Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ✍️ นามานุกรมพระมหากษัตริย์ไทย

✍️ นามานุกรมพระมหากษัตริย์ไทย

Description: ✍️ นามานุกรมพระมหากษัตริย์ไทย

Search

Read the Text Version

ความในพระราชพงศาวดารระบุไวชัดเจนวา เมื่อทาวศรีสุดาจันทรตรัสสั่งใหปลัดวังนำราชยาน เครื่องสูงออกไปรับขุนวรวงศาธิราชแหเขาวังแลวน้ัน จึงใหตั้งการ “...พระราชพิธีราชาภิเษกยก ขุนวรวงศาธิราชขึ้นเปนเจาพิภพกรุงเทพทวารดีศรีอยุธยา จึงเอานายจันทร ผูนองขุนวรวงศาธิราชอยู บานมหาโลกเปนมหาอุปราชา...” หลังจากน้ันพระยอดฟากท็ รงถกู สำเร็จโทษ เมื่อขุนวรวงศาธิราชอยูในราชสมบัติ ซึ่งพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาสวนใหญระบุวา ๕ เดือน แตปนโตวา ๖๖ วัน ฟาน ฟลีตวา ๔๐ วัน และฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์วา ๔๒ วันน้ัน ไมไดประกอบกรณียกิจสำคัญแตอยางใด นอกจากใหสับเปล่ียนตำแหนงเจาเมืองในหัวเมืองเหนือ ท่ีกระดางกระเดื่อง เพ่ือประโยชนในการปกครอง และสนใจเร่ืองชางสำคัญ คือ เมื่อสมุหนายก กราบทูลขาวพบชางสำคัญท่ีเมืองลพบุรี หรือเม่ือพนักงานกรมชางไลตอนโขลงชางเถ่ือนเขามาทาง วัดแมนางปล้ืม มาเขาเพนียดวัดซอง (เปนเพนียดเดิมกอนยายไปที่ทุงทะเลหญา) ขุนวรวงศาธิราช สนพระทัยจะออกไปจับชางดวยพระองคเองท้ัง ๒ ครั้ง แตท่ีเมืองลพบุรีนั้นไดสั่งใหกรมการเมืองไปจับ สุดทา ยเมอ่ื ขนุ วรวงศาธริ าชออกไปจับชางท่ีเพนียดวัดซอง จงึ เปน สาเหตุใหเจานายและขุนนางกลมุ หนง่ึ คบคิดกันกำจัดดวยการลอมจับขุนวรวงศาธิราชและทาวศรีสุดาจันทรกับธิดา ขณะที่ขบวนเรือประทับ ไปถึงคลองสระบัว และฆา เสยี ทงั้ ๓ คน หลังจากกำจัดขุนวรวงศาธิราชสำเร็จแลว กลุมเจานายและขุนนาง ไดแก ขุนพิเรนทรเทพ เช้ือ พระวงศ (ตอมาคือสมเด็จพระมหาธรรมราชา) ขุนอินทรเทพ (ตอมาคือเจาพระยาศรีธรรมาโศกราช เจาเมืองนครศรีธรรมราช) หลวงศรียศ (ตอมาคือเจาพระยามหาเสนา) หม่ืนราชเสนหาในราชการ (ตอ มาคือเจา พระยามหาเทพ) และหมน่ื ราชเสนห านอกราชการ (ตอมาคือพระยาภักดีนชุ ติ ) จงึ ไดถ วาย ราชสมบัตแิ กพ ระเฑยี รราชา เสด็จข้นึ ครองราชยเ ปน สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาสวนใหญไมยกยองและไมนับขุนวรวงศาธิราชอยูในลำดับ พระมหากษัตริยสมัยอยุธยา แมจะมีความระบุวามีท้ังพิธีบรมราชาภิเษกและพิธีอุปราชาภิเษกดวย ก็ตาม และตอมาในสมัยรัตนโกสินทร เม่ือพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวโปรดเกลาฯ ใหจารึก พระนามพระมหากษัตริยสมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร ท่ีฐานพระพุทธรูปปางตาง ๆ จำนวน ๓๗ องค ซ่ึงพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวโปรดเกลาฯ ใหหลอไวดวยทองแดง แลวตั้ง ไวในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (ปจจุบันประดิษฐานอยูท่ีหอราชกรมานุสรและหอพระราช- พงศานุสร ตรงกำแพงแกว หลังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม) ไมปรากฏวามีพระพุทธรูปจารึก นามขนุ วรวงศาธริ าชอยดู ว ย หรอื แมแ ตใ นพระราชนพิ นธข องพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา เจา อยหู วั ทท่ี รงวจิ ารณ “เรอ่ื งราชประเพณกี ารตง้ั พระมหาอปุ ราช” กไ็ มท รงกลา วถงึ การอปุ ราชาภเิ ษกนายจนั ทร นองชายของขนุ วรวงศาธิราชเปนวังหนา เพราะไมไดท รงนับขนุ วรวงศาธริ าชเปนกษตั ริย สวนสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงพระนิพนธ “อธิบายรัชกาล คร้ังกรุงเกา” ในประชุมพงศาวดารภาคที่ ๕ และ “อธิบายเรื่องในสมัยขุนวรวงศาธิราช” ในพระราช-

พงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา โดยทรงเรียงรัชกาลพระยอดฟาเปนพระมหากษัตริยอยุธยาลำดับที่ ๑๔ และรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเปนลำดับท่ี ๑๕ ไมทรงนับรัชกาลขุนวรวงศาธิราช เพราะ เหตุวา “เร่ืองพงศาวดารตอนน้ีเปนเรื่องของความชั่วไมนาอธิบาย” อยางไรก็ตาม พระองคทรงวินิจฉัย เรื่องพระเฑียรราชาไดราชสมบัติไวอยางละเอียดเพ่ือทูลเกลาฯ ถวายตามที่พระบาทสมเด็จพระ มงกฎุ เกลา เจา อยหู วั มพี ระราชดำรสั สงั่ เมอื่ พ.ศ. ๒๔๕๗ สรปุ พระมตทิ ท่ี รงวนิ จิ ฉยั ไวว า กอ นทสี่ มเดจ็ พระ ไชยราชาธิราชจะสวรรคตใน พ.ศ. ๒๐๘๙ นั้น พระองคตรัสส่ังใหพระยอดฟาเปนรัชทายาท ข้ึนครองราชสมบัติ ใหพระเฑียรราชาอนุชาตางพระมารดาเปนผูสำเร็จราชการแผนดิน มีทาวศรีสุดา- จันทรพระชนนีเปนผูสำเร็จราชการฝายใน ตอมาเมื่อทาวศรีสุดาจันทรสมัครรักใครกับพันบุตรศรีเทพ ผเู ปนญาติและเปน พนกั งานเฝาหอพระ จงึ ส่งั ใหยายไปเปน ตำแหนงขนุ ชินราช พนักงานเฝา หอพระของ พระชนนี เพ่ือใหใกลชิดกันย่ิงข้ึน แลวอางวาเปนราชินิกุลจึงเลื่อนเปนที่ขุนวรวงศาธิราชอยูในกรมวัง เม่ือขุนนางผูใหญ เชน พระยามหาเสนา ท่ีสมุหพระกลาโหมทราบเร่ืองความสัมพันธ ขุนวรวงศาธิราช จึงทูลแนะนำใหทาวศรีสุดาจันทรกำจัดเสีย รวมทั้งคิดกำจัดพระเฑียรราชาจากตำแหนงผูสำเร็จราชการ แผนดินดวย จึงทำใหพระเฑียรราชาทูลลาไปผนวช ทาวศรีสุดาจันทรจึงไดอำนาจท้ังหมดเปนผูสำเร็จ ราชการแผนดินท้ังฝายหนาและฝายใน จากนั้นก็แตงต้ังใหขุนวรวงศาธิราชเปนผูบังคับการลอม พระราชวงั มีไพรพลพรรคพวกเปน กำลังอยูประจำในพระราชวงั ใน พ.ศ. ๒๐๙๐ ทาวศรีสุดาจันทรทรงครรภกับขุนวรวงศาธิราช ไมสามารถออกวาราชการได จึงสรางศาลาในพระราชวังอยูริมประตูดินใกลตนหมัน ใหขุนวรวงศาธิราชอยูประจำเปนผูรับรับส่ังใน ราชกิจทั้งปวง ทำใหมีอำนาจเสมือนเปนผูสำเร็จราชการท่ัวทั้งพระราชวัง ตอมาสมเด็จพระยอดฟา ถูกขุนวรวงศาธิราชสำเร็จโทษ โดยที่ทาวศรีสุดาจันทรไมทราบมากอน และตองยอมราชาภิเษกให ขุนวรวงศาธิราชขึ้นครองราชย มีพระศรีศิลปพระอนุชาของสมเด็จพระยอดฟาซึ่งมีพระชนมายุเพียง ๗ พรรษา เปนรัชทายาท และแตงต้ังนายจันทร บานมหาโลก นองชายของขุนวรวงศาธิราชเปนเจา พระยามหาอปุ ราช หัวหนาขาราชการ สวนบรรดาเจานายและขุนนางท่ีเขากับพระยอดฟาน้ัน เม่ือขุนวรวงศาธิราชปลงพระชนม สมเด็จพระยอดฟาแลว จึงตกลงกันวาหากกำจัดขุนวรวงศาธิราชและทาวศรีสุดาจันทรได ก็จะถวาย ราชสมบัติแกพระเฑียรราชา ซึ่งขณะน้ันยังทรงผนวชอยู และรวมกันเสี่ยงเทียนพิสูจนใหเห็นเปนนิมิต เมื่อขุนวรวงศาธิราชประสงคจะออกไปจับชางท่ีเพนียดวัดซองโดยกระบวนเรือ ขุนพิเรนทรเทพและ พรรคพวกจึงจับขุนวรวงศาธิราชและทาวศรีสุดาจันทรฆาเสีย แลวอัญเชิญพระศรีศิลปรัชทายาทกลับ พระราชวัง สวนธิดาของขุนวรวงศาธิราชกับทาวศรีสุดาจันทรตอมาก็ถูกกำจัดดวย แลวจึงทูลเชิญ พระเฑียรราชาใหลาผนวช เสด็จข้ึนครองราชยพระนามวา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ จากนั้นจึง ปูนบำเหนจ็ ความชอบใหบรรดาผูรวมดำเนินการทงั้ หลายโดยท่ัวกนั ศริ นิ นั ท บุญศริ ิ

เอกสารอา งองิ กรมศิลปากร. ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เลม ๑-๒. กรุงเทพฯ: กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร, ๒๕๔๒. . พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) และพระจักรพรรดิพงศ (จาด). พระนคร: คลังวทิ ยา, ๒๕๐๗. . พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาและจุลยุทธการวงศ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๕. (คณะสงฆวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พิมพโดยเสด็จพระราชกุศลในงานพระราชทานเพลิงศพ พระวิสุทธาธิบดี (สงา ปราสฺสรมหาเถร ป.ธ. ๘) ณ เมรุหนาพลับพลาอิศริยาภรณ วัดเทพศิรินทราวาส วันท่ี ๓๐ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๓๕) . พระราชพงศาวดารพระราชหัตถเลขา เลม ๑. กรงุ เทพฯ: คลังวทิ ยา, ๒๕๑๖. . รวมบันทึกประวัติศาสตรอยุธยาของ ฟาน ฟลีต (วัน วลิต). กรุงเทพฯ: กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร, ๒๕๔๖. . รวมผลงานแปลเร่ืองบันทึกการเดินทางของเมนเดส ปนโต. กรุงเทพฯ: กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร, ๒๕๔๘. กระทรวงธรรมการ. กรมศึกษาธิการ. หนังสือพระราชพงศาวดาร ฉบับพิมพ ร.ศ. ๑๒๐ เลม ๑. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๐. จุลจอมเกลาเจาอยูหัว, พระบาทสมเด็จพระ. พระราชกรัณยานุสร. กรุงเทพฯ: กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร กรม ศิลปากร, ๒๕๔๑. . พระราชนิพนธในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวทรงวิจารณเรื่องพระราชพงศาวดารกับเร่ืองราช ประเพณีการต้ังพระมหาอุปราช. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๔๒. (พิมพเปนอนุสรณในงานพระราชทาน เพลิงศพเปนกรณีพิเศษ นางพรเพ็ญ ดาราวงษ ณ เมรุวัดมกุฎกษัตริยาราม วันเสารท่ี ๑๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒) ดำรงราชานุภาพ, พระเจาบรมวงศเธอ กรมพระ. อธิบายเบ็ดเตล็ดในเร่ืองพงศาวดารสยาม. พระนคร: โรงพิมพโสภณ พพิ รรฒธนากร, ๒๔๖๙. (พมิ พใ นงานพระราชทานเพลงิ ศพ หมอ มเจา หญงิ พรอ มเพราพรรณ ท.จ. รตั น จปร ๓ ชายาในสมเด็จพระเจาพ่ยี าเธอ กรมขนุ สงิ หวกิ รมเกรยี งไกร เมื่อปขาล พ.ศ. ๒๔๖๙) พระราชพงศาวดารกรุงเกา ฉบับหลวงประเสรฐิ อกั ษรนติ ฯิ์ . กรุงเทพฯ: ตน ฉบบั , ๒๕๔๐.

พระพทุ ธรปู ปางโอฬาริกนิมติ อทุ ิศพระราชกุศลถวายสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ สรา งในรชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา เจา อยูห ัว ปจ จุบนั ประดิษฐานภายในหอราชกรมานุสร วดั พระศรรี ัตนศาสดาราม

สมเด็จพระมหาจกั รพรรดิ (พระเฑียรราชา) สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงเปนพระมหากษัตริยรัชกาลท่ี ๑๕ แหงกรุงศรีอยุธยา เปน พระราชโอรสในสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ และเปนพระอนุชาตางพระชนนีของสมเด็จพระไชย ราชาธิราช เสด็จขึ้นครองราชย พ.ศ. ๒๐๙๑ มพี ระนามเดิมกอ นขึ้นเสวยราชยว าพระเฑยี รราชา เมื่อส้ินรัชกาลสมเด็จพระไชยราชาใน พ.ศ. ๒๐๘๙ แลว พระเฑียรราชาทรงหลีกราชภัยดวย การเสด็จออกผนวช ดังความในพงศาวดารกรุงศรอี ยุธยาระบุวา คร้ันถวายพระเพลิงพระไชยราชาเสร็จแลว ฝายพระเฑียรราชาซ่ึงเปนพระวงศ สมเด็จพระไชยราชานั้นจึงดำริวา ครั้นกูจะอยูในฆราวาส บัดน้ีเห็นภัยจะยังเกิดมีเปนมั่นคง ไมเห็นสิ่งใดที่จะเปนที่พ่ึงได เห็นแตพระพุทธศาสนาและผากาสาวพัตร อันเปนธงชัยแหง พระอรหนั ตจ ะเปนท่พี ำนกั พนภัยอปุ ท วนั ตราย ครน้ั ดำรแิ ลวกอ็ อกไปอุปสมบทเปน ภกิ ษุภาวะ อยู ณ (วัด) ราชประดิษฐาน แมอยูหัวศรีสุดาจันทรและขุนวรวงศาธิราชจึงมีอำนาจในการปกครองบานเมือง โดยตั้งขุน วรวงศาธิราชเปนกษัตริย ตอมาขุนพิเรนทรเทพและเหลาขุนนางรวมกันกำจัดขุนวรวงศาธิราชและ แมอยูหัวศรีสุดาจันทรแลวอัญเชิญพระเฑียรราชาใหลาผนวชและขึ้นครองราชยเมื่อ พ.ศ. ๒๐๙๑ ทรง พระนามวาพระมหาจักรพรรดิ ไดทรงสถาปนาใหขุนพิเรนทรเทพเปนพระมหาธรรมราชาครองเมือง พิษณุโลก และพระราชทานพระธิดาคือพระวิสุทธิกษัตรียใหเปนมเหสี นอกจากน้ันยังทรงสถาปนา ขนุ นางท่มี ีสวนชวยเหลือในการขนึ้ ครองราชยใหมีตำแหนงตา งกันไป ตอมาเกิดกบฏข้ึนภายในพระราชอาณาจักรคือกบฏพระศรีสิน (ศรีศิลป) พระศรีสินผูน้ี พงศาวดารระบุวาเปนพระราชโอรสองครองในสมเด็จพระไชยราชาธิราช เม่ือขุนพิเรนทรเทพสถาปนา สมเด็จพระเฑียรราชาขึ้นเสวยราชยนั้นพระองคโปรดใหเลี้ยงพระศรีสินไว และเม่ือพระศรีสิน “อายุได ๑๓ ป ๑๔ ป จึงออกบวชเปนสามเณรอยู ณ วัดราชประดิษฐาน” ตอมาใน พ.ศ. ๒๑๐๔ พระศรีสิน เปนกบฏ พงศาวดารระบุวาคร้ังน้ันขุนนางผูใหญซึ่งตองราชอาญาไดเขารวมดวยฝายกบฏหลายคน อาทิ พระยาสีหราชเดโช พระยาทายน้ำ พระพิชัยรณฤทธิ์ และหมื่นภักดีสรรค ท่ีสำคัญคือในคราว กบฏคร้ังนั้น พระศรีสินยังไดพระสังฆราชวัดปาแกวใหฤกษ ซ่ึงสมเด็จพระสังฆราชวัดปาแกวน้ีมีศักด์ิ

เปนถึงเจาคณะฝายขวา ที่ตำแหนงสมเด็จพระวันรัตน เหตุการณครั้งน้ีแสดงใหเห็นวาสมเด็จพระ มหาจักรพรรดิมิไดเปนที่ยอมรับนับถือในหมูขุนนางผูใหญตลอดรวมถึงพระราชาคณะบางองค ยังมี หลักฐานปรากฏเพ่ิมเติมวาหลังเหตุการณกบฏพระศรีสินแลว “เมียนอยขุนนางโจทยวา ผัวเขาดวย พระศรสี ิน ถามเปน สตั ย ตรสั ใหฆ า เสียเปนอันมาก” นอกจากสงครามภายในแลว ประวัติศาสตรอยุธยายังบันทึกสงครามอีกหลายครั้งในรัชกาลของ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ โดยเฉพาะสงครามที่ทำกับละแวกและกับหงสาวดี การรบกับละแวกน้ัน เปนการตอบโตพระเจากรุงละแวกที่ฉวยโอกาสคราวที่กรุงศรีอยุธยาติดศึกกับพระเจาตะเบงชะเวตี้แหง กรงุ หงสาวดี ใน พ.ศ. ๒๐๙๑ ยกกำลงั มากวาดตอ นครวั อพยพชาวปราจนี บรุ ไี ปเมอื งละแวก พงศาวดาร เขมรฉบับปลกี ไดล ำดับความวา คร้ันเมื่อแผนดินสมเด็จพระมหาจักรพัติเสวยราชสมบัติเปนพระเจากรุงสยาม ณ กรุงเทพทวาราวดีศรีอายุทธยา จุลศักราช ๙๐๐ เศษ เปนคริสตศักราช ๑ เศษ เปนศึกกับ มอรหงษาเขมรยกเขามารบกระนาบจนถึงเมืองประทิว คือ ตำบลบางนา บางพระขนง ใน แมนำ้ เจาพระยาน้ี แตห าไดขึ้นไปถงึ กรุงศรีอายทุ ธยาเกาไม เมื่อเสร็จศึกพมา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงโปรดใหแตงทัพใหญไปตีเขมรเปนการตอบแทน ใน พ.ศ. ๒๐๙๙ พระราชพงศาวดารกรุงเกาฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิต์ิระบุวา โปรดใหพระยาองค สวรรคโลกซึ่งเปนเจานายเขมรท่ีมาพำนักอยูในราชอาณาจักรอยุธยาไดกินเมืองสวรรคโลกอยูยกไปเปน ทัพหลวง แตการรบคร้ังนั้นอยุธยายกไปทั้งทัพบกและทัพเรือ ปรากฏวาทัพเรือยกไปไมทันทัพบก เปน เหตุใหเสียทัพและ “เสียพระญาองคสวรรคโลก นายกองและชางมารี้พลมาก” เหตุการณเดียวกันน้ีมี ปรากฏในพงศาวดารเขมร จ.ศ. ๑๒๑๗ และพระราชพงศาวดารกรุงกัมพูชา ฉบับพระองคนพรัตน ซึ่ง ระบุวาพระเจากรุงศรีอยุธยาโปรดใหเจาพระยาโองซ่ึงเปนพระเชษฐาของพระเจาจันทราชา (คือพระยา ละแวกขณะน้ัน) และก็นาจะเปนบุคคลเดียวกับพระยาองคสวรรคโลกในพระราชพงศาวดารกรุงเกา ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิต์ิ ยกทัพไทยมาดวยไพรพล ๙๐,๐๐๐ ขางพระจันทราชาเสด็จออกรับศึก ทีเ่ มืองโพธสิ ตั วจนไดรบั ชยั ชนะเจา พระยาโองราชาสุรคตในศึกคร้ังนัน้ สวนการสงครามกับพมาในชวงรัชกาลของพระมหาจักรพรรดิมีดวยกันทั้งส้ิน ๓ คร้ัง คร้ังแรก ไดแกศึกตะเบงชะเวตี้ใน พ.ศ. ๒๐๙๑ สวนอีกสองคร้ังเปนคราวศึกพระเจาหงสาวดีบุเรงนองใน พ.ศ. ๒๑๐๖ และ พ.ศ. ๒๑๑๒ ทัพพมาท่ียกเขามาทำศึกในสมัยนี้เปนทัพขนาดใหญ มีจำนวนไพรพล เรือนแสน รวมแลวมากกวากำลังขางอยุธยา อีกทั้งทัพพมายังประกอบดวยกองกำลังที่มีองคประกอบ ของกำลังพลท่ีหลากหลาย ท้งั ยังมีทหารรบั จางโปรตเุ กสและอาวุธปนไฟท่ีทันสมัยมาใชในการรบ

สงครามคร้ังแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๐๙๑ นับเปนเหตุการณสำคัญที่เกิดขึ้นบริเวณรอบเกาะเมือง พระนครศรีอยุธยา และเปนการสูญเสียวีรสตรีพระองคสำคัญ กองทัพอยุธยาตองต้ังรับทัพพมาท่ี เคลอ่ื นพลเขา มาประชดิ พระนครมากกวา ครงั้ ใดๆในประวตั ศิ าสตรไ ทย หลกั ฐานในพระราชพงศาวดาร กรุงศรีอยุธยาระบุวา กองทัพของพระเจาตะเบงชะเวต้ีนั้นประกอบดวย “พล ๓๐ หม่ืน ชางเคร่ือง ๗๐๐ มา ๓๐,๐๐๐” สวนพงศาวดารพมาระบุจำนวนไพรพลของพมาตางออกไปประมาณไดวา ไพรพลและมาชางซึ่งรวมกำลังท้ังทัพหนา ทัพหลวง และทัพหลังแลวจะนับไพรรวมได ๑๒๐,๐๐๐ มา ๑๖,๘๐๐ และชา ง ๔๘๐ เชือก สงครามใน พ.ศ. ๒๐๙๑ เปน การเปด ศกั ราชใหมใหก ับประวัตศิ าสตรส งครามของอยุธยา เพราะ อยุธยาตองเผชิญกับคูตอสูซ่ึงมีศักยภาพทางทหารที่ไมไดต่ำไปกวาอยุธยาแตอยางใด สมเด็จพระ มหาจักรพรรดิทรงเปนผูจัดระบบยุทธศาสตรการรับศึกพมา โดยใชตัวพระนครเปนฐานรับศึกมา ต้ังแตคราวสงครามตะเบงชะเวตี้ พ.ศ. ๒๐๙๑ ยุทธศาสตรนี้มุงใชปจจัยดานสภาพท่ีต้ังหรือยุทธภูมิที่ ไดเปรียบของพระนครหลวงรับศึกที่มีกำลังเหนือกวา ทั้งน้ีดังที่ทราบกันดีวากรุงศรีอยุธยานั้นแกรงดวย ปราการธรรมชาติ คือมีแมน้ำลอมรอบเปนคูพระนครอยูทุกทิศ นอกจากนี้กรุงศรีอยุธยายังมีปราการ ประดษิ ฐ คอื กำแพงลอ มรอบ ซง่ึ ในคราวสงคราม พ.ศ. ๒๐๙๑ น้ันนาจะเปนเพียงกำแพงที่พนู ดินปก ไม ระเนียด ที่สำคัญคืออยุธยายังมีขอไดเปรียบดานฤดูกาล เพราะในเดือน ๑๒ น้ำเหนือจะหลากลงทวม ทุง เปนเหตุใหพมาตองถอนทัพ พมาจึงมีเวลาจำกัดในการตี ยุทธวิธีที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิและ นักการทหารในยุคของพระองคใชรับศึกพมาคือการสรางคายข้ึนปองกันพระนครในทุกดานเพ่ือปองกัน ไมใหพมาเขามาตั้งคายประชิดคูเมืองและกอหอรบยิงปนโทรมพระนคร ยุทธวิธีน้ีเปนการรักษาเมือง ไมใหบอบช้ำจากการโจมตีของขาศกึ พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาระบวุ า สมเด็จพระมหาจกั รพรรดิ ตรัสใหพระยาจักรีออกไปตั้งคายลุมพลี พล ๑๕,๐๐๐ ลวนใสเส้ือแดงหมวกแดง ฝาย มหานาคบวชอยูวัดภูเขาทอง สึกออกต้ังคายกันทัพเรือ ต้ังคายแตวัดภูเขาทองลงมาจนมา วัดปาพลู พรรคพวกสมกำลังญาติโยมทาสชายทาสหญิงของมหานาค ชวยกันขุดคูนอกคาย กันทัพเรือ จึงเรียกวา คลองมหานาค เจาพระยามหาเสนาถือพล ๑๐,๐๐๐ ออกตั้งคายบาน ดอกไมปอมทองนาหันตรา พลใสเส้ือเขียวหมวกเขียว พระยาพระคลังถือพล ๑๐,๐๐๐ ต้ัง ปอมทายคูพลใหใสเส้ือเหลืองหมวกเหลือง พระสุนทรสงครามถือพล ๑๐,๐๐๐ ตั้งคายปอม จำปาพลใสเ สื้อดำหมวกดำ และบรรดาปราการพระนครน้นั ก็ตกแตงปองกนั เปนสามารถ กลาวโดยสรุปคือศึกครั้งน้ันพระมหาจักรพรรดิทรงมุงใชพระนครเปนฐานรับศึก ปลอยใหพมา เขามาตง้ั ทัพไดถ ึงชานพระนคร และภายหลงั เมอื่ พมา ถอยทัพ จงึ คอยแตงทัพออกตามตี

ในสงคราม พ.ศ. ๒๐๙๑ หลักฐานในพงศาวดารช้ันหลังไดกลาวถึงการอันพระอัครราชมเหสี ออกพระนามพระสุริโยทัย ไดออกรบกันพระสวามีจนส้ินพระชนม แตในพระราชพงศาวดารกรุงเกา ฉบับหลวงประเสรฐิ อักษรนิต์ิ ซงึ่ ชำระในสมยั อยุธยาระบแุ ตเ พียงวา ครั้นเสวยราชสมบัติได ๗ เดือน พระยาหงษาปงเสวกี ยกพลมายังพระนคร ศรีอยุธยาในเดือน ๔ น้ัน เม่ือสมเด็จพระมหาจักรพรรด์ิเจา เสด็จออกไปรบศึกหงษานั้น สมเด็จพระองคมเหษี และสมเด็จพระเจาลูกเธอพระราชบุตรีเสด็จทรงชางออกไปโดยเสด็จ ดวย และเม่ือไดรบศึกหงษานั้นทัพหนาแตกมาปะทะทัพหลวงเปนโกลาหลใหญ และสมเด็จ พระองคมเหษี และสมเด็จพระเจาลูกเธอพระราชบุตรีน้ัน ไดรบดวยขาศึกเถิงส้ินชนมกับ คอชางน้นั เปนไปไดวาในสงครามคร้ังนั้นขางฝายพระมหาจักรพรรดิคงจะทรงเสียเจาราชนิกุลฝายหญิง รวมถึงสมเด็จพระอัครมเหสีจริง การสูญเสียคร้ังน้ันจึงเปนที่จดจำเลาขานสืบมาจนสมัยปลายอยุธยา แตขอเท็จจริงท่ีจดจำและบันทึกตอกันมาผิดแผกไปจากความในพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ อักษรนิต์ิดังเห็นไดในคำใหการชาวกรุงเกา อยางไรก็ดี เหตุการณเดียวกันน้ีไมไดมีระบุไวในหลักฐาน ตะวันตกและหลักฐานขางพมา ภายหลังศึกตะเบงชะเวตี้ใน พ.ศ. ๒๐๙๑ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิไดทรงจัดการปองกัน พระนครใหแ ข็งแรงกวา กอ น ซง่ึ สมเด็จพระเจาบรมวงศเ ธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพไดทรงประมวล วา ทรงสรางกำแพงเมืองข้ึนใหมใหเปนกำแพงกออิฐถือปูน เพ่ือใหพรอมปองกันอาวุธปนใหญ ซึ่งพมา นำเขามาใชควบคูกับทหารอาสาตางชาติโดยเฉพาะทหารอาสาโปรตุเกส นอกจากนี้ยังทรงใหร้ือ กำแพงเมืองสุพรรณบุรีดานตะวันตก เมืองลพบุรีดานเหนือ และเมืองนครนายกดานตะวันออก เพ่ือ ไมใหขาศึกเขายึดไปใชเปนประโยชน ท้ังยังโปรด “ใหตั้งพิจารณาเลขสมสังกัดพรรคไดฉกรรจลำเคร่ือง แสนเศษ” ซึ่งก็คือใหสำรวจราษฎรทำบัญชีสำมะโนครัวใหม ใหรูวามีชายฉกรรจสำหรับจะรบพุงขาศึก ไดสักเทาใด ทั้งยังทรงใหต้ังหัวเมืองใหม มีเมืองนนทบุรี เมืองสาครบุรี และเมืองนครชัยศรี ใน ปริมณฑลรายรอบพระนครอันจะสะดวกแกการเรียกหาผูคนเวลาเกิดศึกสงคราม ในดานทัพเรือได โปรดใหแปลงเรือแซเปนเรอื ไชย และเรอื ศรี ษะสัตวตา งๆ ซง่ึ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานภุ าพ ทรง ใหอ รรถาธบิ ายวา เรือแซนั้นเปนเรือยาวตีกรรเชียงสำหรับใชบรรทุกของกับคนไปดวยกันยอมเดินชา จึง ใหแกเปนเรือไชย คือแกเปนอยางเรือด้ังที่ใชในกระบวนเสด็จสำหรับบรรทุกทหารปนเล็กเปนพลพาย สามารถไปรบพุงไดรวดเร็ว นอกจากน้ียังเสด็จไปจับชางหลายครั้ง คือในป พ.ศ. ๒๐๙๓ พ.ศ. ๒๐๙๗ พ.ศ. ๒๑๐๐ พ.ศ. ๒๑๐๒ และ พ.ศ. ๒๑๐๕ เพื่อเปน การหาพาหนะเพิม่ เตมิ มาไวใชในการศึกสงคราม

นอกเหนือจากการจัดการปองกันพระนครตามกลาวขางตน สมเด็จพระมหาจักรพรรดิยังทรงมี สันถวไมตรีกับลานชาง หรือสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช ซึ่งทรงกำลังเผชิญปญหาเดียวกับกรุงศรีอยุธยา คือถูกหงสาวดีคุกคาม มีหลักฐานปรากฏในคำจารึกท่ีพระเจดียศรีสองรักษเมืองดานซาย จังหวัดเลย วาดวยพระมหาจักรพรรดิกับพระไชยเชษฐาธิราช พระเจากรุงศรีสัตนาคนหุต ทำพิธีปกปนเขตแดนกัน ใน พ.ศ. ๒๑๐๓ ซ่ึงเปนเวลาท่ีพระเจาบุเรงนองแหงหงสาวดีไดแผอำนาจเขาสูลานนาและเขายึดเมือง เชยี งใหมไ ดตงั้ แตว นั ที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๑๐๑ สงครามกับพมาครั้งที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๑๐๖ น้ันเรียกกันในประวัติศาสตรไทยวาสงครามชางเผือก เพราะพระเจาบุเรงนองสงราชทูตเขามาทูลขอพระราชทานชางเผือกจากสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เม่ือถูกปฏิเสธ พระเจาบุเรงนองจึงจัดแตงทัพพมามาโจมตีกรุงศรีอยุธยา ทัพพมาสามารถเขามาถึงกรุง ได สมเด็จพระมหาจักรพรรดิตองเสด็จออกไปเจรจาความสงบศึก โดยโปรดใหตั้งพลับพลาข้ึนระหวาง วัดหนาพระเมรุและวัดหัสดาวาส ยอมรับไมตรีของพมาและพระราชทานชาง ๔ เชือกให พรอมท้ังให พระราเมศวร พระยาจักรี และพระยาสุนทรสงครามไปเปนตัวประกันท่ีพมา พระราชพงศาวดาร กรุงศรอี ยธุ ยาบันทึกเหตกุ ารณไ วว า คร้ันรุงข้ึน สมเด็จพระเจาอยูหัวก็ทรงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส พรอมดวยมุขมนตรี กวีชาติราชครูโหราโยธาหาญขามไป เสด็จข้ึนบนพระที่นั่ง ฝายสมเด็จพระเจาหงสาวดี พรอมดวยทาวพระยามุขมนตรีท้ังปวงเสด็จมา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชาธิราชเจารอง อัญเชิญเสด็จ สมเด็จพระเจาหงสาวดีเสด็จขึ้นบนพระที่น่ังแลวตรัสวา สมเด็จพระเจาพ่ีเราให อาราธนาพระพุทธปฏิมากรเจา พระธรรมเจา พระสงฆเจา มาเปนประธานก็ดีอยูแลว ขอจง เปนสักขีพยานเถิด อันแผนดินกรุงเทพมหานครศรีอยุธยานี้ ยกถวายไวแดสมเด็จพระเจา พเ่ี รา แตท วา นอ งทา นใหม าขอชา งเผอื ก ๒ ชา ง พระเจา พมี่ ไิ ดใ ห บดั นต้ี อ งยกพยหุ โยธาหาญ มาโดยวิถีทุเรศกันดารจะขอชางเผือกอีก ๒ ชาง เปน ๔ ชาง พระเจาพี่จะวาประการใด สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดริ าชาธริ าชเจา กต็ รสั บญั ชาให สมเดจ็ พระเจา หงสาวดตี รสั วา จะขอ พระราเมศวรไปเลี้ยงเปนพระราชโอรส ถาพระเจาพี่เราใหแลวจะยกทัพกลับไป สมเด็จพระ มหาจักรพรรดิราชาธิราชเจาตรัสตอบวา ขอไวเถิด จะไดสืบประยูรวงศ สมเด็จพระเจา หงสาวดีตรัสวา พระมหินทราธิราชผูนองนั้นก็สืบวงศไดอยู อันจะเอาไวดวยกัน ถาพระเจา พี่เราสวรรคตแลว ดีรายพ่ีนองจะหมนหมองมีความพิโรธกัน สมณพราหมณามุขมนตรี อาณาประชาราษฎรจะไดความเดือดรอน สมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชาธิราชเจาขัดมิได ก็บัญชาตาม สมเด็จพระเจาหงสาวดีตรัสวา จะขอพระยาจักรีและพระสุนทรสงครามไปดวย พระราชโอรส สมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชาธิราชเจาก็ยอมให แลวตรัสวา อาณาประชา

ราษฎรหัวเมืองและขาขอบขัณฑเสมาซึ่งกองทัพจับไวน้ัน ขอไวสำหรับพระนครเถิด สมเด็จ พระเจา หงสาวดกี บ็ ญั ชาให สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดริ าชาธริ าชเจา สง สมเดจ็ พระเจา ลกู เธอ พระราเมศวร และพระยาจกั รี พระสนุ ทรสงคราม กบั ชา งพลายเผอื ก ๔ ชา ง คอื พระคเชนท- โรดม พระบรมไกรสร พระรัตนากาศ พระแกวทรงบาศ ใหสมเด็จพระเจาหงสาวดีแลว เสด็จเขาพระราชวัง นอกจากนั้น พระเจาบุเรงนองยังมีบัญชาใหกรุงศรีอยุธยาตองสงเคร่ืองราชบรรณาการอันมี ชางศึก ๓๐ ชาง เงิน ๓๐๐ และสวยอันเก็บไดจากเมืองตะนาวศรีไปถวายทุกป พงศาวดารพมายังระบุ เพิ่มเติมวาในศึกคร้ังน้ัน เม่ือพระเจาหงสาวดีเสด็จกรีธาทัพกลับซึ่งตรงกับวันอังคารที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๑๐๗ พระองคไดทรงกวาดตอนเชลยศึกไปเปนจำนวนมาก ซ่ึงมีเหลาผูชำนาญนาฏศิลปดนตรี ชายหญิง สถาปนิก ชางศิลป ชางเหล็ก ชางไม ชางผม เหลาวิเสทคนครัว ชางทองแดง ชางยอม (ผา) ชา งทอง ชา งทำเครอื่ งเงนิ หมอรกั ษาชา ง มา จติ รกร ชา งทำเครอื่ งหอม ชา งเงนิ ชา งแกะหนิ ชา งปนู ปน ชา งแกะไม และชางปนหมอ ผลจากสงครามครั้งนั้นทำใหสมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงสละราชสมบัติ และสมเด็จพระ มหินทราธิราชข้ึนสืบราชบัลลังกแทน พระมหากษัตริยพระองคใหมหาไดมีบารมีมากพอ อีกทั้งกอนที่ สมเดจ็ พระมหนิ ทราธริ าชจะขนึ้ เสวยราชสมบตั ิ กไ็ ดเ กดิ กรณกี ารชงิ ตวั พระเทพกษตั รยี  ใน พ.ศ. ๒๑๐๗ ซึ่งราชสำนักอยุธยาสงไปใหสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชกษัตริยลานชาง เพ่ือใหอภิเษกข้ึนเปนอัครมเหสี ตามท่ีกษัตริยลานชางขอพระราชทานมา พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาระบุวา พระมหาธรรม- ราชาเปนผูที่อยูเบื้องหลังเหตุคร้ังนั้น เพราะพระองคเปนผูใหมาเร็วถือหนังสือไปถวายพระเจาหงสาวดี ทำใหพระเจาหงสาวดีสามารถสงคนมาชิงตัวพระเทพกษัตรียไปได กลาวไดวาเหตุการณน้ีเปนอีกสาเหตุ หนงึ่ ท่นี ำมาซ่งึ ความรา วฉานระหวา งหัวเมอื งเหนือกับกรงุ ศรีอยธุ ยา ความขัดแยงระหวางอยุธยาและพิษณุโลกท่ีทวีความรุนแรงข้ึน ภายหลังจากที่สมเด็จพระ มหนิ ทราธิราชข้ึนเสวยราชยน ้นั พระราชพงศาวดารกรงุ ศรอี ยธุ ยาระบุวา คร้ังนั้นเมืองเหนือท้ังปวงเปนสิทธ์ิแกพระมหาธรรมราชาเจา อนึ่ง การแผนดินใน กรุงพระมหานครศรีอยุธยาพระมหาธรรมราชาบังคับบัญชาลงมาประการใด สมเด็จพระ มหินทราธิราชเจาแผนดินตองกระทำตามทุกประการก็ขุนเคืองพระราชหฤทัย จึงเอา ความน้ันไปกราบทูลสมเด็จพระราชบิดา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิพระเจาชางเผือกก็นอย พระทยั ...

ตอ มาใน พ.ศ. ๒๑๐๙ (โดยประมาณ) สมเดจ็ พระมหนิ ทราธริ าชทรงนำกำลงั สมทบกบั กำลงั ของ พระไชยเชษฐา กรงุ ศรสี ตั นาคนหตุ (ลา นชา ง) ยกขน้ึ ทำศกึ กบั พระมหาธรรมราชาเจา เมอื งพษิ ณโุ ลกเปน เหตุใหสัมพันธไมตรีระหวางราชสำนักอยุธยาและพิษณุโลกขาดสะบั้นลง พระมหาธรรมราชาเสด็จออก ไปยังราชสำนักพระเจาหงสาวดี ขณะที่พระมหาจักรพรรดิเสด็จข้ึนไปรับพระราชธิดาพระวิสุทธิกษัตรีย กับสมเด็จพระเอกาทศรถลงมายังกรงุ ศรีอยุธยา ฐานะของพระมหาธรรมราชาและเมืองพิษณุโลกภายหลังสงคราม พ.ศ. ๒๑๐๖ น้ัน มิไดตางไป จากเมืองประเทศราชของหงสาวดี หากแตความสัมพันธระหวางพระมหาธรรมราชากับกรุงศรีอยุธยา ซ่ึงมีมาลึกซึ้งแตเดิมยังเปนแรงเหน่ียวร้ังอยู พระมหาธรรมราชาจึงมีฐานะไมตางไปจาก “เจาสอง ฝายฟา” หากตอมาภายหลังสมเด็จพระมหินทราธิราชกษัตริยอยุธยาไดใชวิธีรุนแรง คือสมคบกับ พระไชยเชษฐาธิราชแหงลานชางนำกำลังขึ้นตีพิษณุโลก เปนเหตุใหพระมหาธรรมราชาจำเปนตองหัน เขาพ่ึงบารมีพระเจาบุเรงนองเพื่อคานอำนาจฝายอยุธยา เปนชนวนนำมาซึ่งสงครามในป พ.ศ. ๒๑๑๑- พ.ศ. ๒๑๑๒ หลักฐานในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาและพงศาวดารพมาระบุตองกันวา เหตุที่พระเจาบุเรงนอง ทรงกรีธาทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกคำรบหน่ึงใน พ.ศ. ๒๑๑๒ นั้น ก็เน่ืองดวยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ซึ่งไดกระทำสัตยสาบานวาจะจงรักภักดียอมตนเปนเจาประเทศราชตอกรุงหงสาวดีไดคิดแข็งขอเปน กบฏ และยังหักหาญข้ึนไปเทครัวเมืองพิษณุโลกซึ่งเปนเมืองประเทศราชของกรุงหงสาวดีภายใตการ ปกครองของ “เจา ฟา สองแคว” ซง่ึ เปน พระยศทพี่ ระเจา บเุ รงนองทรงสถาปนาใหก บั พระมหาธรรมราชา เจาเมืองในขอบขัณฑสีมาหงสาวดี การกระทำดังกลาวนี้เทากับเปนการทาทายอำนาจของพระเจา บเุ รงนอง จงึ จำเปน ท่พี ระองคจะตองเปด ศกึ กบั อยุธยาอกี คร้ัง หากยึดหลักฐานขางพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาก็มีความเปนไปไดวา กอนเกิดศึก สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงสละราชสมบัติไปแลวในราว พ.ศ. ๒๑๐๘ หลังเหตุการณการชิงตัว พระเทพกษัตรีย ๑ ป หลังจากน้ันก็เสด็จไปประทับท่ีวังหลัง ขณะนั้นพระชนมายุได ๕๙ พรรษา ไมมีหลักฐานระบุแนชัดวาพระองคออกผนวชท่ีวัดใด และออกผนวชเมื่อไร แตหลักฐานในพงศาวดาร กรุงศรีอยุธยาระบุวา “พระเจาชางเผือก เวณราชสมบัติแลว ถึงเดือน ๓ ก็เสด็จข้ึนเมืองลพบุรี ตรัสให บูรณะอารามพระศรีรัตนมหาธาตุใหบริบูรณ และแตงปะขาวนางชี ๒๐๐ กับขาพระใหอยูรักษา พระมหาธาตุ แลวก็เสด็จลงมายังกรุงพระมหานครศรีอยุธยา” เปนไปไดวาจะทรงผนวชอยูจนถึงป พ.ศ. ๒๑๑๐ หรือตน พ.ศ. ๒๑๑๑ เปนอยางชา แลวจึงเสด็จลาพระผนวชเพ่ือขึ้นครองแผนดิน อีกคำรบหนึ่งตามการอัญเชิญของสมเด็จพระมหินทราธิราช ในปถัดมาคือใน พ.ศ. ๒๑๑๑ พระเจา บุเรงนองก็กรีธาทัพใหญเขามาตีกรุงศรีอยุธยาอีกคร้ัง ครั้งนี้ทางกรุงศรีอยุธยาเตรียมการต้ังรับเขมแข็ง พระเจาบุเรงนองไมอาจตีหักพระนครไดโดยงาย แตแลวสมเด็จพระมหาจักรพรรดิก็เสด็จสวรรคต ระหวา งศกึ พระราชพงศาวดารกรุงเกาฉบับหลวงประเสริฐอักษรนติ ิ์ระบุวา

ศักราช ๙๓๐ มะโรงศก (พ.ศ. ๒๑๑๑) ในเดือน ๑๒ น้ัน พระเจาหงสายกพลมาแต เมืองหงสา คร้ันเถิงวันศุกร ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑ พระเจาหงสามาเถิงกรุงพระนครศรีอยุธยา ตั้งทัพตำบลหลมพลี และเมื่อเศิกหงสา เขาลอมพระนครศรีอยุธยาน้ัน สมเด็จพระมหา จักรพรรดเิ จาทรงพระประชวรนฤพาน... พงศาวดารที่ชำระในสมัยหลังระบุวา “ทรงประชวนหนัก ประมาณ ๒๕ วัน ก็เสด็จสวรรคต” หลักฐานในพงศาวดารพมาระบุวา ภายหลังจากพระเจาหงสาวดีลอมกรุงศรีอยุธยาแลวเปนเวลา ๔ เดือน “พระเจาอยุธยาทรงพระนามวาพระสาธิราชา (เธียรราชา) ที่ทรงผนวชและเปนขบถน้ัน สนิ้ พระชนม ในวันศกุ รข ึ้น ๒ คำ่ เดือน ๖ จลุ ศกั ราช ๙๓๑ (พ.ศ. ๒๑๑๒)” สุเนตร ชตุ ินธรานนท เอกสารอางอิง ดำรงราชานภุ าพ, สมเด็จพระเจาบรมวงศเ ธอ กรมพระยา. ไทยรบพมา. พมิ พครง้ั ที่ ๓. กรงุ เทพฯ: มตชิ น, ๒๕๕๑. ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เลม ๑ พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิต์ิ. กรุงเทพฯ: กอง วรรณกรรมและประวัตศิ าสตร กรมศิลปากร, ๒๕๔๒. พระราชพงศาวดารฉบบั พระราชหัตถเลขา เลม ๑. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๔๘. ศุภวัฒย เกษมศรี, พลตรี ม.ร.ว. พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับเยเรเมียส ฟาน ฟลีต และผลงานคัดสรร. กรงุ เทพฯ: สมาคมประวัตศิ าสตรในพระราชปู ถัมภ สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯสยามบรมราชกุมาร,ี ๒๕๕๒. สุเนตร ชตุ ินธรานนท. พมา รบไทย: วา ดวยการสงครามระหวางไทยกบั พมา . พมิ พคร้ังที่ ๙. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๐.

พระพุทธรูปปางสนเขม็ อุทิศพระราชกศุ ลถวายสมเดจ็ พระมหนิ ทราธิราช สรา งในรชั กาลพระบาทสมเด็จพระน่งั เกลาเจาอยูหัว ปจ จุบันประดษิ ฐานภายในหอราชกรมานุสร วดั พระศรีรตั นศาสดาราม

สมเด็จพระมหินทราธริ าช สมเด็จพระมหินทราธิราชทรงเปนพระมหากษัตริยรัชกาลท่ี ๑๖ แหงกรุงศรีอยุธยา เปน พระราชโอรสในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับสมเด็จพระสุริโยทัย เม่ือสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ สวรรคต สมเด็จพระมหินทราธิราชทรงข้ึนครองราชย รัชกาลของสมเด็จพระมหินทราธิราชอาจกลาว ไดว าเปน ชวงที่อยุธยาเกดิ ความระส่ำระสายท้ังเหตุการณภายในประเทศและศกึ สงครามกบั พมา เมื่อสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสด็จออกผนวชหลังจากส้ินศึกสงครามกับพมาใน พ.ศ. ๒๑๐๖ แลว สมเด็จพระมหินทราธิราชไมทรงวางพระทัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาเจาเมืองพิษณุโลกวาจะไป ฝกใฝพมา จึงลอบติดตอพระเจาไชยเชษฐาธิราช กษัตริยแหงกรุงศรีสัตนาคนหุต (ลานชาง) ใหยกทัพ มาตีเมืองพิษณุโลก ตอมาในป พ.ศ. ๒๑๑๑ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงลาผนวช แตตองเผชิญกับ ศึกพมา ที่นำโดยพระเจา บเุ รงนอง ในระหวา งสงครามนนั้ เอง สมเด็จพระมหาจกั รพรรดิสวรรคต การสงครามครั้งนั้น กรุงศรีอยุธยาถูกพมาปดลอมนานกวา ๕ เดือน พระราชพงศาวดารกรุงเกา ฉบบั หลวงประเสริฐอักษรนติ ิร์ ะบุความในชว งรชั กาลสมเดจ็ พระมหินทราธิราชไวว า ศักราช ๙๓๐ มะโรงศก (พ.ศ. ๒๑๑๑) ในเดือน ๑๒ นั้น พระเจาหงสายกพลมาแต เมืองหงสา ครั้นเถิงวันศุกร ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑ พระเจาหงสาเถิงกรุงพระนครศรีอยุธยา ต้ัง ทพั ตำบลหลม พลี และเมอ่ื เศกิ หงสาเขา ลอ มพระนครศรอี ยธุ ยานน้ั สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิ เจาทรงพระประชวรนฤพาน และครั้งนั้นสมเด็จพระเจาลูกเธอ พระมหินทราธิราช ตรัสมิได นำพาการเศกิ แตพ ระเจา ลกู เธอพระศรเี สาวนน้ั ตรสั เอาพระทยั ใส และเสดจ็ ไปบญั ชาการทจ่ี ะ รกั ษาพระนครทกุ วนั ครน้ั แลสมเดจ็ พระมหนิ ทราธริ าชเจา ตรสั รวู า พระเจา ลกู เธอพระศรเี สาว เสด็จไปบัญชาการเศิกทุกวันดังน้ันก็มิไวพระทัย ก็ใหเอาพระเจาลูกเธอพระศรีเสาวนั้นไปฆา เสีย ณ วัดพระราม ครงั้ น้นั การเศิกซึ่งจะรกั ษาพระนครน้ันกค็ ลายลง คร้ังเถิงศักราช ๙๓๑ มะเส็งศก (พ.ศ. ๒๑๑๒) ณ วันอาทิตย แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๙ เพลารุงแลวประมาณ ๓ นาฬกา ก็เสียกรุงพระนครศรีอยุธยาแกพระเจาหงสา คร้ันเถิง วันศุกร ข้ึน ๖ ค่ำ เดือน ๑๒ ทำการปราบดาภิเษกสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจาเสวย ราชสมบัติกรุงพระนครศรีอยุธยา อน่ึงเม่ือพระเจาหงสาเสด็จกลับคืนไปเมืองหงสาน้ัน พระเจาหงสาเอาสมเด็จพระมหนิ ทราธริ าชเจาข้ึนไปดวย

สมเด็จพระมหินทราธิราชทรงครองราชย ๒ ครั้ง รวมเวลาได ๗ ป คราวแรกเสวยราชสมบัติ เม่ือ พ.ศ. ๒๑๐๖ พระชนมายุได ๒๙ พรรษา เสด็จสวรรคตใน พ.ศ. ๒๑๑๒ พระชนมายุได ๓๔ พรรษา เอกสารลา นนากลา ววาเปน ส้ินวงศทสี่ ืบเชื้อสายมาจากพระเจา พรหมแหง เชียงรายเชยี งแสน ปรดี ี พศิ ภูมวิ ถิ ี เอกสารอา งอิง ดำรงราชานภุ าพ, สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเ ธอ กรมพระยา. ไทยรบพมา . พิมพครัง้ ที่ ๓. กรงุ เทพฯ: มติชน, ๒๕๕๑. ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เลม ๑ พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิต์ิ. กรุงเทพฯ: กอง วรรณกรรมและประวตั ศิ าสตร กรมศิลปากร, ๒๕๔๒. พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เลม ๑. กรงุ เทพฯ: กรมศลิ ปากร, ๒๕๔๘. ศุภวัฒย เกษมศรี, พลตรี ม.ร.ว. พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับเยเรเมียส ฟาน ฟลีต และผลงานคัดสรร. กรุงเทพฯ: สมาคมประวัติศาสตรใ นพระราชปู ถัมภ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯสยามบรมราชกุมาร,ี ๒๕๕๒. สุเนตร ชุตนิ ธรานนท. พมารบไทย: วาดวยการสงครามระหวา งไทยกับพมา. พิมพค ร้ังท่ี ๙. กรุงเทพฯ: มตชิ น, ๒๕๕๐.

พระพทุ ธรูปปางนาคาวโลก อุทิศพระราชกศุ ลถวายสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจา สรา งในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยหู วั ปจจบุ ันประดิษฐานภายในหอราชกรมานุสร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจา สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจาทรงเปนพระมหากษัตริยรัชกาลที่ ๑๗ แหง กรุงศรีอยุธยา เสด็จพระราชสมภพเม่ือ พ.ศ. ๒๐๕๗ เดิมรับราชการมีบรรดาศักดิ์เปนขุนพิเรนทรเทพ เจากรมพระตำรวจขวา ซึ่งมีสวนรวมในการปราบขุนวรวงศาธิราชและแมอยูหัวศรีสุดาจันทร แลว อญั เชญิ พระเฑียรราชาใหลาผนวชขึน้ ครองราชยเปนสมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิ หลงั จากทส่ี มเดจ็ พระมหาจกั รพรรดเิ สวยราชยเ มอื่ พ.ศ. ๒๐๙๑ แลว ทรงสถาปนาขนุ นางสำคญั ที่มีสวนชวยเหลือใหดำรงตำแหนงตาง ๆที่สำคัญดังน้ี ขุนพิเรนทรเทพเปนสมเด็จพระมหาธรรมราชา ธิราชเจาใหครองเมืองพิษณุโลก และพระราชทานพระวิสุทธิกษัตรียพระราชธิดาใหเปนพระมเหสี ขุนอินทรเทพใหเปนเจาพระยาศรีธรรมาโศกราชเจาเมืองนครศรีธรรมราช หลวงศรียศเปนเจาพระยา มหาเสนา ท่ีสมุหกลาโหม หม่ืนราชเสนหาในราชการเปนเจาพระยามหาเทพ หม่ืนราชเสนหา นอกราชการเปนพระยาภักดีนุชิต พระยาพิชัยเปนเจาพระยาพิชัย พระยาสวรรคโลกเปนเจาพระยา สวรรคโลก เมื่อสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจาไปครองเมืองพิษณุโลกนั้น ตอมาพระวิสุทธิกษัตรียมี พระราชธิดาและพระราชโอรสเปนลำดับคือ พระสุพรรณกัลยา สมเด็จพระนเรศวร และสมเด็จพระ เอกาทศรถ เมื่อเกิดสงครามชางเผือกระหวางอยุธยากับพมาใน พ.ศ. ๒๑๐๖ สมเด็จพระมหา ธรรมราชาธิราชเจาไดพยายามปองกันเมืองพิษณุโลกและหัวเมืองเหนือไวดวยความสามารถ แต เมื่อจวนจะเสียเมือง สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจายอมออนนอมตอพมา พมาเห็นการปฏิบัติของ สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจาแลว จึงตั้งใหเปนเจาเมืองพิษณุโลก แตขึ้นอยูภายใตอาณัติของพมา ภายหลังท่ีเสียกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. ๒๑๑๒ แลว จึงไดปราบดาภิเษกขึ้นเปนสมเด็จพระสรรเพชญท่ี ๑ ขณะนั้นมพี ระชนมายุได ๕๔ พรรษา ในรัชกาลของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจามีเหตุการณสำคัญทางประวัติศาสตรเกิดขึ้น ดังนี้ ใน พ.ศ. ๒๑๑๓ พระยาละแวกยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา แตสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจา สามารถปองกันเมืองไวได โดยขับไลกองทัพพระยาละแวกไป ตอมาอีก ๓ ป กองทัพพระยาละแวกยก เขามาโจมตีอยุธยาอีก แตสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจาก็ปองกันเมืองไวได การท่ีขาศึกสามารถ ขน้ึ มาประชิดพระนครไดง า ยดังนี้ ทำใหสมเดจ็ พระมหาธรรมราชาธิราชเจา โปรดใหขดุ คขู ่อื หนาทางดาน ทิศตะวันออกของเกาะเมืองใหกวางข้ึน ทรงสรางปอมมหาชัยข้ึนท่ีบริเวณแมน้ำปาสักและแมน้ำลพบุรี มาบรรจบกัน และทรงสถาปนาพระราชวงั หนา ขึ้นเพ่ือใหเ ปน ทีป่ ระทบั ของสมเดจ็ พระมหาอุปราช

ใน พ.ศ. ๒๑๒๔ เกิดกบฏญาณพิเชียรขึ้นแถบเมืองลพบุรี แตสามารถปราบปรามใหสงบ เรียบรอยลงได ใน พ.ศ. ๒๑๒๙ และ พ.ศ. ๒๑๓๐ สามารถขบั ไลก องทพั พระเจา หงสาวดที ม่ี าลอ มกรงุ ศรอี ยธุ ยา ใหพายแพกลับไป และในการปราบปรามหัวเมืองตางๆ ที่กระดางกระเดื่องเชนหัวเมืองเขมรใหอยูใน อำนาจกรุงศรีอยุธยาน้ัน สมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถทรงออกรบทุกคร้ัง ทำให กองทัพอยุธยาสามารถยับย้ังการรุกรานของเมืองอ่ืน ๆ ไดอีกระยะหน่ึง ครั้นตอมาจุลศักราช ๙๕๒ ปข าล สมั ฤทธศิ ก พ.ศ. ๒๑๓๓ สมเดจ็ พระมหาธรรมราชาธริ าชเจา สวรรคต พระชนมายไุ ด ๗๖ พรรษา อยูในราชสมบตั ไิ ด ๒๒ ป ปรีดี พศิ ภูมิวิถี เอกสารอา งอิง พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาเลม ๑. กรุงเทพฯ: กรมศลิ ปากร, ๒๕๔๘. พิเศษ เจียจันทรพงษ. การเมืองในประวัติศาสตรยุคสุโขทัย-อยุธยา พระมหาธรรมราชาธิราช. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๔๓.

พระบรมราชานสุ าวรียสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ประดษิ ฐาน ณ ทงุ ภูเขาทอง จังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยา

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเปนพระมหากษัตริยรัชกาลที่ ๑๘ แหงกรุงศรีอยุธยา เปนพระราชโอรสของสมเด็จพระมหาธรรมราชากับพระวิสุทธิกษัตรีย ประสูติที่เมืองพิษณุโลก เม่ือ พ.ศ. ๒๐๙๘ มีพระพ่ีนาง ๑ พระองคคือสมเด็จพระสุพรรณกัลยา มีพระอนุชาพระองคหน่ึงคือสมเด็จ พระเอกาทศรถ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสืบเชื้อสายท้ังราชวงศสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา ทรง ใชชีวิตในวัยเยาวท่ีเมืองพิษณุโลก กอนจะถูกนำพระองคไปพมาเม่ือพระชนมายุได ๙ พรรษา และ ประทับที่พมาจนพระชนมายุได ๑๖ พรรษา ดังนั้นพระองคจึงทรงเจริญวัยขึ้นทามกลางภาวะสงคราม ที่ไทยตองเปนฝายตั้งรับจากการจูโจมของพมา ทามกลางความขัดแยงในพระราชวงศของไทย ทา มกลางความดูแคลนเหยียดหยามเมอื่ ไทยอยูใ นฐานะประเทศราชของพมา เม่ือสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จกลับจากพมา ทรงเห็นวากรุงศรีอยุธยาเส่ือมโทรมอยาง เห็นไดชัด ปอมคายถูกทำลายรื้อถอน ผูคนถูกกวาดตอนไปพมา ความม่ังคั่งร่ำรวยที่ส่ังสมกันมากวา สองรอยปและความสมบูรณพูนสุขลดลงไปเพราะสงครามและขาดแคลนแรงงาน รองรอยความเสีย หายจากการสงครามยังปรากฏใหเห็นโดยทั่วไป เพราะไมมีการบูรณปฏิสังขรณ อีกทั้งยังมีกองทัพพมา ประจำอยูเพื่อปองกันไมใหกรุงศรีอยุธยากระดางกระเดื่อง สวนทางตะวันออก เขมรก็ไดสงกองทัพ มาซ้ำเตมิ โดยกวาดตอนผคู นและทรัพยส มบัติในยามที่กรงุ ศรีอยุธยาเสื่อมอำนาจ สมเดจ็ พระมหาธรรมราชาทรงมอบหมายใหส มเดจ็ พระนเรศวรมหาราชทรงปกครองหวั เมอื งเหนอื โดยประทับอยูที่เมืองพิษณุโลกหลังจากเสด็จกลับจากพมาไมนานนัก คือใน พ.ศ. ๒๑๑๔ ในระยะ เวลา ๑๔ ปที่ทรงปกครองหัวเมืองเหนืออยูนั้น ทรงดำเนินการหลายอยางที่จะมีความสำคัญในอนาคต เชน การฝกหัดขาราชการ การรวบรวมกำลังคนท่ีหลบหนีพมา การฝกฝนยุทธวิธีการรบ การสรางขวัญ กำลังใจใหเกิดข้ึนมาใหม ดังนั้นหัวเมืองเหนือจึงเปนฐานเริ่มตนที่สำคัญในการกอบกูเอกราชของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช การท่ีเขมรโจมตีถึงเมืองหลวงและชายแดนของกรุงศรีอยุธยาทำใหกรุงศรีอยุธยาสามารถอาง เหตุผลเพอ่ื การเสริมสรา งกำลงั ขึน้ ได เพราะเพยี งระยะกอนการประกาศอิสรภาพใน พ.ศ. ๒๑๒๗ เขมร สงกองทัพเขามาถึง ๕ คร้ัง คือใน พ.ศ. ๒๑๑๓ พ.ศ. ๒๑๑๘ พ.ศ. ๒๑๒๒ พ.ศ. ๒๑๒๔ และ พ.ศ. ๒๑๒๕ ทั้งใน พ.ศ. ๒๑๒๔ ยังเกิดกบฏญาณพิเชียรท่ีลพบุรี การที่ตองตอสูปองกันและขับไลศัตรูและ ตองปราบปรามกบฏภายใน ทำใหตองมีการเสริมสรางกำลังไพรพลและเตรียมการปองกันใหเขมแข็ง ดงั ใน พ.ศ. ๒๑๒๓ มีการขยายแนวกำแพงเมอื งไปถงึ แนวแมน ำ้

การหาจังหวะประกาศอิสรภาพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนาจะเกิดข้ึนหลังจากการไปเฝา พระเจา นนั ทบเุ รงในโอกาสขนึ้ ครองราชยใ หม และทรงไดแ สดงฝม อื ชว ยกษตั รยิ พ มา ปราบเจา ฟา ไทยใหญ เมืองคังไดสำเร็จ การท่ีพมาตัดถนนเขามากำแพงเพชร ย่ิงตองทำใหสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเรง หาโอกาสใหเ รว็ ขนึ้ ดงั นน้ั ในปลาย พ.ศ. ๒๑๒๖ เมอ่ื พระองคไ ดร บั มอบหมายใหไ ปชว ยพระเจา นนั ทบเุ รง ปราบเมืองอังวะ จึงทรงเดินทัพไปชาๆ เพื่อหาจังหวะโจมตีหงสาวดี ระหวางท่ีพระเจานันทบุเรงไมอยู หรืออยา งนอ ยเพื่อใหม โี อกาสนำคนไทยทถี่ ูกกวาดตอ นไปกลับคืนประเทศ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครงในเขตแดนพมาตอนลาง อันเปน ถิ่นเดิมของมอญ ใน พ.ศ. ๒๑๒๗ หลังจากท่ีทรงรับรูวาพมาวางแผนกำจัดพระองคเหมือนกัน พระองค ประกาศวา “ต้ังแตวันนี้กรุงศรีอยุธยาขาดทางไมตรีกับกรุงหงสาวดี มิไดเปนมิตรกันดังแตกอนไป” แลวสงคนไปชักชวนใหคนไทยที่ถูกกวาดตอนกลับกรุงศรีอยุธยา เปนท่ีนาสังเกตวาการประกาศ อิสรภาพในครั้งนี้ทรงกระทำในขณะที่ทรงเปนรัชทายาท โดยที่สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชยังไม ทรงทราบ พระเจานันทบุเรงไมเปดโอกาสใหไทยไดตั้งตัวติด ในทันทีท่ีทราบวาแผนการกำจัดสมเด็จพระ นเรศวรมหาราชของพระองคลมเหลว และสมเด็จพระนเรศวรมหาราชประกาศอิสรภาพ จึงทรงสง กองทัพติดตามโจมตีสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทันที อยางไรก็ดี การโจมตีของกองทัพพมาแตละครั้ง มีแตแสดงใหเห็นวาสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเปนแมทัพท่ีปรีชาสามารถและกลาหาญ ความเกง กลาของกองทัพพมาท่ีเคยมีในสมัยพระเจาบุเรงนอง (พ.ศ. ๒๐๙๔–พ.ศ. ๒๑๒๔) ไดหมดไปเม่ือเผชิญ กับกองทัพกรุงศรีอยุธยาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับสมเด็จพระอนุชาธิราช การท่ีทรงใช “พระแสงปนตนขามแมน้ำสะโตง” (พ.ศ. ๒๑๒๗) และ “พระแสงดาบคาบคาย” (พ.ศ. ๒๑๒๘) ลวน เปนเร่ืองเลาขานใหเห็นถึงความกลาหาญของแมทัพไทย กองทัพพมาขนาดใหญมีรี้พลมากมายถึง ๒๕๐,๐๐๐ คน และนำโดยพระเจานันทบุเรง ใน พ.ศ. ๒๑๒๙–พ.ศ. ๒๑๓๐ ยังถูกกองทัพไทยของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระอนุชาขับไลออกไปและประสบความเสียหายอยางยับเยิน ยังผล ใหการโจมตีของกองทัพพมาตองวางเวนไปถึง ๓ ป การลาถอยของกองทัพพมาในคร้ังนี้แสดงใหเห็นวา อิสรภาพของเมืองไทยเปนเรื่องท่ีปลอดภัยและยั่งยืน และในปเดียวกันนี้ยังทรงทำใหกัมพูชาอยูใน อำนาจกรุงศรอี ยุธยาไดอีกคร้ังดว ย กอนท่ีจะถึงศึกใหญจากพมาในรอบสอง มีการเปล่ียนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้นที่กรุงศรีอยุธยา นั่น คือในปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๑๓๓ สมเด็จพระมหาธรรมราชาเสด็จสวรรคต สมเด็จพระนเรศวร มหาราชจงึ ไดข นึ้ เสวยราชสมบตั ิ พรอ มกนั นท้ี รงแตง ตงั้ สมเดจ็ พระเอกาทศรถเปน เสมอื นกษตั รยิ อ งคท ่ี ๒ “พระองคดำ” และ “พระองคขาว” จึงเปนพระนามที่ชาวตะวันตกเรียกขานพระนามตามสีพระวรกาย กษัตรยิ ไ ทยทัง้ สองพระองคต ามลำดับ

กองทัพพมาเริ่มโจมตีกรุงศรีอยุธยาเปนระลอกสอง ใน พ.ศ. ๒๑๓๓ หลังการผลัดแผนดินเพียง ๔ เดือน โดยมีพระมหาอุปราชาเปนแมทัพคุมพล ๒๐๐,๐๐๐ คน มาทางดานพระเจดียสามองค สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงนำทัพออกไปรับมือกับขาศึกท่ีเมืองสุพรรณบุรีและสามารถขับไล กองทัพพมาออกไปไดอยางงายดาย ทำใหทัพพมาเสียหายอยางยับเยิน ๒ ปตอมาพระมหาอุปราชา ไดทรงนำทัพพมามาอีกในสงครามท่ีมีความสำคัญและเปนที่เล่ืองลือในการสูรบระหวางประเทศท้ังสอง นั่นคือแมทัพท้ังสองฝายพรอมดวยแมทัพรองไดทำยุทธหัตถีกันท่ีหนองสาหราย เมืองสุพรรณบุรี เม่ือ วนั ท่ี ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๑๓๕ ผลของการทำยุทธหัตถีคือพระมหาอุปราชาถูกฟนส้ินพระชนมบนคอชาง สวนอีกคูสมเด็จพระ เอกาทศรถก็ทรงไดชัยชนะอีกเชนกัน หลังสงครามครั้งนี้ โฉมหนาของการสงครามไดเปลี่ยนไป พมา ไมกลายกกองทัพมาโจมตีไทยอีกและเวนวางไปนานกวา ๑๐๐ ป และไทยกลับเปนฝายตอบโต พมาบาง พมา จงึ ตอ งเปน ฝายต้ังรับแทน สงครามยุทธหัตถีไมเพียงแตพลิกสถานการณใหมในความสัมพันธระหวางไทยกับพมาเทานั้น แตยังรวมถึงเพื่อนบานอ่ืน ๆ ดวย เขมรถูกสมเด็จพระนเรศวรมหาราชตอบโต โดยทรงยกกองทัพไป โจมตีถึงกรุงละแวกใน พ.ศ. ๒๑๓๖ สงครามดำเนินมาถึงตนปถัดมา แมวากองทัพไทยจะยึดกรุงละแวก จับพระยาศรีสุพรรณมาธิราชอนุชาพระยาละแวกได แตพระยาละแวกคือนักพระสัฏฐาสามารถหลบหนี เขาไปในเขตแดนลาวไดแ ละสนิ้ พระชนมท่ีนนั่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชยกกองทพั ไปตีเขมรอกี ครัง้ ใน พ.ศ. ๒๑๔๖ คราวน้ีไดรับชัยชนะอยา งเด็ดขาด แตการตอบโตสว นใหญข องสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นั้นกระทำตอพมาซ่ึงกำลังเส่ือมอำนาจและแตกแยก อันเปนผลจากความออนแอท่ีไมสามารถปราบ กรุงศรีอยุธยาได และแมวาการยกกองทัพไปโจมตีพมาจะเต็มไปดวยความยากลำบากเพราะตองข้ึนไป ท่ีสูงท่ีเปนภูเขา แตกองทัพไทยก็ยกไปถึง ๕ ครั้ง คือใน พ.ศ. ๒๑๓๕ พ.ศ. ๒๑๓๗ พ.ศ. ๒๑๓๘ พ.ศ. ๒๑๔๒ และ พ.ศ. ๒๑๔๗ ซ่ึงเปนการยกทัพคร้ังสุดทายของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพราะ เสด็จสวรรคตในระหวางทางท่ีเมืองหางเม่ือวันท่ี ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๑๔๘ การขยายอำนาจของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทำใหเขตแดนกรุงศรีอยุธยาแผออกไปไดกวางไกลท่ีสุดนับแตสถาปนา กรุงศรีอยธุ ยาเปนตนมา คือครอบคลุมทง้ั เขตแดนมอญ พมา ลานนา ไทยใหญ ลา นชา ง และเขมร แมวาสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจะทรงอุทิศเวลาเกือบตลอดรัชสมัยใหกับสงครามเพื่อเสริม สรางความม่ันคงและความยิ่งใหญใหกับกรุงศรีอยุธยา แตความม่ันคงและยิ่งใหญมิไดอยูเฉพาะเพียง ชัยชนะของสงครามเทาน้ัน หากข้ึนกับวินัยและขวัญของประชาชนดวย ดังที่พระองคขอคำมั่นจาก บุคคลท่ีอัญเชิญพระองคข้ึนครองราชย การควบคุมกำลังคนอยางมีประสิทธิภาพ การสรางวินัยที่ตอง เชื่อฟงพระองคและเคารพกฎหมายอยางเครงครัด การลดความละโมบของประชาชนถึงขนาดไมสนใจ ทองที่ท้ิงอยูกลางถนน พระองคทรงกวดขันเรื่องเหลาน้ีอยางจริงจัง ถึงกับปลอมพระองคออกตรวจตรา บา นเมอื งและสอดสอ งทกุ ขสุขของประชาชนดวยพระองคเ อง

นอกจากนคี้ วามมนั่ คงยงั ขนึ้ กบั ความมง่ั คง่ั รำ่ รวยของอาณาจกั รดว ย ซงึ่ สงิ่ ทจ่ี ะไดม ากโ็ ดยการคา ระหวางประเทศ โปรตุเกสในฐานะที่เปนชาติตะวันตกชาติแรกที่เขามาคาขายและเผยแผศาสนายังคง ดำเนินกิจการอยู และอาวุธปนของโปรตุเกสก็เปนท่ีตองการของไทยมาก ตอมาใน พ.ศ. ๒๑๔๗ ฮอลันดาซึ่งมาคาขายที่ปตตานีเม่ือ ๓ ปที่แลวก็เขามาถึงกรุงศรีอยุธยา การติดตอคาขายเชนนี้ไมเพียง แตทำใหเกิดความมั่งคั่งมั่นคง แตยังทำใหสมเด็จพระนเรศวรมหาราชมีโลกทัศนกวางไกลย่ิงขึ้น ถึงกับมี การสงทูตไปเจริญทางพระราชไมตรีกับฮอลันดากอนที่จะสวรรคตเล็กนอย สวนการคากับชาติเอเชีย การคากับจีนมีความสำคัญมาก เพียงหน่ึงปหลังการประกาศอิสรภาพทรงสงทูตไปยังราชสำนักหมิง (พ.ศ. ๑๙๑๑-พ.ศ. ๒๑๘๗) ซ่ึงปกครองจีนในเวลาน้ัน เพื่อขอพระราชทานตราแผนดินแทนของเกาท่ี ถูกพมายึดไป และจากน้ีการคากับจีนก็ไดเร่ิมข้ึนใหม แนนอนวาการคาทางทะเลของไทยขยายตัวออก ไปอยางกวางขวางในทะเลดานตะวันออกอันรวมถึงญ่ีปุนดวย เม่ือญ่ีปุนในสมัยโตโยโตมิ ฮิเดโยชิ (พ.ศ. ๒๐๗๙ -พ.ศ. ๒๑๔๑) มีแผนการใหญที่จะยึดครองจีนและเร่ิมตนโดยการสงกองทัพเขาไปเพื่อ ยึดครองเกาหลีซ่ึงเปนรัฐบรรณาการของจีนกอนใน พ.ศ. ๒๑๓๕ (ซ่ึงเปนปเดียวกันกับสงคราม ยุทธหัตถี) สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเสนอท่ีจะสงกองทัพเรือไทยไปชวยจีนปราบญ่ีปุน แต จักรพรรดิจนี ไดปฏิเสธขอ เสนอของไทย สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จสวรรคต พ.ศ. ๒๑๔๘ เมื่อพระชนมายุ ๕๐ พรรษา ทรงครอง ราชสมบัติ ๑๕ ป ไมทรงมีพระราชโอรส พระอนุชาคือสมเด็จพระเอกาทศรถเสด็จข้ึนครองราชสมบัติ ตอ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงไดรับการยกยองเชิดชูในประวัติศาสตรไทยที่ทรงกอบกูเอกราช ทำใหบานเมืองมีความมั่นคง มีอำนาจที่ยิ่งใหญ และมีความเจริญรุงเรือง ทรงเปนพระมหากษัตริยท่ี ยงิ่ ใหญแ ละมีความสำคญั มากพระองคห นึ่งในประวตั ิศาสตรไ ทย วฒุ ิชัย มูลศลิ ป เอกสารอางอิง คณะกรรมการชำระประวัติศาสตรไทย. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช: ๔๐๐ ปแหงการครองราชย. พิมพคร้ังที่ ๔. กรุงเทพฯ: สำนกั นายกรฐั มนตร,ี ๒๕๔๐. จอมเกลาเจาอยูหัว, พระบาทสมเด็จพระ. พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา. ๒ เลม. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๔๒. ดำรงราชานุภาพ, สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเธอ กรมพระยา. ไทยรบพมา . พิมพครัง้ ที่ ๓. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๑. . พระประวตั ิสมเด็จพระนเรศวรมหาราช. พิมพครง้ั ท่ี ๔. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๐. ประพฤทธิ์ ศุกลรัตนเมธี และวินัย พงศศรีเพียร. “จดหมายเหตุหมิงสือลูเกี่ยวกับอยุธยา.” ใน ศรีชไมยาจารย. วินัย พงศศรีเพียร, บรรณาธิการ. กรงุ เทพฯ: คณะกรรมการชำระประวตั ิศาสตรไทย กระทรวงวฒั นธรรม, ๒๕๔๕.

พระราชพงศาวดารกรงุ เกาฉบับหลวงประเสรฐิ . กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช, ๒๕๕๐. วัน วลิต. พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับวันวลิต พ.ศ. ๒๑๘๒. วนาศรี สามนเสน, แปล. กรุงเทพฯ: ภาควิชา ประวัตศิ าสตร มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ประสานมติ ร, ๒๕๒๓. ศุภวัฒย เกษมศรี, พลตรี ม.ร.ว. พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับเยเรเมียส ฟาน ฟลีต และผลงานคัดสรร. กรงุ เทพฯ: สมาคมประวัตศิ าสตรใ นพระราชปู ถมั ภ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี, ๒๕๕๒. สบื แสง พรหมบุญ. ความสัมพันธในระบบบรรณาการระหวางไทยกับจีน ค.ศ. ๑๒๘๒-๑๘๕๓. กาญจนี ละอองศรี, แปล. กรงุ เทพฯ: มลู นิธิโครงการตำราสงั คมศาสตรและมนษุ ยศาสตร, ๒๕๒๕. สุเนตร ชุตินธรานนท. พมารบไทย: วาดวยการสงครามระหวางไทยกับพมา. พิมพครั้งท่ี ๙. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๐. Wade, Geoff. “The Ming shi-lu as a Source for Thai History-Fourteenth to Seventeenth Centuries.” Journal of Southeast Asian Studies, 31, 2 (September 2000): pp. 249-294. Wyatt, David K. Thailand: A Short History. Second Edition. New Haven: Yale University Press, 2003.

พระพทุ ธรปู ปางถวายเนตร อุทิศพระราชกุศลถวายสมเดจ็ พระเอกาทศรถ สรางในรัชกาลพระบาทสมเดจ็ พระนัง่ เกลาเจา อยหู ัว ปจ จุบนั ประดิษฐานภายในหอราชกรมานุสร วดั พระศรรี ัตนศาสดาราม

สมเดจ็ พระเอกาทศรถ สมเด็จพระเอกาทศรถทรงเปนพระมหากษัตริยรัชกาลที่ ๑๙ แหงกรุงศรีอยุธยา เปน พระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจากับพระวิสุทธิกษัตรีย เปนพระอนุชาในสมเด็จพระ นเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถประสูติเมื่อ พ.ศ. ๒๑๐๓ ที่เมืองพิษณุโลกเม่ือคร้ังที่พระราช- บิดาทรงดำรงตำแหนงเจาเมืองพิษณุโลก สมเด็จพระเอกาทศรถทรงไดรับการขนานพระนามในหมู ชาวตะวันตกวาพระองคขาว พระราชพงศาวดารกรุงเกาฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิต์ิวาสมเด็จพระ เอกาทศรถเสดจ็ ข้ึนครองราชยเมอื่ พ.ศ. ๒๑๔๘ เม่ือสมเด็จพระเอกาทศรถขึ้นครองราชยนั้น เปนเวลาท่ีมีศึกสงครามหลายครั้งเขามาประชิด พระนคร อกี ทงั้ การสวรรคตของสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชทีเ่ มอื งหางกย็ ง่ิ ทำใหคนอยธุ ยารสู กึ เสียขวญั และหมดที่พึ่ง สมเด็จพระเอกาทศรถซึ่งทรงออกรบรวมกับพระเชษฐาธิราชทุกคร้ังจึงเปนทั้งท่ีพ่ึง และเปนขวัญกำลังใจในการที่จะสรางความเชื่อมั่นและความสามัคคีในการตอสูกับขาศึกไดอีก หลังจาก ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จสวรรคต สมเด็จพระเอกาทศรถทรงเชิญพระบรมศพกลับ กรุงศรีอยุธยาและถวายพระเพลิงอยางสมพระเกียรติ แลวสถาปนาวัดวรเชตุข้ึนเปนพระราชกุศลแด สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในรัชกาลของสมเด็จพระเอกาทศรถนับไดวาเปนยุคสมัยของความสงบสุขอีกครั้งหน่ึง เพราะ ไมมีศึกสงครามใด ๆเขามาประชิดพระนครอีก ทั้งยังมีชาวตางชาติเขามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารมาก กวากอน พระองคเองทรงติดตอกับตางชาติดวย ดังปรากฏสำเนาพระราชสาสนที่ทรงสงไปยังอุปราช โปรตุเกสท่ีเมืองกัว พระราชพงศาวดารบันทึกเหตุการณตาง ๆ ในรัชกาลสมเด็จพระเอกาทศรถวาเม่ือทรงขึ้นครอง ราชยแลว พญาตองอูและพญาลานชางไดสงพระราชสาสนและเครื่องราชบรรณาการมาถวาย ใน รัชกาลของพระองคไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหจัดพระราชพิธีอาสวยุชหรือพระราชพิธีแขงเรือข้ึน จากนน้ั โปรดใหหลอพระพทุ ธปฏิมา ๕ พระองค และมีพิธีเฉลมิ ฉลองพระพุทธรูปเหลา นนั้ ในดานกฎหมาย โปรดใหตั้งพระราชกำหนดกฎหมายพระอัยการและสวยสัดพัฒนาการขนอน ตลาดเพ่อื กำหนดพิกัดการเสียภาษีขน้ึ สมเด็จพระเอกาทศรถเสด็จสวรรคตเม่ือ พ.ศ. ๒๑๕๓ ทรงครองราชยอยู ๖ ป ทั้งนี้เดิมเชื่อวา รัชกาลสมเด็จพระเอกาทศรถมีระยะเวลานานกวานั้น แตจากขอมูลที่พบในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับวนั วลิต และจดหมายเหตุปเ ตอร ฟลอริส (Peter Floris) ซึง่ เดินทางเขา มาทำงานกับบริษทั อนิ เดีย ตะวันออกของอังกฤษในสยามระหวาง พ.ศ. ๒๑๕๔-พ.ศ. ๒๑๕๘ ระบุตรงกันวา สมเด็จพระนเรศวร

มหาราชสวรรคตเม่ือ พ.ศ. ๒๑๔๘ และสมเด็จพระเอกาทศรถสวรรคตเม่ือ พ.ศ. ๒๑๕๓ พระชนมายุ ได ๕๑ พรรษา พระราชพงศาวดารฉบับสมเด็จพระพนรัตนระบุวา สมเด็จพระเอกาทศรถมีพระราชโอรส ๒ พระองค คือเจาฟาสุทัศนและเจาฟาศรีเสาวภาคย แตในสังคีติยวงศกับเอกสารฟานฟลีตและ เอกสารฮอลันดากลาววาสมเด็จพระอินทราชา (พระเจาทรงธรรม หรือพระศรีศิลป) เปนพระราชโอรส องคหนึง่ ของสมเดจ็ พระเอกาทศรถ ปรีดี พิศภมู ิวิถี เอกสารอางองิ ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภเิ ษก เลม ๑. กรงุ เทพฯ: กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร กรมศิลปากร, ๒๕๔๒. พระราชพงศาวดารกรงุ ศรอี ยธุ ยา ฉบบั พระจกั รพรรดพิ งศ (จาด) เลม ๒. กรุงเทพฯ: องคก ารคา ครุ ุสภา, ๒๕๔๑. ศุภวัฒย เกษมศรี, พลตรี ม.ร.ว. พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับเยเรเมียส ฟาน ฟลีต และผลงานคัดสรร. กรงุ เทพฯ: สมาคมประวัตศิ าสตรในพระราชปู ถมั ภ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี, ๒๕๕๒.

พระพุทธรูปปางหามพระแกนจันทน อุทศิ พระราชกุศลถวายสมเดจ็ พระศรเี สาวภาคย สรา งในรชั กาลพระบาทสมเด็จพระนัง่ เกลา เจา อยูหัว ปจจบุ ันประดษิ ฐานภายในหอราชกรมานสุ ร วัดพระศรีรตั นศาสดาราม

สมเด็จพระศรเี สาวภาคย สมเด็จพระศรีเสาวภาคยทรงเปนพระมหากษัตริยรัชกาลท่ี ๒๐ แหงกรุงศรีอยุธยา ทรงอยู ในราชวงศสุโขทัย ครองราชสมบัติระหวาง พ.ศ. ๒๑๕๓ -พ.ศ. ๒๑๕๔ รวมระยะเวลา ๑ ป ๒ เดือน เปนพระราชโอรสในสมเดจ็ พระเอกาทศรถ บันทึกของชาวตางประเทศระบุวาสมเด็จพระศรีเสาวภาคยเหลือพระเนตรเพียงขางเดียวดวย เหตุทรงพระประชวร เม่ือสมเด็จพระเอกาทศรถเสด็จสวรรคต พระองคเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ แลวถวายพระเพลิงพระบรมศพพระราชบิดาตามราชประเพณี รัชกาลของพระองคแทบไมปรากฏ บันทึกเหตุการณใด ๆ สมเด็จพระศรีเสาวภาคยถูกพระอินทราชาพระโอรสอีกพระองคหน่ึงใน สมเด็จพระเอกาทศรถชิงราชสมบัติ (พงศาวดารบางฉบับวา พระศรีศิลป) และถูกสำเร็จโทษดวย ทอ นจันทน พระศพฝงไว ณ วดั โคกพระยา เมอ่ื พ.ศ. ๒๑๕๔ เหตุการณสำคัญที่เกิดข้ึนในรัชกาลของสมเด็จพระศรีเสาวภาคยคือ การกบฏของพวกอาสา ญ่ีปุนในตอนตนรัชกาล เหตุการณนี้พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาทุกฉบับกลาวตรงกันวาเกิดข้ึนใน รัชสมัยสมเด็จพระเจาทรงธรรมเพียงครั้งเดียว แตในเอกสารตางชาติระบุวา กบฏอาสาญ่ีปุนเกิดขึ้น ๒ คร้ัง คือ ในรัชสมัยของสมเด็จพระศรีเสาวภาคยเมื่อพระองคขึ้นครองราชยคร้ังหนึ่ง และในรัชสมัย สมเด็จพระเจา ทรงธรรมอีกครง้ั หน่งึ เอกสารของปเตอร ฟลอริส (Peter Floris) กลาวถึงเหตุการณภายหลังการสวรรคตของ สมเด็จพระเอกาทศรถวา ...เมอ่ื สมเดจ็ พระเอกาทศรถสวรรคตใน ค.ศ. ๑๖๑๐ ราชสมบตั ติ กอยแู กพ ระราชโอรส องคที่ ๒ กษัตริยองคใหมทรงโปรดฯ ใหประหาร Jockcrommewaye ผูซึ่งทูลสมเด็จพระ เอกาทศรถจนเปนเหตุใหพระราชโอรสองคใหญถูกประหารชีวิต Jockcrommewaye มี ทหารอาสาญ่ีปุนฝกใฝอยูมาก ทหารอาสาญ่ีปุนประมาณ ๒๘๐ คน บุกเขาจับกุมพระมหา กษตั รยิ  บงั คบั ใหพ ระองคท รงประหารขนุ นางทเี่ ปน เหตใุ ห Jockcrommewaye ถกู ประหาร... และเอกสารของสปรินเกล (Sprinckel) ไดกลาวไววา ...มีแผนการท่ีจะยึดครองกรุงศรีอยุธยาแตทำไมสำเร็จขณะพระมหากษัตริยยังทรง พระชนมชีพอยู แตเม่ือพระองคเสด็จสวรรคตแลว หัวหนาขบถคือออกพระนายไวยก็เริ่ม

ดำเนินการเพื่อจะข้ึนเปนกษัตริย แตประชาชนไมนิยมดวย ตางพากันฝกใฝเขาขางพระราช โอรสของกษัตริย พระราชโอรสจึงไดขึ้นเปนกษัตริย พวกฮอลันดาเองก็เขาขางพระราช โอรสสูรบกับพวกออกพระนายไวย เมื่อพระราชโอรสของกษัตริย (ซึ่งไดเปนกษัตริย) สวรรคต พระอนุชาองคเลก็ จงึ ไดเปน กษตั รยิ ... จากขอความที่กลาวมานี้แสดงใหเห็นวามีการกบฏเกิดขึ้นในชวงเวลาหัวเล้ียวหัวตอของการผลัด แผน ดนิ ดว ย ปย รัตน อินทรอ อ น เอกสารอา งองิ กรมศลิ ปากร. รวมบนั ทกึ ประวตั ศิ าสตรอ ยธุ ยาของ ฟาน ฟลตี (วนั วลติ ). กรงุ เทพฯ: กองวรรณกรรมและประวตั ศิ าสตร, ๒๕๔๖. ขจร สขุ พานิช. ขอ มลู ประวัตศิ าสตร: สมยั อยธุ ยา. กรุงเทพฯ: สมาคมสงั คมศาสตรแหงประเทศไทย, ๒๕๒๓. คำใหก ารชาวกรงุ เกา คำใหก ารขนุ หลวงหาวดั และพระราชพงศาวดารกรงุ เกา ฉบบั หลวงประเสรฐิ อกั ษรนติ .์ิ พมิ พค รงั้ ท่ี ๒. พระนคร: คลังวทิ ยา, ๒๕๑๕. ประชุมพงศาวดาร เลม ๓๘ ภาคท่ี ๖๔ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม). พระนคร: องค การคาคุรุสภา, ๒๕๑๒. ประชุมพงศาวดาร เลม ๓๙ ภาคที่ ๖๔ (ตอ) พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม). พระนคร: องคก ารคา คุรสุ ภา, ๒๕๑๒. พระราชพงศาวดารฉบบั พระราชหตั ถเลขา. ๒ เลม. พมิ พค รงั้ ท่ี ๙. กรงุ เทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๔๒. โยเนะโอะ, อิชิอิ และคณะ. ความสัมพันธไทย-ญี่ปุน ๖๐๐ ป. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตรและ มนษุ ยศาสตร, ๒๕๓๐.

พระพทุ ธรปู ปางประทับเรือขนาน อทุ ิศพระราชกศุ ลถวายสมเด็จพระเจาทรงธรรม สรา งในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลาเจาอยหู ัว ปจ จุบันประดิษฐานภายในหอราชกรมานสุ ร วัดพระศรีรตั นศาสดาราม

สมเดจ็ พระเจา ทรงธรรม สมเด็จพระเจาทรงธรรมทรงเปนพระมหากษัตริยรัชกาลที่ ๒๑ แหงกรุงศรีอยุธยา ทรงอยู ในราชวงศสุโขทัย เสด็จพระราชสมภพเม่ือ พ.ศ. ๒๑๓๕ ครองราชสมบัติระหวาง พ.ศ. ๒๑๕๔-พ.ศ. ๒๑๗๑ รวมระยะเวลา ๑๗ ป รัชสมัยของพระองคทรงสงเสริมการคากับตางประเทศอยางกวางขวาง ทำใหอยุธยากลายเปนเมืองทาท่ีสำคัญยิ่งกวารัชสมัยใด ๆที่ผานมา อีกทั้งทรงสงเสริมพระพุทธศาสนา อยางมาก สมเด็จพระเจาทรงธรรมมีพระนามเดิมวาพระอินทราชา (พงศาวดารบางฉบับวา พระศรีศิลป) เปนพระราชโอรสในสมเด็จพระเอกาทศรถ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายวา พระมารดาเปนพระสนม ชาวบางปะอิน ซ่ึงสมเด็จพระเอกาทศรถทรงไดเปน บาทบริจาริกา เมื่อครงั้ เรอื พระท่นี งั่ ลม ที่บางปะอนิ พระอินทราชาทรงผนวชอยูที่วัดระฆังจนไดเปนพระพิมลธรรมอนันตปรีชา ขณะบวชอยูมีศิษย มากมาย จม่ืนศรีสรรักษขุนนางสำคัญคนหนึ่งมาถวายตัวเปนบุตรบุญธรรม และซองสุมกำลังพลไว เปนจำนวนมาก แลวบุกเขาพระราชวังหลวงเพื่อชิงราชสมบัติจากสมเด็จพระศรีเสาวภาคย จับ สมเด็จพระศรีเสาวภาคยสำเร็จโทษดวยทอนจันทน แลวอัญเชิญพระพิมลธรรมฯ ลาผนวช เสด็จขึ้น ครองราชสมบัติเม่ือ พ.ศ. ๒๑๕๔ และเพ่ือเปนการตอบแทนท่ีจม่ืนศรีสรรักษชวยเหลือพระองค จึงทรง แตงตั้งใหจมื่นศรีสรรักษเปนพระมหาอุปราช แตก็ประชวรแลวสิ้นพระชนม อยูในตำแหนงไดเพียง ๑๐ วนั เทา นัน้ หลังเสด็จขึ้นครองราชย เกิดกบฏอาสาญ่ีปุนขึ้น ตามพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาหลาย ฉบับกลาวตรงกันวา พวกญี่ปุนประมาณ ๕๐๐ คน ยกเขามาในทองสนามหลวงจะคุมพระองค สมเด็จพระเจาทรงธรรมซึ่งเสด็จออกมาฟงพระสงฆบอกหนังสือ ณ พระท่ีนั่งจอมทองสามหลัง สมเด็จพระเจาทรงธรรมทรงปลอมพระองคเปนพระสงฆ เสด็จหลบออกจากพระราชวังไปพรอมกับ บรรดาพระสงฆจากวัดประดูโรงธรรม ฝายพระมหาอำมาตยรวบรวมพลไดก็ตอสูกับพวกญ่ีปุนและ ขับไลจนแตกพาย หนีลงเรือไปจากกรุงศรีอยุธยา ในการครั้งน้ี สมเด็จพระเจาทรงธรรมทรงพระกรุณา โปรดเกลา ฯ ใหพ ระมหาอำมาตยเ ปนเจา พระยากลาโหมสรุ ิยวงศเ พ่ือตอบแทนความดีความชอบ สวนในเอกสารตางชาติกลาวถึงพวกอาสาญ่ีปุนประมาณ ๒๘๐ คน ซึ่งเหลือรอดจากการกบฏ คร้ังแรกบุกเขาไปในพระราชวัง จับสมเด็จพระเจาทรงธรรมไวเพื่อตอรองผลประโยชน เม่ือฝายกอง ทหารอยุธยารวบรวมกำลังพลได ตีโตกลับไป พวกญ่ีปุนจึงลาถอยโดยลงเรือหนีจากกรุงศรีอยุธยาไป แตอยางไรก็ตามกองทหารอาสาญป่ี ุนกย็ ังคงอยตู ลอดมา มิไดถูกยุบเลกิ จากเหตกุ ารณดงั กลาว

พระราชกรณยี กจิ ท่ีสำคัญในรัชสมัยสมเด็จพระเจา ทรงธรรม ไดแ ก ดานการสงคราม ถายึดตามพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาแลว กรุงศรีอยุธยามีศึก สงครามกับพมาเพียงคร้ังเดียว คือ เม่ือศึกกองทัพพมา-มอญยกมาลอมเมืองตะนาวศรี เมืองตะนาวศรี รองขอใหอยุธยาสงกองทัพไปชวย สมเด็จพระเจาทรงธรรมจึงโปรดใหพระยาพิชัยสงครามเปนแมทัพ ยกไป แตเม่ือถึงเมืองสิงขรปรากฏวาเมืองตะนาวศรีเสียแกพมาแลว จึงทรงใหยกทัพกลับ แตในหนังสือ เร่ืองไทยรบพมาของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กลาวถึงสงครามอีกหลาย คร้ังท่ีกรุงศรีอยุธยาตองเผชิญ ไดแก สงครามกับลานชาง พ.ศ. ๒๑๕๕ ซ่ึงกองทัพลานชางยกลงมาถึง เมืองละโว และต้ังทัพอยูถึง ๔ เดือน ในชวงท่ีอยุธยากำลังมีปญหาเร่ืองกบฏอาสาญี่ปุนอยู สมเด็จ พระเจาทรงธรรมเสด็จนำทัพเคล่ือนเขาประชิดเมืองละโว (ลพบุรี) แตกองทัพลานชางถอยทัพไปกอน จงึ ทรงใหก องทัพตามตีจนกองทพั ลานชา งแตกพา ยไป สงครามกับพมา กรุงศรีอยุธยาทำสงครามกับพมาถึง ๓ ครั้ง คือ ครั้งแรกใน พ.ศ. ๒๑๕๖ สมเด็จพระเจาทรงธรรมโปรดใหเจาเมืองทวายไปตีเมืองเร (ye ภาษาไทยวาเมืองเยหรือเย สวนภาษา พมาออกเสียงวา เร เปนเมืองท่ีต้ังอยูฝงตะวันออกของอาวเมาะตะมะทางตอนใตของพมา เหนือเมือง มะริด) เม่ือตีไดและจับพระอนุชาของพระเจาอังวะ ซึ่งมาดูแลเมืองเรอยูสงมายังกรุงศรีอยุธยา พระเจา อังวะจึงยกกองทัพมาตีเมืองทวาย เจาเมืองทวายเสียชีวิตในสนามรบ และเสียเมืองทวายแกพมา แต สมเด็จพระเจาทรงธรรมทรงสงกองทัพของพระยาสวรรคโลกและพระยาพิไชยไปชวยเหลือ สามารถ ปองกันเมืองตะนาวศรีและยึดเมืองทวายคืนมาได กองทัพพมาจึงแตกพายไป ตอมาใน พ.ศ. ๒๑๕๘ พมา ยกทพั มายงั เมอื งเชยี งใหมซ งึ่ กำลงั มปี ญ หาการเมอื งภายใน (เชยี งใหมเ คยเปน เมอื งขนึ้ ของพมา กอ นท่ี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจะทรงยึดมาได) เมื่อกองทัพของพระเจาอังวะมาถึง พระเจาเชียงใหม ไดรวบรวมผูคนไปตั้งมั่นสูท่ีเมืองลำปาง สามารถรักษาเมืองไดระยะหน่ึง แตเมื่อกองทัพพมาไดรับความ ชวยเหลือจากเจาเมืองนานจึงสามารถยึดเมืองเชียงใหมได พระเจาอังวะทรงแตงตั้งเจาเมืองนานเปน พระเจาเชียงใหม ตอมาใน พ.ศ. ๒๑๖๐ มีขอตกลงวาไทยจะยอมรับวาเมืองเมาะตะมะเปนของพมา และพมาจะยอมรับวาเมืองเชียงใหมเปนของไทย หลังจากน้ันไทยเวนสงครามกับพมาไปจนถึง พ.ศ. ๒๑๖๕ พมาไดสงกองทัพยึดเมืองทวายได กองทัพจากกรุงศรีอยุธยายกไปชวยไมทันจึงเสียเมืองทวาย ใหแกพ มาไป สงครามกับกัมพูชา พ.ศ. ๒๑๖๔ สมเด็จพระไชยเชษฐากษัตริยกัมพูชาไดยายราชธานีไปอยูท่ี เมืองอุดงฦๅไชย และไมยอมสงบรรณาการใหแกกรุงศรีอยุธยา (กัมพูชาเปนประเทศราชของกรุงศรี อยุธยามาต้ังแตรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) สมเด็จพระเจาทรงธรรมทรงยกกองทัพท้ังทัพบก และทัพเรือไปยังกัมพูชา โดยพระองคจะทรงเปนแมทัพบก และใหพระศรีศิลปเปนแมทัพเรือ สมเด็จพระไชยเชษฐาทรงใชวิธีเจรจาเพ่ือหนวงเวลาและรวบรวมกำลังไพรพลเตรียมพรอมรบ ทัพเรือ ของพระศรีศิลปเมื่อตองรอเปนเวลานานก็เริ่มขาดแคลนเสบียงจนตองถอยทัพกอน สมเด็จพระ

ไชยเชษฐาจงึ สงกองทพั ออกโจมตกี องทัพไทยแตกพา ย ดานการตางประเทศ ในรัชกาลนี้นอกจากโปรตุเกสและฮอลันดาแลว ยังมีชาติตะวันตกชาติใหม เขามาติดตอคาขายกับไทย คือ อังกฤษและเดนมารก บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษเขามายัง กรุงศรีอยุธยาและเมืองปตตานีเม่ือ พ.ศ. ๒๑๕๕ และขออนุญาตตั้งสถานีการคาที่กรุงศรีอยุธยา สวน เดนมารกน้ัน บริษัทอินเดียตะวันออกของเดนมารกเขามาติดตอคาขายที่มะริดและตะนาวศรีเมื่อ พ.ศ. ๒๑๖๔ ในรัชสมัยสมเด็จพระเจาทรงธรรม การคากับฮอลันดาเจริญรุงเรืองมาก กรุงศรีอยุธยากับ ฮอลันดาทำสนธิสัญญาทางการคากันเปนครั้งแรกเม่ือวันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๑๖๐ โดยผูแทนของ บริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดาเปนผูลงนาม ตามสัญญาระบุวาฮอลันดาไดสิทธิพิเศษในการซื้อ หนังสัตวจากกรุงศรีอยุธยา ซ่ึงทำใหเกิดความขัดแยงกับโปรตุเกสและอังกฤษ โปรตุเกสไดยึดเรือของ ฮอลันดาลำหน่ึงไว แตทางกรุงศรีอยุธยาบังคับใหคืนเรือน้ัน โปรตุเกสจึงโจมตีเรือของไทย ทำใหไทยกับ โปรตุเกสบาดหมางกันจนกระท่ังปลายรัชกาลจึงคล่ีคลายไป อยางไรก็ตาม การท่ีกรุงศรีอยุธยาใหความ ชว ยเหลอื ฮอลันดาทำใหค วามสมั พันธแ นนแฟน ยิ่งขึน้ สวนความสมั พันธกับอังกฤษนน้ั ใน พ.ศ. ๒๑๖๒ เรือขององั กฤษกับเรอื ของฮอลนั ดาเกดิ สูรบกันในอาวเมืองปตตานี แตเ หตกุ ารณก็ยุติลงได ดานศาสนา สมเด็จพระเจาทรงธรรมทรงสงเสริมพระพุทธศาสนาเปนอยางยิ่ง ใน พ.ศ. ๒๑๖๕ โปรดใหมีการชะลอพระมงคลบพิตรจากที่ตั้งเดิมดานตะวันออกของพระราชวังมาไวดานตะวันตก (ทีป่ ระดษิ ฐานอยใู นปจ จบุ นั ) แลวโปรดใหกอพระมณฑปครอบพระมงคลบพิตร ใน พ.ศ. ๒๑๖๑ เมืองสระบุรีมีใบบอกเขามาวามีผูพบรอยพระพุทธบาทบนเขาสุวรรณบรรพต จึงเสด็จไปทอดพระเนตรเอง และโปรดอุทิศถวายท่ีดินปาโดยรอบกวางดานละ ๑ โยชน (ประมาณ ๑๖ กิโลเมตร) แกพระพุทธศาสนา แลวโปรดใหสรางมณฑปสวมรอยพระพุทธบาท สรางพระอุโบสถ และพระอารามข้ึน แลวใหฝร่ังตัดถนนหลวงกวาง ๑๐ วา ยาวต้ังแตเชิงเขาสุวรรณบรรพตจนถึงตำบล ทาเรือ และโปรดใหสรางพระตำหนักทาเจาสนุก เพื่อเปนที่ประทับแรมเม่ือเวลาเสด็จมานมัสการ พระพุทธบาท การกอสรางพระพุทธบาทและศาสนสถานอื่นๆ โดยรอบใชเวลาถึง ๔ ป จึงแลวเสร็จ นอกจากน้ียังโปรดเกลาฯ ใหแตงวรรณคดีเร่ืองกาพยมหาชาติ และรวบรวมพระไตรปฎกใหครบ จบบรบิ รู ณด ว ย พระราชกรณียกิจท่ีสำคัญอีกอยางหน่ึงคือการตรา “พระธรรมนูญกระทรวงศาล” ข้ึนใน พ.ศ. ๒๑๖๗ ซ่ึงกำหนดหลักเกณฑตาง ๆ วาดวยเขตอำนาจศาลตาง ๆ ในการพิจารณาพิพากษาคดีแตละ ประเภท ตลอดจนอำนาจหนาที่ของขุนนางตำแหนงตาง ๆ ที่ทำหนาที่เปนผูพิพากษาและตระลาการ บทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหนาท่ีของขาราชการใหญนอยทั่วราชอาณาจักรท้ังฝายทหารและฝาย พลเรอื นในการใชตราประจำตำแหนงปฏิบัติราชการตามอำนาจหนาที่

สมเด็จพระเจาทรงธรรมเสด็จสวรรคตราวเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๑๗๑ มีพระชนมายุ ๓๖ พรรษา รวมระยะเวลาครองราชสมบตั ิ ๑๗ ป ปย รัตน อินทรอ อน เอกสารอา งอิง กรมศลิ ปากร. รวมบนั ทกึ ประวตั ศิ าสตรอ ยธุ ยาของ ฟาน ฟลตี (วนั วลติ ). กรงุ เทพฯ: กองวรรณกรรมและประวตั ศิ าสตร, ๒๕๔๖. ขจร สุขพานชิ . ขอ มลู ประวัติศาสตร: สมัยอยุธยา. กรงุ เทพฯ: สมาคมสังคมศาสตรแหงประเทศไทย, ๒๕๒๓. คำใหก ารชาวกรงุ เกา คำใหก ารขนุ หลวงหาวดั และพระราชพงศาวดารกรงุ เกา ฉบบั หลวงประเสรฐิ อกั ษรนติ .ิ์ พมิ พค รง้ั ที่ ๒. พระนคร: คลังวทิ ยา, ๒๕๑๕. ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจา บรมวงศเ ธอ กรมพระยา. พงศาวดารเร่อื งไทยรบพมา . กรงุ เทพฯ: มตชิ น, ๒๕๔๘. ประชมุ พงศาวดาร เลม ๓๘ ภาคที่ ๖๔ พระราชพงศาวดารกรงุ ศรอี ยธุ ยาฉบบั พนั จนั ทนมุ าศ (เจมิ ). พระนคร: องคก ารคา คุรสุ ภา, ๒๕๑๒. ประชุมพงศาวดาร เลม ๓๙ ภาคที่ ๖๔ (ตอ) พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม). พระนคร: องคก ารคา คุรุสภา, ๒๕๑๒. ประวัติการทูตของไทย. พระนคร: โรงพิมพพระจันทร, ๒๕๐๑. (พิมพในงานพระราชทานเพลิงศพ หมอมเจาดิลกฤทธ์ิ กฤดากร ณ เมรุหนาพลับพลาอิศริยาภรณ วดั เทพศริ นิ ทราวาส วันท่ี ๑๓ กุมภาพนั ธ ๒๕๐๑) พระราชพงศาวดารฉบบั พระราชหัตถเลขา. ๒ เลม . พิมพคร้ังที่ ๙. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๔๒. โยเนะโอะ, อิชิอิ และคณะ. ความสัมพันธไทย-ญี่ปุน ๖๐๐ ป. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตรและ มนุษยศาสตร, ๒๕๓๐. สมจยั อนมุ านราชธน. การทตู ของไทยสมัยกรุงศรีอยธุ ยา. พระนคร: โรงพิมพไทยเขษม, ๒๔๙๓.

พระพทุ ธรปู ปางปา เลไลยก อุทิศพระราชกศุ ลถวายสมเด็จพระเชษฐาธิราช สรา งในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลาเจา อยหู วั ปจ จบุ นั ประดิษฐานภายในหอราชกรมานสุ ร วัดพระศรรี ัตนศาสดาราม

สมเดจ็ พระเชษฐาธิราช สมเด็จพระเชษฐาธิราชทรงเปนพระมหากษัตริยรัชกาลท่ี ๒๒ แหงกรุงศรีอยุธยา ทรง ครองราชยระหวาง พ.ศ. ๒๑๗๑ - พ.ศ. ๒๑๗๒ เปนพระราชโอรสในสมเด็จพระเจาทรงธรรม มี พระอนชุ าคอื พระอาทติ ยวงศ พระราชพงศาวดารระบุเหตุการณตอนสมเด็จพระเจาทรงธรรมสวรรคตไววา เมื่อพระเจา ทรงธรรมสวรรคต เสนาพราหมณท้ังหลายโดยมีออกญากลาโหมสุริยวงศเปนประธานไดพรอมใจกัน เลือกพระราชโอรสองคโตในพระเจาอยูหัวองคกอน ขึ้นเปนพระมหากษัตริยขณะท่ีมีพระชนมายุได ๑๕ พรรษา แตอยูมาเพียง ๗ วัน พระศรีศิลปผูเปนพระอนุชาของสมเด็จพระเจาทรงธรรมก็พิโรธวา เหลาเสนามนตรีไมยอมยกราชบัลลังกใหพระองค พระองคจึงทรงหลบหนีไปเมืองเพชรบุรีเพื่อซองสุม กองกำลัง ตอเมื่อสมเด็จพระเชษฐาธิราชทรงทราบความก็โปรดใหแตงทัพออกไปสูรบโดยสามารถ พระศรศี ลิ ปถ ูกจบั กุม นำองคไปสำเร็จโทษท่ีวัดโคกพระยาตามโบราณราชประเพณี คร้ันอยูมา ๔ เดือนเศษ มารดาของออกญากลาโหมสุริยวงศถึงแกกรรม มีขาราชการท้ังหลาย ท้ังปวงในราชสำนักออกไปชวยงานเปนจำนวนมาก ขาหลวงเดิมของพระเจาอยูหัวจึงไปกราบทูล สมเด็จพระเชษฐาธิราชวาออกญากลาโหมอาจจะกอกบฏ โดยรวบรวมกองกำลังไพรพลเอาไวมาก พระเจาอยูหัวโปรดใหทหารไปนำตัวออกญากลาโหมเขามา แตจมื่นสรรเพธภักดีซึ่งเปนขุนนางฝาย ออกญากลาโหมนำความออกไปแจงใหทราบกอน เมื่อเปนดังนั้นออกญากลาโหมจึงเห็นวาการตาง ๆ ท่ีไดทำลงไปนั้นไมมีประโยชน เพราะพระเจาแผนดินไมเห็นความดีความชอบ จึงคิดท่ีจะชิงราชบัลลังก โดยมขี นุ นางเขารวมเปน จำนวนมาก สมเด็จพระเชษฐาธิราชไมทรงไดทันระวังองคเมื่อเห็นกองกำลังของออกญากลาโหมบุกเขามาใน พระราชวัง จึงทรงหลบหนีไปกับพวกขาหลวงเดิม เมื่อเจาออกญากลาโหมทราบความก็สั่งใหพระยา เดโช พระยาทา ยนำ้ ตามไปจบั กมุ ตวั ตามไปทันทป่ี าโมกนอย แลว นำพระองคไปสำเรจ็ โทษ สมเด็จพระเชษฐาธิราชครองราชยได ๑ ป ๗ เดือน ตามหลักฐานพระราชพงศาวดารไทย แต พงศาวดารกรุงศรีอยธุ ยาฉบบั วนั วลิตวา ครองราชยไ ด ๘ เดือนเทา นนั้ ปรดี ี พิศภมู ิวถิ ี

เอกสารอา งอิง กรมศิลปากร. พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เลม ๒. กรุงเทพฯ: คลังวิทยา, ๒๕๑๖. ดำรงราชานุภาพ, สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเธอ กรมพระยา. ชุมนุมพระนพิ นธ. กรงุ เทพฯ: บรรณกจิ , ๒๕๔๓. ศุภวัฒย เกษมศรี, พลตรี ม.ร.ว., แปล. พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับเยเรเมียส ฟาน ฟลีต. กรุงเทพฯ: สมาคมประวัติศาสตรใ นพระราชปู ถัมภ สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯสยามบรมราชกมุ ารี, ๒๕๕๒.

พระพุทธรูปปางทรงรบั มธุปายาส อุทศิ พระราชกศุ ลถวายสมเดจ็ พระอาทติ ยวงศ สรา งในรัชกาลพระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลาเจาอยูห ัว ปจจบุ ันประดิษฐานภายในหอราชกรมานุสร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

สมเด็จพระอาทติ ยวงศ สมเด็จพระอาทิตยวงศทรงเปนพระมหากษัตริยรัชกาลท่ี ๒๓ แหงกรุงศรีอยุธยา เปนพระ ราชโอรสของสมเด็จพระเจาทรงธรรม ครองราชยเมื่อ พ.ศ. ๒๑๗๒ สืบตอจากสมเด็จพระเชษฐาธิราช เม่ือเจาพระยากลาโหมสุริยวงศกอการกบฏ จับสมเด็จพระเชษฐาธิราชสำเร็จโทษ เจาพระยากลาโหม ไมยอมรับราชบัลลังกท่ีเหลาเสนาทั้งปวงมอบให โดยใหเหตุผลวามิไดปรารถนาในราชบัลลังกแตได กระทำเพราะความจำเปน เหลา เสนาทั้งปวงจงึ ไดถวายราชสมบัติแดส มเด็จพระอาทิตยวงศซ่ึงขณะนั้น มพี ระชนมายุเพยี ง ๙ พรรษาเทานัน้ หลงั จากทท่ี รงประกอบพธิ รี าชาภเิ ษกแลว ปรากฏความในพระราชพงศาวดารวา พระอาทติ ยวงศ มิไดวาราชการใดๆ เพราะยังทรงพระเยาวนัก เมื่อเปนดังนี้เหลาเสนามาตยจึงเห็นพองวาอาณาจักร จำเปน จะตอ งมผี นู ำ จงึ เหน็ สมควรมอบราชบลั ลงั กใ หเ จา พระยากลาโหมสรุ ยิ วงศ ซง่ึ พระราชพงศาวดาร กรุงศรีอยุธยาฉบับวันวลิตวา เจาพระยากลาโหมสั่งใหนำสมเด็จพระอาทิตยวงศไปสำเร็จโทษตาม ราชประเพณี สมเดจ็ พระอาทติ ยวงศค รองราชสมบัตไิ ด ๓๘ วนั ตามทป่ี รากฏในเอกสารของวันวลิต ปรีดี พศิ ภูมวิ ถิ ี เอกสารอางองิ กรมศิลปากร. พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เลม ๒. กรุงเทพฯ: คลังวิทยา, ๒๕๑๖. ดำรงราชานภุ าพ, สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเ ธอ กรมพระยา. ชุมนมุ พระนพิ นธ. กรงุ เทพฯ: บรรณกิจ, ๒๕๔๓. ศุภวัฒย เกษมศรี, พลตรี ม.ร.ว., แปล. พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับเยเรเมียส ฟาน ฟลีต. กรุงเทพ: สมาคม ประวัตศิ าสตรใ นพระราชูปถมั ภ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกมุ ารี, ๒๕๕๒.

พระพุทธรปู ปางลอยถาด อทุ ศิ พระราชกศุ ลถวายสมเดจ็ พระเจาปราสาททอง สรา งในรชั กาลพระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลาเจาอยูห วั ปจ จบุ ันประดษิ ฐานภายในหอราชกรมานุสร วัดพระศรรี ัตนศาสดาราม

สมเดจ็ พระเจา ปราสาททอง สมเด็จพระเจาปราสาททองทรงเปนปฐมกษัตริยแหงราชวงศปราสาททอง เปน พระมหากษัตริยรัชกาลท่ี ๒๔ แหงกรุงศรีอยุธยา ทรงครองราชยระหวาง พ.ศ. ๒๑๗๒ -พ.ศ. ๒๑๙๙ ตามหลักฐานของตะวันตก สมเด็จพระเจาปราสาททองทรงเปนพระญาติสนิทของสมเด็จพระเจา ทรงธรรม กอนขึ้นครองราชย สมเด็จพระเจาปราสาททองทรงดำรงตำแหนงสำคัญ ๆ ในราชสำนักของ สมเด็จพระเจาทรงธรรมและสมเด็จพระเชษฐาธิราช ไดแก ตำแหนงออกญาศรีวรวงศ และออกญา (หรือเจาพระยา) กลาโหม แตตอมาดว ยบารมีทางการเมืองและกำลังคนทส่ี นับสนนุ จงึ ไดท รงปราบดา ภิเษกข้นึ ครองราชยห ลังเหตกุ ารณแยงชงิ ราชสมบตั ชิ วง พ.ศ. ๒๑๗๑-พ.ศ. ๒๑๗๒ เม่ือสมเด็จพระเจาทรงธรรมเสด็จสวรรคต พระศรีศิลปพระอนุชาในสมเด็จพระเจาทรงธรรม ทรงกอการกบฏ ออกญาศรีวรวงศและออกญาเสนาภิมุข (ยามาดะ นางามาสะ หัวหนากองอาสา ญ่ีปุน) ไดรวมกันปราบปรามและสนับสนุนใหสมเด็จพระเชษฐาธิราชขึ้นครองราชย หลังจากน้ันไมนาน สมเด็จพระเชษฐาธิราชทรงมีเหตุขัดแยงกับออกญาศรีวรวงศซึ่งโปรดเกลาฯ ใหเปนออกญากลาโหม เกิดการตอสูขึ้น ออกญากลาโหมสามารถเขายึดพระราชวังหลวงได และจับสมเด็จพระเชษฐาธิราช สำเร็จโทษเสีย แลวอัญเชิญพระอาทิตยวงศพระอนุชาข้ึนครองราชสมบัติแทน ออกญากลาโหมไดลด คูแขงทางการเมืองลงไปเปนลำดับ เชน สงออกญาเสนาภิมุขและกองอาสาญ่ีปุนออกไปปราบกบฏที่ นครศรีธรรมราชเพ่ือใหหางไกลเร่ืองการเมือง ทายที่สุดออกญากลาโหมก็ไดปราบดาภิเษกขึ้นเปน กษตั ริยแทนสมเดจ็ พระอาทติ ยวงศซ ง่ึ ยังทรงพระเยาวเกินกวาท่ีจะปกครองแผน ดินดว ยพระองคเองได สมเด็จพระเจาปราสาททองทรงปกครองบานเมืองดวยพระปรีชาสามารถและความเด็ดขาด ดัง จะเหน็ ไดจ ากการทที่ รงแกไ ขปญ หาทเ่ี กดิ ขน้ึ จากเหตกุ ารณส ำคญั ๆในชว ง ๑๐ ปแ รกของการครองราชย ใหลุลวงไปได เชน กรณีหัวเมืองและหัวเมืองประเทศราชบางแหงไมยอมสวามิภักดิ์กรุงศรีอยุธยา หรือเจานายในราชวงศเกาบางพระองคอาจเปนชนวนใหขุนนางในราชสำนักท่ีมีอำนาจอิทธิพลและ บารมีกอกบฏได จะเห็นไดวาพระราชโอรสในสมเด็จพระเจาทรงธรรมถูกสำเร็จโทษไปเกือบหมด เชน ใน พ.ศ. ๒๑๘๕ “เจาทาทราย” พระราชโอรสพระองคหน่ึงของสมเด็จพระเจาทรงธรรมกอกบฏข้ึนใน พระราชวังหลวง แตก็ถูกปราบและถูกสำเร็จโทษไป ขุนนางคนสำคัญ ๆ ในรัชกาลสมเด็จพระเจา ทรงธรรมถูกลิดรอนอำนาจและถูกกำจัดลงไปเร่ือย ๆ เร่ิมต้ังแตกอนท่ีจะข้ึนครองราชยเปนสมเด็จ พระเจาปราสาททอง มีการลงโทษประหารชีวิตออกญากำแพงเพชร ลอบฆาออกญาเสนาภิมุข และใน พ.ศ. ๒๑๗๙ ออกญาพษิ ณโุ ลกถกู กลาวหาวา คิดกบฏและถูกตดั สนิ ประหารชวี ติ เปน ตน

ในชวงแรกของรัชกาล สมเด็จพระเจาปราสาททองทรงพยายามจัดการกับปญหาในหัวเมืองและ หัวเมืองประเทศราช ทรงปราบกบฏท่ีเมืองละคอน (ลำปาง) และนครศรีธรรมราช และเมื่อสุลตาน ปตตานีไมยอมสงดอกไมเงินดอกไมทองเปนบรรณาการมาถวาย ก็ทรงสงกองทัพไปพยายามตีเมือง ปต ตานใี น พ.ศ. ๒๑๗๗ แมว า กองทพั อยธุ ยาไมส ามารถตเี มอื งปต ตานไี ด แต “นางพญาตาน”ี องคใ หม ก็ยอมสงเครื่องบรรณาการมาถวายใน พ.ศ. ๒๑๗๘ ในชวงปลายรัชกาลเกิดกบฏของตระกูล “สุลตาน สุลัยมาน” ท่ีสงขลา กรุงศรีอยุธยาสงกองทัพไปปราบหลายคร้ังแตก็ไมสามารถปราบได อาจสรุปได วาโดยท่ัวไปแลวสมเด็จพระเจาปราสาททองทรงพยายามรักษาความสงบและทรงขยายพระราชอำนาจ ไปสูหัวเมืองตาง ๆ ในบริเวณอาวไทย เนื่องจากเมืองทาตาง ๆ ในอาวไทยและคาบสมุทรมลายูอุดม สมบรู ณไ ปดว ยทรัพยากรทางเศรษฐกจิ สำหรับดานเศรษฐกิจ ในรัชกาลสมเด็จพระเจาปราสาททอง การคากับตางประเทศเจริญรุงเรือง มาก โดยเฉพาะการคากับฮอลันดา (ผานบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา หรือ V.O.C.) และ การคากับเมืองทาตางๆในอนุทวีปอินเดีย บริษัท V.O.C. สงออกของปา หนังกระเบน แรดีบุก และ ขาวสารจากเมืองไทย สินคาที่สำคัญที่สุดสำหรับการคาของฮอลันดากับญี่ปุน ไดแก หนังกวาง หนังกระเบน และไมฝางจากไทย ฮอลันดาจึงตองการสิทธิพิเศษทางการคา สมเด็จพระเจา ปราสาททองทรงยอมใหบริษัท V.O.C. ไดสิทธิผูกขาดในการสงออกหนังสัตวเปนเวลาหน่ึงปเม่ือ พ.ศ. ๒๑๗๗ เพ่ือแลกเปลี่ยนกับกองเรือฮอลันดามาชวยกองทัพอยุธยารบกับปตตานี หลังจากน้ัน ไดพระราชทานสิทธิพิเศษน้ีโดยถาวร สยามติดตอกับชาวโปรตุเกสทั้งทางดานการคาและการทูต สมเด็จพระเจาปราสาททองทรงแลกเปล่ียนคณะทูตกับอุปราชโปรตุเกส ยังผลใหความสัมพันธกับ โปรตุเกสและสเปนที่เคยตึงเครียดต้ังแตตนรัชกาลและในรัชสมัยสมเด็จพระเจาทรงธรรมคลี่คลายไป ในทางทด่ี ขี ึ้น นอกจากน้ี พอคาอินเดีย เปอรเซีย อารมีเนีย เดินเรือมาเมืองไทยเปนประจำ และเรือหลวงไทย ก็ไปคาขายที่เมืองทาในเบงกอล ชายฝงโคโรมันเดลและคุชราฐ พอคาจากเมืองทาตางๆในอินเดียนำ ผาฝาย ผาพิมพลาย ผาวาดลายมาขายในอยุธยา และซ้ือสินคา เชน ชาง ดีบุก กับสินคาจีนนำกลับไป อนิ เดีย รัชกาลสมเด็จพระเจาปราสาททองตรงกับชวงที่การคานานาชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใตกำลังเฟองฟเู ปน พเิ ศษ เนือ่ งจากตลาดโลกตอ งการสนิ คาจากภูมภิ าคนี้ เชน เครอื่ งเทศ พริกไทย และของปาบางชนิด ดวยจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมนี้ ราชอาณาจักรสยามจึงไดเขามามีสวนรวมใน “ยุคสมัยแหงการคา” สงผลใหทองพระคลังไดรับผลประโยชนและนำกำไรมาสูสยามอยางตอเน่ือง ตลอดรัชกาล ในดานการบริหารราชการแผนดิน สมเด็จพระเจาปราสาททองทรงปรับปรุงวิธีการปกครองให เปนอันหนึ่งอันเดียวกันมากข้ึน โดยโปรดใหขุนนางท่ีเปนเจาเมืองเขามาพำนักอยูในกรุงศรีอยุธยา แลว

ทรงสงผูรั้งเมืองไปปกครองหัวเมืองแทน ขุนนางฝายปกครองชั้นผูใหญเหลาน้ีมีหนาที่ตองเขาเฝาท่ี ศาลาลูกขุนในพระราชวังหลวงทุกวัน หรืออีกนัยหนึ่งคือทรงพยายามดึงพระราชอำนาจทางการเมือง เขาสูสวนกลางมากข้ึน นอกจากน้ันสมเด็จพระเจาปราสาททองทรงตระหนักถึงปญหาที่เกิดจากการท่ี สังคมขาดกฎหมายท่ีใชรักษาระเบียบ ในรัชกาลพระองคจึงมีการตรากฎหมายขึ้นหลายลักษณะ เชน พระไอยการทาษ พระไอยการลักษณะมรดก พระไอยการลกั ษณะกูห น้ี และพระไอยการลกั ษณะอธุ ร สมเด็จพระเจาปราสาททองทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เชนเดียวกับพระมหากษัตริยพระองคอ่ืน ๆ และทรงสรางพระตำหนักและพระราชวังหลายแหง ดัง ปรากฏเปนมรดกดานศิลปกรรมและสถาปตยกรรมมาจนทุกวันน้ี พระองคโปรดใหสรางพระราชวัง และวัดชุมพลนิกายารามที่บางปะอิน ปราสาทนครหลวงบนเสนทางไปพระพุทธบาท พระตำหนัก ธารเกษมที่พระพุทธบาท พระที่นั่งจักรวรรดิ์ไพชยนต และพระวิหารสมเด็จในพระราชวังหลวงที่ กรุงศรีอยุธยา แตผลงานท่ีโดดเดนท่ีสุดในรัชกาลนี้ ไดแก วัดไชยวัฒนาราม ซึ่งเปนพระอารามหลวง ฝายอรัญวาสีซ่ึงสรางขึ้นในสถานที่ที่เคยเปนบานของพระชนนีของพระองค สถาปตยกรรมที่วัดแหงนี้ สะทอนอิทธิพลเขมร เน่ืองจากสมเด็จพระเจาปราสาททองทรงสงชางไปถอดแบบการสรางปราสาท มาจากราชอาณาจกั รเขมร นอกจากนนั้ ในชว งทจ่ี ลุ ศกั ราชกำลงั จะเวยี นมาครบ ๑ พนั ป (พ.ศ. ๒๑๑๘- พ.ศ. ๒๑๘๒) ราษฎรเกิดความวิตกวาจะถึงกลียุค สมเด็จพระเจาปราสาททองจึงโปรดใหจัดงาน พระราชพิธีลบศักราชมีการทำบุญทำทานเปนเวลาหลายวัน ในชวงเดียวกันน้ันมีการบูรณปฏิสังขรณ วัดวาอารามในราชธานีและบริเวณใกลเ คยี งกวาหนง่ึ รอยแหง สมเด็จพระเจาปราสาททองเสด็จสวรรคตเม่ือ พ.ศ. ๒๑๙๙ รัชกาลของพระองคเปนชวงเวลา ของความรุงเรืองทางดานการคากับตางประเทศและการบริหารราชการแผนดินแบบรวมศูนย แมวา พระองคจะทรงพระปรีชาสามารถปกครองบานเมืองดวยความสงบเรียบรอยมาตลอดรัชกาล แตเมื่อ สิ้นรัชกาลกลับมีปญหาความขัดแยงกันในหมูเจานายและขุนนาง เกิดการตอสู การแยงชิงราชสมบัติ ซึ่งพระนารายณพระราชโอรสในสมเด็จพระเจาปราสาททองประสูติแตพระมเหสีท่ีเปนพระราชธิดา ในสมเด็จพระเจาทรงธรรมไดข้ึนครองราชยในลำดับถัดมา สมเด็จพระนารายณมหาราชจึงทรงเปน พระมหากษตั รยิ ท ่มี ีทั้งสายพระโลหิตราชวงศสโุ ขทัยและราชวงศป ราสาททอง ธรี วัต ณ ปอมเพชร

เอกสารอา งองิ กรมศิลปากร. พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เลม ๒. กรุงเทพฯ: กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร, ๒๕๔๘. โบราณราชธานนิ ทร, พระยา. เรอ่ื งกรุงเกา . กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พโ สภณพิพรรฒธนากร, ๒๔๗๙. พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) กับพระจักรพรรดิพงศ (จาด). กรุงเทพฯ: คลังวิทยา, ๒๕๐๗. Baker, Chris (et al.) Van Vliet’s Siam. Chiang Mai: Silkworm, 2005. Boxer, C. R. (ed). A True Description of the Mighty Kingdoms of Japan & Siam. by François Caron and Joost Schouten. London: Argonaut Press, 1935.

พระพุทธรูปปางทรงรับหญาคา อทุ ิศพระราชกุศลถวายสมเด็จเจา ฟาไชย สรา งในรชั กาลพระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลา เจาอยหู วั ปจ จุบันประดษิ ฐานภายในหอราชกรมานุสร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

สมเด็จเจา ฟาไชย สมเด็จเจาฟาไชยทรงเปนพระมหากษัตริยรัชกาลท่ี ๒๕ แหงกรุงศรีอยุธยา ในราชวงศ ปราสาททอง ครองราชยใน พ.ศ. ๒๑๙๙ เปนระยะเวลาเพียง ๙ เดือน สมเด็จเจาฟาไชยเปน พระราชโอรสในสมเด็จพระเจาปราสาททอง อาจจะประสูติเมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจาปราสาททองทรง ดำรงพระยศที่ออกญากลาโหมสุริยวงศ เพราะพระราชพงศาวดารกลาววาประสูตินอกราชสมบัติ ปรากฏพระนามเดิมกอนเสวยราชยในพระราชพงศาวดารวา พระเจาลูกเธอพระองคอินทร และ รับพระราชทานพระนามวาเจาฟา ไชยเมอ่ื โสกันตแ ลว กอนที่สมเด็จพระเจาปราสาททองสวรรคตไดทรงมอบราชสมบัติและพระแสงขรรคชัยศรีใหแก สมเดจ็ เจา ฟา ไชย หลงั จากนน้ั ๓ วัน กเ็ สดจ็ สวรรคต สมเดจ็ เจาฟาไชยจึงทรงขึ้นครองราชสมบตั ติ อมา เม่ือทรงไดราชสมบัติแลว สมเด็จพระนารายณซ่ึงเปนพระราชโอรสองคหน่ึงของสมเด็จพระเจา ปราสาททองไดสงคนออกมาคบคิดเปนความลับกับสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาเพ่ือท่ีจะชิงราชสมบัติ เวลาค่ำสมเด็จพระนารายณทรงพาพระขนิษฐาของพระองคลอบหนีออกจากประตูผานสระแกวไปเฝา สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา เม่ือกำลังพลที่ซองสุมไวพรอมแลว ก็ยกเขามาในพระราชวังจับกุมสมเด็จ เจาฟาไชยไปสำเรจ็ โทษท่ีวัดโคกพระยา ปรดี ี พิศภมู ิวถิ ี เอกสารอางอิง กรมศลิ ปากร. พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหตั ถเลขา เลม ๒. กรุงเทพฯ: คลงั วิทยา, ๒๕๑๖.

พระพุทธรูปปางรำพึงธรรม อทุ ิศพระราชกุศลถวายสมเดจ็ พระศรสี ุธรรมราชา สรางในรชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา เจา อยูหัว ปจ จบุ ันประดษิ ฐานภายในหอราชกรมานุสร วดั พระศรีรัตนศาสดาราม

สมเด็จพระศรสี ุธรรมราชา สมเด็จพระศรีสุธรรมราชาทรงเปนพระมหากษัตริยรัชกาลที่ ๒๖ แหงกรุงศรีอยุธยา ใน ราชวงศปราสาททอง ครองราชยระหวาง พ.ศ. ๒๑๙๙-พ.ศ. ๒๑๙๙ ระยะเวลาเพียง ๒ เดือน ๒๐ วัน สมเด็จพระศรีสุธรรมราชาเปนพระอนุชาในสมเด็จพระเจาปราสาททอง เม่ือคร้ังท่ีสมเด็จพระเจา ปราสาททองข้ึนครองราชยน้ัน ปรากฏความในพระราชพงศาวดารวานองผูนี้มีน้ำใจกักขฬะมิไดมี หิริโอตตัปปะ จะต้ังใหเปนพระมหาอุปราชตางพระเนตรพระกรรณมิได จึงทรงตั้งขึ้นเปนเจาพระ ใหต้ัง บานเรือนหลวงอยูรมิ วัดสุทธาวาส เมื่อสิ้นรัชกาลสมเด็จพระเจาปราสาททอง สมเด็จเจาฟาไชยขึ้นเสวยราชสมบัติ สมเด็จพระ นารายณและสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาซึ่งเปนพระเจาอารวมกันคบคิดยึดราชบัลลังก และให สมเด็จพระศรีสธุ รรมราชาขน้ึ ครองราชยแ ทน หลังจากท่ีสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาข้ึนครองราชยแลว โปรดใหสมเด็จพระนารายณเปน กรมพระราชวังบวรสถานมงคล แตพระองคเองกลับไมไดบริหารราชการแผนดินโดยชอบธรรม เพียง ๒ เดือนเศษก็เกิดกรณีความขัดแยงขึ้น เม่ือสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาทอดพระเนตรเห็นพระราช- กัลยาณีพระขนิษฐาในสมเด็จพระนารายณและตองพระทัย หากแตพระราชกัลยาณีไมมีพระประสงค ดวย จึงหลบหนีออกมาจากพระตำหนักและไปเฝาพระเชษฐาธิราช สมเด็จพระนารายณนอยพระทัย มากตรัสวา “อนิจจาพระเจาอา เราน้ีคิดวาสมเด็จพระบิตุราชสวรรคตแลว ยังแตพระเจาอาก็เหมือน พระบรมราชบิดายังอยู จะไดปกปองราชวงศานุวงศสืบไป ควรหรือมาเปนไดดังน้ี” แลวก็มีพระดำริ ท่ีจะจัดการสมเดจ็ พระศรีสธุ รรมราชา โดยมเี หลาขุนนางทจี่ งรกั ภกั ดเี ขา รว มดวยเปนจำนวนมาก สมเด็จพระนารายณโปรดใหจัดกองทัพ ใหขุนเสนาไชยขันจันทราชาเทพ ขุนทิพมนตรี ขุนเทพ มนตรี ขุนสิทธิคชรัตน ขุนเทพศรีธรรมรัตนคุมกำลังพลอยูรักษาพระราชวังบวรสถานมงคล จากนั้น พระองคเสด็จโดยชางพระที่น่ังยกพลมาแตวังหนาไปทางหนาวัดพลับพลาชัย จากนั้นกลุมอาสาญี่ปุน นำโดยพระยาเสนาภิมุข พระยาไชยสูร และทหารญ่ีปุน ๔๐ นาย มาขอเขารวมกองทัพดวย กองทัพ ฝายสมเด็จพระนารายณสามารถเขาไปถึงพระที่น่ังจักรวรรด์ิไพชยนตได มีขุนนางตางๆเขาสวามิภักด์ิ อีกเปนจำนวนมาก ซ่ึงสมเด็จพระนารายณโปรดใหไปประจำจุกชองลอมวงตามประตูวังทิศตาง ๆ ตอมาสมเด็จพระศรีสุธรรมราชานำกองทัพหลวงออกตอสูกัน โดยทหารสมเด็จพระศรีสุธรรมราชา ประจำท่ีหลังศาลาลูกขุน สมเด็จพระนารายณยกกองทัพเขาไปประชิดยิงตอสูกัน ทหารอาสาฝาย สมเด็จพระนารายณยิงปนนกสับตองที่พระพาหุสมเด็จพระศรีสุธรรมราชา ขางฝายทหารสมเด็จพระ ศรสี ธุ รรมราชายงิ ปน ตอ งพระบาทซา ยสมเดจ็ พระนารายณ จากนนั้ ทหารฝา ยสมเดจ็ พระศรสี ธุ รรมราชา

ก็แตกเขาไปในพระราชวังแลวปดประตูไว สมเด็จพระนารายณโปรดใหยกพลตามพบวาสมเด็จพระ ศรีสุธรรมราชาหนีออกไปวังหลัง จึงเสด็จขึ้นพระราชมนเทียรพระวิหารสมเด็จ แลวโปรดใหออกไปตาม จับตัวสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาทว่ี ังหลงั ไปสำเรจ็ โทษทีว่ ดั โคกพระยา ปรดี ี พิศภูมวิ ถิ ี เอกสารอา งองิ กรมศลิ ปากร. พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหตั ถเลขา เลม ๒. กรุงเทพฯ: คลังวิทยา, ๒๕๑๖.