Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ✍️ สันสกฤตขั้นต้น 1

✍️ สันสกฤตขั้นต้น 1

Description: ✍️ สันสกฤตขั้นต้น 1

Search

Read the Text Version

สันสกฤตข้ันตน้ 1 ประธานในประโยค ประโยคในภาษาสันสกฤตประกอบด้วยส่วนสาคัญ 2 ส่วนคือ ประธาน และ กรยิ าคมุ ประโยค นยิ มเรียงประธานไวต้ ้นประโยค และเรยี งกรยิ าคุมประโยค ไวท้ า้ ยสุด เช่น s> oadit (saḥ khādati) เขา ย่อมกนิ ประโยคนี้ s> (saḥ) ทาหน้าท่ีเป็นประธาน และ oadit (khādati) เป็น กริยาคุมประโยค ประธานและกริยาจะต้องมีบุรุษและวจนะตรงกันเสมอ เช่น ประธานเป็นประถมบุรุษ เอกวจนะ กริยาจะต้องประกอบเป็นประถม บรุ ุษ เอกวจนะด้วยเช่นกัน ภาษาสันสกฤตมีลักษณะพิเศษอย่างหน่งึ คือกรยิ าสามารถบ่งบอกประธานได้ โดยไม่ตอ้ งมรี ปู ประธานในประโยค เชน่ oadaim (khādāmi) (ขา้ พเจา้ ) ยอ่ มกนิ ประโยคน้ีไม่มีรูปประธาน แต่เราสามารถรู้ประธานได้จากวิภักติท่ีนามา ประกอบ ในที่น้ีวิภักติคือ im (mi) เป็นอุตตมบุรุษ เอกวจนะ บ่งบอกว่า ประธานคือ“ข้าพเจ้า” ซึ่งภาษาสันสกฤตคือ “Ahm!” (aham) เป็นต้น สว่ นประกอบทส่ี าคญั ทั้งสองสว่ นน้ีจะต้องประกอบให้ตรงกันเสมอ ดงั ตาราง 44

สนั สกฤตขนั้ ต้น 1 ตารางแสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างประธานและกริยา บรุ ษุ เอก. ประธาน เอก. กริยา ประถม. s> ทว.ิ พห.ุ ทวิ. พห.ุ it taE te t> AiNt saḥ tau te ti taḥ anti มธั ยม. Tvm! yuvam! yUym! is w> w thaḥ tha tvam yuvām yūyam si v> m> อตุ ตม. Ahm! Aavam! vym! im vaḥ maḥ aḥam āvām vayam mi ข้อสังเกต วิภักติที่ลงท้ายด้วย m! (m) จะเปล่ียนเป็นนิคหิตเมื่อนาไปใช้ ในประโยค (ยกเว้น มีสระตามมาดา้ นหลงั จะสนธิกบั สระนนั้ ) จากตารางจะเห็นว่ามีส่วนประกอบ 3 ส่วนคือ บุรุษ ประธาน และกริยา หากมองจากซ้ายไปขวาโดยเริ่มจากประถมบุรุษ ถ้าประธานเป็น s> (saḥ) กริยาท่ีตรงกันคือ it (ti) ซึ่งเป็นเอกวจนะเหมือนกัน ในทานองเดียวกัน ถ้าประธานเป็น te (te) กริยาก็เป็น AiNt (anti) ซ่ึงเป็นพหุวจนะเหมือนกัน ส่วนบุรษุ และวจนะอ่ืน ๆ ก็พงึ สงั เกตจากประถมบรุ ุษเป็นตัวอย่าง 45

สนั สกฤตขัน้ ต้น 1 การแปลสันสกฤตเป็นไทย การแปลภาษาสันสกฤตเป็นไทยน้ัน คาที่ทาหน้าท่ีเป็นประธานมีการแปลที่ ได้รับความนิยม 2 ประเภทคือแปลพร้อมกับคาว่า “อันว่า” หรือแปลแบบ ธรรมดาไม่มีคาว่า “อันว่า” ก็ได้ ซึ่งการแปลทั้ง 2 แบบสามารถแปลได้ โดยไม่ทาให้ความหมายเปล่ียนแปลง ส่วนการแปลทวิวจนะ และพหุวจนะ ให้เพิ่มคาว่าทั้งสอง (ทส.) และท้ังหลาย (ท.) ต่อท้ายคานามหรือสรรพนาม ตามลาดบั ตัวอย่างเชน่ s> crit อ. เขา ย่อมเท่ยี วไป หรอื เขา ย่อมเท่ยี วไป taE crt> อ. เขา ทส. ย่อมเท่ยี วไป หรือ เขา ทส. ยอ่ มเท่ียวไป te criNt อ. เขา ท. ยอ่ มเท่ียวไป หรอื เขา ท. ย่อมเทย่ี วไป Tvm! cris อ. ทา่ น ยอ่ มเที่ยวไป หรอื ท่าน ยอ่ มเทีย่ วไป yuvam! crw> อ. ทา่ น ทส. ยอ่ มเทย่ี วไป หรอื ท่าน ทส. ยอ่ มเที่ยวไป yyU m! crw อ. ท่าน ท. ย่อมเทยี่ วไป หรือ ทา่ น ท. ยอ่ มเที่ยวไป Ahm! craim อ. ข้าพเจา้ ย่อมเท่ียวไป หรอื ข้าพเจ้า ยอ่ มเทย่ี วไป Aavam! crav> อ. เรา ทส. ยอ่ มเทย่ี วไป หรือ เรา ทส. ยอ่ มเท่ยี วไป vym! cram> อ. เรา ท. ย่อมเที่ยวไป หรอื เรา ท. ยอ่ มเท่ยี วไป 46

สันสกฤตข้ันตน้ 1 ธาตหุ มวดที่ 1 AhR! (1 ป.) บชู า, เคารพ ³Nd! (1 ป.) รอ้ งไห้ ³If! (1 ป.) เลน่ k;« ! (k;R!) (1 ป.) ไถ oad! (1 ป.) เคี้ยวกิน gm! (gCD!) (1 ป.) ไป cl! (1 ป.) สน่ั , ไหว cuMb! (1 ป.) จูบ, จุมพติ ij (1 ป.) ชนะ jIv! (1 ป.) มีชีวติ t¨ (tr!) (1 ป.) ขา้ ม Tyj! (1 ป.) สละ, ทิง้ ym! (yCD)! (1 ป.) ให้ xav! (1 ป.) ว่ิง nq! (1 ป.) ฟอ้ น, รา nNd! (1 ป.) ยินดี nm! (1 ป.) ไหว้, นอบนอ้ ม inNd! (1 ป.) นินทา, ติเตยี น pQ! (1 ป.) อ่าน, เรียน pt! (1 ป.) ตก, หล่น pa (ipb!) (1 ป.) ด่มื r]! (1 ป.) รักษา vd! (1 ป.) กลา่ ว, พูด z<s! (1 ป.) สรรเสริญ Swa (itó! ) (1 ป.) ยนื , ตัง้ zuc! (zace )! (1 ป.) เศรา้ โศก, เสยี ใจ Sm& (Smr)! (1 ป.) ระลกึ , จา hs! (1 ป.) หวั เราะ ขอ้ สงั เกต ธาตบุ างตัวมีลักษณะพเิ ศษคือจะเปล่ียนรปู กอ่ นนาไปประกอบวภิ ักติ เชน่ k«;! (k;R!) (1 ป.) ไถ gm! (gCD)! (1 ป.) ไป pa (ipb!) (1 ป.) ด่มื ym! (yCD!) (1 ป.) ให้ Swa (itó!) (1 ป.) ยืน, ต้งั 47

สนั สกฤตขนั้ ต้น 1 2) กรยิ าธาตุหมวดที่ 6 (ตุทาท)ิ ธาตุหมวดที่ 6 มี A (a) เป็นปัจจัยประจาหมวด (เหมือนกับหมวดท่ี 1) มวี ิธี ประกอบกริยาต่างจากธาตุหมวดที่ 1 เล็กน้อยคือ ไม่มีการเปล่ียนสระของ ธาตใุ ห้เป็นขั้นคณุ เท่านนั้ การสร้างกริยาด้วยธาตุหมวดที่ 6 มีโครงสร้าง ดังน้ี ธาตุ (6) + A + วิภกั ติ lq! = กรยิ ากรรตุวาจก ตวั อยา่ งการประกอบธาตุหมวดท่ี 6 ilo! (6 ป.) เขยี น บุรษุ ปรัสไมบท เอก. ทวิ. พหุ. ประถม. iloit ilot> iloiNt likhataḥ likhanti likhati ilow> ilow likhathaḥ likhatha มัธยม. ilois iloav> iloam> likhāvaḥ likhāmaḥ likhasi อุตตม. iloaim likhāmi 48

สนั สกฤตขนั้ ตน้ 1 m& (6 อา.) ตาย บรุ ุษ เอก. อาตมเนบท ทว.ิ พห.ุ ประถม. ièyte ièyete ièyNte มัธยม. mriyate mriyete mriyante อุตตม. ièyse ièyewe ièyXve mriyase mriyethe mriyadhve ièye ièyavhe ièyamhe mriye mriyāvahe mriyāmahe ธาตุหมวดท่ี 6 #;! (#CD!) (6 ป.) ต้องการ %JH! (6 ป.) ละทิ้ง, หลกี เลี่ยง k«t! (kN« t)! (6 ป.) ตดั k© (6 ป.) โปรย, หว่าน k«;! (6 อุ.) ไถ i]p! (6 อ.ุ ) ขวา้ ง, โยน g¨ (igr!) (6 ป.) กลนื , เขมอื บ cc!R (6 ป.) พูด, กล่าว Çqu ! (6 ป.) ตดั , ผ่า idz! (6 อ.ุ ) ชี,้ แสดง àCD! (p&CD!) (6 ป.) ถาม m& (ièy!) (6 อา.) ตาย mcu ! (6 อ.ุ ) ปลอ่ ย, พน้ éj (6 ป.) เสยี ดแทง ilo! (6 ป.) เขยี น ilp! (ilMp!) (6 อ.ุ ) ฉาบ, ทา lup! (luMp!) (6 อุ.) ปลน้ , ทาลาย ivd! (ivNd!) (6 อ.ุ ) ได้รบั , บรรลุ ivz! (6 ป.) เข้าไป sd! (sId!) (6 ป.) นง่ั , จม sj& ! (6 ป.) สร้าง isc! (isÁc!) (6 อุ.) รด Spz& ! (6 ป.) แตะ, สัมผัส S)uq! (6 ป.) บาน 49

สนั สกฤตขนั้ ตน้ 1 ข้อสังเกต ธาตุหมวดท่ี 6 บางตวั จะเปล่ยี นรปู ก่อนนาไปประกอบวภิ ักติ เชน่ #;! (#CD!) (6 ป.) ต้องการ kt« ! (k«Nt)! (6 ป.) ตดั àCD! (p&CD!) (6 ป.) ถาม m& (ièy!) (6 อา.) ตาย ilp! (ilMp!) (6 อ.ุ ) ฉาบ, ทา lpu ! (lMu p!) (6 อ.ุ ) ปลน้ , ทาลาย ivd! (ivNd!) (6 อุ.) ไดร้ บั , บรรลุ sd! (sId!) (6 ป.) นัง่ , จม isc! (isÁc!) (6 อ.ุ ) รด 3) กริยาธาตุหมวดท่ี 4 (ทิวาทิ) ธาตุหมวดท่ี 4 มี y (ya) เป็นปัจจัยประจาหมวด มีวิธีการสร้างกริยา เหมือนกับธาตุหมวดที่กล่าวมาแล้ว การสร้างกริยาด้วยธาตุหมวดที่ 4 มโี ครงสรา้ ง ดังน้ี ธาตุ (4) + y + วิภักติ lq! = กริยากรรตวุ าจก ตวั อย่างการประกอบธาตหุ มวดท่ี 4 iõh! (4 ป.) รัก บุรุษ เอก. ปรสั ไมบท ทว.ิ พห.ุ ประถม. iõýit iõýt> iõýiNt snihyati snihyataḥ snihyanti มัธยม. iõýis iõýw> iõýw snihyasi snihyathaḥ snihyatha อตุ ตม. iõýaim iõýav> iõýam> snihyāmi snihyāvaḥ snihyāmaḥ 50

สันสกฤตขั้นตน้ 1 dIp! (4 อา.) ส่องแสง, ลกุ โพลง บุรุษ เอก. อาตมเนบท ทว.ิ พหุ. ประถม. dIPyte dIPyte e dIPyNte dīpyate dīpyete dīpyante มธั ยม. dIPyse dIPyewe dIPyXve dīpyase dīpyethe dīpyadhve อตุ ตม. dIPye dIPyavhe dIPyamhe dīpye dīpyāvahe dīpyāmahe ธาตุหมวดที่ 4 As! (4 ป.) ขว้าง, โยน kpu ! (4 ป.) โกรธ Klm! (4 ป.) เหนอื่ ย, เพลีย jn! (ja) (4 อา.) เกดิ t;u ! (4 ป.) พอใจ, ชอบใจ idv! (dIv)! (4 ป.) เลน่ dIp! (4 อา.) ส่องแสง, ลุกโพลง du;! (4 ป.) ทาผิด, ประพฤติผดิ Ôuh! (4 ป.) ทารา้ ย nm! (4 ป.) ไหว,้ นอบน้อม nt& ! (4 ป.) ฟอ้ น, รา nz! (4 ป.) พินาศ, ฉบิ หาย pu;! (4 ป.) เล้ียง p:u p! (4 ป.) บาน, ผลิ àI (4 อา.) พอใจ, ยนิ ด,ี รกั æm! (æam!) (4 ป.) เดนิ ทาง, เทยี่ วไป mhu ! (4 ป.) หลง ys! (4 ป.) พยายาม yux! (4 อา.) รบ, ฆา่ rÁj! (rj!) (4 อุ.) ย้อม lu-! (4 ป.) โลภ Vyx! (ivx!) แทง, ยงิ zm! (zam)! (4 ป.) สงบ, ระงบั z;u ! (4 ป.) แหง้ isx! (4 ป.) สาเรจ็ isv! (sIv!) เย็บ sU (4 อา.) คลอด iõh! (4 ป.) รกั 51

สันสกฤตขั้นต้น 1 ข้อสังเกต ธาตุหมวดท่ี 4 บางตัว จะเปล่ียนรปู กอ่ นนาไปประกอบวภิ ักติ เช่น jn! (ja) (4 อา.) เกดิ idv! (dIv)! (4 ป.) เลน่ æm! (æam!) (4 ป.) เดนิ ทาง, เท่ยี วไป md! (mad!) (4 ป.) เมา rÁj! (rj!) (4 อ.ุ ) ยอ้ ม Vyx! (ivx!) (4 ป.) แทง, ยิง zm! (zam!) (4 ป.) สงบ, ระงบั isv! (sIv!) (4 ป.) เยบ็ 4) กริยาธาตุหมวดที่ 10 (จุราทิ) ธาตุหมวดที่ 10 มี Ay (aya) เป็นปัจจัยประจาหมวด ในหนังสือ Dhāturūpamañjarī กล่าวว่าธาตุหมวดท่ี 10 นี้ไม่มีปรัสไมปทีธาตุ เมื่อประกอบกริยา ธาตุที่มีสระเสียงส้ันในตัวธาตุ ไม่มีพยัญชนะสังยุกต์ ตามหลัง หรือธาตุทลี่ งท้ายดว้ ยพยัญชนะเด่ยี ว จะต้องเปล่ียนสระเป็นข้นั คุณ ก่อน ส่วนธาตุที่ลงท้ายด้วยสระจะเปล่ียนสระเป็นขั้นวฤทธิ จากนั้นทาตาม ขัน้ ตอนต่อไป การสรา้ งกรยิ าดว้ ยธาตุหมวดที่ 10 มโี ครงสรา้ ง ดังนี้ ธาตุ (10) + Ay + วิภกั ติ lq! = กรยิ ากรรตวุ าจก 52

สนั สกฤตขั้นตน้ 1 ตวั อยา่ งการประกอบธาตุหมวดท่ี 10 pIf! (10 อ.ุ ) เบยี ดเบยี น บุรุษ เอก. ปรสั ไมบท ทวิ. พห.ุ ประถม. pIfyit pIfyt> pIfyiNt pīḍayati pīḍayataḥ pīḍayanti มัธยม. pIfyis pIfyw> pIfyw pīḍayasi pīḍayathaḥ pīḍayatha อุตตม. pIfyaim pIfyav> pIfyam> pīḍayāmi pīḍayāvaḥ pīḍayāmaḥ pIf! (10 อ.ุ ) เบียดเบียน บุรุษ เอก. อาตมเนบท ทว.ิ พหุ. ประถม. pIfyte pIfyete pIfyNte pīḍayate pīḍayete pīḍayante มธั ยม. pIfyse pIfywe e pIfyXve pīḍayase pīḍayethe pīḍayadhve อุตตม. pIfye pIfyavhe pIfyamhe pīḍaye pīḍayāvahe pīḍayāmahe 53

สนั สกฤตข้นั ตน้ 1 ธาตุหมวดที่ 10 A»! (10 อุ.) นับ, ตรา kw! (10 อุ.) บอก, กลา่ ว, พูด ]l! (10 อ.ุ ) ลา้ ง, ฟอก o{f! (10 อ.ุ ) ทุบ g[! (10 อ.ุ ) นบั gj!R (10 อุ.) คาราม, รอ้ ง gh!R (10 อุ.) นนิ ทา, ติเตียน gpu ! (10 อุ.) คุ้มครอง ¢s! (10 อ.ุ ) กลนื , กนิ \"u;! (10 อ.ุ ) ประกาศ icÇ! (10 อุ.) วาด, ระบายสี icNt! (10 อ.ุ ) คิด cur! (10 อ.ุ ) ลัก, ขโมย c[U R! (10 อุ.) ป่น, ตา Dd! (10 อ.ุ ) ปกปิด, คลมุ }p! (10 อุ.) ร,ู้ ทราบ tf! (10 อ.ุ ) ตี tul! (10 อุ.) ชงั่ d{f! (10 อุ.) ลงโทษ, ทาโทษ x& (10 อุ.) ทรงไว้ pd! (10 อา.) ไป, ถึง par! (10 อ.ุ ) สาเรจ็ , บรรลุ pal! (10 อุ.) รักษา, คมุ้ ครอง pIf! (10 อ.ุ ) เบยี ดเบยี น pUj! (10 อุ.) บูชา -]! (10 อุ.) กิน -;U ! (10 อุ.) ประดบั , ตกแตง่ m{f! (10 อ.ุ ) ประดบั , ตกแตง่ mNÇ! (10 อุ.) ปรึกษา m;& ! (10 อุ.) อดทน man! (10 อ.ุ ) นบั ถอื magR! (10 อุ.) แสวงหา maj!R (10 อุ.) ชาระ, ล้าง mud! (10 อ.ุ ) ยนิ ดี l<x! (10 อ.ุ ) กระโดด laek! (10 อุ.) มองดู, เหน็ vc! (10 อุ.) กล่าว, พูด v[R! (10 อุ.) พรรณนา, อธิบาย vj& ! (10 อ.ุ ) หลีกเลีย่ ง, เว้น vIj! (10 อ.ุ ) พดั , โบก, วี 54

สนั สกฤตขนั้ ต้น 1 ขอ้ สงั เกต ตามกฎท่ัวไปของการประกอบธาตุหมวดที่ 10 ธาตุท่ีมีสระเสียงสน้ั ในตัวธาตุ ไม่มีพยัญชนะสังยุกต์ตามมา จะเปล่ียนเป็นขั้นคุณ แต่ธาตุบางตัวไม่เป็นไป ตามกฎ คงรปู เดมิ บา้ ง หรือเปล่ยี นเป็นข้ันวฤทธบิ า้ ง ยกตัวอยา่ งบางธาตุ เช่น ●ธาตทุ ่คี งรปู เดิม ไม่มกี ารเปลยี่ นแปลง เชน่ gpu ! (10 อุ.) คมุ้ ครอง yju ! (10 อุ.) ประกอบ g[! (10 อุ.) นบั ●ธาตุท่ีมีการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่เป็นธาตุท่ีมีสระ A (a) ในตัวธาตุ เปล่ยี นเปน็ ขน้ั วฤทธคิ ือ Aa (ā) เชน่ tf! (10 อ.ุ ) ตี Dd! (10 อ.ุ ) ปกปดิ , คลุม }p! (10 อุ.) รู้, ทราบ vc! (10 อุ.) กลา่ ว, พดู อัพยยศัพทบ์ างตัว อัพยยศัพท์ คือศัพท์ประเภทหน่ึงท่ีไม่ต้องผัน คงรูปเดิมตลอด นาไปใช้ใน ประโยคได้ทนั ที เช่น kÇu (ทไ่ี หน) yÇ (ทใ่ี ด) AÇ (ทีน่ ่ี) tÇ (ที่นั่น) Aip (ด้วยเช่นกนั ) n (ไม่) 55

สันสกฤตขัน้ ตน้ 1 ตัวอยา่ งประโยค เขา ย่อมอา่ น ทนี่ ่ี เขา ทส. ย่อมอ่าน ท่ีน่ัน s> AÇ pQit ทา่ น ย่อมอ่าน ที่ไหน taE tÇ pQt> Tvm! kuÇ pQis ทา่ น ย่อมชี้ ทใ่ี ด ขา้ พเจ้า ย่อมช้ี ทนี่ ่ัน Tvm! yÇ idzis เขา ท. ย่อมชี้ ทไี่ หน Ahm! tÇ idzaim te kuÇ idziNt เขา ยอ่ มไม่ถาม ทนี่ ั่น ท่าน ยอ่ มไม่ถาม ทน่ี ั่น s> tÇ n pC& Dit แม้ ขา้ พเจา้ ยอ่ มไม่ถาม ทนี่ ่ัน Tvm! tÇ n pC& Dis Ahm! Aip tÇ n pC& Daim เขา ทส. ย่อมวาด ทใ่ี ด ท่าน ทส. ยอ่ มวาด ท่ีนั่น taE yÇ icÇyt> แม้ ขา้ พเจา้ ทส. ย่อมไม่วาด ที่นั่น yuvam! tÇ icÇyw> Aavam! Aip tÇ n icÇyav> เขา ท. ย่อมบูชา ทใ่ี ด ท่าน ท. ยอ่ มบชู า ท่นี ่ัน te yÇ pUjyiNt แม้ ขา้ พเจา้ ท. ย่อมไม่บูชา ท่ีน่ัน yUym! tÇ pUjyw vym! Aip tÇ n pjU yam> 56

สันสกฤตข้นั ต้น 1 แบบฝกึ หดั ทา้ ยบท 1. จงเตมิ กริยาในชอ่ งวา่ งให้ถูกต้องตามหลกั ไวยากรณ์ Ahm! ..................... vs! (1) อยู่ Tvm! ..................... Sp&z! (6) แตะ, สมั ผสั te ..................... kw! (10) กลา่ ว, พูด yyU m! ..................... jIv! (1) เป็นอยู,่ มีชีวิตอยู่ taE ..................... tu;! (4) ยนิ ดี, พอใจ 2. จงเติมประธานทีถ่ ูกตอ้ งลงในชอ่ งว่าง ประธาน กรยิ า 1. s> ..................... r]aim ..................... yjw> 2. taE ..................... vsiNt 3. te ..................... pcw 4. Tvm! ..................... Tyjt> 5. yvu am! 6. yyU m! 7. Ahm! 8. vym! 57

สนั สกฤตขัน้ ตน้ 1 3. จงแปลเป็นภาษาไทย AÇ jIvam> ......................................................................... kuÇ vsit ......................................................................... yÇ crw> ......................................................................... tÇ xavaim ......................................................................... n inNdiNt ......................................................................... 4. จงแปลเปน็ ภาษาสันสกฤต เขา ท. ยอ่ มไม่กิน ที่ใด ………………..………………..………………..………………………………………… ทา่ น ทส. ย่อมจาได้ ………………..………………..………………..………………………………………… ขา้ พเจา้ ยอ่ มสรรเสรญิ ………………..………………..………………..………………………………………… ท่าน ท. ย่อมมชี ีวิตอยู่ ทนี่ ี่ ………………..………………..………………..………………………………………… ข้าพเจ้า ท. ย่อมเทยี่ วไป ทไี่ หน ………………..………………..………………..………………………………………… 58

บทท่ี 4 นามศัพท์ อ การนั ต์ วัตถปุ ระสงค์ นักศึกษาสามารถ 1. แจกนามศัพท์ อ การนั ต์ 2. แปลสันสกฤตเป็นไทยและไทยเป็นสนั สกฤต เนื้อหาวิชา 1. นามศัพท์ 2. การแจกวภิ กั ตินาม 3. การแจกนามศัพท์ อ การนั ต์ 4. อพั ยยศพั ท์บางตัว ●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●● นามศพั ท์ นามศัพทใ์ นภาษาสันสกฤตแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ นามนาม หรือวเิ ศษย ศัพท์ (Nouns) คุณนาม หรือวิเศษณศัพท์ (Adjectives) และสรรพนาม หรอื สรฺวนาม (Pronouns) 1) นามนาม หมายถงึ คาท่ีใชเ้ รยี กชือ่ คน สัตว์ สถานท่ี ส่ิงของ สภาวะต่าง ๆ แบ่งเป็น 2 ประเภทคอื • สาธารณนาม หรือสามานยนาม (Common Noun) หมายถึงชื่อท่ีใช้ เรยี กไดท้ วั่ ไปไมจ่ าเพาะเจาะจง สาหรบั เรยี กคน สัตว์ สถานที่ สภาวะ ต่าง ๆ เช่น nr (nara) คน ใช้เรียกคนได้โดยท่ัวไป ngr (nagara) เมอื ง ใชเ้ รียกเมอื งท่ัวไป เป็นต้น 59

สันสกฤตขน้ั ต้น 1 • อสาธารณนาม หรอื วิสามานยนาม (Proper Noun) หมายถึงชื่อท่ีใช้ เรยี กเฉพาะเจาะจง ไม่ทั่วไป เช่น sIta (sītā) นางสีดา ใช้เรยี กเฉพาะ นางสีดา vara[sI (vārāṇasī) เมืองพาราณสี ใช้เรียกเฉพาะเมืองทช่ี ่ือ พาราณสี เปน็ ต้น 2) คุณนาม หรือวิเศษณศัพท์ หมายถึงคาท่ีแสดงลักษณะของนามนาม เพ่ือให้รู้ว่านามนามนั้นมีลักษณะอย่างไร เช่น อ้วน ผอม สูง ต่า ดา ขาว ดี ชั่ว เป็นต้น มักวางไว้หน้านามนามหรือสรรพนามท่ีต้องการขยาย คณุ นามจะต้องประกอบดว้ ยลิงค์ วจนะ และวิภักติเดียวกับคาที่ไปขยาย เสมอ 3) สรรพนาม หรือสรฺวศัพท์ หมายถึงคาที่ใช้เรียกแทนนามนามท่ีกล่าวถึง แล้ว เพื่อไม่ให้ซ้าซาก ซ่ึงจะช่วยให้เนื้อความกระชับและไพเราะมากข้ึน ภาษาสนั สกฤตไมไ่ ด้แยกประเภทสรรพนามไว้อยา่ งชดั เจน เพียงแต่กล่าว โดยรวมเทา่ นั้น ในหนงั สอื ศัพทมญั ชรีแบง่ ออกเป็น 6 ชนดิ คือ 1) Personal Pronouns 2) Demonstrative Pronouns 3) Relative Pronouns 4) Interrogative Pronouns 5) Numeral Pronouns 6) Directional Pronouns เพ่ือให้ การทาความเข้าใจ เรื่องส รรพน าม ง่ายข้ึน จึงแบ่ งป ระเภ ทของ สรรพนามออกเป็น 2 ประเภทตามลักษณะการใช้งานคือ บุรษุ สรรพนาม และวิเศษณสรรพนาม • บุรุษสรรพนาม คือศัพท์สาหรับใช้แทนชื่อคน สัตว์ และสิ่งของที่ กลา่ วถงึ แลว้ นับตามบุรษุ แบ่งออกเปน็ 3 ชนดิ ไดแ้ ก่ - บุรุษท่ี 3 หมายถึงผทู้ ่ีถูกกลา่ วถึง ไม่ได้อยู่ในวงสนทนาด้วย ภาษา สันสกฤตใช้ศัพท์ td! (tad) แปลว่า เขา, เธอ, มัน เปน็ ต้น 60

สนั สกฤตขัน้ ตน้ 1 - บุรุษที่ 2 หมายถึงผู้ฟัง ผู้ที่สนทนาด้วย ใช้ศัพท์ y:u md! (yuṣmad) แปลว่า ทา่ น, คุณ เป็นต้น - บุรุษท่ี 1 หมายถึงผู้พูดเอง ใช้ศัพท์ ASmd! (asmad) แปลว่า ข้าพเจ้า, ฉัน, เรา เปน็ ต้น • วิเศษณสรรพนาม คือนามท่ีใช้แทนสิ่งท้ังปวง โดยทาหน้าที่ขยาย ความ ทาหน้าทีค่ ล้ายกับคุณศพั ท์ แตม่ วี ิธกี ารแจกวิภักติตา่ งกัน เรอ่ื งนามศพั ทน์ ี้อธบิ ายตามแนวบาลีไวยากรณ์ของสมเดจ็ พระมหาสมณเจ้าฯ เพราะเห็นว่าง่ายต่อการทาความเข้าใจ อีกอย่างหน่ึงคือคนไทยส่วนใหญ่มี ความคุ้นเคยกับศัพท์ภาษาบาลีมากกว่า จึงใช้ศัพท์ภาษาบาลีในการอธิบาย ศพั ทแ์ ละได้เพม่ิ ศพั ทภ์ าษาสนั สกฤตเขา้ ไปดว้ ย การแจกวภิ กั ตนิ ามศพั ท์ (Declension) นามศัพท์ในภาษาสันสกฤตไม่สามารถนาไปใช้ในประโยคได้ทันที จะต้อง นาไปแจกวิภักติเสียก่อน การแจกวิภักติคือการนาวิภักติไปประกอบท้าย นามศัพท์ ซึ่งวิภักติบางส่วนจะทาหน้าที่คล้ายกับคาบุรพบทในภาษาไทย ต่างกันเพียงแค่ภาษาไทยนาคาบุรพบทเขียนไว้ด้านหน้าคา ส่วนภาษา สนั สกฤตนาไปเตมิ หลงั เทา่ น้ัน เชน่ คาว่า “ซึ่ง” “ด้วย” “แก”่ “จาก” “ของ” “ใน” เป็นตน้ ในภาษาสนั สกฤตเมื่อนาคานามไปแจกวิภกั ตแิ ล้วจะผกู ติดอยู่กบั คานามนนั้ ๆ ไม่แยกออกเป็นอีกคาหนึ่งต่างหาก เช่น คาว่า “จากหมู่บ้าน” จะเขียนรวม เป็นคาเดียวกัน เช่น ¢amat! (grāmāt) มาจาก ¢am + As! (grāma + as) เป็นต้น 61

สันสกฤตขั้นตน้ 1 เบ้ืองต้นนี้จะกล่าวถึงภาพรวมของนามศัพท์ องค์ประกอบ การแจกวิภักติ นามศัพท์การันต์ต่าง ๆ จากน้ันนามาแจกวิภักติให้เป็นตัวอย่างเพื่อเป็น แนวทางในการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป การแจกวิภักตินั้นจะเกี่ยวข้องกับเร่ือง เหลา่ น้ีคือ • ศัพท์ คือคาทยี่ ังไมม่ กี ารเปลีย่ นรูป แมจ้ ะมีความหมาย แตไ่ ม่สามารถ นาไปใช้ในประโยคได้ ต้องประกอบด้วยวิภักติเสียก่อน เช่น nr (คน) AZv (มา้ ) vanr (ลงิ ) เป็นตน้ • ลิงค์ คือเพศ ภาษาสันสกฤตกาหนดให้คานามมี 3 เพศ คือ ปุลลิงค์ (เพศชาย) สตรีลิงค์ (เพศหญิง) นปุงสกลิงค์ (ไม่ใช่เพศชายไม่ใช่ เพศหญิง) นามศัพท์ทุกคาจะต้องมีเพศใดเพศหน่ึงเสมอ มีข้อสังเกต เก่ียวกับลิงค์เล็กน้อยคือ นามนามบางศัพท์เป็นได้ลิงค์เดียวก็มี บางศัพท์เป็นได้ 2 ลิงค์ก็มี ส่วนคุณนามและสรรพนามเป็นได้ทั้ง 3 ลงิ ค์ • วจนะ หรือพจน์ คือจานวน ภาษาสันสกฤตแบ่งออกเป็น 3 พจน์คือ เอกวจนะ (จานวนหนึ่ง) ทวิวจนะ (จานวนสอง) พหุวจนะ (จานวน ต้งั แต่สามข้นึ ไป) • การันต์ คือส่วนสุดท้ายของศัพท์ ภาษาสันสกฤตมีการันต์ 2 ชนิดคือ ศัพท์ท่ีลงท้ายด้วยสระหรือสระการันต์ เรียกว่า “อชันตะ” ศัพท์ท่ีลง ท้ายด้วยพยญั ชนะหรอื พยญั ชนะการนั ต์ เรยี กวา่ “หลันตะ” • การก คือความสัมพันธ์ระหว่างคานามกบั คากริยาในประโยค ซ่ึงเป็น การแสดงหน้าที่ของนามศัพท์ในประโยค เช่น ทาหน้าที่เป็นประธาน หรือทาหน้าที่เป็นกรรม เป็นต้น แบ่งออกเป็น 6 ชนิดคือ 1) กรรตฤ 62

สนั สกฤตขัน้ ต้น 1 2) กรรมัน 3) กรณะ 4) สัมประทานะ 5) อปาทานะ 6) อธิกรณะ สาหรับสัมพันธะ ไม่ถือวา่ เป็นการก เพราะเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง คานามกับคานาม • วิภักตินาม คือส่วนประกอบท้ายนามศัพท์ ใช้ประกอบกับนามศัพท์ เพื่อระบุหน้าที่ของคาน้ัน ๆ มีทั้งหมด 8 วิภักติ ประกอบด้วย ประถมาวภิ ักติ (Nominative) ทวิตียาวิภักติ (Accusative) ตฤตียา วิ ภั ก ติ (Instrumental) จ ตุ ร ถี วิ ภั ก ติ (Dative) ปั ญ จ มี วิ ภั ก ติ (Ablative) ษั ษ ฐี วิ ภั ก ติ (Genitive) สั ป ต มี วิ ภั ก ติ (Locative) สัมโพธนประถมาวิภักติ (Vocative) แบ่งออกเป็น 2 ชนิดตามการ ใชง้ านคือ - สาหรับประกอบกับปลุ ลิงค์และสตรีลิงค์ - สาหรบั ประกอบกับนปงุ สกลงิ ค์ 63

สนั สกฤตขัน้ ตน้ 1 (1) วิภักตสิ ำหรับประกอบกับปลุ ลงิ คแ์ ละสตรีลิงค์ วิภักติ เอก. ทวิ. พห.ุ ประถมำ. ทวติ ยี ำ. s! (>) AaE As! (A>) ตฤตยี ำ. จตุรถ.ี s (ḥ) au as ปัญจมี. ษัษฐี. Am! AaE As! (A>) สปั ตมี. สัมโพธน. am au as Aa _yam! i-s! (i->) ā bhyām bhis @ _yam! _ys! (_y>) e bhyām bhyas As! (A>) _yam! _ys! (_y>) as bhyām bhyas As! (A>) Aaes! (Aa>e ) Aam! as os ām # Aaes! (Aa>e ) su i os su £ AaE As! (A>) - au as ข้อสังเกต วิภกั ตทิ ล่ี งทา้ ยดว้ ย s! (s) มกั จะเปล่ยี นเปน็ วสิ รรคะ (>) 64

สนั สกฤตขัน้ ตน้ 1 (2) วิภกั ติสำหรบั ประกอบกบั นปุงสกลิงค์ วิภกั ติ เอก. ทว.ิ พหุ. ประถมำ. ทวติ ยี ำ. m! $ # ตฤตียำ. จตรุ ถี. m ī i ปญั จมี. ษษั ฐ.ี m! $ # สปั ตม.ี สมั โพธน. m ī i Aa _yam! i-s! (i->) ā bhyām bhis @ _yam! _ys! (_y>) e bhyām bhyas As! (A>) _yam! _ys! (_y>) as bhyām bhyas As! (A>) Aaes! (Aae>) Aam! as os ām # Aaes! (Aae>) su i os su £ $ # - ī i ขอ้ สงั เกต วภิ กั ตทิ ล่ี งทา้ ยด้วย s! (s) มกั จะเปลีย่ นเปน็ วสิ รรคะ (>) 65

สนั สกฤตขั้นต้น 1 คำแปลวภิ กั ตนิ ำม วภิ ตั ติ คาแปล หน้าท่ี ประถมา. อันว่า (อ.) ประธาน ทวติ ยี า. ซง่ึ , ส่,ู ยัง, ส้ิน, ตลอด, กะ กรรม ตฤตยี า. ดว้ ย, โดย, อนั , ตาม, เพราะ, มี, ดว้ ยทง้ั , กบั เครอื่ งมือ จตุรถี. แก,่ เพือ่ , ตอ่ ผรู้ ับผลการกระทา ปญั จม.ี แต่, จาก, กวา่ , เหตุ เหตขุ องการ กระทา ษัษฐ.ี แห่ง, ของ, เม่ือ เจ้าของ สัปตมี. ใน, ใกล,้ ที,่ ครนั้ เม่ือ, ในเพราะ, เหนือ, บน สถานที่ทา สมั โพธน. แนะ่ , ดกู ่อน, ข้าแต่ คาทกั ทาย โครงสรา้ งการแจกวภิ ักติ การแจกวิภักตินามศัพท์มีองค์ประกอบ 2 ส่วนคือ นามศัพท์ + วิภักตินาม ก่อนการแจกวิภักติต้องดูว่านามศัพท์น้ันเป็นการันต์อะไร (อ อา อิ อี อุ อู) เป็นลิงค์อะไร (ปุลลิงค์ สตรีลิงค์ นปุงสกลิงค์) จากนั้นนาไปประกอบกับ วภิ ักตินาม (ปรถมา. – สัมโพธน.) เมื่อประกอบแล้ว คานามจะมีความหมาย เปลีย่ นไปตามวภิ กั ตินั้น ๆ โครงสร้างการแจกวภิ กั ตนิ ามศพั ท์มีดงั นี้ นามศัพท์ + วภิ ักตินาม = คานาม 66

สนั สกฤตขัน้ ตน้ 1 นามศัพท์ อ การนั ต์ อ การันต์ ในภาษาสันสกฤตมี 2 ลิงค์ คือปุลลิงค์ และนปุงสกลิงค์ เมื่อนา วภิ ักตินามไปประกอบกับคานาม บางแห่งจะมีการเปลี่ยนแปลงรปู เนื่องจาก การสนธิ เพอื่ ให้การแจกวิภักตินามศัพท์สะดวกและรวดเร็วข้ึน กอ่ นการแจก วิภกั ติใหล้ บสระทีอ่ ยทู่ า้ ยคานามกอ่ น จากนน้ั นาวภิ ักตสิ าเรจ็ รูปนไี้ ปประกอบ กับคานาม อ กำรนั ต์ ไดเ้ ลย (1.1) วิภกั ติสำเรจ็ รปู อ กำรนั ต์ ปุลลงิ ค์ วภิ กั ติ เอก. ทวิ. พหุ. ประถมำ. As! (A>) AaE Aas! (Aa>) as au ās (āḥ) ทวติ ยี ำ. Am! AaE Aan! am au ān (ān) ตฤตยี ำ. @n Aa_yam! @es! (@e>) ena ābhyām ais (aiḥ) จตรุ ถ.ี Aay Aa_yam! @_ys! (@_y>) āya ābhyām ebhyas (ebhyaḥ) ปัญจมี. Aat! Aa_yam! @_ys! (@_y>) āt ābhyām ebhyas (ebhyaḥ) ษัษฐี. ASy Ayase ! (Aya>e ) Aanam! asya ayos (ayoḥ) ānām สัปตมี. @ Ayaes! (Aya>e ) @;u e ayos (ayoḥ) eṣu สัมโพธน. £ AaE Aas! (Aa>) - au ās (āḥ) 67

สนั สกฤตขัน้ ตน้ 1 ตัวอยา่ งการแจกวภิ ักตินามศัพท์ dve (เทวดา) เมื่อนาไปแจกวิภักติ ลบสระท่ีท้ายคาออกก่อนคงเหลือ dev! จากน้นั นาไปประกอบกับวิภกั ติสาเรจ็ รปู ดังตวั อย่าง dev! + As! = devs! , dev> อนั ว่าเทวดา (อ. เทวดา) dev + as = devas, devaḥ dve ! + AaE = devaE อนั วา่ เทวดาท้ังสอง (อ.เทวดา ทส.) dev + au = devau dev! + Aas! = devas! , dve a> อันวา่ เทวดาทั้งหลาย (อ.เทวดา ท.) dev + ās = devās, devāḥ dve ! + Am! = devm! ซึ่งเทวดา dev + am = devam dve ! + @n = deven ด้วยเทวดา dev + ena = devena dve ! + Aay = dve ay แกเ่ ทวดา dev + āya = devāya dve ! + Aat! = dve at! จากเทวดา dev + āt = devāt dev! + ASy = devSy ของเทวดา dev + asya = devasya dev! + @ = dve e ในเทวดา 68 dev + e = deve

สนั สกฤตข้ันตน้ 1 กำรแจกวิภกั ตนิ ำมศพั ทแ์ ละกำรแปล ประถมำวภิ กั ติ และทวิตียำวิภักติ • ประถมำ. ทาหนา้ ที่เปน็ ประธาน แปลว่า อนั ว่า (อ.) • ทวติ ียำ. ทาหนา้ ทเี่ ปน็ กรรม แปลวา่ ซึ่ง, สู่, ยงั , สิ้น, ตลอด, กะ การแปลภาษาสันสกฤต ถ้าเป็นเอกวจนะให้แปลตามคาแปลปกติ ถ้าเป็น ทวิวจนะให้เพิ่ม “ทั้งสอง” (ทส.) ต่อท้ายคาแปล ถ้าเป็นพหุวจนะให้เพิ่ม “ทง้ั หลาย” (ท.) ตอ่ ทา้ ยคาแปล เช่น dve > อนั วา่ เทวดา dve aE อนั ว่าเทวดาท้งั สอง (อ.เทวดา ทส.) deva> อนั วา่ เทวดาทั้งหลาย (อ.เทวดา ท.) วภิ กั ติ dev (เทวดำ) พห.ุ ประถมำ. เอก. ทว.ิ dve a> ทวติ ียำ. dev> dve aE devāḥ devaḥ devau dve an! devm! dve aE devān devam devau 69

สนั สกฤตขัน้ ต้น 1 ตัวอย่ำงประโยค เทวดา ยอ่ มไป เทวดา ทส. ยอ่ มไป ที่ไหน dve > crit เทวดา ท. ย่อมไป ที่น่ัน dve aE kÇu crt> dve a> tÇ criNt Tvm! dve m! AÇ p&CDis ท่าน ย่อมถาม ซึง่ เทวดา ท่นี ี่ yuvam! dve aE kÇu p&CDw> ทา่ น ทส. ยอ่ มถาม ซง่ึ เทวดา ทส. ทไ่ี หน yUym! dve an! tÇ n p&CDw ท่าน ท. ยอ่ มไมถ่ าม ซ่งึ เทวดา ท. ทนี่ ั่น Ahm! devm! n pjU yaim ข้าพเจา้ ย่อมไมบ่ ชู า ซ่งึ เทวดา Aavam! dve aE n pjU yav> ข้าพเจา้ ทส. ย่อมไมบ่ ชู า ซง่ึ เทวดา ทส. vym! Aip devan! n pUjyam> ข้าพเจา้ ท. ยอ่ มไมบ่ ชู า ซ่ึงเทวดา ท. ดว้ ยเช่นกนั ตฤตียำวภิ ักติ และจตรุ ถวี ภิ กั ติ • ตฤตียำ. ทาหน้าที่เป็นเคร่ืองช่วยทาหรือสาเหตุ แปลว่า ด้วย, โดย, อัน, ตาม, เพราะ, มี, ด้วยทงั้ , กบั • จตรุ ถี. ทาหนา้ ทีเ่ ป็นผ้รู บั แปลว่า แก,่ เพ่อื , ต่อ 70

สนั สกฤตขนั้ ตน้ 1 dev (เทวดำ) วภิ กั ติ เอก. ทว.ิ พห.ุ ตฤตียำ. Dve en dve a_yam! dev>E จตุรถี. devena devābhyām devaiḥ Dve ay deva_yam! dev_e y> devāya devābhyām devebhyaḥ ตัวอยำ่ งประโยค บุรษุ ย่อมไป ดว้ ยเทา้ ทส. ทา่ น ยอ่ มขวา้ ง ดว้ ยมือ ทส. pué;> pada_yam! gCDit เขา ย่อมโกรธ ต่อเทวดา hSta_yam! ASyis เขา ท. ยอ่ มไป ที่นนั่ เพอ่ื อาหาร s> devay kuPyit Aaharay tÇ gCDiNt ข้อสงั เกต: ตฤตียำวิภกั ตนิ ิยมใช้คูก่ ับอพั ยยศพั ท์ sh (พรอ้ ม, กับ) เช่น iz:yen sh Aaharm! oadis ทา่ น ยอ่ มกนิ ซง่ึ อาหาร พร้อมศษิ ย์ AacayneR sh gCDiNt เขา ท. ยอ่ มไป กบั อาจารย์ 71

สันสกฤตขัน้ ต้น 1 ปญั จมวี ิภกั ติ และษัษฐีวิภกั ติ • ปัญจมี. ทาหนา้ ทบี่ ่งบอกที่มาหรอื สาเหตุ แปลว่า แต่, จาก, กวา่ , เหตุ • ษัษฐี. ทาหน้าทบ่ี ่งบอกความเป็นเจา้ ของ แปลวา่ แหง่ , ของ, เมือ่ dev (เทวดำ) วิภักติ เอก. ทวิ. พหุ. ปญั จม.ี dve at! dve a_yam! dve _e y> devāt devābhyām devebhyaḥ ษัษฐี. devSy devyae> devanam! devasya devayoḥ devānām ตวั อย่ำงประโยค เขา ยอ่ มได้ ซึ่งอาหาร จากพระเจา้ แผน่ ดิน n&pat! Aaharm! l-te ¢amat! cris ท่าน ย่อมไป จากหมู่บา้ น AacayRSy rwa> -viNt รถ ท. ของอาจารย์ ย่อมมี péu ;Sy Añm! p:u yw ทา่ น ท. ยอ่ มเลีย้ ง ซ่งึ ม้า ของบุรษุ 72

สนั สกฤตขน้ั ต้น 1 สัปตมวี ิภกั ติ และสัมโพธนประถมำวภิ กั ติ • สัปตมี. ทาหน้าที่บ่งบอกสถานท่ีทา แปลว่า ใน, ใกล้, ท่ี, คร้ันเม่ือ, ในเพราะ, เหนอื , บน • สัมโพธน. ทาหน้าทเ่ี ปน็ คาร้องเรียก แปลว่า แน่ะ, ดูก่อน, ขา้ แต่ วิภักติ เอก. dev (เทวดำ) พห.ุ สัปตม.ี deve ทวิ. dev;e u deve devya>e deveṣu สมั โพธน. dev devayoḥ dve a> deva dve aE devāḥ devau ตัวอยำ่ งประโยค พระเจา้ แผน่ ดนิ ยอ่ มอยู่ ในปราสาท สุนัข ท. ย่อมนง่ั บนรถ ท. n&p> àasade vsit ขา้ แตเ่ ทวดา, เรา ท. ยอ่ มตอ้ งการ ซ่ึงรถ ท. kKu kura> rw;e u sIdiNt แน่ะทาส, แพะ ท. ย่อมอ่อนเพลีย dve , rwan! #CDam> das, Aja> ïMyiNt ดังท่กี ล่าวแล้วในเบือ้ งต้นว่า เมอื่ นาวภิ กั ติไปประกอบกบั คานามการนั ตต์ า่ ง ๆ จะมีการเปลยี่ นแปลงรูปแตกต่างกันไป ต่อไปนจ้ี ะเปน็ ตวั อยา่ งการแจกวิภักติ นามศพั ท์ อ กำรนั ต์ ปุลลิงค์ ครบทกุ วภิ กั ตแิ ละวจนะ 73

สนั สกฤตขั้นต้น 1 ตวั อยำ่ งกำรแจกวภิ กั ติ อ กำรันต์ ปุลลงิ ค์ วิภกั ติ dev (เทวดำ) พหุ. ประถมำ. เอก. ทว.ิ ทวิตียำ. ตฤตยี ำ. dve > dve aE deva> จตรุ ถี. ปัญจมี. devaḥ devau devāḥ ษษั ฐี. สปั ตม.ี dve m! dve aE devan! สมั โพธน. devam devau devān devne deva_yam! devE> devena devābhyām devaiḥ dve ay deva_yam! dve _e y> devāya devābhyām devebhyaḥ devat! dve a_yam! deve_y> devāt devābhyām devebhyaḥ dve Sy devyae> dve anam! devasya devayoḥ devānām deve devya>e dve e;u deve devayoḥ devesu dve dve aE deva> deva devau devāḥ 74

สนั สกฤตขั้นตน้ 1 นำมศัพท์ อ กำรันต์ ปุลลิงค์ Aj (แพะ) Aakaz (ทอ้ งฟ้า) AacayR (อาจารย์) Aahar (อาหาร) Aaedn (ข้าวสกุ ) Aa;E x (ยา, โอสถ) kKu kur (สนุ ัข) kay (กาย, ร่างกาย) kaep (ความโกรธ) gape al (คนเลย้ี งวัว) care (โจร) jn (ชน, ประชาชน) jnk (พอ่ , บดิ า) tl (พน้ื , พืน้ ดิน) dNt (ฟัน, เข้ยี ว) dujRn (ทรชน) xUtR (คนเจา้ เล่ห์) np& (พระเจ้าแผ่นดิน) pué; (บรุ ุษ) àasad (ปราสาท) äaü[ (พราหมณ)์ rw (รถ) lake (โลก) vx (นายพราน) Vyaº (เสอื , พยัคฆ)์ iz:y (ศิษย)์ syU R (พระอาทติ ย)์ Sten (ขโมย) อัพยยศพั ท์บางตวั อัพยยศัพท์ คือศัพท์ประเภทหน่ึงท่ีไม่เปลี่ยนแปลงด้วยการแจกวิภักติ สามารถนาไปใชใ้ นประโยคได้ทันที เชน่ sh (พรอ้ ม, กบั ) va (หรอื ) c (ด้วย, และ) bih (ภายนอก, ข้างนอก) píat! (ขา้ งหลัง) %pir (เหนือ, เบื้องบน) Ax> (ใต้, เบอื้ งลา่ ง) 75

สนั สกฤตขั้นตน้ 1 (1.2) วภิ ักติสำเร็จรูป อ กำรนั ต์ นปุงสกลิงค์ วภิ ักติ เอก. ทวิ. พห.ุ ประถมำ. ทวิตยี ำ. Am! @ Aain ตฤตยี ำ. จตรุ ถ.ี am e āni ปญั จมี. ษัษฐ.ี Am! @ Aain สัปตมี. สมั โพธน. am e āni @n Aa_yam! @es! (@e>) ena ābhyām ais (aiḥ) Aay Aa_yam! @_ys! (@_y>) āya ābhyām ebhyas (ebhyaḥ) Aat! Aa_yam! @_ys! (@_y>) āt ābhyām ebhyas (ebhyaḥ) ASy Ayase ! (Aya>e ) Aanam! asya ayos (ayoḥ) ānām @ Ayaes! (Aya>e ) @;u e ayos (ayoḥ) eṣu £@ Aain -e āni ข้อสังเกต ตา่ งจาก ปลุ ลิงค์ เลก็ น้อย เฉพาะ ประถมา. เอก. ทว.ิ พห.ุ ทวิตยี า. ทว.ิ พหุ. และ สมั โพธน. ทวิ.พห.ุ 76

สันสกฤตขน้ั ต้น 1 ตัวอย่ำงกำรแจกวิภกั ติ อ กำรนั ต์ นปงุ สกลิงค์ วภิ กั ติ )l (ผลไม้) พหุ. ประถมำ. เอก. ทว.ิ ทวติ ยี ำ. )lain ตฤตยี ำ. )lm! )le จตุรถี. phalāni ปัญจม.ี phalam phale ษัษฐ.ี )lain สัปตมี. )lm! )le สมั โพธน. phalāni phalam phale )lE> )len )la_yam! phalaiḥ phalena phalābhyām )l_e y> )lay )la_yam! phalebhyaḥ phalāya phalābhyām )le_y> )lat! )la_yam! phalebhyaḥ phalāt phalābhyām )lanam! )lSy )lya>e phalānām phalsya phalyoḥ )l;e u )le )lya>e phalesu phale phalyoḥ )lain )l )le phalāni phala phale 77

สันสกฤตข้นั ตน้ 1 นำมศพั ท์ อ กำรันต์ นปงุ สกลิงค์ A{f (ไข)่ Aaè (มะม่วง) kayR (การงาน) c³ (ลอ้ , จักร) jIvn (ชีวติ ) }an (ความร)ู้ t[& (หญา้ ) d>u o (ทกุ ข์) xaNy (ธญั ญพืช) nÇe (ตา) pÇ (ใบไม้) pap (บาป, ความชัว่ ) pu{y (บุญ, ความด)ี pu:p (ดอกไม้) pSu tk (หนงั สือ) mNÇ (มนต)์ mr[ (ความตาย) imÇ (เพอ่ื น, มติ ร) vcn (คาพูด) vn (ปา่ ) v;R (ฝน) vSÇ (ผา้ ) zrIr (ร่างกาย, สรรี ะ) sTy (ความจรงิ ) suo (ความสุข) svu [R (ทอง) ตวั อย่ำงประโยค vne )lain c pu:pain pZyaim เรา ย่อมเหน็ ซึ่งผลไม้ ท. และซ่ึงดอกไม้ ท. ในปา่ Añm! va kKu kurm! r]is ท่าน ย่อมรักษา ซง่ึ มา้ หรอื สนุ ัข syU >R idva va saym! dIPyte พระอาทิตย์ ยอ่ มส่องแสง ตอนกลางวนั หรือตอนเย็น àitidnm! syU Rm! c cNÔm! c pZyam เรา ท. ย่อมเหน็ ซ่งึ พระอาทติ ย์ และซ่ึงพระจนั ทร์ ทุกวัน 78

สันสกฤตขนั้ ต้น 1 การใชอ้ ัพยยศพั ท์ c (ดว้ ย, และ) เป็นคาเชื่อมระหว่างคาหรือระหว่างประโยค ถ้าเชื่อมคาจะวางหลังคาหรือ ระหว่างคาก็ได้ ถ้าเช่ือมประโยคจะวางไว้ระหว่างประโยคหรือท้ายประโยค กไ็ ด้ เช่น ควบศพั ท์ AacayR> c iz:y> c gCDt> หรอื AacayR> c iz:y> gCDt> อาจารย์ด้วย ศิษยด์ ว้ ย ย่อมไป หรอื อาจารย์และศิษย์ ยอ่ มไป ควบประโยค AacayR> gCDit c iz:y> AagCDit c หรือ Aacay>R gCDit c iz:y> AagCDit อาจารย์ ยอ่ มไปด้วย ศษิ ย์ ย่อมมาดว้ ย หรอื อาจารย์ ย่อมไป และศิษย์ ย่อมมา va (หรือ) เป็นคาถาม ใช้เช่ือมคาหรือประโยคก็ได้ ถ้าเช่ือมคาจะวางหลังคาหรือ ระหว่างคาก็ได้ ถ้าเช่อื มประโยคจะวางไว้ระหว่างประโยคหรือท้ายประโยคก็ ได้ เชน่ ควบศพั ท์ หรือ Añ> va kuKkur> oadit 79 Añ> va kKu kru > va oadit ม้าหรอื สนุ ัข ยอ่ มกิน

สันสกฤตข้นั ต้น 1 ควบประโยค Añ> AagCDit va Añ> gCDit va หรอื Añ> AagCDit va Añ> gCDit มา้ ยอ่ มมา หรือ มา้ ยอ่ มไป bih> (ภำยนอก, ขำ้ งนอก) นยิ มใช้คกู่ บั ปญั จมวี ภิ กั ติ เช่น ¢amat! bih> ภายนอกจากหมูบ่ า้ น píat! (ขำ้ งหลัง) นยิ มใช้คู่กับษัษฐวี ิภกั ติ เช่น gh& Sy píat! ขา้ งหลังแห่งเรือน %pir (เหนือ, เบอื้ งบน) นิยมใชค้ กู่ ับษัษฐวี ิภกั ติ เช่น mexSy %pir เบ้ืองบนแห่งเมฆ Ax> (ใต้, เบ้ืองล่ำง) นยิ มใช้คู่กบั ษัษฐวี ภิ ักติ เชน่ t[& Sy Ax> เบอ้ื งลา่ งแห่งหญา้ 80

สันสกฤตขั้นต้น 1 แบบฝึกหดั ทา้ ยบท 1. จงทาประโยคใหส้ มบูรณ์ โดยใช้คานามท่กี าหนดให้ __________ jyit n&p (ปุล.) พระเจา้ แผ่นดิน __________ xavt> Añ (ปุล.) ม้า __________ vdiNt jn (ปลุ .) ชน, ประชาชน __________ r]is g&h (นปุง.) บ้าน, เรอื น __________ pZyam> nÇe (นปงุ .) นยั นต์ า, ตา 2. จงแปลเปน็ ภาษาไทย ………………....................................... ………………....................................... jna> np& m! pUjyiNt ………………....................................... jnk> AZven gCDit ………………....................................... tÇ p&CDis ………………....................................... care > kwm! lMu pit AÇ s&jaim 81

สันสกฤตขั้นตน้ 1 3. จงแปลเป็นภาษาสนั สกฤต โจร ท. ยอ่ มปล้น ซึ่งบรุ ษุ ท. ………………....................................... ดวงอาทติ ย์ ย่อมไป ในอากาศ ………………....................................... เสือโครง่ ยอ่ มกนิ ซ่งึ แพะ ท. ………………....................................... ศิษย์ ท. ย่อมไหว้ ซง่ึ อาจารย์ ………………....................................... พราหมณ์ ย่อมบวงสรวง ด้วยแพะ………………....................................... 82

บทที่ 5 วภิ ักติ l'! (laṅ) วัตถุประสงค์ นกั ศึกษาสามารถ 1. ประกอบกรยิ าวิภักติ ลงฺ 2. แปลสันสกฤตเปน็ ไทยและไทยเปน็ สนั สกฤต เนอื้ หาวชิ า 1. การสรา้ งรูปกริยาอดตี กาล 2. วภิ กั ติ l'! (laṅ) ●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●● วภิ ักติ l'! (laṅ) วิภักติหมวดนี้จัดเป็นอดีตกาล แปลว่า ...แล้ว เม่ือประกอบเป็นกริยาจะมี คาแปลเหล่านี้ปรากฎอยู่ เช่น ไปแล้ว มาแล้ว กินแล้ว นอนแล้ว เป็นต้น บ่งบอกการกระทาหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ธาตุทั้ง 4 หมวดท่ีใช้ ประกอบรูปกริยาในกลุ่มสารวธาตุกะ กลุ่มท่ี 1 ได้แก่ หมวดที่ 1, 6, 4 และ 10 มีวิธีการประกอบกริยาอดีตกาลเหมือนกับปัจจุบันกาล ต่างเพียงวภิ ักติที่ นามาประกอบเท่าน้ัน วิภักติที่เป็นรูปอดีตกาลชื่อว่า l'! (laṅ) มีรูปวิภักติ ดังนี้ 83

สนั สกฤตขัน้ ตน้ 1 l'! (laṅ) (Imperfect Past Tense) แปลว่า .....แลว้ บรุ ุษ ปรสั ไมบท อาตมเนบท ประถม. เอก. ทวิ. พห.ุ เอก. ทวิ. พห.ุ มัธยม. t! tam! An! t #tam! ANt อตุ ตม. t tām an ta itām anta s! tm! t wa> #wam! Xvm! s tam ta thaḥ ithām dhvam Am! am vm # vih mih vahi mahi va ma i หลักเกณฑท์ ว่ั ไปในการประกอบกริยา การประกอบกริยาอดีตกาลใช้วิธีเดียวกับปัจจุบันกาลคือใช้หลักเกณฑ์ทั่วไป ของการประกอบกริยาในกลุม่ สารวธาตกุ ะ กลุม่ ที่ 1 กลา่ วคอื - ก่อนเติมวิภักติท่ีขึ้นต้นด้วยสระ A (a) เช่น An! (an) ANt (anta) เป็นต้น ให้ลบสระ A (a) ที่อยู่ท้ายสุดของเค้ากริยาก่อนเติมวิภักติ เสมอ (เค้ากริยาคอื ธาตุและปัจจัยรวมกัน) - ก่อนเติมวิภักติที่ข้ึนต้นด้วย v (va) m (ma) จะยืดเสียงสระ A (a) ท่ีอยู่ท้ายสุดของเค้ากริยาให้เป็นเสียงยาวคือ Aa (ā) ก่อนเติม วิภักติเสมอ 84

สนั สกฤตขนั้ ต้น 1 ตา่ งกันเพยี งเล็กน้อยคือต้องเพิ่ม A (a) หน้าธาตเุ ท่านน้ั การประกอบกริยา มโี ครงสร้างดงั น้ี A + ธาตุ + ปจั จัยประจาหมวด + วภิ ักติ l'! = กรยิ ากรรตวุ าจก ตัวอย่างการประกอบกริยา A + oad! (1) + A + t! = Aoadt! (เขา) กนิ แลว้ a + khād + a + t = akhādat A + k;« ! (6) + A + tam! = Ak;« tam! (เขา ทส.) ไถแลว้ a + kṛṣ + a + tām = akṛṣatām A + yxu ! (4) + y + An! = AyuXyn! (เขา ท.) รบแลว้ a + yudh + y + an = ayudhyan การประกอบ A (a) กับธาตุทข่ี นึ้ ตน้ ดว้ ยสระ ในกรณีท่ีธาตุข้ึนต้นด้วยสระ เม่ือจะเติม A (a) หน้าธาตุ ให้เปลี่ยนสระเป็น ขั้นวฤทธิกอ่ น แลว้ นาไปประกอบกับปจั จัยประจาหมวดและวภิ กั ติตอ่ ไป เช่น A + #CD! →@Ce D! + A + t! = @eCDt! (เขา) ต้องการแล้ว (เขา) ขวา้ งแล้ว a + icch→ aicch + a + t = aicchat A + As! →Aas! + y + t! = AaSyt! a + as→ ās + ya + t = āsyat 85

สนั สกฤตข้นั ต้น 1 ตัวอย่างการประกอบธาตหุ มวดท่ี 1 cr! 1 (ป.) (เทยี่ วไป) บุรุษ เอก. ปรัสไมบท ทว.ิ พห.ุ ประถม. Acrt! Acrtam! Acrn! acaratām acaran acarat Acrtm! Acrt acaratam acarata มธั ยม. Acr> Acrav Acram acaraḥ acarāva acarāma อุตตม. Acrm! acaram ตวั อย่างการประกอบธาตหุ มวดที่ 6 ilo! (6 ป.) เขยี น บรุ ุษ เอก. ปรสั ไมบท พห.ุ ทว.ิ Ailon! ประถม. Ailot! Ailotam! alikhan alikhatām Ailot alikhat alikhata Ailotm! Ailoam มัธยม. Ailo> alikhatam alikhāma alikhaḥ Ailoav alikhāva อุตตม. Ailom! alikham 86

สันสกฤตขั้นต้น 1 ตวั อยา่ งการประกอบธาตหุ มวดที่ 4 iõh! (4 ป.) รกั บุรุษ เอก. ปรสั ไมบท ทว.ิ พห.ุ ประถม. Aiõýt! Aiõýtam! Aiõýn! asnihyat asnihyatām asnihyan มัธยม. Aiõý> Aiõýtm! Aiõýt asnihyaḥ asnihyatam asnihyata อตุ ตม. Aiõým! Aiõýav Aiõýam asnihyam asnihyāva asnihyāma ตัวอย่างการประกอบธาตหุ มวดที่ 10 pIf! (10 อุ.) เบยี ดเบียน บุรุษ เอก. ปรสั ไมบท ทวิ. พหุ. ประถม. ApIfyt! ApIfytam! ApIfyn! apīḍayat apīḍayatām apīḍayan มัธยม. ApIfy> ApIfytm! ApIfyt apīḍayaḥ apīḍayatam apīḍayata อตุ ตม. ApIfym! ApIfyav ApIfyam apīḍayam apīḍayāva apīḍayāma 87

สันสกฤตข้นั ตน้ 1 อัพยยศพั ทบ์ างตวั อัพยยศัพท์ คือศัพท์ประเภทหนึ่งท่ีไม่ต้องผัน คงรูปเดิมตลอด นาไปใช้ใน ประโยคได้ทันที เช่น kda (เม่อื ไร) yda (ในกาลใด, เม่ือใด) tda (ในกาลนัน้ , เมื่อน้นั ) sda (ทกุ เมอ่ื ) àitidnm! (ทกุ วนั ) àatr! (ตอนเชา้ , เวลาเช้า) idva (ตอนกลางวนั ) saym! (ตอนเยน็ , เวลาเยน็ ) ý> (วานน,ี้ เม่ือวาน) A* (วนั น)้ี ñ> (วันพรุง่ น)ี้ prñ> (วันมะรนื ) ตวั อย่างประโยค DaÇa> àatr! iv*alym! AgCDn! นักเรยี น ท. ไปแลว้ สู่โรงเรยี น ตอนเชา้ nra> ý> ¢amm! AgCDn! คน ท. มาแล้ว สู่หมบู่ ้าน เม่ือวาน AZv> idva ngrm! Axavt! ม้า วิ่งไปแล้ว สเู่ มอื ง ตอนกลางวนั caer> A* ¢ame Avst! โจร อยู่แลว้ ในหมบู่ า้ น วนั น้ี vne àitidnm! care an! ApZyam เรา ท. เหน็ แล้ว ซึ่งโจร ท. ในป่า ทุกวัน 88

สนั สกฤตขัน้ ตน้ 1 แบบฝกึ หดั ท้ายบท 1. จงแปลเปน็ ภาษาไทย )lain tle Aptn! ………….......................................................................................... AacayR> AÇ pué;m! Avdt! ………….......................................................................................... Vyaº> yÇ Ajm! Aoadt! ………….......................................................................................... péu ;a> àasade A³Ifn! ………….......................................................................................... syU R> Aakaze AgCDt! ………….......................................................................................... 2. จงแปลเปน็ ภาษาสนั สกฤต โจร ท. ปลน้ แล้ว ซึ่งศิษย์ ท. ของพราหมณ์ ………………..………………………............................................................ เรา ท. เหน็ แล้ว ซ่งึ ดวงอาทติ ย์ ในอากาศ ………………..………………………............................................................ ทา่ น หุงแลว้ ซงึ่ ข้าวสกุ ท. เพอ่ื ศษิ ย์ ท. ………………..………………………............................................................ อาจารย์ ยกยอ่ งแลว้ ซงึ่ ศิษย์ ท. ทน่ี ่ี ………………..………………………............................................................ แพะ ไดร้ บั แลว้ ซึ่งชวี ติ จากพราหมณ์ ………………..………………………............................................................ 89

บทที่ 6 นามศัพท์ อา การนั ต์ วตั ถุประสงค์ นักศกึ ษาสามารถ 1. แจกวภิ กั ติ อา การนั ต์ 2. แปลสนั สกฤตเปน็ ไทยและไทยเปน็ สนั สกฤต เน้อื หาวชิ า 1. การแจกวภิ กั ติ อา การนั ต์ 2. พยญั ชนะสนธิ ●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●● การแจก อา การันต์ การนั ต์ทีม่ เี ฉพาะสตรลี ิงค์ ได้แก่ อา อี และ อู การันต์ (บางตารากล่าววา่ มใี น ปุลลิงค์ด้วย ในท่ีน้ียึดตามแนวของหนังสือ Sanskrit Manual) และจะ กล่าวเฉพาะ อา การันต์ก่อน เพ่ือให้การแจกวิภักติง่ายและสะดวกข้ึนก่อน การแจกวิภักติให้ลบสระที่อยู่ท้ายคานามกอ่ น จากนนั้ นาวภิ ักติสาเร็จรูปนไ้ี ป ประกอบกับคานามได้เลย 90

สนั สกฤตขั้นตน้ 1 วิภกั ติ วภิ กั ติสาเร็จรูป อา การันต์ สตรีลิงค์ ประถมา. เอก. ทวิ. พห.ุ ทวิตียา. ตฤตยี า. Aa @ Aas! (Aa>) จตุรถี. ปัญจมี. ā e ās (āḥ) ษษั ฐ.ี สปั ตม.ี Aam! @ Aas! (Aa>) สัมโพธน. ām e ās (āḥ) Aya Aa_yam! Aai-> (Aai->) ayā ābhyām ābhis (ābhiḥ) AayE Aa_yam! Aa_y> (Aa_y>) āyai ābhyām ābhyas (ābhyaḥ) Aaya> (Aaya>) Aa_yam! Aa_y> (Aa_y>) āyās (āyāḥ) ābhyām ābhyas (ābhyaḥ) Aaya> (Aaya>) Ayaes! (Aya>e ) Aanam! āyās (āyāḥ) ayos (ayoḥ) ānām Aayam! Ayaes! (Aya>e ) Aasu āyām ayos (ayoḥ) āsu @ @ Aas! (Aa>) e e ās (āḥ) 91

สนั สกฤตข้ันตน้ 1 ตัวอยา่ งการแจกวภิ ักติ อา การนั ต์ สตรีลิงค์ วิภกั ติ sena (กองทัพ) พหุ. ประถมา. เอก. ทว.ิ ทวติ ยี า. sena> ตฤตียา. sne a sne e จตุรถ.ี senāḥ ปัญจม.ี senā sene ษษั ฐ.ี sena> สปั ตม.ี sne am! sene สัมโพธน. senāḥ senām sene senai-> sne ya sena_yam! senābhiḥ senayā senābhyām sne a_y> senayE sena_yam! senābhyaḥ senāyai senābhyām sne a_y> sne aya> sne a_yam! senābhyaḥ senāyāḥ senābhyām senanam! senaya> sne yae> senānām senāyāḥ senayoḥ sne asu senayam! senyae> senāsu senāyām senayoḥ sne a> sene sne e senāḥ sene sene 92

สนั สกฤตข้นั ตน้ 1 นามศัพท์ อา การันต์ สตรีลงิ ค์ Aa}a (คาสัง่ ) Aaza (ความหวงั ) kwa (เรื่องราว) kNya (สาวนอ้ ย) g¼a (แม่น้าคงคา) kaNta (หญงิ สาว) ké[a (ความกรุณา) tara (ดาว) inza (กลางคืน) Daya (ร่ม, เงา) jra (ความชรา, แก่) -a;a (ภาษา) mala (พวงดอกไม้) dya (ความสงสาร) xra (แผน่ ดิน) iv*a (ความรู้) zae-a (ความงาม) àawnR a (ความปรารถนา) -ayaR (ภรรยา) ymnu a (แม่นา้ ยมุนา) mi]ka (แมลงวัน) mihla (ผูห้ ญิง) lJja (ความละอาย) llna (หญิงสาว) rWya (ทาง, หนทาง) z»a (ความสงสัย) sX< ya (พลบค่า, เวลาเยน็ ) sena (กองทพั ) lta (เถาวลั ย)์ àja (ประชาชน) ตวั อย่างประโยค mnv> àitidnm! Aazya jIviNt มนษุ ย์ ท. ยอ่ มมีชีวติ อยู่ ดว้ ยความหวงั ทุกวนั llna sX< yayam! xen>U ApZyt! หญิงสาว เหน็ แล้ว ซงึ่ แมโ่ ค ท. ในเวลาเยน็ -aya>R sda zae-am! @Ce Dn! ภรรยา ท. ต้องการแล้ว ซงึ่ ความงาม ทกุ เมอ่ื 93


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook