แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาหน้าทพ่ี ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลกั สตู รต้านทุจรติ ศึกษา) 196 ความคดิ เหน็ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม .................................................................................................................................................... ....... ............................................................................................................................ ............................... ............................................................................................................................. .............................. ลงช่อื .......................................... (นายเกรียงศักด์ิ เมฆสุข) หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ฯ ความคิดเห็นรองผู้อานวยการฝา่ ยวิชาการ .................................................................................................................................................... ....... ..................................................................................................... ...................................................... ............................................................................................................................. .............................. ลงชื่อ................................................... (นางสาวปิยดา คลา้ ยเพชร) ครผู ชู้ ่วยรองผ้อู านวยการฝ่ายวิชาการ โรงเรียนเมอื งสรุ าษฎร์ธานี ความคดิ เหน็ ผู้อานวยการ .................................................................................................................................................... ....... ............................................................................................................................ ............................... ............................................................................................................................. .............................. ลงชอ่ื ................................................... (นางวรรณา มณีรตั น์) ผู้อานวยการโรงเรยี นเมอื งสุราษฎร์ธานี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรียนเมืองสุราษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าหน้าที่พลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สูตรต้านทุจรติ ศึกษา) 197 8. ภาคผนวก ใบงานที่ 13 ความสาคญั และประโยชนข์ องความเออื้ อาทร คาช้ีแจง : จากการที่นักเรียนได้ศกึ ษาวดิ โี อ เรื่อง \"Unsung Hero\" ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั อภิปรายภายในกลมุ่ และตอบคาถามดังต่อไปน้ี 1. ให้นักเรยี นอธบิ ายความสาคญั ของความเออ้ื อาทรท่ีมีต่อประเทศไทย ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2. ใหน้ ักเรียนบอกประโยชนข์ องความเอ้อื อาทรตอ่ การตอ่ ตา้ นการทจุ ริต ................................................................................................................................. ............................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3. ใหน้ กั เรยี นสรปุ ขอ้ คดิ ท่ีไดร้ ับจากการชมภาพยนตร์ เรอื่ ง \"Unsung Hero\" .............................................................................................................................. ................................................ .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 4. จงบอกพฤติกรรมของตนเองที่บ่งบอกถึงความเอื้ออาทรต่อสงั คม .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................. ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรียนเมอื งสุราษฎร์ธานี
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าหน้าทีพ่ ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลักสูตรตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา) 198 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน เรอ่ื ง.............................................................. กลมุ่ ................................................. ห้อง......................................................... สมาชิก 1......................................................................... 2..................................................................... 3......................................................................... 4..................................................................... 5........................................................................ 6..................................................................... คาช้ีแจง : ใหท้ าเครอ่ื งหมาย ในช่องว่างทกี่ าหนดให้ ประเมินตนเอง รายการประเมิน พฤตกิ รรมบ่งชี้ รวม 1. มีการวางแผนการทางาน 5 4321 2. มีความพร้อมในการนาเสนอ 3. มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ 4. ความถกู ต้องของงานนาเสนอ 5. นาเสนอผลงานเสรจ็ ตามเวลาท่กี าหนด เพอื่ นประเมิน รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ รวม 1. มีการวางแผนการทางาน 5 4321 2. มคี วามพร้อมในการนาเสนอ 3. มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ 4. ความถกู ต้องของงานนาเสนอ 5. นาเสนอผลงานเสรจ็ ตามเวลาที่กาหนด เกณฑก์ ารประเมิน 543 21 ดมี าก ดี ปานกลาง นอ้ ย ตอ้ งปรบั ปรงุ ลงชือ่ ..................................ผปู้ ระเมิน ลงช่อื ..................................ผปู้ ระเมิน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรียนเมืองสรุ าษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาหน้าทีพ่ ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลกั สูตรต้านทจุ รติ ศึกษา) 199 เกณฑ์การประเมินการนาเสนอผลงาน รายการประเมิน 5 4 ระดบั คุณภาพ 1 มีการวางแผน มีการวางแผน 1. มกี ารวางแผน วางแผนการทางาน ทางานตาม 32 ในการทางาน การทางาน และทางานตาม ข้ันตอนได้ทุก น้อยท่ีสดุ ขน้ั ตอนท่ีวางไว้ ประเด็น มกี ารวางแผนใน มกี ารวางแผน 2. มคี วามพร้อม เปน็ ระบบมากทส่ี ดุ มคี วามพรอ้ มใน การทางานตาม ทางานตาม มคี วามพรอ้ ม ในการนาเสนอ การนาเสนองาน แผนเปน็ สว่ นใหญ่ ข้นั ตอนได้บางเร่ือง ในการนาเสนอ มคี วามพร้อมใน เป็นส่วนใหญ่ งานนอ้ ยทสี่ ุด 3. มคี วามคิด การนาเสนองาน การนาเสนองาน มีความพร้อม ใน มคี วามพรอ้ ม ใน การนาเสนอ สร้างสรรค์ มากทส่ี ุด มคี วามคดิ งานไม่นา่ สนใจ สร้างสรรค์ การนาเสนองาน การนาเสนองาน ไมม่ ีความคดิ 4. ความถูกต้อง การนาเสนองาน แปลกใหม่และ สร้างสรรค์ ของงานนาเสนอ มคี วามคิด เป็นระบบ เป็นบางประเดน็ เปน็ สว่ นนอ้ ย แปลกใหม่ สร้างสรรค์ เนอื้ หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ 5. นาเสนอผลงาน แปลกใหมแ่ ละ ผลงานถกู ตอ้ ง การนาเสนองาน การนาเสนองาน ผลงานถกู ต้อง เสร็จตามเวลา เป็นระบบมากทส่ี ุด ครบถว้ น เปน็ ส่วนใหญ่ ทก่ี าหนด มีความคดิ มีนา่ สนใจ แตย่ งั เนือ้ หาสาระของ นาเสนองาน นาเสนองาน ผลงานถูกต้อง ตรงตามเวลา สรา้ งสรรค์ ไมม่ ีมคี วามคดิ ชา้ กวา่ เวลา ครบถ้วนดเี ยีย่ ม ที่กาหนด ท่ีกาหนดเกิน แปลกใหมแ่ ต่ยงั สรา้ งสรรค์ 5 วัน ขึน้ ไป นาเสนองาน ตรงตามเวลา ไม่เป็นระบบ แปลกใหม่ ทีก่ าหนดมากทสี่ ุด เน้อื หาสาระของ เน้อื หาสาระของ ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเปน็ ครบถว้ นเป็นสว่ นใหญ่ บางประเดน็ นาเสนองาน นาเสนองาน ชา้ กว่าเวลา ชา้ กวา่ เวลา ทีก่ าหนด1-2 วัน ทกี่ าหนด 3-5 วนั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นเมอื งสรุ าษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าหนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลกั สูตรต้านทุจรติ ศกึ ษา) 200 แบบประเมินใบงาน ชือ่ -สกลุ ความถูกต้องของ ความสะอาด รายการที่ประเมนิ การตง้ั ใจทางาน การเขียนใบงาน ผลงาน เรยี บรอ้ ยของ สง่ งานทนั เวลา 43 2 1 43 2 1 รวม 43 2 1 ผลงาน 43 2 1 คะแนน 43 2 1 20 ระดบั คุณภาพ 4 หมายถงึ ดมี าก เกณฑร์ ะดับคะแนน 18-20 คะแนน ระดับคุณภาพ เท่ากบั 4 3 หมายถงึ ดี เกณฑร์ ะดับคะแนน 15-17 คะแนน ระดับคุณภาพ เท่ากับ 3 2 หมายถงึ พอใช้ เกณฑร์ ะดับคะแนน 12-14 คะแนน ระดบั คุณภาพ เทา่ กบั 2 1 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์ระดับคะแนน 1-11 คะแนน ระดับคุณภาพ เทา่ กับ 1 เกณฑ์การผ่าน ตอ้ งได้ 16 คะแนนข้นึ ไป ระดับคณุ ภาพ เท่ากับ 3 (ลงชอ่ื ) ......................................................... ผู้ประเมนิ (นางบวั มาศ อุบลรัตน)์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นเมืองสุราษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาหนา้ ท่ีพลเมอื ง 3 (บูรณาการหลักสูตรต้านทุจรติ ศึกษา) 201 รายละเอยี ดเกณฑ์การประเมินใบงาน กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ประเดน็ ประเมนิ ระดับคณุ ภาพ 4 3 21 ความถูกตอ้ ง ปฏิบตั ไิ ดถ้ ูกตอ้ ง ร้อยละ ปฏบิ ัตไิ ด้ถกู ต้องร้อยละ ปฏิบัติไดถ้ กู ตอ้ ง ปฏบิ ัตไิ ดถ้ กู ตอ้ ง ของผลงาน 100 ของผลงาน 80 ของผลงาน ร้อยละ 60 ร้อยละ 50 ของผลงาน ของผลงาน ความสะอาด สะอาดเรยี บร้อย ไม่ค่อย สะอาดเรียบร้อย มีรอยขีดลบ มรี อยลบ เรยี บรอ้ ยของ มีรอยขดู รอยลบ ลายมอื พอใช้ได้ มีการ เลอะเทอะ เลอะเทอะ ผลงาน ลบอยา่ งสะอาด ตง้ั แต่ 5คาขึน้ ไป เปน็ ส่วนใหญ่ ของผลงาน สง่ งานทันเวลา งานเสรจ็ ทันกาหนดเวลา งานเสร็จงานไม่เสร็จ งานไมเ่ สรจ็ ทนั งานไมเ่ สร็จทัน ทันเวลา 3 นาที ตามกาหนดเวลา ตามเวลา 10นาที 5 นาที การตัง้ ใจทางาน ส่วนใหญต่ ัง้ ใจทางาน ตง้ั ใจทางานด้วยความ ตง้ั ใจทางานด้วย ทางานเม่ือถูกร้อง ด้วยความเต็มใจและ เตม็ ใจและแก้ไข ความเตม็ ใจและ ขอและไม่แก้ไข แก้ไขข้อบกพรอ่ งในการ ข้อบกพร่องในการ แกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง ข้อบกพร่องของ ทางานทุกครงั้ ทางานเปน็ ส่วนใหญ่ ในการทางานเปน็ งาน บางสว่ น การเขยี นใบงาน ลายมือสวยงาม อ่านง่าย ลายมืออ่านงา่ ย เขยี น ลายมอื อ่านยาก ลายมืออ่านยาก ถูกอักขระวธิ ี เขียนผิด 2 คา เขยี นผดิ เปน็ ส่วน ใหญ่ของผลงาน ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นเมอื งสุราษฎรธ์ านี
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาหน้าทพี่ ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สูตรต้านทุจรติ ศึกษา) 202 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรรู้ ายบคุ คล ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 พฤติกรรม สรุป เลขที่ ีมสมาธิและ ้ตังใจเ ีรยน ชื่อ-สกุล ีมการวางแผนก่อนทางาน ีมความกระ ืตอรือร้น ัซกถามเ ื่มอไ ่มเ ้ขาใจ ระดบั รอ้ ยละ ีมความรับผิดชอบ คุณภาพ รวมคะแนน 4 4 4 4 4 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ความหมายระดับคุณภาพ 4 หมายถงึ ดีมาก เกณฑร์ ะดบั คะแนน 18-20 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ เทา่ กับ 4 3 หมายถงึ ดี เกณฑร์ ะดบั คะแนน 15-17 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ เท่ากับ 3 2 หมายถึง พอใช้ เกณฑร์ ะดบั คะแนน 12-14 คะแนน ระดับคณุ ภาพ เท่ากบั 2 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง เกณฑร์ ะดบั คะแนน 1-11 คะแนน ระดบั คุณภาพ เท่ากับ 1 เกณฑก์ ารผ่าน ตอ้ งได้ 16 คะแนนข้ึนไป ระดบั คณุ ภาพ เทา่ กับ 3 (ลงชื่อ)....................................................ผปู้ ระเมิน (นางบวั มาศ อบุ ลรัตน)์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรยี นเมอื งสุราษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นร้วู ิชาหน้าทพี่ ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สตู รต้านทจุ รติ ศึกษา) 203 เกณฑ์การประเมินการเรียนรรู้ ายบุคคล ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ประเดน็ ประเมิน ระดับคุณภาพ มีสมาธแิ ละตง้ั เรยี น 4 321 มีการวางแผนก่อน การทางาน ตง้ั ใจเอาใจใสต่ ่องานท่ี ต้งั ใจทางานทีไ่ ดร้ ับ ตงั้ ใจทางานแต่ ไม่สนใจเรยี นปฏิบตั ิ ความกระตือรือร้น ไดร้ บั มอบหมาย เข้าใจ มอบหมายเข้าใจ นาไปปฏบิ ัตไิ ม่ ตามท่ีได้รับ การแสดงความ ไดเ้ ร็วและนาไปปฏิบัติ เรว็ แต่ปฏบิ ัติงาน ครบถว้ นมีเพ่ือน มอบหมายไม่ได้ คดิ เหน็ ความรบั ผดิ ชอบ ได้ครบถว้ นด้วยตนเอง ครบถว้ ยเป็น คอยชว่ ยเหลอื บางสว่ น วางแผนการทางานและ มกี ารวางแผนก่อน มกี ารวางแผนใน ไมม่ ีการวางแผนใน ทางานตามขนั้ ตอนที่ ทางาน ทางานตาม การทางานแต่ไม่ การทางาน วางไว้ เปน็ ระบบ ข้ันตอนได้บางเรื่อง ทางานตามตาม แผน ส่วนใหญอ่ าสาทางาน อาสาทางานด้วย อาสาทางานด้วย ทางานเม่ือถูกรอ้ ง ด้วยความเตม็ ใจและ ความเตม็ ใจและ ความเต็มใจและ ขอและไม่แก้ไข แก้ไขปัญหาทบ่ี กพรอ่ ง แกไ้ ขข้อบกพรอ่ งได้ แกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง ขอ้ บกพร่องของงาน ได้ด้วยตนเอง บ้าง ได้โดยเพื่อนชว่ ย กล้าซักถามเมื่อไม่เขา้ ใจ กลา้ ซกั ถามเป็น ไมก่ ลา้ ซักถามเมื่อ ไม่กลา้ ซักถามเม่ือ มีความม่นั ใจในตนเอง บางคร้งั ขาดความ ไมเ่ ขา้ ใจให้เพื่อน ไม่เขา้ ใจไม่มคี วาม สงู เชอื่ มั่นในตนเอง ถามให้ เชื่อม่ันในตนเอง มีความกระตือรือรน้ ใน กระตือรือรน้ ในการ ทางานตามท่ี ปฏบิ ัตงิ านท่ไี ดร้ ับ การทางาน ผลงานมี ทางานแตผ่ ลงาน ได้รับมอบหมาย มอบหมายไมเ่ สร็จ ประสิทธิภาพและเสร็จ บางสว่ นไม่ เทา่ นั้นผลงานไม่ ตามกาหนดเวลา ตามกาหนดเวลา ครบถว้ นสมบูรณ์ ครบถ้วน เวลาลว่ งเลย บา้ ง ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรียนเมอื งสรุ าษฎร์ธานี
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาหน้าทีพ่ ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลักสตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา) 204 แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ชื่อ-สกลุ ความรว่ มมอื การแสดงความ รายการที่ประเมิน การมสี ว่ นร่วมใน การทางานตามที่ รวม 43 2 1 คดิ เหน็ การอภปิ ราย ได้รับมอบหมาย คะแนน การรบั ฟังความ 43 2 1 คดิ เหน็ 43 2 1 43 2 1 20 43 2 1 ระดบั คุณภาพ 4 หมายถึง ดีมาก เกณฑ์ระดับคะแนน 18-20 คะแนน ระดับคุณภาพ เท่ากับ 4 3 หมายถงึ ดี เกณฑร์ ะดบั คะแนน 15-17 คะแนน ระดบั คุณภาพ เทา่ กับ 3 2 หมายถึง พอใช้ เกณฑร์ ะดบั คะแนน 12-14 คะแนน ระดบั คุณภาพ เท่ากบั 2 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ เกณฑร์ ะดับคะแนน 1-11 คะแนน ระดับคุณภาพ เท่ากบั 1 เกณฑ์การผ่าน ต้องได้ 16 คะแนนขนึ้ ไป ระดับคุณภาพ เท่ากบั 3 (ลงช่ือ) ......................................................... ผู้ประเมิน (นางบวั มาศ อบุ ลรัตน)์ ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเมอื งสุราษฎร์ธานี
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าหนา้ ทีพ่ ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลักสตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา) 205 เกณฑก์ ารประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม รายการประเมิน พฤตกิ รรม 1. ความร่วมมอื 4 32 1 2. การแสดงความคิดเหน็ มคี วามร่วมมอื ดีมาก มีความรว่ มมือดี มคี วามรว่ มมือเปน็ มีความร่วมมอื เปน็ 3. การรับฟังความคดิ เห็น ขยันอดทนและ ขยนั อดทนและ ส่วนใหญ่ พยายาม ส่วนน้อย ไม่ขยนั 4. การมสี ่วนรว่ มในการ อภิปราย พยายามทาใหง้ าน พยายามทาใหง้ าน ทาใหง้ านสาเร็จ ไม่พยายามทาใหง้ าน 5. การทางานตามทไี่ ด้รบั มอบหมาย สาเรจ็ ตามเปา้ หมาย สาเร็จตาม ตามเปา้ หมาย สาเร็จตามเปา้ หมาย ภายในระยะเวลาท่ี เป้าหมาย ภายในระยะเวลา กาหนดชื่นชมผลงาน ทีก่ าหนด ดว้ ยความภาคภูมิใจ แสดงความคดิ เหน็ แสดงความคดิ เห็น แสดงความคิดเหน็ ไมค่ ่อยแสดงความ รว่ มกนั ดีมาก รว่ มกันดพี ดู คุย รว่ มกันพอใชพ้ ดู คุย คดิ เห็นรว่ มกนั พดู คุย ไมพ่ ดู คุยนอกประเด็น นอกประเดน็ บา้ ง นอกประเด็นบา้ ง นอกประเดน็ เป็น ส่วนใหญ่ ยอมรบั ฟังความ ยอมรับฟังความ ยอมรับฟงั ความ ไม่ค่อยยอมรับฟัง คิดเหน็ ซึง่ กนั และกันดี คดิ เห็นซ่ึงกันดีและ คดิ เห็นซ่งึ กนั เป็น ความคิดเห็นซงึ่ กนั ใช้ มากใช้ถ้อยคาแบบ ใชถ้ ้อยคาแบบ สว่ นใหญ่และมาก ถอ้ ยคาแสดงความ กลั ยาณมติ ร กลั ยาณมติ ร ใชถ้ อ้ ยรนุ แรงใน คดิ เห็นแบบรนุ แรง บางคร้ัง มีสว่ นรว่ มในการ มีส่วนรว่ มในการ มีส่วนรว่ มในการ มีส่วนรว่ มในการ อภิปรายดมี าก อภปิ รายดี อภิปรายเปน็ อภิปรายเปน็ สว่ นนอ้ ย มคี าถามทด่ี ี มีคาถาม สว่ นใหญ่ มคี าถาม ไม่มีการตั้งคาถาม ตอบคาถามได้ถูกตอ้ ง ตอบคาถามถูกตอ้ ง ไม่ค่อยตอบคาถาม ไมต่ อบคาถาม ตั้งใจปฏบิ ตั ิงานทีไ่ ดร้ บั ต้งั ใจปฏบิ ตั งิ านที่ ตง้ั ใจปฏบิ ตั ิงานท่ี ตัง้ ใจปฏิบัติงานที่ มอบหมายใหส้ าเร็จมี ได้รบั มอบหมายให้ ไดร้ บั มอบหมายให้ ได้รับมอบหมาย การปรับปรงุ พฒั นา เปน็ ส่วนน้อย งานภายในกลุ่ม สาเร็จมกี าร สาเร็จมีการ ไมม่ ีการปรบั ปรงุ ปรับปรุงพฒั นา ปรบั ปรุงพฒั นา พฒั นางาน งานให้ดีข้ึน งานใหด้ ขี น้ึ โดย ได้รับการแนะนา ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นเมืองสรุ าษฎร์ธานี
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาหนา้ ทีพ่ ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลักสูตรตา้ นทุจรติ ศึกษา) 206 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 13 กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหสั วิชา ส 30203 รายวิชา หนา้ ที่พลเมือง 3 จานวน 0.5 หน่วยกติ (บรู ณาการหลักสตู รต้านทุจริตศกึ ษา) หน่วยการเรียนรู้เรือ่ งที่ 3 ความมวี นิ ยั ในตนเอง จานวน 1 คาบตอ่ สัปดาห์ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 13 ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผ้มู วี ินยั ในตนเอง ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ผู้สอน นางบัวมาศ อุบลรตั น์ 1. ผลการเรยี นรู้ ขอ้ 14 ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผ้มู ีวนิ ยั ในตนเอง 2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.1 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ 2.2 ใฝห่ าความรู้ 2.3 ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง 2.4 ขยันหมั่นเพียร อดทน 2.5 ตงั้ ใจปฏิบตั ิหน้าท่ี 3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 ความรู้ 3.1.1 ปฏิบัติตนเป็นผูม้ วี นิ ยั ในตนเอง 3.1.2 คณุ ลกั ษณะของผมู้ ีวินัยในตนเอง - ต้ังใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี 3.2 ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะทีเ่ กดิ ) 3.2.1 ความสามารถในการสื่อสาร 3.2.2 ความสามารถในการคดิ 1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ 2) ทักษะการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ 3.2.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต 3.3 คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์/ค่านิยม 3.3.1 คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1) ใฝเ่ รียนรู้ 2) มีวินยั รบั ผดิ ชอบ 3) มงุ่ มั่นในการทางาน ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นเมอื งสุราษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าหน้าท่ีพลเมอื ง 3 (บูรณาการหลักสตู รต้านทจุ รติ ศกึ ษา) 207 3.3.2 คา่ นิยม - ซื่อสตั ย์ เสยี สละ อดทน มอี ดุ มการณ์ในส่ิงท่ีดงี ามเพ่ือสว่ นรวม - ใฝ่หาความรู้ หมน่ั ศึกษาเล่าเรียนท้งั ทางตรงและทางออ้ ม 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครขู ออาสาสมัครนักเรียนออกมาเลา่ เกยี่ วกบั แนวทางการปฏิบัติตนเป็นผมู้ วี ินยั ในตนเองของนักเรยี น และความรู้สึกท่เี กดิ จากการปฏบิ ัติ เพอื่ เป็นการทบทวนความรู้ 2. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด นกั เรยี นสามารถนาการปฏบิ ัตติ นเปน็ ผมู้ วี นิ ัยในตนเอง มาประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งไร (พิจารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครผู ูส้ อน) 3. นักเรียนแตล่ ะคนทากิจกรรมฝกึ คดิ ฝกึ ทา จากหนงั สอื กจิ กรรม เสรจ็ แลว้ นาสง่ ครูตรวจ 4. นักเรียนกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1) นาผลการบันทึกที่ได้จากการจัดกิจกรรมที่แสดงถึง การมีวินัยในตนเองในแต่ละข้ันตอน มาร่วมกันอภิปรายถึงการปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเองและสรุปผลการ อภิปราย จากน้ันส่งตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการอภิปราย โดยให้สมาชิกกลุ่มอ่ืนร่วมกันแสดง ความคิดเหน็ 5. ครอู ธิบายเพ่ิมเติมเพือ่ ให้นกั เรยี นเข้าใจถงึ การปฏิบัติกจิ กรรมของนักเรยี นทีแ่ สดงใหเ้ ห็นถึงการ ปฏิบัติตนเป็นผู้ มีวินัยในตนเอง เช่น ในการจัดกจิ กรรมกีฬาสี ในแตล่ ะขน้ั ตอนการจัดกิจกรรมสามารถแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติตนเป็นผู้มี วนิ ัยในตนเองได้ ดังนี้ 1) การวางแผนในการจัดกิจกรรมกีฬาสี โดยการแบ่งหน้าท่ีความรับผิดชอบออกเป็นฝ่ายๆ เช่น ฝ่ายกองเชียร์ ฝ่ายพาเหรด ฝ่ายกีฬา เป็นต้น เป็นการแสดงออกให้เห็นถึงการใฝ่หาความรู้ เพ่ือท่ีจะก่อให้เกิดผลสาเร็จใน การปฏบิ ตั ิหนา้ ทใ่ี นแต่ละฝ่าย 2) การทส่ี มาชกิ แตล่ ะคนปฏิบตั หิ นา้ ที่ท่ีไดร้ ับผิดชอบดว้ ยความตั้งใจ เป็นการแสดงออกถึงความต้ังใจใน การปฏิบตั หิ นา้ ท่ี 3)การแข่งขันกีฬาในแต่ละประเภทด้วยความต้ังใจในการฝึกซ้อม ไม่คิดทุจริตการแข่งขัน และสามารถยอมรับผลท่ีเกิดจากการแข่งขัน เป็นการแสดงออกถงึ ความซ่ือสัตย์สุจริต ความขยันหม่ันเพียร อดทน และการ ยอมรบั ผลที่เกดิ จากการกระทาของตนเอง 6. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด การปฏิบัติตนเปน็ ผู้มวี นิ ยั ในตนเอง มีผลดีอย่างไร (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผูส้ อน) 7. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปแนวทางการปฏิบัตติ นเป็นผู้มีวนิ ัยในตนเอง และการปฏิบัติตนเปน็ ผมู้ ีวนิ ยั ใน ตนเอง จากนั้นใหน้ กั เรียน ใบงานที่ 14 ซ่ือสัตยต์ ่อตนเอง ครตู รวจสอบความถูกต้อง 8. นักเรียนทาแบบทดสอบ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรียนเมืองสุราษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าหน้าทพี่ ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สตู รต้านทจุ รติ ศึกษา) 208 ครูมอบหมายใหน้ กั เรยี นแต่ละคนบนั ทึกผลการปฏบิ ัติตนเป็นผ้มู ีวินยั ในตนเอง เสรจ็ แล้วนาส่งครูตามระยะเวลาที่ กาหนด โดยใหค้ รอบคลุมประเด็นตามที่กาหนด ดังนี้ 1) ความมีวินยั ในตนเองเกยี่ วกบั ความซอ่ื สตั ย์สจุ รติ 2) ความมีวินัยในตนเองเกี่ยวกบั ความขยนั หมน่ั เพียร อดทน 3) ความมีวินยั ในตนเองเกี่ยวกับการใฝห่ าความรู้ 4) ความมวี นิ ยั ในตนเองเกีย่ วกบั ความต้ังใจปฏิบตั หิ น้าที่ 5) ความมวี นิ ัยในตนเองเกย่ี วกับการยอมรบั ผลท่ีเกดิ จากการกระทาของตนเอง 5. สอ่ื การเรียนรู้และแหลง่ การเรยี นรู้ 1. ใบงานที่ 14 ซ่ือสตั ยต์ ่อตนเอง 6. การประเมินผลการเรียนรู้ วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์ ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมินการนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 3 ผา่ นเกณฑ์ ประเมนิ ใบงาน แบบประเมินใบงาน ระดับคุณภาพ 3 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 3 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุม่ ระดบั คุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรียนเมืองสุราษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าหนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลกั สตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา) 209 7. บันทึกหลงั สอน - ผลการจดั การเรียนการสอน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… - อุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… - ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ..........................................ผสู้ อน (นางบัวมาศ อบุ ลรัตน์) ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าหน้าทีพ่ ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลักสตู รตา้ นทจุ รติ ศึกษา) 210 ความคดิ เหน็ หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม .................................................................................................................................................... ....... ........................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................. ลงชอ่ื .......................................... (นายเกรียงศักด์ิ เมฆสุข) หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรูส้ งั คมศึกษา ฯ ความคดิ เหน็ รองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ........................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................. ...................................................................................................................................................... ..... ลงชอ่ื ................................................... (นางสาวปิยดา คล้ายเพชร) ครผู ู้ช่วยรองผูอ้ านวยการฝ่ายวชิ าการ โรงเรียนเมอื งสุราษฎร์ธานี ความคดิ เห็นผ้อู านวยการ .................................................................................................................................................... ....... ............................................................................................................................ ............................... ............................................................................................................................. .............................. ลงชื่อ................................................... (นางวรรณา มณรี ัตน์) ผูอ้ านวยการโรงเรยี นเมืองสรุ าษฎร์ธานี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรยี นเมืองสุราษฎรธ์ านี
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าหนา้ ทพี่ ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สูตรตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา) 211 8. ภาคผนวก ตอนที่ 1 1. อ่านเรื่องทกี่ าหนดให้ ข้อสอบรวั่ ทรงยศเป็ นนักเรียนเรียนดี คร้ังหน่ึงครูคณิตศาสตร์ให้นักเรียนทุกคนสอบวิชาเลข ซ่ึงข้อสอบค่อนข้างยาก เขาทาไม่ได้ เพ่ือนท่ีอยู่ข้างๆ จึงส่งเฉลยข้อสอบซ่ึงได้มาจากเพ่ือน นักเรียนห้องหน่ึงซ่ึงสอบข้อสอบวิชาน้ีมาแล้วในภาคเช้าโดยบอกว่า “ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา ลอกคาตอบได้เลยครไู ม่ร้หู รอก” แตเ่ ขาไมย่ อมลอก เพราะถงึ ครูไม่รู้ แต่ตัวเขาเองก็รู้ว่าไม่ได้คิด คาตอบด้วยตนเอง วนั ต่อมาหลังจากครูตรวจข้อสอบแล้ว นักเรียนท้ังห้องได้คะแนนเกือบเต็ม มีทรงยศคนเดยี วท่สี อบไมผ่ า่ น ทาให้ครูสงสัย จึงสบื ค้นหาขอ้ เท็จจรงิ ได้ความวา่ มีการนาเฉลย คาตอบของวิชาน้ีมาลอกกันและนักเรียนท่ีได้คะแนนเกือบเต็มต้องลอกข้อสอบกันแน่นอน เพราะขอ้ สอบคอ่ นข้างยาก มเี พยี งทรงยศคนเดียวท่สี อบไม่ผ่านเพราะไม่ไดล้ อกคาตอบ ครจู งึ ยกเลกิ ผลการสอบในคร้ังน้ี และชมเชยทรงยศว่าเป็นผู้ท่ีมีความซ่ือสัตย์ต่อตนเอง สมควรได้รับการยกย่องใหเ้ ป็นนกั เรยี นตัวอยา่ ง ส่วนนักเรียนคนอ่ืนครูคาดโทษว่าอย่าทาเช่นน้ี อกี ไมเ่ ช่นน้จี ะให้สอบตก ทม่ี า : บรู ชัย ศริ มิ หาสาคร,2546 2. นกั เรยี นนาขอ้ คดิ หรือประโยชนท์ ไี่ ด้จากเรอ่ื ง มาเขยี นเปน็ แผนผังแสดงวธิ ีการปฏิบตั ติ นในดา้ นการเรืยน การทางาน และการอยู่ร่วมกบั ผู้อืน่ ในสงั คม การปฏบิ ตั ิตน เป็นผู้มีความ ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรียนเมอื งสรุ าษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาหนา้ ท่พี ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลกั สูตรต้านทุจรติ ศึกษา) 212 ตอนท่ี 1 เฉลย 1. อา่ นเรอ่ื งทกี่ าหนดให้ ข้อสอบรวั่ ทรงยศเป็ นนักเรียนเรียนดี คร้ังหน่ึงครูคณิตศาสตร์ให้นักเรียนทุกคนสอบวิชาเลข ซ่ึงข้อสอบค่อนข้างยาก เขาทาไม่ได้ เพ่ือนท่ีอยู่ข้างๆ จึงส่งเฉลยข้อสอบซ่ึงได้มาจากเพ่ือน นักเรียนห้องหน่ึงซ่ึงสอบข้อสอบวิชาน้ีมาแล้วในภาคเช้าโดยบอกว่า “ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา ลอกคาตอบได้เลยครไู ม่รู้หรอก” แต่เขาไมย่ อมลอก เพราะถึงครูไม่รู้ แต่ตัวเขาเองก็รู้ว่าไม่ได้คิด คาตอบด้วยตนเอง วนั ต่อมาหลังจากครูตรวจข้อสอบแล้ว นักเรียนท้ังห้องได้คะแนนเกือบเต็ม มีทรงยศคนเดยี วท่สี อบไมผ่ ่าน ทาใหค้ รสู งสยั จงึ สบื คน้ หาขอ้ เทจ็ จรงิ ไดค้ วามวา่ มีการนาเฉลย คาตอบของวิชาน้ีมาลอกกันและนักเรียนท่ีได้คะแนนเกือบเต็มต้องลอกข้อสอบกันแน่นอน เพราะข้อสอบคอ่ นขา้ งยาก มีเพียงทรงยศคนเดียวท่สี อบไม่ผ่านเพราะไม่ได้ลอกคาตอบ ครูจงึ ยกเลกิ ผลการสอบในคร้ังน้ี และชมเชยทรงยศว่าเป็นผู้ท่ีมีความซ่ือสัตย์ต่อตนเอง สมควรไดร้ ับการยกยอ่ งใหเ้ ป็นนกั เรียนตวั อยา่ ง ส่วนนักเรียนคนอ่ืนครูคาดโทษว่าอย่าทาเช่นน้ี อกี ไม่เชน่ น้ีจะใหส้ อบตก ทมี่ า : บูรชัย ศิรมิ หาสาคร,2546 2. นกั เรียนนาข้อคิดหรอื ประโยชนท์ ่ไี ด้จากเรือ่ ง มาเขยี นเป็นแผนผังแสดงวิธีการปฏิบตั ติ นในด้านการเรืยน การทางาน และการอยรู่ ว่ มกบั ผู้อืน่ ในสังคม (ตวั อย่าง) - เข้าเรยี นตรงเวลา การปฏิบตั ิตน - ต้งั ใจทางานด้วยความทมุ่ เท - ส่งงานตามกาหนด เปน็ ผมู้ คี วาม - ไม่เปิดเผยข้อมูลทีเ่ ป็น - ปฏิบัตติ ามคาสญั ญาทีใ่ ห้ ความลบั ของหน่วยงาน ไว้กับครู - ไมฉ่ ้อโกงหน่วยงานดว้ ยการ - ไมล่ อกการบ้านเพื่อน - ไมท่ จุ รติ ในการสอบ กระทาทุจรติ ทกุ รูปแบบ ซื่อสัตย์สจุ ริต - มสี จั จะวาจามคี วามจรงิ ใจ - ไม่เอาเปรยี บผอู้ นื่ - ปฏิบตั ิตามสิทธิหน้าท่ขี องตนไม่ละเมดิ ผูอ้ น่ื ทัง้ การกระทาและคาพูด ฉอ้ โกง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรียนเมอื งสรุ าษฎร์ธานี
แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาหนา้ ท่ีพลเมอื ง 3 (บูรณาการหลักสตู รตา้ นทุจรติ ศกึ ษา) 213 ตอนท่ี 2 ฝึกสมองประลองวาทะ 1. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่มออกเปน็ 2 กลมุ่ จับฉลากเลือกประเดน็ การอภปิ ราย พรสวรรค์ย่อมสาคญั พรสวรรค์ที่ว่าดีแท้ กวา่ พรแสวง แต่ยังแพ้พรแสวง พรแสวง 2. สมาชิกในกลุ่มสรปุ ผลการอภปิ ราย บันทกึ สรปุ การอภิปราย กลุ่ม 1 พรสวรรคย์ ่อมสาคญั กว่าพรแสวง (ตัวอย่าง) พรสวรรค์เป็นความสามารถพิเศษของลุบุคคลท่ีมีมาแต่กาเนิด ซึ่งเป็นต้นทุนท่ีทุกคนมีไม่เท่ากัน การมีพรวรรคจ์ ึงเหมอื นมีชยั ไปกว่าครงึ่ ในการทาส่งิ ที่ตนเองรกั หรือถนัด เช่นผู้ที่มีพรสวรรคด์ า้ นศลิ ปะ พรสวรรค์เป็นความสามารถพิเศษของลุบุคคลที่มีมาแต่กาเนิด ซ่ึงเป็นต้นทุนที่ทุกคนมีไม่เท่ากัน การมพี รวรรคจ์ ึงเหมอื นมีชัยไปกวา่ ครึง่ ในการทาส่ิงทตี่ นเองรักหรอื ถนดั เช่นผู้ท่ีมีพรสวรรคด์ า้ นศลิ ปะ กลมุ่ 2 พรสวรรค์ทวี่ า่ ดแี ท้แตย่ งั แพพ้ รแสวง พรสวรรค์เป็นความสามารถพิเศษของลุบุคคลท่ีมีมาแต่กาเนิด ซ่ึง เป็นต้นทุนท่ีทุกคนมีไม่เท่ากัน การมีพรวรรค์จึงเหมอื นมีชยั ไปกวา่ ครง่ึ ในการทาส่ิงที่ตนเองรกั หรอื ถนดั เช่นผทู้ ม่ี พี รสวรรคด์ า้ นศิลปะ พรสวรรค์เป็นความสามารถพิเศษของลุบุคคลที่มีมาแต่กาเนิด ซึ่งเป็นต้นทุนที่ทุกคนมีไม่เท่ากัน การมีพรวรรค์จึงเหมอื นมีชัยไปกว่าครึ่งในการทาส่ิงทต่ี นเองรกั หรอื ถนดั เช่นผูท้ ี่มีพรสวรรคด์ ้านศิลปะ 3. ให้สมาชกิ ในกลมุ่ เลือกตัวแทนกลุ่ม 2 คนเพอื่ นาเสนอประเดน็ ของตนหน้าชนั้ เรยี นส่วนสมาชิกอกี ลมุ่ ให้ จดบนั ทกึ ประเดน็ ขอกลุ่มท่ีนาเสนอและรว่ มกันคดิ หาเหตุผลหรอื ประเดน็ ขน้ึ มาหักลา้ งข้อเสนอของอกี ฝ่าย โดยใชเ้ วลานาเสนอคนละ ไม่เกิน 2 นาที 4. ใหส้ มาชกิ ในกลุ่มเลอื กตวั แทนกลุ่มอีก 1 คน เพื่ออกไปหกั ล้างประเด็นหรอื ข้อเสนอของอกี ฝ่าย เวลา 2นาที 5. หลงั เสร็จกจิ กรรม ให้นกั เรยี นทุกคนสรปุ ผลตามหวั ข้อที่กาหนดให้ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นเมืองสรุ าษฎรธ์ านี
แผนการจัดการเรยี นร้วู ิชาหนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลักสตู รต้านทจุ รติ ศกึ ษา) 214 สรุปผลการทากจิ กรรม สรุปทัศนะสมาชิกในกลุ่มตนเองเก่ียวกับประเด็นที่จับฉลากได้พร แสวงถือเปน็ สิง่ สาคัญ เพราะสอนให้มนุษย์รู้จักด้ินรนหาความรู้และ สรุปทศั นะสมาชิกในกลุ่มตนเอง ประสบการณ์ เพ่ือนามาพัฒนาชีวิตตนเองให้ดีขึ้น ดังน้ัน เกีย่ วกบั ประเดน็ ทจ่ี ับฉลากได้ ความสาเร็จจะเกิดขึ้นได้ ก็เมื่อมนุษย์มีความมุ่งมั่นพยายาม ต่อสู้ ดน้ิ รน ไม่ยอมหยดุ น่งิ เพอ่ื จะรอให้โชคชว่ ยหรืออาศยั เพียงพรสวรรค์ เพียงอย่างเดียว ทางกลุ่มจึงเห็ฯด้วยกับคากล่าวของโทมัส อัลวา เอดสิ นั ทว่ี ่า “อัจฉริยะเกิดจากพรสวรรค์ 1% และพรแสวง 99% สรปุ ทศั นะของสมาชกิ อีกกล่มุ พรสวรรคม์ ีผลตอ่ ความสาเรจ็ ของมนษุ ย์ไม่น้อย เพราะผ้มู ีพรสวรรค์ เกย่ี วกบั ประเดน็ ที่กลมุ่ น้นั จับ ย่อมกา้ วเข้าสเู่ ส้นชยั แหง่ ความสาเรจ็ ไดเ้ รว็ กวา่ ผมู้ ีพรแสวง และไม่ ฉลากได้ ตอ้ งเสียเวลาหรอื ทนุ ทรพั ยไ์ ปกับการฝกึ ฝนตนเองเพื่อพฒั นา ทักษะในดา้ นนน้ั ๆ เพม่ิ เตมิ นอกจากนัน้ ผู้มที มี่ ีพรแสวงกใ็ ช่วา่ จะประสบความสาเร็จเสมอไป เห็นไดจ้ ากผู้ทเี่ กิดมามฐี านะยากจน ได้รบั การศึกษาน้อย แม้พยายามดน้ิ รนหาเลย้ี งชีพทกุ หนทาง แตย่ ังไม่รอดพ้นจากความยากจนอยูด่ ี สรุปผลตามทศั นะส่วนตวั ท้ังพรสวรรคแ์ ละพรแสวงล้วนมีความสาคัญทงั้ คู่ แต่หากพจิ ารณา ของนกั เรียน แลว้ เห็นดว้ ยกับพรแสวงมากกวา่ เพราะเชอื่ วา่ พรแสวงเป็น พ้นื ฐานของความสาเร็จอยา่ งแท้จริง บางคนมีท้งั พรสวรรคอ์ ยแู่ ตไ่ ม่ ร้ตู ัว กต็ อ้ งแสวงหาตัวตนดว้ ยการลองผดิ ลองถูกเพ่อื ใหท้ ราบว่าตน ชอบหรือรกั ในสิง่ ใด แต่ถา้ หากหยดุ นิ่งไม่แสวงหาหรอื พฒั นาต่อ ยอดความสามารถนั้นให้ดขี ้นึ กไ็ มอ่ าจนาไปสคู่ วามสาเร็จหรอื ความกา้ วหนา้ ได้ ประโยชนท์ ่ีได้รบั จากการทากิจกรรม 1. ได้ฝกึ ทักษะการคดิ การใช้เหตผุ ล การกล้าแสดงออก และการทางานเป็นทีม 2. ได้ข้อคิดเกย่ี วกบั แนวทางในการปฏิบตั เิ พ่ือไปส่คู วามสาเรจ็ ซึ่งสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาเนนิ ชีวติ ได้ทัง้ การเรยี นและการทางาน ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นเมืองสุราษฎรธ์ านี
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าหน้าทพี่ ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลกั สตู รต้านทุจรติ ศึกษา) 215 ตอนที่ 2 ฝกึ สมองประลองวาทะ 1. ใหน้ ักเรียนแบ่งกล่มุ ออกเป็น 2 กลุ่ม จับฉลากเลอื กประเดน็ การอภปิ ราย พรสวรรค์ยอ่ มสาคัญ พรสวรรค์ทวี่ ่าดีแท้ กว่าพรแสวง แต่ยังแพ้พรแสวง พรแสวง 2. สมาชิกในกลุ่มสรปุ ผลการอภปิ ราย บนั ทึกสรปุ การอภิปราย กลมุ่ 1 พรสวรรค์ยอ่ มสาคัญกว่าพรแสวง (ตัวอยา่ ง) พรสวรรค์ยอ่ มสาคญั กวา่ พรแสวง เนอ่ื งจากเหตุผล ดงั น้ี พรสวรรค์เป็นความสามารถพิเศษของลุบุคคลที่มีมาแต่กาเนิด ซึ่งเป็นต้นทุนที่ทุกคนมีไม่เท่ากัน การมีพรวรรค์จึงเหมือนมีชัยไปกว่าครึ่งในการทาส่ิงท่ีตนเองรักหรือถนัด เช่นผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านศิลปะ ก็สามารถที่จะเรียนรู้และสร้างสรรค์งานศิลปะที่สวยงามได้ในระยะเวลาส้ันกว่าคนท่ีต้องมาเร่ิมต้นฝึกฝน ผมู้ ีพรสวรรค์ในการทาอาหาร กส็ ามารถทาอาหารได้อรอ่ ยและสรา้ งสรรคโ์ ดยไมต่ อ้ งเรียนรสู้ ิ่งใดมากมาย กลุม่ 2 พรสวรรค์ทวี่ ่าดีแทแ้ ตย่ ังแพพ้ รแสวง พรแสวงยอ่ มดกี ว่าพรสวรรค์ เน่ืองจากเหตุผล ดงั นี้ โทมัส อัลวา เอดสิ ัน นกั วิทยาศาสตรผ์ ู้คดิ ค้นสิง่ ประดษิ ฐส์ าคัญ เช่น หลอดไฟฟ้า กล้องถ่ายภาพยนตร์ เครือ่ งขยายเสียง เป็นต้น อัจฉริยะจากพรสวรค์ 1% และพรแสวง 99 % ซ่งึ แสดงใหเ้ หน็ อย่างชดั เจนว่า ความสาเร็จของท่านเกิดจากความพยายามเป็นสาคัญ และผูม้ ีพรสวรรค์ แตข่ าดการฝกึ ซ้อม หรือไมพ่ ยายาม นาพรสวรรค์ท่ีมีอยไู่ ปพัฒนาต่อยอดก็มกั จะไม่ประสบความสาเรจ็ 3. ใหส้ มาชกิ ในกลมุ่ เลอื กตวั แทนกลุ่ม 2 คนเพ่อื นาเสนอประเดน็ ของตนหน้าช้นั เรยี นสว่ นสมาชกิ อกี ลมุ่ ให้ จดบนั ทึกประเด็นขอกลุม่ ทนี่ าเสนอและร่วมกนั คิดหาเหตุผลหรอื ประเดน็ ขนึ้ มาหกั ลา้ งขอ้ เสนอของอกี ฝา่ ย โดยใช้เวลานาเสนอคนละ ไม่เกิน 2 นาที 4. ใหส้ มาชกิ ในกลมุ่ เลือกตัวแทนกลมุ่ อกี 1 คน เพื่ออกไปหกั ลา้ งประเด็นหรอื ขอ้ เสนอของอกี ฝา่ ย เวลา 2นาที 5. หลังเสรจ็ กจิ กรรม ใหน้ กั เรยี นทุกคนสรปุ ผลตามหัวข้อทกี่ าหนดให้ ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นเมอื งสรุ าษฎรธ์ านี
แผนการจัดการเรยี นร้วู ิชาหนา้ ที่พลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สูตรตา้ นทุจรติ ศึกษา) 216 สรปุ ผลการทากจิ กรรม สรุปทัศนะสมาชิกในกลุ่มตนเองเก่ียวกับประเด็นที่จับฉลากได้พร แสวงถอื เป็นส่งิ สาคญั เพราะสอนใหม้ นษุ ย์รู้จักดิ้นรนหาความรู้และ สรปุ ทศั นะสมาชิกในกลุ่มตนเอง ประสบการณ์ เพ่ือนามาพัฒนาชีวิตตนเองให้ดีข้ึน ดังน้ัน เกีย่ วกบั ประเด็นท่ีจบั ฉลากได้ ความสาเร็จจะเกิดขึ้นได้ ก็เม่ือมนุษย์มีความมุ่งม่ันพยายาม ต่อสู้ ดน้ิ รน ไม่ยอมหยุดน่ิงเพ่ือจะรอให้โชคชว่ ยหรอื อาศัยเพียงพรสวรรค์ เพียงอย่างเดียว ทางกลุ่มจึงเห็ฯด้วยกับคากล่าวของโทมัส อัลวา เอดิสันที่วา่ “อจั ฉรยิ ะเกิดจากพรสวรรค์ 1% และพรแสวง 99% สรุปทศั นะของสมาชิกอกี กล่มุ พรสวรรค์มผี ลตอ่ ความสาเรจ็ ของมนษุ ย์ไมน่ อ้ ย เพราะผูม้ ีพรสวรรค์ เกย่ี วกบั ประเด็นท่ีกลุม่ นัน้ จับ ย่อมกา้ วเขา้ สเู่ สน้ ชยั แหง่ ความสาเรจ็ ได้เรว็ กว่าผมู้ ีพรแสวง และไม่ ฉลากได้ ต้องเสยี เวลาหรอื ทนุ ทรพั ยไ์ ปกบั การฝึกฝนตนเองเพ่ือพฒั นา ทักษะในด้านนนั้ ๆ เพ่มิ เติม นอกจากน้นั ผ้มู ีทม่ี ีพรแสวงก็ใช่ว่า จะประสบความสาเรจ็ เสมอไป เหน็ ไดจ้ ากผทู้ เ่ี กิดมามีฐานะยากจน ได้รับการศกึ ษานอ้ ย แม้พยายามดนิ้ รนหาเล้ียงชีพทกุ หนทาง แต่ยังไมร่ อดพน้ จากความยากจนอยู่ดี สรปุ ผลตามทัศนะสว่ นตวั ทั้งพรสวรรคแ์ ละพรแสวงล้วนมีความสาคัญทงั้ คู่ แตห่ ากพจิ ารณา ของนักเรียน แลว้ เหน็ ด้วยกบั พรแสวงมากกวา่ เพราะเชือ่ วา่ พรแสวงเปน็ พ้ืนฐานของความสาเร็จอยา่ งแท้จริง บางคนมที ัง้ พรสวรรค์อยแู่ ต่ไม่ รู้ตัว กต็ อ้ งแสวงหาตวั ตนดว้ ยการลองผดิ ลองถูกเพอื่ ใหท้ ราบว่าตน ชอบหรอื รกั ในส่ิงใด แต่ถ้าหากหยดุ นงิ่ ไมแ่ สวงหาหรือพัฒนาตอ่ ยอดความสามารถนนั้ ให้ดขี ึน้ กไ็ มอ่ าจนาไปสคู่ วามสาเร็จหรอื ความกา้ วหนา้ ได้ ประโยชนท์ ไี่ ดร้ ับจากการทากิจกรรม 1. ได้ฝึกทักษะการคิด การใชเ้ หตผุ ล การกล้าแสดงออก และการทางานเป็นทมี 2. ได้ข้อคดิ เกยี่ วกับแนวทางในการปฏิบัติเพอื่ ไปสู่ความสาเร็จ ซึ่งสามารถนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ ไดท้ ัง้ การเรียนและการทางาน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นเมอื งสรุ าษฎร์ธานี
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าหน้าทพ่ี ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สตู รต้านทุจรติ ศึกษา) 217 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน เรอ่ื ง.............................................................. กลมุ่ ................................................. ห้อง......................................................... สมาชิก 1......................................................................... 2..................................................................... 3......................................................................... 4..................................................................... 5........................................................................ 6..................................................................... คาช้ีแจง : ใหท้ าเครอ่ื งหมาย ในช่องว่างทีก่ าหนดให้ ประเมินตนเอง รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ รวม 1. มีการวางแผนการทางาน 5 4321 2. มีความพร้อมในการนาเสนอ 3. มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ 4. ความถกู ต้องของงานนาเสนอ 5. นาเสนอผลงานเสรจ็ ตามเวลาทก่ี าหนด เพอื่ นประเมิน รายการประเมิน พฤตกิ รรมบ่งช้ี รวม 1. มีการวางแผนการทางาน 5 4321 2. มคี วามพร้อมในการนาเสนอ 3. มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ 4. ความถกู ต้องของงานนาเสนอ 5. นาเสนอผลงานเสรจ็ ตามเวลาทีก่ าหนด เกณฑก์ ารประเมิน 543 21 ดมี าก ดี ปานกลาง น้อย ตอ้ งปรบั ปรุง ลงชือ่ ..................................ผปู้ ระเมนิ ลงชอ่ื ..................................ผปู้ ระเมิน ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนเมอื งสรุ าษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาหน้าทีพ่ ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลกั สูตรต้านทจุ รติ ศึกษา) 218 เกณฑ์การประเมินการนาเสนอผลงาน รายการประเมิน 5 4 ระดบั คุณภาพ 1 มีการวางแผน มีการวางแผน 1. มีการวางแผน วางแผนการทางาน ทางานตาม 32 ในการทางาน การทางาน และทางานตาม ข้ันตอนได้ทุก น้อยท่ีสดุ ขน้ั ตอนท่ีวางไว้ ประเด็น มกี ารวางแผนใน มกี ารวางแผน 2. มคี วามพร้อม เปน็ ระบบมากทส่ี ดุ มคี วามพรอ้ มใน การทางานตาม ทางานตาม มคี วามพรอ้ ม ในการนาเสนอ การนาเสนองาน แผนเปน็ สว่ นใหญ่ ข้นั ตอนได้บางเร่ือง ในการนาเสนอ มคี วามพร้อมใน เป็นส่วนใหญ่ งานนอ้ ยทสี่ ุด 3. มีความคิด การนาเสนองาน การนาเสนองาน มีความพร้อม ใน มคี วามพรอ้ ม ใน การนาเสนอ สร้างสรรค์ มากทส่ี ุด มคี วามคดิ งานไม่นา่ สนใจ สร้างสรรค์ การนาเสนองาน การนาเสนองาน ไมม่ ีความคดิ 4. ความถูกต้อง การนาเสนองาน แปลกใหม่และ สร้างสรรค์ ของงานนาเสนอ มคี วามคิด เป็นระบบ เป็นบางประเดน็ เปน็ สว่ นนอ้ ย แปลกใหม่ สร้างสรรค์ เนอื้ หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ 5. นาเสนอผลงาน แปลกใหมแ่ ละ ผลงานถกู ตอ้ ง การนาเสนองาน การนาเสนองาน ผลงานถกู ต้อง เสร็จตามเวลา เป็นระบบมากทส่ี ุด ครบถว้ น เปน็ ส่วนใหญ่ ท่กี าหนด มีความคดิ มีนา่ สนใจ แตย่ งั เนือ้ หาสาระของ นาเสนองาน นาเสนองาน ผลงานถูกต้อง ตรงตามเวลา สรา้ งสรรค์ ไมม่ ีมคี วามคดิ ชา้ กวา่ เวลา ครบถ้วนดเี ยีย่ ม ที่กาหนด ท่ีกาหนดเกิน แปลกใหมแ่ ต่ยงั สรา้ งสรรค์ 5 วัน ขึน้ ไป นาเสนองาน ตรงตามเวลา ไม่เป็นระบบ แปลกใหม่ ทีก่ าหนดมากทสี่ ุด เน้อื หาสาระของ เน้อื หาสาระของ ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเปน็ ครบถว้ นเป็นสว่ นใหญ่ บางประเดน็ นาเสนองาน นาเสนองาน ชา้ กว่าเวลา ชา้ กวา่ เวลา ทีก่ าหนด1-2 วัน ทกี่ าหนด 3-5 วนั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นเมอื งสรุ าษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าหนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลกั สูตรต้านทุจรติ ศกึ ษา) 219 แบบประเมินใบงาน ชือ่ -สกลุ ความถูกต้องของ ความสะอาด รายการที่ประเมนิ การตง้ั ใจทางาน การเขียนใบงาน ผลงาน เรยี บรอ้ ยของ สง่ งานทนั เวลา 43 2 1 43 2 1 รวม 43 2 1 ผลงาน 43 2 1 คะแนน 43 2 1 20 ระดบั คุณภาพ 4 หมายถงึ ดมี าก เกณฑร์ ะดับคะแนน 18-20 คะแนน ระดับคุณภาพ เท่ากบั 4 3 หมายถงึ ดี เกณฑร์ ะดับคะแนน 15-17 คะแนน ระดับคุณภาพ เท่ากับ 3 2 หมายถงึ พอใช้ เกณฑร์ ะดับคะแนน 12-14 คะแนน ระดบั คุณภาพ เทา่ กบั 2 1 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์ระดับคะแนน 1-11 คะแนน ระดับคุณภาพ เทา่ กับ 1 เกณฑ์การผ่าน ตอ้ งได้ 16 คะแนนข้นึ ไป ระดับคณุ ภาพ เท่ากับ 3 (ลงชอ่ื ) ......................................................... ผู้ประเมนิ (นางบวั มาศ อุบลรัตน)์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นเมืองสุราษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาหนา้ ท่ีพลเมอื ง 3 (บูรณาการหลักสูตรต้านทุจรติ ศึกษา) 220 รายละเอยี ดเกณฑ์การประเมินใบงาน กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ประเดน็ ประเมนิ ระดับคณุ ภาพ 4 3 21 ความถูกตอ้ ง ปฏิบตั ไิ ดถ้ ูกตอ้ ง ร้อยละ ปฏบิ ัตไิ ด้ถกู ต้องร้อยละ ปฏิบัติไดถ้ กู ตอ้ ง ปฏบิ ัตไิ ดถ้ กู ตอ้ ง ของผลงาน 100 ของผลงาน 80 ของผลงาน ร้อยละ 60 ร้อยละ 50 ของผลงาน ของผลงาน ความสะอาด สะอาดเรยี บร้อย ไม่ค่อย สะอาดเรียบร้อย มีรอยขีดลบ มรี อยลบ เรยี บรอ้ ยของ มีรอยขดู รอยลบ ลายมอื พอใช้ได้ มีการ เลอะเทอะ เลอะเทอะ ผลงาน ลบอยา่ งสะอาด ตง้ั แต่ 5คาขึน้ ไป เปน็ ส่วนใหญ่ ของผลงาน สง่ งานทันเวลา งานเสรจ็ ทันกาหนดเวลา งานเสร็จงานไม่เสร็จ งานไมเ่ สรจ็ ทนั งานไมเ่ สร็จทัน ทันเวลา 3 นาที ตามกาหนดเวลา ตามเวลา 10นาที 5 นาที การตัง้ ใจทางาน ส่วนใหญต่ ัง้ ใจทางาน ตง้ั ใจทางานด้วยความ ตง้ั ใจทางานด้วย ทางานเม่ือถูกร้อง ด้วยความเต็มใจและ เตม็ ใจและแก้ไข ความเตม็ ใจและ ขอและไม่แก้ไข แก้ไขข้อบกพรอ่ งในการ ข้อบกพร่องในการ แกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง ข้อบกพร่องของ ทางานทุกครงั้ ทางานเปน็ ส่วนใหญ่ ในการทางานเปน็ งาน บางสว่ น การเขยี นใบงาน ลายมือสวยงาม อ่านง่าย ลายมืออ่านงา่ ย เขยี น ลายมอื อ่านยาก ลายมืออ่านยาก ถูกอักขระวธิ ี เขียนผิด 2 คา เขยี นผดิ เปน็ ส่วน ใหญ่ของผลงาน ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นเมอื งสุราษฎรธ์ านี
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาหน้าทพี่ ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สูตรต้านทุจรติ ศึกษา) 221 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรรู้ ายบคุ คล ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 พฤติกรรม สรุป เลขที่ ีมสมาธิและ ้ตังใจเ ีรยน ชื่อ-สกุล ีมการวางแผนก่อนทางาน ีมความกระ ืตอรือร้น ัซกถามเ ื่มอไ ่มเ ้ขาใจ ระดบั รอ้ ยละ ีมความรับผิดชอบ คุณภาพ รวมคะแนน 4 4 4 4 4 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ความหมายระดับคุณภาพ 4 หมายถงึ ดีมาก เกณฑร์ ะดบั คะแนน 18-20 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ เทา่ กับ 4 3 หมายถงึ ดี เกณฑร์ ะดบั คะแนน 15-17 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ เท่ากับ 3 2 หมายถึง พอใช้ เกณฑร์ ะดบั คะแนน 12-14 คะแนน ระดับคณุ ภาพ เท่ากบั 2 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง เกณฑร์ ะดบั คะแนน 1-11 คะแนน ระดบั คุณภาพ เท่ากับ 1 เกณฑก์ ารผ่าน ตอ้ งได้ 16 คะแนนข้ึนไป ระดบั คณุ ภาพ เทา่ กับ 3 (ลงชื่อ)....................................................ผปู้ ระเมิน (นางบวั มาศ อบุ ลรัตน)์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรยี นเมอื งสุราษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นร้วู ิชาหน้าทพี่ ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สตู รต้านทจุ รติ ศึกษา) 222 เกณฑ์การประเมินการเรียนรรู้ ายบุคคล ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ประเดน็ ประเมิน ระดับคุณภาพ มีสมาธแิ ละตง้ั เรยี น 4 321 มีการวางแผนก่อน การทางาน ตง้ั ใจเอาใจใสต่ ่องานท่ี ต้งั ใจทางานทีไ่ ดร้ ับ ตงั้ ใจทางานแต่ ไม่สนใจเรยี นปฏิบตั ิ ความกระตือรือร้น ไดร้ บั มอบหมาย เข้าใจ มอบหมายเข้าใจ นาไปปฏบิ ัตไิ ม่ ตามท่ีได้รับ การแสดงความ ไดเ้ ร็วและนาไปปฏิบัติ เรว็ แต่ปฏบิ ัติงาน ครบถว้ นมีเพ่ือน มอบหมายไม่ได้ คดิ เหน็ ความรบั ผดิ ชอบ ได้ครบถว้ นด้วยตนเอง ครบถว้ ยเป็น คอยชว่ ยเหลอื บางสว่ น วางแผนการทางานและ มกี ารวางแผนก่อน มกี ารวางแผนใน ไมม่ ีการวางแผนใน ทางานตามขนั้ ตอนที่ ทางาน ทางานตาม การทางานแต่ไม่ การทางาน วางไว้ เปน็ ระบบ ข้ันตอนได้บางเรื่อง ทางานตามตาม แผน ส่วนใหญอ่ าสาทางาน อาสาทางานด้วย อาสาทางานด้วย ทางานเม่ือถูกรอ้ ง ด้วยความเตม็ ใจและ ความเตม็ ใจและ ความเต็มใจและ ขอและไม่แก้ไข แก้ไขปัญหาทบ่ี กพรอ่ ง แกไ้ ขข้อบกพรอ่ งได้ แกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง ขอ้ บกพร่องของงาน ได้ด้วยตนเอง บ้าง ได้โดยเพื่อนชว่ ย กล้าซักถามเมื่อไม่เขา้ ใจ กลา้ ซกั ถามเป็น ไมก่ ลา้ ซักถามเมื่อ ไม่กลา้ ซักถามเม่ือ มีความม่นั ใจในตนเอง บางคร้งั ขาดความ ไมเ่ ขา้ ใจให้เพื่อน ไม่เขา้ ใจไม่มคี วาม สงู เชอื่ มั่นในตนเอง ถามให้ เชื่อม่ันในตนเอง มีความกระตือรือรน้ ใน กระตือรือรน้ ในการ ทางานตามท่ี ปฏบิ ัตงิ านท่ไี ดร้ ับ การทางาน ผลงานมี ทางานแตผ่ ลงาน ได้รับมอบหมาย มอบหมายไมเ่ สร็จ ประสิทธิภาพและเสร็จ บางสว่ นไม่ เทา่ นั้นผลงานไม่ ตามกาหนดเวลา ตามกาหนดเวลา ครบถว้ นสมบูรณ์ ครบถ้วน เวลาลว่ งเลย บา้ ง ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรียนเมอื งสรุ าษฎร์ธานี
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาหน้าทีพ่ ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลักสตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา) 223 แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ชื่อ-สกลุ ความรว่ มมอื การแสดงความ รายการที่ประเมิน การมสี ว่ นร่วมใน การทางานตามที่ รวม 43 2 1 คดิ เหน็ การอภปิ ราย ได้รับมอบหมาย คะแนน การรบั ฟังความ 43 2 1 คดิ เหน็ 43 2 1 43 2 1 20 43 2 1 ระดบั คุณภาพ 4 หมายถึง ดีมาก เกณฑ์ระดับคะแนน 18-20 คะแนน ระดับคุณภาพ เท่ากับ 4 3 หมายถงึ ดี เกณฑร์ ะดบั คะแนน 15-17 คะแนน ระดบั คุณภาพ เทา่ กับ 3 2 หมายถึง พอใช้ เกณฑร์ ะดบั คะแนน 12-14 คะแนน ระดบั คุณภาพ เท่ากบั 2 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ เกณฑร์ ะดับคะแนน 1-11 คะแนน ระดับคุณภาพ เท่ากบั 1 เกณฑ์การผ่าน ต้องได้ 16 คะแนนขนึ้ ไป ระดับคุณภาพ เท่ากบั 3 (ลงช่ือ) ......................................................... ผู้ประเมิน (นางบวั มาศ อบุ ลรัตน)์ ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเมอื งสุราษฎร์ธานี
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าหนา้ ทีพ่ ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลักสตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา) 224 เกณฑก์ ารประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม รายการประเมิน พฤตกิ รรม 1. ความร่วมมอื 4 32 1 2. การแสดงความคิดเหน็ มคี วามร่วมมอื ดีมาก มีความรว่ มมือดี มคี วามรว่ มมือเปน็ มีความร่วมมอื เปน็ 3. การรับฟังความคดิ เห็น ขยันอดทนและ ขยนั อดทนและ ส่วนใหญ่ พยายาม ส่วนน้อย ไม่ขยนั 4. การมสี ่วนรว่ มในการ อภิปราย พยายามทาใหง้ าน พยายามทาใหง้ าน ทาใหง้ านสาเร็จ ไม่พยายามทาใหง้ าน 5. การทางานตามทไี่ ด้รบั มอบหมาย สาเรจ็ ตามเปา้ หมาย สาเร็จตาม ตามเปา้ หมาย สาเร็จตามเปา้ หมาย ภายในระยะเวลาท่ี เป้าหมาย ภายในระยะเวลา กาหนดชื่นชมผลงาน ทีก่ าหนด ดว้ ยความภาคภูมิใจ แสดงความคดิ เหน็ แสดงความคดิ เห็น แสดงความคิดเหน็ ไมค่ ่อยแสดงความ รว่ มกนั ดีมาก รว่ มกันดพี ดู คุย รว่ มกันพอใชพ้ ดู คุย คดิ เห็นรว่ มกนั พดู คุย ไมพ่ ดู คุยนอกประเด็น นอกประเดน็ บา้ ง นอกประเด็นบา้ ง นอกประเดน็ เป็น ส่วนใหญ่ ยอมรบั ฟังความ ยอมรับฟังความ ยอมรับฟงั ความ ไม่ค่อยยอมรับฟัง คิดเหน็ ซึง่ กนั และกันดี คดิ เห็นซ่ึงกันดีและ คดิ เห็นซ่งึ กนั เป็น ความคิดเห็นซงึ่ กนั ใช้ มากใช้ถ้อยคาแบบ ใชถ้ ้อยคาแบบ สว่ นใหญ่และมาก ถอ้ ยคาแสดงความ กลั ยาณมติ ร กลั ยาณมติ ร ใชถ้ อ้ ยรนุ แรงใน คดิ เห็นแบบรนุ แรง บางคร้ัง มีสว่ นรว่ มในการ มีส่วนรว่ มในการ มีส่วนรว่ มในการ มีส่วนรว่ มในการ อภิปรายดมี าก อภปิ รายดี อภิปรายเปน็ อภิปรายเปน็ สว่ นนอ้ ย มคี าถามทด่ี ี มีคาถาม สว่ นใหญ่ มคี าถาม ไม่มีการตั้งคาถาม ตอบคาถามได้ถูกตอ้ ง ตอบคาถามถูกตอ้ ง ไม่ค่อยตอบคาถาม ไมต่ อบคาถาม ตั้งใจปฏบิ ตั ิงานทีไ่ ดร้ บั ต้งั ใจปฏบิ ตั งิ านที่ ตง้ั ใจปฏบิ ตั ิงานท่ี ตัง้ ใจปฏิบัติงานที่ มอบหมายใหส้ าเร็จมี ได้รบั มอบหมายให้ ไดร้ บั มอบหมายให้ ได้รับมอบหมาย การปรับปรงุ พฒั นา เปน็ ส่วนน้อย งานภายในกลุ่ม สาเร็จมกี าร สาเร็จมีการ ไมม่ ีการปรบั ปรงุ ปรับปรุงพฒั นา ปรบั ปรุงพฒั นา พฒั นางาน งานให้ดีข้ึน งานใหด้ ขี น้ึ โดย ได้รับการแนะนา ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นเมืองสรุ าษฎร์ธานี
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าหน้าทพ่ี ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลักสูตรต้านทจุ รติ ศกึ ษา) 225 แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 14 กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหสั วิชา ส 30203 รายวิชา หน้าทีพ่ ลเมือง 3 จานวน 0.5 หน่วยกติ (บูรณาการหลักสตู รตา้ นทุจริตศกึ ษา) หน่วยการเรียนรู้เร่ืองที่ 3 ความมวี นิ ยั ในตนเอง จานวน 1 คาบต่อสปั ดาห์ แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 14 การคิดแยกแยะ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ผู้สอน นางบัวมาศ อบุ ลรตั น์ 1. ผลการเรียนรู้ 1.1 มคี วามร้คู วามเขา้ ใจเกย่ี วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนกบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม 1.2 สามารถคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนกบั ผลประโยชนส์ ่วนรวม 2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.1 นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวมได 2.2 นกั เรยี นสามารถการคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวมได้ 3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 ความรู้ 3.1.1 ผลประโยชน์ส่วนตนหรือผลประโยชน์สว่ นตน 3.1.2 ผลประโยชนส์ ว่ นตนหรอื ผลประโยชน์สว่ นรวม 3.2 ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะที่เกดิ ) 3.2.1 ความสามารถในการสื่อสาร - ฟงั พดู เขยี น 3.2.2 ความสามารถในการคิด - คิดวเิ คราะห์ จัดกล่มุ สรปุ 3.3 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์/ค่านิยม 3.3.1 คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 1) ใฝเ่ รียนรู้ 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครทู บทวนความรู้เก่ยี วกับความหมายของผลประโยชน์ส่วนตนและสว่ นผลประโยชนส์ ่วนรวม โดยให้นกั เรยี นเขยี นลงในกระดาษ เอ 4 ท่ีครแู จกให้คนละ 1 แผ่น 2. สมุ่ นักเรียน 2-4 คนให้นาเสนอความหมายของผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ที่ตนเองเขียนแล้วให้ ทุกคนในช้ันรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ ที่เพ่ือนเขียนความหมายมาน้นั ถกู หรือไม่ เพราะเหตุใด ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นเมอื งสรุ าษฎร์ธานี
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าหนา้ ท่ีพลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลักสตู รตา้ นทจุ รติ ศึกษา) 226 3. การแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มๆ ละ เท่าๆ กัน จานวน 4 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มศึกษา ใบความรู้ เร่ืองความหมายของ ผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวมและตรวจสอบคาตอบท่ีนักเรียนเขียนกับใบความรู้ว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ ถกู ต้องให้ปรับแก้ให้ถูกตอ้ ง แล้วส่งให้ครูตรวจ 4. นักเรียนและครรู ว่ มกันสรปุ ความหมายของ คาว่า ผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ดังนี้ ผลประโยชน์ส่วนตนหรอื ผลประโยชน์สว่ นตน หมายถงึ การทีบ่ ุคคลทั่วไปในสถานะเอกชนหรือเจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั ได้ทา กจิ กรรมหรอื ได้กระทาการตา่ งๆ เพ่ือประโยชนส์ ่วนตน ครอบครัว ญาติ เพอื่ นหรอื ของผลประโยชนส์ ่วนตนหรือ ผลประโยชน์ส่วนตน หมายถึง การที่บุคคลท่ัวไปในสถานะเอกชนหรือเจ้าหน้าท่ีของรัฐได้ทากิจกรรมหรือได้ กระทาการตา่ งๆ เพอ่ื ประโยชน์ส่วนตน ครอบครัว ญาติ เพ่ือนหรือของกลุ่มในสังคมท่ีมีความสัมพันธ์กันในรูปแบบต่างๆ เชน่ การประกอบอาชีพ การทาธุรกิจ การค้า การลงทุน เพอื่ หาประโยชนใ์ นทางการเงินหรอื ในทางทรัพยส์ ินตา่ งๆ เปน็ ตน้ ผลประโยชนส์ ่วนรวม หมายถึง การทบี่ ุคคลใดๆ ในสถานะทเี่ ป็นเจ้าหน้าทข่ี องรัฐ(ผู้ดารงตาแหนง่ ทางการเมือง ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าหน้าท่ีของรัฐในหน่วยงานของรัฐ) ได้กระทาการใดๆ ตามหน้าที่หรือได้ปฏิบัติ หน้าที่อ่นื เป็นการดาเนินการในอีกส่วนหน่ึงที่แยกออกมาจากการดาเนินการตามหน้าท่ีในสถานะของเอกชน การกระทา การใดๆ ตามหน้าท่ีหรือการปฏบิ ัติหนา้ ทขี่ องเจา้ หนา้ ทีข่ องรัฐจงึ มวี ตั ถปุ ระสงคห์ รอื เปา้ หมาย เพือ่ ประโยชน์ของส่วนรวม หรอื การรักษาประโยชน์ส่วนรวมที่เป็นประโยชน์ของรัฐการท าหน้าที่ของเจ้าหน้าท่ีของรัฐจึงมีความเก่ียวเนื่องเช่ือมโยง กับอานาจหนา้ ทีต่ ามกฎหมายและจะมรี ูปแบบของความสัมพนั ธ์หรือมีการกระทาในลักษณะต่างๆ กนั ทีเ่ หมอื นหรือคล้าย กับการกระทาของบุคคลในสถานะเอกชน เพียงแต่การกระทาในสถานะที่เป็นเจ้าหน้าท่ีของรัฐกับการกระทาในสถานะ เอกชน จะมีความแตกตา่ งกนั ที่วัตถปุ ระสงค์ 5. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาใบความรู้ เรื่อง ตัวอย่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม แลว้ ร่วมกันอภปิ รายภายในกล่มุ ความแตกต่างระหว่าง ผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม ดังใบงาน ท่ี 15 6. แต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนมากลุ่มละ 1 คน รว่ มกนั นาเสนอผลการอภปิ รายความแตกตา่ งระหว่างผลประโยชน์ ส่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม 7. ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ทาใบงานท่ี 15 เรอื่ ง การคดิ แยกแยะระหว่างผลผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์ สว่ นรวม โดยไปค้นควา้ จากห้องสมดุ หรือคน้ คว้าทาง Internet 8. นาผลการจดั ทาใบงานที่ 16 มาน าเสนอหนา้ ชัน้ เรียน และนาไปติดท่ปี ้ายนิเทศในชั้นเรียนให้นักเรยี นทกุ คนไปแลกเปล่ียนเรยี นรแู้ ละสรุปความรทู้ ีไ่ ด้ลงในสมดุ งานของนักเรยี นแต่ละคน 5. สอ่ื การเรยี นรแู้ ละแหล่งการเรยี นรู้ 1. ใบความรู้ เรื่อง ผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม 2. ใบงานที่ 15 เร่อื ง การอภิปรายเรอื่ งความแตกต่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม 3. ใบงานที่ 16 การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม 4. ห้องสมดุ / Internet ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นเมืองสุราษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาหน้าที่พลเมอื ง 3 (บูรณาการหลกั สตู รต้านทจุ รติ ศึกษา) 227 6. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์ ประเมินการนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ ประเมินใบงาน แบบประเมนิ ใบงาน ระดับคุณภาพ 3 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดับคุณภาพ 3 ผา่ นเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ ระดับคุณภาพ 3 ผา่ นเกณฑ์ 7. บนั ทึกหลงั สอน - ผลการจัดการเรยี นการสอน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… - อุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… - ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ..........................................ผูส้ อน (นางบวั มาศ อุบลรตั น์) ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นเมืองสรุ าษฎร์ธานี
แผนการจัดการเรยี นร้วู ิชาหน้าทพี่ ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลักสตู รตา้ นทุจรติ ศึกษา) 228 ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม .................................................................................................................................................... ....... ........................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................. ลงชอื่ .......................................... (นายเกรียงศักด์ิ เมฆสุข) หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ฯ ความคิดเห็นรองผู้อานวยการฝา่ ยวชิ าการ .................................................................................................................................................... ....... ............................................................................................................................ ............................... ............................................................................................................................. .............................. ลงชอ่ื ................................................... (นางสาวปิยดา คล้ายเพชร) ครผู ูช้ ่วยรองผอู้ านวยการฝา่ ยวิชาการ โรงเรยี นเมอื งสรุ าษฎรธ์ านี ความคิดเห็นผู้อานวยการ .................................................................................................................................................... ....... ............................................................................................................................ ............................... ............................................................................................................................. .............................. ลงชื่อ................................................... (นางวรรณา มณรี ตั น์) ผอู้ านวยการโรงเรียนเมอื งสรุ าษฎร์ธานี ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรียนเมืองสุราษฎรธ์ านี
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าหน้าทพ่ี ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลักสูตรต้านทจุ รติ ศกึ ษา) 229 8. ภาคผนวก ใบความรู้ เรือ่ งผลประโยชน์สว่ นตนและ ผลประโยชนส์ ว่ นรวม ผลประโยชน์ส่วนตนหรือผลประโยชน์สว่ นตน หมายถึง การทีบ่ ุคคลทว่ั ไปใน สถานะเอกชนหรอื เจ้าหนา้ ทข่ี องรฐั ไดท้ ากิจกรรมหรือได้กระทาการตา่ งๆ เพอื่ ประโยชน์ ส่วนตน ครอบครัว ญาติ เพ่ือนหรอื ของกลุ่มในสงั คมทม่ี ีความสัมพนั ธ์กนั ในรูปแบบต่างๆ เชน่ การประกอบอาชพี การทาธรุ กิจ การคา้ การลงทนุ เพ่อื หาประโยชนใ์ นทางการเงนิ หรือในทางทรัพย์สนิ ตา่ งๆ เป็นตน้ ผลประโยชนส์ ว่ นรวม หมายถงึ การทีบ่ คุ คลใดๆ ใน สถานะที่เป็นเจ้าหนา้ ท่ขี องรฐั (ผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมือง ขา้ ราชการ พนกั งาน รัฐวิสาหกิจ หรือเจา้ หน้าทข่ี องรัฐในหนว่ ยงานของรฐั ) ได้กระทาการใดๆ ตามหนา้ ทห่ี รอื ได้ ปฏบิ ตั ิหน้าทีอ่ นื่ เป็นการดาเนนิ การในอีกส่วนหนง่ึ ท่ีแยกออกมาจากการดาเนินการตาม หน้าทีใ่ นสถานะของเอกชน การกระทาการใดๆ ตามหน้าท่ีหรอื การปฏบิ ตั หิ น้าทข่ี อง เจ้าหน้าทีข่ องรฐั จงึ มวี ตั ถปุ ระสงคห์ รอื เป้าหมาย เพ่อื ประโยชนข์ องสว่ นรวม หรือการ รักษาประโยชน์สว่ นรวมท่เี ปน็ ประโยชน์ของรัฐการทาหนา้ ทขี่ องเจ้าหน้าทีข่ องรฐั จึงมีความ เกีย่ วเนอ่ื งเช่ือมโยงกบั อานาจหน้าทต่ี ามกฎหมายและจะมรี ูปแบบของความสมั พนั ธ์หรอื มี ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรียนเมืองสรุ าษฎร์ธานี
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ิชาหนา้ ที่พลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลักสูตรตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา) 230 ตัวอยา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม เรอ่ื ง ผลประโยชน์สว่ นตน ผลประโยชนส์ ว่ นรวม ๑. การรับผลประโยชนต์ า่ งๆ ๑. จ้างเพื่อนทาเวรให้ ๑. ไมจ่ ้างเพอ่ื นใหท้ าเวรให้ ๒. การทาธรุ กิจกับตัวเอง ๒. จ้างเพื่อนท าการบา้ นให้ ๒. ไม่จ้างเพ่ือนใหท้ าการบา้ นให้ ๓. การท างานหลังจากออก ตาแหนง่ สาธารณะหรือ ๓. ชวนเพื่อนไปทะเลาะกับคู่อริ ๓. ไมบ่ งั คับเพื่อนใหท้ าในสิ่งทีไ่ มถ่ ูกตอ้ ง หลงั เกษียณ Post-Employment ๔. การท างานพเิ ศษ แลว้ จึงจะรบั เข้ากลุม่ (บงั คบั เพอ่ื น ๔. ไม่หาเสยี งเลอื กต้ังกรรมการนักเรียน Outside Employment or Moonlighting ให้ทาในสง่ิ ท่ีไมถ่ กู ต้อง) โดยสญั ญาว่าจะแจกสิ่งของ ๕. การรู้ข้อมลู ภายใน Inside Information ๔. หาเสียงเลือกตัง้ กรรมการ ๖. การใช้บุคลากรหรือ นักเรยี นโดยสัญญาวา่ จะแจกสง่ิ ของ ทรัพยส์ นิ ของหนว่ ยงานเพื่อ ประโยชนส์ ว่ นตน Using ๑. นาของมาขายเพอื่ นใน ๑. ไม่นาของมาขายเพื่อนใน Employer, Property for Private advantages ห้องเรยี น หอ้ งเรียน ๑. ใชอ้ ิทธิพล เปน็ หวั หนา้ ห้อง/ ๑. ไมใ่ ชอ้ ทิ ธพิ ล เป็นหวั หน้าห้อง/ พ่อแม่เป็นผู้มอี ิทธิพล/ขม่ ขู่เพื่อน พอ่ แม่เป็นผ้มู อี ิทธพิ ล/ขม่ ขเู่ พ่ือน ๑. เล่นการพนัน ๑. ไมเ่ ลน่ การพนนั ๒. คา้ และเสพส่ิงเสพติดให้โทษ ๒. ไมค่ า้ และเสพสง่ิ เสพติดให้โทษ ๑. รคู้ ะแนนสอบของเพอ่ื นแล้ว ๑. ร้คู ะแนนสอบของเพ่ือนแล้วนามา นามาบอกต่อ ก่อนไดร้ ับอนญุ าต บอกต่อ เก็บไว้เป็นความลับ ๒. ร้ปู ัญหาที่เพื่อนไม่อยากใหใ้ คร รู้ ๒. รูป้ ัญหาท่ีเพ่ือนไม่อยากให้ใครรู้ แลว้ แล้วนามาบอกต่อ เกบ็ เป็นความลับ ๑. ใชโ้ ทรศพั ท์เคล่ือนที่ชารต์ ไฟ ๑. ไมใ่ ช้อทิ ธิพล เปน็ หัวหน้าห้อง/ โรงเรียน พอ่ แม่เป็นผูม้ ีอิทธพิ ล/ข่มขู่เพื่อน ๒. เปิดพัดลมเปา่ เฉพาะตนเอง ๒. ไม่เปดิ พัดลมเป่าเฉพาะตนเอง ๓. ล้างจานชามก่อน โดยใช้น้า ๓. ไมล่ า้ งจานชามก่อน โดยใช้นา้ มากเหลอื ไว้นอ้ ย มากเหลอื ไว้นอ้ ย ๔. แซงควิ ผอู้ ่ืน ๔. ไมแ่ ซงควิ ผูอ้ น่ื ๕. เอาสี หนงั สอื ของโรงเรียนเปน็ ๕. ไม่เอาสี หนงั สอื ของโรงเรียนเปน็ ของตนเอง ของตนเอง ๖. เลน่ ฟุตบอลไม่แบ่งกลมุ่ อ่ืน/ ๖. เล่นฟุตบอลแบง่ กลุ่มอื่น/น้องๆ น้องๆเล่นบา้ ง เลน่ บ้าง ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรียนเมืองสรุ าษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาหนา้ ท่พี ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สูตรตา้ นทุจรติ ศึกษา) 231 เรื่อง ผลประโยชนส์ ่วนตน ผลประโยชน์สว่ นรวม ๗. การนาโครงการ ๗. นาอุปกรณก์ ารเรยี นสว่ นกลาง ๗. ไมน่ าอปุ กรณก์ ารเรียนส่วนกลาง สาธารณะ ลงในเขตเลือกตั้ง (ของหอ้ ง) ไปใชท้ ีบ่ ้าน (ของหอ้ ง) ไปใชท้ บี่ ้าน เพอื่ ประโยชน์ทางการเมือง ๘. ขดี เขียนฝาผนงั เช่น ห้องนา้ ๘. ไม่ขดี เขียนฝาผนงั เช่น หอ้ งน้า Pork - Barreling หอ้ งเรยี น หอ้ งเรียน ๑. กรรมการนักเรยี นเขียน ๑. กรรมการนกั เรียนเขยี นโครงการ โครงการพฒั นาห้องน้าเฉพาะชน้ั พฒั นาหอ้ งน้าไม่เฉพาะชั้นที่กลุม่ ที่กลุ่มตนเองอยู่ ตนเองอยู่ ๒. จดั สรรเงินให้ระดบั ชนั้ ๒. จัดสรรเงนิ ใหร้ ะดับชั้น ตนเองมากกว่าชน้ั อืน่ ตนเองเท่าเทยี มชัน้ อ่นื ๓. แผอ่ าณาเขตท่ีนัง่ ของตนเอง ๓. ไมแ่ ผอ่ าณาเขตท่นี ั่งของตนเอง ให้มากกว่าคนอ่นื ใหม้ ากกว่าคนอื่น ๔. ใหข้ องขวัญครเู พื่อใหค้ รูรัก ๔. ไมใ่ หข้ องขวญั ครเู พือ่ ใหค้ รูรัก ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรียนเมอื งสรุ าษฎรธ์ านี
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาหนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สตู รตา้ นทุจรติ ศึกษา) 232 ใบงานท่ี 15 15การอภปิ รายเรอ่ื งความแตกตา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน และผลประโยชนส์ ่วนรวม คาชี้แจง 1. ใหท้ ุกคนในกลุม่ ศึกษาใบความรเู้ รื่อง ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม 2. ทกุ คนในกลมุ่ รว่ มกนั อภิปราย เกีย่ วกบั ความแตกต่างของผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ สว่ นรวม ตามประเดน็ ต่อไปน้ี 2.1 ความหมายของผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวมแตกต่างกันอยา่ งไร 2.2 นกั เรยี นเคยปฏบิ ตั ติ น ตามตวั อยา่ งในเร่อื งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวมในเรอื่ งใด และสงิ่ ท่ปี ฏิบัติถูกต้องหรอื ไมเ่ พราะเหตใุ ด 3. ส่งตวั แทนกลุม่ ละ 1 คน น าเสนอผลการอภิปรายหน้าช้นั เรยี นกลมุ่ ละไม่เกนิ 5 นาที ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรียนเมอื งสุราษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าหนา้ ที่พลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา) 233 ใบงานที่ 15 15การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตน และผลประโยชนส์ ่วนรวม คาช้ีแจง 1. ใหน้ ักเรียนทกุ คนในกลมุ่ ชว่ ยกนั ระดมความคดิ เกยี่ วกบั การกระทาทเี่ ปน็ เร่ืองของผลประโยชน์สว่ นตน และผลประโยชน์สว่ นรวม มากลมุ่ ละ 10 เรื่อง 2. ส่งตวั แทนนาเสนอกลุม่ ละ 1 คน 3. นาเสนองานทนี่ าไปตดิ ทปี่ า้ ยนเิ ทศในชนั้ เรยี น ผลประโยชนส์ ่วนตน ผลประโยชน์สว่ นรวม (คะแนนเต็ม 10 คะแนน) (คะแนนเตม็ 10คะแนน) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นเมอื งสรุ าษฎรธ์ านี
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าหน้าทพ่ี ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สตู รต้านทุจรติ ศึกษา) 234 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน เรอ่ื ง.............................................................. กลมุ่ ................................................. ห้อง......................................................... สมาชิก 1......................................................................... 2..................................................................... 3......................................................................... 4..................................................................... 5........................................................................ 6..................................................................... คาช้ีแจง : ใหท้ าเครอ่ื งหมาย ในช่องว่างทีก่ าหนดให้ ประเมินตนเอง รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ รวม 1. มีการวางแผนการทางาน 5 4321 2. มีความพร้อมในการนาเสนอ 3. มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ 4. ความถกู ต้องของงานนาเสนอ 5. นาเสนอผลงานเสรจ็ ตามเวลาทก่ี าหนด เพอื่ นประเมิน รายการประเมิน พฤตกิ รรมบ่งช้ี รวม 1. มีการวางแผนการทางาน 5 4321 2. มคี วามพร้อมในการนาเสนอ 3. มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ 4. ความถกู ต้องของงานนาเสนอ 5. นาเสนอผลงานเสรจ็ ตามเวลาทีก่ าหนด เกณฑก์ ารประเมิน 543 21 ดมี าก ดี ปานกลาง น้อย ตอ้ งปรบั ปรุง ลงชือ่ ..................................ผปู้ ระเมนิ ลงชอ่ื ..................................ผปู้ ระเมิน ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนเมอื งสรุ าษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาหน้าทีพ่ ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลกั สูตรต้านทจุ รติ ศึกษา) 235 เกณฑ์การประเมินการนาเสนอผลงาน รายการประเมิน 5 4 ระดบั คุณภาพ 1 มีการวางแผน มีการวางแผน 1. มีการวางแผน วางแผนการทางาน ทางานตาม 32 ในการทางาน การทางาน และทางานตาม ข้ันตอนได้ทุก น้อยท่ีสดุ ขน้ั ตอนท่ีวางไว้ ประเด็น มกี ารวางแผนใน มกี ารวางแผน 2. มคี วามพร้อม เปน็ ระบบมากทส่ี ดุ มคี วามพรอ้ มใน การทางานตาม ทางานตาม มคี วามพรอ้ ม ในการนาเสนอ การนาเสนองาน แผนเปน็ สว่ นใหญ่ ข้นั ตอนได้บางเร่ือง ในการนาเสนอ มคี วามพร้อมใน เป็นส่วนใหญ่ งานนอ้ ยทสี่ ุด 3. มีความคิด การนาเสนองาน การนาเสนองาน มีความพร้อม ใน มคี วามพรอ้ ม ใน การนาเสนอ สร้างสรรค์ มากทส่ี ุด มคี วามคดิ งานไม่นา่ สนใจ สร้างสรรค์ การนาเสนองาน การนาเสนองาน ไมม่ ีความคดิ 4. ความถูกต้อง การนาเสนองาน แปลกใหม่และ สร้างสรรค์ ของงานนาเสนอ มคี วามคิด เป็นระบบ เป็นบางประเดน็ เปน็ สว่ นนอ้ ย แปลกใหม่ สร้างสรรค์ เนอื้ หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ 5. นาเสนอผลงาน แปลกใหมแ่ ละ ผลงานถกู ตอ้ ง การนาเสนองาน การนาเสนองาน ผลงานถกู ต้อง เสร็จตามเวลา เป็นระบบมากทส่ี ุด ครบถว้ น เปน็ ส่วนใหญ่ ท่กี าหนด มีความคดิ มีนา่ สนใจ แตย่ งั เนือ้ หาสาระของ นาเสนองาน นาเสนองาน ผลงานถูกต้อง ตรงตามเวลา สรา้ งสรรค์ ไมม่ ีมคี วามคดิ ชา้ กวา่ เวลา ครบถ้วนดเี ยีย่ ม ที่กาหนด ท่ีกาหนดเกิน แปลกใหมแ่ ต่ยงั สรา้ งสรรค์ 5 วัน ขึน้ ไป นาเสนองาน ตรงตามเวลา ไม่เป็นระบบ แปลกใหม่ ทีก่ าหนดมากทสี่ ุด เน้อื หาสาระของ เน้อื หาสาระของ ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเปน็ ครบถว้ นเป็นสว่ นใหญ่ บางประเดน็ นาเสนองาน นาเสนองาน ชา้ กว่าเวลา ชา้ กวา่ เวลา ทีก่ าหนด1-2 วัน ทกี่ าหนด 3-5 วนั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นเมอื งสรุ าษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าหนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลกั สูตรต้านทุจรติ ศกึ ษา) 236 แบบประเมินใบงาน ชือ่ -สกลุ ความถูกต้องของ ความสะอาด รายการที่ประเมนิ การตง้ั ใจทางาน การเขียนใบงาน ผลงาน เรยี บรอ้ ยของ สง่ งานทนั เวลา 43 2 1 43 2 1 รวม 43 2 1 ผลงาน 43 2 1 คะแนน 43 2 1 20 ระดบั คุณภาพ 4 หมายถงึ ดมี าก เกณฑร์ ะดับคะแนน 18-20 คะแนน ระดับคุณภาพ เท่ากบั 4 3 หมายถงึ ดี เกณฑร์ ะดับคะแนน 15-17 คะแนน ระดับคุณภาพ เท่ากับ 3 2 หมายถงึ พอใช้ เกณฑร์ ะดับคะแนน 12-14 คะแนน ระดบั คุณภาพ เทา่ กบั 2 1 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์ระดับคะแนน 1-11 คะแนน ระดับคุณภาพ เทา่ กับ 1 เกณฑ์การผ่าน ตอ้ งได้ 16 คะแนนข้นึ ไป ระดับคณุ ภาพ เท่ากับ 3 (ลงชอ่ื ) ......................................................... ผู้ประเมนิ (นางบวั มาศ อุบลรัตน)์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นเมืองสุราษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาหนา้ ท่ีพลเมอื ง 3 (บูรณาการหลักสูตรต้านทุจรติ ศึกษา) 237 รายละเอยี ดเกณฑ์การประเมินใบงาน กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ประเดน็ ประเมนิ ระดับคณุ ภาพ 4 3 21 ความถูกตอ้ ง ปฏิบตั ไิ ดถ้ ูกตอ้ ง ร้อยละ ปฏบิ ัตไิ ด้ถกู ต้องร้อยละ ปฏิบัติไดถ้ กู ตอ้ ง ปฏบิ ัตไิ ดถ้ กู ตอ้ ง ของผลงาน 100 ของผลงาน 80 ของผลงาน ร้อยละ 60 ร้อยละ 50 ของผลงาน ของผลงาน ความสะอาด สะอาดเรยี บร้อย ไม่ค่อย สะอาดเรียบร้อย มีรอยขีดลบ มรี อยลบ เรยี บรอ้ ยของ มีรอยขดู รอยลบ ลายมอื พอใช้ได้ มีการ เลอะเทอะ เลอะเทอะ ผลงาน ลบอยา่ งสะอาด ตง้ั แต่ 5คาขึน้ ไป เปน็ ส่วนใหญ่ ของผลงาน สง่ งานทันเวลา งานเสรจ็ ทันกาหนดเวลา งานเสร็จงานไม่เสร็จ งานไมเ่ สรจ็ ทนั งานไมเ่ สร็จทัน ทันเวลา 3 นาที ตามกาหนดเวลา ตามเวลา 10นาที 5 นาที การตัง้ ใจทางาน ส่วนใหญต่ ัง้ ใจทางาน ตง้ั ใจทางานด้วยความ ตง้ั ใจทางานด้วย ทางานเม่ือถูกร้อง ด้วยความเต็มใจและ เตม็ ใจและแก้ไข ความเตม็ ใจและ ขอและไม่แก้ไข แก้ไขข้อบกพรอ่ งในการ ข้อบกพร่องในการ แกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง ข้อบกพร่องของ ทางานทุกครงั้ ทางานเปน็ ส่วนใหญ่ ในการทางานเปน็ งาน บางสว่ น การเขยี นใบงาน ลายมือสวยงาม อ่านง่าย ลายมืออ่านงา่ ย เขยี น ลายมอื อ่านยาก ลายมืออ่านยาก ถูกอักขระวธิ ี เขียนผิด 2 คา เขยี นผดิ เปน็ ส่วน ใหญ่ของผลงาน ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นเมอื งสุราษฎรธ์ านี
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาหน้าทพี่ ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สูตรต้านทุจรติ ศึกษา) 238 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรรู้ ายบคุ คล ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 พฤติกรรม สรุป เลขที่ ีมสมาธิและ ้ตังใจเ ีรยน ชื่อ-สกุล ีมการวางแผนก่อนทางาน ีมความกระ ืตอรือร้น ัซกถามเ ื่มอไ ่มเ ้ขาใจ ระดบั รอ้ ยละ ีมความรับผิดชอบ คุณภาพ รวมคะแนน 4 4 4 4 4 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ความหมายระดับคุณภาพ 4 หมายถงึ ดีมาก เกณฑร์ ะดบั คะแนน 18-20 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ เทา่ กับ 4 3 หมายถงึ ดี เกณฑร์ ะดบั คะแนน 15-17 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ เท่ากับ 3 2 หมายถึง พอใช้ เกณฑร์ ะดบั คะแนน 12-14 คะแนน ระดับคณุ ภาพ เท่ากบั 2 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง เกณฑร์ ะดบั คะแนน 1-11 คะแนน ระดบั คุณภาพ เท่ากับ 1 เกณฑก์ ารผ่าน ตอ้ งได้ 16 คะแนนข้ึนไป ระดบั คณุ ภาพ เทา่ กับ 3 (ลงชื่อ)....................................................ผปู้ ระเมิน (นางบวั มาศ อบุ ลรัตน)์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรยี นเมอื งสุราษฎรธ์ านี
แผนการจดั การเรยี นร้วู ิชาหน้าทพี่ ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สตู รต้านทจุ รติ ศึกษา) 239 เกณฑ์การประเมินการเรียนรรู้ ายบุคคล ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ประเดน็ ประเมิน ระดับคุณภาพ มีสมาธแิ ละตง้ั เรยี น 4 321 มีการวางแผนก่อน การทางาน ตง้ั ใจเอาใจใสต่ ่องานท่ี ต้งั ใจทางานทีไ่ ดร้ ับ ตงั้ ใจทางานแต่ ไม่สนใจเรยี นปฏิบตั ิ ความกระตือรือร้น ไดร้ บั มอบหมาย เข้าใจ มอบหมายเข้าใจ นาไปปฏบิ ัตไิ ม่ ตามท่ีได้รับ การแสดงความ ไดเ้ ร็วและนาไปปฏิบัติ เรว็ แต่ปฏบิ ัติงาน ครบถว้ นมีเพ่ือน มอบหมายไม่ได้ คดิ เหน็ ความรบั ผดิ ชอบ ได้ครบถว้ นด้วยตนเอง ครบถว้ ยเป็น คอยชว่ ยเหลอื บางสว่ น วางแผนการทางานและ มกี ารวางแผนก่อน มกี ารวางแผนใน ไมม่ ีการวางแผนใน ทางานตามขนั้ ตอนที่ ทางาน ทางานตาม การทางานแต่ไม่ การทางาน วางไว้ เปน็ ระบบ ข้ันตอนได้บางเรื่อง ทางานตามตาม แผน ส่วนใหญอ่ าสาทางาน อาสาทางานด้วย อาสาทางานด้วย ทางานเม่ือถูกรอ้ ง ด้วยความเตม็ ใจและ ความเตม็ ใจและ ความเต็มใจและ ขอและไม่แก้ไข แก้ไขปัญหาทบ่ี กพรอ่ ง แกไ้ ขข้อบกพรอ่ งได้ แกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง ขอ้ บกพร่องของงาน ได้ด้วยตนเอง บ้าง ได้โดยเพื่อนชว่ ย กล้าซักถามเมื่อไม่เขา้ ใจ กลา้ ซกั ถามเป็น ไมก่ ลา้ ซักถามเมื่อ ไม่กลา้ ซักถามเม่ือ มีความม่นั ใจในตนเอง บางคร้งั ขาดความ ไมเ่ ขา้ ใจให้เพื่อน ไม่เขา้ ใจไม่มคี วาม สงู เชอื่ มั่นในตนเอง ถามให้ เชื่อม่ันในตนเอง มีความกระตือรือรน้ ใน กระตือรือรน้ ในการ ทางานตามท่ี ปฏบิ ัตงิ านท่ไี ดร้ ับ การทางาน ผลงานมี ทางานแตผ่ ลงาน ได้รับมอบหมาย มอบหมายไมเ่ สร็จ ประสิทธิภาพและเสร็จ บางสว่ นไม่ เทา่ นั้นผลงานไม่ ตามกาหนดเวลา ตามกาหนดเวลา ครบถว้ นสมบูรณ์ ครบถ้วน เวลาลว่ งเลย บา้ ง ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรียนเมอื งสรุ าษฎร์ธานี
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาหน้าทีพ่ ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลักสตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา) 240 แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ชื่อ-สกลุ ความรว่ มมอื การแสดงความ รายการที่ประเมิน การมสี ว่ นร่วมใน การทางานตามที่ รวม 43 2 1 คดิ เหน็ การอภปิ ราย ได้รับมอบหมาย คะแนน การรบั ฟังความ 43 2 1 คดิ เหน็ 43 2 1 43 2 1 20 43 2 1 ระดบั คุณภาพ 4 หมายถึง ดีมาก เกณฑ์ระดับคะแนน 18-20 คะแนน ระดับคุณภาพ เท่ากับ 4 3 หมายถงึ ดี เกณฑร์ ะดบั คะแนน 15-17 คะแนน ระดบั คุณภาพ เทา่ กับ 3 2 หมายถึง พอใช้ เกณฑร์ ะดบั คะแนน 12-14 คะแนน ระดบั คุณภาพ เท่ากบั 2 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ เกณฑร์ ะดับคะแนน 1-11 คะแนน ระดับคุณภาพ เท่ากบั 1 เกณฑ์การผ่าน ต้องได้ 16 คะแนนขนึ้ ไป ระดับคุณภาพ เท่ากบั 3 (ลงช่ือ) ......................................................... ผู้ประเมิน (นางบวั มาศ อบุ ลรัตน)์ ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเมอื งสุราษฎร์ธานี
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าหนา้ ทีพ่ ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลักสตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา) 241 เกณฑก์ ารประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม รายการประเมิน พฤตกิ รรม 1. ความร่วมมอื 4 32 1 2. การแสดงความคิดเหน็ มคี วามร่วมมอื ดีมาก มีความรว่ มมือดี มคี วามรว่ มมือเปน็ มีความร่วมมอื เปน็ 3. การรับฟังความคดิ เห็น ขยันอดทนและ ขยนั อดทนและ ส่วนใหญ่ พยายาม ส่วนน้อย ไม่ขยนั 4. การมสี ่วนรว่ มในการ อภิปราย พยายามทาใหง้ าน พยายามทาใหง้ าน ทาใหง้ านสาเร็จ ไม่พยายามทาใหง้ าน 5. การทางานตามทไี่ ด้รบั มอบหมาย สาเรจ็ ตามเปา้ หมาย สาเร็จตาม ตามเปา้ หมาย สาเร็จตามเปา้ หมาย ภายในระยะเวลาท่ี เป้าหมาย ภายในระยะเวลา กาหนดชื่นชมผลงาน ทีก่ าหนด ดว้ ยความภาคภูมิใจ แสดงความคดิ เหน็ แสดงความคดิ เห็น แสดงความคิดเหน็ ไมค่ ่อยแสดงความ รว่ มกนั ดีมาก รว่ มกันดพี ดู คุย รว่ มกันพอใชพ้ ดู คุย คดิ เห็นรว่ มกนั พดู คุย ไมพ่ ดู คุยนอกประเด็น นอกประเดน็ บา้ ง นอกประเด็นบา้ ง นอกประเดน็ เป็น ส่วนใหญ่ ยอมรบั ฟังความ ยอมรับฟังความ ยอมรับฟงั ความ ไม่ค่อยยอมรับฟัง คิดเหน็ ซึง่ กนั และกันดี คดิ เห็นซ่ึงกันดีและ คดิ เห็นซ่งึ กนั เป็น ความคิดเห็นซงึ่ กนั ใช้ มากใช้ถ้อยคาแบบ ใชถ้ ้อยคาแบบ สว่ นใหญ่และมาก ถอ้ ยคาแสดงความ กลั ยาณมติ ร กลั ยาณมติ ร ใชถ้ อ้ ยรนุ แรงใน คดิ เห็นแบบรนุ แรง บางคร้ัง มีสว่ นรว่ มในการ มีส่วนรว่ มในการ มีส่วนรว่ มในการ มีส่วนรว่ มในการ อภิปรายดมี าก อภปิ รายดี อภิปรายเปน็ อภิปรายเปน็ สว่ นนอ้ ย มคี าถามทด่ี ี มีคาถาม สว่ นใหญ่ มคี าถาม ไม่มีการตั้งคาถาม ตอบคาถามได้ถูกตอ้ ง ตอบคาถามถูกตอ้ ง ไม่ค่อยตอบคาถาม ไมต่ อบคาถาม ตั้งใจปฏบิ ตั ิงานทีไ่ ดร้ บั ต้งั ใจปฏบิ ตั งิ านที่ ตง้ั ใจปฏบิ ตั ิงานท่ี ตัง้ ใจปฏิบัติงานที่ มอบหมายใหส้ าเร็จมี ได้รบั มอบหมายให้ ไดร้ บั มอบหมายให้ ได้รับมอบหมาย การปรับปรงุ พฒั นา เปน็ ส่วนน้อย งานภายในกลุ่ม สาเร็จมกี าร สาเร็จมีการ ไมม่ ีการปรบั ปรงุ ปรับปรุงพฒั นา ปรบั ปรุงพฒั นา พฒั นางาน งานให้ดีข้ึน งานใหด้ ขี น้ึ โดย ได้รับการแนะนา ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นเมืองสรุ าษฎร์ธานี
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าหน้าท่พี ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลักสตู รต้านทุจรติ ศึกษา) 242 แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 15 กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รหัสวชิ า ส 30203 รายวิชา หน้าท่ีพลเมือง 3 จานวน 0.5 หนว่ ยกติ (บูรณาการหลักสูตรต้านทจุ ริตศกึ ษา) หนว่ ยการเรยี นรู้เรอื่ งที่ 3 ความมวี นิ ัยในตนเอง จานวน 1 คาบตอ่ สัปดาห์ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 15 ระบบคิดฐาน 2 ระบบคดิ ฐาน 10 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ผ้สู อน นางบัวมาศ อบุ ลรัตน์ 1. ผลการเรยี นรู้ 1.1 มคี วามรูค้ วามเข้าใจเกี่ยวกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกบั ผลประโยชน์สว่ นรวม 1.2 สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนกับผลประโยชนส์ ว่ นรวม 2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.1 นักเรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั ระบบคดิ ฐาน10 กบั ฐาน2 นักเรยี นสามารถคิดแยกแยะเกย่ี วกบั ระบบคดิ ฐาน10 กบั ฐาน2 ได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ 3.1.1 ระบบเลขฐาน 10 3.1.2 ระบบเลขฐาน 2 3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ (สมรรถนะทเ่ี กดิ ) 3.2.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร - ฟงั พูด เขยี น 3.2.2 ความสามารถในการคิด - คิดวเิ คราะห์ จดั กล่มุ สรุป 3.3 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์/ค่านิยม 3.3.1 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1) ใฝ่เรยี นรู้ 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เรือ่ งระบบคิดฐาน 10 และฐาน 2 จานวน 10 ข้อ เม่อื นกั เรยี นทาเสรจ็ แล้วใหส้ ง่ ครเู พื่อตรวจให้คะแนน (แต่ครูยงั ไมต่ ้องเฉลยคาตอบ) 2. แบ่งนักเรียนเป็นกล่มุ จานวน 4กลมุ่ ๆละเทา่ ๆกนั ใหต้ วั แทนกลุม่ มารับใบความรู้ เรื่องฐาน 10 กับฐาน 2 ไปศกึ ษา เก่ียวกบั ความหมายและตวั อยา่ งการคิดฐาน 10 กับฐาน 2 3. ใหแ้ ต่ละกลมุ่ สรุปความรจู้ ากการศกึ ษาเกย่ี วกับการคดิ ระบบฐาน 10 กบั ฐาน 2 โดยจดั ทาเปน็ แผนผังความคิด ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรียนเมอื งสุราษฎร์ธานี
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ิชาหนา้ ท่ีพลเมอื ง 3 (บูรณาการหลักสตู รต้านทุจรติ ศึกษา) 243 4. แต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนนาเสนอแผนผังความคดิ แลว้ นาไปตดิ ไวท้ ปี่ ้ายนิเทศในโรงเรยี น เปน็ การเผยแพร่ความรู้แก่ นักเรยี นคนอน่ื ๆ 5. ใหน้ ักเรยี นแตก่ ลมุ่ ศกึ ษากรณีตัวอยา่ งทก่ี าหนดให้แลว้ รว่ มกันอภปิ รายตามประเดน็ ต่อไปนี้ - การการะทาของเจ้าหนา้ ท่เี ปน็ การกระทาตามความคดิ ระบบฐาน 10 กบั หรอื ฐาน 2 - ถา้ เจ้าหน้าที่กระทาตามระบบคดิ ฐาน 10 กับฐาน 2 - ถ้าเจ้าหน้าท่มี คี วามคดิ ระบบฐาน 2 จะตอ้ งทาอยา่ งไร 6. แตล่ ะกลมุ่ สง่ ตวั แทนมากลมุ่ ละ 1 คน ร่วมกันนาเสนอผลการอภิปรายความแตกตา่ งระหวา่ งผลประโยชน์ สว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม แตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทนนาเสนอ ตามกรณีตวั อยา่ งท่ไี ด้รับ ดงั น้ี 6.1 กลมุ่ ท่ี 1 เรอ่ื งการรับผลประโยชน์ นายสจุ รติ ขา้ ราชการชั้นผู้ใหญ่ ไดเ้ ดนิ ทางไปปฏบิ ัติข้าราชการในพื้นท่ีจังหวัดบุรีรัมย์ ซ่ึงในวันดังกล่าว นาย รวย นายก อบต. ได้มอบงาช้างจานวนหน่งึ คูใ่ หแ้ ก่ นายสจุ รติ เพ่อื เป็นของท่รี ะลกึ นายสุจรติ ไดม้ อบงาช้างดังกล่าว ให้หน่วยงานต้นสังกัด ตรวจสอบมูลค่าพร้อมท้ังดาเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย แต่ต่อมา นาย สุจริต พิจารณาแล้วเห็นวา่ ไม่สมควรรับงาช้างดงั กล่าวไว้ จึงเรง่ ใหห้ นว่ ยงานต้นสังกัดคืนงาชา้ งใหแ้ ก่นายรวย 6.2 กลมุ่ ท่ี 2 ทาธรุ กจิ กบั ตนเองหรอื เปน็ คูส่ ัญญา นติ กิ ร ฝ่ายกฎหมายและเร่งรดั ภาษีอากรคา้ ง ส านักงานสรรพากรจังหวัดในส่วนภูมิภาคหารายได้พิเศษโดย การเป็นตัวแทนขายประกันชีวิตของบริษัทเอกชน ได้อาศัยโอกาสท่ีตนปฏิบัติหน้าที่ เร่งรัดภาษีอากรค้าง ผู้ ป ร ะ ก อบ ก า ร ร า ย ห น่ึ ง ห า ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ ใ ห้ แก่ ตั ว เ อ งด้ ว ย ก า ร ข า ย ป ร ะ กั น ชี วิ ต ใ ห้ แก่ หุ้ น ส่ ว น ผู้ จั ด ก า ร ข อ ง ผู้ประกอบการดังกล่าว รวมทั้งพนักงานของผู้ประกอบการน้ันอีกหลายคน ในขณะตนกาลังดาเนินการเร่งรัดภาษี อากรค้างอยู่ 6.3 กลุ่มท่ี 3 เรอ่ื งการท างานหลังออกจากตาแหนง่ หนา้ ที่สาธารณะอดีตผู้อานวยการโรงพยาบาลแห่งหน่ึง เพิ่งเกษียณอายุราชการไปทางานเป็นท่ีปรึกษาในบริษัทผลิตหรือขายยา โดยใช้อิทธิพลจากท่ีเคยดารงตาแหน่งใน โรงพยาบาลดังกลา่ ว ใหโ้ รงพยาบาลซอ้ื ยาจากบรษิ ัทท่ตี นเองเป็นทป่ี รึกษาอยู่ พฤติการณ์เช่นนมี้ มี ูลความผิดท้ังทาง วนิ ัยและทางอาญาฐานเปน็ เจ้าหน้าท่ีของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ท่ีอาจทาให้ผู้อื่นเชื่อ วา่ ตนมตี าแหนง่ โดยหนา้ ที่ ทั้งท่ีตนไมไ่ ดต้ าแหน่งหรอื หน้าที่นัน้ 6.4 กลุ่มท่ี 4 เรื่องการใช้ทรพั ย์สินของทางราชการ คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ใช้อานาจหน้าที่โดยทุจริต ด้วยการสั่งให้เจ้าหน้าที่นาเก้าอ้ีพร้อมผ้าคลุมเก้าอี้ เคร่ืองใช้วิดีโอ เคร่ืองเล่นวีดีโอ กล้องถ่ายรูป และผ้าเต็นท์ นาไปใช้ในงานมงคลสมรสของบุตรสาวรวมท้ังรถยนต์ รถตูส้ ว่ นกลาง เพื่อใช้รับสง่ เจ้าหน้าทีเ่ ขา้ รว่ มพิธี แลว้ ขนย้ายอุปกรณท์ ้งั ที่บ้านและที่พกั งานฉลองมงคลสมรสทโี่ รงแรม 7. ครอู ธิบายกรณตี วั อย่างแต่ละเร่อื งพรอ้ มทัง้ สรุป(ตามเอกสาร) 8. นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรปุ เกย่ี วกบั การคดิ ฐาน 10 และฐาน 2 ดงั น้ี “การปฏิบัติงานแบบใชร้ ะบบคดิ ฐานสบิ (Analog)” คอื การท่ีเจา้ หน้าท่ีของรฐั ยังมรี ะบบการคิดทยี่ ังแยก เร่ืองตาแหนง่ หน้าทกี่ บั เร่อื งสว่ นตวั ออกจากกันไม่ได้ นาประโยชน์สว่ นตนและประโยชนส์ ว่ นรวมมาปะปนกนั ไปหมด แยกแยะไม่ออกวา่ สิง่ ไหนคือประโยชนส์ ่วนตนสง่ิ ไหนคอื ประโยชนส์ ่วนรวมนาบุคลากรหรอื ทรพั ยส์ นิ ของราชการ มาใชเ้ พ่ือประโยชนส์ ว่ นตน เบยี ดบงั ราชการ เห็นแก่ประโยชนส์ ว่ นตน เครือญาติ หรอื พวกพ้อง เหนอื กวา่ ประโยชน์ของส่วนรวมหรอื ของหน่วยงาน จะคอยแสวงหาผลประโยชนจ์ ากตาแหน่งหนา้ ทีร่ าชการ กรณีเกิดการ ขัดแยง้ ระหวา่ งประโยชน์ส่วนตนและประโยชนส์ ่วนรวม จะยดึ ประโยชน์สว่ นตนเปน็ หลกั “การปฏิบัตงิ านแบบใช้ ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรยี นเมืองสรุ าษฎรธ์ านี
แผนการจัดการเรยี นร้วู ชิ าหนา้ ท่พี ลเมอื ง 3 (บรู ณาการหลกั สูตรตา้ นทุจรติ ศึกษา) 244 ระบบคดิ ฐานสอง (Digital)” คอื การทเ่ี จ้าหนา้ ที่ของรัฐมีระบบการคดิ ท่สี ามารถเรยี กเลือกตาแหนง่ หนา้ ที่กบั เรื่อง สว่ นบุคคลออกจากการได้อย่างชัดเจนวา่ สิ่งไหนถกู ส่ิงใดผิด สง่ิ ไหนทาได้สิง่ ไหนทาไม่ได้ สิ่งไหนคือประโยชนส์ ่วน ตนสิ่งไหนคือประโยชน์สว่ นรวม ไมน่ ามาปะปนกัน ไม่นาบคุ ลากรหรอื ทรัพย์สินของราชการมาใช้เพื่อประโยชน์ สว่ นตนไม่เบียดบงั ราชการ เห็นแก่ประโยชนส์ ่วนรวมเครอื ญาติ หรือพวกพ้อง ไมแ่ สวงหาประโยชนจ์ ากตาแหน่ง หน้าท่ีราชการ ไมร่ ับทรัพย์สนิ หรือประโยชน์ใดอ่ืนจากการปฏบิ ตั หิ น้าที่ กรณีการขัดกันระหว่างประโยชน์สว่ นตน และประโยชน์ส่วนรวม กจ็ ะยึดประโยชน์สว่ นรวมเปน็ หลัก 9. นักเรยี นทาแบบทดสอบเก่ียวกบั การคดิ ฐาน 10 กับฐาน 2 จานวน 10 ขอ้ 10. ครูตรวจแบบทดสอบพรอ้ มท้งั เฉลยแบบทดสอบ 5. สือ่ การเรยี นรู้และแหล่งการเรียนรู้ 1. แบบทดสอบ กอ่ น-หลงั เรียน เรื่องระบบการคิดฐาน 10 และฐาน 2 2. ใบความรู้ การคิดฐาน 10 และฐาน 2 3. เฉลยกรณตี ัวอย่าง 6. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ วิธีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์ ประเมินการนาเสนอผลงาน แบบประเมินการนาเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ ประเมินใบงาน แบบประเมนิ ใบงาน ระดบั คุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 3 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรียนเมอื งสุราษฎร์ธานี
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าหน้าทพ่ี ลเมอื ง 3 (บูรณาการหลักสตู รตา้ นทุจรติ ศกึ ษา) 245 7. บันทึกหลงั สอน - ผลการจดั การเรียนการสอน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… - อุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… - ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ..........................................ผสู้ อน (นางบวั มาศ อบุ ลรัตน์) ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนเมอื งสรุ าษฎรธ์ านี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293