การอภิปรายและเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ เป็ นการแสดงความคิดเห็นซ่ึงประกอบด้วยเหตุผลท่ีถูกตอ้ ง มี คุณธรรม ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผูร้ ับสารและสังคม ไม่ก่อให้เกิดความขดั แยง้ การอ่านหนังสือหลายประเภทแล้ว ประเมินค่าหรือแนวคิดที่ไดเ้ พื่อนาไปใชใ้ นการแกป้ ัญหาชีวติ เป็ นการอ่านท่ีก่อใหเ้ กิดประโยชน์ท้งั ต่อตนเองและ สงั คม การสรุปความรู้และการนาขอ้ คดิ ท่ไี ดจ้ ากการอ่านไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริงจะทาใหก้ ารอ่าน วรรณคดีเรื่อง น้นั ๆ เกิดประโยชน์ในการดาเนินชีวติ และรู้จกั แกป้ ัญหาท่ีเกิดข้ึน บทอาขยานช่วยจรรโลงใจและให้ขอ้ คิด การ ท่องจาบทอาขยานทาใหจ้ ติ ใจเบิกบาน เป็นเครื่องเตือนใจและสามารถนาไปใชอ้ า้ งอิงในการส่ือสารได้ ปัจจุบนั การ ติดต่อส่ือสารกบั ต่างชาติมากข้ึนมีการยมื คามาจากภาษาต่างประเทศเป็ นจานวนมากจึงจาเป็ นตอ้ งมีความรู้ความ เขา้ ใจความหมายของคาทีม่ าจากภาษาต่างประเทศเพอื่ ใหก้ ารสื่อสารประสบความสาเร็จ โคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการ นกั เรยี นสามารถสรุปไดว้ า่ การอา่ นออกเสยี งโคลงสภุ าษิตนฤทมุ นาการใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การอ่านจะทา ใหเ้ ขา้ ใจเนือ้ หาจนสามารถจบั ใจความ สรุปความเนือ้ หาไดด้ ีขนึ้ การเขียนผงั ความคิดจากขอ้ ความยาว ๆ หรือ ขอ้ ความท่ีเขา้ ใจยากจะช่วยจัดลาดับความคิดทาใหจ้ ดจาไดง้ ่ายและเขา้ ใจดีขึน้ อภิปรายแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ วิจารณ์จะทาใหเ้ ข้าใจวรรณคดีไดด้ ีย่ิงขึน้ การสรุปความรูแ้ ละการนาข้อคิดท่ีไดจ้ ากการอ่านไป ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจริงจะทาใหก้ ารอ่านวรรณคดีเร่อื งนนั้ ๆ เกิดประโยชนใ์ นการดาเนินชีวิตและรูจ้ กั แกป้ ัญหาท่ี เกิดขนึ้ เรียงความเป็นงานเขียนท่ีมีรูปแบบชัดเจน ประกอบดว้ ย คานา เนือ้ เร่อื ง และสรุป การเขียนเรียงความ เก่ียวกบั ประสบการณต์ อ้ งกลา่ วถงึ เรอ่ื งท่ไี ดป้ ระสบมาจรงิ เพ่อื ใหเ้ กิดประโยชนแ์ ก่ผอู้ ่าน ผเู้ ขียนเรียงความควรวาง โครงเรอ่ื งใหช้ ดั เจนจงึ จะทาใหเ้ รยี งความมีเอกภาพ นา่ สนใจและชวนอ่าน ในการอ่านส่งิ ท่จี าเป็นท่ีจะทาใหป้ ระสบ ความสาเรจ็ ไดแ้ ก่ วิเคราะหแ์ ละจาแนกขอ้ เทจ็ จรงิ ขอ้ มลู สนบั สนนุ ขอ้ คิดเห็น ประเมินคุณคา่ หรือแนวคิดท่ีไดจ้ าก เร่อื งท่อี ่านเพ่อื นาไปใชใ้ นชีวติ จรงิ โคลงสุภาษิตอิศปปกรณา นกั เรยี นสามารถสรุปไดว้ า่ การอ่านออกเสยี งโคลงสภุ าษิตอิศปปกรณา ใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การอ่านจะทา ใหเ้ ขา้ ใจเนือ้ หาจนสามารถจบั ใจความ สรุปความเนือ้ หาไดด้ ีขนึ้ การเขียนผงั ความคิดจากขอ้ ความยาว ๆ หรือ ขอ้ ความท่เี ขา้ ใจยากจะช่วยจัดลาดบั ความคิดทาใหจ้ ดจาไดง้ า่ ยและเขา้ ใจดีขนึ้ การอภิปรายแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ วิจารณ์จะทาให้เขา้ ใจวรรณคดีได้ดีย่ิงขึน้ การสรุปความรูแ้ ละการนาข้อคิดท่ีไดจ้ ากการอ่านไป ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ จะทาใหก้ ารอ่านวรรณคดีเร่อื งนนั้ ๆ เกิดประโยชนใ์ นการดาเนินชีวิตและรูจ้ ักแกป้ ัญหาท่ี เกิดขนึ้ ประโยคมีความสาคญั ตอ่ การสอ่ื สารเพราะจะทาใหก้ ารส่อื สารชดั เจนขนึ้ ตอ้ งใช้ประโยคใหถ้ กู ตอ้ งจะทาให้ การสอ่ื สารประสบความสาเรจ็ การพดู อวยพรเป็นธรรมเนียมสากลของมนุษยชาติท่ีปฏิบตั ิต่อกนั เพ่ือแสดงความ รกั ความหว่ งใยและความปรารถนาดจี ากผพู้ ดู สผู่ ฟู้ ังจึงจาเป็นตอ้ งใชภ้ าษาใหเ้ หมาะสม สาระการเรียนรู้
๑. การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรอง ๒. การอ่านจบั ใจความ ๓. การเขียนผงั ความคิดจากเร่ืองท่อี ่าน ๔. การอภปิ รายเก่ียวกบั เร่ืองท่อี ่าน ๕. ขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ สนบั สนุน และขอ้ คดิ เห็นจากบทความท่อี ่าน ๖. การเขยี นเรียงความเกี่ยวกบั ประสบการณ์ ๗. การพดู อวยพร ๘. ลกั ษณะของประโยค ๙. คาทีม่ าจากภาษาต่างประเทศ ๑๐. คุณค่าของโคลงสุภาษติ ๑๑. ความรู้และขอ้ คิดจากโคลงสุภาษิต ๑๒. วรรณกรรม เรื่อง เจา้ หงญิ เจา้ ชายนอ้ ย ความสุขของกะทิ ความสุขแห่งชีวติ นิทานอีสป เจา้ หญงิ นอ้ ย สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียน๑. ความสามารถในการสื่อสาร - ทกั ษะการอ่าน - ทกั ษะการเขียน - ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู ๒. ความสามารถในการคิด - การจาแนก - การใหเ้ หตุผล - การวเิ คราะห์ - การสงั เคราะห์ - การจดั ระบบความคิดเป็นแผนภาพ - การประยกุ ต/์ การปรบั ปรุง - การสรุปความรู้
- การประเมินคา่ ๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา ๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ ๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ประสใฝ่ เรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ท่ี ๔.๑ ต้งั ใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ที่ ๔.๒ แสวงหาความรูจ้ ากแหล่งเรียนรูต้ ่าง ๆ ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน ดว้ ยการเลือกใชส้ ่ืออยา่ งเหมาะสม บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ สรุปเป็ น องคค์ วามรู้ สามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ อยู่อย่างพอเพยี ง ตวั ช้ีวดั ที่ ๕.๑ ดาเนินชีวติ อยา่ งพอประมาณ มีเหตผุ ลรอบคอบ มีคุณธรรม ตวั ช้ีวดั ที่ ๕.๒ มีภมู ิคุม้ กนั ในตวั ทีด่ ี ปรบั ตวั เพอ่ื อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข ม่งุ มั่นในการทางาน ตวั ช้ีวดั ท่ี ๖.๑ ต้งั ใจและรับผดิ ชอบในการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีการงาน ตวั ช้ีวดั ที่ ๖.๒ ทางานดว้ ยความเพยี รพยายามและอดทนเพอ่ื ใหง้ านสาเร็จตามเป้าหมาย รักความเป็ นไทย ตวั ช้ีวดั ที่ ๗.๒ เห็นคุณคา่ และใชภ้ าษาไทยในการสื่อสารไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม ชนิ้ งานหรือภาระงาน โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ ๑. การอ่านออกเสียงโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ ๒. ใบงาน เร่ือง การสรุปความโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ ๓. ใบงาน เร่ือง การเขยี นผงั ความคดิ จากโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ ๔. ใบงาน เรื่อง การอภิปรายเก่ียวกบั เรื่องทีอ่ ่าน ๕. ใบงาน เร่ือง ซาบซ้ึงคุณค่าวรรณคดี ๖. ใบงาน เรื่อง ปฏิบตั ดิ ี ชีวมี ีสุข ๗. การทอ่ งจาโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ ๘. ใบงาน เรื่อง คาท่ีมาจากภาษาตา่ งประเทศ โคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการ ๑. การอ่านออกเสียงโคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการ
๒. ใบงาน เร่ือง การสรุปความโคลงสุภาษติ นฤทมุ นาการ ๓. ใบงาน เรื่อง การเขยี นผงั ความคิดจากโคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการ ๔. ใบงาน เรื่อง คาสอนประจาใจ ๕. ใบงาน เร่ือง พนิ ิจคุณคา่ โคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการ ๖. ใบงาน เร่ือง ใชข้ อ้ คดิ จากโคลงสุภาษติ นฤทุมนาการในชีวติ จริง ๗. การท่องจาบทอาขยานจากโคลงสุภาษติ นฤทุมนาการ ๘. ชิ้นงาน เรื่อง การเขียนเรียงความเก่ียวกบั ประสบการณ์ ๙. ใบงาน เร่ือง การวเิ คราะห์ขอ้ เทจ็ จริงและประเมินแนวคดิ จากเรื่องทอ่ี ่านเพอ่ื นาไปใช้ แกป้ ัญหาในชีวติ โคลงสุภาษติ อิศปปกรณา ๑. การอ่านออกเสียงโคลงสุภาษติ อิศปปกรณา ๒. ใบงาน เรื่อง การสรุปเน้ือเรื่องของนิทานอีสป ๓. ใบงาน เร่ือง การเขียนแผนภาพโครงเร่ืองนิทานอีสป ๔. การอภปิ รายขยายความคดิ เห็น ๕. บตั รขอ้ มูล ๖. ใบงาน เร่ือง การอธิบายคุณค่าของโคลงสุภาษิตอิศปปกรณา ๗. ใบงาน เรื่อง การนาขอ้ คิดจากโคลงสุภาษติ อิศปปกรณาไปใชใ้ นชีวติ จริง ๘. ใบงาน เรื่อง วเิ คราะห์ประโยคจากนิทาน ๙. การพดู อวยพร ๑๐. ช้ินงาน เร่ือง บนั ทกึ การเรียนรู้ การจัดกจิ กรรมการ เรียนร๑ู้. ใหน้ ักเรียนอ่านบทนาเร่ืองและท่ีมาโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางคแ์ ลว้ สรุปสาระสาคญั จากน้นั บนั ทึก ความรู้ ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั เน้ือเรื่อง ๒. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ ๔ - ๕ คน โดยใหแ้ ตง่ เร่ืองจากบตั รคาที่กาหนดใหต้ ่อไปน้ี ภายในเวลา ที่กาหนด ความกลา้ รา่ รวย ประโยชน์ ราคาญ โสด หนงั สอื วาจา มติ ร อธิษฐาน ปัญญา ๓. ใหน้ กั เรียนส่งตวั แทนกลุ่มนาเสนอเร่ืองทแี่ ตง่ ใหเ้ พอ่ื น ๆ ฟัง ครูชมเชยใหก้ าลงั ใจ ๔. ใหน้ กั เรียนพจิ ารณาคาท่ขี ีดเสน้ ใตว้ า่ เป็นคาเอกโทษหรือโทโทษแลว้ เขียนคาใหถ้ ูกตอ้ ง
๑) อานาจศกั ด์ิศฤงคาร มง่ั ข้งั ๒) พดู มากเปล่าเปลืองปน ปดเหลน้ ๓) ศรทั ธาทาจติ หม้นั คงตรง ๔) ตามแบบบข่ าดหวนิ้ เสร็จแลว้ บริบูรณ์ ครูเฉลยคาตอบพร้อมอธิบายเพม่ิ เตมิ ๕. ใหน้ กั เรียนเขียนคาอ่านของคาท่ีขดี เสน้ ใต้ ๑) โสฬสหมดหมวดปาง ก่อนอา้ ง (โส - ลด) ๒) หวงั สวสั ด์ิขจดั ทกุ ขส์ ร้าง สืบสร้องศุภผล (สุบ - พะ - ผน) ๓) อานาจศกั ด์ิศฤงคาร มง่ั ข้งั (สิง - คาน) ๔) สรรพางคโ์ สภาคพรอ้ ม ธญั ลกั ษณ์ (สนั - ระ - พาง) (ทนั - ยะ - ลกั ) ๕) สามส่วนควรใฝ่เฝา้ แต่ต้งั อธิษฐาน (อะ - ทดิ - ถาน) เมื่อเสร็จแลว้ ครูเฉลยคาตอบ ๖. ให้นักเรียนจบั คู่เพ่อื นโยงเส้นจบั คู่คากบั ความหมายให้สมั พนั ธก์ ัน โดยใชพ้ จนานุกรมช่วยในการหา ความหมาย เสร็จแลว้ ครูเฉลยคาตอบ ไตรยางค์ คาพดู ท่ดี ี ธญั ลกั ษณ์ ผลของความดีงาม มาติกา สิบหก ภาษติ มุ่งรา้ ย เบียดเบยี น ศฤงคาร ลกั ษณะดี ศุภผล ส่ิงใหเ้ กิดความรัก โสฬส สามส่วน หึง เป็ นอิสระ โสด ลาเอียงเพราะความโกรธ โทสาคติ แม่บท ๗. ใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ ท้งั แบบธรรมดาและอ่านเป็ นทานองเสนาะ โดย สลบั กนั อ่านกบั เพอ่ื น พร้อมใหเ้ พอ่ื นช่วยวจิ ารณ์ขอ้ บกพร่องเพอ่ื จะไดน้ าไปปรบั ปรุงการอ่านในคร้ังต่อไป ๘. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภทโคลงนอกจากจะตอ้ งรู้ความหมายของคาแลว้ ยงั ตอ้ ง เขา้ ใจลกั ษณะของคาเอกโทษและคาโทโทษดว้ ย ๙. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่ม ๑๖ กลุ่ม จากน้นั ใหส้ ่งตวั แทนออกมาจบั ฉลากโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ ท้งั ๑๖ บท ๑๐. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มสรุปความโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางคท์ ีไ่ ดร้ ับ จากน้นั ใหน้ ามาเขยี นเป็น บทละครเพอ่ื แสดงบทบาทสมมุตใิ หเ้ พอื่ น ๆ ช่วยกนั ทายวา่ เป็ นโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางคบ์ ทใด
๑๑. ครูตรวจสอบบทละครพรอ้ มท้งั ใหค้ าแนะนาเพม่ิ เติม ๑๒. ใหน้ กั เรียนซกั ซอ้ มบทบาทสมมุติตามเวลาทก่ี าหนดและเตรียมแสดงในชว่ั โมงต่อไป ๑๓. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมแลว้ สามารถจบั ใจความสาคญั จนสรุปเน้ือหาทอ่ี ่านไดจ้ ะทาให้ ไดร้ บั ความรู้จากเรื่องท่ีอ่านไดเ้ ป็นอยา่ งดี ๑๔. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มทีไ่ ดฝ้ ึกซอ้ มบทบาทสมมุติโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางคท์ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย ออกมา แสดงและใหเ้ พอ่ื น ๆ ทายวา่ เป็นโคลงสุภาษติ บทใด กลุ่มทแ่ี สดงเฉลยคาตอบ ครูชมเชยการแสดงของนกั เรียน ๑๕. เมื่อทกุ กลุ่มแสดงเสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี ๓๐ เรื่อง การสรุปความโคลงสุภาษติ โสฬส- ไตรยางค์ ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง ๑๖. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมแลว้ สามารถจบั ใจความสาคญั จนสรุปเน้ือหาที่อ่านไดจ้ ะทาให้ ไดร้ บั ความรูจ้ ากเร่ืองทอ่ี ่านไดเ้ ป็นอยา่ งดี ๑๗. ใหน้ กั เรียนทบทวนความรูเ้ ร่ืองผงั ความคิดรูปแบบต่าง ๆ ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ ๑๘. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่ม ๑๖ กลุ่ม จบั ฉลากโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางคแ์ ลว้ ร่วมปรึกษาหารือสาระสาคญั ของโคลงบทน้นั ๑๙. ใหน้ กั เรียนทุกกลุ่มออกมาสรุปความรูเ้ ป็ นแผนภาพความคิดบนกระดานหนา้ ช้นั เรียน ครูอธิบายเพิ่มเติม และชมเชยการทางานของนกั เรียน ๒๐. ใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ ๓๑ เรื่อง การเขียนผงั ความคดิ จากโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ โดยให้บอกสิ่งท่ี ควรประพฤตแิ ละส่ิงท่คี วรละเวน้ มาอยา่ งละ ๕ ประการ เมื่อเสร็จแลว้ ครูเลือกนกั เรียนนาเสนอหน้าช้นั เรียน ครูและ เพอ่ื นร่วมกนั ประเมินผล ๒๑. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การเขยี นผงั ความคดิ จากขอ้ ความยาว ๆ หรือขอ้ ความท่เี ขา้ ใจยากจะช่วยจดั ลาดบั ความคิดทาให้ จดจาไดง้ ่ายและเขา้ ใจดีข้ึน ๒๒. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม ๘ กลุ่ม ร่วมกนั อภิปรายแสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์วิจารณ์ขอ้ ความจากแถบ ขอ้ ความทค่ี รูแจกให้ ดงั น้ี มารยาทเรยี บเสย่ี มสาน เสง่ยี มเง่อื น งามนอ อีกหน่งึ หอ่ นรูค้ ณุ ใครปลกู ฝังแฮ ทจุ รติ มารยาปน ปกไว้ ประพฤติเพ่อื ประโยชนศ์ รีสวสั ด์ิท่วั กนั แฮ จิตสะอาดปราศส่งิ พะวง วนุ่ ขนุ่ หมองแฮ
สจุ รติ จิตโอบออ้ ม อารี พกั ตรจ์ ิตผดิ กนั ประมาณ ยากรู ้ คนรกั รว่ มอธั ยา- ศยั สขุ ทกุ ขแ์ ฮ จากน้นั ใหส้ ่งตวั แทนออกมานาเสนอผลการอภิปรายหนา้ ช้นั เรียน ครูอธิบายเพม่ิ เติม และชมเชย ผลการทางาน ๒๓. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั อภปิ รายถึงสามส่ิงที่ควรกระทาใหม้ ี คือ หนงั สือดี เพอ่ื นดี ใจเยน็ ดี วา่ สามส่ิงน้ีจะทา ใหม้ ีไดอ้ ยา่ งไร และเมื่อมีแลว้ จะเกิดผลดีไดอ้ ยา่ งไร โดยครูเป็ นผดู้ าเนินการอภิปราย ๒๔. เม่ืออภิปรายเสร็จส้ินให้นักเรียนบนั ทึกความคิดลงในใบงานท่ี ๓๒ เรื่อง การอภิปรายเกี่ยวกบั เร่ืองที่ อ่าน ๒๕. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การอภิปรายและการเขียนวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ เป็นการแสดงความคดิ เห็น ซ่ึงประกอบดว้ ยเหตุผลที่ ถูกตอ้ ง มีคุณธรรม ก่อใหเ้ กิดประโยชน์ต่อผรู้ บั สารและสงั คม ไม่ก่อใหเ้ กิดความขดั แยง้ ๒๖. ใหน้ กั เรียนทบทวนการพจิ ารณาคุณคา่ วรรณคดีและวรรณกรรม โดยใหช้ ่วยกนั สรุปเป็น แผนภาพความคดิ พรอ้ มท้งั ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ ๒๗. ให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาอ่านนิทานเร่ือง “ผีจดั คน” ให้เพ่ือน ๆ ฟัง เมื่ออ่านจบให้นักเรียน แบง่ กลุ่ม กลุ่มละ ๓ คน ช่วยกนั อธิบายคุณค่าท่ีไดจ้ ากเร่ือง ๒๘. ใหน้ กั เรียนนาเสนอหนา้ ช้นั เรียนจนครบทุกกลุ่ม ครูสรุปอีกคร้งั วา่ “คนทกุ คนยอ่ มมีความ แตกตา่ งกนั จะใหเ้ ป็นอยา่ งที่เราตอ้ งการคงเป็นไปไดย้ าก ฉะน้นั เราจึงควรปล่อยวาง” ๒๙. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ทาใบงานท่ี ๓๓ เรื่อง ซาบซ้ึงคุณคา่ วรรณคดี จากน้นั ให้ส่งตวั แทนออกมา อธิบายคุณคา่ โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ ใหเ้ พอ่ื น ๆ ฟังหนา้ ช้นั เรียน ๓๐.ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การอ่านหนังสือหลายประเภทแลว้ ประเมินค่าหรือแนวคิดที่ไดเ้ พอ่ื นาไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา ชีวติ เป็นการอ่านท่กี ่อใหเ้ กิดประโยชนท์ ้งั ต่อตนเองและสงั คม ๓๑. ใหน้ กั เรียนดูคลิปวดิ ีโอ หรือภาพทีเ่ กี่ยวกบั เน้ือหาในโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ จากน้นั สนทนาพูดคุย เกี่ยวกบั ภาพวา่ ไดข้ อ้ คดิ อะไรบา้ ง เราจะนามาใชใ้ นชีวติ ประจาวนั อยา่ งไร ๓๒. ใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี ๓๔ เร่ือง การสรุปความรูแ้ ละขอ้ คิดจากโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ โดยให้นา คาสอนในโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางคท์ ี่นักเรียนปฏิบตั ิอยเู่ สมอบอกมา ๓ สิ่ง พร้อมท้งั บอกผลที่เกิดข้ึนจากการ ปฏบิ ตั ิ ๓๓. ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากน้นั ใหน้ กั เรียนเลือกคาสอนท่ีนกั เรียนปฏบิ ตั อิ ยเู่ สมอในใบงาน
มา ๑ สิ่ง แลว้ วาดเป็นภาพในกระดานทีค่ รูแจกให้ ๓๔. ใหน้ กั เรียนนาภาพวาดของตนติดป้ายนิเทศ ครูชมเชยนกั เรียนตามสมควร ๓๕. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การสรุปความรู้และการนาขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากการอ่านไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจริงจะทาให้การอ่าน วรรณคดีเร่ืองน้นั ๆ เกิดประโยชน์ในการดาเนินชีวติ และรูจ้ กั แกไ้ ขปัญหาทเ่ี กิดข้นึ ๓๖. ให้นกั เรียนท่องบทอาขยานที่นักเรียนเคยท่องมาตอนมธั ยมศึกษาปี ที่ ๑ ให้ครูฟัง จากน้ันให้นกั เรียน ช่วยกนั วเิ คราะห์วา่ บทอาขยานทเ่ี ราทอ่ งข้ึนใจใหค้ ุณคา่ ทางดา้ นใด ครูอธิบายเพม่ิ เติม ๓๗. ใหน้ กั เรียนเลือกโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ ๑ บท แลว้ เสนอแนวทางนาไปใชใ้ นการดาเนินชีวติ ครู เลือกนกั เรียนนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน ๓๘. ใหน้ กั เรียนนาโคลงทป่ี ระทบั ใจฝึกท่องจา แลว้ มาทอ่ งใหค้ รูฟังภายหลงั ๓๙. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี บทอาขยานช่วยจรรโลงใจและใหข้ อ้ คดิ การทอ่ งจาบทอาขยานทาใหจ้ ติ ใจเบกิ บาน เป็ น เครื่องเตือนใจ และสามารถนาไปใชอ้ า้ งอิงในการส่ือสารได้ ๔๐. ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๔ คน ศึกษาเร่ืองคาท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ แลว้ บนั ทึกความรู้เป็ น แผนภาพความคดิ ครูเลือกบางกลุ่มนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน ครูอธิบายเพมิ่ เตมิ ๔๑. ใหน้ กั เรียนฟังเพลง “ภูมิแผน่ ดิน นวมินทร์มหาราชา” จากน้นั ครูแจกเน้ือเพลงใหน้ ักเรียนร้องเพลงไป พร้อม ๆ กบั ทคี่ รูเปิ ดแถบบนั ทกึ เสียง ๔๒. ใหแ้ ต่ละกลุ่มขีดเสน้ ใตค้ าที่มาจากภาษาต่างประเทศในเน้ือเพลง เม่ือทาเสร็จแลว้ ส่งตวั แทนนาเสนอ หนา้ ช้นั เรียน ครูและเพอื่ น ๆ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ๔๓. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มวเิ คราะห์คาภาษาตา่ งประเทศทีใ่ ชใ้ นโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางคแ์ ลว้ นามาเขียน ตามหวั ขอ้ ที่กาหนด จากน้นั แลกเปลี่ยนความรูแ้ ละตรวจสอบความถูกตอ้ ง โดยสลบั ใหเ้ พอ่ื นกลุ่มอื่นตรวจสอบ คาที่มาจากภาษาบาลี คาท่มี าจากภาษาสนั สกฤต คาทมี่ าจากภาษาเขมร ๔๔. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี ปัจจุบนั การตดิ ต่อส่ือสารกบั ตา่ งชาตมิ ากข้ึน มีการยมื คามาจากภาษาต่างประเทศเป็ น จานวน มากจึงจาเป็ นตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจความหมายของคาท่ีมาจากภาษาต่างประเทศเพ่ือให้การส่ือสารประสบ ความสาเร็จ ๔๕. ใหน้ กั เรียนทบทวนความรูเ้ รื่อง คาที่มาจากภาษาต่างประเทศ โดยใหต้ อบคาถามตอ่ ไปน้ี ภาษาต่างประเทศที่ยมื ใชใ้ นภาษาไทยไดแ้ ก่ภาษาใดบา้ ง สาเหตุการยมื ภาษาอ่ืนมาใชม้ ีอะไรบา้ ง ไทยรับภาษาบาลี-สนั กฤต มาจากทางใด ไทยรับภาษาเขมร มาจากทางใด
ไทยรับภาษาจีนมาจากทางใด ไทยรับภาษาองั กฤษมาจากทางใด ครูอธิบายเพมิ่ เติม ๔๖. ใหน้ กั เรียนจบั คูก่ บั เพอ่ื น จากน้นั ครูแจกหนงั สือพมิ พใ์ ห้ ๓-๔ คู่ ต่อหนังสือพิมพ์ ๑ ฉบบั โดยให้เลือก บทความ ๑ บทความ แลว้ พิจารณาวา่ มีคาใดเป็ นคาที่มาจากภาษาต่างประเทศ ให้ลอกคาน้ันลงในกระดาษ และ อธิบายความหมายของคาน้นั เมื่อทาเสร็จแลว้ ส่งตวั แทนนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน ๔๗. ใหน้ ักเรียนทาใบงานท่ี ๓๕ เรื่อง คาที่มาจากภาษาต่างประเทศ โดยให้รวบรวมคาภาษาองั กฤษและ ภาษาจนี ทีใ่ ชใ้ นภาษาไทย ภาษาละ ๕ คา พรอ้ มท้งั อธิบายความหมายของคา ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง ๔๘. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี ปัจจุบนั การตดิ ต่อส่ือสารกบั ชาวตา่ งชาติมากข้ึนมีการยมื คามาจากภาษาต่างประเทศเป็ นจานวน มาก จึงจาเป็ นตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจความหมายของคาที่มาจากภาษาต่างประเทศเพ่อื ให้การสื่อสารประสบ ความสาเร็จ ๔๙. ใหน้ กั เรียนทบทวนการอ่านออกเสียงโคลงสี่สุภาพจากประสบการณ์เดิมโดยการสนทนา ซกั ถาม ครูอธิบายเพมิ่ เติม ๕๐. ใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ ท้งั อ่านแบบธรรมดาและอ่านเป็ นทานองเสนาะ โดยใหฝ้ ึกในกลุ่มซ่ึงมีสมาชิกประมาณ ๔-๕ คน จากน้ันครูเลือกนกั เรียนอ่านใหเ้ พอ่ื นฟัง ครูและเพอ่ื นร่วมกนั ประเมินการอ่าน ๕๑. ใหน้ กั เรียนอ่านบทนาเร่ืองและท่ีมาของโคลงสุภาษติ นฤทุมนาการแลว้ สรุปสาระสาคญั ๕๒. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่ม ๑๒ กลุ่ม ส่งตวั แทนออกมาจบั ฉลากโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ จากน้ันให้แต่ละ กลุ่มสรุปใจความสาคญั ของโคลงทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย เมื่อทาเสร็จแลว้ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอให้เพอื่ นฟังหน้าช้นั เรียน ๕๓. ใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ ๓๖ เร่ือง การสรุปความโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ จากน้นั ครูอธิบายเพมิ่ เตมิ ๕๔. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การอ่านออกเสียงโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการให้ถูกตอ้ งตามหลกั การอ่านจะทาใหเ้ ขา้ ใจเน้ือหา จนสามารถจบั ใจความ สรุปความเน้ือหาไดด้ ีข้ึน ๕๕. ใหน้ กั เรียนทบทวนกิจ ๑๐ ประการจากโคลงสุภาษติ นฤทมุ นาการ โดยครูเขียนเป็ นผงั ความคิด บน กระดานเพอื่ สรุปเน้ือหา จากน้นั ครูสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั เน้ือเรื่อง ๕๖. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓ คน ร่วมกนั ทาใบงานท่ี ๓๗ เรื่อง การเขยี นผงั ความคิดจากโคลงสุภาษิต นฤทมุ นาการ โดยใหน้ กั เรียนสรุปกิจ ๑๐ ประการ จากโคลงสุภาษติ นฤทุมนาการเป็ นผงั ความคดิ โดยแบ่งเป็ น ทางกาย ทางวาจา ทางใจ จากน้นั ส่งตวั แทนนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน ครูอธิบายเพมิ่ เติม ๕๗. ใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี ๓๘ เร่ือง คาสอนประจาใจ โดยใหน้ กั เรียนคดั เลือกโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ ๑ บท ที่จะใช้เป็ นคาสอนประจาใจพร้อมท้งั แสดงความคิดเห็นว่าคาสอนจากโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการบทน้ัน มีความสาคญั หรือมีประโยชน์อยา่ งไร จากน้นั มาร่วมกนั อภิปรายในช้นั เรียน ครูเสนอแนะเพม่ิ เตมิ
๕๘. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การเขยี นผงั ความคิดจากขอ้ ความยาว ๆ หรือขอ้ ความที่เขา้ ใจยากจะช่วยจดั ลาดบั ความคิด ทา ใหจ้ ดจาไดง้ ่ายและเขา้ ใจดีข้ึน อภิปรายแสดงความคดิ เห็น วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ จะทาใหเ้ ขา้ ใจวรรณคดีไดด้ ียงิ่ ข้นึ ๕๙. ใหน้ กั เรียนเลือกอ่านวรรณกรรมทน่ี ่าสนใจและมีคุณค่า ซ่ึงมีเรื่องราวให้แง่คิดและความเขา้ ใจชีวติ เช่น เจา้ หงิญ เจา้ ชายนอ้ ย ความสุขของกะทิ ความสุขแห่งชีวติ นิทานอีสป เจา้ หญิงนอ้ ย เพ่ือร่วมกนั สนทนาแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นในชวั่ โมงต่อไป ๖๐. ครูอ่านนิทานเรื่อง “เต่ากบั งู” ใหน้ กั เรียนฟัง จากน้นั ให้นักเรียนช่วยกนั บอกขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากเรื่อง ครู อธิบายเพม่ิ เติม ๖๑. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๔ คน ช่วยกนั อธิบายคุณค่าโคลงสุภาษติ นฤทุมนาการ ท้งั คุณค่า ดา้ นเน้ือหา และดา้ นวรรณศลิ ป์ ครูเลือก ๒-๓ กลุ่มนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน จากน้นั บนั ทกึ ความรู้ลงในใบงาน ที่ ๓๙ เรื่อง พนิ ิจคุณคา่ โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ ๖๒. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มทบทวนความทรงจาเก่ียวกบั เหตุการณ์ท่ีทาให้นกั เรียนเกิดความเสียใจ นา เร่ืองราวจากเหตุการณ์น้นั มาวิเคราะห์เป็ นแผนภาพความคิดแลว้ เสนอแนวทางแกไ้ ขโดยใชค้ าสอนจาก โคลง สุภาษิตนฤทมุ นาการ เพอื่ เป็นอุทาหรณ์ไม่ใหเ้ กิดเหตุการณ์เช่นน้นั ข้ึนอีก โดยทาลงในใบงานที่ ๔๐ เรื่อง ใช้ ขอ้ คดิ จากโคลงสุภาษติ นฤทุมนาการในชีวติ จริง ๖๓. ใหน้ กั เรียนส่งตวั แทนนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน ครูอธิบายเพม่ิ เติมและตดิ ผลงานบนป้ายนิเทศ ๖๔. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การสรุปความรู้และการนาขอ้ คิดที่ไดจ้ ากการอ่านไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตจริงจะทาให้การอ่าน วรรณคดีเรื่องน้นั ๆ เกิดประโยชน์ในการดาเนินชีวติ และรู้จกั แกป้ ัญหาที่เกิดข้ึน ๖๕. ใหน้ กั เรียนท่องจาบทอาขยานจากโคลงสุภาษติ นฤทุมนาการ เพอื่ ทดสอบเป็ นรายบคุ คล ๖๖. ใหน้ กั เรียนดูตวั อยา่ งการเขยี นเรียงความจากประสบการณ์ จากน้นั ใหช้ ่วยกนั วเิ คราะห์วา่ เรียงความท่ีเป็ น ตวั อยา่ งมีขอ้ ดีอยา่ งไรบา้ ง (ช่ือเรื่องน่าสนใจ เทคนิคการเขียนคานาน่าสนใจ เนื้อเรื่องชัดเจน สรุปประทับใจปิ ดท้าย ด้วยคาคม) ๖๗. ใหน้ กั เรียนศึกษาการเขยี นเรียงความเก่ียวกบั ประสบการณ์ โดยใชค้ าถามตรวจสอบความเขา้ ใจ ดงั น้ี เรียงความคอื อะไร คานาท่ีน่าสนใจมีกลวธิ ีการเขยี นอยา่ งไรบา้ ง เน้ือเร่ืองตอ้ งเขียนอยา่ งไร สรุปควรมีลกั ษณะอยา่ งไร ครูอธิบายเพมิ่ เติม ๖๘. ใหน้ กั เรียนนาแผนภาพความคดิ จากกิจกรรมการเรียนรู้ที่ ๑๕ มาขยายเป็นเรียงความ ความยาว ๑ หนา้ พรอ้ มท้งั ช่ือเรื่องใหส้ มั พนั ธก์ นั เป็นชิ้นงานที่ ๑๒ เรื่อง การเขียนเรียงความเก่ียวกบั ประสบการณ์ ๖๙. เมื่อเสร็จแลว้ ส่งครูประเมินผลงาน ครูติดผลงานบนป้ายนิเทศ
๗๐. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี เรียงความเป็ นงานเขยี นทม่ี ีรูปแบบชดั เจน ประกอบดว้ ย คานา เน้ือเร่ือง และสรุป การเขยี นเรียงความเก่ียวกบั ประสบการณ์ตอ้ งกล่าวถึงเร่ืองท่ไี ดป้ ระสบมาจริงเพือ่ ใหเ้ กิดประโยชน์แก่ผูอ้ ่าน ผูเ้ ขียน เรียงความควรวางโครงเร่ืองใหช้ ดั เจนจึงจะทาใหเ้ รียงความมีเอกภาพ น่าสนใจและชวนอ่าน ๗๑. ใหน้ กั เรียนอ่านวรรณกรรมตามความสนใจและมีคุณค่า ซ่ึงมีเรื่องราวใหแ้ ง่คิดและความเขา้ ใจชีวติ เช่น เจา้ หงิญ เจา้ ชายน้อย ความสุขของกะทิ ความสุขแห่งชีวิต นิทานอีสป เจา้ หญิงน้อย นักเรียนท่ีอ่าน เร่ือง เดียวกนั ใหอ้ ยกู่ ลุ่มเดียวกนั เพอื่ ร่วมกนั สนทนาแลกเปล่ียนความคิดเห็น เสนอแนวทางและขอ้ คิดท่ีจะนาไปใชใ้ น ชีวติ ภายในเวลาท่ีกาหนด ๗๒. ใหน้ กั เรียนทกุ กลุ่มส่งตวั แทนนาเสนอผลงานใหเ้ พอ่ื นฟังหนา้ ช้นั เรียน ครูอธิบายเพม่ิ เติม ๗๓. ใหน้ กั เรียนอ่านบทความในใบงานท่ี ๔๑ เร่ือง การวเิ คราะห์ขอ้ เท็จจริงและประเมินแนวคิด จากเรื่องที่ อ่านเพื่อนาไปใชแ้ กป้ ัญหาในชีวิต และจบั คู่กบั เพอื่ นทาใบงาน เสร็จแลว้ ครูและเพ่อื น ๆ ร่วมกนั ตรวจสอบความ ถูกตอ้ ง ๗๔. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี ในการอ่านสิ่งท่ีจาเป็ นที่จะทาให้ประสบความสาเร็จ ได้แก่ วิเคราะห์และจาแนกขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ มูลสนบั สนุน ขอ้ คิดเห็น ประเมินคุณค่าหรือแนวคดิ ท่ีไดจ้ ากเร่ืองทีอ่ ่านเพอ่ื นาไปใชใ้ นชีวติ จริง ๗๕. เมื่อเสร็จแลว้ ส่งครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง ครูตดิ ผลงานบนป้ายนิเทศ ๗๖. ใหน้ กั เรียนไปสืบคน้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั คากล่าวท่ีเป็ นสุภาษิตของนกั ปราชญท์ ่านอื่น ๆ จะเป็ นชาติใดก็ได้ จากแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศแลว้ บนั ทกึ ชื่อเวบ็ ไซตแ์ ละรายละเอียดลงในบตั รขอ้ มูล จากน้ันนาความรู้มาแลกเปล่ียน กนั ในช้นั เรียนชวั่ โมงต่อไป ๗๗. ใหน้ กั เรียนอาสาสมคั รออกมาเล่านิทานอีสปท่ตี นรูจ้ กั ๑ เร่ือง ครูสนทนาตอบขอ้ ซกั ถามเกี่ยวกบั นิทาน อีสป ๗๘. ใหน้ กั เรียนอ่านบทนาเร่ืองและที่มาของโคลงสุภาษิตอิศปปกรณา แลว้ สรุปสาระสาคญั โดยครูอธิบาย เพมิ่ เตมิ ๗๙. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่ม ๔ กลุ่ม อ่านออกเสียงโคลงสุภาษิตอิศปปกรณา กลุ่มละ ๑ เรื่อง ท้งั แบบธรรมดา และทานองเสนาะ จากน้นั ใหแ้ ต่ละกลุ่มอ่านใหเ้ พอื่ นกลุ่มอื่นฟัง โดยครูและเพื่อนร่วมประเมินการอ่านพร้อมติชม ให้ กาลงั ใจ ๘๐. ใหน้ กั เรียนสรุปเน้ือหานิทานอีสปท้งั ๔ เรื่องในโคลงสุภาษิตอิศปปกรณา ลงในใบงานท่ี ๔๒ เร่ือง การ สรุปเน้ือเรื่องของนิทานอีสป เสร็จแลว้ ร่วมกนั เฉลยคาตอบครูอธิบายเพมิ่ เติม ๘๑. ใหน้ กั เรียนกลุ่มเดิมซอ้ มบทบาทสมมุติเพอื่ แสดงใหเ้ พอื่ น ๆ ชมในคราวต่อไป ๘๒. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การอ่านออกเสียงโคลงสุภาษติ อิศปปกรณาใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การอ่านจะทาใหเ้ ขา้ ใจเน้ือหาจน สามารถจบั ใจความ สรุปความเน้ือหาไดด้ ีข้นึ ๘๓. ใหน้ กั เรียนแสดงบทบาทสมมุติท่ีครูไดม้ อบหมายใหไ้ ปฝึกซอ้ มเม่ือชว่ั โมงที่ผ่านมา โดยใหแ้ สดง จน
ครบทุกกลุ่ม จากน้นั ครูชมเชยและใหก้ าลงั ใจนกั เรียน ๘๔. ให้นักเรียนเลือกนิทานอีสปเร่ืองที่ประทบั ใจจากโคลงสุภาษิตอิศปปกรณา ๑ เรื่องแล้วนามาเขียน แผนภาพโครงเรื่อง โดยทาในใบงานที่ ๔๓ เร่ือง การเขยี นแผนภาพโครงเรื่องนิทานอีสป เสร็จแลว้ ครูเลือกนกั เรียน นาเสนอหนา้ ช้นั เรียน ครูอธิบายเพมิ่ เติม ๘๕. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม ๔ กลุ่ม ส่งตวั แทนออกมาจบั ฉลากประเดน็ ท่จี ะอภปิ รายต่อไปน้ี “เขามีส่วนเลวบา้ งช่างหวั เขา จงเลือกเอาส่วนท่ดี ีเขามีอยู่ เป็นประโยชนโ์ ลกบา้ งยงั น่าดู ส่วนทีช่ ว่ั อยา่ ไปรู้ของเขาเลย” พทุ ธทาสภิกขุ ความหมายของบทร้อยกรองน้ีสอดคลอ้ งกบั เร่ืองราชสีห์กบั หนูและชีวติ ประจาวนั อยา่ งไร ความสามคั คคี ือพลงั พลงั ของความสามคั คที าใหเ้ กิดอะไรไดบ้ า้ ง คนเช่นไรทมี่ ีลกั ษณะเปรียบเทียบไดก้ บั สุนขั ป่ า ถา้ นกั เรียนพบคนเช่นน้นั ควรทาอยา่ งไร ความประมาท สติ ความพยายาม ความสาเร็จ เก่ียวขอ้ งกนั อยา่ งไร จงยกตวั อยา่ งประกอบ เม่ืออภิปรายจบใหส้ ่งตวั แทนออกมานาเสนอผลการอภิปรายประเด็นน้นั ๆ ใหเ้ พอ่ื น ๆ ฟัง ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ ๘๖. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การเขยี นผงั ความคดิ จากขอ้ ความยาว ๆ หรือขอ้ ความทีเ่ ขา้ ใจยากจะช่วยจดั ลาดบั ความคิด ทา ใหจ้ ดจาไดง้ า่ ยและเขา้ ใจดีข้นึ การอภิปรายแสดงความคิดเห็น วเิ คราะห์ วจิ ารณ์จะทาใหเ้ ขา้ ใจวรรณคดีไดด้ ียง่ิ ข้นึ ๘๗. ครูมอบหมายใหน้ กั เรียนไปเลือกอ่านหนงั สือนิทานของประเทศสมาชิกซียน หรือนิทานนานาชาติ ใน หอ้ งสมุดคนละ ๑ เรื่อง เพอ่ื นามาเล่าใหเ้ พอ่ื นฟังในชว่ั โมงต่อไป ๘๘. จากทค่ี รูสงั่ นกั เรียนไปสืบคน้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั คากล่าวท่ีเป็นสุภาษิตของนักปราชญท์ ่านอื่น ๆ จะเป็ นชาติ ใดกไ็ ดจ้ ากแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ ใหน้ กั เรียนนาความรูท้ ี่ไดม้ าแลกเปลี่ยนกนั โดยครูใหค้ าแนะนาเพมิ่ เตมิ ๘๙. ใหน้ กั เรียนอธิบายคุณค่าของโคลงสุภาษิตอิศปปกรณา ท้งั คุณค่าดา้ นเน้ือหาและคุณค่าดา้ นวรรณศิลป์ ทาลงใบงานท่ี ๔๔ เร่ือง การอธิบายคุณคา่ ของโคลงสุภาษิตอิศปปกรณา ๙๐. ให้นักเรียนทาใบงานที่ ๔๕ เร่ือง การนาขอ้ คิดจากโคลงสุภาษิตอิศปปกรณาไปใช้ในชีวิตจริง ให้ นกั เรียนอธิบายความประทบั ใจนิทานอีสปเรื่องใดก็ไดใ้ นโคลงสุภาษิตอิศปปกรณา และนักเรียนจะนาขอ้ คิดจาก นิทานเรื่องน้ันมาเป็ นแบบอย่างในการดาเนินชีวิตอย่างไร เม่ือนักเรียนทาเสร็จแลว้ ครูให้นักเรียนอาสาสมคั ร ออกมาอ่านใหเ้ พอ่ื นฟัง จากน้นั ครูชมเชยการทางาน ๙๑. ใหน้ กั เรียนผลดั กนั ออกมาเล่านิทานของประเทศสมาชิดอาเซียน หรือนิทานนานาชาติ ทีค่ รูมอบหมายให้ ไปอ่านในหอ้ งสมุด เมื่อเพ่ือนแต่ละคนเล่าจบให้นักเรียนช่วยกนั สรุปความรู้และขอ้ คิดที่สามารถนาไปใชใ้ นชีวติ จริง ๙๒. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
การสรุปความรู้และการนาขอ้ คิดที่ไดจ้ ากการอ่านไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจริงจะทาให้การอ่าน วรรณคดีเร่ืองน้นั ๆ เกิดประโยชน์ในการดาเนินชีวติ และรู้จกั แกป้ ัญหาทเี่ กิดข้ึน ๙๓. ให้นักเรียนศึกษาลักษณะของประโยคจาก PowerPoint ที่ครูนาเสนอ เมื่อศึกษาจบครูเรียกนักเรียน ออกมาทาการแยกส่วนประกอบของประโยครวม และประโยคซอ้ น จากน้นั ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ ๙๔. ใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี ๔๖ เรื่อง วเิ คราะห์ประโยคจากนิทาน โดยให้นักเรียนวิเคราะห์ประโยคต่อไปน้ี แลว้ นาตวั เลขไปใส่หนา้ ประโยคใหส้ มั พนั ธก์ นั เม่ือนกั เรียนทาเสร็จแลว้ ครูเฉลยคาตอบ ๙๕. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี ประโยคมีความสาคญั ต่อการส่ือสารเพราะจะทาใหก้ ารสื่อสารชดั เจนข้ึน ตอ้ งใชป้ ระโยคให้ ถูกตอ้ งจะทาใหก้ ารสื่อสารประสบความสาเร็จ ๙๖. ให้นักเรียนนาข่าวจากหนังสือพิมพม์ า ๑ ข่าว จากน้ันวิเคราะห์ประโยคจากข่าว โดยแยกเขียนเป็ น ประโยคใหช้ ดั เจน ส่งครูในชว่ั โมงตอ่ ไป ๙๗. ใหน้ กั เรียนศกึ ษาเร่ือง การพดู อวยพร แลว้ สรุปเป็นแผนภาพความคิด ครูอธิบายเพมิ่ เตมิ ๙๘. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่ม ๒ กลุ่ม จากน้นั ใหร้ ่างขอ้ ความที่จะกล่าวอวยพรบุคคลตอ่ ไปน้ีเน่ืองใน วนั คลา้ ยวนั เกิด โดยนาขอ้ คดิ จากโคลงสุภาษิตอิศปปกรณามาใชใ้ นการอวยพร ทาในใบงานที่ ๔๗ เรื่อง การพดู อวยพร โดย ใหก้ ลุ่มที่ ๑ อวยพรวนั คลา้ ยวนั เกิดเพอื่ น กลุ่มท่ี ๒ อวยพรวนั คลา้ ยวนั เกิดบิดามารดาหรือญาตผิ ใู้ หญ่ ๙๙. ใหน้ กั เรียนพดู อวยพร ตามสถานการณ์สมมุติครูชมเชยในความต้งั ใจของนกั เรียน และประเมินการพดู ๑๐๐. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การพูดอวยพรเป็ นธรรมเนียมสากลของมนุษยชาติท่ีปฏิบตั ิต่อกนั เพ่ือแสดงความรัก ความ ห่วงใย และความปรารถนาดีจากผพู้ ดู สู่ผฟู้ ัง จึงจาเป็นตอ้ งใชภ้ าษาใหเ้ หมาะสม ๑๐๑. ใหน้ กั เรียนเขียนความรู้ ความคิด และความรู้สึกอยา่ งอิสระ จากการเรียนรู้ และฝึกฝนทกั ษะในหน่วย การเรียนรูน้ ้ีเป็ นช้ินงานท่ี ๑๓ เร่ือง บนั ทกึ การเรียนรู้ สอ่ื การ เรีย๑น. บรตัู้ รคา ๒. พจนานุกรม ๓. ฉลาก ๔. แถบขอ้ ความ ๕. นิทาน เร่ือง “ผจี ดั คน” ๖. คลิปวดิ ีโอ หรือภาพ ๗. กระดาษวาดภาพ ๘. แถบบนั ทกึ เสียง ๙. เน้ือเพลง “ภมู ิแผน่ ดิน นวมินทร์มหาราชา”
๑๐. หนงั สือพมิ พ์ ๑๑. นิทาน เรื่อง เตา่ กบั งู ๑๒. ตวั อยา่ งเรียงความ ๑๓. นิทานอีสป ๑๔. บตั รขอ้ มูล ๑๕. คอมพวิ เตอร์ ๑๖. ใบงานท่ี ๓๐-๔๗ แบบบันทกึ สรุปผลการเรียนรู้สาหรับผู้เรียน ชื่อ-นามสกลุ ...............................................................เลขท.่ี .....................ช้นั ....................... วนั ท่ี................................................เดือน.............................................พ.ศ. ......................... คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนบนั ทึกสรุปผลการเรียนรู้จากหน่วยการเรียนรู้น้ี นกั เรยี นยงั ไมเ่ ขา้ ใจเรื่องใดอีกบา้ ง นกั เรียนมีความรูส้ กึ อย่างไร หลงั จากท่ี นกั เรียนไดร้ บั ความรูเ้ รือ่ งใดบา้ ง ที่เก่ียวกบั หน่วยการเรยี นรูน้ ี้ เรยี นหน่วยการเรียนรูน้ ีแ้ ลว้ จากหนว่ ยการเรียนรูน้ ี้ ซึ่งตอ้ งการใหค้ รูอธบิ ายเพ่มิ เตมิ ......................................................... ......................................................... .........................................................
นกั เรียนไดท้ ากิจกรรมอะไรบา้ ง ในหน่วยการเรียนรูน้ ี้ ...................................................... ...................................................... ...................................................... ...................................................... ...................................................... แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนที่ ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวชิ ำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมธั ยมศึกษำปี ที่ ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๗ เร่ือง โคลงสุภำษิต พระรำชนิพนธ์ เวลำ ๑๗ ช่ัวโมง แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๗.๑ อ่านไดค้ ล่องตอ้ งฝึกฝน จานวน ๑ ชวั่ โมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ที่สอน................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพอ่ื นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาใน การดาเนินชีวติ และมีนิสยั รกั การอ่าน ตวั ชี้วดั ท ๑.๑ ม. ๒/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง ท ๑.๑ ม. ๒/๘ มีมารยาทในการอ่าน จุดประสงคก์ ารเรียนรู้สู่ ตัวชวี้ ัด ๑. บอกความหมายของคาศพั ทจ์ ากโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ (K) ๒. จาแนกคาเอกโทษ และคาโทโทษ (P) ๓. อ่านออกเสียงโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ (P) ๔. เห็นความสาคญั ของคาศพั ทจ์ ากโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ คาเอกโทษ คาโทโทษ เพอื่ จะนาไปใชใ้ น การอ่านวรรณคดี และมีมารยาทในการอ่าน (A) สาระสาคัญ การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภทโคลงนอกจากจะตอ้ งรู้ความหมายของคาแลว้ ยงั ตอ้ งเขา้ ใจลกั ษณะ ของคาเอกโทษและคาโทโทษดว้ ย สาระการเรียนรู้ ๑. คาศพั ทจ์ ากโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ คาเอกโทษ โทโทษ ๒. การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร - ทกั ษะการอ่าน - ทกั ษะการเขียน - ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู ๒. ความสามารถในการคิด - การจาแนก
- การวเิ คราะห์ - การสงั เคราะห์ - การประยกุ ต/์ การปรับปรุง - การสรุปความรู้ ๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา ๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประสใฝ่ เรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ท่ี ๔.๑ ต้งั ใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ท่ี ๔.๒ แสวงหาความรูจ้ ากแหล่งเรียนรูต้ ่าง ๆ ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน ดว้ ยการเลือกใชส้ ื่ออยา่ งเหมาะสม บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ สรุปเป็ น องคค์ วามรู้ สามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ มุ่งมนั่ ในกำรทำงำน ตวั ช้ีวดั ท่ี ๖.๑ ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ิหนา้ ทีก่ ารงาน ตวั ช้ีวดั ที่ ๖.๒ ทางานดว้ ยความเพยี รพยายามและอดทนเพอื่ ใหง้ านสาเร็จตามเป้าหมาย รักควำมเป็ นไทย ตวั ช้ีวดั ที่ ๗.๒ เห็นคุณคา่ และใชภ้ าษาไทยในการสื่อสารไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม ชนิ้ งานหรือภาระงาน การอ่านออกเสียงโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ๑. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สนทนา โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั น้ี นกั เรียนรูจ้ กั สุภาษติ ใดบา้ ง ๒. ใหน้ กั เรียนอ่านบทนาเรื่องและที่มาโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางคแ์ ลว้ สรุปสาระสาคญั จากน้นั บนั ทึก ความรู้ ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั เน้ือเรื่อง ๓. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ ๔-๕ คน โดยใหแ้ ตง่ เรื่องจากบตั รคาท่กี าหนดใหต้ ่อไปน้ี ภายในเวลาที่ กาหนด ความกลา้ ร่ารวย ประโยชน์ ราคาญ โสด
หนงั สือ วาจา มิตร อธิษฐาน ปัญญา ๔. ใหน้ กั เรียนส่งตวั แทนกลุ่มนาเสนอเร่ืองทแ่ี ต่งใหเ้ พอื่ น ๆ ฟัง ครูชมเชยใหก้ าลงั ใจ ๕. ใหน้ กั เรียนพิจารณาคาที่ขีดเสน้ ใตว้ า่ เป็นคาเอกโทษหรือโทโทษแลว้ เขยี นคาใหถ้ ูกตอ้ ง ๑. อานาจศกั ด์ิศฤงคาร มง่ั ข้งั ๒. พดู มากเปล่าเปลืองปน ปดเหลน้ ๓. ศรทั ธาทาจิตหม้นั คงตรง ๔. ตามแบบบ่ขาดหวน้ิ เสร็จแลว้ บริบรู ณ์ ครูเฉลยคาตอบพร้อมอธิบายเพมิ่ เติม ๖. ใหน้ กั เรียนเขยี นคาอ่านของคาทข่ี ีดเสน้ ใต้ ๑. โสฬสหมดหมวดปาง ก่อนอา้ ง (โส-ลด) ๒. หวงั สวสั ด์ิขจดั ทกุ ขส์ ร้าง สืบสร้องศภุ ผล (สุบ-พะ-ผน) ๓. อานาจศกั ด์ิศฤงคาร มงั่ ข้งั (สิง-คาน) ๔. สรรพางคโ์ สภาคพร้อม ธญั ลกั ษณ์ (สนั -ระ-พาง) (ทนั -ยะ-ลกั ) ๕. สามส่วนควรใฝ่เฝา้ แต่ต้งั อธิษฐาน (อะ-ทิด-ถาน) เมื่อเสร็จแลว้ ครูเฉลยคาตอบ ๗. ใหน้ กั เรียนจบั คูก่ บั เพอ่ื นโยงเสน้ จบั คู่คากบั ความหมายใหส้ มั พนั ธก์ นั โดยใชพ้ จนานุกรมช่วยในการหา ความหมาย เสร็จแลว้ ครูเฉลยคาตอบ ไตรยางค์ ☼ ☼ คาพดู ท่ดี ี ธญั ลกั ษณ์ ☼ ☼ ผลของความดีงาม มาตกิ า ☼ ☼ สิบหก ภาษติ ☼ ☼ มุ่งร้าย เบียดเบียน ศฤงคาร ☼ ☼ ลกั ษณะดี ศุภผล ☼ ☼ ส่ิงให้เกิดความรกั โสฬส ☼ ☼ สามส่วน หึง ☼ ☼ เป็นอิสระ โสด ☼ ☼ ลาเอียงเพราะความโกรธ โทสาคติ ☼ ☼ แม่บท ๘. ใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ ท้งั แบบธรรมดาและอ่านเป็ น ทานองเสนาะ โดยสลบั กนั อ่านกบั เพอื่ น พรอ้ มใหเ้ พอ่ื นช่วยวจิ ารณ์ขอ้ บกพร่องเพอื่ จะไดน้ าไปปรับปรุงการอ่านใน คร้ังตอ่ ไป ๙. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภทโคลงนอกจากจะตอ้ งรู้ความหมายของคาแลว้ ยงั ตอ้ งเขา้ ใจ ลกั ษณะของคาเอกโทษและคาโทโทษดว้ ย
ส่ือการเรียนรู้ ๑. บตั รคา ๒. พจนานุกรม การวัดและประเมนิ ผลการ เรียนรู้ ๑. วิธีกำรวดั และประเมินผล ๑) สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓) ตรวจผลงานของนกั เรียน ๒. เคร่ืองมือ ๑) แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์กำรประเมนิ ๑) การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผา่ นต้งั แต่ ๒ รายการ ถือวา่ ผ่ำน ผา่ น ๑ รายการ ถือวา่ ไม่ผ่ำน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙-๑๐ ระดบั ดีมาก คะแนน ๗-๘ ระดบั ดี คะแนน ๕-๖ ระดบั พอใช้ คะแนน ๐-๔ ระดบั ควรปรับปรุง การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubricกsา)รประเมินกิจกรรมน้ีใหผ้ สู้ อนพจิ ารณาจากเกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เรื่อง การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรอง ระดบั คะแนน ๔๓๒๑ เกณฑ์กำรประเมนิ การอ่านออกเสียง อ่านออกเสียง อ่านออกเสียง อ่านออกเสียง อ่านออกเสียง
บทรอ้ ยกรอง ไดถ้ ูกตอ้ ง ไดถ้ ูกตอ้ ง ไดถ้ ูกตอ้ ง ได้ ถูกตอ้ ง ตามอกั ขรวธิ ี ตามอกั ขรวธิ ี ตามอกั ขรวธิ ี ตามอกั ขรวธิ ี เสียงดงั ชดั เจน เสียงดงั ชดั เจน เสียงดงั ชดั เจน เสียงดงั ชดั เจน เวน้ จงั หวะเหมาะสม เวน้ จงั หวะเหมาะสม เวน้ จงั หวะเหมาะสม แต่ยงั ตอ้ งปรับปรุง สามารถทอดเสียง มีการทอดเสียง พยายามทอดเสียง เร่ืองการเวน้ จงั หวะ เอ้ือนเสียง เอ้ือนเสียง เอ้ือนเสียง และทว่ งทานอง และใชน้ ้าเสียง และใชน้ ้าเสียง และใชน้ ้าเสียง ในการอ่าน แสดงอารมณ์ แสดงอารมณ์ แสดงอารมณ์ ไดไ้ พเราะ ในบางจงั หวะไดด้ ี ในบางจงั หวะ แต่ยงั ทาไดไ้ ม่ดีนกั แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนที่ ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวิชำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมัธยมศึกษำปี ที่ ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๗ เร่ือง โคลงสุภำษติ พระรำชนิพนธ์ เวลำ ๑๗ ช่ัวโมง แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๗.๒ ปริศนาสุภาษิต จานวน ๑ ชว่ั โมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ที่สอน................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิดเพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหา ในการดาเนินชีวติ และมีนิสยั รกั การอ่าน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม. ๒/๒ จบั ใจความสาคญั สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเร่ืองทอ่ี ่าน
มำตรฐำนกำรเรียนรู้ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็น มาตรฐาน ท ๕.๑ คุณคา่ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง ตวั ชี้วดั สรุปเน้ือหาวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่านในระดบั ท่ยี ากข้ึน ท ๕.๑ ม. ๒/๑ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้สู่ ตวั ชีว้ ัด ๑. สรุปความโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ (K) ๒. เขยี นบทละครส้นั ๆ จากโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ (P) ๓. เห็นความสาคญั ของการจบั ใจความสาคญั การสรุปเน้ือหาจากเร่ืองที่อ่าน (A) สาระสาคัญ การอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมแลว้ สามารถจบั ใจความสาคญั จนสรุปเน้ือหาทีอ่ ่านไดจ้ ะทาใหไ้ ดร้ บั ความรู้จากเรื่องทอ่ี ่านไดเ้ ป็ นอยา่ งดี สาระการ เกราียรนอ่ารนู้ จบั ใจความโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร - ทกั ษะการอ่าน - ทกั ษะการเขียน - ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู ๒. ความสามารถในการคดิ - การสงั เคราะห์ - การสรุปความรู้ ๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา ๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประส
อยู่อย่ำงพอเพยี ง ตวั ช้ีวดั ที่ ๕.๑ ดาเนินชีวติ อยา่ งพอประมาณ มีเหตผุ ล รอบคอบ มีคุณธรรม ตวั ช้ีวดั ที่ ๕.๒ มีภูมิคุม้ กนั ในตวั ทีด่ ี ปรับตวั เพอื่ อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข ชนิ้ งานหรือภาระงาน (-) การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ๑. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สนทนา โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั น้ี นกั เรียนมีสุภาษิตประจาใจวา่ อยา่ งไร ๒. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม ๑๖ กลุ่ม จากน้นั ใหส้ ่งตวั แทนออกมาจบั ฉลากโคลงสุภาษติ โสฬส ไตรยางคท์ ้งั ๑๖ บท ๓. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มสรุปความโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางคท์ ไ่ี ดร้ ับ จากน้นั ใหน้ ามาเขยี นเป็นบท ละครเพอื่ แสดงบทบาทสมมุติใหเ้ พอื่ น ๆ ช่วยกนั ทายวา่ เป็นโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางคบ์ ทใด ๔. ครูตรวจสอบบทละครพรอ้ มท้งั ใหค้ าแนะนาเพมิ่ เติม ๕. ใหน้ กั เรียนซกั ซอ้ มบทบาทสมมุติตามเวลาที่กาหนด และเตรียมแสดงในชวั่ โมงตอ่ ไป ๖. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมแลว้ สามารถจบั ใจความสาคญั จนสรุปเน้ือหาท่ีอ่านไดจ้ ะทาให้ ไดร้ ับความรูจ้ ากเรื่องที่อ่านไดเ้ ป็นอยา่ งดี การวัดและประเมนิ ผลการ เรียนรู้ ๑. วธิ ีกำรวดั และประเมนิ ผล ๑) สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒)สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๒. เคร่ืองมือ ๑) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์กำรประเมนิ ๑) การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผา่ นต้งั แต่ ๒ รายการ ถือวา่ ผ่ำน
ผา่ น ๑ รายการ ถือวา่ ไม่ผ่ำน ๒) การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙-๑๐ ระดบั ดีมาก คะแนน ๗-๘ ระดบั ดี คะแนน ๕-๖ ระดบั พอใช้ คะแนน ๐-๔ ระดบั ควรปรบั ปรุง แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนท่ี ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวิชำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมัธยมศึกษำปี ท่ี ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๗ เร่ือง โคลงสุภำษิต พระรำชนิพนธ์ เวลำ ๑๗ ชั่วโมง แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๗.๓ อ่านไดเ้ ขา้ ใจความ จานวน ๑ ชว่ั โมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ทสี่ อน................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิดเพอ่ื นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาใน การดาเนินชีวติ และมีนิสยั รกั การอ่าน ตัวชี้วดั ท ๑.๑ ม. ๒/๒ จบั ใจความสาคญั สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็น คุณค่า และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง
ตัวชี้วดั ท ๕.๑ ม. ๒/๑ สรุปเน้ือหาวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี ่านในระดบั ทยี่ ากข้นึ จุดประสงคก์ าร เรียนรู้ ๑. อธิบายรายละเอียดในโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ (K) ๒. อ่านจบั ใจความและสรุปความโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ (P) ๓. เห็นความสาคญั ของการจบั ใจความสาคญั การสรุปเน้ือหาจากเรื่องทอ่ี ่าน (A) สาระสาคัญ การอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมแลว้ สามารถจบั ใจความสาคญั จนสรุปเน้ือหาท่ีอ่านไดจ้ ะทาใหไ้ ดร้ บั ความรูจ้ ากเรื่องทอ่ี ่านไดเ้ ป็ นอยา่ งดี สาระการ เรียนรู้ การอ่านจบั ใจความโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร - ทกั ษะการอ่าน - ทกั ษะการเขียน - ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู ๒. ความสามารถในการคดิ - การใหเ้ หตุผล - การวเิ คราะห์ - การสงั เคราะห์ - การสรุปความรู้ - การประเมินคา่ ๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา ๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประส
อยู่อย่ำงพอเพยี ง ตวั ช้ีวดั ท่ี ๕.๑ ดาเนินชีวติ อยา่ งพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม ตวั ช้ีวดั ที่ ๕.๒ มีภูมิคุม้ กนั ในตวั ท่ดี ี ปรับตวั เพอ่ื อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข ชนิ้ งานหรือภาระ งาน ใบงาน เร่ือง การสรุปความโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มทไ่ี ดฝ้ ึกซอ้ มบทบาทสมมุติโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางคท์ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย ออกมาแสดงและใหเ้ พอื่ น ๆ ทายวา่ เป็ นโคลงสุภาษติ บทใด กลุ่มทแ่ี สดงเฉลยคาตอบ ครูชมเชยการแสดงของ นกั เรียน ๒. เม่ือทุกกลุ่มแสดงเสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียนทาใบงาน เร่ือง การสรุปความโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ ครู ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ๓. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมแลว้ สามารถจบั ใจความสาคญั จนสรุปเน้ือหาที่อ่านไดจ้ ะทาให้ ไดร้ ับความรูจ้ ากเรื่องที่อ่านไดเ้ ป็นอยา่ งดี ๔. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั น้ี นกั เรียนชอบโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางคบ์ ทใดมากท่สี ุด สื่อการเรียนรู้ ใบงาน การวัดและประเมนิ ผลการ เรียนรู้ ๑. วิธีกำรวัดและประเมินผล ๑) สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓) ตรวจใบงาน ๒. เคร่ืองมือ ๑) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
๒) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์กำรประเมนิ ๑) การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผา่ นต้งั แต่ ๒ รายการ ถือวา่ ผ่ำน ผา่ น ๑ รายการ ถือวา่ ไม่ผ่ำน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙-๑๐ ระดบั ดีมาก คะแนน ๗-๘ ระดบั ดี คะแนน ๕-๖ ระดบั พอใช้ คะแนน ๐-๔ ระดบั ควรปรับปรุง แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนท่ี ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวชิ ำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมธั ยมศึกษำปี ท่ี ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๗ เร่ือง โคลงสุภำษิต พระรำชนิพนธ์ เวลำ ๑๗ ชั่วโมง แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๗.๔ ผงั ความคิดแสดงความเขา้ ใจ จานวน ๑ ชว่ั โมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ทส่ี อน................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหา ในการดาเนินชีวติ และมีนิสยั รกั การอ่าน ตวั ชี้วัด ท ๑.๑ ม. ๒/๓ เขียนผงั ความคิดเพอ่ื แสดงความเขา้ ใจในบทเรียนตา่ ง ๆ ทอ่ี ่าน จุดประสงคก์ าร เรียนรู้ ๑. สรุปเน้ือหาโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ (K) ๒. เขียนผงั ความคิดแสดงความเขา้ ใจในโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ (P)
๓. เห็นความสาคญั ของการเขยี นผงั ความคิดเพอ่ื แสดงความเขา้ ใจเร่ืองทอ่ี ่าน (A) สาระสาคัญ การเขยี นผงั ความคดิ จากขอ้ ความยาว ๆ หรือขอ้ ความท่ีเขา้ ใจยากจะช่วยจดั ลาดบั ความคิดทาให้ จดจาไดง้ ่ายและเขา้ ใจดีข้นึ สาระการ เกราียรนเขรยี ู้นผงั ความคิดจากเร่ืองที่อ่าน สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร - ทกั ษะการอ่าน - ทกั ษะการเขยี น - ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู ๒. ความสามารถในการคดิ - การสงั เคราะห์ - การจดั ระบบความคดิ เป็นแผนภาพ - การสรุปความรู้ ๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา ๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประสอยู่อย่ำงพอเพยี ง ดาเนินชีวติ อยา่ งพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม มีภูมิคุม้ กนั ในตวั ท่ดี ี ปรบั ตวั เพอื่ อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข ตวั ช้ีวดั ท่ี ๕.๑ ตวั ช้ีวดั ที่ ๕.๒ ชนิ้ งานหรือภาระ ใบงงานานเรื่อง การเขียนผงั ความคิดจากโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สนทนา โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั น้ี นกั เรียนคดิ วา่ จะใชผ้ งั ความคิดรูปแบบใดแสดงความเขา้ ใจในเน้ือเร่ือง
๒. ใหน้ กั เรียนทบทวนความรู้เรื่อง ผงั ความคดิ รูปแบบต่าง ๆ ครูอธิบายเพมิ่ เตมิ ๓. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม ๑๖ กลุ่มจบั ฉลากโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางคแ์ ลว้ ร่วมปรึกษาหารือ สาระสาคญั ของโคลงบทน้นั ๔. ใหน้ กั เรียนทุกกลุ่มออกมาสรุปความรู้เป็นแผนภาพความคดิ บนกระดานหนา้ ช้นั เรียน ครูอธิบายเพมิ่ เติมและชมเชยการทางานของนกั เรียน ๕. ใหน้ กั เรียนทาใบงาน เรื่อง การเขียนผงั ความคิดจากโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ โดยใหบ้ อกส่ิงท่คี วรประพฤติ และสิ่งที่ควรละเวน้ มาอยา่ งละ ๕ ประการ เม่ือเสร็จแลว้ ครูเลือกนกั เรียนนาเสนอ หนา้ ช้นั เรียน ครูและเพอื่ นร่วมกนั ประเมินผล ๖. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การเขียนผงั ความคดิ จากขอ้ ความยาว ๆ หรือขอ้ ความท่ีเขา้ ใจยากจะช่วยจดั ลาดบั ความคิดทาใหจ้ ดจา ไดง้ า่ ยและเขา้ ใจดีข้ึน สอื่ การเรียนรู้ ๑. ฉลาก ๒. ใบงาน การวัด๑แ. ลวะธิ ีปกำรระวเดั มแลนิ ะผปลระกเมารินผล เรียนรู้ ๑) สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓) ตรวจใบงาน ๒. เคร่ืองมือ ๑) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์กำรประเมิน ๑) การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผา่ นต้งั แต่ ๒ รายการ ถือวา่ ผ่ำน ผา่ น ๑ รายการ ถือวา่ ไม่ผ่ำน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙-๑๐ ระดบั ดีมาก คะแนน ๗-๘ ระดบั ดี คะแนน ๕-๖ ระดบั พอใช้ คะแนน ๐-๔ ระดบั ควรปรบั ปรุง การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)
การประเมินใบงานน้ีใหผ้ สู้ อนพจิ ารณาจากเกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เรื่อง การเขยี นผงั ความคิดจากโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ ระดับคะแนน ๔๓๒ ๑ เกณฑ์กำรประเมนิ การเขยี นผงั ความคิด แสดงใจความสาคญั แสดงใจความสาคญั ขาดใจความสาคญั ขาดใจความสาคญั ครบทกุ ประเด็น ครบทุกประเดน็ บางประเด็น รูปแบบ บางประเดน็ รูปแบบ รูปแบบเหมาะสม รูปแบบเหมาะสมกบั เหมาะสมกบั เน้ือหา เหมาะสมกบั เน้ือหา กบั เน้ือหา สะอาด เน้ือหา ปรบั ปรุง แตต่ อ้ งปรบั ปรุง แต่ตอ้ งปรบั ปรุง เรียบร้อย สวยงาม เร่ืองความสวยงาม เรื่องความสวยงาม เรื่องความสวยงาม เล็กนอ้ ย และความสะอาด ใบงาน เรื่อง การเขียนผังความคดิ จากโคลงสุภาษิตโสฬสไต รยางค์ โคลงสุภำษติ โสฬสไตรยำงค์กล่ำวถึงสิ่งท่คี วรประพฤตแิ ละส่ิงที่ควรละเว้นไว้หลำยประกำร ให้นักเรียนบอกมำอย่ำงละ ๕ ประกำร โดยบันทกึ ลงในผงั ควำมคดิ __________________ ___________________ __________________ _________________ ____ _________________ โคลงสุภำษิต สิ่งที่ควร ________________ _________________ สิ่งที่ควร โสฬสไตรยำงค์ ละเว้น ________________ __ ประพฤติ ____ ___________________ ______________ __________________ ______________ ________ __________________ _________________ __________________ _________________ __ ____________________ _________________ ____________________ _________________ ____ __
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนที่ ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวชิ ำ ภำษำไทย รหัสวชิ ำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมธั ยมศึกษำปี ที่ ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๗ เรื่อง โคลงสุภำษติ พระรำชนิพนธ์ เวลำ ๑๗ ชั่วโมง แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๗. ๕ ปฏบิ ตั ดิ ี ชีวมี ีสุข จานวน ๑ ชว่ั โมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ทส่ี อน................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคุณค่า มาตรฐาน ท ๕.๑ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง ตวั ชี้วดั สรุปความรู้และขอ้ คิดจากการอ่านไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง ท ๕.๑ ม. ๒/๔ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๑. สรุปความรู้จากการอ่านโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ (K) ๒. สงั เคราะห์ขอ้ คิดจากการอ่านโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ (P) ๓. เห็นความสาคญั ของการสรุปความรู้และขอ้ คดิ จากการอ่านไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง (A) สาระสาคัญ
การสรุปความรู้และการนาขอ้ คิดทไี่ ดจ้ ากการอ่านไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริงจะทาใหก้ ารอ่านวรรณคดีเร่ือง น้นั ๆ เกิดประโยชน์ในการดาเนินชีวติ และรู้จกั แกป้ ัญหาทเี่ กิดข้นึ สาระการ เครวียานมรรูแู้้ ละขอ้ คิดจากการอ่านโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียน๑. ความสามารถในการสื่อสาร - ทกั ษะการอ่าน - ทกั ษะการเขยี น - ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู ๒. ความสามารถในการคดิ - การวเิ คราะห์ - การสงั เคราะห์ - การประยกุ ต/์ การปรับปรุง - การสรุปความรู้ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประส อยู่อย่ำงพอเพยี ง ตวั ช้ีวดั ที่ ๕.๑ ดาเนินชีวติ อยา่ งพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม ตวั ช้ีวดั ที่ ๕.๒ มีภูมิคุม้ กนั ในตวั ทด่ี ี ปรับตวั เพอ่ื อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข ชนิ้ งานหรือภาระ ใบงานงเาร่ือนง ปฏิบตั ดิ ี ชีวมี ีสุข การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั น้ี จากสภาพสงั คมปัจจบุ นั นกั เรียนคดิ วา่ ขอ้ ใดที่คนเราควรจะมีกนั มากทีส่ ุดจากโคลงสุภาษิต- โสฬสไตรยางค์ ๒. ใหน้ กั เรียนดูคลิปวดิ ีโอ หรือภาพที่เกี่ยวกบั เน้ือหาในโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ จากน้นั สนทนาพดู คุยเกี่ยวกบั ภาพวา่ ไดข้ อ้ คิดอะไรบา้ ง เราจะนามาใชช้ ีวิตประจาวนั อยา่ งไร
๓. ใหน้ กั เรียนทาใบงาน เรื่อง การสรุปความรู้และขอ้ คิดจากโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ โดยใหน้ าคา สอนในโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางคท์ นี่ กั เรียนปฏิบตั ิอยเู่ สมอบอกมา ๓ สิ่ง พร้อมท้งั บอกผลทเ่ี กดิ ข้นึ จากการ ปฏบิ ตั ิ ๔. ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากน้นั ใหน้ กั เรียนเลือกคาสอนท่นี กั เรียนปฏบิ ตั อิ ยเู่ สมอในใบงานมา ๑ ส่ิง แลว้ วาดเป็นภาพในกระดาษทคี่ รูแจกให้ ๕. ใหน้ กั เรียนนาภาพวาดของตนติดป้ายนิเทศ ครูชมเชยนกั เรียนตามสมควร ๖. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การสรุปความรูแ้ ละการนาขอ้ คิดท่ไี ดจ้ ากการอา่ นไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริงจะทาใหก้ ารอ่าน วรรณคดีเร่ืองน้นั ๆ เกิดประโยชน์ในการดาเนินชีวติ และรูจ้ กั แกป้ ัญหาท่เี กิดข้ึน ส่อื การเรียนรู้ ๑. คลิปวดิ ีโอหรือภาพ ๑ ๒. ใบงาน ๓. กระดาษวาดรูป การวัดและประเมนิ ผลการ เรียนร๑ู้. วธิ ีกำรวดั และประเมนิ ผล ๑) สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) ตรวจใบงาน ๒. เครื่องมือ แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๓. เกณฑ์กำรประเมนิ การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผา่ นต้งั แต่ ๒ รายการ ถือวา่ ผ่ำน ผา่ น ๑ รายการ ถือวา่ ไม่ผ่ำน การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrกicารs)ประเมินใบงานน้ีใหผ้ สู้ อนพจิ ารณาจากเกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เร่ือง การสรุปความรู้และขอ้ คดิ จากเรื่องทอ่ี ่าน ระดบั คะแนน ๔ ๓๒ เกณฑ์กำรประเมนิ
การสรุปความรู้และ สรุปความรูไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง สรุปความรูไ้ ด้ สรุปความรู้ได้ สรุปความรูไ้ ด้ ขอ้ คดิ จากเรื่องท่อี ่าน สรุปขอ้ คิดไดห้ ลาย ถูกตอ้ ง สรุปขอ้ คดิ ถูกตอ้ ง สรุปขอ้ คิด ถูกตอ้ ง และสรุป ประเด็นเสนอแนว ไดห้ ลายประเด็น ไดห้ ลายประเด็น ขอ้ คิดเพยี งประเดน็ ทางการนาไปใชท้ ่ี เสนอแนวทางการ แตก่ ารเสนอ เดียว การเสนอ หลากหลายเป็นไป นาไปใชท้ ่ี แนวทางท่จี ะ แนวทางทจ่ี ะ ในทางสรา้ งสรรคแ์ ละ สร้างสรรคแ์ ละ นาไปใชไ้ ม่ชดั เจน นาไปใชใ้ นชีวตจริง เช่ือมโยงกบั ชีวติ จริง เช่ือมโยงกบั ชีวติ จริง ไม่ชดั เจน แตย่ งั ไม่หลากหลาย ใบงำน เร่ือง ปฏบิ ัตดิ ี ชีวสี ุข คำสอนในโคลงสุภำษิตโสฬสไตรยำงค์ท่นี ักเรียนปฏบิ ัติอยู่เสมอมขี ้อใดบ้ำงบอกมำ ๓ ส่ิง (อำจไม่อยู่ในหมวดเดยี วกนั กไ็ ด้) พร้อมท้ังบอกผลดที ่ีเกดิ ขึน้ จำกกำรปฏิบัติ สงิ่ ที่ปฏิบตั ิ ผลดีท่ีเกิดขนึ้
แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนที่ ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวิชำ ภำษำไทย รหัสวชิ ำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมธั ยมศึกษำปี ที่ ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๗ เร่ือง โคลงสุภำษิต พระรำชนิพนธ์ เวลำ ๑จ ชั่วโมง แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๗. ๖ คาที่มาจากภาษาต่างประเทศ จานวน ๑ ชวั่ โมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ที่สอน................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม. ๒/๕ รวบรวมและอธิบายความหมายของคาภาษาตา่ งประเทศที่ใชใ้ นภาษาไทย จุดประสงค์กำรเรียนรู้ ๑. บอกลกั ษณะของคาทม่ี าจากภาษาต่างประเทศ (K) ๒. จาแนกคาภาษาตา่ งประเทศทใ่ี ชใ้ นภาษาไทย (P) ๓. เห็นคุณคา่ ของคาภาษาตา่ งประเทศท่ีใชใ้ นภาษาไทย (A) สำระสำคญั ปัจจบุ นั การติดต่อส่ือสารกบั ตา่ งชาตมิ ากข้นึ มีการยมื คามาจากภาษาต่างประเทศเป็ นจานวนมาก จึงจาเป็ นตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจความหมายของคาที่มาจากภาษาตา่ งประเทศเพอ่ื ใหก้ ารส่ือสารประสบความสาเร็จ สำระกำรเรียนรู้ คาท่มี าจากภาษาตา่ งประเทศ สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียน๑. ความสามารถในการส่ือสาร - ทกั ษะการอ่าน
- ทกั ษะการเขยี น - ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู ๒. ความสามารถในการคิด - การจาแนก - การวเิ คราะห์ - การจดั ระบบความคิดเป็นแผนภาพ - การสรุปความรู้ ๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา ๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประสใฝ่ เรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ที่ ๔.๑ ต้งั ใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ท่ี ๔.๒ แสวงหาความรูจ้ ากแหล่งเรียนรูต้ ่าง ๆ ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน ดว้ ยการเลือกใชส้ ่ืออยา่ งเหมาะสม บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ สรุปเป็ น องคค์ วามรู้ สามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ ม่งุ มนั่ ในกำรทำงำน ตวั ช้ีวดั ท่ี ๖.๑ ต้งั ใจและรับผดิ ชอบในการปฏิบตั ิหนา้ ทีก่ ารงาน ตวั ช้ีวดั ท่ี ๖.๒ ทางานดว้ ยความเพยี รพยายามและอดทนเพอ่ื ใหง้ านสาเร็จตามเป้าหมาย รักควำมเป็ นไทย ตวั ช้ีวดั ที่ ๗.๒ เห็นคุณค่าและใชภ้ าษาไทยในการสื่อสารไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม ชิน้ งำนหรือภำระงำน (-) กำรจดั กจิ กรรมกำรเรียนรู้ ๑. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใหค้ าถามทา้ ทาย ดงั น้ี นกั เรียนคดิ วา่ ภาษาต่างประเทศภาษาใดทีค่ นไทยใชม้ ากท่ีสุด ๒. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๔ คน ศกึ ษาเร่ืองคาท่มี าจากภาษาต่างประเทศ แลว้ บนั ทกึ ความรู้ เป็ นแผนภาพความคิด ครูเลือกบางกลุ่มนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน ครูอธิบายเพมิ่ เติม ๓. ใหน้ กั เรียนฟังเพลง “ภูมิแผน่ ดิน นวมินทร์มหาราชา” จากน้นั ครูแจกเน้ือเพลงใหน้ กั เรียนร้องเพลงไป พรอ้ ม ๆ กบั ท่ีครูเปิ ดแถบบนั ทึกเสียง ๔. ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มขดี เสน้ ใตค้ าท่ีมาจากภาษาต่างประเทศในเน้ือเพลง เม่ือทาเสร็จแลว้ ส่งตวั แทนนาเสนอ หนา้ ช้นั เรียน ครูและเพอื่ น ๆ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๕. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มวเิ คราะห์คาภาษาตา่ งประเทศท่ใี ชใ้ นโคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางคแ์ ลว้ นา มาเขียนตามหวั ขอ้ ที่กาหนด จากน้นั แลกเปลี่ยนความรูแ้ ละตรวจสอบความถูกตอ้ ง โดยสลบั ใหเ้ พอ่ื นกลุม่ อื่น ตรวจสอบ คาที่มาจากภาษาบาลี คาทม่ี าจากภาษาสนั สกฤต คาที่มาจากภาษาเขมร ๖. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี ปัจจบุ นั การตดิ ต่อสื่อสารกบั ตา่ งชาติมากข้นึ มีการยมื คามาจากภาษาต่างประเทศเป็ นจานวนมากจงึ จาเป็นตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจความหมายของคาที่มาจากภาษาตา่ งประเทศเพอ่ื ใหก้ ารส่ือสารประสบความสาเร็จ สื่อกำรเรียนรู้ ๑. แถบบนั ทึกเสียง ๒. เน้ือเพลง “ภูมิแผน่ ดิน นวมินทร์มหาราชา” กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรียนรู้ ๑. วธิ ีกำรวดั และประเมนิ ผล ๑) สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓) ตรวจผลงานของนกั เรียน ๒. เคร่ืองมือ ๑) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์กำรประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผา่ นต้งั แต่ ๒ รายการ ถือวา่ ผ่ำน ผา่ น ๑ รายการ ถือวา่ ไม่ผ่ำน ๒) การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙-๑๐ ระดบั ดีมาก คะแนน ๗-๘ ระดบั ดี คะแนน ๕-๖ ระดบั พอใช้ คะแนน ๐-๔ ระดบั ควรปรับปรุง
แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนที่ ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวชิ ำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมัธยมศึกษำปี ที่ ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๗ เรื่อง โคลงสุภำษติ พระรำชนิพนธ์ เวลำ ๑๗ ช่ัวโมง แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๗. ๗ อ่านทานองสอดคลอ้ งเน้ือความ จานวน ๑ ชว่ั โมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ทีส่ อน................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิดเพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาในการดาเนินชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน ตวั ชี้วัด ท ๑.๑ ม. ๒/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง ท ๑.๑ ม. ๒/๒ จบั ใจความสาคญั สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเร่ืองที่อ่าน ท ๑.๑ ม. ๒/๘ มีมารยาทในการอ่าน จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้สู่ตัวชี้วดั ๑. สรุปความจากโคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการ (K) ๒. อ่านออกเสียงโคลงสุภาษติ นฤทุมนาการ (P) ๓. เห็นความสาคญั ของการอ่านออกเสียง จบั ใจความสาคญั สรุปความ และอธิบายรายละเอียด โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ และมีมารยาทในการอ่าน (A) สำระสำคญั การอ่านออกเสียงโคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การอ่านจะทาใหเ้ ขา้ ใจเน้ือหาจนสามารถ จบั ใจความ สรุปความเน้ือหาไดด้ ีข้นึ สำระกำรเรียนรู้ ๑. การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง ๒. การอ่านจบั ใจความ สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียน๑. ความสามารถในการสื่อสาร - ทกั ษะการอ่าน - ทกั ษะการเขียน - ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู
๒. ความสามารถในการคดิ - การวเิ คราะห์ - การสงั เคราะห์ - การสรุปความรู้ - การประเมินคา่ ๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา ๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประส ใฝ่ เรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ท่ี ๔.๑ ต้งั ใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ท่ี ๔.๒ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรูต้ า่ ง ๆ ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน ดว้ ยการเลือกใชส้ ่ืออยา่ งเหมาะสม บนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์ สรุปเป็ น องคค์ วามรู้ สามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ ม่งุ มั่นในกำรทำงำน ตวั ช้ีวดั ท่ี ๖.๑ ต้งั ใจและรับผดิ ชอบในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทก่ี ารงาน ตวั ช้ีวดั ท่ี ๖.๒ ทางานดว้ ยความเพยี รพยายามและอดทนเพอ่ื ใหง้ านสาเร็จตามเป้าหมาย รักควำมเป็ นไทย ตวั ช้ีวดั ท่ี ๗.๒ เห็นคุณค่าและใชภ้ าษาไทยในการสื่อสารไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม ชิ้นงำนหรือภำระงำน (หลกั ฐำน ร่องรอยแสดงควำมรู้) ๑. การอ่านออกเสียงโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ ๒. ใบงาน เร่ือง การสรุปความโคลงสุภาษติ นฤทุมนาการ กำรจดั กจิ กรรมกำรเรียนรู้ ๑. ใหน้ กั เรียนทบทวนการอ่านออกเสียงโคลงส่ีสุภาพจากประสบการณ์เดิมโดยการสนทนาซกั ถามครู อธิบายเพมิ่ เตมิ ๒. ใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ ท้งั อ่านแบบธรรมดาและอ่านเป็นทานองเสนาะ โดยใหฝ้ ึกในกลุ่มซ่ึงมีสมาชิกประมาณ ๔-๕ คน จากน้นั ครูเลือกนกั เรียนอ่านใหเ้ พอื่ นฟัง ครูและเพอื่ นร่วมกนั ประเมินการอ่าน ๓. ใหน้ กั เรียนอ่านบทนาเรื่อง และที่มาของโคลงสุภาษติ นฤทุมนาการแลว้ สรุปสาระสาคญั ๔. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม ๑๒ กลุ่ม ส่งตวั แทนออกมาจบั ฉลากโคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการ จากน้นั ใหแ้ ตล่ ะ กลุ่มสรุปใจความสาคญั ของโคลงทไี่ ดร้ บั มอบหมาย เม่ือทาเสร็จแลว้ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอใหเ้ พอื่ นฟังหนา้ ช้นั เรียน ๕. ใหน้ กั เรียนทาใบงาน เรื่อง การสรุปความโคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการ จากน้นั ครูอธิบายเพม่ิ เติม
๖. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การอ่านออกเสียงโคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การอ่านจะทาใหเ้ ขา้ ใจเน้ือหา จนสามารถจบั ใจความ สรุปความเน้ือหาไดด้ ีข้ึน ๗. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สนทนา โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั น้ี นกั เรียนมีความรูอ้ ยา่ งไรบา้ งเก่ียวกบั โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ ส่ือกำรเรียนรู้ ๑. ฉลาก ๒. ใบงาน กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรียนรู้ ๑. วธิ ีกำรวัดและประเมนิ ผล ๑) สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓) ตรวจใบงานท่ี ๓๖ ๒. เครื่องมือ ๑) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์กำรประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผา่ นต้งั แต่ ๒ รายการ ถือวา่ ผ่ำน ผา่ น ๑ รายการ ถือวา่ ไม่ผ่ำน ๒) การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙-๑๐ ระดบั ดีมาก คะแนน ๗-๘ ระดบั ดี คะแนน ๕-๖ ระดบั พอใช้ คะแนน ๐-๔ ระดบั ควรปรับปรุง แผนกำรจัดกำรเรียนรู้
กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนที่ ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ ช้ันมธั ยมศึกษำปี ที่ ๒ รำยวชิ ำ ภำษำไทย รหัสวชิ ำ ท ๒๒๑๐๒ เวลำ ๑๗ ชั่วโมง หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๗ เร่ือง โคลงสุภำษติ พระรำชนิพนธ์ จานวน ๑ ชว่ั โมง วนั ทีส่ อน................................... แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๗. ๘ คุณคา่ ขอ้ คดิ สถิตในใจ ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย อยา่ งเห็นคุณคา่ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม. ๒/๓ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ท ๕.๑ ม. ๒/๔ สรุปความรู้และขอ้ คดิ จากการอ่านไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง ท ๕.๑ ม. ๒/๕ ทอ่ งจาบทอาขยานตามทก่ี าหนดและบทรอ้ ยกรองที่มีคุณคา่ ตามความสนใจ จุดประสงค์กำรเรียนรู้สู่ตัวชี้วดั ๑. ท่องจาบทอาขยานจากโคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการ (K) ๒. อธิบายคุณค่าของโคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการ (K) ๓. สงั เคราะห์ความรูแ้ ละขอ้ คิดจากการอ่านโคลงสุภาษติ นฤทมุ นาการ (P) ๔. เห็นคุณค่าของโคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการที่สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง (A) สำระสำคญั การสรุปความรูแ้ ละการนาขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากการอ่านไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริงจะทาใหก้ ารอ่านวรรณคดีเร่ือง น้นั ๆ เกิดประโยชน์ในการดาเนินชีวติ และรู้จกั แกป้ ัญหาที่เกิดข้นึ สำระกำรเรียนรู้ ๑. คุณคา่ ของโคลงสุภาษติ นฤทุมนาการ ๒. ความรู้และขอ้ คิดจากโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียน๑. ความสามารถในการสื่อสาร - ทกั ษะการอ่าน - ทกั ษะการเขียน - ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู ๒. ความสามารถในการคดิ - การวเิ คราะห์
- การสงั เคราะห์ - การจดั ระบบความคิดเป็นแผนภาพ - การประยกุ ต/์ การปรบั ปรุง - การสรุปความรู้ ๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา ๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประสอยู่อย่ำงพอเพยี ง ตวั ช้ีวดั ท่ี ๕.๑ ดาเนินชีวติ อยา่ งพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม ตวั ช้ีวดั ท่ี ๕.๒ มีภูมิคุม้ กนั ในตวั ท่ีดี ปรับตวั เพอ่ื อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข ชิ้นงำนหรือภำระงำน ๑. ใบงาน เรื่อง พนิ ิจคุณค่าโคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการ ๒.ใบงาน เรื่อง ใชข้ อ้ คดิ จากโคลงสุภาษติ นฤทมุ นาการในชีวติ จริง ๓. การท่องจาบทอาขยานจากโคลงสุภาษติ นฤทมุ นาการ กำรจดั กจิ กรรมกำรเรียนรู้ ๑. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สนทนา โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั น้ี นกั เรียนเคยปฏบิ ตั ขิ อ้ ใดแลว้ ในกิจ ๑๐ ประการจากโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ ๒. ครูอ่านนิทานเรื่อง “เตา่ กบั งู” ใหน้ กั เรียนฟัง จากน้นั ใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกขอ้ คิดท่ไี ดจ้ ากเร่ือง ครู อธิบายเพม่ิ เตมิ นิทำน เร่ือง “เต่ำกับงู” นิทานเก่าเตา่ กบั งูป่ ูเคยเล่า ริมป่ าใหญช่ ายเขาอนั กวา้ งใหญ่ เต่าตวั ใหญเ่ พลิดเพลินออกเดินทาง พบงูกร่างเล้ือยเงยี บจึงเหยยี บเอา เจา้ เตา่ จึงตกใจรีบขอโทษ แต่งูโหดโกรธจดั รัดฉกเขา้ เต่าจงึ หลบในกระดองป้องภยั เบา งฟู ัดเต่าไม่เกิดผลแสนจนใจ อีกาเห็นจงึ บอกถึงสาเหตุ เต่ามีครูพเิ ศษบอกสอนให้ งูจึงขอใหก้ ารีบพาไป กาจึงจบั งกู ินไดส้ มใจตน นิทานกลอนสะทอ้ นจิตใหค้ ิดได้ ทาสิ่งใดให้พนิ ิจคดิ เหตผุ ล ทาความดีมีสุขไม่ทกุ ขท์ น ทาความชวั่ ไม่พน้ เศร้าโศกา อีกสอนใหไ้ ม่หูเบาเช่ือเขาง่าย อนั ตรายภยั ผองจะมาหา ฟังไม่คิดติดกบั คนชว่ั นานา มีแตพ่ าชีวติ หมองตอ้ งภยั พาล โกรธโมโหคือโง่บา้ พาเศร้าหมอง สตเิ ป็นยนั ตป์ ้องภยั รอบดา้ น จงละเถิดซ่ึงความชว่ั กิเลสมาร ใชช้ ีวติ คิดอ่านแตก่ รรมดี
ธนิดา เจนกสิกิจ ๓. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๔ คน ช่วยกนั อธิบายคุณคา่ โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ ท้งั คุณคา่ ดา้ น เน้ือหา และดา้ นวรรณศิลป์ ครูเลือก ๒-๓ กลุ่มนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน จากน้นั บนั ทกึ ความรูล้ งในใบงานเร่ือง พนิ ิจ คุณคา่ โคลงสุภาษติ นฤทมุ นาการ ครูอธิบายเพมิ่ เติม ๔. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มทบทวนความทรงจาเก่ียวกบั เหตกุ ารณ์ท่ีทาใหน้ กั เรียนเกิดความเสียใจ นาเรื่องราวจากเหตกุ ารณ์น้นั มาวเิ คราะห์เป็นแผนภาพความคิดแลว้ เสนอแนวทางแกไ้ ขโดยใชค้ าสอนจาก โคลงสุภาษติ นฤทมุ นาการ เพอ่ื เป็นอุทธาหรณ์ไม่ใหเ้ กิดเหตกุ ารณ์เช่นน้นั ข้ึนอีก โดยทาลงในใบงาน เร่ือง ใชข้ อ้ คดิ จากโคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการในชีวติ จริง ๕. ใหน้ กั เรียนส่งตวั แทนนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน ครูอธิบายเพมิ่ เตมิ และติดผลงานบนป้ายนิเทศ ๖. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การสรุปความรูแ้ ละการนาขอ้ คิดทไี่ ดจ้ ากการอ่านไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริงจะทาใหก้ ารอ่าน วรรณคดีเรื่องน้นั ๆ เกิดประโยชน์ในการดาเนินชีวติ และรูจ้ กั แกป้ ัญหาทเ่ี กิดข้นึ ๗. ใหน้ กั เรียนท่องจาบทอาขยานจากโคลงสุภาษิตนฤทมุ นาการ เพอื่ ทดสอบเป็นรายบุคคล สื่อกำรเรียนรู้ ๑. นิทาน เรื่อง เตา่ กบั งู ๒. ใบงาน กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรียนรู้ ๑. วธิ ีกำรวดั และประเมนิ ผล ๑) สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓) ตรวจใบงาน ๒. เครื่องมือ ๑) แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์กำรประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผา่ นต้งั แต่ ๒ รายการ ถือวา่ ผ่ำน ผา่ น ๑ รายการ ถือวา่ ไม่ผ่ำน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙-๑๐ ระดบั ดีมาก คะแนน ๗-๘ ระดบั ดี คะแนน ๕-๖ ระดบั พอใช้ คะแนน ๐-๔ ระดบั ควรปรบั ปรุง การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)
การประเมินใบงานน้ีใหผ้ สู้ อนพจิ ารณาจากเกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เรื่อง การวิเคราะหส์ าเหตุและเสนอแนวทางแกไ้ ขโดยใชค้ าสอนจากโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ ระดับคะแนน ๔๓๒ ๑ เกณฑ์กำรประเมนิ การวเิ คราะห์สาเหตุ วเิ คราะห์สาเหตุและ วเิ คราะห์สาเหตุและ วเิ คราะห์สาเหตุและ วเิ คราะหส์ าเหตุของ และเสนอ ผลของเหตุการณ์ ผลของเหตกุ ารณ์ ผลของเหตุการณ์ เหตุการณ์ไม่ชดั เจน แนวทางแกไ้ ข ไดช้ ดั เจน ไดช้ ดั เจน ไดส้ มั พนั ธก์ นั เห็นแตผ่ ลท่ีเกิดข้ึน เสนอแนวทาง เสนอแนวทางแกไ้ ข เสนอแนวทางแกไ้ ข เทา่ น้นั จึงทาให้ แกไ้ ขท่สี ร้างสรรค์ ที่สรา้ งสรรค์ ท่ีดี และสามารถ แนวทางแกไ้ ข และสามารถปฏบิ ตั ิ และบางแนวทาง ปฏิบตั ิได้ ท่เี สนอ ไดจ้ ริงทุกแนวทาง สามารถปฏบิ ตั ิ ไม่ตรงประเด็นนกั ไดจ้ ริง การประเมินใบงานน้ีใหผ้ สู้ อนพจิ ารณนาจากเกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Runrics) เรื่อง การอธิบายคุณคา่ ของวรรณคดี ระดบั คะแนน ๔๓๒ ๑ เกณฑ์กำรประเมนิ การอธิบายคุณคา่ อธิบายคุณคา่ อธิบายคุณคา่ อธิบายคุณคา่ อธิบายคุณคา่ ของวรรณคดี ของวรรณคดี ของวรรณคดี ของวรรณคดี ของวรรณคดี ไดถ้ ูกตอ้ ง ไดถ้ ูกตอ้ ง ไดถ้ ูกตอ้ งทุกดา้ น ไดถ้ ูกตอ้ งทกุ ดา้ น ครอบคลุมทกุ ดา้ น ครอบคลุม แต่อธิบายได้ แต่อธิบายอยา่ งส้นั ๆ อธิบายชดั เจน เกือบทุกดา้ น ครอบคลุมบางดา้ น เขา้ ใจง่าย ยกตวั อยา่ ง มีการยกตวั อยา่ ง ประกอบ ประกอบ การประเมินกิจกรรมน้ีใหผ้ สู้ อนพจิ ารณาจากเกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เร่ือง การท่องจาบทอาขยาน ระดบั คะแนน ๔๓๒ ๑ เกณฑ์กำรประเมนิ การทอ่ งจา ท่องจาบทอาขยาน ทอ่ งจาบทอาขยาน ทอ่ งจาบทอาขยาน ท่องจาบทอาขยาน
บทอาขยาน ไดถ้ ูกตอ้ งทกุ คา ไดถ้ ูกตอ้ งทุกคา ไดถ้ ูกตอ้ งทุกคา ไดถ้ ูกตอ้ งทกุ คา ไม่มีติดขดั ตกหล่น ไม่มีตดิ ขดั ตกหลน่ ไม่มีตดิ ขดั ตกหล่น แตม่ ีตดิ ขดั บา้ ง ออกเสียงคา ออกเสียงคา ออกเสียงคา ออกเสียงคาบางคา ถูกตอ้ ง ชดั เจน ถูกตอ้ ง ชดั เจน ถูกตอ้ ง ชดั เจน ยงั ไม่ชดั เจน ทกุ คา เวน้ จงั หวะ ทุกคา เวน้ จงั หวะ ทกุ คา เวน้ จงั หวะ เวน้ จงั หวะ วรรคตอนถูกตอ้ ง วรรคตอนถูกตอ้ ง วรรคตอนถูกตอ้ ง วรรคตอนถูกตอ้ ง ทกุ วรรค ใชร้ ะดบั - ทุกวรรค ใชร้ ะดบั - เป็ นส่วนใหญ่ เป็ นบางวรรค เสียงแสดงอารมณ์ เสียงแสดงอารมณ์ ใชร้ ะดบั เสียง ระดบั เสียง ตามบทประพนั ธ์ ตามบทประพนั ธ์ แสดงอารมณ์ตาม ราบเรียบ ไดด้ ีมาก ไดด้ ี บทประพนั ธ์ ไม่แสดงอารมณ์ ไดพ้ อใช้ ใบงำน เร่ือง พนิ ิจคณุ ค่ำโคลงสุภำษติ นฤทมุ นำกำร ใหน้ กั เรียนอธิบายคุณคา่ ของโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ ท้งั คุณค่าดา้ นเน้ือหาและคุณคา่ ดา้ นวรรณศิลป์ คุณคา่ ดา้ น ______เ_น__ือ้ _ห_า__________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________ คณุ คา่ ดา้ น _______ว_ร_ร_ณ__ศ_ลิ__ป_์ _____________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________ ใบงำน เร่ือง ใช้ข้อคดิ จำกโคลงสุภำษิตนฤทมุ นำกำรในชีวิตจริง ใหน้ กั เรียนทบทวนความทรงจาเกี่ยวกบั เหตุการณ์ที่ทาใหน้ กั เรียนเกิดความเสียใจ นาเร่ืองราวจาก เหตุการณ์น้นั มาวเิ คราะห์เป็ นแผนภาพความคิด แลว้ เสนอแนวทางแกไ้ ขโดยใชค้ าสอนจากโคลงสุภาษติ นฤทุมนาการ เพอื่ เป็นอุทาหรณ์ไม่ใหเ้ กิดเหตุการณ์เช่นน้นั ข้ึนอีก __________________ เหตุการณ์ ผลที่เกิดขนึ้ __________________ __________________ _________________ _____________________ ___ _________________ _____________________ _____________________ สาเหตุ ___ _____________________ _____________________ _____________________ _____________________ __________________ แนวทางแกไ้ ข __________________ __________________ ______________________________________ ___ ______________________________________ ______________________________________ ______________________________________ ______________________________________ ___แ_ผ__น_ก_ำ_ร_จ_ัด_ก_ำ_ร_เ_ร_ีย_น_ร_ู้ __________________ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนท่ี ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวชิ ำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมธั ยมศึกษำปี ที่ ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง โคลงสุภำษติ พระรำชนิพนธ์ เวลำ ๑๗ ชั่วโมง แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๗. ๙ เรียงความทีจ่ ะไม่ทาใหเ้ สียใจ จานวน ๑ ชว่ั โมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ท่สี อน...................................
มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศ และรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วดั ท ๒.๑ ม. ๒/๓ เขียนเรียงความ ท ๒.๑ ม. ๒/๘ มีมารยาทในการเขยี น จุดประสงค์กำรเรียนรู้สู่ตวั ชี้วดั ๑. อธิบายรูปแบบเรียงความ (K) ๒. เขียนเรียงความเกี่ยวกบั ประสบการณ์ (P) ๓. เห็นความสาคญั ของการเขยี นเรียงความเกี่ยวกบั ประสบการณ์ และมีมารยาทในการเขียน (A) สำระสำคญั เรียงความเป็นงานเขยี นที่มีรูปแบบชดั เจน ประกอบดว้ ย คานา เน้ือเรื่อง และสรุป การเขยี นเรียงความ เกี่ยวกบั ประสบการณ์ตอ้ งกล่าวถึงเรื่องทีไ่ ดป้ ระสบมาจริงเพอื่ ให้เกิดประโยชนแ์ ก่ผอู้ ่าน ผเู้ ขยี นเรียงความควรวาง โครงเร่ืองใหช้ ดั เจนจึงจะทาใหเ้ รียงความมีเอกภาพ น่าสนใจและชวนอ่าน สำระกำรเรียนรู้ การเขียนเรียงความเกี่ยวกบั ประสบการณ์ สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียน๑. ความสามารถในการส่ือสาร - ทกั ษะการอ่าน - ทกั ษะการเขยี น - ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู ๒. ความสามารถในการคดิ - การวเิ คราะห์ - การสงั เคราะห์ - การสรุปความรู้ - การประเมินค่า คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประสใฝ่ เรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ท่ี ๔.๑ ต้งั ใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ที่ ๔.๒ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรูต้ ่าง ๆ ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
ดว้ ยการเลือกใชส้ ื่ออยา่ งเหมาะสม บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ สรุปเป็ น องคค์ วามรู้ สามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ มุ่งมนั่ ในกำรทำงำน ตวั ช้ีวดั ท่ี ๖.๑ ต้งั ใจและรับผดิ ชอบในการปฏิบตั ิหนา้ ท่กี ารงาน ตวั ช้ีวดั ที่ ๖.๒ ทางานดว้ ยความเพยี รพยายามและอดทนเพอื่ ใหง้ านสาเร็จตามเป้าหมาย รักควำมเป็ นไทย ตวั ช้ีวดั ท่ี ๗.๒ เห็นคุณคา่ และใชภ้ าษาไทยในการสื่อสารไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม ชิน้ งำนหรือภำระงำน ชิ้นงาน เรื่อง การเขียนเรียงความเก่ียวกบั ประสบการณ์ กำรจดั กจิ กรรมกำรเรียนรู้ ๑. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สนทนา โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั น้ี นกั เรียนมีความรูเ้ กี่ยวกบั เรียงความอยา่ งไรบา้ ง ๒. ใหน้ กั เรียนดูตวั อยา่ งการเขียนเรียงความจากประสบการณ์ จากน้นั ใหช้ ่วยกนั วเิ คราะห์วา่ เรียงความท่ีเป็นตวั อยา่ งมีขอ้ ดีอยา่ งไรบา้ ง (ช่ือเร่ืองน่าสนใจ เทคนิคการเขยี นคานาน่าสนใจ เน้ือเรื่องชดั เจน สรุปประทบั ใจปิ ดทา้ ยดว้ ยคาคม) ๓. ใหน้ กั เรียนศึกษาการเขียนเรียงความเก่ียวกบั ประสบการณ์ โดยใชค้ าถามตรวจสอบความเขา้ ใจ ดงั น้ี เรียงความคืออะไร (งานเขียนทีม่ ีลกั ษณะเฉพาะ คือ คานา เน้ือเร่ือง และสรุป) คานาที่น่าสนใจมีกลวธิ ีการเขียนอยา่ งไรบา้ ง (เขียนคาจากดั ความ คาคม สุภาษติ หรือคา ประพนั ธม์ าใช)้ เน้ือเรื่องตอ้ งเขียนอยา่ งไร (ตอ้ งเขียนจากประสบการณ์จริง และเป็ นประโยชนแ์ ก่ผอู้ ื่น) สรุปควรมีลกั ษณะอยา่ งไร (เขียนสรุปแนวคิดท้งั หมด ตรงประเด็น อาจใชค้ าคมหรือสุภาษติ สรุปจะทาใหน้ ่าประทบั ใจยง่ิ ข้นึ ) ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ ๔. ใหน้ กั เรียนนาแผนภาพความคิดจากกิจกรรมการเรียนรู้ มาขยายเป็ นเรียงความ ความยาว ๑ หนา้ พรอ้ มต้งั ชื่อเรื่องใหส้ มั พนั ธก์ นั เป็นช้ินงาน เรื่อง การเขียนเรียงความเก่ียวกบั ประสบการณ์ ๕. เมื่อเสร็จแลว้ ส่งครูประเมินผลงาน ครูติดผลงานบนป้ายนิเทศ ๖. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี เรียงความเป็ นงานเขียนท่มี ีรูปแบบชดั เจน ประกอบดว้ ย คานา เน้ือเร่ือง และสรุป การเขียน เรียงความเกี่ยวกบั ประสบการณ์ตอ้ งกล่าวถึงเรื่องที่ไดป้ ระสบมาจริงเพอื่ ให้เกิดประโยชน์แก่ผอู้ ่าน ผเู้ ขยี นเรียงความ ควรวางโครงเร่ืองใหช้ ดั เจนจึงจะทาใหเ้ รียงความมีเอกภาพ น่าสนใจและชวนอ่าน กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรียนรู้ ๑. วิธีกำรวดั และประเมนิ ผล
๑) สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) ตรวจชิ้นงานที่ ๑๒ ๒. เครื่องมือ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๓. เกณฑ์กำรประเมิน การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผา่ นต้งั แต่ ๒ รายการ ถือวา่ ผ่ำน ผา่ น ๑ รายการ ถือวา่ ไม่ผ่ำน การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrกicาsร)ประเมินช้ินงานน้ีใหผ้ สู้ อนพจิ ารณาจากเกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เรื่อง การเขยี นเรียงความ ระดบั คะแนน ๔๓๒ ๑ เกณฑ์กำรประเมนิ การเขยี นเรียงความ เขียนเรียงความ เขียนเรียงความ เขียนเรียงความ เขยี นเรียงความ มีองคป์ ระกอบ มีองคป์ ระกอบ มีองคป์ ระกอบ มีองคป์ ระกอบ ครบถว้ น ครบถว้ น ครบถว้ น ครบถว้ น คานา และสรุป คานา และสรุป คานา และสรุปไดด้ ี คานา และสรุปไดด้ ี น่าสนใจ น่าสนใจ หวั ขอ้ กบั เน้ือหา แต่เน้ือหากบั หวั ขอ้
หวั ขอ้ กบั เน้ือหา หวั ขอ้ กบั เน้ือหา สมั พนั ธก์ นั ไม่คอ่ ยสมั พนั ธก์ นั สมั พนั ธก์ นั สมั พนั ธก์ นั การเรียบเรียง และตอ้ งปรับปรุง เน้ือเรื่องมีเอกภาพ เน้ือเร่ืองมีเอกภาพ เน้ือเร่ือง เร่ืองการใชภ้ าษา มีเน้ือหา แตใ่ ชภ้ าษา สบั สนเล็กนอ้ ย ในเชิงสรา้ งสรรค์ บกพร่องเลก็ นอ้ ย และภาษาไม่ดี และเป็ นประโยชน์ เทา่ ท่คี วร ใชภ้ าษาไดด้ ี แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนท่ี ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวชิ ำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมัธยมศึกษำปี ท่ี ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๗ เรื่อง โคลงสุภำษติ พระรำชนิพนธ์ เวลำ ๑๗ ชั่วโมง แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๗. ๑๐ รอ้ ยแกว้ ร้อยกรองตอ้ งอ่านใหด้ ี จานวน ๑ ชว่ั โมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ท่ีสอน................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหา ในการดาเนินชีวติ และมีนิสยั รกั การอ่าน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม. ๒/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ม. ๒/๒ จบั ใจความสาคญั สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องทอี่ ่าน ท ๑.๑ ม. ๒/๘ มีมารยาทในการอ่าน มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็น คุณคา่ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง ตัวชี้วดั ท ๕.๑ ม. ๒/๑ สรุปเน้ือหาวรรณคดีและวรรณกรรมท่อี ่านในระดบั ท่ยี ากข้ึน จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๑. สรุปเน้ือเร่ืองนิทานอีสปในโคลงสุภาษติ อิศปปกรณา (K) ๒. อ่านออกเสียงโคลงสุภาษิตอิศปปกรณา (P) ๓. เห็นความสาคญั ของการอ่านออกเสียง จบั ใจความสาคญั สรุปความ และอธิบายรายละเอียดโคลงสุภาษติ อิศปปกรณา และมีมารยาทในการอ่าน (A) สาระสาคัญ การอ่านออกเสียงโคลงสุภาษิตอิศปปกรณา ใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การอ่านจะทาใหเ้ ขา้ ใจเน้ือหาจนสามารถ จบั ใจความ สรุปความเน้ือหาไดด้ ีข้นึ สาระการ เรียนร๑ู้. การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรอง ๒. การอ่านจบั ใจความ สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียน๑. ความสามารถในการส่ือสาร - ทกั ษะการอ่าน - ทกั ษะการเขยี น - ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู ๒. ความสามารถในการคิด - การวเิ คราะห์ - การสงั เคราะห์ - การประยกุ ต/์ การปรบั ปรุง - การสรุปความรู้ - การประเมินค่า ๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311