Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้รายภาค ม.ปลาย 1-65

แผนการจัดการเรียนรู้รายภาค ม.ปลาย 1-65

Published by suckseedeua_20325, 2022-08-22 19:30:09

Description: แผนการจัดการเรียนรู้รายภาค ม.ปลาย 1-65

Search

Read the Text Version

5. การประเมนิ ผลกับตัวชวี้ ัดในแตล่ ะเนื้อหา  เหมาะสม  ไม่เหมาะสม ระบุเหตผุ ล……………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… ผลการเรยี นรู้ของผู้เรยี น ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………… ผลการจัดกระบวนการเรยี นรูข้ องครู ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………… ขอ้ เสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………

รายละเอียดส่อื วัสดุ อปุ กรณ์ และแหล่งการเรยี นรู้ 1. แบบทดสอบก่อนเรยี น 1) เรือ่ งความหมายประเภทและอาชญากรรมออนไลน์ 2) เรื่องพ.ร.บ.คอมพวิ เตอร์ พ.ศ.2560 3) เรื่องการละเมดิ ทรพั ยส์ ินทางปัญญา 2. คลิปวิดโี อ “เรื่องความหมายประเภทและอาชญากรรมออนไลน์” https://www.youtube.com/watch?v=mWJaQAvMkio เวลา 6.58 นาที “เร่ืองพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560” https://www.youtube.com/watch?v=-E8dPqCKa94 เวลา 4.34 นาที “เรื่องการละเมดิ ทรพั ย์สินทางปญั ญา” https://www.youtube.com/watch?v=fXtkCDe1ui4 เวลา 4.05 นาที 3. ใบความรสู้ ำหรบั ผเู้ รยี น 1) เร่อื งความหมายประเภทและอาชญากรรมออนไลน์ 2) เรอ่ื งพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 3) เร่ืองการละเมดิ ทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา 4. PowerPoint สำหรับครู 1) เรอ่ื งความหมายประเภทและอาชญากรรมออนไลน์ 2) เร่ืองพ.ร.บ.คอมพวิ เตอร์ พ.ศ.2560 3) เร่ืองการละเมดิ ทรพั ย์สินทางปัญญา 5. แบบทดสอบหลังเรยี น 1) เรอ่ื งความหมายประเภทและอาชญากรรมออนไลน์ 2) เรื่องพ.ร.บ.คอมพวิ เตอร์ พ.ศ.2560 3) เร่อื งการละเมดิ ทรพั ยส์ ินทางปัญญา 6. แบบประเมินความพงึ พอใจของนักเรียนตอ่ การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ของผู้เรียน ชื่อโครงการ/กจิ กรรม........................................................................................................................ ช่ือโรงเรียน/สถานศกึ ษา …………………………………………………………………………………………………….. ชื่อหัวหนา้ โครงการ/กจิ กรรม............................................................................................................. คำช้ีแจง ให้ผู้ประเมินทำเครื่องหมายถูก () ลงในช่องระดับพฤติกรรมของผู้เรียน โดยมีเกณฑ์ระดับคุณภาพการ ประเมินดงั นี้ 5 มพี ฤติกรรมการเรยี นรู้ มากที่สดุ 4 มีพฤตกิ รรมการเรียนรู้ มาก 3 มีพฤติกรรมการเรยี นรู้ ปานกลาง 2 มพี ฤติกรรมการเรยี นรู้ น้อย 1 มีพฤติกรรมการเรยี นรู้ น้อยทีส่ ดุ เกณฑก์ ารพิจารณาระดบั คุณภาพ คะแนนเฉล่ียร้อยละ 0 - 50 ระดับคณุ ภาพ ปรับปรงุ คะแนนเฉลี่ยรอ้ ยละ 50 - 69 ระดบั คุณภาพ พอใช้ คะแนนเฉลี่ยรอ้ ยละ 70 – 79 ระดบั คุณภาพ ดี คะแนนเฉลีย่ ร้อยละ 80 – 89 ระดบั คุณภาพ ดมี าก คะแนนเฉลย่ี ร้อยละ 90 - 100 ระดบั คณุ ภาพ ดเี ยยี่ ม พฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดบั พฤติกรรม 54321 1. ความตัง้ ใจในการทำงาน 2. ความรบั ผดิ ชอบ 3. ความกระตือรอื ร้น 4. การตรงต่อเวลา 5. ผลสำเรจ็ ของงาน 6. การทำงานรว่ มกับผูอ้ ื่น 7. มีความคดิ ริเริ่มสรา้ งสรรค์ 8. มกี ารวางแผนในการทำงาน 9. การมสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเห็นในกลุม่ 10. การมีส่วนรว่ มในการแก้ไขปญั หาในกลมุ่ ลงชื่อ......................................................................ผูป้ ระเมิน ............../.............................../.....................

ใบความรทู้ ี่ 9 เรือ่ ง อาชญากรรมบนโลกออนไลน์ การนำวิทยาการที่ก้าวหน้าทางด้านคอมพิวเตอรแ์ ละการสือ่ สารมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสารสนเทศ ทำให้ สารสนเทศมีประโยชน์และใช้งานไดก้ ว้างขวางมากขึ้น ในปัจจุบันเทคโนโลยีมบี ทบาทในชวี ิตประจำวัน ของเราทุก คน เราจงึ จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยใี ห้ถูกตอ้ งปลอดภัย ทง้ั กบั ตนเองและผู้อื่น ภัยคุกคาม จากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการป้องกัน ปัจจุบันอนิ เทอร์เนต็ เข้ามามบี ทบาทในการใช้ชีวติ ประจำวัน ไมว่ ่า จ ะ เป็ น ด้ า น ก า ร ศึ ก ษ า ก า ร ด ำ ร ง ชี วิ ต ก า ร สื่ อ ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า แ ล ะ อื่ น ๆ อี ก ม า ก ม า ย เมื่อมีความสะดวกสบายมากเท่าใด ความปลอดภัยของข้อมูลที่ เราจะนำเข้าในระบบย่ิงเป็นส่ิงที่สำคัญ การ เผยแพร่ การนำเข้าข้อมูลต่าง ๆ ก็เช่นกัน ดังน้ันจึงมีความ จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจโลกปัจจุบัน เป็นยคุ ของเทคโนโลยีสารสนเทศหรอื ทเี่ รยี กว่า ยคุ ไอที ซง่ึ เทคโนโลยสี ารสนเทศเขา้ มามี บทบาทและมคี วามสำคัญ ต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์ในหลายด้าน เช่น การติดต่อสื่อสาร การซื้อขายแลกเปลี่ยน สินค้าและบริการ การ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น นอกจากจะมีผลดีแล้วแต่ก็ยังเป็นช่องทางหน่ึง ให้ มิจฉาชีพเข้ามาแสวงหา ประโยชน์อย่างผิดกฎหมาย หรือทำให้เกิดปัญหาการขยายตัวของอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงอาชญากรรม รปู แบบใหม่ ที่มคี วามซ้อน ซ่ึงเรยี กว่า อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งในปัจจุบนั ถือเป็น ปัญหาทางสังคมอย่างหนึ่ง ที่กำลงั เพิม่ ความรุนแรงและสร้างความเสยี หายแกส่ งั คมทัว่ ไป 1. ความหมายของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ 1.1. การกระทำใด ๆ ทเ่ี กีย่ วข้องกบั การใชค้ อมพวิ เตอร์ ซ่ึงทำให้ผอู้ นื่ ไดร้ บั ความเสยี หาย ใน ขณะเดยี วกันกท็ ำให้ ผกู้ ระทำความผดิ ไดร้ ับประโยชน์ เชน่ การลกั ทรพั ย์อุปกรณ์คอมพวิ เตอร์ เปน็ ต้น 1.2 การกระทำใด ๆ ท่ีเป็นความปิดทางอาญา ซง่ึ จะต้องใช้ความรู้เก่ียวกบั คอมพิวเตอร์ในการกระทำ ความผิดน้ัน เช่น การบิดเบือนข้อมูล (Extortion) การเผยแพร่รูปอนาจารผู้เยาว์ (child pornography) การฟอก เงิน (money laundering) การฉ้อโกง (fraud) การถอดรหัสโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยไม่ได้รับอนุญาต เผยแพร่ ให้ ผู้อื่นดาวน์โหลด เรียกว่า การโจรกรรมโปรแกรม (software Pirating) หรือการขโมยความลับทางการค้าของ บริษัท (corporate espionage) เปน็ ต้น 2. วธิ ีคกุ คามทางออนไลน์ 2.1 การคุกคามโดยใช้หลักจิตวิทยา เป็นการคุกคามที่ใช้การหลอกลวงเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องการโดยไม่ ต้องใช้ ความชำนาญด้านไอที เช่น การใช้กลวิธีการต่าง ๆ เพ่ือให้ได้รหัสผ่านหรือส่งข้อมูลที่สำคัญให้ โดยหลอกว่า จะได้รับรางวัลแต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่กำหนด ซ่ึงสิ่งที่เกิดขึ้นอาจป้องกันได้ยากเพราะเกิดจาก ความเชื่อใจ แตป่ อ้ งกนั ได้โดยใหน้ ักเรียนระมดั ระวงั ในการให้ขอ้ มูลสว่ นตวั กบั บุคคลอื่น

2.2 การคุกคามด้วยเนือ้ หาที่ไม่เหมาะสม ขอ้ มูลและเนือ้ หาที่มอี ยใู่ นแหล่งต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตมีเป็น จำนวนมาก เพราะสามารถสร้างและเผยแพร่ได้ง่าย ทำให้ข้อมูลอาจไม่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง และความ เหมาะสม ดังนั้นข้อมูลบางส่วนอาจก่อใหเ้ กิดปัญหากบั นักเรียนได้ 100 แหล่งข้อมูลท่ีมีเน้ือหาไม่เหมาะสม ได้แก่ แหล่งขอ้ มูล ท่ีเกี่ยวข้องกับความรุนแรง การยุยงให้เกิดความ แตกแยก วุ่นวายในสังคม การพนัน ส่ือลามกอนาจาร เน้ือหาท่ี เปน็ การหมน่ิ ประมาท และการกระทำท่ี เกยี่ วข้องกบั สิ่งท่ผี ดิ ต่อกฎหมายและจรยิ ธรรม 2.3 การคุกคามโดยใชโ้ ปรแกรม เป็นการคกุ คามโดยใช้โปรแกรมเปน็ เคร่อื งมือสำหรับก่อปญั หาด้านไอที โปรแกรม ดังกล่าวเรียกว่า มัลแวร์ (malicious software: malware) ซึ่งมีหลายประเภท เช่น ไวรัส คอมพิวเตอร์ (Computer Virus), เวิร์ม (Worm), ม้าโทรจัน (Trojan Horse Virus) สปายแวร์ (Spyware) โปรแกรมโฆษณา ( Advertising Supported Software: Adware) และ โปรแกรมเรียกค่า ไถ่(Ransomware) สามารถ ศึกษาข้อมูล ก า ร คุ ก ค า ม โด ย ใช้ โป ร แ ก ร ม เพ่ิ ม เติ ม ได้ ท่ี วี ดิ ทั ศ น์ “ภั ย คุ ก ค า ม ท า ง ค อ ม พิ ว เต อ ร์ ” (URL: https://www.youtube.com/watch?v=nkRjJMRSWCw) 3. ประเภทของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ปจั จบุ ันอาชญากรรมคอมพวิ เตอรท์ ่ีเกดิ ขึ้นมีหลากหลายรปู แบบ ทม่ี ผี ลกระทบต่อความปลอดภัยของชวี ิต และระบบเศรษฐกจิ ของประเทศ ซ่ึงแบง่ ได้ 9 ประเภท ดงั น้ี 3.1 อาชญากรรมท่ีเป็นการขโมย โดยขโมยจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ( internet service provider) หรือผู้ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต รวมถึงการขโมยข้อมูล ของหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ เพื่อ ใช้ ประโยชน์ในการลักลอบใช้บริการ เช่น การขโมยข้อมลู เกย่ี วกับบัญชีผู้ใช้จากผู้ให้บรกิ ารอินเทอร์เนต็ เพือ่ ใช้ บรกิ าร อนิ เทอร์เน็ตฟรี เปน็ ต้น 3.2 อาชญากรรมที่ใช้การส่ือสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อนำมาใช้ขยายความสามารถในการ กระทำ ความผิดของตน รวมไปถึงการใช้คอมพิวเตอร์ปกปิดหรือกลบเกล่ือนการกระทำของตนไม่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ ด้วยการตงั้ รหัสการสื่อสารข้ึนมาเฉพาะระหวา่ งหมู่อาชญากร ด้วยกันซึ่งผู้อื่นมาสามารถเขา้ ใจได้ เชน่ อาชญากรค้า ยาเสพตดิ ใช้อเี มล์ในการตดิ ต่อสอื่ สารกบั เครือขา่ ยยาเสพติด เปน็ ต้น 3.3 การละเมิดลิขสิทธ์ิและการปลอมแปลง เช่น การปลอมแปลงเช็ค การปลอมแปลงสื่อมัลติมีเดีย รวมถึงการ ปลอมแปลงโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ เปน็ ตน้ 3.4 การใช้คอมพิวเตอร์เผยแพร่ภาพนิ่งหรือภาพเคล่ือนไหว ลามกอนาจาร รวมถึงข้อมูลที่มีผลกระทบทางลบต่อ วัฒนธรรมของแต่ละสังคม ตลอดจนข้อมูลท่ีไม่สมควรเผยแพร่ เช่น วิธีการก่ออาชญากรรม สูตรการผลิต ระเบิด เป็นตน้ 3.5 การฟอกเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และการสื่อสารเป็นเครื่องมือ ทำให้สามารถ เปล่ียนทรัพย์สิน ที่ได้จากการประกอบอาชีพผดิ กฎหมาย เชน่ การค้ายาเสพติด การคา้ อาวุธเถือ่ น ธรุ กิจ สินค้าหนี

ภาษี การเล่นพนัน การละเมิดลิขสิทธ์ิ การปลอมแปลงเงินตรา การล่อลวงสตรีและเด็กไปค้าประเวณี เป็นต้น ให้ มาเป็นทรัพย์สนิ ทีถ่ ูกกฎหมาย 3.6 อันธพาลทางคอมพิวเตอร์และผู้ก่อการร้าย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ต้ังแต่การรบกวนระบบจนกระท่ังการสรา้ งความ เสียหายให้กับระบบโดยการเข้าไปในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แล้วทำลาย ตัดต่อ ดัดแปลงข้อมูลหรือภาพ เพ่ือ รบกวนผู้อื่น ส่ิงที่น่ากลัวท่ีสุด คือ การเข้าไปแทรกแซงทำลาย ระบบเครือข่ายของสาธารณูปโภค เช่น การจ่าย นำ้ การจ่ายไฟ การจราจร เป็นต้น 3.7 การหลอกค้าขายลงทุนผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น การประกาศโฆษณา การชักชวนให้เร่ิมลงทุนแต่ ไมไ่ ดม้ ีกจิ การเหลา่ น้นั จริง เปน็ ตน้ 3.8 การแทรกแซงข้อมูลโดยมิชอบ โดยการนำเอาข้อมูลเหล่าน้ันมาเป็นประโยชน์ต่อตน เช่น การเจาะ ผา่ นระบบอินเทอร์เน็ตเข้าไปแล้วแอบล้วงความลับทางการค้า การดักฟังข้อมูล เพ่ือนำมาเป็นประโยชน์ต่อกิจการ ของตน เป็นตน้ 3.9 การใชเ้ ทคโนโลยคี อมพวิ เตอรด์ ดั แปลงข้อมูลบญั ชีธนาคาร หรอื การโอนเงินจากบัญชหี นึง่ เข้าไปอีก บญั ชหี น่ึง โดยท่ีไม่มีการเปลี่ยนถ่ายทรพั ย์สินกันจรงิ 4. การป้องกันภัยคกุ คาม การปอ้ งกันภัยคุกคามดา้ นเทคโนโลยี เราสามารถทำไดโ้ ดย การตรวจสอบ และยืนยันตวั ตนของตัว ผใู้ ช้งานกอ่ นเรม่ิ ใช้งาน ซึ่งมดี ้วยกัน 3 รูปแบบคือ 4.1 ตรวจสอบจากส่ิงท่ีผู้ใช้รู้ เช่น ชอื่ ผู้ใช้และรหสั ผา่ น (Username & password) วธิ ีนไ้ี ดร้ ับความนิยมสูงสุด 4.2 ตรวจสอบจากส่งิ ท่ผี ู้ใชม้ ีเป็นการตรวจสอบตวั ตนจากอปุ กรณ์ที ่ผู้ใชง้ านต้องมี เชน่ บัตรสมารต์ การด์ 4.3 ตรวจสอบจากส่ิงท่ีเป็นส่วนหน่ึงของผู้ใช้ เป็นการตรวจสอบข้อมูลชีวมาตร เช่น ลายนิ้วมือ ม่าน ตา ใบหน้า เสยี ง 5. การตั้งรหสั ผา่ น รหัสผ่านถือเปน็ สิ่งสำคัญในยุคของเทคโนโลยี การเข้าใช้งานระบบตา่ ง ๆ บนอินเทอร์เนต็ จำเปน็ ต้อง มีชื่อ ผู้ใช้และรหัสผ่านเพื่อเข้าใช้งาน การต้ังรหัสผ่านจำเป็นต้องมีความปลอดภัยกับเจ้าของ เพื่อป้องกัน การรั่วไหล ของข้อมูล หรือ การใช้แอคเคาน์ไปในทางท่ีผิด ดังนั้นในการตั้งรหัสผ่านให้มีความปลอดภัย สามารถ ปฏบิ ัติไดด้ ังนี้ 5.1 บัญชีรายช่ือผู้ใช้แต่ละระบบ ควรใช้รหัสผ่านท่ีแตกต่างกัน โดยเฉพาะบัญชีที่ใช้เข้าถึงข้อมูลที่มีความสำคัญ เช่น รหัสผ่านทใี่ ช้ในการเขา้ ถึงข้อมลู ที่มคี วามสำคัญ เช่น รหสั ผ่านของบตั รเอทีเอ็ม หลายใบใหใ้ ช้รหัสผ่านต่างกนั 5.2 หลีกเล่ียงการใช้รหัสผ่านโดยใช้วัน เดือน ปีเกิด ชื่อผู้ใช้ ชื่อจังหวัด ช่ือตัวละคร ช่ือส่ิงของต่าง ๆ ทเี่ กี่ยวข้องหรอื คำทีม่ อี ย่ใู นพจนานุกรม

ใบความรู้ เรอื่ ง พ.ร.บ. คอมพวิ เตอร์ พ.ศ.2560 สรปุ 13 ขอ้ สาระสำคัญจำง่ายๆ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2560 ถ้ายังจำกันได้ถึงการผลักด้น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ความเห็นชอบเม่ือเดือนธันวาคม เมื่อปี 2559 และได้ประกาศลงราชกิจจา นุเบกษาเมอ่ื วันที่ 24 มกราคม 2560 มผี ลบงั คบั ใชแ้ ลว้ ในวนั ที่ 24 พ.ค.2560 เพ่ือการใช้ออนไลน์อย่างถูกกฎหมาย สำหรับสาระสำคัญท่ีหลายคนควรพึงระวังใน พ.ร.บ. ว่าด้วยกระทำ ความผิดเกีย่ วกับคอมพวิ เตอร์ พ.ศ. 2560 หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบบั 2 มีสาระสำคญั จำง่ายๆ ดังนี้ 1. การฝากรา้ นใน Facebook, IG ถอื เปน็ สแปม ปรบั 200,000 บาท 2. ส่ง SMS โฆษณา โดยไม่รับความยินยอม ให้ผู้รับสามารถปฏิเสธข้อมูลนั้นได้ ไม่เช่นน้ันถือ เป็นสแปม ปรบั 200,000 บาท

3. ส่ง Email ขายของ ถือเป็นสแปม ปรับ 200,000 บาท 4. กด Like ได้ไม่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ยกเว้นการกดไลค์ เป็นเร่ืองเกี่ยวกับสถาบัน เสี่ยงเข้าข่าย ความผดิ มาตรา 112 หรือมคี วามผดิ ร่วม 5. กด Share ถือเป็นการเผยแพร่ หากข้อมูลท่ีแชร์มีผลกระทบต่อผู้อื่น อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพวิ เตอร์ โดยเฉพาะทก่ี ระทบตอ่ บุคคลที่ 3 6. พบข้อมูลผิดกฎหมายอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของเรา แต่ไม่ใช่สิ่งท่ีเจ้าของคอมพิวเตอร์กระทำเอง สามารถแจ้งไปยังหน่วยงานท่ีรับผิดชอบได้ หากแจ้งแล้วลบข้อมูลออกเจ้าของก็จะไม่มีความผิดตามกฎหมาย เช่น ความเห็นในเว็บไซต์ต่าง ๆ รวมไปถึงเฟซบุ๊ก ท่ีให้แสดงความคิดเห็น หากพบว่าการแสดงความเห็นผิดกฎหมาย เมือ่ แจง้ ไปทห่ี น่วยงานที่รับผิดชอบเพือ่ ลบไดท้ นั ที เจา้ ของระบบเว็บไซตจ์ ะไมม่ ีความผดิ 7.สำหรับ แอดมินเพจ ที่เปิดให้มีการแสดงความเห็น เม่ือพบข้อความที่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมือ่ ลบออกจากพืน้ ท่ีที่ตนดูแลแล้ว จะถอื เป็นผพู้ น้ ผิด 8. ไมโ่ พสตส์ ่งิ ลามกอนาจาร ท่ที ำใหเ้ กิดการเผยแพร่สปู่ ระชาชนได้ 9. การโพสต์เกย่ี วกบั เดก็ เยาวชน ต้องปดิ บังใบหนา้ ยกเวน้ เมอ่ื เป็นการเชิดชู ชน่ื ชม อยา่ งให้เกียรติ 10. การให้ข้อมูลเก่ียวกับผ้เู สียชีวิต ต้องไม่ทำให้เกิดความเส่ือมเสยี ช่ือเสยี ง หรือถูกดูหม่นิ เกลยี ดชัง ญาติ สามารถฟอ้ งร้องได้ตามกฎหมาย 11. การโพสต์ด่าว่าผู้อ่ืน มีกฎหมายอาญาอยู่แล้ว ไม่มีข้อมูลจริง หรือถูกตัดต่อ ผู้ถูกกล่าวหา เอาผิดผู้ โพสต์ได้ และมีโทษจำคกุ ไมเ่ กนิ 3 ปี ปรับไม่เกนิ 200,000 บาท 12. ไมท่ ำการละเมิดลิขสิทธผิ์ ู้ใด ไมว่ า่ ข้อความ เพลง รปู ภาพ หรอื วิดีโอ 13. ส่งรูปภาพแชร์ของผู้อ่ืน เช่น สวัสดี อวยพร ไมผ่ ดิ ถ้าไม่เอาภาพไปใชใ้ นเชิงพาณชิ ย์ หารายได้ นี่เป็นเพียงส่วนหน่ึงของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งยังมีอีกหลายประเด็นท่ีส่งผลกระทบ ต่อการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ดังน้ันจึงควรรู้กฎกติกาการใช้งานไว้ก่อน ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เราเสี่ยงต่อการทำ ผิดกฎหมายได้ สามารถคลกิ ดาวน์โหลด และอา่ น พ.ร.บ. ฉบับเต็มได้ ที่น่ี ท่ีมา : https://www.marketingoops.com/news/viral-update/computer-law/ เขียนโดย ฝา่ ยเทคโนโลยีสารสนเทศ บก.อก.บช.ส.

ใบความรู้ เรอ่ื ง การละเมดิ ทรัพยส์ นิ ทางปัญญา การละเมิดลิขสิทธ์ิ หมายถึงการนําผลงานของผู้อื่นมาใช้ เผยแพร่ ดัดแปลง ทําซ้ำ โดยผู้เป็นเจ้าของ ผลงานไม่อนญุ าตหรือไม่ไดร้ บั ทราบ ปกติแลว้ กรรมสิทธิ์ และลิขสิทธิ์ของผสู้ ร้างสรรคโ์ ดยปรยิ าย โดยหลัก ๆ ทรัพย์สินทางปัญญาจะเก่ียวข้องเพียง 3 เร่ือง เท่านั้น ได้แก่ ลิขสิทธ์ิสิทธิบัตร เครื่องหมาย การค้า ส่วนพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแผนผังภูมิวงจรรวม ความลับทางการค้า สิ่งบ่งช้ีภูมิศาสตร์ การ คุ้มครองพันธ์ุพืช จะไม่ได้สอนในวิชากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา แต่มีพระราชบัญญัติการคุ้มครองกฎหมาย ทรพั ยส์ ินทางปญั ญาจะเก่ยี วข้องกบั กฎหมายทรัพยส์ ินทางปัญญาคือ 1. พระราชบัญ ญั ติเครื่องหมายการค้า (Trade Marks) เป็นเร่ืองเก่ียวกับเครื่องหมายการค้า 2. พ ระราช บัญ ญั ติสิท ธิบั ตร (Patent) พ ระราชบัญ ญั ติสิท ธิบัตรของไท ยจะครอบคลุมถึง สิ ท ธิ บั ต ร แ ล ะ ก า ร อ อ ก แ บ บ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ Design) ท า ง WIPO ไ ด้ แ ย ก Design อ อ ก ต่ า ง ห า ก และมีบางประเทศทแี่ ยกกฎหมาย Design ออกตา่ งหากจากสิทธิบัตร แนวคดิ การให้ความคุ้มครองทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา 1. เพอื่ ตอบแทนความคิดสรา้ งสรรค์ของบคุ คล 2. เพื่อส่งเสริมและจูงใจให้สร้างสรรค์ผลงาน 3. เพื่อส่งเสรมิ ให้สง่ เสริมให้มีการเปดิ เผยความร้สู ู่สังคม 4. เพื่อป้องกันการแข่งขันไมเ่ ปน็ ธรรม 5. กระตุน้ การแขง่ ขนั โดยเสรี 6. เพอ่ื คมุ้ ครองผู้บริโภค 7. เพ่อื รกั ษาผลประโยชนท์ างการค้าระหวา่ งประเทศ สทิ ธขิ องเจ้าของทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา ผู้ทรงสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญามีสิทธิท่ีจะหวงกันไม่ให้ผู้อื่นมาใช้ผลงานทางปัญญาที่ตนได้สร้างสรรค์ หรือพฒั นาขนึ้ เรียกว่า สิทธเิ ด็ดขาด หรือ สิทธแิ ตเ่ พยี งผ้เู ดียว (Exclusive rights) มีสิทธจิ าํ หน่ายจา่ ยโอนหรือทาํ ให้เกดิ ภาระติดพันใด ๆ แก่ทรพั ย์สนิ ทางปัญญาของตน มีสิทธิทีจ่ ะฟอ้ งคดแี พ่งหรือระงับการละเมิดและเรียกค่าสนิ ไหมทดแทน มีสทิ ธิในการดาํ เนนิ คดีอาญาตามพระราชบญั ญัตแิ ละประมวลกฎหมายอาญา 1. การกระทาํ อยา่ งใดอย่างหนง่ึ ดงั ตอ่ ไปนี้ 1.1 ทําซำ้ หรือดัดแปลง ซง่ึ งานอนั มีลิขสิทธิ์ 1.2 เผยแพรต่ อ่ สาธารณชน ซึง่ งานอนั มีลิขสทิ ธ์ิ 2. แกง่ านอันมีลขิ สทิ ธ์ิ

3. โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ตามมาตรา 15 (5) ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่20,000 ถึง 200,000 บาท (มาตรา 69) บทลงโทษ มีความผดิ ท้ังทางแพง่ และทางอาญา ผลกระทบของการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา - ทาํ ให้เกิดการฟ้องร้องดําเนินคดเี พ่ือโต้แยง้ สทิ ธิใ์ นความเป็นเจา้ ของทรัพยส์ ินทางปัญญาระหว่างกนั ขน้ึ - ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจการส่งออกไทย ก่อให้เกิดความไม่น่าเชื่อถือแก่นานาชาติ เป็นเหตุให้ผู้ส่งออก ชาวไทยไมส่ ามารถสง่ สินคา้ ไปจาํ หน่ายทต่ี ่างประเทศได้ ทําใหส้ ูญเสียรายได้และลดการขยายตัวของตลาดส่งออก - ถกู กดดันจากต่างประเทศทีเ่ ปน็ เจ้าของทรัพย์สนิ ทางปญั ญา ก่อให้เกดิ ความไมม่ น่ั ใจแก่นกั ลงทุนในการลงทุน ภายในประเทศ - ผู้สร้างสรรค์ขาดแรงจูงใจในการสร้างสรรค์งานใหม่เน่ืองจากการถูกลอกเลียนแบบ ส่งผลให้ขาดการพัฒนา นวตั กรรม ตอ้ งนาํ เขา้ ความรู้และเทคโนโลยีจากตา่ งประเทศ ทําใหก้ ารพฒั นาเศรษฐกจิ เปน็ ไปอย่างลา่ ชา้ วิธีการปอ้ งกนั สทิ ธิในทรัพยส์ นิ ทางปัญญา - หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหม่ันลงสํารวจพ้ืนท่ีเข้าข่ายที่จะมีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และดําเนินการ ปราบปรามการละเมิดหรือการกระทําท่ีผิดกฎหมายเก่ียวกับทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง- จัดมาตรการ คุ้มครองสทิ ธิในทรัพย์สินทางปญั ญา ณ จดุ นําเข้า – ส่งออก ตัวอย่างเช่น สินคา้ ปลอมหรือเลียนเครอ่ื งหมายการค้า หรือ สนิ ค้าที่ทาํ ซำ้ หรือดดั แปลงงานอันมีลิขสทิ ธ์ิ เปน็ ต้น - จัดอบรมให้ความรู้แก่เจ้าพนักงานตํารวจและเจ้าหน้าที่ กรมศุลกากรให้เข้าใจถึงสิทธิในทรัพย์สินทาง ปญั ญา - ประชาสัมพันธ์ให้สาธารณะชนทราบถึงการกระทําท่ีถือเป็นการละเมิดซึ่งสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และโทษที่ได้รับ เช่น จัดพิธีทําลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพ่ือมิให้เกิดการกระทําอันเป็น เยยี่ งอย่าง เป็นตน้ - รณรงคใ์ ห้ประชาชนไมส่ นับสนนุ สินค้าหรอื ผลิตภัณฑ์ที่เกดิ จากการละเมดิ ทรัพยส์ ินทางปญั ญา

แบบทดสอบหลงั เรียน คำชีแ้ จง ให้ผเู้ รียนเลอื กคำตอบทถ่ี ูกทสี่ ดุ เพียงขอ้ เดยี วแลว้ ทำเครื่องหมาย x ลงใน กระดาษคำตอบ 1. ขอ้ ใดคือความหมายของอาชญากรรมออนไลน์ ก.การกระทำผดิ ทางอาญาในระบบคอมพวิ เตอร์ ข.การกระทำผดิ ทางอาญา ค.การนำผลงานของผู้อนื่ มาใช้ เผยแพร่ ดัดแปลง ทำซำ้ โดยผ้เู ปน็ เจา้ ของผลงานไม่อนุญาต ง. การละเมิดผลงานทรัพยส์ นิ ทางปญั ญา 2. อาชญากรรมออนไลน์ มีก่ีประเภท ก. 2 ประเภท ข. 4 ประเภท ค. 6 ประเภท ง. 8 ประเภท 3. พรบ.ว่าดว้ ยการกระทำความผิดเกย่ี วกับคอมพิวเตอร์ ฉบับท่ี 2 พ.ศ.2560 ใหไ้ ว้ ณ วันที่เทา่ ไร่ ก. วนั ที่24 มกราคม 2560 ข. วนั ท2ี่ 4 มกราคม 2560 ค. วันท2ี่ 5 มกราคม 2560 ง. วันที2่ 6 มกราคม 2560 4. พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผดิ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฉบบั ที่ 2 พ.ศ.2560 บงั คับใช้เมื่อพน้ กำหนดก่วี ัน ก. 60วนั ข. 120 วนั ค. 180 วัน ง. 200วัน 5. ผู้ท่ีกระทำผิดกฎหมายโดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์พวกใด คือผู้ที่มีความรู้และทักษะทางคอมพิวเตอร์เป็น อยา่ งดี ก. Darnged Person ข. Com Artist ค. Cracker ง. Dreamer 6. ข้อใดจัดเปน็ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ก. แตงกวาฟังเพลงจากคลื่น FM 95 ข. ใบเตย ชมภาพยนตรเ์ รอื่ ง เฮนร่ี พอรต์ เตอร์ ในโรงภาพยนตร์ ค. แสนดี ซือ้ หนังสอื ค่มู ือเตรียมสอบจากร้านดวงกมล ง. ขา้ วฟ่าง ดาวน์โหลดภาพยนตรจ์ ากอนิ เตอรเ์ นต็

7. “เทปผี ซดี ีเถือ่ น” เปน็ การละเมดิ ทรัพยส์ นิ ทางปัญญาประเภทใด ก. เครอื่ งหมายการค้า ข. สิทธบิ ตั ร ค. อนุสิทธิบตั ร ง. ลิขสิทธ์ิ 8. การย่ืนจดลขิ สทิ ธอิ์ อนไลน์สามารถดำเนินการได้ท่เี ว็บไซตใ์ ด ก.https://www.ipthailand.go.th ข.https://www.treasury.go.th ค.http://www.cgd.go.th ง.https://www.dopa.go.th 9. Cyber Bully คอื อะไร ก.การกลัน่ แกลง้ การให้ร้าย การด่าว่า การข่มเหง หรอื การรังแกผูอ้ ่นื ทางสื่อสงั คมต่าง ๆ ข. การกระทำตามรอยคนอนื่ ในเมอื่ คนๆ น้นั ไม่อยู่ โดยใหอ้ ีกฝา่ ยเขา้ ใจผิดวา่ เปน็ คนๆ น้ัน. ค.การคัดลอกผลงาน หรือขโมยผลงาน/ความคดิ ของคนอื่นโดยไม่มกี ารอา้ งอิงที่ถูกตอ้ ง ง.การกระทำใสค่ วามผู้อ่ืนต่อบุคคลท่สี าม โดยประการทีน่ ่าจะทำให้ผู้อ่ืนน้ันเสยี ชอ่ื เสยี ง ถกู ดูหมน่ิ หรอื ถกู เกลียดชงั 10. ผ้ทู กี่ ระทำความผดิ คุกคามทางเพศออนไลนจ์ ะได้รบั โทษตามข้อใด(Cyber Sexual Harassment ) ก. ตอ้ งรับโทษจำคกุ ไมเ่ กนิ 1 ปี ปรับไม่เกนิ 10,000 บาท หรือทัง้ จำทั้งปรบั ข. ตอ้ งรับโทษจำคุกไมเ่ กนิ 2 ปี ปรับไมเ่ กิน 20,000 บาท หรอื ทงั้ จำทั้งปรับ ค. ต้องรบั โทษจำคุกไม่เกนิ 3 ปี ปรับไมเ่ กนิ 30,000 บาท หรือทง้ั จำทั้งปรับ ง. ต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไมเ่ กนิ 100,000 บาท หรอื ท้ังจำท้ังปรับ เฉลย 1.ก 2.ง 3.ก 4.ค 5.ค 6.ง 7.ง 8.ก 9.ก 10.ง

แบบทดสอบ ครั้งท่ี 9 1. ข้อใดคอื ความหมายของอาชญากรรมออนไลน์ ก.การกระทำผิดทางอาญาในระบบคอมพิวเตอร์ ข.การกระทำผดิ ทางอาญา ค.การนำผลงานของผู้อ่นื มาใช้ เผยแพร่ ดัดแปลง ทำซ้ำ โดยผเู้ ป็นเจา้ ของผลงานไม่อนุญาต ง. การละเมดิ ผลงานทรัพย์สนิ ทางปญั ญา 2. อาชญากรรมออนไลน์ มกี ี่ประเภท ก. 2 ประเภท ข. 4 ประเภท ค. 6 ประเภท ง. 8 ประเภท 3. พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผดิ เก่ียวกับคอมพวิ เตอร์ ฉบับท่ี 2 พ.ศ.2560 ใหไ้ ว้ ณ วันท่ีเทา่ ไร่ ก. วันที่24 มกราคม 2560 ข. วนั ท2่ี 4 มกราคม 2560 ค. วันท่ี25 มกราคม 2560 ง. วันที2่ 6 มกราคม 2560 4. พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผดิ เก่ยี วกับคอมพวิ เตอร์ ฉบบั ท่ี 2 พ.ศ.2560 บงั คบั ใชเ้ มอ่ื พ้นกำหนดกีว่ นั ก. 60วัน ข. 120 วัน ค. 180 วนั ง. 200วัน 5. ผู้ที่กระทำผิดกฎหมายโดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์พวกใด คือผู้ที่มีความรู้และทักษะทางคอมพิวเตอร์เป็น อย่างดี ก. Darnged Person ข. Com Artist ค. Cracker ง. Dreamer 6. ข้อใดจดั เป็น การละเมิดทรัพย์สนิ ทางปัญญา ก. แตงกวาฟังเพลงจากคลืน่ FM 95 ข. ใบเตย ชมภาพยนตร์เร่ือง เฮนรี่ พอร์ตเตอร์ ในโรงภาพยนตร์ ค. แสนดี ซ้ือหนังสือค่มู ือเตรียมสอบจากร้านดวงกมล ง. ข้าวฟา่ ง ดาวน์โหลดภาพยนตรจ์ ากอินเตอรเ์ น็ต

7. “เทปผี ซดี ีเถือ่ น” เปน็ การละเมดิ ทรัพยส์ นิ ทางปัญญาประเภทใด ก. เครอื่ งหมายการค้า ข. สิทธบิ ตั ร ค. อนุสิทธิบตั ร ง. ลิขสิทธ์ิ 8. การย่ืนจดลขิ สทิ ธอิ์ อนไลน์สามารถดำเนินการได้ท่เี ว็บไซตใ์ ด ก.https://www.ipthailand.go.th ข.https://www.treasury.go.th ค.http://www.cgd.go.th ง.https://www.dopa.go.th 9. Cyber Bully คอื อะไร ก.การกลัน่ แกลง้ การให้ร้าย การด่าว่า การข่มเหง หรอื การรังแกผูอ้ ่นื ทางสื่อสงั คมต่าง ๆ ข. การกระทำตามรอยคนอนื่ ในเมอื่ คนๆ น้นั ไม่อยู่ โดยใหอ้ ีกฝา่ ยเขา้ ใจผิดวา่ เปน็ คนๆ น้ัน. ค.การคัดลอกผลงาน หรือขโมยผลงาน/ความคดิ ของคนอื่นโดยไม่มกี ารอา้ งอิงที่ถูกตอ้ ง ง.การกระทำใสค่ วามผู้อ่ืนต่อบุคคลท่สี าม โดยประการทีน่ ่าจะทำให้ผู้อ่ืนน้ันเสยี ชอ่ื เสยี ง ถกู ดูหมน่ิ หรอื ถกู เกลียดชงั 10. ผ้ทู กี่ ระทำความผดิ คุกคามทางเพศออนไลนจ์ ะได้รบั โทษตามข้อใด(Cyber Sexual Harassment ) ก. ตอ้ งรับโทษจำคกุ ไมเ่ กนิ 1 ปี ปรับไม่เกนิ 10,000 บาท หรือทัง้ จำทั้งปรบั ข. ตอ้ งรับโทษจำคุกไมเ่ กนิ 2 ปี ปรับไมเ่ กิน 20,000 บาท หรอื ทงั้ จำท้ังปรับ ค. ต้องรบั โทษจำคุกไม่เกนิ 3 ปี ปรับไมเ่ กนิ 30,000 บาท หรือทง้ั จำท้ังปรับ ง. ต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไมเ่ กนิ 100,000 บาท หรอื ท้ังจำท้ังปรับ เฉลย 1.ก 2.ง 3.ก 4.ค 5.ค 6.ง 7.ง 8.ก 9.ก 10.ง

ใบความรู้ เรือ่ ง การป้องกนั ตนเองจากอาชญากรรมบนโลกออนไลน์ การป้องกนั อาชญากรรมคอมพวิ เตอร์ การป้องกันอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ (Preventing computer crime) จากการเรียนรู้เทคนิคการเจาะ ข้อมูลของนักก่อกวนคอมพิวเตอร์ (Hacker) ท้ังหลาย องค์กรต่างๆ สามารถหาวิธีที่เหมาะสมเป็นการป้องกัน อาชญากรรมทางคอมพวิ เตอร์ได้ 1. การว่าจ้างอย่างรอบคอบและระมัดระวัง (Hirecarefully) ดังที่ได้เคยกล่าวไว้แล้วว่าปัญหา อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มาจากพนกั งานภายในองค์กร ดังน้ันในกระบวนการจา้ งคนเข้าทำงานต้องดูคน ทีซ่ ่ือสตั ย์สุจริต มีความรับผดิ ชอบ เป็นการยากท่ีจะสรรหาคนดังกล่าว แต่เราสามารถสอบถามดูข้อมูลอ้างองิ เก่าๆ ของเขาได้ หรือดูนิสัยส่วนตัวว่าดื่มสุรา สูบบุหร่ี และเล่นการพนันหรือไม่ ส่ิงเหล่านี้ประกอบกันเข้าจะเป็นสิ่งบ่งชี้ นสิ ัยของคนได้ 2. ระวังพวกที่ไม่พอใจ (Beware of malcontents) ปัญหาหลักในการป้องกันอาชญากรคอมพิวเตอร์ก็ คือพนักงานในองค์กรนั้นเอง พนักงานเหล่านั้นมีความรู้และความเชียวชาญในระบบคอมพิวเตอร์แต่ไม่พอใจการ บริหารงานของผู้บังคับบัญชาเนื่องจากไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งหน้าท่ี บางคร้ังถูกให้ออกจากงาน และเกิด ความแค้นเคอื ง ทำให้มกี ารขโมย การทำลาย หรอื การเปล่ยี นแปลงข้อมลู ท่สี ำคญั ภายในองคก์ ร 3. การแยกหน้าท่ีรับผิดชอบของพนักงาน (Separate employee function) ในกลุ่มคนท่ีทำงานร่วมกัน เรากำหนดและบ่งบอกว่าใครคนใดคนหนง่ึ เป็นอาชญากรทางคอมพิวเตอร์น้นั คงยาก มีวิธีการใดบา้ งที่จะแกป้ ัญหา ถ้าหากมีคนไม่ดีซ่ึงประสงค์ร้ายต่อข้อมูลขององค์กร ได้มีหลายบริษัททีเดียวที่พยายามจัดรูปแบบการทำงานของ พนักงานที่คาดว่าน่าจะล่อแหล่มต่อการก่ออาชญากรรมข้อมูล เป็นต้นว่า คนท่มี ีหน้าท่ีจ่ายเช็ค (Check) ในองค์กร ก็ไม่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าท่ีปรับข้อมูลเก่ียวกับอัตราเงินเดือน หรือแม้แต่ในบางธนาคารก็จะกันพื้นที่จำเพาะ บางส่วนในเช็คไว้ใหเ้ ป็นพื้นที่สำหรบั เจ้าของเช็คไดท้ ำการเซ็นชื่อ 4. การจำกัดการใช้งานในระบบ (Restrict system use) คนในองค์กรน่าท่ีจะมีสิทธิในการใช้ทรัพยากร ขอ้ มูลเท่าที่เหมาะสมกับหน้าที่งานของเขาเท่านั้น แต่ก็ยากท่ีจะบ่งชี้ชัดแบบน้ี องค์กรเองต้องหาขั้นตอนวิธีใหม่ใน การควบคุมข้อมูลทสี่ ำคัญขององค์การ เราอาจจะไมอ่ นุญาตให้พนักงานมีการดึงหรือเรียกใช้ข้อมูลเกินลักษณะงาน ทีเ่ ขาควรจะเรียนรู้ โดยซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สามารถควบคุมการใช้ข้อมลู ดังกล่าวได้ ย่ิงกว่าน้นั เราควร กำหนดข้ันตอนการทำงานและลักษณะการใช้งานของข้อมูลไว้ด้วย ซึ่งต้องข้ึนอยู่กับชนิดของข้อมูล และ ลกั ษณะเฉพาะขององค์กรนัน้ ๆ เองดว้ ย 5. การป้องกันทรัพยากรข้อมูลด้วยรหัสผ่านหรือการตรวจสอบการมีสิทธิใช้งานของผู้ใช้ (Protect resources with passwords or other user authorization cheeks a password) รหสั ผ่าน (Password) เป็น กลุ่มข้อมูลที่ประกอบไปด้วยตัวอักษร ตัวเลข หรือสัญลักษณ์อื่นๆ ที่ประกอบกันเข้า และใช้สำหรับป้อยเข้าใน ระบบคอมพิวเตอร์ เพ่อื เราสามารถท่ีจะใช้งานซอฟต์แวรแ์ ละฮาร์ดแวร์ได้อย่างถูกตอ้ ง และจำกัดอยเู่ ฉพาะกลมุ่ คน

ท่ีมีรหัสผ่านเท่านั้น เช่น การใช้งานคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ (Mainframe) และการใช้งานระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์น้ันจำเป็นต้องใช้รหัสผ่าน เพราะระบบดังกล่าวออกแบบมาสำหรับผู้ใช้หลายๆ คน และใช้ในเวลา เดียวกันได้ด้วยอย่างไรก็ตามรหัสผ่านต้องได้รับการเปล่ียนอยู่เรื่อยๆ ในช่วงเวลากำหนด ท้ังน้ีเพ่ือป้องกันและลด การลว่ งรูไ้ ปถึงผ้อู ื่นใหน้ อ้ ยท่สี ุด 6. การเข้ารหัสข้อมูลโปรแกรม (Encrypt data and programs) การเข้ารหัสข้อมูลเป้นกระบวนในการ ซ้อนหรือเปล่ียนรูปข้อมูลและโปรแกรมให้อยู่ในรูปของรหัสชนิดใดชนิดหน่ึง เพ่ือไม่ให้คนอื่นทราบว่าข้อมลู จริงคือ อะไร ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญขององค์กรจำเป็นต้องเข้ารหัสก่อนการส่งไปยังผู้รับซึ่งอาจจะจัดหาโปรแกรมการ เข้ารหัสท่ีมีอยู่ในปัจจุบันหรือจะพัฒนาขึ้นมาใหม่เองก็ได้ ในปี ค.ศ 1988 วิธีการเข้ารหสั ข้อมูลได้รับการพัฒนาขึ้น จากสำนักกำหนดมาตรฐานในสหรัฐอเมริกา และธนาคารก็ได้ใช้ในการทำธุรกิจของตนเอง และการติดต่อกับ กรมธนารักษด์ ว้ ย 7. การเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของระบบข้อมูล (Monitor system transactions) ในการเฝ้าดูการ เคล่ือนไหวของระบบข้อมูลเคลื่อนไหว หรือระบบจัดทำรายการต่างๆ น้ันจะมีโปรแกรมช่วยงานด้านน้ีโดยเฉพาะ โดยโปรแกรมจะคอยบันทึกวา่ มีใครเข้ามาใช้ระบบบา้ ง เวลาเท่าใด ณ ท่ีแห่งใดของข้อมลู และวกลับออกไปเวลาใด แฟ้มข้อมลู ใดท่ดี ึงไปใช้ปรบั ปรุงขอ้ มูล เป็นต้นวา่ ลบ เพ่ิม เปลี่ยนแปลงอนื่ ๆ นั้นทำที่ขอ้ มูลชุดใด 8. การตรวจสอบระบบอย่างสม่ำเสมอ (Conduct frequent audit) อาชญากรคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะ ถูกเปิดเผยและถูกจับได้โดยความบังเอิญ บางครั้งก็ใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะจับได้ ในกรณีตัวอย่างของนาย M. Buss และ Lynn salerno ไดใ้ ชค้ อมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในการลักลอบดึงข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิตจากสำนักงาน เครดิตและใช้บัตรดังกล่าวซ้ือสินค้าคิดเป็นค่าใช้จ่ายจำนวน 50,000 เหรียญสหรัฐฯ และในที่สุดถูกจับได้เม่ือบุรุษ ไปรษณยี ์ เกดิ ความสงสยั ว่าทำไมถงึ มีจดหมายและพัสดตุ ่างๆ 9. การให้ความรู้ผู้ร่วมงานในเรื่องระบบความปลอดภัยของข้อมูล (Educate people in security measures) พนักงานทุกคนควรต้องรู้ระบบความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กรเป็นอย่างดี ในกรณีตัวอย่างของ พนักงานไม่พอใจผู้บริหารอาจเนื่องมาจากการที่ไม่ได้รับเล่ือนตำแหน่งหน้าที่ หรือเร่ืองอ่ืนๆ พนักงานในลักษณะน้ี มีแนวโนม้ ท่ีจะคุกคามระบบความปลอดภัยข้อมูลขององค์กร โดยพยายามท่ีเข้าไปดูข้อมูลที่สำคัญขององคก์ ร และ สอบถามข้อมูลท่ีสำคัญที่เก่ียวข้องกับระบบความปลอดภัยซึ่งไม่ใช่ภารกิจหรือหน้าท่ีของพนักงานคนดังกล่าวที่ จะต้องทำเช่นนั้น

แบบทดสอบ คร้งั ที่ 10 1.อาชญากรรมคอมพิวเตอรท์ ่ีเป็นการขโมยข้อมลู มลี กั ษณะอยา่ งไร ก. ขโมยขอ้ มลู จากร้านสะดวกซื้อ ข. ขโมยขอ้ มูลจากห้างสรรพสนิ ค้า ค. ขโมยข้อมูลจากธนาคาร ง. ขโมยขอ้ มูลจากผ้ใู ช้งานอนิ เทอรเ์ น็ต 2.การกระทำใดเปน็ การใช้อนิ เทอรเ์ น็ตได้อย่างเหมาะสม ก. ไมค่ วรใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตทุกวนั ข. ใช้อินเทอร์เนต็ เพื่อความบันเทงิ เทา่ นนั้ ค. ใช้อนิ เทอร์เน็ตเพ่ือผลประโยชน์ทางธุรกิจเทา่ น้ัน ง. ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อทำร้ายผู้อน่ื 3.ส่งิ ทอ่ี าจจะก่อให้เกดิ เสียหายต่อคุณสมบตั ิของขอ้ มลู ด้านใดด้านหนึ่งหรอื มากกว่าหนึ่งด้าน คอื ข้อใด ก. ภยั ธรรมชาติ ข. ภัยพบิ ัติ ค. ภัยคกุ คาม ง. อทุ กภัย 4.หากต้องการใชค้ อมพิวเตอร์ในการเผยแพร่ภาพ ส่ิงใดท่ีนักเรียนไม่ควรกระทำ ก. เผยแพร่ภาพลามกอนาจาร ข. เผยแพรภ่ าพกีฬาสี ค. เผยแพรภ่ าพไปเที่ยวลงใน Facebook ง. เผยแพรภ่ าพอาหารท่ีกำลังรับประทาน 5.ขอ้ ใดไมใ่ ช่ความหมายของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ก. การกระทำใด ๆ ทีเ่ กีย่ วข้องกับคอมพิวเตอร์และเปน็ ความผดิ ทางอาญา ข. การกระทำใด ๆ ที่เก่ยี วข้องกับคอมพวิ เตอร์ ซ่ึงทำให้ผู้อ่ืนไดร้ บั ความเสยี หาย ค. การกระทำใด ๆ ทเ่ี ปน็ ความผิดทางอาญา ง. การกระทำใด ๆ ทีเ่ กี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำใหผ้ ู้กระทำผิดไดร้ บั ผลประโยชน์

6.นักเรียนมบี ทบาทอยา่ งไรในการมีสว่ นร่วมท่ีจะส่งเสริมใหค้ นทวั่ ไปใช้อินเทอรเ์ นต็ อย่างมมี ารยาท ก. ใชค้ อมพิวเตอร์ทำรา้ ย หรือละเมดิ ผู้อนื่ ข. ปฏบิ ัตติ นเปน็ ตัวอยา่ งที่ดี เคารพกฎระเบยี บ ค. สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มขอ้ มูลของผู้อนื่ ง. ใช้คอมพิวเตอร์รบกวนการทำงานของผู้อนื่ 7.ข้อใดไมใ่ ชล่ ักษณะของการก่ออาชญากรรมคอมพวิ เตอร์ ก. การเจาะเขา้ ไปในระบบรักษาความปลอดภยั ส่วนบคุ คล ข. การเจาะเข้าไปในระบบรักษาความปลอดภัยส่วนทเี่ ปน็ ระบบปฏิบัตกิ าร ค. การเจาะเข้าไปในระบบสื่อสารและรักษาความปลอดภยั ของซอฟตแ์ วรข์ ้อมูล ง. การเจาะเขา้ ไปในระบบรักษาความปลอดภัยของเวบ็ สาธารณะ 8.การนำข้อมูลของผ้อู ่นื มาเป็นประโยชน์ต่อตนเอง จดั เป็นอาชญากรรมคอมพวิ เตอรป์ ระเภทใด ก. การแทรกแซงขอ้ มูลโดยมิชอบ ข. การละเมดิ ลิขสิทธ์แิ ละปลอมแปลง ค. อนั ธพาลทางคอมพิวเตอรแ์ ละผ้กู ่อการร้าย ง. การใช้เทคโนโลยคี อมพวิ เตอร์ดดั แปลงข้อมลู 9.บุคคลใดปฏิบัติตามมารยาทในการใช้อินเทอร์เนต็ ก. กา้ นเขา้ ไปซื้อเสือ้ ผ้าลอกเลียนแบบในเว็บไซต์ขายเส้อื ผ้า ข. ไก่พบบคุ คลน่าสงสยั ในหอ้ งคอมพวิ เตอรข์ องโรงเรียน จึงนำเร่อื งไปแจ้งให้ครูผู้ดูแลทราบ ค. ก้อยคัดลอกภาพอาหารของผู้อื่นเพ่ือนำมาทำเป็นเมนูอาหารของรา้ น ง. กุ๊กพมิ พ์ไลน์ต่อว่าเพ่ือนดว้ ยถ้อยคำท่ีรนุ แรง เนื่องจากเพ่ือผิดนัดตน 10.จากบทความตอ่ ไปนี้ “เป็ดต้องการซ้ือรองเท้าคู่ใหม่แตม่ เี งินไมพ่ อ ซันจงึ ชกั ชวนเปด็ เขา้ ไปเล่นพนันฟตุ บอลในเว็บไซตห์ นึ่ง ต่อมาเป็ด เลน่ พนนั ชนะ จงึ นำเงนิ ไปซ้ือรองเทา้ คใู่ หม่” การกระทำของเป็ดเป็นอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ประเภทใด ก. การใช้คอมพวิ เตอรเ์ ผยแพรภ่ าพ ข. การฟอกเงนิ ทางอิเลก็ ทรอนิกส์ ค. การละเมิดลิขสทิ ธิแ์ ละการปลอมแปลง ง. อาชญากรรมท่ีใช้การสื่อสารผ่านเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์

เฉลย คร้งั ท่ี 10 1. ขโมยขอ้ มูลจากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 2.ง. ไมใ่ ช้อนิ เทอร์เน็ตเพอื่ ทำรา้ ยผู้อื่น 3.ค ภัยคุกคาม 4. ก.เผยแพรภ่ าพลามกอนาจาร 5. ค.การกระทำใด ๆ ท่ีเปน็ ความผดิ ทางอาญา 6. ข. ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ตวั อย่างท่ีดี เคารพกฎระเบียบ 7.ง. การเจาะเขา้ ไปในระบบรักษาความปลอดภยั ของเวบ็ สาธารณะ 8.ก. การแทรกแซงข้อมูลโดยมิชอบ 9.ข. ไกพ่ บบุคคลน่าสงสยั ในห้องคอมพวิ เตอร์ของโรงเรียน จึงนำเรื่องไปแจง้ ให้ครผู ดู้ แู ลทราบ 10.ข การฟอกเงินทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

ใบความรู้ คร้งั ท่ี 11 เรือ่ ง ภมู ศิ าสตร์ทางกายภาพ ประเทศไทย มชี อ่ื อย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรไทย เป็นรัฐชาติอนั ต้ังอยู่ในภมู ิภาคเอเชยี ตะวนั ออก เฉียงใต้ เดมิ มีชือ่ วา่ \"สยาม\" รัฐบาลประกาศเปลย่ี นช่ือเปน็ ประเทศไทยอย่างเปน็ ทางการตั้งแตป่ ี 2482 ประเทศ ไทยมีขนาดใหญเ่ ปน็ อนั ดับที่ 50 ของโลก มเี นอ้ื ที่ 513,120 ตารางกิโลเมตร[10] และมีประชากรมากเปน็ อันดบั ท่ี 20 ของโลก คือ ประมาณ 70 ล้านคน มอี าณาเขตติดต่อกบั ประเทศพมา่ ทางทิศเหนือและตะวันตก ประเทศลาว ทางทิศเหนือและตะวนั ออก ประเทศกัมพูชาทางทิศตะวันออก และประเทศมาเลเซยี ทางทศิ ใต้ กรงุ เทพมหานคร เป็นศูนย์กลางการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ และนครใหญส่ ดุ ของประเทศ และการปกครองสว่ นภมู ิภาค จัดระเบียบ เป็น 76 จังหวัด[11] แมจ้ ะมีการสถาปนาระบอบราชาธิปไตยภายใตร้ ฐั ธรรมนูญและประชาธิปไตยระบบรฐั สภา ในปี 2475 แต่กองทัพยังมีบทบาทในการเมืองไทยสงู โดยมีรฐั ประหารครัง้ ล่าสุดในปี 2557 พบหลกั ฐานการอยู่อาศยั อยา่ งตอ่ เนื่องในอาณาเขตประเทศไทยปัจจบุ ันตั้งแต่ 20,000 ปีกอ่ นครสิ ตกาล ชาวไทเรม่ิ อพยพเขา้ สูบ่ รเิ วณน้ใี นครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 11 แลว้ เข้ามาตั้งแว่นแคว้นตา่ ง ๆ ท่ีสำคญั ได้แก่ อาณาจักร สุโขทัย อาณาจักรลา้ นนาและอาณาจักรอยธุ ยา นักประวัตศิ าสตร์มักถือวา่ อาณาจักรสโุ ขทัยเปน็ จุดเรม่ิ ต้นของ ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย ต่อมาอาณาจักรอยุธยาค่อย ๆ เรืองอำนาจมากขน้ึ จนเป็นมหาอำนาจในภมู ภิ าคในปลาย คริสตศ์ ตวรรษท่ี 14 แทนจกั รวรรดิเขมร อาณาจักรอยธุ ยาสามารถผนวกสุโขทัยเขา้ เป็นสว่ นหนง่ึ ของตนได้ การ ตดิ ต่อกับชาติตะวนั ตกเริ่มด้วยผแู้ ทนทางทูตชาวโปรตุเกสในปี 2054 การสงครามกบั พม่านำไปสู่การเสยี กรุงในปี 2112 แตส่ มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ทรงประกาศอิสรภาพในเวลา 15 ปี อาณาจกั รรุ่งเรอื งอย่างมากในรัชกาล สมเด็จพระนารายณม์ หาราช แต่หลงั จากนน้ั ค่อย ๆ เส่ือมอำนาจโดยมีสาเหตุสว่ นหน่ึงจากการผลดั แผ่นดินท่ีมกี าร นองเลอื ดหลายรัชกาล จนสดุ ทา้ ยกรงุ ศรีอยธุ ยาถูกทำลายส้ินเชิงในปี 2310 สมเด็จพระเจา้ กรงุ ธนบรุ ี ทรงรวบรวม แผน่ ดนิ ท่แี ตกออกเปน็ กก๊ ต่าง ๆ และสถาปนาอาณาจักรธนบุรีทม่ี ีอายุ 15 ปี ความวุน่ วายในช่วงปลายอาณาจักร นำไปสู่การสำเรจ็ โทษพระองค์โดยพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมราชวงศจ์ กั รีแหง่ กรงุ รัตนโกสนิ ทร์ ชว่ งต้นกรงุ รตั นโกสินทร์ อาณาจักรสามารถรับมือกับภัยคุกคามจากชาติใกล้เคียง แตห่ ลงั รชั กาลพระบาท สมเด็จพระจอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั เปน็ ตน้ มา ชาติตะวันตกเรม่ิ มีอิทธิพลในภูมิภาคเปน็ อยา่ งมาก นำไปสู่การเขา้ เปน็ ภาคแี ห่งสนธิสญั ญาไมเ่ ปน็ ธรรมหลายฉบบั เริ่มจากสนธสิ ัญญาเบาว์ริง กระน้นั สยามไม่ตกเปน็ อาณานคิ มของ ตะวันตกชาตใิ ด มีการปรบั ให้สยามทันสมยั และรวมอำนาจปกครองในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว สยามเขา้ ร่วมกับฝ่ายสัมพนั ธมิตรในสงครามโลกครั้งท่หี นึง่ ในปี 2460 ในปี 2475 เกิดการปฏวิ ตั ิ เปล่ยี นแปลงการปกครองสู่ระบอบราชาธปิ ไตยภายใตร้ ฐั ธรรมนูญโดยไมเ่ สยี เลือดเนอ้ื คณะราษฎรมบี ทบาทนำ

ทางการเมือง และในพุทธทศวรรษ 2480 นายกรัฐมนตรี จอมพล แปลก พบิ ูลสงคราม ดำเนนิ นโยบายชาตินิยม เขม้ ข้น ระหวา่ งสงครามโลกครัง้ ที่สอง ไทยเข้ากับฝา่ ยอักษะ แต่ฝา่ ยสัมพันธมิตรสว่ นใหญ่ไมย่ อมรบั การประกาศ สงคราม[12] ในช่วงสงครามเย็น ประเทศไทยเป็นพนั ธมติ รกับสหรฐั ซ่ึงสนบั สนนุ รัฐบาลทหาร รฐั ประหารทีม่ จี อมพล สฤษดิ์ ธนะรชั ต์เป็นหัวหน้าคณะในปี 2500 นำประเทศเขา้ สยู่ คุ เผดจ็ การทหารอยา่ งเบ็ดเสรจ็ รัฐบาลฟื้นฟพู ระราช อำนาจและดำเนนิ นโยบายต่อตา้ นคอมมิวนิสตใ์ นภูมภิ าค ผลของเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ทำให้เกดิ ประชาธิปไตย ระบบรฐั สภาช่วงส้นั ๆ[13] แตห่ ลงั จากเหตกุ ารณ์ 6 ตลุ า และรฐั ประหารปี 2519 ทำใหป้ ระเทศไทยกลบั เข้าสเู่ ผด็จ การทหารและ \"ประชาธิปไตยคร่งึ ใบ\" ประเทศไทยมนี ายกรัฐมนตรีจากการเลือกต้ังครงั้ แรกในปี 2531[14] หลัง พุทธทศวรรษ 2540 มวี ิกฤตการเมืองระหวา่ งฝ่ายท่สี นับสนุนและต่อตา้ นอดีตนายกรฐั มนตรีทกั ษิณ ชนิ วัตรมาจน ปจั จุบนั รวมท้ังเกดิ รัฐประหารสองครัง้ โดยครงั้ ล่าสุดเกิดในปี 2557 รัฐธรรมนูญฉบบั ปัจจบุ นั เป็นฉบบั ท่ี 20 ประกาศใช้เม่ือวนั ท่ี 6 เมษายน 2560 ประเทศไทยเป็นสมาชกิ สหประชาชาติ เอเปก และเป็นผรู้ ่วมก่อตั้งอาเซียน ประเทศไทยเป็นพันธมิตรของ สหรัฐต้ังแตส่ นธิสญั ญาซโี ต้ในปี 2497 ถือเป็นประเทศอำนาจนำภมู ิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้และประเทศ อำนาจปานกลางในเวทโี ลก[15]:104 ประเทศไทยเป็นประเทศท่มี ีรายไดป้ านกลาง-สงู และประเทศอุตสาหกรรม ใหม่ มรี ายไดห้ ลักจากภาคอตุ สาหกรรมและบริการ การเปลย่ี นแปลงทางเศรษฐกจิ ทำใหม้ ีการอพยพเขา้ สู่เมอื งใน คริสต์ศตวรรษท่ี 20 ตามประมาณการในปี 2562 จีดพี ีของประเทศไทยมมี ลู คา่ ราว 516,662 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ นับวา่ เศรษฐกิจไทยเป็นเศรษฐกิจใหญ่สดุ เป็นอนั ดับ 2 ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้และใหญ่เป็นอนั ดับที่ 25 ของโลก อาณาเขต รวมระยะทางท้ังหมด 4,863 กิโลเมตร ประเทศไทยมีอาณาเขตตดิ ต่อกบั ประเทศเพ่ือนบา้ น 4 ประเทศ ได้แก่ ประเทศลาว พม่า กัมพูชา และมาเลเซยี [1] • ดา้ นประเทศลาว มชี ายแดนตดิ ต่อกบั ประเทศไทยต้ังแต่สามเหล่ียมทองคำ จังหวดั เชียงราย ผ่านจังหวัดพะเยา นา่ น อุตรดิตถ์ พิษณโุ ลก เลย หนองคาย บงึ กาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจรญิ และอบุ ลราชธานี รวมระยะทางทงั้ ส้ิน 1,754 กิโลเมตร โดยมีพนื้ ท่ีชายแดนท่ีเป็นท้ังภูเขา แม่น้ำ ทีร่ าบ แมน่ ้ำโขงเปน็ แม่น้ำสายสำคัญระหว่างไทยกบั ลาว มกี าร สญั จรติดตอ่ กนั โดยใชเ้ รือ จงึ มีทา่ เรอื สำคัญทั้งสองประเทศ เสน้ ทางเชอื่ มระหว่างสองประเทศนี้ได้แก่ สะพาน มิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 1 แหง่ ท่ี 2 แหง่ ท่ี 3 และแห่งที่ 4 ปัญหาชายแดนด้านนคี้ ือ การลกั ลอบเขา้ เมอื ง การ ลำเลยี งยาเสพตดิ การขนสนิ ค้าหนภี าษี เป็นต้น • ดา้ นประเทศพมา่

มีชายแดนติดต่อกบั ประเทศไทยตง้ั แตส่ ามเหลยี่ มทองคำ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชยี งราย ผา่ นชายแดนท่ี เป็นทง้ั ภูเขาและแม่น้ำ ผ่านจังหวัดเชียงใหม่ แมฮ่ ่องสอน ตาก กาญจนบรุ ี ราชบรุ ี เพชรบุรี ประจวบครี ีขนั ธ์ ชุมพร และระนอง รวมระยะทางทั้งสิ้น 1,800 กโิ ลเมตร การแบง่ เขตแดนจะแบ่งโดย ถ้าเป็นภูเขาจะใช้สันปันน้ำเป็นแนว เขต แต่ถ้าเปน็ แมน่ ำ้ จะใช้รอ่ งนำ้ ลึกเปน็ แนวเขต เนื่องจากชายแดนดา้ นนม้ี ีชนกลุ่มน้อยของพม่าต้งั ถน่ิ ฐานอยหู่ ลาย เผา่ เชน่ ไทยใหญ่ กะเหรยี่ ง มอญ เปน็ ตน้ อาศัยอยจู่ งึ มีการอพยพแรงงานเข้ามาในไทย มีการลกั ลอบค้าของหนี ภาษี ผลิตภณั ฑ์แปรรปู จากไม้สัก บอ่ นการพนัน การลักลอบขนยาเสพตดิ เป็นตน้ • ดา้ นประเทศกัมพูชา มชี ายแดนติดต่อกบั ประเทศไทยนบั ต้ังแต่ช่องบก (สามเหล่ยี มมรกต) ในอำเภอนำ้ ยนื จังหวดั อบุ ลราชธานี ผ่านจังหวดั ศรสี ะเกษ สุรินทร์ บรุ ีรัมย์ สระแก้ว จนั ทบรุ ี และตราด รวมระยะทางทง้ั สิน้ 803 กิโลเมตร บรเิ วณ ชายแดนท่ีติดกับตอนลา่ งของภาคอสี านจะใช้ทวิ เขาพนมดงรกั เปน็ เสน้ แบ่งเขตแดน แถบจงั หวัดสระแก้วเป็นทรี่ าบ และคลอง จึงเป็นเสน้ ทางเดนิ ตดิ ต่อกันสะดวก พนื้ ที่แถบน้ีเรยี กว่า \"ฉนวนไทย\" โดยบรเิ วณอำเภออรญั ประเทศ จงั หวัดสระแก้ว มีตลาดการคา้ ขนาดใหญเ่ รียกว่า \"ตลาดโรงเกลือ\" ชาวกัมพชู ามักจะมาซื้อสนิ ค้าประเภท อาหาร และวัสดุก่อสรา้ ง ปญั หาชายแดนด้านน้ีคือ การลักลอบคา้ ของหนภี าษี บ่อนการพนัน และการโจรกรรม รถยนตจ์ ากไทยไปยงั ประเทศเพือ่ นบา้ น เป็นตน้ • ดา้ นประเทศมาเลเซยี มชี ายแดนติดต่อกบั ประเทศไทยต้งั แต่จังหวดั สตูล สงขลา ยะลา และนราธิวาส รวมระยะทางเขตแดน 506 กโิ ลเมตร ท่จี งั หวัดสตูลมรี ัว้ คอนกรีตก้ันแบง่ แต่ส่วนใหญ่จะใชแ้ นวทวิ เขาสนั กาลาครี ีและแมน่ ้ำโกลกแบ่งเขตแดน ชายแดนดา้ นนีม้ เี ส้นทางคมนาคมทส่ี ะดวกทง้ั ทางรถยนต์และรถไฟ ปัญหาชายแดนด้านนค้ี อื การลักลอบขนของ หนภี าษี ปัญหาการทำประมง การนบั ถอื ศาสนาและความแตกต่างทางวฒั นธรรมเฉพาะพ้ืนท่ี เปน็ ตน้ แนวชายฝงั่ • รวม: 3,219 กม. • ทะเลอาณาเขต: 12 ไมลท์ ะเล (22.8 กม.) • เขตเศรษฐกิจเฉพาะ: 200 ไมล์ทะเล (370.4 กม.) • ไหล่ทวปี : ความลกึ 200 ม. หรอื ทรี่ ะดบั ของการแสวงหาผลประโยชน์

แผนทีภ่ ูมิลกั ษณข์ องประเทศไทย ลักษณะภูมปิ ระเทศท่ีเหน็ ได้ชัดเจนทสี่ ุดของประเทศไทย คือ ภเู ขาสงู ท่ีราบลุ่มตอนกลาง และที่ราบสูง ภาคเหนอื ของไทยมีภูเขาทอดผา่ นเปน็ จำนวนมาก ตั้งแต่ชายแดนพมา่ ผา่ นคอคอดกระและคาบสมุทรมลายู ท่ีราบ ตอนกลางเปน็ พนื้ ทลี่ ุ่มซึ่งระบายน้ำโดยแม่นำ้ เจา้ พระยาและแมน่ ้ำสายย่อย ทั้งนี้ แม่น้ำเจา้ พระยาถอื เป็นระบบ แม่นำ้ ทีส่ ำคัญของประเทศ โดยไหลผ่ ่านไปสู่สามเหล่ยี มปากแม่น้ำซงึ่ อยู่ทีห่ ัวอา่ วกรงุ เทพ แม่นำ้ เจ้าพระยาไหลผา่ น พ้นื ท่กี ว่าหน่งึ ในสามของประเทศ ในพน้ื ทที่ างตะวันออกเฉยี งเหนอื ของประเทศเป็นทร่ี าบสงู โคราช พ้ืนทม่ี เี นนิ ลาด และทะเลสาบต้นื เขนิ มีแมน่ ำ้ มูลไหลไปรวมกนั เป็นแม่นำ้ โขง ซึ่งไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ โดยมคี ลองและเข่ือนเปน็ จำนวนมาก แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำโขงถอื ได้ว่าค้ำจุนเศรษฐกิจเกษตรกรรมของไทย โดยเป็นพ้นื ที่ปลกู ขา้ วและเป็น ทางน้ำสำหรบั ขนส่งสินค้าและผู้คน ในทางกลบั กนั ลักษณะทางธรรมชาตขิ องคาบสมทุ รในทางภาคใต้ คือ ชายฝัง่ ทะเลทย่ี าว เกาะนอกฝั่ง และบึงพรรณไม้ป่าชายเลนที่กำลงั ลดจำนวนลง สภาวิจัยแหง่ ชาตไิ ดแ้ บง่ ประเทศไทยออกเปน็ 6 ภมู ิภาค ตามลักษณะธรรมชาติ รวมไปถึงธรณีสณั ฐานและ ทางนำ้ รวมไปถงึ รปู แบบวัฒนธรรมมนุษย์ โดยภูมภิ าคตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ ภาคเหนือ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ภาค กลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ ถึงแมว้ ่ากรุงเทพมหานครจะตัง้ อยู่บนท่ีราบตอนกลางของประเทศ แต่เนื่องจากเป็นเมืองหลวงและเมืองทใี่ หญท่ ่ีสุด เขตมหานครแห่งนี้จงึ อาจพิจารณาได้ว่าเป็นอีกภูมิภาคหน่ึงของ ประเทศ ภมู ภิ าคทางภมู ิศาสตร์ทั้งหกนม้ี ีความแตกต่างกนั โดยมเี อกลักษณ์ของตนเองในดา้ นประชากร ทรัพยากร พนื้ ฐาน ลักษณะธรรมชาติ และระดบั ของพฒั นาการทางสังคมและเศรษฐกจิ ความหลากหลายในภูมิภาคต่าง ๆ เหลา่ นไี้ ดเ้ ป็นสว่ นสำคญั ต่อลักษณะทางกายภาพของประเทศไทย

ภาคเหนอื ดอยภูคา จังหวัดนา่ น ป่าสนในจงั หวดั เชยี งใหม่ ภาคเหนอื มีลกั ษณะภมู ิประเทศแบบภเู ขาสงู สลับกบั หุบเขาและพ้นื ที่สูงซงึ่ ติดต่อกบั เขตท่ีราบลุ่มตอนกลาง ของประเทศ มที ิวเขาทีว่ างตวั ยาวในแนวเหนือ-ใต้ ระหว่างทวิ เขาจะมีหุบเขาและแอง่ ท่รี าบระหวา่ งภเู ขาเป็นที่ตัง้ ของตวั จังหวดั เช่น จังหวัดเชียงราย เชยี งใหม่ แม่ฮ่องสอน นา่ น และแพร่ ทวิ เขาท่สี ำคญั ไดแ้ ก่ ทวิ เขาถนน ธงชยั ทิวเขาแดนลาว ทวิ เขาขุนตาน ทวิ เขาผีปนั น้ำ และทิวเขาหลวงพระบาง[1] ชว่ งฤดหู นาวในเขตภเู ขาของภาค อณุ หภูมติ ำ่ เพียงพอต่อการปลกู ไม้ผล อาทิ ล้นิ จี่และสตรอเบอร่ี แมน่ ้ำในภาคเหนือหลายสาย รวมไปถึงแม่น้ำ ปิง แม่นำ้ วัง แม่น้ำยมและแม่นำ้ น่าน ไหลมาบรรจบกนั และก่อให้เกิดเป็นท่รี าบลุ่มแมน่ ำ้ เจา้ พระยา ในอดีต ลักษณะทางธรรมชาติเหล่าน้ีทำให้ภาคเหนือสามารถทำการเกษตรได้หลายประเภท รวมไปถงึ การทำนาในหบุ เขา และการปลูกพืชหมนุ เวียนในเขตพน้ื ท่สี งู นอกจากน้ี เขตภูเขาซึ่งมปี า่ ปกคลุมยังได้ทำให้ภาคเหนือมีจิตวิญญาณต่าง จากภาคอ่ืน ๆ ของประเทศ ป่าไม้ รวมไปถงึ ไมส้ กั และไม้เนอ้ื แข็งซ่ึงมีคณุ ค่าทางเศรษฐกิจอื่น ๆ เคยปกคลมุ ทัว่ ทั้ง ภาคเหนอื และบางสว่ นของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ได้ลดจำนวนลงอย่างมากในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1980 จน เหลอื พน้ื ที่เพียง 130,000 ตารางกโิ ลเมตร และท่ัวประเทศมีปา่ ไมเ้ หลือเพยี งไม่ถึง 30% ของพ้นื ท่ปี ระเทศไทย ทั้ง ๆ ทใ่ี นปี ค.ศ. 1961 ปา่ ไมเ้ คยปกคลมุ พ้นื ท่กี ว่า 56% ของประเทศ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื [แก้]

ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ หรือ ภาคอีสาน ประกอบดว้ ยจังหวัด 20 จังหวดั มีเนื้อที่ 168,854 ตาราง กโิ ลเมตร หรือมีเนื้อท่ีร้อยละ 33.17 เทยี บไดเ้ ท่ากบั หนง่ึ ในสามของพืน้ ที่ท้งั หมดของประเทศไทย มีดนิ ไม่ดซี ง่ึ ไม่ คอ่ ยเออ้ื ต่อเกษตรกรรม อยา่ งไรกต็ าม ขา้ วเหนยี ว ซึง่ เปน็ อาหารสำคัญสำหรบั ประชากรในภมู ภิ าค จำเปน็ ตอ้ ง อาศยั ทุ่งนาที่นำ้ ทว่ มถงึ และระบายนำ้ ไดน้ ้อยในการเจริญเติบโต และทีซ่ ง่ึ แหลง่ น้ำใกลเ้ คยี งสามารถทว่ มถงึ ได้ มกั จะเกบ็ เกี่ยวสองครัง้ ต่อปี พชื ค้า อย่างเช่น อ้อยและมนั สำปะหลงั มีการเพาะปลูกกันในบริเวณมหาศาล และ ยาง ในปรมิ าณที่น้อยกว่าพชื สองชนิดแรก การผลิตไหมเป็นอตุ สาหกรรมแถบชนบทและมีบทบาทสำคญั ตอ่ เศรษฐกจิ ภาคอสี านมฤี ดูมรสมุ สน้ั ๆ นำมาซ่งึ อทุ กภัยในแถบหบุ เขาแมน่ ้ำ ไมเ่ หมือนกบั พื้นทซี่ งึ่ มีความอดุ ม สมบูรณ์กว่าของประเทศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมฤี ดูแลง้ ทีย่ าวนาน และพนื้ ทีส่ ่วนใหญ่ปกคลมุ ดว้ ยหญา้ หรอม แหรม ภูเขาขนาบภาคตะวันออกเฉียงเหนือทงั้ ทางตะวนั ตกและทางใต้ และแม่นำ้ โขงไหลกนั้ ที่ราบสงู โคราชทาง เหนอื และทางตะวนั ออก พืชสมุนไพรพน้ื บา้ นหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ในสกุล Curcuma และพชื วงศ์ขงิ เป็น พืชทอ้ งถ่ินของภาค ภาคอีสานแบ่งลกั ษณะภมู ิประเทศเปน็ 5 เขต ได้แก[่ 1] • ทิวเขาด้านทิศตะวนั ตก ประกอบด้วยทวิ เขาดงพญาเย็น มีลักษณะเด่นคือส่วนทเ่ี ป็นหนิ ทรายจะยกตวั สูงข้นึ เปน็ ขอบชนั กบั พ้ืนท่ภี าคกลาง และมภี ูเขายอดตัดจำนวนมาก (เรยี กวา่ ภ)ู ได้แก่ ภูเรอื ภหู อ ภู หลวง ภกู ระดงึ ภเู ขาดังกลา่ วส่วนใหญเ่ ป็นภูเขาหินทราย พบภเู ขาหินปูนแทรกสลับอยบู่ ้าง • ทิวเขาทางดา้ นใต้ มที ิวเขาสนั กำแพงและทวิ เขาพนมดงรักเปน็ ทิวเขาหลัก ทวิ เขาสันกำแพงมลี ักษณะเป็น หินปูน หินดินดานภูเขาไฟ และหนิ ทราย ส่วนทวิ เขาพนมดงรกั เปน็ ทวิ เขาท่ีเป็นภเู ขาหินทราย และยงั มี ภูเขาไฟดับแลว้ ตง้ั อยู่ • ทวิ เขาตอนกลาง เปน็ เนนิ และภูเขาเตย้ี เรยี กว่า ทิวเขาภูพาน • ทีร่ าบแอ่งโคราช เป็นพื้นท่รี าบของลุ่มน้ำชี และมลู ท่ีไหลลงสแู่ ม่น้ำโขง เปน็ ทีร่ าบทมี่ ีเน้ือท่ีกว้างทสี่ ดุ ของ ประเทศ จุดเดน่ ของแอง่ โคราชคือ มีการพบซากดกึ ดำบรรพ์ ไม้กลายเปน็ หนิ ช้างโบราณและไดโนเสาร์ จำนวนมาก • แอง่ สกลนคร เป็นท่รี าบบริเวณฝัง่ แมน่ ้ำโขง มแี ม่นำ้ สายสน้ั ๆ เช่น แม่นำ้ สงคราม เป็นต้น บรเิ วณนมี้ ีหนอง น้ำขนาดใหญ่ เรยี กว่า \"หนองหาน\" เกดิ จากการยุบตัวจากการละลายของเกลือหิน (อังกฤษ: Rocksalt) ภาคกลาง

ทิวเขาเพชรบูรณ์ ภาคกลาง เปน็ แอง่ ท่ีมคี วามสมบูรณท์ างธรรมชาติ จนได้รบั การขนานนามว่า \"อู่ข้าวอู่น้ำ\" ระบบ ชลประทานซงึ่ ไดพ้ ฒั นาสำหรับเกษตรกรรมทำนาในภาคกลางซึ่งได้ให้การสนับสนุนทางเศรษฐกิจและได้พฒั นารฐั ไทยอย่างต่อเน่อื งมาต้ังแต่อาณาจกั รสุโขทยั ในคริสตศ์ ตวรรษที่ 13 มาจนถงึ กรุงเทพมหานครในปัจจบุ นั ภมู ิ ประเทศที่ค่อนขา้ งแบนราบเป็นส่วนใหญ่ไดอ้ ำนวยความสะดวกตอ่ แหลง่ น้ำที่ดอนและการขนสง่ ทางถนน พื้นที่อัน อุดมสมบรู ณน์ ส้ี ามารถรองรับประชากรอนั หนาแน่นได้ โดยภาคกลางมีความหนาแน่นของประชากรคิดเปน็ 422 คนตอ่ ตารางกิโลเมตรในปี ค.ศ. 1987 เมื่อเทยี บกับความหนาแน่นของประชากรโดยเฉลย่ี ของประเทศท่ี 98 คนตอ่ ตารางกโิ ลเมตร แม่น้ำเจา้ พระยาและสาขาย่อยมีความสำคัญต่อภาคกลางในเกษตรกรรมทำนา กรุงเทพมหานคร ศนู ยก์ ลางการคา้ การขนสง่ และกิจกรรมทางอุตสาหกรรม ตงั้ อยู่บริเวณขอบด้านใตข้ องภาคกลาง บริเวณหัวของ อา่ วไทย แม่นำ้ เจ้าพระยา ในกรงุ เทพมหานคร ภาคกลางมแี นวภเู ขาเปน็ ขอบดา้ นตะวนั ออกและตะวันตก ได้แก่ ทิวเขาเพชรบูรณ์ และทิวเขาถนน ธงชัย ลักษณะทางภูมศิ าสตร์บรเิ วณภาคกลางตอนบนเป็นทร่ี าบเชงิ เขา ลานตะพักลำนำ้ และเนนิ ตะกอนรปู พดั ส่วนด้านตะวนั ออกเปน็ ทีร่ าบลาดเนนิ ตะกอนเชิงเขาและภูเขาโดดเตย้ี ๆ ซ่งึ เป็นภเู ขาไฟเก่า พบท้ังหนิ บะซอลต์ หิน ไรโอไลต์ และหนิ กรวดภเู ขาไฟ มีพนื้ ท่รี าบลมุ่ แมน่ ้ำยม แม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน และแม่น้ำปา่ สัก ส่วนภาคกลาง ตอนล่างมลี ักษณะเปน็ ทีร่ าบลุ่มโดยตลอด มีลานตะพักลำน้ำ และท่รี าบนำ้ ทว่ มถงึ และคันดนิ ธรรมชาติยาวขนาน ตามแมน่ ้ำเจา้ พระยา แมน่ ้ำลพบุรี แมน่ ำ้ ป่าสัก แมน่ ำ้ ท่าจีน ท่รี าบภาคกลางตอนกลางมีช่ือเรียกว่า \"ทุ่งราบ เจา้ พระยา\" เรมิ่ ต้ังแตจ่ ังหวัดนครสวรรคไ์ ปจนสดุ อ่าวไทย[1] ภาคตะวนั ออก

นำ้ ตกเหวสุวตั ในอทุ ยานแหง่ ชาติเขาใหญ่ ภาคตะวนั ออกประกอบด้วย 7 จังหวัด มอี าณาเขตติดกบั ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทางทิศเหนือ ประเทศ กัมพชู าทางทิศตะวันออก ติดกบั อา่ วไทยทางทศิ ใต้ ติดกบั ภาคกลางด้านตะวันตก มีเน้อื ท่ี 34,380 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศของภาคตะวนั ออกแบ่งได้ 4 ลกั ษณะ คือ ภมู ิประเทศส่วนทิวเขา มีทวิ เขาสันกำแพง ทิวเขา จันทบรุ ี และทิวเขาบรรทดั ภมู ปิ ระเทศส่วนที่เป็นทร่ี าบลมุ่ นำ้ คอื ทีร่ าบลุ่มน้ำบางปะกง ที่ราบชายฝงั่ ทะเล ตั้งแต่ ปากแม่น้ำบางปะกงไปจนสุดเขตแดนที่แหลมสารพดั พิษ จงั หวัดตราด สว่ นใหญ่ชายฝัง่ ทะเลจะมหี าดทรายสวยงาม และสว่ นเกาะและหมู่เกาะ เชน่ เกาะสชี งั เกาะเสม็ด หมูเ่ กาะชา้ ง และเกาะกดู [1] และมีทา่ เรือพานิชยท์ ่สี ำคญั ทสี่ ุด ของประเทศไทย อยทู่ ี่แหลมฉบัง ภาคตะวันตก ถำ้ พระยานครในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จงั หวดั ประจวบคีรขี ันธ์ ภาคตะวันตกประกอบด้วย 5 จงั หวดั มีเนื้อท่ี 53,679 ไร่ มีเทือกเขาตะนาวศรีเปน็ เทือกเขายาวตงั้ แต่ ภาคเหนือมาถึงภาคตะวนั ตกของประเทศ และเป็นพรมแดนทางธรรมชาติระหว่างไทยกับพม่า สภาพภมู ปิ ระเทศ ของภาคตะวนั ตกมีลกั ษณะเชน่ เดยี วกบั ภาคเหนอื โดยมีภูเขาสูงสลับกบั หบุ เขาซึ่งมีแมน่ ้ำไหลผ่าน มีทร่ี าบลมุ่ น้ำ สำคัญได้แก่ ท่รี าบลมุ่ น้ำปิง-วัง ท่ีราบลุม่ น้ำแม่กลอง และที่ราบลุ่มนำ้ เพชรบุรี ภาคตะวนั ตกมีพ้นื ทป่ี ่าซึ่งยงั ไม่ถกู รบกวนเปน็ จำนวนมาก ทรัพยากรน้ำและแร่ธาตุเป็นทรัพยากรท่สี ำคัญของภาค โดยอุตสาหกรรมเหมืองแร่ถอื วา่ เปน็ อตุ สาหกรรมหลัก นอกจากนี้ ภาคตะวนั ตกยงั เป็นท่ตี ้ังของเข่ือนท่สี ำคัญของประเทศ ไดแ้ ก่ เขื่อนศรนี ครนิ ทร์ ภาคใต้[

หาดมาหยา ในหมเู่ กาะพีพี อา่ วสำโรง ในเกาะสมยุ ทะเลสาบสงขลา ภาคใต้ เป็นสว่ นหนง่ึ ของคาบสมุทรแคบ มีความแตกตา่ งกับภาคอ่นื ๆ ของไทยทั้งในด้านสภาพภูมิอากาศ ภูมปิ ระเทศ และทรัพยากร ลักษณะภมู ปิ ระเทศของภาคใต้แบ่งเป็น 4 แบบ ได้แก่[1] • ทวิ เขา ประกอบด้วยทวิ เขาสำคญั ไดแ้ ก่ ทวิ เขาภูเก็ต ทวิ เขานครศรธี รรมราช และทิวเขาสนั กาลาครี ี

• ที่ราบฝง่ั อ่าวไทยและทร่ี าบฝ่ังอนั ดามนั โดยที่ราบฝงั่ อ่าวไทยจะตั้งอยทู่ างตะวนั ออกของภาค มลี กั ษณะ เป็นอา่ วขนาดใหญ่กระจัดกระจาย ชายฝัง่ ค่อนขา้ งเรยี บตรงและมหี าดทรายสวยงาม และยงั มีสว่ นท่เี ปน็ หาดเลนและโคลน จะเป็นปา่ ชายเลน มีลักษณะเด่นคือมีแหลมทีเ่ กดิ จากการทบั ถมของทรายและโคลน 2 แหง่ ไดแ้ ก่ แหลมตะลุมพุก จังหวดั นครศรธี รรมราช และแหลมตาชี จังหวัดปตั ตานี และมีทะเลสาบ สงขลา เปน็ ทะเลสาบน้ำเค็มที่เกิดจากคลน่ื และกระแสนำ้ พัดพาตะกอนทรายไปทับถมเป็นแนวสนั ทราย สว่ นที่ราบฝั่งทะเลอันดามนั จะอยู่ดา้ นตะวนั ตกของภาค มีลกั ษณะเปน็ ชายฝ่ังแบบยุบตัว มีท่ีราบแคบ เน่ืองจากมชี ายเขาและหน้าผาติดชายฝง่ั นอกจากนีย้ งั มีชายฝ่ังท่ีเว้าแหว่งมากและนอกฝ่ังออกไปพ้ืนน้ำจะ ลาดลกึ ลงไปอยา่ งรวดเรว็ จะมหี าดทรายขาวแคบ ๆ • เกาะ ภาคใตม้ เี กาะและหม่เู กาะมากมาย โดยฝงั่ อา่ วไทยมเี กาะสำคญั เชน่ เกาะสมยุ เกาะพงนั หมู่เกาะ อ่างทอง เป็นต้น สว่ นฝง่ั อันดามนั มี เกาะภูเกต็ ซ่ึงเป็นเกาะท่ใี หญท่ ี่สดุ ในประเทศไทย หมู่เกาะพีพี หมูเ่ กาะ สมิ ลิ นั เกาะตะรเุ ตา เศรษฐกจิ ของภาคใตข้ น้ึ อยกู่ บั การทำนาเพือ่ ยังชพี เปน็ หลกั และการผลิตยางสำหรับอุตสาหกรรม แหลง่ รายไดอ้ ืน่ ๆ รวมไปถึงการปลูกมะพร้าว การทำเหมืองแร่ดีบุก และการท่องเทีย่ ว โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ จังหวัดภูเก็ต ซึง่ ได้รบั ความนยิ มอยา่ งมาก ภมู ิประเทศแบบมว้ นตัวกบั ภูเขาและการขาดแม่นำ้ สายใหญ่ ๆ เป็นลกั ษณะเด่นของ ภาคใต้ แนวภเู ขาซง่ึ เรยี งตัวกันในแนวเหนือ-ใต้ และป่าฝนเขตรอ้ นอนั ลึกลับไดท้ ำให้เกิดการโดดเด่ียวในยุคเร่ิมตน้ และการพัฒนาทางการเมืองแยกตา่ งหากกับสว่ นอืน่ ๆ ของประเทศ การเขา้ ถงึ ทะเลอันดามนั และอ่าวไทยทำให้ ภาคใตเ้ ปน็ ทางผา่ นของท้งั พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท โดยมศี ูนยก์ ลางอยู่ที่ จงั หวดั นครศรีธรรมราช และศาสนา อิสลาม โดยมศี นู ย์กลางอยู่ทอี่ ดีตอาณาจกั รปตั ตานีซง่ึ มีพรมแดนติดต่อกบั ประเทศมาเลเซีย ภมู อิ ากาศ ภาพถ่ายประเทศไทยจากทางอากาศ

พน้ื ที่ส่วนใหญข่ องประเทศไทยมลี ักษณะภูมิอากาศแบบร้อนชนื้ หรอื แบบสะวันนาตามการแบง่ เขต ภมู ิอากาศแบบคอบเปน ในขณะท่ภี าคใต้และทางตะวันออกสุดของภาคตะวันออกเปน็ เขตภมู อิ ากาศแบบมรสุม เขตรอ้ น ทัว่ ประเทศมีอุณหภมู ิเฉล่ยี ระหว่าง 19-41°C ในฤดแู ลง้ อณุ หภมู เิ พ่ิมสงู ขนึ้ อย่างรวดเร็วในช่วงคร่ึงหลงั ของเดือนมนี าคม โดยสงู กว่า 40°C ในบางพ้ืนท่ีในช่วงกลางเดอื นเมษายนเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนผ่านจดุ เหนือศีรษะ มรสมุ ตะวันตกเฉยี งใต้ซ่งึ พัดเขา้ สปู่ ระเทศไทยระหว่างเดือนพฤษภาคมและกรกฎาคม (ยกเวน้ ภาคใต)้ เปน็ จุดบ่งชี้ว่าประเทศไทยเขา้ สู่ฤดูฝน ซ่งึ กนิ เวลาจนถงึ เดือนตุลาคม และเมฆซงึ่ ปกคลุมทำให้อณุ หภูมิลดลง แต่มี ความชน้ื สงู มาก เดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคมเป็นจดุ เรมิ่ ตน้ ของฤดแู ล้งและอุณหภูมใิ นเวลากลางคนื เหนือ พ้ืนดินสามารถลดต่ำลงกวา่ จุดเยือกแข็ง อุณหภมู ิเพ่มิ สงู ข้ึนอกี ครั้งในชว่ งเดอื นมกราคม เมือ่ ดวงอาทิตยส์ อ่ งแสง มายังภมู ิประเทศ ฤดูแลง้ ในภาคใต้มีระยะเวลาสนั้ ที่สุด เน่ืองจากการท่ภี าคใต้ตั้งอยใู่ กลท้ ะเลจากทุกด้านใน คาบสมทุ รมลายู พนื้ ทท่ี ้ังประเทศได้รบั ปรมิ าณฝนอย่างเพยี งพอ ยกเวน้ บางพ้นื ท่เี ท่านน้ั แตร่ ะยะเวลาของฤดฝู น และปริมาณฝนมคี วามแตกตา่ งกนั ไปตามภูมภิ าคและระดับความสูงทรพั ยากรธรรมชาติ[ ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นประเทศไทย ประเทศไทยเป็นประเทศท่ีมที รัพยากรธรรมชาติอยู่อยา่ งมากมาย[1] แบง่ ได้ดังน้ี ทรพั ยากรดนิ ในประเทศไทยแบง่ ออกเปน็ 4 ชนดิ ได้แกด่ ินเหนยี ว พบได้ในบริเวณแอ่งโคราช ทรี่ าบล่มุ แมน่ ำ้ บางปะกง แมน่ ำ้ แม่กลอง แม่นำ้ ตาปี แมน่ ้ำปากพนัง ดนิ รว่ น พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาค ตะวันออก ภาคกลางตอนบนและภาคเหนอื ดนิ ทราย พบมากในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ดินอนิ ทรยี ์ พบมากใน ป่าพรุ เชน่ ป่าพรุสริ นิ ธร จงั หวดั นราธวิ าส ทรัพยากรปา่ ไม้ ปา่ ไมจ้ ะกระจายอยู่ประเทศ มลี ักษณะแตกต่างกนั ตามภูมิประเทศและภมู ิอากาศ มี 2 ประเภท ไดแ้ ก่ ปา่ ผลัดใบ พบได้ในทุกภูมภิ าค แต่ภาคใตพ้ บน้อยที่สดุ และป่าไมผ่ ลดั ใบ ส่วนใหญอ่ ยู่ในพืน้ ท่ี ภาคใต้ และบนภเู ขาสงู ที่มีความช่มุ ชน้ื เชน่ อุทยานแหง่ ชาตดิ อยอินทนนท์ เขาใหญ่ รามคำแหง ภูสอยดาว เป็น ตน้ ทรัพยากรน้ำ ในประเทศไทยมีแหลง่ นำ้ สำคัญ 2 แหล่งคอื จากนำ้ ผวิ ดิน ซ่งึ มีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแมน่ ้ำ สายสำคญั ทส่ี ุดของประเทศ นอกจากนย้ี ังมแี มน่ ำ้ ต่าง ๆ ตามภูมภิ าค เช่น แมน่ ำ้ มลู ชี ปิง วงั ยม น่าน แม่กลอง ตาปี เปน็ ต้น และจากน้ำบาดาล ทรัพยากรแรธ่ าตุ พบอยูท่ วั่ ไปในทกุ ภมู ิภาคของประเทศไทย แตกตา่ งกันตามสภาพทาง ธรณีวิทยา เชน่ สงั กะสีพบมากในภาคตะวันตกและภาคเหนอื ดบี กุ พบมากในภาคใต้ แร่รตั นชาติพบมากในภาค ตะวันออก และแรเ่ ชื้อเพลงิ ซ่ึงพบมากในอ่าวไทย เช่น แกส๊ ธรรมชาติ สว่ นลกิ ไนต์จะพบมากในภาคเหนือ

เร่ือง ภมู ิศาสตร์ทางกายภาพทวีปเอเชียทวปี เอเชยี เอเชีย (Asia) มาจากคำว่า อาซู (Asu) ในภาษาอัสซีเรียน แปลว่า ดินแดนแห่งดวงตะวัน ข้ึน (ตะวันออก) ใช้เรียกดินแดนท่ีอยู่ทางตะวันออกของอาณาจักรอัสซีเรียนมาตั้งแต่สมัยกรีกและโรมัน เอเชียได้ ชอ่ื ว่าเป็นทวีปแห่งความแตกต่างหรอื ทวีปแห่งความตรงข้าม (a continent of contrast) หรอื ทวปี แห่งความ เป็ น ท่ี สุ ด (a continent of extremes)มี ย อ ด เข า เอ เว อ เร ส ต์ ใ น เทื อ ก เข า หิ ม า ลั ย สู ง ที่ สุ ด ใ น โ ล ก สู ง 8,848 เ ม ต ร (2,928 ฟุ ต ) มี พื้ น แ ผ่ น ดิ น ท่ี ต่ ำ ท่ี สุ ด คื อ ท ะ เ ล เ ด ด ซี อ ยู่ ต่ ำ ก ว่ า ระดับนำ้ ทะเล 400 เมตร (1,312 ฟตุ ) และเหวทะเลมาเรียนาซงึ่ ลึกทส่ี ุดในโลก มีอากาศหนาวเยน็ ทสี่ ุด ได้แก่ตอน เหนือของไซบีเรีย มีอากาศร้อนและแห้งแล้งที่สุดจนเป็นทะเลทรายที่เอเชียตะวันตกเฉียงใต้ และมีฝนตกชุกท่ีสุด ในแควน้ อัสสัมของอินเดีย นอกจากนี้ยังเป็นทวีปท่ีมีประชากรมากท่ีสุดในโลก และส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตชนบท และมีความหนาแน่นมากกว่าทุกทวีป ขณะที่เขตทะเลทรายในเขตเอเชียแทบไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลย ความเป็นอยู่ ของประชากรก็มีความแตกต่างกันมากตั้งแต่ฐานะดีจนถึงยากจนแร้นแค้น เอเชียจึงได้ช่ือว่าเป็นทวีปแห่งความ แตกตา่ ง ทตี่ ้ังและอาณาเขตของทวีปเอเชยี

ทิศเหนือ ติดต่อกับมหาสมุทรอาร์กติก ในทะเลาคารา ทะเลลัฟเตฟ และทะเลไซีบีเรียตะวันออก จุด เหนือสุดคือแหลมชิลยูสกิน ประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย ท่ีละติดจูด 77 องศา 45 ลิปดาเหนือ มีเกาะขนาดใหญ่ ทางตอนเหนอื ไดแ้ ก่ เกาะเซเวอรน์ ายาเซมลีอา หมเู่ กาะนิวไซบีเรีย และเกาะแรงเจล ทิศตะวันออก ติดต่อกับมหาสมุทรแปซิฟิค ในเขตทะเลเบริง ทะเลโอคอต ทะเลญี่ปุ่น ทะเลเหลือง ทะเล จีนตะวันออก และทะเลจีนใต้ โดยมีคาบสมุทรเบรอง คาบสมุทรคามชัตกา และคาบสมุทรเกาหลี เป็นส่วนของ แผ่นดินด้านน้ีจุดตะวันออกสุดอยู่ท่ี อีสต์เคป ประเทศรัสเซีย ที่ลองติจูด 169 องศา 40 ลิปดาตะวันตก เกาะ ใหญ่ได้แก่ เกาะแซคาลิน เกาะฮอนชู เกาะฮอกไกโด และเกาะชิโกกุ เกาะคิวชู เกาะไต้หวัน และเกาะลู ซอน ละตจิ ูดท่ี 1 องศา 16 ลิปดาเหนือ - 37 องศา 41 ลิปดาเหนือ ทิศใต้ ติดต่อกับมหาสมุทรอินเดีย น่านน้ำทางตอนใต้ ได้แก่ อ่าวเบงกอล ทะเลอาหรับ อ่าวเปอร์เซีย และอ่าวเอเดน จุดใต้สุดของภาคพื้นทวีปอยู่ที่ แหลมปิไอ ประเทศมาเลเซีย ที่ละติจูด 1 องศา 15 ลิปดา ซึ่งอยู่ ห่างเส้นศูนย์สูตรประมาณ 150 ก.ม. เกาะใหญ่ทางทิศใต้ของทวีปเอเชียได้แก่ เกาะลังกา เกาะบอร์เนียว เกาะสุ มาตรา เกาะชวา ซง่ึ เป็นเกาะท่ีอยใู่ ต้สดุ บรเิ วณละตจิ ดู ที่ 8 องศาใต้ ทิศตะวันตก ติดตอ่ กบั ทะเลแดง คลองสเุ อช ทะเลเมดเิ ตอร์เรเนยี น ทะเลดำ เทือกเขาคอเคซสั ทะเล แคสเปียน และเทอื กเขาอรู าล จุดตะวันตกสดุ อยู่ท่ี แหลมบาบา ประเทศตรุ กี ทีล่ องติจูด26 องศา 40 ลปิ ดาตะวันออก เกาะใหญ่ได้แก่ เกาะไซปรสั ขนาด รปู รา่ ง เอเชียเป็นทวีปท่ีใหญ่ท่ีสุดมีเน้ือท่ีประมาณ 1 ใน 3 ของพ้ืนแผ่นดินผิวโลกทั้งหมด มีเนื้อท่ี ประมาณ 44,391,132ตร.ก.ม.(17,139,455 ตร.ไมล์) หรือ 30 %ของโลก มีขนาดใหญ่กว่าทวปี ออสเตรเลียซ่ึงเป็น ทวีปท่ีเล็กท่ีสุดประมาณ 5เท่า แต่มีประชากรมากกว่าถึง 120 เท่า มีความกว้างจากตะวันออกไปตะวันตก ยาว 9,600 ก.ม. ระยะทางจากเหนือสุดถงึ ใตส้ ดุ ของทวีปประมาณ 6,500 ก.ม.

โครงสรา้ งทางธรณวี ิทยา 1) เขตหนิ เกา่ มี 3 บรเิ วณคอื 1.ทร่ี าบสูงภาคเหนือในเขตสหภาพโซเวียต(เดิม) 2.บรเิ วณที่ราบสงู อาหรับในซาอุดิอาระเบีย 3.บรเิ วณท่รี าบสงู เดคคานในอินเดีย 2.) เขตหินใหม่ เร่ิมจากแนวเทือกเขาในประเทศตรุ กี ผ่านเอเชยี ใต้ เอเชยี ตะวนั ออก และเอเชยี ตะวนั ออก เฉียงใต้ ซึ่งประกอบด้วยทีร่ าบสงู เทือกเขา และหมเู่ กาะต่างๆ เขตน้ีพื้นโลกมคี วามออ่ นตัวมากจงึ มี ภูเขาไฟ และ แผ่นดินไหวเสมอ ทวีปเอเชีย แบ่งออกเปน็ 5 ภูมภิ าค ไดแ้ ก่ 1. เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ 2. เอเชียใต้ 3. เอเชียตะวันออก 4. เอเชยี ตะวันตกเฉียงใต้ 5. เอเชียกลาง ลกั ษณะภมู ิประเทศของทวปี เอเชีย ลกั ษณะภมู ิประเทศของทวปี เอเชีย ลกั ษณะภมู ิประเทศ แบง่ ออกเป็น 6 เขต คอื 1. เขตทีร่ าบตำ่ ทางเหนือ คือบรเิ วณตอนบนของทวีปซ่ึงอยู่ในเขตสหภาพโซเวียต(เดมิ )ในเขตไซ บเี รียส่วนใหญ่เปน็ เขตโครงสร้างหนิ เกา่ ทีเ่ รียกวา่ แองการาชลี ดม์ ลี กั ษณะภูมปิ ระเทศเปน็ ท่รี าบขนาดใหญ่ มแี มน่ ำ้ อ็อบ แมน่ ้ำเยนิเซ และแมน่ ำ้ ลีนาไหลผา่ น บรเิ วณมีอาณาเขตกว้างขวางมากไม่ค่อยมผี ู้คนอาศยั อยู่เพราะอากาศ

หนาวเย็นมาก 2. เขตที่ราบลุ่มแมน่ ้ำ ได้แก่ดินแดนแถบลมุ่ แมน่ ำ้ ต่างๆซ่ึงมีลกั ษณะภูมิประเทศเปน็ ทร่ี าบและมักมี ดนิ อดุ มสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก ไดแ้ ก่ - ในเอเชียตะวันออกได้แก่ทรี่ าบลุ่มแม่น้ำฮวงโห ท่รี าบลุ่มแมน่ ้ำแยงซเี กียงในประเทศจีน - ในเอเชียใต้ ไดแ้ ก่ ท่ีราบลุ่มแม่น้ำสนิ ธใุ นประเทศปากีสถาน ทีร่ าบลุ่มแม่น้ำคงคาในประเทศอนิ เดีย และที่ราบลมุ่ แมน่ ำ้ พรหมบุตร ในบังคลาเทศ - เอเชียตะวนั ตกเฉยี งใต้ ได้แก่ที่ราบลมุ่ แม่นำ้ ไทกรีส ที่ราบลุม่ แมน่ ้ำยเู ฟรตีส ในประเทศอริ กั - เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ได้แก่ ท่รี าบลมุ่ แม่น้ำโขงตอนลา่ ง ในประเทศกมั พูชาและเวยี ดนามทร่ี าบลุ่มแม่น้ำแดง ในประเทศเวียตนาม ทรี่ าบลุ่มแม่นำ้ เจา้ พระยาในประเทศไทยท่รี าบลมุ่ แมน่ ำ้ สาละวนิ ตอนล่างท่รี าบลมุ่ แมน่ ้ำ อริ ะ วดี ในประเทศพม่า 3. เขตเทอื กเขาสูง เปน็ เขตหนิ ใหม่ ตอนกลางประกอบดว้ ยที่ราบสูงและเทือกเขามากมายส่วน ใหญเ่ ปน็ เทือกเขาที่แยกตัวไปจากจดุ รวมเทือกเขาท่เี รียกวา่ “ปามีรน์ อต(Pamir Knot)”หรอื ภาษาพน้ื เมอื งเรียกวา่ “ปามรี ด์ นุ ยา(PamirDunya) แปลวา่ หลงั คาโลก” จดุ รวมเทอื กเขาปาร์มนี อต อาจแยกได้ดังน้ี เทอื กเขาท่ีแยกไป ทางทิศตะวนั ออก ได้แก่ เทือกเขาหิมาลยั เทอื กเขาอาระกันโยมา และเทือกเขาท่มี ีแนวต่อลงมาทางใต้ มบี างสว่ นท่ี จมหายไปในทะเลและบางสว่ นโผล่พน้ ข้นึ มาเปน็ เกาะในมหาสมทุ ร อนิ เดยี และมหาสมุทรแปซิฟคิ ถัดจากเทือกเขา หมิ าลยั ไปทางเหนอื มีเทือกเขาท่ีแยกไปทางตะวนั ออก ได้แกเ่ ทอื กเขาคุนลุน เทือกเขานานชาน และแนวทแ่ี ยกไป ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เทือกเขาเทยี นชานเทือกเขาคินแกน เทือกเขายาโบลนอย เทือกเขาสตาโนวอย และเทือกเขาโกลมี า เทือกเขาท่แี ยกไปทางทศิ ตะวันตก แยกเป็นแนวเหนือและแนวใต้ ได้แกเ่ ทือกเขาฮนิ ดูกชู เทอื กเขาเอลบรู ซ ส่วนแนวทศิ ใต้ ได้แก่ เทือกเขาสุไลมานเทอื กเขาซากรอส เมื่อเทือกเขา2แนวนี้มาบรรจบกนั ท่ี อาร์เมเนียนนอตแล้ว ยงั แยกออกเป็นอีก2แนว ในเขตประเทศตุรกี คือแนวเปน็ เทอื กเขาปอนตกิ และแนวใต้เป็น เทือกเขาเตารัส 4. เขตทรี่ าบสูงตอนกลางทวปี เป็นท่รี าบสูงในเขตหนิ ใหม่ ได้แก่ ทีร่ าบสูงทิเบตซงึ่ มีขนาดใหญ่ และสูงที่สดุ ในโลกที่ราบสูงยนู าน ทางใต้ของจนี และทร่ี าบสูงท่มี ีลกั ษณะเหมอื นแอ่งคือ ท่รี าบสูงตากลามากัน (Takla Makan)ซึ่งอยูร่ ะหวา่ งเทอื กเขาเทียนชาน กบั เทือกเขาคนุ ลุนแต่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก และมอี ากาศ แห้งแลง้ เปน็ เขตทะเลทราย 5. เขตท่รี าบสงู ทางตอนใตแ้ ละตะวนั ตกเฉียงใต้ ไดแ้ ก่ท่ีราบสูงขนาดใหญ่ทางตอนใตข้ องทวปี เอเชยี มีความสูงน้อยกวา่ ที่ราบสูงทางตอนกลางของทวีป ไดแ้ ก่ ท่ีราบสงู เดคคานในอินเดีย ท่ีราบสงู อหิ ร่านใน อหิ ร่านและอัฟกานิสถาน ท่ีราบสงู อนาโตเลีย ในตรุ กีท่รี าบสูงอาหรับในซาอดุ ิอาระเบีย 6. เขตหมู่เกาะภูเขาไฟเปน็ เขตหินใหม่ คือบริเวณหมู่เกาะอันเป็นที่ตัง้ ของภเู ขาไฟทงั้ ที่ดับแลว้ และ ทีย่ งั คกุ รุน่ อย่ใู นเอเชยี ตะวนั ออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปจั จยั ที่มีอิทธพิ ลต่อลักษณะภูมอิ ากาศ 1. ทตี่ ้ัง ทวปี เอเชียเปน็ ดินแดนทีต่ ง้ั อยใู่ นซีกโลกเหนอื คือ จากเขตศูนยส์ ูตรถึงข้วั โลก ทำให้ทวีปเอเชยี มี ลักษณะภูมิอากาศทุกชนดิ ต้ังแต่เขตร้อนถงึ เขตหนาวเยน็ แบบขวั้ โลก 2. ขนาด เอเชยี เป็นทวปี ทีม่ ีขนาดกว้างใหญม่ าโดยมีเส้นศนู ย์สูตรเส้นทรอปคิ ออฟแคนเซอร์และเส้น อาร์กติกเซอรเ์ คิลลากผ่านลกั ษณะเช่นน้ีแสดงว่าทวีปเอเชยี มที ง้ั อากาศรอ้ น อบอุ่น หนาว 1. ความใกล้ -ไกลทะเล ทวีปเอเชยี มีดินแดนบางส่วนท่อี ยตู่ ดิ ทะเลทำให้ไดร้ บั ความชุมชน้ื จากทะเล บางส่วนท่ีห่างไกลทะเล อทิ ธพิ ลพืน้ นำ้ ไมส่ ามารถเข้าถึงภายในทวปี ได้อยา่ งทว่ั ถึง ภายในทวีปจงึ มีอากาศรุนแรง คือ อากาศรอ้ นจัด และฤดหู นาว หนาวจัด ในขณะทีช่ ายทะเลมอี ากาศในตอนกลางวนั และกลางคนื และระหว่าง ฤดกู าลแตกต่างกันไมม่ ากนกั 2. ความสงู ตำ่ ของพน้ื ท่ี เอเชียมีภูมปิ ระเทศสูงตำ่ ตา่ งกันอย่างมาก ทำใหล้ ักษณะอากาศตา่ งกนั ท้ังที่อยู่ในละตจิ ูดเดยี วกนั เชน่ เขตทรี่ าบเมืองเดลี ตง้ั อยลู่ ะติจูดท่ี 28 องศาเหนือ ไม่เคยมีหมิ ะเลย แต่ท่ี ยอดเขาดวั กากีรี ซง่ึ สงู 8,172 เมตร (26,810 ฟุต) และยอดเขาหิมาลัยซ่ึงอยใู่ นละติจดู เดยี วกันกลับมหี มิ ะและนำ้ แข็งปกคลุมตลอดปี 5. ลมประจำที่พัดผ่าน มีลมประจำที่พัดผ่านเอเชียหลายชนิด เช่น 5.1 ลมประจำฤดู เช่น ลมมรสุม ซ่งึ มีอิทธพิ ลต่อเอเชยี มาก คอื - ลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉยี งเหนือ พดั ผ่านทางตอนเหนือของทวปี ซึง่ มอี ากาศ หนาวเย็นและแห้งแลง้ ใน ฤดหู นาว - ลมมรสุมตะวันตกเฉยี งใต้ พดั ผา่ นมหาสมุทรอนิ เดีย ทำใหพ้ ัดพาความชุ่มชื้นมาส่ภู าคพ้นื ทวปี ใน ชว่ งฤดูฝน 5.2 พายุหมุน เช่น ลมไต้ฝุ่น ทีก่ ่อตัวในมหาสมุทรแปซฟิ ิค พายไุ ซโคลน ทกี่ ่อตัวในมหาสมุทรอนิ เดีย 6. กระแสน้ำ มีกระแสน้ำเย็นโอยาชิโว ไหลผ่านฝั่งตะวันตกของญ่ีปุ่น และชายฝั่งตะวันออกของประเทศ มกี ระแสน้ำอุ่นกโุ รชิโว ไหลผ่าน ทำให้ชายฝง่ั ตะวันออกของญี่ปุน่ มีอากาศอบอนุ่ กวา่ ฝ่ังตะวนั ตก เขตภมู อิ ากาศ

1. ภูมิอากาศแบบป่าดิบชื้น เขตภมู อิ ากาศแบบปา่ ดบิ ชืน้ อยูร่ ะหว่างละติจูดที่ 10 องศาเหนือ ถงึ 10 องศาใต้ ไดแ้ ก่ ภาคใต้ของประเทศไทย มาเลเซยี อินโดนเี ซีย และฟลิ ิปปินส์ มคี วามแตกต่างของ อณุ หภมู ิระหวา่ งกลางวนั และกลางคืนไม่มากนัก มีปริมาณนำ้ ฝนมากกว่า 2,000 มิลลิเมตร (80 น้วิ ) ตอ่ ปี และมฝี นตกตลอดปี พืชพรรณธรรมชาติเป็นปา่ ดงดิบซ่ึงไม่มีฤดูที่ผลัดใบและมตี ้นไมห้ นาแน่นส่วนบริเวณปากแมน่ ้ำ และชายฝ่งั ทะเลมีพชื พรรณธรรมชาติเป็นปา่ ชายเลน 2. ภูมอิ ากาศแบบมรสมุ เขตรอ้ น หรือรอ้ นช้ืนแถบมรสุม เปน็ ดนิ รอ้ นที่อยู่เหนือ ละติจูด 10 องศาเหนือขึน้ ไป มีฤดแู ล้งและฤดฝู นสลับกันประมาณปีละ เดือน ได้แก่ บรเิ วณคาบสมทุ ร อนิ เดยี และคาบสมทุ รอินโดจีน เขตน้เี ปน็ เขตท่ีไดร้ บั อทิ ธิพลของลมมรสมุ ปริมาณนำ้ ฝนจะสูงในบริเวณ ดา้ นต้นลม (Winward side) และมฝี นตกน้อยในดา้ นปลายลม (Leeward side) หรือเรยี กวา่ เขตเงาฝน (Rain shadow) พชื พรรณธรรมชาติเปน็ ปา่ มรสมุ หรอื ป่าไม้ผลดั ใบในเขตรอ้ น พนั ธ์ุไม้สว่ นใหญ่เปน็ ไมใ้ บกว้าง และเปน็ ไมเ้ นอื้ แขง็ ท่มี คี า่ ในทางเศรษฐกิจ หรือปา่ เบญจพรรณ เช่น ไมส้ กั ไมจ้ ันทน์ ไม้ประดู่ เป็นตน้ ป่า มรสมุ มีลักษณะเป็นป่าโปร่งมากกว่าปา่ ไม้ในเขตร้อนชน้ื บางแหง่ มีไมข้ นาดเล็กขึ้นปกคลมุ บริเวณดนิ ช้ันลา่ ง และบางแห่งเปน็ ปา่ ไผ่ หรอื หญา้ ปะปนอยู่ 3. ภูมอิ ากาศแบบทุ่งหญ้าเมืองร้อน มลี กั ษณะอากาศคล้ายเขตมรสุม มฤี ดแู ล้งกับฤดฝู น แต่ ปริมาณนำ้ ฝนน้อยกวา่ คือ ประมาณ 1,000-1,500 มลิ ลเิ มตร (40-60 นว้ิ )ต่อปี อุณหภมู ิเฉลยี่ ตลอดปี ประมาณ21 องศาเซลเซียส(70 องศาสฟาเรนไฮต์) อุณหภมู ิกลางคนื เยน็ กว่ากลางวัน ได้แก่ บริเวณ ตอนกลางของอนิ เดีย พมา่ และคาบสมทุ รอนิ โดจีน พชื พรรณธรรมชาติเปน็ ป่าโปรง่ แบบเบญจพรรณ ถัดเขา้ ไปตอนใน จะเป็นทุ่งหญา้ สูงต้งั แต่ 60- 360เซนติเมตร (2-12 ฟตุ ) ซึ่งจะงอกงามดีในฤดฝู น แต่แหง้ เฉาตายในฤดหู นาว เพราะชว่ งน้ีอากาศแห้ง แล้ง 4. ภูมิอากาศแบบมรสมุ เขตอบอนุ่ อยู่ในเขตอบอุ่นแต่ไดร้ ับอิทธพิ ลของลมมรสุม มฝี นตกในฤดู ร้อน ฤดูหนาวค่อนข้างหนาว ได้แก่ บริเวณภาคตะวันตกของจนี ภาคใตข้ องญี่ป่นุ คาบสมุทรเกาหลี ฮอ่ งกง ตอนเหนือของอินเดีย ในลาว และตอนเหนือของเวยี ตนาม พชื พรรณธรรมชาติเปน็ ไมผ้ ลัดใบหรือไม้ผสม มีทัง้ ไมใ้ บใหญ่ทผ่ี ลดั ใบ และไมส้ นทีไ่ มผ่ ลดั ใบ ใน เขตจีน เกาหลี ทางใต้ของเขตน้เี ปน็ ปา่ ไม้ผลดั ใบ ส่วนทางเหนอื มีอากาศหนาวกวา่ ปา่ ไม้ผสมและป่าไม้ ผลัดใบ เช่น ต้นโอ๊ก เมเปลิ ถ้าขึ้นไปทางเหนืออากาศหนาวเย็น จะเปน็ ปา่ สนท่มี ีใบเขยี วตลอดปี 5. ภูมิอากาศแบบอบอุน่ ภาคพ้ืนทวปี ได้แกท่ างเหนือและตะวนั ออกเฉยี งเหนือของประเทศ จนี เกาหลีเหนือ ภาคเหนอื ของญี่ปุ่น และตะวนั ออกเฉยี งใตข้ องไซบีเรีย มีฤดูร้อนทอ่ี ากาศรอ้ น กลางวัน

ยาวกวา่ กลางคืน นาน 5-6 เดือน เปน็ เขตปลูกข้าวโพดได้ดี เพราะมีฝนตกในฤดรู อ้ น ประมาณ 750- 1,000 มม.(30-40)นวิ้ ต่อปี ฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลยี่ ถึง 7 องศาเซลเซียส (18 องศาฟาเรนไฮต์) เปน็ เขตท่ี ความแตกต่างระหว่างอณุ หภูมิมีมาก พืชพรรณธรรมชาติเป็นปา่ ผสมระหวา่ งไม้ผลดั ใบและปา่ สน ลกึ เขา้ ไปเป็นทงุ่ หญ้า สามารถ เพาะปลูกข้าวโพด ขา้ วสาลี และเลยี้ งสัตวพ์ วกโคนมได้ ส่วนแถบชายทะเลมกี ารทำป่าไม้บา้ งเลก็ นอ้ ย 6. ภมู ิอากาศแบบท่งุ หญา้ กึ่งทะเลทรายแถบอบอ่นุ มีอุณหภูมสิ ูงมากในฤดูร้อน และอณุ หภมู ิ ตำ่ มากในฤดูหนาว มฝี นตกบ้างในฤดใู บไมผ้ ลิและฤดรู ้อน ไดแ้ ก่ ภาคตะวันตกของคาบสมุทรอาหรับ ตอนกลางของประเทศตรุ กี ตอนเหนอื ของภาคกลางของอิหรา่ น ในมองโกเลยี ทางตะวันตกเฉยี งเหนือ ของจนี พชื พรรณธรรมชาติเปน็ ทงุ่ หญ้าส้นั (Steppe) ทุ่งหญา้ ดงั กล่าวมกี ารชลประทานเขา้ ถึงใช้ เพาะปลูก ข้าวสาลี ขา้ วฟา่ ง ฝา้ ย และเล้ียงสตั วไ์ ดด้ ี 7. ภูมิอากาศแบบทะเลทราย มีความแตกต่างระหวา่ งอุณหภูมิกลางวนั กบั กลางคนื และฤดู รอ้ นกบั ฤดหู นาวมาก ได้แก่ ดนิ แดนที่อยูภ่ ายในทวีปทีม่ ีเทอื กเขาปดิ ล้อม ทำใหอ้ ิทธิพลจากมหาสมทุ รเข้า ไปไม่ถึง ปริมาณฝนตกน้อยกว่าปลี ะ 250 มม.(10นวิ้ ) ได้แก่บริเวณ คาบสมุทรอาหรับ ทะเลทรายโกบี ทะเลทรายธาร์ และที่ราบสงู ทิเบต ทรี่ าบสงู อิหร่าน บริเวณท่ีมีน้ำและตน้ ไมข้ นึ้ เรยี กว่า โอเอซิส (Oasis) พืชพรรณธรรมชาติเป็นอินทผลมั ตะบองเพชร และไม้ประเภทมีหนาม ชายขอบทะเลทรายสว่ น ใหญ่เปน็ ทุ่งหญ้าสลบั ปา่ โปร่ง มีการเลยี้ งสตั ว์ประเภทท่ีเลีย้ งไว้ใชเ้ นอ้ื และทำการเพาะปลูกตอ้ งอาศยั การ ชลประทานช่วย 8. ภูมอิ ากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน มอี ากาศในฤดูร้อน ร้อนและแห้งแลง้ ใน เลบานอน ซีเรียอิสราเอล และตอนเหนือของอริ กั พืชพรรณธรรมชาติเป็น ไม้ตน้ เตีย้ ไม้พุ่มมหี นาม ต้นไมเ้ ปลือกหนาที่ทนต่อความแหง้ แล้งในฤดู ร้อนไดด้ ี พืชทเี่ พาะปลูก ไดแ้ ก่ สม้ องนุ่ และ มะกอก 9. ภูมิอากาศแบบไทกา (ก่ึงขั้วโลก) มฤี ดหู นาวยาวนานและหนาวจัด ฤดรู ้อนสัน้ มีนำ้ คา้ ง แขง็ ได้ทกุ เวลา และ ฝนตกในรูปของหมิ ะ ไดแ้ ก่ ดนิ แดนทางภาคเหนือของทวีปบริเวณไซบีเรีย พืชพรรณธรรมชาติเปน็ ปา่ สน เปน็ แนวยาวทางเหนอื ของทวปี ท่ีเรยี กวา่ ไทกา (Taiga) หรือ ป่าสนของไซบเี รีย 10. ภมู ิอากาศแบบทนุ ดรา (ข้ัวโลก) เขตน้มี ีฤดูหนาวยาวนานมาก อากาศหนาวจัด มีหิมะปกคลุม ตลอดปี ไม่มฤี ดรู ้อน พชื พรรณธรรมชาติเปน็ พวกตะไคร่นำ้ และ มอสส์ 11. ภมู ิอากาศแบบทสี่ ูง ในเขตทีส่ งู อุณหภมู ิจะลดลงตามระดบั ความสงู ในอัตราความสงู เฉลีย่ ประมาณ 1 องศาเซลเซียสต่อความสงู 10 เมตร จงึ ปรากฎว่ายอดเขาสูงบางแหง่ แม้จะอยใู่ นเขตรอ้ น กม็ ีหมิ ะปก คลมุ ทงั้ ปี หรอื เกือบตลอดปี ไดแ้ ก่ ท่รี าบสงู ทิเบต เทอื กเขาหมิ าลัย เทือกเขาคนุ ลุน และเทือกเขาเทยี นชาน ซ่งึ มี

ความสงู ประมาณ 5,000-8,000 เมตร จากระดบั น้ำทะเล มหี ิมะปกคลุมและมีอากาศหนาวเยน็ แบบขั้วโลก แบบทดสอบ ครั้งที่ 11 เร่อื ง ลักษณะทางภมู ิศาสตร์กายภาพ คำชีแ้ จง แบบทดสอบก่อนเรียน มจี ำนวนทัง้ หมด 10 ข้อ คำสง่ั จงทำเครื่องหมายกากบาท (X) หนา้ ข้อท่ีถกู ต้องท่สี ุด เพยี งข้อเดียว 1. ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของทวีปเอเซียในขอ้ ใดเป็นปัจจัยทส่ี ่งผลให้มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ก. เปน็ ทุ่งหญา้ ขนาดใหญ่ ข. เปน็ แนวเทอื กเขาสงู ค. เป็นท่รี าบลมุ่ แมน่ ้ำ ง. เปน็ เกาะและหมู่เกาะ 2. ทวีปเอเชยี มีดินแดนติดต่อกบั ทวปี ใด ก. ยโุ รปและแอฟริกา ข. ยโุ รปและอเมริกาเหนอื ค. อเมริกาเหนือและแอฟริกา ง. อเมรกิ าเหนือและอเมริกาใต้ 3. ปัจจัยขอ้ ใด ไมส่ ง่ ผล ต่อสภาพภมู อิ ากาศของทวีปเอเชยี ก. พายไุ ตฝ้ ุ่น ข. ความใกล้-ไกลทะเล ค. กระแสนำ้ ในมหาสมทุ ร ง. การพังทลายของหน้าดนิ 4. ข้อใดเป็นปัจจยั ทม่ี ีอิทธิพลตอ่ ลักษณะภูมิอากาศของทวปี เอเชีย ก. ทีต่ ้งั ข. มีเทือกเขาสูง ค. มีอากาศแบบร้อนชน้ื ง. มภี มู ิอากาศแบบร้อนชืน้

5. ประเทศไทยตัง้ อย่ใู นเขตภมู ภิ าคใด ก. เอเซียตะวันออก ข. เอเซียตะวนั ออกเฉลียงใต้ ค. เอเซยี ใต้ ง. เอเชียกลาง 6. ทวีปเอเชยี อาณาเขตทิศเหนือตดิ กบั อาณาเขตใด ก. มหาสมุทรอาร์กตกิ ข. ยโุ รปและแอฟรกิ า ค. อเมรกิ าเหนือและแอฟริกา ง. เป็นเกาะและหมเู่ กาะ 7. ทำไมบรเิ วณท่ีมภี เู ขาไฟปะททุ ้ังบนพืน้ ท่ที วปี และหมเู่ กาะจงึ มปี ระชากรตั้งถ่นิ ฐานอย่างหนาแน่น ก. เป็นแหลง่ ดินดมี คี วามอุดมสมบูรณเ์ หมาะแก่การเพาะปลกู ข. เปน็ แหล่งแรอ่ โลหะทสี่ ำคัญ เชน่ เกลือหิน โซเดียมไนเตรท ค. เป็นแหล่งแรเ่ ชื้อเพลิงทสี่ ำคญั ทั้งนำ้ มัน และก๊าซธรรมชาติ ง. เปน็ ยา่ นอตุ สาหกรรมและเมอื งศนู ย์กลางการคมนาคม 8. ลกั ษณะภมู ิประเทศของทวีปเอเซยี แบ่งออกเปน็ 6 เขต ก. 3 เขต ข. 4 เขต ค. 5 เขต ง. 6 เขต 9. แหล่งกำเนดิ พายุหมุนเขตร้อน ไม่ เกิดขึน้ ในบรเิ วณใด ก. ในเขตละตจิ ูดกลางหรือก่งึ เขตร้อนข้นึ ไป ข. ระหว่างเขตเส้นทรอปิกออฟแคปริคอร์นกับเส้นศูนย์สูตร ค. ระหวา่ งเขตเส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์กับเสน้ ศูนย์สตู ร ง. ในเขตมหาสมุทรอนิ เดยี แอตแลนติก และแปซิฟิก 10. ข้อใดเปน็ ข้อมูลท่ีถูกต้องเกี่ยวกับชายฝ่ังทะเลของประเทศไทย ก. ชายฝ่ังทะเลภาคตะวันออกเกดิ จากการทรุดตวั ข. ชายฝ่งั ทะเลอันดามันกว้างกว่าชายฝง่ั ทะเลด้านอ่าวไทย ค. ชายฝ่งั ทะเลดา้ นตะวนั ตกของภาคใต้ถกู กัดเซาะรุนแรงมากกวา่ ด้านตะวันออก ง. ชายฝงั่ ทะเลด้านอา่ วไทยมีทร่ี าบชายฝง่ั กว้างกว่าดา้ นทะเลอันดามนั มหาสมุทรอินเดีย เฉลยแบบทดสอบ 1. ค 2. ก 3. ง 4. ก 5. ข 6. ก 7. ก 8. ง 9. ก 10. ง

ใบความรู้ คร้งั ท่ี 12 เรือ่ ง ระบอบการปกครอง การปกครองระบอบประชาธิปไตย การปกครองระบอบเผด็จการ การทจุ รติ และทิศทางการปองกันและการทจุ ริตในประเทศไทยการทจุ ริต 1. การปกครองระบอบประชาธิปไตย ประชาธิปไตยเปน็ ระบอบการปกครองท่ปี ระเทศสว่ นใหญ่ในโลกนิยมใชเ้ ปน็ หลกั ในการจัดการปกครองและ บริหารประเทศในปัจจบุ นั รวมทัง้ ประเทศไทยของเรา ซึ่งจัดการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยมานานกวา่ 70 ปีแล้ว การปกครองระบอบประชาธิปไตยเกิดจากความศรัทธาในคณุ ค่าและศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ และความ เชอื่ ม่นั ว่าคนเราสามารถปกครองตนเองได้ จงึ กำหนดให้ประชาชนเปน็ เจา้ ของอำนาจในการปกครอง ความหมายของการปกครองระบอบประชาธิปไตย คำวา่ ประชาธิปไตยมีทีม่ าจากคำ 2 คำ คือ คำวา่ ประชา และคำว่า อธิปไตย – คำวา่ ประชา หมายถึง ประชาชนซงึ่ เปน็ พลเมืองของประเทศ – สว่ นคำว่า อธิปไตย หมายถึง อำนาจสูงสดุ ในการปกครองประเทศ – ประชาธปิ ไตย จงึ หมายถงึ การท่อี ำนาจสงู สดุ ในการปกครองประเทศเปน็ ของประชาชน ซึ่งตรงกบั ความหมายของคำวา่ democracy ในภาษาองั กฤษ แนวคดิ พน้ื ฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยมีพน้ื ฐานมาจากแนวคิดทีเ่ ชือ่ ม่นั วา่ คนเราทุกคนเปน็ มนุษย์ที่มเี กียรติ และศักดิ์ศรี แตล่ ะคนมีคณุ คา่ ความเป็นมนษุ ย์ ทกุ คนมีความเป็นมนษุ ย์เท่าๆกนั และสมควรทจี่ ะได้รับการปฏบิ ัติ อย่างสมศักดศิ์ รีความเปน็ มนุษย์ มีความศรัทธาในคุณค่าและความดงี ามของมนุษย์ โดยเช่อื มนั่ วา่ มนษุ ย์จะใช้ กำลังสตปิ ัญญาและทักษะความสามารถอยา่ งเต็มทเี่ พือ่ สร้างสรรคส์ งิ่ ทด่ี ีงามในสังคมรว่ มกนั ประชาชนทุกคนใน ระบอบประชาธปิ ไตยมีสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคโดยเท่าเทยี มกนั หลักการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย 1. อำนาจอธิปไตย ซึ่งเปน็ อำนาจสงู สดุ ในการปกครองประเทศ เปน็ ของประชาชน โดยมอบหมายให้ ตวั แทน คอื ส.ส. เขา้ มาทำหน้าท่ีบรหิ ารประเทศแทน(รฐั บาล) เน่อื งจากมีประชาชนมากเกนิ ไป 2. รฐั บาลมอี ำนาจจำกัด รฐั บาลจะใชอ้ ำนาจอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม โดยยดึ เจตนารมณ์ของ ประชาชนเป็นหลัก เพ่ือปกป้องคุ้มครอง สทิ ธิ เสรภี าพและประโยชนข์ องประชาชน ในประเทศประชาธปิ ไตยจึงมีหลกั การปกครองที่ทำให้รฐั บาลมีอำนาจจำกดั หลายประการ ท่สี ำคญั ได้แกห่ ลักการ ดังต่อไปน้ี 2.1 การใชก้ ฎหมายเปน็ หลักในการปกครองประเทศ โดยมีกฎหมายรัฐธรรมนญู เป็นกฎหมายสงู สุด 2.2 การแยกใช้อำนาจ เพื่อไมใ่ ห้อำนาจรัฐตกเป็นของใครคนใดคนหนงึ่ โดยแยกเปน็ ดา้ นนิติบญั ญัติ

(รัฐสภา) ด้านบรหิ าร (รฐั บาล) ดา้ นตลุ าการ (ศาล) ซง่ึ ผู้เขา้ มาทำหน้าท่ีแต่ละด้านจะมีการตรวจสอบ ถว่ งดลุ อำนาจซึง่ กันและกนั ไม่ใหฝ้ ่ายใดฝ่ายหน่ึงใช้อำนาจไม่ถูกต้อง 2.3 การกระจายอำนาจ โดยกระจายอำนาจให้ประชาชนในท้องถ่ินปกครองและบริหารท้องถ่ินของ ตนเอง เพื่อไม่ให้รัฐบาลมีอำนาจมากเกินไป ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ประชาชนจึงเป็นผู้กำหนดรัฐบาล และสามารถถอดถอนรัฐบาลได้ด้วย รัฐบาลจึงมีอำนาจจำกัด เช่น บังคับให้ประชาชนปฏบิ ัติตามกฎหมาย แต่ละละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้ไม่ได้รัฐบาลกับประชาชนมีความเกี่ยวพันกันตลอดเวลา ประชาชนมีส่วนร่วม ทางการเมือง รัฐบาลต้องบริหารประเทศตามเจตนารมณ์ของประชาชนเป็นหลัก จึงต้องมีความสัมพันธ์กับ ประชาชนอย่างใกล้ชิดมีการตรวจสอบปัญหาและความต้องการของประชาชนอยู่อย่างสม่ำเสมอประชาชนได้รับ การบริการขั้นพื้นฐานจากรัฐ รัฐบาลต้องดูแลให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ประชาชนทุกคนได้รับการปฏิบัติที่สมศักดิ์ศรี แห่งความเป็นมนุษย์ได้รับการคมุ้ ครองสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคโดยเทา่ เทียมกนั ข้อดีของการปกครองแบบประชาธิปไตย 1. ชว่ ยให้ประชาชนมสี ่วนในการปกครองตนเองได้ 2. ชว่ ยใหร้ ัฐบาลท่เี ปน็ ตวั แทนของประชาชนสามารถสนองความต้องการของประชาชนส่วนรวมได้ 3. ชว่ ยให้ประชาชนมสี ิทธเิ สรภี าพความเสมอภาคตามกฎหมายรฐั ธรรมนูญ 4. ชว่ ยให้บุคคลสามารถสำนึกในผลประโยชนอ์ นั ชอบธรรมของตนเองและสว่ นรวม 5. ชว่ ยให้บุคคลเปน็ ผทู้ ี่ยึดในหลกั การที่ถูกตอ้ งมีระเบียบวินัย 6. ชว่ ยใหเ้ กดิ การเรยี นรูใ้ นจริยธรรมและคณุ ธรรมทจ่ี ะใช้ 7. ชวี ิตร่วมกนั กบั ผอู้ น่ื ในสงั คมเดยี วกนั ด้วยดี 8. ชว่ ยให้การปกครองมีเสถียรภาพมน่ั คงเปน็ ท่ียอมรับของประชาคมโลก 9. ชว่ ยให้ประเทศมีความเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยและสงบสขุ 10. ชว่ ยพัฒนาประเทศให้เกดิ ความเจรญิ ก้าวหน้า 11. ประชาชนกินดอี ยูด่ ี ขอ้ เสียของการปกครองแบบประชาธปิ ไตย 1. แมว้ า่ หลกั การดีแตก่ ารบรรลเุ ปา้ หมายน้ันคอ่ นข้างยากทฤษฏีกับปฏิบัตอิ าจไมส่ อดคล้องกัน 2. รฐั บาลท่มี าจากการเลอื กตง้ั ของประชาชนอาจจะอ่อนแอและไมม่ ีประสิทธิภาพ 3. พรรคการเมืองที่มอี ำนาจและอิทธิพลในการปกครองบางพรรคอาจจะผูกขาดอำนาจหรือทำไปเพื่อ ประโยชน์ตน 4. อาจจะมีการปลุกระดมชนี้ ำประชาชนในทางท่ีมิชอบ 5. เป็นการปกครองทต่ี ้องเสียคา่ ใชจ้ ่ายมากเช่นคา่ ใช้จา่ ยในการเลอื กตง้ั ระดับต่างๆ

6. ผูแ้ ทนราษฎรอาจจะเหน็ แก่ประโยชนข์ องท้องถ่ินของตนมากกวา่ ของประเทศโดยสว่ นรวม 7. อาจมกี ารใชเ้ สียงข้างมากกีดกันการใชส้ ทิ ธิเสรภี าพของบุคคล 8. อาจมกี ารใช้กระบวนการทางประชาธปิ ไตยบางประการไปในทางท่ีมิชอบ 9. อาจจะเปน็ การปกครองแบบประชาธปิ ไตยแต่ภายนอกส่วนภายในเปน็ การปกครองโดยคนเพยี ง บางกลมุ่ บางพวก 10. ขาดความเขา้ ใจในการใชส้ ิทธิและหน้าท่ี 11. อำนาจและอทิ ธิพลของระบบราชการท่ีมีมากข้นึ อาจจะลดิ รอนสทิ ธเิ สรีภาพของประชาชน การปกครองระบอบเผด็จการ ระบอบเผดจ็ การ มีลกั ษณะเด่นอยทู่ ่ีการรวมอำนาจการเมืองการปกครองไว้ที่บุคคลเพียงคนเดียวหรือ คณะเดียวหรือพรรคเดียว โดยบุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าวสามารถใช้อำนาจน้ันควบคุมบังคับประชาชนได้โดย เด็ดขาด หากประชาชนคนใดคัดค้านผู้นำหรือคณะผู้นำก็จะถูกลงโทษใหท้ ำงานหนักหรือถูกจำคุก ซึ่งระบอบเผด็จ การมี 3 แบบ คอื เผด็จการทหาร เผด็จการฟาสซสิ ต์ และเผดจ็ การคอมมวิ นสิ ต์ ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. ระบอบเผด็จการทหาร หมายถึง ระบอบเผด็จการที่คณะผู้นำฝ่ายทหารเป็นผู้ใช้อำนาจเผด็จ การในการปกครองโดยตรงหรือโดยอ้อม (ผ่านทางพลเรือนที่พวกตนสนับสนุน) และมักจะใช้กฎอัยการศึกหรือ รฐั ธรรมนูญที่คณะของตนสร้างขึ้นเป็นเครือ่ งมือในการปกครอง โดยท่ัวไปคณะผู้นำทหารมักจะใช้อำนาจเผด็จการ ปกครองประเทศเป็นการชั่วคราว ระหวา่ งที่ประเทศอยู่ในภาวะสงครามหรือหลังจากล้มเลิกระบอบประชาธิปไตย โดยมีเป้าหมายเพ่ือขจัดภัยคุกคามบางอย่างต่อความม่ันคงของรัฐ ส่วนมากแล้วเม่ือเหตุการณ์ความวุ่นวายต่าง ๆ สงบลง คณะผนู้ ำทางทหารก็มักจะอ้างสาเหตุต่าง ๆ นานาเพ่ือยึดอำนาจการปกครองประเทศตอ่ ไปอกี ไม่ยอมท่ีจะ คืนอำนาจกลับมาให้ประชาชนโดยง่าย ดงั เหตุการณท์ ีเ่ กดิ ขนึ้ ในสหภาพพม่าในปจั จบุ ันน้เี ปน็ ต้น แต่ทวา่ เม่ือเวลาย่ิง ผ่านเน่ินนานออกไปกระแสความไม่พอใจในหมู่ประชาชนรวมทั้งแรงกดดันจากนานาชาติ ก็จะทำให้คณะผู้นำทาง ทหารกุมอำนาจการปกครองไว้ไม่ได้ ในท่ีสุดก็จำเป็นต้องคืนอำนาจให้ประชาน แต่กว่าจะมาถึงจุดน้ีได้ ในบาง ประเทศก็เกิดความวุ่นวาย มีการต่อสู้ระหว่างกำลังของประชาชนกับกำลังของรัฐบาลเผด็จการทหาร ซึ่งจาก ประวัติศาสตร์การเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในการปกครองที่ผ่านมา มักจะจบลงโดยชัยชนะเป็นของฝ่ายประชาชน เช่นเหตุการณ์ซึ่งเกิดข้ึนที่โรมาเนีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น ตัวอย่างของการปกครองแบบเผด็จการทหาร เช่น การ ปกครองของญปี่ ุ่นระหว่างสงครามโลกครัง้ ท่ี 2 อนั เปน็ ระยะทพ่ี ลเอกโตโจและคณะนายทหารใช้อำนาจเผด็จการใน การปกครอง หรือการปกครองของไทยระหว่างที่ไม่มีรัฐธรรมนูญ ในระหว่างวันท่ี 20ตุลาคม 2501 ถึง วันที่ 20 มิถุนายน 2511 อำนาจการปกครองประเทศตกอยู่ภายใต้การควบคุมของคณะปฏิวัติ ซึ่งนำโดย จอม พลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และจอมพลถนอม กิตติขจร ส่วนในปัจจุบัน(พ.ศ. 2541) ก็มี เช่น การปกครองของสหภาพ พม่าภายใตก้ ารนำของพลเอกตาน ส่วย เปน็ ต้น

2. ระบอบเผด็จการฟาสซิสต์ หมายถึง ระบอบเผด็จการที่ผู้นำคนหน่ึงซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มนักธุรกิจและกองทัพให้ใช้อำนาจเผด็จการปกครองประเทศ ผู้นำในระบอบการปกครองเผด็จการฟาสซิสต์ มักจะมีลัทธิการเมืองที่เรียกกันว่า ลัทธิฟาสซิสต์ เป็นลัทธิช้ีนำในการปกครองและมุ่งที่จะใช้อำนาจเผด็จการ ปกครองประเทศเป็นการถาวร โดยเช่ือว่าระบอบการปกครองแบบนี้เหมาะสมกับประเทศของตน และจะช่วยให้ ประเทศของตนมีความเจรญิ ก้าวหนา้ โดยเร็ว ตัวอย่างของการปกครองระบอบเผดจ็ การฟาสซสิ ต์ เชน่ การปกครอง ของอิตาลีสมัยมุสโสลินีเป็นผู้นำ ระหว่าง พ.ศ. 2473 – 2486 การปกครองของเยอรมนีสมัยฮิตเลอร์เป็นผู้นำ ระหว่าง พ.ศ. 2476 – 2488 หรือการปกครองของสเปนสมัยจอมพลฟรังโกเป็นผู้นำระหว่างพ.ศ. 2480 – 2518 เปน็ ต้น 3. ระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์ หมายถึง ระบอบเผด็จการท่ีพรรคคอมมิวนิสต์เพียงพรรคเดียว ได้รับการยอมรับ หรือสนับสนุนจากกลุ่มบุคคลต่าง ๆ และกองทัพให้เป็นผู้ใช้อำนาจเผด็จการปกครองประเทศ คณะผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์เช่ือว่า ระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์เป็นรูปแบบการปกครองท่ีเหมาะสมกับ ประเทศของตน และจะช่วยทำให้ชนช้ันกรรมาชีพเป็นอิสระจากการถูกกดขี่โดยชนช้ันนายทุน รวมท้ังทำให้ ประเทศมีความเจริญก้าวหน้าและเข้มแข็งทัดเทียมกับต่างประเทศได้เร็วกว่าระบอบการปกครองแบบอื่น ระบอบ เผด็จการคอมมิวนิสต์มีความแตกต่างจากระบอบเผด็จการทหารอยู่ข้อหนึ่งท่ีสำคัญ คือ ระบอบเผด็จการทหารจะ ควบคุมเฉพาะกิจกรรมทางการเมืองของประชาชนเท่าน้ัน แต่ระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์จะใช้อำนาจเผด็จการ ควบคุมกจิ กรรมละการดำเนนิ ชีวติ ของประชาชนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง การปกครอง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม ด้วยเหตุน้ีนักรัฐศาสตร์จึงเรยี กระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์อีกอย่างหน่ึงว่า ระบอบเผด็จการแบบ เบ็ดเสรจ็ หลักการของระบอบเผดจ็ การ 1. ผนู้ ำคนเดยี วหรอื คณะผนู้ ำของกองทัพ หรือของพรรคการเมืองเพยี งกลุ่มเดียวมอี ำนาจสูงสดุ และสามารถใช้ อำนาจน้นั ได้อยา่ งเต็มทโ่ี ดยไมต่ ้องฟังเสียงคนสว่ นใหญ่ในประเทศ 2. การรักษาความม่ันคงของผนู้ ำหรือคณะผนู้ ำ มีความสำคญั กวา่ การคุ้มครองสทิ ธิเสรภี าพของ ประชาชน ประชาชนไมส่ ามารถทีจ่ ะวิพากษว์ จิ ารณก์ ารกระทำของผนู้ ำอย่างเปิดเผยได้ 3. ผู้นำหรอื คณะผูน้ ำสามารถท่ีจะอยู่ในอำนาจไดต้ ลอดชวี ิต หรือนานเท่าท่กี ลุม่ ผูร้ ่วมงานหรือ กองทัพยังใหก้ ารสนับสนนุ ประชาชนทวั่ ไปไม่มีสทิ ธิท่ีจะเปลยี่ นผนู้ ำได้โดยวถิ ที างรฐั ธรรมนูญ 4. รฐั ธรรมนญู และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผแู้ ทนทีจ่ ดั ข้ึนตามรัฐธรรมนูญและรฐั สภา ไม่มี ความสำคญั ต่อกระบวนการทางการปกครองเหมือนในระบอบประชาธปิ ไตย กลา่ วคือ รัฐธรรมนญู เปน็ แตเ่ พียงราก ฐานรองรับอำนาจของผนู้ ำหรอื คณะผ้นู ำเทา่ นัน้ ส่วนการเลือกต้งั สมาชกิ สภาผู้แทนท่จี ดั ข้ึนกเ็ พ่ือใหป้ ระชาชนออก เสยี งเลือกตงั้ ผูส้ มัครทผ่ี ้นู ำหรือคณะผนู้ ำส่งเข้าสมัครรบั เลือกต้ังเท่านั้น ในทำนองเดียวกัน รัฐสภากจ็ ะประชมุ กนั ปี

ละ 5 – 10 วัน เพอ่ื รับทราบและยืนยันให้ผู้นำหรือคณะผู้นำทำการปกครองต่อไป ตามที่ผู้นำหรือคณะผ้นู ำ เหน็ สมควร ขอ้ ดแี ละข้อเสีย ของระบอบเผดจ็ การ ข้อดีของระบอบเผดจ็ การ 1. รัฐบาลสามารถตดั สินใจทำการอยา่ งใดอย่างหนง่ึ ได้รวดเรว็ กวา่ รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย เช่น สามารถออกกฎหมายมาใช้บังคับเพ่ือวตั ถปุ ระสงค์อยา่ งใดอย่างหนึง่ ได้ โดยไมต่ ้องขอความเห็นชอบจากเสยี ง ข้างมากในรฐั สภา ทั้งน้ีกเ็ พราะผนู้ ำหรือคณะรัฐมนตรมี กั จะไดร้ ับมอบอำนาจจากรฐั สภาไว้ล่วงหน้าให้ออก กฎหมายหรอื ระเบยี บข้อบังคับบางอย่างไดเ้ อง 2. แก้ปัญหาบางอยา่ งได้อย่างมปี ระสิทธิผลกวา่ ระบอบประชาธิปไตย เชน่ สั่งการปราบการจลาจล การก่ออาชญากรรม และการก่อการรา้ ยต่าง ๆ ได้อย่างเฉยี บขาดมากกวา่ โดยไม่จำตอ้ งเกรงว่าจะเกนิ อำนาจท่ี กฎหมายให้ไว้ เน่ืองจากศาลในระบอบเผด็จการไม่ได้มคี วามเป็นอิสระในการพจิ ารณาคดเี หมือนในระบอบ ประชาธปิ ไตย ขอ้ เสียของระบอบเผด็จการ 1. เปน็ การปกครองโดยบุคคลคนเดยี วหรอื กลุ่มเดยี ว ซึง่ ยอ่ มจะมีการผิดพลาดและใช้อำนาจเพื่อ ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องไดโ้ ดยไม่มใี ครรูห้ รือกลา้ คัดค้าน 2. มกี ารใชอ้ ำนาจเผดจ็ การกดข่ีและลดิ รอนสิทธิเสรีภาพ รวมท้ังประทุษร้ายตอ่ ชีวติ ของคนหรอื กลุ่ม คนท่ีไม่เห็นด้วยกบั กลุ่มผู้ปกครอง 3. ทำให้คนดีมีความสามารถที่ไมใ่ ชพ่ วกพอ้ ง หรอื ผูส้ นบั สนนุ กลมุ่ ผปู้ กครองไม่มโี อกาสดำรงตำแหนง่ สำคัญในทางการเมือง 4. ประชาชนสว่ นใหญท่ ีถ่ ูกกดข่ีและขาดสิทธิเสรีภาพ ยอ่ มจะไม่สนบั สนนุ นโยบายของรัฐบาลอยา่ ง เต็มทีแ่ ละอาจพยายามตอ่ ตา้ นอยู่เงียบ ๆ หรอื มฉิ ะนั้นบางคนก็อาจจะหลบหนไี ปอยู่ต่างประเทศ ซึ่งสว่ นใหญ่บคุ คล เหล่าน้ีมักจะเปน็ พวกปญั ญาชน ทำใหป้ ระเทศชาติขาดแคลนทรัพยากรบุคคลท่ีมคี วามรู้ความสามารถ 5. อาจนำประเทศชาตไิ ปสู่ความพนิ าศได้ เหมือนดังฮติ เลอร์ได้นำประเทศเยอรมนี หรอื พลเอกโตโจ ไดน้ ำประเทศญี่ปนุ่ เข้าสู่สงครามโลกครง้ั ที่ 2 ซึ่งผลปรากฏว่าทั้งสองประเทศประสบความพินาศอยา่ งย่อยยับ หรือ ตัวอยา่ งเหตุการณ์ที่ประธานาธิบดซี ัดดมั ฮุสเซน เห่งอิรัค ไดส้ ง่ กำลงั ทหารเข้ายึดครองประเทศคูเวต และไม่ยอม ถอนตัวออกไปตามมติขององค์การสหประชาชาติ จนกองกำลังนานาชาตติ ้องเปิดฉากทำสงครามกบั อริ ักเพื่อ ปลดปลอ่ ยคูเวต และผลสดุ ท้ายอริ กั ก็เป็นฝา่ ยปราชัยอยา่ งย่อยยับ ทำให้ประชาชนชาวอริ กั ต้องประสบความ เดือดร้อนอย่างแสนสาหสั เสียทั้งทรัพยส์ นิ และชวี ิต การพัฒนาประเทศหยุดชะงัก ทง้ั นีเ้ ป็นเพราะการตัดสนิ ใจ ผดิ พลาดของผู้นำเพยี งคนเดียว

การเมืองการปกครองของไทยปจั จุบัน ประเทศไทยมกี ารปกครองแบบประชาธปิ ไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ฐานะและ พระราชอำนาจของพระมหากษตั รยิ ์ 1. ทรงเปน็ ประมุขของประเทศ 2. เป็นจอมทพั ไทย 3. เป็นท่ีเคารพสกั การะของชาวไทย พระราชอำนาจของกษัตรยิ ไ์ ทย 1. ทรงใช้อำนาจนติ ิบญั ญตั ทิ างรฐั สภา 2. ทรงใช้อำนาจบริหารทางคณะรฐั มนตรี 3. ทรงใช้อำนาจตลุ าการทางศาล พระมหากษตั ริย์จะทรงลงพระปรมาภไิ ธยในรา่ งพระราชบัญญัติท่ี ไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากรัฐสภาและนายกรัฐมนตรีจะเปน็ ผลู้ งนามรับสนองพระบรมราชโองการทุกคร้งั ศาลจะเป็น ผ้พู จิ ารณาคดีในพระปรมาภิไธยของพระมหากษตั ริย์ พระราชอำนาจในการเลือกและแต่งต้ังประธานองคมนตรี และองคมนตรี ประธานรัฐสภาจะเปน็ ผรู้ บั สนองพระบรมราชโองการในการแตง่ ต้งั และประธานองคมนตรจี ะเป็น ผรู้ บั สนองพระบรมราชโองการแต่งตงั้ องคมนตรคี นต่อไป หน้าที่ขององคมนตรี ถวายคำปรึกษาและความเห็นในพระราชกรณียกจิ ของพระมหากษตั รยิ ์ อำนาจอธิปไตยและการใช้อำนาจ อำนาจนิติบญั ญตั ิ คอื อำนาจสูงสดุ ในการออกกฎหมายโดยสถาบนั รฐั สภา ในรัฐสภามี 2 สภา คอื 1. สภาผแู้ ทนราษฎร มาจากการเลือกตัง้ ของประชาชน ในอตั ราสว่ น 1 : 150,000 มีวาระ 4 ปี 2. วุฒสิ ภา มาจากการแตง่ ตง้ั ของพระมหากษตั ริย์ มีสมาชิก 2 ใน 3 ของสภาผ้แู ทนราษฎร มีวาระ 4 ปี หน้าท่ีของรฐั สภา 1. ทำหน้าที่ออกกฎหมาย 2. ทำหนา้ ทค่ี ัดเลือกรฐั บาลเขา้ มาบรหิ ารประเทศ 3. รฐั สภาควบคุมการปฏิบัตงิ านของรัฐบาล 4. วฒุ ิสภา หรือวฒุ สิ มาชกิ ทำหน้าที่กลน่ั กรองพจิ ารณาร่างกฎหมาย บทบาทของสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร หรอื ส.ส. 1. เลอื กคณะรฐั บาลเพอ่ื บรหิ ารงาน 2. เป็นส่อื กลางระหว่างรัฐบาลกบั ประชาชน 3. ร่วมกันเสนอแนะ ปรบั ปรุงและรักษาการปกครองแบบประชาธิปไตยในสังคมใหด้ ีข้ึน 4. ร่วมกนั ตรากฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ขอ้ บังคบั ของสภา 5. ควบคมุ การทำงานของรัฐบาล

6. อนุมตั ิงบประมาณของแผน่ ดนิ อำนาจบรหิ าร คือ อำนาจในการนำกฎหมายไปบังคับใช้หรือบรหิ ารประเทศโดยรัฐบาล อำนาจและหน้าที่ของ นายกรฐั มนตรแี ละคณะรัฐมนตรี 1. ถวายสัตยป์ ฏญิ าณต่อพระมหากษัตรยิ ์วา่ จะปฏบิ ัติหน้าที่ดว้ ยความซือ่ สัตย์สุจริต 2. อุทิศเวลาให้แก่การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ 3. รับผิดชอบรว่ มกับสภาผู้แทนราษฎร 4. มิสทิ ธิเข้าประชุมสภาผู้แทนราษฎร 5. มีสิทธขิ อให้รัฐสภาเปดิ อภิปรายท่ัวไป 6. มสี ทิ ธเิ สนอร่างพระราชบญั ญัติ 7. มอี ำนาจขอกราบบงั คมทลู ใหย้ บุ สภาผู้แทนราษฎร 8. มีอำนาจกราบบังคมทลู แตง่ ตงั้ หรือถอดถอนข้าราชการฝ่ายทหาร พลเรือน ปลดั กระทรวง อธบิ ดี 9. มอี ำนาจกราบบังคมทลู ขอให้พระมหากษตั ริย์ ประกาศกฎอยั การศึก และพระราชทานอภัยโทษ แกน่ ักโทษได้ อำนาจตลุ าการ คอื อำนาจในการตัดสินคดี โดยสถาบันศาล ซงึ่ ศาลแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ศาลชนั้ ต้น ศาล อุทธรณ์ และ ศาลฎีกา ผู้พพิ ากษาและตลุ าการ มอี ิสระในการพจิ ารณาพิพากษาคดีให้เปน็ ไปตามกฎหมาย คณะกรรมการตลุ า การ มีหน้าทีแ่ ต่งต้ัง โยกย้าย ถอดถอน เล่ือนตำแหน่ง เลือนเงนิ เดอื น การลงโทษทง้ั ทางวินยั แก่ข้าราชการตลุ าการ คณะตุลาการรฐั ธรรมนูญ ทำหน้าทีว่ นิ ิจฉยั ว่าบทบญั ญัติของกฎหมายอ่ืนใดขดั แยง้ ต่อรฐั ธรรมนูญหรอื ไม่ ถ้าขัดแยง้ กฎหมายน้นั จะนำมาบงั คับใช้ไมไ่ ด้ และพิจารณาคุณสมบัติของ ส.ส. วฒุ สิ ภาและรัฐมนตรี การจดั ระเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ 1. การบริหารราชการส่วนกลาง ประกอบดว้ ย - สำนักนายกรัฐมนตรี - กระทรวง - ทบวง - กรม 2. การบริหารราชการส่วนภมู ภิ าค ประกอบด้วย - จงั หวดั - อำเภอ

3. การบริหารราชการสว่ นทอ้ งถิน่ ประกอบด้วย - องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด - เทศบาล - กรงุ เทพมหานคร - เมืองพทั ยา - องค์การบริหารสว่ นตำบล เร่อื ง สาเหตุของการทุจริตและทศิ ทางการปองกนั และการทจุ รติ ในประเทศไทยการทุจริต เปนหนึง่ ในปญหาใหญทที่ ัว่ โลกกงั วลเปนอยางมาก เพราะเปนปญหาท่ีมีความซบั ซอน ยากตอการจัดการ และเกย่ี วของกับคนทุกคน องคกรทุกองคกร ซงึ่ จะสงผลกระทบอยางมากกับการพัฒนา ประเทศ 1. สาเหตุของการทุจริต สาเหตุของการทจุ รติ อาจเกิดขึ้นไดในประเทศทม่ี สี ถานการณดังตอไปน้ี 1.1 มีกฎหมาย ระเบยี บ หรือขอกําหนดจํานวนมากทเ่ี กย่ี วของกับการดําเนนิ การทางธรุ กิจ หากมาตรการ หรอื ขอกาํ หนดดังกลาวมคี วามซับซอน คลุมเครือ เลือกปฏิบัติเปนความลบั หรือไมโปรงใส จะสงผลใหเปนตนเหตุ ของการทุจรติ ได 1.2 มสี ถานการณ โอกาส หรือมีกฎ ระเบยี บตาง ๆ ที่นําไปสูการทุจรติ ได 1.3 กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมไมมีความเขมแข็ง ตลอดจนการพฒั นาใหทันสมัย 2. ทิศทางการปองกนั การทุจริตในประเทศไทย ปจจุบนั ประเทศไทยมีหลายหนวยงานเกิดการต่นื ตัวพยายามเข ามามีสวนรวมในการแกไขปญหา การทุจรติ โดยรวมกนั สรางเคร่อื งมือ กลไก และกําหนดเปาหมายสําหรบั การ ปฏิบัติงานดานการปองกนั และ ปราบปรามการทจุ รติ ในฐานะท่ีสํานกั งานคณะกรรมการปองกนั และปราบปราม การทุจริตแหงชาติ (สาํ นักงาน ป.ป.ช.) เปนองคกรหลกั ดานการปองกนั และปราบปรามการทจุ ริตไดบรู ณาการการ ทาํ งานดานการตอตาน การทุจริตเขากบั ทุกภาคสวน ดงั นี้ 2.1 กําหนดเนือ้ หาเกีย่ วกับเร่ืองนใ้ี นรฐั ธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2560 หมวด ที่ 4 หน าท่ขี องประชาชนชาวไทยวา “... บคุ คลมีหนาทีไ่ มรวมมอื หรือสนับสนุนการทจุ ริตและประพฤติ มชิ อบทุกรูปแบบ” หมวดที่ 5 หนาทขี่ องรฐั วา “รัฐตองสงเสรมิ สนบั สนนุ และใหความรูแกประชาชน ถึงอันตรายทีเ่ กิดจากการทจุ รติ และประพฤติมชิ อบท้ังภาครัฐและภาคเอกชน จดั ใหมมี าตรการและกลไกทีม่ ี ประสทิ ธิภาพ เพื่อปองกันและขจัด การทจุ ริตอยางเขมงวด รวมทั้งกลไกในการสงเสริมใหประชาชนรวมตวั กัน เพือ่ มีสวนรวมในการรณรงคใหความรูต อตานการทจุ รติ หรือชเี้ บาะแสโดยไดรบั ความคุมครองจากรัฐ ตามที่ กฎหมายบัญญัติ” 2.2 กาํ หนดใหมียุทธศาสตรการแกไขปญหา 3 ยุทธศาสตร ประกอบดวย 1) ยุทธศาสตรการปลูกฝง “คนไทยไมโกง” เพอื่ ปฏิรปู “คน” ใหมีจติ สํานึกและสรางพลัง เพือ่ แกไขปญหาทุจรติ คอรรัปชัน 2) ยทุ ธศาสตรการปองกันดวยการเสริมสรางสังคมธรรมาภบิ าล เพ่อื ปฏิรปู ระบบและองคกร เพื่อสรางธรรมาภิบาลในทุกภาคสวน

3) ยุทธศาสตรการปราบปราม เพอ่ื ปฏิรูประบบและกระบวนการจดั การตอกรณีการทุจริต คอร รัปชันใหมีประสิทธิภาพ 2.3 กําหนดไวในกรอบยุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2561 - 2580) โดยมวี สิ ัยทัศน “ประเทศไทย มคี วาม มน่ั คง มั่งคง่ั ยงั่ ยนื เปนประเทศพัฒนาแลวดวยการพฒั นาตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง” 2.4 กาํ หนดใหมีแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) วาดวยเรอ่ื ง สังคมไทยมีวนิ ยั โปรงใส ยดึ มั่นในความซื่อสัตย ยตุ ิธรรม รวมทัง้ สรางความเขมแข็งเปนภูมิคุมกนั ใน สังคมไทย ครอบคลุมภาครฐั ภาคเอกชน องคกรพฒั นาเอกชน และภาคประชาชน พรอมทง้ั สรางพลัง การขับเคล่ือนคานยิ มตอตานการทุจรติ โดยปลูกฝงใหคนไทยไมโกง 2.5 กําหนดใหมโี มเดลประเทศไทยสูความมัน่ คง มั่งคั่ง และยง่ั ยืน (Thailand 4.0) เปนโมเดล ทนี่ อมนํา หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาเปนแนวคิดหลกั ในการบรหิ ารประเทศ ถอดรหสั ออกมาเปน 2 ยทุ ธศาสตรสาํ คญั คือ 1) การสรางความเขมแข็งจากภายใน (Strength From Within) 2) การเชื่อมโยงกับประชาคมโลกในยุทธศาสตรการสรางความเขมแข็งจากภายในThailand 4.0 เนนการปรบั เปลีย่ น 4 ทิศทางและเนนการพฒั นาที่สมดลุ ใน 4 มติ ิ มิติท่ีหยิบยก คือ การยกระดบั ศักยภาพและ คุณคาของมนุษย (Human Wisdom) ดวยการพัฒนาคนไทยใหเปน “มนุษยทสี่ มบูรณ” ผ านการปรับเปล่ียน ระบบนเิ วศนการเรียนรูเพือ่ เสริมสรางแรงบนั ดาลใจบมเพาะความคดิ สรางสรรค ปลูกฝงจิตสาธารณะ ยดึ ประโยชนสวนรวมเปนท่ตี ง้ั มคี วามซอื่ สตั ย สจุ ริต มีวนิ ัย มีคุณธรรมจรยิ ธรรม มี ความรับผิดชอบ เนนการ สรางคุณคารวม และคานยิ มทีด่ ี คือ สงั คมที่มีความหวงั (Hope) สังคมทเ่ี ปยม สขุ (Happiness) และสงั คมที่มี ความสมานฉันท (Harmony) 2.6 กาํ หนดใหมียุทธศาสตรชาตวิ าดวยการปองกันและปราบปรามการทุจรติ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 - 2564) โดยกําหนดวสิ ยั ทัศน “ประเทศไทยใสสะอาด ไทยท้ังชาตติ านทุจรติ ” (Zero Tolerance & Clean Thailand) หมายความวา ประเทศไทยในระยะ 5 ปขางหนา จะมุงสูการเปนประเทศทม่ี มี าตรฐาน ทางคุณธรรม จรยิ ธรรม เปนสังคมมติ ิใหมท่ปี ระชาชนไมเพิกเฉยตอการทุจริตทุกรูปแบบ โดยไดรบั ความร วมมือจากฝายการเมือง หนวยงานของรฐั ตลอดจนประชาชน ในการพทิ ักษรักษาผลประโยชนของชาติ และประชาชน เพ่ือใหประเทศไทย มีศักด์ิศรีและเกียรตภิ ูมิในดานความโปรงใสทดั เทยี มนานา อารยประเทศ เรื่อง ทฤษฎี ความหมายและรปู แบบของการขัดกันระหวางผลประโยชนสวนตน และผลประโยชนสวน รวม การขดั กันระหวางประโยชนสวนบคุ คลกับประโยชนสวนรวมนนั้ มลี กั ษณะทํานองเดียวกันกบั กฎ ศลี ธรรม ขนบธรรมเนยี ม จารีตประเพณี หลักคุณธรรม จรยิ ธรรม กลาวคอื การกระทําใด ๆ ที่เปนการ ขัดกนั ระหวางประโยชนสวนบคุ คลกับประโยชนสวนรวม เปนสง่ิ ทค่ี วรหลีกเล่ยี ง ไมควรจะกระทํา ซ่งึ

บุคคลแตละคน แตละสงั คม อาจเหน็ วาเร่อื งใดเปนการขัดกนั ระหวางประโยชนสวนบคุ คลกบั ประโยชนส วนรวมแตกตางกันไป หรือเมื่อเห็นวาเปนการขัดกนั แลวยังอาจมีระดบั ความหนักเบาแตกตางกัน อาจเห็น แตกตางกันวาเรือ่ งใด กระทาํ ได กระทําไมไดแตกตางกนั ออกไปอีก และในกรณีที่มีการฝาฝนบางเรื่องบาง คนอาจเห็นวาไมเปนไร เปนเร่ืองเล็กนอย หรอื อาจเหน็ วาเปนเรอื่ งใหญตองถูกประณาม ตําหนิ ตฉิ นิ นินทาวากลาว ฯลฯ แตกตางกนั ตามสภาพของสังคม 1. ทฤษฎีของการขัดกันระหวางผลประโยชนสวนตนและผลประโยชนสวนรวม (โลก) 1.1 ทฤษฎอี ปุ ถมั ภ การขดั กันแหงผลประโยชนสวนตนและผลประโยชนสวนรวมจากโครง สรางของสังคม ซึ่งมคี วามสัมพนั ธในลักษณะการพึ่งพาอาศัยในความเทาเทียมกนั โดยตางฝายตางมีผล ประโยชน ตางตอบแทนความสัมพันธน้ัน มอี งคประกอบของความเปนมติ รรวมอยูดวย แตเปนมิตรภาพที่ขาดดลุ ย ภาพ คอื อีกฝายหน่งึ มอี าํ นาจ ทาํ ใหเกดิ พวกพองในองคกรทาํ ใหงายตอการเกดิ การทุจริตและประพฤตมิ ชิ อบ และ ยากตอการตรวจสอบ 1.2 ทฤษฎกี ารทุจรติ ทฤษฎที ุจริตเกดิ ข้ึนจากปจจยั 3 ประการ คอื 1) ความซ่ือสตั ย เม่ือมนุษยมีความตองการ ความโลภ แมถูกบงั คับดวยจรยิ ธรรม คณุ ธรรม และบทลงโทษทางกฎหมายก็ตาม ความจาํ เปนทางเศรษฐกิจมสี วนผลักดันใหบคุ คลตัดสินใจกระทาํ ความผิด เพอ่ื ใหตนเองอยูรอด 2) โอกาส ผูกระทาํ ความผิด พยายามที่จะหาโอกาสทีเ่ อ้ืออํานวยตอการทุจรติ โอกาส ทเ่ี ย ายวนตอการทุจรติ ยอมกระตุนใหเกิดการทจุ รติ ไดงายข้นึ กวาโอกาสทีไ่ มเปดชอง 3) การจงู ใจ เปนมลู เหตุจูงใจใหบคุ คลตัดสนิ ใจกระทําการทุจรติ และนาํ ไปสูการหา มาตรการในการปองกนั การทุจรติ ดวย การจงู ใจในการกระทาํ การทจุ ริต เชน ความทะเยอทะยานอยางไมมี ที่ สิน้ สุด ปรารถนาจะยกระดบั ใหทัดเทียมกบั บุคคลอ่นื ในสงั คม ปญหาทางการเงิน การกระทําเพ่ืออยากเดน

แบบทดสอบครง้ั ท่ี 12 เรื่อง การเมืองการปกครอง คำชแ้ี จง แบบทดสอบก่อนเรยี น มจี ำนวนท้งั หมด 10 ข้อ คำสั่ง จงทำเครื่องหมายกากบาท (X) หนา้ ข้อที่ถกู ต้องท่ีสุด เพียงข้อเดียว 1. คำคมที่ถือเป็นหลักสำคัญของระบอบเผด็จการแบบฟาสซสิ ต์ คอื ข้อใด ก. ถา้ เช่ือผ้นู ำ ชาตไิ มแ่ ตกสลาย ข. สามคั คคี อื พลัง รว่ มกนั พัฒนาชาติ ค. สังคมจะอยู่ได้ ถา้ ประชาชนใส่ใจบ้านเมอื ง ง. ปญั หาทกุ อยา่ งมีทางแก้ เพียงแค่ฟงั ทา่ นผนู้ ำ 2. ระบบสองสภา มสี ภาอะไรบา้ ง ก. สภาผู้แทนราษฎร,วฒุ สิ ภา ข. สภาผู้แทนราษฎร,สภารฐั มนตรี ค. สภาประธานาธิบดี ,สภารัฐมนตรี ง. สภาเขตเมอื งหลวง , สภานอกเขตเมืองหลวง 3. ปจั จบุ นั กระแสโลกสากลให้การยอมรบั การปกครองระบอบใดวา่ เปน็ ระบอบที่ดแี ละเหมาะสมทส่ี ดุ ก. สงั คมนยิ ม ข. เผดจ็ การ ค. ประชาธิปไตย ง. เผดจ็ การแบบเบ็ดเสร็จ 4. ระบอบเผดจ็ การแบบคอมมิวนิสต์ เกดิ ขึ้นมาเพื่อจุดประสงคใ์ ด ก. การพฒั นาระบบอตุ สหกรรม ข. ขจดั ความเล่อื มลำ้ ทางสังคม ค. ขจดั ปญั หาทจุ ริตคอร์รปั ชนั ง. การรวมอำนาจเข้าสู่ศนู ย์กลาง 5. รฐั สภา มหี นา้ ทอ่ี ย่างไรตามระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ก. ออกกฎหมายต่างๆเพียงอยา่ งเดียว ข. ตดั สนิ คดคี วามเกี่ยวกับราชการเพยี งอย่างเดียว ค. ตรวจสอบการทำงานของประธานาธิบดเี พียงอยา่ งเดียว ง. ออกกฎหมาย ตรวจสอบการทำงานและตัดสนิ คดคี วามเกี่ยวกบั ราชการ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook