198 รายวิชากลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น สาระการเรยี นรู้พ้นื ฐาน จานวน 9 หน่วยกิต 1. วทิ ยาศาสตร์ 1 รหสั วชิ า ว 21101 1.0 หนว่ ยกติ 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ 40 ชั่วโมง 2. วิทยาศาสตร์ 2 รหสั วชิ า ว 21102 0.5 หนว่ ยกติ 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ 20 ชั่วโมง 3. วิทยาการคานวณ 1 รหสั วิชา ว 21103 1.0 หน่วยกติ 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ 40 ชั่วโมง 4. การออกแบบและเทคโนโลย1ี รหสั วชิ า ว 21104 0.5 หนว่ ยกติ 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกติ 20 ชั่วโมง 5. วิทยาศาสตร์ 3 รหสั วิชา ว 22101 1.0 หน่วยกติ 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ 40 ชั่วโมง 6. วทิ ยาศาสตร์ 4 รหสั วชิ า ว 22102 0.5 หนว่ ยกติ 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ 20 ชว่ั โมง 7. วิทยาการคานวณ 2 รหัสวิชา ว 22103 8. การออกแบบและเทคโนโลย2ี รหัสวชิ า ว 22104 9. วทิ ยาศาสตร์ 5 รหัสวิชา ว 23101 10. วทิ ยาศาสตร์ 6 รหสั วิชา ว 23102 11. วทิ ยาการคานวณ 3 รหัสวชิ า ว 23103 12. การออกแบบและเทคโนโลย3ี รหสั วชิ า ว 23104 สาระการเรียนรู้เพ่มิ เติม(บังคบั เลอื ก/เรยี นรวม) จานวน 6 หนว่ ยกติ ๑. โปรแกรมประมวลผลคา รหัสวิชา ว 2๐๒081 1.0 หน่วยกติ 40 ชว่ั โมง 40 ชว่ั โมง 2. หนังสอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ รหสั วิชา ว 2๐๒08๒ 1.0 หนว่ ยกติ 40 ชั่วโมง 40 ชั่วโมง ๓. โปรแกรมการนาเสนอ 1 รหสั วชิ า ว 2๐๒085 1.0 หนว่ ยกติ 40 ชัว่ โมง 40 ชั่วโมง ๔. โปรแกรมการนาเสนอ 2 รหัสวชิ า ว 2๐๒086 1.0 หนว่ ยกติ ๕. ตารางคานวณ 1 รหัสวชิ า ว 2๐๒087 1.0 หนว่ ยกติ 6. การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ รหสั วิชา ว 2๐๒088 1.0 หน่วยกติ สาระการเรียนรู้เพมิ่ เตมิ (เลือกเสรี/ตามความถนดั และความสนใจ) จานวน 2 หน่วยกติ 1. มัลตมิ ีเดยี รหัสวิชา ว 2๐๒083 1.0 หนว่ ยกติ 40 ชัว่ โมง 2. หุน่ ยนต์ 2 รหสั วิชา ว 2๐๒084 1.0 หน่วยกติ 40 ชว่ั โมง
199 คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน รายวชิ า วิทยาศาสตร์ ๑ รหสั วชิ า ว ๒๑๑๐๑ ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ จานวน ๑.๐ หน่วยกติ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใช้กลอ้ งจุลทรรศน์ใชแ้ สงศกึ ษาเซลล์และโครงสร้างตา่ งๆภายในเซลล์ รปู รา่ งกบั การทาหน้าทข่ี องเซลล์ การจัดระบบของ ส่ิงมีชวี ิตระบบอวัยวะจนเป็นสงิ่ มีชวี ติ กระบวนการแพร่และออสโมซสิ จากหลักฐานเชิงประจักษ์ยกตวั อย่างการแพร่และออสโมซิส ในชีวิตประจาวันปัจจัยท่ีจาเป็นในการสังเคราะห์ด้วยแสงและผลผลิตท่ีเกิดขึ้นจากการสังเคราะห์ด้วยแสงความสาคัญของการ สังเคราะห์ด้วยแสงของพืชต่อส่ิงมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมรากของพืชท่ีมีต่อสิ่งมีชีวิตและส่ิงแวดล้อมลักษณะและหน้าท่ีของไซเลม และโฟลเอม็ ทศิ ทางการลาเลยี งสารในไซเล็มและโฟเอม็ ของพชื การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศของพืชดอกโครงสร้าง ของดอกการปฏิสนธิของพืชดอกการเกิดผลและเมล็ดการกระจายเมล็ดและการงอกของเมล็ดความสัมพันธ์ของสัตว์ที่ช่วยในการ ถ่ายเรณูของพืชดอกความสาคัญของธาตุอาหารบางชนิดที่มีผลต่อการเจริญผลต่อการเจริญเติบโตแล ะการดารงชีวิตของพืชชีวิต ของพืช อาหารเหมาะสมการขยายพันธุ์พืชความสาคัญของเทคโนโลยีการเพาะเล้ียงเน้ือเย่ือพืชในการใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ ประโยชน์ของการขยายพนั ธุ์พชื สมบตั ิทางกายภาพบางประการของธาตุโลหะ อโลหะและกึ่งโลหะ กลุ่มธาตุเป็นโลหะ อโลหะและ กงึ่ โลหะ การใชธ้ าตุโลหะอโลหะ ก่งึ โลหะและธาตกุ ัมมันตรังสี ทมี่ ตี อ่ ส่ิงมชี ีวิตส่งิ แวดลอ้ มเศรษฐกิจและสังคม คุณคา่ ของการใช้ธาตุ โลหะ อโลหะกึ่งโลหะ ธาตุกัมมันตรังสี การใช้ธาตุอย่างปลอดภัย คุ้มค่า สารบริสุทธ์ิและสารผสม ความหนาแน่นของสารบริสุทธิ์ และสารผสม มวลและปริมาตรของสารบริสุทธิ์และสารผสม ความสัมพันธ์ระหว่างอะตอมธาตุ และสารประกอบโครงสร้าง อะตอมที่ประกอบด้วยโปรตอน นิวตรอนและอิเล็กตรอนการจัดเรียงอนุภาคแรงยึดเหน่ียวระหว่างอนุภาคและการเคล่ือนท่ีของ อนุภาคของสสารชนิดเดียวกนั ในสถานะของแข็งของเหลว และแก๊ส ความสัมพันธ์ระหวา่ งพลังงานความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะ ของสสาร โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ การอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มี ความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนาความรูไ้ ปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถสือ่ สารสิง่ ทเ่ี รียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปญั หา การนา ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยม ที่เหมาะสม และสามารถ ดารงชีวิตบนพ้นื ฐานของความพอเพยี ง ตัวช้ีวัด ว ๑.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖,ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙, ม.๑/๑๐, ม.๑/๑๑, ม.๑/๑๒,ม.๑/๑๓, ม.๑/๑๔, ม.๑/๑๕, ม.๑/๑๖, ม.๑/๑๗, ม.๑/๑๘ ว ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖,ม.๑/๗, ม.๑/๘ , ม.๑/๙, ม.๑/๑๐ รวมทั้งหมด ๒๘ ตวั ช้วี ดั
200 รายวชิ า วิทยาศาสตร์ ๑ โครงสรา้ งรายวชิ าพ้นื ฐาน ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๑ รหสั วชิ า ว ๒๑๑๐๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น จานวน ๑.๐ หน่วยกิต กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วย ช่ือหนว่ ยการ ตวั ชี้วัด สาระสาคญั เวลา น้าหนกั ท่ี เรยี นรู้ ว๒.๑ ม. (ชวั่ โมง) คะแนน ๑ สารรอบตัว ๑/๑-๑๐ สารรอบตัวประกอบไปดว้ ยธาตุและสารประกอบสารแต่ละชนิดมี สมบัติทางกายภาพและสมบตั ิทางเคมที เ่ี หมอื นและแตกตา่ งกันความ ๑๔ ๔๐ ๒ หน่วยของ ว๑.๒ ม. ร้อนเปน็ ปัจจยั หนึ่งที่ทาให้สถานะของสารซึง่ เป็นสมบตั ิทางกายภาพ สิ่งมีชวี ิต ๑/๑-๕ เปล่ยี นแปลงไปสาบรสิ ทุ ธิค์ ือสารทม่ี อี งคป์ ระกอบเพยี งชนิดเดยี ว ๑๒ ๒๐ ประกอบไปดว้ ยธาตุและสารประกอบโดยธาตุแบ่งออกเป็นธาตุโลหะ ๑๔ ๔๐ ๓ การดารงชวี ิต ว ๑.๒ ม. ธาตกุ ่งึ โลหะและธาตุอโลหะขน้ึ ธาตุบางชนิดสามารถแผร่ งั สไี ด้เรียกวา่ ของพืช ๖-๑๘ ธาตกุ ัมมันตรังสสี ารมากกวา่ ๑ชนดิ มาผสมกันเรยี กว่าสารผสมบาง ๔๐ ๑๐๐ ชนิดผสมเป็นเน้ือเดยี วกนั เรียกวา่ สารละลายบางชนดิ ผสมไมเ่ ป็นเนอื้ เดียวกันเช่นสารแขวนลอย คอลลอยด์ เป็นต้น สง่ิ มีชีวติ ทกุ ชนิดมีเซลลเ์ ป็นหนว่ ยทเ่ี ลก็ ทสี่ ดุ เป็นองค์ประกอบซงึ่ สง่ิ มชี วี ิตบางชนดิ สามารถดารงชวี ติ อย่ไู ดเ้ พยี งเซลลเ์ ดียวบางชนิด จาเปน็ ตอ้ งมหี ลายเซลลม์ ารวมกนั เปน็ เนอื้ เยอ่ื ซ่ึงมรี ูปรา่ งและหน้าที่ แตกต่างกันซง่ึ องคป์ ระกอบพ้ืนฐานของเซลลไ์ ด้แก่นิวเคลียสไซโตพลา สซึมและเย่อื หุม้ เซลล์กระบวนการแพร่และออสโมซสิ เปน็ กระบวนการ ท่ีส่ิงมีชีวิตใช้ลาเลยี งสารเข้าและออกจากเซลล์ พชื ดารงชวี ิตอยู่ไดด้ ้วยสว่ นประกอบต่างๆดังนี้ใบไมม้ คี ลอโรพลาสต์ท่มี ี สารคลอโรฟลิ ลซ์ ่ึงเกย่ี วขอ้ งกับกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงโดยมี แก๊สคารบ์ อนไดออกไซดแ์ ละน้าเปน็ สารตง้ั ต้นและได้นา้ ตาลกลโู คส และแก๊สออกซเิ จนเปน็ ผลติ ภณั ฑซ์ ง่ึ จาเป็นต่อการดารงชีวิตของ สง่ิ มีชวี ิตรากและลาต้นประกอบไปด้วยเน้ือเยอ่ื ลาเลียงใส่เลน่ ทาหนา้ ที่ ดดู น้าและแรธ่ าตุโดยอาศยั กระบวนการแพร่และออสโมซสิ เนอ้ื เยอ่ื ลาเลยี งโฟลเอม็ ทาหน้าท่ีลาเลยี งอาหารโดยกระบวนการทางโลเคชัน่ ดอกไมเ้ ปน็ อวยั วะสืบพันธข์ุ องพืชเมือ่ ถูกผสมเกสรดอกจะเจรญิ เติบโต กลายเป็นผลซ่ึงภายในมเี มลด็ ทาหน้าที่กระจายพันธ์พุ ชื โดยพืชตน้ ใหม่ จะมลี ักษณะท่แี ตกตา่ งไปจากต้นพอ่ แมพ่ ืชสามารถขยายพนั ธ์ุโดยใช้ สว่ นโครงสร้างพิเศษตา่ งๆของพชื เช่นรากลาตน้ ใบและมนุษยส์ ามารถ นาสว่ นต่างๆของพชื มาขยายพนั ธไุ์ ด้เชน่ การปกั ชาการติดตาการตอน ก่งิ เปน็ ต้นซึ่งพชื ตน้ ใหมจ่ ะมลี กั ษณะไมแ่ ตกตา่ งไปจากต้นพ่อแมม่ นษุ ย์ นาความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใชก้ บั พืชเชน่ การ เพาะเลี้ยงเนอ้ื เยอื่ พชื การดดั แปลงพันธกุ รรมพืชเป็นตน้ เพ่อื ให้เพียงพอ ตอ่ ความตอ้ งการของมนษุ ย์ รวมตลอดภาคเรียน
201 คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน รายวิชา วิทยาศาสตร์ ๒ รหสั วิชา ว ๒๑๑๐๒ ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกายภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโลก และอวกาศและเทคโนโลยี เกี่ยวกับ การ จัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหน่ียวระหว่างอนุภาค และการเคลื่อนที่ของอนุภาคของสสารชนิดเดียวกันในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยใช้แบบจาลอง ความสมั พนั ธ์ระหว่างพลังงานความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของสสาร โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ และแบบจาลอง การสร้างแบบจาลองที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความดันอากาศกับความสูงจากพ้ืนโลก การวิเคราะห์ แปล ความหมายข้อมลู และคานวณปรมิ าณความร้อนท่ีทาให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิและเปล่ียนสถานะ โดยใช้สมการ Q = mcΔt และ Q = mL การใช้เทอร์โมมิเตอร์ในการวัดอุณหภูมิของสสาร การสร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการขยายตัวหรือหดตัวของสสาร เน่ืองจากได้รับหรือสูญเสียความร้อน การตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการหดและขยายตัวของสสารเนื่องจากความร้อน โดยวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา และเสนอแนะวิธีการนาความรู้มาแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน การวิเคราะห์สถานการณ์การถ่าย โอนความร้อนและคานวณปริมาณความร้อนท่ีถา่ ยโอนระหว่างสสารจนเกิดสมดลุ ความร้อนโดยใช้สมการ Qสญู เสยี = Qไดร้ ับ การ สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการถ่ายโอนความร้อนโดยการนาความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสีความร้อน การออกแบบ เลือกใช้ และสร้างอุปกรณ์ เพ่ือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวันโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายโอนความร้อน การสร้างแบบจาลองที่ อธิบายการแบ่งชั้นบรรยากาศ และเปรียบเทียบประโยชน์ของบรรยากาศแต่ละชั้นการอธิบายปัจจัยท่ีมีผลต่อการเปล่ียนแปลง องคป์ ระกอบของลมฟ้าอากาศ จากข้อมูล ท่รี วบรวมได้ การเปรียบเทยี บกระบวนการเกิดพายุ ฝนฟ้าคะนองและพายุหมุนเขตร้อน และผลท่มี ีตอ่ ส่งิ มชี ีวติ และสิ่งแวดลอ้ ม รวมท้ังนาเสนอแนวทางการปฏิบัติตนให้เหมาะสมและปลอดภัย การอธิบายการพยากรณ์ อากาศ และพยากรณ์อากาศอย่างง่ายจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ การตระหนักถึงคุณค่าของการพยากรณ์อากาศ โดยนาเสนอแนว ทางการปฏบิ ัติตนและการใช้ประโยชน์จากคาพยากรณ์อากาศ การอธิบายสถานการณ์และผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โลกจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ การตระหนักถึงผลกระทบของการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศโลก โดยนาเสนอแนวทางการปฏิบัติตน ภายใต้การเปลยี่ นแปลงภูมิอากาศโลก โดยใช้ทักษะกระบวนการทาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อฝึกทักษะ สร้างแบบจาลอง คานวณ ใช้เทอร์โมมิเตอร์ ออกแบบ สร้างอุปกรณ์ นาเสนอแนวทาง ปฏิบัติตน พยากรณ์อากาศ แก้ปัญหา ใช้แนวคิดในเชิงคานวณ และนาความรู้ไปใช้ ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวันไดอ้ ย่างเหมาะสม ปลอดภยั เพอื่ ให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้อย่างถูกต้อง ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ทางาน ซ่อื สตั ย์สจุ ริต เกดิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการ ใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการหดตัวและ ขยายตวั ของสสาร คณุ คา่ ของการพยากรณ์อากาศ ผลกระทบของการเปลยี่ นแปลงภูมอิ ากาศโลก ปฏิบตั ติ นใหเ้ หมาะสม ปลอดภัย และมีจรยิ ธรรม และสามารถดารงชีวติ บนพ้นื ฐานของความพอเพียง ตวั ช้ีวัด ว 2.1 ม.1/9 ม.1/10 ว 2.2 ม.1/1 ว 2.3 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ว 3.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 รวมทงั้ หมด 17 ตัวชีว้ ดั
202 รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 2 โครงสรา้ งรายวชิ าพ้ืนฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๒ รหสั วิชา ว ๒๑๑๐๒ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนว่ ย ชอ่ื หน่วยการ ตัวช้วี ดั สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั ท่ี เรยี นรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน อณุ หภูมคิ อื ระดบั ความร้อนของสารสามารถวดั ไดโ้ ดยใชอ้ ุปกรณท์ ่ีเรยี กวา่ (๑๐๐) เทอร์มอมเิ ตอรเ์ ทอรโ์ มมเิ ตอรม์ ีอยหู่ ลายแบบเชน่ เทอร์โมมเิ ตอรแ์ บบ ๑ พลังงานความ ว๒.๓ กระเปาะเทอร์มอมเิ ตอร์แบบดิจติ อลเปน็ ต้นข้นั ตอนการใชเ้ ทอรโ์ มมเิ ตอร์ ๑๕ ๔๐ ร้อน ม.๑/๑-๗ แบบกระเปาะคอื จุ่มเทอร์มอมเิ ตอรด์ ้านกระเพาะลงในสารทตี่ อ้ งการวดั โดยใหเ้ ทอรม์ อมเิ ตอรอ์ ยใู่ นแนวดงิ่ และอ่านคา่ อณุ หภมู โิ ดยใหส้ ายตาอยู่ ระดับเดียวกับระดบั ของเหลวในเทอรโ์ มมเิ ตอร์วัดอณุ หภมู มิ ีอย่หู ลาย หนว่ ยซ่งึ แต่ละหนว่ ยจะมจี ดุ เยือกแข็งและจุดเดือดแตกตา่ งกันถ้าตอ้ งการ เปรยี บเทยี บคา่ อุณหภูมริ ะหวา่ งหน่วยวดั อณุ หภูมิจะไดส้ มการดังนเ้ี มื่อ ไดร้ บั ความรอ้ นอาจมีการเปลีย่ นแปลงอณุ หภมู สิ ถานะหรอื รปู รา่ งของสาร ความร้อนที่มผี ลต่อการเปลย่ี นแปลงอุณหภมู ิของสารขึ้นอย่กู ับมวลความ ร้อนจาเพาะและอณุ หภมู ิท่เี ปลย่ี นแปลงไปโดยเฉพาะของสารไม่ เปลย่ี นแปลง ๒ บรรยากาศ๑ ว๒.๒ - บรรยากาศคอื แกส๊ ชนิดตา่ งๆหรอื อากาศท่หี อ่ หุม้ ดาวเคราะหท์ ั้งหมดซงึ่ ๑๕ ๔๐ ๒๐ ม.๑/๑ ประกอบไปดว้ ยอากาศแหง้ ทไ่ี ม่มนี ้าเป็นองคป์ ระกอบไอน้าและนา้ มูล ว ๓.๒ บรรยากาศแบง่ ออกเปน็ ๕ช้ันตามสภาวะของอณุ หภูมิ ม.๑-๒ ๓ บรรยากาศ๒ ว ๓.๒ - องคป์ ระกอบของลมฟ้าอากาศท่เี ปล่ยี นแปลงทาให้เกดิ ปรากฏการณ์ ๑๐ ม.๑/๓-๗ ต่างๆได้แก่มรสมุ พายุฟา้ คะนองพายหุ มุนเขตรอ้ นเป็นตน้ - การพยากรณอ์ ากาศเปน็ การคาดหมายสภาวะของลมฟา้ อากาศและ ปรากฏการณ์ที่เกดิ ขน้ึ ในช่วงเวลาขา้ งหนา้ ดว้ ยต่วนวดั องค์ประกอบของลม ฟา้ อากาศการส่ือสารและเปล่ียนขอ้ มูลลมฟา้ อากาศระหวา่ งพ้นื ทก่ี าร วเิ คราะห์ข้อมลู การสรา้ งทรพั ยากรอากาศซึ่งเกณฑใ์ นการพยากรณอ์ ากาศ ของกรมอุตนุ ิยมวทิ ยาได้แกเ่ ขตอากาศรอ้ นเย็นอากาศเย็นเกณฑก์ าร กระจายของฝนเจนปรมิ าณฝนเปน็ ปริมาณเมฆในท้องฟ้าเกณฑ์สถานะของ ทะเลรอ่ งมรสมุ ลมพดั รอบบริเวณความกดอากาศสงู บริเวณความกด อากาศต่าเปน็ ตน้ แผนท่อี ากาศเปน็ แผนท่ีแสดงสภาพลมฟ้าอากาศใน ช่วงเวลาหน่ึงข้อมลู ในแผนทอี่ ากาศจะนาไปใชใ้ นการพยากรณอ์ ากาศ รวมตลอดภาคเรียน ๔๐ ๑๐๐
203 คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน รายวชิ า วทิ ยาการคานวณ ๑ รหสั วิชา ว ๒๑๑๐๓ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๑ จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี การออกแบบอัลกอริทึม ท่ีใชแ้ นวคิดเชิงนามธรรมเพอื่ แก้ปญั หาหรืออธบิ ายการทางานที่พบในชีวิตจริงการออกแบบและ เขียนโปรแกรมท่ีมีการใช้ตัวแปรเงื่อนไขบนซ้าการออกแบบอัลกอริทึมเพ่ือแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อย่างง่ายการเขยี นโปรแกรมโดยใช้ซอฟตแ์ วร์ scratch python Java และ C เปน็ ต้นศึกษาการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งขอ้ มลู ปฐม ภมู ปิ ระมวลผลสรา้ งทางเลือกประเมนิ ผลตลอดจนใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยการจัดการอัตลักษณ์การพิจารณาความ เหมาะสมของเน้ือหาหาใชส้ อ่ื และแหล่งข้อมูลตามขอ้ กาหนดและขอ้ ตกลงได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานและการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อเน้นให้นักเรียนได้ลงมือ ปฏบิ ตั ิฝกึ ทกั ษะการคดิ เชงิ สถานการณแ์ ก้ปญั หาวางแผนการเรยี นรูต้ รวจสอบการเรยี นรู้และนาเสนอผา่ นการทากิจกรรมโครงงาน เพื่อให้เกิดทักษะความรู้ความเข้าใจและทักษะในการวิเคราะห์โจทย์ปัญหาจนสามารถนาเอาแนวคิดเชิงคานวณมา ประยกุ ต์ใช้ในการสร้างโครงงานไดเ้ พ่อื ให้ผูเ้ รยี นมคี วามรู้ความเข้าใจและนาข้อมลู ปฐมภมู ิเขา้ สรู่ ะบบคอมพวิ เตอร์วเิ คราะหป์ ระเมิน นาเสนอข้อมลู และสารสนเทศไดต้ ามวัตถุประสงค์ใช้ทักษะการคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงการเขียนโปรแกรม อยา่ งง่ายเพื่อช่วยในการแกป้ ัญหาใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างเข้าทาและรับผิดชอบต่อสังคมตลอดจนนาความรู้ ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมการดารงชีวิตจนสามารถพัฒนา กระบวนการคิดและจินตนาการความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสารความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผทู้ ีม่ ีจิตตะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีคุณธรรมจรยิ ธรรมและค่านิยมในการใชว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยแี ละเทคโนโลยี อยา่ งสร้างสรรค์ ตัวชวี้ ัด ว ๔.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔ รวมทั้งหมด ๔ ตัวช้วี ดั
204 รายวชิ า วทิ ยาการคานวณ ๑ โครงสร้างรายวชิ าพื้นฐาน ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น รหสั วชิ า ว๒๑๑๐๓ จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วย ช่ือหน่วยการ ตวั ชว้ี ดั สาระสาคญั เวลา น้าหนกั ท่ี เรียนรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน (๑๐๐) ๑ การออกแบบและ ว ๔.๒ ม.๑/ แนวคดิ เชงิ นามธรรมเปน็ การประเมนิ ความสาคัญของ ๖ ๓๐ ๔๐ การเขียน ๑-๒ รายละเอยี ดของปญั หาแยกแยะสว่ นทเ่ี ป็นสาระสาคญั ๒๐ ออกจากส่วนทไ่ี มใ่ ชส่ าระสาคญั อลั กอริทึม คอมพิวเตอรอ์ ัลกอริทมึ เปน็ แก่นของวิทยาการ คอมพิวเตอร์เป็นศาสตรท์ ีท่ าให้สามารถประมวลผลแบบที ละขน้ั ตอนซึง่ ทาให้คอมพวิ เตอรส์ ามารถประมวลผลเพ่ือ แกป้ ญั หาด้วยเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ การออกแบบอลั กอริทึมเพื่อแกป้ ญั หาทางคณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยา่ งง่ายอาจใช้แนวคิดเชิง นามธรรมในการออกแบบเพือ่ ใหก้ ารแก้ปญั หามี ประสทิ ธภิ าพ ๒ การออกแบบและ ว ๔.๒ ม.๑/ การออกแบบและเขยี นโปรแกรมทีม่ กี ารใช้ตวั แปร ๘ การเขยี นโปรแกรม ๒ เงอื่ นไขวนซา้ เบอื้ งตน้ การแกป้ ัญหาอย่างเป็นขน้ั ตอนจะชว่ ยให้แก้ปัญหาได้ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ซอฟต์แวรท์ ่ีใชใ้ นการเขยี นโปรแกรมเช่น scratch phython Java C ตัวอยา่ งโปรแกรมเช่นโปรแกรมสมการการเคลอ่ื นที่ โปรแกรมคานวณหาพ้ืนทโี่ ปรแกรมคานวณดัชนมี วลกาย ๓ การจัดการขอ้ มูล ว ๔.๒ ม.๑/ การรวบรวมข้อมลู จากแหลง่ ข้อมลู ปฐมภมู ปิ ระมวลผล ๔ สารสนเทศ ๓ สร้างทางเลือกประเมินผลจะทาใหไ้ ด้สารสนเทศเพื่อใชใ้ น การแก้ปัญหาหรอื การตัดสนิ ใจไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ การประมวลผลเปน็ การกระทากบั ขอ้ มลู เพ่ือใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ์ ท่มี คี วามหมายและมีประโยชนต์ อ่ การนาไปใช้งานสามารถ ทาไดห้ ลายวธิ ีเชน่ อัตราคานวณอตั ราส่วนคานวณคา่ เฉลี่ย การใช้ซอฟตแ์ วรห์ รอื บริการบนอนิ เตอร์เนต็ ท่หี ลากหลาย ในการรวบรวมประมวลผลสร้างทางเลือกประเมนิ ผล นาเสนอจะชว่ ยใหแ้ กป้ ญั หาไดอ้ ยา่ งรวดเร็วถูกต้องและ แมน่ ยา
205 หนว่ ย ชอ่ื หน่วยการ ตวั ชวี้ ดั สาระสาคญั เวลา น้าหนกั ที่ เรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน ว ๔.๒ ม.๑/ ความปลอดภัยของเทคโนโลยสี ารสนเทศคอื นโยบาย (๑๐๐) ๔ การใชเ้ ทคโนโลยี ๔ ขัน้ ตอนการปฏบิ ตั ิและมาตรการทางเทคนคิ ที่นามาใช้ ๑ สารสนเทศอยา่ ง ปอ้ งกันการใชง้ านจากบุคคลภายนอกการเปลยี่ นแปลง ๑๐ ปลอดภยั การขโมยหรอื การทาความเสียหายต่อเทคโนโลยี สารสนเทศ วิธีการปอ้ งกันและการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศจากภยั คุกคามต่างๆมหี ลายวิธเี ชน่ มนั ตรวจสอบและอัพเดท ระบบปฏิบตั กิ ารใหเ้ ป็นเวอร์ชน่ั ปจั จบุ ันและควรใชร้ ะบบ การปฏบิ ัติการและซอฟตแ์ วรท์ ่มี ลี ขิ สทิ ธ์ิไมเ่ ปดิ เผยขอ้ มลู จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศคือหลกั ศลี ธรรม จรรยาท่กี าหนดข้นึ เพือ่ ใชเ้ ป็นแนวทางปฏบิ ตั หิ รอื ควบคมุ การใชร้ ะบบคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ รวมตลอดภาคเรยี น ๒๐ ๑๐๐
206 คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี ๑ รหสั วิชา ว ๒๑๑๐๔ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ จานวน ๐.๕ หน่วยกิต เวลา ๒๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ศกึ ษาแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยใี นชีวิตประจาวันวิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยท่ีส่งผลต่อการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี ระบุปัญหาหรอื ความต้องการในชีวิตประจาวันรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลแนวคิดท่ีเก่ียวข้องกับปัญหาการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ตดั สนิ ใจเลอื กข้อมูลท่ีจาเป็นนาเสนอแนวทางการแก้ปญั หาให้ผู้อ่ืนเข้าใจวางแผนดาเนินการแก้ปัญหาด้วยการทดสอบประเมินผล ระบบข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นพร้อมท้ังหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไขและนาเสนอผลการแก้ปัญหาเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์เคร่ืองมือกล ไกลไฟฟา้ หรอื อิเล็กทรอนกิ สเ์ พอื่ แก้ปัญหาไดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสมและปลอดภัย โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานและการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐานเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝกึ ทักษะการคดิ เผชิญสถานการณ์แกป้ ัญหาวางแผนการเรยี นรู้และนาเสนอผ่านการทากจิ กรรมโครงงาน เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจความสัมพันธ์ของความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีมีผลต่อการพัฒนาเทคโนโลยี ประเภทตา่ งๆและการพฒั นาเทคโนโลยีท่ีส่งผลให้มีการคิดค้นความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าผลของเทคโนโลยี ต่อชีวิตสังคมและส่งิ แวดล้อมตลอดจนนาความรคู้ วามเขา้ ใจในวชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีและเทคโนโลยีไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ ต่อสังคมและการดารงชวี ติ จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะ ในการส่ือสารความสามารถในการตัดสินใจเป็นผู้ที่มีจิตกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมในการใช้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีและเทคโนโลยีอย่างสรา้ งสรรค์ ตวั ชี้วัด ว ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕ รวมทงั้ หมด ๕ ตัวชีว้ ัด
207 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี ๑ โครงสรา้ งรายวชิ าเพม่ิ เติม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ รหสั วิชา ว ๒๑๑๐๔ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หนว่ ชอื่ หน่วยการ ตวั ช้ีวัด สาระสาคัญ เวลา น้าหนัก ย เรยี นรู้ (ชั่วโมง คะแนน ท่ี ) (๑๐๐) ๑ เทคโนโลยี ว ๔.๑ เทคโนโลยเี ปน็ สงิ่ ทมี่ นษุ ย์สรา้ งหรอื พัฒนาขน้ึ ซึ่งอาจเปน็ ไดท้ ้งั ช้ินงาน ๒ ๑๐ รอบตวั ม.๑/๑ หรอื วิธกี ารเพ่ือใช้แกป้ ัญหา สนองความตอ้ งการ หรือเพิม่ ความสามารถในการทางานของมนษุ ย์ ๒ การ ว ๔.๑ เทคโนโลยีการเปลยี่ นแปลงตลอดเวลาต้ังแตอ่ ดตี จนปัจจุบนั ซึ่งมี เปลี่ยนแปลง ม.๑/๑ สาเหตหุ รือปจั จยั หลายด้าน เช่น การแก้ปัญหา ความต้องการ ความก้าวหนา้ ของศาสตรต์ า่ ง ๆ เศรษฐกิจ สังคม การเปลย่ี นแปลง ของ อาจเป็นการปรบั ปรุงกระบวนการผลิต ลักษณะทางกายภาพ วสั ดุ ๒ ๑๐ เทคโนโลยี หน้าที่ใชส้ อย ระบบกลไกการทางาน การใช้งาน รวมถึงประสิทธิภาพ และประสทิ ธผิ ลของส่งิ ของเครอื่ งใชห้ รอื วธิ กี าร โดยมีจดุ ประสงค์เพอ่ื แกป้ ัญหาหรอื สนองความต้องการของมนษุ ยใ์ ห้มากที่สดุ การเรียนรู้ สาเหตุและปจั จัยทสี่ ่งผลใหเ้ ทคโนโลยีเกดิ การเปลยี่ นแปลงน้นั ชว่ ยให้ เราเขา้ ใจแนวทางการออกแบบและสร้างเทคโนโลยที เี่ หมาะสม รวมถึงการเลือกใช้และพัฒนาเทคโนโลยตี อ่ ไปในอนาคต ๓ ระบบทาง ว ๔.๑ ระบบทางเทคโนโลยมี อี งคป์ ระกอบคือ ตวั ปอ้ น (input) กระบวนการ เทคโนโลยี ม.๑/๑ (process) ผลผลิต (output) และบางระบบมีขอ้ มลู ย้อนกลับ (feedback) องค์ประกอบทง้ั หมดจะทางานสมั พนั ธ์กนั เพ่ือให้ เทคโนโลยีน้ันทางานสาเรจ็ ตามวัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรแู้ ละทาความ ๒ ๑๐ เข้าใจระบบเทคโนโลยชี ว่ ยให้เราสามารถแก้ไขขอ้ บกพรอ่ งรวมท้ังดูแล รกั ษาเทคโนโลยใี ห้ทางานได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพและมอี ายุการใช้งาน ยาวนาน ๔ วสั ดุและ ว ๔.๑ วสั ดแุ ละเคร่ืองมือชา่ งพืน้ ฐานมีหลายประเภทแตล่ ะประเภทมี เคร่อื งมอื ชา่ ง ม.๑/๕ จดุ ประสงค์ในการนาไปใชง้ านทแ่ี ตกต่างกนั ดังนั้นในการสร้างชนิ้ งาน ๔ ๒๐ พน้ื ฐาน จาเปน็ ต้องพิจารณาสมบตั ิของวัสดุให้เหมาะสมกับการนาไปใชง้ าน รวมถงึ ควรเลือกใชเ้ คร่ืองมอื ชา่ งพื้นฐานให้เหมาะสมกบั ประเภทของ งานใชใ้ หถ้ ูกตอ้ งและคานึงถงึ ความปลอดภยั ๕ กลไก ไฟฟ้า ว ๔.๑ กลไก ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ ปน็ องคป์ ระกอบสาคญั ในส่งิ ของ และ ม.๑/๕ เคร่อื งใชท้ ่ีชว่ ยให้มนุษยท์ างานไดส้ ะดวกและมปี ระสิทธภิ าพมากขนึ้ ๒ ๑๐ อเิ ล็กทรอนกิ หากสังเกตสง่ิ ของเครื่องใช้รอบตัวเราจะพบวา่ มีการเปลยี่ นแปลงการ สเ์ บือ้ งต้น ทางานทซ่ี บั ซ้อนมากข้ึนตามความสามารถในการคน้ พบความรูใ้ หมๆ่ ของมนษุ ย์ทง้ั น้กี เ็ พ่ือแกป้ ัญหาและตอบสนองความตอ้ งการของมนุษย์ ๖ กระบวนการ ว ๔.๑ การแกป้ ญั หาตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมจะชว่ ยให้ ออกแบบเชิง ม.๑/๒-๔ ผู้ปฏิบัติงานทางานเปน็ ข้นั ตอนทาให้การกาหนดปญั หาซึง่ เปน็ ๓ ๑๕ วศิ วกรรม จุดเรม่ิ ตน้ ของการทางานมคี วามชดั เจนรวบรวมขอ้ มลู ไดค้ รอบคลมุ และตรงประเด็นมีการวเิ คราะหแ์ ละเปรยี บเทียบทางเลอื กท่ีเหมาะสม ท่สี ุดในการแกป้ ญั หามกี ารออกแบบเพือ่ ช่วยสอื่ สารใหผ้ ู้ปฏบิ ตั งิ าน ดว้ ยกันเข้าใจตรงกนั และยงั มกี ารทดสอบการทางานเพอื่ ให้สามารถ
208 หน่ว ช่อื หนว่ ยการ ตวั ช้ีวัด สาระสาคญั เวลา น้าหนกั ย เรียนรู้ (ช่วั โมง คะแนน ที่ ) (๑๐๐) ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขนึ้ ซง่ึ การทางานอย่างเปน็ ขนั้ ตอนนี้นอกจากจะ ชว่ ยลดขอ้ ผิดพลาดรถทรัพยากรทใ่ี ชใ้ นการทางาน เช่น เวลา คน วัสดุ อปุ กรณ์ เพราะมีการวางแผนกอ่ นลงมอื ปฏิบตั งิ านแล้วยังสามารถนา กระบวนการนไ้ี ปใชใ้ นการแกป้ ัญหาในสระสถานการณต์ า่ ง ๆทเ่ี กิดข้ึน ในชีวติ ประจาวันเพื่อเพ่ิมประสทิ ธิภาพในการทางานได้ ๗ กรณศี ึกษา ขน้ั ตอนการทางานทค่ี ล้ายคลงึ กนั คอื เริม่ ตน้ จากการระบปุ ญั หาแลว้ จึง การทางาน รวบรวมขอ้ มลู ที่เก่ียวขอ้ งกับการแกป้ ญั หาและตดั สนิ ใจเลอื กวิธกี าร ตาม แก้ปญั หาทเ่ี หมาะสมกับสถานการณแ์ ละเงอ่ื นไขท่มี ีอยเู่ มื่อได้วิธีการ กระบวนการ ออกแบบเชงิ ในการแก้ปัญหาแลว้ กน็ าวธิ ีการนน้ั มาออกแบบโดยกาหนด วิศวกรรม ว ๔.๑ รายละเอยี ดของการแกป้ ัญหาที่ชดั เจนซึง่ การแก้ปญั หานนั้ สามารถทา ๕ ๒๕ ม.๑/๒-๔ ได้ในรูปแบบของวธิ ีการหรอื สรา้ งออกมาเปน็ ชนิ้ งานจากนั้นลงมอื สรา้ งตามทไ่ี ด้ออกแบบไว้เมอ่ื สรา้ งเสร็จกจ็ ะทาการทดลองวา่ เป็นไป ตามเง่อื นไขที่กาหนดไว้หรือไมห่ ากเกิดข้อผิดพลาดหรอื บกพร่องก็จะ มีการปรับปรุงแกไ้ ขเพือ่ ใหท้ างานได้อยา่ งสมบรู ณม์ ากขน้ึ ซง่ึ การ ทางานในบางครง้ั อาจมกี ารย้อนขนั้ ตอนกลับไปมาเพื่อพฒั นางานใหม้ ี ประสิทธภิ าพยง่ิ ขนึ้ รวมตลอดภาคเรยี น ๒๐ ๑๐๐
209 คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ 3 รหัสวิชา ว 22101 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 จานวน ๑.๐ หน่วยกติ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ศกึ ษา อธบิ าย วิเคราะห์เกี่ยวกับ อวัยวะและหน้าที่ของอวัยวะท่ีเกี่ยวข้องในระบบหายใจ กลไกการหายใจเข้าและออก กระบวนการแลกเปล่ียนแกส๊ ความสาคัญของระบบหายใจ แนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะในระบบหายใจอวัยวะและหน้าที่ของ อวยั วะในระบบขับถ่ายในการกาจัดของเสียทางไต ความสาคัญของระบบขับถ่ายการปฏิบัติตนท่ีช่วยให้ระบบขับถ่ายทาหน้าที่ได้ อยา่ งปกตโิ ครงสร้างและหนา้ ทขี่ องหวั ใจหลอดเลือด และเลือดการทางานของระบบหมุนเวียนเลือดการเปรียบเทียบอัตราการเต้น ของหวั ใจ ขณะปกติและหลงั ทากิจกรรมความสาคญั ของระบบหมนุ เวยี นเลือดแนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะในระบบหมุนเวียน เลือดให้ทางานเป็นปกติ อวัยวะและหน้าที่ของอวัยวะในระบบประสาทส่วนกลางในการควบคุมการทางานต่างๆ ของร่างกาย ความสาคัญของระบบประสาท การดูแลรักษาและการป้องกันการกระทบกระเทือนและอันตรายต่อสมองและไขสันหลังอวัยวะ และหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธ์ุของเพศชายและเพศหญิงฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิงท่ีควบคุมการเปลี่ยนแปลงของ ร่างกาย เมือ่ เขา้ สู่วัยหน่มุ สาวการเปล่ียนแปลงของรา่ งกายเมื่อเขา้ สูว่ ยั หน่มุ สาวการดแู ลรักษารา่ งกายและจิตใจของตนเองในช่วงท่ี มีการเปลี่ยนแปลงการตกไข่การมีประจาเดือนการปฏิสนธิและการพัฒนาของไซโกตจนคลอดเป็นทารก วิธีการคุมกาเนิดท่ี เหมาะสมกับสถานการณ์ทีก่ าหนดผลกระทบของการต้ังครรภ์กอ่ นวัยอนั ควร การแยกสารผสมโดยการระเหยแหง้ การตกผลกึ การ กล่ันอย่างง่าย โครมาโทกราฟี บนกระดาษ การสกัดด้วยตัวทาละลาย วิธีการแยกสารไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน ออกแบบ การทดลองในการอธบิ ายผลของชนิดตัวละลาย ชนิดตัวทาละลาย อุณหภมู ทิ ่ีมผี ลต่อสภาพการละลายได้ของสาร ผลของความดันที่ มผี ลตอ่ สภาพละลายไดข้ องสารโดยใช้สารสนเทศ ตัวละลายในสารละลายในหน่วย ความเข้มข้นเป็นร้อยละ ปริมาตรต่อปริมาตร มวลต่อมวล และมวลตอ่ ปรมิ าตร โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ เพื่อฝึกทักษะ การทดลอง แปลความหมาย และการนาเสนอขอ้ มูล เพือ่ ใหเ้ กิด ความร้คู วามเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้อย่างถกู ต้อง ตระหนักเลอื ก ปอ้ งกัน ดแู ลรักษา ประพฤติตน ปฏิบัติตน ประยุกต์ใช้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ และ สามารถดารงชวี ิตบนพน้ื ฐานของความพอเพียง ตัวช้ีวดั ว 1.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 ม.2/11 ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15 ม.2/16 ม.2/17 ว 2.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 รวมทั้งหมด 23 ตวั ช้วี ัด
210 รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ ๓ โครงสร้างรายวชิ าพ้ืนฐาน ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ รหัสวชิ า ว ๒๒๑๐๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๐ หน่วยกติ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วย ช่อื หน่วย ตัวชวี้ ัด สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั ที่ การเรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน ระบบตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย รา่ งกายมนษุ ย์ประกอบดว้ ยระบบต่าง ๆ (๑๐๐) ๑ ระบบ ว 1.2 มากมายเนื่องจากมนุษยจ์ ัดเป็นส่งิ มีชวี ิตท่มี กี ลไกการทางานท่ี ๒๐ รา่ งกาย ม.2/1-17 สลับซบั ซอ้ น การศึกษาระบบที่ทางานเฉพาะเหล่านจ้ี งึ จาเปน็ อย่างยงิ่ ๔๐ มนษุ ย์ เพ่ือใหเ้ ข้าใจ ในรา่ งกายของมนษุ ย์ประกอบดว้ ยระบบต่างๆเช่น ระบบ ๑๐ ย่อยอาหาร ระบบหมนุ เวียนเลอื ด ระบบหายใจ ระบบขับถา่ ย ระบบ ๒๐ ๒ การแยก ว 2.1 กล้ามเนอ้ื ระบบประสาท ระบบสบื พันธ์ุ ระบบโครงกระดูก และ ๑๐ สารผสม ม.2/1-3 ระบบภมู ิค้มุ กัน ๔0 ๔๐ สารเน้ือเดียวประเภทสารละลายทม่ี สี ารต่างชนิดกนั มาผสมกนั ในการ ๓ สารละลาย ว 2.1 แยกใหบ้ รสิ ุทธิ์ ข้ึนอยกู่ บั ว่าลักษณะองค์ประกอบของสารเนอ้ื เดยี ว 100 ม.2/4-6 ชนิดน้ัน ซง่ึ ในการทาให้บรสิ ทุ ธจ์ิ ะมวี ธิ ีการต่าง ๆ เช่น การ ระเหยแหง้ การกล่นั การกลัน่ ลาดบั สว่ น การตกผลึก โครมาโทก ราฟี การสกดั ด้วยตัวทาละลาย การสกดั โดยการกล่นั ดว้ ยไอนา้ เป็น ตน้ สารละลายเปน็ สารผสมประเภทสารเนื้อเดยี วประกอบด้วยอนุภาคทม่ี ี ขนาดนอ้ ยกว่า 10-7 cm องค์ประกอบทม่ี ีปริมาณมากทสี่ ุดเปน็ ตัวทา ละลายและองค์ประกอบอืน่ ๆ เปน็ ตวั ละลาย สถานะชองสารละลาย ขึ้นอยู่กับสถานะของตัวทาละลาย ซึ่งมีท้ังของแขง็ ของเหลว และแก๊ส รวมตลอดภาคเรยี น
211 คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ 4 รหัสวชิ า ว ๒2๑๐2 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 จานวน ๑.๐ หน่วยกติ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ศึกษา อธบิ าย วิเคราะหเ์ ก่ียวกับแรงในชีวิตประจาวัน ผลของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุลักษณะการเคล่ือนท่ีแบบต่าง ๆ ของ วัตถุ แรงเสียดทาน วิธีการลดหรือเพ่ิมแรงเสียดทาน โมเมนต์ของแรง เม่ือวัตถุอยู่ในสภาพสมดุลต่อการหมุน และคานวณโดยใช้ สมการ M = Fl สนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า และสนามโน้มถ่วง และทิศทางของแรงที่กระทาต่อวัตถุท่ีอยู่ในแต่ละสนาม แรง แมเ่ หล็ก แรงไฟฟา้ และแรงโน้มถว่ งที่กระทาตอ่ วัตถอุ ัตราเรว็ และความเร็วของการเคล่อื นที่ของวตั ถโุ ดยใช้สมการ V= s/t และ V= s/t การกระจดั และความเร็ว คานวณเก่ียวกับงานและกาลงั ทีเ่ กดิ จากแรงท่กี ระทาตอ่ วัตถโุ ดยใชส้ มการ W = Fsและ P = หลักการ ทางานของเคร่อื งกลอย่างงา่ ยปจั จยั ที่มีผลตอ่ พลงั งานจลน์ และพลงั งานศักย์โน้มถ่วงการเปล่ียนพลังงานระหว่างพลังงานศักย์โน้ม ถ่วงและพลังงานจลน์ของวัตถุการเปล่ียนและการถ่ายโอนพลังงานโดยใช้กฎการอนุรักษ์พลังงาน เช้ือเพลิงซากดึกดาบรรพ์ พลังงานทดแทนโครงสร้างภายในโลก ตามองค์ประกอบทางเคมี สมบัติบางประการของดินน้า แนวทางการใช้น้าอย่างย่ังยืนใน ทอ้ งถ่ิน ผลกระทบของนา้ ทว่ ม การกดั เซาะชายฝงั่ ดนิ ถล่ม หลุมยบุ แผ่นดินทรดุ โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ เพ่ือฝึกทักษะ การทดลอง แปลความหมาย และการนาเสนอขอ้ มลู เพือ่ ใหเ้ กดิ ความร้คู วามเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ตระหนักเลือก ปอ้ งกัน ดแู ลรกั ษา ประพฤติตน ปฏิบัติตน ประยุกต์ใช้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ และ สามารถดารงชีวิตบนพื้นฐานของความพอเพียง ตวั ช้ีวดั ว 2.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ว 2.2 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 ม.2/11 ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15 ว 2.3 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ว 3.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 รวมทงั้ หมด 31 ตัวชว้ี ดั
212 รายวิชา วิทยาศาสตร์ ๔ โครงสร้างรายวชิ าพ้ืนฐาน ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๒ รหัสวิชา ว ๒๒๑๐2 เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ภาคเรยี น จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วย ช่อื หน่วย ตัวชี้วัด สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั ท่ี การเรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน (๑๐๐) ๑ แรงและการ เคลอ่ื นท่ี ว2.๒ เมือ่ ทศิ ของแรงทก่ี ระทามที ศิ ทางเดยี วกับทิศท่วี ัตถเุ คลื่อนที่จะทาให้ ๑๕ ๔๐ ม.๒/1-๑๕ วัตถเุ คลอ่ื นท่เี รว็ ขน้ึ วตั ถเุ คล่ือนทชี่ ้าลงเมื่อทศิ ของแรงทีก่ ระทามีทิศ ตรงกนั ขา้ มกับทิศทว่ี ตั ถเุ คลอ่ื นท่ี และถา้ แรงท่กี ระทาไม่อยใู่ นแนว เดยี วกบั ท่ีวตั ถุเคล่อื นที่ จะทาใหท้ ศิ ทางการเคล่อื นท่ขี องวตั ถุ เปล่ียนไป ๒ งานและ ว2.๓ พลงั งานกลเปน็ พลังงานที่ทาให้วัตถเุ คลื่อนที่ การใหง้ านแกว่ ัตถเุ ป็น ๑๐ ๒๐ พลงั งาน ม.๒/1-๖ การถ่ายโอนพลงั งานให้วัตถุ พลังงานนี้เปน็ พลงั งานกลซึง่ ประกอบดว้ ย พลังงานศักย์และพลงั งานจลน์ พลงั งานจลน์เปน็ พลงั งานของวตั ถุ เคล่ือนท่ี ส่วนพลังงานศกั ยโ์ น้มถว่ งของวัตถุเป็นพลงั งานของวัตถุที่อยู่ สงู จากพ้นื โลก ๓ โลกและการ ว 3.2 การผุพังอยู่กบั ที่ การกร่อน การพัดพา การทบั ถม และการตกผลกึ ๑๕ ๔๐ เปลยี่ นแปลง ม.๒/๑-๑๐ เป็นกระบวนการสาคญั ทที่ าให้พ้ืนผวิ โลกเกดิ การเปลยี่ นแปลงเป็นภมู ิ ลกั ษณ์ตา่ ง ๆ โดยมลี ม นา้ ธารน้าแข็ง คล่ืน และ แรงโน้มถว่ งของโลก เปน็ ตวั การสาคัญ รวมตลอดภาคเรียน ๔0 100
213 คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน รายวชิ า วทิ ยาการคานวณ ๒ รหสั วชิ า ว ๒๒๑๐3 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑ จานวน ๐.๕ หนว่ ยกิต เวลา ๒๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ศกึ ษาการออกแบบอลั กอริทึมที่ใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาหรือการทางานท่ีพบในชีวิตจริงการออกแบบและ เขียนโปรแกรมที่ใช้ตรรกะและฟังก์ชันในการแก้ปัญหาการเขียนโปรแกรมโดยใช้ซอฟต์แวร์ Scratch อธิบายองค์ประกอบและ หลักการทางานของระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการส่ือสารเพื่อประยุกต์ใช้งานหรือแก้ปัญหาเบื้องต้นตลอดจนการใช้ เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั มคี วามรบั ผิดชอบ สรา้ ง และแสดงสิทธิในการเผยแพรผ่ ลงาน โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning) รายการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็น ฐาน (Project-based Learning) เพ่ือเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติฝึกทักษะการคิดเชิงสถานการณ์แก้ปัญหาวางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนร้แู ละนาเสนอผ่านการทากจิ กรรมโครงงานเพื่อใหเ้ กิดทกั ษะความรคู้ วามเข้าใจและทกั ษะในการวิเคราะห์โจทย์ ปัญหาจึงสามารถนาเอาแนวคิดเชิงคานวณมาประยุกต์ใช้ในการสรา้ งโครงงานได้ ให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในการนาข้อมูลปฐมภูมิเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์วิเคราะห์ประเมินนาเสนอข้อมูลและ สารสนเทศไดต้ ามวัตถปุ ระสงค์ใชท้ ักษะการคดิ เชิงคานวณในการแก้ปญั หาทีพ่ บในชีวิตจรงิ และเขียนโปรแกรมอย่างง่ายเพ่ือช่วยใน การแกป้ ญั หาใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารอย่างรู้เท่าทันและรับผิดชอบต่อสังคมตลอดจนนาความรู้ความเข้าใจในวิชา วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยแี ละเทคโนโลยไี ปใชใ้ ห้เกิดประโยชนต์ อ่ สังคมและการดารงชีวิตจนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและ จนิ ตนาการมคี วามสามารถในการแกป้ ญั หาและมีทักษะในการสอ่ื สารมคี วามสามารถในการตัดสินใจและเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมและค่านิยมการใชว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ใช้เทคโนโลยีบน พื้นฐานของความพอเพียง ตวั ช้วี ัด ว. ๔.๒ ม.๒/๑ ออกแบบอลั กอรทิ มึ ท่ีใชแ้ นวคิดเชงิ คานวณในการแกป้ ญั หา หรือการทางานท่พี บในชีวติ จริง ว. ๔.๒ ม.๒/๒ ออกกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใชต้ รรกะและฟงั ก์ชันในการแก้ปัญหา ว. ๔.๒ ม.๒/๓ อภปิ รายองค์ประกอบและหลักการทางานของระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการสือ่ สาร เพอ่ื ประยกุ ต์ใช้ งานหรอื แก้ปญั หาเบอื้ งต้น ว. ๔.๒ ม.๒/๔ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย มีความรบั ผิดชอบ สรา้ งและแสดงสทิ ธ์ใิ นการเผยแพรผ่ ลงาน รวมทั้งหมด ๔ ตัวชว้ี ดั
214 รายวิชา วิทยาการคานวณ ๒ โครงสร้างรายวชิ าพืน้ ฐาน ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑ รหสั วิชา ว ๒๒๑๐3 เวลา ๒๐ ช่วั โมง/ภาคเรียน จานวน ๐.๕ หน่วยกติ กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่ ชื่อหน่วย ตวั ชีว้ ดั สาระสาคญั เวลา น้าหนกั วย การเรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน ที่ (๑๐๐) ๑ เทคโนโลยี ว ๔.๑ เทคโนโลยีเปน็ ส่งิ ทีม่ นษุ ย์สรา้ งหรอื พัฒนาขนึ้ ซงึ่ อาจเป็นได้ท้งั ๒ ๑๐ รอบตัว ม.๑/๑ ชน้ิ งานหรอื วธิ กี ารเพอ่ื ใช้แกป้ ัญหา สนองความตอ้ งการ หรอื เพม่ิ ความสามารถในการทางานของมนษุ ย์ ๒ การ ว ๔.๑ เทคโนโลยีการเปลย่ี นแปลงตลอดเวลาตงั้ แตอ่ ดตี จนปจั จบุ นั ซงึ่ มี ๒ ๑๐ เปลี่ยนแปล ม.๑/๑ สาเหตุหรือปจั จยั หลายด้าน เช่น การแกป้ ัญหา ความต้องการ งของ ความกา้ วหน้าของศาสตร์ตา่ ง ๆ เศรษฐกจิ สังคม การเปลย่ี นแปลง เทคโนโลยี อาจเป็นการปรบั ปรุงกระบวนการผลติ ลักษณะทางกายภาพ วสั ดุ หน้าท่ีใชส้ อย ระบบกลไกการทางาน การใชง้ าน รวมถงึ ประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลของส่ิงของเคร่ืองใชห้ รอื วิธกี าร โดยมี จุดประสงคเ์ พอ่ื แก้ปญั หาหรือสนองความตอ้ งการของมนษุ ย์ให้มาก ทสี่ ดุ การเรียนร้สู าเหตุและปจั จยั ท่ีส่งผลให้เทคโนโลยเี กดิ การ เปลย่ี นแปลงนั้น ช่วยให้เราเข้าใจแนวทางการออกแบบและสร้าง เทคโนโลยที ่เี หมาะสม รวมถึงการเลือกใช้และพฒั นาเทคโนโลยี ตอ่ ไปในอนาคต ๓ ระบบทาง ว ๔.๑ ระบบทางเทคโนโลยมี ีองคป์ ระกอบคือ ตวั ปอ้ น (input) ๒ ๑๐ เทคโนโลยี ม.๑/๑ กระบวนการ (process) ผลผลิต(output) และบางระบบมขี อ้ มลู ย้อนกลับ (feedback) องค์ประกอบท้งั หมด จะทางานสมั พนั ธก์ นั เพอื่ ให้เทคโนโลยนี ั้นทางานสาเรจ็ ตาม วัตถุประสงคก์ ารเรียนร้แู ละทาความเขา้ ใจระบบเทคโนโลยีชว่ ยให้ เราสามารถแกไ้ ขข้อบกพรอ่ งรวมท้งั ดูแลรกั ษาเทคโนโลยใี ห้ทางาน ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพและมอี ายกุ ารใชง้ านยาวนาน ๔ วสั ดุและ ว ๔.๑ วสั ดุและเครอ่ื งมอื ชา่ งพื้นฐานมหี ลายประเภทแตล่ ะประเภทมี ๔ ๒๐ เครื่องมือ ม.๑/๕ จุดประสงค์ในการนาไปใช้งานทแี่ ตกตา่ งกนั ดังนั้นในการสร้างชิน้ งาน จาเป็นต้องพจิ ารณาสมบัตขิ องวัสดุใหเ้ หมาะสมกบั การนาไปใช้งาน ชา่ งพ้ืนฐาน รวมถงึ ควรเลอื กใชเ้ ครอ่ื งมือชา่ งพน้ื ฐานให้เหมาะสมกับประเภทของ งานใช้ให้ถกู ต้องและคานงึ ถงึ ความปลอดภัย ๕ กลไก ไฟฟา้ ว ๔.๑ กลไก ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ ปน็ องคป์ ระกอบสาคญั ในส่งิ ของ ๒ ๑๐ ๓ ๑๕ และ ม.๑/๕ เคร่ืองใช้ทช่ี ่วยให้มนษุ ย์ทางานไดส้ ะดวกและมปี ระสทิ ธิภาพมากขนึ้ หากสังเกตส่งิ ของเครอ่ื งใชร้ อบตวั เราจะพบวา่ มีการเปล่ยี นแปลงการ อิเล็กทรอนิ ทางานทซี่ ับซอ้ นมากขึน้ ตามความสามารถในการค้นพบความร้ใู หม่ๆ กส์เบอื้ งต้น ของมนุษยท์ ง้ั นกี้ เ็ พ่ือแกป้ ัญหาและตอบสนองความตอ้ งการของ มนษุ ย์ ๖ กระบวนการ ว ๔.๑ การแกป้ ญั หาตามกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมจะชว่ ยให้ ออกแบบเชิง ม.๑/๒-๔ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านทางานเปน็ ข้นั ตอนทาให้การกาหนดปญั หาซึง่ เปน็ จุดเรม่ิ ต้นของการทางานมีความชดั เจนรวบรวมขอ้ มลู ไดค้ รอบคลุม
215 หน่ ชือ่ หน่วย ตัวชว้ี ดั สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก วย การเรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน ที่ (๑๐๐) วศิ วกรรม และตรงประเดน็ มกี ารวเิ คราะหแ์ ละเปรียบเทียบทางเลือกท่ี เหมาะสมทสี่ ดุ ในการแก้ปญั หามีการออกแบบเพ่ือช่วยสอื่ สารให้ ผปู้ ฏบิ ตั ิงานดว้ ยกนั เขา้ ใจตรงกนั และยงั มีการทดสอบการทางาน เพือ่ ให้สามารถปรบั ปรงุ แกไ้ ขใหด้ ขี ึน้ ซงึ่ การทางานอยา่ งเปน็ ขั้นตอน นี้นอกจากจะช่วยลดขอ้ ผิดพลาดรถทรัพยากรท่ใี ชใ้ นการทางาน เชน่ เวลา คน วสั ดุ อปุ กรณ์ เพราะมีการวางแผนก่อนลงมือปฏบิ ัตงิ าน แล้วยงั สามารถนากระบวนการนไ้ี ปใชใ้ นการแกป้ ญั หาในสระ สถานการณ์ตา่ ง ๆทเ่ี กดิ ขึ้นในชวี ติ ประจาวันเพอื่ เพมิ่ ประสิทธภิ าพใน การทางานได้ ๗ กรณศี กึ ษา ว ๔.๑ ขน้ั ตอนการทางานท่คี ล้ายคลึงกันคอื เริ่มตน้ จากการระบุปญั หาแล้ว ๕ ๒๕ การทางาน ม.๑/๒-๔ จึงรวบรวมข้อมลู ที่เกยี่ วขอ้ งกับการแกป้ ญั หาและตดั สนิ ใจเลอื ก ตาม วิธีการแกป้ ญั หาทเ่ี หมาะสมกบั สถานการณ์และเงือ่ นไขทีม่ อี ยเู่ มอ่ื ได้ กระบวนการ ออกแบบเชิง วิธีการในการแกป้ ัญหาแล้วก็นาวิธกี ารน้ันมาออกแบบโดยกาหนด วิศวกรรม รายละเอยี ดของการแกป้ ญั หาท่ชี ดั เจนซึ่งการแก้ปญั หาน้นั สามารถ ทาไดใ้ นรปู แบบของวิธกี ารหรือสรา้ งออกมาเป็นชิน้ งานจากนั้นลงมอื สรา้ งตามที่ได้ออกแบบไว้เม่ือสรา้ งเสรจ็ กจ็ ะทาการทดลองวา่ เป็นไป ตามเงือ่ นไขทก่ี าหนดไวห้ รือไมห่ ากเกิดข้อผดิ พลาดหรอื บกพรอ่ งก็จะ มีการปรับปรุงแกไ้ ขเพอ่ื ใหท้ างานได้อย่างสมบรู ณม์ ากขึ้นซง่ึ การ ทางานในบางครงั้ อาจมกี ารยอ้ นขนั้ ตอนกลบั ไปมาเพ่ือพัฒนางานให้ มปี ระสทิ ธิภาพยิ่งขนึ้ รวมตลอดภาคเรียน 20 100
216 คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี ๒ รหัสวิชา ว ๒๒๑๐4 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นที่ 2 จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาสาเหตุหรือปัจจัยที่ทาให้เกิดการเปล่ียนแปลงเทคโนโลยี ตลอดจนคาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยี ในอนาคต เลือกใช้เทคโนโลยีโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิต สังคม และส่ิงแวดล้อม ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดย วิเคราะห์ เปรียบเทียบและเลือกข้อมูลท่ีจาเป็นเพ่ือออกแบบวิธีการแก้ปัญหาใน ชุมชนหรือท้องถ่ินในด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม การเกษตรและอาหาร และสร้างช้นิ งานหรอื พฒั นาวิธีการโดย ใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้งเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เคร่อื งมอื ในการแกป้ ญั หาได้อยา่ งถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานและการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐานเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝกึ ทกั ษะการคิดเผชญิ สถานการณแ์ ก้ปญั หาวางแผนการเรียนร้แู ละนาเสนอผา่ นการทากิจกรรมโครงงาน เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจความสัมพันธ์ของความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีมีผลต่อการพัฒนาเทคโนโลยี ประเภทต่างๆและการพัฒนาเทคโนโลยีที่ส่งผลให้มีการคิดค้นความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีก้าวหน้าผลของเทคโนโลยี ตอ่ ชวี ิตสังคมและส่งิ แวดล้อมตลอดจนนาความรู้ความเขา้ ใจในวิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีและเทคโนโลยไี ปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ ตอ่ สังคมและการดารงชีวติ จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะ ในการส่ือสารความสามารถในการตัดสินใจเป็นผู้ที่มีจิตกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมในการใช้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีและเทคโนโลยอี ยา่ งสร้างสรรค์ ตัวชี้วดั ว ๔.๑ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ว ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕ รวมท้งั หมด ๕ ตวั ชีว้ ัด
217 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี ๒ โครงสรา้ งรายวชิ าพื้นฐาน ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ รหสั วชิ า ว ๒๒๑๐4 เวลา ๒๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน จานวน ๐.๕ หน่วยกติ หน่วย กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ ตวั ชี้วดั สาระสาคญั เวลา น้าหนกั ที่ (ช่วั โมง) คะแนน (๑๐๐) ๑ คาดการณ์เทคโนโลยี ม.๒/๑ คาดการณ์แนวโนม้ เทคโนโลยที จี่ ะเกดิ ขึ้นโดย ๒ ๑๐ ในอนาคต พิจารณาจากสาเหตุหรือปจั จัยทส่ี ง่ ผลตอ่ การ เปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยี และวเิ คราะห์ เปรียบเทยี บ ตัดสินใจเลอื กใช้เทคโนโลยี โดย คานึงถึง ผลกระทบทเ่ี กดิ ข้นึ ต่อชวี ิต สังคม และส่ิง แวด ๒ การแกป้ ัญหา ม.๒/๒ ปญั หาหรอื ความตอ้ งการในชมุ ชนหรอื ท้องถิ่น สรปุ ๕ ๒๐ กรอบของปญั หา รวบรวม วเิ คราะห์ข้อมลู และ แนวคิดทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั ปัญหา ๓ การคดิ เชงิ ออกแบบ ม.๒/๓ ออกแบบวิธีการแก้ปญั หา โดยวิเคราะหเ์ ปรยี บเทียบ ๕ ๔๐ และตดั สนิ ใจเลอื กข้อมลู ทีจ่ าเป็นภายใต้เงอ่ื นไข และ ทรัพยากรท่ีมอี ยู่ นาเสนอแนวทางการแก้ปญั หาให้ ผูอ้ น่ื เขา้ ใจ วางแผนข้นั ตอนการท างานและ ดาเนนิ การแกป้ ญั หาอย่างเป็นข้ันตอน ๔ วางแผน สรา้ งสรรค์ ม.๒/๔ ทดสอบ ประเมนิ ผล และอธิบายปญั หาหรอื ๕ ๒๐ และนาเสนอ ขอ้ บกพรอ่ งท่ีเกดิ ข้นึ ภายใต้กรอบเงื่อนไข พร้อมทั้ง หา แนวทางการปรับปรงุ แก้ไข และนาเสนอผลการ แกป้ ญั หา ๕ วสั ดุ อปุ กรณ์ทาง ม.๒/๕ วสั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมอื กลไก ไฟฟ้า และ ๓ ๑๐ เทคโนโลยี อเิ ล็กทรอนกิ สเ์ พือ่ แก้ปญั หา หรือพฒั นางานได้อยา่ ง ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั รวมตลอดภาคเรยี น 20 100
218 รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ ๕ คาอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ รหัสวิชา ว ๒๓๑๐๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๐ หน่วยกติ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศกึ ษา อธบิ าย วเิ คราะห์ สมบัติทางกายภาพเก่ียวกับองค์ประกอบของระบบนิเวศท่ีได้จากการสารวจ สร้างแบบจาลอง การถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหาร ความสัมพันธ์ของผู้ผลิต ผู้บริโภคและผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ในระบบนิเวศ การสะสม สารพิษในสงิ่ มีชวี ิตในห่วงโซอ่ าหาร ความสมั พันธข์ องสิ่งมีชวี ติ และสงิ่ แวดลอ้ มในระบบนเิ วศ ศึกษาความสัมพันธร์ ะหว่าง ยีน ดีเอ็น เอ และโครโมโซม โดยใช้แบบจาลองเก่ียวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากการผสมโดยพิจารณาลักษณะเดียวที่แอลลี ลเด่น แอลลีลด้อย การเกิดจีโนไทป์ และ ฟีโนไทป์ของลูกและคานวณอัตราส่วนการเกิด การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสและไมโอซิส การเปล่ยี นแปลงของยีน โครโมโซม ความรเู้ รื่องโรคพันธุกรรม ผลกระทบของส่ิงมีชวี ิตต่อการดัดแปลงพันธุกรรมท่ีมีต่อมนุษย์และ สิ่งแวดล้อม ความหลากหลายของชีวภาพในระบบนิเวศ วัสดุประเภทพอลิเมอร์ เซรามิกซ์ วัสดุผสม การเกิดปฏิกิริยาเคมี การ จดั เรียงตัวใหม่ของอะตอมโดยใช้แบบจาลองและสมการข้อความแสดงปฏิกิริยา กฎทรงมวล ปฏิกิริยาดูดความร้อน ปฏิกิริยาคาย ความร้อน จากการเปล่ียนแปลงพลังงานความร้อนของปฏิกิริยา การเกิดสนิมเหล็ก ปฏิกิริยากรดกับโลหะ ปฏิกิริยากรดเบส และ ปฏิกิริยาของเบสกับโลหะ ปฏิกิริยาเผาไหม้ การเกิดฝนกรด การสังเคราะห์ด้วยแสง ประโยชน์และโทษของปฏิกิริยาเคมีต่อ สง่ิ แวดลอ้ ม การปอ้ งกนั และแกป้ ัญหาที่เกดิ จากปฏกิ ิรยิ าเคมี โดยใช้ทักษะกระบวนการความสัมพันธ์ของเทคโนโลยี เพื่อฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การ สบื เสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ การสืบคน้ ขอ้ มูลและการอภิปราย สามารถสื่อสาร สิง่ ทเ่ี รยี นรู้ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ นาความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ท่ีเป็นแนวทางในการแกป้ ญั หา พัฒนางาน และพัฒนา อาชพี เพื่อให้เกิด ความตระหนกั เกดิ แนวคดิ และวธิ ีการแกป้ ญั หา เกิดความสามารถวางแผนข้ันตอนการทางาน แนวทางการ แก้ปัญหาให้ผู้อื่นเข้าใจเทคนิควิธีการท่ีหลากหลายมาปรับปรุง แก้ไข และนาเสนอผลจากการแก้ปัญหามีจิตวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี จริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมทีเ่ หมาะสม ให้ผู้เรยี นมีความรู้ และสามารถดารงชีวิตบนพน้ื ฐานของความพอเพยี ง ตวั ชี้วัด ว 1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ว 1.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9 ม.3/10 ม.3/11 ว 2.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 รวมท้งั หมด 25 ตวั ช้วี ดั
219 รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ ๕ โครงสร้างรายวชิ าพนื้ ฐาน ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ รหัสวชิ า ว ๒๓๑๐๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น จานวน ๑.๐ หน่วยกติ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วย ชือ่ หน่วย ตัวชว้ี ัด สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั ท่ี การเรียนรู้ (ชวั่ โมง) คะแนน ว 1.1 ม.3/1 สิง่ แวดลอ้ มทแ่ี ตกต่างกันบนโลกนอี้ าจมสี ง่ิ มชี ีวิตตา่ งชนิดกันหรอื (๑๐๐) ๑ ระบบนเิ วศ ม.3/2 ม.3/3 ชนดิ เดียวกนั อาศัยอย่ใู นบริเวณต่าง ๆ กนั การท่ีสิง่ มชี ีวติ ทง้ั พืช ๑๐ ม.3/4 ม.3/5 และสตั วอ์ าศัยอยูใ่ นบรเิ วณเดียวกนั เรียกวา่ กลุ่มสิ่งมชี วี ิต โดยท่ี 20 ม.3/6 บรเิ วณทส่ี ่ิงมชี วี ิตอาศยั อยไู่ ด้ เรียกวา่ แหลง่ ท่อี ยู่ ถา้ กลมุ่ ส่ิงมีชวี ิต อาศยั ในแหล่งท่อี ยูเ่ ดียวกันอยา่ งเปน็ ระบบ มีความสัมพนั ธ์ซงึ่ กัน และกัน และมีความสัมพันธก์ บั แหล่งทีอ่ ยู่นนั้ ด้วย เราเรยี กวา่ ระบบนิเวศ ซงึ่ มอี ยูห่ ลายแบบ ไดแ้ ก่ ระบบนิเวศแหล่งน้า และ ระบบนเิ วศบนบก ๒ พนั ธกุ รรม ว 1.3 สง่ิ มีชีวิตแตล่ ะชนิดจะมลี กั ษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ๑๕ 40 10 ม.3/1,3/2 ลกั ษณะเฉพาะดังกล่าวจะถ่ายทอดไปยังร่นุ ลูกรุ่นหลานต่อ ๆ ไป ม.3/3, 3/4 ได้ ทาใหส้ งิ่ มีชีวติ ชนิดน้ัน ๆ มีลกั ษณะเฉพาะทีแ่ ตกตา่ งไปจาก ม.3/5, 3/6 ส่ิงมีชวี ิตชนดิ อื่นในเซลลข์ องส่งิ มีชวี ติ มยี นี เปน็ ตัวควบคุมลกั ษณะ ม.3/7, 3/8 ทางพันธกุ รรม มสี ารเคมเี ป็นส่วนประกอบทสี่ าคญั เรยี กว่า ม.3/9, ม.3/10 ม.3/11 ๓ วัสดุใน ว 2.1 ม.3/1 รอบตัวเรามวี สั ดอุ ยู่มากมายหลายชนิด ทัง้ ที่ได้จากพชื สตั ว์ ๕ ชีวิตประจา ม.3/2 ธรรมชาติ รวมทั้งคนท่เี ราสังเคราะหข์ ึน้ เพ่ือนามาใช้ประโยชน์ วนั ตา่ งๆ ตามความต้องการ ดงั น้นั ผทู้ จ่ี ะนาวัสดมุ าใชผ้ ลติ เปน็ ส่งิ ของ เคร่อื งใชต้ า่ งๆ จึงต้องรูจ้ ักเลือกใชว้ ัสดโุ ดยพิจารณาจากสมบตั ขิ อง วัสดุ ส่วนตัวเราในฐานะผใู้ ช้ส่งิ ของเครอื่ งใช้กต็ อ้ งรูจ้ ักสมบตั ิของ วสั ดุทนี่ ามาใช้ทาส่ิงของเคร่ืองใชเ้ ช่นกนั เราจึงจะไดเ้ คร่ืองใช้ทม่ี ี คุณภาพตามท่เี ราต้องการ ๔ ปฏกิ ิริยา ว 2.1 ม.3/3 อตั ราการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมขี องสารจะขน้ึ อยกู่ ับตัวเรง่ ปฏิกริ ิยา ๑๐ 30 เคมี ,3/4 ม.3/5 และธรรมชาตขิ องสาร โดยปฏิกริ ยิ าเคมที ี่ ,3/6 ม.3/7 เพม่ิ ตวั เรง่ ปฏกิ ิรยิ าเข้าไปจะทาใหป้ ฏิกริ ยิ าน้ันเกดิ เร็วขน้ึ สว่ น ,3/8 ธรรมชาติของสารหรอื สมบตั ิเฉพาะของสารเริ่มตน้ ท่ี แตกตา่ งกันจะทาใหเ้ กดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมไี ดช้ า้ เรว็ แตกตา่ งกันได้ รวมตลอดภาคเรยี น ๔0 100
220 รายวชิ า วิทยาศาสตร์ ๖ คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ รหัสวิชา ว ๒๓๑๐2 เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศกึ ษา อธบิ าย เกย่ี วกบั ความสมั พนั ธร์ ะหว่างความตา่ งศกั ย์ กระแสไฟฟ้า ความต้านทาน การตอ่ ตัวตา้ นทานแบบ อนุกรมและขนาน อเิ ล็กทรอนิกส์ การเลือกใช้เครือ่ งใชไ้ ฟฟ้า การเกดิ คล่นื คลืน่ เหลก็ ไฟฟา้ กฎการสะทอ้ นของแสง การเคลอ่ื นที่ ของแสง การเกิดภาพจากกระจกเงา การหักเหของแสง การกระจายของแสงและแสงขาว การเกดิ ภาพจากเลนส์ ทัศนอปุ กรณ์ และเลนสต์ า ความสวา่ งของแสง การโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทิตยด์ ว้ ยแรงโนม้ ถว่ ง สรา้ งแบบจาลองที่อธบิ ายการฤดูและ การเคลือ่ นท่ีปรากฏของดวงอาทิตย์ การเปลีย่ นแปลงเวลาการขึน้ และตกของดวงจนั ทร์ และการเกิดน้าข้ึน น้าลง การใชป้ ระโยชน์ ของเทคโนโลยีอวกาศและความกา้ วหน้าของโครงการสารวจอวกาศ โดยใช้ทักษะกระบวนการความสัมพนั ธ์ของเทคโนโลยี เพอื่ ฝึกทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี การ สืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ การสืบคน้ ขอ้ มลู และการอภิปราย สามารถสือ่ สาร สิง่ ทเ่ี รยี นรู้ มีความสามารถในการตดั สินใจ นาความรไู้ ปใช้ในชีวิตประจาวนั ทีเ่ ป็นแนวทางในการแกป้ ัญหา พฒั นางาน และพัฒนา อาชีพ เพอื่ ให้เกิด ความตระหนกั เกิดแนวคดิ และวธิ ีการแกป้ ญั หา เกิดความสามารถวางแผนขัน้ ตอนการทางาน แนวทางการ แก้ปัญหาใหผ้ ้อู ่นื เขา้ ใจเทคนคิ วิธกี ารท่ีหลากหลายมาปรบั ปรงุ แก้ไข และนาเสนอผลจากการแก้ปัญหามีจติ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นิยมที่เหมาะสมใหผ้ เู้ รยี นมีความรู้ และสามารถดารงชวี ิตบนพ้ืนฐานของความพอเพยี ง ตัวช้วี ดั ว 2.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9 ม.3/10 ม.3/11 ม.3/12 ม.3/13 ม.3/14 ม.3/15 ม.3/16 ม.3/17 ม.3/18 ม.3/19 ม.3/20 ม.3/21 ว 3.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 รวมตัวชี้วดั 25 ตวั ชี้วดั
221 รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ ๖ โครงสร้างรายวชิ าพนื้ ฐาน ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ รหัสวชิ า ว ๒๓๑๐2 เวลา 4๐ ชัว่ โมง/ภาคเรียน จานวน ๑.0 หนว่ ยกิต กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนว่ ย ชือ่ หน่วย ตวั ชว้ี ดั สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั ที่ การเรยี นรู้ (ช่วั โมง) คะแนน (๑๐๐) ๑ ไฟฟ้าและ ว 2.3 ไฟฟา้ เป็นพลงั งานรปู หน่ึง มที ง้ั ประโยชนแ์ ละโทษ การใช้งาน 14 อเิ ล็กทรอนิ ม.3/1,3/2 จะตอ้ งทาด้วยความระมดั ระวัง ควรใช้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ เกดิ ๓๐ กส์ ม.3/3,3/4 ความประหยดั คุม้ ค่า และได้ประโยชนส์ ูงสุด ผู้ใช้ไฟฟ้าจาเปน็ ต้องรู้ ม.3/5,3/6 และเขา้ ใจวธิ ีการใชอ้ ย่างปลอดภยั การชว่ ยเหลอื ผูป้ ระสบอันตราย ม.3/7,3/8 จากไฟฟา้ เปน็ เรอื่ งสาคญั การให้ความช่วยเหลอื และการปฐม ม.3/9 พยาบาล จะต้องปฏิบัตใิ ห้ถกู วิธี จงึ จะทาให้เกดิ ความปลอดภยั ๒ คลืน่ ว 2.3 คลน่ื (wave) เปน็ ปรากฏการณ์ทแ่ี สดงการถา่ ยทอดพลังงานออก 6 ๑๐ ม.3/10 จากจดุ กาเนดิ ขณะท่ีมกี ารเกดิ คลน่ื เป็นการเคลื่อนที่ไปขา้ งหน้า ม.3/11 เฉพาะพลังงาน ถา้ คล่นื ไปรบกวนวตั ถุ ซ่งึ วตั ถุจะถกู กระทาเพยี งแค่ ม.3/12 สนั่ กลบั ไปกลับมา ณ ตาแหนง่ หนง่ึ ๆ โดยทไ่ี มไ่ ด้เคลือ่ นท่ไี ปดว้ ยแต่ จะส่งพลงั งานหรอื การรบกวนน้นั ต่อๆ ไปยงั ตาแหน่งถดั ไป สว่ นประกอบทส่ี าคัญของคล่ืนได้แก่ สันคลนื่ ทอ้ งคล่ืน แอมพลจิ ดู กระกระจดั และความยาวคล่นื โดยความถ่ีและคาบเวลาของ คลน่ื มคี วามสัมพนั ธ์กันตามสมการ f = 1 / T ส่วนอัตราเร็ว ของคลน่ื ( wave speed ) มีสญั ลักษณ์แทนด้วย v หมายถึง ระยะทางทค่ี ลื่นเคลอ่ื นท่ไี ด้ในหนึ่งหนว่ ยเวลา มหี น่วยวดั เป็นเมตร ต่อวนิ าที เขียนแทนดว้ ยสมการ v = s หรอื v = f t ๓ แสง ว 2.3 แสงถือเปน็ พลงั งานรูปหนึ่ง ท่เี กิดจากการแผร่ ังสีของ 8 ๓๐ ๑2 ๓๐ ม.3/13 แหล่งกาเนิด แสงมลี กั ษณะพเิ ศษตรงทส่ี ามารถพฤตติ ัวเปน็ ได้ ม.3/14 ทั้งคลื่นและอนุภาค การท่ีเราสามารถจัดได้ว่าแสงเปน็ คลนื่ ม.3/15 ชนดิ หนึ่งกเ็ พราะว่าแสงสามารถแสดงสมบัติของการเปน็ คลน่ื ได้ ม.3/16 ไม่ว่าจะเป็นการสะท้อน การหักเห การแทรกสอดและการ ม.3/17 เลยี้ วเบน และแสงถอื เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟา้ เดนิ ทางได้โดยไม่ ม.3/18 ตอ้ งอาศัยตวั กลางในการเคลือ่ นที่ ม.3/19 -21 ๔ ระบบสรุ ยิ ะ ว 3.1 ม.3/1 ระบบสรุ ยิ ะเปน็ ระบบทปี่ ระกอบดว้ ยดาวฤกษ์ ไดแ้ ก่ ดวงอาทติ ย์ จกั รวาล ม.3/2 ม.3/3 เปน็ ศนู ยก์ ลาง มีบรวิ ารทเี่ ป็นดาวเคราะห์ 8 ดวง ประกอบด้วย และ ม.3/4 ดาวพธุ ดาวศกุ ร์ โลก ดาวองั คาร ดาวพฤหสั บดี ดาวเสาร์ ดาว เทคโนโลยี ยเู รนสั และดาวเนปจนู รวมท้งั ดาวเคราะห์น้อยและดาวหาง โดย อวกาศ บริวารทัง้ หมดจะโคจรรอบดวงอาทิตย์ ส่วนอกุ กาบาตและดาวตก หรอื ผีพุ่งไตจ้ ะเกดิ ขน้ึ ในบรรยากาศของโลก รวมตลอดภาคเรียน 40 100
222 รายวิชา วทิ ยาการคานวณ ๓ คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ รหัสวชิ า ว ๒๓๑๐๓ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน จานวน ๐.๕ หน่วยกติ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาเกีย่ วกับการจดั การขอ้ มลู และสารสนเทศ การใชซ้ อฟต์แวร์ในการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ ศึกษาเก่ียวกับการ ประเมินความนา่ เชื่อถอื ของขอ้ มูล การเทา่ ทนั สอื่ ศึกษาเก่ยี วกบั การใชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศและกฎหมายคอมพิวเตอร์ ศึกษา เกยี่ วกบั แอปพลเิ คชัน เทคโนโลยี loT และการพัฒนาแอปพลิเคชนั โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) และวัฏจักรการเรียนรู้แบบการ แก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติโดยใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะการคิดเชิงคานวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ มี ทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รักษาข้อมูลส่วนตัว และการสื่อสารเบื้องต้นในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ตลอดจนนาความรูค้ วามเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์และนาเทคโนโลยีใหมท่ ีเ่ กดิ ขึน้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและ การดารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ มีความสามารถในการแก้ปัญหาและมีทักษะในการส่ือสาร มี ความสามารถในการตัดสินใจและเป็นผู้ท่ีมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อย่างสรา้ งสรรค์ ใชเ้ ทคโนโลยีบนพน้ื ฐานของความพอเพยี ง ตวั ชี้วดั พัฒนาแอปพลเิ คชันที่มีการบรู ณาการกบั วชิ าอน่ื อย่างสรา้ งสรรค์ ว. ๔.๒ ม.๓/๑ รวบรวมข้อมลู ประมวลผล ประเมินผล นาเสนอข้อมลู และสารสนเทศ ตามวตั ถปุ ระสงค์ โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือ ว. ๔.๒ ม.๓/๒ บริการบนอินเตอร์เนต็ ท่หี ลากหลาย ประเมินความนา่ เชื่อถือของขอ้ มูล วเิ คราะหส์ ือ่ และผลกระทบจากการใช้ข่าวสารท่ผี ดิ เพ่ือการใช้งานอยา่ ง ว. ๔.๒ ม.๓/๓ รูเ้ ท่าทนั ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายเกย่ี วกับคอมพิวเตอร์ ว. ๔.๒ ม.๓/๔ ใชล้ ขิ สทิ ธข์ิ องผู้อ่นื โดยชอบธรรม รวมทัง้ หมด ๔ ตวั ชวี้ ัด
223 รายวิชา วิทยาการคานวณ ๓ โครงสรา้ งรายวชิ าพืน้ ฐาน ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น รหัสวิชา ว ๒๓๑๐๓ จานวน ๐.๕ หน่วยกติ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หนว่ ยที่ ช่อื หน่วยการ ตวั ชี้วัด สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก เรยี นรู้ (ชวั่ โมง) คะแนน (๑๐๐) ๑ การจดั การ ว ๔.๒ o การรวบรวมขอ้ มลู เปน็ ขนั้ ตอนสาคัญท่ีสดุ ของการ ๔ ๑๕ ข้อมลู และ ม.๓/๒ จดั การข้อมลู และสารสนเทศ ซงึ่ ผใู้ ช้งานขอ้ มลู จะต้อง ๖ สารสนเทศ มคี วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั ลกั ษณะและประเภทของขอ้ มลู ๓๕ ตลอดจนวิธกี ารรวบรวมขอ้ มลู เพ่อื จะได้นาไป ประยกุ ต์ใช้ไดอ้ ย่างถกู ต้องและเหมาะสมกบั งานซ่ึงเม่ือ รวบรวมข้อมลู ไดเ้ รยี บรอ้ ยแลว้ จะตอ้ งมกี าร ประมวลผลของขอ้ มลู ซง่ึ จะเปน็ วธิ กี ารจดั การกบั ขอ้ มลู โดยอาจจะใช้วอธใี นการคานวณหรือ เปรียบเทยี บลกั ษณะต่างๆเพ่อใหข้ ้อมูลนนั้ อยู่ใน รูปแบบท่ีเปน็ ประโยชน์หรือตรงตามวตั ถปุ ระสงคข์ อง ผูใ้ ช้งาน โดยการประมวลผลขอ้ มลู สามารถแบง่ ตาม อุปกรณท์ ี่ใชไ้ ด้ ดงั น้ี การประมวลผลขอ้ มลู ดว้ ยมือ การประมวลขอ้ มลู ด้วยเครื่องจกั ร และการ ประมวลผลข้อมลู ดว้ ยคอมพวิ เตอร์ เม่ือประมวลผล ขอ้ มูลด้วยคอมพิวเตอรเ์ รยี บร้อยแล้ว จะตอ้ งใช้ ซอฟต์แวร์ในการจัดการข้อมลู และสารสนเทศเพอื่ ให้ ไดข้ ้อมลู ทีม่ ีประสิทธิภาพ ๒ ความน่าเชอ่ื ถือ ว ๔.๒ ม. o ในปจั จุบันการไดม้ าซึ่งขอ้ มลู ในยคุ ดจิ ทิ ัลเพอื่ นาไปใช้ ของขอ้ มลู ๓/๓ ประโยชนน์ ้นั ส่ิงสาคญั สงิ่ หนงึ่ คอื ความนา่ เชื่อถอื ของ ขอ้ มลู ซ่งึ เปน็ ปจั จัยสาคญั ต่อคณุ ภาพของข้อมลู หาก ขอ้ มลู ทเ่ี กบ็ รวบรวมได้ไม่มคี วามนา่ เชื่อถือ จะไม่ สามารถนาขอ้ มูลดงั กล่าวไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้อยา่ งมี ประสทิ ธภิ าพ โดยความน่าเชอื่ ถือของขอ้ มลู จาเป็นต้องเรม่ิ จากการสืบค้นเพอ่ื หาแหล่งขอ้ มูลทม่ี ี คุณภาพและดาเนินการประเมนิ ความน่าเช่อื ถอื ของ ขอ้ มลู ตามลาดับ ซ่งึ หลักการประเมนิ ความนา่ เช่ือถือ ของเป็นขน้ั ตอนในการประเมินเพอ่ื คัดเลอื กข้อมลู ทีไ่ ด้ จากการสบื ค้นท่ีมีคณุ ภาพ มคี วามน่าเชอื่ ถอื ทาง วิชาการ มหี ลักเกณฑใ์ นการประเมิน ดังน้ี ประเมิน ตรงความตอ้ งการของขอ้ มลู ประเมนิ ความน่าเชื่อถอื และความทนั สมัยของขอ้ มูล ประเมินระดบั เนอ้ื หาของ ขอ้ มูล และจะต้องมกี ารตรวจสอบความนา่ เชือ่ ถือของ แหล่งขอ้ มูลเพอ่ื ใหไ้ ด้ขอ้ มลู ท่ีเป็นจริง มีคณุ ภาพ นอกจากการบั รูค้ วามนา่ เช่อื ถือของขอ้ มูลแล้ว จาเป็นตอ้ งมีการรูเ้ ท่าทันส่ือ ซ่ึงจะได้ไม่หลงเช่ือเนื้อหา ที่ได้อา่ น ไดฟ้ งั แตม่ ักจะสามารถใชค้ วามคิดและ
224 หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ ตวั ชว้ี ดั สาระสาคญั เวลา น้าหนัก เรียนรู้ (ชวั่ โมง) คะแนน (๑๐๐) ประสบการณ์ในการวิเคราะห์ ร้จู กั ตง้ั คาถาม และมี ๖ แหล่งอา้ งอิงให้เกดิ ความนา่ เช่ือถอื มากน้อยเพยี งใด ๓๐ ๔ ๓ เทคโนโลยี ว ๔.๒ ม. o เทคโนโลยีสารสนเทศเปน็ การนาเทคโนโลยี ๒๐ สารสนเทศ ๓/๔ คอมพวิ เตอร์มาใช้ในกระบวนการทางานตา่ งๆ เพ่ือใช้ 20 จดั การขอ้ มลู ท่ีเกิดข้ึนในการทางานของบคุ คล 100 หนว่ ยงาน หรือองคก์ ร เพอื่ ใหไ้ ดม้ าซึง่ สารสนเทศท่ี นาไปใช้งานตามวตั ถุประสงคท์ ี่ต้องการ ซงึ่ ในปจั จุบนั เทคโนโลยสี ารสนเทศไดส้ รา้ งการเปลยี่ นแปลงต่อ ระบบทางสงั คมและองค์กรต่างๆ โดยมีการนา เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในระดบั ประเทศ ระดบั องคก์ รหรือหน่วยงาน และระดับบคุ คล ๔ แอปพลิเคชัน ว ๔.๒ ม. o แอปพลเิ คชันไดเ้ ขา้ มามบี ทบาทกับคนในสังคมเป็น ๓/๑ อยา่ งมาก ทง้ั ทางดา้ นการศึกษา การสาธารณสุขหรือ ความบนั เทงิ ซงึ่ ในการพัฒนาแอปพลิเคชนั นน้ั จะต้อง มกี ารออกแบบแอปพลเิ คชันกอ่ นเพ่ือใหไ้ ดแ้ อปพลิเค ชันทีต่ รงตามความตอ้ งการผผู้ ใู้ ช้งาน ซ่งึ แอปพลิเคชนั สามารถแบง่ ได้เป็น ๒ ประเภท คอื แอปพลิเคชัน ระบบเป็นสว่ นของซอฟต์แวรพ์ น้ื ฐานหรอื ระบบปฏบิ ตั กิ ารทเี่ ป็นตัวรองรับ การใช้งานของแอป พลิเคชนั อนื่ หรือโปรแกรมตา่ งๆ ทตี่ ดิ ต้ังอยภู่ ายใน อุปกรณเ์ ทคโนโลยี และแอปพลเิ คชันท่ีตอบสนอง ความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ เป็นสว่ นของโปรแกรม ประยกุ ตท์ ท่ี างานภายใตร้ ะบบปฏบิ ตั กิ าร มี วัตถปุ ระสงคเ์ ฉพาะอยา่ ง เช่น เพอื่ การศึกษา เพอ่ื ความบนั เทงิ เพ่อื การตดิ ตอ่ สื่อสาร รวมตลอดภาคเรียน
225 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี ๓ คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ รหัสวชิ า ว ๒๓๑๐๔ เวลา ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จานวน ๐.๕ หน่วยกติ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาสาเหตุหรือปัจจัยท่ีทาให้เกิดการเปล่ียนแปลงเทคโนโลยี และผลกระทบต่อมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และอาชีพในชุมชน เพอ่ื สารวจและระบุปญั หาทเี่ กดิ ขึ้นได้ตรงตามความจริง กระบวนการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และศาสตร์อ่นื ๆ รว่ มกนั ความรู้ความเข้าใจเกีย่ วกับประเภท และสมบตั ขิ องวสั ดุตา่ งๆ เชน่ ไม้ เหลก็ พลาสติก ยางพารา เครื่องมอื ในการสรา้ งช้ินงาน เชน่ คอ้ น ประแจ สว่าน คีมประเภทต่างๆ เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกแนวทางในออกแบบการแก้ปัญหาได้ อยา่ งเหมาะสม โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) วิธีการสอนโดยเน้นรูปแบบการสอน แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) วัฏจักรการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (๕Es Instructional Model) และวิธีการสอนโดยเน้นรูปแบบการสอนแบบอุปนัย (Induction) เพ่ือเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญ สถานการณ์ แก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคิดและ ปฏิบตั ิ โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพือ่ ให้ผู้เรียนมีความรคู้ วามเข้าใจ มที กั ษะเก่ียวกับการใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และศาสตร์อ่ืนๆ ในการออกแบบและ การพฒั นาเทคโนโลยีด้านต่างๆ ทีส่ ามารถนาไปใชใ้ นชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อสังคมและการดารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการส่ือสาร ความสามารถในการตดั สนิ ใจ เปน็ ผู้ท่ีมจี ติ กบั วิทยาศาสตร์มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อย่างสรา้ งสรรค์ ตวั ช้ีวดั ว ๔.๑ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ว ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕ รวมทง้ั หมด ๕ ตวั ชวี้ ัด
226 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี ๓ โครงสร้างรายวชิ าพน้ื ฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น รหัสวชิ า ว ๒๓๑๐๓ จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่วยที่ ชอ่ื หน่วยการ ตวั ชว้ี ดั สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั เรียนรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน (๑๐๐) ๑ เทคโนโลยีกับ ว ๔.๑ ม. การศกึ ษาสาเหตใุ นการเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยี ๕ ๒๐ ชวี ิต ๓/๑ ตั้งแตอ่ ดีตจนถงึ ปัจจบุ นั เช่น ความต้องการของมนุษย์ ๔ ความกา้ วหนา้ ของศาสตร์ต่างๆ การเปลยี่ นแปลง ๓๐ ๔ ทางด้านเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมทีท่ าใหเ้ กดิ การ ๒๐ พฒั นาเทคโนโลยขี ้ึนมาเพ่อื แก้ปญั หาหรือความต้องการ ของมนุษย์ โดยจะตอ้ งศกึ ษาความสมั พนั ธ์ระหว่าง เทคโนโลยีกับศาสตรอ์ ่นื ๆ ไมว่ ่าจะเป็น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ มนุษยศาสตร์ หรือสงั คมศาสตร์ เพือ่ ทีน่ า ความรูเ้ หล่าน้นั ไปส่กู ารพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้าง องค์ความรใู้ หม่ๆ จนสามารถพัฒนาขนึ้ ไปเปน็ การสรา้ ง นวัตกรรมเพือ่ แก้ปัญหาอย่างยง่ั ยนื ๒ เทคโนโลยีกบั ว ๔.๑ ม. การสารวจปญั หาหรอื ความตอ้ งการเพอื่ นามาพฒั นา การพัฒนางาน ๓/๒ งานอาชพี ในชมุ ชนหรือทอ้ งถนิ่ จะต้องทาการรวบรวม ว ๔.๑ ม. ข้อมูล ความรู้ จากแหล่งข้อมลู ตา่ งๆ ดว้ ยวิธกี ารที่ อาชีพภายใน ๓/๓ หลากหลาย เช่น การศกึ ษาจากเอกสาร ตารา การ ชุมชนหรือ สัมภาษณ์ การสารวจสภาพปญั หาของขมุ ชนหรือ ทอ้ งถิน่ ทอ้ งถิน่ จากแบบสอบถาม จากน้ันนาขอ้ มลู ไปแบง่ ตาม ประเภทของปัญหา แล้ววิเคราะหเ์ ปรียบเทยี บขอ้ มลู เพอ่ นาข้อมลู นน้ั มาตัดสินใจเลือกใชเ้ ทคโนโลยใี นการ ออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหา โดยพิจารณาจากปจั จัย ด้านต่างๆ ทั้งดา้ นทรัพยากรทางเทคโนโลยี การ ประเมินผลกระทบต่อมนษุ ยแ์ ละสงั คม เศรษฐกจิ สิ่งแวดลอ้ มในชมุ ชนหรือทอ้ งถ่ิน และการใช้เทคนิคใน การนาเสนอแนวทางการแกป้ ญั หาดว้ ยวธิ ีการท่ี หลากหลาย วางแผนการดาเนนิ การอย่างมหี ลกั การ เพ่อื ลดขอ้ ผดิ พลาดท่อี าจจะเกดิ ขน้ึ ในระหว่างการ ดาเนินงาน ๓ วัสดุ อุปกรณ์ ว ๔.๑ ม. ในการพัฒนาชน้ิ งานหรือนวตั กรรมใด จะต้องมี เคร่ืองมือ และ ๓/๕ การศกึ ษาสมบตั ิของวัสดปุ ระเภทตา่ งๆ เพอ่ื เลือกใช้ให้ ความรูใ้ นการ เหมาะสมกับลักษณะของงาน ซึ่งจะทาใหส้ ามารถสรา้ ง แกป้ ัญหาหรือ ช้นิ งานจากวัสดุทม่ี ีความคงทน แข็งแรง หรือมีสมบตั ิ พฒั นางาน ตรงตามทตี่ อ้ งการ นอกจากนัน้ ยงั จะต้องเรยี นรู้เกย่ี วกบั วิธีการทต่ี อ้ งใช้ในการสรา้ งชนิ้ งาน เช่น กลไก ไฟฟา้ และ อุปกรณอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เพอ่ื ใชใ้ นการออกแบบโครงสร้าง ของช้ินงาน การกาหนดแหลง่ พลงั งาน กลไกการทางาน หรือสว่ นประกอบต่างๆ ท่ีมมี าตรฐาน แข็งแรง ทนทาน
227 หนว่ ยที่ ช่อื หนว่ ยการ ตวั ช้วี ัด สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก เรยี นรู้ (ช่วั โมง) คะแนน (๑๐๐) ปลอดภยั และใชง้ านไดจ้ ริง ๗ ๓๐ ๔ การแกป้ ญั หา ว ๔.๑ ม. กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมเป็นกระบวนการ ๒๐ ๑๐๐ ชมุ ชนหรือ ๓/๑ แก้ปญั หาหรือพัฒนาชิน้ งานอย่างเป็นขน้ั ตอนภายใต้ ทอ้ งถน่ิ ดว้ ย ว ๔.๑ ม. ทรพั ยากรท่ีมีอยู่ การวเิ คราะหส์ ถานการณ์ของปัญหา กระบวนการ ๓/๒ ผลกระทบของการแกป้ ัญหา เพือ่ นาไปสู่การออกแบบ ออกแบบเชิง ว ๔.๑ ม. แนวทางการแก้ปญั หา โดยใชค้ วามรู้ดา้ นวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม ๓/๓ คณติ ศาสตร์ และศาสตรอ์ ่ืนๆ สาหรบั กระบวนการ ว ๔.๑ ม. ออกแบบเชิงวศิ วกรรม โดยการพฒั นาชมุ ชนอย่างยงั่ ยืน ๓/๔ จะมุง่ เนน้ พัฒนาชมุ ชนให้พงึ่ พาตวั เองไดผ้ ่านการสร้าง ผู้นาชมุ ชนทีเ่ ขม้ แข็ง ทางานตอบสนองต่อ สภาพแวดล้อมทเ่ี ปน็ เอกลักษณข์ องแตล่ ะชุมชน นา วิธกี ารพฒั นาทีไ่ ดผ้ ลมาใชแ้ ก้ปัญหาที่สาคญั ของชมุ ชน และกระตุ้นใหเ้ กดิ การลงมอื ทาตลอดจนมกี ารสร้าง เศรษฐกิจใหก้ บั ชมุ ชนและประชาชนในการใชท้ รพั ยากร ตา่ งๆ เปน็ เคร่ืองมือในการทางานและสรา้ งอาชพี ได้ โดยอาศยั กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมมาช่วยใน การสรา้ งงาน เพอ่ื นาไปสูก่ ารแก้ปญั หาที่เกดิ ขน้ึ ใน ชุมชนอย่างย่งั ยืน รวมตลอดภาคเรียน
228 รายวิชาเพิม่ เตมิ ม.ต้น (บงั คบั เลอื ก)
229 คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม รายวิชา โปรแกรมประมวลผลคา รหัสวชิ า ว ๒๐๒๘๑ ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ จานวน ๑.๐ หน่วยกติ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาวิเคราะห์ บทบาท ความสาคัญของโปรแกรมสาเร็จรูป Microsoft Office Word การรู้จักส่วนประกอบต่างๆ ของโปรแกรม รู้จกั เมนแู ละคาสัง่ ต่างๆ การฝกึ ทกั ษะการพมิ พ์เบอื้ งตน้ การฝึกการใช้แปน้ พิมพ์ การทางานจดั การกับหน้าเอกสาร การจัดการกบั ขอ้ ความตา่ งๆ การสรา้ งข้อความแบบพิเศษ การแทรกวตั ถอุ นื่ หรือรปู ภาพ การสรา้ งตารางและแผนภมู ิ โดยใชก้ ระบวนการ สร้างความรู้ความเข้าใจ การคิดวิเคราะห์ และการฝึกปฏิบัติ การสร้างเจตคติที่ดี เพื่อให้ผู้เรียนเกด ความตระหนักและเหน็ คณุ คา่ ใช้โปรแกรมสาเรจ็ รูป Microsoft Office Word ในการทางาน และในชีวติ ประจาวนั นักเรียนมีความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง ใฝ่รู้ใฝ่เรียน รักการค้นคว้า มีศักยภาพในการจัดการส่ือสารและการใช้ เทคโนโลยี มีทักษะในการคิด แก้ปัญหา ดาเนินชีวิตได้ดี เห็นคุณค่าของตน มีวินัย มีความรับผิดชอบและใช้ทรัพยากรที่มีอย่าง พอเพยี ง ยึดม่ันในระบอบประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษัตรยิ เ์ ปน็ ประมุข อนุรักษ์และสืบทอดศิลปวัฒนธรรมไทย สร้างสรรค์สิ่งดี งามใหแ้ ก่สังคม ทอ้ งถิ่นและส่งิ แวดลอ้ ม และสามารถดารงชวี ติ บนพ้นื ฐานของความพอเพียง ผลการเรยี นรู้ ๑. นกั เรียนสามารถอธบิ ายความสาคญั และประโยชนข์ องโปรแกรม Microsoft Office Word ได้ ๒. นกั เรยี นสามารถอธิบายส่วนประกอบต่างๆของโปรแกรม Microsoft Office Word ได้ ๓. นกั เรยี นสามารถแทรกรปู ภาพและวตั ถุลงในเอกสารได้ ๔. นักเรียนสามารถกาหนดรูปแบบของเอกสารได้ ๕. นักเรยี นสามารถทาสาเนาและการยา้ ยข้อมูลได้ ๖. นกั เรยี นสามารถใช้เมนูคาส่ังตา่ งๆของโปรแกรม Microsoft Office Word ได้ ๗. นกั เรยี นสามารถสรา้ งเอกสารและตัง้ ค่าเอกสารพื้นฐานได้ ๘. นักเรียนสามารถสรา้ งขอ้ ความและข้อความพเิ ศษลงในเอกสารได้ ๙. นกั เรียนสามารถยกตวั อยา่ งงานและสรา้ งงานที่สามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้ ๑๐. นกั เรยี นสรา้ งจิตสานกึ ในการพัฒนางานโดยใชโ้ ปรแกรม Microsoft Office Word เพอื่ เป็นประโยชน์แก่โรงเรียนได้ รวมทง้ั หมด.........๑๐...............ผลการเรยี นรู้
230 รายวชิ า โปรแกรมประมวลผลคา โครงสร้างรายวชิ าเพ่มิ เติม ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ รหสั วิชา ว ๒๑๒๘๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น จานวน ๑.๐ หน่วยกติ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วย ช่ือหน่วยการเรียนรู้ ตัวชีว้ ดั /ผล สาระสาคญั เวลา น้าหนกั ที่ การเรียนรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน (๑๐๐) ๑ ความรู้เบ้อื งตน้ เก่ียวกบั ๑,๒ ววิ ฒั นาการของโปรแกรมเวิรด์ ๘ โปรแกรม การเข้าและออกจากโปรแกรมเวิรด์ ๒๕ Microsoft Word สว่ นประกอบ,แถบเครือ่ งมือของ โปรแกรมเวริ ด์ ประโยชนข์ องโปรแกรมเวริ ์ด ๒ การจัดรูปแบบและตกแต่ง ๑๒ ๒๕ เอกสาร ๓,๔,๕ การปอ้ นและการแกไ้ ขขอ้ มลู การใส่แบบอกั ษรและการนาเขา้ รปู ภาพเพือ่ ๓ การพมิ พ์และการแกไ้ ข ตกแต่งเอกสาร ๑๐ ๒๕ ขอ้ มลู การทาสาเนาและการย้ายขอ้ มูล การใสล่ ักษณะพเิ ศษต่างๆในเอกสาร ๑๐ ๒๕ ๔ การนาเสนอผลงาน การกาหนดรูปแบบของเอกสาร ๔0 ๑๐๐ ๖,๗,๘ การเรยี กข้อมูลมาแก้ไข การจัดการไฟลข์ องสมดุ งาน การคน้ หาและเปล่ียนแปลงขอ้ ความ การใชค้ าส่งั พเิ ศษในการพิมพเ์ อกสาร การประยกุ ตใ์ นการพมิ พเ์ อกสารตา่ งๆ ๙,๑๐ การนาเสนอประวตั ิและววิ ัฒนาการ ของโปรแกรมเวริ ด์ การทารปู เล่มรายงานเพ่อื นาเสนอผลงาน รวมตลอดภาคเรียน
231 คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม รายวิชา หนังสอื อิเลก็ ทรอนิกส์ รหัสวชิ า ว ๒๐๒๘2 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ภาคเรยี น กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศกึ ษาความรูเ้ กี่ยวกบั หนังสอื อเิ ล็กทรอนิกส์ ความหมาย และประเภทของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรมสาหรับสร้าง หนังสืออเิ ล็กทรอนกิ ส์ หลกั การออกแบบหนังสอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ทดี่ ี ปฏบิ ัตกิ ารใช้โปรแกรมสรา้ งหนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์ การออกแบบการนาเสนอสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การจัดทาข้อความ การใส่รูปภาพ และจดั แต่งรูปภาพ การใส่ภาพเคลือ่ นไหว การใส่เสยี ง การสรา้ งแบบทดสอบ การสร้างหนังสืออิเลก็ ทรอนกิ ส์ เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถใช้เทคโนโลยีในการสร้างช้ินงานหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จากจินตนาการ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจาวันอย่างมีจิตสานึกและรับผิดชอบและเพื่อพัฒนาการทางาน การจัดการ การแก้ปัญหา การ ทางานรว่ มกนั มจี ติ สานึกในการทางาน และใชท้ รพั ยากรในการปฏิบัติงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพยี ง ผลการเรียนรู้ ๑. ผู้เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจเบ้ืองตน้ เก่ยี วกับหนังสอื อิเล็กทรอนิกส์ ๒. ผู้เรยี นมีความรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกบั โปรแกรมสร้างหนังสืออเิ ล็กทรอนกิ ส์ ๓. ผู้เรยี นมีความรู้ความเข้าใจเก่ยี วกบั การออกแบบหนังสืออิเล็กทรอนกิ สแ์ ละสรา้ งหนงั สืออิเล็กทรอนิกส์เบอ้ื งตน้ ๔. ผเู้ รยี นมคี วามร้คู วามเข้าใจเกี่ยวกบั การตกแต่งหนงั สอื อิเล็กทรอนิกส์ให้สวยงาม 5. ผูเ้ รยี นสามารถประยกุ ตใ์ ช้หนงั สืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ในทางสรา้ งสรรค์ อย่างมจี ติ สานกึ และรบั ผดิ ชอบ รวมท้งั หมด.........๕............ผลการเรยี นรู้
232 รายวชิ า หนังสอื อิเลก็ ทรอนิกส์ โครงสร้างรายวชิ าเพมิ่ เติม ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 รหสั วิชา ว ๒๐๒๘2 เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หนว่ ย ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ ตวั ชี้วัด/ผล สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั ที่ การเรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน ความหมายของหนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ (๑๐๐) ๑ ความรู้เบื้องต้น ๑ - รจู้ ักกับ E-book ๒ เกยี่ วกบั หนังสือ ๑๐ อิเลก็ ทรอนิกส์ ๑,๒ โปรแกรมสาหรบั สร้างหนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ๑๐ - รู้จกั กบั Desktop Author ๒ Desktop Author - สว่ นประกอบของโปรแกรม ๑๐ เบอื้ งตน้ Desktop Author ๕๐ ๓ การใช้งานโปรแกรม - Tool และแถบเครอื่ งมอื ๔ Desktop Author ๔ ๒๐ ๑,๒,๓ การออกแบบและการสรา้ งหนังสอื ๑๐๐ ๔ การตกแต่งผลงานให้ อิเลก็ ทรอนกิ ส์ ๒๐ สวยงาม - การใช้งาน Desktop Author ๑๐ เบื้องต้น ๔๐ ๕ การสร้างผลงานและ - การสรา้ งเอกสารใหม่ การนาเสนอ - การเพมิ่ หน้าหนงั สอื ๑,๒,๓,๔ การตกแต่งหนังสืออเิ ล็กทรอนกิ ส์ใหส้ วยงาม - การแทรกรปู ภาพในหนา้ หนังสอื - การแทรกขอ้ ความในหนา้ หนงั สอื - การบนั ทึกงาน - การเพม่ิ หว่ งใหก้ ้นั สันหนังสอื - การแทรกปุม่ ในหน้าหนังสอื - การแทรกปุม่ เชื่อมโยงจาก ขอ้ ความ ๑,๒,๓,๔,๕ การประยุกต์ใช้หนังสอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ - การสร้างชิน้ งานหนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์จากจนิ ตนาการ รวมตลอดภาคเรยี น
233 รายวชิ า โปรแกรมการนาเสนอ คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี ๑ หัสวชิ า ว๒๐๒๘๕ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น จานวน ๑.๐ หน่วยกติ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาเรียนรู้การใช้งานโปรแกรมการสร้างงานนาเสนอ การเร่ิมต้นใช้งานโปรแกรมสร้างงานนาเสนอ การสร้างงาน นาเสนอใหม่ การบันทกึ งานนาเสนอ การเปิดและปดิ งานนาเสนอ การออกจากโปรแกรม การวางโครงร่างและการจัดการกับสไลด์ การทางานและจดั การกบั ข้อความ การตกแต่งหน้าสไลด์ การใส่เสียง วีดิโอ และภาพแฟลช มูวี่ ประกอบเน้ือหา การสร้างตาราง กราฟ และแผนผงั การใชง้ าน คาสงั่ การเคล่อื นไหวแบบกาหนดเอง การเช่ือมโยงสไลด์ด้วยปุ่มปฏิบัติการ การพิมพ์เอกสารที่ใช้ใน งานนาเสนอ ฝึกทักษะในการใช้งานโปรแกรมสร้างงานนาเสนอ การสร้าง การบันทึก การเปิดงานนาเสนอ การป้อนข้อมูลเข้าสู่งาน นาเสนอ การตกแต่งหน้าสไลด์ การใส่เสียง วีดิโอ และภาพแฟลช มูว่ี ประกอบเน้ือหาการสร้างตาราง กราฟ และแผนผัง การใช้ งาน คาสั่งการเคลื่อนไหวแบบกาหนดเอง การเชือ่ มโยงสไลด์ด้วยป่มุ ปฏบิ ตั กิ าร ภูมิใจในความเป็นไทย ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อนุรักษ์และสืบทอด ศิลปวัฒนธรรมไทย สรา้ งสรรค์สงิ่ ดีงามใหแ้ ก่สงั คม ทอ้ งถิน่ และส่ิงแวดล้อม ใฝ่รใู้ ฝ่เรียน รกั การค้นคว้า มที กั ษะและศกั ยภาพในการ จดั การสอื่ สารและการใชเ้ ทคโนโลยี มีทักษะในการคดิ แกป้ ญั หา ดาเนินชีวิตได้ดี เห็นคุณค่าของตน มีวินัย มีความรับผิดชอบ บน พื้นฐานของความพอเพียง ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวัง 1. นักเรียนสามารถอธบิ ายความสาคญั และประโยชนข์ องโปรแกรม Microsoft Office PowerPoint ได้ 2. นักเรยี นสามารถอธบิ ายส่วนประกอบต่างๆของโปรแกรม Microsoft Office PowerPoint ได้ 3. นักเรียนสามารถใชเ้ มนูคาส่งั ตา่ งๆของโปรแกรม Microsoft Office PowerPoint ได้ 4. นักเรยี นสามารถจัดการสไลด์แบบตา่ งได้ 5. นกั เรยี นสามารถเชอื่ มโยงสไลด์ดว้ ยป่มุ ปฏิบตั ิการได้ 6. นักเรยี นสามารถสรา้ งข้อความและข้อความพิเศษลงในเอกสารได้ 7. นกั เรียนสามารถแทรกรปู ภาพและวตั ถลุ งในเอกสารได้ 8. นกั เรยี นสามารถแทรกกราฟบนชน้ิ งานได้ 9. นักเรยี นสรา้ งจติ สานกึ ในการพฒั นางานโดยใช้โปรแกรม Microsoft Office PowerPoint เพื่อเป็นประโยชนแ์ ก่ โรงเรยี นได้ 10. สามารถนาความรแู้ ละทกั ษะไปใชส้ ร้างช้นิ งานตามทก่ี าหนดได้ รวมทั้งหมด..........๑๐...............ผลการเรียนรู้
234 รายวิชา โปรแกรมการนาเสนอ โครงสร้างรายวชิ าเพมิ่ เตมิ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี ๑ รหัสวิชา ว ๒๐๒๘๕ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชอื่ หน่วย ตวั ชว้ี ัด/ผลการ สาระสาคญั เวลา คะแนน เรยี นรู้ 10 ๑๐ หนว่ ยท่ี ๑ เร่อื ง 1,2,3 ลกั ษณะของผลงานท่ตี อ้ งการนาเสนอ 5 ๑๐ มารู้จักกับโปรแกรม การเรยี กใชโ้ ปรแกรม Power Point นาเสนอผลงานกันเถอะ 4 การใช้เมนแู ละแถบเคร่ืองมอื 5 ๑๐ การปิดแฟ้มและออกจากโปรแกรม 5 ๑๐ หนว่ ยที่ ๒ เรอ่ื ง 5 การสรา้ งสไลดแ์ บบต่าง ๆ 10 ๑๐ การจดั การสไลด์ การเลอ่ื นไปยงั สว่ นต่าง ๆ และมุมมอง 5 ๑๐ 6,๗,8 การตกแต่งข้อความ ๔๐ ๑๐๐ หน่วยที่ ๓ เร่ือง ๙ การลบหรือเตมิ บุลเล็ต การตกแต่งสไลด์ คดั ลอกรปู แบบของข้อความ การใช้เทก็ ซ์บอ็ กซ์ หนว่ ยท่ี ๔ เรอื่ ง การกาหนดพ้นื หลัง เทคนิคการนาเสนอ การใช้เคร่อื งมือวาดภาพ การใช้ขอ้ ความศลิ ป์ หนว่ ยท่ี ๕ เรื่อง การแทรกรูปภาพ การนาเสนอขอ้ มูลกราฟ การกาหนดลักษณะการเปล่ียนภาพ แบบง่าย การกาหนดลักษณะการแสดงของวตั ถุ หน่วยท่ี ๖ เรื่อง การใส่เสยี งใหก้ ับแผน่ สไลดแ์ ละวตั ถุ การประยุกตเ์ พื่อใช้ในงาน การสรา้ งกราฟ อาชพี ส่วนประกอบของกราฟ 10 การประยกุ ตเ์ พ่อื ใชง้ าน รวมตลอดภาคเรยี น
235 รายวิชา การสร้างสือ่ แอนนเิ มชนั่ คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ รหัสวชิ า ว ๒๐๒๘๖ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ศกึ ษาการใช้โปรแกรมสาหรบั งาน Animation รู้จักสว่ นประกอบของโปรแกรม Flash สามารถเรยี กกล่องเครอื่ งมือ อุปกรณแ์ ละหนา้ ทีภ่ ายในกลอ่ งเครอ่ื งมือ (Tools Box) สามารถใช้เครื่องมือภายใน Toolbar ตลอดจน ใช้คาสัง่ พน้ื ฐานการเปดิ ปิด และการสร้าง File ใหม่ บอกเทคนคิ การสร้างตัวอักษรด้วย Text Tool สรา้ งเสน้ ไกด์ (Guide line) และรวู้ ิธีการใช้ Library ท้ังนี้ ยังสามารถเข้าใจขนั้ ตอนวิธีการสรา้ ง Symbol สร้าง Mask Layer และ Break Apart แยกชนิดของภาพทีจ่ ะ นามาใช้ในโปรแกรมได้ถูกต้อง สรา้ งชนิ้ งานโดยการนา Symbol มาใชป้ ระกอบเปน็ ชนิ้ งานได้ และสามารถสรา้ งภาพ Animation แบบงา่ ย ๆ ออกแบบ Symbol เองเป็น กาหนดขนั้ ตอนการสรา้ งรปู แบบของงานเพือ่ เตรยี มไปขน้ึ บน Website ได้ ตลอดจนนกั เรียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจและทกั ษะเบื้องตน้ เกีย่ วกบั การสรา้ งภาพ Animation และสรา้ งแนวคดิ เก่ียวกับ งานกราฟิกและการนาเสนอในรูปแบบตา่ ง ๆด้วยคอมพวิ เตอร์อย่างมีคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม บนพืน้ ฐานของความพอเพียง ผลการเรียนรรู้ ายวิชา ๑. อธิบายประโยชนแ์ ละความหมายของสือ่ มลั ตมิ เี ดยี ได้ ๒. อธิบายประโยชนแ์ ละความหมายของโปรแกรม Flash ได้ ๓. อธบิ ายสว่ นประกอบของโปรแกรม Flash ได้ ๔. สามารถใชก้ ลมุ่ เครื่องมือต่างๆไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ๕. สามารถวาดและปรับแตง่ รูปภาพได้ ๖. สามารถใชง้ าน Layer ได้ ๗. สามารถสรา้ งภาพเคลื่อนไหว ได้ ๘. สามารถสรา้ ง Symbol และ Instance แบบตา่ งๆได้ ๙. สามารถใช้งาน Action Script พื้นฐานได้ ๑๐. สามารถนารปู ภาพ เสยี งและไฟลภ์ าพยนตรเ์ ข้ามาใช้งานได้ ๑๑. สามารถสร้างแอนนิเมชั่นและเผยแพร่ชน้ิ งานได้อย่างสรา้ งสรรค์ รวมท้งั หมด..........๑๑...............ผลการเรยี นรู้
236 โครงสรา้ งรายวิชาเพิ่มเติม รายวิชา การสรา้ งส่อื แอนนิเมช่ัน รหัสวชิ า ว ๒๐๒๘๖ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑-๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ จานวน ๑.๐ หน่วยกติ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วยการ ช่ือหน่วยการเรียนรู้ ตวั ชวี้ ดั /ผล สาระสาคญั เวลา คะแนน เรยี นรู้ การเรยี นรู้ ๑ ความหมายของส่ือมัลติมีเดีย ข้อ ๑ ประโยชนแ์ ละความหมายของสอื่ มัลตมิ ีเดยี ๒ ๕ ๒ โปรแกรมสาหรบั สร้างส่อื ข้อ ๒, ๓ - ประโยชนแ์ ละความหมายของโปรแกรม ๒ ๕ มลั ตมิ ีเดยี Flash - สว่ นประกอบของโปรแกรม Flash ๓ การสรา้ งวตั ถุด้วยเคร่อื งมือ ข้อ ๔, ๕, ๖ - กลมุ่ เครือ่ งมือตา่ งๆ ๒ ๑๕ ต่าง ๆ - Line Tool (ปากกา) - Pen Tool (ปากกา) ๒ - Oval Tool (วงร)ี ๒ - Rectangle Tool (สเี หล่ียม) ๒ - Pencil Tool (ดนิ สอ) - Brush Tool (พ่กู ัน) ๒ - การวาดและปรับแต่งรูปภาพ ๒ - การใชง้ าน Layer ๔ การสรา้ งภาพเคลอื่ นไหว ข้อ ๗ - การสรา้ งภาพเคล่อื นไหว ๒ ๑๐ - แบบ Frame by Frame ๒ - แบบ Shape Tween ๒ - แบบ Motion Tween ๒ - แบบ หมนุ ๒ - แบบยอ่ – ขยาย ๒ - แบบคอ่ ยจางหรอื ชัด ๒ - แบบตามเส้น Guide ๒ - แบบ Mask Layer ๒ ๕ การใชง้ าน Symbol และ ข้อ ๘ - การสร้าง Symbol และ Instance แบบ ๒ ๕ Instance ตา่ งๆ ๖ การใช้งาน Action Script ข้อ ๙ - การใชง้ าน Action Script พ้นื ฐาน ๒๕ พื้นฐาน ๗ การใช้งานเสียงและวิดีโอ ข้อ ๑๐ - การนารูปภาพ เสียงและไฟลภ์ าพยนตร์ ๒ ๑๐ เข้ามาใชง้ าน ๘ การเผยแพร่และนาไปใช้ ขอ้ ๑๑ - การสร้างแอนนเิ มช่ันและเผยแพร่ชน้ิ งาน ๒ ๕ ไดอ้ ยา่ งสรา้ งสรรค์ รวมตลอดภาคเรยี น ๔๐ ๑๐๐
237 รายวชิ า ตารางคานวณ คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑ รหสั วิชา ว ๒๐๒๘๗ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๐ หน่วยกติ กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ศึกษาความรู้ท่ัวไปเกี่ยวกับโปรแกรมตารางคานวณ การจัดการสมุดงานและแผ่นงาน ความหมายและประเภท ข้อมูล การป้อนข้อมูล การแก้ไขข้อมูล การจัดรูปแบบข้อมูล การคานวณโดยใช้สูตร การคานวณโดยใช้ฟังก์ชัน การจัดการ ฐานข้อมูล และการสร้างแผนภูมิโดยใช้ทักษะการแสวงหาความรู้ ทักษะการทางานร่วมกัน ทักษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจัดการ และกระบวนการคิด เพื่อให้เกิดการนาความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมตารางคานวณไปใช้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม มี ประสิทธภิ าพ และความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต ความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการ ใช้เทคโนโลยี และความสามารถในการแก้ปญั หา ภูมิใจในความเป็นไทย ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อนุรักษ์และสืบทอด ศลิ ปวฒั นธรรมไทย สรา้ งสรรคส์ ิง่ ดงี ามใหแ้ กส่ งั คม ท้องถิ่นและสิง่ แวดล้อม ใฝร่ ู้ใฝเ่ รียน รกั การคน้ คว้า มีทักษะและศักยภาพในการ จดั การสอื่ สารและการใช้เทคโนโลยี มที กั ษะในการคิด แกป้ ัญหา ดาเนินชีวิตได้ดี เห็นคุณค่าของตน มีวินัย มีความรับผิดชอบ บน พื้นฐานของความพอเพยี ง ผลการเรียนรู้ ๑. นักเรยี นบอกความหมายและประโยชนข์ องโปรแกรมตารางคานวณได้ ๒. นกั เรยี นสามารถเรียกใชง้ านโปรแกรมตารางคานวณได้ ๓. นักเรียนสามารถอธบิ ายส่วนประกอบหนา้ ต่างโปรแกรม Microsoft Excel ได้ ๔. นกั เรยี นสามารถใชเ้ มนูและแถบเคร่ืองมือได้ ๕. นักเรียนสามารถใช้งานเวิร์กบุ๊กและเวิรก์ ชีตได้ ๖. นักเรยี นสามารถปดิ แฟ้มและออกจากโปรแกรมได้ ๗. นักเรยี นสามารถป้อน ลบ และแกไ้ ขงานได้ ๘. นกั เรยี นสามารถใช้คาสงั่ ยกเลกิ และทาซา้ ได้ ๙. นกั เรยี นสามารถเลื่อนเวริ ์กชตี ได้ ๑๐.นักเรยี นสามารถยา้ ยและคดั ลอกงานได้ ๑๑.นกั เรียนสามารถจดั การแถว คอลมั น์ และเซลลไ์ ด้ ๑๒.นักเรียนจดั รูปแบบของข้อมลู บนเวิรก์ ชีตได้ ๑๓.นักเรยี นกาหนดรูปแบบตัวอักษรได้ ๑๔.นกั เรยี นสามารถวางตาแหนง่ ข้อมลู ได้ ๑๕.นกั เรียนสามารถจัดการแบบโดยใช้ AutoFormat ได้ ๑๖.นักเรียนกาหนดเสน้ ขอบให้กับเซลล์และกลมุ่ เซลลไ์ ด้ ๑๗.นักเรียนสามารถตกแตง่ เวริ ก์ ชตี ได้ ๑๘.นักเรียนสามารถเชือ่ มโยงงานได้ ๑๙.นักเรยี นสามารถใชส้ ตู รในโปรแกรมตารางคานวณได้ ๒๐.นักเรียนสามารถใชฟ้ ังกช์ ั่นในโปรแกรมตารางคานวณได้ ๒๑.นักเรียนสามารถใชง้ าน AutoSum ในโปรแกรมตารางคานวณได้ ๒๒. นักเรียนสามารถสง่ั พิมพอ์ อกทางเครื่องพมิ พไ์ ด้
238 ๒๓. นักเรยี นสามารถประยุกตเ์ พอ่ื ใช้งานได้ รวมท้งั หมด..........๒๓...............ผลการเรยี นรู้
239 รายวิชา ตารางคานวณ โครงสร้างรายวชิ าเพิม่ เติม ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ รหัสวิชา ว๒๐๒๘๗ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชอ่ื หนว่ ย ตัวชว้ี ัด/ผลการ สาระสาคัญ เวลา คะแนน หนว่ ยที่ ๑ เรอื่ ง เรียนรู้ (ชั่วโมง) ๑๐ มารูจ้ กั กับโปรแกรม ตารางคานวณกนั เถอะ ข้อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, งานท่จี าเป็นต้องใชโ้ ปรแกรมตารางคานวณ ๑ ๒๐ ๑ หน่วยท่ี ๒ เรื่อง ๖ การเรยี กใชโ้ ปรแกรม Excel ๑ ๑๕ การทางานกับเวริ ก์ ชตี ๒ ส่วนประกอบหนา้ ต่างโปรแกรม Excel ๑ ๑๐ หนว่ ยที่ ๓ เรอ่ื ง ๑ ๕ การจัดรูปแบบข้อมลู การใชเ้ มนูและแถบเครอ่ื งมอื ๒ ๒ หน่วยที่ ๔ เรื่อง เวิรก์ บกุ๊ และเวริ ์กชตี ๒ สูตรและฟงั ก์ช่ัน ๒ การปิดแฟ้มและออกจากโปรแกรม ๒ หน่วยที่ ๕ เร่อื ง ๒ การประยุกต์เพอ่ื ใช้ใน ข้อ ๑๗, ๘ , ๙, ประเภทของขอ้ มลู ในโปรแกรม Excel ๒ งานอาชพี ๒ ๑๐, ๑๑ การป้อน การลบ และการแก้ไข ๒ ๒ คาส่ังยกเลกิ และทาซ้า ๒ ๒ การเลื่อนเวิรก์ ชีต ๑ ๒ การยา้ ยและคดั ลอก ๒ ๑ การจดั การแถว คอลมั น์ และเซลล์ ๑ ๒ ข้อ ๑๒, ๑๓, ๑๔, การจดั รปู แบบของข้อมูลบนเวริ ์กชตี ๑๕, ๑๖, ๑๗ การกาหนดรูปแบบตัวอักษร การวางตาแหนง่ ขอ้ มูล การจดั การแบบโดยใช้ AutoFormat การกาหนดเส้นขอบให้กบั เซลล์และกลมุ่ เซลล์ การตกแต่งเวริ ์กชตี ขอ้ ๑๘, ๑๙, ๒๐, สตู ร ๒๑, ๒๒ การใชส้ ูตรคานวณเบื้องตน้ การใชฟ้ งั ก์ชน่ั การใช้งาน AutoSum การส่ังพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ ข้อ ๒๓ การประยกุ ตเ์ พ่อื ใชง้ าน รวมตลอดภาคเรียน ๔๐ ๑๐๐
240 รายวิชา การออกแบบผลิตภณั ฑ์ คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ รหสั วิชา ว๒๐๒๘๘ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๐หน่วยกติ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ศกึ ษาความหมาย และลักษณะของโปรแกรมท่ีใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ถูกต้อง รู้จักและเลือกใช้โปรแกรมใน การสรา้ งสรรค์งาน อธบิ ายวธิ กี ารใชง้ านโปรแกรมได้ถูกตอ้ ง บอกชนดิ และวธิ กี ารใชง้ านของเครื่องมือในโปรแกรมได้ ออกแบบการ สร้างงานด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างมีจินตนาการด้วยความคิดสร้างสรรค์ สร้างช้ินงานได้อย่างมีคุณภาพ มีคุณธรรม จริยธรรมเก่ยี วกับการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ สรา้ งโมเดลชิ้นงานและตกแตง่ ชน้ิ งานของตนเองพร้อมทง้ั Export ไฟล์เป็นภาพเคลอ่ื นไหวได้ โดยใช้โปรแกรม Google Sketch up โดยนาหลักการ การออกแบบผลิตภัณฑ์ มาพัฒนาผลงานตามความสนใจและความถนัดอย่างเป็นระบบโดยใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศให้เหมาะสม มีหลักการใช้โปรแกรมในการนาเสนอผลงาน ด้วยกระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนการ ทางานเปน็ กลมุ่ จนสามารถสร้างชิน้ งานจากจินตนาการ สร้างช้นิ งานตามหลกั การการออกแบบผลติ ภัณฑ์ มจี รยิ ธรรมคอมพิวเตอร์ในการใช้คอมพิวเตอร์ ไม่คัดลอกผลงานผู้อ่ืน ใช้คาสุภาพ และไม่สร้างความเสียหายต่อผู้อ่ืน มี จติ สานึกในการใช้ทรัพยากรอย่างค้มุ คา่ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรยี นรู้ ๑. นักเรียนเข้าใจความหมายและลักษณะของโปรแกรมทใี่ ชใ้ นการออกแบบไดถ้ ูกต้อง ๒. นกั เรียนรู้จกั เลอื กใช้โปรแกรมการออกแบบในการสร้างผลงานได้อยา่ งมคี ณุ ภาพ ๓. นักเรยี นรจู้ กั ใชเ้ ครื่องของโปรแกรมในการออกแบบผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง ๔. นักเรียนอธิบายวธิ ีการใช้งานเคร่ืองมอื ต่าง ๆ ของโปรแกรมออกแบบผลติ ภณั ฑไ์ ด้ถูกตอ้ ง ๕. นกั เรยี นสามารถออกแบบและสร้างชิ้นงานอย่างมคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ้วยโปรแกรมออกแบบผลติ ภณั ฑไ์ ด้ ๖. นักเรยี นมีทกั ษะเกีย่ วกับการใชง้ านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และมเี จตคติทดี่ ตี ่อการเรยี นวิชาคอมพิวเตอร์ รวมทงั้ หมด.........๖...............ผลการเรยี นรู้
241 รายวิชา การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ โครงสรา้ งรายวิชาเพ่ิมเติม ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ รหัสวิชา ว๒๐๒๘๘ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วยท่ี ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั (ชั่วโมง) คะแนน ๑ หลักการออกแบบ ๑, ๒, ๓, ๔ การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ (product design) เป็นการ ผลิตภณั ฑ์ ออกแบบส่ิงของเครอื่ งใช้ เพอื่ นามาใชส้ อยในชีวิตประจาวนั ๒ ๕ โดยเนน้ การผลิตจานวนมากในรปู สินคา้ เพ่ือให้ผา่ นไปยงั ๕ ผู้บริโภค (consumer) ๕ ๒ ความรเู้ บอื้ งต้นเกี่ยวกบั ๑ , ๒ Google Sketchup เปน็ ซอฟตแ์ วรท์ ใ่ี ชส้ าหรับการสรา้ ง ๒ โปรแกรม โมเดล ๓ มิติ (๓D) ท่มี ีเคร่ืองมือพนื้ ฐานต่างๆ เพียงพอกบั ๒๕ การใชง้ านของผู้ใชร้ ะดบั เบ้อื งต้นทีต่ อ้ งการจะสรา้ งงาน ๔๐ แบบ ๓ มติ ิ เช่น โตะ๊ , เกา้ อี้, ตู้, เคร่ืองใช้ในบ้านตา่ งๆ หรือจะ ใช้สร้างแบบในการตอ่ เตมิ บ้านและงานไม้ตา่ งๆ ได้ ๑๐๐ ๓ สว่ นประกอบของ ๑, ๒, ๓, ๔, สว่ นประกอบของโปรแกรมจะประกอบไปด้วย แถบชอ่ื เรื่อง ๔ โปรแกรมและกลุ่ม ๕ แถบเมนู แถบเคร่ืองมอื พนื้ ทีก่ ารทางาน เคร่อื งมือตา่ งๆ เครอ่ื งมอื ของโปรแกรมจะแยกเปน็ ชุดตามลกั ษณะการใชง้ าน โดย สามารถปรบั เปล่ยี นสว่ นต่างๆ ทป่ี รากฏบนหน้าจอไดต้ าม ความเหมาะสมกบั การทางาน เพอ่ื ให้งา่ ยต่อการใช้งาน ๔ การใช้งานกลุ่มเครือ่ งมือ ๑ , ๒ ลกั ษณะของเครือ่ งมอื ในโปรแกรม Google Sketchup มี ๑๔ ของโปรแกรม ลักษณะการใชง้ านตามชุดเครื่องมอื ทแ่ี บง่ เปน็ หมวดหมู่ มี ความยดื หยุน่ ต่อการปรบั เปล่ยี นสว่ นประกอบตา่ งๆ ทาให้ สามารถออกแบบและสรา้ งงานไดอ้ ยา่ งสะดวกและรวดเร็ว ๕ การออกแบบและตกแต่ง ๑, ๒, ๓, ๔ การออกแบบโมเดลงาน จาเปน็ ตอ้ งอาศัยการคานวณพน้ื ที่ ๑๖ โมเดลงาน ทางคณติ ศาสตรเ์ พอื่ กาหนดทิศทางการวางรูปทรงตามแกน ต่างๆ เพอื่ ให้สามารถมองเห็นรายละเอียดได้โดยรอบ ดงั น้ัน การสร้างโมเดล ๓ มิติ ด้วยโปรแกรม Google Sketchup นยิ มนามาใช้สาหรับออกแบบบา้ น ,อาคาร ,ผลติ ภณั ฑ์ หรอื โมเดลตา่ งๆ ไดไ้ มจ่ ากัด โดยผอู้ อกแบบ สามารถสรา้ งแบบร่างเปน็ รปู ร่างตา่ ง ๆ ตามความตอ้ งการ ของผใู้ ช้งานได้อยา่ งอสิ ระ รวมตลอดภาคเรยี น ๔๐
242 รายวชิ าเพมิ่ เตมิ ม.ต้น (เลอื กเสร/ี ตามความถนดั และความสนใจ)
243 คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม รายวชิ า มลั ติมเี ดยี รหสั วชิ า ว ๒๐๒83 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1-3 ภาคเรยี นที่ ๑ จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ศึกษาหลกั การความรสู้ าหรับงานมลั ตมิ เี ดยี ความหมายของสอื่ มลั ตมิ ีเดีย ประเภทของสอื่ มลั ตมิ ีเดยี ความรู้สาหรบั งาน บทเรยี นคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน หลกั การออกแบบและองค์ประกอบของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน การสร้างบทเรียน คอมพิวเตอรช์ ่วยสอนด้วยโปรแกรม Adobe Captivate การสรา้ งหนา้ รายการบทเรยี น การใสไ่ ฟล์เสยี ง การใสไ่ ฟลว์ ดี ิโอ การ ออกแบบหน้าจอปฏิสมั พันธ์ การออกแบบปุ่มควบคุมบทเรยี น การสรา้ งแบบทดสอบ และการเผยแพรบ่ ทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วย สอน ปฏิบัติการสร้างงานแบบมัลติมีเดียและการใช้โปรแกรมสาหรับนาเสนองานมัลติมีเดีย เพ่ือนาเสนองานต่าง ๆ ใช้ กระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจ การคิดวเิ คราะห์ การฝกึ ทักษะและปฏิบตั ิงาน การแกป้ ัญหา การทางานกลุ่ม การเสริมสร้าง เจตคติ และกระบวนการเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้ผู้เรียนเกิด ความตระหนักและเห็นคุณค่า มีทักษะในการ สร้างช้นิ งาน และการประกอบอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพบนพ้ืนฐานของความพอเพียงพอประมาณ มีคุณธรรมและจริยธรรมใน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สร้างผลงานในการดารงชวี ติ และสามารถดารงชีวติ บนพน้ื ฐานของความพอเพียง ผลการเรยี นรู้ ๑. เขา้ ใจหลักการสรา้ งงานและออกแบบงานมัลติมเี ดยี ได้ ๒. รู้จักคาศัพท์ทีใ่ ช้ในโปรแกรมการสรา้ งงานมัลตมิ ีเดยี ๓. สามารถใสเ่ สียงให้กับงานมลั ตมิ เี ดยี ได้ ๔. สามารถใส่ Effect ของ Videoใหก้ บั งานมัลตมิ เี ดียได้ ๕. สามารถใช้สว่ นควบคมุ ตา่ ง ๆโปรแกรมสรา้ งงานมลั ตมิ เี ดยี ได้ ๖. สรา้ งบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนโดยใช้เทคนิคในรูปแบบต่าง ๆไดด้ ้วยความประณีต รอบคอบและปลอดภยั ตระหนักถึงคณุ ภาพของงาน และมีจริยธรรมในงานอาชพี ๗. ทาโครงการเพ่ือสร้างชน้ิ งานจากโปรแกรมได้ ๘. นาเสนอผลงานจากโครงงานได้ ๙. สรา้ งเอกสารค่มู ือสาหรบั การใช้งานได้ ๑๐. สามารถเผยแพรผ่ ลงานผา่ นเครือขา่ ยอินเตอรเ์ น็ตได้ รวมทง้ั หมด.........๑๐...............ผลการเรยี นรู้
244 รายวิชา มัลตมิ ีเดยี โครงสรา้ งรายวชิ าเพิม่ เตมิ ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1-3 ภาคเรยี นท่ี ๑ รหัสวชิ า ว ๒๐๒๘๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่วย ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ ตัวช้วี ดั /ผล สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั ที่ การเรียนรู้ (ชวั่ โมง) คะแนน (๑๐๐) ๑ สอ่ื มลั ตมิ ีเดียเบ้ืองต้น ข้อ ๑,๒ - ความหมายของสอ่ื มลั ตมิ เี ดยี ประเภทของสอ่ื ๔ มัลตมิ เี ดยี ความรเู้ ก่ยี วกบั บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ ๒๐ ๒ การออกแบบบทเรยี น ข้อ ๓,๔ ช่วยสอน หลกั การออกแบบบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ ๑๒ ข้อ ๕,๖ ชว่ ยสอน องค์ประกอบ บทเรยี นคอมพิวเตอร์ช่วย ๓๐ ๓ การออกแบบหนา้ จอ ขอ้ ๗,๘,๙,๑๐ สอน ๑๒ ปฏิสมั พันธ์ ๑๒ ๒๐ - การสร้างหน้ารายการแสดงบทเรยี น การสรา้ ง ๔ โครงงานสรา้ งบทเรียน หนา้ จดุ ประสงคร์ ายวชิ า การสร้างเนื้อหาบทเรยี น ๔๐ ๓๐ คอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน การใส่ไฟลเ์ สียงในบทเรยี น การใสไ่ ฟล์วิดโี อใน บทเรยี น ๑๐๐ - การสร้างหน้าจอตอบรบั การออกแบบป่มุ ควบคุมบทเรยี น การสรา้ งแบบทดสอบ การสรา้ ง เมนูออกจากบทเรยี น การเผยแพรบ่ ทเรียน - การสรา้ งค่มู ือประกอบการใช้บทเรยี น คอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน การทาโครงงานบทเรียน คอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน การนาเสนอโครงงาน รวมตลอดภาคเรียน
245 รายวชิ า โปรแกรมสร้างสรรคร์ ะบบอตั โนมตั ิ คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑-๓ ภาคเรยี นที่ ๒ รหัสวิชา ว ๒๐๒๘4 เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ศึกษาข้อมูล หลักการทางานแบบลาดับ หลักการควบคุมอัตโนมัติ แบบจาลอง การประกอบแบบจาลอง ลักษณะการ ทางานของแบบจาลอง ความคิดสร้างสรรค์ด้านกลไก ไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ รวมท้ังการเขียนโปรแกรมควบคุมการทางาน หลักการควบคุมดว้ ยโปรแกรม หลกั การควบคมุ ผ่านอปุ กรณ์ควบคมุ และหลักการควบคมุ ผา่ น Application มีทักษะและสามารถลงมือปฏิบัติในด้านการควบคุมระบบด้านกลไก ไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ สามา รถเขียน โปรแกรมควบคมุ อุปกรณ์ควบคุมและควบคุมผ่าน Application ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้กระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจ การคิดวเิ คราะห์ การฝึกทักษะและปฏิบัติงาน การแก้ปัญหา การทางานกลุ่ม การเสริมสร้างเจตคติ และกระบวนการเสริมสร้าง คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ เพ่ือให้ผู้เรียนเกิด ความตระหนักและเห็นคุณค่า มีทักษะในการสร้างชิ้นงาน และการประกอบอาชีพอย่างมี ประสิทธภิ าพบนพ้ืนฐานของความพอเพียงพอประมาณ มีคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สร้างผลงานใน การดารงชีวติ ผลการเรยี นรู้ 1. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจหลกั การทางานแบบลาดบั 2. มคี วามรู้ความเขา้ ใจหลักการทางานควบคมุ อัตโนมตั ิ 3. เข้าใจลกั ษณะการทางานแบบอตั โนมตั ิ 4. มคี วามรคู้ วามเข้าใจลกั ษณะของแบบจาลอง 5. สามารถสรา้ งแบบจาลองจากสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้ 6. มีความคิดริเริม่ สรา้ งสรรคใ์ นการสรา้ งแบบจาลองชนดิ ตา่ ง ๆ 7. เขา้ ใจหลักการควบคุมในแบบตา่ ง ๆ ได้ 8. สามารถเขียนโปรแกรมควบคุมแบบจาลองได้ 9. สามารถควบคมุ แบบจาลองผ่านอปุ กรณค์ วบคมุ ได้ 10. สามารถควบคุมแบบจาลองผา่ น Application ได้ 11. นาเสนอผลงานทีส่ รา้ งสรรค์ได้ 12. มคี วามมงุ่ ม่ันในการทางานและมวี ินยั รวมท้ังหมด.........๑๒...............ผลการเรียนรู้
246 รายวิชา โปรแกรมสรา้ งสรรคร์ ะบบอัตโนมตั ิ โครงสรา้ งรายวชิ าเพ่มิ เติม ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑-๓ ภาคเรยี นที่ ๒ รหัสวชิ า ว ๒๐๒๘๔ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หนว่ ย ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ดั /ผลการ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั ที่ เรียนรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน (๑๐๐) ๑ หลักการทางานแบบ ข้อ ๑,๒,๓ หลกั การทางานแบบลาดับขน้ั ๒ ๑๐ ลาดบั ขนั้ - ความหมายของแบบลาดบั - หลกั การทางานแบบลาดบั - หลักการควบคุมอตั โนมัติ - ลกั ษณะการทางานแบบอตั โนมัติ ๒ แบบจาลองและการ ขอ้ ๔,๕,๖ แบบจาลองและการ ๑๘ ๓๐ สร้างสรรคผ์ ลงาน สร้างสรรคผ์ ลงาน - ความหมายของแบบจาลอง - ลกั ษณะการทางานของแบบจาลอง - แบบจาลองลกั ษณะต่าง ๆ - สรา้ งแบบจาลองตามความคดิ สรา้ งสรรค์ ดา้ นกลไก ไฟฟ้าและระบบอตั โนมตั ิ ๓ การควบคุม ขอ้ การควบคมุ ๑๘ ๒๐ และการเขียน ๗,๘,๙,๑๐,๑๑,๑๒ - การเขียนโปรแกรมควบคมุ การทางาน โปรแกรม หลกั การควบคมุ ด้วยโปรแกรม หลกั การ ควบคุมผ่านอปุ กรณ์ควบคุมและหลกั การ ควบคมุ ผา่ น Application รวมตลอดภาคเรียน 40 10๐
247 รายวชิ ากลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย สาระการเรียนรู้พ้ืนฐาน จานวน 9 หน่วยกิต 1. วิทยาศาสตร์ชีวภาพ รหสั วิชา ว ๓1101 1.0 หน่วยกิต 40 ชว่ั โมง 2. วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ รหัสวชิ า ว ๓1102 1.0 หน่วยกิต 40 ชว่ั โมง 3. วิทยาศาสตร์กายภาพ๑ รหัสวชิ า ว ๓๒101 1.0 หน่วยกติ 40 ชว่ั โมง 4. วิทยาศาสตร์กายภาพ2 รหัสวชิ า ว 32102 1.0 หนว่ ยกติ 40 ชั่วโมง 5. การออกแบบและเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว 33101 1.0 หนว่ ยกติ 40 ชั่วโมง 6. วทิ ยาการคานวณ รหสั วชิ า ว 33102 1.0 หนว่ ยกิต 40 ชั่วโมง สาระการเรยี นรู้เพมิ่ เติม(บงั คบั เลือก/เรียนรวม) จานวน 5 หน่วยกติ ๑. โปรแกรมกราฟิก 1 รหสั วิชา ว ๓๐๒081 1.0 หนว่ ยกติ 40 ชั่วโมง 2. โปรแกรมกราฟิก 2 รหสั วิชา ว ๓๐๒08๒ 1.0 หนว่ ยกติ 40 ชั่วโมง ๓. เว็บเพจ 1 รหัสวิชา ว ๓๐๒085 1.0 หน่วยกิต 40 ชั่วโมง ๔. เวบ็ เพจ 2 รหัสวชิ า ว ๓๐๒086 1.0 หน่วยกิต 40 ชั่วโมง ๕. การตดั ตอ่ วดี ีโอ รหสั วชิ า ว ๓๐๒087 1.0 หนว่ ยกิต 40 ชว่ั โมง สาระการเรยี นรู้เพิ่มเติม(เลอื กเสรี/ตามความถนดั และความสนใจ) จานวน 2 หนว่ ยกิต 1. หนุ่ ยนต์ 1 รหสั วชิ า ว ๓๐๒083 1.0 หน่วยกิต 40 ชว่ั โมง 2. หุ่นยนต์ 2 รหสั วิชา ว ๓๐๒084 1.0 หน่วยกติ 40 ชว่ั โมง สาระการเรยี นร้เู พิม่ เติม (บังคบั เลอื ก/แผนการเรียนวทิ ยาศาสตร์-คณติ ศาสตร)์ จานวน 22 หนว่ ยกิต 1. ฟิสิกส์ ๑ รหสั วชิ า ว ๓๐๒01 1.5 หนว่ ยกิต 60 ชั่วโมง 2. ฟิสกิ ส์ ๒ รหสั วิชา ว ๓๐๒02 1.5 หนว่ ยกิต 60 ชว่ั โมง 3. ฟิสิกส์ 3 รหสั วชิ า ว ๓๐๒03 1.5 หน่วยกิต 60 ชว่ั โมง 4. ฟสิ ิกส์ 4 รหัสวิชา ว ๓๐๒04 1.5 หนว่ ยกิต 60 ชั่วโมง 5. ฟิสิกส์ 5 รหัสวิชา ว ๓๐๒04 1.5 หน่วยกิต 60 ชว่ั โมง 6. เคมี ๑ รหัสวชิ า ว ๓๐๒021 1.5 หนว่ ยกิต 60 ช่ัวโมง 7. เคมี 2 รหัสวชิ า ว ๓๐๒022 1.5 หน่วยกิต 60 ชั่วโมง 8. เคมี 3 รหสั วิชา ว ๓๐๒023 1.5 หน่วยกติ 60 ชั่วโมง 9. เคมี 4 รหสั วชิ า ว ๓๐๒024 1.5 หนว่ ยกติ 60 ชั่วโมง 10. เคมี 5 รหัสวชิ า ว ๓๐๒024 1.5 หนว่ ยกิต 60 ชั่วโมง 11. ชีววทิ ยา ๑ รหสั วชิ า ว ๓๐๒041 1.5 หนว่ ยกติ 60 ชั่วโมง 12. ชีววทิ ยา 2 รหสั วิชา ว ๓๐๒042 1.5 หน่วยกิต 60 ชั่วโมง 13. ชีววทิ ยา 3 รหัสวิชา ว ๓๐๒043 1.5 หน่วยกติ 60 ชว่ั โมง 14. ชวี วิทยา 4 รหสั วชิ า ว ๓๐๒044 1.5 หนว่ ยกติ 60 ชว่ั โมง 15. ชีววิทยา 5 รหัสวชิ า ว ๓๐๒044 1.5 หน่วยกิต 60 ชว่ั โมง สาระการเรยี นรเู้ พมิ่ เติม (บงั คบั เลือก/แผนการเรยี นภาษา) จานวน 7.5 หนว่ ยกิต 1. เคมใี นชวี ติ ประจาวนั 1 รหัสวิชา ว ๓1๒01 1.5 หน่วยกิต 60 ชว่ั โมง 2. เคมีในชีวติ ประจาวัน2 รหสั วิชา ว ๓1๒02 1.5 หนว่ ยกติ 60 ชั่วโมง 3. สารสังเคราะหแ์ ละสสี รรพ์ รหสั วิชา ว ๓2๒03 1.5 หน่วยกิต 60 ชั่วโมง 4. ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละพลงั งานไฟฟาู รหัสวชิ า ว ๓1๒041.5 หน่วยกติ 60 ชว่ั โมง 5. วทิ ยาศาสตรส์ ง่ิ แวดลอ้ ม รหสั วชิ า ว ๓2๒05 1.5 หน่วยกิต 60 ชั่วโมง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400