Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2564 ภาคเรียนที่ 2

แผนการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2564 ภาคเรียนที่ 2

Published by toongtoongpang, 2022-08-29 05:43:25

Description: แผนการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2564 ภาคเรียนที่ 2

Search

Read the Text Version

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๑. อธิบายคุณคา่ หรือแนวคดิ ที่ไดจ้ ากการอ่านวรรณกรรม (K) ๒. อ่านวรรณกรรมตามความสนใจ (P) ๓. ประเมินคุณคา่ หรือแนวคดิ ท่ีไดจ้ ากการอ่านวรรณกรรม (P) ๔. เห็นความสาคญั ของการอ่านและมีมารยาทในการอ่าน (A) สาระสาคัญ วรรณกรรมท่ีมีคุณค่าจะสะทอ้ นวิถีชีวิต ความคิดและความเชื่อของคนไทย รวมท้งั ให้ขอ้ คิดท่ี สามารถนาไปใชใ้ นชีวติ จริงได้ จึงควรเลือกอ่านวรรณกรรมอยา่ งหลากหลาย สาระการเรยี นรู้ วรรณกรรม เรอ่ื ง อมตะ หว้ งมหรรณพ สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียน๑. ความสามารถในการส่อื สาร - ทกั ษะการอา่ น - ทกั ษะการเขยี น - ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู ๒. ความสามารถในการคดิ - การวิเคราะห์ - การสงั เคราะห์ - การประยกุ ต/์ การปรบั ปรุง - การสรุปความรู้ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประส ใฝ่ เรียนรู้ ตวั ชีว้ ดั ท่ี ๔.๑ ตงั้ ใจ เพียรพยายามในการเรยี นและเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั ท่ี ๔.๒ แสวงหาความรูจ้ ากแหลง่ เรยี นรูต้ า่ ง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น ดว้ ยการเลอื กใชส้ ่อื อยา่ งเหมาะสม บนั ทกึ ความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็น องคค์ วามรู้ สามารถนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้ มุ่งม่ันในการทางาน

ตวั ชีว้ ดั ท่ี ๖.๑ ตงั้ ใจและรบั ผิดชอบในการปฏิบตั ิหนา้ ท่กี ารงาน ตวั ชีว้ ดั ท่ี ๖.๒ ทางานดว้ ยความเพียรพยายามและอดทนเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็ ตามเปา้ หมาย รักความเป็ นไทย ตวั ชีว้ ดั ท่ี ๗.๒ เห็นคณุ คา่ และใชภ้ าษาไทยในการส่อื สารไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม ชนิ้ งานหรือภาระงาน - การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั น้ี การอ่านหนงั สือเหมือนกบั การหยอดเงินลงในกระป๋ องออมสินหรือไม่ อยา่ งไร ๒. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มตามวรรณกรรมท่ีเลือกอ่านซ่ึงครูมอบหมายไปในชวั่ โมงทแี่ ลว้ ไดแ้ ก่ อมตะ หว้ ง มหรรณพ หรือเร่ืองอ่ืน ๆ ทนี่ กั เรียนสนใจ แตล่ ะกลุ่มอาจมีจานวนสมาชิกไม่เท่ากนั ก็ได้ และถา้ วรรณกรรมเรื่องใด มีนกั เรียนเลือกอ่านจานวนมากใหแ้ บ่งเป็ นหลายกลุ่มได้ ๓. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มวเิ คราะห์วรรณกรรมท่ีเลือกอ่านในประเดน็ ต่อไปน้ี  สรุปเน้ือเร่ืองยอ่  วเิ คราะหค์ วามคิดและความเช่ือของคนไทยทีแ่ ทรกในเน้ือเร่ือง  ประเมินคุณค่าในดา้ นตา่ ง ๆ  เสนอแนวทางการนาขอ้ คดิ ไปใชใ้ นการดาเนินชีวติ ๔. ให้นักเรี ยนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานาเสนอความคิดของกลุ่ม จากน้ันทุกคนร่วมกัน แสดงความคดิ เห็นเพม่ิ เติม ๕. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี  วรรณกรรมท่ีมีคุณค่าจะสะทอ้ นวิถีชีวิต ความคิดและความเชื่อของคนไทย รวมท้งั ใหข้ อ้ คิดท่ี สามารถนาไปใชใ้ นชีวติ จริงได้ จึงควรเลือกอ่านวรรณกรรมอยา่ งหลากหลาย ๖. ครูมอบหมายให้นักเรียนไปสืบคน้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั คุณความดีของบุคคลท่ีสร้างเกียรติยศประดบั ไวใ้ นโลก จากแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ แลว้ บนั ทกึ ชื่อเวบ็ ไซตแ์ ละรายละเอียดทไ่ี ดเ้ พอ่ื นามาทากิจกรรมในชวั่ โมงตอ่ ไป ส่อื การเรียนรู้ วรรณกรรม เร่ือง อมตะ หว้ งมหรรณพ การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๑. วธิ ีกำรวดั และประเมินผล

๑) สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) ตรวจผลงานของนกั เรียน ๒. เครื่องมือ แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๓. เกณฑ์กำรประเมนิ การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผา่ นต้งั แต่ ๒ รายการ ถือวา่ ผ่ำน ผา่ น ๑ รายการ ถือวา่ ไม่ผ่ำน แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนท่ี ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวิชำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมัธยมศึกษำปี ที่ ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๘ เร่ือง กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่ ำช้ำ เ ว ล ำ ๑ ๔ ช่ั ว โ ม ง แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๘.๑๔ ขยายประสบการณ์การเรียนรู้ จานวน ๑ ชวั่ โมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ทีส่ อน................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิดเพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาใน การดาเนินชีวติ และมีนิสยั รกั การอ่าน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม. ๒/๒ จบั ใจความสาคญั สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องท่ีอ่าน ท ๑.๑ ม. ๒/๘ มีมารยาทในการอ่าน จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๑. อธิบายความรูท้ ่ีไดจ้ ากการสืบคน้ ขอ้ มูล (K)

๒. เขียนบนั ทกึ ขอ้ มูลจากการศึกษาคน้ ควา้ (P) ๓. เห็นความสาคญั ของการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง (A) สาระสาคัญ ความรูม้ ีอยทู่ ่วั ไปไม่เฉพาะแตใ่ นหอ้ งเรยี น การแสวงหาความรูท้ ่มี ีประโยชนด์ ว้ ยตนเองอยเู่ สมอทาใหเ้ รามี ความรูก้ วา้ งขนึ้ ทนั สมยั และเป็นผใู้ ฝ่เรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ คณุ ความดีของบคุ คลท่สี รา้ งเกียรติประวตั ใิ นโลก สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียน๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร - ทกั ษะการอา่ น - ทกั ษะการเขียน - ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู ๒. ความสามารถในการคิด - การวิเคราะห์ - การสงั เคราะห์ - การประยกุ ต/์ การปรบั ปรุง - การสรุปความรู้ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประส ใฝ่ เรียนรู้ ตวั ชีว้ ดั ท่ี ๔.๑ ตงั้ ใจ เพียรพยายามในการเรยี นและเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั ท่ี ๔.๒ แสวงหาความรูจ้ ากแหลง่ เรยี นรูต้ า่ ง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น ดว้ ยการเลอื กใชส้ อ่ื อยา่ งเหมาะสม บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ สรุปเป็น องคค์ วามรู้ สามารถนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้ มงุ่ ม่นั ในการทางาน ตวั ชีว้ ดั ท่ี ๖.๑ ตงั้ ใจและรบั ผิดชอบในการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่กี ารงาน ตวั ชีว้ ดั ท่ี ๖.๒ ทางานดว้ ยความเพียรพยายามและอดทนเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็ ตามเปา้ หมาย รักความเป็ นไทย ตวั ชีว้ ดั ท่ี ๗.๒ เหน็ คณุ คา่ และใชภ้ าษาไทยในการสอ่ื สารไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม ชนิ้ งานหรือภาระงาน

- ชิ้นงาน เรื่อง บนั ทกึ การเรียนรู้ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ๑. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั น้ี  ความดีทาง่ายหรือยาก การกระทาอยา่ งไรเรียกวา่ ทาความดี ๒. ใหน้ กั เรียนเขียนชื่อบคุ คลทสี่ ืบคน้ ขอ้ มูลมาลงในแผน่ กระดาษทีค่ รูแจกให้ พร้อมท้งั เขียนชื่อตนเองที่ มุมขวาดา้ นล่างของกระดาษแผน่ น้นั จากน้นั พบั กระดาษใส่ลงในกล่องทเ่ี ตรียมไว้ ๓. ครูหยิบกระดาษในกล่องข้ึนมาทีละแผ่น เปิ ดอ่านชื่อบุคคล แลว้ ให้นักเรียนช่วยกันบอกขอ้ มูลที่ ตนเองรู้เกี่ยวกับบุคคลน้ัน จากน้ันจึงให้เจ้าของกระดาษแผ่นน้ันอธิบายขอ้ มูลท่ีสืบค้นมาให้เพ่ือนทุกคนฟัง พร้อมบอกแหล่งทม่ี าของขอ้ มูล ดาเนินกิจกรรมเช่นน้ีจนครบทุกคน ๔. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สนทนาวา่ ไดป้ ระโยชนอ์ ะไรจากกิจกรรมน้ีบา้ ง ๕. ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี  ความรู้มีอยทู่ วั่ ไปไม่เฉพาะแต่ในห้องเรียน การแสวงหาความรู้ท่ีมีประโยชน์ดว้ ยตนเองอยเู่ สมอ ทาใหเ้ รามีความรู้กวา้ งข้ึน ทนั สมยั และเป็ นผใู้ ฝ่เรียนรู้ ๖. ให้นักเรียนเขียนความรู้ ความคิด และความรู้สึกอย่างอิสระ จากการเรียนรู้และฝึ กฝนทักษะใน หน่วยการเรียนรู้น้ีเป็นช้ินงานที่ 25 เรื่อง บนั ทึกการเรียนรู้ ครูประเมินผลงานของนกั เรียนเป็นรายบุคคล สื่อการเรียนรู้ ๑. กระดาษเขยี นช่ือบคุ คล ๒. อินเทอร์เน็ต การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๑. วธิ ีกำรวดั และประเมนิ ผล ๑) สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) ตรวจผลงานของนกั เรียน ๒. เคร่ืองมือ แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๓. เกณฑ์กำรประเมิน การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ผา่ นต้งั แต่ ๒ รายการ ถือวา่ ผ่ำน ผา่ น ๑ รายการ ถือวา่ ไม่ผ่ำน การวัดผลตามสภาพจริง

การประเมินช้ินงานน้ีใหผ้ สู้ อนพจิ ารณาจากเกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เรื่อง การเขยี นบนั ทกึ การเรียนรู้ ระดบั คะแนน ๔๓ ๒ ๑ เกณฑ์กำรประเมิน เขยี นความรู้ เขียนความรู้ และความคิด ทไ่ี ดร้ บั จาก การเขยี นบนั ทึก เขยี นความรู้ เขียนความรู้ ตามบทเรียน บทเรียน สอดแทรก เป็นความรูแ้ บบ การเรียนรู้ ความคดิ และ ความคดิ และ ความคดิ ทเ่ี พม่ิ เตมิ ท่องจา ข้นึ เล็กนอ้ ย ไม่สามารถ ความรูส้ ึกทีไ่ ดจ้ าก ความรูส้ ึกที่ไดจ้ าก ใหเ้ ช่ือมโยงกบั เช่ือมโยงกบั ชีวติ จริง ชีวติ จริงได้ การเรียนรู้ในแง่ การเรียนรู้ในแง่มุม มุมท่นี ่าสนใจ ทนี่ ่าสนใจ เป็นประโยชน์ เป็นประโยชน์ ในการดาเนินชีวติ ในการดาเนินชีวติ ท้งั ต่อตนเองและผอู้ ่ืน ของตนเอง หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๙ เรียบเรียงส่ือสำร รำยวิชำภำษำไทย ท ๒๒๑๐๒ ภำคเรียนท่ี ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ ช้ันมัธยมศึกษำปี ท่ี ๒ เวลำ ๑๗ ช่ัวโมง โรงเรียนชุมชนประชำธิปัตย์วิทยำคำร มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตวั ชี้วดั มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ และ ความรูส้ ึกในโอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์ ตัวชี้วัด ท 3.1 ม.2/1 พดู สรุปใจความสาคญั ของเร่ืองท่ีฟังและดู ท 3.1 ม.2/3 วเิ คราะห์และวจิ ารณ์เร่ืองท่ฟี ังและดูอยา่ งมีเหตผุ ล เพอื่ นาขอ้ คดิ มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการ ดาเนินชีวติ ท 3.1 ม.2/4 พดู ในโอกาสต่าง ๆ ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ ท 3.1 ม.2/5 พดู รายงานเร่ืองหรือประเดน็ ทศี่ ึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา ท 3.1 ม.2/6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู ท 4.1 ม.2/1 สร้างคาในภาษาไทย

ท 4.1 ม.2/2 วเิ คราะห์โครงสร้างประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น ท 4.1 ม.2/3 แตง่ บทร้อยกรอง ท 4.1 ม.2/4 ใชค้ าราชาศพั ท์ ท 4.1 ม.2/5 รวบรวมและอธิบายความหมายของคาภาษาตา่ งประเทศที่ใชใ้ นภาษาไทย สำระสำคญั /ควำมคดิ รวบยอด การพดู สรุปใจความสาคญั การวเิ คราะหแ์ ละวิจารณ์เร่ืองทฟ่ี ังและดู เพอ่ื นาขอ้ คิดมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการ ดาเนินชีวติ ตอ้ งมีความรู้เรื่องหลกั การฟัง การดู และการพดู และมีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู การพดู ในโอกาสต่างๆ และการพดู รายงานเรื่องหรือประเดน็ ท่ศี ึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และ การ สนทนา ตอ้ งพดู ใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การพดู และมีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู การศึกษาหลกั ภาษาไทย ตอ้ งมีความรูเ้ ร่ืองการสร้างคา สามารถรวบรวมและอธิบายความหมายของคา ภาษาต่างประเทศทใ่ี ชใ้ นภาษาไทย รวมถึงการวเิ คราะห์โครงสร้างประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น ไดถ้ ูกตอ้ ง คาราชาศพั ทเ์ ป็นระเบยี บแบบแผนในการใชภ้ าษาท่ีตอ้ งใชใ้ หถ้ ูกตอ้ งตามระดบั ของบคุ คล การแตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอน ตอ้ งมีความรู้เรื่องฉนั ทลกั ษณ์และรูจ้ กั สรรคามาใชใ้ หเ้ หมาะสม สำระกำรเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑. การพดู สรุปความจากเรื่องท่ีฟังและดู ๒. การพดู วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณ์จากเรื่องที่ฟังและดู ๓. การพดู ในโอกาสตา่ ง ๆ เช่น - การพดู อวยพร - การพดู โนม้ นา้ ว - การพดู โฆษณา ๔. มารยาทในการฟัง การดู และการพดู ๕. ลกั ษณะของประโยคในภาษาไทย - ประโยคสามญั - ประโยครวม - ประโยคซอ้ น ๖. คาราชาศพั ท์ ๗. กลอนสุภาพ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคดิ 1) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 4) ทกั ษะการประเมิน 2) ทกั ษะการตคี วาม 5) ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้ 3) ทกั ษะการสรุปยอ่ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวนิ ยั 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมน่ั ในการทางาน ชิ้นงำน/ภำระงำน (รวบยอด) การแสดงและการเขียนบทละครสรุปขอ้ คดิ การพดู รายงานการศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ แผ่นพบั เร่ือง การสร้างคาและประโยค หนงั สือนิทานคากลอน กำรวดั และกำรประเมนิ ผล การประเมินระหว่างการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 1) ตรวจใบงาน 2) ประเมินการนาเสนอผลงาน 3) สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล 4) สงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม 5) สงั เกตคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ การประเมินหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน การประเมนิ ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - สงั เกตการแสดงและตรวจการเขยี นบทละครสรุปขอ้ คิด สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ 1) หนงั สือเรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.2 2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรียนรู้ ภาษาไทย ม.2 3) ใบงาน เร่ือง ความรูพ้ น้ื ฐานในการพดู กำรจดั กจิ กรรมกำรเรียนรู้ ๑. นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน ๒. ครูใหน้ กั เรียนบอกช่ือพธิ ีกรผจู้ ดั รายการทางโทรทศั น์ทนี่ กั เรียนสนใจ ๓. ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั พธิ ีกรผูจ้ ดั รายการต่างๆ ทน่ี กั เรียนสนใจ แลว้ ใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็น วา่ พธิ ีกรแตล่ ะคนมีวธิ ีการพดู อยา่ งไร ๔. นกั เรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ นกั เรียนมีความเห็นอยา่ งไรเก่ียวกบั พธิ ีกร ท่ีออกเสียงไม่ถูกตอ้ งตามอกั ขรวธิ ี

(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ น ดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน) ๕. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ตามความสมคั รใจ จากน้นั ใหแ้ ต่ละกลุ่มร่วมกนั ศึกษาความรู้เร่ือง ความรู้ พน้ื ฐานในการพดู จากหนงั สือเรียน และหอ้ งสมุด ๖. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั อภปิ รายความหมายของการพดู องคป์ ระกอบของการพดู คุณสมบตั ิของผพู้ ดู และมารยาทในการพดู ๗. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มทไี่ ม่เขา้ ใจใหซ้ กั ถามเพอ่ื นในกลุ่มจนเกิดความเขา้ ใจกระจ่างชดั ๘. นกั เรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด การพดู มีความสาคญั ตอ่ ชีวติ ประจาวนั ของนกั เรียนอยา่ งไร และมีความจาเป็นหรือไม่ ทจ่ี ะตอ้ งมมี ารยาทใน การพดู (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ น ดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน) ๙. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั ทาใบงาน เรื่อง ความรูพ้ ้นื ฐานในการพดู เมื่อทาเสร็จแลว้ ใหต้ รวจสอบความ เรียบร้อย ๑๐. ครูสุ่มตวั แทนนกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคาตอบในใบงาน ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากน้นั ใหต้ วั แทน นกั เรียนเกบ็ รวบรวมใบงานส่งครู ๑๑. นกั เรียนแต่ละคนทาแบบวดั ฯ ตอนที่ 3 (การพดู สรุปความ จากสื่อทฟี่ ังและดู) กิจกรรมฝึกทกั ษะ เมื่อทา เสร็จแลว้ ใหน้ าส่งครูตรวจ ๑๒. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษาความรู้เร่ือง หลกั การพดู สรุปความจากส่ือ จากหนงั สือเรียน ๑๓.ครูกาหนดใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มฟังและดูรายการเก่ียวกบั ภยั ธรรมชาติที่เกิดข้ึนทวั่ โลก แลว้ สรุปความเพอ่ื นามาพดู หนา้ ช้นั เรียน ๑๔.ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั ภยั ธรรมชาติท่ีเกิดข้นึ ในปัจจุบนั แลว้ ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น ๑๕.นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มวางแผนสืบคน้ รายการเกี่ยวกบั ภยั ธรรมชาติที่เกิดข้ึนทว่ั โลก ๑๖. สมาชิกแต่ละกลุ่มสืบคน้ รายการเก่ียวกบั ภยั ธรรมชาตทิ ่เี กิดข้ึนทว่ั โลก จากแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ ตาม แผนปฏบิ ตั งิ านทไี่ ดว้ างแผนไว้ ๑๗.สมาชิกแต่ละกลุ่มฟังและดูรายการเก่ียวกบั ภยั ธรรมชาติทเ่ี กิดข้ึนทวั่ โลก แลว้ สรุปใจความสาคญั ของเร่ือง ๑๘.นกั เรียนแต่ละกลุ่มสงั เคราะห์ขอ้ ความทไี่ ดจ้ ากการสืบคน้ มาเรียบเรียงเน้ือหาใหม่ใหม้ ีความกระชบั ชดั เจน สละสลวย ๑๙. ตวั แทนนกั เรียนแตล่ ะกลุ่มพดู สรุปใจความสาคญั จากเร่ืองทฟี่ ังและดูหนา้ ช้นั เรียน ครูประเมินการพดู สรุป ใจความสาคญั ของนกั เรียนแตล่ ะกลุ่ม ๒๐. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษาความรูเ้ รื่อง การพดู วเิ คราะหว์ จิ ารณ์จากส่ือทฟ่ี ังและดู จากหนงั สือ เรียน ๒๑. ครูกาหนดประเดน็ ปัญหาใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มเลือกฟังพระธรรมเทศนา จากแหล่งขอ้ มูล สารสนเทศ กลุ่มละ 1 เรื่อง เพอื่ วิเคราะห์วจิ ารณ์ ๒๒. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มฟังและดูเร่ืองท่ีจะวเิ คราะหอ์ ยา่ งต้งั ใจ แยกแยะขอ้ มูลอยา่ งละเอียด พจิ ารณาวา่ ส่วนใดเป็นประโยชนใ์ นการนาไปประยกุ ตใ์ ช้

๒๓. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั จดั ระบบความคิดแลว้ นาเสนอผลการวเิ คราะหว์ จิ ารณ์ โดยยกเหตผุ ล ประกอบใหช้ ดั เจน ๒๔. นกั เรียนแต่ละกลุ่มทานาย หรือพยากรณ์วธิ ีการนาขอ้ คดิ ไปแกป้ ัญหาทีเ่ กิดข้ึน ๒๕. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั สรุปขอ้ คดิ ที่ไดจ้ ากการวเิ คราะหว์ ิจารณ์เพอ่ื นาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการ ดาเนินชีวติ ๒๖. ตวั แทนนกั เรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอขอ้ คิดทไ่ี ดจ้ ากการวเิ คราะห์วจิ ารณ์ ครูและนกั เรียนกลุ่มอ่ืน ร่วมกนั ตรวจสอบและแสดงความคดิ เห็นเพม่ิ เติม ๒๗. นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน 1. ครูนาบทกวเี ก่ียวกบั การพดู มาอ่านใหน้ กั เรียนฟัง 2. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นวา่ การพดู มีประโยชนแ์ ละโทษอยา่ งไร ข้นั สอน 1. ครูแบ่งนกั เรียนเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 3 คน คละกนั ตามความสามารถ เรียกวา่ กลุ่มบา้ น แลว้ กาหนด หมายเลขประจาตวั ใหส้ มาชิกแตล่ ะคนในกลุ่มเป็นหมายเลข 1-3 จากน้นั ใหน้ กั เรียนที่มีหมายเลขเดียวกนั มานงั่ รวมกนั เรียกวา่ กลุ่มผเู้ ช่ียวชาญ เพอื่ ร่วมกนั ศกึ ษาความรู้เรื่อง การพดู ในโอกาสตา่ งๆ จากหนงั สือเรียน ตาม ประเดน็ ที่ครูกาหนด ดงั น้ี - กลุ่มหมายเลข 1 ศกึ ษาเร่ือง การพดู อวยพร - กลุ่มหมายเลข 2 ศึกษาเรื่อง การพดู เพอ่ื โนม้ นา้ วใจ - กลุ่มหมายเลข 3 ศึกษาเร่ือง การพดู โฆษณา 2. สมาชิกในแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ศึกษา อภิปราย และแสดงความคดิ เห็น จนทุกคนมีความรู้ความเขา้ ใจ กระจ่างชดั 3. สมาชิกกลุ่มผเู้ ช่ียวชาญกลบั ไปยงั กลุ่มเดิมของตนท่ีเรียกวา่ กลุ่มบา้ น แลว้ ผลดั กนั อธิบายเพอ่ื ถ่ายทอดความรูท้ ต่ี นไดไ้ ปศกึ ษามา 4. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ทาใบงาน เรื่อง หลกั การพดู ในโอกาสตา่ งๆ 5. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมาจบั สลากหวั ขอ้ การพดู ในโอกาสต่างๆ แลว้ เขยี นร่างบท พดู ตามหวั ขอ้ ทจ่ี บั สลากไดล้ งในใบงานทเี่ รื่อง การร่างบทพดู ในโอกาสตา่ งๆ 6. ตวั แทนนกั เรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอการพดู ในโอกาสตา่ งๆ ตามท่เี ขียนร่างบทพดู ไวใ้ นใบ งาน 7. ครูประเมินผลการพดู ในโอกาสตา่ งๆ ของนกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ จากน้นั ใหต้ วั แทนนกั เรียนเกบ็ รวบรวม ใบงาน ส่งครู ข้นั สรุป นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปความรู้เรื่อง การพดู ในโอกาสต่างๆ

ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน 1. ครูสนทนากบั นกั เรยี นเร่อื ง การเขยี นรายงานการศกึ ษาค้นควา้ ท่เี รยี นไปแล้ว 2. ครูแจ้งใหน้ กั เรยี นทราบวา่ ในการเรยี นชวั่ โมงน้ี ให้นกั เรยี นศกึ ษาความรูเ้ ร่ือง การพูดรายงาน การศกึ ษาคน้ ควา้ เม่อื นกั เรยี นศกึ ษาค้นควา้ มาแลว้ ใหบ้ อกความหมายของการพูดรายงาน หลกั การ พูดรายงาน และรูปแบบของการพูดรายงาน ขนั้ สอน 1. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลเกย่ี วกบั ศาสนาและวฒั นธรรมของประเทศต่างๆ ใน กล่มุ อาเซยี น 1 ประเทศ 2. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั กาหนดความมงุ่ หมายของการทางาน และวธิ กี ารทางานในแตล่ ะกลมุ่ 3. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ศกึ ษาหลกั การพดู รายงาน และรูปแบบของการพูดรายงาน แลว้ ปฏบิ ตั งิ านตามท่ี ไดร้ บั มอบหมาย 4. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ นาเสนอผลการศกึ ษาคน้ ควา้ เพ่อื เป็นการแลกเปล่ียนเรยี นรกู้ นั ภายในกลมุ่ จากนนั้ ให้ นกั เรยี นร่วมกนั สรุปองคค์ วามรู้ 5. ตวั แทนนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ พดู รายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลเกย่ี วกบั ศาสนาและวฒั นธรรมของประเทศ ตา่ งๆ ในกลุ่มอาเซยี น 1 ประเทศ หน้าชนั้ เรยี น 6. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ แสดงความคดิ เหน็ ต่อการพดู รายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ ทน่ี กั เรยี นนาเสนอ 7. ครูประเมนิ การพูดรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลของนกั เรยี นแตล่ ะกลุ่ม ขนั้ สรปุ ครูและนกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายผลการศกึ ษาคน้ ควา้ และแนวทางในการพฒั นาปรบั ปรุงการทางาน นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ขนั้ ท่ี 1 ความเขา้ ใจสญั ลกั ษณ์ ส่ือ รปู ภาพ รปู แบบ เครื่องหมาย ตวั อกั ษร 1. ครแู บ่งนกั เรยี นเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ จากนนั้ ให้สมาชกิ แต่ละกลมุ่ แบ่งหวั ขอ้ ศกึ ษาเร่อื ง การสร้างคา จากหนงั สอื เรยี น ห้องสมุด และแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ 2. สมาชกิ แต่ละคนในกลุ่มทาความเขา้ ใจเก่ยี วกบั ความหมายและวธิ กี ารสรา้ งคา แล้วร่วมกนั อภปิ ราย เพ่อื สรุปองคค์ วามรู้ ขนั้ ท่ี 2 นาไปใช้ 1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ทาใบงาน เร่อื ง การสรา้ งคาในภาษาไทย โดยใหส้ มาชกิ แต่ละคนในกลุม่ หา คาตอบดว้ ยตนเองจนครบทกุ ขอ้ จากนนั้ จบั คู่กบั เพอ่ื นในกลุ่มผลดั กนั อธบิ ายคาตอบใหค้ ่ขู องตนเองฟัง 2. นกั เรยี นรวมกลุ่ม 4 คน ใหแ้ ต่ละคูผ่ ลดั กนั อธบิ ายคาตอบใหเ้ พ่อื นอกี คหู่ น่งึ ในกลุ่มฟัง เพ่อื ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

ขนั้ ที่ 3 วิเคราะห์ นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ทาใบงาน เรือ่ ง การวิเคราะหก์ ารสรา้ งคาในภาษาไทย ขนั้ ท่ี 4 สงั เคราะห์ 1. นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ถงึ ความจาเป็นทจ่ี ะตอ้ งสรา้ งคาขน้ึ มาใชใ้ นภาษาไทย 2. นกั เรยี นแตล่ ะคนทาใบงาน เรอ่ื ง การสงั เคราะหค์ วามรกู้ ารสรา้ งคาในภาษาไทย เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ใหน้ าสง่ ครูตรวจ ขนั้ ท่ี 5 ประเมินค่า นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาเรอ่ื ง การสรา้ งคา และการนาความรไู้ ปใชใ้ ห้ เป็นประโยชน์ตอ่ ไป ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น 1. ครูถามนกั เรยี นถงึ ชอ่ื จรงิ และชอ่ื เลน่ ของนกั เรยี นวา่ เป็นคาทม่ี าจากภาษาใด 2. นกั เรยี นชว่ ยกนั สรุปวา่ ชอ่ื จรงิ และชอ่ื เลน่ ของนกั เรยี นเป็นภาษาใดมากทส่ี ดุ จากนนั้ ครูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ถงึ ความนยิ มนาคาภาษาต่างประเทศมาตงั้ ช่อื ขนั้ สอน 1. นกั เรยี นกลุ่มเดมิ เรยี กวา่ กลมุ่ บา้ น แลว้ กาหนดหมายเลขประจาตวั ใหส้ มาชกิ แต่ละคนในกลุ่มเป็น หมายเลข 1-4 จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นทม่ี หี มายเลขเดยี วกนั มานงั่ รวมกนั เรยี กวา่ กลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญ เพ่ือ ร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง คาภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย จากหนงั สอื เรยี น หอ้ งสมุด และแหลง่ ขอ้ มูล สารสนเทศ ตามประเดน็ ทค่ี รูกาหนด ดงั น้ี - กลุ่มหมายเลข 1 ศกึ ษาเร่อื ง คาไทยแทแ้ ละคาภาษาบาล-ี สนั สกฤต - กลมุ่ หมายเลข 2 ศกึ ษาเรอ่ื ง คาภาษาจนี และคาภาษาเขมรในภาษาไทย - กลมุ่ หมายเลข 3 ศกึ ษาเร่อื ง คาภาษาองั กฤษและคาภาษาฝรงั่ เศสในภาษาไทย - กลมุ่ หมายเลข 4 ศกึ ษาเรอ่ื ง คาภาษาชวาและคาภาษาพมา่ ในภาษาไทย 2. สมาชกิ ในแต่ละกลุม่ ร่วมกนั ศกึ ษา อภปิ ราย และแสดงความคดิ เหน็ จนทกุ คนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจกระจา่ ง ชดั 3. สมาชกิ กลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญกลบั ไปยงั กลมุ่ เดมิ ของตนทเ่ี รยี กวา่ กลุ่มบา้ น แลว้ ผลดั กนั อธบิ ายเพ่อื ถา่ ยทอด ความรทู้ ต่ี นไดไ้ ปศกึ ษามา 4. ครขู ออาสาสมคั รตวั แทนนกั เรยี น 1-2 กลมุ่ นาเสนอความรเู้ รอ่ื ง คาภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย ครู ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 5. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ทาใบงานเรอ่ื ง คาภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ให้ แลกเปลย่ี นใบงานกนั ตรวจสอบกบั เพ่อื นกลุ่มอน่ื ตามทไ่ี ดร้ ว่ มกนั เฉลยกบั ครู ขนั้ สรปุ

นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั อภปิ รายความรเู้ รอ่ื ง คาภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย และความจาเป็นในการนา คาภาษาต่างประเทศมาใชใ้ นภาษาไทย

1. ครแู บ่งนกั เรยี นเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ แล้วใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ศกึ ษาความรู้เร่อื ง ทม่ี าของคาราชาศพั ท์ และประโยชน์ของการเรยี นคาราชาศพั ท์ จากหนังสอื เรยี น 2. ครูให้นกั เรยี นดูขา่ วในพระราชสานกั แลว้ สงั เกตการบรรยายและการใชค้ าราชาศพั ท์ 3. นกั เรยี นรว่ มกนั วเิ คราะหค์ าทใ่ี ชใ้ นการบรรยายขา่ วในพระราชสานกั วา่ มคี วามเหมอื นหรอื ความแตกต่าง จากคาทใ่ี ชโ้ ดยทวั่ ไป 4. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ วา่ เหตใุ ดคาทใ่ี ชใ้ นการบรรยายขา่ วในพระราชสานกั จงึ แตกตา่ งจากคาทใ่ี ชโ้ ดยทวั่ ไป นกั เรยี นคดิ วา่ คาราชาศพั ทม์ คี วามเป็นมาอย่างไร เพราะเหตใุ ด และการ เรยี นเร่อื งคาราชาศพั ท์ จะมปี ระโยชน์สาหรบั นกั เรยี นอย่างไร 5. นกั เรยี นแตล่ ะคนทาใบงานเรอ่ื ง ทม่ี าและประโยชน์ของการเรยี นคาราชาศพั ท์ เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ใหน้ าสง่ ครู ตรวจ 6. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความสาคญั ของคาราชาศพั ท์ และความจาเป็นในการเรยี นคาราชาศพั ท์ 1. นกั เรยี นอา่ นใบความรู้ เรอ่ื ง สมเดจ็ พระพนั วสั สาอยั ยกิ าเจ้า แลว้ ขดี เสน้ ใตค้ าราชาศพั ท์ท่ปี รากฏใน เร่อื ง 2. นักเรยี นช่วยกนั พจิ ารณาวา่ คาทน่ี ักเรยี นไม่รคู้ วามหมาย และใชไ้ ม่ถูกนนั้ มกี ค่ี า 3. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั การใชภ้ าษาทแ่ี ตกตา่ งตามระดบั ชนั้ ของบคุ คลวา่ เป็นผลดี หรอื ผลเสยี อยา่ งไร 4. ครูกาหนดหวั ขอ้ ใหน้ กั เรยี นเลอื กศกึ ษา และสาธติ การจดั กจิ กรรมประกอบ 5. นกั เรยี นเลอื กหวั ขอ้ ทส่ี นใจ แลว้ ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุม่ พจิ ารณาหวั ขอ้ ทก่ี ลุ่มเลอื ก และหาแนวทางศกึ ษา ความรู้ 6. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ เลอื กประธาน เลขานุการ และกรรมการ โดยกาหนดบทบาทหน้าทข่ี องแตล่ ะคนให้ ชดั เจน 7. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั วางแผนในการศกึ ษาคน้ ควา้ กาหนดจดุ ประสงค์ วธิ ดี าเนนิ การ และการนาเสนอ ผลงาน 8. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษาคน้ ควา้ ในหวั ขอ้ ทร่ี บั ผดิ ชอบจากหนงั สอื เรยี น หอ้ งสมดุ และแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ประเมนิ ผลระหวา่ งการทางานวา่ มปี ัญหาและอุปสรรคอย่างไร และมแี นวทางแกไ้ ข อย่างไร 9. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาผลการประเมนิ มาแกไ้ ขพฒั นาปรบั ปรงุ งานใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพยงิ่ ขน้ึ 10. นกั เรยี นประเมนิ หลงั พฒั นาปรบั ปรงุ งานวา่ มคี วามพงึ พอใจหรอื ไม่ 11. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รายงานผลการศกึ ษาคน้ ควา้ โดยใชภ้ าษาใหถ้ ูกตอ้ งตามระดบั บุคคลใน สถานการณ์ 12. ครูประเมนิ การรายงานและการสาธติ ของนกั เรยี นแต่ละกลมุ่

1. ครสู ่มุ นกั เรยี น 4-5 คน นาบทรอ้ ยกรองประเภทกลอนทน่ี กั เรยี นชอบมาอ่านใหเ้ พอ่ื นฟัง พรอ้ มทงั้ บอก เหตผุ ลทช่ี อบ 2. นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ถงึ จดุ เด่นและจุดด้อยของบทรอ้ ยกรองประเภทกลอนท่เี พ่อื นอ่าน 3. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 5 คน โดยเรยี งตามลาดบั เลขท่ี จากนนั้ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง ลกั ษณะของกลอนและลกั ษณะบงั คบั ของกลอนสุภาพ จากหนงั สอื เรยี น หอ้ งสมดุ และแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ 4. สมาชกิ แต่ละคนนาผลการศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง ลกั ษณะของกลอนและลกั ษณะบงั คบั ของกลอนสภุ าพ มาถ่ายทอดแลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ นั ในกลมุ่ 5. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ ร่วมกนั ทาใบงาน เร่อื ง ความรเู้ กย่ี วกบั บทรอ้ ยกรองประเภทกลอน เม่อื ทาเสรจ็ แลว้ ให้ ตรวจสอบความเรยี บรอ้ ย 6. ตวั แทนนกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นาเสนอคาตอบในใบงาน ครูและเพ่อื นนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง รวมถงึ การใหค้ าแนะนาในการปรบั ปรุงงาน ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ สือ่ การเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.2 2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ ภาษาไทย ม.2 3) บทกวเี กย่ี วกบั การพดู 4) ใบงาน 5) หนงั สอื พมิ พร์ ายวนั 6) ขา่ วในพระราชสานกั 7) ตวั อยา่ งบทรอ้ ยกรองในนริ าศลอนดอน 8) บทรอ้ ยกรองประเภทกลอนทน่ี กั เรยี นชอบ แหล่งการเรียนรู้ 1) หอ้ งสมุด 2) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ - http://www.ceted.org/tutorceted/art.html

แบบบนั ทกึ สรุปผลการเรียนรู้สาหรับผู้เรียน ชื่อ-นามสกลุ ...............................................................เลขท.ี่ .....................ช้นั ....................... วนั ท่ี................................................เดือน.............................................พ.ศ. ......................... คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนบนั ทึกสรุปผลการเรียนรูจ้ ากหน่วยการเรียนรูน้ ้ี นกั เรยี นยงั ไมเ่ ขา้ ใจเร่ืองใดอีกบา้ ง นกั เรียนมีความรูส้ กึ อย่างไร หลงั จากที่ นกั เรียนไดร้ บั ความรูเ้ ร่ืองใดบา้ ง เรียนหนว่ ยการเรียนรูน้ ีแ้ ลว้ ท่ีเก่ียวกบั หนว่ ยการเรียนรูน้ ี้ จากหนว่ ยการเรียนรูน้ ี้ ......................................................... ซึ่งตอ้ งการใหค้ รูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ......................................................... ...................................................... ......................................................... ...................................................... .................................................... ......................................................... ...................................................... .................................................... ......................................................... ...................................................... .................................................... ......................................................... ...................................................... .................................................... หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่.............. ........................................ นกั เรยี นจะสามารถนาความรู้ ความเขา้ ใจ ผลงานท่ีนกั เรียนชอบและตอ้ งการ นกั เรียนไดท้ ากจิ กรรมอะไรบา้ ง จากหน่วยการเรยี นรูน้ ีไ้ ปใชป้ ระโยชน์ คดั เลอื กเป็นผลงานดีเดน่ จาก หนว่ ยการเรยี นรูน้ ีค้ อื ผลงาน ในหน่วยการเรียนรูน้ ี้ ในชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง ใดบา้ ง เพราะอะไร ...................................................... ............................................................. .................................................. ...................................................... ............................................................. ...................................................... ............................................................. ...................................................... ............................................................. ...................................................... .............................................................

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนท่ี ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวิชำ ภำษำไทย รหัสวชิ ำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมัธยมศึกษำปี ท่ี ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๙ เร่ือง เรียบเรียงสื่อสำร เวลำ ๑๗ ช่ัวโมง แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี ๙.๑ เรื่อง การเลือกใชค้ าใหถ้ ูกตอ้ งตรงตามความหมาย จานวน ๑ ชว่ั โมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ทีส่ อน ................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวในรูปแบบตา่ งๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ ตวั ชี้วัด ม.๒/๗ เขียนวเิ คราะห์ วจิ ารณ์และแสดงความรู้ ความคิดเห็นหรือโตแ้ ยง้ ในเร่ืองท่ีอ่านอยา่ งมีเหตุผล ม.๒/๘ มีมารยาทในการเขยี น สำระสำคญั การอ่านเพอื่ ความเขา้ ใจความหมายของคา เป็ นสิ่งจาเป็ นสาหรับการสื่อสาร เน่ืองจากสานวนจะมี ความหมายไม่ตรงกบั ถอ้ ยคาทีเ่ ขยี น การอ่านจงึ ตอ้ งอาศยั คาแวดลอ้ มหรือบริบท เพราะบางคาก็ใชก้ นั มาแต่ เดิมและเกิดข้นึ ใหม่ตามความเปล่ียนแปลงของสงั คมและส่ิงแวดลอ้ ม ถา้ ผอู้ ่านมีความเขา้ ใจในความหมาย ของคาท่นี ามาเปรียบเทียบกส็ ามารถสื่อสารกนั ไดอ้ ยา่ งสมั ฤทธ์ิผลตรงตามท่ีผสู้ ่งสารตอ้ งการ ดงั น้นั จึงควร ฝึ กทกั ษะการตีความหมายของคาอยา่ งสม่าเสมอและศึกษาหลกั เกณฑท์ างภาษาเก่ียวกบั ขอ้ ความที่นามา เปรียบเทยี บ จะทาใหม้ ีคาใชใ้ นภาษาไทยเพมิ่ มากข้นึ จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ ๑. ความหมายของคาทีใ่ ชใ้ นสื่อความหมายในภาษาไทย ๒. สามารถใชท้ กั ษะการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูไ้ ดอ้ ยา่ งชดั เจน ๓. การใชท้ กั ษะการวเิ คราะห์อยา่ งมีวจิ ารณญาณ ๔. มีมารยาทในการเขยี น สำระกำรเรียนรู้ การเลือกใชค้ าใหถ้ ูกตอ้ งตรงตามความหมาย เป็นการฝึกการเรียบเรียงคาใหเ้ ป็นประโยคเพอื่ ส่ือสาร ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒. ความสามารถในการคิด

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ข้อที่ ๗ รักควำมเป็ นไทย ตวั ช้ีวดั ท่ี ๗.๒ เห็นคุณคา่ และใชภ้ าษาไทยในการสื่อสารไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม ชิ้นงำน/ภำระงำน ๑.การแต่งประโยค กิจกรรมกำรเรียนรู้ ข้ันนำเข้ำสู่บทเรียน ครูเขยี นประโยคต่อไปน้ีบนกระดานดา (๑) ผรู้ ้ายหนีไปอยา่ ง... (ลอยนวล) (๒) เขาเดิน...ไม่ทาอะไรเลย (ลอยชาย) (๓) บริษทั ปิ ดกิจการคนงานเลยถูก... (ลอยแพ) (๔) ทีมฟตุ บอลทีมชาติไทยชนะ...เขา้ รอบชิงชนะเลิศแลว้ (ลอยลา) (๕) ราคาน้ามนั มนั ...ตามราคาน้ามนั ดิบในตลาดโลก (ลอยตวั ) แลว้ ใหน้ กั เรียนเลือกคาต่อไปน้ีเตมิ ในช่องวา่ ง ลอยชาย, ลอยนวล, ลอยลา, ลอยตวั , ลอยแพ ข้นั สอน ๑) ครูแจง้ ตวั ช้ีวดั และจุดประสงคก์ ารเรียนรูพ้ ร้อมท้งั เกณฑก์ ารประเมินผลใหน้ กั เรียนทราบ ๒) นกั เรียนศกึ ษาใบความรู้ เร่ือง “การเลือกใช้คาให้ถกู ต้องตรงความหมาย” ๓) นกั เรียนเลือกคาจากใบความรู้มา ๑๐ คา พร้อมแต่งประโยคให้มีคาน้ัน ๆ อยใู่ นประโยค มาส่งครู คาละ ๑ ประโยค ข้นั สรุป ครูตรวจผลงานการแต่งประโยคของนกั เรียน ประโยคใดไม่ถูกตอ้ งใหน้ าไปแกไ้ ข กำรวัดและกำรประเมินผล ๑. วธิ ีการวดั และประเมินผล ๑.๑ สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๑.๒ การตรวจการแตง่ ประโยคของนกั เรียนทุกคน ๒. เครื่องมือวดั ผล ๒.๑ แบบสงั เกตพฤติกรรม ๒.๒ แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๓. เกณฑก์ ารประเมิน ๓.๑ การสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม นกั เรียนสามารถผา่ นเกณฑท์ ่กี าหนดระดบั ดีข้ึนไป ๓.๒ การตรวจผลงานของนกั เรียน สามารถผา่ นเกณฑท์ ี่กาหนดระดบั ดีข้นึ ไป ๓.๓ การประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องนกั เรียน สามารถผา่ นเกณฑท์ ีก่ าหนดระดบั ดีข้ึนไป

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนที่ ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวิชำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมธั ยมศึกษำปี ท่ี ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๙ เร่ือง เรียบเรียงสื่อสำร เวลำ ๑๗ ช่ัวโมง แผนกำรจดั กิจกรรมกำรเรียนรู้ท่ี ๙.๒ เร่ือง การรวบรวมคาศพั ทท์ ่มี ีความหมายเหมือนกนั จานวน ๑ ชวั่ โมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ทส่ี อน.................................................... มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และ รักภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ ตัวชีว้ ดั ม.๒/๕ รวบรวมและอธิบายความหมายของคาภาษาตา่ งประเทศทใี่ ช้ในภาษาไทย สาระสาคญั การอ่านเพื่อความเข้าใจความหมายของคา เป็นส่ิงจาเป็นสาหรับการส่ือสาร เน่ืองจากคาบางคามีความหมาย เหมือนกัน เพราะบางคาก็ใช้กันมาแต่เดิมและเกิดขึ้นใหม่ตามความเปลี่ยนแปลงของสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้อ่านควรมี ความเข้าใจในความหมายของคาท่ีนามาส่ือสารกันได้อย่างสัมฤทธิ์ผลตรงตามที่ผู้ส่งสารต้องการ ดังน้ันจึงควรฝึกทักษะการ ตคี วามหมายของคาอยา่ งสม่าเสมอและศึกษาหลักเกณฑ์ทางภาษาเกี่ยวกับข้อความที่นามาใช้ จะทาให้มีคาใช้ในภาษาไทย เพม่ิ มากข้ึน จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑. ความหมายของคาไวพจน์ ๒. สามารถใช้ทกั ษะการเปรียบเทียบไดอ้ ยา่ งชัดเจน ๓. การใชท้ ักษะการนาความรไู้ ปใชไ้ ดเ้ หมาะสม ๔. การใช้ทักษะการลงความคิดเหน็ อย่างมวี จิ ารณญาณ ๕. การเขา้ รว่ มกจิ กรรม ๖. การแสดงความคดิ เหน็ สาระการเรยี นรู้ การรวบรวมคาศพั ท์ท่ีมคี วามหมายเหมอื นกนั เป็นการฝึกการใช้คาได้อย่างถกู ตอ้ ง สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคดิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ขอ้ ท่ี ๕ อยูอ่ ย่างพอเพียง ตวั ชี้วัดท่ี ๕.๒ มีภมู ิคมุ้ กนั ในตัวท่ีดี ปรบั ตัวเพื่ออย่ใู นสังคมได้อย่างมีความสขุ ชิน้ งาน/ภาระงาน ๑.การค้นหาความหมายของคาศพั ท์ กิจกรรมการเรียนรู้

ข้ันนาเขา้ สู่บทเรียน ครเู ขยี นคาวา่ “เมือง” บนกระดานดา แลว้ ใหน้ กั เรยี นช่วยกันหาคาที่มคี วามหมายว่า “เมอื ง” ให้ได้มากท่ีสุด เช่น บรุ ี ธานี พารา นคร นคั รา ซง่ึ เรียกว่า “คาไวพจน์” แล้วสนทนาร่วมกัน ข้นั สอน ๑) ครแู จง้ ตัวชีว้ ัดและจดุ ประสงค์การเรยี นรพู้ ร้อมทง้ั เกณฑก์ ารประเมินผลให้นักเรยี นทราบ ๒) นักเรยี นแบง่ ออกเปน็ ๕ กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มหาคาทีม่ ีความหมายเหมอื นกนั กบั คาทีก่ าหนดให้ต่อไปนจ้ี าก พจนานุกรม กลมุ่ ๑ จระเข้ ชา้ ง นก ม้า หมา หมู กลมุ่ ๒ ลิง ปลา ยกั ษ์ เทวดา พระอินทร์ พระนารายณ์ กลมุ่ ๓ ดวงดาว ดวงจนั ทร์ ดวงอาทิตย์ ดวงใจ ดอกไม้ ดอกบวั กลุ่ม ๔ พ่อ แม่ ทอง งาม ผ้หู ญิง ตาย กลมุ่ ๕ ต้นไม้ ปา่ ภเู ขา แม่นา้ (ทะเล) ท้องฟ้า พ้ืนดนิ ๓) นกั เรยี นแต่ละกลุ่มหาไดแ้ ล้ว ให้ออกมาเขียนบนกระดานดา อา่ นให้เพ่ือนๆ ฟัง ๔) นกั เรียนรวบรวมเป็นสมดุ บัตรคาจานวน ๕ คาต่อหนึง่ ความหมาย แล้วส่งครู ขนั้ สรปุ ครูสรุปเพิม่ เตมิ ใหน้ กั เรียนแล้วจดบนั ทกึ ทัง้ หมดลงสมุด เพอ่ื นาไปใช้ในการเรียนรเู้ รอื่ งอนื่ ๆ ต่อไป การวัดและการประเมนิ ผล ๑. วิธีการวัดและประเมนิ ผล ๑.๑ สังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม ๑.๒ การตรวจการคน้ หาคาศพั ทข์ องนกั เรียน ๒. เคร่อื งมือวดั ผล ๒.๑ แบบสังเกตพฤติกรรม ๒.๒ แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ๒.๓ แบบประเมนิ การทาสมุดบตั รคา ๓. เกณฑ์การประเมิน ๓.๑ จากการสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรม นกั เรยี นสามารถผ่านเกณฑ์ที่กาหนดระดบั ดขี ้ึนไป ๓.๒ จากการทาสมุดบัตรคาของนักเรียนตามแบบประเมินการทาสมุดบัตรคา นักเรียนสามารถผ่านเกณฑ์ที่ กาหนดระดบั ดีขน้ึ ไป ๓.๓ จากการตรวจผลงานของนักเรียน สามารถผ่านเกณฑท์ ่กี าหนดระดบั ดขี นึ้ ไป ๓.๔ จากการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคข์ องนักเรียน สามารถผา่ นเกณฑท์ กี่ าหนดระดับดขี ้นึ ไป สือ่ /แหล่งการเรียนรู้ ๑. ใบความรสู้ าหรบั ครู เรือ่ ง “คำศพั ทท์ ่ีมคี วำมหมำยเหมือนกัน”

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนที่ ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวชิ ำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมธั ยมศึกษำปี ท่ี ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๙ เร่ือง เรียบเรียงสื่อสำร เวลำ ๑๗ ช่ัวโมง แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรูท้ ี่ ๙.๓ เร่ือง การใชภ้ าษาเชิงสร้างสรรค์ จานวน ๑ ชวั่ โมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ที่สอน.................................... มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขยี นเรอ่ื งราวในรปู แบบตา่ งๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมีประสิทธิภาพ ตัวชวี้ ัด ม.๒/๗ เขยี นวิเคราะห์ วิจารณแ์ ละแสดงความรู้ ความคดิ เหน็ หรอื โตแ้ ย้งในเรอ่ื งทอ่ี ่านอย่างมเี หตุผล ม.๒/๘ มมี ารยาทในการเขียน สาระสาคญั การอ่านเพื่อความเข้าใจข้อความหรือประโยค เป็นสิ่งจาเป็นสาหรับการสื่อสาร เน่ืองจากข้อความท่ีปรากฏในส่ือ สง่ิ พิมพ์ตา่ งๆ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของผใู้ ช้ภาษาอย่างสรา้ งสรรค์ตามความเปล่ียนแปลงของสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ผอู้ า่ นควรมคี วามเข้าใจในความหมายท่ีนามาส่ือสารกันได้อย่างสัมฤทธ์ิผลตรงตามที่ผู้ส่งสารต้องการ ดังน้ันจึงควรฝึกทักษะ การตคี วามหมายของอย่างสม่าเสมอและศึกษาหลกั เกณฑ์ทางภาษาเกีย่ วกับขอ้ ความท่นี ามาใช้ จะทาใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากข้นึ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๑. ความหมายของการใชภ้ าษาอยา่ งสร้างสรรค์ ๒. มีมารยาทในการเขียน สาระการเรียนรู้ การใช้ภาษาเชงิ สรา้ งสรรค์ เป็นการฝกึ การเลือกใชค้ าในการเขยี นส่อื ความไดอ้ ย่างเหมาะสมถูกตอ้ ง สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสอื่ สาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ขอ้ ที่ ๕ อยอู่ ยา่ งพอเพียง ตวั ชว้ี ดั ที่ ๕.๒ มภี มู คิ มุ้ กันในตัวท่ีดี ปรับตัวเพอื่ อยใู่ นสังคมได้อย่างมคี วามสุข ช้ินงาน/ภาระงาน ๑.การเขียนเชงิ สร้างสรรค์ของนกั เรียน กจิ กรรมการเรียนรู้ ข้ันนาเขา้ สูบ่ ทเรยี น ครเู ขียนขอ้ ความตอ่ ไปนี้บนกระดานดา ให้นักเรยี นอ่าน (๑) ชีวิตราคาแพง โปรดอย่าแซงทางโค้ง (๒) อยู่อย่างสงบ ดกี วา่ รบดว้ ยลมปาก (๓) ความงามไม่คงที่ ความดซี คิ งทน

(๔) มีสลึงพึงประจบใหค้ รบบาท ไปตลาดฟาดใหเ้ ลยี่ นเตยี นกระเปา๋ (๕) สอบได้เป็นเรื่องตลก สอบตกเป็นเร่อื งธรรมดา เรียนไปก็ไรค้ า่ ตายหา่ กล็ มื หมด แล้วถามนักเรียนวา่ ขอ้ ใดเป็นการใชภ้ าษาอย่างสรา้ งสรรค์ ขนั้ สอน ๑) ครูแจง้ ตัวชีว้ ดั และจดุ ประสงค์การเรยี นร้พู ร้อมท้ังเกณฑก์ ารประเมินผลให้นกั เรียนทราบ ๒) นกั เรยี นศึกษาใบความรูเ้ รื่อง “กำรใช้ภำษำเชงิ สร้ำงสรรค์” พรอ้ มครอู ธิบายประกอบ ๓) นักเรียนแบ่งออกเป็นกล่มุ ๆ กลุ่มละ ๓ คน ให้แต่ละกลุ่มระดมสมองช่วยกันคิดใช้ภาษาอย่างสรา้ งสรรค์ แลว้ เขียนออกมาเป็นข้อเตอื นใจแก่ผ้อู ่านในเรือ่ งต่าง ๆ ดงั ใบความรูท้ ี่แจกให้ กลุ่มละอยา่ งน้อย ๓ สานวน ๔) นักเรยี นแต่ละกลมุ่ สง่ ตัวแทนอ่านหน้าชนั้ เรยี นใหเ้ พื่อนๆ ฟัง แลว้ ส่งตน้ ฉบบั ท่คี รู ข้นั สรปุ ครูสรุปผลการเขยี นเชงิ สร้างสรรค์ของนกั เรยี นแต่ละกล่มุ การวดั และการประเมนิ ผล ๑. วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล ๑.๑ สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๑.๒ การตรวจผลการใชภ้ าษาเชิงสรา้ งสรรค์ของนักเรียนแต่ละกลมุ่ ๒. เคร่ืองมือวัดผล ๒.๑ แบบสงั เกตพฤติกรรม ๒.๒ แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๓. เกณฑ์การประเมิน ๓.๑ การสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม นกั เรียนสามารถผา่ นเกณฑ์ทก่ี าหนดระดบั ดีขึน้ ไป ๓.๒ การตรวจผลงานของนกั เรียน สามารถผา่ นเกณฑ์ทกี่ าหนดระดับดขี น้ึ ไป ๓.๓ การประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงคข์ องนกั เรยี น สามารถผ่านเกณฑ์ท่กี าหนดระดบั ดีข้ึนไป สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. ใบความรู้ เรอ่ื ง “กำรใชภ้ ำษำเชงิ สร้ำงสรรค์”

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนที่ ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ ช้ันมัธยมศึกษำปี ท่ี ๒ รำยวิชำ ภำษำไทย รหัสวชิ ำ ท ๒๒๑๐๒ เวลำ ๑๗ ชั่วโมง หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๙ เรื่อง เรียบเรียงส่ือสำร จานวน ๑ ชว่ั โมง วนั ที่สอน ...................................... แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๙.๔ ความรู้พน้ื ฐานในการพดู ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวชี้วดั /จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 ตวั ช้ีวดั ท 3.1 ม.2/6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) บอกความรูพ้ ้นื ฐานเกี่ยวกบั การพดู ได้ 2) สามารถพดู ออกเสียงไดต้ รงตามอกั ขรวธิ ี 3) มีมารยาทในการพดู สำระกำรเรียนรู้ การพดู ทดี่ ีผพู้ ดู ตอ้ งมคี วามรู้เก่ียวกบั การพูด และมีมารยาทในการพูด สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคดิ - ทกั ษะการประเมิน ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มุ่งมน่ั ในการทางาน กำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรู้ 1. ครูใหน้ กั เรียนบอกชื่อพธิ ีกรผจู้ ดั รายการทางโทรทศั น์ท่ีนกั เรียนสนใจ 2. ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั พธิ ีกรผจู้ ดั รายการต่างๆ ที่นกั เรียนสนใจ แลว้ ใหน้ กั เรียนแสดง ความคิดเห็นวา่ พธิ ีกรแตล่ ะคนมีวธิ ีการพดู อยา่ งไร 3. นกั เรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ นกั เรียนมีความเห็นอยา่ งไรเกี่ยวกบั พธิ ีกรที่ออกเสียงไม่ถูกตอ้ งตามอกั ขรวธิ ี (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)

4. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ตามความสมคั รใจ จากน้นั ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศึกษาความรูเ้ รื่อง ความรูพ้ ้นื ฐานในการพดู จากหนงั สือเรียน และหอ้ งสมุด 5. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั อภปิ รายความหมายของการพดู องคป์ ระกอบของการพดู คุณสมบตั ิของ ผพู้ ดู และมารยาทในการพดู 6. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มทไี่ ม่เขา้ ใจใหซ้ กั ถามเพอ่ื นในกลุ่ม จนเกิดความเขา้ ใจกระจา่ งชดั 7. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ทาใบงาน เร่ือง ความรูพ้ ้นื ฐานในการพดู เมื่อทาเสร็จแลว้ ใหต้ รวจสอบ ความเรียบร้อย 8. ครูสุ่มตวั แทนนกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคาตอบในใบงาน ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากน้นั ให้ ตวั แทนนกั เรียนเกบ็ รวบรวมใบงานส่งครู การวดั และประเมินผล วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ ) ตรวจใบงาน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ทางาน ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้ 8สือ่ การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.2 2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ ภาษาไทย ม.2 3) ใบงาน เรอ่ื ง ความรพู้ น้ื ฐานในการพดู แหล่งการเรยี นรู้ - หอ้ งสมุด

ใบงาน ความร้พู นื้ ฐานในการพดู ตอนท่ี 1 คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นนาพยญั ชนะ ก-ง หนา้ ขอ้ ความมาเตมิ ลงในชอ่ งวา่ งใหใ้ จความสมั พนั ธก์ นั ก. ความหมายของการพดู ค. คุณสมบตั ขิ องผพู้ ูด ข. องคป์ ระกอบของการพดู ง. มารยาทในการพดู 1) การถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ ความตอ้ งการของผพู้ ูดไปยงั ผรู้ บั สาร 2) มคี วามประพฤตดิ ี มคี ณุ ธรรม 3) เน้อื เรอ่ื งทจ่ี ะถา่ ยทอดตอ้ งมคี วามถูกตอ้ ง ชดั เจน 4) รบั ผดิ ชอบต่อคาพดู ของตน 5) มคี วามเชอ่ื มนั่ ในความรคู้ วามคดิ ของตน 6) ผรู้ บั สารทผ่ี พู้ ูดถ่ายทอดมาให้ ซง่ึ ผฟู้ ังตอ้ งตงั้ ใจฟังอยา่ งมสี มาธิ 7) นงั่ หรอื ยนื ตวั ตรง สง่าผง่ึ ผาย 8) ตอ้ งรจู้ กั ผฟู้ ัง 9) รจู้ กั ควบคมุ อารมณ์ของตนเองใหเ้ ป็นปกตอิ ยู่เสมอ 10) ผทู้ ต่ี อ้ งการแสดงความสามารถในการถา่ ยทอดความรไู้ ปสผู่ ฟู้ ัง ตอนที่ 2 คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปน้ี  นกั เรยี นคดิ วา่ คณุ สมบตั ขิ องผพู้ ดู ขอ้ ใดสาคญั ท่สี ุด จงอธบิ ายและยกเหตุผลประกอบ ………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………..

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนที่ ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวชิ ำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมธั ยมศึกษำปี ท่ี ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๙ เรื่อง เรียบเรียงส่ือสำร เวลำ ๑๗ ชั่วโมง แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๙.๕ หลกั การพดู สรุปความจากสื่อ จานวน ๑ ชวั่ โมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ทีส่ อน...................................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวชี้วดั ท 3.1 ม.2/1 พดู สรุปใจความสาคญั ของเร่ืองท่ีฟังและดู ม.2/6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1) รูว้ ธิ ีการพดุ สรุปความ 2) พดู สรุปใจความสาคญั ของเร่ืองที่ฟังและดูได้ 3) มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู สำระกำรเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง 1) การพดู สรุปความจากเรื่องที่ฟังและดู 2) มารยาทในการฟัง การดู และการพดู สำระสำคญั /ควำมคดิ รวบยอด การพดู สรุปใจความจากส่ือ ตอ้ งมีความรูเ้ รื่องหลกั การฟัง การดู และการพดู และมมี ารยาทในการ ฟัง การดู และการพดู สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ มุ่งมนั่ ในการทางาน กำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรู้ 1.นกั เรียนแต่ละกลุ่ม (กลมุ่ เดิมจากแผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 1) ร่วมกนั ศกึ ษาความรู้เรื่อง หลกั การพดู สรุปความจากสื่อ จากหนงั สือเรียน 2.ครูกาหนดใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มฟังและดูรายการเกี่ยวกบั ภยั ธรรมชาตทิ ี่เกิดข้ึนทว่ั โลก แลว้ สรุป ความ เพอื่ นามาพดู หนา้ ช้นั เรียน

3.นกั เรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด การพดู ตดั บทกบั การพดู สรุปความ มีความแตกตา่ งกนั อยา่ งไร (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ น ดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน) 4. ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั ภยั ธรรมชาติทเ่ี กิดข้นึ ในปัจจบุ นั แลว้ ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดง ความคดิ เห็น 5. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มวางแผนสืบคน้ รายการเกี่ยวกบั ภยั ธรรมชาติท่ีเกิดข้ึนทวั่ โลก 6. สมาชิกแตล่ ะกลุ่มสืบคน้ รายการเกี่ยวกบั ภยั ธรรมชาติทีเ่ กิดข้ึนทวั่ โลก จากแหล่งขอ้ มูล สารสนเทศ ตามแผนปฏิบตั งิ านท่ไี ดว้ างแผนไว้ 7. นกั เรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด การสืบคน้ และสรุปความขอ้ มูลจากแหล่งเรียนรูต้ ่างๆ มีประโยชน์สาหรบั นกั เรียนอยา่ งไร (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ น ดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน) กำรวดั และประเมนิ ผล วธิ ีกำร เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการนาเสนอผลงาน แบบประเมินการนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สังเกตความมีวินยั ใฝ่ เรียนรู้ และมุ่งมนั่ ในการ ทางาน สื่อ/แหล่งกำรเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ 1) หนงั สือเรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.2 2) แบบวดั และบนั ทึกผลการเรียนรู้ ภาษาไทย ม.2

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนท่ี ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวิชำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมธั ยมศึกษำปี ที่ ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๙ เรื่อง เรียบเรียงส่ือสำร เวลำ ๑๗ ช่ัวโมง แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่ ๙.๖ การพดู ในโอกาสต่าง ๆ จำนวน ๑ ช่ัวโมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ท่ีสอน..................................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ท 3.1 ม.2/4 พดู ในโอกาสตา่ งๆ ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ ม.2/6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) นกั เรียนมีความรูเ้ รื่องการพดู 2) พดู ในโอกาสตา่ งๆ ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ 3) มีมารยาทในการพดู สำระกำรเรียนรู้ การพดู ในโอกาสต่างๆ ตอ้ งพดู ใหต้ รงตามวตั ถุประสงค์ และมีมารยาทในการพดู สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน ความสามารถในการสื่อสาร คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มุ่งมนั่ ในการทางาน กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ 1. นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน ข้นั นา 2. ครูนาบทกวเี ก่ียวกบั การพดู มาอ่านใหน้ กั เรียนฟัง 3. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นวา่ การพดู มีประโยชน์และโทษอยา่ งไร นกั เรียนคิดวา่ กลุ่มผปู้ ระกอบอาชีพใดใชก้ ารพดู ใหเ้ ป็ นประโยชน์มากที่สุด เพราะเหตใุ ด (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ น ดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)

ข้นั สอน 4. ครูแบง่ นกั เรียนเป็ นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน คละกนั ตามความ สามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนขา้ งเก่ง หรืออ่อน และอ่อน เรียกวา่ กลุ่มบา้ น แลว้ กาหนดหมายเลขประจาตวั ใหส้ มาชิกแตล่ ะคนในกลมุ่ เป็ น หมายเลข 1-3 จากน้นั ใหน้ กั เรียนที่มีหมายเลขเดียวกนั มานงั่ รวมกนั เรียกวา่ กลุ่มผเู้ ช่ียวชาญ เพือ่ ร่วมกนั ศกึ ษาความรูเ้ ร่ือง การพดู ในโอกาสตา่ งๆ จากหนังสือเรียน ตามประเด็นที่ครูกาหนด ดงั น้ี กลุ่มหมายเลข 1 ศึกษาเรื่อง การพดู อวยพร กลุ่มหมายเลข 2 ศกึ ษาเร่ือง การพดู เพอ่ื โนม้ นา้ วใจ กลุ่มหมายเลข 3 ศึกษาเรื่อง การพดู โฆษณา 5. ครูแจง้ กติกาวา่ หา้ มสมาชิกออกจากกลุ่มจนกวา่ จะศึกษาความรู้ท่ไี ดร้ บั มอบหมายแลว้ เสร็จ ถา้ คนใดสงสยั หรือไม่เขา้ ใจจะตอ้ งขอความช่วยเหลือจากเพอ่ื นในกลมุ่ ข้นั สรุป 6. สมาชิกในแต่ละกล่มุ ร่วมกนั ศกึ ษา อภปิ ราย และแสดงความคิดเห็น จนทุกคนมีความรูค้ วาม เขา้ ใจกระจ่างชดั ในหวั ขอ้ เร่ือง การพดู ในโอกาสตา่ งๆ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี การวดั และประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ ) ตรวจใบงาน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มนั่ ในการ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ทางาน ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้ สือ่ การเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.2 2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ ภาษาไทย ม.2 3) บทกวเี กย่ี วกบั การพูด 4) ใบงานเร่อื ง หลกั การพดู ในโอกาสตา่ งๆ 5) ใบงานเรอ่ื ง การรา่ งบทพูดในโอกาสต่างๆ

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนท่ี ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ ช้ันมธั ยมศึกษำปี ท่ี ๒ รำยวชิ ำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ เวลำ ๑๗ ชั่วโมง หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๙ เรื่อง เรียบเรียงส่ือสำร จำนวน ๑ ช่ัวโมง วนั ที่สอน.................................... แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี ๙.๗ การพดู ในโอกาสต่าง ๆ ๒ ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวชี้วดั /จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ท 3.1 ม.2/4 พดู ในโอกาสตา่ งๆ ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ ม.2/6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) นกั เรียนมีความรู้เร่ืองการพดู 2) พดู ในโอกาสตา่ งๆ ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ 3) มีมารยาทในการพดู สำระกำรเรียนรู้ การพดู ในโอกาสต่างๆ ตอ้ งพดู ใหต้ รงตามวตั ถุประสงค์ และมีมารยาทในการพดู สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน ความสามารถในการสื่อสาร คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มุ่งมนั่ ในการทางาน กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนรู้ ข้นั นา 1. นกั เรียนและครูร่วมกนั ทบทวนความรู้ ข้นั สอน 2. สมาชิกกลุ่มผเู้ ช่ียวชาญกลบั ไปยงั กลุ่มเดิมของตนท่เี รียกวา่ กลุ่มบา้ น แลว้ ผลดั กนั อธิบายเพอื่ ถ่ายทอดความรู้ที่ตนไดไ้ ปศึกษามา โดยเริ่มจากหมายเลข 1-3 ตามลาดบั หรืออาจใหถ้ ่ายทอดความรูต้ าม ความสมคั รใจ โดยไม่เรียงก็ได้ แต่ทกุ คนตอ้ งถ่ายทอดความรู้จนครบ 3. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ทาใบงาน เร่ือง หลกั การพดู ในโอกาสต่างๆ

4. ครูใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนออกมาจบั สลากหวั ขอ้ การพดู ในโอกาสตา่ งๆ แลว้ เขียนร่าง บทพดู ตามหวั ขอ้ ทีจ่ บั สลากไดล้ งในใบงาน เรื่อง การร่างบทพดู ในโอกาสต่างๆ 5. ตวั แทนนกั เรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอการพดู ในโอกาสตา่ งๆ ตามทเี่ ขียนร่างบทพดู ไวใ้ นใบ งาน 6. ครูประเมินผลการพดู ในโอกาสตา่ งๆ ของนกั เรียนแตล่ ะกลุ่ม จากน้นั ใหต้ วั แทนนกั เรียนเก็บ รวบรวมใบงาน ส่งครู ข้นั สรุป 7. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปความรู้เรื่อง การพดู ในโอกาสตา่ งๆ การวดั และประเมินผล วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ ) ตรวจใบงาน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ทางาน ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้ สือ่ การเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.2 2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ ภาษาไทย ม.2 3) บทกวเี กย่ี วกบั การพูด 4) ใบงานเรอ่ื ง หลกั การพูดในโอกาสตา่ งๆ 5) ใบงานเร่อื ง การร่างบทพูดในโอกาสตา่ งๆ

เอกสารประกอบการสอน บทกวีเกี่ยวกบั การพดู เป็นมนุษยส์ ุดนิยมเพยี งลมปาก จะไดย้ ากโหยหวิ เพราะชวิ หา แมน้ พดู ดมี คี นเขาเมตตา จะพดู จาพเิ คราะหใ์ หเ้ หมาะความ เรอ่ื งพระอภยั มณี ของสนุ ทร ภู่ เป็นมนุษยส์ ุดจะดที ฝ่ี ีปาก ถา้ พดู มากแต่ไรค้ า่ พาเสยี ศรี แมพ้ ดู น้อยดอ้ ยราคาคา่ ไม่มี แมพ้ ดู ไม่ดเี สยี คา่ ราคาคน อนั พดู ดใี ชจ่ ะดเี พราะฝีปาก คาพดู ดหี ายากสดุ ขดั สน คาพดู ชวั่ มที วั่ ทกุ ตวั ตน คนพดู ดจี งึ คน้ ไม่พบพาน ท่ีมา : http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=1fc3f5e7b7b01843

ใบงาน หลกั การพดู ในโอกาสต่างๆ คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นอธบิ ายหลกั การพดู ในโอกาสตา่ งๆ ต่อไปน้ี 1.การพดู อวยพร ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... 2. การพูดเพ่อื โนม้ น้าวใจ ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... 3. การพดู โฆษณา ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ...........................................................................................................................................................

ใบงาน การร่างบทพดู ในโอกาสต่างๆ คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นรา่ งบทพดู ในโอกาสตา่ งๆ ตามหวั ขอ้ ทจ่ี บั สลากได้ โดยใชเ้ วลาในการพูด ประมาณ 3 นาที ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………..

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนที่ ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ ช้ันมัธยมศึกษำปี ท่ี ๒ รำยวชิ ำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ เวลำ ๑๗ ชั่วโมง หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๙ เรื่อง เรียบเรียงส่ือสำร จำนวน ๑ ช่ัวโมง วนั ท่สี อน.................................... แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ ๙.๘ การสร้างคา ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวชี้วดั /จุดประสงค์กำรเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ท 4.1 ม.2/1 สร้างคาในภาษาไทย จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) นกั เรียนมีความรูเ้ ร่ืองการสร้างคาในภาษาไทย 2) อธิบายการสร้างคาในภาษาไทยได้ 3) เห็นความสาคญั ของการสร้างคาในภาษาไทย สำระกำรเรียนรู้ การสรา้ งคาสมาส สำระสำคญั การศึกษาหลกั ภาษาไทยตอ้ งมีความรู้เรื่องการสร้างคาโดยวิธีต่างๆ สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน ความสามารถในการสื่อสาร คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มุ่งมน่ั ในการทางาน กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ ข้นั นา 1. นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน ครูแจง้ ใหน้ กั เรียนทราบวา่ ต่อไปจะเรียนเร่ือง การสรา้ งคา ข้นั สอน 2. ครูแบง่ นกั เรียนเป็ นกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนขา้ งเก่ง ปานกลางคอ่ นขา้ งอ่อน และออ่ น 3. ครูใหส้ มาชิกแต่ละกลุ่มแบ่งหวั ขอ้ ศึกษาเร่ือง การสร้างคา ซ่ึงมี 4 ประเภท คือ คาประสม คาซอ้ น คาซ้า และคาสมาส จากหนงั สือเรียน หอ้ งสมุด และแหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ

4. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั ความหมายและวธิ ีการสร้างคา 5. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั อภปิ รายเพอื่ เป็ นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่ม เพอ่ื สรุปองคค์ วามรู้ เก่ียวกบั การสรา้ งคา 6. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั ทาใบงาน เรื่อง การสร้างคาในภาษาไทย โดยใหส้ มาชิกแตล่ ะคนใน กลุ่มหาคาตอบดว้ ยตนเองจนครบทุกขอ้ จากน้นั จบั คู่กบั เพอื่ นในกลุ่มผลดั กนั อธิบายคาตอบใหค้ ขู่ องตนเอง ฟัง (สมาชิกกลุ่มอีกคูห่ น่ึงกป็ ฏบิ ตั กิ ิจกรรมเช่นเดียวกนั ) 7. นกั เรียนรวมกลุ่ม 4 คน ใหแ้ ต่ละคูผ่ ลดั กนั อธิบายคาตอบใหเ้ พอ่ื นอีกคูห่ น่ึงในกลุ่มฟัง เพอื่ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ข้นั สรุป 8. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ การวดั และประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 8 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 8 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ ) ตรวจใบงาน การสรา้ งคาในภาษาไทย ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน การวเิ คราะหก์ ารสรา้ งคาใน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ภาษาไทย ตรวจใบงาน การสงั เคราะหค์ วามรกู้ ารสรา้ งคาใน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ภาษาไทย สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ และรกั ความเป็นไทย สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ สือ่ การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.2 2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ ภาษาไทย ม.2 3) ใบงาน เรอ่ื ง การสรา้ งคาในภาษาไทย 4) ใบงาน เร่อื ง การวเิ คราะหก์ ารสรา้ งคาในภาษาไทย 5) ใบงาน เร่อื ง การสงั เคราะหค์ วามรกู้ ารสรา้ งคาในภาษาไทย แหล่งการเรยี นรู้ 1) หอ้ งสมุด 2) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ

ใบงาน การสรา้ งคาในภาษาไทย คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปน้ี 1.เหตุใดจงึ มกี ารสรา้ งคาในภาษาไทย ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… 2.คาประสมมลี กั ษณะอยา่ งไร มวี ธิ กี ารสรา้ งอยา่ งไร ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… 3.คาซ้อนมลี กั ษณะอยา่ งไร มวี ธิ กี ารสรา้ งอยา่ งไร ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… 4.คาซ้ามลี กั ษณะอย่างไร มวี ธิ กี ารสรา้ งอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… 5.คาสมาสมลี กั ษณะอย่างไร มวี ธิ กี ารสรา้ งอยา่ งไร ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… 6.คาสมาสทม่ี สี นธมิ ลี กั ษณะอยา่ งไร มวี ธิ กี ารสรา้ งอยา่ งไร ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… 7.คาซอ้ นเพอ่ื เสยี งมลี กั ษณะอย่างไร มวี ธิ กี ารสรา้ งอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… 8.จากการศกึ ษาเร่อื งคาสมาส นกั เรยี นไดร้ บั ความรเู้ รอ่ื งใดบา้ งนอกจากเรอ่ื งการสรา้ งคา ………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนที่ ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวิชำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมัธยมศึกษำปี ท่ี ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๙ เรื่อง เรียบเรียงสื่อสำร เวลำ ๑๗ ช่ัวโมง แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ท่ี ๙.๙ การสร้างคา ๒ จำนวน ๑ ช่ัวโมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ทส่ี อน..................................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวชี้วัด/จุดประสงค์กำรเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ท 4.1 ม.2/1 สรา้ งคาในภาษาไทย จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) นกั เรียนมีความรู้เรื่องการสรา้ งคาในภาษาไทย 2) อธิบายการสรา้ งคาในภาษาไทยได้ 3) เห็นความสาคญั ของการสรา้ งคาในภาษาไทย สำระกำรเรียนรู้ การสร้างคาสมาส สำระสำคญั การศึกษาหลกั ภาษาไทยตอ้ งมีความรู้เร่ืองการสรา้ งคาโดยวิธีต่างๆ สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน ความสามารถในการส่ือสาร คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มุ่งมน่ั ในการทางาน กำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรู้ ข้นั นา 1. นกั เรียนและครูร่วมกนั ทบทวนความรู้ เร่ืองการสรา้ งคา ข้นั สอน 2. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั ทาใบงาน เรื่อง การวเิ คราะหก์ ารสร้างคาในภาษาไทย โดยใหส้ มาชิกแต่ละ คนปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ดงั น้ี 1) สมาชิกคนท่ี 1 เขียนคาตอบในขอ้ 1 แลว้ ส่งใหส้ มาชิก คนที่ 2 2) สมาชิกคนท่ี 2 ตรวจสอบคาตอบในขอ้ 1 แลว้ เขียนคาตอบในขอ้ 2 จากน้นั ส่งใหส้ มาชิกคนที่ 3

3) สมาชิกคนท่ี 3 ตรวจสอบคาตอบในขอ้ 2 แลว้ เขียนคาตอบในขอ้ 3 จากน้นั ส่งใหส้ มาชิกคนท่ี 4 4) สมาชิกคนที่ 4 ตรวจสอบคาตอบในขอ้ 3 แลว้ เขียนคาตอบในขอ้ 4 จากน้นั ส่งใหส้ มาชิกคนที่ 1 สมาชิกแต่ละกลุ่มปฏิบตั ิกิจกรรมเช่นน้ีหมุนเวยี นไปเรื่อย ๆ จนครบทกุ ขอ้ 3. สมาชิกแต่ละคนท่ีตรวจสอบการเขียนคาตอบ ถา้ เห็นวา่ ยงั ไม่ถูกตอ้ งสมบรู ณ์ก็ใหเ้ ขียนอธิบายเพม่ิ เติม 4. สมาชิกในแต่ละกลุ่มจะไดม้ ีโอกาสอ่านและเขยี นคาตอบหมุนเวยี นกนั ไปเร่ือย ๆ จนเสร็จกล่าวคอื สามารถเขียนอธิบายไดช้ ดั เจนครบถว้ นทุกคาตอบ 5.นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นถึงความจาเป็นท่จี ะตอ้ งสรา้ งคาข้ึนมาใชใ้ นภาษาไทย 6. นกั เรียนแตล่ ะคนทาใบงาน เรื่อง การสงั เคราะห์ความรู้การสรา้ งคาในภาษาไทย เม่ือทาเสร็จแลว้ ให้ ตรวจสอบความเรียบรอ้ ยก่อนนาส่งครูตรวจ ข้นั สรุป 7. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายถึงความรู้ทไี่ ดจ้ ากการศึกษาเรื่อง การสร้างคา และการนาความรู้ไปใชใ้ หเ้ ป็น ประโยชนต์ ่อไป การวดั และประเมินผล วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 8 แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 8 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ ) ตรวจใบงาน การสรา้ งคาในภาษาไทย ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน การวเิ คราะหก์ ารสรา้ งคาใน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ภาษาไทย ตรวจใบงาน การสงั เคราะหค์ วามรกู้ ารสรา้ งคาใน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ภาษาไทย สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ และรกั ความเป็นไทย สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ สือ่ การเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.2 2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ ภาษาไทย ม.2 3) ใบงาน เรอ่ื ง การสรา้ งคาในภาษาไทย 4) ใบงาน เรอ่ื ง การวเิ คราะหก์ ารสรา้ งคาในภาษาไทย 5) ใบงาน เร่อื ง การสงั เคราะหค์ วามรกู้ ารสรา้ งคาในภาษาไทย ใบงาน

การวิเคราะหก์ ารสร้างคาในภาษาไทย คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเขยี นอธบิ ายการสรา้ งคาลงในตาราง คา ความหมาย วิธีการสร้างคา โครงสร้าง (ตวั อย่าง) ตาขาว แสดงอาการขลาดกลวั คาประสม ตา+ขาว 1. สองหวั 2. ดด๊ี ี 3. เกยี รตคิ ณุ 4. ขอทาน 5. สเี ทาๆ 6. ปฐมวยั 7. ไดเ้ สยี 8. เสอ้ื ผา้ 9. มนุษยธรรม 10. หน้าตา 11. กลมๆ 12. คณติ ศาสตร์ 13. น้อยหน้า 14. ตอนเชา้ ๆ 15. หอ่ หมก 16. ถว้ ยชาม

ใบงาน การวิเคราะหก์ ารสรา้ งคาในภาษาไทย คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นอธบิ ายการสรา้ งคาลงในตาราง คา ความหมาย วิธีการสรา้ งคา โครงสรา้ ง (ตวั อยา่ ง) ตาขาว แสดงอาการขลาดกลวั คาประสม ตา+ขาว ทาตวั ฝักใฝ่เขา้ ดว้ ยทงั้ สองฝ่าย 1. สองหวั ดมี าก คาประสม สอง+หวั 2. ดด๊ี ี คาซ้า ด+ี๊ ดี เน้นเสยี งวรรณยกุ ต์ทคี่ า หน้า 3. เกยี รตคิ ุณ ชอื่ เสยี งโดยคณุ งามความดี คาสมาส กติ ฺต+ิ คุณ 4. ขอทาน ขอเงนิ หรอื สงิ่ ของเลย้ี งชวี ติ 5. สเี ทาๆ ความหมายน้อยกว่าสเี ทา คาประสม ขอ+ทาน 6. ปฐมวยั วยั ต้น 7. ไดเ้ สยี ไดเ้ งนิ เสยี เงนิ คาซ้า ส+ี เทา+เทา 8. เสอ้ื ผา้ เสอ้ื กางเกง เครอื่ งนุ่งหม่ 9. มนุษยธรรม ธรรมทมี่ นุษยพ์ งึ มตี ่อกนั คาสมาส ปฐม+วย 10. หน้าตา เคา้ หน้า 11. กลมๆ ความหมายน้อยกว่ากลม คาซอ้ น ได+้ เสยี 12. คณติ ศาสตร์ วชิ าว่าดว้ ยการคานวณ 13. น้อยหน้า ไม่เทยี มหน้าเขา คาซอ้ น เสอ้ื +ผา้ 14. ตอนเชา้ ๆ ความหมายน้อยกวา่ เชา้ 15. ห่อหมก ชอื่ กบั ขา้ วชนดิ หนงึ่ คาสมาส มนุษฺย+ธรฺม 16. ถว้ ยชาม ภาชนะใสอ่ าหาร คาซอ้ น หน้า+ตา คาซ้า กลม+กลม คาสมาส คณิต+ศาสฺตฺร คาประสม น้อย+หน้า คาซ้า ตอน+เชา้ +เชา้ คาประสม ห่อ+หมก คาซอ้ น ถว้ ย+ชาม

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนท่ี ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ ช้ันมัธยมศึกษำปี ที่ ๒ รำยวิชำ ภำษำไทย รหัสวชิ ำ ท ๒๒๑๐๒ เวลำ ๑๗ ช่ัวโมง หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๙ เรื่อง เรียบเรียงสื่อสำร จำนวน ๑ ช่ัวโมง วนั ทส่ี อน.................................... แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ ๙.๑๐ ประโยคในภาษาไทย ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ท 4.1 ม.2/2 วเิ คราะห์โครงสรา้ งประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ 1) วเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งประโยคในภาษาไทยได้ 2) จาแนกประโยคในภาษาไทยได้ 3) เห็นความสาคญั ของประโยคในภาษาไทย สำระกำรเรียนรู้ ลกั ษณะของประโยคในภาษาไทย สำระสำคญั การศกึ ษาเร่ืองประโยคในภาษาไทย ตอ้ งวเิ คราะห์โครงสรา้ งประโยคใหถ้ ูกตอ้ ง สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน ความสามารถในการสื่อสาร คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มุ่งมนั่ ในการทางาน กำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรู้ ข้นั นา 1. ครูนาพาดหวั ขา่ วหนงั สือพมิ พร์ ายวนั 2-3 ฉบบั มาใหน้ กั เรียนอ่าน 2. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นวา่ ขอ้ ความทเ่ี ป็ นพาดหวั ขา่ วหนงั สือพมิ พน์ ้นั เป็นประโยคหรือไม่ ข้นั สอน 3. นกั เรียนแต่ละคน ร่วมกนั ศกึ ษาความรู้เรื่อง ความหมายของประโยค และส่วนประกอบของประโยค จากหนงั สือเรียน หอ้ งสมุด และแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ

4. .สมาชิกแต่ละคนนาเสนอผลการศกึ ษาความรูเ้ ร่ืองความหมายของประโยค และส่วนประกอบของ ประโยค มาถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 5. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ทาผงั มโนทศั น์เร่ืองความหมายของประโยค และส่วนประกอบของประโยค 6. ตวั แทนนกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานการทาผงั มโนทศั น์ หนา้ ช้นั เรียน ข้นั สรุป 7. ครูตรวจสอบและประเมินผลการทาผงั มโนทศั นเ์ ร่ือง ความหมายของประโยค และส่วนประกอบของ ประโยคของนกั เรียน รวมถึงการใหค้ าแนะนาเพมิ่ เตมิ การวดั และประเมินผล วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์ ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ มนั่ ในการทางาน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ และรกั ความเป็นไทย ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ สือ่ การเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.2 2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ ภาษาไทย ม.2 3) หนงั สอื พมิ พร์ ายวนั แหล่งการเรียนรู้ 1) หอ้ งสมุด 2) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนท่ี ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ ช้ันมัธยมศึกษำปี ท่ี ๒ รำยวชิ ำ ภำษำไทย รหัสวชิ ำ ท ๒๒๑๐๒ เวลำ ๑๗ ชั่วโมง หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๙ เร่ือง เรียบเรียงส่ือสำร จำนวน ๑ ช่ัวโมง วนั ทีส่ อน..................................... แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ ๙.๑๑ ชนิดของประโยคแบง่ ตามโครงสรา้ ง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวชี้วัด/จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ท 4.1 ม.2/2 วเิ คราะหโ์ ครงสร้างประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ 1) วเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ นได้ 2) จาแนกประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ นได้ 3) เห็นความสาคญั ของประโยคในภาษาไทย สำระกำรเรียนรู้ ลกั ษณะของประโยคในภาษาไทย - ประโยคสามญั - ประโยครวม - ประโยคซอ้ น สำระสำคญั การศกึ ษาเร่อื งชนดิ ของประโยค ตอ้ งวเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งของประโยคแต่ละชนดิ ได้ สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน ความสามารถในการส่ือสาร คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มุ่งมนั่ ในการทางาน กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนรู้ ข้นั นา 1. ครูทบทวนเรื่องประโยคที่เคยเรียนไปแลว้ จากน้นั ซกั ถามนกั เรียนเรื่อง ส่วนประกอบของประโยควา่ มีส่วนประกอบใดบา้ ง ส่วนประกอบภาคประธานและภาคแสดงมีลกั ษณะอยา่ งไร

ข้นั สอน 2. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาเร่ือง ชนิดของประโยคแบ่งตามโครงสรา้ ง แลว้ ต้งั ขอ้ สงั เกต วเิ คราะหข์ อ้ มูล ทา ความเขา้ ใจในส่ิงทต่ี อ้ งการเรียนรู้ และต้งั คาถามเพอ่ื แสวงหาคาตอบ 3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั ต้งั คาถามในประเดน็ ต่างๆ ของประโยคแบง่ ตามโครงสร้าง 4. นกั เรียนช่วยกนั วางแผนกาหนดแนวทางคน้ หาคาตอบ 5. นกั เรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ การศึกษาเรื่อง ประโยคสามญั ประโยคซอ้ น และประโยครวม ช่วยใหน้ กั เรียนมีความสามารถ ดา้ นใดเพมิ่ ข้นึ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ น ดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน) 6. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่ม (กลมุ่ เดิมจากแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1) ร่วมกนั คน้ ควา้ เพอ่ื ตอบคาถามในประเดน็ ตา่ งๆ จากหนงั สือเรียน และหอ้ งสมุด ตามแผนปฏิบตั ิงานท่ีกลุ่มวางไว้ ข้นั สรุป 7. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรูเ้ ร่ือง ประโยคสามญั ประโยคซอ้ น และประโยครวม การวดั และประเมินผล วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ มนั่ ในการทางาน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ และรกั ความเป็นไทย สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ สือ่ การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.2 2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ ภาษาไทย ม.2 3) ใบงานเรอ่ื ง ชนดิ ของประโยคแบง่ ตามโครงสรา้ ง แหล่งการเรียนรู้ 1) หอ้ งสมุด

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนที่ ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวชิ ำ ภำษำไทย รหัสวชิ ำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมธั ยมศึกษำปี ท่ี ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๙ เร่ือง เรียบเรียงสื่อสำร เวลำ ๑๗ ชั่วโมง แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่ ๙.๑๒ ชนิดของประโยคแบ่งตามโครงสรา้ ง๒ จำนวน ๑ ช่ัวโมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ทส่ี อน..................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตวั ชี้วัด/จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ท 4.1 ม.2/2 วเิ คราะห์โครงสรา้ งประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1) วเิ คราะหโ์ ครงสร้างประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ นได้ 2) จาแนกประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ นได้ 3) เห็นความสาคญั ของประโยคในภาษาไทย สำระกำรเรียนรู้ ลกั ษณะของประโยคในภาษาไทย - ประโยคสามญั - ประโยครวม - ประโยคซอ้ น สำระสำคญั การศกึ ษาเรอ่ื งชนดิ ของประโยค ตอ้ งวเิ คราะหโ์ ครงสร้างของประโยคแต่ละชนดิ ได้ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มุ่งมน่ั ในการทางาน กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ ข้นั นา 1. นกั เรียนและครูร่วมกนั ทบทวนความรู้เร่ือง ชนิดของประโยคแบ่งตามโครงสร้าง ข้นั สอน 2. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนาความรูท้ ่ีคน้ ควา้ มารายงานในกลุ่ม จากน้นั ร่วมกนั วเิ คราะหข์ อ้ มูล 3. นกั เรียนพจิ ารณาสาระความรูท้ ท่ี ุกคนช่วยกนั คน้ ควา้ มารายงาน แลว้ ร่วมกนั สรุปสาระสาคญั

4. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั ทาใบงานเรื่อง ชนิดของประโยคแบ่งตามโครงสร้าง 5. ครูสุ่มตวั แทนนกั เรียน 2-3 กลุ่ม นาเสนอคาตอบในใบงาน ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง ขนั้ สรปุ 6. นกั เรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ประโยคซอ้ นตา่ งจากประโยคชนิดอ่นื อย่างไร (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น ดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน) การวดั และประเมินผล วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์ ตรวจใบงาน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ และรกั ความเป็นไทย ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ สือ่ การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.2 2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ ภาษาไทย ม.2 3) ใบงานเรอ่ื ง ชนดิ ของประโยคแบง่ ตามโครงสรา้ ง แหล่งการเรียนรู้ 1) หอ้ งสมดุ

ใบงาน ชนิดของประโยคแบง่ ตามโครงสรา้ ง คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นแตง่ ประโยคชนดิ ตา่ งๆ ตอ่ ไปน้ี 1. ประโยคสามญั 1.1 ประโยคสามญั ทม่ี กี รยิ าวลเี ดยี ว 1.2 ประโยคสามญั ทม่ี หี ลายกรยิ าวลี 2. ประโยคซ้อน 2.1 ประโยคซอ้ น ทม่ี นี ามานุประโยค 2.2 ประโยคซ้อน ทม่ี คี ณุ านุประโยค 2.3 ประโยคซอ้ น ทม่ี วี เิ ศษณานุประโยค 3. ประโยครวม 3.1 ประโยครวมจากประโยค สามญั และประโยคสามญั 3.2 ประโยครวมจากประโยค สามญั และประโยคซอ้ น 3.3 ประโยครวมจากประโยค ซอ้ นและประโยคสามญั 3.4 ประโยครวมจากประโยค ซอ้ นและประโยคซอ้ น

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ภำคเรียนท่ี ๒ ปี กำรศึกษำ ๒๕๖๔ รำยวิชำ ภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมธั ยมศึกษำปี ท่ี ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๙ เร่ือง เรียบเรียงส่ือสำร เวลำ ๑๗ ช่ัวโมง แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี ๙.๑๓ ทม่ี าและประโยชน์ของการเรียนคาราชาศพั ท์ จำนวน ๑ ช่ัวโมง ผสู้ อน นางสาวธนภรณ์ สุธรรมจา วนั ทส่ี อน................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตวั ชี้วัด/จุดประสงค์กำรเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ท 4.1 ม.2/4 ใชค้ าราชาศพั ท์ จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1) บอกที่มาของคาราชาศพั ทไ์ ด้ 2) อธิบายประโยชนข์ องการเรียนคาราชาศพั ทไ์ ด้ 3) เห็นความสาคญั ของการเรียนคาราชาศพั ท์ สำระกำรเรียนรู้ คาราชาศพั ท์ สำระสำคญั คาราชาศพั ทเ์ ป็นระเบยี บแบบแผนในการใชภ้ าษาทต่ี อ้ งใชใ้ หถ้ ูกตอ้ งตามระดบั ของบคุ คล ซง่ึ มที ม่ี า และมปี ระโยชน์ในการศกึ ษา สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มุ่งมนั่ ในการทางาน กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนรู้ ข้นั นา -นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน จากนน้นั ครูแจง้ ใหน้ กั เรียนทราบวา่ จะเรียนเร่ือง คาราชาศพั ท์ ข้นั สอน 1. ครูแบ่งนกั เรียนเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน คละกนั ตามความ สามารถ คือ เก่ง ปานกลางคอ่ นขา้ งเก่ง ปาน กลางค่อนขา้ งอ่อน และอ่อน

2. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษาความรู้เร่ือง ทมี่ าของคาราชาศพั ท์ และประโยชน์ของการเรียนคาราชา ศพั ท์ จากหนงั สือเรียน 3. ครูใหน้ กั เรียนดูข่าวในพระราชสานกั จากแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ แลว้ สงั เกตการบรรยายและการใชค้ า ราชาศพั ท์ 4. นกั เรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ นกั เรียนคดิ วา่ การแบง่ ระดบั ช้นั ของบุคคลเป็นผลดี หรือผลเสียอยา่ งไร (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน) 5. นกั เรียนร่วมกนั วเิ คราะหค์ าท่ีใชใ้ นการบรรยายข่าวในพระราชสานกั วา่ มีความเหมือนหรือความ แตกตา่ งจากคาท่ใี ชโ้ ดยทว่ั ไป 6. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายแสดงความคดิ เห็นวา่ เหตุใดคาทีใ่ ชใ้ นการบรรยายขา่ วในพระราชสานกั จงึ แตกตา่ งจากคาที่ใชโ้ ดยทว่ั ไป นกั เรียนคิดวา่ คาราชาศพั ทม์ ีความเป็ นมาอยา่ งไร เพราะเหตุใด และการ เรียนเร่ืองคาราชาศพั ท์ จะมีประโยชนส์ าหรับนกั เรียนอยา่ งไร 7. นกั เรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด การศกึ ษาคาราชาศพั ท์ มีความสาคญั อยา่ งไร และเกิดประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั หรือไม่ 8. นกั เรยี นแตล่ ะคนทาใบงาน เรอ่ื ง ทม่ี าและประโยชน์ของการเรยี นคาราชาศพั ท์ 9. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความสาคญั ของคาราชาศพั ทแ์ ละความจาเป็นในการเรยี นคาราชาศพั ท์ การวดั และประเมินผล วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 9 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 9 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ ) ตรวจใบงาน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ทางาน สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สือ่ การเรียนรู้ ใบงาน เรอ่ื ง ทม่ี าและประโยชน์ของการเรยี นคาราชาศพั ท์


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook