Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 64-07-18-หน่วยที่ 2 คู่มือครู ป.2 คณิต

64-07-18-หน่วยที่ 2 คู่มือครู ป.2 คณิต

Published by elibraryraja33, 2021-07-18 13:19:48

Description: 64-07-18-หน่วยที่ 2 คู่มือครู ป.2 คณิต

Search

Read the Text Version

2 1 6 5 7 90กล่มุ ส�ระก�รเรียนรคู ณติ ศ�สตร์แผนก�รจดั ก�รเรียนรทู ี่ ๒๕ 2 21ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๔๓หน่วยท่ี ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจ�ำ นวน หน่วยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐) ชนั้ ป.๒ เวล� ๑ ช่ัวโมง 3) โจทยป ญ หาทสี่ รา งเปน โจทยป ญ หาการลบหรอื ไม เพราะเหตใุ ด (เปน เพราะเปน การเปรียบเทียบ ราคาของตกุ ตาทงั้ สองตัว) 2 ครสู ุมนกั เรยี นออกมาเขียนวงลอมสว นทโี่ จทยถาม และขีดเสน ใตส วนที่โจทยบ อก ครเู ขียน “สว นท่ี โจทยบ อก” และ “สว นทีโ่ จทยถ าม” บนกระดาน ตกุ ตาหมรี าคา 275 บาท ตกุ ตาหมรู าคา 499 บาท ตกุ ตาหมรู าคาแพงกวา สว่ นทีโ่ จทย์บอก ตกุ ตาหมีกี่บาท ส่วนท่ีโจทย์ถ�ม 4) โจทยป ญ หาทีส่ รา งมีความเปน ไปไดห รอื ไม เพราะเหตุใด (คาํ ตอบอยใู นดลุ ยพินิจของครู โดยครู อาจพจิ ารณาจากความสอดคลองของส่งิ ทโี่ จทยบ อกและสง่ิ ท่ีโจทยถ าม) 5) คาํ ตอบเปน เทาไร (224 บาท)

๒๔๔ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลมุ่ ส�ระก�รเรียนรคู ณติ ศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรียนรูท ี่ ๒๕ ชนั้ ป.๒01 9 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ช่ัวโมง หน่วยย่อยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) 4. ครแู บงกลมุ นกั เรียนกลุมละ 4 คน ใหนกั เรียนดูภาพขา งตนแลวใหชวยกนั สรางโจทยป ญ หาการบวก และโจทยป ญ หาการลบอยา งละ 1 ขอ จากนนั้ สมุ นกั เรยี นนาํ เสนอหลังจากนักเรยี นนาํ เสนอโจทยปญ หา แตล ะขอ ครถู ามวา 1) สว นทีโ่ จทยถ ามคอื อะไร 2) สว นท่โี จทยบอกคอื อะไร 3) เขยี นประโยคสญั ลกั ษณไ ดอยา งไร 5 47 4) โจทยปญหาท่ีสรางมีความเปนไปไดหรือไม เพราะเหตุใด (คําตอบอยูในดุลยพินิจของครู โดยครอู าจพิจารณาจากความสอดคลอ งของสงิ่ ท่ีโจทยบ อกและส่งิ ทีโ่ จทยถ าม) 5) คาํ ตอบเปนเทา ไร ตวั อยางโจทยปญ หา เชน “ปุยซื้อตุกตาหมา 2 ตัว ราคาตวั ละ 425 บาท ปุยตองจา ยเงินกี่บาท” โจทยถ าม ปุยตองจา ยเงนิ กีบ่ าท 2 2 โจทยบ อก ปยุ ซ้ือตุก ตาหมา 2 ตัว ราคาตัวละ 425 บาท ประโยคสัญลกั ษณ 425 + 425 = ■ 425 + 425 = 850 ตอบ ปุย ตอ งจายเงิน ๘๕๐ บาท

2 2 กลมุ่ ส�ระก�รเรยี นรคู ณติ ศ�สตร์ ชัน้ ป.๒ หนว่ ยที่ ๒ ก�รด�ำ เนนิ ก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ชว่ั โมง 1 6 5 7 90แผนก�รจัดก�รเรยี นรูท ี่ ๒๕ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๔๕ 2 หน่วยย่อยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) “อุมมีเงิน 500 บาท ซอื้ ตุก ตาลิงราคา 249 บาท อมุ เหลอื เงินกีบ่ าท” โจทยถาม อมุ เหลือเงินกี่บาท โจทยบอก อมุ มีเงิน 500 บาท ซอ้ื ตุกตาลงิ ราคา 249 บาท ประโยคสญั ลักษณ 500 - 249 = ■ 500 - 249 = 251 ตอบ อุมเหลอื เงนิ ๒๕๑ บาท ครูใหนักเรยี นทาํ แบบฝก หัด 2.25 ขั้นสรปุ 6. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวา การสรางโจทยปญหา ตองมีทั้งสวนท่ีโจทยบอกและสวนที่โจทยถาม นอกจากนี้ โจทยทีส่ รา งตอ งมคี วามเปน ไปไดท้ังบรบิ ทของโจทยและจาํ นวนท่ใี ชสรางโจทย 2

๒๔๖ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) แผนก�รจัดก�รเรียนรูท ี่ ๒๖ 01 9 แนวก�รจัดกิจกรรมก�รเรียนรู ขนั้ น�ำ ทบทวนการสรางโจทยปญหาการบวก และโจทยป ญ หาการลบจากภาพ ขั้นสอน การสรางโจทยปญหาการบวก และโจทยปญ หาการลบจากประโยคสัญลักษณ 5 47 แบบฝกหดั 2.26 ข้ันสรปุ ครแู ละนักเรียนรวมกนั สรปุ การสรางโจทยปญ หาบวก และโจทยป ญหาการลบจากประโยคสัญลกั ษณ 2 ก�รวัดและประเมนิ ผล - ประเมินจากการตอบคําถามและการทําแบบฝก หดั 2.26 2 - ประเมนิ จากการใหเหตุผล และการสอ่ื สารและส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร และการคดิ สรางสรรค

2 2 2 ชนั้ ป.๒ เวล� ๑ ชวั่ โมง 1 6 5 7 90กลมุ่ ส�ระก�รเรยี นรูค ณติ ศ�สตร์แผนก�รจัดก�รเรียนรทู ี่ ๒๖ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๔๗หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รของ จำ�นวน หน่วยย่อยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) ขอบเขตเน้อื ห� กจิ กรรมก�รเรยี นรู ส่ือ/แหล่งเรยี นรู ขน้ั น�ำ การสรางโจทยปญหา 1. ภาพประกอบการสรางโจทย การบวก และโจทยปญหา 1. ครูตดิ บตั รภาพบนกระดาน ดังนี้ ปญหาการบวกหรือโจทยปญหา การลบจากประโยคสัญลักษณ การลบ 254 บ�ท 145 บ�ท 176 บ�ท 237 บ�ท 2. แบบฝก หดั 2.26 ส�ระสำ�คัญ ครูใหน ักเรียนดภู าพขางตน แลว ใหช วยกนั สรางโจทยป ญ หาการบวกและโจทยป ญหาการลบอยางละ ก�รประเมนิ 2 การสรางโจทยปญหา ตองมี 1 ขอ จากน้นั สมุ นกั เรยี นนําเสนอ หลังจากนกั เรยี นนาํ เสนอโจทยปญ หาแตละขอ ครถู ามนกั เรยี นวา ทั้งสวนท่ีโจทยบอกและสวนที่ 1. วิธีก�ร โจทยถาม นอกจากนี้โจทยท่ี 1) สว นท่ีโจทยถ ามคืออะไร 1.1 สังเกตพฤติกรรม สรางตองมีความเปนไปไดท้ัง 2) สว นทโ่ี จทยบ อกคืออะไร บริบทของโจทยและจํานวนที่ใช 3) เขียนประโยคสัญลกั ษณไ ดอ ยางไร การเรยี นรู สรา งโจทย 4) โจทยป ญหาท่สี รา งมีความเปนไปไดห รือไม เพราะเหตใุ ด (คาํ ตอบอยใู นดลุ ยพินจิ ของครู โดยครู 1.2 ตรวจแบบฝกหดั อาจพจิ ารณาจากความสอดคลอ งของสิง่ ท่ีโจทยบ อกและส่งิ ทโี่ จทยถ าม) จุดประสงคก์ �รเรยี นรู 5) คําตอบเปน เทา ไร 2. เคร่ืองมือ ด�นคว�มรู 2.1 แบบฝกหดั 2.26 2.3 แบบประเมินทักษะ เพ่ือใหนักเรียนสามารถ สรางโจทยปญหาการบวก และ และกระบวนการทางคณติ ศาสตร โจทยป ญ หาการลบจากประโยค 3. เกณฑ์ สญั ลกั ษณ โดยคาํ นงึ ถงึ ความเปน ไปได 3.1 ผลงานมีความถูกตอง ไมน อยกวา รอ ยละ 80 3.2 คะแนนรวมดา นทักษะ และกระบวนการทางคณติ ศาสตร ไมนอยกวารอ ยละ 60

๒๔๘ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กล่มุ ส�ระก�รเรียนรคู ณิตศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรียนรูที่ ๒๖ ช้นั ป.๒01 9 หน่วยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ชว่ั โมง หน่วยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) 2 ด� นทักษะและ ตวั อยางโจทยปญ หา เชน 5 47 กระบวนก�ร ท�งคณิตศ�สตร์ “ขวญั ซอื้ กระโปรงราคา 254 บาท ซอ้ื เสอ้ื ราคา 145 บาท ขวัญตอ งจา ยเงนิ กบี่ าท” โจทยถาม ขวญั ตอ งจา ยเงนิ กีบ่ าท เพอื่ ใหนักเรยี นสามารถ โจทยบอก ขวัญซ้ือกระโปรงราคา 254 บาท ซอ้ื เส้อื ราคา 145 บาท 1. ใหเ หตุผล ประโยคสัญลักษณ 254 + 145 = ■ 2. สอ่ื สารและสอ่ื ความหมาย ทางคณิตศาสตร 254 + 145 = 399 3. คิดสรา งสรรค ตอบ ขวญั ตองจา ยเงนิ ๓๙๙ บาท “กางเกงราคา 176 บาท รองเทาราคา 237 บาท กางเกงราคาถูกกวารองเทากีบ่ าท” โจทยถ าม กางเกงราคาถกู กวารองเทากบ่ี าท โจทยบ อก กางเกงราคา 176 บาท รองเทา ราคา 237 บาท ประโยคสญั ลักษณ 237 - 176 = ■ 2 237 - 176 = 61 ตอบ กางเกงราคาถูกกวารองเทา ๖๑ บาท

2 2 กลมุ่ ส�ระก�รเรียนรูค ณติ ศ�สตร์ ชัน้ ป.๒ หนว่ ยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ช่ัวโมง 1 6 5 7 90แผนก�รจดั ก�รเรียนรทู ี่ ๒๖ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๔๙ หน่วยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) ข้นั สอน อุ แดง หยก 2. ครูติดบัตรภาพบนกระดานดงั น้ี เงินออมของเดก็ ๆ ขิง 921 บ�ท 446 บ�ท 608 บ�ท 385 บ�ท ครจู ดั กจิ กรรมการสรา งโจทยปญหาจากประโยคสัญลกั ษณ ดังน้ี 2.1 ครเู ขียนประโยคสญั ลักษณ 446 + 385 = ■ บนกระดาน และใชคําถาม ดงั นี้ - จากภาพนกั เรยี นทราบอะไรบา ง (นกั เรยี นตอบตามความเขา ใจ เชน เงนิ ออมของเดก็ แตล ะคน) 2- เด็กแตละคนมีเงินออมเทาไร (นักเรียนตอบตามความเขาใจ เชน ขิงมีเงินออม 921 บาท 2 อุมเี งนิ ออม 446 บาท) - ในประโยคสญั ลักษณกาํ หนดจํานวนใดบา ง (446 กบั 385) - จํานวนในประโยคสัญลักษณเกี่ยวของกับภาพอยางไร (ตอบตามความเขาใจ เชน 446 เปน เงินออมของอุ และ 385 เปน เงนิ ออมของหยก)

๒๕๐ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุม่ ส�ระก�รเรียนรูคณติ ศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรียนรูท่ี ๒๖ ชน้ั ป.๒01 9 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รด�ำ เนนิ ก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ชวั่ โมง หน่วยยอ่ ยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) จากประโยคสัญลกั ษณ 446 + 385 = ■ ใหน กั เรียนดูภาพขา งตนแลวใหชว ยกันสรางโจทยป ญหา5 47 ซ่ึงอาจจะไดวา อุมีเงินออม 446 บาท หยกมีเงินออม 385 บาทอุและหยกมีเงินออมรวมกันก่ีบาท จากนนั้ สุมนกั เรียนนาํ เสนอ แลว ครถู ามวา 1) สว นที่โจทยถามคอื อะไร (อแุ ละหยกมเี งินออมรวมกนั ก่ีบาท) 2) สวนที่โจทยบอกคอื อะไร (อุมีเงนิ ออม 446 บาท หยกมเี งินออม 385 บาท) 3) คาํ ตอบเปน เทาไร (831 บาท) 2.2 ครูเขียนประโยคสัญลกั ษณก ารลบ 446 - 385 = ■ บนกระดาน ใหนักเรียนดูภาพขา งตน แลวใหชวยกันสรางโจทยปญหา ซ่ึงอาจจะไดวา อุมีเงินออม 446 บาท หยกมีเงินออม 385 บาท หยกมีเงนิ ออมนอยกวาอุก่ีบาท จากนน้ั สมุ นักเรียนนาํ เสนอ แลวครูถามวา 1) สว นทโี่ จทยถ ามคืออะไร (หยกมเี งนิ ออมนอ ยกวาอุกบี่ าท) 2) สวนทโี่ จทยบ อกคอื อะไร (อุมีเงนิ ออม 446 บาท หยกมเี งินออม 385 บาท) 3) คาํ ตอบเปน เทา ไร (61 บาท) 2.3 ครเู ขียนประโยคสัญลกั ษณ 1,000 – 921 = ■ บนกระดาน ใหน กั เรยี นดูภาพขางตน แลว 2 2ใหชวยกันสรางโจทยปญ หา โดยครอู าจใชค าํ ถาม ดังนี้ - ในประโยคสัญลักษณกาํ หนดจํานวนใดบา ง (1,000 กบั 921) - จํานวนในประโยคสัญลักษณเกี่ยวของกับภาพอยางไร (ตอบตามความเขาใจ เชน 921 เปนเงินออมของขิง และ 1,000 เปนจาํ นวนทไ่ี มปรากฏในภาพ)

2 2 กลมุ่ ส�ระก�รเรยี นรคู ณิตศ�สตร์ ช้นั ป.๒ หน่วยท่ี ๒ ก�รด�ำ เนนิ ก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ช่วั โมง 1 6 5 7 90แผนก�รจดั ก�รเรียนรูท ่ี ๒๖ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๕๑ 2 หน่วยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กิน ๑,๐๐๐) - นกั เรยี นคดิ วา 1,000 ควรเปน จาํ นวนของอะไร (นกั เรยี นตอบตามความเขา ใจ เชน จาํ นวนเงนิ ที่ตองการออม ราคาสินคาท่ตี องการซอื้ จาํ นวนเงินออมของคนอ่นื ) - นกั เรยี นจะสรางโจทยปญ หาจากประโยคสัญลกั ษณน้ไี ดอยา งไร (ตัวอยา งโจทยป ญหา เชน • พอ มเี งิน 1,000 บาท ขงิ มเี งนิ ออม 921 บาท ขงิ มีเงนิ นอยกวา พออยเู ทา ไร • พอมีเงิน 1,000 บาท ขิงมีเงินออม 921 บาท พอ มีเงินมากกวาขิงอยูเทาไร • ขิงตอ งการซอ้ื ตุกตาหนุ ยนตร าคา 1,000 บาท แตขงิ มีเงนิ ออม 921 บาท ขิงตอ งเก็บเงินเพม่ิ อกี กีบ่ าท จงึ จะซื้อตกุ ตาหุน ยนตได) - โจทยปญหาที่สรางมีความเปนไปไดหรือไม เพราะเหตุใด (คําตอบอยูในดุลยพินิจของครู โดยอาจพจิ ารณาจากความสอดคลอ งของจาํ นวนทก่ี าํ หนดและบริบทของโจทย) ครูสุมนักเรียนออกมาเขียนวงลอมสวนท่ีโจทยถาม และขีดเสนใตสวนที่โจทยบอก ครูเขียน “สวนท่ีโจทยบอก” และ “สวนทโี่ จทยถ าม” บนกระดาน 2 พอมเี งิน 1,000 บาท ขิงมีเงินออม 921 บาท ขิงมเี งินนอ ยกวา พอ อยูเ ทา ไร ส่วนท่ีโจทยบ์ อก สว่ นทโี่ จทย์ถ�ม

๒๕๒ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลมุ่ ส�ระก�รเรียนรคู ณติ ศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรยี นรทู ่ี ๒๖ ชัน้ ป.๒01 9 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ชวั่ โมง หนว่ ยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐) 3. ครูเขยี นประโยคสัญลกั ษณ 542 + 161 = ■ บนกระดาน แลว ถามวา - ประโยคสัญลักษณนีเ้ ปนประโยคสญั ลักษณก ารบวกหรือการลบ (การบวก) - สถานการณที่เกี่ยวกับการบวก หรือสถานการณท่ีตองใชการบวกในการหาคําตอบมีอะไรบาง (การนํามารวมกนั การเพ่ิมขนึ้ เปนตน) - ในประโยคสัญลกั ษณกาํ หนดจาํ นวนใดบาง (542 กับ 161) - จาํ นวนในประโยคสัญลกั ษณเกย่ี วของกับเร่ืองอะไรไดบ า ง (ตอบตามความเขา ใจ เชน จาํ นวนเงิน จาํ นวนคน จํานวนขนม จาํ นวนสง่ิ ของ จาํ นวนสัตวเ ลี้ยง จํานวนของสะสม ฯลฯ) ครเู ขยี นคาํ ตอบของ 5 47 นกั เรยี นบนกระดาน ครูใหน กั เรียนสรา งโจทยปญ หาการบวก (ตัวอยา ง เชน • กอยเกบ็ ไขเปดได 542 ฟอง เกบ็ ไขไ กไ ด 161 ฟอง กอยเก็บไขเปดและไขไกไ ดก่ีฟอง • พี่ซ้ือกระเปา ราคา 542 บาท และเส้ือราคา 161 บาท พ่ตี องจายเงนิ กบ่ี าท เปน ตน) ครสู มุ นกั เรยี นออกมานาํ เสนอโจทยป ญ หา จากนน้ั ครูและนกั เรียนรว มกนั ตรวจสอบ แลว ใชคําถาม ดังนี้ 2 1) สวนท่โี จทยถ ามคืออะไร 2) สวนทโ่ี จทยบอกคืออะไร 2 3) โจทยปญหาท่ีสรางมีความเปนไปไดหรือไม เพราะเหตุใด (คําตอบอยูในดุลยพินิจของครู โดยอาจพจิ ารณาจากความสอดคลองของจํานวนทก่ี าํ หนดและบรบิ ทของโจทย)

2 แผนก�รจัดก�รเรียนรูท ี่ ๒๖ 2 2 หน่วยยอ่ ยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) 1 6 5 7 90กล่มุ ส�ระก�รเรยี นรคู ณิตศ�สตร์ ชนั้ ป.๒ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๕๓หนว่ ยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจ�ำ นวนเวล� ๑ ชวั่ โมง ครูสุมนักเรียนออกมาเขียนวงลอมสวนท่ีโจทยถาม และขีดเสนใตสวนที่โจทยบอกครูเขียน “สว นทโ่ี จทยบ อก” และ “สวนทโ่ี จทยถ าม” บนกระดาน 4. ครเู ขยี นประโยคสญั ลกั ษณ 871 - 629 = ■ บนกระดาน แลว ถามวา - ประโยคสญั ลกั ษณน ้เี ปนประโยคสัญลักษณการบวกหรอื ประโยคสัญลักษณก ารลบ (การลบ) - สถานการณที่เก่ียวกับการลบ หรือสถานการณนั้นตองใชการลบในการหาคําตอบมีอะไรบาง (การเอาออก การเปรียบเทยี บสว นตาง เปน ตน ) - ในประโยคสญั ลกั ษณกําหนดจํานวนใดบาง (871 กบั 629) - จาํ นวนในประโยคสัญลักษณเ กี่ยวขอ งกับเรอ่ื งอะไรไดบ าง (ตอบตามความเขาใจ เชน จํานวนเงิน จํานวนคน จํานวนขนม จาํ นวนส่ิงของ จาํ นวนสัตวเล้ยี ง จํานวนของสะสม ฯลฯ) ครเู ขียนคาํ ตอบของ นกั เรยี นบนกระดาน ครูใหน กั เรียนสรา งโจทยปญหาการลบ (ตัวอยาง เชน • ลงุ เกบ็ มะพราวได 871 ผล ขายไป 629 ผล ลุงเหลือมะพรา วก่ีผล • โรงเรยี นมนี กั เรยี นทงั้ หมด 871 คน วนั นม้ี นี กั เรยี นมาเรยี น 629 คน มนี กั เรยี นขาดเรยี นกค่ี น เปน ตน ) ครูสุมนักเรียนออกมานําเสนอโจทยปญหา จากนั้นครูและนักเรียนรวมกันตรวจสอบ แลวใชคําถาม 2 ดงั นี้ 1) สวนที่โจทยถามคอื อะไร 2) สวนท่โี จทยบ อกคอื อะไร 3) โจทยปญหาท่ีสรางมีความเปนไปไดหรือไม เพราะเหตุใด (คําตอบอยูในดุลยพินิจของครู โดยอาจพิจารณาจากความสอดคลองของจํานวนท่กี าํ หนดและบรบิ ทของโจทย)

๒๕๔ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กล่มุ ส�ระก�รเรียนรคู ณติ ศ�สตร์ แผนก�รจดั ก�รเรยี นรูที่ ๒๖ ชัน้ ป.๒01 9 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ชัว่ โมง หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กิน ๑,๐๐๐) ครูสุมนักเรียนออกมาเขียนวงลอมสวนที่โจทยถาม และขีดเสนใตสวนที่โจทยบอกครูเขียน “สวนที่โจทยบ อก” และ “สว นทโี่ จทยถ าม” บนกระดาน ครใู หน กั เรียนทาํ แบบฝก หัด 2.26 ขัน้ สรุป 5 47 5. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวา การสรางโจทยปญหา ตองมีท้ังสวนที่โจทยบอกและสวนท่ีโจทยถาม นอกจากนีโ้ จทยที่สรา งตอ งมีความเปน ไปไดทงั้ บริบทของโจทยแ ละจาํ นวนทใ่ี ชส รา งโจทย 22

2 2 2 1 6 5 7 90 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๕๕ขั้นนำ�แผนก�รจัดก�รเรยี นรูที่ ๒๗ ขนั้ สอน แนวก�รจัดกจิ กรรมก�รเรียนรู ขน้ั สรุป ก�รวดั และประเมินผล จัดกจิ กรรมเลนเกม “จํานวนของฉนั ” รอบที่ 1 ใครไดจ าํ นวนมากที่สดุ เปน ผูชนะ รอบที่ 2 ใครไดจ ํานวนนอ ยที่สดุ เปนผูชนะ จัดกจิ กรรมเลน เกม “จํานวนของฉนั ” รอบที่ 3 จํานวนของใครใกลเคียง 500 มากทสี่ ุดเปนผชู นะ รอบที่ 4 จบั คกู บั เพื่อนในกลุม รวมจาํ นวนใหใกลเคียง 500 รอบท่ี 5 ใหจบั คกู ับเพื่อนในกลมุ ที่ใหไดผลตางของจาํ นวนนอ ยท่ีสุด ครูและนักเรยี นรว มกันสรปุ 2 การบวกและการลบท่ผี ลลพั ธไมเกิน 1,000 สามารถนาํ ไปประยุกตใ ชในสถานการณต างๆได - ประเมนิ จากการตอบคําถาม - ประเมินจากการแกปญ หา การใหเหตุผล และการสื่อสารและส่อื ความหมาย ทางคณิตศาสตร

๒๕๖ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลุม่ ส�ระก�รเรียนรูคณิตศ�สตร์ แผนก�รจัดก�รเรียนรทู ่ี ๒๗ ชนั้ ป.๒01 9 หน่วยที่ ๒ ก�รด�ำ เนินก�รของจ�ำ นวน เวล� ๑ ชั่วโมง หน่วยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐) ขอบเขตเนอ้ื ห� กิจกรรมก�รเรียนรู สอ่ื /แหลง่ เรียนรู ขน้ั นำ� การบวกและการลบทผี่ ลลพั ธ 1. บตั รตารางหลกั เลข (ทกุ คน) ไมเกิน 1,000 พรอมหาคาํ ตอบ 1. ครูแบงนักเรียนเปนกลุมกลุมละ 4 คน จากน้ันใหนักเรียนเลนเกม “จํานวนของฉัน” โดยแจก 2. ลกู เตา (เทา กบั จาํ นวนกลมุ ) บตั รตารางหลกั เลขใหกับนักเรียนทุกคน และลกู เตากลุมละ 1 ลกู ส�ระสำ�คญั รอย สิบ หน่วย ก�รประเมนิ 5 47 การบวกและการลบทผ่ี ลลพั ธ 1. วิธกี �ร ไมเกิน 1,000 สามารถนําไป 1.1 สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม ประยกุ ตใ ชใ นสถานการณต า ง ๆ ครูอธบิ ายวิธกี ารเลนดงั น้ี การเรียนรู ได • ใหนักเรียนแตละกลุมหาผูเริ่มเลนคนแรกโดยโยนลูกเตาคนละหน่ึงคร้ัง ใครไดแตมมากที่สุดเปน 2. เครอื่ งมอื ผเู ริม่ เลน คนแรก จากน้นั ผเู ลนท่อี ยทู างขวาจะไดเ ลน เปน คนถดั ไป ทาํ เชน น้ไี ปเรื่อยๆ 2.1 แบบประเมินทักษะ จุดประสงคก์ �รเรยี นรู • ครบู อกกตกิ าการเลนของแตล ะรอบ ด�นคว�มรู • ผเู ลนคนแรกโยนลูกเตา 1 ครัง้ แลว เขียนเลขโดดในตาราง 1 ชอง ชอ งใดกไ็ ด เชน และกระบวนการทาคณติ ศาสตร 3. เกณฑ์ 2 เพ่ือใหนักเรียนประยุกตใช 3.1 ผลงานมีความถูกตอง การบวกและการลบท่ีผลลัพธ รอ ย สิบ หนว่ ย ไมนอ ยกวา รอ ยละ 80 2 ไมเกิน 1,000 จากสถานการณ 3 3.2 คะแนนรวมดานทักษะ ท่กี าํ หนดให และกระบวนการทางคณติ ศาสตร จากน้นั ใหผเู ลนคนถดั ไปโยน และทําเชนเดียวกนั จนครบ 3 รอบ แลวใหผูเ ลนอานจาํ นวนของตนเอง ไมนอยกวารอ ยละ 60

2 1 6 5 7 90กล่มุ ส�ระก�รเรยี นรคู ณิตศ�สตร์แผนก�รจัดก�รเรยี นรทู ่ี ๒๗ 2 21ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๕๗หน่วยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจ�ำ นวน หน่วยยอ่ ยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐) ชั้น ป.๒ เวล� ๑ ชว่ั โมง ด� นทกั ษะและกระบวนก�ร • ผูเ ลนคนใดทําไดตามกตกิ าเปนผชู นะ ท�งคณิตศ�สตร์ กตกิ � : รอบที่ 1 ใครไดจ าํ นวนมากทส่ี ดุ เปน ผชู นะ (ครอู าจเลน ซาํ้ 2 รอบเพอื่ ใหน กั เรยี นคนุ เคย) 2 เพ่อื ใหนกั เรียนสามารถ รอบที่ 2 ใครไดจ าํ นวนนอ ยทส่ี ดุ เปน ผชู นะ (ครอู าจเลน ซาํ้ 2 รอบเพอื่ ใหน กั เรยี นคนุ เคย) 1. แกปญหา 2. ใหเ หตผุ ล เม่อื จบแตละรอบครูใชค ําถามนาํ ในการปภิปราย ดังนี้ • นักเรยี นมวี ิธกี ารเขยี นจาํ นวนลงในตารางหลกั เลขอยา งไร (นกั เรียนตอบตามความเขาใจ) 3. สอ่ื สาร และสอ่ื ความหมาย • จาํ นวนของใครมากกวา กนั หรอื นอ ยกวา กนั นกั เรยี นทราบไดอ ยา งไร (นกั เรยี นตอบตามความเขา ใจ) ทางคณติ ศาสตร ขั้นสอน 2. ครูนาํ เสนอกตกิ า รอบที่ 3 จาํ นวนของใครใกลเคยี ง 500 มากทส่ี ุดเปน ผชู นะ จากนนั้ ใหน ักเรียนโยน ลกู เตา เม่อื จบรอบที่ 3 ครูนาํ อภปิ รายดังน้ี • นกั เรยี นมวี ธิ ีการเขียนจาํ นวนลงในตารางหลกั เลขอยางไร (นกั เรยี นตอบตามความเขา ใจ) • จํานวนของใครใกลเคยี ง 500 มากท่ีสดุ นกั เรียนทราบไดอยา งไร ครูสุมนักเรียนนําเสนอวิธีการ ซ่ึงอาจไดวา ถาไดจํานวนที่นอยกวา 500 ใหนําจํานวนนั้นไปลบ ออกจาก 500 แตถา ไดจ ํานวนทม่ี ากกวา 500 ใหนาํ 500 ไปลบออกจากจํานวนนน้ั แลว นาํ ผลลัพธม า เปรียบเทียบกนั ครสู ามารถทาํ ซ้าํ โดยเปลีย่ นจํานวนเปน 100 200 300 400 หรือ 600 เปน ตน

๒๕๘ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 6(สาํ หรบั ครผู สู อน) 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 4ภาคเรยี นท่ี7๑ 9ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 0(ฉบบั ปรบั ปรงุ ) กลมุ่ ส�ระก�รเรียนรูคณิตศ�สตร์ แผนก�รจดั ก�รเรยี นรูท่ี ๒๗ ชนั้ ป.๒01 9 หนว่ ยที่ ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ช่วั โมง หน่วยย่อยที่ ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐) 3. ครูนาํ เสนอกตกิ า รอบท่ี 4 เมือ่ ทุกคนในกลุมโยนเสรจ็ แลว ใหจ ับคกู บั เพือ่ นในกลมุ ใหไ ดใ กลเ คียง 500 คูไหนรวมกนั ไดใ กลเคียง 500 เปนผูชนะ เม่อื จบรอบท่ี 4 ครูนาํ อภิปรายดงั น้ี • นักเรียนมวี ธิ ีการเขยี นจํานวนลงในตารางหลักเลขอยางไร (ตอบตามความเขา ใจ) • นักเรยี นรวมจํานวนของตนเองกบั เพ่อื นโดยใชวธิ ีการใด (การบวก) • ผลรวมของคใู ครใกลเ คียง 500 มากท่ีสุด นักเรียนทราบไดอยางไร 5 47 ครูสุมนักเรียนนําเสนอวิธีการ ซ่ึงอาจไดวา ถาไดจํานวนที่นอยกวา 500 ใหนําจํานวนนั้นไปลบ ออกจาก 500 แตถา ไดจํานวนท่มี ากกวา 500 ใหนาํ 500 ไปลบออกจากจาํ นวนนนั้ แลว นาํ ผลลพั ธม า เปรียบเทยี บกัน ครูสามารถทาํ ซา้ํ โดยเปลยี่ นจํานวนเปน 600 700 หรอื 800 เปนตน 4. ครูนําเสนอกติกา รอบที่ 5 เม่ือทุกคนในกลุมโยนเสร็จแลว ใหจับคูกับเพื่อนในกลุมท่ีใหไดผลตาง ของจํานวนนอยท่ีสดุ คไู หนนอยที่สดุ เปน ผชู นะ เม่อื จบรอบที่ 5 ครนู ําอภปิ ราย ดงั น้ี 2 • นกั เรยี นมวี ธิ กี ารเขียนจํานวนลงในตารางหลกั เลขอยางไร (ตอบตามความเขาใจ) 2 • นกั เรียนหาผลตา งจํานวนของตนเองกบั เพื่อนโดยใชว ธิ ีการใด (การลบ) • ผลตางของคูใครไดน อยที่สุด นักเรยี นทราบไดอยางไร

2 2 กลุ่มส�ระก�รเรียนรูคณิตศ�สตร์ ช้นั ป.๒ หนว่ ยท่ี ๒ ก�รดำ�เนนิ ก�รของจำ�นวน เวล� ๑ ช่วั โมง 1 6 5 7 90แผนก�รจัดก�รเรยี นรทู ่ี ๒๗ 1ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) 6 5กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ 4 7ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ 9(ฉบบั ปรบั ปรงุ )0 ๒๕๙ หน่วยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐) ครูสุมนกั เรียนนาํ เสนอวธิ ีการ ซ่ึงอาจไดว า หลงั จากการหาผลลบ ใหนาํ เปรียบเทียบกัน ครูใหนักเรียนนําจํานวนของคูตนเองมาสรางโจทยปญหาการบวกและโจทยปญหาการลบ แลว สมุ นักเรยี นนาํ เสนอโจทยป ญ หา รวมกนั หาคําตอบและตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคําตอบ ข้ันสรปุ 3. ครแู ละนักเรียนรว มกนั สรุปวา การบวกและการลบที่ผลลัพธไมเกนิ 1,000 สามารถนาํ ไปประยกุ ตใ ช ในสถานการณตา งๆได 22



ภาคผนวก



ภาคผนวก ก เฉลยแบบฝกึ หัด



๒ เฉลย การดําเนินการของจํานวน หน่วยย่อยท่ี ๒.๑ ก�รบวก ก�รลบ (ไม่เกิน ๑,๐๐๐)



22 1 6 57 90 22แบบฝึกหัด 2.1 หนว่ ยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๑/ผ.๑ 1 เตมิ ตัวเลขแสดงจ�ำ นวนในช่องว�่ ง ลกู ชุบมะมวง 19 ชิ้น ลูกชุบมะยม 26 ช้นิ ลูกชุบเชอรร ี่ 15 ช้ิน ลูกชุบสม 13 ชนิ้ 1) จํานวนลกู ชบุ เชอรร ่ีและลกู ชบุ มะมว งรวมกัน 34 ช้ิน 2) ลกู ชุบมะมวงกับลูกชบุ เชอรร่ี มจี ํานวนตา งกัน 4 ชน้ิ 3) ตอ งทําลกู ชบุ มะมว งเพม่ิ อกี 7 ช้นิ จึงจะมีจํานวนเทา กับลูกชุบมะยม 4) เกง กนิ ลกู ชบุ เชอรร ีไ่ ป 2 ชิ้น ทําใหลกู ชุบเชอรร ่กี ับลูกชุบสม มีจํานวนเทากนั 5) มขี นมลกู ชุบทงั้ หมด 73 ชิ้น 1 6 5 4 7 9 0ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๖๗

01 57 22 9 4 หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๑/ผ.๑ 2 ห�ผลบวกและผลลบ 1) 32 + 6 = นับตอ จาก 32 ไป 6 ครั้ง จะได 33 34 35 36 37 38 ดงั นนั้ 32 + 6 = 38 2) 2 + 34 = 35 36 นบั ตอจาก 34 ไป 2 ครง้ั จะได ดังนัน้ 2 + 34 = 36 3) 78 + 7 = นบั ตอ จาก 78 ไป 7 ครง้ั จะได 79 80 81 82 83 84 85 ดังนน้ั 78 + 7 = 85 4) 67 - 64 = 66 65 64 นบั ถอยหลงั จาก 67 ทีละ 1 ไปถึง 64 ดงั น้ี จะได 3 คร้งั ดังนัน้ 67 - 64 = 3 5) 85 - 79 = นับถอยหลงั จาก 85 ทลี ะ 1 ไปถึง 79 ดังนี้ 84 83 82 81 80 79 จะได 6 ครง้ั ดงั นน้ั 85 - 79 = 6 6) 96 - 92 = นบั ถอยหลงั จาก 96 ทลี ะ 1 ไปถงึ 92 ดงั น้ี 95 94 93 92 จะได 4 ครง้ั ดงั นั้น 96 - 92 = 4 1 6 5 4 7 9 0๒๖๘ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

5 7 90 ฝ.๒.๑/ผ.๑ 22 1 6 22 หน่วยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน 3 ห�ผลบวกและผลลบ 1) 58 + 9 = 2) 85 - 8 = 58 + 9 85 - 8 53 57 1 ขัน้ ที่ 1 85 - 5 = 80 ขั้นท่ี 1 1 + 9 = 10 ข้ันที่ 2 80 - 3 = 77 ข้นั ที่ 2 57 + 10 = 67 ดงั นน้ั 85 - 8 = 77 ดงั นน้ั 58 + 9 = 67 4) 62 - 7 = 3) 76 + 5 = 62 - 7 76 + 5 25 71 5 ข้นั ที่ 1 62 - 2 = 60 ขน้ั ที่ 2 60 - 5 = 55 ขัน้ ที่ 1 5 + 5 = 10 ดังนัน้ 62 - 7 = 55 ขน้ั ที่ 2 71 + 10 = 81 6) 43 - 7 = ดังนั้น 76 + 5 = 81 5) 87 + 8 = 43 - 7 34 87 + 8 35 ขั้นที่ 1 43 - 3 = 40 ข้นั ท่ี 2 40 - 4 = 36 ขั้นที่ 1 87 + 3 = 90 ดงั นน้ั 43 - 7 = 36 ข้นั ท่ี 2 90 + 5 = 95 ดงั น้นั 87 + 8 = 95 1 6 5 4 7 9 0ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๖๙

01 57 22 ฝ.๒.๒/ผ.๒ 9 4 หน่วยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน แบบฝึกหดั 2.2 ห�ผลบวกโดยใชเสนจำ�นวน 10 23 = 10 + 10 + 3 ตัวอย�่ ง 38 + 23 = 3 10 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 เร่ิมจาก 38 แลว ตอ ไปอีก 10 กบั อีก 10 กบั อีก 3 ดงั น้นั 38 + 23 = 61 1 47 + 12 = 12 10 2 10 2 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 เรม่ิ จาก 47 แลว ตอไปอีก 10 กับอีก 2 ดงั น้ัน 47 + 12 = 59 2 60 + 26 =10 10 26 = 10 + 10 + 6 6 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 เรมิ่ จาก 60 แลว ตอ ไปอกี 10 กบั อกี 10 กับอกี 6 ดงั นัน้ 60 + 26 = 86 1 6 5 4 7 9 0๒๗๐ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

22 1 6 57 90 22 หนว่ ยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน 10 ฝ.๒.๒/ผ.๒ 3 12 + 39 = 9 10 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 เร่ิมจาก 12 แลวตอ ไปอีก 10 กับอีก 10 กบั อีก 10 กบั อกี 9 ดงั นน้ั 12 + 39 = 51 4 25 + 29 = 10 10 9 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 เริ่มจาก 25 แลว ตอ ไปอีก 10 กบั อกี 10 กบั อกี 9 ดงั น้ัน 25 + 29 = 54 5 46 + 20 = 10 10 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 เริ่มจาก 46 แลวตอ ไปอกี 10 กบั อกี 10 ดงั นัน้ 46 + 20 = 66 1 6 5 4 7 9 0ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๗๑

01 57 22 9 4 หน่วยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๒/ผ.๒ 6 14 + 17 = 7 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 ดงั นน้ั 14 + 17 = 31 7 31 + 28 = 10 8 10 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 ดงั น้นั 31 + 28 = 59 8 22 + 33 = 10 10 3 10 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 ดงั นน้ั 22 + 33 = 55 9 44 + 15 = 5 10 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 ดงั นนั้ 44 + 15 = 59 1 6 5 4 7 9 0๒๗๒ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

22 1 6 57 90 22แบบฝกึ หัด 2.3 หนว่ ยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๓/ผ.๓ 1 ห�ผลบวก 1) 162 + 126 = 162 กบั 126 200 กับ 80 กับ 8 ดังน้ัน 162 + 126 = 288 2) 134 + 213 = 134 กับ 213 300 กับ 40 กับ 7 ดงั น้นั 134 + 213 = 347 3) 510 + 387 = 510 กบั 387 800 กบั 90 กบั 7 ดังนั้น 510 + 387 = 897 1 6 5 4 7 9 0ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๗๓

01 57 22 ฝ.๒.๓/ผ.๓ 9 4 หนว่ ยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน กับ 2 ห�ผลบวก 1) 143 + 124 = 2) 213 + 253 = ดังนนั้ 143 + 124 = 267 กับ ดังนัน้ 213 + 253 = 466 3) 450 + 340 = กับ ดังนนั้ 450 + 340 = 790 1 6 5 4 7 9 0๒๗๔ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

22 1 6 5 7 90 22 หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๔/ผ.๔ แบบฝกึ หดั 2.4 ห�ผลบวก ตวั อย่�ง 523 + 105 = วิธที ำ� 5 2 3 1 0 5 + 628 ตอบ ๖๒๘ 1 261 + 610 = 2 304 + 371 = วิธที ำ� 2 6 1 วธิ ีท�ำ 3 0 4 6 1 0 + 3 7 1 + 871 675 ตอบ ๘๗๑ ตอบ ๖๗๕ 3 148 + 821 = 4 632 + 251 = วิธที �ำ 1 4 8 วธิ ที ำ� 6 3 2 8 2 1 + 2 5 1 + 969 883 ตอบ ๙๖๙ ตอบ ๘๘๓ 1 6 5 4 7 9 0ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๗๕

01 57 22 9 4 หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๔/ผ.๔ 5 400 + 136 = 6 107 + 341 = 0 7 วธิ ที �ำ 4 0 0 วธิ ที �ำ 1 4 1 1 3 6 + 3 + 536 448 ตอบ ๕๓๖ ตอบ ๔๔๘ 7 923 + 72 = 9 2 3 8 19 + 350 = 1 9 วธิ ีท�ำ 7 2 วธิ ีทำ� 5 0 + + 3 995 369 ตอบ ๙๙๕ ตอบ ๓๖๙ 9 703 + 134 = 0 3 10 536 + 240 = 3 6 วธิ ที �ำ 7 3 4 วธิ ีท�ำ 5 4 0 1 + 2 + 837 776 ตอบ ๘๓๗ ตอบ ๗๗๖ 1 6 5 4 7 9 0๒๗๖ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

22 1 6 57 90 22 แบบฝกึ หดั 2.5 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๕/ผ.๕ 1 ห�ผลบวก 1) 254 + 127 = 254 กับ 127 300 กบั 80 กบั 1 400 กับ 30 กบั 8 ตอบ ๓๘๑ 2) 156 + 282 = 156 กับ 282 ตอบ ๔๓๘ 3) 420 + 387 = 420 กบั 387 800 กับ 7 ตอบ ๘๐๗ 1 6 5 4 7 9 0ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๗๗

01 5 7 22 9 4 หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๕/ผ.๕ 2 ห�ผลบวก 1) 159 + 26 = กบั ดงั นั้น 159 + 26 = 185 2) 377 + 215 = กับ ดังนัน้ 377 + 215 = 592 3) 563 + 271 = กบั ดงั น้ัน 563 + 271 = 834 1 6 5 4 7 9 0๒๗๘ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

5 7 90 ฝ.๒.๖/ผ.๖ 22 1 6 22 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน แบบฝึกหัด 2.6 ห�ผลบวก 1 224 + 69 = 21 2 156 + 272 = 11 6 2 วธิ ที ำ� 2 4 + วธิ ที �ำ 5 6 + 9 7 2 293 428 ตอบ ๒๙๓ ตอบ ๔๒๘ 3 813 + 177 = 4 24 + 699 = 21 9 วิธีทำ� 8 11 3 วิธีท�ำ 16 4 + 177+ 9 990 723 ตอบ ๙๙๐ ตอบ ๗๒๓ 5 206 + 729 = 01 6 749 + 52 = 71 41 2 5 วธิ ที �ำ 2 6 + วิธที �ำ 9 + 7 9 2 935 801 ตอบ ๙๓๕ ตอบ ๘๐๑ 1 6 5 4 7 9 0ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๗๙

01 57 22 9 4 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๖/ผ.๖ 7 308 + 208 = 1 8 561 + 173 = 1 วิธที �ำ 3 0 8 + วธิ ที �ำ 5 6 1 + 2 0 8 1 7 3 516 734 ตอบ ๕๑๖ ตอบ ๗๓๔ 9 555 + 55 = 11 10 333 + 76 = 1 วธิ ที ำ� 5 5 5 + วธิ ที �ำ 3 3 3 + 5 5 7 6 610 409 ตอบ ๖๑๐ ตอบ ๔๐๙ 11 663 + 138 =11 12 592 + 250 = 1 วิธีท�ำ 6 6 3 + วิธีท�ำ 5 9 2 + 1 3 8 2 5 0 801 842 ตอบ ๘๐๑ ตอบ ๘๔๒ 1 6 5 4 7 9 0๒๘๐ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

22 1 6 5 7 90 22 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๗/ผ.๗ แบบฝึกหัด 2.7 ห�ผลบวก 1 27 + 23 + 34 = วธิ ีท�ำ 27 + 23 + 34 = 50 + 34 = 84 ตอบ ๘๔ 2 22 + 41 + 13 = วธิ ีท�ำ 22 + 41 + 13 = 35 + 41 = 76 ตอบ ๗๖ 3 23 + 28 + 22 = วิธที �ำ 23 + 28 + 22 = 23 + 50 = 73 ตอบ ๗๓ 4 13 + 35 + 15 = วิธีทำ� 13 + 35 + 15 = 13 + 50 = 63 ตอบ ๖๓ 1 6 5 4 7 9 0ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๘๑

01 5 7 22 9 4 หนว่ ยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๗/ผ.๗ 5 45 + 13 + 55 = วธิ คี ิด 45 + 13 + 55 = 40 5 10 3 50 5 ข้นั ท่ี 1 40 + 10 + 50 = 50 + 50 = 100 ขัน้ ที่ 2 5 + 3 + 5 = 10 + 3 = 13 ขนั้ ท่ี 3 100 + 13 = 113 ดังน้นั 45 + 13 + 55 = 113 ตอบ ๑๑๓ 6 63 + 48 + 52 = วิธีคดิ 63 + 48 + 52 = 60 3 40 8 50 2 ขั้นท่ี 1 60 + 40 + 50 = 100 + 50 = 150 ขัน้ ท่ี 2 3 + 8 + 2 = 3 + 10 = 13 ขน้ั ที่ 3 150 + 13 = 163 ดังนนั้ 63 + 48 + 52 = 163 ตอบ ๑๖๓ 1 6 5 4 7 9 0๒๘๒ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

22 1 6 5 7 90 22 หนว่ ยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๗/ผ.๗ 7 76 + 14 + 31 = วธิ ีคดิ 76 + 14 + 31 = 70 6 10 4 30 1 ขนั้ ท่ี 1 70 + 10 + 30 = 100 + 10 = 110 ขน้ั ที่ 2 6 + 4 + 1 = 10 + 1 ขัน้ ท่ี 3 110 + 11 = 11 = 121 ดังนั้น 76 + 14 + 31 = 121 ตอบ ๑๒๑ 8 84 + 32 + 26 = ข้นั ท่ี 1 80 + 30 + 20 = 100 + 30 = 130 ขนั้ ท่ี 2 4 + 2 + 6 = 10 + 2 = 12 ขนั้ ที่ 3 130 + 12 = 142 ดังน้นั 84 + 32 + 26 = 142 ตอบ ๑๔๒ 1 6 5 4 7 9 0ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๘๓

01 57 22 ฝ.๒.๘/ผ.๘ 9 4 หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน แบบฝกึ หดั 2.8 ห�ผลบวก 1 610 + 170 + 15 = 2 187 + 313 + 39 = 7 วิธีท�ำ 6 1 0 วธิ ีท�ำ 11 81 3+ 1 7 0+ 31 15 9 795 3 9 53 ตอบ ๗๙๕ ตอบ ๕๓๙ 3 231 + 157 + 330 = 4 571 + 129 + 136 = วิธีท�ำ 21 3 1 วธิ ีทำ� 51 71 1 1 5 7+ 1 2 9+ 330 136 718 836 ตอบ ๗๑๘ ตอบ ๘๓๖ 1 6 5 4 7 9 0๒๘๔ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

5 7 90 ฝ.๒.๘/ผ.๘ 22 1 6 22 หนว่ ยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน 5 469 + 79 + 23 = 6 341 + 313 + 198 = 12 11 วธิ ีทำ� 4 6 9 วธิ ีท�ำ 3 4 1 79+ 313+ 23 198 852 571 ตอบ ๕๗๑ ตอบ ๘๕๒ 7 269 + 211 + 150 = 8 299 + 58 + 110 = 11 11 วธิ ที ำ� 2 6 9 วธิ ที �ำ 2 9 9 2 1 1+ 5 8+ 150 630 110 467 ตอบ ๖๓๐ ตอบ ๔๖๗ 1 6 5 4 7 9 0ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๘๕

01 57 22 9 4 หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๙/ผ.๙ แบบฝึกหัด 2.9 ห�ผลลบต่อไปนี้โดยใชเ สนจ�ำ นวน 12 ตวั อย�่ ง 65 – 12 = 10 2 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 เรม่ิ จ�ก 65 ถอยหลงั 10 กบั อีก 2 ได 53 ดังนัน้ 65 - 12 = 53 1 59 – 13 = 13 10 3 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 เริม่ จ�ก 59 ถอยหลงั 10 กับอกี 3 ได 46 ดงั น้นั 59 – 13 = 46 2 89 – 24 = 24 20 4 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 เริม่ จ�ก 89 ถอยหลงั 10 กับอีก 10 กบั อีก 4 ได 65 ดงั น้นั 89 – 24 = 65 1 6 5 4 7 9 0๒๘๖ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

5 7 90 ฝ.๒.๙/ผ.๙ 22 1 6 22 หน่วยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน 3 51 – 22 = 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 เริม่ จ�ก 51 ถอยหลัง 10 กบั อกี 10 กับอกี 2 ได 29 ดงั นัน้ 51 – 22 = 29 4 40 – 17 = 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 เริม่ จ�ก 40 ถอยหลงั 10 กับอีก 7 ได 23 ดงั นั้น 40 – 17 = 23 5 71 – 24 = 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 เรมิ่ จ�ก 71 ถอยหลงั 10 กบั อีก 10 กับอกี 4 ได 47 ดังนั้น 71 – 24 = 47 1 6 5 4 7 9 0ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๘๗

01 57 22 9 4 หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๙/ผ.๙ 6 44 – 32 = 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 ดงั น้ัน 44 – 32 = 12 ตอบ ๑๒ 7 56 – 15 = 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 ดงั นน้ั 56 – 15 = 41 ตอบ ๔๑ 8 65 – 26 = 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 ดังนน้ั 65 – 26 = 39 ตอบ ๓๙ 9 82 – 35 = 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 ดังนน้ั 82 – 35 = 47 ตอบ ๔๗ 1 6 5 4 7 9 0๒๘๘ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

22 1 6 5 7 90 22 หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๑๐/ผ.๑๐ แบบฝึกหดั 2.10 1 เขียนวงลอ มรอบแผน่ ต�ร�งเพอ่ื ห�ผลลบ 1) 324 – 110 = ดังนนั้ 324 – 110 = 214 2) 218 – 117 = ดังนนั้ 218 – 117 = 101 3) 473 – 152 = ดงั นนั้ 473 – 152 = 321 4) 266 – 204 = ดงั นนั้ 266 – 204 = 62 1 6 5 4 7 9 0ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๘๙

01 57 22 9 4 หน่วยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๑๐/ผ.๑๐ 2 ห�ผลลบ หลักสิบ หลกั หนวย 5 1) 259 – 23 = 2 9 - วธิ ที �ำ หลักรอ ย 3 3 2 6 2 ดงั นัน้ 259 – 23 = 236 2) 695 – 232 = หลักสบิ หลักหนวย 9 วิธที ำ� หลักรอย 3 5 - 6 2 6 2 3 4 ดงั น้ัน 695 – 232 = 463 3) 387 – 164 = หลักสบิ หลักหนว ย 8 วิธีทำ� หลักรอย 6 7 - 2 4 3 1 3 2 ดังนนั้ 387 – 164 = 223 1 6 5 4 7 9 0๒๙๐ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

5 7 90 ฝ.๒.๑๐/ผ.๑๐ 22 1 6 22 หนว่ ยที่ ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน 4) 398 – 208 = 5) 576 – 173 = วิธีท�ำ 3 9 8 - วิธีทำ� 5 7 6 - 2 0 8 1 7 3 190 403 ตอบ ๑๙๐ ตอบ ๔๐๓ 6) 855 – 45 = 7) 647 – 316 = วธิ ีทำ� 8 5 5 - วธิ ที �ำ 6 4 7 - 4 5 3 1 6 810 331 ตอบ ๘๑๐ ตอบ ๓๓๑ 8) 669 – 138 = 9) 592 – 250 = วิธีท�ำ 6 6 9 - วิธีท�ำ 5 9 2 - 1 3 8 2 5 0 531 342 ตอบ ๕๓๑ ตอบ ๓๔๒ 1 6 5 4 7 9 0ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๙๑

01 57 22 9 4 หน่วยท่ี ๒ ก�รดำ�เนินก�รของจำ�นวน ฝ.๒.๑๑/ผ.๑๑ แบบฝกึ หดั 2.11 เขียนวงลอ มรอบแผ่นต�ร�งเพอื่ ห�ผลลบ ตวั อย�่ ง 303 – 170 = ตอบ ๑๓๓ 1 242 – 128 = ตอบ ๑๑๔ 2 425 – 371 = ตอบ ๕๔ 3 320 – 90 = ตอบ ๒๓๐ 1 6 5 4 7 9 0๒๙๒ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั ครผู สู อน) กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook