Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการอ่านและแปลภาษาโบราณ _ ภาษาบาลี

คู่มือการอ่านและแปลภาษาโบราณ _ ภาษาบาลี

Description: คู่มือการอ่านและแปลภาษาโบราณ _ ภาษาบาลี

Search

Read the Text Version

ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๙๕ ปตุ โฺ ต อสฺส อตฺถตี ิ ปุตตฺ ิโม. บตุ ร ของชนน้ัน มอี ยู เหตุนน้ั ชนนน้ั ช่ือวา ปตุ ติมะ (ผูม บี ุตร) ศพั ทที่ลง อิย ปจจัย อยา งนี้ มนสุ ฺสชาตยิ า ชาโต มนสุ สฺ ชาติโย.(ชโน) (ชน) เกิดแลว โดยชาติแหง มนุษย ชื่อวา มนสุ สชาติยะ (ผูเ กดิ แลวโดยชาตแิ หง มนุษย) อสสฺ ชาตยิ า ชาโต อสฺสชาตโิ ย.(สตโฺ ต) (สตั ว) เกดิ แลว โดยชาตแิ หง มา ชื่อวา อสั สชาตยิ ะ (ผูเกิดแลว โดยชาตแิ หง มา ) ปณฺฑิตชาตยิ า ชาโต ปณฑฺ ติ ชาตโิ ย.(ชโน)(ชน) เกดิ แลว โดยชาตแิ หง บณั ฑติ ชื่อวา ปณ ฑิตชาติยะ(ผเู กิดแลวโดยชาติแหงบณั ฑิต) โลเก ชาโต โลกโิ ย.(ชโน) (ชน) เกดิ แลว ในโลก ชอื่ วา โลกยิ ะ(ผูเกิดแลวในโลก) ปณฑฺ ติ ชาติ อสสฺ อตฺถตี ิ วา ปณฑฺ ติ ชาตโิ ย.อกี อยา งหนงึ่ ชาตแิ หงบัณฑติ ของชนน้ัน มีอยู เหตนุ นั้ ชนนัน้ ชอื่ วา มชี าตแิ หง บัณฑิต กปโฺ ป อสฺส อตถฺ ีติ กปปฺ โ ย.(โวหาโร) การทำสมควรของภิกษุ แหง โวหารนน้ั มีอยู เหตนุ นั้ โวหารน้นั ช่ือวา กปั ปยะ(อนั มีการทำสมควรแหง ภิกษุ) โพธสิ ฺส ปกฺเข ภวา โพธปิ กขฺ ยิ า.(ธมมฺ า) (ธรรม ท.) มี ในฝก ฝา ย แหงปญ ญาเปน เครอ่ื งตรสั รู ช่ือวาโพธปิ กขยิ ะ(อนั มใี นฝก ฝายแหง ปญ ญาเปน เครื่อง ตรสั ร)ู ปจฺ วคฺเค ภวา ปฺจวคคฺ ิยา.(ภิกขฺ ู) (ภกิ ษุ ท.) มี ในพวกหา ช่ือวา ปญจวัคคิยะ (ผมู ใี นพวกหา รปู ) ฉพฺพคฺเค ภวา ฉพฺพคฺคยิ า.(ภกิ ข)ู (ภิกษุ ท.) มี ในพวกหก ช่อื วา ฉัพพัคคยิ ะ (ผมู ีในพวกหกรปู ) ศัพทท่ีลง กยิ ปจ จัย อยางนี้ (ชน) ประกอบแลว ในความมดื ชอื่ วา อนั ธกยิ ะ อนเฺ ธ นยิ ตุ ฺโต อนธฺ กิโย.(ชโน) (ผปู ระกอบแลวในความมดื ) ชาติยา นิยตุ โฺ ต ชาตกิ โิ ย.(ชโน) (ชน) ประกอบแลว ดว ยชาติ ชอ่ื วา ชาตกิ ยิ ะ อนโฺ ธ อสฺส อตถฺ ีติ อนธฺ กโิ ย.(ชโน) (ผปู ระกอบแลวดว ยชาติ) ความมดื ของ(ชน)นนั้ มอี ยู เหตนุ นั้ ชนนน้ั ชื่อวา อนั ธกยิ ะ(ผูม คี วามมดื ) ๕.สมหุ ตทั ธติ สมุหตัทธติ ใชป จ จัย ๓ ตวั คอื กณฺ ณ และ ตา ปจจยั แทน สมุห ศัพท แปลวา ประชมุ หมู ฝงู การประกอบศัพทด วยปจ จยั ท่เี น่อื งดวย ณ มีอำนาจทฆี ะ และ วกิ าร ไดเ หมอื น ณ ปจ จยั ในตทั ธติ อื่นๆ สวน ประโยควเิ คราะห ใหใ ชบทหนาเปน สทุ ธนาม ฉัฏฐวี ภิ ตั ติ พหวุ จนะ บทหลังใช สมหุ ศัพท ปฐมาวภิ ตั ติ เอก วจนะ บทสำเร็จ ใหล บ สมหุ ศัพทท ้ิง ใชปจจัยแทน เปน ปฐมาวภิ ตั ติ เอกวจนะ ดงั น้ี ศัพททลี่ ง กณฺ ปจจัย อยางน้ี ประชมุ แหงมนษุ ยท งั้ หลาย ชื่อวา มานสุ สกะ มนสุ สฺ านํ สมโุ ห มานสุ สฺ โก.

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๙๖ มยรุ านํ สมุโห มายรุ โก. (ประชมุ แหงมนษุ ยหรือหมูแหงมนุษย) กโปตานํ สมโุ ห กาโปตโก. ประชมุ แหง นกยงู ท้ังหลาย ชื่อวา มายรุ กะ (ประชมุ แหง นกยงู หรอื หมแู หงนกยงู ) ประชมุ แหง นกพิราบท้งั หลาย ชอื่ วา กาโปตกะ (ประชมุ แหงนกพริ าบหรือหมแู หง นกพิราบ) ศพั ทท ่ีลง ณ ปจ จยั อยางน้ี ประชมุ แหงมนษุ ยท งั้ หลาย ช่ือวา มานสุ สะ มนุสสฺ านํ สมโุ ห มานุสโฺ ส. (ประชมุ แหงมนษุ ยหรือหมแู หงมนษุ ย) มยุรานํ สมโุ ห มายโุ ร. ประชมุ แหงนกยงู ท้งั หลาย ชอื่ วา มายรุ ะ กโปตานํ สมโุ ห กาโปโต. (ประชมุ แหงนกยงู หรอื หมแู หง นกยูง) ประชมุ แหงนกพิราบทั้งหลาย ช่อื วา กาโปตะ (ประชมุ แหงนกพิราบหรือหมแู หง นกพิราบ) ศพั ททล่ี ง ตา ปจจัย อยา งนี้ ประชมุ แหง บานทง้ั หลาย ชอ่ื วา คามตา คามานํ สมโุ ห คามตา. (ประชมุ แหงบานหรอื หมแู หง บา น) ชนานํ สมโุ ห ชนตา. ประชมุ แหงชนทง้ั หลาย ช่อื วา ชนตา สหายานํ สมโุ ห สหายตา. (ประชมุ แหง ชนหรือหมแู หงชน) นาครานํ สมุโห นาครตา. ประชมุ แหงเพื่อนทง้ั หลาย ชื่อวา สหายตา ราชนู ํ สมโุ ห ราชตา. (ประชมุ แหง เพอื่ นหรือหมูแหงเพ่ือน) พนฺธนู ํ สมโุ ห พนธฺ ตุ า. ประชมุ แหงชาวเมอื งทง้ั หลาย ชอื่ วา นาครตา (ประชมุ แหง ชาวเมืองหรอื หมูแหง ชาวเมือง) ประชมุ แหงพระราชาท้ังหลาย ชอื่ วา ราชตา (ประชมุ แหง พระราชาหรอื หมูแหง พระราชา) ประชมุ แหงพวกพอ ง(พี่นอ ง)ทั้งหลาย ช่ือวา พนั ธตุ า (ประชมุ แหง พวกพองหรือหมูแหง พวกพอง) ๖.ฐานตัทธติ ฐานตัทธติ ใชป จจยั ๒ ตวั คอื อีย และ เอยยฺ ปจจัย แทน าน อรหติ หิต และ ภว ศพั ท แปลวา ท่ตี ้ัง ควร เกือ้ กลู มี เปน ตน อยา งน้ี ศพั ททล่ี ง อยี ปจ จัย อยางนี้ ทีต่ ั้ง แหง ความเมา ช่อื วา มทนยี ะ มทนสฺส านํ มทนียํ. (ทต่ี งั้ แหง ความเมา) พนฺธนสสฺ านํ พนธฺ นียํ. ทต่ี งั้ แหง ความผกู ชอ่ื วา พนั ธนยี ะ โมจนสสฺ านํ โมจนยี .ํ (ทตี่ ั้งแหง ความผูก) ทีต่ ง้ั แหงความ ชื่อวา โมจนยี ะ (ท่ีต้ังแหง ความแก)

ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๙๗ ทสฺสนํ อรหตีติ ทสฺสนโี ย.(ชโน) ชนใด ยอมควร ซง่ึ การเหน็ เหตนุ ัน้ ชนนั้น ชอ่ื วา ปชู นํ อรหตตี ิ ปชู นโี ย.(ชโน) ทัสสนียะ(ผูควรซึ่งการเหน็ ) อุปาทานานํ หติ ํ อปุ าทานยี .ํ ชนใด ยอ มควร ซึ่งการบชู า เหตนุ ัน้ ชนนน้ั ชือ่ วา เวทนานํ หติ ํ เวทนยี .ํ ปูชนียะ(ผคู วรซง่ึ การบูชา) อทุ เร ภวํ อุทรีย.ํ (โภชน)ํ เกื้อกูล แกอ ุปาทานทัง้ หลาย ชอ่ื วา อุปาทานียะ อาวาเส ภวา อาวาสยี า.(กุฏิ) (เก้อื กลู แกอ ปุ าทาน) เก้อื กลู แกเ วทนาท้งั หลาย ชอื่ วา เวทนยี ะ (เกื้อกลู แกเ วทนา) โภชนะ มี ในทอง ชื่อวา อทุ รียะ (อนั มใี นทอ ง) กุฏิ มี ในอาวาส ช่ือวา อาวาสียะ (อันมีในอาวาส) ศัพทท ล่ี ง เอยยฺ ปจจัย อยา งนี้ ชนใด ยอ มควร ซง่ึ การเหน็ เหตนุ น้ั ชนนัน้ ชอื่ วา ทสสฺ นํ อรหตีติ ทสสฺ เนยฺโย.(ชโน) ทสั สเนยยะ(ผูควรซึง่ การเหน็ ) ปชู นํ อรหตตี ิ ปชู เนยโฺ ย.(ชโน) ชนใด ยอมควร ซงึ่ การบชู า เหตนุ ั้น ชนนน้ั ชือ่ วา ทกขฺ ิณํ อรหตตี ิ ทกขฺ เิ ณยโฺ ย.(ชโน) ปูชเนยยะ(ผคู วรซง่ึ การบูชา) อาหุนํ อรหตตี ิ อาหเุ นยโฺ ย.(ชโน) ชนใด ยอ มควร ซง่ึ การทักษณิ า เหตนุ น้ั ชนนนั้ ชอ่ื วา ปาหนุ ํ อรหตีติ ปาหเุ นยโฺ ย.(ชโน) ทกั ขเิ ณยยะ(ผคู วรซงึ่ ทกั ษิณา) วนทฺ นํ อรหตตี ิ วนทฺ เนยฺโย.(ชโน) ชนใด ยอมควร ซ่งึ ของอันเขานำมาบชู า เหตนุ ัน้ ชนนน้ั ช่ือวา อาหเุ นยยฺ ะ(ผคู วรซง่ึ ของอนั เขานำมาบชู า) ชนใด ยอมควร ซง่ึ ของคำนบั เหตนุ ั้น ชนนัน้ ชือ่ วา ปาหเุ นยยะ(ผคู วรซง่ึ ของคำนบั ) ชนใด ยอ มควร ซง่ึ การไหว เหตนุ ้นั ชนนน้ั ช่ือวา วนั ทเนยยะ(ผคู วรซึ่งการไหว) ๗.พหลุ ตทั ธติ พหลุ ตทั ธติ ใชป จจัย ๑ ตวั คอื อาลุ ปจ จัย แทน ปกติ และ พหุล ศัพท แปลวา “มี...เปน ปกต”ิ และ “มี...มาก” อยา งน้ี อภิชฌฺ า อสสฺ ปกติ อภิชฌฺ าล.ุ (ชโน) อภิชฌา(ความเพงเล็ง) เปน ปกติ ของชนนนั้ ชนนนั้ ชอื่ วา อภิชฌาล(ุ มีอภชิ ฌาเปนปกต)ิ อภิชฌฺ า อสสฺ พหลุ า วา อภชิ ฌฺ าลุ. อกี อยา งหนง่ึ อภชิ ฌา ของชนนั้น มาก ชนน้นั ชือ่ วา อภชิ ฌาลุ(มอี ภิชฌามาก) สตี ํ อสสฺ ปกติ สตี าลุ.(ปเทโส) ความหนาว เปน ปกติ ของประเทศนน้ั ประเทศนน้ั ชือ่ วา สีตาลุ(มคี วามหนาวเปนปกติ) สตี ํ เอตถฺ พหุลํ วา สตี าลุ. อีกอยางหนึง่ ความหนาว ในประเทศน้ี มาก

ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๙๘ ทยา อสฺส ปกติ ทยาลุ.(ชโน) ประเทศนี้ ชื่อวา สตี าล(ุ มคี วามหนาวมาก) ทยา อสสฺ พหลุ า วา ทยาล.ุ ความเอน็ ดู เปนปกติ ของชนน้นั ชนนนั้ ช่อื วา ธชา อสสฺ ปกติ ธชาลุ.(รโถ) ทยาลุ(มีความเอน็ ดเู ปน ปกต)ิ ธชา อสฺมึ พหุลา วา ธชาล.ุ อีกอยางหนึง่ ความเอน็ ดู ของชนนั้น มาก ชนนน้ั ช่อื วา ทยาล(ุ มีความเดน็ ดมู าก) ธงทง้ั หลาย เปนปกติ ของรถนัน้ รถนน้ั ชอ่ื วา ธชาล(ุ มธี งเปน ปกต)ิ อีกอยา งหนึ่ง ธงทัง้ หลาย ในรถน้ี มาก รถนี้ ชอื่ วา ธชาลุ(มธี งมาก) ๘.เสฏฐตทั ธติ เสฏฐตทั ธิต ใชปจ จยั ๕ ตวั คอื ตร ตม อยิ ิสสฺ ก อยิ และ อิฏ ปจ จยั ลงทา ยศพั ทค ุณนาม มไิ ด แทนศัพทเ หมือนตัทธติ อนื่ ๆ เปน เคร่อื งหมายเปรียบเทยี บคำคุณศพั ท ใหรวู า ดหี รอื เลวกวา กนั อยางไร ซง่ึ ปจจัยแตล ะตวั มคี ำแปลไมเหมอื นกนั ปจ จัย ๓ ตวั คือ ตร อยิ ิสสฺ ก และอิย แปลวา กวา ปจ จยั ๒ ตวั คือ ตม และอิ แปลวา ทส่ี ดุ ศัพทท ลี่ ง ตร ปจจยั สำเร็จเปน วเิ สสคุณนาม อยา งน้ี ปาปตโร เปน บาปกวา ปณฑฺ ิตตโร เปน บณั ฑติ กวา หีนตโร เลวกวา ปณีตตโร ประณตี กวา ศัพทท ลี่ ง ตม ปจจยั สำเรจ็ เปน อตวิ ิเสสคณุ นาม อยา งนี้ ปาปตโม เปนบาปทสี่ ดุ ปณฺฑติ ตโม เปน บณั ฑติ ที่สดุ หนี ตโม เลวทีส่ ดุ ปณีตตโม ประณตี ที่สดุ ศพั ทท ี่ลง อิยสิ สฺ ก ปจ จยั สำเรจ็ เปน วิเสสคณุ นาม อยา งนี้ ปาปยสิ ฺสโก เปน บาปกวา ศพั ทท ี่ลง อยิ ปจจยั สำเร็จเปน วเิ สสคุณนาม อยา งน้ี ปาปโย เปน บาปกวา กนิโย นอยกวา เสยโฺ ย ประเสริฐกวา เชยโฺ ย เจริญกวา ศัพททีล่ ง อิ  ปจ จัย สำเรจ็ เปน อตวิ ิเสสคุณนาม อยา งน้ี ปาป โ  เปนบาปทสี่ ดุ กนิโ นอยทส่ี ดุ

ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๙๙ เสโ ประเสรฐิ ทสี่ ดุ เชโ เจริญท่ีสดุ ตวั อยา งประโยควิเคราะหใชเ ปน แบบเดยี วกนั อยา งนี้ สพฺเพ อเิ ม ปาปา, อยมิเมสํ วิเสเสน ปาโปติ ปาปตโร,ปาปตโม,ปาปย สิ ฺสโก,ปาปโ ย, ปาปโ .(ชโน) ชนท้งั หลาย เหลาน้ี ทัง้ ปวง เปน บาป, ชนนี้ เปน บาป โดยวเิ ศษ แหง 21๑(กวา )ชนทงั้ หลาย เหลาน้ี เหตนุ ัน้ ชนน้ี ชอื่ วา ปาปตระ,ปาปตมะ,ปาปย ิสสกะ,ปาปย ะ,ปาปฏฐะ(ผเู ปน บาปกวา ,ผูเปน บาปท่ีสดุ ,ผเู ปน บาปกวา ,ผเู ปนบาปกวา,ผเู ปน บาปท่ีสุด) สพเฺ พ อเิ ม อปฺปา, อยมิเมสํ วเิ สเสน อปโฺ ปติ กนโิ ย,กนิโ .(ชโน) ชนทั้งหลายเหลา นี้ ทงั้ ปวง นอย, ชนน้ี นอย โดยวิเศษ แหง (กวา )ชนทงั้ หลายเหลา นี้ เหตนุ น้ั ชนน้ี ช่ือวา กนิยะ,กนิฏฐะ(ผนู อยกวา ,ผนู อยทีส่ ุด) (อปปฺ +อิย,อิ  แปลง อปฺป เปน กน สำเร็จเปน กนิย,กนิ) สพฺเพ อิเม ปสา, อยมิเมสํ วิเสเสน ปสโติ เสยฺโย,เสโ.(ชโน) ชนทั้งหลายเหลา นี้ ทงั้ ปวง ประเสรฐิ , ชนน้ี ประเสรฐิ โดยวเิ ศษ แหง(กวา )ชนทัง้ หลายเหลา น้ี เหตนุ ัน้ ชนนี้ ชอ่ื วา เสยยะ,เสฏฐะ(ผปู ระเสริฐกวา,ผปู ระเสรฐิ ทีส่ ดุ ) (ปส+อยิ ,อิ แปลง ปส เปน ส เอา อิ เปน เอ ซอ น ยฺ สำเรจ็ เปน เสยยฺ และ เอา อิ เปน เอ สำเร็จเปน เส ) สพฺเพ อเิ ม วฑุ ฒฺ า, อยมเิ มสํ วิเสเสน วฑุ ฺโฒติ เชยโฺ ย,เชโ .(ชโน) ชนทง้ั หลายเหลา นี้ ทง้ั ปวง เจรญิ , ชนน้ี เจรญิ โดยวิเศษ แหง (กวา )ชนทงั้ หลายเหลาน้ี เหตนุ น้ั ชน นี้ ชือ่ วา เชยยะ,เชฏฐะ(ผูเจริญกวา,ผเู จริญทส่ี ดุ ) (วุฑฺฒ+อยิ ,อิ  แปลง วฑุ ฒฺ เปน ช เอา อิ เปน เอ ซอน ยฺ สำเรจ็ เปน เชยฺย และ เอา อิ เปน เอ สำเรจ็ เปน เช) ๙.ตทสั สัตถติ ัทธิต ตทสั สตั ถิตัทธติ ใชป จ จยั ๙ ตวั คือ วี ส สี อกิ อี ร วนตฺ ุ มนตฺ ุ และ ณ ปจ จัย แทน อตถฺ ิ ศพั ท แปลวา “มี...” ดังนัน้ ตัทธติ นจ้ี งึ เรียกอีกอยางหนึง่ วา อตถฺ ติ ทั ธติ คอื แทน อตถฺ ิ ศพั ทเดียวเทา น้ัน บท สำเร็จดว ยปจ จยั ๙ ตัวน้ี เปน คณุ นามอยา งเดยี ว เวลาแปลงทา ยคำเปนวจนะในรปู การกตา งๆ ทงั้ ๓ ลงิ ค ตองถือเอารูปสระสดุ ทายของศพั ทว า เปนการนั ตอ ะไร ใหลงเครื่องหมายการันตใ หต รงกับลงิ คน น้ั ๆ เนอ่ื งจากศัพทเ ดียวเปน ได ๓ ลงิ ค ศพั ทท ี่ลง วี ปจ จยั อยา งน้ี ปญญา ของชนนนั้ มีอยู เหตุนน้ั ชนนน้ั เมธา อสสฺ อตถฺ ตี ิ เมธาว.ี (ชโน) ชื่อวา เมธาว(ี ผมู ปี ญ ญา) มายา อสฺส อตถฺ ตี ิ มายาวี.(ชโน) มายา ของชนนนั้ มอี ยู เหตนุ ั้น ชนนนั้ ชอ่ื วา มายาว(ี ผมู ีมายา) ศพั ทที่ลง ส ปจจัย อยา งน้ี สเุ มธา อสสฺ อตถฺ ีติ สุเมธโส.(ชโน) ปญญาดี ของชนนนั้ มีอยู เหตนุ นั้ ชนนัน้ ๑ ฉฏั ฐวี ิภัตตใิ ชใ นอรรถ อปาทาน แปลออกอายตนบิ าตหกั ฉฏั ฐีเปนปญ จมวี ิภตั ติวา “กวา ...”

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๐ ภูรเิ มธา อสสฺ อตถฺ ตี ิ ภรู เิ มธโส.(ชโน) ชื่อวา สเุ มธสะ(ผมู ีปญญาด)ี ปญ ญาเพียงดงั แผน ดนิ ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ ้ัน ศัพททล่ี ง สี ปจ จยั อยา งน้ี ชนนน้ั ชื่อวา ภูริเมธสะ(ผมู ปี ญ ญาเพียงดงั แผน ดนิ ) ตโป อสสฺ อตถฺ ตี ิ ตปส.ี (ชโน) ตบะ ของชนนัน้ มอี ยู เหตุนน้ั ชนนนั้ เตโช อสฺส อตถฺ ีติ เตชสี.(ชโน) ชื่อวา ตปส(ี ผมู ตี บะ) เดช ของชนนน้ั มีอยู เหตุนนั้ ชนนน้ั ศพั ทท ล่ี ง อิก ปจ จยั อยา งน้ี ชื่อวา เตชส(ี ผูม เี ดช) ทณโฺ ฑ อสสฺ อตฺถตี ิ ทณฑฺ ิโก.(ชโน) ไมเ ทา ของชนนัน้ มอี ยู เหตนุ ้ัน ชนนัน้ อตโฺ ถ อสฺส อตถฺ ตี ิ อตฺถโิ ก.(ชโน) ชอ่ื วา ทณั ฑกิ ะ(ผมู ีไมเ ทา ) คนโฺ ธ อสฺส อตฺถตี ิ คนธฺ โิ ก.(ชโน) ความตองการ ของชนนนั้ มอี ยู เหตนุ น้ั ชนนน้ั ธนํ อสสฺ อตฺถตี ิ ธนโิ ก.(ชโน) ชื่อวา อตั ถกิ ะ(ผมู คี วามตอ งการ) ของหอม ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ ัน้ ชนน้ัน ศัพทท ีล่ ง อี ปจ จยั อยางน้ี ชื่อวา คนั ธกิ ะ(ผูมีของหอม) ทณฺโฑ อสสฺ อตถฺ ตี ิ ทณฑฺ .ี (ชโน) ทรพั ย ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ น้ั ชนน้นั สุขํ อสสฺ อตถฺ ีติ สุข.ี (ชโน) ชอื่ วา ธนิกะ(ผมู ีทรัพย) โภโค อสสฺ อตฺถตี ิ โภคี.(ชโน) ไมเทา ของชนน้นั มอี ยู เหตนุ นั้ ชนนัน้ คนฺโธ อสฺส อตฺถตี ิ คนฺธ.ี (ชโน) ช่อื วา ทณั ฑ(ี ผูม ีไมเ ทา ) ธนํ อสสฺ อตถฺ ตี ิ ธนี.(ชโน) ความสขุ ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ นั้ ชนนั้น ชอ่ื วา สุข(ี ผูม คี วามสขุ ) ศพั ทท ลี่ ง ร ปจจัย อยางนี้ โภคะ ของชนนน้ั มีอยู เหตนุ น้ั ชนน้ัน มุขํ อสสฺ อตฺถตี ิ มขุ โร.(ชโน) ชื่อวา โภคี(ผมู โี ภคะ) สุสิ อสฺส อตถฺ ตี ิ สุสโิ ร.(รกุ ฺโข) ของหอม ของชนนน้ั มีอยู เหตนุ ั้น ชนน้นั มธุ อสฺส อตฺถตี ิ มธโุ ร.(ปโู ว) ชือ่ วา คนั ธี(ผมู ขี องหอม) ทรัพย ของชนนนั้ มอี ยู เหตนุ ้ัน ชนน้นั ชอ่ื วา ธน(ี ผมู ที รพั ย) ปาก ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ น้ั ชนนน้ั ชื่อวา มขุ ระ(ผมู ปี าก)(คนปากกลา ) โพรง ของตนไมน น้ั มีอยู เหตุนน้ั ตนไมนน้ั ชอ่ื วา สสุ ริ ะ(อันมโี พรง) นำ้ ผึ้ง ของขนมนน้ั มอี ยู เหตนุ นั้ ขนมน้ัน ชอ่ื วา มธรุ ะ(อนั มนี ำ้ ผง้ึ )(มีรสหวาน)

ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๑ ศพั ทที่ลง วนตฺ ุ ปจจยั อยางน้ี คุณ ของชนนน้ั มีอยู เหตุนนั้ ชนนนั้ คโุ ณ อสฺส อตฺถตี ิ คณุ วา.(ชโน) ชื่อวา คุณวา(ผมู ีคุณ) ธนํ อสสฺ อตฺถตี ิ ธนวา.(ชโน) ทรัพย ของชนนั้น มีอยู เหตนุ ั้น ชนน้ัน ปฺา อสฺส อตถฺ ตี ิ ปฺวา.(ชโน) ช่ือวา ธนวา(ผมู ที รัพย) ปุ ฺํ อสฺส อตถฺ ีติ ปุ ฺ วา.(ชโน) ปญ ญา ของชนนน้ั มีอยู เหตนุ น้ั ชนนน้ั สลี ํ อสฺส อตฺถตี ิ สลี วา.(ชโน) ชื่อวา ปญ ญวา(ผมู ปี ญ ญา) บญุ ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ นั้ ชนนนั้ ชื่อวา ปญุ ญวา(ผูม บี ญุ ) ศีล ของชนน้นั มอี ยู เหตนุ น้ั ชนนน้ั ชอ่ื วา สีลวา(ผมู ีศีล) ศัพทท่ลี ง มนตฺ ุ ปจจยั อยางนี้ อายุ ของชนนนั้ มีอยู เหตนุ น้ั ชนนนั้ อายุ อสฺส อตถฺ ตี ิ อายสมฺ า.(ชโน) ชอ่ื วา อายัสมา(ผมู อี ายุ) สติ อสฺส อตถฺ ีติ สตมิ า.(ชโน) สติ ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ ้นั ชนน้ัน จกขฺ ุ อสสฺ อตถฺ ตี ิ จกขฺ ุมา.(ชโน) ชื่อวา สตมิ า(ผูมีสติ) ชุติ อสสฺ อตฺถตี ิ ชตุ ิมา.(ชโน) จกั ษุ ของชนนั้น มีอยู เหตุนนั้ ชนนนั้ พนฺธุ อสสฺ อตถฺ ตี ิ พนธฺ มุ า.(ชโน) ชอ่ื วา จักขมุ า(ผมู จี กั ษ)ุ ความโพลง(โชตชิ ว ง) ของชนนน้ั มีอยู เหตนุ ้นั ชนนนั้ ชอ่ื วา ชุตมิ า(ผูมคี วามโพลง) พวกพอ ง ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ ้ัน ชนนัน้ ช่อื วา พนั ธมุ า(ผูมีพวกพอ ง) ศพั ทท ่ีลง ณ ปจจยั อยางนี้ ศรัทธา ของชนนนั้ มีอยู เหตนุ น้ั ชนนน้ั สทฺธา อสสฺ อตถฺ ตี ิ สทโฺ ธ.(ชโน) ชอ่ื วา สัทธะ(ผมู ศี รทั ธา) มจเฺ ฉรํ อสฺส อตถฺ ตี ิ มจฺเฉโร.(ชโน) ความตระหน่ี ของชนนน้ั มอี ยู เหตนุ น้ั ชนนนั้ ปฺา อสสฺ อตถฺ ตี ิ ปโฺ .(ชโน) ช่ือวา มัจเฉระ(ผูมีความตระหน่ี) ปญญา ของชนนนั้ มอี ยู เหตนุ น้ั ชนนนั้ ชอ่ื วา ปญญะ(ผมู ปี ญญา) ๑๐.ปกติตัทธติ ปกตติ ัทธติ ใชป จ จัย ๑ ตัว คอื มย ปจจัย แทน ปกต ศัพท หรอื วกิ าร ศพั ท แปลวา “อนั เขา กระทำแลว ”, “อนั สำเรจ็ แลว ” หรอื “เปน วกิ าร” อยางน้ี มย ปจ จัย ใชแ ทน ปกต ศัพท ตองประกอบศัพทน ามในประโยควิเคราะห เปน ตติยาวภิ ัตติ อยางน้ี สวุ ณฺเณน ปกตํ โสวณณฺ มย.ํ (ภาชน)ํ ภาชนะ อนั เขากระทำแลว ดวยทอง ชอื่ วา โสวัณณมยะ(อนั เขากระทำแลว ดวยทอง)

ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๒ อทิ ธฺ ิยา ปกตํ อิทธฺ ิมยํ.(จวี รํ) จวี ร อนั สำเรจ็ แลว ดว ยฤทธิ์ ช่ือวา อิทธิมยะ(อนั สำเรจ็ แลว ดวยฤทธิ)์ ทาเนน ปกตํ ทานมย.ํ (ปุ ฺ ํ) บญุ อนั สำเรจ็ แลว ดวยทาน ชื่อวา ทานมยะ(อนั สำเรจ็ แลวดวยทาน) สเี ลน ปกตํ สลี มยํ.(ปุ ฺ )ํ บุญ อนั สำเรจ็ แลว ดว ยศลี ชอื่ วา สีลมยะ(อันสำเร็จแลว ดว ยศลี ) ทารนุ า ปกตํ ทารมุ ยํ.(วตฺถ)ุ วัตถุ อนั เขากระทำแลว ดว ยไม ชอื่ วา ทารุมยะ(อนั เขากระทำแลว ดวยไม) อยสา ปกตํ อโยมยํ.(ภาชนํ) ภาชนะ อันเขากระทำแลว ดวยเหล็ก ช่ือวา อโยมยะ(อนั เขากระทำแลว ดวยเหล็ก) มตตฺ กิ าย ปกตํ มตตฺ ิกามย.ํ (ภาชน)ํ ภาชนะ อันเขากระทำแลว ดวยดนิ เหนยี ว ชอ่ื วา มตั ตกิ ามยะ(อนั เขากระทำแลว ดว ยดนิ เหนียว) ทนฺเตน ปกตํ ทนฺตมยํ.(วตฺถุ) วตั ถุ อนั สำเร็จแลว ดวยงา ชอื่ วา ทนั ตมยะ(อนั สำเรจ็ แลว ดว ยงา) มย ปจ จัย ใชแทน วกิ าร ศพั ท ตอ งประกอบศพั ทนามในประโยควิเคราะห เปน ฉัฏฐวี ภิ ัตติ อยา งน้ี อทิ ฺธิยา วิกาโร อิทธฺ มิ ย.ํ (จีวร)ํ จีวร เปนวิการ แหง ฤทธิ์ ชอ่ื วา อิทธมิ ยะ(อันเปน วิการแหง ฤทธ)ิ์ ทานสสฺ วกิ าโร ทานมยํ.(ปุ ฺ ํ) บญุ เปนวิการ แหง ทาน ชอ่ื วา ทานมยะ(อนั เปนวกิ ารแหงทาน) สุวณฺณสฺส วกิ าโร โสวณณฺ มย.ํ (ภาชน)ํ ภาชนะ เปน วกิ าร แหง ทอง ช่อื วา โสวัณณมยะ(อนั เปน วิการแหงทอง) มตตฺ ิกาย วิกาโร มตฺตกิ ามยํ.(ภาชนํ) ภาชนะ เปน วกิ าร แหง ดนิ เหนียว ชอื่ วา มตั ติกามยะ(อนั เปน วิการแหงดนิ เหนียว) ชตุโน วิกาโร ชตุมยํ.(จกกฺ )ํ ลอ เปน วกิ าร แหง ยาง ชอื่ วา ชตุมยะ(อนั เปน วิการแหง ยาง) ๑๑.ปรู ณตทั ธติ ปูรณตทั ธิต ใชปจ จยั ๕ ตวั คือ ตยิ ถ  ม และ อี แทน “ปรู ณ” ศัพท หรอื ในอิตถีลิงค เปน “ปรู ณ”ี ศพั ท แปลวา “เปน เตม็ ที่” บทสำเรจ็ เปน ปรู ณสังขยา แปลวา “ท.ี่ ..” อยา งนี้ ศัพททลี่ ง ตยิ ปจ จัย อยา งนี้ (ชน) เปนทเี่ ตม็ แหงชนทงั้ หลาย สอง ชื่อวา ทวฺ ินนฺ ํ ปรู โณ ทุตโิ ย.(ชโน) ทตุ ยิ ะ(ท่ีสอง) ติณณฺ ํ ปูรโณ ตตโิ ย.(ชโน) (ชน) เปนทเี่ ตม็ แหงชนทง้ั หลาย สาม ชือ่ วา ทฺวนิ นฺ ํ ปรู ณี ทตุ ยิ า.(อติ ถ)ี ตติยะ(ทสี่ าม) (หญิง) เปน ท่เี ตม็ แหง หญิงทั้งหลาย สอง ชอ่ื วา ทุติยา(ทส่ี าม)

ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๓ ทวฺ นิ นฺ ํ ปรู ณํ ทตุ ยิ .ํ (กลุ )ํ (ตระกลู ) เปนทเี่ ตม็ แหง ตระกลู ทง้ั หลาย สอง ช่อื วา ทตุ ิยะ(ท่ีสอง) ศพั ทท ่ีลง ถ ปจ จยั อยา งน้ี (ชน) เปน ทเ่ี ตม็ แหงชนทง้ั หลาย สี่ ชือ่ วา จตตุ นฺ ํ ปรู โณ จตตุ ฺโถ.(ชโน) จตตุ ถะ(ท่สี )่ี จตุตนฺ ํ ปรู ณี จตตุ ฺถี,จตตุ ถฺ า.(ติถี) (ดิถี) เปน ท่ีเตม็ แหง ดถิ ีท้งั หลาย สี่ ชื่อวา จตุตนฺ ํ ปรู ณํ จตตุ ฺถ.ํ (กุล)ํ จตตุ ถ,ี จตตุ ถา(ท่ีสี)่ (ตระกลู ) เปนทเ่ี ตม็ แหง ตระกูลทั้งหลาย ส่ี ชือ่ วา จตุตถะ(ท่สี )ี่ ศัพทท ี่ลง  ปจจัย อยางน้ี (ชน) เปนทเ่ี ตม็ แหง ชนทง้ั หลาย หก ชื่อวา ฉนนฺ ํ ปรู โณ ฉโ.(ชโน) ฉฏั ฐะ(ทหี่ ก) ฉนนฺ ํ ปรู ณี ฉ ,ี ฉา.(ตถิ ี (ดิถี) เปน ท่เี ตม็ แหง ดถิ ที ัง้ หลาย หก ชื่อวา ฉนนฺ ํ ปรู ณํ ฉ ํ.(กุลํ) ฉัฏฐี,ฉัฏฐะ(ทหี่ ก) (ตระกลู ) เปนทเี่ ตม็ แหง ตระกลู ทง้ั หลาย หก ชอ่ื วา ฉฏั ฐะ(ทหี่ ก) ศพั ททล่ี ง ม ปจ จยั อยางนี้ ปฺจนนฺ ํ ปูรโณ ปฺจโม.(อตโฺ ถ) (อรรถ) เปนท่เี ต็ม แหงอรรถทงั้ หลาย หา ชอื่ วา ปญ จมะ(ทีห่ า) ปจฺ นนฺ ํ ปูรณี ปจฺ มี,ปจฺ มา.(ปารม)ี (บารม)ี เปน ที่เตม็ แหง บารมีทั้งหลาย หา ชอ่ื วา ปญจมี,ปญ จมา(ท่ีหา ) ปจฺ นนฺ ํ ปรู ณํ ปจฺ มํ.(ฌาน)ํ (ฌาน) เปน ที่เตม็ แหงฌานท้ังหลาย หา ช่ือวา ปญ จมะ(ท่หี า ) สตฺตนนฺ ํ ปูรโณ สตตฺ โม.(ชโน) (ชน) เปนทเี่ ตม็ แหงชนทงั้ หลาย เจ็ด ชอื่ วา สตั ตมะ(ทเ่ี จด็ ) อ นนฺ ํ ปรู ณี อมี,อมา.(ติถ)ี (ดถิ )ี เปน ท่เี ตม็ แหง ดถิ ีทั้งหลาย แปด ชอ่ื วา อฏั ฐมี,อัฏฐมา(ทแี ปด) นวนฺนํ ปรู ณํ นวม.ํ (กุล)ํ (ตระกลู ) เปน ทเี่ ตม็ แหง ตระกูลท้งั หลาย เกา ชื่อวา นวมะ(ที่เกา ) โสฬสนฺนํ ปูรโณ โสฬสโม.(ปรุ ิโส) (บรุ ุษ) เปนทเ่ี ตม็ แหง บรุ ุษทงั้ หลาย สบิ หก ชอ่ื วา โสฬสมะ(ท่สี ิบหก) วีสติยา ปูรโณ วีสตโิ ม.(ปุรโิ ส) (บรุ ุษ) เปนทเี่ ตม็ แหง บรุ ุษทงั้ หลาย ย่ีสบิ ช่ือวา วีสตมิ ะ(ที่ยสี่ ิบ) ศพั ททล่ี ง อี ปจ จยั อยา งน้ี เอกาทสนฺนํ ปูรณี เอกาทส.ี (อติ ถฺ )ี (หญงิ ) เปน ที่เตม็ แหง หญิงทง้ั หลาย สบิ เอด็ ชอ่ื วา

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๔ เอกาทส(ี ท่สี บิ เอด็ ) ทฺวาทสนนฺ ํ ปรู ณี ทวฺ าทส.ี (อติ ถฺ )ี (หญิง) เปน ที่เตม็ แหง หญงิ ทั้งหลาย สบิ สอง ชือ่ วา ทวาทส(ี ที่สบิ สอง) เตรสนนฺ ํ ปรู ณี เตรส.ี (อติ ฺถ)ี (หญงิ ) เปน ทเ่ี ต็ม แหงหญิงทั้งหลาย สบิ สาม ชอ่ื วา เตรส(ี ทสี่ บิ สาม) จตุทฺทสนนฺ ํ ปรู ณี จตทุ ฺทส,ี จาตุทฺทสี.(อติ ฺถี)(หญิง) เปนท่เี ต็ม แหง หญงิ ทง้ั หลาย สบิ ส่ี ช่อื วา จตุททส,ี จาตุททสี(ท่ีสิบส)ี่ โสฬสนนฺ ํ ปูรณี โสฬสี.(อติ ฺถ)ี (หญงิ ) เปน ทเี่ ต็ม แหง หญงิ ทัง้ หลาย สบิ หก ชื่อวา โสฬส(ี ทส่ี ิบหก) ๑๒.สงั ขยาตทั ธติ สังขยาตัทธติ ใชปจ จัย ๑ ตวั คือ ก ปจจัย แทน “ปรมิ าณ” ศพั ท แปลวา “มปี รมิ าณ” หรอื “มี ประมาณ” นิยมลงทายศพั ทป กตสิ งั ขยาอยา งเดยี ว การวางรปู ประโยควเิ คราะหค ลายกับรปู วิเคราะหใ นตทัส สัตถติ ัทธติ อยา งน้ี เทวฺ ปริมาณานิ อสสฺ าติ ทวฺ กิ .ํ (วตถฺ )ุ ปริมาณทง้ั หลาย ของวตั ถนุ นั้ สอง เหตนุ ้ัน วตั ถนุ นั้ ชือ่ วา ทวกิ ะ(มปี ริมาณสอง) ตีณิ ปรมิ าณานิ อสฺสาติ ตกิ .ํ (วตถฺ )ุ ปริมาณทงั้ หลาย ของวตั ถนุ ัน้ สาม เหตนุ นั้ วตั ถนุ นั้ ช่อื วา ตกิ ะ(มปี รมิ าณสาม) จตฺตาริ ปรมิ าณานิ อสฺสาติ จตกุ ฺก.ํ (วตฺถ)ุ ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวตั ถุนน้ั ส่ี เหตุนน้ั วตั ถนุ ั้น ชื่อวา จตกุ กะ(มีปรมิ าณส่)ี ปฺจ ปริมาณานิ อสสฺ าติ ปจฺ กํ.(วตถฺ ุ) ปรมิ าณทงั้ หลาย ของวตั ถนุ น้ั หา เหตนุ ั้น วตั ถนุ ้นั ชอ่ื วา ปญจกะ(มปี รมิ าณหา ) ฉ ปรมิ าณานิ อสฺสาติ ฉกฺกํ.(วตถฺ ุ) ปริมาณทงั้ หลาย ของวตั ถนุ นั้ หก เหตนุ ้นั วตั ถนุ ัน้ ช่ือวา ฉกั กะ(มปี รมิ าณหก) สตฺต ปรมิ าณานิ อสสฺ าติ สตตฺ ก.ํ (วตถฺ ุ) ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวัตถนุ น้ั เจด็ เหตนุ น้ั วตั ถนุ ั้น ชอ่ื วา สตั ตกะ(มีปริมาณเจด็ ) อ ปรมิ าณานิ อสฺสาติ อ กํ.(วตถฺ )ุ ปริมาณทงั้ หลาย ของวตั ถนุ นั้ แปด เหตนุ น้ั วตั ถนุ ้ัน ชื่อวา อฐ กะ(มปี รมิ าณสาม) นว ปรมิ าณานิ อสสฺ าติ นวก.ํ (วตถฺ ุ) ปริมาณทงั้ หลาย ของวตั ถนุ น้ั เกา เหตนุ นั้ วตั ถนุ ั้น ช่ือวา นวกะ(มปี รมิ าณเกา) ทส ปรมิ าณานิ อสฺสาติ ทสกํ.(วตฺถ)ุ ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวตั ถนุ น้ั สิบ เหตนุ ้นั วตั ถนุ นั้ ชอ่ื วา ทสกะ(มปี รมิ าณสบิ ) อ ารส ปรมิ าณานิ อสฺสาติ อ ารสกํ.(วตฺถุ)ปรมิ าณทงั้ หลาย ของวตั ถนุ ั้น สบิ แปด เหตุนนั้ วัตถุนนั้ ชอื่ วา อฏั ฐารสกะ(มปี ริมาณสบิ แปด) วีสติ ปรมิ าณานิ อสสฺ าติ วีสตกิ ํ.(วตถฺ )ุ ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวตั ถนุ นั้ ย่สี ิบ เหตนุ นั้ วตั ถนุ น้ั ชอื่ วา วีสตกิ ะ(มปี รมิ าณย่ีสบิ )

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๕ ตึส ปริมาณานิ อสสฺ าติ ตึสก.ํ (วตถฺ )ุ ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวตั ถนุ ั้น สามสิบ เหตนุ น้ั วตั ถนุ น้ั ชื่อวา ตึสกะ(มปี ริมาณสามสิบ) สี ปรมิ าณานิ อสสฺ าติ สกิ ํ.(วตฺถ)ุ ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวตั ถนุ นั้ หกสิบ เหตุนน้ั วตั ถนุ น้ั ชื่อวา สัฏฐิกะ(มปี ริมาณหกสบิ ) สตตฺ ติ ปรมิ าณานิ อสฺสาติ สตตฺ ติก.ํ (วตถฺ )ุ ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวตั ถุนน้ั เจด็ สิบ เหตนุ ้นั วัตถุนนั้ ช่ือวา สัตตตกิ ะ(มปี รมิ าณเจด็ สบิ ) อสตี ิ ปริมาณานิ อสฺสาติ อสตี ิก.ํ (วตถฺ ุ) ปรมิ าณทง้ั หลาย ของวตั ถนุ นั้ แปดสบิ เหตนุ น้ั วัตถุนน้ั ช่อื วา อสีตกิ ะ(มปี รมิ าณแปดสบิ ) นวตุ ิ ปรมิ าณานิ อสฺสาติ นวตุ ิกํ.(วตถฺ ุ) ปริมาณทงั้ หลาย ของวตั ถนุ น้ั เกา สิบ เหตนุ น้ั วัตถนุ น้ั ชอื่ วา นวตุ กิ ะ(มปี รมิ าณเกา สบิ ) ๑๓.วิภาคตทั ธติ วภิ าคตทั ธติ ใชป จ จยั ๒ ตวั คอื ธา และ โส ปจจยั แทน “วภิ าค” ศพั ท แปลวา “โดยสวน” หรอื “โดยการจำแนก” ธา ปจจยั ลงหลงั ปกติสังขยา โส ปจจยั ลงหลงั สุทธนาม เมอ่ื สำเรจ็ รูปแลว เปน อลงิ ค เปนอพั ยยศัพท แจกดวยวิภตั ติทัง้ ๗ ไมไ ด เน่ืองจากเปน ตตยิ าวิภตั ตเิ ทาน้ัน อยา งนี้ ศพั ทท ่ลี ง ธา ปจ จัย อยา งน้ี โดยสว น หนงึ่ ชื่อวา เอกธา(โดยสวนเดียว) เอเกน วิภาเคน เอกธา. โดยสวนทง้ั หลาย สอง ชื่อวา ทวธิ า(โดยสว นสอง) ทฺวีหิ วิภาเคหิ ทฺวธิ า. โดยสว นท้งั หลาย สาม ช่ือวา ตธิ า(โดยสว นสาม) ตหี ิ วภิ าเคหิ ตธิ า. โดยสวนทง้ั หลาย สี่ ชื่อวา จตธุ า(โดยสว นส)่ี จตูหิ วิภาเคหิ จตธุ า. โดยสว นทั้งหลาย หา ช่อื วา ปญ จธา(โดยสว นหา) ปฺจหิ วิภาเคหิ ปจฺ ธา. โดยสวนทง้ั หลาย หก ชือ่ วา ฉธา(โดยสวนหก) ฉหิ วภิ าเคหิ ฉธา. โดยสว นทั้งหลาย เกา ชอ่ื วา นวธา(โดยสว นเกา ) นวหิ วิภาเคหิ นวธา. โดยสว นท้ังหลาย สบิ เกา ชอ่ื วา เอกนู วสี ตยิ า วิภาเคหิ เอกนู วสี ตธิ า. เอกูนวสี ตธิ า(โดยสว นสบิ เกา) วสี ตยิ า วภิ าเคหิ วสี ติธา. โดยสว นท้งั หลาย ยสี่ บิ ช่อื วา วสี ติธา(โดยสว นย่สี ิบ) อ นวตุ ยิ า วิภาเคหิ อนวุตธิ า. โดยสว นทงั้ หลาย เกา สบิ แปด ชอื่ วา สตสสฺ วภิ าเคน สตธา. อัฏฐนวตุ ธิ า(โดยสว นเกา สิบแปด) สหสสฺ สฺส วภิ าเคน สหสสฺ ธา. โดยสวน แหง รอ ย ชือ่ วา สตธา(โดยสว นรอย) โดยสว น แหง พัน ช่อื วา สหสั สธา(โดยสว นพนั ) ศพั ทท ่ีลง โส ปจจัย อยางนี้ โดยการจำแนก โดยบท ชือ่ วา ปทโส(โดยบท) ปเทน วภิ าเคน ปทโส. โดยการจำแนก โดยสูตร ชอ่ื วา สตุ ตโส(โดยสูตร) สุตเฺ ตน วิภาเคน สตุ ตฺ โส. โดยการจำแนก โดยอรรถ ชอื่ วา อัตถโส(โดยอรรถ) อตฺเถน วิภาเคน อตถฺ โส. โดยการจำแนก โดยพยัญชนะ ชอ่ื วา พยฺ ฺชเนน วิภาเคน พฺยฺชนโส. พยัญชนโส(โดยพยัญชนะ)

ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๖ าเนน วภิ าเคน านโส. โดยการจำแนก โดยฐานะ ชอื่ วา ฐานโส(โดยฐานะ) ทเี ฆน วภิ าเคน ทฆี โส. โดยการจำแนก โดยสวนยาว ชื่อวา สพเฺ พน วภิ าเคน สพฺพโส. ฐานโส(โดยสว นยาว) โดยการจำแนก โดยท่ที ้ังปวง ช่ือวา สัพพโส(โดยทที่ ั้งปวง) ๑๔.ภาวตัทธติ ภาวตัทธติ ใชป จ จยั ๖ ตวั คือ ตตฺ ณฺย ตตฺ น ตา ณ และ กณฺ แทน “ภาว” ศัพท แปลวา “ความเปนแหง ...” ใชป ระกอบกบั ศัพทท ่เี ปน สทุ ธนาม คุณนาม นามกติ ก กริ ยิ ากติ ก เปน ตน อยางน้ี ศพั ทท ่ีลง ตตฺ ปจ จัย อยางนี้ ความเปน แหงพระจนั ทร ชอ่ื วา จนฺทสสฺ ภาโว จนฺทตฺตํ. จนั ทัตตะ(ความเปน แหงพระจันทร) มนสุ สฺ สฺส ภาโว มนุสสฺ ตตฺ .ํ ความเปน แหง มนุษย ชือ่ วา ทณฑฺ โิ น ภาโว ทณฑฺ ิตตฺ ํ. มนุสสัตตะ(ความเปนแหง มนษุ ย) ปาจกสสฺ ภาโว ปาจกตตฺ ํ . ความเปน แหงคนมีไมเ ทา ชอื่ วา นลี สสฺ ภาโว นีลตตฺ .ํ ทณั ฑิตตะ(ความเปน แหง คนมีไมเทา ) ปส ุกลู กิ สสฺ ภาโว ปส กุ ูลิกตฺต.ํ ความเปน แหงคนหงุ ชอื่ วา ปาจกตั ตะ(ความเปนแหง คนหงุ ) ความเปน แหง ของเขยี ว ชือ่ วา นีลัตตะ(ความเปน แหงของเขียว) ความเปน แหง ผทู รงผา บงั สกุ ุลเปนวตั ร ชื่อวา ปง สุกูลกิ ตั ตะ(ความเปน ผทู รงผาบงั สกุ ลุ เปน วตั ร) ศพั ททลี่ ง ณยฺ ปจจัย อยางน้ี ความเปน แหงบัณฑติ ชื่อวา ปณฺฑติ สสฺ ภาโว ปณฺฑจิ จฺ .ํ ปณฑิจจะ(ความเปนแหง บณั ฑิต) กุสลสฺส ภาโว โกสลลฺ ํ. ความเปน แหง คนฉลาด ชอ่ื วา สมณสสฺ ภาโว สามฺ .ํ โกสัลละ(ความเปน แหงคนฉลาด) สหุ ทสสฺ ภาโว โสหชฺช.ํ ความเปน แหงสมณะ ช่อื วา ปุริสสสฺ ภาโว โปรสิ สฺ .ํ สามญั ญะ(ความเปน แหงสมณะ) นปิ กสสฺ ภาโว เนปกกฺ .ํ ความเปน แหงเพอ่ื น ชอื่ วา อุปมาย ภาโว โอปมฺมํ. โสหัชชะ(ความเปนแหง เพ่อื น) ความเปน แหง บุรษุ ช่อื วา โปริสสะ(ความเปน แหง บุรษุ ) ความเปน แหง คนมีปญญา ช่ือวา เนปก กะ(ความเปน แหงคนมปี ญญา) ความเปน แหง อปุ มา ชอื่ วา

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๗ อลสสฺส ภาโว อาลสยฺ ํ. โอปมมะ(ความเปน แหงอปุ มา) อโรคสสฺ ภาโว อาโรคฺย.ํ ความเปน แหง คนเกยี จครา น ชอ่ื วา พหุสุตสฺส ภาโว พาหุสจฺจ.ํ อาลสยะ(ความเปนแหง คนเกยี จครา น) ความเปน แหง คนไมมโี รค ชอื่ วา อาโรคยะ(ความเปน แหงคนไมมโี รค) ความเปน แหง คนผฟู ง มาก ชื่อวา พาหสุ จั จะ(ความเปน แหง คนผฟู งมาก) ศพั ทท ีล่ ง ตตฺ น ปจ จัย อยา งนี้ ความเปน แหงปุถชุ น ชอื่ วา ปถุ ุชชฺ นสสฺ ภาโว ปุถุชชฺ นตตฺ น.ํ ปุถุชชนตั ตนะ(ความเปนแหง ปถุ ุชน) เวทนสสฺ ภาโว เวทนตตฺ นํ. ความเปน แหง ผมู ีเวทนา ชอื่ วา ชารสสฺ ภาโว ชารตตฺ น.ํ เวทนตั ตนะ(ความเปนแหง ผมู เี วทนา) ชายาย ภาโว ชายตตฺ น.ํ ความเปน แหงชายชู ชอ่ื วา ชารัตตนะ(ความเปน แหงชายชู) ความเปน แหงภรรยา ช่ือวา ชายตั ตนะ(ความเปน แหง ภรรยา) ศัพททลี่ ง ตา ปจจยั อยา งน้ี มทุ โุ น ภาโว มทุ ุตา. ความเปน แหง คนออ นโยน ช่อื วา มทุ ตุ า(ความเปน แหง คนออนโยน) สหายสสฺ ภาโว สหายตา. ความเปน แหงสหาย ช่อื วา สหายตา(ความเปน แหง สหาย) นิทฺทารามสฺส ภาโว นทิ ทฺ ารามตา. ความเปน แหง คนมคี วามหลับเปน ทม่ี ายนิ ดี ชอ่ื วา นทิ ทารามตา(ความเปน ผชู อบนอนมาก) สงคฺ ณกิ ารามสสฺ ภาโว สงคฺ ณกิ ารามตา. ความเปน แหงผรู วมหมเู ปน ที่มายินดี ชื่อวา สงั คณิการามตา(ความเปน ผชู อบรว มหม)ู ภสฺสารามสฺส ภาโว ภสฺสารามตา. ความเปน แหงการพดู เหลวไหลเปน ทมี่ ายนิ ดี ชอ่ื วา ภสั สารามตา(ความเปน ผชู อบพดู เหลวไหล) กตฺ สุ สฺ ภาโว กตฺ ุตา. ความเปน แหง ผรู ูอปุ การะทค่ี นอื่นกระทำแลว ชื่อวา กตญั ุตา(ความเปนผรู ูอุปการะทีผ่ อู นื่ กระทำแลว) โสวจสฺสสฺส ภาโว โสวจสฺสตา. ความเปน แหงบุคคลผวู า งา ย ชอ่ื วา โสวจัสสตา(ความเปนผวู างาย) ศพั ทท ลี่ ง ณ ปจ จยั อยา งน้ี ความเปน แหงของเสมอไปปราศ ชื่อวา วิสมสฺส ภาโว เวสม.ํ เวสมะ(ความเปน ของเสมอไปปราศ) สุจโิ น ภาโว โสจํ. ความเปน แหงของสะอาด ช่อื วา

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๘ มุทโุ น ภาโว มททฺ ว.ํ โสจะ(ความเปน ของสะอาด) ครโุ น ภาโว คารโว. ความเปน แหง คนออ นโยน ช่อื วา อุชุโน ภาโว อาชฺชว.ํ มัททวะ(ความเปนคนออนโยน) ความเปน แหง ผคู วรเคารพ ชื่อวา คารวะ(ความเปน ผคู วรเคารพ) ความเปน แหง คนซื่อตรง ชอื่ วา อาชชวะ(ความเปนคนซ่ือตรง) ศัพททีล่ ง กณฺ ปจ จยั อยา งน้ี ความเปน แหง ของอนั บคุ คลพึงยินดี ชอื่ วา รมณียสฺส ภาโว รามณยี ก.ํ รามณียกะ(ความเปน ของทนี่ า ยนิ ด)ี ปชู นียสสฺ ภาโว ปูชนียกํ. ความเปน แหงบุคคลผคู วรซงึ่ การบชู า ช่ือวา ทสฺสนียสสฺ ภาโว ทสฺสนยี ก.ํ ปชู นียกะ(ความเปน บคุ คลผคู วรบชู า) คมนียสฺส ภาโว คมนียกํ. ความเปน แหงบุคคลผคู วรซง่ึ การเหน็ ชือ่ วา มนุฺ สฺส ภาโว มานุ ฺ กํ. ทสั สนียกะ(ความเปน บคุ คลผคู วรเหน็ ) ความเปน แหง สถานท่ีอนั ควรซ่งึ การไป ชอื่ วา คมนียกะ(ความเปนสถานทค่ี วรไป) ความเปน แหง ของเปน ทฟ่ี ูใจ ชื่อวา มานญุ ญกะ(ความเปนของเปนที่ฟูใจ) ๑๕.อพั ยยตัทธติ อพั ยยตัทธติ ใชป จ จัย ๒ ตวั คอื ถา และ ถํ ปจ จยั แทน “ปการ” ศัพท แปลวา “โ ดยประการ...” นิยมลงทา ยวเิ สสนสพั พนาม โดยเฉพาะ ถา ปจ จยั ลงทาย ย และ ต ศพั ท ถํ ปจจัย ลงทา ย กึ และ อมิ ศัพท เปนตน สำเรจ็ รปู เปนนิบาตบอกประการ จดั เปน อัพยยศัพท อยางนี้ ศพั ทท ล่ี ง ถา ปจ จยั อยา งนี้ โดยประการ ใด ชือ่ วา ยถา(โดยประการใด) เยน ปกาเรน ยถา. โดยประการ นนั้ ชื่อวา ตถา(โดยประการนั้น) เตน ปกาเรน ตถา. โดยประการ ทัง้ ปวง ช่อื วา สัพพถา(โดยประการท้ังปวง) สพฺเพน ปกาเรน สพพฺ ถา. โดยประการ อื่น ชอ่ื วา อญั ญถา(โดยประการอน่ื ) อเฺ น ปกาเรน อฺ ถา ศพั ทที่ลง ถํ ปจจัย อยางนี้ โดยประการ ไร ชอื่ วา กถัง(โดยประการไร) เกน ปกาเรน กถ.ํ โดยประการ น้ี ชอ่ื วา อติ ถัง(โดยประการนี้) อิมนิ า ปกาเรน อติ ฺถํ.

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๐๙ ๓.๘ อาขยาต อาขยาต คอื กิริยาศพั ททกี่ ลา วถงึ กริ ยิ าอาการท่ีแสดงออกทางกาย วาจา หรือทางใจ เชน ทำ พดู คดิ ฝน ยนื เดนิ วงิ่ กระโดด นั่ง นอน ด่ืม กิน เปน ตน มรี ูปวเิ คราะหว า กรฺ ยิ ํ อาจิกฺขตตี ิ อาขยฺ าต,ํ กรฺ ยิ าปทํ (อา + ขฺยา กถเน ในการกลา ว + ต) บทใด ยอ มกลา ว ซ่ึงกริ ยิ า เหตนุ ั้น บทนน้ั ช่อื วา อาขยฺ าต ไดแ ก กิริยาบท (ช่อื วา อาขยาต เพราะ กลา วกริ ยิ า) อาขยาตนนั้ มีสว นประกอบใหญ ๆ ๓ อยา ง คอื ธาตุ ปจจยั และ วิภตั ติ ซึ่งนำมาปรงุ กนั แลว สำเรจ็ เปน รปู ศัพทอันบงบอกเนอ้ื ความ รวมทั้งแสดงใหร ถู งึ กาล บท วจนะ บรุ ษุ และ วาจก เปนตน เชน คำวา จรติ แปลวา ยอมเทีย่ วไป มาจาก จร ธาตุ จรเณ ในการเท่ียวไป + อ ปจจยั + ติ วตั ตมานาวิภัตติ ธาตุ ธาตุ คอื ศัพทท ี่เปน รากเหงา ของอาขยาต มอี ยเู ปนจำนวนมาก แบง ออกเปน หมวด ๆ ตามท่ี ประกอบปจ จยั เหมอื นกนั มี ๘ หมวด คอื ๑. ภวู าทิคณธาตุ ลง อ ปจจยั ภู สตตฺ ายํ ในความมี ความเปน เชน ภวติ ยอมมี ยอ มเปน หู สตตฺ ายํ ในความมี ความเปน เชน โหติ ยอ มมี ยอมเปน สิ สเย ในการนอน เชน เสติ สยติ ยอมนอน มร มรเณ ในความตาย เชน มรติ ยอ มตาย ปจ ปาเก ในการหงุ ตม แกง เชน ปจติ ยอ มหงุ ยอ มตม ลภ ลาเภ ในการได เชน ลภติ ยอ มได คมุ คติมหฺ ิ ในการไป เชน คจฺฉติ ยอ มไป วจ วยิ ตตฺ ยิ ํ วาจายํ ในการพดู ชดั เจน เชน วจติ ยอมกลาว วส นิวาเส ในการอยู เชน วสติ ยอมอยู ๒. รุธาทิคณธาตุ ลงนคิ หิตอาคมทีส่ ระตน ธาตุ และ อ เอ ปจ จัย รธุ อาวรเณ ในการปดกน้ั เชน รุนฺธติ รุนเฺ ธติ ยอ มปด-กน้ั มุจ โมจเน ในการปลอย เชน มุ ฺจติ ยอมปลอ ย ภุช พฺยวหรเณ ในการกนิ เชน ภุฺชติ ยอมกนิ ยอมบริโภค ภทิ ิ วทิ ารเณ ในการผา ทำลาย เชน ภินทฺ ติ ยอ มผา ยอมทำลาย ฉทิ ิ ทวฺ ธิ ากรเณ ในการตดั เชน ฉนิ ทฺ ติ ยอมตดั ยชุ โยเค ในการประกอบ เชน ยุ ชฺ ติ ยอมประกอบ

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๐ ๓. ทิวาทคิ ณธาตุ ลง ย ปจจัย เชน ทพิ ฺพติ ยอ มเลน ทิวุ กฬี ายํ ในการเลน เชน อุปปชฺชติ ยอมเขาไป เชน พุชฌฺ ติ ยอ มตรสั รู ปท คติมฺหิ ในการไป เชน กชุ ฺฌติ ยอ มโกรธ เชน มญฺ ติ ยอมรู พธุ อวคมเน ในการตรัสรู เชน สมมฺ ติ ยอมสงบ เชน ชายติ ยอมเกดิ กุธ โกเป ในความโกรธ มน ญาเณ ในความรู สมุ อปุ สเม ในความสงบ ชน ชนเน ในการเกดิ ๔. สฺวาทคิ ณธาตุ ลง ณุ ณา อณุ า ปจ จัย สุ สวเน ในการฟง เชน สุโณติ สณุ าติ ยอ มฟง หิ คติมหฺ ิ ในการไป เชน ปหณิ าติ ยอมสง ไป อป ปาปณุ เน ในการถงึ บรรลุ เชน ปาปุณาติ ยอมถึง บรรลุ สก สตตฺ ิมหฺ ิ ในความสามารถ เชน สกกฺ ณุ าติ ยอมสามารถ ๕. กิยาทคิ ณธาตุ ลง นา ปจ จยั กี ทพพฺ วนิ มิ เย ในการซ้ือ-ขาย เชน กีณาติ ยอ มซอ้ื วิกกฺ ีณาติ ยอ มขาย ชิ ชเย ในการชนะ เชน ชินาติ ยอ มชนะ จิ จเย ในการสะสม เชน จนิ าติ ยอมสะสม า อวโพธเน ในความรู เชน ชานาติ ยอมรู วชิ านาติ ยอมรู,ยอ มรแู จง มิ มาเน ในการตวง เชน มินาติ ยอมตวง ลู เฉทเน ในการตดั เชน ลุนาติ ยอ มตดั ธู กมฺปเน ในความหวัน่ ไหว เชน ธุนาติ ยอ มหวน่ั ไหว ๖. คหาทคิ ณธาตุ ลง ปปฺ ณฺหา ปจ จยั คห อปุ าทาเน ในการถือเอา เชน เฆปฺปติ ยอมถอื เอา คณหฺ าติ ยอมถือเอา อคุ ฺคณฺหาติ ยอ มเรียนเอา ปคคฺ ณฺหาติ ยอมยกยอ ง,ยอ มประคอง นคิ คฺ ณฺหาติ ยอมขม

ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๑ สงคฺ ณหฺ าติ ยอ มสงเคราะห ปฏคิ ฺคณฺหาติ ยอ มรบั เอา ๗. ตนาทิคณธาตุ ลง โอ ยริ ปจ จัย ยอ มแผไป ตนุ วติ ถฺ าเร ในความแผไ ป เชน ตโนติ กร กรเณ ในการกระทำ เชน กโรติ กยิรติ ยอมกระทำ อภิสงฺขโรติ ยอ มปรงุ แตง สก สตตฺ มิ หฺ ิ ในความสามารถ เชน สกโฺ กติ ยอมอาจ ยอ มสามารถ อป ปาปุณเฺ น ในการถึง บรรลุ เชน ปปโฺ ปติ ยอ มถึง บรรลุ ๘. จุราทคิ ณธาตุ ลง เณ ณย ปจ จัย จรุ เถยฺเย ในการลัก ขโมย เชน โจเรติ โจรยติ ยอ มลัก ยอ มขโมย มนตฺ คตุ ฺตภาสเน ในการปรกึ ษา เชน มนฺเตติ มนตฺ ยติ ยอ มปรึกษา ปาล รกฺขเน ในการดูแล รักษา เชน ปาเลติ ปาลยติ ยอ มดแู ลรกั ษา ฆฏ ฆฏเน ในการสบื ตอ เชน ฆาเฏติ ฆาฏยติ ยอมสบื ตอ วิท าเณ ในความรู เชน เวเทติ เวทยติ ยอ มรู คณ สงขฺ ยฺ าเน ในการนับ เชน คเณติ คณยติ ยอมนับ ตกกฺ จินฺตายํ ในความคดิ เชน ตกเฺ กติ ตกกฺ ยติ ยอมคดิ ยอ มตรึก จนิ ตฺ จินฺตายํ ในความคดิ เชน จินเฺ ตติ จินตฺ ยติ ยอมคดิ ธร ธารเณ ในการทรงไว เชน ธาเรติ ธารยติ ยอมทรงไว สกมั มธาตุและอกมั มธาตุ ธาตทุ งั้ ๘ หมวดนี้ เมอื่ ยอลงแลว ได ๒ ประเภท คือ ๑. สกัมมธาตุ ธาตุทีม่ กี รรม (มองหากรรม คือ ทุติยาวภิ ตั ติ) เชน ปรุ โิ ส กมฺมํ กโรติ บุรษุ กำลงั ทำซ่งึ งาน กุมาโร สุนขํ ปหรติ เดก็ ชายตซี ง่ึ สนุ ขั ๒. อกัมมธาตุ ธาตุทไ่ี มม ีกรรม (ไมม องหากรรม) เชน ภกิ ฺขุ สยเน เสติ ภกิ ษนุ อนบนทน่ี อน โส เคเห วสติ เขาอยใู นบาน จำไวอ ยา งนีว้ า ธาตตุ วั ใดแปลเขากบั คำวา \"ซ่ึง\" ไดด ี ธาตนุ นั้ เปน สกมั มธาตุ, ธาตตุ วั ใดแปลเขากบั คำวา \"ซึง่ \" ไมไ ด ธาตนุ นั้ เปน อกมั มธาตุ ปจ จยั ปจ จยั คือศัพทสำหรบั ประกอบหลงั ธาตุ เปน เคร่อื งหมายของวาจก แบง ออกเปน ๕ หมวด คอื

ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๒ ๑. ปจ จัย ๑๓ ตวั คอื อ เอ ย ณุ ณา อณุ า นา ปปฺ ณฺหา โอ ยริ เณ ณย (ปจจัยประจำหมวดธาตุ ท้งั ๘ หมวด) เปนเครอ่ื งหมาย กตั ตวุ าจก ๒. ย ปจ จัยและ อิ อี อาคมหนา ย (อยิ , อยี ) เปน เครอื่ งหมาย กมั มวาจก ๓. ย ปจจัยและวภิ ัตตฝิ า ยอัตตโนบท ปฐมบรุ ุษ เอกวจนะ (เต ตํ เอถ ตฺถ อา สสฺ เต สฺสถ) เปน เครอ่ื งหมาย ภาววาจก ๔. ปจจัย ๔ ตวั คือ เณ ณย ณาเป ณาปย เปน เคร่อื งหมาย เหตกุ ัตตวุ าจก ๕. ปจ จัย ๔ ตวั นนั้ และ ย ปจ จยั กับ อิ อี อาคมหนา ย (ณยี , ณยีย, ณาปย, ณาปยยี ) เปน เคร่อื งหมาย เหตกุ ัมมวาจก วาจก แปลวา ผกู ลาว หมายถึงโครงสรา งรูปประโยคในภาษาบาลี อกี นยั หนง่ึ หมายถงึ ธาตทุ ี่ ประกอบปจ จยั และวิภตั ติ(กาล-บท-วจนะ-บุรษุ ) สำเร็จแลว เรยี กวา วาจก คอื กิริยาศพั ทท ่บี อกประธานหรือ ผูกลาวประธานนน่ั เอง มี ๕ วาจก ดังน้ี ๑.กตั ตวุ าจก กลา วผกู ระทำ คือแสดงวา เปนกริ ิยาของผกู ระทำเอง เปน ประธานในประโยค เชน สูโท โอทนํ ปจติ. พอ ครัว ยอ มหุง ซึง่ ขา วสกุ สโู ท เปน กตั ตาผกู ระทำ คอื เปน ผูหงุ และเปน ประธานของกริ ิยาศัพท คอื ปจติ ๒.เหตกุ ตั ตวุ าจก กลาวถงึ ผูเปน เหตุใหค นอ่ืนทำกริ ิยา คอื แสดงวาเปน กริ ิยาของผูใ ชใ หผอู ่นื ทำ เชน สามโิ ก สูทํ โอทนํ ปาเจติ. เจานาย ยงั พอครวั ใหห งุ อยู ซึง่ ขา วสุก สามิโก เปน เหตกุ ัตตา คอื เปน ผูใช ไมไ ดทำเอง และเปน บทประธานของกริ ยิ าศัพท คอื ปาเจติ ๓.กมั มวาจก กลาวส่งิ ทถี่ กู กระทำ เปน ประธานในประโยค เปน การยกเอาสง่ิ ทถี่ กู กระทำขนึ้ มา กลาวเปนประธานในประโยค เชน สเู ทน โอทโน ปจยิ เต. ขา วสกุ อันพอ ครวั หุงอยู โอทโน เปน ประธานในประโยค โดยนยั ทย่ี ก กรรมขึน้ เปน ประธานอนั มกี ริ ิยาท่ีแสดงใหเ หน็ ได คอื ปจยิ เต ๔.เหตกุ ัมมวาจก กลา วถึงสงิ่ ท่ีถกู ผอู นื่ ใชใ หก ระทำกิรยิ า คอื แสดงวาเปนกริ ยิ าของส่ิงทเี่ ขาใชใ ห ผอู น่ื กระทำนนั่ เอง เชน สามเิ กน สูเทน โอทโน ปาจาปย เต. ขา วสกุ อนั เจา นาย ยงั พอ ครวั ใหห งุ อยู โอทโน เปน เหตุกมั ม คือสิ่งทถี่ กู เขาใชใ หท ำ และเปนประธานของกิรยิ าศัพท ปาจาปย เต ๕.ภาววาจก กลาวถึงภาวะ ความมี ความเปน ในประโยคเทา นน้ั ไมกลาวกตั ตาคือตวั ประธาน และกรรม เชน เตน ภยู เต. อันเขา เปน อยู ภูยเต เปน กริ ิยศพั ท ทก่ี ลาวแตค วามมี ความเปน ใชต ตยิ าวภิ ัตติ เตน กลาวความมี ความเปน วิภัตติ วิภตั ติ คอื ศพั ทส ำหรบั ประกอบหลังธาตุตอจากปจ จัย จำแนกอาขยาตใหม รี ูปและความหมาย ตา งกนั โดย กาล บท บรุ ษุ วจนะ อาขยาตวิภตั ตนิ ้มี ี ๙๖ ตัว แบง เปน ๘ หมวด ๆ ละ ๑๒ ตวั คอื ๑. วตั ตมานา :- ติ อนฺติ สิ ถ มิ ม, เต อนเฺ ต เส วเฺ ห เอ มฺเห (อยู, ยอ ม, จะ, กำลงั ) ๒. ปญจมี :- ตุ อนตฺ ุ หิ ถ มิ ม, ตํ อนฺตํ สฺสุ วโฺ ห เอ อามเส (จง, กรุณา, โปรด, ชว ย)

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๓ ๓. สตั ตมี :- เอยฺย เอยยฺ ุ เอยยฺ าสิ เอยยฺ าถ เอยยฺ ามิ เอยฺยาม, เอถ เอรํ เอโถ เอยยฺ าวโฺ ห เอยยฺ ํ เอยฺยามเฺ ห (พึง, ควร) ๔. ปโรกขา :- อ อุ เอ ตถฺ อํ มฺห, ตถฺ เร ตฺโถ วโฺ ห อึ มเฺ ห (แลว ) ๕. หียยตั ตนี :- อา อู โอ ตฺถ อํ มหฺ า, ตถฺ ตฺถุ เส วหฺ ํ อึ มหฺ เส (แลว, ได...แลว) ๖. อัชชตนี :- อี อุ โอ ตฺถ อึ มฺหา, อา อู เส วหฺ ํ อํ มเฺ ห (แลว , ได...แลว ) ๗. ภวสิ สันตี :- สฺสติ สฺสนตฺ ิ สสฺ สิ สฺสถ สฺสามิ สฺสาม, สสฺ เต สฺสนฺเต สฺสเส สสฺ วเฺ ห สฺสํ สฺสามเฺ ห (จกั , จะ) ๘. กาลาติปต ติ :- สสฺ า สสฺ สํ ุ สเฺ ส สสฺ ถ สสฺ ํ สสฺ ามหฺ า, สสฺ ถ สฺสสิ ุ สฺสเส สฺสวเฺ ห สสฺ ึ สฺสามฺหเส (จัก..แลว ,จักได. .แลว) จำแนกวภิ ัตติ ๘ หมวด โดยกาล ๓ กาล มี ๓ คอื อดตี ปจจบุ นั และ อนาคต วิภตั ตทิ ้งั ๘ หมวดนนั้ แบง ออกเปนกาล ดังนี้ วตั ตมานา เปน ปจจบุ นั กาล ปญ จมี เปน ปจจุบนั กาล สัตตมี เปน ปจจุบนั กาล ปโรกขา เปน อดีตกาล หียยตั นี เปน อดีตกาล อัชชตนี เปน อดตี กาล ภวสิ สนั ตี เปน อนาคตกาล กาลาติปต ติ เปน อนาคตกาล ปจจบุ ันกาล ๓ ๑. ปจจบุ ันแท ใชวตั ตมานาวภิ ัตติ แปลวา \"อย,ู กำลัง\", ปญจมี แปลวา \"จง, เชญิ , กรุณา, โปรด\", สตั ตมี แปลวา \"พึง, ควร\" เชน ภิกฺขุ ธมมฺ ํ เทเสติ ภิกษแุ สดงอยูซง่ึ ธรรม, ภิกษกุ ำลงั แสดงธรรม ตวฺ ํ ปุญฺ ํ กโรหิ ทา นจงทำซ่ึงบุญ, เชญิ ทานทำบญุ ตวฺ ํ สมาธึ ภาเวยยฺ าสิ ทานพงึ เจรญิ สมาธ,ิ ทา นควรเจรญิ สมาธิ ๒. ปจ จบุ ันใกลอดตี ใชวตั ตมานาวิภัตติ แปลวา \"ยอ ม\" (หรือไมแปล) เชน กุโต นุ ตฺวํ อาคจฉฺ สิ ทา นยอ มมาจากท่ไี หนหนอ เทวมหานครโต อาคจฉฺ ามิ มาจากกรุงเทพมหานคร ๓. ปจ จุบนั ใกลอ นาคต ใชวตั ตมานาวภิ ัตติ แปลวา \"จะ\" เชน กหุ ึ คจฉฺ สิ ทา นจะไปทีไ่ หน เชยี งใหมนครํ คจฉฺ ามิ ผมจะไปเมอื งเชียงใหม อดตี กาล ๓ ๑. อดตี ทลี่ ว งไปแลว ไมมกี ำหนด ใชปโรกขาวิภตั ติ แปลวา \"แลว \" เชน โส กิร ราชา พภวู ไดยนิ วา เขาเปน พระราชาแลว เตนาห ภควา เพราะเหตนุ นั้ พระผมู พี ระภาคจึงตรัสแลว

ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๔ \"ได. ..แลว \"๒. อดตี ที่ลวงไปเมื่อวาน ใชหยี ยตั ตนวี ิภตั ติ แปลวา \"แลว \", ถามี อ อาคมนำหนา แปลวา เชน โส โอทนํ ปจา เขาหงุ ขา วแลว โส คามํ อคจฺฉา เขาไดไ ปบา นแลว ๓. อดตี ทลี่ ว งไปในวนั นี้ ใชอ ัชชตนีวภิ ตั ติ แปลวา \"แลว\", ถา มี อ อาคมนำหนา แปลวา \"ได...แลว \" เชน มยํ ทานาทนี ิ ปุฺญานิ กรมิ ฺหา พวกเราทำแลว ซง่ึ บุญมีทานเปน ตน ภกิ ฺขุ คามํ ปณฑฺ าย ปาวสิ ิ ภิกษไุ ดเขาไปแลว สูหมบู า นเพ่อื บณิ ฑบาต อนาคตกาล ๒ ๑. อนาคตของปจจบุ ัน ใชภ วิสสนั ตวิ ิภตั ติ แปลวา \"จัก, จะ\" เชน มยํ ธมฺมํ สณุ ิสสฺ าม พวกเราจกั ฟง ธรรม กทา ปฺจ สลี านิ สมาทยิ สิ สฺ ถ เมอ่ื ไรพวกทา นจกั สมาทานศลี ๕ ๒. อนาคตของอดตี ใชก าลาติปต ติภตั ติ แปลวา \"จกั ...แลว \", ถา มี อ อาคมนำหนา แปลวา \"จกั ได ...แลว\" เชน โส เจ ปมวเย ปพพฺ ชฺชํ อลภสิ สฺ า, อรหา ภวสิ สฺ า หากวา เขาจักไดบ วชในปฐมวัยแลว ไซร, จกั เปนพระอรหนั ตแ ลว ตารางแสดง วิภตั ติ กาล บท บรุ ษุ วจนะ โยคะ วัตตมานา เปนปจจุบนั กาล แปลวา อยู ยอ ม จะ กำลัง ปรสั สบท อตั ตโนบท บุรุษ เอก. พหุ. เอก. พหุ. โยคะ ปฐมบรุ ุษ ติ อนตฺ ิ เต อนฺเต นามโยคะ มชั ฌมิ บรุ ษุ สิ ถ เส วฺเห ตุมฺหโยคะ อตุ ตมบุรษุ มิ ม เอ มฺเห อมฺหโยคะ ปรัสสบทนยิ มใชในกัตตรุ ปู อัตตโนบทนยิ มใชในกมั มรูป กริ ิยาทเ่ี ปน ปฐมบรุ ุษ ใช สุทธนาม เปนประธาน กริ ิยาทเ่ี ปน มชั ฌฺ ิมบรุ ุษ ใช ตุมฺห ศพั ทเปนประธาน กริ ิยาทเี่ ปน อตุ ตมบรุ ุษ ใช อมฺห ศัพทเ ปน ประธาน สว นวภิ ตั ติทเี่ หลอื นกั ศึกษาสามารถจำแนกไดด ว ยวธิ เี ดยี วกนั น้ี ดังน้ี ปญ จมี เปน ปจ จบุ นั กาล แปลวา จง เถดิ ขอจง กรณุ า โปรด ชว ย ปรัสสบท อตั ตโนบท บุรุษ เอก. พห.ุ เอก. พห.ุ โยคะ ปฐมบรุ ุษ ตุ อนฺตุ ตํ อนฺตํ นามโยคะ มัชฌมิ บรุ ษุ หิ ถ สสุ วโห ตมุ ฺหโยคะ อตุ ตมบรุ ุษ มิ ม เอ อามหฺ เส อมฺหโยคะ

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๕ สตั ตมี เปน ปจจุบนั กาล แปลวา ควร พงึ ปรสั สบท อัตตโนบท บรุ ุษ เอก. พหุ. เอก. พหุ. โยคะ ปฐมบรุ ษุ เอยยฺ เอยฺยุ เอถ เอรํ นามโยคะ มัชฌิมบุรุษ เอยยฺ าสิ เอยยฺ าถ เอโถ เอยฺยวฺโห ตุมหฺ โยคะ อุตตมบุรุษ เอยยฺ ามิ เอยยฺ าม เอยฺยํ เอยฺยามเฺ ห อมหฺ โยคะ ปโรกขา เปนอดตี กาลลว งแลว ไมมกี ำหนด แปลวา แลว ปรสั สบท อัตตโนบท บุรษุ เอก. พหุ. เอก. พห.ุ โยคะ ปฐมบรุ ษุ อ อุ ตถฺ เร นามโยคะ มัชฌมิ บรุ ุษ เอ ตถฺ ตฺโถ วฺโห ตุมฺหโยคะ อุตตมบรุ ษุ อํ มหฺ อึ มฺเห อมหฺ โยคะ หยี ยตั ตนี เปน อดตี กาลลว งแลว เม่ือวาน แปลวา แลว ได...แลว ปรสั สบท อตั ตโนบท บุรุษ เอก. พหุ. เอก. พห.ุ โยคะ ปฐมบรุ ษุ อา อู ตถฺ ตถุ นามโยคะ มัชฌมิ บุรุษ โอ ตถฺ เส วหฺ ํ ตมุ หฺ โยคะ อตุ ตมบุรษุ อํ มหฺ อึ มฺหเส อมหฺ โยคะ อัชชัตตนี เปน อดตี กาลลวงแลว ในวนั นี้ แปลวา แลว ได...แลว ปรสั สบท อัตตโนบท บรุ ษุ เอก. พหุ. เอก. พห.ุ โยคะ ปฐมบรุ ุษ อี อุ อา อู นามโยคะ มัชฌิมบรุ ษุ โอ ตถฺ เส วหฺ ํ ตุมฺหโยคะ อตุ ตมบรุ ุษ อึ มหฺ า อํ มเฺ ห อมฺหโยคะ

ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๖ ภวสิ สันติ เปน อนาคตกาลของปจ จบุ ัน แปลวา จัก จะ ปรสั สบท อตั ตโนบท บรุ ษุ เอก. พห.ุ เอก. พห.ุ โยคะ ปฐมบรุ ุษ สสฺ ติ สฺสนตฺ ิ สฺสเต สฺสนเฺ ต นามโยคะ มัชฌมิ บุรุษ สสฺ สิ สสฺ ถ สฺสเส สสฺ วเฺ ห ตมุ หฺ โยคะ อตุ ตมบรุ ุษ สฺสามิ สฺสาม สฺสํ สสฺ ามเฺ ห อมหฺ โยคะ กาลาตปิ ต ติ เปนอนาคตกาลของอดีต แปลวา จกั ...แลว จักได. ..แลว ปรัสสบท อัตตโนบท บุรษุ เอก. พหุ. เอก. พห.ุ โยคะ ปฐมบรุ ษุ สสฺ า สสฺ สํ ุ สสฺ ถ สฺสึสุ นามโยคะ มัชฌิมบรุ ุษ สฺเส สสฺ ถ สสฺ เส สสฺ วเฺ ห ตุมหฺ โยคะ อุตตมบรุ ษุ สฺสํ สฺสามหฺ า สฺสํ สฺสามหฺ เส อมฺหโยคะ ตวั อยา ง สัททปทมาลา วตั ตมานาวิภตั ติ ภูธาตุ กตั ตุ (ยอ มมี ยอ มเปน ) ปรสั สบท อตั ตโนบท บรุ ษุ เอก. พหุ. เอก. พห.ุ โยคะ ปฐมบรุ ษุ ภวติ ภวนตฺ ิ ภวเต ภวนเฺ ต นามโยคะ มัชฌมิ บรุ ษุ ภวสิ ภวถ ภวเส ภววฺเห ตมุ หฺ โยคะ อุตตมบุรุษ ภวามิ ภวาม ภเว ภวามเฺ ห อมหฺ โยคะ อุทาหรณ ๑. โส ปณฑฺ ิโต ภวติ, เต ปณฑฺ ติ า ภวนตฺ ิ. ๒. ตวฺ ํ ปณฑฺ ิโต ภวสิ, ตุมเฺ ห ปณฺฑติ า ภวถ. ๓. อหํ ปณฑฺ โิ ต ภวามิ, มยํ ปณฑฺ ติ า ภวาม. ๔. โส สมาธึ ภาเวติ, เต สมาธึ ภาเวนตฺ .ิ ๕. ตวฺ ํ สทธฺ ํ ภาเวส,ิ ตุมเฺ ห ปฺ ํ ภาเวถ. ๖. อหํ กสุ ลํ ภาเวมิ, มยํ เมตตฺ ํ ภาเวม. ๗. เตน เวทนา อนภุ ูยต,ิ เตน เวทนาโย อนภุ ยู นฺติ. ๘. ตยา ทุกขฺ ํ อนภุ ยู ต,ิ ตุมเฺ หหิ โสมนสสฺ า อนุภูยนตฺ .ิ ๙. มยา สขุ ํ อนุภยู ต,ิ อมเฺ หหิ โทมนสสฺ เวทนาโย อนุภยู นฺติ

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๗ ๑๐. ปุคฺคเลน ปรุ ิสํ สมาธิ ภาวยี ติ, ปคุ คฺ เลน ปรุ สิ ํ สมาธโย ภาวียนฺติ ๑๑. ตยา มํ สมาธิ ภาวียติ, ตุมฺเหหิ อุปาสกํ สมาธโย ภาวยี นตฺ ิ ๑๒. มยา ตวํ สมาธิ ภาวยี ติ, อมเฺ หหิ มนุสเฺ ส สมาธโย ภาวียนตฺ ิ. ปญ จมวี ภิ ัตติ ปจธาตุ กตั ตุ (จงหงุ จงตม) ปรสั สบท อตั ตโนบท บรุ ุษ เอก. พห.ุ เอก. พห.ุ โยคะ ปฐม. ปจตุ ปจนฺตุ ปจตํ ปจนตฺ ํ นาม. มัชฌมิ . ปจ ปจาหิ ปจถ ปจสฺสุ ปจวโฺ ห ตุมฺห. อุตตม. ปจามิ ปจาม ปเจ ปจามเส อมฺห. อทุ าหรณ ๑. สโู ท โอทนํ ปจตุ, ปจตํ. สทู กา โอทนํ ปจนตฺ ุ, ปจนตฺ .ํ ๒. ตวฺ ํ โอทนํ ปจ, ปจาห,ิ ปจสฺส.ุ ตมุ ฺเห โอทนํ ปจถ, ปจวโฺ ห. ๓. อหํ โอทนํ ปจามิ, ปเจ. มยํ โอทนํ ปจาม, ปจามเส. ๔. อิมสมฺ ึ ทิเน เช ตวฺ ํ มุทกุ ํ โอทนํ ปจ. ๕. ตวฺ ํ เสวฺ เตสํ ภตตฺ ํ ปจาหิ. ๖. สาธุ ภนเฺ ต อธวิ าเสถ, ยาคุ เต ปาจาเปมิ. ๗. มยํ โอทนจฺ พยฺ ชฺ นจฺ สูปฺจ เอกโตว ปาจาปยาม. ๘. ทายกา อารามกิ ภิกขฺ สุ สฺ อาคนตฺ ุกภิกขฺ ุสสฺ จ ภกิ ขฺ ํ ปาจยนตฺ .ุ ๙. สูเทน โอทโน ปจียต,ุ ยาคุ สทู ิกาย ปจจฺ ตํ. ๑๐. สามิเกน สทู ํ ปหูโต โอทโน ปาจาปยต.ุ ๑๑. น ปจามิ น ปาเจมิ น ฉนิ ฺทามิ น เฉทเย ตํ มํ อกิ ฺจนํ ญตวฺ า สพฺพปาเปหิ อารตํ (ข.ุ ชา. ๒๗/๒๘๕/๓๒๔) สัตตมีวิภตั ติ คมธุ าตุ กัตตุ (พงึ ไป ควรไป) ปรัสสบท อตั ตโนบท บรุ ุษ เอก. พห.ุ เอก. พหุ. โยคะ ปฐม. คจฺเฉ คจเฺ ฉยยฺ คจฺฉุ คจฺเฉยยฺ ุ คจเฺ ฉถ คจเฺ ฉรํ นาม. มชั ฌมิ . คจเฺ ฉ คจเฺ ฉยยฺ าสิ คจเฺ ฉยยฺ าถ คจฺเฉโถ คจเฺ ฉยฺยาวโฺ ห ตุมหฺ . อุตตม. คจเฺ ฉ คจฺเฉยฺยามิ คจฺเฉยฺยาม คจเฺ ฉ คจฺเฉยยฺ ํ คจเฺ ฉยฺยามฺเห อมหฺ . อุทาหรณ ๑. โส คามํ คจเฺ ฉยยฺ , เต คามํ คจเฺ ฉยฺย.ุ

ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๘ ๒. ตวฺ ํ อตตฺ โน คามํ คจฺเฉยฺยาสิ, ตมุ ฺเห อตตฺ โน คามํ คจเฺ ฉยฺยาถ. ๓. อหํ อรฺ ํ วา นทึ วา คจฺเฉยฺยามิ, มยํ อรฺ ํ วา นทึ วา คจเฺ ฉยยฺ าม. ๔. น หิ เอเตหิ ยาเนหิ คจเฺ ฉยฺย อคตํ ทิสํ ยถาตฺตนา สทุ นเฺ ตน ทนโฺ ต ทนฺเตน คจฺฉติ. (ขุ.ธ. ๒๕/๓๒๓/๗๒) ปโรกขาวิภตั ติ พรธู าตุ กตั ตุ ปรสั สบท (กลา วแลว , พดู แลว ) บรุ ษุ เอก. พหุ. โยคะ ปฐม. อาห อาหุ อาหํสุ นาม. มัชฌิม. อาเห อาหิตถฺ ตุมฺห. อตุ ตม. อาหํ อาหมิ หฺ อมหฺ . ปโรกขาวิภัตตนิ ี้ มีใชนอ ย จงึ แสดงไวเ ทา น้ี อุทาหรณ เย ธมมฺ า เหตปุ ปฺ ภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต อาห เตสจฺ โย นโิ รโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ. (ข.ุ อป. ๓๒/๒๘๖/๓๖) หิยยตั ตนีวภิ ตั ติ วจธาตุ กตั ตุ ปรัสสบท (กลา วแลว , พดู แลว ) บุรุษ เอก. พห.ุ โยคะ ปฐม. อวจา อวจู นาม. มชั ฌมิ . อวจ อวโจ อวจุตถฺ ตมุ ฺห. อตุ ตม. อวจ อวจํ อวจมหฺ า อมหฺ . หยิ ยตั ตนวี ิภตั ติน้ี มีใชน อ ย จึงแสดงไวเ ทา น้ี อัชชตนีวิภตั ติ กรธาตุ กตั ตุ (ทำแลว ไดท ำแลว ) ปรสั สบท ปรัสสบท บุรษุ เอก. พห.ุ เอก. ปฐม. อกาสิ อกาสุ อกริ พหุ. โยคะ มัชฌมิ . อกาสิ อกาสติ ถฺ อกริ อุตตม. อกาสึ อกาสมิ ฺห อกรึ อกรสึ ุ อกสํ ุ อกรุ นาม. อกรติ ถฺ ตุมหฺ . อกรมิ ฺห อมหฺ .

ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๑๙ อทุ าหรณ ๑. โส โรทิตวฺ า ปรเิ ทวติ วฺ า ปตุ สรรี กจิ ฺจํ อกาส.ิ ๒. ปณฑฺ ติ า จติ ตฺ มตตฺ โน อชุ ุกํ อกสํ .ุ ๓. อกาสึ สตถฺ ุ วจนํ ยถา มํ โอวที ชโิ น. (ขุ.เถร. ๒๖/๖๒๖/๓๕๙) ภวสิ สันตวิ ภิ ัตติ สุธาตุ กตั ตุ (จกั ฟง ) ปรัสสบท ปรัสสบท บุรษุ เอก. พหุ. เอก. พห.ุ โยคะ ปฐม. สณุ ิสสฺ ติ สณุ ิสสฺ นฺติ สณุ สิ สฺ เต สุณสิ สฺ นฺเต นาม. มัชฌมิ . สณุ ิสสฺ สิ สณุ สิ สฺ ถ สณุ ิสสฺ เส สุณิสสฺ วเฺ ห ตุมฺห. อุตตม. สณุ สิ สฺ ามิ สณุ สิ สฺ าม สุณิสสฺ ํ สณุ สิ สฺ ามเฺ ห อมหฺ . กาลาติปต ติวภิ ตั ติ กรธาตุ กตั ตุ (จักไดทำแลว ) ปรสั สบท ปรสั สบท บุรษุ เอก. พห.ุ เอก. พหุ. โยคะ ปฐม. อกรสิ ฺส อกรสิ ฺสสํ ุ อกรสิ ฺสถ อกรสิ ฺสสิ ุ นาม. มัชฌมิ . อกรสิ ฺเส อกรสิ ฺสถ อกรสิ ฺสเส อกรสิ ฺสวเฺ ห ตุมหฺ . อตุ ตม. อกรสิ ฺสํ อกรสิ สฺ ามหฺ อกรสิ ฺสึ อกรสิ ฺสามฺหเส อมฺห. อุทาหรณ ๑. สททฺ ํ อนิทสสฺ นํ สปปฺ ฏฆิ ํ สุณิ วา สณุ าติ วา สณุ ิสฺสติ วา. ๒. โส เจ หยิ ฺโย กมฺมนฺตํ อกรสิ สฺ , อชชฺ กหาปณานิ อลภสิ ฺส. ๓. สเจ อทิ านิ อเนสนํ กรสิ สฺ ํ, อายตมิ ปฺ  ทลุ ฺลภสุโข ภวสิ สฺ าม.ิ ตัวอยา งกริ ิยาอาขยาตทม่ี ีใชม าก ภวู าทิคณะ ภวติ ภวนตฺ ิ ยอมมี-เปน พฺรหู ิ พฺรูถ จงบอก-กลาว ยอมปรารถนา โหติ โหนตฺ ิ ยอมมี-เปน อจิ เฺ ฉติ เอสติ ยอ มสำรวม ยอ มเขา อยู ภวตุ ภวนตฺ ุ จงมี-เปน สฺมติ ยอ มเสวย โหตุ โหนตฺ ุ จงมี-เปน อจฉฺ ติ อปุ าสติ อโหสิ อเหสุ ไดม -ี เปน แลว อนุโภติ

ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๐ ภเว ภเวยฺย พึงม-ี เปน ลภติ ลภนฺติ ยอมได สิยา สยิ ุ พึงม-ี เปน อลภิ อลภสึ ุ ไดไดแ ลว ลภิสสฺ ติ จกั ได วจติ วจนตฺ ิ ยอมกลาว วุจจฺ ติ วุจฺจเต ยอ มถูกกลา ว อโวจ ไดก ลา วแลว วสติ วสนฺติ ยอมอยู วจฉฺ ติ วจฉฺ าม2ิ2๑ จักอยู โรทติ โรทนตฺ ิ ยอ มรอ งไห คจฉติ คจฺฉนตฺ ิ ยอ มไป คจฉฺ คจฉฺ าหิ จงไป วหติ วหนฺติ ยอ มนำไป อคมาสิ ไดไ ปแลว อชฌฺ คา บรรลแุ ลว ชีรติ ชรี นฺติ ยอมแก อกฺโกสติ ยอมดา อกฺโกจฺฉิ ไดด า แลว อกฺโกสิ ไดด า แลว อธิวาเสตุ จงใหอยทู ับ มรติ มียฺยติ ยอมตาย เทเสตุ จงแสดง ปสฺสติ ปสสฺ นตฺ ิ ยอมดู-เหน็ นสิ ที ติ ยอ มน่งั ทกขฺ ติ ทกขฺ นฺติ ยอมดู-เหน็ นสิ ที ิ นิสที สึ ุ น่งั แลว ยชติ ยชนตฺ ิ ยอ มบชู า วชฺเชติ วชชฺ ติ ยอมกลา ว วเทติ วทติ ยอ มกลา ว วเทมิ วทามิ ยอ มกลา ว จลติ จฺจลติ ยอ มหวน่ั ไหว ตทุ ติ ตทุ นฺติ ยอ มทิม่ แทง ฌายติ ฌายนฺติ ยอมคดิ -เพง อุทฺทิสติ ยอมสวด ปวิสติ ปวสิ นฺติ ยอมเขาไป ลิขติ ลิขนตฺ ิ ยอมขีดเขียน ผสุ ติ ผุสนตฺ ิ ยอมสัมผสั เสติ เสนฺติ ยอ มนอน สยติ สยนตฺ ิ ยอ มนอน ปว ติ ปวนตฺ ิ ยอมด่มื ติ  ติ ติ  นฺติ ยอ มตั้งไว อตถฺ ิ สนตฺ ิ ยอ มมี อตฺถุ สนตฺ ุ จงมี อสสฺ อสฺสุ พึงม-ี เปน หนตฺ ิ หนติ ยอ มเบยี ดเบียน อาห อาหุ กลา วแลว หฺติ ยอมถูกฆา ชหาติ ชหนตฺ ิ ยอ มสละ ททาติ ททนฺติ ยอ มให เทติ เทนตฺ ิ ยอมให ทชชฺ า ทชชฺ ํ พงึ ให ควรให อทาสิ อทสํ ุ ไดใ หแ ลว นเิ ธติ นิเธนตฺ ิ ยอ มฝง ไว ๑ วสฺ ธาตุ แปลงเปน วจฺฉ ลง สสฺ ติ และ สสฺ ามิ วิภตั ติ แลวลบ สสฺ เสยี สำเรจ็ เปน วจฺฉติ และ วจฉฺ ามิ

ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๑ รธุ าทคิ ณะ ยอมปด-กนั้ ฉินทฺ ติ ฉนิ ทฺ นตฺ ิ ยอมตดั รนุ ธฺ ติ รุนฺธนตฺ ิ ยอ มประกอบ ภุฺชติ ภุฺชนฺติ ยอมกนิ ยุ ฺชติ ยุชฺ นฺติ ยอมปลอ ย-พน มุ ฺจติ มุ ฺจนตฺ ิ สพิ ฺพติ สพิ ฺพนตฺ ิ ยอมเยบ็ ยอ มรงุ เรือง พุชฌฺ ติ พชุ ฌฺ นตฺ ิ ยอ มตรสั รู ทวิ าทิคณะ ยอ มอบุ ตั ิ-เกดิ กุชฌฺ ติ กชุ ฌฺ นฺติ ยอมโกรธ ทิพพฺ ติ ทิพพฺ นฺติ ยอมตอ สู มยฺ ติ มญฺ นฺติ ยอ มรู อปุ ปฺ ชชฺ ติ ยอ มผูกรดั สมมฺ ติ สมมฺ นตฺ ิ ยอ มสงบ ยุชฌฺ ติ ยชุ ฺฌนตฺ ิ ยอ มสมาทาน ชายติ ชายนตฺ ิ ยอ มเกดิ สนนฺ ยหฺ ติ ยอ มโกรธ สมาทิยติ ปหณิ าติ ยอมสง ไป กุปฺปติ กปุ ปฺ นตฺ ิ ยอ มฟง มิโนติ มินนฺติ ยอ มใสไว ยอมสำรวม สฺวาทิคณะ ยอมบรรลุ ชินาติ ชนิ นฺติ ยอมชนะ สุณาติ สโุ ณติ ชานาติ ชานนฺติ ยอมรู อาวณุ าติ ยอมขาย วิชานิยา วชิ ฺา พงึ รแู จง ปาปณุ าติ ยอมกอ -สะสม อฺญาสิ ไดร แู ลว ยอ มรูแ จง ลนุ าติ ลนุ นฺติ ยอมตดั -เด็ด กยิ าทคิ ณะ รดู แี ลว คณหฺ ติ คณหฺ าติ ยอมถอื เอา วิกกฺ ีณาติ ยอ มนบั ถือ คณฺหิ คณฺหึสุ ถอื เอาแลว จินาติ จนิ นตฺ ิ ยอ มหวน่ั ไหว อุคคฺ ณหฺ าติ ยอมถอื เอา วิชานาติ ยอ มถกู ถือเอา สมชานิ สชฺ านิ ไดถอื เอาแลว มินาติ มนิ นฺติ ธุนาติ ธุนนฺติ คยฺหติ คยฺหนฺติ อคฺคเหสิ

ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๒ ตนาทคิ ณะ ยอมแผไป กโรติ กโรนตฺ ิ ยอ มทำ ตโนติ ตโนนตฺ ิ ยอ มทำ กุรเุ ต ยอ มทำ กุพฺพนฺติ พึงทำ ควรทำ กยริ า กยริ ุ พึงทำ ควรทำ กเร กเรยยฺ ไดท ำแลว อกริ อกรสึ ุ ไดทำแลว อกาสิ อกาสุ ไดท ำแลว กาหติ กาหนตฺ ิ จกั ทำ กรสึ ุ อกสํ ุ จกั ทำ อภสิ งขฺ โรติ ยอ มปรุงแตง กรสิ สฺ ติ กริสสฺ ํ ยอมบรรลุ สกฺโกติ สกโฺ กนตฺ ิ ยอ มสามารถ ปปฺโปติ ปปโฺ ปนฺติ จุราทคิ ณะ ยอ มลัก-ขโมย โจรยติ โจรยนฺติ ยอมลกั -ขโมย โจเรติ โจเรนตฺ ิ ยอมคดิ จนิ เฺ ตสิ จนิ ฺตยิ คิดแลว จินฺเตติ จนิ ฺตยติ ยอมปรึกษา ปาเลติ ปาลยติ ยอมรกั ษาไว มนฺเตติ มนตฺ ยติ ยอมสบื ตอ เวเทติ เวทยติ ยอ มรู ฆาเฏติ ฆาฏยติ ยอมนบั คเณติ คณยติ บทกริ ิยาอาขยาตในประโยคบาลี ตอ งมี บุรุษ และ วจนะ ตรงกับบทประธานทเ่ี ปน นามศพั ท ตุมหฺ และ อมฺห ศัพทเสมอ ๓.๙ กติ ก กติ ก คือชอ่ื ของศัพททปี่ ระกอบดว ยธาตแุ ละปจจัยหมหู นงึ่ ซึ่งเปน เคร่ืองกำหนดหมายเนื้อความ ของนามศพั ท และกริ ยิ าศัพทท ตี่ า งๆ กัน มี ๒ อยาง คอื นามกติ ก เปนนามศัพท และ กริ ยิ ากติ ก เปนกริ ยิ า ศพั ท กิตก ทง้ั สองอยางนล้ี ว นมีธาตุเปนทต่ี ้ังทงั้ สนิ้ นามกติ ก นามกติ ก คอื ธาตุ ปจ จัย และวภิ ัตติ ประกอบกนั เขา แลวสำเร็จรปู เปน สุทธนามกม็ ี เปน คุณนามก็ มี แตเนอ่ื งจากนามกิตกเ ปน ศพั ททีส่ ำเร็จมาจากรปู วเิ คราะห นามกติ กน ี้จึงจดั เปน สาธนะ มีปจ จัยเปน เคร่ือง กำหนดหมายวา ศัพทน ี้ เปน สาธนะนัน้ ๆ เพ่อื จะทำใหม ีเนื้อความแปลกกนั สาธนะ ศพั ทท ที่ านใหส ำเรจ็ มาแตรปู วิเคราะห แบง เปน ๗ อยางคอื กตั ตสุ าธนะ กมั มสาธนะ ภาวสาธนะ กรณสาธนะ สมั ปทานสาธนะ อปาทานสาธนะ และอธกิ รณสาธนะ กตั ตุสาธนะ ศัพทที่เปน ช่ือของผูทำ คือ ผปู ระกอบกริ ยิ าน้นั เชน กุมฺภกาโร ผทู ำซ่ึงหมอ ทายโก ผใู ห โอวาทโก ผกู ลา วสอน สาวโก ผูฟง เปน ตน

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๓ กัมมสาธนะ ผทู ำๆซ่งึ สิ่งใด ศัพททีเ่ ปนชอ่ื ของส่งิ นน้ั เชน ปโ ย เปน ทรี่ ัก รโส วสิ ยั เปนท่ียนิ ดี เปน ตน ศพั ทท ี่เปน ช่อื ของส่ิงของทเี่ ขาทำ เชน กิจจฺ ํ กรรมอนั เขาพงึ ทำ ทานํ สง่ิ ของอนั เขาพึงให เปน ตน ภาวสาธนะ ศพั ทบ อกกริ ิยา คือความทำหรอื การทำของผูทำ เชน คมนํ การไป านํ การยนื นสิ ชฺชา การนั่ง สยนํ การนอน มรณํ ความตาย เปน ตน กรณสาธนะ ผูทำๆ ดว ยส่ิงใด ศพั ททเี่ ปน ชอื่ ของสง่ิ นน้ั เชน พนธฺ นํ วตั ถเุ ปน เครื่องผกู ปหรณํ วัตถุเปน เครือ่ งประหาร วิชฌฺ นํ วตั ถเุ ปน เครื่องเจาะ เปน ตน สมั ปทานสาธนะ ผทู ำใหแ กผูใดหรอื แกส่งิ ใด ศพั ทท่ีเปนชอ่ื ของผนู ั้น ของสงิ่ นนั้ เชน สมฺปทานํ วตั ถเุ ปน ทมี่ อบให เปนตน อปาทานสาธนะ ผทู ำไปปราศจากสิ่งใด ศพั ทท ่เี ปน ชอ่ื ของสงิ่ นั้น เชน ปภสสฺ โร แดนสรา นออก แหงรัศมี ปภโว แดนเกิดกอน ภีโม แดนกลวั เปน ตน อธกิ รณสาธนะ ผูทำๆในที่ใด ศพั ทท่ีเปน ช่อื ของทนี่ ้ัน เชน านํ เปนทต่ี ั้ง อาสนํ เปน ทนี่ ั่ง สยนํ เปน ทนี่ อน เปน ตน รูปวิเคราะห หมายถงึ การกระจายศพั ท หรือ การแยกศัพทอ อกใหเ หน็ ธาตุ วภิ ัตติ และ ปจจยั เปนตน เพื่อใหส ำเร็จเปน สาธนะ จัดเปน ๓ รูป คือ กตั ตรุ ปู กมั มรปู และ ภาวรปู รปู วเิ คราะหแ หง สาธนะใด เปน กตั ตวุ าจกกด็ ี เปน เหตกุ ตั ตวุ าจกกด็ ี สาธนะนัน้ เปน กตั ตรุ ปู รปู วเิ คราะหแ หง สาธนะใด เปน กมั มวาจกกด็ ี เปน เหตกุ มั มวาจกกด็ ี สาธนะนนั้ เปน กัมมรปู รูปวเิ คราะหแ หง สาธนะใด เปน ภาววาจก สาธนะนน้ั เปน ภาวรูป ธาตุ ในนามกติ กน ้ี คือธาตทุ งั้ ๘ หมวด เหมือนธาตใุ นอาขยาต วิภัตติ ในนามกติ ก คอื วิภัตติ ๑๔ ตัว เหมอื นกับวิภัตติในนามศัพท ปจ จัย ในนามกติ กสำหรับประกอบกบั ธาตนุ ้ัน กเ็ พอ่ื ใหส ำเรจ็ เปน สาธนะทม่ี ีความหมายตามศพั ท รูปวเิ คราะห จัดเปน ๓ พวก คือ ๑.กติ ปจ จัย สำหรับประกอบศพั ทท่ีเปนกัตตุรปู กัตตสุ าธนะ อยางเดียว ๒.กจิ จปจจัย สำหรับประกอบศัพทท เ่ี ปน กมั มรูป กมั มสาธนะ และ ภาวรปู ภาวสาธนะ เทานัน้ ๓.กติ กจิ จปจ จยั สำหรับประกอบศพั ทไดทกุ รูป ทกุ สาธนะ ปจจัยท้ัง ๓ พวก มดี ังนี้ คือ ๑.กติ ปจ จัย มีปจ จยั ๕ ตวั คอื กฺวิ ณี ณวฺ ุ ตุ รู ๒.กิจจปจ จัย มปี จ จัย ๒ ตวั คือ ข ณยฺ ๓.กิตกจิ จปจ จัย มีปจจยั ๗ ตวั คอื อ อิ ณ ตเว ติ ตุ ยุ

ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๔ ตัวอยา งนามกติ ก มดี ังนี้ กวฺ ิ ปจ จยั พระผูมีพระภาค พระองคใ ด ยอ มเปน เอง เหตุนนั้ สยํ ภวตตี ิ สยมฺภ.ู (ภควา) พระผมู ีพระภาคพระองคน นั้ ชอ่ื วา สยัมภู(พระผเู ปน เอง) อเุ รน คจฉฺ ตีติ อรุ โค.(สตฺโต) สยํ บทหนา ภู ธาตุ ในความเปน ลบ กฺวิ เอานคิ คหิตเปน มฺ สํ สุุ ขนตตี ิ สงโฺ ข.(สตโฺ ต) สัตวใด ยอมไป ดว ยอก เหตนุ ้ัน สตั วนนั้ ช่อื วา อุรคะ (ผไู ปดวยอก) อุร บทหนา คมฺ ธาตุ ในความไป ลบทส่ี ุด ธาตดุ ว ยอำนาจ กวฺ ิ และ ลบ กวฺ ิ เสีย สตั วใ ด ยอ มขดุ ดี คือวา ดว ยดี เหตนุ ้ัน สตั วน ้นั ชือ่ วา สงั ขะ(ผขู ดุ ดี) สํ บทหนา ขนฺ ธาตุ ในความขดุ เอานิคคหิต เปน งฺ ลบที่สุดธาตุ และลบ กฺวิ ณี ปจ จัย ธมฺมํ วทติ สเี ลนาติ ธมมฺ วาท.ี (ชโน) ชนใด ยอ มกลาว ซงึ่ ธรรม โดยปกติ เหตุนั้น ชนนน้ั ช่อื วา ธมั มวาท(ี ผูกลาวซง่ึ ธรรมโดยปกติ) ปาป กโรติ สีเลนาติ ปาปการี.(ชโน) ชนใด ยอ มกระทำ ซงึ่ บาป โดยปกติ เหตุนน้ั ชนนน้ั ช่อื วา ปาปการ(ี ผูก ระทำซงึ่ บาปโดยปกต)ิ ปาป บทหนา กรฺ ธาตุ ในความกระทำ ปจ จัยเนอื่ งดว ย ณ ทฆี ะตน ธาตุ แลวลบ ณ ธมมฺ ํ จรติ สเี ลนาติ ธมมฺ จารี.(ชโน) ชนใด ยอ มประพฤติ ซ่งึ ธรรม โดยปกติ เหตนุ น้ั ชนน้ัน ชอ่ื วา ธมั มจารี(ผปู ระพฤตซิ ่ึงธรรมโดยปกติ) ธมมฺ บทหนา จรฺ ธาตุ ในความประพฤติ,เท่ยี วไป ทฆี ะตน ธาตุ แลวลบ ณ ณวฺ ุ ปจจัย ชนใด ยอ มให เหตุนนั้ ชนนน้ั ช่ือวา ทายกะ(ผูใ ห) ทา ธาตุ เทตตี ิ ทายโก.(ชโน) ในความให ท่สี ดุ ธาตุเปนสระอา ใหล ง ย ปจจยั ในกตั ตุ เนตีติ นายโก.(ชโน) วาจก แปลง ณวฺ ุ เปน อก อนุสาสตตี ิ อนุสาสโก.(ชโน) ชนใด ยอมนำไป เหตนุ ั้น ชนนั้น ชอื่ วา นายกะ(ผนู ำไป) สุณาตตี ิ สาวโก.(ชโน) นี ธาตุ ในความนำไป พฤทธ์ิ อี เปน เอ แลว เอา เอ เปน อาย แปลง ณวฺ ุ เปน อก ชนใด ยอ มตามสอน เหตนุ ้ัน ชนนัน้ ชอื่ วา อนสุ าสกะ (ผูต ามสอน) อนุ บทหนา สาสฺ ธาตุ ในความสอน แปลง ณวฺ ุ เปน อก ชนใด ยอ มฟง เหตุนนั้ ชนนน้ั ชือ่ วา สาวกะ(ผูฟง) สุ ธาตุ ในความฟง พฤทธิ์ อุ เปน โอ แลวเอาเปน อาว แปลง ณวฺ ุ เปน อก

ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๕ ตุ ปจจัย ชนใด ยอมกระทำ เหตนุ น้ั ชนนน้ั ชอื่ วา กตั ตา(ผกู ระทำ) กโรตตี ิ กตตฺ า.(ชโน) กรฺ ธาตุ ในความกระทำ ธาตมุ พี ยัญชนะ ๒ ตวั ลงทา ย จฺ ชฺ ทฺ นฺ ปฺ รฺ ใหแ ปลงทส่ี ดุ ธาตุ เปน ตฺ ลง ตุ ปจจยั สำเร็จ วทตีติ วตตฺ า.(ชโน) เปน กตฺตุ นำไปแจกอยา ง สตฺถุ ปฐมาวิภตั ติ เอกวจนะ ชานาตตี ิ าตา.(ชโน) เปน กตตฺ า ธาเรตตี ิ ธาตา.(ชโน) ชนใด ยอ มกลา ว เหตนุ น้ั ชนน้นั ช่ือวา วตั ตา(ผกู ลาว) วทฺ ธาตุ ในความกลาว แปลงทีส่ ุดธาตุ เปน ตฺ ลง ตุ ปจ จัย สำเรจ็ เปน วตตฺ ุ ปฐมาวภิ ตั ติ เอกวจนะ เปน วตตฺ า ชนใด ยอ มรู เหตุนน้ั ชนนน้ั ชื่อวา ญาตา(ผูร )ู า ธาตุ ในความรู ลง ตุ ปจ จยั สำเรจ็ เปน าตุ ปฐมาวิภตั ติ เอกวจนะ เปน าตา ชนใด ยอมทรงไว เหตนุ ัน้ ชนนั้น ชอ่ื วา ธาตา(ผทู รงไว) ธา ธาตุ ในความทรงไว ลง ตุ ปจจัย สำเร็จเปน ธาตุ ปฐมาวภิ ัตติ เอกวจนะ เปน ธาตา รู ปจจยั ปารํ คจฺฉติ สเี ลนาติ ปารค.ู (ชโน) ชนใด ยอ มถงึ ซงึ่ ฝง โดยปกติ เหตนุ นั้ ชนนนั้ ช่อื วา ปารคู (ผถู งึ ซงึ่ ฝงโดยปกต)ิ ปาร บทหนา คมฺ ธาตุ ในความไป,ถึง ลบทส่ี ดุ ธาตดุ ว ยอำนาจ รฺ แลว ลบ รฺ เสีย สำเรจ็ เปน ปารคู วิชานาติ สเี ลนาติ วิ ฺ .ู (ชโน) ชนใด ยอมรวู เิ ศษ โดยปกติ เหตนุ ้ัน ชนนนั้ ชอื่ วา วิญู (ผูรวู ิเศษโดยปกต)ิ วิ บทหนา า ธาตุ ในความรู ลง รู ปจจัย ลบ รฺ ซอน  สำเรจ็ เปน วิฺ ู ภิกฺขติ สีเลนาติ ภกิ ฺขุ.(ชโน) ชนใด ยอ มขอ โดยปกติ เหตุนนั้ ชนนน้ั ชื่อวา ภกิ ขุ (ผขู อโดยปกติ) ภิกขฺ ธาตุ ในความขอ รู ปจ จัย รสั สะ อู เปน อุ ลบ รฺ สำเรจ็ เปน ภกิ ขฺ ุ ข ปจ จัย กรรมใด อนั บุคคล ยอมกระทำ โดยยาก เหตนุ น้ั กรรมนน้ั ทกุ ฺเขน กริยตีติ ทกุ กฺ รํ.(กมมฺ )ํ ชื่อวา ทุกกระ(อนั บุคคลกระทำโดยยาก) ทุ บทหนา สุเขน ภริยตตี ิ สุภโร.(ชโน) กรฺ ธาตุ ในความกระทำ ลบ ข ซอ น กฺ สำเรจ็ เปน ทุกกฺ รํ ทุกฺเขน รกฺขยิ ตตี ิ ทุรกขฺ .ํ (จติ ตฺ )ํ ชนใด อันบคุ คล ยอ มเล้ยี ง โดยงา ย เหตนุ น้ั ชนนน้ั ช่ือวา สภุ ระ(อนั บุคคลเล้ยี งโดยงา ย) สุ บทหนา ภรฺ ธาตุ ในความเล้ียง ลง ข ปจจยั ลบ ข เสยี จิตใด อนั บคุ คล ยอ มรกั ษา โดยยาก เหตนุ ้ัน จติ นน้ั ช่อื วา ทุรักขะ(อนั บุคคลรักษาไดโ ดยยาก) ทุ บทหนา รกฺข ธาตุ ในความรักษา ลง ข ปจ จัย ลบ ข เสีย

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๖ ณยฺ ปจจัย กรรมใด อนั บคุ คล พงึ กระทำ เหตนุ นั้ กรรมนน้ั ชอื่ วา กาตพฺพนฺติ การยิ .ํ (กมมฺ )ํ การยิ ะ(อนั บคุ คลพงึ กระทำ) กรฺ ธาตุ ในความกระทำ พฤทธิ์ เนตพฺพนฺติ เนยฺยํ.(วตถฺ )ุ อ เปน อา ลง อิ อาคม ลบ ณฺ เสยี สำเร็จเปน การยิ ํ วตตฺ พฺพนตฺ ิ วชชฺ ํ.(วจน)ํ วตั ถใุ ด อนั บคุ คล พึงนำไป เหตนุ ้นั วตั ถนุ ั้น ช่อื วา เนยยะ ทมิตพโฺ พติ ทมฺโม.(ชโน) (อันบุคคลพึงนำไป) นี ธาตุ ในความนำไป พฤทธ์ิ อี เปน ยุฺชิตพพฺ นตฺ ิ โยคคฺ ํ.(วตถฺ )ุ เอ ลบ ณฺ ซอ น ยฺ สำเรจ็ เปน เนยยฺ ํ คำใด อนั บคุ คล พงึ กลา ว เหตุนนั้ คำนน้ั ชอื่ วา วชั ชะ ครหิตพพฺ นฺติ คารยหฺ ํ.(กมมฺ )ํ (อนั บุคคลพงึ กลาว) วทฺ ธาตุ ในความกลา ว ลบ ณฺ แลว ทาตพฺพนตฺ ิ เทยยฺ .ํ (วตถฺ )ุ เอา ทฺ ท่ีสุดธาตุ กบั ย ทส่ี ดุ ปจจยั เปน ชชฺ สำเร็จเปน วชฺชํ ชนใด อนั บคุ คล พงึ ฝก เหตนุ น้ั ชนนัน้ ชื่อวา ทัมมะ (อนั บคุ คลพึงฝก) ทมฺ ธาตุ ในความฝก ลบ ณฺ แลวเอา มฺ ทส่ี ดุ ธาตุ กับ ย ที่สดุ ปจจยั เปน มฺม สำเรจ็ รูปเปน ทมโฺ ม วตั ถุใด อนั บคุ คล พึงประกอบ เหตนุ ้ัน วตั ถนุ น้ั ชอ่ื วา โยคคะ(อันบคุ คลพึงประกอบ) ยุชฺ ธาตุ ในความประกอบ ลบ ณฺ แลว เอา ชฺ ที่สดุ ธาตุ กบั ย ทสี่ ดุ ปจ จัย เปน คฺค สำเร็จเปน โยคคฺ ํ กรรมใด อนั บคุ คล พงึ ตเิ ตยี น เหตนุ น้ั กรรมนน้ั ช่อื วา คารัยหะ(อนั บุคคลพงึ ติเตยี น) ครหฺ ธาตุ ในความตเิ ตียน พฤทธิ์ อ เปน อา ลบ ณฺ แปร หฺ ไวหลงั ยฺ สำเร็จเปน คารยหฺ ํ วัตถใุ ด อนั บคุ คล พงึ ให เหตนุ ั้น วตั ถุนน้ั ชอื่ วา เทยยะ (อนั บุคคลพงึ ให) ทา ธาตุ ในความให ธาตมุ ี อา เปน ที่สดุ แปลง ณยฺ เปน เอยยฺ แลว ลบ อา สำเรจ็ เปน เทยฺยํ อ ปจจัย ปฏิ สํ ภชิ ชฺ ตตี ิ ปฏิสมฺภิทา.(ปฺ า) ปญ ญาใด ยอ มแตกฉาน ดี โดยตา ง เหตนุ ั้น ปญ ญานน้ั ชื่อวา ปฏสิ ัมภทิ า(แตกฉานดีโดยตา ง) ปฏิ และ สํ บทหนา ภิทฺ ธาตุ ในความแตก สำเรจ็ เปน ปฏสิ มภฺ ิทา หติ ํ กโรตตี ิ หติ กกฺ โร.(ชโน) ชนใด ยอ มกระทำ ซง่ึ ประโยชนเก้ือกูล เหตนุ ้นั ชนนนั้ ช่ือวา หติ กั กระ(ผูกระทำซง่ึ ประโยชนเ กือ้ กลู ) หติ บทหนา กรฺ ธาตุ ในความกระทำ ซอ น กฺ สำเร็จเปน หติ กกฺ โร ปมํ ภวติ เอตสฺมาติ ปภโว.(ปเทโส) แมนำ้ ยอ มเกิด กอ น แตป ระเทศนนั่ เหตนุ ัน้ ประเทศ นัน้ ชอ่ื วา ปภวะ(เปน แดนเกิดกอ น) ป บทหนา ภู ธาตุ ในความเปน พฤทธ์ิ อู เปน โอ เอาเปน อว สำเร็จเปน ปภโว อนนฺ ํ ททาตีติ อนฺนโท.(ชโน) ชนใด ยอ มให ซึ่งขาวน้ำ เหตุนนั้ ชนนน้ั ช่ือวา อันนทะ (ผูใหซึง่ ขา วน้ำ) อนนฺ บทหนา ทา ธาตุ ในความให ลง อ

ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๗ ปจ จัย คงไวแ ตเ สยี งสระ อะ ทา ยธาตุ สำเร็จเปน อนนฺ โท อิ ปจ จยั ประเทศใด ยอมทรงไว ซ่งึ นำ้ เหตนุ นั้ ประเทศน้ัน ช่อื วา อทุ กํ ทธาตตี ิ อทุ ธิ.(ปเทโส) อทุ ธ(ิ ทรงไวซงึ่ น้ำ) อทุ บทหนา ธา ธาตุ ในความทรงไว สนธฺ ิยตตี ิ สนฺธิ.(วาจา) ลบ อา แหง ธา ธาตุ ลง อิ ปจจัย สำเรจ็ เปน อทุ ธิ วาจาใด อันบคุ คล ยอมตอ เหตนุ ้นั วาจานนั้ ช่อื วา สนั ธิ นธิ ยิ ตตี ิ นิธิ.(สมปฺ ตตฺ )ิ (อนั บคุ คลตอ ) สํ บทหนา ธา ธาตุ ในความตอ ลบ อา แหง ธา ธาตุ ทำนิคคหติ สนธิ สํ เปน สนฺ ลง อิ ปจจัย สำเร็จเปน สนธฺ ิ สมบตั ใิ ด อนั บุคคล ฝง ไว เหตนุ นั้ สมบตั นิ ้ัน ช่อื วา นธิ ิ (อนั บุคคลฝงไว) นิ บทหนา ธา ธาตุ ในความฝงไว ลบ อา แหง ธา ธาตุ ลง อิ ปจจัย สำเรจ็ เปน นิธิ ณ ปจจัย กมฺมํ กโรตตี ิ กมฺมกาโร.(ชโน) ชนใด ยอ มกระทำ ซง่ึ กรรม เหตนุ ้นั ชนนนั้ ชื่อวา กัมมการะ(ผกู ระทำซงึ่ กรรม) กมฺม บทหนา กรฺ ธาตุ ในความกระทำ ทฆี ะสระตนธาตดุ ว ยอำนาจ ณ ปจ จัย สำเรจ็ เปน กมมฺ กาโร รชุ ชฺ ตตี ิ โรโค.(อาพาโธ) อาพาธใด ยอ มเสียดแทง เหตุนน้ั อาพาธนนั้ ชอื่ วา โรคะ (ผูเสยี ดแทง) รุชฺ ธาตุ ในความเสียดแทง เอา ชฺ เปน คฺ ทีฆะสระตน ธาตุ อุ เปน โอ ดว ยอำนาจ ณ ปจ จัย สำเร็จเปน โรโค วหติ พโฺ พติ วาโห.(ภาโร) ภาระใด อนั บคุ คล พึงนำไป เหตนุ ั้น ภาระนน้ั ชือ่ วา วาหะ (อันบุคคลพงึ นำไป) วหฺ ธาตุ ในความนำไป ทฆี ะสระตน ธาตุ อะ เปน อา ดวยอำนาจ ณ ปจจัย สำเร็จเปน วาโห ทุสสฺ ติ เตนาติ โทโส.(กเิ ลโส) ชน ยอ มประทษุ รา ย ดว ยกิเลสนนั้ เหตุนน้ั กเิ ลสนน้ั ช่อื วา โทสะ(เปนเหตปุ ระทุษราย) ทสุ ฺ ธาตุ ในความประทษุ รา ย ทีฆะสระตน ธาตุ อุ เปน โอ ดวยอำนาจ ณ ปจจยั สำเรจ็ เปน โทโส อาวสนตฺ ิ เอตถฺ าติ อาวาโส.(ปเทโส) ภิกษุทงั้ หลาย ยอ มอาศยั อยู ในประเทศนี้ เหตนุ น้ั ประเทศน้ี ชื่อวา อาวาสะ(เปน ทอี่ าศยั อยู) อา บทหนา วสฺ ธาตุ ในความอยู ทีฆะสระตนธาตุ อะ เปน อา ดว ยอำนาจ ณ ปจ จยั สำเร็จเปน อาวาโส

ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๘ ตเว ปจ จยั ปจจัยน้ี ใชในอรรถแหง จตตุ ถีวภิ ัตตนิ าม แปลวา “เพ่อื อนั ....” ดงั น้ี กาตเว เพือ่ อนั กระทำ แปลง กรฺ ธาตุ เปน กา สำเร็จเปน กาตเว คนฺตเว เพือ่ อนั ไป คมฺ ธาตุ แปลงทายธาตุ เปน นฺ สำเร็จเปน คนฺตเว สนฺตเว เพ่ืออนั สงบ สมฺ ธาตุ แปลงทา ยธาตุ เปน นฺ สำเรจ็ เปน สนตฺ เว หนตฺ เว เพอื่ อันฆา หนฺ ธาตุ ลง ตเว ปจ จยั สำเร็จเปน หนตฺ เว ชนฺตเว เพ่ืออันเกดิ ชนฺ ธาตุ ลง ตเว ปจจยั สำเร็จเปน ชนตฺ เว าตเว เพอ่ื อันรู า ธาตุ ลง ตเว ปจ จัย สำเร็จเปน าตเว ทาตเว เพอ่ื อันให ทา ธาตุ ลง ตเว ปจจยั สำเรจ็ เปน ทาตเว ปหาตเว เพ่ืออันละ ป บทหนา หา ธาตุ ในความละ ลง ตเว ปจ จยั สำเร็จเปน ปหาตเว าตเว เพอื่ อนั ยืน า ธาตุ ลง ตเว ปจ จยั สำเร็จเปน าตเว ปาตเว เพอื่ อันดมื่ ปา ธาตุ ในความดมื่ ลง ตเว ปจ จัย สำเรจ็ เปน ปาตเว เนตเว เพ่อื อนั นำไป นี ธาตุ ในความนำไป วิการ อี เปน เอ ลง ตเว ปจ จัย สำเรจ็ เปน เนตเว ติ ปจ จยั มฺตตี ิ มติ.(ปฺ า) ปญ ญาใด ยอมรู เหตุนนั้ ปญ ญาน้ัน ชอื่ วา มติ(ผูร )ู มนฺ ธาตุ ในความรู ลบที่สดุ ธาตุ ลง ติ ปจ จัย สำเรจ็ เปน มติ สรตตี ิ สต.ิ (ธมฺมชาติ) ธรรมชาตใิ ด ยอ มระลึก เหตุนนั้ ธรรมชาตนิ นั้ ชอื่ วา สติ (ผูร ะลึก) สรฺ ธาตุ ในความระลกึ ลบทีส่ ดุ ธาตุ ลง ติ ปจจัย สำเร็จเปน สติ สมฺปชชฺ ิตพฺพาติ สมฺปตตฺ ิ.(ธมฺมชาต)ิ ธรรมชาตใิ ด อนั บคุ คล พงึ ถงึ พรอ ม เหตุนนั้ ธรรมชาติ น้นั ช่อื วา สมั ปต ต(ิ อนั บคุ คลพึงถึงพรอม) สํ บทหนา ปทฺ ธาตุ ในความถงึ เอาท่ีสดุ ธาตุ เปน ตฺ เอานคิ คหติ ที่ สํ เปน มฺ ลง ติ ปจจัย สำเรจ็ เปน สมปฺ ตตฺ ิ คจฉฺ นฺติ เอตฺถาติ คต.ิ (ภมู )ิ ชนท้ังหลาย ยอ มไป ในภูมนิ ้ี เหตุนน้ั ภมู นิ ี้ ช่ือวา คติ (เปน ทไี่ ป) คมฺ ธาตุ ในความไป,ถงึ ลบทีส่ ดุ ธาตุ ลง ติ ปจ จัย สำเรจ็ เปน คติ ตุ ปจ จัย ปจ จยั นลี้ งในอรรถแหง ปฐมาวิภตั ติ แปลวา “อนั วาอนั .....” และลงในอรรถแหง จตุตถีวิภตั ตนิ าม แปลวา “เพอ่ื อนั ....” ดังนี้ กาตุ อันวาอนั กระทำ, เพอื่ อนั กระทำ กรฺ ธาตุ ในความกระทำ แปลง กรฺ ธาตุ เปน กา ลง ตุ ปจ จัย สำเร็จเปน กาตุ

ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๒๙ คนฺตุ อนั วาอันไป, เพ่ืออนั ไป คมฺ ธาตุ ในความไป แปลงที่สุด ธาตุ เปน นฺ ลง ตุ ปจจัย สำเร็จเปน คนตฺ ุ คตุ ฺตุ อันวา อันคมุ ครอง, เพ่อื อนั คุม ครอง คปุ ฺ ธาตุ ในความ คุม ครอง แปลงทสี่ ดุ ธาตเุ ปน ตฺ ลง ตุ ปจจัย สำเร็จเปน คุตตฺ ุ ปตตฺ ุ อนั วาอันถึง, เพ่ืออันถงึ ปทฺ ธาตุ ในความถงึ แปลงทส่ี ุด ธาตุ เปน ตฺ ลง ตุ ปจ จัย สำเร็จเปน ปตตฺ ุ ลทฺธุ อนั วา อันได, เพอื่ อันได ลภฺ ธาตุ ในความได แปลง ตุ ปจ จัย กับท่ีสดุ ธาตุ เปน ทฺธุ สำเร็จเปน ลทธฺ ุ โสตุ อนั วา อนั ฟง , เพอ่ื อนั ฟง สุ ธาตุ ในความฟง วกิ าร อุ เปน โอ ลง ตุ ปจ จยั สำเร็จเปน โสตุ มรติ ุ อันวา อันตาย, เพอ่ื อันตาย มรฺ ธาตุ ในความตาย ไมแปลง ทีส่ ดุ ธาตุ ตอ งลง อิ อาคม แลวลง ตุ ปจจยั สำเรจ็ เปน มริตุ ปาเลตุ อนั วาอนั เล้ยี งดู, เพอื่ อนั เลยี้ งดู ปาลฺ ธาตุ ในความเลย้ี งดู ลง เณ ปจจยั ประจำหมวดธาตุ ลง ตุ ปจจัย สำเร็จเปน ปาเลตุ ยุ ปจ จยั เจตยตตี ิ เจตนา.(ธมฺมชาติ) ธรรมชาตใิ ด ยอมคดิ เหตนุ นั้ ธรรมชาตนิ นั้ ชอ่ื วา เจตนา (ผคู ิด) จติ ฺ ธาตุ ในความคดิ พฤทธิ์ อิ เปน เอ แปลง ยุ ปจจัย เปน อน สำเรจ็ เปน เจตนา (อา การนั ต อติ ถีลงิ ค) กชุ ฺฌติ สเี ลนาติ โกธโน.(ชโน) ชนใด ยอมโกรธ โดยปกติ เหตนุ นั้ ชนนั้น ชื่อวา โกธนะ (ผโู กรธโดยปกต)ิ กธุ ฺ ธาตุ ในความโกรธ พฤทธิ์ อุ เปน โอ แปลง ยุ ปจ จยั เปน อน สำเร็จเปน โกธโน ภุ ชฺ ิตพพฺ นตฺ ิ โภชน.ํ (วตถฺ ุ) วัตถใุ ด อนั บคุ คล พงึ กิน เหตนุ น้ั วตั ถนุ นั้ ชอ่ื วา โภชนะ (อนั บคุ คลพึงกนิ ) ภุชฺ ธาตุ ในความกิน,บรโภค พฤทธิ์ อุ เปน โอ แปลง ยุ ปจจัย เปน อน สำเร็จเปน โภชนํ คจฉฺ ิยเตติ คมนํ. อนั บุคคล ยอ มไป เหตุนน้ั ชือ่ วา คมนะ(ความไป) คมฺ ธาตุ ในความไป, ถงึ แปลง ยุ ปจจยั เปน อน สำเรจ็ เปน คมนํ สวํ ณณฺ ยิ ติ เอตายาติ สํวณณฺ นา.(วาจา) เนอื้ ความ อนั บคุ คล ยอ มพรรณนาพรอ ม ดว ยวาจา นัน่ เหตนุ นั้ วาจานนั่ ชื่อวา สังวรรณนา(เปน เครอ่ื งอนั บคุ คล พรรณนาพรอม) สํ บทหนา วณฺณ ธาตุ ในความ พรรณนา แปลง ยุ ปจจัย เปน อน สำเรจ็ เปน สํวณฺณนา (อา การนั ต อติ ถลี งิ ค) สยนตฺ ิ เอตถฺ าติ สยน.ํ (าน)ํ ชนทงั้ หลาย ยอ มนอน ในทน่ี ้ี เหตนุ ัน้ ทนี่ ้ี ชอ่ื วา สยนะ (เปนทน่ี อน) สี ธาตุ ในความนอน พฤทธ์ิ อี เปน เอ แลว เอาเปน อยฺ แปลง ยุ ปจจยั เปน อน สำเรจ็ เปน สยนํ

ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๐ กริ ยิ ากติ ก กิริยากติ ก คอื ศัพทอนั เกดิ จากปจจยั หมหู นึง่ แลวสำเรจ็ เปน ศพั ทกริ ิยา มีองคประกอบรวมกนั ๖ อยา ง คอื วิภตั ติ วจนะ กาล ธาตุ วาจก และ ปจจยั ดงั นี้ วภิ ตั ติ วภิ ัตตแิ หงกริ ยิ ากติ กน นั้ ไมเ หมอื นวิภตั ตแิ หงอาขยาต ทตี่ อ งมบี ทและบรุ ุษเพอื่ กำหนดบท ประธานของประโยค สว นวภิ ตั ตแิ หง กริ ิยากติ กต อ งอาศยั วภิ ัตตนิ ามแทน โดยนามศพั ทเ ปนวิภตั ตแิ ละวจนะ ใด กิรยิ ากิตกก็เปนวิภตั ติและวจนะนนั้ ดว ย เชน สาวโก ธมมฺ ํ สตุ วฺ า โสตาปตตฺ ผิ ลํ ปตโฺ ต. สาวก ฟง แลว ซงึ่ พระธรรม บรรลแุ ลว ซง่ึ โสดาปตตผิ ล. สาวโก เปน ปฐมาวภิ ัตติ เอกวจนะ ปุงลงิ ค ปตโฺ ต ตอ งประกอบเปนปฐมาวิภตั ติ เอกวจนะ ปงุ ลงิ ค ดว ย กาล กริ ิยากติ กน แ้ี บง กาลทเ่ี ปนประธานได ๒ คือ ปจจบุ ันกาล และ อดตี กาล ตอ งกำหนดหมายรู ดว ย ปจ จยั เสมอ ปจจบุ ันกาล แบง เปน ๒ คอื ปจ จบุ นั แท แปลวา “....อยู” และ ปจจบุ นั ใกลอนาคต แปลวา “เม่ือ ...” อดตี กาล แบงเปน ๒ คือ อดตี กาลลว งแลว แปลวา “....แลว และ อดตี กาลลวงแลว เสรจ็ แปลวา “ครนั้ ...แลว” เชน อหํ ธมมฺ ํ สณุ นโฺ ต ปตึ ลภาม.ิ เรา ฟง อยู ซงึ่ ธรรม ยอมได ซ่ึงปต ิ (ปจจบุ นั แท อนตฺ ปจ จัย) ยาจโก อาหารํ ลภมาโน สฆี สีฆํ ภุฺชติ. คนขอทาน เมอ่ื ได ซงึ่ อาหาร ยอมกนิ อยางเรว็ (ปจจุบนั ไดอนาคต มาน ปจจัย) อุปาสโก รตนตยฺ ํ สรณํ คโต. อุบาสก ถงึ แลว ซ่ึงพระรตั นตรยั วา เปนทพี่ ่ึง (อดตี กาลลว งแลว ต ปจ จยั ) ปรุ ิโส ฆรํ คนตฺ วฺ า คพฺภํ ปวิ โ. บุรุษ คร้นั ถงึ แลว ซึ่งเรอื น เขาไปแลว สหู อ ง (อดตี กาลลว งแลว เสร็จ ตวฺ า ปจจยั ) วาจก กิรยิ าศัพทท่แี สดงลกั ษณะของบทประธาน ในกิริยากติ กน ี้ มี ๕ วาจก คอื กัตตุวาจก กัมมวาจก ภาววาจก เหตกุ ตั ตวุ าจก และ เหตุกัมมวาจก เหมอื นในกริ ิยาอาขยาต ตา งกนั แตว า ไมม บี ทและ บรุ ษุ อาศัยวภิ ตั ตนิ ามแทนเทาน้นั ดงั นี้ กัตตวุ าจก ภกิ ขฺ ุ คามํ ปณ ฺฑาย ปวิโ . ภิกษุ เขา ไปแลว สูหมบู า น เพื่อกอ นขา ว กมั มวาจก อธคิ โต โข มยายํ ธมโฺ ม. ธรรม น้ี อนั เรา ถงึ ทบั แลว แล ภาววาจก การเณเนตถฺ ภวติ พพฺ ํ. อันเหตุ ในสิง่ น้ี พึงมี เหตกุ ัตตวุ าจก กจฺฉโป หเํ ส อตตฺ านํ คณฺหาเปนฺโต เอกํ คามํ อนุปฺปตโฺ ต. เตา ยงั หงสท งั้ หลาย ใหถ อื เอาแลว ซง่ึ ตน ถงึ โดยลำดบั แลว ซงึ่ หมบู าน แหง หนง่ึ เหตกุ มั มวาจก ปาลิภาสา อาจริเยน สิสสฺ ํ สิกฺขาปต า.

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๑ ภาษาบาลี อนั อาจารย ยงั ศษิ ย ใหศ กึ ษาแลว ปจจัย ทา นจดั ไวสำหรับประกอบกบั กิรยิ ากติ ก จัดเปน ๓ พวก เหมือนปจจัยแหงนามกติ ก ดงั นี้ กิตปจ จัย มี ๓ ตวั คือ อนฺต ตวนตฺ ุ ตาวี กจิ จปจจยั มี ๒ ตวั คอื อนยี ตพฺพ กติ กิจจปจจยั มี ๕ ตวั คอื มาน ต ตนู ตวฺ า ตฺวาน ในปจจยั ทั้ง ๓ พวกนี้ ปจจยั ๒ ตวั คือ อนฺต มาน บอก ปจจบุ นั กาล ปจ จยั ๖ ตวั คือ ตวนฺตุ ตาวี ต ตนู ตฺวา ตวฺ าน บอก อดตี กาล ปจจัย ๒ ตวั คอื อนยี ตพฺพ บอก ความจำเปน คอื บอกเพยี งความเปน ไปของกริ ิยาอาการเทานน้ั ทานไมสงเคราะหเขาในปจจบุ ันกาล แตบ างตำราสงเคราะหในปจจบุ ันกาล อนตฺ ปจจัย สุณนฺโต ฟง อยู สุ ธาตุ ในความฟง + ณา + อนตฺ กโรนฺโต กระทำอยู กรฺ ธาตุ ในความกระทำ + โอ + อนตฺ กเถนโฺ ต กลา วอยู กถฺ ธาตุ ในความกลาว + เอ + อนตฺ คจฺฉนโฺ ต ไปอยู คมฺ ธาตุ ในความไป,ถึง + อ + อนตฺ ปาลยนฺโต รกั ษาอยู ปาลฺ ธาตุ ในความรักษา + ณย + อนตฺ ถา เปน อติ ถลี งิ ค เปน สุณนตฺ ี กโรนตฺ ี กเถนตฺ ี คจฺฉนตฺ ี ปาลยนตฺ ี ถาเปน นปุงสกลงิ ค เปน สณุ นฺตํ กโรนตฺ ํ กเถนตฺ ํ คจฉฺ นตฺ ํ ปาลยนตฺ ํ ตวนฺตุ ปจจยั สุ ธาตุ ในความฟง + ตวนตฺ ุ สตุ วา ฟง แลว ภุตฺตวา บริโภคแลว ภชุ ฺ ธาตุ ในความบรโิ ภค + ตวนตฺ ุ วสุ ิตวา อยแู ลว วสฺ ธาตุ ในความอยู + ตวนตฺ ุ ถา เปน ปุงลงิ คแ จกอยาง ภควนตฺ ุ ศพั ท ถาเปน อติ ถลี ิงคแจกอยา ง นารี ศัพท เปน สตุ วตี ภตุ ตฺ วตี วุสติ วตี เปน ทวลิ ิงค ไมมนี ปงุ สกลิงค ตาวี ปจ จัย สุ ธาตุ ในความฟง + ตาวี สุตาวี ฟง แลว ภตุ ฺตาวี บรโิ ภคแลว ภุชฺ ธาตุ ในความบริโภค + ตาวี วสุ ิตาวี อยูแ ลว วสฺ ธาตุ ในความอยู + ตาวี ถาเปน ปงุ ลงิ ค แจกอยา ง เสี ถาเปน อติ ถลี งิ ค ลง อนิ ี ปจ จัย เครอื่ งหมายอติ ถีลิงค แจกอยา ง นารี เปน สตุ าวนิ ี ภตุ ตฺ าวนิ ี วสุ ติ าวนิ ี ถา เปน นปุงสกลงิ ค รัสสะ อี เปน อิ แจกอยา ง อกขฺ ิ เปน สตุ าวิ ภตุ ตฺ าวิ วุสิตาวิ อนยี ปจ จยั อนั บุคคลพึงกระทำ กรฺ ธาตุ ในความกระทำ + อนีย กรณียํ อนั บุคคลพึงกลา ว วจฺ ธาตุ ในความกลาว + อนีย วจนียํ

ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๒ โภชนยี ํ อันบุคคลพงึ บรโิ ภค ภชุ ฺ ธาตุ ในความบริโภค + อนีย ขาทนยี ํ อันบคุ คลพึงเคี้ยว ขาทฺ ธาตุ ในความเค้ียว + อนีย ปูชนียํ อันบคุ คลพึงบูชา ปชู ฺ ธาตุ ในความบูชา,นบั ถอื + อนยี ภวนยี ํ อันบุคคลพึงมี-พงึ เปน ภู ธาตุ ในความมี ,ความเปน เอา อู เปน ว + อนีย ธาตมุ ี รฺ หรือ หฺ เปน ท่สี ดุ ให แปลง น แหง อนยี เปน ณ เชน กรณียํ เปน ตน ถา เปน ปงุ ลิงค แจกอยา ง ปรุ สิ ศพั ท ถา เปน อติ ถลี ิงค แจกอยาง กฺ า ศัพท ถา เปน นปงุ สกลงิ ค แจกอยา ง กลุ ศพั ท ตพฺพ ปจจยั อนั บคุ คลพงึ กระทำ กรฺ ธาตุ ในความกระทำ + ตพฺพ กตตฺ พพฺ ํ อันบคุ คลพึงกลา ว วทฺ ธาตุ ในความกลาว + ตพพฺ วตตฺ พฺพํ อันบคุ คลพึงบรโิ ภค ภุชฺ ธาตุ ในความบรโิ ภค + ตพพฺ ภุฺชติ พพฺ ํ อนั บุคคลพงึ ดมื่ ปา ธาตุ ในความดืม่ + ตพพฺ ปาตพพฺ ํ อันบคุ คลพึงรู า ธาตุ ในความรู + ตพพฺ าตพฺพํ อนั บคุ คลพึงให ทา ธาตุ ในความให + ตพพฺ ทาตพพฺ ํ อนั บคุ คลพึงละ ป บทหนา หา ธาตุ ในความละ + ตพฺพ ปหาตพพฺ ํ อันบุคคลพงึ ถงึ เฉพาะ ปฏิ บทหนา อิ ธาตุ ในความไป,ถงึ เอา อิ เปน ปจฺเจตพฺพํ เอ, ปฏิ เปน ปจจฺ + ตพพฺ ชิ ธาตุ ในความชนะ เอา อิ เปน เอ + ตพฺพ เชตพพฺ ํ อันบคุ คลพึงชนะ นี ธาตุ ในความนำไป เอา อี เปน เอ + ตพพฺ เนตพพฺ ํ อันบุคคลพึงนำไป สุ ธาตุ ในความฟง เอา อุ เปน โอ + ตพพฺ โสตพพฺ ํ อันบุคคลพงึ ฟง กุ ธาตุ ในความรอ ง เอา อุ เปน ว ลง อิ อาคม + ตพฺพ กวิตพพฺ ํ อนั บคุ คลพงึ รบั รอ ง ภู ธาตุ ในความม,ี ความเปน เอา อู เปน ว ภวติ พพฺ ํ อันบคุ คลพงึ ม-ี พงึ เปน ลง อิ อาคม + ตพพฺ ปจุ ฉฺ ฺ ธาตุ ในความถาม ลง อิ อาคม + ตพฺพ ปุจฉฺ ติ พฺพํ อันบุคคลพงึ ถาม ขนฺ ธาตุ ในความขดุ ลง อิ อาคม + ตพพฺ ขนติ พพฺ ํ อนั บคุ คลพงึ ขดุ ปจฺ ธาตุ ในความหุงตม ลง อิ อาคม + ตพพฺ ปจิตพฺพํ อันบคุ คลพงึ หงุ ตม ลภฺ ธาตุ ในความได ลง อิ อาคม + ตพฺพ ลภิตพพฺ ํ อันบุคคลพงึ ได ลภฺ ธาตุ ในความได แปลงทีส่ ุดธาตุ ภฺ เปน ทฺ + ลทฺธพฺพํ อันบุคคลพึงได ตพฺพ แปลง ต แหง ตพพฺ เปน ธ ถาเปน ปุงลิงค แจกอยา ง ปรุ สิ ศัพท ถา เปน อติ ถลี งิ ค แจกอยา ง กฺา ศัพท ถาเปน นปุงสกลงิ ค แจกอยา ง กุล ศพั ท มาน ปจจัย มาน ปจจัย น้ี มขี อสงั เกตทไี่ มเหมือน อนตฺ ปจจยั คือ ถามี ย ปจ จยั กบั อิ อาคม หนา ย จะเปน กัมมวาจก นอกนั้นก็เปน ไดเ หมือน อนฺต ปจ จัย

ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๓ กัตตวุ าจก กัมมวาจก กรุ ุมาโน กระทำอยู กรยิ มาโน อนั บุคคลกระทำอยู ภุชฺ มาโน บรโิ ภคอยู ภุชฺ ิยมาโน อันบคุ คลบรโิ ภคอยู วทมาโน กลาวอยู วทิยมาโน(วจุ จฺ มาโน) อนั บุคคลกลา วอยู ถา เปน ปุงลิงค แจกอยาง ปรุ สิ ศัพท ถาเปน อติ ถลี งิ ค แจกอยาง กฺา ศพั ท ถาเปน นปงุ สกลงิ ค แจกอยา ง กลุ ศัพท ต ปจจัย ต ปจจัย มกี ารแจกวิภตั ตเิ หมอื น มาน ปจ จัย มีลกั ษณะการสังเกต ๑๐ ลกั ษณะ ดงั น้ี ๑.ธาตลุ งทา ยดวยสระ เอาธาตุ + ต ปจ จยั เปน อันสำเร็จรูป (ยกเวน า ปา และ ธา ธาตุ) าโต รแู ลว า ธาตุ ในความรู ยาโต ไปแลว ยา ธาตุ ในความไป นหฺ าโต อาบแลว นหฺ า ธาตุ ในความอาบ จิโต สะสมแลว จิ ธาตุ ในความสะสม ชิโต ชนะแลว ชิ ธาตุ ในความสะสม ภโี ต กลวั แลว ภี ธาตุ ในความกลวั นโี ต นำไปแลว นี ธาตุ ในความนำไป ภูโต มแี ลว, เปน แลว ภู ธาตุ ในความมี, ความเปน ๒.ธาตุมี รฺ มฺ และ นฺ เปนทสี่ ดุ ลบทีส่ ดุ ธาตุ กโต อนั ...กระทำแลว กรฺ ธาตุ ในความกระทำ สโต ระลึกไดแ ลว สรฺ ธาตุ ในความระลึก มโต ตายแลว มรฺ ธาตุ ในความตาย, สละชีวิต คโต ไปแลว คมฺ ธาตุ ในความไป, ถงึ รโต ยินดแี ลว รมฺ ธาตุ ในความยนิ ดี มโต รแู ลว ,คดิ แลว มนฺ ธาตุ ในความร,ู คดิ ขโต อัน...ขดุ แลว ขนฺ ธาตุ ในความขดุ หโต อัน...ฆาแลว หนฺ ธาตุ ในความฆา ๓.ธาตุ จฺ ชฺ ปฺ และ ทฺ เปน ทสี่ ดุ เอาทส่ี ดุ ธาตุ เปน ตฺ สิตโฺ ต อนั เขารดแลว สจิ ฺ ธาตุ ในความรด วิวติ โฺ ต สงัดแลว วิ บทหนา + วจิ ฺ ธาตุ ในความสงดั ภตุ ฺโต อนั เขากินแลว ภชุ ฺ ธาตุ ในความกนิ , บรโิ ภค จตฺโต อนั เขาสละแลว จชฺ ธาตุ ในความสละ คตุ ฺโต อนั เขาคมุ ครองแลว คปุ ฺ ธาตุ ในความคมุ ครอง ตตโฺ ต รอนแลว ตปฺ ธาตุ ในความรอ น วตโฺ ต อนั เขากลา วแลว วทฺ ธาตุ ในความกลา ว ปมตโฺ ต ประมาทแลว ป บทหนา + มทฺ ธาตุ ในความประมาท, มวั เมา

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๔ ๔.ธาตุมี อา เปน ที่สดุ และ ต ปจ จัยเปน กัมมวาจก ลง อิ อาคม ิโต ยืนแลว า ธาตุ ในความยนื , ตั้งอยู ปโ ต, ปว ิโต อนั เขาดมื่ แลว ปา ธาตุ ในความดม่ื แปลง ปา เปน ปวฺ นหิ โิ ต อันเขาตงั้ ไวแ ลว ,วางลงแลว นิ บทหนา ธา ธาตุ ในความตัง้ ไว อาเทสเปน ห อภชิ ฺฌิโต อันเขาเพงจำเพาะแลว อภิ บทหนา + ฌา ธาตุ ในความเพง ภาสิโต อนั เขากลา วแลว ภาสฺ ธาตุ ในความกลาว กถโิ ต อนั เขากลาวแลว กถฺ ธาตุ ในความกลาว กปฺปโ ต อนั เขาตดั แลว กปปฺ ธาตุ ในความตดั ขาทโิ ต อันเขาเคีย้ วกันแลว ขาทฺ ธาตุ ในความเคย้ี วกิน ลขิ ิโต อนั เขาเขียนแลว ลขิ ฺ ธาตุ ในความเขียน มณฺฑิโต อันเขาประดบั แลว มณฺฑฺ ธาตุ ในความประดบั คลิ ิโต อนั เขากลืนกินแลว คิลฺ ธาตุ ในความกลนื ปจโิ ต อนั เขาหงุ ตม แลว ปจฺ ธาตุ ในความหุงตม จลโิ ต อันเขาสั่นแลว จลฺ ธาตุ ในความสัน่ คหิโต อันเขาถือเอาแลว คหฺ ธาตุ ในความถอื เอา ๕.ธาตมุ ี ทฺ เปนทีส่ ุดอยูหนา แปลง ต เปน นนฺ แลวลบท่สี ดุ ธาตุ ฉนโฺ น อันเขามุงแลว ฉทฺ ธาตุ ในความมุง, ปด สนฺโน จมแลว สทฺ ธาตุ หรือ สทิ ฺ ธาตุ ในความจม รุนฺโน รองไหแ ลว รุทฺ ธาตุ ในความรอ งไห ฉนิ โฺ น อนั เขาตดั แลว ฉทิ ฺ ธาตุ ในความตดั ภินฺโน แตกแลว ภทิ ฺ ธาตุ ในความแตก ทนิ โฺ น อันเขาใหแลว ทา ธาตุ ในความให เอา อา เปน อิ ๖.ธาตุมี รฺ เปน ท่สี ดุ อยูหนา แปลง ต เปน ณณฺ แลวลบทีส่ ุดธาตุ ชณิ ฺโณ แกแลว ชิรฺ ธาตุ ในความแก, ครำ่ ครา ตณิ โฺ ณ ขามแลว ตรฺ ธาตุ ในความขา ม ปุณโฺ ณ เต็มแลว ปรู ฺ ธาตุ ในความเตม็ ๗.ธาตมุ ี สฺ เปนท่สี ดุ อยูหนา แปลง ต เปน  แลว ลบท่ีสดุ ธาตุ ตุโ  ยนิ ดแี ลว ตุสฺ ธาตุ ในความยนิ ดี หโ  รา เรงิ แลว หสฺ ธาตุ ในความรา เรงิ , หัวเราะ ปวิโ  เขาไปแลว ป บทหนา + วิสฺ ธาตุ ในความเขา ไป ๘.ธาตมุ ี ธฺ และ ภฺ เปน ท่สี ดุ อยูหนา แปลง ต เปน ทฺธ แลวลบทส่ี ุดธาตุ พทุ โฺ ธ อนั เขารแู ลว พธุ ฺ ธาตุ ในความรู กทุ โฺ ธ โกรธแลว กธุ ฺ ธาตุ ในความโกรธ รุทฺโธ อันเขาปด แลว รธุ ฺ ธาตุ ในความปด , กนั้ ลทโฺ ธ อันเขาไดแลว ลภฺ ธาตุ ในความได อารทโฺ ธ อันเขาปรารภแลว อา บทหนา + รภฺ ธาตุ ในความปรารภ, เรม่ิ

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๕ ๙.ธาตุมี มฺ เปนทีส่ ุดอยูหนา แปลง ต เปน นตฺ แลว ลบทีส่ ุดธาตุ ปกกฺ นโฺ ต หลีกไปแลว ป บทหนา กมฺ ธาตุ ในความกา วไป ทนโฺ ต ทรมานแลว , ฝกแลว ทมฺ ธาตุ ในความทรมาน,ฝก สนฺโต ระงบั แลว , สงบแลว สมฺ ธาตุ ในความระงบั , สงบ ๑๐.ธาตุมี หฺ เปน ทีส่ ดุ อยหู นา แปลง ต เปน ฬหฺ แลวลบทส่ี ุดธาตุ รฬุ ฺโห งอกแลว รหุ ฺ ธาตุ ในความงอก มฬุ ฺโห หลงแลว มหุ ฺ ธาตุ ในความหลง วุฬโฺ ห อัน...พัดไปแลว วุหฺ ธาตุ ในความพัด, ลอย ถาเปน ปุงลงิ ค แจกอยาง ปรุ สิ ศัพท ถาเปน อติ ถลี งิ ค แจกอยา ง กฺา ศพั ท ถาเปน นปุงสกลงิ ค แจกอยา ง กุล ศพั ท ตูน ตวฺ า ตวฺ าน ปจจัย(ตนู าทิ ปจ จัย) ปจจยั ๓ ตวั คือ ตนู ตวฺ า ตฺวาน เรยี กวา ตนู าทิ ปจจยั แปลวา “...แลว ” เปน อพั ยยปจจยั แจก ดว ยวภิ ตั ติไมไ ด มตี วั อยา งวา ตูน ตวฺ า ตวฺ าน กาตนู กตฺวา กตฺวาน กระทำแลว คนฺตนู คนฺตวฺ า คนตฺ วฺ าน ไปแลว หนตฺ ูน หนตฺ วฺ า หนตฺ ฺวาน ฆาแลว ตนู าทิ ปจจยั มหี ลกั การ ๘ อยาง ดังนี้ ๑.ประกอบกับธาตแุ ลว โดยมากเปน กตั ตวุ าจก เหตกุ ตั ตวุ าจก ไมต องลงปจ จยั ในกริ ยิ าอาขยาต แตม บี างตวั ทล่ี งปจจยั ประจำหมวดธาตุ กตั ตวุ าจก เชน กตวฺ า ปตวฺ า จนิ ฺเตตวฺ า เปน สกมั มธาตุ คอื ธาตทุ ่ีเรียกหากรรม คนตฺ วฺ า มรติ วฺ า ชนิ ติ วฺ า เปน อกมั มธาตุ คอื ธาตทุ ไ่ี มเรยี กหากรรม เหตกุ ัตตวุ าจก ตอ งลง เณ หรอื ณาเป กอ น เชน ภาเวตวฺ า ยงั ...ใหเจรญิ แลว ภู ธาตุ ในความม,ี ความเปน + เณ + ตฺวา กาเรตฺวา ยงั ...ใหกระทำแลว กรฺ ธาตุ ในความกระทำ + เณ + ตวฺ า หาเรตวฺ า ยงั ...ใหนำไปแลว หรฺ ธาตุ ในความนำไป + เณ + ตวฺ า การาเปตวฺ า ยัง...ใหกระทำแลว กรฺ ธาตุ ในความกระทำ + ณาเป + ตวฺ า คาหาเปตวฺ า ยงั ...ใหถอื เอาแลว คหฺ ธาตุ ในความถือเอา + ณาเป + ตวฺ า กมั มวาจก ตอ งลง ย ปจ จัย ในกิรยิ าอาขยาตกอน ฌายิตวฺ า อนั ไฟไหมแ ลว ฌา ธาตุ ในความไหม,เผา + ย + อิ อาคม + ตวฺ า ปจจฺ ติ วฺ า อันเขาหงุ แลว ปจฺ ธาตุ ในความหงุ ตม + ย + อิ อาคม + ตวฺ า แปลง ย กบั จฺ เปน จฺจ

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๖ ๒.ถาไมล บทส่ี ดุ ธาตุ ใหลง อิ อาคม กริตวฺ า กระทำแลว กรฺ ธาตุ ในความกระทำ + อิ + ตวฺ า คมิตวฺ า ไปแลว คมฺ ธาตุ ในความไป, ถึง + อิ + ตวฺ า ลภิตวฺ า ไดแ ลว ลภฺ ธาตุ ในความได + อิ + ตวฺ า มรติ วฺ า ตายแลว มรฺ ธาตุ ในความตาย + อิ + ตวฺ า สรติ วฺ า ระลึกแลว สรฺ ธาตุ ในความระลกึ + อิ + ตวฺ า ขาทิตวฺ า เคี้ยวกนิ แลว ขาทฺ ธาตุ ในความเค้ยี วกนิ + อิ + ตวฺ า ยาจิตฺวา ขอแลว , ออ นวอนแลว ยาจฺ ธาตุ ในความขอ, ออนวอน + อิ + ตวฺ า ๓.ลงหลังธาตตุ วั เดยี วมี อา เปนท่ีสุด ลบ อา เสีย แลวลง ตูนาทิ ปจจัย ไดเ ลย ตวฺ า รแู ลว า ธาตุ ในความรู + ตวฺ า ทตวฺ า ใหแลว ทา ธาตุ ในความให + ตฺวา ตวฺ า ยนื แลว า ธาตุ ในความยนื + ตวฺ า ๔.ธาตตุ ัวเดยี วมี อิ อี อุ อู เปนที่สดุ เอา อิ อี เปน เอ แลว เอา เอ เปน อย เอา อุ อู เปน โอ แลว เอา โอ เปน อว สยติ ฺวา นอนแลว สี ธาตุ ในความนอน เอา อี เปน อย + ตฺวา จวติ วฺ า เคล่ือนแลว จุ ธาตุ ในความเคลอื่ น เอา อุ เปน อว + ตวฺ า สาเวตฺวา ยัง...ใหฟงแลว สุ ธาตุ ในความฟง เอา อุ เปน อว + เณ + ตวฺ า แตบ างตวั ไมต องทำกไ็ ด เชน สตุ วฺ า หตุ ฺวา ๕.อปุ สคั อยูหนา แปลง ตูนาทิ ปจจัย เปน ย บา ง แปลง ย กับทส่ี ุดธาตุ เปนอยา งอ่ืนบาง อาทาย ถอื เอาแลว อา บทหนา ทา ธาตุ + ตวฺ า แปลง เปน ย ปหาย ละแลว ป บทหนา หา ธาตุ + ตฺวา แปลงเปน ย โอหาย ละแลว โอ บทหนา หา ธาตุ + ตวฺ า แปลงเปน ย วหิ าย ละแลว วิ บทหนา หา ธาตุ + ตวฺ า แปลงเปน ย อุ าย ลุกขนึ้ แลว อุ บทหนา ซอน ฏ า ธาตุ + ตฺวา แปลงเปน ย ปฏสิ งฺขาย พจิ ารณาแลว ปฏ-ิ สํ บทหนา ขา ธาต(ุ กลา ว) + ตวฺ า แปลงเปน ย อภิฺ าย รูย ง่ิ แลว ,ตรัสรแู ลว อภิ บทหนา า ธาตุ + ตฺวา แปลงเปน ย ซอน  อนุปาทาย ไมถือม่ันแลว น-อุป-อา บทหนา ทา ธาตุ + ตฺวา แปลงเปน ย นสิ ฺสาย อาศยั แลว นิ บทหนา สี ธาตุ แปลง อี เปน อา ซอ น สฺ + ตวฺ า แปลงเปน ย ธาตุ มี มฺ เปนท่สี ดุ แปลง มฺ กบั ย (ตวฺ า ปจ จัย แปลง เปน ย) เปน มมฺ อาคมฺม มาแลว อา บทหนา + คมฺ ธาตุ + มมฺ นิกฺขมมฺ ออกแลว นิ บทหนา + ขมฺ ธาตุ + มมฺ อภริ มมฺ ยนิ ดยี ิง่ แลว อภิ บทหนา + รมฺ ธาตุ + มมฺ อติกกฺ มมฺ กา วลว งแลว อติ บทหนา + กมฺ ธาตุ + มมฺ

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๗ ธาตุ มี ทฺ เปน ท่สี ดุ แปลง ทฺ กับ ย (ตวฺ า ปจจัย แปลง เปน ย) เปน ชฺช อุปปฺ ชฺช เกิดขึน้ แลว อปุ บทหนา + ปทฺ ธาตุ + ชชฺ ปมชฺช ประมาทแลว ป บทหนา + มทฺ ธาตุ + ชฺช อจฺฉชิ ฺช ชิงเอาแลว อา บทหนา + ฉทิ ฺ ธาตุ + ชชฺ ธาตุ มี ธ และ ภ เปน ท่สี ดุ แปลง ธ และ ภ กับ ย (ตวฺ า ปจจยั แปลง เปน ย) เปน ทฺธา พฺภ วิทธฺ า แทงแลว (พเิ ศษไมม อี ปุ สคั ) วธิ ฺ ธาตุ + ทธฺ า ลทธฺ า ไดแ ลว (พเิ ศษไมม อี ุปสคั ) ลภฺ ธาตุ + ทธฺ า อารพภฺ ปรารภแลว อา บทหนา + รภฺ ธาตุ + พฺภ ธาตุ มี หฺ เปน ท่ีสดุ แปลง หฺ กับ ย (ตวฺ า ปจ จัยแปลง เปน ย) เปน ยหฺ ปคฺคยหฺ ประคองแลว ป บทหนา + คหฺ ธาตุ + ยหฺ สนฺนยหฺ ผูกแลว สํ บทหนา + นหฺ ธาตุ + ยฺห อารยุ หฺ ข้ึนแลว อา บทหนา + รหุ ฺ ธาตุ + ยหฺ โอรุยฺห ลงแลว โอ บทหนา + รุหฺ ธาตุ + ยหฺ ๖.ตูนาทิ ปจ จยั แปลงกับทสี่ ดุ ธาตุ หรอื อิ ธาตุ (ในความไป) หรือ แปลงเปน อยา งอืน่ ไดอ ีก อุทฺทสิ สฺ แสดงแลว , เจาะจงแลว อุ บทหนา + ทิสฺ ธาตุ + ย (ย กับ สฺ เปน สฺส) ววิ จิ ฺจ สงัดแลว วิ บทหนา + วจิ ฺ ธาตุ + ย (ย กบั จฺ เปน จฺจ) อาหจจฺ เบียดเบียนแลว อา บทหนา + หนฺ ธาตุ + ย (ย กบั นฺ เปน จฺจ) อนุปหจฺจ ไมเ ขา ไปกระทบแลว น กับ อุป บทหนา + หนฺ ธาตุ + ย (ย กับ นฺ เปน จฺจ) ปฏจิ จฺ อาศยั แลว ปฏิ บทหนา + อิ ธาตุ + ย (ย กบั อิ เปน จฺจ) ปฏสิ งฺขา พจิ ารณาแลว ปฏิ กบั สํ บทหนา + ขา ธาต(ุ ในความกลา ว) + ย อภิฺา (แปลงเปน อา หรอื ลบ ย) อนาปุจฉฺ า รยู ง่ิ แลว ,ตรัสรแู ลว อภิ บทหนาาธาตุ ซอน+ย(แปลงเปนอาหรอื ลบย) อปจจฺ เวกขฺ ิย ไมอำลาแลว น กบั อา บทหนา + ปจุ ฉฺ ธาตุ + ย (แปลงเปน อา) ทิสวฺ า-ทสิ วฺ าน ไมพจิ ารณาแลว น-ปฏิ-อว บทหนา + อกิ ฺขฺ ธาตุ + ย (แปลงเปน อยิ ) เหน็ แลว ทสิ ฺ ธาตุ ลบทีส่ ดุ ธาตุ + ตูนาทิ (แปลงเปน สฺวา-สวฺ าน) ๗.ตูนาทิ ปจ จัย แปลงเปน จฺจ เม่ือประกอบ อิ ธาตุ และ ธาตุมี จฺ นฺ รฺ ตฺ ทฺ เปน ท่ีสุด อภิสเมจฺจ บรรลแุ ลว อภิ กับ สํ บทหนา + อิ ธาตุ แปลงเปน เอ + จฺจ เปจจฺ ละไปแลว ,ตายไปแลว ป บทหนา + อิ ธาตุ แปลงเปน เอ + จจฺ อเุ ปจฺจ เขา ถงึ แลว ,จงใจแลว อปุ บทหนา + อิ ธาตุ แปลงเปน เอ + จฺจ อเวจจฺ ลงไปแลว,หย่ังลงแลว อว บทหนา + อิ ธาตุ แปลงเปน เอ + จฺจ กจจฺ ทำแลว กรฺ ธาตุ ลบทสี่ ดุ ธาตุ + จฺจ สกฺกจจฺ เคารพแลว สํ บทหนา + กรฺ ธาตุ ลบทสี่ ดุ ธาตุ + จจฺ อธิกิจฺจ ทำย่ิงแลว อธิ บทหนา + กรฺ ธาตุ ลบทส่ี ุดธาตุ สฺจิจจฺ จงใจแลว ลง อิ อาคม + จฺจ สํ บทหนา + จติ ฺ ธาตุ ในความจงใจ

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๘ อนุวิจจฺ พจิ ารณาแลว ลบท่ีสดุ ธาตุ + จจฺ อนุ บทหนา วทิ ฺ ธาตุ ในความรู ลบทส่ี ดุ ธาตุ + จจฺ ๘.ตนู าทิ ปจจยั แปลงเปน ย ทง้ั มีอปุ สคั และไมม อี ปุ สคั บางธาตบุ างคำ ตอ งลง อิ อาคมหนา ย มีอปุ สคั อยหู นา ธาตุ รดนำ้ แลว ,ประพรมแลว นิ บทหนา สจิ ฺ ธาตุ ในความรด ทำเปน สิ ฺจ นิสิฺจยิ ลง อิ อาคม + ย อภิสิฺจิย อภเิ ษกแลว ,รดน้ำแลว อภิ บทหนา สิจฺ ธาตุ ในความรด ทำเปน สิจฺ ลง อิ อาคม + ย วิชานยิ รูแจง แลว วิ บทหนา า ธาตุ ในความรู ทำเปน ชานฺ ลง อิ อาคม + ย อปุ นยิ นำเขา ไปแลว อุป บทหนา นี ธาตุ ในความนำไป รัสสะ อี ที่ นี เปน อิ + ย สเมกขฺ ยิ พิจารณาแลว สํ บทหนา อกิ ฺขฺ ธาตุ ในความเหน็ ทำ อิ เปน เอ ลง อิ อาคม + ย นิสีทยิ นง่ั แลว นิ บทหนา สิทฺ ธาตุ ในความจม ทำ อิ ท่ี สิทฺ เปน อี ลง อิ อาคม + ย อภวิ นฺทยิ ไหวแ ลว อภิ บทหนา วนทฺ ฺ ธาตุ ในความไหว ลง อิ อาคม + ย อภิวาทยิ อภิวาทแลว อภิ บทหนา วนทฺ ฺ ธาตุ ในความไหว ทำเปน วาทฺ ลง อิ อาคม + ย ไมมีอปุ สคั อยหู นาธาตุ จินตฺ ฺ ธาตุ ในความคดิ ลง อิ อาคม + ย จนิ ฺติย คิดแลว า ธาตุ ในความรู ทำเปน ชานฺ ลง อิ อาคม + ย ชานิย รูแ ลว ภชุ ฺ ธาตุ ในความกนิ ,บรโภค ทำเปน ภุ ชฺ ฺ ภุชฺ ิย กนิ แลว ลง อิ อาคม + ย กริย ทำแลว กรฺ ธาตุ ในความกระทำ ลง อิ อาคม + ย ปสฺสิย เห็นแลว ทสิ ฺ ธาตุ ในความเหน็ ทำเปน ปสสฺ ฺ ฉินฺทยิ ตัดแลว ลง อิ อาคม + ย ภวิย มีแลว , เปนแลว ฉทิ ฺ ธาตุ ในความตดั ทำเปน ฉนิ ทฺ ฺ ลง อิ อาคม + ย ภู ธาตุ ในความมี ความเปน ทำเปน ภวฺ ลง อิ อาคม + ย

ค่มู อื การอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๓๙ ๓.๑๐ สรุปทายบท นามศัพทท ง้ั ๓ คอื สทุ ธนามหรอื นามนาม คุณนาม และสพั พนาม เมอ่ื นำไปใชต อ งประกอบดว ย ลงิ ค วจนะ และวิภตั ติ สทุ ธนามมอี ำนาจบงั คบั คุณนามใหมี ลงิ ค วจนะ วภิ ตั ติ เสมอกบั สุทธนามซึ่งเปน เจา ของ เนือ่ งจาก คุณนามจะมีไดต อ งอาศัยสทุ ธนาม ถาสทุ ธนามไมม ี คุณนามกไ็ มปรากฏ สว นคุณนามนนั้ แสดงลักษณะของสทุ ธนามบทใด โดยมากจะเรียงไวห นา สุทธนามบทน้นั ดงั น้นั คณุ นาม กบั สัพพนาม ตอ ง อาศยั สทุ ธนามเปนหลัก ถาไมป ระกอบ ลงิ ค วจนะ วภิ ัตติ จะไมอาจรไู ดว า เปนคุณนามและสัพพนามแหง สทุ ธนามบทไหน ไมส ามารถประกอบคำพดู เขา เปน ประโยคได นามศัพทน ั้นมเี ครอ่ื งหมายแสดงเพศอยา งใดอยางหนง่ึ เสมอไป เรยี กวา ลิงค มี ๓ ประเภท คอื ปงุ ลิงค เพศชาย อติ ถีลงิ ค เพศหญงิ และนปงุ สกลงิ ค มใิ ชเ พศชาย มิใชเ พศหญงิ การจัดนามศพั ทลงในลงิ ค เปน อยางน้ี สทุ ธนาม เปน ลงิ คเดียวกม็ ี คอื จะเปน ปงุ ลงิ ค หรอื อิตถีลิงค หรอื นปงุ สกลิงค กเ็ ปน ลงิ คเดียว มี รูปอยา งเดยี วเปน ได ๒ ลงิ คก ม็ ี เปล่ียนแตส ระท่สี ุดแหง ศพั ทเปน ๒ ลงิ คก ็มี คุณนามและสัพพนาม เปน ได ๓ ลิงค เวนแต ตมุ ฺห และ อมหฺ ศัพท เปนได ๒ ลงิ ค สว นศัพทสงั ขยาเปน อยา งนี้ เอก(๑) ถึง อ ารส(๑๘) เปนได ๓ ลงิ ค เอกนู วสี ต(ิ ๑๙) ถงึ อนวตุ ิ(๙๘) เปน เอกวจนะ อิตถลี ิงคอ ยา งเดยี ว สว น เอกนู สตํ (๙๙) ขึ้นไป เปนนปุงสกลงิ ค สุทธนาม ยกเวน โกฏิ เปน อติ ถลี งิ ค วภิ ตั ติ(นาม) แปลวา แจก หรือ จำแนก นามศัพททง้ั ๓ ตามการันตนน้ั ๆ ทำใหศพั ทม รี ปู ตา งๆ หมุนไปใหไ ดค วามตามภาษา ทำใหก ำหนดเนื้อความไดง า ยขน้ึ และจำลงิ ค วจนะ ไดแมนยำขน้ึ ทำเน้อื ความ แหงศัพททั้งปวงใหป ระสานเกี่ยวเนือ่ งถงึ กนั และไดความชัดเจน แบง เปน ๗ วิภัตติ คอื ปฐมาวภิ ตั ติ ทตุ ยิ า วภิ ัตติ ตตยิ าวิภตั ติ จตตุ ถีวภิ ัตติ ปฺจมีวภิ ตั ติ ฉัฏฐวี ภิ ัตติ และสตั ตมวี ภิ ตั ติ อัพยยศพั ท คอื ศพั ทท ่ไี มฉ บิ หายไป หรือไมเส่อื มสิ้นไป เปน ชื่อของศพั ททไี่ มสามารถแจกดวยวิภตั ติ ทั้ง ๗ เหมอื นนามศพั ทท ั้ง ๓ ได คงรปู อยูอ ยา งเดมิ แบง เปน อปุ สคั นบิ าต และปจ จัย นามศพั ท ตงั้ แต ๒ บทขนึ้ ไป ยอเขาเปน บทเดียวกนั ชอื่ วา สมาส ศพั ททีย่ อ เขา ดว ยกัน ไดแ ก นาม ศัพท อัพยยศพั ท นามกติ ก กริ ยิ ากติ ก( เวน ตนู าทิ ปจ จัย) บทสำเรจ็ ของสมาส เปน ไดทง้ั สทุ ธนามและ คณุ นาม สมาส แบง เปน ๖ ชนดิ คอื กมั มธารยสมาส ทิคุสมาส ตปั ปรุ ิสสมาส ทวนั ทวสมาส อพั ยยี ภาวสมาส และพหุพพิหิสมาส ปจจยั หมหู นง่ึ ทีใ่ ชแทนศัพทเ ปน ประโยชนเกอ้ื กูลแกเ นื้อความยอหรอื คำพดู ใหส น้ั เรียกวา ตทั ธติ วาโดยยอ มี ๓ อยา ง คอื สามญั ญตัทธติ ภาวตัทธติ และอัพยยตทั ธติ วาโดยพสิ ดาร มี ๑๕ อยา ง โดย สามญั ญตัทธิต แบง ยอยออกเปน ๑๓ อยา ง คอื โคตตตัทธติ ตรตั ยาทติ ัทธติ ราคาทติ ทั ธิต ชา ตาทติ ทั ธติ สมหุ ตทั ธติ ฐานตทั ธติ พหุลตัทธติ เสฏฐตัทธติ ตทัสสตั ถิตทั ธติ ปกตติ ัทธติ สงั ขยาตทั ธิต ปู รณตัทธติ และวิภาคตทั ธติ ศัพทท ่แี สดงกิรยิ าอาการของสุทธนาม ชื่อวา อาขยาต มปี ระโยชนใ หร วู า สทุ ธนามทท่ี ำหนา ท่เี ปน ประธานแสดงกริ ยิ าอาการอยา งไร อาขยาต ตอ งประกอบดว ยเครอ่ื งปรงุ ๘ อยาง คอื วภิ ัตติ(อาขยาต) กาล บท วจนะ บรุ ษุ ธาตุ วาจก และปจ จยั วิภัตติ ธาตุ และปจ จยั เปน เครอ่ื งปรุงท่สี ำคญั จะขาดไมไ ด เน่อื งจาก วภิ ตั ติ เปน เคร่ืองหมายใหร ู กาล บท วจนะ และบรุ ษุ สวนธาตุ เปน หวั ใจสำคญั เพราะเปน รากฐานนอ มไปสคู วามหมายแหง เนอ้ื ความ ปจ จยั เมื่อประกอบกบั ธาตแุ ลวทำใหรวู าจก

ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๔๐ วิภัตติอาขยาตจดั เปน ๘ หมวด คือ วตั ตมานา ปญ จมี สตั ตมี ปโรกขา หยิ ตั ตนี อชั ชตั ตนี ภวิสสนั ติ และกาลาตปิ ต ติ หมวดหนึ่งๆ มี ๑๒ วิภตั ติ รวมท้งั สนิ้ มี ๙๖ วภิ ตั ติ วัตตมานา บอกปจจบุ นั กาล แปลวา อยู ยอ ม จะ แบง เปน ปจ จุบนั แท แปลวา อยู ปจจบุ นั ใกล อดีต แปลวา ยอ ม และปจจบุ นั ใกลอนาคต แปลวา จะ ปญ จมี บอกความบงั คบั ความหวัง และความออ นวอน แบง เปน บอกความบงั คบั แปลวา จง บอกความหวงั แปลวา เถิด และบอกความออ นวอน แปลวา ขอ...จง สตั ตมี บอกความยอมตาม ความกำหนด และความรำพงึ แบงเปน บอกความยอมตาม แปลวา ควร บอกความกำหนด แปลวา พงึ และบอกความรำพงึ แปลวา พึง ปโรกขา บอกอดตี กาล ลว งแลวไมมกี ำหนด แปลวา ...แลว หยิ ัตตนี บอกอดตี กาล ลว งแลว วานน้ี แปลวา ...แลว ถา มี อ อยหู นา แปลวา ได...แลว อัชชตนี บอกอดีตกาล ลว งแลววันนี้ แปลวา ...แลว ถา มี อ อยหู นา แปลวา ได...แลว ภวสิ สนั ติ บอกอนาคตกาล ของปจ จบุ ัน แปลวา จกั ... กาลาตปิ ตติ บอกอนาคตกาล ของอดตี แปลวา จกั ...แลว ถา มี อ อยหู นา แปลวา จกั ได. ..แลว บทนน้ั แบงเปน ๒ คอื ปรัสสบท คือบทเพอื่ ผูอนื่ และอตั ตโนบท คอื บทเพอ่ื ตน โดยทั่วไป ปรัสสบทเปน เครือ่ งหมายใหร กู ริ ิยาท่ีเปน กัตตวุ าจกและเหตุกตั ตวุ าจก สวนอตั ตโนบท เปนเครอื่ งหมายใหร ู กิรยิ าทเ่ี ปน กมั มวาจก เหตุกมั มวาจก และภาววาจก นอกจากนี้ วิภัตติอาขยาตยังทำใหท ราบวจนะ และบรุ ษุ อีกดว ย ซง่ึ วจนะนัน้ มี ๒ คอื เอกวจนะ และพหุวจนะ บุรษุ แบง เปน ๓ เหมือนปรุ สิ สัพพนาม คอื ปถมบุรุษ (สง่ิ ท่ีกลา วถึง) มธั ยมบุรุษ(ผูที่พดู ดว ย) และอุตตมบรุ ษุ (ตวั เราผูพูด) เมือ่ ประกอบกิรยิ าตอ งใชว ภิ ัตตใิ หต รง ตามบุรุษทง้ั ๓ นน้ั ธาตุ คือกิริยาศัพทเปน เปน มูลราก ซง่ึ มคี วามสัมพนั ธก บั ปจ จัยท่ีบงบอกใหร ูวาจก เรยี กวา ปจ จัย ประจำหมวดธาตุ แบงเปน ๘ หมวด ไดแ ก หมวด ภู ธาตุ ลง อ เอ ปจจัย หมวด รุธฺ ธาตุ ลง อ เอ ปจจยั และลงนคิ คหติ อาคม หมวด ทวิ ฺ ธาตุ ลง ย ปจจัย หมวด สุ ธาตุ ลง ณุ ณา ปจ จยั หมวด กี ธาตุ ลง นา ปจ จัย หมวด คหฺ ธาตุ ลง ณฺหา ปจจัย หมวด ตนฺ ธาตุ ลง โอ ปจ จัย หมวด จรุ ฺ ธาตุ ลง เณ ณย ปจ จยั วาจก คือกิริยาศัพทที่ประกอบดว ยวภิ ตั ติ กาล บท วจนะ บรุ ษุ ธาตุ กลา วบทท่ีเปน ประธานของ กริ ิยา ๕ อยา ง คอื กตั ตวุ าจก แสดงกริ ยิ าของผทู ำเอง กัมมวาจก แสดงกิรยิ าของกรรม ภาววาจก แสดง ความมี ความเปน เหตกุ ตั ตวุ าจก แสดงกริ ิยาของผูใ ชใ หผูอ่ืนทำ และเหตุกัมมวาจก แสดงสิ่งทเ่ี ขาใชให บุคคลทำ ปจจยั ในกัตตวุ าจก ใชปจจยั ๑๐ ตวั คือ อ เอ ย ณุ ณา นา ณหฺ า โอ เณ ณย แบงลงในธาตุ ๘ หมวด ขา งตน ในกมั มวาจก ใช ย ปจจยั กบั ท้ัง อิ อาคมหนา ย ดว ย ในภาววาจก ใช ย ปจ จัย ในเหตกุ ตั ตุ

ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๔๑ วาจก ใช เณ ณย ณาเป ณาปย ปจ จัย ตวั ใดตวั หนึ่ง และในเหตกุ มั มวาจก ใช ปจ จัย ๑๐ ตวั ขางตน ดว ย ณาเป ปจจยั ดว ย ย ปจจัย กับทงั้ อิ อาคมหนา ย ดว ย กติ ก เปน ชอื่ ของศพั ททส่ี ำเรจ็ มาแตร ูปวเิ คราะห โดยใชป จ จัยหมหู น่ึงแทนศพั ท จงึ มสี วนประกอบ หลกั ๒ อยา งคอื ธาตุ และปจจยั บทสำเรจ็ เปน สุทธนามบาง เปน คุณนามบา ง เปน กริ ิยาบาง จึงแบงเปน ๒ อยา งคือ ทีเ่ ปน สทุ ธนามและคณุ นาม เรยี กวา นามกติ ก และทเี่ ปน กิริยา เรียกวา กริ ยิ ากิตก นามกติ ก ใชธ าตุ ๘ หมวดเหมอื นอาขยาต มีปจ จยั ๓ หมู ไดแ ก กติ ปจ จยั มปี จ จยั ๕ ตัว คือ กฺวิ ณี ณวฺ ุ ตุ รู กิจจปจจัย มปี จ จยั ๒ ตัว คอื ข ณฺย และกติ กจิ จปจจัย มปี จ จัย ๗ ตวั คอื อ อิ ณ เตวฺ ติ ตุ ยุ รวมทงั้ ส้นิ ๑๔ ตวั กิรยิ ากติ ก ใชธ าตุ ๘ หมวดเหมือนอาขยาต มปี จจยั ๓ หมู ไดแ ก กติ ปจจัย มปี จ จัย ๓ ตวั คอื อนฺต ตวนฺตุ ตาวี กจิ จปจ จยั มีปจ จัย ๒ ตวั คอื อนยี ตพฺพ และกติ กิจจปจ จัย มี ปจ จยั ๕ ตวั คือ มาน ต ตูน ตวฺ า ตวฺ าน รวมทง้ั สิน้ ๑๐ ตวั ในบทที่ ๓ นไี้ ดทราบโครงสรางและการสรางคำศพั ทต า งๆมากมาย ไดแ ก คำนาม คำกริ ิยา คำสมาส คำตัทธติ และคำกิตก คำเหลา นม้ี ีความสำคัญตอการนำไปใชใ นประโยคและการทำหนาท่ใี น ประโยค เชน เปน ประธานของประโยค เปน กรรม เปน กิริยา หรอื เปน สว นขยายหรอื เสริม นาม กริ ยิ า ให สมบูรณท ี่เรียกวา คณุ นาม หรือกริ ยิ าวิเสส เพือ่ การใชศ ัพทใหเ หมาะสมและเปน ไปตามหลกั ภาษาบาลี เรยี กวา หลักการเรยี งคำพูดในประโยคซึง่ เปนวฒั นธรรมทางภาษาหรอื ประเพณนี ิยมของภาษา เราจะได เรยี นรูใ นบทตอ ไป

ค่มู อื การอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๔๒ บทท่ี ๔ การแปลภาษาบาลี ๔.๑ หลกั การแปลเบือ้ งตน การแปลนน้ั มี ๒ ลกั ษณะใหญๆ คือ การแปลโดยพยญั ชนะ และการแปลโดยอรรถ ๑.แปลโดยพยัญชนะ คือ การแปลรกั ษารปู แบบของไวยากรณท ง้ั หมด หมายความวา แปลออก สำเนยี งอายตนิบาตตามหลกั ไวยากรณห รือแปลรกั ษารากศัพทตามทีม่ าของศัพทท ง้ั หมด เชน มาตา เคหํ ปวสิ ติ ฺวา กมฺมานิ กโรต.ิ อ.มารดา เขาไปแลว สเู รอื น ยอมกระทำ ซง่ึ กรรม ท. ๒.แปลโดยอรรถ คือ การแปลโดยถือเอาใจความตามภาษาไทยทจี่ ะเขา ใจได แปลศพั ทท ัง้ หมดท่ีมี อยู ไมตดั ออก สว นที่จะตดั ไดแ กส ำเนียงอายตนบิ าตทต่ี ดั แลวยงั สามารถเชื่อมตอ ขอ ความไดดี แตต อ งรกั ษา เคาโครงไวยากรณไ วด ว ย มใิ ชการแปลแบบสรุปความ หรือเลน สำนวนตามใจปรารถนา ซงึ่ จะทำให ความหมายเปลยี่ นไปจากเดมิ เชน มาตา เคหํ ปวิสติ วฺ า กมฺมานิ กโรติ. มารดา เขา ไปเรอื นแลว ทำการงาน. การแปลโดยอรรถนี้ ใหต ดั การแปลโดยพยัญชนะ คำวา “อ.” ทย่ี อมาจาก “อันวา” ใชแ ปลบทท่ี เปน ประธานของประโยค และตดั คำวา “ท.” ทยี่ อมาจาก “ทง้ั หลาย” ใชแ ปลบททเี่ ปนพหวุ จนะ ออกจาก คำแปลโดยอรรถ อนง่ึ คำวา ทั้งหลาย นี้ ดคู วามเหมาะสม ถา ไมต ดั ออก ใหใ ชคำเตม็ อยา ใช “ท.” การแปลบาลเี ปน ไทยนนั้ ใหถ ือหลกั การแปล ๙ ประการ โดยแปลเรียงลำดับ ดงั ตอไปน้ี ๑. อาลปนะ เชน ภกิ ฺขเว, ปรุ ิส, ภนฺเต, อาวโุ ส, โภ, ภทฺเท, เช ๒. นบิ าตตน ขอความ เชน ห,ิ จ, ปน, ต,ุ อถวา กริ , ขลุ, สุทํ ๓. กาลสตั ตมี เชน อตเี ต, อถ, เอกํ สมยํ, ปาโต, สายํ ๔. ประธานในประโยค เชน พุทฺโธ, ปุรโิ ส, อติ ถฺ ี, จติ ฺตํ ๕. บททเ่ี นอื่ งดว ยประธาน (วิเสสนะ) เชน มหาการณุ โิ ก, โส, สา, ตํ ๖. กริ ิยาในระหวา ง หรอื ประโยคแทรก เชน กตวฺ า, ตสฺมึ คจฺฉนเฺ ต ๗. บททเ่ี น่อื งดว ยกิรยิ าในระหวา ง เชน อตตฺ โน กมมฺ นตฺ ํ กตฺวา ๘. กริ ยิ าคมุ พากย เชน คจฉฺ ติ, ปจต,ิ ปสสฺ ต,ิ คโต, วตตฺ พฺพ,ํ กรณยี ํ ๙. บททเ่ี น่ืองดว ยกริ ยิ าคมุ พากย เชน ทกุ ฺกรํ, ทกุ กฺ ฏํ, สุขํ, น, โน, มา หลักการแปลทง้ั ๙ ขอ น้ี หากขอใดไมมอี ยูใ นประโยคบาลใี หเวน ไป แลว ดขู อ ตอ ๆ ไป

ค่มู ือการอา่ นและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๔๓ ๑. อาลปนะ23๑ อาลปนะ คอื คำรองเรยี ก มอี ยู ๒ อยา งดว ยกนั คอื ๑.๑ อาลปนะนาม คอื นามนามทปี่ ระกอบดว ยอาลปนวิภัตติท้ังหมด เชน ปรุ สิ ,ภิกขฺ เว,อานนทฺ ,ตสิ สฺ ,ตาต,อมฺม เปน ตน ๑.๒ อาลปนะนิบาต มี ๑๐ ตวั คือ ยคเฺ ฆ-ขอเดชะ, ภนฺเต ภทนเฺ ต-ขาแตท านผูเจริญ,อาวโุ ส- ดูกอ นผูมอี าย,ุ อมโฺ ภ-ดกู อ นทานผเู จรญิ , ภเณ-แนะ พนาย, เร-เวย , อเร-โวย , เห-เฮย เช-แนะแม (สาวใช) ทัง้ น้ี อาลปนะนาม ถามาพรอ มกบั อาลปนะนบิ าต ๕ ตวั น้ี คือ ภนฺเต ภทนเฺ ต อาวโุ ส อมโฺ ภ ภเณ ใหแปลอาลปนะนามกอ น แลว จงึ แปลอาลปนะนิบาต เชน ๑. วเทหิ ตาว อาวุโส ปาลติ . ดูกอนปาลติ ะ ผมู อี ายุ อ.ทา น จงกลา ว กอ น. ๒. ภนฺเต ตสิ สฺ กึ กโรสิ. ขา แตพ ระตสิ สะ ผเู จรญิ อ.ทาน ยอ มกระทำ ซ่งึ กรรมอะไร แตอ าลปนะนาม ถามาพรอมกบั อาลปนะนบิ าต ๕ ตวั น้ี คือ ยคเฺ ฆ เร อเร เห เช ใหแ ปลอาลปนะ นบิ าตกอ น เชน ตวฺ ํ อเร ขุชเฺ ช โอทนํ ปจาห.ิ เฮย แนะ หญงิ คอม อ.เจา จงหงุ ซงึ่ ขา วสกุ . แตถ า หากมีอาลปนะนามหลายบท ใหแปลบทที่อยหู นา กอ นเสมอ แลว คอยแปลอาลปนะนามที่ เหลือเปน ตัวขยาย (บทวเิ สสนะ) แทน เชน อนฺธพาล อหริ กิ ตวฺ ํ มยา สทธฺ ึ วตตฺ ุ น ยุตฺตรโู ปสิ. ดูกอ นอนั ธพาล ผูไมมคี วามละอาย อ.ทา น เปนผมู รี ปู ไมควรแลว เพ่อื อนั กลาว กบั ดว ยเรา ยอม เปน . สวนอาลปนะนามทก่ี ลา วถงึ ช่ือ-โคตร-สกุล ใหแ ปลกอ นเสมอ แลว คอ ยแปลอาลปนะนามหรอื อาลปนะนบิ าตอ่ืนๆ เปนบทวิเสสนะ (ตวั ขยาย) เชน อหํ โภ อานนฺท ปพพฺ ชสิ ฺสามิ. ขา แตพ ระอานนท ผเู จรญิ อ.ขาพเจา จกั บวช. ๒. นิบาตตนขอความ นิบาตตน ขอความมอี ยู ๒ ประเภท คือ ๒.๑ นบิ าตตนขอความที่นยิ มวางไวต วั ที่ ๑ ของประโยค ไดแ ก อถ ครง้ั นัน้ อถ โข ครัง้ นนั้ แล อโถ อน่งึ อถ วา อกี อยางหนึง่ อโห โอ เจ หากวา .....ไซร ๑ มหาบาลีวิชชาลยั . หลักการแปลมคธเปนไทย(อาลปนะ-บทขยายกิรยิ าคุมพากย) โดยสามเณร โดน่ี จนั ทรด ี เปรยี ญ ๘. [ออนไลน] . สบื คนเม่ือ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓, จาก: https://www.mahapali.com/main.php?url=download view&id=112&kwb=&cat= A&page=3 (8 may 2018)

ค่มู ือการอ่านและแปลภาษาโบราณ : ภาษาบาลี ๑๔๔ ยทิ ผวิ า.....ไซร สเจ ถาวา .....ไซร อทุ าหุ หรือวา อาม อามนตฺ า เออ,ขอรับ(ครบั ) องิ ฺฆ เชญิ เถิด ตคฆฺ เอาเถดิ หนทฺ เชิญเถดิ อปจ เออก็, อีกอยางหนง่ึ ๒.๒ นิบาตตน ขอความท่นี ยิ มวางไวต ัวที่ ๒ ของประโยค ไดแ ก กริ , ขลุ, สุท ไดยินวา หิ ก,็ จริงอย,ู เพราะวา , ดงั จะกลาวโดยพสิ ดาร, ดังจะกลา วโดยยอ จ ก,็ อนงึ่ ปน ก,็ แตว า ตุ สวนวา ๓. กาลสตั ตมี กาลสตั ตมี คอื ศัพททป่ี ระกอบดว ยสัตตมวี ภิ ัตติ หรือ แปลออกสำเนยี งสตั ตมีวภิ ตั ตไิ ด และบงบอก ถึงกาลเวลาและสมัย ซง่ึ มอี ยหู ลายประเภทดว ยกนั คอื กาลสตั ตมนี าม สว นมากจะประกอบดว ย ๓ วิภัตติ คอื สัตตมีวิภตั ติ เชน เอกสฺมึ สมเย, สํวจฉฺ เร, มาเส, ทวิ เส, ขเณ, กาเล, ทุติยาวิภตั ติ (แตแ ปลเปน สตั ตมวี ิภตั ติ) เชน ตํ ทวิ สํ , เอกํ สมยํ , เอกทวิ สํ ตติยาวิภตั ติ (ใชในอรรถสตั ตมวี ภิ ตั ต)ิ เชน เตน สมเยน กาลสตั ตมสี พั พนาม เชน ยทา ตทา เอตรหิ อทิ านิ อชฺช กทุ าจนํ เปน ตน กาลสตั ตมนี ิบาต เชน อถ ปาโต ทวิ า สายํ เปน ตน ๔. ประธานในประโยค ประธานในประโยค คือ ศพั ทท ป่ี ระกอบดวยปฐมาวิภัตติ หรอื แปลออกสำเนยี งปฐมาวิภตั ติ [อนั วา (อ.)] ได ซง่ึ จะมอี ยหู ลายประเภทดว ยกัน คือ ๑. ศพั ทน ามนามทว่ั ไป เชน ปุรโิ ส ครุ นารี อกขฺ ิ เปนตน ๒. ศพั ทน ามกติ กบ างตวั เชน กตตฺ า กรณํ ทายโก คมนํ สวํ โร เปน ตน ๓. กริ ิยากติ กท ีใ่ ชเปน นามนามได เชน พทุ ฺโธ เปน ตน ๔. ตทั ธติ ที่เปน นามนาม เชน สามเณโร สหายตา อรหตตฺ ํ เปน ตน ๕. ปรุ ิสสัพพนาม เชน ตวฺ ํ ตมุ ฺเห, อหํ มยํ เปน ตน ๖. สงั ขยานามนาม คอื ตั้งแตจ ำนวน เอกนู สตํ (๙๙) ขึน้ ไป ๗. สมาสทเ่ี ปน นามนาม เชน สสํ ารวฏ ํ มหาปรุ ิโส ปตตฺ จวี รํ เปนตน ๘. นบิ าตบางตวั ท่ลี งในอรรถปฐมาวิภตั ตไิ ด เชน ตถา อ.อยา งนนั้ อลํ อ.อยา เลย ตุ อ.อัน.., อ.การ.., อ.ความ.. อชฺช อ.วันน้ี สาธุ อ.ดลี ะ เอวํ อ.อยางนน้ั