Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore B00k28_พระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญา

B00k28_พระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญา

Published by thanatphat2606, 2020-04-19 00:16:00

Description: B00k28_พระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญา

Keywords: B00k28_พระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญา

Search

Read the Text Version

๙๒ »ÃСÒÈÊÓ¹¡Ñ ¹Ò¡ÃѰÁ¹μÃÕ àÃÍè× § ¡Ó˹´Ê¶Ò¹·ËèÕ ÃÍ× ºÃÔàdzˌÒÁ¢ÒÂËÃ×ͺÃÔâÀ¤à¤Ã×èͧ´×Áè áÍÅ¡ÍÎÍÅ㏠¹·‹ÒàÃÍ× â´ÂÊÒÃÊÒ¸ÒóР¾.È.òõõø อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๒๗(๘) และมาตรา ๓๑(๗) แหง พระราชบญั ญตั ิ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบและคําแนะนํา ของคณะกรรมการนโยบายเครอื่ งด่มื แอลกอฮอลแหงชาติ จึงออกประกาศไว ดงั ตอ ไปน้ี ขอ ๑ หา มผใู ดขายหรอื บรโิ ภคเครอื่ งดมื่ แอลกอฮอลใ นบรเิ วณทา เรอื โดยสารสาธารณะ หรอื บนเรอื โดยสารสาธารณะประจําทาง ทา เรอื โดยสารสาธารณะ หมายความวา สถานทสี่ าํ หรบั ใหบ รกิ ารแกเ รอื โดยสารสาธารณะ ในการจอด เทยี บ บรรทุก หรือขนถา ยคนหรือส่งิ ของ เรือโดยสารสาธารณะประจําทาง หมายความวา ยานพาหนะทางน้ําทุกชนิดท่ีใชขนสง คนโดยสารตามเสน ทางท่หี นว ยงานของรฐั กําหนด ขอ ๒ ประกาศนใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป ประกาศ ณ วนั ท่ี ๕ กุมภาพนั ธ พ.ศ.๒๕๕๘ พลเอก ประยทุ ธ จนั ทรโอชา นายกรฐั มนตรี

¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô¤Çº¤ÁØ à¤ÃèÍ× §´×Áè áÍÅ¡ÍÎÍŏ ¾.È.òõõñ ÅÓ´ºÑ ¢ÍŒ ËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๑. ขายเคร่ืองดมื่ แอลกอฮอลในสถานท่หี ามขาย มาตรา ๒๗ - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ท้ังจาํ ทั้งปรบั ๒. ด่ืมเครือ่ งด่มื แอลกอฮอลในสถานทหี่ า มบรโิ ภค มาตรา ๓๑ - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือท้ังจาํ ทั้งปรับ ๓. ขายเครือ่ งดืม่ แอลกอฮอลใ นวันและเวลาหา มขาย มาตรา ๒๘ - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน ๓.๑ ขายเคร่ืองดืม่ แอลกอฮอลในวันท่ีหามขาย ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําท้งั ปรับ (วันมาฆบูชา วันวิสาขบชู า วนั อาสาฬหบูชา วันเขาพรรษา) (มาตรา ๒๘) ยกเวน โรงแรมแตตอ งพจิ ารณาขอ ๓.๓ และ ๓.๔ (ปว.๒๕๓ พ.ศ.๒๕๑๕) ๓.๒ ขายเคร่ืองดื่มแอลกอฮอลในเวลาหามขาย (ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเคร่ืองด่ืม - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๑๕) ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทัง้ จําทัง้ ปรบั ๓.๓ ขายเครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอลใ นเวลาหา มขาย ณ สถานทที่ ไ่ี ดร บั ใบอนญุ าตประเภท ๓ - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน ถงึ ๖ (ชว งเวลา ๒๔.๐๐-๑๑.๐๐ น. หรอื ๑๔.๐๐-๑๗.๐๐ น.) (ปว.๒๕๓ พ.ศ.๒๕๑๕) ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทงั้ จําท้งั ปรับ ๓.๔ ด่ืมในเวลาหา มขาย ณ สถานทขี่ ายตาม ๓.๓ (ชว งเวลา ๒๔.๐๐-๑๑.๐๐ น. หรือ - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน ๑๔.๐๐-๑๗.๐๐ น.)(ปว.๒๕๓ พ.ศ.๒๕๑๕) ๑๐,๐๐๐ บาท หรือท้ังจําท้ังปรบั ๙๓

¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô¤Çº¤ØÁà¤ÃÍè× §´Áè× áÍÅ¡ÍÎÍŏ ¾.È.òõõñ ๙๔ ÅÓ´ºÑ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍÑμÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๔. ขายเครือ่ งด่ืมแอลกอฮอลใหกับบุคคลท่กี ฎหมายหา มขาย มาตรา ๒๙ - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน ๔.๑ ขายเครื่องด่มื แอลกอฮอลใหกับผทู มี่ อี ายุตํา่ กวา ๒๐ ปบ รบิ ูรณ ๒๐,๐๐๐ บาท หรอื ท้งั จาํ ทัง้ ปรับ ๔.๒ ขายเครือ่ งด่ืมแอลกอฮอลใหก บั คนเมาจนครองสติไมได - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน ๒๐,๐๐๐ บาท หรอื ทงั้ จําทัง้ ปรับ ๕. การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอลหรือแสดงชื่อหรือเคร่ืองหมายของเคร่ืองด่ืม มาตรา ๓๒ - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน แอลกอฮอลฯ ๕๐๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จําทงั้ ปรับ ๖. การสงเสรมิ การขายเครือ่ งดมื่ แอลกอฮอล มาตรา ๓๐ - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน ๖.๑ ใชเครือ่ งขายอตั โนมตั ิ ๒๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจาํ ทง้ั ปรบั ๖.๒ การเรข าย - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จาํ ท้งั ปรบั ๖.๓ การลดราคาเพ่อื ประโยชนในการสงเสริมการขาย - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จําทั้งปรับ ๖.๔ ให/ เสนอสทิ ธใิ นการเขา ชมการแขง ขนั การแสดง การใหบ รกิ าร การชงิ โชคชงิ รางวลั - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน หรือสทิ ธิประโยชนอ่นื ใดฯ ๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จาํ ทั้งปรับ ๖.๕ การแจก แถมให หรอื แลกเปลย่ี นกบั เครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอลห รอื กบั สนิ คา หรอื บรกิ ารอน่ื - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน /แจกจายเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลในลักษณะเปนตัวอยางหรือชักจูงใจใหบริโภค/ ๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จาํ ท้ังปรับ บงั คบั ซ้ือโดยตรงหรือโดยออม (ขายพวง)

¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô¤Çº¤ÁØ à¤ÃÍè× §´Á×è áÍÅ¡ÍÎÍŏ ¾.È.òõõñ ÅÓ´ºÑ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๗. ฉลาก/บรรจภุ ณั ฑ (มาตรา ๒๖ ตาม พ.ร.บ.ควบคมุ เครือ่ งด่มื แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑) มาตรา ๒๖ - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทงั้ จาํ ทั้งปรบั ๘. ฉลากคาํ เตอื น (ประกาศ สธ.ท่ีออกตาม พ.ร.บ.อาหาร) มาตรา ๒๖ - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรอื ทั้งจาํ ทั้งปรบั ๙๕

๙๖

๙๗ º··èÕ ö ¾.Ã.º.»‡Í§¡¹Ñ áÅлÃÒº»ÃÒÁ¡ÒäŒÒ»ÃÐàÇ³Õ ¾.È.òõóù ñ. ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÕ¹ûٌ ÃШӺ· ๑.๑ เพื่อใหนักเรียนมีความรูและความเขาใจใน พ.ร.บ.ปองกันและปราบปราม การคา ประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙ ๑.๒ เพื่อใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทําใดมีความผิด หรือไมมี ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ปอ งกนั และปราบปรามการคา ประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙ ๑.๓ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายวิธีการดําเนินการกับผูกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.ปอ งกนั และปราบปรามการคาประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙ ò. ÊÇ‹ ¹¹Ó การคาประเวณีมีสาเหตุสําคัญมาจากสภาพเศรษฐกิจและสังคม ผูทําการคาประเวณี สวนมากเปนผูดอยสติปญญาและการศึกษาสมควรลงโทษผูกระทําการคาประเวณีและเปดโอกาส ใหบุคคลเหลาน้ันไดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพ และในขณะเดียวกันเพ่ือเปนการปราบปราม การคาประเวณีเพ่ือคุมครองบุคคล โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่อาจถูกลอลวงหรือชักพาไป จึงสมควรลงโทษบุคคลซ่ึงกระทําชําเราโสเภณีเด็กในสถานการคาประเวณี บุคคลซ่ึงหารายได จากการคา ประเวณีเด็กรวมถึงตัวบิดามารดา หรือผูปกครองซ่งึ มสี ว นรเู ห็นเปน ใจ ó. à¹Íé× ËÒμÒÁËÇÑ ¢ÍŒ ๓.๑ ความรทู ่วั ไปเกย่ี วกบั พ.ร.บ.ปองกนั และปราบปรามการคา ประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙ ๓.๒ นิยาม ๓.๓ ฐานความผดิ ๓.๔ มาตรการตาม พ.ร.บ.ปอ งกนั และปราบปรามการคา ประเวณีฯ ๓.๕ อํานาจหนาทข่ี องพนักงานเจาหนาท่ี ๓.๖ ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ปอ งกันและปราบปรามการคาประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙ ô. ÊÇ‹ ¹ÊÃ»Ø การคาประเวณีเปนปญหาสังคมท่ีจะนําไปสูปญหาในเรื่องของการคามนุษย เพราะ เปนการแสวงหาประโยชนจากมนุษยดวยกันเอง ดังนั้น การดําเนินการตาม พ.ร.บ.ปองกันและ ปราบปรามการคาประเวณีอยางมีประสิทธิภาพจึงเปนการลดหนทางที่จะเกิดปญหาการคามนุษย ในระดบั หน่ึง ซ่งึ เปนเรื่องที่เจาพนักงานจะตองใหค วามสนใจและบงั คับใชอยางมีประสทิ ธภิ าพตอไป õ. ¡Ô¨¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó ใหนักเรียนคนหาการจับกุมตาม พ.ร.บ.ปองกันและปราบปรามการคาประเวณี และ นาํ ขอ มลู มาวเิ คราะหอ ภิปรายรวมกนั ในช้ันเรียน

๙๘ เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติน้ี โดยท่ีพระราชบัญญัติปรามการคาประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ ไดป ระกาศใชบ งั คบั มาเปน เวลานาน บทบญั ญตั ทิ ม่ี อี ยโู ดยเฉพาะอยา งยง่ิ บทกาํ หนดโทษ ไมเหมาะสมกับสถานการณปจจุบัน และโดยท่ีการคาประเวณีมีสาเหตุสําคัญมาจากสภาพ เศรษฐกจิ และสงั คม ผทู าํ การคา ประเวณสี ว นมากเปน ผซู งึ่ ดอ ยสตปิ ญ ญาและการศกึ ษา สมควรลดโทษ ผูกระทําการคาประเวณี และเปดโอกาสใหบุคคลเหลานั้นไดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพ ไมวา จะเปนการใหการอบรมฟนฟูจิตใจ การบําบัดรักษาโรค การฝกอบรมและพัฒนาอาชีพ ตลอดจน พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และในขณะเดยี วกนั เพอ่ื เปน การปราบปรามการคา ประเวณแี ละเพอ่ื คมุ ครองบคุ คล โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนท่ีอาจถูกลอลวงหรือชักพาไปเพื่อการคาประเวณีสมควรกําหนดโทษ บุคคลซึ่งกระทําชําเราโสเภณีเด็กในสถานการคาประเวณี บุคคลซึ่งหารายไดจากการคาประเวณี ของเด็กและเยาวชน และบิดามารดาหรือผูปกครอง ซึ่งมีสวนรวมรูเห็นเปนใจในการจัดหาผูอยูใน ความปกครองไปเพ่ือการคาประเวณกี บั ใหอ ํานาจศาลทจ่ี ะถอนอาํ นาจปกครองของบิดา มารดา หรอื ผปู กครองของผกู ระทาํ ความผดิ ซง่ึ เปน เดก็ เพราะเหตทุ ม่ี สี ว นรว มรเู หน็ เปน ใจใหผ อู ยใู นความปกครอง กระทําการคาประเวณี นอกจากน้ันในปจจุบันปรากฏวาไดมีโฆษณา ชักชวนหรือแนะนําตัวทาง ส่ือมวลชนในลักษณะที่เห็นไดวาเปนการเรียกรองการติดตอในการคาประเวณีกันอยางแพรหลาย สมควรกําหนดใหการกระทําดังกลา วเปนความผดิ จงึ จําเปน ตอ งตราพระราชบญั ญัติน้ี ¡¤ÒÇÃÒ¤ÁŒÒûٷŒ ÃèÑÇÐäà»ÇೡèÕÂãÕ ¹Ç¡»ÑºÃоà·.ÃÈ.亷.»Â͇ (§P¡r¹Ñ oásÅtiÐt»utÃiÒoºn»iÃnÒÁT¡hÒaäilÒŒa»nÃdÐ)àdzÕÏ สาํ ËÃºÑ »ÃÐà·Èä·Â ¡ÒäҌ »ÃÐàdzàÕ ÃÁèÔ ÁÁÕ Òáμà‹ ÁÍ×è ã´Â§Ñ äÁÁ‹ ËÕ Å¡Ñ °Ò¹·àèÕ ¢ÂÕ ¹äÇጠ¹ª‹ ´Ñ แตต ามประมวลกฎหมายรชั กาลที่ ๑ จลุ ศกั ราช ๑๖๖ พมิ พต ามฉบบั หลวงตรา ๓ ดวง ในบทพระไอยการ ลักษณะผวั เมยี ไดม คี ําวา หญิง นครโสเภณี ปรากฏอยูแลว กลาววา “ÁÒμÃÒ˹Öè§ ªÒÂã´Ê¢‹Ù ÍàÍÒ ËÞÔ§¤¹¢ºÑ ¤¹รําà·ÂèÕ Ç¢Í·Ò¹àÅéÂÕ §ªÇÕ Ôμ áÅÐËÞÔ§¹¤ÃâÊàÀ³ÕÁÒàÅÂéÕ §à»¹š àÁÕ ทําªŒÙà˹Í× ¼ÇÑ ¡ç´.Õ ..” เปนตน สันนิษฐานกันวาโสเภณีในประเทศไทย ขณะเร่ิมแรกมีสวนสืบเนื่องมาจากลักษณะของ การจัดหาหญิงมาเปนทาส และการเอาแบบอยางมาจากอินเดียและจีน โดยเหตุที่ประเทศไทย ในขณะน้ันยังไมไดเลิกทาส ดังน้ันสภาพของนางทาส จึงเปนเชนเดียวกับท่ีปรากฏในประเทศ หรอื สังคมอ่ืนๆ ท่เี คยมที าส กลาวคอื นางทาสนอกจากจะตองมหี นาท่ีบําเรอผเู ปน นายแลว ยังตอง อุทิศตัวเพื่อชายอื่นตามคําสั่งหรือตามตกลงของผูเปนนายอีกดวย วิธีการเชนนี้รายไดงาม ดังนั้น จึงมีหัวหนารวบรวมซื้อหรือไถหญิงท่ีเปนทาสแลวตั้งเปนสํานักข้ึน หญิงทาสเหลานั้นจึงกลายเปน โสเภณีไป จนกระทั่งไดทรงกรุณาโปรดเกลาฯ ใหเลิกทาสเสียเม่ือ พ.ศ.๒๔๔๘ หญิงจําพวกนี้ก็ยัง สมัครใจเปนโสเภณีตอไปอีกและมีแพรหลายเพิ่มข้ึน โดยหญิงพวกนี้รับตั๋วจากเจาภาษีแลวมีหัวหนา รวบรวมตง้ั สํานกั ขึ้น

๙๙ ʋǹ·èÊÕ ¹Ñ ¹ÉÔ °Ò¹Ç‹ÒàÍÒẺÍ‹ҧÁÒ¨Ò¡Í¹Ô à´ÂÕ ¹Ñé¹à¾ÃÒÐà¢ÒŒ ã¨Ç‹Ò »ÃÐà·Èä·Âä´ÃŒ ºÑ àÍÒÍÒøÃÃÁÁÒ¨Ò¡ÍÔ¹à´Õ ´Ñ§¹éѹ¨Ö§¹‹Ò¨ÐàÅÕ¹ẺÍ‹ҧ¡ÒèѴμ‹Ò§æ à¡èÕÂǡѺâÊàÀ³ÕÁÒ¨Ò¡ ÍÔ¹à´Õ´ŒÇ à¾ÃÒÐâÊàÀ³ÕÍ¹Ô à´ÂÕ ÁÁÕ ÒμÑé§áμâ‹ ºÃÒ³¡ÒÅ´§Ñ ä´Œ¡Å‹ÒÇÁÒáÅŒÇ สว นกรณที สี่ นั นษิ ฐานวา เอาแบบอยา งมาจากจนี นนั้ โดยทปี่ ระวตั ศิ าสตรบ างตอนบง ชดั วา หญิงโสเภณีก็มีในประเทศจีนมานมนานแลว และปรากฏวามีคนจีนเขามาพํานักอยูในประเทศไทย จํานวนมากเปนเวลาชานานแลว จึงนาจะสันนิษฐานไดอีกทางหน่ึงวาไทยเราคงจะเลียนอยางริเริ่ม ใหมโี สเภณีข้นึ ตามแบบเชน เดยี วกบั โสเภณีจนี ËÅÑ¡°Ò¹·èվͨÐÂ¹× Â¹Ñ ä´âŒ ´ÂṪ‹ Ñ´¡¤ç Í× ä´ŒÁÕสาํ ¹¡Ñ âÊàÀ³·Õ àèÕ ¨ÒŒ ¢Í§สาํ ¹¡Ñ áÅÐâÊàÀ³àÕ »¹š ¤¹¨¹Õ ÍÂã‹Ù ¹ºÃàÔ Ç³¡Ã§Ø à·¾Ï áÅи¹ºÃØ ÁÕ Ò¹Ò¹áÅÇŒ ¹Í¡¨Ò¡¹¹éÑ ÀÒÉÕ¨Õ¹·Õè㪌àÃÕ¡ËÞÔ§»ÃÐàÀ·¹éÕÇ‹Ò “Ëยํา©‹Ò” ä·ÂàÃÒ¡çà¤Âä´ŒÂÔ¹¨¹ªÔ¹ËÙáÅÐ㪌¡Ñ¹Ê׺ÁÒ¨¹ μÃÒºà·Ò‹ ·¡Ø Çѹ¹Õé จนกระทั่ง พ.ศ.๒๔๕๒ การคาประเวณีไดแพรหลายมากขึ้นถึงกับพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวตองตรากฎหมายออกใชบังคับ ช่ือวา “¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ»‡Í§¡Ñ¹ÊÑÞ¨Ãâä Ã.È.ñò÷” แตกอนหนานี้ไมเคยมีกฎหมายควบคุมโสเภณีแตอยางใด คงปลอยใหหญิงประเภทนี้ ประกอบกิจการไปตามความตองการ แตเมื่อบานเมืองเจริญข้ึน จํานวนหญิงประเภทนี้ก็มีมากข้ึน ¨Ö§จํา໚¹μŒÍ§ÁÕ¡®ËÁÒ¤Ǻ¤ØÁáÅФ،Á¤Ãͧà¾è×Íãˌ໚¹ä»´ŒÇ¤ÇÒÁʧºàÃÕºÌÍ ดังปรากฏใน พระราชปรารภวา ทกุ วนั นหี้ ญงิ บางจาํ พวกประพฤตติ นอยา งทเ่ี รยี กวา หญงิ นครโสเภณี มหี วั หนา รวบรวมกนั ตั้งโรงหาเงินข้ึนหลายแหงหลายตําบล ทําใหมีเหตุเกิดการวิวาทขึ้นเนื่องๆ อีกประการหน่ึง หญิงบางคนปวยเปนโรค ซึ่งอาจจะติดตอเนื่องไปถึงผูชายท่ีคบหาสมาคมไดก็มิไดมีแพทยตรวจรักษา โรครายน้ัน อาจจะติดตอเน่ืองกันไปจนถึงเปนอันตรายแกรางกายและชีวิตมนุษยเปนอันมาก และยังไดหาไดมีกฎหมายและขอบังคับอยางใด สําหรับจะปองกันทุกข โทษภัยแหงประชาราษฎร ทั้งหลายเหลา นไี้ ม จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหต ราพระราชบัญญตั ินีข้ ้นึ ไว รูปแบบ “การคา ประเวณี” ของประเทศไทย ในอดตี ถึงปจ จบุ ัน อาจจําแนกแบง ไดเปน ๓ กลุม มีรูปแบบการใหบ ริการ จํานวน ๑๙ รูปแบบดังตอไปนี้ ๑. กลมุ การคาประเวณีในสถานคา ประเวณีโดยตรง มี ๗ รูปแบบ คือ ๑.๑ สถานคาประเวณีโดยตรงหรือซองโสเภณี โดยการจัดใหมีหญิงโสเภณีขาย บริการรว มประเวณีกบั ชายในสถานคา ประเวณีโดยจัดหองไวเฉพาะสําหรบั เพื่อการคาประเวณี ๑.๒ สถานบริการประเภทอาบอบนวด ซึ่งขออนุญาตเปนสถานบริการ ตาม มาตรา ๓(๓) แหง พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙ แตก็เปนที่ทราบกันวามีการดําเนินการให มีการคาประเวณเี ชนเดียวกบั ขอ ๑.๑

๑๐๐ ๑.๓ สถานนวดแผนไทยหรอื นวดแผนโบราณ นวดนา้ํ มนั ตลอดจนสถานประกอบ การสปาบางแหง ทง้ั ทถ่ี กู ตอ งและไมถ กู ตอ งตามกฎหมาย แตพ บวา ยงั คงมกี ารลกั ลอบบรกิ ารแอบแฝง คา ประเวณีในสถานที่ดังกลา วอยูเปน บางแหง ๑.๔ โรงแรมขนาดเล็ก หรือโรงแรมมานรูดท่ีจัดใหมีหญิงบริการคาประเวณีแก ลูกคาหรือโดยใหพนักงานจัดหาหญิงบริการประเวณีแกลูกคาโดยไดรับคาตอบแทน มีแมงดาเปน ธรุ ะจัดหา ๑.๕ สถานบริการคาราโอเกะบังหนา ซง่ึ มหี ญงิ บรกิ ารรองเพลงหรือผสมเครอ่ื งดม่ื มีการจัดสถานท่ีตลอดจนแสง สี เสียงไปในทางที่ลอแหลม และมีการจัดหองแยกเปนการเฉพาะ สาํ หรบั ลกู คาและหญงิ บริการ ๑.๖ รานตัดผมบางประเภท สวนใหญจะเปนรานท่ีมีพนักงานตัดผมเปนผูหญิง และมกี ารแยกหอ งบริการมดิ ชิดเปนการเฉพาะ ๑.๗ หอพักของหญิงโดยตรง มักมีการติดตอโดยตรงระหวางผูชายกับผูหญิง บรกิ ารทางเพศและมีการจา ยคาบรกิ ารทางเพศโดยตรงกบั แขกทมี่ าบรกิ ารโดยตรง ๒. กลุมสถานคา ประเวณใี นลกั ษณะสถานทีต่ ดิ ตอเพ่อื การคาประเวณี มี ๓ รูปแบบ ๒.๑ สถานที่ท่ีจัดใหมีหญิงไวบริการใหชายเลือกแลวพาไปรวมประเวณีอื่น อาจเปนลักษณะบานเชา หรือโรงแรม มีการจัดสถานที่ใหผูรับบริการสามารถเลือกผูใหบริการได และพากันไปรว มหลับนอนกนั ที่สถานทอี่ นื่ ๆ ๒.๒ สถานบริการประเภทคาราโอเกะ ค็อกเทลเลานจ หรือคาเฟ ซึ่งจะมีหญิง นั่งบริการแกลูกคาภายในสถานที่ดังกลาว ไมมีการคาบริการแตพนักงานจะไดรับเฉพาะคาดื่ม และ เม่ือตกลงราคากันไดก็จะไปใหบริการทางเพศกับแขกในสถานที่อ่ืนๆ ขางนอก โดยอาจเหมาคาด่ืม จากสถานบริการหรือสถานประกอบการนนั้ ๆ ที่มสี ว นรับรดู วย ๒.๓ บารอะโกโก, โคโยตี้ หญิงเตนเดินแบบโชวบนเวที การใหบริการทางเพศ มกั เกดิ ขน้ึ เมอื่ พนกั งานเตน เลกิ งาน และมกั เปน การตดิ ตอ กนั เองระหวา งแขกมาเทย่ี วกบั ผหู ญงิ บรกิ าร ในบารอะโกโก หรือโคโยตี้ เดินแบบโชวบนเวทีถูกใจกับแขกมาเที่ยวก็จะมีการตกลงราคากับลูกคา และพากันไปหลับนอนทส่ี ถานทอ่ี น่ื ๆ นอกสถานบริการ ๓. กลมุ อื่นๆ มี ๙ รปู แบบ ๓.๑ การคาประเวณีตามสถานท่ีหรือถนนสาธารณะ : โดยยืนยันในลักษณะ เสนอตัว ติดตอรบเราใหลูกคาท้ังที่ขับขี่ยานพาหนะหรือเดินเทามาใชบริการ (Hooker) พบเห็นเปน จํานวนมาก บริเวณทองสนามหลวง หรือบริเวณโดยรอบสวนลุมพินี ตลอดจนยานเพชรบุรีตัดใหม เมอื่ ติดตอตกลงราคากันก็จะพากันไปหลบั นอนกนั ทีอ่ ่ืน

๑๐๑ ๓.๒ การคาประเวณีโดยมีเอเยนตหรือนายหนาเปนธุระจัดหาใหมีการคา ประเวณี : มีภาษาเรียกกันวา มามาซัง ซ่ึงก็คือแมงดาที่รับเปนธุระจัดหาผูใหบริการทางเพศให โดยการติดตอทางโทรศัพท เรียกอีกอยางหนึ่งวานางทางโทรศัพท เมื่อตกลงการซ้ือขายกันไดแลว ผูที่เปนธุระจัดหาก็จะพาหญิงบริการไปพบกับแขก และเม่ือจายเงินก็จะรับสวนแบงเปอรเซ็นตตาม แตจ ะตกลงกนั ๓.๓ การคาประเวณีในลักษณะเครือขายของหญิงบริการดวยกันเอง : อาจไมมี มามาซังเปนตัวกลาง หากแตหญิงบริการซ่ึงคาประเวณีดวยกันจะติดตอลูกคาใหแกกันและกัน ทางโทรศัพท โดยมีการแนะนําหญิงอ่ืนใหแกลูกคาเพื่อการคาประเวณี อาจมีหรือไมมีการแบง เปอรเ ซ็นตก ับหญิงบรกิ ารตามแตจ ะตกลงกัน ๓.๔ การคาประเวณีแฝงผานทางนิตยสาร หรือสื่อส่ิงพิมพอ่ืนโดยใชขอความ หรือภาพที่สื่อถึงการคาประเวณีโดยทางออม และสามารถคาดเดาเขาใจได เชน บริการเพื่อเท่ียว คลายเหงาบรกิ าร Escort ทง้ั ชายและหญงิ ๓.๕ การคา ประเวณที างโทรศัพท ระบบ ๑๙๐๐ XXX XXXX : โดยในปจจุบนั จะเปน รปู แบบทม่ี หี ญงิ บรกิ ารพดู คยุ กบั ลกู คา และมคี าํ พดู หรอื สง เสยี ง สาํ เนยี งวาจาสอ ไปในทางลามก หรือมีเจตจาํ นงที่จะใหลกู คาสําเร็จความใครท างกามารมณ ๓.๖ การคาประเวณีทางอินเทอรเน็ต : โดยการนําเสนอการคาประเวณีในทาง อินเทอรเน็ตในโปรแกรมหรือจะทําเปนเว็บเพจทั้งในแบบการโฆษณาหาลูกคาโดยตรงและโดยออม โดยสอื่ ความหมายดงั กลา ว หรอื ทางระบบหอ งแชท (Chat room) เชน เอม็ เอสเอน็ (MSN), PIRCH, ICQ เปนตน เม่ือตกลงราคากันไดก็จะนัดหมายกันไปซ้ือขายบริการทางเพศ บางกรณีอาจออกมา ในรูปของการ “ขายวิว” ทางเว็บแคมโชว เปดเผยรางกาย หรือแสดงการรวมเพศ เพื่อใหอีกฝาย สําเร็จความใคร โดยอาจแลกเปลี่ยนโดยการใหซื้อบัตรเติมเงินบอกรหัสซึ่งท้ังสองฝายจะไมไดเจอ ตัวตนกันจริงๆ ซ่ึงเฉพาะกรณีขายวิวน้ี ยังเปนประเด็นถกเถียงกันวาจะเขาขายการคาประเวณี หรอื ไม เพราะยงั ไมมกี ารตดิ ตอหรือสอเจตนากนั อยา งชดั เจนโดยตรงเหมอื นกรณอี ่นื ๆ ๓.๗ การคาประเวณีโดยการหาคนเล้ียงดูหลายคน : โดยไดรับคาตอบแทนเปน รายเดอื น ในแตล ะราย โดยหญงิ บรกิ ารบางคนอาจมคี นเลย้ี งดมู ากกวา ๒ ราย จากการตรวจสอบพบวา บางสวนยังเปนนักศึกษา หรือพนักงานระดับปฏิบัติท่ีตองการเงินเปนคาตอบแทน หรือคาเล้ียงดู โดยแลกกับการใหบ ริการทางเพศดังกลาว สว นใหญมกั เปน การคา ประเวณีสมคั รใจยอมรบั การกระทาํ ๓.๘ การคาประเวณีท่ีแฝงอยูในอาชีพอื่น แตเปนที่รูกันในวงการ : เชน แคดด้ี สนามกอลฟกลางคืนบางแหง หรือผูหญิงจดแตมโตะสนุกเกอรบางแหง หรือ พริตตี้ (Pretty) หญิงเชียรสินคารูปแบบตางๆ ซ่ึงบางสวนก็มีการแฝงการเสนอบริการทางเพศโดยมีคาตอบแทน ซึ่งพบเห็นไดอยูเสมอ

๑๐๒ ๓.๙ การคาประเวณีในลักษณะองคกรอาชญากรรม (Organized Crime) : ถือไดวาเปนธุรกิจที่สงผลกระทบตอความสงบเรียบรอยของบานเมืองมากกวารูปแบบอ่ืนๆ และปจจุบันมีแนวโนมจะสูงข้ึนเร่ือยๆ ในรูปแบบของการคามนุษย (Human Trafficking) ประเทศไทยนับวาเปนประเทศหนึ่ง มีการคามนุษยท้ังเปนตนทาง ทางผานและปลายทางจากการ คามนุษย โดยเฉพาะอยางยิ่งการเอาประโยชนจากการคามนุษยที่นําไปคาประเวณี (Transnational Sexual Exploitation) ¹ÔÂÒÁ ÁÒμÃÒ ô ในพระราชบญั ญัตนิ ้ี “การคาประเวณี” หมายความวา การยอมรับการกระทําชําเรา หรือการยอมรับ การกระทําอื่นใด หรือการกระทําอ่ืนใดเพื่อสําเร็จความใครในทางกามารมณของผูอ่ืน อันเปน การสําสอน เพือ่ สินจา งหรือประโยชนอ ่ืนใด ทัง้ นไี้ มว าผูย อมรับการกระทําและผูกระทาํ จะเปน บุคคล เพศเดียวกันหรือคนละเพศ “สถานการคาประเวณี” หมายความวา สถานที่ที่จัดไวเพื่อการคาประเวณี หรือยอม ใหมีการคาประเวณี และใหหมายความรวมถึงท่ีท่ีใชในการติดตอ หรือจัดหาบุคคลอื่นเพ่ือกระทํา การคาประเวณดี วย “สถานแรกรับ” หมายความถึง สถานท่ีท่ีทางราชการจัดใหมีข้ึน หรือสถานท่ีที่มูลนิธิ สมาคม หรอื สถาบนั อนื่ จดั ตง้ั ขน้ึ ตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ เพอ่ื รบั ผรู บั การคมุ ครองและพฒั นาอาชพี ไวเ ปน การชัว่ คราวเพอื่ พจิ ารณาวิธกี ารคมุ ครองและพฒั นาอาชีพใหเ หมาะสมสําหรบั แตล ะบคุ คล “สถานคุมครองและพัฒนาอาชีพ” หมายความวา สถานที่ท่ีทางราชการจัดใหมีขึ้น หรือสถานทที่ ม่ี ลู นธิ ิ สมาคมหรอื สถาบนั อนื่ จดั ต้ังขึน้ เพอื่ คมุ ครองสวสั ดิภาพและพัฒนาอาชพี แกผ ูรบั การคุม ครองและพฒั นาอาชีพแกผ ูรบั การคุมครองและพัฒนาอาชีพตามพระราชบัญญัตินี้ “การคมุ ครองและพฒั นาอาชพี ” หมายความวา การอบรมฟน ฟจู ติ ใจ การบาํ บดั รกั ษาโรค การฝก อบรมและการพฒั นาอาชพี ตลอดจนพัฒนาคณุ ภาพชีวิต “กรรมการ” หมายความวา กรรมการคมุ ครองและพัฒนาอาชพี หรือกรรมการคมุ ครอง และพฒั นาอาชพี ประจําจังหวัด แลวแตก รณี “พนกั งานเจา หนา ท”่ี หมายความวา ผซู ง่ึ รฐั มนตรแี ตง ตงั้ ใหป ฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ “อธบิ ดี” หมายความวา อธิบดกี รมประชาสงเคราะห “รฐั มนตรี” หมายความวา รฐั มนตรผี รู ักษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ °Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ õ ผูใดเขาติดตอ ชักชวน แนะนําตัว ติดตามหรือรบเราบุคคลตามถนน หรือสาธารณสถาน หรือกระทําการดังกลาวในที่อื่นใด เพื่อการคาประเวณีอันเปนการเปดเผย และนาอับอาย หรือเปนท่เี ดือดรอ นราํ คาญแกสาธารณชน ตองระวางโทษปรบั ไมเ กินหน่ึงพนั บาท

๑๐๓ ÁÒμÃÒ ö ผูใดเขาไปม่ัวสุมในสถานการคาประเวณี เพ่ือประโยชนในการคาประเวณี ของตนเองหรอื ผอู น่ื ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนงึ่ เดอื น หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนงึ่ พนั บาท หรอื ทง้ั จาํ ทง้ั ปรบั ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ไดก ระทาํ เพราะถกู บงั คบั หรอื ตกอยภู ายใตอ าํ นาจ ซ่งึ ไมส ามารถหลกี เล่ียงหรอื ขดั ขนื ได ผกู ระทาํ ไมมีความผดิ ÁÒμÃÒ ÷ ผูใดโฆษณาหรือรับโฆษณา ชักชวน หรือแนะนําดวยเอกสารส่ิงพิมพ หรือกระทําใหแพรหลายดวยวิธีใดไปยังสาธารณะที่เห็นไดวาเปนการเรียกรองหรือการติดตอ เพื่อการคาประเวณีของตนเองหรือผูอื่น ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหกเดือนถึงสองป หรือปรับต้ังแต หนึง่ หมน่ื บาทถงึ สีห่ มนื่ บาท หรอื ทั้งจําท้ังปรบั ÁÒμÃÒ ø ผูใดกระทําชําเราหรือกระทําอ่ืนใดเพื่อสําเร็จความใครของตนเอง หรือผูอ่ืนแกบุคคลอายุกวาสิบหาปแตยังไมเกินสิบแปดป ในสถานการคาประเวณี โดยบุคคลนั้น จะยินยอมหรือไมก็ตาม ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหนึ่งปถึงสามป และปรับต้ังแตสองหมื่นบาท ถงึ หกหมื่นบาท ถาการกระทําตามวรรคหนึ่งเปนการกระทําแกเด็กอายุยังไมเกินสิบหาป ตองระวางโทษ จําคกุ ต้ังแตสองปถ ึงหกปและปรับตง้ั แตส่ีหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท ถาการกระทําตามวรรคหนึ่งเปนการกระทําตอคูสมรสของตน โดยมิใชเพื่อสําเร็จ ความใครของผูอ ่ืน ผูกระทําไมมคี วามผิด ÁÒμÃÒ ù ผูใดเปนธุระจัดหา ลอไป หรือชักพาไปซ่ึงบุคคลใดใหเพื่อบุคคลนั้นกระทํา การคา ประเวณี แมบ คุ คลนนั้ จะยนิ ยอมกต็ าม และไมว า การกระทาํ ตา งๆ อนั ประกอบเปน ความผดิ นน้ั จะไดกระทําภายในหรือนอกราชอาณาจักรตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงสิบป และปรับต้ังแต สองหมน่ื บาทถงึ สองแสนบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ เปน การกระทาํ แกบ คุ คลอายกุ วา สบิ หา ปแ ตย งั ไมเ กนิ สบิ แปดป ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แตห า ปถ งึ สบิ หา ป และปรบั ตงั้ แตห นงึ่ แสนบาทถงึ สามแสนบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง เปนการกระทําแกเด็กอายุยังไมเกินสิบหาป ผูกระทาํ ตองระวางโทษจําคกุ ตง้ั แตส ิบปถึงยี่สิบป และปรบั ตง้ั แตสองแสนบาทถึงสแี่ สนบาท ถาการกระทําตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม เปนการกระทําโดยใชอุบาย หลอกลวง ขูเข็ญ ใชกําลังประทุษราย ใชอํานาจครอบงําผิดคลองธรรม หรือใชวิธีขมขืนใจดวย ประการใดๆ ผูกระทําตองระวางโทษหนักกวาท่ีบัญญัติไวในวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม หน่งึ ในสามแลว แตก รณี ผูใดเพื่อใหมีการกระทําการคาประเวณี รับตัวบุคคลซึ่งตนรูอยูวามีผูจัดหา ลอไป หรือ ชักพาไปตามวรรคหน่ึง วรรคสอง วรรคสาม หรือวรรคสี่ หรือสนับสนุนในการกระทําความผิด ดงั กลาวตองระวางโทษตามทบ่ี ัญญตั ไิ วว รรคหนงึ่ วรรคสอง วรรคสาม หรอื วรรคส่ีแลวแตก รณี

๑๐๔ ÁÒμÃÒ ñð ผูใดเปนบิดามารดาหรือผูปกครองของบุคคลซ่ึงมีอายุยังไมเกินสิบแปดป รูวามีการกระทําความผิดตามมาตรา ๙ วรรคสอง วรรคสาม หรือวรรคสี่ ตอผูอยูในความปกครอง ของตน และมสี ว นรวมรเู ห็นเปน ใจใหม ีการกระทาํ ความผิดน้นั ตองระวางโทษจําคกุ ตง้ั แตส ่ปี ถงึ ยส่ี ิบป และปรับตัง้ แตแ ปดหม่ืนบาทถึงส่แี สนบาท ÁÒμÃÒ ññ ผใู ดเปน เจา ของกจิ การคา ประเวณี ผดู แู ลหรอื ผจู ดั การกจิ การการคา ประเวณี หรือเปนผูควบคุมผูกระทําการคาประเวณีในสถานการคาประเวณี ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสามป ถึงสบิ หาป และปรบั ตง้ั แตห กหมน่ื บาทถงึ สามแสนบาท ถากิจการหรือสถานการคาประเวณีตามวรรคหนึ่งมีบุคคลซ่ึงมีอายุกวาสิบหาปแตยัง ไมเกินสิบแปดปทําการคาประเวณีอยูดวย ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหาปถึงสิบหาป และ ปรับต้ังแตหน่ึงแสนบาทถึงสามแสนบาท ถากิจการหรือสถานการคาประเวณีตามวรรคหน่ึงมีเด็ก อายุยังไมเกินสิบหาปทําการคาประเวณีอยูดวย ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสิบปถึงยี่สิบป และปรับตัง้ แตสองแสนบาทถงึ ส่แี สนบาท ÁÒμÃÒ ñò ผูใดหนว งเหนี่ยว กักขัง กระทําดว ยประการใด ใหผูอน่ื ปราศจากเสรีภาพ ในรางกายหรือทํารายรางกายหรือขูเข็ญดวยประการใดๆ วาจะใชกําลังประทุษรายผูอ่ืนเพื่อขมขืนใจ ใหผ อู นื่ นนั้ กระทาํ การคา ประเวณี ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตงั้ แตส องแสนบาท ถงึ สแี่ สนบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึง่ เปน เหตใุ หผูถ ูกกระทํา (๑) ไดร ับอนั ตรายสาหัส ผกู ระทําตองระวางโทษจาํ คกุ ตลอดชีวติ (๒) ถงึ แกค วามตาย ผูกระทําตองระวางโทษประหารชวี ิต หรือจาํ คุกตลอดชวี ิต ผูใดสนับสนุนในการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ตองระวางโทษตามท่ี บญั ญตั ิไวใ นวรรคหนงึ่ หรือวรรคสองแลว แตกรณี ถาผูกระทําความผิด หรือผูสนับสนุนการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเปนพนักงาน ฝายปกครองหรือตํารวจหรือพนักงานเจาหนาท่ี หรือเจาหนาที่ในสถานแรกรับ หรือสถานคุมครอง และพัฒนาอาชีพตามพระราชบัญญัตินี้ ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสิบหาปถึงยี่สิบป และ ปรับตง้ั แตสามแสนบาทถงึ ส่แี สนบาท ÁÒμáÒÃμÒÁ ¾.Ã.º.»Í‡ §¡¹Ñ áÅлÃÒº»ÃÒÁ¡ÒäŒÒ»ÃÐàÇ³Õ ÁÒμÃÒ ñó ถาบิดา มารดา หรือผูปกครองของผูกระทําความผิด ตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ หรอื มาตรา ๗ มีสวนรว มรเู หน็ เปนใจใหบุคคลผูอยูในความปกครองกระทาํ การคาประเวณี เม่ือคณะกรรมการคุมครองและพัฒนาอาชีพมีคําขอใหพนักงานอัยการยื่นคํารองตอศาลใหถอน อํานาจปกครองของบิดา มารดา หรอื ผูปกครองของผนู น้ั เสีย และแตง ตง้ั ผปู กครองแทนบดิ า มารดา หรอื ผปู กครองน้นั

๑๐๕ ÁÒμÃÒ óò ในกรณที ต่ี อ งมกี ารควบคมุ ตวั ผตู อ งหาหรอื จาํ เลยในความผดิ ตามมาตรา ๕ หรอื มาตรา ๖ ในระหวา งการสอบสวนของพนกั งานสอบสวน หรอื ในระหวา งการพจิ ารณาคดขี องศาล ใหกระทําไดตามกฎหมายวาดวยวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง แตใหควบคุมตัวผูตองหา หรือจําเลยนั้นไวตางหากจากผูตองหาหรือจําเลยอ่ืนหรือจะขอใหกรมประชาสงเคราะหเปนผูดูแล ผูถูกควบคมุ ตามระเบียบที่ ก.ค.อ. กาํ หนดก็ได ÁÒμÃÒ óó ในกรณีทผี่ ูก ระทาํ ความผิดตามมาตรา ๕ หรอื มาตรา ๖ เปนบุคคลอายุ ยังไมเกินสิบแปดปและไมปรากฏวาผูตองหาหรืออยูในระหวางถูกดําเนินคดีในความผิดฐานอื่น ซ่ึงเปนความผิดที่มีโทษจําคุก หรือตองคําพิพากษาใหจําคุก ใหพนักงานสอบสวนในกรณีที่ได เปรียบเทียบคดีแลว แจงกรมประชาสงเคราะหเพ่ือดําเนินการจัดสงตัวผูน้ันไปเพื่อรับการดูแล ในสถานแรกรบั ท่มี เี ขตรับผดิ ชอบ กรณตี ามวรรคหนง่ึ หากเปน บคุ คลอายเุ กนิ กวา สบิ แปดป ถา บคุ คลนนั้ ประสงค ท่ีจะไดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพในสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพ ใหพนักงานสอบสวนแจง กรมประชาสงเคราะหเ พอ่ื ดาํ เนนิ การจดั สง ตวั ผนู น้ั ไปเพอื่ รบั การดแู ลในสถานแรกรบั ทม่ี เี ขตรบั ผดิ ชอบ ÁÒμÃÒ óô ในกรณที ผี่ กู ระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ หรอื มาตรา ๗ เปน บคุ คล อายุยังไมเกินสิบแปดป เมื่อศาลไดพิจารณาถึงประวัติ ความประพฤติ สติปญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแหงจิต อาชีพ และสิ่งแวดลอมของผูนั้นแลวเห็นวาไมสมควรพิพากษาลงโทษ แตควร ใหผูกระทําความผิดไดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพแทนการลงโทษ ก็ใหกรมประชาสงเคราะห รับตัวผูกระทําความผิดเพื่อดําเนินการจัดสงตัวผูนั้นไปเพื่อรับการดูแลในสถานแรกรับท่ีมีเขต รบั ผิดชอบภายในสบิ หา วันนบั แตว ันท่ศี าลมีคาํ พพิ ากษา กรณีตามวรรคหน่ึงหากเปนบุคคลอายุกวาสิบแปดป ถาบุคคลนั้นประสงคท่ีจะไดรับ การคุมครองและพัฒนาอาชีพในสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพ และศาลเห็นสมควรใหกรมประชา สงเคราะหรับตัวผูกระทําความผิดเพื่อดําเนินการจัดสงตัวผูน้ันไปเพ่ือรับการดูแลในสถานแรกรับที่มี เขตรบั ผิดชอบภายในสบิ หา วันนับแตวนั ทีศ่ าลมคี าํ พิพากษา ในกรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษผูกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง และศาลเห็นสมควร ใหผูกระทําความผิดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพดวย ก็ใหกรมประชาสงเคราะหรับตัวผูกระทํา ความผิดเพ่ือดําเนินการจัดสงตัวผูน้ันไปเพ่ือรับการดูแลในสถานแรกรับท่ีมีเขตรับผิดชอบภายใน สิบหาวันนับแตวันที่ศาลมีคําพิพากษา และใหผูกระทําความผิดอยูในควบคุมของสถานแรกรับ และสถานคมุ ครองและพัฒนาอาชพี มิใหนับระยะเวลาท่ีควบคุมตัวผูกระทําความผิดตามวรรคสามเขาในกําหนดระยะเวลา ทอี่ ยใู นความดแู ลของสถานแรกรบั และระยะเวลาทร่ี บั การคมุ ครองและพฒั นาอาชพี ของสถานคมุ ครอง และพัฒนาอาชีพ หลักเกณฑและวิธีการรับตัวผูกระทําความผิดจากศาลเพ่ือดําเนินการจัดสงตัว ผูน้ันไปเพ่ือรับการดูแลในสถานแรกรับท่ีมีเขตรับผิดชอบใหเปนไปตามระเบียบท่ีอธิบดีกําหนด โดยความเห็นชอบของ ก.ค.อ.

๑๐๖ ÁÒμÃÒ óõ ใหสถานแรกรับพิจารณาบุคลิกภาพ พื้นฐานการศึกษาอบรม สาเหตุ การกระทําความผิดและทดสอบแนวถนัดแลวพิจารณาจัดสงตัวผูอยูในความดูแลตามมาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๔ ไปยังสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพท่ีเหมาะสมเพื่อใหการคุมครองและพัฒนา อาชีพภายในระยะเวลาตามระเบียบท่ี ก.ค.อ. กําหนดแตต องไมเกนิ หกเดือนนับแตว ันที่รับตัวผนู น้ั ไว ภายใตบังคับมาตรา ๓๔ วรรคสาม ในกรณีที่สถานแรกรับพิจารณาแลวเห็นวายังไมมี ความจําเปนจะตองสงผูน้ันไปรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพ จะไมสงตัวผูน้ันไปยังสถานคุมครอง และพัฒนาอาชีพก็ได ท้ังน้ีใหเ ปนไปตามระเบยี บท่ี ก.ค.อ. กําหนด ÁÒμÃÒ óö หลักเกณฑและวิธีการสงตัวบุคคลไปเพื่อรับการดูแลในสถานแรกรับตาม มาตรา ๓๓ และ มาตรา ๓๔ และการสงตัวไปเพื่อรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพในสถาน คุม ครองและพฒั นาอาชีพตามมาตรา ๓๕ ใหเปนไปตามระเบยี บที่ ก.ค.อ. กําหนด ÁÒμÃÒ ó÷ ผูรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพตองอยูรับการคุมครองและพัฒนา อาชีพในสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพตามระเบียบที่ ก.ค.อ. กําหนดเปนเวลาไมเกินสองป นับแตว ันท่ีสถานคุมครองและพฒั นาอาชีพรับตวั ไว ÁÒμÃÒ óø ในระหวางที่รับการดูแลในสถานแรกรับหรือรับการคุมครองและพัฒนา อาชีพในสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพ ถาผูใดหลบหนีออกนอกสถานแรกรับ หรือสถานคุมครอง และพฒั นาอาชพี ใหเจา หนา ทข่ี องสถานแรกรับ หรือสถานคุมครองและพฒั นาอาชพี มอี ํานาจหนา ที่ ออกตดิ ตามตวั ผนู น้ั เพอ่ื สง ตวั กลบั ไปยงั สถานแรกรบั หรอื สถานคมุ ครองและพฒั นาอาชพี ไดแ ลว แตก รณี ในการนี้สถานแรกรับหรือสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพจะรองใหเจาหนาท่ีตํารวจชวยดําเนินการ ใหดว ยก็ได เมื่อบุคคลใดไดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพครบกําหนดเวลาแลว ใหเจาหนาท่ีของ สถานแรกรับหรือสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพดําเนินการจัดสงบุคคลน้ันกลับไปยังถ่ินที่อยู หรือภมู ลิ ําเนาของผูน น้ั เวน แต ก.ค.อ. เหน็ สมควรจะดําเนนิ การเปนอยางอื่น อํา¹Ò¨Ë¹ÒŒ ·èբͧ¾¹Ñ¡§Ò¹à¨ŒÒ˹Ҍ ·Õè ÁÒμÃÒ óù ใหพนกั งานเจาหนาทีม่ อี าํ นาจหนาท่ี ดังตอ ไปนี้ (๑) เขา ไปในสถานบรกิ ารตามกฎหมายวา ดว ยสถานบรกิ ารในเวลากลางวนั และกลางคนื เพ่อื ตรวจตราการกระทาํ ความผดิ ตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ (๒) นําผูถูกลอลวง หรือถูกบังคับใหทําการคาประเวณี ซึ่งยินยอมใหนําตัวไปรับ การคุมครองและพัฒนาอาชีพ สงพนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณาดําเนินการหาตัวผูกระทําความผิด มาดําเนินการตอไป ทั้งนี้โดยใหนําความในมาตรา ๓๓ มาใชบังคับกับการสงตัวผูคาประเวณีไปรับ การดแู ลในสถานแรกรบั ดว ยโดยอนโุ ลม ÁÒμÃÒ ôð ใหกรรมการ อนุกรรมการ และพนักงานเจาหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ เปน เจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

๑๐๗ â·É ÁÒμÃÒ ôñ ผูใดฝาฝนไมอํานวยความสะดวกแกพนักงานเจาหนาท่ีผูปฏิบัติตาม มาตรา ๓๙ ตองระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ หนง่ึ เดือน หรอื ปรับไมเ กินหนง่ึ พันบาท หรือท้งั จาํ ท้งั ปรบั ÁÒμÃÒ ôò ในระหวา งทย่ี งั มไิ ดจ ดั ตง้ั สาํ นกั งานคณะกรรมการคมุ ครองและพฒั นาอาชพี ใหก รมประชาสงเคราะหม อี ํานาจหนาทต่ี ามมาตรา ๒๕ ÁÒμÃÒ ôó ใหสถานสงเคราะหท่ีจัดต้ังข้ึน ตามพระราชบัญญัติปรามการคาประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ เปนสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพตามพระราชบัญญัตินี้ ใหผูรับการสงเคราะหตาม พระราชบญั ญตั ปิ รามการคา ประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ ซง่ึ ยงั คงรบั การสงเคราะหอ ยใู นวนั ทพี่ ระราชบญั ญตั นิ ี้ ใชบังคบั รบั การคมุ ครองและพัฒนาอาชพี ตอไปจนกวาจะครบระยะเวลาที่อธบิ ดีไดก ําหนดไว ÁÒμÃÒ ôô บรรดาประกาศ ระเบียบ ขอบังคับ หรือคําส่ังท่ีออกตามพระราชบัญญัติ ปรามการคาประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ ใหยังคงใชบังคับไดตอไปเทาท่ีไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติน้ี ทั้งนจ้ี นกวาจะมปี ระกาศ ระเบยี บ ขอ บังคบั หรือคําส่ังทอ่ี อกตามพระราชบญั ญตั ิน้ี ÁÒμÃÒ ôõ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม รักษาการตาม พระราชบัญญัติน้ี และใหมีอํานาจแตงตั้งพนักงานเจาหนาที่ กับออกกฎกระทรวงและประกาศ เพอื่ ปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี กฎกระทรวงและประกาศนนั้ เมอ่ื ไดป ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษา แลวใชบงั คับได

¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô»‡Í§¡¹Ñ áÅлÃÒº»ÃÒÁ¡ÒäҌ »ÃÐàÇ³Õ ¾.È.òõóù ๑๐๘ ÅӴѺ ¢ÍŒ ËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍÑμÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๑. เขา ไปมว่ั สมุ ในสถานการคา ประเวณเี พอ่ื ประโยชนใ นการคา ประเวณขี องตนเองหรอื ผอู นื่ มาตรา ๖ - ระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ ๑ เดอื น หรอื ปรบั ไมเ กิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ทั้งจาํ ทัง้ ปรับ ๒. ๒.๑ เปน ธุระจดั หาซ่ึงบคุ คลใดเพื่อใหบคุ คลนน้ั กระทาํ การคาประเวณี มาตรา ๙ - ระวางโทษจําคุก ๑-๑๐ ป ปรับ ๒.๒ เปน ธุระจัดหาโดยกระทาํ แกบุคคลอายุกวา ๑๕ ป แตยงั ไมเกิน ๑๘ ป วรรค ๑ ๒๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ๒.๓ เปน ธุระจดั หาโดยกระทาํ แกเดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ ๑๕ ป มาตรา ๙ วรรค ๒ - ระวางโทษจําคกุ ๕-๑๕ ป และปรับ มาตรา ๙ ตัง้ แต ๑๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท วรรค ๓ - ระวางโทษจําคุก ๑๐-๒๐ ป และปรับ ต้ังแต ๒๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท ๓. ๓.๑ เปน เจา ของกจิ การการคา ประเวณี ผดู แู ลหรอื ผจู ดั การ หรอื เปน ผคู วบคมุ ผกู ระทาํ มาตรา ๑๑ - ระวางโทษจาํ คกุ ๓-๑๕ ป และปรับ การคาประเวณีในสถานการคาประเวณี วรรค ๑ ต้งั แต ๖๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท ๓.๒ สถานการคา ประเวณีมบี คุ คลซงึ่ มีอายกุ วา ๑๕ ป แตย ังไมเกนิ ๑๘ ป ทาํ การคา มาตรา ๑๑ - ระวางโทษจาํ คกุ ๕-๑๕ ป และปรับ ประเวณอี ยดู วย วรรค ๒ ตง้ั แต ๑๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท ๓.๓ สถานการคาประเวณีมีเด็กอายุยงั ไมเ กนิ ๑๕ ป ทําการคา ประเวณดี วย มาตรา ๑๑ - ระวางโทษจาํ คุก ๑๐-๒๐ ป และปรบั วรรค ๓ ตั้งแต ๒๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท ๔. หนวงเหนี่ยว กักขัง ทํารายรางกาย หรือขูเข็ญ ดวยประการใดๆ เพื่อใหผูอ่ืนกระทํา มาตรา ๑๒ - ระวางโทษจาํ คุก ๑๐-๒๐ ป และปรบั การคาประเวณี ต้งั แต ๒๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท

๑๐๙ º··èÕ ÷ ¾.Ã.º.¡Ò÷Òí §Ò¹¢Í§¤¹μ‹Ò§´ŒÒÇ ¾.È.òõõñ ñ. ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙ»Œ ÃШӺ· ๑.๑ เพื่อใหนักเรียนมีความรูและความเขาใจใน พ.ร.บ.การทํางานของคนตางดาว พ.ศ.๒๕๕๑ ๑.๒ เพื่อใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทําใดมีความผิด หรือไมมี ความผิดตาม พ.ร.บ.การทํางานของคนตางดา ว พ.ศ.๒๕๕๑ ๑.๓ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายวิธีการดําเนินการกับผูกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.การทาํ งานของคนตางดาว พ.ศ.๒๕๕๑ ò. ʋǹ¹Ó โดยทบี่ ทบญั ญตั เิ กยี่ วกบั การทาํ งานของคนตา งดา วตาม พ.ร.บ.การทาํ งานของคนตา งดา ว พ.ศ.๒๕๒๑ ไมสอดคลองกับลักษณะการเคลื่อนยายแรงงานในระบบเศรษฐกิจโลกปจจุบันและโดยท่ี แรงงานตางดาวเปนปจจุบันและโดยท่ีแรงงานตางดาวเปนปจจัยสําคัญประการหนึ่งที่ชวยขับเคลื่อน ระบบเศรษฐกิจของประเทศ กรณีจึงมีความจําเปนตองปรับปรุงระบบการทํางานของคนตางดาว ใหเหมาะสมกบั สถานการณทีเ่ ปลย่ี นแปลงไป จึงจาํ เปน ตองตรา พ.ร.บ.นี้ ó. à¹é×ÍËÒμÒÁËÇÑ ¢ÍŒ ๓.๑ ความรทู ว่ั ไปเก่ยี วกบั พ.ร.บ.การทาํ งานของคนตา งดา ว พ.ศ.๒๕๕๑ ๓.๒ การทาํ งานของคนตางดา ว ๓.๓ บทกําหนดโทษ ๓.๔ ความผดิ ตาม พ.ร.บ.การทํางานของคนตางดาว พ.ศ.๒๕๕๑ ô. ÊÇ‹ ¹ÊÃØ» กฎหมายการทํางานของบุคคลตางดาวเปนกฎหมายท่ีควบคุมการทํางานของบุคคล ตางดาวที่เขามาทํางานในประเทศไทยซ่ึงปจจุบันน้ีมีความสําคัญตอสภาพเศรษฐกิจของประเทศ และยงั สง ผลถงึ ความมัน่ คงในการเขา มาทาํ งานของบคุ คลตา งดาวในประเทศไทย ไดม ีกฎหมายเขา มา ควบคุมไวอยางเปนระบบ นอกจากนี้ในตัวกฎหมายไดใหความหมายของคําวา คนตางดาว ทํางาน ใบอนุญาต ลูกจาง ซึ่งความหมายของคําเหลานี้มีสวนสําคัญตอการพิจารณาตั้งฐานความผิด หากผูท ี่มสี วนเกีย่ วของไดป ระพฤตฝิ า ฝนไมเปนไปตามกฎหมาย õ. ¡Ô¨¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó ใหนักเรียนคนหาการจับกุมตาม พ.ร.บ.การทํางานของคนตางดาวฯ และนําขอมูลมา วเิ คราะหอ ภปิ รายรว มกันในชั้นเรียน

๑๑๐ ¤ÇÒÁÃÙŒ·èÑÇä»à¡ÕèÂÇ¡ºÑ ¾.Ã.º.¡Ò÷ӧҹ¢Í§ºØ¤¤ÅμÒ‹ §´ŒÒÇÏ ÁÒμÃÒ ô พระราชบัญญัติน้ีไมใชบังคับกับการปฏิบัติหนาที่ในราชอาณาจักรของ คนตา งดา วเฉพาะในฐานะ ดงั ตอไปน้ี (๑) บุคคลในคณะผูแทนทางทตู (๒) บุคคลในคณะผูแ ทนทางกงสลุ (๓) ผูแทนของประเทศสมาชิกและพนักงานขององคการสหประชาชาติและทบวง การชาํ นญั พิเศษ (๔) คนรับใชสวนตัวซ่ึงเดินทางจากตางประเทศเพ่ือมาทํางานประจําอยูกับบุคคลตาม (๑) หรอื (๒) หรือ (๓) (๕) บุคคลซ่ึงปฏิบัติหนาที่หรือภารกิจตามความตกลงที่รัฐบาลไทยทําไวกับรัฐบาล ตางประเทศหรือองคการระหวางประเทศ (๖) บุคคลซง่ึ ปฏิบตั หิ นา ทห่ี รือภารกิจเพอื่ ประโยชนในทางการศกึ ษา วฒั นธรรม ศลิ ปะ การกีฬา หรือกิจการอ่ืน ท้ังน้ี ตามทีจ่ ะไดกาํ หนดโดยพระราชกฤษฎีกา (๗) บุคคลซ่ึงคณะรัฐมนตรีอนุญาตใหเขามาปฏิบัติหนาที่หรือภารกิจอยางหน่ึงอยางใด โดยจะกาํ หนดเงอ่ื นไขไวด ว ยหรือไมก็ได ÁÒμÃÒ õ ในพระราชบญั ญัตนิ ี้ “คนตางดาว” หมายความวา บุคคลธรรมดาซ่ึงไมมสี ัญชาตไิ ทย “ทํางาน” หมายความวา การทํางานโดยใชกําลังกายหรือความรูดวยประสงคคาจาง หรือประโยชนอ ่นื ใดหรือไมก ็ตาม “ใบอนุญาต” หมายความวา ใบอนญุ าตทาํ งาน “ผรู ับใบอนุญาต” หมายความวา คนตา งดาวซง่ึ ไดรับใบอนุญาต “ลูกจาง” หมายความวา ผูรบั ใบอนญุ าตตามมาตรา ๙ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๓ (๑) และ (๒) และมาตรา ๑๔ ใหท าํ งานทกี่ ําหนดในกฎกระทรวงท่อี อกตามความในมาตรา ๑๕ “กองทุน” หมายความวา กองทุนเพอื่ การสงคนตางดา วกลับออกไปนอกราชอาณาจกั ร “คณะกรรมการกองทุน” หมายความวา คณะกรรมการกองทุนเพื่อการสงคนตางดาว กลับออกไปนอกราชอาณาจกั ร “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการพจิ ารณาการทํางานของคนตา งดา ว “คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ” หมายความวา คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ การทํางานของคนตา งดา ว “พนกั งานเจา หนา ท”ี่ หมายความวา ผซู ง่ึ รฐั มนตรแี ตง ตง้ั ใหป ฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ “นายทะเบียน” หมายความวา อธิบดี และพนักงานเจาหนาที่ซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งตาม ขอเสนอแนะของอธิบดีเพอื่ ออกใบอนญุ าตและปฏิบตั ิการอน่ื ตามพระราชบัญญตั ิน้ี

๑๑๑ “อธิบด”ี หมายความวา อธิบดกี รมการจดั หางาน “รฐั มนตรี” หมายความวา รฐั มนตรผี ูรักษาการตามพระราชบญั ญัตินี้ ¡Ò÷Òí §Ò¹¢Í§¤¹μÒ‹ §´ÒŒ Ç º··èÇÑ ä» ÁÒμÃÒ ÷ งานใดทค่ี นตางดา วอาจทําไดในทองทใ่ี ด เม่อื ใด ใหเปน ไปตามทกี่ ําหนดใน กฎกระทรวง โดยคํานึงถึงความมั่นคงของชาติ โอกาสในการประกอบอาชีพของคนไทยและ ความตองการแรงงานตางดาวที่จําเปนตอการพัฒนาประเทศ ท้ังนี้ จะกําหนดใหแตกตางกันระหวาง คนตา งดาวท่วั ไปกับคนตา งดาวตามมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ ก็ได ความในวรรคหนึ่งไมใ ชบ งั คบั กับการทํางานของคนตางดาวตามมาตรา ๑๒ ÁÒμÃÒ ø เพอื่ ประโยชนใ นการจาํ กดั จาํ นวนคนตา งดา วซง่ึ มใิ ชช า งฝม อื หรอื ผชู าํ นาญการ ที่จะเขามาทํางานบางประเภทหรือบางลักษณะในราชอาณาจักร รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ คณะรัฐมนตรีจะกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาใหเรียกเก็บคาธรรมเนียมการจาง คนตางดาวซึ่งมิใชชางฝมือหรือผูชํานาญการที่จะเขามาทํางานตามประเภทหรือลักษณะท่ีกําหนด ในราชอาณาจักรก็ได ผูใดประสงคจะจางคนตางดาวตามวรรคหนึ่ง ใหแจงตอนายทะเบียนตามแบบท่ีอธิบดี กาํ หนดและชําระคาธรรมเนยี มกอ นทําสัญญาจา งไมน อยกวาสามวนั ทาํ การ ผูใดไมปฏิบัติตามบทบัญญัติในวรรคสอง ตองเสียเงินเพิ่มอีกหน่ึงเทาของคาธรรมเนียม ทีต่ อ งชาํ ระ ãºÍ¹ÞØ Òμ·Òí §Ò¹ ÁÒμÃÒ ù หามมิใหคนตางดาวทํางานใดนอกจากงานตามมาตรา ๗ และไดรับ ใบอนุญาตจากนายทะเบียน เวนแตคนตางดาวซึ่งเขามาในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราวตาม กฎหมายวาดวยคนเขาเมือง เพ่ือทํางานอันจําเปนเเละเรงดวนที่มีระยะเวลาทํางานไมเกินสิบหาวัน แตคนตางดาวจะทาํ งานน้ันไดเ ม่ือไดม หี นังสือแจงใหน ายทะเบยี นทราบ ในการออกใบอนุญาต นายทะเบยี นจะกาํ หนดเงื่อนไขใหคนตา งดา วตอ งปฏิบัตดิ วยก็ได ใบอนุญาต การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการแจงตามวรรคหน่ึง ใหเ ปนไปตามแบบและวิธีการท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง อธิบดีจะวางระเบียบเพ่ือกําหนดแนวทางในการกําหนดเง่ือนไขตามวรรคสอง ใหน ายทะเบยี นตอ งปฏบิ ัติก็ได

๑๑๒ ÁÒμÃÒ ñð คนตางดาวซึ่งจะขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๙ ตองมีถิ่นที่อยู ในราชอาณาจักรหรือไดรับอนุญาตใหเขามาในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราวตามกฎหมายวาดวย คนเขาเมืองโดยมิใชไดรับอนุญาตใหเขามาในฐานะนักทองเที่ยวหรือผูเดินทางผาน และไมมีลักษณะ ตอ งหามตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง ÁÒμÃÒ ññ ผูใดประสงคจะจางคนตางดาวซึ่งอยูนอกราชอาณาจักรเขามาทํางานใน กจิ การของตนในราชอาณาจกั ร จะยน่ื คาํ ขอรบั ใบอนญุ าตและชาํ ระคา ธรรมเนยี มแทนคนตา งดา วนน้ั กไ็ ด การขอรับใบอนุญาตแทนคนตางดาวตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามวิธีการท่ีกําหนดใน กฎกระทรวง ÁÒμÃÒ ñò ในการอนญุ าตใหค นตา งดา วเขา มาทาํ งานในราชอาณาจกั รตามกฎหมาย วาดวยการสงเสริมการลงทุนหรือกฎหมายอื่น ใหผูอนุญาตตามกฎหมายดังกลาวมีหนังสือแจง การอนญุ าตน้นั ตอ นายทะเบียนพรอ มดว ยรายละเอยี ดท่ีอธบิ ดกี าํ หนดโดยเร็ว เมื่อไดรับแจงตามวรรคหนึ่ง ใหนายทะเบียนออกใบอนุญาตใหคนตางดาวน้ันภายใน เจ็ดวนั นับแตวันทไี่ ดรับแจง ในระหวางรอรับใบอนุญาตตามวรรคสอง ใหคนตางดาวน้ันทํางานไปพลางกอนได โดยไดรบั ยกเวนไมต อ งปฏิบตั ติ ามมาตรา ๒๔ จนถงึ วันทีน่ ายทะเบยี นแจงใหม ารบั ใบอนญุ าต ÁÒμÃÒ ñó คนตา งดา วซงึ่ ไมอ าจขอรบั ใบอนญุ าตตามมาตรา ๙ เพราะเหตดุ งั ตอ ไปนี้ อาจขอรับใบอนุญาตตอนายทะเบียนเพ่ือทํางานตามประเภทที่คณะรัฐมนตรีกําหนดโดยประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาตามขอเสนอแนะของคณะกรรมการ โดยคํานึงถึงความม่ันคงของชาติและ ผลกระทบตอ สังคม (๑) ถกู เนรเทศตามกฎหมายวา ดว ยการเนรเทศและไดร บั การผอ นผนั ใหไ ปประกอบอาชพี ณ ท่ีแหงใดแทนการเนรเทศหรอื อยใู นระหวางรอการเนรเทศ (๒) เขา มาหรอื อยใู นราชอาณาจกั รโดยไมไ ดร บั อนญุ าตตามกฎหมายวา ดว ยคนเขา เมอื ง แตไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราว เพื่อรอการสงกลับออกไปนอก ราชอาณาจกั รตามกฎหมายวาดว ยคนเขา เมอื ง (๓) ถกู ถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบบั ท่ี ๓๓๗ ลงวนั ท่ี ๑๓ ธนั วาคม พ.ศ.๒๕๑๕ หรอื ตามกฎหมายอนื่ (๔) เกิดในราชอาณาจักรแตไมไดรับสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๓๓๗ ลงวนั ท่ี ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ (๕) เกิดในราชอาณาจกั รแตไมไดร ับสัญชาติไทยตามกฎหมายวาดว ยสัญชาติ ประกาศตามวรรคหนึง่ คณะรัฐมนตรจี ะกาํ หนดเง่ือนไขอยา งใดไวด วยก็ได การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามวิธีการที่ กําหนดในกฎกระทรวง

๑๑๓ ÁÒμÃÒ ñô คนตางดาวซ่ึงมีภูมิลําเนาและเปนคนสัญชาติของประเทศท่ีมีชายแดน ติดกับประเทศไทย ถาไดเขามาในราชอาณาจักรโดยมีเอกสารใชแทนหนังสือเดินทางตามกฎหมาย วาดวยคนเขาเมือง อาจไดรับอนุญาตใหทํางานบางประเภทหรือลักษณะงานในราชอาณาจักร เปนการชั่วคราวในชวงระยะเวลาหรือตามฤดูกาลที่กําหนดได ทั้งน้ี เฉพาะการทํางานภายในทองท่ี ทอ่ี ยูตดิ กบั ชายแดนหรอื ทอ งทีต่ อ เน่อื งกบั ทอ งที่ดงั กลาว คนตางดาวซ่ึงประสงคจะทํางานตามวรรคหน่ึง ใหย่ืนคําขอรับใบอนุญาตทํางาน ชั่วคราวพรอมกับแสดงเอกสารใชแทนหนังสือเดินทางตอนายทะเบียนและชําระคาธรรมเนียมตาม ทกี่ ําหนดในกฎกระทรวง ในการออกใบอนุญาต ใหนายทะเบียนระบุทองที่หรือสถานท่ีที่อนุญาตใหทํางาน ระยะเวลาทอ่ี นญุ าตใหท าํ งาน ประเภทหรอื ลกั ษณะงาน และนายจา งทค่ี นตา งดา วนน้ั จะไปทาํ งานดว ย ทงั้ น้ี ตามแบบและวิธกี ารทีก่ ําหนดในกฎกระทรวง ความในมาตรานี้จะใชบังคับกับทองที่ใด สําหรับคนตางดาวสัญชาติใด เพื่อทํางาน ประเภทหรือลักษณะใด ในชวงระยะเวลาหรือฤดูกาลใด โดยมีเง่ือนไขอยางใด ใหเปนไปตามที่ คณะรฐั มนตรีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ÁÒμÃÒ ñõ ลกู จา งซ่งึ ไดร บั ใบอนุญาตตามมาตรา ๙ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๓ (๑) และ (๒) และมาตรา ๑๔ เฉพาะงานท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ตองสงเงินเขากองทุนเพื่อเปนประกัน คาใชจายในการสงลูกจางน้ันกลับออกไปนอกราชอาณาจักร โดยใหนายจางมีหนาท่ีหักเงินคาจาง จากลกู จา งนั้นและนําสงเขากองทนุ จํานวนเงินที่ลูกจางตองสงเขากองทุน การหักเงินคาจาง และการนําสงเงินคาจางเขา กองทุนตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ กําหนดเวลา และอัตราตามท่ีกําหนดใน กฎกระทรวง ทั้งน้ี จํานวนและอัตราดังกลาวจะกําหนดใหแตกตางกันสําหรับลูกจางซึ่งเปน คนตางดาวแตละสัญชาติก็ได โดยคํานึงถึงคาใชจายในการสงลูกจางแตละสัญชาติกลับออกไป นอกราชอาณาจกั ร ความในวรรคหนึ่งไมใชบังคับกับลูกจางซึ่งมีหลักฐานใบรับตามมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แสดงวาไดจายเงินเขากองทุนครบถวนแลว หรือมีหนังสือรับรองตามมาตรา ๑๖ วรรคสอง และ ลูกจางซึ่งปรากฏตามหลักฐานของนายทะเบียนวาไดจายเงินเขากองทุนครบถวนแลว ทั้งนี้ เฉพาะ ลูกจางซ่งึ ยังไมเคยไดรับเงนิ คืนตามมาตรา ๑๘ หรอื ยงั ไมเ คยถูกสง กลบั ตามมาตรา ๒๐ ÁÒμÃÒ ñö เมอื่ นายจา งนาํ สง เงนิ คา จา งของลกู จา งผใู ดเขา กองทนุ แลว ใหน ายทะเบยี น ออกใบรับใหแกนายจาง โดยในใบรับนั้นอยางนอยตองระบุชื่อและเลขประจําตัวของลูกจาง ซึ่งถูกหักคาจางจํานวนเงินที่นําสง และจํานวนเงินคางสง และใหนายจางมอบใบรับใหแกลูกจางนั้น ไวเปน หลักฐาน

๑๑๔ เมื่อลูกจางถูกหักเงินคาจางเพ่ือนําสงเขากองทุนครบถวนแลว ใหนายทะเบียนออก หนังสอื รบั รองใหแ กลกู จา งนนั้ เพอื่ เปน หลักฐาน ในกรณีที่หนังสือรับรองตามวรรคสอง สูญหายหรือเสียหาย ลูกจางมีสิทธิขอรับใบแทน จากนายทะเบยี น การออกใบรับตามวรรคหน่ึง การออกหนังสือรับรองตามวรรคสอง และการออก ใบแทนตามวรรคสาม ใหเ ปน ไปตามแบบ หลักเกณฑ และวิธกี ารทกี่ ําหนดในกฎกระทรวง ÁÒμÃÒ ñ÷ นายจางซ่ึงไมนําสงเงินคาจางตามมาตรา ๑๕ เขากองทุน หรือนําสง ไมครบถวนตองเสียเงินเพ่ิมในอัตรารอยละสองตอเดือนของเงินคาจางท่ีไมไดนําสงหรือนําสงไมครบ ÁÒμÃÒ ñø ลูกจางซึ่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรโดยคาใชจายของตนเองมีสิทธิ ไดรับเงินคาจางของตนท่ีถูกหักและนําสงเขากองทุนคืน โดยย่ืนคํารองขอคืนตอนายทะเบียน ณ ดานตรวจคนเขาเมืองท่ีตนจะตองผานเพื่อกลับออกไปนอกราชอาณาจักร หรือมีหนังสือแจง การขอคืนไปยังนายทะเบียน การขอคืนเงินคาจางตามวรรคหน่งึ ลกู จางตอ งแนบหลักฐานตามมาตรา ๑๖ วรรคหน่ึง ในกรณียังสงเงินเขากองทุนไมครบถวน หรือหลักฐานตามมาตรา ๑๖ วรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ในกรณสี งเงินเขากองทนุ ครบถวนแลว ใหนายทะเบียนมีหนาท่ีคืนเงินคาจางตามวรรคหนึ่งใหแกลูกจางภายในสามสิบวัน นับแตวันท่ีไดรับคํารองหรือหนังสือแจงการขอคืน แลวแตกรณี ในกรณีที่นายทะเบียนคืนเงินคาจาง ใหแกลูกจางเมื่อพนกําหนดเวลาดังกลาว ใหนายทะเบียนคืนเงินพรอมดวยดอกเบี้ยในอัตรารอยละ เจด็ ครง่ึ ตอ ปน บั แตว นั ทคี่ รบกาํ หนดสามสบิ วนั ดงั กลา วจนถงึ วนั ทน่ี ายทะเบยี นคนื เงนิ คา จา งใหแ กล กู จา ง การคนื เงนิ คา จา งและดอกเบยี้ ตามมาตรานจี้ ะคนื เปน เงนิ สด หรอื เชค็ ระบชุ อ่ื ลกู จา ง หรอื โอนเงนิ เขาบญั ชีเงินฝากของลกู จางกไ็ ด ทั้งน้ี ตามหลกั เกณฑท อี่ ธิบดีกาํ หนด ÁÒμÃÒ ñù ลกู จา งซง่ึ กลบั ออกไปนอกราชอาณาจกั รโดยคา ใชจ า ยของตนเอง ถา มไิ ด ขอรับเงินคาจางของตนที่ถูกหักและนําสงเขากองทุนคืนตามมาตรา ๑๘ ภายในสองปนับแตวันที่ กลบั ออกไปนอกราชอาณาจกั ร ใหเ ปน อนั หมดสทิ ธทิ จ่ี ะไดร บั เงนิ นน้ั คนื และใหเ งนิ นนั้ ตกเปน ของกองทนุ ในกรณีท่ีลูกจางตามวรรคหน่ึงกลับเขามาในราชอาณาจักรและกลับเขาทํางานตาม ใบอนุญาตเดิมท่ียังไมสิ้นอายุ หรือไดทํางานตามใบอนุญาตใหมอันเปนงานที่กําหนดในกฎกระทรวง ท่ีออกตามความในมาตรา ๑๕ แลวแตกรณี ภายในสองปนับแตวันท่ีกลับออกไปนอกราชอาณาจักร ลูกจางนั้นไมตองถูกหักเงินคาจางเพื่อนําสงเขากองทุนอีก เวนแตเงินคาจางท่ีลูกจางนั้นเคยถูกหัก และนําสงเขากองทุนยังไมครบถวน ใหนายจางหักเงินคาจางของลูกจางนั้นและนําสงเขากองทุน จนกวาจะครบถวน ÁÒμÃÒ òð เม่ือมีกรณีท่ีจะตองสงลูกจางกลับออกไปนอกราชอาณาจักร ใหกองทุน จา ยเงินของกองทุนเปนคา ใชจา ยในการสงลูกจา งน้ันกลบั ออกไปนอกราชอาณาจกั ร

๑๑๕ ในกรณที ลี่ กู จา งซง่ึ จะถกู สง กลบั ออกไปนอกราชอาณาจกั รยงั สง เงนิ เขา กองทนุ ไมค รบถว น ใหกองทุนจายเงินของกองทุนสมทบในสวนท่ีขาด เวนแตลูกจางน้ันเขามาทํางานในราชอาณาจักร ตามความตองการของนายจาง นายจางน้ันตองรับผิดชอบในเงินจํานวนท่ีลูกจางยังสงเขากองทุน ไมครบถวนและใหกองทนุ เรยี กเกบ็ เงนิ สวนทย่ี ังขาดอยนู น้ั จากนายจา ง ÁÒμÃÒ òñ ใบอนุญาตที่ออกใหตามพระราชบัญญัตินี้ ใหมีอายุไมเกินสองปนับแต วนั ออก เวน แตใ บอนญุ าตทอ่ี อกใหแ กค นตา งดา วตามมาตรา ๑๒ ใหม อี ายเุ ทา ระยะเวลาทไี่ ดร บั อนญุ าต ใหเขามาทํางานตามกฎหมายนั้นๆ อายุใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งไมมีผลเปนการขยายระยะเวลาอยูในราชอาณาจักรตาม กฎหมายวาดว ยคนเขาเมอื ง ÁÒμÃÒ òò ในกรณีที่ผูรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๒ ไดรับการขยายระยะเวลา ทํางานตามกฎหมายน้ันๆ ใหผูอนุญาตตามกฎหมายดังกลาวมีหนังสือแจงการขยายระยะเวลา ทํางานนั้นตอนายทะเบียนตามแบบที่อธิบดีกําหนดโดยเร็ว และใหนายทะเบียนจดแจงการขยาย ระยะเวลานั้นลงในใบอนญุ าต ÁÒμÃÒ òó กอนใบอนุญาตสิ้นอายุและผูรับใบอนุญาตประสงคจะทํางานนั้นตอไป ใหย นื่ คาํ ขอตออายุใบอนุญาตตอ นายทะเบยี น เม่ือไดย่ืนคําขอตามวรรคหนึ่งแลว ใหผูขอตออายุใบอนุญาตทํางานไปพลางกอนได จนกวานายทะเบียนจะมีคําส่ังไมตอ อายใุ บอนุญาต การตออายุใบอนุญาตใหตอไดครั้งละไมเกินสองป โดยใหกระทําเพียงเทาท่ีจําเปน เพ่ือปองกันการตั้งถ่ินฐานของคนตางดาวในราชอาณาจักร และกรณีคนตางดาวตามมาตรา ๑๓ (๑) และ (๒) ระยะเวลาทไ่ี ดร บั อนุญาตใหท ํางานติดตอกนั รวมแลว ตอ งไมเ กนิ สีป่  เวน แตคณะรฐั มนตรจี ะ กาํ หนดเปน อยางอนื่ เปน คราวๆ ไป การขอตออายุและการตออายุใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ี กําหนดในกฎกระทรวง ÁÒμÃÒ òô ผูรับใบอนุญาตตองมีใบอนุญาตอยูกับตัวหรืออยู ณ สถานท่ีทํางานใน ระหวา งเวลาทาํ งาน เพ่ือแสดงตอพนกั งานเจาหนา ทห่ี รอื นายทะเบยี นไดเสมอ ÁÒμÃÒ òõ ถา ใบอนญุ าตสญู หายหรอื เสยี หาย ใหผ รู บั ใบอนญุ าตยน่ื คาํ ขอรบั ใบแทน ใบอนุญาตตอนายทะเบียนภายในสิบหาวันนบั แตวันที่ทราบการสญู หายหรอื เสียหาย การขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ และวิธกี ารทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง ÁÒμÃÒ òö ผรู บั ใบอนญุ าตตอ งทาํ งานตามประเภทหรอื ลกั ษณะงาน และกบั นายจา ง ณ ทอ งท่หี รือสถานท่แี ละเงือ่ นไขตามที่ไดร ับอนญุ าต ผูรับใบอนุญาตผูใดประสงคจะเปล่ียนหรือเพิ่มประเภทหรือลักษณะงาน นายจาง ทอ งท่ีหรอื สถานท่ีทํางาน หรือเงื่อนไข ตองไดรบั อนุญาตจากนายทะเบียน

๑๑๖ การขออนุญาตและการอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดใน กฎกระทรวง ÁÒμÃÒ ò÷ หามมิใหบุคคลใดรับคนตางดาวเขาทํางาน เวนแตคนตางดาวซ่ึงมี ใบอนุญาตทํางานกับตนเพื่อทํางานตามประเภทหรือลักษณะงานท่ีระบุไวในใบอนุญาต ณ ทองท่ี หรือสถานท่ีท่ีระบไุ วใ นใบอนญุ าต ÁÒμÃÒ òø ในกรณที ป่ี รากฏวา ผรู บั ใบอนญุ าตฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามเงอื่ นไขในการ อนญุ าตใหนายทะเบียนมอี ํานาจสง่ั เพิกถอนใบอนุญาต º·¡Ó˹´â·É ÁÒμÃÒ õñ คนตางดาวผูใดทํางานโดยไมไดรับใบอนุญาต ตองระวางโทษจําคุก ไมเกนิ หา ปหรอื ปรบั ตง้ั แตส องพนั บาทถึงหน่ึงแสนบาท หรอื ทั้งจาํ ทงั้ ปรบั ในกรณีที่คนตางดาวซึ่งถูกกลาวหาวากระทําความผิดตามวรรคหน่ึงยินยอมเดินทาง กลับออกไปนอกราชอาณาจักรภายในเวลาท่ีพนักงานสอบสวนกําหนดซ่ึงตองไมชากวาสามสิบวัน พนักงานสอบสวนจะเปรียบเทียบปรับและดําเนินการใหคนตางดาวนั้นเดินทางกลับออกไปนอก ราชอาณาจกั รกไ็ ด ÁÒμÃÒ õò ผูรับใบอนุญาตผูใดทํางานอันเปนการฝาฝนเง่ือนไขท่ีกําหนดไวตาม มาตรา ๙ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๒๖ ตองระวางโทษปรบั ไมเ กินสองหมน่ื บาท ÁÒμÃÒ õó ผรู บั ใบอนญุ าตผูใดไมแ จง ตอ นายทะเบยี นตามมาตรา ๒๒ หรอื ไมปฏบิ ตั ิ ตามมาตรา ๒๔ ตอ งระวางโทษปรับไมเกนิ หนึง่ หม่ืนบาท ÁÒμÃÒ õô ผูใดฝาฝนมาตรา ๒๗ ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงหม่ืนบาท และถา คนตางดาวน้ันไมมีใบอนุญาต ผูกระทําตองระวางโทษปรับต้ังแตหนึ่งหม่ืนบาทถึงหน่ึงแสนบาท ตอคนตา งดาวท่จี างหน่งึ คน ÁÒμÃÒ õõ ผใู ดไมป ฏบิ ตั ติ ามหนงั สอื สอบถามหรอื หนงั สอื เรยี กหรอื ไมย อมใหข อ เทจ็ จรงิ หรือไมสงเอกสารหรือหลักฐานแกนายทะเบียนหรือพนักงานเจาหนาที่ซ่ึงปฏิบัติหนาที่ตาม มาตรา ๔๘ ท้งั นี้ โดยไมมเี หตุผลอันสมควร ตอ งระวางโทษปรับไมเ กินหน่งึ หมนื่ บาท ÁÒμÃÒ õö ความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี นอกจากความผิดตามมาตรา ๕๑ ให คณะกรรมการเปรียบเทียบซง่ึ รัฐมนตรีแตงต้ังมีอํานาจเปรียบเทียบได คณะกรรมการเปรียบเทียบซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งตามวรรคหน่ึง ใหมีจํานวนสามคนและ คนหนง่ึ ตองเปน พนกั งานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบไดเปรียบเทียบและผูตองหาไดชําระคาปรับตามจํานวน ทเี่ ปรยี บเทยี บภายในสามสบิ วนั แลว ใหถ อื วา คดเี ลกิ กนั ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา

¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ ¡Ô Ò÷ӧҹ¢Í§¤¹μ‹Ò§´ŒÒÇ ¾.È.òõõñ ÅӴѺ ¢ÍŒ ËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๑. ไมมีใบอนญุ าตอยูกบั ตวั ระหวางเวลาทาํ งาน มาตรา ๒๔ - ระวางโทษปรบั ไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ๒. รบั คนตา งดา วทไ่ี มม ีใบอนุญาตเขาทาํ งาน มาตรา ๒๗ - ระวางโทษปรับตั้งแต ๑๐,๐๐๐- วรรค ๓ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ตอ คนตา งดา ว ๑ คน ๓. ไมป ฏบิ ตั ติ ามหนงั สอื สอบถาม หรอื หนงั สอื เรยี กของนายทะเบยี นหรอื พนกั งานเจา หนา ที่ มาตรา ๔๘ - ระวางโทษปรบั ไมเ กนิ ๑๐,๐๐๐ บาท ๔. คนตางดา วทํางานโดยไมไ ดรบั อนุญาต มาตรา ๕๑ - ระวางโทษจําคุกไมเกิน ๕ ป หรือ ปรับต้ังแต ๒,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท หรอื ทั้งจําทั้งปรับ ๑๑๗

๑๑๘

๑๑๙ º··èÕ ø ¾.Ã.º.μÃǨ¤¹à¢ŒÒàÁ×ͧ ¾.È.òõòò ñ. ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ»ÃШӺ· ๑.๑ เพอื่ ใหนกั เรยี นมีความรแู ละความเขาใจใน พ.ร.บ.ตรวจคนเขาเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ ๑.๒ เพื่อใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทําใดมีความผิด หรือไมมี ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเขา เมอื ง พ.ศ.๒๕๒๒ ๑.๓ เพื่อใหนักเรียนสามารถอธิบายวิธีการดําเนินการกับผูกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเขาเมอื ง พ.ศ.๒๕๒๒ ò. ÊÇ‹ ¹¹Ó ในอดตี ประเทศไทยถอื วา มนษุ ยเ ปน ทรพั ยส นิ ชนดิ หนงึ่ ถา มไี วใ นครอบครองมากเทา ใดกจ็ ะ เปน ประโยชนแ กป ระเทศมากขนึ้ เทา นน้ั เพราะจะชว ยทาํ ใหป ระเทศมคี วามเจรญิ รงุ เรอื งในดา นเศรษฐกจิ สังคม การทหารและความม่ันคงของประเทศ ตอมาประชากรประเทศไทยมีมากข้ึนตามลําดับ แตอ าณาเขตของประเทศกลบั เทา เดมิ เนอ่ื งจากใชเ ปน พน้ื ทที่ างการเกษตร อตุ สาหกรรมและทอี่ ยอู าศยั ทําใหเหลือที่ดินไวใชประโยชนลดนอยลง ประกอบกับคนตางดาวไดเขามาในประเทศไทยมากขึ้น เพอ่ื ความมนั่ คงของประเทศและความสงบเรยี บรอย จึงจาํ เปนตอ งตรา พ.ร.บ.นขี้ ้ึน ó. à¹éÍ× ËÒμÒÁËÑǢ͌ ๓.๑ ความรูท่ัวไปเก่ียวกบั พ.ร.บ.ตรวจคนเขา เมอื ง พ.ศ.๒๕๒๒ ๓.๒ ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเขาเมอื ง พ.ศ.๒๕๒๒ ท่มี ีการจับกมุ ดาํ เนินคดี ô. ÊÇ‹ ¹ÊÃØ» กฎหมายคนเขาเมืองเปนกฎหมายท่ีควบคุมการเขาออกของคนตางดาวเพ่ือดูแล ความปลอดภยั การประกอบอาชพี เปรยี บเสมอื นเปน งานทะเบยี นสาํ หรบั คนตา งดา ว โดยเราสามารถ ทราบไดวาคนตางดาวเขามาเทาไร อยูที่ไหน และ ทําอะไรบาง ซึ่งขอมูลน้ีจะทําใหเรามีแนวทาง ในการปฏบิ ตั ิกบั คนตา งดา วไดอ ยา งมีประสิทธิภาพตอ ไป õ. ¡Ô¨¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó ใหนักเรียนคนหาการจับกุมตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเขาเมืองฯ และนําขอมูลมาวิเคราะห อภปิ รายรว มกันในช้นั เรียน

๑๒๐ ในอดีต ประเทศไทยถือวามนุษยเปนทรัพยสินชนิดหน่ึง ถามีไวในครอบครอง มากเทา ใดกจ็ ะเปน ประโยชนแ กป ระเทศมากขน้ึ เทา นนั้ เพราะจะชว ยทาํ ใหป ระเทศมคี วามเจรญิ รงุ เรอื ง ในดา นเศรษฐกิจ สงั คม การทหาร และความมัน่ คงของประเทศ ตอ มาประเทศไทยมปี ระชากรเพ่มิ ขึน้ ตามลําดับ แตอาณาเขตของประเทศกลับลดนอยลงอันเนอ่ื งมาจากการสูญเสียดนิ แดนใหก บั ประเทศ ฝรง่ั เศส และอังกฤษ ทําใหท่ดี นิ เพอื่ เกษตรกรรมและทอ่ี ยูอาศัยไมเ พยี งพอกบั ประชากร ประกอบกบั คนตางดาวซึ่งเขามาในประเทศไทยมีจํานวนมากขึ้น เพ่ือความม่ันคงของประเทศและความสงบ เรยี บรอยของประชาชน จงึ จาํ เปนตอ งตราพระราชบญั ญตั ินีข้ ้ึน ¤ÇÒÁÃÙŒ·ÑÇè ä»à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¾.Ã.º.¤¹à¢ŒÒàÁ×ͧ “¤¹μ‹Ò§´ÒŒ Ç” หมายความวา บคุ คลธรรมดาซึง่ ไมมสี ญั ชาติไทย “¾Ò˹Д หมายความวา ยานพาหนะหรือสัตวพาหนะ หรือสิ่งอ่ืนใดท่ีอาจนําบุคคล จากทีแ่ หง หนึ่งไปยังอีกแหงหน่ึง “à¨ÒŒ ¢Í§¾Ò˹Д หมายความรวมถงึ ตวั แทนเจา ของ ผเู ชา ตวั แทนผเู ชา ครอบครอง หรอื ตัวแทนผคู รอบครองพาหนะ แลวแตกรณี “¼¤ÙŒ Ǻ¤ØÁ¾Ò˹Д หมายความวา นายเรอื หรอื ผรู บั ผิดชอบในการควบคมุ พาหนะ “¤¹»ÃÐจํา¾Ò˹Д หมายความวา ผูซึ่งมีตําแหนงหนาท่ีประจําหรือทํางานประจํา พาหนะและเพอ่ื ประโยชนแ หง พระราชบญั ญตั นิ ี้ ใหห มายความรวมถงึ ผคู วบคมุ พาหนะซง่ึ ขบั ขพ่ี าหนะ โดยไมมีคนประจาํ พาหนะ “¤¹â´ÂÊÒÔ หมายความวา ผูซ่ึงเดินทางโดยพาหนะไมวากรณีใดๆ นอกจาก ผคู วบคุมพาหนะและคนประจาํ พาหนะ “¤¹à¢ÒŒ àÁÍ× §” หมายความวา คนตางดาวซ่งึ เขามาในราชอาณาจักร “ᾷμÃǨ¤¹à¢ŒÒàÁ×ͧ” หมายความวา แพทยซึ่งอธิบดีแตงตั้งเพ่ือปฏิบัติการตาม พระราชบญั ญัตนิ ้ี “਌ҺŒÒ¹” หมายความวา ผูซึ่งเปนหัวหนาครอบครองบาน ในฐานะเปนเจาของผูเชา หรอื ในฐานะอน่ื ใด ตามกฎหมายวา ดวยการทะเบียนราษฎร “à¤Ëʶҹ” หมายความวา ที่ซึ่งใชเปนท่ีอยูอาศัย เชน เรือน โรง เรือ หรือแพ ซึ่งคนอยูอาศัย และใหหมายความรวมถึงบริเวณของที่ซึ่งใชเปนที่อยูอาศัยนั้นดวย จะมีร้ัวลอม หรอื ไมก ็ตามตามประมวลกฎหมายอาญา “âçáÃÁ” หมายความวา บรรดาสถานที่ทุกชนิดท่ีจัดต้ังข้ึนเพื่อรับสินจางสําหรับ คนเดนิ ทาง หรอื บุคคลทปี่ ระสงคจ ะหาท่อี ยหู รอื ที่พกั ชว่ั คราว ตามกฎหมายวา ดวยโรงแรม “¼ÙŒ¨Ñ´¡ÒÃâçáÃÁ” หมายความวา บุคคลผูควบคุมหรือจัดการโรงแรมตามกฎหมาย วา ดวยโรงแรม

๑๒๑ “¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÔ หมายความวา คณะกรรมการพจิ ารณาคนเขา เมือง “¾¹Ñ¡§Ò¹à¨ŒÒ˹ŒÒ·èÕ” หมายความวา เจาพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี “͸ºÔ ´”Õ หมายความวา อธิบดีกรมตํารวจ “ÃѰÁ¹μÃÕ” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี คือ รัฐมนตรี วาการกระทรวงมหาดไทย ¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ ¾.Ã.º.μÃǨ¤¹à¢ŒÒàÁÍ× §Ï ·ÁèÕ Õ¡ÒèѺ¡ØÁ´Óà¹Ô¹¤´Õ ñ. ¼ŒÙäÁÁ‹ ÕÊÑÞªÒμÔäÁ»‹ ¯ºÔ μÑ μÔ ÒÁ˹ѧÊÍ× àÃÂÕ ¡¢Í§¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÒÁ ¾.Ã.º.¤¹à¢ŒÒàÁ×ͧ ÁÒμÃÒ ñð ในการปฏบิ ตั หิ นา ทต่ี ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหค ณะกรรมการมอี าํ นาจเรยี ก เปนหนังสือใหบุคคลที่เก่ียวของมาใหขอเท็จจริง หรือใหสงเอกสารเก่ียวกับเร่ืองท่ีอยูในอํานาจหนาท่ี ของคณะกรรมการได ÁÒμÃÒ öñ ผใู ดไมป ฏิบัติตามหนังสอื เรียกตามมาตรา ๑๐ ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กิน หาพนั บาท ผไู มม สี ญั ชาตไิ ทยทไี่ มป ฏบิ ตั ติ ามหนงั สอื เรยี กของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.น้ี ทเี่ รยี กมา ใหข อ เท็จจรงิ หรอื ใหส งเอกสารเกยี่ วกับเรอ่ื งที่อยูใ นอํานาจหนาที่ ยอ มมคี วามผดิ ตามมาตรานี้ ò. ¼äŒÙ ÁÁ‹ ÊÕ ÞÑ ªÒμäÔ ·Â½Ò† ½¹„ à´¹Ô ·Ò§à¢ÒŒ ÁÒËÃÍ× Í͡仹͡ÃÒªÍҳҨѡà ÁÒμÃÒ ññ บุคคลซึ่งเดินทางเขามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรจะตองเดินทาง เขา มาหรือออกไปตามชอ งทาง ดา นตรวจคนเขา เมอื ง เขตทา สถานี หรือทองทแี่ ละตามกาํ หนดเวลา ทั้งนตี้ ามที่รัฐมนตรจี ะไดป ระกาศในราชกิจจานเุ บกษา ÁÒμÃÒ ñø พนักงานเจาหนาที่มีอํานาจตรวจบุคคลซึ่งเดินทางเขามาในหรือออกไป นอกราชอาณาจักร เพ่ือการนี้ บุคคลซ่ึงเดินทางเขามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร ตองยื่นรายการ ตามแบบที่กําหนดในกฎกระทรวง และผานการตรวจอนุญาตของพนักงานเจาหนาท่ีของดานตรวจ คนเขาเมอื ง ประจาํ เสน ทางนน้ั ÁÒμÃÒ öò ผใู ดไมป ฏบิ ัติตามมาตรา ๑๑ หรอื มาตรา ๑๘ วรรคสอง ตอ งระวางโทษ จําคุกไมเกนิ สองป และปรบั ไมเกินสองหมืน่ บาท ถาผกู ระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนึ่งมสี ญั ชาติไทย ตอ งระวางโทษปรับไมเกนิ สองพนั บาท ผูไ มมสี ญั ชาติไทยท่ฝี า ฝนเดินทางเขา มาในหรอื ออกไปนอกราชอาณาจักรตามชอ งทาง ก. ดานตรวจคนเขาเมอื ง ข. เขตทา

๑๒๒ ค. สถานี หรอื ง. ทองที่ และตามกําหนดเวลา ยอมมีความผิด ในกรณีผูมีสัญชาติไทยฝาฝนเดินทางเขามาในหรือออกไป นอกราชอาณาจกั รดังกลาวแลวขางตน ก็ยอมมีความผดิ เชน กัน ó. ºØ¤¤Åã´นําËÃ×;Ҥ¹μ‹Ò§´ŒÒÇࢌÒÁÒã¹ÃÒªÍҳҨѡà ËÃ×ÍãËŒ¡ÒÃÍØ»¡ÒÃÐËÃ×ͪ‹Ç ËÃ×ÍãËŒ ¤ÇÒÁÊдǡᡋ¤¹μÒ‹ §´ÒŒ ÇãËàŒ ¢ŒÒÁÒã¹ÃÒªÍҳҨѡà ÁÒμÃÒ öó ผูใดนําหรือพาคนตางดาวเขามาในราชอาณาจักร หรือกระทําการดวย ประการใดๆ อันเปนการอุปการะหรือชวยเหลือ หรือใหความสะดวกแกคนตางดาวใหเขามาใน ราชอาณาจักร โดยฝาฝนพระราชบัญญัติน้ี ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบป และปรับไมเกิน หนึ่งแสนบาท เจาของพาหนะหรือผูควบคุมพาหนะผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๒๓ และภายในพาหนะ นั้นมีคนตางดาวซึ่งเขามาในราชอาณาจักรโดยฝาฝนพระราชบัญญัตินี้ ใหสันนิษฐานไวกอนวา เจาของพาหนะหรือผูควบคุมพาหนะนั้นไดกระทําผิดตามวรรคหน่ึง เวนแตจะพิสูจนไดวาตน ไมส ามารถรไู ดว า ภายในพาหนะนนั้ มคี นตา งดา วดงั กลา วอยู แมว า ไดใ ชค วามระมดั ระวงั ตามสมควรแลว ÁÒμÃÒ òó เจา ของพาหนะหรอื ผคู วบคมุ พาหนะ จะตอ งนาํ พาหนะเขา มาในหรอื ออก ไปนอกราชอาณาจกั รตามชอ งทาง ดา นตรวจคนเขา เมอื ง เขตทา สถานหี รอื ทอ งทแี่ ละตามกาํ หนดเวลา ทั้งน้ี ตามที่รัฐมนตรจี ะไดประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผทู ี่ฝาฝน พ.ร.บ.น้ี ก. นาํ หรอื พาคนตา งดา วเขามาในราชอาณาจกั ร หรือ ข. กระทาํ ดวยประการใดๆ อันเปน การอุปการะหรือชวยเหลือ หรือ ค. ใหความสะดวกแกคนตา งดา วใหเ ขามาในราชอาณาจกั รยอ มมีความผิด ผูฝาฝนตามมาตรา ๖๓ วรรคสอง ใหสันนิษฐานไวกอนวาไดกระทําความผิดตาม มาตรา ๖๓ วรรคหน่งึ เวน แตจะไดพิสจู นว า ไดใ ชค วามระมัดระวงั ตามสมควรแลว ô. ¼ÃŒÙ áŒÙ ÅЪNj ÂàËÅÍ× ¤¹μÒ‹ §´ÒŒ Çà¢ÒŒ ÁÒã¹ÃÒªÍÒ³Ò¨¡Ñ à ãËàŒ ¢ÒŒ ¾¡Ñ ÍÒÈÂÑ «Í‹ ¹àùŒ ËÃÍ× ªÇ‹ ÂàËÅÍ× ´ÇŒ  »ÃСÒÃã´æ ÁÒμÃÒ öô ผใู ดรวู า คนตา งดา วคนใดเขา มาในราชอาณาจกั รโดยฝา ฝน พระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหเขาพักอาศัย ซอนเรน หรือชวยดวยประการใดๆ เพ่ือใหคนตางดาวน้ันพนจากการจับกุมตอง ระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ หา ป และปรับไมเ กนิ หาหม่ืนบาท ผูใดใหคนตางดาวซ่ึงเขามาในราชอาณาจักร โดยฝาฝนพระราชบัญญัติน้ีเขาพักอาศัย ใหส นั นษิ ฐานไวก อ นวา ผนู นั้ รวู า คนตา งดา วดงั กลา วเขา มาในราชอาณาจกั รโดยฝา ฝน พระราชบญั ญตั นิ ้ี เวน แตจ ะพิสูจนไ ดว าตนไมร ูโ ดยไดใ ชความระมัดระวงั ตามสมควรแลว

๑๒๓ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ เพอ่ื ชว ยบดิ า มารดา บตุ ร สามี หรอื ภริยาของผกู ระทํา ศาลไมล งโทษก็ได ผูทฝี่ าฝน ตามมาตรา ๖๔ วรรคหน่งึ โดยใหคนตางดาว - เขา พักอาศยั - ซอ นเรน หรอื - ชว ยดวยประการใดๆ เพอ่ื ใหค นตา งดา วนนั้ พนการจับกุม ยอ มมคี วามผิด สําหรับผูใหคนตางดาวเขาพักอาศัยตามมาตรา ๖๔ วรรคสอง ใหสันนิษฐานไวกอนวา คนตางดาวนั้นเขามาในราชอาณาจักรโดยฝาฝน เวนแตจะพิสูจนไดวาตนไมรูวาคนตางดาวน้ัน เขามาโดยฝาฝน พ.ร.บ.นี้ โดยไดใชความระมัดระวังตามสมควรแลว และศาลจะไมลงโทษก็ได กรณีเพอ่ื ชว ยเหลือบดิ า มารดา บุตร สามหี รอื ภรรยาของผกู ระทําความผิด ÁÒμÃÒ ñò หามมิใหคนตางดาวซ่ึงมีลักษณะอยางใดอยางหน่ึงดังตอไปนี้ เขามาใน ราชอาณาจักร (๑) ไมมีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใชแทนหนังสือเดินทางอันถูกตอง และยัง สมบูรณอยูหรือมีแตไมไดรับการตรวจลงตราในหนังสือเดินทางหรือเอกสารใชแทนหนังสือเดินทาง เชนวาน้ันจากสถานทูต หรือสถานกงสุลไทยในตางประเทศ หรือจากกระทรวงการตางประเทศ เวนแตกรณีท่ีไมต องมีการตรวจลงตราสําหรบั คนตา งดา วบางประเทศเปนกรณีพิเศษ การตรวจลงตราและการยกเวนการตรวจลงตราใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและ เงือ่ นไขท่กี ําหนดในกฎกระทรวง การตรวจลงตราตาม (๑) ใหเ สยี คา ธรรมเนยี มตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง (วรรค ๓ ใน (๑) ของมาตรา ๑๒ นี้ บัญญัติเพ่ิมข้ึนโดย พระราชบัญญัติคนเขาเมือง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๓ มาตรา ๓) (๒) ไมม ปี จ จยั ในการยงั ชีพตามควรแกก รณที ่ีเขา มาในราชอาณาจกั ร (๓) เขามาเพื่อมีอาชีพเปนกรรมการ หรือเขามาเพื่อรับจางทํางานดวยกําลังกาย โดยไมไดอาศัยวิชาความรูหรือการฝกทางวิชาการ หรือเขามาเพ่ือทํางานอื่นอันเปนการฝาฝน กฎหมายวาดวยการทาํ งานของคนตางดา ว (๔) วกิ ลจริตหรอื มีโรคอยางใดอยา งหน่งึ ตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง (๕) ยังมิไดปลูกฝปองกันไขทรพิษ หรือฉีดวัคซีน หรือปฏิบัติการอยางอื่นตาม วิชาการแพทย เพ่ือปองกันโรคติดตอตามท่ีกฎหมายบัญญัติและไมยอมใหแพทยตรวจคนเขาเมือง กระทําการเชน วานัน้ (๖) เคยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาของศาลไทย หรือคําสั่งท่ีชอบดวยกฎหมาย หรอื คาํ พพิ ากษาของศาลตา งประเทศ เวน แตเ ปน โทษสาํ หรบั ความผดิ ลหโุ ทษหรอื ความผดิ อนั ไดก ระทาํ โดยประมาท หรอื ความผดิ ทยี่ กเวนไวในกฎกระทรวง

๑๒๔ (๗) มีพฤติการณเปนที่นาเชื่อวาเปนบุคคลที่เปนภัยตอสังคม หรือจะกอเหตุราย ใหเ กิดอันตรายตอความสงบสุขหรอื ความปลอดภัยของประชาชน หรอื ความมน่ั คงแหง ราชอาณาจักร หรอื บคุ คลซ่งึ เจา หนาที่รฐั บาลตา งประเทศไดออกหมายจับ (๘) มีพฤติการณเปนท่ีนาเชื่อวาเขามาเพ่ือการคาประเวณี การคาหญิงหรือเด็ก การคายาเสพติดใหโทษ การลักลอบหนีภาษีศุลกากร หรือเพ่ือประกอบกิจการอ่ืนท่ีขัดตอความสงบ เรียบรอยหรอื ศีลธรรมอนั ดีของประชาชน (๙) ไมมเี งนิ ติดตัวหรือไมม ีประกันตามท่ีรัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๑๔ (๑๐) รัฐมนตรไี มอนญุ าตใหเ ขา มาในราชอาณาจกั รตามมาตรา ๑๖ (๑๑) ถูกรัฐบาลไทยหรือรัฐบาลตางประเทศเนรเทศ หรือถูกเพิกถอนสิทธิการอยูอาศัย ในราชอาณาจักรหรือในตางประเทศมาแลว หรือถูกพนักงานเจาหนาที่สงกลับออกไป นอกราชอาณาจักรโดยรัฐบาลไทยเสียคาใชจาย ทั้งน้ี เวนแตรัฐมนตรีไดพิจารณายกเวนใหเปน กรณพี เิ ศษเฉพาะราย การตรวจวินิจฉัยโรค รางกายหรือจิต ตลอดจนการปฏิบัติการเพ่ือปองกันโรคติดตอ ใหใชแพทยตรวจคนเขาเมอื ง õ. ¤¹μÒ‹ §´ŒÒÇ»ÃСͺÍÒª¾Õ ËÃÍ× ÃºÑ ¨ŒÒ§·Ó§Ò¹â´ÂÁÔä´ÃŒ ºÑ Í¹ÞØ Òμ ÁÒμÃÒ ó÷ คนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราวตอง ปฏบิ ตั ดิ งั ตอไปนี้ (๑) ไมป ระกอบอาชพี หรอื รบั จา งทาํ งาน เวน แตจ ะไดร บั อนญุ าตจากอธบิ ดหี รอื พนกั งาน เจาหนาที่ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ถากรณีใดมีกฎหมายวาดวยการทํางานของคนตางดาวบัญญัติไว เปน อยางอ่นื ตองไดรับอนญุ าตตามกฎหมายนน้ั (๒) พักอาศัย ณ ท่ีท่ีไดแจงตอพนักงานเจาหนาท่ี เวนแตในกรณีที่มีเหตุผลสมควร ไมสามารถพักอาศัย ณ ท่ีท่ีไดแจงตอพนักงานเจาหนาที่ ใหแจงการเปลี่ยนท่ีพักอาศัยตอพนักงาน เจา หนา ทภี่ ายในย่ีสิบส่ีชัว่ โมง นับแตเวลาท่ีเขาพักอาศยั (๓) แจงตอพนักงานตํารวจ ณ สถานีตํารวจทองที่ที่คนตางดาวผูนั้น พักอาศัย ภายในยี่สิบส่ีชั่วโมงนับแตเวลาท่ียายไป ในกรณีเปลี่ยนท่ีพักอาศัย และถาท่ีพักอาศัยใหมอยู ตา งทองท่กี บั สถานตี ํารวจทองที่เดมิ คนตางดา วผูนั้นตองแจงตอเจาพนักงานตํารวจ ณ สถานีตาํ รวจ ทองทีท่ ไ่ี ปพักอาศัยใหมภายในยสี่ บิ ส่ชี วั่ โมงนับแตเ วลาทไ่ี ปถึงดวย (๔) ถาเดินทางไปจังหวัดใดและอยูในจังหวัดน้ันเกินยี่สิบสี่ชั่วโมง ใหคนตางดาวผูนั้น แจงตอพนักงานตาํ รวจ ณ สถานตี ํารวจทอ งท่ีภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแตเวลาที่ไปถึง (๕) ถา อยใู นราชอาณาจกั รเกนิ เกา สบิ วนั คนตา งดา วผนู น้ั ตอ งมหี นงั สอื แจง ใหพ นกั งาน เจาหนาท่ี ณ กองตรวจคนเขาเมืองทราบถึงที่พักอาศัยของตน โดยมิชักชาเมื่อครบระยะเกาสิบวัน

๑๒๕ และตอไปใหกระทําเชนเดียวกันทุกระยะเกาสิบวัน ถาทองที่ใดมีท่ีทําการตรวจคนเขาเมืองต้ังอยู จะแจงตอ พนกั งานเจาหนาที่ ณ ที่ทําการตรวจคนเขาเมืองแหง นน้ั กไ็ ด ความใน (๓) และ (๔) จะมิใหใชบังคับแกกรณีใดตามมาตรา ๓๔ โดยเง่ือนไขอยางใด ใหเ ปน ไปตามที่อธบิ ดีกาํ หนด การแจงตามมาตราน้ี คนตางดาวอาจไปแจงดวยตนเองหรือมีหนังสือแจงตอพนักงาน เจา หนาที่กไ็ ด ทง้ั นี้ ตามระเบยี บทอ่ี ธิบดีกาํ หนด คนตา งดาวซึ่งไดร ับอนญุ าตใหอยใู นราชอาณาจกั รเปนการช่ัวคราวกระทําการ - ประกอบอาชีพ หรือ - รับจางทาํ งาน มคี วามผดิ เวน แตจ ะไดร บั อนญุ าตตาม พ.ร.บ.การทาํ งานของคนตางดาว พ.ศ.๒๕๑๙ ÁÒμÃÒ ÷õ คนตางดาวผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๗(๑) ตองระวางโทษจําคุกไมเกิน หนง่ึ ปป รับไมเกินหนึง่ หมนื่ บาท หรือทง้ั จาํ ทง้ั ปรบั ö. ¤¹μÒ‹ §´ÒŒ ÇäÁ¾‹ ¡Ñ ÍÒÈÂÑ ³ ··èÕ èÕ䴌ᨧŒ äÇŒ ÁÒμÃÒ ÷ö คนตางดาวผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๗ (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ตอง ระวางโทษปรบั ไมเ กินหาพนั บาทและปรบั อกี ไมเกนิ วันละสองรอ ยบาทจนกวา จะปฏิบตั ิใหถ กู ตอง ÁÒμÃÒ ó÷ (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ดูตามขอ ๑๐ คนตางดาวซึ่งไดรับอนุญาตใหอยู ในราชอาณาจกั ร໹š ¡ÒêèÑǤÃÒǽ҆ ½¹„ ¡. ÁÒμÃÒ ó÷ (ò) ไมพักอาศัย ณ ท่ีท่ีไดแจงตอพนักงานเจาหนาที่ มีความผิด เวน แตมีเหตผุ ลสมควรไมสามารถพักอาศัย ณ ทท่ี ่ีไดแจงตอพนกั งานเจาหนา ทไี่ ด และไดแจง เปล่ยี น ทพ่ี กั อาศยั ตอพนักงานเจาหนา ท่ีภายใน ๒๔ ชว่ั โมง นบั แตเ วลาเขา พกั อาศัยแลว ¢. ÁÒμÃÒ ó÷ (ó) ไมแ จง ตอ เจา หนา ทตี่ าํ รวจ ณ สถานตี าํ รวจทอ งทที่ พ่ี กั อาศยั ภายใน ๒๔ ช่ัวโมง มคี วามผดิ กรณยี า ยก็เชนเดียวกัน ¤. ÁÒμÃÒ ó÷ (ô) ถา คนตา งดา วเดนิ ทางไปตา งจงั หวดั และอยจู งั หวดั นน้ั เกนิ ๒๔ ชว่ั โมง ไมแ จง ตอ เจาหนาทต่ี าํ รวจ ณ สถานตี าํ รวจทองทภี่ ายใน ๔๘ ช่ัวโมง นับแตเวลาทไ่ี ปถงึ มีความผิด §. ÁÒμÃÒ óö (õ) ถาคนตางดา วอยูในราชอาณาจกั รเกนิ ๙๐ วนั โดยไมมหี นงั สือ แจงใหพนักงานเจาหนาท่ี ณ กองตรวจคนเขาเมืองทราบถึงท่ีพักอาศัยของตน และ/หรือคราวตอไป ไมกระทาํ เชน เดยี วกันทกุ ระยะ ๙๐ วนั มีความผิด ÷. ਌Ңͧà¤ËʶҹãË·Œ Õ¾è ӹѡᡋ¤¹μ‹Ò§´ÒŒ Çâ´ÂäÁá‹ ¨Œ§ãËàŒ ¨ÒŒ ˹Ҍ ·Õè·ÃÒº ÁÒμÃÒ óø เจาบาน เจาของหรือผูครอบครองเคหสถาน หรือผูจัดการโรงแรม ซึ่งรับคนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราวเขาพักอาศัย จะตองแจงตอ

๑๒๖ พนักงานเจาหนาที่ ณ ที่ทําการตรวจคนเขาเมืองซ่ึงต้ังอยูในทองที่ที่บาน เคหสถาน หรือโรงแรมน้ัน ตั้งอยูภายในยี่สิบส่ีช่ัวโมงนับแตเวลาท่ีคนตางดาวเขาพักอาศัย ถาทองที่ใดไมมีท่ีทําการ ตรวจคนเขา เมอื งตงั้ อยูใ หแจงตอ เจาพนักงานตาํ รวจ ณ สถานตี าํ รวจทองทนี่ ้นั ในกรณีท่ีบาน เคหสถาน หรือโรงแรมท่ีคนตางดาวเขาพักอาศัยตามวรรคหน่ึงตั้งอยูใน เขตทองทกี่ รุงเทพมหานคร ใหแจงตอ พนักงานเจา หนา ท่ี ณ กองตรวจคนเขาเมอื ง การแจง ตามวรรคหน่ึงและวรรคสองใหเ ปนไปตามระเบียบท่ีอธบิ ดกี าํ หนด (ก) เจาบาน เจาของหรือผูครอบครองเคหสถาน หรือ (ข) ผจู ัดการโรงแรม รับคนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราวเขาพักอาศัย โดยไมแจงตอพนักงานเจาหนาท่ี ณ ท่ีทําการตรวจคนเขาเมืองทองที่ภายใน ๒๔ ช่ัวโมง นับแต เขา พัก ÁÒμÃÒ ÷÷ ผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๘ ตองระวางโทษปรับไมเกินสองพันบาท แตผูน ั้นเปนผจู ดั การโรงแรม ตองระวางโทษปรับตั้งแตส องพันบาทถึงหน่ึงหม่นื บาท

¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞμÑ ¤Ô ¹à¢ÒŒ àÁÍ× § ¾.È.òõòò ẋ§ä´àŒ »¹š ó »ÃÐàÀ· ñ. สาํ ËÃºÑ ¤¹μÒ‹ §´ÒŒ Ç ÅÓ´ºÑ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๑. เขา มาหรอื ออกไปนอกราชอาณาจกั ร ซง่ึ มใิ ชช อ งทางดา นตรวจคนเขา เมอื ง เขตทา สถานี มาตรา ๑๑, ๖๒ - จําคุกไมเ กินสองป และปรับไมเกนิ หรือทองทีแ่ ละตามกําหนดเวลาตามทร่ี ัฐมนตรีประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา สองหมืน่ บาท - ถาผูกระทําผิดเปนคนสัญชาติไทย ปรบั ไมเ กินสองพนั บาท ๒. เขา มาในหรอื ออกไปนอกราชอาณาจกั รโดยไมย นื่ รายการตามแบบ และไมผ า นการตรวจ มาตรา ๑๘ - จําคุกไมเกินสองปและปรับไมเกิน อนุญาตของพนักงานเจาหนาท่ี วรรค ๒, ๖๒ สองหม่ืนบาท - ถาผูกระทําผิดมีสัญชาติไทย ปรับ ไมเกินสองพันบาท ๓. คนตางดาวหลบหนีไปจากพาหนะหรือหลบหนไี ปในระหวา งสง ตวั ไปยังสถานที่ใดๆ ที่ มาตรา ๗๒ - จําคุกไมเกินสองปหรือปรับไมเกิน พนกั งานเจา หนา ทไ่ี ดส งั่ ใหเ จา ของพาหนะหรอื ผคู วบคมุ พาหนะควบคมุ ตวั ไวห รอื สง ตวั ไป สองหม่นื บาท หรือท้งั จําท้งั ปรบั สถานที่ใดทหี่ น่ึงหรือหลบหนไี ประหวางถูกกักตัวหรือควบคมุ ตามอํานาจของพนกั งาน เจา หนา ที่ ตาม พ.ร.บ.คนเขาเมอื งฯ ๑๒๗

¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô¤¹à¢ŒÒàÁÍ× § ¾.È.òõòò ๑๒๘ ÅӴѺ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๔. คนตา งดา วซงึ่ ไดร บั อนญุ าตใหอ ยใู นราชอาณาจกั รเปน การชว่ั คราว ประกอบอาชพี หรอื มาตรา ๓๗(๑), - จําคุกไมเกินหนึ่งปหรือปรับไมเกิน รับจา งทาํ งานโดยไมไ ดรับอนุญาต ๗๕ หนง่ึ หมน่ื บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ขอสงั เกต ๑. ยกเวนอาชีพท่ีหามคนตางดาวทํางานโดยเด็ดขาด ตาม พ.ร.บ.การทํางานของ คนตา งดาว พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๖, ๒๓ ๒. หากทํางานแตกตางจากใบอนุญาต หรือสถานที่ทํางานแตกตางจากใบอนุญาต กเ็ ปน ความผดิ ตาม พ.ร.บ.การทาํ งานของคนตา งดา ว พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๒๑, ๓๘ ๕. คนตางดาวซึ่งไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราว ไมพักอาศัย ณ ที่ มาตรา ๓๗(๒), - ปรบั ไมเ กนิ หา พนั บาท หรอื ปรบั อกี ทีไ่ ดแจงตอ พนักงานเจา หนาท่ี ๗๖ ไมเกินวันละสองรอยบาทจนกวา จะปฏิบัติใหถูกตอง ๖. คนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราว ไมแจงการเปล่ียน มาตรา ๓๗(๓), - ปรบั ไมเ กนิ หา พนั บาท และปรบั อกี ท่ีพักตอเจา พนักงานตาํ รวจ ภายใน ๒๔ ชั่วโมง ๗๖ ไมเกินวันละสองรอยบาทจนกวา จะปฏบิ ัติใหถ ูกตอง

¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ ¤Ô ¹à¢ÒŒ àÁÍ× § ¾.È.òõòò ÅӴѺ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๗. คนตา งดา วซงึ่ ไดร บั อนญุ าตใหอ ยใู นราชอาณาจกั รเปน การชว่ั คราว ไมแ จง การเดนิ ทางไป มาตรา ๓๗(๔), - ปรบั ไมเ กนิ หา พนั บาท หรอื ปรบั อกี จังหวดั อื่นและอยูใ นจังหวดั นนั้ เกนิ ๒๔ ช่ัวโมง ตอ เจา พนกั งานตํารวจ ณ สถานีตาํ รวจ ๗๖ ไมเกินวันละสองรอยบาทจนกวา ทอ งทีภ่ ายใน ๔๘ ชัว่ โมง จะปฏบิ ตั ใิ หถกู ตอ ง ๘. คนตางดาวซึ่งไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราว ไมแจงท่ีพักอาศัย มาตรา ๓๗(๕), - ปรบั ไมเ กนิ หา พนั บาท และปรบั อกี ของตนเมอื่ ครบกําหนด ๙๐ วนั หรอื ทุกระยะ ๙๐ วัน ๗๖ ไมเกินวันละสองรอยบาทจนกวา จะปฏิบตั ิใหถกู ตอง ๑๒๙

ò. ਌Ңͧ¾Ò˹Р¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞμÑ Ô¤¹à¢ŒÒàÁÍ× § ¾.È.òõòò ๑๓๐ ÅӴѺ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍÑμÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๑. เจา ของพาหนะหรอื ผคู วบคมุ พาหนะไมน าํ พาหนะเขา มาในหรอื ออกไปนอกราชอาณาจกั ร มาตรา ๒๓, - จาํ คกุ ไมเ กนิ สบิ ปแ ละปรบั ไมเ กนิ ตามชองทางดานตรวจคนเขาเมือง เขตทา สถานี หรือทองท่ีและตามกําหนดเวลาตามที่ ๖๓ หนง่ึ แสนบาท รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา และภายในพาหนะนั้นมีคนตางดาวซ่ึงเขามาใน วรรคสอง ราชอาณาจกั รโดยฝาฝน พ.ร.บ.คนเขา เมืองฯ ๒. เจา ของพาหนะหรอื ผคู วบคมุ พาหนะไมน าํ พาหนะเขา มาในหรอื ออกไปนอกราชอาณาจกั ร มาตรา ๒๓, - จาํ คกุ ไมเ กนิ หา ปแ ละปรบั ไมเ กนิ ตามชองทางดานตรวจคนเขาเมือง เขตทา สถานี หรือทองที่และตามกําหนดเวลาตามที่ ๖๕ หาหม่ืนบาท หรือทง้ั จําทั้งปรับ รัฐมนตรปี ระกาศในราชกจิ จานุเบกษา ๓. เจาของพาหนะหรือผูควบคุมพาหนะไมแจงกําหนดวันและเวลาท่ีพาหนะจะเขามาถึง มาตรา ๒๕, - จําคุกไมเกินสองเดือนหรือปรับ หรอื จะออกจากเขตทา สถานี หรอื ทอ งทตี่ อ พนกั งานเจา หนา ท่ี ณ ทที่ าํ การตรวจคนเขา เมอื ง ๖๖ ไมเกินหน่ึงหมื่นบาท หรือท้ังจํา ทงั้ ปรบั

ó. ºØ¤¤Å·èÑÇä» ¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞÑμÔ¤¹à¢ÒŒ àÁ×ͧ ¾.È.òõòò ÅÓ´ºÑ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍÑμÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๑. ไมม าใหขอเทจ็ จรงิ หรอื สง เอกสารใหคณะกรรมการ มาตรา ๑๐, ๖๑ - ปรบั ไมเกินหา พนั บาท ๒. นาํ หรอื พาคนตา งดา วเขา มาในราชอาณาจกั รหรอื กระทาํ การดว ยประการใดๆ อนั เปน การ มาตรา ๖๓ - จาํ คกุ ไมเ กนิ สบิ ปแ ละปรบั ไมเ กนิ อุปการะหรือชว ยเหลือหรอื ใหค วามสะดวกแกค นตา งดา วใหเ ขา มาในราชอาณาจกั ร หนึ่งแสนบาท ๓. ใหเขาพักอาศัย ซอนเรน หรือชวยดวยประการใดๆ เพ่ือใหคนตางดาวซึ่งรูวาเขามาใน มาตรา ๖๔ - จาํ คกุ ไมเ กนิ หา ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ ราชอาณาจักรโดยฝาฝน พ.ร.บ.คนเขา เมอื งฯ เพอื่ ใหพน จากการจับกุม หา หมน่ื บาทเวน แตเ ปน การกระทาํ เพอื่ ชว ยเหลอื บดิ ามารดาบตุ รสามี หรอื ภรยิ าของผกู ระทาํ ศาลจะไม ลงโทษก็ได ๑๓๑

๑๓๒

๑๓๓ º··Õè ù ¾.Ã.º.»†ÒäÁŒ ¾.È.òôøô ñ. ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÕ¹ûٌ ÃШӺ· ๑.๑ เพ่ือใหน ักเรยี นมีความรูและความเขา ใจใน พ.ร.บ.ปาไม พ.ศ.๒๔๘๔ ๑.๒ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทําใดมีความผิด หรือไมมี ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ปาไม พ.ศ.๒๔๘๔ ๑.๓ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายวิธีการดําเนินการกับผูกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.ปาไม พ.ศ.๒๔๘๔ ò. ÊÇ‹ ¹¹Ó ปาไมไมใชเปนส่ิงสําคัญตอเศรษฐกิจของประเทศเทานั้น แตยังมีความสําคัญยิ่งตอ สภาพแวดลอม ซ่ึงไมเฉพาะของประเทศไทยเทานั้น แตยังเปนสิ่งสําคัญของมวลมนุษยชาติ เพ่ือประโยชนในการปองกัน ระงับและปราบปรามการลักลอบทําไมหวงหาม รวมทั้งการดําเนินการ ที่เก่ียวของกบั ไมห วงหา ม ซ่งึ เปน ทรัพยากรปา ไมท ่ีมีความสาํ คญั จงึ ไดมกี ารออก พ.ร.บ.น้ขี ึ้น ó. à¹×éÍËÒμÒÁËÇÑ ¢ÍŒ ๓.๑ ความรทู ่วั ไปเกย่ี วกบั พ.ร.บ.ปา ไม พ.ศ.๒๔๘๔ ๓.๒ การทาํ ไมและเกบ็ หาของปา ๓.๓ การทําไมหวงหา ม ๓.๔ ไมทมี่ ใิ ชไมหวงหาม ๓.๕ ของปา หวงหา ม ๓.๖ ตราประทับไม ๓.๗ ไมและของปา ระหวางเคล่อื นที่ ๓.๘ การควบคุมไมในลํานา้ํ ๓.๙ การควบคุมไมแ ปรรูป ๓.๑๐ เบด็ เตลด็ ๓.๑๑ ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ปาไม พ.ศ.๒๔๘๔ ô. ʋǹÊÃ»Ø เนื่องจากปาไมเปนทรัพยากรท่ีมีคาจึงมีการพยายามที่จะรักษาทรัพยากรดังกลาวใหอยู คูกับประเทศไทยใหนานท่ีสุดเทาที่จะทําได จึงไดมีการตรา พ.ร.บ.ปาไม และมีการแกไขปรับปรุง ใหมีความทันสมัยโดยตลอด การบังคับใช พ.ร.บ.ปาไมอยางมีประสิทธิภาพ ยอมเปนการปองกัน และแกไ ขปญ หาการทําไม โดยไมช อบดว ยกฎหมายตอ ไป õ. ¡¨Ô ¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó ใหนักเรียนคนหาการจับกุมตาม พ.ร.บ.ปาไมฯ และนําขอมูลมาวิเคราะหอภิปราย รว มกันในช้นั เรยี น

๑๓๔ ÁÒμÃÒ ñ พระราชบญั ญัติน้ใี หเรยี กวา “พระราชบัญญตั ิปา ไม พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๔” ÁÒμÃÒ ò ใหใชพระราชบัญญัตินี้ตั้งแตวันท่ี ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๕ เปน ตน ไป ÁÒμÃÒ ó ใหยกเลิก (๑) ประกาศพระบรมราชโองการวา ดว ยภาษไี มข อนสกั และไมก ระยาเลยลงวนั อาทติ ย เดือนส่ี แรมแปดค่าํ ปจอ ฉศก จลุ ศักราช ๑๒๓๖ (๒) ประกาศพระบรมราชโองการเร่อื งซอ้ื ขายไมขอนสัก ลงวนั พุธ เดือนเกา ขนึ้ คาํ่ หนึ่ง ปวอก ฉศก จุลศักราช ๑๒๔๖ (๓) ประกาศพระบรมราชโองการเรอื่ งไมข อนสกั ลงวนั อาทติ ย เดอื นเจด็ ขนึ้ คา่ํ หนงึ่ ปก นุ นพศก จุลศักราช ๑๒๔๙ (๔) ประกาศพระบรมราชโองการเพ่ิมเติมเรื่องไมขอนสัก ลงวันจันทร เดือนสิบเอ็ด แรมคา่ํ หน่งึ ปกนุ นพศก จุลศกั ราช ๑๒๔๙ (๕) พระราชบัญญตั ไิ มซ งุ และไมท อ นท่ีดวงตราลบเลือน ร.ศ. ๑๑๕ (๖) พระราชบญั ญตั ปิ ระกาศการรักษาปา ไม ร.ศ. ๑๑๖ (๗) พระราชบัญญัติรักษาตน ไมสกั ร.ศ. ๑๑๖ (๘) พระราชบญั ญัตปิ อ งกนั การลกั ลอบตีตราไม ร.ศ. ๑๑๗ (๙) พระราชบญั ญตั ปิ อ งกนั การลกั ลอบชกั ลากไมส กั ทย่ี งั มไิ ดเ สยี คา ตอ และภาษี ร.ศ. ๑๘ (๑๐) กฎกระทรวงมหาดไทยวาดวยไมไหลลอย ร.ศ.๑๑๙ (๑๑) กฎขอ บงั คบั อนญุ าตไมส กั ใชใ นการปลกู สรา งทท่ี าํ ราชการและการสาธารณประโยชน ร.ศ. ๑๑๙ (๑๒) พระราชบญั ญัตริ ักษาปา พุทธศกั ราช ๒๔๕๖ (๑๓) กฎขอบังคับวางระเบียบวิธีจัดการรกั ษาปา พุทธศกั ราช ๒๔๕๖ (๑๔) กฎขอ บงั คับวางระเบียบการหาของปา วาดว ยการเกบ็ รวงผงึ้ พุทธศกั ราช ๒๔๖๔ (๑๕) กฎขอบังคับวางระเบียบการหาของปา วาดวยการเจาะเผาตนตะเคียนทําชัน ในมณฑลปตตานี พุทธศักราช ๒๔๖๕ (๑๖) กฎขอบังคับวางระเบียบการหาของปา วาดวยการเจาะเผาทําน้ํามันยาง พทุ ธศกั ราช ๒๔๖๕ (๑๗) พระราชบัญญัติแกไขพระราชบัญญัติพิกัดภาษีภายใน พุทธศักราช ๒๔๗๐ เฉพาะมาตรา ๔ (ก) และ (ข) (๑๘) พระราชบัญญัติรกั ษาปา (ฉบับที่ ๒) พุทธศกั ราช ๒๔๗๙ (๑๙) พระราชบญั ญัติควบคุมการทาํ ยางสน พุทธศกั ราช ๒๔๘๐ (๒๐) บรรดาบทกฎหมาย กฎ และขอบังคับอื่นๆ ในสวนที่มีบัญญัติไวแลวใน พระราชบญั ญัตนิ ้ี หรือซึ่งแยงกับบทแหงพระราชบัญญัตนิ ้ี

๑๓๕ ¤ÇÒÁÃÙ·Œ ÇèÑ ä»à¡ÕÂè Ç¡ºÑ ¾.Ã.º.»†ÒäÁŒ ÁÒμÃÒ ô ในพระราชบญั ญัติน้ี (๑) “ปา ” หมายความวา ทด่ี ินทีย่ ังมิไดมบี คุ คลไดม าตามกฎหมายท่ีดนิ (๒) “ไม” หมายความวา ไมสักและไมอื่นทุกชนิดที่เปนตน เปนกอ เปนเถา รวมตลอดถงึ ไมทน่ี าํ เขา มาในราชอาณาจักร ไมไผท กุ ชนดิ ปาลม หวาย ตลอดจนราก ปุม ตอ เศษ ปลาย และก่ิงของส่ิงนน้ั ๆ ไมว าจะถกู ตดั ทอน เลอ่ื ย ผา ถาก ขุด หรอื กระทําโดยประการอืน่ ใด (๓) “แปรรปู ” หมายความวา การกระทาํ อยา งใดอยา งหน่งึ แกไ มดังนี้ คอื ก. เล่ือย ผา ถาก ขุด หรือกระทําดวยประการอ่ืนใดแกไมใหเปล่ียนรูป หรือขนาดไปจากเดิม นอกจากการลอกเปลอื กหรือตบแตง อนั จาํ เปน แกก ารชักลาก ข. เผา อบ บด หรอื กระทาํ ดว ยประการอน่ื ใดแกไ มใ หเ ปลย่ี นแปรสภาพไปจากเดมิ เพ่อื ถือเอาวตั ถุธาตหุ รือผลพลอยไดจ ากไมน นั้ (๔) “ไมแปรรูป” หมายความวา ไมที่ไดแปรรูปแลว และหมายความรวมถึงไมที่อยู ในสภาพพรางวา เปน สง่ิ ปลกู สรา ง หรอื อยใู นสภาพเปน สง่ิ ปลกู สรา งอนั ไมช อบดว ยลกั ษณะสง่ิ ปลกู สรา ง ทั่ว ๆ ไปหรือที่ผิดปกติวิสัย หรืออยูในสภาพเปนเครื่องใชท่ีไมชอบดวยลักษณะของเครื่องใช ท่ใี ชเปน ปกติในทอ งทีน่ ั้นหรอื ทผี่ ดิ ปกติวสิ ัย ไมที่อยูในสภาพเปนสิ่งปลูกสรางหรืออยูในสภาพเปนเครื่องใช ทั้งนี้ ตลอดเวลา ที่อยูในสภาพเชนน้ัน รวมท้ังไมท่ีเคยอยูในสภาพดังกลาวและผูครอบครองพิสูจนไดวาไดเคยมีสภาพ เชน นน้ั มาแลว ไมน อ ยกวา สองปส าํ หรบั ไมอ นื่ ทม่ี ใิ ชไ มส กั และหา ปส าํ หรบั ไมส กั มใิ หถ อื วา เปน ไมแ ปรรปู (๕) “ทําไม” หมายความวา ตัด ฟน กาน โคน ลิด เลือ่ ย ผา ถาก ทอน ขุด ชกั ลาก ไมในปา หรือนาํ ไมออกจากปาดวยประการใด ๆ (๖) “ไมไ หลลอย” หมายความวา ไมตน ไมซ ุง ไมทอ น ไมเสา ไมเข็ม ไมห ลัก ไมเ หล่ียม ไมก ระดาน ซ่ึงเปนไมหวงหา ม ทไ่ี ดไหลลอยโดยปราศจากการควบคุม (๗) “ของปา ” หมายความวา บรรดาของที่เกดิ หรือมีขนึ้ ในปาตามธรรมชาติ คอื ก. ไม รวมท้ังสวนตาง ๆ ของไม ถานไม น้ํามันไม ยางไม ตลอดจนสิ่งอ่ืน ๆ ทเี่ กดิ จากไม ข. พืชตาง ๆ ตลอดจนสง่ิ อื่น ๆ ทีเ่ กดิ จากพชื นน้ั ค. รงั นก คร่ัง รวงผ้ึง น้าํ ผึ้ง ขี้ผง้ึ และมูลคา งคาว ง. หินที่ไมใชแรตามกฎหมายวาดวยแร และหมายความรวมถึงถานไมท่ีบุคคล ทําขน้ึ ดวย มาตรา ๔ (๕) นยิ ามคาํ วา “ทาํ ไม” ซงีึ่ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยคาํ สง่ั หวั หนา คณะรกั ษาความสงบแหง ชาติ ที่ ๓๑/๒๕๕๙ มผี ลบงั คบั ใช ๑๗ เม.ย. ๖๒

๑๓๖ (๘) “ไมฟน” หมายความวา บรรดาไมท่ีมีลักษณะและคุณภาพเหมาะสมที่จะใชเปน เช้อื เพลิงย่ิงกวา จะใชประโยชนอ ยา งอน่ื (๙) “ชักลาก” หมายความวา การนําไมหรือของปาจากท่ีหน่ึงไปยังอีกที่หนึ่ง ดวยกําลงั แรงงาน (๑๐) “นําเคล่ือนท่ี” หมายความวา ชักลาก หรือทําใหไมหรือของปาเคลื่อนจากท่ีไป ดวยประการใด ๆ (๑๑) “ขนาดจํากดั ” หมายความวา ขนาดของตน ไมทร่ี ัฐมนตรปี ระกาศกําหนด (๑๒) “คาภาคหลวง” หมายความวา เงินคาธรรมเนียมซึ่งผูทําไมหรือเก็บหาของปา จะตอ งเสยี ตามความในพระราชบญั ญตั นิ ้ี (๑๓) “โรงงานแปรรูปไม” หมายความวา โรงงานหรือสถานที่ใดซ่ึงจัดข้ึนไว เปนท่ีทาํ การแปรรปู ไม รวมถงึ บรเิ วณโรงงานหรอื สถานทีน่ ั้น ๆ ดว ย (๑๔) “โรงคาไมแปรรูป” หมายความวา สถานท่ีท่ีคาไมแปรรูป หรือที่มีไมแปรรูปไว เพอ่ื การคา รวมถึงบริเวณสถานท่ีนั้น ๆ ดว ย (๑๕) “ตราประทับไม” หมายความวา วตั ถใุ ดอันประดิษฐข นึ้ เพื่อใหเ กดิ เปน รปู รอย หรือ เครอ่ื งหมายใด ๆ นอกจากรปู รอยทเ่ี ปน ตวั เลข ไวท ไี่ มซ งึ่ อยภู ายใตค วามควบคมุ แหง พระราชบญั ญตั นิ ้ี (๑๖) “พนักงานเจาหนาท่ี” หมายความวา เจาพนักงานปาไม พนักงานปาไมหรือ ผซู ึ่งรัฐมนตรีไดแตง ตง้ั ใหม หี นาที่ดาํ เนนิ การตามพระราชบัญญัตินี้ (๑๗) “รฐั มนตร”ี หมายความวา รฐั มนตรวี า การกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ สง่ิ แวดลอ ม รกั ษาการตาม พ.ร.บ. นี้ ÁÒμÃÒ õ พระราชกฤษฎีกาหรือประกาศรัฐมนตรีซึ่งกําหนดข้ึนตามบทแหง พระราชบญั ญัติน้ี ใหค ัดสําเนาประกาศไว ณ ท่ีวาการอาํ เภอและที่ทาํ การกาํ นัน หรอื ที่สาธารณสถาน ในทอ งที่ซงึ่ เกย่ี วขอ ง ¡ÒÃทําäÁጠÅÐࡺç ËҢͧ»†Ò ÁÒμÃÒ ö ไมห วงหามมสี องประเภท คอื ประเภท ก. ไมห วงหา มธรรมดา ไดแ ก ไมซ ง่ึ การทาํ ไมจ ะตอ งไดร บั อนญุ าตจากพนกั งาน เจา หนาท่หี รอื ไดรบั สมั ปทานตามความในพระราชบัญญตั ิน้ี ประเภท ข. ไมหวงหามพเิ ศษ ไดแก ไมหายากหรือไมท่คี วรสงวนซงึ่ ไมอ นุญาตใหท าํ ไม เวน แตร ฐั มนตรีจะไดอ นุญาตในกรณีพิเศษ คาํ ͸ºÔ Ò บรรดาไมสกั ไมยาง ไมช ิงชนั ไมเก็ดแดง ไมอ เี มง ไมพะยงู แกลบ ไมกระพ้ี ไมแ ดงจนี ไมขะยุง ไมซิก ไมกระซิก ไมกระซิบ ไมพะยูง ไมหมากพลูตั๊กแตน ไมกระพ้ีเขาควาย ไมเก็ดดํา ไมอีเฒา และไมเก็ดเขาควาย ทข่ี ึน้ ในปา ใหเ ปน ไมห วงหา มประเภท ก. มาตรา ๖ คําอธิบายเพิ่มเตมิ

๑๓๗ “ÁÒμÃÒ ÷ ไมช นดิ ใดทขี่ นึ้ ในปา จะใหเ ปน ไมห วงหา มประเภทใด ใหก าํ หนดโดยพระราช กฤษฎีกา สาํ หรับไมทกุ ชนิดท่ีขึ้นในท่ีดนิ ทีม่ กี รรมสทิ ธหิ์ รือสทิ ธคิ รอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดนิ ไมเ ปน ไมห วงหา ม หรอื ไมท ปี่ ลกู ขน้ึ ในทด่ี นิ ทไี่ ดร บั อนญุ าตใหท าํ ประโยชนต ามประเภทหนงั สอื แสดงสทิ ธิ ที่รฐั มนตรีประกาศกาํ หนดโดยความเหน็ ชอบของคณะรัฐมนตรี ใหถือวาไมเปน ไมหวงหา ม” การเพ่ิมเติมหรือเพิกถอนชนิดไม หรือเปล่ียนแปลงประเภทไมหวงหามที่ไดมีพระราช กฤษฎกี ากาํ หนดไวแ ลว กด็ ี หรอื จะกาํ หนดไมช นดิ ใดเปน ไมห วงหา มประเภทใดขน้ึ ในทอ งทใี่ ด นอกจาก ทอ งทที่ ไ่ี ดม พี ระราชกฤษฎกี ากาํ หนดตามความในมาตรากอ นแลว นนั้ กด็ ี ใหก าํ หนดโดยพระราชกฤษฎกี า พระราชกฤษฎีกาซ่ึงตราข้ึนตามความในวรรคหน่ึงและวรรคสอง ใหใชบังคับไดเมื่อพน กาํ หนดเกา สิบวัน นบั แตวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ÁÒμÃÒ ø (ยกเลิก) ÁÒμÃÒ ù รฐั มนตรมี อี าํ นาจกาํ หนดอตั ราคา ภาคหลวงโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ดังตอ ไปน้ี (๑) สําหรับไมหวงหามประเภท ก. เฉพาะไมสัก หรือไมหวงหามประเภท ข. ใหกาํ หนดตามชนิด ขนาด และปริมาตรของไม ไมเกนิ ลูกบาศกเ มตรละสองรอยบาท (๒) สําหรับไมหวงหามอ่ืน ใหกําหนดตามชนิดและปริมาตรของไม ไมเกิน ลูกบาศกเ มตรละแปดสิบบาท (๓) สําหรับไมหวงหามที่ทําเปนไมฟนหรือไมเผาถาน ใหกําหนดไดไมเกิน ลูกบาศกเมตรละหาบาท ถาไดเผาเปนถานแลว อัตราคาภาคหลวงใหเปนสองเทาของอัตรา คา ภาคหลวงของไมหวงหามท่ีทําเปน ไมฟน หรอื ไมเผาถาน (๔) สาํ หรบั ไมห วงหา มหรอื ถา นทเี่ ผาจากไมห วงหา มทนี่ ยิ มซอื้ ขายกนั ตามมาตรฐานอนื่ นอกจากเปนลูกบาศกเมตร จะกําหนดอัตราคาภาคหลวงแตกตางจากท่ีบัญญัติไวใน (๑) (๒) หรือ (๓) ก็ได แตตองไมเกินรอยละสิบของราคาตลาดในราชอาณาจักร โดยเฉลี่ยจากราคาของ ไมห วงหา มหรือของถา นทีเ่ ผาจากไมหวงหาม แลวแตกรณี ÁÒμÃÒ ù ·ÇÔ ในกรณีท่รี ัฐมนตรีเหน็ สมควร รฐั มนตรีจะลดหรือยกเวน คา ภาคหลวงให บคุ คลซ่ึงประสบภัยพิบัติสาธารณะตามความจําเปนเฉพาะรายก็ได ÁÒμÃÒ ñð ใหรัฐมนตรีมีอํานาจกําหนดขนาดจํากัดไมหวงหามโดยประกาศใน ราชกจิ จานุเบกษา มาตรา ๗ แกไขเพม่ิ เตมิ โดยประกาศคณะรกั ษาความสงบแหง ชาติ ฉบับท่ี ๑๐๖/๒๕๕๗ มีผลใชบ งั คบั ๑๗ เม.ย. ๖๒

๑๓๘ ¡ÒÃทําäÁËŒ ǧˌÒÁ ÁÒμÃÒ ññ ผูใดทําไม หรือเจาะ หรือสับ หรือเผา หรือทําอันตรายดวยประการใดๆ แกไ มห วงหา ม ตอ งไดร บั อนญุ าตจากพนกั งานเจา หนา ทห่ี รอื ไดร บั สมั ปทานตามความในพระราชบญั ญตั นิ ้ี และตอ งปฏบิ ัติตามขอ กาํ หนดในกฎกระทรวงหรอื ในการอนญุ าต การอนุญาตนั้น พนักงานเจาหนาที่เมื่อไดรับอนุมัติจากรัฐมนตรีแลว จะอนุญาตให ผกู ขาดโดยใหผูไดรับอนุญาตเสียเงินคา ผกู ขาดใหแกรัฐบาลตามจาํ นวนที่รฐั มนตรกี ําหนดก็ได การอนุญาตโดยวิธีผูกขาดหรือใหสัมปทานสําหรับการทําไมฟนหรือไมเผาถานไมวา โดยทางตรงหรือทางออม ใหกระทําไดเฉพาะในเขตปาท่ีหางไกลและกันดาร หรือเฉพาะการทําไม ชนิดที่มคี า หรอื หายาก การพิจารณาคําขออนุญาตผูกขาดหรือสัมปทานตามความในวรรคกอนใหกระทําโดย คณะกรรมการซึง่ รัฐมนตรแี ตงตั้ง ÁÒμÃÒ ññ ·ÇÔ ในกรณีที่ผูรับอนุญาตตามมาตรา ๑๑ หรือผูรับสัมปทานประสงค จะนําเคร่ืองมือ เครื่องใช สัตวพาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ท่ีตนมิไดเปนเจาของ เขาไปในเขตปาที่ไดรับอนุญาตหรือในเขตสัมปทาน ผูรับอนุญาตหรือผูรับสัมปทานดังกลาวตองแจง ใหพ นักงานเจาหนา ทที่ ราบลวงหนา เปน เวลาไมน อยกวา สามสิบวัน ตามแบบท่รี ฐั มนตรีกาํ หนด บรรดาทรพั ยส นิ ดังกลา วในวรรคหน่ึงท่ผี ูรับอนญุ าตหรือผูรบั สมั ปทานนาํ เขาไปในเขตปา ที่ไดรับอนุญาต หรือในเขตสัมปทาน โดยมิไดแจงใหพนักงานเจาหนาท่ีทราบตามวรรคหนึ่ง ใหส ันนิษฐานไวก อนวา ทรพั ยส ินนัน้ เปน ทรัพยส ินของผรู ับอนญุ าตหรอื ผรู ับสัมปทาน ÁÒμÃÒ ñò หามมิใหผูรับอนุญาตทําไมท่ีไมมีรอยตราอนุญาตของพนักงานเจาหนาท่ี ประทบั ไว เวนแตจะไดม ีขอความระบอุ นญุ าตไวในใบอนุญาต ÁÒμÃÒ ñó หา มมใิ หผ รู บั อนญุ าตทาํ ไมท ม่ี ขี นาดตา่ํ กวา ขนาดจาํ กดั แตถ า มเี หตภุ ยั พบิ ตั ิ สาธารณะ หรือมีเหตุจําเปนที่เห็นสมควรชวยเหลือราษฎรเปนกรณีพิเศษ รัฐมนตรีจะอนุญาต ใหผ รู บั อนุญาตเฉพาะราย ทาํ ไมท่ีมขี นาดตํ่ากวาขนาดจาํ กดั เปนการชั่วคราวก็ได การทําไมท่ีมีขนาดต่ํากวาขนาดจํากัดตามท่ีรัฐมนตรีอนุญาตใหทําได ตามความใน วรรคหนึ่ง ผูรับอนุญาตจะทําไมไดก็ตอเม่ือพนักงานเจาหนาท่ีไดประทับตราอนุญาตไวท่ีไมน้ันๆ แลว ท้ังน้ี เวนแตในกรณีท่ีไมสามารถประทับตราได และพนักงานเจาหนาที่ไดระบุไวในใบอนุญาต ใหท ําไดโ ดยไมตอ งประทับตรา ÁÒμÃÒ ñô ผูรบั อนญุ าตทาํ ไมต องเสยี คา ภาคหลวงตามท่ีกําหนดไว ดงั ตอ ไปน้ี (๑) ตองชําระคาภาคหลวงลวงหนา ตนหรือทอนละสองบาท เม่ือรับใบอนุญาตจาก พนักงานเจาหนาท่ี เวนแตในทองที่ใดท่ีคณะกรรมการจังหวัดไดประกาศโดยรับอนุมัติจากรัฐมนตรี ใหงดเวนไมตองเรียกเก็บเงินคาภาคหลวงลวงหนาหรือใหลดอัตราคาภาคหลวงลวงหนาลงจากอัตรา ที่กําหนดนี้ ก็ใหเ ปนไปตามประกาศของคณะกรรมการจังหวัดนน้ั ๆ

๑๓๙ การทําไมสัก ผูรับอนุญาตจะตองชําระคาภาคหลวงลวงหนา ตามอัตราท่ี คณะกรรมการจังหวัดไดประกาศโดยรับอนุมัติจากรัฐมนตรี หรือตามอัตราที่รัฐมนตรีกําหนดเปน ราย ๆ ไป การทาํ ไมฟ น หรือทําไมเผาถา น ไมต องเสียคาภาคหลวงลว งหนา (๒) ตองชําระคาภาคหลวงใหเสร็จสิ้นภายในกําหนดสามสิบวัน นับแตวันที่พนักงาน เจาหนา ทีไ่ ดแ จง จํานวนคาภาคหลวงใหทราบ ถาผูรับอนุญาตไมชําระคาภาคหลวงใหเสร็จสิ้นภายในกําหนดเวลาดังกลาวในวรรคกอน ใหไม ไมฟน ไมเผาถานหรือถานนั้นตกเปนของแผนดิน เวนแตผูรับอนุญาตจะไดรับอนุญาตให ผัดผอนการชําระคาภาคหลวงตอไปตามขอกําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ไดชําระเงินคาภาคหลวง ลวงหนาไว และไดทําไมออกมาแลวภายในกําหนดอายุใบอนุญาต ก็ใหไมสวนท่ีเกินจํานวนจากที่ ชาํ ระคาภาคหลวงลวงหนาไวแลว ตกเปน ของแผน ดนิ ÁÒμÃÒ ñô ·ÇÔ ยกเลิกตามคาํ ส่งั หวั หนาคณะรักษาความสงบแหงชาติ ท่ี ๓๑/๒๕๕๙ ÁÒμÃÒ ñõ การชําระคาภาคหลวงสําหรับไมหวงหามชนิดใด ถาผูรับอนุญาตขอชําระ ในเมื่อไมนั้นไดแปรรูปแลว ตองชําระตามปริมาตรของไมแปรรูปในอัตราสองเทาคาภาคหลวง ท่กี าํ หนดไวสาํ หรับไมช นดิ นั้นๆ ÁÒμÃÒ ñö คา ภาคหลวงลว งหนาทั้งสิ้นทช่ี าํ ระไวแลว ตามความในมาตรา ๑๔ (๑) น้นั ใหนํามาหักกลบลบกันกับคาภาคหลวงไมท่ีทําออก ยังขาดเทาใดใหเรียกเก็บจนครบ ถาผูรับอนุญาต ทําไมออกมาไมครบจํานวนตามใบอนุญาตโดยมิใชเพราะเหตุสุดวิสัย ซ่ึงคํานวณคาภาคหลวงแลว ยังไมถึงจํานวนเงินคาภาคหลวงลวงหนาท่ีไดชําระไวแลว คาภาคหลวงลวงหนาสวนท่ีเกินใหตกเปน ของรฐั บาล ถาผูรับอนุญาตไมไดทําไมออกมาเลยตามใบอนุญาตโดยมิใชเพราะเหตุสุดวิสัย หรอื กระทําผดิ จนถกู เพกิ ถอนใบอนญุ าต คา ภาคหลวงลว งหนา ทัง้ สิ้น ใหตกเปน ของรฐั บาล ÁÒμÃÒ ñ÷ บทบญั ญัตใิ นสว นน้ี มใิ หใ ชบังคบั ในกรณดี งั ตอไปน้ี (๑) พนักงานเจาหนาท่ีจัดกระทําไปเพื่อประโยชนในการบํารุงปา การคนควาหรือ การทดลองในทางวชิ าการ (๒) ผูเก็บหาเศษไม ปลายไมตายแหงที่ลมขอนนอนไพร อันมีลักษณะเปนไมฟน ซง่ึ มิใชไ มสักหรือไมหวงหามประเภท ข. ไปสาํ หรบั ใชส อยในบานเรอื นแหงตนหรือประกอบกจิ ของตน ÁÒμÃÒ ñø เมื่อมีเหตุภัยพิบัติสาธารณะหรือมีเหตุจําเปนท่ีเห็นสมควรชวยเหลือ ราษฎรเปนกรณีพิเศษ รัฐมนตรีจะอนุญาตใหผูใดเฉพาะรายทําไมหวงหามแตกตางจากขอกําหนด ในกฎกระทรวง หรือขอ กาํ หนดในการอนญุ าตเปนการชวั่ คราวก็ได ÁÒμÃÒ ñø/ñ เพื่อประโยชนในการจําแนกแหลงที่มาของไม เจาของไมท่ีข้ึนในท่ีดิน ทม่ี ีกรรมสทิ ธหิ์ รอื สิทธคิ รอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดนิ หรอื เจา ของไมทปี่ ลูกขน้ึ ในที่ดนิ ทไี่ ดร ับ อนุญาตใหทําประโยชนตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิท่ีรัฐมนตรีประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบ ของคณะรฐั มนตรจี ะแจง พนกั งานเจา หนา ที่เพือ่ ขอหนังสอื รับรองไมก ไ็ ด

๑๔๐ การแจง และการออกหนงั สอื รบั รองตามวรรคหนงึ่ ใหเ ปน ไปตามระเบยี บทอ่ี ธบิ ดกี รมปา ไม กําหนดโดยความเหน็ ชอบของรฐั มนตรี ÁÒμÃÒ ñø/ò ผใู ดประสงคจ ะขอหนงั สอื รบั รองไม ผลติ ภณั ฑไ ม และถา นไม เพอ่ื การคา หรือการสงออกไปนอกราชอาณาจกั ร ใหย ่ืนคําขอตอ พนักงานเจา หนา ท่ีและเสียคาใชจ า ยในการออก หนงั สอื รับรองตามท่ีกรมปาไมกาํ หนด การขอและการออกหนังสือรับรอง และอัตราคาใชจายตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตาม ระเบียบท่ีอธิบดีกรมปา ไมกําหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี ÁÒμÃÒ ñø/ó การออกหนงั สอื รบั รองตามมาตรา ๑๘/๑ หรอื มาตรา ๑๘/๒ กรมปา ไม จะกําหนดใหสถาบันหรือองคกรอ่ืนดําเนินการแทนก็ได ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข ในระเบยี บทอ่ี ธบิ ดกี รมปา ไมก าํ หนด ในการนใ้ี หถ อื วา พนกั งานหรอื เจา หนา ทขี่ องสถาบนั หรอื องคก รอนื่ ที่ดําเนินการแทนพนักงานเจาหนาท่ีเปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาเฉพาะในสวนที่ เกยี่ วของกบั การปฏิบตั ิตามความในสวนน้”ี äÁŒ·ÁèÕ Ôãªä‹ ÁËŒ ǧËÒŒ Á “ÁÒμÃÒ òõ ผูใดนําไมท่ีมิใชไมหวงหามเขาเขตดานปาไม ตองเสียคาธรรมเนียมตาม อตั ราทรี่ ฐั มนตรกี าํ หนด เวน แตเ ปน การนาํ ไปเพอ่ื ใชส อยสว นตวั ภายในเขตทอ งทจี่ งั หวดั ทท่ี าํ ไมน นั้ หรอื เปน การนาํ ไมท ป่ี ลกู ขน้ึ ในทด่ี นิ ทไี่ ดร บั อนญุ าตใหท าํ ประโยชนต ามประเภทหนงั สอื แสดงสทิ ธทิ ร่ี ฐั มนตรี ประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา ๗ วรรคหน่ึง เขาเขตดานปาไม ไปใชสอยสวนตวั ไมตอ งเสยี คา ธรรมเนยี ม” การนําไมเขาเขตดานปาไมหลายดา น ใหเสยี คาธรรมเนยี มเพยี งดานแรกดานเดยี ว ÁÒμÃÒ òö รฐั มนตรมี อี าํ นาจประกาศในราชกจิ จานเุ บกษากาํ หนดอตั ราคา ธรรมเนยี ม ตามมาตรา ๒๕ ไมเกินลูกบาศกเมตรละสี่สิบบาท แตถาเปนไมที่นิยมซื้อขายกันตามมาตรฐานอ่ืน นอกจากเปน ลกู บาศกเมตร จะกําหนดอตั ราคา ธรรมเนยี มสําหรับไมน ้นั แตกตา งจากทบ่ี ัญญตั ไิ วน กี้ ็ได แตตอ งไมเกินรอ ยละสบิ ของราคาตลาดในทองท่ี โดยเฉล่ยี จากราคาของไมน้ัน มาตรา ๑๘ แกไขเพม่ิ เตมิ พ.ร.บ.ปา ไม (ฉบบั ที่ ๘) พ.ศ.๒๕๖๒ มาตรา ๒๕ แกไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ปาไม (ฉบบั ที่ ๘) พ.ศ.๒๕๖๒ ยกเลิก มาตรา ๒๕ วรรคแรก

๑๔๑ ¢Í§»†ÒËǧËÒŒ Á ÁÒμÃÒ ò÷ ของปาอยางใดในทองท่ีใดจะใหเปนของปาหวงหาม ใหกําหนดโดย พระราชกฤษฎกี า ÁÒμÃÒ òø การเพิ่มเติมหรือเพิกถอนของปาหวงหามที่ไดมีพระราชกฤษฎีกากําหนด ไวแลวก็ดี หรือจะกําหนดของปาอยางใดใหเปนของปาหวงหามข้ึนในทองที่ใด นอกจากทองที่ที่ไดมี พระราชกฤษฎกี ากําหนดตามความในมาตรากอ นแลวนน้ั ก็ดี ใหกาํ หนดโดยพระราชกฤษฎกี า พระราชกฤษฎีกาซ่ึงตราขึ้นตามความในมาตราน้ีใหใชบังคับไดเม่ือพนกําหนดเกาสิบวัน นบั แตว นั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ÁÒμÃÒ òù ผูใดเก็บหาของปาหวงหามหรือทําอันตรายดวยประการใดๆ แกของ ปาหวงหามในปา ตองไดรับอนุญาตจากพนักงานเจาหนาที่ และตองเสียคาภาคหลวง กับทั้งตอง ปฏบิ ตั ิตามขอ กําหนดในกฎกระทรวงหรอื ในการอนุญาต การอนญุ าตนน้ั พนกั งานเจา หนา ทเ่ี มอ่ื ไดร บั อนมุ ตั จิ ากรฐั มนตรแี ลว จะอนญุ าตใหผ กู ขาด โดยใหผ ูร บั อนุญาตเสยี เงนิ คา ผกู ขาดใหแ กร ฐั บาลตามจาํ นวนทร่ี ัฐมนตรีกาํ หนดกไ็ ด การอนุญาตโดยวิธีผูกขาด ใหกระทําไดเฉพาะในกรณีที่ของปาหวงหามเปนของมีคา หรือหายากหรือเฉพาะในเขตปาท่ีหางไกลและกันดาร หรือมีความจําเปนในวิธีการเก็บหาอันจําตอง ใหอ นุญาตโดยวิธีผกู ขาด ÁÒμÃÒ òù ·ÇÔ หา มมิใหผ ใู ดคา หรอื มไี วในครอบครอง ซ่งึ ของปาหวงหามเกินปริมาณที่ รัฐมนตรีประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา เวนแตไดรับอนุญาตจากพนักงานเจาหนาท่ี และตอ งปฏบิ ัตติ ามขอ กาํ หนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต ความในวรรคหนึ่งไมใชบังคับแกการนําของปาหวงหามเคลื่อนที่โดยมีใบเบิกทางของ พนักงานเจา หนาทก่ี าํ กบั ไปดวย ÁÒμÃÒ óð รฐั มนตรมี อี าํ นาจประกาศในราชกจิ จานเุ บกษากาํ หนดอตั ราคา ภาคหลวง ไมเกนิ รอ ยละสิบของราคาตลาดในราชอาณาจกั ร โดยเฉลย่ี จากราคาของของปาหวงหา มนัน้ ÁÒμÃÒ óñ ในทอ งที่ใดทีไ่ ดกาํ หนดรวงผงึ้ เปน ของปาหวงหาม หามมใิ หผูใดแมจะเปน ผูรับอนุญาตหรือผูรับสัมปทานเก็บหาของปาก็ตาม ตัดหรือโคนตนยวนผึ้งหรือตนไมที่ผ้ึงจับทํารังอยู หรอื ทาํ อันตรายดว ยประการใดแกตนไมท ่กี ลา วแลว โดยไมจาํ เปน แกก ารเก็บหารวงผ้งึ ÁÒμÃÒ óò บทบัญญัติในสวนนี้มิใหใชบังคับในกรณีที่พนักงานเจาหนาท่ีจัดกระทําไป เพือ่ ประโยชนในการบํารงุ ปา การคนควา หรือการทดลองในทางวิชาการ ÁÒμÃÒ óó เมื่อมีเหตุภัยพิบัติสาธารณะหรือมีเหตุจําเปนที่เห็นสมควรชวยเหลือ ราษฎรเปนกรณีพิเศษ รัฐมนตรีจะอนุญาตใหผูใดเฉพาะรายเก็บหาของปาหวงหาม แตกตางจาก ขอกําหนดในกฎกระทรวง หรอื ขอ กาํ หนดในการอนญุ าตเปนการช่ัวคราวก็ได


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook