๙๒ »ÃСÒÈÊÓ¹¡Ñ ¹Ò¡ÃѰÁ¹μÃÕ àÃÍè× § ¡Ó˹´Ê¶Ò¹·ËèÕ ÃÍ× ºÃÔàdzˌÒÁ¢ÒÂËÃ×ͺÃÔâÀ¤à¤Ã×èͧ´×Áè áÍÅ¡ÍÎÍÅã ¹·‹ÒàÃÍ× â´ÂÊÒÃÊÒ¸ÒóР¾.È.òõõø อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๒๗(๘) และมาตรา ๓๑(๗) แหง พระราชบญั ญตั ิ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบและคําแนะนํา ของคณะกรรมการนโยบายเครอื่ งด่มื แอลกอฮอลแหงชาติ จึงออกประกาศไว ดงั ตอ ไปน้ี ขอ ๑ หา มผใู ดขายหรอื บรโิ ภคเครอื่ งดมื่ แอลกอฮอลใ นบรเิ วณทา เรอื โดยสารสาธารณะ หรอื บนเรอื โดยสารสาธารณะประจําทาง ทา เรอื โดยสารสาธารณะ หมายความวา สถานทสี่ าํ หรบั ใหบ รกิ ารแกเ รอื โดยสารสาธารณะ ในการจอด เทยี บ บรรทุก หรือขนถา ยคนหรือส่งิ ของ เรือโดยสารสาธารณะประจําทาง หมายความวา ยานพาหนะทางน้ําทุกชนิดท่ีใชขนสง คนโดยสารตามเสน ทางท่หี นว ยงานของรฐั กําหนด ขอ ๒ ประกาศนใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป ประกาศ ณ วนั ท่ี ๕ กุมภาพนั ธ พ.ศ.๒๕๕๘ พลเอก ประยทุ ธ จนั ทรโอชา นายกรฐั มนตรี
¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô¤Çº¤ÁØ à¤ÃèÍ× §´×Áè áÍÅ¡ÍÎÍÅ ¾.È.òõõñ ÅÓ´ºÑ ¢ÍŒ ËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๑. ขายเคร่ืองดมื่ แอลกอฮอลในสถานท่หี ามขาย มาตรา ๒๗ - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ท้ังจาํ ทั้งปรบั ๒. ด่ืมเครือ่ งด่มื แอลกอฮอลในสถานทหี่ า มบรโิ ภค มาตรา ๓๑ - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือท้ังจาํ ทั้งปรับ ๓. ขายเครือ่ งดืม่ แอลกอฮอลใ นวันและเวลาหา มขาย มาตรา ๒๘ - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน ๓.๑ ขายเคร่ืองดืม่ แอลกอฮอลในวันท่ีหามขาย ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําท้งั ปรับ (วันมาฆบูชา วันวิสาขบชู า วนั อาสาฬหบูชา วันเขาพรรษา) (มาตรา ๒๘) ยกเวน โรงแรมแตตอ งพจิ ารณาขอ ๓.๓ และ ๓.๔ (ปว.๒๕๓ พ.ศ.๒๕๑๕) ๓.๒ ขายเคร่ืองดื่มแอลกอฮอลในเวลาหามขาย (ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเคร่ืองด่ืม - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๑๕) ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทัง้ จําทัง้ ปรบั ๓.๓ ขายเครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอลใ นเวลาหา มขาย ณ สถานทที่ ไ่ี ดร บั ใบอนญุ าตประเภท ๓ - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน ถงึ ๖ (ชว งเวลา ๒๔.๐๐-๑๑.๐๐ น. หรอื ๑๔.๐๐-๑๗.๐๐ น.) (ปว.๒๕๓ พ.ศ.๒๕๑๕) ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทงั้ จําท้งั ปรับ ๓.๔ ด่ืมในเวลาหา มขาย ณ สถานทขี่ ายตาม ๓.๓ (ชว งเวลา ๒๔.๐๐-๑๑.๐๐ น. หรือ - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน ๑๔.๐๐-๑๗.๐๐ น.)(ปว.๒๕๓ พ.ศ.๒๕๑๕) ๑๐,๐๐๐ บาท หรือท้ังจําท้ังปรบั ๙๓
¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô¤Çº¤ØÁà¤ÃÍè× §´Áè× áÍÅ¡ÍÎÍÅ ¾.È.òõõñ ๙๔ ÅÓ´ºÑ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍÑμÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๔. ขายเครือ่ งด่ืมแอลกอฮอลใหกับบุคคลท่กี ฎหมายหา มขาย มาตรา ๒๙ - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน ๔.๑ ขายเครื่องด่มื แอลกอฮอลใหกับผทู มี่ อี ายุตํา่ กวา ๒๐ ปบ รบิ ูรณ ๒๐,๐๐๐ บาท หรอื ท้งั จาํ ทัง้ ปรับ ๔.๒ ขายเครือ่ งด่ืมแอลกอฮอลใหก บั คนเมาจนครองสติไมได - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน ๒๐,๐๐๐ บาท หรอื ทงั้ จําทัง้ ปรับ ๕. การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอลหรือแสดงชื่อหรือเคร่ืองหมายของเคร่ืองด่ืม มาตรา ๓๒ - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน แอลกอฮอลฯ ๕๐๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จําทงั้ ปรับ ๖. การสงเสรมิ การขายเครือ่ งดมื่ แอลกอฮอล มาตรา ๓๐ - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน ๖.๑ ใชเครือ่ งขายอตั โนมตั ิ ๒๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจาํ ทง้ั ปรบั ๖.๒ การเรข าย - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จาํ ท้งั ปรบั ๖.๓ การลดราคาเพ่อื ประโยชนในการสงเสริมการขาย - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จําทั้งปรับ ๖.๔ ให/ เสนอสทิ ธใิ นการเขา ชมการแขง ขนั การแสดง การใหบ รกิ าร การชงิ โชคชงิ รางวลั - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน หรือสทิ ธิประโยชนอ่นื ใดฯ ๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จาํ ทั้งปรับ ๖.๕ การแจก แถมให หรอื แลกเปลย่ี นกบั เครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอลห รอื กบั สนิ คา หรอื บรกิ ารอน่ื - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน /แจกจายเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลในลักษณะเปนตัวอยางหรือชักจูงใจใหบริโภค/ ๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จาํ ท้ังปรับ บงั คบั ซ้ือโดยตรงหรือโดยออม (ขายพวง)
¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô¤Çº¤ÁØ à¤ÃÍè× §´Á×è áÍÅ¡ÍÎÍÅ ¾.È.òõõñ ÅÓ´ºÑ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๗. ฉลาก/บรรจภุ ณั ฑ (มาตรา ๒๖ ตาม พ.ร.บ.ควบคมุ เครือ่ งด่มื แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑) มาตรา ๒๖ - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทงั้ จาํ ทั้งปรบั ๘. ฉลากคาํ เตอื น (ประกาศ สธ.ท่ีออกตาม พ.ร.บ.อาหาร) มาตรา ๒๖ - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรอื ทั้งจาํ ทั้งปรบั ๙๕
๙๖
๙๗ º··èÕ ö ¾.Ã.º.»‡Í§¡¹Ñ áÅлÃÒº»ÃÒÁ¡ÒäŒÒ»ÃÐàÇ³Õ ¾.È.òõóù ñ. ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÕ¹ûٌ ÃШӺ· ๑.๑ เพื่อใหนักเรียนมีความรูและความเขาใจใน พ.ร.บ.ปองกันและปราบปราม การคา ประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙ ๑.๒ เพื่อใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทําใดมีความผิด หรือไมมี ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ปอ งกนั และปราบปรามการคา ประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙ ๑.๓ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายวิธีการดําเนินการกับผูกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.ปอ งกนั และปราบปรามการคาประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙ ò. ÊÇ‹ ¹¹Ó การคาประเวณีมีสาเหตุสําคัญมาจากสภาพเศรษฐกิจและสังคม ผูทําการคาประเวณี สวนมากเปนผูดอยสติปญญาและการศึกษาสมควรลงโทษผูกระทําการคาประเวณีและเปดโอกาส ใหบุคคลเหลาน้ันไดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพ และในขณะเดียวกันเพ่ือเปนการปราบปราม การคาประเวณีเพ่ือคุมครองบุคคล โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่อาจถูกลอลวงหรือชักพาไป จึงสมควรลงโทษบุคคลซ่ึงกระทําชําเราโสเภณีเด็กในสถานการคาประเวณี บุคคลซ่ึงหารายได จากการคา ประเวณีเด็กรวมถึงตัวบิดามารดา หรือผูปกครองซ่งึ มสี ว นรเู ห็นเปน ใจ ó. à¹Íé× ËÒμÒÁËÇÑ ¢ÍŒ ๓.๑ ความรทู ่วั ไปเกย่ี วกบั พ.ร.บ.ปองกนั และปราบปรามการคา ประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙ ๓.๒ นิยาม ๓.๓ ฐานความผดิ ๓.๔ มาตรการตาม พ.ร.บ.ปอ งกนั และปราบปรามการคา ประเวณีฯ ๓.๕ อํานาจหนาทข่ี องพนักงานเจาหนาท่ี ๓.๖ ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ปอ งกันและปราบปรามการคาประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙ ô. ÊÇ‹ ¹ÊÃ»Ø การคาประเวณีเปนปญหาสังคมท่ีจะนําไปสูปญหาในเรื่องของการคามนุษย เพราะ เปนการแสวงหาประโยชนจากมนุษยดวยกันเอง ดังนั้น การดําเนินการตาม พ.ร.บ.ปองกันและ ปราบปรามการคาประเวณีอยางมีประสิทธิภาพจึงเปนการลดหนทางที่จะเกิดปญหาการคามนุษย ในระดบั หน่ึง ซ่งึ เปนเรื่องที่เจาพนักงานจะตองใหค วามสนใจและบงั คับใชอยางมีประสทิ ธภิ าพตอไป õ. ¡Ô¨¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó ใหนักเรียนคนหาการจับกุมตาม พ.ร.บ.ปองกันและปราบปรามการคาประเวณี และ นาํ ขอ มลู มาวเิ คราะหอ ภิปรายรวมกนั ในช้ันเรียน
๙๘ เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติน้ี โดยท่ีพระราชบัญญัติปรามการคาประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ ไดป ระกาศใชบ งั คบั มาเปน เวลานาน บทบญั ญตั ทิ ม่ี อี ยโู ดยเฉพาะอยา งยง่ิ บทกาํ หนดโทษ ไมเหมาะสมกับสถานการณปจจุบัน และโดยท่ีการคาประเวณีมีสาเหตุสําคัญมาจากสภาพ เศรษฐกจิ และสงั คม ผทู าํ การคา ประเวณสี ว นมากเปน ผซู งึ่ ดอ ยสตปิ ญ ญาและการศกึ ษา สมควรลดโทษ ผูกระทําการคาประเวณี และเปดโอกาสใหบุคคลเหลานั้นไดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพ ไมวา จะเปนการใหการอบรมฟนฟูจิตใจ การบําบัดรักษาโรค การฝกอบรมและพัฒนาอาชีพ ตลอดจน พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และในขณะเดยี วกนั เพอ่ื เปน การปราบปรามการคา ประเวณแี ละเพอ่ื คมุ ครองบคุ คล โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนท่ีอาจถูกลอลวงหรือชักพาไปเพื่อการคาประเวณีสมควรกําหนดโทษ บุคคลซึ่งกระทําชําเราโสเภณีเด็กในสถานการคาประเวณี บุคคลซึ่งหารายไดจากการคาประเวณี ของเด็กและเยาวชน และบิดามารดาหรือผูปกครอง ซึ่งมีสวนรวมรูเห็นเปนใจในการจัดหาผูอยูใน ความปกครองไปเพ่ือการคาประเวณกี บั ใหอ ํานาจศาลทจ่ี ะถอนอาํ นาจปกครองของบิดา มารดา หรอื ผปู กครองของผกู ระทาํ ความผดิ ซง่ึ เปน เดก็ เพราะเหตทุ ม่ี สี ว นรว มรเู หน็ เปน ใจใหผ อู ยใู นความปกครอง กระทําการคาประเวณี นอกจากน้ันในปจจุบันปรากฏวาไดมีโฆษณา ชักชวนหรือแนะนําตัวทาง ส่ือมวลชนในลักษณะที่เห็นไดวาเปนการเรียกรองการติดตอในการคาประเวณีกันอยางแพรหลาย สมควรกําหนดใหการกระทําดังกลา วเปนความผดิ จงึ จําเปน ตอ งตราพระราชบญั ญัติน้ี ¡¤ÒÇÃÒ¤ÁŒÒûٷŒ ÃèÑÇÐäà»ÇೡèÕÂãÕ ¹Ç¡»ÑºÃоà·.ÃÈ.亷.»Â͇ (§P¡r¹Ñ oásÅtiÐt»utÃiÒoºn»iÃnÒÁT¡hÒaäilÒŒa»nÃdÐ)àdzÕÏ สาํ ËÃºÑ »ÃÐà·Èä·Â ¡ÒäҌ »ÃÐàdzàÕ ÃÁèÔ ÁÁÕ Òáμà‹ ÁÍ×è ã´Â§Ñ äÁÁ‹ ËÕ Å¡Ñ °Ò¹·àèÕ ¢ÂÕ ¹äÇጠ¹ª‹ ´Ñ แตต ามประมวลกฎหมายรชั กาลที่ ๑ จลุ ศกั ราช ๑๖๖ พมิ พต ามฉบบั หลวงตรา ๓ ดวง ในบทพระไอยการ ลักษณะผวั เมยี ไดม คี ําวา หญิง นครโสเภณี ปรากฏอยูแลว กลาววา “ÁÒμÃÒ˹Öè§ ªÒÂã´Ê¢‹Ù ÍàÍÒ ËÞÔ§¤¹¢ºÑ ¤¹รําà·ÂèÕ Ç¢Í·Ò¹àÅéÂÕ §ªÇÕ Ôμ áÅÐËÞÔ§¹¤ÃâÊàÀ³ÕÁÒàÅÂéÕ §à»¹š àÁÕ ทําªŒÙà˹Í× ¼ÇÑ ¡ç´.Õ ..” เปนตน สันนิษฐานกันวาโสเภณีในประเทศไทย ขณะเร่ิมแรกมีสวนสืบเนื่องมาจากลักษณะของ การจัดหาหญิงมาเปนทาส และการเอาแบบอยางมาจากอินเดียและจีน โดยเหตุที่ประเทศไทย ในขณะน้ันยังไมไดเลิกทาส ดังน้ันสภาพของนางทาส จึงเปนเชนเดียวกับท่ีปรากฏในประเทศ หรอื สังคมอ่ืนๆ ท่เี คยมที าส กลาวคอื นางทาสนอกจากจะตองมหี นาท่ีบําเรอผเู ปน นายแลว ยังตอง อุทิศตัวเพื่อชายอื่นตามคําสั่งหรือตามตกลงของผูเปนนายอีกดวย วิธีการเชนนี้รายไดงาม ดังนั้น จึงมีหัวหนารวบรวมซื้อหรือไถหญิงท่ีเปนทาสแลวตั้งเปนสํานักข้ึน หญิงทาสเหลานั้นจึงกลายเปน โสเภณีไป จนกระทั่งไดทรงกรุณาโปรดเกลาฯ ใหเลิกทาสเสียเม่ือ พ.ศ.๒๔๔๘ หญิงจําพวกนี้ก็ยัง สมัครใจเปนโสเภณีตอไปอีกและมีแพรหลายเพิ่มข้ึน โดยหญิงพวกนี้รับตั๋วจากเจาภาษีแลวมีหัวหนา รวบรวมตง้ั สํานกั ขึ้น
๙๙ ʋǹ·èÊÕ ¹Ñ ¹ÉÔ °Ò¹Ç‹ÒàÍÒẺÍ‹ҧÁÒ¨Ò¡Í¹Ô à´ÂÕ ¹Ñé¹à¾ÃÒÐà¢ÒŒ ã¨Ç‹Ò »ÃÐà·Èä·Âä´ÃŒ ºÑ àÍÒÍÒøÃÃÁÁÒ¨Ò¡ÍÔ¹à´Õ ´Ñ§¹éѹ¨Ö§¹‹Ò¨ÐàÅÕ¹ẺÍ‹ҧ¡ÒèѴμ‹Ò§æ à¡èÕÂǡѺâÊàÀ³ÕÁÒ¨Ò¡ ÍÔ¹à´Õ´ŒÇ à¾ÃÒÐâÊàÀ³ÕÍ¹Ô à´ÂÕ ÁÁÕ ÒμÑé§áμâ‹ ºÃÒ³¡ÒÅ´§Ñ ä´Œ¡Å‹ÒÇÁÒáÅŒÇ สว นกรณที สี่ นั นษิ ฐานวา เอาแบบอยา งมาจากจนี นนั้ โดยทปี่ ระวตั ศิ าสตรบ างตอนบง ชดั วา หญิงโสเภณีก็มีในประเทศจีนมานมนานแลว และปรากฏวามีคนจีนเขามาพํานักอยูในประเทศไทย จํานวนมากเปนเวลาชานานแลว จึงนาจะสันนิษฐานไดอีกทางหน่ึงวาไทยเราคงจะเลียนอยางริเริ่ม ใหมโี สเภณีข้นึ ตามแบบเชน เดยี วกบั โสเภณีจนี ËÅÑ¡°Ò¹·èվͨÐÂ¹× Â¹Ñ ä´âŒ ´ÂṪ‹ Ñ´¡¤ç Í× ä´ŒÁÕสาํ ¹¡Ñ âÊàÀ³·Õ àèÕ ¨ÒŒ ¢Í§สาํ ¹¡Ñ áÅÐâÊàÀ³àÕ »¹š ¤¹¨¹Õ ÍÂã‹Ù ¹ºÃàÔ Ç³¡Ã§Ø à·¾Ï áÅи¹ºÃØ ÁÕ Ò¹Ò¹áÅÇŒ ¹Í¡¨Ò¡¹¹éÑ ÀÒÉÕ¨Õ¹·Õè㪌àÃÕ¡ËÞÔ§»ÃÐàÀ·¹éÕÇ‹Ò “Ëยํา©‹Ò” ä·ÂàÃÒ¡çà¤Âä´ŒÂÔ¹¨¹ªÔ¹ËÙáÅÐ㪌¡Ñ¹Ê׺ÁÒ¨¹ μÃÒºà·Ò‹ ·¡Ø Çѹ¹Õé จนกระทั่ง พ.ศ.๒๔๕๒ การคาประเวณีไดแพรหลายมากขึ้นถึงกับพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวตองตรากฎหมายออกใชบังคับ ช่ือวา “¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ»‡Í§¡Ñ¹ÊÑÞ¨Ãâä Ã.È.ñò÷” แตกอนหนานี้ไมเคยมีกฎหมายควบคุมโสเภณีแตอยางใด คงปลอยใหหญิงประเภทนี้ ประกอบกิจการไปตามความตองการ แตเมื่อบานเมืองเจริญข้ึน จํานวนหญิงประเภทนี้ก็มีมากข้ึน ¨Ö§จํา໚¹μŒÍ§ÁÕ¡®ËÁÒ¤Ǻ¤ØÁáÅФ،Á¤Ãͧà¾è×Íãˌ໚¹ä»´ŒÇ¤ÇÒÁʧºàÃÕºÌÍ ดังปรากฏใน พระราชปรารภวา ทกุ วนั นหี้ ญงิ บางจาํ พวกประพฤตติ นอยา งทเ่ี รยี กวา หญงิ นครโสเภณี มหี วั หนา รวบรวมกนั ตั้งโรงหาเงินข้ึนหลายแหงหลายตําบล ทําใหมีเหตุเกิดการวิวาทขึ้นเนื่องๆ อีกประการหน่ึง หญิงบางคนปวยเปนโรค ซึ่งอาจจะติดตอเนื่องไปถึงผูชายท่ีคบหาสมาคมไดก็มิไดมีแพทยตรวจรักษา โรครายน้ัน อาจจะติดตอเน่ืองกันไปจนถึงเปนอันตรายแกรางกายและชีวิตมนุษยเปนอันมาก และยังไดหาไดมีกฎหมายและขอบังคับอยางใด สําหรับจะปองกันทุกข โทษภัยแหงประชาราษฎร ทั้งหลายเหลา นไี้ ม จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหต ราพระราชบัญญตั ินีข้ ้นึ ไว รูปแบบ “การคา ประเวณี” ของประเทศไทย ในอดตี ถึงปจ จบุ ัน อาจจําแนกแบง ไดเปน ๓ กลุม มีรูปแบบการใหบ ริการ จํานวน ๑๙ รูปแบบดังตอไปนี้ ๑. กลมุ การคาประเวณีในสถานคา ประเวณีโดยตรง มี ๗ รูปแบบ คือ ๑.๑ สถานคาประเวณีโดยตรงหรือซองโสเภณี โดยการจัดใหมีหญิงโสเภณีขาย บริการรว มประเวณีกบั ชายในสถานคา ประเวณีโดยจัดหองไวเฉพาะสําหรบั เพื่อการคาประเวณี ๑.๒ สถานบริการประเภทอาบอบนวด ซึ่งขออนุญาตเปนสถานบริการ ตาม มาตรา ๓(๓) แหง พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙ แตก็เปนที่ทราบกันวามีการดําเนินการให มีการคาประเวณเี ชนเดียวกบั ขอ ๑.๑
๑๐๐ ๑.๓ สถานนวดแผนไทยหรอื นวดแผนโบราณ นวดนา้ํ มนั ตลอดจนสถานประกอบ การสปาบางแหง ทง้ั ทถ่ี กู ตอ งและไมถ กู ตอ งตามกฎหมาย แตพ บวา ยงั คงมกี ารลกั ลอบบรกิ ารแอบแฝง คา ประเวณีในสถานที่ดังกลา วอยูเปน บางแหง ๑.๔ โรงแรมขนาดเล็ก หรือโรงแรมมานรูดท่ีจัดใหมีหญิงบริการคาประเวณีแก ลูกคาหรือโดยใหพนักงานจัดหาหญิงบริการประเวณีแกลูกคาโดยไดรับคาตอบแทน มีแมงดาเปน ธรุ ะจัดหา ๑.๕ สถานบริการคาราโอเกะบังหนา ซง่ึ มหี ญงิ บรกิ ารรองเพลงหรือผสมเครอ่ื งดม่ื มีการจัดสถานท่ีตลอดจนแสง สี เสียงไปในทางที่ลอแหลม และมีการจัดหองแยกเปนการเฉพาะ สาํ หรบั ลกู คาและหญงิ บริการ ๑.๖ รานตัดผมบางประเภท สวนใหญจะเปนรานท่ีมีพนักงานตัดผมเปนผูหญิง และมกี ารแยกหอ งบริการมดิ ชิดเปนการเฉพาะ ๑.๗ หอพักของหญิงโดยตรง มักมีการติดตอโดยตรงระหวางผูชายกับผูหญิง บรกิ ารทางเพศและมีการจา ยคาบรกิ ารทางเพศโดยตรงกบั แขกทมี่ าบรกิ ารโดยตรง ๒. กลุมสถานคา ประเวณใี นลกั ษณะสถานทีต่ ดิ ตอเพ่อื การคาประเวณี มี ๓ รูปแบบ ๒.๑ สถานที่ท่ีจัดใหมีหญิงไวบริการใหชายเลือกแลวพาไปรวมประเวณีอื่น อาจเปนลักษณะบานเชา หรือโรงแรม มีการจัดสถานที่ใหผูรับบริการสามารถเลือกผูใหบริการได และพากันไปรว มหลับนอนกนั ที่สถานทอี่ นื่ ๆ ๒.๒ สถานบริการประเภทคาราโอเกะ ค็อกเทลเลานจ หรือคาเฟ ซึ่งจะมีหญิง นั่งบริการแกลูกคาภายในสถานที่ดังกลาว ไมมีการคาบริการแตพนักงานจะไดรับเฉพาะคาดื่ม และ เม่ือตกลงราคากันไดก็จะไปใหบริการทางเพศกับแขกในสถานที่อ่ืนๆ ขางนอก โดยอาจเหมาคาด่ืม จากสถานบริการหรือสถานประกอบการนนั้ ๆ ที่มสี ว นรับรดู วย ๒.๓ บารอะโกโก, โคโยตี้ หญิงเตนเดินแบบโชวบนเวที การใหบริการทางเพศ มกั เกดิ ขน้ึ เมอื่ พนกั งานเตน เลกิ งาน และมกั เปน การตดิ ตอ กนั เองระหวา งแขกมาเทย่ี วกบั ผหู ญงิ บรกิ าร ในบารอะโกโก หรือโคโยตี้ เดินแบบโชวบนเวทีถูกใจกับแขกมาเที่ยวก็จะมีการตกลงราคากับลูกคา และพากันไปหลับนอนทส่ี ถานทอ่ี น่ื ๆ นอกสถานบริการ ๓. กลมุ อื่นๆ มี ๙ รปู แบบ ๓.๑ การคาประเวณีตามสถานท่ีหรือถนนสาธารณะ : โดยยืนยันในลักษณะ เสนอตัว ติดตอรบเราใหลูกคาท้ังที่ขับขี่ยานพาหนะหรือเดินเทามาใชบริการ (Hooker) พบเห็นเปน จํานวนมาก บริเวณทองสนามหลวง หรือบริเวณโดยรอบสวนลุมพินี ตลอดจนยานเพชรบุรีตัดใหม เมอื่ ติดตอตกลงราคากันก็จะพากันไปหลบั นอนกนั ทีอ่ ่ืน
๑๐๑ ๓.๒ การคาประเวณีโดยมีเอเยนตหรือนายหนาเปนธุระจัดหาใหมีการคา ประเวณี : มีภาษาเรียกกันวา มามาซัง ซ่ึงก็คือแมงดาที่รับเปนธุระจัดหาผูใหบริการทางเพศให โดยการติดตอทางโทรศัพท เรียกอีกอยางหนึ่งวานางทางโทรศัพท เมื่อตกลงการซ้ือขายกันไดแลว ผูที่เปนธุระจัดหาก็จะพาหญิงบริการไปพบกับแขก และเม่ือจายเงินก็จะรับสวนแบงเปอรเซ็นตตาม แตจ ะตกลงกนั ๓.๓ การคาประเวณีในลักษณะเครือขายของหญิงบริการดวยกันเอง : อาจไมมี มามาซังเปนตัวกลาง หากแตหญิงบริการซ่ึงคาประเวณีดวยกันจะติดตอลูกคาใหแกกันและกัน ทางโทรศัพท โดยมีการแนะนําหญิงอ่ืนใหแกลูกคาเพื่อการคาประเวณี อาจมีหรือไมมีการแบง เปอรเ ซ็นตก ับหญิงบรกิ ารตามแตจ ะตกลงกัน ๓.๔ การคาประเวณีแฝงผานทางนิตยสาร หรือสื่อส่ิงพิมพอ่ืนโดยใชขอความ หรือภาพที่สื่อถึงการคาประเวณีโดยทางออม และสามารถคาดเดาเขาใจได เชน บริการเพื่อเท่ียว คลายเหงาบรกิ าร Escort ทง้ั ชายและหญงิ ๓.๕ การคา ประเวณที างโทรศัพท ระบบ ๑๙๐๐ XXX XXXX : โดยในปจจุบนั จะเปน รปู แบบทม่ี หี ญงิ บรกิ ารพดู คยุ กบั ลกู คา และมคี าํ พดู หรอื สง เสยี ง สาํ เนยี งวาจาสอ ไปในทางลามก หรือมีเจตจาํ นงที่จะใหลกู คาสําเร็จความใครท างกามารมณ ๓.๖ การคาประเวณีทางอินเทอรเน็ต : โดยการนําเสนอการคาประเวณีในทาง อินเทอรเน็ตในโปรแกรมหรือจะทําเปนเว็บเพจทั้งในแบบการโฆษณาหาลูกคาโดยตรงและโดยออม โดยสอื่ ความหมายดงั กลา ว หรอื ทางระบบหอ งแชท (Chat room) เชน เอม็ เอสเอน็ (MSN), PIRCH, ICQ เปนตน เม่ือตกลงราคากันไดก็จะนัดหมายกันไปซ้ือขายบริการทางเพศ บางกรณีอาจออกมา ในรูปของการ “ขายวิว” ทางเว็บแคมโชว เปดเผยรางกาย หรือแสดงการรวมเพศ เพื่อใหอีกฝาย สําเร็จความใคร โดยอาจแลกเปลี่ยนโดยการใหซื้อบัตรเติมเงินบอกรหัสซึ่งท้ังสองฝายจะไมไดเจอ ตัวตนกันจริงๆ ซ่ึงเฉพาะกรณีขายวิวน้ี ยังเปนประเด็นถกเถียงกันวาจะเขาขายการคาประเวณี หรอื ไม เพราะยงั ไมมกี ารตดิ ตอหรือสอเจตนากนั อยา งชดั เจนโดยตรงเหมอื นกรณอี ่นื ๆ ๓.๗ การคาประเวณีโดยการหาคนเล้ียงดูหลายคน : โดยไดรับคาตอบแทนเปน รายเดอื น ในแตล ะราย โดยหญงิ บรกิ ารบางคนอาจมคี นเลย้ี งดมู ากกวา ๒ ราย จากการตรวจสอบพบวา บางสวนยังเปนนักศึกษา หรือพนักงานระดับปฏิบัติท่ีตองการเงินเปนคาตอบแทน หรือคาเล้ียงดู โดยแลกกับการใหบ ริการทางเพศดังกลาว สว นใหญมกั เปน การคา ประเวณีสมคั รใจยอมรบั การกระทาํ ๓.๘ การคาประเวณีท่ีแฝงอยูในอาชีพอื่น แตเปนที่รูกันในวงการ : เชน แคดด้ี สนามกอลฟกลางคืนบางแหง หรือผูหญิงจดแตมโตะสนุกเกอรบางแหง หรือ พริตตี้ (Pretty) หญิงเชียรสินคารูปแบบตางๆ ซ่ึงบางสวนก็มีการแฝงการเสนอบริการทางเพศโดยมีคาตอบแทน ซึ่งพบเห็นไดอยูเสมอ
๑๐๒ ๓.๙ การคาประเวณีในลักษณะองคกรอาชญากรรม (Organized Crime) : ถือไดวาเปนธุรกิจที่สงผลกระทบตอความสงบเรียบรอยของบานเมืองมากกวารูปแบบอ่ืนๆ และปจจุบันมีแนวโนมจะสูงข้ึนเร่ือยๆ ในรูปแบบของการคามนุษย (Human Trafficking) ประเทศไทยนับวาเปนประเทศหนึ่ง มีการคามนุษยท้ังเปนตนทาง ทางผานและปลายทางจากการ คามนุษย โดยเฉพาะอยางยิ่งการเอาประโยชนจากการคามนุษยที่นําไปคาประเวณี (Transnational Sexual Exploitation) ¹ÔÂÒÁ ÁÒμÃÒ ô ในพระราชบญั ญัตนิ ้ี “การคาประเวณี” หมายความวา การยอมรับการกระทําชําเรา หรือการยอมรับ การกระทําอื่นใด หรือการกระทําอ่ืนใดเพื่อสําเร็จความใครในทางกามารมณของผูอ่ืน อันเปน การสําสอน เพือ่ สินจา งหรือประโยชนอ ่ืนใด ทัง้ นไี้ มว าผูย อมรับการกระทําและผูกระทาํ จะเปน บุคคล เพศเดียวกันหรือคนละเพศ “สถานการคาประเวณี” หมายความวา สถานที่ที่จัดไวเพื่อการคาประเวณี หรือยอม ใหมีการคาประเวณี และใหหมายความรวมถึงท่ีท่ีใชในการติดตอ หรือจัดหาบุคคลอื่นเพ่ือกระทํา การคาประเวณดี วย “สถานแรกรับ” หมายความถึง สถานท่ีท่ีทางราชการจัดใหมีข้ึน หรือสถานท่ีที่มูลนิธิ สมาคม หรอื สถาบนั อนื่ จดั ตง้ั ขน้ึ ตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ เพอ่ื รบั ผรู บั การคมุ ครองและพฒั นาอาชพี ไวเ ปน การชัว่ คราวเพอื่ พจิ ารณาวิธกี ารคมุ ครองและพฒั นาอาชีพใหเ หมาะสมสําหรบั แตล ะบคุ คล “สถานคุมครองและพัฒนาอาชีพ” หมายความวา สถานที่ท่ีทางราชการจัดใหมีขึ้น หรือสถานทที่ ม่ี ลู นธิ ิ สมาคมหรอื สถาบนั อนื่ จดั ต้ังขึน้ เพอื่ คมุ ครองสวสั ดิภาพและพัฒนาอาชพี แกผ ูรบั การคุม ครองและพฒั นาอาชีพแกผ ูรบั การคุมครองและพัฒนาอาชีพตามพระราชบัญญัตินี้ “การคมุ ครองและพฒั นาอาชพี ” หมายความวา การอบรมฟน ฟจู ติ ใจ การบาํ บดั รกั ษาโรค การฝก อบรมและการพฒั นาอาชพี ตลอดจนพัฒนาคณุ ภาพชีวิต “กรรมการ” หมายความวา กรรมการคมุ ครองและพัฒนาอาชพี หรือกรรมการคมุ ครอง และพฒั นาอาชพี ประจําจังหวัด แลวแตก รณี “พนกั งานเจา หนา ท”่ี หมายความวา ผซู ง่ึ รฐั มนตรแี ตง ตงั้ ใหป ฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ “อธบิ ดี” หมายความวา อธิบดกี รมประชาสงเคราะห “รฐั มนตรี” หมายความวา รฐั มนตรผี รู ักษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ °Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ õ ผูใดเขาติดตอ ชักชวน แนะนําตัว ติดตามหรือรบเราบุคคลตามถนน หรือสาธารณสถาน หรือกระทําการดังกลาวในที่อื่นใด เพื่อการคาประเวณีอันเปนการเปดเผย และนาอับอาย หรือเปนท่เี ดือดรอ นราํ คาญแกสาธารณชน ตองระวางโทษปรบั ไมเ กินหน่ึงพนั บาท
๑๐๓ ÁÒμÃÒ ö ผูใดเขาไปม่ัวสุมในสถานการคาประเวณี เพ่ือประโยชนในการคาประเวณี ของตนเองหรอื ผอู น่ื ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนงึ่ เดอื น หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนงึ่ พนั บาท หรอื ทง้ั จาํ ทง้ั ปรบั ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ไดก ระทาํ เพราะถกู บงั คบั หรอื ตกอยภู ายใตอ าํ นาจ ซ่งึ ไมส ามารถหลกี เล่ียงหรอื ขดั ขนื ได ผกู ระทาํ ไมมีความผดิ ÁÒμÃÒ ÷ ผูใดโฆษณาหรือรับโฆษณา ชักชวน หรือแนะนําดวยเอกสารส่ิงพิมพ หรือกระทําใหแพรหลายดวยวิธีใดไปยังสาธารณะที่เห็นไดวาเปนการเรียกรองหรือการติดตอ เพื่อการคาประเวณีของตนเองหรือผูอื่น ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหกเดือนถึงสองป หรือปรับต้ังแต หนึง่ หมน่ื บาทถงึ สีห่ มนื่ บาท หรอื ทั้งจําท้ังปรบั ÁÒμÃÒ ø ผูใดกระทําชําเราหรือกระทําอ่ืนใดเพื่อสําเร็จความใครของตนเอง หรือผูอ่ืนแกบุคคลอายุกวาสิบหาปแตยังไมเกินสิบแปดป ในสถานการคาประเวณี โดยบุคคลนั้น จะยินยอมหรือไมก็ตาม ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหนึ่งปถึงสามป และปรับต้ังแตสองหมื่นบาท ถงึ หกหมื่นบาท ถาการกระทําตามวรรคหนึ่งเปนการกระทําแกเด็กอายุยังไมเกินสิบหาป ตองระวางโทษ จําคกุ ต้ังแตสองปถ ึงหกปและปรับตง้ั แตส่ีหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท ถาการกระทําตามวรรคหนึ่งเปนการกระทําตอคูสมรสของตน โดยมิใชเพื่อสําเร็จ ความใครของผูอ ่ืน ผูกระทําไมมคี วามผิด ÁÒμÃÒ ù ผูใดเปนธุระจัดหา ลอไป หรือชักพาไปซ่ึงบุคคลใดใหเพื่อบุคคลนั้นกระทํา การคา ประเวณี แมบ คุ คลนนั้ จะยนิ ยอมกต็ าม และไมว า การกระทาํ ตา งๆ อนั ประกอบเปน ความผดิ นน้ั จะไดกระทําภายในหรือนอกราชอาณาจักรตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงสิบป และปรับต้ังแต สองหมน่ื บาทถงึ สองแสนบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ เปน การกระทาํ แกบ คุ คลอายกุ วา สบิ หา ปแ ตย งั ไมเ กนิ สบิ แปดป ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แตห า ปถ งึ สบิ หา ป และปรบั ตงั้ แตห นงึ่ แสนบาทถงึ สามแสนบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง เปนการกระทําแกเด็กอายุยังไมเกินสิบหาป ผูกระทาํ ตองระวางโทษจําคกุ ตง้ั แตส ิบปถึงยี่สิบป และปรบั ตง้ั แตสองแสนบาทถึงสแี่ สนบาท ถาการกระทําตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม เปนการกระทําโดยใชอุบาย หลอกลวง ขูเข็ญ ใชกําลังประทุษราย ใชอํานาจครอบงําผิดคลองธรรม หรือใชวิธีขมขืนใจดวย ประการใดๆ ผูกระทําตองระวางโทษหนักกวาท่ีบัญญัติไวในวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม หน่งึ ในสามแลว แตก รณี ผูใดเพื่อใหมีการกระทําการคาประเวณี รับตัวบุคคลซึ่งตนรูอยูวามีผูจัดหา ลอไป หรือ ชักพาไปตามวรรคหน่ึง วรรคสอง วรรคสาม หรือวรรคสี่ หรือสนับสนุนในการกระทําความผิด ดงั กลาวตองระวางโทษตามทบ่ี ัญญตั ไิ วว รรคหนงึ่ วรรคสอง วรรคสาม หรอื วรรคส่ีแลวแตก รณี
๑๐๔ ÁÒμÃÒ ñð ผูใดเปนบิดามารดาหรือผูปกครองของบุคคลซ่ึงมีอายุยังไมเกินสิบแปดป รูวามีการกระทําความผิดตามมาตรา ๙ วรรคสอง วรรคสาม หรือวรรคสี่ ตอผูอยูในความปกครอง ของตน และมสี ว นรวมรเู ห็นเปน ใจใหม ีการกระทาํ ความผิดน้นั ตองระวางโทษจําคกุ ตง้ั แตส ่ปี ถงึ ยส่ี ิบป และปรับตัง้ แตแ ปดหม่ืนบาทถึงส่แี สนบาท ÁÒμÃÒ ññ ผใู ดเปน เจา ของกจิ การคา ประเวณี ผดู แู ลหรอื ผจู ดั การกจิ การการคา ประเวณี หรือเปนผูควบคุมผูกระทําการคาประเวณีในสถานการคาประเวณี ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสามป ถึงสบิ หาป และปรบั ตง้ั แตห กหมน่ื บาทถงึ สามแสนบาท ถากิจการหรือสถานการคาประเวณีตามวรรคหนึ่งมีบุคคลซ่ึงมีอายุกวาสิบหาปแตยัง ไมเกินสิบแปดปทําการคาประเวณีอยูดวย ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหาปถึงสิบหาป และ ปรับต้ังแตหน่ึงแสนบาทถึงสามแสนบาท ถากิจการหรือสถานการคาประเวณีตามวรรคหน่ึงมีเด็ก อายุยังไมเกินสิบหาปทําการคาประเวณีอยูดวย ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสิบปถึงยี่สิบป และปรับตัง้ แตสองแสนบาทถงึ ส่แี สนบาท ÁÒμÃÒ ñò ผูใดหนว งเหนี่ยว กักขัง กระทําดว ยประการใด ใหผูอน่ื ปราศจากเสรีภาพ ในรางกายหรือทํารายรางกายหรือขูเข็ญดวยประการใดๆ วาจะใชกําลังประทุษรายผูอ่ืนเพื่อขมขืนใจ ใหผ อู นื่ นนั้ กระทาํ การคา ประเวณี ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตงั้ แตส องแสนบาท ถงึ สแี่ สนบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึง่ เปน เหตใุ หผูถ ูกกระทํา (๑) ไดร ับอนั ตรายสาหัส ผกู ระทําตองระวางโทษจาํ คกุ ตลอดชีวติ (๒) ถงึ แกค วามตาย ผูกระทําตองระวางโทษประหารชวี ิต หรือจาํ คุกตลอดชวี ิต ผูใดสนับสนุนในการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ตองระวางโทษตามท่ี บญั ญตั ิไวใ นวรรคหนงึ่ หรือวรรคสองแลว แตกรณี ถาผูกระทําความผิด หรือผูสนับสนุนการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเปนพนักงาน ฝายปกครองหรือตํารวจหรือพนักงานเจาหนาท่ี หรือเจาหนาที่ในสถานแรกรับ หรือสถานคุมครอง และพัฒนาอาชีพตามพระราชบัญญัตินี้ ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสิบหาปถึงยี่สิบป และ ปรับตง้ั แตสามแสนบาทถงึ ส่แี สนบาท ÁÒμáÒÃμÒÁ ¾.Ã.º.»Í‡ §¡¹Ñ áÅлÃÒº»ÃÒÁ¡ÒäŒÒ»ÃÐàÇ³Õ ÁÒμÃÒ ñó ถาบิดา มารดา หรือผูปกครองของผูกระทําความผิด ตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ หรอื มาตรา ๗ มีสวนรว มรเู หน็ เปนใจใหบุคคลผูอยูในความปกครองกระทาํ การคาประเวณี เม่ือคณะกรรมการคุมครองและพัฒนาอาชีพมีคําขอใหพนักงานอัยการยื่นคํารองตอศาลใหถอน อํานาจปกครองของบิดา มารดา หรอื ผูปกครองของผนู น้ั เสีย และแตง ตง้ั ผปู กครองแทนบดิ า มารดา หรอื ผปู กครองน้นั
๑๐๕ ÁÒμÃÒ óò ในกรณที ต่ี อ งมกี ารควบคมุ ตวั ผตู อ งหาหรอื จาํ เลยในความผดิ ตามมาตรา ๕ หรอื มาตรา ๖ ในระหวา งการสอบสวนของพนกั งานสอบสวน หรอื ในระหวา งการพจิ ารณาคดขี องศาล ใหกระทําไดตามกฎหมายวาดวยวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง แตใหควบคุมตัวผูตองหา หรือจําเลยนั้นไวตางหากจากผูตองหาหรือจําเลยอ่ืนหรือจะขอใหกรมประชาสงเคราะหเปนผูดูแล ผูถูกควบคมุ ตามระเบียบที่ ก.ค.อ. กาํ หนดก็ได ÁÒμÃÒ óó ในกรณีทผี่ ูก ระทาํ ความผิดตามมาตรา ๕ หรอื มาตรา ๖ เปนบุคคลอายุ ยังไมเกินสิบแปดปและไมปรากฏวาผูตองหาหรืออยูในระหวางถูกดําเนินคดีในความผิดฐานอื่น ซ่ึงเปนความผิดที่มีโทษจําคุก หรือตองคําพิพากษาใหจําคุก ใหพนักงานสอบสวนในกรณีที่ได เปรียบเทียบคดีแลว แจงกรมประชาสงเคราะหเพ่ือดําเนินการจัดสงตัวผูน้ันไปเพื่อรับการดูแล ในสถานแรกรบั ท่มี เี ขตรับผดิ ชอบ กรณตี ามวรรคหนง่ึ หากเปน บคุ คลอายเุ กนิ กวา สบิ แปดป ถา บคุ คลนนั้ ประสงค ท่ีจะไดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพในสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพ ใหพนักงานสอบสวนแจง กรมประชาสงเคราะหเ พอ่ื ดาํ เนนิ การจดั สง ตวั ผนู น้ั ไปเพอื่ รบั การดแู ลในสถานแรกรบั ทม่ี เี ขตรบั ผดิ ชอบ ÁÒμÃÒ óô ในกรณที ผี่ กู ระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ หรอื มาตรา ๗ เปน บคุ คล อายุยังไมเกินสิบแปดป เมื่อศาลไดพิจารณาถึงประวัติ ความประพฤติ สติปญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแหงจิต อาชีพ และสิ่งแวดลอมของผูนั้นแลวเห็นวาไมสมควรพิพากษาลงโทษ แตควร ใหผูกระทําความผิดไดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพแทนการลงโทษ ก็ใหกรมประชาสงเคราะห รับตัวผูกระทําความผิดเพื่อดําเนินการจัดสงตัวผูนั้นไปเพื่อรับการดูแลในสถานแรกรับท่ีมีเขต รบั ผิดชอบภายในสบิ หา วันนบั แตว ันท่ศี าลมีคาํ พพิ ากษา กรณีตามวรรคหน่ึงหากเปนบุคคลอายุกวาสิบแปดป ถาบุคคลนั้นประสงคท่ีจะไดรับ การคุมครองและพัฒนาอาชีพในสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพ และศาลเห็นสมควรใหกรมประชา สงเคราะหรับตัวผูกระทําความผิดเพื่อดําเนินการจัดสงตัวผูน้ันไปเพ่ือรับการดูแลในสถานแรกรับที่มี เขตรบั ผิดชอบภายในสบิ หา วันนับแตวนั ทีศ่ าลมคี าํ พิพากษา ในกรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษผูกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง และศาลเห็นสมควร ใหผูกระทําความผิดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพดวย ก็ใหกรมประชาสงเคราะหรับตัวผูกระทํา ความผิดเพ่ือดําเนินการจัดสงตัวผูน้ันไปเพ่ือรับการดูแลในสถานแรกรับท่ีมีเขตรับผิดชอบภายใน สิบหาวันนับแตวันที่ศาลมีคําพิพากษา และใหผูกระทําความผิดอยูในควบคุมของสถานแรกรับ และสถานคมุ ครองและพัฒนาอาชพี มิใหนับระยะเวลาท่ีควบคุมตัวผูกระทําความผิดตามวรรคสามเขาในกําหนดระยะเวลา ทอี่ ยใู นความดแู ลของสถานแรกรบั และระยะเวลาทร่ี บั การคมุ ครองและพฒั นาอาชพี ของสถานคมุ ครอง และพัฒนาอาชีพ หลักเกณฑและวิธีการรับตัวผูกระทําความผิดจากศาลเพ่ือดําเนินการจัดสงตัว ผูน้ันไปเพ่ือรับการดูแลในสถานแรกรับท่ีมีเขตรับผิดชอบใหเปนไปตามระเบียบท่ีอธิบดีกําหนด โดยความเห็นชอบของ ก.ค.อ.
๑๐๖ ÁÒμÃÒ óõ ใหสถานแรกรับพิจารณาบุคลิกภาพ พื้นฐานการศึกษาอบรม สาเหตุ การกระทําความผิดและทดสอบแนวถนัดแลวพิจารณาจัดสงตัวผูอยูในความดูแลตามมาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๔ ไปยังสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพท่ีเหมาะสมเพื่อใหการคุมครองและพัฒนา อาชีพภายในระยะเวลาตามระเบียบท่ี ก.ค.อ. กําหนดแตต องไมเกนิ หกเดือนนับแตว ันที่รับตัวผนู น้ั ไว ภายใตบังคับมาตรา ๓๔ วรรคสาม ในกรณีที่สถานแรกรับพิจารณาแลวเห็นวายังไมมี ความจําเปนจะตองสงผูน้ันไปรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพ จะไมสงตัวผูน้ันไปยังสถานคุมครอง และพัฒนาอาชีพก็ได ท้ังน้ีใหเ ปนไปตามระเบยี บท่ี ก.ค.อ. กําหนด ÁÒμÃÒ óö หลักเกณฑและวิธีการสงตัวบุคคลไปเพื่อรับการดูแลในสถานแรกรับตาม มาตรา ๓๓ และ มาตรา ๓๔ และการสงตัวไปเพื่อรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพในสถาน คุม ครองและพฒั นาอาชีพตามมาตรา ๓๕ ใหเปนไปตามระเบยี บที่ ก.ค.อ. กําหนด ÁÒμÃÒ ó÷ ผูรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพตองอยูรับการคุมครองและพัฒนา อาชีพในสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพตามระเบียบที่ ก.ค.อ. กําหนดเปนเวลาไมเกินสองป นับแตว ันท่ีสถานคุมครองและพฒั นาอาชีพรับตวั ไว ÁÒμÃÒ óø ในระหวางที่รับการดูแลในสถานแรกรับหรือรับการคุมครองและพัฒนา อาชีพในสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพ ถาผูใดหลบหนีออกนอกสถานแรกรับ หรือสถานคุมครอง และพฒั นาอาชพี ใหเจา หนา ทข่ี องสถานแรกรับ หรือสถานคุมครองและพฒั นาอาชพี มอี ํานาจหนา ที่ ออกตดิ ตามตวั ผนู น้ั เพอ่ื สง ตวั กลบั ไปยงั สถานแรกรบั หรอื สถานคมุ ครองและพฒั นาอาชพี ไดแ ลว แตก รณี ในการนี้สถานแรกรับหรือสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพจะรองใหเจาหนาท่ีตํารวจชวยดําเนินการ ใหดว ยก็ได เมื่อบุคคลใดไดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพครบกําหนดเวลาแลว ใหเจาหนาท่ีของ สถานแรกรับหรือสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพดําเนินการจัดสงบุคคลน้ันกลับไปยังถ่ินที่อยู หรือภมู ลิ ําเนาของผูน น้ั เวน แต ก.ค.อ. เหน็ สมควรจะดําเนนิ การเปนอยางอื่น อํา¹Ò¨Ë¹ÒŒ ·èբͧ¾¹Ñ¡§Ò¹à¨ŒÒ˹Ҍ ·Õè ÁÒμÃÒ óù ใหพนกั งานเจาหนาทีม่ อี าํ นาจหนาท่ี ดังตอ ไปนี้ (๑) เขา ไปในสถานบรกิ ารตามกฎหมายวา ดว ยสถานบรกิ ารในเวลากลางวนั และกลางคนื เพ่อื ตรวจตราการกระทาํ ความผดิ ตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ (๒) นําผูถูกลอลวง หรือถูกบังคับใหทําการคาประเวณี ซึ่งยินยอมใหนําตัวไปรับ การคุมครองและพัฒนาอาชีพ สงพนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณาดําเนินการหาตัวผูกระทําความผิด มาดําเนินการตอไป ทั้งนี้โดยใหนําความในมาตรา ๓๓ มาใชบังคับกับการสงตัวผูคาประเวณีไปรับ การดแู ลในสถานแรกรบั ดว ยโดยอนโุ ลม ÁÒμÃÒ ôð ใหกรรมการ อนุกรรมการ และพนักงานเจาหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ เปน เจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
๑๐๗ â·É ÁÒμÃÒ ôñ ผูใดฝาฝนไมอํานวยความสะดวกแกพนักงานเจาหนาท่ีผูปฏิบัติตาม มาตรา ๓๙ ตองระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ หนง่ึ เดือน หรอื ปรับไมเ กินหนง่ึ พันบาท หรือท้งั จาํ ท้งั ปรบั ÁÒμÃÒ ôò ในระหวา งทย่ี งั มไิ ดจ ดั ตง้ั สาํ นกั งานคณะกรรมการคมุ ครองและพฒั นาอาชพี ใหก รมประชาสงเคราะหม อี ํานาจหนาทต่ี ามมาตรา ๒๕ ÁÒμÃÒ ôó ใหสถานสงเคราะหท่ีจัดต้ังข้ึน ตามพระราชบัญญัติปรามการคาประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ เปนสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพตามพระราชบัญญัตินี้ ใหผูรับการสงเคราะหตาม พระราชบญั ญตั ปิ รามการคา ประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ ซง่ึ ยงั คงรบั การสงเคราะหอ ยใู นวนั ทพี่ ระราชบญั ญตั นิ ี้ ใชบังคบั รบั การคมุ ครองและพัฒนาอาชพี ตอไปจนกวาจะครบระยะเวลาที่อธบิ ดีไดก ําหนดไว ÁÒμÃÒ ôô บรรดาประกาศ ระเบียบ ขอบังคับ หรือคําส่ังท่ีออกตามพระราชบัญญัติ ปรามการคาประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ ใหยังคงใชบังคับไดตอไปเทาท่ีไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติน้ี ทั้งนจ้ี นกวาจะมปี ระกาศ ระเบยี บ ขอ บังคบั หรือคําส่ังทอ่ี อกตามพระราชบญั ญตั ิน้ี ÁÒμÃÒ ôõ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม รักษาการตาม พระราชบัญญัติน้ี และใหมีอํานาจแตงตั้งพนักงานเจาหนาที่ กับออกกฎกระทรวงและประกาศ เพอื่ ปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี กฎกระทรวงและประกาศนนั้ เมอ่ื ไดป ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษา แลวใชบงั คับได
¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô»‡Í§¡¹Ñ áÅлÃÒº»ÃÒÁ¡ÒäҌ »ÃÐàÇ³Õ ¾.È.òõóù ๑๐๘ ÅӴѺ ¢ÍŒ ËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍÑμÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๑. เขา ไปมว่ั สมุ ในสถานการคา ประเวณเี พอ่ื ประโยชนใ นการคา ประเวณขี องตนเองหรอื ผอู นื่ มาตรา ๖ - ระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ ๑ เดอื น หรอื ปรบั ไมเ กิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ทั้งจาํ ทัง้ ปรับ ๒. ๒.๑ เปน ธุระจดั หาซ่ึงบคุ คลใดเพื่อใหบคุ คลนน้ั กระทาํ การคาประเวณี มาตรา ๙ - ระวางโทษจําคุก ๑-๑๐ ป ปรับ ๒.๒ เปน ธุระจัดหาโดยกระทาํ แกบุคคลอายุกวา ๑๕ ป แตยงั ไมเกิน ๑๘ ป วรรค ๑ ๒๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ๒.๓ เปน ธุระจดั หาโดยกระทาํ แกเดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ ๑๕ ป มาตรา ๙ วรรค ๒ - ระวางโทษจําคกุ ๕-๑๕ ป และปรับ มาตรา ๙ ตัง้ แต ๑๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท วรรค ๓ - ระวางโทษจําคุก ๑๐-๒๐ ป และปรับ ต้ังแต ๒๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท ๓. ๓.๑ เปน เจา ของกจิ การการคา ประเวณี ผดู แู ลหรอื ผจู ดั การ หรอื เปน ผคู วบคมุ ผกู ระทาํ มาตรา ๑๑ - ระวางโทษจาํ คกุ ๓-๑๕ ป และปรับ การคาประเวณีในสถานการคาประเวณี วรรค ๑ ต้งั แต ๖๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท ๓.๒ สถานการคา ประเวณีมบี คุ คลซงึ่ มีอายกุ วา ๑๕ ป แตย ังไมเกนิ ๑๘ ป ทาํ การคา มาตรา ๑๑ - ระวางโทษจาํ คกุ ๕-๑๕ ป และปรับ ประเวณอี ยดู วย วรรค ๒ ตง้ั แต ๑๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท ๓.๓ สถานการคาประเวณีมีเด็กอายุยงั ไมเ กนิ ๑๕ ป ทําการคา ประเวณดี วย มาตรา ๑๑ - ระวางโทษจาํ คุก ๑๐-๒๐ ป และปรบั วรรค ๓ ตั้งแต ๒๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท ๔. หนวงเหนี่ยว กักขัง ทํารายรางกาย หรือขูเข็ญ ดวยประการใดๆ เพื่อใหผูอ่ืนกระทํา มาตรา ๑๒ - ระวางโทษจาํ คุก ๑๐-๒๐ ป และปรบั การคาประเวณี ต้งั แต ๒๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท
๑๐๙ º··èÕ ÷ ¾.Ã.º.¡Ò÷Òí §Ò¹¢Í§¤¹μ‹Ò§´ŒÒÇ ¾.È.òõõñ ñ. ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙ»Œ ÃШӺ· ๑.๑ เพื่อใหนักเรียนมีความรูและความเขาใจใน พ.ร.บ.การทํางานของคนตางดาว พ.ศ.๒๕๕๑ ๑.๒ เพื่อใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทําใดมีความผิด หรือไมมี ความผิดตาม พ.ร.บ.การทํางานของคนตางดา ว พ.ศ.๒๕๕๑ ๑.๓ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายวิธีการดําเนินการกับผูกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.การทาํ งานของคนตางดาว พ.ศ.๒๕๕๑ ò. ʋǹ¹Ó โดยทบี่ ทบญั ญตั เิ กยี่ วกบั การทาํ งานของคนตา งดา วตาม พ.ร.บ.การทาํ งานของคนตา งดา ว พ.ศ.๒๕๒๑ ไมสอดคลองกับลักษณะการเคลื่อนยายแรงงานในระบบเศรษฐกิจโลกปจจุบันและโดยท่ี แรงงานตางดาวเปนปจจุบันและโดยท่ีแรงงานตางดาวเปนปจจัยสําคัญประการหนึ่งที่ชวยขับเคลื่อน ระบบเศรษฐกิจของประเทศ กรณีจึงมีความจําเปนตองปรับปรุงระบบการทํางานของคนตางดาว ใหเหมาะสมกบั สถานการณทีเ่ ปลย่ี นแปลงไป จึงจาํ เปน ตองตรา พ.ร.บ.นี้ ó. à¹é×ÍËÒμÒÁËÇÑ ¢ÍŒ ๓.๑ ความรทู ว่ั ไปเก่ยี วกบั พ.ร.บ.การทาํ งานของคนตา งดา ว พ.ศ.๒๕๕๑ ๓.๒ การทาํ งานของคนตางดา ว ๓.๓ บทกําหนดโทษ ๓.๔ ความผดิ ตาม พ.ร.บ.การทํางานของคนตางดาว พ.ศ.๒๕๕๑ ô. ÊÇ‹ ¹ÊÃØ» กฎหมายการทํางานของบุคคลตางดาวเปนกฎหมายท่ีควบคุมการทํางานของบุคคล ตางดาวที่เขามาทํางานในประเทศไทยซ่ึงปจจุบันน้ีมีความสําคัญตอสภาพเศรษฐกิจของประเทศ และยงั สง ผลถงึ ความมัน่ คงในการเขา มาทาํ งานของบคุ คลตา งดาวในประเทศไทย ไดม ีกฎหมายเขา มา ควบคุมไวอยางเปนระบบ นอกจากนี้ในตัวกฎหมายไดใหความหมายของคําวา คนตางดาว ทํางาน ใบอนุญาต ลูกจาง ซึ่งความหมายของคําเหลานี้มีสวนสําคัญตอการพิจารณาตั้งฐานความผิด หากผูท ี่มสี วนเกีย่ วของไดป ระพฤตฝิ า ฝนไมเปนไปตามกฎหมาย õ. ¡Ô¨¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó ใหนักเรียนคนหาการจับกุมตาม พ.ร.บ.การทํางานของคนตางดาวฯ และนําขอมูลมา วเิ คราะหอ ภปิ รายรว มกันในชั้นเรียน
๑๑๐ ¤ÇÒÁÃÙŒ·èÑÇä»à¡ÕèÂÇ¡ºÑ ¾.Ã.º.¡Ò÷ӧҹ¢Í§ºØ¤¤ÅμÒ‹ §´ŒÒÇÏ ÁÒμÃÒ ô พระราชบัญญัติน้ีไมใชบังคับกับการปฏิบัติหนาที่ในราชอาณาจักรของ คนตา งดา วเฉพาะในฐานะ ดงั ตอไปน้ี (๑) บุคคลในคณะผูแทนทางทตู (๒) บุคคลในคณะผูแ ทนทางกงสลุ (๓) ผูแทนของประเทศสมาชิกและพนักงานขององคการสหประชาชาติและทบวง การชาํ นญั พิเศษ (๔) คนรับใชสวนตัวซ่ึงเดินทางจากตางประเทศเพ่ือมาทํางานประจําอยูกับบุคคลตาม (๑) หรอื (๒) หรือ (๓) (๕) บุคคลซ่ึงปฏิบัติหนาที่หรือภารกิจตามความตกลงที่รัฐบาลไทยทําไวกับรัฐบาล ตางประเทศหรือองคการระหวางประเทศ (๖) บุคคลซง่ึ ปฏิบตั หิ นา ทห่ี รือภารกิจเพอื่ ประโยชนในทางการศกึ ษา วฒั นธรรม ศลิ ปะ การกีฬา หรือกิจการอ่ืน ท้ังน้ี ตามทีจ่ ะไดกาํ หนดโดยพระราชกฤษฎีกา (๗) บุคคลซ่ึงคณะรัฐมนตรีอนุญาตใหเขามาปฏิบัติหนาที่หรือภารกิจอยางหน่ึงอยางใด โดยจะกาํ หนดเงอ่ื นไขไวด ว ยหรือไมก็ได ÁÒμÃÒ õ ในพระราชบญั ญัตนิ ี้ “คนตางดาว” หมายความวา บุคคลธรรมดาซ่ึงไมมสี ัญชาตไิ ทย “ทํางาน” หมายความวา การทํางานโดยใชกําลังกายหรือความรูดวยประสงคคาจาง หรือประโยชนอ ่นื ใดหรือไมก ็ตาม “ใบอนุญาต” หมายความวา ใบอนญุ าตทาํ งาน “ผรู ับใบอนุญาต” หมายความวา คนตา งดาวซง่ึ ไดรับใบอนุญาต “ลูกจาง” หมายความวา ผูรบั ใบอนญุ าตตามมาตรา ๙ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๓ (๑) และ (๒) และมาตรา ๑๔ ใหท าํ งานทกี่ ําหนดในกฎกระทรวงท่อี อกตามความในมาตรา ๑๕ “กองทุน” หมายความวา กองทุนเพอื่ การสงคนตางดา วกลับออกไปนอกราชอาณาจกั ร “คณะกรรมการกองทุน” หมายความวา คณะกรรมการกองทุนเพื่อการสงคนตางดาว กลับออกไปนอกราชอาณาจกั ร “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการพจิ ารณาการทํางานของคนตา งดา ว “คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ” หมายความวา คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ การทํางานของคนตา งดา ว “พนกั งานเจา หนา ท”ี่ หมายความวา ผซู ง่ึ รฐั มนตรแี ตง ตง้ั ใหป ฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ “นายทะเบียน” หมายความวา อธิบดี และพนักงานเจาหนาที่ซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งตาม ขอเสนอแนะของอธิบดีเพอื่ ออกใบอนญุ าตและปฏิบตั ิการอน่ื ตามพระราชบัญญตั ิน้ี
๑๑๑ “อธิบด”ี หมายความวา อธิบดกี รมการจดั หางาน “รฐั มนตรี” หมายความวา รฐั มนตรผี ูรักษาการตามพระราชบญั ญัตินี้ ¡Ò÷Òí §Ò¹¢Í§¤¹μÒ‹ §´ÒŒ Ç º··èÇÑ ä» ÁÒμÃÒ ÷ งานใดทค่ี นตางดา วอาจทําไดในทองทใ่ี ด เม่อื ใด ใหเปน ไปตามทกี่ ําหนดใน กฎกระทรวง โดยคํานึงถึงความมั่นคงของชาติ โอกาสในการประกอบอาชีพของคนไทยและ ความตองการแรงงานตางดาวที่จําเปนตอการพัฒนาประเทศ ท้ังนี้ จะกําหนดใหแตกตางกันระหวาง คนตา งดาวท่วั ไปกับคนตา งดาวตามมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ ก็ได ความในวรรคหนึ่งไมใ ชบ งั คบั กับการทํางานของคนตางดาวตามมาตรา ๑๒ ÁÒμÃÒ ø เพอื่ ประโยชนใ นการจาํ กดั จาํ นวนคนตา งดา วซง่ึ มใิ ชช า งฝม อื หรอื ผชู าํ นาญการ ที่จะเขามาทํางานบางประเภทหรือบางลักษณะในราชอาณาจักร รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ คณะรัฐมนตรีจะกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาใหเรียกเก็บคาธรรมเนียมการจาง คนตางดาวซึ่งมิใชชางฝมือหรือผูชํานาญการที่จะเขามาทํางานตามประเภทหรือลักษณะท่ีกําหนด ในราชอาณาจักรก็ได ผูใดประสงคจะจางคนตางดาวตามวรรคหนึ่ง ใหแจงตอนายทะเบียนตามแบบท่ีอธิบดี กาํ หนดและชําระคาธรรมเนยี มกอ นทําสัญญาจา งไมน อยกวาสามวนั ทาํ การ ผูใดไมปฏิบัติตามบทบัญญัติในวรรคสอง ตองเสียเงินเพิ่มอีกหน่ึงเทาของคาธรรมเนียม ทีต่ อ งชาํ ระ ãºÍ¹ÞØ Òμ·Òí §Ò¹ ÁÒμÃÒ ù หามมิใหคนตางดาวทํางานใดนอกจากงานตามมาตรา ๗ และไดรับ ใบอนุญาตจากนายทะเบียน เวนแตคนตางดาวซึ่งเขามาในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราวตาม กฎหมายวาดวยคนเขาเมือง เพ่ือทํางานอันจําเปนเเละเรงดวนที่มีระยะเวลาทํางานไมเกินสิบหาวัน แตคนตางดาวจะทาํ งานน้ันไดเ ม่ือไดม หี นังสือแจงใหน ายทะเบยี นทราบ ในการออกใบอนุญาต นายทะเบยี นจะกาํ หนดเงื่อนไขใหคนตา งดา วตอ งปฏิบัตดิ วยก็ได ใบอนุญาต การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการแจงตามวรรคหน่ึง ใหเ ปนไปตามแบบและวิธีการท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง อธิบดีจะวางระเบียบเพ่ือกําหนดแนวทางในการกําหนดเง่ือนไขตามวรรคสอง ใหน ายทะเบยี นตอ งปฏบิ ัติก็ได
๑๑๒ ÁÒμÃÒ ñð คนตางดาวซึ่งจะขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๙ ตองมีถิ่นที่อยู ในราชอาณาจักรหรือไดรับอนุญาตใหเขามาในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราวตามกฎหมายวาดวย คนเขาเมืองโดยมิใชไดรับอนุญาตใหเขามาในฐานะนักทองเที่ยวหรือผูเดินทางผาน และไมมีลักษณะ ตอ งหามตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง ÁÒμÃÒ ññ ผูใดประสงคจะจางคนตางดาวซึ่งอยูนอกราชอาณาจักรเขามาทํางานใน กจิ การของตนในราชอาณาจกั ร จะยน่ื คาํ ขอรบั ใบอนญุ าตและชาํ ระคา ธรรมเนยี มแทนคนตา งดา วนน้ั กไ็ ด การขอรับใบอนุญาตแทนคนตางดาวตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามวิธีการท่ีกําหนดใน กฎกระทรวง ÁÒμÃÒ ñò ในการอนญุ าตใหค นตา งดา วเขา มาทาํ งานในราชอาณาจกั รตามกฎหมาย วาดวยการสงเสริมการลงทุนหรือกฎหมายอื่น ใหผูอนุญาตตามกฎหมายดังกลาวมีหนังสือแจง การอนญุ าตน้นั ตอ นายทะเบียนพรอ มดว ยรายละเอยี ดท่ีอธบิ ดกี าํ หนดโดยเร็ว เมื่อไดรับแจงตามวรรคหนึ่ง ใหนายทะเบียนออกใบอนุญาตใหคนตางดาวน้ันภายใน เจ็ดวนั นับแตวันทไี่ ดรับแจง ในระหวางรอรับใบอนุญาตตามวรรคสอง ใหคนตางดาวน้ันทํางานไปพลางกอนได โดยไดรบั ยกเวนไมต อ งปฏิบตั ติ ามมาตรา ๒๔ จนถงึ วันทีน่ ายทะเบยี นแจงใหม ารบั ใบอนญุ าต ÁÒμÃÒ ñó คนตา งดา วซงึ่ ไมอ าจขอรบั ใบอนญุ าตตามมาตรา ๙ เพราะเหตดุ งั ตอ ไปนี้ อาจขอรับใบอนุญาตตอนายทะเบียนเพ่ือทํางานตามประเภทที่คณะรัฐมนตรีกําหนดโดยประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาตามขอเสนอแนะของคณะกรรมการ โดยคํานึงถึงความม่ันคงของชาติและ ผลกระทบตอ สังคม (๑) ถกู เนรเทศตามกฎหมายวา ดว ยการเนรเทศและไดร บั การผอ นผนั ใหไ ปประกอบอาชพี ณ ท่ีแหงใดแทนการเนรเทศหรอื อยใู นระหวางรอการเนรเทศ (๒) เขา มาหรอื อยใู นราชอาณาจกั รโดยไมไ ดร บั อนญุ าตตามกฎหมายวา ดว ยคนเขา เมอื ง แตไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราว เพื่อรอการสงกลับออกไปนอก ราชอาณาจกั รตามกฎหมายวาดว ยคนเขา เมอื ง (๓) ถกู ถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบบั ท่ี ๓๓๗ ลงวนั ท่ี ๑๓ ธนั วาคม พ.ศ.๒๕๑๕ หรอื ตามกฎหมายอนื่ (๔) เกิดในราชอาณาจักรแตไมไดรับสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๓๓๗ ลงวนั ท่ี ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ (๕) เกิดในราชอาณาจกั รแตไมไดร ับสัญชาติไทยตามกฎหมายวาดว ยสัญชาติ ประกาศตามวรรคหนึง่ คณะรัฐมนตรจี ะกาํ หนดเง่ือนไขอยา งใดไวด วยก็ได การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามวิธีการที่ กําหนดในกฎกระทรวง
๑๑๓ ÁÒμÃÒ ñô คนตางดาวซ่ึงมีภูมิลําเนาและเปนคนสัญชาติของประเทศท่ีมีชายแดน ติดกับประเทศไทย ถาไดเขามาในราชอาณาจักรโดยมีเอกสารใชแทนหนังสือเดินทางตามกฎหมาย วาดวยคนเขาเมือง อาจไดรับอนุญาตใหทํางานบางประเภทหรือลักษณะงานในราชอาณาจักร เปนการชั่วคราวในชวงระยะเวลาหรือตามฤดูกาลที่กําหนดได ทั้งน้ี เฉพาะการทํางานภายในทองท่ี ทอ่ี ยูตดิ กบั ชายแดนหรอื ทอ งทีต่ อ เน่อื งกบั ทอ งที่ดงั กลาว คนตางดาวซ่ึงประสงคจะทํางานตามวรรคหน่ึง ใหย่ืนคําขอรับใบอนุญาตทํางาน ชั่วคราวพรอมกับแสดงเอกสารใชแทนหนังสือเดินทางตอนายทะเบียนและชําระคาธรรมเนียมตาม ทกี่ ําหนดในกฎกระทรวง ในการออกใบอนุญาต ใหนายทะเบียนระบุทองที่หรือสถานท่ีที่อนุญาตใหทํางาน ระยะเวลาทอ่ี นญุ าตใหท าํ งาน ประเภทหรอื ลกั ษณะงาน และนายจา งทค่ี นตา งดา วนน้ั จะไปทาํ งานดว ย ทงั้ น้ี ตามแบบและวิธกี ารทีก่ ําหนดในกฎกระทรวง ความในมาตรานี้จะใชบังคับกับทองที่ใด สําหรับคนตางดาวสัญชาติใด เพื่อทํางาน ประเภทหรือลักษณะใด ในชวงระยะเวลาหรือฤดูกาลใด โดยมีเง่ือนไขอยางใด ใหเปนไปตามที่ คณะรฐั มนตรีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ÁÒμÃÒ ñõ ลกู จา งซ่งึ ไดร บั ใบอนุญาตตามมาตรา ๙ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๓ (๑) และ (๒) และมาตรา ๑๔ เฉพาะงานท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ตองสงเงินเขากองทุนเพื่อเปนประกัน คาใชจายในการสงลูกจางน้ันกลับออกไปนอกราชอาณาจักร โดยใหนายจางมีหนาท่ีหักเงินคาจาง จากลกู จา งนั้นและนําสงเขากองทนุ จํานวนเงินที่ลูกจางตองสงเขากองทุน การหักเงินคาจาง และการนําสงเงินคาจางเขา กองทุนตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ กําหนดเวลา และอัตราตามท่ีกําหนดใน กฎกระทรวง ทั้งน้ี จํานวนและอัตราดังกลาวจะกําหนดใหแตกตางกันสําหรับลูกจางซึ่งเปน คนตางดาวแตละสัญชาติก็ได โดยคํานึงถึงคาใชจายในการสงลูกจางแตละสัญชาติกลับออกไป นอกราชอาณาจกั ร ความในวรรคหนึ่งไมใชบังคับกับลูกจางซึ่งมีหลักฐานใบรับตามมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แสดงวาไดจายเงินเขากองทุนครบถวนแลว หรือมีหนังสือรับรองตามมาตรา ๑๖ วรรคสอง และ ลูกจางซึ่งปรากฏตามหลักฐานของนายทะเบียนวาไดจายเงินเขากองทุนครบถวนแลว ทั้งนี้ เฉพาะ ลูกจางซ่งึ ยังไมเคยไดรับเงนิ คืนตามมาตรา ๑๘ หรอื ยงั ไมเ คยถูกสง กลบั ตามมาตรา ๒๐ ÁÒμÃÒ ñö เมอื่ นายจา งนาํ สง เงนิ คา จา งของลกู จา งผใู ดเขา กองทนุ แลว ใหน ายทะเบยี น ออกใบรับใหแกนายจาง โดยในใบรับนั้นอยางนอยตองระบุชื่อและเลขประจําตัวของลูกจาง ซึ่งถูกหักคาจางจํานวนเงินที่นําสง และจํานวนเงินคางสง และใหนายจางมอบใบรับใหแกลูกจางนั้น ไวเปน หลักฐาน
๑๑๔ เมื่อลูกจางถูกหักเงินคาจางเพ่ือนําสงเขากองทุนครบถวนแลว ใหนายทะเบียนออก หนังสอื รบั รองใหแ กลกู จา งนนั้ เพอื่ เปน หลักฐาน ในกรณีที่หนังสือรับรองตามวรรคสอง สูญหายหรือเสียหาย ลูกจางมีสิทธิขอรับใบแทน จากนายทะเบยี น การออกใบรับตามวรรคหน่ึง การออกหนังสือรับรองตามวรรคสอง และการออก ใบแทนตามวรรคสาม ใหเ ปน ไปตามแบบ หลักเกณฑ และวิธกี ารทกี่ ําหนดในกฎกระทรวง ÁÒμÃÒ ñ÷ นายจางซ่ึงไมนําสงเงินคาจางตามมาตรา ๑๕ เขากองทุน หรือนําสง ไมครบถวนตองเสียเงินเพ่ิมในอัตรารอยละสองตอเดือนของเงินคาจางท่ีไมไดนําสงหรือนําสงไมครบ ÁÒμÃÒ ñø ลูกจางซึ่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรโดยคาใชจายของตนเองมีสิทธิ ไดรับเงินคาจางของตนท่ีถูกหักและนําสงเขากองทุนคืน โดยย่ืนคํารองขอคืนตอนายทะเบียน ณ ดานตรวจคนเขาเมืองท่ีตนจะตองผานเพื่อกลับออกไปนอกราชอาณาจักร หรือมีหนังสือแจง การขอคืนไปยังนายทะเบียน การขอคืนเงินคาจางตามวรรคหน่งึ ลกู จางตอ งแนบหลักฐานตามมาตรา ๑๖ วรรคหน่ึง ในกรณียังสงเงินเขากองทุนไมครบถวน หรือหลักฐานตามมาตรา ๑๖ วรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ในกรณสี งเงินเขากองทนุ ครบถวนแลว ใหนายทะเบียนมีหนาท่ีคืนเงินคาจางตามวรรคหนึ่งใหแกลูกจางภายในสามสิบวัน นับแตวันท่ีไดรับคํารองหรือหนังสือแจงการขอคืน แลวแตกรณี ในกรณีที่นายทะเบียนคืนเงินคาจาง ใหแกลูกจางเมื่อพนกําหนดเวลาดังกลาว ใหนายทะเบียนคืนเงินพรอมดวยดอกเบี้ยในอัตรารอยละ เจด็ ครง่ึ ตอ ปน บั แตว นั ทคี่ รบกาํ หนดสามสบิ วนั ดงั กลา วจนถงึ วนั ทน่ี ายทะเบยี นคนื เงนิ คา จา งใหแ กล กู จา ง การคนื เงนิ คา จา งและดอกเบยี้ ตามมาตรานจี้ ะคนื เปน เงนิ สด หรอื เชค็ ระบชุ อ่ื ลกู จา ง หรอื โอนเงนิ เขาบญั ชีเงินฝากของลกู จางกไ็ ด ทั้งน้ี ตามหลกั เกณฑท อี่ ธิบดีกาํ หนด ÁÒμÃÒ ñù ลกู จา งซง่ึ กลบั ออกไปนอกราชอาณาจกั รโดยคา ใชจ า ยของตนเอง ถา มไิ ด ขอรับเงินคาจางของตนที่ถูกหักและนําสงเขากองทุนคืนตามมาตรา ๑๘ ภายในสองปนับแตวันที่ กลบั ออกไปนอกราชอาณาจกั ร ใหเ ปน อนั หมดสทิ ธทิ จ่ี ะไดร บั เงนิ นน้ั คนื และใหเ งนิ นนั้ ตกเปน ของกองทนุ ในกรณีท่ีลูกจางตามวรรคหน่ึงกลับเขามาในราชอาณาจักรและกลับเขาทํางานตาม ใบอนุญาตเดิมท่ียังไมสิ้นอายุ หรือไดทํางานตามใบอนุญาตใหมอันเปนงานที่กําหนดในกฎกระทรวง ท่ีออกตามความในมาตรา ๑๕ แลวแตกรณี ภายในสองปนับแตวันท่ีกลับออกไปนอกราชอาณาจักร ลูกจางนั้นไมตองถูกหักเงินคาจางเพื่อนําสงเขากองทุนอีก เวนแตเงินคาจางท่ีลูกจางนั้นเคยถูกหัก และนําสงเขากองทุนยังไมครบถวน ใหนายจางหักเงินคาจางของลูกจางนั้นและนําสงเขากองทุน จนกวาจะครบถวน ÁÒμÃÒ òð เม่ือมีกรณีท่ีจะตองสงลูกจางกลับออกไปนอกราชอาณาจักร ใหกองทุน จา ยเงินของกองทุนเปนคา ใชจา ยในการสงลูกจา งน้ันกลบั ออกไปนอกราชอาณาจกั ร
๑๑๕ ในกรณที ลี่ กู จา งซง่ึ จะถกู สง กลบั ออกไปนอกราชอาณาจกั รยงั สง เงนิ เขา กองทนุ ไมค รบถว น ใหกองทุนจายเงินของกองทุนสมทบในสวนท่ีขาด เวนแตลูกจางน้ันเขามาทํางานในราชอาณาจักร ตามความตองการของนายจาง นายจางน้ันตองรับผิดชอบในเงินจํานวนท่ีลูกจางยังสงเขากองทุน ไมครบถวนและใหกองทนุ เรยี กเกบ็ เงนิ สวนทย่ี ังขาดอยนู น้ั จากนายจา ง ÁÒμÃÒ òñ ใบอนุญาตที่ออกใหตามพระราชบัญญัตินี้ ใหมีอายุไมเกินสองปนับแต วนั ออก เวน แตใ บอนญุ าตทอ่ี อกใหแ กค นตา งดา วตามมาตรา ๑๒ ใหม อี ายเุ ทา ระยะเวลาทไี่ ดร บั อนญุ าต ใหเขามาทํางานตามกฎหมายนั้นๆ อายุใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งไมมีผลเปนการขยายระยะเวลาอยูในราชอาณาจักรตาม กฎหมายวาดว ยคนเขาเมอื ง ÁÒμÃÒ òò ในกรณีที่ผูรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๒ ไดรับการขยายระยะเวลา ทํางานตามกฎหมายน้ันๆ ใหผูอนุญาตตามกฎหมายดังกลาวมีหนังสือแจงการขยายระยะเวลา ทํางานนั้นตอนายทะเบียนตามแบบที่อธิบดีกําหนดโดยเร็ว และใหนายทะเบียนจดแจงการขยาย ระยะเวลานั้นลงในใบอนญุ าต ÁÒμÃÒ òó กอนใบอนุญาตสิ้นอายุและผูรับใบอนุญาตประสงคจะทํางานนั้นตอไป ใหย นื่ คาํ ขอตออายุใบอนุญาตตอ นายทะเบยี น เม่ือไดย่ืนคําขอตามวรรคหนึ่งแลว ใหผูขอตออายุใบอนุญาตทํางานไปพลางกอนได จนกวานายทะเบียนจะมีคําส่ังไมตอ อายใุ บอนุญาต การตออายุใบอนุญาตใหตอไดครั้งละไมเกินสองป โดยใหกระทําเพียงเทาท่ีจําเปน เพ่ือปองกันการตั้งถ่ินฐานของคนตางดาวในราชอาณาจักร และกรณีคนตางดาวตามมาตรา ๑๓ (๑) และ (๒) ระยะเวลาทไ่ี ดร บั อนุญาตใหท ํางานติดตอกนั รวมแลว ตอ งไมเ กนิ สีป่ เวน แตคณะรฐั มนตรจี ะ กาํ หนดเปน อยางอนื่ เปน คราวๆ ไป การขอตออายุและการตออายุใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ี กําหนดในกฎกระทรวง ÁÒμÃÒ òô ผูรับใบอนุญาตตองมีใบอนุญาตอยูกับตัวหรืออยู ณ สถานท่ีทํางานใน ระหวา งเวลาทาํ งาน เพ่ือแสดงตอพนกั งานเจาหนา ทห่ี รอื นายทะเบยี นไดเสมอ ÁÒμÃÒ òõ ถา ใบอนญุ าตสญู หายหรอื เสยี หาย ใหผ รู บั ใบอนญุ าตยน่ื คาํ ขอรบั ใบแทน ใบอนุญาตตอนายทะเบียนภายในสิบหาวันนบั แตวันที่ทราบการสญู หายหรอื เสียหาย การขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ และวิธกี ารทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง ÁÒμÃÒ òö ผรู บั ใบอนญุ าตตอ งทาํ งานตามประเภทหรอื ลกั ษณะงาน และกบั นายจา ง ณ ทอ งท่หี รือสถานท่แี ละเงือ่ นไขตามที่ไดร ับอนญุ าต ผูรับใบอนุญาตผูใดประสงคจะเปล่ียนหรือเพิ่มประเภทหรือลักษณะงาน นายจาง ทอ งท่ีหรอื สถานท่ีทํางาน หรือเงื่อนไข ตองไดรบั อนุญาตจากนายทะเบียน
๑๑๖ การขออนุญาตและการอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดใน กฎกระทรวง ÁÒμÃÒ ò÷ หามมิใหบุคคลใดรับคนตางดาวเขาทํางาน เวนแตคนตางดาวซ่ึงมี ใบอนุญาตทํางานกับตนเพื่อทํางานตามประเภทหรือลักษณะงานท่ีระบุไวในใบอนุญาต ณ ทองท่ี หรือสถานท่ีท่ีระบไุ วใ นใบอนญุ าต ÁÒμÃÒ òø ในกรณที ป่ี รากฏวา ผรู บั ใบอนญุ าตฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามเงอื่ นไขในการ อนญุ าตใหนายทะเบียนมอี ํานาจสง่ั เพิกถอนใบอนุญาต º·¡Ó˹´â·É ÁÒμÃÒ õñ คนตางดาวผูใดทํางานโดยไมไดรับใบอนุญาต ตองระวางโทษจําคุก ไมเกนิ หา ปหรอื ปรบั ตง้ั แตส องพนั บาทถึงหน่ึงแสนบาท หรอื ทั้งจาํ ทงั้ ปรบั ในกรณีที่คนตางดาวซึ่งถูกกลาวหาวากระทําความผิดตามวรรคหน่ึงยินยอมเดินทาง กลับออกไปนอกราชอาณาจักรภายในเวลาท่ีพนักงานสอบสวนกําหนดซ่ึงตองไมชากวาสามสิบวัน พนักงานสอบสวนจะเปรียบเทียบปรับและดําเนินการใหคนตางดาวนั้นเดินทางกลับออกไปนอก ราชอาณาจกั รกไ็ ด ÁÒμÃÒ õò ผูรับใบอนุญาตผูใดทํางานอันเปนการฝาฝนเง่ือนไขท่ีกําหนดไวตาม มาตรา ๙ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๒๖ ตองระวางโทษปรบั ไมเ กินสองหมน่ื บาท ÁÒμÃÒ õó ผรู บั ใบอนญุ าตผูใดไมแ จง ตอ นายทะเบยี นตามมาตรา ๒๒ หรอื ไมปฏบิ ตั ิ ตามมาตรา ๒๔ ตอ งระวางโทษปรับไมเกนิ หนึง่ หม่ืนบาท ÁÒμÃÒ õô ผูใดฝาฝนมาตรา ๒๗ ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงหม่ืนบาท และถา คนตางดาวน้ันไมมีใบอนุญาต ผูกระทําตองระวางโทษปรับต้ังแตหนึ่งหม่ืนบาทถึงหน่ึงแสนบาท ตอคนตา งดาวท่จี างหน่งึ คน ÁÒμÃÒ õõ ผใู ดไมป ฏบิ ตั ติ ามหนงั สอื สอบถามหรอื หนงั สอื เรยี กหรอื ไมย อมใหข อ เทจ็ จรงิ หรือไมสงเอกสารหรือหลักฐานแกนายทะเบียนหรือพนักงานเจาหนาที่ซ่ึงปฏิบัติหนาที่ตาม มาตรา ๔๘ ท้งั นี้ โดยไมมเี หตุผลอันสมควร ตอ งระวางโทษปรับไมเ กินหน่งึ หมนื่ บาท ÁÒμÃÒ õö ความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี นอกจากความผิดตามมาตรา ๕๑ ให คณะกรรมการเปรียบเทียบซง่ึ รัฐมนตรีแตงต้ังมีอํานาจเปรียบเทียบได คณะกรรมการเปรียบเทียบซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งตามวรรคหน่ึง ใหมีจํานวนสามคนและ คนหนง่ึ ตองเปน พนกั งานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบไดเปรียบเทียบและผูตองหาไดชําระคาปรับตามจํานวน ทเี่ ปรยี บเทยี บภายในสามสบิ วนั แลว ใหถ อื วา คดเี ลกิ กนั ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา
¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ ¡Ô Ò÷ӧҹ¢Í§¤¹μ‹Ò§´ŒÒÇ ¾.È.òõõñ ÅӴѺ ¢ÍŒ ËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๑. ไมมีใบอนญุ าตอยูกบั ตวั ระหวางเวลาทาํ งาน มาตรา ๒๔ - ระวางโทษปรบั ไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ๒. รบั คนตา งดา วทไ่ี มม ีใบอนุญาตเขาทาํ งาน มาตรา ๒๗ - ระวางโทษปรับตั้งแต ๑๐,๐๐๐- วรรค ๓ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ตอ คนตา งดา ว ๑ คน ๓. ไมป ฏบิ ตั ติ ามหนงั สอื สอบถาม หรอื หนงั สอื เรยี กของนายทะเบยี นหรอื พนกั งานเจา หนา ที่ มาตรา ๔๘ - ระวางโทษปรบั ไมเ กนิ ๑๐,๐๐๐ บาท ๔. คนตางดา วทํางานโดยไมไ ดรบั อนุญาต มาตรา ๕๑ - ระวางโทษจําคุกไมเกิน ๕ ป หรือ ปรับต้ังแต ๒,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท หรอื ทั้งจําทั้งปรับ ๑๑๗
๑๑๘
๑๑๙ º··èÕ ø ¾.Ã.º.μÃǨ¤¹à¢ŒÒàÁ×ͧ ¾.È.òõòò ñ. ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ»ÃШӺ· ๑.๑ เพอื่ ใหนกั เรยี นมีความรแู ละความเขาใจใน พ.ร.บ.ตรวจคนเขาเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ ๑.๒ เพื่อใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทําใดมีความผิด หรือไมมี ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเขา เมอื ง พ.ศ.๒๕๒๒ ๑.๓ เพื่อใหนักเรียนสามารถอธิบายวิธีการดําเนินการกับผูกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเขาเมอื ง พ.ศ.๒๕๒๒ ò. ÊÇ‹ ¹¹Ó ในอดตี ประเทศไทยถอื วา มนษุ ยเ ปน ทรพั ยส นิ ชนดิ หนงึ่ ถา มไี วใ นครอบครองมากเทา ใดกจ็ ะ เปน ประโยชนแ กป ระเทศมากขนึ้ เทา นน้ั เพราะจะชว ยทาํ ใหป ระเทศมคี วามเจรญิ รงุ เรอื งในดา นเศรษฐกจิ สังคม การทหารและความม่ันคงของประเทศ ตอมาประชากรประเทศไทยมีมากข้ึนตามลําดับ แตอ าณาเขตของประเทศกลบั เทา เดมิ เนอ่ื งจากใชเ ปน พน้ื ทที่ างการเกษตร อตุ สาหกรรมและทอี่ ยอู าศยั ทําใหเหลือที่ดินไวใชประโยชนลดนอยลง ประกอบกับคนตางดาวไดเขามาในประเทศไทยมากขึ้น เพอ่ื ความมนั่ คงของประเทศและความสงบเรยี บรอย จึงจาํ เปนตอ งตรา พ.ร.บ.นขี้ ้ึน ó. à¹éÍ× ËÒμÒÁËÑǢ͌ ๓.๑ ความรูท่ัวไปเก่ียวกบั พ.ร.บ.ตรวจคนเขา เมอื ง พ.ศ.๒๕๒๒ ๓.๒ ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเขาเมอื ง พ.ศ.๒๕๒๒ ท่มี ีการจับกมุ ดาํ เนินคดี ô. ÊÇ‹ ¹ÊÃØ» กฎหมายคนเขาเมืองเปนกฎหมายท่ีควบคุมการเขาออกของคนตางดาวเพ่ือดูแล ความปลอดภยั การประกอบอาชพี เปรยี บเสมอื นเปน งานทะเบยี นสาํ หรบั คนตา งดา ว โดยเราสามารถ ทราบไดวาคนตางดาวเขามาเทาไร อยูที่ไหน และ ทําอะไรบาง ซึ่งขอมูลน้ีจะทําใหเรามีแนวทาง ในการปฏบิ ตั ิกบั คนตา งดา วไดอ ยา งมีประสิทธิภาพตอ ไป õ. ¡Ô¨¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó ใหนักเรียนคนหาการจับกุมตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเขาเมืองฯ และนําขอมูลมาวิเคราะห อภปิ รายรว มกันในช้นั เรียน
๑๒๐ ในอดีต ประเทศไทยถือวามนุษยเปนทรัพยสินชนิดหน่ึง ถามีไวในครอบครอง มากเทา ใดกจ็ ะเปน ประโยชนแ กป ระเทศมากขน้ึ เทา นนั้ เพราะจะชว ยทาํ ใหป ระเทศมคี วามเจรญิ รงุ เรอื ง ในดา นเศรษฐกิจ สงั คม การทหาร และความมัน่ คงของประเทศ ตอ มาประเทศไทยมปี ระชากรเพ่มิ ขึน้ ตามลําดับ แตอาณาเขตของประเทศกลับลดนอยลงอันเนอ่ื งมาจากการสูญเสียดนิ แดนใหก บั ประเทศ ฝรง่ั เศส และอังกฤษ ทําใหท่ดี นิ เพอื่ เกษตรกรรมและทอ่ี ยูอาศัยไมเ พยี งพอกบั ประชากร ประกอบกบั คนตางดาวซึ่งเขามาในประเทศไทยมีจํานวนมากขึ้น เพ่ือความม่ันคงของประเทศและความสงบ เรยี บรอยของประชาชน จงึ จาํ เปนตอ งตราพระราชบญั ญตั ินีข้ ้ึน ¤ÇÒÁÃÙŒ·ÑÇè ä»à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¾.Ã.º.¤¹à¢ŒÒàÁ×ͧ “¤¹μ‹Ò§´ÒŒ Ç” หมายความวา บคุ คลธรรมดาซึง่ ไมมสี ญั ชาติไทย “¾Ò˹Д หมายความวา ยานพาหนะหรือสัตวพาหนะ หรือสิ่งอ่ืนใดท่ีอาจนําบุคคล จากทีแ่ หง หนึ่งไปยังอีกแหงหน่ึง “à¨ÒŒ ¢Í§¾Ò˹Д หมายความรวมถงึ ตวั แทนเจา ของ ผเู ชา ตวั แทนผเู ชา ครอบครอง หรอื ตัวแทนผคู รอบครองพาหนะ แลวแตกรณี “¼¤ÙŒ Ǻ¤ØÁ¾Ò˹Д หมายความวา นายเรอื หรอื ผรู บั ผิดชอบในการควบคมุ พาหนะ “¤¹»ÃÐจํา¾Ò˹Д หมายความวา ผูซึ่งมีตําแหนงหนาท่ีประจําหรือทํางานประจํา พาหนะและเพอ่ื ประโยชนแ หง พระราชบญั ญตั นิ ี้ ใหห มายความรวมถงึ ผคู วบคมุ พาหนะซง่ึ ขบั ขพ่ี าหนะ โดยไมมีคนประจาํ พาหนะ “¤¹â´ÂÊÒÔ หมายความวา ผูซ่ึงเดินทางโดยพาหนะไมวากรณีใดๆ นอกจาก ผคู วบคุมพาหนะและคนประจาํ พาหนะ “¤¹à¢ÒŒ àÁÍ× §” หมายความวา คนตางดาวซ่งึ เขามาในราชอาณาจักร “á¾·ÂμÃǨ¤¹à¢ŒÒàÁ×ͧ” หมายความวา แพทยซึ่งอธิบดีแตงตั้งเพ่ือปฏิบัติการตาม พระราชบญั ญัตนิ ้ี “਌ҺŒÒ¹” หมายความวา ผูซึ่งเปนหัวหนาครอบครองบาน ในฐานะเปนเจาของผูเชา หรอื ในฐานะอน่ื ใด ตามกฎหมายวา ดวยการทะเบียนราษฎร “à¤Ëʶҹ” หมายความวา ที่ซึ่งใชเปนท่ีอยูอาศัย เชน เรือน โรง เรือ หรือแพ ซึ่งคนอยูอาศัย และใหหมายความรวมถึงบริเวณของที่ซึ่งใชเปนที่อยูอาศัยนั้นดวย จะมีร้ัวลอม หรอื ไมก ็ตามตามประมวลกฎหมายอาญา “âçáÃÁ” หมายความวา บรรดาสถานที่ทุกชนิดท่ีจัดต้ังข้ึนเพื่อรับสินจางสําหรับ คนเดนิ ทาง หรอื บุคคลทปี่ ระสงคจ ะหาท่อี ยหู รอื ที่พกั ชว่ั คราว ตามกฎหมายวา ดวยโรงแรม “¼ÙŒ¨Ñ´¡ÒÃâçáÃÁ” หมายความวา บุคคลผูควบคุมหรือจัดการโรงแรมตามกฎหมาย วา ดวยโรงแรม
๑๒๑ “¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÔ หมายความวา คณะกรรมการพจิ ารณาคนเขา เมือง “¾¹Ñ¡§Ò¹à¨ŒÒ˹ŒÒ·èÕ” หมายความวา เจาพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี “͸ºÔ ´”Õ หมายความวา อธิบดีกรมตํารวจ “ÃѰÁ¹μÃÕ” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี คือ รัฐมนตรี วาการกระทรวงมหาดไทย ¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ ¾.Ã.º.μÃǨ¤¹à¢ŒÒàÁÍ× §Ï ·ÁèÕ Õ¡ÒèѺ¡ØÁ´Óà¹Ô¹¤´Õ ñ. ¼ŒÙäÁÁ‹ ÕÊÑÞªÒμÔäÁ»‹ ¯ºÔ μÑ μÔ ÒÁ˹ѧÊÍ× àÃÂÕ ¡¢Í§¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÒÁ ¾.Ã.º.¤¹à¢ŒÒàÁ×ͧ ÁÒμÃÒ ñð ในการปฏบิ ตั หิ นา ทต่ี ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหค ณะกรรมการมอี าํ นาจเรยี ก เปนหนังสือใหบุคคลที่เก่ียวของมาใหขอเท็จจริง หรือใหสงเอกสารเก่ียวกับเร่ืองท่ีอยูในอํานาจหนาท่ี ของคณะกรรมการได ÁÒμÃÒ öñ ผใู ดไมป ฏิบัติตามหนังสอื เรียกตามมาตรา ๑๐ ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กิน หาพนั บาท ผไู มม สี ญั ชาตไิ ทยทไี่ มป ฏบิ ตั ติ ามหนงั สอื เรยี กของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.น้ี ทเี่ รยี กมา ใหข อ เท็จจรงิ หรอื ใหส งเอกสารเกยี่ วกับเรอ่ื งที่อยูใ นอํานาจหนาที่ ยอ มมคี วามผดิ ตามมาตรานี้ ò. ¼äŒÙ ÁÁ‹ ÊÕ ÞÑ ªÒμäÔ ·Â½Ò† ½¹„ à´¹Ô ·Ò§à¢ÒŒ ÁÒËÃÍ× Í͡仹͡ÃÒªÍҳҨѡà ÁÒμÃÒ ññ บุคคลซึ่งเดินทางเขามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรจะตองเดินทาง เขา มาหรือออกไปตามชอ งทาง ดา นตรวจคนเขา เมอื ง เขตทา สถานี หรือทองทแี่ ละตามกาํ หนดเวลา ทั้งนตี้ ามที่รัฐมนตรจี ะไดป ระกาศในราชกิจจานเุ บกษา ÁÒμÃÒ ñø พนักงานเจาหนาที่มีอํานาจตรวจบุคคลซึ่งเดินทางเขามาในหรือออกไป นอกราชอาณาจักร เพ่ือการนี้ บุคคลซ่ึงเดินทางเขามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร ตองยื่นรายการ ตามแบบที่กําหนดในกฎกระทรวง และผานการตรวจอนุญาตของพนักงานเจาหนาท่ีของดานตรวจ คนเขาเมอื ง ประจาํ เสน ทางนน้ั ÁÒμÃÒ öò ผใู ดไมป ฏบิ ัติตามมาตรา ๑๑ หรอื มาตรา ๑๘ วรรคสอง ตอ งระวางโทษ จําคุกไมเกนิ สองป และปรบั ไมเกินสองหมืน่ บาท ถาผกู ระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนึ่งมสี ญั ชาติไทย ตอ งระวางโทษปรับไมเกนิ สองพนั บาท ผูไ มมสี ญั ชาติไทยท่ฝี า ฝนเดินทางเขา มาในหรอื ออกไปนอกราชอาณาจักรตามชอ งทาง ก. ดานตรวจคนเขาเมอื ง ข. เขตทา
๑๒๒ ค. สถานี หรอื ง. ทองที่ และตามกําหนดเวลา ยอมมีความผิด ในกรณีผูมีสัญชาติไทยฝาฝนเดินทางเขามาในหรือออกไป นอกราชอาณาจกั รดังกลาวแลวขางตน ก็ยอมมีความผดิ เชน กัน ó. ºØ¤¤Åã´นําËÃ×;Ҥ¹μ‹Ò§´ŒÒÇࢌÒÁÒã¹ÃÒªÍҳҨѡà ËÃ×ÍãËŒ¡ÒÃÍØ»¡ÒÃÐËÃ×ͪ‹Ç ËÃ×ÍãËŒ ¤ÇÒÁÊдǡᡋ¤¹μÒ‹ §´ÒŒ ÇãËàŒ ¢ŒÒÁÒã¹ÃÒªÍҳҨѡà ÁÒμÃÒ öó ผูใดนําหรือพาคนตางดาวเขามาในราชอาณาจักร หรือกระทําการดวย ประการใดๆ อันเปนการอุปการะหรือชวยเหลือ หรือใหความสะดวกแกคนตางดาวใหเขามาใน ราชอาณาจักร โดยฝาฝนพระราชบัญญัติน้ี ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบป และปรับไมเกิน หนึ่งแสนบาท เจาของพาหนะหรือผูควบคุมพาหนะผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๒๓ และภายในพาหนะ นั้นมีคนตางดาวซึ่งเขามาในราชอาณาจักรโดยฝาฝนพระราชบัญญัตินี้ ใหสันนิษฐานไวกอนวา เจาของพาหนะหรือผูควบคุมพาหนะนั้นไดกระทําผิดตามวรรคหน่ึง เวนแตจะพิสูจนไดวาตน ไมส ามารถรไู ดว า ภายในพาหนะนนั้ มคี นตา งดา วดงั กลา วอยู แมว า ไดใ ชค วามระมดั ระวงั ตามสมควรแลว ÁÒμÃÒ òó เจา ของพาหนะหรอื ผคู วบคมุ พาหนะ จะตอ งนาํ พาหนะเขา มาในหรอื ออก ไปนอกราชอาณาจกั รตามชอ งทาง ดา นตรวจคนเขา เมอื ง เขตทา สถานหี รอื ทอ งทแี่ ละตามกาํ หนดเวลา ทั้งน้ี ตามที่รัฐมนตรจี ะไดประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผทู ี่ฝาฝน พ.ร.บ.น้ี ก. นาํ หรอื พาคนตา งดา วเขามาในราชอาณาจกั ร หรือ ข. กระทาํ ดวยประการใดๆ อันเปน การอุปการะหรือชวยเหลือ หรือ ค. ใหความสะดวกแกคนตา งดา วใหเ ขามาในราชอาณาจกั รยอ มมีความผิด ผูฝาฝนตามมาตรา ๖๓ วรรคสอง ใหสันนิษฐานไวกอนวาไดกระทําความผิดตาม มาตรา ๖๓ วรรคหน่งึ เวน แตจะไดพิสจู นว า ไดใ ชค วามระมัดระวงั ตามสมควรแลว ô. ¼ÃŒÙ áŒÙ ÅЪNj ÂàËÅÍ× ¤¹μÒ‹ §´ÒŒ Çà¢ÒŒ ÁÒã¹ÃÒªÍÒ³Ò¨¡Ñ à ãËàŒ ¢ÒŒ ¾¡Ñ ÍÒÈÂÑ «Í‹ ¹àùŒ ËÃÍ× ªÇ‹ ÂàËÅÍ× ´ÇŒ  »ÃСÒÃã´æ ÁÒμÃÒ öô ผใู ดรวู า คนตา งดา วคนใดเขา มาในราชอาณาจกั รโดยฝา ฝน พระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหเขาพักอาศัย ซอนเรน หรือชวยดวยประการใดๆ เพ่ือใหคนตางดาวน้ันพนจากการจับกุมตอง ระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ หา ป และปรับไมเ กนิ หาหม่ืนบาท ผูใดใหคนตางดาวซ่ึงเขามาในราชอาณาจักร โดยฝาฝนพระราชบัญญัติน้ีเขาพักอาศัย ใหส นั นษิ ฐานไวก อ นวา ผนู นั้ รวู า คนตา งดา วดงั กลา วเขา มาในราชอาณาจกั รโดยฝา ฝน พระราชบญั ญตั นิ ้ี เวน แตจ ะพิสูจนไ ดว าตนไมร ูโ ดยไดใ ชความระมัดระวงั ตามสมควรแลว
๑๒๓ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ เพอ่ื ชว ยบดิ า มารดา บตุ ร สามี หรอื ภริยาของผกู ระทํา ศาลไมล งโทษก็ได ผูทฝี่ าฝน ตามมาตรา ๖๔ วรรคหน่งึ โดยใหคนตางดาว - เขา พักอาศยั - ซอ นเรน หรอื - ชว ยดวยประการใดๆ เพอ่ื ใหค นตา งดา วนนั้ พนการจับกุม ยอ มมคี วามผิด สําหรับผูใหคนตางดาวเขาพักอาศัยตามมาตรา ๖๔ วรรคสอง ใหสันนิษฐานไวกอนวา คนตางดาวนั้นเขามาในราชอาณาจักรโดยฝาฝน เวนแตจะพิสูจนไดวาตนไมรูวาคนตางดาวน้ัน เขามาโดยฝาฝน พ.ร.บ.นี้ โดยไดใชความระมัดระวังตามสมควรแลว และศาลจะไมลงโทษก็ได กรณีเพอ่ื ชว ยเหลือบดิ า มารดา บุตร สามหี รอื ภรรยาของผกู ระทําความผิด ÁÒμÃÒ ñò หามมิใหคนตางดาวซ่ึงมีลักษณะอยางใดอยางหน่ึงดังตอไปนี้ เขามาใน ราชอาณาจักร (๑) ไมมีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใชแทนหนังสือเดินทางอันถูกตอง และยัง สมบูรณอยูหรือมีแตไมไดรับการตรวจลงตราในหนังสือเดินทางหรือเอกสารใชแทนหนังสือเดินทาง เชนวาน้ันจากสถานทูต หรือสถานกงสุลไทยในตางประเทศ หรือจากกระทรวงการตางประเทศ เวนแตกรณีท่ีไมต องมีการตรวจลงตราสําหรบั คนตา งดา วบางประเทศเปนกรณีพิเศษ การตรวจลงตราและการยกเวนการตรวจลงตราใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและ เงือ่ นไขท่กี ําหนดในกฎกระทรวง การตรวจลงตราตาม (๑) ใหเ สยี คา ธรรมเนยี มตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง (วรรค ๓ ใน (๑) ของมาตรา ๑๒ นี้ บัญญัติเพ่ิมข้ึนโดย พระราชบัญญัติคนเขาเมือง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๓ มาตรา ๓) (๒) ไมม ปี จ จยั ในการยงั ชีพตามควรแกก รณที ่ีเขา มาในราชอาณาจกั ร (๓) เขามาเพื่อมีอาชีพเปนกรรมการ หรือเขามาเพื่อรับจางทํางานดวยกําลังกาย โดยไมไดอาศัยวิชาความรูหรือการฝกทางวิชาการ หรือเขามาเพ่ือทํางานอื่นอันเปนการฝาฝน กฎหมายวาดวยการทาํ งานของคนตางดา ว (๔) วกิ ลจริตหรอื มีโรคอยางใดอยา งหน่งึ ตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง (๕) ยังมิไดปลูกฝปองกันไขทรพิษ หรือฉีดวัคซีน หรือปฏิบัติการอยางอื่นตาม วิชาการแพทย เพ่ือปองกันโรคติดตอตามท่ีกฎหมายบัญญัติและไมยอมใหแพทยตรวจคนเขาเมือง กระทําการเชน วานัน้ (๖) เคยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาของศาลไทย หรือคําสั่งท่ีชอบดวยกฎหมาย หรอื คาํ พพิ ากษาของศาลตา งประเทศ เวน แตเ ปน โทษสาํ หรบั ความผดิ ลหโุ ทษหรอื ความผดิ อนั ไดก ระทาํ โดยประมาท หรอื ความผดิ ทยี่ กเวนไวในกฎกระทรวง
๑๒๔ (๗) มีพฤติการณเปนที่นาเชื่อวาเปนบุคคลที่เปนภัยตอสังคม หรือจะกอเหตุราย ใหเ กิดอันตรายตอความสงบสุขหรอื ความปลอดภัยของประชาชน หรอื ความมน่ั คงแหง ราชอาณาจักร หรอื บคุ คลซ่งึ เจา หนาที่รฐั บาลตา งประเทศไดออกหมายจับ (๘) มีพฤติการณเปนท่ีนาเชื่อวาเขามาเพ่ือการคาประเวณี การคาหญิงหรือเด็ก การคายาเสพติดใหโทษ การลักลอบหนีภาษีศุลกากร หรือเพ่ือประกอบกิจการอ่ืนท่ีขัดตอความสงบ เรียบรอยหรอื ศีลธรรมอนั ดีของประชาชน (๙) ไมมเี งนิ ติดตัวหรือไมม ีประกันตามท่ีรัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๑๔ (๑๐) รัฐมนตรไี มอนญุ าตใหเ ขา มาในราชอาณาจกั รตามมาตรา ๑๖ (๑๑) ถูกรัฐบาลไทยหรือรัฐบาลตางประเทศเนรเทศ หรือถูกเพิกถอนสิทธิการอยูอาศัย ในราชอาณาจักรหรือในตางประเทศมาแลว หรือถูกพนักงานเจาหนาที่สงกลับออกไป นอกราชอาณาจักรโดยรัฐบาลไทยเสียคาใชจาย ทั้งน้ี เวนแตรัฐมนตรีไดพิจารณายกเวนใหเปน กรณพี เิ ศษเฉพาะราย การตรวจวินิจฉัยโรค รางกายหรือจิต ตลอดจนการปฏิบัติการเพ่ือปองกันโรคติดตอ ใหใชแพทยตรวจคนเขาเมอื ง õ. ¤¹μÒ‹ §´ŒÒÇ»ÃСͺÍÒª¾Õ ËÃÍ× ÃºÑ ¨ŒÒ§·Ó§Ò¹â´ÂÁÔä´ÃŒ ºÑ Í¹ÞØ Òμ ÁÒμÃÒ ó÷ คนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราวตอง ปฏบิ ตั ดิ งั ตอไปนี้ (๑) ไมป ระกอบอาชพี หรอื รบั จา งทาํ งาน เวน แตจ ะไดร บั อนญุ าตจากอธบิ ดหี รอื พนกั งาน เจาหนาที่ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ถากรณีใดมีกฎหมายวาดวยการทํางานของคนตางดาวบัญญัติไว เปน อยางอ่นื ตองไดรับอนญุ าตตามกฎหมายนน้ั (๒) พักอาศัย ณ ท่ีท่ีไดแจงตอพนักงานเจาหนาท่ี เวนแตในกรณีที่มีเหตุผลสมควร ไมสามารถพักอาศัย ณ ท่ีท่ีไดแจงตอพนักงานเจาหนาที่ ใหแจงการเปลี่ยนท่ีพักอาศัยตอพนักงาน เจา หนา ทภี่ ายในย่ีสิบส่ีชัว่ โมง นับแตเวลาท่ีเขาพักอาศยั (๓) แจงตอพนักงานตํารวจ ณ สถานีตํารวจทองที่ที่คนตางดาวผูนั้น พักอาศัย ภายในยี่สิบส่ีชั่วโมงนับแตเวลาท่ียายไป ในกรณีเปลี่ยนท่ีพักอาศัย และถาท่ีพักอาศัยใหมอยู ตา งทองท่กี บั สถานตี ํารวจทองที่เดมิ คนตางดา วผูนั้นตองแจงตอเจาพนักงานตํารวจ ณ สถานีตาํ รวจ ทองทีท่ ไ่ี ปพักอาศัยใหมภายในยสี่ บิ ส่ชี วั่ โมงนับแตเ วลาทไ่ี ปถึงดวย (๔) ถาเดินทางไปจังหวัดใดและอยูในจังหวัดน้ันเกินยี่สิบสี่ชั่วโมง ใหคนตางดาวผูนั้น แจงตอพนักงานตาํ รวจ ณ สถานตี ํารวจทอ งท่ีภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแตเวลาที่ไปถึง (๕) ถา อยใู นราชอาณาจกั รเกนิ เกา สบิ วนั คนตา งดา วผนู น้ั ตอ งมหี นงั สอื แจง ใหพ นกั งาน เจาหนาท่ี ณ กองตรวจคนเขาเมืองทราบถึงที่พักอาศัยของตน โดยมิชักชาเมื่อครบระยะเกาสิบวัน
๑๒๕ และตอไปใหกระทําเชนเดียวกันทุกระยะเกาสิบวัน ถาทองที่ใดมีท่ีทําการตรวจคนเขาเมืองต้ังอยู จะแจงตอ พนกั งานเจาหนาที่ ณ ที่ทําการตรวจคนเขาเมืองแหง นน้ั กไ็ ด ความใน (๓) และ (๔) จะมิใหใชบังคับแกกรณีใดตามมาตรา ๓๔ โดยเง่ือนไขอยางใด ใหเ ปน ไปตามที่อธบิ ดีกาํ หนด การแจงตามมาตราน้ี คนตางดาวอาจไปแจงดวยตนเองหรือมีหนังสือแจงตอพนักงาน เจา หนาที่กไ็ ด ทง้ั นี้ ตามระเบยี บทอ่ี ธิบดีกาํ หนด คนตา งดาวซึ่งไดร ับอนญุ าตใหอยใู นราชอาณาจกั รเปนการช่ัวคราวกระทําการ - ประกอบอาชีพ หรือ - รับจางทาํ งาน มคี วามผดิ เวน แตจ ะไดร บั อนญุ าตตาม พ.ร.บ.การทาํ งานของคนตางดาว พ.ศ.๒๕๑๙ ÁÒμÃÒ ÷õ คนตางดาวผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๗(๑) ตองระวางโทษจําคุกไมเกิน หนง่ึ ปป รับไมเกินหนึง่ หมนื่ บาท หรือทง้ั จาํ ทง้ั ปรบั ö. ¤¹μÒ‹ §´ÒŒ ÇäÁ¾‹ ¡Ñ ÍÒÈÂÑ ³ ··èÕ èÕ䴌ᨧŒ äÇŒ ÁÒμÃÒ ÷ö คนตางดาวผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๗ (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ตอง ระวางโทษปรบั ไมเ กินหาพนั บาทและปรบั อกี ไมเกนิ วันละสองรอ ยบาทจนกวา จะปฏิบตั ิใหถ กู ตอง ÁÒμÃÒ ó÷ (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ดูตามขอ ๑๐ คนตางดาวซึ่งไดรับอนุญาตใหอยู ในราชอาณาจกั ร໹š ¡ÒêèÑǤÃÒǽ҆ ½¹„ ¡. ÁÒμÃÒ ó÷ (ò) ไมพักอาศัย ณ ท่ีท่ีไดแจงตอพนักงานเจาหนาที่ มีความผิด เวน แตมีเหตผุ ลสมควรไมสามารถพักอาศัย ณ ทท่ี ่ีไดแจงตอพนกั งานเจาหนา ทไี่ ด และไดแจง เปล่ยี น ทพ่ี กั อาศยั ตอพนักงานเจาหนา ท่ีภายใน ๒๔ ชว่ั โมง นบั แตเ วลาเขา พกั อาศัยแลว ¢. ÁÒμÃÒ ó÷ (ó) ไมแ จง ตอ เจา หนา ทตี่ าํ รวจ ณ สถานตี าํ รวจทอ งทที่ พ่ี กั อาศยั ภายใน ๒๔ ช่ัวโมง มคี วามผดิ กรณยี า ยก็เชนเดียวกัน ¤. ÁÒμÃÒ ó÷ (ô) ถา คนตา งดา วเดนิ ทางไปตา งจงั หวดั และอยจู งั หวดั นน้ั เกนิ ๒๔ ชว่ั โมง ไมแ จง ตอ เจาหนาทต่ี าํ รวจ ณ สถานตี าํ รวจทองทภี่ ายใน ๔๘ ช่ัวโมง นับแตเวลาทไ่ี ปถงึ มีความผิด §. ÁÒμÃÒ óö (õ) ถาคนตางดา วอยูในราชอาณาจกั รเกนิ ๙๐ วนั โดยไมมหี นงั สือ แจงใหพนักงานเจาหนาท่ี ณ กองตรวจคนเขาเมืองทราบถึงท่ีพักอาศัยของตน และ/หรือคราวตอไป ไมกระทาํ เชน เดยี วกันทกุ ระยะ ๙๐ วนั มีความผิด ÷. ਌Ңͧà¤ËʶҹãË·Œ Õ¾è ӹѡᡋ¤¹μ‹Ò§´ÒŒ Çâ´ÂäÁá‹ ¨Œ§ãËàŒ ¨ÒŒ ˹Ҍ ·Õè·ÃÒº ÁÒμÃÒ óø เจาบาน เจาของหรือผูครอบครองเคหสถาน หรือผูจัดการโรงแรม ซึ่งรับคนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราวเขาพักอาศัย จะตองแจงตอ
๑๒๖ พนักงานเจาหนาที่ ณ ที่ทําการตรวจคนเขาเมืองซ่ึงต้ังอยูในทองที่ที่บาน เคหสถาน หรือโรงแรมน้ัน ตั้งอยูภายในยี่สิบส่ีช่ัวโมงนับแตเวลาท่ีคนตางดาวเขาพักอาศัย ถาทองที่ใดไมมีท่ีทําการ ตรวจคนเขา เมอื งตงั้ อยูใ หแจงตอ เจาพนักงานตาํ รวจ ณ สถานตี าํ รวจทองทนี่ ้นั ในกรณีท่ีบาน เคหสถาน หรือโรงแรมท่ีคนตางดาวเขาพักอาศัยตามวรรคหน่ึงตั้งอยูใน เขตทองทกี่ รุงเทพมหานคร ใหแจงตอ พนักงานเจา หนา ท่ี ณ กองตรวจคนเขาเมอื ง การแจง ตามวรรคหน่ึงและวรรคสองใหเ ปนไปตามระเบียบท่ีอธบิ ดกี าํ หนด (ก) เจาบาน เจาของหรือผูครอบครองเคหสถาน หรือ (ข) ผจู ัดการโรงแรม รับคนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราวเขาพักอาศัย โดยไมแจงตอพนักงานเจาหนาท่ี ณ ท่ีทําการตรวจคนเขาเมืองทองที่ภายใน ๒๔ ช่ัวโมง นับแต เขา พัก ÁÒμÃÒ ÷÷ ผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๘ ตองระวางโทษปรับไมเกินสองพันบาท แตผูน ั้นเปนผจู ดั การโรงแรม ตองระวางโทษปรับตั้งแตส องพันบาทถึงหน่ึงหม่นื บาท
¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞμÑ ¤Ô ¹à¢ÒŒ àÁÍ× § ¾.È.òõòò ẋ§ä´àŒ »¹š ó »ÃÐàÀ· ñ. สาํ ËÃºÑ ¤¹μÒ‹ §´ÒŒ Ç ÅÓ´ºÑ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๑. เขา มาหรอื ออกไปนอกราชอาณาจกั ร ซง่ึ มใิ ชช อ งทางดา นตรวจคนเขา เมอื ง เขตทา สถานี มาตรา ๑๑, ๖๒ - จําคุกไมเ กินสองป และปรับไมเกนิ หรือทองทีแ่ ละตามกําหนดเวลาตามทร่ี ัฐมนตรีประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา สองหมืน่ บาท - ถาผูกระทําผิดเปนคนสัญชาติไทย ปรบั ไมเ กินสองพนั บาท ๒. เขา มาในหรอื ออกไปนอกราชอาณาจกั รโดยไมย นื่ รายการตามแบบ และไมผ า นการตรวจ มาตรา ๑๘ - จําคุกไมเกินสองปและปรับไมเกิน อนุญาตของพนักงานเจาหนาท่ี วรรค ๒, ๖๒ สองหม่ืนบาท - ถาผูกระทําผิดมีสัญชาติไทย ปรับ ไมเกินสองพันบาท ๓. คนตางดาวหลบหนีไปจากพาหนะหรือหลบหนไี ปในระหวา งสง ตวั ไปยังสถานที่ใดๆ ที่ มาตรา ๗๒ - จําคุกไมเกินสองปหรือปรับไมเกิน พนกั งานเจา หนา ทไ่ี ดส งั่ ใหเ จา ของพาหนะหรอื ผคู วบคมุ พาหนะควบคมุ ตวั ไวห รอื สง ตวั ไป สองหม่นื บาท หรือท้งั จําท้งั ปรบั สถานที่ใดทหี่ น่ึงหรือหลบหนไี ประหวางถูกกักตัวหรือควบคมุ ตามอํานาจของพนกั งาน เจา หนา ที่ ตาม พ.ร.บ.คนเขาเมอื งฯ ๑๒๗
¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô¤¹à¢ŒÒàÁÍ× § ¾.È.òõòò ๑๒๘ ÅӴѺ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๔. คนตา งดา วซงึ่ ไดร บั อนญุ าตใหอ ยใู นราชอาณาจกั รเปน การชว่ั คราว ประกอบอาชพี หรอื มาตรา ๓๗(๑), - จําคุกไมเกินหนึ่งปหรือปรับไมเกิน รับจา งทาํ งานโดยไมไ ดรับอนุญาต ๗๕ หนง่ึ หมน่ื บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ขอสงั เกต ๑. ยกเวนอาชีพท่ีหามคนตางดาวทํางานโดยเด็ดขาด ตาม พ.ร.บ.การทํางานของ คนตา งดาว พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๖, ๒๓ ๒. หากทํางานแตกตางจากใบอนุญาต หรือสถานที่ทํางานแตกตางจากใบอนุญาต กเ็ ปน ความผดิ ตาม พ.ร.บ.การทาํ งานของคนตา งดา ว พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๒๑, ๓๘ ๕. คนตางดาวซึ่งไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราว ไมพักอาศัย ณ ที่ มาตรา ๓๗(๒), - ปรบั ไมเ กนิ หา พนั บาท หรอื ปรบั อกี ทีไ่ ดแจงตอ พนักงานเจา หนาท่ี ๗๖ ไมเกินวันละสองรอยบาทจนกวา จะปฏิบัติใหถูกตอง ๖. คนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราว ไมแจงการเปล่ียน มาตรา ๓๗(๓), - ปรบั ไมเ กนิ หา พนั บาท และปรบั อกี ท่ีพักตอเจา พนักงานตาํ รวจ ภายใน ๒๔ ชั่วโมง ๗๖ ไมเกินวันละสองรอยบาทจนกวา จะปฏบิ ัติใหถ ูกตอง
¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ ¤Ô ¹à¢ÒŒ àÁÍ× § ¾.È.òõòò ÅӴѺ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๗. คนตา งดา วซงึ่ ไดร บั อนญุ าตใหอ ยใู นราชอาณาจกั รเปน การชว่ั คราว ไมแ จง การเดนิ ทางไป มาตรา ๓๗(๔), - ปรบั ไมเ กนิ หา พนั บาท หรอื ปรบั อกี จังหวดั อื่นและอยูใ นจังหวดั นนั้ เกนิ ๒๔ ช่ัวโมง ตอ เจา พนกั งานตํารวจ ณ สถานีตาํ รวจ ๗๖ ไมเกินวันละสองรอยบาทจนกวา ทอ งทีภ่ ายใน ๔๘ ชัว่ โมง จะปฏบิ ตั ใิ หถกู ตอ ง ๘. คนตางดาวซึ่งไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราว ไมแจงท่ีพักอาศัย มาตรา ๓๗(๕), - ปรบั ไมเ กนิ หา พนั บาท และปรบั อกี ของตนเมอื่ ครบกําหนด ๙๐ วนั หรอื ทุกระยะ ๙๐ วัน ๗๖ ไมเกินวันละสองรอยบาทจนกวา จะปฏิบตั ิใหถกู ตอง ๑๒๙
ò. ਌Ңͧ¾Ò˹Р¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞμÑ Ô¤¹à¢ŒÒàÁÍ× § ¾.È.òõòò ๑๓๐ ÅӴѺ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍÑμÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๑. เจา ของพาหนะหรอื ผคู วบคมุ พาหนะไมน าํ พาหนะเขา มาในหรอื ออกไปนอกราชอาณาจกั ร มาตรา ๒๓, - จาํ คกุ ไมเ กนิ สบิ ปแ ละปรบั ไมเ กนิ ตามชองทางดานตรวจคนเขาเมือง เขตทา สถานี หรือทองท่ีและตามกําหนดเวลาตามที่ ๖๓ หนง่ึ แสนบาท รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา และภายในพาหนะนั้นมีคนตางดาวซ่ึงเขามาใน วรรคสอง ราชอาณาจกั รโดยฝาฝน พ.ร.บ.คนเขา เมืองฯ ๒. เจา ของพาหนะหรอื ผคู วบคมุ พาหนะไมน าํ พาหนะเขา มาในหรอื ออกไปนอกราชอาณาจกั ร มาตรา ๒๓, - จาํ คกุ ไมเ กนิ หา ปแ ละปรบั ไมเ กนิ ตามชองทางดานตรวจคนเขาเมือง เขตทา สถานี หรือทองที่และตามกําหนดเวลาตามที่ ๖๕ หาหม่ืนบาท หรือทง้ั จําทั้งปรับ รัฐมนตรปี ระกาศในราชกจิ จานุเบกษา ๓. เจาของพาหนะหรือผูควบคุมพาหนะไมแจงกําหนดวันและเวลาท่ีพาหนะจะเขามาถึง มาตรา ๒๕, - จําคุกไมเกินสองเดือนหรือปรับ หรอื จะออกจากเขตทา สถานี หรอื ทอ งทตี่ อ พนกั งานเจา หนา ท่ี ณ ทที่ าํ การตรวจคนเขา เมอื ง ๖๖ ไมเกินหน่ึงหมื่นบาท หรือท้ังจํา ทงั้ ปรบั
ó. ºØ¤¤Å·èÑÇä» ¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞÑμÔ¤¹à¢ÒŒ àÁ×ͧ ¾.È.òõòò ÅÓ´ºÑ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍÑμÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ ๑. ไมม าใหขอเทจ็ จรงิ หรอื สง เอกสารใหคณะกรรมการ มาตรา ๑๐, ๖๑ - ปรบั ไมเกินหา พนั บาท ๒. นาํ หรอื พาคนตา งดา วเขา มาในราชอาณาจกั รหรอื กระทาํ การดว ยประการใดๆ อนั เปน การ มาตรา ๖๓ - จาํ คกุ ไมเ กนิ สบิ ปแ ละปรบั ไมเ กนิ อุปการะหรือชว ยเหลือหรอื ใหค วามสะดวกแกค นตา งดา วใหเ ขา มาในราชอาณาจกั ร หนึ่งแสนบาท ๓. ใหเขาพักอาศัย ซอนเรน หรือชวยดวยประการใดๆ เพ่ือใหคนตางดาวซึ่งรูวาเขามาใน มาตรา ๖๔ - จาํ คกุ ไมเ กนิ หา ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ ราชอาณาจักรโดยฝาฝน พ.ร.บ.คนเขา เมอื งฯ เพอื่ ใหพน จากการจับกุม หา หมน่ื บาทเวน แตเ ปน การกระทาํ เพอื่ ชว ยเหลอื บดิ ามารดาบตุ รสามี หรอื ภรยิ าของผกู ระทาํ ศาลจะไม ลงโทษก็ได ๑๓๑
๑๓๒
๑๓๓ º··Õè ù ¾.Ã.º.»†ÒäÁŒ ¾.È.òôøô ñ. ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÕ¹ûٌ ÃШӺ· ๑.๑ เพ่ือใหน ักเรยี นมีความรูและความเขา ใจใน พ.ร.บ.ปาไม พ.ศ.๒๔๘๔ ๑.๒ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทําใดมีความผิด หรือไมมี ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ปาไม พ.ศ.๒๔๘๔ ๑.๓ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายวิธีการดําเนินการกับผูกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.ปาไม พ.ศ.๒๔๘๔ ò. ÊÇ‹ ¹¹Ó ปาไมไมใชเปนส่ิงสําคัญตอเศรษฐกิจของประเทศเทานั้น แตยังมีความสําคัญยิ่งตอ สภาพแวดลอม ซ่ึงไมเฉพาะของประเทศไทยเทานั้น แตยังเปนสิ่งสําคัญของมวลมนุษยชาติ เพ่ือประโยชนในการปองกัน ระงับและปราบปรามการลักลอบทําไมหวงหาม รวมทั้งการดําเนินการ ที่เก่ียวของกบั ไมห วงหา ม ซ่งึ เปน ทรัพยากรปา ไมท ่ีมีความสาํ คญั จงึ ไดมกี ารออก พ.ร.บ.น้ขี ึ้น ó. à¹×éÍËÒμÒÁËÇÑ ¢ÍŒ ๓.๑ ความรทู ่วั ไปเกย่ี วกบั พ.ร.บ.ปา ไม พ.ศ.๒๔๘๔ ๓.๒ การทาํ ไมและเกบ็ หาของปา ๓.๓ การทําไมหวงหา ม ๓.๔ ไมทมี่ ใิ ชไมหวงหาม ๓.๕ ของปา หวงหา ม ๓.๖ ตราประทับไม ๓.๗ ไมและของปา ระหวางเคล่อื นที่ ๓.๘ การควบคุมไมในลํานา้ํ ๓.๙ การควบคุมไมแ ปรรูป ๓.๑๐ เบด็ เตลด็ ๓.๑๑ ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ปาไม พ.ศ.๒๔๘๔ ô. ʋǹÊÃ»Ø เนื่องจากปาไมเปนทรัพยากรท่ีมีคาจึงมีการพยายามที่จะรักษาทรัพยากรดังกลาวใหอยู คูกับประเทศไทยใหนานท่ีสุดเทาที่จะทําได จึงไดมีการตรา พ.ร.บ.ปาไม และมีการแกไขปรับปรุง ใหมีความทันสมัยโดยตลอด การบังคับใช พ.ร.บ.ปาไมอยางมีประสิทธิภาพ ยอมเปนการปองกัน และแกไ ขปญ หาการทําไม โดยไมช อบดว ยกฎหมายตอ ไป õ. ¡¨Ô ¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó ใหนักเรียนคนหาการจับกุมตาม พ.ร.บ.ปาไมฯ และนําขอมูลมาวิเคราะหอภิปราย รว มกันในช้นั เรยี น
๑๓๔ ÁÒμÃÒ ñ พระราชบญั ญัติน้ใี หเรยี กวา “พระราชบัญญตั ิปา ไม พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๔” ÁÒμÃÒ ò ใหใชพระราชบัญญัตินี้ตั้งแตวันท่ี ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๕ เปน ตน ไป ÁÒμÃÒ ó ใหยกเลิก (๑) ประกาศพระบรมราชโองการวา ดว ยภาษไี มข อนสกั และไมก ระยาเลยลงวนั อาทติ ย เดือนส่ี แรมแปดค่าํ ปจอ ฉศก จลุ ศักราช ๑๒๓๖ (๒) ประกาศพระบรมราชโองการเร่อื งซอ้ื ขายไมขอนสัก ลงวนั พุธ เดือนเกา ขนึ้ คาํ่ หนึ่ง ปวอก ฉศก จุลศักราช ๑๒๔๖ (๓) ประกาศพระบรมราชโองการเรอื่ งไมข อนสกั ลงวนั อาทติ ย เดอื นเจด็ ขนึ้ คา่ํ หนงึ่ ปก นุ นพศก จุลศักราช ๑๒๔๙ (๔) ประกาศพระบรมราชโองการเพ่ิมเติมเรื่องไมขอนสัก ลงวันจันทร เดือนสิบเอ็ด แรมคา่ํ หน่งึ ปกนุ นพศก จุลศกั ราช ๑๒๔๙ (๕) พระราชบัญญตั ไิ มซ งุ และไมท อ นท่ีดวงตราลบเลือน ร.ศ. ๑๑๕ (๖) พระราชบญั ญตั ปิ ระกาศการรักษาปา ไม ร.ศ. ๑๑๖ (๗) พระราชบัญญัติรักษาตน ไมสกั ร.ศ. ๑๑๖ (๘) พระราชบญั ญัตปิ อ งกนั การลกั ลอบตีตราไม ร.ศ. ๑๑๗ (๙) พระราชบญั ญตั ปิ อ งกนั การลกั ลอบชกั ลากไมส กั ทย่ี งั มไิ ดเ สยี คา ตอ และภาษี ร.ศ. ๑๘ (๑๐) กฎกระทรวงมหาดไทยวาดวยไมไหลลอย ร.ศ.๑๑๙ (๑๑) กฎขอ บงั คบั อนญุ าตไมส กั ใชใ นการปลกู สรา งทท่ี าํ ราชการและการสาธารณประโยชน ร.ศ. ๑๑๙ (๑๒) พระราชบญั ญัตริ ักษาปา พุทธศกั ราช ๒๔๕๖ (๑๓) กฎขอบังคับวางระเบียบวิธีจัดการรกั ษาปา พุทธศกั ราช ๒๔๕๖ (๑๔) กฎขอ บงั คับวางระเบียบการหาของปา วาดว ยการเกบ็ รวงผงึ้ พุทธศกั ราช ๒๔๖๔ (๑๕) กฎขอบังคับวางระเบียบการหาของปา วาดวยการเจาะเผาตนตะเคียนทําชัน ในมณฑลปตตานี พุทธศักราช ๒๔๖๕ (๑๖) กฎขอบังคับวางระเบียบการหาของปา วาดวยการเจาะเผาทําน้ํามันยาง พทุ ธศกั ราช ๒๔๖๕ (๑๗) พระราชบัญญัติแกไขพระราชบัญญัติพิกัดภาษีภายใน พุทธศักราช ๒๔๗๐ เฉพาะมาตรา ๔ (ก) และ (ข) (๑๘) พระราชบัญญัติรกั ษาปา (ฉบับที่ ๒) พุทธศกั ราช ๒๔๗๙ (๑๙) พระราชบญั ญัติควบคุมการทาํ ยางสน พุทธศกั ราช ๒๔๘๐ (๒๐) บรรดาบทกฎหมาย กฎ และขอบังคับอื่นๆ ในสวนที่มีบัญญัติไวแลวใน พระราชบญั ญัตนิ ้ี หรือซึ่งแยงกับบทแหงพระราชบัญญัตนิ ้ี
๑๓๕ ¤ÇÒÁÃÙ·Œ ÇèÑ ä»à¡ÕÂè Ç¡ºÑ ¾.Ã.º.»†ÒäÁŒ ÁÒμÃÒ ô ในพระราชบญั ญัติน้ี (๑) “ปา ” หมายความวา ทด่ี ินทีย่ ังมิไดมบี คุ คลไดม าตามกฎหมายท่ีดนิ (๒) “ไม” หมายความวา ไมสักและไมอื่นทุกชนิดที่เปนตน เปนกอ เปนเถา รวมตลอดถงึ ไมทน่ี าํ เขา มาในราชอาณาจักร ไมไผท กุ ชนดิ ปาลม หวาย ตลอดจนราก ปุม ตอ เศษ ปลาย และก่ิงของส่ิงนน้ั ๆ ไมว าจะถกู ตดั ทอน เลอ่ื ย ผา ถาก ขุด หรอื กระทําโดยประการอืน่ ใด (๓) “แปรรปู ” หมายความวา การกระทาํ อยา งใดอยา งหน่งึ แกไ มดังนี้ คอื ก. เล่ือย ผา ถาก ขุด หรือกระทําดวยประการอ่ืนใดแกไมใหเปล่ียนรูป หรือขนาดไปจากเดิม นอกจากการลอกเปลอื กหรือตบแตง อนั จาํ เปน แกก ารชักลาก ข. เผา อบ บด หรอื กระทาํ ดว ยประการอน่ื ใดแกไ มใ หเ ปลย่ี นแปรสภาพไปจากเดมิ เพ่อื ถือเอาวตั ถุธาตหุ รือผลพลอยไดจ ากไมน นั้ (๔) “ไมแปรรูป” หมายความวา ไมที่ไดแปรรูปแลว และหมายความรวมถึงไมที่อยู ในสภาพพรางวา เปน สง่ิ ปลกู สรา ง หรอื อยใู นสภาพเปน สง่ิ ปลกู สรา งอนั ไมช อบดว ยลกั ษณะสง่ิ ปลกู สรา ง ทั่ว ๆ ไปหรือที่ผิดปกติวิสัย หรืออยูในสภาพเปนเครื่องใชท่ีไมชอบดวยลักษณะของเครื่องใช ท่ใี ชเปน ปกติในทอ งทีน่ ั้นหรอื ทผี่ ดิ ปกติวสิ ัย ไมที่อยูในสภาพเปนสิ่งปลูกสรางหรืออยูในสภาพเปนเครื่องใช ทั้งนี้ ตลอดเวลา ที่อยูในสภาพเชนน้ัน รวมท้ังไมท่ีเคยอยูในสภาพดังกลาวและผูครอบครองพิสูจนไดวาไดเคยมีสภาพ เชน นน้ั มาแลว ไมน อ ยกวา สองปส าํ หรบั ไมอ นื่ ทม่ี ใิ ชไ มส กั และหา ปส าํ หรบั ไมส กั มใิ หถ อื วา เปน ไมแ ปรรปู (๕) “ทําไม” หมายความวา ตัด ฟน กาน โคน ลิด เลือ่ ย ผา ถาก ทอน ขุด ชกั ลาก ไมในปา หรือนาํ ไมออกจากปาดวยประการใด ๆ (๖) “ไมไ หลลอย” หมายความวา ไมตน ไมซ ุง ไมทอ น ไมเสา ไมเข็ม ไมห ลัก ไมเ หล่ียม ไมก ระดาน ซ่ึงเปนไมหวงหา ม ทไ่ี ดไหลลอยโดยปราศจากการควบคุม (๗) “ของปา ” หมายความวา บรรดาของที่เกดิ หรือมีขนึ้ ในปาตามธรรมชาติ คอื ก. ไม รวมท้ังสวนตาง ๆ ของไม ถานไม น้ํามันไม ยางไม ตลอดจนสิ่งอ่ืน ๆ ทเี่ กดิ จากไม ข. พืชตาง ๆ ตลอดจนสง่ิ อื่น ๆ ทีเ่ กดิ จากพชื นน้ั ค. รงั นก คร่ัง รวงผ้ึง น้าํ ผึ้ง ขี้ผง้ึ และมูลคา งคาว ง. หินที่ไมใชแรตามกฎหมายวาดวยแร และหมายความรวมถึงถานไมท่ีบุคคล ทําขน้ึ ดวย มาตรา ๔ (๕) นยิ ามคาํ วา “ทาํ ไม” ซงีึ่ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยคาํ สง่ั หวั หนา คณะรกั ษาความสงบแหง ชาติ ที่ ๓๑/๒๕๕๙ มผี ลบงั คบั ใช ๑๗ เม.ย. ๖๒
๑๓๖ (๘) “ไมฟน” หมายความวา บรรดาไมท่ีมีลักษณะและคุณภาพเหมาะสมที่จะใชเปน เช้อื เพลิงย่ิงกวา จะใชประโยชนอ ยา งอน่ื (๙) “ชักลาก” หมายความวา การนําไมหรือของปาจากท่ีหน่ึงไปยังอีกที่หนึ่ง ดวยกําลงั แรงงาน (๑๐) “นําเคล่ือนท่ี” หมายความวา ชักลาก หรือทําใหไมหรือของปาเคลื่อนจากท่ีไป ดวยประการใด ๆ (๑๑) “ขนาดจํากดั ” หมายความวา ขนาดของตน ไมทร่ี ัฐมนตรปี ระกาศกําหนด (๑๒) “คาภาคหลวง” หมายความวา เงินคาธรรมเนียมซึ่งผูทําไมหรือเก็บหาของปา จะตอ งเสยี ตามความในพระราชบญั ญตั นิ ้ี (๑๓) “โรงงานแปรรูปไม” หมายความวา โรงงานหรือสถานที่ใดซ่ึงจัดข้ึนไว เปนท่ีทาํ การแปรรปู ไม รวมถงึ บรเิ วณโรงงานหรอื สถานทีน่ ั้น ๆ ดว ย (๑๔) “โรงคาไมแปรรูป” หมายความวา สถานท่ีท่ีคาไมแปรรูป หรือที่มีไมแปรรูปไว เพอ่ื การคา รวมถึงบริเวณสถานท่ีนั้น ๆ ดว ย (๑๕) “ตราประทับไม” หมายความวา วตั ถใุ ดอันประดิษฐข นึ้ เพื่อใหเ กดิ เปน รปู รอย หรือ เครอ่ื งหมายใด ๆ นอกจากรปู รอยทเ่ี ปน ตวั เลข ไวท ไี่ มซ งึ่ อยภู ายใตค วามควบคมุ แหง พระราชบญั ญตั นิ ้ี (๑๖) “พนักงานเจาหนาท่ี” หมายความวา เจาพนักงานปาไม พนักงานปาไมหรือ ผซู ึ่งรัฐมนตรีไดแตง ตง้ั ใหม หี นาที่ดาํ เนนิ การตามพระราชบัญญัตินี้ (๑๗) “รฐั มนตร”ี หมายความวา รฐั มนตรวี า การกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ สง่ิ แวดลอ ม รกั ษาการตาม พ.ร.บ. นี้ ÁÒμÃÒ õ พระราชกฤษฎีกาหรือประกาศรัฐมนตรีซึ่งกําหนดข้ึนตามบทแหง พระราชบญั ญัติน้ี ใหค ัดสําเนาประกาศไว ณ ท่ีวาการอาํ เภอและที่ทาํ การกาํ นัน หรอื ที่สาธารณสถาน ในทอ งที่ซงึ่ เกย่ี วขอ ง ¡ÒÃทําäÁጠÅÐࡺç ËҢͧ»†Ò ÁÒμÃÒ ö ไมห วงหามมสี องประเภท คอื ประเภท ก. ไมห วงหา มธรรมดา ไดแ ก ไมซ ง่ึ การทาํ ไมจ ะตอ งไดร บั อนญุ าตจากพนกั งาน เจา หนาท่หี รอื ไดรบั สมั ปทานตามความในพระราชบัญญตั ิน้ี ประเภท ข. ไมหวงหามพเิ ศษ ไดแก ไมหายากหรือไมท่คี วรสงวนซงึ่ ไมอ นุญาตใหท าํ ไม เวน แตร ฐั มนตรีจะไดอ นุญาตในกรณีพิเศษ คาํ ͸ºÔ Ò บรรดาไมสกั ไมยาง ไมช ิงชนั ไมเก็ดแดง ไมอ เี มง ไมพะยงู แกลบ ไมกระพ้ี ไมแ ดงจนี ไมขะยุง ไมซิก ไมกระซิก ไมกระซิบ ไมพะยูง ไมหมากพลูตั๊กแตน ไมกระพ้ีเขาควาย ไมเก็ดดํา ไมอีเฒา และไมเก็ดเขาควาย ทข่ี ึน้ ในปา ใหเ ปน ไมห วงหา มประเภท ก. มาตรา ๖ คําอธิบายเพิ่มเตมิ
๑๓๗ “ÁÒμÃÒ ÷ ไมช นดิ ใดทขี่ นึ้ ในปา จะใหเ ปน ไมห วงหา มประเภทใด ใหก าํ หนดโดยพระราช กฤษฎีกา สาํ หรับไมทกุ ชนิดท่ีขึ้นในท่ีดนิ ทีม่ กี รรมสทิ ธหิ์ รือสทิ ธคิ รอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดนิ ไมเ ปน ไมห วงหา ม หรอื ไมท ปี่ ลกู ขน้ึ ในทด่ี นิ ทไี่ ดร บั อนญุ าตใหท าํ ประโยชนต ามประเภทหนงั สอื แสดงสทิ ธิ ที่รฐั มนตรีประกาศกาํ หนดโดยความเหน็ ชอบของคณะรัฐมนตรี ใหถือวาไมเปน ไมหวงหา ม” การเพ่ิมเติมหรือเพิกถอนชนิดไม หรือเปล่ียนแปลงประเภทไมหวงหามที่ไดมีพระราช กฤษฎกี ากาํ หนดไวแ ลว กด็ ี หรอื จะกาํ หนดไมช นดิ ใดเปน ไมห วงหา มประเภทใดขน้ึ ในทอ งทใี่ ด นอกจาก ทอ งทที่ ไ่ี ดม พี ระราชกฤษฎกี ากาํ หนดตามความในมาตรากอ นแลว นนั้ กด็ ี ใหก าํ หนดโดยพระราชกฤษฎกี า พระราชกฤษฎีกาซ่ึงตราข้ึนตามความในวรรคหน่ึงและวรรคสอง ใหใชบังคับไดเมื่อพน กาํ หนดเกา สิบวัน นบั แตวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ÁÒμÃÒ ø (ยกเลิก) ÁÒμÃÒ ù รฐั มนตรมี อี าํ นาจกาํ หนดอตั ราคา ภาคหลวงโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ดังตอ ไปน้ี (๑) สําหรับไมหวงหามประเภท ก. เฉพาะไมสัก หรือไมหวงหามประเภท ข. ใหกาํ หนดตามชนิด ขนาด และปริมาตรของไม ไมเกนิ ลูกบาศกเ มตรละสองรอยบาท (๒) สําหรับไมหวงหามอ่ืน ใหกําหนดตามชนิดและปริมาตรของไม ไมเกิน ลูกบาศกเ มตรละแปดสิบบาท (๓) สําหรับไมหวงหามที่ทําเปนไมฟนหรือไมเผาถาน ใหกําหนดไดไมเกิน ลูกบาศกเมตรละหาบาท ถาไดเผาเปนถานแลว อัตราคาภาคหลวงใหเปนสองเทาของอัตรา คา ภาคหลวงของไมหวงหามท่ีทําเปน ไมฟน หรอื ไมเผาถาน (๔) สาํ หรบั ไมห วงหา มหรอื ถา นทเี่ ผาจากไมห วงหา มทนี่ ยิ มซอื้ ขายกนั ตามมาตรฐานอนื่ นอกจากเปนลูกบาศกเมตร จะกําหนดอัตราคาภาคหลวงแตกตางจากท่ีบัญญัติไวใน (๑) (๒) หรือ (๓) ก็ได แตตองไมเกินรอยละสิบของราคาตลาดในราชอาณาจักร โดยเฉลี่ยจากราคาของ ไมห วงหา มหรือของถา นทีเ่ ผาจากไมหวงหาม แลวแตกรณี ÁÒμÃÒ ù ·ÇÔ ในกรณีท่รี ัฐมนตรีเหน็ สมควร รฐั มนตรีจะลดหรือยกเวน คา ภาคหลวงให บคุ คลซ่ึงประสบภัยพิบัติสาธารณะตามความจําเปนเฉพาะรายก็ได ÁÒμÃÒ ñð ใหรัฐมนตรีมีอํานาจกําหนดขนาดจํากัดไมหวงหามโดยประกาศใน ราชกจิ จานุเบกษา มาตรา ๗ แกไขเพม่ิ เตมิ โดยประกาศคณะรกั ษาความสงบแหง ชาติ ฉบับท่ี ๑๐๖/๒๕๕๗ มีผลใชบ งั คบั ๑๗ เม.ย. ๖๒
๑๓๘ ¡ÒÃทําäÁËŒ ǧˌÒÁ ÁÒμÃÒ ññ ผูใดทําไม หรือเจาะ หรือสับ หรือเผา หรือทําอันตรายดวยประการใดๆ แกไ มห วงหา ม ตอ งไดร บั อนญุ าตจากพนกั งานเจา หนา ทห่ี รอื ไดร บั สมั ปทานตามความในพระราชบญั ญตั นิ ้ี และตอ งปฏบิ ัติตามขอ กาํ หนดในกฎกระทรวงหรอื ในการอนญุ าต การอนุญาตนั้น พนักงานเจาหนาที่เมื่อไดรับอนุมัติจากรัฐมนตรีแลว จะอนุญาตให ผกู ขาดโดยใหผูไดรับอนุญาตเสียเงินคา ผกู ขาดใหแกรัฐบาลตามจาํ นวนที่รฐั มนตรกี ําหนดก็ได การอนุญาตโดยวิธีผูกขาดหรือใหสัมปทานสําหรับการทําไมฟนหรือไมเผาถานไมวา โดยทางตรงหรือทางออม ใหกระทําไดเฉพาะในเขตปาท่ีหางไกลและกันดาร หรือเฉพาะการทําไม ชนิดที่มคี า หรอื หายาก การพิจารณาคําขออนุญาตผูกขาดหรือสัมปทานตามความในวรรคกอนใหกระทําโดย คณะกรรมการซึง่ รัฐมนตรแี ตงตั้ง ÁÒμÃÒ ññ ·ÇÔ ในกรณีที่ผูรับอนุญาตตามมาตรา ๑๑ หรือผูรับสัมปทานประสงค จะนําเคร่ืองมือ เครื่องใช สัตวพาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ท่ีตนมิไดเปนเจาของ เขาไปในเขตปาที่ไดรับอนุญาตหรือในเขตสัมปทาน ผูรับอนุญาตหรือผูรับสัมปทานดังกลาวตองแจง ใหพ นักงานเจาหนา ทที่ ราบลวงหนา เปน เวลาไมน อยกวา สามสิบวัน ตามแบบท่รี ฐั มนตรีกาํ หนด บรรดาทรพั ยส นิ ดังกลา วในวรรคหน่ึงท่ผี ูรับอนญุ าตหรือผูรบั สมั ปทานนาํ เขาไปในเขตปา ที่ไดรับอนุญาต หรือในเขตสัมปทาน โดยมิไดแจงใหพนักงานเจาหนาท่ีทราบตามวรรคหนึ่ง ใหส ันนิษฐานไวก อนวา ทรพั ยส ินนัน้ เปน ทรัพยส ินของผรู ับอนญุ าตหรอื ผรู ับสัมปทาน ÁÒμÃÒ ñò หามมิใหผูรับอนุญาตทําไมท่ีไมมีรอยตราอนุญาตของพนักงานเจาหนาท่ี ประทบั ไว เวนแตจะไดม ีขอความระบอุ นญุ าตไวในใบอนุญาต ÁÒμÃÒ ñó หา มมใิ หผ รู บั อนญุ าตทาํ ไมท ม่ี ขี นาดตา่ํ กวา ขนาดจาํ กดั แตถ า มเี หตภุ ยั พบิ ตั ิ สาธารณะ หรือมีเหตุจําเปนที่เห็นสมควรชวยเหลือราษฎรเปนกรณีพิเศษ รัฐมนตรีจะอนุญาต ใหผ รู บั อนุญาตเฉพาะราย ทาํ ไมท่ีมขี นาดตํ่ากวาขนาดจาํ กดั เปนการชั่วคราวก็ได การทําไมท่ีมีขนาดต่ํากวาขนาดจํากัดตามท่ีรัฐมนตรีอนุญาตใหทําได ตามความใน วรรคหนึ่ง ผูรับอนุญาตจะทําไมไดก็ตอเม่ือพนักงานเจาหนาท่ีไดประทับตราอนุญาตไวท่ีไมน้ันๆ แลว ท้ังน้ี เวนแตในกรณีท่ีไมสามารถประทับตราได และพนักงานเจาหนาที่ไดระบุไวในใบอนุญาต ใหท ําไดโ ดยไมตอ งประทับตรา ÁÒμÃÒ ñô ผูรบั อนญุ าตทาํ ไมต องเสยี คา ภาคหลวงตามท่ีกําหนดไว ดงั ตอ ไปน้ี (๑) ตองชําระคาภาคหลวงลวงหนา ตนหรือทอนละสองบาท เม่ือรับใบอนุญาตจาก พนักงานเจาหนาท่ี เวนแตในทองที่ใดท่ีคณะกรรมการจังหวัดไดประกาศโดยรับอนุมัติจากรัฐมนตรี ใหงดเวนไมตองเรียกเก็บเงินคาภาคหลวงลวงหนาหรือใหลดอัตราคาภาคหลวงลวงหนาลงจากอัตรา ที่กําหนดนี้ ก็ใหเ ปนไปตามประกาศของคณะกรรมการจังหวัดนน้ั ๆ
๑๓๙ การทําไมสัก ผูรับอนุญาตจะตองชําระคาภาคหลวงลวงหนา ตามอัตราท่ี คณะกรรมการจังหวัดไดประกาศโดยรับอนุมัติจากรัฐมนตรี หรือตามอัตราที่รัฐมนตรีกําหนดเปน ราย ๆ ไป การทาํ ไมฟ น หรือทําไมเผาถา น ไมต องเสียคาภาคหลวงลว งหนา (๒) ตองชําระคาภาคหลวงใหเสร็จสิ้นภายในกําหนดสามสิบวัน นับแตวันที่พนักงาน เจาหนา ทีไ่ ดแ จง จํานวนคาภาคหลวงใหทราบ ถาผูรับอนุญาตไมชําระคาภาคหลวงใหเสร็จสิ้นภายในกําหนดเวลาดังกลาวในวรรคกอน ใหไม ไมฟน ไมเผาถานหรือถานนั้นตกเปนของแผนดิน เวนแตผูรับอนุญาตจะไดรับอนุญาตให ผัดผอนการชําระคาภาคหลวงตอไปตามขอกําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ไดชําระเงินคาภาคหลวง ลวงหนาไว และไดทําไมออกมาแลวภายในกําหนดอายุใบอนุญาต ก็ใหไมสวนท่ีเกินจํานวนจากที่ ชาํ ระคาภาคหลวงลวงหนาไวแลว ตกเปน ของแผน ดนิ ÁÒμÃÒ ñô ·ÇÔ ยกเลิกตามคาํ ส่งั หวั หนาคณะรักษาความสงบแหงชาติ ท่ี ๓๑/๒๕๕๙ ÁÒμÃÒ ñõ การชําระคาภาคหลวงสําหรับไมหวงหามชนิดใด ถาผูรับอนุญาตขอชําระ ในเมื่อไมนั้นไดแปรรูปแลว ตองชําระตามปริมาตรของไมแปรรูปในอัตราสองเทาคาภาคหลวง ท่กี าํ หนดไวสาํ หรับไมช นดิ นั้นๆ ÁÒμÃÒ ñö คา ภาคหลวงลว งหนาทั้งสิ้นทช่ี าํ ระไวแลว ตามความในมาตรา ๑๔ (๑) น้นั ใหนํามาหักกลบลบกันกับคาภาคหลวงไมท่ีทําออก ยังขาดเทาใดใหเรียกเก็บจนครบ ถาผูรับอนุญาต ทําไมออกมาไมครบจํานวนตามใบอนุญาตโดยมิใชเพราะเหตุสุดวิสัย ซ่ึงคํานวณคาภาคหลวงแลว ยังไมถึงจํานวนเงินคาภาคหลวงลวงหนาท่ีไดชําระไวแลว คาภาคหลวงลวงหนาสวนท่ีเกินใหตกเปน ของรฐั บาล ถาผูรับอนุญาตไมไดทําไมออกมาเลยตามใบอนุญาตโดยมิใชเพราะเหตุสุดวิสัย หรอื กระทําผดิ จนถกู เพกิ ถอนใบอนญุ าต คา ภาคหลวงลว งหนา ทัง้ สิ้น ใหตกเปน ของรฐั บาล ÁÒμÃÒ ñ÷ บทบญั ญัตใิ นสว นน้ี มใิ หใ ชบังคบั ในกรณดี งั ตอไปน้ี (๑) พนักงานเจาหนาท่ีจัดกระทําไปเพื่อประโยชนในการบํารุงปา การคนควาหรือ การทดลองในทางวชิ าการ (๒) ผูเก็บหาเศษไม ปลายไมตายแหงที่ลมขอนนอนไพร อันมีลักษณะเปนไมฟน ซง่ึ มิใชไ มสักหรือไมหวงหามประเภท ข. ไปสาํ หรบั ใชส อยในบานเรอื นแหงตนหรือประกอบกจิ ของตน ÁÒμÃÒ ñø เมื่อมีเหตุภัยพิบัติสาธารณะหรือมีเหตุจําเปนท่ีเห็นสมควรชวยเหลือ ราษฎรเปนกรณีพิเศษ รัฐมนตรีจะอนุญาตใหผูใดเฉพาะรายทําไมหวงหามแตกตางจากขอกําหนด ในกฎกระทรวง หรือขอ กาํ หนดในการอนญุ าตเปนการชวั่ คราวก็ได ÁÒμÃÒ ñø/ñ เพื่อประโยชนในการจําแนกแหลงที่มาของไม เจาของไมท่ีข้ึนในท่ีดิน ทม่ี ีกรรมสทิ ธหิ์ รอื สิทธคิ รอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดนิ หรอื เจา ของไมทปี่ ลูกขน้ึ ในที่ดนิ ทไี่ ดร ับ อนุญาตใหทําประโยชนตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิท่ีรัฐมนตรีประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบ ของคณะรฐั มนตรจี ะแจง พนกั งานเจา หนา ที่เพือ่ ขอหนังสอื รับรองไมก ไ็ ด
๑๔๐ การแจง และการออกหนงั สอื รบั รองตามวรรคหนงึ่ ใหเ ปน ไปตามระเบยี บทอ่ี ธบิ ดกี รมปา ไม กําหนดโดยความเหน็ ชอบของรฐั มนตรี ÁÒμÃÒ ñø/ò ผใู ดประสงคจ ะขอหนงั สอื รบั รองไม ผลติ ภณั ฑไ ม และถา นไม เพอ่ื การคา หรือการสงออกไปนอกราชอาณาจกั ร ใหย ่ืนคําขอตอ พนักงานเจา หนา ท่ีและเสียคาใชจ า ยในการออก หนงั สอื รับรองตามท่ีกรมปาไมกาํ หนด การขอและการออกหนังสือรับรอง และอัตราคาใชจายตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตาม ระเบียบท่ีอธิบดีกรมปา ไมกําหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี ÁÒμÃÒ ñø/ó การออกหนงั สอื รบั รองตามมาตรา ๑๘/๑ หรอื มาตรา ๑๘/๒ กรมปา ไม จะกําหนดใหสถาบันหรือองคกรอ่ืนดําเนินการแทนก็ได ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข ในระเบยี บทอ่ี ธบิ ดกี รมปา ไมก าํ หนด ในการนใ้ี หถ อื วา พนกั งานหรอื เจา หนา ทขี่ องสถาบนั หรอื องคก รอนื่ ที่ดําเนินการแทนพนักงานเจาหนาท่ีเปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาเฉพาะในสวนที่ เกยี่ วของกบั การปฏิบตั ิตามความในสวนน้”ี äÁŒ·ÁèÕ Ôãªä‹ ÁËŒ ǧËÒŒ Á “ÁÒμÃÒ òõ ผูใดนําไมท่ีมิใชไมหวงหามเขาเขตดานปาไม ตองเสียคาธรรมเนียมตาม อตั ราทรี่ ฐั มนตรกี าํ หนด เวน แตเ ปน การนาํ ไปเพอ่ื ใชส อยสว นตวั ภายในเขตทอ งทจี่ งั หวดั ทท่ี าํ ไมน นั้ หรอื เปน การนาํ ไมท ป่ี ลกู ขน้ึ ในทด่ี นิ ทไี่ ดร บั อนญุ าตใหท าํ ประโยชนต ามประเภทหนงั สอื แสดงสทิ ธทิ ร่ี ฐั มนตรี ประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา ๗ วรรคหน่ึง เขาเขตดานปาไม ไปใชสอยสวนตวั ไมตอ งเสยี คา ธรรมเนยี ม” การนําไมเขาเขตดานปาไมหลายดา น ใหเสยี คาธรรมเนยี มเพยี งดานแรกดานเดยี ว ÁÒμÃÒ òö รฐั มนตรมี อี าํ นาจประกาศในราชกจิ จานเุ บกษากาํ หนดอตั ราคา ธรรมเนยี ม ตามมาตรา ๒๕ ไมเกินลูกบาศกเมตรละสี่สิบบาท แตถาเปนไมที่นิยมซื้อขายกันตามมาตรฐานอ่ืน นอกจากเปน ลกู บาศกเมตร จะกําหนดอตั ราคา ธรรมเนยี มสําหรับไมน ้นั แตกตา งจากทบ่ี ัญญตั ไิ วน กี้ ็ได แตตอ งไมเกินรอ ยละสบิ ของราคาตลาดในทองท่ี โดยเฉล่ยี จากราคาของไมน้ัน มาตรา ๑๘ แกไขเพม่ิ เตมิ พ.ร.บ.ปา ไม (ฉบบั ที่ ๘) พ.ศ.๒๕๖๒ มาตรา ๒๕ แกไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ปาไม (ฉบบั ที่ ๘) พ.ศ.๒๕๖๒ ยกเลิก มาตรา ๒๕ วรรคแรก
๑๔๑ ¢Í§»†ÒËǧËÒŒ Á ÁÒμÃÒ ò÷ ของปาอยางใดในทองท่ีใดจะใหเปนของปาหวงหาม ใหกําหนดโดย พระราชกฤษฎกี า ÁÒμÃÒ òø การเพิ่มเติมหรือเพิกถอนของปาหวงหามที่ไดมีพระราชกฤษฎีกากําหนด ไวแลวก็ดี หรือจะกําหนดของปาอยางใดใหเปนของปาหวงหามข้ึนในทองที่ใด นอกจากทองที่ที่ไดมี พระราชกฤษฎกี ากําหนดตามความในมาตรากอ นแลวนน้ั ก็ดี ใหกาํ หนดโดยพระราชกฤษฎกี า พระราชกฤษฎีกาซ่ึงตราขึ้นตามความในมาตราน้ีใหใชบังคับไดเม่ือพนกําหนดเกาสิบวัน นบั แตว นั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ÁÒμÃÒ òù ผูใดเก็บหาของปาหวงหามหรือทําอันตรายดวยประการใดๆ แกของ ปาหวงหามในปา ตองไดรับอนุญาตจากพนักงานเจาหนาที่ และตองเสียคาภาคหลวง กับทั้งตอง ปฏบิ ตั ิตามขอ กําหนดในกฎกระทรวงหรอื ในการอนุญาต การอนญุ าตนน้ั พนกั งานเจา หนา ทเ่ี มอ่ื ไดร บั อนมุ ตั จิ ากรฐั มนตรแี ลว จะอนญุ าตใหผ กู ขาด โดยใหผ ูร บั อนุญาตเสยี เงนิ คา ผกู ขาดใหแ กร ฐั บาลตามจาํ นวนทร่ี ัฐมนตรีกาํ หนดกไ็ ด การอนุญาตโดยวิธีผูกขาด ใหกระทําไดเฉพาะในกรณีที่ของปาหวงหามเปนของมีคา หรือหายากหรือเฉพาะในเขตปาท่ีหางไกลและกันดาร หรือมีความจําเปนในวิธีการเก็บหาอันจําตอง ใหอ นุญาตโดยวิธีผกู ขาด ÁÒμÃÒ òù ·ÇÔ หา มมิใหผ ใู ดคา หรอื มไี วในครอบครอง ซ่งึ ของปาหวงหามเกินปริมาณที่ รัฐมนตรีประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา เวนแตไดรับอนุญาตจากพนักงานเจาหนาท่ี และตอ งปฏบิ ัตติ ามขอ กาํ หนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต ความในวรรคหนึ่งไมใชบังคับแกการนําของปาหวงหามเคลื่อนที่โดยมีใบเบิกทางของ พนักงานเจา หนาทก่ี าํ กบั ไปดวย ÁÒμÃÒ óð รฐั มนตรมี อี าํ นาจประกาศในราชกจิ จานเุ บกษากาํ หนดอตั ราคา ภาคหลวง ไมเกนิ รอ ยละสิบของราคาตลาดในราชอาณาจกั ร โดยเฉลย่ี จากราคาของของปาหวงหา มนัน้ ÁÒμÃÒ óñ ในทอ งที่ใดทีไ่ ดกาํ หนดรวงผงึ้ เปน ของปาหวงหาม หามมใิ หผูใดแมจะเปน ผูรับอนุญาตหรือผูรับสัมปทานเก็บหาของปาก็ตาม ตัดหรือโคนตนยวนผึ้งหรือตนไมที่ผ้ึงจับทํารังอยู หรอื ทาํ อันตรายดว ยประการใดแกตนไมท ่กี ลา วแลว โดยไมจาํ เปน แกก ารเก็บหารวงผ้งึ ÁÒμÃÒ óò บทบัญญัติในสวนนี้มิใหใชบังคับในกรณีที่พนักงานเจาหนาท่ีจัดกระทําไป เพือ่ ประโยชนในการบํารงุ ปา การคนควา หรือการทดลองในทางวิชาการ ÁÒμÃÒ óó เมื่อมีเหตุภัยพิบัติสาธารณะหรือมีเหตุจําเปนที่เห็นสมควรชวยเหลือ ราษฎรเปนกรณีพิเศษ รัฐมนตรีจะอนุญาตใหผูใดเฉพาะรายเก็บหาของปาหวงหาม แตกตางจาก ขอกําหนดในกฎกระทรวง หรอื ขอ กาํ หนดในการอนญุ าตเปนการช่ัวคราวก็ได
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236