Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานการวิจัย เรื่อง การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

รายงานการวิจัย เรื่อง การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

Published by Sun chana, 2023-07-04 02:39:53

Description: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 2) เพื่อพัฒนาและหาดัชนีประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถ
ในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 5 ตามเกณฑ์ดัชนีประสิทธิผลตั้งแต่ร้อยละ 50 3) เพื่อศึกษาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน
ที่มีต่อการเรียนโดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเชิงชุมราษฎร์นุกูล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2

Search

Read the Text Version

87 2.3 การหาค่าความยากง่าย (Difficulty: p) ของแบบวัดความสามารถในการคิด วิเคราะห์ของแบบทดสอบอัตนัย โดยคำนวณจากสูตรดังนี้ (Whitney & Sabers. 1970. อ้างอิงจาก รุสมนี ี หะยียูโซะ้ . 2559 : 100)) P = SH + SL - (2NXmin ) 2N(Xmax - Xmin ) โดยที่ p แทน คา่ ดัชนีความยาก SH แทน ผลรวมคะแนนกลมุ่ เกง่ SL แทน ผลรวมคะแนนกลุม่ ออ่ น N แทน จำนวนผูส้ อบของกลุ่มเกง่ หรือกลุ่มอ่อน Xmax แทน คะแนนทนี่ ักเรยี นทำไดส้ ูงสุด Xmin แทน คะแนนทนี่ ักเรียนทำไดต้ ่ำสดุ 2.4 การหาค่าอำนาจจำแนก (Discrimination: D) ของแบบวดั ความสามารถในการคิด วเิ คราะหข์ องแบบทดสอบอัตนัย โดยคำนวณจากสตู รดังน้ี (Whitney & Sabers. 1970. อา้ งอิงจาก รสุ มีนี หะยียโู ซ้ะ. 2559 : 100-101) D= SH - SL ( )N Xmax - Xmin โดยท่ี D แทน อำนาจจำแนกของข้อสอบ SH แทน ผลรวมคะแนนกลมุ่ เก่ง SL แทน ผลรวมคะแนนกลุ่มออ่ น N แทน จำนวนผสู้ อบของกลุ่มเกง่ หรือกลุ่มอ่อน Xmax แทน คะแนนที่นกั เรียนทำไดส้ ูงสุดในข้อน้ัน Xmin แทน คะแนนทน่ี ักเรยี นทำไดต้ ำ่ สดุ ในข้อน้ัน 3. สถติ ติ รวจสอบสมมติฐาน สถติ ิตรวจสอบสมมตฐิ าน ได้แก่ 3.1 ประสทิ ธิภาพของนวตั กรรม E1/E2 ซง่ึ มสี ูตรดังนี้ (ชัยยงค์ พรหมวงศ์. 2556 : 104. อ้างอิงจาก กิตยิ า เกษลี. 2562 : 104) X E1 = N 100 A

88 Y E2 = N 100 B โดยท่ี E1 แทน ประสทิ ธภิ าพของกระบวนการ ∑x แทน ผลรวมของคะแนนนักเรียนทีไ่ ดจ้ ากการวดั ระหวา่ งเรียน A แทน คะแนนเตม็ ของแบบวัด N แทน จำนวนผ้เู รยี น E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลพั ธ์ ทไ่ี ดจ้ ากคะแนนเฉลี่ยของการทำ แบบทดสอบหลงั เรยี นของผ้เู รียนท้งั หมด ∑Y แทน คะแนนรวมของผลลัพธ์หลังเรยี น B แทน คะแนนเต็มของการสอบหลงั เรยี น N แทน จำนวนผูเ้ รยี น 3.2 คา่ ดัชนปี ระสิทธผิ ลของนวตั กรรม ซ่งึ มีสูตร ดังนี้ (เผชิญ กิจระการ. 2545 : 30- 31) EI =  Xpost − Xpre   100  Total − Xpre  โดยที่ EI แทน ดชั นปี ระสิทธผิ ล 3.3 การทดสอบค่าเฉลี่ยโดยใช้ t-test ชนิด dependent Samples ซึ่งมีสูตร ดังนี้ (บญุ ชม ศรสี ะอาด. 2553 : 133. อา้ งอิงจาก กิติยา เกษล.ี 2562 : 104-105) โดยท่ี t แทน ค่าสถิตทิ จี่ ะใชเ้ ปรียบเทยี บกบั ค่าวกิ ฤติ D แทน ค่าผลตา่ งระหวา่ งคะแนนแต่ละคู่ N แทน จำนวนนกั เรยี นในกลุ่มทดลอง

บทท่ี 4 ผลการวจิ ยั การวิจัยเรื่อง การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบ กับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้ เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผู้วิจัยได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลและ ผลการวิจยั ตามลำดับ ดังน้ี ตอนที่ 1 ผลการประเมนิ ความเหมาะสมของค่มู ือการจดั กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ การสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรอื่ งการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะ ของนักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5 โดยผู้เช่ียวชาญ ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการ สอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ สำหรบั นกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตอนที่ 3 ผลวิเคราะห์ประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน แบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะ สำหรบั นกั เรียนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 ตอนที่ 4 ผลการวิเคราะห์ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ก่อนเรียนและหลังเรียนของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch ตอนที่ 5 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียน คอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอนมลั ติมีเดยี วิชาเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) เรอื่ งอลั กอลทิ มึ ลำดบั ข้ันตอนการ ทำงาน สำหรับนกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5

90 ตอนที่ 1 ผลการประเมนิ ความเหมาะสมของคู่มือการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยผูเ้ ช่ียวชาญ ผลการประเมินความเหมาะสมของคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียน โปรแกรมโดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5 โดยผูเ้ ชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ปรากฏดังตารางท่ี 4.1 ตารางที่ 4.1 ผลการประเมินความเหมาะสมของคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการ สอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน รายการประเมิน ผเู้ ชีย่ วชาญ X S.D. ระดับ (คนที่) ความเหมาะสม 123 1. ด้านส่วนประกอบของคู่มือ 1.1 คำอธบิ ายส่วนประกอบของคู่มือ 4 4 4 4.00 0.00 มาก ครบถว้ น 1.2 คำชีแ้ จงครบถว้ น อ่านแล้วเขา้ ใจ 4 4 4 4.00 0.00 มาก ง่าย 1.3 คำชแ้ี จงสำหรับครผู สู้ อนมีความ 4 4 4 4.00 0.00 มาก ชัดเจน เขา้ ใจงา่ ย 1.4 คำชีแ้ จงสำหรับนกั เรียนมีความ 4 4 4 4.00 0.00 มาก ชัดเจน เข้าใจง่าย 1.5 บทบาทของครูผู้สอนสามารถ 3 4 4 3.67 0.58 มาก กระต้นุ ให้นักเรยี นเกิดความสนใจ อยาก เรยี นรู้ 1.6 ระบุสิ่งท่ีครูผสู้ อนต้องเตรียมในการ 3 4 4 3.67 0.58 มาก ใช้คมู่ ือการจดั การเรียนรู้ไดล้ ะเอียด ครบถว้ น

91 ตารางที่ 4.1 (ต่อ) รายการประเมนิ ผู้เชย่ี วชาญ X S.D. ระดับ (คนท่ี) ความเหมาะสม 1 23 รวมดา้ นสว่ นประกอบของคมู่ ือ 3.89 0.19 มาก 2. ดา้ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ถูกต้องได้ใจความ 4 4 4 4.00 0.00 มาก 2.2 นำไปสู่การจัดการเรยี นการสอนได้ 4 4 4 4.00 0.00 มาก 2.3 ครอบคลมุ เนื้อหา 4 5 4 4.33 0.58 มาก 2.4 สอดคลอ้ งกับตวั ช้ีวดั 4 4 4 4.00 0.00 มาก รวมด้านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ 4.08 0.14 มาก 3. ดา้ นกจิ กรรมการเรยี นรู้ 3.1 กจิ กรรมการเรียนรู้ทเ่ี นน้ ผู้เรยี น 4 4 5 4.33 0.58 มาก เป็นสำคัญ 3.2 เนน้ ผเู้ รยี นให้แสวงหาความรมู้ สี ว่ น 4 4 4 4.00 0.00 มาก ร่วม คน้ คว้าวเิ คราะห์และลงข้อสรุป 3.3 กจิ กรรมเหมาะสมกบั ระดับของ 4 4 5 4.33 0.58 มาก ผูเ้ รยี น 3.4 กจิ กรรมเปน็ ไปตามขั้นตอนของ 3 4 5 4.00 1.00 มาก การสอนโดยใช้วธิ ีการสอนแบบ 4MAT รวมด้านกจิ กรรมการเรยี นรู้ 4.17 0.52 มาก 4. ดา้ นสอื่ /อปุ กรณ์ แหลง่ การเรียนรู้ 4.1 สอดคล้องกับสาระการเรียนรูแ้ ละ 4 5 4 4.33 0.58 มาก กิจกรรม 4.2 สอื่ เหมาะสม ผเู้ รยี นมีสว่ นรว่ มใน 4 5 4 4.33 0.58 มาก การใช้ รวมดา้ นสือ่ /อุปกรณ์ แหลง่ การเรียนรู้ 4.33 0.58 มาก

92 ตารางที่ 4.1 (ต่อ) ผู้เช่ียวชาญ ระดับ ความเหมาะสม รายการประเมิน (คนท)ี่ X S.D. มากท่ีสุด 123 4.67 0.58 มาก 5. ดา้ นการวัดและประเมินผล 4.33 0.58 มากท่สี ุด 5.1 การวัดผลประเมินผลสอดคล้องกับ 4 5 5 4.67 0.58 มากทีส่ ดุ จุดประสงค์การเรยี นรู้ 4.56 0.51 มาก มาก 5.2 ใชเ้ ครือ่ งมือวัดผลและประเมนิ ผล 4 4 5 4.00 0.00 มาก 4.33 0.58 มาก ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 4.17 0.29 4.20 0.26 5.3 มกี ารวัดผลประเมนิ ผลประเมินผล 4 5 5 ทีห่ ลากหลายตามสภาพจริง รวมด้านการวัดและประเมินผล 6. ด้านใบงาน 6.1 ครอบคลมุ เนอ้ื หา 444 6.2 สสี นั รปู แบบนา่ สนใจ 445 รวมด้านใบงาน โดยรวม จากตารางที่ 4.1 พบว่า โดยภาพรวมทุกด้านบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมัลติมีเดีย วิชาเทคโนโลยี เรื่องอัลกอลิทึมลำดับขั้นตอนการทำงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความเหมาะสมอยู่ในระดับเหมาะสมมาก ( X = 4.20, S.D.=0.26) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านสว่ นประกอบของคู่มือ อยู่ในระดับมาก ด้านจุดประสงค์การเรียนรู้ อยใู่ นระดบั มาก ด้านกิจกรรม การเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก ด้านสื่อ/อุปกรณ์ แหล่งการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก ด้านการวัดผล ประเมินผล อยูใ่ นระดบั มากท่สี ดุ และดา้ นใบงาน อยู่ในระดบั มาก

93 ตอนท่ี 2 ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการจดั กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการ เขียนโปรแกรมโดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ สำหรับนักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียน โปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ 80/80 ปรากฏดงั ตารางที่ 4.2 ตารางที่ 4.2 ผลการวเิ คราะห์ประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียน โปรแกรมโดยใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ สำหรบั นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 ตามเกณฑ์ 80/80 ช่วงการวัดผล คะแนน n X S.D. ร้อยละ ประสทิ ธิภาพ เตม็ E1/E2 ระหว่างเรียน แผนที่ 1 9 30 6.33 0.84 70.37 แผนท่ี 2 9 30 7.03 0.61 78.15 แผนท่ี 3 9 30 10.10 0.71 84.17 แผนท่ี 4 12 30 8.30 0.47 92.22 83.63/84.89 แผนที่ 5 9 30 8.00 0.91 88.89 แผนท่ี 6 9 30 7.90 0.71 87.78 รวมระหวา่ งเรียน 57 30 47.67 2.30 83.63 หลังเรยี น 15 30 12.73 0.90 84.89 รวมหลังเรียน 15 30 12.73 0.90 84.89 84.89 จากตารางที่ 4.2 พบว่า ประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน แบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการ เขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เท่ากับ 83.63/84.89 ซง่ึ สงู กวา่ เกณฑ์ที่ตงั้ ไวท้ ี่ 80/80

94 ตอนที่ 3 ผลวิเคราะห์ประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการ เขียนโปรแกรมโดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ สำหรับนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ผลวิเคราะห์ประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรม โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ดัชนีประสิทธิผล ตั้งแต่ ร้อยละ 50 ปรากฏดงั ตารางท่ี 4.3 ตารางที่ 4.3 ผลวิเคราะห์ประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียน โปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ สำหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ดัชนีประสิทธิผล ต้งั แตร่ อ้ ยละ 50 ชว่ งการวัดผล คะแนนเต็ม n X S.D. รอ้ ยละดัชนี ประสิทธิผล ก่อนเรียน 15 30 5.90 0.89 75.09 หลงั เรียน 15 30 12.73 0.91 จากตารางที่ 4.3 พบว่า ประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน แบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการ เขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าดัชนีประสิทธิผล เทา่ กับ 75.09 ซึ่งผา่ นเกณฑ์ที่ต้งั ไวท้ ีต่ ง้ั แต่รอ้ ยละ 50

95 ตอนที่ 4 ผลการวิเคราะห์ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบ กบั โปรแกรม Scratch ผลการวิเคราะห์ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนช้ัน ประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับ โปรแกรม Scratch ตามเกณฑ์ทตี่ ั้งไวท้ ่ีร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม ปรากฏดังตารางที่ 4.4 ตารางที่ 4.4 ผลการวิเคราะห์ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับ โปรแกรม Scratch ตามเกณฑ์ที่ต้งั ไวท้ ี่รอ้ ยละ 50 ของคะแนนเตม็ ชว่ งการวัดผล n คะแนนเต็ม X S.D. t Sig.(1-tailed) กอ่ นเรียน 30 15 5.90 หลงั เรียน 30 15 12.73 0.89 -30.33** .000 0.91 ** มนี ัยสำคญั ทางสถิติทีร่ ะดับ .01 จากตารางที่ 4.4 พบว่า ผลการวิเคราะห์ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ก่อนเรียนและ หลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกบั โปรแกรม Scratch สงู กว่ากอ่ นเรยี นอยา่ งมนี ัยสำคญั ทางสถติ ทิ ี่ระดับ .01

96 ตอนที่ 5 ผลการวเิ คราะหค์ วามพึงพอใจของนักเรยี นที่มีต่อการเรียนดว้ ยบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ ชว่ ยสอนมัลตมิ ีเดยี วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) เร่อื งอัลกอลิทึมลำดับขัน้ ตอนการทำงาน สำหรับนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการ สอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปรากฏดัง ตารางท่ี 4.5 ตารางที่ 4.5 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจต่อการเรียนดว้ ยการจัดกิจกรรมการเรยี นรโู้ ดยใช้รูปแบบ การสอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรือ่ งการเขยี นโปรแกรมโดยใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ สำหรับนักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5 รายการสอบถาม X S.D. ระดบั ความพงึ พอใจ 1. ด้านครผู ้สู อน 1.1 ครผู สู้ อนชี้แจงคมู่ ือการเรียนรใู้ ห้นักเรียน 4.17 0.46 มาก เขา้ ใจอย่างชัดเจน 1.2 ครผู ้สู อนใหค้ ำปรกึ ษาและอำนวยความ 4.73 0.45 มากที่สุด สะดวกแกน่ กั เรียนในการเรียนรอู้ ย่างท่วั ถึง 1.3 ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนได้แสดงความ 4.77 0.43 มากทส่ี ดุ คดิ เห็นในแตล่ ะกิจกรรมการเรยี นรู้ 1.4 ครูใช้ข้อคำถามระหวา่ งการเรยี นการ 4.30 0.47 มาก สอนท่ีกระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นได้เขียนการคดิ วิเคราะห์ 1.5 ครสู ามารถถ่ายทอดเนอื้ หาวิชาสอนได้ดี 4.10 0.31 มาก เน้อื หาท่ีสอน 1.6 อธบิ ายเนอื้ หาชัดเจนทำใหผ้ ูเ้ รยี นเขา้ ใจ 3.97 0.49 มาก เนือ้ หาที่เรียน 1.7 ใช้กจิ กรรมที่เน้นการคิดวิเคราะห์ 4.43 0.50 มาก 1.8 วิธีการสอนตามคู่มอื การจัดกิจกรรมการ 4.07 0.25 มาก เรยี นร้จู ะสามารถทำให้นักเรียนเกิดการคดิ วิเคราะห์ รวมดา้ นครูผู้สอน 4.32 0.27 มาก

97 ตารางท่ี 4.5 (ต่อ) X S.D. ระดับความพงึ พอใจ รายการสอบถาม มาก 2. ดา้ นบรรยากาศในการเรยี นรู้ 4.07 0.25 4.20 0.41 มาก 2.1 เนน้ ให้ผู้เรยี นมสี ่วนรว่ มในการจัด 4.53 0.51 มากทีส่ ดุ กิจกรรมการเรียนรู้ 4.27 0.30 4.47 0.51 มาก 2.2 เน้นให้ผูเ้ รียนรจู้ กั วเิ คราะห์และแก้ไข 4.23 0.63 มาก ปญั หาในการเรียนการสอน 4.33 0.48 4.34 0.38 มาก 2.3 เปิดโอกาสให้ผเู้ รยี นแสดงความคิดเห็น 4.31 0.25 มาก ในระหวา่ งเรียน มาก มาก รวมดา้ นบรรยากาศในการเรยี นรู้ 3. ดา้ นเนื้อหา 3.1 เรยี งลำดับเนอ้ื หาจากงา่ ยไปหายาก ได้ อยา่ งเหมาะสม 3.2 สามารถนำไปประยุกตใ์ ช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 3.3 เน้ือหาทเี่ สนอเหมาะสมกับวยั และระดับ ความร้ขู องนกั เรยี น รวมด้านบรรยากาศในการเรยี นรู้ โดยรวม จากตารางที่ 4.5 พบว่า โดยภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจต่อต่อการเรียนด้วยการจัด กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนา ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ เรอื่ งการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ สำหรบั นักเรียนช้ัน ประถมศึกษาปที ่ี 5 อยใู่ นระดับมาก ( X = 4.31, S.D.= 0.25) เมื่อพิจารณารายขอ้ พบวา่ มี 3 รายการ ที่นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด มี 11 รายการที่นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมาก ตามลำดบั

98

บทท่ี 5 สรปุ ผลการวจิ ัย อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ การวิจัยการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับ โปรแกรม Scratch เพอ่ื พัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรอ่ื งการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผล เชิงตรรกะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผู้วิจัยได้นำเสนอการดำเนินการวิจัยโดยสรุป สรปุ ผลการวิจัย อภปิ รายผลการวจิ ัย และขอ้ เสนอแนะ ดังนี้ 1. วตั ถุประสงค์ของการวิจยั 2. ขอบเขตของการวิจัย 3. เคร่อื งมือทีใ่ ช้ในการวจิ ัย 4. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 5. การวเิ คราะหข์ ้อมูล 6. สรปุ ผลการวิจัย 7. อภิปรายผลการวจิ ัย 8. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 9. ขอ้ เสนอแนะในการทำวจิ ัยครงั้ ตอ่ ไป วตั ถปุ ระสงค์ของการวิจัย การวจิ ัยครงั้ น้ี ผู้วิจัยไดก้ ำหนดวตั ถุประสงค์ของการวจิ ยั ไว้ ดังนี้ 1. เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียน โปรแกรมโดยใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะ ของนักเรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 ตามเกณฑป์ ระสิทธภิ าพ 80/80 2. เพื่อพัฒนาและหาดัชนีประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการ สอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ดัชนี ประสิทธผิ ลตง้ั แต่รอ้ ยละ 50 3. เพื่อศึกษาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกบั โปรแกรม Scratch

100 4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้รปู แบบการสอน 4MAT ประกอบกบั โปรแกรม Scratch ขอบเขตการวิจัย การวิจัยคร้ังนี้ ผ้วู ิจยั ไดก้ ำหนดขอบเขตของการวจิ ยั ดงั นี้ 1. ขอบเขตดา้ นประชากรและกลุม่ ตัวอยา่ ง 1.1 ประชากร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเชิงชุมราษฎร์นุกูล สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 7 หอ้ งเรยี น รวมท้งั สนิ้ 284 คน 1.2 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเชิงชุมราษฎร์นุกูล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 1 ห้องเรียน รวมท้งั ส้ิน 30 คน ซ่ึงได้มาโดยวธิ ีสมุ่ อย่างงา่ ย 2. ขอบเขตดา้ นตัวแปร 2.1 ตัวแปรอิสระ 2.1.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับ โปรแกรม Scratch 2.2 ตัวแปรตาม ไดแ้ ก่ 2.2.1 ประสทิ ธิภาพของการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ 2.2.2 ประสทิ ธผิ ลของการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ 2.2.3 ความสามารถในการคิดวิเคราะหข์ องนักเรยี น 2.2.4 ความพงึ พอใจต่อการเรียน 3. ขอบเขตด้านเนื้อหา การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพอ่ื พฒั นาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรอื่ งการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5 มขี อบขา่ ยเนอื้ หาสาระการเรียนรู้ ดังนี้ 3.1 การออกแบบโปรแกรม 3.1.1 การเขยี นข้อความเพ่ืออธิบายการทำงานของโปรแกรม 3.1.2 การเขียนผงั งานเพ่อื อธิบายการทำงานของโปรแกรม

101 3.2 การเขยี นโปรแกรมโดยใช้ภาษา Scratch 3.2.1 การเขยี นโปรแกรมโดยใชภ้ าษา Scratch 3.2.2 การตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม 4. ขอบเขตดา้ นระยะเวลาในการทดลองใช้ ผู้วิจัยดำเนินการทดลองใช้ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียน โปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 รวมเวลาท้งั สน้ิ 8 ชั่วโมง โดยเริ่มทดลองต้งั แต่ เดือนธนั วาคม 2563 ถงึ เดอื นกมุ ภาพันธ์ 2564 เคร่ืองมือในการวจิ ัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประกอบด้วยเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง และเครื่องมือท่ีใชใ้ นการเก็บขอ้ มูล ดังนี้ 1. เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือคู่มือการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรม โดยใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะ ของนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 2. เครื่องมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมขอ้ มลู 2.1 แบบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ก่อนการทดลองจำนวน 5 ข้อ และหลัง การทดลอง จำนวน 5 ข้อ ซึ่งเปน็ แบบทดสอบอตั นัย เรอ่ื ง การเขยี นโปรแกรมโดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 2.2 แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรม โดยใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะ ของนกั เรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5

102 การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. แบบแผนการทดลอง แบบแผนการทดลองใช้รูปแบบการทดลองกลมุ่ เดยี ว และมีการวัดกอ่ นการทดลอง 1 ครั้ง และหลังการทดลอง 1 ครั้ง (One Group Pretest Posttest Design) เขียนเป็นรูปแบบการทดลอง ดังน้ี 2. ขนั้ ตอนดำเนินการทดลอง ผ้วู จิ ยั จัดกิจกรรมการเรยี นการสอนกบั กลุ่มตัวอย่างโดยดำเนินการ ดงั น้ี 2.1 กอ่ นการทดลองทดสอบกอ่ นเรยี น โดยใชแ้ บบวดั ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 2.2 ดำเนินการทดลองจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามคู่มือการจัดการเรียนรู้ เป็นเวลา 6 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง รวม 6 ชั่วโมง โดยที่ระหว่างการทดลองมีการเก็บคะแนน จากใบงาน แบบฝึกหัด และการทดสอบย่อย เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับวิเคราะห์ประสิทธิภาพ กระบวนการ 2.3 หลังการทดลองทดสอบหลงั เรยี น โดยใชแ้ บบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ซงึ่ เป็นฉบับเดียวกนั กับกอ่ นเรียน 2.4 สอบถามความพึงพอใจของนักเรยี นที่มีต่อการเรยี นด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการ คิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ โดยใช้แบบสอบถามความพึงพอใจต่อ การเรยี นท่ีสรา้ งข้นึ การวิเคราะห์ขอ้ มลู ผู้วจิ ยั ดำเนนิ การวิเคราะหข์ ้อมูล ดงั นี้ 1. วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียน โปรแกรมโดยใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะ สำหรับนกั เรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 ตามเกณฑ์ 80 / 80 2. วิเคราะห์หาประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียน โปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5 ตามเกณฑ์ดัชนีประสิทธิผล ต้งั แตร่ อ้ ยละ 50 ขน้ึ ไป

103 3. วเิ คราะห์ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรยี น โดยใช้สถิติ t-test ชนิด dependent Samples 4. วิเคราะห์ความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนท่ีสร้างขึ้น โดย การเปรยี บเทียบคา่ เฉลีย่ กบั เกณฑ์ สรปุ ผลการวจิ ัย ผลการวิจัยการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรยี นรูโ้ ดยใช้รปู แบบการสอน 4MAT ประกอบกับ โปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ เรอ่ื งการเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ หตุผล เชิงตรรกะ ของนกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5 สรุปผลได้ดังน้ี 1. ประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรม โดยใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ สำหรบั นักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 เท่ากับ 83.63/84.89 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ ท่ตี ั้งไวท้ ี่ 80/80 2. ประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรม โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 75.09 ซึ่งผา่ นเกณฑท์ ่ีตง้ั ไวท้ ต่ี งั้ แตร่ ้อยละ 50 3. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนด้วยการจัด กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนา ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนช้ัน ประถมศึกษาปที ่ี 5 อยา่ งมนี ยั สำคัญทางสถิติท่รี ะดบั .01 4. โดยภาพรวมนักเรยี นมีความพึงพอใจต่อต่อการเรยี นดว้ ยการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้โดย ใช้รูปแบบการสอนแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิด วิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 อยใู่ นระดับมาก ( X = 4.31, S.D.= 0.25)

104 อภปิ รายผล การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 สามารถอภิปรายผลไดด้ งั นี้ 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่สรา้ งขึ้น มีประสิทธภิ าพเท่ากับ 83.63/84.89 ซงี่ สูงกว่าเกณฑ์ทีต่ งั้ ไวท้ ่ี 80/80 ซ่งึ เป็นไปตามสมมตฐิ านข้อที่ 1 ท้ังน้ีอาจเป็นเพราะว่าการจัดกิจกรรม การเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถ ในการคิดวิเคราะห์ที่สร้างข้ึน ได้ผ่านการศึกษา การพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการออกแบบและ การพัฒนาแผนการจัดการเรียนการสอน ตามขั้นตอนต่าง ๆ มีการตรวจสอบและประเมินผลก่อน นำไปใช้งานในขั้นตอนสุดท้าย จึงมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ดังจะเห็นได้จากการวัด ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ของนกั เรยี นที่ทำแบบทดสอบหลงั เรียนจบ แสดงว่า การจัดกิจกรรม การเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถ ในการคิดวิเคราะห์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนให้บรรลุ จุดหมายตามที่ตั้งไว้ได้ สอดคล้องกับงานวิจัยของ พรทิพย์ ตองติดรัมย์ (2561). ได้ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเรื่อง การใช้โปรแกรมสแครช สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่า ค่าประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 84.81/80.15 และยังสอดคล้อง กบั งานวจิ ยั ของ ณฐั วัตร เขียวดี (2561). ไดท้ ำการวจิ ยั เร่ือง การพฒั นาบทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน โดยใช้การเรียนรู้แบบ 4MAT ร่วมกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ส่งผลต่อการคิดวิเคราะห์ ความรับผิดชอบ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่า ค่าประสทิ ธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 81.00/85.14 2. ประสิทธิผลของพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรม โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 75.09 ซึ่งผ่านเกณฑ์ท่ีตั้งไว้ที่ตงั้ แตร่ ้อยละ 50 ซึง่ เป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 2 ทง้ั น้ี อาจเป็นเพราะว่าการจัด กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนา ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่สร้างขึ้น แสดงถึงความก้าวหน้าในการเรียนของผู้เรียนโดย เปรยี บเทียบคะแนนเต็มหรือคะแนนสูงสุดกับคะแนนท่ีได้จากการทดสอบก่อนเรียนเมื่อมีการประเมิน สื่อการเรียนการสอนที่ผลิตขึ้นมา เรามักจะดูถึงประสิทธิผลทางด้านการสอนและการวัดประเมิน ทางสื่อนั้น ตามปกติแล้วจะเป็นการประเมินความแตกต่างของค่าคะแนนใน 2 ลักษณะ คือ

105 ความแตกต่างของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและคะแนนการทดสอบหลังเรียน หรือเป็นการทดสอบ เกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม ในทางปฏิบัติส่วนมากจะเน้นที่ ผลความแตกต่างท่แี ทจ้ ริงมากกว่าผลของความแตกต่างทางสถิติ สอดคล้องกบั งานวจิ ัยของ อาภนั ตรา แสนวงศ์ (2557). ได้ทำการวจิ ยั เร่อื งการพฒั นาคู่มือการจดั การเรียนรแู้ บบ 4 MAT ร่วมกบั การจัดการ เรียนรู้แบบซิปปา ที่มีผลต่อการคิดวิเคราะห์ ความคิดรวบยอดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่า มีค่าดัชนีประสิทธิผลของคู่มือการ จัดการเรียนรู้แบบ 4MAT ร่วมการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาที่มีผลต่อการคิดวิเคราะห์ เท่ากับ 0.58 และยังสอดคลอ้ งกับงานวิจยั ของ วจิ ติ รา จ้องสาระ (2561). ได้ทำการวจิ ัยเร่ือง การพฒั นาชุดกจิ กรรม วิทยาศาสตร์ตามแนวทฤษฎีสามเกลียวร่วมกับการเรียนรู้แบบ 5Es ที่ส่งผลต่อการคิดวิเคราะห์ ความคดิ สร้างสรรค์และผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน สำหรบั นักเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 พบวา่ มีค่าดัชนี ประสทิ ธผิ ลเท่ากับ 0.6723 3. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนด้วยการจัด กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนา ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนช้ัน ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทร่ี ะดับ .01 ท่เี ป็นดังนี้อาจเป็นเพราะว่าการจัดกิจกรรม การเรยี นรู้ทส่ี ร้างขนึ้ ไดผ้ า่ นกระบวนการสร้างทีเ่ ป็นข้นั ตอนผา่ นกระบวนการตรวจสอบของผ้เู ช่ียวชาญ และมีการออกแบบที่ถูกต้อง เหมาะสมจึงสนองกับการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ คำนึงถึง ความแตกต่างระหว่างบุคคลและรูปแบบการเรียนรู้ของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี ผู้เรียนมีความมั่นใจ สบายใจเมือ่ ได้เรยี นไม่ตอ้ งพะวงวา่ จะอายเพ่ือนเม่ือตอบผดิ สอดคลอ้ งกับงานวจิ ัยของ ณฐั วตั ร เขียวดี (2561). ได้ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน โดยใช้การเรียนรู้แบบ 4MAT ร่วมกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ทส่ี ง่ ผลต่อการคิดวิเคราะหค์ วามรับผิดชอบ และผลสมั ฤทธิ์ ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่า การคิดวิเคราะห์ของหลังเรียนหลังเรียนมี คะแนนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ สคณพัฒน์ ศรีมณีรัตน์ (2560). ได้ทำการวิจัยเรื่อง การสอนโดยใช้คู่มือการเรียนแบบ KWL Plus ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือทีม่ ีผลตอ่ ความรับผิดชอบ การคิดวิเคราะห์ และผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนนาวาราชกิจพิทยานุสรณ์ พบว่า มีการคิดวิเคราะห์ หลงั เรียนสงู กว่ากอ่ นเรยี นอยา่ งมีนัยสำคัญทางสถติ ทิ ่รี ะดับ .05 4. ความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรม โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 อยู่ในระดับมาก ที่เป็นดังนี้อาจเป็น เพราะว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch

106 เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5 ได้รับการพัฒนาตามหลักการทีถ่ ูกต้อง ส่งผลให้การเรยี นการสอน มีความน่าสนใจสามารถกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความสนุกกับบทเรียนตอบสนองถึงความแตกต่างระหว่า ง บุคคลได้เป็นอย่างดี ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย สอดคล้องกับงานวิจัยของ นูรมา อาลี (2558). ไดท้ ำการวิจยั เรื่องผลการจดั การเรียนรู้แบบ 4MAT ที่มตี ่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความคงทนในการ เรียนรู้และความพึงพอใจต่อการจัดการเรยี นรู้ของนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 พบวา่ นกั เรียนท่ีได้รับ การจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในทุกองค์ประกอบ อยู่ในระดับ มากที่สุด และยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ วิมาณ วิชวารีย์ (2560). ได้ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนา ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง ดิน หิน แร่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 2 พบว่า ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับหลัก ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งอย่ใู นระดบั มาก ขอ้ เสนอแนะในการนำผลการวจิ ัยไปใช้ 1. ครูผู้สอนควรศึกษาคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ 4MAT ประกอบกับ โปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ให้เข้าใจทุกขั้นตอน ก่อนเข้า ส่บู ทเรยี น 2. ในขณะศึกษา ให้ทำตามคู่มือในการจัดการเรียนรู้อย่างเคร่งครัดเพื่อให้การเรียนบรรลุ จุดมงุ่ หมายทตี่ ั้งไว้ 3. ครูผู้สอนควรตรวจอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ว่าใช้งานปกติหรือไม่ เพื่อให้การจัดการเรียนการ สอนเป็นไปตามวตั ถุประสงค์ ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครัง้ ต่อไป 1. ควรนำผลการพัฒนาการจดั การเรียนรู้ท่ีได้จากการศึกษาคร้งั นี้ ไปสรา้ งกจิ กรรมการเรียนรู้ ในเน้อื หาเรอื่ งอื่น ๆ หรอื หลายวิชาอ่นื ๆ 2. ควรทำการวิจัยเกี่ยวกับปัญหาหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาจากการเรียนด้วยการจัดการ เรียนรโู้ ดยใชร้ ูปแบบ 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch ในเน้อื หาอืน่ ๆ หรือในรายวชิ าอ่ืน

บรรณานกุ รม

108

109 บรรณานกุ รม บรรณานุกรมภาษาไทย กรนรินทร์ อ่อนสุระทุม. (2559). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โปรแกรมThe Geometer’s Sketchpad เป็นสื่อ ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบ 4MAT ที่มีต่อความสามารถในการคิด วิเคราะห์ ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของ นักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปีที3่ . วทิ ยานพิ นธ์ ค.ม. สกลนคร : มหาวิทยาลัยราชภฏั สกลนคร. กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : โรงพิมพค์ รุสภาลาดพร้าว. _______. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์(ฉบับ ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ชมุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. กิตยิ า เกษลี. (2562). การพัฒนาการคดิ วิเคราะห์ ของนกั เรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 โดยใชก้ ารจดั การ เรียนรแู้ บบ 4MAT ร่วมกบั การใชผ้ ังมโนทศั น์ เรือ่ ง ระบบต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์และสตั ว.์ วทิ ยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร : มหาวิทยาลยั ราชภฏั สกลนคร. ณัฐวัตร เขียวดี. (2561). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน โดยใช้การเรียนรู้แบบ 4MAT ร่วมกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ส่งผลต่อการคิดวิเคราะห์ความรับผิดชอบ และ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภฏั สกลนคร. ทิวากร วงษ์เสน. (2560). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การรักษาดุลยภาพของร่างกาย มนษุ ย์และสัตว์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 โดยใช้การสอนแบบวฏั จกั รการสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้ัน ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร:มหาวิทยาลัย ราชภัฏสกลนคร. นภาพันธ์ ศรีชัย. (2557). การพัฒนาทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้วิธีสอนแบบโครงงานร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบ 4MAT ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร:มหาวิทยาลัยราชภฏั สกลนคร.

110 บรรณานกุ รม (ตอ่ ) บรรณานกุ รมภาษาไทย นูรมา อาลี. (2559). ผลการจัดการเรียนรู้แบบ 4MAT ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความคงทนใน การเรียนรู้และความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 Effect of 4 MAT Instruction on Learning Achievement, Retention and Instructional Satisfaction of Grade 12 Students. วิทยานิพนธ์ ว.ม. มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์. พรทิพย์ ตองติดรัมย์. (2561). การพัฒนาบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเรื่อง การใช้โปรแกรมส แครช สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ ว.ม. กรุงเทพมหานคร:สถาบัน เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ เจ้าคณุ ทหารลาดกระบัง. ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2546. กรุงเทพฯ: นานมีบุคส์ พับลเิ คช่นั ส.์ รสุ มนี ี หะยียโู ซ๊ะ. (2559). ผลของการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้คณิตศาสตรโ์ ดยใช้กระบวนการแก้ปัญหา เชิงสร้างสรรค์ที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์ ของนักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีที่5 สงั กัดสำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3. วิทยานพิ นธ์ ศษ.ม. สงขลา:มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร.์ วิจิตรา จ้องสาระ. (2561). การพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ตามแนวทฤษฎีสามเกลียวร่วมกับการ เรียนรู้แบบ 5Es ที่ส่งผลต่อการคิดวิเคราะห์ ความคิสร้างสรรค์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร:มหาวิทยาลัยราชภัฏ สกลนคร. วิมาณ วิชวารีย์. (2560). การพัฒนาความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ สืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง ดิน หิน แร่ กลุ่ม สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2. วิทยานพิ นธ์ ค.ม. สกลนคร:มหาวิทยาลัย ราชภัฏสกลนคร. ศศิมา เชียงแสน. (2561). การพัฒนาชุดการเรียนแบบสืบเสาะร่วมกับการเรียนแบบไตรสิกขาที่ ส่งเสริม ความมีวินัยในตนเอง การแก้ปัญหา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการ เรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสกลนคร.

111 บรรณานกุ รม (ตอ่ ) บรรณานกุ รมภาษาไทย สคณพัฒน์ ศรีมณีรัตน์. (2560). การสอนโดยใช้คู่มือการเรียนแบบ KWL Plus ร่วมกับการเรียนแบบ รว่ มมือท่มี ีผลต่อความรับผิดชอบ การคิดวิเคราะห์ และผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนนาวาราชกิจพิทยานุสรณ์. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสกลนคร. สายฝน พรมจันทร์. (2559). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนโดยใช้การสอนแบบ 4MAT ร่วมกับทักษะปฏิบัติของเดวีส์ เพื่อพัฒนาความรับผิดชอบการคิดวิเคราะห์ และผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร:มหาวิทยาลัย ราชภฏั สกลนคร. อาภันตรา แสงวงศ์. (2557). การพัฒนาคู่มือการจัดการเรียนรู้แบบ 4MAT ร่วมกับการจัดการเรียนรู้ แบบซิปปา ที่มีผลต่อการคิดวิเคราะห์ ความคิดรวบยอดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร: มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสกลนคร. บรรณานกุ รมภาษาต่างประเทศ Arlee, Nu. ( 2 016) . Effect of 4 MAT Instruction on Learning Achievement, Retention andInstructional Satisfaction of Grade 12 Students. Thesis M.S. Prince of Songkla University. Chiangsaen, S. (2018). The Development of Learning Packages Using Inquiry Approach with Trisikka Learning to Promote Self Discipline, Problem Solving and Learning Achievement of Mathemematics Learning Substance Group for Prathomsuksa 6 Students. Thesis M.Ed. Sakon Nakhon: Sakon Nakhon Rajabhat University. Hayeeyusoh, R. ( 2 016) . Effects of Organizing Mathematics Learning Activities Using Creative Problem-Solving Process on Mathematics Problem Solving Ability and Creative Thinking of Grade 5 Students in Narathiwat Primary Educational Service Area Office 3. Thesis M.Ed. Songkhla: Prince of Songkla University.

112 บรรณานุกรม (ต่อ) บรรณานุกรมภาษาตา่ งประเทศ Jongsara, W. ( 2 018) . Development of Science Teaching Activity Packages by Triarchic Teaching Model in Conjunction with Inquiry Cycle 5 Es Affecting Analytical Thinking, Creative Thinking and Learning Achievements for Mathayom Suksa 3 Students. Thesis M.Ed. Sakon Nakhon: Sakon Nakhon Rajabhat University. Ketlee, K. (2019). Development of Analytical Thinking of Mathayomsuksa 2 Students Using 4 MAT Instructional Management Integrated with Concept Mapping on Different Systems in Human and Animal Body. Thesis M.Ed. Sakon Nakhon: Sakon Nakhon Rajabhat University. Ministry of Education. (2 0 0 8 ) . Core Education Basic syllabus Bangkok: Lat Phrao Kruppraphap. ______. (2 0 1 7 ) . Indicators and Learning Materials for The Core Learning Group of Science (Revised Version 2017) in accordance with the Core Curriculum of Basic Education Bangkok: Thailand Agricultural Cooperative Assembly Printing Limited. Onsurathum, K. ( 2016). The Learning Activities Management using the Geometer's Sketchpad with the Application of 4 MAT Affecting the Analytical Thinking abilities the Creative Thinking abilitiesand Mathematics Learning Achievements of Mattayomsaksa 3 . Thesis M.Ed. Sakon Nakhon: Sakon Nakhon Rajabhat University. PhromChan, S. ( 2016) . The development of computer-assisted lessons using 4MAT teaching in conjunction with Davies' practical skills to improve accountability, thinking, analysis, and achievement of 6th grade students. Thesis M.Ed. Sakon Nakhon: Sakon Nakhon Rajabhat University. Ratbandittayasatha. (2003). Dictionary of the Royal Academy. 2003. Bangkok: Nanmee Books Publications.

113 บรรณานุกรม (ตอ่ ) บรรณานุกรมภาษาต่างประเทศ Saengwong, A. ( 2 015) . Development of the manual for managing learning by using 4mat method and cippa model which affects Mathayom suksa 5 student’ analytical thinking, concepts, and mathematical learning achievement. Thesis M.Ed. Sakon Nakhon: Sakon Nakhon Rajabhat University. Sinamirat, S. (2017). Teaching through the Use of a Handbook for Learning by KWL Plus Technique in Association with the Cooperative Learning Approach affecting Responsibility, Analytical Thinking, and Learning Achievement of Tenth Grade Students at Nava Ratchakit Phithayanusorn School. Thesis M.Ed. Sakon Nakhon: Sakon Nakhon Rajabhat University. Sreechai, N. (2014). A development of mathematics process skills learning achievement and satisfaction to project method in conjunction with the 4 MAT model of Prathomsuksa 4 students. Thesis M.Ed. Sakon Nakhon: Sakon Nakhon Rajabhat University. Tongtidram, P. (2018). The development of web-based instruction on Scratch program for grade 7 students. Thesis M.S. Bangkok:King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang. Wichwaree, W. (2017). Development of Critical Thinking Ability Using 5 E’s Inquiry Cycle and the Principles of Sufficiency Economy Entitled “Soil, Stones and Minerals” in Science Learning Strand for Mathayom Suksa 2. Thesis M.Ed. Sakon Nakhon: Sakon Nakhon Rajabhat University. WongSen, Th. (2017). Development of Learning Activity Packages Entitled “Maintaining Human and Animals’ Physical Equilibrium for Mathayomsuksa 5” Using 5E’s Inquiry Learning Cycle and Cooperative Learning (STAD). Thesis M.Ed. Sakon Nakhon: Sakon Nakhon Rajabhat University.

114

ภาคผนวก



ภาคผนวก ก รายนามผู้เช่ยี วชาญ



119 รายนามผู้เชี่ยวชาญในการตรวจเคร่ืองมือ รายนามผู้เชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำ ตรวจสอบ และแก้ไขเครื่องมือที่ใช้ในการทำวิจัย ประกอบดว้ ย 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภัทรดร จั้นวันดี อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ (สาขาวิชา นวตั กรรมและคอมพิวเตอร์ศกึ ษา) มหาวิทยาลยั ราชภัฏสกลนคร 2. ดร.ปัณฑิตา อินทรักษา อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ (สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน) มหาวิทยาลัยราชภฏั สกลนคร 3. นายวชั รินทร์ นาคะอนิ ทร์ ครชู ำนาญการพเิ ศษ (สาขาคอมพิวเตอรศ์ ึกษา) โรงเรยี นเชิงชุม ราษฎรน์ ุกูล อำเภอเมืองสกลนคร จงั หวัดสกลนคร

120

ภาคผนวก ข ค่มู ือการจดั การเรียนรูโ้ ดยใชร้ ปู แบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch เพื่อพัฒนาความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ เรอ่ื งการเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5



123 คมู่ อื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยใช้รปู แบบการสอน 4MAT ประกอบกบั โปรแกรม Scratch วิชา วิทยาการคำนวณ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 1. สว่ นประกอบของคู่มอื การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ประกอบด้วย 2 สว่ น 1.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch ประกอบดว้ ย 8 ข้นั ตอน 1.2 คำชแี้ จงสำหรบั ครู 1.3 คำชีแ้ จงสำหรบั นักเรยี น 1.4 ส่งิ ที่ครูต้องเตรยี ม 1.5 การประเมนิ ผล 2. แผนการจัดการเรยี นรู้ โดยใชก้ ารจัดการเรียนรูแ้ บบ 4MAT ประกอบกับ โปรแกรม Scratch 2.1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การเขียนข้อความเพื่ออธิบายการทำงาน ของโปรแกรม 2.2 แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2 เร่ือง การเขียนผังงานแบบลำดบั 2.3 แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 3 เรือ่ ง การเขยี นผงั งานแบบทางเลอื ก และแบบทำซ้ำ 2.4 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การเขียนโปรแกรมโดยใช้ภาษา Scratch (ตดั เกรด) 2.5 แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 5 เรือ่ ง การเขียนโปรแกรมโดยใชภ้ าษา Scratch (ออกแบบ โปรแกรม) 2.6 แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 6 เรอ่ื ง การตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม

124 ส่วนที่ 1 ไดแ้ ก่ 1.1 การจดั กิจกรรมการเรยี นรโู้ ดยใชร้ ูปแบบการสอน 4MAT ประกอบกับโปรแกรม Scratch ประกอบด้วย 8 ขั้นตอน ดังน้ี ขนั้ การสรา้ งแรงจูงใจ (Motivation) 1) ขั้นที่ 1 ข้ันการสรา้ งประสบการณ์และความรเู้ ดิมและความร้เู ดมิ เป็นขั้นที่นักเรยี นโยงประสบการณ์ด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนรู้สึกว่าสิง่ ที่เรียนมาน้นั มี ความหมายโดยตรงเข้ากับตัวเอง เป็นการดึงดูดความรู้เดิมของนักเรียนเพื่อช่วยให้นักเรียนมีความ พร้อมในการเชอื่ มโยงความรู้ใหม่กบั ความรู้เดิมของตน 2) ขัน้ ที่ 2 ขนั้ การวิเคราะหป์ ระสบการณ์ การแสวงหาความรู้ใหม่เป็นการกระตุ้นให้เด็กสนใจ และอยากรู้อยากเห็น นักเรียน แสวงหาข้อมูลความรูจ้ ากแหล่งความรู้ตา่ ง ๆ นำมาวเิ คราะห์ อธบิ ายและให้เหตผุ ล ขนั้ การพฒั นาความคดิ รวบยอด (Concept Development) 3) ขน้ั ท่ี 3 ขัน้ ปรับประสบการณ์เป็นความคิดรวบยอด เป็นขั้นที่สามารถมุ่งให้นักเรียนเกิดการวิเคราะห์และไตร่ตรองความรู้เชือ่ งโยงความรู้ ใหม่กับความรู้เดิม โดยใช้กระบวนการต่าง ๆ ด้วยตนเอง เช่น กระบวนการคิด การคิดระบบการ วิเคราะห์ การจดั ลำดบั ความสมั พันธ์ การจดั ประสบการณ์เปรยี บเทียบ 4) ข้นั ที่ 4 ขัน้ พฒั นาความคิดรวบยอด เป็นการให้ข้อมูลรายละเอียด ทฤษฎี หลักการให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อทำให้นักเรียน สามารถเข้าใจ จนสร้างความคิดรวบยอดเรื่องที่เรียนได้ นักเรียนอาศัยกลุ่มเป็นเครื่องมือในการ ตรวจสอบความรูค้ วามเข้าใจของตน รวมทง้ั ขยายความรู้ ความเข้าใจของตนใหก้ ว้างยง่ิ ขนึ้ ขั้นการฝกึ ปฏบิ ตั ิ (Practice) 5) ขน้ั ที่ 5 ขน้ั ลงมือปฏิบตั ิตามความคดิ รวบยอด เป็นการลงมือกระทำหรือลงมือทดลองตามความคิดของนักเรียนอย่างกระตือรือร้น นักเรยี นจะทำตามใบงาน คู่มอื แบบฝกึ หดั หรอื ทำตามขั้นตอนทีก่ ำหนด 6) ขั้นที่ 6 ขั้นปรับปรงุ แก้ไข เป็นขั้นที่นักเรียนมีโอกาสแสดงความสนใจ ความถนัด ความเข้าใจ เนื้อหาวิชา ความ ซาบซึ้ง และจินตนาการของตนเองออกมาเป็นรูปธรรมในรูปแบบต่าง ๆ ตามที่ตนเองเลือก มีการสรุปความรู้ที่ได้รับท้ังหมด ทั้งความรู้เดิมและความรู้ใหม่และจดั สิง่ ที่เรียนใหเ้ ป็นระบบระเบียบ เพ่อื ช่วยให้นกั เรยี นจดจำในส่งิ ทเี่ รยี นรไู้ ดง้ ่าย

125 ขนั้ สรปุ และการนำไปใช้ 7) ข้ันท่ี 7 ขนั้ วเิ คราะห์คุณค่า เปน็ ขั้นท่นี ักเรยี นได้แสดงผลงาน ชน่ื ชนกับผลงานของตนเอง สามารถประยุกต์ความรู้ ท่ีได้จากการเรียนรู้ไปสู่กิจกรรมอื่น ๆ หรือนักเรียนนำผลงานของตนเองในกลุ่มย่อย ๆ ให้เพื่อน ๆ ติ ชม ชว่ ยสง่ เสริมใหน้ กั เรยี นใชค้ วามคดิ สร้างสรรค์ 8) ขนั้ ท่ี 8 ขน้ั การแลกเปลี่ยนความรู้ ประยุกต์ใช้ความรเู้ ป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มโี อกาสแบ่งปันความรู้และประสบ การณืที่ได้จากการค้นคว้าหรือการลงมือกระทำกับคนอื่น ๆ ในรูปแบบต่าง ๆ ส่งเสริมให้นักเรียนได้ ฝึกฝนการนำความรู้ความเขา้ ใจของตนไปใช้ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทีห่ ลากหลายเพื่อเพิ่มความชำนาญ ความเข้าใจ ความสามารถในการแก้ปญั หาและความจำในเร่ืองน้นั ๆ 1.2 คำช้แี จงสำหรับครู 1.2.1 ครูต้องเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ให้พร้อม โดยเฉพาะส่วนประกอบของบทเรียน ได้แก่ โปรแกรม Scratch ใบงาน ใบกจิ กรรมตา่ ง ๆ และแบบเฉลย 1.2.2 ครูศึกษาเนื้อหาที่ต้องสอนให้ละเอียด และศึกษาคู่มือการจัดการเรียนรู้ ให้รอบคอบ 1.3 คำชแ้ี จงสำหรบั นักเรียน 1.3.1 ทำแบบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ก่อนเรยี น 1.3.2 อ่านคำช้แี จงและปฏบิ ตั ติ ามแต่ละขั้นอย่างรอบคอบ 1.3.3 ไมศ่ กึ ษาข้ามขนั้ ตอน ควรทำกิจกรรมแรกไปถงึ กิจกรรมสุดทา้ ยตามลำดบั 1.3.4 ตั้งใจฟังคำอธิบายจากครูเมื่อนำเข้าสู่บทเรียน หรือในขณะที่กำลังทำการเรียน การสอน หากมขี ้อสงสยั ตอ้ งซกั ถามทันที 1.3.5 เมื่อมีคำสั่งให้อภิปรายหรืออธิบายต้องช่วยกันแสดงความคิดเห็นพยายามตอบ คำถามด้วยความตั้งใจ แต่ตอ้ งไม่พดู เสยี งดังเกินไป ไม่ชกั ชวนเพอ่ื นออกนอกบทเรียน 1.3.6 ทำแบบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์หลงั เรยี น 1.4 ส่งิ ทคี่ รตู อ้ งเตรียม 1.4.1 ครูต้องเตรียมสือ่ การสอนใหค้ รบถว้ น ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ในแต่ละแผน เช่น ใบงาน แบบเฉลย โปรแกรม Scratch สามารถเขา้ ถึงไดจ้ าก http://bit.ly/3nqFebp (ออนไลน)์ 1.4.2 แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 1.4.3 แบบสอบถามความพงึ พอใจ

126 1.5 การประเมินผล 1.5.1 ระหวา่ งเรียนประเมนิ ผลจากคะแนนในการทำใบงาน 1.5.2 หลงั เรยี นประเมนิ จาก แบบทดสอบวดั ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ สว่ นที่ 2 ได้แก่ 2.1 แผนการจดั การเรยี นรู้ โดยใช้การจดั การเรียนรแู้ บบ 4MAT ประกอบกับ โปรแกรม Scratch ใช้เวลาในการสอน 6 ชั่วโมง ไม่รวมทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียนประกอบดว้ ยแผนการ จดั การเรียนรจู้ ำนวน 6 แผน ดังน้ี ตารางแสดงแผนการดำเนินกิจกรรมการเรยี นการสอน จำนวนชั่วโมง แผนการ จัดการ เนื้อหา/สาระการเรยี นรู้ 1 เรยี นรู้ท่ี 1 1 1 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 การเขียนโปรแกรมโดยใช้เหตุผลเชิง 2 ตรรกะ 1 - การเขียนข้อความเพือ่ อธบิ ายการทำงานของโปรแกรม 6 2 - ความหมาย สัญลกั ษณ์ ของผังงาน - การเขยี นผงั งานแบบลำดับ 3 - การเขยี นผังงานแบบทางเลือก - การเขยี นผงั งานแบบวนซำ้ 4 - 5 - การเขยี นโปรแกรมโดยใชภ้ าษา Scratch 6 - การตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม รวม

127 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 รายวิชา วิทยาการคำนวณ รหสั วชิ า ว15101 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 การเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ เวลา 6 ชั่วโมง เรอ่ื ง การเขียนข้อความเพื่ออธบิ ายการทำงานของโปรแกรม เวลา 1 ชว่ั โมง สอนวนั ที่ ........เดอื น .........................พ.ศ. .......... ครูผสู้ อน นางสาวไอรดา โพธารินทร์ 1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวดั มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่าง เปน็ ขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารในการเรียนรู้ การทำงาน และการ แกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ รูเ้ ทา่ ทัน และมีจรยิ ธรรม ตวั ชี้วัด ว 4.2 ป. 5/2 ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และ ตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดและแกไ้ ข 2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.1 วเิ คราะหข์ ้ันตอนการทำงานของโปรแกรมเปน็ ข้อความไดถ้ ูกตอ้ ง (K) 2.2 ออกแบบโปรแกรมด้วยการเขยี นข้อความได้ (P) 2.3 เหน็ ประโยชน์และความสำคญั ของการออกแบบโปรแกรมดว้ ยการเขยี นเป็นข้อความ (A) 3. สาระสำคัญ(ความคดิ รวบยอด) การออกแบบโปรแกรมโดยการเขียนเป็นข้อความ เป็นการอธิบายขั้นตอนการทำงานของ โปรแกรมที่ใช้ภาษาพูดที่เข้าใจง่ายนำมาเขียนเป็นข้อความเพื่ออธิบายขั้นตอนการทำงานผ่านการ เขียนโปรแกรม 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 การเขยี นข้อความเพื่ออธิบายการทำงานของโปรแกรม 4.2 ความสำคญั ของการเขยี นข้อความเพ่ืออธบิ ายการทำงานของโปรแกรม

128 5. สมรรถนะของผเู้ รยี น 5.1 ความสามารถในการคิด 5.2 ความสามารถใชก้ ารใชท้ ักษะชีวิต 5.3 ความสามารถใชก้ ารใชเ้ ทคโนโลยี 6. คุณลกั ณะอนั พง่ึ ประสงค์ 6.1 การมวี นิ ยั 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งม่นั ในการทำงาน 7. กระบวนการจดั การเรียนรู้ (เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ) ข้ันตอนกระบวนการจัดการเรียนร้รู ูปแบบการสอน 4MAT 7.1 ขัน้ การสรา้ งแรงจงู ใจ (Motivation) (10 นาท)ี ข้ันที่ 1 ขน้ั การสร้างประสบการณ์และความร้เู ดิม ครูผู้สอนตง้ั คำถามกับนกั เรียนวา่ “เพราะเหตใุ ดจงึ ตอ้ งมีการเขียนข้อความเพื่ออธิบาย การทำงานของโปรแกรม” เพื่อนำมาอธิบายถึงความสำคัญของการเขียนข้อความเพื่ออธิบายการ ทำงานของโปรแกรมในชวี ิตประจำวัน ขน้ั ท่ี 2 ขัน้ การวิเคราะหป์ ระสบการณ์ นักเรียนวิเคราะห์หาสาเหตุโดยให้เหตุผลว่าเพราะเหตุใดจึงต้องมีการเขียนข้อความ เพื่ออธิบายการทำงานของโปรแกรม โดยตอบคำถามผ่านเว็บไซต์ Mentimeter ท่ีครูผู้สอนสร้างข้อ คำถามไวแ้ ล้ว 7.2 ขัน้ การพฒั นาความคดิ รวบยอด (Concept Development) (15 นาที) ขน้ั ที่ 3 ขั้นปรับประสบการณเ์ ปน็ ความคิดรวบยอด หลังจากที่นักเรียนตอบคำถามผ่านเว็บไซต์ Mentimeter เรียบร้อยแล้ว ครูผู้สอน เลือกคำตอบที่ตอบตรงประเด็นและคำตอบที่ยังไม่ตรงประเด็น มาร่วมกันวิเคราะห์ เพื่ออธิบาย เพิ่มเติมให้นักเรียนเกิดความเข้าใจว่าเพราะเหตุใดจึงต้องมีการเขียนข้อความเพื่ออธิบายการทำงาน ของโปรแกรม ขน้ั ที่ 4 ขนั้ พฒั นาความคดิ รวบยอด ครูผู้สอนอธิบายหลักการเขียนข้อความเพื่ออธิบายการทำงานของโปรแกรมพร้อมท้ัง ยกตัวอย่างประกอบจากโปรแกรม Scratch เพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจ หลังจากนั้นให้นักเรียน ศึกษาหลักการเขียนข้อความเพื่ออธิบายการทำงานของโปรแกรมเพิ่มเติม จากหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.5

129 7.3 การฝึกปฏบิ ตั ิ (Practice) (25 นาที) ขัน้ ที่ 5 ข้นั ลงมือปฏิบตั ติ ามความคดิ รวบยอด ครูผู้สอนให้นักเรียนทำใบงานที่ 1.1 เรื่องการเขียนข้อความเพื่ออธิบายการทำงาน ของโปรแกรม โดยเปดิ โอกาสให้นกั เรียนซกั ถามข้อสงสยั ก่อนปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ขนั้ ท่ี 6 ขั้นปรบั ปรงุ แก้ไข ครผู ู้สอนสุ่มนกั เรยี นจำนวน 3-5 คน ออกมานำเสนอขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม ทีน่ ักเรยี นออกแบบเอง จากใบงานที่ 1.1 เรื่อง การเขียนขอ้ ความเพือ่ อธิบายการทำงานของโปรแกรม 7.4 ขั้นสรปุ และการนำไปใช้ (10 นาที) ขัน้ ท่ี 7 ขั้นวเิ คราะหค์ ุณค่า ครูผู้สอนยกตัวอย่างขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมที่อาจจะมีข้อผิดพลาดในการ ทำงานให้เกิดความเข้าใจแล้วให้นักเรียนวิเคราะห์หาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมที่ตนเองออกแบบ ในใบงานท่ี 1.1 เรือ่ งการเขียนข้อความเพอื่ อธิบายการทำงานของโปรแกรม ขนั้ ท่ี 8 ขนั้ การแลกเปล่ยี นความรู้ ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น สรุปสาระสำคัญ และนำผลงาน มาจดั ทำนทิ รรศการย่อย ๆ ภายในชนั้ เรยี น เพ่อื แลกเปลีย่ นความรู้และประสบการณซ์ ึ่งกนั และกนั 8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 หนังสอื เรียนรายวิชา เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.5 8.2 สือ่ การเปรียบเทียบจำนวน จากโปรแกรม Scratch (ออนไลน)์ 8.3 เครอื่ งคอมพวิ เตอร์ 9. ภาระงาน/ช้นิ งาน (หลกั ฐานการเรยี นรู้) 9.1 ใบงานท่ี 1.1 เร่ืองการเขียนขอ้ ความเพื่ออธิบายการทำงานของโปรแกรม

130 10. การวัดผลประเมินผล จดุ ประสงค์ หลักฐานการ วธิ ีการวัดและ เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินผล ใบงานท่ี 1.1 รอบร้/ู ผ่าน การเรียนรู้ เรยี นร(ู้ ภาระงาน การตรวจ ใบงานที่ 1.1 ระดับ ชิ้นงาน) ใบงานท่ี 1.1 คณุ ภาพ ด้านความรู้ (K) การตรวจ ดี ใบงานที่ 1.1 ผา่ นเกณฑ์ 1. วเิ คราะห์ข้ันตอน ใบงานท่ี 1.1 ระดบั การทำงานของ คุณภาพ โปรแกรมเปน็ ดี ผ่านเกณฑ์ ข้อความได้ถูกต้อง ระดับ (K) คุณภาพ ด้านทักษะ (P) ดี ผ่านเกณฑ์ 2. ออกแบบ ใบงานท่ี 1.1 ระดบั โปรแกรมดว้ ยการ คุณภาพ เขียนขอ้ ความได(้ P) ดี ผ่านเกณฑ์ ดา้ นจิตพิสัย (A) 3. เหน็ ประโยชน์ แบบสงั เกต สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกต การทำงาน พฤติกรรมการ และความสำคัญของ พฤติกรรมการ รายบคุ คล ทำงาน การออกแบบ ทำงานรายบคุ คล - สังเกตความมี รายบุคคล วนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ โปรแกรมดว้ ยการ และม่งุ มน่ั ในการ แบบประเมิน ทำงาน คณุ ลกั ษณะอนั เขียนเปน็ ข้อความ พงึ ประสงค์ คณุ ลักษณะอนั พงึ - ความมวี นิ ัย ใฝ่ ประสงค์ เรียนรู้ และมุ่งมัน่ ในการทำงาน

131 11. บันทึกผลหลังการสอน (บันทึกใหส้ อดคลอ้ งกับจดุ ประสงคก์ ารเรียนรูท้ ุกด้าน) 11.1 ดา้ นความรู้ ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... 11.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... 11.3 ด้านเจตคติ ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................

132 12. ปัญหา/ข้อสังเกต/ข้อเสนอแนะการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ลงชอื่ .....................................................ครผู สู้ อน (..........................................................) ............/........................../............... 13. ข้อคำแนะนำ, ความคดิ เห็นของฝา่ ยนิเทศประจำโรงเรียน/ฝ่ายวชิ าการ/รองผูอ้ ำนวยการ/ ผ้อู ำนวยการ/หรือผทู้ ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ....................................................... (.............................................................) ตำแหนง่ ................................................. ............/........................../...............

ภาคผนวกแผนการจดั การเรยี นรู้

134 แบบบนั ทกึ การประเมินใบงาน ใบงานที่ 1.1 เร่อื งการเขยี นขอ้ ความเพื่ออธบิ ายการทำงานของโปรแกรม คำชี้แจง ให้ผู้ประเมิน ประเมินใบงานรายบุคคลร่วมกับเกณฑ์การประเมินใบงานโดยขีด ✓ ลงใน ช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน 3 = ด,ี 2 = พอใช้, 1 = ปรบั ปรงุ เลขที่ วเิ คราะห์ วิเคราะห์ ออกแบบ รวมข้ันตอนการข้นั ตอนการโปรแกรม ทำงานของ ทำงานจาก ด้วยการ ผลการประเมินโปรแกรมสถานการณ์ ช่อื -สกุล เขียน ขอ้ ความ 3 2 132 1 3 21 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20

135 เลขที่ วิเคราะห์ วิเคราะห์ ออกแบบ รวมขั้นตอนการขน้ั ตอนการโปรแกรม ทำงานของ ทำงานจาก ด้วยการ ผลการประเมินโปรแกรมสถานการณ์ ชื่อ-สกุล เขยี น 3 21 321 ข้อความ 21 3 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 *หมายเหตุ ถา้ ระดบั คุณภาพ ดี หมายถงึ ผ่านเกณฑ์ ถ้าต่ำกว่า ระดบั คุณภาพ ดี ถือวา่ ไม่ผ่านเกณฑ์ เกณฑ์การตัดสนิ ระดับคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 9 ดมี าก 7 - 6 ดี ลงชอ่ื ...........................................ผู้ประเมิน 3 - 5 พอใช้ (..............................................) 1 – 2 ปรบั ปรุง ........./........./..........

136 เกณฑ์การประเมนิ ใบงานท่ี 1.1 เร่อื งการเขยี นข้อความเพ่ืออธิบายการทำงานของโปรแกรม ประเด็นรายการ คำอธบิ ายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ประเมนิ ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ปรบั ปรุง (1 คะแนน) 1. วิเคราะหข์ ้นั ตอน วิเคราะห์ข้ันตอนการ วิเคราะห์ขั้นตอนการ ไมส่ ามารถวเิ คราะห์ การทำงานของ ทำงานของโปรแกรมเป็น ทำงานของโปรแกรมเป็น ขน้ั ตอนการทำงาน โปรแกรม ข้อความ ถูกต้องครบถ้วน ขอ้ ความ ถูกต้องครบถ้วน ของโปรแกรมเป็น ตรงประเด็นเป็นส่วนมาก ตรงประเดน็ เป็นส่วนมาก ข้อความไดแ้ มจ้ ะ ไดด้ ว้ ยตนเอง เม่ือได้รับคำแนะนำจาก ได้รบั คำแนะนำจาก ครผู ู้สอน ครูผ้สู อน 2. วิเคราะหข์ ั้นตอน วเิ คราะหข์ น้ั ตอนการ วิเคราะหข์ ้ันตอนการ ไม่สามารถวิเคราะห์ ทำงานจากสถานการณ์ ขน้ั ตอนการทำงาน การทำงานจาก ทำงานจากสถานการณ์ เปน็ ขอ้ ความ ถกู ต้อง จากสถานการณ์เป็น ครบถ้วน ตรงประเดน็ ข้อความไดแ้ มจ้ ะ สถานการณ์ เป็นข้อความ ถกู ตอ้ ง เปน็ ส่วนมาก ไดร้ บั คำแนะนำจาก เมื่อได้รบั คำแนะนำจาก ครผู ้สู อน ครบถ้วน ตรงประเด็น ครผู สู้ อน เป็นสว่ นมาก ได้ด้วยตนเอง 3. ออกแบบ สามารถออกแบบ สามารถออกแบบ ไม่สามารถออกแบบ โปรแกรมด้วยการ โปรแกรมด้วยการเขียน โปรแกรมดว้ ยการเขยี น โปรแกรมดว้ ยการ เขยี นข้อความ ขอ้ ความอธบิ ายการ ขอ้ ความอธิบายการ เขยี นข้อความอธิบาย ทำงานของโปรแกรมได้ ทำงานของโปรแกรมได้ การทำงานของ ถูกต้องตามหลักการ ถกู ต้องตามหลักการ โปรแกรมได้ ได้ดว้ ยตนเอง เม่อื ไดร้ ับคำแนะนำจาก แม้จะรับคำแนะนำ ครผู ู้สอน จากครูผู้สอน