๑๙๒ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ ไดก ระทาํ เพอ่ื ใหผ เู สยี หายทถี่ กู พาเขา มาหรอื สง ออก ไปนอกราชอาณาจักรตกอยูในอํานาจของผูอื่นโดยมิชอบดวยกฎหมาย ตองระวางโทษเปนสองเทา ของโทษทกี่ าํ หนดไวส าํ หรบั ความผดิ นั้น ÁÒμÃÒ ññ ผใู ดกระทําความผิดตามมาตรา ๖ นอกราชอาณาจกั ร ผนู น้ั จะตอ งรบั โทษ ในราชอาณาจักรตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติน้ี โดยใหนํามาตรา ๑๐ แหงประมวลกฎหมาย อาญามาใชบังคับโดยอนุโลม ÁÒμÃÒ ñò ผูใดกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี โดยแสดงตนเปนเจาพนักงาน และกระทําการเปนเจาพนักงาน โดยตนเองมิไดเปนเจาพนักงานท่ีมีอํานาจหนาท่ีกระทําการน้ัน ตอ งระวางโทษเปนสองเทา ของโทษท่กี าํ หนดไวสาํ หรบั ความผิดนัน้ ÁÒμÃÒ ñó ผูใดเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาทองถ่ิน ผูบริหารทองถิ่น ขาราชการ พนักงานองคกรปกครองสวนทองถ่ิน พนักงานองคการหรือหนวยงาน ของรฐั กรรมการ หรอื ผบู รหิ ารหรอื พนกั งานรฐั วสิ าหกจิ เจา พนกั งาน หรอื กรรมการองคก รตา งๆ ตาม รัฐธรรมนูญ กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี ตองระวางโทษเปนสองเทาของโทษ ทกี่ าํ หนดไวส าํ หรับความผดิ นน้ั กรรมการ กรรมการ ปกค. อนกุ รรมการ สมาชิกของคณะทํางาน และพนักงานเจา หนา ที่ ตามพระราชบัญญัตินี้ ผูใดกระทําความผิดใดตามพระราชบัญญัติน้ีเสียเอง ตองระวางโทษเปน สามเทา ของโทษทก่ี ําหนดไวส าํ หรบั ความผิดนน้ั ÁÒμÃÒ ñô ใหความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีเปนความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติ ปองกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.๒๕๔๒ อํา¹Ò¨¾¹¡Ñ §Ò¹à¨ÒŒ ˹Ҍ ·Õè ÁÒμÃÒ ò÷ เพื่อประโยชนในการปองกันและปราบปรามการกระทําความผิด ฐานคามนษุ ย ใหพนักงานเจา หนาทีม่ ีอาํ นาจหนาทด่ี ังตอ ไปนี้ (๑) มีหนงั สอื เรียกใหบ ุคคลใดมาใหถ อ ยคาํ หรอื สง เอกสารหรือพยานหลกั ฐาน (๒) ตรวจตัวบุคคลท่ีมีเหตุอันควรเชื่อไดวาเปนผูเสียหายจากการกระทําความผิดฐาน คามนุษยเมอ่ื ผูนน้ั ยินยอม แตถาผนู ัน้ เปน หญงิ จะตองใหห ญงิ อ่ืนเปน ผูตรวจ (๓) ตรวจคนยานพาหนะใดๆ ท่ีมีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรวามีพยานหลักฐาน หรือบคุ คลท่ีตกเปน ผูเสียหายจากการกระทําความผดิ ฐานคามนุษยอยใู นยานพาหนะนน้ั (๔) เขาไปในเคหสถานหรือสถานท่ีใดๆ เพ่ือตรวจคน ยึด หรืออายัด เม่ือมีเหตุ อันควรเช่ือไดวามีพยานหลักฐานในการคามนุษย หรือเพื่อพบและชวยบุคคลท่ีตกเปนผูเสียหาย จากการกระทําความผิดฐานคามนุษย และหากเนิ่นชากวาจะเอาหมายคนมาได พยานหลักฐานน้ัน อาจถกู โยกยา ย ซอ นเรน หรอื ทาํ ลายไปเสยี กอ น หรอื บคุ คลนนั้ อาจถกู ประทษุ รา ย โยกยา ย หรอื ซอ นเรน
๑๙๓ ในการใชอํานาจตาม (๔) พนักงานเจาหนาที่ตองแสดงความบริสุทธ์ิกอนการเขาคน และรายงานเหตุผลท่ีทําใหสามารถเขาคนได รวมท้ังผลการตรวจคนเปนหนังสือตอผูบังคับบัญชา เหนือข้ึนไป ตลอดจนจัดทําสําเนารายงานดังกลาวใหไวแกผูครอบครองเคหสถานหรือสถานที่คน ถาไมมีผูครอบครองอยู ณ ท่ีน้ัน ใหพนักงานเจาหนาที่สงมอบสําเนารายงานนั้นใหแกผูครอบครอง ดังกลาวในทันทีที่กระทําได และหากเปนการเขาคนในเวลาระหวางพระอาทิตยตกและข้ึน พนักงาน เจาหนาที่ผูเปนหัวหนาในการเขาคนตองดํารงตําแหนงนายอําเภอหรือรองผูกํากับการตํารวจข้ึนไป หรือเปนขาราชการพลเรือน ตั้งแตระดับเจ็ดข้ึนไป ทั้งน้ี ใหพนักงานเจาหนาท่ีผูเปนหัวหนาในการ เขาคนสงสําเนารายงานเหตุผลและผลการตรวจคน บัญชีพยานหลักฐานหรือบุคคลที่ตกเปน ผูเสียหายจากการกระทําความผิดฐานคามนุษยและบัญชีทรัพยที่ไดยึดหรืออายัดไวตอศาลจังหวัด ท่ีมีเขตอํานาจเหนือทองที่ท่ีทําการคนหรือศาลอาญา ภายในส่ีสิบแปดช่ัวโมงหลังจากส้ินสุด การตรวจคนเพ่อื เปน หลกั ฐาน ในการดําเนินการตาม (๒) และ (๓) พนักงานเจาหนาท่ีอาจสั่งใหผูใตบังคับบัญชา ทาํ แทนได ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจาหนาท่ีจะขอความชวยหลือจาก บุคคลใกลเคียงเพื่อดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได แตจะบังคับใหผูใดชวยโดยอาจเกิด อนั ตรายแกผูน น้ั ไมได ÁÒμÃÒ òø ในการปฏิบัติหนาท่ีตามพระราชบัญญัติน้ี พนักงานเจาหนาท่ีตองแสดง บัตรประจําตัวพนักงานเจาหนาท่ีตอบุคคลท่ีเกี่ยวของ บัตรประจําตัวพนักงานเจาหนาที่ใหเปนไป ตามแบบท่รี ฐั มนตรีกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา º·กํา˹´â·É ÁÒμÃÒ õò ผูใดกระทําความผิดฐานคามนุษย ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสี่ปถึงสิบป และปรับตั้งแตส ่ีแสนบาทถึงหนึง่ ลา นสองแสนบาท ÁÒμÃÒ õó นิติบุคคลใดกระทําความผิดฐานคามนุษย ตองระวางโทษปรับต้ังแต หนึง่ ลา นบาทถงึ หาลา นบาท ในกรณีที่ผูกระทําความผิดเปนนิติบุคคล เกิดจากการส่ังการหรือการกระทําของ กรรมการหรือผูจัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลน้ันหรือในกรณี ที่บุคคลดังกลาวมีหนาที่ตองสั่งการหรือกระทําการและละเวนไมสั่งการหรือไมกระทําการจนเปนเหตุ ใหนิติบุคคลน้ัน กระทําความผิดผูนั้นตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหกปถึงสิบสองป และปรับต้ังแต หกแสนบาทถึงหน่ึงลานสองแสนบาท แตถาเปนการกระทําแกบุคคลตามมาตรา ๕๒ วรรคสอง หรือมาตรา ๕๖ วรรคสาม ตองระวางโทษตามทีก่ าํ หนดไวใ นมาตราดงั กลา วแลวแตกรณี
๑๙๔ ÁÒμÃÒ õó/ñ ถาการกระทาํ ผดิ ตามมาตรา ๕๒ หรือมาตรา ๕๓ วรรคสอง เปนเหตุ ใหผถู กู กระทาํ (๑) รับอันตรายสาหัสหรือเปนโรครายแรงซ่ึงอาจเปนอันตรายตอชีวิต ตองระวางโทษ จาํ คกุ ต้ังแตแปดปถึงย่ีสิบป และปรับตงั้ แตแปดแสนบาทถงึ สองลา นบาท หรือจําคุกตลอดชีวติ (๒) ถึงแกความตาย ตองระวางโทษจําคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต มาตรา ๕๓/๒ เจาของผูครอบครอง หรือผูดําเนินกิจการสถานประกอบกิจการโรงงาน หรือยานพาหนะผูใดฝาฝน หรือไมปฏิบัติตามคําสั่งตามมาตรา ๑๖/๒ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือนหรือปรับตั้งแต หนง่ึ หม่นื บาทถงึ หนึ่งแสนบาทหรอื ทงั้ จาํ ทง้ั ปรบั ÁÒμÃÒ õó/ò เจาของผูครอบครองหรือผูดําเนินกิจการสถานประกอบกิจการโรงงาน หรือยานพาหนะ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําส่ังตามมาตรา ๑๖/๒ ตองระวางโทษจําคุกไมเกิน หกเดือน หรอื ปรับตง้ั แตห นงึ่ หมน่ื บาทถึงหน่งึ แสนบาท หรือท้งั จาํ ทั้งปรับ μÑÇÍ‹ҧคาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒ®¡Õ Ò¤´Õ¤ÒŒ Á¹ØÉ คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·Õè ó÷õó/òõõô การท่ีจําเลยท่ี ๒ รวมกันกับจําเลยท่ี ๑ และที่ ๓ ลักลอบนําเด็กทารกขามแดนไปใน ประเทศมาเลเซยี เพอ่ื สง ใหแ กนาง อ. พ่ีสาวจําเลยที่ ๒ จงึ เปนความผดิ ฐานสมคบกันกระทาํ ความผดิ เกยี่ วกบั การคา เดก็ และฐานรบั ไว จาํ หนา ย เปน ธรุ ะจดั หา และพาเดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ หา ปไ ปโดยทจุ รติ แตการกระทําดังกลาวเปนการกระทําโดยมีเจตนาเดียวเพ่ือจะสงเด็กทารกไปใหนาง อ. จึงเปนการ กระทํากรรมเดียว เปนความผิดตอกฎหมายหลายบทซึ่งเปนปญหาขอกฎหมายที่เก่ียวกับความสงบ เรยี บรอ ย และเปน เหตอุ ยใู นสว นลกั ษณะคดี ศาลฎกี ามอี าํ นาจพพิ ากษามาตลอดไปถงึ จาํ เลยที่ ๑ และ ที่ ๓ ที่มไิ ดฎ กี าตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง และ ๒๑๓ ประกอบมาตรา ๒๒๕ ในระหวา ง การพจิ ารณาของศาลฎกี าไดม ี พ.ร.บ.ปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ย พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓ ยกเลกิ พ.ร.บ.มาตรการในการปองกันและปราบปรามการคาหญิงและเด็ก พ.ศ.๓๕๔๐ แต พ.ร.บ.ปองกัน และปราบปรามการคามนุษย พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๖(๒) ยังคงบัญญัติใหการกระทําความผิด เก่ียวกบั การคาเดก็ ตามฟอ งเปนความผดิ โดยมีบทลงโทษตามมาตรา ๕๒ วรรคสาม ระวางโทษจาํ คกุ ตั้งแตแปดปถึงสิบหาป และปรับตั้งแตหนึ่งแสนหกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท จึงเปนกรณีกฎหมาย ที่ใชในขณะกระทําความผิดแตกตางกับกฎหมายท่ีใชในภายหลังการกระทําความผิด แตเนื่องจาก ความผิดเก่ียวกับการคาเด็กตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปองกันและปราบปรามการคาหญิงและเด็ก พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๗ ระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาทหรือท้ังจําทั้งปรับ จึงเปนกรณีท่ีกฎหมายท่ีแกไขใหมไมเปนคุณแกจําเลย ตองใชกฎหมายท่ีใชในขณะกระทําความผิด บงั คบั แกจ าํ เลยตาม ป.อ. มาตรา ๓ การทโี่ จทกม คี าํ ขอทา ยฎกี าขอใหศ าลฎกี าพพิ ากษาแกค าํ พพิ ากษา ศาลอุทธรณภาค ๙ ใหลงโทษจําเลยที่ ๑ และท่ี ๓ ตามฟอง จึงพอแปลไดวา โจทกขอใหศาลฎีกา ลงโทษจําเลยท่ี ๑ และที่ ๓ ในความผิดฐานอื่นท่ีศาลอุทธรณภาค ๙ พิพากษายกฟองน่ันเอง
๑๙๕ แตฎีกาของโจทกดังกลาวมิไดโตแยงคัดคานวาศาลอุทธรณภาค ๙ พิพากษาไมชอบอยางไร และ ไมเห็นดวยกับคําพิพากษาศาลอุทธรณภาค ๙ เพราะเหตุใด จึงเปนฎีกาที่มิไดคัดคานคําพิพากษา ศาลอทุ ธรณภ าค ๙ อนั เปน การไมชอบดว ย ป.ว.ิ อ. มาตรา ๒๑๖ แมศ าลชัน้ ตน สั่งรบั ฎกี าของโจทก สวนนไ้ี ว ศาลฎีกาก็ไมรับวนิ จิ ฉัยให คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒŮաҷèÕ ñóôñ/òõõô จําเลยท้ังสามรวมกันเปนธุระจัดหา ลอไป หรือพาไปเพ่ือการอนาจาร แมกระทําตอ ผูเสียหายหลายคนในคราวเดียวกัน แตก็เปนการกระทําตอผูเสียหายแตละคนโดยเฉพาะ จึงเปน ความผดิ ตา งกรรมตา งวาระกนั ภายหลงั กระทาํ ความผดิ ไดม ี พ.ร.บ.ปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ย พ.ศ.๒๕๕๑ ใหย กเลกิ พ.ร.บ.มาตรการในการปอ งกนั และปราบปรามการคา หญงิ และเดก็ พ.ศ.๒๕๔๐ โดยไมไดบัญญัติใหการกระทําความผิดฐานคาหญิงโดยหญิงน้ันยินยอมตามท่ีจําเลยท่ี ๑ กระทํา ความผิดตามมาตรา ๕, ๗ วรรคหน่ึงและวรรคสองเปน ความผิดอีกตอไป จาํ เลยที่ ๑ จึงพน จากการ เปน ผกู ระทําความผดิ ฐานนี้ตาม ป.อ. มาตรา ๒ คาํ ¾Ô¾Ò¡ÉÒÈÒŮաҷÕè ÷÷÷/òõõö ®Õ¡ÒÂ‹Í การกระทําใดที่จะเปนความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันต้ังแตสองคนข้ึนไปเพื่อกระทํา ความผิดฐานคามนุษยตาม พ.ร.บ.ปองกันและปราบปรามการคามนุษย พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๖ (๒) และมาตรา ๙ จะตอ งไดค วามวา ผูน ้นั มีสว นรวมรูเหน็ รวมวางแผน ตดั สนิ ใจรวมกนั หรอื แบงหนา ที่ กนั ทาํ โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ พอื่ แสวงหาประโยชนจ ากการคา ประเวณี หรอื การแสวงหาประโยชนท างเพศ ในรูปแบบอื่น อันเปนการแสวงหาประโยชนโดยมิชอบตามความหมายในมาตรา ๔ เม่ือไมปรากฏ วาจําเลยมีสวนรวมรูเห็น รวมวางแผนหรือเกี่ยวของกับการที่เด็กหญิง น. ไปชักชวนหรือใชอุบาย หลอกลวงผูเสยี หายท่ี ๑ เพอื่ ใหไปขายบรกิ ารทางเพศ โดยจําเลยรับผูเสยี หายที่ ๑ ขึ้นรถยนตพ าเขา โรงแรมเพื่อรวมประเวณีกับผูเสียหายที่ ๑ อันเปนความผิดตางหากเฉพาะตัวจําเลยท่ีเกิดข้ึนหลังจาก เด็กหญิง น. และ ช. กระทําการเปนธุระจัดหาผูเสียหายที่ ๑ ใหไปคาประเวณีอันเปนความผิดฐาน คา มนษุ ยสําเรจ็ ลงแลว พยานหลักฐานโจทกจ ึงฟง ไมไ ดวา จาํ เลยสมคบกบั เด็กหญงิ น. และ ช. กระทาํ ความผิดฐานคามนุษย คาํ ¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒÅ®¡Õ Ò·èÕ ùóò/òõõõ ®¡Õ ÒÂÍ‹ ด. พรากผูเสยี หายไปเสยี จาก อ. ผดู แู ล โดยผูเสยี หายไมเ ตม็ ใจไปดว ยเพอ่ื การอนาจาร และจําเลยรับตัวผูเสียหายไวจาก ด. แลวกระทําชําเราผูเสียหาย แตพฤติการณท่ีจําเลยรับตัว ผูเสียหายไวและกระทําชําเราผูเสียหายอันเปนการกระทําความผิดฐานรับตัวผูเยาวซ่ึงถูกพราก เพอ่ื การอนาจารตาม ป.อ. มาตรา ๓๑๘ วรรคสาม ไมปรากฏวาจําเลยรบั ตวั ผูเสยี หายเพ่อื แสวงหา ประโยชนโ ดยมชิ อบตาม พ.ร.บ.ปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ย พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๖ แตอ ยา งใด การกระทาํ ของจาํ เลยจงึ ไมเ ปนความผิดฐานคามนุษย
๑๙๖
๑๙๗ º··èÕ ñó ¡®ËÁÒ·Õèà¡ÂÕè Ç¢ŒÍ§¡ºÑ ÂÒàʾμÔ´ ñ. ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙ»Œ ÃШӺ· ๑.๑ เพอื่ ใหน กั เรยี นมีความรูแ ละความเขาใจในกฎหมายท่ีเกย่ี วของกบั ยาเสพตดิ ๑.๒ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทําใดมีความผิด หรือไมมี ความผดิ ตามกฎหมายทเ่ี ก่ยี วขอ งกบั ยาเสพตดิ ๑.๓ เพอื่ ใหน กั เรยี นสามารถอธบิ ายวธิ กี ารดาํ เนนิ การกบั ผกู ระทาํ ความผดิ ตามกฎหมาย ท่เี กย่ี วขอ งกับยาเสพตดิ ò. ʋǹ¹Ó กฎหมายทเ่ี กยี่ วขอ งกบั การปอ งกนั และปราบปรามยาเสพตดิ ในปจ จบุ นั จะประกอบดว ย พระราชบญั ญตั ปิ อ งกนั ปราบปรามยาเสพตดิ พ.ศ.๒๕๑๙, พระราชบญั ญตั มิ าตรการในการปราบปราม ผูกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.๒๕๓๔, พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ.๒๕๒๒, พระราชกําหนดปองกันการใชส ารระเหย พ.ศ.๒๕๓๓ และพระราชบัญญัติวัตถุท่ีออกฤทธ์ิตอจิตและ ประสาท พ.ศ.๒๕๕๙ ซ่งึ กฎหมายท้ัง ๕ ฉบบั ก็จะมีวตั ถุประสงคใ นการดําเนินการเกยี่ วกบั ยาเสพติด ท่ีแตกตางกันไป โดยพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ.๒๕๒๒, พระราชกําหนดปองกันการใช สารระเหย พ.ศ.๒๕๓๓ และพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธ์ิตอจิตและประสาท พ.ศ.๒๕๕๙ จะมุง คมุ ครองและดแู ลประชาชนใหไ ดร บั ความปลอดภยั ในการเขา ถงึ หรอื ใชส ง่ิ ทถ่ี กู กลา วหาวา เปน ยาเสพตดิ เพราะสิ่งตางๆ ที่กลาวถึงน้ันแมวาจะถูกมองวาเปนยาเสพติด และมีโทษแตบางครั้งก็จําเปนตองนํา ไปใชประโยชนทางการแพทย หรืออุตสาหกรรม ดังน้ันกฎหมายเหลานั้นจึงมุงควบคุมการนําไปใช โดยใหนําไปใชใหเกิดประโยชนอยางแทจริง แตอยางไรก็ตามหากการนําไปใชของบุคคล นําไปใชใน ลกั ษณะของการมอมเมาเพอื่ ใหเ กดิ การเสพตดิ กจ็ ะตอ งอยใู นบงั คบั ของกฎหมายปราบปรามยาเสพตดิ พ.ศ.๒๕๑๙, พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผูกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.๒๕๓๔ ซ่ึงมุงไปถึงการมีเจาพนักงานที่ควบคุมดูแลกฎหมายนี้โดยเฉพาะ มีการดําเนินการกับ ผูมีสวนรวมในการผลิต การจําหนาย การสงออก ตลอดจนทรัพยสินท่ีเกิดข้ึนจากการกระทํานั้นๆ วาจะมีการดําเนินการอยางไร ซึ่งหากไดมีการศึกษาในเรื่องน้ีอยางมีความเขาใจอยางถองแท ก็จะทําใหการปองกันและปราบปรามยาเสพติดดําเนินการไปอยางมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชนแก สงั คมและประเทศชาติตอ ไป
๑๙๘ ó. à¹Íé× ËÒμÒÁËÑǢ͌ ๓.๑ ความรทู ั่วไปเก่ียวกบั กฎหมายที่เก่ยี วของกบั ยาเสพติด ๓.๒ ความผดิ ตามกฎหมายที่เก่ยี วของกับยาเสพติด ๓.๓ บทกําหนดโทษ ô. ÊÇ‹ ¹ÊÃ»Ø กฎหมายท่ีเกี่ยวของกับยาเสพติด เปนกฎหมายในรูปของกระบวนการมีหลาย วัตถุประสงคในกฎหมายแตละฉบับ ซึ่งเม่ือผูศึกษาไดเขาใจวัตถุประสงคของกฎหมายแตละฉบับแลว กจ็ ะสามารถดาํ เนนิ การในขอบอาํ นาจหนา ทขี่ องตนไดอ ยา งถกู ตอ ง กอ ใหเ กดิ ประโยชนต อ สงั คม และ ประเทศชาตติ อไป õ. ¡¨Ô ¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó ใหน กั เรยี นคน หาการจบั กมุ ตามกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ งกบั ยาเสพตดิ และนาํ ขอ มลู มาวเิ คราะห อภิปรายรวมกันในชนั้ เรียน ö. ÃÒ¡ÒÃÍÒŒ §ÍÔ§ ËÃ×ͺÃóҹءÃÁ สุจิต ปญญาพฤกษ, คดียาเสพติด (แกไขเพ่ิมเติม พ.ศ.๒๕๖๐), กรุงสยาม พับลิชช่ิง : กรงุ เทพฯ,
๑๙๙ ¤ÇÒÁÃÙŒ·ÑèÇä»à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ¡®ËÁÒ·àÕè ¡èÕÂÇ¢ŒÍ§¡ÑºÂÒàʾμ´Ô กฎหมายที่เกย่ี วขอ งกับยาเสพติดประกอบดว ยกฎหมาย จาํ นวน ๕ ฉบบั คือ พระราชบญั ญัติปองกนั ปราบปรามยาเสพตดิ พ.ศ.๒๕๑๙ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผูกระทําความผิดเก่ียวกับยาเสพติด พ.ศ.๒๕๓๔ พระราชบญั ญัติยาเสพตดิ ใหโทษ พ.ศ.๒๕๒๒ พระราชกําหนดปองกันการใชสารระเหย พ.ศ.๒๕๓๓ พระราชบญั ญตั ิวัตถทุ ีอ่ อกฤทธติ์ อจติ และประสาท พ.ศ.๒๕๕๙ วตั ถุประสงคของกฎหมายทัง้ ๕ ฉบับจะแตกตางกนั กลา วคือ พระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ ทษ พ.ศ.๒๕๒๒, พระราชกําหนดปอ งกันการใชส ารระเหย พ.ศ.๒๕๓๓ และพระราชบญั ญตั วิ ัตถุ ท่ีออกฤทธ์ิตอจิตและประสาท พ.ศ.๒๕๕๙ เปนกฎหมายที่ควบคุม และคุมครองการใชยาเสพติด อาจจะเกิดขอสงสัยวา สารระเหย และวัตถุออกฤทธ์ิตอจิตประสาทเปนยาเสพติดดวยหรือในเร่ืองนี้ ก็คงตองยอนกลับไปดูพระราชบัญญัติปองกันปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.๒๕๑๙ มาตรา ๓ ซงึ่ บัญญัติวา “ยาเสพติด” หมายความวา ยาเสพติดใหโทษตามกฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ วัตถุออกฤทธิ์ตามกฎหมายวาดวยวัตถุท่ีออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทและสารระเหยตามกฎหมาย วา ดว ยการปอ งกันการใชส ารระเหย “กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด” หมายความวา กฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ กฎหมายวาดวยวัตถุที่ออกฤทธ์ิตอจิตและประสาท กฎหมายวาดวยการปองกันการใชสารระเหย และกฎหมายวา ดวยมาตรการในการปราบปรามผกู ระทาํ ความผดิ เกี่ยวกับยาเสพตดิ “ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด” หมายความวา ความผิดตามที่บัญญัติไวในกฎหมาย เกีย่ วกบั ยาเสพติด ซึ่งทัง้ พระราชบัญญัติ และพระราชกําหนดทก่ี ลาวขา งตน เปนกฎหมายท่ีคมุ ครอง การใชยาเสพติด สารระเหย และวัตถุออกฤทธ์ติ อจติ ประสาท ใหอ ยใู นขอบเขตทีก่ ฎหมายยอมรบั ได คือ การใชใหเกิดประโยชน แตถานําส่ิงท่ีกลาวขางตนไปใชในการมอมเมาประชาชน หรือใชเปน ยาเสพติด การกระทําเหลาน้ันก็จะถูกดําเนินการตามพระราชบัญญัติปองกันปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.๒๕๑๙ ทันที ซึ่งมาตรการตามพระราชบัญญัติปองกันปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.๒๕๑๙ ก็จะเปนเร่ืองที่มุงไปสูการปองกันและปราบปรามเปนหลัก โดยเนนจับกุมดําเนินคดีกับผูกระทํา ความผดิ เปน สําคัญ แมจะมีการตราพระราชบัญญัติปองกันปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.๒๕๑๙ ไปแลว แตการดําเนินการในการปองกันปราบปรามยาเสพติดก็ยังมีปญหา เน่ืองจากการกระทําความผิด ที่เก่ียวของกับยาเสพติด มีผลประโยชนมหาศาล มีการกระทําในรูปของกระบวนการ การใช กฎหมายปกติดําเนินการยอมไมสามารถบรรลุผลไดอยางแทจริง จึงตองตรากฎหมายเฉพาะ คือ
๒๐๐ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผูกระทําความผิดเก่ียวกับยาเสพติด พ.ศ.๒๕๓๔ ความพเิ ศษของพระราชบญั ญตั มิ าตรการในการปราบปรามผกู ระทาํ ความผดิ เกยี่ วกบั ยาเสพตดิ ฉบบั นี้ คือ มาตรา ๖ และมาตรา ๘ ซง่ึ บญั ญตั ิวา “ÁÒμÃÒ ö ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดผูใดกระทําการอยางใดอยางหนึ่งดังตอไปนี้ ตอ งระวางโทษเชน เดยี วกบั ตัวการในความผดิ นั้น (๑) สนบั สนุนหรอื ชวยเหลอื ผกู ระทาํ ความผิดกอนหรือขณะกระทําความผิด (๒) จัดหาหรือใหเงินหรอื ทรัพยสิน ยานพาหนะ สถานทหี่ รือวัตถุใดๆ เพอ่ื ประโยชน หรือใหค วามสะดวกกการกระทําความผดิ หรือเพอื่ มิใหผ ูกระทาํ ความผดิ ถกู ลงโทษ (๓) จัดหาหรือใหเงินหรือทรัพยสิน ที่ประชุม ที่พํานักหรือท่ีซอนเรน หรือชวยเหลือ หรอื ใหค วามสะดวกแกผ ูกระทาํ ความผดิ หรือเพ่ือชวยใหผ ูกระทาํ ความผดิ พนจากการถกู จับกุม (๔) รับเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอ่ืนใดจากผูกระทําความผิดเพื่อประโยชนหรือ ใหความสะดวกแกก ารกระทําความผดิ หรือเพ่อื มใิ หผูก ระทาํ ความผิดถกู ลงโทษ (๕) ปกปด ซอนเรน หรือเอาไปเสียซึ่งยาเสพติดหรือวัตถุใดๆ ท่ีใชในการกระทํา ความผิดเพอ่ื ชวยเหลอื ผูกระทาํ ความผดิ (๖) ชแี้ นะหรือตดิ ตอ บคุ คลอื่นเพือ่ ประโยชนในการกระทาํ ความผดิ ผูใดจัดหาหรือใหเ งินหรอื ทรพั ยส นิ ท่พี ํานักหรอื ทซ่ี อ นเรนเพอ่ื ชวยบดิ ามารดา บุตร สามี หรือภริยาของตนใหพนจากการถูกจับกุม ศาลจะไมลงโทษผูนั้นหรือลงโทษผูน้ันนอยกวาที่กฎหมาย กําหนดไวส าํ หรบั ความผิดนั้นเพียงใดก็ได ประมวลกฎหมายอาญา ÁÒμÃÒ ÷ ผูใดพยายามกระทําความผิดเก่ียวกับยาเสพติดตองระวางโทษตามที่ กาํ หนดไว สําหรับความผดิ นัน้ เชนเดยี วกับผกู ระทาํ ความผดิ สําเรจ็ ÁÒμÃÒ ø ผใู ดสมคบโดยการตกลงกนั ตง้ั แตส องคนขน้ึ ไป เพอ่ื กระทาํ ความผดิ เกย่ี วกบั ยาเสพติด ผูนั้นสมคบกันกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรบั ไมเกนิ หา หมน่ื บาทหรอื ทั้งจาํ ทงั้ ปรบั ถา ไดม กี ารกระทาํ ความผดิ เกยี่ วกบั ยาเสพตดิ เพราะเหตทุ ไ่ี ดม กี ารสมคบกนั ตามวรรคหนงึ่ ผสู มคบกันนน้ั ตองระวางโทษตามท่กี ําหนดไวสําหรบั ความผดิ นน้ั ” เปนการยกเลิกฐานะของผูกระทําผิดท่ีจะตองไดรับโทษลดหลั่นกันไป เชน ตัวการ ผูสนับสนุน หรือการพยายามกระทําความผิด ใหไดรับโทษฐานเดียวกันหมด คือ ในฐานะผูกระทํา ความผิดสําเรจ็ แตใ นพระราชบญั ญตั นิ ี้ ไดก าํ หนดขอบอาํ นาจเอาไวว า ความผดิ ตามกฎหมายยาเสพตดิ ใด ที่จะใชมาตรการตามพระราชบัญญัตินี้บังคับ มิใชใชบังคับในทุกกรณี ซึ่งฐานความผิดที่จะใช บังคับตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ตอ งพิจารณาจากมาตรา ๓ ดังนี้
๒๐๑ “ยาเสพติด” หมายความวา ยาเสพติดใหโทษตามกฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ และยาเสพติดตามกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามยาเสพติด ทั้งนี้ ตามท่ีรัฐมนตรี กําหนดในกฎกระทรวง “กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด” หมายความวา กฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ และกฎหมายวา ดว ยวตั ถทุ ่อี อกฤทธ์ิตอ จติ และประสาท “ความผดิ เก่ยี วกับยาเสพตดิ ” หมายความวา การผลติ นําเขา สงออก จําหนาย หรอื มี ไวในครอบครองเพ่ือจําหนายซึ่งยาเสพติดและใหหมายความรวมถึงการสมคบ สนับสนุน ชวยเหลือ หรือพยายามกระทําความผิดดังกลาวดว ย” ดงั นัน้ การใชมาตรการตามพระราชบญั ญัตินี้ ก็คือ ความผดิ ฐาน ผลิต นาํ เขา สง ออก จําหนาย หรือมีไวในครอบครองเพื่อจําหนายซึ่งยาเสพติดและใหหมายความรวมถึงการสมคบ สนบั สนนุ ชวยเหลือหรือพยายามกระทาํ ความผิดดังกลา วดว ย ¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¡®ËÁÒ·àèÕ ¡ÂÕè Ǣ͌ §¡ºÑ ÂÒàʾμ´Ô กฎหมายท่ีเก่ียวของกับยาเสพติดเปนกฎหมายที่มีการใหอํานาจเจาหนาท่ีในหลาย หนวยงาน มิใชเฉพาะแตพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจเทานั้น แตยังใหอํานาจกับเจาพนักงาน ท่ีมีอํานาจเฉพาะ ดังนั้น หากขาราชการตํารวจไดรับการแตงต้ังใหเปนเจาพนักงานตามกฎหมาย ยาเสพตดิ ฉบบั ใด กจ็ ะมอี าํ นาจเชน เดยี วกบั เจา พนกั งานตามกฎหมายนนั้ ๆ แตห ากไมไ ดร บั การแตง ตงั้ ก็จะมีอํานาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเทาน้ัน ไมมีอํานาจตามกฎหมายเฉพาะ นั้นๆ เชน อํานาจตามมาตรา ๕๘/๑ ของ พ.ร.บ.ยาเสพติดใหโทษ พ.ศ.๒๕๒๒ ซึ่งเปนอํานาจ ตรวจวาผูตองสงสัยน้ันมียาเสพติดในรางกายหรือปกติ กรณีน้ีตรวจเพราะมีเหตุอันควรสงสัยเทานั้น ซึ่งเปนอํานาจพิเศษที่ พ.ร.บ.ยาเสพติดใหโทษ พ.ศ.๒๕๒๒ ใหไว แตถามีการกระทําความผิด เชน เห็นกําลังเสพยาเสพติด จึงเขาจับกุมในฐานการกระทําความผิดซึ่งหนา และสงตัวผูตองหา ตรวจพิสูจนกรณีน้ีเปนเรื่องของ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะเปนเรื่องของการ รวบรวมพยานหลักฐาน สําหรับความผิดในกฎหมายแตละฉบับมีอยางไรจะแยกพิจารณาแตละฉบับ ดังนี้ ñ. ¾.Ã.º.»Í‡ §¡¹Ñ áÅлÃÒº»ÃÒÁÂÒàʾμÔ´ ¾.È.òõñù โดยเหตุผลท่ียาเสพติดเปนภัยอยางรายแรงตอการดําเนินการพัฒนาเศรษฐกิจ และสงั คมของประเทศ และรฐั บาลมนี โยบายทจี่ ะปอ งกนั และปราบปรามการคา และการเสพยาเสพตดิ อยา งเขม งวดกวดขนั จงึ จาํ เปน ตอ งตรากฎหมายเพอ่ื กาํ หนดมาตรการและใหอ าํ นาจดาํ เนนิ การปอ งกนั และปราบปรามใหไดผลเด็ดขาด และมีประสิทธิภาพจึงไดตราพระราชบัญญัติน้ีขึ้นมา สาระสําคัญ ของ พ.ร.บ.นี้ คอื ๑.๑ นยิ าม (มาตรา ๓) “ยาเสพติด” หมายความวา ยาเสพติดใหโทษตามกฎหมายวาดวยยาเสพติด ใหโทษ วัตถุออกฤทธ์ิตามกฎหมายวาดวยวัตถุท่ีออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทและสารระเหยตาม กฎหมายวา ดว ยการปอ งกันการใชส ารระเหย
๒๐๒ “กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด” หมายความวา กฎหมายวาดวยยาเสพติด ใหโทษ กฎหมายวาดวยวัตถุที่ออกฤทธ์ิตอจิตและประสาท กฎหมายวาดวยการปองกันการใช สารระเหยและกฎหมายวา ดว ยมาตรการในการปราบปรามผูกระทาํ ความผดิ เกยี่ วกับยาเสพติด “ความผิดเก่ียวกับยาเสพติด” หมายความวา ความผิดตามท่ีบัญญัติไวใน กฎหมายเก่ียวกับยาเสพตดิ “เจาพนักงาน” หมายความวา ผูซ่ึงเลขาธิการแตงต้ังใหปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ ดังนั้น กฎหมายที่จะอยูในบังคับของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ กฎหมายยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ตอจิตประสาท และสารระเหย และเลขาธิการมีอํานาจแตงตั้งเจาพนักงาน ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี พระราชบัญญัติน้ีไมกระทบกระเทือนถึงอํานาจหนาที่ของสวนราชการ หรอื ของเจา หนา ท่ขี องสว นราชการใดตามกฎหมายเกยี่ วกบั ยาเสพติด (มาตรา ๔) ๑.๒ มีคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด เรียกยอวา ป.ป.ส. และ มีสํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด เรียกยอวา สํานักงาน ป.ป.ส. สังกัด กระทรวงยุติธรรม และรัฐมนตรวี าการกระทรวงยุติธรรมเปนผรู กั ษาการตาม พ.ร.บ.นี้ (มาตรา ๑๘) มีเลขาธิการคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติดมีหนาที่ควบคุม ดูแลโดยทั่วไป ซึ่งราชการของสํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติดข้ึนตรงตอ รัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรมและเปนผูบังคับบัญชาขาราชการในสํานักงานและใหมี รองเลขาธิการเปน ผูชวยปฏิบัตริ าชการ (มาตรา ๑๒) ๑.๓ อาํ นาจของเจาพนกั งานตาม พ.ร.บ. นี้คอื ÁÒμÃÒ ñô เพื่อดําเนินการปองกันและปราบปรามการกระทําความผิดเก่ียวกับ ยาเสพตดิ ใหก รรมการเลขาธกิ าร รองเลขาธกิ ารและเจา พนกั งานมีอํานาจดงั ตอ ไปนี้ (๑) เขาไปในเคหสถานหรือสถานท่ีเพื่อตรวจคน เม่ือมีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรวา มบี คุ คลทม่ี เี หตอุ นั ควรสงสยั วา กระทาํ ความผดิ เกยี่ วกบั ยาเสพตดิ หลบซอ นอยหู รอื มที รพั ยส นิ ซงึ่ มไี วเ ปน ความผิดหรือไดมาโดยการกระทําความผิดหรือไดใชหรือจะใชการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือซ่ึงอาจใชเปนพยานหลักฐานได ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อวาเน่ืองจากการเนิ่นชากวาจะเอา หมายคนมาไดบุคคลนั้นจะหลบหนีไปหรือทรัพยสินนั้นจะถูกโยกยาย ซุกซอน ทําลาย หรือทําให เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม (๒) คนบุคคลหรือยานพาหนะใดๆ ท่ีมีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรวามียาเสพติด ซุกซอ นอยโู ดยไมชอบดวยกฎหมาย (๓) จับกมุ บุคคลใดๆ ท่กี ระทําความผดิ เกีย่ วกบั ยาเสพตดิ (๔) ยึดหรืออายัดยาเสพติดที่มีไวโดยไมชอบดวยกฎหมายหรือทรัพยสินอ่ืนใดที่ไดใช หรือจะใชใ นการกระทาํ ความผดิ เก่ียวกับยาเสพติดหรอื ทอ่ี าจใชเ ปน พยานหลักฐานได
๒๐๓ (๕) คนตามบทบญั ญัติแหง ประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา (๖) สอบสวนผูต อ งหาในคดีความผดิ เกย่ี วกับยาเสพตดิ (๗) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดๆ หรือเจาหนาท่ีของหนวยราชการใดๆ มา ใหถอ ยคําหรอื ใหสงบัญชีเอกสารหรอื วัตถใุ ดๆ มาเพอื่ ตรวจสอบหรือประกอบการพจิ ารณา การใชอํานาจตามวรรคหน่ึง (๑) ใหเจาพนักงานผูคนปฏิบัติตามระเบียบที่ คณะกรรมการกําหนดและแสดงความบริสุทธิ์กอนการเขาคน รายงานเหตุผลและการตรวจคนเปน หนังสือตอผูบังคับบัญชาเหนือขึ้นไปและบันทึกเหตุอันควรสงสัยตามสมควรและเหตุอันควรเชื่อ ที่ทําใหสามารถเขาคนไดเปนหนังสือใหไวแกผูครอบครองเคหสถานหรือสถานที่คน แตถาไมมี ผูครอบครองอยู ณ ที่น้ันใหเจาพนักงานผูคนสงมอบสําเนาหนังสือนั้นใหแกผูครอบครองดังกลาว ในทันทีท่ีกระทําไดและหากเปนการเขาคนในเวลากลางคืนภายหลังพระอาทิตยตก เจาพนักงาน ผูเปนหัวหนาในการเขาคนตองเปนขาราชการพลเรือนตําแหนงตั้งแตระดับ ๗ ข้ึนไปหรือขาราชการ ตํารวจตาํ แหนงต้ังแตสารวัตรหรอื เทียบเทาข้ึนไป หรอื ขา ราชการทหารตําแหนงตั้งแตผบู งั คบั กองรอย หรือเทยี บเทาข้นึ ไป เจาพนักงานตําแหนงใดหรือระดับใดจะมีอํานาจหนาท่ีตามท่ีไดกําหนดไวตามวรรคหนึ่ง ท้ังหมดหรือแตบางสวนหรือจะตองไดรับอนุมัติจากบุคคลใดกอนดําเนินการใหเปนไปตามท่ี เลขาธิการกําหนดดวยความเห็นชอบของคณะกรรมการโดยทําเอกสารมอบหมายใหไวประจําตัว เจาพนกั งานผูไ ดรับมอบหมายน้ัน เจาพนักงานผูไดรับมอบหมายตามวรรคหน่ึงตองแสดงเอกสารมอบหมายนั้นตอบุคคล ทีเ่ กยี่ วขอ งทุกคร้ัง ในการปฏิบัติการตามมาตรานี้ใหกรรมการเลขาธิการ รองเลขาธิการและเจาพนักงาน เปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ใหเลขาธิการจัดทํารายงานผลการปฏิบัติตามมาตรา ๑๔ เสนอตอคณะรัฐมนตรี เพอื่ รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านประจาํ ปโ ดยใหร ายงานขอ เทจ็ จรงิ ปญ หาอปุ สรรค ปรมิ าณการปฏบิ ตั งิ าน และผลสําเร็จของการปฏิบัติงานโดยละเอียด เพ่ือใหคณะรัฐมนตรีเสนอรายงานดังกลาวพรอม ขอ สังเกตของคณะรฐั มนตรตี อสภาผูแ ทนราษฎรและวฒุ ิสภา ÁÒμÃÒ ñô ·ÇÔ ในกรณีท่ีจําเปนและมีเหตุอันควรเช่ือไดวามีบุคคลหรือกลุมบุคคลใด เสพยาเสพติดในเคหสถานท่ีใดๆ หรือยานพาหนะใหกรรมการ เลขาธิการ รองเลขาธิการและ เจาพนักงานมีอํานาจตรวจหรือทดสอบหรือส่ังใหรับการตรวจหรือทดสอบวาบุคคลหรือกลุมบุคคล นน้ั มีสารเสพติดอยูในรา งกายหรอื ไม วิธีการตรวจหรือทดสอบตามวรรคหน่ึงใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไข ทค่ี ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
๒๐๔ ͸ºÔ Ò อํานาจตามมาตรา ๑๔ หรอื ๑๔ ทวิ เปน อํานาจเฉพาะของเจาพนักงานตาม พ.ร.บ.น้ี มิใชอํานาจของพนกั งานฝายปกครองหรือตํารวจทว่ั ๆ ไปทจ่ี ะกระทําได ซ่ึงโดยปกติการแตงต้ังใหเปนเจาพนักงาน สํานักงาน ป.ป.ส. จะออกบัตรประจําตัวให เพ่อื จะไดส ามารถปฏิบัติตามมาตรา ๑๔ ดงั กลาวมาแลว ขา งตน ò. ¾ÃÐÃÒª¡íÒ˹´»‡Í§¡Ñ¹¡ÒÃãªÊŒ ÒÃÃÐàË ¾.È.òõóó เนื่องจากสภาพปญหาการใชสารระเหยบําบัดความตองการของรางกายหรือจิตใจ ไดทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในกลุมเด็กและเยาวชนสมควรปรับปรุงพระราชกําหนดปองกัน การใชสารระเหย พ.ศ.๒๕๓๓ ใหเหมาะสมกับสภาวการณปจจุบันโดยใหโอกาสแกผูใชสารระเหย บําบัดความตองการของรางกายหรือจิตใจไดสมัครใจเขารับการบําบัดรักษาในสถานพยาบาล และยกเลิกบทบัญญัติในสวนที่เกี่ยวกับการบังคับรักษาเพื่อใหผูใชสารระเหยดังกลาวเขาสู กระบวนการบําบัดรักษาและฟนฟูสมรรถภาพรางกายและจิตใจตามกฎหมายวาดวยการฟนฟู สมรรถภาพผูติดยาเสพติดและเมื่อไดรับการบําบัดรักษาหรือฟนฟูสมรรถภาพแลวมีโอกาสกลับเขาสู สงั คมไดอยางปกตสิ ขุ โดยใหถือวาผเู สพเปนผูปวยและโดยทกี่ ฎหมายวาดว ยการคุมครองเดก็ กาํ หนด วาเด็กคือบุคคลที่มีอายุตํ่ากวาสิบแปดปบริบูรณ ดังนั้น เพื่อเปนการคุมครองเด็กมากย่ิงขึ้น จึงหาม ขายสารระเหยแกผูซ่ึงมีอายุต่ํากวาสิบแปดปบริบูรณและเพื่อใหเกิดประสิทธิภาพและความคลองตัว ในการดําเนินการจึงปรับปรุงองคประกอบของคณะกรรมการปองกันการใชสารระเหยรวมท้ัง ใหอํานาจรัฐมนตรีวางระเบียบเก่ียวกับการรับเขาบําบัดรักษา การบําบัดรักษาและการดูแลผูติด สารระเหยในสถานพยาบาลและประกาศกําหนดแบบบัตรประจําตัวพนักงานเจาหนาท่ีกับ ไดป รบั ปรุงบทกําหนดโทษใหเหมาะสมยิง่ ขึ้น ò.ñ ¹ÔÂÒÁ (ÁÒμÃÒ ó) “สารระเหย” หมายความวา สารเคมี หรือผลิตภัณฑที่รัฐมนตรีประกาศวา เปน สารระเหย “ผูติดสารระเหย” หมายความวา ผูซ่ึงตองใชสารระเหยบําบัดความตองการ ของรางกายหรือจิตใจเปน ประจํา โดยสามารถตรวจพบสภาพเชน วา น้นั ไดต ามหลกั วิชาการ “ผลิต” หมายความวา ทํา ผสม ปรุง หรือแปรสภาพ และใหหมายความ รวมถึงเปล่ียนรปู แบง บรรจุ หรือรวมบรรจดุ วย “ขาย” หมายความรวมถึงจําหนาย จาย แจก หรือแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ เพ่อื ประโยชนใ นทางการคา หรือมีไวเพ่ือขายดวย “นาํ เขา” หมายความวา นาํ หรือส่งั เขา มาในราชอาณาจักร “พนักงานเจาหนาที่” หมายความวา ผูซ่ึงรัฐมนตรีแตงต้ังใหปฏิบัติการตาม พระราชกาํ หนดนี้
๒๐๕ “รฐั มนตร”ี หมายความวา รฐั มนตรผี ูรกั ษาการตามพระราชกําหนดน้ี ในพระราชกําหนดฉบับนีก้ ําหนดใหรฐั มนตรีวา การกระทรวงสาธารณสุข และ รฐั มนตรีวาการกระทรวงอตุ สาหกรรม รักษาการตามพระราชกําหนดน้ี (มาตรา ๓๑) ò.ò °Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´·ÁÕè ¡Õ ÒèºÑ ¡ÁØ ´íÒà¹Ô¹¤´Õ ÁÒμÃÒ ñõ หา มมใิ หผ ใู ดขายสารระเหยแกผ ทู มี่ อี ายตุ าํ่ กวา สบิ แปดปบ รบิ รู ณ เวน แตเ ปนการขายโดยสถานศกึ ษาเพือ่ ใชในการเรียนการสอน ÁÒμÃÒ ñö หามมิใหผูใดขาย จัดหา หรือใหสารระเหยแกผูซึ่งตนรูหรือ ควรรูว าเปน ผูต ดิ สารระเหย ÁÒμÃÒ ñ÷ หามมิใหผูใดใชสารระเหยบําบัดความตองการของรางกาย หรอื จติ ใจ ไมว าโดยวธิ ีสดู ดม หรอื วธิ อี ่นื ใด ÁÒμÃÒ ñø หามมิใหผูใดจูงใจ ชักนํา ยุยงสงเสริม หรือใชอุบายหลอกลวง ใหบ คุ คลอื่นใชส ารระเหยบําบัดความตองการของรา งกายหรอื จิตใจ ไมวาโดยวธิ สี ูด ดม หรือวธิ ีอื่นใด ͸ºÔ Ò ฐานความผิดท่ีกลาวถึงนี้เปนฐานความผิดที่สามารถพบเจอได และมีการ จบั กุมบอ ยครง้ั โดยผจู บั กมุ อาจเปน เพียงพนกั งานฝา ยปกครองหรือตาํ รวจ ซง่ึ ไมใชพนักงานเจาหนา ที่ ตามกฎหมายนจี้ ึงไมตอ งใชอํานาจพเิ ศษตามที่ พ.ร.ก.ฉบับนี้ใหอาํ นาจแตป ระการใด ò.ó ÍíÒ¹Ò¨¢Í§¾¹Ñ¡§Ò¹à¨ŒÒ˹ŒÒ·èÕ ¤×Í ÍíÒ¹Ò¨·èÕ¡®ËÁÒÂÁͺãˌ੾ÒÐ ¾¹Ñ¡§Ò¹à¨ÒŒ ˹ŒÒ·μÕè ÒÁ ¾.Ã.¡.¹àÕé ·Ò‹ ¹Ñ¹é ä´áŒ ¡‹ ÍíÒ¹Ò¨μÒÁÁÒμÃÒ ñù «Ö觺ÑÞÞÑμÔÇÒ‹ “ÁÒμÃÒ ñù ในการปฏิบัติหนาท่ีใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจเขาไปใน สถานทผ่ี ลติ สถานทน่ี าํ เขา สถานทข่ี ายหรอื สถานทเ่ี กบ็ สารระเหยในระหวา งเวลาทาํ การ เพอื่ ตรวจสอบ การปฏิบัติตามพระราชกําหนดน้ีและในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยวามีการกระทําความผิดตาม พระราชกาํ หนดน้ี อาจยดึ สารระเหย ภาชนะบรรจหุ รอื หบี หอ ทบ่ี รรจสุ ารระเหยหรอื เอกสารทเี่ กยี่ วขอ ง เพอื่ ประโยชนใ นการดาํ เนนิ คดีได ในการปฏิบัติหนาที่ของพนักงานเจาหนาที่ตามวรรคหนึ่ง ใหผูผลิต ผูนําเขา หรอื ผขู ายสารระเหย และบรรดาผทู มี่ หี นา ทเี่ กย่ี วขอ งกบั การผลติ การนาํ เขา หรอื การขาย ในสถานทผี่ ลติ สถานท่ีนําเขา สถานท่ขี าย หรอื สถานทเ่ี ก็บสารระเหย อํานวยความสะดวกตามสมควร” ซึ่งในการปฏิบัติหนาท่ีตามมาตรา ๑๙ เจาพนักงานจะตองแสดงบัตร ประจําตัวเม่ือบุคคลที่เกี่ยวของรองขอโดยบัตรประจําตัวพนักงานเจาหนาท่ีจะตองเปนไปตามแบบท่ี รฐั มนตรีประกาศกาํ หนด (มาตรา ๒๐) ò.ô â·ÉμÒÁ ¾.Ã.¡.»‡Í§¡Ñ¹¡ÒÃ㪌ÊÒÃÃÐàË ¾.È.òõóó ÁÒμÃÒ òó ผูใดฝาฝนมาตรา ๑๕ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรือ ปรบั ไมเกนิ สีห่ มื่นบาท หรอื ทง้ั จําทง้ั ปรบั
๒๐๖ ÁÒμÃÒ òó/ñ ผใู ดฝา ฝน มาตรา ๑๖ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สามป หรอื ปรบั ไมเ กนิ หกหมน่ื บาท หรอื ทงั้ จาํ ทั้งปรบั ÁÒμÃÒ òô ผูใดฝาฝนมาตรา ๑๗ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรือ ปรับไมเกินสี่หมนื่ บาท หรือทง้ั จําทั้งปรบั ÁÒμÃÒ òô/ñ ผใู ดฝา ฝน มาตรา ๑๘ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สองป หรอื ปรบั ไมเกินสหี่ มืน่ บาท หรือท้งั จาํ ทั้งปรบั ถาการกระทําตามวรรคหนึ่งเปนการกระทําตอผูซ่ึงมีอายุต่ํากวาสิบแปดป บริบรู ณต องระวางโทษจําคกุ ไมเกินสามป หรือปรบั ไมเกินหกหมื่นบาท หรอื ท้ังจําทัง้ ปรบั ó. ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÂÔ Òàʾμ´Ô ãË⌠·É ¾.È.òõòò ยาเสพติดใหโทษ แมยาเสพติดจะเปนสิ่งที่มีอันตราย แตก็ยังมีการนํามาใช ประโยชนในทางการแพทยอยูเปนจํานวนมาก เพราะโดยสภาพของยาเสพติดแทจริงก็คือ ยา เพยี งแตห ากมกี ารใชท ไี่ มถ กู ตอ งกจ็ ะเกดิ โทษแกผ ใู ช ดงั นนั้ พระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ ทษ พ.ศ.๒๕๒๒ จึงเปนบทบัญญัติที่มุงควบคุมการใชยาเสพติดใหเปนไปอยางเหมาะสม และใหเกิดประโยชนแกผูใช ในฐานะทีเ่ ปนยา มิใชใ หเปนโทษกับผูใชใ นฐานะของยาเสพตดิ ó.ñ º··ÑèÇä» ¹ÂÔ ÒÁ (ÁÒμÃÒ ô) “ยาเสพติดใหโทษ” หมายความวา สารเคมีหรือวัตถุชนิดใดๆ ซ่ึงเมื่อเสพ เขา สรู างกายไมว า จะโดยรบั ประทาน ดม สูบ ฉีด หรอื ดว ยประการใดๆ แลวทาํ ใหเกดิ ผลตอ รางกาย และจิตใจในลักษณะสําคัญ เชน ตองเพ่ิมขนาดการเสพเรื่อยๆ มีอาการถอนยาเมื่อขาดยา มีความ ตองการเสพท้ังทางรางกายและจิตใจอยางรุนแรงอยูตลอดเวลา โดยทั่วไปจะทรุดโทรมลงกับใหรวม ตลอดถึงพืชหรือสวนของพืชท่ีเปนหรือใหผลผลิตเปนยาเสพติดใหโทษหรืออาจใชผลิตเปนยาเสพติด ใหโทษและสารเคมีท่ีใชในการผลิตยาเสพติดใหโทษดังกลาวดวย ท้ังน้ี ตามที่รัฐมนตรีประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา แตไมหมายความถึงยาสามัญประจําบานบางตํารับตามกฎหมายวาดวยยาท่ีมี ยาเสพติดใหโ ทษผสมอยู “ผลิต” หมายความวา เพาะ ปลูก ทํา ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป สังเคราะหทางวทิ ยาศาสตร และใหห มายความรวมตลอดถึงการแบง บรรจุ หรือรวมบรรจุดว ย “จําหนา ย” หมายความวา ขาย จาย แจก แลกเปลี่ยน ให “นาํ เขา” หมายความวา นําหรอื สงั่ เขามาในราชอาณาจักร “สง ออก” หมายความวา นําหรือสง ออกนอกราชอาณาจักร “เสพ” หมายความวา การรบั ยาเสพติดใหโ ทษเขาสรู า งกายไมว าดว ยวิธใี ด “หนวยการใช” หมายความวา เม็ด ซอง ขวด หรือหนวยอยางอื่นที่ทําขึ้น ซึง่ โดยปกติสําหรบั การใชเสพหนึง่ คร้งั
๒๐๗ “พนักงานเจาหนาที่” หมายความวา ผูซึ่งรัฐมนตรีแตงต้ังใหปฏิบัติการตาม พระราชบัญญตั นิ ้ี “รัฐมนตร”ี หมายความวา รัฐมนตรผี รู กั ษาการตามพระราชบัญญตั ิน้ี ÁÒμÃÒ ÷ ยาเสพติดใหโทษแบง ออกเปน ๕ ประเภท คอื (๑) ประเภท ๑ ยาเสพตดิ ใหโ ทษชนดิ รายแรง เชน เฮโรอนี (Heroin) (๒) ประเภท ๒ ยาเสพติดใหโทษทว่ั ไป เชน มอรฟน (Morphine) โคคาอีน (Cocaine) โคเดอนี (Codeine) ฝนยา (Medicinal Opium) (๓) ประเภท ๓ ยาเสพติดใหโทษทีม่ ลี ักษณะเปนตาํ รบั ยา และมียาเสพตดิ ใหโทษในประเภท ๒ ผสมอยูดวย ตามหลักเกณฑท่ีรัฐมนตรปี ระกาศกําหนดในราชกจิ จานเุ บกษา (๔) ประเภท ๔ สารเคมีท่ีใชในการผลิตยาเสพติดใหโทษประเภท ๑ หรือ ประเภท ๒ เชน อาเซตคิ แอนไฮไดรด (Acetic Anhydride) อาเซตลิ คลอไรด (Acetyl Chloride) (๕) ประเภท ๕ ยาเสพติดใหโทษท่มี ิไดเขาอยูใ นประเภท ๑ ถงึ ประเภท ๔ เชน กัญชา พืชกระทอ ม ทง้ั นี้ ตามทร่ี ัฐมนตรปี ระกาศระบุชื่อยาเสพตดิ ใหโทษตามมาตรา ๘ (๑) เพ่ือประโยชนแหงมาตรานี้ คําวา ฝนยา (Medicinal Opium) หมายถึง ฝนทีไ่ ดผานกรรมวธิ ีปรงุ แตง โดยมีความมุง หมายเพื่อใชในทางยา ͸ԺÒ ในหัวขอน้ีจะเปนเรื่องของนิยามที่จําเปนและบทมาตราท่ีจําเปนที่มีโอกาส ทีพ่ นักงานฝายปกครองหรือตํารวจธรรมดาทั่วๆ ไปก็สามารถจบั กมุ ดาํ เนนิ คดีไดโดยไมต อ งใชอ าํ นาจ พิเศษในฐานะเจา พนกั งานตาม พ.ร.บ.นแี้ ตประการใด ó.ò °Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´·èÕÁ¡Õ ÒèѺ¡ØÁดาํ à¹¹Ô ¤´Õ ÁÒμÃÒ ñõ หา มมใิ หผ ใู ดผลติ นาํ เขา สง ออก จาํ หนา ยหรอื มไี วใ นครอบครอง ซ่ึงยาเสพติดใหโทษในประเภท ๑ เวนแตรัฐมนตรีไดอนุญาตเฉพาะในกรณีจําเปนเพ่ือประโยชนของ ทางราชการ การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และ เงือ่ นไขท่กี ําหนดในกฎกระทรวง การผลิต นําเขา สงออก หรือมีไวในครอบครองซึ่งยาเสพติดใหโทษใน ประเภท ๑ ตามปรมิ าณดังตอ ไปนี้ สนั นิษฐานวา เปนการผลิต นาํ เขา สงออก หรอื มีไวใ นครอบครอง เพื่อจาํ หนา ย (๑) เดก็ ซโ ตรไลเซอรไ ยด หรือ แอลเอสดี มปี รมิ าณคาํ นวณเปนสารบรสิ ทุ ธ์ิ ตั้งแตศูนยจุดเจ็ดหามิลลิกรัมขึ้นไป หรือมียาเสพติดท่ีมีสารดังกลาวผสมอยูจํานวนสิบหา หนว ยการใชข น้ึ ไปหรอื มนี ้าํ หนักสุทธติ ัง้ แตสามรอยมิลลิกรัมขนึ้ ไป
๒๐๘ (๒) แอมเฟตามีนหรืออนุพันธแอมเฟตามีนมีปริมาณคํานวณเปนสาร บริสุทธิ์ต้ังแตสามรอยเจ็ดสิบหามิลลิกรัมข้ึนไป หรือมียาเสพติดท่ีมีสารดังกลาวผสมอยูจํานวนสิบหา หนวยการใชขึ้นไป หรอื มนี า้ํ หนกั สทุ ธิตงั้ แตห น่งึ จดุ หากรมั ข้ึนไป (๓) ยาเสพติดใหโทษในประเภท ๑ นอกจาก (๑) และ (๒) มีปริมาณ คํานวณเปนสารบรสิ ทุ ธติ์ ั้งแตส ามกรมั ขึ้นไป ÁÒμÃÒ ñö หามมิใหผูใดผลิต นําเขา หรือสงออก ซ่ึงยาเสพติดใหโทษใน ประเภท ๒ เวน แตไดรับใบอนุญาตจากผูอนุญาตเฉพาะในกรณีจาํ เปนเพ่อื ประโยชนข องทางราชการ การขอรบั ใบอนญุ าตและการออกใบอนญุ าต ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขที่กาํ หนดในกฎกระทรวง การพิจารณาอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ใหผูขออนุญาตเปนผูรับผิดชอบชําระ คาใชจายในการตรวจวิเคราะห หรือประเมินเอกสารทางวิชาการตามหลักเกณฑและวิธีการท่ี คณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ÁÒμÃÒ ñ÷ หามมิใหผูใดจําหนายหรือมีไวในครอบครองซ่ึงยาเสพติด ใหโทษในประเภท ๒ เวนแตไ ดรบั ใบอนญุ าต การมยี าเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท ๒ ไวใ นครอบครองคาํ นวณเปน สารบรสิ ทุ ธิ์ ไดต ้ังแตหนึ่งรอ ยกรัมขึน้ ไปใหถอื วามีไวใ นครอบครองเพอ่ื จาํ หนา ย การขอรบั ใบอนญุ าตและการออกใบอนญุ าต ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง ÁÒμÃÒ òö หามมิใหผูใดผลิต จําหนาย นําเขา สงออก หรือมีไวใน ครอบครองซึ่งยาเสพติดใหโทษในประเภท ๔ หรือในประเภท ๕ เวนแตรัฐมนตรีจะไดอนุญาต โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการเปนราย ๆ ไป การมียาเสพติดใหโทษในประเภท ๔ หรือในประเภท ๕ ไวในครอบครอง มีปริมาณตง้ั แตส ิบกิโลกรมั ขึ้นไป ใหถ อื วา มไี วในครอบครองเพอ่ื จําหนา ย การขออนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขที่กําหนด ในกฎกระทรวง ÁÒμÃÒ õ÷ หา มมใิ หผ ใู ดเสพยาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท ๑ หรอื ประเภท ๕ ÁÒμÃÒ õø หามมิใหผูใดเสพยาเสพติดใหโทษในประเภท ๒ เวนแตการ เสพนั้นเปนการเสพเพื่อการรักษาโรคตามคําส่ังของผูประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผูประกอบโรค ศิลปะแผนปจจุบันช้ันหน่งึ ในสาขาทนั ตกรรมท่ไี ดร บั ใบอนุญาตตามมาตรา ๑๗
๒๐๙ ó.ó อํา¹Ò¨¢Í§¾¹Ñ¡§Ò¹à¨ŒÒ˹ŒÒ·èÕμÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔÂÒàʾμÔ´ãËŒâ·É ¾.È.òõòò ÁÒμÃÒ ôù ในการปฏิบัตกิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหพ นกั งานเจา หนาท่ี มีอาํ นาจดงั ตอไปนี้ (๑) เขา ไปในสถานทท่ี าํ การของผรู บั อนญุ าตนาํ เขา หรอื สง ออก สถานทผี่ ลติ สถานทจ่ี าํ หนาย สถานที่เกบ็ ยาเสพติดใหโ ทษ หรอื สถานทท่ี ่ีตอ งไดร ับอนญุ าตตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ เพ่ือตรวจสอบการปฏิบัตติ ามพระราชบัญญตั ิน้ี (๒) เขาไปในเคหสถาน หรือสถานท่ีใด ๆ เพ่ือตรวจคนเม่ือมีเหตุอันควร เชื่อไดตามสมควรวามีทรัพยสินซึ่งมีไวเปนความผิดหรือไดมาโดยการกระทําความผิด หรือไดใชหรือ จะใชในการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี หรือซ่ึงอาจใชเปนพยานหลักฐานได ประกอบกับ มเี หตุอนั ควรเชือ่ วาเน่อื งจากการเนิ่นชา กวาจะเอาหมายคน มาได ทรัพยส ินนั้นจะถกู โยกยาย ซกุ ซอ น ทาํ ลาย หรอื ทําใหเ ปลีย่ นสภาพไปจากเดมิ (๓) คนบุคคลหรือยานพาหนะใด ๆ ท่ีมีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรวามี ยาเสพติดใหโทษซุกซอ นอยโู ดยไมชอบดว ยกฎหมาย (๔) คน ตามบทบญั ญัติแหง ประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา (๕) ยึดหรืออายัดยาเสพติดใหโทษท่ีมีไวโดยไมชอบดวยกฎหมาย หรือ ทรพั ยสินอนื่ ใดทไ่ี ดใชห รือจะใชในการกระทาํ ความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี การใชอํานาจตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหพนักงานเจาหนาที่ผูคนปฏิบัติตาม ระเบยี บทคี่ ณะกรรมการกาํ หนดแสดงความบรสิ ทุ ธกิ์ อ นการเขา คน รายงานเหตผุ ลและผลการตรวจคน ตอผูบังคับบัญชาเหนือขึ้นไป บันทึกเหตุอันควรเชื่อตามสมควรและใหพนักงานเจาหนาที่แสดง เอกสารเพ่ือแสดงตนและเอกสารท่ีแสดงอํานาจในการตรวจคน รวมทั้งเหตุอันควรเชื่อที่ทําให สามารถเขาคนไดเปนหนังสือใหไวแกผูครอบครองเคหสถาน สถานท่ีคน เวนแตไมมีผูครอบครองอยู ณ ท่ีน้ัน ใหพนักงานเจาหนาท่ีผูคนสงมอบสําเนาเอกสารและหนังสือนั้นใหแกผูครอบครองดังกลาว ทันทีที่กระทําได และหากเปนการเขาคนในเวลากลางคืนพนักงานเจาหนาท่ีผูเปนหัวหนาในการ เขาคนตองเปนขาราชการพลเรือนตําแหนงต้ังแตระดับ ๗ ขึ้นไป หรือขาราชการตํารวจตําแหนง ต้ังแตสารวตั รหรือเทียบเทาซึง่ มียศต้ังแตพันตาํ รวจโทขนึ้ ไป พนักงานเจาหนาที่ตําแหนงใดหรือระดับใดจะมีอํานาจหนาท่ีตามท่ีได กําหนดไวตามวรรคหนึง่ ทงั้ หมดหรอื แตบ างสว น หรือจะตอ งไดร ับอนมุ ตั จิ ากบคุ คลใดกอนดาํ เนินการ ใหเปนไปตามที่รัฐมนตรีกําหนดดวยความเห็นชอบของคณะกรรมการ โดยทําเอกสารมอบหมาย ใหไ วป ระจาํ ตัวพนักงานเจาหนาทผ่ี ูไ ดรับมอบหมายนั้น ในการปฏิบัติการของพนักงานเจาหนาที่ตามวรรคหน่ึง ใหบุคคลที่เก่ียวของ อาํ นวยความสะดวกตามสมควร
๒๑๐ ใหรฐั มนตรีจดั ทํารายงานผลการปฏิบัตติ ามมาตราน้ี เสนอตอ คณะรฐั มนตรี เพอ่ื รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านประจาํ ป โดยใหร ายงานขอ เทจ็ จรงิ ปญ หาอปุ สรรค ปรมิ าณการปฏบิ ตั งิ าน และผลสําเร็จของการปฏิบัติงานโดยละเอียด เพ่ือใหคณะรัฐมนตรีเสนอรายงานดังกลาว พรอ มขอสงั เกตของคณะรฐั มนตรตี อสภาผแู ทนราษฎรและวฒุ ิสภา ÁÒμÃÒ õø/ñ ในกรณีจําเปนและมีเหตุอันควรเชื่อไดวามีบุคคลหรือ กลุมบุคคลใดเสพยาเสพติดใหโทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ อันเปนความผิดตาม พระราชบญั ญัตินีใ้ นเคหสถาน สถานท่ีใด ๆ หรือยานพาหนะ ใหพ นักงานฝา ยปกครอง หรือตาํ รวจ หรือพนักงานเจาหนาท่ีตามพระราชบัญญัตินี้ มีอํานาจตรวจ หรือทดสอบ หรือสั่งใหรับการตรวจ หรอื ทดสอบวา บุคคลหรือกลุมบคุ คลนน้ั มยี าเสพตดิ ใหโ ทษดังกลาวอยูใ นรางกายหรือไม พนกั งานฝา ยปกครอง หรอื ตาํ รวจ หรอื พนกั งานเจา หนา ทตี่ ามพระราชบญั ญตั นิ ี้ ตําแหนงใด ระดับใด หรือชั้นยศใดจะมีอํานาจหนาท่ีตามท่ีไดกําหนดไวตามวรรคหนึ่งท้ังหมด หรือแตบางสวน หรือจะตองไดรับอนุมัติจากบุคคลใดกอนดําเนินการ ใหเปนไปตามท่ีรัฐมนตรี ประกาศกําหนดดวยความเห็นชอบของคณะกรรมการ โดยทําเอกสารมอบหมายใหไวประจําตัว พนักงานฝา ยปกครอง หรอื ตํารวจ หรอื พนักงานเจา หนา ทีผ่ ูไดรับมอบหมายนน้ั วิธีการตรวจหรือการทดสอบตามวรรคหนึ่งใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ในประกาศดังกลาว อยางนอยตองมีมาตรการเกี่ยวกับการแสดงความบริสุทธิ์ของพนักงานฝายปกครอง หรือตํารวจ หรือพนักงานเจาหนาท่ีในการปฏิบัติหนาท่ี และมาตรการเกี่ยวกับการหามเปดเผยผลการตรวจ หรือทดสอบแกผูท่ีไมมีหนาที่เกี่ยวของในกรณีท่ีปรากฏผลเบ้ืองตนเปนท่ีสงสัยวามียาเสพติดใหโทษ อยูในรางกาย จนกวา จะไดมีการตรวจยืนยันผลเปนทแ่ี นน อนแลว ó.ô â·ÉμÒÁ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞÑμÂÔ ÒàʾμÔ´ãË⌠·É ¾.È.òõòò ÁÒμÃÒ öõ ผูใดผลิต นาํ เขา หรอื สง ออกซ่งึ ยาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท ๑ อนั เปน การฝา ฝน มาตรา ๑๕ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตลอดชวี ติ และปรบั ตง้ั แตห นงึ่ ลา นบาทถงึ หา ลา นบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเปนการกระทําเพื่อจําหนาย ตอง ระวางโทษประหารชีวติ ปรบั ตั้งแตหน่ึงลานบาทถึงหา ลา นบาทหรอื ประหารชวี ิต ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเปนการผลิตโดยการแบงบรรจุ หรือ รวมบรรจุ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส ป่ี ถ งึ สบิ หา ป หรอื ปรบั ตง้ั แตแ ปดหมน่ื บาทถงึ สามแสนบาท หรอื ทั้งจําทัง้ ปรับ ถาการกระทําความผิดตามวรรคสาม เปนการกระทําเพื่อจําหนาย ตอง ระวางโทษจาํ คุกตง้ั แตส ่ปี ถ ึงจําคกุ ตลอดชวี ิตและปรับตง้ั แตส ่แี สนบาทถงึ หาลา นบาท ÁÒμÃÒ öö ผูใดจําหนายหรือมีไวในครอบครองเพื่อจําหนายซึ่งยาเสพติด ใหโ ทษในประเภท ๑ โดยไมไ ดร บั อนญุ าตและมปี รมิ าณคาํ นวณเปน สารบรสิ ทุ ธิ์ หรอื มจี าํ นวนหนว ยการใช หรือมีนํ้าหนักสุทธิไมถึงปริมาณท่ีกําหนดตามมาตรา ๑๕ วรรคสาม ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสี่ป ถงึ สิบหาป หรือปรับตัง้ แตแปดหมนื่ บาทถึงสามแสนบาท หรือทง้ั จําทงั้ ปรับ
๒๑๑ ถายาเสพติดใหโทษตามวรรคหน่ึงมีปริมาณคํานวณเปนสารบริสุทธิ์ต้ังแต ปริมาณที่กําหนดตามมาตรา ๑๕ วรรคสาม แตไมเกินยี่สิบกรัม ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตส่ีป ถึงจาํ คกุ ตลอดชีวิตและปรับต้ังแตส่ีแสนบาทถงึ หาลา นบาท ถายาเสพติดใหโทษตามวรรคหน่ึงมีปริมาณคํานวณเปนสารบริสุทธิ์เกิน ยี่สิบกรัมข้ึนไปตองระวางโทษจําคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแตหน่ึงลานบาทถึงหาลานบาท หรือประหารชวี ติ ÁÒμÃÒ ö÷ ผูใดมีไวในครอบครองซ่ึงยาเสพติดใหโทษในประเภท ๑ โดย ไมไดรับอนุญาตและมีปริมาณคํานวณเปนสารบริสุทธิ์หรือมีจํานวนหนวยการใช หรือมีนํ้าหนักสุทธิ ไมถึงปริมาณทีก่ ําหนดตามมาตรา ๑๕ วรรคสาม ตองระวางโทษจําคกุ ตง้ั แตห น่ึงปถึงสบิ ป หรอื ปรับ ตง้ั แตสองหม่นื บาทถึงสองแสนบาท หรือทงั้ จาํ ทง้ั ปรบั ÁÒμÃÒ öø ผใู ดผลิต นาํ เขา หรอื สง ออกซ่ึงยาเสพติดใหโทษในประเภท ๒ อันเปนการฝาฝนมาตรา ๑๖ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหนึ่งปถึงสิบป และปรับตั้งแตหนึ่งแสนบาท ถึงหนึ่งลา นบาท ถายาเสพติดใหโทษซ่ึงเปนวัตถุแหงการกระทําความผิดเปนมอรฟน ฝน หรือโคคาอีน ผูน้ันตองระวางโทษจําคุกตั้งแตยี่สิบปถึงจําคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแตสองลานบาท ถงึ หา ลา นบาท ÁÒμÃÒ öù ผูใดมีไวในครอบครองซ่ึงยาเสพติดใหโทษในประเภท ๒ อันเปนการฝาฝนมาตรา ๑๗ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาปหรือปรับไมเกินหน่ึงแสนบาท หรอื ทั้งจาํ ท้ังปรบั ผูใดจําหนายหรือมีไวในครอบครองเพ่ือจําหนายซ่ึงยาเสพติดใหโทษ ในประเภท ๒ อันเปนการฝาฝนมาตรา ๑๗ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหนึ่งปถึงสิบป หรือปรับ ตัง้ แตสองหมน่ื บาทถึงสองแสนบาท หรอื ทัง้ จําทัง้ ปรับ ถา ยาเสพตดิ ใหโ ทษซงึ่ เปน วตั ถแุ หง การกระทาํ ความผดิ วรรคสองเปน มอรฟ น ฝน หรือโคคาอีนมีปริมาณคํานวณเปนสารบริสุทธ์ิไมถึงหนึ่งรอยกรัม ผูน้ันตองระวางโทษจําคุก ตัง้ แตส ามปถ งึ ย่ีสบิ ป หรอื ปรับตงั้ แตห กหม่นื บาทถึงสี่แสนบาท หรือท้ังจาํ ทงั้ ปรับ แตถามอรฟน ฝน หรือโคคาอีนน้ันมีปริมาณคํานวณเปนสารบริสุทธ์ิตั้งแตหน่ึงรอยกรัมข้ึนไป ตองระวางโทษจําคุก ตั้งแตห า ปถงึ จําคุกตลอดชวี ติ และปรับตัง้ แตหา แสนบาทถงึ หา ลา นบาท ถา ผไู ดร บั ใบอนญุ าตตามมาตรา ๑๗ กระทาํ การฝา ฝน ตามวรรคหนง่ึ วรรคสอง หรอื วรรคสาม ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ หาปและปรบั ไมเกนิ หนง่ึ แสนบาท ÁÒμÃÒ ÷õ ผูใ ดผลติ นาํ เขา หรือสงออกซงึ่ ยาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท ๕ อนั เปน การฝาฝน มาตรา ๒๖ ตอ งระวางโทษจําคกุ ตั้งแตส องปถ ึงสบิ หาป และปรับตง้ั แตสองแสนบาท ถึงหน่ึงลา นหา แสนบาท
๒๑๒ ถายาเสพติดใหโทษซึ่งเปนวัตถุแหงการกระทําความผิดดังกลาวมาน้ันเปน พชื กระทอม ผูนน้ั ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเ กินสองป และปรับไมเกนิ สองแสนบาท ÁÒμÃÒ ÷ö ผูใดมีไวในครอบครองซึ่งยาเสพติดใหโทษในประเภท ๕ อันเปนการฝาฝนมาตรา ๒๖ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหน่ึงแสนบาท หรอื ทั้งจําทั้งปรบั ถายาเสพติดใหโทษซ่ึงเปนวัตถุแหงการกระทําความผิดดังกลาวมาใน วรรคหน่ึงน้ันเปนพืชกระทอม ผูน้ันตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินสองหม่ืนบาท หรือทงั้ จาํ ทง้ั ปรบั ÁÒμÃÒ ÷ö/ñ ผใู ดจาํ หนา ยหรอื มไี วใ นครอบครองเพอ่ื จาํ หนา ยซง่ึ ยาเสพตดิ ใหโทษในประเภท ๕ อันเปนการฝาฝนมาตรา ๒๖ วรรคหน่ึง โดยมีจํานวนยาเสพติดใหโทษไมถึง สิบกิโลกรัม ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสองปถึงสิบป หรือปรับต้ังแตส่ีหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรอื ทงั้ จําท้ังปรับ กรณตี ามวรรคหนง่ึ ถา มยี าเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท ๕ ตงั้ แตส บิ กโิ ลกรมั ขน้ึ ไป ตองระวางโทษจาํ คุกตัง้ แตส องปถงึ สิบหา ป และปรบั ตงั้ แตสองแสนบาทถึงหนง่ึ ลา นหา แสนบาท ถายาเสพติดใหโทษซึ่งเปนวัตถุแหงการกระทําความผิดดังกลาวมาใน วรรคหน่ึงน้ันเปนพืชกระทอม ผูนั้นตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรือปรับไมเกินสี่หมื่นบาท หรอื ท้งั จาํ ท้งั ปรับ ถายาเสพติดใหโทษซ่ึงเปนวัตถุแหงการกระทําความผิดดังกลาวมาใน วรรคสองนน้ั เปน พืชกระทอ ม ผูนั้นตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กินสองป และปรบั ไมเกนิ สองแสนบาท ÁÒμÃÒ ùñ ผูใดเสพยาเสพติดใหโทษในประเภท ๑ อันเปนการฝาฝน มาตรา ๕๗ หรือยาเสพตดิ ใหโทษในประเภท ๒ อันเปน การฝา ฝนมาตรา ๕๘ ตอ งระวางโทษจําคกุ ตั้งแตหกเดือนถงึ สามป หรอื ปรบั ตัง้ แตหน่งึ หมนื่ บาทถงึ หกหมนื่ บาท หรอื ทงั้ จําทง้ั ปรับ ÁÒμÃÒ ùò ผูใดเสพยาเสพติดใหโทษในประเภท ๕ อันเปนการฝาฝน มาตรา ๕๗ ตอ งระวางโทษจาํ คุกไมเ กินหนง่ึ ป หรอื ปรับไมเกนิ สองหม่ืนบาท หรอื ทัง้ จําท้งั ปรบั ถายาเสพติดใหโทษซึ่งเปนวัตถุแหงการกระทําความผิดดังกลาวมาน้ัน เปนพืชกระทอม ผนู น้ั ตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ หนงึ่ เดอื น หรือปรับไมเ กินสองพันบาท ô. ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞμÑ ÔÇÑμ¶Ø·ÕÍè ͡ķ¸ìμÔ Í‹ ¨μÔ áÅлÃÐÊÒ· ¾.È.òõõù วัตถุออกฤทธ์ิตอจติ และประสาท เปน กฎหมายที่มวี ตั ถุประสงคเ ชนเดยี วกบั พ.ร.บ. ยาเสพติด เพราะวัตถุออกฤทธ์ิตอจิตและประสาทจะถูกนํามาใชทางการแพทย ซึ่งหากมีการควบคุม อยางมีประสิทธิภาพก็จะเกิดประโยชนแกผูใชอยางมาก แตหากปลอยปละละเลยไมมีการควบคุม ก็อาจจะถูกนาํ ไปใช ซง่ึ จะกอ ใหเ กดิ ประโยชน และโทษกับผใู ชเ ชน เดียวกบั ยาเสพติด
๒๑๓ ô.ñ º··ÑÇè ä» ¹ÂÔ ÒÁ (ÁÒμÃÒ ô) “วัตถุออกฤทธ์ิ” หมายความวา วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทท่ีเปน ส่ิงธรรมชาติหรือท่ีไดจากส่ิงธรรมชาติ หรือวัตถุท่ีออกฤทธ์ิตอจิตและประสาทที่เปนวัตถุสังเคราะห ทั้งน้ี ตามท่ีรัฐมนตรีประกาศกาํ หนด “วัตถุตํารับ” หมายความวา สิ่งปรุงไมวาจะมีรูปลักษณะใดที่มีวัตถุออกฤทธ์ิ รวมอยูดวย ทั้งนี้ รวมทั้งวัตถุออกฤทธ์ิที่มีลักษณะเปนวัตถุสําเร็จรูปทางเภสัชกรรมซ่ึงพรอมท่ีจะนํา ไปใชแ กค นหรือสัตวได “วัตถุตํารับยกเวน” หมายความวา วัตถุตํารับท่ีรัฐมนตรีประกาศกําหนด ใหไดรับการยกเวน จากมาตรการควบคมุ บางประการสําหรบั วัตถุออกฤทธ์ทิ ีม่ ีอยใู นวตั ถตุ ํารบั น้ัน “ผลติ ” หมายความวา ทํา ผสม ปรงุ แปรสภาพ เปลย่ี นรปู สังเคราะหท าง วิทยาศาสตร เพาะ หรือปลูกเฉพาะพืชที่เปนวัตถุออกฤทธิ์ และใหหมายความรวมถึงการแบงบรรจุ หรือรวมบรรจุดว ย “ขาย” หมายความวา จําหนาย จาย แจก แลกเปล่ียน ให สงมอบหรือ มีไวเพ่อื ขาย “นาํ เขา ” หมายความวา นําหรือสั่งเขา มาในราชอาณาจกั ร “สง ออก” หมายความวา นาํ หรือสงออกไปนอกราชอาณาจกั ร “นําผาน” หมายความวา นําหรือสงผานราชอาณาจักร แตไมรวมถึง การนําหรือสงวัตถุออกฤทธิ์ผานราชอาณาจักรโดยมิไดมีการขนถายออกจากอากาศยานที่ใชในการ ขนสงสาธารณะระหวา งประเทศ “เสพ” หมายความวา การรับวัตถุออกฤทธิ์เขาสูรางกายโดยรูอยูวาเปน วตั ถุออกฤทธ์ไิ มว าดวยวธิ ใี ด “ติดวัตถุออกฤทธิ์” หมายความวา เสพวัตถุออกฤทธ์ิเปนประจําติดตอกัน จนตกอยูในสภาพที่จําเปนตองพ่ึงวัตถุออกฤทธ์ินั้น โดยสามารถตรวจพบสภาพเชนวาน้ันไดตาม หลักวิชาการ “พนักงานเจาหนาท่ี” หมายความวา ผูซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งใหปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ “รฐั มนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผรู กั ษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี (มาตรา ๖) และใหรัฐมนตรปี ระกาศกาํ หนด ดังน้ี ระบุช่ือและจัดแบงประเภทวัตถุออกฤทธิ์วาวัตถุออกฤทธ์ิอยูในประเภทใด ประเภทหนึง่ ดงั ตอไปน้ี
๒๑๔ (ก) ประเภท ๑ วัตถุออกฤทธิ์ท่ีไมใชในทางการแพทย และอาจกอใหเกิด การนําไปใช หรือมีแนวโนมในการนําไปใชในทางท่ผี ดิ สงู (ข) ประเภท ๒ วัตถุออกฤทธิ์ที่ใชในทางการแพทย และอาจกอใหเกิด การนําไปใช หรือมีแนวโนม ในการนาํ ไปใชใ นทางที่ผิดสูง (ค) ประเภท ๓ วัตถุออกฤทธ์ิท่ีใชในทางการแพทย และอาจกอใหเกิด การนําไปใช หรอื มแี นวโนมในการนําไปใชใ นทางทีผ่ ดิ (ง) ประเภท ๔ วัตถุออกฤทธ์ิท่ีใชในทางการแพทย และอาจกอใหเกิด การนําไปใช หรอื มแี นวโนม ในการนําไปใชใ นทางที่ผดิ นอยกวาประเภท ๓ ÁÒμÃÒ ñô หามผูใดผลิต ขาย นําเขาหรือสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธ์ิใน ประเภท ๑ เวนแตไดรบั ใบอนญุ าตจากผูอนญุ าตเฉพาะในกรณจี าํ เปน เพ่ือประโยชนของทางราชการ การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงอ่ื นไขทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง การผลิต นําเขาหรือสงออกซ่ึงวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ คํานวณเปน สารบรสิ ทุ ธ์เิ กินปริมาณทีก่ ําหนดในกฎกระทรวง ใหสนั นษิ ฐานวาผลิต นําเขา หรือสงออกเพื่อขาย ÁÒμÃÒ ñõ หามผูใดผลติ นําเขา หรอื สงออกซง่ึ วัตถุออกฤทธใิ์ นประเภท ๒ เวน แตไ ดร บั ใบอนญุ าตจากผูอนุญาตเฉพาะกรณีดังตอ ไปน้ี (๑) มคี วามจาํ เปน เพ่อื ประโยชนของทางราชการ (๒) เปนผูไดรับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการ หรอื (๓) เปนการผลิตเพ่ือสงออกและสงออกซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๒ บางชนิดท่รี ฐั มนตรีประกาศระบุช่ือตามมาตรา ๗ (๕) การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขทีก่ าํ หนดในกฎกระทรวง การพิจารณาอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ใหผูขออนุญาตเปนผูรับผิดชอบชําระ คาใชจา ยในการตรวจวเิ คราะห หรอื ประเมินเอกสารทางวชิ าการ ตามหลกั เกณฑ วิธีการและเงอื่ นไข ท่ีคณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา การผลิต นําเขาหรือสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ คํานวณเปน สารบรสิ ทุ ธ์ิเกินปริมาณที่กาํ หนดในกฎกระทรวง ใหส ันนษิ ฐานวาผลิต นาํ เขา หรือสง ออกเพ่อื ขาย ÁÒμÃÒ ñö หามผูใดขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ เวนแตไดรับ ใบอนุญาตจากผูอนุญาต การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงือ่ นไขท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง
๒๑๕ ÁÒμÃÒ òð หามผูใดผลิต ขาย นําเขาหรือสงออกซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิใน ประเภท ๓ หรอื ประเภท ๔ หรอื นาํ ผา นซงึ่ วตั ถอุ อกฤทธทิ์ กุ ประเภท เวน แตไ ดร บั ใบอนญุ าตจากผอู นญุ าต การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่อื นไขทก่ี ําหนดในกฎกระทรวง การผลิต นําเขาหรือสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ หรือนําผานซึ่งวัตถุออกฤทธ์ิทุกประเภท คํานวณเปนสารบริสุทธิ์เกินปริมาณที่กําหนดในกฎกระทรวง ใหส นั นิษฐานวา ผลติ นําเขา สงออก หรอื นาํ ผา นเพ่อื ขาย ÁÒμÃÒ øø หามผูใดมีไวในครอบครองหรือใชประโยชนซ่ึงวัตถุออกฤทธิ์ ทกุ ประเภท เวน แตไ ดร บั ใบอนุญาตจากผอู นุญาต การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงอ่ื นไขท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง การมีวัตถุออกฤทธิ์ช่ือและประเภทใดไวในครอบครองซ่ึงคํานวณเปน สารบริสทุ ธิ์เกนิ ปริมาณท่ีกําหนด ในกฎกระทรวง ใหสันนษิ ฐานวา มีไวใ นครอบครองเพ่อื ขาย ÁÒμÃÒ ùò หามผูใดเสพวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๒ เวนแตเปนการเสพ ตามคําส่ังของผูประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผูประกอบวิชาชีพทันตกรรม เพื่อประโยชนในการ รักษาพยาบาลผูน้นั ÁÒμÃÒ ùó หามผใู ดจงู ใจ ชักนํา ยยุ ง สงเสรมิ ใชอ ุบายหลอกลวง ขูเขญ็ ใชอํานาจ ครอบงําผิดคลองธรรมหรือใชวิธีขมขืนใจดวยประการอื่นใดใหผูอื่นเสพวัตถุออกฤทธิ์ ผูประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผูประกอบวิชาชีพทันตกรรมอาจแนะนําหรือส่ังใหผูอ่ืนเสพวัตถุ ออกฤทธิ์เพื่อประโยชนใ นการรักษาพยาบาลผนู น้ั ได ÁÒμÃÒ ùö หามผูใดซ่ึงมิใชเภสัชกรท่ีอยูประจําควบคุมกิจการของ สถานที่ผลิต สถานท่ีขาย หรือสถานท่ีนําเขาซึ่งวัตถุออกฤทธ์ิขายวัตถุออกฤทธ์ิใหแกผูอ่ืน ในสถานที่นัน้ เวน แตอยใู นความควบคุมดแู ลอยางใกลช ิดของเภสชั กรประจาํ สถานท่นี น้ั ô.ò อาํ ¹Ò¨¢Í§¾¹¡Ñ §Ò¹à¨ÒŒ ˹ŒÒ·èÕ ÁÒμÃÒ ÷ô ในการปฏบิ ตั ิการตามพระราชบญั ญัตินี้ ใหพนักงานเจาหนา ท่ี มีอาํ นาจหนาที่ ดงั ตอ ไปน้ี (๑) เขา ไปในสถานทที่ าํ การของผรู บั อนญุ าตนาํ เขา หรอื สง ออก สถานทผ่ี ลติ สถานท่ีขาย สถานที่เก็บวัตถุออกฤทธ์ิหรือสถานที่ท่ีตองไดรับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในเวลา ทาํ การของสถานทน่ี ้นั เพ่อื ตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามพระราชบญั ญัติน้ี (๒) เขาไปในเคหสถานหรือสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจคนเมื่อมีเหตุเช่ือไดตาม สมควรวามีทรัพยสิน ซ่ึงมีไวเปนความผิดหรือไดมาโดยการกระทําความผิด หรือไดใชหรือจะใชใน การกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี หรือซ่ึงอาจใชเปนพยานหลักฐานได ประกอบกับมีเหตุ อันควรเช่ือวาเนื่องจากการเน่ินชากวาจะเอาหมายคนมาได ทรัพยสินนั้นจะถูกโยกยาย ซุกซอน ทําลายหรือทาํ ใหเปลยี่ นสภาพไปจากเดิม
๒๑๖ (๓) คนบุคคลหรือยานพาหนะใดๆ ท่ีมีเหตุอันควรสงสัยวามีวัตถุ ออกฤทธ์ิซกุ ซอ นอยูโดยไมช อบดวยกฎหมาย (๔) ยดึ หรอื อายดั วตั ถอุ อกฤทธทิ์ มี่ ไี วโ ดยไมช อบดว ยกฎหมาย หรอื ทรพั ยส นิ อืน่ ใดทีไ่ ดใ ช หรอื จะใชในการกระทําความผดิ ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี (๕) มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาใหถอยคําหรือใหสงเอกสารหรือวัตถุใดมา เพื่อประกอบการพิจารณาการดําเนินการตามวรรคหน่ึง (๒) ใหพนักงานเจาหนาที่ผูคนปฏิบัติตาม ระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดและแสดงความบริสุทธ์ิกอนการเขาคน รายงานเหตุผลและผลการ ตรวจคนตอผูบังคับบัญชา และผูอนุมัติตามวรรคสาม บันทึกเหตุอันควรเชื่อตามสมควร และให พนกั งานเจา หนาทีแ่ สดงเอกสาร เพ่ือแสดงตนและเอกสารทแี่ สดงอํานาจในการตรวจคน รวมทงั้ เหตุ อันควรเชื่อท่ีทําใหสามารถเขาคนได เปนหนังสือใหไวแกผูครอบครองเคหสถาน สถานที่คน เวนแต ไมมีผูครอบครองอยู ณ ที่นั้น ใหพนักงานเจาหนาที่ผูคนสงมอบสําเนาเอกสารและหนังสือน้ันใหแก ผูครอบครองดังกลาวทันทีท่ีกระทําได และหากเปนการเขาคนในเวลากลางคืนพนักงานเจาหนาท่ี ผูเปนหัวหนาในการเขาคนตองเปนขาราชการพลเรือนตั้งแตระดับชํานาญการขึ้นไป หรือขาราชการ ตํารวจตําแหนงต้งั แตส ารวตั รหรือเทียบเทา ซ่งึ มยี ศตงั้ แตพ ันตาํ รวจโท ข้ึนไป พนักงานเจาหนาที่ตําแหนงใดหรือระดับใดจะมีอํานาจหนาท่ีตามท่ีได กาํ หนดไวต ามวรรคหนง่ึ ทงั้ หมด หรอื แตบ างสว น หรอื จะตอ งไดร บั อนมุ ตั จิ ากบคุ คลใดกอ นดาํ เนนิ การ ใหเปนไปตามที่รัฐมนตรีกําหนด โดยคําแนะนําของคณะกรรมการ โดยมีเอกสารมอบหมายใหไว ประจําตวั พนักงานเจาหนาที่ผูไ ดร ับมอบหมายนนั้ ô.ó ÍÑμÃÒâ·É ÁÒμÃÒ ññõ ผูใดผลิต นําเขาหรือสงออกซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๑ อันเปนการฝาฝน มาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหาปถึงย่ีสิบป และปรับต้ังแต หาแสนบาทถึงสองลานบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ เพอ่ื ขาย ตอ งระวางโทษ จาํ คุกต้งั แตเ จ็ดปถงึ ย่ีสิบป และปรบั ตัง้ แตเ จ็ดแสนบาทถงึ สองลา นบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเปนการผลิตโดยการแบงบรรจุหรือ รวมบรรจุและมีปริมาณคํานวณเปนสารบริสุทธิ์ไมถึงปริมาณที่กําหนดตามมาตรา ๑๔ วรรคสาม ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสี่ปถึงเจ็ดป หรือปรับตั้งแตแปดหมื่นบาทถึงหน่ึงแสนส่ีหมื่นบาท หรอื ทัง้ จําทงั้ ปรบั ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคสามเปน การกระทาํ เพอ่ื ขาย ตอ งระวางโทษ จาํ คุกตงั้ แตส ีป่ ถงึ ยี่สิบป และปรบั ตั้งแตส ี่แสนบาทถงึ สองลา นบาท ÁÒμÃÒ ññö ผใู ดขายวตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท๑อนั เปน การฝา ฝน มาตรา๑๔ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสป่ี ถงึ ย่ีสบิ ป และปรับตงั้ แตส ีแ่ สนบาทถงึ สองลานบาท
๒๑๗ ÁÒμÃÒ ññ÷ ผูใดผลิต นําเขาหรือสงออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ อันเปนการฝาฝน มาตรา ๑๕ วรรคหน่ึง ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหาปถึงย่ีสิบป และปรับตั้งแต หาแสนบาทถึงสองลา นบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ เปน การกระทาํ เพอื่ ขาย ตอ งระวางโทษ จําคกุ ตง้ั แตเ จด็ ปถงึ ย่ีสิบป และปรับตัง้ แตเ จด็ แสนบาทถึงสองลา นบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงเปนการผลิตโดยการแบงบรรจุหรือ รวมบรรจุและมีปริมาณคํานวณเปนสารบริสุทธิ์ไมถึงปริมาณที่กําหนดตามมาตรา ๑๕ วรรคสี่ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสี่ปถึงเจ็ดป หรือปรับต้ังแตแปดหม่ืนบาทถึงหน่ึงแสนสี่หม่ืนบาท หรือทงั้ จาํ ทัง้ ปรบั ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคสามเปน การกระทาํ เพอ่ื ขาย ตอ งระวางโทษ จาํ คกุ ตง้ั แตสีป่ ถ ึงยส่ี บิ ป และปรบั ตัง้ แตส ่ีแสนบาทถึงสองลานบาท ÁÒμÃÒ ññø ผใู ดขายวตั ถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท๒อนั เปน การฝา ฝน มาตรา๑๖ วรรคหนง่ึ ตอ งระวางโทษจําคุกต้งั แตสป่ี ถ ึงยีส่ บิ ป และปรบั ตั้งแตส ี่แสนบาทถงึ สองลา นบาท ÁÒμÃÒ ññù ผูใดผลิต นําเขาหรือสงออกซ่ึงวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ หรือนําผานซึ่งวัตถุออกฤทธ์ิทุกประเภทอันเปนการฝาฝนมาตรา ๒๐ วรรคหน่ึง ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ต้งั แตส องปถ งึ สิบป และปรบั ต้งั แตสองแสนบาทถึงหน่งึ ลานบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ เพอ่ื ขาย ตอ งระวางโทษ จาํ คกุ ตั้งแตส ามปถงึ สิบหา ป และปรบั ต้งั แตส ามแสนบาทถึงหน่ึงลา นหา แสนบาท ÁÒμÃÒ ñòð ผูใดขายวัตถุออกฤทธ์ิในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ อันเปนการฝาฝนมาตรา ๒๐ วรรคหน่ึง ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสองปถึงสิบป และปรับต้ังแต สองแสนบาทถงึ หนง่ึ ลานบาท ÁÒμÃÒ ñôð ผูใดมีไวในครอบครองหรือใชประโยชนซึ่งวัตถุออกฤทธ์ิ ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ อันเปนการฝาฝนมาตรา ๘๘ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษจําคุกตั้งแต หนงึ่ ปถงึ หาป หรือปรบั ต้งั แตสองหมนื่ บาทถงึ หน่งึ แสนบาท หรอื ทงั้ จาํ ทง้ั ปรับ ผูใดมีไวในครอบครองหรือใชประโยชนซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือ ประเภท ๔ อนั เปน การฝา ฝน มาตรา ๘๘ วรรคหนงึ่ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สามป หรอื ปรบั ไมเ กนิ หกหมืน่ บาท หรอื ทงั้ จาํ ท้ังปรับ ÁÒμÃÒ ñôñ ผใู ดเสพวตั ถอุ อกฤทธใ์ิ นประเภท๑อนั เปน การฝา ฝน มาตรา๙๑ หรอื ผใู ดเสพวตั ถอุ อกฤทธใิ์ นประเภท ๒ อนั เปน การฝา ฝน มาตรา ๙๒ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สามป หรือปรบั ไมเ กนิ หกหมนื่ บาท หรอื ทง้ั จําทงั้ ปรบั ÁÒμÃÒ ñôò ผูใดใหผูอ่ืนเสพวัตถุออกฤทธ์ิอันเปนการฝาฝนมาตรา ๙๓ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห นง่ึ ปถ งึ หา ป หรอื ปรบั ตง้ั แตส องหมนื่ บาทถงึ หนงึ่ แสนบาท หรอื ทงั้ จาํ ทง้ั ปรบั
๒๑๘ ถาการกระทําตามวรรคหนึ่งเปนการกระทําโดยใชกําลังประทุษรายหรือโดยใชอาวุธ ผูกระทาํ ตองระวางโทษจําคุกตงั้ แตหนึ่งปถงึ สิบปและปรบั ตงั้ แตหนง่ึ แสนบาทถึงหนึ่งลานบาท ถาการกระทําตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสองเปนการกระทําตอหญิงหรือ ตอบุคคลซ่ึงยังไมบรรลุนิติภาวะหรือเปนการกระทําเพื่อจูงใจใหผูอื่นกระทําความผิดทางอาญา หรอื เพือ่ ประโยชนแกตนเอง หรอื ผูอ่ืนในการกระทาํ ความผดิ ทางอาญา ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจาํ คุก ต้งั แตส ามปถึงจาํ คกุ ตลอดชีวติ และปรับต้งั แตส ามแสนบาทถึงหา ลานบาท ÁÒμÃÒ ñôõ ผูใดฝาฝนมาตรา ๙๖ ตองระวางโทษปรับต้ังแตหนึ่งหมื่นบาท ถึงหาหมนื่ บาท õ. ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔÁÒμáÒÃ㹡ÒûÃÒº»ÃÒÁ¼ÙŒ¡ÃзíÒ¤ÇÒÁ¼Ô´à¡ÕèÂǡѺÂÒàʾμÔ´ ¾.È.òõóô พระราชบัญญัตินี้ตราข้ึนเพ่ือมีวัตถุประสงคในการปราบปรามผูกระทําความผิด เกีย่ วกับยาเสพติด โดยมีสมมุตฐิ านวา ความผิดเกยี่ วกับยาเสพติดจะกระทํากันในรูปของกระบวนการ และมีผลประโยชนมหาศาล ดังน้ัน หากกฎหมายไมสามารถลงโทษผูกระทําความผิดไดอยางทั่วถึง หรอื ไมส ามารถดาํ เนนิ การใดๆ กบั ทรพั ยส นิ ทไ่ี ด หรอื เกยี่ วขอ งกบั ยาเสพตดิ กจ็ ะทาํ ใหก ารปราบปราม ผกู ระทาํ ความผดิ ไมส ามารถบรรลผุ ลได โดยเฉพาะความผดิ ทเี่ กย่ี วกบั การผลติ นาํ เขา สง ออก จาํ หนา ย หรือมีไวในครอบครองเพื่อจําหนายซึ่งยาเสพติดและใหรวมท้ังการสมคบ สนับสนุน ชวยเหลือ หรือ พยายามกระทาํ ความผดิ ดงั นน้ั ความผดิ ทน่ี อกเหนอื จากน้ี เชน เสพยาเสพตดิ หรอื มไี วใ นครอบครอง ธรรมดา จึงไมอ ยูในบันทึกของ พ.ร.บ.ฉบับน้ี õ.ñ º··ÇèÑ ä» ¹ÂÔ ÒÁ (ÁÒμÃÒ ó) “ยาเสพติด” หมายความวา ยาเสพติดใหโทษตามกฎหมายวาดวย ยาเสพติดใหโทษและยาเสพติดตามกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามยาเสพติด ทั้งนี้ ตามทีร่ ฐั มนตรีกาํ หนดในกฎกระทรวง “กฎหมายเก่ียวกับยาเสพติด” หมายความวา กฎหมายวาดวยยาเสพติด ใหโทษและกฎหมายวา ดว ยวัตถทุ ีอ่ อกฤทธิ์ตอจิตและประสาท “ความผิดเก่ียวกับยาเสพติด” หมายความวา การผลิต นําเขา สงออก จาํ หนา ยหรอื มไี วใ นครอบครองเพอ่ื จาํ หนา ยซงึ่ ยาเสพตดิ และใหห มายความรวมถงึ การสมคบสนบั สนนุ ชวยเหลอื หรอื พยายามกระทําความผดิ ดงั กลาวดวย “ทรัพยสินท่ีเกี่ยวเนื่องกับการกระทําความผิด” หมายความวา เงินหรือ ทรัพยสินที่ไดรับมาเนื่องจากการกระทําความผิดเก่ียวกับยาเสพติดและใหหมายความรวมถึงเงินหรือ ทรัพยสินที่ไดมาโดยการใชเงินหรือทรัพยสินดังกลาวซ้ือหรือกระทําไมวาดวยประการใดๆ ใหเงิน หรือทรัพยสินน้ันเปลี่ยนสภาพไปจากเดิม ไมวาจะมีการเปล่ียนแปลงสภาพก่ีครั้งและไมวาเงิน หรือทรัพยสินน้ันจะอยูในความครอบครองของบุคคลอ่ืนโอนไปเปนของบุคคลอ่ืนหรือปรากฏตาม หลกั ฐานทางทะเบยี นวา เปน ของบุคคลอน่ื ก็ตาม
๒๑๙ “พนักงานเจาหนาที่” หมายความวา ผูซึ่งรัฐมนตรีแตงต้ังใหปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัติน้ี “รฐั มนตรี” หมายความวา รัฐมนตรผี รู กั ษาการตามพระราชบัญญตั นิ ี้ ใหรฐั มนตรีวา การกระทรวงยุตธิ รรมรกั ษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี õ.ò °Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ õ ผูใดกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดแมจะกระทํานอก ราชอาณาจกั รผูน นั้ จะตองรบั โทษในราชอาณาจกั รถาปรากฏ (๑) ผูกระทําความผิดหรือผูรวมกระทําความผิดคนใดคนหน่ึงเปนคนไทย หรอื มีถิ่นทอี่ ยใู นประเทศไทย หรือ (๒) ผูกระทําความผดิ เปนคนตางดา วและไดกระทาํ โดยประสงคใ หค วามผดิ เกดิ ขึ้นในราชอาณาจักรหรือรัฐบาลไทยเปน ผเู สียหาย หรอื (๓) ผูกระทําความผิดเปนคนตางดาวและการกระทํานั้นเปนความผิดตาม กฎหมายของรฐั ทกี่ ารกระทาํ เกดิ ขนึ้ ในเขตอาํ นาจของรฐั นนั้ หากผนู นั้ ไดป รากฏตวั อยใู นราชอาณาจกั ร และมไิ ดม ีการสง ตัวผนู ้นั ออกไปตามกฎหมายวา ดวยการสงผูรายขา มแดน ทงั้ น้ี ใหนํามาตรา ๑๐ แหงประมวลกฎหมายอาญามาใชบ ังคับโดยอนโุ ลม ÁÒμÃÒ ö ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดผูใดกระทําการอยางใดอยางหนึ่ง ดังตอ ไปน้ี ตอ งระวางโทษเชนเดยี วกับตวั การในความผิดน้ัน (๑) สนบั สนนุ หรอื ชว ยเหลอื ผกู ระทาํ ความผดิ กอ นหรอื ขณะกระทาํ ความผดิ (๒) จัดหาหรือใหเงินหรือทรัพยสิน ยานพาหนะ สถานท่ีหรือวัตถุใดๆ เพอ่ื ประโยชนห รือใหค วามสะดวกแกก ารกระทําความผิดหรอื เพอื่ มใิ หผูกระทาํ ความผิดถูกลงโทษ (๓) จัดหาหรือใหเงินหรือทรัพยสินที่ประชุม ท่ีพํานักหรือท่ีซอนเรน หรือ ชว ยเหลอื หรอื ใหค วามสะดวกแกผ กู ระทาํ ความผดิ หรอื เพอื่ ชว ยใหผ กู ระทาํ ความผดิ พน จากการถกู จบั กมุ (๔) รบั เงนิ ทรพั ยส นิ หรอื ประโยชนอ นื่ ใดจากผกู ระทาํ ความผดิ เพอื่ ประโยชน หรอื ใหความสะดวกแกก ารกระทาํ ความผดิ หรือเพ่อื มใิ หผูกระทําความผิดถูกลงโทษ (๕) ปกปด ซอนเรน หรือเอาไปเสียซึ่งยาเสพติดหรือวัตถุใดๆ ท่ีใชในการ กระทําความผิดเพอื่ ชวยเหลอื ผกู ระทาํ ความผดิ (๖) ชแี้ นะหรือติดตอบุคคลอนื่ เพอื่ ประโยชนใ นการกระทาํ ความผดิ ผใู ดจดั หาหรอื ใหเ งนิ หรอื ทรพั ยส นิ ทพ่ี าํ นกั หรอื ทซี่ อ นเรน เพอ่ื ชว ยบดิ ามารดา บุตร สามี หรือ ภริยาของตนใหพนจากการถูกจับกุม ศาลจะไมลงโทษผูน้ันหรือลงโทษผูน้ันนอยกวา ที่กฎหมายกําหนดไวสาํ หรับความผดิ นน้ั เพียงใดก็ได ÁÒμÃÒ ÷ ผูใ ดพยายามกระทําความผิดเก่ียวกับยาเสพติดตองระวางโทษ ตามที่กาํ หนดไวสําหรบั ความผดิ นัน้ เชนเดียวกบั ผูกระทําความผิดสําเรจ็
๒๒๐ ÁÒμÃÒ ø ผใู ดสมคบโดยการตกลงกนั ตง้ั แตส องคนขน้ึ ไปเพอ่ื กระทาํ ความผดิ เก่ียวกับยาเสพติด ผูนั้นสมคบกันกระทําความผิดเก่ียวกับยาเสพติดตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรบั ไมเกินหาหมื่นบาทหรอื ท้ังจาํ ท้งั ปรบั ถาไดมีการกระทําความผิดเก่ียวกับยาเสพติดเพราะเหตุท่ีไดมีการสมคบกัน ตามวรรคหนงึ่ ผูสมคบกนั นนั้ ตองระวางโทษตามทก่ี าํ หนดไวส าํ หรับความผดิ นน้ั ÁÒμÃÒ ù ผูใดกระทําความผิดเก่ียวกับยาเสพติดโดยแตงเคร่ืองแบบหรือ โดยแตงกายใหเขาใจวาเปนเจาพนักงานขาราชการ พนักงานสวนทองถิ่น พนักงานองคการหรือ หนวยงานของรัฐ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจตองระวางโทษหนักกวาโทษตามที่กําหนดไวสําหรับ ความผิดน้ันอกี กง่ึ หน่งึ ÁÒμÃÒ ñð กรรมการหรืออนุกรรมการตามพระราชบัญญัติน้ีหรือตาม กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เจาพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแหงรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิก สภาเทศบาลหรือสภาทองถ่ินอื่น ขาราชการ พนักงานสวนทองถ่ิน พนักงานองคการหรือหนวยงาน ของรัฐหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ผูใดกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือกระทําความผิด ตามมาตรา ๔๒ ตอ งระวางโทษเปน สามเทา ของโทษทีก่ ําหนดไวส าํ หรบั ความผิดนั้น ÁÒμÃÒ ññ กรรมการหรืออนุกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมาย เกี่ยวกับยาเสพติด เจาพนักงานหรือขาราชการผูใดกระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือ กระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรมตามที่บัญญัติไวในประมวลกฎหมายอาญา อันเก่ียวเนื่องกับการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตองระวางโทษสามเทาของโทษท่ีกําหนดไว สําหรบั ความผดิ น้ัน õ.ó อํา¹Ò¨¢Í§¾¹¡Ñ §Ò¹à¨ŒÒ˹Ҍ ·Õè ÁÒμÃÒ òõ เพื่อประโยชนในการพิจารณาและตรวจสอบทรัพยสิน ยึด หรอื อายดั ทรพั ยส นิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหก รรมการ อนกุ รรมการและเลขาธกิ ารมอี าํ นาจดงั ตอ ไปน้ี (๑) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกเจาหนาท่ีของสวนราชการ องคการหรือ หนวยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ มาเพื่อใหถอยคําสงคําช้ีแจงเปนหนังสือหรือสงบัญชีเอกสาร หรือหลักฐานใดมาเพื่อตรวจสอบหรอื เพอื่ ประกอบการพจิ ารณา (๒) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดท่ีเกี่ยวของมาเพ่ือใหถอยคําสง คาํ ชแี้ จงเปน หนงั สอื หรอื สง บญั ชเี อกสารหรอื หลกั ฐานใดมาเพอื่ ตรวจสอบหรอื เพอื่ ประกอบการพจิ ารณา ท้งั นี้ รวมถึงการตรวจสอบจากธนาคารตลาดหลกั ทรพั ยแ ละสถาบันการเงินดว ย (๓) เขาไปในเคหสถาน สถานท่ีหรือยานพาหนะใดที่มีเหตุอันควรสงสัยวา มีการกระทําความผิดหรือมีทรัพยสินตามมาตรา ๒๒ ซุกซอนอยู เพื่อทําการตรวจคนหรือ เพื่อประโยชนในการตรวจสอบ ยึดหรืออายัดทรัพยสินในเวลากลางวันระหวางพระอาทิตยขึ้นถึง พระอาทติ ยต ก ในกรณีท่มี ีเหตอุ ันควรเชือ่ ไดวา หากไมด าํ เนินการในทนั ที ทรพั ยส นิ น้ันจะถกู ยกั ยา ย ก็ใหมีอาํ นาจเขา ไปในเวลากลางคืน
๒๒๑ ในกรณีตาม (๑) ประธานกรรมการหรือเลขาธิการจะมอบหมายให พนักงานเจา หนา ทีป่ ฏิบตั กิ ารแทน แลวรายงานใหทราบกไ็ ด ในการปฏิบัติหนาท่ีของพนักงานเจาหนาท่ีผูไดรับมอบหมายตามวรรคสอง ตอ งแสดงเอกสารมอบหมายตอบุคคลท่ีเก่ยี วของทุกคร้งั õ.ô ÍÑμÃÒâ·É ÁÒμÃÒ ôñ ผูใดรูหรืออาจรูความลับในราชการเก่ียวกับการดําเนินการ ตามพระราชบัญญัติน้ี กระทําดวยประการใดๆ ใหผูอ่ืนรูหรืออาจรูความลับดังกลาว เวนแตเปนการ ปฏบิ ตั กิ ารตามหนา ทห่ี รอื ตามกฎหมาย ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หกเดอื น หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนง่ึ หมนื่ บาท หรือท้งั จาํ ทั้งปรบั ÁÒμÃÒ ôò ผูใดยักยา ย ซอนเรน เอาไปเสยี ทําใหเ สยี หาย ทาํ ลาย ทําให สูญหายหรือไรประโยชนหรือรับไว โดยมิชอบดวยประการใด ซึ่งทรัพยสินที่มีคําสั่งหรืออายัด หรือที่ ตนรูวาจะถูกยึดหรืออายัดตามพระราชบัญญัติน้ี ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามปหรือปรับไมเกิน หกหมน่ื บาท หรอื ทัง้ จาํ ทั้งปรบั คํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ®Õ¡ÒμÑÇÍ‹ҧ ®Õ¡Ò·èÕ ôôöñ/òõôð จา สบิ ตํารวจ ส. และรอ ยตาํ รวจเอก ป.จบั จาํ เลยได ขณะท่ีจําเลยกําลังขายวัตถุออกฤทธิ์ใหแกจาสิบตํารวจ ส. ผูลอซ้ือ ถือวาเปนความผิดซึ่งหนา ขณะน้ันธนบัตรที่ใชลอซ้ืออยูท่ีจําเลยและจําเลยด้ินรนตอสู ถาปลอยใหเนิ่นชากวาจะนําหมายจับ และหมายคนมาได จําเลยอาจหลบหนีและพยานหลักฐานอาจสูญหายจึงเปนกรณีฉุกเฉินอยางยิ่ง จาสิบตํารวจ ส. และรอยตํารวจเอกป. จึงมีอํานาจเขาไปในบริเวณบานท่ีเกิดเหตุอันเปนที่รโหฐาน ในเวลากลางคนื โดยไมต องมีหมายคน และมีอํานาจจับจาํ เลยซงึ่ เปน ผกู ระทําความผิดไดโ ดยไมต อ งมี หมายจับ มาตรา ๘๐, ๘๑ ประกอบมาตรา ๙๒(๒) และมาตรา ๙๖(๒) ผลของการคนจับไมชอบ เปนคนละขั้นตอนกับการสอบถาม ไมม ผี ลกระทบไปถงึ การสอบสวน ®Õ¡Ò·Õè öóù÷/òõôñ ความผิดท่ีจําเลยกระทําเปนความผิดซ่ึงหนา แมจ าํ เลยจะไดก ระทาํ ในทรี่ โหฐาน เจา พนกั งานตาํ รวจซงึ่ มอี าํ นาจสบื สวนและจบั กมุ ผกู ระทาํ ความผดิ ตอ กฎหมาย ยอมมอี ํานาจจบั จาํ เลยไดโ ดยไมตองมีหมายจับหรอื หมายคน การจบั จาํ เลยจงึ ชอบดวย กฎหมาย สวนการที่เจาพนักงานตํารวจเปนผูจัดหาธนบัตรใหแกสายลับไปลอซื้อเมทแอมเฟตามีน จากจําเลย ถือเปนการแสวงหาขอเท็จจริงและหลักฐานซึ่งเจาพนักงานตํารวจผูมีอํานาจสืบสวนและ จับกุมผูกระทําความผิดปฏิบัติไปตามอํานาจ และหนาท่ีเพ่ือรักษาความสงบเรียบรอยของประชาชน และเพื่อที่จะทราบรายละเอียดแหงความผิด ไมถือวาเปนการแสวงหาพยานหลักฐานโดยมิชอบ และที่พนักงานสอบสวนปกปดช่ือและตัวตนของสายลับไมไดสอบปากคําของสายลับไวเปนหลักฐาน ก็เปนอํานาจและหนาที่ของพนักงานสอบสวนท่ีจะสืบหาพยานหลักฐานมาประกอบดําเนินคดี และ เปนดุลพินิจของพนักงานสอบสวนท่ีจะสอบสวนบุคคลใดเปนพยานได การท่ีพนักงานสอบสวน เหน็ วา ไมจําเปนตอ งสอบปากคําสายลบั ไวเ ปนหลกั ฐานไมถอื วาการสอบสวนไมชอบ
๒๒๒ กรณเี จาพนักงานตํารวจลอซอ้ื เมทแอมเฟตามีนไดแลว ไปจับกุมผูกระทําผิด อกี คนหน่ึง เปนการตอ เนื่องทันที ยอ มเปน ความผิดซงึ่ หนา ®Õ¡Ò·èÕ òöñò/òõôó ในชน้ั อทุ ธรณจ าํ เลยอทุ ธรณว า พนั ตาํ รวจโทเอกสฤษดิ์ ไมไดไปรวมจับกุมจําเลย แตไดลงลายมือชื่อเปนผูรวมจับกุมดวย การจับกุมจึงไมชอบ แตปญหานี้ ศาลอุทธรณไ มรับวินจิ ฉัยใหเปน การไมชอบนน้ั เห็นวา รอยตาํ รวจเอกจกั รกรชิ กับพวกซุม ดกู ารลอ ซอื้ อยูในซอยโชคชัยรวมมิตร แยก ๑๖ ซ่ึงมิใชท่ีรโหฐาน และจับกุมจําเลยในเวลาตอเน่ืองกับเวลาที่ จําเลยจําหนายเมทแอมเฟตามีนใหแกสายลับ โดยมีเมทแอมเฟตามีนจํานวน ๑๐ เม็ด ธนบัตรท่ีใช ในการลอ ซอ้ื จาํ นวน ๑,๒๐๐ บาท ทค่ี น ไดจ ากกระเปา กางเกงของจาํ เลยเปน หลกั ฐานยนื ยนั การกระทาํ ผดิ ของจําเลย ในชั้นจับกุมรอยตํารวจเอกจักรกริชแจงขอหาแกจําเลย จําเลยใหการรับสารภาพดวย ความสมัครใจ และลงลายมือช่ือในบันทึกการจับกุมไวเปนหลักฐาน การจับกุมดังกลาวจึงเปน การจับกุมโดยชอบ แมพันตํารวจโทเอกสฤษด์ิไดมาลงลายมือช่ือในบันทึกการจับกุมโดยตนเองไมได รวมจับกุมจําเลยดวย ก็เปนเพียงการกระทําโดยไมชอบของพันตํารวจโทเอกสฤษดิ์เทาน้ัน หามีผล ทําใหการจับกุมที่กระทําโดยรอยตํารวจเอกจักรกริชกับพวก ซ่ึงกระทําโดยชอบกลับกลายเปนการ จับกมุ โดยไมช อบ ®Õ¡Ò·èÕ ôõóö/òõôó เจาพนักงานตํารวจไดสืบทราบมากอนวา จําเลย ลกั ลอบจาํ หนา ยเมทแอมเฟตามนี วนั เกดิ เหตุ ตาํ รวจไดว างแผนจบั กมุ โดยไปซมุ ดพู ฤตกิ ารณข องจาํ เลย เห็นรถบรรทุกสิบลอประมาณ ๓ ถึง ๔ คัน ขับมาจอดที่หนารานจําเลยโดยไมไดเติมนํ้ามัน แลวคนขับรถบรรทุกสิบลอเขาไปสงธนบัตรใหจําเลย จําเลยเอี้ยวตัวไปหยิบส่ิงของจากช้ันวางของ ดานหลังสงให เชื่อวาจําเลยจําหนายเมทแอมเฟตามีนใหคนขับรถบรรทุกสิบลอ รอยตํารวจเอก ศ. จงึ เขาไปแสดงตัวเปน เจา พนักงานตาํ รวจ และไดแสดงบัตรประจาํ ตัวเจา พนักงาน ป.ป.ส. ขอตรวจคน ช้นั ที่วางของเปนจดุ แรก พบเมทแอมเฟตามีน ๒ เม็ด อยใู ตกลองยากันยุงบนช้ันวางของใกลกับท่นี ่งั ของจําเลย กรณีมีเหตุอันควรสงสัยวามียาเสพติดซุกซอนอยูในหองพักอันเปนท่ีรโหฐาน ประกอบมี เหตุอันควรเช่ือวา หากไมดําเนินการทันทียาเสพติดอาจถูกโยกยาย รอยตํารวจเอก ศ. จึงมีอํานาจ ตรวจคนเคหสถานและจับกุมผูกระทําความผิดเก่ียวกับยาเสพติดในเวลากลางคืนหลังจาก พระอาทติ ยต กดนิ ได โดยไมต อ งมหี มายจบั หรอื หมายคน ตามพระราชบญั ญตั ปิ อ งกนั และปราบปราม ยาเสพติด พ.ศ.๒๕๑๙ มาตรา ๑๔ ท้ังจําเลยก็ยินยอมใหเจาพนักงานตํารวจตรวจคนแตโดยดี สิ่งของที่คนไดท้ังหมดรวมทั้งที่คนไดจากในหองพักของจําเลย จึงใชเปนพยานหลักฐานได กรณี ไมตองพิจารณาวามเี หตทุ ีค่ นไดโ ดยไมตองมีหมายคน ตามมาตรา ๙๒(๑) ถงึ (๕) หรอื ไม ®¡Õ Ò·Õè ÷óø÷/òõôó กอนการคนบานผูตองหาครั้งนี้ เจาพนักงาน ตํารวจไดจ บั กมุ ท. พรอมเมทแอมเฟตามนี จาํ นวน ๙๕ เม็ด ในเวลา ๑๖ นาฬกาเศษ การคน ในท่ี รโหฐานตามปกติจะตองกระทําในเวลากลางวันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๙๖ ขณะน้ันเปนเวลาเย็นใกลจะมืดแลวประกอบกับยาเสพติดเปนส่ิงของที่ขนยายหลบหนี
๒๒๓ ไดงายโดยเฉพาะในเวลากลางคืน นอกจากน้ีสถานีตํารวจอําเภอหางฉัตรมิไดอยูใกลกับศาลช้ันตน การไปขอใหศาลช้ันตนออกหมายคนยอมทําใหเนิ่นชา กวาจะเอาหมายคนมาไดเมทแอมเฟตามีน อาจจะถูกโยกยายเสียกอนแลว ดังนั้น จึงเขาขอยกเวนใหคนไดโดยไมตองมีหมายคนของศาลตาม ประมวลกฎหมายวธิ พี ิจารณาความอาญา มาตรา ๙๒(๔) ®Õ¡Ò·Õè ñóòø/òõôô คนบานของจําเลยโดยมีหมายคน สวนที่หมายคน ระบุเลขที่บานผิดไป หามีผลทําใหหมายคนเสียไปไม สวนที่นายดาบตํารวจวิศนุกับพวกจับจําเลยมา ดําเนินคดี เนื่องจากนายดาบตํารวจวิศนุกับพวกเห็นจําเลยจําหนายเมทแอมเฟตามีนใหแกสายลับ เมื่อเขาไปตรวจคนบานของจําเลยก็พบเมทแอมเฟตามีนอีก ๑ เม็ด ซึ่งจําเลยเบิกความยอมรับวา เปนของจําเลย การกระทําของนายดาบตํารวจวิศนุกับพวกกระทําตอเนื่องกัน เม่ือพบเห็นจําเลย กระทําความผิดฐานจําหนายยาเสพติดใหโทษประเภท ๑ และฐานมียาเสพติดใหโทษในประเภท ๑ ไวในครอบครองเพ่ือจําหนา ย อนั เปนความผิดซึ่งหนา ตามมาตรา ๘๐ ตํารวจจึงมอี าํ นาจจับจําเลย ไดโ ดยไมต อ งมหี มายจบั ตามมาตรา ๗๘(๑) การกระทาํ ของนายดาบตาํ รวจวศิ นกุ บั พวกเปน การตรวจคน และจับจําเลยโดยชอบดวยกฎหมาย พยานหลักฐานของโจทกมิใชพยานหลักฐานที่ไดมาโดยมิชอบ ตามมาตรา ๒๒๖ ®¡Õ Ò·èÕ ññöô/òõôö การคนบานท่ีเกิดเหตุน้ัน แมเจาพนักงานตํารวจ ผูทําการคนจะไดแสดงบัตรประจําตัวเจาพนักงานปองกันและปราบปรามยาเสพติดแกนางพรพิมล กอนก็ตาม แตก อนท่ีจะดาํ เนนิ การคน ก็ไดขอความยินยอมจากเจาของบานที่เกดิ เหตุกอน ซง่ึ แสดงวา การคนดังกลาวกระทําข้ึนโดยอาศัยอํานาจความยินยอมของเจาของบานที่เกิดเหตุ เมื่อไมปรากฏวา เจาพนักงานตํารวจไดขูเข็ญหรือหลอกลวงใหนางพรพิมลใหความยินยอมในการคนแตประการใด แมการคนดังกลาวจะกระทําลงโดยไมมีหมายคนที่ออกโดยศาลอนุญาตใหคนไดก็หาไดเปนการคน โดยมชิ อบแตอยา งใดไม นอกจากนีข้ อเทจ็ จริงยงั ไดค วามดวยวา กอ นที่เจาพนักงานตํารวจจะดําเนนิ การคนน้ันไดเห็นจําเลยซึ่งอยูในหองนอนโยนสิ่งของออกไปนอกหนาตาง เมื่อไปตรวจสอบดูก็พบ เมทแอมเฟตามีนอันเปนความผิดซึ่งหนาและไดกระทําลงในที่รโหฐาน เจาพนักงานตํารวจยอมมี อาํ นาจจับจาํ เลยไดโ ดยไมตอ งมีหมายจับหรือหมายคน ตามมาตรา ๗๘(๑), ๙๒(๒) ®¡Õ Ò·Õè öô÷õ/òõô÷ การที่ตํารวจแกเลขที่บานใหมในหมายคนเปน เลขท่ี ๑๖๑ เพอ่ื ใหต รงกบั ความจรงิ โดยไมม อี าํ นาจ อนั อาจมผี ลใหห มายคน เสยี ไป และการคน ไมช อบ ดวยกฎหมายเปนเร่ืองที่ตองไปวากลาวกันอีกสวนหน่ึงตางหาก เม่ือปรากฏวาคดีมีการสอบสวนกัน โดยชอบ ทั้งในชั้นพิจารณาจําเลยก็นําสืบรับวาเจาพนักงานตํารวจตรวจคนพบเฮโรอีนของกลาง ฝงอยูในดินหางจากบานของจําเลยประมาณ ๓ เมตร พยานหลักฐานท่ีโจทกนําสืบมายอมรับฟง ลงโทษจําเลยได ®Õ¡Ò·Õè öñôò/òõôø ขอเท็จจริงไดความวาเจาพนักงานตํารวจผูจับกุม พบความผิดเกิดข้ึนในที่เกิดเหตุและจับกุมจําเลยในที่เกิดเหตุ ซึ่งเปนเขตอําเภอเลิงนกทา จึงเปน
๒๒๔ กรณที เ่ี จา พนกั งานตาํ รวจผจู บั กมุ และพนกั งานสอบสวนทราบขอ เทจ็ จรงิ เกย่ี วกบั ทเี่ กดิ เหตโุ ดยชดั แจง แลว ไมมีขออาง ขอสงสัยหรือความเชื่อเกี่ยวกับที่เกิดเหตุท่ีคลาดเคล่ือนจากความเปนจริงประการใด ขออางของโจทกท่ีวาเจาพนักงานตํารวจผูจับกุมและพนักงานสอบสวนสถานีตํารวจภูธรอําเภอ ไทยเจรญิ ทาํ การจบั กมุ และทาํ การสอบสวนเพราะเชอื่ โดยสจุ รติ วา ทเ่ี กดิ เหตใุ นเขตอาํ นาจของพนกั งาน สอบสวน เปนกรณีท่ีอางวาพนักงานสอบสวนอางหรือเช่ือหรือเขาใจวาเขตอํานาจของพนักงาน สอบสวนครอบคลุมไปถึงท่ีเกิดเหตุ หรือกลาวอีกนัยหน่ึงคือพนักงานสอบสวนสถานีตํารวจภูธร อําเภอไทยเจริญไมรูวาเขตอํานาจสอบสวนของตนครอบคลุมเขตพื้นที่เพียงใด ไมใชกรณีท่ีพนักงาน สอบสวนอางหรือเช่ือวาความผิดไดเกิดในเขตอํานาจของตน ซึ่งพนักงานสอบสวนสถานีตํารวจภูธร อําเภอไทยเจรญิ มีอาํ นาจสอบสวนไดตามทบ่ี ญั ญตั ิในมาตรา ๑๘ วรรคหนงึ่ เมื่อจาํ เลยไมใ ชผ ูมีที่อยู หรือถูกจับในเขตอําเภอไทยเจริญ พนักงานสอบสวนสถานีตํารวจภูธรอําเภอไทยเจริญ จึงไมมี อาํ นาจสอบสวนและมีผลหา มโจทกฟ องคดตี ามมาตรา ๑๒๐ ®¡Õ Ò·èÕ òõòù/òõôù การสอบสวนท่ีบัญญัติไวในมาตรา ๑๒๐ ตองสอบสวนโดยพนักงานสอบสวนที่ระบุไวในมาตรา ๒(๖) ประกอบมาตรา ๑๘ เมื่อเหตุท่ีอางวา จําเลยจําหนายเมทแอมเฟตามนี ของกลางแก ส. เกิดที่บา นในอาํ เภอคลองลาน จังหวดั กาํ แพงเพชร โดยไมปรากฏวาจําเลยกับ ส. รวมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไวในครอบครองเพ่ือจําหนาย ภายหลังจากน้ันอีกในประการใด ทองที่ซ่ึงจําเลยถูกจับก็อยูภายในเขตอํานาจของพนักงานสอบสวน สถานีตํารวจภูธรอําเภอเมืองกําแพงเพชร และไมปรากฏเหตุอื่นตามมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง ที่จะทําใหพนักงานสอบสวนสถานีตํารวจภูธรอําเภอปางศิลาทอง มีอํานาจสอบสวนไดท้ังถือไมไดวา เปน การทาํ การแทนพนักงานสอบสวนผมู อี าํ นาจตามที่ มาตรา ๑๒๘ บญั ญัติไว การสอบสวนจําเลย โดยพนกั งานสอบสวนสถานตี าํ รวจภธู รอาํ เภอปางศลิ าทอง จงึ เปน การสอบสวนทไ่ี มช อบดว ยกฎหมาย และไมเปนการสอบสวนตามท่ีระบุไวใน มาตรา ๑๒๐ โจทกจึงไมมีอํานาจฟอง ปญหาดังกลาวเปน ขอกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบรอย แมวาจําเลยจะไมไดยกขึ้นในศาลลางท้ังสอง ศาลฎีกาก็มี อํานาจยกขึ้นอา งไดตามมาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕
๒๒๕
๒๒๖ จัดพมิ พโ ดย โรงพิมพตํารวจ ถ.เศรษฐศิริ ดุสติ กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐ โทรศัพท ๐-๒๖๖๘-๒๘๑๑-๓ โทรสาร ๐-๒๒๔๑-๔๖๕๘
“เปนหลักประกันความยุติธรรมและความปลอดภัยในชีวิต และทรัพยสินของประชาชนที่มีมาตรฐานสากล” พลตํารวจเอก จักรทิพย ชัยจินดา ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236