Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 64-07-18-หน่วยที่ 2 คู่มือครู ป.2 คณิต

64-07-18-หน่วยที่ 2 คู่มือครู ป.2 คณิต

Published by elibraryraja33, 2021-07-18 13:19:48

Description: 64-07-18-หน่วยที่ 2 คู่มือครู ป.2 คณิต

Search

Read the Text Version

2 2 กลุ่มส�ระก�รเรยี นรูคณิตศ�สตร์ ชั้น ป.๒ หนว่ ยที่ ๒ ก�รด�ำ เนนิ ก�รขอจ�ำ นวน เวล� ๑ ชวั่ โมง 1 6 5 7 90แผนก�รจดั ก�รเรียนรูท่ี ๑๙ 2 ⎫หนว่ ยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กิน ๑,๐๐๐) ⎬ ⎭ด� นทกั ษะแลกระบวนก�รจากนั้นสมุ นกั เรยี นออกมาตดิ แถบกระดาษบนกระดาน ซ่ึงอาจไดด ังนี้ ท�งคณิตศ�สตร์ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๑๙๓ซ�ล�เป�ไสห มูสับ 27 ลกู? เพือ่ ใหนักเรยี นสามารถ ซ�ล�เป�ไสห มแู ดง 21 ลกู 1. แกป ญ หา 2. ใหเหตผุ ล ครสู มุ นักเรยี นออกมาเขียนประโยคสญั ลกั ษณ ซ่งึ จะไดด ังน้ี 27 - 21 = ■ 3. สอื่ สารและสอื่ ความหมาย 5) นดิ ขายซาลาเปาไสห มูสบั ไดม ากกวาซาลาเปาไสห มแู ดงก่ลี กู (6 ลกู ) ทางคณิตศาสตร ครูเขียนประโยคสญั ลักษณ 27 – 21 = 6 6) 6 เปน คาํ ตอบทไ่ี ดส มเหตสุ มผลหรอื ไม เพราะเหตใุ ด (สมเหตสุ มผล เพราะถา มซี าลาเปาไสห มแู ดง เพิ่มอกี 6 ลกู จะเปน 21 + 6 = 27 ลกู ซง่ึ มีจาํ นวนเทา กบั ซาลาเปาไสห มูสบั ) ครเู ขียนสรุปคาํ ตอบ ดังน้ี ตอบ นิดขายซาลาเปาไสหมูสับไดมากกวา ซาลาเปาไสหมแู ดง ๖ ลูก 2

๑๙๔ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุ่มส�ระก�รเรียนรคู ณิตศ�สตร์ แผนก�รจดั ก�รเรียนรทู ่ี ๑๙ ชนั้ ป.๒01 9 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รด�ำ เนินก�รขอจำ�นวน เวล� ๑ ชว่ั โมง หนว่ ยย่อยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) ข้ันสอน 5 47 2. ครูเขียนโจทยปญหาบนกระดาน “ลุงม่ันขายตนมะมวงได 245 ตน ขายตนมะนาวไดมากกวา ตน มะมว ง 123 ตน ลงุ มน่ั ขายตน มะนาวไดก ต่ี น ” ใหน กั เรยี นอา นโจทยพ รอ มกนั แลว ชว ยกนั วเิ คราะหโ จทย โดยครใู ชคาํ ถาม ดังนี้ 1) โจทยถามอะไร (ลงุ มน่ั ขายตน มะนาวไดกตี่ น ) 2) โจทยบอกอะไรบาง (ลุงมั่นขายตนมะมวงได 245 ตน ขายตนมะนาวไดมากกวาตนมะมวง 123 ตน ) 3) ลงุ มั่นขายตน อะไรไดม ากกวา (ตน มะนาว) 4) ถาขายตนมะนาวไดจ ํานวนเทา กับตน มะมวง จะขายไดจ าํ นวนเทาไร (245 ตน ) 5) ขายตน มะนาวไดม ากกวาตนมะมว งเทาไร (123 ตน) ครูเขียนภาพประกอบ ดงั นี้ ตน มะม่วง 245 ตน 2 2ตนมะน�ว 245 ตน ⎫ ⎪ ⎬ ⎪ ⎭⎭ ⎪ ⎪ ⎪ ⎬ ⎪ ⎪ ⎪ ⎫ 123 ตน 6) หาคาํ ตอบไดอยางไร (ตอบตามความเขาใจ เชน ใชการบวก หรือ 245 + 123) ครเู ขยี นประโยคสญั ลักษณ 245 + 123 = ■

2 1 6 5 7 90กลมุ่ ส�ระก�รเรยี นรูคณิตศ�สตร์แผนก�รจัดก�รเรียนรทู ี่ ๑๙ 2 21ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๑๙๕หน่วยที่ ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจำ�นวน หนว่ ยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) ช้ัน ป.๒ เวล� ๑ ชัว่ โมง 7) ลุงมั่นขายตนมะนาวไดก ีต่ น (368 ตน) ครสู ุมนักเรียนออกมาแสดงการหาคาํ ตอบบนกระดาน ครเู ขยี นประโยคสญั ลักษณ 245 + 123 = 368 2 8) 368 เปน คาํ ตอบท่สี มเหตสุ มผลหรอื ไม เพราะเหตุใด (สมเหตุสมผล เหตุผลตอบตามความเขาใจ เชน 245 ใกลเคียง 250 123 ใกลเคียง 100 และ 250 + 100 = 350 ซ่ึงใกลเคียงคาํ ตอบ ดงั นั้น 368 เปนคําตอบทสี่ มเหตสุ มผล) ครูเขยี นสรปุ คาํ ตอบ ดงั น้ี ตอบ ลุงม่ันขายตน มะนาวได ๓๖๘ ตน 3. ครเู ขยี นโจทยป ญ หาบนกระดาน “หอ งสมดุ มหี นงั สอื นทิ าน 324 เลม หนงั สอื นทิ านมมี ากกวา หนงั สอื นยิ าย 147 เลม หอ งสมดุ มหี นงั สอื นยิ ายกเ่ี ลม ” ใหน กั เรยี นอา นโจทยพ รอ มกนั แลว ชว ยกนั วเิ คราะหโ จทย โดยครใู ชค ําถาม ดังนี้ 1) โจทยถ ามอะไร (หอ งสมุดมีหนงั สอื นิยายก่ีเลม) 2) โจทยบอกอะไรบาง (หองสมุดมหี นงั สือนิทาน 324 เลม หนงั สอื นิทานมีมากกวาหนังสอื นยิ าย 147 เลม ) 3) หองสมุดมหี นงั สืออะไรมากกวา กัน (หนังสอื นทิ าน) 4) ถา หนังสอื นยิ ายเทา กับหนงั สือนิทาน จะมหี นังสือนยิ ายกเี่ ลม (324 เลม) 5) หนังสือนิยายตองมากกวาหรือนอยกวา 324 เลม เพราะเหตุใด (ตองนอยกวา 324 เลม เพราะวาหนังสือนิทานมีมากกวาหนงั สือนิยาย)

⎭กลุ่มส�ระก�รเรยี นรูคณติ ศ�สตร์แผนก�รจดั ก�รเรียนรูที่ ๑๙ ชน้ั ป.๒01 9 ⎪หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ชัว่ โมง ⎪หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กิน ๑,๐๐๐) ⎪ ⎬ครเู ขียนภาพประกอบ ดังน้ี ⎪ ⎪324 เลม่ ⎪ ⎫ หนังสือนิท�น 147 เล่ม หนังสือนยิ �ย ........... เล่ม ๑๙๖ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 6) หาคําตอบไดอยางไร (ตอบตามความเขา ใจ เชน ใชก ารลบ หรือ 324 – 147) 5 47 ครูเขยี นประโยคสัญลักษณ 324 – 147 = ■ 7) หองสมุดมีหนังสอื นิยายกี่เลม (177 เลม ) ครสู มุ นกั เรยี นออกมาแสดงการหาคาํ ตอบบนกระดาน ครูเขยี นประโยคสญั ลกั ษณดงั นี้ 324 – 147 = 177 8) 177 เปนคาํ ตอบท่สี มเหตสุ มผลหรือไม เพราะเหตใุ ด (สมเหตุสมผล เหตุผลตอบตามความเขาใจ เชน 324 ใกลเคียง 300 147 ใกลเคียง 150 และ 2 300 - 150 = 150 ซึ่งใกลเ คียงคาํ ตอบ ดงั นัน้ 177 เปน คําตอบที่สมเหตสุ มผล) 2 ครูเขียนสรปุ คําตอบ ดงั น้ี ตอบ หอ งสมดุ มีหนังสือนิยาย ๑๗๗ เลม

2 1 6 5 7 90กลุ่มส�ระก�รเรยี นรูค ณติ ศ�สตร์แผนก�รจดั ก�รเรียนรทู ่ี ๑๙ 2 2 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รขอจ�ำ นวน ⎭หน่วยยอ่ ยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กิน ๑,๐๐๐) ช้นั ป.๒ ⎪ เวล� ๑ ชว่ั โมง ⎪ ⎪ 2 ⎬ ⎪ ⎪ ⎪ ⎫ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๑๙๗ 4. ครูเขียนโจทยปญ หาบนกระดาน “องิ มเี งนิ มากกวาบุญ 280 บาท ถา องิ มีเงิน 400 บาท บญุ มเี งนิ กบี่ าท” ใหน กั เรยี นอา นโจทยพ รอ มกนั แลว ชว ยกนั วเิ คราะหโ จทย โดยครใู ชค ําถาม ดงั นี้ 1) โจทยถ ามอะไร (บญุ มีเงนิ ก่บี าท) 2) โจทยบ อกอะไรบา ง (อิงมีเงนิ มากกวา บญุ 280 บาท ถาองิ มีเงิน 400 บาท) 3) ถา ทง้ั สองคนมเี งินเทากนั จะมีเงินคนละกบ่ี าท (400 บาท) 4) บุญมีเงินมากกวาหรือนอยกวา 400 บาท เพราะเหตุใด (ตองนอยกวา 400 บาท เพราะวา องิ มีเงินมากกวาบุญ 280 บาท) 5) ถา จะแสดงวิธกี ารหาคําตอบดว ยแผนภาพ นกั เรยี นจะเขยี นแสดงไดอยางไร ครูแจกแถบกระดาษ 2 ขนาด แลวใหนักเรียนเขียนขอความลงในแถบกระดาษเพ่ือแสดงสิ่งที่ โจทยบอก ......................มีเงนิ .................บ�ท ....................มีเงิน.................บ�ท จากนน้ั สุมนักเรียนออกมาติดแถบกระดาษบนกระดาน ซึ่งอาจไดดังน้ี องิ มีเงิน 400 บ�ท 280 บ�ท บญุ มีเงนิ .................บ�ท

๑๙๘ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุ่มส�ระก�รเรียนรูคณิตศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรียนรูท่ี ๑๙ ชัน้ ป.๒01 9 หน่วยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ช่วั โมง หน่วยยอ่ ยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐) 6) หาคาํ ตอบไดอ ยางไร (ตอบตามความเขา ใจ เชน ใชก ารลบ หรือ 400 – 280) 5 47 ครูเขียนประโยคสญั ลกั ษณ 400 – 280 = ■ 7) บญุ มเี งินกบ่ี าท (120 บาท) ครูสุมนักเรยี นออกมาแสดงการหาคําตอบบนกระดาน ครูเขยี นประโยคสัญลกั ษณ 400 – 280 = 120 บาท 8) 120 เปนคําตอบทส่ี มเหตุสมผลหรือไม เพราะเหตุใด (สมเหตสุ มผล เหตผุ ลตอบตามความเขา ใจ เชน เพราะองิ มเี งนิ 400 บาท มากกวา บญุ มเี งนิ 120 บาท จะไดองิ มเี งินมากกวาบญุ 400 – 120 = 280 บาท ซึ่งเปน ไปตามทโ่ี จทยก ําหนด) ครเู ขยี นสรุปคาํ ตอบ ดังน้ี ตอบ บุญมีเงิน ๑๒๐ บาท ครูใหน ักเรียนทาํ แบบฝก หดั 2.19 ข้นั สรุป 5. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวา การแกโจทยปญหาทําไดโดย อานทําความเขาใจปญหา วางแผน 2 2แกป ญ หา หาคําตอบ และตรวจสอบคาํ ตอบ

22 แผนก�รจดั ก�รเรียนรูท่ี ๒๐ แนวก�รจัดกิจกรรมก�รเรียนรู 1 6 5 7 90 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๑๙๙ ขั้นนำ� ทบทวนการแกโ จทยป ญหาการบวกและโจทยปญ หาการลบ ขั้นสอน การแกโ จทยปญ หาการบวกและโจทยป ญหาการลบจากสถานการณทมี่ คี ําวา นอ ยกวา แบบฝกหดั 2.20 ขั้นสรุป ครูและนักเรียนรวมกนั สรปุ การแกโ จทยป ญ หาการบวกและโจทยปญ หาการลบ 2 ก�รวดั และประเมินผล - ประเมินจากการตอบคําถามและการทาํ แบบฝกหดั 2.20 2 - ประเมินจากการแกปญหา การใหเ หตผุ ล และการส่ือสารและสอ่ื ความหมาย ทางคณติ ศาสตร

๒๐๐ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลมุ่ ส�ระก�รเรียนรูคณติ ศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรยี นรูท่ี ๒๐ ชั้น ป.๒01 9 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ชั่วโมง หน่วยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐) ขอบเขตเนือ้ ห� กิจกรรมก�รเรยี นรู ส่ือ/แหลง่ เรียนรู โจ ท ย  ป  ญ ห า ก า ร บ ว ก ขน้ั นำ� 1. แบบฝก หดั 2.20 โ จ ท ย  ป  ญ ห า ก า ร ล บ จ า ก 1. ครทู บทวนการแกโ จทยป ญ หาการบวก และโจทยป ญ หาการลบ โดยครเู ขยี นโจทยป ญ หา บนกระดาน สถานการณท่ีมีคําวานอยกวา เชน “วนั นี้บีขายนํ้ามะนาวได 250 แกว ขายนํา้ มะพรา วได 320 แกว วันน้บี ีขายนาํ้ มะนาวไดน อยกวา ก�รประเมิน น้าํ มะพราวกี่แกว” ใหนักเรียนอา นโจทยพ รอ มกัน แลว ชว ยกนั วิเคราะหโจทย โดยครูใชค ําถาม ดังน้ี 1. วิธีก�ร ส�ระสำ�คัญ 1.1 สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม 1) โจทยถามอะไร (วันนีบ้ ีขายนํา้ มะนาวไดน อยกวา นาํ้ มะพรา วกแ่ี กว ) การแกปญหาทําไดโดยอาน การเรยี นรู ทําความเขาใจปญหา วางแผน 1.2 ตรวจแบบฝก หดั วธิ คี ดิ หาคาํ ตอบ และตรวจสอบ คาํ ตอบ 2. เครือ่ งมอื 2.1 แบบฝกหดั 2.20 จุดประสงคก์ �รเรยี นรู 2.3 แบบประเมนิ ทกั ษะและ ด�นคว�มรู กระบวนการทางคณติ ศาสตร เพ่ือใหนักเรียนสามารถ 3. เกณฑ์ 2 แกโจทยปญหาการบวก 3.1 ผลงานมีความถูกตอง 2โจทยปญหาการลบจาก ไมนอ ยกวารอยละ 80 ครูสุมนกั เรยี นออกมาขดี เสน ใตส ว นทีโ่ จทยถาม 1 เสน 5 47 2) โจทยบ อกอะไรบา ง (วนั นบ้ี ขี ายนาํ้ มะนาวได 250 แกว ขายนา้ํ มะพรา วได 320 แกว ) 3.2 คะแนนรวมดานทักษะ สถานการณท ่มี คี าํ วานอยกวา ครสู ุมนักเรยี นออกมาขดี เสนใตส ว นทีโ่ จทยบอก 2 เสน และกระบวนการทางคณติ ศาสตร 3) หาคําตอบไดอ ยางไร (ตอบตามความเขาใจ เชน ใชก ารลบ หรอื 320 - 250) 4) ถาจะแสดงวิธีการหาคําตอบดวยแผนภาพ นักเรยี นจะเขียนแสดงไดอยางไร ครูแจกแถบกระดาษ 2 ขนาด แลวใหนักเรียนเขียนขอความลงในแถบกระดาษเพ่ือแสดงสิ่งที่ โจทยบ อก นำ�้ ..................................แกว น�ำ้ ..................................แกว ไมน อยกวารอยละ 60

1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๐๑ 2 กลุ่มส�ระก�รเรยี นรคู ณิตศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรียนรูที่ ๒๐ 2 1 6 5 7 90 2 หนว่ ยที่ ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจำ�นวน หน่วยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) ช้ัน ป.๒ เวล� ๑ ชวั่ โมง ด� นทกั ษะและกระบวนก�ร จากนนั้ สมุ นกั เรยี นออกมาตดิ แถบกระดาษบนกระดาน ซง่ึ อาจไดด งั น้ี ท�งคณิตศ�สตร์ 2 น้ำ�มะน�ว 250 แกว ข�ยไดนอ ยกว่� เพอ่ื ใหนกั เรยี นสามารถ ⎫ 1. แกปญหา ⎪ 2. ใหเ หตผุ ล ⎬ 3. สอ่ื สารและสอ่ื ความหมาย ⎪ ทางคณิตศาสตร ⎭ น�้ำ มะพร�ว 320 แกว ครูสมุ นักเรียนออกมาเขยี นประโยคสัญลักษณ ซ่ึงจะไดด ังนี้ 320 - 250 = ■ 1) วนั น้ีบขี ายนํา้ มะนาวไดน อ ยกวา น้ํามะพราวกแี่ กว (70 แกว ) ครูเขียนประโยคสญั ลกั ษณ 320 - 250 = 70 2) 70 เปนคําตอบที่ไดถูกตองหรือไม เพราะเหตุใด (ถูกตอง เหตุผลตอบตามความเขาใจ เชน จากโจทยบีขายนํ้ามะนาวได 250 แกว และขายนํ้ามะนาวไดนอยกวาน้ํามะพราว 70 แกว น่ันคือ ขายนา้ํ มะพรา วได 250 + 70 = 320 ซึ่งสอดคลองกบั โจทย) ครอู าจอธิบายเพ่ิมเติมโดยใชแ ผนภาพ น้ำ�มะน�ว 250 แกว ข�ยไดน อ ยกว�่ 70 แกว ⎫ ⎪ ⎬ ⎪ ⎭ น�้ำ มะพร�ว 320 แกว ⎫⎪ ⎪⎪ ⎪ ⎪⎪ ⎬ ⎭ 250 + 70 ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ครูเขียนสรปุ คําตอบ ดังนี้ ตอบ วันนบี้ ีขายนํ้ามะนาวไดนอ ยกวา นาํ้ มะพราว ๗๐ แกว

๒๐๒ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุม่ ส�ระก�รเรียนรคู ณิตศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรยี นรูที่ ๒๐ ช้นั ป.๒01 9 หน่วยที่ ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ชั่วโมง หน่วยย่อยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กิน ๑,๐๐๐) 2 ขนั้ สอน 5 47 2. ครเู ขยี นโจทยปญ หาบนกระดาน “พอ ปลูกมะละกอ 365 ตน ปลูกกลว ยนอ ยกวา มะละกอ 120 ตน พอ ปลกู กลวยก่ีตน” ใหน กั เรยี นอานโจทยพ รอ มกัน แลว ชวยกนั วิเคราะหโ จทย โดยครูใชคําถาม ดงั นี้ 1) โจทยถ ามอะไร (พอปลูกกลวยกี่ตน) 2) โจทยบ อกอะไรบา ง (พอ ปลกู มะละกอ 365 ตน ปลกู กลว ยนอ ยกวา มะละกอ 120 ตน ) 3) พอ ปลกู อะไรนอยกวา (กลว ย) 4) ถา ปลูกกลวยไดเ ทากบั มะละกอ จะปลกู กลวยกีต่ น (365 ตน) 5) คาํ ตอบควรมากกวา หรอื นอยกวา 365 (นอ ยกวา ) ครูเขยี นภาพประกอบ ดังนี้ มะละกอ 365 ตน ⎫ กลว ย.........................ตน ⎪ ⎬ ⎪ ⎭ 120 ตนั 2 6) จะหาคําตอบไดอ ยา งไร (ตอบตามความเขา ใจ เชน ใชการลบ หรือ 365 – 120) ครูเขียนประโยคสญั ลักษณ 365 – 120 = ■ 7) พอปลกู กลว ยกตี่ น (245 ตน ) ครเู ขียนประโยคสญั ลักษณ 365 – 120 = 245

2 1 6 5 7 90กล่มุ ส�ระก�รเรียนรคู ณิตศ�สตร์แผนก�รจดั ก�รเรยี นรูท ี่ ๒๐ 2 2 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รของจ�ำ นวน ⎫120 �� ช้นั ป.๒ ⎪หน่วยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐) เวล� ๑ ชวั่ โมง ⎬ ⎪ 2 ⎭ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๐๓ 8) 245 เปนคําตอบท่ีถูกตองหรือไม เพราะเหตุใด (ถูกตอง เหตุผลตอบตามความเขาใจ เชน ปลูกกลวยได 245 ตน และปลูกกลวยไดนอยกวามะละกอ 120 ตน น่ันคือปลูกมะละกอได 245 + 120 = 365 ซ่ึงสอดคลองกับโจทย) ครูอาจอธิบายเพิ่มเตมิ โดยใชแผนภาพ มะละกอ 365 ตน 120 ตัน กลวย 245 ตน ครเู ขยี นสรปุ คาํ ตอบ ดงั น้ี ตอบ พอ ปลกู กลวย ๒๔๕ ตน 3. ครูเขียนโจทยปญหาบนกระดาน “รานผลไมขายแอปเปลได 228 ลัง ขายแอปเปลไดนอยกวา สมสีทอง 136 ลัง รานผลไมจะขายสมสีทองไดก่ีลัง” ใหนักเรียนอานโจทยพรอมกัน แลวชวยกัน วิเคราะหโ จทย โดยครใู ชคาํ ถาม ดงั นี้ 1) โจทยถามอะไร (รา นผลไมจ ะขายสมสที องไดกล่ี ัง) 2) โจทยบอกอะไรบาง (รานผลไมขายแอปเปลได 228 ลัง ขายแอปเปลไดนอยกวาสมสีทอง 136 ลัง) 3) ขายอะไรไดนอ ยกวา กนั (แอปเปล) 4) ขายแอปเปล ไดกี่ลัง (228 ลัง) 5) ขายสม สีทองไดมากกวาหรือนอยกวา 228 ลัง (มากกวา )

๒๐๔ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลมุ่ ส�ระก�รเรยี นรคู ณิตศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรยี นรูท่ี ๒๐ ช้นั ป.๒01 9 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รด�ำ เนนิ ก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ชวั่ โมง หน่วยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กิน ๑,๐๐๐) ครูเขยี นภาพประกอบ ดังนี้ ข�ยแอบเปล ได 228 ลงั 136 ลงั ⎫ ⎪ ⎬ ⎪ ⎭ สมสที อง.................... ลัง ⎫⎪ ⎪⎪ ⎪⎪ ⎪ ⎬ ⎭ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ 6) จะหาคาํ ตอบไดอ ยางไร (ตอบตามความเขา ใจ เชน ใชก ารบวก หรือ 228 + 136) 5 47 ครเู ขยี นประโยคสัญลักษณ 228 + 136 = ■ 7) คําตอบเปน เทา ไร (364 ลงั ) ครเู ขยี นประโยคสญั ลกั ษณ 228 + 136 = 364 8) 364 เปน คาํ ตอบทสี่ มเหตสุ มผลหรอื ไม เพราะเหตใุ ด (สมเหตสุ มผล เหตผุ ลตอบตามความเขา ใจ เชน 136 ใกลเคยี ง 100 และ 228 + 100 = 328 ซึง่ ใกลเ คียงคําตอบ ดังนัน้ 364 เปน คําตอบที่ สมเหตสุ มผล) 2 9) สรปุ คําตอบไดอยางไร (รานผลไมจ ะขายสมสีทองได 364 ลัง) ครูเขยี นสรปุ คาํ ตอบ ดงั น้ี 2 ตอบ รา นผลไมจ ะขายสม สีทองได ๓๖๔ ลงั

2 1 6 5 7 90กลมุ่ ส�ระก�รเรยี นรคู ณติ ศ�สตร์แผนก�รจัดก�รเรียนรูท ่ี ๒๐ 2 21ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๐๕หน่วยท่ี ๒ ก�รด�ำ เนนิ ก�รของจ�ำ นวน หน่วยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐) ชั้น ป.๒ เวล� ๑ ช่วั โมง 4. ครูเขียนโจทยปญหาบนกระดาน “ไมกระดานแผนแรกยาว 455 เซนติเมตร ไมกระดานแผนแรก สน้ั กวา แผน ทสี่ อง 45 เซนตเิ มตร ไมก ระดานแผน ทสี่ องยาวกเี่ ซนตเิ มตร” ใหน กั เรยี นอา นโจทยพ รอ มกนั 2 แลว ชวยกนั วิเคราะหโ จทย โดยครูใชคําถามดงั น้ี 1) โจทยถามอะไร (ไมก ระดานแผนทส่ี องยาวกีเ่ ซนติเมตร) 2) โจทยบอกอะไรบาง (ไมกระดานแผนแรกยาว 455 เซนติเมตร ไมกระดานแผนแรกส้ันกวา แผน ท่ีสอง 45 เซนตเิ มตร) 3) ไมกระดานแผนไหนมีความยาวนอยกวา (ไมกระดานแผนแรก) เพราะเหตุใด (จากโจทย ไมก ระดานแผนแรกสน้ั กวา แผนที่สอง) 4) ไมก ระดานแผนแรกยาวเทา ไร (455 เซนตเิ มตร) 5) ไมก ระดานแผนทีส่ องควรยาวมากกวา หรือนอ ยกวา 455 เซนติเมตร (มากกวา) ครูแจกแถบกระดาษ 2 ขนาด แลวใหนักเรียนเขียนขอความลงในแถบกระดาษเพ่ือแสดงสิ่งที่ โจทยบอก ไมก ระด�น.................ย�ว.................ซม. ไมกระด�น.................ย�ว.................ซม.

๒๐๖ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุ่มส�ระก�รเรยี นรคู ณิตศ�สตร์ แผนก�รจดั ก�รเรียนรูท่ี ๒๐ ช้นั ป.๒01 9 หน่วยที่ ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ช่ัวโมง หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) จากนน้ั สมุ นักเรียนออกมาติดแถบกระดาษบนกระดาน ซ่ึงอาจไดดงั นี้ ไมก ระด�นแผน่ แรกย�ว 455 ซม. 45 ซม. ⎫ ⎬ ⎭ ไมก ระด�นแผน่ ทสี่ องย�ว .................. ซม. 6) จะหาคําตอบไดอ ยางไร (ตอบตามความเขา ใจ เชน ใชการบวก หรือ 455 + 45) ครเู ขยี นประโยคสัญลักษณ 455 + 45 = ■ 7) คาํ ตอบเปน เทา ไร (500 เซนตเิ มตร) ครเู ขยี นประโยคสญั ลกั ษณ 455 + 45 = 500 5 47 8) 500 เปน คาํ ตอบทสี่ มเหตุสมผลหรอื ไม เพราะเหตุใด (สมเหตุสมผล เหตผุ ลตอบตามความเขาใจ เชน 455 ใกลเคียง 450 45 ใกลเ คียง 50 และ 450 + 50 = 500 ดังน้นั 500 เปนคาํ ตอบที่ สมเหตุสมผล) 9) สรุปคาํ ตอบไดอยา งไร (ไมกระดานแผนที่สองยาว 500 เซนตเิ มตร) ครเู ขยี นสรุปคาํ ตอบ ดงั น้ี 2 ตอบ ไมกระดานแผนทีส่ องยาว ๕๐๐ เซนตเิ มตร 2 ครใู หน กั เรียนทําแบบฝกหดั 2.20 ขั้นสรปุ 5. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวา การแกโจทยปญหาทําไดโดย อานทําความเขาใจปญหา วางแผน แกปญหา หาคาํ ตอบ และตรวจสอบคําตอบ

22 แผนก�รจัดก�รเรียนรูท่ี ๒๑ แนวก�รจัดกิจกรรมก�รเรยี นรู 1 6 5 7 90 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๐๗ ขนั้ น�ำ ทบทวนการแกโจทยปญ หาการบวกและโจทยปญ หาการลบ ขน้ั สอน การแกโ จทยป ญ หาการบวกและโจทยป ญหาการลบจากสถานการณท่ีมตี ัวไมทราบคา แบบฝกหัด 2.21 ข้ันสรุป ครูและนักเรียนรวมกนั สรปุ เกย่ี วกับ การแกโจทยป ญ หาการบวกและโจทยป ญ หาการลบจากสถานการณท ่มี ตี ัวไมท ราบคา 2 ก�รวดั และประเมินผล - ประเมนิ จากการตอบคําถามและการทําแบบฝก หดั 2.21 2 - ประเมนิ จากการแกปญ หา การใหเหตผุ ล และการสอื่ สารและสื่อความหมาย ทางคณิตศาสตร

๒๐๘ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุ่มส�ระก�รเรยี นรคู ณิตศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรยี นรูที่ ๒๑ ช้นั ป.๒01 9 หนว่ ยที่ ๒ ก�รด�ำ เนนิ ก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ชวั่ โมง หน่วยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกนิ ๑,๐๐๐) ขอบเขตเนอ้ื ห� กิจกรรมก�รเรียนรู สอ่ื /แหลง่ เรียนรู โจทยปญหาการบวก ขน้ั นำ� 1. บตั รโจทย 1. ครูทบทวนการหาคําตอบของตัวไมทราบคาในประโยคสัญลักษณการบวกและประโยคสัญลักษณ 2. บตั รบงิ โก โจทยปญหาการลบจาก 3. แบบฝกหดั 2.21 สถานการณท ่มี ตี ัวไมทราบคา การลบ ดังน้ี - ครตู ดิ บตั รโจทยบนกระดาน ส�ระสำ�คญั ก�รประเมิน 50 + 15 = ■ 30 + ■ = 50 ■ + 42 = 82 5 47 การแกปญหาทําไดโดยอาน 1. วธิ กี �ร ทําความเขาใจปญหา วางแผน 100 – 21 = ■ ■ – 25 = 25 75 – ■ = 60 1.1 สังเกตพฤติกรรมการ วิธีคิดหาคําตอบ และตรวจสอบ คาํ ตอบ 33 + 66 = ■ 99 + ■ = 105 ■ – 18 = 30 เรียนรู 1.2 ตรวจแบบฝกหดั จดุ ประสงค์ก�รเรียนรู - ใหนักเรียนหาคําตอบของโจทยแตละขอ แลวนําคําตอบเขียนลงในบัตรบิงโกในชองใดก็ได ด� นคว�มรู ชองละ 1 คาํ ตอบ เชน 2. เครือ่ งมอื 2 เพ่ือใหนักเรียนสามารถ บัตรบิงโก 2.1 แบบฝกหดั 2.21 แกโจทยปญหาการบวกและ 50 20 40 2.3 แบบประเมนิ ทกั ษะและ โจทยปญหาการลบจาก สถานการณท ่มี ตี ัวไมท ราบคา 48 99 15 กระบวนการทางคณติ ศาสตร 3. เกณฑ์ 3.1 ผลงานมีความถูกตอง 2 ไมนอยกวา รอ ยละ 80 3.2 คะแนนรวมดานทักษะ และกระบวนการทางคณติ ศาสตร 6 65 79 ไมน อ ยกวารอ ยละ 60

2 1 6 5 7 90กลมุ่ ส�ระก�รเรียนรคู ณิตศ�สตร์แผนก�รจัดก�รเรียนรทู ี่ ๒๑ 2 2 หนว่ ยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจ�ำ นวน ⎭หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒.๒ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กิน ๑,๐๐๐) ชั้น ป.๒ ⎪ เวล� ๑ ชว่ั โมง ⎪ด� นทกั ษะและกระบวนก�ร ⎪ท�งคณิตศ�สตร์ 2 ⎪ ⎪เพือ่ ใหน ักเรียนสามารถ ⎬1. แกปญหา ⎪2. ใหเหตผุ ล ⎪3. สอื่ สารและสอ่ื ความหมาย ⎪ทางคณติ ศาสตร ⎪ ⎪ ⎫ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๐๙ - ครูเก็บบัตรโจทยและสลบั บตั รโจทย จากน้นั สมุ หยิบบัตรโจทยค รั้งละ 1 ใบ ใหน ักเรียนชว ยกนั บอก คาํ ตอบ และวธิ ีการหาคําตอบ - นักเรียนกากบาททับจาํ นวนทต่ี รงกับคาํ ตอบ - นักเรียนคนใดมรี อยกากบาทในแนวตั้ง แนวนอน แนวทแยงตดิ กัน 3 ชอ งในบัตรบงิ โก ใหพ ดู คาํ วา “บิงโก” - ครูและนักเรยี นรว มกันตรวจสอบคาํ ตอบ ข้ันสอน 2. ครูเขยี นโจทยป ญหาบนกระดาน แลว ใชก ารถามตอบ ดงั นี้ “กุง ออมเงนิ ได 378 บาท กุง ตองออมเงนิ เพมิ่ อกี กบี่ าท จงึ จะมีเงนิ ออมครบ 800 บาท” 1) โจทยถามอะไร (กุงตองออมเงนิ เพิ่มอกี กบ่ี าท จึงจะมเี งินออมครบ 800 บาท) 2) โจทยบอกอะไรบาง (กุง ออมเงินได 378 บาท) ครูเขียนภาพประกอบการอธบิ าย ดังน้ี ออมแลว 378 บ�ท ออมเพ่มิ อีก....................บ�ท 800 บ�ท

๒๑๐ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุม่ ส�ระก�รเรียนรคู ณิตศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรยี นรทู ี่ ๒๑ ชั้น ป.๒01 9 หน่วยที่ ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ช่วั โมง หน่วยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐) 2 3) เขียนประโยคสญั ลกั ษณไ ดอยางไร (378 + ■ = 800) ครูเขียนประโยคสัญลกั ษณบนกระดาน 5 47 ถานักเรียนนําเสนอประโยคสัญลักษณรูปแบบอื่น ครูควรถามเหตุผลและใหนักเรียนอธิบายไดตาม ความเขา ใจ เชน 800 – 378 = ■ ครคู วรถามตอ วา เพราะเหตุใดจึงคิดเชน น้ัน จากน้ันครโู ยงเขาสู การคดิ โดยใชประโยคสัญลกั ษณ 378 + ■ = 800 4) จะหาคําตอบไดอ ยา งไร (ตอบตามความเขา ใจ เชน ใชความสมั พันธก ารบวกและการลบ) ครเู ขียนแสดงความสัมพนั ธเพอ่ื หาคําตอบ ดงั นี้ 378 + ■ = 800 หาคาํ ตอบโดยใชความสัมพนั ธก ารบวกและการลบ 800 – 378 = 422 ดงั น้นั 378 + 422 = 800 5) กงุ ตอ งออมเงินเพม่ิ อีกกีบ่ าท จงึ จะมเี งินออมครบ 800 บาท (422 บาท) 6) 422 เปน คําตอบทีส่ มเหตุสมผลหรือไม เพราะเหตใุ ด (สมเหตุสมผล เพราะนอยกวา 800 บาท 2 และ 422 รวมกับ 378 ได 800) ครเู ขยี นสรุปคาํ ตอบ ดังน้ี ตอบ กงุ ตองออมเงนิ เพ่ิมอกี ๔๒๒ บาท

2 1 6 5 7 90กลุ่มส�ระก�รเรียนรูค ณติ ศ�สตร์แผนก�รจดั ก�รเรยี นรูท่ี ๒๑ 2 21ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๑๑หนว่ ยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน หนว่ ยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กิน ๑,๐๐๐) ชนั้ ป.๒ เวล� ๑ ช่วั โมง 3. ครเู ขียนโจทยป ญ หาบนกระดาน แลวใชก ารถามตอบ ดังนี้ “รา นขนมมไี ขเ ปด 550 ฟอง นาํ ไปทาํ ฝอยทองแลว เหลอื 325 ฟอง รา นขนมนาํ ไขเ ปด ไปทาํ ฝอยทอง 2 ก่ีฟอง” 1) โจทยถ ามอะไร (รานขนมนาํ ไขเ ปด ไปทาํ ฝอยทองก่ีฟอง) 2) โจทยบ อกอะไรบา ง (รา นขนมมไี ขเ ปด 550 ฟอง นาํ ไปทาํ ฝอยทองแลว เหลอื 325 ฟอง) ครเู ขียนภาพประกอบการอธิบาย ดังน้ี ไข่เปด 550 ฟอง ⎫ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎬ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎭ น�ำ ไปทำ�ฝอยทอง.........ฟอง เหลือไขเ่ ปด 325 ฟอง 3) เขยี นประโยคสัญลกั ษณไดอยา งไร (550 – ■ = 325) ครเู ขยี นประโยคสญั ลกั ษณบนกระดาน ถานักเรียนนําเสนอประโยคสัญลักษณรูปแบบอ่ืน ครูควรถามเหตุผลและใหนักเรียนอธิบายไดตาม ความเขาใจ เชน 550 – 325 = ■ ครูควรถามตอวา เพราะเหตุใดนักเรียนจึงคิดเชนนั้น จากน้ัน ครโู ยงเขาสกู ารคดิ โดยใชป ระโยคสัญลักษณ 550 – ■ = 325 4) จะหาคําตอบไดอ ยาง (ตอบตามความเขาใจ เชน ใชค วามสมั พนั ธการบวกและการลบ) ครูเขียนแสดงความสมั พันธเพ่อื หาคําตอบ ดังนี้ 550 – ■ = 325 หาคาํ ตอบโดยใชความสมั พนั ธการบวกและการลบ 550 – 325 = 225 ดังน้ัน 550 – 225 = 325

๒๑๒ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กล่มุ ส�ระก�รเรยี นรูค ณติ ศ�สตร์ แผนก�รจดั ก�รเรียนรูที่ ๒๑ ชน้ั ป.๒01 9 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ชั่วโมง หน่วยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐) 5) รานขนมนําไขเ ปดไปทาํ ฝอยทองกี่ฟอง (225 ฟอง) 6) 225 เปน คําตอบท่ีสมเหตสุ มผลหรือไม เพราะเหตุใด (สมเหตสุ มผล เพราะ 225 + 325 = 550) ครเู ขียนสรุปคาํ ตอบ ดงั นี้ ตอบ รานขนมนําไขเปดไปทาํ ฝอยทอง ๒๒๕ ฟอง 4. ครูเขียนโจทยปญหาบนกระดาน แลวใชก ารถามตอบ ดังนี้ 5 47 “หยกปลอยปลานลิ และปลาทับทมิ รวมกนั 600 ตัว หยกปลอ ยปลาทับทิม 270 ตัว หยกปลอยปลา นลิ กี่ตัว” 1) โจทยถามอะไร (หยกปลอ ยปลานลิ กีต่ วั ) 2) โจทยบอกอะไรบา ง (หยกปลอยปลานิลและปลาทบั ทมิ รวมกัน 600 ตวั หยกปลอยปลาทับทมิ 270 ตวั ) 2 ครูเขียนภาพประกอบการอธบิ าย ดงั น้ี ปล�นิล......................ตวั ปล�ทบั ทมิ 270 ตัว 2 ⎭ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎬ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎫ ปล�ทงั้ หมด 600 ตวั

2 1 6 5 7 90กลุ่มส�ระก�รเรียนรูคณติ ศ�สตร์แผนก�รจัดก�รเรียนรูที่ ๒๑ 2 21ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๑๓หนว่ ยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจ�ำ นวน หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกนิ ๑,๐๐๐) ชัน้ ป.๒ เวล� ๑ ชว่ั โมง 3) เขียนประโยคสญั ลักษณไดอ ยางไร (■ + 270 = 600 หรอื 270 + ■ = 600) ครเู ขยี นประโยคสญั ลกั ษณบ นกระดาน ถา นกั เรยี นนาํ เสนอประโยคสญั ลกั ษณร ปู แบบอนื่ ครคู วรถามเหตผุ ล 2 และใหนักเรียนอธิบายไดตามความเขาใจ เชน 600 – 270 = ■ ครูควรถามตอวา เพราะเหตุใด นักเรียนจึงคิดเชน นั้น จากน้ันครโู ยงเขา สูการคดิ โดยใชป ระโยคสัญลกั ษณ ■ + 270 = 600 4) จะหาคาํ ตอบไดอยางไร (ตอบตามความเขา ใจ เชน ใชค วามสัมพนั ธก ารบวกและการลบ) ครเู ขยี นแสดงความสัมพนั ธเ พอื่ หาคาํ ตอบ ดังน้ี ■ + 270 = 600 หาคําตอบโดยใชค วามสัมพนั ธการบวกและการลบ 600 – 270 = 330 ดังน้ัน 330 + 270 = 600 5) หยกปลอยปลานลิ กี่ตวั (330 ตวั ) 6) 330 เปน คําตอบท่ไี ดสมเหตุสมผลหรือไม เพราะเหตใุ ด (สมเหตสุ มผล เพราะ 330 + 270 = 600) ครูเขียนสรุปคาํ ตอบ ดังนี้ ตอบ หยกปลอยปลานลิ ๓๓๐ ตวั ครใู หนักเรียนทําแบบฝก หัด 2.21

๒๑๔ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กล่มุ ส�ระก�รเรียนรูคณติ ศ�สตร์ แผนก�รจดั ก�รเรยี นรทู ่ี ๒๑ ช้นั ป.๒01 9 หน่วยที่ ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ชัว่ โมง หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) ขั้นสรปุ 5. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวา การแกปญหาทําไดโดยอานทําความเขาใจปญหา วางแผนวิธีคิด หาคําตอบ และตรวจสอบคําตอบ 5 47 22

22 แผนก�รจดั ก�รเรียนรูที่ ๒๒ แนวก�รจัดกิจกรรมก�รเรยี นรู 1 6 5 7 90 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๑๕ ข้ันน�ำ ทบทวนการวเิ คราะหส ถานการณการบวกและการลบทมี่ ตี ัวไมทราบคา ขั้นสอน การแกโ จทยป ญ หาการบวกและโจทยปญหาการลบจากสถานการณท ี่มีตวั ไมท ราบคา แบบฝก หัด 2.22 ขั้นสรุป ครูและนกั เรียนรวมกนั สรุป การแกโจทยปญ หาการบวกและโจทยป ญหาการลบจากสถานการณท ่ีมีตวั ไมท ราบคา 2 ก�รวัดและประเมนิ ผล - ประเมนิ จากการตอบคําถามและการทาํ แบบฝก หัด 2.22 2 - ประเมนิ จากการแกป ญ หา การใหเหตุผล และการสือ่ สารและสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร

๒๑๖ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุม่ ส�ระก�รเรยี นรูค ณติ ศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรียนรทู ี่ ๒๒ ชั้น ป.๒ 01 9 หนว่ ยที่ ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ชั่วโมง หน่วยยอ่ ยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกนิ ๑,๐๐๐) ขอบเขตเนอื้ ห� กจิ กรรมก�รเรียนรู สอ่ื /แหล่งเรียนรู การแกโจทยปญหาการบวก ขนั้ นำ� 1. บัตรประโยคสญั ลกั ษณ และโจทยปญหาการลบจาก 1. ครูทบทวนการวิเคราะหสถานการณการบวกและการลบท่ีมีตวั ไมท ราบคา โดยครเู ขยี นสถานการณ 2. แบบฝกหดั 2.22 สถานการณที่มีตัวไมท ราบคา บนกระดานทีละขอ ใหนักเรียนเลือกบัตรประโยคสัญลักษณที่สอดคลองกับสถานการณ แลวรวมกัน ตรวจสอบความถูกตอง เชน ก�รประเมิน 1. วธิ กี �ร ส�ระส�ำ คัญ 1.1 สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม การแกปญหาทําไดโดย สถ�นก�รณ์ อา นทาํ ความเขา ใจปญ หา วางแผน บตั รประโยคสญั ลักษณ์ การเรยี นรู 5 47 วธิ คี ดิ หาคาํ ตอบ และตรวจสอบ 1.2 ตรวจแบบฝก หดั 1) จาํ นวนอะไรมากกวา 350 อยู 30 (เฉลย ข) ก. 350 - ■ = 30 2. เครอื่ งมอื คําตอบ 2) 30 รวมกบั จาํ นวนใดได 350 (เฉลย ง) ข. ■ - 350 = 30 2.1 แบบฝกหัด 2.22 3) 350 มากกวา จาํ นวนใดอยู 30 (เฉลย ก) 2.3 แบบประเมินทักษะ 2 จุดประสงคก์ �รเรียนรู ด�นคว�มรู 4) 450 ตอ งเพม่ิ อกี เทา ไรจงึ จะได 1,000 (เฉลย ฉ) ค. ■ - 1,000 = 450 และกระบวนการทางคณติ ศาสตร เพื่อใหนักเรียนสามารถ 5) จาํ นวนใดนอ ยกวา 1,000 อยู 450 (เฉลย จ) ง. 30 + ■ = 350 3. เกณฑ์ วิเคราะหและหาคําตอบของ โจทยปญหาการบวก และโจทย จ. 1,000 - ■ = 450 3.1 ผลงานมีความถูกตอง 2 ไมน อยกวารอยละ 80 ปญหาการลบจากสถานการณ 3.2 คะแนนรวมดานทกั ษะ และกระบวนการทางคณติ ศาสตร ที่มีตวั ไมท ราบคา ฉ. 450 + ■ = 1,000 ไมน อ ยกวารอ ยละ 60

2 1 6 5 7 90กลุม่ ส�ระก�รเรยี นรคู ณติ ศ�สตร์แผนก�รจดั ก�รเรยี นรูท่ี ๒๒ 2 2 หน่วยท่ี ๒ ก�รด�ำ เนนิ ก�รของจำ�นวน ⎭หน่วยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกนิ ๑,๐๐๐) ช้ัน ป.๒ ⎪ เวล� ๑ ช่วั โมง ⎪ด� นทกั ษะและกระบวนก�ร ⎪ท�งคณิตศ�สตร์ 2 ⎪ ⎪เพอ่ื ใหน กั เรียนสามารถ ⎬1. แกป ญ หา ⎪2. ใหเหตผุ ล ⎪3. สอ่ื สารและสอ่ื ความหมาย ⎪ทางคณติ ศาสตร ⎪ ⎪ ⎪ ⎫ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๑๗ ขัน้ สอน 2. ครูทบทวนการวิเคราะหโจทยปญหาการบวก และโจทยปญหาการลบ โดยครูเขียนโจทยปญหา บนกระดาน ใหน ักเรยี นบอกวธิ คี ิดและคาํ ตอบ เชน “ตูนวิ่งไปแลว 827 กโิ ลเมตร ตูนตองวง่ิ อีกกี่กิโลเมตร จงึ จะว่ิงได 1,000 กิโลเมตร” 1) โจทยถามอะไร (ตนู ตองว่ิงอกี กี่กโิ ลเมตร จึงจะว่งิ ได 1,000 กโิ ลเมตร) 2) โจทยบอกอะไรบา ง (ตูนวง่ิ ไปแลว 827 กิโลเมตร) ครเู ขยี นภาพประกอบการอธิบาย ดงั นี้ วิ่งไปแลว 827 กม. ตอ งวิง่ อีก.......กม. ระยะท�งทงั้ หมด 1,000 กม. 3) เขยี นประโยคสญั ลกั ษณไ ดอ ยา งไร (827 + ■ = 1,000) ครเู ขยี นประโยคสญั ลกั ษณบ นกระดาน ถานักเรียนนําเสนอประโยคสัญลักษณรูปแบบอื่น ครูควรถามเหตุผลและใหนักเรียนอธิบายไดตาม ความเขา ใจ เชน 1,000 – 827 = ■ ครคู วรถามตอ วา เพราะเหตุใดจึงคิดเชนนั้น จากนน้ั ครูโยงเขาสู การคดิ โดยใชประโยคสัญลักษณ 827 + ■ = 1,000

๒๑๘ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กล่มุ ส�ระก�รเรยี นรคู ณิตศ�สตร์ แผนก�รจดั ก�รเรยี นรูท ี่ ๒๒ ชัน้ ป.๒01 9 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รด�ำ เนนิ ก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ชว่ั โมง หนว่ ยย่อยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) 2 4) จะหาคําตอบไดอ ยา งไร (ตอบตามความเขา ใจ เชน ใชความสมั พันธก ารบวกและการลบ) 5 47 ครเู ขยี นแสดงความสัมพนั ธเ พื่อหาคําตอบ ดงั นี้ 827 + ■ = 1,000 หาคําตอบโดยใชความสัมพนั ธการบวกและการลบ 1,000 – 827 = 173 ดงั นน้ั 827 + 173 = 1,000 5) ตนู ตองวงิ่ อีกก่ีกโิ ลเมตร จึงจะว่งิ ได 1,000 กโิ ลเมตร (173 กิโลเมตร) 6) 173 เปน คําตอบท่ีสมเหตุสมผลหรอื ไม เพราะเหตุใด (สมเหตสุ มผล เพราะ 827 ใกลเคียง 800 และ 1,000 – 800 = 200 ซึ่งใกลเคยี งกับคําตอบ ดงั นั้น 173 จึงเปน คําตอบทสี่ มเหตสุ มผล) ครเู ขียนสรุปคาํ ตอบ ดังนี้ 2 ตอบ ตนู ตอ งวิ่งอีก ๑๗๓ กโิ ลเมตร

2 แผนก�รจัดก�รเรียนรทู ่ี ๒๒ 2 2 หน่วยย่อยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) 1 6 5 7 90กล่มุ ส�ระก�รเรยี นรคู ณิตศ�สตร์ช้นั ป.๒ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๑๙หน่วยท่ี ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจำ�นวนเวล� ๑ ช่ัวโมง 2. ครูเขยี นโจทยป ญ หาบนกระดาน แลวใชการถามตอบ ดังน้ี “แมค ามดี อกกุหลาบ 750 ดอก ขายไปจนเหลอื ดอกกหุ ลาบ 105 ดอก แมคาขายกุหลาบไปแลว ก่ีดอก” 1) โจทยถ ามอะไร (แมคา ขายกุหลาบไปแลว ก่ีดอก) 2) โจทยบ อกอะไรบา ง (แมค า มดี อกกหุ ลาบ 750 ดอก ขายไป จนเหลอื ดอกกหุ ลาบ 105 ดอก) ครเู ขยี นภาพประกอบการอธิบาย ดงั น้ี ดอกกุหล�บทั้งหมด 750 ดอก ⎫ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎬ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎭ ท่เี หลือ 105 ดอก ทีข่ �ยไป.....ดอก 3) เขียนประโยคสญั ลกั ษณไ ดอยางไร (750 – ■ = 105) ครเู ขียนประโยคสัญลักษณบนกระดาน 2 ถานักเรียนนําเสนอประโยคสัญลักษณรูปแบบอ่ืน ครูควรถามเหตุผลและใหนักเรียนอธิบายไดตาม ความเขาใจ เชน 105 + ■ = 750 ครคู วรถามตอวา เพราะเหตใุ ดจึงคิดเชน นั้น จากน้นั ครูโยงเขา สู การคิดโดยใชป ระโยคสญั ลกั ษณ 750 – ■ = 105 4) จะหาคาํ ตอบไดอ ยา งไร (ตอบตามความเขา ใจ เชน ใชความสมั พันธก ารบวกและการลบ) ครเู ขยี นแสดงความสมั พันธเ พ่ือหาคําตอบ ดังน้ี 750 – ■ = 105 หาคาํ ตอบโดยใชค วามสมั พันธการบวกและการลบ 750 – 105 = 645 ดงั นน้ั 750 – 645 = 105

๒๒๐ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุม่ ส�ระก�รเรียนรคู ณิตศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรยี นรูท่ี ๒๒ ชน้ั ป.๒01 9 หน่วยที่ ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ช่วั โมง หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กิน ๑,๐๐๐) 5) แมคา ขายกหุ ลาบไปแลวกี่ดอก (645 ดอก) 5 47 6) 645 เปน คาํ ตอบทีส่ มเหตสุ มผลหรือไม เพราะเหตุใด (สมเหตุสมผลเนื่องจากมีกุหลาบ 750 ดอก ถาขายไปแลวเหลือ 100 ดอก แสดงวาขายไป 750 – 100 = 650 ดอก ซึง่ 650 ใกลเ คียงกับคําตอบ ดังน้นั 645 จงึ เปนคาํ ตอบทส่ี มเหตุสมผล) ครูเขียนสรปุ คาํ ตอบ ดงั นี้ ตอบ แมค า ขายกุหลาบไปแลว ๖๔๕ ดอก 3. ครเู ขียนโจทยป ญ หาบนกระดาน แลว ใชก ารถามตอบ ดังน้ี “แมคาขายเคก สมไป 325 ชน้ิ ยงั เหลอื เคกสม 135 ช้นิ เดมิ แมคามเี คก สม กี่ชิ้น” 1) โจทยถ ามอะไร (เดิมแมค า มเี คกสม ก่ชี นิ้ ) 2) โจทยบ อกอะไรบา ง (แมค าขายเคก สม ไป 325 ชิน้ ยงั เหลือเคกสม 135 ชิ้น) ครเู ขียนภาพประกอบการอธบิ าย ดังน้ี เคกสม ................ช้นิ 22 ⎫ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎬ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎭ ⎫ ⎪ ⎬ ⎪ ⎭⎭ ⎪ ⎪ ⎪ ⎬ ⎪ ⎪ ⎪ ⎫ ข�ยไป 325 ช้ิน เหลือเคก สม 135 ช้ิน

2 1 6 5 7 90กลุ่มส�ระก�รเรยี นรคู ณติ ศ�สตร์แผนก�รจดั ก�รเรียนรูท่ี ๒๒ 2 21ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๒๑หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจ�ำ นวน หน่วยยอ่ ยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) ชน้ั ป.๒ เวล� ๑ ชว่ั โมง 3) เขียนประโยคสัญลักษณไดอยางไร ( ■ - 325 = 135) ครูเขียนประโยคสัญลักษณ บนกระดาน ถานักเรียนนําเสนอประโยคสัญลักษณรูปแบบอื่น ครูควรถามเหตุผลและใหนักเรียน 2 อธิบายไดตามความเขาใจ เชน 325 + 135 = ■ ครูควรถามตอ วา เพราะเหตุใดนักเรียนจงึ คิดเชนนั้น จากนน้ั ครูโยงเขา สกู ารคดิ โดยใชประโยคสญั ลกั ษณ ■ - 325 = 135 4) จะหาคาํ ตอบไดอยา งไร (ตอบตามความเขา ใจ เชน ใชค วามสัมพันธก ารบวกและการลบ) ครูเขยี นแสดงความสัมพันธเพื่อหาคาํ ตอบ ดงั นี้ ■ - 325 = 135 หาคาํ ตอบโดยใชความสมั พันธการบวกและการลบ 325 + 135 = 460 ดงั นน้ั 460 - 325 = 135 5) เดิมแมคา มเี คก สม กชี่ ิน้ (460 ช้ิน)

๒๒๒ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลมุ่ ส�ระก�รเรียนรคู ณิตศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรยี นรูท ี่ ๒๒ ชั้น ป.๒01 9 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ชว่ั โมง หนว่ ยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) 2 6) 460 เปน คําตอบทีส่ มเหตสุ มผลหรือไม เพราะเหตใุ ด (สมเหตุสมผล ซึ่งนักเรียนอาจใหเหตผุ ล 5 47 ไดหลายแบบ เชน - ถาแมคาขายเคกไป 325 ช้ิน แลวยังเหลือเคกอีก 100 ชิ้น แสดงวาแมคามีเคกท้ังหมด 325 + 100 = 425 ซง่ึ ใกลเ คียง 460 ดงั นน้ั 460 จงึ เปน คาํ ตอบที่สมเหตุสมผล - คิดจาก 325 มากกวา 300 135 มากกวา 100 และ 300 + 100 = 400 ดังน้นั 325 + 135 = 460 ซงึ่ มากกวา 400 จึงเปน คําตอบท่สี มเหตุสมผล) ครเู ขยี นสรุปคาํ ตอบ ดงั น้ี ตอบ เดมิ แมคา มีเคก สม ๔๖๐ ช้นิ ครใู หนกั เรยี นทาํ แบบฝกหัด 2.22 ข้นั สรุป 5. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวา การแกปญหาทําไดโดยอานทําความเขาใจปญหา วางแผนวิธีคิด 2 หาคาํ ตอบ และตรวจสอบคาํ ตอบ

2 2 2 แผนก�รจัดก�รเรยี นรทู ี่ ๒๓ แนวก�รจดั กจิ กรรมก�รเรียนรู 1 6 5 7 90 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๒๓ ขนั้ น�ำ ทบทวนการแกโจทยปญ หาการบวกและโจทยป ญ หาการลบ ขน้ั สอน การแกโจทยป ญ หาการบวก และโจทยปญ หาการลบ 2 ข้นั ตอน แบบฝก หัด 2.23 ขน้ั สรปุ ครแู ละนักเรียนรว มกันสรุป การแกโจทยป ญหาการบวกและโจทยป ญ หาการลบ 2 ขน้ั ตอน ก�รวดั และประเมินผล - ประเมินจากการตอบคําถามและการทําแบบฝกหดั 2.23 - ประเมินจากการแกปญ หา การใหเหตผุ ล และการสอ่ื สารและส่อื ความหมาย 2 ทางคณิตศาสตร

๒๒๔ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุ่มส�ระก�รเรยี นรคู ณติ ศ�สตร์ แผนก�รจดั ก�รเรยี นรทู ี่ ๒๓ ชนั้ ป.๒ 01 9 หน่วยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ชวั่ โมง หนว่ ยย่อยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) ขอบเขตเนอื้ ห� กจิ กรรมก�รเรียนรู สื่อ/แหล่งเรยี นรู โจทยปญหาการบวกและ ขน้ั นำ� 1. บตั รโจทย โจทยปญ หาการลบ 2 ข้ันตอน 2. บัตรบงิ โก 1. ครูทบทวนการโจทยการบวกและโจทยการลบ 2 ขน้ั ตอน ดังน้ี 3. แบบฝก หดั 2.23 ส�ระสำ�คัญ - ครตู ิดบัตรโจทยบนกระดาน การแกปญหาทําไดโดยอาน 12 + 7 + 8 = ■ 25 + 25 + 11 = ■ 100–30–40 = ■ ก�รประเมนิ 5 47 ทาํ ความเขา ใจปญ หา วางแผนวธิ ี 27 + 13 + 20 = ■ 73–15–23 = ■ 99–22–27 = ■ คิดหาคําตอบ และตรวจสอบ 1. วิธีก�ร คําตอบ 1.1 สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม การเรียนรู 69 + 14 + 16 = ■ 900–450–50 = ■ 700 + 60 + 1 = ■ 1.2 ตรวจแบบฝกหดั จดุ ประสงค์ก�รเรียนรู 2. เคร่ืองมอื ด� นคว�มรู เพ่ือใหนักเรียนสามารถ - ใหนักเรียนหาคําตอบของโจทยแตละขอ แลวนําคําตอบเขียนลงในบัตรบิงโกในชองใดก็ได 2.1 แบบฝกหัด 2.23 แกโจทยปญหาการบวกและ ชอ งละ 1 คาํ ตอบ เชน 2.3 แบบประเมนิ ทกั ษะและ โจทยป ญ หาการลบ 2 ขัน้ ตอน บัตรบงิ โก กระบวนการทางคณิตศาสตร 2 27 35 400 3. เกณฑ์ 2 ด� นทกั ษะและกระบวนก�ร 50 99 61 ท�งคณติ ศ�สตร์ 60 30 761 3.1 ผลงานมีความถูกตอง เพอ่ื ใหนักเรยี นสามารถ ไมนอยกวารอ ยละ 80 1. แกป ญหา 2. ใหเหตุผล 3.2 คะแนนรวมดานทักษะ 3. สอื่ สารและสอื่ ความหมาย และกระบวนการทางคณติ ศาสตร ไมน อยกวา รอ ยละ 60 ทางคณติ ศาสตร

2 1 6 5 7 90กลมุ่ ส�ระก�รเรยี นรคู ณติ ศ�สตร์แผนก�รจดั ก�รเรยี นรูที่ ๒๓ 2 2 หน่วยที่ ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจ�ำ นวน ⎭หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) ชน้ั ป.๒ ⎪ เวล� ๑ ชวั่ โมง ⎪ ⎪ 2 ⎪ ⎪ ⎪ ⎬ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎫ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๒๕ - ครูเก็บบัตรโจทยและสลับบัตรโจทย จากน้ันสุมหยิบบัตรโจทยครั้งละ 1 ใบ ใหนักเรียนชวยกัน บอกคําตอบ และวธิ ีการหาคําตอบ - นักเรยี นกากบาททับจาํ นวนที่ตรงกบั คาํ ตอบ - นักเรียนคนใดมีรอยกากบาทในแนวต้ัง แนวนอน แนวทแยงติดกัน 3 ชองในบัตรบิงโก ใหพูด คาํ วา “บงิ โก” - ครแู ละนักเรียนรวมกนั ตรวจสอบคําตอบ ขัน้ สอน 2. ครเู ขียนโจทยปญ หาบนกระดาน แลว ใชก ารถามตอบ ดงั น้ี “หอ งประชมุ มนี กั เรียนชน้ั ป.1 จํานวน 240 คน มนี กั เรยี นช้ันป.2 จาํ นวน 231 คน และมีนักเรียน ชน้ั ป.3 จาํ นวน 260 คน หอ งประชุมมนี กั เรยี นท้งั หมดกคี่ น” 1) โจทยถ ามอะไร (หอ งประชุมมีนักเรยี นท้ังหมดกค่ี น) 2) โจทยบอกอะไรบาง (หองประชุมมีนักเรียนช้ันป.1 จํานวน 240 คน มีนักเรียนชั้นป.2 จาํ นวน 231 คน และมนี ักเรยี นชั้นป.3 จํานวน 260 คน) ครูเขียนภาพประกอบการอธบิ าย ดงั นี้ ป.1 มี 240 คน ป.2 มี 231 คน ป.3 มี 260 คน นกั เรยี นท้งั หมด...........คน

๒๒๖ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุม่ ส�ระก�รเรียนรคู ณติ ศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรยี นรูท ่ี ๒๓ ช้นั ป.๒01 9 หน่วยท่ี ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ช่วั โมง หน่วยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกนิ ๑,๐๐๐) 3) จะหาคาํ ตอบไดอยางไร (ตอบตามความเขาใจ เชน 240 + 231 + 260) ครูแนะนาํ การเขียนประโยคสัญลกั ษณ 240 + 231 + 260 = ■ 4) คําตอบเปน เทา ไร (731 คน) ครูสมุ นักเรยี นออกมาแสดงวธิ คี ิดหาคาํ ตอบ ครูเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ 240 + 231 + 260 = 731 5) 731 เปนคําตอบที่ไดสมเหตุสมผลหรือไม (สมเหตุสมผล เพราะชั้น ป.1 มีมากกวา 200 คน ช้ันป.2 มีมากกวา 200 คน และชั้นป.3 มีมากกวา 200 คน น่ันคือนักเรียนทั้งหมดควรมีมากกวา 600 คน ซง่ึ 731 มากกวา 600 จึงเปนคําตอบทีส่ มเหตสุ มผล) ครเู ขยี นสรุปคาํ ตอบ ดังนี้ 5 47 ตอบ หอ งประชมุ มนี ักเรียนทงั้ หมด ๗๓๑ คน 3. ครูเขียนโจทยป ญ หาบนกระดาน แลวใชการถามตอบ ดังน้ี “กองมีเงนิ 1,000 บาท ซ้อื รองเทานักเรยี น 250 บาท ซอ้ื กระเปา นักเรียน 199 บาท กอ งเหลือเงิน ก่บี าท” 1) โจทยถ ามอะไร (กอ งเหลอื เงินก่ีบาท) 2) โจทยบอกอะไรบาง (กอ งมเี งิน 1,000 บาท ซือ้ รองเทา นกั เรยี น 250 บาท ซื้อกระเปานักเรียน 2 199 บาท) ครเู ขียนภาพประกอบการอธิบาย ดงั น้ี 2 เงนิ 1,000 บ�ท ⎫ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎬ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎭ รองเท� 250 บ�ท กระเป� 199 บ�ท เงนิ ที่เหลือ

2 1 6 5 7 90กลมุ่ ส�ระก�รเรียนรคู ณิตศ�สตร์แผนก�รจัดก�รเรียนรทู ่ี ๒๓ 2 21ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๒๗หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รของจำ�นวน หน่วยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) ชนั้ ป.๒ เวล� ๑ ชัว่ โมง 3) จะหาคาํ ตอบไดอ ยา งไร (1,000 – 250 – 199 ) ครแู นะนาํ การเขยี นประโยคสัญลักษณ 1,000 – 250 – 199 = ■ ถา นกั เรยี นนําเสนอประโยค 2 สัญลักษณรูปแบบอ่ืน ครูควรถามเหตุผลและใหนักเรียนอธิบายไดตามความเขาใจ เชน ถานักเรียน ตอบวา 1,000 – (250 + 199) = ■ ครูควรถามตอ วา เพราะเหตใุ ดนกั เรียนจงึ คดิ เชน นั้น จากน้นั ครู ใหนักเรยี นหาคาํ ตอบ 4) คาํ ตอบเปน เทา ไร (551 บาท) ครูสุม นักเรยี นออกมาแสดงวธิ คี ดิ หาคาํ ตอบ ครูเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ 1,000 – 250 – 199 = 551 5) 551 เปน คาํ ตอบท่ีสมเหตสุ มผลหรือไม (สมเหตสุ มผล เพราะรองเทา ราคา 250 บาท กระเปา ราคาประมาณ 200 บาท ราคาของท่ีซื้อรวมกันประมาณ 450 บาท ซ่ึงไมถึง 500 บาท เงินที่เหลือ จงึ ควรมากกวา 500 บาท ดังนั้น 551 บาท จึงเปน คาํ ตอบทส่ี มเหตสุ มผล) ครเู ขียนสรปุ คาํ ตอบ ดงั น้ี ตอบ กองเหลือเงิน ๕๕๑ บาท 4. ครูเขยี นโจทยปญ หาบนกระดาน แลวใชการถามตอบ ดงั น้ี “เอกเพาะตนกลาขาย 990 ตน วันแรกขายได 270 ตน วันท่ีสองขายได 330 ตน และเอกขาย ตนกลาหมดพอดีในวันท่ีสาม วันท่ีสามเอกขายตนกลาไดก ีต่ น ” 1) โจทยถามอะไร (วนั ทีส่ ามเอกขายตน กลาไดก ต่ี น ) 2) โจทยบอกอะไรบาง (เอกเพาะตนกลาขาย 990 ตน วันแรกขายได 270 ตน วันท่ีสองขายได 330 ตน และเอกขายตน กลาหมดพอดีในวนั ท่สี าม)

๒๒๘ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุ่มส�ระก�รเรยี นรูคณติ ศ�สตร์ แผนก�รจดั ก�รเรยี นรูที่ ๒๓ ชนั้ ป.๒01 9 หน่วยที่ ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ชว่ั โมง หน่วยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐) ครเู ขยี นภาพประกอบการอธบิ าย ดังนี้ ตนกล� 990 ตน ⎫ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎬ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎪ ⎭ 270 ตน 330 ตน ................ ตน 3) จะหาคาํ ตอบไดอยา งไร (990 – 270 – 330 ) ครูแนะนําการเขยี นประโยคสญั ลักษณ 990 – 270 – 330 = ■ ถา นักเรียนนําเสนอ ประโยค สญั ลกั ษณร ปู แบบอืน่ ครูสามารถถามเหตผุ ลและใหน กั เรียนอธบิ ายไดตามความเขา ใจ เชน ถา นักเรียน 5 47 ตอบวา 990 – (270 + 330) = ■ ครูควรถามตอวา เพราะเหตใุ ดนักเรยี นจึงคดิ เชน นนั้ จากน้นั ครูให นกั เรยี นหาคําตอบ 4) คาํ ตอบเปน เทาไร (390 ตน) ครเู ขยี นประโยคสญั ลกั ษณ 990 – 270 – 330 = 390 5) 390 เปน คาํ ตอบที่ถูกตอ งหรอื ไม (ถกู ตอ ง เพราะ 270 + 330 + 390 = 990) ครเู ขียนสรปุ คําตอบ ดังนี้ ตอบ วันทสี่ ามเอกขายตนกลาได ๓๙๐ ตน 2 2 ครูใหนักเรยี นทาํ แบบฝก หัด 2.23 ข้ันสรุป 4. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวา การแกปญหาทําไดโดยอานทําความเขาใจปญหา วางแผนวิธีคิด หาคาํ ตอบ และตรวจสอบคําตอบ

2 2 2 แผนก�รจัดก�รเรยี นรทู ี่ ๒๔ แนวก�รจดั กิจกรรมก�รเรยี นรู 1 6 5 7 90 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๒๙ ขัน้ นำ� ทบทวนการแกโจทยปญหาการบวกและโจทยป ญ หาการลบ ขน้ั สอน การแกโจทยป ญ หาการบวก และโจทยปญหาการลบ 2 ขนั้ ตอน แบบฝกหัด 2.24 ขัน้ สรุป ครูและนักเรียนรวมกันสรปุ การแกโ จทยปญ หาการบวกและโจทยปญหาการลบ 2 ขนั้ ตอน ก�รวดั และประเมนิ ผล - ประเมินจากการตอบคาํ ถามและการทําแบบฝกหดั 2.24 - ประเมินจากการแกป ญหา การใหเหตผุ ล และการสอื่ สารและสือ่ ความหมาย 2 ทางคณิตศาสตร

๒๓๐ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุ่มส�ระก�รเรียนรคู ณติ ศ�สตร์ แผนก�รจดั ก�รเรยี นรูท่ี ๒๔ ชน้ั ป.๒ 01 9 หนว่ ยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ชวั่ โมง หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กิน ๑,๐๐๐) ขอบเขตเน้อื ห� กิจกรรมก�รเรยี นรู สอื่ /แหล่งเรยี นรู โจทยปญหาการบวกและ 1. บัตรภาพสินคา โจทยป ญหาการลบ 2 ข้นั ตอน ขัน้ นำ� 2. แบบฝกหัด 2.24 1. ครูทบทวนโจทยปญหาการบวกและโจทยปญหาการลบ 2 ขั้นตอน โดยติดบัตรภาพและกําหนด สถานการณ ดังนี้ ส�ระสำ�คัญ ก�รประเมิน 5 47 การแกปญหาทําไดโดยอาน 1. วิธีก�ร ทําความเขาใจปญหา วางแผน 1.1 สังเกตพฤติกรรม วธิ คี ดิ หาคาํ ตอบ และตรวจสอบ คาํ ตอบ การเรียนรู 1.2 ตรวจแบบฝก หัด จุดประสงค์ก�รเรยี นรู 2. เครอ่ื งมอื ด� นคว�มรู สไี ม 2.1 แบบฝกหดั 2.24 2.3 แบบประเมนิ ทกั ษะและ เ พื่ อ ใ ห  นั ก เ รี ย น ส า ม า ร ถ แกโจทยปญหาการบวกและ กระบวนการทางคณิตศาสตร โจทยปญหาการลบ 2 ขนั้ ตอน 3. เกณฑ์ 2 2ด� นทกั ษะและกระบวนก�ร 3.1 ผลงานมีความถูกตอง ท�งคณิตศ�สตร์ ไมนอ ยกวา รอ ยละ 80 ป�กก� สเี มจกิ สีเทยี น ร�ค�ด� มละ 25 บ�ท ร�ค� 40 บ�ท ร�ค� 35 บ�ท ร�ค� 150 บ�ท เพ่ือใหน กั เรยี นสามารถ กระเป�ดินสอ ป�กก�เนนขอ คว�ม กลอ่ งดินสอ 3.2 คะแนนรวมดานทักษะ 1. แกป ญ หา ร�ค� 60 บ�ท ร�ค�ด�มละ 40 บ�ท ร�ค� 55 บ�ท และกระบวนการทางคณติ ศาสตร 2. ใหเหตุผล ไมนอ ยกวา รอยละ 60 3. สอื่ สารและสอื่ ความหมาย ทางคณิตศาสตร

2 2 กล่มุ ส�ระก�รเรยี นรคู ณิตศ�สตร์ ช้ัน ป.๒ หน่วยท่ี ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ช่ัวโมง 1 6 5 7 90แผนก�รจดั ก�รเรียนรูที่ ๒๔ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๓๑ 2 หน่วยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกนิ ๑,๐๐๐) สถ�นก�รณ์ 1) นิดหนอยซ้ือปากกา 1 ดา ม สีไม 1 กลอง และกระเปา ดนิ สอ 1 ใบ นิดหนอยซื้อของทง้ั หมด กบี่ าท 2) ตนซือ้ กลองดนิ สอ 1 กลอง และปากกาเนนขอ ความ 2 ดาม ตน ซือ้ ของท้ังหมดก่ีบาท 3) พพี่ ลอยมีเงิน 200 บาท ซอื้ สเี ทียน 2 กลอ ง พพ่ี ลอยเหลอื เงินกบ่ี าท 4) คุณพอ มเี งิน 100 บาท ซอ้ื สีเมจกิ 1 กลอง กระเปาดินสอ 1 ใบ คุณพอ เหลอื เงินกีบ่ าท จากนั้นครสู มุ นกั เรยี น 2 - 3 คน ออกไปหยบิ บัตรภาพตามที่โจทยกําหนดทีละขอชว ยกันหาคําตอบ และรวมกนั ตรวจสอบคําตอบ ขนั้ สอน 2. ครูนําเสนอโจทยปญหาการบวกและโจทยปญหาการลบ 2 ขั้นตอน โดยติดบัตรภาพและกําหนด สถานการณ ดงั นี้ 2 แบบ A แบบ B แบบ C แบบ D ร�ค� 150 บ�ท ร�ค� 440 บ�ท ร�ค� 225 บ�ท ร�ค� 350 บ�ท

๒๓๒ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุ่มส�ระก�รเรียนรคู ณิตศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรยี นรูท ี่ ๒๔ ช้นั ป.๒01 9 หน่วยท่ี ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ชว่ั โมง หน่วยย่อยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกนิ ๑,๐๐๐) แบบ E แบบ F แบบ G แบบ H 5 47 ร�ค� 480 บ�ท ร�ค� 320 บ�ท ร�ค� 275 บ�ท ร�ค� 435 บ�ท ครเู ขยี นโจทยปญ หาบนกระดานและใชก ารถามตอบ ดังนี้ “คุณแมพาหนุย หนิง และน้ํา ไปซื้อกระเปา โดยหนุยเลือกแบบ A หนิงเลือกแบบ C และ นา้ํ เลือกแบบ D คุณแมตอ งจา ยเงินก่ีบาท” 1) โจทยถ ามอะไร (คณุ แมตอ งจา ยเงินกบ่ี าท) 2) โจทยบ อกอะไรบาง (คุณแมพ าหนุย หนิง และน้ํา ไปซื้อกระเปา โดยหนยุ เลือกแบบ A หนงิ เลอื กแบบ C และน้าํ เลอื กแบบ D) 3) กระเปาท่ีหนุย หนิง และน้ํา เลือกราคาใบละเทาไร (หนุยเลือกแบบ A ราคา 150 บาท 2 2หนิงเลือกแบบ C ราคา 225 บาท และนา้ํ เลือกแบบ D ราคา 350 บาท) 4) จะหาคาํ ตอบไดอ ยางไร (ตอบตามความเขาใจ เชน ใชการบวก หรอื 150 + 225 + 350) ครูสุมนักเรียนออกมาเขยี นประโยคสญั ลกั ษณบนกระดาน ซ่งึ จะไดด ังน้ี 150+225+350 = ■

2 1 6 5 7 90กลุม่ ส�ระก�รเรยี นรคู ณติ ศ�สตร์แผนก�รจดั ก�รเรยี นรูท่ี ๒๔ 2 21ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๓๓หนว่ ยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจ�ำ นวน หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กิน ๑,๐๐๐) ช้ัน ป.๒ เวล� ๑ ชว่ั โมง 5) นักเรียนมีวิธีหาผลบวกไดอ ยา งไร (ตอบตามความเขาใจ เชน ดาํ เนนิ การบวกไปตามลําดบั หรอื 150 + 350 = 500 กอ น แลว จึงนํา 500 + 225 = 725) 2 6) คาํ ตอบเปน เทา ไร (725) ครใู หน กั เรยี นชว ยกนั คดิ หาคาํ ตอบแลว สมุ นกั เรยี นออกมาเขยี นคาํ ตอบ บนกระดาน ซึ่งจะไดวา 150 + 225 + 350 = 725 แลวใหเพื่อนชว ยกนั ตรวจสอบความถูกตอง 7) 725 เปน คาํ ตอบท่สี มเหตุสมผลหรอื ไม เพราะเหตุใด (สมเหตุสมผล ซงึ่ อาจตรวจสอบไดจ าก - 150 มากกวา 100 225 มากกวา 200 และ 350 มากกวา 300 ดงั นั้นคําตอบควรมากกวา 100 + 200 + 300 = 600 - 150 นอ ยกวา 200 225 นอ ยกวา 300 และ 350 นอ ยกวา 400 ดังนั้นคาํ ตอบควรนอยกวา 200 + 300 + 400 = 900 ซ่ึง 725 มากกวา 600 แตน อ ยกวา 900 จงึ เปนคาํ ตอบทสี่ มเหตสุ มผล) ครเู ขียนสรปุ คาํ ตอบ ดงั น้ี ตอบ คุณแมตองจา ยเงิน ๗๒๕ บาท

๒๓๔ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กล่มุ ส�ระก�รเรียนรูคณติ ศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรียนรูที่ ๒๔ ชน้ั ป.๒01 9 หน่วยที่ ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ชั่วโมง หน่วยยอ่ ยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) 3. ครูเขยี นโจทยป ญ หาบนกระดาน แลว ใชก ารถามตอบ ดังน้ี “คุณตามีเงิน 1,000 บาท ตองการซ้ือกระเปาไปฝากหลานฝาแฝดคนละใบ โดยเลือกแบบ B เหมือนกนั คณุ ตาเหลอื เงนิ กบี่ าท” 1) โจทยถ ามอะไร (คณุ ตาเหลอื เงินก่ีบาท) 2) โจทยบ อกอะไรบา ง (คุณตามเี งนิ 1,000 บาท ตอ งการซื้อกระเปาไปฝากหลานฝาแฝดคนละใบ โดยเลือกแบบ B เหมอื นกนั ) 5 47 3) คุณตาเลอื กซอื้ กระเปา แบบใด และซือ้ กใี่ บ (แบบ B จาํ นวน 2 ใบ) 4) กระเปา แบบ B ราคาใบละกี่บาท (440 บาท) 5) จะหาคําตอบไดอ ยา งไร (ตอบตามความเขา ใจ เชน ใชก ารลบออกจาก 1,000 ทลี ะจํานวน จะได 1,000 – 440 – 440 หรือ หาราคาของกระเปาทั้งหมดกอนแลวจึงนําไปลบออกจาก 1,000 จะได 1,000 – (440 + 440) ) ครสู ุมนักเรยี นออกมาเขียนประโยคสัญลกั ษณบ นกระดาน จะไดดงั นี้ 2 1,000 – 440 – 440 = ■ 2 หรอื 1,000 – (440 + 440) = ■ ครใู หน กั เรียนหาคําตอบของประโยคสญั ลักษณทลี ะแบบ

2 1 6 5 7 90กลุ่มส�ระก�รเรยี นรูค ณิตศ�สตร์แผนก�รจดั ก�รเรียนรทู ่ี ๒๔ 2 21ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๓๕หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน หน่วยยอ่ ยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) ชั้น ป.๒ เวล� ๑ ชวั่ โมง 6) คําตอบเปนเทาไร (120) ครูสุมนักเรียนออกมาเขียนคําตอบบนกระดานแลวใหเพื่อนชวยกัน ตรวจสอบความถูกตอ ง ซง่ึ จะไดวา 2 ประโยคสัญลักษณ 1,000 – 440 – 440 = ■ ประโยคสญั ลกั ษณ 1,000 – (440 + 440) = ■ ขัน้ ท่ี 1 1,000 – 440 = 560 ข้ันท่ี 1 440 + 440 = 880 ข้ันที่ 2 560 – 440 = 120 ข้นั ท่ี 2 1,000 – 880 = 120 ดังนนั้ 1,000 – 440 – 440 = 120 ดังนนั้ 1,000 – (440 + 440) = 120 ครใู หนกั เรียนสงั เกตวา การหาคําตอบของโจทยปญหาลักษณะนี้สามารถใชว ธิ ีการหาคําตอบได ทั้งสองแบบ ซ่ึงไดค าํ ตอบเทา กนั 7) 120 เปน คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ งหรอื ไม เพราะเหตใุ ด (ถกู ตอ ง ตอบตามความเขา ใจ เชน นาํ ราคากระเปา ทง้ั สองใบมารวมกบั เงนิ ท่ีเหลือ จะได 440 + 440 + 120 = 1,000 ซง่ึ เทากบั เงินท่ีคุณตามใี นตอนแรก และสอดคลอ งกับโจทย) ครูเขยี นสรปุ คาํ ตอบ ดงั น้ี ตอบ คณุ ตาเหลอื เงนิ ๑๒๐ บาท

๒๓๖ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลมุ่ ส�ระก�รเรยี นรูคณิตศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรยี นรทู ี่ ๒๔ ชน้ั ป.๒01 9 หน่วยที่ ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รขอจำ�นวน เวล� ๑ ชั่วโมง หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐) 4. ครูกําหนดสถานการณ “คุณแมมีเงิน 1,000 บาท ใหนักเรียนเลือกซ้ือกระเปาลอลาก 1 ใบ และ กระเปา สะพายหลงั ใหนอง 1 ใบ นักเรียนจะเลือกซ้ือกระเปา แบบใด และคณุ แมจ ะเหลือเงนิ เทา ไร” ใหน ักเรียนบันทึก ดงั นี้ คณุ แมมเี งิน 1,000 บาท กระเปา ลอลาก แบบ .....................ราคา...........................บาท 5 47 กระเปา สะพายหลัง แบบ...................ราคา........................บาท วธิ คี ดิ คณุ แมเ หลือเงนิ ...................................บาท ครสู ุมนกั เรยี นออกมานําเสนอ และชว ยกันตรวจสอบความถกู ตอ ง 2 ครูใหน ักเรียนทําแบบฝกหัด 2.24 2 ข้นั สรปุ 5. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวา การแกปญหาทําไดโดยอานทําความเขาใจปญหา วางแผนวิธีคิด หาคาํ ตอบ และตรวจสอบคาํ ตอบ

2 2 2 แผนก�รจัดก�รเรียนรทู ่ี ๒๕ แนวก�รจดั กจิ กรรมก�รเรยี นรู 1 6 5 7 90 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๓๗ ขั้นนำ� ทบทวนการวิเคราะหโจทยป ญ หาการบวก และโจทยปญหาการลบ ขน้ั สอน การสรา งโจทยป ญ หาการบวก และโจทยปญหาการลบจากภาพ แบบฝก หัด 2.25 ข้นั สรุป ครูและนกั เรยี นรวมกนั สรุป การสรา งโจทยปญ หาบวก และโจทยป ญ หาการลบจากภาพ ก�รวดั และประเมนิ ผล - ประเมินจากการตอบคาํ ถามและการทาํ แบบฝก หดั 2.25 - ประเมนิ จากการแกป ญ หา การใหเหตุผล และการส่ือสารและส่ือความหมาย 2 ทางคณติ ศาสตร

๒๓๘ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กล่มุ ส�ระก�รเรยี นรูคณิตศ�สตร์ แผนก�รจดั ก�รเรียนรูที่ ๒๕ ชนั้ ป.๒ 01 9 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ชัว่ โมง หนว่ ยย่อยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) ขอบเขตเนอื้ ห� กิจกรรมก�รเรยี นรู ส่ือ/แหลง่ เรยี นรู การสรางโจทยปญหา ขน้ั น�ำ 1. ภาพประกอบการสราง การบวก และโจทยปญหา โ จ ท ย  ป  ญ ห า ก า ร บ ว ก ห รื อ การลบจากภาพ 1. ครทู บทวนการวเิ คราะหโ จทยป ญ หาการบวก และโจทยป ญ หาการลบ โดยครตู ดิ บตั รภาพบนกระดาน โจทยป ญ หาการลบ ดังน้ี 2. แบบฝก หัด 2.25 ส�ระส�ำ คัญ ตุกต�หมู ตุก ต�กระต�่ ย ตกุ ต�หม� ก�รประเมนิ 5 47 499 บ�ท 352 บ�ท 425 บ�ท การสรา งโจทยปญหา ตอ งมี 1. วธิ ีก�ร ท้ังสวนท่ีโจทยบอกและสวนที่ 1.1 สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม โจทยถาม นอกจากนี้โจทยที่ สรางตองมีความเปนไปไดทั้ง การเรียนรู บริบทของโจทยและจํานวนที่ใช 1.2 ตรวจแบบฝกหดั สรา งโจทย 2. เครือ่ งมอื 2.1 แบบฝกหัด 2.25 2.3 แบบประเมินทักษะ จดุ ประสงค์ก�รเรยี นรู และกระบวนการทางคณติ ศาสตร 2 ด�นคว�มรู 3. เกณฑ์ เพ่ือใหนักเรียนสามารถ 2 สรางโจทยปญหาการบวก และ 3.1 ผลงานมีความถูกตอง โจทยปญหาการลบจากภาพ ไมนอยกวารอยละ 80 โดยคาํ นึงถงึ ความเปนไปได ตุกต�นกฮกู ตุกต�ลงิ ตุกต�หมี 225 บ�ท 249 บ�ท 275 บ�ท 3.2 คะแนนรวมดา นทกั ษะ และกระบวนการทางคณติ ศาสตร ไมนอยกวารอ ยละ 60

2 1 6 5 7 90กลุ่มส�ระก�รเรียนรคู ณติ ศ�สตร์แผนก�รจดั ก�รเรียนรูท่ี ๒๕ 2 21ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๓๙หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รของจ�ำ นวน หน่วยยอ่ ยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกนิ ๑,๐๐๐) ช้ัน ป.๒ เวล� ๑ ช่ัวโมง ด� นทกั ษะและกระบวนก�ร ครูถามวา จากภาพนกั เรยี นเห็นอะไรบา ง (นักเรยี นตอบความเขาใจ เชน ตกุ ตาหลายตวั ราคาของตกุ ตา ท�งคณิตศ�สตร์ แตล ะตวั ) 2 เพื่อใหน กั เรยี นสามารถ ครูเขียนโจทยปญหาบนกระดาน ใหนักเรียนบอกวิธีคิดและคําตอบ เชน “ปานซ้ือตุกตานกฮูก 1. แกปญ หา 225 บาท ซื้อตุกตากระตา ย 352 บาท ปา นตอ งจายเงนิ กบี่ าท” 2. ใหเ หตผุ ล 3. สอื่ สารและสอ่ื ความหมาย 1) โจทยถ ามอะไร (ปา นตองจายเงินกี่บาท) ครสู มุ นักเรยี นออกมาเขียนวงลอ มสว นที่โจทยถาม ทางคณติ ศาสตร 2) โจทยบอกอะไรบา ง (ปา นซ้ือตุกตานกฮกู 225 บาท ซ้อื ตกุ ตากระตาย 352 บาท) ครูสุมนักเรียนออกมาขีดเสนใตสวนที่โจทยบอก ครูเขียน “สวนท่ีโจทยบอก” และ “สวนที่ โจทยถ าม” บนกระดาน ดงั นี้ ปา นซ้อื ตุกตานกฮกู 225 บาท ซอื้ ตกุ ตากระตาย 352 บาท ปา นตองจา ยเงินกีบ่ าท ส่วนท่โี จทยบ์ อก สว่ นท่โี จทย์ถ�ม 3) โจทยปญหาน้ีเปน โจทยป ญหาการบวกหรอื โจทยปญหาการลบ (การบวก) 4) หาคําตอบไดอ ยางไร (225 + 352) ครูเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ 225 + 352 = ■ 5) ปา นตองจายเงนิ กบ่ี าท (577 บาท) ครเู ขียนสรปุ คําตอบ ดงั น้ี ตอบ ปานตอ งจายเงนิ ๕๗๗ บาท

๒๔๐ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุ่มส�ระก�รเรยี นรูคณิตศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรียนรทู ่ี ๒๕ ชนั้ ป.๒01 9 หน่วยที่ ๒ ก�รด�ำ เนนิ ก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ช่วั โมง หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) ครเู ขยี นโจทยป ญ หาเพิม่ อกี 1 ตวั อยา งบนกระดาน ใหน ักเรียนบอกสวนทโี่ จทยถามและสว นท่ีโจทยบอก พรอมบอกวธิ ีคิดและคําตอบ เชน “ตกุ ตานกฮูกราคา 225 บาท ตุกตากระตายราคา 352 บาท ตุกตานกฮกู ราคาถูกกวา ตกุ ตากระตายกบี่ าท” ครูสุมนักเรียนออกมาเขียนวงลอมสวนท่ีโจทยถาม และขีดเสนใตสวนท่ีโจทยบอก ครูเขียน “สว นท่โี จทยบ อก” และ “สว นท่ีโจทยถาม” บนกระดาน ดังนี้ ตกุ ตานกฮกู ราคา 225 บาท ตกุ ตากระตา ยราคา 352 บาท ตกุ ตานกฮกู ราคาถกู กวา ตกุ ตากระตา ยกบ่ี าท 5 47 สว่ นท่โี จทย์บอก ส่วนทโ่ี จทย์ถ�ม 1) โจทยป ญหานเี้ ปนโจทยป ญหาการบวกหรอื โจทยป ญหาการลบ (การลบ) 2 2) หาคําตอบไดอยางไร (352 – 225) ครูเขียนประโยคสญั ลักษณ 352 – 225 = ■ 2 3) ตกุ ตานกฮูกราคาถูกกวา ตกุ ตากระตายกบ่ี าท (127 บาท) ครูเขียนสรุปคําตอบ ดงั นี้ ตอบ ตกุ ตานกฮกู ราคาถกู กวาตกุ ตากระตาย ๑๒๗ บาท

2 1 6 5 7 90กลุ่มส�ระก�รเรยี นรคู ณิตศ�สตร์แผนก�รจดั ก�รเรยี นรูท่ี ๒๕ 2 21ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๔๑หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รของจำ�นวน หนว่ ยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) ช้ัน ป.๒ เวล� ๑ ชวั่ โมง ขน้ั สอน 2 2. ครูจัดกิจกรรมใหนักเรียนสรางโจทยปญหาการบวกและโจทยปญหาการลบ โดยครูเขียนสวนท่ี โจทยบอกบนกระดาน และอาจใชค ําถาม ดงั นี้ “ตกุ ตาหมรี าคา 275 บาท ตกุ ตาหมรู าคา 499 บาท .........................................” 1) ประโยคทค่ี รูเขยี นเปนโจทยป ญหาหรือไม ทราบไดอ ยางไร (ไมเ ปน โจทยปญหา ตัวอยางเหตุผล เชน ยงั ไมม สี วนที่โจทยถาม) 2) นักเรียนจะเขียนเติมขอความอยางไรใหไดโจทยปญหาการบวก (ตอบตามความเขาใจ เชน ฉนั ซอ้ื ตกุ ตาหมแี ละตกุ ตาหมตู อ งจา ยเงนิ กบ่ี าท) ครเู ขยี นสว นทโ่ี จทยถ ามตามทน่ี กั เรยี นบอกบนกระดาน แลว ใหน กั เรียนอานโจทยปญ หาพรอมกัน ดงั นี้ ตุกตาหมีราคา 275 บาท ตุกตาหมูราคา 499 บาท ฉันซื้อตุกตาหมีและตุกตาหมูตองจายเงิน กบ่ี าท 3) โจทยปญ หาทสี่ รางเปนโจทยปญหาการบวกหรอื ไม เพราะเหตใุ ด (เปน เพราะนาํ ราคาของตุกตา ทัง้ สองตวั มารวมกัน) ครูสุมนักเรียนออกมาเขียนวงลอมสวนท่ีโจทยถาม และขีดเสนใตสวนท่ีโจทยบอกครูเขียน “สวนที่ โจทยบ อก” และ “สวนท่ีโจทยถ าม” บนกระดาน

๒๔๒ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลมุ่ ส�ระก�รเรียนรคู ณติ ศ�สตร์ แผนก�รจดั ก�รเรยี นรูท่ี ๒๕ ชัน้ ป.๒01 9 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ช่วั โมง หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐) ตุกตาหมรี าคา 275 บาท ตกุ ตาหมรู าคา 499 บาท ฉันซื้อตกุ ตาหมแี ละ สว่ นทีโ่ จทยบ์ อก ตุกตาหมูตอ งจา ยเงินก่บี าท สว่ นทีโ่ จทย์ถ�ม 4) โจทยป ญหาท่ีสรางมคี วามเปน ไปไดห รือไม เพราะเหตใุ ด (คําตอบอยูในดลุ ยพนิ จิ ของครู โดยครู 5 47 อาจพจิ ารณาจากความสอดคลอ งของสง่ิ ทโ่ี จทยบ อกและสงิ่ ทโ่ี จทยถ าม) 5) คาํ ตอบเปน เทา ไร (774 บาท) 3. ครูเขยี นสวนที่โจทยบ อกบนกระดาน และอาจใชคาํ ถาม ดังน้ี “ตุกตาหมรี าคา 275 บาท ตกุ ตาหมูราคา 499 บาท .............................................” 1) ประโยคทคี่ รูเขียนเปนโจทยปญหาหรือไม ทราบไดอยา งไร (ไมเ ปน โจทยป ญ หา ตวั อยา งเหตุผล เชน ยังไมมสี วนทโ่ี จทยถาม) 2) นกั เรียนจะเขียนเตมิ ขอความอยา งไรใหไ ดโ จทยป ญหาการลบ (ตอบตามความเขา ใจ เชน ตกุ ตา หมรู าคาแพงกวา ตกุ ตาหมกี บี่ าท) ครเู ขยี นสว นทโี่ จทยถ ามตามทน่ี กั เรยี นบอกบนกระดาน แลว ใหน กั เรยี น 2 2อานโจทยปญหาพรอมกัน ดงั น้ี ตุกตาหมีราคา 275 บาท ตุกตาหมรู าคา 499 บาท ตุกตาหมูราคาแพงกวาตกุ ตาหมีกี่บาท


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook