วนิ ัย ควำมเป็ นระเบียบเรียบร้อยและสัญญำณต่ำงๆ 97 เอกสำรประกอบ(1) วนิ ัยมคี วำมจำเป็ นอย่ำงไร ลูกเสือที่มีระเบียบวนิ ยั เชื่อฟังปฏิบตั ิตามคาสงั่ ผบู้ งั คบั บญั ชายอ่ มที่จะเป็ นพลเมืองดีในอนาคต ลูกเสือท่ีไดร้ ับการฝึกอบรมอยา่ งดีสามารถเป็นผนู้ าได้ การไดร้ ับการฝึกฝนใหเ้ ป็นคนที่รักษาสัตย์ ประพฤติตนตามกฎกติกา เป็ นคนมีน้าใจ เมตตาอารี เสียสละ พฤติกรรมเหล่าน้ียอ่ มติดตวั เป็นนิสัย วนิ ยั เป็นส่ิงจาเป็นมากในกองลูกเสือ คนที่มีคุณภาพคือคนที่ไดร้ ับการฝึกฝนใหม้ ีระเบียบวนิ ยั ทาตนเป็น ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาท่ีดี หรือทาตนเป็ นผบู้ งั คบั บญั ชาท่ีดีเป็นแบบอยา่ งแก่ผอู้ ื่น การลูกเสือจึงมุ่งพฒั นาลูกเสือ ใหเ้ ป็นผมู้ ีวนิ ยั เตรียมพร้อมการเป็นพลเมืองท่ีมีคุณภาพต้งั แต่วยั เด็ก เมื่อเติบใหญจ่ ะไดเ้ ป็นกาลงั สาคญั ช่วยพฒั นาประเทศชาติใหเ้ จริญรุ่งเรืองสืบไป ควำมหมำยของคำว่ำ “วนิ ัย” วนิ ัย หมายถึง เครื่องควบคุมความประพฤติหรือพฤติกรรมของคนให้ประพฤติปฏิบตั ิตามแบบ แผนของสังคม เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข เครื่องมือควบคุมพฤติกรรมของคนได้แก่ ประกาศ ขอ้ ตกลง กติกา คาส่ัง ระเบียบปฏิบตั ิ กฎเกณฑ์ ข้อบงั คบั และกฎหมาย หรือสิ่งท่ีทาให้คนในสังคม ประพฤติ ปฏิบตั ิตามที่เป็นมาตรฐานเดียวกนั วนิ ัยมี 2 ประกำร คือ ก. วนิ ัยภำยนอก หมายถึงการปฏิบตั ิตนในขอบเขตของระเบียบ กฎเกณฑ์ กติกาสงั คม ซ่ึงในการ ฝึ กอบรมตอ้ งเขม้ งวดตามลกั ษณะหรือกิจกรรมแต่ละประเภท เพ่ือที่จะให้ปฏิบตั ิตนจนเกิดลกั ษณะนิสัย เช่น การแตง่ กาย การแสดงมารยาทในสังคม กฎการอยคู่ ่าย การทาความเคารพ เป็นตน้ วินยั ภายนอกไม่ยงั่ ยืนข้ึนอยูก่ บั กฎเกณฑ์ ขอ้ บงั คบั หากผูร้ ักษากติกา กฎเกณฑ์ไม่เขม้ งวดผูป้ ฏิบตั ิก็จะ ละเลยวางเฉยไม่ปฏิบตั ิ หรือเม่ือไม่มีผใู้ ดรู้เห็นก็ไมป่ ฏิบตั ิ ข. วินัยภำยใน เป็ นวินัยที่เกิดข้ึนในตนเองเป็ นความสามารถของบุคคลในการควบคุมอารมณ์ และพฤติกรรมของตนเองใหเ้ ป็ นไปตามที่ตนเองมุ่งหวงั โดยเกิดจากความรู้สึกสานึกที่เห็นคุณค่าในการ ประพฤติปฏิบตั ิด้วยตนเอง มิไดเ้ กิดจากอิทธิพลภายนอก เช่น กฎเกณฑ์ ขอ้ บงั คบั ต่างๆการฝึ กอบรมจึง ตอ้ งเน้นการสร้างวินยั ภายในตนเอง ดว้ ยการกวดขนั การประพฤติปฏิบตั ิอย่างจริงจงั และต่อเน่ือง วนิ ยั ภายในเป็นสิ่งท่ีตอ้ งการใหม้ ีอยใู่ นทุกตวั คน ลูกเสือทุกนายตอ้ งไดร้ ับการฝึกใหเ้ กิดสานึกมีวนิ ยั ในตนเอง วนิ ยั ท่ีดีเกิดจากความรัก ความเลื่อมใสศรัทธา เด็ก ๆ ยอ่ มเช่ือฟังและเคารพเลื่อมใสผทู้ ี่ฉลาดกวา่ ตน มีอายมุ ากกวา่ ตน รูปร่างใหญ่กว่าตน ผูก้ ากบั ลูกเสือจึงเป็ นบุคคลสาคญั ในการสร้างเสริมให้ลูกเสือ เป็นผมู้ ีวนิ ยั ผกู้ ากบั ลูกเสือจึงตอ้ งวางตวั ใหด้ ีที่สุด มีบุคลิกภาพท่ีน่านบั ถือ ยมิ้ แยม้ แจ่มใสพูดจาชดั ถอ้ ยชดั คาเด็กก็จะเกิดความสนใจรักใคร่นบั ถือนิยมชมชอบและเล่ือมใสศรัทธา เด็กก็จะใหค้ วามร่วมมือในอนั ท่ี จะปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ซ่ึงผลท่ีสุดการปฏิบตั ิตามคาส่ังหรือปฏิบตั ิตวั ให้อยูใ่ นระเบียบวินัยของ
98 ลูกเสือก็จะดูเป็ นของง่ายและผกู้ ากบั ลูกเสือก็ควรจะกวดขนั ในเร่ืองวินยั และการเช่ือฟังปฏิบตั ิตามคาสั่ง ดว้ ยความรวดเร็ว และเคร่งครัดแมใ้ นเร่ืองเลก็ ๆ นอ้ ย ก็ไมค่ วรปล่อยเลยไป 1. การใชค้ าสั่งใหป้ ฏิบตั ิอยา่ งง่าย ๆ เป็นคาส่ังตรง ๆ มีจุดหมายท่ีแน่นอน ไม่ใช่คาขู่ 2. พธิ ีการตา่ ง ๆ เพราะในพธิ ีการต่าง ๆ ทาใหล้ ูกเสืออยใู่ นอาการสารวม 3. การตรวจในการเปิ ดประชุมกองและปิ ดประชุมกอง หรือการตรวจในการอยคู่ ่ายพกั แรม ตอนเชา้ เป็นการช่วยใหล้ ูกเสือไดร้ ักษามาตรฐานและมีการพฒั นา วนิ ยั ของกองลูกเสือใหด้ ีข้ึน 4. เครื่องแบบมีความหมายสาหรับชื่อเสียงของขบวนการลูกเสือ บุคคลภายนอกเขาจะมองและ ตดั สินดว้ ยส่ิงท่ีเขาเห็นเท่าน้นั ผใู้ ดแต่งเคร่ืองแบบจะตอ้ งสารวมกิริยาวาจา ไมก่ ระทาการใดท่ีจะทาให้ เสื่อมเสีย 5. การอยคู่ ่ายพกั แรม ตอ้ งทากิจกรรมร่วมกนั อยา่ งมีประสิทธิภาพ 6. การเดินทางไกล เม่ือไดร้ ับความเหน็ดเหนื่อย ตอ้ งอดทน เห็นใจซ่ึงกนั และกนั 7. ระเบียบแถว เป็นวธิ ีการฝึ กอบรมที่จะตอ้ งใหฟ้ ังและปฏิบตั ิตามคาสั่ง 8. สิ่งแวดลอ้ ม ลูกเสือตอ้ งปรับตวั ใหด้ ารงอยดู่ ว้ ยการพ่ึงพา 9. ตวั อยา่ งที่ดีของผกู้ ากบั กอง เป็นเร่ืองสาคญั ที่สุดท่ีลูกเสือจะเกิดศรัทธา ยดึ ถือเป็นแบบอยา่ ง “ตวั อยา่ งที่ดี มีคา่ กวา่ คาสอน” เคร่ืองแบบ องคป์ ระกอบสาคญั อยา่ งหน่ึงของการลูกเสือ คือ เคร่ืองหมายประกอบเคร่ืองแบบ ซ่ึงบง่ บอก สถานภาพของลูกเสือ บุคลากรทางการลูกเสือ และมีส่วนส่งเสริมใหเ้ กิดวนิ ยั ที่ดีได้ เครื่องแบบลูกเสือไทยมีความหมายและสาคญั วา่ ลูกเสือประเทศอื่น ๆ ดว้ ยเหตุวา่ เคร่ืองแบบไดร้ ับ พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั มีพระราชดาริออกแบบนามาใช้ และเป็น เครื่องทรงขององคพ์ ระมหากษตั ริยม์ าทุกรัชกาลจนถึงปัจจุบนั ส่วนประกอบของเคร่ืองแบบลูกเสือไทย จาแนกไดอ้ อกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่ม 1 องคพ์ ระประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติ และพระบรมวงศานุวงศ์ กลุ่ม 2 ตาแหน่งผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ ตาม พ.ร.บ. ลูกเสือ พ.ศ. 2551 มาตรา 45 กลุ่ม 3 ตาแหน่งผตู้ รวจการลูกเสือ ตาม พ.ร.บ. ลูกเสือ พ.ศ. 2551 มาตรา 47 กลุ่ม 4 ลูกเสือ 2.1 เครื่องแบบแต่ละกลุ่มมีท้งั ชายและหญิง ท้งั ทว่ั ไปและเครื่องแบบพเิ ศษ ประกอบดว้ ย 2.1.1 หมวก 2.1.2 เส้ือ 2.1.3 กางเกง กระโปรง 2.1.4 ผา้ ผกู คอ
99 2.1.5 เขม็ ขดั 2.1.6 ถุงเทา้ 2.1.7 รองเทา้ 2.2 เคร่ืองแบบและเครื่องหมายประกอบเคร่ืองแบบลูกเสือ สาหรับพระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ 2.3 เครื่องหมายประกอบเคร่ืองแบบผบู้ งั คบั บญั ชา ผตู้ รวจการลูกเสือและเจา้ หนา้ ที่ลูกเสือ 2.3.1 เครื่องหมายจงั หวดั 2.3.2 สายนกหวดี 2.3.3 เคร่ืองหมายตาแหน่ง 2.3.4 เครื่องหมายรูปตราคณะลูกเสือแห่งชาติ 2.3.5 เคร่ืองหมายสังกดั 2.3.6 เคร่ืองหมายวชิ าผกู้ ากบั ลูกเสือเบ้ืองตน้ 2.3.7 เครื่องหมายวิชาผกู้ ากบั ลูกเสือข้นั วดู แบดจ์ 2.4 เครื่องหมายประกอบเครื่องแบบผบู้ งั คบั บญั ชาและลูกเสือหน่วยพเิ ศษ 2.4.1 กองลูกเสือสามญั วชิราวธุ วทิ ยาลยั 2.4.2 กองลูกเสือสามญั ที่ 1 พระปฐมวทิ ยาลยั ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั 2.4.3 หน่วยสวสั ดิภาพนกั เรียน
วนิ ัย ควำมเป็ นระเบียบเรียบร้อยและสัญญำณต่ำงๆ 100 เอกสำรประกอบ (2) สัญญำณมือรูปแถวต่ำง ๆ การใชส้ ัญญาณมือเรียกแถวในรูปแบบต่าง ๆ น้นั ก่อนจะเรียกแถวผบู้ งั คบั บญั ชาหรือผเู้ รียก จะตอ้ งหาที่ให้เหมาะสมเสียก่อน แลว้ ยนื ตรงแลว้ จึงเรียก “กอง” ถา้ เป็นลูกเสือสารอง เรียก “แพค็ ” พร้อมท้งั ใหส้ ญั ญาณมือทนั ทีในการฝึกตามบทเรียนต่อไปน้ีสมมุติมีลูกเสือ 6 หมู่ เพ่อื สะดวกแก่การทา ความเขา้ ใจ ตามหนงั สือคู่มือการฝึกระเบียบแถวของสานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ดงั น้ี 1. หน้ำกระดำนแถวเดยี ว ผเู้ รียก ยนื อยใู่ นทา่ ตรง มือแบบท้งั สองขา้ ง เหยยี ดตรงเสมอตรงแนวไหล่ หนั ฝ่ ามือไป ขา้ งหนา้ แลว้ เรียก “กอง” ใหร้ องนายหมูๆ่ ท่ี 3 และนายหมู่ ๆ ที่ 4 ระยะเคียง 1 กา้ ว เป็นหลกั อยู่ ตรงหนา้ ห่างจากผูเ้ รียกประมาณ 6 กา้ ว หมู่ต่อ ๆไปคือ หมูท่ ่ี 1 และหมูท่ ่ี 2 อยทู่ างซา้ ยมือของผเู้ รียก ลูกเสือทุกคนสะบดั หนา้ ไปทางซา้ ย ถือ รองนายหมูท่ ี่ 3 เป็นหลกั จดั แถวหนา้ กระดานชาเลืองดูอกคน ท่ี 3 เป็นหลกั หมูท่ ี่ 5 และหมูท่ ี่ 6 อยทู่ างขวามือผเู้ รียกลูกเสือทุกคนสะบดั หนา้ ไปทางขวา ถือนายหมู่ที่ 4 เป็นหลกั จดั แถวหนา้ กระดาน ชาเลืองดูอกคนที่ 3 เป็นหลกั การเขา้ แถว ใหล้ ูกเสือทุก คน (เวน้ คนอยซู่ า้ ยสุดของแถว) ยกมือซา้ ยข้ึนเทา้ ตะโพกใหฝ้ ่ ามือ อยบู่ นตะโพกนิ้วมือเหยยี ดชิดและช้ีลง พ้นื นิ้วกลางอยปู่ ระมาณแนวตะเขบ็ กางเกง ศอกอยเู่ สมอแนวลาตวั การจดั แถวใชแ้ ขนขวาจดปลายศอก ซา้ ย เป็นการจดั ระยะเคียงระหวา่ งบุคคล ส่วนระยะเคียงระหวา่ งหมู่ ห่าง 1 ช่วงแขนหรือประมาณ 1 กา้ ว ผเู้ รียกแถวตรวจการจดั แถวแลว้ สงั่ “นิ่ง” ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพร้อมกบั สะบดั หนา้ กลบั มาอยใู่ น ท่าตรงและน่ิง 2. แถวตอน ผเู้ รียก ยนื อยใู่ นท่าตรง มือแบท้งั สองขา้ งเหยยี ดตรงไปขา้ งหนา้ ขนานกบั พ้ืน หนั ฝ่ ามือ เขา้ หากนั และขนานกนั เรียก “กอง” ใหล้ ูกเสือทุกหมู่มาเขา้ แถวหนา้ ผเู้ รียก นายหมู่อยหู่ นา้ ลูกหมูเ่ รียงกนั ตอ่ ไป ใหน้ ายหมู่หมูท่ ่ี 3 และนายหมูท่ ่ี 4 เป็นหมู่หลกั อยตู่ รงหนา้ ผเู้ รียก ห่างจากผเู้ รียกประมาณ 6 กา้ ว หมู่ต่อ ๆ ไปคือหมูท่ ี่ 1 และหมูท่ ี่ 2 อยทู่ างซา้ ยมือของผเู้ รียก นายหมู่สะบดั หนา้ ไปทางซา้ ย ถือ ถือนายหมู่ ท่ี 3 เป็นหลกั หมู่ที่ 5 และหมู่ 6 อยทู่ างขวามือของผูเ้ รียก นายหมูส่ ะบดั หนา้ ไปทางขวา ถือนายหมู่ที่ 4 เป็นหลกั นอกน้นั ลูกเสือทุกคนจดั ให้ระยะตอ่ ระหวา่ งบุคคลของแต่ละหมู่ประมาณ 1 ช่วงแขน หรือ ประมาณ 1 กา้ ว และใหต้ รงคอคนหนา้ การเขา้ แถว ใหล้ ูกเสือทุกคน (เวน้ คนอยซู่ า้ ยสุดของแถว) ยกมือ ซา้ ยข้ึนเทา้ ตะโพก (เหมือนดงั หนา้ กระดานแถวเดียว) เป็นการจดั ระยะเคียงระหวา่ งบุคคล ผเู้ รียกแถว ตรวจการจดั แถวแลว้ สง่ั “นิ่ง” ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพร้อมกบั สะบดั หนา้ มาอยใู่ นท่าตรงและน่ิง
101 3. แถวหน้ำกระดำนตอนหมู่ปิ ดระยะ ผเู้ รียก ยนื อยใู่ นทา่ ตรง มือกาท้งั สองขา้ ง เหยยี ดตรงไปขา้ งหนา้ ขนานกบั พ้ืน งอขอ้ ศอก ข้ึนเป็นมุมฉากหนั หนา้ มือเขา้ หากนั แลว้ เรียก “กอง” ใหล้ ูกเสือหมู่ท่ี 1 มาเขา้ แถว หนา้ ผเู้ รียกนายหมู่ อยู่ ขวามือ ลูกหมู่อยซู่ า้ ยมือเขา้ แถวเป็นแถวหนา้ กระดาน โดยใหก้ ่ึงกลางของหมูอ่ ยตู่ รงหนา้ ผเู้ รียก ห่างจาก ผเู้ รียกประมาณ 6 กา้ ว หมู่ต่อ ๆ ไปเขา้ แถวหนา้ กระดานเช่นเดียวกนั แตอ่ ยตู่ อ่ หลงั จากหมูแ่ รกตามลาดบั ระยะตอ่ ระหวา่ งหมูห่ ่างประมาณ 1 ช่วงแขน หรือประมาณ 1 กา้ ว การเขา้ แถวใหล้ ูกเสือทุกคน (เวน้ คน อยซู่ า้ ยสุดของแถว) ยกมือซา้ ยข้ึนเทา้ ตะโพก สะบดั หนา้ ไปทางขวาเป็นการจดั ระยะเคียงระหวา่ งบุคคล ผเู้ รียกแถวตรวจจดั แถวแลว้ สงั่ “น่ิง” ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพร้อมกบั สะบดั หนา้ มาอยทู่ า่ ตรงและน่ิง 4. แถวหน้ำกระดำนตอนหมู่เปิ ดระยะ ผเู้ รียก ยนื อยใู่ นทา่ ตรง มือกาท้งั สองขา้ ง งอขอ้ ศอกเป็นมุมฉาก แขนทอ่ นบนแบะออก จนเป็นแนวเดียวกบั ไหล่ หนั หนา้ แขนไปขา้ งหนา้ เรียก “กอง” ใหล้ ูกเสือทุกคนมาเขา้ แถวเหมือนแถว หนา้ กระดานปิ ดระยะ แต่ระยะตอ่ ของทุกหมู่ขยายออกไปทางดา้ นหลงั ห่างประมาณ 3 ช่วงแขน หรือ ประมาณ 3 กา้ ว การจดั แถวและการสั่ง “นิ่ง” ปฏิบตั ิเหมือนแถวหนา้ กระดานตอนหมู่ปิ ดระยะ 5. แถวครึ่งวงกลมหรือรูปเกือกม้ำ ผเู้ รียก ยนื อยใู่ นท่าตรง มือแบท้งั สองขา้ งเหยยี ดตรงลงขา้ งล่าง คว่าฝ่ ามือเขา้ หาตวั โบกผา่ น ลาตวั ประสานกนั ดา้ นหนา้ ชา้ ๆ เป็นรูปคร่ึงวงกลม เรียก “กอง” ใหล้ ูกเสือหมู่ท่ี 1 ยนื ดา้ นซา้ ยมือของ ผเู้ รียก โดยนายหมูท่ ี่ 1 ยนื อยแู่ นวเดียวกบั ผเู้ รียก ห่างจากผเู้ รียกพอสมควรกบั แถวท่ีจะทาเป็นคร่ึงวงกลม หมูท่ ่ี 2 และหมู่ต่อๆ ไป อยูด่ า้ นซา้ ยของหมูแ่ รกตามลาดบั จนคนสุดทา้ ยของหมูส่ ุดทา้ ยหรือรองนายหมู่ สุดทา้ ยยนื อยเู่ ป็นเส้นตรงเดียวกนั กบั ผเู้ รียก และนายหมู่ ๆ แรก ถือผเู้ รียกเป็นจุดศูนยก์ ลาง ระยะเคียง ระหวา่ งบุคคล ระหวา่ งหมูแ่ ละการตรวจแถวส่งั “นิ่ง” ปฏิบตั ิเหมือนหนา้ กระดานแถวเดียว 6. แถววงกลม ผเู้ รียก ยนื อยใู่ นทา่ ตรง มือแบท้งั สองขา้ ง เหยยี ดตรงลงขา้ งล่าง ควา่ ฝ่ ามือเขา้ หาตวั โบกผา่ น ลาตวั ประสานกนั จากดา้ นหนา้ ถึงดา้ นหลงั ชา้ ๆ เป็นรูปวงกลม เรียก “กอง”ใหห้ มู่ท่ี 1 ยนื เคียงขา้ งทาง ซา้ ยมือของผเู้ รียกโดยนายหมู่ที่ 1 วง่ิ มายนื เคียงขา้ งทางซา้ ยมือของผเู้ รียก ระยะเคียงห่างผเู้ รียก 1 ฝ่ ามือ หมูท่ ี่ 2 และหมู่ต่อ ๆ ไปอยดู่ า้ นซา้ ยมือของหมู่ที่ 1 ไปตามลาดบั จนถึงรองนายหมูส่ ุดทา้ ยจะมายนื เคียง ขา้ งทางขวามือของผเู้ รียก ระยะเคียงประมาณ 1 ฝ่ ามือ 7. แถวรัศมีหรือล้อเกวียน ผเู้ รียก ยนื อยใู่ นท่าตรง มือขวาแบควา่ กางนิ้วออกทุกนิ้ว ชูแขนไปขา้ งหนา้ ทามุมประมาณ 45 องศา ใหม้ องเห็นได้ แลว้ เรียก “กอง” ใหล้ ูกเสือทุกหมูม่ าเขา้ แถวเป็นรูปแถวตอนหนา้ ผเู้ รียกห่างจาก ผเู้ รียกประมาณ 6 กา้ ว เป็นรูปรัศมี โดยใหห้ มู่ที่ 1 อยดู่ า้ นหนา้ ทางซา้ ยมือผเู้ รียกประมาณ 45 องศา หมู่ท่ี 2 และหมู่ท่ี 2 และหมู่ต่อ ๆ ไป อยดู่ า้ นซา้ ยของหมูท่ ่ี 1 ตามลาดบั ถือผเู้ รียกเป็นจุดศูนยก์ ลาง
102 ระยะต่อของแต่ละคนในหมู่ห่างประมาณ 1 ช่วงแขน ระยะเคียงระหวา่ งนายหมู่ต่อนายหมูห่ ่างพอสมควร และนายหมู่ ๆ สุดทา้ ยจะอยดู่ า้ นหนา้ ขวามือของผเู้ รียกประมาณ 45 องศา 8. แถวสี่เหล่ยี มเปิ ด ผเู้ รียก ยนื อยใู่ นท่าตรง งอขอ้ ศอกท้งั สองขา้ งข้ึน แบฝ่ ามือหงายไปขา้ งหนา้ ใหฝ้ ่ ามือขวาทบั หลงั มือซา้ ยเสมอระดบั ตา แลว้ เรียก “กอง” ใหล้ ูกเสือหมู่ท่ี 1 มาเขา้ แถวหนา้ กระดานทางซา้ ยมือ ของผเู้ รียก ใหน้ ายหมู่อยเู่ สมอกบั ผเู้ รียก ติดตามดว้ ยหมู่ที่ 2 ส่วนหมู่ที่ 3 และ 4 ใหม้ าเขา้ แถว หนา้ กระดานตรงหนา้ ผเู้ รียกใหต้ ่อจากหมูท่ ่ี 2 ตามลาดบั โดยใหร้ ะยะเคียงระหวา่ งหมูท่ ่ี 3 และ 4 อยตู่ รงกบั ผูเ้ รียก ทามุมฉากกบั แถวของหมู่ที่ 1 และ 2 และใหห้ มู่ท่ี 5 และ 6 เขา้ แถวหนา้ กระดานทาง ขวามือผเู้ รียก โดยตอ่ จากหมู่ท่ี 4 ตามลาดบั และใหห้ มู่ที่ 5 และ 6 เป็นแถวหนา้ กระดานเป็นมุมฉาก กบั แถวของหมูท่ ี่ 3 และ 4 และรองนายหมูท่ ่ี 6 อยเู่ สมอกบั ผเู้ รียก ทุกหมู่หนั หนา้ เขา้ หากนั การเขา้ แถว การจดั ระยะเคียงและการตรวจการจดั แถวแลว้ สัง่ “นิ่ง” เหมือนหนา้ กระดานแถวเดียว 9. หมู่แถวตอนเรียงสอง ผเู้ รียก ยนื อยใู่ นท่าตรง ชูแขนท้งั สองขา้ งไปขา้ งหนา้ เหยียดตรงเสมอไหล่ หนั หลงั มือเขา้ หา กนั ทาชา้ ๆ แลว้ เรียก “กอง” ใหล้ ูกเสือหมูท่ ่ี 1 และหมทู่ ี่ 4 เป็นหลกั วงิ่ มาเขา้ แถวตอนตรงหนา้ ผเู้ รียก และใหน้ ายหมูท่ ้งั สองเป็นหลกั อยหู่ ่างจากผูเ้ รียกประมาณ 6 กา้ ว ใหห้ มู่ที่ 2 และหมู่ท่ี 3 เขา้ แถวตอนต่อ จากหมู่ท่ี 1 ตามลาดบั และหมูท่ ่ี 5 และหมู่ท่ี 6 มาเขา้ แถวตอนต่อจากหมู่ท่ี 4 ตามลาดบั การเขา้ แถว ใหจ้ ดั ระยะเคียงระหวา่ งหมูห่ ่างประมาณ 3 ช่วงแขน หรือประมาณ 3 กา้ ว ระยะต่อระหวา่ งบุคคลใน หมู่ห่าง 1 ช่วงแขน ระยะระหวา่ งหมูใ่ หเ้ วน้ ระยะพองาม คือ ใหเ้ กินกวา่ 1 ช่วงแขนบา้ งเลก็ นอ้ ย แตล่ ะแถวใหจ้ ดั แถวตรงคอคนหนา้ ผูเ้ รียกแถวตรวจการจดั แถวแลว้ สัง่ “น่ิง” กำรใช้สัญญำณมือส่ังแถว “ตรง” “น่ิง” หรือ “พกั ” ก. ผกู้ ากบั ลูกเสือ อาจใชค้ าสัง่ วาจาหรือทา่ ทางก็ได้ คือใชแ้ ขนขวา มือกากระตุกหรือสปริง แขนเขา้ หาตวั โดยใหก้ ามืออยเู่ สมอหวั เขม็ ขดั แทนคาสั่ง “ตรง” หรือ “น่ิง” ข. มือกา สลดั หรือสปริงแขนขวาออกไปจากลาตวั ทางขวา แทนคาสั่ง “ตามระเบียบ พกั ” ค. เพือ่ ใหเ้ กิดความพร้อมเพรียงและมีระเบียบ ก่อนจะใชส้ ัญญาณมือสงั่ แถว ควรใชเ้ สียงเรียก เตือนดว้ ยคาวา่ “กอง” ถา้ เป็นลูกเสือสารองเรียก “แพค็ ” แลว้ จึงใชส้ ญั ญาณมือส่ังแถว หมำยเหตุ 1. การสง่ั “แยก” เมื่อจบการฝึกตอนหน่ึง ๆ เพ่อื จะไปฝึกต่อในวชิ าอื่นต่อไป หรือยา้ ยสถานที่ ฝึกใหส้ ง่ั ลูกเสืออยใู่ น “ทา่ ตรง” ก่อนแลว้ สงั่ วา่ “กอง…แยก” เม่ือลูกเสือไดร้ ับคาสัง่ ใหท้ ุกคนทาขวาหนั เดินแยกออกไปทางขวามือของตนตามลาพงั 2. เม่ือเสร็จสิ้นการฝึกอบรมในวนั น้นั ๆ แลว้ ใหส้ ัง่ ลูกเสืออยใู่ นท่าตรงก่อนแลว้ สัง่ วา่ “กอง, เลิก” เม่ือลูกเสือไดร้ ับคาสง่ั ใหท้ ุกคนทา วนั ทยหตั ถ์ หรือทา “วนั ทยาวธุ ” ตามลาพงั ตนเอง และ กล่าวถอ้ ยคาวา่ “ขอบคุณครับ/ค่ะ” แลว้ มือลง ทาขวาหนั เดินออกไปทางขวามือของตน
วนิ ัย ควำมเป็ นระเบียบเรียบร้อยและสัญญำณต่ำงๆ 103 เอกสำรประกอบ (3) สัญญำณมือในกำรเรียกแถวของลกู เสือสำกล การใชส้ ัญญาณมือเรียกแถวรูปตา่ ง ๆ ในการฝึกอบรมลูกเสือตามแบบสากลของลูกเสือทุก ประเภท ผบู้ งั คบั บญั ชาที่จะเรียกแถวน้นั จะตอ้ งเลือกสถานที่ใหเ้ หมาะสมเสียก่อน และยนื ตรงแลว้ จึงเรียกและใหส้ ัญญาณ ใชค้ าเรียกวา่ กอง 1. แถวหน้ำกระดำนแถวเดียว ผเู้ รียก เหยยี ดแขนท้งั สองไปดา้ นขา้ งเสมอแนวไหล่ มือแบ หนั ฝ่ ามือไปขา้ งหนา้ ใหล้ ูกเสือเขา้ แถวหนา้ กระดานแถวเด่ียว ขา้ งหนา้ ผเู้ รียกใหแ้ นวตรงก่ึงกลางของแถวอยหู่ ่างผเู้ รียก ประมาณ 6 กา้ ว หนั หนา้ เขา้ หาผเู้ รียก กรณีหมู่เดียว – ใหน้ ายหมูย่ นื แลตรงเป็นหลกั ทางขวา ทางซา้ ยมือ ของผเู้ รียก ลูกแถวเขา้ แถวตามลาดบั ทางซา้ ยของนายหมู่ ยนื เรียงเคียงกนั เป็นแถวหนา้ กระดาน ไปจนถึง ลูกแถวคนสุดทา้ ย และปิ ดหมู่ ดว้ ยรองนายหมู่ซ่ึงอยซู่ า้ ยสุดทุกคน (ยกเวน้ นายหมู่) จดั แถวทางขวา แล ขวา การจดั ระยะเคียง ถา้ เป็น “ปิ ดระยะ” ระยะเคียงของลูกเสือในแถวหนา้ กระดาน คือ ช่วงแขนซา้ ย ของลูกเสือ ท่ีอยทู่ างขวา ยกมือซา้ ยข้ึนเทา้ ตะโพก ใหฝ้ ่ ามือพกั อยบู่ นตะโพก นิ้วเหยยี ดชิดกนั อยปู่ ระมาณ แนวตะเขบ็ กางเกงศอกอยเู่ สมอแนวลาตวั การจดั แถวใชแ้ ขนขวาจดปลายศอกซา้ ย ผเู้ รียกแถวจดั การ ตรวจแถว แลว้ สง่ั น่ิง ลูกเสือทุกคนลดมือลงพร้อมกนั สะบดั หนา้ มาอยใู่ นท่าตรงและนิ่ง ถา้ เป็น “เปิ ดระยะ” ระยะเคียงของลูกเสือในแถวหนา้ กระดาน คือ สุดช่วงแขนของลูกเสือท่ีอยู่ ทางขวาใหป้ ลายนิ้วกลางมือซา้ ยจดไหล่ขวา นบั จากนายหมู่เป็นตน้ มาจนถึงลูกแถวคนสุดทา้ ยก่อนถึงรอง นายหมู่ กรณีหลายหมู่ ใหแ้ ตล่ ะหมูเ่ ขา้ แถวหนา้ กระดานแถวเดียว เหมือนกบั ที่เป็นหมู่เดียว ในแนวตรง ก่ึงกลางของแถวอยหู่ ่างจากผูเ้ รียก 6 กา้ วโดยประมาณ และระยะเคียง ระหวา่ งหมู่ ระหวา่ งนายหมู่ ถดั ไปทางซา้ ยกบั รองนายหมู่ทางขวา เป็นไปตามปกติ และระยะเคียง 1 ช่วง กรณี “เปิ ดระยะ” เมื่อเขา้ แถวเรียบร้อยแลว้ ผูเ้ รียกแถวตรวจการจดั แถวแลว้ สั่งนิ่ง 2. แถวตอนเรียงหนึ่ง ผเู้ รียก เหยยี ดแขนท้งั สองไปขา้ งหนา้ เสมอแนวไหล่ มือแบ หนั ฝ่ ามือเขา้ หากนั ใหล้ ูกเสือเขา้ แถวตอนเรียงหน่ึงขา้ งหนา้ ผเู้ รียก นายหมูห่ ลกั ซ่ึงอยหู่ นา้ ผเู้ รียกประมาณ 6 กา้ ว กรณีหมู่เดียว ใหน้ ายหมู่วงิ่ มายนื ในทา่ ตรงเป็นหลกั ขา้ งหนา้ ผเู้ รียกประมาณ 6 กา้ ว ลูกแถวเขา้ แถวหลงั นายหมู่หลกั ยนื ใหต้ รงคอนายหมู่ขา้ งหนา้ ระยะต่อสุดช่วงแขนของลูกเสือเมื่อยนื่ ไปจรดหลงั ท่อนบนของผูอ้ ยขู่ า้ งหนา้ ลูกแถวคนอ่ืน ๆ กเ็ ขา้ แถวซ้อนไปขา้ งหลงั ของลูกแถวขา้ งหนา้ ตามลาดบั ระยะ ตอ่ สุดช่วงแขนดงั เดิม และเขา้ แถวต่อซอ้ นกนั ไปจนถึงคนสุดทา้ ย และปิ ดทา้ ยดว้ ยรองนายหมู่
104 ในระยะต่อสุดช่วงแขนเช่นกนั เม่ือผูเ้ รียกแถวตรวจการจดั แถวแลว้ สัง่ น่ิง ทุกคนลดแขนลงอยใู่ นท่าตรง เพือ่ ฟังคาสงั่ ตอ่ ไป กรณีหลายหมู่ ใหเ้ รียกวา่ “แถวตอนหมู่” ใหห้ มู่หลกั เขา้ แถวตอนตรงหนา้ ผเู้ รียกห่างจากผเู้ รียก ประมาณ 6 กา้ ว โดยมีหมู่อื่นๆ เขา้ แถวตอนเป็ นแนวเดียวกนั ไปทางซา้ ยและทางขวาของหมูห่ ลกั ระยะ เคียงระหวา่ งหมู่ประมาณ 1 ช่วงศอก ส่วนระยะต่อ ช่วงแขนโดยประมาณ ไมต่ อ้ งยกแขน 3. แถวหน้ำกระดำนหมู่ปิ ดระยะ ผเู้ รียก กามือท้งั 2 ขา้ ง เหยยี ดตรงไปขา้ งหนา้ ขนานกบั พ้ืน งอขอ้ ศอกข้ึนเป็นมุมฉาก หนั หนา้ มือเขา้ หากนั ใหล้ ูกเสือหมู่ท่ี 1 มาเขา้ แถวหนา้ ผเู้ รียก นายหมูอ่ ยขู่ วามือ ลูกหมู่อยซู่ า้ ยมือเรียงกนั เป็นแถวหนา้ กระดานโดยให้ตรงก่ึงกลางของหมู่อยตู่ รงหนา้ ผเู้ รียก ห่างจากผเู้ รียกประมาณ 6 กา้ ว หมู่ ตอ่ ๆ ไป เขา้ แถวหนา้ กระดานเช่นเดียวกนั ขา้ งหลงั หมูแ่ รกตามลาดบั ระยะหมูต่ ่อหมู่ประมาณ 1 ช่วง แขน การเขา้ แถว ใหล้ ูกเสือทุกคน เวน้ คนอยทู่ างซา้ ยสุด ยกมือซา้ ยข้ึนเทา้ ตะโพก (เหมือนดงั ท่ีกล่าวไวใ้ น หมู่แถวหนา้ กระดาน) ระยะต่อระหวา่ งหมู่ต่อหมูป่ ระมาณ 1 ช่วงแขน ไมต่ อ้ งยกแขน สะบดั หนา้ ไป ทางขวา เม่ือผเู้ รียกแถวตรวจ การจดั แถวแลว้ ส่ังน่ิง ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพร้อมสะบดั หนา้ มาอยใู่ นทา่ ตรง 4. แถวหน้ำกระดำนหมู่เปิ ดระยะ ผเู้ รียก กามือท้งั 2 ขา้ ง งอขอ้ ศอกเป็ นมุมฉาก แขนท่อนบนแบะออกเป็นแนวเดียวกบั ไหล่ หนั หนา้ มือไปขา้ งหนา้ ใหล้ ูกเสือทุกคนเขา้ แถวเหมือนแถวหนา้ กระดานหมู่ปิ ดระยะ แต่ระยะต่อระหวา่ ง หมูข่ องทุกหมู่ขยายออกไปทางดา้ นหลงั ห่างกนั หมู่ละประมาณ 3 ช่วงแขน การเขา้ แถว ใหล้ ูกเสือทุก คน เวน้ คนซา้ ยสุด ยกมือซา้ ยข้ึนเทา้ ตะโพก สะบดั หนา้ ไปทางขวา ยกเวน้ นายหมูห่ มู่แรก เม่ือผเู้ รียก ตรวจการจดั แถวแลว้ สงั่ “นิ่ง” ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพร้อมสะบดั หนา้ มาอยใู่ นท่าตรง 5. แถวรูปครึ่งวงกลม ผเู้ รียก มือแบท้งั 2 ขา้ ง เหยยี ดตรงลงขา้ งล่างควา่ ฝ่ ามือเขา้ หาตวั โบกผา่ นลาตวั ประสานกนั ดา้ นหนา้ ชา้ ๆ เป็ นรูปคร่ึงวงกลมใหล้ ูกเสือหมู่แรกยนื ดา้ นซา้ ยมือของผเู้ รียก โดยนายหมู่หมู่แรกยนื อยู่ เป็นแนวเดียวกบั ผูเ้ รียก หมูท่ ่ี 2 และหมูต่ ่อ ๆ ไป อยทู่ างดา้ นซา้ ยของหมูแ่ รกตามลาดบั จนคนสุดทา้ ย ของหมู่สุดทา้ ยอยเู่ ป็ นเส้นตรงแนวเดียวกบั ผเู้ รียกและนายหมู่แรก โดยถือวา่ ผูเ้ รียกเป็นจุดศูนยก์ ลางการ เขา้ แถว ใหล้ ูกเสือทุกคน เวน้ คนซา้ ยสุด ยกมือซา้ ยข้ึนเทา้ ตะโพก สะบดั หนา้ ไปทางขวา ยกเวน้ นายหมู่ หมูแ่ รก เมื่อผเู้ รียกแถวตรวจการจดั แถวแลว้ สง่ั “นิ่ง” ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพร้อมสะบดั หนา้ มาอยใู่ น ทา่ ตรง
105 6. แถวรูปวงกลม ก. แบบผู้เรียกแถวยืนอย่ทู จ่ี ุดศูนย์กลำง ผเู้ รียก มือแบท้งั 2 ขา้ ง เหยียดตรงลงขา้ งล่าง คว่าฝ่ ามือเขา้ หาตวั โบกผา่ นลาตวั ประสานกนั ดา้ นหนา้ จดดา้ นหลงั เป็นรูปวงกลม ใหล้ ูกเสือหมูแ่ รกยนื ดา้ นซา้ ยมือของผเู้ รียก โดยนายหมูห่ มู่แรกยนื แนวเดียวกบั ผเู้ รียก หมูท่ ่ี 2 และหมูต่ อ่ ๆ ไปอยทู่ างดา้ นซา้ ยของหมู่แรกตามลาดบั จนคนสุดทา้ ยของ หมูส่ ุดทา้ ยไปจดกบั นายหมู่ของหมู่แรกถือผเู้ รียกเป็นจุดศูนยก์ ลาง การเขา้ แถวใหล้ ูกเสือทุกคนยกมือซา้ ย ข้ึนเทา้ ตะโพก สะบดั หนา้ ไปทางขวา ยกเวน้ นายหมู่หมู่แรกเม่ือผเู้ รียกแถวตรวจการจดั แถวเรียบร้อยแลว้ สั่งนงั่ ลูกเสือทุกคนลดแขนลงและสะบดั หนา้ มาอยใู่ นทา่ ตรง ข. แบบผ้เู รียกยืนอยู่ทเ่ี ส้นรอบวง ผเู้ รียก มือขวากาเหยยี ดแขนยกไปขา้ งหนา้ ข้ึนขา้ งบน และเลยไปหลงั ใหล้ ูกเสือหมู่แรกยนื ดา้ น ซา้ ยมือของผเู้ รียกโดยนายหมู่แรกยนื ชิดกบั ผเู้ รียกหมูท่ ี่ 2 และหมูต่ ่อ ๆ ไปอยดู่ า้ นซา้ ยมือของผูเ้ รียก ตามลาดบั จนคนสุดทา้ ยของหมูส่ ุดทา้ ยไปจดกบั ผเู้ รียกดา้ นขวามือ ถือผเู้ รียกเป็นเส้นรอบวงดว้ ย (การเขา้ แถว และการจดั แถวอนุโลมตามแบบ ก.) 7. แถวส่ีเหลย่ี มเปิ ดด้ำนหนึ่ง ผเู้ รียก ยนื อยดู่ า้ นหน่ึง (ซ่ึงเป็นดา้ นเปิ ด) ศอกงอยกแขนท้งั สองข้ึนขา้ งหนา้ ใหห้ นา้ แขน ท้งั สองไขวก้ นั ตรงฝ่ ามือ ฝ่ ามือท้งั สองแบเหยยี ดหนั ไปขา้ งหนา้ ฝ่ ามือขวาไขวท้ บั มือซา้ ยประมาณแนว ลูกคาง เป็นสญั ญาณ ถา้ มี ลูกเสือ 3 หมู่ ใหเ้ ขา้ แถวในอีก 2 ดา้ น ที่เหลือ โดยมีนายหมู่ 1 เขา้ แถว หนา้ กระดานแถวเดี่ยวทางดา้ นซา้ ยของผเู้ รียกหนั หนา้ เขา้ ในรูปส่ีเหล่ียมหมู่ 2 เขา้ แถวหนา้ กระดานแถว เด่ียวดา้ นตรงขา้ มกบั ผเู้ รียก หนั หนา้ เขา้ หาผเู้ รียก และหมู่ 3 เขา้ แถวหนา้ กระดานแถวเด่ียวดา้ นตรงขา้ ม กบั หมู่ 1 ทางดา้ นขวาของผเู้ รียก การเขา้ แถวใหล้ ูกเสือทุกคนปฏิบตั ิเหมือนกบั การเขา้ แถวหนา้ กระดาน เวน้ ระยะตรงมุมของ แตล่ ะดา้ นใหเ้ ท่ากนั พอสมควรไม่ซอ้ นหรือตรงกนั ถา้ มีลูกเสือมากกวา่ 3 หมู่ ให้ อยใู่ นดุลพนิ ิจของผเู้ รียกแถว แต่ควรใหด้ า้ นซา้ ยมือกบั ดา้ นขวามือมีจานวนเท่ากนั เมื่อผเู้ รียก ตรวจแถว เรียบร้อยแลว้ สง่ั “นิ่ง” ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพร้อมสะบดั หนา้ อยใู่ นท่าตรง 8. แถวรัศมีหรือล้อเกวยี น ผเู้ รียกแถวยนื อยใู่ นท่าตรง มือขวาแบควา่ กางน่ิงออกทุกนิ้ว ชูแขนไปขา้ งหนา้ ทามุม ประมาณ 45 องศา ใหม้ องเห็นได้ แลว้ เรียก “แพค็ ” หรือ “กอง” ใหล้ ูกเสือทุกหมูม่ าเขา้ แถวเป็นรูปหมู่แถวตอนหนา้ ผเู้ รียก ห่างจากผเู้ รียกประมาณ 6 กา้ ว เป็นรูปรัศมีโดยใหห้ มูแ่ รกอยดู่ า้ นหนา้ ทางซา้ ยมือผูเ้ รียกประมาณ 45 องศา หมู่ท่ี 2 และหมู่ต่อ ๆ ไปอยดู่ า้ นซา้ ยของหมู่แรกตามลาดบั ถือผเู้ รียกเป็ นจุดศูนยก์ ลาง ระยะตอ่ ของแตล่ ะหมู่ระหวา่ งบุคคลประมาณ 1 ช่วงแขน ระยะเคียงระหวา่ งนายหมู่ต่อนายหมู่พอสมควร และ นายหมูห่ มูส่ ุดทา้ ยจะอยดู่ า้ นหนา้ ทางขวามือของผูเ้ รียกประมาณ 45 องศา การเขา้ แถว ใหล้ ูกเสือทุกคน เวน้ คนอยหู่ วั แถวของแต่ละหมู่ เหยยี ดแขนซา้ ยไปขา้ งหนา้ สูงเสมอแนวไหล่คว่าฝ่ ามือใหป้ ลายนิ้วมือ จรดหลงั ของคนหนา้ พอดี ผเู้ รียกแถวจดั แถวแลว้ สั่ง “น่ิง” ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพร้อมกนั และนิ่ง
106 9. กำรใช้สัญญำณมือเป็ นคำส่ังให้แถว “พกั ” และ “ตรง” ในการเขา้ แถวของหมู่ลูกเสือ จะเป็นแถวหนา้ กระดานกด็ ี หรือแถวหนา้ กระดานตอนหมู่ รูปคร่ึงวงกลม หรือวงกลม ตลอดจนแถวรูปส่ีเหลี่ยมจตั ุรัสเปิ ดดา้ นหน่ึงกด็ ี ผเู้ รียกแถวอาจใชส้ ัญญาณ มือ เป็นคาสง่ั ใหแ้ ถว “พกั ” จากทา่ ตรง และเป็ นคาสงั่ ใหแ้ ถวตรงจากท่าพกั กไ็ ด้ โดยผเู้ รียกแถวทา 2 จงั หวะ ดงั น้ี จงั หวะ 1 กามือขวา งอแขนตรงศอกใหม้ ือที่กาอยปู่ ระมาณตรงหวั เขม็ ขดั หนั ฝ่ ามือท่ีกาเขา้ หาหวั เขม็ ขดั จงั หวะ 2 สลดั มือท่ีกาและหนา้ แขนไปทางขวาเป็ นมุม 180๐ ประมาณแนวเดียวกบั แนว เขม็ ขดั เป็ นสัญญาณให้ “พกั ” ตามระเบียบ (ลูกเสือทุกคนปฏิบตั ิเช่นเดียวกบั ท่าพกั ตามระเบียบ) กรณีท่ีจะใหส้ ญั ญาณมือเป็นคาส่งั ให้ “ตรง” ผเู้ รียกแถวทา 2 จงั หวะดงั น้ี จงั หวะ 1 กามือในลกั ษณะเหมือนกบั เมื่อตอนสลดั แขน สง่ั “พกั ” จงั หวะ 2 กระตุกหนา้ แขนใหก้ ามือกลบั มาอยตู่ รงหวั เขม็ ขดั (จงั หวะ 1) ของสัญญาณสั่ง “พกั ” ลูกเสือทุกคนชิดเทา้ เทา้ ซา้ ย ลดแขนท่ีไขวห้ ลงั ลงและอยใู่ นท่าตรง สัญญำณนกหวดี สาหรับการฝึกประจาวนั หรือในโอกาสท่ีผบู้ งั คบั บญั ชาอยูห่ ่างไกลลูกเสือ ใชส้ ญั ญาณ ประเภทอื่น ไม่สะดวกก็ใชส้ ัญญาณนกหวดี แทน คือ 1. หวดี ยาว 1 คร้ัง ( ) ถา้ เคล่ือนที่ใหห้ ยดุ ถา้ หยดุ อยเู่ ตือน เตรียมตวั หรือคอยฟังคาสง่ั 2. หวดี ยาว 2 คร้ัง ( ) เดินต่อไป เคลื่อนที่ตอ่ ไป ทางานต่อไป 3. หวดี ส้นั 1 คร้ัง หวดี ยาว 1 คร้ัง สลบั กนั ไป ( ) เกิดเหตุ 4. หวดี ส้นั 3 คร้ัง หวดี ยาม 1 คร้ัง ติดตอ่ กนั ไป( ) เรียกนายหมูม่ ารับคาส่งั 5. หวดี ส้ันติดกนั หลาย ๆ คร้ัง ( ) ประชุมรวม หมำยเหตุ เม่ือจะใชส้ ัญญาณ (2) (3) (4) หรือ (5) ใหใ้ ชส้ ญั ญาณ (1) ก่อนทุกคร้ัง
107 เร่ือง คำปฏญิ ำณและกฎของลกู เสือ บทเรียนที่ 6 เวลำ 60 นำที ขอบข่ำยวชิ ำ 1. ความหมายของคาปฏิญาณและกฎ 2. ทาไมจึงตอ้ งมีคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ 3. กิจกรรมภาคปฏิบตั ิท่ีทาใหล้ ูกเสือเขา้ ใจความหมายของคาปฏิญาณและกฎของลูกเสืออยา่ งชดั เจน จุดหมำย เขา้ ใจและซาบซ้ึงในคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือวสิ ามญั จดั กิจกรรมใหล้ ูกเสือเขา้ ใจและปฏิบตั ิ ได้ วตั ถุประสงค์ เม่ือจบบทเรียนน้ีแลว้ ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมควรจะสามารถ 1. แปลความหมายของคาปฏิญาณและกฎได้ 2. ช้ีแจงไดว้ า่ ทาไม ตอ้ งมีคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ 3. บรรยายและทากิจกรรมอนั เหมาะสม ท่ีทาใหล้ ูกเสือเขา้ ใจความหมายของคาปฏิญาณและกฎของ ลูกเสือใหช้ ดั เจนยง่ิ ข้ึน 4. ช่วยลูกเสือวสิ ามญั ใหเ้ ขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือเป็นรายบุคคลได้ วธิ ีสอน / กจิ กรรม 5 นาที 1. นาเขา้ สู่บทเรียนและช้ีแจงวตั ถุประสงค์ 10 นาที 2. วเิ คราะห์ความหมายและสาเหตุท่ีตอ้ งมีคาปฏิญาณและกฎ 40 นาที 3. ทางานตามโครงการในหมู่และรายงานผลตอ่ ท่ีประชุมใหญ่ 5 นาที 4. สรุป สื่อกำรสอน 1. ส่ือประกอบการบรรยายประเภทอิเล็คทรอนิก 2. งานตามโครงการที่มอบหมาย 3. อุปกรณ์เครื่องเขียนสาหรับหมู่
108 กำรประเมินผล 1. โดยการสงั เกตการณ์แสดงความคิดเห็น 2. โดยการประเมินผลงานของกลุ่ม เนื้อหำวชิ ำ ความหมายของคาปฏิญาณ “คาปฏิญาณ”แปลวา่ “กฎ”คือ ขอ้ กาหนด หรือหลกั ปฏิบตั ิที่ไดว้ างไว้ เพอื่ ใหน้ าไปประพฤติปฏิบตั ิ ทาไมจึงตอ้ งมีคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ เหตุที่ตอ้ งมีคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือกเ็ พราะวา่ คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือเป็นหลกั การสาคญั ประการหน่ึงของการลูกเสือ ลูกเสือทุกคน จะตอ้ งยอมรับและปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ นอกจากน้นั ประเทศที่สมคั รเขา้ เป็นสมาชิก ของสมชั ชาลูกเสือโลก กจ็ ะตอ้ งกาหนดใหม้ ีคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ สาหรับลูกเสือของตน โดย อนุโลมตามหลกั การที่กาหนดไวใ้ นธรรมนูญของสมชั ชาลูกเสือโลก ท้งั น้ี ใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั การท่ีวา่ ลูกเสือทุกคนทว่ั โลกเป็นพี่นอ้ งกนั คาปฏิญาณของลูกเสือสารอง 2 ขอ้ และกฎของลูกเสือสารอง 2 ขอ้ แสดงออกถึงอุดมการณ์อยา่ ง เดียวกบั คาปฏิญาณและกฎของลูกเสืออื่น ๆ แต่ใชภ้ าษาง่าย ๆ ซ่ึงเดก็ เล็กในวยั ลูกเสือสารองพอจะเขา้ ใจ ได้ กฎของลูกเสือสารองที่ “วา่ ลูกเสือสารองทาตามลูกเสือรุ่นพี่” และ “ลูกเสือสารองไม่ทาตามใจ ตนเอง” น้นั เป็นเร่ือง ๆ แตใ่ ช่ไร้สาระความจริงกฎของลูกเสือสารองเป็นเร่ืองสาคญั มาก และถา้ เดก็ เขา้ ใจ โดยท่องแทแ้ ลว้ ก็จะซึมซาบเขา้ ไปในจิตใจของเด็กตลอดชีวติ ของเขา นอกจากลูกเสือสารอง ลูกเสือทุกประเภทตลอดจนลูกเสือชาวบา้ นและเจา้ หนา้ ท่ีลูกเสือทุกคน จะตอ้ งจดจาคาปฏิญาณ 3 ขอ้ และกฎของลูกเสือ 10 ขอ้ ตามที่คณะลูกเสือแห่งชาติกาหนดไวใ้ หไ้ ดท้ ุก ตวั อกั ษรกบั ตอ้ งพยายามอยา่ งดีที่สุดที่จะปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือในชีวติ ประจาวนั เสมือนหน่ึงวา่ คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือเป็นศีลของลูกเสือ ในระหวา่ งอยคู่ ่ายพกั แรมของลูกเสือ และในระหวา่ งการฝึกอบรมของบุคลากรทางการลูกเสือทุกคร้ัง จะมีการกล่าวอยเู่ สมอวา่ “กฎของลูกเสือคือกฎของค่ายน้ี” ซ่ึงนบั วา่ เป็นขอ้ ความส้นั ๆ แต่ ไดผ้ ลดี และเป็นท่ียอมรับกนั ในวงการลูกเสือทวั่ โลก ในคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือจะไมใ่ ช่คาวา่ “อยา่ ” หรือ “ตอ้ ง” นน่ั หมายความวา่ วงการลูกเสือจะไมม่ ีคาวา่ “หา้ ม” หรือ “บงั คบั ” แต่เป็นคาปฏิญาณ หรือคามนั่ สัญญาท่ีลูกเสือและบุคลากรทางการลูกเสือดงั กล่าวรับรองดว้ ยเกียรติของตนเองดว้ ยความเตม็ ใจ สาหรับกฎของลูกเสือไดก้ าหนดไวก้ ลาง ๆ เพ่อื ใหล้ ุกเสือเป็นหลกั ปฏิบตั ิในชีวติ ประจาวนั และ โดยเฉพาะผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ จะตอ้ งปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณและกฎของลูกเสืออยา่ งเคร่งครัด คา ปฏิญาณและกฎของลูกเสือ จะสอดคลอ้ งกบั หลกั ศีลธรรมคาสอนของทุกศาสนา ทาให้ลูกเสือมีความ จงรักภกั ดีตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ รู้จกั บาเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชน์ต่อผูอ้ ่ืน มีระเบียบวนิ ยั
109 อยใู่ นกรอบประเพณีอนั ดีงาม และไมก่ ่อใหเ้ กิดความยงุ่ ยากใด ๆ ในบา้ นเมือง ดงั น้นั จึงอาจกล่าวไดว้ า่ การลูกเสือเป็นกาลงั สาคญั ส่วนหน่ึงในการสร้างความมน่ั คงใหแ้ ก่ชาติ คำปฏิญำณของลูกเสือ ดว้ ยเกียรติของขา้ ฯ ขา้ ฯสัญญาวา่ ขอ้ 1. ขา้ ฯ จะจงรักภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ ขอ้ 2. ขา้ ฯ จะช่วยเหลือผอู้ ่ืนทุกเมื่อ ขอ้ 3. ขา้ ฯ จะปฏิบตั ิตามกฎของลูกเสือ กฎของลกู เสือ ขอ้ 1. ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้ ขอ้ 2. ลูกเสือมีความจงรักภกั ดีตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ และซ่ือตรงต่อผมู้ ีพระคุณ ขอ้ 3. ลูกเสือมีหนา้ ท่ีกระทาตนใหเ้ ป็นประโยชนแ์ ละช่วยเหลือผอู้ ่ืน ขอ้ 4. ลูกเสือเป็นมิตรของคนทุกคนและเป็นพนี่ อ้ งกบั ลูกเสืออ่ืนทวั่ โลก ขอ้ 5. ลูกเสือเป็นผสู้ ุภาพเรียบร้อย ขอ้ 6. ลูกเสือมีความเมตตากรุณาต่อสัตว์ ขอ้ 7. ลูกเสือเชื่อฟังคาสัง่ ของบิดามารดา และผบู้ งั คบั บญั ชาดว้ ยความเคารพ ขอ้ 8. ลูกเสือมีใจร่าเริง และไม่ยอ่ ทอ้ ต่อความยากลาบาก ขอ้ 9. ลูกเสือเป็นผมู้ ธั ยสั ถ์ ขอ้ 10. ลูกเสือประพฤติชอบดว้ ยกาย วาจา ใจ คตพิ จน์ของลกู เสือวสิ ำมัญ “บริกำร” กจิ กรรมภำคปฏิบตั ทิ จี่ ะช่วยให้ลูกเสือเข้ำใจควำมหมำยของคำปฏญิ ำณและกฎของลกู เสือ เมื่อเขา้ มาสู่การเป็นลูกเสือ ท้งั ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือและลูกเสือทุกคนตอ้ งยอมรับและปฏิบตั ิตาม คาปฏิญาณและกฎของลูกเสืออยา่ งเคร่งครัด ฉะน้นั ในโอกาสแรกของการที่เด็กเขา้ มาเป็นลูกเสือ ผกู้ ากบั กอง ตอ้ งอธิบายช้ีแจงใหล้ ูกเสือไดเ้ ขา้ ใจความหมายของคาปฏิญาณและกฎ เพอ่ื ใชเ้ ป็นหลกั ปฏิบตั ิใน ชีวติ ประจาวนั ถือไดว้ า่ ไดพ้ ฒั นาเด็กใหม้ ีความเจริญกา้ วหนา้ เป็นรายตวั บุคคลและตลอดไป ไดม้ ีการกล่าวกนั วา่ วธิ ีที่ดีที่สุดในการสอนคาปฏิญาณและกฎให้แก่ลูกเสือ ก็คือการทาตวั อยา่ ง ของผกู้ ากบั แต่วธิ ีน้ีเป็นดาบสองคมอนั จะนาไปสู่กระแสธารแห่งจิตใจและศีลธรรม ถา้ ผกู้ ากบั ประพฤติปฏิบตั ิดี เด็กก็จะประพฤติปฏิบตั ิดีดว้ ย ถา้ ผกู้ ากบั ทาตวั อยา่ งไม่ดีใหเ้ ด็กเห็น เด็กก็จะ พลอยประพฤติชวั่ เพราะนอกจากการทาตนเป็นตวั อยา่ งแลว้ ผกู้ ากบั ยงั จะตอ้ งคอยป้อนคาตอบใหแ้ ก่
110 ขอ้ ถามของเดก็ มีเหตุผลในการประพฤติปฏิบตั ิอยา่ งน้นั อยา่ งน้ีอยตู่ ลอดเวลาเพราะฉะน้นั ก็มีการกล่าวอีก ดว้ ยวา่ ประสบการณ์ ตวั อยา่ งและขอ้ แนะนาของผกู้ ากบั เป็นอนั ตรายอยา่ งมากในการท่ีไดร้ ับมอบความ เช่ือถือและไวว้ างใจจากเดก็ ส่ิงสาคญั ที่ใคร่จะกล่าวไวใ้ นที่น้ีก็คือ ผกู้ ากบั จะตอ้ งบรรจุการสอนคาปฏิญาณและกฎไวใ้ น กาหนดการฝึกอบรมดว้ ย ไม่ใช่เป็นกิจกรรมที่ทาแยกต่างหากจากการฝึกอบรมประจา ความสาคญั ของ คาปฏิญาณและกฎกค็ ือใหท้ ุกคนไดม้ ีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการปฏิบตั ิทวั่ กนั เพ่อื จะได้ นาไปสู่ความเจริญกา้ วหนา้ ในเรื่องจิตใจศีลธรรมและศาสนา ส่ิงท่ีจะไดก้ ล่าวต่อไปน้ี เป็ นหวั ขอ้ ท่ีจะช่วยใหผ้ กู้ ากบั ไดม้ ีความเขา้ ใจในเร่ืองความหมายตา่ งๆ ของคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือโดยสังเขป คำปฏิญำณของลูกเสือ คาวา่ “ปฏิญาณ” พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน แปลวา่ “การใหค้ ามน่ั โดยสุจริตใจ” ลูกเสือจะตอ้ งสานึกวา่ เขากล่าวคาปฏิญาณดว้ ยความสมคั รใจของเขาเอง อน่ึงเขาจะตอ้ งเขา้ ใจ ดว้ ยวา่ ผทู้ ่ีจะเรียกไดว้ า่ เป็น “คนจริง” เพื่อใหผ้ อู้ ่ืนนบั ถือหรือเชื่อไดน้ ้นั จะตอ้ งเป็ นผูร้ ักษาคาพูด โดย เฉพาะที่เป็นคาปฏิญาณหรือคามน่ั สัญญาของตน กล่าวคือ ถา้ สญั ญาวา่ จะทาอยา่ งไรแลว้ ตอ้ งทาเหมือน ปากพูดทุกอยา่ ง หน้ำทต่ี ่อชำติ ชาติไทย คือ แผน่ ดินและน่านน้าที่รวมกนั เรียกวา่ ประเทศไทย ประกอบดว้ ยประชาชน พลเมืองที่รวมกนั เรียกวา่ คนไทย ธงชาติเป็นเคร่ืองหมายแทนชาติ ฉะน้นั ธงชาติจึงเป็นส่ิงที่ควรแก่การเคารพ เป็นหนา้ ที่ของ ลูกเสือทุกคน ตอ้ งแสดงความเคารพในโอกาสท่ีชกั ธงข้ึนสู่ยอดเสา และเวลาชกั ธงจากยอดเสา การชกั ธงชาติข้ึนสู่ยอดเสาหรือชกั ลงจากยอดเสา เป็นสิ่งสาคญั อยา่ งหน่ึงของลูกเสือ ซ่ึงจะตอ้ ง กระทาดว้ ยความเคารพมีระเบียบ วนิ ยั เร่ิมจากผทู้ ี่รับมอบหมายใหช้ กั ธง ถือวา่ เป็นเกียรติยงิ่ และตอ้ ง ระมดั ระวงั ไมใ่ หส้ ่วนหน่ึงส่วนใดของธงสมั ผสั กบั พ้นื ดินเป็นอนั ขาด ลูกเสือไมค่ วรกระทาการใด ๆ ในอนั ที่จะนามาซ่ึงความเสื่อมเสียแก่เกียรติธงชาติ ธงชาติไทยเรียกวา่ ธงไตรรงค์ แปลวา่ ธงสามสี ลูกเสือควรจะทราบดว้ ยวา่ แต่ละความหมาย อยา่ งไร สญั ลกั ษณ์อีกอยา่ งหน่ึงของธงชาติไทย คือ เพลงชาติ ลูกเสือและผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือทุกคน จะตอ้ งสามารถร้องเพลงชาติไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง บทเพลงท่ีส่งเสริมความรักชาติบา้ นเมืองของเรามีอยหู่ ลายเพลง เช่น “เพลงบทรักชาติบา้ นเมือง” “เพลงสยามนุสติ” และ “เพลงไทยรวมกาลงั ต้งั มน่ั ” ซ่ึงเป็นบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระ
111 มงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั นอกจากน้ีมีเพลงของหลวงวจิ ิตรวาทการ ซ่ึงไดร้ ับความนิยมอยา่ งแพร่หลาย เช่น “เพลงแหลมทอง” “เพลงรักเมืองไทย” และ “เพลงเดิน เดิน เดิน” เป็นตน้ หน้ำทต่ี ่อศำสนำ ลูกเสือจะนบั ถือสาสนาใด ๆ ก็ได้ เพราะทุกศาสนาตา่ งมีความมุ่งหมายอยา่ งเดียวกนั คือ สอน ใหบ้ ุคคลเป็นคนดี การละเวน้ ความชวั่ กระทาแตค่ วามดี และทาใจใหผ้ อ่ งใสบริสุทธ์ิ ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ พึงส่งเสริมใหล้ ูกเสือปฏิบตั ิตามหลกั และพธิ ีการของศาสนาท่ีตนนบั ถือ โดยเฉพาะในการประชุมกอง เพ่ือระลึกถึงและของความคุม้ ครองจากส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิท้งั หลาย และดวงพระวญิ ญาณของพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั องคพ์ ระผพู้ ระราชทานกาเนิด ลูกเสือไทย อน่ึง ควรส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมในพธิ ีกรรมทางศาสนา และรู้จกั สวดมนตไ์ หวพ้ ระก่อนนอน เป็ นประจาทุกคืน ตวั อยา่ งในการปฏิบตั ิตนของผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือเป็ นเรื่องสาคญั มาก เจตคติในการสวดมนต์ ไหวพ้ ระ กิริยามารยาท ความเมตตาปรานีและความซ่ือสัตยส์ ุจริตของผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือที่แสดง ออกมาในการติดตอ่ กบั อื่นยอ่ มเป็นท่ีประทบั ใจ ทาใหล้ ูกเสือจดจาเป็นตวั อยา่ งและประพฤติตอ่ ไป หน้ำทตี่ ่อพระมหำกษตั ริย์ ผบู้ งั คบั บญั ชาควรมีวธิ ีการต่าง ๆ ท่ีจะนาเสนอใหล้ ูกเสือสนใจในพระราชกรณีกิจของ พระมหากษตั ริย์ โดยเนน้ ถึงเวลาท่ีพระองคท์ รงอุทิศใหแ้ ก่บา้ นเมือง และเสด็จพระราชดาเนินไปทรง เยย่ี มเยยี นประชาชนในทอ้ งถ่ินต่าง ๆ ทวั่ ราชอาณาจกั ร พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ภูมิพลอดุลเดช สมเด็จพระนางเจา้ สิริกิตต์ พระบรมราชินีนาถและ สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ไดท้ รงบาเพญ็ พระราชกรณียก์ ิจเป็ นประโยชน์แก่ประเทศชาติ พระมหากษตั ริยท์ รงเป็นพระประมุขของชาติ เป็นที่รวมแห่งความเคารพสักการะและความ สามคั คีของคนไทยท้งั ชาติ อีกท้งั ยงั ทรงเป็นพระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ ร่างพระราชบญั ญตั ิทุกฉบบั ซ่ึงไดร้ ับความเห็นชอบจากรัฐสภาแลว้ นายกรัฐมนตรีจะตอ้ งนาข้ึน ทูลเกลา้ ฯ เพือ่ พระมหากษตั ริยท์ รงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อไดป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกศาแลว้ จึง บงั คบั เป็นกฎหมายได้ ดงั น้นั การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีตามกฎหมายจึงเทา่ กบั เป็นการปฏิบตั ิหนา้ ที่ต่อ พระมหากษตั ริยส์ ่วนหน่ึง ลูกเสือและผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือทุกคน จะตอ้ งสามารถร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีไดอ้ ยา่ ง ถูกตอ้ ง นอกจากน้นั ยงั มีบทเพลงท่ีส่งเสริมความจงรักภกั ดีตอ่ พระมหากษตั ริยอ์ ีกหลายเพลง ซ่ึงสมควร ฝึกอบรมใหล้ ูกเสือสามารถร้อง เช่น เพลงสดุดีมหาราชา เพลงความฝันอนั สูงสุด และเพลงรักกนั ไวเ้ ถิด เป็ นตน้
112 กำรบำเพญ็ ประโยชน์ การบาเพญ็ ประโยชน์ตอ่ คนอื่นเป็นหลกั สาคญั ประการหน่ึงของลูกเสือ และเป็นสิ่งหน่ึงท่ีทาให้ การลูกเสือมีช่ือเสียงไดร้ ับการยกยอ่ งจากประชาชนโดยทว่ั ไป แหล่งหรือโอกาสที่ลูกเสือจะบาเพญ็ ประโยชนน์ ้นั ควรเร่ิมจากสิ่งท่ีใกลต้ วั ก่อน แลว้ ขยายออกไปตามวยั และความสามารถ บ้ำนของลกู เสือ ควรส่งเสริมใหเ้ ด็กทางานในบา้ น หรือบาเพญ็ ประโยชนต์ ่อครอบครัวเพอื่ การ เพาะนิสัยท่ีดีใหแ้ ก่เดก็ ควรมีวธิ ีการตรวจสอบวา่ เด็กไดบ้ าเพญ็ ประโยชน์ช่วยเหลือครอบครัวหรือทางาน บา้ นเพ่ือแบง่ เบาภาระผปู้ กครอบอะไรบา้ ง โรงเรียนหรือทต่ี ้ังกองลกู เสือ ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือควรส่งเสริมใหเ้ ดก็ ไดท้ าเป็นประโยชนต์ ่อ เพือ่ น ๆ ต่อหอ้ งเรียนและต่อโรงเรียนมากที่สุด ใหล้ ูกเสือตระหนกั วา่ “งานเป็ นส่ิงท่ีมีเกียรติ” “งานเป็นเครื่องวดั คุณคา่ ของคน” บริเวณใกล้ชิดกบั โรงเรียนหรือทตี่ ้ังกองลูกเสือ กองลูกเสือส่วนใหญ่อยใู่ นโรงเรียน และ โรงเรียนท่ีมีกองลูกเสือหลายแห่งอยใู่ นบริเวณวดั หรือใกลช้ ิดกบั วดั ในกรณีเช่นน้ีควรถือเป็นกิจวตั รให้ ลูกเสือบาเพญ็ ประโยชนใ์ นบริเวณโดยสม่าเสมอ ควรใหล้ ูกเสือทาเป็นกิจวตั รประจา โดยเฉพาะเรื่อง ความสะอาดและความสวยงามของสถานท่ี ท้งั ดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ งและดา้ นหลงั โรงเรียน ถา้ มีงานสิ่งใดท่ี ลูกเสืออาจบาเพญ็ ประโยชน์ได้ ก็ควรส่งเสริมใหล้ ูกเสือกระทา เช่นบารุงรักษาตน้ ไมร้ ิมถนนที่เทศบาล ไดป้ ลูกไว้ เป็นตน้ ฝึกใหล้ ูกเสือบาเพญ็ ประโยชน์ตอ่ สถานท่ีท่ีทาประโยชน์ตอ่ ตวั เองแลว้ แลว้ ค่อยคิดกา้ ว ไปบาเพญ็ ประโยชน์อยา่ งอื่นที่ไกลออกไป กำรป้องกนั อบุ ัติเหตุและกำรช่วยเหลือผู้ประสบอุบตั เิ หตุ ควรเริ่มดว้ ยการสอนใหเ้ ดก็ เขา้ ใจวา่ ลูกเสือเป็นพลเมืองดี และหนา้ ท่ีของพลเมืองดีอยา่ งหน่ึงคือมีความสามารถและเตม็ ใจท่ีช่วยเหลือผูอ้ ื่น ในระยะแรก เด็กอาจจะทาตามที่ผใู้ หญ่บอก แต่เราพยายามฝึกอบรมเดก็ ใหร้ ู้จกั บาเพญ็ ประโยชน์สูงข้ึนไปอีกช้นั หน่ึง คือ ใหร้ ู้จกั บาเพญ็ ประโยชนแ์ มไ้ ม่มีผอู้ ่ืนเห็นหรือบอกใหท้ า เม่ือเดก็ มี อายมุ ากข้ึน ก็จะมีนิสัยบาเพญ็ ประโยชน์ ช่วยเหลือผอู้ ่ืนตลอดจนชุมชน สงั คมและประเทศชาติไดอ้ ยา่ ง กวา้ งขวางยงิ่ ข้ึน กฎของลูกเสือ กฎของลูกเสือเป็นหลกั ปฏิบตั ิของผทู้ ่ีเป็นลูกเสือ เปรียบเสมือนเป็นศีลท่ีพงึ ปฏิบตั ิเช่นกนั กฎของ ลูกเสือมิเป็นเพยี งส่ิงที่ดีงามเท่าน้นั แต่ยงั เป็นสิ่งท่ีหากใครประพฤติปฏิบตั ิไดแ้ ลว้ จะทาใหเ้ กิดคา่ นิยม อยา่ งสูงแก่ตวั บุคคลผนู้ ้นั อีกดว้ ย กฎของลูกเสือเป็นสิ่งที่จะบอกใหใ้ คร ๆ รู้และเขา้ ใจไดว้ า่ ลูกเสือน้นั คือ อะไรแน่
113 กฎของลกู เสือมี 10 ข้อคือ ขอ้ 1. ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้ ขอ้ 2. ลูกเสือมีความจงรักภกั ดีตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ และซื่อตรงต่อผมู้ ีพระคุณ ขอ้ 3. ลูกเสือมีหนา้ ที่กระทาตนใหเ้ ป็ นประโยชน์และช่วยเหลือผอู้ ื่น ขอ้ 4. ลูกเสือเป็นมิตรของคนทุกคนและเป็นพ่นี อ้ งกบั ลูกเสืออ่ืนทว่ั โลก ขอ้ 5. ลูกเสือเป็นผสู้ ุภาพเรียบร้อย ขอ้ 6. ลูกเสือมีความเมตตากรุณาต่อสตั ว์ ขอ้ 7. ลูกเสือเช่ือฟังคาส่ังของบิดามารดา และผบู้ งั คบั บญั ชาดว้ ยความเคารพ ขอ้ 8. ลูกเสือมีใจร่าเริง และไม่ยอ่ ทอ้ ตอ่ ความยากลาบาก ขอ้ 9. ลูกเสือเป็นผมู้ ธั ยสั ถ์ ขอ้ 10. ลูกเสือประพฤติชอบดว้ ยกาย วาจา ใจ กฎลูกเสือขอ้ 10 น้ี ไดด้ ดั แปลงจากกฎของลูกเสือ 10 ตามรัฐธรรมนูญสมชั ชาลูกเสือโลกที่วา่ Scout is clean in thought word and deed ซ่ึงอาจแปลเป็นไทยตามตวั อกั ษรวา่ “ลูกเสือเป็นผสู้ ะอาด ในความคิด วาจา และการการะทา” แตค่ ณะลูกเสือเห็นวา่ ถา้ แปลออกมาตรง ๆ เช่นน้นั ไม่ค่อยจะ เหมาะสมกบั ความคิดและความรู้สึกทางฝ่ ายไทยนกั จึงไดด้ ดั แปลงเสียใหม่วา่ “ขอ้ 10 ลูกเสือประพฤติ ชอบดว้ ยกาย วาจา ใจ” ซ่ึงตรงกบั กศุ ลกรรมบถ 10 คือ กำยกรรม 3 อย่ำง มีดงั น้ี เวน้ จากการฆา่ สัตว์ ปาณาติปาตา เวรมณี เวน้ จากการลกั ขโมย อทินนาทานา เวรมณี เวน้ จากการประพฤติผดิ ในกาม กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี วจีกรรม 4 อย่ำง มีดงั น้ี เวน้ จากการพูดเทจ็ มุสาวาทา เวรมณี เวน้ จากการพูดส่อเสียด ปิ สุณาย วาจาย เวรมณี เวน้ จากการพูดคาหยาบ ผรุสาย วาจาย เวรมรี เวน้ จากพูดเพอ้ เจอ้ สมั ผปั ปลาป เวรมณี มโนกรรม 3 อย่ำง ไมอ่ ยากไดข้ องเขา อนภิชฌา ไม่พยายามปองร้ายเขา อพยาบาท เห็นชอบตามคลองธรรม สมั มาทิฐิ
114 ต่อไปนีเ้ ป็ นโครงกำรเสนอแนะสำหรับกำรประชุมหมู่ แสดงบทบาทสมมติ เพอ่ื ส่ือความหมายของกฎลูกเสือขอ้ ใดขอ้ หน่ึง แลว้ นาไปแสดงใหท้ ี่ ประชุมใหญ่ดูโดยทุกคนในหมูม่ ีโอกาสแสดงร่วมดว้ ยและอธิบายวา่ แตล่ ะคนที่แสดงบทบาทสมมติ จะตอ้ งมีทกั ษะชีวติ อะไรบา้ ง ใหก้ ลุ่มช่วยกนั ทาบญั ชีรายการกิจกรรมตา่ ง ๆ ท่ีลูกเสือวสิ ามญั จะปฏิบตั ิไดเ้ ก่ียวกบั การกระทา อนั แสดงใหถ้ ึงความจงรักภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ การท่ีลูกเสือวสิ ามญั คนหน่ึงสามารถท่ีจะ “ช่วยเหลือผอู้ ื่นทุกเมื่อ” จะตอ้ งมีทกั ษะชีวติ อะไรบา้ ง ใหท้ ่านเลือกส่ิงที่ลูกเสือสามารถทาไดม้ า 10 อยา่ ง เก่ียวกบั กฎของลูกเสือขอ้ 6 อยา่ งนอ้ ย 4 อยา่ ง จาก 10 อยา่ ง ซ่ึงเป็นส่ิงท่ีประชาชนทว่ั ไปปฏิบตั ิได้ ท่านคงจะทราบดีแลว้ วา่ การท่ีจะเป็นผกู้ ากบั ลูกเสือน้นั จาเป็นตอ้ งมีคุณสมบตั ิและทกั ษะใน วชิ าการและอ่ืน ๆ อีกหลายประการ ขอใหท้ ่านดูรายการขา้ งล่างน้ี และพจิ ารณาวา่ รายการใดที่ทา่ นเห็น วา่ ไมส่ าคญั และไมจ่ าเป็นสาหรับตาแหน่งผกู้ ากบั ลูกเสือ กใ็ หต้ ดั ออกแลว้ ใหท้ า่ นใส่สิ่งท่ีจาเป็นและทา่ น ตอ้ งการลงไปแทน แลว้ ใหจ้ ดั ลาดบั ความสาคญั ก่อนหลงั ในรายการท้งั หมด แตง่ กายเรียบร้อย ไปวดั เป็นประจา เป็นพธิ ีกรท่ีดีในการประชุมรอบกองไฟ เป็นผทู้ ี่เช่ือถือได้ สูบบุหร่ีจดั เป็นผมู้ ีอารมณ์ขนั รู้กติกาการเล่นฟุตบอล มีหวั ทางศิลปะ ชอบเล่นสกีน้า มีความเชี่ยวชาญทางผกู เง่ือน มีความอดทน เขา้ กบั เพศตรงขา้ มไดด้ ี มีความชานาญในการอยคู่ า่ ยพกั แรม เป็นผมู้ ีจินตนาการไกล หาเงินเก่ง ชอบคุยโออ้ วด
เรื่อง พธิ กี ำรลูกเสือวสิ ำมญั 115 บทเรียนท่ี 7 เวลำ 45 นำที ขอบข่ำยวชิ ำ 1. พิธีส่งลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ไปเป็นเตรียมลูกเสือวสิ ามญั 2. พิธีรับเตรียมลูกเสือวสิ ามญั 3. พธิ ีสารวจตนเองและพธิ ีเขา้ ประจากอง จุดหมำย เขา้ ใจวธิ ีการส่งตวั ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่เป็นลูกเสือวสิ ามญั พิธีการรับเตรียมลูกเสือวสิ ามญั พิธีสารวจตวั เอง และพิธีเขา้ ประจากอง วตั ถุประสงค์ เม่ือจบทบเรียนน้ีแลว้ ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมควรจะสามารถ 1. บรรยายพิธีการตา่ ง ๆ ของลูกเสือวสิ ามญั ได้ 2. ระบุไดว้ า่ พธิ ีการต่าง ๆ ของลูกเสือใหป้ ระโยชน์แก่ลูกเสืออยา่ งไร 3. สาธิตพิธีการตา่ ง ๆ ของลูกเสือวสิ ามญั ได้ วธิ ีสอน / กจิ กรรม 5 นาที 1. บรรยาย 30 นาที 2. ทางานกลุ่มและสาธิต (โดยใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมร่วมดว้ ย) 5 นาที 3. ใหซ้ กั ถาม 5 นาที 4. สรุป สื่อกำรสอน 1. ขอ้ บงั คบั คณะลูกเสือแห่งชาติ 2. ภาพประกอบหรือภาพยนตร์เก่ียวกบั พธิ ีการลูกเสือสามญั กำรประเมนิ ผล 1. โดยการซกั ถาม 2. โดยการสงั เกตการสาธิต
116 เนื้อหำวชิ ำ บรรยำย เร่ืองพธิ ีการของลูกเสือน้นั เป็นเรื่องท่ีสาคญั มาก เพราะจะทาใหล้ ูกเสือท่ีไดเ้ ขา้ ร่วม ในพิธีการเกิดสิ่งสาคญั ตอ่ ไปน้ี 1. ความมีระเบียบวนิ ยั 2. ระลึกและรักษาคามน่ั สญั ญาที่ไดใ้ หไ้ วอ้ ยเู่ สมอ ๆ 3. ความสัมพนั ธ์อยา่ งใกลช้ ิดกบั ผกู้ ากบั กองลูกเสือ 4. ความภาคภูมิใจในเกียรติท่ีไดร้ ับในพธิ ีน้นั ๆ สาหรับพิธีการต่าง ๆ ของลูกเสือวสิ ามญั มีอยใู่ นขอ้ บงั คบั คณะลูกเสือแห่งชาติวา่ ดว้ ย การปกครอง หลกั สูตร และวิชาพเิ ศษลูกเสือ พ.ศ. 2509 ขอ้ . 296, 297, 298, 299 ผสู้ อนจึงควรที่จะตอ้ ง ทาความเขา้ ใจกบั ขอ้ บงั คบั ฯ ใหช้ ดั เจนและควรจะยดึ ถือขอ้ บงั คบั ฯ เป็ นแนวในการปฏิบตั ิ และในการ สอนควรจะมีรูปภาพประกอบดว้ ย กจ็ ะทาใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมเขา้ ใจง่ายและเร็วข้ึน ขอ้ สาคญั ควรจะ เนน้ ใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมไดเ้ ขา้ ใจไวด้ ว้ ยวา่ พิธีการต่าง ๆ ของลูกเสือน้นั เป็ นไปอยา่ งถูกตอ้ งครบถว้ น กระชบั และประหยดั ทำงำนกล่มุ และสำธิต เนื่องจากเวลาในการสอนเรื่องพิธีการน้ีมีจากดั และพธิ ีการเป็นสิ่งบงั คบั ท่ีมีระเบียบแบบแผน แน่นอน การที่จะฝึกใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมไดม้ ีความรู้อยา่ งดีที่สุดน้นั จะเป็นไปไดโ้ ดยยาก ตอ่ ไปน้ี เป็นการเสนอแนะวธิ ีใหท้ างาน และสาธิต ที่คิดวา่ จะใหป้ ระโยชน์มากที่สุด ข้อเสนอแนะโครงกำรทำงำนกล่มุ ขอ้ 1 พิธีการลูกเสือมีความสาคญั ต่อลูกเสืออยา่ งมาก ขอใหห้ มูช่ ่วยกนั ระบุความสาคญั มา เป็นขอ้ ๆ ขอ้ 2 ใหห้ มูท่ ี่ 1 และหมู่ท่ี 2 ร่วมปรึกษาหารือกนั เก่ียวกบั “พิธีส่งลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ไป เป็นเตรียมลูกเสือวสิ ามญั ” และนามาสาธิตใหท้ ี่ประชุมใหญ่ดู ให้เวลาสาธิต 10 นาที ขอ้ 3 ใหห้ มู่ท่ี 3 และหมูท่ ี่ 4 ร่วมกนั ปรึกษาหารือกนั เกี่ยวกบั “พิธีเขา้ ประจากองลูกเสือ วสิ ามญั ” แลว้ นามาสาธิตใหท้ ่ีประชุมใหญ่ดู ให้เวลาสาธิต 10 นาที ขอ้ 4 ใหห้ มู่ที่ 5 ปรึกษาหารือกนั เก่ียวกบั “พิธีเขา้ ประจากองลูกเสือวสิ ามญั ” แลว้ นามาสาธิตให้ ที่ประชุมใหญด่ ู ใหเ้ วลาสาธิต 10 นาที หมำยเหตุ - งานขอ้ 1 ทาทุกหมู่ เสร็จแลว้ ส่งใหว้ ทิ ยากรประจาหมูใ่ นชว่ั โมงแรกของวนั รุ่งข้ึน - ส่วนงานขอ้ 2,3,4 ใหแ้ ต่ละหมู่ท่ีไดร้ ับมอบหมายไปซกั ซอ้ มกนั รุ่งข้ึนนามาสาธิต ท่ีประชุมใหญด่ ูเวลา 11:25 น
117 พธิ ีกำรลกู เสือวสิ ำมัญ เอกสำรประกอบ(1) พธิ ีส่งลกู เสือสำมญั รุ่นใหญ่ไปเป็ นเตรียมลูกเสือวสิ ำมัญ พธิ ีส่งลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ไปเป็นเตรียมลูกเสือวสิ ามญั น้ีเป็นพิธีการที่จะใชเ้ ม่ือลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ มีอายทุ ่ีจะเป็นลูกเสือวสิ ามญั ไดแ้ ลว้ พิธีน้ีไม่จาเป็ นเสมอไปที่จะให้กองลูกเสือวิสามญั มาร่วมพิธีท้งั กอง แต่ก็ควรมีลูกเสือวิสามญั บางส่วนสาคญั น้นั ประกอบดว้ ยพ่ีเล้ียง 2 คน กบั ผกู้ ากบั กองลูกเสือวสิ ามญั กองลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่จดั แถวเป็นรูปคร่ึงวงกลม ผกู้ ากบั กองลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ยนื กลาง ผู้ กากบั กองลูกเสือวสิ ามญั และพ่เี ล้ียง 1 คนยนื หลงั ผกู้ ากบั กองลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่หนั หนา้ เขา้ สู่กอง ลูกเสือ ( รูปที่ 1 ) รูปที่ 1 ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ ลกู เสือสามญั รุ่นใหญท่ ่ีจะส่งไปเป็ นเตรียม ลว. ผกู้ ากบั ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ ลูกเสือวสิ ามญั พ่ีเล้ียง ผกู้ ากบั ลกู เสือวสิ ามญั ผกู้ ากบั กลมุ่ หนั หนา้ ตามลูกศร ผกู้ ากบั กองลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ นาลูกเสือสามญั รุ่นใหญม่ ามอบตวั ใหแ้ ก่ผกู้ ากบั กองลูกเสือวสิ ามญั (รูปที่ 2 ) รูปที่ 2 ลกู เสือสามญั รุ่นใหญ่ ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ที่จะส่งไปเป็ นเตรียม ลว. ผกู้ ากบั ลกู เสือสามญั รุ่นใหญ่ ลกู เสือวสิ ามญั พเ่ี ล้ียง ผกู้ ากบั ลกู เสือวสิ ามญั ผกู้ ากบั กลมุ่ หนั หนา้ ตามลูกศร
118 กำรกล่ำว กากบั ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่พูดกับผูก้ ากับกองลูกเสือวิสามัญ “…(ออกช่ือลูกเสือสามญั รุ่น ใหญ่)…. ไดเ้ ป็ นลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่มา….ปี และปัจจุบนั น้ีโตพอท่ีจะเป็ นลูกเสือวิสามญั ไดแ้ ลว้ ..ขา้ ฯ ขอเสนอใหเ้ ป็นผสู้ มคั รใหม่ และขา้ ฯ หวงั วา่ ท่านคงจะไดร้ ับไวเ้ ป็นเตรียมลูกเสือวสิ ามญั ” ผู้กำกบั กองลูกเสือวสิ ำมญั พูดกบั ผ้สู มัครใหม่ “เจา้ เตม็ ใจจะฝึกอบรมในกองลูกเสือวสิ ามญั หรือ” ผ้สู มคั รใหม่ “ขา้ เตม็ ใจ” ผ้กู ำกบั กองลูกเสือวสิ ำมัญ “ ถา้ เช่นน้นั กองลูกเสือวสิ ามญั กเ็ ตม็ ใจที่จะรับเจา้ เขา้ ไว”้ ผ้กู ำกบั กลุ่มพูดกบั ผ้สู มคั รใหม่ “ในฐานะท่ีขา้ ฯ เป็ นผนู้ าของกลุ่ม ขา้ ฯ มีความยนิ ดีที่เจา้ จะได้ กา้ วหนา้ ต่อไป และขอใหเ้ จา้ จงสาเร็จในกิจการลูกเสือวสิ ามญั ” ผู้กำกบั กองลูกเสือวสิ ำมัญพดู กบั ผ้สู มคั รใหม่ “ขา้ ขอมอบแถบไหล่สีเหลืองและสีเขียวใหแ้ ก่เจา้ ซ่ึงเป็นแถบสี แทนลูกเสือสารองและลูกเสือสามญั ในขบวนการลูกเสือ ส่วนแถบสีแดงแทน ลูกเสือวสิ ามญั ยงั ไมไ่ ดม้ อบให้ ท้งั น้ี เป็นเครื่องเตือนใจวา่ ต่อไปน้ีเจา้ จะตอ้ งเตรียมตวั เพอ่ื เขา้ เป็ น สมาชิกอนั สมบูรณ์ในกองลูกเสือวสิ ามญั ซ่ึงในขณะน้ีขา้ ฯ เช่ือวา่ พี่เล้ียงของเจา้ จะไดช้ ่วยใหเ้ จา้ ได้ สาเร็จผลในความปรารถนา ของเจา้ ” (พี่เล้ียงสมั ผสั มือกบั ผสู้ มคั รใหม่) หมำยเหตุ พ่ีเล้ียงกา้ วออกมาสัมผสั กบั ผูส้ มคั รใหม่แลว้ เขา้ ไปยืนเขา้ แถวเดียวกบั ผูส้ มคั รใหม่ โดย อยู่ ทางขวา 1 คน ทางซา้ ย 1 คน ถา้ มีผสู้ มคั รใหมห่ ลายคนกเ็ ขา้ ไปยนื หวั แถว 1 คน ทา้ ยแถว 1 คน หนั หนา้ ไปทางเดียวกบั ผสู้ มคั รใหม่ (ดงั รูปที่ 3) รูปท่ี 3 ลกู เสือสามญั รุ่นใหญ่ ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ที่จะส่งไปเป็ นเตรียม ลว. ผกู้ ากบั ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ ลกู เสือวสิ ามญั พี่เล้ียง ผกู้ ากบั ลกู เสือวสิ ามญั ผกู้ ากบั กลมุ่ หนั หนา้ ตามลูกศร
119 ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ ลูกเสือสามญั รุ่นใหญท่ ี่จะส่งไปเป็ นเตรียม ลว. ผกู้ ากบั ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ ลูกเสือวสิ ามญั พีเ่ ล้ียง ผกู้ ากบั ลูกเสือวสิ ามญั ผกู้ ากบั กลุม่ หนั หนา้ ตามลูกศร รูปที่ 4 และทาความเคารพดว้ ยท่าวนั ทยหตั ถ์ กองลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่แสดงความเคารพตอบพร้อมกบั เปล่งเสียงแสดงความยนิ ดี (ดงั รูป 4 ) หมำยเหตุ 1)ในกรณีท่ียงั ไม่ไดเ้ ป็ นกลุ่มลูกเสือ ก็ให้ผูก้ ากบั กองลูกเสือวิสามญั ดาเนินการได้ โดยไม่มีผู้ กากบั กลุ่มก็ไดแ้ ละถา้ หากวา่ มีลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่หลายคนมีอายคุ รบ จะส่งไปเตรียมลูกเสือวิสามญั ก็ ควรประกอบพิธีคร้ังละ 1 หมู่ และมอบหมายให้ลูกเสือวิสามญั ก็ควรประกอบพิธีคร้ังละ 1 หมู่ และ มอบหมายให้ลูกเสือวสิ ามญั คนใดคนหน่ึงถือพานใส่แถบสี คอยส่งให้ผกู้ ากบั กองลูกเสือวสิ ามญั การทา ความเครารพของพี่เล้ียงกบั ผสู้ มคั รใหมต่ อ่ กองลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ 2)ในขอ้ บงั คบั ไม่ไดบ้ อกวา่ ใครส่ัง ใหถ้ ือวา่ เป็นไปโดยอตั โนมตั ิ ก่อนการกระทาพิธี ตอ้ งซกั ซอ้ มใหเ้ รียบร้อยก่อน
120 พธิ ีกำรลกู เสือวสิ ำมญั เอกสำรประกอบ(2) พธิ ีรับเตรียมลกู เสือวสิ ำมัญ พธิ ีรับเตรียมลูกเสือวสิ ำมัญ ให้ปฏบิ ัตดิ ังนี้ ใหก้ องลูกเสือวสิ ามญั ยนื เป็นรูปวงกลม เตรียมลูกเสือวสิ ามญั ยนื อยขู่ า้ งหลงั นอกวงกลม ผูก้ ากบั กองลูกเสือวิสามญั ยืนอยู่ตรงกลาง พ่ีเล้ียงของลูกเสือใหม่ยืนหันหน้าเขา้ หาผูก้ ากบั กองลูกเสือ วสิ ามญั ห่าง ประมาณ 3 เมตร (รูปที่ 1 ) ผสู้ ่งมอบ เตรียม ลว. ลกู เสือวสิ ามญั พเ่ี ล้ียง ผกู้ ากบั ลว. หนั หนา้ ตามลูกศร รูปท่ี 1 ใหผ้ สู้ ่งมอบตวั นาลูกเสือใหมม่ ากลางวง ยนื อยกู่ ลางระหวา่ งพีเ่ ล้ียงกบั ผกู้ ากบั กองลูกเสือวสิ ามญั (รูปที่ 2) ลูกเสือจากกลุ่มใหผ้ กู้ ากบั ของลูกเสือส่งมอบ ส่วนลูกเสืออื่น ๆ ใหผ้ กู้ ากบั กลุ่มเป็นผสู้ ่งมอบ รูปที่ 2 เสน้ ทางการเดิน ผสู้ ่งมอบ เตรียม ลว. ลูกเสือวสิ ามญั พเ่ี ล้ียง ผกู้ ากบั ลว. หนั หนา้ ตามลกู ศร
121 ผู้ส่งมอบตัวกล่ำวกบั ผู้กำกบั กองลูกเสือวสิ ำมญั ว่ำ “ ขา้ นา..(ออกนามลูกเสือ) เพอ่ื เขา้ เป็นเตรียม ลูกเสือวสิ ามญั ในกองของทา่ น” ผ้กู ำกบั กองลูกเสือวสิ ำมญั “ทา่ นพอใจแลว้ หรือวา่ เขากาลงั พยายามหรือจะพยายามปฏิบตั ิ ตามพนั ธะของลูกเสือรวมท้งั การบาเพญ็ ตนตอ่ สาธารณประโยชน์ และจะเป็น สมาชิกที่ดีของกองลูกเสือวสิ ามญั ต่อไป” ผู้ส่ งมอบตวั “ขา้ พอใจแลว้ ” ผ้กู ำกบั กองลูกเสือวสิ ำมญั พูดกบั เตรียมลกู เสือวสิ ำมัญ “ การเป็นลูกเสือวสิ ามญั เป็นการร่วมวง ในหมู่พ่ีนอ้ ง ท่ีนิยมชีวิตกลางแจง้ และใหบ้ ริการแก่ผอู้ ื่น การที่เจา้ ประสงค์ จะเขา้ ร่วมในขบวนการน้ี เจา้ พร้อมที่จะเพิม่ พูนความรู้ ภาคปฏิบตั ิของการ ลูกเสือและนิยมใชช้ ีวติ กลางแจง้ แลว้ หรือ” ผ้สู มัครใหม่ “ ขา้ พเจา้ พร้อมแลว้ ” ผ้กู ำกบั กองลูกเสือวสิ ำมัญ “ เจา้ ทราบไมว่ า่ หนา้ ท่ีอนั แรกของเจา้ น้นั คือบา้ นของเราเอง และเจา้ จะพยายามสร้างฐานะของเจา้ ” ผ้สู มคั รใหม่ “ ขา้ ทราบแลว้ ” ผู้กำกบั กองลกู เสือวสิ ำมญั “เจา้ พร้อมที่จะอบรมตวั เจา้ เพอ่ื ใหบ้ ริการแก่ชุมชนหรือไม่” ผ้สู มัครใหม่ “ ขา้ พร้อมแลว้ ” ผู้กำกบั กองลูกเสือวสิ ำมญั “ เจา้ ยอมรับวถิ ีชีวติ ดงั ท่ีไดก้ าหนดไวใ้ นกฎและคาปฏิญาณของ ลูกเสือหรือ” ผู้สมคั รใหม่ “ขา้ ยอมรับ” วสิ ำมญั “ เม่ือเจา้ ไดใ้ หค้ วามมน่ั ใจเช่นน้ีแลว้ ขอใหเ้ จา้ ทบทวนคาปฏิญาณ ของลูกเสือเพ่ือเป็นสัญลกั ษณ์แห่งความจริงใจของเจา้ และเพ่อื แสดงวา่ ไดร้ ับเจา้ ขา้ เป็น เตรียมลูกเสือวสิ ามญั แลว้ ” กองลูกเสือแสดงรหสั ผ้สู มคั รใหม่แสดงรหสั และกล่าววา่ “ ดว้ ยเกียรติของขา้ ขา้ สญั ญาวา่ ขอ้ 1 ขา้ จะจงรักภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ ขอ้ 2 ขา้ จะช่วยเหลือผอู้ ื่นทุกเม่ือ ขอ้ 3 ขา้ จะปฏิบตั ิตามกฎของลูกเสือ” ผ้กู ำกบั กองลกู เสือวสิ ำมญั สัมผสั มือซ้ำยกบั ลูกเสือใหม่ และกล่าว “ ขา้ เช่ือมน่ั ในเกียรติของเจา้ วา่ เจา้ จะทาดีที่สุด ท่ีจะรักษาคาปฏิญาณน้นั ไว้ บดั น้ี ขา้ รับเจา้ เขา้ ไวเ้ ป็น เตรียมลูกเสือ วสิ ามญั ในคณะพีน่ อ้ งลูกแห่งโลกอนั ยงิ่ ใหญ่แลว้ ” ผ้กู ำกบั กองลกู เสือวสิ ำมญั ประดบั แถบติดไหล่สีเลืองและสีเขียว อนั เป็นแถบของลูกเสือสารองและ ลูกเสือสามญั ใหแ้ ก่ลูกเสือใหม่ และกล่าววา่ “ แถบสีแดงซ่ึงเป็นสีของลูกเสือวสิ ามญั
122 น้นั ยงั ขาดอยู่ ท้งั น้ี เพอ่ื เป็น เคร่ืองเตือนใจวา่ ตอ่ จากน้ีไปเจา้ จะเตรียมตวั เพ่ือเขา้ เป็นสมาชิก อนั สมบูรณ์ ในกองลูกเสือวสิ ามญั เพ่ือการน้ีขา้ ขอมอบเจา้ ใหแ้ ก่พเ่ี ล้ียง ของเจา้ ท่ีจะช่วยเหลือใหบ้ รรลุจุดประสงค์ ต่อไป” ใหพ้ ีเ่ ล้ียง 2 คน เขา้ มาขา้ งหนา้ พเ่ี ล้ียงอาวโุ สยนื ทางขวาของเตรียมลูกเสือวสิ ามญั พเี่ ล้ียงคน รองยนื ทางซา้ ย ส่วนผสู้ ่งมอบตวั ใหก้ า้ วถอยหลงั ไป (รูป 3) ผสู้ ่งมอบ เตรียม ลว. ลูกเสือวสิ ามญั พีเ่ ล้ียง ผกู้ ากบั ลว. หนั หนา้ ตามลูกศร รูปที่ 3 ใหพ้ ่ีเล้ียงอาวโุ ส กล่าวตอ้ นรับลูกเสือวสิ ามญั ใหม่ เป็นสมาชิกในกองลูกเสือวสิ ามญั ดว้ ยถอ้ ยคา อนั เหมาะสม แลว้ นาไปยนื รวมกบั ลูกเสือวสิ ามญั ใหม่อื่น ผซู้ ่ึงจะไดต้ อ้ นรับดว้ ยวธิ ีการอนั สมควร หมำยเหตุ ถา้ หากวา่ มีเด็กมาสมคั รเขา้ เป็ นเตรียมลูกเสือวสิ ามญั หลายคน กใ็ หเ้ ขา้ แถวหนา้ กระดาน ตอนหมู่ปิ ดระยะและเขา้ มาประกอบพธิ ีคร้ังละ 1 หมูก่ ไ็ ด้ และควรมอบหมายใหร้ องผกู้ ากบั กองลูกเสือ วสิ ามญั คนใดคนหน่ึง ถือพานใส่แถบสีคอยส่งใหผ้ กู้ ากบั กองลูกเสือวสิ ามญั และควรกาหนดที่ ใหล้ ูกเสือ ใหม่ที่ประกอบพธิ ีเสร็จแลว้ ไปเขา้ แถว รออยหู่ ลงั ผกู้ ากบั กองลูกเสือวสิ ามญั ระยะห่าง 6 กา้ ว ข้อเสนอแนะ ในการกล่าวถอ้ ยคาท่ีเหมาะสมของพีเ่ ล้ียงอาวโุ สน้นั ควรจะกล่าวถอ้ ยคาวา่ “ กองลูกเสือวสิ ามญั และขา้ ยนิ ดีตอ้ นรับท่านดว้ ยความเตม็ ใจ และพึงพอใจ ในความเสียสละอนั สูงส่ง ท่ี ท่านไดม้ องเห็นคุณค่าคติพจน์ คือการ “ บริการ” ของเรา ฯลฯ”
123 พธิ ีกำรลูกเสือวสิ ำมญั เอกสำรประกอบ (4) พธิ ีเข้ำประจำกองลูกเสือวสิ ำมญั พิธีเขา้ ประจากองลูกเสือวสิ ามญั ใหป้ ฏิบตั ิดงั น้ี ใหน้ าเตรียมลูกเสือวสิ ามญั ในเครื่องแบบมายนื ขา้ งหนา้ กองลูกเสือวสิ ามญั และระหวา่ งพเ่ี ล้ียงท้งั สองคน มีโตะ๊ พธิ ีซ่ึงปูดว้ ยธงชาติ ผกู้ ากบั ยนื ดา้ นหน่ึง ของโตะ๊ พธิ ี หนั หนา้ เขา้ หาลูกเสือท่ีเขา้ ประจากอง (รูปที่ 1) แลว้ เรียกช่ือผจู้ ะเขา้ พิธี และถามดงั น้ี ผู้กำกบั เรียกชื่อสมคั ร ผสู้ ่งมอบ ผ้สู มคั ร เตรียม ลว. ผู้กำกบั กองลูกเสือ ลกู เสือวสิ ามญั ผู้สมคั ร พ่ีเล้ียง ผ้กู ำกบั กองลกู เสือ ผกู้ ากบั ลว. ผ้สู มคั ร ผ้กู ำกบั กองลกู เสือ หนั หนา้ ตามลกู ศร ผู้สมคั ร รูปที่ 1 โตะ๊ พธิ ี ผ้กู ำกบั กองลูกเสือ “เจา้ มาที่น่ีเพือ่ ท่ีจะเขา้ เป็นลูกเสือวสิ ามญั ในคณะพนี่ อ้ งลูกเสือแห่งโลกอนั ยง่ิ ใหญ่หรือ” “ครับ” “ถึงแมว้ า่ เจา้ จะมีขอ้ ยงุ่ ยากมาบา้ งแลว้ ในอดีต แต่บดั น้ีเจา้ ก็ไดต้ ้งั ใจที่จะทา ใหด้ ีที่สุดเพอ่ื เป็นผมู้ ีเกียรติ มีสัจจะ มีความซื่อตรงในงานท้งั ปวง พร้อมท่ี จะปฏิบตั ิชอบดว้ ยกาย วาจา ใจ ใช่หรือไม่” “ใช่ครับ” “เจา้ คิดรอบคอบดีแลว้ หรือวา่ เจา้ พร้อมท่ีจะเขา้ เป็นลูกเสือวสิ ามญั ” “ขา้ ไดค้ ิดรอบคอบดีแลว้ ” “ เจา้ เขา้ ใจหรือไมว่ า่ คาวา่ “บริการ” น้นั หมายความวา่ ตลอดเวลาเจา้ จะตอ้ งมีใจหนกั แน่นต่อผอู้ ่ืนทุกคนและเจา้ ทาดีที่สุดเพื่อช่วยเหลือผอู้ ื่น ถึงแมว้ า่ การช่วยเหลือน้นั ไม่สะดวกหรือไม่พึงพอใจ หรือไมเ่ ป็นที่ปลอดภยั แก่ตวั เองและเจา้ จะไมห่ วงั สิ่งตอบแทนใด ๆ ในการใหบ้ ริการน้นั ” “ขา้ เขา้ ใจดีแลว้ ” “เจา้ เขา้ ใจหรือไม่วา่ การท่ีเจา้ เป็นลูกเสือวสิ ามญั น้นั เจา้ กาลงั จะร่วมอยใู่ น
124 คณะลูกเสือท่ีตอ้ งการจะช่วยเหลือเจา้ ใหส้ ามารถปฏิบตั ิตามอุดมคติของเจา้ และ เราขอใหเ้ จา้ ปฏิบตั ิตามขอ้ บงั คบั และคติพจน์ของเราในเร่ืองการ ใหบ้ ริการแก่ผูอ้ ่ืน” ผ้สู มคั ร “ขา้ เขา้ ใจดีแลว้ ” ผ้กู ำกบั กองลกู เสือ “เพือ่ ความบริสุทธ์ิของพธิ ีการน้ี ขา้ ขอใหเ้ จา้ ชาระลา้ งมือของเจา้ เสียก่อน เพ่อื เป็ นเคร่ืองยนื ยนั วา่ เจา้ จะไดช้ าระมลทินอนั มวั หมองของเจา้ ในอดีต หมดแลว้ จิตใจของเจา้ ผอ่ งแผว้ บริสุทธ์ิดีแลว้ เจา้ จะยนิ ยอมตามที่เราขอน้ี หรือไม่” ผู้สมัคร “ขา้ ยนิ ยอม” (ลา้ งมือ) ผู้กำกบั กองลูกเสือ “ถา้ เช่นน้นั ขา้ ขอใหเ้ จา้ กล่าวคาปฏิญาณของลูกเสือและพึงเขา้ ใจไวด้ ว้ ยวา่ เจา้ แปลความหมายคาปฏิญาณน้ี ไม่ใช่อยา่ งเด็ก แตจ่ ะแปลอยา่ งผใู้ หญ่” ผ้สู มัคร (กา้ วออกมาขา้ งหนา้ เอาจบั ซา้ ยจบั ธง มือขวาแสดงรหสั ) ลูกเสือในกองลูกเสือวสิ ามญั ทุกคนแสดงรหสั ผ้สู มคั ร “ดว้ ยเกียรติของขา้ ขา้ สญั ญาวา่ ขอ้ 1 ขา้ จะจงรักภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ ขอ้ 2 ขา้ จะช่วยเหลือผอู้ ื่นทุกเม่ือ ขอ้ 3 ขา้ จะปฏิบตั ิตามกฎของลูกเสือ” ผกู้ ากบั กองลูกเสือกองลูกเสือจบั มือลูกเสือวสิ ามญั ใหมด่ ว้ ยมือซา้ ย และกล่าว วา่ ผู้กำกบั กองลกู เสือ “ขา้ เชื่อเจา้ วา่ ดว้ ยเกียรติของเจา้ เจา้ จะปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณท่ีเจา้ ใหไ้ วแ้ ลว้ ” ผกู้ ากบั กองลูกเสือวสิ ามญั ติดแถบท่ีไหล่แก่ลูกเสือวสิ ามญั และมอบเคร่ืองหมาย ใหพ้ ร้อมกบั กล่าววา่ ผู้กำกบั กองลกู เสือ “แถบที่ไหล่น้ีมีสามสี คือ สีเหลือง สีเขียว และสีแดง สีเหล่าน้ีเป็นสีของ ลูกเสือท้งั สาม ที่อยใู่ นวงพนี่ อ้ งลูกเสือ ขา้ ขอตอ้ นรับเจา้ มาอยดู่ ว้ ย ขอใหส้ ี ท้งั สามน้ี จงเป็นเครื่องเตือนใจใหเ้ จา้ ระลึกถึงหนา้ ท่ีของเจา้ ที่มีอยตู่ ่อลูกเสือ รุ่นนอ้ ง และขอใหเ้ จา้ ระลึกถึงความรับผดิ ชอบของเจา้ ในฐานะที่เป็นลูกเสือ วสิ ามญั ในการท่ีจะบาเพญ็ ตนใหด้ ีที่สุด เพ่ือที่จะเป็นตวั อยา่ งแก่ลูกเสือ รุ่นนอ้ งต่อไป” กองลูกเสือวสิ ามญั กา้ วเขา้ มาลอ้ มรอบลูกเสือวสิ ามญั ใหม่ จบั มือแลว้ กล่าวคาตอ้ นรับ ข้อเสนอแนะ ในการกล่าวคาตอ้ นรับน้นั ควรกล่าวดว้ ยคาวา่ “ขอแสดงความยนิ ดี ยนิ ดีเป็ นอยา่ งยง่ิ ที่ไดท้ า่ นมาอยดู่ ว้ ย ฯลฯ
พธิ ีกำรลกู เสือวสิ ำมญั 125 เอกสำรประกอบ (5) แนวการปราศรัยเกี่ยวกบั พธิ ีสารวจตวั เองและพธิ ีเขา้ ประจากองลูกเสือวสิ ามญั ในพิธีสารวจตวั เองและพิธีเขา้ ประจากองลูกเสือวสิ ามญั ซ่ึงเป็นพธิ ีการที่ต่อเน่ืองกนั น้นั ผอู้ านวยการฝึกอบรมจะเป็นบุคคลสาคญั ในพธิ ี เป็นผทู้ ่ีจะกล่าวช้ีแจง กล่าวปราศรัยและกล่าวใหโ้ อวาท ตามข้นั ตอนต่าง ๆ ซ่ึงแยกออกเป็น 3 ข้นั ตอน คือ 1. การกล่าวช้ีแจงเมื่อผรู้ ับการฝึกอบรมพร้อมแลว้ 2. การกล่าวปราศรัยก่อนเร่ิมและยา่ งกา้ วเขา้ สู่พิธีสารวจตวั เอง 3. การกล่าวใหโ้ อวาทตอนทา้ ยของพธิ ีเขา้ ประจากอง 1. กำรกล่ำวชี้แจง เมื่อผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรม (ซ่ึงสมมติวา่ เป็นสมาชิกในกองลูกเสือวสิ ามญั ) ไดเ้ ขา้ นงั่ ที่พร้อมกนั แลว้ ผอู้ านวยการฝึกจะกล่าวช้ีแจงเป็นใจความวา่ “พิธีการสารวจตวั เองของผทู้ ่ีจะเป็ นลูกเสือวสิ ามญั ก่อนที่จะถึงพธิ ีเขา้ ประจากอง ถือวา่ เป็นพธิ ีการท่ีสาคญั ยิง่ และมีความหมายอยา่ งมาก โดยเฉพาะแก่ชีวติ ในอนาคตของผทู้ ี่จะเป็นลูกเสือวสิ ามญั จึงใคร่ขอร้องพน่ี อ้ งลูกเสือโปรดใหค้ วามร่วมมือ ใหค้ วามสนใจ และช่วยทาใหพ้ ิธีน้ีเป็นพิธีท่ีสาคญั และมีความหมายอยา่ งจริงจงั ดว้ ย ขออยา่ ไดห้ วั เราะ อยา่ พูดคุยหรือส่งเสียง ลอ้ เลียนกนั แต่ประการใด” 2. กำรกล่ำวปรำศรัยก่อนออกเดินทำงสู่พธิ ีสำรวจตวั เองและพธิ ีเข้ำประจำกอง ตอ่ จากน้นั ผูอ้ านวยการฝึกอบรมจะกล่าวปราศรัย ช้ีใหล้ ูกเสือไดม้ องเห็นส่ิงอบายมุขต่าง ๆ อนั เป็นอุปสรรคต่อการดาเนินชีวติ ที่มีอยโู่ ดยรอบ โดยยกตวั อยา่ ง สุรา นารี ภาชี กีฬาบตั ร ดงั แนวการ กล่าวตอ่ ไปน้ีพีน่ อ้ งลูกเสือท้งั หลาย ทา่ นทราบอยแู่ ลว้ เป็นอยา่ งดีวา่ ในการดาเนินชีวิตของคนเราน้นั วถิ ีแห่งชีวติ ยอ่ มแตกตา่ งกนั และมิไดเ้ ป็นไปอยา่ งราบร่ืนประดุจดงั หน่ึงเดินอยบู่ นพรมสีแดงโรยดว้ ยกลีบกหุ ลาบอนั สวยงามตลอดไป ชีวติ คนเราจะประสบดว้ ยอุปสรรคนานาประการ มากบา้ งนอ้ ยบา้ ง เสมือนเกาะแก่งที่มีอยใู่ นแมน่ ้าลา คลอง ขดั ขวางมิใหน้ ้าไหลลงไปไดโ้ ดยสะดวก ในชีวติ คนเรา อุปสรรคบางอยา่ งจะบนั่ ทอนชกั นาชีวติ บุคคลไปในทางที่ผดิ ท่ีชว่ั ร้าย พระทา่ นเรียกอุปสรรค เช่นน้ีวา่ อบายมุข อบายมุขที่วา่ น้ีพระทา่ นเคย สอนไวว้ า่ อบายมุขที่สาคญั น้นั มี 4 ประการดว้ ยกนั กล่าวคือ สุรา นารี ภาชี กีฬาบตั ร แตป่ ัจจุบนั น้ี เหตุการณ์ของ โลกไดเ้ ปลี่ยนแปลงไปอยา่ งมากมาย สิ่งทจี่ ะทาใหช้ ีวติ คนเรา โดยเฉพาะคนวยั รุ่นหนุ่ม สาวกา้ วลงไปสู่ ความหายนะ ลงสู่หว้ งเหวท่ีต่าน้นั มีเพ่มิ ข้ึนมากมาย อาทิ ยาเสพติด โรงบิลเลียด สถาน เริงรมยส์ าหรับเท่ียวกลางคืนมี บาร์ ไนตค์ ลบั คอ๊ ฟฟี่ ช๊อพ สถานอาบอบนวด โรงแรมม่านรูด ผคู้ นที่มี จิตใจทราม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เห็นแก่ได้ มีแต่คนเก่งแต่ปาก เก่งแตพ่ ูด งานไม่ทา ดงั น้ีเป็นตน้
126 ใคร่จะกล่าวถึงโทษของอุปสรรคหรือเกาะแก่งแห่งชีวติ เหล่าน้ี ใหพ้ ่ีนอ้ งลูกเสือไดฟ้ ังเพื่อเป็ นคติ เตือนใจบา้ ง ดงั ต่อไปน้ี สุรำ การดื่มสุราไดม้ ีมานมนานก่อนพทุ ธกาล บรรดาผนู้ าของศาสนาท้งั หลายในโลกไดม้ องเห็นโทษ ของการด่ืมสุรา จึงไดบ้ ญั ญตั ิเป็นขอ้ หา้ ม ขอ้ เตือนใจ ใหล้ ะเวน้ การเสพสุราและเคร่ืองดองของเมา แตก่ ็ ยงั มีการดื่มสุรามาจนถึงทุกวนั น้ี แมแ้ ต่ในการเล้ียงซ่ึงทางราชการเป็ นผจู้ ดั กม็ ีการเล้ียงสุรากนั อยเู่ สมอ เมื่อมิอาจหา้ มดื่มสุราได้ และบางคร้ังบางคนอาจจาใจด่ืมสุรากพ็ งึ สานึกถึงโทษของสุราไวเ้ สมอ โทษ ของการด่ืมสุราและเคร่ืองดองของเมา พระทา่ นบญั ญตั ิไวด้ งั ตอ่ ไปน้ี คือทาให้เสียทรัพย์ ก่อใหเ้ กิดการ ววิ าท เกิดโรค ถูกตาหนิติเตียน หนา้ ดา้ นไม่รู้จกั อาย บน่ั ทอนสุขภาพ กาลงั สติปัญญา นำรี ต่อไปจะไดก้ ล่าวถึงนารี หรือความเป็ นนกั เลงผหู้ ญิง เรื่องน้ีเป็นเรื่องสาคญั สาหรับคนวยั หนุ่ม สาว เกี่ยวกบั เรื่องเพศสัมพนั ธ์ เป็นความรู้สึกที่เกิดข้ึนโดยธรรมชาติ เม่ือคนวยั รุ่นหนุ่มยา่ งเขา้ สู่ภาวะการเป็นหนุ่มสาว ความรู้สึกที่เกิดข้ึนโดยธรรมชาติน้ีจะผลกั ดนั ใหห้ นุ่มสาววง่ิ เขา้ หากนั เพอื่ ประสบความพอใจในเพศสัมพนั ธ์ แต่ศีลธรรมและประเพณีบงั คบั มิใหม้ นุษยก์ ระทาเยยี่ งสัตวไ์ ด้ ความ ตอ้ งการทางเพศมิใช่ทุกส่ิงทุกอยา่ งในชีวติ การขาดความสมั พนั ธ์ทางเพศมิไดท้ าใหค้ นถึงตาย เช่นเดียวกบั คนที่อดขา้ ว คนวยั หนุ่มสาวควรฝึกหดั ขม่ ใจตนเอง มีความหนกั แน่น อดทน หาทางระบาย ความรู้สึกน้ีไปใชใ้ นทางที่ดีมีประโยชน์แก่ชีวิตของตน เช่น ในการทางาน การคิดสร้างสรรค์ งาน ศิลปะ และการกีฬาเป็นตน้ กิจกรรมเหล่าน้ีจะช่วยทาให้ความรู้สึกทางเพศลดนอ้ ยลง สมยั น้ีชีวติ ความ เป็นอยใู่ นสงั คมไดเ้ ปลี่ยนแปลงไปมาก สถานเริงรมย์ สถานอาบอบนวด โรงแรมม่านรูด ไดม้ ีในเมือง ใหญ่ ๆ เมืองละหลายแห่ง คนวยั รุ่นหนุ่มพากนั ไปเท่ียวหาความสาราญในสถานที่เหล่าน้ี การไปหาความสาราญในสถานท่ีเหล่าน้ีตอ้ งใชเ้ งินทองมาก ปัญหามีวา่ คนวยั รุ่นหนุ่มเหล่าน้ี ซ่ึงเป็นคนในวยั เรียนจะเอาเงินมาก ๆ เช่นน้นั มาจากไหน นี่คือเหตุหน่ึงที่ก่อใหเ้ กิดอาชญากรรม ส่วน โทษของการดารงตนเป็นนกั เลงผหู้ ญิงน้นั พระทา่ นสอนไวว้ า่ จะทาใหเ้ กิดโรค ทาให้เสียทรัพย์ เสียเวลา และสุขภาพเส่ือมโทรมกามโรคเป็นโรคร้ายแรง อาจติดต่อไปถึงผอู้ ่ืนได้ ถา้ ผทู้ ี่มีครอบครัว แลว้ กอ็ าจติดต่อไปถึงลูกเมียได้ หากเป็นมากถึงข้นั ข้ึนสมองจะทาใหผ้ นู้ ้นั เป็นคนพิการได้ ภำชี การเที่ยวในยามวกิ าล คืออะไรน้นั ทา่ นคงทราบเป็นอยา่ งดี แตเ่ พื่อเพ่มิ เติมความเขา้ ใจอนั ดี ขอ นาคาสอนท่ีท่านศาสดา กาหนดความหมายของการเท่ียวยามวกิ าลมาเป็นอุทาหรณ์ ทา่ นวา่ มีราท่ีไหนไป ท่ีนนั่ ขบั ร้องที่ไหนไปท่ีนน่ั ดีดสีตีเป่ าท่ีไหนไปท่ีนนั่ เสภาท่ีไหน ไปที่นน่ั เพลงที่ไหน
127 ไปที่นน่ั เถิดเทิงท่ีไหน ไปท่ีนน่ั ซ่ึงพอสรุปไดว้ า่ ไปเท่ียวกนั แทบไมม่ ีเวลาทามาหากิน พระท่านจึงได้ บญั ญตั ิโทษของการเท่ียวยามวกิ าลไวว้ า่ ทาใหไ้ ดช้ ่ือวา่ ไม่รักษาตวั ทาใหไ้ ดช้ ่ือวา่ ไม่รักลูกเมีย ไมร่ ู้จกั รักษาทรัพย์ เป็นที่ระแวงของ คนท้งั หลาย มกั ถูกใส่ความและไดร้ ับความลาบาก กฬี ำบัตร การเล่นการพนนั มีโทษมากเช่นเดียวกนั กล่าวคือ เมื่อชนะยอ่ มก่อเวร เม่ือแพย้ อ่ มเสียดายทรัพย์ ท่ีเสียไป ทรัพยย์ อ่ มฉิบหาย ไมม่ ีใครเชื่อถอ้ ยคา เป็นที่หม่ินประมาทของเพอ่ื น การเล่นการพนนั น้นั นามาซ่ึงความพนิ าศแก่ทรัพยส์ ินที่มีอยทู่ ุกชนิดมีคากล่าววา่ ถูกไฟไหม้ 10 คร้ัง ยงั ไม่ร้ายแรงเท่ากบั การ เสียพนนั เพราะเมื่อไฟไหมบ้ า้ น ท่ีดินยงั อยเู่ ป็ นของเรา เราอาจปลูกบา้ นใหมอ่ ยไู่ ด้ แต่ถา้ เราแพก้ ารพนนั เราอาจเสียท้งั บา้ นท้งั ที่ดินกไ็ ด้ ฉะน้นั จึงนบั วา่ การเล่นการพนนั น้นั นามาซ่ึงความ เสียหายอยา่ งยงิ่ ยำเสพตดิ ยาเสพติดอบายมุขอยา่ งใหม่เป็นภยั ร้ายแรงตอ่ สุขภาพ อนามยั ขณะน้ีกาลงั ระบาดอยใู่ นหมูค่ น วยั รุ่นหนุ่มมากมาย ยาเสพติดมีหลายชนิด ท่ีรู้จกั กนั ทว่ั ไปคือ เฮโรอีน แหล่งผลิตเฮโรอีนมาจาก สามเหล่ียมทองคา เดินทางผา่ นประเทศไทย เพ่ือส่งไปขายต่างประเทศอีกตอ่ หน่ึง เฮโรอีนมีราคาแพง มาก และหาซ้ือไดย้ ากเขา้ ทุกที เพราะทางราชการปราบปรามอยา่ งเขม้ แขง็ คนวยั รุ่นหนุ่มหนั ไปหาทิน เนอร์ น้ามนั ผสมสี เอามาสูดกลิ่นแทน ทาใหม้ ีอนั ตรายมากยง่ิ ข้ึน ร่างกายอ่อนแอ เป็นการบน่ั ทอนพลงั ของชาติโดยทางออ้ ม คนวยั รุ่นหนุ่มไดเ้ งินจากไหนมาซ้ือยาเสพติดเหล่าน้ี คงไมม่ ีปัญหา ตอ้ งไป ลกั ขโมยใครมาเป็ นแน่ เหตุของการติดยายาเสพติดมกั เกิดจากการคบเพอ่ื นเสเพล เขาชวนใหล้ องคร้ังสอง คร้ัง โดยเขาซ้ือใหล้ องไมช่ า้ ก็ติด เม่ือติดแลว้ รักษาใหห้ ายไดย้ าก อนาคตของชีวติ จะหมดไป คนดีแต่พดู คนเหน็ แก่ได้ คนดีแต่พูดน้นั อาจทาให้เราหลงทาอะไรตามเขาไดห้ ลายอยา่ ง เขาเป็นคนช่างพูด แตเ่ ขาพดู เพื่อ หาประโยชนข์ องเขาเอง คนอยา่ งน้ีมีอนั ตรายมาก เพราะเขาเป็นคนเห็นแก่ไดฝ้ ่ ายเดียว ไม่คิดถึง ประโยชนข์ องผอู้ ่ืน ไม่เห็นใจผอู้ ่ืนขอจบคาปราศรัยแตเ่ พียงน้ีต่อจากน้ี นาย…. จะนาท่านเดินทางไปสู่ สถานท่ีที่จะประกอบพิธีเขา้ ประจากองลูกเสือวสิ ามญั ขอใหท้ า่ นเดินทางไปดว้ ยความสงบเงียบ และทา ใจใหผ้ อ่ งใส
128 3. กำรกล่ำวให้โอวำทตอนท้ำยของพธิ ีเข้ำประจำกอง เม่ือสมาชิกกองลูกเสือวสิ ามญั ไดเ้ ดินทางผา่ นวถิ ีชีวติ สารวจตวั เองเป็นที่แน่นอน จนทาพิธี เขา้ ประจากองลูกเสือวสิ ามญั แลว้ ผอู้ านวยการฝึกอบรมจะกล่าวใหโ้ อวาทแก่ลูกเสือวสิ ามญั ตามแนว ตวั อยา่ งดงั น้ี “ลูกเสือใหม่ท้งั หลาย บดั น้ีเจา้ ทุกคนไดเ้ ป็นลูกเสือวสิ ามญั โดยสมบูรณ์แลว้ ในนามของคณะ กรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ขา้ พเจา้ ขอตอ้ นรับเจา้ ทุกคนเขา้ เป็นสมาชิกลูกเสือวิสามญั ของไทย ตอ่ ไป” “ขา้ พเจา้ หวงั วา่ เจา้ คงไมล่ ืมคาวา่ บริการ ซ่ึงเป็นคติพจนอ์ นั สาคญั ของลูกเสือวสิ ามญั และเจา้ จะ ปฏิบตั ิการบริการใหแ้ ก่เพื่อนมนุษยท์ ุกช้นั โดยมิไดเ้ ห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย และมิไดห้ วงั การตอบแทน แตป่ ระการใด ในการท่ีจะใหก้ ารบริการแก่ผอู้ ่ืนอยา่ งไดผ้ ลเตม็ ท่ี “เจา้ จงเตรียมพร้อม” ตวั เจา้ ตลอดไป ดว้ ย” “กล่าวคือทาตวั เจา้ ใหม้ ีสุขภาพอนามยั สมบูรณ์ไม่เจบ็ ไม่ป่ วย ศึกษาหาความรู้เก่ียวกบั วชิ าการปฐม พยาบาล เพอื่ ช่วยเหลือผปู้ ระสบอุบตั ิเหตุไดโ้ ดยฉบั พลนั ทนั ที” อน่ึง เจา้ จงคานึงถึงสีสามสีที่ประดบั อยทู่ ่ีไหล่ของเจา้ เสมอ เจา้ มีหนา้ ท่ีดูแลช่วยอุปการะสงั่ สอน ลูกเสือรุ่นนอ้ งของเจา้ ใหเ้ ขาเป็นคนดี มีความรู้ ความประพฤติดีงาม ช่วยกนั สร้างสังคมใหเ้ จริญกา้ วหนา้ มีความสงบสุข ประเทศชาติมน่ั คง ดว้ ยอานาจคุณพระศรีรัตนตรัย และส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิท้งั หลายท่ีเจา้ นบั ถือ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ดวงพระวิญญาณของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระผพู้ ระราชทานกาเนิดลูกเสือไทย จง ไดโ้ ปรดดลบนั ดาลให้เจา้ ทุกคนจงมีความสุข ความเจริญ ปรารถนาสิ่งใดที่ดีที่ชอบ จงสาเร็จทุกประการ และใหม้ ีความเจริญกา้ วหนา้ ในชีวติ ลูกเสือของเจา้ ตลอดไป “ สวสั ดี”
129 พธิ ีกำรลกู เสือวสิ ำมญั เอกสำรประกอบ (6) (แบบฟอร์มทใ่ี ช้สำรวจตนเอง) การสารวจตวั เองของผทู้ ่ีเขา้ เป็นลูกเสือวสิ ามญั การสมคั รเขา้ เป็นลูกเสือวสิ ามญั เริ่มตน้ ดว้ ยการสารวจตวั เองก่อน ดงั ต่อไปน้ี ก. เมื่อเรามีอายมุ ากข้ึน วนั เวลาก็ยง่ิ ผา่ นไปเร็วข้ึน เมื่อคิดดูจะเห็นวา่ ชีวติ ของคนน้นั ส้ันมากและ ในไมช่ า้ ก็จะสิ้นสุด ลูกเสือจึงควรถามตนเองวา่ 1. ฉนั ไดใ้ ชเ้ วลาในชีวิตของฉนั ใหเ้ ป็ นประโยชนส์ มกบั ท่ีไดเ้ กิดมาแลว้ หรือ 2. ฉนั ไดป้ ล่อยเวลาใหห้ มดไปโดยไม่ไดท้ าอะไรใหเ้ ป็นประโยชน์เลยหรือ 3. ฉนั กาลงั ทางานอะไรอยทู่ ี่ไม่เป็นประโยชน์แก่ใครเลยหรือ 4. ฉนั เสาะแสวงหาความเพลิดเพลินหรือหาเงิน หรือหาหนทางกา้ วหนา้ ให้แก่ตนเองเกินไป โดยมิไดพ้ ยายามช่วยเหลือผอู้ ่ืนหรือ 5. ฉนั เคยทาร้ายหรือทาใหใ้ ครเดือดร้อนบา้ งหรือไม่ ฉนั ทาอะไรเพือ่ แกไ้ ขส่ิงท่ีฉนั ผดิ ไปแลว้ ไดบ้ า้ ง 6. ฉนั เคยไดช้ ่วยเหลือใครบา้ งในชีวติ ของฉนั มีใครอีกหรือไม่ท่ีฉนั จะช่วยได้ ข. คติพจนข์ องลูกเสือวสิ ามญั คือ “บริการ” ฉะน้นั ถา้ ไดเ้ ขา้ ร่วมเป็ นลูกเสือวสิ ามญั กค็ งจะไดม้ ี โอกาสไดร้ ับการฝึกอบรมและทางานเก่ียวกบั บริการต่าง ๆ ซ่ึงถา้ ฉนั มิไดเ้ ป็นลูกเสือวสิ ามญั จึงควรถามตนเองวา่ 1. ฉนั เขา้ มาเป็ นลูกเสือวิสามญั เพ่ือความสนุกสนานที่จะไดเ้ ท่าน้นั หรือ 2. ฉนั ต้งั ใจจะบริการโดยการเสียสละอยา่ งจริงใจหรือไม่ 3. ฉนั เขา้ ใจความหมายของคาวา่ “บริการ” อยา่ งไร 4. ฉนั ทาใหผ้ อู้ ื่นเดือดร้อนในงาน แผนงาน หรือการกระทาการใด ๆ ของฉนั บา้ งหรือไม่ 5. บริการอะไรท่ีฉนั ทาไดอ้ ยา่ งดีท่ีสุด ที่บา้ น ที่ทางาน และในเวลาวา่ งของฉนั ค. บริการไมใ่ ช่เรื่องของเวลาวา่ งเทา่ น้นั บริการควรเป็นทศั นคติแห่งชีวติ ซ่ึงมีช่องทางท่ีจะ แสดงออกมาดว้ ยความสมคั รใจของเราเอง เราไมไ่ ดท้ างานเพอื่ นายจา้ งใด ๆ ท่ีเราใหบ้ ริการ ยอ่ มแลว้ แต่นิสยั ใจคอของเราเองเป็ นสาคญั ฉะน้นั จึงตอ้ งบงั คบั ตนเองใหอ้ ยใู่ นวนิ ยั เพื่อวา่ เราจะไดเ้ ป็ น ตวั อยา่ งท่ีดีแก่ผอู้ ่ืน 1. ฉนั จะเพียรพยายามท่ีจะละหรือเลิกนิสัยชว่ั ท้งั หลายท่ีไดม้ ีมาแตก่ ่อนแลว้ หรือ 2. อะไรเป็ นจุดอ่อนในนิสัยใจคอของฉนั บา้ ง 3. ฉนั มีความจงรักภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ และซ่ือตรงต่อครอบครัว ผบู้ งั คบั บญั ชา ผนู้ อ้ ย ขบวนการลูกเสือ เพื่อนของฉนั และตวั ของฉนั เองหรือไม่
130 4. ฉนั เป็นผมู้ ีเกียรติ มีสจั จะ และเชื่อถือไดจ้ ริงหรือ 5. ฉนั มีความหนกั แน่น ร่าเริง และมีความเมตตากรุณาตอ่ ผูอ้ ่ืนหรือ 6. ฉนั มีสติ และประพฤติชอบดว้ ยกายวาจา ใจหรือ 7. ฉนั มีความมานะ อดทนที่จะยนื หยดั ในเม่ือโชคไมเ่ ขา้ ขา้ งฉนั หรือ 8. ฉนั เป็นตวั ของฉนั เอง หรือฉนั ยอมใหผ้ อู้ ่ืนชกั จูงไป 9. ฉนั มีใจเขม้ แขง็ พอท่ีจะหลีกเลี่ยงจากสิ่งยวั่ เยา้ ยวนต่าง ๆ เช่น การพนนั สุรา นารีหรือ 10. ถา้ ฉนั มีขอ้ บกพร่องในส่ิงเหล่าน้ีประการใด ฉนั จะตกลงใจ ณ บดั น้ี หรือไม่วา่ ฉนั จะทาตวั ใหด้ ีท่ีสุด ท่ีจะแกไ้ ขบกพร่องเหล่าน้นั และสลดั ใหส้ ิ้นไป ขอใหส้ ่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิท้งั หลาย จงดลบนั ดาลให้ ขา้ มีกาลงั ใจท่ีจะกา้ วไปขา้ งหนา้ อยา่ งลูกผชู้ าย สมเป็นพลเมืองดี และเพือ่ เป็นกาลงั ของชาติบา้ นเมืองของ ขา้ สืบไป ในการสารวจตวั เองของลูกเสือวสิ ามญั น้นั ส่วนมากจะกระทาก่อนทาพธิ ีเขา้ ประจากองเลก็ นอ้ ย หรือจะเรียกวา่ เป็นส่วนหน่ึงของพธิ ีเขา้ ประจากองก็ได้ เพราะในทางปฏิบตั ิน้นั เมื่อเตรียมลูกเสือวสิ ามญั ไดผ้ า่ นหลกั สูตรเตรียมลูกเสือวสิ ามญั มาแลว้ และสมคั รใจที่จะเป็นลูกเสือวสิ ามญั กากบั กองลูกเสือวสิ ามญั ก็ จะไดก้ ระทาพธิ ีเขา้ ประจากองใหแ้ ก่ลูกเสือวสิ ามญั น้นั ๆ ก่อนท่ีจะทาพธิ ีเขา้ ประจากองน้นั ผกู้ ากบั กองลูกเสือจะใหเ้ ตรียมลูกเสือวสิ ามญั ทาการสารวจตวั เองก่อน โดยผกู้ ากบั กอง ลูกเสือจะนดั หมายใหเ้ ตรียมลูกเสือวสิ ามญั มาพร้อมกนั ส่วนมากจะกระทาในตอนกลางคืน เม่ือเตรียม ลูกเสือวสิ ามญั มาพร้อมกนั แลว้ ผกู้ ากบั กองลูกเสือกองลูกเสือวสิ ามญั ก็จะอธิบายใหเ้ ตรียมลูกเสือวสิ ามญั ฟังถึงเร่ืองอุปสรรคในการดาเนินชีวิตต่าง ๆ เช่น สุรา นารี ภาชี กีฬาบตั ร ใหเ้ ตรียมลูกเสือวสิ ามญั ฟัง พอสมควร แลว้ ก็จะนาเตรียมลูกเสือวสิ ามญั เดินไปยงั ท่ีจะกระทาการสารวจตวั เอง และก่อนจะถึง สถานท่ีสารวจตวั เองน้นั จะผา่ นจุดต่าง ๆ 10 จุด แตล่ ะจุดจะมีผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือวสิ ามญั อ่านกฎของ ลูกเสือและอธิบายความหมายส้ัน ๆ ใหฟ้ ังดงั ๆ โดยเริ่มต้งั แต่กฎของลูกเสือขอ้ ท่ี 1 เป็นตน้ ไปเป็ นจุด ๆ ถึง จุดไหนกห็ ยดุ ฟัง พออ่านจบกเ็ ดินต่อไป จนหมดท้งั 10 ขอ้ กจ็ ะถึงสถานท่ีสารวจตนเอง ซ่ึงมีบริเวณกวา้ ง พอที่ลูกเสือจะแยกกนั เพอื่ สารวจตวั เองอยา่ งอิสระไมช่ ิดกนั เกินไป มีโตะ๊ หมูบ่ ูชาและหลงั จากจุดธูปเทียน บูชาพระแลว้ ผกู้ ากบั กองลูกเสือก็จะแจกเทียนใหล้ ูกเสือคนละ 1 เล่ม พร้อมท้งั ขอ้ ความสารวจตวั เองคน ละ 1 แผน่ และนดั หมายให้ทุกคนไปนง่ั พิจารณาโดยจุดเทียนพจิ ารณาขอ้ ความ เม่ือทุกคนพจิ ารณาได้ เวลา พอสมควรหรือเขา้ ใจหรือเทียนหมดเล่มแลว้ ใหก้ ลบั ไปยงั สถานท่ีทาพิธีเขา้ ประจากองทนั ที ส่วนผู้ กากบั กองลูกเสือวสิ ามญั และผบู้ งั คบั บญั ชาอ่ืน ๆ กก็ ลบั มายงั สถานที่กระทาพธิ ีเขา้ ประจากอง เพื่อเตรียม พธิ ีต่าง ๆ รอเตรียมลูกเสือวสิ ามญั กลบั มา เมื่อเตรียมลูกเสือวสิ ามญั กลบั มายงั ที่กระทาพธิ ีเขา้ ประจากอง หมดแลว้ ทุกคน ก็เร่ิมพธิ ีเขา้ ประจากองทนั ที
131 พธิ ีกำรลกู เสือวสิ ำมัญ เอกสำรประกอบ (7) ข้อเสนอแนะเกย่ี วกบั กำรทำพธิ ีสำรวจตวั เอง ในพธิ ีการสารวจตนเองก่อนเร่ิมพิธีเขา้ ประจากองลูกเสือวิสามญั มีข้นั ตอนการปฏิบตั ิดงั น้ี 1. จดั ใหม้ ีพธิ ีในตอนกลางคืน ควรจะเร่ิมต้งั แต่เวลา 19.30 น. เป็นตน้ ไปจนกวา่ จะเสร็จพิธี เขา้ ประจากองลูกเสือวสิ ามญั 2. ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมซ่ึงเปรียบเสมือนลูกเสือวสิ ามญั แตง่ เคร่ืองแบบครบเรียบร้อยเขา้ ที่นงั่ ที่จดั ไว้ อนั เป็ นท่ีนงั่ สบายพอสมควรและสงบเงียบ 3. ประธานในพธิ ีเขา้ ช้ีแจงถึงวตั ถุประสงคข์ องการสารวจตนเอง ใหท้ ุกคนปฏิบตั ิดว้ ยศรัทธา สงบ จริงใจและมีสมาธิแน่วแน่ ใหถ้ ือวา่ เป็ นพิธีการ ไม่ใช่เร่ืองทาเล่น ๆ หรือสนุกสนานทุกคนตอ้ งสงบ และสารวมอยา่ งแทจ้ ริง 4. หลงั จากท่ีประธานกล่าวถึงวตั ถุประสงคใ์ นขอ้ 3 แลว้ ประธานจะกล่าวปราศรัยถึง เกาะแก่งแห่งชีวติ ซ่ึงจะเป็ นตวั อุปสรรคขดั ขวางมิใหด้ าเนินชีวติ ของคนเราดาเนินไปดว้ ยดี เกาะแก่งแห่ง ชีวติ ดงั กล่าวคือ อบายมุขตา่ ง ๆ ( ดูรายละเอียดการกล่าวในเอกสารประกอบ) 5. คณะผใู้ หก้ ารฝึกอบรมไดเ้ ตรียมแผนการเดินทางสารวจตวั เองไวล้ ่วงหนา้ ก่อนแลว้ โดยเขียนกฎลูกเสือ 10 ขอ้ เพียงยอ่ ๆ เช่น “มีเกียรติ” “ประพฤติชอบ” ลงบนกอ้ นหินท่ีมีขนาดโต หรือ ในกระดาษแผน่ โต สุดแตก่ รณีเพอ่ื ผไู้ ปพบอ่านไดง้ ่าย จานวน 10 กอ้ นครบจานวน กฎท้งั 10 ขอ้ แลว้ นากอ้ นหินหรือแผน่ กระดาษตอกติดกบั เสาไปต้งั ไวใ้ นป่ า (หากมี) หรือรอบ ๆ สนาม โดยวางไวห้ ่าง ๆ กนั ตามลาดบั กฎขอ้ 1 -10 ระยะทางที่วางใหว้ กวนพอสมควร (ส่ิงตา่ ง ๆ ดงั กล่าวในขอ้ น้ี ตอ้ งเตรียมไว้ ก่อนล่วงหนา้ ในตอนเยน็ ของวนั สารวจตวั เอง) พร้อมท้งั กาหนดตวั บุคคล จานวน 11 คน ไวป้ ระจาตาม จุดท้งั 10 จุดรวมท้งั ผทู้ ี่จะกล่าวสรุปอีก 1 คน อยรู่ วมกบั กฎขอ้ ที่ 11 ท้งั น้ีผปู้ ระจาตามจุดท้งั 10 ตอ้ งมีไฟ ฉายติดตวั ดว้ ยเพ่อื ไวอ้ ่านขอ้ ความซ่ึงอธิบายความหมายของกฎลูกเสือได้ และอยา่ ลืมวา่ ตามจุดต่าง ๆ ดงั กล่าว ตอ้ งมีตะเกียงจุดต้งั ไวเ้ พ่อื เสดงจุดที่ต้งั ดว้ ย เพราะลูกเสือจะตอ้ งเดินผา่ นโดยมีผกู้ ากบั กอง ลูกเสือนาทางไปเมื่อลูกเสือไดฟ้ ัง เร่ือง “อบายมุข” จบแลว้ 6. ผกู้ ากบั กองลูกเสือหรือรองผกู้ ากบั กองลูกเสือคนหน่ึง จะเป็นผพู้ ากองลูกเสือออกเดินทางไป ในระหวา่ งความมืด ซ่ึงเปรียบเสมือนผา่ นวถิ ีวางแห่งชีวิตลูกเสือ โดยเรียกแถวลูกเสือใหอ้ ยใู่ นรูปแถว ตอนหมู่ (ตอนลึก) เม่ือเรียบร้อยแลว้ ถือไฟฉายเดินนาแถวลูกเสือไปชา้ ๆ ทุกคนอยใู่ นภาวะสงบ ไมพ่ ดู ไม่ คุย ส่ิงใดท้งั สิ้น และเดินตามผนู้ าไป เมื่อถึงกฎขอ้ 1 ใหผ้ นู้ าแถวใหส้ ัญญาณดว้ ยไฟฉายแก่ผปู้ ระจาฐาน ซ่ึงซ่อนตวั อยไู่ มใ่ หล้ ูกเสือเห็น อา่ นขอ้ ความของกฎขอ้ ท่ี 1 และคาสอนประกอบดงั ๆ และชา้ ๆ ดว้ ย
132 เสียงท่ีหนกั แน่นในท่ามกลางความมืดอนั สงบเงียบน้นั เม่ือจบขอ้ ความแลว้ ผนู้ าแถวก็นาลูกเสือผา่ นฐาน ตอ่ ไปตามลาดบั จนครบกฎขอ้ 10 แลว้ ตอนทา้ ยสุดจะมีผกู้ ล่าวสรุปกฎท้งั 10 ขอ้ อีกคร้ังหน่ึง 7. หลงั จากการกล่าวสรุปแลว้ ผนู้ าแถวจึงนาแถวไปสู่ลานกวา้ งอีกแห่งหน่ึง ซ่ึงมีโตะ๊ หมู่บูชา ต้งั อยพู่ ร้อมแลว้ ผนู้ าแถวเชิญประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ผนู้ าแถวและลูกเสือทุกคนยนื พนม มือ เสร็จแลว้ ผนู้ าแถวมอบเทียน ไมข้ ีดไฟ พร้อมท้งั คาสารวจตวั เอง (ขอ้ บงั คบั ฯ ขอ้ 293) ใหล้ ูกเสือทุก คน ลูกเสือแต่ละคนเมื่อรับของดงั กล่าวแลว้ ใหแ้ ยกกนั ไปหาที่นงั่ ท่ีจุดใดจุดหน่ึงในบริเวณน้นั ต่างคนต่าง นง่ั ใหห้ ่างกนั เสมือนนงั่ อยโู่ ดดเด่ียว แลว้ นง่ั พิจารณาตวั เองตามขอ้ ความท้งั 21 ขอ้ ในแผน่ กระดาษคา สารวจตวั เองไดแ้ จกมา หากมีขอ้ ใดที่ไม่อาจปฏิบตั ิไดห้ รือ ยากแก่การปฏิบตั ิ ใหพ้ ิจารณาสารวจตวั เองใน ขอ้ น้นั นาน ๆ อีกคร้ังหน่ึง หากยงั ถือปฏิบตั ิไม่ไดเ้ ช่นเดิม ลูกเสือผนู้ ้นั มีสิทธ์ิเดินออกไปจากบริเวณท่ี สารวจตวั เองไดแ้ ละไม่มีสิทธ์ิท่ีจะเขา้ ร่วมพธิ ีเขา้ ประจากองลูกเสือวสิ ามญั ในวนั น้นั จนกวา่ ลูกเสือผนู้ ้นั จะผา่ นการสารวจตวั เองทุกขอ้ จึงจะเขา้ พิธีเขา้ ประจากองลูกเสือวสิ ามญั ไดใ้ นวนั ตอ่ ไป 8. เมื่อผนู้ าแถวเห็นวา่ ลูกเสือไดก้ ระทาการสารวจตวั เองเรียบร้อยแลว้ ใหน้ าลูกเสือเขา้ สู่สถานที่ ที่จะประกอบพธิ ีเขา้ ประจากองลูกเสือวสิ ามญั และติดแถบสามสีตอ่ ไป สถานที่ท่ีจะประกอบพิธีเขา้ ประจากองลูกเสือวสิ ามญั ควรจะเป็นคูหาลูกเสือวสิ ามญั หรือพระพทุ ธศาลา หรือโบสถ์ ซ่ึงเป็น สถานที่สงบเงียบ ต่อจากน้นั กองลูกเสือวสิ ามญั ทาพธิ ีเขา้ ประจากอง ตามขอ้ บงั คบั คณะลูกเสือแห่งชาติ เม่ือลูกเสือ ไดต้ ิดแถบสามสีเรียบร้อยแลว้ ผกู้ ากบั กองลูกเสือกล่าวใหโ้ อวาท ลูกเสือเก่า (ถา้ มี)หรือผกู้ ากบั กอง ลูกเสือจบั มือแสดงความ ยนิ ดี เป็นอนั เสร็จพิธี
133 พธิ ีกำรลูกเสือวสิ ำมญั เอกสำรประกอบ (8) คำกล่ำวตำมฐำนของกฎลกู เสือ 10 ข้อ ในการประกอบพธิ ีสารวจตนเอง ข้อ 1. ลกู เสือมีเกียรตเิ ชื่อถือได้ ลูกเสือท่ีแทจ้ ริงถือวา่ เกียรติของเขาสาคญั กวา่ สิ่งใด เกียรติของเขาเป็ นส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิ คนที่รู้จกั รักษาเกียรติ เป็นผเู้ ช่ือถือไดเ้ สมอ เขาจะไมก่ ระทาสิ่งใด ๆ ท่ีเสียเกียรติ เช่น พดู เท็จกบั ผบู้ งั คบั บญั ชา หรือ นายจา้ งหรือผอู้ ยใู่ ตบ้ งั คบั บญั ชาของเขา และเขาจะทาตวั ใหเ้ ป็นที่นบั ถือของคนทว่ั ไป ในฐานะที่เป็น ลูกเสือวสิ ามญั ทา่ นตอ้ งไม่ยอมใหส้ ่ิงยวั่ ยวนใจไม่วา่ จะลึกลบั หรือรุนแรงเพยี งไรมาชกั จูงใหท้ า่ นกระทา การใด ๆ ท่ีไมส่ ุจริตหรือเป็นท่ีน่าสงสยั ทา่ นจะไม่ละเมิดคามนั่ สัญญาเป็นอนั ขาด ข้อ 2. ลูกเสือมคี วำมจงรักภักดีต่อชำติ ศำสนำ พระมหำกษตั ริย์ และซื่อตรงต่อผ้มู พี ระคุณ ในฐานะเป็นพลเมืองดี ท่านจะตอ้ งระลึกเสมอวา่ ท่านเป็ นหน่ึงในคณะ หรือเป็นอิฐกอ้ นหน่ึงใน กาแพงทา่ นจะตอ้ งทาหนา้ ที่ของท่านใหด้ ีท่ีสุด และซ่ือตรงกบั ผมู้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งกบั ท่าน เช่น พอ่ แม่ พ่นี อ้ ง นายจา้ ง และลูกจา้ งของทา่ น ทา่ นจะตอ้ งไมท่ าลายเกียรติของทา่ นดว้ ยการเล่นไม่เช่ือ นอกจากน้นั ทา่ น ตอ้ งไมท่ าใหผ้ ทู้ ่ีไวว้ างใจทา่ น ไมว่ า่ ชายหรือหญิงตอ้ งผดิ หวงั บรรพบุรุษของทา่ นไดท้ างานดว้ ยความ เขม้ แขง็ รบดว้ ยความทรหด และตายดว้ ยความองอาจเพ่ือรักษาบา้ นเมืองไวใ้ หท้ ่าน ขออยา่ ใหบ้ รรพบุรุษ ของทา่ นมองลงมาจากสวรรคแ์ ลเห็นท่านเที่ยวเตร่ เอามือใส่กระเป๋ าโดยไม่ไดท้ าประโยชนอ์ ะไรเพื่อ บา้ นเมืองเลย จงแสดงบทบาทของทา่ นแต่ละคนตามตาแหน่งของตนและเล่นดว้ ยน้าใจนกั กีฬา ข้อ 3. ลกู เสือมีหน้ำทก่ี ระทำตนให้เป็ นประโยชน์และช่วยเหลือผ้อู ื่น ลูกเสือจะพยายามใหค้ วามเมตตากรุณา เพ่อื บาเพญ็ ประโยชนต์ อ่ ประชาชนอยเู่ สมอ ความคิดเห็น ของเขามีวา่ คนทุกคนตอ้ งตาย แต่ทา่ นควรจะทาใจของทา่ นวา่ ก่อนเวลาจากโลกน้ีเป็ นไปตามวถิ ีทางของ ธรรมชาติทา่ นควรจะทาความดีบา้ ง ฉะน้นั จงทาทนั ทีเพราะท่านไม่รู้เลยวา่ เมื่อใดท่านจะตอ้ งล่วงลบั ไป ข้อ 4. ลกู เสือเป็ นมติ รของคนทุกคนและเป็ นพนี่ ้องกบั ลกู เสืออื่นทว่ั โลก ในฐานะที่เป็นลูกเสือวสิ ามญั ทา่ นจะตอ้ งยอมรับรู้วา่ ผอู้ ื่นเป็นเพ่ือนมนุษย์ และทา่ นตอ้ งไม่ รังเกียจความแตกต่างในเร่ืองความคิด วรรณะ ศาสนา หรือชาติบา้ นเมือง ทา่ นตอ้ งขจดั อคติของท่านและ มองจุดดีของคนอ่ืน ส่วนจุดชว่ั น้นั คนโง่ก็ยอ่ มวจิ ารณ์ได้ ถา้ ท่านแสดงไมตรีจิตต่อคนชาติอื่นไดเ้ ช่นน้ี ก็ นบั วา่ ทา่ นไดช้ ่วยก่อใหเ้ กิดสันติภาพและไมตรีจิตระหวา่ งประเทศและมวลมนุษยชาติได้
134 ข้อ 5. ลูกเสือเป็ นผู้สุภำพเรียบร้อย ในฐานะท่ีท่านเป็ นลูกเสือวสิ ามญั ทา่ นจะตอ้ งสุภาพและคานึงถึงผหู้ ญิง คนแก่ เดก็ และบุคคลทวั่ ๆ ไปแตย่ งิ่ กวา่ น้นั ทา่ นจะตอ้ งสุภาพต่อฝ่ ายตรงขา้ มกบั ทา่ นดว้ ย รวมความวา่ ทา่ นจะตอ้ งเป็นสุภาพบุรุษ สุภาพบุรุษคือผปู้ ฏิบตั ิตามกฎแห่งการบาเพญ็ ประโยชน์ของลูกเสือ ข้อ 6. ลูกเสือมีควำมเมตตำกรุณำต่อสัตว์ สัตวท์ ้งั หลาย มีความรัก และความหวงแหนชีวติ ตนยงิ่ กวา่ ส่ิงใด ต่างก็ดิ้นรนต่อสู้เพ่อื ใหช้ ีวติ อยู่ รอดและปลอดภยั จากอนั ตราย ทุกชีวติ ปรารถนาความสุข ความรัก ความอบอุน่ และการช่วยเหลือเก้ือกูล แต่เกลียดกลวั และหวาดระแวงตอ่ การล่วงเกิน เบียดเบียน และทาร้าย ภารกิจอนั สาคญั ที่สุดของลูกเสือ วสิ ามญั คือการช่วยเหลือผูอ้ ่ืนใหพ้ น้ จากความทุกขแ์ ละการบริการแก่ผอู้ ่ืนใหไ้ ดร้ ับความสุข ดงั น้นั ลูกเสือ วสิ ามญั ทุกคน จึงควรจะเป็ นผทู้ ่ีมีความรักและความเมตตากรุณาต่อสัตวด์ ว้ ย ข้อ 7. ลกู เสือเช่ือฟังคำสั่งของบดิ ำมำรดำ และผู้บงั คบั บัญชำด้วยควำมเคำรพ ในฐานะที่เป็นลูกเสือวสิ ามญั ทา่ นยอ่ มบงั คบั ตนเองและเต็มใจเช่ือฟังคาสั่งของพ่อแม่ ครู อาจารย์ นายหมู่และผกู้ ากบั กองลูกเสือ โดยชอบดว้ ยเหตุผล ไมม่ ีการโตแ้ ยง้ ชุมชนท่ีมีวนิ ยั ดีเป็ นชุมชนท่ีมี ความสุขท่ีสุด แต่วนิ ยั ตอ้ งเกิดมาจากภายใน มิใช่ถูกบงั คบั จากภายนอกดงั น้นั การปฏิบตั ิตนเป็นตวั อยา่ งท่ี ดีแก่ผอู้ ื่นจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก ข้อ 8. ลกู เสือมีใจร่ำเริงและไม่ย่อท้อต่อควำมยำกลำบำก ในฐานะเป็นลูกเสือวสิ ามญั คนอ่ืน ๆ จะคอยมองดูทา่ นและคิดอยเู่ สมอวา่ ท่านคงจะไม่หวั เสีย และจะยนื หยดั ต่อสู้ดว้ ยความเขม้ แขง็ และร่าเริงอดทน ในเม่ือเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดข้ึน ข้อ 9. ลกู เสือเป็ นผู้มัธยสั ถ์ ในฐานะท่านเป็ นลูกเสือวสิ ามญั ท่านจะมองไปขา้ งหนา้ และไมย่ อมเสียเวลา หรือเสียเงินสาหรับ ความสุขสาราญในปัจจุบนั แต่จะใชโ้ อกาสน้นั เพ่ือใหไ้ ดบ้ รรลุความสาเร็จในหนา้ ที่ที่ทา่ นกระทา ท้งั น้ี เพอ่ื วา่ จะไดไ้ ม่ตอ้ งเป็นภาระแก่ผอู้ ่ืน แตก่ ลบั จะเป็นการช่วยเหลือผอู้ ่ืนไดอ้ ีกดว้ ย ข้อ 10. ลกู เสือประพฤตชิ อบด้วยกำย วำจำ ใจ ในฐานะท่ีท่านเป็ นลูกเสือวสิ ามญั ท่านตอ้ งมีใจสะอาดคิดแต่เรื่องท่ีเป็นมงคล สามารถควบคุมสติ และจิตใจตนเองไมใ่ หฟ้ ุ้งซ่านใน รูป-รส-กลิ่น-เสียง-สมั ผสั และของมึนเมาจนเกินกวา่ เหตุ ทา่ นตอ้ งเป็ น ตวั ของตวั เองและเป็นตวั อยา่ งที่ดีแก่ผอู้ ่ืน ในทุกสิ่งทุกอยา่ งที่ท่านคิด-พดู และกระทา
135 สรุปตำมกฎ 10 ข้อของลกู เสือวสิ ำมญั ในฐานะท่ีท่านเป็ นลูกเสือวสิ ามญั ทา่ นตอ้ งจาไวว้ า่ การขา้ มจากความเป็นเดก็ ไปสู่ความเป็นผใู้ หญ่ น้นั ทา่ นมิไดเ้ ป็นแต่เพียงเรียนรู้ในการปฏิบตั ิตามกฎของลูกเสือ แตท่ ่านกาลงั ใชก้ ฎของลูกเสือน้นั สาหรับ ปฏิบตั ิในการดาเนินชีวติ ของท่าน ในปัจจุบนั ทา่ นอยใู่ นฐานะรับผดิ ชอบท่ีจะเป็นตวั อยา่ งแก่ผอู้ ่ืน และชกั นาเขาเหล่าน้นั ใหไ้ ปในทางที่ดี หรือทางชวั่ กไ็ ด้ ถา้ ท่านปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ ทา่ นก็ ยอ่ มเป็นตวั อยา่ งท่ีดี แตถ่ า้ ทา่ นไมป่ ฏิบตั ิเช่นน้นั กเ็ ป็นท่ีน่าเสียดายวา่ ทา่ นจะเป็นบ่อเกิดแห่งความชวั่ ร้าย และชกั นาผอู้ ื่นไปทางท่ีผดิ ข้อเสนอแนะบำงประกำรสำหรับพธิ ีสำรวจตนเอง ในปัจจุบนั สถานศึกษาหลายแห่ง มกั จะใหม้ ีพธิ ีสารวจตวั เอง และเขา้ ประจากองแก่กอง ลูกเสือ-วสิ ามญั พร้อมกนั เป็ นจานวนมาก ทาใหเ้ กิดปัญหาในการเดินไปตามจุดต่าง ๆ เพื่อรับฟังคาอธิบาย ความหมายของกฎท้งั 10 ขอ้ พร้อมคาสรุปกฎ เน่ืองจากจะเป็นแถวยาว หรือจานวนมากเกินไปที่จะไดย้ นิ ชดั เจนทุกคน ซ่ึงจะไมเ่ ป็นประโยชนท์ ี่จะใชว้ ธิ ีน้ี จึงมีขอ้ เสนอแนะใหน้ าลูกเสือเขา้ นงั่ ในหอ้ งประชุม ของสถานที่ที่สงบ หรือสถานที่อ่ืนใด ตามความเหมาะ สม แลว้ ใหผ้ กู้ ากบั ฯ ผลดั เปล่ียนกนั อ่านคาอธิบาย ใหล้ ูกเสือฟัง จะทาใหล้ ูกเสือไดย้ นิ ชดั ทุกคนและการควบคุมลูกเสือใหอ้ ยใู่ นความสงบทาไดด้ ีกวา่ แลว้ ปฏิบตั ิตามข้นั ตอนต่อไป คือ เชิญประธานจุดธูปบูชาพระรัตนตรัย ลูกเสือทุกคนยนื พนมมือ เรียบร้อย แลว้ ผกู้ ากบั ฯ มอบคาสารวจตวั เอง เทียน และจุดเทียน เพ่ือใหล้ ูกเสือต่อ โดยใหล้ ูกเสือแยกกนั ไปหาท่ีจุด ใด จุดหน่ึงบริเวณน้นั ห่าง ๆ กนั นง่ั พจิ ารณาขอ้ ความท่ีไดร้ ับแจก เสร็จแลว้ นาลูกเสือทาพธิ ีเขา้ ประจา กองโดยแบง่ เป็นจุดๆ จุดละ 1 - 2 กอง ไมค่ วรทาพธิ ีเขา้ ประจากองรวมพร้อมกนั ท้งั หมดเพราะจะทาให้ เสียเวลานาน ลูกเสือท่ีรอคอยจะเกิดความเบื่อหน่าย ทาใหค้ วามศกั ด์ิสิทธ์ิของพธิ ีหมดความหมายไป ควรยดึ หลกั ส้นั ง่าย แตจ่ ริงใจหรือมีความหมายนนั่ เอง
พธิ ีกำรลกู เสือวสิ ำมญั 136 เอกสำรประกอบ (9) ควำมสำคัญของพธิ ีกำร (เกบ็ จากความคิดเห็นของกลุ่ม) 1. มีความหมายสาหรับลูกเสือ 2. สร้างความศกั ด์ิสิทธ์ิใหแ้ ก่กิจการลูกเสือ 3. ส่งเสริมใหเ้ ดก็ ไดม้ ีวฒุ ิทางลูกเสือสูงข้ึน 4. เพื่อเนน้ ใหเ้ ห็นถึงความสาคญั ของการเป็นลูกเสือ 5. เพอ่ื เป็นเกียรติแก่ลูกเสือ 6. เพื่อก่อใหเ้ กิดความศรัทธาและเช่ือมนั่ ในกิจการของลูกเสือ 7. เพื่อใหเ้ ห็นคุณคา่ ของกิจการลูกเสือ 8. เพอ่ื ก่อใหเ้ กิดแรงจูงใจ 9. เพ่ือใหเ้ กิดความประทบั ใจในพธิ ีการต่าง ๆ ของกิจการลูกเสือ 10. เพือ่ ก่อใหเ้ กิดความสามคั คีในหมูค่ ณะ 11. เพอ่ื เป็นการแสดงออกซ่ึงความจงรักภกั ดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ 12. เพ่อื เป็นการสร้างมนุษยสมั พนั ธ์ท่ีดี 13. ทาใหล้ ูกเสือเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรคร์ ู้จกั กลา้ แสดงออก 14. ลูกเสือเกิดความภูมิใจและเกิดความอบอุ่นเน่ืองจากตนเป็นท่ียอมรับของกลุ่มลูกเสือน้นั 15. ลูกเสือไดร้ ับความสนุกสนานต่ืนเตน้ เร้าใจ 16. ทาใหส้ านึกในความกรุณาของผใู้ หก้ าเนิดลูกเสือ และผมู้ ีพระคุณแก่การลูกเสือ 17. ทาใหม้ ีความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม 18. ทาใหเ้ ป็นบุคคลที่มีความสุภาพเรียบร้อย 19. ทาใหเ้ ป็นผมู้ ีจิตใจโอบออ้ มอารี เอ้ือเฟ้ื อเผอื่ แผแ่ ก่มนุษยด์ ว้ ยกนั 20. ทาใหเ้ ป็นบุคคลท่ีมีความสุภาพเรียบร้อย 21. ทาใหเ้ ป็นคนท่ีมองไกลในแง่ดีอยเู่ สมอ 22. ทาใหร้ ู้จกั ใชจ้ า่ ยในดา้ นต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง 23. ทาใหเ้ ป็นบุคคลที่สามารถทาใหส้ ังคมเชื่อถือได้ 24. ใหล้ ูกเสือไดร้ ู้สึกวา่ ตวั เขาไดร้ ่วมในพธิ ีการท่ีสาคญั 25. เพื่อใหป้ ฏิบตั ิเป็นไปตามข้นั ตอนที่เหมือนกนั 26. เพอื่ ใหเ้ กิดความซาบซ้ึงและรู้คุณค่าของกฎ คาปฏิญาณ 27. เพือ่ ใหผ้ ดู้ าเนินการเกิดความมนั่ ใจในการปฏิบตั ิ
เรื่อง กำรชุมนุมรอบกองไฟ 137 บทเรียนท่ี 8 เวลำ 30 นำที ขอบข่ำยวชิ ำ อธิบายถึงความมุ่งหมายของการชุมนุมรอบกองไฟ เอกลกั ษณ์การชุมนุมรอบกองไฟของลูกเสือ ไทย เปิ ดโอกาสใหล้ ูกเสือวสิ ามญั ไดแ้ สดงออกอยา่ งสนุกสนาน ส่งเสริมการทางานในระบบกลุ่ม และวธิ ี จดั สถานที่ชุมนุมรอบกองไฟ จุดหมำย เพ่อื ใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมเขา้ ใจการจดั การชุมนุมรอบกองไฟ วตั ถุประสงค์ เมื่อจบบทเรียนน้ีแลว้ ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมควรจะสามารถ 1. อธิบายความมุ่งหมายและดาเนินการจดั ชุมนุมรอบกองไฟได้ 2. ปฏิบตั ิหนา้ ที่เป็นพิธีกรในการชุมนุมรอบกองไฟไดด้ ีพอสมควร 3. ทาหนา้ ที่ประธานการชุมนุมรอบกองไฟไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง วธิ ีสอน / กจิ กรรม 1. บรรยายประกอบการสาธิต 2. ใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมมีส่วนร่วมดว้ ย สื่อกำรสอน 1. แผนภูมิ หรือแผน่ โปร่งใส หรือสื่ออิเลคทรอนิค 2. กองไฟจาลอง 3. พวงมาลยั / พุม่ สลากจาลอง กำรประเมินผล 1. โดยการสงั เกตพฤติกรรม 2. โดยการซกั ถาม
138 เนื้อหำวชิ ำ จากประสบการณ์ในชีวติ ทหารของ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ท่ีไดพ้ บเห็นการพกั แรมคืนของพอ่ คา้ ซ่ึงเดินทางรอนแรมไปตา่ งเมืองและวธิ ีการของชาวพ้นื เมือง ซ่ึงมีการชุมนุมกนั ในยามค่าคืน เป็นการ พกั ผอ่ น สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปรึกษาหารือกนั ท้งั มีการร่วมสนุกสนานดว้ ยการร้องเพลงและ แสดงกิจกรรมต่าง ๆ เป็นการผอ่ นคลายอารมณ์และบรรเทาความเหน่ือยลา้ มาจากกลางวนั จึงไดน้ าวธิ ีการ น้ีมาทดลองใชใ้ นการนาเด็กซ่ึงอาจเรียกวา่ เป็นลูกเสือรุ่นแรกของโลกไปอยคู่ า่ ยพกั แรม ท่ีเกาะบราวน์ซี ประเทศองั กฤษในปี ค.ศ. 1907 (พ.ศ. 2450) โดยใหล้ ูกเสือมาชุมนุมพร้อมกนั รอบกองไฟในตอนกลางคืน และใชเ้ วลาน้นั ฝึกอบรม ประกอบการเล่านิทานและมีการร่วมแสดงให้เกิดความสนุกสนานไดผ้ ลเป็น อยา่ งดี จึงไดน้ ามาใหเ้ ป็นวธิ ีการฝึกอบรมลูกเสืออยา่ งหน่ึงสืบตอ่ มาจนถึงปัจจุบนั น้ีการชุมนุมรอบกองไฟ ในภาษาองั กฤษ เรียกวา่ CAMP FIRE เดิมมกั เรียกกนั ในภาษาไทยวา่ การเล่นหรือการแสดงรอบกองไฟ เป็นเพยี งส่วนหน่ึงของการชุมนุมรอบกองไฟเทา่ น้นั
139 กำรชุมนุมรอบกองไฟ เอกสำรประกอบ 1. ควำมมุ่งหมำยของกำรชุมนุมรอบกองไฟ การชุมนุมรอบกองไฟมีความมุง่ หมายสาคญั อยู่ 5 ประการ เพื่อ 1) เป็นการฝึกอบรมตอนกลางคืน ดงั ที่ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ในการฝึกอบรมเดก็ ท่ีไป อยคู่ า่ ยพกั แรม ณ เกาะบราวนซ์ ี 2) ใหล้ ูกเสือไดร้ ้องเพลงร่วมกนั หรือแสดงกิริยาอาการอยา่ งเดียวกนั เป็ นการปลุกใจหรือเปลี่ยน อารมณ์ใหเ้ กิดความสนุกสนานเบิกบานใจ ผอ่ นคลายความเคร่งเครียดใหบ้ รรเทาเบาบางลง 3) ใหล้ ูกเสือแตล่ ะคนมีโอกาสแสดงออกในท่ีชุมนุมโดยไมเ่ กอ้ เขินกระดากอาย เป็ นการส่งเสริม ความสามคั คีของหมูใ่ หท้ ุกคน รู้จกั ทางานร่วมกบั ผูอ้ ่ืนและทาใหร้ ู้ความสามารถของแตล่ ะคนไดด้ ี 4) ใชเ้ ป็นโอกาสสาหรับประกอบพิธีสาคญั บางกรณี เช่น แนะนาบุคคลสาคญั ในกิจการลูกเสือ เช่น แนะนาผมู้ ีเกียรติสาคญั ท่ีมาเยยี่ ม การมอบเคร่ืองหมายวดู แบดจ์ เครื่องหมายตอบแทน เขม็ สมนาคุณ หรือประกาศนียบตั รตา่ ง ๆ เป็นตน้ 5) เพอ่ื เป็นการประชาสัมพนั ธ์ และส่งเสริมกิจการลูกเสือ โดยเชิญบุคคลสาคญั ในทอ้ งถ่ิน ตลอดจนประชาชนทวั่ ไป 2. สถำนทใี่ ช้ชุมนุมรอบกองไฟ ค่ายลูกเสือทุกแห่งควรมีบริเวณสาหรับการชุมนุมรอบกองไฟไวโ้ ดยเฉพาะอยทู่ ี่มุมหน่ึงของค่าย มีตน้ ไมเ้ ป็นฉากหลงั ไมใ่ ชป้ ระโยชน์อยา่ งอื่นในตอนกลางวนั และควรอยหู่ ่างจากที่พกั พอสมควรไม่ไกล เกินไป เพ่ือมิตอ้ งเสียเวลาและเกิดความยงุ่ ยากเมื่อลูกเสือตอ้ งเดินจากที่พกั ไปยงั บริเวณการชุมนุมรอบกอง ไฟและตอ้ งเดินกลบั เมื่อการชุมนุมเลิกแลว้ ส่วนบริเวณการชุมนุมรอบกองไฟควรมีตน้ ไมเ้ ป็นฉากหลงั น้นั จะทาใหบ้ รรยากาศดีข้ึน และจะทาใหก้ ารร้องเพลงไดผ้ ลดีกวา่ ท่ีโล่งแจง้ อน่ึง ในการเลือกสถานท่ีสาหรับการชุมนุมรอบกองไฟน้ี ถา้ สามารถหาที่เป็นแอง่ ใหล้ ูกเสือมีท่ี นง่ั อยเู่ หนือกองไฟเลก็ นอ้ ยจะดีมาก เช่น ในบริเวณท่ีมีเนิน อาจจดั ทาบริเวณการแสดงและกองไฟอยู่ ตอนล่าง ส่วนลูกเสือให้นงั่ อยบู่ นเนิน หรือจดั ทาบริเวณการแสดงและกองไฟใหอ้ ยบู่ นเกาะมีคูน้า ลอ้ มรอบ ผชู้ มนงั่ อยรู่ ิมคูน้าอีกดา้ นหน่ึง สะพานขา้ มคูทาดว้ ยไมแ้ บบสะพานชวั่ คราว ปรากฏวา่ สถานท่ี ชุมนุมรอบกองไฟเช่นวา่ ใชก้ ารไดด้ ีอยา่ งยงิ่ การชุมนุมรอบกองไฟน้ีถา้ ไม่สะดวก เช่น ฝนตก หรือมีเหตุอื่น จะจดั ภายในอาคารและใชก้ องไฟ ท่ีใหแ้ สงสวา่ งอยา่ งอ่ืนแทนได้
140 3. กำรเตรียมก่อนเริ่มชุมนุมรอบกองไฟ 1) คณะผใู้ หก้ ารฝึกอบรมจะตอ้ งปรึกษาหารือกนั เพ่ือกาหนดวา่ ในการชุมนุมรอบกองไฟน้นั จะ มีกิจกรรมอะไรบา้ ง จะใหห้ มูใ่ ด ทาหนา้ ท่ีบริการ ใหผ้ ใู้ ดเป็นพิธีกร และจะเชิญผใู้ ดเป็ นประธาน ซ่ึงควร เป็นผทู้ ี่มีความรู้ความเขา้ ใจข้นั ตอนการชุมนุมรอบกองไฟดีพอสมควร หรือพธิ ีกรจะตอ้ งซกั ซอ้ มการที่ ประธานจะตอ้ งปฏิบตั ิตามข้นั ตอนต่าง ๆ เสียก่อน ถา้ เป็ นการอยคู่ า่ ยพกั แรมของลูกเสือตามธรรมดา โดยปรกติผกู้ ากบั กองลูกเสือท่ีพาลูกเสือไปอยคู่ า่ ยพกั แรมนน่ั เองจะทาหนา้ ท่ีประธาน และใหร้ องผกู้ ากบั กองลูกเสือ หรือลูกเสือคนใดคนหน่ึงท่ีมีความสามารถทาหนา้ ท่ีพิธีกร 2) พธิ ีกร คือ ผนู้ าในการชุมนุมรอบกองไฟ มีหนา้ ที่ (1) นดั หมาย - ประธาน ข้นั ตอนท่ีจะตอ้ งปฏิบตั ิ - ผรู้ ่วมแสดง ข้นั ตอนการปฏิบตั ิ การแต่งเพลงประจาหมู่ การส่งเร่ืองท่ีจะแสดง เวลาที่มาพร้อม เวลา ท่ีใชใ้ นการแสดง การแตง่ กายตามเน้ือเร่ือง การรายงานเม่ือเริ่มแสดงการกล่าวชมเชย การตอบรับคา ชมเชย การกล่าวเมื่อมีผมู้ าเยยี่ ม ขอ้ หา้ มในเน้ือเรื่องที่จะแสดง - หมู่บริการใหจ้ ดั สถานที่ กองไฟ จดั ทาพวงมาลยั ทาพมุ่ ฉลาก และคนถือขบวนแห่ การช่วยเหลือ พิธีกร การทาความสะอาดสถานท่ีเม่ือเลิกการแสดง (2) ช้ีแจงลาดบั การชุมนุม ซกั ซอ้ ม ขอ้ ปฏิบตั ิ ขอ้ หา้ ม (3) ประกาศชื่อผทู้ ี่จะมาเป็นประธานและผตู้ ิดตาม (4) เชิญประธานและผตู้ ิดตามเขา้ สู่ท่ีชุมนุม (5) ควบคุมและดาเนินการใหถ้ ูกตอ้ งโดยใหผ้ เู้ ขา้ ร่วมชุมนุมไดร้ ับความสนุกสนาน (6) เลือกเพลงท่ีจะนามาใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั ผเู้ ขา้ รับการฝึ กอบรม (7) รักษาเวลาโดยเคร่งครัด 4. กำรจัดกองไฟ กองไฟจะเป็นกองไฟที่ก่อดว้ ยไมจ้ ริง โดยก่อเป็นแบบผสม (คอกหมู /พีระมิด) หรือจะใชไ้ ฟให้ แสงสวา่ งอยา่ งอ่ืน ๆ แทนก็ได้ ถา้ เป็นกองไปจริงจะตอ้ งมีผรู้ ับผดิ ชอบซ่ึงโดยปกติจะมอบใหห้ มู่บริการใน วนั น้นั ทาหนา้ ที่น้ีมีหนา้ ท่ีก่อไฟใหเ้ รียบร้อยก่อนทาพธิ ีเปิ ด คือ จุดแลว้ ใหไ้ ฟติดและจะตอ้ งคอยดูแลกอง ไฟใหต้ ิดอยตู่ ลอดเวลา ในการน้ีจะตอ้ งเตรียมฟื นอะไหล่และน้าสารองไว้ คือ ถา้ ไฟชกั มอดลงจะตอ้ งเติม ฟื นลงไป และถา้ ไฟลุกลามมากหรือกระเดน็ ออกจากกองไฟ กต็ อ้ งพรมน้าลงไป ในปัจจุบนั นโยบายของรัฐบาลใหอ้ นุรักษป์ ่ าไมแ้ ละส่ิงแวดลอ้ มจึงควรละเวน้ การก่อไฟดว้ ยไม้ จริง เมื่อเลิกการชุมนุมรอบกองไฟ ผมู้ ีหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบจะตอ้ งออกจากบริเวณไปอยา่ งเงียบ ๆ พร้อมกบั ลูกเสืออื่นภายหลงั อีกสักครู่จะตอ้ งหวนกลบั มาที่บริเวณการชุมนุมรอบกองไฟอีกคร้ังหน่ึง ไมใ่ หม้ ีเศษไมห้ รือเถา้ ถ่านเหลืออยเู่ ลย
141 เรื่องการทาความสะอาดบริเวณการชุมนุมรอบกองไฟน้ี อยา่ ถือวา่ เป็นเรื่องเลก็ นอ้ ย ตอ้ งถือวา่ เป็น บทเรียนอนั สาคญั ในการฝึกอบรมลูกเสือดว้ ย 5. กำรจัดทนี่ ่ังรอบกองไฟให้จัดเป็ นรูปวงกลมหรือเกือกม้ำ การจดั ที่นง่ั รอบกองไฟใหจ้ ดั เป็นรูปวงกลมหรือเกือกมา้ ใหก้ องไฟอยตู่ รงกลางมีที่นงั่ พิเศษ สาหรับประธานและผรู้ ับเชิญ ต้งั อยใู่ นทิศทางเหนือลม ที่นง่ั ของประธานเป็ นที่นงั่ เดี่ยว ใหต้ ้งั ล้าหนา้ กวา่ แถวของผตู้ ิดตามและผรู้ ่วมชมการแสดงและใหม้ ีโตะ๊ วางพุม่ สลากไวต้ รงหนา้ ส่วนลูกเสือโดยปรกติให้ นง่ั ตามหมู่ ณ สถานที่ท่ีไดก้ าหนดไว้ 6. พธิ ีเปิ ดกำรชุมนุมรอบกองไฟ มีข้นั ตอนการปฏิบตั ิดงั น้ี 1) เมื่อผูร้ ่วมแสดงแตง่ กายตามเน้ือเรื่องท่ีจะแสดงเขา้ นงั่ ท่ีเรียงลาดบั หมู่ จากซา้ ยของประธาน ไปทางขวาพร้อม ควรเป็ นเวลาก่อนเริ่มตน้ แสดงท่ีกาหนดไว้ ประมาณ 8 – 10 นาที 2) พธิ ีกร ช้ีแจงซกั ซอ้ มการปฏิบตั ิแลว้ แจง้ ชื่อ และตาแหน่งหนา้ ที่การงานหรือตาแหน่งทาง ลูกเสือของผเู้ ป็ นประธานในพธิ ีและผตู้ ิดตามใหท้ ราบทว่ั กนั 3) ผมู้ ีหนา้ ที่ของหมู่บริการจุดไฟ 4) พธิ ีกร ออกไปเชิญประธาน ซ่ึงมารอคอยอยกู่ ่อนแลว้ ใกลช้ ุมนุม 5) เมื่อประธานเดินเขา้ มาในพ้นื ท่ีการแสดง พิธีกร สงั่ “กอง ตรง” ทุกคนลุกข้ึนยนื ตรง 6) ประธานรับการเคารพแลว้ เดินตรงไปที่ต้งั กองไฟ ยนื อยรู่ ะยะห่างพอสมควร ยกมือขวาแสดง รหสั ของลูกเสือชูสูงข้ึนไปขา้ งหนา้ ทามุมกบั ไหล่ประมาณ 45 องศา 7) ผตู้ ิดตามประธานและผูม้ าร่วมชุมนุมเดินตามประธานเขา้ มา ใหเ้ ดินไปยนื อยู่ ณ ท่ีตนจะนง่ั 8) ประธานกล่าวเปิ ดดว้ ยขอ้ ความท่ีเป็นมงคลและจบลงดว้ ยถอ้ ยคาวา่ “ขา้ พเจา้ ขอเปิ ดการชุมนุม รอบกองไฟ ณ บดั น้ี” โดยใชเ้ วลาประมาณ 3 นาที ประธานยงั คงยนื อยู่ ณ ที่เดิม 9) ทุกคนผรู้ ่วมในท่ีชุมชนกล่าวพร้อมกนั วา่ “ฟ่ ู” 3 คร้ัง ในกรณีใชไ้ ฟอยา่ งอื่นแทน อาจงดกล่าว คาน้ีได้ 10) พธิ ีกร นาร้องเพลง 1 หรือ 2 เพลง ควรเป็นเพลงปลุกใจ เพลงเป็นคติ ซ่ึงมีทานองเร่งเร้าให้ เกิดการตื่นตวั หรือเพลงประจาสถาบนั และเป็นเพลงท่ีผรู้ ่วมชุมนุมท้งั หมด หรือส่วนใหญร่ ้องได้ 11) จบเพลงแลว้ ประธานเดินกลบั ไปนง่ั ยงั ท่ีนงั่ ซ่ึงจดั ไว้ ผตู้ ิดตามนง่ั ลงตามท่ีของตน 12) พธิ ีกร ส่งั ใหผ้ รู้ ่วมชุมนุม “นง่ั ” 13) พธิ ีกร สงั่ ใหผ้ ถู้ ือพวงมาลยั และพุม่ ฉลากมาต้งั ขบวนอยดู่ า้ ยขวามือของประธาน โดยมี สมาชิกของหมู่เขา้ แถวต่อทา้ ยอยภู่ ายในวงท่ีนง่ั และ/หรือใหส้ มาชิกของหมู่อื่น ๆ เขา้ ร่วมขบวนดว้ ย ตาม ความเหมาะสมกไ็ ด้
142 14) พธิ ีกร นาร้องเพลง ขบวนเร่ิมออกเดินผา่ นหนา้ ประธานเวยี นรอบกองไฟ เพ่ือความ สนุกสนาน ขณะเดินไปก็ราและร้องเพลงดว้ ยก็จะเป็นการดี เม่ือครบ 3 รอบ ผถู้ ือพวงมาลยั และถือพมุ่ สลากหยดุ ยนื ตรงหนา้ ประธานบุคคลอื่น ๆ ในขบวนใหก้ ลบั ไปนง่ั ท่ีของตน เรียบร้อย ผถู้ ือพวงมาลยั และ พมุ่ สลากทาความเคารพประธานพร้อมกนั จากน้นั ผถู้ ือพวงมาลยั ส่งพวงมาลยั ให้ ประธานก่อน ผถู้ ือพมุ่ สลากส่งใหภ้ ายหลงั เสร็จแลว้ ทาความเคารพพร้อมกนั แลว้ กลบั เขา้ ที่นงั่ พร้อมกนั 7. กำหนดกำร 1) พิธีกร อาจใหม้ ีการสนุกสนานจากการร้องเพลง หรือการร้องประกอบการราเป็นการสร้าง บรรยากาศท่ีดีก็ได้ โดยคานึงถึงเวลาท่ีเหมาะสม 2) พิธีกร เชิญใหป้ ระธานจบั สลาก รับสลากจากประธานอา่ นใหท้ ราบวา่ หมูใ่ ดจะตอ้ งแสดง 3) ใหน้ ายหมู่สง่ั สมาชิกในหมูใ่ หเ้ คารพผเู้ ป็นประธาน “หมู่ 1 ตรง” นายหมูเ่ พยี งผเู้ ดียว ทาวนั ทยาวธุ เอามือลง แลว้ สัง่ “พกั ” ทุกคนร่วมกนั ร้องเพลงประจาหมู่ 2 จบ เร่ิมการแสดง 4) ผแู้ สดงหนั หนา้ ใหป้ ระธานเป็นผชู้ ม ใชเ้ วลาแสดงประมาณ 8 – 10 นาที 5) จบการแสดง ทุกคนกลบั ไปยนื ณ ท่ีนงั่ ของตน นายหมูส่ ั่ง “หมู่ 1 ตรง” นายหมูเ่ พียงผเู้ ดียว ทาวนั ทยาวธุ เอามือลง แลว้ สง่ั “นงั่ ” ทุกคนนง่ั ลง 6) พธิ ีกร จะกล่าวขอใหผ้ หู้ น่ึงผใู้ ดในหมูอ่ ่ืน ๆ เป็นผนู้ ากล่าวชมเชยตามแบบของลูกเสือใหแ้ ก่ หมูท่ ี่แสดง ผนู้ ากล่าวชมเชยจะเชิญชวนใหห้ มูอ่ ื่น ๆ ลุกข้ึนยนื แลว้ กล่าวคาชมเชย ดงั ตวั อยา่ ง เช่น “พน่ี อ้ ง ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือโปรดยืนข้ึนแลว้ กล่าวคาชมเชยใหแ้ ก่หมู่ 1 สามคร้ังดว้ ยคาวา่ “ยอดเยย่ี ม” จากน้นั ให้ สญั ญาณดว้ ยการนบั ดว้ ยการแสดงกิริยาประกอบ โดยกา้ วเทา้ ซา้ ยออกไปขา้ งหนา้ ประมาณคร่ึงกา้ วแลว้ ใชม้ ือขวากายกข้ึนไวบ้ ริเวณหวั ใจของตนเอง แลว้ กล่าวคาชมเชยตามท่ีนดั หมายไวแ้ ลว้ พร้อมกบั ส่งมือ ขวาท่ีกาไวไ้ ปยงั หมูท่ ่ีท่ีจะชมเชยใหพ้ ร้อมกบั แบมือออก รวม 3 คร้ัง เสร็จแลว้ นง่ั ลง ทุกคนในหมู่ที่ไดร้ ับ การชมเชย ลุกข้ึนยนื ใชแ้ ขนขวาซอ้ นอยบู่ นแขนซา้ ย ซ่ึงยกข้ึนมาอยเู่ สมออก พร้อมกบั คากล่าวส้นั ๆ เช่น “ขอบคุณครับ” พร้อมกบั นอ้ มตวั ลง 1 คร้ัง 7) พิธีกร ดาเนินการเช่นเดียวกนั น้ีไปจนครบทุกหมู่ เม่ือจบการแสดงของแต่ละหมู่ ก่อนที่จะเริ่ม การแสดงของหมู่ต่อไป อาจมีการแนะนาบทเรียนหรือประกอบพิธีหรือมีกิจกรรมอ่ืน หรือ ร้อง เพลงเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถสลบั เป็นคร้ังคราวตามเวลาที่เหมาะสม 8. กำรเปลยี่ นอริ ิยำบถของผู้เข้ำชุมนุม ในการชุมนุมรอบกองไฟ การเปล่ียนอิริยาบถของผเู้ ขา้ ชุมนุมใหส้ นุกสนานร่าเริงเป็นเร่ืองสาคญั ผเู้ ขา้ ชุมนุมอาจจะรู้สึกเบ่ือและง่วงเหงาหาวนอน การเปลี่ยนอิริยาบถของผเู้ ขา้ ชุมนุมน้ีอาจทาไดห้ ลายวธิ ี และเป็นหนา้ ท่ีของพิธีกรท่ีจะตอ้ งเป็นผนู้ า หรือมอบหมายใหผ้ รู้ ู้คนใดคนหน่ึงเป็ นผนู้ า เช่น นาใหร้ ้อง เพลง ราวง นาใหแ้ สดงกิริยาอาการตา่ ง ๆ ที่ขบขนั หรือ ปลุกใหเ้ กิดความสนุกสนาน ต่ืนตา ตื่นใจ ดว้ ย วธิ ีการต่าง ๆ ท่ีเห็นวา่ เหมาะสมกบั ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมและเหมาะสมกบั เวลา
143 9. พธิ ีปิ ด 1) เมื่อจบการแสดงของทุกหมูแ่ ลว้ พิธีกรจะใหม้ ีการร้องเพลงทานองชา้ ๆ โดยไมใ่ ชเ้ ครื่อง ดนตรีใด ๆ ประกอบ อาจเป็ นเพลงที่เป็นคติ หรือสร้างสรรค์ เหมาะสมกบั ผรู้ ่วมชุมนุม ท้งั น้ีควรเป็น เพลงท่ีส่วนใหญ่หรือท้งั หมดไดร้ ่วมร้องดว้ ย 2) พธิ ีกร จะเชิญประธานกล่าวปิ ด 3) ประธานไปยนื ในท่ีเหมาะสม กล่าวเร่ืองส้ันอนั เป็นประโยชน์ในเรื่องใด ๆ ที่เห็นวา่ เหมาะสม และจบลงดว้ ยคาวา่ “ขา้ พเจา้ ขอปิ ดการชุมนุมรอบกองไฟ ณ บดั น้ี” ใชเ้ วลาประมาณ 10 นาที 4) พิธีกร ใหท้ ุกคนลอ้ มวง โดยใหแ้ ขนขวาซอ้ นบนแขนซา้ ยของตนเอง และใชม้ ือขวามือซา้ ยจบั คนขา้ งเคียงร่วมกนั ร้องเพลงสามคั คีชุมนุม พร้อมกบั โยกตวั ไปทางขวา ซา้ ย ชา้ ๆ จนจบเพลง 5) ผแู้ ทนหมูบ่ ริการ นาสวดมนตอ์ ยา่ งยาว จบแลว้ ใหส้ ั่งใหท้ ุกคนหนั หนา้ ไปยงั ทิศที่ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ประทบั อยใู่ นขณะน้นั ถา้ หากพระองคม์ ิไดป้ ระทบั อยใู่ นประเทศไทย ให้ หนั หนา้ ไปยงั พระบรมมหาราชวงั กรุงเทพมหานคร สั่ง “กองตรง-ถวายคานบั ” แลว้ นาร้องเพลง สรรเสริญพระบารมี 6) พิธีกร นดั หมาย นอกเหนือจากขอ้ กาหนดการชุมนุม อาจใหพ้ ธิ ีกรประจาวนั เป็นผนู้ ดั หมาย 7) ทุกคนแยกยา้ ยกนั กลบั ทีพ่ กั อยา่ งสงบ ส่วนหมู่/กลุ่มท่ที าหนา้ ที่เป็นหมู่บริการกลบั มาทา ความสะอาดใหเ้ รียบร้อย หมำยเหตุ 1. เพลงประจาหมู่ที่ใชร้ ้องใหม้ ีเน้ือร้องระบุชื่อหมู่ มีสาระ ปลุกใจ เป็นคติ 2. เรื่องที่จะแสดง ควรเป็ นเร่ืองเป็นคติเตือนใจ ประวตั ิศาสตร์ ปลุกใจใหร้ ักชาติ ส่งเสริมขนบ ธรรมเนียมประเพณี สนุกสนาน 3. ไมค่ วรแสดงเร่ืองไร้สาระ เสียดสีบุคคล เร่ืองการเมือง ผสี าง ลามก อนาจาร ลอ้ เลียนศาสนา 4. หา้ มใชอ้ าวธุ จริงหรือของมีคม มาประกอบการแสดง 5. หา้ มสูบบุหรี่ในขณะนง่ั อยใู่ นบริเวณชุมนุม 6. หา้ มด่ืมของเมา รวมท้งั นามาใชป้ ระกอบการแสดง 7. ไม่ควรแตะตอ้ งหรือนาส่ิงของขา้ มกองไฟหรือใชก้ องไฟประกอบการแสดงในทางไม่ เหมาะสม 8. ใหน้ ายหมูน่ าธงหมูม่ าดว้ ย เมื่อสงั่ ใหท้ ุกคน “ตรง” นายหมู่ทาวนั ทยา–วธุ และเรียบ – อาวธุ 9. หา้ มเชิญหรือนาประธาน และผตู้ ิดตามเขา้ ร่วมแสดงกบั หมู่ที่แสดงดว้ ยเป็นอนั ขาด
เรื่อง ประวตั ิและกจิ กำรลูกเสือโลก 144 บทเรียนท่ี 9 เวลำ 45 นำที ขอบข่ำยวชิ ำ 1. วตั ถุประสงค์ หลกั สาคญั วธิ ีการลูกเสือ 2. ประวตั ิผใู้ หก้ าเนิดลูกเสือโลก 3. ภูมิหลงั ของการลูกเสือโลก 4. การประชุมสมชั ชาลูกเสือโลก 5. คณะกรรมการลูกเสือโลก 6. สานกั งานลูกเสือโลก จุดหมำย ทราบภูมิหลงั และกิจการลูกเสือโลก วตั ถุประสงค์ เม่ือจบบทเรียนน้ีแลว้ ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมควรจะสามารถ 1. บอกวตั ถุประสงค์ หลกั สาคญั และวธิ ีการลูกเสือไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง 2. บอกประวตั ิใหผ้ กู้ าเนิดลูกเสือโลกได้ 3. อธิบายภูมิหลงั ของกิจการลูกเสือโลกได้ 4. อธิบายลกั ษณะและผลการประชุมสมชั ชาลูกเสือโลกได้ 5. อธิบายลกั ษณะและอานาจหนา้ ที่ของคณะกรรมการลูกเสือโลกได้ 6. บอกลกั ษณะการบริหารกิจการลูกเสือโลกได้ วธิ ีสอน / กจิ กรรม 10 นาที 1. นาสู่บทเรียน และช้ีแจงวตั ถุประสงค์ 30 นาที 2. บรรยายโดยใชส้ ื่อการสอนประกอบ 5 นาที 3. สรุป สื่อกำรสอน 1. สื่ออิเลค็ ทรอนิก 2. วดิ ีทศั นท์ ่ีเกี่ยวขอ้ ง 3. ภาพ หรือ นิทรรศการ
145 กำรประเมินผล 1. สังเกตความสนใจการเขา้ ร่วมกิจกรรม 2. อภิปราย - ซกั ถาม เนื้อหำวชิ ำ ผใู้ หก้ าเนิดลูกเสือโลก คือ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ชื่อเตม็ วา่ Robert Stephenson Smyth Baden Powell ชื่อยอ่ คือ BP เกิดเมื่อวนั ที่ 22 กุมภาพนั ธ์ 1857 (พ.ศ.2400) บิดาเป็นคริสตศ์ าสนา เป็ นศาสตราจารยใ์ นมหาวทิ ยาลยั Oxford เป็นนกั วทิ ยาศาสตร์ สนใจใน ธรรมชาติศึกษามาก ครอบครัวมิสู้จะร่ารวยนกั บิดาตายเม่ือ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ อายไุ ด้ 3 ขวบ เพอ่ื จะทาใหเ้ พ่ือนสนุกสนาน ขบขนั เขามกั ทาเสียงนกหรือเสียงสัตวร์ ้องให้เพ่ือน ๆ ฟัง ชีวติ ในวยั เรียน ลอร์ด เบ เดน โพเอลล์ มิไดเ้ ป็นนกั เรียนหรือนกั กีฬาที่ดีเด่นนกั แต่เมื่อเขา้ ร่วมในกิจกรรม ใด ๆ ของโรงเรียนแลว้ มกั จะทาอยา่ งเอาจริงเอาจงั ลอร์ด เบ เดน โพเอลล์ เป็นคนร่างเล็ก แตร่ ่างกายแขง็ แรง สุขภาพดี ใกลโ้ รงเรียนมีป่ าอยแู่ ห่งหน่ึง นกั เรียนถูกหา้ มมิใหเ้ ขา้ ไปเที่ยวเล่นในป่ าน้ี แต่ป่ าน้ียวั่ ยวนใจ นกั เรียนท่ีชอบผจญภยั ใหเ้ ขา้ ไปเที่ยวเล่นมาก ลอร์ด เบ เดน โพเอลล์ แอบหนีไปเท่ียวเล่นในป่ าน้ี บ่อย ๆ จบั กระตา่ ยมาทาเป็นอาหาร โดยใชไ้ ฟ มิใหเ้ กิดควนั เพอ่ื ปกปิ ดครูมิให้รู้ ลอร์ด เบ เดน โพเอลล์ เรียนรู้การใชม้ ีดและขวาน และวธิ ีการเคลื่อนไหวในป่ าโดยมิให้มีเสียง สัตวป์ ่ าเป็นท่ีดึงดูดใจของ ลอร์ด เบ เดน โพเอลล์ มาก เขามกั ซุ่มตวั อยนู่ าน ๆ เพื่อศึกษาธรรมชาติของ สตั วเ์ หล่าน้นั นี่คือ กิจกรรมของลูกเสือกาลงั ฟักตวั เม่ืออายุ 19 ลอร์ด เบ เดน โพเอลล์ ยงั ไม่แน่ใจวา่ เขาตอ้ งการชีวติ เป็นอะไรดี เขาชอบเดินทางไป ต่างประเทศ แต่แม่ของเขาอยากใหไ้ ปเรียนที่มหาวทิ ยาลยั Oxford เช่นเดียวกบั พชี่ ายอีก 2 คน แต่เมื่อจบ โรงเรียนมธั ยมแลว้ เขากลบั ไปสอบไล่เขา้ เป็นนกั เรียนโรงเรียนนายร้อยในกองทพั บก เพราะไดเ้ ห็น ประกาศติดไวต้ ามขา้ งถนน เขาสอบไล่ไดด้ ีมาก จนเป็นท่ีแปลกใจของตวั เขาเองและคนอื่นที่รู้จกั เขา เขาไดร้ ับการยกเวน้ มิ ตอ้ งเขา้ รับการฝึกอบรมตามข้นั ตอนธรรมดาของนกั เรียนนายร้อยทหารบก และไดร้ ับการบรรจุเขา้ เป็น นายทหารใน กองร้อยที่ 13 ในประเทศอินเดีย ในปี 1876 เขาลงเรือเดินทางไปอินเดีย ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีอยา่ งขยนั ขนั แขง็ ในปี 1884 ไดร้ ับคาสั่งใหก้ ลบั องั กฤษ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ รู้สึกวา่ ชีวติ ในกรมกองทหารน่าเบ่ือ มาก
146 ในปี 1886 ลุงของ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ไดร้ ับคาสัง่ จากกองทพั บกใหไ้ ปประจาท่ี Cape Town ในแอฟริกาใต้ ไดน้ า ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ไปเป็นนายทหารคนสนิท ในปี 1888 ความยงุ่ ยากไดเ้ กิดข้ึนกบั พวก Zulu ลอร์ด เ เดน โพเอลล์ ไดเ้ ขา้ ร่วมกบั กองกาลงั ทหารองั กฤษลอ้ มจบั หวั หนา้ เผา่ Zulu ชื่อ Dinizulu ได้ ในโอกาสน้นั ลอร์ด เบ เดน โพเอลล์ ไดร้ ับลูกปัด สายคลอ้ งคอ (Necklace) จากหวั หนา้ เผา่ Zulu หลายปี ตอ่ มา ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ไดร้ ับลูกปัดสายคลอ้ ง คอน้ีใหแ้ ก่ Gilwell Park ซ่ึงเป็นเคร่ืองหมายวดู แบดจ์ ตอ่ มาจนถึงปัจจุบนั น้ี ในปี 1895 ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ไดร้ ับมอบใหเ้ ดินทางไปยงั เมือง Ashanti ในแอฟริกาตะวนั ตก เพอื่ ปราบ King Prempeh ในการเดินทางไปท่ีเมือง Ashanti คร้ังน้ี ไดม้ ีสิ่งเกี่ยวขอ้ งกบั กิจการลูกเสือ ซ่ึงควรจะนามากล่าว อยู่ 3 ประการ กล่าวคือ 1. หมวกปี ก ในเมือง Ashanti ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ไดส้ วมหมวกปี กหรือหมวกคาวบอยเป็น คร้ังแรก และไดส้ วมเป็นประจาอยตู่ ลอดมา เพราะเหตุน้ีชาวเมืองจึงเรียก บีลอร์ด เบเดน โพเอลล์ วา่ \"Kantakye\" คนหมวกใหญ่ 2. ไม้พลอง ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ สังเกตเห็นวา่ หวั หนา้ วิศวกรท่ีควบคุมการทาถนนและสร้างท่ี พกั จากฝั่งแอฟริกา ตะวนั ตกไปยงั เมืองหลวงน้นั มกั ถือไมพ้ ลองยาว มีเครื่องหมายแบ่งเป็นฟุตและนิ้ว ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ อธิบายวา่ ไมพ้ ลองน้นั มีประโยชน์มาก ใชเ้ ป็นถ่อค้ายนั เวลาขา้ มทอ้ งร่อง ใชว้ ดั ความลึกของบึงน้าก็ได้ ใชเ้ ป็ นเคร่ืองวดั ส่วนสูงได้ 3. กำรจับมือซ้ำย ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ไดร้ ับความรู้ดว้ ยวา่ การจบั มือซา้ ยน้นั ชาวเมืองถือวา่ เป็นเครื่องหมายแห่งความเป็ นมิตร ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ กลบั องั กฤษพร้อมดว้ ยชื่อเสียงดียง่ิ ข้ึน และไดเ้ ล่ือนยศทางทหารดว้ ย ในปี 1897 เขาไดเ้ ดินทางกลบั ไปอินเดียอีก ปี 1899 ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ไดร้ ับอนุญาตใหล้ าพกั และเดินทางกลบั องั กฤษ เมื่อไปถึงองั กฤษ เขามีหนงั สือเล่มหน่ึงช่ือ Aids to Scouting \"สิ่งสนบั สนุนกิจการสอดแนม\" ซ่ึงเขาไดเ้ ขียนขณะที่พกั ผอ่ น ในแควน้ Kashmir หนงั สือเล่มน้ีวา่ ดว้ ยวธิ ีการสอดแนมสาหรับทหาร ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ต้งั ใจจะใหห้ นงั สือเล่มน้ีเป็นคู่มือของทหาร อาจใชไ้ ดท้ ุกเหล่า แตห่ นงั สือน้ีกลบั ไปเป็นท่ีสนใจ ของเยาวชนวยั รุ่นดว้ ยซ่ึงจะเป็น Boy Scouts \"เด็กชายผสู้ อดแนม\" ตอ่ ไป กำรไปแอฟริกำใต้ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ไปอยูท่ ี่ประเทศองั กฤษไดไ้ ม่นานนกั สงครามจะเกิดข้ึนในแอฟริกาใต้ ระหวา่ งองั กฤษกบั พวก Boers (Boers คือ พวก Dutch ที่ไดอ้ พยพไปต้งั ถิ่นฐานอยใู่ นแอฟริกาใต)้ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ไดร้ ับคาส่ังใหเ้ ดินทางไปแอฟริกาใต้ ใหจ้ ดั ต้งั กองทหารข้ึนเพอ่ื ป้องกนั ดินแดนดา้ นเหนือและดา้ นตะวนั ออกเฉียงเหนือ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ไปถึงเมือง Cape Town เดือน กรกฎาคม 1899
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360