กลมุ งานแรกเร�ม และ ดำเนนิ การตอเน่อื ง TRFManRaegseemarecnht
50 นวตั กรรมการบริหารจัดการงานวิจัย ฝ่ายวิชาการ สสรรา้ ง้างงานฐวิจายั นพปน้ื ฐรานะเทศ การสร้างองค์ความรู้ผ่านกระบวนการสร้างคน ของฝ่ายวิชาการ สกว. ก่อให้เกิดการปรับเปล่ียน กระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) ส�ำคัญ ช่วยให้ ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน และมีผลงาน วิจัยเปน็ ทป่ี ระจกั ษ์ในประชาคมโลก ไดร้ ับการตพี มิ พ์ ในวารสารวิชาการนานาชาติ จากจ�ำนวนผลงาน ตพี ิมพ์ของประเทศไทยกอ่ นปี พ.ศ. 2535 ซ่งึ ตำ่� กวา่ 100 เร่ือง แต่เมื่อมีการก่อต้ัง สกว. พร้อมกับการ สนับสนุนทุนวิจัยของฝ่ายวิชาการท�ำให้สามารถ เพิ่มจำ� นวนผลงานตพี มิ พเ์ ป็น 8,000-10,000 เรอื่ ง ต่อปี ในปจั จบุ ัน ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คลา้ ยหนองสรวง ผู้อำ� นวยการฝ่ายวิชาการ สำ� นกั งานกองทุนสนบั สนนุ การวจิ ัย ความจ�ำเป็นในการสรา้ งงานวจิ ยั พ้ืนฐาน งานวจิ ยั พนื้ ฐานเปน็ สว่ นสำ� คญั ทส่ี ดุ ในกระบวนการวจิ ยั เพอื่ ใหเ้ กดิ นวตั กรรมหรอื การตอ่ ยอด องค์ความรู้จากงานวิจัยพื้นฐานเปรียบเสมือนฐานรากของบ้าน การสร้างบ้านเมื่อมีพ้ืนฐานม่ันคง เสาเขม็ หลกั จะสามารถตา้ นทานแรงลมเสยี ดทานจากการเปลยี่ นแปลงของโลกาภวิ ตั นไ์ ด้ ซง่ึ ประเทศ ที่เจริญแล้วหลายประเทศทั่วโลกแม้จะมีความพร้อมด้านความรู้พื้นฐานและเทคโนโลยี แต่มักขาด การลงทนุ และการสนับสนุนงานวิจัยพื้นฐานเพอ่ื สร้างนวัตกรรมอย่างยัง่ ยนื ตัวชี้วัดของการพัฒนาหรือการเติบโตของประเทศในปัจจุบันใช้ระบบวิจัยและพัฒนาเป็น ดชั นที สี่ ำ� คญั ตวั หนง่ึ ดงั นนั้ ประเทศใดสามารถพฒั นาระบบวจิ ยั และนวตั กรรมไดอ้ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง ถอื เปน็ ตน้ ทุนของความส�ำเร็จระยะยาว
“งานวิจัยพ้นื ฐานหรอื องคค์ วามรูพ้ ้ืนฐาน” เปรยี บเสมอื นฐานท่มี น่ั คงในการขบั เคล่ือนประเทศไทย ให้กา้ วไปสู่ “สงั คมฐานความรู้ (Knowledge-based Society)” และโครงสรา้ งของเศรษฐกจิ ประเทศเพอ่ื กา้ วเขา้ สู่ “เศรษฐกจิ ท่ขี บั เคลื่อนดว้ ยนวตั กรรม (Valve-based Economy)” เทคโนโลยีและนวัตกรรมล�้ำสมัยล้วนเริ่มต้นจากงานวิจัยพื้นฐาน จากนั้นจึงพัฒนาต่อยอด ไปสู่การน�ำไปใชป้ ระโยชน์ทง้ั ในเชงิ พาณิชย์ เชงิ สาธารณะ และเชงิ นโยบาย ในประเทศทีพ่ ัฒนา เชน่ ประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ต่างมีกระบวนการสร้างคนและสร้างงาน (นวัตกรรม) ผ่านการท�ำงานวิจัยพื้นฐานอย่างเข้มแข็ง มีการสร้างและผลิตนักวิจัยพ้ืนฐานท่ีมีคุณภาพในระดับ สากลจ�ำนวนมากพอท่ีจะเป็นกลไกและฟันเฟืองส�ำคัญในการขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาให้ กา้ วหน้าไปไดอ้ ยา่ งดี เม่ือประเทศไทยก�ำลังก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 จึงจ�ำเป็นอย่างย่ิงท่ีจะต้องสร้างคนไทย ให้เปน็ นกั วจิ ยั ไทย 4.0 ดว้ ย เพอื่ รองรบั การเปลี่ยนแปลงของโลก ปัจจบุ ัน สกว. เปน็ องค์กรเดียว ของประเทศไทยที่สร้างคน สร้างองค์ความรู้ผ่านงานวิจัยพื้นฐาน เป็นการสร้างปัญญาและพัฒนา คนไทย 4.0 ท่ีมีจิตวิญญาณ มีวิธีคิด มีความรู้ความสามารถในการต่อยอดและมีความพร้อม ในการแข่งขัน ดังน้ัน จึงต้องลงทุนและให้การสนับสนุนการวิจัยพ้ืนฐานเชิงวิชาการอย่างจริงจัง พร้อมการสร้างและพัฒนานักวิจัยให้มีจ�ำนวนมากเพียงพอต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคม ฐานความรู้ และเพมิ่ ขดี ความสามารถในการแขง่ ขันได้ ส�ำนกั งานกองทุนสนบั สนุนการวจิ ัย (สกว.) 51
52 นวตั กรรมการบริหารจดั การงานวิจัย พัฒนาการฝ่ายวชิ าการ ในปี พ.ศ. 2535 สกว. เป็นหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยหน่วยงานแรกที่ก่อตั้งและบริหาร งานแบบองค์กรอสิ ระ โดยมี พ.ร.บ. ของตนเอง ซง่ึ ขณะนนั้ สงั คมไทยยังไมเ่ ข้าใจ “การวจิ ยั ” ดพี อ การประเมินผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติซึ่งรวมผลงานวิจัยของ ทั้งประเทศแล้ว มีผลงานรวมกันเป็นจ�ำนวนเพียงหลักสิบเท่านั้น สถานการณ์ขณะนั้นจึงเป็นที่มา ของแนวคดิ ทจี่ ะตอ้ งเรง่ สรา้ งนกั วจิ ัยและสร้างองคค์ วามรู้ให้กับประเทศ ปี พ.ศ. 2537 ศาสตราจารย์ ดร.วิชยั บุญแสง ผอู้ ำ� นวยการฝา่ ยวิชาการ สกว. (ในขณะนนั้ ) ได้เริ่มสนับสนุนทุนวิจัยให้กับอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เป็นทุนวิจัยหลังปริญญาเอกส�ำหรับ ผู้ส�ำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกมาแล้ว เพ่ือให้ผลิตผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ การให้ทุนวิจัยหลังปริญญาเอกนี้ได้การตอบรับท่ีดีมากจากอาจารย์มหาวิทยาลัยในหลาย ๆ สาขา วิชาท่ัวประเทศ ท�ำให้เกิดการต่ืนตัวในระบบวิจัยท่ีส�ำคัญของประเทศมากข้ึน มีจ�ำนวนนักวิจัย ในระบบเพ่ิมข้ึน และน�ำไปสู่การพัฒนานักเรียนและนักศึกษาท่ีอยู่ในก�ำกับดูแลของอาจารย์ให้ได้ เรยี นรแู้ ละซมึ ซบั การทำ� งานวจิ ยั เพม่ิ ขนึ้ ผลงานวจิ ยั จาก สกว. มสี ดั สว่ นในการตพี มิ พร์ ะดบั นานาชาติ เพิ่มถงึ รอ้ ยละ 15 ของผลงานตีพมิ พท์ ้ังหมดของประเทศ START ทนุ หลังปร�ญญาเอก 2538 ทนุ สง เสร�มนักว�จยั รุนใหม ทุนองคความรูใหม 2540 2537 ทนุ วจ� ัยพ้�นฐานเชิงยุทธศาสตร ทุนว�จยั หลงั สำเรจ็ การศึกษา 2547 2545 ทุนวจ� ยั อาจารยร นุ กลาง ทนุ ศาสตราจารยดีเดน 2548 2552
นบั ตัง้ แต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา มีองคก์ รวิจัยลกั ษณะเดยี วกนั เกดิ ข้นึ อีกหลายหนว่ ยงาน เชน่ สำ� นักงานพฒั นาการวิจัยการเกษตร (สวก.) สถาบนั วิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำ� นักงาน คณะกรรมการนโยบายวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมแห่งชาติ (สวทน.) และองคก์ รอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ท�ำให้การขับเคล่ือนการวิจัยและพัฒนาเป็นไปอย่างมีทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน ข้ึนเร่อื ย ๆ องค์กรในเครือข่ายวิจัยท่ีส�ำคัญ คือ “มหาวิทยาลัย” ได้มีการปรับเปลี่ยนพันธกิจให้ สอดคล้องกับงานวิจัยในประเทศมากขึ้น โดยมีฝ่ายวิชาการ สกว. เป็นตัวเร่งการท�ำงานวิจัยของ อาจารย์ในมหาวิทยาลยั ใหเ้ ปน็ ระบบ เกดิ ผลกระทบในเชิงบวกอยา่ งมากเมอื่ มีการเพมิ่ บทบาทและ หนา้ ที่ของอาจารยใ์ นมหาวทิ ยาลยั ทัว่ ประเทศ นอกจากการสอนและให้ความรู้ โดยต้องทำ� งานวจิ ัย เพ่ือน�ำความรู้ไปใช้ให้มากข้ึน ผลรวมหรือภาพรวมในระดับนานาชาติจึงท�ำให้มหาวิทยาลัยของ ประเทศไทยไดเ้ ขา้ สอู่ นั ดบั 1-500 ของการจดั อนั ดบั มหาวทิ ยาลยั โลก สำ� หรบั ในระดบั ชาตนิ นั้ มกี าร สรา้ งองคค์ วามรเู้ พอื่ ใชใ้ นการพฒั นาประเทศดา้ นการจดั การเรยี นการสอน การจดั อนั ดบั มหาวทิ ยาลยั วิจัยหรือแผนงานภาระหน้าท่ีของมหาวิทยาลัยจึงมีความชัดมากข้ึน เช่น กลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัย แห่งชาติ กลุ่มมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์ของชุมชนสังคม และกลุ่มของมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์ เรอื่ งของเทคโนโลยี เปน็ ตน้ ถา้ เปรยี บการทำ� งานของฝา่ ยวชิ าการ สกว. กบั การทำ� งานสะสมพลงั งาน ของคลื่น การสร้างความรแู้ ละนำ� ความรไู้ ปใชเ้ ปน็ เสมือนคลนื่ ลูกแรกทมี่ คี วามสูงและมพี ลังงานมาก ในการสร้างคลื่นลูกที่ 2 และคลื่นลูกตอ่ ๆ ไปจงึ ต้องใชพ้ ลังงานสงู ข้นึ อกี ดงั นั้นฝ่ายวิชาการ สกว. จึงต้องตีโจทย์ให้แตกและท�ำงานร่วมกับหน่วยงานอ่ืน ๆ เพ่ือสานพลังกับพันธมิตรท้ังในและ นอกประเทศ ภาพรวมการเปล่ยี นแปลงของระบบวจิ ัยทเ่ี กดิ ขนึ้ คอื มีการสะสมองคค์ วามรู้ในแขนงวชิ าตา่ ง ๆ มีกระบวนการสรา้ งคนอยา่ งเป็นระบบในประเทศไทย เปน็ ครงั้ แรก และผลงานวจิ ัยทีเ่ กดิ จากองคค์ วามรู้ ได้น�ำไปสู่การต่อยอดทส่ี งู ข้ึน สำ� นักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) 53
54 นวัตกรรมการบริหารจัดการงานวจิ ยั การพฒั นาการสนบั สนนุ ทนุ วจิ ยั ของฝา่ ยวชิ าการ ในยุคบุกเบิก ศาสตราจารย์ นพ.วิจารณ์ พานิช ผู้อ�ำนวยการคนแรกของ สกว. ได้ริเริ่ม สนับสนุนงานวิจัยพ้ืนฐาน โดยจัดต้ังฝ่ายสนับสนุนงานวิจัยเชิงวิชาการ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนช่ือเป็น “ฝ่ายวิชาการ” ได้เร่ิมสนับสนุน “ทุนพัฒนานักวิจัย” หรือ “เมธีวิจัย สกว.” เป็นทุนแรกในปี พ.ศ. 2537 ทุนพัฒนานักวิจัยสร้างกระแสการท�ำวิจัยให้แก่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ในปแี รกมผี ู้สมคั รมากถึง 132 คน แตไ่ ด้รับคดั เลอื กให้รบั ทุนเพยี ง 33 คน ต่อมาผไู้ ดร้ ับทนุ จำ� นวน 5 คนในกลุ่มแรกนี้ ไดแ้ ก่ 1) ศ.ดร.เกตุ กรดุ พันธ์ 2) ศ.นพ.บุญสง่ องค์พิพฒั นกลุ 3) ศ.ดร.ยงคว์ มิ ล เลณบุรี 4) ศ.ดร.วัชระ กสณิ ฤกษ์ และ 5) ศ.นพ.ดร.อภิวฒั น์ มทุ ริ างกูร ไดร้ บั รางวลั นกั วิทยาศาสตร์ ดีเด่นแห่งชาติ จากมูลนิธสิ ่งเสรมิ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยใี นพระบรมราชปู ถัมภ์ ปี พ.ศ. 2538 มีการจัดสรรทุนองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนา และทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย เพื่อสร้างนักวิจัยอาชีพเพิ่มขึ้น และให้สามารถผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสูง ตลอดจน สร้างองค์ความรู้ใหม่ท่ีมีผลกระทบอย่างมากในด้านวิชาการ และสามารถน�ำองค์ความรู้จาก ผลงานวจิ ยั ไปพฒั นาต่อยอดสู่งานวจิ ัยประยุกต์ สรา้ งทมี และพฒั นานักวิจัยใหม้ ีความสามารถ ทางวชิ าการ สรา้ งความเขม้ แขง็ ของเครอื ขา่ ยการวจิ ยั ระหวา่ งนกั วจิ ยั และหนว่ ยงานวจิ ยั ชน้ั นำ� ทัง้ ในและต่างประเทศได้ ปี พ.ศ. 2540 มกี ารสนบั สนนุ ทนุ วจิ ยั หลงั ปรญิ ญาเอกใหแ้ กน่ กั วจิ ยั รนุ่ ใหมท่ สี่ ำ� เรจ็ การศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาเอก ซึ่งเป็นการปูพ้ืนฐานการท�ำวิจัย และส่งเสริมให้นักวิจัยรุ่นใหม่เข้าสู่เส้นทางการท�ำวิจัยอย่าง มอื อาชีพ ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2545 ได้เปลย่ี นชอื่ ทุนเปน็ ‘ทุนสง่ เสรมิ นกั วิจยั รนุ่ ใหม’่ ปี พ.ศ. 2545 ฝา่ ยวชิ าการไดร้ ว่ มมอื กับสำ� นกั งานคณะกรรมการการอดุ มศึกษา (สกอ.) ขยายงานสนับสนุน ทุนพัฒนาศักยภาพในการท�ำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่ ซึ่งในขณะน้ันสถาบันอุดมศึกษา ก�ำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านการวิจัย จึงจ�ำเป็น ต้องก�ำหนดแนวทางในการพัฒนาสายวิชาชีพของอาจารย์ให้ชัดเจนขึ้น มีกลไกการส่งเสริม สนับสนุนศักยภาพในการท�ำงานวิจัยหลังส�ำเร็จการศึกษา โดยให้ท�ำงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และสามารถน�ำผลการวิจัยน้ันไปใช้ให้เกิดประโยชน์ท้ังต่อการเรียน การสอน รวมถงึ การแกป้ ญั หาและพัฒนาประเทศไดอ้ ยา่ งแท้จริง
ปี พ.ศ. 2547 เพือ่ ให้งานวจิ ยั สามารถตอบโจทย์ปญั หาเรง่ ดว่ นได้ หรอื เพื่อสร้างความไดเ้ ปรยี บของประเทศ ฝ่ายวิชาการจึงได้ริเริ่มให้ ‘ทุนวิจัยพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์’ โดยเป็นชุดโครงการวิจัยแบบ มุ่งเปา้ ในกลมุ่ แรกคอื สมุนไพร ยารกั ษาโรคและสารเสรมิ สุขภาพ และไดเ้ พ่มิ เติมชุดโครงการ วจิ ัยอื่น ๆ ในล�ำดบั ต่อมา ไดแ้ ก่ การพัฒนาเกษตรยงั่ ยืน การผลิตสัตว์นำ้� เศรษฐกจิ การผลติ สัตว์บกเศรษฐกิจ ชีววิทยาเซลล์ต้นก�ำเนิดและเวชศาสตร์การฟื้นฟูสภาวะเส่ือม นาโนศาสตร์ และนาโนเทคโนโลยี และการผลิต การเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูปอาหารเพ่ือ การบรโิ ภคภายในประเทศ และเพ่ือเปน็ สนิ คา้ ส่งออกมูลคา่ สงู ตามล�ำดับ ปี พ.ศ. 2548 สกอ. ร่วมสนับสนุนทุนเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยของอาจารย์รุ่นกลางในสถาบัน อุดมศึกษา เพ่ือสนับสนุนทุนวิจัยแก่อาจารย์รุ่นกลางในสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญา ท่ีอยู่ในการก�ำกับดูแลของคณะกรรมการการอุดมศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือเพิ่มขีด ความสามารถในการทำ� วิจัยของอาจารย์ในสถาบันอดุ มศึกษาอยา่ งตอ่ เน่ือง ปี พ.ศ. 2550 ส�ำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมมือกับฝ่ายวิชาการ สกว. สนับสนุนโครงการการสร้างก�ำลงั คนเพือ่ พฒั นาอตุ สาหกรรม เพอ่ื รองรบั การเปลี่ยนแปลงของ ภาคอุตสาหกรรมไทยที่จ�ำเป็นต้องสร้างและน�ำความรู้ที่ได้จากการวิจัยพื้นฐานมาช่วยปรับ กระบวนการผลติ โดยเปลย่ี นจากการรับจ้างผลิตด้วยเทคโนโลยีท่นี ำ� เข้ามา เป็นการผลิตดว้ ย เทคโนโลยซี งึ่ สรา้ งขึน้ เอง ปี พ.ศ. 2552 ฝา่ ยวชิ าการไดเ้ รม่ิ สนบั สนนุ ทนุ ศาสตราจารยว์ จิ ยั ดเี ดน่ เพอ่ื สนบั สนนุ ทนุ วจิ ยั แกอ่ าจารยอ์ าวโุ ส ศาสตราจารย์ระดับแนวหน้าท่ีมีผลงานวิจัยระดับชาติและระดับนานาชาติ ให้สามารถพัฒนา งานวจิ ยั อยา่ งตอ่ เนอื่ ง ผลติ องคค์ วามรซู้ ง่ึ จะสง่ ผลใหเ้ กดิ ความเปลย่ี นแปลงในทางวชิ าการ และ สามารถนำ� ไปพฒั นาตอ่ ยอด หรอื ก่อใหเ้ กิดประโยชน์ท่เี ดน่ ชดั ต่อสังคมได้ ส�ำนักงานกองทนุ สนบั สนนุ การวจิ ยั (สกว.) 55
56 นวัตกรรมการบรหิ ารจัดการงานวจิ ยั การสนบั สนุนทนุ ของฝา่ ยวชิ าการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 จนถงึ ปัจจบุ นั เปน็ การสร้างเสน้ ทาง อาชีพให้กับนักวิจัยผ่าน ‘บันไดอาชีพนักวิจัย’ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมการบริหารงานวิจัยที่มี ประสิทธิภาพสูง อันเน่ืองจากเป็นการสร้างองค์ความรู้ไปพร้อมกับการสร้างคนหรือบุคลากร ด้านการวิจัย ประกอบด้วย 5 ขั้นบันได คือ 1) ทุนนักวิจัยใหม่ (ทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ และ ทนุ พฒั นาศักยภาพในการทำ� งานวิจยั ของอาจารยร์ ุน่ ใหม)่ 2) ทุนร่นุ กลาง หรอื “เมธวี ิจัย สกว.” (ทุนพัฒนานักวิจัย และทุนเพ่ิมขีดความสามารถด้านการวิจัยของอาจารย์รุ่นกลางในสถาบัน อุดมศึกษา) 3) ทุนวิจัยองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพ้ืนฐานต่อการพัฒนา หรือ “วุฒิเมธีวิจัย สกว.” 4) ทุนส่งเสรมิ กลุ่มวิจยั หรอื “เมธวี ิจัยอาวุโส สกว.” และ 5) ทุนศาสตราจารย์วิจยั ดีเดน่ ปรญ� ญาเอก ศาสตราจารยว จ� ยั ดเี ดน เมธีวจ� ัยอาวโุ ส สกว. วุฒเิ มธวี จ� ัย สกว. เมธีวจ� ยั สกว. นกั ว�จยั รนุ ใหม
ดา นนโยบาย ดา นสาธารณะ Strong policy Good health and well being ดานพาณิชย Super rich ดานว�ชาการ ทนุ ว�จัย ดา นชุมชนและพ�น้ ที่ World class Sustainable cities เพ่�อตอยอดองคความรู and communities High สูการใชป ระโยชน High บันไดอาชีพนักวิจัยเปรียบเสมือนการบ่มเพาะนักวิจัยตั้งแต่รุ่นใหม่ให้มีความพร้อมด้าน การวิจัยภายใตก้ ารดแู ลของนกั วจิ ยั ท่ปี รกึ ษา เม่อื นกั วิจัยมคี วามพร้อมมากย่งิ ข้ึนจงึ ค่อยกา้ วขนึ้ ไปสู่ บนั ไดอาชีพท่ีสูงขนึ้ ส่ังสมองค์ความรู้ใหแ้ ข็งแกร่ง เจาะลึกในเรอื่ งทต่ี นก�ำลังศึกษา สร้างผลงานวิจยั ทีโ่ ดดเด่นใหก้ ลายเปน็ นกั วจิ ัยช้นั นำ� ของประเทศและระดบั สากล ตลอดจนสามารถสรา้ งและพฒั นา ทีมวิจัยรุ่นใหม่ เพ่ือสร้างศักยภาพเชิงปัญญาระยะยาวของชาติ ควบคู่กับการน�ำองค์ความรู้ท่ีได้ มาพฒั นาต่อยอดกอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชนต์ ่อสาธารณชนอกี ด้วย นอกจากน้ี ฝ่ายวิชาการยังร่วมกับสถาบันการศึกษา ในการจัดสรรทุนพัฒนาศักยภาพ การวิจัยเชิงสถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือสนับสนุนหน่วยงานท่ี เขา้ รว่ มประเมนิ คณุ ภาพผลงานวจิ ยั เชงิ วชิ าการดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยขี องสถาบนั อดุ มศกึ ษา ซึ่งได้รับผลประเมินคุณภาพระดับดีเย่ียม ให้มีการพัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศในการแข่งขันในระดับ นานาชาติ ตลอดจนมคี วามสามารถในการบริหารจัดการงานวิจัย สำ� นกั งานกองทุนสนับสนุนการวิจยั (สกว.) 57
58 นวตั กรรมการบริหารจดั การงานวจิ ยั ผลจากการสนับสนนุ ทุนวิจัย ผลผลติ เชิงวิชาการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ถึงปัจจุบัน สกว. ผลิตนักวิจัยเข้าสู่วงการวิจัยได้มากกว่า 8,500 คน มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ 15,437 เร่ือง มีสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร ท่ีได้รับแล้วและยื่นจดจ�ำนวน 210 เรื่อง และหนังสือ 230 เล่ม โดยภาพรวมของการแข่งขันของ ประเทศจะเห็นได้ชัดเจนว่า จากการบริหารจัดการทุนวิจัยโดย สกว. ประเทศไทยมีผลงานได้รับ การตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ และมีแนวโน้มเพิ่มข้ึนอย่างต่อเนื่องต้ังแต่ปี พ.ศ. 2537 จากฐานข้อมลู ISI Web of Science (สบื ค้น ณ วันท่ี 7 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2560) พบว่าประเทศไทย มีผลงานท่ีได้รับการตีพิมพ์ในช่วง 10 ปีท่ีผ่านมาจ�ำนวนสูงถึง 66,038 บทความ โดยเป็นผลงาน ท่ีฝา่ ยวชิ าการใหก้ ารสนบั สนุนจ�ำนวนท้งั สน้ิ 11,892 บทความ หรือคดิ เปน็ รอ้ ยละ 18 ของจำ� นวน ท่ไี ดร้ ับการตพี มิ พท์ ้ังหมดของประเทศ เป็นที่น่าสังเกตว่าถึงแม้จะมีปริมาณผลงานที่เกิดข้ึนจากระบบวิจัยน้ีแต่งบประมาณที่ได้รับ การสนบั สนนุ จากภาครฐั คอ่ นขา้ งคงที่ หากแตใ่ นชว่ ง 5 ปี (พ.ศ. 2554-2560) ทผี่ า่ นมา ฝา่ ยวชิ าการ สกว. ได้รับการสนับสนุนเพ่ิมมากกว่าในอดีตอย่างต่อเนื่อง แต่อาจไม่เพียงพอเม่ือเทียบกับสัดส่วน ของการท�ำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการสร้างนวัตกรรมของประเทศ หรืออีกนัยหน่ึงอาจกล่าว ไดว้ า่ ผลงานวจิ ยั ทเ่ี กดิ ขน้ึ กบั บรบิ ทของการพฒั นาประเทศโดยเฉพาะทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ยงั ไมส่ ามารถปรบั สมดลุ เขา้ หากนั นอกจากน้ี ถา้ กลา่ วถงึ ในแงโ่ ครงสรา้ งของระบบวจิ ยั ของประเทศ ทเ่ี ขม้ แขง็ และมปี ระสทิ ธภิ าพ อาจยงั ไมเ่ ออื้ ตอ่ การนำ� ผลงานวจิ ยั ไปตอ่ ยอดในทางนวตั กรรมเชงิ ธรุ กจิ แม้แต่ระบบโครงสร้างของอตุ สาหกรรมไทยเอง ทอี่ าจยงั อยูใ่ นภาวะไมใ่ ชเ้ ทคโนโลยขี ้นั สูง ยงั ติดอยู่ กับแรงงานข้ันต�่ำ ซึ่งเป็นท่ีมาของการต้องมีการท�ำงานประสานกันของท้ังสองภาคส่วน และต้องมี โครงสรา้ งของระบบวจิ ัยทเ่ี ช่ือมต่อกับการสร้างนวัตกรรมให้มากขน้ึ นอกจากนี้ หากวเิ คราะห์ในแง่ ของโครงสรา้ งหนว่ ยงานของนกั วจิ ยั ซงึ่ นกั วจิ ยั ของฝา่ ยวชิ าการรอ้ ยละ 99 เปน็ อาจารยใ์ นมหาวทิ ยาลยั ซงึ่ ใน 25 ปกี ่อน หนา้ ทห่ี ลกั คอื การสอนและการผลติ บณั ฑิต เพราะฉะนนั้ ท้ังโครงสรา้ งการบริการ และโครงสร้างของการเรียนการสอนจึงตอบสนองเฉพาะส่วน ไม่ได้มุ่งเน้นการตอบโจทย์มหภาค ที่เป็นองค์รวมของประเทศ งานวิจัยท่ีเกิดขึ้นส่วนใหญ่จึงตอบสนองการเรียนการสอน ยังไม่มีการ ตอ่ ยอดสสู่ งั คมวงกวา้ ง ขบวนการนย้ี งั มจี นถงึ ปจั จบุ นั ซง่ึ การปรบั ตวั ของมหาวทิ ยาลยั เปน็ สว่ นสำ� คญั ท่ีจะท�ำให้ระบบการวิจัยของประเทศมีผลกระทบในวงกว้างมากข้ึน โดยเฉพาะในปัจจุบันมีการ ปรับเกณฑ์การพิจารณาต�ำแหน่งทางวิชาการให้มีการขยายการตอบโจทย์ทางสังคม ชุมชน และ อุตสาหกรรม อันท�ำให้เกิดบรรยากาศแวดล้อมในการวิจัยเพ่ือสร้างการเปล่ียนแปลงให้เกิดคุณค่า ทางเศรษฐกิจของไทยในอนาคตอันใกล้ด้วย
ผลผลิตเชงิ คณุ ภาพ การสนับสนนุ ทุนวจิ ยั อยา่ งต่อเนื่องเป็นการสรา้ งบนั ไดอาชพี ใหก้ ับนักวจิ ัย ก่อให้เกิดการผลติ ผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติท่ีมีคุณภาพท้ังในด้านจ�ำนวนและได้ค่า impact factor ทส่ี งู ขน้ึ นกั วจิ ยั มคี า่ citation และ H-index เพมิ่ ขนึ้ ทำ� ใหไ้ ดร้ บั การเลอ่ื นตำ� แหนง่ ทางวชิ าการสงู ขน้ึ มีโอกาสได้รับทุนวิจัยอ่ืน ๆ ท่ีเข้มแข็งมากขึ้น และมีศักยภาพในการสร้างเครือข่ายระดับชาติและ นานาชาติ ตลอดจนได้รบั รางวัลทมี่ คี ุณภาพ อาทิ รางวลั นักวทิ ยาศาสตรด์ เี ดน่ รางวัลนกั วิจัยดีเด่น แห่งชาติของส�ำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ รางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ หรือแม้แต่ รางวัลในระดับนานาชาติ อาทิ UNESCO Science Prize, Fukuoka Asian Culture Prizes Mahidol-B Braun Award, ASEAN Young Scientist and Technologist Award, Asian Innovation Awards, ASAIHL-SCOPUS Young Scientist Awards รางวัลปูชนียบุคคล ด้านภาษาไทย จากกระทรวงวัฒนธรรม รางวัลนักวิทยาศาสตร์สตรีดีเด่นเพื่อการพัฒนาท่ีย่ังยืน จากบริษัท ลอรอี ัล (L’Oréal) ประเทศไทย จำ� กดั The Robert O. Bass รางวัลนกั เทคโนโลยดี เี ดน่ และรางวัลนกั เทคโนโลยีรนุ่ ใหม่ เป็นต้น ส�ำนักงานกองทุนสนับสนนุ การวจิ ัย (สกว.) 59
60 นวัตกรรมการบรหิ ารจดั การงานวจิ ัย ผลกระทบต่อสงั คม กอ่ ใหเ้ กิดความเข้มแขง็ บนฐานรากของระบบการวจิ ยั ของประเทศ ทั้งการสรา้ งกำ� ลังคน และ การพัฒนาบุคลากรท่ีมีความรู้ความสามารถด้านการวิจัยพ้ืนฐาน โดยเฉพาะบุคลากรด้านการวิจัย ในมหาวิทยาลัย ซ่ึงคิดเป็นร้อยละ 90 ของนักวิจัยในประเทศ สร้างระบบการท�ำวิจัยท่ีต่อเน่ือง สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันทั้งในและต่างประเทศ เพ่ิมความม่ันคงต่อระบบวิจัย ของประเทศให้สามารถแข่งขันกับประเทศอ่ืนได้ อีกทั้งเกิดการเปล่ียนแปลงในวัฒนธรรมองค์กร ท่ใี ช้ฐานความรูข้ องการวจิ ัยนำ� ไปส่กู ารสรา้ งรากฐานของนวตั กรรม High caliber impact - oriented researchers ความยั่งยนื Contextual Driver Impact เศรษฐกิจ สังคม Long term changes Scaling up Socio-economic, political, • ประเทศมคี วามสามารถในภาวะการแขง ขัน ดา นว�ชาการและเศรษฐกิจในเวทโี ลก สง�ิ แวดลอม technological factors • สังคมอุดมปญ ญา จากพ�้นฐานงานวจ� ัย Existing policies, practices, -Stheormrt acnhdanMgeesdium Outcome beliefs Actors networks in research, • เครอ� ขายประชาคมว�จยั ทเ่ี ขม แข็ง เกิดระบบนิเวศว�จัยใหมก บั สงั คม ยทุ ธศาสตร 20 ป policy and practice • ภาคใี นสงั คมตระหนกั รู และใชอ งคความรจู ากการวจ� ัยเปนพ้�นฐาน Capacity of target groups Change in e.g. skills, to respond ในการแกไขปญหาตา งๆ knowledge, attitudes, Receptiveness of context • ภาคเศรษฐกจิ ใชนวัตกรรมเพ�มขด� ความสามารถในการแขงขนั relationships, practices, policies, allocations. เชิงธรุ กิจและการคา ท้ังภายในประเทศและตางประเทศ • ภาคชี ุมชนทองถ�นิ พัฒนาสคู วามเขมแขง็ และยัง่ ยืน • ผูกำหนดนโยบายไดใชข อ มูลในการกำหนดนโยบายท่ีมาจากการว�จัย Organizations, resources, Output แผนพัฒนาเศรษฐกจิ ฯ systems, skills • องคความรูใหม และเผยแพรผลงานวจ� ยั ที่เปน ทย่ี อมรบั Used by main Actor/ • ความรวมมือในการบรู ณาการงานวจ� ัยระหวางหนว ยงาน Stakeholder Groups แผนพฒั นาบคุ ลากร ดานการว�จยั ทีเ่ กี่ยวขอ งทั้งภาครัฐและเอกชน Partnership • ผลิตนกั วจ� ัยท่มี คี ณุ ภาพสูงในสาขาตา งๆ • เอกชน • ภาครัฐ Input • ภาคประชาชน ทนุ วจ� ยั จากฝา ย นกั ว�จยั ต้ังแตระดับ ป.โท ป.เอก ทั้งจากภาครฐั และเอกชน รวมถึงเยาวชน และสังคม Basic และ R&D • นกั วจ� ยั เชงิ ว�ชาการ • นักวจ� ยั จากทองถน�ิ • นักวจ� ัยเชงิ นโยบาย • นักวจ� ยั เพ่อ� อตุ สาหกรรม • ยวุ นกั ว�จยั นักว�จยั เยาวชน ฯลฯ ทมี่ า : ดดั แปลงมาจาก รศ.ดร.สมพร อศิ ว�ลานนท (2018)
การน�ำผลงานวจิ ยั ไปใช้ประโยชน์ ฝา่ ยวชิ าการมตี วั อยา่ งผลงานวจิ ยั ทม่ี ศี กั ยภาพในการนำ� ไปใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นตา่ ง ๆ ครอบคลมุ ทั้งการใช้ประโยชน์เชิงวิชาการ เชิงพาณิชย์ เชิงนโยบาย เชิงสาธารณะและชุมชน ซึ่งเป็นไปตาม เปา้ หมายและบทบาทของ สกว. ที่ไดก้ �ำหนดไว้คือ “สรา้ งคน สรา้ งองค์ความรู้ ผา่ นกระบวนการ สนับสนุนทุนวิจัย และบริหารจัดการงานวิจัย” เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่ิงแวดล้อม รวมทั้ง สรา้ งความเขม้ แขง็ ของชมุ ชนท้องถิ่น ตลอดจนสรา้ งความสามารถในการแข่งขนั ของคนในชาติ • ซสิ เทมาตคิ สแ์ ละชวี ภมู ศิ าสตร์ของสัตว์ไม่มกี ระดูกสนั หลงั ในดิน (หอยทาก กง้ิ กอื ตะขาบ และไส้เดือนดิน) และบทบาทในระบบนเิ วศเชงิ เกษตร ศาสตราจารย์ ดร.สมศักด์ิ ปัญหา เป็น นักวิจัยที่ได้รับทุนวิจัยจาก สกว. มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 โดยได้รับทุน “เมธีวิจัย สกว.” รุ่นท่ี 1 และได้รับทุนต่อเนื่อง โดยได้รับทุน “วุฒิเมธีวิจัย สกว.” จนมาถึง “เมธีวิจัย อาวโุ ส สกว.” ผลงานวจิ ยั ไดว้ เิ คราะหเ์ ชงิ ลกึ ถงึ ความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการการถ่ายทอดยีน โดยใช้เทคนิคทางอณูชีววิทยา ท�ำให้สามารถ ต่อภาพและเข้าไปสู่มิติของอาณาเขตของ สปีชสี ์ อาณาเขตของววิ ัฒนาการ ซงึ่ ถอื ได้ว่าเปน็ พน้ื ฐานส�ำคัญทส่ี ดุ ท่จี ะน�ำไปสกู่ ารใชป้ ระโยชน์จาก “ทรัพยากรชีวภาพของชาติ” โดยท�ำการวิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในดิน ไดแ้ ก่ หอยทาก ก้งิ กือ ตะขาบ และไสเ้ ดอื นดนิ และบทบาทในระบบนิเวศเชงิ เกษตร สามารถสร้าง องคค์ วามรจู้ นมาถงึ ผลงานรวมของการคน้ พบหอยทากบกมากกวา่ 600 ชนดิ กงิ้ กอื มากกวา่ 200 ชนดิ ตะขาบมากกวา่ 20 ชนดิ และไสเ้ ดอื นสายพนั ธไุ์ ทยมากกวา่ 100 ชนิด และพฒั นาองคค์ วามรูไ้ ปสู่ ผลการวิเคราะห์ขอบเขตวิวัฒนาการของแต่ละชนิด โดยไม่มีนักวิจัยในภูมิภาคนี้ท�ำการวิจัย เชน่ เดยี วกนั นมี้ ากอ่ น รวมทงั้ ลา่ สดุ ไดร้ บั การประกาศ 2017 Top Ten New Species Award from IISE ซ่งึ ไดแ้ ก่ ตะขาบสายพันธ์ุเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ จากงานวิจยั ด้านความหลากหลายของสปีชสี ห์ อยทากบกในประเทศไทยเปน็ เวลากวา่ 30 ปี สู่ การศึกษาศักยภาพการใช้เมือกหอยทากสายพันธุ์ไทยในอุตสาหกรรมความงาม ต่อยอดสู่การสร้าง แบรนด์ “SNALE8” ในระดบั สากล และไดส้ รา้ งตน้ แบบของการวจิ ยั ทสี่ ามารถเชอ่ื มรอยตอ่ ระหวา่ ง งานวจิ ัยพื้นฐานเชิงลกึ สู่การใช้ประโยชนด์ ้านพาณิชย์ไดอ้ ยา่ งเป็นรปู ธรรม ส�ำนกั งานกองทนุ สนับสนุนการวจิ ยั (สกว.) 61
62 นวัตกรรมการบริหารจัดการงานวจิ ยั • โครงการเมธวี ิจัยอาวุโส สกว. เพื่อพัฒนาศักยภาพการประเมนิ เทคโนโลยดี ้านสขุ ภาพ ปจั จบุ นั การประเมนิ เทคโนโลยี รวมทง้ั การประเมนิ ความคมุ้ คา่ ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ กลายเป็นข้อมูลส�ำคัญของผู้บริหารหรือคณะกรรมการที่มีหน้าท่ีในการก�ำหนดใช้ยา วัคซีน เคร่ืองมือแพทย์และมาตรการต่าง ๆ ด้านสุขภาพ ในระบบสุขภาพของประเทศไทย ใช้ประกอบ การตัดสินใจลงทุนด้านสุขภาพ รวมทั้งต่อรองราคากับบริษัทผู้จ�ำหน่าย ส่งผลให้เทคโนโลยีเหล่าน้ี มีความคุ้มค่าเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยและสามารถเข้าถึงผู้ป่วยหรือประชากรกลุ่ม เป้าหมายได้อย่างรวดเร็วข้ึน ในทางตรงกันข้ามเป็นเคร่ืองมือในการป้องกันมิให้เทคโนโลยีหรือ มาตรการด้านสุขภาพที่ไม่ปลอดภัย ไม่คุ้มค่า หรือไม่มีความยั่งยืนในระยะยาวเข้ามาอยู่ในระบบ สุขภาพของประเทศ ที่ผ่านมาข้อมูลวิจัยของ ดร.นพ.ยศ ตีระวัฒนานนท์ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. และคณะ จาก HITAP ที่ด�ำเนินงานประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ น�ำไปสู่การเพ่ิม ชุดสิทธิประโยชน์ด้านยา วัคซีน และมาตรการด้านสุขภาพ อาทิ ยามะเร็งชนิดมุ่งเป้าหลายชนิด การรักษาโรคไวรัสตับอักเสบเรื้อรงั ชนดิ ซี ยาตา้ นไวรสั เอดส์ชนดิ ใหม่ ๆ เอ็นไซมร์ กั ษาโรคพันธุกรรม ชนดิ หายาก วัคซนี HPV มาตรการคัดกรองและให้แว่นสายตาในเดก็ เล็ก ฯลฯ ขอ้ มูลจากการวิจัย น�ำไปใช้ในการต่อรองราคากับบริษัทผู้จัดจ�ำหน่ายท�ำให้รัฐบาลสามารถจัดซื้อได้ในราคาท่ีคุ้มค่า กบั ประโยชน์ทไ่ี ด้รบั สง่ ผลให้รัฐบาลสามารถประหยัดงบประมาณไดป้ ลี ะหลายพนั ลา้ นบาท
• องค์ความรพู้ นื้ ฐานและประยกุ ตข์ องโรคปรสิตและปรสติ ผลงานวจิ ัยดา้ นสาธารณะ ศ.ดร.วันชัย มาลีวงษ์ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. และคณะ ไดศ้ กึ ษาองคค์ วามรพู้ น้ื ฐานและประยกุ ตข์ องโรคปรสติ และปรสติ เกี่ยวกับชีววิทยา ระบาดวิทยา อาการทางคลินิก การวินิจฉัย การรกั ษาและการปอ้ งกนั ผลงานวจิ ัยได้ช่วยแกป้ ญั หาหรือกอ่ ให้ เกิดนวัตกรรมทางสังคมที่น�ำไปใช้ได้จริงในการตรวจวินิจฉัย หาเช้ือปรสิตในโรงพยาบาล และมีการเผยแพร่ความรู้สู่ชุมชน ในการควบคมุ โรคในคนและสตั ว์ สรา้ งหอ้ งสมดุ เชอื้ ปรสติ สำ� หรบั อนุชนรุ่นหลังได้เป็นตัวอย่างในการศึกษาหาองค์ความรู้และ วธิ ีการวจิ ัยทีค่ น้ คว้า และเปน็ กลไกให้มีการนำ� ไปพฒั นาศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ สร้างความเข้มแข็งของกลุ่มวิจัยก่อให้เกิดการ เรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานร่วมกับเทคโนโลยี ที่ทันสมัย เพ่ือให้เกิดความย่ังยืนต่อการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ใน ประเทศไทยและประเทศในลมุ่ แม่น�้ำโขง สำ� นักงานกองทุนสนับสนุนการวิจยั (สกว.) 63
64 นวตั กรรมการบรหิ ารจดั การงานวจิ ัย • สรรี วทิ ยาทางไฟฟา้ และพยาธสิ รรี วทิ ยาของหวั ใจ โรคหวั ใจเปน็ โรคทมี่ คี วามสำ� คญั และทวคี วามรนุ แรงขนึ้ ในสงั คมไทย โดยมภี าวะกลา้ มเนอ้ื หวั ใจ ขาดเลือดเฉียบพลันเป็นปัญหาเร่งด่วนท่ีต้องได้รับการศึกษา เพ่ือพัฒนาวิธีการรักษาและป้องกัน เนอ่ื งจากเป็นภาวะที่ท�ำให้เกดิ การเสียชวี ติ เป็นจ�ำนวนมาก ศ.ดร.นพ.นิพนธ์ ฉัตรทพิ ากร เมธีวิจยั อาวุโส สกว. ค้นพบความสามารถของยาตา้ นเบาหวาน ในกลุ่ม DPP-4 inhibitor จะน�ำไปสู่การเลือกใช้ยาต้านเบาหวานท่ีเหมาะสมและสามารถป้องกัน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรง รวมถึงลดขนาดของกล้ามเนื้อท่ีตายในผู้ป่วยที่เกิดหัวใจวาย รวมทั้งยังช่วยลดอัตราการเสียชีวิตที่สูงมากในผู้ป่วยกลุ่มน้ีได้อนาคต นอกจากนี้ ยังค้นพบกลไก การนำ� เหลก็ เขา้ สหู่ วั ใจในโรคธาลสั ซเี มยี ซง่ึ นบั เปน็ การรายงานครงั้ แรกของโลก ความรนู้ จี้ ะสามารถ นำ� ไปสกู่ ารคดิ คน้ และพฒั นาสารเคมหี รอื ยาตวั ใหม่ เพอ่ื นำ� ไปใชใ้ นการปอ้ งกนั การนำ� เหลก็ เขา้ สหู่ วั ใจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ซ่ึงอาจจะน�ำไปใช้ควบคู่กับยาขับเหล็กท่ีมีอยู่เดิมเพื่อป้องกันการสะสม ของเหล็กในหัวใจในโรคธาลัสซีเมียและน่าจะป้องกันการเกิดโรคหัวใจล้มเหลวจากการมีเหล็ก สะสมมากเกินไปในหัวใจได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพทีส่ งู ยง่ิ ขึ้น
เครอื ขา่ ยงานวจิ ัยนานาชาติ NRInteeesrtnweaatoirocrnkhal Chinese Academy Office of Naval of Science (CAS) Research Global (ONRG) TRF-Newton Fund National Natural ไทย-อังกฤษ Science Foundation of China (NSFC) ไทย-จน� การสรา้ งเครอื ขา่ ยงานวจิ ัยระดับนานาชาตแิ ละ การสรา้ งพนั ธมิตรวิจัยเพอื่ ร่วมแบ่งปนั ความรูแ้ ละแลกเปลยี่ นเทคโนโลยี เพ่ือสรา้ งนวัตกรรม เป็นปัจจยั หน่ึงทกี่ ่อใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลง และเปน็ การยกระดับความเข้มแขง็ ทางวชิ าการ สำ� นกั งานกองทุนสนบั สนุนการวจิ ัย (สกว.) 65
66 นวตั กรรมการบริหารจัดการงานวิจัย ฝ่ายวชิ าการมกี ารประสานความร่วมมือกบั หนว่ ยงานในตา่ งประเทศ ไดแ้ ก่ 1. การสร้างความรว่ มมอื ดา้ น Natural Products and Drug Discovery กบั Natural Science Foundation of China (NSFC) China-Thailand Joint Workshop on Natural Products and Drug Discovery ไดจ้ ัดประชุมวิชาการนานาชาตริ ะหว่าง สกว. และ NSFC เพื่อสร้างและสานต่อความร่วมมืออันดีระหว่างนักวิจัยช้ันน�ำด้านเคมีทางยา โดยจัดให้มีการน�ำเสนอผลงานวิจัยของนักวิจัยไทยและจีนท่ีผ่านการคัดเลือกจากผู้ท่ีมี ผลงานวิจัยอยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศ และเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้ร่วมกันพัฒนา โจทย์วิจัย ซงึ่ หากโจทย์วิจยั ดงั กล่าวมีศักยภาพ สกว. และ NSFC ยนิ ดีที่จะสนบั สนุนทนุ วิจยั เพ่ือใหเ้ กดิ การทำ� งานรว่ มกนั ด้วย ทง้ั นี้ ในปี พ.ศ. 2559 สกว. และ NSFC เห็นชอบรว่ มกนั ในการสนับสนนุ ทนุ วจิ ยั จำ� นวน 4 โครงการ ในประเดน็ เกี่ยวกบั ผลิตภณั ฑธ์ รรมชาติเพอ่ื การ ค้นพบยาใหม่ส�ำหรับสังคมผู้สูงอายุโดยให้ความส�ำคัญกับโรคท่ีพบบ่อยในผู้สูงอายุ อาทิ โรคเบาหวาน โรคอลั ไซเมอร์ ฯลฯ 2. การสร้างความร่วมมือในสาขา Biodiversity กบั Chinese Academy of Sciences (CAS) โดยได้มกี ารจัดประชมุ Workshop on Science and Technology Cooperation เพอ่ื เปดิ โอกาสใหน้ กั วจิ ยั ทงั้ ไทย และจนี ในสาขา “ความหลากหลายทางชวี ภาพ” ไดน้ ำ� เสนอ ผลงานวิจัยและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกัน โดย สกว. และ CAS ได้ตกลงที่จะ พฒั นาความรว่ มมอื อยา่ งต่อเนื่อง โดยมกี ารแลกเปลยี่ นนักวิจยั และสนับสนนุ ทุนวจิ ยั ร่วมกนั 3. โครงการ TRF-UK Newton Fund เป็นกิจกรรมที่เร่ิมด�ำเนินการโดยรัฐบาลอังกฤษ มีวัตถุประสงค์สนับสนุนทุนแก่ประเทศพันธมิตรผ่าน delivery partner ต่างๆ ได้แก่ กลุ่ม Academy และ Research Council ต่าง ๆ ของประเทศอังกฤษ เป็นการสมทบ งบประมาณรว่ มกัน โดยในสว่ นของฝา่ ยวิชาการรบั ผิดชอบ 3 โครงการ คอื
3.1 Joint Health Research Call: National Strategic Diseases of Thailand (สกว. ร่วมกับ Medical Research Council) เปน็ ทนุ สนบั สนนุ การวจิ ัยดา้ นการแพทย์ และวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ 3.2 Advanced Fellowship Program ( สกว. รว่ มกบั Royal Society และ British Academy) สนบั สนนุ ทุนแก่นักวจิ ัยซงึ่ จบปริญญาเอกมาแลว้ ไมเ่ กนิ 15 ปี ทง้ั ในสาขาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และสาขามนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ 3.3 Professional Development and Engagement Program ( สกว. รว่ มกบั British Council) เปน็ ทนุ สนบั สนนุ นกั วจิ ยั รนุ่ กลาง และเจา้ หนา้ ทบ่ี รหิ ารโครงการเขา้ รว่ มสมั มนา เชิงปฏิบัติการด้านการวิจัยและการบริหารจัดการงานวิจัยทั้งในประเทศไทยและ ประเทศองั กฤษ 4. การสรา้ งความร่วมมือกบั Office of Naval Research Global (ONRG) เป็นความ ร่วมมือในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ Affordable Materials and Technology for Health Monitoring Workshop ระหวา่ ง สกว. และกองทพั เรอื สหรฐั อเมริกา นอกจากน้ี ONRG ยงั ให้การสนับสนนุ ทุนวิจัยด้าน Health Monitoring แก่นักวจิ ัยไทยดว้ ย สำ� นกั งานกองทนุ สนับสนุนการวจิ ัย (สกว.) 67
68 นวัตกรรมการบริหารจดั การงานวิจัย กิจกรรมสง่ เสริมความส�ำเร็จ • พิธีพระราชทานโล่แก่ศาสตราจารย์วิจัย ดเี ด่น และเมธีวจิ ัยอาวุโส สกว. เพื่อเป็นเกียรติแก่นักวิจัยอาวุโสท่ีสร้างผล งานดเี ด่นมาโดยตลอด อกี ท้งั ยังเป็นการสรา้ งแรง จูงใจและกระตุ้นให้นักวิจัยรุ่นหลังได้เห็นแบบ อยา่ งท่ดี ี และมองเหน็ ถึงเส้นทางนกั วิจยั อาชีพ
• การประชุม “นักวิจัยรนุ่ ใหม่ พบ เมธีวิจยั อาวุโส สกว.” เป็นการประชุมวิชาการเพ่ือให้นักวิจัย รุ่นใหม่และนักวิจัยรุ่นกลางได้มีโอกาสน�ำเสนอ ความก้าวหน้าของผลงานวิจัยท่ีได้รับทุน และ รับฟังข้อคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิเพ่ือน�ำไป พัฒนางานวิจัยในโครงการ ส่งเสริมให้เกิดการ พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่าง นักวิจัยอาวุโส และนักวิจัยรุ่นใหม่ในเครือข่าย สาขาเดียวกัน หรือสาขาใกล้เคียง เพื่อเกิดการ สร้างเครือข่ายวิจัยและประชาคมวิจัยของไทย ให้มคี วามเข้มแข็งเพ่ิมมากย่งิ ข้ึน ส�ำนักงานกองทนุ สนบั สนนุ การวจิ ัย (สกว.) 69
70 นวตั กรรมการบรหิ ารจัดการงานวจิ ัย • การประชมุ ประจำ� ปีของผ้รู ับทุนส่งเสริมกล่มุ วิจยั และศาสตราจารย์วจิ ยั ดเี ด่น เมธวี จิ ยั อาวโุ ส สกว. และศาสตราจารยว์ จิ ยั ดเี ดน่ แตล่ ะทา่ นจะจดั การประชมุ วชิ าการประจำ� ปี ของกลุ่มวิจัย เพื่อให้ผู้ร่วมวิจัยได้น�ำเสนอผลงานวิจัยในปีที่ผ่านมา เปิดโอกาสให้นักวิจัย ที่ท�ำงานวิจัยในสาขาเดียวกันหรือเก่ียวข้องมาร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และ ขอ้ คิดเหน็ ต่าง ๆ เปน็ การผลกั ดนั ให้เกิดการพฒั นาทมี วจิ ยั ท่ีเขม้ แข็งในการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน ในระดับนานาชาตไิ ด้ งานแถลงข่าวเปดิ ตวั ศาสตราจารย์วิจยั ดีเด่นและเมธีวจิ ยั อาวโุ ส สกว. จัดข้ึนเพ่ือเชิดชูเกียรติแก่นักวิจัยท่ีมีผลงานเป็นท่ีประจักษ์และเป็นประโยชน์ต่อประเทศ และเป็นการกระตุ้นให้สังคมได้เห็นคุณค่าของงานวิจัย ซ่ึงได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนวิจัยจาก สกว. เพ่ือสร้างองค์ความรู้และพัฒนางานวิจัยของไทยให้สามารถขับเคล่ือนในการพัฒนา ประเทศให้แข่งขนั ไดใ้ นเวทโี ลก
ฝา่ ยวชิ าการ สกว. สญั จร เปน็ โครงการทีน่ ำ� ระบบนกั วิจัยพ่เี ลี้ยง (Mentoring) เขา้ มาช่วยเสรมิ ในการใหค้ �ำปรกึ ษาและ แนะน�ำด้านวิชาการ รวมทง้ั มีการจัดอบรมเชิงปฏิบตั กิ ารในการเขียนตน้ ฉบบั บทความตีพิมพ์ (Manuscript) และขอ้ เสนอโครงการวจิ ยั (Proposal) เพอื่ เพมิ่ โอกาสใหน้ กั วจิ ยั ประสบความ ส�ำเร็จในการท�ำงานวิจัยมากย่ิงข้ึน ควบคู่กับการให้ข้อมูลเก่ียวกับระเบียบ กฎเกณฑ์ และ ข้อปฏิบัติระหว่างการรับทุน นอกจากน้ี ยังเป็นเวทีท่ีนักวิจัยรุ่นใหม่สามารถพบปะพูดคุยถึง โครงการทกี่ �ำลงั ด�ำเนนิ งานกบั ผู้บรหิ ารจาก สกว. สกอ. ตน้ สงั กดั และผูท้ รงคุณวฒุ ิ โดยฝา่ ย วชิ าการมงุ่ หวงั วา่ โครงการนจ้ี ะเปน็ สว่ นหนงึ่ ในการเพม่ิ บคุ ลากรนกั วจิ ยั รนุ่ ใหมท่ มี่ คี วามพรอ้ ม ทางดา้ นวชิ าการ และสามารถบรหิ ารจดั การทนุ ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ใหก้ า้ วเขา้ สบู่ นั ไดอาชพี นกั วจิ ัยอย่างมงั่ คง และเป็นก�ำลังส�ำคญั ในการผลติ ผลงานวิจัยในการพฒั นาประเทศ ส�ำนกั งานกองทนุ สนับสนุนการวิจัย (สกว.) 71
72 นวตั กรรมการบริหารจดั การงานวจิ ัย รางวลั TRF-OHEC-Scopus Researcher Awards เป็นรางวัลทไ่ี ดร้ บั การสนับสนนุ ร่วมกนั ระหว่าง สกว. สกอ. และสำ� นกั พิมพ์ Elsevier (ผู้จัดทำ� ฐานขอ้ มลู วารสารวชิ าการระดบั นานาชาติ SCOPUS) เพอื่ มอบใหแ้ กน่ กั วจิ ยั รนุ่ ใหมแ่ ละนกั วจิ ยั รนุ่ กลาง ทมี่ ผี ลงานจากโครงการวจิ ยั อยรู่ ะหวา่ งรบั ทนุ ของ สกว. หรอื สน้ิ สดุ โครงการไมเ่ กนิ 2 ปี และมผี ลงานอยใู่ นเกณฑด์ เี ยยี่ ม เพอื่ ใหม้ กี ำ� ลงั ใจในการพฒั นางานวจิ ยั ทม่ี คี ณุ ภาพสงู ตอ่ ไป และ เปน็ ตวั อยา่ งทดี่ แี กน่ กั วจิ ยั ผรู้ บั ทนุ โดยพจิ ารณาจากคณุ ภาพของบทความทไ่ี ดร้ บั การตพี มิ พใ์ น วารสารวชิ าการนานาชาติ และผลกระทบในเชงิ วชิ าการและเชงิ สาธารณะ รวมถึงการนำ� ไปใช้ ประโยชน์ ใน 6 สาขาวิชา ไดแ้ ก่ 1) Life Sciences & Agricultural Sciences 2) Chemical & Pharmaceutical Sciences (Including Chemical Engineering) 3) Engineering and Multidisciplinary Technology 4) Health Sciences 5) Physical Sciences (Including Mathematics & Physics) และ 6) Humanities and Social Sciences รางวลั TRF-OHEC-Clarivate Analytics Research Excellence Awards เพอื่ เชดิ ชเู กยี รตผิ รู้ บั ทนุ องคค์ วามรใู้ หมท่ เ่ี ปน็ พน้ื ฐานตอ่ การพฒั นาทมี่ ผี ลงานจากโครงการวจิ ยั ท่ีได้รับทุน สกว. ในระดับดีเย่ียมในระยะเวลาย้อนหลัง 5 ปี โดยพิจารณาจากคุณภาพของ ผลงานวิจยั ที่ได้รบั การตีพิมพ์ในฐานขอ้ มูล Science Citation Index (SCI) ของ Web of Science การย่ืนจดสิทธิบัตรทั้งระดับชาติและนานาชาติ ตลอดจนผลกระทบของการน�ำ ผลงานวิจัยไปต่อยอดสู่การใชป้ ระโยชน์ดว้ ย
การจดั ประชุมปฐมนเิ ทศนกั วิจัยรุ่นใหม่ เพ่ือชี้แจงการบริหารจัดการทุน และระเบียบการเงินและบัญชีและการจัดการทรัพย์สินทาง ปญั ญา ระหวา่ งการรบั ทนุ พฒั นาศกั ยภาพในการทำ� งานวจิ ยั ของอาจารยร์ นุ่ ใหม่ และทนุ สง่ เสรมิ นักวิจัยรุ่นใหม่ พร้อมรับฟังประสบการณ์การท�ำวิจัยจากเมธีวิจัยอาวุโส สกว. ที่ประสบ ความส�ำเร็จ เพื่อน�ำแนวคิดมาปรับใช้ในการด�ำเนินงานวิจัย โดยเชิญนักวิจัยอาวุโสท่ีประสบ ความส�ำเรจ็ ในการทำ� งานวจิ ัยมาเลา่ ประสบการณ์ และใหข้ อ้ คดิ เห็นในการดำ� เนินงานวจิ ยั ทุนพัฒนาศักยภาพการวิจัยเชงิ สถาบันดา้ นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นทนุ ทส่ี นับสนุนโดย สกว. และสถาบนั การศกึ ษา (ตน้ สงั กัด) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนนุ หนว่ ยงานทเี่ ขา้ รว่ มการประเมนิ คณุ ภาพผลงานวจิ ยั เชงิ วชิ าการดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ของสถาบนั อุดมศึกษา ซ่งึ ได้รบั ผลประเมนิ คณุ ภาพดเี ยีย่ ม ใหม้ กี ารพัฒนาไปสู่ ความเปน็ เลศิ แข่งขนั ในระดับนานาชาติ ตลอดจนมีความสามารถในการบรหิ ารจดั การงานวิจยั สำ� นกั งานกองทุนสนบั สนนุ การวิจัย (สกว.) 73
74 นวัตกรรมการบรหิ ารจัดการงานวจิ ยั จดุ เรม่ิ ตน้ ประเด็นการวิจยั เชิงยทุ ธศาสตร์ด้านวิชาการ ฝา่ ยวชิ าการไดส้ นบั สนนุ ทนุ เพอ่ื การวเิ คราะหแ์ ละสงั เคราะหผ์ ลงานวจิ ยั ของฝา่ ยวชิ าการใน 3 สาขา ไดแ้ ก่ 1) สาขาเกษตรและวิทยาศาสตรเ์ กษตร 2) สาขาการแพทย์และวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ และ 3) สาขาวศิ วกรรมศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เพอ่ื นำ� ผลจากการวเิ คราะหแ์ ละสงั เคราะหผ์ ลงานวจิ ยั ดงั กล่าว คัดกรองและจดั ทำ� ประเดน็ การวจิ ยั เชิงยทุ ธศาสตร์ทต่ี รงความตอ้ งการของประเทศ โดยมี เป้าหมายที่ชัดเจน สามารถท�ำให้ส�ำเร็จภายในเวลา 5 ปี โดยจะมีการท�ำงานอย่างเป็นระบบและ บรู ณาการการทำ� งานจากหลายฝา่ ยภายใน สกว. โดย สกว. จะผลกั ดนั ใหเ้ กดิ ขนึ้ ในระยะเวลา 3-5 ปี นบั จากนี้ สำ� หรบั โครงการวจิ ยั ทม่ี ศี กั ยภาพในการพฒั นาตอ่ ยอดเพอ่ื การนำ� ไปใชป้ ระโยชน์ พรอ้ มทงั้ ขอ้ เสนอแนะ หรอื แนวทางในการผลักดันไปส่กู ารนำ� ผลงานวจิ ยั ไปใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งแท้จรงิ การพฒั นาการวจิ ัยด้านมนุษยศาสตร์ สงั คมศาสตร์ และศลิ ปกรรม ฝ่ายวิชาการได้เล็งเห็นถึงความส�ำคัญของการกระตุ้น สร้างนักวิจัย และงานวิจัยด้าน มนษุ ยศาสตร์ สงั คมศาสตร์ และศลิ ปกรรมใหม้ ปี รมิ าณและคณุ ภาพมากขนึ้ โดยฝา่ ยวชิ าการไดจ้ ดั การ ประชมุ “เมธวี จิ ยั อาวโุ ส สกว. สาขามนษุ ยศาสตร์ สงั คมศาสตร์ และศลิ ปกรรม” ซงึ่ กำ� หนดจดั การ ประชมุ เปน็ ประจำ� ทกุ 2 เดอื น ไดร้ บั ความรว่ มมอื จากเมธวี จิ ยั อาวโุ ส สกว. เขา้ รว่ มเสวนาแลกเปลยี่ น ความคดิ เหน็ เพอ่ื หามาตรการสรา้ งนกั วจิ ยั และกระตนุ้ ใหเ้ กดิ ผลงานวจิ ยั ในปรมิ าณและคณุ ภาพทม่ี าก และสูงข้นึ พร้อมให้คำ� แนะน�ำเก่ยี วกบั การส่งเสรมิ และพัฒนาศักยภาพของนกั วิจัยทก่ี ำ� ลงั จะขอทนุ วจิ ัย สกว. กบั นกั วจิ ยั รนุ่ ใหม่และนกั วิจยั ร่นุ กลางที่ก�ำลงั ด�ำเนนิ การวจิ ัย รวมทั้งสร้างประชาคมวจิ ยั ทางวิชาการ โดยมีกจิ กรรม ดงั น้ี การสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่ สาขา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรม (โครงการเจียระไนเพชร) เป็นการประชุมกลุ่มย่อย เพื่อระดมความคิดระหว่างผู้ทรงคุณวุฒิกับนักวิจัยผู้รับทุนในกลุ่มมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และ ศิลปกรรม เพื่อให้ค�ำแนะน�ำในการเขียนข้อเสนอโครงการให้มีประสิทธิภาพ และกระตุ้นสร้าง นักวิจัยรุน่ ใหม่เขา้ สู่เสน้ ทางนกั วจิ ยั อาชีพ
โครงการวิจัยเชิงสหสาขาวิชาด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์แบบก�ำหนดกรอบและ ประเดน็ หลกั สำ� หรบั นกั วจิ ยั รนุ่ ใหมแ่ ละรนุ่ กลาง เรอื่ ง “ความเปลย่ี นแปลงทางเศรษฐกจิ และสงั คม ของไทยในปริทรรศน์ประวัติศาสตร์” เป็นโครงการที่ก�ำหนดกรอบประเด็น จึงมีสาระท่ีค่อนข้าง หลากหลายและต้องศึกษาวิเคราะห์จากแง่มุมต่าง ๆ โดยยึดประวัติศาสตร์เป็นแกนกลาง และมี การเช่ือมโยงความรู้ในลักษณะสหสาขาวิชา ซึ่งโครงการน้ีใช้ระบบที่ปรึกษาหลายคน (Multiple Mentoring System) เพอ่ื ใหน้ กั วจิ ยั ไดข้ ยายพรมแดนความรู้ และแลกเปลยี่ นเรยี นรรู้ ว่ มกนั ระหวา่ ง นกั วิจยั ท่ีมาจากสาขาต่าง ๆ ผ่าน “อาศรมนกั วิจัย” อนั จะน�ำไปส่เู ครอื ข่ายงานวจิ ยั ที่เข้มแข็งและ สรา้ งสรรค์ผลงานวจิ ัยท่มี ีคณุ ภาพตอ่ ไป ส�ำนกั งานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) 75
76 นวัตกรรมการบริหารจดั การงานวจิ ัย บทส่งทา้ ย แนวทางการสนบั สนนุ ทนุ วจิ ยั ของฝา่ ยวชิ าการในทศวรรษหนา้ จะตอ้ งเตรยี มรบั มอื กบั การ เปลย่ี นแปลงของบรบิ ทโลกและประเทศมากยงิ่ ขน้ึ แตย่ งั คงพนั ธกจิ หลกั คอื สรา้ งองคค์ วามรใู้ หม่ ทเี่ ปน็ พน้ื ฐานตอ่ การพฒั นาประเทศควบคไู่ ปกบั การสรา้ งนกั วจิ ยั โดยเฉพาะการตอ่ ยอดนวตั กรรม ภายใต้รปู แบบ “บนั ไดอาชพี นกั วจิ ัย” ที่มหี ลายมิติ (dimension) และแตล่ ะมิตจิ ะน�ำไปส่กู าร สร้างผลกระทบ (impact) เพอื่ ตอบโจทยใ์ นการพฒั นาประเทศท่ีมกี ารเปลย่ี นแปลงสงู ได้อย่าง รวดเรว็ และมีเป้าหมายชดั เจน อย่างไรกต็ าม บนั ไดอาชพี นักวจิ ยั ต้องมีการยกระดับความมนั่ คง เหมาะสม และสร้างแรงกระตนุ้ ใหแ้ ก่นักวิจยั มากยง่ิ ขึ้นด้วย ตอ้ งสรา้ งบรรยากาศแวดลอ้ มใหก้ ับ นกั วจิ ัยในทกุ ระบบ ควบคกู่ บั การแสวงหาพันธมิตรระหวา่ งเครือข่ายวจิ ัยท้ังในและต่างประเทศ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรว่ มมอื ดา้ นการวจิ ยั รว่ มสรา้ งและแลกเปลยี่ นองคค์ วามรู้ ตลอดจนรว่ มสนบั สนนุ ทุนวิจยั นอกจากน้ี ฝ่ายวิชาการยังได้วางยุทธศาสตร์การสนับสนุนทุนพ้ืนฐานที่มีโจทย์วิจัย สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ มีแนวโน้มในการต่อยอดสู่การเป็นเทคโนโลยีหรือ นวตั กรรมเพอื่ ใช้ในการขบั เคลอื่ นยทุ ธศาสตรช์ าตทิ ม่ี งุ่ หวงั ใหป้ ระเทศกา้ วขา้ มกบั ดบั รายไดป้ านกลาง (Middle Income Trap) ภายใต้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจโมเดลใหม่ ตลอดจนการสนับสนุนทุนวิจัย ทจ่ี ะนำ� องคค์ วามรทู้ ่ีไดร้ บั จากงานวจิ ยั ไปบรู ณาการเขา้ ดว้ ยกนั กอ่ ใหเ้ กดิ นวตั กรรมทสี่ รา้ งผลกระทบ ตอ่ สังคมในวงกวา้ งได้ เช่น การนำ� เทคโนโลยฉี ลาดมาผนวกกับระบบนิเวศชุมชนและน�ำไปปรบั ใช้กบั สงั คมผสู้ งู วยั การนำ� สารสกดั จากผลติ ภณั ฑธ์ รรมชาตมิ าผลติ เปน็ ยาใหมส่ ำ� หรบั สงั คมผสู้ งู อายุ เชน่ โรคเบาหวาน โรคแอลไซเมอร์ เป็นต้น
โครงการ กปราิญญญาจเอนกภเิ ษก (คปก.) คปก. ยังคงรักษาความเป็น “นวัตกรรมการบริหาร จัดการที่ดเี ยี่ยม” ตลอดมากวา่ 20 ปี ด้วยกลไกการ สรา้ งคน สรา้ งความรู้ ท่ีไม่อยู่นงิ่ มกี ารปรับตามบรบิ ท และความจ�ำเป็นท่ีเปลี่ยนไปตามกระแสความต้องการ ระดับประเทศ ในทุกมิติ แม้โครงสร้างจะยังเหมือนเดิม เป็นหน่วยงานเทยี บเท่าฝา่ ยใน สกว. และด้วยบคุ ลากร ที่จ�ำกัดแต่ต่างต้องทุ่มเทสุดฝีมือ ทั้งด้านความคิด ก�ำลงั กาย และจิตใจเพอ่ื อดุ มการณเ์ ดยี วกนั ศาสตราจารย์ ดร.ประมวล ตัง้ บรบิ ูรณ์รัตน์ ผู้อำ� นวยการโครงการปรญิ ญาเอกกาญจนาภเิ ษก สำ� นักงานกองทุนสนบั สนุนการวิจยั (เมษายน 2558-กนั ยายน 2560) จากการประชุมของหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยหลัก 4 องค์กร ประกอบด้วย ส�ำนักงาน คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ส�ำนักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในเดอื นกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2539 ที่โรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ� จงั หวดั เพชรบุรี ท่ีประชุมได้มมี ติรว่ มกนั วา่ เนื่องจากประเทศไทยขาดแคลนนักวิจัยระดับปริญญาเอกอย่างรุนแรง ท�ำให้เกิดความอ่อนแอ ดา้ นการวิจยั และการพัฒนา และไมม่ ผี ลงานวิจัยเพอื่ ใชใ้ นการพฒั นาประเทศ จึงมอบหมายให้ สกว. รว่ มกบั สวทช. และส�ำนักงานคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา (สกอ.) จัดทำ� “โครงการสนบั สนนุ การ ผลิตงานวิจัยและนักวิจัยระดับปริญญาเอกให้ทันความต้องการของประเทศใน 25 ปีข้างหน้า; Vision 2020” เสนอตอ่ คณะรฐั มนตรี ซงึ่ มมี ตอิ นมุ ตั เิ มอื่ วนั ท่ี 12 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2539 และไดร้ บั การจัดให้เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ เน่ืองในปีฉลองกาญจนาภิเษกของการครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร โดยมีช่ือว่า “โครงการปรญิ ญาเอกกาญจนาภเิ ษก (คปก.) The Royal Golden Jubilee Ph.D. Programme” ส�ำนักงานกองทุนสนบั สนนุ การวจิ ยั (สกว.) 77
78 นวตั กรรมการบริหารจดั การงานวจิ ัย คปก. เม่อื เร่มิ ก่อตั้งมวี ตั ถุประสงคเ์ พอื่ 1) ผลิตนักวจิ ัยระดบั ปริญญาเอกและผลงานวิจัย ให้ไดม้ าตรฐานสากล 2) สร้างความเข้มแข็งใหแ้ ก่บณั ฑติ ศึกษาในประเทศให้ได้มาตรฐานสากล 3) ประหยัดเงนิ ตราในการใหท้ ุนการศึกษาปรญิ ญาเอกเพอ่ื ไปศกึ ษาในตา่ งประเทศ 4) สร้างความร่วมมอื ระหว่างนกั วจิ ยั และสถาบันทงั้ ภายในและภายนอกประเทศ คปก. ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2541-2560) เส้นทางการผลติ นกั วจิ ยั คณุ ภาพ คปก. ระยะท่ี 1 มีเปาหมายเพอ�่ ผลติ นักวจ� ัย 25,000 คน ผลงานวจ� ยั 25,000 เรอ�่ ง แบงเปน 2 ชวง คอื คปก. ชว งท่ี 1 ชว งที่ 2 เปาหมาย พ.ศ. 2541-2550 พ.ศ. 2551-2560 25,000นกั วจ� ยั ระดบั ปรญ� ญาเอก 5,000 คน 20,000 คน คน ระยะที่ 1 5,000 เร่�อง 20,000 เร�อ่ ง 25,000ผลงานวจ� ัย เร่อ� ง ดว้ ยความสามารถในการออกแบบระบบบรหิ ารจดั การ ซง่ึ ไดร้ บั การยอมรบั วา่ เปน็ “นวตั กรรม การบริหารจดั การท่ดี ีเยยี่ ม” ของ รศ.ดร.ก�ำจดั มงคลกลุ ผูอ้ �ำนวยการ คปก. ท่านแรก ท�ำให้ คปก. สามารถดำ� เนินการให้ทนุ เพอื่ ผลติ ดษุ ฎบี ัณฑิตที่มคี ุณภาพได้อยา่ งต่อเน่อื ง ก้าวข้ามอุปสรรคในการ แสวงหาอาจารยท์ ป่ี รกึ ษาและพนั ธมติ รรว่ มทนุ ดว้ ยการบรหิ ารจดั การทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ มกี ารประเมนิ เป็นระยะและน�ำผลมาพจิ ารณาปรับเปล่ียนกลไกการดำ� เนินงานในทางท่ีดีข้นึ 20 ปีแรกท่ดี ำ� เนนิ การ คปก. ได้จัดสรรทุนในทุกสาขาวชิ าประมาณ 250 ทุนต่อปี ในลักษณะ “จา้ งนกั ศกึ ษาทมี่ ผี ลการเรยี นดมี าก (เกยี รตนิ ยิ มหรอื เทยี บเทา่ ) เปน็ ผชู้ ว่ ยวจิ ยั ” ใหก้ บั อาจารยท์ ี่ ปรึกษาไทยทมี่ ผี ลงานวิจัยคณุ ภาพสูง ท�ำวิจยั อย่างต่อเน่อื ง และมีประสบการณค์ ุมวทิ ยานพิ นธ์ของ นกั ศกึ ษาในหลกั สตู รทเ่ี นน้ การวจิ ยั นกั ศกึ ษาตอ้ งใชเ้ วลาศกึ ษาวจิ ยั สว่ นใหญใ่ นประเทศไทย ดว้ ยโจทย์ วิจัยของไทย รับปริญญาของมหาวิทยาลัยไทย และมีโอกาสไปท�ำวิจัยระยะสั้น (6-12 เดือน) กับ อาจารยท์ ป่ี รกึ ษารว่ มในตา่ งประเทศ เกณฑก์ ารสำ� เรจ็ การศกึ ษา คอื ตอ้ งมผี ลงานวจิ ยั ตามมาตรฐาน สากลของสาขาวิชา เช่น สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้องมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ นานาชาติที่ คปก. ยอมรับ หรอื มกี ารจดสทิ ธบิ ัตร
ผลการดำ� เนนิ งาน (ณ วนั ที่ 26 กรกฎาคม 2560) คปก. ได้จดั สรรทุนใหแ้ ก่อาจารย์ที่ปรกึ ษา ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ 32 แห่ง รวม 2,005 คน และอาจารย์ที่ปรึกษา ได้คัดเลือกนักศึกษาท่ีมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ท่ี คปก. ก�ำหนด เพ่ือรับทุนผู้ช่วยวิจัยทั้งสิ้นจ�ำนวน 4,507 ทนุ สำ� เรจ็ การศกึ ษาแลว้ จำ� นวน 3,085 คน โดยมคี วามรว่ มมอื กบั อาจารยท์ ปี่ รกึ ษาตา่ งประเทศ จำ� นวน 3,852 คน จาก 1,200 สถาบันใน 48 ประเทศ ผลติ ผลงานวชิ าการท่เี ปน็ องคค์ วามรู้ ตีพมิ พ์ ในวารสารระดับนานาชาติแล้วรวม 7,424 เรื่อง และมีสิทธิบัตรรวม 110 รายการ ดุษฎีบัณฑิต คปก. สว่ นใหญอ่ ยู่ในสาขาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซ่งึ รอ้ ยละ 50 ประกอบอาชีพเปน็ อาจารย์ ในมหาวทิ ยาลยั ของรฐั และเอกชน รอ้ ยละ 17 เปน็ นกั วจิ ยั หรอื นกั วชิ าการในหนว่ ยงานภาครฐั รอ้ ยละ 9 ทำ� งานในภาคเอกชนและอตุ สาหกรรม และรอ้ ยละ 7 ท�ำวจิ ัยหลังจบการศกึ ษาระดับปรญิ ญาเอก จากปริมาณและคณุ ภาพของผลผลติ ด้านงานวิจยั ของ คปก. ดังกล่าว กอ่ ให้เกดิ คณุ ประโยชน์ ต่อประเทศเปน็ จำ� นวนมาก ดังนี้ 1. สัดส่วนนักวิจัยระดับปริญญาเอกต่อจ�ำนวนประชากรของประเทศเพ่ิมขึ้นอย่างมีนัยส�ำคัญ จากนกั วจิ ยั 2 คน ต่อประชากร 10,000 คน ในปี พ.ศ. 2539 เป็น 13.6 คน ตอ่ 10,000 คน ในปี พ.ศ. 2558 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการด�ำเนินงานของ คปก. ท่ีมีรูปแบบการให้ทุนที่มี เอกลักษณ์ คือ ศึกษาวิจัยในประเทศไทยและไปท�ำวิจัยระยะสั้นในต่างประเทศ จึงเกิด ประโยชน์เป็นอย่างมาก และสามารถจูงใจอาจารย์และนักศึกษาท่ีมีคุณภาพสูงให้เข้ารับทุน และทมุ่ เทท�ำวิจยั อย่างจริงจงั 2. นกั ศกึ ษาทม่ี ศี กั ยภาพ ทำ� หนา้ ท่ี “ผชู้ ว่ ยวจิ ยั ” ใหก้ บั อาจารยใ์ นมหาวทิ ยาลยั ไทยอยา่ งเขม้ แขง็ และตอ่ เนอื่ งในระยะเวลาทรี่ บั ทนุ (3-5 ป)ี เรอื่ งนเี้ ปน็ ปจั จยั สำ� คญั ในการกระตนุ้ สง่ เสรมิ และ ผลักดันให้อาจารย์มุ่งม่ันท�ำงานวิจัยที่มีคุณภาพสูงให้ประสบผลส�ำเร็จ หรืออย่างน้อยต้อง สามารถผลิตผลงานวิจัยให้ได้รับการตีพิมพ์ระดับนานาชาติได้ตามมาตรฐานสากล ท�ำให้ มหาวิทยาลัยไทยท่ัวทุกภูมิภาคมีความเข้มแข็งเชิงวิชาการเพิ่มมากขึ้น จ�ำนวนหลักสูตรที่ ผา่ นเกณฑ์ คปก. เพมิ่ ขน้ึ จาก 148 หลกั สตู รในปี พ.ศ. 2541 เปน็ จำ� นวนมากกวา่ 400 หลกั สตู ร ในปี พ.ศ. 2559 3. ประหยัดงบประมาณของชาติในการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยให้ประเทศอย่างมาก เน่ืองจาก คปก. ก�ำหนดให้ทุน ทุนละประมาณ 2 ล้านบาท เป็นอัตราต่�ำกว่าทุนท่ีจัดสรรให้นักศึกษา ไปเรียนในต่างประเทศอย่างเดียวซ่ึงต้องใช้งบประมาณมากถึง 5-7 ล้านบาทต่อทุน โดยได้ ผลลพั ธ์ในเชงิ คณุ ภาพของนกั วิจัยและผลงานวจิ ัยทมี่ มี าตรฐานสากลเชน่ เดยี วกนั ส�ำนกั งานกองทุนสนบั สนนุ การวิจัย (สกว.) 79
80 นวตั กรรมการบรหิ ารจดั การงานวจิ ัย 4. นกั ศึกษาใช้เวลาสว่ นมากศึกษาและท�ำวิจัยในมหาวทิ ยาลยั ไทย ทำ� ใหเ้ ขา้ ใจสภาพและผูกพัน กับประเทศไทย เมื่อส�ำเร็จการศึกษาจึงสมัครใจไปท�ำงานในต่างจังหวัด รวมทั้งกลับไปเป็น อาจารย์ในมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หรือราชมงคลโดยไมต่ ้องใช้เกณฑก์ ารชดใช้ทนุ มาบงั คับ และ สามารถเร่ิมท�ำงานวิจัยในบริบทของไทยได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับตัวมาก ดุษฎีบัณฑิต คปก. ส่วนมากยังมีงานวิจัยต่อเน่ืองกับอาจารย์ที่ปรึกษาในสถาบันเดิม และมีความเช่ือมโยงกับ อาจารย์ที่ปรึกษาร่วมในต่างประเทศด้วย จึงเกิดเครือข่ายหรือกลุ่มวิจัยที่เข้มแข็งโดยไม่ต้อง เริม่ ตน้ ใหม่ และพรอ้ มต่อยอดงานวิจัยได้ทนั ที 5. เนอื่ งจากไมต่ อ้ งรบั ปรญิ ญาของมหาวทิ ยาลยั ตา่ งประเทศ จงึ ทำ� ใหง้ า่ ยตอ่ การทนี่ กั ศกึ ษา คปก. จะไปท�ำวิจัยระยะสั้นในสถาบันท่ีมีชื่อเสียงในต่างประเทศด้วยโจทย์วิจัยของไทย และได้ใช้ เคร่อื งมือหรืออปุ กรณท์ ่ีไม่มใี นประเทศไทย 6. ดว้ ยเหตทุ นี่ กั ศกึ ษา คปก. เปน็ ผชู้ ว่ ยวจิ ยั ทเี่ กง่ และทมุ่ เททำ� งานเปน็ อยา่ งดี จงึ เปน็ การเผยแพร่ เกียรติภูมิของคนไทยและวัฒนธรรมไทยไปทั่วโลก บางมหาวิทยาลัยและหน่วยงานใน ตา่ งประเทศใหก้ ารสนบั สนนุ ในดา้ นตา่ ง ๆ เพม่ิ เตมิ ผลทต่ี ามมาคอื คปก. ไดส้ รา้ งเครอื ขา่ ยวจิ ยั กบั นกั วจิ ยั เปน็ จำ� นวนมากกวา่ 3,800 คน จากสถาบนั ชน้ั นำ� ในตา่ งประเทศกวา่ 1,200 สถาบนั 7. แม้ คปก. จะม่งุ เน้นงานวจิ ัยเชิงวชิ าการ แต่กม็ ีผลงานวจิ ัยไดร้ ับการจดสิทธบิ ัตรจ�ำนวนหน่ึง และดุษฎีบัณฑิต คปก. ประมาณร้อยละ 10 ได้เข้าท�ำงานในภาคธุรกิจเอกชนและภาค อตุ สาหกรรม รวมทงั้ เปน็ ผปู้ ระกอบการใหม่ สามารถผลติ งานวจิ ยั เพอ่ื ประโยชนเ์ ชงิ พาณชิ ยไ์ ด้ 8. ทนุ คปก. สามารถรว่ มทนุ กบั แหลง่ ทนุ อน่ื เชน่ สกอ. (สำ� นกั งานคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา) และมหาวทิ ยาลยั โดยตอ้ งเปน็ การใหท้ นุ ในลกั ษณะทไ่ี มซ่ ำ้� ซอ้ น จงึ เปน็ การทำ� งานในเชงิ เตมิ เตม็ เพ่ิมพลังการท�ำงานร่วมกัน สร้างบุคลากรวิจัยระดับสูงให้แก่ประเทศในจ�ำนวนท่ีมากขึ้น โดยมกี ารบริหารจัดการอยา่ งเข้มงวดและชัดเจนขึ้น 9. นักวิจัยระดับปริญญาเอกในหน่วยงานภาครัฐท่ีมีคุณสมบัติเหมาะสม เช่น นักเรียนทุน ก.พ. ทนุ กระทรวงวทิ ยาศาสตร์ฯ สามารถท�ำหนา้ ท่ีร่วมกบั อาจารยท์ ่ีปรึกษา คปก. ไดด้ ้วย ทำ� ให้ เกิดโอกาสในการใชศ้ ักยภาพในการวิจัยของนักเรยี นทนุ รัฐบาลได้อยา่ งเต็มท่ี
คปก. ระยะท่ี 2 (พ.ศ. 2560-2579) เส้นทางการพจิ ารณา คปก. สว่ นขยายตอ่ ด้วยผลผลิตดุษฎีบัณฑิตที่มีคุณภาพ ผลงานจากงานวิจัย ผลลัพธ์ และผลกระทบท่ีมีต่อ ประเทศไทยจากการด�ำเนินการระยะแรกของ คปก. ซ่ึงเด่นชัดอย่างมีนัยส�ำคัญและเป็นไป ตามเจตนารมณ์ ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จึงได้ขออนุมัติข้อเสนอโครงการ ปรญิ ญาเอกกาญจนาภเิ ษก (คปก.) ระยะท่ี 2 (พ.ศ. 2560-2579) เพ่อื ให้โครงการสามารถดำ� เนิน ไปไดอ้ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง โดยผา่ นขน้ั ตอนการพจิ ารณา การปรบั ปรงุ แผนดำ� เนนิ งาน และมตขิ องทป่ี ระชมุ ต่าง ๆ ตลอดจนท่ีประชมุ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ดังนี้ วนั ท่ี 2 กมุ ภาพนั ธ์ 2559 สกว. ไดเ้ สนอขออนมุ ตั กิ ารดำ� เนนิ งานและงบประมาณ “โครงการปรญิ ญาเอกกาญจนาภเิ ษก (คปก.) ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2560-2579)” ต่อท่ีประชุม ครม. ซงึ่ มีมติเห็นชอบในหลกั การของ คปก. ระยะท่ี 2 และกรอบวงเงนิ จ�ำนวน 34,380 ลา้ นบาท ตามเสนอ วันที่ 19 สิงหาคม 2559 ท่ีประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษาซ่ึงมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เหน็ ชอบใน “แผนปฏบิ ตั กิ าร คปก. ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2560-2579)” โดยในสว่ นของการอนมุ ตั ิ งบประมาณ เห็นควรแบง่ การด�ำเนินการเป็น 3 ระยะ ไดแ้ ก่ ระยะแรก ปีงบประมาณ 2560 ระยะท่ี 2 ปีงบประมาณ 2561-2562 และระยะท่ี 3 ปงี บประมาณ 2563-2579 โดยพิจารณา จากความสำ� คญั และความเรง่ ดว่ น และให้ สกว. รบั ความเหน็ จากทปี่ ระชมุ ไปพจิ ารณาปรบั ปรงุ รา่ งแผนปฏบิ ัตกิ ารฯ ก่อนนำ� เสนอ ครม. ตามขน้ั ตอนต่อไป วนั ท่ี 10 มกราคม 2560 ทปี่ ระชมุ ครม. มีมตอิ นุมัตกิ ารดำ� เนนิ คปก. ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2560-2579) ให้กับผู้ทไี่ ด้รับทนุ ในระยะแรก (พ.ศ. 2560) ในวงเงนิ 1,075.00 ลา้ นบาท และใหข้ อทำ� ความตกลงในรายละเอยี ด กบั สำ� นักงบประมาณตอ่ ไป พร้อมกนั น้ี ให้ สกว. ปรบั ปรุงแผนการดำ� เนินงานเป็น ระยะท่ี 2 (พ.ศ. 2561-2562) และระยะท่ี 3 (พ.ศ. 2563-2579) ใหม้ คี วามสอดคลอ้ งกบั กรอบยทุ ธศาสตร์ การวจิ ยั แหง่ ชาติ 20 ปี และนำ� เสนอสภานโยบายวจิ ยั และนวตั กรรมแหง่ ชาติ (สวนช.) พจิ ารณา ก่อนนำ� เสนอ ครม. ต่อไป ส�ำนกั งานกองทุนสนบั สนุนการวิจัย (สกว.) 81
82 นวัตกรรมการบริหารจดั การงานวิจัย วนั ท่ี 7 มิถนุ ายน 2560 สกว. น�ำเสนอแผนการด�ำเนินงานในระยะต่อไปที่ได้ปรับปรุงต่อท่ีประชุม สวนช. ครั้งที่ 2/2560 โดยที่ประชุมให้ความเห็นชอบต่อ “แผนการด�ำเนินงานโครงการปริญญาเอก กาญจนาภิเษก (คปก.) ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2560-2579)” และมอบหมายให้ฝ่ายเลขาและ หน่วยงานที่เก่ียวข้องน�ำไปปรับปรุงและจัดท�ำรายละเอียดให้ชัดเจน โดยน�ำข้อสังเกตและ ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิไปประกอบการพิจารณาด�ำเนินการเพ่ือ น�ำเสนอ ครม. พิจารณาตอ่ ไป วสิ ยั ทัศน์ คปก. ระยะที่ 2 คปก. ระยะท่ี 2 ก�ำหนดวิสัยทัศน์ท่ีจะผลิตนักวิจัยระดับปริญญาเอกและผลงานวิจัยที่มี คณุ ภาพสงู สดุ สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการทแี่ ทจ้ รงิ ของประเทศไทยและอาเซยี น มสี ว่ นสำ� คญั ในการ ขบั เคลอื่ นงานวจิ ยั ทม่ี เี ปา้ หมายตอ่ การพฒั นาประเทศในสาขาทต่ี อบสนองความตอ้ งการของประเทศ สอดคล้องกับการเติบโตของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ทิศทางการพัฒนาประเทศท่ีก�ำหนดไว้ใน ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ปรับ ทุก 5 ปีตลอดจนสนับสนุนนโยบายรัฐบาลท่ีเน้นการส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมของประเทศ (ประเทศไทย 4.0) เพ่ือให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางและก้าวไปสู่ การเป็นประเทศท่ีมีรายได้สูงในอนาคต โดยให้ความส�ำคัญกับโจทย์วิจัยที่แก้ปัญหาหรือมีความ เชื่อมโยงกับปัญหาของประเทศในทุกด้าน เป็นหลักสูตรในเชิงบูรณาการองค์ความรู้และเทคโนโลยี ใหมท่ เ่ี ปน็ พนื้ ฐานในการพฒั นาประเทศอยา่ งมนั่ คง มอี งคค์ วามรหู้ รอื นวตั กรรมทส่ี ำ� คญั ในการตอ่ ยอด สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพ่ือความม่ังค่ังของประเทศ รวมทั้งเป็นกลไกท�ำให้ประเทศไทยเป็น ท่ีรูจ้ กั ในเวทีโลกผา่ นการวิจัย น�ำไปส่กู ารพฒั นาระบบการศกึ ษาวิจยั สังคม เศรษฐกิจของประเทศ และสรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศอยา่ งยงั่ ยนื ดว้ ยงบประมาณทค่ี มุ้ คา่ ทสี่ ดุ โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์ 4 ข้อหลกั เพ่ือเปา้ หมายหลักในการด�ำเนินการ 6 ประการ ดังน้ี
วตั ถุประสงค์ 1. เพอื่ ผลติ นกั วิจัยระดบั ปรญิ ญาเอกในสาขาทส่ี อดคลอ้ งกับยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ. 2560- 2579) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมท้ังสาขาใหม่ ๆ เพื่อให้ทันต่อ การเปล่ยี นแปลงของโลก ทง้ั สาขาในเชงิ บูรณาการ และสาขาที่ยงั ขาดแคลนเพือ่ วางรากฐาน ให้ประเทศ 2. เพ่ือผลิตนักวิจัยระดับปริญญาเอกในประเทศไทยให้กับประเทศในอาเซียน โดยให้อาจารย์ ที่ปรึกษาหลักเป็นอาจารย์ไทย และใช้โจทย์วิจัยของอาเซียน เพื่อให้เกิดการพัฒนาการวิจัย รว่ มกนั เป็นเครือขา่ ย 3. เพ่ือร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐท่ีไม่ใช่มหาวิทยาลัย ผลิตนักวิจัยระดับปริญญาเอก อันเป็น การยกระดบั คุณภาพก�ำลงั คนและพฒั นางานวิจยั ในหน่วยงานภาครฐั อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 4. เพื่อผลิตผลงานวิจัยเชิงวิชาการตามมาตรฐานสากล และส่งเสริม/ผลักดันให้เกิดการใช้ ประโยชนใ์ นทุกดา้ น เปา้ หมายหลกั 1. ผลิตนักวิจัยระดับปริญญาเอกคุณภาพสูงอย่างมีเป้าหมายในสาขาที่สอดคล้องกับความ ต้องการของประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพ่ือน�ำไปสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 โดย ก�ำหนดสาขาที่จะจัดสรรทุนให้เหมาะสมกับการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ จำ� นวน 11,000 คน 2. ผลติ นกั วจิ ยั กลมุ่ อาเซยี น + 6 ระดบั ปรญิ ญาเอกทม่ี คี ณุ ภาพสงู ในประเทศไทย เพอ่ื ใหส้ ามารถ รว่ มมอื กนั ทำ� วจิ ยั และพฒั นาองคค์ วามรทู้ ต่ี รงกบั ความตอ้ งการของภมู ภิ าคจำ� นวน 1,390 คน 3. สร้างเครือข่ายการเรียนรู้และการวิจัยเชิงบูรณาการ เช่ือมโยงระหว่างสถาบันและสาขาวิชา ท้ังภายในประเทศและต่างประเทศ กว่า 55 ประเทศทัว่ โลก 4. สร้างวัฒนธรรมการวิจัยและเพ่ิมการพัฒนาบุคลากรวิจัยระดับปริญญาเอกอย่างเข้มข้นใน หน่วยงานของรัฐท่ีไม่ใช่มหาวทิ ยาลยั โดยใชป้ ระโยชนจ์ ากนักเรยี นทนุ รฐั บาลให้เตม็ ศกั ยภาพ 5. สร้างความต้องการก�ำลังคนระดับปริญญาเอกในประเทศอาเซียน และร่วมผลิตผลงานวิจัย ตามความต้องการของประชาคมอาเซียน 6. ผลิตผลงานตพี มิ พ์ในวารสารวิชาการระดบั นานาชาติ จ�ำนวนไมน่ ้อยกว่า 24,780 เรื่อง ส�ำนกั งานกองทนุ สนับสนนุ การวิจยั (สกว.) 83
84 นวัตกรรมการบรหิ ารจดั การงานวจิ ัย ผลท่คี าดวา่ จะไดร้ บั คปก. คาดหวังว่าการด�ำเนินงานในระยะที่ 2 จะเข้มข้นข้ึน เมื่ออิงฐานคิดระดับประเทศ ตอบสนองความต้องการของประเทศและกลุ่มประเทศในอาเซียน+6 มีความสอดคล้องกับ การเตบิ โตของ10อตุ สาหกรรมเปา้ หมายทศิ ทางการพฒั นาประเทศทกี่ ำ� หนดไวใ้ นยทุ ธศาสตรช์ าติ20ปี (พ.ศ. 2560-2579) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมท้ังนโยบายรัฐบาลที่เน้น การส่งเสรมิ และพัฒนานวัตกรรมของประเทศ (ประเทศไทย 4.0) ผลที่คาดว่าจะได้รับในทางตรง 1. สามารถผลิตนักวิจัยระดับปริญญาเอกให้แก่หน่วยงานภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ในสาขาทเ่ี ปน็ ความตอ้ งการของประเทศ สรา้ งคนทมี่ คี วามรคู้ วามสามารถทนั ตอ่ ยคุ โลกาภวิ ตั น์ ซ่ึงจะเป็นกำ� ลังสำ� คัญในการพฒั นาและแก้ปญั หาที่สำ� คญั ของประเทศ 2. สามารถผลิตนักวิจัยระดับปริญญาเอกให้แก่ประเทศในอาเซียน เพ่ือวิจัยและพัฒนาองค์ ความรู้ที่ตรงกับความต้องการของภูมิภาค สามารถเพิ่มผลงานวิจัยให้กับประเทศไทยและ ประเทศอาเซยี นแบบกา้ วกระโดด 3. ผลิตผลงานวิจัยทีเ่ ป็นองคค์ วามรู้ใหมเ่ ชิงวิชาการตามมาตรฐานสากล 4. สร้างกลไก/ผลักดันให้ผลงานวิจัยใช้ได้จริง เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ท้ังในเชิง เศรษฐกิจ สังคม และสาธารณะ ท้ังในระดับชุมชนและระดับประเทศ โดยเชื่อมโยงการน�ำ ผลการวจิ ัยไปสกู่ ารใชป้ ระโยชนใ์ นทกุ ดา้ นใหม้ ากยง่ิ ข้ึน 5. ช่วยพัฒนาคุณภาพของหลักสูตรปริญญาเอกในระบบบัณฑิตศึกษาในทุกมหาวิทยาลัย เพ่ือยกระดับหลักสูตรให้มีความพร้อมในการรับนักศึกษาจากต่างประเทศในสาขาเป้าหมาย ไดม้ ากขน้ึ เกดิ การยอมรบั ในมาตรฐานการศกึ ษาของไทย เพม่ิ ความสามารถในการแขง่ ขนั กบั ตา่ งประเทศ ทำ� ใหป้ ระเทศไทยเปน็ ทร่ี จู้ กั ผา่ นการศกึ ษา เปน็ ศนู ยก์ ลางการศกึ ษา การวจิ ยั และ พัฒนา และการพัฒนาก�ำลังคนระดับสูงของภูมิภาค อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของชาติ ในระยะยาว 6. สรา้ งเครอื ขา่ ยระหวา่ งหนว่ ยงานวจิ ยั ภาครฐั รฐั วสิ าหกจิ และสถาบนั อดุ มศกึ ษาในประเทศไทย ตลอดจนเครือข่ายความเช่ือมโยงระหว่างนักวิจัยในประเทศไทยและนักวิจัยในต่างประเทศ ท่มี ีความร่วมมอื กับ คปก. ตามความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ผลกระทบเชงิ บวก 1. เกิดบรรยากาศการวิจัยนานาชาติในมหาวิทยาลัยไทย ท�ำให้นักศึกษาไทยร่วมสถาบันที่มี นกั ศกึ ษารบั ทนุ คปก. มโี อกาสใชภ้ าษาองั กฤษมากขนึ้ และไดแ้ ลกเปลย่ี นและเรยี นรวู้ ฒั นธรรม ขนบธรรมเนยี มประเพณขี องประเทศในกลมุ่ อาเซียน+6 2. ใช้ความสามารถของนักศึกษาทุนรัฐบาลในหน่วยงานวิจัยภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ เพ่ือผลิต ก�ำลังคนและเพ่ือยกระดับหน่วยงานวิจัยภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจในประเทศไทยให้มีศักยภาพใน การวิจยั สูงขึ้น 3. สร้างเครือข่ายการวิจัยให้เกิดข้ึนในประเทศ ขยายสู่การร่วมมือกับพันธมิตรประเทศต่าง ๆ ทัง้ ในภูมภิ าคอาเซยี นและทั่วโลกในระยะยาว 4. ประหยัดงบประมาณให้กับประเทศ เน่ืองจากการสร้างนักวิจัยระดับปริญญาเอกในประเทศ ดว้ ยทนุ คปก. มีคา่ ใชจ้ า่ ยต่ำ� กวา่ การสง่ นกั ศึกษาไปศกึ ษาปรญิ ญาเอกทีต่ ่างประเทศหลายเท่า อีกทั้งผลงานวิจัยท่ีเกิดจากวิทยานิพนธ์ที่ท�ำในประเทศไทยจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ โดยตรง 5. มีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ส่งผลให้เกิดการพัฒนาระบบการวิจัยที่ย่ังยืนและ เข้มแข็ง ทง้ั ในภาครัฐ/เอกชน 6. มีนักวิจัยที่มีคุณภาพและระบบการวิจัยที่เข้มแข็ง ท�ำให้เกิดความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวตั กรรม ซ่งึ ใช้ประโยชนไ์ ด้จรงิ 7. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพ่ือให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากประเทศ กับดกั รายได้ปานกลาง และก้าวไปสูก่ ารเปน็ ประเทศท่มี ีรายไดส้ ูงในอนาคต 8. ยกระดับทุน คปก. ใหเ้ ป็นท่ียอมรับในคณุ ภาพและเปน็ ทีต่ ้องการในระดับสากลเทยี บเทา่ กบั ทุนอ่ืน ๆ ในนานาอารยประเทศ และเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชบรมนาถบพติ ร สำ� นกั งานกองทุนสนบั สนุนการวิจัย (สกว.) 85
86 นวัตกรรมการบรหิ ารจดั การงานวจิ ยั 3 ยทุ ธศาสตรข์ อง คปก. ระยะท่ี 2 แผนการด�ำเนินการของ คปก. ระยะท่ี 2 แบ่งออกเป็น 3 ระยะตามปีงบประมาณ ท่ีได้รับ อนมุ ัติ ดงั นี้ ระยะแรก ปงี บประมาณ 2560 ระยะที่ 2 ปงี บประมาณ 2561-2562 และระยะที่ 3 ปงี บประมาณ 2563-2579 รวมระยะเวลาด�ำเนนิ โครงการ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ในกรอบวงเงนิ งบประมาณส�ำหรับด�ำเนินการโครงการมูลค่า 34,380 ล้านบาท โดยจะให้มีการประเมินผลการ ด�ำเนินการทุก 5 ปี และน�ำผลการประเมินมาใช้เพ่ือวางแผนการด�ำเนินงานในระยะถัดไป โดยมี ยทุ ธศาสตร์การดำ� เนนิ งาน ประกอบด้วย ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 ยุทธศาสตรท์ ี่ 2 ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 3 คปก. โลกาภวิ ัตน์ คปก. อาเซยี น+6 คปก. เพ่ือหน่วยงานของรัฐ (RGJ Globalization) (RGJ ASEAN+6) สนบั สนุนงานวจิ ัยโดยใชโ้ จทย์ ใหท้ ุนนกั ศึกษาไทยเพื่อผลติ ใชร้ ูปแบบการให้ทุนของ คปก. ที่ตอบสนองต่อภารกจิ / นกั วจิ ยั ระดบั ปรญิ ญาเอก ท่ปี ระสบผลสำ� เรจ็ มาแลว้ เปน็ ยทุ ธศาสตรข์ องหนว่ ยงาน ในสาขาขาดแคลน หรือสาขา อย่างดี ด�ำเนินการร่วมกับกล่มุ ท่สี อดคลอ้ งกับการเตบิ โตของ ประเทศอาเซียนและประเทศนอก และให้ทุนนกั ศกึ ษาไทยเพ่อื ผลิต ภาคอุตสาหกรรม/สาขาใหม่ ๆ กลมุ่ อาเซียนท่มี ี host university บุคลากรระดบั ปรญิ ญาเอก ให้ทุนนักศึกษาอาเซยี นเพือ่ ผลิต รว่ มกบั หน่วยงานภาครัฐ บคุ ลากรระดับปรญิ ญาเอกในสาขา ท่ีไม่ใช่สถาบันการศึกษา ทีส่ อดคล้องกับความตอ้ งการของ ไทยและอาเซียน
การด�ำเนนิ งานในปี 2560 สกว. ได้รับงบประมาณปี 2560 เพ่อื จัดสรรทนุ คปก. ระยะที่ 2 จำ� นวน 400 ล้านบาท คปก. จงึ ยึดแนวทางการท�ำงานท่ีดำ� เนินการอย่แู ลว้ และใหผ้ ลดี และริเรม่ิ กจิ กรรมใหม่ ดงั นี้ 1. ก�ำหนดสาขาวิจัยที่จะให้ทุน คปก. ให้เป็นไปตามกรอบยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม แห่งชาติ 20 ปี โดยเน้น 3 กล่มุ หลัก ได้แก่ สาขาท่สี นับสนนุ 10 อตุ สาหกรรมเป้าหมาย สาขา ขาดแคลน และสาขาท่ีประเทศตอ้ งมเี พ่ือสร้างองค์ความรใู้ หม่ในระดับสากล 2. จดั สรรทนุ วิจยั คปก. ตอ่ ยอด ที่ผ่านมา ดษุ ฎบี ณั ฑติ คปก. จ�ำนวนหน่ึงโดยเฉพาะอย่างยง่ิ ผู้ที่ท�ำงานในมหาวิทยาลัยในภูมิภาคไม่สามารถด�ำเนินการวิจัยได้อย่างต่อเนื่องหลังส�ำเร็จ การศึกษา เนื่องจากขาดความพรอ้ มในดา้ นต่าง ๆ อาทิ ทุนวิจยั โครงสร้างพน้ื ฐาน ความรู้/ ความเข้าใจปัญหาวิจัย การสนับสนุน/ส่งเสริมจากหน่วยงานต้นสังกัด และนักวิจัยที่ปรึกษา เป็นต้น ท�ำให้สูญเสียทรัพยากรบุคคลวิจัยที่มีค่ายิ่ง คปก. จึงริเริ่มจัดสรร “ทุนวิจัย คปก. ต่อยอด” ในปี 2559 เพ่ือสนับสนุนทุนในการเร่ิมท�ำวิจัยให้แก่ดุษฎีบัณฑิต คปก. ที่ส�ำเร็จ การศึกษาไม่เกิน 3 ปี โดยมีนักวิจัยที่ปรึกษาช่วยเหลือดูแลอย่างใกล้ชิด เพ่ือให้เกิด ความก้าวหนา้ ดา้ นอาชพี วจิ ัยจ�ำนวน 20 ทุน โดยปงี บประมาณ 2560 ไดจ้ ดั สรรทนุ วิจัย คปก. ต่อยอดอกี จ�ำนวน 20 ทนุ 3. เพมิ่ ทนุ วจิ ยั บคุ ลากรของหนว่ ยงานภาครฐั คปก. ไดส้ านตอ่ ความรว่ มมอื กบั หนว่ ยงานภาครฐั ท่ีไม่ใช่สถาบันการศึกษา เพ่ือร่วมกันก�ำหนดโจทย์วิจัยและให้ทุนสนับสนุนการวิจัยที่ หน่วยงานรัฐต้องการและน�ำไปใช้ประโยชน์ได้ ท้ังนี้ นักวิจัยของหน่วยงานนั้นอาจท�ำหน้าที่ อาจารย์ท่ีปรึกษาร่วมได้ด้วย บางหนว่ ยงานเคยรับทุน คปก. ตง้ั แตป่ งี บประมาณ 2558 และ ตอ่ เนอ่ื งมาถงึ ปี 2560 มี 3 หนว่ ยงานทเี่ รม่ิ เขา้ รว่ มกบั คปก. ในปี 2560 ไดแ้ ก่ สถาบนั เทคโนโลยี ป้องกันประเทศ (สทป.) กรมวิชาการเกษตร และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลอื ก มรี ายละเอยี ดดงั นี้ สำ� นักงานกองทนุ สนบั สนุนการวิจัย (สกว.) 87
88 นวตั กรรมการบริหารจัดการงานวจิ ยั ลำ�ดบั หน่วยงาน ความคบื หน้า ปงี บประมาณ 2558 มีผรู้ บั ทนุ 4 ทนุ 1 สำ�นักงานพฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละ ปีงบประมาณ 2559 มีผรู้ บั ทนุ 6 ทุน เทคโนโลยแี ห่งชาติ (สวทช.) ปงี บประมาณ 2560 มีผู้รับทนุ 1 ทนุ ปงี บประมาณ 2558 มผี รู้ ับทนุ 5 ทนุ 2 สถาบันวจิ ยั แสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ปงี บประมาณ 2559 มผี ้รู ับทนุ 1 ทนุ ปงี บประมาณ 2560 มีผูร้ บั ทนุ 3 ทนุ 3 สถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ (องคก์ ารมหาชน) ปงี บประมาณ 2559 มีผู้รับทนุ 1 ทนุ 4 สถาบนั เทคโนโลยปี ้องกนั ประเทศ (สทป.) ลงนามเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 5 กรมวิชาการเกษตร ปงี บประมาณ 2560 มผี ูร้ บั ทุน 1 ทนุ 6 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ลงนามเม่ือวันที่ 14 มถิ ุนายน 2560 ลงนามเม่ือวันท่ี 26 กรกฎาคม 2560 4. การประเมนิ ผลการดำ� เนนิ งาน คปก. ครงั้ ที่ 5 จากมตขิ องคณะกรรมการตดิ ตามและประเมนิ ผลการสนับสนุนการวิจัย สกว. ได้ก�ำหนดให้มีการประเมิน คปก. ในระยะที่ผ่านมาทั้งหมด และท่ีประชุมคณะกรรมการก�ำกับทิศทาง คปก. มีข้อเสนอแนะให้เร่งท�ำการประเมิน คปก. ให้แล้วเสร็จเพ่ือใช้ประกอบข้อเสนอโครงการฯ เพ่ือเสนอ ครม. ดังน้ัน การประเมิน คปก. จงึ แยกออกเป็น 2 โครงการตามวตั ถปุ ระสงค์ · โครงการประเมนิ ผลการดำ� เนนิ งาน คปก. เพอ่ื การจดั ทำ� แผนยทุ ธศาสตร์ คปก. ระยะท่ี 2 · โครงการประเมินผลผลติ ผลลพั ธ์และผลกระทบของ คปก. ตามมตขิ องคณะกรรมการ ตดิ ตามฯ โครงการขอ้ แรกดำ� เนนิ การโดยมลู นธิ บิ ณั ฑติ ยสภาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี หง่ ประเทศไทย (บวท.) ซ่ึงมี ศาสตราจารย์ ดร.เก้ือ วงศ์บุญสิน เป็นหัวหน้าโครงการ ส่วนโครงการข้อ 2 ดำ� เนนิ การ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.วนั เพญ็ ชยั คำ� ภา มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล เปน็ หวั หนา้ โครงการ ซ่ึง คปก. จะได้นำ� ผลการประเมนิ มาเป็นการก�ำหนดแนวทางการพฒั นาโครงการตอ่ ไป
5. การวิจยั ประเดน็ การวจิ ัยเชิงยทุ ธศาสตร์ คปก. ร่วมกบั ฝา่ ยวชิ าการ สกว. ท�ำการวเิ คราะห์ และสังเคราะหผ์ ลงานวิจยั ทไ่ี ด้รบั ทุนตามการวิจยั ประเดน็ การวจิ ยั เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Research Issues หรือ SRI) ที่ 10 : เทคโนโลยแี ละองคค์ วามรู้ใหมท่ างด้านวทิ ยาศาสตรแ์ ละ สังคมศาสตร์ เพ่อื เสนอแนะประเดน็ การวจิ ยั เชิงยทุ ธศาสตรข์ องงานวจิ ยั ที่ สกว. ควรผลักดนั ในระยะ 3-5 ปจี ากนี้ โดยได้แบ่งกลมุ่ งานวิจัยเป็น 4 กลมุ่ ไดแ้ ก่ ด้านเกษตรและวทิ ยาศาสตร์ การเกษตร ด้านการแพทยแ์ ละวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ ดา้ นวศิ วกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี และดา้ นเคมแี ละวศิ วกรรมเคมี ขณะน้ี ผลการสงั เคราะหง์ านวจิ ยั ดา้ นเกษตรและวทิ ยาศาสตร์ การเกษตรเสรจ็ ส้ินแลว้ และ คปก. ได้น�ำมาพจิ ารณากำ� หนดสาขาทส่ี มควรจะใหท้ ุนต่อไป 6. การสนบั สนนุ “ชมรมนกั เรยี นทนุ คปก.” คปก. สนบั สนนุ ใหช้ มรมนกั เรยี นทนุ คปก. มกี จิ กรรม พัฒนาทักษะของนักศึกษา ด้านภาษา การน�ำเสนอผลงาน การท�ำงานเป็นทีม ความเป็น ผ้ปู ระกอบการ การพฒั นาศกั ยภาพการวิจยั เพือ่ สรา้ งนวัตกรรม การปลกู ฝังความรบั ผิดชอบ ต่อสังคมและส่ิงแวดล้อม ภายใต้หลักจริยธรรมและความพอเพียง รวมทั้งการสนับสนุนการ สรา้ งเครอื ขา่ ยการทำ� วจิ ยั รว่ มกนั ของบณั ฑติ ทส่ี ำ� เรจ็ การศกึ ษาแลว้ เพอื่ นำ� ความรใู้ นหลากหลาย สาขามาแกโ้ จทย์ปัญหาของประเทศ 7. การปรบั ปรงุ ฐานขอ้ มลู ของ คปก. ตลอดระยะเวลา 20 ปี ของการดำ� เนนิ การ คปก. ไดท้ ำ� การ รวบรวมชดุ ข้อมูลเกี่ยวกับทุนไมต่ ำ่� กว่า 70,000 ชุด ประกอบด้วย ข้อมูลการสมัครขอรับทนุ ข้อมูลหลักสูตร ข้อมูลอาจารย์ที่ปรึกษาไทย ข้อมูลอาจารย์ท่ีปรึกษาต่างประเทศ ข้อมูล นกั ศกึ ษา ขอ้ มลู รายงานความหนา้ (รายงานทกุ 6 เดอื นตลอดระยะเวลาของการรบั ทนุ ) ขอ้ มลู ดุษฎีบัณฑิต รวมถึงข้อมูลผลงานตีพิมพ์/สิทธิบัตรที่เป็นผลผลิตจากทุน แม้ว่าในยุคเร่ิมต้น คปก. ไดน้ ำ� ฐานขอ้ มลู ทท่ี นั สมยั ทสี่ ดุ ในสมยั นน้ั (MS ACCESS) มาใช้ (และยงั คงใชอ้ ยใู่ นปจั จบุ นั ) แตด่ ว้ ยจำ� นวนทนุ ทเ่ี พมิ่ ขน้ึ และพฒั นาการดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศทก่ี า้ วกระโดด ทำ� ใหร้ ะบบ การบรหิ ารฐานขอ้ มลู เดิมไม่สอดรบั กับเทคโนโลยสี มัยใหม่อีกตอ่ ไป คปก. จงึ พยายามพฒั นา ระบบบริหารฐานข้อมูลอย่างสม่�ำเสมอ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการ ด�ำเนินงานมากย่ิงข้ึนทั้งกับผู้รับทุนและเจ้าหน้าท่ี เช่น การรับสมัครทุนผ่านระบบออนไลน์ การส่งเอกสารระหว่างการรับทุนระบบออนไลน์ และปรับปรุงฐานข้อมูลให้มีความถูกต้อง แมน่ ยำ� ใชง้ านงา่ ย สะดวก รวดเรว็ ลดปญั หาขอ้ มลู ซำ้� ซอ้ น เจา้ หนา้ ท/ี่ ผรู้ บั ทนุ /ผทู้ ส่ี นใจสามารถ สบื คน้ ขอ้ มูลได้ โดยคาดวา่ ระบบดังกล่าวจะเริ่มใชต้ ัง้ แต่ คปก. รุ่นท่ี 20 เปน็ ตน้ ไป สำ� นกั งานกองทุนสนบั สนุนการวจิ ัย (สกว.) 89
90 นวัตกรรมการบรหิ ารจัดการงานวจิ ยั 8. ความร่วมมือด้านต่างประเทศ เพื่อด�ำเนินการตามยุทธศาสตร์ คปก. อาเซียน+6 คปก. ได้ประสานกับหน่วยงานที่ร่วมมือเดิมอย่างต่อเน่ือง เช่น กระทรวงต่างประเทศ (กรมยุโรป/ กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ ฯลฯ) มูลนิธิการศึกษาไทย-อเมริกัน (ฟุลไบรท์) สถาน- เอกอัครราชทูตฝร่ังเศสประจ�ำประเทศไทย กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) สถานเอกอัครราชทูตสวเี ดนประจ�ำประเทศไทย German Academic Exchange Service (DAAD) และ British Council เป็นต้น นอกจากน้ี คปก. ยังได้ขยายความร่วมมือด้าน ต่างประเทศกับ Centre National de la Recherche Scientifique (CNRS) และ Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit (GIZ) รวมถึงร่วมให้ทุน คปก.- Climate change โดยความรว่ มมอื ระหว่าง สกว. (คปก. และฝ่ายสวัสดภิ าพสาธารณะ) และ National Natural Science Foundation of China (NSFC) นอกจากการประชาสัมพันธ์และหารือเก่ียวกับแนวทางการร่วมให้ทุน คปก.-อาเซียน+6 กับ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศแล้ว คปก. ยงั ได้เดินทางไปประชาสมั พันธโ์ ครงการแก่มหาวิทยาลยั ในตา่ งประเทศ ไดแ้ ก่ สาธารณรัฐฟลิ ปิ ปนิ ส์: De La Salle University (DLSU) และ University of the Philippines (UPD) สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว: National University of Laos, University of Health Sciences, Suphanuvong University, National Agriculture and Forestry Research Institute (NAFRI) และ สาธารณรัฐสงั คมนิยมเวยี ดนาม: Hanoi University of Science and Technology (HUST), Ministry of Science and Technology (MOST), Ho Chi Minh City University of Technology (HCMUT)
กจิ กรรมดงั กลา่ วไมเ่ พยี งแตช่ ว่ ยประชาสมั พนั ธใ์ หม้ หาวทิ ยาลยั และหนว่ ยงานรฐั ของตา่ งประเทศ ไดท้ ราบขอ้ มลู เกย่ี วกบั คปก. มากยงิ่ ขน้ึ แตย่ งั ชว่ ยกระชบั ความสมั พนั ธข์ องทงั้ สองฝา่ ยและกอ่ ใหเ้ กดิ ความรว่ มมอื ในอนาคตต่อไปอีกดว้ ย 9. กจิ กรรมพฒั นานกั ศกึ ษา คปก. เพอ่ื ใหผ้ รู้ บั ทนุ คปก. ทง้ั อาจารยแ์ ละนกั ศกึ ษามกี จิ กรรมรว่ มกนั ท่ีจะเอื้อให้เกิดการสานสัมพันธ์ สามารถช่วยเหลือกันในทุกรูปแบบ และท�ำงานวิจัยได้เป็น เครือข่าย/ขา้ มสาขา คปก. จึงจดั ใหม้ ีคณะกรรมการประสานงานกิจกรรมพิเศษเพอื่ โครงการ ปริญญาเอกกาญจนาภเิ ษก (คปก.) ซึง่ ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.บัญชา พูลโภคา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภาวดี เกียรติเสวี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธินันท์ พงษ์ธรรมรักษ์ คณะวทิ ยาศาสตรป์ ระยกุ ต์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ พระนครเหนอื ศาสตราจารย์ ดร.อาทวิ รรณ โชตพิ ฤกษ์ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ปุณณมา ศิริพันธ์โนน คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบงั และ ดร.นสพ.รฐั จักร รังสวิ ิวฒั น์ ประธานชมรมนกั เรยี นทุน คปก. สำ� นักงานกองทุนสนับสนุนการวจิ ัย (สกว.) 91
92 นวัตกรรมการบรหิ ารจัดการงานวจิ ัย คณะกรรมการฯ ประสานงานกิจกรรมพิเศษท�ำงานร่วมกับผู้บริหาร คปก. และ เจ้าหน้าท่ี คปก. จดั กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ พัฒนาศกั ยภาพและความพร้อมของนักศกึ ษาต่าง ๆ ได้แก่ · ปฐมนเิ ทศนักศกึ ษา คปก. รนุ่ ท่ี 17 วันศกุ รท์ ี่ 30 ตลุ าคม 2558 ณ หอ้ งประชุม ชน้ั 3 อาคารพระมงิ่ ขวัญการศึกษาไทย คณะครศุ าสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั และวนั เสารท์ ี่ 31 ตลุ าคม 2558 ณ อิงธารรสี อรท์ จงั หวัดนครนายก · ปฐมนเิ ทศนักศึกษา คปก. รนุ่ ที่ 18 วันพฤหสั บดีท่ี 1 กันยายน 2559 ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ · ปฐมนิเทศนักศึกษา คปก. รุน่ ที่ 19 วนั พฤหสั บดีท่ี 8-9 กันยายน 2560 ณ ห้องแกรนด์ บอลรมู โรงแรมรชิ มอนด์ สไตลชิ คอนเวนชนั จังหวดั นนทบุรี · คปก. สัญจร คร้ังที่ 1 และ RGJ Seminar Series ครง้ั ท่ี 114 ภายใต้หัวขอ้ “Climate Change” วนั ท่ี 28-29 เมษายน 2559 ณ หอ้ งประชมุ ฝา้ ยค�ำ สำ� นกั บริการวิชาการ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ · คปก. สัญจร ครงั้ ท่ี 2 และ RGJ Seminar Series ครัง้ ที่ 115 ภายใตห้ วั ขอ้ “Advanced Materials” วนั ท่ี 29 มถิ นุ ายน 2559 ณ หอ้ งประชมุ BSc3 อาคารปฏิบตั ิการพ้นื ฐาน คณะวทิ ยาศาสตร์ (BSc) มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ จงั หวัดสงขลา · คปก. สญั จร ครัง้ ท่ี 3 และ RGJ Seminar Series ครง้ั ท่ี 116 ภายใต้หวั ข้อ “Food & Agriculture Outlook” วันท่ี 11 กรกฎาคม 2559 ณ ห้องประชุมพีรสิทธิ์ ค�ำนวณศิลป์ วิทยาลัยการปกครองท้องถ่นิ มหาวิทยาลัยขอนแกน่ จังหวดั ขอนแก่น · คปก. สญั จร คร้งั ท่ี 4 และ RGJ Seminar Series คร้ังที่ 117 ภายใต้หวั ขอ้ “Social Development” ในวนั ท่ี 24 กมุ ภาพนั ธ์ 2560 ณ ห้องประชุมวนาสวรรค์ วนาศรม มหาวทิ ยาลยั แมฟ่ า้ หลวง จงั หวดั เชยี งราย · คปก. สญั จร ครั้งที่ 5 และ RGJ Seminar Series คร้ังที่ 118 ภายใตห้ วั ขอ้ “Energy for Thailand 4.0” วันท่ี 1-2 พฤษภาคม 2560 ณ หอ้ งประชุม Auditorium ชัน้ 4 สถาบนั วจิ ัยแสงซินโครตรอน จงั หวดั นครราชสมี า · คปก. สญั จร ครง้ั ที่ 6 และ RGJ Seminar Series 119 ภายใตห้ วั ขอ้ “Health Security for Thai Society” ซงึ่ จะจดั ข้ึนวนั ท่ี 31 สงิ หาคม-1 กนั ยายน 2560 ณ หอ้ งสมั มนา เอกาทศรถ 208 อาคารเอกาทศรถ ชั้น 2 มหาวทิ ยาลัยนเรศวร จงั หวดั พิษณโุ ลก
· ชมรมนักเรยี นทุน คปก. ได้มีส่วนรว่ มท่สี ำ� คญั ในกิจกรรมการประชาสัมพนั ธท์ นุ คปก. ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เชียงราย และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เน่ืองจากสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์เป็นสาขาขาดแคลน คปก. จึงจัดกิจกรรมเพ่ือ เผยแพร่ พบปะและแลกเปล่ียนความคิดเห็นกบั ผบู้ ริหาร อาจารย์และนักศึกษา ดงั นี้ · ครง้ั ที่ 1 คปก. พบนักวจิ ยั สาขาสังคมศาสตร์และมนษุ ยศาสตร์ วันศุกรท์ ่ี 13 มกราคม 2560 ณ หอ้ งประชมุ โดม 1 อาคารโดมบรหิ าร มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ รงั สิต · คร้งั ท่ี 2 คปก. พบนักวจิ ยั สาขาสังคมศาสตรแ์ ละมนุษยศาสตร์ วนั จันทรท์ ี่ 16 มกราคม 2560 ณ ห้องประชมุ 201 อาคารจามจุรี 3 ชั้น 2 จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย · ครง้ั ท่ี 3 คปก. พบนักวจิ ัยสาขาสงั คมศาสตรแ์ ละมนุษยศาสตร์ วันองั คารท่ี 28 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ห้องบรรยาย 702 วิทยาลัยสหวิทยาการ อาคารอเนกประสงค์ 1 ช้นั 7 มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจนั ทร์) สำ� นกั งานกองทุนสนับสนนุ การวจิ ยั (สกว.) 93
94 นวตั กรรมการบริหารจดั การงานวจิ ัย อปุ สรรคในการดำ� เนนิ งาน การด�ำเนินงานท่ีผ่านมา หากพิจารณาจากผลผลิตและคุณภาพของผลผลิต พบว่า คปก. ด�ำเนินการได้สมั ฤทธผิ ลตรงตามวตั ถุประสงค์และเปา้ หมาย แต่เบือ้ งหลงั ความสำ� เร็จท่ีประจักษ์นน้ั คปก. ต้องผ่านอุปสรรคนานัปการ อาจกล่าวได้ว่า เป็นเพราะความสามารถและการทุ่มเทของ ผบู้ รหิ ารและบคุ ลากรทมี งานของ คปก. ทกุ ยคุ สมยั จงึ ผา่ นพน้ มาไดจ้ นสำ� เรจ็ และมพี ฒั นาการเกดิ ขนึ้ โดยล�ำดับ ความคาดหวังของการบันทึกรวบรวมนานาอุปสรรคไว้ท่ีนี่ก็เพ่ือให้เป็นข้อมูลและ เปน็ ประโยชน์กับผู้ท่ีเกี่ยวข้องและจะเกย่ี วขอ้ งกบั งาน คปก. ตอ่ ไป ประเดน็ อปุ สรรคทผี่ ่านมา ไดแ้ ก่ · งบประมาณ การจดั สรรทนุ คปก. อาศยั งบประมาณของรัฐ จำ� นวนทุน คปก. จึงเป็นไปตาม งบประมาณที่ได้รับจดั สรรในแต่ละปี (ซ่งึ ได้รบั คงที่ ทุนละ 2 ล้านบาท ประมาณ 200-220 ทนุ ตอ่ ปี) ทำ� ใหป้ รมิ าณการผลติ นกั วจิ ยั ระดับปริญญาเอกไม่เป็นไปตามเปา้ หมายทีก่ ำ� หนดไว้ ในแผน ไม่สามารถวางแผนการท�ำงานเชิงรุกได้อย่างเต็มที่ ไม่สามารถเพิ่มจ�ำนวนทุน และไม่สามารถปรับเพ่ิมวงเงินในหมวดต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่เป็นจริง ในปัจจบุ ันได้ · สถานภาพของ คปก. ระยะที่ 1 เกิดมาจากความร่วมมอื ของหน่วยงานใหท้ ุน 4 หน่วยงาน มอบหมายให้ สกว. บรหิ ารจดั การเมอื่ 21 ปที แี่ ลว้ ในลกั ษณะโครงการ ปจั จบุ นั คปก. กย็ งั เปน็ เพียงโครงการหนงึ่ ใน สกว. แตม่ ภี ารกจิ ท่ีสำ� คญั ในการผลติ นักวิจยั ระดับสูงให้กบั ทุกภาคส่วน ของประเทศ แมว้ า่ จะมคี ณะกรรมการกำ� กบั ทศิ ทาง คปก. ซงึ่ ประกอบดว้ ย ผแู้ ทนจากหนว่ ยงาน ท่ีเกี่ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิ แต่หน่วยงานเหล่าน้ันยังไม่เข้าใจบทบาท หรือยังไม่เห็น ความส�ำคัญ จึงละเลย และมักส่งผู้แทนหลากหลายระดับในหน่วยงานมาร่วมประชุม ท�ำให้ การก�ำกบั ทศิ ทางไมม่ ีประสทิ ธภิ าพเทา่ ท่ีควร · ยทุ ธศาสตรก์ �ำกบั การบรหิ ารงาน ทผ่ี ่านมา คปก. มงุ่ ผลติ นักวิจัยระดบั ปริญญาเอก โดยไมม่ ี ยุทธศาสตร์/ทิศทางชัดเจน ดังน้ัน วิทยานิพนธ์ของนักศึกษาส่วนมากเป็นไปตามความสนใจ ของอาจารยท์ ปี่ รกึ ษา และเปน็ ประโยชนเ์ ฉพาะเชงิ วชิ าการ ไมส่ ามารถตอบโจทยค์ วามตอ้ งการ ของประเทศได้ท้ังหมด ปัจจุบันได้ปรับการท�ำงานให้ชัดเจนสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ ประเทศใน คปก. ระยะที่ 2 แลว้
· ประสบการณ์ในภาคเอกชน นักศึกษา คปก. ท�ำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิจัยของอาจารย์ใน มหาวิทยาลัยไทย/ต่างประเทศ โดยไม่ได้รับประสบการณ์จากภาคเอกชนเท่าที่ควร ดุษฎีบัณฑติ คปก. ส่วนมากจงึ เปน็ อาจารย์ หรือนักวชิ าการในมหาวทิ ยาลยั และดำ� เนนิ การ วิจัยเฉพาะในเชิงวิชาการ แม้ว่าจะแก้ปัญหาความขาดแคลนนักวิชาการของประเทศได้ดี ด้วยงบประมาณท่ีต�่ำกว่าการให้ทุนไปต่างประเทศมาก แต่ยังไม่ส่งผลต่อการสร้างนวัตกรรม ของประเทศไดเ้ ทา่ ที่ควร · ขาดแคลนนักศึกษาท่ีมีคุณภาพ แนวโน้มของนักศึกษาไทยที่สมัครรับทุน คปก. มีจ�ำนวน ลดลง โดยเฉพาะสาขาท่ีจ�ำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ เช่น สาขาเกษตร/วิศวกรรมเกษตร อาจจะเนื่องจากมีทุนประเภทอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายกันจากแหล่งทุนอื่น ๆ ซึ่งให้เงินทุน มากกว่า คปก. รวมทั้งยังคงมีทุนให้ไปต่างประเทศท้ังจากรัฐบาลไทยและจากต่างประเทศ ทดี่ ึงดดู นักศึกษาไทยทเ่ี กง่ ๆ ออกไปจากระบบบณั ฑิตศึกษาของประเทศไทย · ขาดแคลนผรู้ บั ทนุ ในบางสาขา ยงั คงมคี วามไมส่ มดลุ ในสาขาทจ่ี ดั สรรทนุ คปก. เชน่ มผี รู้ บั ทนุ ด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์น้อยมาก ในบางกรณีแม้จะมีอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว แต่อาจารย์ไม่สามารถสรรหานักศึกษาท่ีมีคุณภาพมาสมัครขอรับทุน คปก. ได้ ซ่ึง คปก. ตอ้ งการการท�ำงานเชิงรุกอยา่ งมเี ปา้ หมายชดั เจนจึงยังทำ� ไม่ได้ · ขาดแคลนหลักสูตรท่ีต้องการ หลักสูตรปริญญาเอกที่เป็นหลักสูตรนานาชาติยังมีสาขาน้อย ขาดความหลากหลาย บางสาขาทเ่ี ปน็ หลกั สตู รนานาชาติ กไ็ มส่ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของ นกั ศกึ ษาในประเทศและในกลมุ่ ประเทศอาเซยี น+6 ตามยทุ ธศาสตรท์ ่ี 2 ของ คปก. ระยะท่ี 2 · คณุ สมบตั ิของนกั ศึกษา นักศกึ ษายงั ขาดทกั ษะ ทั้งด้านภาษาต่างประเทศและทางสงั คม · ระบบสนบั สนนุ การบรหิ ารงาน คปก. มขี น้ั ตอนการทำ� งานทซ่ี บั ซอ้ น ยงุ่ ยาก มกี ารบรหิ ารทนุ จ�ำนวนมาก ท่ีผา่ นมา คปก. ใช้โปรแกรม “Microsoft Access” ในการออกแบบไฟลต์ า่ ง ๆ ส�ำหรับให้ผู้สมัครทุน/ผู้รับทุน คปก. กรอกข้อมูล และยังพบว่ามีปัญหาในการกรอกข้อมูล ในไฟล์ต่าง ๆ และการจัดการฐานข้อมูล ซ่ึง คปก. ก็ได้พยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามา โดยตลอด และมีแผนการปรับปรุงระบบไอทีคร้ังใหญ่ เพ่ือให้สามารถรองรับการใช้งานของ ผ้รู บั ทุนไดส้ ะดวก สำ� นักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) 95
96 นวัตกรรมการบริหารจัดการงานวจิ ยั ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ควรมีการจัดกลุ่มงานและโครงการให้ทุนรัฐบาลท้ังประเทศให้เป็นระบบ ก�ำหนดเป้าหมาย ชัดเจน มีการท�ำงานเชื่อมต่อ ควบรวม ยกหรือลดระดับ เพื่อลดความซ้�ำซ้อนของการให้ทุนใน ลักษณะเดียวกัน เพ่ือใช้งบประมาณของประเทศให้คุ้มค่าที่สุด สอดคล้องกับการผลิตก�ำลังคนใน ทุกระดับการศึกษา และให้เกิดประโยชนต์ อ่ ประเทศอย่างแทจ้ รงิ และควรเข้มงวดในโจทยว์ จิ ยั ของ ผู้รบั ทุน คปก. ใหเ้ ปน็ ไปตามทิศทางของยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี อตุ สาหกรรมเปา้ หมาย และสาขา ขาดแคลนของประเทศ นอกจากสร้างผลงานเชิงวิชาการตามมาตรฐานสากลเช่นเดิมแล้ว คปก. ต้องมีกลไกเพ่ือสามารถท�ำให้เกิดนวัตกรรม มีการน�ำมาใช้ประโยชน์ได้จริงตามความเหมาะสม รวมทงั้ ตอ้ งสรา้ งเครอื ขา่ ยวจิ ยั ใหม่ ๆ กบั ตา่ งประเทศทงั้ ในอาเซยี นและทวั่ โลก และใชป้ ระโยชนจ์ าก เครือข่ายดังกล่าวให้เต็มที่ โดยเฉพาะในสาขาที่ประเทศไทยยังไม่มีความพร้อมท่ีจะผลิตเอง และ ทีเ่ ป็นความต้องการเร่งด่วน
จัดให้มีการแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ให้เกิดการตื่นตัวและสานพลังสนับสนุน การวิจัยร่วมกันอย่างมเี ป้าหมายชดั เจน โดยเฉพาะเร่อื งเร่งดว่ นของชาติ มกี ลไกใหบ้ ณั ฑิตวทิ ยาลัย ในมหาวิทยาลัยไทย สร้าง/ปรับหลักสูตรระดับปริญญาเอกให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และ ให้เป็นหลักสูตรนานาชาติเพื่อรองรับความต้องการการศึกษาของนักศึกษาอาเซียน+6 รวมถึงเน้น การสร้างหลักสูตรใหม่ ๆ ที่เป็นในลักษณะของสหสาขาวิชา (Multidisciplinary) มีกลไกดึงดูด นักศึกษาที่มีคุณภาพสูง และมีคุณสมบัติเหมาะสมท่ีจะเป็นนักวิจัยเข้ารับทุนในสาขาเป้าหมาย โดยการเพ่มิ งบประมาณตอ่ ทนุ ให้สูงขึ้น หรือการใหท้ ุนในลกั ษณะเป็นกลมุ่ เพอื่ สร้างนักวิจัยในสาขา ที่ขาดแคลนและส�ำคัญต่อการพัฒนาประเทศ รวมถึงเพื่อทดแทนนักวิจัยท่ีเกษียณอายุ เน้นการ ประชาสัมพันธ์ทุน คปก. ให้นักเรียนตั้งแต่ระดับมัธยมทราบเพ่ือให้เห็นภาพเส้นทางบันไดอาชีพ นักวิจัย และสร้างแรงบันดาลใจในการท�ำงานในอาชีพนักวิจัยตั้งแต่ก่อนเข้าศึกษาในระดับ มหาวทิ ยาลัย คปก. รเิ ร่ิม “ทนุ วจิ ัย คปก. ตอ่ ยอด” ในปี 2559 เพอื่ ให้ดษุ ฎบี ณั ฑิต คปก. เรมิ่ ท�ำงานวิจยั และพฒั นาดว้ ยตนเอง ใหส้ ามารถทำ� หนา้ ทเี่ ปน็ อาจารยท์ ปี่ รกึ ษา คปก. รนุ่ ตอ่ ไป หรอื เปน็ นกั วจิ ยั ใน ภาคเอกชนได้ โดยมีนักวจิ ัยพี่เล้ยี ง ซง่ึ ทนุ ลักษณะน้ไี มค่ วรจ�ำกัดเฉพาะศิษย์เกา่ คปก. ควรขยายผล ให้ผทู้ จี่ บปริญญาเอกทกุ คนไดท้ �ำวิจัยอยา่ งต่อเน่อื ง และเชอื่ มโยงการทำ� งานวจิ ยั เปน็ เครอื ขา่ ย เพื่อ ใหเ้ กดิ กลมุ่ วจิ ยั ทเี่ ขม้ แขง็ สรา้ งงานวจิ ยั ทส่ี รา้ งผลกระทบสงู และเกดิ เปน็ นวตั กรรมทส่ี ามารถพฒั นา ประเทศ โดยตอ้ งทำ� ใหอ้ าจารยท์ ป่ี รกึ ษาเขา้ ใจการทำ� วจิ ยั ทเี่ นน้ การนำ� ไปใชป้ ระโยชนต์ ามยทุ ธศาสตร์ ของประเทศให้มากข้ึน เพิ่มกระบวนการการบริหารจัดการทุนระดับปริญญาเอกในระดับปลายน�้ำ และผลักดนั ใหม้ กี ารนำ� ผลงานวิจยั ไปใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งจริงจงั คปก. ต้องร่วมสร้างคนไทย 4.0 โดย จัดกิจกรรมอย่างสม่�ำเสมอ ทั้งจัดเองและร่วมกับหน่วยงานอ่ืน ทั้งในด้านวิชาการ และกิจกรรมท่ี ให้ความส�ำคัญกับการพัฒนาทักษะทางสังคมของนักศึกษา การพัฒนาศักยภาพการวิจัยเพื่อสร้าง นวัตกรรม สร้างความรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคมและส่ิงแวดล้อม ภายใตห้ ลักจริยธรรมและความพอเพียง สำ� นกั งานกองทนุ สนบั สนุนการวจิ ยั (สกว.) 97
98 นวัตกรรมการบริหารจดั การงานวจิ ยั บทสง่ ท้าย คปก. ยังคงรกั ษาความเป็น “นวตั กรรมการบรหิ ารจดั การท่ดี ีเยี่ยม” ตลอดมากวา่ 20 ปี ดว้ ยกลไกการสรา้ งคน สรา้ งความรู้ ทไ่ี มอ่ ยนู่ ง่ิ มกี ารปรบั ตามบรบิ ทและความจำ� เปน็ ทเี่ ปลยี่ นไป ตามกระแสความตอ้ งการระดับประเทศในทุกมติ ิ แม้โครงสรา้ งจะยังเหมือนเดิม เปน็ หนว่ ยงาน เทียบเท่าฝ่ายใน สกว. และด้วยบุคลากรที่จ�ำกัดแต่ต่างต้องทุ่มเทสุดฝีมือ ทั้งด้านความคิด ก�ำลังกายและจิตใจเพ่ืออุดมการณ์เดียวกัน อาจารย์ท่ีปรึกษา สถาบันการศึกษาท้ังภายในและ ต่างประเทศตา่ งให้ความร่วมมอื อย่างดยี ิง่ ผใู้ ช้ประโยชนเ์ ห็นความส�ำคัญและใช้ทนุ คปก. เปน็ แหล่งผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพระดับปริญญาเอก มีความสามารถในการวิจัยสนับสนุนการ เตบิ โตขององคก์ ร ท้งั อาจารย์ทป่ี รึกษา และนกั ศกึ ษาผรู้ ับทุนต่างตอ้ งเขา้ ใจ ทำ� วจิ ยั ดว้ ยโจทย์ท่ี ตอบทิศทางของยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี อตุ สาหกรรมเป้าหมาย และสาขาขาดแคลนของประเทศ ความสำ� เรจ็ ของ คปก. ในการสรา้ งคน สรา้ งความรู้ สกู่ ารสรา้ งชาติ นอกเหนอื จากวธิ กี ารบรหิ าร จัดการของผู้บริหารโครงการและ สกว. แล้ว ยังต้องเป็นความร่วมมือของทุกองค์กรเครือข่าย และทกุ ภาคส่วน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316