แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ผลิตภณั ฑ์เคก้ 2 (สาระเพิม่ เตมิ ) ระดบั ช้ัน มัธยมศึกษาปีท่ี 6 เวลาทง้ั หมด 80 ชั่วโมง นางสาวปณั ชดา ไชยมงคล ตาแหนง่ ครู คศ.1 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 ตาบลชา่ งเคิง่ อาเภอแมแ่ จ่ม จังหวดั เชยี งใหม่ สานกั บริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษสานกั งานการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
คาอธิบายรายวชิ า รายวชิ า ผลิตภณั ฑเ์ ค้ก 2 รหสั วิชา ง 33237 ช้นั ม.6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชว่ั โมง จานวน 2.0 หน่วยกิตคาอธบิ ายรายวชิ า วัตถุดิบและคุณสมบัติของวัตถุดิบท่ีมีผลต่อคุณภาพการตกแต่งเค้ก คุณลักษณะและชนิดของส่ิงที่ใช้ในการตกแต่งเค้ก เทคนิคการเตรียมวัตถุดิบที่จะนามาใช้ในการตกแต่งหน้าเค้ก วิธีการตกแต่งหน้าเค้กฝึกปฏิบัติตามเน้ือหาผลการเรยี นรู้ 1. อธิบายความสาคัญและประเภทของการแตง่ หน้าเคก้ ได้ 2. ได้อธบิ ายความสาคัญของเคร่ืองใชแ้ ตล่ ะชนิดในการแต่งหน้าเคก้ ได้ 3. เปรียบเทยี บวสั ดุทจ่ี ะนามาตกแต่งเคก้ และขนมอ่นื ๆ ได้ 4. ฝึกปฏบิ ัติการแตง่ หน้าเคก้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ 5. เก็บรักษาเค้กทตี่ กแตง่ เสรจ็ แลว้ ได้มาตรฐานการเรียนรู้ ง 1.1-ม.6/1, ม.6/3, ม.6/5 ง 3.1-ม6/2 ง 4.1-ม.6/4,
ผงั มโนทศั น์รายวิชา ผลติ ภัณฑเ์ ค้ก 2 รหสั วชิ า ง33237 ชัน้ ม.6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ช่วั โมง จานวน 2.0 หน่วยกิตชอ่ื หนว่ ยความสาคญั และประเภทของ ชอื่ หนว่ ย อปุ กรณ์และวสั ดุ การแตง่ หน้าเคก้ ในการแตง่ หนา้ เคก้ จานวน 8 ช่วั โมง : 10 คะแนน จานวน 8 ชวั่ โมง : 20 คะแนนรายวิชาผลิตภัณฑเ์ ค้ก 2 ชั้น ม.6 จานวน 80 ช่วั โมงชอ่ื หนว่ ย การบรรจภุ ณั ฑเ์ คก้ ทตี่ กแตง่ ชอ่ื หนว่ ย ปฏบิ ตั กิ ารแตง่ หน้าเคก้ จานวน 8 ชวั่ โมง : 20 คะแนน จานวน 56 ชวั่ โมง : 50 คะแนน
ผังมโนทัศน์ รายวิชา ผลิตภณั ฑเ์ ค้ก 2 รหัสวชิ า ง 33237 ระดับชั้น ม.6หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เรื่อง ความสาคัญและประเภทของการแตง่ หน้าเค้ก จานวน 8 ชว่ั โมง : 20 คะแนน ชอ่ื เรอื่ ง ความสาคญั ของการแตง่ หน้าเคก้ จานวน 4 ชวั่ โมง : 10 คะแนน หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 เรื่อง ความสาคัญและประเภท ของการแตง่ หน้าเคก้ จานวน 8 ช่ัวโมง ชอื่ เรอ่ื ง ประเภทของการแตง่ หน้าเคก้ จานวน 4 ชว่ั โมง : 10 คะแนน
แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรอ่ื ง ความสาคัญและประเภทของการแตง่ หนา้ เค้ก แผนจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรอื่ ง ความสาคญั ของการแตง่ หน้าเคก้ รายวชิ า ผลติ ภณั ฑเ์ ค้ก 2 รหสั วิชา ง 33237 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 น้าหนักเวลาเรียน 2.0 (นน./นก.) เวลาเรยี น 4 ชวั่ โมง/สัปดาห์ เวลาทีใ่ ชใ้ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 4 ชวั่ โมง ..........................................................................................................................................................1. สาระสาคัญ (ความเข้าใจทีค่ งทน) การแต่งหน้าเค้กน้ันถือว่าเป็นศาสตร์แขนงหน่ึงเลยทีเดียว เพราะการแต่งหน้าเค้กน้ันต้องอาศัยท้ังประสบการณ์ ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ค้นคว้าหาสิ่งใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้และตกแต่งหน้าเค้กได้อย่างสวยงาม การท่ีจะเป็นผู้มีฝีมือและผู้เชี่ยวชาญทางศิลปะแขนงนี้จาเป็นที่จะต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างสูงเพราะต้องอาศัยเวลา ความรู้ และท่ีสาคัญคือต้องมีใจรักในส่ิงท่ีทาอยู่ด้วย ถ้าขาดความรักในส่ิงท่ีทาตรงหน้าตอ่ ใหม้ คี วามสามารถเพียงใด ผลท่อี อกมาย่อมเทียบกับสิง่ ท่ีทาออกมาด้วยใจไม่ได้เลย มีช่างทาขนมเป็นจานวนมากท่ีทาขนมเค้กได้อร่อย แต่ยังไม่ค่อยประสบความสาเร็จในการแต่งหน้าเค้ก อาจจะเป็นเพราะขาดความรู้ประสบการณ์ท่ีมีส่วนจาเป็นในการแต่งหน้าเค้ก การท่ีจะเป็นผู้ท่ีเช่ียวชาญในการตกแต่งหน้าเค้กน้ันจาเป็นท่ีจะตอ้ งมีความรพู้ ้นื ฐาน ซึ่งจะชว่ ยให้ผู้ทาประสบความสาเรจ็ ในศลิ ปะแขนงน้ี2. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวดั ชั้นปี/ผลการเรยี นรู้/เป้าหมายการเรียนรู้ ผลการเรยี นรู้ 1. อธิบายความสาคัญและประเภทของการแต่งหน้าเค้กได้3. สาระการเรียนรู้ 3.1 เนอื้ หาสาระหลกั : Knowledge - ความสาคญั ของการแตง่ หน้าเคก้ 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process - เขยี นสรุปความสาคัญของการแต่งหนา้ เค้ก 3.3 คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ : Attitude - ใฝ่เรยี นรู้ - มงุ่ มัน่ ในการทางาน4. สมรรถนะสาคัญของนักเรยี น 4.1 ความสามารถในการส่ือสาร 4.2 ความสามารถในการคิด
5. คณุ ลกั ษณะของวชิ า - ความรบั ผิดชอบ - ความรอบคอบ - กระบวนการกล่มุ6. คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ 1. ใฝ่เรยี นรู้ 2. ม่งุ ม่ันในการทางาน7. ชิน้ งาน/ภาระงาน : - ใบงานที่ 1 เรื่อง เขียนสรุปความสาคัญของการแต่งหนา้ เค้ก8. กิจกรรมการเรยี นรู้ ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น/ขนั้ ตง้ั คาถาม (ชว่ั โมงที่ 1) 1. ทาความเข้าใจและชแ้ี จงสาระการเรียนรูใ้ ห้นกั เรียนทราบในหนว่ ยการเรียนรู้เรื่อง ความสาคญั และของการแตง่ หน้าเคก้ นักเรียนจะต้องเรียนรเู้ ก่ยี วกบั ความสาคญั ของการแต่งหนา้ เคก้ 2. ทดสอบความรเู้ ดมิ ของนักเรยี น โดยการซักถามเพื่อเป็นแนวทาง 3. ครสู อดแทรกคุณธรรม จริยธรรมความความเหมาะสม ข้นั สอน (ชั่วโมงที่ 1- 4) 1. ให้นักเรียนดรู ูปเค้กแบบต่างๆ ทีไ่ ดต้ กแตง่ สวยงาม 10 รปู 2. ให้นักเรียนแบ่งกลมุ่ ระดมความคดิ เกีย่ วกับประโยชน์ของการแต่งหน้าเค้กให้ได้มากท่สี ุด ส่งตวั แทนนาเสนอ เวลา 30 นาที 3. ครใู หน้ กั เรยี นศึกษาใบความรู้ เรอ่ื ง ความสาคัญของการแต่งหน้าเค้ก และร่วมกันสรปุ ประโยชน์ และความสาคัญของการแตง่ หนา้ เค้ก 4. ให้นกั เรยี นทาใบงานท่ี 1 เรื่อง เขียนสรปุ ความสาคญั ของการแตง่ หนา้ เค้ก ขั้นสรปุ และประเมนิ ผล (ชว่ั โมงที่ 4) 1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปประเดน็ สาคญั จากการศกึ ษาเนื้อหาในบทเรียน 2. ครูต้งั คาถาม เพ่ือวัดความเข้าใจของนักเรยี น 3. เปิดโอกาสให้นักเรยี นปรกึ ษาปัญหาต่างๆ พร้อมสรุปประเด็นสาคญั
9. ส่ือการเรยี นการสอน/แหลง่ เรียนรู้ จานวน สภาพการใชส้ อ่ื 1 ชุด รายการสอื่ ข้นั สอน 1. ใบความรู้ เร่ือง ความสาคัญของการแต่งหนา้ 1 ชดุ ขั้นสอน เค้ก 2. ใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง เขียนสรปุ ความสาคญั ของการ แต่งหนา้ เค้ก10. การวัดผลและประเมินผล เปา้ หมาย หลกั ฐานการเรียนรู้ วิธีวดั เครือ่ งมอื วดั ฯ ประเด็น/ การเรียนรู้ ช้นิ งาน/ภาระงาน เกณฑ์การใหค้ ะแนน1. ผ้เู รียนบอก ใบงานที่ 1 เรื่อง เขยี น นกั เรียนทาใบงาน ใบงานท่ี 1 เรือ่ ง เขียน แบบบนั ทกึ การ เสรจ็ ตามเวลาที่ สรปุ ความสาคญั ของการความสาคญั ของการ สรุปความสาคญั ของ กาหนดและ แตง่ หนา้ เค้ก ประเมินการเขยี น ถูกต้องแต่งหน้าเค้ก การแตง่ หนา้ เคก้2. ผู้เรียนบอกประโยชน์ของการแตง่ หนา้ เค้ก11. จดุ เนน้ ของโรงเรียน การบูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งและกจิ กรรมสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียนปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ครู ผเู้ รียน1. ความพอประมาณ พอดีดา้ นเทคโนโลยี พอดีดา้ นจติ ใจ2. ความมีเหตุผล รู้จักใช้เทคโนโลยีมาผลิตสื่อที่เหมาะสม มีจิตสานึกท่ีดี เอื้ออาทร ประนีประนอม3. มภี ูมคิ มุ้ กันในตวั ท่ีดี และสอดคล้องเน้ือหาเป็นประโยชน์ต่อ นึกถงึ ประโยชนส์ ว่ นรวม/กล่มุ ผ้เู รียนและพัฒนาจากภูมปิ ัญญาของผ้เู รียน - ยึดถือการประกอบอาชพี ดว้ ยความถูกตอ้ ง ไม่หยุดน่ิงท่ีหาหนทางในชีวิตหลุดพ้นจาก สุจริต แม้จะตกอยู่ในภาวะขาดแคลน ใน ความทุกข์ยาก (การค้นหาคาตอบเพ่ือให้ การดารงชีวิต หลุดพน้ จากความไม่ร้)ู - ปฏิบัติตนในแนวทางท่ีดี ลด เลิก ส่ิงย่ัว กิเลสให้หมดส้ินไป ไม่ก่อความช่ัวให้ เป็น เคร่ืองทาลายตัวเอง ทาลายผู้อื่น พยายาม เพ่ิมพนู รักษาความดี ทีม่ อี ยใู่ หง้ อกงาม สมบูรณย์ งิ่ ข้นึ ภูมปิ ัญญา : มีความรู้ รอบคอบ และ ภูมิปัญญา : มีความรู้ รอบคอบ และ ระมัดระวงั ระมัดระวัง สร้างสรรค์
ภมู ธิ รรม : ซอื่ สตั ย์ สจุ รติ ขยนั อดทน ภูมธิ รรม : ซ่อื สตั ย์ สุจรติ ขยันอดทน ตรงต่อเวลาและแบ่งปนั ตรงตอ่ เวลา เสยี สละและ แบ่งปัน4. เง่ือนไขความรู้ ความรอบรู้ เรื่อง ความสาคัญของการ ความรอบรู้ เร่ือง ความสาคัญของการ5. เง่อื นไขคุณธรรม แต่งหน้าเค้กท่ีเกี่ยวข้องรอบด้าน ความ แต่งหน้าเค้ก ปริมาณที่เกี่ยวข้อง การ รอบคอบท่ีจะนาความรู้เหล่านั้นมาพิจารณา คานวณสูตรท่ีต้องใช้ สามารถนาความรู้ ให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน เหล่านน้ั มาพจิ ารณาใหเ้ ช่ือมโยงกัน สามารถ การดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับ ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจาวัน ผู้เรียน มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความ มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความ ซื่อสตั ย์สุจริตและมคี วามอดทน มคี วามเพยี ร ซือ่ สตั ยส์ ุจรติ และมคี วามอดทน มคี วามเพยี ร ใชส้ ตปิ ญั ญาในการดาเนนิ ชีวิต ใชส้ ติปัญญาในการดาเนินชวี ิต ลงช่อื ..................................................ผ้สู อน (นางสาวปัณชดา ไชยมงคล) ตาแหน่ง ครู คศ.1
ใบความรู้ เรอ่ื ง ความสาคญั ของการแตง่ หน้าเคก้ การแต่งหน้าเค้กนั้นถือว่าเป็นศาสตร์แขนงหน่ึงเลยทีเดียว เพราะการแต่งหน้าเค้กนั้นต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ค้นคว้าหาส่ิงใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้และตกแต่งหน้าเค้กได้อย่างสวยงาม การท่ีจะเป็นผู้มีฝีมือและผู้เช่ียวชาญทางศิลปะแขนงน้ีจาเป็นท่ีจะต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างสูงเพราะต้องอาศัยเวลา ความรู้ และที่สาคัญคือต้องมีใจรักในสิ่งที่ทาอยู่ด้วย ถ้าขาดความรักในสิ่งที่ทาตรงหน้าตอ่ ให้มีความสามารถเพยี งใด ผลทอี่ อกมาย่อมเทียบกบั สง่ิ ที่ทาออกมาด้วยใจไม่ไดเ้ ลย มีช่างทาขนมเปน็ จานวนมากท่ีทาขนมเค้กได้อร่อย แต่ยังไม่ค่อยประสบความสาเร็จในการแต่งหน้าเค้ก อาจจะเป็นเพราะขาดความรู้ประสบการณ์ที่มีส่วนจาเป็นในการแต่งหน้าเค้ก การที่จะเป็นผู้ท่ีเชี่ยวชาญในการตกแต่งหน้าเค้กนั้นจาเป็นท่ีจะตอ้ งมคี วามรู้พืน้ ฐานซึ่งจะช่วยใหผ้ ้ทู าประสบความสาเรจ็ ในศลิ ปะแขนงน้ีก่อนจะมาเปน็ ขนมเคก้ เร่ิมจากปี 1843 คุณอัลเฟรด เบิร์ด (Alfred Bird 1811-1878) นักเคมีชาวอังกฤษได้ค้นพบ “ผงฟู”หรือ “baking powder” ทาให้เขาสามารถทาขนมปังชนิดที่ไม่มียีสต์ให้กับภรรยาของเขา อลิซาเบธ(Elizabeth) ได้เปน็ ครงั้ แรกเน่อื งจากภรรยาของเขาเป็นโรคภมู ิแพ้เก่ียวกับไขแ่ ละยสี ต์
ในราวศตวรรษที่ 13 มีการค้นพบหลักฐานการอบขนมเค้กขั้นแอดวานซ์ที่เก่าแก่ท่ีสุดจากชาวอียิปต์โบราณ โดยมักจะเป็นรสชาติของเค้กผลไม้ และ Ginger bread รูปแบบเค้กทรงกลมท่ีเราเห็นกันทุกวันน้ีเริ่มราวกลางศตวรรษที่ 17 ในยุโรป ซ่ึงเป็นช่วงที่มีพัฒนาการของเตาอบ แบบพิมพ์ขนมและน้าตาลทรายรสชาตทิ ีน่ ิยมกย็ งั เป็นรสผลไ้ม้ ย้อนหลังจากวันน้ีไปประมาณ 60 ปี ธุรกิจขนมอบในเมืองไทยไม่ได้เป็นท่ีรู้จักแพร่หลายเหมือนในปจั จุบนั จนไม่อาจเรียกว่าเป็นธรุ กิจได้ ขนมปงั ขนมเคก้ คุกกี้ กไ็ ม่ไดเ้ ปน็ ที่คุ้นเคยของคนทวั่ ไป จะมกี เ็ พียงคนกลุ่มหนึ่งซ่ึงได้รับอารยธรรมตะวันตกมาก่อน และผู้ท่ีมีความใกล้ชิดกับชาวต่างประเทศท่ีเข้ามาทาธุรกิจในเมืองไทยที่รู้จักขนมอบ และมีร้านขนมอบเพียงไม่กี่ร้าน เพราะธุรกิจขนมอบในสมัยนั้นแคบมาก ไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตอ่ มาคนไทย โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ เร่มิ ร้จู ักขนมอบมากขนึ้ เมือ่ หลังสงครามโลกคร้ังท่สี องสนิ้ สุดลงประเทศไทยเริ่มเป็นท่ีรู้จักของประเทศต่างๆ มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากข้ึน มีชาวต่างประเทศเข้ามาเมอื งไทย ทง้ั นกั ธรุ กจิ และนักท่องเที่ยว ทาใหธ้ รุ กิจโรงแรมขยายตัว จงึ ต้องผลติ อาหารประเภทขนมอบชนิดต่างๆ ขึ้น เช่น ขนมปัง เค้ก เพสตรี้ เพ่ือบริการลูกค้าชาวต่างประเทศท่ีไม่คุ้นเคยอาหารไทย และนอกจากจะผลติ เพอื่ บริการลูกค้าแล้ว โรงแรมยังมีบริการรับจัดเลี้ยงให้แกห่ นว่ ยงานต่างๆ ท้งั ของรฐั และเอกชน โดยมีการจัดประชมุ สมั มนา งานพธิ ีมงคลสมรส งานวนั เกิด และการจดั เลย้ี งสังสรรค์ ด้วยเหตุนี้ผลิตภัณฑข์ นมอบจึงเป็นทร่ี จู้ กั และแพร่หลายมากขึ้น ในขณะเดยี วกันกม็ ีรา้ นเบเกอร่ีท่ีผลิตขนมปัง ขนมเคก้ ขนมต่างๆ ออกขาย ธุรกจิขนมอบเรม่ิ จัดว่าเป็นธรุ กิจได้ เมือ่ สมัยสงครามเวียดนาม ประมาณ 30 กวา่ ปมี าแลว้ ประเทศไทยเป็นประเทศหน่ึงที่เป็นท่ีพักของทหารอเมริกัน ช่วงนั้นกิจการขนมอบเริ่มขยายตัวมากขึ้น เน่ืองจากความต้องการอาหารประเภทนี้สูง จนถึงกับมีผู้คิดโรงโม่แป้งสาลีข้ึนในประเทศไทย และต่อมามีโรงโม่แป้งสาลีเพิ่มขึ้นอีก 23 แห่งแต่ละโรงโม่ก็ผลิตแป้งสาลียี่ห้อต่างๆ ออกจาหน่ายพร้อมกับมีการสาธิตการทาผลิตภัณฑ์ จัดการฝึกอบรมแนะนาลูกคา้ ผใู้ ชแ้ ปง้ สาลแี ละผูป้ ระกอบกิจการขนมอบ ซึง่ มีปรมิ าณเพ่ิมข้นึ เรอื่ ยๆ เพ่ือให้สามารถนาแปง้ ไปใช้ทาผลติ ภัณฑ์ที่มีคณุ ภาพและมีความถูกต้อง นบั วา่ เปน็ ประโยชน์ต่อผใู้ ช้แปง้ สาลีเปน็ อยา่ งยงิ่
เมื่อสงครามเวียดนามสิ้นสุดลง ธุรกิจขนมอบก็ยังดาเนินต่อไป และขยายตัวเพ่ิมมากขึ้น คนไทยเร่ิมบริโภคขนมปัง ขนมเค้ก คุกก้ี พาย พัฟ ฯลฯ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขนมอบมากขึ้น นักธุรกิจหลายรายเร่ิมมองเหน็ลู่ทางในการลงทุนทาธุรกิจน้ี เนื่องจากเห็นว่าผลิตภัณฑ์ขนมอบเข้ามามีความสาคัญต่อชีวิตประจาวันของคนไทย มากขึ้น นอกจากน้ันยังมีหน่วยงานต่างๆ เช่น วิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยการอาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษา มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ โรงเรียนของเอกชน ที่เปิดสอนด้านขนมอบ ได้ช่วยกันเผยแพรค่ วามรู้เก่ียวกับขนมอบมากข้ึน พร้อมกับมีตาราการฝึกปฏิบัติทาขนมอบ มีประชาชนให้ความสนใจมาฝึกอบรมรับความรู้ เพือ่ ไปประกอบเปน็ อาชพี หรอื ทาบรโิ ภคเองภายในครอบครัว
ใบงานที่ 1 เรอ่ื ง เขียนสรปุ ความสาคญั ของการแต่งหน้าเค้กคาชีแ้ จง: ให้นักเรยี นเขียนสรุปความสาคญั ของการแต่งหนา้ เคก้................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
แบบบันทกึ การประเมินการเขยี น ประเด็น/คะแนน การใช้ภาษา เน้ือหา รวมคะแนนที่ ชื่อ - สกุล 12 8 20123456789101112131415161718192021 ลงชอ่ื .........................................................ผ้ปู ระเมนิ (นางสาวปณั ชดา ไชยมงคล) วันที.่ .........เดือน..............................พ.ศ. .................
เกณฑก์ ารให้คะแนนการเขียน ระดับ เกณฑ์การใหค้ ะแนน นา้ หนกั / คะแนนคะแนน ความสาคญั รวมกาปรรปะรเดะเน็ มนิ 4 3 2 1 3 12การใช้ภาษา การสะกด การสะกด สะกดคาผดิ สะกดคาผดิ 28 คาศัพท์ คาศัพท์ผิด มาก แต่พอ มาก 5 20 ถูกต้อง เล็กนอ้ ย พอ เดา เขยี นรูป การเลอื กใช้ เดา ความหมาย ประโยคไม่ คาตรงกับ ความหมาย ได้ รูป ถูกต้อง ไม่มี เนือ้ หา ได้ เขยี นรูป ประโยค เคร่ืองหมาย ประโยค ประโยคผิด ผดิ พลาดมาก วรรคตอน ถูกต้อง หลัก เคร่ืองหมาย มี ไวยากรณ์ วรรคตอนไม่ เครอื่ งหมาย เลก็ น้อย ครบ หรือไม่ วรรคตอนที่ เคร่ืองหมาย ถกู ต้อง ถกู ต้อง วรรคตอนผิด เลก็ นอ้ ยเนื้อหา มี รายละเอียด มี มี รายละเอียด ของเน้ือหา รายละเอยี ด รายละเอียด เนื้อหาตรง มากแตย่ ังไม่ ของเนื้อหา ของเน้ือหา กับลักษณะท่ี ครอบคลุม นอ้ ย นอ้ ยมาก กาหนดมาก ท้งั หมด ทส่ี ุด รวม
แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 เรื่อง ความสาคัญและประเภทของการแตง่ หน้าเค้ก แผนจดั การเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง ประเภทของการแต่งหนา้ เค้ก รายวิชา ผลติ ภณั ฑ์เคก้ 2 รหสั วชิ า ง 33237 ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2560 นา้ หนักเวลาเรียน 2.0 (นน./นก.) เวลาเรยี น 4 ชั่วโมง/สัปดาห์ เวลาท่ีใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 4 ช่ัวโมง ............................................................................................................................. .............................1. สาระสาคัญ (ความเขา้ ใจทค่ี งทน) การแต่งหน้าเค้กแต่ละแบบจะต้องใช้ประเภทเค้กที่ต่างกันออกไป ดังน้ันการเข้าใจลักษณะของเค้กแต่ละประเภทจึงเป็นพ้ืนฐานสาคัญก่อนที่จะเร่ิมแต่งหน้าเค้ก เค้กโดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่1. บัตเตอร์เค้ก (Butter Cake) หรือเค้กเนย เป็นเค้กที่มีไขมันจากเนยเป็นส่วนผสมหลัก การข้ึนฟูของเค้กเกิดจากการตีเนยกับน้าตาลให้ฟองอากาศเข้าไป ลักษณะของเนื้อเค้กเนยจึงนุ่ม แน่น มัน และมีกลิ่นหอมจากเนยรับน้าหนักได้ดี เหมาะสาหรับการแต่งหน้าเค้กทุกประเภท 2. สปองจ์เค้ก (Sponge cake) เป็นเค้กท่ีมีไข่เป็นส่วนผสมหลัก หรือบางสูตรอาจไม่มีส่วนผสมของไขมันเลย เนื้อเค้กข้ึนฟูจากการขยายตัวของไข่ที่ตีจนขึ้นฟูจึงเรียกว่า foam type cake ลักษณะของเน้ือสปองจ์เค้กจึงเบาและละเอียด 3. ชิฟฟอนเค้ก (Chiffon cake)มีลักษณะร่วมของบัตเตอร์เค้กกับสปองจ์เค้ก คือ เน้ือละเอียดเหมือนสปองจ์เค้ก เนื้อนุ่มเป็นเงาเหมือนบตั เตอร์เค้ก แตไ่ ม่ใชเ้ นย ความมันมาจากนา้ มนั พืช ซ่งึ ช่วยเพมิ่ ความเบาให้กับเน้ือเค้ก อีกทงั้ ยงั ใช้วธิ ีการแยกตีไข่ขาว (เมอแรงก์) เพื่อให้เก็บฟองอากาศได้มากขึ้น ข้ันตอนตีและผสมเมอแรงก์เป็นขั้นตอนสาคัญที่ทาให้เนอื้เค้กมีลักษณะนมุ่ เบาละลายในปาก2. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวช้ีวดั ชนั้ ปี/ผลการเรยี นรู/้ เป้าหมายการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายความสาคัญและประเภทของการแตง่ หนา้ เค้กได้3. สาระการเรียนรู้ 3.1 เนือ้ หาสาระหลกั : Knowledge - ประเภทของการแต่งหนา้ เค้ก 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process - อธบิ ายและจาแนกประเภทของการแตง่ หนา้ เคก้ 3.3 คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ : Attitude - ใฝ่เรยี นรู้ - มุ่งมั่นในการทางาน
4. สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น 4.1 ความสามารถในการส่ือสาร 4.2 ความสามารถในการคิด5. คณุ ลกั ษณะของวชิ า - ความรบั ผิดชอบ - ความรอบคอบ - กระบวนการกลุ่ม6. คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์ 1. ใฝเ่ รยี นรู้ 2. มุง่ มนั่ ในการทางาน7. ช้ินงาน/ภาระงาน : - ใบงานที่ 2 เรื่อง ประเภทของการแตง่ หน้าเคก้8. กจิ กรรมการเรียนรู้ ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น/ข้ันตั้งคาถาม (ช่ัวโมงท่ี 1) 1. ครทู บทวนความรูเ้ ดิม เร่ือง ความสาคญั ของการแต่งหน้าเค้กทน่ี ักเรียนได้เรียนในคาบทผ่ี ่านมา 2. ทาความเข้าใจและช้ีแจงสาระการเรยี นรู้ให้นักเรียนทราบในหนว่ ยการเรียนรู้เร่ือง ประเภทของ การแต่งหนา้ เค้ก 3. ทดสอบความรู้เดิมของนักเรยี น โดยการซกั ถามเพื่อเปน็ แนวทาง ข้นั สอน (ช่ัวโมงที่ 1- 4) 1. ให้นกั เรยี นดูรูปเค้กประเภทต่างๆ ครูตั้งคาถามวา่ นักเรยี นคิดวา่ เค้กที่นักเรยี นเห็นเปน็ เค้กชนดิ ใด เหมอื นกันหรือไม่ ให้นกั เรยี นวเิ คราะห์ 2. มอบหมายให้นักเรยี นแบ่งกลุ่มศึกษาเรอื่ ง ประเภทของการแต่งหน้าเค้กจากใบความรู้ พรอ้ มจด บันทกึ ประเด็นสาคัญ 3. ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ ในสว่ นเนอื้ หาทน่ี กั เรยี นไมส่ ามารถสรปุ ประเดน็ สาคัญได้ 4. มอบหมายใหน้ กั เรยี นทาใบงานที่ 2 เรอ่ื ง ประเภทของการแตง่ หนา้ เค้ก ขน้ั สรุปและประเมนิ ผล (ชัว่ โมงที่ 4) 1. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปประเดน็ สาคญั จากการศึกษาเนื้อหาในบทเรยี น 2. ครตู ้ังคาถาม เพอื่ วดั ความเขา้ ใจของนักเรียน 3. เปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนปรึกษาปญั หาต่างๆ พร้อมสรปุ ประเดน็ สาคญั
9. สื่อการเรยี นการสอน/แหล่งเรยี นรู้ จานวน สภาพการใชส้ อ่ื รายการสอ่ื 1 ชดุ ขัน้ สอน 1. ใบความรู้ เรื่อง ประเภทของการแต่งหนา้ เค้ก2. ใบงานท่ี 2 เรื่อง ประเภทของการแตง่ หนา้ เค้ก 1 ชุด ขั้นสอน10. การวัดผลและประเมนิ ผลเป้าหมาย หลักฐานการเรยี นรู้ วิธีวัด เครื่องมือวดั ฯ ประเด็น/ เกณฑ์การใหค้ ะแนนการเรียนรู้ ชนิ้ งาน/ภาระงาน1. นักเรียนอธิบาย ใบงานที่ 2 เรอื่ ง นกั เรียนทาใบงาน ใบงานท่ี 2 เรือ่ ง ประเภท แบบบันทกึ การและจาแนกประเภท ประเภทของการ เสร็จตามเวลาท่ี ของการแตง่ หนา้ เค้ก ประเมนิ การเขยี นของการแตง่ หนา้ เคก้ แตง่ หน้าเค้ก กาหนดและ ถูกต้อง11. จุดเนน้ ของโรงเรียน การบรู ณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและกจิ กรรมสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี นปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ครู ผเู้ รียน1. ความพอประมาณ พอดดี า้ นเทคโนโลยี พอดดี ้านจิตใจ2. ความมเี หตผุ ล รู้จักใช้เทคโนโลยีมาผลิตส่ือที่เหมาะสม มีจิตสานึกที่ดี เอื้ออาทร ประนีประนอม3. มภี ูมิคมุ้ กนั ในตัวทีด่ ี และสอดคล้องเนื้อหาเป็นประโยชน์ต่อ นึกถงึ ประโยชน์สว่ นรวม/กลมุ่ ผู้เรยี นและพฒั นาจากภมู ิปัญญาของผเู้ รยี น - ยึดถอื การประกอบอาชีพด้วยความถูกตอ้ ง ไม่หยุดนิ่งที่หาหนทางในชีวิตหลุดพ้นจาก สุจริต แม้จะตกอยู่ในภาวะขาดแคลน ใน ความทุกข์ยาก (การค้นหาคาตอบเพื่อให้ การดารงชวี ติ หลุดพ้นจากความไมร่ ู้) - ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดี ลด เลิก สิ่งยั่ว กิเลสให้หมดสิ้นไป ไม่ก่อความช่ัวให้ เป็น เคร่ืองทาลายตัวเอง ทาลายผู้อ่ืน พยายาม เพม่ิ พนู รักษาความดี ทีม่ ีอยู่ใหง้ อกงาม สมบูรณ์ย่ิงขน้ึ ภูมปิ ญั ญา : มีความรู้ รอบคอบ และ ภูมิปัญญา : มีความรู้ รอบคอบ และ ระมัดระวงั ระมดั ระวงั สรา้ งสรรค์ ภูมธิ รรม : ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ ขยันอดทน ภูมิธรรม : ซอ่ื สัตย์ สุจรติ ขยนั อดทน ตรงต่อเวลาและแบง่ ปนั ตรงตอ่ เวลา เสยี สละและ แบง่ ปัน
4. เงือ่ นไขความรู้ ความรอบรู้ เรื่อง ประเภทของการ ความรอบรู้ เร่ือง ประเภทของการ5. เงือ่ นไขคุณธรรม แต่งหน้าเค้กที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความ แต่งหน้าเค้ก ปริมาณท่ีเกี่ยวข้อง การ รอบคอบที่จะนาความรูเ้ หลา่ น้ันมาพิจารณา คานวณสูตรท่ีต้องใช้ สามารถนาความรู้ ให้เช่ือมโยงกัน เพ่ือประกอบการวางแผน เหล่านั้นมาพจิ ารณาให้เชือ่ มโยงกัน สามารถ การดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับ ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ผู้เรยี น มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความ มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความ ซอื่ สัตย์สจุ รติ และมคี วามอดทน มคี วามเพียร ซื่อสัตย์สุจรติ และมคี วามอดทน มคี วามเพียร ใช้สติปญั ญาในการดาเนนิ ชวี ิต ใชส้ ตปิ ญั ญาในการดาเนินชีวติ ลงชือ่ ..................................................ผสู้ อน (นางสาวปัณชดา ไชยมงคล) ตาแหน่ง ครู คศ.1
ใบความรู้ เรอ่ื ง ประเภทของการแตง่ หน้าเค้ก การแต่งหน้าเค้กแต่ละแบบจะต้องใช้ประเภทเค้กท่ีต่างกันออกไป ดังน้ันการเข้าใจลักษณะของเค้กแต่ละประเภทจงึ เปน็ พื้นฐานสาคัญกอ่ นทจ่ี ะเร่ิมแต่งหนา้ เค้ก เค้กโดยทัว่ ไปแบง่ เปน็ 3 ประเภท ได้แก่1. เนอ้ื บตั เตอร์ หรือบัตเตอรเ์ คก้ (Butter Cake) เน้ือบัตเตอร์เป็นเน้อื ที่แน่นที่สุดจากทั้งหมด 3 แบบ เพราะส่วนผสมของขนมจะหนกั ท่ีสุด เน่ืองจากมีส่วนผสมของเนยค่อนข้างมาก และมีอากาศในเนื้อเค้กน้อยกว่าเค้กอีกสองชนิดจึงทาให้ได้เน้ือเค้กที่ละเอียดมาก เนื่องจากรอู ากาศในเน้ือขนมมีน้อย การท่บี ัตเตอรเ์ ค้กมเี นื้อแน่นและมนี ้าหนักมากกว่าเค้กอีกสองชนิดทาให้บัตเตอร์เค้กเป็นชนดิ ของเน้ือเค้กท่ีเหมาะกับการนาไปทาเป็นเน้ือเค้กท่ีต้องรับน้าหนกั ของส่วนผสมอย่างอื่นในเน้ือเค้กท่ีค่อนข้างมาก เช่น เค้กผลไม้ (fruit cake) ท่ีจะต้องมีส่วนผสมของผลไม้แห้งชิ้นเล็กๆ ในเนื้อเค้กค่อนข้างเยอะ เป็นต้น หากเราผสมส่วนผสมท่ีน้าหนักค่อนข้างเยอะในเนื้อเค้กที่เบาจะทาให้เนื้อเค้กน้ันไม่สามารถรับน้าหนักของส่วนผสมที่เราใส่เข้าไปได้ ทาให้ส่วนผสมจะตกลงไปกองอยู่ที่ก้นพิมพ์ แทนที่จะผสมรวมกับตัวเน้อื เค้กอย่างที่เราต้องการ นอกจากนั้นอาจทาให้เน้ือเค้กท่ีเบานั้นไม่ข้ึนฟูเท่าที่ควร เพราะมีน้าหนกัของส่วนผสมอนื่ ในเน้ือเค้กไปกดตวั เน้ือเคก้ ไว้ ทาให้ตอนอบขนมจะข้ึนฟูได้ยากดว้ ย โดยท่วั ไปแลว้ บัตเตอร์เค้กจะมีข้ันตอนการทาคือ เริ่มจากการตีเนยกับน้าตาลจนข้ึนฟู แล้วจึงใส่ไข่เข้าไปตีด้วย แล้วจึงใส่แป้งและสว่ นผสมท่เี หลอื เขา้ ไป
2. เนอ้ื สปนั จ์ หรือเนอ้ื ฟองน้า (Sponge Cake) สปันจ์เค้กเป็นเนื้อที่เบากว่าบัตเตอร์เค้ก แต่หนักกว่าชิฟฟอนเค้ก ส่วนใหญ่สปันจ์เค้กนิยมนามาเป็นเนื้อเค้กของเค้กที่มีการแต่งหน้าเค้ก แต่อยากให้เป็นเค้กท่ีกินแล้วไม่รู้สึกหนักเกินไป มักไม่มีการผสมผลไม้,เมล็ดถ่ัว หรือส่วนผสมอ่ืนๆ ลงในตัวเน้ือเค้กเอง เค้กที่เป็นเลเยอรๆ์ หรือเป็นช้ันๆ น้ันส่วนใหญ่ท่ีพบก็จะเปน็ สปันจ์เค้ก แยมโรลต่างๆ ก็มักทามากจากสปันจ์เค้ก ข้ันตอนการทาสปันจ์เค้กหลักๆ จะเป็นการตีไข่แดงและไข่ขาวให้ขึ้นฟูไปพร้อมๆ กัน ข้ันตอนการทาสปันจ์เค้กส่วนใหญ่จะเป็นดังน้ีคือ เร่ิมจากการตีไข่กับน้าตาลจนฟูจากนัน้ จึงเตมิ สว่ นของแปง้ ลงไป ตามด้วยเนยละลาย (ซง่ึ มกั จะใช้ในปริมาณไม่มากเมอื่ เทยี บกับบตั เตอร์เค้ก)3. เน้อื ชิฟฟอน (Chiffon Cake) ชิฟฟอนเป็นเน้ือเค้กที่เบาท่ีสุด ส่วนใหญ่ถ้ามีการแต่งหน้าก็จะแต่งหน้าให้เบาๆ เน่ืองจากความที่เน้ือเค้กชิฟฟอนน้ันเบามากจึงไม่สามารถรับน้าหนักของหน้าท่ีมากเกินไปได้ ข้ันตอนการทาชิฟฟอนเค้กที่แตกต่างกว่าเค้กชนิดอ่ืนคือ จะมีการแยกไข่แดงและไข่ขาว เพ่ือใช้ทาในคนละขั้นตอนกัน คือมักจะเร่ิมจากการผสมไข่แดงกับพวกแปง้ ผงฟู น้าตาล นา้ มันพชื และอนื่ ๆ รวมไวด้ ว้ ยกันกอ่ น จากน้ันจะตไี ข่ขาวกับนา้ ตาลให้ฟูต้ังยอดซ่ึงส่วนน้ีจะเรียกว่า เมอร์แรงค์ (Meringue) แล้วสุดท้ายจึงน้าส่วนผสมของไข่แดงมารวมกับส่วนของเมอร์แรงคใ์ นข้นั ตอนหลงั สุด
ใบงานที่ 2 เรือ่ ง ประเภทของการแตง่ หนา้ เค้ก คาชแ้ี จง: ใหน้ กั เรียนดรู ปู เค้กท่ีกาหนดใหแ้ ลว้ ตอบคาถามต่อไปน้ใี ห้ถูกต้อง1. ชอ่ื ………………………………………..………………………………………………………………………………………………………….ลกั ษณะ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………2. ชอ่ื ………………………………………..………………………………………………………………………………………………………….ลกั ษณะ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………3. ชอื่ ………………………………………..………………………………………………………………………………………………………….ลักษณะ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แบบบันทกึ การประเมินการเขยี น ประเด็น/คะแนน การใช้ภาษา เน้ือหา รวมคะแนนที่ ชื่อ - สกุล 12 8 20123456789101112131415161718192021 ลงชอ่ื .........................................................ผ้ปู ระเมิน (นางสาวปณั ชดา ไชยมงคล) วันที.่ .........เดือน..............................พ.ศ. .................
เกณฑก์ ารให้คะแนนการเขียน ระดับ เกณฑ์การใหค้ ะแนน นา้ หนกั / คะแนนคะแนน ความสาคญั รวมกาปรรปะรเดะเน็ มนิ 4 3 2 1 3 12การใช้ภาษา การสะกด การสะกด สะกดคาผดิ สะกดคาผดิ 28 คาศัพท์ คาศัพท์ผิด มาก แต่พอ มาก 5 20 ถูกต้อง เล็กนอ้ ย พอ เดา เขยี นรูป การเลอื กใช้ เดา ความหมาย ประโยคไม่ คาตรงกับ ความหมาย ได้ รูป ถูกต้อง ไม่มี เนือ้ หา ได้ เขยี นรูป ประโยค เคร่ืองหมาย ประโยค ประโยคผิด ผดิ พลาดมาก วรรคตอน ถูกต้อง หลัก เคร่ืองหมาย มี ไวยากรณ์ วรรคตอนไม่ เครอื่ งหมาย เล็กนอ้ ย ครบ หรือไม่ วรรคตอนที่ เครอื่ งหมาย ถกู ต้อง ถกู ต้อง วรรคตอนผิด เล็กนอ้ ยเนื้อหา มี รายละเอียด มี มี รายละเอียด ของเน้ือหา รายละเอยี ด รายละเอียด เนื้อหาตรง มากแตย่ ังไม่ ของเนื้อหา ของเน้ือหา กับลักษณะท่ี ครอบคลุม นอ้ ย นอ้ ยมาก กาหนดมาก ทั้งหมด ทส่ี ุด รวม
ผงั มโนทัศน์ รายวชิ า ผลติ ภัณฑเ์ คก้ 2 รหัสวชิ า ง 33237 ระดบั ช้ัน ม.6หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 เรื่อง อุปกรณ์และวัสด่ใี ช้ในการแต่งหนา้ เค้ก จานวน 12 ชว่ั โมง : 20 คะแนน ชอื่ เรอ่ื ง อปุ กรณท์ ใ่ ชใ้ นการแตง่ หนา้ เคก้ จานวน 4 ช่วั โมง : 10 คะแนน หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง ความสาคัญและประเภท ของการแต่งหน้าเค้ก จานวน 8 ชั่วโมง ชอ่ื เร่อื ง วสั ดุทใ่ี ช้ในการแตง่ หนา้ เคก้ จานวน 4 ชวั่ โมง : 10 คะแนน
แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เร่ือง อุปกรณแ์ ละวสั ดุที่ใชใ้ นการแต่งหน้าเคก้ แผนจดั การเรียนรู้ท่ี 3 เรอ่ื ง เคร่อื งมือเครอ่ื งใชใ้ นการแตง่ หน้าเคก้ รายวชิ า ผลิตภณั ฑเ์ คก้ 2 รหสั วิชา ………………….ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2560 น้าหนักเวลาเรียน 2.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 4 ชว่ั โมง/สัปดาห์ เวลาทใ่ี ช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4 ชัว่ โมง ..........................................................................................................................................................1. สาระสาคญั (ความเข้าใจที่คงทน) เครอื่ งมอื เคร่อื งใช้มีบทบาทสาคัญเป็นอย่างยิง่ อุปกรณใ์ นการชงั่ และตวงนนั้ มีความสาคัญในเรอื่ งของการควบคมุ ปริมาณการใช้สว่ นผสมตา่ งๆ ใหเ้ ป็นไปตามสูตรการผลติ ทาใหป้ ริมาณทใี่ ช้อยูใ่ นสดั ส่วนของสตู รสมดุล อนั มผี ลต่อคุณภาพสุดท้ายของผลิตภัณฑ์ขนมอบใหเ้ ป็นทยี่ อมรบั ของผบู้ รโิ ภค ส่วนอุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการวัดจะมีความสาคญั ในการชว่ ยควบคุมปัจจยั การผลติ ให้เป็นไปในสภาวะทีเ่ หมาะสม เชน่ การใช้เทอรโ์ มมเิ ตอร์ในการวัดอุณหภูมเิ พ่ือควบคุมอณุ หภมู ิในชว่ งการผสม การหมัก และการอบ เป็นต้น ดังนน้ั การใช้อปุ กรณใ์ นการชงั่ ตวง และวดั อยา่ งถูกต้องเหมาะสมก็จะชว่ ยใหไ้ ดผ้ ลิตภัณฑ์ท่ีดีมีคณุ ภาพตามมา2. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ช้ีวดั ชั้นป/ี ผลการเรยี นร/ู้ เปา้ หมายการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ 1.ผู้เรยี นบอกความสาคัญของเครอ่ื งมือเครือ่ งใชใ้ นการแตง่ หน้าเค้ก3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 เนือ้ หาสาระหลัก : Knowledge - ความสาคัญของเครื่องมือเครอื่ งใช้ในการแตง่ หนา้ เค้ก 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process - การเลอื กใช้วสั ดอุ ปุ กรณ์อย่างเหมาะสม 3.3 คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ : Attitude - ใฝเ่ รยี นรู้ - มงุ่ มนั่ ในการทางาน4. สมรรถนะสาคัญของนกั เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด
5. คณุ ลักษณะของวชิ า - ความรับผิดชอบ - ความรอบคอบ - กระบวนการกลุ่ม6. คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ 1. ใฝเ่ รยี นรู้ 2. มุ่งมั่นในการทางาน7. ช้ินงาน/ภาระงาน : - ใบกจิ กรรมท่ี 1 เรอื่ ง วัสดทุ ี่นามาใชต้ กแตง่ หนา้ เคก้ และขนมอื่น - แบบฝึกทักษะท่ี 1 เรื่อง เคร่อื งมอื เครือ่ งใชแ้ ละวัสดุท่สี ามารถนามาแต่งหนา้ เค้ก8. กิจกรรมการเรยี นรู้ ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรียน/ขน้ั ต้ังคาถาม ( 1 ชั่วโมง ) 5. ทาความเข้าใจและชแ้ี จงสาระการเรียนรู้ใหน้ กั เรยี นทราบในหน่วยการเรยี นรู้เรอ่ื งเครื่องมือ เครอื่ งใชแ้ ละวสั ดทุ ี่สามารถนามาแต่งหน้าเคก้ นกั เรียนจะตอ้ งเรียนรเู้ กีย่ วกบั เครื่องมือเคร่ืองใช้ และวสั ดทุ ่ีสามารถนามาแต่งหน้าเคก้ 6. ทาแบบทดสอบก่อนเรียน 10 ขอ้ ทาการตรวจและแจ้งใหผ้ ู้เรียนทราบคะแนน ขนั้ สอน ( 2 ช่วั โมง ) 4. แบ่งกล่มุ นักเรยี น กลุ่มละ 5 คน ครูแจกชุดฝึกทักษะ เรือ่ ง เคร่อื งมือเครื่องใช้ในการแต่งหน้า เค้กและวสั ดุทน่ี ามาใช้ตกแต่งหนา้ เค้กให้นักเรยี นได้ศกึ ษาตามชดุ ฝึกทกั ษะ 5. นกั เรยี นทาใบกจิ กรรมตามชดุ ฝกึ ทักษะสง่ ภายในเวลาที่กาหนด 30 นาที ออกมานาเสนอผล การเรยี นรูท้ ไี่ ดจ้ ากการทาชดุ ฝกึ ทักษะ 7. สรปุ คาตอบจากผเู้ รยี น ครูผูส้ อนอธบิ ายเพิม่ เติม ขน้ั สรปุ และประเมนิ ผล ( 1 ชั่วโมง ) 4. นักเรียนรวบรวมงานสง่ ครูและ ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น9. สื่อการเรยี นการสอน / แหล่งเรยี นรู้ จานวน สภาพการใชส้ ่อื รายการสอ่ื ข้นั ตรวจสอบความรเู้ ดิม ขั้นสรา้ งความสนใจ1. แบบทดสอบก่อนเรียน 1 ชุด2. ใบกิจกรรมท่ี 1 เร่อื ง วัสดุท่ีนามาใชต้ กแตง่ หนา้ 1 ชุด ข้ันขยายความรู้ เค้กและขนมอน่ื 1 ชุด3. แบบฝึกทักษะ 1 เร่อื ง เครอ่ื งมือเคร่ืองใช้และวัสดุท่ีสามารถนามาแตง่ หนา้ เคก้
10. การวดั ผลและประเมินผลเปา้ หมาย หลักฐานการเรยี นรู้ วธิ วี ัด เครื่องมือวดั ฯ ประเดน็ /การเรยี นรู้ ชนิ้ งาน/ภาระงาน นักเรียนทา แบบทดสอบก่อนเรียน เกณฑก์ ารให้1.ผูเ้ รียนบอก แบบทดสอบก่อนเรยี น คะแนน คะแนนเต็ม 10ความสาคัญของ แบบทดสอบก่อน เรอ่ื ง เคร่ืองมือเครื่องใช้ คะแนนเคร่อื งมอื เครอื่ งใช้ใน เรยี น และวัสดทุ ี่สามารถนามาการแต่งหน้าเคก้ แต่งหน้าเค้ก2.ผู้เรยี นบอก ใบกิจกรรมท่ี 1 เรื่อง นักเรียนทาใบ ใบกจิ กรรมที่ 1 เร่อื ง วัสดุ นกั เรียนทาใบประเภทของวัสดทุ ่ี วสั ดทุ ี่นามาใช้ตก กจิ กรรมเสรจ็ ตาม ท่นี ามาใช้ตกแต่งหน้าเค้ก กจิ กรรมเสร็จตามนามาใชต้ กแตง่ หน้า แตง่ หนา้ เค้กและขนม เวลาท่ีกาหนดและ และขนมอนื่ เวลาทก่ี าหนดและเค้กและขนมอื่นๆได้ อ่นื ถกู ต้อง ถูกต้อง แบบฝึกทักษะ เร่ือง นักเรียนแตล่ ะ แบบฝกึ ทกั ษะ เร่ือง นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่ม เคร่อื งมอื เครอ่ื งใช้และ กลมุ่ ศกึ ษาชุดฝึก เครอ่ื งมือเครอ่ื งใช้และ ศึกษาชดุ ฝึกทักษะ วสั ดุท่ีสามารถนามา ทักษะแล้วทาตาม วสั ดุท่ีสามารถนามา แลว้ ทาตามคาสง่ั แตง่ หนา้ เค้ก คาสัง่ ให้เสร็จ แตง่ หนา้ เค้ก ใหเ้ สรจ็ ภายในเวลา ภายในเวลาที่ ท่กี าหนด กาหนด แบบทดสอบหลังเรยี น นกั เรียนทา แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เกณฑผ์ า่ น 5 แบบบทดสอบ เรือ่ ง เคร่ืองมือเคร่ืองใช้ คะแนนขนึ้ ไป หลังเรยี น และวสั ดุท่สี ามารถนามา แต่งหน้าเค้ก
11. จดุ เนน้ ของโรงเรยี น การบรู ณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งและกจิ กรรมสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน(ตวั อยา่ ง)ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ครู ผู้เรยี น6. ความพอประมาณ พอดีดา้ นเทคโนโลยี พอดีด้านจติ ใจ7. ความมีเหตุผล รจู้ ักใชเ้ ทคโนโลยมี าผลติ ส่ือท่ีเหมาะสม มีจิตสานึกท่ดี ี เอือ้ อาทร ประนปี ระนอม นกึ ถึงประโยชนส์ ่วนรวม/กลมุ่8. มีภูมิคมุ กันในตวั ทด่ี ี และสอดคลอ้ งเนื้อหาเป็นประโยชนต์ อ่9. เงือ่ นไขความรู้ ผเู้ รยี นและพฒั นาจากภมู ิปญั ญาของผู้เรยี น ไม่หยดุ นงิ่ ท่หี าหนทางในชวี ิต หลดุ พน้ จาก ความทกุ ข์ยาก (การค้นหาคาตอบเพอ่ื ให้ - ยดึ ถือการประกอบอาชพี ด้วยความ หลุดพน้ จากความไมร่ ู้) ถูกตอ้ ง สุจรติ แม้จะตกอย่ใู นภาวะขาด แคลน ในการดารงชวี ติ ภูมิปญั ญา : มคี วามรู้ รอบคอบ และ - ปฏบิ ัติตนในแนวทางท่ีดี ลด เลกิ ส่ิงย่วั ระมัดระวัง สร้างสรรค์ กเิ ลสใหห้ มดส้ินไป ไมก่ ่อความชั่วให้ เปน็ เครือ่ งทาลายตัวเอง ทาลายผูอ้ ่ืน พยายาม ภูมธิ รรม : ซ่ือสตั ย์ สุจริต ขยนั อดทน เพม่ิ พูนรกั ษาความดี ทมี่ อี ยใู่ ห้งอกงาม ตรงตอ่ เวลา เสยี สละและ สมบูรณย์ ิ่งขึน้ แบ่งปัน ภูมิปญั ญา : มีความรู้ รอบคอบ และ ความรอบรู้ เรอื่ ง เร่ือง เครอื่ งมือ ระมัดระวัง เครอื่ งใช้และวัสดุท่ีสามารถนามาแต่งหนา้ ภมู ธิ รรม : ซ่ือสัตย์ สจุ ริต ขยันอดทน เคก้ กรณีทเ่ี กิดงาน ปรมิ าณท่ีเกยี่ วขอ้ ง การ คานวณสตู รทต่ี อ้ งใช้ สามารถนาความรู้ ตรงต่อเวลาและแบ่งปนั เหล่าน้ันมาพิจารณาใหเ้ ชอื่ มโยงกนั สามารถ ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ความรอบรู้ เร่อื ง เรอ่ื ง เครื่องมอื เคร่อื งใช้และวสั ดุท่สี ามารถนามาแตง่ หนา้ เค้กทเ่ี กย่ี วข้องรอบดา้ น ความรอบคอบทีจ่ ะ นาความรู้เหลา่ นน้ั มาพจิ ารณาใหเ้ ชือ่ มโยง กัน เพือ่ ประกอบการวางแผน การ ดาเนนิ การจดั กจิ กรรมการเรยี นร้ใู ห้กบั ผเู้ รยี น10. เง่ือนไขคณุ ธรรม มีความตระหนกั ใน คณุ ธรรม มีความ มคี วามตระหนกั ใน คณุ ธรรม มคี วาม ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ และมคี วามอดทน มคี วามเพียร ซอ่ื สัตยส์ จุ รติ และมีความอดทน มคี วามเพยี ร ใชส้ ตปิ ญั ญาในการดาเนนิ ชีวิต ใชส้ ตปิ ญั ญาในการดาเนนิ ชวี ิต ลงชื่อ..................................................ผู้สอน ( นางสาวปณั ชดา ไชยมงคล ตาแหน่ง ครู คศ.1
ใบกจิ กรรมท่ี 1เรื่อง วสั ดุทน่ี ำมำแต่งหน้ำเค้ก ช้ันมธั ยมศึกษำปี ที่ 6 ชื่อ…………………………นำมสกุล………………………….……….…………เลขท่ี……………คำชี้แจง1. นักเรียนสรุปองค์ควำมรู้เกีย่ วกบั วสั ดุทน่ี ำมำตกแต่งเค้กตำมใบกจิ กรรม ( 30 นำที )2. นักเรียนรวมกล่มุ สรุปองค์ควำมรู้ของแต่ละคนแล้ว ส่งตวั แทนนำเสนอหน้ำช้ันเรียน ( 30 นำที )………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………….
ความรพู้ น้ื ฐานในการแตง่ หน้าเค้ก การแต่งหนา้ เคก้ น้ันถอื วา่ เป็นศาสตร์แขนงหนึง่ เลยทีเดียว เพราะการแต่งหน้าเค้กนน้ั ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ คน้ ควา้ หาสงิ่ ใหม่ๆมาประยกุ ต์ใช้และตกแต่งหน้าเคก้ ได้อย่างสวยงาม การทีจ่ ะเปน็ ผูม้ ฝี ือมือ และผู้เชี่ยวชาญทางศิลปะแขนงนจ้ี าเป็นทจี่ ะต้องใชค้ วามอดทนเปน็ อยา่ งสงู เพราะต้องอาศยั เวลา ความรแู้ ละท่ีสาคญั คือต้องมีใจรักในสง่ิ ทท่ี าอยดู่ ้วย ถา้ ขาดความรักในสงิ่ ทที่ าตรงหน้าตอ่ ให้มคี วามสามารถเพียงใด ผลท่ีออกมาย่อมเทียบกับสิ่งท่ีทาออกมาด้วยใจไม่ไดเ้ ลย มชี ่างทาขนมเป็นจานวนมากที่ทาขนมเคก้ ได้อรอ่ ย แต่ยังไม่ค่อยประสบความสาเรจ็ ในการแต่งหน้าเค้ก อาจจะเปน็ เพราะขาดความรู้ ประสบการณ์ท่ีมสี ว่ นจาเปน็ ในการแตง่ หนา้ เค้ก การที่จะเปน็ ผ้ทู เี่ ชยี่ วชาญในการตกแตง่ หนา้เคก้ นั้นจาเปน็ ที่จะต้องมีความรพู้ ืน้ ฐานซึง่ จะช่วยให้ผู้ทาประสบความสาเร็จในศลิ ปะแขนงน้ีความรูเ้ บอ้ื งต้นเก่ียวกับการแต่งหนา้ เค้ก คณุ ควรจะมีความร้ใู นเรือ่ งการผสมสีบ้าง อาจจะไมต่ ้อง เชีย่ วชาญมากนัก แต่พอรูเ้ รื่องของแม่สีบ้างกด็ ี เพราะหนา้ เค้กที่สวยงามเกิดจากการผสมสีท่ีลงตัว และสมจริง ควรมีความรู้เกย่ี วกับครมี แตง่ หน้าเค้ก การเตรยี มพร้อมก่อนตกแตง่ การผสมส่วนผสมทถี่ กู ต้อง ความรู้ในการใช้เคร่อื งมือให้ถูกตอ้ งกบั การใชง้ านและความต้องการ ความรู้ในการดูแลรักษาความ สะอาด และการจัดเกบ็ เพ่ือสะดวกในการหยิบออกมาใช้งาน ควรเป็นผมู้ คี วามคดิ สรา้ งสรรค์ สรรหาสิ่งแปลกๆใหม่ๆอยู่สม่าเสมอ มีความขยนั อดทน หม่ันฝึกฝนเพ่อื ให้มคี วามชานาญและเพื่อความกา้ วหนา้ ต่อไปในอนาคต มใี จรกั ในสิง่ ทท่ี าวัสดุประเภทต่างๆทีใ่ ช้ในการแตง่ หน้าเค้กหมายถึง วัสดุท่ีประดษิ ฐข์ ้นึ มาเพ่อื ตกแต่งเค้ก ส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุท่ีสามารถรับประทานได้ ในปัจจบุ ันนิยมใชว้ ัสดุมาตกแต่งหน้าเค้กเพื่อจดุ ประสงค์ใหเ้ ค้กสวยงามและมรี ูปแบบท่ีหลากหลายมากขึน้ และวัสดุท่ีนามาใช้ตกแต่งหน้าเค้กมหี ลายประเภทได้แก่ แยม ชอ็ กโกแลต มาร์ซิแพน และไอซิ่งวธิ ีการแต่งหน้าเค้กโดยใชว้ ัสดปุ ระเภทต่างๆการแตง่ หน้าเค้กดว้ ยแยม การนาแยมมาแต่งหนา้ เค้ก อาจทาไดเ้ ปน็ 2 วธิ ีคอื1. นาแยมมาปาดหน้าเคก้ สามารถใชไ้ ด้ทั้งแยมท่มี เี น้ือผลไม้ และไมม่ ีเนื้อผลไม้ การปาดหนา้ เค้กด้วยแยม เหมาะสาหรับผู้ท่ีไม่นิยมรับประทานเค้กกบั ครีม วสั ดทุ ่จี ะใช้ในการแต่งหนา้ เคก้ ดว้ ยแยมได้แก่- ผลไม้แชอ่ มิ่ เชน่ เชอร่ี ลูกเกด กล้วยตากและผลไม้อื่นๆเป็นต้นหรอื อาจใช้ผลไม้สดก็ได้แต่จะไมส่ ามารถเกบ็ ไดน้ านเหมอื นผลไม้แห้ง- ก่อนที่จะนาแยมมาปาดหนา้ เค้ก ควรนาแยมมากรองดว้ ยกระชอนก่อนเพ่อื สะดวกในการปาด
2. การนาแยมมาใช้ทาใหเ้ กิดลวดลายต่างๆ เช่นการวาดการ์ตนู หรือการวาดเป็นรปู ต่างๆ การตกแตง่ เค้กแบบนนี้ ิยมที่จะมอบใหก้ บั เด็ก หรอื วัยรุ่นมากกวา่ วัยอน่ื ๆ โดยมีขนั้ ตอนการแตง่ หนา้ เค้กดงั นี้- ตกั แยมใสนามากรองแบ่งใส่ถว้ ยผสมสีตา่ งๆตามชอบ- วาดลวดลายบนหนา้ เค้กทีป่ าดด้วยครมี - ใช้ครีมเดินเส้นตามลวยลายท่วี าดไวเ้ พื่อป้องกันไมใ่ ห้แยมแตล่ ะสีไหลมารวมกัน- เทแยมใส่กรวยกระดาษ นาไปหยอดตามช่องต่างๆท่ีกาหนดการแตง่ หน้าเค้กดว้ ยชอ็ กโกแลต การใชช้ ็อกโกแลตสาเร็จรปู ซ่ึงมที ้ังชอ็ กโกแลตสีน้าตาล ชอ็ กโกแลตนม ชอ็ กโกแลตสดี า (ส่วนใหญ่ไมน่ ิยมนามาราดบนหน้าเค้ก เน่อื งจากมีรสขมมากกว่าชอ็ กโกแลตชนิดอน่ื )1. ชอ็ กโกแลต สามารถนามาทาเป็นตัวตกุ๊ ตา หรือทาเปน็ ดอกไม้ เพ่อื ใชใ้ นการตกแตง่ เค้กได้อยา่ งสวยงาม2. ชอ็ กโกแลตครมี สาหรับปาดหนา้ เคก้ สามารถเตรียมขนึ้ ได้จากการนาช็อตโกแลตตนุ๋ สาเร็จรปู มาผสมกับครมี เนยสด ท่ีใชส้ าหรับปาดหนา้ เคก้ อตั ราส่วนแลว้ แต่ความตอ้ งการความเข้มขน้ ของสวี า่ ต้องการเท่าไรจากนนั้ สามารถนาไปปาดหนา้ เค้กไดเ้ ลย3. ชอ็ กโกแลตขดู เปน็ แทง่ โดยการนาช็อตโกแลตแท่งทีย่ ังไมไ่ ด้ตนุ๋ มาขูดด้วยมดี ให้มลี ักษณะเปน็ แท่งมว้ นกลม คลา้ ยม้วนบหุ ร่ี หรือขูดเป็นเกล็ดๆ แลว้ นาไปตกแต่งหนา้ เค้ก4. วธิ ีการราดหน้าเค้กดว้ ยช็อกโกแลต– ปาดหน้าเคก้ ดว้ ยครีมใหเ้ รียบ นาไปแชใ่ ห้เยน็ จัด นามาวางบนตระแกรง- นาช็อกโกแลตที่ต๋นุ แล้วราดด้านบนเคก้ ในปริมาณที่มากพอ- ในขณะทร่ี าดหน้าเค้กเขย่าตระแกรงเบาๆจนช็อกโกแลตไหลทัว่ หนา้ เคก้ - เมอื่ ชอ็ กโกแลตเรม่ิ อยู่ตวั ใชส้ ปาตูลารแ์ ซะดานลา่ งเค้กให้หลุดออกจากตระแกรง5. การหล่อชอ็ กโกแลตเป็นรูปต่างๆ– ใบไม้ เลอื กใบไมท้ ีม่ ีลายเส้นคมชัดเช่นใบกหุ ลาบ ใช้พกู่ ันจุ่มชอ๊ ตโกแลตตนุ๋ ทาใหท้ ัว่ ใบไมโ้ ดยทาด้านทเ่ี ป็นลายใบให้ชัดเจน ปล่อยจนชอ็ กโกแลตแหง้ สนิท จึงดงึ ใบไมอ้ อกจากชอ็ กโกแลต แล้วนาไปแตง่ หน้าเคก้ - พิมพต์ า่ งๆ เตรียมพมิ พ์ได้โดยการลา้ งให้สะอาดแล้วเชด็ ให้แหง้ เทช็อกโกแลตตุน๋ จนเต็มพิมพ์ นาไปแชต่ ู้เย็นจนช็อกโกแลตแหง้ เริม่ ลอ่ นออกจากพมิ พ์ จงึ แกะออกจากพิมพ์นาไปแชต่ ู้เยน็ เก็บไว้การแตง่ หนา้ เคก้ ดว้ ยมารซ์ แิ พน“ มาร์ซิแพน “ มลี ักษณะคลา้ ยถวั่ กวน แต่สีจะขาวกว่า ทาจากเมลด็ อลั มอนด์ และนา้ ตาลผสมกัน สดั ส่วนของอัลมอนด์และนา้ ตาลจะเปลย่ี นแปลงไปตามความต้องการของผู้ผลิตมารซ์ ิแพน บางชนิดมีแอปปรคิ อต ลกู พีชบดบางส่วนจะเตมิ ไข่ ทง้ั น้ีขึ้นอยู่กบั จุดประสงคข์ องผผู้ ลติการใชส้ ีสที ี่ใชใ้ นการผสมมารซ์ ิแพน มีท้ังชนิดน้าและสีน้ามัน แต่ที่เหมาะสาหรบั ผสมมาร์ซิแพนควรเปน็ สีน้ามัน การผสมสเี ราอาจแบง่ มารซ์ แิ พนออกมาใหเ้ พียงพอกบั ความต้องการแลว้ หยดสลี งไปนวดใหเ้ ข้ากัน ถา้ ตดิ มืออาจใช้แปง้ ขา้ วโพดชว่ ยไดเ้ ล็กน้อย การป้ันมาร์ซแิ พนแตล่ ะครั้งควรนวดให้เข้าเปน็ เนื้อเดยี วกนั ปนั้ แล้วเนยี นเรียบสะดวกในการระบายสี ถ้าเนื้อผวิ ไม่เรยี บ สีจะกระจายไปตามผิวท่ีแต่ง
การแต่งหน้าเค้กดว้ ยไอซงิ่เทคนคิ และวิธีการเตรียมไอซิ่ง1. ร่อนนา้ ตาลไอซง่ิ ทีจ่ ะใช้ในตารบั กอ่ นลงมือผสมตามวิธกี ารในตารบั การร่อนเพื่อชว่ ยแยกนา้ ตาลใหแ้ ตกตวัเปน็ ผงละเอียด ชว่ ยป้องกนั การอุดตันท่หี วั บบี2. ไอซิง่ ทผี่ สมเสร็จแลว้ ควรจะมีความหนดื พอเหมาะท่จี ะใชต้ กแตง่ คือเมื่อแต่งแลว้ ลวดลายท่ตี กแตง่ จะทรงรูปได้คมชัดทีส่ ดุ หากยังไม่ได้ท่ีใหป้ รับเสียใหม่ โดยการเตมิ นา้ ตาลหรือน้าเพม่ิ3. การผสมสีแต่ละสคี วรผสมครั้งเดียวให้พอใชต้ ลอด ในการแตง่ เค้กแตล่ ะช้ินสไี ม่ควรใหเ้ ข้มมาก เพราะเมอื่ไอซ่ิงแหง้ แล้วสีจะเข้มขึน้4. ครีมท่ียงั เหลืออยใู่ นชามผสมควรใช้ผ้าขาวบางชบุ น้าบดิ หมาดๆ คลมุ ปากชามไว้เพอื่ ปอ้ งกนั ไม่ใหผ้ ิวหนา้ แห้ง5. การบรรจุครีมลงในกรวยสาหรับแต่ง ให้บรรจุให้เตม็ ถึงปลายกรวยอยา่ ใหม้ ีโพรงอากาศแทรกอยภู่ ายในและเม่ือพับปิดปากกรวยแล้ว ควรบีบครีมใหด้ นั ออกจากช่องตรงปลายหวั บีบเลก็ นอ้ ย เพอื่ เปน็ การดนัฟองอากาศจากกรวย เมื่อแต่งลวดลาย เส้นจะสมา่ เสมอไม่ขาดเป็นช่วงๆเทคนคิ และวธิ กี ารเตรยี มเคก้1. ตอ้ งรอให้เคก้ เย็นสนิทโดยวางเค้กบนตระแกรงลวด เพือ่ มิใหม้ ีไอระเหยออกมา จนทาใหไ้ อซิ่งหรือหน้าที่เคลอื บออ่ นตวั จนเสยี การทรงตวั2. ปัดผวิ หนา้ ตลอดถงึ ข้างๆของแปรงปัดเค้ก เพื่อใหช้ นิ้ ส่วนเล็กๆ ท่หี ลุดรว่ งจากเค้กหลุดออกให้หมด จะได้ไม่หลดุ เขา้ ไปปะปนในสว่ นไอซิง่ ขณะทเ่ี คลือบ3. ทาไอซิง่ เคลือบชิน้ เคก้ ใหท้ ั่วท้งั ด้านบนและด้านข้างแต่เพียงเบาๆรอไว้ 2-3 นาที เพอื่ ให้ผิวทีเ่ คลอื บแหง้ จึงทาชนั้ ที่ 2 ทับ ชนั้ น้เี มื่อทาแล้วต้องปาดดว้ ยสแปทลู าให้ผิวหนา้เรียบสมา่ เสมอทกุ ดา้ นโดยรอบ ไอซง่ิ ทีใ่ ช้เคลือบชิ้นเค้กควรใชไ้ อซิง่ ทีอ่ ่อนตัว หรอื ไม่แตกหลดุ ในขณะที่ตัดแบ่งเค้ก4. พกั ไว้ 30 นาที เพ่ือใหผ้ ิวไอซิง่ ทปี่ าดไว้แหง้ ก่อนท่จี ะลงมอื แต่งลวดลายต่อไปเทคนิคและวธิ กี ารแต่งหนา้ เคก้1. ใชไ้ ม้ปลายแหลมวาดเคา้ โครงของลวยลายทจี่ ะแต่งบนเค้กท่ีปาดหน้าเรียบร้อยแลว้2. บบี ลวดลายที่ควรอยดู่ ้านล่างกอ่ น แลว้ จึงบบี ลวดลายที่ควรอยู่ขา้ งบน เช่นควรบีบก่ิงก้านกอ่ นบบี ใบไมแ้ ละดอกไม้ ผู้แต่งต้องพิจารณาลวดลายทจี่ ะแต่งใหถ้ ่ีถ้วนก่อนการลงมือแต่ง ว่าควรทาลวดลายตรงส่วนใดก่อนและหลงั3. กรวยบตั เตอรต์ รีมไอซิ่ง เม่ือใช้แต่งต่อเนื่องได้สักระยะหนึง่ ความรอ้ นจากมือจะทาให้ครีมอ่อนตัวลง ควรหยดุ พกั ประมาณ 5-6 นาที โดยนากรวยแชใ่ นตเู้ ยน็
วสั ดุท่ใี ช้ในการแต่งหนา้ เค้ก อุปกรณ์ต่างๆทจ่ี าเป็นในการแตง่ หน้าเค้ก 1. เคร่อื งตีไข่ ใช้สาหรบั ตีครีมให้ขนึ้ ฟู มีอุปกรณ์สาหรบั ตคี รมี คือ หัวตรี ปู ใบไม้ มีหลายขนาด ใหญ่ เล็กตามความจาเป็นในการใช้งาน 2. แท่นหมุนเค้ก ใช้สาหรับเป็นฐานรองเค้กขณะปาดและแตง่ หนา้ สามารถหมุนไปมาได้ การหมุนทาให้ปาดครีมบนเคก้ ไดล้ ักษณะกลมตามต้องการ 3. กระดาษแขง็ หรือกระดาษลกู ไม้ ใชส้ าหรบั รองเคก้ เพ่ือความสวยงามและป้องกันการซึมของเค้ก 4. สผี สมอาหาร ใช้สาหรับผสมครีมแต่งหน้าเค้กเพ่ือให้เกิดความสวยงามและเพิม่ จุดเด่น 5. อ่างผสมหรอื ชามผสม ใชส้ าหรบั ส่วนผสมท่ีเตรียมไวแ้ ละใช้ใส่ส่วนผสมทเี่ สร็จแลว้ ควรเลอื กซ้ือภาชนะท่ีมีกเ้ รยี บกลมไม่มมี มุ เพราะสะดวกในการคน หรอื ตีสว่ นผสมทัง้ หมดใหเ้ ข้ากนั ได้อยา่ งทั่วถงึ ไม่ตดิ ตามซอกอา่ ง 6. ผ้าสะอาดหรือผา้ กนั เป้ือน เตรยี มไว้สาหรับเช็ดมือหรืออปุ กรณ์เพอ่ื กนั เส้ือผา้ เลอะครมี เวลาแตง่ หนา้ เค้ก 7. สปาตลู ่าและพายยาง สาหรบั ใชป้ าดหนา้ เคก้ มีลกั ษณะคลา้ ยมีด นิยมทาดว้ ยสเตนเลส พายยางใช้สารบัตกั และคนครีมเพื่อไล่ฟองอากาศออกใหค้ รีมเนยี น 8. กรรไกร ใชต้ ดั กระดาษกรวยและอื่นๆ นยิ มใชก้ รรไกรที่มีน่ ้าหนกั เบา 9. ร่ม ใช้เปน็ ฐานรองรับครีมที่บีบออกจากกรวยท่ีมีหัวบีบ เวลาทาต้องหมุนร่มด้วย 10. หวีแต่งหนา้ เคก้ เป็นโลหะแผ่นเรียบ ดา้ นของโลหะจะตัดเปน็ ฟ้นั ปลา หรอื ลวดลายต่างๆที่ต้องการ เป็นอุปกรณช์ ่วยในการแต่งหนา้ เค้ก กรณีทปี่ าดเค้กหนา้ ไมเ่ รียบ หวีจะช่วยกลบเกลอ่ื นได้ 11. แปรงขนอ่อน มลี กั ษณะคลา้ ยแปรงทาสี ใช้สาหรับปดั หรอื ทาความสะอาดก้อนเค้กกอ่ นแต่งหนา้ เค้ก 12. มีดตดั เค้ก ดา้ นคมของมีดจะมหี ยักคล้ายฟนั เล่อื ยใบของมีดจะยาวและแคบ ใช้ตดั เค้กโดยเลอ่ื ยไปเลื่อยมาโดยไม่ต้องออกแรงกดมากนัก ใช้ตกแตง่ ผวิ หน้าของเค้ก 13. หวั บีบเค้ก เปน็ อุปกรณ์สาหรับแตง่ หนา้ เค้กเวลาใสถ่ ุงบีบหรือกรวย เพื่อใหค้ รีมออกมาเปน็ ลวดลายสาหรบั แตง่ หน้า - เบอร์ 15,1,2,4 มลี กั ษณะเปน็ รกู ลมเลก็ นยิ มบีบลายเส้นตา่ งๆ - เบอร์ 7,10,12 มีลักษณะเป็นรกู ลมขนาดใหญ่ ใช้บบี ลายของดอกไม้ ตัวสตั ว์ - เบอร์ 14,17 มลี กั ษณะเปน็ รปู ดาว ใช้บบี เปน็ ลายขอบบน - เบอร์ 29,30,32 มีลกั ษณะเปน็ รูปดาวขนาดใหญ่ ใช้บบี ลายขอบลา่ ง - เบอร์ 47 มีลกั ษณะแบน ดา้ นหน่งึ เรียบ ดา้ นหนง่ึ มฟี นั หยกั ใช้บีบลายสานตระกรา้ - เบอร์ 67 มีลักษณะแบนแหลมเปน็ สามเหลี่ยม ตรงกลางหยกั ใชบ้ บี ลายใบไม้ - เบอร์ 73 มลี กั ษณะโค้งเปน็ รปู ครึ่งวงกลม ใช้บบี ดอกเบญจมาศ - เบอร์ 102 ,104 มีลักษณะแบนปลายดา้ นหนง่ึ จะเรยี วเล็กลง ใช้บบี ดอกกหุ ลาบ , ดอกแพรจีน , ดอกคารเ์ นช่ัน - เบอร์ 131 มีลกั ษณะเปน็ รปู ดาว แต่มีแกนย่ืนมาตรงกลาง ใชบ้ บี ดอกไมส้ าเร็
วัตถุดบิ ท่ใี ชใ้ นการแต่งหนา้ เค้กนนั้ มหี ลายประเภทคือ 1. เนยเทยี ม 2. เนยสด 3. เนยขาว 4. นา้ ตาล 5. ไข่ 6. นม 7. เกลือ 8. ครีมออฟทารท์ าร์ 9. น้าหอมกล่นิ ตา่ งๆ 10. สีชนิดของครีมท่ีใช้ใรการทาขนมเคก้ และเบเกอรี่เมือ่ นึกถงึ เค้กแลว้ ส่งิ ทม่ี ักจะมาคกู่ นั กับเค้กเสมอก็คือ \"ครีมเคก้ \" น่ันเองงง.. ไมว่ า่ จะเป็นครมี ทป่ี าดอยบู่ นหน้าเค้กหรือวา่ ครมี ที่ซ่อนอยู่ในชั้นเลเยอร์ของเค้กชนดิ ตา่ งๆ ซึ่งครีมเค้กนนั้ ก็มอี ยู่มากมายหลายชนดิ ขนึ้ อยู่กับการดีไซน์รสชาติให้เขา้ กบั เน้ือเค้กน่ันเอง
ครีมเค้กชนิดตา่ งๆ มดี ังน้ี1. Fresh cream/ Whipping Creamครมี สด คอื ครมี ที่ทามาจากนมววั มีไขมันอยปู่ ระมาณ 32% ขึน้ ไปจึงสามารถตใี หข้ ึน้ ฟูได้ มีความขน้ พอจะตีเปน็ ครีมท่ีอยู่ตวั พอจะใชป้ าดหนา้ เคก้ ได้ และต้องเกบ็ ในทเี่ ย็นเทา่ น้นั ครมี สดมีรสชาติหอมมนั ไมเ่ ล่ยี น นยิ มใช้เปน็ ทงั้ ครีมแตง่ หนา้ เคก้ และผลิตภัณฑ์ไสข้ นมอบ2. Custard creamครีมคสั ตาร์ดเน้ือน่มุ ไม่หวานมาก นิยมใชใ้ นการทาเปน็ ไส้ขนมอบหรือใช้แตง่ หนา้ ขนม วธิ กี ารทาคัสตารด์ ครีมกค็ อื เอานมใสห่ ม้อตัง้ ไฟดว้ ยไฟกลาง แล้วใส่น้าตาลกบั กลนิ่ วนิลาลงไป ตม้ จนน้าตาลละลาย แล้วนามาเทใส่ชามไขแ่ ดง ตีใหเ้ ข้ากันอยา่ งเร็ว แลว้ กค็ ่อยๆใสน่ มทต่ี ้มไว้ ใสแ่ ปง้ แล้วก็นาไปตั้งไฟตม้ อกี คร้งั คนไปเรื่อยๆจะเนือ้ ขน้ เหนียว Matcha custard cream and creme mousseline with halved strawberries3. Mousseline creamครมี มสู ลนิ หรอื อาจจะเรยี กว่า บัตเตอร์ครีมเยอรมนั (German buttercream) คอื ลูกผสมระหวา่ งคสั ตาร์ดครีมและบัตเตอร์ครมี แตเ่ นื้อครีมจะเบากวา่ สามารถเก็บไว้นอกตเู้ ยน็ ได้นานเหมาะกับการขนส่งทต่ี ้องเดินทางใช้เวลา นยิ มใช้สาหรบั เป็นครีมสอดไส้ขนมอบ
4. Chiboust creamชบิ ูสครมี เป็นครมี ท่ีมอี งค์ประกอบของ คสั ตารด์ ครีมและอิตาเลีย่ นเมอแรงในสัดสว่ นทีเ่ ท่ากัน โดยครีมนี้จะตอ้ งใช้ทนั ทีเม่ือตเี สรจ็ Fresh mango chiboust5. Butter creamบัตเตอรค์ รีมหรอื ครีมเนย เป็นครมี ยอดนยิ มในการนามาแตง่ หน้าเค้กและเบเกอร่ีต่างๆ เนอื้ บตั เตอร์ครีมทดี่ ีจะต้องเนียน มีความทรงตวั ไม่แข็งหรือเหลวจนเกินไป เวลาปาดหน้าเคก้ จะได้เรยี บเนียนสวยงาม ซึง่ จดุ สาคัญของการทาบัตเตอร์ครีมก็คือการตคี รีม ถ้าตีฟเู กินไป ครีมที่ไดจ้ ะเหลว หาตีน้อยเกินไป ส่วนผสมยังไม่เข้ากันดีอาจจะทาใหเ้ กิดการแยกชน้ั ระหว่างของแข็งและของเหลว โดยควรจะตีเนยดว้ ยความเร็วปานกลางใหข้ ้ึนฟดู ีก่อนแล้วจึงเตมิ สว่ นผสมอ่นื ๆตามไป
6. French Butter cream (creamed butter with creamed egg yolks and sugar syrup)บัตเตอร์ครีมแบบฝรัง่ เศส วธิ ที าคือนานา้ ตาลและนา้ ใสห่ ม้อตง้ั ไฟปานกลาง ตีไข่แดงทง้ิ ไว้ เมอ่ื น้าเช่อื มเดือดแล้วให้เทลงในชามไข่ที่ตีไว้ แล้วก็ตสี ่วนผสมใหมอ่ กี ครงั้ ใส่เนยสดลงไป แลว้ กต็ ีดว้ ยความเรว็ สูงจนส่วนผสมเขา้กนั ดี7. Italian Butter cream (creamed butter with Italian meringue)บตั เตอรค์ รีมแบบอติ าเล่ยี น เนอื้ ครมี จะไมห่ นักและไม่หวานจนเกินไป สามารถนาไปแต่งหนา้ เคก้ ไดท้ ุกชนดิโดยวธิ ที าคอื ตัง้ ไฟทานา้ เช่ือมกอ่ น ระวังอย่าให้น้าเช่ือมเดือดจนข้นเหนยี ว แค่ต้มใหน้ า้ ตาลละลาย แลว้ นาน้าเชื่อมร้อนๆนี้ไปเทใส่ไข่ขาวทต่ี ีไว้ แลว้ ก็ตีสว่ นผสมทง้ั หมดอกี คร้งั จนขึ้นฟูตง้ั ยอดแข็ง
8. Ganacheกานาช มีส่วนประกอบหลักคือครมี และส่วนประกอบท่ีให้ texture ลกั ษณะขน้ ๆ คือมาจากเนยโกโก้ กานาชเรียกได้วา่ เป็นพ้ืนฐานในการทาขนม สามารถเอาไปใช้งานตอ่ ไปอย่างหลากหลาย เชน่ มสู (Mousse) ทาร์ตชอคโกแลต เป็นตน้9. Cheese creamครมี ชีสเป็นผลติ ภณั ฑท์ ่ไี ดม้ าจากการแปรรูปน้านมชนิดหนง่ึ อย่ใู นกลุม่ ของเนยแข็งท่ีมีเน้ือน่มุ และไม่ผา่ นกระบวนการบ่ม มีรสชาติที่กลมกลอ่ มเหมาะสาหรบั ทกุ เพศทกุ วยั และมีกระบวนการผลิตทไี่ มซ่ บั ซ้อน ครีมชสีมกั ถูกใชเ้ ปน็ สว่ นผสมหลกั ของขนมสุดฮิตอยา่ งขนมตระกูลชีสเคก้
10. Marzipan fillingมารซ์ แิ พน (Marzipan) คือ อุปกรณต์ กแตง่ หน้าเค้กหรือเบเกอรท่ี ่ีทามาจากนา้ ตาลทรายขาว (ต้มกบั นา้ ในอณุ หภมู ิ 105 องศาเซลเซยี ส), ถว่ั อลั มอนด์บดละเอียดจนเป็นผง และ ไข่ขาวผสมรวมกันก่อนนามาปนั้ เปน็ชิน้ งาน ดว้ ยคุณสมบัตมิ ีความอ่อนนุ่ม รบั ประทานงา่ ย จึงสามารถนามาปั้นทาเปน็ ดอกไม้ ตุ๊กตา หรือห่อประดบั รอบเนื้อเคก้ ได้ ในปัจจบุ ันสามารถหาซ้ือมาร์ซิแพนชนดิ สาเรจ็ รูปไดใ้ นรปู แบบตา่ งๆได้อย่างง่ายดาย
ใบความรู้ เรื่อง วสั ดุทใ่ี ช้ในการแต่งหน้าเค้กทีม่ ลี ักษณะเป็นครีมบตั เตอร์ครีมแต่งหนา้ เค้ก “บตั เตอร์ครีม” เปน็ ครมี แต่งหนา้ เคก้ ที่คนส่วนใหญน่ ิยมนามาใช้ในการแต่งหนา้ เคก้ และเบเกอร่ีต่างๆซึ่งบัตเตอร์ครีมท่ีดีไม่ใช่แค่อร่อยและไม่เลี่ยนเท่าน้ัน แต่เนื้อครีมจะต้องเนียน ทรงตัว ไม่แข็ง หรือเหลวจนเกินไป เวลาปาดหน้าเค้กจะได้หน้าเค้กที่เรียบและเมื่อนามาใส่หัวบีบจะสามารถบีบครีมออกมาได้ง่ายและสวยงาม ลวดลายท่ีได้คมชัดตามที่ต้องการ บัตเตอร์ครีมจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับการตีครีม ถ้าตีข้ึนฟูมากเกินไปครีมท่ไี ดจ้ ะเหลว บบี เป็นลายเสน้ หรือดอกไม้ไม่สวย กลีบไมค่ มชดั แตห่ ากตีครมี น้อยเกินไปอาจทาใหส้ ่วนผสมยังไม่เข้ากันดี เกิดการแยกตัวระหวา่ งของแข็งกับของเหลว ดังน้ันต้องหมั่นสังเกตวา่ ตบี ัตเตอร์ครีมได้พอดีหรอืยัง โดยควรตีด้วยความเร็วปานกลางให้เนยสด เนยขาว หรือมาร์การีนท่ีใส่ฟูขึ้นดีเสียก่อน แล้วค่อยเติมส่วนอ่ืนๆ เพียงเท่าน้ีก็จะได้บัตเตอร์ครีมท่ีดีพร้อมสาหรับการแต่งหน้าเค้ก บัตเตอร์ครีมท่ีใช้ในการแต่งหน้ามีหลายสตู ร ไดแ้ ก่บัตเตอรค์ รมี ไอซ่ิง รสกาแฟ สิ่งทตี่ ้องเตรียม นา้ ตาลไอซ่ิง 550 กรัม ชอ้ นชา วานิลลาชนดิ ผง 1 ช้อนชา กรมั เกลอื ปน่ 1 กรมั กรมั นา้ ร้อน 105 กรมั กรัม เนยสดชนดิ เคม็ 625 ช้อนโตะ๊ ช้อนโตะ๊ เนยขาว 250 มารก์ ารนี 375 นา้ สาหรบั ละลายกาแฟ 20 กาแฟชนิดผลสาเรจ็ รปู 2 น้าหอมกลน่ิ กาแฟ 1
วิธีทา 1. ละลายน้าตาลไอซิ่งกบั วานลิ ลาชนิดผง เกลอื ปน่ และนา้ ร้อนเขา้ ดว้ ยกนั คลมุ ด้วยผ้าชื้น 2. ตผี สมเนยสดชนิดเคม็ เนยขาว และมารก์ ารนี ด้วยหวั ตรี ูปใบไม้ ใช้ความเรว็ ปานกลางนาน ประมาณ 15 นาที จนข้ึนฟู 3. ลดความเร็วต่า เตมิ ส่วนผสมของน้าตาลไอซ่ิง โดยใช้ความเร็วปานกลาง นานประมาณ 10 นาที 4. ละลายกาแฟชนิดผงสาเร็จรูปกับนา้ คนให้เข้ากนั 5. ใส่กาแฟท่ีละลายไวแ้ ละน้าหอมกลิ่นกาแฟ ตีผสมให้เข้ากนั เตรียมสาหรับแต่งหนา้ เค้กบัตเตอรค์ รมี ชนดิ ผสมนา้ เช่ือม สิ่งท่ีต้องเตรียม น้า 125 กรมั นา้ ตาลทราย 300 กรัม วานิลลาชนดิ ผง 1 ชอ้ นชา เกลือป่น 1 ช้อนชา ครมี ออฟทารท์ าร์ 1/2 ชอ้ นชา เนยสดชนิดเค็ม 250 กรมั เนยขาว 100 กรัม มารก์ ารนี 150 กรมั นา้ หอมกลนิ่ นมเนย 1 ชอ้ นชาวิธที า เหล้ารมั 1 ชอ้ นโตะ๊1. ตม้ น้ากับน้าตาลทราย วานิลลาชนิดผง เกลือป่น และครีมออฟทารท์ ารจ์ นเดือดใส ยกลง พกั ไว้จนเยน็ สนทิ นาเขา้ ตเู้ ยน็ ประมาณ 2 ชัว่ โมง หรอื แชน่ จนเย็นจัด เพ่ือทาเปน็ นา้ เชื่อม2. ตผี สมเนยสดชนดิ เค็ม เนยขาว และมาร์การีนด้วยหวั ตรี ูปใบไม้ ใช้ความเร็วปานกลางนาน ประมาณ 15 นาที ลดความเรว็ ต่า ใสน่ ้าเชื่อมเยน็ จัด ตผี สมตอ่ ใชค้ วามเรว็ ปานกลางจนสว่ นผสม ฟูเนยี น นานประมาณ 15 นาที3. เติมน้าหอมกล่ินนมเนยและเหลา้ รมั ตีผสมใหเ้ ข้ากัน เตรียมสาหรับแต่งหน้าเค้ก
บัตเตอร์ครีมคสั ตาร์ด สิ่งที่ตอ้ งเตรียม (สาหรบั คสั ตารด์ ) แป้งข้าวโพด 2 ชอ้ นโตะ๊ น้าตาลทราย 60 กรมั นมข้นจืด 140 กรัม 100 กรัม นา้ 2 ฟอง ไข่แดง 1/4 ช้อนชา วานลิ ลาชนิดผง 1/4 ชอ้ นชา เกลือปน่ 40 กรมั เนยสดชนดิ เคม็ ส่ิงทตี่ อ้ งเตรยี ม (สาหรบั บัตเตอรค์ รีม) เนยสดชนดิ เค็ม 250 กรมั กรัม เนยขาว 100 กรัม ช้อนชา มารก์ ารนี 150 นา้ หอมกลน่ิ เนย 1วธิ ที า1. ผสมสว่ นผสมคสั ตาร์ดทั้งหมดเขา้ ด้วยกัน นาข้นึ ต้ังไฟตุ๋นคนผสมจนสกุ ขน้ ยกลง ปดิ ด้วยพลาสติก พักไว้ใหเ้ ย็น2. ตผี สมเนยสด เนยขาว และมารก์ ารนี ด้วยหวั ตใี บไม้ ใชค้ วามเร็วปานกลางนานประมาณ 15 นาที หรอื จนขึน้ ฟู คอ่ ยๆ เติมส่วนผสมของคัสตารด์ ตีผสมให้เขา้ กนั อกี ครัง้3. เตมิ นา้ หอมกลน่ิ นมเนย ตีผสมให้เขา้ กนั เตรยี มสาหรบั แต่งหน้าเค้ก
บัตเตอร์ครมี ช็อคโกแลตกานาช สง่ิ ที่ตอ้ งเตรียม (สาหรับกานาช) เนยสดชนดิ เค็ม 25 กรมั นมขน้ จดื 110 กรมั น้าตาลทราย 15 กรมั 250 กรัม ช็อกโกแลตแข็ง 100 กรัม วิปปง้ิ ครีม สง่ิ ทีต่ อ้ งเตรยี ม (สาหรบั บัตเตอร์ครมี )เนยสดชนิดเคม็ 100 กรัม กรัม เนยขาว 300 ช้อนชา ชอ้ นชาสผี สมอาหารสีน้าตาล 1/4นา้ หอมกล่นิ ช็อกโกแลต 1วธิ ที า1. ต้มนมข้นจืดกับเนยสดชนดิ เคม็ และน้าตาลทรายจนเดือด ยกลง เตมิ ช็อคโกแลตแข็งลงไป ใช้ตะกรอ้ มอื คน ผสมจนชอ็ คโกแลตแขง็ ละลาย ใส่วิปป้ิงครีม คนผสมใหเ้ ข้ากัน พักไวท้ ่อี ุณหภูมิห้องนานประมาณ 4 ช่วั โมง หรือนาแช่ตู้เยน็2. ตีผสมเนยสดชนดิ เคม็ เนยขาว และมาร์การีนดว้ ยหัวตีรูใบไม้ ใชค้ วามเรว็ ปานกลางนานประมาณ 15 นาที หรือจนขึ้นฟู คอ่ ยๆ เติมสว่ นผสมของกานาช ตีผสมให้เขา้ กันอีกคร้ัง3. เติมน้าหอมกลน่ิ ช็อคโกแลตและสผี สมอาหารสนี า้ ตาล ผสมใหเ้ ขา้ กัน เตรียมสาหรับแตง่ หนา้ เค้ก
บตั เตอร์ครมี ไขข่ าว สง่ิ ท่ีต้องเตรียม (สาหรบั น้าเขื่อมไข่ขาว) เกลือปน่ 1/8 ชอ้ นชา ชอ้ นชา วานลิ ลาชนิดผง 1/4 กรัม กรมั นา้ ตาลทราย 150 กรัม ช้อนชา นา้ 75 ไขข่ าว 75 ครมี ออฟทาร์ทาร์ 1/8 สิ่งท่ตี ้องเตรียม (สาหรบั บตั เตอร์ครมี ) เนยสดชนิดเค็ม 200 กรัม กรมั เนยขาว 80 กรมั ช้อนชา มารก์ ารีน 120 น้าหอมกล่ินนมเนย 1/2วิธีทา 1. ผสมเกลอื ปน่ กับวานิลลาชนดิ ผง น้าตาลทรายและนา้ เขา้ ด้วยกนั นาข้นึ ต้ังไฟปานกลาง ต้มจนเดือด เค่ยี วต่อนาน 7-8 นาที หรอื จนกระท่ังเหนียวเปน็ ยางมะตูม 2. ตีผสมไขข่ าวกับครีมออฟทาร์ทารด์ ้วยหวั ตีรูปตะกร้อ ใชค้ วามเร็วสูงสดุ นานประมาณ 1 นาที หรือจน ไขข่ าวตัง้ ยอดอ่อน เทส่วนผสมน้าเช่อื มขณะรอ้ นลงในส่วนผสมไข่ขาว ตผี สมใหเ้ ขา้ กันจนสว่ นผสมเยน็ เทใส่ภาชนะ นาเขา้ ต้เู ย็น 3. ตีผสมเนยสดชนดิ เค็ม เนยขาวและมารก์ ารนี ดว้ ยหวั ตรี ูปใบไม้ ใชค้ วามเรว็ ปานกลางนาน ประมาณ 15 นาที ลดความเรว็ ตา่ ใสส่ ว่ นผสมนา้ เชื่อมไข่ขาว ตผี สมต่อ ใชค้ วามเรว็ ปานกลางจน สว่ นผสมฟูเนียน 4. เติมน้าหอมกลิ่นนมเนย ตผี สมใหเ้ ข้ากัน เตรียมสาหรับแตง่ หนา้ เค้ก
บัตเตอร์ครมี ไขแ่ ดง ส่งิ ที่ต้องเตรียม (สาหรับบัตเตอร์ครมี ไข่แดง) นา้ 100 กรัม น้าตาลทราย 250 กรัม 1/2 ชอ้ นชา เกลอื ปน่ 4 ฟอง ไข่แดง 1/2 ช้อนชา วานิลลาชนิดผง สิ่งทตี่ ้องเตรยี ม (สาหรบั บัตเตอร์ครมี ) เนยสดชนดิ เคม็ 250 กรัม กรัม เนยขาว 100 กรมั ชอ้ นชา มาร์การีน 150 ชอ้ นโต๊ะ นา้ หอมกลนิ่ นมเนย 1/2 เหล้ารมั 1/2วิธีทา 1. ตม้ น้ากบั น้าตาลทรายและเกลอื ป่น นานประมาณ 7 นาที หรือจนกระท่ังเดือดขน้ เหนียวคล้ายยาง มะตมู (หลังนา้ เชอ่ื มเดอื ด ใช้ไฟปานกลาง) 2. ตีไขแ่ ดงกับวานลิ ลาชนดิ ผงดว้ ยหัวตีรูปตะกร้อ ใช้ความเร็วสงู สดุ 7 นาที (ใหท้ าไปพรอ้ มกับการตม้ น้าเชือ่ ม) เม่ือน้าเช่อื มได้ทแี่ ล้วค่อยๆ เทนา้ เช่ือมขณะร้อนลงในส่วนผสมของไขแ่ ดงจนหมด ตีผสมตอ่ ด้วยความเรว็ สูงสดุ นานประมาณ 5 นาที จนส่วนผสมอ่นุ เทใส่ภาชนะ นาเขา้ ตเู้ ย็น ประมาณ 2 ช่ัวโมง หรือแชจ่ นเยน็ จดั 3. ตผี สมเนยสดชนดิ เคม็ เนยขาว และมารก์ ารีน ด้วยหัวตรี ปู ใบไม้ ใช้ความเรว็ ปานกลางนาน ประมาณ 15 นาที หรือจนขนึ้ ฟู 4. เทน้าเชอื่ มไขแ่ ดงทเ่ี ย็นจดั ลงในสว่ นผสมเนย เตมิ นา้ หอมกล่ินนมเนยและเหลา้ รมั ตีผสมต่อนาน ประมาณ 15-20 นาที หรอื จนขึน้ ฟู เตรยี มสาหรบั แต่งหนา้ เค้ก
คาชี้แจง แบบประเมินผังมโนทัศน์ (สาหรบั ครผู ูส้ อน) ให้ครูผูส้ อนทาเครื่องหมาย ( / ) ลงในช่องคะแนนตามเกณฑ์การประเมินเลขท่ี ชอื่ - สกลุ สรุปความรู้ได้ถูกต้อง การเช่อื มโยงความรูไ้ ด้ มคี วามคดิ สร้างสรรค์ รวม 1 ครบตรงประเดน็ ถกู ต้องตามลาดับขั้น ในการเขยี นผัง 2 ความคิด 3 ความสมั พันธ์ 4 5 432143214321 6 7 8 9 10 (ลงชอ่ื )...................................ผู้ประเมิน (…………………………………………………) ............../................./.................เกณฑก์ ารให้คะแนน คะแนนตดั สินระดับคณุ ภาพดีมาก = 4ดี = 3 คะแนน คุณภาพพอใช้ = 2ปรบั ปรุง = 1 10 -12 ดมี าก 7 – 9 ดี 4 – 6 พอใช้ 1 – 3 ควรปรบั ปรุง
แบบประเมนิ ผังมโนทศั น์รายการประเมนิ 1. สรปุ ความรู้ได้ถูกต้อง ครบตรงประเด็น 2. การเช่ือมโยงความรู้ได้ถกู ต้องตามลาดับข้ันความสัมพันธ์ 3. มีความคดิ สร้างสรรค์ในการเขียนผังความคิดรายการประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ ระดับคุณภาพ1. สรุปความรูไ้ ด้ คาอธบิ ายระดบั คณุ ภาพถูกต้อง ครบตรงประเดน็ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ ) สรปุ ความรไู้ ม่ครบ สรุปความรูไ้ ม่2. การเช่อื มโยง สามารถสรุป สามารถสรปุ ถูกต้องความรู้ได้ถูกต้องตามลาดับข้นั ความร้ไู ด้ครบและ ความรูไ้ ด้ครบ ทกุ ประเด็น สามารถเช่ือมโยงความสัมพันธ์ ความรู้ได้ แต่ไม่ ตรงประเดน็ และ ตรงประเด็นและมี เป็นไปตามลาดับ3. มีความคดิ ความสมั พันธ์สร้างสรรค์ในการ ถกู ต้องทุกหัวข้อ ความถกู ตอ้ งเป็นเขยี นผงั ความคิด สามารถเขยี นผัง ส่วนใหญ่ ความคดิ ได้ แต่ ขาดรปู แบบและ สามารถเช่อื มโยง สามารถเช่ือมโยง สามารถเช่อื มโยง ความสวยงาม ความรูไ้ ด้ถกู ต้อง ความรู้ได้ และ ความร้แู ละลาดับ ตามลาดบั ลาดบั ความ ความสมั พันธไ์ ด้ ความสัมพนั ธ์ สมั พันธ์ได้ บ้าง คอ่ นข้างครบ สามารถเขียนผัง สามารถเขียนผัง สามารถเขยี นผงั ความคิดได้ใน ความคิดได้ถูกตอ้ ง ความคดิ ได้ และมี รูปแบบท่ถี ูกตอ้ ง และมีข้อบกพร่อง ขอ้ บกพร่องเปน็ และสวยงาม เพียงเลก็ น้อย บางส่วน คะแนนตัดสนิ ระดบั คณุ ภาพ คะแนน คุณภาพ 10 - 12 ดมี าก 7 – 9 ดี 4 – 6 พอใช้ 1 – 3 ควรปรับปรุง
ใบความรู้ เรื่อง วัสดุประเภทตา่ งๆ ท่ีใช้ในการแต่งหนา้ เคก้ วัสดุประเภทต่างๆ ที่ใช้ในการแต่งหน้าเค้ก หมายถึง วัสดุท่ีประดิษฐ์ข้ึนมาเพื่อตกแต่งเค้ก ส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุที่สามารถรับประทานได้ ในปัจจุบันนิยมใช้วัสดุมาตกแต่งหน้าเค้กเพ่ือจุดประสงค์ให้เค้กสวยงามและมีรูปแบบที่หลากหลายมากข้ึน และวัสดุท่ีนามาใช้ตกแต่งหน้าเค้กมีหลายประเภท ได้แก่ แยมชอ็ กโกแลต มาร์ซแิ พน และไอซ่งิวิธีการแต่งหนา้ เคก้ โดยใชว้ ัสดปุ ระเภทต่างๆการแต่งหน้าเคก้ ดว้ ยแยม การนาแยมมาแตง่ หนา้ เคก้ อาจทาไดเ้ ปน็ 2 วิธีคือ1. นาแยมมาปาดหน้าเค้ก สามารถใช้ได้ทั้งแยมท่ีมีเนื้อผลไม้และไม่มีเน้ือผลไม้ การปาดหน้าเค้กด้วยแยมเหมาะสาหรับผู้ท่ีไม่นิยมรับประทานเค้กกับครีม วัสดุที่จะใช้ในการแต่งหน้าเค้กด้วยแยม ได้แก่ ผลไม้แช่อ่ิมเช่น เชอร่ี ลูกเกด กล้วยตาก และผลไม้อื่นๆ เป็นต้น หรืออาจใช้ผลไม้สดก็ได้ แต่จะไม่สามารถเก็บได้นานเหมือนผลไม้แห้ง ก่อนท่ีจะนาแยมมาปาดหน้าเค้ก ควรนาแยมมากรองด้วยกระชอนก่อน เพื่อสะดวกในการปาด2. การนาแยมมาใช้ทาใหเ้ กิดลวดลายต่างๆ เชน่ การวาดการต์ ูน หรือการวาดเป็นรปู ต่างๆ การตกแต่งเค้กแบบนี้นิยมที่จะมอบให้กับเด็ก หรือวัยรุ่นมากกว่าวัยอ่ืนๆ โดยมีข้ันตอนการแต่งหน้าเค้ก ดังนี้ ตักแยมใส นามากรองแบ่งใส่ถ้วยผสมสีต่างๆ ตามชอบ วาดลวดลายบนหน้าเค้กที่ปาดด้วยครีม ใช้ครีมเดินเส้นตามลวยลายที่วาดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้แยมแต่ละสีไหลมารวมกัน เทแยมใส่กรวยกระดาษ นาไปหยอดตามช่องต่างๆที่กาหนด
การแตง่ หน้าเคก้ ด้วยช็อกโกแลต การใช้ช็อกโกแลตสาเร็จรปู ซ่ึงมีท้ังช็อกโกแลตสีน้าตาล ช็อกโกแลตนม ช็อกโกแลตสีดา (ส่วนใหญ่ไม่นยิ มนามาราดบนหน้าเคก้ เน่ืองจากมรี สขมมากกว่าชอ็ กโกแลตชนดิ อ่นื )1. ชอ็ กโกแลตสามารถนามาทาเปน็ ตัวตกุ๊ ตา หรอื ทาเปน็ ดอกไม้ เพื่อใชใ้ นการตกแต่งเค้กไดอ้ ย่างสวยงาม2. ช็อกโกแลตครีมสาหรบั ปาดหน้าเค้ก สามารถเตรยี มขน้ึ ไดจ้ ากการนาช็อตโกแลตตนุ๋ สาเร็จรูปมาผสมกับครีมเนยสด ท่ีใช้สาหรับปาดหน้าเค้ก อัตราส่วนแล้วแต่ความต้องการความเข้มข้นของสีว่าต้องการเท่าไร จากน้ันสามารถนาไปปาดหนา้ เคก้ ได้เลย3. ช็อกโกแลตขูดเป็นแท่ง โดยการนาช็อตโกแลตแท่งที่ยังไม่ได้ตุ๋นมาขูดด้วยมีดให้มีลักษณะเป็นแท่งม้วนกลมคลา้ ยม้วนบุหร่ี หรอื ขูดเปน็ เกล็ดๆ แลว้ นาไปตกแตง่ หนา้ เค้ก4. วิธีการราดหน้าเค้กด้วยช็อกโกแลต ปาดหน้าเค้กด้วยครีมให้เรียบ นาไปแช่ให้เย็นจัด นามาวางบนตระแกรง นาช็อกโกแลตท่ีตุ๋นแล้วราดด้านบนเค้กในปริมาณท่ีมากพอ ในขณะท่ีราดหน้าเค้กเขย่าตระแกรงเบาๆ จนช็อกโกแลตไหลทั่วหน้าเค้ก เมื่อช็อกโกแลตเร่ิมอยู่ตัว ใช้สปาตูลาร์แซะด้านล่างเค้กให้หลุดออกจากตระแกรง5. การหล่อช็อกโกแลตเป็นรูปต่างๆ ใบไม้ เลือกใบไม้ที่มีลายเส้นคมชัด เช่น ใบกุหลาบ ใช้พู่กันจุ่มช็อกโกแลตตุ๋นทาให้ทั่วใบไม้ โดยทาด้านที่เป็นลายใบให้ชัดเจน ปล่อยจนช็อกโกแลตแห้งสนิท จึงดึงใบไม้ออกจากช็อกโกแลต แล้วนาไปแต่งหน้าเค้ก พิมพ์ต่างๆ เตรียมพิมพ์ได้โดยการล้างให้สะอาดแล้วเช็ดให้แห้งเทช็อกโกแลตตุ๋นจนเต็มพิมพ์ นาไปแช่ตู้เย็นจนช็อกโกแลตแห้ง เร่ิมล่อนออกจากพิมพ์ จึงแกะออกจากพิมพ์นาไปแชต่ ู้เยน็ เกบ็ ไว้
การแตง่ หน้าเคก้ ด้วยมารซ์ แิ พน “มาร์ซิแพน” มีลักษณะคล้ายถั่วกวน แต่สีจะขาวกว่า ทาจากเมล็ดอัลมอนด์และน้าตาลผสมกันสัดส่วนของอัลมอนด์และน้าตาลจะเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของผู้ผลิตมาร์ซิแพน บางชนิดมีแอปปริคอต ลกู พีชบดบางสว่ นจะเตมิ ไข่ ทง้ั น้ขี น้ึ อยกู่ ับจดุ ประสงค์ของผผู้ ลติการใช้สี สีท่ีใช้ในการผสมมาร์ซิแพน มีท้ังชนิดน้าและสีน้ามัน แต่ท่ีเหมาะสาหรับผสมมาร์ซิแพนควรเป็นสีน้ามัน การผสมสีเราอาจแบ่งมาร์ซิแพนออกมาให้เพียงพอกับความต้องการ แล้วหยดสีลงไปนวดให้เข้ากันถ้าติดมืออาจใช้แป้งข้าวโพดช่วยได้เล็กน้อย การป้ันมาร์ซิแพนแต่ละคร้ังควรนวดให้เข้าเป็นเน้ือเดียวกันปั้นแล้วเนียนเรียบสะดวกในการระบายสี ถา้ เนือ้ ผวิ ไม่เรยี บ สีจะกระจายไปตามผิวทแ่ี ต่งการแตง่ หนา้ เคก้ ด้วยไอซิ่งเทคนิคและวิธกี ารเตรยี มไอซง่ิ1. ร่อนน้าตาลไอซ่ิงที่จะใช้ในตารับ ก่อนลงมือผสมตามวิธีการในตารบั การร่อนเพื่อช่วยแยกน้าตาลให้แตกตัวเปน็ ผงละเอยี ด ช่วยป้องกนั การอุดตนั ท่ีหวั บีบ2. ไอซง่ิ ทผ่ี สมเสรจ็ แล้วควรจะมคี วามหนดื พอเหมาะท่จี ะใช้ตกแตง่ คือเมอ่ื แตง่ แล้วลวดลายที่ตกแตง่ จะทรงรูปไดค้ มชัดทสี่ ุด หากยังไมไ่ ดท้ ่ีให้ปรับเสยี ใหม่ โดยการเติมนา้ ตาลหรือน้าเพิ่ม
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241