Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผน ม.1 เทอม 1

แผน ม.1 เทอม 1

Published by adsadawut somboonchai, 2021-02-27 23:56:41

Description: แผน ม.1 เทอม 1

Search

Read the Text Version

4. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน 1. มคี วามสามารถในการสอื่ สาร 2. มีความสามารถในการแก้ปัญหา 3. มีความสามารถในการคิดสรา้ งสรรค์ 5. สาระสาคญั 1. บทนิยาม เมื่อ a เป็นจานวนใดๆ และ n แทนจานวนเตม็ บวก เลขยกกาลงั ทีม่ ี a เปน็ ฐาน และ n เปน็ เลขชกี้ าลัง เขียนแทนดว้ ย an มคี วามหมายดังนี้ a n = a ×a × a ×………. ×a n ตัว a n อ่านว่า “ a ยกกาลัง n ” หรอื “ a กาลงั n ” หรอื “กาลัง n ของ a” 2. สมบัตขิ องการคณู เลขยกกาลงั เมือ่ a แทนจานวนใด ๆ m และ n แทนจานวนเตม็ บวก a m × a n = a m+ n 3. สมบตั ขิ องการหารเลขยกกาลัง เม่อื a เปน็ จานวนใด ๆ ทไี่ มใ่ ช่เทา่ กบั 0 m และ n แทน จานวนเต็มบวก โดยที่ m > n am ÷ an = am - n 4. บทนยิ าม เมอ่ื a เปน็ จานวนใด ๆ ท่ไี ม่เทา่ กบั 0 a 0= 1 5. บทนิยาม เมอ่ื a เป็นจานวนใด ๆ ทไี่ มเ่ ท่ากบั 0 และ n แทนจานวนเต็มบวก a-n = 1 ������������ 6. สญั กรณ์วิทยาศาสตร์ เป็นการเขียนจานวนในรูปการณค์ ณู ที่มีเลขยกกาลงั ซง่ึ มีฐานเปน็ สบิ และมี เลขชก้ี าลงั เป็นจานวนเต็ม โดยมีรูปท่วั ไปเปน็ A × 10n เมอ่ื 1 ≤ A ≤ 10 และ n เป็นจานวนเตม็ 6. สาระการเรยี นรู้ เลขยกกาลัง 7. กิจกรรมการเรยี นรู้ ครใู ห้นกั เรยี นทาแบบทกสอบท้ายบทเรื่อง เลขยกกาลงั เพื่อทดสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้ แบบทดสอบเร่ืองเลขยกกาลงั 9. การวัดและประเมินผล 9.1 การวัดผล วธิ ีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ รายบคุ คล รายบุคคล 9.2 การประเมินผล ประเดน็ การ ระดบั คุณภาพ ประเมิน 4 32 1 1. เกณฑก์ าร (ดมี าก) (ตอ้ งปรับปรงุ ) ประเมินการฝึก ทาแบบทดสอบได้ (ดี) (กาลังพฒั นา) ทาแบบทดสอบได้ ทักษะและ อยา่ งถูกต้องร้อย อยา่ งถูกต้องต่ากว่า แบบฝกึ หัด ละ 90 ขึน้ ไป ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ รอ้ ยละ 60 2. เกณฑ์การ ประเมินความ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถกู ต้องรอ้ ยละ ใช้รปู ภาษา และ สามารถในการ สญั ลักษณ์ทาง สอ่ื สาร ส่อื 80 - 89 60 - 79 คณิตศาสตรใ์ นการ ความหมายทาง สอ่ื สาร คณติ ศาสตร์ ใชร้ ปู ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ ใช้รปู ภาษา และ สือ่ ความหมาย สัญลกั ษณ์ทาง สรุปผล และ 3. เกณฑ์การ สญั ลกั ษณท์ าง สญั ลักษณท์ าง คณติ ศาสตร์ในการ นาเสนอไม่ได้ ประเมนิ ความ สอื่ สาร สามารถในการ คณติ ศาสตรใ์ นการ คณติ ศาสตร์ในการ สื่อความหมาย ทาความเขา้ ใจ แกป้ ัญหา สรุปผล และ ปญั หา คิดวิเคราะห์ สื่อสาร สื่อสาร นาเสนอไดถ้ กู ตอ้ ง มรี ่องรอยของการ บางสว่ น สือ่ ความหมาย สอื่ ความหมาย ทาความเข้าใจ สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ ปัญหา คดิ วเิ คราะห์ วางแผนแกป้ ัญหา นาเสนอได้อย่าง นาเสนอไดถ้ กู ต้อง และเลอื กใชว้ ธิ ีการ ถกู ต้อง ชดั เจน แต่ขาดรายละเอยี ด ทส่ี มบรู ณ์ ทาความเข้าใจ ทาความเขา้ ใจ ปญั หา คดิ ปญั หา คดิ วเิ คราะห์ วิเคราะห์ วางแผน วางแผนแกป้ ัญหา แก้ปัญหา และเลอื กใช้วิธีการ

ประเด็นการ ระดับคณุ ภาพ ประเมิน 43 2 1 4. เกณฑ์การ (ตอ้ งปรับปรงุ ) ประเมนิ ความ (ดมี าก) (ด)ี (กาลงั พฒั นา) วางแผนแก้ปญั หา สามารถในการ แต่ไมส่ าเร็จ เชอื่ มโยง และเลือกใช้วธิ ีการ ทเ่ี หมาะสม แต่ ได้บางส่วน คาตอบ ใชค้ วามรทู้ าง 5. เกณฑ์การ ที่เหมาะสม โดย ความสมเหตุสมผล ที่ได้ยังไมม่ ีความ คณติ ศาสตรเ์ ป็น ประเมินความมุ เครอ่ื งมอื ในการ มานะในการทา คานึงถึงความ ของคาตอบยังไม่ดี สมเหตุสมผล และ เรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ความเข้าใจ เนอื้ หาตา่ ง ๆ หรอื ปัญหาและ สมเหตุสมผลของ พอ และตรวจสอบ ไมม่ ีการตรวจสอบ ศาสตรอ์ ื่น ๆ และ แก้ปัญหาทาง นาไปใช้ในชวี ิตจริง คณิตศาสตร์ คาตอบพรอ้ มทั้ง ความถูกตอ้ งไม่ได้ ความถกู ตอ้ ง ไมม่ ีความต้ังใจและ ตรวจสอบความ พยายามในการทา ความเข้าใจปัญหา ถูกต้องได้ และแกป้ ัญหาทาง คณิตศาสตร์ ไมม่ ี ใชค้ วามรู้ทาง ใช้ความรู้ทาง ใชค้ วามร้ทู าง ความอดทนและ ท้อแทต้ อ่ อปุ สรรค คณิตศาสตรเ์ ปน็ คณิตศาสตรเ์ ป็น คณติ ศาสตรเ์ ปน็ จนทาใหแ้ กป้ ญั หา ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ เคร่อื งมอื ในการ เคร่ืองมือในการ เคร่อื งมือในการ ไมส่ าเร็จ เรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ เรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ เรียนรู้คณิตศาสตร์ เนือ้ หาตา่ ง ๆ หรือ เนือ้ หาต่าง ๆ หรอื เน้อื หาตา่ ง ๆ หรอื ศาสตรอ์ นื่ ๆ และ ศาสตร์อน่ื ๆ และ ศาสตร์อืน่ ๆ และ นาไปใช้ในชีวติ จริง นาไปใชใ้ นชีวติ จรงิ นาไปใช้ในชวี ติ จริง ได้อยา่ งสอดคลอ้ ง ไดบ้ างส่วน เหมาะสม มีความต้งั ใจและ มคี วามต้งั ใจและ มีความตง้ั ใจและ พยายามในการทา พยายามในการทา พยายามในการทา ความเขา้ ใจปญั หา ความเขา้ ใจปญั หา ความเข้าใจปญั หา และแก้ปัญหาทาง และแกป้ ญั หาทาง และแก้ปญั หาทาง คณติ ศาสตร์ มี คณิตศาสตร์ แตไ่ ม่ คณิตศาสตร์ แตไ่ ม่ ความอดทนและไม่ มีความอดทนและ มคี วามอดทนและ ท้อแท้ตอ่ อุปสรรค ท้อแท้ตอ่ อุปสรรค ท้อแทต้ อ่ อุปสรรค จนทาใหแ้ กป้ ญั หา จนทาให้แก้ปญั หา จนทาให้แกป้ ญั หา ทางคณิตศาสตรไ์ ด้ ทางคณติ ศาสตร์ได้ ทางคณิตศาสตร์ได้ สาเร็จ ไม่สาเร็จเลก็ นอ้ ย ไมส่ าเรจ็ เป็นสว่ น ใหญ่ 6. เกณฑก์ าร มีความมงุ่ ม่ันใน มีความมุง่ ม่นั ในการ มีความมงุ่ ม่ันในการ มคี วามม่งุ ม่ันในการ ประเมินความ การทางานอยา่ ง ทางานอยา่ ง ทางานอย่าง ทางานแตไ่ ม่มีความ

ประเด็นการ ระดบั คณุ ภาพ ประเมนิ 43 2 1 มุง่ มนั่ ในการ (ต้องปรบั ปรุง) ทางาน (ดมี าก) (ดี) (กาลังพัฒนา) รอบคอบ ส่งผลให้ งานไมป่ ระสบ รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน ผลสาเร็จอยา่ งที่ ควร ประสบผลสาเร็จ ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเร็จ เรียบร้อย ครบถ้วน เรียบร้อยสว่ นใหญ่ เรียบร้อยส่วนน้อย สมบูรณ์ 10. บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้ 10.1 สรุปผลหลงั การจดั การเรียนรู้ 1. นักเรยี นจานวน..................คน ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้......................คน คดิ เป็นร้อยละ.................. ไมผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้..................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................. นักเรยี นนีไ่ ม่ผา่ น มีดังน้ี 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 2. นักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 3. นกั เรยี นเกดิ ทักษะทางคณติ ศาสตร์ (P) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 4. นกั เรยี นมคี ณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ (A) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 10.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข .......................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................

10.3 ขอ้ เสนอแนะ ........................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (..........................................................) ตาแหนง่ .............................................. 11. ความคิดเห็นของหวั หนา้ สถานศกึ ษา/ ผู้ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย 1. ความเหมาะสมของกจิ กรรม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 2. ความเหมาะสมของเนื้อหา ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................ 3. ความเหมาะสมของเวลา ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 4. ความเหมาะสมของสื่อ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................

5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ .................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

ภาคผนวก 1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล (ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร)์ 2. แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล (คูณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์) 3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล (ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์) มคี วาม ท่ี ชื่อ – สกลุ มคี วาม สามารถใน มคี วาม มีความ มคี วาม รวม สามารถในกา การส่อื สาร สามารถใน สามารถใน สามารถใน สอ่ื ความ การเชอื่ มโยง การใหเ้ หตผุ ล การคดิ 20 แก้ปัญหา หมายทาง สรา้ งสรรค์ คะแนน คณิตศาสตร์ 43214321432143214321

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ = ดีมาก ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั = ดี ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง = พอใช้ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ัง = ปรับปรุง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 16 - 20 ดีมาก 11 - 15 ดี 6 - 10 พอใช้ 1-5 ปรบั ปรุง ลงชือ่ .......................................................ผูป้ ระเมนิ (......................................................) ..................../.........................../..................

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล (คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์) มคี วามมมุ านะใน ท่ี ชื่อ – สกุล การทาความเข้าใจ มีความมุ่งมัน่ ใน รวม ปัญหาและ การทางาน 8 คะแนน แกป้ ัญหาทาง คณิตศาสตร์ 43214321

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ = ดมี าก ให้ 4 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ = ดี ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั = พอใช้ ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้งั = ปรับปรงุ ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 7-8 ดีมาก 5-6 ดี 3-4 พอใช้ 1-2 ปรับปรงุ ลงช่อื .......................................................ผู้ประเมนิ (......................................................) ..................../.........................../..................

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ กลุ่มที่.................................................. สมาชิกของกลุ่ม 1. ................................................................................................................... 2. .................................................................................................................. 3. .................................................................................................................. 4. .................................................................................................................. 5. .................................................................................................................. 6. .................................................................................................................. ลาดบั พฤตกิ รรม คุณภาพการปฏบิ ตั ิ ที่ 4 3 21 1 มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเห็น 2 มคี วามกระตือรือรน้ ในการทางาน 3 รบั ผิดชอบในงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย 4 มีข้ันตอนในการทางานอย่างเป็นระบบ 5 ใชเ้ วลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม รวม ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมนิ (......................................................) ..................../.........................../..................

เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ = ดีมาก ให้ 4 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครัง้ = ดี ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั = พอใช้ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครงั้ = ปรับปรุง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 17-20 ดมี าก 13-16 ดี 9-12 พอใช้ 5-8 ปรับปรงุ

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 40 สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ รายวิชา คณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน รหัสวิชา ค 21101 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2562 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 ทศนยิ มและเศษส่วน เรอ่ื ง ค่าประจาหลกั ของทศนิยม เวลา 1 ชว่ั โมง วันท่ี............. เดอื น........................................ พ.ศ. ................... ครูผสู้ อน........................................................... 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ จานวน ผลท่เี กิดขน้ึ จากการดาเนนิ การ สมบัตขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้ 2. ตัวชว้ี ัดชั้นปี เขา้ ใจจานวนตรรกยะและความสมั พนั ธข์ องจานวนตรรกยะ และใชส้ มบตั ิของจานวนตรรกยะในการ แกป้ ัญหาคณติ ศาสตร์และปัญหาในชีวติ จรงิ (ค 1.1 ม.1/1) 3. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. บอกค่าประจาหลกั ของทศนิยมตาแหนง่ ต่าง ๆ และคา่ ของเลขโดด (K) 2. เปรียบเทยี บทศนิยม (K) 3. มคี วามสามารถในการส่ือสาร ส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ (P) 4. มคี วามสามารถในการแกป้ ัญหา (P) 5. มีความสามารถในเชือ่ มโยงความร้ทู างคณิตศาสตร์ (P) 6. มคี วามมมุ านะในการทาความเขา้ ใจปญั หาและแกป้ ญั หาทางคณิตศาสตร์ (A) 7. มีความมุง่ มัน่ ในการทางาน (A) 4. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น 1. มีความสามารถในการสื่อสาร 2. มคี วามสามารถในการแกป้ ญั หา 3. มีความสามารถในการคิดสรา้ งสรรค์

5. สาระสาคญั 1. จานวนทอี่ ยูใ่ นรปู ทศนิยม ประกอบดว้ ยสองส่วน คือ สว่ นทีเ่ ปน็ จานวนเตม็ และส่วนทอี่ ยู่หลังจุด ทศนยิ ม โดยมีจุดทศนยิ มค่นั ระหวา่ งสองส่วนนั้น 2.คา่ ประจาหลกั ของทศนิยม คา่ ประจาหลกั จานวนเตม็ ทศนิยม ... หลัก หลกั หลัก หลัก ตาแหน่ง ตาแหนง่ ตาแหน่ง ตาแหนง่ ... พัน ร้อย สิบ หน่วย ท่ี 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ... 103 102 10 1 1 1 1 1 ... 10 102 103 104 6. สาระการเรียนรู้ ค่าประจาหลักของทศนยิ ม 7. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครูสนทนาเก่ียวกบั ตั๋วรถประจาทาง ป้ายบอกราคานา้ มนั เป็นลิตร อัตราแลกเปลีย่ นเงนิ ตรา รวมถึงการนาเสนอข้อมลู ตามสือ่ ต่าง ๆ มาอภปิ รายหรือสนทนากนั ในชนั้ เรียน เพือ่ ใหเ้ ห็นการใชท้ ศนิยมในชวี ติ จรงิ พรอ้ มท้งั ทบทวนว่า จานวนทอี่ ยใู่ น รูปทศนิยม เช่น 18.542 ประกอบด้วยสองส่วน คอื สว่ นท่ีเป็น จานวนเต็มซง่ึ อยหู่ น้าจุดทศนยิ ม และส่วนท่ไี มใ่ ช่ จานวนเต็ม ซงึ่ อยู่หลงั จุดทศนิยม 2. ครแู นะนาเก่ยี วกบั คา่ ประจาหลกั และค่าของเลขโดดในตาแหน่งตา่ ง ๆ ของทศนิยม โดยเชื่อมโยง กบั เลขยกกาลัง ดังน้ี คา่ ประจาหลกั จานวนเตม็ ทศนยิ ม ... หลัก หลัก หลัก หลกั ตาแหน่ง ตาแหนง่ ตาแหนง่ ตาแหน่ง ... พัน รอ้ ย สิบ หนว่ ย ท่ี 1 ที่ 2 ท่ี 3 ที่ 4 ... 103 102 10 1 1 1 1 1 ... 10 102 103 104 3. จากตารางครูใช้การถาม – ตอบ ดงั ตอ่ ไปนี้ 1. คา่ ประจาหลักของเลขโดดซง่ึ อย่ใู นหลกั พนั เป็นเทา่ ไหร่ 2. ค่าประจาหลกั ของทศนิยมตาแหน่งที่ 4 เป็นเท่าไหร่

4. ครูยกตวั อย่างการเขยี นจานวนทศนิยมใหอ้ ยใู่ นรูปของการกระจาย ดังนี้ ตัวอย่างท่ี 1 จากจานวน 0.561 จงเขียนให้อยู่ในรูปการกระจาย วิธที า 0.561 = (5 × 1) + (6 × )1 + (1 × )1 10 102 103 ตัวอย่างที่ 2 จากจานวน 261.9035 จงเขยี นให้อยใู่ นรปู การกระจาย วธิ ีทา 261.9035 = (2 × 102) + (6 × 10) + (1 × 1) + (9 × 1 ) 10 + (0 × )1 + (3 × )1 + (5 × )1 102 103 104 ตัวอยา่ งที่ 3 จงเขียนจานวน (4 × 102) + (0 × 10) + (9 × 1) + (3 × 1) + (6 × )1 + 10 102 (0 × )1 + (3 × )1 ในรปู ทศนิยม 103 104 วิธีทา (4 × 102) + (0 × 10) + (9 × 1) + (3 × 1) + (6 × )1 + 10 102 (0 × )1 + (3 × )1 103 104 = (4×100) + (0) + (9) + (3 × 0.1) + ( 6 × 0.01) + (0)+(3 × 0.0001) = 400 + 0 +9 + 0.3 + 0.06 + 0 + 0.0003 = 409.3603 5. ครูให้นกั เรียนทาแบบฝึกทกั ษะที่ 4.1 เร่ืองค่าประจาหลกั ของทศนิยม 6. ครูและนกั เรียนร่วมกันสรุป เก่ยี วกบั คา่ ประจาหลักและคา่ ของเลขโดดในตาแหนง่ ต่าง ๆ ของ ทศนิยม โดยเชื่อมโยงกับเลขยกกาลัง ดังน้ี ค่าประจาหลัก จานวนเตม็ ทศนิยม ... หลัก หลัก หลกั หลกั ตาแหนง่ ตาแหน่ง ตาแหนง่ ตาแหน่ง ... พนั ร้อย สบิ หน่วย ท่ี 1 ท่ี 2 ท่ี 3 ที่ 4 ... 103 102 10 1 1 1 1 1 ... 10 102 103 104 7. ครูใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกทกั ษะท่ี 4.1 ก (ในหนังสอื เรียน) 8. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้ 1. หนงั สือเรยี น 2. แบบฝกึ ทักษะท่ี 4.1 เร่อื งคา่ ประจาหลักของทศนิยม 3. แบบฝึกหัด

9. การวัดและประเมนิ ผล เครือ่ งมือ เกณฑ์ แบบฝึกหัดและแบบฝกึ ทักษะ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 9.1 การวัดผล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ วิธกี าร รายบคุ คล ตรวจแบบฝกึ หัดและแบบฝึกทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรมการทางาน รายบคุ คล 9.2 การประเมนิ ผล ประเด็นการ ระดบั คณุ ภาพ ประเมนิ 4 32 1 1. เกณฑ์การ (ดีมาก) (ต้องปรับปรงุ ) ประเมนิ การฝึก ทาแบบทดสอบได้ (ดี) (กาลังพฒั นา) ทาแบบทดสอบได้ ทักษะและ อย่างถกู ต้องรอ้ ย อย่างถกู ต้องต่ากวา่ แบบฝึกหดั ละ 90 ขน้ึ ไป ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ รอ้ ยละ 60 2. เกณฑก์ าร ประเมนิ ความ ใช้รปู ภาษา และ อย่างถกู ตอ้ งรอ้ ยละ อย่างถูกตอ้ งรอ้ ยละ ใชร้ ปู ภาษา และ สามารถในการ สัญลกั ษณท์ าง สัญลกั ษณ์ทาง สื่อสาร สอ่ื คณติ ศาสตรใ์ นการ 80 - 89 60 - 79 คณิตศาสตรใ์ นการ ความหมายทาง สอ่ื สาร สอื่ สาร คณิตศาสตร์ สอ่ื ความหมาย ใช้รูป ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ สอื่ ความหมาย สรุปผล และ สัญลักษณท์ าง สัญลักษณ์ทาง สรปุ ผล และ 3. เกณฑ์การ นาเสนอไดอ้ ยา่ ง คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ นาเสนอไม่ได้ ประเมนิ ความมุ ถูกต้อง ชดั เจน สอ่ื สาร สอ่ื สาร มานะในการทา ส่ือความหมาย ส่อื ความหมาย ไมม่ คี วามตง้ั ใจและ ความเขา้ ใจ มคี วามตง้ั ใจและ สรปุ ผล และ สรุปผล และ พยายามในการทา ปัญหาและ พยายามในการทา นาเสนอได้ถกู ตอ้ ง นาเสนอไดถ้ กู ตอ้ ง ความเข้าใจปญั หา แก้ปัญหาทาง ความเขา้ ใจปญั หา แตข่ าดรายละเอยี ด บางส่วน และแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ และแก้ปัญหาทาง ทีส่ มบรู ณ์ คณติ ศาสตร์ ไม่มี คณติ ศาสตร์ มี มีความตงั้ ใจและ มคี วามตง้ั ใจและ ความอดทนและ ความอดทนและไม่ พยายามในการทา พยายามในการทา ทอ้ แทต้ อ่ อุปสรรค ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรค ความเขา้ ใจปญั หา ความเขา้ ใจปญั หา และแก้ปัญหาทาง และแกป้ ญั หาทาง คณติ ศาสตร์ แตไ่ ม่ คณิตศาสตร์ แต่ไม่ มีความอดทนและ มีความอดทนและ ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรค ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรค

ประเดน็ การ ระดับคณุ ภาพ ประเมนิ 43 2 1 4. เกณฑก์ าร (ตอ้ งปรับปรงุ ) ประเมนิ ความ (ดมี าก) (ดี) (กาลังพฒั นา) จนทาให้แกป้ ัญหา มงุ่ ม่นั ในการ ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ ทางาน จนทาให้แกป้ ัญหา จนทาใหแ้ กป้ ัญหา จนทาให้แกป้ ัญหา ไม่สาเร็จ ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ ทางคณติ ศาสตร์ได้ ทางคณิตศาสตร์ได้ สาเรจ็ ไมส่ าเรจ็ เล็กน้อย ไม่สาเรจ็ เปน็ ส่วน ใหญ่ มีความมุ่งม่นั ใน มีความมงุ่ มัน่ ในการ มีความมงุ่ ม่ันในการ มคี วามมงุ่ มัน่ ในการ การทางานอย่าง ทางานอย่าง ทางานอยา่ ง ทางานแต่ไมม่ คี วาม รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ ส่งผลให้ ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเรจ็ งานไม่ประสบ เรียบรอ้ ย ครบถว้ น เรียบร้อยสว่ นใหญ่ เรียบร้อยส่วนน้อย ผลสาเร็จอยา่ งท่ี สมบรู ณ์ ควร 10. บันทึกผลหลังการจัดการเรยี นรู้ 10.1 สรปุ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้ 1. นักเรยี นจานวน..................คน ผ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้......................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................. ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้..................คน คิดเป็นร้อยละ.................. นักเรียนนไ่ี มผ่ า่ น มดี งั นี้ 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนกั เรียนทไ่ี มผ่ า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 2. นกั เรียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจในคณติ ศาสตร์ (K) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 3. นกั เรียนเกิดทักษะทางคณิตศาสตร์ (P) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................

4. นักเรยี นมีคณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค์ (A) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 10.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 10.3 ข้อเสนอแนะ ........................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง.............................................. 11. ความคิดเห็นของหัวหนา้ สถานศกึ ษา/ ผู้ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย 1. ความเหมาะสมของกิจกรรม ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 2. ความเหมาะสมของเน้ือหา ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................ 3. ความเหมาะสมของเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................

4. ความเหมาะสมของสอ่ื ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................ 5. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ .................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 41 สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ รายวิชา คณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน รหัสวิชา ค 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2562 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ทศนิยมและเศษส่วน เรือ่ ง การเปรียบเทยี บทศนยิ ม เวลา 1 ช่ัวโมง วันที่............. เดือน........................................ พ.ศ. ................... ครูผสู้ อน........................................................... 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของ จานวน ผลท่เี กดิ ขนึ้ จากการดาเนินการ สมบัตขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้ 2. ตัวชว้ี ัดชัน้ ปี เขา้ ใจจานวนตรรกยะและความสมั พนั ธข์ องจานวนตรรกยะ และใชส้ มบตั ิของจานวนตรรกยะในการ แกป้ ญั หาคณติ ศาสตรแ์ ละปัญหาในชวี ติ จรงิ (ค 1.1 ม.1/1) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกค่าประจาหลักของทศนิยมตาแหนง่ ต่าง ๆ และคา่ ของเลขโดด (K) 2. เปรยี บเทยี บทศนิยม (K) 3. มคี วามสามารถในการส่ือสาร ส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ (P) 4. มคี วามสามารถในการแกป้ ญั หา (P) 5. มีความสามารถในเชอื่ มโยงความร้ทู างคณิตศาสตร์ (P) 6. มีความมมุ านะในการทาความเขา้ ใจปญั หาและแกป้ ญั หาทางคณิตศาสตร์ (A) 7. มีความมุ่งมน่ั ในการทางาน (A) 4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน 1. มคี วามสามารถในการส่ือสาร 2. มีความสามารถในการแกป้ ัญหา 3. มคี วามสามารถในการคิดสรา้ งสรรค์

5. สาระสาคญั 1. คา่ สัมบรู ณข์ องทศนยิ มใดๆ หาไดจ้ ากระยะที่ทศนยิ มนน้ั อยหู่ ่างจาก 0 บนเสน้ จานวน 2. การเปรียบทศนิยม - การเปรียบเทียบทศนิยมท่ีเป็นจานวนบวกสองจานวนใดๆ ทศนยิ มที่มีเลขโดดในตาแหน่ง นั้นมากกว่า จะเป็นทศนิยมท่มี ากกว่า - การเปรยี บเทียบทศนิยมทเ่ี ปน็ จานวนลบสองจานวนใดๆ ใหน้ าค่าสมบรู ณข์ องทศนยิ มทงั้ สองมาเปรยี บเทยี บกัน โดยทศนิยมท่ีมีคา่ สัมบูรณ์นอ้ ยกวา่ จะเปน็ ทศนิยมทม่ี ากกวา่ - การเปรียบเทียบทศนิยมท่เี ป็นจานวนบวกและทศนยิ มทเี่ ปน็ จานวนลบ จะได้วา่ ทศนยิ มท่ี เป็นจานวนบวกยอ่ มมีค่ามากกว่าทศนยิ มที่เป็นจานวนลบ 6. สาระการเรยี นรู้ การเปรียบเทยี บทศนยิ ม 7. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1.ครูอธิบายให้นักเรยี นทราบถึงค่าสมั บูรณ์ของทศนิยมใหน้ ักเรยี นฟงั โดยพิจารณาจากการเขียนแสดง ทศนยิ มบนเสน้ จานวนน้ี ทศนิยมท่ีอยทู่ างขวาของ 0 เป็นทศนิยมท่ีเป็นจานวนบวก ทศนิยมทีอ่ ยู่ทางซา้ ยของ 0 เปน็ ทศนิยมทเ่ี ป็นจานวนลบ ดงั น้ี -2 -1.75 -1.50 -1.25 -1 -0.75 -0.50 -0.25 0 0.25 0.50 0.15 1 1.25 1.50 1.75 2 2. ครอู ธบิ ายการหาคา่ สมบรู ณ์ ดงั น้ี คา่ สัมบรู ณข์ องจานวนเต็มใด ๆ หาไดจ้ ากระยะท่ีจานวนเต็มน้นั อยหู่ า่ งจาก 0 บนเส้นจานวน เราจะใช้ หลกั การน้หี าค่าสมบูรณ์ของทศนิยมโดยใช้เสน้ จานวน ดังตวั อย่าง -1 -0.75 0 0.75 1 0.75 อยูห่ ่างจาก 0 เป็นระยะ 0.75 หน่วย ดงั นนั้ ค่าสมั บูรณ์ ของ 0.75 เทา่ กับ 0.75 -0.75 อย่หู า่ งจาก 0 เปน็ ระยะ 0.75 หนว่ ย ดงั น้ัน ค่าสัมบูรณ์ ของ -0.75 เท่ากับ 0.75

3. ครูยกตัวอย่างการหาค่าสัมบูรณข์ องทศนยิ ม ดังนี้ ตัวอย่าง - คา่ สมั บรู ณ์ของ 3.5 เทา่ กบั 3.5 เนือ่ งจาก 3.5 อย่หู า่ งจาก 0 เปน็ ระยะ 3.5 หน่วย - คา่ สัมบูรณ์ของ -3.5 เท่ากบั 3.5 เนือ่ งจาก -3.5 อยูห่ า่ งจาก 0 เปน็ ระยะ 3.5 หน่วย - ค่าสมั บรู ณข์ อง0.15เท่ากับ 0.15 เน่อื งจาก 0.15 อยหู่ ่างจาก 0 เป็นระยะ 0.15 หน่วย - ค่าสมั บูรณข์ อง -0.15เท่ากับ 0.15 เนื่องจาก -0.15 อยหู่ ่างจาก 0 เป็นระยะ 0.15 หนว่ ย 4. ครอู ธิบายถงึ การเปรียบเทยี บทศนิยมดังน้ี - การเปรียบเทียบทศนยิ มที่เปน็ จานวนบวกสองจานวนใดๆ ทศนยิ มท่มี ีเลขโดดในตาแหน่ง นัน้ มากกวา่ จะเปน็ ทศนิยมที่มากกว่า พรอ้ มยกตวั อยา่ งประกอบ - การเปรียบเทียบทศนยิ มท่ีเป็นจานวนลบสองจานวนใดๆ ใหน้ าค่าสมบูรณข์ องทศนิยมทัง้ สองมาเปรยี บเทียบกนั โดยทศนยิ มที่มีคา่ สัมบรู ณ์นอ้ ยกวา่ จะเปน็ ทศนยิ มทม่ี ากกวา่ - การเปรยี บเทยี บทศนยิ มทเ่ี ปน็ จานวนบวกและทศนิยมที่เปน็ จานวนลบ จะได้วา่ ทศนยิ มที่ เป็นจานวนบวกยอ่ มมีคา่ มากกว่าทศนยิ มท่ีเป็นจานวนลบ 5. ครูให้นักเรยี นศึกษาตวั อยา่ งการเปรียบเทียบทศนิยม ในหนังสือเรียนหน้า 169 – 172 โดยมีครู ค่อยช่วยอธบิ ายเพิ่มเติมจนนักเรียนเขา้ ใจ 6. ครูใหน้ ักเรยี นทาแบบฝกึ ทกั ษะท่ี 4.2 เรือ่ งการเปรยี บเทยี บทศนยิ ม 7. ครูทบทวนการเปรียบเทียบทศนิยมดงั น้ี - การเปรียบเทยี บทศนิยมที่เปน็ จานวนบวกสองจานวนใดๆ ทศนยิ มทม่ี เี ลขโดดในตาแหนง่ นนั้ มากกว่า จะเปน็ ทศนยิ มท่ีมากกวา่ พรอ้ มยกตัวอยา่ งประกอบ ดงั นี้ - การเปรยี บเทยี บทศนิยมท่ีเปน็ จานวนลบสองจานวนใดๆ ใหน้ าค่าสมบูรณข์ องทศนิยมท้ังสองมา เปรยี บเทียบกนั โดยทศนยิ มทมี่ ีค่าสมั บูรณน์ อ้ ยกวา่ จะเป็นทศนิยมท่มี ากกว่า - การเปรียบเทียบทศนยิ มท่เี ป็นจานวนบวกและทศนิยมที่เป็นจานวนลบ จะไดว้ า่ ทศนิยมทีเ่ ปน็ จานวนบวกย่อมมคี ่ามากกว่าทศนิยมที่เปน็ จานวนลบ 8. ครใู หน้ ักเรยี นทาแบบฝึกหัดท่ี 4.1 ข

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสอื เรียน 2. แบบฝึกทกั ษะท่ี 4.2 เร่อื งการเปรียบเทียบทศนิยม 3. แบบฝกึ หัด 9. การวัดและประเมินผล 9.1 การวัดผล วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์ ตรวจแบบฝึกหัดและแบบฝึกทกั ษะ แบบฝึกหดั และแบบฝึกทักษะ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ รายบุคคล รายบุคคล 9.2 การประเมนิ ผล ประเด็นการ ระดับคณุ ภาพ ประเมิน 4 32 1 1. เกณฑก์ าร (ดีมาก) (ต้องปรบั ปรุง) ประเมนิ การฝกึ ทาแบบทดสอบได้ (ดี) (กาลงั พฒั นา) ทาแบบทดสอบได้ ทักษะและ อย่างถูกต้องรอ้ ย อย่างถูกตอ้ งต่ากวา่ แบบฝกึ หดั ละ 90 ขึ้นไป ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ ร้อยละ 60 2. เกณฑ์การ ประเมนิ ความ ใชร้ ปู ภาษา และ อยา่ งถกู ตอ้ งร้อยละ อย่างถูกต้องร้อยละ ใช้รูป ภาษา และ สามารถในการ สญั ลักษณท์ าง สญั ลกั ษณท์ าง สอื่ สาร สื่อ คณติ ศาสตรใ์ นการ 80 - 89 60 - 79 คณติ ศาสตร์ในการ ความหมายทาง สื่อสาร สอ่ื สาร คณิตศาสตร์ สอื่ ความหมาย ใชร้ ปู ภาษา และ ใช้รปู ภาษา และ สือ่ ความหมาย สรุปผล และ สญั ลักษณท์ าง สัญลักษณท์ าง สรปุ ผล และ นาเสนอได้อยา่ ง คณติ ศาสตร์ในการ คณิตศาสตรใ์ นการ นาเสนอไม่ได้ ถูกต้อง ชัดเจน ส่ือสาร ส่ือสาร สือ่ ความหมาย สอ่ื ความหมาย สรุปผล และ สรปุ ผล และ นาเสนอได้ถูกต้อง นาเสนอไดถ้ กู ต้อง แต่ขาดรายละเอียด บางส่วน ทีส่ มบูรณ์

ประเด็นการ 4 ระดับคุณภาพ 1 ประเมนิ (ดมี าก) 32 (ตอ้ งปรบั ปรุง) มีความตง้ั ใจและ (ด)ี (กาลังพฒั นา) ไม่มีความต้งั ใจและ 3. เกณฑก์ าร พยายามในการทา มคี วามต้งั ใจและ มีความต้งั ใจและ พยายามในการทา ประเมินความมุ ความเขา้ ใจปญั หา พยายามในการทา พยายามในการทา ความเขา้ ใจปญั หา มานะในการทา และแกป้ ญั หาทาง ความเข้าใจปัญหา ความเขา้ ใจปัญหา และแก้ปัญหาทาง ความเขา้ ใจ คณิตศาสตร์ มี และแกป้ ัญหาทาง และแกป้ ัญหาทาง คณิตศาสตร์ ไมม่ ี ปญั หาและ ความอดทนและไม่ คณิตศาสตร์ แต่ไม่ คณิตศาสตร์ แต่ไม่ ความอดทนและ แกป้ ัญหาทาง ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรค มคี วามอดทนและ มคี วามอดทนและ ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรค คณติ ศาสตร์ จนทาใหแ้ ก้ปัญหา ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรค ท้อแทต้ อ่ อุปสรรค จนทาใหแ้ ก้ปญั หา ทางคณิตศาสตรไ์ ด้ จนทาให้แกป้ ญั หา จนทาให้แกป้ ญั หา ทางคณติ ศาสตร์ได้ สาเร็จ ทางคณิตศาสตรไ์ ด้ ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ ไม่สาเร็จ ไม่สาเร็จเล็กนอ้ ย ไม่สาเร็จเปน็ สว่ น ใหญ่ 4. เกณฑก์ าร มีความมุ่งมน่ั ใน มีความมุ่งมนั่ ในการ มีความมุง่ ม่นั ในการ มีความมงุ่ มน่ั ในการ ประเมนิ ความ การทางานอยา่ ง ทางานอยา่ ง ทางานอย่าง ทางานแตไ่ มม่ คี วาม มุ่งมน่ั ในการ รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ สง่ ผลให้ ทางาน ประสบผลสาเร็จ ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเร็จ งานไมป่ ระสบ เรยี บร้อย ครบถว้ น เรียบรอ้ ยส่วนใหญ่ เรยี บรอ้ ยส่วนน้อย ผลสาเรจ็ อย่างที่ สมบรู ณ์ ควร 10. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้ 10.1 สรุปผลหลังการจดั การเรียนรู้ 1. นักเรียนจานวน..................คน ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู.้ .....................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................. ไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้..................คน คิดเป็นร้อยละ.................. นักเรียนนี่ไม่ผ่าน มีดังนี้ 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................

แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ มผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 2. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจในคณิตศาสตร์ (K) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 3. นักเรยี นเกิดทักษะทางคณิตศาสตร์ (P) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 4. นักเรียนมีคุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ (A) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 10.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 10.3 ขอ้ เสนอแนะ ........................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง.............................................. 11. ความคิดเห็นของหวั หนา้ สถานศกึ ษา/ ผู้ที่ได้รบั มอบหมาย 1. ความเหมาะสมของกจิ กรรม ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................

2. ความเหมาะสมของเน้อื หา ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 3. ความเหมาะสมของเวลา ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................ 4. ความเหมาะสมของสื่อ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 5. ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ .................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอื่ ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 42 สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตร์พน้ื ฐาน รหสั วชิ า ค 21101 ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2562 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ทศนยิ มและเศษสว่ น เร่อื ง การบวกทศนยิ ม เวลา 1 ชั่วโมง วันที.่ ............ เดอื น........................................ พ.ศ. ................... ครผู ู้สอน........................................................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ จานวน ผลทเี่ กิดข้นึ จากการดาเนนิ การ สมบัตขิ องการดาเนินการ และนาไปใช้ 2. ตวั ช้ีวัดช้นั ปี เข้าใจจานวนตรรกยะและความสัมพนั ธ์ของจานวนตรรกยะ และใช้สมบตั ขิ องจานวนตรรกยะในการ แกป้ ัญหาคณติ ศาสตรแ์ ละปญั หาในชีวิตจรงิ (ค 1.1 ม.1/1) 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. หาผลบวกและผลลบของทศนิยมทก่ี าหนดให้ (K) 2. บอกความสัมพันธข์ องการบวกและการลบทศนยิ ม (K) 3. ตระหนกั ถึงความสมเหตสุ มผลของผลบวกและผลลบของทศนยิ มที่ได้ (K) 4. มคี วามสามารถในการส่ือสาร สอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P) 5. มคี วามสามารถในการแก้ปญั หา (P) 6. มีความสามารถในเชอ่ื มโยงความรูท้ างคณติ ศาสตร์ (P) 7. มีความมมุ านะในการทาความเขา้ ใจปญั หาและแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ (A) 8. มีความม่งุ มั่นในการทางาน (A) 4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น 1. มีความสามารถในการสือ่ สาร 2. มีความสามารถในการแก้ปัญหา 3. มีความสามารถในการคิดสรา้ งสรรค์

5. สาระสาคัญ 1. การบวกทศนยิ มที่เปน็ จานวนบวกด้วยทศนิยมทเี ปน็ จานวนบวก ใหน้ าเลขโดดทีอ่ ยใู่ นหลกั เดียวกนั หรือตาแหนง่ เดยี วกนั มาบวกกนั โดยใชว้ ิธเี ดียวกันกบั การบวกจานวนเตม็ บวกด้วยจานวนเตม็ บวก ซ่งึ จะได้ คาตอบเป็นทศนยิ มที่เปน็ จานวนบวก 2. การบวกทศนยิ มทีเ่ ปน็ จานวนลบด้วยทศนยิ มที่เป็นจานวนลบ ให้นาคา่ สัมบูรณข์ องทศนิยมทัง้ สอง จานวนมาบวกกัน แล้วตอบเป็นทศนิยมท่ีเป็นจานวนลบ 3. การบวกกันของทศนิยมทีเ่ ป็นจานวนบวกกับทศนยิ มท่ีเป็นจานวนลบ ให้นาคา่ สัมบรู ณ์ทีม่ ากกว่า ลบด้วยค่าสัมบรู ณ์ท่นี อ้ ยกวา่ แลว้ ตอบเปน็ ทศนยิ มทีเ่ ป็นจานวนบวกหรอื จานวนลบตามทศนยิ มท่ีมีคา่ สมั บูรณ์ มากกวา่ 4. สมบัตกิ ารสลบั ทีก่ ารบวก เมื่อมีทศนิยมสองจานวนบวกกนั เราสามารถสลบั ที่ระหวา่ งตวั ตัง้ และตัว บวกได้ โดยท่ีผลลพั ธย์ ังคงเท่ากนั เมือ่ a และ b เป็นทศนยิ มใดๆ a + b = b + a 5. สมบัตกิ ารเปลย่ี นหมู่การบวก เมอ่ื มีทศนยิ มสามจานวนบวกกนั เราสารถบวกทศนิยมคู่แรกหรอื คู่ หลงั กอ่ นก็ได้ โดยท่ีผลลัพธส์ ดุ ท้ายยงั คงเท่ากัน เมือ่ a และ b เป็นทศนิยมใดๆ (a+b)+c = a+(b+c) 6. การบวกทศนิยมดว้ ยศนู ย์ การบวกทศนยิ มใด ๆ ดว้ ยศูนย์หรอื การบวกศนู ยด์ ้วยทศนยิ มใด ๆ จะ ได้ผลบวกเท่ากบั ทศนิยมน้ัน ๆ เสมอ เมอ่ื a เป็นทศนยิ มใดๆ a + 0 = 0 + a = 0 6. สาระการเรยี นรู้ การบวกบทศนิยม 7. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูควรเช่ือมโยงหลกั เกณฑ์การหาผลบวกของจานวนเตม็ และการบวกทศนิยมทเ่ี ป็นจานวนบวก เพื่อนาไปสู่ การหาผลบวกของทศนิยมท่เี ป็นจานวนบวกและจานวนลบ 2. ครูนาเสนอวิธีการบวกทศนิยมทเ่ี ป็นจานวนบวกด้วยทศนยิ มทีเป็นจานวนบวก ใหน้ าเลขโดดทีอ่ ยู่ ในหลกั เดยี วกนั หรือตาแหนง่ เดยี วกันมาบวกกัน โดยใช้วธิ เี ดยี วกนั กบั การบวกจานวนเต็มบวกดว้ ยจานวนเต็ม บวก ซึง่ จะได้คาตอบเป็นทศนยิ มท่ีเปน็ จานวนบวก พรอ้ มทงั้ ยกตัวอย่างประกอบดงั นี้

ตวั อย่างที่ 1 จงหาผลบวก 21.3 + 38.9 วธิ ที า 2 1 . 3 + 38.9 60.2 ตอบ 60.2 3. การบวกทศนิยมทเ่ี ป็นจานวนลบดว้ ยทศนิยมที่เปน็ จานวนลบ ใหน้ าค่าสัมบรู ณ์ของทศนยิ มทง้ั สอง จานวนมาบวกกัน แลว้ ตอบเป็นทศนิยมที่เปน็ จานวนลบ พร้อมทัง้ ยกตัวอย่าง ตัวอยา่ งที่ 2 จงหาผลบวก -0.34 + (-1.7) คา่ สมั บรู ณ์ ของ -0.34 เท่ากบั 0.34 วธิ ีทา 0 . 3 4 ค่าสัมบูรณ์ ของ -1.7 เท่ากับ 1.7 + 1.70 2.04 ดงั นน้ั -0.34 + (-1.7) = -2.04 ตอบ -2.04 หรอื แสดงอีกวิธี วิธที า -0 . 3 4+ -1 . 7 0 -2.04 ตอบ -2.04 4. การบวกกันของทศนยิ มท่ีเป็นจานวนบวกกบั ทศนยิ มท่เี ปน็ จานวนลบ ใหน้ าคา่ สมั บูรณ์ทม่ี ากกวา่ ลบด้วยค่าสมั บูรณ์ทน่ี อ้ ยกว่า แลว้ ตอบเป็นทศนยิ มที่เป็นจานวนบวกหรอื จานวนลบตามทศนยิ มที่มีคา่ สัมบรู ณ์ มากกว่า พร้อมท้ังยกตวั อย่าง

ตัวอย่างท่ี 4 จงหาผลบวก 5.34 + (-2.5) คา่ สัมบูรณ์ ของ 5.34 เทา่ กับ 5.34 วิธที า 5 . 3 4 คา่ สัมบูรณ์ ของ -2.5 เท่ากบั 2.5 - 2.50 เน่ืองจาก 5.34 > 2.5 2.84 ดงั นน้ั 5.34 + (-2.5) จะมีผลบวกเปน็ บวก ดังนน้ั 5.34 + (-2.5) = 2.84 ตอบ 2.84 ตัวอย่างท่ี 5 จงหาผลบวก -12.05 + 10.5 ค่าสัมบูรณ์ ของ -12.05 เท่ากับ 12.05 วิธีทา 1 2 . 0 5 ค่าสัมบูรณ์ ของ 10.5 เทา่ กับ 10.5 - 10.50 เน่อื งจาก 12.05 > 10.5 1.55 ดงั นนั้ -12.05 + 10.5 จะมผี ลบวกเป็นลบ ดังน้นั -12.05 + 10.5 = -1.55 ตอบ -1.55 5. สมบตั กิ ารสลบั ท่ีการบวก เม่ือมที ศนยิ มสองจานวนบวกกนั เราสามารถสลับท่รี ะหว่างตัวต้งั และ ตวั บวกได้ โดยท่ผี ลลพั ธย์ ังคงเท่ากนั เมือ่ a และ b เป็นทศนิยมใดๆ a + b = b + a พรอ้ มทัง้ ยกตวั อย่าง ดังน้ี 1) 1.25 + (-3.1) = -3.1 + 1.25 = -1.85 2) -5.67 + (-11.8) = -11.8 + (-5.67) = -17.47 6. สมบตั ิการเปลยี่ นหมู่การบวก เมือ่ มีทศนิยมสามจานวนบวกกนั เราสารถบวกทศนยิ มค่แู รกหรอื คู่ หลังกอ่ นก็ได้ โดยทีผ่ ลลัพธส์ ดุ ท้ายยังคงเท่ากัน เมอ่ื a และ b เป็นทศนิยมใดๆ (a+b)+c = a+(b+c) พร้อม ทง้ั ยกตัวอย่าง ดังนี้ 1) [17.31 + (-12.69)] + (-7.31) = 4.62 + (-7.31) = -2.69 17.31 + [(-12.69) + (-7.31)] = 17.31 + (-20) = -2.69

ดังนน้ั [17.31 + (-12.69)] + (-7.31) = 17.31 + [(-12.69) + (-7.31)] = -2.69 7. การบวกทศนิยมดว้ ยศูนย์ การบวกทศนิยมใด ๆ ด้วยศนู ย์หรือการบวกศูนยด์ ว้ ยทศนยิ มใด ๆ จะ ได้ผลบวกเท่ากบั ทศนิยมนั้น ๆ เสมอ เมื่อ a เปน็ ทศนิยมใดๆ a + 0 = 0 + a = 0 พรอ้ มทง้ั ยกตัวอย่าง 1) 6.07 + 0 = 6.07 2) 0 + 4.229 = 4.229 8. ครใู หน้ กั เรียนทาแบบฝึกทักษะท่ี 4.3 เรือ่ งการบวกทศนยิ ม 9. ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันสรปุ ความรู้เกย่ี วกับการบวกทศนยิ ม 10. ครใู ห้นักเรียนทาแบบฝกึ หัดท่ี 4.2 ก ในหนังสือเรยี น 8. สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้ 1. หนงั สอื เรียน 2. แบบฝึกทักษะที่ 4.3 เร่ืองการบวกทศนยิ ม 3. แบบฝกึ หัด 9. การวดั และประเมินผล 9.1 การวัดผล วิธกี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์ ตรวจแบบฝกึ หัดและแบบฝกึ ทักษะ แบบฝึกหดั และแบบฝึกทักษะ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤตกิ รรมการทางาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ รายบคุ คล รายบุคคล 9.2 การประเมนิ ผล ประเด็นการ ระดับคณุ ภาพ ประเมนิ 4 32 1 1. เกณฑ์การ (ดมี าก) (ตอ้ งปรับปรงุ ) ประเมินการฝกึ ทาแบบทดสอบได้ (ดี) (กาลงั พฒั นา) ทาแบบทดสอบได้ ทกั ษะและ อย่างถกู ต้องรอ้ ย อยา่ งถกู ตอ้ งต่ากว่า แบบฝึกหัด ละ 90 ขน้ึ ไป ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ ร้อยละ 60 อยา่ งถูกตอ้ งรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องร้อยละ 80 - 89 60 - 79

ประเดน็ การ 4 ระดับคุณภาพ 1 ประเมนิ (ดีมาก) 32 (ต้องปรบั ปรุง) ใชร้ ปู ภาษา และ (ดี) (กาลงั พัฒนา) ใช้รปู ภาษา และ 2. เกณฑ์การ สัญลกั ษณ์ทาง ใชร้ ูป ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ สัญลกั ษณ์ทาง ประเมินความ คณติ ศาสตร์ในการ สญั ลกั ษณท์ าง สญั ลกั ษณท์ าง คณิตศาสตร์ในการ สามารถในการ สือ่ สาร คณติ ศาสตรใ์ นการ คณติ ศาสตร์ในการ สื่อสาร สื่อสาร สอ่ื สื่อความหมาย สือ่ สาร สื่อสาร ส่อื ความหมาย ความหมายทาง สรปุ ผล และ ส่ือความหมาย สือ่ ความหมาย สรุปผล และ คณติ ศาสตร์ นาเสนอได้อย่าง สรุปผล และ สรปุ ผล และ นาเสนอไม่ได้ ถูกตอ้ ง ชดั เจน นาเสนอไดถ้ กู ตอ้ ง นาเสนอไดถ้ ูกต้อง 3. เกณฑ์การ แต่ขาดรายละเอียด บางส่วน ไม่มีความต้งั ใจและ ประเมินความมุ มีความต้งั ใจและ ที่สมบูรณ์ พยายามในการทา มานะในการทา พยายามในการทา มคี วามตัง้ ใจและ มคี วามตั้งใจและ ความเขา้ ใจปญั หา ความเขา้ ใจ ความเขา้ ใจปัญหา พยายามในการทา พยายามในการทา และแกป้ ญั หาทาง ปญั หาและ และแก้ปัญหาทาง ความเขา้ ใจปัญหา ความเขา้ ใจปญั หา คณติ ศาสตร์ ไมม่ ี แกป้ ัญหาทาง คณติ ศาสตร์ มี และแก้ปญั หาทาง และแก้ปัญหาทาง ความอดทนและ คณติ ศาสตร์ ความอดทนและไม่ คณติ ศาสตร์ แต่ไม่ คณติ ศาสตร์ แตไ่ ม่ ท้อแทต้ ่ออุปสรรค ท้อแท้ต่ออปุ สรรค มีความอดทนและ มคี วามอดทนและ จนทาใหแ้ ก้ปญั หา จนทาให้แกป้ ัญหา ท้อแทต้ ่ออปุ สรรค ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรค ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ ทางคณิตศาสตรไ์ ด้ จนทาให้แกป้ ญั หา จนทาให้แกป้ ัญหา ไมส่ าเรจ็ สาเร็จ ทางคณติ ศาสตร์ได้ ทางคณิตศาสตรไ์ ด้ ไม่สาเร็จเล็กนอ้ ย ไม่สาเรจ็ เปน็ ส่วน ใหญ่ 4. เกณฑ์การ มคี วามมงุ่ มนั่ ใน มีความมุ่งม่นั ในการ มีความม่งุ มน่ั ในการ มีความม่งุ มนั่ ในการ ประเมินความ การทางานอย่าง ทางานอย่าง ทางานอย่าง ทางานแต่ไม่มคี วาม มงุ่ ม่นั ในการ รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ สง่ ผลให้ ทางาน ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเร็จ งานไมป่ ระสบ เรียบร้อย ครบถ้วน เรียบร้อยสว่ นใหญ่ เรียบรอ้ ยส่วนน้อย ผลสาเรจ็ อย่างที่ สมบรู ณ์ ควร

10. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้ 10.1 สรุปผลหลงั การจดั การเรยี นรู้ 1. นกั เรียนจานวน..................คน ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้......................คน คดิ เป็นร้อยละ.................. ไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนร้.ู .................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................. นักเรียนนไี่ มผ่ ่าน มดี ังนี้ 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไ่ี ม่ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 2. นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 3. นักเรยี นเกิดทักษะทางคณติ ศาสตร์ (P) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 4. นักเรียนมีคุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ (A) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 10.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 10.3 ข้อเสนอแนะ ........................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ลงช่ือ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ ผ้ทู ไี่ ดร้ บั มอบหมาย 1. ความเหมาะสมของกิจกรรม ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 2. ความเหมาะสมของเนอื้ หา ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 3. ความเหมาะสมของเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 4. ความเหมาะสมของสื่อ ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 5. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ .................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอื่ ........................................................... (..........................................................) ตาแหนง่ ..............................................

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 43 สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตร์พน้ื ฐาน รหสั วชิ า ค 21101 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2562 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 ทศนิยมและเศษสว่ น เร่ือง การลบทศนยิ ม เวลา 1 ชั่วโมง วนั ท่.ี ............ เดือน........................................ พ.ศ. ................... ครผู ู้สอน........................................................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ จานวน ผลทีเ่ กดิ ขึน้ จากการดาเนินการ สมบัตขิ องการดาเนินการ และนาไปใช้ 2. ตวั ชี้วัดชน้ั ปี เขา้ ใจจานวนตรรกยะและความสัมพนั ธ์ของจานวนตรรกยะ และใช้สมบัติของจานวนตรรกยะในการ แก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปญั หาในชวี ิตจรงิ (ค 1.1 ม.1/1) 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. หาผลบวกและผลลบของทศนิยมทก่ี าหนดให้ (K) 2. บอกความสัมพันธ์ของการบวกและการลบทศนยิ ม (K) 3. ตระหนักถงึ ความสมเหตุสมผลของผลบวกและผลลบของทศนยิ มที่ได้ (K) 4. มีความสามารถในการสอ่ื สาร สอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P) 5. มคี วามสามารถในการแกป้ ญั หา (P) 6. มีความสามารถในเช่อื มโยงความรูท้ างคณติ ศาสตร์ (P) 7. มีความมุมานะในการทาความเขา้ ใจปญั หาและแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ (A) 8. มีความมงุ่ มน่ั ในการทางาน (A) 4. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน 1. มคี วามสามารถในการส่ือสาร 2. มคี วามสามารถในการแกป้ ญั หา 3. มคี วามสามารถในการคิดสรา้ งสรรค์

5. สาระสาคญั 1. เม่ือ a เป็นทศนยิ มใดๆ จานวนตรงข้ามของ a มเี พยี งจานวนเดียว เขียนแทนดว้ ย –a และ a+(-a) = (-a)+a = 0 2. เมอื่ a เปน็ ทศนิยมใดๆ จานวนตรงขา้ มของ -a คือ a น่ันคอื –(-a) = a 3. การหาผลลบของทศนิยมใดๆเราใช้ข้อตกลงเดียวกันกับทใี่ ช้ในการหาผลลบของจานวนเต็มคือ ตวั ตง้ั - ตวั ลบ = ตัวตงั้ + จานวนตรงข้ามของตัวลบ นน่ั คอื a – b = a + (- b) เมอ่ื a และ b เป็นทศนยิ มใดๆ 6. สาระการเรียนรู้ การลบทศนยิ ม 7. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครูควรเชื่อมโยงหลกั เกณฑก์ ารหาผลลบของจานวนเตม็ และการลบทศนยิ มทเี่ ปน็ จานวนบวก เพอื่ นาไปสู่ การหาผลลบของทศนยิ มที่เป็นจานวนบวกและจานวนลบ 2. ครนู าเสนอการหาจานวนตรงข้ามของทศนิยมใด ๆ พร้อมทั้งยกตวั อยา่ งประกอบดงั น้ี เมอื่ a เปน็ ทศนิยมใดๆ จานวนตรงขา้ มของ a มีเพยี งจานวนเดียว เขยี นแทนด้วย –a และ a+(-a) = (-a)+a = 0 เช่น จานวนตรงขา้ มของ -1.75 เขยี นแทนดว้ ย – (-1.75) จานวนตรงขา้ มของ -1.75 คือ 1.75 เน่อื งจากจานวนตรงข้ามของ -1.75 มเี พยี งจานวนเดยี ว ดงั นน้ั – (-1.75) = 1.75 3. ครสู รปุ ใหน้ ักเรยี นเก่ยี วกับจานวนตรงข้าม ดังน้ี เมื่อ a เปน็ ทศนยิ มใดๆ จานวนตรงข้ามของ -a คือ a น่นั คือ –(-a) = a 4. ครนู าเสนอวธิ ีการหาผลลบของจานวนทศนิยมใด ๆ พร้อมท้ังยกตวั อย่างดังนี้ การหาผลลบของทศนิยมใดๆเราใช้ขอ้ ตกลงเดยี วกนั กับท่ีใช้ในการหาผลลบของจานวนเตม็ คอื ตวั ต้ัง - ตวั ลบ = ตวั ตัง้ + จานวนตรงขา้ มของตวั ลบ นั่นคือ a – b = a + (- b) เมอ่ื a และ b เปน็ ทศนยิ มใดๆ

ตัวอย่างที่ 1 จงหาผลลบ 21.3 – (-38.9) วธิ ที า 21.3 – (-38.9) = 21.3 + 38.9 = 60.2 ตอบ 60.2 ตัวอย่างท่ี 2 จงหาผลลบ -135.23 – (-85.04) วธิ ที า -135.23 – (-85.04) = -135.23 + 85.04 = -50.19 ตอบ -50.19 ตัวอย่างที่ 3 จงหาผลลบ -105.23 – 89.04 วธิ ีทา -105.23 – 89.04 = -105.23 + (– 89.04) = -194.27 ตอบ -194.27 ตัวอย่างท่ี 4 จงหาผลลบ (-0.23 – 89.04) – 15.73 วิธที า (-0.23 – 89.04) – 15.73 = [-0.23 + (-89.04)] – 15.73 = - 89.27 – 15.73 = - 89.27 + (–15.73) = -105 ตอบ -105 5. ครใู ห้นักเรียนทาแบบฝึกทักษะท่ี 4.4 เรอื่ งการลบทศนิยม 6. ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกันสรปุ ความร้เู ก่ียวกับการบวกทศนิยม 7. ครใู ห้นกั เรียนทาแบบฝกึ หดั ที่ 4.2 ข ในหนงั สือเรียน 8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ 1. หนังสอื เรยี น 2. แบบฝกึ ทกั ษะที่ 4.4 เรื่องการลบทศนิยม

3. แบบฝึกหัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์ แบบฝกึ หดั และแบบฝกึ ทักษะ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 9. การวัดและประเมินผล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ 9.1 การวัดผล รายบุคคล วธิ กี าร ตรวจแบบฝกึ หัดและแบบฝึกทักษะ สังเกตพฤติกรรมการทางาน รายบคุ คล 9.2 การประเมนิ ผล ประเด็นการ ระดับคณุ ภาพ ประเมิน 4 32 1 1. เกณฑก์ าร (ดีมาก) (ตอ้ งปรบั ปรุง) ประเมินการฝกึ ทาแบบทดสอบได้ (ดี) (กาลังพัฒนา) ทาแบบทดสอบได้ ทกั ษะและ อย่างถกู ตอ้ งรอ้ ย อยา่ งถูกต้องต่ากว่า แบบฝกึ หัด ละ 90 ขึ้นไป ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ รอ้ ยละ 60 2. เกณฑ์การ ประเมนิ ความ ใชร้ ูป ภาษา และ อยา่ งถกู ตอ้ งร้อยละ อย่างถกู ตอ้ งรอ้ ยละ ใชร้ ูป ภาษา และ สามารถในการ สญั ลกั ษณท์ าง สญั ลกั ษณท์ าง สือ่ สาร สือ่ คณติ ศาสตรใ์ นการ 80 - 89 60 - 79 คณติ ศาสตร์ในการ ความหมายทาง สอ่ื สาร สื่อสาร คณติ ศาสตร์ สอ่ื ความหมาย ใช้รปู ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ สอื่ ความหมาย สรุปผล และ สญั ลกั ษณท์ าง สัญลักษณท์ าง สรุปผล และ 3. เกณฑก์ าร นาเสนอได้อย่าง คณติ ศาสตรใ์ นการ คณติ ศาสตรใ์ นการ นาเสนอไม่ได้ ประเมนิ ความมุ ถกู ตอ้ ง ชดั เจน สือ่ สาร สือ่ สาร มานะในการทา ส่ือความหมาย ส่ือความหมาย ไม่มคี วามตั้งใจและ ความเข้าใจ มีความตั้งใจและ สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ พยายามในการทา ปัญหาและ พยายามในการทา นาเสนอไดถ้ ูกต้อง นาเสนอได้ถูกตอ้ ง ความเขา้ ใจปัญหา ความเข้าใจปัญหา แตข่ าดรายละเอยี ด บางสว่ น และแก้ปัญหาทาง และแก้ปญั หาทาง ที่สมบูรณ์ คณิตศาสตร์ ไมม่ ี คณิตศาสตร์ มี มีความตง้ั ใจและ มีความต้ังใจและ พยายามในการทา พยายามในการทา ความเขา้ ใจปญั หา ความเข้าใจปัญหา และแกป้ ญั หาทาง และแกป้ ัญหาทาง คณิตศาสตร์ แต่ไม่ คณิตศาสตร์ แต่ไม่

ประเดน็ การ ระดบั คุณภาพ ประเมนิ 43 2 1 แกป้ ญั หาทาง (ต้องปรับปรุง) คณติ ศาสตร์ (ดีมาก) (ด)ี (กาลงั พฒั นา) ความอดทนและ ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรค 4. เกณฑก์ าร ความอดทนและไม่ มคี วามอดทนและ มคี วามอดทนและ จนทาให้แก้ปัญหา ประเมนิ ความ ทางคณติ ศาสตร์ได้ มงุ่ มั่นในการ ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรค ท้อแท้ตอ่ อุปสรรค ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรค ไม่สาเรจ็ ทางาน จนทาใหแ้ กป้ ัญหา จนทาให้แกป้ ญั หา จนทาใหแ้ กป้ ญั หา ทางคณติ ศาสตร์ได้ ทางคณติ ศาสตร์ได้ ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ สาเรจ็ ไมส่ าเรจ็ เลก็ นอ้ ย ไม่สาเรจ็ เปน็ สว่ น ใหญ่ มคี วามม่งุ ม่นั ใน มคี วามมุง่ มั่นในการ มคี วามม่งุ ม่ันในการ มคี วามมุ่งมน่ั ในการ การทางานอยา่ ง ทางานอย่าง ทางานอยา่ ง ทางานแตไ่ มม่ ีความ รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ ส่งผลให้ ประสบผลสาเร็จ ประสบผลสาเร็จ ประสบผลสาเรจ็ งานไมป่ ระสบ เรียบรอ้ ย ครบถว้ น เรยี บรอ้ ยส่วนใหญ่ เรยี บรอ้ ยสว่ นน้อย ผลสาเร็จอยา่ งท่ี สมบรู ณ์ ควร 10. บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้ 10.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรียนรู้ 1. นักเรียนจานวน..................คน ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ .....................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................. ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้..................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................. นกั เรียนน่ีไม่ผ่าน มดี ังน้ี 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแก้ไขนักเรียนทไี่ มผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 2. นกั เรียนมคี วามร้คู วามเขา้ ใจในคณติ ศาสตร์ (K) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................

3. นกั เรียนเกดิ ทักษะทางคณิตศาสตร์ (P) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 4. นักเรยี นมีคุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (A) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 10.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 10.3 ข้อเสนอแนะ ........................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ลงชอื่ ........................................................... (..........................................................) ตาแหนง่ .............................................. 11. ความคิดเห็นของหัวหนา้ สถานศึกษา/ ผู้ที่ได้รบั มอบหมาย 1. ความเหมาะสมของกิจกรรม ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 2. ความเหมาะสมของเนื้อหา ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรุง ........................................................................................................................................ 3. ความเหมาะสมของเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................

4. ความเหมาะสมของสื่อ ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................ 5. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ .................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง..............................................

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 44 สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณติ ศาสตร์พื้นฐาน รหัสวชิ า ค 21101 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2562 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 ทศนยิ มและเศษสว่ น เร่ือง การคูณทศนิยม เวลา 1 ช่วั โมง วนั ท่.ี ............ เดือน........................................ พ.ศ. ................... ครผู สู้ อน........................................................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ จานวน ผลท่เี กดิ ขึ้นจากการดาเนนิ การ สมบัติของการดาเนินการ และนาไปใช้ 2. ตวั ชี้วัดชั้นปี เขา้ ใจจานวนตรรกยะและความสัมพนั ธข์ องจานวนตรรกยะ และใชส้ มบตั ิของจานวนตรรกยะในการ แก้ปัญหาคณติ ศาสตร์และปัญหาในชวี ติ จรงิ (ค 1.1 ม.1/1) 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. หาผลคูณ และผลหารของทศนิยมทก่ี าหนดให้ (K) 2. บอกความสัมพันธข์ องการคณู และการหารทศนยิ ม (K) 3. ตระหนกั ถงึ ความสมเหตุสมผลของผลคูณและผลหารทศนยิ มทไ่ี ด้ (K) 4. มคี วามสามารถในการสอื่ สาร สอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P) 5. มีความสามารถในการแกป้ ญั หา (P) 6. มีความสามารถในเชื่อมโยงความรู้ทางคณติ ศาสตร์ (P) 7. มีความมุมานะในการทาความเข้าใจปัญหาและแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ (A) 8. มคี วามมุ่งมน่ั ในการทางาน (A) 4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน 1. มคี วามสามารถในการสือ่ สาร 2. มีความสามารถในการแก้ปญั หา 3. มคี วามสามารถในการคิดสร้างสรรค์

5. สาระสาคัญ 1. การคณู ทศนยิ มที่เป็นจานวนบวกดว้ ยทศนยิ มที่เป็นจานวนบวก ใช้วธิ กี ารเดียวกบั การคูณจานวน เต็มบวกดว้ ยจานวนเต็มบวก ซึ่งจะไดผ้ ลคูณเป็นทศนยิ มที่เป็นจานวนบวก 2. การคณู ทศนิยมท่เี ป็นจานวนลบด้วยทศนยิ มทีเ่ ป็นจานวนลบ จะไดผ้ ลคูณเป็นทศนยิ มทเ่ี ปน็ จานวน บวก และมีค่าเทา่ กบั ผลคณู ของค่าสัมบูรณ์ของสองจานวนนนั้ 3. การคณู ระหวา่ งทศนิยมทีเ่ ปน็ จานวนบวกดว้ ยทศนยิ มทเ่ี ป็นจานวนลบ จะไดผ้ ลคูณเปน็ ทศนยิ มที่ เป็นจานวนลบและมคี า่ สมั บูรณ์ของผลคูณเท่ากบั ผลคูณของค่าสัมบรู ณข์ องสองจานวนน้ัน 4. สมบตั กิ ารสลับทส่ี าหรับการคณู เมอ่ื มีทศนิยมสองจานวนคูณกัน เราสามารถสลบั ท่ีระหว่างตัวตั้ง และตัวคณู ไดโ้ ดยท่ผี ลลัพธ์ยังคงเท่ากนั เมอื่ a และ b เป็นทศนิยมใด ๆ a × b = b × a 5. สมบตั กิ ารเปล่ียนหมู่สาหรบั การคูณ เมื่อมีทศนิยมสามจานวนคูณกัน เราสามารถคูณทศนิยมคู่แรก หรอื คหู่ ลงั ก่อนกไ็ ด้ โดยที่ผลลพั ธส์ ดุ ทา้ ยยังคงเท่ากนั เม่ือ a , b และ c เป็นทศนยิ มใด ๆ (a × b) × c = a × (b × c) 6. สมบตั กิ ารคณู ด้วยศนู ย์ การคูณทศนิยมใด ๆ ดว้ ยศูนย์ หรอื การคณู ศนู ย์ดว้ ยจานวนใด ๆ จะได้ผล คูณเทา่ กบั ศนู ย์เสมอ เมอื่ a เป็นทศนยิ มใด ๆ a × 0 = 0 × a = 0 7. สมบัติการคูณด้วยหน่งึ การคูณทศนยิ มใด ๆ ดว้ ยหน่งึ หรือการคณู หนง่ึ ดว้ ยจานวนใด ๆ จะไดผ้ ล คณู เทา่ กับทศนยิ มนน้ั ๆ เสมอ เม่อื a เปน็ ทศนยิ มใด ๆ a × 1 = 1 × a = a 8. สมบตั ิการแจกแจงที่แสดงความเกีย่ วขอ้ งระหว่างการบวกและการคณู ทศนยิ ม เมือ่ a , b และ c เปน็ ทศนยิ มใด ๆ a × (b + c) = (a × b) + (a × c) 6. สาระการเรยี นรู้ การคณู ทศนิยม 7. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครคู วรเช่ือมโยงหลักเกณฑก์ ารหาผลคูณของจานวนเต็ม และการคูณทศนิยมท่ีเป็นจานวนบวก เพ่ือนาไปสู่ การหาผลคูณของทศนิยมที่เปน็ จานวนบวกและจานวนลบ แต่ควรเน้นใหน้ กั เรียนหาผลคณู ขอ ทศนยิ มที่เป็นลบ 2. ครูนาเสนอการคณู ทศนยิ มทีเ่ ป็นจานวนบวกดว้ ยทศนิยมท่ีเปน็ จานวนบวก ใชว้ ิธกี ารเดยี วกบั การ คูณจานวนเต็มบวกด้วยจานวนเตม็ บวก ซ่งึ จะไดผ้ ลคณู เปน็ ทศนิยมท่ีเป็นจานวนบวก พร้อมทง้ั ยกตัวอย่าง ประกอบดงั นี้

ตัวอยา่ งที่ 1 จงหาผลคณู 2.3 × 1.7 วิธีทา 23 × ตวั ต้ังและตวั คณู เปน็ ทศนิยม 17 1 ตาแหน่ง จะได้ผลคูณเปน็ 161 ทศนยิ ม 2 ตาแหน่ง 23 + 391 ดังนั้น 2.3 × 1.7 = 3.91 ตอบ 3.91 ตัวอยา่ งท่ี 2 จงหาผลคูณ (-2.31) × (-2.5) วิธที า 2 3 1 × ตวั ตง้ั 2 ตาแหนง่ และตวั คูณเปน็ 25 + ทศนยิ ม 1 ตาแหนง่ จะได้ผลคณู 1155 เปน็ ทศนยิ ม 3 ตาแหน่ง 462 5775 ดงั น้นั (-2.31) × (-2.5) = 5.775 ตอบ 5.775 ตัวอยา่ งที่ 3 จงหาผลคณู 20.3 × (-1.15) วธิ ที า 203 × ตวั ต้งั 1 ตาแหนง่ และตัวคณู เป็น 115 ทศนิยม 2 ตาแหน่ง จะได้ผลคูณ 1015 เป็นทศนยิ ม 3 ตาแหนง่ 203 + 203 23345 ดงั นัน้ 20.3 × (-1.15) = -23.345 ตอบ -23.345 ตวั อยา่ งที่ 4 จงหาผลคูณ (-10.05) (0.15) วิธที า (-10.05) (0.15) = -1.5075 ตอบ -1.5075 3. ครูให้นกั เรยี นสงั เกตตัวอย่าง ที่ 1-4 แลว้ ใช้คาถามตอ่ ไปนีเ้ พอื่ นาไปสกู่ ารสรปุ ในการหาผลคูณของ ทศนยิ มใด ๆ

- การคณู ทศนิยมท่เี ปน็ จานวนบวกด้วยทศนิยมทีเ่ ป็นจานวนบวกมีคาตอบเป็นจานวนบวก หรือลบ ( บวก ) - การคูณทศนิยมท่เี ปน็ จานวนลบด้วยทศนิยมทเี่ ป็นจานวนลบมคี าตอบเปน็ จานวนบวกหรือ ลบ ( บวก ) - การคูณระหว่างทศนยิ มท่ีเป็นจานวนบวกด้วยทศนยิ มทเ่ี ปน็ จานวนลบมคี าตอบเป็นจานวน บวกหรือลบ ( ลบ ) 4. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปการหาผลคณู ของทศนยิ มใด ๆ ดงั น้ี - การคณู ทศนยิ มท่เี ปน็ จานวนบวกดว้ ยทศนิยมทเ่ี ป็นจานวนบวก ใช้วิธีการเดียวกับการคณู จานวนเตม็ บวกดว้ ยจานวนเตม็ บวก ซง่ึ จะไดผ้ ลคูณเปน็ ทศนยิ มที่เป็นจานวนบวก - การคูณทศนิยมทเี่ ปน็ จานวนลบดว้ ยทศนิยมท่เี ป็นจานวนลบ จะได้ผลคูณเป็นทศนยิ มทเ่ี ป็น จานวนบวก และมคี า่ เท่ากับผลคูณของคา่ สมั บูรณ์ของสองจานวนนน้ั - การคณู ระหว่างทศนิยมที่เป็นจานวนบวกด้วยทศนยิ มทเ่ี ป็นจานวนลบ จะได้ผลคูณเป็น ทศนิยมทเ่ี ป็นจานวนลบและมีค่าสมั บรู ณข์ องผลคูณเท่ากับผลคูณของค่าสมั บรู ณข์ องสอง จานวนนน้ั 5. ครนู าเสนอสมบัตติ ่างๆ ของการคูณทศนิยมใด ๆ พร้อมท้งั ยกตวั อยา่ งประกอบ ดังน้ี - สมบัติการสลับท่ีสาหรับการคูณ เมือ่ มีทศนยิ มสองจานวนคูณกัน เราสามารถสลบั ที่ระหวา่ ง ตวั ตง้ั และตัวคูณไดโ้ ดยที่ผลลพั ธ์ยงั คงเท่ากัน เม่อื a และ b เปน็ ทศนิยมใดๆ a × b = b × a เช่น 0.5 × 0.3 = 0.3 × 0.5 = 0.15 -1.2 × 0.4 = 0.4 × (-1.2) = -0.48 - สมบัตกิ ารเปลี่ยนหมู่สาหรับการคูณ เมือ่ มีทศนยิ มสามจานวนคณู กนั เราสามารถคณู ทศนยิ มคู่แรกหรือค่หู ลงั กอ่ นกไ็ ด้ โดยท่ผี ลลพั ธ์สดุ ทา้ ยยงั คงเท่ากัน เม่ือ a , b และ c เปน็ ทศนยิ มใด ๆ (a × b) × c = a × (b × c) เชน่ (-1.35 × 4.2) × (-9.81) = -1.35 × [4.2 × (-9.81)] = 55.6227 - สมบัตกิ ารคูณด้วยศนู ย์ การคูณทศนยิ มใด ๆ ด้วยศูนย์ หรอื การคูณศนู ยด์ ้วยจานวนใด ๆ จะได้ผลคูณเท่ากับศูนย์เสมอ เม่ือ a เป็นทศนยิ มใด ๆ a × 0 = 0 × a = 0 เชน่ 1.902 × 0 = 0 × 1.902 = 0 - สมบัตกิ ารคณู ดว้ ยหนึง่ การคณู ทศนิยมใด ๆ ด้วยหนึง่ หรือการคูณหนง่ึ ด้วยจานวนใด ๆ จะไดผ้ ลคูณเทา่ กับทศนิยมนนั้ ๆ เสมอ เม่ือ a เป็นทศนิยมใด ๆ a × 1 = 1 × a = a

เชน่ -81.29 × 1 = 1 × (-81.29) = -81.29 - สมบัติการแจกแจงที่แสดงความเกีย่ วข้องระหวา่ งการบวกและการคูณทศนยิ ม เมอื่ a , b และ c เปน็ ทศนยิ มใด ๆ a × (b + c) = (a × b) + (a × c) ตวั อย่างท่ี 5 จงหาผลคูณ [(-6.3) × 17.45] + [(-6.3) × (-16.45)] วิธที า [(-6.3) × 17.45] + [(-6.3) × (-16.45)] = (-6.3) × [17.45 + (-16.45)] = (-6.3) × 1 = -6.3 ตอบ -6.3 ตวั อยา่ งที่ 6 จงหาผลคณู 999.9 × 0.48 วิธที า 999.9 × 0.48 = (1,000 – 0.1) × 0.48 = [(1,000 + (– 0.1)] × 0.48 = (1,000 × 0.48) + [(– 0.1) × 0.48] = 480 + (-0.048) = 479.952 ตอบ 479.952 6. ครูให้นักเรยี นทาแบบฝึกทกั ษะท่ี 4.5 เร่ืองการคูณทศนยิ ม 7. ครูให้นักเรียนชว่ ยกนั สรุปการหาผลคณู ของทศนิยมและสมบตั ิของการคูณทศนยิ มใด ๆ 8. ครใู ห้นกั เรียนทาแบบฝึกหัดที่ 4.3 ก 8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรยี น 2. แบบฝึกทกั ษะท่ี 4.5 เร่อื งการคณู ทศนิยม 3. แบบฝึกหัด

9. การวัดและประเมนิ ผล เครือ่ งมือ เกณฑ์ แบบฝึกหัดและแบบฝกึ ทักษะ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 9.1 การวัดผล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ วิธกี าร รายบคุ คล ตรวจแบบฝกึ หัดและแบบฝึกทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรมการทางาน รายบคุ คล 9.2 การประเมนิ ผล ประเด็นการ ระดบั คณุ ภาพ ประเมนิ 4 32 1 1. เกณฑ์การ (ดีมาก) (ต้องปรับปรงุ ) ประเมนิ การฝึก ทาแบบทดสอบได้ (ดี) (กาลังพฒั นา) ทาแบบทดสอบได้ ทักษะและ อย่างถกู ต้องรอ้ ย อย่างถกู ต้องต่ากวา่ แบบฝึกหดั ละ 90 ขน้ึ ไป ทาแบบทดสอบได้ ทาแบบทดสอบได้ รอ้ ยละ 60 2. เกณฑก์ าร ประเมนิ ความ ใช้รปู ภาษา และ อย่างถกู ตอ้ งรอ้ ยละ อย่างถูกตอ้ งรอ้ ยละ ใชร้ ปู ภาษา และ สามารถในการ สัญลกั ษณท์ าง สัญลกั ษณ์ทาง สื่อสาร สอ่ื คณติ ศาสตรใ์ นการ 80 - 89 60 - 79 คณิตศาสตรใ์ นการ ความหมายทาง สอ่ื สาร สอื่ สาร คณิตศาสตร์ สอ่ื ความหมาย ใช้รูป ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ สอื่ ความหมาย สรุปผล และ สัญลักษณท์ าง สัญลักษณ์ทาง สรปุ ผล และ 3. เกณฑ์การ นาเสนอไดอ้ ยา่ ง คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ นาเสนอไม่ได้ ประเมนิ ความมุ ถูกต้อง ชดั เจน สอ่ื สาร สอ่ื สาร มานะในการทา ส่ือความหมาย ส่อื ความหมาย ไมม่ คี วามตง้ั ใจและ ความเขา้ ใจ มคี วามตง้ั ใจและ สรปุ ผล และ สรุปผล และ พยายามในการทา ปัญหาและ พยายามในการทา นาเสนอได้ถกู ตอ้ ง นาเสนอไดถ้ กู ตอ้ ง ความเข้าใจปญั หา แก้ปัญหาทาง ความเขา้ ใจปญั หา แตข่ าดรายละเอยี ด บางส่วน และแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ และแก้ปัญหาทาง ทีส่ มบรู ณ์ คณติ ศาสตร์ ไม่มี คณติ ศาสตร์ มี มีความตงั้ ใจและ มคี วามตง้ั ใจและ ความอดทนและ ความอดทนและไม่ พยายามในการทา พยายามในการทา ทอ้ แทต้ อ่ อุปสรรค ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรค ความเขา้ ใจปญั หา ความเขา้ ใจปญั หา และแก้ปัญหาทาง และแกป้ ญั หาทาง คณติ ศาสตร์ แตไ่ ม่ คณิตศาสตร์ แต่ไม่ มีความอดทนและ มีความอดทนและ ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรค ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรค

ประเดน็ การ ระดับคณุ ภาพ ประเมนิ 43 2 1 4. เกณฑก์ าร (ตอ้ งปรับปรงุ ) ประเมนิ ความ (ดมี าก) (ดี) (กาลังพฒั นา) จนทาใหแ้ ก้ปัญหา มงุ่ ม่นั ในการ ทางคณิตศาสตรไ์ ด้ ทางาน จนทาให้แกป้ ัญหา จนทาให้แกป้ ญั หา จนทาให้แกป้ ญั หา ไม่สาเรจ็ ทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ ทางคณติ ศาสตร์ได้ ทางคณิตศาสตร์ได้ สาเรจ็ ไมส่ าเร็จเลก็ นอ้ ย ไมส่ าเรจ็ เปน็ ส่วน ใหญ่ มีความมุ่งม่ันใน มคี วามมงุ่ มนั่ ในการ มีความม่งุ ม่นั ในการ มีความมุ่งมนั่ ในการ การทางานอย่าง ทางานอย่าง ทางานอย่าง ทางานแตไ่ มม่ ีความ รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ ส่งผลให้ ประสบผลสาเร็จ ประสบผลสาเรจ็ ประสบผลสาเรจ็ งานไมป่ ระสบ เรียบร้อย ครบถ้วน เรยี บรอ้ ยสว่ นใหญ่ เรียบรอ้ ยส่วนนอ้ ย ผลสาเรจ็ อยา่ งท่ี สมบูรณ์ ควร 10. บันทึกผลหลังการจัดการเรยี นรู้ 10.1 สรปุ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้ 1. นักเรยี นจานวน..................คน ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้......................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................. ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้..................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................. นักเรียนนไี่ มผ่ ่าน มดี ังน้ี 1............................................................ 2............................................................ 3............................................................ 4............................................................ 5............................................................ 6............................................................ แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นท่ไี มผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 2. นกั เรียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจในคณติ ศาสตร์ (K) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 3. นกั เรียนเกิดทักษะทางคณิตศาสตร์ (P) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................

4. นักเรียนมีคณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ (A) ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ 10.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... 10.3 ขอ้ เสนอแนะ ........................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ........................................................... (..........................................................) ตาแหนง่ .............................................. 11. ความคิดเห็นของหัวหนา้ สถานศึกษา/ ผูท้ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย 1. ความเหมาะสมของกิจกรรม ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรุง ........................................................................................................................................ 2. ความเหมาะสมของเน้อื หา ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................ 3. ความเหมาะสมของเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรงุ ........................................................................................................................................


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook