Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรการฝึกอบรมผู้กำกับลูกเสือวิสามัญ_ขั้นความรู้เบื้องต้น_(1)

หลักสูตรการฝึกอบรมผู้กำกับลูกเสือวิสามัญ_ขั้นความรู้เบื้องต้น_(1)

Published by DaiNo Scout, 2021-11-13 08:06:54

Description: หลักสูตรการฝึกอบรมผู้กำกับลูกเสือวิสามัญ_ขั้นความรู้เบื้องต้น_(1)

Search

Read the Text Version

297 หลกั ในกำรอ่ำนพกิ ดั ตำรำงในแผนท่ี คือ ตอ้ งอา่ นไปทางขวาและข้ึนขา้ งบน (read rigth up) รูป ก. จำกตำรำงพกิ ดั รูป ก. สมมติวา่ ตอ้ งการหาพกิ ดั ของจุด A จะหาไดด้ งั น้ี 1. ดูตารางที่เป็นกรอบก้นั จุด A 2. อ่านเส้นพิกดั ไปขวา นนั่ คือ อ่านตวั เลขที่กากบั เส้นยนื จากซา้ ยไปขวา หนา้ จุด A คือเส้น 81 ต่อไปใหด้ ูวา่ จุด A อยทู่ างขวาของเส้น 81 มากนอ้ ยเพียงใด กด็ ว้ ยการแบ่งช่องระหวา่ ง 81 – 82 เป็น 10 ช่อง ช่องละเท่า ๆ กนั ในรูปจุด A จะอยไู่ ปทางขวาของเส้น 81 เป็นระยะห่าง 81 เป็นระยะ 3 ช่อง 3. อา่ นเส้นพิกดั ข้ึนบน นนั่ คือ อา่ นตวั เลขท่ีกากบั เส้นนอนจากล่างข้ึนบน คือ 52 ตอ่ ไปใหด้ ู วา่ จุด A อยเู่ หนือเส้น 52 มากนอ้ ยเพยี งใด ก็โดยการแบง่ ช่องระหวา่ ง 52 - 53 เป็น 10 ช่อง เทา่ ๆ กนั ในรูปจุด A จะอยเู่ หนือเส้น 52 เป็นระยะห่าง 5 ช่อง 4. นาเลข 2 ชุด ในขอ้ 2 และ 3 มาเรียงต่อกนั จะได้ 813525 ตวั เลขน้ีคือพกิ ดั ของจุด A ที่ ตอ้ งการ 2. ระยะทำง (Distance) เน่ืองจากแผนที่เป็นภาพยอ่ ของภูมิประเทศจริงทุก ๆ สิ่งบนแผนที่จะตอ้ งลดขนาดลงโดย มาตราส่วน ดงั น้นั มาตราส่วนที่พิมพอ์ ยบู่ นแผนที่น้นั จะช่วยใหส้ ามารถหาระยะในภูมิประเทศไดจ้ าก แผนท่ีน้นั ๆ

298 มาตราส่วน (Scale) คืออตั ราส่วนระหวา่ งระยะในแผนท่ีกบั ระยะในภูมิประเทศ เราสามารถคานวณ หรือวดั หาระยะทางไดโ้ ดยใชส้ ูตร มาตราส่วน = ระยะในแผนที่ /ระยะในภูมิประเทศ ชนิดของมำตรำส่วน มำตรำส่วนมี 3 ชนิด 1. มำตรำส่วนเศษส่วน จะบอกเป็นเศษส่วนหรืออตั ราส่วนเปรียบเทียบ เช่น 1 หรือ 50,000 1 : 50,000 หมายความวา่ 1 หน่วยของระยะที่วดั บนแผนที่จะเท่ากบั 50,000 หน่วยที่เป็ นชนิดเดียวกนั ในภูมิประเทศ ดงั น้นั เรากจ็ ะไดจ้ ะบอกวา่ ถา้ ระยะในแผนท่ี 1 ซ.ม. จะเทา่ กบั ระยะในภูมิประเทศจริง 50,000 ซม. หรือในแผนท่ี 1 นิ้ว ก็จะเท่ากบั ระยะในภูมิประเทศจริง 50,000 นิ้ว 2. มำตรำส่วนคำพดู จะบอกเป็นตวั อกั ษร เป็ นภาษาคาพูด เช่น 1 นิ้วต่อ 1 ไมล์ หรือ 1 นิ้ว ต่อ 1 กิโลเมตร ฯลฯ 3. มำตรำส่วนเส้นบรรทดั จะพมิ พไ์ ว้ ณ ที่ขอบดา้ นล่างของแผนท่ี เป็นของแผนที่ เป็นของ แผนท่ี ตอ้ งการทราบวา่ ระยะในแผนที่ ระหวา่ ง 2 ตาบล หรือ 2 จุด มีความหมายยาวเท่าใดใน ประเทศจริง เราก็วดั ระยะในแผนที่แลว้ นาเอาระยะท่ีวดั ไดไ้ ปเทียบกบั มาตราส่วนเส้นบรรทดั ก็จะ ทราบระยะจริงในภูมิประเทศไดเ้ ลยไมต่ อ้ งไปคานวณให้เสียเวลา มาตราส่วนเส้นบรรทดั จะมีแสดง ไวห้ ลายหน่วย เป็ น ไมล์ เมตร หลา หรือไมลท์ ะเล อยากทราบระยะในหน่วยใดกเ็ ทียบกบั ในหน่วยน้นั 3. ทศิ ทำง (Direction) บนแผนท่ีจะมีแผนภาพมุมเย้ือง (Declination) เพื่อใหผ้ ใู้ ชแ้ ผนท่ีใหถ้ ูกทิศไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง แผนภาพมุมเย้อื งน้ีจะแสดงใหท้ ราบถึงความสัมพนั ธ์ซ่ึงกนั ระหวา่ งทิศเหนือจริง ทิศเหนือกริดและ ทิศเหนือแม่เหล็ก กำรบอกทิศ บอกไดห้ ลายอยา่ ง เช่น 1. บอกทศิ เป็ นช่ือ คือทิศเหนือ ใต้ ตะวนั ออก ตะวนั ตก ซ่ึงอาจจะบอกเป็ นระบบ 8 ทิศ 16 ทิศ 32 ทิศกไ็ ด้ 2. บอกทศิ เป็ นมิล (Mil) โดยแบ่งมุมรอบจุดหรือวงกลมออกเป็ น 6,400 มิล เทียบกบั องศา ไดด้ งั น้ี 360 องศา = 6,400 มิล 6,400 1 องศา = 360 = 17.8 มิล เพอื่ ความสะดวก นิยมใช้ 1 องศา = 18 มิล ทหารปื นใหญใ่ ชบ้ อกทิศเป็ นมิล เพราะบอก ไดล้ ะเอียดกวา่ 3. บอกทศิ เป็ นเกรด (grade) มุมรอบจุดจะมี 400 หน่วย แต่ละหน่วยเรียกวา่ 1 เกรด

299 4. บอกทศิ เป็ นองศำ (degree) มุมรอบจุดมี 360 หน่วยแต่ละหน่วยเรียก 1 องศา และยงั แบง่ 1 องศา มี 60 ลิปดา (minute) 1 ลิปดา มี 60 ฟิ ลิปดา (Second) 5. บอกทศิ เป็ นแอซิมัธ (azimuth) ทางทหารและทางลูกเสือนิยมใชม้ าก แอซิมธั (azimuth) คือมุมราบหรือมุมทางระดบั ที่วดั จากแนวทิศเหนือหลกั ไปตามทางเดินของเขม็ นาฬิกา N N กำรวดั มุมเอซิมัธ วดั จากทิศเหนือหลกั (base direction) ซ่ึงมีอยู่ 3 ชนิด คือ 1. ทศิ เหนือจริง แนวทิศเหนือภูมิศาสตร์ตามเส้นลองติจูด 2. ทศิ เหนือแม่เหลก็ คือแนวที่ปลายช้ีเหนือของเขม็ ทิศช้ีไป 3. ทศิ เหนือกริด คือแนวตามเส้นตารางทางต้งั ของระบบเส้นตารางในแผนที่ เครื่องหมำยทศิ เหนือหลกั = ทิศเหนือแม่เหล็ก = ทิศเหนือจริง GN = ทิศเหนือกริด

300 ข้อควรจำ 1. ทิศท้งั 3 น้ีจะเปล่ียนตาแหน่งอยเู่ สมอไม่ตายตวั 2. ทิศเหนือแมเ่ หล็กจะใชเ้ ม่ือปฏิบตั ิงานดว้ ยเขม็ ทิศ 3. ทิศเหนือกริดจะใชเ้ มื่อปฏิบตั ิงานดว้ ยแผนท่ี 4. ควำมสูงต่ำและทรวดทรง (Relief and shape) การแสดงลกั ษณะความสูงต่าของผวิ โลกในแผนที่ มีวธิ ีทาไดห้ ลายวธิ ี 1. แสดงด้วยแถบสี (Layer tinte) ในแผนท่ีท่ีพิมพส์ อดสีมกั จะใชแ้ ถบสีแสดงระดบั สูงต่า ของผวิ โลก โดยเริ่มตามระดบั จากตาไปหาสูง เช่น สีน้าเงินแก่ แสดงความลึกมากๆ ของน้าทะเล สีฟ้าอ่อน แสดงเขตน้าต้ืน หรือไหล่ทวปี สีเขียว แสดงท่ีราบในระดบั ต่า สีเหลือง แสดงความสูงจากท่ีราบต่าข้ึนไป สีแสด แสดงความสูงของภูเขาท่ีสูงปานกลาง สีแดง แสดงความสูงของภูเขาท่ีสูงมาก สีน้าตาล แสดงความสูงของภูเขาท่ีสูงมากๆ สีขาว แสดงความสูงของภูเขาที่สูงมากที่สุดจนมีหิมะปกคลุม 2. แสดงด้วยเส้นช้ันควำมสูง (Contour line) คือเส้นความสูงเทา่ น้นั เอง จุดทุกจุดที่เส้น ความสูงลากผา่ น จะมีความสูงจากระดบั น้าทะเลปานกลางเทา่ กนั หมด และมีตวั เลขบอกความสูง กากบั ไว้ ในแผนท่ีเส้นช้นั ความสูงจะใชส้ ีน้าตาล

301 ทรวดทรง หมายความถึงลกั ษณะรูปร่างในทางสูงของผิวพภิ พ วธิ ีแสดงทรวดทรงบนแผนที่น้นั มีวธิ ีไดห้ ลายวธิ ีดว้ ยกนั แตว่ ธิ ีง่ายที่สุดคือแสดงดว้ ย 1. แสดงช้ันควำมสูง ช่องวา่ งระหวา่ งเส้นช้นั ความสูง ยอ่ มจะแสดงถึงลกั ษณะทรวดทรง 1) เส้นช้นั ความสูงท่ีมีช่องวา่ งเทา่ ๆ กนั และอยหู่ ่างกนั แสดงวา่ เป็นลาดนอ้ ยๆ ที่สม่าเสมอ 2) เส้นช้นั ความสูงที่มีช่องวา่ งเทา่ ๆ กนั และอยใู่ กลช้ ิดกนั แสดงวา่ เป็นลาดชนั ที่สม่าเสมอ 3) เส้นช้นั ความสูงที่มีช่องวา่ งชิดกนั ตอนยอดและห่างกนั ในตอนล่าง แสดงวา่ เป็นลาดเวา้

302 4) เส้นช้นั ความสูงที่มีช่องวา่ งห่างกนั ตอนยอดและชิดกนั ในตอนล่าง แสดงวา่ เป็นลาดนูน 2. แสดงด้วยเงำ ในแผนท่ีบางชนิดใชก้ ารเขียนเงา ถา้ เป็นท่ีชนั เงาจะเขม้ ถา้ เป็ นท่ีลาดเงาจะจาง แบบฝึ กหัดกำรอ่ำนตำรำงกริด 445145 ไดแ้ ก่………………………. 432129 ไดแ้ ก่………………………. 459151 ไดแ้ ก่………………………. 425150 ไดแ้ ก่………………………. 457126 ไดแ้ ก่………………………. 435149 ไดแ้ ก่………………………. เรี ยงเป็ นคาวา่ “…………………………..”

303 แบบฝึ กหดั กำรอ่ำนเส้นช้ันควำมสูง C E D B 1. ถา้ เส้นช้นั ความสูงบริเวณยอดเขาห่างกนั และมาชิดกนั บริเวณเชิงเขา (แนว A - B) แสดงวา่ เป็น……………………………………. 2. ถา้ เส้นช้นั ความสูงชิดกนั บริเวณยอดเขาแลว้ ค่อย ๆ ห่างกนั บริเวณเชิงเขา (แนว A - C) แสดงวา่ เป็น…………………………………… 3. ถา้ เส้นช้นั ความสูงห่างเทา่ ๆ กนั ตลอด(แนว A - D) แสดงวา่ เป็น…………………………………… 4. ถา้ เส้นช้นั ความสูงชิดเทา่ ๆ กนั ตลอด(แนว A - E) แสดงวา่ เป็น……………………………………

304 เขม็ ทศิ ซิลวำมีส่วนประกอบดังนี้ เข็มทิศซิลวำ 1. แผน่ ฐานทาดว้ ยวตั ถุโปร่งใส 2. ท่ีขอบฐานมีมาตราส่วนเป็ นนิ้วและเซนติเมตร 3. มีลูกศรช้ีทิศทางที่จะไป (Direction of Travel) 4. เลนส์ขยาย 5. ตวั เรือนเขม็ ทิศเป็ นวงกลมหมุนไปมาได้ บนกรอบหนา้ ปัดของตวั เรือนเขม็ ทิศแบ่ง ออกเป็ น 360 องศา 6. ภายในตวั เรือนเขม็ ทิศตรงกลางมีเขม็ แมเ่ หลก็ สีแดงซ่ึงจะช้ีไปทางทิศเหนือเสมอ 7. ขีดตาแหน่งสาหรับต้งั มุมและอา่ นคา่ มุมอยตู่ รงปลายลูกศรช้ีทิศทาง กำรใช้เข็มทิศซิลวำ ก. กำรต้งั มุม กรณีที่ทราบค่าหรือบอกมุมแอซิมธั มาให้ และตอ้ งการรู้วา่ จะตอ้ งเดินทางไปทิศทางใด (สมมติวา่ บอกมุมแอซิมธั มาให้ 60 องศา)

305 1. ถือเขม็ ทิศบนฝ่ ามือหรือบนสมุดปกแขง็ ในแนวระดบั โดยใหเ้ ขม็ แม่เหล็กแกวง่ ไปมาได้ อิสระ (ใหล้ ูกศรช้ีทิศทางช้ีไปขา้ งหนา้ ) 2. หมุนกรอบหนา้ ปัดของตวั เรือนเขม็ ทิศใหเ้ ลข 60 อยตู่ รงกบั ขีดตาแหน่งสาหรับต้งั มุม และอา่ นค่ามุม ดงั น้ี 3. จงหนั เหตวั เขม็ ทิศท้งั ฐาน จนกวา่ เขม็ แม่เหล็กสีแดงภายในตวั เรือนเขม็ ทิศช้ีตรงอกั ษร N บนกรอบหนา้ ปัดของเขม็ ทิศ 4. เม่ือลูกศรช้ีทิศทาง (Direction of Travel) ช้ีไปทางทิศใด ก็เดินไปตามทิศทางน้นั (การ เดินทางไปตามทิศทางท่ีลูกศรช้ีน้นั ใหม้ องหาจุดเด่น เช่น ตน้ ไม้ กอ้ นหิน โบสถ์ เสารั่ว ฯลฯ เป็นหลกั แลว้ เดินตรงไปยงั สิ่งน้นั ) ข. กำรวดั มุม กรณีที่จะหาคา่ ของมุมแอซิมธั จากตาบลที่เรายนื อยไู่ ปตาบลที่เราจะเดินทางไป 1. ถือเขม็ ทิศบนฝ่ ามือหรือบนสมุดปกแขง็ ในแนวระดบั 2. หนั ลูกศรช้ีทิศทาง (Direction of Travel) ไปยงั จุดหรือตาแหน่งท่ีเราจะเดินทาง ดงั รูป 3. หมุนกรอบหนา้ ปัดเขม็ ทิศไป จนกวา่ อกั ษร N บนกรอบหนา้ ปัดอยตู่ รงกบั ปลายเขม็ แม่เหลก็ สีแดงในตวั เรือนเขม็ ทิศ 4. ตวั เลขบนกรอบหนา้ ปัดที่อยตู่ รงขีดตาแหน่งต้งั มุมและอา่ นคา่ มุม คือ คา่ ของมุมที่เรา ตอ้ งการทราบ (ในรูปมุมแอซิมธั จะเท่ากบั 100 องศา)

306 ตัวอย่ำงกำรทดสอบกำรใช้เข็มทศิ (เกมหาเหรียญบาท) ใหท้ ่านหาท่ีวา่ งเฉพาะตวั ในสนาม ซ่ึงท่านจะกาหนดใหเ้ ป็นจุดเริ่มตน้ 1. ณ จุดเร่ิมตน้ ใหท้ ่านวางเหรียญบาทหรือสิ่งใดส่ิงหน่ึงลงบนพ้นื ตอ่ จากน้นั ใหท้ า่ นต้งั เขม็ ทิศทามุมแอซิมธั 40 องศา ใหท้ า่ นหนั หนา้ ไปตามลูกศรช้ีทิศทางและเดินตรงไปตามลูกศรช้ีทิศทาง 10 กา้ วแลว้ หยดุ 2. ตอ่ จากน้นั ใหท้ า่ นต้งั เขม็ ทิศทามุมแอซิมธั 160 องศา แลว้ หนั หนา้ ไปตามลูกศรช้ีทิศทาง และเดินตรงไปตามลูกศรช้ีทิศทางน้นั 10 กา้ วแลว้ หยดุ 3. ต่อจากน้นั ใหท้ ่านต้งั เขม็ ทิศทามุมแอซิมธั 280 องศา แลว้ หนั หนา้ ไปตามลูกศรช้ีทิศทาง และเดินตรงไปตามลูกศรช้ีทิศทางน้นั 10 กา้ ว ท่านจะพบเหรียญบาทหรือสิ่งของที่ท่านวางไวแ้ ต่ แรก หมำยเหตุ อาจทาแบบการทดสอบการใชเ้ ขม็ ทิศ แบบอื่น ๆ อีก โดยเนน้ งานใหผ้ เู้ ขา้ อบรมสามารถ ใช้ เขม็ ทิศอยา่ งถูกตอ้ ง

แผนทแ่ี ละเขม็ ทศิ 307 เอกสำรประกอบ(1) ประวตั คิ วำมเป็ นมำของแผนที่ มนุษยร์ ู้จกั บนั ทึกสิ่งตา่ ง ๆ ลงบนแผนที่มาต้งั แตส่ มยั โบราณ ก่อนท่ีจะมีการประดิษฐ์ ตวั อกั ษรข้ึนใชแ้ ผนท่ีเก่าแก่ท่ีสุดเท่าที่คน้ พบคือ แผนท่ีทาดว้ ยดินเหนียวแสดงกรรมสิทธ์ิท่ีดินแปลง หน่ึงในเมโสโปเตเมีย เม่ือสมยั 2,300 ปี ก่อนพทุ ธศกั ราช ขดุ พบท่ีเมืองกาเซอร์บริเวณลุ่มน้ายเู ฟร ตีสซ่ึงเป็นแหล่งอารยธรรม-โบราณ ลกั ษณะและรายละเอียด บนแผนที่แสดงบริเวณลุ่มน้าซ่ึงอยู่ ระหวา่ งหุบเขา สัญลกั ษณ์ของภูเขาคลา้ ย ๆ เกลด็ ปลา และยงั บอกทิศทางไวท้ ี่ขอบของแผนท่ีดว้ ย ควำมเป็ นมำของแผนทป่ี ระเทศไทย ประวตั ิการทาแผนท่ีของไทยไมป่ รากฏหลกั ฐานแน่ชดั คนไทยนิยมทาแผนท่ีที่เรียกวา่ “ลาย แทง” หมายถึงแผนท่ีท่ีนาไปสู่แหล่งมหาสมบตั ิ แตแ่ ผนที่ดงั กล่าวน้ีเป็นเร่ืองของความลบั มีเก็บไว้ เฉพาะตวั เท่าน้นั ไม่แพร่หลายเช่นแผนที่ทวั่ ไป แผนที่ของไทยมีปรากฏอยใู่ นแผนท่ีโลกของปโตเลมี (Ptolemy) เป็นนกั ปราชญช์ าวกรีกท่ีมี ช่ือเสียงมากผหู้ น่ึงมีชีวิตอยปู่ ระมาณปี ค.ศ. 90-168 ไดร้ วบรวมความรู้ทางภูมิศาสตร์ และแผนที่ไว้ 8 เล่มช่ือ “Geographia”

308 แผนท่ีประเทศไทยท่ีนบั วา่ เก่าแก่ที่สุด คือ แผนท่ียทุ ธศาสตร์สมยั สมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี 1 ตน้ สมยั กรุงศรีอยธุ ยา ระหวา่ งปี พ.ศ. 1893-1912 ความเจริญในการทาแผนท่ีของไทยเร่ิมจริงจงั เมื่อ รัชสมยั ของ พระบาทสมเด็จพระจุลเกลา้ เจา้ อยหู่ วั คือใน พ.ศ.2418 ไดท้ รงต้งั กองทาแผนท่ีข้ึนตาม คาแนะนาของ นายเฮนรี อาลาบาสเตอร์ (Henry Alabaster) ที่ปรึกษาส่วนพระองค์ และในปี พ.ศ. 2424 รัฐบาลไทยไดจ้ า้ งชาวองั กฤษ คือ แมคคาร์ธี (James Maccarthy) มาเป็นเจา้ กรมแผนท่ี โดยได้ มีการวางโครงการสามเหลี่ยมเพือ่ โยงหลกั ฐานทางราบจากอินเดียผา่ นพมา่ เขา้ สู่ไทยทางจงั หวดั กาญจนบุรีถึงกรุงเทพฯ และโยงต่อไปยงั ลาว - เขมร ในระหวา่ งสงครามโลกคร้ังที่ 2 รัฐบาลประสบกบั ปัญหาในเรื่องขาดแคลนแผนที่ภูมิ ประเทศที่ใชใ้ นกิจการทหาร และการวางแผนป้องกนั เพื่อรักษาความปลอดภยั ของประเทศ ดงั น้นั ใน ปี พ.ศ. 2491 รัฐบาลอเมริกาไดใ้ หค้ วามช่วยเหลือโดยส่งหน่วยงานทาแผนที่ (Army Map Service) มาทาการสารวจและถ่ายภาพทางอากาศเพื่อทาแผนท่ีภูมิประเทศ ขนาดมาตรส่วน 1 ต่อ 50,000 ทวั่ ประเทศ ซ่ึงต่อมากรมแผนที่ไดด้ าเนินการแกไ้ ขปรับปรุงใหม่ ประโยชน์ของแผนท่ี แบ่งออกไดเ้ ป็น 3 ทางใหญ่ ๆ คือ 1. ประโยชนท์ างดา้ นการเมือง เช่น ช่วยในการแบ่งเขตการปกครอง กาหนดแดนระหวา่ ง ประเทศเป็ นตน้ 2. ประโยชน์ทางดา้ นทหาร เช่น ใชใ้ นการพิจารณาวางแผนยทุ ธศาสตร์ทางการทหาร 3. ประโยชนท์ างดา้ นเศรษฐกิจ เช่น ในการพฒั นาเศรษฐกิจของชาติ จาเป็ นตอ้ งใชแ้ ผนที่ เป็นเครื่องมือการวางแผนและในการปฏิบตั ิงานทุกข้นั ตอน ตวั อยา่ งที่เห็นไดช้ ดั คือการดาเนิน โครงการพฒั นาลุ่มน้าโขง การสร้างเขื่อนการใชท้ ี่ดินเพื่อการเกษตร เป็นตน้ กำรระวงั รักษำแผนที่ เพอื่ ใหก้ ารใชแ้ ผนท่ีไดน้ าน เราจึงตอ้ งวธิ ีการเกบ็ รักษาให้ถูกวธิ ี ส่วนมากแลว้ แผนท่ีมกั จะ พมิ พด์ ว้ ยกระดาษจึงจาเป็ นตอ้ งมีการป้องกนั ไมใ่ หแ้ ผนท่ีน้นั ถูกน้าโคลนหรือฉีดขาดได้ ดงั น้นั ควร นาแผนท่ีไปผนึกหุม้ ดว้ ยพลาสติกใส เม่ือเวลานาไปใชป้ ฏิบตั ิในสนามควรใชด้ ินสอเขียนรายละเอียด ต่าง ๆ ลงบนแผน่ พลาสติกน้ี จะทาใหแ้ ผนท่ีไม่สกปรกและยงั สามารถลบออกไดง้ ่ายดว้ ย

309 แผนท่ี - เขม็ ทศิ เอกสำรประกอบ(2) เขม็ ทิศ (Compass) หมายถึงเคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการหาแนวทิศเหนือ (ทิศเหนือแม่เหล็ก) ประวตั ิ ผใู้ ดจะเป็นผคู้ ิดเขม็ ทิศข้ึนใชเ้ ป็นคนแรกน้นั ไม่มีใครทราบ แต่มีหลายประเทศที่อา้ งวา่ คนใน ประเทศตนเป็นผคู้ ิดข้ึน เราทราบกนั วา่ ในเทือกเขายรู าลทางภาคตะวนั ออกของยุโรป มีหิน ประหลาดชนิดหน่ึงซ่ึงคนในสมยั น้นั คิดวา่ เป็นหินศกั ด์ิสิทธ์ิเพราะมนั มีอานาจดึงดูดเหล็กได้ และเม่ือ ทาเป็นแท่งแขวนไวม้ นั จะแกวง่ ไกลไปมาแลว้ หยดุ อยใู่ นแนว ๆ หน่ึงเสมอ ดงั น้นั จึงเรียกกนั วา่ “หิน นาทาง” (Lodestone or Leadstone) จากการคน้ พบน้ีจึงไดม้ ีการประดิษฐเ์ ขม็ ทิศข้ึน การทางานของเขม็ ทิศสมั พนั ธ์กบั การทางานของแม่เหลก็ คือ ปลายขา้ งหน่ึงจะช้ีไปทางทิศ เหนือเสมอ เรียกวา่ “ปลายช้ีเหนือ” ส่วนอีกปลายหน่ึงจะช้ีไปทางตรงกนั ขา้ ม ที่เป็นเช่นน้ีเพราะวา่ โลกมีคุณสมบตั ิเหมือนแทง่ แมเ่ หล็กขนาดมหึมามีข้วั แม่เหลก็ โลกเหนือ (North magnetic Pole) อยทู่ ี่ ชายฝ่ังทางเหนือของเกาะปรินซ์ ออฟ เวลส์ (Prince of Wales) ในแคนาดาเหนือคอยส่งอานาจดึงดูด ใหป้ ลายช้ีเหนือของแมเ่ หลก็ ช้ีไปทางน้นั ส่วนทางขวั่ แม่เหล็กโลกใต้ (South magnetic pole) อยทู่ ี่ บริเวณเซาทว์ กิ ตอเรียแลนด์ (South Victoria Land) ในทวปี แอนตาร์กติกาตาแหน่งของข้วั แม่เหล็ก โลกเหนือน้นั มิไดอ้ ยคู่ งท่ีเสมอไป มนั เคล่ือนไปมาไดใ้ นแต่ละปี เมื่อเป็ นเช่นน้ีข้วั เหนือของแม่เหล็ก กเ็ ปล่ียนแปลงไปดว้ ย แตว่ า่ เพยี งปี ละเล็กนอ้ ยเท่าน้นั แต่เมื่อหลายปี เขา้ กส็ ามารถไดว้ า่ เปลี่ยนแปลงไป เท่าไร เขม็ ทิศท่ีนิยมใชใ้ นวงการลูกเสือ คือ เขม็ ทิศซิลวาของสวีเดน เป็นเขม็ ทิศและไมโ้ ปร แทรกเตอร์ร่วมอยดู่ ว้ ยกนั ใชง้ ่ายและสะดวก ข้อควรระวงั ในกำรใช้เขม็ ทศิ ควรจบั ถือเขม็ ทิศดว้ ยความระมดั ระวงั เพราะหนา้ ปัด และเขม็ แมเ่ หลก็ บอบบางอ่อนไหวง่าย แรงกระแทกอาจทาใหเ้ สียหายได้ การอา่ นเขม็ ทิศน้นั ไม่ควรจะกระทาใกลๆ้ กบั สิ่งท่ีเป็นเหล็กหรือ วงจรไฟฟ้า ควรคานึงถึงระยะปลอดภยั ในการใชเ้ ขม็ ทิศโดยประมาณไว้ ดงั ต่อไปน้ี สายไฟฟ้าแรงสูง 55 เมตร รถถงั ปื นใหญ่สนาม 18 เมตร รถยนตบ์ รรทุก 18 เมตร สายโทรเลข 10 เมตร โทรศพั ท์ 10 เมตร ลวดหนาม 10 เมตร ปื นกล 1 เมตร หมวกเหล็ก 0.2 เมตร

310 เรื่อง กำรบริหำรงำนในกองลูกเสือวสิ ำมญั บทเรียนที่ 20 เวลำ 45 นำที ขอบข่ำยวชิ ำ วธิ ีการจดั ต้งั กองลูกเสือวสิ ามญั การจดั ทาเอกสาร ส่วนประกอบของคูหาลูกเสือวสิ ามญั หนา้ ท่ีของคณะกรรมการประจากอง และดาเนินการฝึกอบรมลูกเสือวสิ ามญั พอสังเขป จุดหมำย จดั ต้งั กองลูกเสือและบริหารงานในกองลูกเสือได้ วตั ถุประสงค์ เมื่อจบบทเรียนน้ีแลว้ ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมควรจะสามารถ 1. อธิบายถึงการดาเนินการจดั ต้งั กองลูกเสือวสิ ามญั ได้ 2. จดั ทาทะเบียนและเอกสารต่าง ๆ ในกองลูกเสือวสิ ามญั ได้ 3. ระบุวธิ ีการใชแ้ บบพมิ พต์ ่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง วธิ ีสอน/กจิ กรรม 30 นาที 1. บรรยายและใหซ้ กั ถาม 15 นาที 2. สาธิตการใชแ้ บบพิมพต์ า่ ง ๆ ส่ือกำรสอน 1. เอกสารประกอบเร่ือง “คูหาของลูกเสือวสิ ามญั ” 2. เอกสารประกอบเรื่อง “กรรมการประจากองลูกเสือวสิ ามญั ” 3. แบบพมิ พต์ ่าง ๆ ทุกแบบ และเอกสารประกอบเรื่องการบริหารงานในกองลูกเสือวสิ ามญั 4. หนงั สือและเอกสารประกอบอ่ืน ๆ ที่หาได้ กำรประเมินผล 1. สังเกตพฤติกรรม 2. แบสอบถาม ซกั ถาม

311 เนื้อหำวชิ ำ (บนั ทึกภูมิหลงั ) บรรยายในเรื่องวธิ ีการดาเนินการต้งั กองวสิ ามญั และเม่ือไดอ้ นุญาตใหต้ ้งั กองไดแ้ ลว้ ควรจะมี สถานที่และอุปกรณ์ในการฝึกสอนอยา่ งไร เมื่อจะดาเนินการต้งั กองลูกเสือวิสามญั ข้ึน จะเป็ นการต้งั กองข้ึนใหม่ หรือต้งั กองเพิ่มเติมจาก ท่ีมีอยแู่ ลว้ ก็ดีใหป้ ฏิบตั ิดงั ต่อไปน้ี 1. รับสมคั รเด็กจานวน 10 – 40 คน อายุ 16 – 25 ปี หรือกาลงั เรียนอยใู่ นช้นั มธั ยมศึกษาตอน ปลายหรือระดบั อาชีวศึกษา หรืออุดมศึกษา 2. ผูก้ ากบั ตอ้ งผ่านการอบรมข้ึนความรู้ข้นั สูง ของวิชาผูก้ ากบั ลูกเสือวิสามญั และมีอายุไม่ น้อยกว่า 25 ปี และรองผูก้ ากบั ตอ้ งมีอายุไม่น้อยกว่า 23 ปี ตอ้ งผ่านการอบรมข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ มาแลว้ กองหน่ึงมีผกู้ ากบั 1 คน และรองผกู้ ากบั อีก 1 คน หรือหลายคนเป็นผชู้ ่วย 3. ดาเนินการขออนุญาตตามลาดบั ข้นั โดยใชแ้ บบพิมพ์ ดงั น้ี 1) ล.ส. 1 จานวน 1 แผน่ 2) ล.ส. 2 จานวนคนละ 1 แผน่ 3) ทาหนงั สือนาขออนุญาตแนบไปดว้ ย แบบพมิ พด์ งั กล่าวน้ีใหท้ าเป็น 3 ชุด เกบ็ ไวเ้ ป็นสาเนาท่ีโรงเรียน 1 ชุด ส่งอาเภอ 1 ชุด ถา้ สงั กดั จงั หวดั ทาเป็น 2 ชุด เกบ็ ไวท้ ่ีโรงเรียน 1 ชุด ส่งจงั หวดั 1 ชุด หรือถา้ สงั กดั สานกั งานลูกเสือ แห่งชาติ ใหท้ าเป็ น 2 ชุด เก็บไวท้ ่ีโรงเรียน 1 ชุด ส่งสานกั งานลูกเสือแห่งชาติ ใหท้ าเป็ น 1 ชุด 4. เม่ือไดร้ ับอนุมตั ิใหต้ ้งั กองไดแ้ ลว้ ไดด้ าเนินการสอนตามหลกั สูตรเตรียมลูกเสือวสิ ามญั และทาพธิ ีเขา้ ประจากองลูกเสือวสิ ามญั จึงจะนบั วา่ เป็นลูกเสือวสิ ามญั โดยสมบูรณ์ ในกองลูกเสือวสิ ำมัญควรจะมี 1. สถานท่ีฝึกอบรมท้งั ที่ร่มและกลางแจง้ 2. คูหาลูกเสือวสิ ามญั (ROVER DEN) ซ่ึงเป็นสถานที่ประชุมของลูกเสือโดยเฉพาะ 3. ทะเบียนตา่ ง ๆ คือ 1) คาร้องขอจดั ต้งั กลุ่มหรือกองลูกเสือ (ล.ส. 1) 2) ใบสมคั รขอเป็ นผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ (ล.ส. 2) 3) ใบสมคั รเขา้ เป็ นลูกเสือ 4) ใบโอนกองลูกเสือ 5) รายงานการลูกเสือประจาปี 6) ทะเบียนกองลูกเสือวสิ ามญั 7) รายงานการเงินลูกเสือ 8) ใบต้งั กลุ่มลูกเสือหรือต้งั กองลูกเสือ 9) ในแตง่ ต้งั ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือฯ

312 10) บตั รประจาตวั ลูกเสือวสิ ามญั 11) ใบเสร็จรับเงินคา่ บารุงลูกเสือ 4. หนงั สือท่ีจาเป็น คือ พระราชบญั ญตั ิลูกเสือ พ.ศ. 2507 – 2528 ขอ้ บงั คบั คณะลูกเสือ แห่งชาติฯ กฎหมายกระทรวงวา่ ดว้ ยเครื่องแบบ และหนงั สือประกอบการสอนอ่ืนอีกตามสมควร 5. บนั ทึกการประชุมผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือของโรงเรียน 6. บนั ทึกการสอนของผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ 7. บนั ทึกรายงานการประชุมนายหมูห่ รือการประชุมของคณะกรรมการประจากองลูกเสือ 8. แผนภูมิต่าง ๆ เก่ียวกนั การสอนและประกอบการสอนวชิ าลูกเสือ

กำรบริหำรงำนในกองลกู เสือวสิ ำมัญ 313 เอกสำรประกอบ (1) คูหำของลูกเสือวสิ ำมัญ (ROVER DEN) คูหาวสิ ามญั หมายถึง สถานที่ของลูกเสือวสิ ามญั ซ่ึงเป็ นสถานที่ประกอบกิจกรรมของลูกเสือ วสิ ามญั เช่น การประชุมวางแผนหรือประกอบพิธีตา่ ง ๆ (เตรียมลูกเสือวสิ ามญั และลูกเสือวสิ ามญั ) ตอ้ งการใหล้ ูกเสือวสิ ามญั มีสถานที่รวมจิตใจ ยดึ มนั่ ในอุดมการณ์ของลูกเสือเหมือนพระสงฆ์ ท่ีมีโบสถท์ าสงั ฆกรรม 1. บริเวณสถำนที่ ควรเป็ นสถานท่ีสงบเงียบ มีบริเวณกวา้ งขวา้ ง มีความสะอาดท้งั รอบ บริเวณ 2. ลกั ษณะกำรปลกู สร้ำง จะเป็นทรงไดก้ ็ไดใ้ หด้ ูแลว้ เป็ นส่ิงสะดุดตา เป็นท่ีน่าเคารพเกรงขาม อาจเป็นทรงไทยหรือประยกุ ตก์ ็ได้ 3. วัสดุที่ใช้ก่อสร้ำง จะใชว้ สั ดุอย่างไรก็ไดแ้ ลว้ แต่ฐานะการเงินของกองเป็ นสาคญั หรือการ ก่อสร้างอาจจะใชไ้ มก้ ลม ปี กไม้ หรืออิฐ แต่สิ่งสาคญั ใหม้ ีความคงทน 4. กำรสร้ำงภำยในคูหำ 1) มีหอ้ งประชุม 2) มีหอ้ งสมุดเกี่ยวกบั ลูกเสือ 3) มีหอ้ งเกบ็ เคร่ืองหมาย 4) มีหอ้ งเก็บพสั ดุ 5) มีหอ้ งน้า 6) มีที่สาหรับพกั 5. ส่ิงประกอบภำยใน ตามความหมายคูหาวิสามญั เป็ นสถานที่ศกั ด์ิสิทธ์ิสาหรับพิธีการต่าง ๆ ของลูกเสือจึงจะตอ้ งมีสิ่งประดิษฐต์ ่าง ๆ เป็นท่ีเคารพสกั การะ มีดงั น้ี 1) พระพุทธรูป ถ้าลูกเสือน้ันถือศาสนาเดียวกัน ก็ให้ประดิษฐานไวบ้ นโต๊ะบูชาหรือ ศาสนาอ่ืนแลว้ แตค่ วามเคารพนบั ถือ 2) ธงชาติ ธงประจากอง 3) พระบรมรูปรัชกาลที่ 9 พระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ 4) พระบรมรูปรัชกาลท่ี 6 พระผพู้ ระราชทานกาเนิดลูกเสือไทย 5) รูป บี.- พี. ผกู้ ่อกาเนิดลูกเสือโลก 6) คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ 7) คติพจน์ของลูกเสือทุกประเภท

314 6. ลกั ษณะกำรใช้คูหำวสิ ำมัญ 1) ใชเ้ ป็นที่สอนและอบรมลูกเสือ 2) ใชเ้ ป็นท่ีประชุมนายหมูห่ รือประชุมสมาชิกของกอง 3) ใชค้ น้ ควา้ หาความรู้เป็ นหอ้ งสมุด 4) ใชท้ าพธิ ีทางศาสนา เช่น ทาบุญในโอกาสครบรอบต้งั กองลูกเสือ 5) ใชท้ าพธิ ีทางลูกเสือ เช่น ติดแถบ ถวายราชสดุดี 6) เป็นพพิ ธิ ภณั ฑข์ องท่ีระลึกท่ีไดม้ าจากที่อื่น หรือต่างประเทศ 7) ใชเ้ ป็นสานกั งานของลูกเสือ

กำรบริหำรงำนในกองลกู เสือวสิ ำมญั 315 เอกสำรประกอบ (2) กรรมกำรประจำกองลกู เสือวิสำมญั กองลูกเสือวสิ ามญั ควรจดั ต้งั กรรมการประจากอง กรรมการประจากองประกอบดว้ ย ผูก้ ากบั ลูกเสือหวั หนา้ นายหมู่ลูกเสือ 1 คน ผชู้ ่วยหวั หนา้ นายหมูล่ ูกเสือ อีก 1 คน และนายหมู่ลูกเสือวสิ ามญั ที่ ไดร้ ับการแต่งต้งั เป็นกรรมการ กรรมกำรประจำกอง มีหน้ำท่ี 1) พิจารณาในการรักษาเกียรติของลูกเสือ 2) จดั รายการกิจกรรมของกองลูกเสือ 3) พิจารณาการบริหารภายในกองลูกเสือ 4) ควบคุมการรับจา่ ยเงินของกองลูกเสือ คณะกรรมกำรประจำกองลูกเสือวสิ ำมัญ คณะกรรมการประจากองลูกเสือวสิ ามญั ประกอบดว้ ยหวั หนา้ นายหมู่เป็ นประธาน ผชู้ ่วย หวั หนา้ -นายหมู่เป็นรองประธาน กบั ใหน้ ายหมู่ รองนายหมูใ่ นกองน้นั เป็นกรรมการ แลว้ เลือก กนั เองเป็ นกรรมการฝ่ ายต่าง ๆ เช่น เลขานุการ เหรัญญิก ปฏิคม กรรมการกีฬา กรรมการ นนั ทนาการ กรรมการกลางฯ และนาเสนอผกู้ ากบั ฯ พิจารณาอนุมตั ิและส่งั แต่งต้งั คณะกรรมการประจากองให้อยู่ในตาแหน่งไม่เกิน 12 เดือน ท้งั น้ีเพื่อเปิ ดโอกาสให้ผูอ้ ื่น ไดป้ ฏิบตั ิงานในตาแหน่งหัวหน้านายหมู่ ผูช้ ่วยหัวหน้านายหมู่ และกรรมการดาเนินงานของกอง บา้ ง แตใ่ นบางกรณีท่ีประชุมนายหมูอ่ าจเสนอใหผ้ กู้ ากบั พจิ ารณาแตง่ ต้งั คณะกรรมการประจากองชุด เดิมปฏิบตั ิหนา้ ที่ต่อไปอีก หรือจะใหม้ ีการเปล่ียนแปลงแตบ่ างตาแหน่งกไ็ ด้ ใหม้ ีการประชุมคณะกรรมการประจากอง อยา่ งนอ้ ยเดือนละคร้ัง ในการประชุมใหห้ วั หนา้ นายหมูเ่ ป็นประธานที่ประชุม ผชู้ ่วยหวั หนา้ นายหมู่ 1 คน เป็นรองประธาน เลขานุการ เป็นผจู้ ด รายงานการประชุมส่วนผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือที่เขา้ ร่วมประชุมดว้ ยใหท้ าหนา้ ที่เป็นท่ีปรึกษา คณะกรรมการประจากองมีหนา้ ที่ปรึกษา 1. วางแผนและจดั กิจกรรมในวนั ประชุมกองประจาสัปดาห์ 2. ในกรณีท่ีมีกิจกรรมพิเศษ อาจพจิ ารณาแต่งต้งั ลูกเสือวสิ ามญั ในกองคนหน่ึงใหเ้ ป็ น หวั หนา้ กิจกรรมน้นั 3. บริหารกิจการภายในกองลูกเสือ 4. รักษาเกียรติของกองลูกเสือ

316 5. ควบคุมการรับจ่ายเงินของกองลูกเสือ 6. ให้ประธานหรื อผู้แทนท่ีได้รับมอบหมายเป็ นผู้แทนของกองในการติดต่อกับ บุคคลภายนอก 7. จดั ให้มีคูหา (Den) ของกอง ขนาดอยา่ งนอ้ ย 4 6 เมตร เพ่ือใชเ้ ป็นสถานท่ีเอนกประสงค์ ของกอง 8. คดั เลือกลูกเสือวสิ ามญั อาวุโส 1 หรือ 2 คน ที่รอบรู้งานลูกเสือวสิ ามญั เพ่ือให้ทาหนา้ ท่ี พ่ีเล้ียง (Sponsor) เตรียมลูกเสือวสิ ามญั (Rover Squire) แตล่ ะคนจนกวา่ เตรียมลูกเสือวสิ ามญั น้นั จะ ผ่านหลกั สูตร ลูกเสือโลก ผ่านการสารวจตวั เอง (Vigil) และได้เขา้ ประจากอง (Investiture) เป็ น ลูกเสือวสิ ามญั (Rover Scout) โดยสมบูรณ์

บริหำรงำนในกองลูกเสือวสิ ำมญั 317 เอกสำรประกอบ (3) วธิ ีปฏบิ ตั ิในกำรประชุมคณะกรรมกำรประจำกอง การประชุมคณะกรรมการประจากอง ปกติจะประชุมที่คูหาลูกเสือวสิ ามญั แต่ถา้ ไมม่ ีใชห้ อ้ ง ใดหอ้ งหน่ึงแทนก็ได้ มีแนวปฏิบตั ิดงั น้ี กำรจัดทปี่ ระชุม 1. หอ้ งประชุม ในหอ้ งประชุมจดั ใหม้ ีโตะ๊ หมูบ่ ูชา มีพระพุทธรูป ธงชาติและพระบรมฉายา ลกั ษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั รัชกาลปัจจุบนั รวมท้งั จดั ใหม้ ีพระบรมรูปของ พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั องคพ์ ระผพู้ ระราชทานกาเนิดลูกเสือไทย และรูปของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ผใู้ หก้ าเนิดลูกเสือโลก 2. โตะ๊ ประชุม ควรจดั ใหม้ ีเกา้ อ้ีประชุมตามจานวนของนายหมู่ รองนายหมู่ และจดั เป็ นพเิ ศษ สาหรับผกู้ ากบั ฯ หรือรองผกู้ ากบั ฯ ที่จะเขา้ ประชุมดว้ ยในฐานะที่ปรึกษา โดยจดั ใหน้ งั่ อยทู่ างดา้ น ซา้ ยของประธาน 3. การจดั ที่นง่ั จะตอ้ งกาหนดไวใ้ หท้ ราบ โดยมีการเขียนป้ายหรือเคร่ืองหมายแสดงไว้ ณ ที่ น้นั ๆ เช่น ประธาน รองประธาน เลขานุการ หมู่ 1 รอง ฯ หมู่ 1 หมู่ 2 รอง ฯ หมู่ 2 หมู่ 3 รองหมู่ 3 ฯลฯ และผกู้ ากบั ฯ 4. ผเู้ ขา้ ประชุม - นายหมู่ทุกหมู่ และรองนายหมูท่ ุกหมู่ ในฐานะกรรมการ - ผกู้ ากบั ลูกเสือ ถา้ ผกู้ ากบั ลูกเสือไม่อยใู่ หร้ องผกู้ ากบั ฯ เขา้ ประชุมแทน - ผทู้ รงคุณวฒุ ิท่ีกองลูกเสือเชิญมา เพ่ือแนะนาวชิ าการเป็นคร้ังคราว - หัวหนา้ นายหมู่ในฐานะประธาน รองหวั หนา้ นายหมู่ 1 คน ในฐานะรองประธาน และ เลขานุการผจู้ ดรายงานการประชุม 5. การเข้าห้องประชุม คณะกรรมการฯ จะวางไม้ง่ามและหมวกไว้ ณ ที่ซ่ึงจัดไว้ให้ เลขานุการจะเป็ นผเู้ ชิญกรรมการทุกคนเขา้ ก่อนแลว้ จึงเชิญประธาน และที่ปรึกษาเขา้ เป็นคนสุดทา้ ย ผู้ ท่ีเขา้ ประชุมก่อนที่จะเขา้ นงั่ จะตอ้ งไปไหวพ้ ระพุทธรูป แสดงความเคารพต่อธงชาติและพระบรม ฉายาลกั ษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ตามลาดบั เสียก่อน โดยวธิ ีวนั ทยหตั ถ์ แลว้ จึงไปนงั่ ยงั ที่ ของตน (ยกเวน้ ประธานจะตอ้ งจุดธูปเทียน และกราบที่หนา้ พระ)

318 6. การเปิ ดประชุม เป็นหนา้ ท่ีของประธานที่จะกล่าวเปิ ด โดยลุกข้ึนยนื หนั หนา้ เขา้ สู่ท่ี ประชุม ยนื่ มือขวาออกไปขา้ งหนา้ ทามุมประมาณ 45 องศา แขนเหยยี ดตรงแสดงรหสั ของลูกเสือ แลว้ กล่าววา่ “บดั น้ีสมาชิกของท่ีประชุมไดม้ าครบองคป์ ระชุมแลว้ ขา้ พเจา้ ขอเปิ ดการประชุม ขอให้ สมาชิกท้งั หลายไดใ้ ชส้ ิทธิและเสรีภาพของท่านโดยเสรีในการประชุม และขอใหถ้ ือวา่ การประชุมน้ี เป็นความลบั ไม่เปิ ดเผย” เม่ือประธานกล่าวจบ สมาชิกท่ีประชุมยนื ข้ึนพร้อมกนั พร้อมกบั ยกมือขวา ข้ึนแสดงรหสั ลูกเสือแบบใหค้ าปฏิญาณของลูกเสือ และกล่าวพร้อมกนั วา่ “ขา้ พเจา้ จะถือวา่ การ ประชุมน้ีเป็นความลบั เวน้ ไวแ้ ต่จะไดร้ ับความเห็นชอบจากท่ีประชุม” เสร็จแลว้ ประธานนง่ั ลง สมาชิกนงั่ ลงพร้อมกนั จากน้นั จึงใหด้ าเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป 7. การพดู ในที่ประชุม ก่อนพูดตอ้ งยกมือขออนุญาต เม่ือประธานอนุญาตจึงจะพูดได้ (และ จะตอ้ งพูดกบั ประธานทุกคร้ัง) เม่ือเวลาพูดใหน้ งั่ ไมต่ อ้ งยืน 8. การนดั หมายเรียกประชุม เป็นหนา้ ท่ีของเลขานุการที่จะแจง้ นดั หมายไป 9. การจดั ระเบียบวาระการประชุม เป็นหนา้ ท่ีของเลขานุการที่จะแจง้ นดั หมายไป 10. เร่ืองท่ีจะจดั เขา้ วาระการประชุม ควรเป็ นเรื่องท่ีเก่ียวกบั หนา้ ที่ความรับผดิ ชอบในกอง ลูกเสือท่ีตน เช่นจดั ทากาหนดการฝึกอบรม การอยคู่ า่ ยพกั แรม การเงิน การลงโทษ การใหร้ างวลั และการแกป้ ัญหาต่าง ๆ ฯลฯ เป็นตน้ 11. รายงานการประชุม ผเู้ ขา้ ร่วมประชุมจะตอ้ งถือเป็นความลบั ไมค่ วรเปิ ดเผย เวน้ แตจ่ ะ ไดร้ ับความเห็นชอบจากท่ีประชุมใหเ้ ปิ ดเผยได้ 12. การจดรายงานการประชุมเป็ นหนา้ ที่ของเลขานุการ จะตอ้ งเป็ นผจู้ ดและจดั ทารายงาน การประชุมบนั ทึกลงในสมุด และสาเนาแจง้ ใหผ้ เู้ ขา้ ประชุมทราบ 13. ผดู้ ารงตาแหน่งประธานท่ีประชุม คือ ประธานคณะกรรมการประจากอง (หวั หนา้ นาย หมู)่ ซ่ึงผกู้ ากบั ฯ แต่งต้งั จากนายหมู่ส่วนมากเห็นชอบดว้ ย 14. เลขานุการของที่ประชุม คือ เลขานุการของคณะกรรมการประจากอง โดยใหน้ งั่ อยู่ ทางซา้ ยของประธาน(เลขาฯ จะเป็นผเู้ ชิญนายหมู่ รองนายหมู่ เขา้ ที่ประชุมทีละคน จนถึงประธาน แลว้ จึงเชิญผกู้ ากบั ฯ เป็นคนสุดทา้ ย) 14. ผกู้ ากบั ลูกเสือที่เขา้ ประชุม ไมม่ ีสิทธิออกเสียงในที่ประชุม แต่มีสิทธิยบั ย้งั การกระทา ใดๆท่ีผกู้ ากบั ฯเห็นวา่ ถา้ จะปล่อยใหท้ าไปตามขอ้ ตกลงของที่ประชุมแลว้ อาจก่อใหเ้ กิดผลเสียหาย ข้ึนได้ 15. การปิ ดประชุม ประธานจะลุกข้ึนยนื หนั หนา้ เขา้ สู่ท่ีประชุม ยน่ื มือขวาออกไปขา้ งหนา้ ทามุมประมาณ 45 องศา แขนเหยยี ดตรง แสดงรหสั ของลูกเสือ แลว้ กล่าววา่ “ขา้ พเจา้ ขอปิ ดการ ประชุม” เมื่อประธานกล่าวจบใหน้ ายหมูท่ ุกคนลุกข้ึนทาวนั ทยหตั ถแ์ ก่ประธาน (ประธานทา วนั ทยหตั ถต์ อบ)

319 16. การออกจากห้องประชุม ตามลาดบั ดงั น้ี คือ ที่ปรึกษา ประธาน นายหมู่ และรองนาย หมู่ตา่ ง ๆ (โดยปฏิบตั ิพิธีการเช่นเดียวกบั การเขา้ หอ้ งประชุม) ตัวอย่ำงผงั ท่ปี ระชุมคณะกรรมกำรประจำกอง ท่ีวางหรือรวมไมง้ ่าม ธงประจากอง บี.-พ.ี ธงชาติ ร. 9 ร. 6 ที่วางหมวก โตะ๊ หมู่บูชา ประธาน ผกู้ ากบั ฯ ที่เซ็นช่ือ รองประธาน เลขานุการ รองฯ หมู่ 2 รองหมู่ 3 ป้ายบอก หมู่ 4 รองฯ หมู่ 1 กาลงั ประชุม รองฯ หมู่ 4 หมู่ 5 รองฯ หมู่ 5

320 (ตวั อย่ำงระเบยี บวำระกำรประชุม) ระเบยี บวำระกำรประชุมคณะกรรมกำรประจำกอง คร้ังท่ี…………/………… วนั ที่……….เดือน……………พ.ศ………… ณ……………………………………………. วาระที่ 1 เร่ืองท่ีประธานจะแจง้ ใหท้ ราบ (ถา้ มี) วาระที่ 2 เรื่องรับรองรายงานการประชุม คร้ังท่ี …………./…………. วาระท่ี 3 เร่ืองที่สืบเนื่องจากการประชุมคร้ังก่อน (ถา้ มี) วาระที่ 4 เร่ือง………………..(เป็นเร่ืองท่ีจะประชุมพจิ ารณากนั ในการประชุม ถา้ มีหลาย เร่ือง กใ็ ส่วาระท่ี 5 ท่ี 6 จนหมดเร่ืองท่ีจะนามาประชุม) วาระท่ี 5 เร่ืองอื่นๆ (ถา้ มี) วาระที่ 5 หรือวาระอนั ดบั สุดทา้ ยน้ีเป็ นวาระที่กาหนดสาหรับ เรื่อง ท่ีจะมีข้ึนภายหลงั ที่ไดก้ าหนดระเบียบวาระไปแลว้ จะไดน้ ามาเขา้ พูดในที่ประชุม ได้

321 (ตวั อย่ำงบันทกึ รำยงำนกำรประชุม) บันทกึ รำยงำนกำรประชุมคณะกรรมกำรประจำกอง คร้ังท่ี…………/………… วนั ที่……….เดือน……………พ.ศ………… ณ…………………………………………. ผู้เข้ำประชุม 1. ………………………………. 2. ……………………………… 3. ……………………………… ฯลฯ ผ้ไู ม่มำประชุม (ถ้ำมี) เปิ ดประชุมเวลา ………….น. ประธานกล่าวเปิ ดการประชุมแลว้ ดาเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป วาระที่ 1 เร่ือง…………………… ประธานเสนอ วา่ ……………………………………………………………………………….. ที่ประชุม (มีมติหรือตกลงอยา่ งไร) ฯลฯ ปิ ดประชุมเวลา ……………….. น. (ลงชื่อ)……………………ผจู้ ดรายงานการประชุม ที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมน้ีแลว้ (ลงช่ือ) ………………………ประธาน (ลงชื่อ) ………………………หนา้ หมู่………...…… (ลงชื่อ) ………………………รองนายหมู่………… ฯลฯ

322 (ตัวอย่ำงบญั ชีลงชื่อผู้เข้ำประชุม) รำยช่ือผ้เู ข้ำประชุมคณะกรรมกำรประจำกองลกู เสือวสิ ำมัญ คร้ังท่ี……………./………….. วนั ท่ี…………เดือน……….พ.ศ………….. ณ………………………………………………. ลาดบั ที่ ช่ือ - สกลุ ลายเซ็น ตาแหน่ง หมายเหตุ 1. ประธาน 2. นายหมู่ หมู่… 3. รองนายหมู่ หมู่…. … นายหมู่ หมู่…… รองนายหมู่ หมู่…. ฯลฯ เลขานุการ

เร่ือง กำรฝึ กอบรมผู้กำกบั ลูกเสือ 323 บทเรียนท่ี 21 เวลำ 30 นำที ขอบข่ำยวชิ ำ ข้นั ตอน วธิ ีการของการฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือท้งั 5 ข้นั ตามระเบียบคณะกรรมการบริหาร ลูกเสือแห่งชาติ วา่ ดว้ ยการฝึ กอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ พ.ศ. 2556 และระเบียบสานกั งานคณะ กรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ วา่ ดว้ ยการฝึกอบรมผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือเพื่อรับเครื่องหมายวูดแบดจ์ ระดบั ผนู้ า พ.ศ. 2532 จุดหมำย ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมทราบข้นั ตอนการฝึกอบรมข้นั สูงและตอบการศึกษาเพิม่ เติมฉบบั ท่ี 2 วตั ถุประสงค์ เมื่อจบบทเรียนน้ีแลว้ ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมควรจะสามารถ 1. บรรยายถึงแนวการฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือท้งั 5 ข้นั ได้ 2. ถามในเอกสารการศึกษาเพ่ิมเติม ฉบบั ที่ 2 ได้ วธิ ีสอน / กจิ กรรม 20 นาที 1. บรรยายแนวการฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ 5 ข้นั ตอน 10 นาที 2. อภิปรายในท่ีประชุมใหญ่ เก่ียวกบั เอกสารการศึกษาเพิ่มเติมฉบบั ท่ี 2 สื่อกำรสอน 1. แผนภูมิหรือสไลด์ หรือเครื่องฉายภาพขา้ มศีรษะ แนวการฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ 2. เอกสารประกอบ 1) การฝึกอบรมข้นั ความรู้ช้นั สูง คืออะไร 2) การศึกษาเพ่มิ เติม ฉบบั ท่ี 2 3) ระเบียบคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ วา่ ดว้ ยการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ พ.ศ. 2556 4) ระเบียบสานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ วา่ ดว้ ยการฝึกอบรมผบู้ งั คบั บญั ชา ลูกเสือเพือ่ รับเคร่ืองหมายวดู แบดจ์ ระดบั ผนู้ า พ.ศ. 2532 กำรประเมินผล 1. การสังเกตพฤติกรรม 2. การอภิปราย ซกั ถาม

324 เนื้อหำวชิ ำ (บนั ทึกภูมิหลงั ) ก. อำรัมภบท แจกเอกสารประกอบ 1) และ 2) แลว้ บรรยายโดยฉายภาพนิ่งหรือแผนภูมิ เก่ียวกบั ข้นั ตอนการฝึกอบรมผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ เพ่ือรับเคร่ืองหมายวดู แบดจ์ ซ่ึงแบ่งออกเป็น 5 ข้นั คือ ข้นั ที่ 1 ข้นั ความรู้ทว่ั ไป ข้นั ท่ี 2 ข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ ข้นั ที่ 3 ข้นั ฝึกหดั งาน ข้นั ท่ี 4 ข้นั ความรู้ช้นั สูง ข้นั ท่ี 5 ข้นั ปฏิบตั ิการและประเมินผล ข. อภิปรำยในที่ประชุมใหญ่ แจกเอกสารการศึกษาเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 วิทยากรผูส้ อน บทเรียนน้ีอ่านคาถามแต่ละขอ้ จากเอกสารศึกษาเพิ่มเติม ฉบบั ที่ 2 ซ่ึงมีอยู่ท้งั หมด 15 ขอ้ แลว้ ร่วมกนั อภิปรายถึงแนวการตอบคาถามเปิ ดโอกาสใหผ้ ูเ้ ขา้ รับการฝึกอบรมไดแ้ สดงความคิดเห็น แลว้ ผบู้ รรยายสรุปแนวคาตอบให้เป็นขอ้ ๆ จนจบท้งั 15 ขอ้ แลว้ เสนอแนะใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมนาไป เขียนคาตอบลงในสมุด ในระหวา่ งท่ีไปปฏิบตั ิงานในกองลูกเสือของตนและพยายามทาความเขา้ ใจ ขอ้ ปัญหาต่างๆ เพื่อเตรียมรับการซกั ถามจากกรรมการผทู้ รงคุณวุฒิตอ่ ไปเป็ นเวลาอยา่ งนอ้ ย 4 เดือน นับจากวนั สิ้นสุดการฝึ กอบรมข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ และไปปฏิบตั ิในกองลูกเสือ โดยมีผูก้ ากบั กอง หรือผูก้ ากบั กลุ่มเป็ นท่ีปรึกษา และเป็ นผูใ้ ห้คารับรองในการที่จะไปเขา้ รับการฝึ กอบรมข้นั ความรู้ ช้นั สูงต่อไป

กำรฝึ กอบรมผู้กำกบั ลูกเสือ 325 เอกสำรประกอบ (1) กำรฝึ กอบรมผู้กำกบั ลกู เสือวสิ ำมญั ข้ันควำมรู้ช้ันสูง ของท่ำนคืออะไร? การฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือวิสามญั ข้นั ความรู้ช้นั สูง โดยสานกั งานคณะกรรมการบริหาร- ลูกเสือแห่งชาติ สานกั งานศึกษาธิการเขต สานกั งานศึกษาธิการจงั หวดั สานกั งานคณะกรรมการ ลูกเสือกรุงเทพมหานคร ท่ีมีคณะผใู้ หก้ ารฝึกอบรม ใชเ้ วลาฝึกอบรมหน่ึงสัปดาห์ แบบอยคู่ า่ ยแรม คืน หรือจะฝึกอบรมตอนปลายสปั ดาห์ 2 คร้ัง ต่อเน่ืองกนั กไ็ ด้ จดั ทาข้ึนเพ่ือจะใหผ้ กู้ ากบั ลูกเสือวสิ ามญั มีความเขา้ ใจบทบาทของตนเกี่ยวกบั การลูกเสือ วสิ ามญั และเพ่อื พฒั นาทกั ษะอนั เหมาะสมในการท่ีผกู้ ากบั จะไดท้ างานกบั บุคคลแตล่ ะคน และ ทางานกบั กลุ่มอยา่ งไดผ้ ล เป็นการต่อเนื่องจากการฝึกอบรมวชิ าผกู้ ากบั ลูกเสือข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ ซ่ึง ไดก้ ล่าวถึงเร่ืองสาคญั ตา่ ง ๆ แตเ่ พียงผวิ เผนิ เท่าน้นั ในการฝึกอบรม จะแบ่งผูเ้ ขา้ รับการฝึกอบรมออกเป็ นกลุ่มๆ ละ 6 - 8 คน มีวทิ ยากรประจา อยหู่ มูล่ ะคนมีหนา้ ที่ดูแลใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมทุกคนไดร้ ับผลจากการฝึกมากที่สุด เวลาส่วนใหญ่ ในการฝึกอบรมจะใชใ้ นการประชุมหมู่ เพื่อแลกเปล่ียนความคิดเห็น อภิปรายปัญหาต่างๆ ที่เก่ียว ชอ้ งกบั งานของผกู้ ากบั โดยตรง หรือเพ่ือทางานตามโครงการท่ีจดั ข้ึนเพ่ือช่วยใหท้ า่ นใชห้ ลกั การและ วธิ ีการลูกเสือวสิ ามญั ในกองของท่าน ทา่ นจะเห็นวา่ การฝึกอบรมน่าเพลิดเพลิน ส่งเสริมกาลงั ใจ และมีความมุ่งประสงคแ์ น่นอน ไม่มีโอกาสใดที่จะทาให้ท่านมีความเขา้ ใจวา่ การฝึกอบรมคือการ ทดสอบความอดทน และทา่ นจะไดร้ ับการยอมรับนบั ถือวา่ เป็นผใู้ หญ่ ผกู้ ากบั ตลอดเวลาการ ฝึกอบรม การร่วมมือกนั ทางานเป็นประเด็นของการฝึกอบรม กำรฝึ กอบรมจะช่วยท่ำนได้อย่ำงไร การฝึกอบรมแมจ้ ะจดั ข้ึนเพ่ือสนองความตอ้ งการบางประการโดยทวั่ ไป ก็มีความยดื หยนุ่ เพียงพอท่ีจะปรับใหส้ นองความตอ้ งการเฉพาะตวั ของท่านได้ โดยเฉพาะการทางานภายในหมู่ท่ีมี วทิ ยากรประจา กล่าวโดยทวั่ ไปจะมีการพดู กนั ถึงเร่ืองต่อไปน้ี - คนหนุ่มปัจจุบนั น้ี งานของกิจการลูกเสือวสิ ามญั - บทบาทของผกู้ ากบั และคณะกรรมการประจากองลูกเสือวสิ ามญั - การจดั การกองลูกเสือวสิ ามญั และการรักษามาตรฐาน - การใหค้ าปรึกษาการช่วยเหลือบุคคลแตล่ ะคน - โอกาสที่จะไดป้ ฏิบตั ิกิจกรรมเส่ียงภยั อุปกรณ์และความรับผดิ ชอบของผกู้ ากบั - การวางแผนการเดินทางสารวจ - การทากิจกรรมร่วมกนั - ทกั ษะของแต่ละคน และโอกาสในการทางานที่สนใจ

326 วชิ าเหล่าน้ีจะประสานเขา้ ดว้ ยกนั ตลอดเวลาการฝึกอบรม และพฒั นาไปในวธิ ีต่าง ๆ ตาม ความตอ้ งการและประสบการณ์ของผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรม โดยที่การฝึกอบรมวชิ าผกู้ ากบั ลูกเสือ วสิ ามญั ข้นั ความรู้ช้นั สูงน้ี จดั ทาข้ึนเพื่อผกู้ ากบั ที่ไดผ้ า่ นการฝึกอบรมข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ มาแลว้ ผู้ เขา้ รับการฝึกอบรมแต่ละคนจึงอาจจะช่วยเหลือผกู้ ากบั อื่นไดม้ าก เพราะภูมิหลงั ความรู้และ ประสบการณ์ของตนเองมีมาก ท่ำนควรรู้อะไรบ้ำงก่อนท่ที ่ำนจะไปรับกำรฝึ กอบรม ไมม่ ีความรู้พเิ ศษอยา่ งใดที่ตอ้ งเรียนรู้ไปล่วงหนา้ แต่ถา้ ท่านไดอ้ ่านเรื่องต่าง ๆ เก่ียวกบั วชิ าท่ี ไดก้ ล่าวไวต้ อนตน้ ไปบา้ งกจ็ ะช่วยไดม้ าก จงพยายามตอบคาถามในการศึกษาเพิม่ เติมฉบบั ท่ี 2 ใหแ้ ลว้ เสร็จ และส่งไปพร้อมกบั ใบ สมคั รเขา้ รับการฝึกอบรมของทา่ น การตอบคาถามน้ีมิใช่การทดสอบ และทา่ นจะไม่ถูกประเมินผล จากคาตอบน้ีแตป่ ระการใด คาตอบน้ีเพียงช่วยใหท้ ่านมีความเขา้ ใจเร่ืองการลูกเสือวสิ ามญั ใหช้ ดั เจน วทิ ยากรประจาหมู่ จะไดอ้ ภิปรายช้ีแจงกบั ทา่ นอีกช้นั หน่ึงในระหวา่ งการฝึกอบรม จะสมัครเข้ำรับกำรฝึ กอบรมได้อย่ำงไร กาหนดการฝึกอบรมวชิ าผกู้ ากบั ลูกเสือวสิ ามญั ข้นั ความรู้ช้นั สูง จะไดป้ ระกาศใหท้ ราบ ล่วงหนา้ ท่านจะยน่ื สมคั รไดต้ ามกาหนดน้นั แลว้ แต่ทา่ นจะสะดวก ณ ท่ีใด (ขอเชิญทา่ นท้งั หลายมาหาความเพลินเพลินจากการฝึกอบรมวชิ าผกู้ ากบั ลูกเสือข้นั ความรู้ ช้นั สูง และแสวงหาความพึงพอใจที่ทา่ นจะไดม้ ีส่วนช่วยกิจการลูกเสือของชาติใหเ้ จริญกา้ วหนา้ ประสบผลดีต่อไป)

กำรฝึ กอบรมผู้กำกบั ลูกเสือ 327 เอกสำรประกอบ (2) กำรศึกษำเพมิ่ เตมิ ฉบับท่ี 2 ใหต้ อบทุกคาถาม ก่อนจะลงมือตอบใหท้ ่านอา่ นคาแนะนา เก่ียวกบั การศึกษาเพ่มิ เติมก่อน 1. “อุดมการณ์หรือวตั ถุประสงคข์ องคณะลูกเสือแห่งชาติ คือ การส่งเสริมการพฒั นาทางกาย ทางสติปัญญา ทางจิตใจ และทางสงั คม แก่คนวยั หนุ่ม เพื่อวา่ เขาจะไดท้ าการสร้างสรรคใ์ ห้แก่ สงั คมลูกเสือวสิ ามญั มีคนวยั หนุ่มอายตุ ้งั แต่ 16 - 25 ปี จงบรรยายวา่ การจดั กิจกรรมและการจดั รูป งานของกองลูกเสือวสิ ามญั ท่านไดส้ นองความตอ้ งการของคนวยั หนุ่มในระยะอายเุ หล่าน้ีอยา่ งไร และไดบ้ รรลุถึงจุดอุดมการณ์ของคณะลูกเสือแห่งชาติเพียงใดบา้ ง 2. ท่านใชว้ ิธีการอยา่ งไร เพ่ือเร้าความสนใจใหแ้ ก่สมาชิกในกองลูกเสือวสิ ามญั ของท่านใน กิจกรรมในร่มและกลางแจง้ ซ่ึงเป็ นกิจกรรมใหม่ต่อกองของท่าน? ท่านและคณะกรรมการประจา กองลูกเสือวิสามญั มีความช่วยเหลือภายนอกอย่างไรบา้ ง ในอนั ที่จะจดั ให้มีกิจกรรมกวา้ งขวางแก่ สมาชิกในกองลูกเสือของท่าน? 3. จงบรรยายวา่ ท่านมองเห็นบทบาทของท่านมีความสัมพนั ธ์กบั คณะกรรมการประจากอง ลูกเสือวสิ ามญั อยา่ งไร จะพฒั นาแผนการระยะส้ันและระยะยาวให้ไดผ้ ลดีไดอ้ ยา่ งไร? ท่านจะประเมินผลงานของ กองอยา่ งไร และประเมินผลกาหนดการของกองอยา่ งไร 4. แผนการฝึ กอบรมของกองลูกเสือวิสามญั และแผนการฝึ กอบรมอ่ืนที่เกี่ยวเนื่องกนั เช่น เคร่ืองหมายสายยงยศและเครื่องหมายลูกเสือหลวง มีความสัมพนั ธ์กบั กิจกรรมของกองลูกเสือ วสิ ามญั อยา่ งไรบา้ ง จะจดั โครงการความสนใจของแต่ละคน กบั ความสนใจของกลุ่ม รวมเขา้ ใน แผนการระยะส้ัน ระยะยาวของกองลูกเสือวสิ ามญั อยา่ งไร 5. จงพิจารณาเรื่องการบริหารของกองลูกเสือวิสามญั ของท่าน แล้วจงบรรยายถึงเรื่องที่ กาหนดไวข้ า้ งล่างน้ีบอกดว้ ยวา่ ขณะน้ีเป็นอยอู่ ยา่ งไร ทา่ นจะปรับปรุงพฒั นาใหด้ ีข้ึนไดอ้ ยา่ งไร ก. การเงิน รวมถึงงบประมาณประจาปี คา่ บารุง การหาเงิน และเงินอุดหนุน ข. ระเบียบของกองและอุปกรณ์ ค. การสื่อสารสัมพนั ธ์ภายในกอง การติดต่อกบั คณะลูกเสือแห่งชาติและการติดต่อกบั หน่วยงานอื่นท่ีเกี่ยวขอ้ ง 6. ท่านจะช่วยให้ความเขา้ ใจแก่ลูกเสือสามญั ในกองลูกเสือสามญั แห่งหน่ึงที่มีอายมุ าพอจะ เล่ือนเป็ นลูกเสือวิสามญั ต่อไป ไดท้ ราบถึงโอกาสที่จะเล่ือนเป็ นลูกเสือวิสามญั และเตรียมตวั เขาท่ี จะเลื่อนข้ึนไปเป็นลูกเสือวสิ ามญั ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง

328 ระเบียบคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ วา่ ดว้ ยการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ พ.ศ.2556 ----------------------------------------------------- อาศยั อานาจตามความในมาตรา 17(8) แห่งพระราชบญั ญตั ิลูกเสือ พ.ศ.2551 ประกอบกบั มติคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ในการประชุมคร้ังที่ 1/2556 เม่ือวนั ที่ 25 มีนาคม 2556 คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ จึงออกระเบียบคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าดว้ ย การฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ ดงั ตอ่ ไปน้ี ขอ้ 1 ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าดว้ ยการ ฝึกอบรมผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ พ.ศ.2556” ขอ้ 2 ระเบียบน้ีใหใ้ ชบ้ งั คบั ต้งั แต่วนั ประกาศเป็นตน้ ไป ขอ้ 3 ใหย้ กเลิก (1) ระเบียบสานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ วา่ ดว้ ยการฝึกอบรม ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือเพื่อรับเคร่ืองหมายวดู แบดจ์ พ.ศ. 2521 (2) ระเบียบสานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ วา่ ดว้ ยแผนการ ฝึกอบรมผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือแห่งชาติ (ฉบบั ที่ 2 ) พ.ศ.2521 บรรดาขอ้ บงั คบั ระเบียบ ประกาศ หรือคาส่ังอ่ืนใดท่ีขดั หรือแยง้ กบั ระเบียบน้ีให้ใช้ ระเบียบน้ีแทน ขอ้ 4 การฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ มีสองระดบั ไดแ้ ก่ ระดบั ที่หน่ึง การฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ ระดบั ที่สอง การฝึกอบรมผใู้ หก้ ารฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ ขอ้ 5 ระดบั ท่ีหน่ึง การฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ แบ่งออกเป็นหา้ ข้นั ตอน ดงั ตอ่ ไปน้ี ข้นั ท่ีหน่ึง ข้นั ความรู้ทว่ั ไป (General Information Course) ข้นั ท่ีสอง ข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ (Basic Unit Leader Training Course) โดยมีอกั ษรยอ่ B.T.C. ข้นั ท่ีสาม ข้นั ฝึกหดั งาน (In-Service Training) ข้นั ที่สี่ ข้นั ความรู้ช้นั สูง (Advanced Unit Leader Training Course) โดยมีอกั ษรยอ่ A.T.C. ข้นั ที่หา้ ข้นั ปฏิบตั ิการและประเมินผล (Application and Evaluation)

329 ขอ้ 6 ระดบั ที่หน่ึง ข้นั ที่หน่ึง ข้นั ความรู้ทวั่ ไป (General Information Course) วตั ถุประสงค์ เพ่ือจูงใจบุคลากรทางการลูกเสือและผูส้ นใจในกิจการลูกเสือให้มีความเขา้ ใจ ในกระบวนการลูกเสือ วตั ถุประสงคแ์ ละความสาคญั ของการลูกเสือ รายละเอียดในการฝึกอบรม มีดงั ตอ่ ไปน้ี (1) กาหนดระยะเวลาฝึกอบรมหน่ึงวนั (2) ผทู้ ่ีเขา้ รับการฝึ กอบรม ไดแ้ ก่ บุคลากรทางการลูกเสือหรือผูส้ นใจในกิจการลูกเสือท่ีมี อายตุ ้งั แต่สิบแปดปี ข้ึนไป (3) ผูร้ ับผิดชอบในการดาเนินงาน ส่วนกลาง ไดแ้ ก่ สานักงานลูกเสือแห่งชาติ สานกั งาน ลูกเสือกรุงเทพมหานคร สมาคมสโมสรลูกเสือหรือสโมสรลูกเสือท่ีเป็นนิติบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ ง สาหรับหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งตอ้ งได้รับอนุญาตจากสานักงานลูกเสือแห่งชาติ ส่วนภูมิภาค ไดแ้ ก่ สานักงานลูกเสือจงั หวดั สานักงานลูกเสือเขตพ้ืนที่การศึกษา สมาคมสโมสรลูกเสือหรือสโมสร ลูกเสือท่ีเป็ นนิติบุคคล และหน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ งสาหรับหน่วยงานที่เก่ียวขอ้ งตอ้ งไดร้ ับอนุญาตจาก สานกั งานลูกเสือจงั หวดั (4) ผอู้ านวยการฝึ กอบรม (Course Leader) ไดแ้ ก่ บุคลากรทางการลูกเสือที่มีคุณวุฒิ หวั หนา้ ผใู้ หก้ ารฝึ กอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ (L.T.) หรือที่มีคุณวุฒิผชู้ ่วยหวั หนา้ ผใู้ ห้การฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ (A.L.T.) และไดร้ ับแต่งต้งั เป็ นผูอ้ านวยการฝึ กอบรมจากผูร้ ับผิดชอบในการดาเนินการตาม ความในขอ้ 6 (3) (5) คณะผูใ้ ห้การฝึ กอบรมประกอบดว้ ยผูท้ ี่ไดผ้ า่ นการฝึ กอบรมข้นั หัวหน้าผูใ้ ห้การ ฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ (L.T.C.) หรือข้นั ผชู้ ่วยหวั หนา้ ผใู้ หก้ ารฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ (A.L.T.C.) (6) ผูอ้ านวยการฝึ กอบรมอาจเชิญผูท้ ่ีมีคุณวุฒิวูดแบดจ์ (W.B.) หรือผูเ้ ช่ียวชาญ เฉพาะดา้ นเป็นวทิ ยากรตามท่ีเห็นสมควร (7) ผูอ้ านวยการฝึ กอบรมเป็ นผูล้ งนามในวฒุ ิบตั รมอบให้ผูท้ ่ีผา่ นการฝึ กอบรม เมื่อ เสร็จสิ้นการฝึ กอบรมให้ผูอ้ านวยการฝึ กอบรมรายงานผลไปยงั ผูร้ ับผดิ ชอบในการดาเนินงานภายใน สิบหา้ วนั และผรู้ ับผดิ ชอบในการดาเนินงานรายงานไปยงั สานกั งานลูกเสือแห่งชาติภายในสามสิบวนั (8) สานกั งานลูกเสือแห่งชาติเป็นผอู้ อกวฒุ ิบตั รตามความในขอ้ 6(7) (9) การเก็บค่าธรรมเนียมในการฝึ กอบรมให้เป็ นไปตามขอ้ บงั คบั คณะกรรมการ บริหารลูกเสือแห่งชาติ วา่ ดว้ ยค่าบารุง คา่ ธรรมเนียม และค่าบริการอ่ืน ข้อ 7 ระดับที่หน่ึง ข้นั ที่สอง ข้นั ความรู้เบ้ืองต้น (Basic Unit Leader Training Course) โดยมีอกั ษรยอ่ B.T.C. วตั ถุประสงค์ เพ่ือใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจในการวธิ ีการฝึ กอบรมลูกเสือแต่ละประเภท การวางแผน กาหนดการฝึ กอบรมลูกเสือแต่ละประเภทและสามารถทาหน้าที่เป็ นรองผกู้ ากบั ลูกเสือ ตามประเภทน้นั ๆ รายละเอียดในการฝึกอบรม มีดงั ต่อไป (1) กาหนดระยะเวลาฝึกอบรมสามวนั โดยอยปู่ ระจา ณ คา่ ยฝึ กอบรม

330 (2) การจดั ฝึกอบรม ให้แยกตามประเภทลูกเสือ (3) ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรม ไดแ้ ก่ บุคลากรทางการลูกเสือหรือผสู้ นใจในกิจการลูกเสือ ที่ผา่ นการฝึกอบรมข้นั คามรู้ทวั่ ไป (4) ผรู้ ับผดิ ชอบในการดาเนินงาน ส่วนกลาง ไดแ้ ก่ สานกั งานลูกเสือแห่งชาติ สานกั งานลูกเสือกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เก่ียวขอ้ ง สาหรับหน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ งตอ้ งไดร้ ับ อนุญาตจากสานักงานลูกเสื อแห่งชาติ โดยสานักงานลูกเสื อแห่งชาติหรือสานักงานลูกเสื อ กรุงเทพมหานครแล้วแต่กรณีเป็ นผู้กาหนดเลขรุ่น ส่วนภูมิภาค ได้แก่ สานักงาลูกเสือจังหวดั สานกั งานลูกเสือเขตพ้นื ที่การศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ ง สาหรับหน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ งตอ้ งไดร้ ับ อนุญาตจากสานกั งานลูกเสือจงั หวดั โดยสานกั งานลูกเสือจงั หวดั เป็นผกู้ าหนดเลขรุ่น (5) ผอู้ านวยการฝึกอบรม (Course Leader) ไดแ้ ก่ บุคลากรทางการลูกเสือท่ีมีคุณวฒุ ิ หัวหนา้ ผูใ้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือ (L.T.) หรือมีคุณวุฒิผูช้ ่วยหัวหน้าผูใ้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือ (A.L.T.) และไดร้ ับการแต่งต้งั เป็ นผูอ้ านวยการฝึ กอบรมจากผูร้ ับผิดชอบในการดาเนินการ ตามความในขอ้ 7(4) (6) คณะผใู้ หก้ ารฝึกอบรมประกอบดว้ ยผทู้ ่ีผา่ นการฝึกอบรมข้นั หวั หนา้ ผใู้ หก้ าร ฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ (L.T.C.) หรือข้นั ผชู้ ่วยหวั หนา้ ผใู้ หก้ ารฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ (A.L.T.C.) (7) ผอู้ านวยการฝึกอบรมอาจเชิญผทู้ ี่มีคุณวุฒิวดู แบดจ์ (W.B.) หรือผเู้ ชี่ยวชาญ เฉพาะดา้ นเป็นวทิ ยากรที่เห็นสมควร (8) ผอู้ านวยการฝึกอบรมเป็นผลู้ งนามในวฒุ ิบตั รมอบใหผ้ ทู้ ี่ผา่ นการฝึกอบรม พร้อมห่วงสวมผา้ ผกู คอแบบกิลเวลล์ เม่ือเสร็จสิ้นการฝึกอบรมใหผ้ อู้ านวยการฝึกอบรมรายงานผลไปยงั ผรู้ ับผดิ ชอบในการดาเนินงานภายในสิบหา้ วนั และผรู้ ับผิดชอบในการดาเนินงานรายงานผลไปยงั สานกั งานลูกเสือแห่งชาติภายในสามสิบวนั (9) สานกั งานลูกเสือแห่งชาติเป็ นผทู้ ่ีออกวฒุ ิบตั รตามความในขอ้ 7(8) (10) การเก็บค่าธรรมเนียมในการฝึกอบรมให้เป็นไปตามขอ้ บงั คบั คณะกรรมการ บริหารลูกเสือแห่งชาติ วา่ ดว้ ยคา่ บารุง ค่าธรรมเนียม และค่าบริการอื่น ขอ้ 8 ระดบั ที่หน่ึง ข้นั ที่สาม ข้นั ฝึกหดั งาน (In-Service Training) วตั ถุประสงค์ เพ่ือนาคามรู้ท่ีไดเ้ รียนมาแลว้ ในข้นั ที่หน่ึงและข้นั ที่สองไปใชใ้ นการ ฝึ กอบรมลูกเสือโดยให้มีการศึกษาหาความรู้ภาคปฏิบตั ิเพ่ิมเติมจาการไปดูงาน แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดและประสบการณ์กบั ผูบ้ งั คบั บญั ชาลูกเสืออื่น ทาให้เกิดความเขา้ ใจและความมนั่ ใจในการ ปฏิบตั ิหนา้ ท่ี รายละเอียดในการฝึกหดั งาน มีดงั ต่อไปน้ี (1) กาหนดระยะเวลาดาเนินการฝึกหดั งานตามความในขอ้ 8 (2) หลงั จากที่ไดผ้ า่ น

331 การฝึกอบรมข้นั คามรู้เบ้ืองตน้ และมีระยะเวลาดาเนินงานไมน่ อ้ ยกวา่ สี่เดือน (2) การดาเนินการฝึกหดั งาน (ก) ทาการฝึกอบรมลูกเสือในกองลูกเสืออยา่ งนอ้ ยแปดคร้ัง (ข) เขา้ ร่วมในการวางแผนและปฏิบตั ิกิจกรรมกลางแจง้ เช่น การเดินทางไกล การอยูค่ ่ายพกั แรม การสะกดรอย การเดินทางสารวจ การให้บริการและพฒั นาชุมชน การไปเยี่ยมชม แหล่งทรัพยากรของทอ้ งถ่ิน เป็นตน้ อยา่ งนอ้ ยหน่ึงคร้ัง (ค) ศึกษากิจการลูกเสือของกองลูกเสืออื่นอยา่ งนอ้ ยหน่ึงคร้ัง (3) ใหผ้ อู้ านวยการลูกเสือโรงเรียนเป็นผรู้ ับรองการฝึกหดั งาน ขอ้ 9 ระดบั ที่หน่ึง ข้นั ที่ส่ี ข้นั ความรู้ช้นั สูง (Advanced Unit Leader Course) โดยมี อกั ษรยอ่ A.T.C. วตั ถุประสงค์ เพื่อเป็นการพฒั นาตอ่ เน่ืองกนั ท้งั ในดา้ นการเป็นผนู้ าและทกั ษะในการ ฝึ กอบรมในระดบั สูงแก่ลูกเสือ เป็ นการเพิ่มประสบการณ์ในการฝึ กอบรมและทกั ษะที่จาเป็ นในการ ฝึ กอบรมลูกเสือ สามารถทาหนา้ ที่ผกู้ ากบั ลูกเสือหรือรองผูก้ ากบั ลูกเสือ รายละเอียดในการฝึ กอบรม มีดงั ตอ่ ไปน้ี (1) กาหนดระยะเวลาในการฝึกอบรมเจด็ วนั โดยอยปู่ ระจา ณ ค่ายฝึกอบรม (2) การจดั ฝึกอบรมให้จดั แยกกนั ตามประเภทลูกเสือ (3) ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรม ไดแ้ ก่ บุคลากรทางลูกเสือที่ผา่ นการฝึกอบรมข้นั ความรู้ เบ้ืองตน้ ไม่นอ้ ยกวา่ ส่ีเดือน และผา่ นการฝึกหดั งานข้นั ที่สาม (4) ผรู้ ับผดิ ชอบในการดาเนินงาน ส่วนกลาง ไดแ้ ก่ สานกั งานลูกเสือแห่งชาติ สานกั งานลูกเสือกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ ง สาหรับหน่วยงานที่เก่ียวขอ้ งตอ้ งไดร้ ับ อนุญาตจากสานักงานลูกเสื อแห่งชาติ โดยสานักงานลูกเสื อแห่งชาติหรือสานักงานลูกเสื อ กรุงเทพมหานครแล้วแต่กรณีเป็ นผู้กาหนดเลขรุ่น ส่วนภูมิภาค ได้แก่ สานักงาลูกเสือจงั หวดั สานกั งานลูกเสือเขตพ้นื ที่การศึกษา และหน่วยงานที่เก่ียวขอ้ ง สาหรับหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งตอ้ งไดร้ ับ อนุญาตจากสานกั งานลูกเสือจงั หวดั โดยสานกั งานลูกเสือจงั หวดั เป็นผกู้ าหนดเลขรุ่น (5) ผอู้ านวยการฝึกอบรม (Course Leader) ไดแ้ ก่ บุคลากรทางการลูกเสือที่มีคุณวฒุ ิ หัวหน้าผูใ้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากับลูกเสือ (L.T.) และได้รับแต่งต้งั เป็ นผูอ้ านวยการฝึ กอบรมจาก ผรู้ ับผดิ ชอบในการดาเนินงานตามความในขอ้ 9 (4) (6) คณะผูใ้ ห้การฝึ กอบรมประกอบดว้ ยผูท้ ี่ผ่านการฝึ กอบรมข้นั หัวหน้าผูใ้ ห้การ ฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ (L.T.C.) หรือข้นั ผชู้ ่วยหวั หนา้ ผใู้ หก้ ารฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ(A.L.T.C.)

332 (7) ผอู้ านวยการฝึกอบรมอาจเชิญผทู้ ี่มีคุณวฒุ ิวดู แบดจ์ (W.B.) หรือผเู้ ชี่ยวชาญ เฉพาะดา้ นเป็นวทิ ยากรที่เห็นสมควร (8) ผูอ้ านวยการฝึ กอบรมเป็ นผูล้ งนามในวุฒิบตั รมอบให้ผูท้ ่ีผา่ นการฝึ กอบรม เม่ือ เสร็จสิ้นการฝึ กอบรมใหผ้ ูอ้ านวยการฝึ กอบรมรายงานผลไปยงั ผูร้ ับผิดชอบในการดาเนินงานภายใน สิบหา้ วนั และผรู้ ับผดิ ชอบในการดาเนินงานรายงานผลไปยงั สานกั งานลูกเสือแห่งชาติภายในสามสิบวนั (9) สานกั งานลูกเสือแห่งชาติเป็นผทู้ ่ีออกวฒุ ิบตั รตามความในขอ้ 9 (7) (10) การเกบ็ ค่าธรรมเนียมในการฝึกอบรมใหเ้ ป็นไปตามขอ้ บงั คบั คณะกรรมการ บริหารลูกเสือแห่งชาติ วา่ ดว้ ยคา่ บารุง ค่าธรรมเนียม และคา่ บริการอ่ืน ข้อ 10 ระดับท่ีหน่ึง ข้ันที่ห้า ข้ันปฏิบัติการและประเมินผล(Application and Evaluation) วตั ถุประสงค์ เพ่ือนาคามรู้และประสบการณ์ที่ไดร้ ับมาจาการฝึ กอบรมต้งั แต่ข้นั ท่ี หน่ึงถึงข้นั ท่ีส่ีไปใชใ้ นการฝึ กอบรมลูกเสือ พฒั นาตนเองใหม้ ีความรู้และทกั ษะเพิ่มข้ึนและไดร้ ับการ ประเมินผลข้นั สุดทา้ ยเพ่ือให้มีคุณวุฒิวูดแบดจ์ (W.B.) และมีสิทธิประดบั เคร่ืองหมายวูดแบดจส์ อง ทอ่ น รายละเอียดในการปฏิบตั ิการและประเมินผล มีดงั ต่อไปน้ี (1) บุคลากรทางกาลูกเสือที่ผา่ นมาการฝึกอบรมท้งั สี่ข้นั ดงั กล่าวขา้ งตน้ ตอ้ งนา ความรู้และทกั ษะที่ไดร้ ับจากการฝึกอบรมไปดาเนินการในกองลูกเสือเป็นเวลาอยา่ งนอ้ ยสี่เดือนแต่ ไม่เกินสองปี นบั จากวนั สิ้นสุดการฝึ กอบรมข้นั ความรู้ช้นั สูง จากน้นั ใหเ้ สนอรายงานไปยงั สานกั งาน ลูกเสือแห่งชาติ สานกั งานลูกเสือกรุงเทพมหานคร หรือสานกั งานลุกเสือจงั หวดั แลว้ แต่กรณี ตามแบบ การประเมินผลที่สานกั งานลูกเสือแห่งชาติกาหนด (2) การตรวจข้นั ปฏิบตั ิการและประเมินผลใหเ้ ป็ นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการท่ี สานกั งานลูกเสือแห่งชาติกาหนด (3) ผอู้ านวยการสานกั เลขาธิการ สานกั งานลูกเสือแห่งชาติ ผอู้ านวยการลูกเสือ กรุงเทพมหานคร หรือผอู้ านวยการลูกเสือจงั หวดั แลว้ แต่กรณี เสนอรายชื่อบุคลากรทางการลูกเสือที่มี คุณวุฒิหัวหน้าผูใ้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือ (L.T.) หรือผูช้ ่วยหัวหน้าผูใ้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือ (A.L.T.) ท่ีมีคุณลกั ษณะมีความรู้ความสามารถเป็นแบบอยา่ งท่ีดี และสมควรไดร้ ับการแต่งต้งั ให้เป็ นกรรมการผทู้ รงวุฒิในการตรวจข้นั ปฏิบตั ิการและประเมินผลตามประเภทที่ไดร้ ับเครื่องหมาย วดู แบดจส์ องท่อน ไปยงั เลขาธิการสานกั งานลูกเสือแห่งชาติเพ่อื ขออนุมตั ิและแต่งต้งั (4) กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิตามความในขอ้ 10 (3) มีวาระการปฏิบตั ิหนา้ ที่ไดค้ ราวละ สี่ปี นบั แต่วนั ไดร้ ับการแตง่ ต้งั และอาจไดร้ ับการแตง่ ต้งั ไดอ้ ีก (5) การตรวจข้นั ปฏิบตั ิการและประเมินผลแตล่ ะคร้ังใหม้ ีกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิ ตามความในขอ้ 10 (3) อยา่ งนอ้ ยหน่ึงคน

333 (6) กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิในการตรวจข้นั ปฏิบตั ิการและประเมินผลเป็นผเู้ สนอผล การตรวจข้ันปฏิบัติการและประเมินผลไปยังสานักงานลูกเสื อแห่งชาติ สานักงานลูกเสื อ กรุงเทพมหานคร สานกั งานลุกเสือจงั หวดั แลว้ แตก่ รณี (7) สานกั งานลูกเสือแห่งชาติเป็ นผเู้ สนอรายช่ือผทู้ ่ีเห็นสมควรไดร้ ับเคร่ืองหมาย วดู แบดจส์ องท่อนไปยงั ผูต้ รวจการลูกเสือฝ่ ายพฒั นาบุคลากร เพื่อพิจารณาเสนอเลขาธิการสานกั งาน ลูกเสือแห่งชาติอนุมตั ิและแตง่ ต้งั ใหม้ ีคุณวฒุ ิวดู แบดจ์ (W.B.) (8) ใหม้ ีการประกอบพธิ ีมอบเครื่องหมายวดู แบดจส์ องท่อนและหนงั สือสาคญั การ แตง่ ต้งั ใหม้ ีสิทธิประดบั เคร่ืองหมายวดู แบดจส์ องทอ่ นตามความเหมาะสม (9) สานกั งานลูกเสือแห่งชาติเป็ นผอู้ อกเครื่องหมายวดู แบดจส์ องท่อนตามความใน ขอ้ 10 (7) ขอ้ 11 ระดบั ที่สอง การฝึ กอบรมผูใ้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือ แบ่งออกเป็ นสองข้นั ดงั ตอ่ ไปน้ี ข้นั ท่ีหน่ึง การฝึ กอบรมบุคลากรทางการลูกเสือข้นั ผูช้ ่วยหัวหน้าผูใ้ ห้การฝึ กอบรม ผกู้ ากบั ลูกเสือ (Assistant Leader Trainers Course) โดยมีอกั ษรยอ่ (A.L.T.C.) ข้นั ท่ีสอง การฝึ กอบรมบุคลากรทางการลูกเสือข้นั หวั หนา้ ผใู้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือ ( Leader Trainers Course) โดยมีอกั ษรยอ่ (L.T.C.) ขอ้ 12 ระดบั ที่สอง ข้นั ที่หน่ึง การฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือข้นั ผูช้ ่วยหวั หนา้ ผใู้ หก้ ารฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ (Assistant Leader Trainers Course) โดยมีอกั ษรยอ่ (A.L.T.C.) วตั ถุประสงค์ เพ่ือให้ทราบหลกั การสาคญั ของการลูกเสือและนโยบายของคณะ ลูกเสือแห่งชาตินาไปใชใ้ นการฝึ กอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ รับนโยบายขององคก์ ารลูกเสือโลก เก่ียวกบั ดา้ นวชิ าการการฝึ กอบรม การบริหารงานลูกเสือ เพื่อพฒั นาและเพิ่มพูนคามรู้ ทกั ษะและเจตคติ รายละเอียดในการฝึกอบรม มีดงั ต่อไปน้ี (1) กาหนดระยะเวลาฝึกอบรมเจ็ดวนั โดยอยปู่ ระจา ณ คา่ ยฝึกอบรม (2) ผเู้ขา้ รับการฝึกอบรม ไดแ้ ก่ บคุ ลการทางการลูกเสือทไ่ี ดร้ ับเครื่องหมายวดู แบดจ์ สองท่อนไม่นอ้ ยกวา่ สองปี และในระยะเวลาสองปี น้นั ไดท้ าการฝึ กอบรมลูกเสือไดผ้ ลดีหรือเขา้ ร่วม ในการจดั กิจกรรมลูกเสืออยา่ งต่อเนื่อง และไดร้ ับเชิญจากผูอ้ านวยการฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือข้นั ความรู้เบ้ืองต้นหรือข้ันความรู้ช้ันสูง ให้อยู่ในคณะผูใ้ ห้การฝึ กอบรมไม่น้อยกว่าสามคร้ัง และ ผอู้ านวยการฝึกอบรมรับรองผลการปฏิบตั ิหนา้ ที่ (3) ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมเป็นผมู้ ีคุณลกั ษณะเหมาะสมที่จะเป็นผอู้ านวยการฝึกอบรม ผกู้ ากบั ลูกเสือข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ และผอู้ านวยการสานกั เลขาธิการ สานกั งานลูกเสือแห่งชาติ ผอู้ านวยการลูกเสือกรุงเทพมหานคร ผอู้ านวยการลูกเสือจงั หวดั หรือหน่วยงานตน้ สงั กดั แลว้ แต่กรณี

334 สนบั สนุนและอนุญาตใหเ้ ขา้ รับการฝึกอบรม (4) ผรู้ ับผดิ ชอบในการดาเนินงาน สานกั งานลูกเสือแห่งชาติ สานกั งานลูกเสือ กรุงเทพมหานคร สานกั งานลูกเสือจงั หวดั และหน่วยงานที่เก่ียวขอ้ ง สาหรับหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ ง ตอ้ งไดร้ ับอนุญาตจากสานกั งานลูกเสือแห่งชาติ โดยสานกั งานลูกเสือแห่งชาติเป็นผกู้ าหนดเลขรุ่น (5) ผอู้ านวยการฝึกอบรม (Course Leader) ไดแ้ ก่ บุคลากรทางการลูกเสือที่มีคุณวฒุ ิ หัวหน้าผูใ้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากับลูกเสือ (L.T.) และได้รับแต่งต้ังเป็ นผูอ้ านวยการฝึ กอบรมจาก เลขาธิการสานกั งานลูกเสือแห่งชาติ (6) คณะผใู้ หก้ ารฝึกอบรมประกอบดว้ ยผทู้ ี่ผา่ นการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ ข้นั หัวหนา้ ผูใ้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือ (L.T.C.) หรือข้นั ผูช้ ่วยหวั หนา้ ผูใ้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือ (A.L.T.C.) หรือผูอ้ านวยการฝึ กอบรมอาจเชิญผูเ้ ช่ียวชาญเฉพาะด้านเป็ นวิทยากรตามท่ี เห็นสมควร (7) ผอู้ านวยการและเลขาธิการสานกั งานลูกเสือแห่งชาติเป็นผลู้ งนามในวฒุ ิบตั ร มอบให้ผูท้ ่ีผ่านการฝึ กอบรม เมื่อเสร็จสิ้นการฝึ กอบรมให้ผูอ้ านวยการฝึ กอบรมรายงานผลไปยงั ผูร้ ับผิดชอบในการดาเนินงานภายในสิบห้าวนั และผูร้ ับผิดชอบในการดาเนินงานรายงานไปยงั สานกั งานลูกเสือแห่งชาติภายในสามสิบวนั (8) สานกั งานลูกเสือแห่งชาติเป็ นผอู้ อกวฒุ ิบตั รตามความในขอ้ 12 (7) (9) การเก็บคา่ ธรรมเนียมในการฝึกอบรมใหเ้ ป็นไปตามขอ้ บงั คบั คณะกรรมการ บริหารลูกเสือแห่งชาติ วา่ ดว้ ยค่าบารุง ค่าธรรมเนียม และคา่ บริการอ่ืน ขอ้ 13 ผไู้ ดร้ ับการแต่งต้งั ให้มีคุณวุฒิผูช้ ่วยหัวหน้าผูใ้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือ (Assistant Leader Trainer) โดยมีอกั ษรยอ่ (A.L.T.) และมีสิทธิประดบั เครื่องหมายวดู แบดจส์ ามท่อน มีคุณสมบตั ิและรายละเอียด ดงั ต่อไปน้ี (1) ผา่ นการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือข้นั ผชู้ ่วยหวั หนา้ ผใู้ หก้ ารฝึกอบรม ผกู้ ากบั ลูกเสือมาแลว้ ไม่นอ้ ยกวา่ หน่ึงปี (2) ไดร้ ับแต่ต้งั หรือไดร้ ับเชิญให้อยใู่ นคณะผใู้ หก้ ารฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ ข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ (B.T.C.) หรือข้นั ความรู้ช้นั สูง (A.T.C.) หรือข้นั ผชู้ ่วยหวั หนา้ ผใู้ หก้ ารฝึกอบรม ผกู้ ากบั ลูกเสือ (A.L.T.C.) ไม่นอ้ ยกวา่ หกคร้ัง หรือไดร้ ับแต่งต้งั หรือไดร้ ับเชิญใหอ้ ยูใ่ นคณะผูใ้ ห้การ ฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ (B.T.C.) หรือข้นั ความรู้ช้ันสูง (A.T.C.) หรือข้นั ผูช้ ่วย หัวหน้าผูใ้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือ (A.L.T.C.) ไม่น้อยกว่าสามคร้ัง และเป็ นผูร้ ับผิดชอบการ ฝึ กอบรมลูกเสือ เช่น วิชานายหมู่ลูกเสือ วิชาอยูค่ ่ายพกั แรม หรืออ่ืน ๆ ไม่น้อยกวา่ สามคร้ัง รวมกนั ไม่นอ้ ยกวา่ หกคร้ัง

335 (3) ผอู้ านวยการสานกั เลขาธิการ สานกั งานลูกเสือแห่งชาติ ผูอ้ านวยการลูกเสือ กรุงเทพมหานคร ผอู้ านวยการลูกเสือจงั หวดั หรือหน่วยงานตน้ สังกดั แลว้ แต่กรณี เป็ นผูเ้ สนอขอรับ การแต่งต้งั ให้มีคุณวุฒิผูช้ ่วยหวั หนา้ ผูใ้ หก้ ารฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือ (A.L.T.) โดยทาเป็ นรายงานผล การปฏิบตั ิงานตามแบบท่ีสานกั งานลูกเสือแห่งชาติกาหนด เสนอไปตามลาดบั จนถึงสานกั งานลูกเสือ แห่งชาติ (4) สานกั งานลูกเสือแห่งชาติเป็ นผเู้ สนอรายช่ือผทู้ ่ีเห็นสมควรไดร้ ับเคร่ืองหมาย วดู แบดจส์ ามท่อนไปยงั ผูต้ รวจการลูกเสือฝ่ ายพฒั นาบุคลากร เพ่ือพิจารณาเสนอเลขาธิการสานกั งาน ลูกเสือแห่งชาติอนุมตั ิและแต่งต้งั ให้มีคุณวุฒิผูช้ ่วยหัวหนา้ ผูใ้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือ (A.L.T.) และมีสิทธิประดบั เคร่ืองหมายวดู แบดจส์ ามท่อน (5) สานกั งานลูกเสือแห่งชาติเป็ นผอู้ อกเคร่ืองหมายวดู แบดจส์ ามทอ่ นตามความใน ขอ้ 13 (4) ขอ้ 14 ระดบั ท่ีสอง ข้นั ที่สอง การฝึ กอบรมบุคลากรทางการลูกเสือข้นั ผูช้ ่วยหวั หนา้ ผใู้ หก้ ารฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ ( Leader Trainers Course) โดยมีอกั ษรยอ่ (L.T.C.) วตั ถุประสงค์ เพ่ือนาหลกั การสาคญั ของการลูกเสือและนโยบายของคณะลูกเสือ แห่งชาติและองค์การลูกเสือโลกไปใช้ในการฝึ กอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ รับนโยบายของ องคก์ ารลูกเสือโลกเกี่ยวกบั ดา้ นวชิ าการ การวางแผนฝึ กอบรม การบริหารงานลูกเสือ และสร้างภาวะ ผู้นาให้มีความรู้ ทักษะความสามารถในกาบริหารจัดการและมีอุดมการณ์ในกิจการลูกเสื อ รายละเอียดในการฝึกอบรม มีดงั ตอ่ ไปน้ี (1) กาหนดระยะเวลาฝึกอบรมเจด็ วนั โดยอยปู่ ระจา ณ ค่ายฝึกอบรม (2) ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรม ไดแ้ ก่ บุคลการทางการลูกเสือท่ีไดผ้ า่ นการฝึกอบรมและ ไดร้ ับเคร่ืองหมายวูดแบดจส์ ามท่อนไม่นอ้ ยกวา่ หน่ึงปี และเป็ นผอู้ านวยการฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือ ข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ อยา่ งนอ้ ยสองคร้ัง ไดร้ ับแต่งต้งั หรือไดร้ ับเชิญจากผูอ้ านวยการฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือข้นั ความรู้ช้ันสูง ให้อยู่ในคณะผูใ้ ห้การฝึ กอบรมไม่น้อยกว่าสองคร้ัง และผูอ้ านวยการ ฝึกอบรมรับรองผลการปฏิบตั ิหนา้ ที่เป็นผมู้ ีคุณลกั ษณะเหมาะสมท่ีจะเป็นผอู้ านวยการฝึกอบรม ผกู้ ากบั ลูกเสือข้นั ความรู้ช้นั สูง (3) ผอู้ านวยการสานกั เลขาธิการ สานกั งานลูกเสือแห่งชาติ ผอู้ านวยการลูกเสือ กรุงเทพมหานคร ผอู้ านวยการลูกเสือจงั หวดั หรือหวั หนา้ หน่วยงานตน้ สังกดั แลว้ แต่กรณี สนบั สนุน และอนุญาตใหเ้ ขา้ รับการฝึกอบรม ท้งั น้ีโดยความเห็นอบของผตู้ รวจการลูกเสือฝ่ ายพฒั นาบุคลากร (4) ผรู้ ับผดิ ชอบในการดาเนินงาน สานกั งานลูกเสือแห่งชาติ สานกั งานลูกเสือ กรุงเทพมหานคร สานกั งานลูกเสือจงั หวดั และหน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ ง สาหรับหน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ ง ตอ้ งไดร้ ับอนุญาตจากสานกั งานลูกเสือแห่งชาติใหเ้ ป็ นผดู้ าเนินการ โดยสานกั งานลูกเสือแห่งชาติเป็น

336 ผกู้ าหนดเลขรุ่น (5) ผอู้ านวยการฝึกอบรม (Course Leader) ไดแ้ ก่ บุคลากรทางการลูกเสือท่ีมีคุณวฒุ ิ หัวหน้าผูใ้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากับลูกเสือ (L.T.) และได้รับแต่งต้งั เป็ นผูอ้ านวยการฝึ กอบรมจาก เลขาธิการสานกั งานลูกเสือแห่งชาติ (6) คณะผใู้ หก้ ารฝึกอบรมประกอบดว้ ยผทู้ ่ีไดร้ ับการแตง่ ต้งั ใหม้ ีคุณวฒุ ิหวั หนา้ ผใู้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือ (L.T.) หรือผูอ้ านวยการฝึ กอบรมอาจเชิญผูเ้ ช่ียวชาญเฉพาะดา้ นเป็ น วทิ ยากรตามที่เห็นสมควร (7) ผอู้ านวยการและเลขาธิการสานกั งานลูกเสือแห่งชาติเป็นผลู้ งนามในวฒุ ิบตั ร มอบให้ผูท้ ่ีผ่านการฝึ กอบรม เม่ือเสร็จสิ้นการฝึ กอบรมให้ผูอ้ านวยการฝึ กอบรมรายงานผลไปยงั ผูร้ ับผิดชอบในการดาเนินงานภายในสิบห้าวนั และผูร้ ับผิดชอบในการดาเนินงานรายงาน ไปยงั สานกั งานลูกเสือแห่งชาติภายในสามสิบวนั (8) สานกั งานลูกเสือแห่งชาติเป็นผอู้ อกวฒุ ิบตั รตามความในขอ้ 14 (7) (9) การเกบ็ ค่าธรรมเนียมในการฝึกอบรมใหเ้ ป็นไปตามขอ้ บงั คบั คณะกรรมการ บริหารลูกเสือแห่งชาติ วา่ ดว้ ยค่าบารุง คา่ ธรรมเนียม และค่าบริการอ่ืน ข้อ 15 ผู้ได้รับการแต่งต้ังให้มีคุณวุฒิหัวหน้าผูใ้ ห้การฝึ กอบรมผู้กากับลูกเสือ ( Leader Trainer) โดยมีอกั ษรย่อ (L.T.) และมีสิทธิประดบั เครื่องหมายวูดแบดจส์ ี่ท่อน มีคุณสมบตั ิ และรายละเอียด ดงั ต่อไปน้ี (1) ผา่ นการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือข้นั หวั หนา้ ผใู้ หก้ ารฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ (L.T.C.) มาแลว้ ไมน่ อ้ ยกวา่ หน่ึงปี และ (2) เป็นผอู้ านวยการฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ (B.T.C.) ไม่ นอ้ ยกวา่ สองคร้ัง และไดร้ ับแตง่ ต้งั หรือไดร้ ับเชิญให้อยใู่ นคณะผใู้ หก้ ารฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือข้นั ความรู้ช้นั สูง (A.T.C.) หรือข้นั ผชู้ ่วยหวั หนา้ ผใู้ หก้ ารฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ (A.L.T.C.) หรือท้งั สอง อยา่ งรวมกนั ไมนอ้ ยกวา่ ส่ีคร้ัง หรือ (3) เป็นผอู้ านวยการฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ (B.T.C.) ไมน่ อ้ ย กวา่ หน่ึงคร้ัง และเป็นผรู้ ับผิดชอบการฝึกอบรมลูกเสือ เช่น วชิ านายหมู่ลูกเสือ วชิ าอยคู่ า่ ยพกั แรม หรืออ่ืน ๆ ไม่นอ้ ยกวา่ หน่ึงคร้ัง รวมกนั ไม่นอ้ ยกวา่ สองคร้ัง และไดร้ ับการแต่งต้งั หรือไดร้ ับเชิญให้ อยใู่ นคณะผใู้ หก้ ารฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือข้นั ความรู้ช้นั สูง (A.T.C.) หรือข้นั ผชู้ ่วยหวั หนา้ ผใู้ หก้ าร ฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ (A.L.T.C.) หรือท้งั สองอยา่ งรวมกนั ไมนอ้ ยกวา่ ส่ีคร้ัง (4) ผอู้ านวยการสานกั เลขาธิการ สานกั งานลูกเสือแห่งชาติ ผูอ้ านวยการลูกเสือ กรุงเทพมหานคร ผอู้ านวยการลูกเสือจงั หวดั หรือหน่วยงานตน้ สังกดั เป็นผเู้ สนอขอรับการแต่งต้งั ให้

337 มีคุณวฒุ ิหวั หนา้ ผใู้ หก้ ารฝึ กอบรมผกู้ ากบั ลูกเสือ (L.T.) โดยทาเป็ นรายงานผลการปฏิบตั ิงานตามแบบ ที่สานกั งานลูกเสือแห่งชาติกาหนด เสนอไปตามลาดบั จนถึงสานกั งานลูกเสือแห่งชาติ (5) สานกั งานลูกเสือแห่งชาติเป็ นผเู้ สนอรายชื่อผทู้ ี่เห็นสมควรไดร้ ับเคร่ืองหมาย วูดแบดจส์ ี่ท่อนไปยงั ผูต้ รวจการลูกเสือฝ่ ายพฒั นาบุคลากร เพื่อพิจารณาเสนอเลขาธิการสานกั งาน ลูกเสือแห่งชาติอนุมตั ิและแต่งต้งั ให้มีคุณวุฒิหัวหน้าผูใ้ ห้การฝึ กอบรมผูก้ ากบั ลูกเสือ (L.T.) และมี สิทธิประดบั เคร่ืองหมายวดู แบดจส์ ี่ท่อน (6) สานกั งานลูกเสือแห่งชาติเป็ นผอู้ อกเคร่ืองหมายวดู แบดจส์ ี่ท่อนตามความใน ขอ้ 15 (5) ขอ้ 16 หลกั สูตรและวธิ ีการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือระดบั ที่หน่ึง และระดบั ท่ีสอง การฝึ กอบรมบุคลากรทางการลูกเสือเหล่าสมุทร และเหล่าอากาศ การฝึ กอบรมบุคลากร ทางการลูกเสือระดบั ผูน้ า การฝึ กอบรมวิทยากรประจาหมู่ การฝึ กอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ วิชาการบุกเบิก วิชาแผนที่-เข็มทิศ วิชาระเบียบแถว วิชาการอยู่ค่ายพกั แรม หรือหลกั สูตรอื่น ให้ เป็ นไปตามระเบียบคณะกรรมการบริ หารลูกเสือแห่งชาติ ขอ้ 17 เพ่ือส่งเสริมการเจริญกา้ วหนา้ ของกิจการลูกเสือและเป็ นกรณีที่มีความจาเป็ น อาจมีการผอ่ นผนั การปฏิบตั ิตามหลกั เกณฑ์ที่ระเบียบน้ีกาหนดไว้ โดยผูต้ รวจการลูกเสือฝ่ ายพฒั นา บุคลากรพิจารณาเสนอเลขาธิการสานกั งานลูกเสือแห่งชาติอนุมตั ิ ขอ้ 18 ใหเ้ ลขาธิการสานกั งานลูกเสือแห่งชาติรักษาการใหเ้ ป็ นไปตามระเบียบน้ีและ ใหม้ ีอานาจตีความและวนิ ิจฉยั ปัญหาเกี่ยวกบั การปฏิบตั ิตามระเบียบน้ี ประกาศ ณ วนั ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2556 (นายพงศเ์ ทพ เทพกาญจนา) รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ ประธานกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ

338 (สาเนา) ระเบยี บสำนักงำนคณะกรรมกำรบริหำรลกู เสือแห่งชำติ ว่ำด้วย กำรฝึ กอบรมผ้บู งั คบั บัญชำลูกเสือ เพ่ือรับเครื่องหมำยวดู แบดจ์ ระดบั ผู้นำ พ.ศ. 2532 ---------------------------------------------- ตามที่สานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ไดอ้ อกประกาศใชร้ ะเบียบเรื่องการ ฝึกอบรมผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือเพ่อื รับเครื่องหมายวดู แบดจ์ ลงวนั ท่ี 12 มกราคม พ.ศ. 2521 แลว้ น้นั บดั น้ี โดยคาแนะนาของคณะอนุกรรมการลูกเสือฝ่ ายฝึกอบรม ซ่ึงไดด้ าเนินการปรับปรุง แผนการฝึกอบรมผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือแห่งชาติใหม่เพม่ิ เติม โดยเพ่มิ ประเภทการฝึกอบรม ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือในระดบั ผนู้ า สาหรับผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือท่ีเป็นผบู้ ริหารกิจการลูกเสืออีก ประเภทหน่ึงคณะกรรมการบริหารลูกเสือ แห่งชาติ จึงเห็นสมควรปรับปรุงแผนการฝึกอบรม ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือแห่งชาติเสียใหม่ เพือ่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั แนวของสานกั งานลูกเสือโลก ฉะน้นั อาศยั อานาจตามความในมาตรา 18 (8) แห่งพระราชบญั ญตั ิลูกเสือ พ.ศ. 2507 คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ จึงวางระเบียบวา่ ดว้ ยการฝึกอบรมผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือเพอื่ รับ เครื่องหมายวดู แบดจไ์ ว้ ดงั ต่อไปน้ี ข้อ 1. ระเบียบน้ีเรียกวา่ “ระเบียบสานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ วา่ ดว้ ย การฝึกอบรมผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือเพ่อื รับเคร่ืองหมายวดู แบดจ์ ระดบั ผนู้ า พ.ศ. 2532” ข้อ 2. การฝึกอบรมผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือเพื่อรับเครื่องหมายวดู แบดจ์ ระดบั ผนู้ า แบ่งออก เป็น 5 ข้นั คือ ข้นั ท่ี 1 ข้นั ความรู้ทว่ั ไป ข้นั ท่ี 2 ข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ ข้นั ที่ 3 ข้นั ฝึกหดั งาน ข้นั ที่ 4 ข้นั ความรู้ช้นั สูง ข้นั ที่ 5 ข้นั ปฏิบตั ิการและประเมินผล ข้อ 3. ข้นั ท่ี 1 ข้นั ความรู้ทวั่ ไป วตั ถุประสงค์ (1) เพ่ือจูงใจผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือใหม่ และผบู้ ริหารกิจการลูกเสือใหม้ ีความเขา้ ใจใน ขบวนการลูกเสือ อนั เป็ นวธิ ีการฝึกอบรมเด็กและเยาวชนใหม้ ีประโยชน์ต่อสังคมตลอดจนตวั เดก็ และ เยาวชนนน่ั เอง (2) เพื่อใหม้ ีความเขา้ ใจถึงจุดหมายและสาระสาคญั ของการลูกเสือ

339 รำยละเอยี ดในกำรฝึ กอบรม มดี ังนี้ 1. กาหนดระยะเวลาฝึกอบรม 1 วนั (ประมาณ 8 ชวั่ โมง) 2. ผทู้ ี่จะเขา้ รับการฝึกอบรม ไดแ้ ก่ ผบู้ ริหารงานลูกเสือท่ีมีอายตุ ้งั แต่ 21 ปี ข้ึนไป 3. ผรู้ ับผดิ ชอบในการดาเนินงาน ส่วนกลำง ไดแ้ ก่ สานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ สานกั งาน คณะกรรมการลูกเสือกรุงเทพมหานคร สโมสรลูกเสือ และกรมตา่ ง ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนภูมิภำค ไดแ้ ก่ สานกั งานศึกษาธิการเขต สานกั งานคณะกรรมการลูกเสือจงั หวดั สานกั งาน คณะกรรมการลูกเสืออาเภอ และสโมสรลูกเสือ 4. ผอู้ านวยการฝึกอบรม ไดแ้ ก่ ผทู้ ี่ไดร้ ับวุฒิ เอ.แอล.ที. หรือ แอล.ที. แลว้ และไดร้ ับแตง่ ต้งั ใหเ้ ป็นผอู้ านวยการฝึกอบรม 5. ผอู้ านวยการฝึกอบรมเป็นผลู้ งนามในวฒุ ิบตั ร มอบใหเ้ ม่ือเสร็จสิ้นการฝึกอบรม และให้ ผอู้ านวยการฝึกอบรมรายงานผลไปยงั ผอู้ นุมตั ิใหม้ ีการฝึกอบรม 6. อาจมีการเรียกเกบ็ เงินค่าธรรมเนียมในการฝึกอบรมตามสมควร เพ่ือใชจ้ า่ ยเป็นค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์ คา่ จดั พิมพเ์ อกสาร และอื่น ๆ ข้อ 4 ข้นั ที่ 2 ข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ วตั ถุประสงค์ (1) เพ่ือใหม้ ีความเขา้ ใจวา่ กาหนดการของลูกเสือแต่ละประเภทไดจ้ ดั ข้ึนเพือ่ สนองความ ตอ้ งการของเดก็ และเยาวชน กบั ท้งั สนองวตั ถุประสงคข์ องคณะลูกเสือแห่งชาติ (2) เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ในการจดั วางแผนกาหนดการฝึกอบรม (3) เพือ่ ใหส้ ามารถเป็นผบู้ ริหารงานลูกเสือในระดบั ตา่ ง ๆ ได้ ท้งั สามารถนากาหนดการที่ วางแผนไวแ้ ลว้ ไปใชใ้ นทางท่ีก่อใหเ้ กิดความสนใจ สร้างความกระตือรือร้นและมีความหมายแก่ลูกเสือ รำยละเอยี ดในกำรฝึ กอบรม มีดังนี้ 1. กาหนดระยะเวลาฝึกอบรม 3 วนั โดยอยปู่ ระจา ณ คา่ ยฝึกอบรม 2. ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรม ข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ จะตอ้ งไดร้ ับการฝึกอบรม ข้นั ความรู้ทว่ั ไป มาก่อน 3. ผรู้ ับผดิ ชอบในการดาเนินงาน ส่วนกลำง ไดแ้ ก่ สานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ หรือสานกั งาน คณะกรรมการลูกเสือกรุงเทพมหานคร สโมสรลูกเสือ และกรมต่าง ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนภูมิภำค ไดแ้ ก่ สานกั งานศึกษาธิการเขต หรือสานกั งานคณะกรรมการลูกเสือจงั หวดั สานกั งานคณะกรรมการลูกเสืออาเภอ และสโมสรลูกเสือ ซ่ึงไดร้ ับอนุญาตจากสานกั งานศึกษาธิการ เขต โดยเสนอเรื่องผา่ นสานกั งานคณะกรรมการลูกเสือจงั หวดั

340 4. ผอู้ านวยการฝึกอบรม ไดแ้ ก่ ผทู้ ่ีไดร้ ับวฒุ ิ เอ.แอล.ที. หรือ แอล.ที. แลว้ และไดร้ ับแตง่ ต้งั ใหเ้ ป็นผอู้ านวยการฝึกอบรม คณะผใู้ หก้ ารฝึกอบรมประกอบดว้ ยผทู้ ่ีไดร้ ับวฒุ ิ เอ.แอล.ที. หรือ แอล.ที. หรือไดผ้ า่ นการ ฝึกอบรม ข้นั เอ.แอล.ที.ซี. หรือ แอล.ที.ซี. มาแลว้ ผอู้ านวยการฝึกอบรมอาจเชิญผทู้ ่ีไดร้ ับเครื่องหมายวดู แบดจ์ หรือผเู้ ช่ียวชาญเฉพาะวชิ ามา เป็นวทิ ยากรพเิ ศษไดต้ ามที่เห็นสมควร 5. ผอู้ านวยการฝึกอบรมเป็นผลู้ งนามในวฒุ ิบตั ร มอบให้ผทู้ ่ีผา่ นการฝึกอบรมเมื่อเสร็จสิ้น การฝึกอบรม พร้อมดว้ ยห่วงสวมผา้ ผกู คอแบบกิลเวลล์ 6. การรายงานผล เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรมแลว้ ใหม้ ีการรายงานผลภายใน 15 วนั ส่วนกลำง ผอู้ านวยการฝึ กอบรมรายงานผลตอ่ สานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือ แห่งชาติ ส่วนภูมิภำค ผอู้ านวยการฝึกอบรมรายงานผลต่อสานกั งานคณะกรรมการลูกเสือจงั หวดั เพอ่ื เสนอไปยงั สานกั งานศึกษาธิการเขต และสานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ตามลาดบั 7. ใหม้ ีการเกบ็ เงินค่าธรรมเนียมในการฝึกอบรมตามสมควร เพ่ือใชจ้ ่ายเป็นค่าอาหาร คา่ อุปกรณ์ คา่ จดั พมิ พเ์ อกสาร และอ่ืน ๆ กบั ใหเ้ ก็บเงินสมทบทุน บี. - พ.ี จากผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมคนละ 10 บาท แบง่ ใหผ้ จู้ ดั การฝึกอบรมคร่ึงหน่ึง และใหน้ าส่งสานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือ แห่งชาติอีกคร่ึงหน่ึง เพือ่ นาไปใชจ้ า่ ยในการส่งเสริมการฝึ กอบรมลูกเสือในโอกาสตา่ ง ๆ ข้อ 5 ข้นั ที่ 3 ข้นั ฝึกหดั งาน วตั ถุประสงค์ (1) เพอื่ นาความรู้ที่ไดเ้ รียนมาแลว้ ในข้นั ท่ี 1 และข้นั ที่ 2 ไปใชใ้ นการฝึกอบรมลูกเสือ (2) เพื่อสนบั สนุนใหม้ ีการศึกษาหาความรู้ภาคปฏิบตั ิเพ่ิมเติม โดยการไปดูงานแลกเปล่ียน ความรู้ ความคิด และประสบการณ์กบั ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสืออื่น (3) เพอ่ื ใหเ้ กิดความเขา้ ใจและความมนั่ ใจในการปฏิบตั ิหนา้ ที่ รำยละเอยี ดในกำรฝึ กหัดงำน มีดงั นี้ 1. กาหนดระยะเวลา 4 เดือน 2. ผเู้ ขา้ รับการฝึกหดั งาน ไดแ้ ก่ ผทู้ ่ีไดผ้ า่ นการฝึกอบรม ข้นั ความรู้ทวั่ ไป และข้นั ความรู้ เบ้ืองตน้ 3. การดาเนินการฝึกหดั งาน 3.1 ทาการบริหารงานลูกเสือในความรับผดิ ชอบดว้ ยความเรียบร้อย 3.2 เขา้ ร่วมในการวางแผนและปฏิบตั ิกิจกรรมกลางแจง้ เช่น การสะกดรอย การเดินทางสารวจ การเดินทางไกล การอยคู่ ่ายพกั แรม ฯลฯ อยา่ งนอ้ ย 1 คร้ัง

341 3.3 ไปดูกิจการลูกเสือของกองลูกเสืออื่นนอกเหนือจากกองลูกเสือของตน 4. ผรู้ ับผดิ ชอบในการรับรองการฝึกหดั งาน ท้งั ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ไดแ้ ก่ ผตู้ รวจการ ลูกเสือ รองผตู้ รวจการลูกเสือ ผชู้ ่วยผตู้ รวจการลูกเสือ ผอู้ านวยการลูกเสือจงั หวดั ผอู้ านวยการลูกเสือ อาเภอ ซ่ึงไดร้ ับเคร่ืองหมายวดู แบดจแ์ ลว้ ข้อ 6 ข้นั ที่ 4 ข้นั ความรู้ช้นั สูง วตั ถุประสงค์ (1) เพอื่ เป็นการพฒั นาต่อเนื่องกนั ท้งั ในดา้ นการเป็นผนู้ าและทกั ษะในการฝึกอบรมเดก็ และเยาวชน (2) เพื่อเป็นการเพม่ิ ประสบการณ์ในการฝึกอบรม และทกั ษะท่ีจาเป็นในการฝึกอบรมเด็ก และเยาวชน (3) เพ่ือใหส้ ามารถทาหนา้ ท่ีผบู้ ริหารงานลูกเสือ รำยละเอยี ดในกำรฝึ กอบรม มีดังนี้ 1. กาหนดระยะเวลาฝึกอบรม 7 วนั โดยอยปู่ ระจา ณ คา่ ยฝึกอบรม 2. ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรม ไดแ้ ก่ ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือที่ไดผ้ า่ นการฝึกอบรม ข้นั ความรู้ เบ้ืองตน้ ระดบั ผนู้ า มาแลว้ ไมน่ อ้ ยกวา่ 4 เดือน และไดผ้ า่ นการฝึกหดั งานข้นั ท่ี 3 มาแลว้ ดว้ ย 3. ผรู้ ับผดิ ชอบในการดาเนินงาน ส่วนกลำง ไดแ้ ก่ สานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ หรือสานกั งาน คณะกรรมการลูกเสือกรุงเทพมหานคร สโมสรลูกเสือ และกรมต่าง ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ ซ่ึง ไดร้ ับอนุญาตจากสานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ส่วนภูมภิ ำค ไดแ้ ก่ สานกั งานศึกษาธิการเขต หรือสานกั งานคณะกรรมการลูกเสือจงั หวดั สานกั งานคณะกรรมการลูกเสืออาเภอ และสโมสรลูกเสือ ซ่ึงไดร้ ับอนุญาตจากสานกั งานศึกษาธิการ เขต โดยเสนอเร่ืองผา่ นสานกั งานคณะกรรมการลูกเสือจงั หวดั และใหส้ านกั งานศึกษาธิการเขตขอ ลาดบั เลขรุ่นจากสานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ 4. ผอู้ านวยการฝึ กอบรม ไดแ้ ก่ ผทู้ ี่ไดร้ ับวฒุ ิ แอล.ที. แลว้ และไดร้ ับแตง่ ต้งั ใหเ้ ป็น ผอู้ านวยการฝึกอบรม คณะผใู้ หก้ ารฝึกอบรมประกอบดว้ ยผทู้ ่ีไดร้ ับวฒุ ิ แอล.ที. หรือ เอ.แอล.ที. มาแลว้ ผอู้ านวยการฝึกอบรมอาจเชิญผทู้ ่ีไดร้ ับเครื่องหมายวดู แบดจ์ หรือผเู้ ช่ียวชาญเฉพาะวชิ า มา เป็นวทิ ยากรพิเศษไดต้ ามท่ีเห็นสมควร 5. ผอู้ านวยการฝึกอบรมเป็นผลู้ งนามในวฒุ ิบตั ร มอบให้ผทู้ ี่ผา่ นการฝึกอบรมเมื่อเสร็จสิ้น การฝึ กอบรม 6. การรายงานผล เม่ือเสร็จสิ้นการฝึกอบรมแลว้ ใหม้ ีการรายงานผลภายใน 15 วนั

342 ส่วนกลำง ผอู้ านวยการฝึ กอบรมรายงานผลต่อสานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือ แห่งชาติ ส่วนภูมภิ ำค ผอู้ านวยการฝึกอบรมรายงานผลต่อสานกั งานคณะกรรมการลูกเสือจงั หวดั เพอื่ เสนอไปยงั สานกั งานศึกษาธิการเขต และสานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ตามลาดบั 7. ใหม้ ีการเกบ็ เงินคา่ ธรรมเนียมในการฝึกอบรมตามสมควร เพื่อใชจ้ า่ ยเป็นคา่ อาหาร ค่า อุปกรณ์ คา่ จดั พมิ พเ์ อกสาร และอื่น ๆ กบั ใหเ้ กบ็ เงินสมทบทุน บี. - พ.ี จากผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรม คน ละ 10 บาท แบง่ ใหผ้ จู้ ดั การฝึ กอบรมคร่ึงหน่ึง และใหน้ าส่งสานกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือ แห่งชาติอีกคร่ึงหน่ึงเพื่อนาไปใชจ้ า่ ยในการส่งเสริมการฝึ กอบรมลูกเสือในโอกาสตา่ ง ๆ ข้อ 7 ข้นั ท่ี 5 ข้นั ปฏิบตั ิการและประเมินผล วตั ถุประสงค์ (1) เพ่ือนาความรู้ท่ีไดร้ ับมาจากการฝึกอบรมต้งั แต่ข้นั ที่ 1 - 4 ไปใชใ้ นการฝึกอบรมลูกเสือ (2) เพือ่ ส่งเสริมการฝึกอบรมตนเองให้ดียง่ิ ข้ึน (3) เพ่อื ประเมินผลข้นั สุดทา้ ยวา่ สมควรไดร้ ับเคร่ืองหมายวดู แบดจห์ รือไม่ รำยละเอยี ดในกำรปฏิบัตกิ ำรและประเมินผล มดี งั นี้ 1. เม่ือผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือไดผ้ า่ นการฝึกอบรม 4 ข้นั ดงั กล่าวขา้ งตน้ มาแลว้ ใหน้ าความรู้ และทกั ษะที่ไดร้ ับจากการฝึกอบรมไปดาเนินการในกองลูกเสือของตน เป็ นเวลาอยา่ งนอ้ ย 4 เดือน นบั จากวนั สิ้นสุดการฝึกอบรม ข้นั ความรู้ช้นั สูง ในระหวา่ งน้นั ใหเ้ สนอรายงานขอใหก้ รรมการ ผทู้ รงคุณวุฒิมาตรวจและประเมินผลการปฏิบตั ิงาน การเสนอรายงานขอใหม้ ีการตรวจข้นั ปฏิบตั ิการและประเมินผลเช่นวา่ น้ี จะตอ้ งกระทา ภายในกาหนดเวลา 2 ปี นบั จากวนั สิ้นสุดการฝึกอบรม ข้นั ความรู้ช้นั สูง 2. การตรวจและการประเมินผลน้นั จะเก่ียวขอ้ งกบั ภาคปฏิบตั ิเป็นส่วนใหญ่ เช่นในเร่ืองการ วางแผนกาหนดการ การปฏิบตั ิกิจกรรมกลางแจง้ การฝึกสอนลูกเสือ และการปฏิบตั ิตามพิธีการตา่ ง ๆ ของลูกเสือ 3. กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิในการตรวจข้นั ปฏิบตั ิการและประเมินผล ส่วนกลำง ไดแ้ ก่ ผอู้ านวยการกองลูกเสือ หรือบุคคลที่ไดร้ ับการแต่งต้งั จากเลขาธิการ- คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ส่วนภูมิภำค ไดแ้ ก่ ศึกษาธิการเขต หรือบุคคลที่ไดร้ ับการแต่งต้งั จากเลขาธิการคณะ กรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ 4. ใหผ้ อู้ านวยการกองลูกเสือ ผอู้ านวยการลูกเสือกรุงเทพมหานคร ศึกษาธิการเขต หรือ ผอู้ านวยการ ลูกเสือจงั หวดั เสนอนามผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ วฒุ ิ แอล.ที. หรือ เอ.แอล.ที. ที่มี

343 คุณลกั ษณะสมควรไดร้ ับการแตง่ ต้งั ให้เป็นกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิในการตรวจข้นั ปฏิบตั ิการและ ประเมินผล ไปยงั เลขาธิการคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติเพ่ือพจิ ารณาแต่งต้งั ต่อไป กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิเช่นวา่ น้ีใหม้ ีอายปุ ฏิบตั ิหนา้ ท่ีไดค้ ราวละ 4 ปี นบั แตว่ นั แต่งต้งั 5. การเสนอรายงาน ใหก้ รรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิในการตรวจข้นั ปฏิบตั ิการและประเมินผล เสนอผลรายงานการตรวจประเมินผลต่อผบู้ งั คบั บญั ชาช้นั เหนือข้ึนไปจนถึงสานกั งานคณะ กรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ 6. ใหส้ านกั งานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ เสนอรายชื่อผทู้ ี่เห็นสมควรไดร้ ับ เครื่องหมายวดู แบดจ์ 2 ท่อน และประกาศนียบตั รไปยงั ผตู้ รวจการลูกเสือฝ่ ายฝึกอบรม เพือ่ พจิ ารณา อนุมตั ิ ข้อ 8 ในกรณีท่ีเห็นสมควร เพ่ือส่งเสริมความเจริญกา้ วหนา้ ของกิจการลูกเสือ ใหผ้ ตู้ รวจการ ลูกเสือฝ่ ายฝึกอบรมมีอานาจผอ่ นผนั หลกั เกณฑก์ ารฝึกอบรมตามข้นั ตา่ ง ๆ ไดต้ ามควรแก่กรณี ใหใ้ ชร้ ะเบียบน้ีต้งั แตบ่ ดั น้ีเป็ นตน้ ไป ประกาศ ณ วนั ท่ี 8 สิงหาคม พ.ศ.2532 (ลงชื่อ) พลเอก มานะ รัตนโกเศศ (มานะ รัตนโกเศศ) รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ ประธานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ

344 ข้อพงึ ปฏิบัตเิ รื่องกำรทำคำตอบ เอกสำรกำรศึกษำเพมิ่ เตมิ ฉบับท่ี 2 เกยี่ วกบั กำรฝึ กอบรมผ้กู ำกบั ลกู เสือวสิ ำมญั ข้ันควำมรู้เบื้องต้น คณะอนุกรรมการฝ่ ายฝึกอบรมลูกเสือแห่งชาติ ขอใหค้ าแนะนาดงั ต่อไปน้ี สาหรับผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรม 1. การศึกษาเพิ่มเติม - เป็นคาถามเก่ียวกบั วชิ าความรู้ที่ผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรมไดผ้ า่ นมาแลว้ ในข้นั น้นั - จดั ทาข้ึนไวเ้ พ่ือผูเ้ ขา้ รับการฝึกอบรมจะไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ ในดา้ นวชิ าการและธุรการ ตอ่ ไป เพื่อใหท้ า่ นไดม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจ และทกั ษะกวา้ งขวางยง่ิ ข้ึน 2. การศึกษาหาความรู้ ความเขา้ ใจ และทกั ษะเช่นวา่ น้นั อาจทาได้ 2 วธิ ี กล่าวคือ 1) โดยการอา่ นหนงั สือหรือเอกสารท่ีเกี่ยวขอ้ ง เช่น พระราชบญั ญตั ิลูกเสือ พ.ศ. 2551 ขอ้ บงั คบั คณะลูกเสือแห่งชาติ วา่ ดว้ ยการปกครอง หลกั สูตร และวชิ าพิเศษลูกเสือ พ.ศ. 2509 กฎกระทรวงวา่ ดว้ ยเครื่องแบบลูกเสือฯ วารสารลูกเสือ เอกสารประกอบที่ไดร้ ับแจกจากการฝึกอบรม ฯลฯ 2) โดยการสนทนาซกั ถามหาความรู้จากผกู้ ากบั ลูกเสือ ผตู้ รวจการลูกเสือบุคคลท่ีมี ความรู้ ฯลฯ 3. เมื่อไดม้ ีความรู้แลว้ ใหต้ อบคาถามขอ้ ต่าง ๆ ท่ีมีอยใู่ น “การศึกษาเพม่ิ เติมฉบบั ที่ 2 “โดยเขียนคาตอบลงในกระดาษใหช้ ดั เจน อา่ นง่ายท่ีไดท้ าเสร็จแลว้ ดงั กล่าวในขอ้ 3 ไปยน่ื ใหก้ บั ผอู้ านวยการฝึกอบรมในวนั รายงานตวั เพื่อเขา้ รับการฝึกอบรมดว้ ย ผไู้ มน่ ากระดาษคาตอบไปยนื่ ดว้ ย จะไมไ่ ดล้ งในกระดาษใหช้ ดั เจน อ่านง่าย การตอบคาถามจะคดั ลอกจากตารากไ็ ด้ 4. เม่ือจะไปเขา้ รับการฝึกอบรมข้นั ต่อไป ใหน้ ากระดาษคาตอบท่ีไดท้ าเสร็จแลว้ ดงั กล่าวใน ขอ้ 3 ไปยน่ื ใหก้ บั ผอู้ านวยการฝึกอบรมในวนั รายงานตวั เพื่อเขา้ รับการฝึกอบรมดว้ ย ผไู้ มน่ า กระดาษคาตอบไปยน่ื ดว้ ย จะไมไ่ ดร้ ับอนุญาตให้เขา้ รับการฝึกอบรมคร้ังน้นั

345 สำหรับผู้อำนวยกำรฝึ กอบรมและวทิ ยำกรประจำหมู่ 1. ใหผ้ อู้ านวยการฝึกอบรมมอบกระดาษคาตอบท่ีไดร้ ับมาจากผเู้ ขา้ รับการฝึกอบรม แลว้ ให้ วทิ ยากรประจาหมู่ที่เจา้ ของกระดาษคาตอบน้นั เป็นสมาชิกอยู่ 2. ใหว้ ทิ ยากรประจากลุ่มนดั หมายกบั สมาชิกในกลุ่มทีละคนเพื่อซกั ถามคาถามขอ้ ต่าง ๆ ดงั ปรากฏในตน้ ฉบบั เอกสารการศึกษาเพิ่มเติมฉบบั ท่ี 2 ทุกขอ้ ในเวลาวา่ งจะเป็นตอนเลิกการประชุม ประจาวนั แลว้ ก็ได้ วนั หน่ึงควรสอบถามเพยี ง 1 หรือ 2 คนเป็นอยา่ งมาก วทิ ยากรประจากลุ่มควรดูคาตอบที่เจา้ ของเสนอมาแลว้ ประกอบดว้ ย หากมีขอ้ อะไร ซกั ถามเพิ่มเติมจากคาตอบน้นั เพ่ือจะใหไ้ ดค้ วามรู้กระจ่างแจง้ ข้ึน กย็ อ่ มทาได้ หากวิทยากรประจา กลุ่มเห็นวา่ ควรจะใหค้ าแนะนาเพิ่มเติมประการใดบา้ งก็ยอ่ มทาได้ 3. การซกั ถามเช่นวา่ น้ีมีวตั ถุประสงคเ์ พ่อื ใหผ้ ูเ้ ขารับการฝึ กอบรมมีความรู้ความเขา้ ใจ และ มีทกั ษะในเร่ืองน้นั ๆ อยา่ งชดั แจง้ ที่สุดเป็ นสาคญั ไม่ใช่เป็นการวดั ผลวา่ เป็ นสอบไดห้ รือสอบตก 4. ความปรารถนาของวทิ ยากรประจากลุ่มก็คือเพ่ือนที่จะช่วยเหลือใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรม เป็นผมู้ ีความรู้และมีความสามาระดีที่สุดในเร่ืองน้นั ๆ และถือวา่ เอกสารการศึกษาเพิ่มเติมเป็ นปัจจยั สาคญั ส่วนหน่ึงของการฝึกอบรม

346 กำรฝึ กอบรมผ้กู ำกบั ลกู เสือ เอกสำรประกอบ(3) กำรศึกษำเพมิ่ เตมิ ฉบบั ที่ 2 ใหต้ อบคาถามก่อนลงมือตอบใหท้ ่านอ่านเกี่ยวกบั การศึกษาเพ่ิมเติมก่อน 1. “จุดมุง่ หมายของคณะลูกเสือแห่งชาติ คือ การส่งเสริม การพฒั นาทางกาย ทางสติปัญญา ทางจิตใจ และทางสังคม แก่คนวยั หนุ่ม เพื่อวา่ เขาจะไดท้ าการสร้างสรรคใ์ หแ้ ก่สังคม” ลูกเสือวสิ ามญั คือคนวยั หนุ่มอายตุ ้งั แต่ 17 – 23 ปี จงบรรยายวา่ การจดั กิจกรรมและการจดั รูปงานของกองลูกเสือวสิ ามญั ทา่ นไดส้ นองความตอ้ งการของคนวยั หนุ่มในระยะอายเุ หล่าน้ีอยา่ งไร และไดบ้ รรลุถึงจุดหมายของคณะลูกเสือแห่งชาติเพยี งใดบา้ ง 2. ทา่ นใชว้ ธิ ีการอยา่ งไร เพอื่ เร้าความสนใจใหแ้ ก่สมาชิกในกองลูกเสือวสิ ามญั ของท่านใน กิจกรรมในร่มและกลางแจง้ ซ่ึงเป็นกิจกรรมใหมต่ ่อกองของทา่ น ท่านและคณะกรรมการประจากอง ลูกเสือวสิ ามญั มีความช่วยเหลือภายนอกอยา่ งไรบา้ ง ในอนั ท่ีจะจดั ใหม้ ีกิจกรรมอยา่ งกวา้ งขวางแก่ สมาชิกในกองลูกเสือของทา่ น 3. จงบรรยายวา่ ทา่ นมองเห็นบทบาทมีความสัมพนั ธ์กบั คณะกรรมการประจากองลูกเสือ วสิ ามญั อยา่ งไร จะพฒั นาแผนการระยะส้นั และระยะยาวใหไ้ ดผ้ ลดีไดอ้ ยา่ งไร? ท่านจะประเมินผล งานของกองอยา่ งไร และประเมินผลกาหนดการของกองอยา่ งไร? 4. แผนการฝึกอบรมของการลูกเสือวสิ ามญั และแผนการฝึกอบรมอ่ืนท่ีเกี่ยวเน่ืองกนั เช่น เครื่องหมายสายยงยศและเคร่ืองหมายลูกเสือหลวง มีความสัมพนั ธ์กบั กิจกรรมของกองลูกเสือ วสิ ามญั อยา่ งไรบา้ ง จะจดั โครงการความสนใจของแต่ละคน กบั ความสนใจของกลุ่ม รวมเขา้ ใน แผนการระยะส้นั ระยะยาวของกองลูกเสือวสิ ามญั ไดอ้ ยา่ งไร 5. จงพจิ ารณาเรื่องการบริหารของกองลูกเสือวสิ ามญั ของท่าน แลว้ จงบรรยายถึงเรื่องท่ี กาหนดไวข้ า้ งล่างน้ีบอกดว้ ยวา่ ขณะน้ีเป็นอยอู่ ยา่ งไร ท่านจะปรับปรุงพฒั นาใหด้ ีข้ึนไดอ้ ยา่ งไร ก. การเงิน รวมถึงงบประมาณประจาปี คา่ บารุง การหาเงิน และเงินอุดหนุน ข. ระเบียบของกองและอุปกรณ์ ค. การส่ือสารสมั พนั ธ์ภายในกอง การติดต่อกบั คณะลูกเสือแห่งชาติ และการติดต่อ หน่วยงานอื่นท่ีเก่ียวขอ้ ง 6. ทา่ นจะช่วยใหค้ วามเขา้ ใจลูกเสือสามญั รุ่นใหญใ่ นกองลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่แห่งหน่ึงท่ีมี อายมุ ากพอจะเล่ือนเป็นลูกเสือวสิ ามญั ต่อไป ไดท้ ราบถึงโอกาสที่จะเล่ือนเป็ นลูกเสือวสิ ามญั และ เตรียมตวั เขาที่จะเล่ือนข้ึนไปเป็นลูกเสือวสิ ามญั ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง