Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรการฝึกอบรมผู้กำกับลูกเสือสามัญ_ขั้นความรู้เบื้องต้น

หลักสูตรการฝึกอบรมผู้กำกับลูกเสือสามัญ_ขั้นความรู้เบื้องต้น

Published by DaiNo Scout, 2021-11-13 07:51:34

Description: หลักสูตรการฝึกอบรมผู้กำกับลูกเสือสามัญ_ขั้นความรู้เบื้องต้น

Search

Read the Text Version

51 ลึกซ้ึงซ่ึงตอ้ งใชโ้ อกาสและเวลาในการทางานอดิเรกหรือใชท้ กั ษะในมาตรฐานท่ีสูงกวา่ ปกติจึงจะบรรลุ ถึงจุดหมายตามแผนการฝึกงานในลกั ษณะดงั กล่าว จึงไดป้ รากฏอยใู่ นระบบเคร่ืองหมายวชิ าพิเศษ วชิ าพิเศษกาหนดไวม้ ากมายและกวา้ งขวาง โอกาสท่ีจะเขา้ รับการฝึกอบรมมาจากกลุ่มลูกเสือ สโมสรลูกเสือ ศูนยล์ ูกเสือ โดยไดก้ าหนดไวใ้ นขอ้ บงั คบั คณะลูกเสือแห่งชาติฯ ดงั น้ี ขอ้ 143 1) การทดสอบเพือ่ เลื่อนช้นั ตามปกติใหเ้ ป็นหนา้ ท่ีของผกู้ ากบั ของลูกเสือเป็นผดู้ าเนินการ สอบเลขาธิการคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ผูอ้ านวยการลูกเสือจงั หวดั ผูอ้ านวยการลูกเสือ อาเภอ แลว้ แตล่ ะกรณีเห็นสมควรจะแต่งต้งั กรรมการสอบร่วมกไ็ ด้ 2) การทดสอบวชิ าพิเศษลูกเสือ ใหเ้ ลขาธิการคณะกรรมการการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ผอู้ านวยการลูกเสือจงั หวดั ผอู้ านวยการลูกเสืออาเภอ แลว้ แตก่ รณีเป็นผแู้ ต่งต้งั บุคคลที่มีคุณวฒุ ิ เหมาะสมเป็ นกรรมการสอบ 3) การทดสอบเพ่ือเลื่อนช้นั หรือวชิ าพเิ ศษลูกเสือ อาจทาในขณะที่ไปอยคู่ า่ ยพกั แรมและจะ จดั ใหม้ ีข้ึนปี ละกี่คร้ังก็ได้ 4) การทดสอบ ให้ดาเนินตามรายละเอียดที่กาหนดไวแ้ ต่ละวชิ า โดยมุง่ ถึงคุณภาพและการ ปฏิบตั ิไดจ้ ริงเป็นสาคญั เม่ือลูกเสือคนใดสอบได้ กใ็ หก้ รรมการสอบลงนามรับรองในสมุดประจาตวั ลูกเสือ และเม่ือเสร็จการสอบแลว้ ใหผ้ กู้ ากบั กรอกผลการสอบลงในทะเบียนลูกเสือใหต้ รงกนั ดว้ ย 5) การสอบเพื่อเลื่อนช้นั เม่ือมีการสอบไดว้ ชิ าใดแลว้ ใหเ้ ก็บผลสอบวชิ าน้นั ไวไ้ ดเ้ ม่ือได้ ครบทุกวชิ ากใ็ หเ้ ลื่อนช้นั ได้ ส่วนวชิ าพเิ ศษลูกเสือน้นั ไม่มีการเก็บผลไว้ ถา้ สอบไม่ไดก้ ็ใหส้ อบใหม่ทุกคราว เคร่ืองหมายวชิ าพเิ ศษประเภทลูกเสือสามญั มี 54 วชิ า เพอ่ื ส่งเสริมใหล้ ูกเสือมีมาตรฐานสูงข้ึน และสามารถช่วยเหลือเพอื่ นลูกเสือหรือชุมชนที่ตน อาศยั อยไู่ ดม้ ากยง่ิ ข้ึน จึงจดั ใหม้ ีเคร่ืองหมายสายยงยศลูกเสือสามญั โดยมีกาหนดไวใ้ นหลกั สูตรดงั น้ี 1. ไดล้ ูกเสือเอกมาแลว้ 2. สอบวชิ าพิเศษลูกเสือสามญั ได้ 6 วชิ า ซ่ึงมีวชิ าพเิ ศษตอ่ ไปน้ี ในขอ้ ก. 1 วชิ า ขอ้ ข. 1 วชิ า รวมอยดู่ ว้ ย 2.1 นกั ผจญภยั ในป่ า นกั สารวจ นกั บุกเบิก 2.1 ชาวค่าย ผปู้ ระกอบอาหารในค่าย นกั ธรรมชาติศึกษา นกั ดาราศาสตร์เบ้ืองตน้ นกั อุตุนิยมเบ้ืองตน้ หมวดลกู เสือสมุทร เป็นหมวดวชิ าเฉพาะสาหรับลูกเสือสมุทรหรือลูกเสือคนใดที่จะสมคั รเรียนและสอบเพื่อรับ เครื่องหมายก็ยอ่ มทาไดเ้ พราะเดก็ บางคนมีความชานาญและสนใจเก่ียวกบั วชิ าพิเศษลูกเสือสมุทร เช่น ในเร่ืองการพายเรือ หรือแล่นเรือใบ เป็นตน้

52 หมวดลูกเสืออำกำศ มีลูกเสือเป็นจานวนมากที่สนใจเกี่ยวกบั กิจกรรมในหมวดลูกเสืออากาศ ลูกเสือสามญั ทว่ั ไป อาจสมคั รเรียนและสอบเพ่ือรับเคร่ืองหมายวชิ าพิเศษของลูกเสืออากาศได้ แต่ตามปกติส่วนมากเราจะ เห็นแตส่ มาชิกในกองลูกเสืออากาศเทา่ น้นั เป็นผไู้ ดร้ ับการประดบั เครื่องหมาย ดงั กล่าว ผกู้ ากบั ลูกเสือควรกระตุน้ ให้ลูกเสือสามญั มีโอกาสสมคั รเรียนในวชิ าพิเศษลูกเสือท่ีตนถนดั มี ความสนใจหรือมีประสบการณ์ในทางน้นั เพอ่ื ส่งเสริมความสนใจและสติปัญญาที่เขามีอยู่ การลูกเสือ ไดก้ าหนดวธิ ีการไวว้ า่ คือ การสร้างสถานะแห่งการเรียนรู้ดว้ ยการกระทา จะเป็ นส่ิงเตรียมตวั คนหนุ่ม ท่ีจะไปพฒั นาสังคมไทยในอนาคต 12. ภำพของลกู เสือนำนำชำติ ปัจจุบนั น้ีมีลูกเสือมากกวา่ 40 ลา้ นคนในโลก มีประเทศสมาชิกในสมชั ชาลูกเสือโลกประมาณ 162 ประเทศ (ขอ้ มูล พ.ศ.2557) เราฝึกลูกเสือเพื่อปรับใหเ้ ขา้ กบั ความตอ้ งการของทอ้ งถิ่น โดยใช้ ระบบเครื่องหมายวชิ าพิเศษ การสมั ผสั มือดว้ ยมือซา้ ย ยดึ มน่ั ในคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ ซ่ึง เหมือนกนั ทวั่ โลก ภราดรภาพลูกเสือโลกไดแ้ ผก่ ระจายออกไปทุกมุมโลกทาใหข้ บวนการลูกเสือ กลายเป็นขบวนการสากล สมชั ชาลูกเสือเป็นบอ่ เกิดแห่งพลงั ท่ีเขม้ แขง็ มีการประชุมทุก 3 ปี ประกอบดว้ ยคณะผดู้ าเนินงานที่เป็นลูกเสืออาชีพ ปฏิบตั ิงานอยใู่ นสานกั งานลูกเสือโลก ต้งั อยทู่ ่ีนคร เจนีวา ประเทศสวติ เซอร์แลนด์ และสานกั งานอีกแห่งหน่ึงต้งั อยทู่ ่ีกรุงกวั ลาลมั เปอร์ ประเทศมาเลเซีย อนั เป็ นศูนยป์ ระสานงานของลูกเสือทุกส่วนของโลก สมคั รสมานสามคั คีกนั ดว้ ยการติดต่อทาง จดหมาย การชุมนุมลูกเสือ การอยคู่ า่ ยพกั แรม ลูกเสือนานาชาติ การไปเยย่ี มเยยี นซ่ึงกนั และกนั การแลกเปล่ียนเครื่องหมายซ่ึงกระทากนั อยตู่ ลอดเวลา การลูกเสือ คือการรวมประชาชนทุกชาติ ศาสนา และวฒั นธรรมเขา้ ดว้ ยกนั เพื่อสันติภาพและ ความเขา้ ใจเราในฐานะผกู้ ากบั กองลูกเสือ มีส่วนแสดงในเร่ืองการกระทาดงั กล่าวดว้ ย แต่งานของเรา เก่ียวกบั ตวั เด็กโดยเฉพาะอนั เป็นส่วนของเราท่ีสามารถจะทาได้ เอกสำรอ้ำงองิ (ลูกเสือโลก) www.seout.org (ลูกเสือไทย) www.seoutthailand.org

53 บทเรียนท่ี 3 เร่ือง กจิ กรรมลูกเสือเสริมสร้ำงทกั ษะชีวติ เวลำ 45 นำที ขอบข่ำยวชิ ำ 1. ความหมาย ความสาคญั ของทกั ษะชีวติ และทกั ษะการดารงชีวิต ในการพฒั นาเยาวชน 2. องคป์ ระกอบของทกั ษะชีวติ ทกั ษะชีวติ ทว่ั ไป และทกั ษะชีวติ เฉพาะ 3. ลกั ษณะและขบวนการเรียนรู้ของกิจกรรมลูกเสือท่ีเสริมสร้างทกั ษะชีวติ จุดหมำย เพือ่ ใหผ้ เู้ ขา้ รับการอบรมมีความรู้และเขา้ ใจถึงความสาคญั ของการจดั กิจกรรมลูกเสือที่ เสริมสร้างทกั ษะชีวติ ใหช้ ดั เจนข้ึนและสอดคลอ้ งกบั บริบทที่เป็นปัญหาต่อเด็กและเยาวชนในแตล่ ะ ช่วงวยั วตั ถุประสงค์ เมื่อจบบทเรียนน้ีแลว้ ผเู้ ขา้ รับการอบรมควรจะสามารถ 1. บอกความหมาย ความสาคญั และอธิบายองคป์ ระกอบของทกั ษะชีวติ ได้ 2. บอกผลของการเสริมสร้างทกั ษะชีวติ ควบคูก่ บั ทกั ษะการดารงชีวติ ที่มีตอ่ เยาวชนได้ 3. บอกลกั ษณะและขบวนการเรียนรู้ของกิจกรรมลูกเสือที่เสริมสร้างทกั ษะชีวติ ได้ วธิ ีสอนและกจิ กรรม 1. นาเขา้ สู่บทเรียน เตรียมความพร้อมผเู้ ขา้ รับการอบรม ใหส้ งั เกตความแตกต่างของกิจกรรมลูกเสือ 2 แบบ จากการชมวดี ีทศั น์ 2. ใหช้ มวดี ีทศั น์ เร่ือง “ขยะน้ีมีมูลค่า” 3. ประชุมกลุ่มยอ่ ย เพ่ือหาขอ้ สรุป ในประเด็นต่อไปน้ี (ใบงานท่ี 1 ใน power point) 3.1 มีความรู้สึกอยา่ งไรต่อกิจกรรมลูกเสือท้งั 2 แบบ 3.2 กิจกรรมลูกเสือท้งั 2 แบบ มีขอ้ แตกตา่ งกนั อยา่ งไร 4. รายงาน /อภิปราย/สรุป และเพมิ่ เติมวา่ “กิจกรรมลูกเสือท่ีเสริมสร้างทกั ษะชีวติ มีจุดเนน้ ท่ีการไดล้ ง มือทา คิด วเิ คราะห์ แลกเปล่ียนความเห็นในกลุ่ม จนเกิดความคิดรวบยอดท่ีชดั เจน และไดป้ ระยกุ ตใ์ ช้ ใหเ้ กิดประโยชน์ต่อตนเองหรือผูอ้ ่ืนอยา่ งเป็นรูปธรรม” 5. บรรยาย 5.1 ความหมาย ความสาคญั ของทกั ษะชีวติ และทกั ษะการดารงชีวติ 5.2 องคป์ ระกอบทกั ษะชีวติ ทกั ษะชีวติ ทวั่ ไปและทกั ษะชีวติ เฉพาะ 5.3 ลกั ษณะและขบวนการเรียนรู้ของกิจกรรมลูกเสือที่เสริมสร้างทกั ษะชีวติ

54 6. ประชุมกลุ่มยอ่ ย เพ่อื หาขอ้ สรุป ในประเด็น“ทา่ นมีขอ้ เสนอแนะอะไรบา้ ง ในการจดั กิจกรรมเพือ่ เสริมสร้างใหล้ ูกเสือมีพฒั นาการดา้ นทกั ษะชีวติ มากยงิ่ ข้ึน” (ใบงานที่ 2 ใน power point) 7. รายงาน/อภิปราย/สรุป 8. ซกั ถาม/ เสนอแนะ /สรุปบทเรียน ส่ือกำรสอน 1. วดี ีทศั น์ เรื่อง “ขยะน้ีมีมูลคา่ ” 2. ใบงาน 3. ใบความรู้เรื่อง “ลูกเสือสร้างทกั ษะชีวติ ไดอ้ ยา่ งไร” สาหรับวทิ ยากร และผเู้ ขา้ รับการอบรม 4. สไลดภ์ าพ/ขอ้ ความ (Power point) เร่ือง “ลูกเสือสร้างทกั ษะชีวติ ไดอ้ ยา่ งไร” สาหรับวทิ ยากร กำรประเมนิ ผล 1. สังเกตการมีส่วนร่วม การซกั ถาม และการแสดงความคิดเห็นระหวา่ งการอบรม 2. การสมั ภาษณ์

55 ใบงำนที่ 1 ประชุมกลุ่มยอ่ ย เพอื่ หาขอ้ สรุป ในประเด็นต่อไปน้ี 3.1 มีความรู้สึกอยา่ งไรต่อกิจกรรมลูกเสือท้งั 2 แบบ 3.2 กิจกรรมลูกเสือท้งั 2 แบบ มีขอ้ แตกตา่ งกนั อยา่ งไร ใบงำนที่ 2 ประชุมกลุ่มยอ่ ย เพือ่ หาขอ้ สรุป ในประเด็น “ทา่ นมีขอ้ เสนอแนะอะไรบา้ ง ในการจดั กิจกรรม เพอ่ื เสริมสร้างใหล้ ูกเสือมีพฒั นาการดา้ นทกั ษะชีวติ มากยง่ิ ข้ึน” ใบควำมรู้ เรื่อง ลกู เสือสร้ำงทกั ษะชีวติ ได้อย่ำงไร 1. ควำมหมำย ควำมสำคญั ของทกั ษะชีวติ และทกั ษะกำรดำรงชีวติ ทกั ษะชีวติ เป็นความสามารถทางจิตสังคม ท่ีจะปรับตวั และจดั การกบั ปัญหาตา่ ง ๆ รอบตวั ในสภาพสงั คมปัจจุบนั ซ่ึงเกิดผลกระทบที่ร้ายแรงมากข้ึนเรื่อย ๆ และมีการเปล่ียนแปลงอยา่ งรวดเร็ว จาเป็นตอ้ งรู้เทา่ ทนั เพ่ือสามารถป้องกนั ตนเองไม่ใหต้ กเป็ นเหยอ่ื และเตรียมพร้อมสาหรับการปรับตวั ในอนาคต ตวั อยา่ งปัญหาท่ีพบบอ่ ย ไดแ้ ก่ -การรู้ไม่เทา่ ทนั ส่ือตา่ ง ๆ เช่น ส่ือโฆษณาสินคา้ ขนม ลูกอม ของเล่น เครื่องสาอาง ยาลดน้าหนกั ฯลฯ อนั นาไปสู่ ปัญหาสุขภาพท้งั ระยะส้นั และระยะยาว สื่อสงั คมออนไลน์ (Social Media) ที่สามารถติดต่อเขา้ ถึงตวั ไดโ้ ดยตรงอนั เป็น ช่องทางใหถ้ ูกหลอกลวงไดง้ ่าย ส่ือลามก ส่ือความรุนแรงท่ีเป็นแบบอยา่ งใหเ้ กิดการเลียนแบบ ปัญหาเดก็ ติดเกม เป็นตน้ -ปัญหาเร่ืองเพศ เอดส์ และการต้งั ครรภใ์ นวยั เรียน -ปัญหายาเสพติด -ปัญหาความรุนแรง ฯลฯ ทกั ษะกำรดำรงชีวติ เป็นความสามารถท่ีใชใ้ นกิจวตั รประจาวนั ในเรื่องพ้นื ฐานของชีวติ เพื่อความอยรู่ อดทางกาย ส่วนใหญ่มกั เป็ นทกั ษะทางกายภาพ เช่น การอาบน้าแปรงฟัน การแต่งตวั การทาอาหาร การออกกาลงั กาย การผกู เงื่อนเชือก การใชช้ ีวติ ในค่าย การใชแ้ ผนที่เขม็ ทิศ ฯลฯ

56 ดงั น้นั นอกจากการมีทกั ษะการดารงชีวติ เพื่อความอยรู่ อดพ้ืนฐานในชีวิตประจาวนั แลว้ เด็ก และเยาวชนทุกคนจาเป็ นตอ้ งมีทกั ษะชีวิตด้วย เพ่ือความอยูร่ อดในสังคมปัจจุบนั และเตรียมพร้อม สาหรับปัญหาต่าง ๆ ที่ทุกคนจาเป็นตอ้ งเผชิญอยา่ งหลีกเลี่ยงไมไ่ ด้ 2. องค์ประกอบทกั ษะชีวติ ทักษะชีวติ ทวั่ ไปและทกั ษะชีวติ เฉพำะ องค์ประกอบทกั ษะชีวติ ทกั ษะชีวติ มี 12 องคป์ ระกอบ จดั เป็น 6 คู่ โดยแบง่ ตามพฤติกรรมการเรียนรู้ 3 ดา้ น ดงั น้ี 1. ดา้ นพทุ ธิพิสยั จดั ไวต้ รงกลางของแผนภาพ เพราะเป็นองคป์ ระกอบร่วมและเป็น พ้นื ฐานของทุกองคป์ ระกอบ - ความคิดวเิ คราะห์วจิ ารณ์ เป็ นความสามารถท่ีจะวเิ คราะห์ แยกแยะ ขอ้ มูล ข่าวสาร ปัญหา และสถานการณ์ต่าง ๆ รอบตวั มีความสาคญั ต่อการตดั สินใจ และความเช่ือในเร่ืองตา่ ง ๆ - ความคิดสร้างสรรค์ เป็นความสามารถในการคิดออกไปอยา่ งกวา้ งขวาง โดยไมย่ ดึ ติดอยใู่ นกรอบ มีความสาคญั ต่อการพฒั นาตนเอง และการคิดหาทางเลือกที่หลากหลายเพอ่ื การ ตดั สินใจ แกไ้ ขปัญหาตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจาวนั hghjhgfgjjhgff jhhgffdsdsds6 3 แผนภาพที่ 1 องค์ประกอบของทกั ษะชีวติ

57 2. ดา้ นจิตพิสยั หรือ เจตคติ มี 2 คู่ คือ คู่ที่ 1 ความตระหนกั รู้ในตนเอง และความเห็นใจผอู้ ื่น คูท่ ่ี 2 ความภาคภูมิใจในตนเอง และความรับผดิ ชอบตอ่ สังคม - ความตระหนกั รู้ในตนเอง เป็นความสามารถในการคน้ หาและเขา้ ใจในจุดดีจุดดอ้ ย ของตนเอง และความแตกตา่ งที่ตนเองมีกบั บุคคลอื่น ไม่วา่ จะในแง่ความสามารถ เพศ วยั ระดบั การศึกษา ศาสนา สีผวิ ทอ้ งถ่ิน สุขภาพ ฯลฯ - ความเขา้ ใจ/เห็นใจผอู้ ื่น เป็ นความสามารถในการเขา้ ใจความรู้สึก และเห็นอกเห็น ใจบุคคลท่ีแตกต่างกบั เรา ไม่วา่ จะในดา้ นเพศ วยั ระดบั การศึกษาศาสนา สีผวิ ทอ้ งถิ่น วยั สุขภาพ ฯลฯ องคป์ ระกอบน้ีจะมีผลสะทอ้ นกลบั ใหเ้ กิดความตระหนกั รู้ในตนเองมากข้ึน - ความภาคภูมิใจในตนเอง เป็นความรู้สึกวา่ ตนเองมีคุณค่า เช่น ความมีน้าใจ รู้จกั ให้ รู้จกั รับ คน้ พบ และภูมิใจในความสามารถดา้ นตา่ ง ๆ (สงั คม ดนตรี กีฬา ศิลปะ การเรียน ฯลฯ) ของ ตนเอง โดยมิไดม้ ุง่ สนใจอยแู่ ต่ในเร่ืองรูปร่าง หนา้ ตา เสน่ห์ หรือความสามารถทางเพศ ฯลฯ เท่าน้นั - ความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม เป็นความรู้สึกวา่ ตนเองเป็นส่วนหน่ึงของสังคมและมี ส่วนรับผดิ ชอบในความเจริญหรือเสื่อมของสงั คม ท้งั 2 องคป์ ระกอบจะช่วยเสริมซ่ึงกนั และกนั เพราะคนที่เห็นคุณค่าตนเองจะมีแรงจูงใจท่ีจะทาดีกบั ผอู้ ื่นและสงั คมมากข้ึน เป็นวงจรสะทอ้ นกลบั ใหเ้ กิดความภูมิใจและเห็นคุณคา่ ตนเองมากข้ึน 3. ดา้ นทกั ษะพิสัยหรือทกั ษะ ประกอบดว้ ย 3 คู่ คือ คู่ที่ 1 การสร้างสัมพนั ธภาพและการส่ือสาร คู่ท่ี 2 การตดั สินใจและการแกไ้ ขปัญหา คูท่ ่ี 3 การจดั การกบั อารมณ์และความเครียด - ทกั ษะการสร้างสัมพนั ธภาพและการสื่อสาร เป็ นความสามารถในการใช้คาพูดและ ภาษาท่าทาง เพ่ือส่ือสารความรู้สึกนึกคิดของตนเองและความสามารถในการรับรู้ความรู้สึกนึกคิดของอีก ฝ่ ายหน่ึง - ทักษะการตัดสินใจและแก้ไขปัญหา เป็ นความสามารถในการรับรู้ปัญหาและ สาเหตุของปัญหา หาทางเลือกไดห้ ลากหลาย วิเคราะห์ขอ้ ดีข้อเสียของแต่ละทางเลือก และตดั สินใจ เลือกทางเลือกในการแกป้ ัญหาที่เหมาะสมที่สุด - ทกั ษะการจดั การกบั อารมณ์และความเครียด เป็ นความสามารถในการรับรู้อารมณ์ ตนเอง ประเมินและรู้เท่าทนั วา่ อารมณ์จะมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของตนอยา่ งไร และเลือกใช้วธิ ีจดั การ กบั อารมณ์ท่ีเกิดข้ึนไดเ้ หมาะสม การจดั การความเครียดเป็ นความสามารถในการรับรู้ระดบั ความเครียด ของตนเอง รู้สาเหตุ หาทางแกไ้ ข และมีวธิ ีผอ่ นคลายความเครียดของตนเองอยา่ งเหมาะสม

58 ทกั ษะชีวติ ทว่ั ไป และทกั ษะชีวติ เฉพำะ เม่ือแบ่งเด็กออกเป็น 3 กลุ่ม คือ เด็กปกติ เดก็ กลุ่มเสี่ยง และเด็กท่ีมีปัญหาแลว้ ทกั ษะชีวิต จะเป็ นกลยุทธ์สาคญั ในการส่งเสริมภูมิคุม้ กนั ทางสังคม ให้กบั เด็กปกติและเด็กทุกคน สาหรับเด็ก กลุ่มเส่ียงตอ้ งมีการสอนทกั ษะชีวติ เฉพาะแต่ละปัญหา มีครูที่ปรึกษาและระบบดูแลช่วยเหลือนกั เรียน รองรับ เดก็ ท่ีมีปัญหาแลว้ ใชก้ ารดูแลเป็นรายบุคคล และระบบส่งตอ่ ยงั วชิ าชีพเฉพาะท่ีเกี่ยวขอ้ ง ดงั น้นั นอกจากการสร้างทกั ษะชีวติ ทวั่ ไป 12 องคป์ ระกอบดงั กล่าวแลว้ ยงั สามารถสร้างทกั ษะ ชีวิตเฉพาะเพ่ือป้องกนั เด็กกลุ่มเส่ียงในปัญหาเฉพาะเร่ือง เช่น เพศและเอดส์ ยาเสพติด ประชาธิปไตย และความเป็ นพลเมือง สิ่ งแวดล้อม ฯลฯ โดยใช้ปัญหาเป็ นตัวต้ังในการสร้างทักษะชีวิตแต่ละ องคป์ ระกอบ เพอ่ื ป้องกนั ปัญหาน้นั ๆ ตวั อยา่ งเช่น ทกั ษะชีวติ ในเร่ืองเพศและเอดส์ องค์ประกอบทกั ษะชีวติ วตั ถุประสงค์ คิดวเิ ครำะห์วจิ ำรณ์ รู้/เขา้ ใจ ธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงตามพฒั นาการทางเพศของตนเอง วเิ คราะห์สถานการณ์เส่ียงทางเพศได้ คดิ สร้ำงสรรค์ มีแนวทางป้องกนั /แกไ้ ข ปัญหาและสถานการณ์เส่ียงทางเพศได้ ตระหนักรู้ในตน ตระหนกั วา่ เพศและโรคเอดส์เป็นเรื่องใกลต้ วั และรู้เท่าทนั สถานการณ์ เสี่ยง เข้ำใจ/เห็นใจผ้อู ื่น เขา้ ใจ/เห็นใจ ผทู้ ่ีไดร้ ับผลกระทบ/มีปัญหา ทางเพศและโรคเอดส์ ควำมภำคภูมิในใจตนเอง ตระหนกั ถึงคุณค่าภายในตนเองซ่ึงเป็นคุณค่าท่ีแทแ้ ละสร้างไดเ้ อง ไมใ่ ช่ รูปลกั ษณ์ภายนอกและวตั ถุซ่ึงเป็นคุณค่าเทียมที่ไมย่ งั่ ยนื เพราะตอ้ งอาศยั ปัจจยั ภายนอก รับผดิ ชอบสังคม มีเพศสมั พนั ธ์เม่ือมีความพร้อมท่ีจะรับผดิ ชอบ ปลอดภยั และไม่เกิดผล กระทบใด ๆ ตามมา กำรส่ือสำร สามารถปฏิเสธการมีพฤติกรรมเสี่ยง เตือนเพอ่ื นที่เส่ียง หาคาปรึกษา ให้ กำรสร้ำงสัมพนั ธภำพ คาปรึกษาที่ดีแก่ผอู้ ื่นได้ กำรตัดสินใจ ตดั สินใจดว้ ยเหตุผล สามารถหาทางออกที่เหมาะสมในปัญหาต่าง ๆ ได้ กำรแก้ไขปัญหำ กำรจัดกำรอำรมณ์ จดั การกบั อารมณ์และความรู้สึกทางเพศได้ มีวธิ ีระบายออกไดเ้ หมาะสม กำรจัดกำรควำมเครียด

59 ทกั ษะชีวติ สำหรับลูกเสือต้ำนภยั ยำเสพติด องค์ประกอบทกั ษะชีวติ วตั ถุประสงค์ คิดวเิ ครำะห์วจิ ำรณ์ รู้/เขา้ ใจ ภยั อนั ตราย และวเิ คราะห์ความเสี่ยงต่อปัญหายาเสพติดได้ คิดสร้ำงสรรค์ มีแนวทางในการป้องกนั ตนเองจากปัญหายาเสพติด ตระหนักรู้ในตน ตระหนกั วา่ ปัญหายาเสพติดเป็นเร่ืองใกลต้ วั ตอ้ งรู้เท่าทนั และหลีกเลี่ยง ได้ เข้ำใจ/เห็นใจผู้อื่น เขา้ ใจ/เห็นใจ ผไู้ ดร้ ับผลกระทบจากปัญหายาเสพติด ควำมภำคภูมิในใจตนเอง ภูมิใจ และเห็นคุณค่าของตนเอง ใหค้ วามสาคญั กบั คุณค่าภายในตนเอง ซ่ึงเป็นคุณคา่ ที่แทแ้ ละสร้างไดเ้ อง ไม่ใช่รูปลกั ษณ์ภายนอกและวตั ถุซ่ึง เป็นคุณค่าเทียมที่ไม่ยง่ั ยนื เพราะตอ้ งอาศยั ปัจจยั ภายนอก รับผดิ ชอบสังคม รับผดิ ชอบต่อตนเองและสังคม หลีกเลี่ยงยาเสพติด และตระหนกั วา่ ทุก คนตอ้ งมีส่วนร่วมในการป้องกนั ปัญหายาเสพติด กำรสื่อสำร สามารถปฏิเสธการมีพฤติกรรมเสี่ยง เตือนเพือ่ นท่ีเสี่ยง หาคาปรึกษา ให้ กำรสร้ำงสัมพนั ธภำพ คาปรึกษาท่ีดีแก่ผอู้ ื่นได้ กำรตดั สินใจ ตดั สินใจดว้ ยเหตุผล สามารถหาทางออกท่ีเหมาะสมในปัญหาต่าง ๆ ได้ กำรแก้ไขปัญหำ กำรจัดกำรอำรมณ์ จดั การกบั อารมณ์และความเครียดได้ มีวธิ ีระบายออกไดเ้ หมาะสม ไม่ใช้ กำรจัดกำรควำมเครียด ยาเสพติด

60 ทกั ษะชีวติ สำหรับลกู เสือประชำธิปไตยและควำมเป็ นพลเมือง องค์ประกอบทกั ษะชีวติ วตั ถุประสงค์ คิดวเิ ครำะห์วจิ ำรณ์ รู้/เขา้ ใจ หลกั การประชาธิปไตยที่ถูกตอ้ ง และหนา้ ท่ีพลเมือง คดิ สร้ำงสรรค์ มีแนวทางท่ีเหมาะสมในการส่งเสริ มประชาธิปไตยและความเป็ น พลเมืองสาหรับตนเองและผอู้ ่ืน ตระหนักรู้ในตน ตระหนกั วา่ ประชาธิปไตยตอ้ งเริ่มท่ีตนเองก่อน รักษาและใชส้ ิทธิของ ตนเองในทางที่ถูกตอ้ ง เข้ำใจ/เห็นใจผ้อู ่ืน เคารพสิทธิผอู้ ื่น เขา้ ใจ ยอมรับ และเคารพในความคิดเห็น ความเช่ือ ของ ผอู้ ื่นท่ีแตกต่างจากตนเอง ควำมภำคภูมใิ นใจตนเอง ตระหนกั และเห็นคุณค่าของความเป็นพลเมืองไทย รับผดิ ชอบสังคม ใหค้ วามสาคญั ในการมีส่วนร่วมรับผดิ ชอบสงั คมและประเทศชาติ กำรส่ือสำร สามารถสร้างความเขา้ ใจ จดั การความขดั แยง้ ชกั ชวน รณรงค์ ปฏิเสธ ให้ กำรสร้ำงสัมพนั ธภำพ คาปรึกษา หาคาปรึกษา สร้างและรักษาสมั พนั ธภาพที่ดีกบั ผอู้ ื่น กำรตัดสินใจ ตดั สินใจดว้ ยเหตุผล สามารถหาทางออกที่เหมาะสมในปัญหาตา่ ง ๆ ได้ กำรแก้ไขปัญหำ กำรจัดกำรอำรมณ์ จดั การกบั อารมณ์และความเครียดได้ มีวธิ ีระบายออกไดเ้ หมาะสม ไม่ใช้ กำรจัดกำรควำมเครียด อารมณ์และความรุนแรงในการแกป้ ัญหา

61 3. ลกั ษณะและกระบวนกำรเรียนรู้ของกจิ กรรมลูกเสือทเ่ี สริมสร้ำงทกั ษะชีวติ กระบวนกำรเรียนรู้ทสี่ ร้ำงทกั ษะชีวติ ทกั ษะชีวติ เกิดข้ึนไดจ้ ากการเรียนรู้เองตามธรรมชาติ ข้ึนกบั ประสบการณ์และการมี แบบอยา่ งท่ีดี จึงไมม่ ีทิศทางการเรียนรู้ท่ีแน่นอน และกวา่ จะเรียนรู้กอ็ าจชา้ เกินไป จาเป็นตอ้ งมี ขบวนการเรียนรู้ท่ีสร้างทกั ษะชีวติ ใหเ้ ดก็ ในทิศทางท่ีชดั เจนและตรงกบั ปัญหาของเดก็ แต่ละวยั ซ่ึงทาได้ 2 วธิ ีการใหญ่ ๆ คือ 1. สร้างทกั ษะชีวติ ใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ 2. สร้างทกั ษะชีวติ ในกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ท้งั กิจกรรมในหอ้ งเรียนและนอกหอ้ งเรียน 8 โดยใชก้ ระบวนการเรียนรู้ที่ยึดผเู้ รียนเป็นศูนยก์ ลาง ซ่ึงมีลกั ษณะ 5 ประการ ไดแ้ ก่ 1. การสร้างความรู้ (construction) เป็นการจดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนไดม้ ีส่วนร่วมทางสติปัญญา และทางความคิด ไดม้ ีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ เพื่อสร้างองคค์ วามรู้ใหม่ ร่วมกนั ซ่ึงทาใหเ้ กิดทกั ษะชีวติ 2 องคป์ ระกอบท่ีเป็ นแกนหลกั คือ ความคิดวิเคราะห์วจิ ารณ์ และ ความคิดสร้างสรรค์ การอภิปรายแลกเปล่ียนประสบการณ์และความคิดเห็นดว้ ยเหตุผล ทาใหเ้ กิดความเขา้ ใจ และยอมรับผอู้ ่ืนมากข้ึน ขณะเดียวกนั กไ็ ดไ้ ตร่ตรองและทาความเขา้ ใจตนเองดว้ ย เป็ นองคป์ ระกอบ ทกั ษะชีวติ ดา้ นจิตพสิ ัยคือการตระหนกั รู้ตนเองและเขา้ ใจ/เห็นใจผอู้ ื่น 2. การมีปฏิสมั พนั ธ์ (Interaction) ท้งั ระหวา่ งผเู้ รียนดว้ ยกนั และระหวา่ งผเู้ รียนกบั ผสู้ อน รวมท้งั แหล่งเรียนรู้อ่ืน ๆ ท่ีหลากหลาย เพ่อื ทากิจกรรมร่วมกนั ใหบ้ รรลุเป้าหมาย ทาใหเ้ กิด

62 องคป์ ระกอบทกั ษะชีวติ ดา้ นทกั ษะพสิ ัย ท้งั 3 คู่ คือ การสื่อสารและสร้างสัมพนั ธภาพ การตดั สินใจ และแกไ้ ขปัญหา การจดั การอารมณ์และความเครียด การยอมรับจากกลุ่ม การทางานสาเร็จ การไดร้ ับคาชม ทาใหเ้ กิดความภูมิใจและเห็นคุณคา่ ตนเอง เม่ือประกอบกบั กบั ความตระหนกั วา่ ตนเองเป็นส่วนหน่ึงของกลุ่ม จึงนาไปสู่ความรับผดิ ชอบ มากข้ึน เกิดองคป์ ระกอบทกั ษะชีวติ ดา้ นจิตพิสัย คือเห็นคุณค่าตนเองและรับผิดชอบสังคม 3. จดั กิจกรรมการเรียนรู้อยา่ งเป็นกระบวนการ (Process Learning) การเรียงลาดบั กิจกรรม การออกแบบกลุ่ม และการออกแบบงานในแตล่ ะกิจกรรมตอ้ งช่วยใหผ้ เู้ รียนเกิดความเขา้ ใจชดั เจน และทากิจกรรมที่มอบหมายไดส้ าเร็จตามวตั ถุประสงค์ 4. การมีส่วนร่วมทางกาย ไดล้ งมือทาดว้ ยตนเอง (Physical Participation) ช่วยกระตุน้ ให้ ผเู้ รียนเกิดความสนใจ สนุกสนานเพลิดเพลิน เกิดการรับรู้และเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ 5. มีการประยกุ ตใ์ ช้ (Application) เป็นการเช่ือมโยงองคค์ วามรู้ที่ไดก้ บั ชีวิตจริงของผูเ้ รียน ได้ นาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ กิดประโยชนท์ ้งั ต่อตนเองและผอู้ ื่นอยา่ งเป็นรูปธรรม ทาใหเ้ ห็นประโยชน์และ คุณคา่ ของการเรียนรู้ที่ไดร้ ับ และกระตุน้ ความตอ้ งการเรียนรู้มากยง่ิ ข้ึน ขบวนกำรลกู เสือ (Scout movement) ตำมคำนิยำมของลกู เสือโลก “เป็นกระบวนการเรียนรู้และพฒั นาตนเองอยา่ งต่อเนื่องสาหรับเยาวชน เพือ่ สร้างเยาวชนที่ มีจิตใจเสียสละ รับผดิ ชอบและอุทิศตนแก่สังคม ดว้ ยวธิ ีการลูกเสือ” ขบวนกำรลกู เสือตำมแนวกำรจัดกจิ กรรมพฒั นำผ้เู รียนในหลกั สูตรแกนกลำง พ.ศ.2551 “เป็นกระบวนการทางการศึกษาส่วนหน่ึง ซ่ึงมุง่ พฒั นา สมรรถภาพของบุคคล ท้งั ทาง สมอง ร่างกาย จิตใจ และศีลธรรม เพื่อใหเ้ ป็นบุคคลท่ีมีความประพฤติดีงาม ไมก่ ระทาตนเป็ นปัญหา ของสังคม ดารงชีวิตอยา่ งมีความหมาย และสุขสบาย” หลกั กำรลูกเสือ (Scout principle) 1. ลูกเสือโลกเนน้ หนา้ ที่หลกั 3 ประการ 1.1 หนา้ ท่ีต่อพระเจา้ /ศาสนา (ดา้ นจิตวญิ ญาณ) คือการแสวงหาและดาเนินชีวิตอยา่ ง มีคุณคา่ และมีความหมาย 1.2 หน้าท่ีต่อผู้อ่ืน คือการเคารพ ให้เกียรติ ช่วยเหลือผูอ้ ่ืน/ รวมถึงสังคมและ ส่ิงแวดลอ้ ม 1.3 หนา้ ท่ีต่อตนเอง ไดแ้ ก่ พฒั นาตนเองท้งั ดา้ น ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และ จิตวญิ ญาณ

63 2. หลกั การลูกเสือไทย ลูกเสือไทยมีหน้าท่ีหลกั 5 ประการ (ใช้หลกั การลูกเสือโลก แต่ไดป้ รับให้เขา้ กบั สงั คมไทยโดยแยก ขอ้ 4 และ5 ออกมาใหเ้ ด่นชดั ข้ึน) 2.1 รับผดิ ชอบต่อการพฒั นาตนเองอยา่ งต่อเนื่อง 2.2 เขา้ ร่วมพฒั นาสังคม ยอมรับ เคารพในเกียรติและศกั ด์ิศรีผูอ้ ื่นและเพ่ือนมนุษย์ ทุกคน รวมท้งั ธรรมชาติ และสรรพสิ่งท้งั หลายในโลก 2.3 มีศาสนาเป็นหลกั ยดึ ทางใจ 2.4 จงรักภกั ดีต่อพระมหากษตั ริยแ์ ละประเทศชาติ 2.5 ยดึ มนั่ ในคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ วธิ ีกำรลูกเสือ (Scout method) วธิ ีการลูกเสือไทย มี 7 องคป์ ระกอบ 1. การฝึกอบรมเพือ่ ความกา้ วหนา้ ในการเขา้ ร่วมกิจกรรม 2. การสนบั สนุนโดยผใู้ หญ่ 3. ยดึ มนั่ ในคาปฏิญาณและกฎ 4. การใชส้ ญั ลกั ษณ์ร่วมกนั 5. ระบบหมู่ 6. การศึกษาธรรมชาติ 7. เรียนรู้จากการกระทา (วธิ ีการลูกเสือโลกมี 8 ขอ้ คือเพมิ่ ขอ้ 8. เรียนรู้จากการบริการ) ลกั ษณะของกจิ กรรมลกู เสือ หลกั การลูกเสือสอดคลอ้ งกบั ทกั ษะชีวติ หลายองคป์ ระกอบ และวธิ ีการลูกเสือก็จดั เป็น ขบวนการเรียนรู้ท่ียดึ ผเู้ รียนเป็นศูนยก์ ลาง รูปแบบหน่ึงท่ีเรียนรู้ในระบบหมู่ ผา่ นกิจกรรมที่ สนุกสนานเพลิดเพลิน ร่วมกบั องคป์ ระกอบอื่นๆ ที่เป็ นเอกลกั ษณ์เฉพาะตามวธิ ีการลูกเสือ คุณค่าของสื่อการเรียนการสอนประเภทกิจกรรม 1. ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนกลา้ แสดงออกและทางานร่วมกบั ผอู้ ื่นได้ 2. กระตุน้ ให้ผูเ้ รียนเกิดความสนใจ เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน ทาให้มีการรับรู้และการ เรียนรู้ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ ผูเ้ รียนสามารถเรียนไดม้ ากข้ึนแต่เสียเวลาน้อยลง ซ่ึงเป็ นลกั ษณะเฉพาะ ของสื่อการสอนประเภทกิจกรรม 3. เปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนมีส่วนร่วมในการกาหนดขอบข่าย เน้ือหา และวตั ถุประสงค์ 4. ผเู้ รียนไดฝ้ ึ กฝน พฤติกรรมการเรียนรู้ท้งั ทางดา้ นความรู้ เจตคติ ทกั ษะ รวมท้งั จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ โดยเรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ ดว้ ยตนเอง

64 หลกั สูตรลูกเสือเพื่อเสริมสร้ำงทกั ษะชีวติ หลกั สูตรลูกเสือเดิมใช้วิชาเป็ นตวั ต้งั ในการกาหนดวตั ถุประสงค์หลกั สูตร เน้นที่ทกั ษะการ ดารงชีวิต ส่วนหลกั สูตรการจดั กิจกรรมลูกเสือท่ีเสริมสร้างทกั ษะชีวิต ไดใ้ ช้เหตุการณ์สาคญั และ สภาพปัญหาในชีวิตจริงของเด็กแต่ละวยั เป็ นตวั กาหนดวตั ถุประสงคห์ ลกั สูตร โดยพิจารณาร่วมกบั วตั ถุประสงคห์ ลกั สูตรลูกเสือโลก และแนวทางการพฒั นาลูกเสือไทย 8 ประการ เมื่อรวบรวมและตดั ทอนส่วนที่ซ้าซ้อนออกไป จึงสรุปไดเ้ ป็ นแนวทางพฒั นาลูกเสือเพ่ือเสริมสร้างทกั ษะชีวิต 4 ดา้ น คือ ดา้ นร่างกายและสิ่งแวดลอ้ ม /ดา้ นสติปัญญาค่านิยมและเจตคติ /ดา้ นจิตใจ ศีลธรรม และสัมพนั ธภาพ ระหว่างบุคคล /ด้านสัมพนั ธภาพกบั ชุมชน สังคม และวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ในแนวทางพฒั นา ลูกเสือเพ่ือเสริมสร้างทกั ษะชีวติ ท้งั 4 ดา้ น ไดร้ วมท้งั หมด 15 หน่วย ดงั ตารางต่อไปน้ี ตำรำงเปรียบเทียบวัตถุประสงค์หลักสูตรลูกเสือโลก 6 ด้ำน แนวทำงพัฒนำลูกเสือไทย 8 ประกำร และหลกั สูตรลูกเสือทเี่ สริมสร้ำงทกั ษะชีวติ 4 ด้ำน หลกั สูตรลกู เสือโลก 6 ด้ำน แนวทำงพฒั นำลูกเสือไทย หลกั สูตรลูกเสือทเ่ี สริมสร้ำง 8 ประกำร ทกั ษะชีวติ 4 ด้ำน ร่างกาย ร่างกาย ร่างกายและส่ิงแวดลอ้ ม รับผดิ ชอบต่อสิ่งแวดลอ้ ม สติปัญญา สติปัญญา สติปัญญา ค่านิยม และเจตคติ สร้างค่านิยมและเจตคติ จริยธรรม จิตใจ จิตใจ ศีลธรรม จิตใจ ศีลธรรม และ จิตวิญญาณ สมั พนั ธภาพระหวา่ งบุคคล สมั พนั ธภาพระหวา่ งบุคคล สมั พนั ธภาพทางสังคม สัมพนั ธภาพตอ่ ชุมชน สมั พนั ธภาพกบั ชุมชนและ สมั พนั ธภาพทางสังคม สังคม แนวทางพฒั นาลูกเสือที่เนน้ ทกั ษะชีวติ 4 ดา้ น จะครอบคลุมทกั ษะชีวติ ท้งั 12 องคป์ ระกอบดงั น้ี 1. ดา้ นร่างกายและสิ่งแวดลอ้ ม (รับผดิ ชอบต่อตนเองและสงั คม) 2. ดา้ นสติปัญญา ค่านิยมและเจตคติ (คิดวเิ คราะห์วจิ ารณ์ คิดสร้างสรรค์ เขา้ ใจตนเอง ตดั สินใจแกไ้ ขปัญหา) 3. ดา้ นจิตใจ ศีลธรรม และสัมพนั ธภาพระหวา่ งบุคคล (สื่อสาร/สร้างสัมพนั ธภาพ เห็น คุณคา่ ตนเอง เขา้ ใจ/เห็นใจผอู้ ่ืน จดั การอารมณ์/ความเครียด) 4. ดา้ นสมั พนั ธภาพกบั ชุมชนและสงั คม (รับผดิ ชอบตอ่ ตนเองและสังคม)

65 ตำรำงวเิ ครำะห์ผลกำรเรียนรู้ในแนวทำงพฒั นำลกู เสือเพ่ือเสริมสร้ำงทกั ษะชีวติ 4 ด้ำน ด้ำนกำรพฒั นำ ผลกำรเรียนรู้ ด้ำนร่ำงกำยและสิ่งแวดล้อม หน่วยท่ี 1 สาระสาคญั ของการลูกเสือ หน่วยที่ 2 ทกั ษะลูกเสือ หน่วยท่ี 3 สุขภาพอนามยั ดี หน่วยท่ี 4 ความปลอดภยั หน่วยที่ 5 ดาเนินชีวติ ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง หน่วยท่ี 6 อนุรักษแ์ ละร่วมแกไ้ ขทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอ้ ม ด้ำนสตปิ ัญญำ ค่ำนิยม หน่วยท่ี 7 การคิดวเิ คราะห์ ตดั สินใจ แกไ้ ขปัญหา และเจตคติ หน่วยท่ี 8 จุดดี จุดดอ้ ย และการพฒั นาตนเอง ด้ำนจิตใจ ศีลธรรม และ หน่วยท่ี 9 รักและศรัทธา สถาบนั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ สัมพนั ธภำพระหว่ำงบุคคล หน่วยท่ี 10 ปฏิบตั ิตามวถิ ีไทย และภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น หน่วยที่ 11 คุณธรรม – จริยธรรม หน่วยท่ี 12 สัมพนั ธภาพและการส่ือสาร ด้ำนสัมพนั ธภำพกบั ชุมชน หน่วยที่ 13 มีจิตอาสา สังคม หน่วยที่ 14 รักและหวงแหน สาธารณสมบตั ิของชุมชน/ชาติ หน่วยที่ 15 รับผดิ ชอบปัญหาสงั คม ลกั ษณะของกจิ กรรมลูกเสือทเ่ี สริมสร้ำงทกั ษะชีวติ การจดั กิจกรรมลูกเสือท่ีเสริมสร้างทกั ษะชีวติ น้นั ไดร้ ักษาจุดเด่น เอกลกั ษณ์ หลกั การ วธิ ีการ ของลูกเสือไว้ โดยสอดแทรกการเรียนรู้ทกั ษะชีวติ เพิ่มเขา้ ไปเพ่ือตอบสนองวตั ถุประสงคท์ ี่รอบดา้ น ครอบคลุมการดารงชีวิตในปัจจุบนั ใหช้ ดั เจนข้ึน ใหเ้ ดก็ ไดฝ้ ึกคิด วเิ คราะห์ ไดต้ รวจสอบความคิด ความเช่ือของตนกบั คนส่วนใหญ่ ยอมรับความคิดและเคารพสิทธิผอู้ ื่น ตดั สินใจ แกไ้ ขปัญหา ใน สถานการณ์สมมุติ รวมท้งั ไดฝ้ ึกฝนทกั ษะทางจิตสงั คมท่ีจาเป็น ฯลฯ เพื่อใหเ้ กิดทกั ษะชีวติ ที่ตอ้ งการ สร้าง ท้งั ทกั ษะชีวติ ทวั่ ไป และทกั ษะชีวติ เฉพาะ เมื่อจดั ประเภทตามทกั ษะ ความสามารถในการปฏิบตั ิกิจกรรม แบ่งออกไดเ้ ป็น 5 ประเภท คือ 1. กิจกรรมการแสดงออก เป็ นกิจกรรมที่เปิ ดโอกาสใหล้ ูกเสือไดใ้ ชค้ วามสามารถในการ แสดงออก แสดงความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการในรูปแบบต่าง ๆ ซ่ึงมกั จะเป็นการจาลอง ประสบการณ์ต่าง ๆ มาเพื่อการเรียนรู้ไดง้ ่ายและสะดวกข้ึน หรือเป็ นสิ่งที่ใชแ้ ทนประสบการณ์จริง

66 เพราะศาสตร์ต่างๆ ในโลก มีมากเกินกวา่ ท่ีจะเรียนรู้ไดห้ มดสิ้นจากประสบการณ์ตรงในชีวติ และบาง กรณีก็อยใู่ นอดีต ซบั ซอ้ นเร้นลบั หรือเป็นอนั ตราย ไม่สะดวกต่อการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ตวั อยา่ งกิจกรรม เช่น 1.1 สถานการณ์จาลอง เป็นการจดั สภาพแวดลอ้ มเลียนแบบความจริงใหใ้ กลเ้ คียงกบั สภาพความเป็นจริงมากท่ีสุด เพอื่ ใหผ้ เู้ รียนไดฝ้ ึกฝน แกป้ ัญหาและตดั สินใจจากสภานการณ์ที่กาลงั เผชิญอยนู่ ้นั แลว้ นาประสบการณ์แห่งความสาเร็จไปเป็นแนวทางในการแกป้ ัญหา 1.2 การสาธิตเป็ นกระบวนการท่ีผสู้ อนช่วยใหผ้ เู้ รียนไดเ้ กิดการเรียนรู้ตามวตั ถุประสงค์ โดยการแสดงหรือกระทาใหด้ ูเป็ นตวั อยา่ ง ใหค้ วามสาคญั กบั ขบวนการท้งั หมดที่ผูเ้ รียนจะตอ้ งเฝ้าสังเกต อยูโ่ ดยตลอด 1.3 การเล่านิทาน 1.4 ละคร หุ่นจาลอง 1.5 เพลง ดนตรี การเคล่ือนไหวตามจงั หวะดนตรี หมายถึง กิจกรรมที่เนน้ การใช้ ดนตรีเป็นสื่อในการเรียนรู้ท้งั ในแง่เน้ือหาและความบนั เทิง ผอ่ นคลาย และเขา้ ถึงวฒั นธรรมต่าง ๆ 1.6 ศิลปะ แขนงอ่ืน ๆ เช่น การวาดรูป การป้ันดินเหนียว งานหตั ถกรรม การร้อยดอกไม้ 1.7 การโตว้ าที ฯลฯ 2. กิจกรรมการรายงานและการสารวจ เป็นกิจกรรมท่ีเนน้ ใหล้ ูกเสือไดเ้ รียนรู้จากความเป็น จริง หรือเหตุการณ์จริง ในชีวิตประจาวนั ผา่ นประสบการณ์ตรงดว้ ยตนเอง ซ่ึงเป็ นรากฐานสาคญั ของ การศึกษา เช่น การทาแผนท่ี การสารวจ หมายถึง การเรียนรู้ผา่ นสถานการณ์จริงดว้ ยการลงพ้ืนที่ สารวจ และจาลองส่ิงที่ไดเ้ รียนรู้สู่แผนท่ี ภาพ หรือสญั ลกั ษณ์ เพ่ือแสดงความคิดรวบยอดของสิ่งที่ได้ เรียนรู้น้นั ตวั อยา่ งกิจกรรม เช่น การสมั ภาษณ์ การเป็ นผสู้ ื่อข่าว การทาสารคดี การศึกษานอกสถานที่ ชุมชนศึกษา การผลิตส่ือการทาปูมการจดั นิทรรศการการสอดแนม สารวจ แผนท่ี เขียนเรียงความ ฯลฯ 3. กิจกรรมการวเิ คราะห์และการประเมิน เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นและร่วมกนั วิเคราะห์ ประเมินสิ่งตา่ ง ๆ ท่ีเกิดข้ึน ตวั อยา่ งกิจกรรม เช่น การเปรียบเทียบคุณคา่ การประเมินความเสี่ยง การทาแผนท่ีความคิด ฯลฯ 4. เกมและกำรแข่งขัน 4.1 เกม เป็น กิจกรรมท่ีมีกฎกติกา และลาดบั ข้นั ตอน ที่เอ้ือใหล้ ูกเสือเกิดการเรียนรู้ ผา่ นการเล่นเกม ใหข้ อ้ คิดที่สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ท่ีตอ้ งการ

67 4.2 การแข่งขนั เป็นกิจกรรมท่ีมีกติกาในการแข่งขนั และมีการตดั สินหาผชู้ นะ เช่น การตอบปัญหาในเร่ืองตา่ ง ๆ เพ่อื กระตุน้ ใหเ้ กิดความสนใจใฝ่ รู้มากข้ึน ฯลฯ 5. กิจกรรมบาเพญ็ ประโยชน์ เป็นกิจกรรมสร้างสรรคท์ ี่เนน้ การฝึกความเสียสละของลูกเสือ ไดแ้ ก่ การจดั กิจกรรมการกุศล การซ่อมของเล่นใหน้ อ้ ง การดูแลทาความสะอาดสถานที่ การปลูก และดูแลตน้ ไม้ การเก็บผกั จากแปลงไปประกอบอาหารเล้ียงนอ้ ง ฯลฯ กระบวนกำรเรียนรู้ของกจิ กรรมลกู เสือสร้ำงทกั ษะชีวติ ได้อย่ำงไร กิจกรรมลูกเสือ มีองคป์ ระกอบครบท้งั 5 ประการ ของขบวนการเรียนการสอนที่ยดึ ผเู้ รียน เป็นศูนยก์ ลาง การสร้างทกั ษะชีวติ ท้งั 12 องคป์ ระกอบ เกิดข้ึนดว้ ยกิจกรรมดงั ตารางต่อไปน้ี องค์ประกอบทกั ษะชีวติ กจิ กรรม คิดวเิ ครำะห์วจิ ำรณ์ การอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ เพ่ือสร้างองคค์ วามรู้ คดิ สร้ำงสรรค์ ใหมร่ ่วมกนั กิจกรรมท่ีตอ้ งคิดนอกกรอบ สร้างสรรคส์ ิ่งใหม่ งานศิลป์ งานฝีมือ การ แสดง ฯลฯ ตระหนักรู้ในตน การอยรู่ ่วมกนั ในหมูล่ ูกเสือ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความ เข้ำใจ/เห็นใจผู้อ่ืน คิดเห็นดว้ ยเหตุผล ทาใหเ้ กิดความเขา้ ใจและยอมรับผอู้ ่ืนมากข้ึน ขณะเดียวกนั ก็ไดไ้ ตร่ตรองและทาความเขา้ ใจตนเองดว้ ย ควำมภำคภูมใิ จในตนเอง การเป็นท่ียอมรับในหมูล่ ูกเสือ/ทุกคนเคารพใหเ้ กียรติซ่ึงกนั และกนั /การ ทางานสาเร็จ ไดร้ ับคาชม ทาใหเ้ กิดความภูมิใจและเห็นคุณคา่ ตนเอง รับผดิ ชอบสังคม ตระหนกั วา่ ตนเองเป็นส่วนหน่ึงของหมูล่ ูกเสือท่ีจะตอ้ งมีส่วนร่วม รับผดิ ชอบ จึงทาใหม้ ีวินยั และรับผดิ ชอบต่อตนเองและส่วนรวมมากข้ึน กำรสื่อสำร การทางานร่วมกนั ในหมูล่ ูกเสือ ตอ้ งส่ือสารและมีสมั พนั ธภาพท่ีดีตอ่ กนั กำรสร้ำงสัมพนั ธภำพ ตอ้ งตดั สินใจและแกไ้ ขปัญหาตา่ ง ๆ ที่เกิดในการทางานร่วมกนั รวมท้งั กำรตดั สินใจ ควบคุมอารมณ์และความเครียดที่เกิดข้ึนจากความขดั แยง้ คิดเห็นตา่ งกนั กำรแก้ไขปัญหำ ดว้ ย นอกจากน้ียงั ตอ้ งมีปฏิสมั พนั ธ์ กบั ลูกเสือหมูอ่ ่ืน ผกู้ ากบั และแหล่ง กำรจัดกำรอำรมณ์ เรียนรู้อ่ืน ๆ ดว้ ย เพอื่ ทากิจกรรมร่วมกนั ใหบ้ รรลุเป้าหมาย กำรจัดกำรควำมเครียด กิจกรรมลูกเสือเพ่ือเสริมสร้างทกั ษะชีวติ ในคูม่ ือครูท่ีจดั ทาข้ึนเป็นเพยี งตวั ช่วยใหเ้ กิด การเรียนการสอนข้นั ต่าสุดโดยไม่เกิดปัญหาเท่าน้นั ผกู้ ากบั ลูกเสือสามารถที่จะพฒั นาให้ดีข้ึนกวา่ เดิม ไดต้ ลอดเวลา เพราะสงั คมเปล่ียนตลอดเวลาเช่นกนั

เรื่อง พธิ ีกำรลกู เสือสำมญั 68 บทเรียนที่ 4 เวลำ 45 นำที ขอบข่ำยวชิ ำ 1. พิธีเขา้ ประชุมลูกเสือสามญั 2. พธิ ีส่งลูกเสือสามญั ไปเป็นลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ 3. พธิ ีส่งลูกเสือสารองไปเป็นลูกเสือสามญั จุดหมำย เพื่อใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมสามารถปฏิบตั ิเก่ียวกบั พธิ ีการลูกเสือสามญั ได้ วตั ถุประสงค์ เมื่อจบบทเรียนน้ีแลว้ ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมควรจะปฏิบตั ิในเรื่องต่อไปน้ีได้ 1. พิธีเขา้ ประจากองลูกเสือสามญั 2. พิธีส่งลูกเสือสามญั ไปเป็นลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ 3. พธิ ีส่งลูกเสือสารองไปเป็นลูกเสือสามญั วธิ ีสอน / กจิ กรรม 1. บรรยาย 10 นาที 2. สาธิต (เลือกพธิ ีใดพิธีหน่ึงเท่าท่ีเวลาจะอานวย) 25 นาที 3. ซกั ถาม 5 นาที 4. สรุป 5 นาที ส่ือกำรสอน เอกสารประกอบ 1. พธิ ีเขา้ ประจากองลูกเสือสามญั 2. พธิ ีส่งลูกเสือสามญั ไปเป็นลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ 3. พิธีส่งลูกเสือสารองไปเป็นลูกเสือสามญั กำรประเมินผล 1. การสังเกตจากพฤติกรรม 2. ทดสอบโดยการปฏิบตั ิจริง เนื้อหำวชิ ำ บันทกึ ภูมหิ ลงั - ผสู้ อนควรจะทาความเขา้ ใจในเร่ืองพิธีการแต่ละอยา่ งท่ีมีอยใู่ นเอกสารประกอบใหแ้ จ่มชดั - ควรอธิบายความหมายของพธิ ีแต่ละอยา่ งใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมไดท้ ราบเป็ นส่วนรวม เสียก่อน แลว้ จึงสาธิต

69 - พธิ ีการตา่ ง ๆ ของลูกเสือน้นั เป็นไปอยา่ งง่าย ๆ ส้ัน ๆ และดว้ ยจริงใจ “พธิ ีการ” เป็นเร่ืองทาจริง ไม่ใช่สิ่งสมมติ ผลท่ีไดจ้ ากพธิ ีการน้นั กค็ ือ 1) ความมีระเบียบวนิ ยั ในตวั เอง (ความเคร่งครัดและมีกฎเกณฑข์ องพิธีทาใหเ้ กิดวนิ ยั ) 2) ใหล้ ูกเสือไดม้ ีโอกาสระลึกถึงและรักษาคามนั สัญญาอยเู่ สมอ 3) ทาใหเ้ กิดความสัมพนั ธ์อยา่ งใกลช้ ิดระหวา่ งผกู้ ากบั กองลูกเสือ กบั ลูกเสือ 4) ทาใหล้ ูกเสือเกิดความภาคภูมิใจในเกียรติที่ไดร้ ับในพิธีน้นั ๆ พิธีการตา่ ง ๆ มีดงั น้ี คือ 1. พิธีเขา้ ประจากองหรือเรียกวา่ พธิ ีปฏิญาณตนเป็ นส่ิงจาเป็นอยา่ งยงิ่ เพราะเม่ือไดก้ ระทาพธิ ี เขา้ ประจากองแลว้ จึงจะเป็ นลูกเสือโดยสมบูรณ์ได้ เดก็ ตอ้ งเรียนวชิ าลูกเสือตรีและทดสอบวชิ าลูกเสือตรีไดแ้ ลว้ จึงจะทาพธิ ีเขา้ ประจากอง เป็นหนา้ ท่ีของลูกเสือตา่ งกองต่างจดั ทากนั เอง 2. พธิ ีส่งลูกเสือสามญั ไปเป็นลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่น้นั หากลูกเสือผนู้ ้นั เคยเป็ นลูกเสือ มาแลว้ และมีอายทุ ี่จะเป็นลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ได้ (อายอุ ยา่ งนอ้ ย 14 ปี 6 เดือน ถึง 18 ปี บริบูรณ์ หรือ เมื่อเดก็ เรียนจบช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6) ก็ควรทาพธิ ีส่งไปเป็นลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ แตถ่ า้ ไม่สะดวก ประการใด ๆ กด็ ีไมท่ าก็ได้ แต่ถา้ เดก็ ไม่เคยเป็ นลูกเสือสามญั มาก่อน กไ็ มต่ อ้ งทาพธิ ีส่งลูกเสือสามญั ไปเป็นลูกเสือ สามญั รุ่นใหญ่คงทาพิธีเขา้ ประจากองลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่อยา่ งเดียว 3. พธิ ีส่งลูกเสือสารองไปเป็นลูกเสือสามญั เมื่อลูกเสือสารองมีความประสงคท์ ่ีเป็นลูกเสือ สามญั และมีอายทุ ี่จะเป็นลูกเสือสามญั (อายอุ ยา่ งนอ้ ย 10 ปี 6 เดือน ถึง 17 ปี บริบูรณ์ หรือเมื่อเด็ก เรียนจบช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 4 ) กค็ วรจดั ทาใหเ้ ขา แตถ่ า้ โอกาสไมอ่ านวยจะไม่ทากไ็ ด้ เอกสำรอ้ำงองิ 1. ขอ้ บงั คบั คณะลูกเสือแห่งชาติ วา่ ดว้ ยการปกครอง หลกั สูตรและวชิ าพิเศษลูกเสือ พ.ศ. 2509

พธิ ีกำรของลูกเสือสำมัญ 70 เอกสำรประกอบบทเรียนที่ 3 (1) พธิ ีเข้ำประจำกองลูกเสือสำมญั พธิ ีเขา้ ประจากองลูกเสือหรือเรียกวา่ พิธีปฏิญาณตน ใหป้ ฏิบตั ิดงั ต่อไปน้ี 1. จดั ลูกเสือเก่า (คือ ลูกเสือท่ีไดป้ ฏิญาณตนแลว้ ) อยา่ งนอ้ ย 6 คน เป็นผแู้ ทนคณะลูกเสือ แห่งชาติเขา้ แถวหนา้ กระดาน และลูกเสือใหม่ (คือ ลูกเสือท่ีจะปฏิญาณตน) เขา้ แถวหนา้ กระดาน เหมือนกนั อยหู่ ลงั ลูกเสือเก่า (ลูกเสือเก่าและลูกเสือใหมม่ ีพลอง) 2. ผกู้ ากบั ยนื อยหู่ นา้ แถว มีรองผกู้ ากบั ยนื อยดู่ า้ นขวามือของผกู้ ากบั เพอ่ื รับฝากพลองกบั หมวกของลูกเสือใหม่ 3. ผกู้ ากบั เรียกลูกเสือใหมว่ า่ “นายแดง รักไทย มาแลว้ หรือยงั ” (สมมุติวา่ ลูกเสือใหม่ช่ือ นายแดง รักไทย และถา้ นายแดง รักไทย เคยเป็ นลูกเสือสารองมาก่อนก็ใหเ้ รียกวา่ “ลูกเสือแดง รัก ไทย”) นายหมู่ที่อยหู่ วั แถวลูกเสือผนู้ ้นั กา้ วออกมาขา้ งหนา้ 1 กา้ ว ทาวนั ทยาวธุ พร้อมกบั ขานวา่ “มาแลว้ ” และใหน้ ายหมู่เรียกซ้าอีกวา่ “นายแดง รักไทย” นายแดง รักไทยขานรับวา่ “อย”ู่ แลว้ วง่ิ ออกมามอบพลองกบั หมวกไวท้ ่ีรองผกู้ ากบั (เวลาวงิ่ ใหว้ ง่ิ หนา้ แถวหมู่ของตนไปดา้ นซ้ายของแถว) แลว้ ไปยนื หนา้ ผกู้ ากบั เป็นแถว-หนา้ กระดานทีละคนจนหมดหมู่ (คร้ังหน่ึง ๆ ไม่ควรเกิน 8 คน) เม่ือหมดคนในหมู่แลว้ ใหน้ ายหมู่วง่ิ ไปอยบู่ นหวั แถว 4. ผกู้ ากบั เร่ิมทาการสอบถามดงั น้ี ผ้กู ำกบั “เจา้ เขา้ ใจหรือไมว่ า่ คามนั่ สัญญาของเจา้ คืออะไร” ลูกเสือใหม่ “ขา้ เขา้ ใจแลว้ คือขา้ สัญญาวา่ จะทาอยา่ งไรแลว้ ตอ้ งทาเหมือนปากพูดทุกอยา่ ง” ผ้กู ำกบั “ถา้ เช่นน้นั จะใหเ้ ช่ือไดห้ รือไม่วา่ ขอ้ 1 เจา้ จะจงรักภกั ดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ ขอ้ 2 เจา้ จะช่วยเหลือผอู้ ื่นทุกเม่ือ ขอ้ 3 เจา้ จะปฏิบตั ิตามกฎของลูกเสือ” ลกู เสือใหม่ แสดงรหสั “ดว้ ยเกียรติของขา้ ขา้ สญั ญาวา่ ขอ้ 1 ขา้ จะจงรักภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ ขอ้ 2 ขา้ จะช่วยเหลือผอู้ ่ืนทุกเมื่อ ขอ้ 3 ขา้ จะปฏิบตั ิตามกฎของลูกเสือ” (ขณะที่ลูกเสือใหม่กล่าวคาปฏิญาณน้ี ลูกเสือเก่าและลูกเสือใหมท่ ่ีไดป้ ฏิญาณตนแลว้ ใหย้ กพลองมา วางไวก้ ่ึงกลางระหวา่ งเทา้ ท้งั สอง พลองส่วนบนพงิ แขนขา้ งซา้ ยซ่ึงงอเป็นมุมฉากรอรับอย)ู่ แลว้ แสดง รหสั (ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือแสดงรหสั ดว้ ย) ลูกเสือและผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือลดมือลง

71 ผ้กู ำกบั “เจา้ จงรักษาคามน่ั สญั ญาของเจา้ ไวม้ นั่ ต่อไป บดั น้ีเจา้ เขา้ เป็นลูกเสือสามญั และเป็น สมาชิกผหู้ น่ึงของคณะพน่ี อ้ งลูกเสือแห่งโลกอนั ยงิ่ ใหญ่แลว้ ” 5. เมื่อสิ้นคาผกู้ ากบั ในขอ้ 4 ใหร้ องผกู้ ากบั นาพลองและหมวกไปมอบใหล้ ูกเสือใหม่ 6. เมื่อลูกเสือใหมร่ ับพลองและหมวกเรียบร้อยแลว้ นายหมู่สงั่ วา่ “ลูกเสือใหม่กลบั หลงั -หนั ” ลูกเสือใหมร่ วมท้งั นายหมูท่ ากลบั หลงั หนั แลว้ นายหมูส่ ่งั ตอ่ “ ลูกเสือใหมท่ าความเคารพลูกเสือเก่า วนั ทยาวธุ ” ท้งั ลูกเสือใหม่และลูกเสือเก่าทาวนั ทยาวธุ พร้อมกนั นายหมูส่ ั่ง “เรียบ – อาวธุ ” เม่ือทุกคน เรียบอาวธุ แลว้ 7. ผกู้ ากบั สัง่ วา่ “ลูกเสือใหม่ เขา้ ประจาหมู่–วง่ิ ”ใหน้ ายหมู่ลูกเสือใหมว่ งิ่ เขา้ ประจาท่ี (ท่ีเดิม) 8. เม่ือทุกคนไดท้ าพธิ ีปฏิญาณตนหมดแลว้ ผกู้ ากบั จดั ใหแ้ ถวหนั หนา้ ไปทาง กรุงเทพมหานคร ถา้ อยใู่ นกรุงเทพมหานครใหห้ นั หนา้ ไปทางพระบรมหาราชวงั ผกู้ ากบั วงิ่ ไปหนา้ แถวแลว้ สง่ั วา่ “ลูกเสือ ถวายความเคารพแด่พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั –วนั ทยา–วธุ ” ลูกเสือทุกคน ทาวนั ทยาวธุ ผกู้ ากบั กล่าวนา“พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ทรงพระเจริญ”ใหล้ ูกเสือทุกคนในท่ีน้นั รับ “ไชโย” พร้อมกนั 3 คร้ัง แลว้ จึงส่งั “เรียบ–อาวธุ ”และสงั่ แถวลูกเสือกลบั ท่ีเดิม แลว้ จึงส่งั เลิกแถว เสร็จพธิ ี (2) พธิ ีส่งลกู เสือสำมัญไปเป็ นลกู เสือสำมัญรุ่นใหญ่ พธิ ีส่งลูกเสือสามญั เป็นลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ ใหป้ ฏิบตั ิดงั ต่อไปน้ี 1. จดั ลูกเสือสามญั เป็ นรูปคร่ึงวงกลม และลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่เป็ นรูปคร่ึงวงกลมหนั หนา้ เขา้ หากนั ห่างกนั พอสมควร 2. ระหวา่ งแดนท้งั สองมีผกู้ ากบั กลุ่มลูกเสือ ผกู้ ากบั ลูกเสือสามญั และผกู้ ากบั ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ ยนื อยู่ (ถา้ ไม่มีผกู้ ากบั ลูกเสือสามญั รุ่นใหญจ่ ะใหร้ องผกู้ ากบั ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่แทนก็ได)้ และมีนายหมู-่ ลูกเสือใหม่ไปอยใู่ นหมูข่ องตวั ยนื อยดู่ ว้ ย 3. อาจจดั ใหม้ ีธงประจากองลูกเสือสามญั และธงประจากองลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่อยทู่ างขวา แดนของตนกไ็ ด้ 4. ผกู้ ากบั ลูกเสือที่จะมอบตวั ใหเ้ ป็นลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่มายนื ตรงหนา้ ผกู้ ากบั ลูกเสือ สามญั -รุ่นใหญ่ แลว้ กล่าววา่ ผู้กำกบั ลูกเสือสำมญั “ขา้ นา……(ออกนามลูกเสือ) ซ่ึงไดเ้ ป็นลูกเสือสามญั หลายปี แลว้ มามอบใหอ้ ยใู่ นกองลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ทา่ นรับไวไ้ ดห้ รือไม่” ผ้กู ำกบั ลูกเสือสำมญั รุ่นใหญ่ “ขา้ พร้อมที่จะรับ…(ออกนามลูกเสือ)ไวใ้ นกองลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่” แลว้ หนั ไปพูดกบั ลูกเสือใหม่วา่ “ขณะน้ี เจา้ มีอายทุ ่ีเป็นลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่แลว้ เจา้ เตม็ ใจที่จะเป็น ลูกเสือสามญั รุ่นใหญใ่ นกองของเราหรือ” ลกู เสือใหม่ “ขา้ เตม็ ใจ” ผู้กำกบั กลุ่มลกู เสือ พดู กบั ลูกเสือใหม่ วา่ “การที่เจา้ จะเป็นลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่น้นั

72 เจา้ มีหนา้ ที่สาคญั อีกข้นั หน่ึงที่จะตอ้ งปฏิบตั ิตอ่ ไป ขา้ ไดเ้ ห็นผลงานอนั ดีท่ีจะไดป้ ฏิบตั ิมาแลว้ และ ภูมิใจที่จะไดเ้ ห็นความสาเร็จของเจา้ ในกิจการลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ในอนาคต” ผ้กู ำกบั ลูกเสือสำมัญรุ่นใหญ่ พูดกบั ลูกเสือใหม่ “ในนามของลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ ขา้ ยนิ ดีรับเจา้ ไวใ้ นกองของเรา” กล่าวแลว้ สัมผสั มือกบั ลูกเสือใหม่ แลว้ นาไปมอบตวั กบั นายหมู่ นายหมู่นาลูกเสือใหม่ ไปยงั หมูข่ องตนเสร็จพธิ ี (3) พธิ ีส่งลกู เสือสำรองไปเป็ นลกู เสือสำมัญ พธิ ีส่งลูกเสือสารองไปเป็นลูกเสือสามญั ใหป้ ฏิบตั ิดงั ตอ่ ไปน้ี 1. กองลูกเสือสารองทารูปวงกลมใหญ่ กองลูกเสือสามญั ทารูปเกือกมา้ 2. ระหวา่ งกองท้งั สองมีการแบง่ เขตแดน (อาจจะใชเ้ ชือก ไมพ้ ลอง หรือโรยปูนขาวไวก้ ็ได)้ 3. กองลูกเสือท้งั สองมีธงประจากองและป้ายคาขวญั ของตนอยใู่ นเขตแดนของตน ให้รอง ผกู้ ากบั เป็นคนถือไว้ 4. กองลูกเสือสารองทาแกรนดฮ์ าวล์ 5. ผกู้ ากบั กองลูกเสือสารองอธิบายความหมายของการจะทาพิธีส่งใหก้ องทราบ 6. ผทู้ ่ีกากบั กองลูกเสือสารองเรียกลูกเสือที่จะส่งมายนื หนา้ ผกู้ ากบั แลว้ อบรมสงั่ สอนในการ ที่จะจากไป แลว้ ใหท้ วนคาปฏิญาณอีกคร้ังหน่ึง โดยส่งั วา่ “เพื่อเป็ นทแ่ี น่ใจว่ำเจ้ำยงั จำคำปฏญิ ำณของ เจ้ำได้ ขอให้เจ้ำทวนคำปฏญิ ำณอกี คร้ัง” แลว้ ลกู เสือกล่ำวคำปฏญิ ำณ 7. ลูกเสือกลบั หลงั หนั ไปร่าลาลูกเสือเฉพาะในหมูข่ องตน โดยการสมั ผสั มือ แลว้ กลบั มายนื ดา้ นหนา้ ผกู้ ากบั 8. ผกู้ ากบั กองลูกเสือสารองสัง่ เปิ ดทางเพือ่ นาลูกเสือออกไปหาผกู้ ากบั กองลูกเสือสามญั ท่ี เส้นก้นั แดนขณะเดินออกกองลูกเสือสารองไชโยใหแ้ ก่เขาสามคร้ัง 9. ผกู้ ากบั กองลูกเสือสารองจะแนะนาและฝากฝังลูกเสือสารองกบั ผกู้ ากบั ลูกเสือสามญั แลว้ นาลูกเสือสารองขา้ มแดนไป (ถา้ หากลูกเสือสารองผใู้ ดไดร้ ับเคร่ืองหมายเสือเผน่ กไ็ ดก้ ระโดดขา้ ม) 10. ผกู้ ากบั กองนาลูกเสือสารองผนู้ ้นั ไปแนะนาใหร้ ู้จกั นายหมูข่ องหมูท่ ่ีลูกเสือจะเขา้ ไป 11. นายหมูล่ ูกเสือสามญั แนะนาใหล้ ูกเสือสารองรู้จกั กบั ลูกเสือสามญั ในหมู่ที่ตนเขา้ ไปน้นั 12. พธิ ีเสร็จสิ้นดว้ ยการเปล่งเสียงร้องของลูกเสือสามญั หรือไชโยสามคร้ัง

เร่ือง คำปฏิญำณและกฎของลูกเสือ 73 บทเรียนที่ 5 เวลำ 60 นำที ขอบข่ำยวชิ ำ 1. ความหมายของคาปฏิญาณของกฎของลูกเสือ 2. คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ 3. การแปลความหมายของคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ 4. กิจกรรมที่ช่วยในการแปลความหมายของคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ จุดหมำย เพ่ือใหผ้ เู้ขา้ รับการฝึ กอบรมมีความรู้ความเขา้ ใจ สามารถนาไปถ่ายทอดและเป็นแบบอยา่ งท่ีดีได้ วตั ถุประสงค์ เมื่อจบบทเรียนน้ีแลว้ ผเู้ ขา้ รับการฝึกควรจะสามารถ 1. อธิบายความหมายของคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือได้ 2. ทอ่ งคาปฏิญาณและกฎขอลูกเสือได้ 3. แปลความหมายของคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือได้ 4. บรรยายถึงกิจกรรมภาคปฏิบตั ิท่ีจะช่วยใหล้ ูกเสือเขา้ ใจความหมายของคาปฏิญาณและกฎของ ลูกเสือได้ 5. ขยายผลนาไปใชใ้ หล้ ูกเสือเขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือเป็ นรายบุคคลได้ วธิ ีสอน/กจิ กรรม 1. นาเขา้ สู่บทเรียนและช้ีแจงวตั ถุประสงค์ 5 นาที 2. บรรยายเร่ืองของคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ 10 นาที 3. มอบงานใหห้ มูไ่ ปช่วยกนั คิดกิจกรรมท่ีจะช่วยแปลความหมายของ คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ 25 นาที 4. รายงานท่ีประชุมใหญ่ 15 นาที 5. สรุป 5 นาที ส่ือกำรสอน 1. แผนภูมิ เครื่องฉายภาพขา้ มศีรษะ แผน่ โปร่งใส ฯลฯ 2. เอกสารประกอบบทเรียน กำรประเมินผล 1. สงั เกตจากพฤติกรรมของผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรม 2. จากผลงานท่ีเสนอต่อท่ีประชุมใหญ่ 3. จากการทดสอบกิจกรรมยามวา่ ง

74 เนื้อหำวชิ ำ บันทกึ ภูมหิ ลัง อำรัมภบท โดยใชข้ อ้ ความขา้ งล่างน้ีประกอบกบั เอกสารประกอบของบทน้ี 1. คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือเป็นหลกั การสาคญั ประการหน่ึงของการลูกเสือ ลูกเสือ ทุกคนจะตอ้ งยอมรับและปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ นอกจากน้นั ประเทศที่สมคั รเขา้ เป็นสมาชิกของสมชั ชาลูกเสือโลก ก็จะตอ้ งกาหนดใหม้ ีคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือสาหรับลูกเสือ ของตน โดยอนุโลมตามหลกั การที่กาหนดไวใ้ นธรรมนูญของสมชั ชาลูกเสือโลก ท้งั น้ีทาใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั การที่วา่ ลูกเสือทุกคนทวั่ โลกเป็นพีน่ อ้ งกนั 2. คาปฏิญาณของลูกเสือสารอง 2 ขอ้ และกฎของลูกเสือสารอง 2 ขอ้ แสดงออกซ่ึง อุดมการณ์อยา่ งเดียวกบั คาปฏิญาณและกฎของลูกเสืออ่ืน ๆ แตใ่ ชภ้ าษาง่าย ๆ ซ่ึงเด็กเล็กในวยั ลูกเสือ สารองพอจะเขา้ ใจได้ กฎของลูกเสือสารองท่ีวา่ ลูกเสือสารองทาตามลูกเสือรุ่นพี่ และลูกเสือสารอง ไมท่ าตามใจตนเองน้นั เป็ นเร่ืองง่าย ๆ แต่ไมใ่ ช่ไร้สาระ ความจริงของกฎของลูกเสือสารองเป็นเรื่องที่ สาคญั มาก และถา้ เด็กเขา้ ใจโดยถ่องแทแ้ ลว้ กจ็ ะซึมซาบเขา้ ไปในจิตใจของเด็กจนตลอดชีวติ ของเขา 3. นอกจากลูกเสือสารอง ลูกเสือทุกประเภทตลอดจนลูกเสือชาวบา้ นและเจา้ หนา้ ท่ีลูกเสือ ทุกคนจะตอ้ งจดทาคาปฏิญาณ 3 ขอ้ และกฎของลูกเสือ 10 ขอ้ ตามที่คณะลูกเสือแห่งชาติกาหนด ไวใ้ หไ้ ดท้ ุกตวั อกั ษรกบั จะตอ้ งพยายามอยา่ งดีที่สุดท่ีจะปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือใน ชีวติ ประจาวนั เสมือนหน่ึงวา่ คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือเป็นศีลของลูกเสือ 4. ในระหวา่ งอยคู่ า่ ยพกั แรมของลูกเสือและในระหวา่ งการฝึกอบรมผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ ทุกคร้ังจะมีการประกาศวา่ กฎของลูกเสือคือกฎของค่ายน้ี ซ่ึงกน็ บั วา่ เป็นขอ้ ความส้นั ๆ แต่ไดผ้ ลดี พอสมควร และเป็นท่ียอมรับกนั ในวงการลูกเสือทวั่ โลก 5. ในคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือไม่มีคาวา่ “อยา่ ” หรือ “ตอ้ ง” คือไม่มีการ “หา้ ม” หรือ “บงั คบั ” แตเ่ ป็ นคาปฏิญาณหรือคามนั่ สญั ญาที่ลูกเสือและผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือไดก้ ล่าวรับรอง ดว้ ยเกียรติของตนเองและดว้ ยความสมคั รใจ ส่วนกฎของลูกเสือไดก้ าหนดไวก้ ลาง ๆ เพ่อื ใหล้ ูกเสือ ถือเป็ นหลกั ปฏิบตั ิในชีวิตประจาวนั และโดยเฉพาะผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ จะตอ้ งเคร่งครัดในการปฏิบตั ิ ตามกฎของลูกเสือเป็ นพเิ ศษเพ่ือบาเพญ็ ตนใหเ้ ป็นตวั อยา่ งท่ีดีแก่ลูกเสือโดยทวั่ กนั 6. คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือทุกขอ้ สอดคลอ้ งกบั หลกั ศีลธรรมของศาสนาทุกศาสนา 7. คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือทาใหล้ ูกเสือมีความจงรักภกั ดีตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ รู้จกั บาเพญ็ ตนใหเ้ ป็ นประโยชน์แก่ผอู้ ่ืนมีระเบียบวนิ ยั อยใู่ นกรอบประเพณีอนั ดีงาม และไมก่ ่อใหเ้ กิดความยงุ่ ยากใด ๆ ในบา้ นเมือง ดงั น้นั จึงอาจกล่าวไดว้ า่ การลูกเสือเป็ นกาลงั สาคญั ส่วนหน่ึงในการสร้างความมน่ั คงใหแ้ ก่ประเทศชาติ

75 8. หลกั สาคญั ประการหน่ึงของลูกเสือชาวบา้ น คือ การยดึ ถือและปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ และกฎของลูกเสือ ดงั น้นั จึงอาจกล่าวไดว้ า่ การลูกเสือเป็ นกาลงั ส่วนหน่ึงในการสร้างความมนั่ คง ใหแ้ ก่ประเทศชาติ 9. เจา้ หนา้ ท่ีลูกเสือจะตอ้ งเขา้ ใจความหมายของคาปฏิญาณและกฎของลูกเสืออยา่ งชดั เจน กบั ท้งั จะตอ้ งสามารถทาการฝึ กอบรมลูกเสือให้เขา้ ใจในความสาคญั ของคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ ดว้ ยวธิ ีการต่าง ๆ ที่เหมาะสมแก่วยั ของเดก็ กำรทำงำนตำมโครงกำรโดยมีวทิ ยำกรเป็ นทป่ี รึกษำ บทเรียนน้ีควรใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมไดม้ ีโอกาสเขา้ ร่วมกิจกรรมภาคปฏิบตั ิดว้ ยตนเอง และควรไดฟ้ ังความคิดเห็นจากผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมอ่ืน ๆ ในระหวา่ งท่ีหมู่ต่าง ๆ กลบั มารายงานต่อ ท่ีประชุมใหญ่ บทเรียนน้ีไดจ้ ดั ข้ึนเพ่ือช่วยใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมไดค้ ิดถึงวธิ ีปฏิบตั ิในการที่จะฝึกอบรม ลูกเสือสามญั ใหเ้ ขา้ ใจในเรื่องคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือดว้ ยวธิ ีการท่ีน่าสนใจ บทเรียนน้ีมิไดต้ ้งั ใจจะช่วยผใู้ หญใ่ หร้ ะลึกถึงหนา้ ท่ีของตนเองในการปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ และกฎของลูกเสือ ในเม่ือถึงการฝึ กอบรมวิชาผกู้ ากบั ลูกเสือช้นั สูง จึงจะมีการกล่าวถึงเร่ืองน้ีโดยเฉพาะ ในช้นั น้ีจุดหมายมีเพียงเพ่ือใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมเพง่ เลง็ ความเอาใจใส่ในการหาโอกาสท่ีจะ ทาการฝึกอบรมลูกเสือ โดยใหม้ องเห็นความยงุ่ ยากท่ีเขาอาจจะพบและเสริมสร้างความมนั่ ใจของเขา เพ่อื จะไดส้ ามารถทาการฝึกอบรมลูกเสือดว้ ยวธิ ีการที่จะทาใหเ้ ด็กเกิดความเล่ือมใส และเป็นประโยชน์ แก่เด็กในการพฒั นาตนเองทางดา้ นศีลธรรมและสงั คม ใหแ้ บ่งผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมออกเป็ นหมูโ่ ดยมีวทิ ยากรเป็ นที่ปรึกษา (หรือแบ่งผเู้ ขา้ รับการ ฝึกอบรมออกเป็ นคู่ ๆ ถา้ มีผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมจานวนนอ้ ย) แตล่ ะหมู่ใหเ้ ลือกเอาโครงการอนั หน่ึง และจดั ทารายละเอียดตามโครงการน้นั แลว้ นาเสนอตอ่ ที่ประชุมใหญเ่ พ่ือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซ่ึงกนั และกนั ผสู้ อนบทเรียนน้ีควรกาหนดใหแ้ ต่ละหมู่เลือกโครงการที่แตกต่างต่างกนั ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมบางหมู่อาจคิดจดั ทาโครงการข้ึนเอง นอกเหนือไปจากท่ีไดเ้ สนอแนะ ไวแ้ ลว้ นามาเสนอที่ประชุมใหญ่ในทานองเดียวกนั กท็ าได้ โครงกำรเสนอแนะสำหรับกำรประชุมหมู่ 1. จงประดิษฐเ์ ร่ืองข้ึนเร่ืองหน่ึง เพื่อแสดงความหมายของกฎลูกเสือขอ้ ที่ 1 ท่ีวา่ ลูกเสือ มีเกียรติเช่ือถือได้ แลว้ นาไปแสดงต่อท่ีประชุมใหญ่ดู โดยใหท้ ุกคนในหมูม่ ีโอกาสแสดงร่วมดว้ ย 2. จงตดั กระดาษทาเป็นตวั หนงั ตะลุงเพอ่ื ประกอบการสอนกฎลูกเสือ ขอ้ 10 ที่วา่ ลูกเสือ ประพฤติชอบดว้ ย กาย วาจา ใจ และนาไปแสดงใหท้ ่ีประชุมใหญ่ดู 3. จงหดั ร้องเพลงที่ส่งเสริมใหเ้ กิดความรักชาติบา้ นเมือง ความจงรักภกั ดีตอ่ พระมหากษตั ริย์ ความสามคั คี และความสนุกสนาน มาอยา่ งละหน่ึงเพลง แลว้ นาเสนอตอ่ ที่ประชุมใหญ่ร้องตาม

76 4. จงทาบญั ชีรายการบาเพญ็ ประโยชน์ท่ีลูกเสือสามญั พอจะสามารถกระทาไดต้ ามหวั ขอ้ ขา้ งล่างน้ีอยา่ งละ 3 รายการ 4.1 การบาเพญ็ ประโยชนท์ ี่บา้ น 4.2 การบาเพญ็ ประโยชน์ที่โรงเรียน 4.3 การบาเพญ็ ประโยชนใ์ นนามกองลูกเสือสามญั 5. จงหาภาพแสดงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจา้ สิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ สมเดจ็ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราช สยามมกฎุ ราชกุมาร แลว้ นามาแสดงใหท้ ี่ประชุมดู พร้อมกบั อธิบายประกอบ 6. จงหาบทพระราชนิพนธ์ หรือบทประพนั ธ์ท่ีประทบั ใจลูกเสือมากท่ีสุดมาสัก 2 บท แลว้ นามาอ่านหรือแสดงใหท้ ่ีประชุมใหญด่ ู และอธิบายประกอบ 7. ใหส้ มาชิกแตล่ ะคนเขียนลงในกระดาษวา่ ในชีวติ ของตนมีทรัพยอ์ ะไรที่ตนคิดวา่ มีค่าที่สุด เช่น รถยนต์ บา้ น ฯลฯ สิ่งเหล่าน้ีจะมีคา่ ตอ่ ชีวติ ทา่ นเพยี งไร เม่ือท่านนง่ั เรือไป แลว้ เรือแตกท่านตอ้ ง ไปติดอยบู่ นเกาะแห่งหน่ึง ใหล้ ูกเสือสามญั เล่าส่ิงท่ีมีคา่ ท่ีสุดสาหรับชีวติ เขาและสิ่งของมีคา่ เหล่าน้นั จะไมเ่ ปลี่ยนแปลงไป ไมว่ า่ เขาจะตกอยใู่ นสถานการณ์เช่นใด พร้อมท้งั ระบุส่ิงท่ีไมเ่ ปล่ียนคา่ เหล่าน้นั ดว้ ย 8. เพ่ือนของทา่ นคนหน่ึง นอนพกั ผอ่ นอยภู่ ายในเตน็ ท์ เมื่อเดินทางไกลเขาสูบบุหรี่บงั เอิญ ไฟบุหรี่เผาเตน็ ทท์ ะลุเป็นรู ทา่ นควรจะทาอยา่ งไร 8.1 ส่งมอบเตน็ ทใ์ หพ้ ลาธิการซ่อม 8.2 พยายามซ่อมเตน็ ทด์ ว้ ยตวั ทา่ นเอง โดยคาแนะนาของพลาธิการ 8.3 แกลง้ ทาเป็นวา่ รูน้นั เกิดข้ึนโดยมีประกายไปจากกองไฟ ปลิวมาถูกเตน็ ท์ 8.4 บอกผกู้ ากบั ของท่านวา่ เพอ่ื นของท่านเป็ นผทู้ า และเขาควรซ่อมเตน็ ทน์ ้นั 8.5 ………………………………….. ท่านคิดวา่ คาตอบขา้ งบนน้ีขอ้ ไหนถูก ทา่ นคิดเห็นวา่ ควรจะทาอยา่ งอ่ืนอีกไหม ทา่ นเห็นวา่ อะไรเป็นปัญหาสาคญั ของเรื่องน้ี เร่ืองน้ีเกี่ยวกบั คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือขอ้ ใดบา้ ง กำรนำเสนอรำยงำนต่อทป่ี ระชุมใหญ่ ผสู้ อนบทเรียนน้ีควรแบง่ เวลาใหห้ มู่ตา่ ง ๆ ไดม้ ีโอกาสเสนอรายงานต่อท่ีประชุมใหญ่ พอสมควร อน่ึงในการพิจารณารายงานของหมู่ในที่ประชุมใหญ่ ผสู้ อนควรใหข้ อ้ สังเกตบางประการ โดยเนน้ ถึงจุดสาคญั ต่างๆตามรายงานของหมู่ และกล่าวถึงเรื่องสาคญั ที่ไม่ปรากฏในรายงานของหมู่ดว้ ย

เทคนิคกำรจำกฎลกู เสือสำมัญ 77 ขอ้ 1 ขอ้ 2 ขอ้ 3 ขอ้ 4 ขอ้ 5 รูปนกั กีฬา รูปธงชาติ รูปลูกเสือพา รูปจบั มือ รูปลูกเสือ หอ้ ยเหรียญ คนขา้ มถนน แต่งตวั เรียบร้อย (เกียรติ) (จงรักภกั ดี) (เป็ นมิตร) (สุภาพ) ขอ้ 7 (หนา้ ที่) ขอ้ 9 ขอ้ 10 ขอ้ 6 รูปหู ขอ้ 8 รูปคน รูปปาก รูปใหอ้ าหารสัตว์ รูปหนา้ ยมิ้ รูปกระปุก รูปหวั ใจ (เช่ือฟัง) ออมสิน (ประพฤติชอบ) (เมตตา) (ร่าเริง) (มธั ยสั ถ)์

78 คำปฏิญำณและกฎของลกู เสือ เอกสำรประกอบบทเรียนท่ี 5 คำปฏิญำณและกฎของลกู เสือ การฝึกอบรมลูกเสือใหเ้ ป็นพลเมืองที่ดี เพ่ือใหบ้ ุคคลที่สังคมและประเทศชาติตอ้ งการน้นั “คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ” เป็นหลกั การและบรรทดั ฐานของการลูกเสือที่สาคญั ท่ีสุดในการให้ การฝึกอบรมลูกเสือทุกประเภททุกหมูเ่ หล่า การสอนเรื่องคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ ผกู้ ากบั กองลูกเสือจะตอ้ งสอนลูกเสือดว้ ยการ สอนตามตวั บทในคาปฏิญาณและกฎโดยตรง สามารถประยกุ ตว์ ธิ ีการฝึกอบรมใชใ้ นระบวนการเรียน การสอน เร่ือง “คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ” ได้ ในฐานะที่ท่านเป็ นผกู้ ากบั กองลูกเสือ ท่านทาอยา่ งไรจึงจะฝึกอบรมลูกเสือของท่านโดยหวงั วา่ ผลของคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ จะตอ้ งซึมซาบเขา้ ไปในตวั ของลูกเสือทุกคน ทุกระดบั จากลูกเสือ สารองจนถึงลูกเสือสามญั ลอร์ด เบเดนโพเอลล์ ไดเ้ คยใชว้ ธิ ีการฝึ กอบรมลูกเสือของเขาแลว้ โดยนาเอากลวธิ ีการฝึ กอบรม ที่เรียกวา่ “การเรียนปนเล่น” ซ่ึงดูเสมือนวา่ เป็นกลวธิ ีที่เหมาะสมสาหรับเด็ก ๆ มากที่สุด และการผสมผสาน กบั การปฏิบตั ิกิจกรรมท่ีเป็นจริงในกิจกรรมกลางแจง้ ที่จดั เตรียมการล่วงหนา้ ไวแ้ ลว้ อยา่ งเหมาะสม การสอนหรือการฝึกอบรมเร่ืองคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือน้นั จึงไมใ่ ช่เร่ืองท่ีน่าหนกั ใจสาหรับ ผกู้ ากบั ลูกเสือท่ีดี อยา่ งไรก็ตามการกระทาตวั อยา่ งท่ีดีของผกู้ ากบั ลูกเสือกน็ บั เป็นเร่ืองสาคญั ไมใ่ ช่นอ้ ยเพราะ ผกู้ ากบั ลูกเสือเปรียบเสมือนเพอ่ื นหรือพ่ี จะตอ้ งเป็ นแบบอยา่ งและแม่พมิ พท์ ี่ดีของลูกเสือ เขาเหล่าน้นั จะดาเนินการตามตวั อยา่ งท่ีไดพ้ บเห็นมา ดงั น้นั ผกู้ ากบั กองลูกเสือจะตอ้ งพยายามสอนและฝึกอบรม ลูกเสือดว้ ยประสบการณ์ตรงที่เลือกเป็นตวั อยา่ งที่ดีไวล้ ่วงหนา้ ลูกเสือทุกคนจะตอ้ งสานึกไวเ้ สมอวา่ เขาไดก้ ล่าวคาปฏิญาณและกฎน้นั ดว้ ยความสมคั รใจ เขาจะตอ้ งเขา้ ใจอยา่ งลึกซ้ึงอีกดว้ ยวา่ ลูกเสือคือบุคคลที่มีเกียรติ เป็นบุคคลตวั อยา่ งที่กระทาแต่ความดี ยดึ ถือประโยชน์ส่วนรวมมากกวา่ ส่วนตน บุคคลใดท่ีเห็นหรือไดส้ ัมผสั กบั ลูกเสือแลว้ จะเกิดความ เล่ือมใส เชื่อถือ และศรัทธา ในตวั ลูกเสือมองเห็นวา่ ลูกเสือคือบุคคลดีพดู จริง ทาจริง โดยเฉพาะ คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือไดส้ อนไวว้ า่ ลูกเสือจะกระทาดีอยา่ งไรจึงจะเหมาะสมกบั คติพจน์ ของตนที่วา่ “เสียชีพอยา่ เสียสัตย”์ คำปฏญิ ำณตนของลูกเสือสำมัญ ดว้ ยเกียรติของขา้ ขา้ สัญญาวา่ ขอ้ 1 ขา้ จะจงรักภกั ดีตอ่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย์ ขอ้ 2 ขา้ จะช่วยเหลือผูอ้ ่ืนทุกเม่ือ ขอ้ 3 ขา้ จะปฏิบตั ิตามกฎของลูกเสือ

79 1. หน้ำทตี่ ่อชำติ ชาติไทย คือ แผน่ ดินและน่านน้าที่รวมกนั เรียกวา่ ประเทศไทย ประกอบดว้ ย ประชาชน พลเมืองที่รวมกนั เรียกวา่ คนไทย ธงชาติ เป็นเครื่องหมายแทนชาติ ฉะน้นั ธงชาติจึงเป็นสิ่งท่ีควรแก่การเคารพเป็นหนา้ ท่ีของ ลูกเสือทุกคนจะตอ้ งแสดงความเคารพในโอกาสที่ชกั ธงข้ึนสู่ยอดเสา และเวลาชกั ธงลงจากยอดเสา พธิ ีชกั ธงชาติข้ึนสู่เสาหรือลงจากเสาน้ี เป็นพธิ ีสาคญั อยา่ งหน่ึงของลูกเสือ ซ่ึงจะตอ้ งกระทา ดว้ ยความเป็นระเบียบเรียบร้อย ผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมายใหช้ กั ธง ควรถือวา่ เป็นเกียรติที่ไดร้ ับมอบหมาย ใหท้ างานน้ี และจะตอ้ งระมดั ระวงั ไม่ใหส้ ่วนหน่ึงส่วนใดของธงสมั ผสั กบั พ้นื ดินเป็นอนั ขาด ลูกเสือไม่ควรกระทาการใด ๆ ในอนั ท่ีจะนามาซ่ึงความเส่ือมเสียแก่เกียรติของธงชาติ เช่น นาผนื ธงไปปูพ้ืน เช็ดสิ่งของ หรือเหยยี บยา่ และกองไวแ้ ทบเทา้ ธงชาติไทย เรียกวา่ ธงไตรรงค์ แปลวา่ ธงสามสี ลูกเสือควรจะทราบดว้ ยวา่ แต่ละสีมีความหมาย อยา่ ง ไร สัญลกั ษณ์ อีกอยา่ งหน่ึงของธงชาติไทย คือ เพลงชาติ ลูกเสือและผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือทุกคน จะตอ้ งสามารถร้องเพลงชาติไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง บทเพลงท่ีส่งเสริมความรักชาติบา้ นเมืองของเรามีอยหู่ ลายเพลง เช่น “เพลงบทรักชาติบา้ นเมือง” “เพลงสยามมานุสติ” และ “เพลงไทยรวมกนั กาลงั ต้งั มนั่ ” ซ่ึงเป็นบทพระราชนิพนธ์ของ พระบาทสมเดจ็ -พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั นอกจากน้ีก็มีเพลงของหลวงวจิ ิตรวาทการ ซ่ึงไดร้ ับความ นิยมอยา่ งแพร่หลาย เช่น“เพลงแหลมทอง” “เพลงรักเมืองไทย” “เพลง เดิน เดิน เดิน” เป็นตน้ 2. หน้ำทต่ี ่อศำสนำ ลูกเสือจะนบั ถือศาสนาใด ๆ กไ็ ด้ เพราะทุกศาสนาต่างก็มีความมุ่งหมายอยา่ งเดียวกนั คือ สอนใหบ้ ุคคลเป็นคนดี ไดแ้ ก่ การละเวน้ ความชวั่ กระทาแตค่ วามดี และทาใจใหผ้ อ่ งใส บริสุทธ์ิ ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือพงึ ส่งเสริมใหเ้ ด็กปฏิบตั ิตามหลกั และพธิ ีการของศาสนาท่ีเดก็ นบั ถือ ทุกคร้ังท่ีมีการฝึกอบรม คือ การประชุมกอง ภายหลงั ท่ีไดก้ ระทาพิธีชกั ธงชาติข้ึนสู่เสาแลว้ ควรมีการสวดมนตแ์ ละสงบนิ่ง เพื่อระลึกถึงและขอความคุม้ ครองจากสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิท้งั หลายโดยเฉพาะ ดวงพระวิญญาณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั องคพ์ ระผพู้ ระราชทานกาเนิดลูกเสือไทย อน่ึง ควรส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมในพิธีกรรมทางศาสนา และรู้จกั สวดมนตไ์ หวพ้ ระก่อนนอน เป็นประจาทุกคืน ตวั อยา่ งในการปฏิบตั ิตนของผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือเป็นเร่ืองสาคญั มาก เจตคติใน การสวดมนต์ ไหวพ้ ระ กิริยามารยาท ความเมตตาปราณี และความซื่อสตั ยส์ ุจริตของผูบ้ งั คบั บญั ชา ลูกเสือที่แสดงออกมา ในการติดต่อกบั ผอู้ ่ืน ยอ่ มเป็ นท่ีประทบั ใจ ทาใหล้ ูกเสือจดจาเป็ นตวั อยา่ งและ ประพฤติตามต่อไป

80 3. หน้ำทต่ี ่อพระมหำกษตั ริย์ ผกู้ ากบั ลูกเสือพึงหาวธิ ีการต่าง ๆ ที่จะทาใหล้ ูกเสือสนใจพระราชกรณียกิจของพระมหากษตั ริย์ โดยเนน้ ถึงเวลาท่ีพระองคท์ รงอุทิศใหแ้ ก่บา้ นเมือง และเสด็จพระราชดาเนินไปทรงเยยี่ มเยียนประชาชน ในทอ้ งถ่ินต่าง ๆ ทวั่ ราชอาณาจกั ร พระมหากษตั ริยท์ รงเป็นพระประมุขของชาติ เป็นท่ีรวมแห่งความเคารพสักการะและความ สามคั คีของคนไทยท้งั ชาติ นอกจากน้นั พระองคย์ งั ทรงเป็นพระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติอีกดว้ ย พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจา้ สิริกิต์ิพระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ไดท้ รงบาเพญ็ พระราชกรณียกิจเป็ นประโยชน์แก่ประเทศชาติ เป็นอเนกประการทรงเป็นตวั อยา่ งอนั ดียง่ิ ในเรื่องการเสียสละความสุขส่วนตวั และในการบาเพญ็ ประโยชน์ต่อผูอ้ ่ืน ร่างพระราชบญั ญตั ิทุกฉบบั ซ่ึงไดร้ ับการเห็นชอบจากรัฐสภาแลว้ นายกรัฐมนตรีจะตอ้ งนาข้ึน ทูลเกลา้ ฯ ถวาย เพื่อพระมหากษตั ริยท์ รงพระปรมาภิไธย และเมื่อไดป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว้ จึงจะใชบ้ งั คบั เป็นกฎหมายได้ ดงั น้นั การปฏิบตั ิหนา้ ที่ตามกฎหมายจึงเทา่ กบั เป็นการปฏิบตั ิหนา้ ที่ ตอ่ พระมหากษตั ริยส์ ่วนหน่ึง ลูกเสือและผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือทุกคนจะตอ้ งสามารถร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีไดอ้ ยา่ ง ถูกตอ้ งนอกจากน้นั ยงั มีบทเพลงที่ส่งเสริมความจงรักภกั ดีตอ่ พระมหากษตั ริย์ อีกหลายเพลงสมควร ฝึกอบรมใหล้ ูกเสือสามารถร้องไดท้ วั่ กนั เช่น เพลงสดุดีมหาราชา เพลงความฝันอนั สูงสุดและเพลง รักกนั ไวเ้ ถิดเป็ นตน้ 4. กำรบำเพญ็ ประโยชน์ต่อผู้อื่น การบาเพญ็ ประโยชน์ต่อผอู้ ่ืน เป็นหลกั สาคญั ประการหน่ึงของลูกเสือ และเป็ นสิ่งหน่ึงท่ีทาให้ การลูกเสือมีชื่อเสียง ไดร้ ับการยกยอ่ งจากประชาชนโดยทวั่ ไป แหล่งหรือโอกาสที่ลูกเสือจะบาเพญ็ ประโยชนน์ ้นั ควรเริ่มจากสิ่งใกลต้ วั เดก็ ก่อนแลว้ ขยาย ออกไปตามวยั และความสามารถของเด็ก กล่าวคือ 1) บ้ำนของลกู เสือ ควรส่งเสริมใหเ้ ด็กทางานในบา้ นหรือบาเพญ็ ประโยชน์ต่อครอบครัว เพอ่ื เป็ นการเพาะนิสัยท่ีดีใหแ้ ก่เด็ก นอกจากน้นั ควรมีวธิ ีการติดตามหรือวธิ ีการตรวจสอบวา่ เด็ก ไดบ้ าเพญ็ ประโยชน์ตอ่ ครอบครัว หรือทางานในบา้ นประการใดหรือไม่ เช่น เม่ือมีการประชุมกอง ประจาสัปดาห์ ผบู้ งั คบั บญั ชาอาจใหล้ ูกเสือไดแ้ สดงออก คือ เล่าใหฟ้ ังวา่ ในสัปดาห์ที่แลว้ หรือเม่ือวานน้ี เขาไดท้ างานบา้ นอะไรบา้ ง 2) โรงเรียนหรือทตี่ ้งั กองลูกเสือ ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือควรส่งเสริมใหเ้ ด็กไดท้ างานท่ีเป็น ประโยชนต์ ่อเพ่ือน ๆ ต่อหอ้ งเรียนและต่อโรงเรียนใหม้ ากที่สุด โดยสอนใหล้ ูกเสือตระหนกั วา่ งาน เป็นสิ่งท่ีมีเกียรติ งานเทา่ น้นั เป็นเครื่องวดั คุณคา่ ของคน

81 การส่งเสริมใหล้ ูกเสือทางานเป็นหมู่ เป็ นคณะ รับผิดชอบร่วมกนั ดีกวา่ การทางานเป็ น รายบุคคลการต้งั กรรมการหรือมอบหมายใหล้ ูกเสือดาเนินงานในโรงเรียนเป็นชุด ๆ เป็นวธิ ีการที่ดีท่ีสุด ก่อนท่ีจะใหล้ ูกเสือทางาน ควรพูดใหล้ ูกเสือเขา้ ใจในงานอนั เป็ นหนา้ ท่ีที่จะตอ้ งกระทาและ คุณประโยชน์ของการทางานน้นั ๆ เรียกวา่ ปฐมนิเทศ และหลงั จากท่ีลูกเสือไดท้ างานเสร็จแลว้ ควร มีการพูดโนม้ นา้ วใหล้ ูกเสือไดม้ องเห็นคุณค่าของการทางาน เรียกวา่ ปัจฉิมนิเทศ ท้งั น้ีเป็นการสร้าง ความเขา้ ใจอนั ถูกตอ้ ง ส่งเสริมความคิดและสร้างเจตคติท่ีดีใหแ้ ก่ลูกเสือ 3) บริเวณใกล้ชิดกบั โรงเรียนหรือทตี่ ้งั กองลกู เสือ กองลูกเสือของเราส่วนใหญ่อยใู่ นโรงเรียน และโรงเรียนที่มีกองลูกเสือหลายแห่งอยใู่ นบริเวณวดั หรือใกลช้ ิดกบั วดั ในกรณีเช่นน้ีควรถือเป็น กิจวตั รใหล้ ูกเสือบาเพญ็ ประโยชนใ์ นบริเวณวดั โดยสม่าเสมอ นอกจากน้นั ควรมองไกลออกไปถึง บริเวณใกลช้ ิดกบั โรงเรียนหรือท่ีต้งั กองลูกเสือดว้ ย ท้งั ดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ ง และดา้ นหลงั โรงเรียน ถา้ มี งานสิ่งใดท่ีลูกเสืออาจบาเพญ็ ประโยชน์ได้ ก็ควรจะส่งเสริมใหล้ ูกเสือกระทา เช่น ช่วยบารุงรักษา ตน้ ไมร้ ิมถนนที่เทศบาลไดป้ ลูกไว้ เป็นตน้ เรื่องการบาเพญ็ ประโยชน์ในบา้ น บาเพญ็ ประโยชน์ในโรงเรียน บาเพญ็ ประโยชน์ต่อสถานที่ ใกลเ้ คียง ท้งั 3 ประการน้ี เป็ นเพียงงานเริ่มตน้ สาหรับการบาเพญ็ ประโยชนข์ องลูกเสือ ตอ้ งสอนและ ฝึกอบรมลูกเสือใหท้ าในแหล่งเหล่าน้ีเป็นกิจวตั รเสียก่อนแลว้ จึงค่อย ๆ คิดกา้ วไปบาเพญ็ ประโยชน์ อยา่ งอ่ืนที่ไกลออกไป 4) กำรป้องกนั อุบัตเิ หตุและกำรช่วยเหลือผ้ปู ระสบอบุ ัติเหตุ ควรเริ่มดว้ ยการสอนใหเ้ ด็กเขา้ ใจวา่ ลูกเสือเป็นพลเมืองดีและหนา้ ที่พลเมืองดีอยา่ งหน่ึง คือมีความสามารถและเตม็ ใจที่จะช่วยเหลือผอู้ ื่น ในระยะแรก เด็กอาจจะทาตามท่ีผใู้ หญ่บอกแต่เราควรพยายามฝึกอบรมเดก็ ใหร้ ู้จกั บาเพญ็ ประโยชน์แมจ้ ะไมม่ ีผอู้ ื่นเห็นหรือบอกใหท้ า เช่น การเก็บกระป๋ องเปล่าหรือเคร่ืองเล่นจาก บนั ไดเพอ่ื ไมใ่ หผ้ อู้ ื่นสะดุดลม้ ลง หรือการเก็บเศษแกว้ ท่ีตกอยขู่ า้ งถนนหรือในสนาม เพ่ือไมใ่ หผ้ อู้ ่ืน เป็นอนั ตราย เหล่าน้ีเทา่ กบั เป็นบทเรียนข้นั ตน้ และเม่ือเด็กมีอายมุ ากข้ึน กจ็ ะมีนิสยั และสามารถ บาเพญ็ ประโยชน์ต่อผอู้ ่ืน ตลอดจนชุมชนไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวางยงิ่ ข้ึน การช่วยเหลือผปู้ ระสบอุบตั ิเหตุท่ีลูกเสือสามารถทาไดด้ ี และไดร้ ับความเช่ือถือจาก ประชาชน คือ ช่วยดูแลสิ่งของที่ผปู้ ระสบอคั คีภยั ไดข้ นยา้ ยออกมากองไวน้ อกบา้ นเพื่อหนีไฟ 5) กำรช่วยเหลืองำนส่วนรวมและงำนกำรกุศล กองลูกเสือมกั ไดร้ ับคาขอร้องใหช้ ่วยเหลือ งานส่วนรวมและงานการกุศลเนือง ๆ ท้งั น้ีเพราะลูกเสือมีระเบียบวนิ ยั และเตม็ ใจท่ีจะบาเพญ็ ประโยชน์ เพ่อื ชุมชน นอกจากน้นั ประชาชนกน็ ิยมยกยอ่ งการปฏิบตั ิงานของลูกเสือ และใหค้ วามร่วมมือเป็ นอนั ดี การบาเพญ็ ประโยชน์ของลูกเสือในเรื่องน้ีจึงไดป้ ระโยชน์มาก สาหรับงานบาเพญ็ ประโยชน์ส่วนรวม ซ่ึงลูกเสือสามารถทาไดด้ ี และไดร้ ับความนิยมจากประชาชนมาก คือการควบคุมการจราจร ภายหลงั ท่ีไดร้ ับการฝึกอบรมจากเจา้ หนา้ ท่ีฝ่ ายจราจรของกรมตารวจมาแลว้

82 กฎของลูกเสือ ขอ้ 1. ลูกเสือมีเกียรติเช่ือถือได้ ขอ้ 2. ลูกเสือมีความจงรักภกั ดีตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ และซ่ือตรงต่อผมู้ ีพระคุณ ขอ้ 3. ลูกเสือมีหนา้ ที่บาเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชน์และช่วยเหลือผูอ้ ่ืน ขอ้ 4. ลูกเสือเป็นมิตรของคนทุกคนและเป็นพนี่ อ้ งกบั ลูกเสืออ่ืนทว่ั โลก ขอ้ 5. ลูกเสือเป็นผสู้ ุภาพเรียบร้อย ขอ้ 6. ลูกเสือมีความเมตตากรุณาต่อสตั ว์ ขอ้ 7. ลูกเสือเช่ือฟังคาสั่งของบิดามารดาและผบู้ งั คบั บญั ชาดว้ ยความเคารพ ขอ้ 8. ลูกเสือมีใจร่าเริงและไม่ยอ่ ทอ้ ต่อความยากลาบาก ขอ้ 9. ลูกเสือเป็นผมู้ ธั ยสั ถ์ ขอ้ 10. ลูกเสือประพฤติชอบดว้ ยกาย วาจา ใจ กฎลูกเสือขอ้ 10 น้ี ไดด้ ดั แปลงมาจากกฎของลูกเสือขอ้ 10 ตามธรรมนูญของสมชั ชาลูกเสือโลก ที่วา่ A Scout is clean in thought , word and deed. ซ่ึงอาจแปลเป็นไทยวา่ “ลูกเสือเป็ นผสู้ ะอาดในทาง ความคิด วาจา และการกระทา” แต่คณะลูกเสือแห่งชาติเห็นวา่ ถา้ แปลออกมาตรง ๆ เช่นน้นั ไมค่ ่อย เหมาะสมกบั ความคิดและความรู้สึกทางฝ่ ายไทย จึงไดด้ ดั แปลงเสียใหมว่ า่ “ขอ้ 10. ลูกเสือประพฤติชอบดว้ ยกาย วาจา ใจ” ซ่ึงตรงกบั กุศลกรรมบถ 10 คือ กำยกรรม 3 อยา่ ง 1) เวน้ จากการฆ่าสัตว์ ปาณาติปาตา เวรมณี 2) เวน้ จากการลกั ขโมย อทินนาทานา เวรมณี 3) เวน้ จากการประพฤติผดิ ในกาม กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี วจีกรรม 4 อยา่ ง 1) เวน้ จากการพดู เทจ็ มุสาวาทา เวรมณี 2) เวน้ จากการพดู ส่อเสียด ปิ สุณาย วาจาย เวรมณี 3) เวน้ จากการพูดคาหยาบ ผรุสาย วาจาย เวรมณี 4) เวน้ จากการพดู เพอ้ เจอ้ สมั ผปั ปลาป เวรมณี มโนกรรม 3 อยา่ ง 1) ไมอ่ ยากไดข้ องเขา อนภิชฌา 2) ไมพ่ ยาบาทปองร้ายเขา อพยาบาท 3) เห็นชอบคลองธรรม สมั มาทิฏฐิ

เรื่อง วนิ ัย ควำมเป็ นระเบยี บเรียบร้อยและสัญญำณต่ำงๆ 83 บทเรียนที่ 6 เวลำ 60 นำที ขอบข่ำยวชิ ำ 1. ใหร้ ู้และเขา้ ใจความหมายของระเบียบวนิ ยั ท่ีใชใ้ นการฝึกอบรมลูกเสือ 2. ใหแ้ ต่งเครื่องแบบไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและรู้วา่ ในโอกาสใดท่ีควรแตง่ กายอยา่ งไร 3. ใหร้ ู้จกั ใชแ้ ละปฏิบตั ิตามสญั ญาณมือและสัญญาณนกหวดี จุดหมำย เพอ่ื ตอ้ งการใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือแต่งเคร่ืองแบบ ใชส้ ญั ญาณมือเรียกแถวสากลและ ใชส้ ัญญาณนกหวดี ไดถ้ ูกตอ้ ง วตั ถุประสงค์ เมื่อจบบทเรียนน้ีแลว้ ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมควรจะสามารถ 1. บรรยายความสาคญั ของวนิ ยั ลูกเสือได้ 2. อธิบายและแต่งเครื่องแบบไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งตามโอกาสท่ีเหมาะสม 3. ใชส้ ญั ญาณมือเรียกแถวสากลและสัญญาณนกหวดี ไดถ้ ูกตอ้ ง วธิ ีสอน / กจิ กรรม 1. บรรยายประกอบการสาธิต 20 นาที 2. การฝึกใหป้ ฏิบตั ิ 30 นาที 3. ชมวดิ ีโอ หรือภาพยนตร์ (ถา้ มี) 10 นาที ส่ือกำรสอน 1. แผนภูมิ 2. แผน่ โปร่งใส หรือภาพสไลด์ 3. วดิ ีโอ หรือภาพยนตร์ (ถา้ มี) 4. เคร่ืองหมายต่าง ๆ 5. เอกสารประกอบ กำรประเมินผล 1. การสงั เกตพฤติกรรม 2 จากผลงานท่ีเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ 3. ใชแ้ บบสอบถาม

84 เนื้อหำวชิ ำ พระบำทสมเดจ็ พระเจ้ำอย่หู ัวภูมิพลอยดุลยเดชมหำรำช ไดท้ รงมีพระบรมราโชวาทเก่ียวกบั เรื่องวนิ ยั ไวห้ ลายประการในโอกาสตา่ ง ๆ กนั วา่ “สามคั คี มีวนิ ยั คือ ปัจจยั สร้างชาติ” “ระเบียบวนิ ยั เป็ นสิ่งช้ีความเจริญ” “ถา้ ต้งั ใจศึกษาฝึกหดั ตนตามระเบียบวนิ ยั และขนบธรรมเนียมของลูกเสือใหแ้ น่วแน่ต่อไป ก็จะมี ความรู้ ความดี ความเจริญอยา่ งเตม็ ที่ และสามารถที่จะคุม้ ครองรักษาประเทศชาติไวไ้ ดอ้ ยา่ งแน่นอน” “หลกั การและจรรยาของลูกเสือน้นั เมื่อไดฝ้ ึกหดั อบรมใหถ้ ูกตอ้ งครบถว้ นโดยบริสุทธ์ิแลว้ ยอ่ มจะทาใหบ้ ุคคลมีจิตใจท่ีพร้อมเพรียง มุง่ ดีมุง่ เจริญต่อกนั ยงิ่ ข้ึน และเขม้ แขง็ เชื่อมนั่ ในความดีงาม มากข้ึน ท้งั มีระเบียบวนิ ยั ที่ดี มีความถูกตอ้ งในเรื่องประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติ ทาใหส้ ามารถ เป็นที่พ่ึงของตนเอง และของผอู้ ื่นไดใ้ นที่สุด” “วนิ ยั ” ตามพจนานุกรรม ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 วา่ “การอยใู่ นระเบียบแบบแผนและ ขอ้ บงั คบั ขอ้ ปฏิบตั ิ” “วนิ ยั ” ไม่ใช่เร่ืองของทหารหรือตารวจเท่าน้นั เป็นเรื่องของทุกคนในชาติไม่วา่ อยใู่ นฐานะ ตาแหน่งหนา้ ท่ีการงานใด ๆ ในหน่วยราชการ องคก์ าร หา้ งร้าน แมแ้ ต่งานส่วนตวั ยอ่ มตอ้ งการได้ ผทู้ ่ีมีระเบียบวนิ ยั เขา้ มาร่วมดว้ ยกนั ท้งั น้นั

วนิ ัย ควำมเป็ นระเบยี บเรียบร้อยและสัญญำณต่ำงๆ 85 เอกสำรประกอบบทเรียนท่ี 6 วนิ ัยมีควำมจำเป็ นอย่ำงไร การประกอบกิจกรรมทุกอยา่ งหรือการฝึกอบรมทุกประเภทที่ทากบั คนหมูม่ าก ถา้ ขาดวนิ ยั เสียแลว้ ก็เทา่ กบั เป็นการลม้ เหลวทุกสิ่งทุกอยา่ งโดยสิ้นเชิง ลูกเสือท่ีมีระเบียบวนิ ยั เช่ือฟัง ปฏิบตั ิตาม คาสัง่ ของผบู้ งั คบั บญั ชายอ่ มที่จะเป็นพลเมืองดีในอนาคต ลูกเสือที่ไดร้ ับการฝึกอบรมอยา่ งดี สามารถ เป็นผนู้ าได้ เพราะวา่ เป็นคนที่รักษาสตั ย์ ประพฤติตนตามกติกา เป็นคนมีน้าใจเมตตาอารีย์ เสียสละ สิ่งเหล่าน้ียอ่ มติดตวั ไปเป็ นนิสัยเกิดข้ึนในตวั เองตลอดเวลา วนิ ยั จึงเป็นสิ่งจาเป็นมากในกองลูกเสือ คนท่ีมีคุณภาพควรไดร้ ับการฝึกฝนใหม้ ีระเบียบวนิ ยั ทาใหร้ ู้จกั การนาประโยชน์มาใหต้ น ท้งั ในดา้ น ส่วนตวั และหนา้ ที่การงาน วินยั มีความจาเป็นอยา่ งยงิ่ ท่ีสร้างและส่งเสริมเยาวชนใหเ้ ป็ นพลเมืองท่ีมี คุณภาพ ต้งั แตย่ งั อยใู่ นเยาวว์ ยั เมื่อเติบใหญ่จะเป็นกาลงั สาคญั ช่วยพฒั นาประเทศชาติใหเ้ จริญรุ่งเรือง สืบไป วนิ ัย มี 2 ประกำร คือ 1. วนิ ัยภำยนอก ซ่ึงเกิดจากการใหก้ ระทาหรืองดเวน้ การกระทา ในการฝึ กอบรมตอ้ งเขม้ งวด ตามลกั ษณะหรือกิจการแต่ละประเภท เพือ่ ท่ีจะไดป้ ฏิบตั ิจนเกิดลกั ษณะนิสยั วนิ ยั ภายนอกไม่ยงั่ ยนื อยู่ ไดน้ าน หากวา่ ผทู้ ่ีไมพ่ อใจ อาจละเลย หรือวางเฉย เม่ือไม่มีการกาหนดไว้ หรือไมม่ ีใครรู้เห็น 2. วนิ ัยภำยใน เป็นท่ีพงึ ประสงคเ์ พราะวนิ ยั ที่จะปฏิบตั ิดว้ ยความเตม็ ใจเพราะเห็นคุณค่า การฝึกอบรมจึงตอ้ งเนน้ หนกั ในการสร้างวนิ ยั ภายในดว้ ยความกวดขนั การประพฤติปฏิบตั ิอยา่ งจริงจงั และตอ่ เนื่อง วนิ ยั ภายในเป็นส่ิงสาคญั ท่ีทุกคนตอ้ งมี วนิ ยั ที่ดีเกิดจากความรัก ความเลื่อมใส ศรัทธา เดก็ ๆ ยอ่ มเช่ือฟังและเคารพเล่ือมใสผทู้ ่ีฉลาดกวา่ ตน มีอายมุ ากกวา่ ตน รูปร่างใหญ่กวา่ ตนผกู้ ากบั ลูกเสือ จึงเป็นกญุ แจดอกสาคญั ในการสร้างเสริมวนิ ยั ใหเ้ กิดในตวั เด็ก ผกู้ ากบั ลูกเสือจึงตอ้ งวางตวั ใหด้ ีท่ีสุด มีบุคลิกภาพท่ีน่านบั ถือ ยมิ้ แยม้ แจ่มใส พูดจาชดั ถอ้ ยชดั คา เดก็ ก็จะเกิดความสนใจรักใคร่นบั ถือนิยม ชมชอบและเลื่อมใสศรัทธา และใหค้ วามร่วมมือในการปฏิบตั ิตามเกณฑ์ต่าง ๆ เป็นผลใหก้ ารปฏิบตั ิตามคาสั่ง หรือปฏิบตั ิตวั อยใู่ นระเบียบวนิ ยั ของลูกเสือเป็ นเร่ืองง่าย ผกู้ ากบั กองลูกเสือก็ควรจะกวดขนั ในเรื่อง วนิ ยั และการเช่ือฟังปฏิบตั ิตามคาสั่งดว้ ยความรวดเร็ว เคร่งครัด แมเ้ ป็นเร่ืองเล็กนอ้ ยกต็ าม กองลูกเสือ ใดท่ีมีระเบียบวนิ ยั ท่ีดีแลว้ กองลูกเสือน้นั ก็จะมีสุข ประสบผลสาเร็จในกิจการตา่ ง ๆ ไดโ้ ดยง่าย สิ่งทจี่ ะช่วยทำให้ลกู เสือได้มีระเบียบวนิ ัยทดี่ ี ไดแ้ ก่ 1. การใชค้ าส่งั ใหป้ ฏิบตั ิอยา่ งง่าย ๆ เป็นคาสั่งตรง ๆ มีจุดหมายที่แน่นอน ไมใ่ ช่เป็นคาสั่ง ที่เกิดจากการข่มขู่ 2. พิธีการตา่ ง ๆ เพราะในพิธีการต่าง ๆ ทาใหล้ ูกเสืออยใู่ นอาการสารวม

86 3. การตรวจในการเปิ ดประชุมกองและปิ ดประชุมกอง หรือการตรวจการอยู่ค่ายพกั แรม ในตอนเชา้ เป็ นการช่วยเหลือใหล้ ูกเสือไดร้ ักษามาตรฐานและระเบียบวินยั ของกองลูกเสือใหม้ ีระดบั ดีข้ึน 4. เครื่องแบบมีความหมายสาหรับช่ือเสียงของขบวนลูกเสือ บุคคลภายนอกเขาจะมองและ ตดั สินเราดว้ ยสิ่งที่เขาเห็นเทา่ น้นั ผแู้ ตง่ เครื่องแบบจะตอ้ งสารวมกิริยาวาจา ไม่กระทาการใดที่จะทา ใหเ้ สื่อมเสีย 5. การอยคู่ า่ ยพกั แรมตอ้ งทางานร่วมกนั อยา่ งมีประสิทธิภาพ 6. การเดินทางไกล ไดร้ ับความเหน็ดเหนื่อย ตอ้ งอดทน เห็นใจซ่ึงกนั และกนั 7. ระเบียบแถว เป็นวธิ ีการฝึ กท่ีจะตอ้ งใหป้ ฏิบตั ิตามคาบอกคาสั่ง 8. สิ่งแวดลอ้ ม ท่ีมองเห็นเป็นแบบอยา่ งท่ีจะกระทาตาม 9. ตวั อยา่ งที่ดีของผกู้ ากบั กองลูกเสือเป็ นเรื่องท่ีสาคญั ที่สุดท่ีลูกเสือจะเกิดศรัทธายดึ ถือเป็นแบบอยา่ ง เครื่องแบบ องคป์ ระกอบสาคญั อยา่ งหน่ึงของการลูกเสือ คือ เคร่ืองแบบ มีความสาคญั ที่จะให้รู้กนั ภายใน ของขบวนการลูกเสือ และบุคคลภายนอกโดยทวั่ ไป เป็นส่วนหน่ึงที่จะส่งเสริมใหเ้ กิดวนิ ยั ท่ีดีได้ เคร่ืองแบบลูกเสือไทยมีความหมายและสาคญั กวา่ ลูกเสือประเทศอ่ืน ๆ ดว้ ยเหตุวา่ เคร่ืองแบบไดร้ ับ พระราชทานจากพระบาทสมเดจ็ พระมงกฏุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั มีพระราชดาริออกแบบนามาใช้ และเคร่ือง ทรงของพระองคพ์ ระมหากษตั ริยม์ าทุกรัชกาลจนถึงปัจจุบนั ส่วนประกอบของเคร่ืองแบบลูกเสือไทย จาแนกออกได้ 4 กลุ่ม กลุ่ม 1 องคพ์ ระประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติ และพระบรมวงศานุวงศ์ กลุ่ม 2 ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือทวั่ ไป ผตู้ รวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือและเจา้ หนา้ ท่ีลูกเสือ กลุ่ม 3 ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือประเภทตา่ ง ๆ รวมท้งั ลูกเสือเหล่าสมุทรและเหล่าอากาศ กลุ่ม 4 นายหมู่ รองนายหมู่ และลูกเสือ เคร่ืองแบบแต่ละกล่มุ มที ้งั ชำยและหญงิ ท้งั ทวั่ ไปและเคร่ืองแบบพเิ ศษ ประกอบดว้ ย 1. หมวก 2. เส้ือ 3. กางเกง , กระโปรง 4. ผา้ ผกู คอ 5. เขม็ ขดั 6. ถุงเทา้ 7. ร้องเทา้

87 เครื่องแบบลกู เสือสำมัญ ประกอบดว้ ย 1. หมวกปี กกว้ำงสีกำกี พบั ปี กขา้ งขวาข้ึน ประดบั ดว้ ยดอกจนั ช้นั เดียว ทาดว้ ยผา้ สีตาม ประจาภาคศึกษา กลางดอกจนั มีรูปตราคณะลูกเสือแห่งชาติทาดว้ ยโลหะสีทองมีหนงั หรือวตั ถุเทียม หนงั สีน้าตาลแก่ กวา้ ง 2 ซม. พนั รอบหมวก มีหวั ขดั สีน้าตาลแก่ดา้ นซา้ ย ปี กหมวกสองขา้ งเจาะรู สาหรับร้อยสายรัดดา้ นหลงั ศีรษะสายรัดทาดว้ ยเชือกถกั สีเดียวกบั หมวก ผกู เป็นปมไวข้ า้ งหลงั 2. เสื้อคอพบั สีกำกีแขนส้ันเหนือศอก ผา่ อกตลอด อกเส้ือทาเป็ นสาบกวา้ ง 3.5 ซม. มีกระดุม เหนือเขม็ ขดั 4 ดุม อกมีกระเป๋ าขา้ งละ 1 กระเป๋ า มีแถบตรงก่ึงกลางตามทางดิ่ง ปกรูปมน ชายกลาง แหลม เจาะรังดุมก่ึงกลางกระเป๋ า 1 ดุม มีอินทรธนูสีเดียวกบั เส้ืออยเู่ หนือบ่าท้งั สองขา้ ง ดา้ นไหล่ กวา้ ง 3.5 ซม. เยบ็ ติดกบั ตะเขบ็ ไหล่เส้ือ ดา้ นคอกวา้ ง 2.5 ซม. ปลายมนมีดุมท่ีปลายอินทรธนู ทางดา้ นคอดา้ นละ 1 ดุมลกั ษณะกลมแบนทาดว้ ยวตั ถุสีน้าตาลแก่ ใหส้ อดชายเส้ืออยภู่ ายในกางเกง 3. ผ้ำผกู คอรูปสำมเหลย่ี มหน้ำจ่ัว ดา้ นฐาน 100 ซม. ดา้ นต้งั 75 ซม. สีตามสีประจาภาค ศึกษาและมีห่วงซ่ึงไมใ่ ช่ห่วงกิลเวลส์สวมผา้ ผกู คอ 4. กำงเกงสีกำกี ขาส้นั เหนือเข่าประมาณ 5 ซม. ส่วนกวา้ งของขากางเกงเมื่อยนื ตรงห่างจากขา ต้งั แต่ 8 - 12 ซม. ปลายขาพบั เขา้ กวา้ ง 5 ซม. ผา่ ตรงส่วนหนา้ ใชด้ ุมขนาดยอ่ มขดั ซ่อนไวข้ า้ งใน มีกระเป๋ าตามแนวตะเขบ็ ขา้ งละ 1 กระเป๋ า และมีหูร้อยเขม็ ขดั ยาวไม่เกิน 6 ซม. กวา้ ง 1 ซม. 5. เข็มขัดหนังสีนำ้ ตำล กวา้ งไม่เกิน 3 ซม. หวั ชนิดหวั ขดั ทาดว้ ยโลหะสีทอง มีลายดุน รูปตราคณะลูกเสือแห่งชาติ ภายในกรอบช่อชยั พฤกษ์ 6. ถุงเท้ำยำวสีกำกี พบั ขอบไวใ้ ตเ้ ขา่ ใตพ้ บั ขอบมีรอยรัดถุง 7. รองเท้ำหนัง หรือผ้ำใบสีนำ้ ตำลแก่ไมม่ ีลวดลาย หุม้ ส้นชนิดผกู คณะกรรมการลูกเสือแห่งชาติ ผชู้ ่วยผตู้ รวจการลูกเสือประจาสานกั งานลูกเสือแห่งชาติ และเจา้ หนา้ ที่ลูกเสือ สานกั งานลูกเสือแห่งชาติ ผา้ ผกู คอสีกรมท่า มีขลิบสีฟ้า ขนาด 0.5 ซม. 1. กำงเกง เช่นเดียวกบั กางเกงเครื่องแบบลูกเสือสามญั หรือกางเกงเคร่ืองแบบปกติ กากีคอพบั ของขา้ ราชการชายตามกฎหมายวา่ ดว้ ย เคร่ืองแบบขา้ ราชการฝ่ ายพลเรือน 2. เขม็ ขัด เช่นเดียวกบั เครื่องแบบลูกเสือสามญั แต่กวา้ ง 4 ซม. 3. ถุงเท้ำ เช่นเดียวกบั ถุงเทา้ เครื่องแบบลูกเสือสามญั แต่ติดพสู่ ีเขียวขา้ งละ 2 พู่ กางเกงขา ยาวใหใ้ ชถ้ ุงเทา้ ส้ันสีกากีหรือดา 4. รองเท้ำ เช่นเดียวกบั รองเทา้ เคร่ืองแบบลูกเสือสามญั กรณีท่ีใชก้ างเกงขายาวใหใ้ ช้ รองเทา้ หนงั หรือผา้ ใบสีน้าตาลหรือดา ไม่มีลวดลายหุม้ ส้นชนิดผกู 5. ถุงเท้ำยำวสีกำกี ลกั ษณะเช่นเดียวกบั ถุงเทา้ เครื่องแบบลูกเสือสามญั แต่ติดพสู่ ีเขียวขา้ งละ 2 พู่ 6. รองเท้ำหนังหรือผ้ำใบสีนำ้ ตำล ลกั ษณะเช่นเดียวกบั รองเทา้ เคร่ืองแบบลูกเสือสามญั

88 หญิง เครื่องแบบผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ ผตู้ รวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือ และเจา้ หนา้ ที่ลูกเสือ ประกอบดว้ ย 1. หมวก มี 2 แบบ คือ หมวกปี กกว้ำงสีกำกี มีหนงั หรือวตั ถุเทียมหนงั สีน้าตาลแก่กวา้ ง 3 ซม. พนั รอบหมวก มีหวั ขดั สีน้าตาลแก่ดา้ นซา้ ย ปี กหมวกท้งั สองขา้ งเจาะรูสาหรับร้อยสายรัดดา้ นหลงั ศีรษะ สายรัดทาดว้ ย เชือกถกั สีเดียวกบั หมวก ผกู เป็นปมไวข้ า้ งหลงั มีตราหนา้ หมวกรูปตราคณะลูกเสือแห่งชาติ ทาดว้ ย โลหะสีทอง หมวกทรงอ่อนสีเขียว มีตราหนา้ หมวกรูปตราคณะลูกเสือแห่งชาติ ทาดว้ ยโลหะสีทอง เวลาสวมใหต้ ราหนา้ หมวกอยเู่ หนือคิ้วซา้ ย 2. เสื้อ เช่นเดียวกบั เส้ือเครื่องแบบลูกเสือสามญั 3. กระโปรงสีกำกี ยาวคร่ึงน่อง ไม่มีจีบ ชายกระโปรงไมบ่ าน 4. ผ้ำผกู คอ เช่นเดียวกบั ผา้ ผกู คอเคร่ืองแบบลูกเสือสามญั แตม่ ีขลิบสีขาบขนาด 2 ซม. 2 ดา้ น 5. เข็มขัด เช่นเดียวกบั เขม็ ขดั เครื่องแบบลูกเสือสามญั แต่กวา้ ง 3 ซม. 6. ถุงเท้ำส้ันสีกำกี 7. รองเท้ำ เช่นเดียวกบั รองเทา้ เครื่องแบบลูกเสือสามญั เคร่ืองแบบพเิ ศษผ้บู ังคับบัญชำลกู เสือ ผ้ตู รวจกำรลูกเสือ กรรมกำรลูกเสือและเจ้ำหน้ำทล่ี กู เสือ ใช้ในโอกำสไม่ประจำแถวหรือนำขบวนลกู เสือ ชำย เคร่ืองแบบพิเศษผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ ผูต้ รวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือและเจา้ หนา้ ท่ีลูกเสือ เวน้ แต่ นายหมูล่ ูกเสือและรองนายหมูล่ ูกเสือ ประกอบดว้ ย 1. หมวก มี 2 แบบ คือ หมวกปี กกว้ำงสีกำกี มีหนงั หรือวตั ถุเทียมหนงั สีน้าตาลแก่กวา้ ง 3 ซม. พนั รอบหมวกมี หวั ขดั สีน้าตาลแก่ดา้ นซา้ ย ปี กหมวกสองขา้ งเจาะรูสาหรับร้อยสายรัดดา้ นหลงั ศีรษะ สายรัดทาดว้ ย เชือกถกั สีเดียวกบั หมวก ผกู เป็นปมไวข้ า้ งหลงั มีตราหนา้ หมวกรูปตราคณะลูกเสือแห่งชาติ ทาดว้ ย โลหะสีทอง หมวกทรงหม้อตำลสีกำกี กะบงั สีดา ผา้ พนั หมวกสีเหลืองสลบั กบั สีขาบ กวา้ ง 4 ซม. มี สายรัดคาง กวา้ ง 1 ซม. ทาดว้ ยหนงั หรือวตั ถุเทียมหนงั สีดา ปลายสายรัดคางมีดุมลายดุนรูปตราคณะ

89 ลูกเสือแห่งชาติ ทาดว้ ยโลหะสีทองขนาดเลก็ ติดที่ริมขอบหมวกขา้ งละ 1 ดุม มีตราหนา้ หมวกรูปตรา คณะลูกเสือแห่งชาติ ทาดว้ ยโลหะสีทอง 2. เสื้อช้ันนอกคอแบะสีกำกี แบบคอป้าน เอวเส้ือโดยรอบเยบ็ เป็นตะเขบ็ ต่อกนั เป็น 2 ทอ่ น มีตะเขบ็ หลงั 3 ตะเขบ็ ที่ตะเขบ็ กลางเปิ ดชายเส้ือไวถ้ ึงแนวเอว ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ 4 ดุม ดา้ นหนา้ มีกระเป๋ าบนและล่างขา้ งละ 2 กระเป๋ า กระเป๋ าบนเป็นกระเป๋ าปะมีแถบตรงก่ึงกลาง ตามทางดิ่ง มีปกรูปมนชายกลางแหลมกระเป๋ าล่างเป็นกระเป๋ ายา่ ม มีปกรูปตดั ชายมน ปกกระเป๋ าท้งั สี่ ขดั ดุมโลหะสีทองขนาดกลาง กระเป๋ าละ 1 ดุม และมีอินทรธนูอ่อนสีเดียวกบั เส้ือเป็ นแผน่ ส่ีเหล่ียม เรียวจากดา้ นไหล่ไปทางคอ ดา้ นไหล่กวา้ ง 3.5 ซม. เยบ็ ติดกบั ตะเขบ็ ไหล่เส้ือ ดา้ นคอกวา้ ง 2.5 ซม. ปลายมน มีดุมท่ีปลายอินทรธนูดา้ นคอ ดา้ นละ 1 ดุม ดุมทุกดุมมีรูปตราคณะลูกเสือแห่งชาติ เส้ือแบบน้ีใหใ้ ชก้ บั เส้ือคอพบั สีกากีแขนยาว ผกู ผา้ ผกู คอสีกากีเงื่อนกะลาสีดว้ ย แต่ในโอกาสไวท้ ุกข์ ใหใ้ ชผ้ า้ ผกู คอสีดาเง่ือนกะลาสี 3. กำงเกงขายาวสีกากีไมพ่ บั ปลายขา 4. ถุงเท้ำส้ันสีกากี 5. รองเท้ำสีน้าตาล ไมม่ ีลวดลาย หุม้ ส้น ชนิดผกู หญิง เคร่ืองแบบพเิ ศษผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ ผตู้ รวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือ และเจา้ หนา้ ท่ี ลูกเสือ ประกอบดว้ ย 1. หมวก มี 2 แบบ คือ หมวกปี กกว้ำงสีกำกี มีหนงั หรือวตั ถุเทียมหนงั สีน้าตาลแก่กวา้ ง 3 ซม. พนั รอบหมวก มีหวั ขดั สีน้าตาลแก่ดา้ นซา้ ย ปี กหมวกสองขา้ งเจาะรูสาหรับร้อยสายรัดดา้ นหลงั ศีรษะ สายรัดทาดว้ ย เชือกถกั สีเดียวกบั หมวกผกู เป็นปมไวข้ า้ งหลงั มีหนา้ หมวกรูปตราคณะลูกเสือแห่งชาติ ทาดว้ ยโลหะสีทอง หมวกทรงอ่อนสีเขยี ว มีตราหนา้ หมวกรูปตราคณะลูกเสือแห่งชาติ ทาดว้ ยโลหะสีทอง เวลาสวมใหต้ ราหนา้ หมวกอยเู่ หนือคิ้วซา้ ย 2. เสื้อ กระโปรงติดกนั สีกำกี คอแหลม ไม่มีปก ไหล่ตลบลงมาทางดา้ นหนา้ ประมาณ 7 ซม. เอวเส้ือแบบเอวทิ้ง แขนต่อยาว 20 ซม. ปลายแขนพบั ขา้ งใน กระโปรงส่ีตะเขบ็ ยาวปิ ดเขา่ ดา้ นหนา้ ขวาและซา้ ยมีกระเป๋ าขา้ งละ 1 กระเป๋ า ต่ากวา่ เอวประมาณ 10 ซม. ก่ึงกลางกระเป๋ าพบั จีบเป็นแถบ กวา้ ง 3 ซม. ปากกระเป๋ ามีปกมนชายกลางแหลมและขดั ดุม 1 ดุม ผกู ผา้ ผกู คอเช่นเดียวกบั ผา้ ผกู คอ เครื่องแบบลูกเสือ-สามญั แต่มีขลิบสีขาบขนาด 2 ซม. 2 ดา้ น 3. เข็มขดั เช่นเดียวกบั เขม็ ขดั เครื่องแบบลูกเสือสามญั แต่กวา้ ง 3 ซม. 4. ถุงเท้ำยำวสีเนื้อ 5. รองเท้ำส้นสูง หุม้ ส้น สีน้าตาลแก่

90 ผ้ำผูกคอพเิ ศษ ลูกเสือและผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือที่ไปตา่ งประเทศ ใชผ้ า้ ผกู คอสีกรมท่าลกั ษณะเช่นเดียวกบั ผา้ ผกู คอเครื่องแบบลูกเสือสามญั แตข่ ลิบริมสีเหลือง กวา้ ง 0.5 ซม. ท่ีมุมตรงขา้ มกบั ดา้ นฐานมีรูป แผนท่ีประเทศไทยสีเหลืองผสู้ าเร็จวชิ าผกู้ ากบั ลูกเสือข้นั วดู แบดจ์ ใชผ้ า้ ผกู คอกิลเวลลแ์ ละห่วงที่สวม ผา้ ผกู คอใหใ้ ชห้ ่วงกิลเวลล์ เคร่ืองหมำยประกอบเคร่ืองแบบลกู เสือ ลูกเสือสำมญั เคร่ืองหมายประกอบเครื่องแบบลูกเสือสามญั 1 เคร่ืองหมำยจังหวดั ทาดว้ ยผา้ มีขนาด รูปและสีตามกฎกระทรวง ติดท่ีมุมผา้ ผกู คอตรง ขา้ งฐาน แตถ่ า้ ใชผ้ า้ ผกู คอพิเศษสาหรับไปต่างประเทศ ไมต่ อ้ งใชเ้ คร่ืองหมายจงั หวดั 2 เครื่องหมำยหมู่ ทาดว้ ยผา้ สีตามสีประจาหมู่ลูกเสือสามญั รูปสี่เหล่ียมผนื ผา้ กวา้ ง 2 ซม. ยาว 14 ซม. 4 แถบ ซอ้ นกนั ติดท่ีแขนเส้ือใตต้ ะเขบ็ ไหล่ซา้ ย 1 ซม. 3 เครื่องหมำยช้ัน 1) ลูกเสือตรี ทาดว้ ยผา้ สีกากี รูปโล่ห์ ยาว 4 ซม. กวา้ ง 2.5 ซม. มีรูปตราคณะลูกเสือ แห่งชาติ สีแดงแต่ไมม่ ีแถบคาขวญั และมีคาวา่ “ลูกเสือ” สีเหลืองติดท่ีก่ึงกลางกระเป๋ าเส้ือขา้ งซา้ ย 2) ลูกเสือโท ทาดว้ ยผา้ สีกากี รูปไต ยาว 4.5 ซม. กวา้ ง 2.5 ซม. มีคาวา่ “ลูกเสือ” เหนือกรอบสีแดงในกรอบสีแดงมีคาวา่ “เสียชีพอยา่ เสียสตั ย”์ สีเหลืองติดท่ีแขนขา้ งซา้ ยก่ึงกลางไหล่ กบั ศอก 3) ลกู เสือเอก ทาดว้ ยผา้ สีกากี รูปโล่ห์ ยาว 5 ซม. กวา้ ง 3 ซม. มีรูปตราคณะลูกเสือ แห่งชาติสีแดง และมีคาวา่ “ลูกเสือ ” สีเหลือง ติดท่ีแขนเส้ือขา้ งซา้ ยก่ึงกลางไหล่กบั ศอก 4 เคร่ืองหมำยประจำกำร ทาดว้ ยผา้ สีเขียว รูปกลม เส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 2 ซม. มีรูปดาว 6 แฉก สีเงิน เส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 5 ซม. ติดที่อกเส้ือขา้ งซา้ ยเหนือกระเป๋ า 1 ซม. จานวนเคร่ืองหมายประจาการ ใหต้ ิดตามจานวนปี ท่ีไดเ้ ป็นลูกเสือสามญั วดั ระยะระหวา่ งกนั 5 ซม.ตามแนวนอน 5 เครื่องหมำยสังกดั 1) ช่ือกล่มุ หรือกอง ทาดว้ ยผา้ สีแดง รูปสี่เหล่ียมผนื ผา้ ยาว 7 ซม. กวา้ ง 1.5 ซม. ขลิบริมสีขาว มีชื่อกลุ่มหรือกองสีขาว ติดโคง้ ตามไหล่เส้ือขา้ งขวา 2) เลขกล่มุ และเลขกอง ทาดว้ ยผา้ สีแดง รูปสี่เหล่ียมจตุรัสยาวดา้ นละ 3.5 ซม. ขลิบริมสีขาว มีตวั เลขอารบิค เลขกลุ่มสีขาวสูง 1.5 ซม. อยขู่ า้ งบน และเลขกองสีขาวสูง1ซม.อยขู่ า้ งล่างติดใตเ้ คร่ืองหมาย ช่ือกลุ่มหรือกอง กองลูกเสือที่จดั เป็นกลุ่มไมไ่ ด้ ใหม้ ีเลขกองอยา่ งเดียว

91 6 เครื่องหมำยลกู เสือสัมพนั ธ์ สาหรับลูกเสือตรีและลูกเสือโท ซ่ึงไดร้ ับเครื่องหมายลูกเสือ สัมพนั ธ์เม่ือเป็นลูกเสือสารอง ใหต้ ิดไดเ้ ช่นเดียวกบั ลูกเสือสารอง 7 เครื่องหมำยภำษำต่ำงประเทศ ใชป้ ระกอบเครื่องหมายวชิ าล่ามเบ้ืองตน้ ทาดว้ ยผา้ สีกากี รูปส่ีเหลี่ยมผนื ผา้ ยาว 6 ซม. กวา้ ง 1.5 ซม. มีอกั ษรไทยบอกช่ือภาษาตา่ งประเทศที่ลูกเสือพดู ไดด้ ี สีขาวติดท่ีอกเส้ือขา้ งขวาเหนือกระเป๋ า ถา้ ติดเครื่องหมายลูกเสือสัมพนั ธ์อยแู่ ลว้ ใหต้ ิดใตเ้ คร่ืองหมาย ลูกเสือ-สัมพนั ธ์ 8 สำยยงยศ ทาดว้ ยเชือกสีเขียวถกั เป็นห่วงคลอ้ งตน้ แขนขวาใตอ้ ินทรธนู ปลายสายรวมติด ท่ีดุมใตป้ กกระเป๋ าเส้ือขา้ งขวา ใชไ้ ดเ้ ฉพาะลูกเสือสามญั ที่สอบไดว้ ชิ าลูกเสือเอกกบั สอบไดว้ ชิ าพเิ ศษ ตามที่กาหนดในสูตร 9 เครื่องหมำยวชิ ำพเิ ศษ ทาดว้ ยผา้ สีกากี รูปกลม เส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 3.5 ซม. มีกรอบและคาวา่ “ลูกเสือ” สีเขียว ภายในกรอบมีรูปตามเคร่ืองหมายน้นั ๆ เคร่ืองหมายวชิ าพิเศษ ถา้ สอบไดไ้ มเ่ กิน 9 วชิ า ใหต้ ิดที่แขนเส้ือขา้ งขวา ก่ึงกลางระหวา่ งไหล่ กบั ศอกเรียงกนั เป็ นแถวตามแนวนอน แถวใดเกิน 3 วชิ า ใหข้ ้ึนแถวใหมเ่ วน้ ระยะระหวา่ งเคร่ืองหมาย และระหวา่ งแถว 1 ซม. ถา้ สอบไดเ้ กิน 9 วชิ า ใหม้ ีสายสะพายจากบ่าซา้ ยไปประจบกนั ที่ใตเ้ อวขวาทาดว้ ย ตว่ นหรือสักหลาดสีเหลืองกวา้ ง 10 ซม. ขลิบริมสีขาบขา้ งละ 1 ซม. และปักเคร่ืองหมายวชิ าพเิ ศษ เคร่ืองหมำยประกอบเคร่ืองหมำยแบบผ้บู ังคับบัญชำลกู เสือ ผ้ตู รวจกำรลกู เสือ กรรมกำรลูกเสือและ เจ้ำหน้ำทล่ี ูกเสือ เว้นแต่นำยหมู่ลูกเสือและรองนำยหมู่ลูกเสือ 1 เคร่ืองหมำยจังหวดั ทาดว้ ยผา้ มีขนาด รูปและสีตามกฎกระทรวง ติดที่มุมผา้ ผกู คอตรง ขา้ มฐาน แต่ถา้ ไมใ่ ช่ผา้ ผกู คอพเิ ศษสาหรับไปต่างประเทศ หรือผา้ ผกู คอกิลเวลลต์ อ้ งใชเ้ คร่ืองหมาย จงั หวดั สภานายก อุปนายก กรรมการ สภานายกกิตติมศกั ด์ิ อุปนายกกิตติมศกั ด์ิแห่งสภาลูกเสือ แห่งชาติ ประธาน รองประธาน และกรรมการแห่งคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ใหใ้ ชร้ ูป ตราคณะลูกเสือแห่งชาติ สีเหลืองอยใู่ นวงกลมเส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 5 ซม. ติดท่ีมุมผา้ ผกู คอตรงขา้ มดา้ น ฐานแทนเคร่ืองหมายจงั หวดั และผอู้ านวยการใหญ่ รองผอู้ านวยการใหญ่ ผชู้ ่วยผูอ้ านวยการใหญ่ ผตู้ รวจการใหญ่พเิ ศษ ผตู้ รวจการใหญ่ รองผูต้ รวจการใหญ่ ผตู้ รวจการลูกเสือประจาสานกั งานลูกเสือ แห่งชาติ รองผตู้ รวจการลูกเสือประจาสานกั งานลูกเสือแห่งชาติ ผชู้ ่วยผตู้ รวจการลูกเสือประจา สานกั งานลูกเสือแห่งชาติ และเจา้ หนา้ ที่ลูกเสือประจาสานกั งานลูกเสือแห่งชาติ ใหใ้ ชต้ ราคณะ ลูกเสือแห่งชาติสีขาวอยใู่ นวงกลมเส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 5 ซม. ติดท่ีมุมผา้ ผกู คอตรงขา้ มดา้ นฐานแทน เคร่ืองหมายจงั หวดั ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ ซ่ึงไดร้ ับแตง่ ต้งั ใหเ้ ป็นผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือเหล่าสมุทรใหต้ ิดเคร่ืองหมาย จงั หวดั ท่ีแขนเส้ือขา้ งขวาระหวา่ งไหล่กบั ศอก

92 2 สำยนกหวดี ทาดว้ ยดา้ ยถกั 1 สาย สีเหลืองสลบั ดา เป็นห่วงคลอ้ งคอ ปลายสายผกู นกหวดี สอด ไวใ้ นกระเป๋ าเส้ือขา้ งซา้ ย 3 เครื่องหมำยตำแหน่ง ทาดว้ ยโลหะ รูปโล่ห์ ยาว 5.5 ซม. กวา้ ง 3 ซม. มีรูปตราคณะ ลูกเสือแห่งชาติสีทอง พ้ืนและขอบเคร่ืองหมายสีตามกฎกระทรวง สาหรับผกู้ ากบั ลูกเสือและรองผกู้ ากบั ลูกเสือที่ควบคุมลูกเสือสารอง มีอกั ษร “ล.ร.” ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ มีอกั ษร “ล.ญ.” ลูกเสือวสิ ามญั มีอกั ษร “ล.ว.” เหนือรูปตราคณะลูกเสือแห่งชาติตามลาดบั ติดท่ีก่ึงกลางกระเป๋ าเส้ือขา้ งขวา 4 เคร่ืองหมำยรูปตรำคณะลูกเสือแห่งชำติ ทาดว้ ยโลหะสีทองวงกลม เส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 3.5 ซม. ติดที่อินทรธนูท้งั สองขา้ ง ใชเ้ ฉพาะสภานายก อุปนายก กรรมการ สภานายกกิตติมศกั ด์ิ อุปนายก กิตติมศกั ด์ิ และกรรมการกิตติมศกั ด์ิแห่งสภาลูกเสือแห่งชาติ ประธาน รองประธาน และกรรมการ ลูกเสือแห่งชาติ ผอู้ านวยการใหญ่ รองผอู้ านวยการใหญ่ ผูช้ ่วยผอู้ านวยการใหญ่ ผูต้ รวจการใหญ่พเิ ศษ ผตู้ รวจการใหญ่ รองผตู้ รวจการใหญ่ ผตู้ รวจการลูกเสือประจาสานกั งานลูกเสือแห่งชาติ รอง ผตู้ รวจการลูกเสือประจาสานกั งานลูกเสือแห่งชาติ ผชู้ ่วยผตู้ รวจการลูกเสือประจาสานกั งานลูกเสือ แห่งชาติ และผอู้ านวยการลูกเสือจงั หวดั 5 เคร่ืองหมำยสังกดั เช่นเดียวกบั เครื่องหมายสงั กดั ลูกเสือสามญั ใชเ้ ฉพาะผอู้ านวยการ ลูกเสือโรงเรียน รองผอู้ านวยการลูกเสือโรงเรียน ผกู้ ากบั กลุ่มลูกเสือ รองผกู้ ากบั กลุ่มลูกเสือ ผกู้ ากบั ลูกเสือและรองผกู้ ากบั ลูกเสือ สาหรับผอู้ านวยการลูกเสือโรงเรียนและรองผอู้ านวยการลูกเสือ โรงเรียนไมม่ ีเลขกลุ่มและเลขกอง 6 เคร่ืองหมำยวชิ ำผู้กำกบั ลูกเสือเบือ้ งต้น ทาดว้ ยหนงั เป็นห่วงกิลเวลล์ สวมผา้ ผกู คอ 7 เคร่ืองหมำยวชิ ำผู้กำกบั ลูกเสือช้ันวูดแบดจ์ ทาดว้ ยไมส้ องทอ่ น ร้อยดว้ ยเชือกหนงั สวมคอ ดา้ นหลงั ให้เชือกอยใู่ ตผ้ า้ ผกู คอดา้ นหนา้ ใหไ้ มว้ างทบั ผา้ ผกู คอ ถา้ ดารงตาแหน่งผชู้ ่วยผใู้ หก้ ารฝึกอบรม ผกู้ ากบั ลูกเสือ เพมิ่ ไมเ้ ป็น 3 ทอ่ น ถา้ ดารงตาแหน่งหวั หนา้ ผใู้ หก้ ารฝึกอบรมวชิ าผกู้ ากบั ลูกเสือ เพม่ิ ไม้ เป็น 4 ทอ่ น เคร่ืองหมำยประกอบเครื่องแบบนำยหมู่ลูกเสือและรองนำยหมู่ลูกเสือ เช่นเดยี วกบั เครื่องหมำยประกอบเครื่องแบบลูกเสือประเภทและเหล่ำสังกดั ลกู เสือสำมญั ทาดว้ ยแถบผา้ สีขาวรูปส่ีเหล่ียมผืนผา้ ยาวเท่าแนวต้งั ของกระเป๋ า กวา้ ง 1.5 ซม. มีจานวนแถบและติดดงั น้ี หวั หน้ำนำยหมู่ 3 แถบ ติดท่ีกระเป๋ าเส้ือขา้ งซา้ ยตามแนวต้งั เวน้ ระยะระหวา่ งแถบ 1 ซม. ใหเ้ ครื่องหมายลูกเสือตรีทบั แถบกลาง นำยหมู่ 2 แถบ ติดที่กระเป๋ าเส้ือขา้ งซา้ ยตามแนวต้งั ใหเ้ ครื่องหมายลูกเสือตรีอยู่ ตรงกลาง

93 รองนำยหมู่ 1 แถบ ติดท่ีกระเป๋ าเส้ือขา้ งซา้ ยตามแนวต้งั ใหเ้ คร่ืองหมายลูกเสือตรี อยทู่ างซา้ ย โอกำสในกำรแต่งเครื่องแบบ 1. แต่งทุกคร้ังท่ีมีการฝึกอบรมเป็นปกติ 2. เม่ือควบคุมลูกเสือออกนอกสถานที่ 3. ในพิธีการของลูกเสือ เช่น พิธีเขา้ ประจากอง 4. ในโอกาสอื่นอีกตามสมควร แต่งกำยอย่ำงอื่น 1. แต่งกำยลำลอง คือการแต่งกายสุภาพใชเ้ ส้ือมีแขน ประกอบดว้ ยหมวก ผา้ ผกู คอ เคร่ืองหมายหมู่ เคร่ืองหมายนายหมู่ - รองนายหมู่หรือ พลาธิการและป้ายชื่อ (หา้ มสวมรองเทา้ แตะ) โอกาสท่ีจะแตง่ กายลาลองน้นั แลว้ แต่ผอู้ านวยการฝึกอบรมหรือวทิ ยากรประจาวนั จะนดั หมาย 2. แต่งกำยตำมสบำย คือ การแต่งกายสุภาพ (ใชเ้ ส้ือมีแขน – หา้ มสวมรองเทา้ แตะ) แตไ่ ม่ตอ้ ง มีหมวก ผา้ ผกู คอ ส่วนเครื่องหมายอื่น ๆ ควรติดไวเ้ พื่อจะไดท้ ราบหมู่และหนา้ ท่ี โอกาสท่ีจะแตง่ กาย ตามสบาย มกั เป็นการเรียนตอนกลางคืนหรือเม่ือเลิกจากฝึ กอบรมประจาวนั แลว้ กำรทำควำมเคำรพ การทาความเคารพเป็นการแสดงวนิ ยั ที่ผนู้ อ้ ยมีต่อผใู้ หญ่ เป็นการแสดงวา่ เป็นผมู้ ีมารยาทเรียบร้อย มีความรักใคร่นบั ถือซ่ึงกนั และกนั อีกดว้ ย การทาความเคารพของลูกเสือสามญั เม่ืออยใู่ นเครื่องแบบ มีวธิ ีทาความเคารพได้ 2 วธิ ี คือ 1. ทำวนั ทยหัตถ์ ใหท้ าวนั ทยหตั ถ์ 3 นิ้ว คือ ยกมือขวาข้ึน นิ้วหวั แมม่ ือกดนิ้วกอ้ ยไว้ เหยยี ดนิ้วช้ีนิ้วกลางนิ้วนางชิดกนั ใชข้ อ้ สุดทา้ ยของปลายนิ้วช้ีแตะที่ขอบหมวกปี ก ประมาณตรงหางคิว้ ขวา ถา้ สวมหมวกทรงอ่อน(หมวกเบเร่ต)์ หรือมิไดส้ วมหมวกใชป้ ลายนิ้วช้ีแตะที่หางคิ้วขวา ถา้ อยใู่ นแถว ผบู้ งั คบั บญั ชาบอก “ตรง” 2. ทำวนั ทยำวุธ คือ การทาความเคารพในขณะท่ีลูกเสือถือพลองอยู่ ไดแ้ ก่การทาวนั ทยาวธุ เม่ืออยกู่ บั ท่ีใหย้ นื ตรงพลองชิดลาตวั ดา้ นขวา โคนพลองชิดนิ้วกอ้ ยเทา้ ขวา ปลายพลองอยใู่ นร่องไหล่ มือขวาจบั พลอง มือซา้ ยแสดงรหสั ลูกเสือ ยกข้ึนคว่าฝ่ ามือลง รวบนิ้วหวั แมม่ ือกบั นิ้วกอ้ ยจรดกนั เหลือนิ้วช้ี-นิ้วกลางนิ้วนางเหยยี ดตรงและชิดกนั งอศอก ยกแขนซา้ ยใหอ้ ยใู่ นแนวเสมอไหล่ และให้ ขอ้ แรกท่ีปลายนิ้วช้ีดา้ นขา้ งแตะพลองไว้ โอกำสแสดงควำมเคำรพ ใชใ้ นโอกาสตา่ ง ๆ ต่อไปน้ี 1. เคารพต่อธงสาคญั ๆ เช่น ธงชาติ ธงคณะลูกเสือแห่งชาติ ธงลูกเสือประจาจงั หวดั ธงประจากองทหาร ฯลฯ ท่ีผา่ นไป

94 2. เคารพในขณะที่บรรเลงเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงมหาฤกษ์ เพลงมหาชยั เพลงสรรเสริญเสือป่ า 3. เคารพแด่พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั สมเดจ็ พระนางเจา้ สิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศช์ ้นั ผใู้ หญ่ ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ บิดามารดา ครู อาจารย์ ญาติผใู้ หญ่ท่ีควรเคารพ นายทหาร นายตารวจท่ีแต่งเคร่ืองแบบ 4. เคารพต่อลูกเสือดว้ ยกนั ในขณะท่ีพบกนั เป็ นคร้ังแรกในวนั หน่ึง ๆ จะเป็นลูกเสือชาติเดียวกนั หรือตา่ งชาติกป็ ฏิบตั ิเช่นเดียวกนั รหสั ลกู เสือ เป็นเคร่ืองหมายที่แสดงใหร้ ู้กนั เฉพาะในวงการลูกเสือเท่าน้นั ซ่ึงลูกเสือทุกคนเม่ือเห็นรหสั ก็จะรับรู้และเขา้ ใจความหมายซ่ึงกนั และกนั ทนั ทีวา่ “เราเป็นพวกเดียวกนั ” วธิ ีแสดงรหสั ลูกเสือไทยใชแ้ สดงรหสั แบบองั กฤษ คือ ยืนในท่าตรง ยกมือขวาเสมอไหล่ ขอ้ ศอกชิดลาตวั หนั ฝ่ ามือไปขา้ งหนา้ นิ้วหวั แม่มือกดปลายนิ้วกอ้ ยไว้ อีกสามนิ้วที่เหลือเหยยี ดข้ึนไปตรงนิ้วชิดกนั (แบบของอเมริกา ตา่ งกนั ตรงท่ี ขอ้ ศอกไมช่ ิดลาตวั แตย่ กขอ้ ศอกต้งั ฉากกบั ตน้ แขน) นิ้วท้งั สามท่ีเหยยี ดข้ึน ไปน้นั มีความหมายถึงคาปฏิญาณของลูกเสือ 3 ขอ้ โอกำสแสดงรหัส ใชใ้ นโอกาสต่อไปน้ี 1. เม่ือลูกเสือกล่าวคาปฏิญาณในพธิ ีปฏิญาณตนเขา้ ประจากองและพ้ืนที่อื่น ๆ ท่ีมีการทบทวน คาปฏิญาณ 2. เม่ือพบกบั ลูกเสือชาติเดียวกนั หรือต่างชาติ เป็นการรับรู้วา่ เป็ นพวกเดียวกนั กำรสัมผสั มือ เป็นประเพณีสากลของการลูกเสือที่ลูกเสือใชส้ ัมผสั มือดว้ ยมือซา้ ย เป็นสญั ญาณระหวา่ งพ่ี นอ้ งลูกเสือทว่ั โลก การสัมผสั ดว้ ยมือซา้ ยน้นั ตามประวตั ิแจง้ วา่ เมื่อคราวท่ี ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (ผใู้ หก้ าเนิดลูกเสือโลก) ไดถ้ ูกส่งไปปราบพวกอาชนั ติซ่ึงอยใู่ นบริเวณชายฝ่ังทะเลแอฟริกาตะวนั ตก น้นั ในขณะที่อยใู่ นอาชนั ติ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ไดส้ ังเกตเห็นคนพ้นื เมืองแสดงความเป็นมิตรต่อ กนั ดว้ ยการจบั มือซา้ ย และลอร์ด เบเดน โพเอลล์ เองก็ไดร้ ับการสัมผสั มือซา้ ยจากกษตั ริยเ์ ปรมเปห์ หวั หนา้ แห่งพวกอาชนั ติซ่ึงถือวา่ การสัมผสั ดว้ ยมือซา้ ย เป็ นสญั ลกั ษณ์ของความเป็ นพ่ีนอ้ งกนั และ เป็นการแสดงถึงความไวว้ างใจกนั อยา่ งสูงสุด เพราะกษตั ริยเ์ ปรมเปห์ ไดใ้ ห้เกียรติโดยวางโล่ ซ่ึงเป็น

95 เคร่ืองสาหรับป้องกนั ศตั รูลงเสีย ตอ่ มา ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ จึงไดใ้ ชก้ ารสัมผสั มือซา้ ยเป็นประเพณี ในการสัมผสั มือของลูกเสือ สัญญำณมือในกำรเรียกแถวของลกู เสือสำกล การใชส้ ญั ญาณมือเรียกแถวรูปต่าง ๆ ในการฝึกอบรมลูกเสือตามแบบสากลของลูกเสือทุกประเภท ผบู้ งั คบั บญั ชาท่ีจะเรียกแถวน้นั จะตอ้ งเลือกสถานท่ีใหเ้ หมาะสมเสียก่อน และยนื ตรงแลว้ จึงเรียกและ ใหส้ ญั ญาณ (ลูกเสือสารองใชค้ าวา่ “แพค๊ ” ลูกเสือสามญั สามญั รุ่นใหญแ่ ละวสิ ามญั ใชค้ าวา่ “กอง”) 1. แถวหน้ำกระดำนเด่ียว ผเู้ รียกเหยยี ดแขนท้งั สองไปดา้ นขา้ งเสมอแนวไหล่ มือแบ หนั ฝ่ ามือไปขา้ งหนา้ ใหล้ ูกเสือ เขา้ แถวหนา้ กระดานแถวเด่ียว ขา้ งหนา้ ผเู้ รียกใหแ้ นวตรงก่ึงกลางของแถวอยหู่ ่างประมาณ 6 กา้ ว หนั หนา้ เขา้ หาผเู้ รียก 1) กรณีหมู่เดยี ว ใหน้ ายหมูย่ นื แลตรงเป็ นหลกั ทางขวา(ทางซา้ ยมือของผเู้ รียก)ลูกแถว เขา้ แถวตามลาดบั ทางซา้ ยของนายหมู่ ยนื เรียงเคียงกนั เป็ นแถวหนา้ กระดาน ไปจนถึงลูกแถวคนสุดทา้ ย และปิ ดหมู่ ดว้ ยรองนายหมู่ ซ่ึงอยซู่ า้ ยสุดของทุกคน(ยกเวน้ นายหมู่) จดั แถวทางขวา(แลขวา) การจดั ระยะเคียง ถา้ เป็น “ปิ ดระยะ” ระยะเคียงของลูกเสือในแถวหนา้ กระดาน คือ ช่วงแขนซา้ ยของลูกเสือ ท่ีอยทู่ างซา้ ย ยกมือซา้ ยข้ึนทาบตะโพก ใหฝ้ ่ ามือพกั อยบู่ นตะโพก นิ้วเหยยี ดชิดกนั อยปู่ ระมาณ แนว ตะเขบ็ กางเกง ศอกอยูเ่ สมอแนวลาตวั การจดั แถวใชแ้ ขนขวาจดปลายศอกซา้ ย ผเู้ รียกแถว จดั การตรวจแถว แลว้ สัง่ นิ่ง ลูกเสือทุกคนลดมือลงพร้อมกนั สะบดั หนา้ มาอยใู่ นทา่ ตรงและนิ่ง ถา้ เป็นระยะ “เปิ ดระยะ” ระยะเคียงของลูกเสือในแถวหนา้ กระดาน คือ สุดช่วงแขนของลูกเสือท่ีอยทู่ างขวานิ้วกลางมือซา้ ยจด ไหล่ขวา นบั จากนายหมูเ่ ป็ นตน้ มาจนถึงลูกแถวคนสุดทา้ ยก่อนถึงรองนายหมู่ 2) กรณมี ีหลำยหมู่ ใหแ้ ตล่ ะหมู่เขา้ แถวหนา้ กระดานแถวเดี่ยว เหมือนกบั ท่ีเป็ นหมู่เดียว ใหแ้ นวตรงก่ึงกลางของแถวอยหู่ ่างจากผเู้ รียก 6 กา้ วโดยประมาณ และระยะเคียง ระหวา่ งหมู่ (ระหวา่ งนายหมูถ่ ดั ไปทางซ้ายกบั รองนายหมูท่ างขวา) เป็นไปตามปกติ และระยะเคียง 1 ช่วงแขน กรณี “เปิ ดระยะ” เม่ือเขา้ แถวเรียบร้อยแลว้ ผเู้ รียกแถวตรวจการจดั แถวแลว้ สัง่ “นิ่ง” 2. แถวตอนเรียงหน่ึง ผเู้ รียกเหยยี ดแขนท้งั สองไปขา้ งหนา้ เสมอแนวไหล่ มือแบ หนั ฝ่ ามือเขา้ หากนั ใหล้ ูกเสือเขา้ แถวตอนเรียงหน่ึงขา้ งหนา้ ผเู้ รียก นายหมูห่ ลกั ซ่ึงอยหู่ นา้ ผเู้ รียกประมาณ 6 กา้ ว 1) กรณหี มู่เดยี ว ใหน้ ายหมูว่ ง่ิ มายนื ในท่าตรงเป็นหลกั ขา้ งหนา้ ผเู้ รียกประมาณ 6 กา้ ว ลูกเเถวเขา้ แถวหลงั นายหมู่หลกั ยนื ใหต้ รงคอนายหมูข่ า้ งหนา้ ระยะตอ่ สุดช่วงแขนของลูกเสือเมื่อยน่ื ไปจดหลงั ทอ่ นบนของผูอ้ ยขู่ า้ งหนา้ ลูกแถวคนอื่น ๆ กเ็ ขา้ แถวซอ้ นไปขา้ งหลงั ของลูกแถวขา้ งหนา้ ตามลาดบั ระยะต่อสุดช่วงแขนดงั เดิม และเขา้ แถวต่อซอ้ นกนั ไปจนถึงคนสุดทา้ ย และปิ ดทา้ ยดว้ ย

96 รองนายหมู่ ในระยะต่อสุดช่วงแขนเช่นกนั เม่ือผเู้ รียกแถวตรวจการจดั แถวแลว้ ส่ังนิ่ง ทุกคนลดแขนลง อยใู่ นท่าตรงเพ่ือฟังคาส่งั ต่อไป 2) กรณีหลำยหมู่ - ใหเ้ รียกวา่ “แถวตอนหมู่” ใหห้ มู่หลกั เขา้ แถวตอนตรงหนา้ ผเู้ รียก ห่างจากผเู้ รียก 6 กา้ วโดยประมาณ โดยมี หมู่อ่ืน ๆ เขา้ แถวตอนเป็นแนวเดียวกนั ไปทางซา้ ยและ ทางขวาของหมู่หลกั ระยะเคียงระหวา่ งหมู่ประมาณ 1 ช่วงศอก ส่วนระยะต่อ 1 ช่วงแขนโดยประมาณ (ไมต่ อ้ งยกแขน) 3. แถวหน้ำกระดำนหมู่ปิ ดระยะ ผเู้ รียกกามือท้งั 2 ขา้ ง เหยยี ดตรงไปขา้ งหนา้ ขนานกบั พ้นื งอขอ้ ศอกข้ึนเป็นมุมฉาก หนั หนา้ มือเขา้ หากนั ใหล้ ูกเสือหมู่ท่ี 1 มาเขา้ แถวหนา้ ผเู้ รียก นายหมู่อยขู่ วามือ ลูกหมู่อยซู่ า้ ยมือเรียงกนั เป็ นแถว หนา้ กระดานโดยให้ตรงก่ึงกลางของหมู่อยตู่ รงหนา้ ผูเ้ รียก ห่างจากผเู้ รียกประมาณ 6 กา้ ว หมูต่ ่อ ๆ ไป เขา้ แถวหนา้ กระดานเช่นเดียวกนั ขา้ งหลงั หมูแ่ รกตามลาดบั ระยะหมูต่ อ่ หมูป่ ระมาณ 1 ช่วงแขน การเขา้ แถวใหล้ ูกเสือทุกคน(เวน้ คนอยทู่ างซา้ ยสุด) ยกมือซา้ ยข้ึนทาบตะโพก(เหมือนดงั ท่ีกล่าวไวใ้ น หมูแ่ ถวหนา้ กระดาน) ระยะต่อระหวา่ งหมู่ประมาณ 1 ช่วงแขน (ไม่ตอ้ งยกแขน) สะบดั หนา้ ไปทางขวา เม่ือผเู้ รียกแถวตรวจ การจดั แถวแลว้ สัง่ น่ิง ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพร้อมสะบดั หนา้ มาอยใู่ นทา่ ตรง 4. แถวหน้ำกระดำนหมู่เปิ ดระยะ ผเู้ รียกกามือท้งั 2 ขา้ ง งอขอ้ ศอกเป็ นมุมฉาก แขนท่อนบนแบะออกจนเป็ นแนวเดียวกบั ไหล่ หนั หนา้ มือไปขา้ งหนา้ ใหล้ ูกเสือทุกคนเขา้ แถวเหมือนหนา้ กระดานหมู่ปิ ดระยะ แต่ระยะต่อระหวา่ งหมู่ของทุกหมู่ ขยายออกไปทางดา้ นหลงั ห่างกนั หมู่ละประมาณ 3 ช่วงแขน การเขา้ แถว ใหล้ ูกเสือทุกคน (เวน้ คน อยซู่ า้ ยสุด) ยกมือซา้ ยข้ึนทาบตะโพก สะบดั หนา้ ไปทางขวาระยะตอ่ ระหวา่ งหมู่ตอ่ หมูล่ ะประมาณ 3 ช่วงแขน เม่ือผเู้ รียกแถวตรวจการจดั แถวแลว้ สัง่ น่ิง ลูกเสือทุกคนสะบดั หนา้ และอยใู่ นทา่ ตรง 5. แถวรูปครึ่งวงกลม ผเู้ รียกแถว มือแบท้งั 2 ขา้ ง เหยยี ดตรงลงขา้ งล่างคว่าฝ่ ามือเขา้ หาตวั โบกผา่ นลาตวั ประสานกนั ดา้ นหนา้ ชา้ ๆ เป็นรูปคร่ึงวงกลม ใหล้ ูกเสือหมูแ่ รกยนื ดา้ นซา้ ยมือของผูเ้ รียก โดยนายหมู่หมู่แรกยนื อยเู่ ป็ นแนวเดียวกบั ผเู้ รียก หมูท่ ่ี 2 และหมูต่ อ่ ๆ ไป ไปอยทู่ างดา้ นซา้ ยของหมู่แรกตามลาดบั จนคนสุดทา้ ยอยเู่ ป็นเส้นตรง แนวเดียวกบั ผเู้ รียกและนายหมูห่ มูแ่ รก โดยถือวา่ ผูเ้ รียกเป็ นจุดศูนยก์ ลาง การเขา้ แถว ใหล้ ูกเสือทุกคน (เวน้ คนซา้ ยสุด) ยกมือซา้ ยข้ึนทาบตะโพก สะบดั หนา้ ไปทางขวา (ยกเวน้ นายหมู่หมู่แรก) เม่ือผูเ้ รียกแถวตรวจการจดั แถวแลว้ สั่งนิ่ง ลูกเสือทุกคนลดแขนลงสะบดั หนา้ มาอยใู่ นท่าตรง

97 6. แถวรูปวงกลม ก. แบบผ้เู รียกแถวยืนอยู่ทจ่ี ุดศูนย์กลำง ผเู้ รียกแถวแบมือท้งั สองขา้ ง เหยยี ดตรงลงล่าง คว่าฝ่ ามือเขา้ หาตวั โบกผา่ นลาตวั ประสานกนั ดา้ นหนา้ จดดา้ นหลงั เป็ นรูปวงกลม ใหล้ ูกเสือหมู่แรกยืนดา้ นซา้ ยมือของผเู้ รียก โดยนายหมู่ หมูแ่ รกยนื อยแู่ นวเดียวกบั ผเู้ รียก หมู่ที่ 2 และหมูต่ ่อไป ไปอยทู่ างดา้ นซา้ ยของหมูแ่ รกตามลาดบั จนคนสุดทา้ ยของหมู่สุดทา้ ยไปจดกบั นายหมู่ หมู่แรก ถือผเู้ รียกเป็นจุดศูนยก์ ลาง การเขา้ แถว ใหล้ ูกเสือทุกคนยกมือซา้ ยข้ึนทาบตะโพก สะบดั หนา้ ไปทางขวา (ยกเวน้ นายหมู่ หมูแ่ รก) เมื่อผเู้ รียกแถวตรวจการจดั แถวแลว้ สัง่ “นิ่ง” ลูกเสือทุกคนลดแขนลงสะบดั หนา้ มา อยใู่ นทา่ ตรง ข. แบบผ้เู รียกยืนอย่ใู นเส้นรอบวง ผเู้ รียกแถวกามือขวาเหยยี ดแขนยกไปขา้ งหนา้ ข้ึนขา้ งบนเลยไปหลงั ใหล้ ูกเสือหมู่แรกยนื ดา้ นซา้ ยมือของผเู้ รียกโดยนายหมู่แรกยนื ชิดกบั ผเู้ รียก หมู่ที่ 2 และหมูต่ อ่ ๆ ไป อยดู่ า้ นซา้ ยมือของ ผเู้ รียกตามลาดบั จนคนสุดทา้ ยของหมูส่ ุดทา้ ยไปจดกบั ผเู้ รียกดา้ นขวามือถือผูเ้ รียกเป็ นเส้นรอบวงดว้ ย (การเขา้ แถวและการจดั แถวอนุโลมตามแบบ ก.) 7. แถวส่ีเหลย่ี มเปิ ดด้ำนหนึ่ง ผเู้ รียกแถวยนื อยูด่ า้ นหน่ึง (ซ่ึงเป็นดา้ นเปิ ด) ศอกงอ ยกแขนท้งั สองข้ึนขา้ งหนา้ ใหห้ นา้ แขน ท้งั สองไขวก้ นั ตรงฝ่ ามือ ฝ่ ามือท้งั สองแบเหยยี ดหนั ไปขา้ งหนา้ ฝ่ ามือขวาไขวท้ บั ฝ่ ามือซา้ ยประมาณ แนวลูกคาง เป็ นสัญญาณถา้ มีลูกเสือ 3 หมู่ ใหเ้ ขา้ แถวในอีก 2 ดา้ นท่ีเหลือ โดยมีนายหมู่ 1 เขา้ แถว หนา้ กระดานแถวเดี่ยวทางดา้ นซา้ ยของผูเ้ รียก หนั หนา้ เขา้ หาในรูปส่ีเหล่ียม หมู่ 2 เขา้ แถวหนา้ กระดาน ดา้ นตรงขา้ มกบั ผเู้ รียก หนั หนา้ เขา้ หาผเู้ รียกและหมู่ 3 เขา้ แถวหนา้ กระดานแถวเด่ียวตรงขา้ มกบั หมู่ 1 ทางดา้ นขวาของผเู้ รียก การเขา้ แถว ใหล้ ูกเสือทุกคนปฏิบตั ิเหมือนกบั การเขา้ แถวหนา้ กระดาน เวน้ ระยะ ตรงมุมของแต่ละดา้ นใหเ้ ท่ากนั พอสมควรไมซ่ อ้ นหรือตรงกนั ถา้ มีลูกเสือมากกวา่ 3 หมู่ ใหอ้ ยใู่ นดุลยพินิจ ของผูเ้ รียกแถว แตค่ วรใหด้ า้ นซา้ ยมือกบั ดา้ นขวามือ มีจานวนเท่ากนั เมื่อผเู้ รียกแถวตรวจแถวเรียบร้อย แลว้ สัง่ นิ่ง ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพร้อมสะบดั หนา้ อยใู่ นทา่ ตรง 8. แถวรัศมีหรือล้อเกวียน ผเู้ รียกแถวยนื อยใู่ นท่าตรง มือขวาแบควา่ กางนิ่งออกทุกนิ้ว ชูแขนไปขา้ งหนา้ ทามุมประมาณ 45 องศา ใหม้ องเห็นได้ แลว้ เรียก “แพค็ ” หรือ “กอง” ให้ลูกเสือทุกหมูม่ าเขา้ แถวเป็ นรูปหมู่แถวตอน หนา้ ผเู้ รียก ห่างจากผเู้ รียกประมาณ 6 กา้ ว เป็นรูปรัศมีโดยใหห้ มู่แรกอยดู่ า้ นหนา้ ทางซา้ ยมือผเู้ รียก ประมาณ 45 องศา หมูท่ ่ี 2 และหมู่ต่อ ๆ ไปอยดู่ า้ นซา้ ยของหมู่แรกตามลาดบั ถือผูเ้ รียกเป็ นจุดศูนยก์ ลาง ระยะต่อของแต่ละหมู่ระหวา่ งบุคคล ประมาณ 1 ช่วงแขน ระยะเคียงระหวา่ นายหมูต่ ่อนายหมู่พอสมควร และนายหมู่หมูส่ ุดทา้ ยจะอยดู่ า้ นหนา้ ทางขวามือของผเู้ รียกประมาณ 45 องศา การเขา้ แถว ใหล้ ูกเสือ

98 ทุกคน(เวน้ คนอยหู่ วั แถวของแตล่ ะหมู่) เหยยี ดแขนซา้ ยไปขา้ งหนา้ สูงเสมอแนวไหล่ ควา่ ฝ่ ามือใหป้ ลายนิ้ว จดหลงั ของคนหนา้ พอดี ผเู้ รียกแถวจดั แถวแลว้ สั่ง “นิ่ง” ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพร้อมกบั น่ิง 9. กำรใช้สัญญำณมือเป็ นคำส่ังกำรพกั แถว “พกั ” และ “ตรง” ในการเขา้ แถวของหมู่ลูกเสือ จะเป็นแถวหนา้ กระดานกด็ ี แถวตอนก็ดี หรือแถวหนา้ กระดาน ตอนหมู่ รูปคร่ึงวงกลม หรือวงกลม ตลอดจนแถวรูปสี่เหลี่ยมจตั ุรัสเปิ ดดา้ นหน่ึงกด็ ี ผเู้ รียกแถว อาจใชส้ ัญญาณมือ เป็นคาสั่งใหแ้ ถว “พกั ” จากท่าตรง และเป็นคาสง่ั ใหแ้ ถว “ตรง” จากทา่ พกั กไ็ ด้ โดยผเู้ รียกแถวทา 2 จงั หวะ ดงั น้ี จงั หวะ 1 กามือขวา งอแขนตรงศอกใหม้ ือที่กาอยปู่ ระมาณตรงหวั เขม็ ขดั หนั ฝ่ ามือท่ีกาเขา้ หา หวั เขม็ ขดั จงั หวะ 2 สลดั มือที่กาและหนา้ แขนไปทางขวาเป็ นมุม 180 องศา ประมาณแนวเดียวกบั แนวหวั เขม็ ขดั เป็นสัญญาณให้ “พกั ” ตามระเบียบ (ลูกเสือทุกคนปฏิบตั ิเช่นเดียวกบั ทา่ พกั ตาม ระเบียบ) กรณีท่ีจะใหส้ ญั ญาณมือเป็นคาส่งั ให้ “ตรง” ผเู้ รียกแถวทา 2 จงั หวะ ดงั น้ี จงั หวะ 1 กามือในลกั ษณะเหมือนกบั เม่ือตอนสลดั แขน ส่ัง “พกั ” จงั หวะ 2 จงั หวะ 2 กระตุกแขนใหก้ ามือกลบั มาอยตู่ รงหวั เขม็ ขดั (จงั หวะ 1 ของสัญญาณสัง่ “พกั ”) ลูกเสือทุกคนชิดเทา้ ซา้ ย ลดแขนที่ไขวห้ ลงั ลงมาอยใู่ นทา่ ตรง สัญญำณนกหวดี สาหรับการฝึกประจาวนั หรือในโอกาสท่ีผบู้ งั คบั บญั ชาอยูห่ ่างไกลลูกเสือ ใชส้ ญั ญาณ ประเภทอ่ืนไมส่ ะดวกกใ็ ชส้ ัญญาณนกหวดี แทน คือ 1. หวดี ยาว 1 คร้ัง ( _____ ) ถา้ เคลื่อนท่ีใหห้ ยดุ ถา้ หยดุ อยเู่ ตือน เตรียมตวั หรือคอยฟังคาสงั่ 2. หวดี ยาว 2 คร้ัง ( _____ _____ ) เดินตอ่ ไป เคลื่อนที่ตอ่ ไป ทางานต่อไป 3. หวดี ส้นั 1 คร้ัง หวดี ยาว 1 คร้ัง สลบั กนั ไป ( __ ____ __ ____ ) เกิดเหตุ 4. หวดี ส้นั 3 คร้ัง หวดี ยาว 1 คร้ัง ติดต่อกนั ไป ( __ __ __ _____ , __ __ __ ____ ) เรียกนายหมู่ มารับคาสง่ั 5. หวดี ส้นั ติดต่อกนั หลาย ๆ คร้ัง ( __ __ __ __ __ __ __ __ __ ) ประชุม , รวม หมำยเหตุ เม่ือจะใชส้ ญั ญาณ (2) (3) (4) หรือ (5) ใหใ้ ชส้ ญั ญาณ (1) ก่อนทุกคร้ัง

99 เรื่อง หลกั สูตรและวชิ ำพเิ ศษลูกเสือสำมญั บทเรียนท่ี 7 เวลำ 45 นำที ขอบข่ำยวชิ ำ 1 ความมุ่งหมายของหลกั สูตรลูกเสือสามญั 2 การเขา้ สู่กองลูกเสือสามญั 3 ระบบหมู่ 4 ช้นั ของลูกเสือสามญั 5 สาระสาคญั ของกิจกรรมลูกเสือสามญั เพ่อื เสริมสร้างทกั ษะชีวติ 6 วชิ าพิเศษลูกเสือสามญั จุดหมำย เพื่อใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมมีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั หลกั สูตรลูกเสือสามญั วตั ถุประสงค์ เม่ือจบบทเรียนน้ีแลว้ ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมควรจะสามารถ 1. อธิบายความมุ่งหมายของหลกั สูตรลูกเสือสามญั และโครงสร้างของกิจกรรมลูกเสือสามญั เพอื่ เสริมสร้างทกั ษะชีวติ ได้ 2. อธิบายหลกั สูตรลูกเสือตรี โท เอก การสอบเพ่ือรับเครื่องหมายวชิ าพเิ ศษลูกเสือสามญั และ เครื่องหมายสายยงยศได้ วธิ ีสอน/กจิ กรรม 1. นาเขา้ สู่บทเรียนใชภ้ าพพลิก หรือ สไลดภ์ าพ/ขอ้ ความ (Power Point) ประกอบในการแสดง ภาพประกอบ 5 นาที 2. บรรยายประกอบแผนภูมิ แสดงแผนการฝึกอบรมลูกเสือสามญั และฝึกวเิ คราะห์ตามใบกิจกรรม รายบุคคล 30 นาที 3. สรุปโดยการแสดงภาพพลิกหรือส่ือประกอบเช่นเดียวกบั นาเขา้ สู่บทเรียน 10 นาที สื่อกำรเรียนรู้ 1. เอกสารประกอบ “หลกั สูตรลูกเสือสามญั ” 2. คู่มือการจดั กิจกรรมหลกั สูตรลูกเสือสามญั เพอ่ื เสริมสร้างทกั ษะชีวติ 3. แผนภูมิแสดงแผนการฝึกอบรมลูกเสือสามญั (แผน่ พลิก, สไลดภ์ าพ / ขอ้ ความ (Power Point) กำรประเมินผล 1. การสังเกตจากพฤติกรรม 2. จากผลงานท่ีเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ 3. ใชแ้ บบสอบถาม

100 เนื้อหำ จุดมุ่งหมายของการฝึกอบรมลูกเสือตามวตั ถุประสงคข์ องคณะลูกเสือแห่งชาติ ตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ลูกเสือ พ.ศ. 2551 ความวา่ คณะลูกเสือแห่งชาติมีวตั ถุประสงค์ เพ่ือพฒั นาลูกเสือท้งั ทาง กาย สติปัญญา จิตใจและศีลธรรม ใหเ้ ป็ นพลเมืองดี มีความรับผดิ ชอบ และช่วยสร้างสรรคส์ งั คมให้ เกิดความสามคั คีและมีความเจริญกา้ วหนา้ ท้งั น้ีเพ่อื ความสงบสุขและความมนั่ คงของประเทศชาติ จุดมุ่งหมำยของหลกั สูตรลกู เสือสำมญั หลกั สูตรลูกเสือสามญั มีจุดมุ่งหมาย คือ การฝึกอบรมเพือ่ ส่งเสริมการพฒั นาในทางร่างกาย สติปัญญา จิตใจ ศีลธรรม และสงั คมของเด็กในวยั ช้นั ประถมศึกษา (ป.4 - 6) ซ่ึงมีอายรุ ะหวา่ ง 11 – 16 ปี ในปัจจุบนั โดยถือวา่ การฝึกอบรมน้ีเป็นส่วนสาคญั ของแผนการฝึกอบรมที่ต่อเน่ืองกนั และสอดคลอ้ ง กบั พฒั นาการตามธรรมชาติของเดก็ วยั ต่าง ๆ ท่ีอยใู่ นขบวนการลูกเสือ หลกั สูตรลูกเสือสามญั จะมีระดบั สูงข้ึนตามวยั และสมรรถของเดก็ แตล่ ะคนรวมท้งั มีหลกั สูตรพิเศษ เพอ่ื สนองความตอ้ งการหรือส่งเสริมทกั ษะของเด็กแต่ละคนอีกดว้ ย การเขา้ สู่กองลูกเสือสามญั เด็กอาจเขา้ สู่กองลูกเสือสามญั ได้ 2 ทาง คือ 1 เล่ือน(ส่งตวั ) มาจากกองลูกเสือสารอง 2 สมคั รเขา้ เป็ นสมาชิกใหม่ของคณะลูกเสือแห่งชาติ ท้งั 2 กรณี จะตอ้ งเขียนใบสมคั รเป็นลูกเสือสามญั ตามแบบ ล.ส. 3 ระบบหมู่ คือ การจดั เดก็ ท่ีมีอายรุ ุ่นราวคราวเดียวกนั หรือใกลเ้ คียงกนั อยรู่ วมกนั เรียกเป็ นหมู่ เพื่อปฏิบตั ิ กิจกรรมร่วมกนั โดยมีคนหน่ึงเป็นหวั หนา้ หรือผูน้ าเรียกวา่ นายหมูแ่ ละรองนายหมู่อีกคนหน่ึงเป็ น ผชู้ ่วย กองลูกเสือสามญั น้นั ประกอบดว้ ยหมู่ลูกเสือ 2 – 6 หมู่ หมูห่ น่ึงมีลูกเสือ 6 – 8 คน รวมท้งั นายหมู่ลูกเสือและรองนายหมู่ลูกเสือดว้ ย ระบบหมูเ่ ป็ นเรื่องสาคญั และจาเป็ นในการฝึ กอบรมลูกเสือ สามญั ซ่ึงประกอบดว้ ยการฝึ กอบรมในเร่ืองการเป็นผูน้ า การวางแผน และการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ โดยถือหลกั การพ่งึ ตนเองเป็ นสาคญั