ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๙๕ ปตุ โฺ ต อสฺส อตฺถตี ิ ปุตตฺ ิโม. บตุ ร ของชนน้ัน มอี ยู เหตุนน้ั ชนนน้ั ช่ือวา ปตุ ติมะ (ผูม บี ุตร) ศพั ทที่ลง อิย ปจจัย อยา งนี้ มนสุ ฺสชาตยิ า ชาโต มนสุ สฺ ชาติโย.(ชโน) (ชน) เกิดแลว โดยชาติแหง มนุษย ชื่อวา มนสุ สชาติยะ (ผูเ กดิ แลวโดยชาตแิ หง มนุษย) อสสฺ ชาตยิ า ชาโต อสฺสชาตโิ ย.(สตโฺ ต) (สตั ว) เกดิ แลว โดยชาตแิ หง มา ชื่อวา อสั สชาตยิ ะ (ผูเกิดแลว โดยชาตแิ หง มา ) ปณฺฑิตชาตยิ า ชาโต ปณฑฺ ติ ชาตโิ ย.(ชโน)(ชน) เกดิ แลว โดยชาตแิ หง บณั ฑติ ชื่อวา ปณ ฑิตชาติยะ(ผเู กิดแลวโดยชาติแหงบณั ฑิต) โลเก ชาโต โลกโิ ย.(ชโน) (ชน) เกดิ แลว ในโลก ชอื่ วา โลกยิ ะ(ผูเกิดแลวในโลก) ปณฑฺ ติ ชาติ อสสฺ อตฺถตี ิ วา ปณฑฺ ติ ชาตโิ ย.อกี อยา งหนงึ่ ชาตแิ หงบัณฑติ ของชนน้ัน มีอยู เหตนุ นั้ ชนนัน้ ชอื่ วา มชี าตแิ หง บัณฑิต กปโฺ ป อสฺส อตถฺ ีติ กปปฺ โ ย.(โวหาโร) การทำสมควรของภิกษุ แหง โวหารนน้ั มีอยู เหตนุ นั้ โวหารน้นั ช่ือวา กปั ปยะ(อนั มีการทำสมควรแหง ภิกษุ) โพธสิ ฺส ปกฺเข ภวา โพธปิ กขฺ ยิ า.(ธมมฺ า) (ธรรม ท.) มี ในฝก ฝา ย แหงปญ ญาเปน เครอ่ื งตรสั รู ช่ือวาโพธปิ กขยิ ะ(อนั มใี นฝก ฝายแหง ปญ ญาเปน เครื่อง ตรสั ร)ู ปจฺ วคฺเค ภวา ปฺจวคคฺ ิยา.(ภิกขฺ ู) (ภกิ ษุ ท.) มี ในพวกหา ช่ือวา ปญจวัคคิยะ (ผมู ใี นพวกหา รปู ) ฉพฺพคฺเค ภวา ฉพฺพคฺคยิ า.(ภกิ ข)ู (ภิกษุ ท.) มี ในพวกหก ช่อื วา ฉัพพัคคยิ ะ (ผมู ีในพวกหกรปู ) ศัพทท่ีลง กยิ ปจ จัย อยางนี้ (ชน) ประกอบแลว ในความมดื ชอื่ วา อนั ธกยิ ะ อนเฺ ธ นยิ ตุ ฺโต อนธฺ กิโย.(ชโน) (ผปู ระกอบแลวในความมดื ) ชาติยา นิยตุ โฺ ต ชาตกิ โิ ย.(ชโน) (ชน) ประกอบแลว ดว ยชาติ ชอ่ื วา ชาตกิ ยิ ะ อนโฺ ธ อสฺส อตถฺ ีติ อนธฺ กโิ ย.(ชโน) (ผปู ระกอบแลวดว ยชาติ) ความมดื ของ(ชน)นนั้ มอี ยู เหตนุ นั้ ชนนน้ั ชื่อวา อนั ธกยิ ะ(ผูม คี วามมดื ) ๕.สมหุ ตทั ธติ สมุหตัทธติ ใชป จ จัย ๓ ตวั คอื กณฺ ณ และ ตา ปจจยั แทน สมุห ศัพท แปลวา ประชมุ หมู ฝงู การประกอบศัพทด วยปจ จยั ท่เี น่อื งดวย ณ มีอำนาจทฆี ะ และ วกิ าร ไดเ หมอื น ณ ปจ จยั ในตทั ธติ อื่นๆ สวน ประโยควเิ คราะห ใหใ ชบทหนาเปน สทุ ธนาม ฉัฏฐวี ภิ ตั ติ พหวุ จนะ บทหลังใช สมหุ ศัพท ปฐมาวภิ ตั ติ เอก วจนะ บทสำเร็จ ใหล บ สมหุ ศัพทท ้ิง ใชปจจัยแทน เปน ปฐมาวภิ ตั ติ เอกวจนะ ดงั น้ี ศัพททลี่ ง กณฺ ปจจัย อยางน้ี ประชมุ แหงมนษุ ยท งั้ หลาย ชื่อวา มานสุ สกะ มนสุ สฺ านํ สมโุ ห มานสุ สฺ โก.
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๙๖ มยรุ านํ สมุโห มายรุ โก. (ประชมุ แหงมนษุ ยหรือหมูแหงมนุษย) กโปตานํ สมโุ ห กาโปตโก. ประชมุ แหง นกยงู ท้ังหลาย ชื่อวา มายรุ กะ (ประชมุ แหง นกยงู หรอื หมแู หงนกยงู ) ประชมุ แหง นกพิราบท้งั หลาย ชอื่ วา กาโปตกะ (ประชมุ แหงนกพริ าบหรือหมแู หง นกพิราบ) ศพั ทท ่ีลง ณ ปจ จยั อยางน้ี ประชมุ แหงมนษุ ยท งั้ หลาย ช่ือวา มานสุ สะ มนุสสฺ านํ สมโุ ห มานุสโฺ ส. (ประชมุ แหงมนษุ ยหรือหมแู หงมนษุ ย) มยุรานํ สมโุ ห มายโุ ร. ประชมุ แหงนกยงู ท้งั หลาย ชอื่ วา มายรุ ะ กโปตานํ สมโุ ห กาโปโต. (ประชมุ แหงนกยงู หรอื หมแู หง นกยูง) ประชมุ แหงนกพิราบทั้งหลาย ช่อื วา กาโปตะ (ประชมุ แหงนกพิราบหรือหมแู หง นกพิราบ) ศพั ททล่ี ง ตา ปจจัย อยา งนี้ ประชมุ แหง บานทง้ั หลาย ชอ่ื วา คามตา คามานํ สมโุ ห คามตา. (ประชมุ แหงบานหรอื หมแู หง บา น) ชนานํ สมโุ ห ชนตา. ประชมุ แหงชนทง้ั หลาย ช่อื วา ชนตา สหายานํ สมโุ ห สหายตา. (ประชมุ แหง ชนหรือหมแู หงชน) นาครานํ สมุโห นาครตา. ประชมุ แหงเพื่อนทง้ั หลาย ชื่อวา สหายตา ราชนู ํ สมโุ ห ราชตา. (ประชมุ แหง เพอื่ นหรือหมูแหงเพ่ือน) พนฺธนู ํ สมโุ ห พนธฺ ตุ า. ประชมุ แหงชาวเมอื งทง้ั หลาย ชอื่ วา นาครตา (ประชมุ แหง ชาวเมืองหรอื หมูแหง ชาวเมือง) ประชมุ แหงพระราชาท้ังหลาย ชอื่ วา ราชตา (ประชมุ แหง พระราชาหรอื หมูแหง พระราชา) ประชมุ แหงพวกพอ ง(พี่นอ ง)ทั้งหลาย ช่ือวา พนั ธตุ า (ประชมุ แหง พวกพองหรือหมูแหง พวกพอง) ๖.ฐานตัทธติ ฐานตัทธติ ใชป จจยั ๒ ตวั คอื อีย และ เอยยฺ ปจจัย แทน าน อรหติ หิต และ ภว ศพั ท แปลวา ท่ตี ้ัง ควร เกือ้ กลู มี เปน ตน อยา งน้ี ศพั ททล่ี ง อยี ปจ จัย อยางนี้ ทีต่ ั้ง แหง ความเมา ช่อื วา มทนยี ะ มทนสฺส านํ มทนียํ. (ทต่ี งั้ แหง ความเมา) พนฺธนสสฺ านํ พนธฺ นียํ. ทต่ี งั้ แหง ความผกู ชอ่ื วา พนั ธนยี ะ โมจนสสฺ านํ โมจนยี .ํ (ทตี่ ั้งแหง ความผูก) ทีต่ ง้ั แหงความ ชื่อวา โมจนยี ะ (ท่ีต้ังแหง ความแก)
ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๙๗ ทสฺสนํ อรหตีติ ทสฺสนโี ย.(ชโน) ชนใด ยอมควร ซง่ึ การเหน็ เหตนุ ัน้ ชนนั้น ชอ่ื วา ปชู นํ อรหตตี ิ ปชู นโี ย.(ชโน) ทัสสนียะ(ผูควรซึ่งการเหน็ ) อุปาทานานํ หติ ํ อปุ าทานยี .ํ ชนใด ยอ มควร ซึ่งการบชู า เหตนุ ัน้ ชนนน้ั ชือ่ วา เวทนานํ หติ ํ เวทนยี .ํ ปูชนียะ(ผคู วรซง่ึ การบูชา) อทุ เร ภวํ อุทรีย.ํ (โภชน)ํ เกื้อกูล แกอ ุปาทานทัง้ หลาย ชอ่ื วา อุปาทานียะ อาวาเส ภวา อาวาสยี า.(กุฏิ) (เก้อื กลู แกอ ปุ าทาน) เก้อื กลู แกเ วทนาท้งั หลาย ชอื่ วา เวทนยี ะ (เกื้อกลู แกเ วทนา) โภชนะ มี ในทอง ชื่อวา อทุ รียะ (อนั มใี นทอ ง) กุฏิ มี ในอาวาส ช่ือวา อาวาสียะ (อันมีในอาวาส) ศัพทท ล่ี ง เอยยฺ ปจจัย อยา งนี้ ชนใด ยอ มควร ซง่ึ การเหน็ เหตนุ น้ั ชนนัน้ ชอื่ วา ทสสฺ นํ อรหตีติ ทสสฺ เนยฺโย.(ชโน) ทสั สเนยยะ(ผูควรซึง่ การเหน็ ) ปชู นํ อรหตตี ิ ปชู เนยโฺ ย.(ชโน) ชนใด ยอมควร ซงึ่ การบชู า เหตนุ ั้น ชนนน้ั ชือ่ วา ทกขฺ ิณํ อรหตตี ิ ทกขฺ เิ ณยโฺ ย.(ชโน) ปูชเนยยะ(ผคู วรซง่ึ การบูชา) อาหุนํ อรหตตี ิ อาหเุ นยโฺ ย.(ชโน) ชนใด ยอ มควร ซง่ึ การทักษณิ า เหตนุ น้ั ชนนนั้ ชอ่ื วา ปาหนุ ํ อรหตีติ ปาหเุ นยโฺ ย.(ชโน) ทกั ขเิ ณยยะ(ผคู วรซงึ่ ทกั ษิณา) วนทฺ นํ อรหตตี ิ วนทฺ เนยฺโย.(ชโน) ชนใด ยอมควร ซ่งึ ของอันเขานำมาบชู า เหตนุ ัน้ ชนนน้ั ช่ือวา อาหเุ นยยฺ ะ(ผคู วรซง่ึ ของอนั เขานำมาบชู า) ชนใด ยอมควร ซง่ึ ของคำนบั เหตนุ ั้น ชนนัน้ ชือ่ วา ปาหเุ นยยะ(ผคู วรซง่ึ ของคำนบั ) ชนใด ยอ มควร ซง่ึ การไหว เหตนุ ้นั ชนนน้ั ช่ือวา วนั ทเนยยะ(ผคู วรซึ่งการไหว) ๗.พหลุ ตทั ธติ พหลุ ตทั ธติ ใชป จจัย ๑ ตวั คอื อาลุ ปจ จัย แทน ปกติ และ พหุล ศัพท แปลวา “มี...เปน ปกต”ิ และ “มี...มาก” อยา งน้ี อภิชฌฺ า อสสฺ ปกติ อภิชฌฺ าล.ุ (ชโน) อภิชฌา(ความเพงเล็ง) เปน ปกติ ของชนนนั้ ชนนนั้ ชอื่ วา อภิชฌาล(ุ มีอภชิ ฌาเปนปกต)ิ อภิชฌฺ า อสสฺ พหลุ า วา อภชิ ฌฺ าลุ. อกี อยา งหนง่ึ อภชิ ฌา ของชนนั้น มาก ชนน้นั ชือ่ วา อภชิ ฌาลุ(มอี ภิชฌามาก) สตี ํ อสสฺ ปกติ สตี าลุ.(ปเทโส) ความหนาว เปน ปกติ ของประเทศนน้ั ประเทศนน้ั ชือ่ วา สีตาลุ(มคี วามหนาวเปนปกติ) สตี ํ เอตถฺ พหุลํ วา สตี าลุ. อีกอยางหนึง่ ความหนาว ในประเทศน้ี มาก
ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๙๘ ทยา อสฺส ปกติ ทยาลุ.(ชโน) ประเทศนี้ ชื่อวา สตี าล(ุ มคี วามหนาวมาก) ทยา อสสฺ พหลุ า วา ทยาล.ุ ความเอน็ ดู เปนปกติ ของชนน้นั ชนนนั้ ช่อื วา ธชา อสสฺ ปกติ ธชาลุ.(รโถ) ทยาลุ(มีความเอน็ ดเู ปน ปกต)ิ ธชา อสฺมึ พหุลา วา ธชาล.ุ อีกอยางหนึง่ ความเอน็ ดู ของชนนั้น มาก ชนนน้ั ช่อื วา ทยาล(ุ มีความเดน็ ดมู าก) ธงทง้ั หลาย เปนปกติ ของรถนัน้ รถนน้ั ชอ่ื วา ธชาล(ุ มธี งเปน ปกต)ิ อีกอยา งหนึ่ง ธงทัง้ หลาย ในรถน้ี มาก รถนี้ ชอื่ วา ธชาลุ(มธี งมาก) ๘.เสฏฐตทั ธติ เสฏฐตทั ธิต ใชปจ จยั ๕ ตวั คอื ตร ตม อยิ ิสสฺ ก อยิ และ อิฏ ปจ จยั ลงทา ยศพั ทค ุณนาม มไิ ด แทนศัพทเ หมือนตัทธติ อนื่ ๆ เปน เคร่อื งหมายเปรียบเทยี บคำคุณศพั ท ใหรวู า ดหี รอื เลวกวา กนั อยางไร ซง่ึ ปจจัยแตล ะตวั มคี ำแปลไมเหมอื นกนั ปจ จัย ๓ ตวั คือ ตร อยิ ิสสฺ ก และอิย แปลวา กวา ปจ จยั ๒ ตวั คือ ตม และอิ แปลวา ทส่ี ดุ ศัพทท ลี่ ง ตร ปจจยั สำเร็จเปน วเิ สสคุณนาม อยา งน้ี ปาปตโร เปน บาปกวา ปณฑฺ ิตตโร เปน บณั ฑติ กวา หีนตโร เลวกวา ปณีตตโร ประณตี กวา ศัพทท ลี่ ง ตม ปจจยั สำเรจ็ เปน อตวิ ิเสสคณุ นาม อยา งนี้ ปาปตโม เปนบาปทสี่ ดุ ปณฺฑติ ตโม เปน บณั ฑติ ที่สดุ หนี ตโม เลวทีส่ ดุ ปณีตตโม ประณตี ที่สดุ ศพั ทท ี่ลง อิยสิ สฺ ก ปจ จยั สำเรจ็ เปน วิเสสคณุ นาม อยา งนี้ ปาปยสิ ฺสโก เปน บาปกวา ศพั ทท ี่ลง อยิ ปจจยั สำเร็จเปน วเิ สสคุณนาม อยา งน้ี ปาปโย เปน บาปกวา กนิโย นอยกวา เสยโฺ ย ประเสริฐกวา เชยโฺ ย เจริญกวา ศัพททีล่ ง อิ ปจ จัย สำเรจ็ เปน อตวิ ิเสสคุณนาม อยา งน้ี ปาป โ เปนบาปทสี่ ดุ กนิโ นอยทส่ี ดุ
ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๙๙ เสโ ประเสรฐิ ทสี่ ดุ เชโ เจริญท่ีสดุ ตวั อยา งประโยควิเคราะหใชเ ปน แบบเดยี วกนั อยา งนี้ สพฺเพ อเิ ม ปาปา, อยมิเมสํ วิเสเสน ปาโปติ ปาปตโร,ปาปตโม,ปาปย สิ ฺสโก,ปาปโ ย, ปาปโ .(ชโน) ชนท้งั หลาย เหลาน้ี ทัง้ ปวง เปน บาป, ชนนี้ เปน บาป โดยวเิ ศษ แหง 21๑(กวา )ชนทงั้ หลาย เหลาน้ี เหตนุ ัน้ ชนน้ี ชอื่ วา ปาปตระ,ปาปตมะ,ปาปย ิสสกะ,ปาปย ะ,ปาปฏฐะ(ผเู ปน บาปกวา ,ผูเปน บาปท่ีสดุ ,ผเู ปน บาปกวา ,ผเู ปนบาปกวา,ผเู ปน บาปท่ีสุด) สพเฺ พ อเิ ม อปฺปา, อยมิเมสํ วเิ สเสน อปโฺ ปติ กนโิ ย,กนิโ .(ชโน) ชนทั้งหลายเหลา นี้ ทงั้ ปวง นอย, ชนน้ี นอย โดยวิเศษ แหง (กวา )ชนทงั้ หลายเหลา นี้ เหตนุ น้ั ชนน้ี ช่ือวา กนิยะ,กนิฏฐะ(ผนู อยกวา ,ผนู อยทีส่ ุด) (อปปฺ +อิย,อิ แปลง อปฺป เปน กน สำเร็จเปน กนิย,กนิ) สพฺเพ อิเม ปสา, อยมิเมสํ วิเสเสน ปสโติ เสยฺโย,เสโ.(ชโน) ชนทั้งหลายเหลา นี้ ทงั้ ปวง ประเสรฐิ , ชนน้ี ประเสรฐิ โดยวเิ ศษ แหง(กวา )ชนทัง้ หลายเหลา น้ี เหตนุ ัน้ ชนนี้ ชอ่ื วา เสยยะ,เสฏฐะ(ผปู ระเสริฐกวา,ผปู ระเสรฐิ ทีส่ ดุ ) (ปส+อยิ ,อิ แปลง ปส เปน ส เอา อิ เปน เอ ซอ น ยฺ สำเรจ็ เปน เสยยฺ และ เอา อิ เปน เอ สำเร็จเปน เส ) สพฺเพ อเิ ม วฑุ ฒฺ า, อยมเิ มสํ วิเสเสน วฑุ ฺโฒติ เชยโฺ ย,เชโ .(ชโน) ชนทง้ั หลายเหลา นี้ ทง้ั ปวง เจรญิ , ชนน้ี เจรญิ โดยวิเศษ แหง (กวา )ชนทงั้ หลายเหลาน้ี เหตนุ น้ั ชน นี้ ชือ่ วา เชยยะ,เชฏฐะ(ผูเจริญกวา,ผเู จริญทส่ี ดุ ) (วุฑฺฒ+อยิ ,อิ แปลง วฑุ ฒฺ เปน ช เอา อิ เปน เอ ซอน ยฺ สำเรจ็ เปน เชยฺย และ เอา อิ เปน เอ สำเรจ็ เปน เช) ๙.ตทสั สัตถติ ัทธิต ตทสั สตั ถิตัทธติ ใชป จ จยั ๙ ตวั คือ วี ส สี อกิ อี ร วนตฺ ุ มนตฺ ุ และ ณ ปจ จัย แทน อตถฺ ิ ศพั ท แปลวา “มี...” ดังนัน้ ตัทธติ นจ้ี งึ เรียกอีกอยางหนึง่ วา อตถฺ ติ ทั ธติ คอื แทน อตถฺ ิ ศพั ทเดียวเทา น้ัน บท สำเร็จดว ยปจ จยั ๙ ตัวน้ี เปน คณุ นามอยา งเดยี ว เวลาแปลงทา ยคำเปนวจนะในรปู การกตา งๆ ทงั้ ๓ ลงิ ค ตองถือเอารูปสระสดุ ทายของศพั ทว า เปนการนั ตอ ะไร ใหลงเครื่องหมายการันตใ หต รงกับลงิ คน น้ั ๆ เนอ่ื งจากศัพทเ ดียวเปน ได ๓ ลงิ ค ศพั ทท ี่ลง วี ปจ จยั อยา งน้ี ปญญา ของชนนนั้ มีอยู เหตุนน้ั ชนนน้ั เมธา อสสฺ อตถฺ ตี ิ เมธาว.ี (ชโน) ชื่อวา เมธาว(ี ผมู ปี ญ ญา) มายา อสฺส อตถฺ ตี ิ มายาวี.(ชโน) มายา ของชนนนั้ มอี ยู เหตนุ ั้น ชนนนั้ ชอ่ื วา มายาว(ี ผมู ีมายา) ศพั ทที่ลง ส ปจจัย อยา งน้ี สเุ มธา อสสฺ อตถฺ ีติ สุเมธโส.(ชโน) ปญญาดี ของชนนนั้ มีอยู เหตนุ นั้ ชนนัน้ ๑ ฉฏั ฐวี ิภัตตใิ ชใ นอรรถ อปาทาน แปลออกอายตนบิ าตหกั ฉฏั ฐีเปนปญ จมวี ิภตั ติวา “กวา ...”
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๐ ภูรเิ มธา อสสฺ อตถฺ ตี ิ ภรู เิ มธโส.(ชโน) ชื่อวา สเุ มธสะ(ผมู ีปญญาด)ี ปญ ญาเพียงดงั แผน ดนิ ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ ้ัน ศัพททล่ี ง สี ปจ จยั อยา งน้ี ชนนน้ั ชื่อวา ภูริเมธสะ(ผมู ปี ญ ญาเพียงดงั แผน ดนิ ) ตโป อสสฺ อตถฺ ตี ิ ตปส.ี (ชโน) ตบะ ของชนนัน้ มอี ยู เหตุนน้ั ชนนนั้ เตโช อสฺส อตถฺ ีติ เตชสี.(ชโน) ชื่อวา ตปส(ี ผมู ตี บะ) เดช ของชนนน้ั มีอยู เหตุนนั้ ชนนน้ั ศพั ทท ล่ี ง อิก ปจ จยั อยา งน้ี ชื่อวา เตชส(ี ผูม เี ดช) ทณโฺ ฑ อสสฺ อตฺถตี ิ ทณฑฺ ิโก.(ชโน) ไมเ ทา ของชนนัน้ มอี ยู เหตนุ ้ัน ชนนัน้ อตโฺ ถ อสฺส อตถฺ ตี ิ อตฺถโิ ก.(ชโน) ชอ่ื วา ทณั ฑกิ ะ(ผมู ีไมเ ทา ) คนโฺ ธ อสฺส อตฺถตี ิ คนธฺ โิ ก.(ชโน) ความตองการ ของชนนนั้ มอี ยู เหตนุ น้ั ชนนน้ั ธนํ อสสฺ อตฺถตี ิ ธนโิ ก.(ชโน) ชื่อวา อตั ถกิ ะ(ผมู คี วามตอ งการ) ของหอม ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ ัน้ ชนน้ัน ศัพทท ีล่ ง อี ปจ จยั อยางน้ี ชื่อวา คนั ธกิ ะ(ผูมีของหอม) ทณฺโฑ อสสฺ อตถฺ ตี ิ ทณฑฺ .ี (ชโน) ทรพั ย ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ น้ั ชนน้นั สุขํ อสสฺ อตถฺ ีติ สุข.ี (ชโน) ชอื่ วา ธนิกะ(ผมู ีทรัพย) โภโค อสสฺ อตฺถตี ิ โภคี.(ชโน) ไมเทา ของชนน้นั มอี ยู เหตนุ นั้ ชนนัน้ คนฺโธ อสฺส อตฺถตี ิ คนฺธ.ี (ชโน) ช่อื วา ทณั ฑ(ี ผูม ีไมเ ทา ) ธนํ อสสฺ อตถฺ ตี ิ ธนี.(ชโน) ความสขุ ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ นั้ ชนนั้น ชอ่ื วา สุข(ี ผูม คี วามสขุ ) ศพั ทท ลี่ ง ร ปจจัย อยางนี้ โภคะ ของชนนน้ั มีอยู เหตนุ น้ั ชนน้ัน มุขํ อสสฺ อตฺถตี ิ มขุ โร.(ชโน) ชื่อวา โภคี(ผมู โี ภคะ) สุสิ อสฺส อตถฺ ตี ิ สุสโิ ร.(รกุ ฺโข) ของหอม ของชนนน้ั มีอยู เหตนุ ั้น ชนน้นั มธุ อสฺส อตฺถตี ิ มธโุ ร.(ปโู ว) ชือ่ วา คนั ธี(ผมู ขี องหอม) ทรัพย ของชนนนั้ มอี ยู เหตนุ ้ัน ชนน้นั ชอ่ื วา ธน(ี ผมู ที รพั ย) ปาก ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ น้ั ชนนน้ั ชื่อวา มขุ ระ(ผมู ปี าก)(คนปากกลา ) โพรง ของตนไมน น้ั มีอยู เหตุนน้ั ตนไมนน้ั ชอ่ื วา สสุ ริ ะ(อันมโี พรง) นำ้ ผึ้ง ของขนมนน้ั มอี ยู เหตนุ นั้ ขนมน้ัน ชอ่ื วา มธรุ ะ(อนั มนี ำ้ ผง้ึ )(มีรสหวาน)
ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๑ ศพั ทที่ลง วนตฺ ุ ปจจยั อยางน้ี คุณ ของชนนน้ั มีอยู เหตุนนั้ ชนนนั้ คโุ ณ อสฺส อตฺถตี ิ คณุ วา.(ชโน) ชื่อวา คุณวา(ผมู ีคุณ) ธนํ อสสฺ อตฺถตี ิ ธนวา.(ชโน) ทรัพย ของชนนั้น มีอยู เหตนุ ั้น ชนน้ัน ปฺา อสฺส อตถฺ ตี ิ ปฺวา.(ชโน) ช่ือวา ธนวา(ผมู ที รัพย) ปุ ฺํ อสฺส อตถฺ ีติ ปุ ฺ วา.(ชโน) ปญ ญา ของชนนน้ั มีอยู เหตนุ น้ั ชนนน้ั สลี ํ อสฺส อตฺถตี ิ สลี วา.(ชโน) ชื่อวา ปญ ญวา(ผมู ปี ญ ญา) บญุ ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ นั้ ชนนนั้ ชื่อวา ปญุ ญวา(ผูม บี ญุ ) ศีล ของชนน้นั มอี ยู เหตนุ น้ั ชนนน้ั ชอ่ื วา สีลวา(ผมู ีศีล) ศัพทท่ลี ง มนตฺ ุ ปจจยั อยางนี้ อายุ ของชนนนั้ มีอยู เหตนุ น้ั ชนนนั้ อายุ อสฺส อตถฺ ตี ิ อายสมฺ า.(ชโน) ชอ่ื วา อายัสมา(ผมู อี ายุ) สติ อสฺส อตถฺ ีติ สตมิ า.(ชโน) สติ ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ ้นั ชนน้ัน จกขฺ ุ อสสฺ อตถฺ ตี ิ จกขฺ ุมา.(ชโน) ชื่อวา สตมิ า(ผูมีสติ) ชุติ อสสฺ อตฺถตี ิ ชตุ ิมา.(ชโน) จกั ษุ ของชนนั้น มีอยู เหตุนนั้ ชนนนั้ พนฺธุ อสสฺ อตถฺ ตี ิ พนธฺ มุ า.(ชโน) ชอ่ื วา จักขมุ า(ผมู จี กั ษ)ุ ความโพลง(โชตชิ ว ง) ของชนนน้ั มีอยู เหตนุ ้นั ชนนนั้ ชอ่ื วา ชุตมิ า(ผูมคี วามโพลง) พวกพอ ง ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ ้ัน ชนนัน้ ช่อื วา พนั ธมุ า(ผูมีพวกพอ ง) ศพั ทท ่ีลง ณ ปจจยั อยางนี้ ศรัทธา ของชนนนั้ มีอยู เหตนุ น้ั ชนนน้ั สทฺธา อสสฺ อตถฺ ตี ิ สทโฺ ธ.(ชโน) ชอ่ื วา สัทธะ(ผมู ศี รทั ธา) มจเฺ ฉรํ อสฺส อตถฺ ตี ิ มจฺเฉโร.(ชโน) ความตระหน่ี ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ น้ั ชนนนั้ ปฺา อสสฺ อตถฺ ตี ิ ปโฺ .(ชโน) ช่ือวา มัจเฉระ(ผูมีความตระหน่ี) ปญญา ของชนนนั้ มอี ยู เหตนุ น้ั ชนนนั้ ชอ่ื วา ปญญะ(ผมู ปี ญญา) ๑๐.ปกติตัทธติ ปกตติ ัทธติ ใชป จ จัย ๑ ตัว คอื มย ปจจัย แทน ปกต ศัพท หรอื วกิ าร ศพั ท แปลวา “อนั เขา กระทำแลว ”, “อนั สำเรจ็ แลว ” หรอื “เปน วกิ าร” อยางน้ี มย ปจ จัย ใชแ ทน ปกต ศัพท ตองประกอบศัพทน ามในประโยควิเคราะห เปน ตติยาวภิ ัตติ อยางน้ี สวุ ณฺเณน ปกตํ โสวณณฺ มย.ํ (ภาชน)ํ ภาชนะ อนั เขากระทำแลว ดวยทอง ชอื่ วา โสวัณณมยะ(อนั เขากระทำแลว ดวยทอง)
ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๒ อทิ ธฺ ิยา ปกตํ อิทธฺ ิมยํ.(จวี รํ) จวี ร อนั สำเรจ็ แลว ดว ยฤทธิ์ ช่ือวา อิทธิมยะ(อนั สำเรจ็ แลว ดวยฤทธิ)์ ทาเนน ปกตํ ทานมย.ํ (ปุ ฺ ํ) บญุ อนั สำเรจ็ แลว ดวยทาน ชื่อวา ทานมยะ(อนั สำเรจ็ แลวดวยทาน) สเี ลน ปกตํ สลี มยํ.(ปุ ฺ )ํ บุญ อนั สำเรจ็ แลว ดว ยศลี ชอื่ วา สีลมยะ(อันสำเร็จแลว ดว ยศลี ) ทารนุ า ปกตํ ทารมุ ยํ.(วตฺถ)ุ วัตถุ อนั เขากระทำแลว ดว ยไม ชอื่ วา ทารุมยะ(อนั เขากระทำแลว ดวยไม) อยสา ปกตํ อโยมยํ.(ภาชนํ) ภาชนะ อันเขากระทำแลว ดวยเหล็ก ช่ือวา อโยมยะ(อนั เขากระทำแลว ดวยเหล็ก) มตตฺ กิ าย ปกตํ มตตฺ ิกามย.ํ (ภาชน)ํ ภาชนะ อันเขากระทำแลว ดวยดนิ เหนยี ว ชอ่ื วา มตั ตกิ ามยะ(อนั เขากระทำแลว ดว ยดนิ เหนียว) ทนฺเตน ปกตํ ทนฺตมยํ.(วตฺถุ) วตั ถุ อนั สำเร็จแลว ดวยงา ชอื่ วา ทนั ตมยะ(อนั สำเรจ็ แลว ดว ยงา) มย ปจ จัย ใชแทน วกิ าร ศพั ท ตอ งประกอบศพั ทนามในประโยควิเคราะห เปน ฉัฏฐวี ภิ ัตติ อยา งน้ี อทิ ฺธิยา วิกาโร อิทธฺ มิ ย.ํ (จีวร)ํ จีวร เปนวิการ แหง ฤทธิ์ ชอ่ื วา อิทธมิ ยะ(อันเปน วิการแหง ฤทธ)ิ์ ทานสสฺ วกิ าโร ทานมยํ.(ปุ ฺ ํ) บญุ เปนวิการ แหง ทาน ชอ่ื วา ทานมยะ(อนั เปนวกิ ารแหงทาน) สุวณฺณสฺส วกิ าโร โสวณณฺ มย.ํ (ภาชน)ํ ภาชนะ เปน วกิ าร แหง ทอง ช่อื วา โสวัณณมยะ(อนั เปน วิการแหงทอง) มตตฺ ิกาย วิกาโร มตฺตกิ ามยํ.(ภาชนํ) ภาชนะ เปน วกิ าร แหง ดนิ เหนียว ชอื่ วา มตั ติกามยะ(อนั เปน วิการแหงดนิ เหนียว) ชตุโน วิกาโร ชตุมยํ.(จกกฺ )ํ ลอ เปน วกิ าร แหง ยาง ชอื่ วา ชตุมยะ(อนั เปน วิการแหง ยาง) ๑๑.ปรู ณตทั ธติ ปูรณตทั ธิต ใชปจ จยั ๕ ตวั คือ ตยิ ถ ม และ อี แทน “ปรู ณ” ศัพท หรอื ในอิตถีลิงค เปน “ปรู ณ”ี ศพั ท แปลวา “เปน เตม็ ที่” บทสำเรจ็ เปน ปรู ณสังขยา แปลวา “ท.ี่ ..” อยา งนี้ ศัพททลี่ ง ตยิ ปจ จัย อยา งนี้ (ชน) เปนทเี่ ตม็ แหงชนทงั้ หลาย สอง ชื่อวา ทวฺ ินนฺ ํ ปรู โณ ทุตโิ ย.(ชโน) ทตุ ยิ ะ(ท่ีสอง) ติณณฺ ํ ปูรโณ ตตโิ ย.(ชโน) (ชน) เปนทเี่ ตม็ แหงชนทง้ั หลาย สาม ชือ่ วา ทฺวนิ นฺ ํ ปรู ณี ทตุ ยิ า.(อติ ถ)ี ตติยะ(ทสี่ าม) (หญิง) เปน ท่เี ตม็ แหง หญิงทั้งหลาย สอง ชอ่ื วา ทุติยา(ทส่ี าม)
ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๓ ทวฺ นิ นฺ ํ ปรู ณํ ทตุ ยิ .ํ (กลุ )ํ (ตระกลู ) เปนทเี่ ตม็ แหง ตระกลู ทง้ั หลาย สอง ช่อื วา ทตุ ิยะ(ท่ีสอง) ศพั ทท ่ีลง ถ ปจ จยั อยา งน้ี (ชน) เปน ทเ่ี ตม็ แหงชนทง้ั หลาย สี่ ชือ่ วา จตตุ นฺ ํ ปรู โณ จตตุ ฺโถ.(ชโน) จตตุ ถะ(ท่สี )่ี จตุตนฺ ํ ปรู ณี จตตุ ฺถี,จตตุ ถฺ า.(ติถี) (ดิถี) เปน ท่ีเตม็ แหง ดถิ ีท้งั หลาย สี่ ชื่อวา จตุตนฺ ํ ปรู ณํ จตตุ ฺถ.ํ (กุล)ํ จตตุ ถ,ี จตตุ ถา(ท่ีสี)่ (ตระกลู ) เปนทเ่ี ตม็ แหง ตระกูลทั้งหลาย ส่ี ชือ่ วา จตุตถะ(ท่สี )ี่ ศัพทท ี่ลง ปจจัย อยางน้ี (ชน) เปนทเ่ี ตม็ แหง ชนทง้ั หลาย หก ชื่อวา ฉนนฺ ํ ปรู โณ ฉโ.(ชโน) ฉฏั ฐะ(ทหี่ ก) ฉนนฺ ํ ปรู ณี ฉ ,ี ฉา.(ตถิ ี (ดิถี) เปน ท่เี ตม็ แหง ดถิ ที ัง้ หลาย หก ชื่อวา ฉนนฺ ํ ปรู ณํ ฉ ํ.(กุลํ) ฉัฏฐี,ฉัฏฐะ(ทหี่ ก) (ตระกลู ) เปนทเี่ ตม็ แหง ตระกลู ทง้ั หลาย หก ชอ่ื วา ฉฏั ฐะ(ทหี่ ก) ศพั ททล่ี ง ม ปจ จยั อยางนี้ ปฺจนนฺ ํ ปูรโณ ปฺจโม.(อตโฺ ถ) (อรรถ) เปนท่เี ต็ม แหงอรรถทงั้ หลาย หา ชอื่ วา ปญ จมะ(ทีห่ า) ปจฺ นนฺ ํ ปูรณี ปจฺ มี,ปจฺ มา.(ปารม)ี (บารม)ี เปน ที่เตม็ แหง บารมีทั้งหลาย หา ชอ่ื วา ปญจมี,ปญ จมา(ท่ีหา ) ปจฺ นนฺ ํ ปรู ณํ ปจฺ มํ.(ฌาน)ํ (ฌาน) เปน ที่เตม็ แหงฌานท้ังหลาย หา ช่ือวา ปญ จมะ(ท่หี า ) สตฺตนนฺ ํ ปูรโณ สตตฺ โม.(ชโน) (ชน) เปนทเี่ ตม็ แหงชนทงั้ หลาย เจ็ด ชอื่ วา สตั ตมะ(ทเ่ี จด็ ) อ นนฺ ํ ปรู ณี อมี,อมา.(ติถ)ี (ดถิ )ี เปน ท่เี ตม็ แหง ดถิ ีทั้งหลาย แปด ชอ่ื วา อฏั ฐมี,อัฏฐมา(ทแี ปด) นวนฺนํ ปรู ณํ นวม.ํ (กุล)ํ (ตระกลู ) เปน ทเี่ ตม็ แหง ตระกูลท้งั หลาย เกา ชื่อวา นวมะ(ที่เกา ) โสฬสนฺนํ ปูรโณ โสฬสโม.(ปรุ ิโส) (บรุ ุษ) เปนทเ่ี ตม็ แหง บรุ ุษทงั้ หลาย สบิ หก ชอ่ื วา โสฬสมะ(ท่สี ิบหก) วีสติยา ปูรโณ วีสตโิ ม.(ปุรโิ ส) (บรุ ุษ) เปนทเี่ ตม็ แหง บรุ ุษทงั้ หลาย ย่ีสบิ ช่ือวา วีสตมิ ะ(ที่ยสี่ ิบ) ศพั ททล่ี ง อี ปจ จยั อยา งน้ี เอกาทสนฺนํ ปูรณี เอกาทส.ี (อติ ถฺ )ี (หญงิ ) เปน ที่เตม็ แหง หญิงทง้ั หลาย สบิ เอด็ ชอ่ื วา
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๔ เอกาทส(ี ท่สี บิ เอด็ ) ทฺวาทสนนฺ ํ ปรู ณี ทวฺ าทส.ี (อติ ถฺ )ี (หญิง) เปน ที่เตม็ แหง หญงิ ทั้งหลาย สบิ สอง ชือ่ วา ทวาทส(ี ที่สบิ สอง) เตรสนนฺ ํ ปรู ณี เตรส.ี (อติ ฺถ)ี (หญงิ ) เปน ทเ่ี ต็ม แหงหญิงทั้งหลาย สบิ สาม ชอ่ื วา เตรส(ี ทสี่ บิ สาม) จตุทฺทสนนฺ ํ ปรู ณี จตทุ ฺทส,ี จาตุทฺทสี.(อติ ฺถี)(หญิง) เปนท่เี ต็ม แหง หญงิ ทง้ั หลาย สบิ ส่ี ช่อื วา จตุททส,ี จาตุททสี(ท่ีสิบส)ี่ โสฬสนนฺ ํ ปูรณี โสฬสี.(อติ ฺถ)ี (หญงิ ) เปน ทเี่ ต็ม แหง หญงิ ทัง้ หลาย สบิ หก ชื่อวา โสฬส(ี ทส่ี ิบหก) ๑๒.สงั ขยาตทั ธติ สังขยาตัทธติ ใชปจ จัย ๑ ตวั คือ ก ปจจัย แทน “ปรมิ าณ” ศพั ท แปลวา “มปี รมิ าณ” หรอื “มี ประมาณ” นิยมลงทายศพั ทป กตสิ งั ขยาอยา งเดยี ว การวางรปู ประโยควเิ คราะหค ลายกับรปู วิเคราะหใ นตทัส สัตถติ ัทธติ อยา งน้ี เทวฺ ปริมาณานิ อสสฺ าติ ทวฺ กิ .ํ (วตถฺ )ุ ปริมาณทง้ั หลาย ของวตั ถนุ นั้ สอง เหตนุ ้ัน วตั ถนุ นั้ ชือ่ วา ทวกิ ะ(มปี ริมาณสอง) ตีณิ ปรมิ าณานิ อสฺสาติ ตกิ .ํ (วตถฺ )ุ ปริมาณทงั้ หลาย ของวตั ถนุ ัน้ สาม เหตนุ นั้ วตั ถนุ นั้ ช่อื วา ตกิ ะ(มปี รมิ าณสาม) จตฺตาริ ปรมิ าณานิ อสฺสาติ จตกุ ฺก.ํ (วตฺถ)ุ ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวตั ถุนน้ั ส่ี เหตุนน้ั วตั ถนุ ั้น ชื่อวา จตกุ กะ(มีปรมิ าณส่)ี ปฺจ ปริมาณานิ อสสฺ าติ ปจฺ กํ.(วตถฺ ุ) ปรมิ าณทงั้ หลาย ของวตั ถนุ น้ั หา เหตนุ ั้น วตั ถนุ ้นั ชอ่ื วา ปญจกะ(มปี รมิ าณหา ) ฉ ปรมิ าณานิ อสฺสาติ ฉกฺกํ.(วตถฺ ุ) ปริมาณทงั้ หลาย ของวตั ถนุ นั้ หก เหตนุ ้นั วตั ถนุ ัน้ ช่ือวา ฉกั กะ(มปี รมิ าณหก) สตฺต ปรมิ าณานิ อสสฺ าติ สตตฺ ก.ํ (วตถฺ ุ) ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวัตถนุ น้ั เจด็ เหตนุ น้ั วตั ถนุ ั้น ชอ่ื วา สตั ตกะ(มีปริมาณเจด็ ) อ ปรมิ าณานิ อสฺสาติ อ กํ.(วตถฺ )ุ ปริมาณทงั้ หลาย ของวตั ถนุ นั้ แปด เหตนุ น้ั วตั ถนุ ้ัน ชื่อวา อฐ กะ(มปี รมิ าณสาม) นว ปรมิ าณานิ อสสฺ าติ นวก.ํ (วตถฺ ุ) ปริมาณทงั้ หลาย ของวตั ถนุ น้ั เกา เหตนุ นั้ วตั ถนุ ั้น ช่ือวา นวกะ(มปี รมิ าณเกา) ทส ปรมิ าณานิ อสฺสาติ ทสกํ.(วตฺถ)ุ ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวตั ถนุ น้ั สิบ เหตนุ ้นั วตั ถนุ นั้ ชอ่ื วา ทสกะ(มปี รมิ าณสบิ ) อ ารส ปรมิ าณานิ อสฺสาติ อ ารสกํ.(วตฺถุ)ปรมิ าณทงั้ หลาย ของวตั ถนุ ั้น สบิ แปด เหตุนนั้ วัตถุนนั้ ชอื่ วา อฏั ฐารสกะ(มปี ริมาณสบิ แปด) วีสติ ปรมิ าณานิ อสสฺ าติ วีสตกิ ํ.(วตถฺ )ุ ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวตั ถนุ นั้ ย่สี ิบ เหตนุ นั้ วตั ถนุ น้ั ชอื่ วา วีสตกิ ะ(มปี รมิ าณย่ีสบิ )
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๕ ตึส ปริมาณานิ อสสฺ าติ ตึสก.ํ (วตถฺ )ุ ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวตั ถนุ ั้น สามสิบ เหตนุ น้ั วตั ถนุ น้ั ชื่อวา ตึสกะ(มปี ริมาณสามสิบ) สี ปรมิ าณานิ อสสฺ าติ สกิ ํ.(วตฺถ)ุ ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวตั ถนุ นั้ หกสิบ เหตุนน้ั วตั ถนุ น้ั ชื่อวา สัฏฐิกะ(มปี ริมาณหกสบิ ) สตตฺ ติ ปรมิ าณานิ อสฺสาติ สตตฺ ติก.ํ (วตถฺ )ุ ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวตั ถุนน้ั เจด็ สิบ เหตนุ ้นั วัตถุนนั้ ช่ือวา สัตตตกิ ะ(มปี รมิ าณเจด็ สบิ ) อสตี ิ ปริมาณานิ อสฺสาติ อสตี ิก.ํ (วตถฺ ุ) ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวตั ถนุ นั้ แปดสบิ เหตนุ น้ั วัตถุนน้ั ช่อื วา อสีตกิ ะ(มปี รมิ าณแปดสบิ ) นวตุ ิ ปรมิ าณานิ อสฺสาติ นวตุ ิกํ.(วตถฺ ุ) ปริมาณทงั้ หลาย ของวตั ถนุ น้ั เกา สิบ เหตนุ น้ั วัตถนุ น้ั ชอื่ วา นวตุ กิ ะ(มปี รมิ าณเกา สบิ ) ๑๓.วิภาคตทั ธติ วภิ าคตทั ธติ ใชป จ จยั ๒ ตวั คอื ธา และ โส ปจจยั แทน “วภิ าค” ศพั ท แปลวา “โดยสวน” หรอื “โดยการจำแนก” ธา ปจจยั ลงหลงั ปกติสังขยา โส ปจจยั ลงหลงั สุทธนาม เมอ่ื สำเรจ็ รูปแลว เปน อลงิ ค เปนอพั ยยศัพท แจกดวยวิภตั ติทัง้ ๗ ไมไ ด เน่ืองจากเปน ตตยิ าวิภตั ตเิ ทาน้ัน อยา งนี้ ศพั ทท ่ลี ง ธา ปจ จัย อยา งน้ี โดยสว น หนงึ่ ชื่อวา เอกธา(โดยสวนเดียว) เอเกน วิภาเคน เอกธา. โดยสวนทง้ั หลาย สอง ชื่อวา ทวธิ า(โดยสว นสอง) ทฺวีหิ วิภาเคหิ ทฺวธิ า. โดยสว นท้งั หลาย สาม ช่ือวา ตธิ า(โดยสว นสาม) ตหี ิ วภิ าเคหิ ตธิ า. โดยสวนทง้ั หลาย สี่ ชื่อวา จตธุ า(โดยสว นส)่ี จตูหิ วิภาเคหิ จตธุ า. โดยสว นทั้งหลาย หา ช่อื วา ปญ จธา(โดยสว นหา) ปฺจหิ วิภาเคหิ ปจฺ ธา. โดยสวนทง้ั หลาย หก ชือ่ วา ฉธา(โดยสวนหก) ฉหิ วภิ าเคหิ ฉธา. โดยสว นทั้งหลาย เกา ชอ่ื วา นวธา(โดยสว นเกา ) นวหิ วิภาเคหิ นวธา. โดยสว นท้ังหลาย สบิ เกา ชอ่ื วา เอกนู วสี ตยิ า วิภาเคหิ เอกนู วสี ตธิ า. เอกูนวสี ตธิ า(โดยสว นสบิ เกา) วสี ตยิ า วภิ าเคหิ วสี ติธา. โดยสว นท้งั หลาย ยสี่ บิ ช่อื วา วสี ติธา(โดยสว นย่สี ิบ) อ นวตุ ยิ า วิภาเคหิ อนวุตธิ า. โดยสว นทงั้ หลาย เกา สบิ แปด ชอื่ วา สตสสฺ วภิ าเคน สตธา. อัฏฐนวตุ ธิ า(โดยสว นเกา สิบแปด) สหสสฺ สฺส วภิ าเคน สหสสฺ ธา. โดยสวน แหง รอ ย ชือ่ วา สตธา(โดยสว นรอย) โดยสว น แหง พัน ช่อื วา สหสั สธา(โดยสว นพนั ) ศพั ทท ่ีลง โส ปจจัย อยางนี้ โดยการจำแนก โดยบท ชือ่ วา ปทโส(โดยบท) ปเทน วภิ าเคน ปทโส. โดยการจำแนก โดยสูตร ชอ่ื วา สตุ ตโส(โดยสูตร) สุตเฺ ตน วิภาเคน สตุ ตฺ โส. โดยการจำแนก โดยอรรถ ชอื่ วา อัตถโส(โดยอรรถ) อตฺเถน วิภาเคน อตถฺ โส. โดยการจำแนก โดยพยัญชนะ ชอ่ื วา พยฺ ฺชเนน วิภาเคน พฺยฺชนโส. พยัญชนโส(โดยพยัญชนะ)
ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๖ าเนน วภิ าเคน านโส. โดยการจำแนก โดยฐานะ ชอื่ วา ฐานโส(โดยฐานะ) ทเี ฆน วภิ าเคน ทฆี โส. โดยการจำแนก โดยสวนยาว ชื่อวา สพเฺ พน วภิ าเคน สพฺพโส. ฐานโส(โดยสว นยาว) โดยการจำแนก โดยท่ที ้ังปวง ช่ือวา สัพพโส(โดยทที่ ั้งปวง) ๑๔.ภาวตัทธติ ภาวตัทธติ ใชป จ จยั ๖ ตวั คือ ตตฺ ณฺย ตตฺ น ตา ณ และ กณฺ แทน “ภาว” ศัพท แปลวา “ความเปนแหง ...” ใชป ระกอบกบั ศัพทท ่เี ปน สทุ ธนาม คุณนาม นามกติ ก กริ ยิ ากติ ก เปน ตน อยางน้ี ศพั ทท ่ีลง ตตฺ ปจ จัย อยางนี้ ความเปน แหงพระจนั ทร ชอ่ื วา จนฺทสสฺ ภาโว จนฺทตฺตํ. จนั ทัตตะ(ความเปน แหงพระจันทร) มนสุ สฺ สฺส ภาโว มนุสสฺ ตตฺ .ํ ความเปน แหง มนุษย ชือ่ วา ทณฑฺ โิ น ภาโว ทณฑฺ ิตตฺ ํ. มนุสสัตตะ(ความเปนแหง มนษุ ย) ปาจกสสฺ ภาโว ปาจกตตฺ ํ . ความเปน แหงคนมีไมเ ทา ชอื่ วา นลี สสฺ ภาโว นีลตตฺ .ํ ทณั ฑิตตะ(ความเปน แหง คนมีไมเทา ) ปส ุกลู กิ สสฺ ภาโว ปส กุ ูลิกตฺต.ํ ความเปน แหงคนหงุ ชอื่ วา ปาจกตั ตะ(ความเปนแหง คนหงุ ) ความเปน แหง ของเขยี ว ชือ่ วา นีลัตตะ(ความเปน แหงของเขียว) ความเปน แหง ผทู รงผา บงั สกุ ุลเปนวตั ร ชื่อวา ปง สุกูลกิ ตั ตะ(ความเปน ผทู รงผาบงั สกุ ลุ เปน วตั ร) ศพั ททลี่ ง ณยฺ ปจจัย อยางน้ี ความเปน แหงบัณฑติ ชื่อวา ปณฺฑติ สสฺ ภาโว ปณฺฑจิ จฺ .ํ ปณฑิจจะ(ความเปนแหง บณั ฑิต) กุสลสฺส ภาโว โกสลลฺ ํ. ความเปน แหง คนฉลาด ชอ่ื วา สมณสสฺ ภาโว สามฺ .ํ โกสัลละ(ความเปน แหงคนฉลาด) สหุ ทสสฺ ภาโว โสหชฺช.ํ ความเปน แหงสมณะ ช่อื วา ปุริสสสฺ ภาโว โปรสิ สฺ .ํ สามญั ญะ(ความเปน แหงสมณะ) นปิ กสสฺ ภาโว เนปกกฺ .ํ ความเปน แหงเพอ่ื น ชอื่ วา อุปมาย ภาโว โอปมฺมํ. โสหัชชะ(ความเปนแหง เพ่อื น) ความเปน แหง บุรษุ ช่อื วา โปริสสะ(ความเปน แหง บุรษุ ) ความเปน แหง คนมีปญญา ช่ือวา เนปก กะ(ความเปน แหงคนมปี ญญา) ความเปน แหง อปุ มา ชอื่ วา
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๗ อลสสฺส ภาโว อาลสยฺ ํ. โอปมมะ(ความเปน แหงอปุ มา) อโรคสสฺ ภาโว อาโรคฺย.ํ ความเปน แหง คนเกยี จครา น ชอ่ื วา พหุสุตสฺส ภาโว พาหุสจฺจ.ํ อาลสยะ(ความเปนแหง คนเกยี จครา น) ความเปน แหง คนไมมโี รค ชอื่ วา อาโรคยะ(ความเปน แหงคนไมมโี รค) ความเปน แหง คนผฟู ง มาก ชื่อวา พาหสุ จั จะ(ความเปน แหง คนผฟู งมาก) ศพั ทท ีล่ ง ตตฺ น ปจ จัย อยา งนี้ ความเปน แหงปุถชุ น ชอื่ วา ปถุ ุชชฺ นสสฺ ภาโว ปุถุชชฺ นตตฺ น.ํ ปุถุชชนตั ตนะ(ความเปนแหง ปถุ ุชน) เวทนสสฺ ภาโว เวทนตตฺ นํ. ความเปน แหง ผมู ีเวทนา ชอื่ วา ชารสสฺ ภาโว ชารตตฺ น.ํ เวทนตั ตนะ(ความเปนแหง ผมู เี วทนา) ชายาย ภาโว ชายตตฺ น.ํ ความเปน แหงชายชู ชอ่ื วา ชารัตตนะ(ความเปน แหงชายชู) ความเปน แหงภรรยา ช่ือวา ชายตั ตนะ(ความเปน แหง ภรรยา) ศัพททลี่ ง ตา ปจจยั อยา งน้ี มทุ โุ น ภาโว มทุ ุตา. ความเปน แหง คนออ นโยน ช่อื วา มทุ ตุ า(ความเปน แหง คนออนโยน) สหายสสฺ ภาโว สหายตา. ความเปน แหงสหาย ช่อื วา สหายตา(ความเปน แหง สหาย) นิทฺทารามสฺส ภาโว นทิ ทฺ ารามตา. ความเปน แหง คนมคี วามหลับเปน ทม่ี ายนิ ดี ชอ่ื วา นทิ ทารามตา(ความเปน ผชู อบนอนมาก) สงคฺ ณกิ ารามสสฺ ภาโว สงคฺ ณกิ ารามตา. ความเปน แหงผรู วมหมเู ปน ที่มายินดี ชื่อวา สงั คณิการามตา(ความเปน ผชู อบรว มหม)ู ภสฺสารามสฺส ภาโว ภสฺสารามตา. ความเปน แหงการพดู เหลวไหลเปน ทมี่ ายนิ ดี ชอ่ื วา ภสั สารามตา(ความเปน ผชู อบพดู เหลวไหล) กตฺ สุ สฺ ภาโว กตฺ ุตา. ความเปน แหง ผรู ูอปุ การะทค่ี นอื่นกระทำแลว ชื่อวา กตญั ุตา(ความเปนผรู ูอุปการะทีผ่ อู นื่ กระทำแลว) โสวจสฺสสฺส ภาโว โสวจสฺสตา. ความเปน แหงบุคคลผวู า งา ย ชอ่ื วา โสวจัสสตา(ความเปนผวู างาย) ศพั ทท ลี่ ง ณ ปจ จยั อยา งน้ี ความเปน แหงของเสมอไปปราศ ชื่อวา วิสมสฺส ภาโว เวสม.ํ เวสมะ(ความเปน ของเสมอไปปราศ) สุจโิ น ภาโว โสจํ. ความเปน แหงของสะอาด ช่อื วา
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๘ มุทโุ น ภาโว มททฺ ว.ํ โสจะ(ความเปน ของสะอาด) ครโุ น ภาโว คารโว. ความเปน แหง คนออ นโยน ช่อื วา อุชุโน ภาโว อาชฺชว.ํ มัททวะ(ความเปนคนออนโยน) ความเปน แหง ผคู วรเคารพ ชื่อวา คารวะ(ความเปน ผคู วรเคารพ) ความเปน แหง คนซื่อตรง ชอื่ วา อาชชวะ(ความเปนคนซ่ือตรง) ศัพททีล่ ง กณฺ ปจ จยั อยา งน้ี ความเปน แหง ของอนั บคุ คลพึงยินดี ชอื่ วา รมณียสฺส ภาโว รามณยี ก.ํ รามณียกะ(ความเปน ของทนี่ า ยนิ ด)ี ปชู นียสสฺ ภาโว ปูชนียกํ. ความเปน แหงบุคคลผคู วรซงึ่ การบชู า ช่ือวา ทสฺสนียสสฺ ภาโว ทสฺสนยี ก.ํ ปชู นียกะ(ความเปน บคุ คลผคู วรบชู า) คมนียสฺส ภาโว คมนียกํ. ความเปน แหงบุคคลผคู วรซง่ึ การเหน็ ชือ่ วา มนฺุ สฺส ภาโว มานุ ฺ กํ. ทสั สนียกะ(ความเปน บคุ คลผคู วรเหน็ ) ความเปน แหง สถานท่ีอนั ควรซ่งึ การไป ชอื่ วา คมนียกะ(ความเปนสถานทค่ี วรไป) ความเปน แหง ของเปน ทฟ่ี ูใจ ชื่อวา มานญุ ญกะ(ความเปนของเปนที่ฟูใจ) ๑๕.อพั ยยตัทธติ อพั ยยตัทธติ ใชป จ จัย ๒ ตวั คอื ถา และ ถํ ปจ จยั แทน “ปการ” ศัพท แปลวา “โ ดยประการ...” นิยมลงทา ยวเิ สสนสพั พนาม โดยเฉพาะ ถา ปจ จยั ลงทาย ย และ ต ศพั ท ถํ ปจจัย ลงทา ย กึ และ อมิ ศัพท เปนตน สำเรจ็ รปู เปนนิบาตบอกประการ จดั เปน อัพยยศัพท อยางนี้ ศพั ทท ล่ี ง ถา ปจ จยั อยา งนี้ โดยประการ ใด ชือ่ วา ยถา(โดยประการใด) เยน ปกาเรน ยถา. โดยประการ นนั้ ชื่อวา ตถา(โดยประการนั้น) เตน ปกาเรน ตถา. โดยประการ ทัง้ ปวง ช่อื วา สัพพถา(โดยประการท้ังปวง) สพฺเพน ปกาเรน สพพฺ ถา. โดยประการ อื่น ชอ่ื วา อญั ญถา(โดยประการอน่ื ) อเฺ น ปกาเรน อฺ ถา ศพั ทที่ลง ถํ ปจจัย อยางนี้ โดยประการ ไร ชอื่ วา กถัง(โดยประการไร) เกน ปกาเรน กถ.ํ โดยประการ น้ี ชอ่ื วา อติ ถัง(โดยประการนี้) อิมนิ า ปกาเรน อติ ฺถํ.
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๙ ๓.๘ อาขยาต อาขยาต คอื กิริยาศพั ททกี่ ลา วถงึ กริ ยิ าอาการท่ีแสดงออกทางกาย วาจา หรือทางใจ เชน ทำ พดู คดิ ฝน ยนื เดนิ วงิ่ กระโดด นั่ง นอน ด่ืม กิน เปน ตน มรี ูปวเิ คราะหว า กรฺ ยิ ํ อาจิกฺขตตี ิ อาขยฺ าต,ํ กรฺ ยิ าปทํ (อา + ขฺยา กถเน ในการกลา ว + ต) บทใด ยอ มกลา ว ซ่ึงกริ ยิ า เหตนุ ั้น บทนน้ั ช่อื วา อาขยฺ าต ไดแ ก กิริยาบท (ช่อื วา อาขยาต เพราะ กลา วกริ ยิ า) อาขยาตนนั้ มีสว นประกอบใหญ ๆ ๓ อยา ง คอื ธาตุ ปจจยั และ วิภตั ติ ซึ่งนำมาปรงุ กนั แลว สำเรจ็ เปน รปู ศัพทอันบงบอกเนอ้ื ความ รวมทั้งแสดงใหร ถู งึ กาล บท วจนะ บรุ ษุ และ วาจก เปนตน เชน คำวา จรติ แปลวา ยอมเทีย่ วไป มาจาก จร ธาตุ จรเณ ในการเท่ียวไป + อ ปจจยั + ติ วตั ตมานาวิภัตติ ธาตุ ธาตุ คอื ศัพทท ี่เปน รากเหงา ของอาขยาต มอี ยเู ปนจำนวนมาก แบง ออกเปน หมวด ๆ ตามท่ี ประกอบปจ จยั เหมอื นกนั มี ๘ หมวด คอื ๑. ภวู าทิคณธาตุ ลง อ ปจจยั ภู สตตฺ ายํ ในความมี ความเปน เชน ภวติ ยอมมี ยอ มเปน หู สตตฺ ายํ ในความมี ความเปน เชน โหติ ยอ มมี ยอมเปน สิ สเย ในการนอน เชน เสติ สยติ ยอมนอน มร มรเณ ในความตาย เชน มรติ ยอ มตาย ปจ ปาเก ในการหงุ ตม แกง เชน ปจติ ยอ มหงุ ยอ มตม ลภ ลาเภ ในการได เชน ลภติ ยอ มได คมุ คติมหฺ ิ ในการไป เชน คจฺฉติ ยอ มไป วจ วยิ ตตฺ ยิ ํ วาจายํ ในการพดู ชดั เจน เชน วจติ ยอมกลาว วส นิวาเส ในการอยู เชน วสติ ยอมอยู ๒. รุธาทิคณธาตุ ลงนคิ หิตอาคมทีส่ ระตน ธาตุ และ อ เอ ปจ จัย รธุ อาวรเณ ในการปดกน้ั เชน รุนฺธติ รุนเฺ ธติ ยอ มปด-กน้ั มุจ โมจเน ในการปลอย เชน มุ ฺจติ ยอมปลอ ย ภุช พฺยวหรเณ ในการกนิ เชน ภฺุชติ ยอมกนิ ยอมบริโภค ภทิ ิ วทิ ารเณ ในการผา ทำลาย เชน ภินทฺ ติ ยอ มผา ยอมทำลาย ฉทิ ิ ทวฺ ธิ ากรเณ ในการตดั เชน ฉนิ ทฺ ติ ยอมตดั ยชุ โยเค ในการประกอบ เชน ยุ ชฺ ติ ยอมประกอบ
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๐ ๓. ทิวาทคิ ณธาตุ ลง ย ปจจัย เชน ทพิ ฺพติ ยอ มเลน ทิวุ กฬี ายํ ในการเลน เชน อุปปชฺชติ ยอมเขาไป เชน พุชฌฺ ติ ยอ มตรสั รู ปท คติมฺหิ ในการไป เชน กชุ ฺฌติ ยอ มโกรธ เชน มญฺ ติ ยอมรู พธุ อวคมเน ในการตรัสรู เชน สมมฺ ติ ยอมสงบ เชน ชายติ ยอมเกดิ กุธ โกเป ในความโกรธ มน ญาเณ ในความรู สมุ อปุ สเม ในความสงบ ชน ชนเน ในการเกดิ ๔. สฺวาทคิ ณธาตุ ลง ณุ ณา อณุ า ปจ จัย สุ สวเน ในการฟง เชน สุโณติ สณุ าติ ยอ มฟง หิ คติมหฺ ิ ในการไป เชน ปหณิ าติ ยอมสง ไป อป ปาปณุ เน ในการถงึ บรรลุ เชน ปาปุณาติ ยอมถึง บรรลุ สก สตตฺ ิมหฺ ิ ในความสามารถ เชน สกกฺ ณุ าติ ยอมสามารถ ๕. กิยาทคิ ณธาตุ ลง นา ปจ จยั กี ทพพฺ วนิ มิ เย ในการซ้ือ-ขาย เชน กีณาติ ยอ มซอ้ื วิกกฺ ีณาติ ยอ มขาย ชิ ชเย ในการชนะ เชน ชินาติ ยอ มชนะ จิ จเย ในการสะสม เชน จนิ าติ ยอมสะสม า อวโพธเน ในความรู เชน ชานาติ ยอมรู วชิ านาติ ยอมรู,ยอ มรแู จง มิ มาเน ในการตวง เชน มินาติ ยอมตวง ลู เฉทเน ในการตดั เชน ลุนาติ ยอ มตดั ธู กมฺปเน ในความหวัน่ ไหว เชน ธุนาติ ยอ มหวน่ั ไหว ๖. คหาทคิ ณธาตุ ลง ปปฺ ณฺหา ปจ จยั คห อปุ าทาเน ในการถือเอา เชน เฆปฺปติ ยอมถอื เอา คณหฺ าติ ยอมถือเอา อคุ ฺคณฺหาติ ยอ มเรียนเอา ปคคฺ ณฺหาติ ยอมยกยอ ง,ยอ มประคอง นคิ คฺ ณฺหาติ ยอมขม
ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๑ สงคฺ ณหฺ าติ ยอ มสงเคราะห ปฏคิ ฺคณฺหาติ ยอ มรบั เอา ๗. ตนาทิคณธาตุ ลง โอ ยริ ปจ จัย ยอ มแผไป ตนุ วติ ถฺ าเร ในความแผไ ป เชน ตโนติ กร กรเณ ในการกระทำ เชน กโรติ กยิรติ ยอมกระทำ อภิสงฺขโรติ ยอ มปรงุ แตง สก สตตฺ มิ หฺ ิ ในความสามารถ เชน สกโฺ กติ ยอมอาจ ยอ มสามารถ อป ปาปุณเฺ น ในการถึง บรรลุ เชน ปปโฺ ปติ ยอ มถึง บรรลุ ๘. จุราทคิ ณธาตุ ลง เณ ณย ปจ จัย จรุ เถยฺเย ในการลัก ขโมย เชน โจเรติ โจรยติ ยอ มลัก ยอ มขโมย มนตฺ คตุ ฺตภาสเน ในการปรกึ ษา เชน มนฺเตติ มนตฺ ยติ ยอ มปรึกษา ปาล รกฺขเน ในการดูแล รักษา เชน ปาเลติ ปาลยติ ยอ มดแู ลรกั ษา ฆฏ ฆฏเน ในการสบื ตอ เชน ฆาเฏติ ฆาฏยติ ยอมสบื ตอ วิท าเณ ในความรู เชน เวเทติ เวทยติ ยอ มรู คณ สงขฺ ยฺ าเน ในการนับ เชน คเณติ คณยติ ยอมนับ ตกกฺ จินฺตายํ ในความคดิ เชน ตกเฺ กติ ตกกฺ ยติ ยอมคดิ ยอ มตรึก จนิ ตฺ จินฺตายํ ในความคดิ เชน จินเฺ ตติ จินตฺ ยติ ยอมคดิ ธร ธารเณ ในการทรงไว เชน ธาเรติ ธารยติ ยอมทรงไว สกมั มธาตุและอกมั มธาตุ ธาตทุ งั้ ๘ หมวดนี้ เมอื่ ยอลงแลว ได ๒ ประเภท คือ ๑. สกัมมธาตุ ธาตุทีม่ กี รรม (มองหากรรม คือ ทุติยาวภิ ตั ติ) เชน ปรุ โิ ส กมฺมํ กโรติ บุรษุ กำลงั ทำซ่งึ งาน กุมาโร สุนขํ ปหรติ เดก็ ชายตซี ง่ึ สนุ ขั ๒. อกัมมธาตุ ธาตุทไ่ี มม ีกรรม (ไมม องหากรรม) เชน ภกิ ฺขุ สยเน เสติ ภกิ ษนุ อนบนทน่ี อน โส เคเห วสติ เขาอยใู นบาน จำไวอ ยา งนีว้ า ธาตตุ วั ใดแปลเขากบั คำวา \"ซ่ึง\" ไดด ี ธาตนุ นั้ เปน สกมั มธาตุ, ธาตตุ วั ใดแปลเขากบั คำวา \"ซึง่ \" ไมไ ด ธาตนุ นั้ เปน อกมั มธาตุ ปจ จยั ปจ จยั คือศัพทสำหรบั ประกอบหลงั ธาตุ เปน เคร่อื งหมายของวาจก แบง ออกเปน ๕ หมวด คอื
ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๒ ๑. ปจ จัย ๑๓ ตวั คอื อ เอ ย ณุ ณา อณุ า นา ปปฺ ณฺหา โอ ยริ เณ ณย (ปจจัยประจำหมวดธาตุ ท้งั ๘ หมวด) เปนเครอ่ื งหมาย กตั ตวุ าจก ๒. ย ปจ จัยและ อิ อี อาคมหนา ย (อยิ , อยี ) เปน เครอื่ งหมาย กมั มวาจก ๓. ย ปจจัยและวภิ ัตตฝิ า ยอัตตโนบท ปฐมบรุ ุษ เอกวจนะ (เต ตํ เอถ ตฺถ อา สสฺ เต สฺสถ) เปน เครอ่ื งหมาย ภาววาจก ๔. ปจจัย ๔ ตวั คือ เณ ณย ณาเป ณาปย เปน เคร่อื งหมาย เหตกุ ัตตวุ าจก ๕. ปจ จัย ๔ ตวั นนั้ และ ย ปจ จยั กับ อิ อี อาคมหนา ย (ณยี , ณยีย, ณาปย, ณาปยยี ) เปน เคร่อื งหมาย เหตกุ ัมมวาจก วาจก แปลวา ผกู ลาว หมายถึงโครงสรา งรูปประโยคในภาษาบาลี อกี นยั หนง่ึ หมายถงึ ธาตทุ ี่ ประกอบปจ จยั และวิภตั ติ(กาล-บท-วจนะ-บุรษุ ) สำเร็จแลว เรยี กวา วาจก คอื กิริยาศพั ทท ่บี อกประธานหรือ ผูกลาวประธานนน่ั เอง มี ๕ วาจก ดังน้ี ๑.กตั ตวุ าจก กลา วผกู ระทำ คือแสดงวา เปนกริ ิยาของผกู ระทำเอง เปน ประธานในประโยค เชน สูโท โอทนํ ปจติ. พอ ครัว ยอ มหุง ซึง่ ขา วสกุ สโู ท เปน กตั ตาผกู ระทำ คอื เปน ผูหงุ และเปน ประธานของกริ ิยาศัพท คอื ปจติ ๒.เหตกุ ตั ตวุ าจก กลาวถงึ ผูเปน เหตุใหค นอ่ืนทำกริ ิยา คอื แสดงวาเปน กริ ิยาของผูใ ชใ หผอู ่นื ทำ เชน สามโิ ก สูทํ โอทนํ ปาเจติ. เจานาย ยงั พอครวั ใหห งุ อยู ซึง่ ขา วสุก สามิโก เปน เหตกุ ัตตา คอื เปน ผูใช ไมไ ดทำเอง และเปน บทประธานของกริ ยิ าศัพท คอื ปาเจติ ๓.กมั มวาจก กลาวส่งิ ทถี่ กู กระทำ เปน ประธานในประโยค เปน การยกเอาสง่ิ ทถี่ กู กระทำขนึ้ มา กลาวเปนประธานในประโยค เชน สเู ทน โอทโน ปจยิ เต. ขา วสกุ อันพอ ครวั หุงอยู โอทโน เปน ประธานในประโยค โดยนยั ทย่ี ก กรรมขึน้ เปน ประธานอนั มกี ริ ิยาท่ีแสดงใหเ หน็ ได คอื ปจยิ เต ๔.เหตกุ ัมมวาจก กลา วถึงสงิ่ ท่ีถกู ผอู นื่ ใชใ หก ระทำกิรยิ า คอื แสดงวาเปนกริ ยิ าของส่ิงทเี่ ขาใชใ ห ผอู น่ื กระทำนนั่ เอง เชน สามเิ กน สูเทน โอทโน ปาจาปย เต. ขา วสกุ อนั เจา นาย ยงั พอ ครวั ใหห งุ อยู โอทโน เปน เหตุกมั ม คือสิ่งทถี่ กู เขาใชใ หท ำ และเปนประธานของกิรยิ าศัพท ปาจาปย เต ๕.ภาววาจก กลาวถึงภาวะ ความมี ความเปน ในประโยคเทา นน้ั ไมกลาวกตั ตาคือตวั ประธาน และกรรม เชน เตน ภยู เต. อันเขา เปน อยู ภูยเต เปน กริ ิยศพั ท ทก่ี ลาวแตค วามมี ความเปน ใชต ตยิ าวภิ ัตติ เตน กลาวความมี ความเปน วิภัตติ วิภตั ติ คอื ศพั ทส ำหรบั ประกอบหลังธาตุตอจากปจ จัย จำแนกอาขยาตใหม รี ูปและความหมาย ตา งกนั โดย กาล บท บรุ ษุ วจนะ อาขยาตวิภตั ตนิ ้มี ี ๙๖ ตัว แบง เปน ๘ หมวด ๆ ละ ๑๒ ตวั คอื ๑. วตั ตมานา :- ติ อนฺติ สิ ถ มิ ม, เต อนเฺ ต เส วเฺ ห เอ มฺเห (อยู, ยอ ม, จะ, กำลงั ) ๒. ปญจมี :- ตุ อนตฺ ุ หิ ถ มิ ม, ตํ อนฺตํ สฺสุ วโฺ ห เอ อามเส (จง, กรุณา, โปรด, ชว ย)
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๓ ๓. สตั ตมี :- เอยฺย เอยยฺ ุ เอยยฺ าสิ เอยยฺ าถ เอยยฺ ามิ เอยฺยาม, เอถ เอรํ เอโถ เอยยฺ าวโฺ ห เอยยฺ ํ เอยฺยามเฺ ห (พึง, ควร) ๔. ปโรกขา :- อ อุ เอ ตถฺ อํ มฺห, ตถฺ เร ตฺโถ วโฺ ห อึ มเฺ ห (แลว ) ๕. หียยตั ตนี :- อา อู โอ ตฺถ อํ มหฺ า, ตถฺ ตฺถุ เส วหฺ ํ อึ มหฺ เส (แลว, ได...แลว) ๖. อัชชตนี :- อี อุ โอ ตฺถ อึ มฺหา, อา อู เส วหฺ ํ อํ มเฺ ห (แลว , ได...แลว ) ๗. ภวสิ สันตี :- สฺสติ สฺสนตฺ ิ สสฺ สิ สฺสถ สฺสามิ สฺสาม, สสฺ เต สฺสนฺเต สฺสเส สสฺ วเฺ ห สฺสํ สฺสามเฺ ห (จกั , จะ) ๘. กาลาติปต ติ :- สสฺ า สสฺ สํ ุ สเฺ ส สสฺ ถ สสฺ ํ สสฺ ามหฺ า, สสฺ ถ สฺสสิ ุ สฺสเส สฺสวเฺ ห สสฺ ึ สฺสามฺหเส (จัก..แลว ,จักได. .แลว) จำแนกวภิ ัตติ ๘ หมวด โดยกาล ๓ กาล มี ๓ คอื อดตี ปจจบุ นั และ อนาคต วิภตั ตทิ ้งั ๘ หมวดนนั้ แบง ออกเปนกาล ดังนี้ วตั ตมานา เปน ปจจบุ นั กาล ปญ จมี เปน ปจจุบนั กาล สัตตมี เปน ปจจุบนั กาล ปโรกขา เปน อดีตกาล หียยตั นี เปน อดีตกาล อัชชตนี เปน อดตี กาล ภวสิ สนั ตี เปน อนาคตกาล กาลาติปต ติ เปน อนาคตกาล ปจจบุ ันกาล ๓ ๑. ปจจบุ ันแท ใชวตั ตมานาวภิ ัตติ แปลวา \"อย,ู กำลัง\", ปญจมี แปลวา \"จง, เชญิ , กรุณา, โปรด\", สตั ตมี แปลวา \"พึง, ควร\" เชน ภิกฺขุ ธมมฺ ํ เทเสติ ภิกษแุ สดงอยูซง่ึ ธรรม, ภิกษกุ ำลงั แสดงธรรม ตวฺ ํ ปุญฺ ํ กโรหิ ทา นจงทำซ่ึงบุญ, เชญิ ทานทำบญุ ตวฺ ํ สมาธึ ภาเวยยฺ าสิ ทานพงึ เจรญิ สมาธ,ิ ทา นควรเจรญิ สมาธิ ๒. ปจ จบุ ันใกลอดตี ใชวตั ตมานาวิภัตติ แปลวา \"ยอ ม\" (หรือไมแปล) เชน กุโต นุ ตฺวํ อาคจฉฺ สิ ทา นยอ มมาจากท่ไี หนหนอ เทวมหานครโต อาคจฉฺ ามิ มาจากกรุงเทพมหานคร ๓. ปจ จุบนั ใกลอ นาคต ใชวตั ตมานาวภิ ัตติ แปลวา \"จะ\" เชน กหุ ึ คจฉฺ สิ ทา นจะไปทีไ่ หน เชยี งใหมนครํ คจฉฺ ามิ ผมจะไปเมอื งเชียงใหม อดตี กาล ๓ ๑. อดตี ทลี่ ว งไปแลว ไมมกี ำหนด ใชปโรกขาวิภตั ติ แปลวา \"แลว \" เชน โส กิร ราชา พภวู ไดยนิ วา เขาเปน พระราชาแลว เตนาห ภควา เพราะเหตนุ นั้ พระผมู พี ระภาคจึงตรัสแลว
ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๔ \"ได. ..แลว \"๒. อดตี ที่ลวงไปเมื่อวาน ใชหยี ยตั ตนวี ิภตั ติ แปลวา \"แลว \", ถามี อ อาคมนำหนา แปลวา เชน โส โอทนํ ปจา เขาหงุ ขา วแลว โส คามํ อคจฺฉา เขาไดไ ปบา นแลว ๓. อดตี ทลี่ ว งไปในวนั นี้ ใชอ ัชชตนีวภิ ตั ติ แปลวา \"แลว\", ถา มี อ อาคมนำหนา แปลวา \"ได...แลว \" เชน มยํ ทานาทนี ิ ปฺุญานิ กรมิ ฺหา พวกเราทำแลว ซง่ึ บุญมีทานเปน ตน ภกิ ฺขุ คามํ ปณฑฺ าย ปาวสิ ิ ภิกษไุ ดเขาไปแลว สูหมบู า นเพ่อื บณิ ฑบาต อนาคตกาล ๒ ๑. อนาคตของปจจบุ ัน ใชภ วิสสนั ตวิ ิภตั ติ แปลวา \"จัก, จะ\" เชน มยํ ธมฺมํ สณุ ิสสฺ าม พวกเราจกั ฟง ธรรม กทา ปฺจ สลี านิ สมาทยิ สิ สฺ ถ เมอ่ื ไรพวกทา นจกั สมาทานศลี ๕ ๒. อนาคตของอดตี ใชก าลาติปต ติภตั ติ แปลวา \"จกั ...แลว \", ถา มี อ อาคมนำหนา แปลวา \"จกั ได ...แลว\" เชน โส เจ ปมวเย ปพพฺ ชฺชํ อลภสิ สฺ า, อรหา ภวสิ สฺ า หากวา เขาจักไดบ วชในปฐมวัยแลว ไซร, จกั เปนพระอรหนั ตแ ลว ตารางแสดง วิภตั ติ กาล บท บรุ ษุ วจนะ โยคะ วัตตมานา เปนปจจุบนั กาล แปลวา อยู ยอ ม จะ กำลัง ปรสั สบท อตั ตโนบท บุรุษ เอก. พหุ. เอก. พหุ. โยคะ ปฐมบรุ ุษ ติ อนตฺ ิ เต อนฺเต นามโยคะ มชั ฌมิ บรุ ษุ สิ ถ เส วฺเห ตุมฺหโยคะ อตุ ตมบุรษุ มิ ม เอ มฺเห อมฺหโยคะ ปรัสสบทนยิ มใชในกัตตรุ ปู อัตตโนบทนยิ มใชในกมั มรูป กริ ิยาทเ่ี ปน ปฐมบรุ ุษ ใช สุทธนาม เปนประธาน กริ ิยาทเ่ี ปน มชั ฌฺ ิมบรุ ุษ ใช ตุมฺห ศพั ทเปนประธาน กริ ิยาทเี่ ปน อตุ ตมบรุ ุษ ใช อมฺห ศัพทเ ปน ประธาน สว นวภิ ตั ติทเี่ หลอื นกั ศึกษาสามารถจำแนกไดด ว ยวธิ เี ดยี วกนั น้ี ดังน้ี ปญ จมี เปน ปจ จบุ นั กาล แปลวา จง เถดิ ขอจง กรณุ า โปรด ชว ย ปรัสสบท อตั ตโนบท บุรุษ เอก. พห.ุ เอก. พห.ุ โยคะ ปฐมบรุ ุษ ตุ อนฺตุ ตํ อนฺตํ นามโยคะ มัชฌมิ บรุ ษุ หิ ถ สสุ วโห ตมุ ฺหโยคะ อตุ ตมบรุ ุษ มิ ม เอ อามหฺ เส อมฺหโยคะ
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๕ สตั ตมี เปน ปจจุบนั กาล แปลวา ควร พงึ ปรสั สบท อัตตโนบท บรุ ุษ เอก. พหุ. เอก. พหุ. โยคะ ปฐมบรุ ษุ เอยยฺ เอยฺยุ เอถ เอรํ นามโยคะ มัชฌิมบุรุษ เอยยฺ าสิ เอยยฺ าถ เอโถ เอยฺยวฺโห ตุมหฺ โยคะ อุตตมบุรุษ เอยยฺ ามิ เอยยฺ าม เอยฺยํ เอยฺยามเฺ ห อมหฺ โยคะ ปโรกขา เปนอดตี กาลลว งแลว ไมมกี ำหนด แปลวา แลว ปรสั สบท อัตตโนบท บุรษุ เอก. พหุ. เอก. พห.ุ โยคะ ปฐมบรุ ษุ อ อุ ตถฺ เร นามโยคะ มัชฌมิ บรุ ุษ เอ ตถฺ ตฺโถ วฺโห ตุมฺหโยคะ อุตตมบรุ ษุ อํ มหฺ อึ มฺเห อมหฺ โยคะ หยี ยตั ตนี เปน อดตี กาลลว งแลว เม่ือวาน แปลวา แลว ได...แลว ปรสั สบท อตั ตโนบท บุรุษ เอก. พหุ. เอก. พห.ุ โยคะ ปฐมบรุ ษุ อา อู ตถฺ ตถุ นามโยคะ มัชฌมิ บุรุษ โอ ตถฺ เส วหฺ ํ ตมุ หฺ โยคะ อตุ ตมบุรษุ อํ มหฺ อึ มฺหเส อมหฺ โยคะ อัชชัตตนี เปน อดตี กาลลวงแลว ในวนั นี้ แปลวา แลว ได...แลว ปรสั สบท อัตตโนบท บรุ ษุ เอก. พหุ. เอก. พห.ุ โยคะ ปฐมบรุ ุษ อี อุ อา อู นามโยคะ มัชฌิมบรุ ษุ โอ ตถฺ เส วหฺ ํ ตุมฺหโยคะ อตุ ตมบรุ ุษ อึ มหฺ า อํ มเฺ ห อมฺหโยคะ
ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๖ ภวสิ สันติ เปน อนาคตกาลของปจ จบุ ัน แปลวา จัก จะ ปรสั สบท อตั ตโนบท บรุ ษุ เอก. พห.ุ เอก. พห.ุ โยคะ ปฐมบรุ ุษ สสฺ ติ สฺสนตฺ ิ สฺสเต สฺสนเฺ ต นามโยคะ มัชฌมิ บุรุษ สสฺ สิ สสฺ ถ สฺสเส สสฺ วเฺ ห ตมุ หฺ โยคะ อตุ ตมบรุ ุษ สฺสามิ สฺสาม สฺสํ สสฺ ามเฺ ห อมหฺ โยคะ กาลาตปิ ต ติ เปนอนาคตกาลของอดีต แปลวา จกั ...แลว จักได. ..แลว ปรัสสบท อัตตโนบท บุรษุ เอก. พหุ. เอก. พห.ุ โยคะ ปฐมบรุ ษุ สสฺ า สสฺ สํ ุ สสฺ ถ สฺสึสุ นามโยคะ มัชฌิมบรุ ุษ สฺเส สสฺ ถ สสฺ เส สสฺ วเฺ ห ตุมหฺ โยคะ อุตตมบรุ ษุ สฺสํ สฺสามหฺ า สฺสํ สฺสามหฺ เส อมฺหโยคะ ตวั อยา ง สัททปทมาลา วตั ตมานาวิภตั ติ ภูธาตุ กตั ตุ (ยอ มมี ยอ มเปน ) ปรสั สบท อตั ตโนบท บรุ ษุ เอก. พหุ. เอก. พห.ุ โยคะ ปฐมบรุ ษุ ภวติ ภวนตฺ ิ ภวเต ภวนเฺ ต นามโยคะ มัชฌมิ บรุ ษุ ภวสิ ภวถ ภวเส ภววฺเห ตมุ หฺ โยคะ อุตตมบุรุษ ภวามิ ภวาม ภเว ภวามเฺ ห อมหฺ โยคะ อุทาหรณ ๑. โส ปณฑฺ ิโต ภวติ, เต ปณฑฺ ติ า ภวนตฺ ิ. ๒. ตวฺ ํ ปณฑฺ ิโต ภวสิ, ตุมเฺ ห ปณฺฑติ า ภวถ. ๓. อหํ ปณฑฺ โิ ต ภวามิ, มยํ ปณฑฺ ติ า ภวาม. ๔. โส สมาธึ ภาเวติ, เต สมาธึ ภาเวนตฺ .ิ ๕. ตวฺ ํ สทธฺ ํ ภาเวส,ิ ตุมเฺ ห ปฺ ํ ภาเวถ. ๖. อหํ กสุ ลํ ภาเวมิ, มยํ เมตตฺ ํ ภาเวม. ๗. เตน เวทนา อนภุ ูยต,ิ เตน เวทนาโย อนภุ ยู นฺติ. ๘. ตยา ทุกขฺ ํ อนภุ ยู ต,ิ ตุมเฺ หหิ โสมนสสฺ า อนุภูยนตฺ .ิ ๙. มยา สขุ ํ อนุภยู ต,ิ อมเฺ หหิ โทมนสสฺ เวทนาโย อนุภยู นฺติ
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๗ ๑๐. ปุคฺคเลน ปรุ ิสํ สมาธิ ภาวยี ติ, ปคุ คฺ เลน ปรุ สิ ํ สมาธโย ภาวียนฺติ ๑๑. ตยา มํ สมาธิ ภาวียติ, ตุมฺเหหิ อุปาสกํ สมาธโย ภาวยี นตฺ ิ ๑๒. มยา ตวํ สมาธิ ภาวยี ติ, อมเฺ หหิ มนุสเฺ ส สมาธโย ภาวียนตฺ ิ. ปญ จมวี ภิ ัตติ ปจธาตุ กตั ตุ (จงหงุ จงตม) ปรสั สบท อตั ตโนบท บรุ ุษ เอก. พห.ุ เอก. พห.ุ โยคะ ปฐม. ปจตุ ปจนฺตุ ปจตํ ปจนตฺ ํ นาม. มัชฌมิ . ปจ ปจาหิ ปจถ ปจสฺสุ ปจวโฺ ห ตุมฺห. อุตตม. ปจามิ ปจาม ปเจ ปจามเส อมฺห. อทุ าหรณ ๑. สโู ท โอทนํ ปจตุ, ปจตํ. สทู กา โอทนํ ปจนตฺ ุ, ปจนตฺ .ํ ๒. ตวฺ ํ โอทนํ ปจ, ปจาห,ิ ปจสฺส.ุ ตมุ ฺเห โอทนํ ปจถ, ปจวโฺ ห. ๓. อหํ โอทนํ ปจามิ, ปเจ. มยํ โอทนํ ปจาม, ปจามเส. ๔. อิมสมฺ ึ ทิเน เช ตวฺ ํ มุทกุ ํ โอทนํ ปจ. ๕. ตวฺ ํ เสวฺ เตสํ ภตตฺ ํ ปจาหิ. ๖. สาธุ ภนเฺ ต อธวิ าเสถ, ยาคุ เต ปาจาเปมิ. ๗. มยํ โอทนจฺ พยฺ ชฺ นจฺ สูปฺจ เอกโตว ปาจาปยาม. ๘. ทายกา อารามกิ ภิกขฺ สุ สฺ อาคนตฺ ุกภิกขฺ ุสสฺ จ ภกิ ขฺ ํ ปาจยนตฺ .ุ ๙. สูเทน โอทโน ปจียต,ุ ยาคุ สทู ิกาย ปจจฺ ตํ. ๑๐. สามิเกน สทู ํ ปหูโต โอทโน ปาจาปยต.ุ ๑๑. น ปจามิ น ปาเจมิ น ฉนิ ฺทามิ น เฉทเย ตํ มํ อกิ ฺจนํ ญตวฺ า สพฺพปาเปหิ อารตํ (ข.ุ ชา. ๒๗/๒๘๕/๓๒๔) สัตตมีวิภตั ติ คมธุ าตุ กัตตุ (พงึ ไป ควรไป) ปรัสสบท อตั ตโนบท บรุ ุษ เอก. พห.ุ เอก. พหุ. โยคะ ปฐม. คจฺเฉ คจเฺ ฉยยฺ คจฺฉุ คจฺเฉยยฺ ุ คจเฺ ฉถ คจเฺ ฉรํ นาม. มชั ฌมิ . คจเฺ ฉ คจเฺ ฉยยฺ าสิ คจเฺ ฉยยฺ าถ คจฺเฉโถ คจเฺ ฉยฺยาวโฺ ห ตุมหฺ . อุตตม. คจเฺ ฉ คจฺเฉยฺยามิ คจฺเฉยฺยาม คจเฺ ฉ คจฺเฉยยฺ ํ คจเฺ ฉยฺยามฺเห อมหฺ . อุทาหรณ ๑. โส คามํ คจเฺ ฉยยฺ , เต คามํ คจเฺ ฉยฺย.ุ
ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๘ ๒. ตวฺ ํ อตตฺ โน คามํ คจฺเฉยฺยาสิ, ตมุ ฺเห อตตฺ โน คามํ คจเฺ ฉยฺยาถ. ๓. อหํ อรฺ ํ วา นทึ วา คจฺเฉยฺยามิ, มยํ อรฺ ํ วา นทึ วา คจเฺ ฉยยฺ าม. ๔. น หิ เอเตหิ ยาเนหิ คจเฺ ฉยฺย อคตํ ทิสํ ยถาตฺตนา สทุ นเฺ ตน ทนโฺ ต ทนฺเตน คจฺฉติ. (ขุ.ธ. ๒๕/๓๒๓/๗๒) ปโรกขาวิภตั ติ พรธู าตุ กตั ตุ ปรสั สบท (กลา วแลว , พดู แลว ) บรุ ษุ เอก. พหุ. โยคะ ปฐม. อาห อาหุ อาหํสุ นาม. มัชฌิม. อาเห อาหิตถฺ ตุมฺห. อตุ ตม. อาหํ อาหมิ หฺ อมหฺ . ปโรกขาวิภัตตนิ ี้ มีใชนอ ย จงึ แสดงไวเ ทา น้ี อุทาหรณ เย ธมมฺ า เหตปุ ปฺ ภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต อาห เตสจฺ โย นโิ รโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ. (ข.ุ อป. ๓๒/๒๘๖/๓๖) หิยยตั ตนีวภิ ตั ติ วจธาตุ กตั ตุ ปรัสสบท (กลา วแลว , พดู แลว ) บุรุษ เอก. พห.ุ โยคะ ปฐม. อวจา อวจู นาม. มชั ฌมิ . อวจ อวโจ อวจุตถฺ ตมุ ฺห. อตุ ตม. อวจ อวจํ อวจมหฺ า อมหฺ . หยิ ยตั ตนวี ิภตั ติน้ี มีใชน อ ย จึงแสดงไวเ ทา น้ี อัชชตนีวิภตั ติ กรธาตุ กตั ตุ (ทำแลว ไดท ำแลว ) ปรสั สบท ปรัสสบท บุรษุ เอก. พห.ุ เอก. ปฐม. อกาสิ อกาสุ อกริ พหุ. โยคะ มัชฌมิ . อกาสิ อกาสติ ถฺ อกริ อุตตม. อกาสึ อกาสมิ ฺห อกรึ อกรสึ ุ อกสํ ุ อกรุ นาม. อกรติ ถฺ ตุมหฺ . อกรมิ ฺห อมหฺ .
ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๙ อทุ าหรณ ๑. โส โรทิตวฺ า ปรเิ ทวติ วฺ า ปตุ สรรี กจิ ฺจํ อกาส.ิ ๒. ปณฑฺ ติ า จติ ตฺ มตตฺ โน อชุ ุกํ อกสํ .ุ ๓. อกาสึ สตถฺ ุ วจนํ ยถา มํ โอวที ชโิ น. (ขุ.เถร. ๒๖/๖๒๖/๓๕๙) ภวสิ สันตวิ ภิ ัตติ สุธาตุ กตั ตุ (จกั ฟง ) ปรัสสบท ปรัสสบท บุรษุ เอก. พหุ. เอก. พห.ุ โยคะ ปฐม. สณุ ิสสฺ ติ สณุ ิสสฺ นฺติ สณุ สิ สฺ เต สุณสิ สฺ นฺเต นาม. มัชฌมิ . สณุ ิสสฺ สิ สณุ สิ สฺ ถ สณุ ิสสฺ เส สุณิสสฺ วเฺ ห ตุมฺห. อุตตม. สณุ สิ สฺ ามิ สณุ สิ สฺ าม สุณิสสฺ ํ สณุ สิ สฺ ามเฺ ห อมหฺ . กาลาติปต ติวภิ ตั ติ กรธาตุ กตั ตุ (จักไดทำแลว ) ปรสั สบท ปรสั สบท บุรษุ เอก. พห.ุ เอก. พหุ. โยคะ ปฐม. อกรสิ ฺส อกรสิ ฺสสํ ุ อกรสิ ฺสถ อกรสิ ฺสสิ ุ นาม. มัชฌมิ . อกรสิ ฺเส อกรสิ ฺสถ อกรสิ ฺสเส อกรสิ ฺสวเฺ ห ตุมหฺ . อตุ ตม. อกรสิ ฺสํ อกรสิ สฺ ามหฺ อกรสิ ฺสึ อกรสิ ฺสามฺหเส อมฺห. อุทาหรณ ๑. สททฺ ํ อนิทสสฺ นํ สปปฺ ฏฆิ ํ สุณิ วา สณุ าติ วา สณุ ิสฺสติ วา. ๒. โส เจ หยิ ฺโย กมฺมนฺตํ อกรสิ สฺ , อชชฺ กหาปณานิ อลภสิ ฺส. ๓. สเจ อทิ านิ อเนสนํ กรสิ สฺ ํ, อายตมิ ปฺ ทลุ ฺลภสุโข ภวสิ สฺ าม.ิ ตัวอยา งกริ ิยาอาขยาตทม่ี ีใชม าก ภวู าทิคณะ ภวติ ภวนตฺ ิ ยอมมี-เปน พฺรหู ิ พฺรูถ จงบอก-กลาว ยอมปรารถนา โหติ โหนตฺ ิ ยอมมี-เปน อจิ เฺ ฉติ เอสติ ยอ มสำรวม ยอ มเขา อยู ภวตุ ภวนตฺ ุ จงมี-เปน สฺมติ ยอ มเสวย โหตุ โหนตฺ ุ จงมี-เปน อจฉฺ ติ อปุ าสติ อโหสิ อเหสุ ไดม -ี เปน แลว อนุโภติ
ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๐ ภเว ภเวยฺย พึงม-ี เปน ลภติ ลภนฺติ ยอมได สิยา สยิ ุ พึงม-ี เปน อลภิ อลภสึ ุ ไดไดแ ลว ลภิสสฺ ติ จกั ได วจติ วจนตฺ ิ ยอมกลาว วุจจฺ ติ วุจฺจเต ยอ มถูกกลา ว อโวจ ไดก ลา วแลว วสติ วสนฺติ ยอมอยู วจฉฺ ติ วจฉฺ าม2ิ2๑ จักอยู โรทติ โรทนตฺ ิ ยอ มรอ งไห คจฉติ คจฺฉนตฺ ิ ยอ มไป คจฉฺ คจฉฺ าหิ จงไป วหติ วหนฺติ ยอ มนำไป อคมาสิ ไดไ ปแลว อชฌฺ คา บรรลแุ ลว ชีรติ ชรี นฺติ ยอมแก อกฺโกสติ ยอมดา อกฺโกจฺฉิ ไดด า แลว อกฺโกสิ ไดด า แลว อธิวาเสตุ จงใหอยทู ับ มรติ มียฺยติ ยอมตาย เทเสตุ จงแสดง ปสฺสติ ปสสฺ นตฺ ิ ยอมดู-เหน็ นสิ ที ติ ยอ มน่งั ทกขฺ ติ ทกขฺ นฺติ ยอมดู-เหน็ นสิ ที ิ นิสที สึ ุ น่งั แลว ยชติ ยชนตฺ ิ ยอ มบชู า วชฺเชติ วชชฺ ติ ยอมกลา ว วเทติ วทติ ยอ มกลา ว วเทมิ วทามิ ยอ มกลา ว จลติ จฺจลติ ยอ มหวน่ั ไหว ตทุ ติ ตทุ นฺติ ยอ มทิม่ แทง ฌายติ ฌายนฺติ ยอมคดิ -เพง อุทฺทิสติ ยอมสวด ปวิสติ ปวสิ นฺติ ยอมเขาไป ลิขติ ลิขนตฺ ิ ยอมขีดเขียน ผสุ ติ ผุสนตฺ ิ ยอมสัมผสั เสติ เสนฺติ ยอ มนอน สยติ สยนตฺ ิ ยอ มนอน ปว ติ ปวนตฺ ิ ยอมด่มื ติ ติ ติ นฺติ ยอ มตั้งไว อตถฺ ิ สนตฺ ิ ยอ มมี อตฺถุ สนตฺ ุ จงมี อสสฺ อสฺสุ พึงม-ี เปน หนตฺ ิ หนติ ยอ มเบยี ดเบียน อาห อาหุ กลา วแลว หฺติ ยอมถูกฆา ชหาติ ชหนตฺ ิ ยอ มสละ ททาติ ททนฺติ ยอ มให เทติ เทนตฺ ิ ยอมให ทชชฺ า ทชชฺ ํ พงึ ให ควรให อทาสิ อทสํ ุ ไดใ หแ ลว นเิ ธติ นิเธนตฺ ิ ยอ มฝง ไว ๑ วสฺ ธาตุ แปลงเปน วจฺฉ ลง สสฺ ติ และ สสฺ ามิ วิภตั ติ แลวลบ สสฺ เสยี สำเรจ็ เปน วจฺฉติ และ วจฉฺ ามิ
ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๑ รธุ าทคิ ณะ ยอมปด-กนั้ ฉินทฺ ติ ฉนิ ทฺ นตฺ ิ ยอมตดั รนุ ธฺ ติ รุนฺธนตฺ ิ ยอ มประกอบ ภฺุชติ ภฺุชนฺติ ยอมกนิ ยุ ฺชติ ยุชฺ นฺติ ยอมปลอ ย-พน มุ ฺจติ มุ ฺจนตฺ ิ สพิ ฺพติ สพิ ฺพนตฺ ิ ยอมเยบ็ ยอ มรงุ เรือง พุชฌฺ ติ พชุ ฌฺ นตฺ ิ ยอ มตรสั รู ทวิ าทิคณะ ยอ มอบุ ตั ิ-เกดิ กุชฌฺ ติ กชุ ฌฺ นฺติ ยอมโกรธ ทิพพฺ ติ ทิพพฺ นฺติ ยอมตอ สู มยฺ ติ มญฺ นฺติ ยอ มรู อปุ ปฺ ชชฺ ติ ยอ มผูกรดั สมมฺ ติ สมมฺ นตฺ ิ ยอ มสงบ ยุชฌฺ ติ ยชุ ฺฌนตฺ ิ ยอ มสมาทาน ชายติ ชายนตฺ ิ ยอ มเกดิ สนนฺ ยหฺ ติ ยอ มโกรธ สมาทิยติ ปหณิ าติ ยอมสง ไป กุปฺปติ กปุ ปฺ นตฺ ิ ยอ มฟง มิโนติ มินนฺติ ยอ มใสไว ยอมสำรวม สฺวาทิคณะ ยอมบรรลุ ชินาติ ชนิ นฺติ ยอมชนะ สุณาติ สโุ ณติ ชานาติ ชานนฺติ ยอมรู อาวณุ าติ ยอมขาย วิชานิยา วชิ ฺา พงึ รแู จง ปาปณุ าติ ยอมกอ -สะสม อฺญาสิ ไดร แู ลว ยอ มรูแ จง ลนุ าติ ลนุ นฺติ ยอมตดั -เด็ด กยิ าทคิ ณะ รดู แี ลว คณหฺ ติ คณหฺ าติ ยอมถอื เอา วิกกฺ ีณาติ ยอ มนบั ถือ คณฺหิ คณฺหึสุ ถอื เอาแลว จินาติ จนิ นตฺ ิ ยอ มหวน่ั ไหว อุคคฺ ณหฺ าติ ยอมถอื เอา วิชานาติ ยอ มถกู ถือเอา สมชานิ สชฺ านิ ไดถอื เอาแลว มินาติ มนิ นฺติ ธุนาติ ธุนนฺติ คยฺหติ คยฺหนฺติ อคฺคเหสิ
ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๒ ตนาทคิ ณะ ยอมแผไป กโรติ กโรนตฺ ิ ยอ มทำ ตโนติ ตโนนตฺ ิ ยอ มทำ กุรเุ ต ยอ มทำ กุพฺพนฺติ พึงทำ ควรทำ กยริ า กยริ ุ พึงทำ ควรทำ กเร กเรยยฺ ไดท ำแลว อกริ อกรสึ ุ ไดทำแลว อกาสิ อกาสุ ไดท ำแลว กาหติ กาหนตฺ ิ จกั ทำ กรสึ ุ อกสํ ุ จกั ทำ อภสิ งขฺ โรติ ยอ มปรุงแตง กรสิ สฺ ติ กริสสฺ ํ ยอมบรรลุ สกฺโกติ สกโฺ กนตฺ ิ ยอ มสามารถ ปปฺโปติ ปปโฺ ปนฺติ จุราทคิ ณะ ยอ มลัก-ขโมย โจรยติ โจรยนฺติ ยอมลกั -ขโมย โจเรติ โจเรนตฺ ิ ยอมคดิ จนิ เฺ ตสิ จนิ ฺตยิ คิดแลว จินฺเตติ จนิ ฺตยติ ยอมปรึกษา ปาเลติ ปาลยติ ยอมรกั ษาไว มนฺเตติ มนตฺ ยติ ยอมสบื ตอ เวเทติ เวทยติ ยอ มรู ฆาเฏติ ฆาฏยติ ยอมนบั คเณติ คณยติ บทกริ ิยาอาขยาตในประโยคบาลี ตอ งมี บุรุษ และ วจนะ ตรงกับบทประธานทเ่ี ปน นามศพั ท ตุมหฺ และ อมฺห ศัพทเสมอ ๓.๙ กติ ก กติ ก คือชอ่ื ของศัพททปี่ ระกอบดว ยธาตแุ ละปจจัยหมหู นงึ่ ซึ่งเปน เคร่ืองกำหนดหมายเนื้อความ ของนามศพั ท และกริ ยิ าศัพทท ตี่ า งๆ กัน มี ๒ อยาง คอื นามกติ ก เปนนามศัพท และ กริ ยิ ากติ ก เปนกริ ยิ า ศพั ท กิตก ทง้ั สองอยางนล้ี ว นมีธาตุเปนทต่ี ้ังทงั้ สนิ้ นามกติ ก นามกติ ก คอื ธาตุ ปจ จัย และวภิ ัตติ ประกอบกนั เขา แลวสำเร็จรปู เปน สุทธนามกม็ ี เปน คุณนามก็ มี แตเนอ่ื งจากนามกิตกเ ปน ศพั ททีส่ ำเร็จมาจากรปู วเิ คราะห นามกติ กน ี้จึงจดั เปน สาธนะ มีปจ จัยเปน เคร่ือง กำหนดหมายวา ศัพทน ี้ เปน สาธนะนัน้ ๆ เพ่อื จะทำใหม ีเนื้อความแปลกกนั สาธนะ ศพั ทท ที่ านใหส ำเรจ็ มาแตรปู วิเคราะห แบง เปน ๗ อยางคอื กตั ตสุ าธนะ กมั มสาธนะ ภาวสาธนะ กรณสาธนะ สมั ปทานสาธนะ อปาทานสาธนะ และอธกิ รณสาธนะ กตั ตุสาธนะ ศัพทที่เปน ช่ือของผูทำ คือ ผปู ระกอบกริ ยิ าน้นั เชน กุมฺภกาโร ผทู ำซ่ึงหมอ ทายโก ผใู ห โอวาทโก ผกู ลา วสอน สาวโก ผูฟง เปน ตน
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๓ กัมมสาธนะ ผทู ำๆซ่งึ สิ่งใด ศัพททีเ่ ปนชอ่ื ของส่งิ นน้ั เชน ปโ ย เปน ทรี่ ัก รโส วสิ ยั เปนท่ียนิ ดี เปน ตน ศพั ทท ี่เปน ช่อื ของส่ิงของทเี่ ขาทำ เชน กิจจฺ ํ กรรมอนั เขาพงึ ทำ ทานํ สง่ิ ของอนั เขาพึงให เปน ตน ภาวสาธนะ ศพั ทบ อกกริ ิยา คือความทำหรอื การทำของผูทำ เชน คมนํ การไป านํ การยนื นสิ ชฺชา การนั่ง สยนํ การนอน มรณํ ความตาย เปน ตน กรณสาธนะ ผูทำๆ ดว ยส่ิงใด ศพั ททเี่ ปน ชอื่ ของสง่ิ นน้ั เชน พนธฺ นํ วตั ถเุ ปน เครื่องผกู ปหรณํ วัตถุเปน เครือ่ งประหาร วิชฌฺ นํ วตั ถเุ ปน เครื่องเจาะ เปน ตน สมั ปทานสาธนะ ผทู ำใหแ กผูใดหรอื แกส่งิ ใด ศพั ทท่ีเปนชอ่ื ของผนู ั้น ของสงิ่ นนั้ เชน สมฺปทานํ วตั ถเุ ปน ทมี่ อบให เปนตน อปาทานสาธนะ ผทู ำไปปราศจากสิ่งใด ศพั ทท ่เี ปน ชอ่ื ของสงิ่ นั้น เชน ปภสสฺ โร แดนสรา นออก แหงรัศมี ปภโว แดนเกิดกอน ภีโม แดนกลวั เปน ตน อธกิ รณสาธนะ ผูทำๆในที่ใด ศพั ทท่ีเปน ช่อื ของทนี่ ้ัน เชน านํ เปนทต่ี ั้ง อาสนํ เปน ทนี่ ั่ง สยนํ เปน ทนี่ อน เปน ตน รูปวิเคราะห หมายถงึ การกระจายศพั ท หรือ การแยกศัพทอ อกใหเ หน็ ธาตุ วภิ ัตติ และ ปจจยั เปนตน เพื่อใหส ำเร็จเปน สาธนะ จัดเปน ๓ รูป คือ กตั ตรุ ปู กมั มรปู และ ภาวรปู รปู วเิ คราะหแ หง สาธนะใด เปน กตั ตวุ าจกกด็ ี เปน เหตกุ ตั ตวุ าจกกด็ ี สาธนะนัน้ เปน กตั ตรุ ปู รปู วเิ คราะหแ หง สาธนะใด เปน กมั มวาจกกด็ ี เปน เหตกุ มั มวาจกกด็ ี สาธนะนนั้ เปน กัมมรปู รูปวเิ คราะหแ หง สาธนะใด เปน ภาววาจก สาธนะนน้ั เปน ภาวรูป ธาตุ ในนามกติ กน ้ี คือธาตทุ งั้ ๘ หมวด เหมือนธาตใุ นอาขยาต วิภัตติ ในนามกติ ก คอื วิภัตติ ๑๔ ตัว เหมอื นกับวิภัตติในนามศัพท ปจ จัย ในนามกติ กสำหรับประกอบกบั ธาตนุ ้ัน กเ็ พอ่ื ใหส ำเรจ็ เปน สาธนะทม่ี ีความหมายตามศพั ท รูปวเิ คราะห จัดเปน ๓ พวก คือ ๑.กติ ปจ จัย สำหรับประกอบศพั ทท่ีเปนกัตตุรปู กัตตสุ าธนะ อยางเดียว ๒.กจิ จปจจัย สำหรับประกอบศัพทท เ่ี ปน กมั มรูป กมั มสาธนะ และ ภาวรปู ภาวสาธนะ เทานัน้ ๓.กติ กจิ จปจ จยั สำหรับประกอบศพั ทไดทกุ รูป ทกุ สาธนะ ปจจัยท้ัง ๓ พวก มดี ังนี้ คือ ๑.กติ ปจ จัย มีปจ จยั ๕ ตวั คอื กฺวิ ณี ณวฺ ุ ตุ รู ๒.กิจจปจ จัย มปี จ จัย ๒ ตวั คือ ข ณยฺ ๓.กิตกจิ จปจ จัย มีปจจยั ๗ ตวั คอื อ อิ ณ ตเว ติ ตุ ยุ
ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๔ ตัวอยา งนามกติ ก มดี ังนี้ กวฺ ิ ปจ จยั พระผูมีพระภาค พระองคใ ด ยอ มเปน เอง เหตุนนั้ สยํ ภวตตี ิ สยมฺภ.ู (ภควา) พระผมู ีพระภาคพระองคน นั้ ชอ่ื วา สยัมภู(พระผเู ปน เอง) อเุ รน คจฉฺ ตีติ อรุ โค.(สตฺโต) สยํ บทหนา ภู ธาตุ ในความเปน ลบ กฺวิ เอานคิ คหิตเปน มฺ สํ สุุ ขนตตี ิ สงโฺ ข.(สตโฺ ต) สัตวใด ยอมไป ดว ยอก เหตนุ ้ัน สตั วนนั้ ช่อื วา อุรคะ (ผไู ปดวยอก) อุร บทหนา คมฺ ธาตุ ในความไป ลบทส่ี ุด ธาตดุ ว ยอำนาจ กวฺ ิ และ ลบ กวฺ ิ เสีย สตั วใ ด ยอ มขดุ ดี คือวา ดว ยดี เหตนุ ้ัน สตั วน ้นั ชือ่ วา สงั ขะ(ผขู ดุ ดี) สํ บทหนา ขนฺ ธาตุ ในความขดุ เอานิคคหิต เปน งฺ ลบที่สุดธาตุ และลบ กฺวิ ณี ปจ จัย ธมฺมํ วทติ สเี ลนาติ ธมมฺ วาท.ี (ชโน) ชนใด ยอ มกลาว ซงึ่ ธรรม โดยปกติ เหตุนั้น ชนนน้ั ช่อื วา ธมั มวาท(ี ผูกลาวซง่ึ ธรรมโดยปกติ) ปาป กโรติ สีเลนาติ ปาปการี.(ชโน) ชนใด ยอ มกระทำ ซงึ่ บาป โดยปกติ เหตุนน้ั ชนนน้ั ช่อื วา ปาปการ(ี ผูก ระทำซงึ่ บาปโดยปกต)ิ ปาป บทหนา กรฺ ธาตุ ในความกระทำ ปจ จัยเนอื่ งดว ย ณ ทฆี ะตน ธาตุ แลวลบ ณ ธมมฺ ํ จรติ สเี ลนาติ ธมมฺ จารี.(ชโน) ชนใด ยอ มประพฤติ ซ่งึ ธรรม โดยปกติ เหตนุ น้ั ชนน้ัน ชอ่ื วา ธมั มจารี(ผปู ระพฤตซิ ่ึงธรรมโดยปกติ) ธมมฺ บทหนา จรฺ ธาตุ ในความประพฤติ,เท่ยี วไป ทฆี ะตน ธาตุ แลวลบ ณ ณวฺ ุ ปจจัย ชนใด ยอ มให เหตุนนั้ ชนนน้ั ช่ือวา ทายกะ(ผูใ ห) ทา ธาตุ เทตตี ิ ทายโก.(ชโน) ในความให ท่สี ดุ ธาตุเปนสระอา ใหล ง ย ปจจยั ในกตั ตุ เนตีติ นายโก.(ชโน) วาจก แปลง ณวฺ ุ เปน อก อนุสาสตตี ิ อนุสาสโก.(ชโน) ชนใด ยอมนำไป เหตนุ ั้น ชนนั้น ชอื่ วา นายกะ(ผนู ำไป) สุณาตตี ิ สาวโก.(ชโน) นี ธาตุ ในความนำไป พฤทธ์ิ อี เปน เอ แลว เอา เอ เปน อาย แปลง ณวฺ ุ เปน อก ชนใด ยอ มตามสอน เหตนุ ้ัน ชนนัน้ ชอื่ วา อนสุ าสกะ (ผูต ามสอน) อนุ บทหนา สาสฺ ธาตุ ในความสอน แปลง ณวฺ ุ เปน อก ชนใด ยอ มฟง เหตุนนั้ ชนนน้ั ชือ่ วา สาวกะ(ผูฟง) สุ ธาตุ ในความฟง พฤทธิ์ อุ เปน โอ แลวเอาเปน อาว แปลง ณวฺ ุ เปน อก
ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๕ ตุ ปจจัย ชนใด ยอมกระทำ เหตนุ น้ั ชนนน้ั ชอื่ วา กตั ตา(ผกู ระทำ) กโรตตี ิ กตตฺ า.(ชโน) กรฺ ธาตุ ในความกระทำ ธาตมุ พี ยัญชนะ ๒ ตวั ลงทา ย จฺ ชฺ ทฺ นฺ ปฺ รฺ ใหแ ปลงทส่ี ดุ ธาตุ เปน ตฺ ลง ตุ ปจจยั สำเร็จ วทตีติ วตตฺ า.(ชโน) เปน กตฺตุ นำไปแจกอยา ง สตฺถุ ปฐมาวิภตั ติ เอกวจนะ ชานาตตี ิ าตา.(ชโน) เปน กตตฺ า ธาเรตตี ิ ธาตา.(ชโน) ชนใด ยอ มกลา ว เหตนุ น้ั ชนน้นั ช่ือวา วตั ตา(ผกู ลาว) วทฺ ธาตุ ในความกลาว แปลงทีส่ ุดธาตุ เปน ตฺ ลง ตุ ปจ จัย สำเรจ็ เปน วตตฺ ุ ปฐมาวภิ ตั ติ เอกวจนะ เปน วตตฺ า ชนใด ยอ มรู เหตุนน้ั ชนนน้ั ชื่อวา ญาตา(ผูร )ู า ธาตุ ในความรู ลง ตุ ปจ จยั สำเรจ็ เปน าตุ ปฐมาวิภตั ติ เอกวจนะ เปน าตา ชนใด ยอมทรงไว เหตนุ ัน้ ชนนั้น ชอ่ื วา ธาตา(ผทู รงไว) ธา ธาตุ ในความทรงไว ลง ตุ ปจจัย สำเร็จเปน ธาตุ ปฐมาวภิ ัตติ เอกวจนะ เปน ธาตา รู ปจจยั ปารํ คจฺฉติ สเี ลนาติ ปารค.ู (ชโน) ชนใด ยอ มถงึ ซงึ่ ฝง โดยปกติ เหตนุ นั้ ชนนนั้ ช่อื วา ปารคู (ผถู งึ ซงึ่ ฝงโดยปกต)ิ ปาร บทหนา คมฺ ธาตุ ในความไป,ถึง ลบทส่ี ดุ ธาตดุ ว ยอำนาจ รฺ แลว ลบ รฺ เสีย สำเรจ็ เปน ปารคู วิชานาติ สเี ลนาติ วิ ฺ .ู (ชโน) ชนใด ยอมรวู เิ ศษ โดยปกติ เหตนุ ้ัน ชนนนั้ ชอื่ วา วิญู (ผูรวู ิเศษโดยปกต)ิ วิ บทหนา า ธาตุ ในความรู ลง รู ปจจัย ลบ รฺ ซอน สำเรจ็ เปน วิฺ ู ภิกฺขติ สีเลนาติ ภกิ ฺขุ.(ชโน) ชนใด ยอ มขอ โดยปกติ เหตุนนั้ ชนนน้ั ชื่อวา ภกิ ขุ (ผขู อโดยปกติ) ภิกขฺ ธาตุ ในความขอ รู ปจ จัย รสั สะ อู เปน อุ ลบ รฺ สำเรจ็ เปน ภกิ ขฺ ุ ข ปจ จัย กรรมใด อนั บุคคล ยอมกระทำ โดยยาก เหตนุ น้ั กรรมนน้ั ทกุ ฺเขน กริยตีติ ทกุ กฺ รํ.(กมมฺ )ํ ชื่อวา ทุกกระ(อนั บุคคลกระทำโดยยาก) ทุ บทหนา สุเขน ภริยตตี ิ สุภโร.(ชโน) กรฺ ธาตุ ในความกระทำ ลบ ข ซอ น กฺ สำเรจ็ เปน ทุกกฺ รํ ทุกฺเขน รกฺขยิ ตตี ิ ทุรกขฺ .ํ (จติ ตฺ )ํ ชนใด อันบคุ คล ยอ มเล้ยี ง โดยงา ย เหตนุ น้ั ชนนน้ั ช่ือวา สภุ ระ(อนั บุคคลเล้ยี งโดยงา ย) สุ บทหนา ภรฺ ธาตุ ในความเล้ียง ลง ข ปจจยั ลบ ข เสยี จิตใด อนั บคุ คล ยอ มรกั ษา โดยยาก เหตนุ ้ัน จติ นน้ั ช่อื วา ทุรักขะ(อนั บุคคลรักษาไดโ ดยยาก) ทุ บทหนา รกฺข ธาตุ ในความรักษา ลง ข ปจ จัย ลบ ข เสีย
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๖ ณยฺ ปจจัย กรรมใด อนั บคุ คล พงึ กระทำ เหตนุ นั้ กรรมนน้ั ชอื่ วา กาตพฺพนฺติ การยิ .ํ (กมมฺ )ํ การยิ ะ(อนั บคุ คลพงึ กระทำ) กรฺ ธาตุ ในความกระทำ พฤทธิ์ เนตพฺพนฺติ เนยฺยํ.(วตถฺ )ุ อ เปน อา ลง อิ อาคม ลบ ณฺ เสยี สำเร็จเปน การยิ ํ วตตฺ พฺพนตฺ ิ วชชฺ ํ.(วจน)ํ วตั ถใุ ด อนั บคุ คล พึงนำไป เหตนุ ้นั วตั ถนุ ั้น ช่อื วา เนยยะ ทมิตพโฺ พติ ทมฺโม.(ชโน) (อันบุคคลพึงนำไป) นี ธาตุ ในความนำไป พฤทธ์ิ อี เปน ยฺุชิตพพฺ นตฺ ิ โยคคฺ ํ.(วตถฺ )ุ เอ ลบ ณฺ ซอ น ยฺ สำเรจ็ เปน เนยยฺ ํ คำใด อนั บคุ คล พงึ กลา ว เหตุนนั้ คำนน้ั ชอื่ วา วชั ชะ ครหิตพพฺ นฺติ คารยหฺ ํ.(กมมฺ )ํ (อนั บุคคลพงึ กลาว) วทฺ ธาตุ ในความกลา ว ลบ ณฺ แลว ทาตพฺพนตฺ ิ เทยยฺ .ํ (วตถฺ )ุ เอา ทฺ ท่ีสุดธาตุ กบั ย ทส่ี ดุ ปจจยั เปน ชชฺ สำเร็จเปน วชฺชํ ชนใด อนั บคุ คล พงึ ฝก เหตนุ น้ั ชนนัน้ ชื่อวา ทัมมะ (อนั บคุ คลพึงฝก) ทมฺ ธาตุ ในความฝก ลบ ณฺ แลวเอา มฺ ทส่ี ดุ ธาตุ กับ ย ที่สดุ ปจจยั เปน มฺม สำเรจ็ รูปเปน ทมโฺ ม วตั ถุใด อนั บคุ คล พึงประกอบ เหตนุ ้ัน วตั ถนุ น้ั ชอ่ื วา โยคคะ(อันบคุ คลพึงประกอบ) ยุชฺ ธาตุ ในความประกอบ ลบ ณฺ แลว เอา ชฺ ที่สดุ ธาตุ กบั ย ทสี่ ดุ ปจ จัย เปน คฺค สำเร็จเปน โยคคฺ ํ กรรมใด อนั บคุ คล พงึ ตเิ ตยี น เหตนุ น้ั กรรมนน้ั ช่อื วา คารัยหะ(อนั บุคคลพงึ ติเตยี น) ครหฺ ธาตุ ในความตเิ ตียน พฤทธิ์ อ เปน อา ลบ ณฺ แปร หฺ ไวหลงั ยฺ สำเร็จเปน คารยหฺ ํ วัตถใุ ด อนั บคุ คล พงึ ให เหตนุ ั้น วตั ถุนน้ั ชอื่ วา เทยยะ (อนั บุคคลพงึ ให) ทา ธาตุ ในความให ธาตมุ ี อา เปน ที่สดุ แปลง ณยฺ เปน เอยยฺ แลว ลบ อา สำเรจ็ เปน เทยฺยํ อ ปจจัย ปฏิ สํ ภชิ ชฺ ตตี ิ ปฏิสมฺภิทา.(ปฺ า) ปญ ญาใด ยอ มแตกฉาน ดี โดยตา ง เหตนุ ั้น ปญ ญานน้ั ชื่อวา ปฏสิ ัมภทิ า(แตกฉานดีโดยตา ง) ปฏิ และ สํ บทหนา ภิทฺ ธาตุ ในความแตก สำเรจ็ เปน ปฏสิ มภฺ ิทา หติ ํ กโรตตี ิ หติ กกฺ โร.(ชโน) ชนใด ยอ มกระทำ ซง่ึ ประโยชนเก้ือกูล เหตนุ ้นั ชนนนั้ ช่ือวา หติ กั กระ(ผูกระทำซง่ึ ประโยชนเ กือ้ กลู ) หติ บทหนา กรฺ ธาตุ ในความกระทำ ซอ น กฺ สำเร็จเปน หติ กกฺ โร ปมํ ภวติ เอตสฺมาติ ปภโว.(ปเทโส) แมนำ้ ยอ มเกิด กอ น แตป ระเทศนนั่ เหตนุ ัน้ ประเทศ นัน้ ชอ่ื วา ปภวะ(เปน แดนเกิดกอ น) ป บทหนา ภู ธาตุ ในความเปน พฤทธ์ิ อู เปน โอ เอาเปน อว สำเร็จเปน ปภโว อนนฺ ํ ททาตีติ อนฺนโท.(ชโน) ชนใด ยอ มให ซึ่งขาวน้ำ เหตุนนั้ ชนนน้ั ช่ือวา อันนทะ (ผูใหซึง่ ขา วน้ำ) อนนฺ บทหนา ทา ธาตุ ในความให ลง อ
ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๗ ปจ จัย คงไวแ ตเ สยี งสระ อะ ทา ยธาตุ สำเร็จเปน อนนฺ โท อิ ปจ จยั ประเทศใด ยอมทรงไว ซ่งึ นำ้ เหตนุ นั้ ประเทศน้ัน ช่อื วา อทุ กํ ทธาตตี ิ อทุ ธิ.(ปเทโส) อทุ ธ(ิ ทรงไวซงึ่ น้ำ) อทุ บทหนา ธา ธาตุ ในความทรงไว สนธฺ ิยตตี ิ สนฺธิ.(วาจา) ลบ อา แหง ธา ธาตุ ลง อิ ปจจัย สำเรจ็ เปน อทุ ธิ วาจาใด อันบคุ คล ยอมตอ เหตนุ ้นั วาจานนั้ ช่อื วา สนั ธิ นธิ ยิ ตตี ิ นิธิ.(สมปฺ ตตฺ )ิ (อนั บคุ คลตอ ) สํ บทหนา ธา ธาตุ ในความตอ ลบ อา แหง ธา ธาตุ ทำนิคคหติ สนธิ สํ เปน สนฺ ลง อิ ปจจัย สำเร็จเปน สนธฺ ิ สมบตั ใิ ด อนั บุคคล ฝง ไว เหตนุ นั้ สมบตั นิ ้ัน ช่อื วา นธิ ิ (อนั บุคคลฝงไว) นิ บทหนา ธา ธาตุ ในความฝงไว ลบ อา แหง ธา ธาตุ ลง อิ ปจจัย สำเรจ็ เปน นิธิ ณ ปจจัย กมฺมํ กโรตตี ิ กมฺมกาโร.(ชโน) ชนใด ยอ มกระทำ ซง่ึ กรรม เหตนุ ้นั ชนนนั้ ชื่อวา กัมมการะ(ผกู ระทำซงึ่ กรรม) กมฺม บทหนา กรฺ ธาตุ ในความกระทำ ทฆี ะสระตนธาตดุ ว ยอำนาจ ณ ปจ จัย สำเรจ็ เปน กมมฺ กาโร รชุ ชฺ ตตี ิ โรโค.(อาพาโธ) อาพาธใด ยอ มเสียดแทง เหตุนน้ั อาพาธนนั้ ชอื่ วา โรคะ (ผูเสยี ดแทง) รุชฺ ธาตุ ในความเสียดแทง เอา ชฺ เปน คฺ ทีฆะสระตน ธาตุ อุ เปน โอ ดว ยอำนาจ ณ ปจ จัย สำเร็จเปน โรโค วหติ พโฺ พติ วาโห.(ภาโร) ภาระใด อนั บคุ คล พึงนำไป เหตนุ ั้น ภาระนน้ั ชือ่ วา วาหะ (อันบุคคลพงึ นำไป) วหฺ ธาตุ ในความนำไป ทฆี ะสระตน ธาตุ อะ เปน อา ดวยอำนาจ ณ ปจจัย สำเร็จเปน วาโห ทุสสฺ ติ เตนาติ โทโส.(กเิ ลโส) ชน ยอ มประทษุ รา ย ดว ยกิเลสนนั้ เหตุนน้ั กเิ ลสนน้ั ช่อื วา โทสะ(เปนเหตปุ ระทุษราย) ทสุ ฺ ธาตุ ในความประทษุ รา ย ทีฆะสระตน ธาตุ อุ เปน โอ ดวยอำนาจ ณ ปจจยั สำเรจ็ เปน โทโส อาวสนตฺ ิ เอตถฺ าติ อาวาโส.(ปเทโส) ภิกษุทงั้ หลาย ยอ มอาศยั อยู ในประเทศนี้ เหตนุ น้ั ประเทศน้ี ชื่อวา อาวาสะ(เปน ทอี่ าศยั อยู) อา บทหนา วสฺ ธาตุ ในความอยู ทีฆะสระตนธาตุ อะ เปน อา ดว ยอำนาจ ณ ปจ จยั สำเร็จเปน อาวาโส
ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๘ ตเว ปจ จยั ปจจัยน้ี ใชในอรรถแหง จตตุ ถีวภิ ัตตนิ าม แปลวา “เพ่อื อนั ....” ดงั น้ี กาตเว เพือ่ อนั กระทำ แปลง กรฺ ธาตุ เปน กา สำเร็จเปน กาตเว คนฺตเว เพือ่ อนั ไป คมฺ ธาตุ แปลงทายธาตุ เปน นฺ สำเร็จเปน คนฺตเว สนฺตเว เพ่ืออนั สงบ สมฺ ธาตุ แปลงทา ยธาตุ เปน นฺ สำเรจ็ เปน สนตฺ เว หนตฺ เว เพอื่ อันฆา หนฺ ธาตุ ลง ตเว ปจ จยั สำเร็จเปน หนตฺ เว ชนฺตเว เพ่ืออันเกดิ ชนฺ ธาตุ ลง ตเว ปจจยั สำเร็จเปน ชนตฺ เว าตเว เพอ่ื อันรู า ธาตุ ลง ตเว ปจ จัย สำเร็จเปน าตเว ทาตเว เพอ่ื อันให ทา ธาตุ ลง ตเว ปจจยั สำเรจ็ เปน ทาตเว ปหาตเว เพ่ืออันละ ป บทหนา หา ธาตุ ในความละ ลง ตเว ปจ จยั สำเร็จเปน ปหาตเว าตเว เพอื่ อนั ยืน า ธาตุ ลง ตเว ปจ จยั สำเร็จเปน าตเว ปาตเว เพอื่ อันดมื่ ปา ธาตุ ในความดมื่ ลง ตเว ปจ จัย สำเรจ็ เปน ปาตเว เนตเว เพ่อื อนั นำไป นี ธาตุ ในความนำไป วิการ อี เปน เอ ลง ตเว ปจ จัย สำเรจ็ เปน เนตเว ติ ปจ จยั มฺตตี ิ มติ.(ปฺ า) ปญ ญาใด ยอมรู เหตุนนั้ ปญ ญาน้ัน ชอื่ วา มติ(ผูร )ู มนฺ ธาตุ ในความรู ลบที่สดุ ธาตุ ลง ติ ปจ จัย สำเรจ็ เปน มติ สรตตี ิ สต.ิ (ธมฺมชาติ) ธรรมชาตใิ ด ยอ มระลึก เหตุนนั้ ธรรมชาตนิ นั้ ชอื่ วา สติ (ผูร ะลึก) สรฺ ธาตุ ในความระลกึ ลบทีส่ ดุ ธาตุ ลง ติ ปจจัย สำเร็จเปน สติ สมฺปชชฺ ิตพฺพาติ สมฺปตตฺ ิ.(ธมฺมชาต)ิ ธรรมชาตใิ ด อนั บคุ คล พงึ ถงึ พรอ ม เหตุนนั้ ธรรมชาติ น้นั ช่อื วา สมั ปต ต(ิ อนั บคุ คลพึงถึงพรอม) สํ บทหนา ปทฺ ธาตุ ในความถงึ เอาท่ีสดุ ธาตุ เปน ตฺ เอานคิ คหติ ที่ สํ เปน มฺ ลง ติ ปจจัย สำเรจ็ เปน สมปฺ ตตฺ ิ คจฉฺ นฺติ เอตฺถาติ คต.ิ (ภมู )ิ ชนท้ังหลาย ยอ มไป ในภูมนิ ้ี เหตุนน้ั ภมู นิ ี้ ช่ือวา คติ (เปน ทไี่ ป) คมฺ ธาตุ ในความไป,ถงึ ลบทีส่ ดุ ธาตุ ลง ติ ปจ จัย สำเรจ็ เปน คติ ตุ ปจ จัย ปจ จยั นลี้ งในอรรถแหง ปฐมาวิภตั ติ แปลวา “อนั วาอนั .....” และลงในอรรถแหง จตุตถีวิภตั ตนิ าม แปลวา “เพอ่ื อนั ....” ดังนี้ กาตุ อันวาอนั กระทำ, เพอื่ อนั กระทำ กรฺ ธาตุ ในความกระทำ แปลง กรฺ ธาตุ เปน กา ลง ตุ ปจ จัย สำเร็จเปน กาตุ
ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๙ คนฺตุ อนั วาอันไป, เพ่ืออนั ไป คมฺ ธาตุ ในความไป แปลงที่สุด ธาตุ เปน นฺ ลง ตุ ปจจัย สำเร็จเปน คนตฺ ุ คตุ ฺตุ อันวา อันคมุ ครอง, เพ่อื อนั คุม ครอง คปุ ฺ ธาตุ ในความ คุม ครอง แปลงทสี่ ดุ ธาตเุ ปน ตฺ ลง ตุ ปจจัย สำเร็จเปน คุตตฺ ุ ปตตฺ ุ อนั วาอันถึง, เพ่ืออันถงึ ปทฺ ธาตุ ในความถงึ แปลงทส่ี ุด ธาตุ เปน ตฺ ลง ตุ ปจ จัย สำเร็จเปน ปตตฺ ุ ลทฺธุ อนั วา อันได, เพอื่ อันได ลภฺ ธาตุ ในความได แปลง ตุ ปจ จัย กับท่ีสดุ ธาตุ เปน ทฺธุ สำเร็จเปน ลทธฺ ุ โสตุ อนั วา อนั ฟง , เพอ่ื อนั ฟง สุ ธาตุ ในความฟง วกิ าร อุ เปน โอ ลง ตุ ปจ จยั สำเร็จเปน โสตุ มรติ ุ อันวา อันตาย, เพอ่ื อันตาย มรฺ ธาตุ ในความตาย ไมแปลง ทีส่ ดุ ธาตุ ตอ งลง อิ อาคม แลวลง ตุ ปจจยั สำเรจ็ เปน มริตุ ปาเลตุ อนั วาอนั เล้ยี งดู, เพอื่ อนั เลยี้ งดู ปาลฺ ธาตุ ในความเลย้ี งดู ลง เณ ปจจยั ประจำหมวดธาตุ ลง ตุ ปจจัย สำเร็จเปน ปาเลตุ ยุ ปจ จยั เจตยตตี ิ เจตนา.(ธมฺมชาติ) ธรรมชาตใิ ด ยอมคดิ เหตนุ นั้ ธรรมชาตนิ นั้ ชอ่ื วา เจตนา (ผคู ิด) จติ ฺ ธาตุ ในความคดิ พฤทธิ์ อิ เปน เอ แปลง ยุ ปจจัย เปน อน สำเรจ็ เปน เจตนา (อา การนั ต อติ ถีลงิ ค) กชุ ฺฌติ สเี ลนาติ โกธโน.(ชโน) ชนใด ยอมโกรธ โดยปกติ เหตนุ นั้ ชนนั้น ชื่อวา โกธนะ (ผโู กรธโดยปกต)ิ กธุ ฺ ธาตุ ในความโกรธ พฤทธิ์ อุ เปน โอ แปลง ยุ ปจ จยั เปน อน สำเร็จเปน โกธโน ภุ ชฺ ิตพพฺ นตฺ ิ โภชน.ํ (วตถฺ ุ) วัตถใุ ด อนั บคุ คล พงึ กิน เหตนุ น้ั วตั ถนุ นั้ ชอ่ื วา โภชนะ (อนั บคุ คลพึงกนิ ) ภุชฺ ธาตุ ในความกิน,บรโภค พฤทธิ์ อุ เปน โอ แปลง ยุ ปจจัย เปน อน สำเร็จเปน โภชนํ คจฉฺ ิยเตติ คมนํ. อนั บุคคล ยอ มไป เหตุนน้ั ชือ่ วา คมนะ(ความไป) คมฺ ธาตุ ในความไป, ถงึ แปลง ยุ ปจจยั เปน อน สำเรจ็ เปน คมนํ สวํ ณณฺ ยิ ติ เอตายาติ สํวณณฺ นา.(วาจา) เนอื้ ความ อนั บคุ คล ยอ มพรรณนาพรอ ม ดว ยวาจา นัน่ เหตนุ นั้ วาจานนั่ ชื่อวา สังวรรณนา(เปน เครอ่ื งอนั บคุ คล พรรณนาพรอม) สํ บทหนา วณฺณ ธาตุ ในความ พรรณนา แปลง ยุ ปจจัย เปน อน สำเรจ็ เปน สํวณฺณนา (อา การนั ต อติ ถลี งิ ค) สยนตฺ ิ เอตถฺ าติ สยน.ํ (าน)ํ ชนทงั้ หลาย ยอ มนอน ในทน่ี ้ี เหตนุ ัน้ ทนี่ ้ี ชอ่ื วา สยนะ (เปนทน่ี อน) สี ธาตุ ในความนอน พฤทธ์ิ อี เปน เอ แลว เอาเปน อยฺ แปลง ยุ ปจจยั เปน อน สำเรจ็ เปน สยนํ
ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๐ กริ ยิ ากติ ก กิริยากติ ก คอื ศัพทอนั เกดิ จากปจจยั หมหู นึง่ แลวสำเรจ็ เปน ศพั ทกริ ิยา มีองคประกอบรวมกนั ๖ อยา ง คอื วิภตั ติ วจนะ กาล ธาตุ วาจก และ ปจจยั ดงั นี้ วภิ ตั ติ วภิ ัตตแิ หงกริ ยิ ากติ กน นั้ ไมเ หมอื นวิภตั ตแิ หงอาขยาต ทตี่ อ งมบี ทและบรุ ุษเพอื่ กำหนดบท ประธานของประโยค สว นวภิ ตั ตแิ หง กริ ิยากติ กต อ งอาศยั วภิ ัตตนิ ามแทน โดยนามศพั ทเ ปนวิภตั ตแิ ละวจนะ ใด กิรยิ ากิตกก็เปนวิภตั ติและวจนะนนั้ ดว ย เชน สาวโก ธมมฺ ํ สตุ วฺ า โสตาปตตฺ ผิ ลํ ปตโฺ ต. สาวก ฟง แลว ซงึ่ พระธรรม บรรลแุ ลว ซง่ึ โสดาปตตผิ ล. สาวโก เปน ปฐมาวภิ ัตติ เอกวจนะ ปุงลงิ ค ปตโฺ ต ตอ งประกอบเปนปฐมาวิภตั ติ เอกวจนะ ปงุ ลงิ ค ดว ย กาล กริ ิยากติ กน แ้ี บง กาลทเ่ี ปนประธานได ๒ คือ ปจจบุ ันกาล และ อดตี กาล ตอ งกำหนดหมายรู ดว ย ปจ จยั เสมอ ปจจบุ ันกาล แบง เปน ๒ คอื ปจ จบุ นั แท แปลวา “....อยู” และ ปจจบุ นั ใกลอนาคต แปลวา “เม่ือ ...” อดตี กาล แบงเปน ๒ คือ อดตี กาลลว งแลว แปลวา “....แลว และ อดตี กาลลวงแลว เสรจ็ แปลวา “ครนั้ ...แลว” เชน อหํ ธมมฺ ํ สณุ นโฺ ต ปตึ ลภาม.ิ เรา ฟง อยู ซงึ่ ธรรม ยอมได ซ่ึงปต ิ (ปจจบุ นั แท อนตฺ ปจ จัย) ยาจโก อาหารํ ลภมาโน สฆี สีฆํ ภฺุชติ. คนขอทาน เมอ่ื ได ซงึ่ อาหาร ยอมกนิ อยางเรว็ (ปจจุบนั ไดอนาคต มาน ปจจัย) อุปาสโก รตนตยฺ ํ สรณํ คโต. อุบาสก ถงึ แลว ซ่ึงพระรตั นตรยั วา เปนทพี่ ่ึง (อดตี กาลลว งแลว ต ปจ จยั ) ปรุ ิโส ฆรํ คนตฺ วฺ า คพฺภํ ปวิ โ. บุรุษ คร้นั ถงึ แลว ซึ่งเรอื น เขาไปแลว สหู อ ง (อดตี กาลลว งแลว เสร็จ ตวฺ า ปจจยั ) วาจก กิรยิ าศัพทท่แี สดงลกั ษณะของบทประธาน ในกิริยากติ กน ี้ มี ๕ วาจก คอื กัตตุวาจก กัมมวาจก ภาววาจก เหตกุ ตั ตวุ าจก และ เหตุกัมมวาจก เหมอื นในกริ ิยาอาขยาต ตา งกนั แตว า ไมม บี ทและ บรุ ษุ อาศัยวภิ ตั ตนิ ามแทนเทาน้นั ดงั นี้ กัตตวุ าจก ภกิ ขฺ ุ คามํ ปณ ฺฑาย ปวิโ . ภิกษุ เขา ไปแลว สูหมบู า น เพื่อกอ นขา ว กมั มวาจก อธคิ โต โข มยายํ ธมโฺ ม. ธรรม น้ี อนั เรา ถงึ ทบั แลว แล ภาววาจก การเณเนตถฺ ภวติ พพฺ ํ. อันเหตุ ในสิง่ น้ี พึงมี เหตกุ ัตตวุ าจก กจฺฉโป หเํ ส อตตฺ านํ คณฺหาเปนฺโต เอกํ คามํ อนุปฺปตโฺ ต. เตา ยงั หงสท งั้ หลาย ใหถ อื เอาแลว ซง่ึ ตน ถงึ โดยลำดบั แลว ซงึ่ หมบู าน แหง หนง่ึ เหตกุ มั มวาจก ปาลิภาสา อาจริเยน สิสสฺ ํ สิกฺขาปต า.
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๑ ภาษาบาลี อนั อาจารย ยงั ศษิ ย ใหศ กึ ษาแลว ปจจัย ทา นจดั ไวสำหรับประกอบกบั กิรยิ ากติ ก จัดเปน ๓ พวก เหมือนปจจัยแหงนามกติ ก ดงั นี้ กิตปจ จัย มี ๓ ตวั คือ อนฺต ตวนตฺ ุ ตาวี กจิ จปจจยั มี ๒ ตวั คอื อนยี ตพฺพ กติ กิจจปจจยั มี ๕ ตวั คอื มาน ต ตนู ตวฺ า ตฺวาน ในปจจยั ทั้ง ๓ พวกนี้ ปจจยั ๒ ตวั คือ อนฺต มาน บอก ปจจบุ นั กาล ปจ จยั ๖ ตวั คือ ตวนฺตุ ตาวี ต ตนู ตฺวา ตวฺ าน บอก อดตี กาล ปจจัย ๒ ตวั คอื อนยี ตพฺพ บอก ความจำเปน คอื บอกเพยี งความเปน ไปของกริ ิยาอาการเทานน้ั ทานไมสงเคราะหเขาในปจจบุ ันกาล แตบ างตำราสงเคราะหในปจจบุ ันกาล อนตฺ ปจจัย สุณนฺโต ฟง อยู สุ ธาตุ ในความฟง + ณา + อนตฺ กโรนฺโต กระทำอยู กรฺ ธาตุ ในความกระทำ + โอ + อนตฺ กเถนโฺ ต กลา วอยู กถฺ ธาตุ ในความกลาว + เอ + อนตฺ คจฺฉนโฺ ต ไปอยู คมฺ ธาตุ ในความไป,ถึง + อ + อนตฺ ปาลยนฺโต รกั ษาอยู ปาลฺ ธาตุ ในความรักษา + ณย + อนตฺ ถา เปน อติ ถลี งิ ค เปน สุณนตฺ ี กโรนตฺ ี กเถนตฺ ี คจฺฉนตฺ ี ปาลยนตฺ ี ถาเปน นปุงสกลงิ ค เปน สณุ นฺตํ กโรนตฺ ํ กเถนตฺ ํ คจฉฺ นตฺ ํ ปาลยนตฺ ํ ตวนฺตุ ปจจยั สุ ธาตุ ในความฟง + ตวนตฺ ุ สตุ วา ฟง แลว ภุตฺตวา บริโภคแลว ภชุ ฺ ธาตุ ในความบรโิ ภค + ตวนตฺ ุ วสุ ิตวา อยแู ลว วสฺ ธาตุ ในความอยู + ตวนตฺ ุ ถา เปน ปุงลงิ คแ จกอยาง ภควนตฺ ุ ศพั ท ถาเปน อติ ถลี ิงคแจกอยา ง นารี ศัพท เปน สตุ วตี ภตุ ตฺ วตี วุสติ วตี เปน ทวลิ ิงค ไมมนี ปงุ สกลิงค ตาวี ปจ จัย สุ ธาตุ ในความฟง + ตาวี สุตาวี ฟง แลว ภตุ ฺตาวี บรโิ ภคแลว ภุชฺ ธาตุ ในความบริโภค + ตาวี วสุ ิตาวี อยูแ ลว วสฺ ธาตุ ในความอยู + ตาวี ถาเปน ปงุ ลงิ ค แจกอยา ง เสี ถาเปน อติ ถลี งิ ค ลง อนิ ี ปจ จัย เครอื่ งหมายอติ ถีลิงค แจกอยา ง นารี เปน สตุ าวนิ ี ภตุ ตฺ าวนิ ี วสุ ติ าวนิ ี ถา เปน นปุงสกลงิ ค รัสสะ อี เปน อิ แจกอยา ง อกขฺ ิ เปน สตุ าวิ ภตุ ตฺ าวิ วุสิตาวิ อนยี ปจ จยั อนั บุคคลพึงกระทำ กรฺ ธาตุ ในความกระทำ + อนีย กรณียํ อนั บุคคลพึงกลา ว วจฺ ธาตุ ในความกลาว + อนีย วจนียํ
ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๒ โภชนยี ํ อันบุคคลพงึ บรโิ ภค ภชุ ฺ ธาตุ ในความบริโภค + อนีย ขาทนยี ํ อันบคุ คลพึงเคี้ยว ขาทฺ ธาตุ ในความเค้ียว + อนีย ปูชนียํ อันบคุ คลพึงบูชา ปชู ฺ ธาตุ ในความบูชา,นบั ถอื + อนยี ภวนยี ํ อันบุคคลพึงมี-พงึ เปน ภู ธาตุ ในความมี ,ความเปน เอา อู เปน ว + อนีย ธาตมุ ี รฺ หรือ หฺ เปน ท่สี ดุ ให แปลง น แหง อนยี เปน ณ เชน กรณียํ เปน ตน ถา เปน ปงุ ลิงค แจกอยา ง ปรุ สิ ศพั ท ถา เปน อติ ถลี ิงค แจกอยาง กฺ า ศัพท ถา เปน นปงุ สกลงิ ค แจกอยา ง กลุ ศพั ท ตพฺพ ปจจยั อนั บคุ คลพงึ กระทำ กรฺ ธาตุ ในความกระทำ + ตพฺพ กตตฺ พพฺ ํ อันบคุ คลพึงกลา ว วทฺ ธาตุ ในความกลาว + ตพพฺ วตตฺ พฺพํ อันบคุ คลพึงบรโิ ภค ภุชฺ ธาตุ ในความบรโิ ภค + ตพพฺ ภฺุชติ พพฺ ํ อนั บุคคลพงึ ดมื่ ปา ธาตุ ในความดืม่ + ตพพฺ ปาตพพฺ ํ อันบคุ คลพึงรู า ธาตุ ในความรู + ตพพฺ าตพฺพํ อนั บคุ คลพึงให ทา ธาตุ ในความให + ตพพฺ ทาตพพฺ ํ อนั บคุ คลพึงละ ป บทหนา หา ธาตุ ในความละ + ตพฺพ ปหาตพพฺ ํ อันบุคคลพงึ ถงึ เฉพาะ ปฏิ บทหนา อิ ธาตุ ในความไป,ถงึ เอา อิ เปน ปจฺเจตพฺพํ เอ, ปฏิ เปน ปจจฺ + ตพพฺ ชิ ธาตุ ในความชนะ เอา อิ เปน เอ + ตพฺพ เชตพพฺ ํ อันบคุ คลพึงชนะ นี ธาตุ ในความนำไป เอา อี เปน เอ + ตพพฺ เนตพพฺ ํ อันบุคคลพึงนำไป สุ ธาตุ ในความฟง เอา อุ เปน โอ + ตพพฺ โสตพพฺ ํ อันบุคคลพงึ ฟง กุ ธาตุ ในความรอ ง เอา อุ เปน ว ลง อิ อาคม + ตพฺพ กวิตพพฺ ํ อนั บคุ คลพงึ รบั รอ ง ภู ธาตุ ในความม,ี ความเปน เอา อู เปน ว ภวติ พพฺ ํ อันบคุ คลพงึ ม-ี พงึ เปน ลง อิ อาคม + ตพพฺ ปจุ ฉฺ ฺ ธาตุ ในความถาม ลง อิ อาคม + ตพฺพ ปุจฉฺ ติ พฺพํ อันบุคคลพงึ ถาม ขนฺ ธาตุ ในความขดุ ลง อิ อาคม + ตพพฺ ขนติ พพฺ ํ อนั บคุ คลพงึ ขดุ ปจฺ ธาตุ ในความหุงตม ลง อิ อาคม + ตพพฺ ปจิตพฺพํ อันบคุ คลพงึ หงุ ตม ลภฺ ธาตุ ในความได ลง อิ อาคม + ตพฺพ ลภิตพพฺ ํ อันบุคคลพงึ ได ลภฺ ธาตุ ในความได แปลงทีส่ ุดธาตุ ภฺ เปน ทฺ + ลทฺธพฺพํ อันบุคคลพึงได ตพฺพ แปลง ต แหง ตพพฺ เปน ธ ถาเปน ปุงลิงค แจกอยา ง ปรุ สิ ศัพท ถา เปน อติ ถลี งิ ค แจกอยา ง กฺา ศัพท ถาเปน นปุงสกลงิ ค แจกอยา ง กุล ศพั ท มาน ปจจัย มาน ปจจัย น้ี มขี อสงั เกตทไี่ มเหมือน อนตฺ ปจจยั คือ ถามี ย ปจ จยั กบั อิ อาคม หนา ย จะเปน กัมมวาจก นอกนั้นก็เปน ไดเ หมือน อนฺต ปจ จัย
ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๓ กัตตวุ าจก กัมมวาจก กรุ ุมาโน กระทำอยู กรยิ มาโน อนั บุคคลกระทำอยู ภุชฺ มาโน บรโิ ภคอยู ภุชฺ ิยมาโน อันบคุ คลบรโิ ภคอยู วทมาโน กลาวอยู วทิยมาโน(วจุ จฺ มาโน) อนั บุคคลกลา วอยู ถา เปน ปุงลิงค แจกอยาง ปรุ สิ ศัพท ถาเปน อติ ถลี งิ ค แจกอยาง กฺา ศพั ท ถาเปน นปงุ สกลงิ ค แจกอยา ง กลุ ศัพท ต ปจจัย ต ปจจัย มกี ารแจกวิภตั ตเิ หมอื น มาน ปจ จัย มีลกั ษณะการสังเกต ๑๐ ลกั ษณะ ดงั น้ี ๑.ธาตลุ งทา ยดวยสระ เอาธาตุ + ต ปจ จยั เปน อันสำเร็จรูป (ยกเวน า ปา และ ธา ธาตุ) าโต รแู ลว า ธาตุ ในความรู ยาโต ไปแลว ยา ธาตุ ในความไป นหฺ าโต อาบแลว นหฺ า ธาตุ ในความอาบ จิโต สะสมแลว จิ ธาตุ ในความสะสม ชิโต ชนะแลว ชิ ธาตุ ในความสะสม ภโี ต กลวั แลว ภี ธาตุ ในความกลวั นโี ต นำไปแลว นี ธาตุ ในความนำไป ภูโต มแี ลว, เปน แลว ภู ธาตุ ในความมี, ความเปน ๒.ธาตุมี รฺ มฺ และ นฺ เปนทสี่ ดุ ลบทีส่ ดุ ธาตุ กโต อนั ...กระทำแลว กรฺ ธาตุ ในความกระทำ สโต ระลึกไดแ ลว สรฺ ธาตุ ในความระลึก มโต ตายแลว มรฺ ธาตุ ในความตาย, สละชีวิต คโต ไปแลว คมฺ ธาตุ ในความไป, ถงึ รโต ยินดแี ลว รมฺ ธาตุ ในความยนิ ดี มโต รแู ลว ,คดิ แลว มนฺ ธาตุ ในความร,ู คดิ ขโต อัน...ขดุ แลว ขนฺ ธาตุ ในความขดุ หโต อัน...ฆาแลว หนฺ ธาตุ ในความฆา ๓.ธาตุ จฺ ชฺ ปฺ และ ทฺ เปน ทสี่ ดุ เอาทส่ี ดุ ธาตุ เปน ตฺ สิตโฺ ต อนั เขารดแลว สจิ ฺ ธาตุ ในความรด วิวติ โฺ ต สงัดแลว วิ บทหนา + วจิ ฺ ธาตุ ในความสงดั ภตุ ฺโต อนั เขากินแลว ภชุ ฺ ธาตุ ในความกนิ , บรโิ ภค จตฺโต อนั เขาสละแลว จชฺ ธาตุ ในความสละ คตุ ฺโต อนั เขาคมุ ครองแลว คปุ ฺ ธาตุ ในความคมุ ครอง ตตโฺ ต รอนแลว ตปฺ ธาตุ ในความรอ น วตโฺ ต อนั เขากลา วแลว วทฺ ธาตุ ในความกลา ว ปมตโฺ ต ประมาทแลว ป บทหนา + มทฺ ธาตุ ในความประมาท, มวั เมา
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๔ ๔.ธาตุมี อา เปน ที่สดุ และ ต ปจ จัยเปน กัมมวาจก ลง อิ อาคม ิโต ยืนแลว า ธาตุ ในความยนื , ตั้งอยู ปโ ต, ปว ิโต อนั เขาดมื่ แลว ปา ธาตุ ในความดม่ื แปลง ปา เปน ปวฺ นหิ โิ ต อันเขาตงั้ ไวแ ลว ,วางลงแลว นิ บทหนา ธา ธาตุ ในความตัง้ ไว อาเทสเปน ห อภชิ ฺฌิโต อันเขาเพงจำเพาะแลว อภิ บทหนา + ฌา ธาตุ ในความเพง ภาสิโต อนั เขากลา วแลว ภาสฺ ธาตุ ในความกลาว กถโิ ต อนั เขากลาวแลว กถฺ ธาตุ ในความกลาว กปฺปโ ต อนั เขาตดั แลว กปปฺ ธาตุ ในความตดั ขาทโิ ต อันเขาเคีย้ วกันแลว ขาทฺ ธาตุ ในความเคย้ี วกิน ลขิ ิโต อนั เขาเขียนแลว ลขิ ฺ ธาตุ ในความเขียน มณฺฑิโต อันเขาประดบั แลว มณฺฑฺ ธาตุ ในความประดบั คลิ ิโต อนั เขากลืนกินแลว คิลฺ ธาตุ ในความกลนื ปจโิ ต อนั เขาหงุ ตม แลว ปจฺ ธาตุ ในความหุงตม จลโิ ต อันเขาสั่นแลว จลฺ ธาตุ ในความสัน่ คหิโต อันเขาถือเอาแลว คหฺ ธาตุ ในความถอื เอา ๕.ธาตมุ ี ทฺ เปนทีส่ ุดอยูหนา แปลง ต เปน นนฺ แลวลบท่สี ดุ ธาตุ ฉนโฺ น อันเขามุงแลว ฉทฺ ธาตุ ในความมุง, ปด สนฺโน จมแลว สทฺ ธาตุ หรือ สทิ ฺ ธาตุ ในความจม รุนฺโน รองไหแ ลว รุทฺ ธาตุ ในความรอ งไห ฉนิ โฺ น อนั เขาตดั แลว ฉทิ ฺ ธาตุ ในความตดั ภินฺโน แตกแลว ภทิ ฺ ธาตุ ในความแตก ทนิ โฺ น อันเขาใหแลว ทา ธาตุ ในความให เอา อา เปน อิ ๖.ธาตุมี รฺ เปน ท่สี ดุ อยูหนา แปลง ต เปน ณณฺ แลวลบทีส่ ุดธาตุ ชณิ ฺโณ แกแลว ชิรฺ ธาตุ ในความแก, ครำ่ ครา ตณิ โฺ ณ ขามแลว ตรฺ ธาตุ ในความขา ม ปุณโฺ ณ เต็มแลว ปรู ฺ ธาตุ ในความเตม็ ๗.ธาตมุ ี สฺ เปนท่สี ดุ อยูหนา แปลง ต เปน แลว ลบท่ีสดุ ธาตุ ตุโ ยนิ ดแี ลว ตุสฺ ธาตุ ในความยนิ ดี หโ รา เรงิ แลว หสฺ ธาตุ ในความรา เรงิ , หัวเราะ ปวิโ เขาไปแลว ป บทหนา + วิสฺ ธาตุ ในความเขา ไป ๘.ธาตมุ ี ธฺ และ ภฺ เปน ท่สี ดุ อยูหนา แปลง ต เปน ทฺธ แลวลบทส่ี ุดธาตุ พทุ โฺ ธ อนั เขารแู ลว พธุ ฺ ธาตุ ในความรู กทุ โฺ ธ โกรธแลว กธุ ฺ ธาตุ ในความโกรธ รุทฺโธ อันเขาปด แลว รธุ ฺ ธาตุ ในความปด , กนั้ ลทโฺ ธ อันเขาไดแลว ลภฺ ธาตุ ในความได อารทโฺ ธ อันเขาปรารภแลว อา บทหนา + รภฺ ธาตุ ในความปรารภ, เรม่ิ
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๕ ๙.ธาตุมี มฺ เปนทีส่ ุดอยูหนา แปลง ต เปน นตฺ แลว ลบทีส่ ุดธาตุ ปกกฺ นโฺ ต หลีกไปแลว ป บทหนา กมฺ ธาตุ ในความกา วไป ทนโฺ ต ทรมานแลว , ฝกแลว ทมฺ ธาตุ ในความทรมาน,ฝก สนฺโต ระงบั แลว , สงบแลว สมฺ ธาตุ ในความระงบั , สงบ ๑๐.ธาตุมี หฺ เปน ทีส่ ดุ อยหู นา แปลง ต เปน ฬหฺ แลวลบทส่ี ุดธาตุ รฬุ ฺโห งอกแลว รหุ ฺ ธาตุ ในความงอก มฬุ ฺโห หลงแลว มหุ ฺ ธาตุ ในความหลง วุฬโฺ ห อัน...พัดไปแลว วุหฺ ธาตุ ในความพัด, ลอย ถาเปน ปุงลงิ ค แจกอยาง ปรุ สิ ศัพท ถาเปน อติ ถลี งิ ค แจกอยา ง กฺา ศพั ท ถาเปน นปุงสกลงิ ค แจกอยา ง กุล ศพั ท ตูน ตวฺ า ตวฺ าน ปจจัย(ตนู าทิ ปจ จัย) ปจจยั ๓ ตวั คือ ตนู ตวฺ า ตฺวาน เรยี กวา ตนู าทิ ปจจยั แปลวา “...แลว ” เปน อพั ยยปจจยั แจก ดว ยวภิ ตั ติไมไ ด มตี วั อยา งวา ตูน ตวฺ า ตวฺ าน กาตนู กตฺวา กตฺวาน กระทำแลว คนฺตนู คนฺตวฺ า คนตฺ วฺ าน ไปแลว หนตฺ ูน หนตฺ วฺ า หนตฺ ฺวาน ฆาแลว ตนู าทิ ปจจยั มหี ลกั การ ๘ อยาง ดังนี้ ๑.ประกอบกับธาตแุ ลว โดยมากเปน กตั ตวุ าจก เหตกุ ตั ตวุ าจก ไมต องลงปจ จยั ในกริ ยิ าอาขยาต แตม บี างตวั ทล่ี งปจจยั ประจำหมวดธาตุ กตั ตวุ าจก เชน กตวฺ า ปตวฺ า จนิ ฺเตตวฺ า เปน สกมั มธาตุ คอื ธาตทุ ่ีเรียกหากรรม คนตฺ วฺ า มรติ วฺ า ชนิ ติ วฺ า เปน อกมั มธาตุ คอื ธาตทุ ไ่ี มเรยี กหากรรม เหตกุ ัตตวุ าจก ตอ งลง เณ หรอื ณาเป กอ น เชน ภาเวตวฺ า ยงั ...ใหเจรญิ แลว ภู ธาตุ ในความม,ี ความเปน + เณ + ตฺวา กาเรตฺวา ยงั ...ใหกระทำแลว กรฺ ธาตุ ในความกระทำ + เณ + ตวฺ า หาเรตวฺ า ยงั ...ใหนำไปแลว หรฺ ธาตุ ในความนำไป + เณ + ตวฺ า การาเปตวฺ า ยัง...ใหกระทำแลว กรฺ ธาตุ ในความกระทำ + ณาเป + ตวฺ า คาหาเปตวฺ า ยงั ...ใหถอื เอาแลว คหฺ ธาตุ ในความถือเอา + ณาเป + ตวฺ า กมั มวาจก ตอ งลง ย ปจ จัย ในกิรยิ าอาขยาตกอน ฌายิตวฺ า อนั ไฟไหมแ ลว ฌา ธาตุ ในความไหม,เผา + ย + อิ อาคม + ตวฺ า ปจจฺ ติ วฺ า อันเขาหงุ แลว ปจฺ ธาตุ ในความหงุ ตม + ย + อิ อาคม + ตวฺ า แปลง ย กบั จฺ เปน จฺจ
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๖ ๒.ถาไมล บทส่ี ดุ ธาตุ ใหลง อิ อาคม กริตวฺ า กระทำแลว กรฺ ธาตุ ในความกระทำ + อิ + ตวฺ า คมิตวฺ า ไปแลว คมฺ ธาตุ ในความไป, ถึง + อิ + ตวฺ า ลภิตวฺ า ไดแ ลว ลภฺ ธาตุ ในความได + อิ + ตวฺ า มรติ วฺ า ตายแลว มรฺ ธาตุ ในความตาย + อิ + ตวฺ า สรติ วฺ า ระลึกแลว สรฺ ธาตุ ในความระลกึ + อิ + ตวฺ า ขาทิตวฺ า เคี้ยวกนิ แลว ขาทฺ ธาตุ ในความเค้ยี วกนิ + อิ + ตวฺ า ยาจิตฺวา ขอแลว , ออ นวอนแลว ยาจฺ ธาตุ ในความขอ, ออนวอน + อิ + ตวฺ า ๓.ลงหลังธาตตุ วั เดยี วมี อา เปนท่ีสุด ลบ อา เสีย แลวลง ตูนาทิ ปจจัย ไดเ ลย ตวฺ า รแู ลว า ธาตุ ในความรู + ตวฺ า ทตวฺ า ใหแลว ทา ธาตุ ในความให + ตฺวา ตวฺ า ยนื แลว า ธาตุ ในความยนื + ตวฺ า ๔.ธาตตุ ัวเดยี วมี อิ อี อุ อู เปนที่สดุ เอา อิ อี เปน เอ แลว เอา เอ เปน อย เอา อุ อู เปน โอ แลว เอา โอ เปน อว สยติ ฺวา นอนแลว สี ธาตุ ในความนอน เอา อี เปน อย + ตฺวา จวติ วฺ า เคล่ือนแลว จุ ธาตุ ในความเคลอื่ น เอา อุ เปน อว + ตวฺ า สาเวตฺวา ยัง...ใหฟงแลว สุ ธาตุ ในความฟง เอา อุ เปน อว + เณ + ตวฺ า แตบ างตวั ไมต องทำกไ็ ด เชน สตุ วฺ า หตุ ฺวา ๕.อปุ สคั อยูหนา แปลง ตูนาทิ ปจจัย เปน ย บา ง แปลง ย กับทส่ี ุดธาตุ เปนอยา งอ่ืนบาง อาทาย ถอื เอาแลว อา บทหนา ทา ธาตุ + ตวฺ า แปลง เปน ย ปหาย ละแลว ป บทหนา หา ธาตุ + ตฺวา แปลงเปน ย โอหาย ละแลว โอ บทหนา หา ธาตุ + ตวฺ า แปลงเปน ย วหิ าย ละแลว วิ บทหนา หา ธาตุ + ตวฺ า แปลงเปน ย อุ าย ลุกขนึ้ แลว อุ บทหนา ซอน ฏ า ธาตุ + ตฺวา แปลงเปน ย ปฏสิ งฺขาย พจิ ารณาแลว ปฏ-ิ สํ บทหนา ขา ธาต(ุ กลา ว) + ตวฺ า แปลงเปน ย อภิฺ าย รูย ง่ิ แลว ,ตรัสรแู ลว อภิ บทหนา า ธาตุ + ตฺวา แปลงเปน ย ซอน อนุปาทาย ไมถือม่ันแลว น-อุป-อา บทหนา ทา ธาตุ + ตฺวา แปลงเปน ย นสิ ฺสาย อาศยั แลว นิ บทหนา สี ธาตุ แปลง อี เปน อา ซอ น สฺ + ตวฺ า แปลงเปน ย ธาตุ มี มฺ เปนท่สี ดุ แปลง มฺ กบั ย (ตวฺ า ปจ จัย แปลง เปน ย) เปน มมฺ อาคมฺม มาแลว อา บทหนา + คมฺ ธาตุ + มมฺ นิกฺขมมฺ ออกแลว นิ บทหนา + ขมฺ ธาตุ + มมฺ อภริ มมฺ ยนิ ดยี ิง่ แลว อภิ บทหนา + รมฺ ธาตุ + มมฺ อติกกฺ มมฺ กา วลว งแลว อติ บทหนา + กมฺ ธาตุ + มมฺ
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๗ ธาตุ มี ทฺ เปน ท่สี ดุ แปลง ทฺ กับ ย (ตวฺ า ปจจัย แปลง เปน ย) เปน ชฺช อุปปฺ ชฺช เกิดขึน้ แลว อปุ บทหนา + ปทฺ ธาตุ + ชชฺ ปมชฺช ประมาทแลว ป บทหนา + มทฺ ธาตุ + ชฺช อจฺฉชิ ฺช ชิงเอาแลว อา บทหนา + ฉทิ ฺ ธาตุ + ชชฺ ธาตุ มี ธ และ ภ เปน ท่สี ดุ แปลง ธ และ ภ กับ ย (ตวฺ า ปจจยั แปลง เปน ย) เปน ทฺธา พฺภ วิทธฺ า แทงแลว (พเิ ศษไมม อี ปุ สคั ) วธิ ฺ ธาตุ + ทธฺ า ลทธฺ า ไดแ ลว (พเิ ศษไมม อี ุปสคั ) ลภฺ ธาตุ + ทธฺ า อารพภฺ ปรารภแลว อา บทหนา + รภฺ ธาตุ + พฺภ ธาตุ มี หฺ เปน ท่ีสดุ แปลง หฺ กับ ย (ตวฺ า ปจ จัยแปลง เปน ย) เปน ยหฺ ปคฺคยหฺ ประคองแลว ป บทหนา + คหฺ ธาตุ + ยหฺ สนฺนยหฺ ผูกแลว สํ บทหนา + นหฺ ธาตุ + ยฺห อารยุ หฺ ข้ึนแลว อา บทหนา + รหุ ฺ ธาตุ + ยหฺ โอรุยฺห ลงแลว โอ บทหนา + รุหฺ ธาตุ + ยหฺ ๖.ตูนาทิ ปจ จยั แปลงกับทสี่ ดุ ธาตุ หรอื อิ ธาตุ (ในความไป) หรือ แปลงเปน อยา งอืน่ ไดอ ีก อุทฺทสิ สฺ แสดงแลว , เจาะจงแลว อุ บทหนา + ทิสฺ ธาตุ + ย (ย กับ สฺ เปน สฺส) ววิ จิ ฺจ สงัดแลว วิ บทหนา + วจิ ฺ ธาตุ + ย (ย กบั จฺ เปน จฺจ) อาหจจฺ เบียดเบียนแลว อา บทหนา + หนฺ ธาตุ + ย (ย กบั นฺ เปน จฺจ) อนุปหจฺจ ไมเ ขา ไปกระทบแลว น กับ อุป บทหนา + หนฺ ธาตุ + ย (ย กับ นฺ เปน จฺจ) ปฏจิ จฺ อาศยั แลว ปฏิ บทหนา + อิ ธาตุ + ย (ย กบั อิ เปน จฺจ) ปฏสิ งฺขา พจิ ารณาแลว ปฏิ กบั สํ บทหนา + ขา ธาต(ุ ในความกลา ว) + ย อภิฺา (แปลงเปน อา หรอื ลบ ย) อนาปุจฉฺ า รยู ง่ิ แลว ,ตรัสรแู ลว อภิ บทหนาาธาตุ ซอน+ย(แปลงเปนอาหรอื ลบย) อปจจฺ เวกขฺ ิย ไมอำลาแลว น กบั อา บทหนา + ปจุ ฉฺ ธาตุ + ย (แปลงเปน อา) ทิสวฺ า-ทสิ วฺ าน ไมพจิ ารณาแลว น-ปฏิ-อว บทหนา + อกิ ฺขฺ ธาตุ + ย (แปลงเปน อยิ ) เหน็ แลว ทสิ ฺ ธาตุ ลบทีส่ ดุ ธาตุ + ตูนาทิ (แปลงเปน สฺวา-สวฺ าน) ๗.ตูนาทิ ปจ จัย แปลงเปน จฺจ เม่ือประกอบ อิ ธาตุ และ ธาตุมี จฺ นฺ รฺ ตฺ ทฺ เปน ท่ีสุด อภิสเมจฺจ บรรลแุ ลว อภิ กับ สํ บทหนา + อิ ธาตุ แปลงเปน เอ + จฺจ เปจจฺ ละไปแลว ,ตายไปแลว ป บทหนา + อิ ธาตุ แปลงเปน เอ + จจฺ อเุ ปจฺจ เขา ถงึ แลว ,จงใจแลว อปุ บทหนา + อิ ธาตุ แปลงเปน เอ + จฺจ อเวจจฺ ลงไปแลว,หย่ังลงแลว อว บทหนา + อิ ธาตุ แปลงเปน เอ + จฺจ กจจฺ ทำแลว กรฺ ธาตุ ลบทสี่ ดุ ธาตุ + จฺจ สกฺกจจฺ เคารพแลว สํ บทหนา + กรฺ ธาตุ ลบทสี่ ดุ ธาตุ + จจฺ อธิกิจฺจ ทำย่ิงแลว อธิ บทหนา + กรฺ ธาตุ ลบทส่ี ุดธาตุ สฺจิจจฺ จงใจแลว ลง อิ อาคม + จฺจ สํ บทหนา + จติ ฺ ธาตุ ในความจงใจ
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๘ อนุวิจจฺ พจิ ารณาแลว ลบท่ีสดุ ธาตุ + จจฺ อนุ บทหนา วทิ ฺ ธาตุ ในความรู ลบทส่ี ดุ ธาตุ + จจฺ ๘.ตนู าทิ ปจจยั แปลงเปน ย ทง้ั มีอปุ สคั และไมม อี ปุ สคั บางธาตบุ างคำ ตอ งลง อิ อาคมหนา ย มีอปุ สคั อยหู นา ธาตุ รดนำ้ แลว ,ประพรมแลว นิ บทหนา สจิ ฺ ธาตุ ในความรด ทำเปน สิ ฺจ นิสิฺจยิ ลง อิ อาคม + ย อภิสิฺจิย อภเิ ษกแลว ,รดน้ำแลว อภิ บทหนา สิจฺ ธาตุ ในความรด ทำเปน สิจฺ ลง อิ อาคม + ย วิชานยิ รูแจง แลว วิ บทหนา า ธาตุ ในความรู ทำเปน ชานฺ ลง อิ อาคม + ย อปุ นยิ นำเขา ไปแลว อุป บทหนา นี ธาตุ ในความนำไป รัสสะ อี ที่ นี เปน อิ + ย สเมกขฺ ยิ พิจารณาแลว สํ บทหนา อกิ ฺขฺ ธาตุ ในความเหน็ ทำ อิ เปน เอ ลง อิ อาคม + ย นิสีทยิ นง่ั แลว นิ บทหนา สิทฺ ธาตุ ในความจม ทำ อิ ท่ี สิทฺ เปน อี ลง อิ อาคม + ย อภวิ นฺทยิ ไหวแ ลว อภิ บทหนา วนทฺ ฺ ธาตุ ในความไหว ลง อิ อาคม + ย อภิวาทยิ อภิวาทแลว อภิ บทหนา วนทฺ ฺ ธาตุ ในความไหว ทำเปน วาทฺ ลง อิ อาคม + ย ไมมีอปุ สคั อยหู นาธาตุ จินตฺ ฺ ธาตุ ในความคดิ ลง อิ อาคม + ย จนิ ฺติย คิดแลว า ธาตุ ในความรู ทำเปน ชานฺ ลง อิ อาคม + ย ชานิย รูแ ลว ภชุ ฺ ธาตุ ในความกนิ ,บรโภค ทำเปน ภุ ชฺ ฺ ภุชฺ ิย กนิ แลว ลง อิ อาคม + ย กริย ทำแลว กรฺ ธาตุ ในความกระทำ ลง อิ อาคม + ย ปสฺสิย เห็นแลว ทสิ ฺ ธาตุ ในความเหน็ ทำเปน ปสสฺ ฺ ฉินฺทยิ ตัดแลว ลง อิ อาคม + ย ภวิย มีแลว , เปนแลว ฉทิ ฺ ธาตุ ในความตดั ทำเปน ฉนิ ทฺ ฺ ลง อิ อาคม + ย ภู ธาตุ ในความมี ความเปน ทำเปน ภวฺ ลง อิ อาคม + ย
ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๙ ๓.๑๐ สรุปทายบท นามศัพทท ง้ั ๓ คอื สทุ ธนามหรอื นามนาม คุณนาม และสพั พนาม เมอ่ื นำไปใชต อ งประกอบดว ย ลงิ ค วจนะ และวิภตั ติ สทุ ธนามมอี ำนาจบงั คบั คุณนามใหมี ลงิ ค วจนะ วภิ ตั ติ เสมอกบั สุทธนามซึ่งเปน เจา ของ เนือ่ งจาก คุณนามจะมีไดต อ งอาศัยสทุ ธนาม ถาสทุ ธนามไมม ี คุณนามกไ็ มปรากฏ สว นคุณนามนนั้ แสดงลักษณะของสทุ ธนามบทใด โดยมากจะเรียงไวห นา สุทธนามบทน้นั ดงั น้นั คณุ นาม กบั สัพพนาม ตอ ง อาศยั สทุ ธนามเปนหลัก ถาไมป ระกอบ ลงิ ค วจนะ วภิ ัตติ จะไมอาจรไู ดว า เปนคุณนามและสัพพนามแหง สทุ ธนามบทไหน ไมส ามารถประกอบคำพดู เขา เปน ประโยคได นามศัพทน ั้นมเี ครอ่ื งหมายแสดงเพศอยา งใดอยางหนง่ึ เสมอไป เรยี กวา ลิงค มี ๓ ประเภท คอื ปงุ ลิงค เพศชาย อติ ถีลงิ ค เพศหญงิ และนปงุ สกลงิ ค มใิ ชเ พศชาย มิใชเ พศหญงิ การจัดนามศพั ทลงในลงิ ค เปน อยางน้ี สทุ ธนาม เปน ลงิ คเดียวกม็ ี คอื จะเปน ปงุ ลงิ ค หรอื อิตถีลิงค หรอื นปงุ สกลิงค กเ็ ปน ลงิ คเดียว มี รูปอยา งเดยี วเปน ได ๒ ลงิ คก ม็ ี เปล่ียนแตส ระท่สี ุดแหง ศพั ทเปน ๒ ลงิ คก ็มี คุณนามและสัพพนาม เปน ได ๓ ลิงค เวนแต ตมุ ฺห และ อมหฺ ศัพท เปนได ๒ ลงิ ค สว นศัพทสงั ขยาเปน อยา งนี้ เอก(๑) ถึง อ ารส(๑๘) เปนได ๓ ลงิ ค เอกนู วสี ต(ิ ๑๙) ถงึ อนวตุ ิ(๙๘) เปน เอกวจนะ อิตถลี ิงคอ ยา งเดยี ว สว น เอกนู สตํ (๙๙) ขึ้นไป เปนนปุงสกลงิ ค สุทธนาม ยกเวน โกฏิ เปน อติ ถลี งิ ค วภิ ตั ติ(นาม) แปลวา แจก หรือ จำแนก นามศัพททง้ั ๓ ตามการันตนน้ั ๆ ทำใหศพั ทม รี ปู ตา งๆ หมุนไปใหไ ดค วามตามภาษา ทำใหก ำหนดเนื้อความไดง า ยขน้ึ และจำลงิ ค วจนะ ไดแมนยำขน้ึ ทำเน้อื ความ แหงศัพททั้งปวงใหป ระสานเกี่ยวเนือ่ งถงึ กนั และไดความชัดเจน แบง เปน ๗ วิภัตติ คอื ปฐมาวภิ ตั ติ ทตุ ยิ า วภิ ัตติ ตตยิ าวิภตั ติ จตตุ ถีวภิ ัตติ ปฺจมีวภิ ตั ติ ฉัฏฐวี ภิ ัตติ และสตั ตมวี ภิ ตั ติ อัพยยศพั ท คอื ศพั ทท ่ไี มฉ บิ หายไป หรือไมเส่อื มสิ้นไป เปน ชื่อของศพั ททไี่ มสามารถแจกดวยวิภตั ติ ทั้ง ๗ เหมอื นนามศพั ทท ั้ง ๓ ได คงรปู อยูอ ยา งเดมิ แบง เปน อปุ สคั นบิ าต และปจ จัย นามศพั ท ตงั้ แต ๒ บทขนึ้ ไป ยอเขาเปน บทเดียวกนั ชอื่ วา สมาส ศพั ททีย่ อ เขา ดว ยกัน ไดแ ก นาม ศัพท อัพยยศพั ท นามกติ ก กริ ยิ ากติ ก( เวน ตนู าทิ ปจ จัย) บทสำเรจ็ ของสมาส เปน ไดทง้ั สทุ ธนามและ คณุ นาม สมาส แบง เปน ๖ ชนดิ คอื กมั มธารยสมาส ทิคุสมาส ตปั ปรุ ิสสมาส ทวนั ทวสมาส อพั ยยี ภาวสมาส และพหุพพิหิสมาส ปจจยั หมหู นง่ึ ทีใ่ ชแทนศัพทเ ปน ประโยชนเกอ้ื กูลแกเ นื้อความยอหรอื คำพดู ใหส น้ั เรียกวา ตทั ธติ วาโดยยอ มี ๓ อยา ง คอื สามญั ญตัทธติ ภาวตัทธติ และอัพยยตทั ธติ วาโดยพสิ ดาร มี ๑๕ อยา ง โดย สามญั ญตัทธิต แบง ยอยออกเปน ๑๓ อยา ง คอื โคตตตัทธติ ตรตั ยาทติ ัทธติ ราคาทติ ทั ธิต ชา ตาทติ ทั ธติ สมหุ ตทั ธติ ฐานตทั ธติ พหุลตัทธติ เสฏฐตัทธติ ตทัสสตั ถิตทั ธติ ปกตติ ัทธติ สงั ขยาตทั ธิต ปู รณตัทธติ และวิภาคตทั ธติ ศัพทท ่แี สดงกิรยิ าอาการของสุทธนาม ชื่อวา อาขยาต มปี ระโยชนใ หร วู า สทุ ธนามทท่ี ำหนา ท่เี ปน ประธานแสดงกริ ยิ าอาการอยา งไร อาขยาต ตอ งประกอบดว ยเครอ่ื งปรงุ ๘ อยาง คอื วภิ ัตติ(อาขยาต) กาล บท วจนะ บรุ ษุ ธาตุ วาจก และปจ จยั วิภัตติ ธาตุ และปจ จยั เปน เครอ่ื งปรุงท่สี ำคญั จะขาดไมไ ด เน่อื งจาก วภิ ตั ติ เปน เคร่ืองหมายใหร ู กาล บท วจนะ และบรุ ษุ สวนธาตุ เปน หวั ใจสำคญั เพราะเปน รากฐานนอ มไปสคู วามหมายแหง เนอ้ื ความ ปจ จยั เมื่อประกอบกบั ธาตแุ ลวทำใหรวู าจก
ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๔๐ วิภัตติอาขยาตจดั เปน ๘ หมวด คือ วตั ตมานา ปญ จมี สตั ตมี ปโรกขา หยิ ตั ตนี อชั ชตั ตนี ภวิสสนั ติ และกาลาตปิ ต ติ หมวดหนึ่งๆ มี ๑๒ วิภตั ติ รวมท้งั สนิ้ มี ๙๖ วภิ ตั ติ วัตตมานา บอกปจจบุ นั กาล แปลวา อยู ยอ ม จะ แบง เปน ปจ จุบนั แท แปลวา อยู ปจจบุ นั ใกล อดีต แปลวา ยอ ม และปจจบุ นั ใกลอนาคต แปลวา จะ ปญ จมี บอกความบงั คบั ความหวัง และความออ นวอน แบง เปน บอกความบงั คบั แปลวา จง บอกความหวงั แปลวา เถิด และบอกความออ นวอน แปลวา ขอ...จง สตั ตมี บอกความยอมตาม ความกำหนด และความรำพงึ แบงเปน บอกความยอมตาม แปลวา ควร บอกความกำหนด แปลวา พงึ และบอกความรำพงึ แปลวา พึง ปโรกขา บอกอดตี กาล ลว งแลวไมมกี ำหนด แปลวา ...แลว หยิ ัตตนี บอกอดตี กาล ลว งแลว วานน้ี แปลวา ...แลว ถา มี อ อยหู นา แปลวา ได...แลว อัชชตนี บอกอดีตกาล ลว งแลววันนี้ แปลวา ...แลว ถา มี อ อยหู นา แปลวา ได...แลว ภวสิ สนั ติ บอกอนาคตกาล ของปจ จบุ ัน แปลวา จกั ... กาลาตปิ ตติ บอกอนาคตกาล ของอดตี แปลวา จกั ...แลว ถา มี อ อยหู นา แปลวา จกั ได. ..แลว บทนน้ั แบงเปน ๒ คอื ปรัสสบท คือบทเพอื่ ผูอนื่ และอตั ตโนบท คอื บทเพอ่ื ตน โดยทั่วไป ปรัสสบทเปน เครือ่ งหมายใหร กู ริ ิยาท่ีเปน กัตตวุ าจกและเหตุกตั ตวุ าจก สวนอตั ตโนบท เปนเครอื่ งหมายใหร ู กิรยิ าทเ่ี ปน กมั มวาจก เหตุกมั มวาจก และภาววาจก นอกจากนี้ วิภัตติอาขยาตยังทำใหท ราบวจนะ และบรุ ษุ อีกดว ย ซง่ึ วจนะนัน้ มี ๒ คอื เอกวจนะ และพหุวจนะ บุรษุ แบง เปน ๓ เหมือนปรุ สิ สัพพนาม คอื ปถมบุรุษ (สง่ิ ท่ีกลา วถึง) มธั ยมบุรุษ(ผูที่พดู ดว ย) และอุตตมบรุ ษุ (ตวั เราผูพูด) เมือ่ ประกอบกิรยิ าตอ งใชว ภิ ัตตใิ หต รง ตามบุรุษทง้ั ๓ นน้ั ธาตุ คือกิริยาศัพทเปน เปน มูลราก ซง่ึ มคี วามสัมพนั ธก บั ปจ จัยท่ีบงบอกใหร ูวาจก เรยี กวา ปจ จัย ประจำหมวดธาตุ แบงเปน ๘ หมวด ไดแ ก หมวด ภู ธาตุ ลง อ เอ ปจจัย หมวด รุธฺ ธาตุ ลง อ เอ ปจจยั และลงนคิ คหติ อาคม หมวด ทวิ ฺ ธาตุ ลง ย ปจจัย หมวด สุ ธาตุ ลง ณุ ณา ปจ จยั หมวด กี ธาตุ ลง นา ปจ จัย หมวด คหฺ ธาตุ ลง ณฺหา ปจจัย หมวด ตนฺ ธาตุ ลง โอ ปจ จัย หมวด จรุ ฺ ธาตุ ลง เณ ณย ปจ จยั วาจก คือกิริยาศัพทที่ประกอบดว ยวภิ ตั ติ กาล บท วจนะ บรุ ษุ ธาตุ กลา วบทท่ีเปน ประธานของ กริ ิยา ๕ อยา ง คอื กตั ตวุ าจก แสดงกริ ยิ าของผทู ำเอง กัมมวาจก แสดงกิรยิ าของกรรม ภาววาจก แสดง ความมี ความเปน เหตกุ ตั ตวุ าจก แสดงกริ ิยาของผูใ ชใ หผูอ่ืนทำ และเหตุกัมมวาจก แสดงสิ่งทเ่ี ขาใชให บุคคลทำ ปจจยั ในกัตตวุ าจก ใชปจจยั ๑๐ ตวั คือ อ เอ ย ณุ ณา นา ณหฺ า โอ เณ ณย แบงลงในธาตุ ๘ หมวด ขา งตน ในกมั มวาจก ใช ย ปจจยั กบั ท้ัง อิ อาคมหนา ย ดว ย ในภาววาจก ใช ย ปจ จัย ในเหตกุ ตั ตุ
ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๔๑ วาจก ใช เณ ณย ณาเป ณาปย ปจ จัย ตวั ใดตวั หนึ่ง และในเหตกุ มั มวาจก ใช ปจ จัย ๑๐ ตวั ขางตน ดว ย ณาเป ปจจยั ดว ย ย ปจจัย กับทงั้ อิ อาคมหนา ย ดว ย กติ ก เปน ชอื่ ของศพั ททส่ี ำเรจ็ มาแตร ูปวเิ คราะห โดยใชป จ จัยหมหู น่ึงแทนศพั ท จงึ มสี วนประกอบ หลกั ๒ อยา งคอื ธาตุ และปจจยั บทสำเรจ็ เปน สุทธนามบาง เปน คุณนามบา ง เปน กริ ิยาบาง จึงแบงเปน ๒ อยา งคือ ทีเ่ ปน สทุ ธนามและคณุ นาม เรยี กวา นามกติ ก และทเี่ ปน กิริยา เรียกวา กริ ยิ ากิตก นามกติ ก ใชธ าตุ ๘ หมวดเหมอื นอาขยาต มีปจ จยั ๓ หมู ไดแ ก กติ ปจ จยั มปี จ จยั ๕ ตัว คือ กฺวิ ณี ณวฺ ุ ตุ รู กิจจปจจัย มปี จ จยั ๒ ตัว คอื ข ณฺย และกติ กจิ จปจจัย มปี จ จัย ๗ ตวั คอื อ อิ ณ เตวฺ ติ ตุ ยุ รวมทงั้ ส้นิ ๑๔ ตวั กิรยิ ากติ ก ใชธ าตุ ๘ หมวดเหมือนอาขยาต มปี จจยั ๓ หมู ไดแ ก กติ ปจจัย มปี จ จัย ๓ ตวั คอื อนฺต ตวนฺตุ ตาวี กจิ จปจ จยั มีปจ จัย ๒ ตวั คอื อนยี ตพฺพ และกติ กิจจปจ จัย มี ปจ จยั ๕ ตวั คือ มาน ต ตูน ตวฺ า ตวฺ าน รวมทง้ั สิน้ ๑๐ ตวั ในบทที่ ๓ นไี้ ดทราบโครงสรางและการสรางคำศพั ทต า งๆมากมาย ไดแ ก คำนาม คำกริ ิยา คำสมาส คำตัทธติ และคำกิตก คำเหลา นม้ี ีความสำคัญตอการนำไปใชใ นประโยคและการทำหนาท่ใี น ประโยค เชน เปน ประธานของประโยค เปน กรรม เปน กิริยา หรอื เปน สว นขยายหรอื เสริม นาม กริ ยิ า ให สมบูรณท ี่เรียกวา คณุ นาม หรือกริ ยิ าวิเสส เพือ่ การใชศ ัพทใหเ หมาะสมและเปน ไปตามหลกั ภาษาบาลี เรยี กวา หลักการเรยี งคำพูดในประโยคซึง่ เปนวฒั นธรรมทางภาษาหรอื ประเพณนี ิยมของภาษา เราจะได เรยี นรูใ นบทตอ ไป
ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๔๒ บทท่ี ๔ การแปลภาษาบาลี ๔.๑ หลกั การแปลเบือ้ งตน การแปลนน้ั มี ๒ ลกั ษณะใหญๆ คือ การแปลโดยพยญั ชนะ และการแปลโดยอรรถ ๑.แปลโดยพยัญชนะ คือ การแปลรกั ษารปู แบบของไวยากรณท ง้ั หมด หมายความวา แปลออก สำเนยี งอายตนิบาตตามหลกั ไวยากรณห รือแปลรกั ษารากศัพทตามทีม่ าของศัพทท ง้ั หมด เชน มาตา เคหํ ปวสิ ติ ฺวา กมฺมานิ กโรต.ิ อ.มารดา เขาไปแลว สเู รอื น ยอมกระทำ ซง่ึ กรรม ท. ๒.แปลโดยอรรถ คือ การแปลโดยถือเอาใจความตามภาษาไทยทจี่ ะเขา ใจได แปลศพั ทท ัง้ หมดท่ีมี อยู ไมตดั ออก สว นที่จะตดั ไดแ กส ำเนียงอายตนบิ าตทต่ี ดั แลวยงั สามารถเชื่อมตอ ขอ ความไดดี แตต อ งรกั ษา เคาโครงไวยากรณไ วด ว ย มใิ ชการแปลแบบสรุปความ หรือเลน สำนวนตามใจปรารถนา ซงึ่ จะทำให ความหมายเปลยี่ นไปจากเดมิ เชน มาตา เคหํ ปวิสติ วฺ า กมฺมานิ กโรติ. มารดา เขา ไปเรอื นแลว ทำการงาน. การแปลโดยอรรถนี้ ใหต ดั การแปลโดยพยัญชนะ คำวา “อ.” ทย่ี อมาจาก “อันวา” ใชแ ปลบทท่ี เปน ประธานของประโยค และตดั คำวา “ท.” ทยี่ อมาจาก “ทง้ั หลาย” ใชแ ปลบททเี่ ปนพหวุ จนะ ออกจาก คำแปลโดยอรรถ อนง่ึ คำวา ทั้งหลาย นี้ ดคู วามเหมาะสม ถา ไมต ดั ออก ใหใ ชคำเตม็ อยา ใช “ท.” การแปลบาลเี ปน ไทยนนั้ ใหถ ือหลกั การแปล ๙ ประการ โดยแปลเรียงลำดับ ดงั ตอไปน้ี ๑. อาลปนะ เชน ภกิ ฺขเว, ปรุ ิส, ภนฺเต, อาวโุ ส, โภ, ภทฺเท, เช ๒. นบิ าตตน ขอความ เชน ห,ิ จ, ปน, ต,ุ อถวา กริ , ขลุ, สุทํ ๓. กาลสตั ตมี เชน อตเี ต, อถ, เอกํ สมยํ, ปาโต, สายํ ๔. ประธานในประโยค เชน พุทฺโธ, ปุรโิ ส, อติ ถฺ ี, จติ ฺตํ ๕. บททเ่ี นอื่ งดว ยประธาน (วิเสสนะ) เชน มหาการณุ โิ ก, โส, สา, ตํ ๖. กริ ิยาในระหวา ง หรอื ประโยคแทรก เชน กตวฺ า, ตสฺมึ คจฺฉนเฺ ต ๗. บททเ่ี น่อื งดว ยกิรยิ าในระหวา ง เชน อตตฺ โน กมมฺ นตฺ ํ กตฺวา ๘. กริ ยิ าคมุ พากย เชน คจฉฺ ติ, ปจต,ิ ปสสฺ ต,ิ คโต, วตตฺ พฺพ,ํ กรณยี ํ ๙. บททเ่ี น่ืองดว ยกริ ยิ าคมุ พากย เชน ทกุ ฺกรํ, ทกุ กฺ ฏํ, สุขํ, น, โน, มา หลักการแปลทง้ั ๙ ขอ น้ี หากขอใดไมมอี ยูใ นประโยคบาลใี หเวน ไป แลว ดขู อ ตอ ๆ ไป
ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๔๓ ๑. อาลปนะ23๑ อาลปนะ คอื คำรองเรยี ก มอี ยู ๒ อยา งดว ยกนั คอื ๑.๑ อาลปนะนาม คอื นามนามทปี่ ระกอบดว ยอาลปนวิภัตติท้ังหมด เชน ปรุ สิ ,ภิกขฺ เว,อานนทฺ ,ตสิ สฺ ,ตาต,อมฺม เปน ตน ๑.๒ อาลปนะนิบาต มี ๑๐ ตวั คือ ยคเฺ ฆ-ขอเดชะ, ภนฺเต ภทนเฺ ต-ขาแตท านผูเจริญ,อาวโุ ส- ดูกอ นผูมอี าย,ุ อมโฺ ภ-ดกู อ นทานผเู จรญิ , ภเณ-แนะ พนาย, เร-เวย , อเร-โวย , เห-เฮย เช-แนะแม (สาวใช) ทัง้ น้ี อาลปนะนาม ถามาพรอ มกบั อาลปนะนบิ าต ๕ ตวั น้ี คือ ภนฺเต ภทนเฺ ต อาวโุ ส อมโฺ ภ ภเณ ใหแปลอาลปนะนามกอ น แลว จงึ แปลอาลปนะนิบาต เชน ๑. วเทหิ ตาว อาวุโส ปาลติ . ดูกอนปาลติ ะ ผมู อี ายุ อ.ทา น จงกลา ว กอ น. ๒. ภนฺเต ตสิ สฺ กึ กโรสิ. ขา แตพ ระตสิ สะ ผเู จรญิ อ.ทาน ยอ มกระทำ ซ่งึ กรรมอะไร แตอ าลปนะนาม ถามาพรอมกบั อาลปนะนบิ าต ๕ ตวั น้ี คือ ยคเฺ ฆ เร อเร เห เช ใหแ ปลอาลปนะ นบิ าตกอ น เชน ตวฺ ํ อเร ขุชเฺ ช โอทนํ ปจาห.ิ เฮย แนะ หญงิ คอม อ.เจา จงหงุ ซงึ่ ขา วสกุ . แตถ า หากมีอาลปนะนามหลายบท ใหแปลบทที่อยหู นา กอ นเสมอ แลว คอยแปลอาลปนะนามที่ เหลือเปน ตัวขยาย (บทวเิ สสนะ) แทน เชน อนฺธพาล อหริ กิ ตวฺ ํ มยา สทธฺ ึ วตตฺ ุ น ยุตฺตรโู ปสิ. ดูกอ นอนั ธพาล ผูไมมคี วามละอาย อ.ทา น เปนผมู รี ปู ไมควรแลว เพ่อื อนั กลาว กบั ดว ยเรา ยอม เปน . สวนอาลปนะนามทก่ี ลา วถงึ ช่ือ-โคตร-สกุล ใหแ ปลกอ นเสมอ แลว คอ ยแปลอาลปนะนามหรอื อาลปนะนบิ าตอ่ืนๆ เปนบทวิเสสนะ (ตวั ขยาย) เชน อหํ โภ อานนฺท ปพพฺ ชสิ ฺสามิ. ขา แตพ ระอานนท ผเู จรญิ อ.ขาพเจา จกั บวช. ๒. นิบาตตนขอความ นิบาตตน ขอความมอี ยู ๒ ประเภท คือ ๒.๑ นบิ าตตนขอความที่นยิ มวางไวต วั ที่ ๑ ของประโยค ไดแ ก อถ ครง้ั นัน้ อถ โข ครัง้ นนั้ แล อโถ อน่งึ อถ วา อกี อยางหนึง่ อโห โอ เจ หากวา .....ไซร ๑ มหาบาลีวิชชาลยั . หลักการแปลมคธเปนไทย(อาลปนะ-บทขยายกิรยิ าคุมพากย) โดยสามเณร โดน่ี จนั ทรด ี เปรยี ญ ๘. [ออนไลน] . สบื คนเม่ือ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓, จาก: https://www.mahapali.com/main.php?url=download view&id=112&kwb=&cat= A&page=3 (8 may 2018)
ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๔๔ ยทิ ผวิ า.....ไซร สเจ ถาวา .....ไซร อทุ าหุ หรือวา อาม อามนตฺ า เออ,ขอรับ(ครบั ) องิ ฺฆ เชญิ เถิด ตคฆฺ เอาเถดิ หนทฺ เชิญเถดิ อปจ เออก็, อีกอยางหนง่ึ ๒.๒ นิบาตตน ขอความท่นี ยิ มวางไวต ัวที่ ๒ ของประโยค ไดแ ก กริ , ขลุ, สุท ไดยินวา หิ ก,็ จริงอย,ู เพราะวา , ดงั จะกลาวโดยพสิ ดาร, ดังจะกลา วโดยยอ จ ก,็ อนงึ่ ปน ก,็ แตว า ตุ สวนวา ๓. กาลสตั ตมี กาลสตั ตมี คอื ศัพททป่ี ระกอบดว ยสัตตมวี ภิ ัตติ หรือ แปลออกสำเนยี งสตั ตมีวภิ ตั ตไิ ด และบงบอก ถึงกาลเวลาและสมัย ซง่ึ มอี ยหู ลายประเภทดว ยกนั คอื กาลสตั ตมนี าม สว นมากจะประกอบดว ย ๓ วิภัตติ คอื สัตตมีวิภตั ติ เชน เอกสฺมึ สมเย, สํวจฉฺ เร, มาเส, ทวิ เส, ขเณ, กาเล, ทุติยาวิภตั ติ (แตแ ปลเปน สตั ตมวี ิภตั ติ) เชน ตํ ทวิ สํ , เอกํ สมยํ , เอกทวิ สํ ตติยาวิภตั ติ (ใชในอรรถสตั ตมวี ภิ ตั ต)ิ เชน เตน สมเยน กาลสตั ตมสี พั พนาม เชน ยทา ตทา เอตรหิ อทิ านิ อชฺช กทุ าจนํ เปน ตน กาลสตั ตมนี ิบาต เชน อถ ปาโต ทวิ า สายํ เปน ตน ๔. ประธานในประโยค ประธานในประโยค คือ ศพั ทท ป่ี ระกอบดวยปฐมาวิภัตติ หรอื แปลออกสำเนยี งปฐมาวิภตั ติ [อนั วา (อ.)] ได ซง่ึ จะมอี ยหู ลายประเภทดว ยกัน คือ ๑. ศพั ทน ามนามทว่ั ไป เชน ปุรโิ ส ครุ นารี อกขฺ ิ เปนตน ๒. ศพั ทน ามกติ กบ างตวั เชน กตตฺ า กรณํ ทายโก คมนํ สวํ โร เปน ตน ๓. กริ ิยากติ กท ีใ่ ชเปน นามนามได เชน พทุ ฺโธ เปน ตน ๔. ตทั ธติ ที่เปน นามนาม เชน สามเณโร สหายตา อรหตตฺ ํ เปน ตน ๕. ปรุ ิสสัพพนาม เชน ตวฺ ํ ตมุ ฺเห, อหํ มยํ เปน ตน ๖. สงั ขยานามนาม คอื ตั้งแตจ ำนวน เอกนู สตํ (๙๙) ขึน้ ไป ๗. สมาสทเ่ี ปน นามนาม เชน สสํ ารวฏ ํ มหาปรุ ิโส ปตตฺ จวี รํ เปนตน ๘. นบิ าตบางตวั ท่ลี งในอรรถปฐมาวิภตั ตไิ ด เชน ตถา อ.อยา งนนั้ อลํ อ.อยา เลย ตุ อ.อัน.., อ.การ.., อ.ความ.. อชฺช อ.วันน้ี สาธุ อ.ดลี ะ เอวํ อ.อยางนน้ั
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258