญ ภาคผนวก ข วเิ คราะหแ์ ผนการจดั การเรียนรู้ 236 ภาคผนวก ค การหาคุณภาพเครื่องมือ ภาคผนวก ง คะแนนของกลุ่มทดลอง ภาคผนวก จ เครื่องมือท่ใี ชใ้ นการวิจยั ภาคผนวก ฉ ตวั อยา่ งแผนการจดั การเรียนรู้ และชุดกิจกรรม การเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ประวตั ยิ ่อผู้วจิ ัย

จ5 สารบัญตาราง ตารางท่ี 1 สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์พ้นื ฐานของช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 หน้า ตารางที่ 2 แบบแผนการวจิ ยั แบบหน่ึงกลุ่ม มีการทดสอบก่อนและหลงั การทดลอง 11 ตารางที่ 3 เปรียบเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 34 36 โครงงานคณิตศาสตร์ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 ก่อนและหลงั การจดั การเรียนรู้ 37 ตารางที่ 4 ผลการพฒั นาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ โครงงานคณิตศาสตร์ สาหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 38 ตามเกณฑ์ 75 / 75 ตารางท่ี 5 ผลการประเมินความพงึ พอใจทีม่ ีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบ 50 โครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 51 ทไี่ ดร้ บั การจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบ 63 โครงงานคณิตศาสตร์ 63 ตารางท่ี 6 โครงสรา้ งแผนการจดั การเรียนรู้ 66 ตารางท่ี 7 วเิ คราะห์แผนการจดั การเรียนรู้ ตารางที่ 8 ผลการประเมินชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ 69 ตารางท่ี 9 ผลการประเมินแผนการจดั การเรียนรู้คณิตศาสตร์ 72 ตารางที่ 10 คะแนนผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนโดยใชช้ ุดกิจกรรม การเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ 73 ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 กลุ่มทดลอง ก่อนและหลงั การจดั การเรียนรู้ ตารางท่ี 11 คะแนนระหวา่ งเรียนโดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบ โครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 ตาราง 12 คะแนนวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบโครงงานคณิตศาสตร์ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 ทไี่ ดร้ ับการจดั การเรียนรู้ ตารางท่ี 13 แสดงประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบ โครงงานคณิตศาสตร์โดยทดลองกบั นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 กลุ่มทดลองจานวน 50 คน

สารบัญภาพ ฉ6 ภาพประกอบท่ี 1 ตวั อยา่ งแผงสาหรับแสดงโครงงาน หน้า 24

1 บทที่ 1 บทนา 1.1 ความเป็ นมาและความสาคญั ของปัญหา หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 มุ่งพฒั นาผเู้ รียนทกุ คน ซ่ึงเป็ น กาลงั ของชาติให้เป็ นมนุษยท์ ี่มีความสมดุลท้งั ดา้ นร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความ เป็ นพลเมืองไทยและเป็ นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษตั ริยท์ รงเป็ นประมุข มีความรู้และทกั ษะพน้ื ฐาน รวมท้งั เจตคติ ท่จี าเป็นตอ่ การศึกษา ต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผเู้ รียนเป็ นสาคญั บนพ้นื ฐานความเช่ือ วา่ ทกุ คนสามารถเรียนรู้และพฒั นาตนเองไดเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ (กระทรวงศกึ ษาธิการ, 2551) คณิตศาสตร์มีบทบาทสาคัญยิ่งต่อการพฒั นาความคิดมนุษย์ ทาให้มนุษยม์ ีความคิด สร้างสรรค์ คิดอยา่ งมีเหตุผล เป็ นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้ อยา่ งถ่ีถว้ น รอบคอบ ช่วยใหค้ าดการณ์ วางแผน ตดั สินใจ แกป้ ัญหา และนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม นอกจากน้ีคณิตศาสตร์ยงั เป็นเคร่ืองมือในการศกึ ษาทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละศาสตร์อื่น ๆ คณิตศาสตร์จงึ มีประโยชน์ตอ่ การดาเนินชีวิต ช่วยพฒั นาคุณภาพชีวิต ให้ดีข้ึน และสามารถอยรู่ ่วมกับผูอ้ ื่นไดอ้ ยา่ งมีความสุข (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551) การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์จึงตอ้ งคานึงถึงนักเรียนเป็ นสาคญั และ สอดคลอ้ งกบั วุฒิภาวะของนกั เรียน โดยเปิ ดโอกาสให้นกั เรียนไดเ้ รียนรู้จากประสบการณ์จริง การ ฝึกปฏิบตั ิ การฝึกคิดวเิ คราะห์ และแกป้ ัญหา การจดั กิจกรรมโครงงานจะช่วยส่งเสริมใหน้ กั เรียนมี ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และตอบสนองต่อการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ที่เน้นนักเรียนเป็ น ศูนยก์ ลาง นักเรียนจะรู้จกั การทางาน กระบวนการกลุ่ม รู้จกั นาคณิตศาสตร์ไปประยุกตใ์ ชโ้ ดย สัมพนั ธ์กบั ศาสตร์อ่ืน ๆ และสามารถใช้ในชีวิตจริง รู้จกั แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง มองเห็น ประโยชน์และคุณค่าของคณิตศาสตร์ สามารถทางานร่วมกับผูอ้ ื่นได้ มีเหตุผล แก้ปัญหาได้ ตลอดจนมีเจตคตทิ ด่ี ีต่อวชิ าคณิตศาสตร์(ยพุ นิ พพิ ธิ กุล, 2547) โครงงานคณิตศาสตร์เป็ นกิจกรรมที่มีความสาคญั ต่อการเรียนการสอนในการช่วยพฒั นา ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อนั ไดแ้ ก่ การแกป้ ัญหา การใหเ้ หตผุ ล การเช่ือมโยงความรู้ การส่ือสาร การนาเสนอ การใชต้ วั แทน ความคดิ ริเริ่มสรา้ งสรรค์ ช่วยเสริมสรา้ งความเขา้ ใจมโนมติ การประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ทางคณิตศาสตร์ สามารถนามาใชเ้ ป็ นกิจกรรมพฒั นาความถนัดและความ สนใจอยา่ งเต็มศกั ยภาพ เพ่อื ให้นกั เรียนไดเ้ พม่ิ พนู ความรู้ความเขา้ ใจสาระสาคญั ของบทเรียนและ

2 การเชื่อมโยงความรู้ผา่ นการทาโครงงาน ขณะเดียวกนั ก็ไดเ้ รียนรูก้ ารทาโครงงานในลกั ษณะทมี่ ีการ เช่ือมโยงกับสาระในบทเรียนและครอบคลุมถึงการประยกุ ต์ใชค้ วามรู้ทางสาระคณิตศาสตร์ท่ี เก่ียวขอ้ ง(ปรีชา เนาวเ์ ยน็ ผล, 2554) จากท่ีกล่าวมาข้างต้นผูว้ ิจัยจึงสนใจศึกษาการพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรายวิชา คณิตศาสตร์ โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 จากชุด กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ รายวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 จานวน 6 ชุด เพื่อส่งเสริมผูเ้ รียนให้สามารถสร้างสรรคค์ วามรู้ด้วยตนเอง ส่งเสริมการคิด มี กระบวนการทางานท่ีมีข้นั ตอน และเชื่อมโยงความรู้ผา่ นการทาโครงงาน สามารถวิเคราะห์ปัญหา หรือสถานการณ์ได้อย่างถ่ีถว้ น รอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตดั สินใจ แกป้ ัญหา และ นาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมตอ่ ไป วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพอ่ื เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 ระหวา่ งก่อนและหลงั ทไ่ี ดร้ ับการจดั กิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ 2. เพ่อื หาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียน ช้นั มธั ยมศึกษา ปี ท่ี 3 ใหม้ ีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ของ นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 ขอบเขตของการวิจยั 1. กลุ่มเป้าหมาย นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3/8 โรงเรียนบา้ นไผ่ อาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น สงั กดั สานกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 25 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2556 จานวน 50 คน ไดม้ าโดยการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) 2. ตวั แปรทศี่ ึกษา 2.1 ตวั แปรตน้ คอื การจดั ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ ของ นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 2.2 ตวั แปรตาม คือ ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์ ประสิทธิภาพของชุด กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ และความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ โครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3

3 3. เน้ือหาที่ใช้ในการศึกษา เน้ือหาสาระการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค23101 ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 โดยยดึ มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ผลการเรียนรูต้ ามหลกั สูตรแกนกลาง การศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ 4. ระยะเวลาในการทดลอง ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2556 ใช้เวลาในการทดลอง รวมท้งั ส้ิน จานวน 12 ชว่ั โมง จานวน 6 แผนการเรียนรู้ นิยามศัพท์เฉพาะ 1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ หมายถึง ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ โครงงานคณิตศาสตร์ที่ใชเ้ ป็ นส่ือการเรียนรู้ สาหรับนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 ผวู้ ิจยั พฒั นาข้ึน ในชุดกิจกรรมประกอบดว้ ย คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ ใบความรู้ ใบกิจกรรม เฉลยใบกิจกรรม แบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลงั เรียน 2. ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน หมายถึง ผลการเรียนรู้ของนกั เรียนในการเรียนคณิตศาสตร์ วดั ได้จากการตอบแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เป็ นแบบทดสอบแบบปรนัยชนิด เลือกตอบ 4 ตวั เลือก จานวน 30 ขอ้ 3. ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม หมายถึง ค่าร้อยละของคะแนนเฉลี่ยท่ีผูเ้ รียนทา แบบทดสอบระหว่างเรียน แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนคณิตศาสตร์หลงั เรียน ตาม เกณฑท์ ี่ระดบั 75/75 4. ความพงึ พอใจ หมายถึง ความรู้สึกหรือการตดั สินใจ ท่ีมีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ โครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รับ ผลการวจิ ยั คร้ังน้ี ก่อใหเ้ กิดประโยชน์ ดงั น้ี 1. เป็ นแนวทางในการพฒั นาผลสัมฤทธ์ิ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใช้ชุด กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ และกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน ๆ ต่อไป 2. เป็ นแนวทางในการพฒั นาสื่อการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน คณิตศาสตร์ทเี่ นน้ การพฒั นาความคิดสร้างสรรคท์ างคณิตศาสตร์ 3. เป็ นแนวทางในการพฒั นาผเู้ รียนดา้ นทกั ษะการคิด การทางานเป็ นกลุ่ม การเป็ นผูน้ าผู้ ตาม การยอมรับความคิดเห็นของผูอ้ ื่น การเห็นคุณค่าของตนเอง และนาไปประยุกต์ใช้ใน ชีวติ ประจาวนั

4 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจยั ท่เี กย่ี วข้อง ผรู้ ายงานเอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง และไดน้ าเสนอตามหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี 1. เอกสารที่เกยี่ วข้องกบั การจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระคณติ ศาสตร์ 1.1 หลกั สูตรการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 เก่ียวกบั การจดั การเรียนรู้กลุ่ม สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ 1.2 สาระและมาตรฐานการเรียนรูก้ ลุ่มสาระคณิตศาสตร์ 2. การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนคณติ ศาสตร์ 2.1 วสิ ยั ทศั น์ของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 2.2 ความสาคญั ของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 2.3 สาระและมาตรฐานการเรียนรูก้ ลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ 2.4 หลกั การสอนคณิตศาสตร์ 2.5 วธิ ีการสอนคณิตศาสตร์ 2.6 ทกั ษะ / กระบวนการทางคณิตศาสตร์ 2.7 ปรัชญาการสอนคณิตศาสตร์ 3. เอกสารและงานวิจัยท่เี ก่ยี วข้องกบั การจดั กิจกรรมโครงงานคณติ ศาสตร์ 3.1 ความหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ 3.2 หลกั การของโครงงานคณิตศาสตร์ 3.3 จุดมุ่งหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ 3.4 ประเภทของโครงงานคณิตศาสตร์ 3.5 ข้นั ตอนการทาโครงงานคณิตศาสตร์ 3.6 การประเมินผลโครงงานคณิตศาสตร์ 3.7 แผนการจดั กิจกรรมโครงงานคณิตสาสตร์ 3.8 บทบาทของอาจารยท์ ีป่ รึกษาโครงงานคณิตสาสตร์ 3.9 ประโยชน์และสิ่งทีไ่ ดร้ บั จากการทาโครงงานคณิตสาสตร์ 3.10 งานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั โครงงานคณิตศาสตร์

5 1. เอกสารที่เกยี่ วข้องกับการจดั การเรียนรู้กลุ่มสระคณติ ศาสตร์ 1.1 หลกั สูตรการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เกี่ยวกบั การจัดการเรียนรู้กล่มุ สาระ คณติ ศาสตร์ หลกั สูตรการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ไดก้ ล่าวถึงหลกั การ จดุ มุ่งหมาย สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั และการจดั หลกั สูตรไวด้ งั น้ี (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551) หลักการ หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน มีหลกั การทส่ี าคญั ดงั น้ี 1. เป็นหลกั สูตรการศกึ ษาเพอื่ ความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐาน การเรียนรู้ เป็นเป้าหมายสาหรบั พฒั นาเดก็ และเยาวชนใหม้ ีความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคุณธรรม บนพน้ื ฐานของความเป็นไทยควบคูก่ บั ความเป็นสากล 2. เป็นหลกั สูตรการศึกษาเพอื่ ปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสไดร้ ับการศึกษา อยา่ งเสมอภาค และมีคุณภาพ 3. เป็ นหลกั สูตรการศึกษาทสี่ นองการกระจายอานาจ ใหส้ งั คมมีส่วนร่วมในการ จดั การศกึ ษาใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพและความตอ้ งการของทอ้ งถ่ิน 4. เป็นหลกั สูตรการศกึ ษาท่มี ีโครงสร้างยดื หยนุ่ ท้งั ดา้ นสาระการเรียนรู้ เวลาและ การจดั การเรียนรู้ 5. เป็นหลกั สูตรการศึกษาทเี่ นน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั 6. เป็นหลกั สูตรการศึกษาสาหรบั การศกึ ษาในระบบ นอกระบบ และตามอธั ยาศยั ครอบคลุมทกุ กลุ่มเป้าหมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์ จดุ ม่งุ หมาย หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน มุ่งพฒั นาผเู้ รียนใหเ้ ป็นคนดี มีปัญญา มี ความสุข มีศกั ยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จงึ กาหนดเป็ นจุดหมายเพอื่ ใหเ้ กิดกบั ผเู้ รียน เม่ือจบการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน ดงั น้ี 1. มีคุณธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมที่พงึ ประสงค์ เห็นคุณคา่ ของตนเอง มีวนิ ยั และปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาทีต่ นนบั ถือ ยดึ หลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง 2. มีความรู้ ความสามารถในการส่ือสาร การคดิ การแกป้ ัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี และมีทกั ษะชีวติ

6 3. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตท่ดี ี มีสุขนิสยั และรกั การออกกาลงั กาย 4. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็ นพลเมืองไทยและพลโลก ยดึ มนั่ ในวถิ ี ชีวติ และ การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข 5. มีจติ สานึกในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทย การอนุรกั ษแ์ ละ พฒั นาส่ิงแวดลอ้ ม มีจิตสาธารณะทม่ี ุ่งทาประโยชน์และสรา้ งส่ิงทดี่ ีงามในสงั คม และอยรู่ ่วมกนั ใน สงั คมอยา่ งมีความสุข สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ในการพฒั นาผเู้ รียนตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน มุ่งเนน้ พฒั นา ผเู้ รียนใหม้ ีคุณภาพตามมาตรฐานที่กาหนด ซ่ึงจะช่วยใหผ้ เู้ รียนเกิดสมรรถนะสาคญั และ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดงั น้ี สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน มุ่งใหผ้ เู้ รียนเกิดสมรรถนะสาคญั 5 ประการ ดงั น้ี 1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรบั และส่งสาร มี วฒั นธรรมในการใชภ้ าษาถ่ายทอดความคดิ ความรู้ความเขา้ ใจ ความรู้สึก และทศั นะของตนเองเพอ่ื แลกเปล่ียนขอ้ มูลข่าวสารและประสบการณอ์ นั จะเป็นประโยชนต์ อ่ การพฒั นาตนเองและสงั คม รวมท้งั การเจรจาตอ่ รองเพอ่ื ขจดั และลดปัญหาความขดั แยง้ ตา่ ง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับขอ้ มูล ข่าวสารดว้ ยหลกั เหตุผลและความถูกตอ้ ง ตลอดจนการเลือกใชว้ ธิ ีการส่ือสาร ท่ีมีประสิทธิภาพโดย คานึงถึงผลกระทบทมี่ ีตอ่ ตนเองและสงั คม 2. ความสามารถในการคดิ เป็นความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ การคิดสงั เคราะห์ การคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ การคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ และการคดิ เป็ นระบบ เพอื่ นาไปสู่การสร้างองค์ ความรูห้ รือสารสนเทศเพอื่ การตดั สินใจเกี่ยวกบั ตนเองและสงั คมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เป็ นความสามารถในการแกป้ ัญหาและอุปสรรค ต่าง ๆ ท่เี ผชิญไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมบนพ้นื ฐานของหลกั เหตผุ ล คุณธรรมและขอ้ มลู สารสนเทศ เขา้ ใจความสมั พนั ธแ์ ละการเปล่ียนแปลงของเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ ความรู้มาใชใ้ นการป้องกนั และแกไ้ ขปัญหา และมีการตดั สินใจทม่ี ีประสิทธิภาพโดยคานึงถึง ผลกระทบทเี่ กิดข้ึนต่อตนเอง สงั คมและสิ่งแวดลอ้ ม 4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ นการดาเนินชีวติ ประจาวนั การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การเรียนรู้อยา่ งต่อเนื่อง การทางาน และ การอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมดว้ ยการสร้างเสริมความสัมพนั ธอ์ นั ดีระหวา่ งบุคคล การจดั การปัญหาและ

7 ความขดั แยง้ ตา่ ง ๆ อยา่ งเหมาะสม การปรับตวั ใหท้ นั กบั การเปลี่ยนแปลงของสงั คมและ สภาพแวดลอ้ ม และการรู้จกั หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พงึ ประสงคท์ สี่ ่งผลกระทบตอ่ ตนเองและผอู้ ่ืน 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยดี า้ นตา่ ง ๆ และมีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพอ่ื การพฒั นาตนเองและสงั คม ใน ดา้ นการเรียนรู้ การสื่อสาร การทางาน การแกป้ ัญหาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมี คุณธรรม คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน มุ่งพฒั นาผเู้ รียนใหม้ ีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เพอื่ ให้ สามารถอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่ืนในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดงั น้ี 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 2. ซื่อสตั ยส์ ุจริต 3. มีวนิ ยั 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง 6. มุ่งมน่ั ในการทางาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจติ สาธารณะ นอกจากน้ี สถานศกึ ษาสามารถกาหนดคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคเ์ พมิ่ เติมใหส้ อดคลอ้ งตามบริบท และจดุ เนน้ ของตนเอง มาตรฐานการเรียนรู้ การพฒั นาผเู้ รียนใหเ้ กิดความสมดุล ตอ้ งคานึงถึงหลกั พฒั นาการทางสมองและพหุปัญญา หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน จึงกาหนดใหผ้ เู้ รียนเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดงั น้ี ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม สุขศกึ ษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ภาษาตา่ งประเทศ ในแตล่ ะกลุ่มสาระการเรียนรู้ไดก้ าหนดมาตรฐานการเรียนรู้เป็ นเป้าหมายสาคญั ของการ

8 พฒั นาคุณภาพผเู้ รียน มาตรฐานการเรียนรู้ระบสุ ิ่งท่ีผเู้ รียนพงึ รู้ ปฏิบตั ิได้ มีคุณธรรมจริยธรรม และ ค่านิยม ที่พงึ ประสงคเ์ ม่ือจบการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน นอกจากน้นั มาตรฐานการเรียนรู้ยงั เป็ นกลไก สาคญั ในการขบั เคลื่อนพฒั นาการศกึ ษาท้งั ระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะทอ้ นใหท้ ราบวา่ ตอ้ งการอะไร จะสอนอยา่ งไร และประเมินอยา่ งไร รวมท้งั เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบเพอ่ื การ ประกนั คุณภาพการศกึ ษาโดยใชร้ ะบบการประเมินคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก ซ่ึงรวมถึงการทดสอบระดบั เขตพน้ื ท่ีการศกึ ษา และการทดสอบระดบั ชาติ ระบบการตรวจสอบเพอื่ ประกนั คุณภาพดงั กลา่ วเป็ นสิ่งสาคญั ทชี่ ่วยสะทอ้ นภาพการจดั การศกึ ษาวา่ สามารถพฒั นาผเู้ รียนให้ มีคุณภาพตามทม่ี าตรฐานการเรียนรูก้ าหนดเพยี งใด ตวั ชี้วดั ตวั ช้ีวดั ระบสุ ิ่งท่นี กั เรียนพงึ รูแ้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ รวมท้งั คุณลกั ษณะของผเู้ รียนในแต่ละ ระดบั ช้นั ซ่ึงสะทอ้ นถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็ นรูปธรรม นาไปใช้ ในการกาหนดเน้ือหา จดั ทาหน่วยการเรียนรู้ จดั การเรียนการสอน และเป็นเกณฑส์ าคญั สาหรับการวดั ประเมินผลเพอ่ื ตรวจสอบคุณภาพผเู้รียน 1. ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี เป็นเป้าหมายในการพฒั นาผเู้ รียนแตล่ ะช้นั ปี ในระดบั การศึกษา ภาคบงั คบั (ประถมศกึ ษาปี ท่ี 1 – มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3) 2. ตวั ช้ีวดั ช่วงช้นั เป็ นเป้าหมายในการพฒั นาผเู้ รียนในระดบั มธั ยมศกึ ษาตอน ปลาย(มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 4- 6) หลกั สูตรไดม้ ีการกาหนดรหสั กากบั มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั เพอ่ื ความ เขา้ ใจและใหส้ ่ือสารตรงกนั ดงั น้ี ว ๑.๑ ป. ๑/๒ ป.๑/๒ ตวั ช้ีวดั ช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๑ ขอ้ ท่ี ๒ ๑.๑ สาระที่ ๑ มาตรฐานขอ้ ท่ี ๑ ว กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ต ๒.๒ ม.๔-๖/ ๓ ตวั ช้ีวดั ช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ขอ้ ท่ี ๓ ม.๔-๖/๓ สาระที่ ๒ มาตรฐานขอ้ ที่ ๒ ๒.๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ต

9 สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ประกอบดว้ ย องคค์ วามรู้ ทกั ษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และ คุณลกั ษณะ อนั พงึ ประสงค์ ซ่ึงกาหนดใหผ้ เู้ รียนทุกคนในระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน จาเป็นตอ้ งเรียนรู้ โดยแบ่งเป็น ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดงั น้ี ภาษาไทย : ความรู้ ทกั ษะ คณติ ศาสตร์ : การนาความรู้ วทิ ยาศาสตร์ : การนาความรู้ และวฒั นธรรมการใชภ้ าษา ทกั ษะและกระบวนการทาง และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพอ่ื การส่ือสาร ความชื่นชม คณิตศาสตร์ไปใชใ้ น ไปใชใ้ นการศกึ ษา คน้ ควา้ หา การเห็นคุณคา่ ภมู ิปัญญา ไทย การแกป้ ัญหา การดาเนินชีวติ ความรู้ และแกป้ ัญหาอยา่ งเป็ น และภูมิใจในภาษาประจาชาติ และศึกษาตอ่ การมีเหตุมีผล ระบบ การคิดอยา่ งเป็นเหตเุ ป็นผล มีเจตคติทด่ี ีตอ่ คณิตศาสตร์ คดิ วเิ คราะห์ ภาษาต่างประเทศ : พฒั นาการคิดอยา่ งเป็นระบบ คดิ สรา้ งสรรค์ และจิต ความรู้ทกั ษะ เจตคติ และ และสรา้ งสรรค์ วฒั นธรรม การใช้ สังคมศึกษา ศาสนาและ ภาษาตา่ งประเทศในการ องค์ความรู้ ทกั ษะสาคญั วัฒนธรรม : การอยรู่ ่วมกนั ใน ส่ือสาร การแสวงหาความรู้ และคณุ ลักษณะ สงั คมไทยและสงั คมโลกอยา่ งสนั ติ และการประกอบอาชีพ สุข การเป็นพลเมืองดี ศรัทธาใน ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา หลกั ธรรมของศาสนา การงานอาชีพและเทคโนโลยี : ข้นั พื้นฐาน การเห็นคุณค่าของทรพั ยากรและ ความรู้ ทกั ษะ และเจตคติ สิ่งแวดลอ้ ม ความรกั ชาติ และ ในการทางาน การจดั การ ภมู ิใจในความเป็นไทย การดารงชีวติ การประกอบ อาชีพ และการใชเ้ ทคโนโลยี ศิลปะ : ความรูแ้ ละทกั ษะ สุขศึกษาและพลศึกษา : ในการคิดริเริ่ม ความรู้ ทกั ษะและเจตคตใิ นการ จนิ ตนาการ สรา้ งสรรค์ สรา้ งเสริมสุขภาพพลานามยั ของ งานศลิ ปะ สุนทรียภาพ ตนเองและผอู้ ่ืน การป้องกนั และ และการเห็นคุณค่าทาง ปฏบิ ตั ติ ่อ ศลิ ปะ สิ่งตา่ ง ๆ ท่ีมีผลต่อสุขภาพอยา่ ง ถูกวธิ ีและทกั ษะในการดาเนิน ชีวติ

10 1.2 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้กล่มุ สาระคณติ ศาสตร์ 1.2.1 สาระ สาระทเี่ ป็ นองคค์ วามรู้ของกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ประกอบดว้ ย สาระท่ี 1 จานวนและการดาเนินการ สาระท่ี 2 การวดั สาระท่ี 3 เรขาคณิต สาระท่ี 4 พชี คณิต สาระที่ 5 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลและความน่าจะเป็ น สาระท่ี 6 ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ 1.2.2 มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน มาตรฐานการเรียนรู้ทจ่ี าเป็ นสาหรับผเู้ รียนทกุ คน มีดงั น้ี สาระที่ 1 จานวนและการดาเนินการ มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจถึงความหลากหลายของการแสดงจานวนและการใช้ จานวนในชีวติ จริง มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถึงผลทเ่ี กิดข้นึ จากการดาเนินการของจานวนและ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง การดาเนินการต่าง ๆ และใชก้ ารดาเนินการในการแกป้ ัญหา มาตรฐาน ค 1.3 ใชก้ ารประมาณค่าในการคานวณและแกป้ ัญหา มาตรฐาน ค 1.4 เขา้ ใจระบบจานวนและนาสมบตั เิ ก่ียวกบั จานวนไปใช้ สาระท่ี 2 การวดั มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพ้นื ฐานเกี่ยวกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาด ของสิ่งที่ตอ้ งการวดั มาตรฐาน ค 2.2 แกป้ ัญหาเก่ียวกบั การวดั สาระท่ี 3 เรขาคณิต มาตรฐาน ค 3.1 อธิบายและวเิ คราะหร์ ูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ มาตรฐาน ค 3.2 ใชก้ ารนึกภาพ (visualization) ใชเ้ หตผุ ลเกี่ยวกบั ปริภมู ิ (spatial reasoning) และใชแ้ บบจาลองทางเรขาคณิต (geometric model) ในการแกป้ ัญหา สาระที่ 4 พชี คณิต มาตรฐาน ค 4.1 เขา้ ใจและวเิ คราะห์แบบรูป (pattern) ความสมั พนั ธ์ และ ฟังกช์ นั

11 มาตรฐาน ค 4.2 ใชน้ ิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และตวั แบบเชิง คณิตศาสตร์ (mathematical model) อ่ืน ๆ แทนสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนแปลความหมาย และนาไปใชแ้ กป้ ัญหา สาระที่ 5 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลและความน่าจะเป็น มาตรฐาน ค 5.1 เขา้ ใจและใชว้ ธิ ีการทางสถิติในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล มาตรฐาน ค 5.2 ใชว้ ธิ ีการทางสถิตแิ ละความรู้เก่ียวกบั ความน่าจะเป็นใน การคาดการณ์ไดอ้ ยา่ งสมเหตุสมผล มาตรฐาน ค 5.3 ใชค้ วามรู้เกี่ยวกบั สถิตแิ ละความน่าจะเป็นช่วยในการ ตดั สินใจและแกป้ ัญหา สาระที่ 6 ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแกป้ ัญหา การใหเ้ หตผุ ล การส่ือสาร การสื่อ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรูต้ ่าง ๆ ทาง คณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อ่ืน ๆ และมีความคดิ ริเริ่มสรา้ งสรรค์ 1.2.3 สาระการเรียนรู้วิชาคณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 3 สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์พ้นื ฐานของช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 มีรายละเอียดดงั ตาราง 1 ตารางที่ 1 สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์พ้นื ฐานของช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 สาระหลกั สาระการเรียนรู้ 1. จานวนและการ - ดาเนินการ ปริมาตรและพืน้ ทผ่ี วิ 2. การวดั - การหาพ้นื ท่ีผวิ และปริมาตรของปริซึม - การหาพ้นื ท่ผี วิ และปริมาตรของทรงกระบอก - การหาพน้ื ที่ผวิ และปริมาตรของพรี ะมิด กรวย และทรง กลม กราฟ - กราฟเสน้ ตรง - การเปรียบเทียบหน่วยปริมาตร

12 สาระหลกั สาระการเรียนรู้ 3. เรขาคณิต 4. พชี คณิต ความคล้าย - รูปทีค่ ลา้ ยกนั 5. การวเิ คราะหข์ อ้ มูลและ - รูปสามเหล่ียมทค่ี ลา้ ยกนั ความน่าจะเป็ น - สมบตั ิของรูปสามเหลี่ยมทีค่ ลา้ ยกนั 6. ทกั ษะ / กระบวนการ ระบบสมการเชิงเส้ น - สมการเชิงเสน้ สองตวั แปร - กราฟของสมการเชิงเสน้ สองตวั แปร - ระบบสมการเชิงเสน้ สองตวั แปร - การแกร้ ะบบสมการเชิงเสน้ สองตวั แปร - การแกโ้ จทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั ระบบสมการเชิงเสน้ สองตวั แปร อสมการ - คาตอบและกราฟแสดงคาตอบของอสมการเชิง เสน้ ตวั แปรเดียว - การแกอ้ สมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดียว - การแกโ้ จทยป์ ัญหาเก่ียวกบั อสมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดียว ความน่าจะเป็ น - การทดลองสุ่มและเหตุการณ์ - การหาความน่าจะเป็ นของเหตุการณ์ - การนาไปใช้ สถิติ - การกาหนดประเด็น การเขียนขอ้ คาถาม การกาหนดวธิ ีการศึกษา และการเกบ็ รวบรวบขอ้ มูล - การนาเสนอขอ้ มลู - การหาค่ากลางของขอ้ มูล - การเลือกใชค้ ่ากลางของขอ้ มูล - การอ่าน การแปลความหมาย และการวเิ คราะห์ขอ้ มูล - การใชข้ อ้ มูลสารสนเทศ - กิจกรรมเสริมสร้างทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ผา่ นสาระการเรียนรู้ จานวน การวดั เรขาคณิต พชี คณิต และการวเิ คราะหข์ อ้ มูลและความน่าจะเป็น

13 2. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนคณติ ศาสตร์ กรมวชิ าการไดก้ าหนดหลกั สูตรแกนกลาง กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ ตามหลกั สูตร การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (กรมวชิ าการ, 2551) 2.1 วสิ ัยทศั น์ของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ การศึกษาคณิตศาสตร์สาหรับการศกึ ษาหลกั สูตรข้นั พน้ื บาน พทุ ธศกั ราช 2551 เป็ น การศึกษาเพอื่ ปวงชนทเี่ ปิ ดโอกาสให้เยาวชนทุกคนไดเ้ รียนรู้คณิตศาสตร์อยา่ งตอ่ เนื่อง และตลอด ชีวติ ตามศกั ยภาพ ท้งั นี่เพอื่ ใหเ้ ยาวชนเป็นผทู้ ่ีมีความรู้ความสามารถทางคณิตศาสตร์ท่ีพอเพยี ง สามารถนาความรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ทจี่ าเป็ นไปพฒั นาคุณภาพชีวติ ใหด้ ียงิ่ ข้ึน รวมท้งั สามารถนาไปเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และเป็ นพ้นื บานในการศกึ ษาตอ่ ดงั น้นั จงึ เป็นความรบั ผดิ ชอบของสถานศึกษาทต่ี อ้ งจดั สาระการเรียนรู้ใหเ้ หมาะสมแก่ผเู้ รียนแตล่ ะคน ท้งั น้ี เพอ่ื ใหบ้ รรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ทกี่ าหนดไว้ สาหรับผูเ้ รียนทมี่ ีความสามารถทางคณิตสาสตร์ และตอ้ งการเรียนคณิตศาสตร์มากข้ึน ใหถ้ ือเป็นหนา้ ทขี่ องสถานศึกษาทจี่ ะตอ้ งจดั โปรแกรมการเรียนการสอนใหแ้ ก่ผเู้ รียนเพอื่ ใหผ้ เู้ รียน ไดม้ ีโอกาสเรียนรู้คณิตศาสตร์เพม่ิ เตมิ ตามความถนดั และความสนใจ ท้งั น้ีเพอื่ ใหผ้ เู้ รียนมีความรูท้ ี่ ทดั เทียมกบั นานาอารยประเทศ 2.2 ความสาคญั ของกล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ คณิตศาสตร์มีบทบาทสาคญั ยงิ่ ต่อความพฒั นาความคดิ ของมนุษย์ ทาใหม้ นุษยม์ ี ความคิดสรา้ งสรรค์ คิดอยา่ งมีเหตุผล เป็ นระบบ ระเบียบ มีแบบแผน สามารถวเิ คราะห์ปัญหาและ สถานการณไ์ ดอ้ ยา่ งถี่ถว้ นรอบคอบ ทาใหส้ ามารถคาดการณ์ วางแผน ตดั สินใจและแกป้ ัญหาได้ อยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม คณิตศาสตร์เป็นเคร่ืองมือในการศึกษาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดศาสตร์อ่ืน ๆ ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง คณิตศาสตร์จงึ มีประโยชนต์ อ่ การดารงชีวติ และช่วยพฒั นาคุณภาพชีวติ ใหด้ ีข้นึ นอกจากน้ีคณิตศาสตร์ยงั ช่วยพฒั นาคนใหเ้ ป็ นมนุษยท์ ่ีสมบูรณ์ มีความสมดุลท้งั ทางร่างกาย จติ ใจ สติปัญญา และอารมณ์ สามารถคิดเป็น ทาเป็น แกป้ ัญหาเป็ น และสามารถอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่ืนไดอ้ ยา่ งมี ความสุข

14 2.3 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้กล่มุ สาระคณติ ศาสตร์ มาตราบานการเรียนรูก้ ารศึกษาข้นั พน้ื บาน เป็ นมาตรฐานการเรียนรู้ท่ีจาเป็ น สาหรบั ผเู้ รียนทุกคน มีดงั น้ี สาระที่ 1 : จานวนและการดาเนินการ มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจถึงความหลากหลายของการแสดงจานวนและการใช้ จานวนในชีวติ จริง มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถึงผลที่เกิดข้นึ จากการดาเนินการของจานวนและ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง การดาเนินการต่าง ๆ และใชก้ ารดาเนินการในการแกป้ ัญหา มาตรฐาน ค 1.3 ใชก้ ารประมาณคา่ ในการคานวณและแกป้ ัญหา มาตรฐาน ค 1.4 เขา้ ใจระบบจานวนและนาสมบตั เิ กี่ยวกบั จานวนไปใช้ สาระท่ี 2 การวัด มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพน้ื ฐานเกี่ยวกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสิ่งท่ี ตอ้ งการวดั มาตรฐาน ค 2.2 แกป้ ัญหาเกี่ยวกบั การวดั สาระที่ 3 เรขาคณติ มาตรฐาน ค 3.1 อธิบายและวเิ คราะห์รูปเรขาคณิตสองมิตแิ ละสามมิติ มาตรฐาน ค 3.2 ใชก้ ารนึกภาพ (visualization) ใชเ้ หตุผลเกี่ยวกบั ปริภูมิ (spatial reasoning) และใชแ้ บบจาลองทางเรขาคณิต (geometric model) ในการแกป้ ัญหา สาระที่ 4 พชี คณติ มาตรฐาน ค 4.1 เขา้ ใจและวเิ คราะหแ์ บบรูป (pattern) ความสมั พนั ธ์ และฟังกช์ นั มาตรฐาน ค 4.2 ใชน้ ิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และตวั แบบเชิง คณิตศาสตร์ (mathematical model) อ่ืน ๆ แทนสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนแปลความหมาย และนาไปใชแ้ กป้ ัญหา สาระท่ี 5 การวเิ คราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็ น มาตรฐาน ค 5.1 เขา้ ใจและใชว้ ธิ ีการทางสถิติในการวเิ คราะหข์ อ้ มูล มาตรฐาน ค 5.2 ใชว้ ธิ ีการทางสถิตแิ ละความรูเ้ ก่ียวกบั ความน่าจะเป็ นในการ คาดการณ์ไดอ้ ยา่ งสมเหตุสมผล มาตรฐาน ค 5.3 ใชค้ วามรู้เกี่ยวกบั สถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการตดั สินใจ และแกป้ ัญหา

15 สาระที่ 6 ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแกป้ ัญหา การใหเ้ หตุผล การสื่อสาร การส่ือ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ และเช่ือมโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อ่ืน ๆ และมีความคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์ 2.4 หลักการสอนคณติ ศาสตร์ ยพุ นิ พพิ ิธกุล (2530) กล่าววา่ การสอนคณิตศาสตร์ ควรยดึ หลกั การตอ่ ไปน้ี 1. คานึงถึงความพรอ้ มของเดก็ คือความพร้อมทางดา้ นร่างกาย อารมณ์ สตปิ ัญญา และ ความพร้อมในแงค่ วามรู้พน้ื ฐานทีจ่ ะมาตอ่ เนื่องกบั ความรู้ใหม่โดยใชว้ ธิ ีการทบทวนความรู้เดิม 2. จดั กิจกรรมการเรียนการสอนใหเ้ หมาะสมกบั วยั ความตอ้ งการ ความสนใจ และ ความสามารถของเด็ก เพอ่ื มิใหเ้ กิดปัญหาตามมาในภายหลงั 3. ควรคานึงถึงความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล 4. การเตรียมความพรอ้ มทางคณิตสาสตร์ใหน้ กั เรียนเป็ นรายบคุ คล หรือรายกลุ่มเพอ่ื เป็นพ้นื ฐานในการเรียนรู้ 5. จดั การเรียนการสอนไปตามลาดบั ข้นั เร่ิมจากประสบการณ์ทงี่ ่ายๆ สิ่งท่ีไม่ เก่ียวขอ้ ง และทาใหเ้ กิดความสบั สนจะตอ้ งไม่นาเขา้ มาในกระบวนการเรียนการสอน 6. การสอนแตล่ ะคร้งั ตอ้ งมีจุดประสงคท์ แี่ น่นนอน 7. เวลาท่ใี ชส้ อน ควรใชร้ ะยะเวลาพอสมควรไม่นานเกินไป 8. จดั กิจกรรมที่ยดื หยนุ่ ได้ ใหเ้ ด็กเลือกทากิจกรรมตามความพอใจ ตามความถนดั และใหอ้ ิสระในการทางานแก่เดก็ สิ่งที่สาคญั คอื ปลูกฝังเจตคตทิ ดี่ ีแก่เดก็ ในการเรียนวชิ า คณิตศาสตร์ ถา้ เด็กมีความพอใจ เห็นคุณค่า เห็นประโยชนย์ อ่ มสนใจมากข้นึ 9. การสอนที่ดีควรเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนมีการวางแผนร่วมกนั กบั ครู เพราะช่วยให้ ครูเกิดความมน่ั ใจในการสอน และเป็นไปตามความพอใจของนกั เรียน 10. การสอนคณิตศาสตร์จะดีถา้ เด็กมีโอกาสทางานร่วมกนั หรือมีส่วนร่วมในการ คน้ ควา้ สรุปกกเกณฑต์ า่ ง ๆ แกป้ ัญหาตา่ ง ๆ ดว้ ยตนเองร่วมกบั เพอ่ื น 3. เอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี กี่ยวข้องกับโครงงานคณติ ศาสตร์ 3.1 ความหมายของโครงงานคณติ ศาสตร์ โคเฮน และคนอ่ืน ๆ (Cohen and other. 1991: 4) กล่าววา่ โครงงานคณิตศาสตร์ คือ งานท่ไี ดร้ ับมอบหมายทม่ี ีหลายข้นั ตอน โดยทวั่ ไปจะตอ้ งใชเ้ วลา 2 สปั ดาห์ในการทาโครงงานให้ สาเร็จโครงงานอาจจะเป็นงานทม่ี อบหมายใหเ้ ป็ นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม ในแต่ละโครงงานจะมี บางจุดทคี่ าดวา่ นกั เรียนที่เก่งท่ีสุดก็อาจจะตดิ ขดั ในการทางาน บางคร้งั นกั เรียนอาจจะสามารถแกไ้ ข จดุ ตดิ ขดั ไดด้ ว้ ยตนเอง แต่ส่วนใหญแ่ ลว้ นกั เรียนมกั จะขอความช่วยเหลือจากอาจารยผ์ สู้ อนเพอ่ื

16 แกไ้ ขจดุ ตดิ ขดั ของโครงงานทว่ี างแผนมา การใหค้ วามช่วยเหลือมกั จะอยใู่ นรูปของคาถาม คาแนะนาหรือแบบฝึกหดั และการอ่านเพมิ่ เติม ชยั ศกั ด์ิ ลีลาจรสั กลุ (2541: 5) กล่าววา่ โครงงานคณิตศาสตร์ หมายถึง กิจกรรมเสริม หลกั สูตรวชิ าคณิตศาสตร์ที่เปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดศ้ ึกษาเร่ืองใดเร่ืองหน่ึงที่เก่ียวกบั คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยตี ามความถนดั และความสนใจ ดว้ ยวธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ (Scientific method) ภายใตก้ ารแนะนาปรึกษาช่วยเหลือ และดูแลจากอาจารยท์ ป่ี รึกษาและ/หรือผทู้ รงคุณวฒุ ิ อาจจดั ใน เวลาเรียนหรือนอกเวลาเรียนก็ได้ รวมท้งั สามารถดาเนินกิจกรรมไดท้ ้งั ในและนอกบริเวณโรงเรียน ซ่ึงอาจทาเป็นรายบคุ คลหรือกลุ่มกไ็ ด้ แลว้ จดั เขียนเป็ นรายงาน และแสดงผลงานเพอ่ื เผยแพร่ สาหรับเป็นแนวทางศกึ ษาต่อ ยพุ นิ พพิ ิธกลุ (2544: 8) กล่าววา่ โครงงานคณิตศาสตร์ คอื งานทีผ่ ทู้ าไดค้ ิดอยา่ งอิสระ เป็นการฝึกปฏิบตั ใิ นขอ้ ที่สงสยั โดยอาศยั ความรู้หลกั การ แนวความคดิ หรือทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ ไปเชื่อมโยงกบั ประเดน็ ปัญหาทีต่ นเองสนใจที่จะศึกษาและคน้ ควา้ ใหช้ ดั เจนยง่ิ ข้นึ เพอื่ ใหบ้ รรลุ จุดมุ่งหมายที่ต้งั ไว้ โดยใชว้ ธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ดว้ ยการต้งั สมมตฐิ าน หรือต้งั จดุ ประสงค์ ลงมือ ทดลองหรือปฏบิ ตั ิ รวบรวมขอ้ มูล วเิ คราะหข์ อ้ มลู เม่ือพบแลว้ ก็เผยแพร่ขอ้ มูลน้นั สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2543: 75) ไดใ้ หค้ วามหมายของโครงงาน คณิตศาสตร์วา่ โครงงานคณิตศาสตร์ หมายถึง กิจกรรมนอกหลกั สูตรวชิ าคณิตศาสตร์ท่ีเปิ ดโอกาส ใหน้ กั เรียนไดศ้ ึกษาเรื่องใดเรื่องหน่ึงทเ่ี กี่ยวกบั คณิตศาสตร์ตามความถนดั และความสนใจ ดว้ ย วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ อาจทาเป็ นรายบคุ คลหรือกลุ่มกไ็ ด้ เป็นการฝึกปฏิบตั ิที่นกั เรียนหาขอ้ สงสยั ต้งั สมมติฐาน ทดลองและสืบสวน รวบรวมหาขอ้ สรุป จดั ทารายงาน และแสดงผลงานเพอื่ เผยแพร่ ความรู้ การทาโครงงานไดร้ บั คาแนะนาดูแลจากอาจารยท์ ป่ี รึกษา และ/หรือผทู้ รงคุณวฒุ ิ อาจจดั ทา ในเวลาเรียนหรือนอกเวลาเรียนกไ็ ด้ จากการที่กล่าวมาขา้ งตน้ พอสรุปไดว้ า่ โครงงานคณิตศาสตร์ หมายถึง การจดั กิจกรรม การเรียนรู้ โดยใชก้ ิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ ซ่ึงเป็ นกิจกรรมทเี่ ปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนนาความรู้ มาใช้ 3.2 หลักการของกิจกรรมโครงงานคณติ ศาสตร์ ชยั ศกั ด์ิ ลีลาสกลุ (2541: 6) ไดก้ ล่าวถึงหลกั การโครงงานคณิตสาสตร์วา่ เป็ นหลกั การท่ี สาคญั ของกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ ควรมีลกั ษณะดงั น้ี 1. เป็ นเร่ืองทเ่ี ก่ียวกบั คณิตศาสตร์และเทคโนโลยหี รือความจริงและการนาไปใช้ ประโยชน์ ซ่ึงหมายถึง โครงงานคณิตสาสตร์ท่ีทาข้นึ ตอ้ งยดึ หลกั ความจริงทเี่ ป็ นอยตู่ ามธรรมชาติ 2. เป็นการเสาะแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเองเพอื่ เป็นการฝึกใหน้ กั เรียนคิดเป็น ทาเป็ น และแกป้ ัญหาเป็น โดยใชว้ ธิ ีทางวทิ ยาศาสตร์

17 3. คานึงถึงเสรีภาพและเศรษฐกิจ หมายถึง การใหเ้ สรีภาพแก่ผทู้ าโครงงานใน เรื่องท่ีจะทาโดยคานึงถึงวสั ดุอุปกรณ์และเงินทุนทม่ี ีอยเู่ ป็ นองคป์ ระกอบ 3.3 จุดม่งุ หมายของโครงงานคณติ ศาสตร์ ชยั ศกั ด์ิ ลีลาสกุล (2541: 6) กล่าววา่ เพอื่ ใหก้ ารทาโครงงานคณิตศาสตร์บรรลุผลตาม จุดมุ่งหมายของการเรียนการสอนวชิ าคณิตศาสตร์ในโรงเรียน นกั การศกึ ษาและสถาบนั ตา่ ง ๆ ท่ี เก่ียวขอ้ งกบั การศึกษากล่าวถึงจดุ มุ่งหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ พอสรุปไดด้ งั น้ี 1. เพอ่ื ส่งเสริมใหน้ กั เรียนเกิดความรกั ความสนใจและมีเจตคตทิ ดี่ ีต่อวชิ า คณิตศาสตร์ 2. เพอื่ พฒั นาความสามารถของนกั เรียนในการใชก้ ระบวนการทางคณิตศาสตร์ ในการแกป้ ัญหา 3. เพอื่ ใหน้ กั เรียนนาความรูค้ ณิตสาสตร์ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั หรือ ออกแบบสิ่งประดิษฐใ์ หม่ๆ ได้ โดยตระหนกั ถึงคุณคา่ และประโยชนข์ องวชิ าคณิตศาสตร์ 4. เพอ่ื พฒั นาความคดิ สรา้ งสรรค์ 5. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนรูจ้ กั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ 6. เพอ่ื ส่งเสริมใหน้ กั เรียนไดแ้ สดงออก พร้อมท้งั ไดม้ ีโอกาสเผยแพร่ผลงานของ ตนเอง 7. เพอื่ พฒั นาความรบั ผดิ ชอบและสามารถทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืนได้ 8. เพอื่ ส่งเสริมการศึกษาคน้ ควา้ หรือวจิ ยั ทางคณิตศาสตร์ของนกั เรียนที่มีความ สนใจและมีความสามารถทางคณิตศาสตร์ โดยใชว้ ธิ ีทางวทิ ยาศาสตร์ ชยั รตั น์ สุลานาจ (2547: 12) ไดก้ ล่าวถึง จุดมุ่งหมายของการทาโครงงานคณิตศาสตร์ วา่ เป็นการเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดน้ าความรู้และประสบการณ์ไปบูรณาการในการปฏบิ ตั ติ าม ความสนใจ ความถนดั ของตนเอง ฝึกการทางานอยา่ งเป็ นระบบดว้ ยวิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ พฒั นา ความคิดสร้างสรรคแ์ ละสรา้ งเจตคตทิ ี่ดีตอ่ การปฏิบตั ิงานใหเ้ กิดกบั นกั เรียน รุจิรัตน์ รุ่งหวั ไผ่ (2549: 22) ไดก้ ล่าวถึง จดุ มุ่งหมายของการทาโครงงานคณิตศาสตร์ วา่ เป็นการเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดร้ บั ประสบการณ์ตรงจากการคน้ ควา้ ลงมือปฏบิ ตั ิกิจกรรมวชิ า คณิตศาสตร์ในเชิงบรู ณาการ มีการนาความรู้ทางคณิตศาสตร์มาเชื่อมโยง ผสมผสานกบั ทกั ษะและ กระบวนการต่าง ๆ เช่น ทกั ษะการแกป้ ัญหา ทกั ษะการส่ือสาร เป็ นตน้ อีกท้งั ยงั เป็ นการฝึกการ ทางานอยา่ งเป็นระบบ การทางานเป็ นทีม และเป็นการส่งเสริมใหน้ กั เรียนไดร้ ูจ้ กั ใชเ้ วลาใหเ้ กิด ประโยชนอ์ ีกดว้ ย จากการท่ีกล่าวมาขา้ งตน้ พอสรุปไดว้ า่ จุดมุ่งหมายในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ คือ การเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดร้ บั ประสบการณ์ตรง ไดน้ าความรู้และประสบการณ์ไปบูรณาการใน

18 การปฏิบตั ติ ามความสนใจ ความถนดั ของตนเอง ฝึกการทางานอยา่ งเป็นระบบดว้ ยวธิ ีการทาง วทิ ยาศาสตร์ 3.4 ประเภทของโครงงานคณติ ศาสตร์ ในการดาเนินงานเพอ่ื ใหบ้ รรลุตามจกุ มุ่งหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ โดย สอดคลอ้ งกบั ศกั ยภาพและความสนใจของนกั เรียนแต่ละคนน้นั จึงไดม้ ีการกาหนดประเภทของ โครงงานคณิตศาสตร์ใหน้ กั เรียนไดเ้ ลือก โครงงานคณิตศาสตร์อาจทาไดห้ ลายรูปแบบ ชยั รัตน์ ลีลาจรัสกลุ (2541: 7-8) กล่าววา่ เม่ือพจิ ารณาตามลกั ษณะของกิจกรรมจึง จาแนกโครงงานคณิตศาสตร์ออกเป็ น 4 ประเภทดงั น้ี 1. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภททดลอง 2. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภทสารวจรวบรวมขอ้ มูล 3. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภทสารวจรวบรวมขอ้ มูล 4. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภทสรา้ งทฤษฎีหรือคาอธิบาย 1. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภททดลอง (Experimental Research Project) โครงงานประเภทน้ีเป็นการศึกษาหาคาตอบของปัญหาใดปัญหาหน่ึง โดยการออกแบบทดลอง และ ดาเนินการทดลอง เพอ่ื หาคาตอบของปัญหาทตี่ อ้ งการทราบ หรือเพอื่ ตรวจสมมตฐิ านทต่ี ้งั ไว้ ข้นั ตอนของการทางานประเภทน้ีประกอบดว้ ยการกาหนดปัญหา การต้งั สมมติฐาน การออกแบบ การทดลอง ซ่ึงจะตอ้ งมีการควบคุมตวั แปรต่าง ๆ ทอ่ี าจจะส่งผลต่อตวั แปรทจี่ ะศึกษาแลว้ ดาเนินการ ทดลองโดยจดั กระทากบั ตวั แปรอิสระ หรือตวั แปรตน้ เพอ่ื ดูผลทเ่ี กิดข้ึนกบั ตวั แปรตาม การแปรผล และการสรุปผลการทดลอง 2. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภทสารวจรวบรวมขอ้ มูล (Survey Research project) โครงงานประเภทน้ีเป็นกิจกรรมการศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลจากธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ มโดยมี วตั ถุประสงคเ์ พอ่ื หาความรู้ท่มี ีอยหู่ รือเป้นอยใู่ นธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มโดยใชว้ ธิ ีการสารวจและ รวบรวมขอ้ มูล แลว้ นาขอ้ มูลเหล่าน้นั มาจดั กระทา เช่น จาแนกเป็ นหมวดหมู่ แลว้ นาเสนอใน รูปแบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสม 3. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภทสารวจรวบรวมขอ้ มูล (Development Research Project) โครงงานประเภทน้ีอาจเป็นการพฒั นาหรือประดิษฐเ์ คร่ืองมือ เครื่องใช้ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ใหใ้ ชง้ านตามวตั ถุประสงค์ โดยการประยกุ ตท์ ฤษฎีหรือหลกั การทางคณิตศาสตร์ อาจเป็นการ ประดิษฐส์ ิ่งใหม่ท่ียงั ไม่เคยมีมาก่อน หรือการปรบั ปรุงอุปกรณ์ หรือสิ่งประดิษฐท์ ี่มีอยแู่ ลว้ ใหใ้ ช้ งานไดด้ ีกวา่ เดิม รวมท้งั อาจเป็ นการสนองหรือปรบั สร้างแบบจาลองทางความคดิ เพอื่ แกป้ ัญหาใด ปัญหาหน่ึง 4. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภทสร้างทฤษฎีหรือคาอธิบาย (Theoretied Research

19 Project) เป็นโครงงานทีผ่ ทู้ าจะตอ้ งเสนอแนวความคิดใหม่ๆ ในการอธิบายเรื่องใดเรื่องหน่ึงอยา่ งมี เหตุผล มีหลกั การทางคณิตสาสตร์หรือทฤษฎีสนบั สนุน หรือเป็ นการอธิบายปรากฏการณ์เก่าใน แนวใหม่ อาจเสนอในรูปคาอธิบาย สูตร หรือสมการ โดยมีขอ้ มูลหรือทฤษฎีอ่ืนสนบั สนุน การทา โครงงานประเภทน้ีผทู้ าจะตอ้ งมีพน้ื ความรู้ทางคณิตศาสตร์เป็นอยา่ งดี และตอ้ งศึกษาคน้ ควา้ เรื่องราวทเ่ี ก่ียวขอ้ งอยา่ งมากจึงจะสามารถสรา้ งคาอธิบายหรือทฤษฎีได้ สมวงษ์ แปลงประสพโชค (2540: 6) ไดจ้ าแนกโครงงานตามลกั ษณะของการทางาน ออกเป็น 3 ประเภทดงั น้ี 1. งานศึกษาคน้ ควา้ จากเอกสาร (Documentation Projects) 2. งานศึกษาคน้ ควา้ จากเอกสารและการทดลอง (Documentation/Experimentation Projects) 3. งานทดลอง (Experimentation Projects) เราอาจจาแนกตามลกั ษณะงานทาง คณิตศาสตร์ทน่ี ามาทาโครงงานไดด้ งั น้ี 1. งานศกึ ษาคน้ ควา้ เช่น นกั เรียนอาจสนในวา่ มีความเป็ นมาอยา่ งไร ใครคดิ ประดิษฐข์ ้ึนมา มีสญั ลกั ษณอ์ ื่น ๆอกี หรือไม่ ทแ่ี ทนความหมายเดียวกนั หรืออาจสนใจประวตั คิ วาม เป็นมาของหน่วยการวดั ประวตั คิ วามเป็นมาของคณิตศาสตร์แขนงต่าง ๆ เป็นตน้ 2. งานสรา้ งทฤษฎีหรือสูตรใหม่ๆ เป็นงานทนี่ กั เรียนตอ้ งใชว้ ธิ ีสังเกต รูปแบบอาจมีการทดลองเพอื่ สรา้ งสมมติฐานหรือขอ้ คาดเดา จากน้นั จึงตรวจสอบโดยใชว้ ธิ ีพิสูจน์ ส่ิงทพ่ี สิ ูจนไ์ ดจ้ ะถูกยอมรับวา่ เป็นทฤษฎีบท เช่น นกั เรียนทดลองนาจานวนค่ีท่เี รียงตามลาดบั มา รวมกนั แลว้ ศึกษา 3. งานประยกุ ตค์ วามรูไ้ ปใช้ เป็นงานทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั การออกแบบสรา้ ง เคร่ืองมือเครื่องใชต้ า่ ง ๆ ในชีวติ ที่เกี่ยวขอ้ งกบั คณิตศาสตร์ เช่น การออกแบบลายผา้ การออกแบบ ลายกระเบ้ืองดว้ ยรูปเรขาคณิต งานประเภทสารวจเก็บรวบรวมขอ้ มูลมาวเิ คราะห์ สรุปเป็ นความรู ใหม่ เช่น ขอ้ สรุปเกี่ยวกบั อตั ราการเกิดอุบตั ิเหตุในถนน อตั ราเพมิ่ จานวนสตั วเ์ ล้ียง อตั ราการนา สินคา้ จากนอกหมู่บา้ นเขา้ มาในหมู่บา้ นเขา้ มาในหมู่บา้ น ค่าใชจ้ ่ายในการเล้ียงสตั วเ์ ล้ียง ฯลฯ จากทก่ี ล่าวมาขา้ งตน้ พอสรุปไดว้ า่ โครงงานคณิตศาสตร์แบ่งออกเป็ น 4 ประเภท คือ โครงงานประเภทศกึ ษาคน้ ควา้ (Documentation Projects) โครงงานประเภททดลอง (Experimentation Projects) โครงงานประเภทการพฒั นาหรือการประดิษฐ์ (Development Project) และโครงงานประเภทสร้างทฤษฎีหรือการอธิบาย (Theoretical Project) ซ่ึงผวู้ จิ ยั ใชโ้ ครงงาน ประเภทศึกษาคน้ ควา้ ในการจดั กิจกรรมโครงงานคร้งั น้ี 3.5 ข้นั ตอนการทาโครงงานคณติ ศาสตร์

20 ชยั ศกั ด์ิ ลีลาจรสั กุล (2541: 7) กล่าวถึง การทาโครงงานคณิตศาสตร์วา่ เป็ นกิจกรรม ต่อเนื่องและมีการดาเนินงานหลายข้นั ตอนต้งั แต่เร่ิมตน้ ถึงสุดทา้ ย ดงั น้ี 1. การคดิ จะเลือกหวั เร่ืองหรือปัญหาทจ่ี ะศกึ ษาเป็นข้นั ตอนอนั ดบั แรกของการทา โครงงานดงั น้นั จึงเป็ นข้นั ตอนทส่ี าคญั ทีส่ ุด และยาวทสี่ ุด หวั เร่ืองหรือปัญหาทีจ่ ะศึกษาน้นั ควรให้ นกั เรียนเป็นผคู้ ดิ และเลือกดว้ ยตนเอง โดยท่ีหวั เร่ืองของโครงงานควรมีความเฉพาะเจาะจงและ ชดั เจน มุ่งชดั วา่ จะศึกษาสิ่งใดหรือตวั แปรใดและควรเป็นเร่ืองท่ีแปลกใหม่ ซ่ึงแสดงถึงความคิด สรา้ งสรรคด์ ว้ ย หวั เรื่องน้ีส่วนใหญจ่ ะไดม้ าจากความสนใจ ความสงสยั และความอยากรูอ้ ยากเห็นของ นกั เรียนเองในเรื่องราวท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั เร่ืองท่คี รูสอนในหอ้ งเรียนหรือนอกหอ้ งเรียน หรือจาก ส่ิงแวดลอ้ มใกลต้ วั การอภิปรายร่วมกบั ครูและเพอ่ื นๆ การอ่านหนงั สือหรือเอกสารต่าง ๆ การไป ศึกษานอกสถานที่ การฟังการบรรยายทางวิชาการในโอกาสตา่ ง ๆ รวมท้งั รายการวทิ ยแุ ละ โทรทศั น์ การไปชมการแสดงโครงงานตา่ ง ๆ หรืออาจไดแ้ นวคิดจากงานอดิเรกของนกั เรียน ขอ้ ควรคานึงถึงเกี่ยวกบั การคดั เลือกท่ีจะทาโครงงาน คือ 1. เหมาะสมกบั ระดบั ความรู้ของนกั เรียน 2. เหมาะสมกบั ความสามารถของนกั เรียน 3. วสั ดุอุปกรณ์ที่จาเป็นตอ้ งใช้ 4. งบประมาณพอเพยี ง 5. ระยะเวลาทใี่ ชท้ าโครงงาน 6. มีอาจารยห์ รือผทู้ รงคุณวฒุ ิรบั เป็นท่ปี รึกษา 7. ความปลอดภยั 8. มีแหล่งความรูห้ รือเอกสารเพยี งพอที่จะคน้ ควา้ 2. การวางแผนในการทาโครงงาน ข้นั ตอนน้ีเป็ นการวางแผนในการทาโครงงาน รวมถึงการเขยี นเคา้ โครงของโครงงานซ่ึงตอ้ งมีการวางแผนหรือวา่ งรูปโครงงานไวล้ ่วงหนา้ เพอื่ ให้ การดาเนินการเป็นไปอยา่ งรัดกมุ และรอบคอบไม่สบั สน แลว้ นาเสนอตอ่ อาจารยท์ ี่ปรึกษาเพอ่ื ขอ ความเห็นชอบก่อนดาเนินการข้นั ต่อไป เคา้ โครงของโครงงานทว่ั ๆ ไปจะเขียนข้นึ เพอ่ื แสดงแนวคิด แผนงานและข้นั ตอนของ การทาโครงงาน ซ่ึงประกอบดว้ ย 1. ชื่อโครงงาน ควรเป็นขอ้ ความที่กะทดั รัด ชดั เจน สื่อความหมายตรง และมี ความเฉพาะเจาะจงวา่ จะศกึ ษาอะไร 2. ชื่อผทู้ าโครงงาน

21 3. ชื่อทีป่ รึกษาโครงงาน 4. ท่ีมาและความสาคญั ของโครงงาน อธิบายวา่ เหตุใดจึงเลือกทาโครงงานเรื่องน้ี มีความสาคญั อยา่ งไร มีหลกั การหรือทฤษฎีอะไรทเ่ี ก่ียวขอ้ ง เร่ืองทีท่ าเป็ นเรื่องใหม่หรือมีผอู้ ื่นได้ ศกึ ษาคน้ ควา้ เร่ืองทานองน้ีไวบ้ า้ งแลว้ ถา้ มีไดผ้ ลเป็นอยา่ งไร เรื่องทที่ าไดข้ ยายเพม่ิ เตมิ ปรบั ปรุง จากเร่ืองทผ่ี อู้ ื่นทาไวอ้ ยา่ งไร หรือเป็นการทาซ้าเพอ่ื ตรวจสอบผล 5. จดุ มุ่งหมายของการศกึ ษาคน้ ควา้ ควรมีเฉพาะเจาะจงและเป็ นสิ่งท่สี ามารถวดั ได้ เป็นการบอกขอบเขตของงานทีจ่ ะทาไดช้ ดั เจนข้ึน 6. สมมติฐานของการศึกษาคน้ ควา้ (ถา้ มี) สมมตฐิ านเป็นคาตอบ หรือคาอธิบาย ทค่ี าดไวล้ ่วงหนา้ ซ่ึงอาจจะถูกหรือไมก่ ็ได้ การเขยี นสมมตฐิ านควรมีเหตุมีผล คือมีทฤษฎีหรือ หลกั การทางคณิตศาสตร์รองรบั และท่ีสาคญั คอื เป็นขอ้ ความที่มองเห็นแนวทางในการดาเนินการ ทดสอบได้ นอกจากน้ีควรมีความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตวั แปรจดั กระทาและตวั แปรตามดว้ ย 7. วธิ ีดาเนินงาน 7.1 วสั ดุอุปกรณ์ที่ตอ้ งใช้ ระบุวา่ วสั ดุอุปกรณ์ท่ีจาเป็ นตอ้ งใชม้ ีอะไรบา้ ง มา จากไหนอะไรบา้ งทีต่ อ้ งจดั ซ้ือ อะไรบา้ งทีต่ อ้ งจดั ทาเอง อะไรบา้ งทตี่ อ้ งขอยมื 7.2 แนวการศกึ ษาคน้ ควา้ อธิบายวา่ จะออกแบบการทดลองอะไร อยา่ งไร จะสร้างหรือประดิษฐอ์ ะไรอยา่ งไร จะเกบ็ ขอ้ มูลอะไรบา้ ง เกบ็ ขอ้ มูล อยา่ งไร และเมอื่ ใดบา้ ง 8. แผนปฏิบตั งิ าน อธิบายเกี่ยวกบั กาหนดเวลาเริ่มตน้ และเวลาเสร็จของการ ดาเนินงานในแต่ละข้นั ตอน 9. ผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ 10. เอกสารอา้ งอิง 3. การลงมือทาโครงงาน เมื่อเคา้ โครงงานผา่ นความเห็นชอบของทป่ี รึกษาโครงงาน แลว้ นกั เรียนเร่ิมลงมือทาโครงงาน โดยปฏบิ ตั ติ ามแผนดาเนินงานซ่ึงประกอบดว้ ยการเกบ็ รวบรวม ขอ้ มูล การสรา้ งหรือประดิษฐ์ การปฏบิ ตั กิ ารทดลอง การคน้ ควา้ เอกสารต่าง ๆ ซ่ึงสุดแลว้ แตว่ า่ จะ เป็นโครงงานประเภทใด อาจเป็นการเปล่ียนแปลงหรือเพม่ิ เติมจากแผนงานทว่ี างไวใ้ นตอนแรกบา้ ง กไ็ ด้ เม่ือดาเนินการทาโครงงานครบถว้ นตามข้นั ตอนไดร้ ับขอ้ มูลครบถว้ นแลว้ ควรมีการ ตรวจสอบผลการทดลองดว้ ยการทดลองซ้าเพอื่ ใหผ้ ลท่แี น่นอน ถา้ เป็ นสิ่งประดิษฐค์ วรคานึงถึง ความคงทนแขง็ แรงและขนาดทเ่ี หมาะสม หลงั จากน้นั ทาการวเิ คราะห์ขอ้ มูลแปลผลและสรุปผล การศึกษาคน้ ควา้ พร้อมท้งั อภปิ รายผลการศกึ ษาคน้ ควา้ ไม่วา่ ผลน้นั จะตรงตามความคาดหมายหรือ ตามสมมติฐานท่ตี ้งั ไวห้ รือไม่ก็ตาม

22 4. การเขยี นรายงานการเขียนรายงานโครงงานคณิตศาสตร์ เป็นการเสนอผลของ การศกึ ษาคน้ ควา้ เป็นเอกสาร เพอื่ อธิบายใหผ้ อู้ ่ืนทราบแนวคิด หรือปัญหาทศ่ี ึกษา วธิ ีดาเนินการ ศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลต่าง ๆ ที่รวบรวมไดผ้ ลของการศกึ ษา ตลอดจนประโยชน์และขอ้ เสนอแนะตา่ ง ๆ ทไี่ ดจ้ ากโครงงาน การเขยี นรายงานควรใชภ้ าษาที่อ่านงา่ ย ชดั เจน ส้นั ๆ และตรงไปตรงมาโดยใหค้ รอบคลุม หวั ขอ้ ตา่ ง ๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. ช่ือโครงงาน 2. ชื่อผทู้ าโครงงาน 3. ชื่อทีป่ รึกษาโครงงาน 4. บทคดั ยอ่ อธิบายทม่ี าและความสาคญั ของโครงงาน วตั ถุประสงค์ วธิ ีดาเนินการและผลที่ได้ ตลอดจนขอ้ สรุปต่าง ๆ อยา่ งยอ่ ประมาณ 300 – 350 คา 5. ท่มี าและความสาคญั ของโครงงาน อธิบายความสาคญั ของโครงงานเหตผุ ลท่ี เลือกทาโครงงานน้ี และหลกั การหรือทฤษฎีทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั โครงงาน เรื่องทที่ าเป็ นเรื่องใหม่หรือมี ผอู้ ่ืนเคยศึกษาไวศ้ ึกษาไวบ้ า้ งแลว้ ถา้ มีไดผ้ ลเป็นอยา่ งไร เร่ืองทีท่ าน้ีไดข้ ยายเพมิ่ เติม หรือปรับปรุง จากเร่ืองทผี่ อู้ ่ืน ไดท้ าไวอ้ ยา่ งไรบา้ ง หรือเป็ นการทาซ้าเพอ่ื ตรวจสอบผล 6. จุดมุ่งหมายของการศกึ ษาคน้ ควา้ 7. สมมตฐิ านของการศกึ ษาคน้ ควา้ (ถา้ มี) 8. วธิ ีดาเนินการ อาจแยกเป็น 2 หวั ขอ้ ยอ่ ย คือ 8.1 วสั ดุอุปกรณ์ 8.2 วธิ ีดาเนินการ อธิบายข้นั ตอนการดาเนินงานอยา่ งละเอียด 9. ผลการศกึ ษาคน้ ควา้ นาเสนอขอ้ มูลหรือผลการทดลองตา่ ง ๆทส่ี งั เกตรวบรวม ไดร้ วมท้งั เสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูลท่ีวเิ คราะหไ์ ดด้ ว้ ย 10. สรุปและขอ้ เสนอแนะ อธิบายผลท่ไี ดจ้ ากการทาโครงงาน ถา้ มีการ ต้งั สมมตฐิ านควรระบดุ ว้ ยวา่ ขอ้ มูลทีไ่ ดส้ นบั สนุนหรือคดั คา้ นสมมตฐิ านท่ตี ้งั ไวห้ รือยงั สรุปไม่ได้ นอกจากน้ียงั ควรกล่าวถึง การนาผลการทดลองไปใช้ ประโยชน์ อุปสรรคข์ องการทาโครงงานหรือ ขอ้ สงั เกตที่สาคญั หรือขอ้ ผิดพลาดบา้ งประการทเี่ กิดข้ึนจากการทาโครงงานน้ี รวมท้งั ขอ้ เสนอแนะ เพอื่ การปรับปรุงแกไ้ ข หากจะมีผศู้ กึ ษาคน้ ควา้ ในเร่ืองทานองน้ีตอ่ ไปในอนาคต 11. คาขอบคุณ ส่วนใหญ่โครงงานคณิตศาสตร์มกั เป็ นกิจกรรมทไ่ี ดร้ บั ความ ร่วมมือจากหลายฝ่ าย จงึ ควรไดก้ ล่าวขอบคุณบคุ ลากรหรือหน่วยงานตา่ ง ๆ ทมี่ ีส่วนช่วยให้ โครงงานน้ีสาเร็จดว้ ย 12. เอกสารอา้ งอิงหนงั สือและ/หรือเอกสารตา่ ง ๆ ผทู้ ่ที าโครงงานใชค้ น้ ควา้ หรือ

23 อ่าน เพอ่ื ศึกษาหาขอ้ มูลรายละเอียดต่าง ๆ ท่นี ามาใชป้ ระโยชนใ์ นการทาโครงงานน้ี 5. การแสดงผลงาน เป็นงานข้นั สุดทา้ ยและสาคญั อีกประการหน่ึงของการทา โครงงาน เป็นการแสดงผลงานทีไ่ ดศ้ ึกษาคน้ ควา้ สาเร็จลงดว้ ยความคิด ความพยายามของผทู้ า โครงงานใหค้ นอื่นไดร้ ับรู้และเขา้ ใจถึงผลงาน การวางแผนออกแบบเพอื่ จดั แสดงผลงานน้นั มี ความสาคญั เท่าๆ กบั การทาโครงงานน้นั เอง ผลงานท่ีทาข้นึ จะดีเยย่ี มเพยี งใด แต่ถา้ จดั แสดงผลงาน ทาไดไ้ ม่ดีก็เทา่ กบั ไม่ไดแ้ สดงความดีเยยี่ มของผลงาน ดงั น้นั การวางแผนดงั กล่าวตอ้ งอาศยั เวลาและ คานึงถึงปัจจยั หลายประการ ท่สี าคญั ทส่ี ุดประการหน่ึงคือ ผชู้ มหรือผฟู้ ัง การแสดงผลงานน้นั อาจ ทาไดใ้ นรูปแบบตา่ ง ๆ กนั เช่นการแสดงในรูปนิทรรศการ ซ่ึงมีท้งั การจดั แสดงและการอธิบายดว้ ย คาพดู หรือในรูปแบบของการจดั แสดง โดยไม่มีการอธิบายประกอบ หรือในรูปของการรายงาน แบบปากเปล่า ไม่วา่ การแสดงผลจะอยใู่ นรูปแบบใดควรจดั ใหค้ รอบคลุมประเดน็ สาคญั ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. ชื่อโครงงาน ช่ือผทู้ าโครงงาน ช่ือทป่ี รึกษาโครงงาน 2. คาอธิบายยอ่ ๆ ถึงเหตจุ งู ใจในการทาโครงงานและความสาคญั ของโครงงาน 3. วธิ ีดาเนินการ โดยเลือกเฉพาะข้นั ตอนท่ีเด่นและสาคญั 4. การสาธิตหรือแสดงผลทไ่ี ดจ้ ากการทดลอง 5. ผลการสงั เกตหรือขอ้ มูลเด่น ๆ ท่ไี ดจ้ ากการทาโครงงาน ในการจดั นิทรรสการการแสดงโครงงานน้นั ควรคานึงถึงสิ่งตา่ ง ๆ ต่อไปน้ี 1. ความปลอดภยั ของการจดั แสดง 2. ความเหมาะสมของเน้ือหาท่จี ดั แสดง 3. คาอธิบายท่เี ขียนแสดง ควรเนน้ เฉพาะประเด็นสาคญั และสิ่งทีน่ ่าสนใจเท่าน้นั 4. ดึงดูดความสนใจของผเู้ ขา้ ชม โดยใชร้ ูปแบบการแสดงท่นี ่าสนใจ ใชส้ ีท่ีสด เนน้ จดุ สาคญั 5. ใชต้ ารางและรูปภาพประกอบ โดยจดั วางอยา่ งเหมาะสม 6. สิ่งที่แสดงทกุ อยา่ งตอ้ งถูกตอ้ ง ไม่มีการสะกดผดิ หรืออธิบายหลกั การท่ีผดิ 7. ในกรณีทีเ่ ป็นสิ่งประดิษฐ์ สิ่งน้นั ควรอยใู่ นสภาพท่ที างานไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์ ในการแสดงผลงงานผนู้ าเสนอผลงานมาแสดงจะตอ้ งอธิบายหรือรายงานปากเปล่า หรือ ตอบคาถามตา่ ง ๆ ตอ่ ผชู้ มหรือกรรมการตดั สินโครงงาน การอธิบายตอบคาถาม หรือรายงานปาก เปล่าน้นั ควรไดค้ านึงถึงสิ่งตา่ ง ๆ ตอ่ ไปน้ี 1. ตอ้ งทาความเขา้ ใจเรื่องทจ่ี ะอธิบายเป็นอยา่ งดี 2. คานึงถึงความเหมาะสมของภาษาทใ่ี ชก้ บั ระดบั ผฟู้ ังควรใหช้ ดั เจนและ เขา้ ใจง่าย 3. ควรรายงานอยา่ งตรงไปตรงมา อยา่ ออ้ มคอ้ ม

24 4. พยายามหลีกเลี่ยงการอ่านรายงาน แต่อาจจดหวั ขอ้ สาคญั ๆ ไวเ้ พอื่ ช่วยในการ รายงานเป็ นไปตามข้นั ตอน 5. อยา่ ทอ่ งจารายงาน เพราะทาใหด้ ูไม่เป็ นธรรมชาติ 6. ขณะทร่ี ายงานควรมองตรงไปยงั ผฟู้ ัง 7. เตรียมตวั ตอบคาถามท่เี ก่ียวกบั เรื่องน้นั ๆ 8. ตอบคาถามอยา่ งตรงไปตรงมา ไม่จาเป็ นตรงกล่าวถึงสิ่งทไี่ ม่ไดถ้ าม 9. หากติดขดั ในการอธิบายควรยอมรับโดยดี อยา่ กลบเกลื่อนหรือหาทางเลี่ยง เป็ นอยา่ งอื่น 10. ควรรายงานใหเ้ สร็จภายในระยะเวลาทก่ี าหนด 11. หากเป็นไปไดค้ วรใชส้ ื่อประเภทโสตทศั นูปกรณ์ประกอบการรายงานดว้ ย เช่น แผน่ ใส สไลด์ คอมพวิ เตอร์ เป็นตน้ การทาแผงสาหรับแสดงโครงงาน ใหใ้ ชไ้ มอ้ ดั ทาตามขนาดกาหนด ดงั น้ี แผน่ ก1 , ก2 ขนาด 60 ซม. X 60 ซม. แผน่ ข ขนาด 60 ซม. X 120 ซม. ตดิ บานพบั มีห่วงรับและขอสบั ทามุมแกกบั ตวั แผน่ กลาง 60 ซม. ก1 ก2 60 ซม. 120 ซม. ภาพประกอบท่ี 1 ตวั อยา่ งแผงสาหรบั แสดงโครงงาน ทม่ี า : ชยั ศกั ด์ิ ลีลาสกุล. (2541). โครงงานคณิตศาสตร์. หนา้ 13 การแสดงผลงานการทาโครงงานคณิตศาสตร์อาจจดั ทาไดใ้ นหลายระดบั เช่น การจดั แสดงผลงานภายในช้นั เรียน การจดั นิทรรศการในโรงเรียน การจดั นิทรรศการในงานประจาปี ของ โรงเรียน การส่งผลงานเขา้ ร่วมประกวดในงานแสดงหรือประกวดในระดบั ต่าง ๆ เช่น ระดบั กลุ่ม โรงเรียน ระดบั จงั หวดั ระดบั เขตการศกึ ษา ระดบั ชาติ เป็นตน้

25 3.6 การประเมนิ ผลโครงงานคณติ ศาสตร์ ลิงเจอร์และคณะ (Allinger and others,1999:8) เสนอแนวคดิ วา่ การประเมินโครงงาน ควรแบง่ เป็นข้นั ตอนดงั น้ี 1. ผปู้ ระเมินโครงงานควรบอกเกณฑก์ ารประเมินใหผ้ ทู้ าโครงงานทราบ ระหวา่ งการประเมิน ผปู้ ระเมินอาจจะใหค้ าถามบอกจุดที่จะนามาอภิปรายและขอ้ แนะนาใหก้ าร พฒั นางานแก่ผทู้ าโครงงาน 2. หลงั การประเมินควรมีการสมั ภาษณ์ทาโครงงานเพอื่ ใหท้ ราบวา่ ผทู้ าโครงงาน ไดเ้ รียนรู้อะไรมาบา้ ง และผูป้ ระเมินควรไดใ้ หค้ าแนะนาแก่ผทู้ าโครงงาน 3. ผลการประเมินควรถูกนามาตรวจสอบกนั เองในกลุ่มผปู้ ระเมิน และการให้ คะแนนแต่ละคนอาจตอ้ งมีการอภิปรายถา้ จาเป็ น 4. ผลการประเมินควรถูกนามาใหผ้ ทู้ าโครงงานรบั ทราบเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร ถา้ ผลการประเมิน ถูกนามาเผยแพร่ รูปแบบและวธิ ีการของการพมิ พจ์ ะตอ้ งชดั เจนก่อน 3.7 แผนการจัดกจิ กรรมโครงงานคณติ ศาสตร์ สุภาพร เสียงเรืองแสง (2540: 5-7) ไดก้ ล่าวถึง การจดั กิจกรรมโดยใชโ้ ครงงานมี ข้นั ตอนการจดั กิจกรรม ดงั น้ี 1. ระยะวางพ้นื ฐาน เป็ นระยะทีค่ รูเป็ นผูใ้ หค้ วามรู้เก่ียวกบั โครงงาน นาเสนอ ตวั อยา่ งโครงงาน และวธิ ีเขยี นเคา้ โครงของโครงงาน โดยใหน้ กั เรียนศกึ ษาจากวดี ิทศั น์ ของจริง ใบ ความรู้ ฯลฯ พร้อมท้งั ใหค้ วามรู้เก่ียวกบั เน้ือหาในบทเรียน 2. ระยะฝึกการเขยี นโครงงาน เป็นระยะทน่ี กั เรียนนาความรูท้ ี่ไดจ้ ากระยะวาง พ้นื ฐานมาฝึกการเขียนโครงงาน 3. ระยะปฏิบตั กิ ิจกรรมและสรุปผลการจดั กิจกรรม เป็นระยะท่นี กั เรียนลงมือ ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามข้นั ตอนท่ีวางแผนไว้ พร้อมท้งั สรุปและนาเสนอผลงานโดยมีการใหข้ อ้ มูล ยอ้ นกลบั 4. ระยะแสดงผลงาน เป็นระยะทนี่ กั เรียนไดน้ าเสนอผลงานทไ่ี ดจ้ ากการจดั กิจกรรมโครงงานแสดงใหเ้ พอื่ นและผอู้ ื่นไดร้ บั รู้ และเขา้ ใจผลงานน้นั ๆ พร้อมท้งั แลกเปลี่ยนและ รับฟังความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของผอู้ ื่น นอกจากน้ีนกั เรียนยงั ไดพ้ จิ ารณาประเมินโครงงาน ของกลุ่มตนเองอีกดว้ ย ซ่ึงการแสดงผลงานอาจแสดงในรูปของการสาธิต การจดั นิทรรศการ เป็ น ตน้ 3.8 บทบาทของอาจารย์ทปี่ รึกษาโครงงานคณติ ศาสตร์ อลั ลิงเจอร์และคณะ (Allinger and others, 1999:8) แนะนาบทบาทสาหรับครูดงั น้ี สิ่งทส่ี าคญั ทส่ี ุดของหนา้ ทค่ี รูก็คือ

26 1. การกระตุน้ ส่งเสริมใหน้ กั เรียนมีความกระตือรือรน้ อยากทาโครงงาน 2. ใหแ้ นวคดิ กวา้ งและใหค้ าแนะนาท่เี หมาะสมสาหรบั การทาโครงงาน 3. ขอความช่วยเหลือจากบรรณรกั ษ์ จากการคน้ ควา้ ทางอินเตอร์เน็ต 4. ครูอาจแนะนาแหล่งอื่น ๆเช่น หนงั สือ วารสาร จุลสาร 5. อาจช่วยนกั เรียนเลือกหวั ขอ้ เรื่อง และทบทวนเกณฑต์ า่ ง ๆก่อนที่จะเร่ิมทา โครงงานซ่ึงเป็นเร่ืองท่นี กั เรียนสนใจจริง ๆและอยใู่ นกรอบความสามารถทางคณิตศาสตร์ของ นกั เรียน 6. ไม่จาเป็ นตอ้ งเป็ นผเู้ ชี่ยวชาญในเรื่องที่นกั เรียนเลือกทา ครูเป็นเพยี งผแู้ นะแนว ช่วยเหลือในทุกดา้ น เช่น การใหก้ าลงั ใจ การดูแลการจดั ทารายงานใหส้ มบรู ณ์และถูกตอ้ งการ เตรียมการแสดงผลงาน 3.9 ประโยชน์และสิ่งทีไ่ ด้รับจากการทาโครงงานคณติ สาสตร์ นกั การศกึ ษาหลายท่านไดก้ ล่าวถึงประโยชน์และสิ่งทนี่ กั เรียนจะไดร้ ับจากการทา โครงงานคณิตศาสตร์ ชยั ศกั ด์ิ ลีลาจรสั สกลุ (2541:5) กล่าววา่ การทาโครงงานคณิตศาสตร์ทาให้ นกั เรียนรู้จกั การศึกษาคน้ ควา้ หาความจริงดว้ ยทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ทาใหน้ กั เรียนมี เจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ ด้งั น้นั การเรียนการสอนโครงงานคณิตศาสตร์ จึงเป็ นกิจกรรมที่ช่วยให้ นกั เรียนไดพ้ ฒั นาการเรียนรูท้ างดา้ นพทุ ธิพสิ ยั ทกั ษะพสิ ยั และจติ พสิ ยั ตามจุดมุ่งหมายของ หลกั สูตรคณิตศาสตร์ จิราภรณ์ ศิริทวี (2542:35) กล่าวถึง ส่ิงที่นกั เรียนจะไดร้ ับจากการศกึ ษาดว้ ย โครงงานไวด้ งั น้ี 1. ความรู้ในเน้ือหาวชิ าน้นั ๆ 2. ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 3. ทกั ษะการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง 4. ความสามารถในการถา่ ยโยงการเรียนรู้ 5. เจตคติที่ดีต่อการศึกษา 6. คุณสมบตั ทิ างบวกอ่ืน ๆไดแ้ ก่ความคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์ ความเช่ือมน่ั ในตนเอง ความมีวนิ ยั ความรับผดิ ชอบ การทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืน ฯลฯ อุดมศกั ด์ิ ธนะกิจรุ่งเรือง และ ศริ ิอร อินทร์ตลาดชุม (2544:15) กล่าวถึงประโยชน์ ของการทาโครงงาน ดงั น้ี 1. กิจกรรมโครงงานเหมาะสมกบั การศึกษาในยคุ ของขอ้ มลู ข่าวสาร

27 2. เป็ นกิจกรรมทีต่ อบสนองความตอ้ งการของผเู้ รียนไดเ้ ตม็ ที่ 3. เกิดความรูจ้ ริง ซ่ึงไดม้ าจากการเรียนรูด้ ว้ ยตนเองโดยการทดลองปฏิบตั กิ าร คน้ ควา้ 4. สามารถใชค้ วามรูไ้ ดห้ ลายดา้ น(หลายมิต)ิ 5. เกิดปัญญาเช่ือมโยงความรูต้ ่าง ๆ เขา้ ดว้ ยกนั 6. ฝึกใหน้ กั เรียนเป็ นคนคดิ เป็น ทาเป็ น แกป้ ัญหาเป็ น 7. นกั เรียนไดพ้ ฒั นาความคิดสร้างสรรคแ์ ละเกิดความภูมิใจท่ที างานสาเร็จ 8. นกั เรียนเกิดความสนุกสนานในการเรียนรู้ 9. ช่วยสนบั สนุนใหน้ กั เรียนเป็ นนกั คน้ ควา้ (นกั วทิ ยาศาสตร์) 3.10 งานวจิ ัยทีเ่ ก่ยี วข้องกับโครงงานคณติ ศาสตร์ งานวจิ ยั ต่างประเทศ ทรูจิลโล (Trujillo. 1998: Online) ไดท้ าการวจิ ยั เร่ือง เจตคตขิ องนกั เรียนทม่ี ีต่อ โครงงานคณิตศาสตร์ เพอ่ื ตรวจสอบปัจจยั ทีม่ ีส่วนเก่ียวขอ้ งกบั เจตคตขิ องนกั เรียนที่มีต่อโครงงาน คณิตศาสตร์ (เช่น ความวติ กกงั วล ความสนใจ การนาเสนอโครงงาน ครู เพศ กรรมพนั ธุ์ เป็ นตน้ ) ผวู้ จิ ยั สารวจความคดิ เห็นกบั กลุ่มตวั อยา่ ง เป็นจานวนนกั เรียน 304 คน ผลการวจิ ยั พบวา่ นกั เรียน ส่วนใหญม่ ีเจตคติทางบวกตอ่ โครงงานคณิตศาสตร์ และความวติ กกงั วลกบั เจตคติของนกั เรียนท่มี ี ตอ่ โครงงานมีคา่ สหสมั พนั ธท์ างบวก ซ่ึงผลการวจิ ยั ท้งั สองแบบมีนยั สาคญั ทางสถิตทิ ี่ ระดบั .05 แวกเนอร์ (Wagner.2002:Online) ไดท้ าการวจิ ยั เร่ืองสภาพท่เี ป็นอยใู่ นทาง คณิตศาสตร์ การสรุปทีต่ ิดอยกู่ บั การสืบสวนสอบสวนในวชิ าคณิตศาสตร์ โดยมีผเู้ ขา้ ร่วมจานวน 10 คน ท่ีปฏบิ ตั ิโครงงานคณิตศาสตร์แบบสืบสวนสอบสวน เป็นการสงั เกต รวบรวมพฤติกรรมของครู และนกั เรียนในสถานการณ์ท่พี วกเขาไปอยใู่ นสถานท่ีท่ีไม่คุน้ เคย เก็บขอ้ มูลจากการบนั ทึกการ สนทนาและงานทน่ี กั เรียนเขยี น ผลการวจิ ยั พบว่า นกั เรียนชอบปฏิบตั โิ ครงงานแบบสืบสวน สอบสวนทาใหน้ กั เรียนไม่ยอมรับในส่ิงใดงา่ ยๆและแสดงความคิดสรา้ งสรรคไ์ ดอ้ ยา่ งเตม็ ที่ งานวิจยั ในประเทศ ชยั รัตน์ สุลานาจ (2547: บทคดั ยอ่ ) ศกึ ษาผลการจดั กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ ทม่ี ีต่อทกั ษะ / กระบวนการทางคณิตศาสตร์ และความสามารถในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ของ นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี – กลุ่มตวั อยา่ งเป็ นนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนเขาวงพทิ ยา คาร อาเภอเขาวง จงั หวดั กาฬสินธุ์ จานวน 45 คน ผลการวจิ ยั พบวา่ กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ มีต่อทกั ษะ / กระบวนการทางคณิตศาสตร์ และความสามารถในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ของ นกั เรียนหลงั การปฏิบตั ิกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์สูงกวา่ ก่อนการปฏิบตั ิกิจกรรมโครงงานคณิต สาสตร์

28 รุจิรัตน์ รุ่งหวั ไผ่ (2549:บทคดั ยอ่ ) ศกึ ษาความสามารถในการทาโครงงาน คณิตศาสตร์ ทกั ษะการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง และเจตคตติ ่อวชิ าคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 2 จากการปฏิบตั ิกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ ก,มตวั อยา่ งเป็นนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2 ของโรงเรียนบา้ นดงดินแดน อาเภอม่วง จงั หวดั ลพบุรี จานวน 30 คน ผลการวจิ ยั พบวา่ ความสามารถในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ ทกั ษะการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง และเจต คตติ ่อวชิ าคณิตสาสตร์ ของนกั เรียนหลงั การปฏิบตั กิ ิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์สูงกวา่ ก่อนการ ปฏิบตั กิ ิจกรรมโครงงานคณิตสาสตร์ จากการศกึ ษางานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั โครงงานคณิตศาสตร์ สรุปไดว้ า่ การจดั กิจกรรม โครงงานคณิตศาสตร์ช่วยใหน้ กั เรียนไดแ้ สดงความคิดเห็น และปฏบิ ตั ิงานตามความสนใจและ ความถนดั ของตนเอง เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ตามศกั ยภาพของนกั เรียน และนกั เรียนไดท้ างาน ร่วมกนั เป็ นกลุ่ม ซ่ึงทาใหน้ กั เรียนมีทกั ษะการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง และแรงจงู ใจใฝ่สมั ฤทธ์ิ ในการเรียนวชิ าคณิตสาสตร์สูงข้ึน

29 บทที่ 3 วิธีการดาเนินการวิจัย ในการวจิ ยั คร้ังน้ี มีข้นั ตอนในการดาเนินการดงั น้ี 1. กลุ่มเป้าหมาย 2. เคร่ืองมือท่ใี ชใ้ นการวจิ ยั 3. การสร้างและการหาคุณภาพของเครื่องมือ 4. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 5. การวเิ คราะห์ขอ้ มูล 6. สถิติท่ีใชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มูล 1. กล่มุ เป้าหมาย นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 3/8 โรงเรียนบา้ นไผ่ อาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น สังกดั สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เขต 25 ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2556 จานวน 50 คน ไดม้ าโดยการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) 2. เคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการวิจยั เครื่องมือท่ีใชใ้ นการวจิ ยั คร้งั น้ี ไดแ้ ก่ 1. ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 2. แผนการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ สาหรับ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 จานวน 6 แผน ใชเ้ วลา 12 ชวั่ โมง 3. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน เป็ นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตวั เลือก จานวน 30 ขอ้ ใชเ้ วลา 1 ชว่ั โมง 4. แบบวดั ความพงึ พอใจท่มี ีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ สาหรับ นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 3. การสร้างและการหาคณุ ภาพของเคร่ืองมือ 1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณติ ศาสตร์ สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3 ชุดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ครงงานคณิตศาสตร์ สาหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 มีข้นั ตอนการสร้างและการหาคุณภาพดงั น้ี 1.1 ศกึ ษาเอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั กลกั การสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบ

30 โครงงานคณิตศาสตร์ รวมท้งั ศกึ ษาหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 กลุ่ม สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 1.2 วเิ คราะห์ความสอดคลอ้ งของมาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั เน้ือหาสาระ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ และเวลาทใ่ี ชใ้ นการจดั กิจกรรม 1.3 ศึกษาทฤษฎี หลกั การและแนวคิดทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั การสรา้ งชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โครงงานคณิตศาสตร์ และการจดั กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงาน คณิตศาสตร์ เพื่อนาไปจัดทาโครงสร้างของชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ ซ่ึง โครงสร้างในชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ประกอบด้วย ชื่อชุดกิจกรรม คาช้ีแจง จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ใบความรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ ส่ือการเรียนรู้ และแบบทดสอบ 1.4 สร้างชุดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ครงงานคณิตศาสตร์ สาหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 ตามโครงสรา้ งท่ีกาหนดไว้ ซ่ึงชุดกิจกรรมที่พฒั นามีองคป์ ระกอบทส่ี าคญั ไดแ้ ก่ 1.4.1 คูม่ ือครู ประกอบดว้ ย คาแนะนาการใชช้ ุดกิจกรรม วตั ถุประสงค์ รายละเอียดของโครงสร้างของชุดกิจกรรม ความสัมพนั ธ์ของชุดกิจกรรมกบั แผนการจดั กรเรียนรู้ ข้นั ตอนและวธิ ีการชุชุดกิจกรรม สาระสาคญั และกิจกรรมการเรียนรู้ การวดั และการประเมินผล ใบ เฉลยกิจกรรมและแบบทดสอบ 1.4.2 แผนการจดั การเรียนรู้ ประกอบดว้ ยส่วนทสี่ าคญั ไดแ้ ก่ มาตรฐานการ เรียนรู้ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะของผเู้ รียน จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระสาคญั เวลาที่ ใชก้ ิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ การวดั และประเมินผล บนั ทกึ ผลการเรียนรู้ 1.4.3 ส่ือการเรียนรู้ สาหรบั ใชป้ ระกอบกิจกรรมการเรียนรู้ 1.4.4 แบบประเมินผล เป็ นแบบทดสอบในแต่ละชุดกิจกรรม แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน 1.4.5 นาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ท่ีปรับปรุงแกไ้ ขแล้ว เสนอตอ่ ผทู้ รงคุณวฒุ ิ จานวน 5 ท่าน ทีม่ ีความเชี่ยวชาญในดา้ นการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ โครงงานคณิตศาสตร์ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และการวดั และประเมินผล เพ่ือ พิจารณาตรวจสอบความเหมาะสมของชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ในดา้ น ความเที่ยงตรงตามเน้ือหา (Content Validity) เก่ียวกับรูปแบบของชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบ โครงงานคณิตศาสตร์ เน้ือหาสาระ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ การวดั และประเมินผล และความเหมาะสมของภาษาท่ีใช้ โดยใชว้ ธิ ีการประเมิน เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดบั (พวงรตั น์ ทวรี ตั น.์ 2543 : 107) กาหนดเกณฑก์ ารประเมิน ดงั น้ี 5 หมายถึง คุณภาพเหมาะสมมากที่สุด 4 หมายถึง คุณภาพเหมาะสมมาก

31 3 หมายถึง คุณภาพเหมาะสมปานกลาง 2 หมายถึง คุณภาพเหมาะสมนอ้ ย 1 หมายถึง คุณภาพเหมาะสมนอ้ ยท่สี ุด 1.4.6 วเิ คราะหแ์ ละแปรผลการประเมินของผทู้ รงคุณวฒุ ิท้งั 5 ท่าน โดย เปรียบเทียบกบั ระดบั คุณภาพ ตามคะแนนเฉลี่ย ดงั น้ี 4.51 – 5.00 หมายถึง มีคุณภาพเหมาะสมอยใู่ นระดบั มากทสี่ ุด 3.51 – 4.50 หมายถึง มีคุณภาพเหมาะสมอยใู่ นระดบั มาก 2.51 – 3.50 หมายถึง มีคุณภาพเหมาะสมอยใู่ นระดบั ปานกลาง 1.51 – 2.50 หมายถึง มีคุณภาพเหมาะสมอยใู่ นระดบั นอ้ ย 1.00 – 1.50 หมายถึง มีคุณภาพเหมาะสมอยใู่ นระดบั นอ้ ยท่ีสุด โดยกาหนดใหค้ ะแนนเฉลี่ยระดบั คุณภาพความเหมาะสม 3.51 ข้นึ ไป เป็ นเกณฑ์ พจิ ารณาและยอมรับวา่ ชุดกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ที่มีความเหมาะสม สามารถนาไปใชไ้ ด้ ซ่ึง จากการวเิ คราะหพ์ บวา่ ชุดกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์มีคะแนนเฉล่ียเท่ากบั 4.57 มีระดบั คุณภาพความเหมาะสมมากทสี่ ุด (ภาคผนวก ค) 2. แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ แผนการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์มี ข้นั ตอนการสรา้ งและหาคุณภาพ ดงั น้ี 2.1 ศกึ ษาสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และตวั ช้ีวดั กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 จากหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 2.2 ศกึ ษาเน้ือหาสาระทนี่ ามาใชใ้ นการจดั การเรียนรู้ กาหนดจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เรียงลาดบั เน้ือจากง่ายไปหายาก ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ใหส้ อดคลอ้ งกบั เน้ือหา และกาหนด เกณฑก์ ารวดั ผลประเมินผล 2.3 ดาเนินการเขยี นแผนการจดั การเรียนรู้ ใหส้ อดคลอ้ งกบั การจดั กิจกรรม การเรียนรู้ โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ 2.4 นาแผนการจดั การเรียนรู้ เสนอผทู้ รงคุณวฒุ ิจานวน 5 ทา่ น เพอื่ ตรวจพจิ ารณา ความเหมาะสมของแผนการจดั การเรียนรู้ เกี่ยวกบั สาระสาคญั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เน้ือหา กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ โดยใชว้ ธิ ีการประเมินเป็ นแบบ มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดบั (พวงรตั น์ ทวรี ัตน์. 2543 : 107) กาหนดเกณฑก์ ารประเมิน ดงั น้ี 5 หมายถึง คุณภาพเหมาะสมมากที่สุด 4 หมายถึง คุณภาพเหมาะสมมาก 3 หมายถึง คุณภาพเหมาะสมปานกลาง

32 2 หมายถึง คุณภาพเหมาะสมนอ้ ย 1 หมายถึง คุณภาพเหมาะสมนอ้ ยทสี่ ุด 2.5 วเิ คราะหผ์ ลการประเมินของผทู้ รงคุณวฒุ ิท้งั 5 ทา่ น โดยเปรียบเทียบกบั เกณฑ์ ระดบั คุณภาพ ตามคะแนนเฉล่ีย ดงั น้ี 4.51 – 5.00 หมายถึง มีคุณภาพเหมาะสมอยใู่ นระดบั มากทส่ี ุด 3.51 – 4.50 หมายถึง มีคุณภาพเหมาะสมอยใู่ นระดบั มาก 2.51 – 3.50 หมายถึง มีคุณภาพเหมาะสมอยใู่ นระดบั ปานกลาง 1.51 – 2.50 หมายถึง มีคุณภาพเหมาะสมอยใู่ นระดบั นอ้ ย 1.00 – 1.50 หมายถึง มีคุณภาพเหมาะสมอยใู่ นระดบั นอ้ ยท่สี ุด โดยกาหนดใหค้ ะแนนเฉลี่ย 3.51 ข้นึ ไปเป็นเกณฑค์ ุณภาพความเหมาะสมที่ ยอมรับว่าแผนการจดั การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ สามารถนาไปใชไ้ ดจ้ ริง ซ่ึงจากการวิเคราะห์พบว่า แผนการจดั การเรียนรู้ดว้ ยชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์มีคะแนนเฉล่ียเท่ากับ 4.59 มีระดบั คุณภาพความเหมาะสมมากทส่ี ุด (ภาคผนวก ค) 2.6 นาแผนการจดั การเรียนรู้ท่ีไดร้ ับการปรับปรุงแกไ้ ขแลว้ ไปทดลองใชก้ บั นักเรียน ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 จานวน 50 คน ทไี่ ม่ใชก้ ลุ่มตวั อยา่ ง โดยใชป้ ระกอบกบั ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบโครงงานคณิตศาสตร์ เพื่อพจิ ารณาความเหมาะสมของเวลา ภาษา เน้ือหา และกิจกรรมการ เรียนรูต้ ามที่กาหนดไวใ้ นแผนการจดั การเรียนรู้ 2.7 นาแผนการจดั การเรียนรู้ท่ีผา่ นการทดลองใช้ มาปรบั ปรุงแกไ้ ขขอ้ บกพร่องเพือ่ ใหม้ ี ความถูกตอ้ งเหมาะสมอบา่ งสมบรู ณ์ ก่อนนาไปใชจ้ ริงกบั กลุ่มตวั อยา่ งตอ่ ไป 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน มีข้นั ตอนการสร้างและหาคุณภาพ ดงั น้ี 3.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวขอ้ งกับการสร้างแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียน รวมท้งั ศึกษาหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 3.2 สร้างตารางวเิ คราะห์หลกั สูตร โดยการวเิ คราะหม์ าตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั สาระ การเรียนรู้แกนกลาง จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ และระดบั พฤตกิ รรมในการวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน ไดแ้ ก่ ดา้ นความรู้ความจา ความเขา้ ใจ การนาไปใช้ การวเิ คราะห์ การสงั เคราะห์ และการประเมิน คา่ 3.3 สร้างแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนใหส้ อดคลอ้ งกบั ตารางวเิ คราะห์ หลกั สูตร จานวน 30 ขอ้ เป็นขอ้ สอบแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 4 ตวั เลือก มีเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คอื ตอบถูกให้ 1 คะแนน ตอบผดิ หรือไม่ตอบให้ 0 คะแนน 3.4 นาแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนเสนอต่อผทู้ รงคุณวฒุ ิจานวน 5 ท่าน

33 เพ่ือตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหา โดยพิจารณาความสอดคลอ้ งตาม ซ่ึงจากการวิเคราะห์ พบว่า แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน ทกุ ขอ้ มีค่า IOC เทา่ กบั 1.0 3.6 นาแบบทดสอบท่ผี า่ นเกณฑก์ ารพจิ ารณาไปวเิ คราะห์หาคา่ ความเช่ือมนั่ โดยใช้ สูตรของ คูเดอร์ ริชาร์ดสนั (KR-20) ซ่ึงจากการวิเคราะห์พบวา่ แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการ เรียน มีค่าความเช่ือมนั่ เท่ากบั 0.85 จดุ ประสงคก์ ารเรียน และระดบั พฤติกรรมในการวดั ผลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรียน 3.5 วเิ คราะห์คา่ ดชั นีความสอดคลอ้ ง (Index of Item Objective Congruence : IOC) โดยพจิ ารณาขอ้ สอบทมี ีคา่ IOC ตงั แต่ 0.5 – 1.0 ถือวา่ เป็ นขอ้ สอบท่มี ีความสอดคลอ้ ง 3.7 จดั พมิ พแ์ บบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน เพอ่ื นาไปใชจ้ ริงกบั กลุ่มเป้าหมาย ต่อไป 4. แบบวดั ความพงึ พอใจท่มี ตี ่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ แบบวดั ความพงึ พอใจทม่ี ีตอ่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์มีข้นั ตอน การสรา้ งและหาคุณภาพดงั น้ี 4.1 ศกึ ษาเอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั หลกั การสร้างแบบวดั ความพงึ พอใจ 4.2 ดาเนินการสร้างแบบวดั ความพงึ พอใจ จานวน 10 ขอ้ โดยใหผ้ เู้ รียนประเมินผล โดยใชว้ ธิ ีการประเมิน เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 3 ระดบั ไดก้ าหนดคะแนนการประเมิน ดงั น้ี 3 หมายถึง พงึ พอใจมาก 2 หมายถึง พงึ พอใจปานกลาง 1 หมายถึง พงึ พอใจนอ้ ย 4.3 นาแบบวดั ความพงึ พอใจ เสนอต่อผทู้ รงคุณวฒุ ิจานวน 5 ทา่ น เพอ่ื ตรวจพจิ ารณา ความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ และความสอดคลอ้ งของขอ้ คาถามกบั ประเดน็ ที่วดั ความพงึ พอใจ 4.4 วเิ คราะหค์ ่าดชั นีความสอดคลอ้ ง (Index of Item Objective Congruence : IOC) โดยพจิ ารณาขอ้ คาถามท่ีมีค่า IOC ตงั แต่ 0.5 – 1.0 ถือวา่ เป็ นขอ้ คาถามทม่ี ีความสอดคลอ้ งเหมาะสม ซ่ึงจากการวเิ คราะหพ์ บวา่ แบบวดั ความพงึ พอใจ ทกุ ขอ้ มีคา่ IOC เท่ากบั 1.0 4.5 นาแบบวดั ความพงึ พอใจ ทีป่ รบั ปรุงแกไ้ ขตามคาแนะนาของผทู้ รงคุณวฒุ ิแลว้ ไป ทดลองใชก้ บั นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 ท่ีไม่ใช่กลุ่มตวั อยา่ ง จานวน 50 คน เพอ่ื หาค่าความ เช่ือมน่ั โดยการหาคา่ สมั ประสิทธ์ิ แอลฟา (  - Coefficient) ซ่ึงจากการวเิ คราะห์พบวา่ แบบวดั ความพงึ พอใจ มีค่าความเช่ือมนั่ เท่ากบั 0.91 4.6 จดั พมิ พแ์ บบวดั ความพงึ พอใจ เพอื่ นาไปจริงกบั กลุ่มตวั อยา่ งตอ่ ไป

34 4. การเกบ็ รวบรวมข้อมูล การวจิ ยั คร้งั น้ี เป็ นการวจิ ยั ก่ึงทดลอง (Quasi Experimental Design) โดยผวู้ จิ ยั ดาเนินการ ทดลองตามแผนการวจิ ยั แบบหน่ึงกลุ่มมีการทดสอบก่อนและหลงั การทดลอง (One Group Pre-test Post-test Design) ดงั ตาราง 1 (พวงรตั น์ ทวรี ตั น.์ 2543 : 60) ตาราง 2 แบบแผนการวจิ ยั แบบหน่ึงกลุ่ม มีการทดสอบก่อนและหลงั การทดลอง กล่มุ ตวั อย่าง ก่อนทดลอง ทดลอง หลงั ทดลอง E X T1 T2 ความหมายของสญั ลกั ษณ์ท่ใี ชใ้ นแบบแผนการวจิ ยั E แทน กลุ่มทดลอง T1 แทน การทดสอบก่อนการทดลอง T2 แทน การทดสอบหลงั การทดลอง X แทน การดา เนินการทดลองจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ โครงงานคณิตศาสตร์ ผวู้ จิ ยั ดาเนินการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลตามขนั ตอน ด้งั น้ี 1. ช้ีแจงจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ 2. ดาเนินการทดสอบก่อนการจดั การเรียนรู้ ดว้ ยแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน คณิตศาสตร์ จานวน 30 ขอ้ ใชเ้ วลา 1 ชวั่ โมง 3. ดาเนินการจดั การเรียนรู้ตามแผนการจดั การเรียนรู้ ใชเ้ วลาในการจดั การเรียนรู้ตาม แผนการจดั การเรียนรูจ้ านวน 6 แผน ใชเ้ วลา 12 ชว่ั โมง โดยใชเ้ วลาเรียนปกติ ตามโครงสร้างแผน การจดั การเรียนรู้ โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ (ภาคผนวก ข) 4. ดาเนินการทดสอบหลงั การจดั การเรียนรู้ ดว้ ยแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน ชุดเดียวกบั แบบทดสอบทใี่ ชก้ ่อนการจดั การเรียนรู้ 5. ประเมินความพงึ พอใจของผเู้ รียนทม่ี ีตอ่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน คณิตศาสตร์ โดยใชแ้ บบวดั ความพงึ พอใจจานวน 10 ขอ้ 6. นาขอ้ มูลของคะแนนทไี่ ดท้ ้งั หมดมาวเิ คราะหผ์ ลทางสถิติต่อไป

35 5. การวเิ คราะห์ข้อมูล การวจิ ยั คร้งั น้ี ผวู้ จิ ยั ดาเนินการวเิ คราะหข์ อ้ มูลโดยใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปทางคอมพวิ เตอร์ ดงั น้ี 1. หาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ สาหรบั นกั เรียน ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 ตามเกณฑ์ 75 / 75 2. วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ โครงงานคณิตศาสตร์ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 ก่อนและหลงั การจดั การเรียนรู้โดยการ ทดสอบคา่ ทแี บบไม่เป็นอิสระจากกนั (T-test for Dependent Samples) 3. วเิ คราะหผ์ ลการประเมินความพงึ พอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงาน คณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 ที่ไดร้ ับการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมการ เรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ สถิติทใ่ี ช้ คอื ค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน 6. สถิตทิ ีใ่ ช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. สถิตพิ ื้นฐานในการวิเคราะห์ข้อมูล ผวู้ จิ ยั ใชส้ ถิตพิ น้ื ฐานในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล ดงั น้ี 1.1 ค่าเฉล่ีย (Mean) 1.2 ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 2. สถติ ิที่ใช้ในการตรวจสอบสมมุติฐาน ผวู้ จิ ยั ใชส้ ถิตกิ ารทดสอบคา่ ทแี บบไม่เป็นอิสระ จากกนั (T-test for Dependent Samples)

36 บทท่ี 4 ผลการวจิ ยั การวจิ ยั คร้งั น้ี เป็นการพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ โดยใช้ชุด กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 จากชุดกิจกรรมการ เรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ รายวชิ าคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี จานวน 6 ชุด ผวู้ จิ ยั ไดท้ าการเกบ็ ขอ้ มูลกบั นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3/8 โรงเรียนบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น ใน ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศกึ ษา 2556 จานวน 50 คน ซ่ึงเป็ นกลุ่มเป้าหมายของการวจิ ยั ในคร้ังน้ีผวู้ ิจยั ขอเสนอผลการวจิ ยั ดงั น้ี ผลการวิจัย ตอนที่ 1 ผลการเปรียบเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงาน คณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 ก่อนและหลงั การจดั การเรียนรู้ ตาราง 3 เปรียบเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงาน คณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 ก่อนและหลงั การจดั การเรียนรู้ การทดลอง n คะแนนเต็ม X S.D ΣD ΣD 2 p 2.47 610 7,906 .00 ก่อนเรียน 50 30 10.92 2.33 หลงั เรียน 50 30 23.52 * p < .05 จากตาราง 3 เปรียบเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ โครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 ก่อนและหลงั การจดั การเรียนรู้ หลงั เรียน สูงกวา่ ก่อนเรียน อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิตทิ ร่ี ะดบั .05

37 ตอนท่ี 2 ผลการพฒั นาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ สาหรบั นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 ตามเกณฑ์ 75 / 75 ตาราง 4 ผลการพฒั นาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ สาหรบั นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 ตามเกณฑ์ 75 / 75 จานวน ประสิทธิภาพกระบวนการ ( ประสิทธิภาพของผลลพั ธ์ E1 / E2 นักเรียน E1) ( E2 ) 80.13/ 82.26 50 ΣX A E1 ΣF B E2 2,404 60 80.13 1,234 30 82.26 จากตาราง 4 แสดงการพฒั นาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ โครงงานคณิตศาสตร์โดยทดลองกบั นกั เรียนท่ี ไม่ใช่กลุ่มตวั อยา่ ง จานวน 50 คน พบวา่ นกั เรียนที่ เรียนโดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานรู้คณิตศาสตร์ ไดค้ ะแนนจากการทดสอบระหวา่ ง เรียนรวม 2,404 คะแนน คดิ เป็นร้อยละ 80.13 และจากการทาแบบดสอบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน และแบบทดสอบทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์หลงั เรียน ไดค้ ะแนนรวม 1,234 คะแนน คิด เป็นรอ้ ยละ 82.26 ดงั น้นั ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์สาหรบั นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 มีประสิทธิภาพ เทา่ กบั 80.13/ 82.26 ซ่ึงสูงกวา่ เกณฑท์ กี่ าหนดไวท้ ี่ 75 / 75

38 ตอนท่ี 3 ประเมินความพงึ พอใจท่ีมีตอ่ ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ของนกั เรียน ช้นั มธั ยมศกึ ษา ปี ที่ 3 ท่ีไดร้ บั การจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงาน คณิตศาสตร์ ตาราง 5 ผลการประเมินความพงึ พอใจท่ีมีตอ่ ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ของ นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 ทไี่ ดร้ ับการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน คณิตศาสตร์ รายการประเมนิ n = 50 ระดบั X S.D. ความพงึ พอใจ 1 ชุดกิจกรรมทาใหน้ กั เรียนรูส้ ึกสนุกสนานในการ 2.56 0.51 มาก เรียนรูค้ ณิตศาสตร์ 2 ชุดกิจกรรมส่งเสริมใหม้ ีการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมอยา่ ง 2.52 0.51 มาก 3 เตม็ ทกี่ ิจกรรมแตล่ ะชุดน่าสนใจ เรียนรูไ้ ดง้ ่าย 2.56 0.51 มาก 4 เน้ือหาไม่ยากหรืองา่ ยจนเกินไป 2.60 0.50 มาก 5 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดที่ 2.48 0.51 ปานกลาง 1 เรื่องความรูเ้ ก่ียวกบั โครงงาน 6 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดที่ 2.44 0.51 ปานกลาง 2 เรื่องการคดิ จะเลือกหวั ขอ้ เรื่องและปัญหาที่จะศึกษา เอกสาร 7 ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดที่ 2.68 0.48 มาก 3 การเขยี นเคา้ โครงโครงงาน 8 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดที่ 2.56 0.51 มาก 4 เรื่องการนาเสนอ 9 ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดท่ี 2.40 0.50 ปานกลาง 5 เรื่องการดาเนินงานตามโครงงานและข้นั ตอนของ การเขียนรายงาน 10 ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดท่ี 2.64 0.49 มาก 6 เรื่องการนาเสนอและการประเมินโครงงาน คณิตศาสตร์ รวมเฉลี่ย 2.54 0.50 มาก

39 จากตาราง 5 พบวา่ ความพงึ พอใจของนกั เรียนท่ีมีตอ่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน คณิตศาสตร์รวมเฉล่ีย อยใู่ นระดบั มาก ( X = 2.54) และเม่ือพจิ ารณาเป็ นรายขอ้ พบวา่ ขอ้ ที่มีระดบั ความพงึ พอใจสูงสุด 3 ดนั ดบั แรก คอื ขอ้ 7 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดท่ี 3 การเขียนเคา้ โครงโครงงาน( X = 2.68) ขอ้ 10 ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ชุด ที่ 6 เร่ืองการนาเสนอและการประเมินโครงงานคณิตศาสตร์ ( X = 2.64) ขอ้ 4 เน้ือหาไม่ยากหรือ ง่ายจนเกินไป( X = 2.60) ตามลาดบั

40 บทท่ี 5 สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวจิ ยั คร้งั น้ีเป็นการพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์ โดยใชช้ ุด กิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 ซ่ึงสรุปสาระสาคญั และผลการวจิ ยั ดงั น้ี 5.1. สรุปผล 5.2 อภปิ รายผล 5.3 ขอ้ เสนอแนะ 5.1. สรุปผล 5.1.1 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ สาหรบั นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 มีประสิทธิภาพ 80.13 / 82.26 ซ่ึงสูงกวา่ เกณฑท์ กี่ าหนดไวท้ ี่ 75 / 75 5.1.2 ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนคณิตศาสตร์ โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงาน คณิตศาสตร์ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 ที่เรียน หลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียน อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิตทิ รี่ ะดบั .05 5.1.3 ความพงึ พอใจของนกั เรียนทม่ี ีตอ่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์อยู่ ในระดบั มาก 5.2. อภิปรายผล จากการพฒั นาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ สาหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 สามารถอภปิ รายผลไดด้ งั น้ี 5.2.1 ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนคณิตศาสตร์ โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงาน คณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 ท่ีเรียนหลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียน อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ ระดบั .05 อาจเนื่องจากการจดั การเรียนรู้ดว้ ยชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงาน คณิตศาสตร์ไดจ้ ดั กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรู้ทม่ี ุ่งเนน้ ท้งั ดา้ นความรูค้ วามเขา้ ใจในการ แกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ โดยเร่ิมจากข้นั ตอนการนาเสนอโจทยป์ ัญหาท่ีทา้ ทายความคิดของผเู้ รียน นกั เรียนจะไดร้ ่วมกนั คิดแกป้ ัญหาเพอ่ื ใหไ้ ดค้ าตอบท่ีถูกตอ้ ง โดยการเชื่อมโยงเขา้ กบั ความรู้และ ประสบการณ์เดิมทไี่ ดเ้ รียนมาแลว้ และนาไปสู่การเช่ือมโยงเขา้ กบั ความรู้ใหม่ทม่ี ีความซบั ซอ้ นมาก ข้นึ ครูผสู้ อนจะทาหนา้ ทใ่ี นการช่วยเหลือ แนะนา นกั เรียนในการแกป้ ัญหาทถี่ ูกตอ้ งและเปิ ดโอกาส ใหน้ กั เรียนไดป้ ฏบิ ตั กิ ิจกรรมดว้ ยตนเองตามลาดบั ขนั ตอน ดว้ ยกิจกรรมทส่ี อดแทรกอยใู่ นชุด

41 กิจกรรมการเรียนรู้ ทีม่ ีความหลากหลาย ประกอบดว้ ยโจทยป์ ัญหาทีท่ า้ ทายความสามารถในการคดิ อยา่ งเป็นลาดบั ขนั ตอน ทาใหน้ กั เรียนไดเ้ รียนรู้ การแกป้ ัญหาคณิตศาสตร์จากงา่ ยไปหายากและ เรียนรู้เทคนิควธิ ีการแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ จาริณี ศริ ิอุดม (2549 : 76) ไดศ้ ึกษาวจิ ยั การใชช้ ุดกิจกรรมฝึกปฏิบตั เิ พอื่ พฒั นาความรู้สึกเชิงจานวน สาหรับนกั เรียนชนั ประถมศกึ ษาปี ที่ 3 ผลการวจิ ยั พบวา่ ชุดกิจกรรมฝึกปฏบิ ตั เิ พอ่ื พฒั นาความรูส้ ึก เชิงจานวนสาหรับนกั เรียนชนั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 มีความเหมาะสมสามารถนาไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งมี ประสิทธิภาพและผลการใชช้ ุดกิจกรรมฝึกปฏิบตั ิ เพอ่ื พฒั นาความรูส้ ึกเชิงจานวน นกั เรียนได้ คะแนนจากการทาแบบวดั ความรูส้ ึกเชิงจานวน มีค่าเฉล่ีย 28.24 เท่ากบั รอ้ ยละ 70.60 ซ่ึงสูงกวา่ เกณฑท์ ่ตี งั ไว้ คือร้อยละ 65 และสอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ พชั รี อิ่มเนย (2552 : 85) ทีไ่ ดศ้ กึ ษาวจิ ยั การพฒั นาชุดกิจกรรมการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์นนั ทนาการ เรื่อง การหาร สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ 2 ผลการวจิ ยั พบวา่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์นนั ทนาการ เร่ือง การหาร สาหรบั นกั เรียนชนั ประถมศึกษาปี ที่ 2 มีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียนอยา่ งมี นยั สาคญั ทางสถิติท่ี ระดบั .01 5.2.2 ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ สาหรบั นกั เรียน ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 มีประสิทธิภาพ 80.13 / 82.26 ซ่ึงสูงกวา่ เกณฑท์ ีก่ าหนดไวท้ ี่ 75 / 75 อาจ เน่ืองจากการพฒั นาชุดกิจกรรมดงั กล่าว ไดด้ าเนินการตามหลกั การของการสร้างชุดกิจกรรมอยา่ งมี ระบบโดยผวู้ ิจยั ไดศ้ ึกษาหลกั สูตร วิเคราะห์และกาหนดเน้ือหาของกิจกรรม มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรูท้ ่ีเก่ียวขอ้ งและการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ รวมท้งั การวดั และประเมินผลท่ี สอดคลอ้ งกบั ความสนใจของผเู้ รียน เพอ่ื นาไปสู่การกาหนดจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ และออกแบบ กิจกรรมใหม้ ีความเหมาะสม โดยมุ่งเนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนไดศ้ กึ ษาและปฏิบตั ิ กิจกรรมไดด้ ว้ ยตนเองชุดกิจกรรมท่พี ฒั นาข้นึ ไดผ้ า่ นการตรวจสอบ ประเมินคุณภาพจาก ผทู้ รงคุณวฒุ ิในดา้ นตา่ ง ๆ จงึ ทาใหช้ ุดกิจกรรมไดร้ ับการปรับปรุงและพฒั นาใหม้ ีความสมบูรณ์ มากข้ึน และมีการนาชุดกิจกรรมไปทดลองใชก้ บั นกั เรียนท่ีไม่ใช่กลุ่มตวั อยา่ ง และนาไปปรับปรุง แกไ้ ขอกี คร้ัง อยา่ งเป็นขนั ตอนท่ีเป็ นระบบชดั เจน ตามหลกั การพฒั นาชุดกิจกรรมซ่ึงเป็ นท่ยี อมรบั เพอ่ื ใหม้ น่ั ใจวา่ ชุดกิจกรรมที่นาไปใชจ้ ริงน้นั มีประสิทธิภาพท่ีเหมาะสม สามารถพฒั นาความรู้ ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ใหก้ บั ผเู้ รียนได้ สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ พชั รี อ่ิมเนย (2552 : 85) ที่ไดศ้ กึ ษาวจิ ยั การพฒั นาชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์นนั ทนาการ เร่ือง การหาร สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 2 ผลการวจิ ยั พบวา่ ชุดกิจกรรมการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์นนั ทนาการ เรื่อง การหาร สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 2 มีความเหมาะสมในระดบั มาก และมีประสิทธิภาพ 81.87 / 78.96 ผา่ นเกณฑม์ าตรฐาน 75 / 75 และงานวจิ ยั ของสุมล พงศาวกลุ (2552 :72) ท่ีไดศ้ กึ ษาวจิ ยั ผล การใชช้ ุดกิจกรรมแบบศูนยก์ ารเรียนในการแกโ้ จทยป์ ัญหาคณิตศาสตร์ตามแนวคดิ ของโพลยา ของ

42 นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ 3 พบวา่ ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมแบบศนู ยก์ ารเรียนในการแก้ โจทยป์ ัญหาคณิตศาสตร์ตามแนวคิดของโพลยา มีประสิทธิภาพ 76.15 / 75.11 เป็นไปตามเกณฑท์ ่ี กาหนดไว้ 5.2.3 ความพงึ พอใจของนกั เรียนท่มี ีต่อชุดกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ อยใู่ นระดบั มาก อาจเนื่องจากการเรียนรูด้ ว้ ยชุดกิจกรรมการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ สามารถกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนเกิดความ สนใจในการเรียน มีทศั นคติทดี ีต่อการปฏบิ ตั ิกิจกรรม อีกท้งั กิจกรรมท่ีจดั ข้นึ เป็ นกิจกรรมท่ีมี ความหมายตอ่ การเรียนรู้ มีสาระสาคญั ทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั ชีวติ ประจาวนั นกั เรียนสามารถนาไป ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ และกิจกรรมท่จี ดั ข้นึ เป็นกิจกรรมท่ที า้ ทายความคดิ ของนกั เรียน เน้ือหาสาระทีน่ กั เรียนไดศ้ ึกษาจากชุดกิจกรรม ไดถ้ ูกออกแบบไวอ้ ยา่ งเป็ นระบบ และมี ภาพประกอบท่ีช่วยกระตุน้ ความสนใจในการเรียนรู้ของนกั เรียนไดเ้ ป็นอยา่ งดี นอกจากน้ี สถานการณ์ทกี่ าหนดไวใ้ นกิจกรรม ยงั ไดช้ ่วยให้นกั เรียนมีความรู้สึกทา้ ทายตอ่ การแกป้ ัญหา และ เกิดความภาคภูมิใจในความสาเร็จทสี่ ามารถคน้ หาคาตอบได้ อีกท้งั นกั เรียนยงั ไดร้ ูข้ อ้ บกพร่องของ ตนเองและสามารถปรบั ปรุงแกไ้ ขขอ้ บกพร่องน้นั ได้ ซ่ึงถือวา่ เป็นการสรา้ งแรงจงู ใจและกระตนุ้ ความสนใจในการแสวงหาความรู้จากการเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมไดอ้ ีกดว้ ย และกิจกรรมที่ ออกแบบไวม้ ุ่งเนน้ การปฏิบตั อิ ยา่ งตอ่ เน่ือง ฝึกใหน้ กั เรียนช่วยกนั ต้งั คาถามเพอื่ ใหเ้ ขา้ ใจเน้ือหา ช่วยกนั วเิ คราะหส์ ่วนประกอบตา่ ง ๆ มีการฝึกปฏบิ ตั กิ ิจกรรมกลุ่ม และทดสอบเป็ นรายบคุ คล นกั เรียนจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ มีปฏสิ มั พนั ธก์ บั ครูและเพอ่ื น ทาใหบ้ รรยากาศการ เรียนรูไ้ ม่น่าเบอื่ ไม่เคร่งเครียดช่วยส่งเสริมใหน้ กั เรียน มีความกระตือรือรน้ ในการเรียนมากข้ึน และ การส่งเสริมใหเ้ กิดการเรียนรู้แบบร่วมมือที่สอดแทรกอยใู่ นกิจกรรมการเรียนรู้ ไดม้ ีส่วนที่ช่วยให้ นกั เรียนมีโอกาสทางานร่วมกนั มากข้นึ ทาใหบ้ รรยากาศในการเรียนเป็ นกนั เอง เอ้ือประโยชนใ์ ห้ นกั เรียนไดท้ างานร่วมกนั ไดแ้ ลกเปล่ียนเรียนรูแ้ บ่งปันประสบการณ์ดา้ นความคิด และการปฏบิ ตั ทิ ่ี เป็นประโยชนต์ ่อการเพม่ิ พนู ความรู้ ทาใหน้ กั เรียนมีความพงึ พอใจตอ่ ชุดกิจกรรมโครงงาน คณิตศาสตร์ อยใู่ นระดบั มาก สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ จาริณี ศิริอุดม (2549 : 76) ไดศ้ ึกษาวจิ ยั การใชช้ ุดกิจกรรมฝึกปฏิบตั เิ พอ่ื พฒั นาความรูส้ ึกเชิงจานวน สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ 3 ผลการวจิ ยั พบวา่ ชุดกิจกรรมฝึกปฏบิ ตั ิเพอื่ พฒั นาความรูส้ ึกเชิงจานวน สาหรบั นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ 3 มีความเหมาะสม สามารถนาไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ และพบวา่ นกั เรียนมี ความพงึ พอใจตอ่ การเรียนดว้ ยชุดกิจกรรมฝึกปฏิบตั เิ พอ่ื พฒั นาความรูส้ ึกเชิงจานวนระดบั มากท่สี ุด และงานวจิ ยั ของ พชั รี อ่ิมเนย (2552 : 85) ไดศ้ ึกษาวจิ ยั การพฒั นาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ คณิตศาสตร์นนั ทนาการ เรื่องการหาร สาหรบั นักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี 2 ผลการวจิ ยั พบวา่ นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 2 มีเจตคติต่อวชิ าคณิตศาสตร์ หลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียน อยา่ งมี นยั สาคญั ทางสถิตทิ ่ีระดบั .01