1 กรอบแนวคดิ หลักสูตรและคมู ือจดั กจิ กรรมการเรียนรูเพ่ือเสรมิ สรางสมรรถนะความเปน พลเมอื งรูเทาทันส่อื สารสนเทศ และดจิ ิทลั ในพนื้ ทภ่ี าคเหนอื ตอนลางของประเทศไทย นวัตกรรมสรางการเรยี นรูน้ีเปนสวนหน่ึงในโครงการ “การวจิ ยั เชงิ ปฏิบตั ิการอยางมีสวนรวมเพ่ือพัฒนา เครอื ขายการเรียนรู “โรงเรยี นสรางพลเมืองรูเทาทนั สอื่ สารสนเทศ และดจิ ิทัล” ในพ้ืนที่ภาคเหนือ ตอนลางของประเทศไทย”
ก บทสรุปสาํ หรับผูบรหิ าร (Executive Summary) การวจิ ัยเชิงปฏบิ ตั ิการอยางมีสวนรวมเพื่อพฒั นาเครอื ขายการเรียนรู “โรงเรียนสรางพลเมืองรูเทาทัน สื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพ้ืนท่ีภาคเหนือตอนลางของประเทศไทยมีวัตถุประสงค/สําคัญเพ่ือพัฒนา เครือขายการเรียนรขู องครใู นพืน้ ทีภ่ าคเหนือตอนลางใหเกิดพื้นที่และระบบท่ีเช่ือมโยงกันในการขับเคล่ือนการ จัดการเรียนรูท่ีสงเสริมสมรรถนะความเป2นพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล โดยในงานวิจัยน้ีมี ผลผลติ ทเ่ี ป2นนวัตกรรมสาํ คัญอยู 2 อยางไดแก 1) รปู แบบเครือขายการเรียนรู“โรงเรียนสรางพลเมืองรูเทาทัน สอ่ื สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพ้ืนท่ีภาคเหนือตอนลางของประเทศไทย ทั้งในสวนที่เป2นรูปแบบของตัวระบบ เครือขาย และรูปแบบการจัดการเรียนรูของเครือขาย และ 2) หนังสือนวัตกรรมสรางการเรียนรู “กรอบ แนวคิดหลักสูตรและคูมือจัดกิจกรรมการเรียนรูเพ่ือเสริมสรางสมรรถนะความเป2นพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทลั ในพืน้ ท่ภี าคเหนือตอนลางของประเทศไทย” ผลการวจิ ัยสรุปไดดังนี้ 1. กลไกและนโยบายเชิงพื้นที่วางกรอบเป8าหมายไว 3 ป: โดยมีนโยบายสําคัญ 3 ดาน ไดแก1) นโยบายการสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดชุมชนแหงการเรียนรูรวมกันของพ้ืนท่ีภาคเหนือตอนลาง2) นโยบาย สงเสริมและสนับสนุนใหเกิดหองเรียนตนแบบและพัฒนาสูการเป2นโรงเรียนแมขายระดับจังหวัด และ 3) นโยบายการสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดการทํางานรวมกับชุมชนและภาคสวนตางๆ ในสังคมเพื่อสราง เครือขายพลเมืองรเู ทาทันสอ่ื ฯ ทงั้ เชิงกวางและเชิงลึก 2. รูปแบบของเครอื ขายการเรยี นรู “โรงเรยี นสรางพลเมืองรูเทาทนั ส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล”ในพ้ืนที่ ภาคเหนือตอนลางของประเทศไทยเป2นการสรางพื้นที่เชื่อมโยงครูที่ขับเคล่ือนงานดานการสอนเพื่อสราง พลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจทิ ลั ในโรงเรยี นในพ้ืนท่ีภาคเหนอื ตอนลางของประเทศไทย ใหเกิดพื้นที่ ในการแลกเปล่ียนเรียนรูและพัฒนาศักยภาพรวมกัน โดยมีการสรางเป8าหมายและขับเคลื่อนเจตจํานงทาง สังคมรวมกัน ซึ่งรูปแบบของเครือขายมีองค/ประกอบที่สําคัญ ดังน้ี 1) มหาวิทยาลัยระดับทองถิ่นในฐานะ หนวยงานหนนุ เสริมทางวิชาการเชิงพ้ืนท่ีเพื่อขับเคล่ือนงานเช่ือมรอยไปพรอมกับโรงเรียน2) การสรางพื้นที่ใน การแลกเปล่ียนเรียนรูและพัฒนาศักยภาพรวมกัน 3) การสรางครูแกนนําและหองเรียนตนแบบดานการสราง พลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล 4) การขยายเครือขายในอนาคตโดยมีโรงเรียนแกนนําเป2นฐาน 5) การขยายเครอื ขายสพู ื้นทช่ี มุ ชนเพอ่ื ผสานชีวิตของการเรียนรูในหองเรียนกบั ชมุ ชนทองถน่ิ 3. รปู แบบการจดั การเรียนรขู องครแู กนนาํ เมื่อนํามาสงั เคราะห/จะพบวามีข้นั ตอนในการจัดการเรียนรูที่ สําคัญอยู 4 ขั้นตอน ไดแก 1) ขั้นถอดรื้อประสบการณ/ เป2นขั้นตอนของการเชื่อมตอระหวางความรูเดิมกับ ความรูใหม โดยท่ีผูสอนตองสรางการมีสวนรวมเพ่ือนําพาใหผูเรียนไดสํารวจประสบการณ/เดิมและเผชิญ สถานการณ/ทจี่ ะนาํ ไปสปู ระเดน็ การเรียนรู ขั้นตอนนี้ผูสอนตองใชสื่อและบรรยากาศการเรียนรูที่เอื้อใหผูเรียน กลาแสดงความคิดเห็นตอสถานการณ/ แนนอนวาการใชคําถามประกอบกรณีศึกษา หรือสื่อการสอนตางๆ น้ัน สําคัญมาก ในสวนน้ีครูตองเปEดโอกาสใหนักศึกษาใชโทรศัพท/มือถือหรือเครื่องมือในการสืบคนประเด็นนั้นๆ เพ่มิ เตมิ แลวนํามาขอมูลทหี่ ลากหลายมาวพิ ากษร/ วมกนั ถอดร้ือดวู าตัวกระตุน (สื่อท่ีอาจารย/เลือกใช) พยายาม
ข ชวนใหเราเกิดความเขาใจอยางไร 2) ขั้นทําความเขาใจดวยกระบวนการคิดเชิงวิพากษ/ เป2นขั้นตอนท่ีผูสอน สรางกระบวนการใหเกิดการอภิปรายแลกเปล่ียนความคิดเห็นกับเพ่ือนในประเด็นการเรียนรูเชิงมโนทัศน/ เก่ียวกับประเด็นของการเรียนรูตางๆ อยางลึกซ้ึง เพ่ือใหเขาใจวาสาระสําคัญของการเรียนรูคืออะไร 3) ขั้นเปลี่ยนผานดวยการปฏิบัติ เป2นขั้นตอนที่ผูสอนนําพาผูเรียนใหไปสูการเรียนรูเชิงปฏิบัติการที่มี ความหมาย และสงผลตอการเติบโตดานการเรียนรู โดยเนนไปท่ีการสรางคณุ คารวมใหกับชุมชนแหงการเรียนรู ของผเู รียน ในข้ันตอนน้ผี สู อนตองสรางพื้นท่ีใหผูเรียนมองเห็นปGญหาหรือประเด็นสําคัญทางสังคม ซึ่งสามารถ เป2นประเด็นทองถิ่นหรือประเด็นใกลตัวของผูเรียน จากน้ันใหผูเรียนไดใชความรูและศักยภาพท่ีมีในการผลิต ทําส่อื สารสนเทศ และดจิ ิทัล เพอ่ื นาํ เสนอขอมูลสาระเกย่ี วกบั ประเดน็ นนั้ ๆ รวมถึงกําหนดกลยุทธ/ในการใชสื่อ และสาระน้ันในโลกดิจิทัล และปฏิบัติการทางสังคม 4) ข้ันสะทอนคิดเพ่ือยกระดับกระบวนทัศน/การเรียนรู เป2นข้ันตอนของการตกผลึกการเรียนรู เป2นกระบวนการท่ีชวยใหผูเรียนเชื่อมโยงองค/ความรูระหวางโลก ภายนอกกับโลกภายในของผูเรียนใหเกิดการผสานทางความคิด รูวาองค/ความรูน้ันจะนําไปใชในการพัฒนา ชีวติ ตนเองและสงั คมตอไปอยางไร โดยขั้นตอนน้ีผูสอนตองสรางพนื้ ที่และใชเคร่ืองมือในการจัดการองค/ความรู ถอดบทเรยี น เพ่อื ใหเกิดการสะทอนคดิ และยกระดับกระบวนทศั นก/ ารเรยี นรขู องนกั เรยี นตอไป 4. นวัตกรรมสรางการเรียนรู ไดแก “กรอบแนวคิดหลักสูตรและคูมือจัดกิจกรรมการเรียนรูเพื่อ เสริมสรางสมรรถนะความเป2นพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ในพื้นที่ภาคเหนือตอนลางของ ประเทศไทย” ทผี่ านการทดลองใชในหองเรียนและถอดบทเรียนการสอนของครแู กนนาํ โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการอยางมีสวนรวมเพื่อพัฒนาเครือขายการเรียนรู “โรงเรียนสรางพลเมือง รูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพ้ืนท่ีภาคเหนือตอนลางของประเทศไทย ไดกอใหเกิดพื้นที่ของการ เชื่อมโยงครูและบุคลากรทางการศึกษาใหเกิดการแลกเปล่ียนเรียนรูและหนุนเสริมศักยภาพทั้งจากเครือขาย ภายใน คือครูในพื้นที่และมหาวิทยาลัยในทองถ่ินแลว ยังมีเครือขายภายนอก ไดแก สํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สถาบันส่ือเด็กและเยาวชน กลุมพลเรียน และมูลนิธิการศึกษาเพ่ือสรางพลเมืองไทย (Thai Civic Education) ท่ีไดเขามาชวยเติมเต็มทางดานองค/ความรูและหนุนเสริมในมิติตางๆ จนทําให เครือขายโรงเรียนสรางพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ในพ้ืนท่ีภาคเหนือตอนลางเกิดข้ึนและได กลายเปน2 พนื้ ทท่ี างวชิ าการดานการสรางพลเมืองรเู ทาทนั สอ่ื ฯ สาํ หรบั ครูในพ้นื ท่ี ขอเสนอแนะ 1) การสงเสริมการรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ควรพัฒนาไปพรอมกับการเสริมสรางความ เป2นพลเมอื ง ดงั เชนโครงการการวิจัยเชงิ ปฏิบัตกิ ารอยางมสี วนรวมเพอ่ื พัฒนาเครือขายการเรียนรู “โรงเรียนสรางพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพื้นท่ีภาคเหนือตอนลางของ ประเทศไทย ที่ผูกโยงในเรื่องของการเป2นพลเมืองกับการรูเทาทันสื่อ ทั้งในมิติของการเขาถึง ขอมูลขาวสารอันเป2นสิทธิข้ันพ้ืนฐานของพลเมืองตามหลักสิทธิมนุษยชนรวมถึงเทคโนโลยีขั้น พ้ืนฐาน เชน ระบบอินเตอร/เน็ต คอมพิวเตอร/ เป2นตน มิติของการวิเคราะห/และประเมินสื่อ สารสนเทศตางๆ ไปจนถึงมิติในการสรางสรรค/ส่ือเพ่ือสรางสรรค/สังคมซ่ึงสมรรถนะของการรูเทา ทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัลเป2นหนึ่งในสมรรถนะของความเป2นพลเมืองในโลกศตวรรษที่ 21
ค ดังนั้นการจัดการเรียนรูหรือกิจกรรมเพ่ือการสงเสริมการรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล จึง ตองถูกนําเสนอไปพรอมกับการสรางความเป2นพลเมือง 2) รัฐบาลในฐานะฝWายบริหารท่ีเป2นตัวแทนของประชาชนจําเป2นตองสนับสนุนและสงเสริมการ พัฒนาพลเมืองรเู ทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล โดยกําหนดใหเป2นนโยบายหลักท่ีเก่ียวของกับ งานดานการศึกษา สังคม ครอบครัว ไปจนถึงเด็กและเยาวชน เพ่ือเปEดพ้ืนท่ีใหผูคนเขามามีสวน รวมในการสรางสังคมพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล โดยเนนการกระจายอํานาจทั้ง เรื่องของยุทธศาสตร/การดําเนินงาน งบประมาณ และการเช่ือมโยงใหเกิดการทํางานเชิงบูรณา การ โดยใชมหาวิทยาลัยเป2นฐานในการเชื่อมโยงกับโรงเรียน ชุมชน และกลุมเป8าหมายสําคัญ เชน กลุมผูสูงอายุ กลุมเด็กและเยาวชน เป2นตน โดยส่ิงสําคัญคือตองเนนการทํางานเชิงพ้ืนที่ให การทํางานจากภาคปฏิบัติการเชื่อมรอยกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ มากกวานโยบายจากบนสูลาง ทเี่ ปน2 การช้นี ําบังคับและทําใหการทาํ งานไมสอดคลองตามบริบท 3) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสรางสรรค/ จําเป2นตองใหความสําคัญกับการทํางานเชิงพื้นท่ี เนอื่ งจากการทํางานเชงิ พืน้ ทคี่ ือการทํางานภาคสนามท่ีองค/ความรูจะเช่ือมโยงไปสูการปฏิบัติ ผล ที่เกิดขึ้นของโครงการท่ีทําเชิงพ้ืนท่ี คือเป2นงานที่สงผลตอกลุมเป8าหมายอยางแทจริง การ เปล่ียนแปลงเกิดข้ึนในพ้ืนที่ นอกจากจะเป2นการสรางการเปลี่ยนแปลงอยางแทจริงแลว ยังเป2น การขยายโอกาสการเรียนรู นํามาสูการลดชองวางหรือลดความเหล่ือมลํ้าในการเรียนรูเรื่องเทา ทันสอ่ื สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล อีกดวย 4) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสรางสรรค/ จําเป2นตองสรางความรวมมือกับองค/กรปกครองสวน ทองถ่ิน ในการสรางความรวมมือระหวางองค/กรปกครองสวนทองถ่ิน กับสถาบันการศึกษา และ หนวยงานที่เกี่ยวของในระดับพ้ืนท่ีเพื่อใหเกิดการทํางานรวมกัน หนุนเสริมระหวางกันผานการ ดําเนินโครงการ กิจกรรม งานวิจัย หรือการพัฒนานวัตกรรมตางๆ เพ่ือสรางชุมชนพลเมืองรูเทา ทันสื่อ สารสนเทศ และดิจทิ ลั ในระดับพ้นื ที่ 5) กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงอุดมศึกษาฯ และกระทรวงดิจิทัลฯ จําเป2นตองบูรณาการความ รวมมือและใหความสาํ คัญตอการจัดการเรียนรเู ชิงสมรรถนะพลเมืองรเู ทาทันส่ือ สารสนเทศ และ ดิจิทัล โดยสนับสนุนสถาบันการศึกษาในระดับทองถิ่นท้ังมหาวิทยาลัยที่มีสถาบันผลิตครูและ โรงเรียนไดเช่ือมรอยการทํางานและควรเคล่ือนงานดานพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และ ดิจิทัล ไปดวยกัน โดยเนนการทํางานเชิงพื้นที่ เชน การทําวิจัย, การทําบริการวิชาการ, การจัด กิจกรรมการเรียนรูเพื่อพัฒนาผูเรียนโดยเปEดโอกาสใหผูเรียนไดเขาไปศึกษาในชุมชน และ เช่อื มโยงการทํางานกับกลุมเป8าหมาย เชน ครูในพ้ืนที่ ผูปกครอง ผูสูงอายุ เด็กและเยาวชน เพื่อ สรางสงั คมแหงการเรียนรูพลเมืองรเู ทาทนั สอื่ สารสนเทศ และดิจิทลั ในพ้นื ที่
ง คาํ นํา หนังสือ “กรอบแนวคิดหลักสูตรและคูมือจัดกิจกรรมการเรียนรูเพ่ือเสริมสรางสมรรถนะความเป2นพลเมือง รูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ในพื้นที่ภาคเหนือตอนลางของประเทศไทย” เป2นนวัตกรรมสรางการ เรียนรูท่ีเกิดจากการสังเคราะห/หองเรียนของครูท่ีเขารวมในโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการอยางมีสวนรวมเพื่อ พัฒนาเครือขายการเรียนรู “โรงเรียนสรางพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพ้ืนท่ีภาคเหนือ ตอนลางของประเทศไทย ซึ่งงานวิจัยน้ีไดรับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาส่ือปลอดภัยและ สรางสรรค/ และไดรับการหนุนเสริมดานวิชาการจากสํานักงานคณะกรรมการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (สพฐ.) สถาบันสือ่ เดก็ และเยาวชน (สสย.) มูลนิธกิ ารศึกษาเพอ่ื สรางพลเมืองไทย กลุมพลเรียน และสาขาวิชาสังคม ศกึ ษา คณะครศุ าสตร/ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏพิบลู สงคราม หนังสือเลมน้ีแบงเป2น 2 สวน สวนแรก เป2นการสังเคราะห/กรอบแนวคิดหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency Framework) โดยนําเสนอจุดประสงค/การเรียนรูเชิงสมรรถนะและคูมือการจัดกิจกรรมการ เรียนรูเพ่ือสรางพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ในพ้ืนท่ีภาคเหนือตอนลาง จํานวน 5 หนวยการ เรียนรู ไดแก 1) ส่ือรอบตวั เรา 2) อะไรอยใู นสื่อ 3) คุณคาของสื่อกับหลักสิทธิมนุษยชน4) พลเมืองสรางสื่อ 5) พลังสอื่ สรางเมือง สวนที่สอง เป2นการรวบรวมบทความถอดบทเรียนการเรียนรูเพ่ือสรางพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล จํานวนทั้งสิ้น 30 บทความ จาก 30 โรงเรียนในพื้นท่ีภาคเหนือตอนลาง โดยท้ัง 30 บทความสะทอนใหเห็นถึงการนําแนวคิด MIDL ไปใชในหองเรียนตามบริบทชีวิตการเรียนรูของครู ซ่ึงในทุก บทความจะมีแนวทางการจัดการเรยี นรขู องครทู ม่ี ีเรอ่ื งเลา มีชวี ติ ผานการนาํ ไปใชในบริบทจรงิ แลว คณะผวู จิ ัยหวงั วาหนังสือเลมน้ีจะชวยสรางแนวทางที่เป2นประโยชน/ใหกับนักการศึกษาและสรางแรง บันดาลใจใหกับครูในการสรางแนวทางการจัดการเรียนรูเพ่ือสรางพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ท่ีสอดคลองกับชีวิตและบริบทของตนเองและผูเรียน และทําการสอนของเราใหมีคุณคาตอนักเรียนท้ังในการ ดําเนินชวี ิตและการเตบิ โตเปน2 มนุษย/ทีส่ มบรู ณ/ทง้ั ในโลกความเปน2 จริงและในโลกดิจทิ ัล คณะวจิ ยั 30 พฤศจกิ ายน 2562
จ คําชี้แจงในการใชเอกสาร กรอบแนวคิดหลกั สูตรและคูมอื จดั กจิ กรรมการเรียนรูเพ่ือเสริมสรางสมรรถนะความเป2นพลเมืองรูเทา ทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ในพ้ืนท่ีภาคเหนือตอนลางของประเทศไทยเกิดขึ้นจากการสังเคราะห/ ประสบการณ/การเรียนรูของครูที่เขารวมโครงการวิจัย “การวิจัยเชิงปฏิบัติการอยางมีสวนรวมเพ่ือพัฒนา เครือขายการเรียนรู “โรงเรียนสรางพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพื้นท่ีภาคเหนือตอนลาง ของประเทศไทย” ซงึ่ ไดรบั การสนับสนนุ จากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสรางสรรค/ เอกสารชุดนี้จึงเป2นชุด ความรูที่มาจากฐานประสบการณ/ของผูเขารวมโครงการวิจัยและตกผลึกออกมาเป2น 2 สวน สวนแรก เป2นการ สังเคราะห/กรอบแนวคิดหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency Framework) โดยนําเสนอจุดประสงค/การ เรียนรูเชิงสมรรถนะและคูมือการจัดกิจกรรมการเรียนรูเพ่ือสรางพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ในพืน้ ทีภ่ าคเหนอื ตอนลาง จํานวน 5 หนวยการเรียนรู ไดแก 1) สื่อรอบตัวเรา 2) อะไรอยูในส่ือ 3) คุณคาของ ส่ือกับหลักสิทธิมนุษยชน 4) พลเมืองสรางสื่อ 5) พลังสื่อสรางเมือง สวนที่สอง เป2นบทความแนวทางการ จัดการเรียนรูเพื่อสรางพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล จากประสบการณ/ภาคสนามของครูท่ีเขา รวมโครงการวจิ ัย จาํ นวนทั้งสิ้น 30 บทความ จาก 30 โรงเรยี นในพืน้ ท่ภี าคเหนือตอนลาง โดยท้ัง 30 บทความ สะทอนใหเหน็ ถึงการนาํ แนวคดิ MIDL ไปใชในหองเรยี นตามบริบทชีวิตการเรียนรูของครู ซ่ึงในทุกบทความจะ มีแนวทางการจัดการเรยี นรขู องครูทม่ี เี รื่องเลา มีชวี ิต ผานการนาํ ไปใชในบริบทจริงแลว การนําองคค/ วามรจู ากเอกสารชิน้ นไ้ี ปใชในการจดั การเรยี นการสอน นักการศึกษา ครู หรือพี่เลี้ยงคาย จําเป2นตองนําไปประยุกต/ใชใหเหมาะสมกับบริบทของตนเอง ตองปรับกิจกรรมการเรียนรูใหสอดคลองกับ กลุมเป8าหมาย ทรัพยากรในการเรียนรู และบริบทชุมชนการเรียนรูของตน ซ่ึงแนวคิดทั้งหมดที่นําเสนอใน เอกสารเลมนี้ครูสามารถนําไปพัฒนาเป2นหลักสูตรวิชา หรือบูรณาการไปกับวิชาหลักของตน หรือใชเป2น แนวทางในการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน เชน กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมโครงการตางๆ อาทิ โครงการคาย คุณธรรมก็อาจจะเพิ่มเป2นคายคุณธรรมในยุคดิจิทัล เป2นตน หรือทําเป2นหลักสูตรคายการเรียนรูสําหรับเด็ก และเยาวชน ตลอดจนประชาชนทัว่ ไป กรอบแนวคิดหลักสูตรและคูมือการจัดกิจกรรมการเรียนรูน้ีต้ังอยูบนแนวคิดการเรียนรูเชิงสมรรถนะ ผูนําไปใชจึงตองมีมุมมองในการศึกษาแบบใหมท่ีไปใหไกลกวาการเรียนรูแบบทองจําเนนทําขอสอบปรนัย แต ตองเขาใจในความหมายของการเรียนรูอยางเป2นองค/รวม และมองไปที่สมรรถนะการเรียนรูของผูเรียนซ่ึงเป2น เป8าหมายสูงสุด (Ultimate Goal) ของการจัดการศึกษาเพ่ือสรางพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล การใหความเคารพตอศักยภาพการเรียนรูของผูเรียนที่มีความหลากหลายแตกตางกันและยืดหยุนมากพอท่ีจะ ทําใหการเรียนรูน้ันปะติดปะตอกับประสบการณ/เดิมของผูเรียนและพัฒนาศักยภาพของเขาจากมุมมองที่เป2น ของเขาเอง สรางพ้ืนท่ีปราศจากความกลัว เปEดสนามการเรียนรูที่สนุกสนาน มีคุณคา มีความหมาย สามารถ เชื่อมโยงความรูเขากับทักษะในการดําเนินชีวิต การเรียนรูเชนน้ียอมสงผลตอการสรางคุณคาใหมๆ ใหกับ นักเรียน และจะชวยใหพวกเขาหยัดยืนภายใตโลกที่สลับซับซอน เปราะบาง และเต็มไปดวยปGญหามากมายท่ี พวกเขากาํ ลังเผชิญ และจะตองเผชิญในอนาคต
สารบัญ ฉ บทสรปุ สาํ หรบั ผูบรหิ าร หนา คํานํา ก คําชีแ้ จงการใชเอกสาร ง สวนท่ี 1 กรอบแนวคิดหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency Framework) และ จ 1 คูมือการจัดกิจกรรมการเรียนรูเพ่ือสรางพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจทิ ลั ในพน้ื ท่ีภาคเหนอื ตอนลางของประเทศไทย 2 ลกั ษณะสาํ คัญของหลกั สตู ร 4 เปา8 หมายของหลกั สูตร 7 โครงสรางหลักสูตร 10 มโนทัศน/หลกั ในการเรียนรู 11 ขอบเขตและพฒั นาการเรียนรใู นแตละชวงวัย 21 หลักการจดั การเรยี นรูและการลดชองวางการเรียนรขู องผเู รยี น 27 20 กิจกรรมการเรยี นรูเพื่อเสรมิ สรางพลเมืองรเู ทาทนั ส่ือ สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล 28 กจิ กรรมท่ี 1 กิจกรรมใบหนาของเรา ตวั ตนของใคร 30 กจิ กรรมท่ี 2 แผนท่ีเสยี ง (ขางใจ ขางนอก) 32 กจิ กรรมที่ 3 สายใยส่อื สารสนเทศ และดจิ ิทลั 36 กิจกรรมที่ 4 แผนท่ีเดนิ ดนิ สือ่ สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล 38 กจิ กรรมที่ 5 เช่ือไดรเึ ปลา 41 กจิ กรรมท่ี 6 โลกของสื่อ โลกของการตีความหมาย 44 กิจกรรมที่ 7 สอื่ ใดใดในโลกลวนถกู ประกอบสราง 46 กิจกรรมที่ 8 ถอดรื้อภูมิทัศน/สื่อ วิเคราะห/สื่อในฐานะเคร่ืองมือทางการเมือง เศรษฐกิจ และกระบวนการขัดเกลาทางสังคม 48 กิจกรรมท่ี 9 ตามรอย Digital Footprint 52 กจิ กรรมท่ี 10 หอคอยแหงคณุ คา 54 กิจกรรมท่ี 11 คณุ คาทีแ่ ตกตาง 58 กิจกรรมท่ี 12 สิทธเิ ด็กในโลกดจิ ทิ ัล 60 กจิ กรรมท่ี 13 ประเมนิ คุณคาสื่อดวยกรอบคดิ สทิ ธมิ นุษยชน 63 กิจกรรมท่ี 14 กจิ กรรมภาพถาย “มุมโปรดในโรงเรยี น” 66 กิจกรรมที่ 15 วเิ คราะหส/ ื่อสรางสรรค/จากมุมมองของเขาสมู ุมมองของเรา 69 กิจกรรมที่ 16 ใหภาพเลาเรือ่ ง: เมือ่ พลเมืองเดก็ บอกเลาเร่ืองราวเกยี่ วกับชุมชน 72 กจิ กรรมท่ี 17 สาํ รวจสถานการณช/ ุมชน 77 กิจกรรมท่ี 18 สตอร่บี อรด/ เปลย่ี น Content ใหคดิ เห็นเปน2 ภาพ 80 กจิ กรรมที่ 19 การแสดงละครบทบาทสมมติ “เลาชีวิตภาคเหนอื ตอนลาง” 85 กจิ กรรมท่ี 20 โครงงานพลังสือ่ เปลีย่ นเมือง 87 สือ่ และแหลงเรียนรเู พ่ิมเติม
การวัดและประเมนิ ช นยิ ามศัพท/ สวนท่ี 2 30 แนวทางการจัดการเรียนรูเพ่ือสรางพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ หนา 88 และดิจิทัล จากฐานประสบการณภ/ าคสนามของครทู ี่เขารวมโครงการวิจัย 89 90
1 สวนท่ี 1 กรอบแนวคิดหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency Framework) และคูมือการจัด กิจกรรมการเรยี นรูเพื่อสรางพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ในพื้นที่ภาคเหนือ ตอนลางของประเทศไทย
2 ลกั ษณะสาํ คัญของหลกั สูตร หลักสูตรนี้เป2นหลักสูตรท่ีเนนกรอบคิดเชิงสมรรถนะ (Competency Framework) โดยเชื่อมโยง ทกั ษะทีส่ ําคัญไดแก ทักษะพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ทักษะชีวิต และทักษะการรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล มาเปน2 แนวทางในการออกแบบและพฒั นากจิ กรรมการเรียนรูโดยหลกั สูตรนี้เกิดข้ึนจากการวิจัยเชิง ปฏิบตั กิ ารอยางมีสวนรวมเพอื่ พัฒนาเครอื ขายการเรียนรู “โรงเรียนสรางพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และ ดิจิทัล” ในพื้นท่ีภาคเหนือตอนลางของประเทศไทย หลักสูตรนี้จึงเป2นหลักสูตรท่ีถูกพัฒนาขึ้นจากการ สังเคราะห/องค/ความรูท่ีมาจากกระบวนการอยางสวนรวมของครูผูเขารวมโครงการ ทั้งการระดมความคิดเห็น การปฏิบัตงิ านจริงและการสะทอนของครู โดยกรอบคิดเชิงสมรรถนะของหลักสูตรนี้จะมีลักษณะยืดหยุนสูงเพื่อใหครูสามารถเลือกนําไปปรับ ใชไดตามบริบทของตนเอง หลักสูตรน้ีจึงเนนไปท่ีการนําเสนอกรอบแนวคิดที่อิงสมรรถนะ (Competency Framework) ที่ใหขอมูลเกี่ยวกับจุดประสงค/การเรียนรูเชิงสมรรถนะ (Learning Competencies) และ มโนทัศน/สําคัญอันจะนําไปสูการสรางกระบวนการเรียนรูเพื่อเสริมสรางสมรรถนะพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจทิ ลั ตัง้ แตระดบั ประถมศกึ ษา ไปจนถึงระดบั มัธยมศึกษา ลักษณะสําคัญของกรอบสมรรถนะและหลกั สูตรการเรยี นรูเพ่ือเสริมสรางสมรรถนะความเป2นพลเมือง รูเทาทนั สือ่ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั ในพืน้ ทีภ่ าคเหนือตอนลางของประเทศไทย 1. เป2นหลักสูตรที่บูรณาการสมรรถนะสําคัญ (Core Competency)ไดแก สมรรถนะความเป2น พลเมืองในระบอบประชาธิปไตย สมรรถนะการมีทักษะชีวิต และสมรรถนะการรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจทิ ัล มาพัฒนาเปน2 กรอบสมรรถนะพลเมอื งรูเทาทนั สอื่ สารสนเทศ และดิจิทลั 2. เป2นหลักสูตรท่ีเนนการจัดการเรียนรูท่ีบูรณาการกระบวนการรูปแบบการสอนแบบเนน ประสบการณ/ (Experiential Learning) แนวคิดการเรียนรูเพ่ือการเปล่ียนแปลง (Transformative Learning) เขากับกรอบคิดของการรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ไดแก ความสามารถในการเขาถึง (The ability to Access), ความสามารถในการวิเคราะห/วิพากษ/ (The ability to Analyze), ความสามารถในการประเมินคุณคาของส่ือ (The ability to Evaluate)และ ความสามารถในการสรางสรรค/หรือสื่อสาร (The ability to Create or Communicate information in a variety of form)โดยในงานวิจัยนี้จะเพิ่มความสามารถใน การใชสื่อเพื่อสรางการมีสวนรวมเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมในฐานะพลเมือง (The ability to Engage for Social change) 3. เป2นกรอบหลักสูตรฐานสมรรถนะท่ีออกแบบใหมีความยืดหยุนสูงเพ่ือท่ีครูในพื้นท่ีภาคเหนือ ตอนลางจะไดนําไปปรับใชไดตามบริบทท่ีเหมาะสมของตนเอง เชน ประยุกต/ใชในการจัดการ เรียนการสอนปกติของตน ประยุกต/ใชในกิจกรรมพัฒนาผูเรียน เชน วิชาชุมนุม วิชาลูกเสือ หรือ ประยุกต/ใชในโครงการตางๆ ของโรงเรียนเพื่อเพ่ิมมิติในการเรียนรู เชน คายคุณธรรมแบบเดิมก็
3 เพิ่มเติมเรื่องคุณธรรมจริยธรรมในการใชเทคโนโลยี คายอนุรักษ/ส่ิงแวดลอมท่ีบูรณาการเกี่ยวกับ การสรางสอื่ เพอื่ การเปล่ยี นแปลง หรือจะใชเปน2 กระบวนการในการสรางส่ือพลเมืองเปลี่ยนสังคม ขน้ึ อยูกบั ความสามารถและบรบิ ทหนางานของครู 4. กรอบหลักสูตรอิงสมรรถนะนี้แบงออกเป2น 5 หนวยการเรียนรู ไดแก 1) ส่ือรอบตัวเรา 2) อะไร อยูในสือ่ 3) คุณคาของสือ่ กบั หลักสิทธิมนุษยชน4) พลเมืองสรางสอ่ื 5) พลงั สอ่ื สรางเมอื ง กรอบแนวคิดหลักสูตรและคูมือการจัดกิจกรรมการเรียนรูน้ีต้ังอยูบนแนวคิดการเรียนรูเชิงสมรรถนะ ผูนําไปใชจึงตองมีมุมมองในการศึกษาแบบใหมที่ไปใหไกลกวาการเรียนรูแบบทองจําเนนทําขอสอบปรนัย แต ตองเขาใจในความหมายของการเรียนรูอยางเป2นองค/รวม และมองไปที่สมรรถนะการเรียนรูของผูเรียนซึ่งเป2น เป8าหมายสูงสุด (Ultimate Goal) ของการจัดการศึกษาเพ่ือสรางพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล การใหความเคารพตอศักยภาพการเรียนรูของผูเรียนที่มีความหลากหลายแตกตางกันและยืดหยุนมากพอท่ีจะ ทาํ ใหการเรยี นรูนนั้ ปะติดปะตอกับประสบการณ/เดมิ ของผูเรยี นทีห่ ลากหลายไดเกิดการพัฒนาศักยภาพของเขา จากมุมมองท่ีเป2นของเขาเอง สรางพื้นท่ีปราศจากความกลัว เปEดสนามการเรียนรูท่ีสนุกสนาน มีคุณคา มี ความหมาย สามารถเช่ือมโยงความรูเขากับทักษะในการดําเนินชีวิต การเรียนรูเชนนี้ยอมสงผลตอการสราง คณุ คาใหมๆ ใหกบั นกั เรียน และจะชวยใหพวกเขาหยัดยนื ภายใตโลกที่สลบั ซับซอน เปราะบาง และเต็มไปดวย ปGญหามากมายท่พี วกเขากําลงั เผชิญ และจะตองเผชญิ ในอนาคต ท่ีสําคัญท่ีสุดคือการเรียนรูท่ีสรางแรงบันดาล ใจใหเขาพรอมท่ีจะออกมาเป2นพลเมืองเพื่อขับเคลื่อนสังคมไปขางหนา เรียนรูท่ีจะอยูบนโลกท่ีอุดมไปดวยส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัลอยางเทาทัน และมีสมรรถนะในการนําส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล มาเป2นเครื่องมือใน การสรางสรรค/สงั คม และขบั เคลือ่ นเปล่ียนเมอื งดวยพลังของพลเมอื ง
4 เปNาหมายของหลักสตู ร กรอบแนวคิดหลักสูตรเพื่อเสริมสรางสมรรถนะความเป2นพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ในพื้นที่ภาคเหนือตอนลางของประเทศไทย มีเป8าหมายสําคัญเพ่ือนําเสนอกรอบแนวคิดและแนวทางในการ จัดการเรียนรูเชิงสมรรถนะ (Learning Competency) สําหรับนักเรียนในระดับประถมศึกษา ไปจนถึง ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาตอนปลาย เพ่ือใหครูสามารถประยุกต/ใชกิจกรรมการเรียนรูตามบริบทในพ้ืนท่ีภาคเหนือ ตอนลางของประเทศไทย ซึ่งกรอบแนวคิดหลักสูตรฐานสมรรถนะและแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรูท่ี นําเสนอน้ีจะเนนการพัฒนาผูเรียนบนฐานของการพัฒนาสมรรถนะ โดยมีลักษณะการเรียนรูเชิงบูรณาการทั้ง ในสวนขององค/ความรูและทักษะตางๆ ไดแก ทักษะชีวติ ทักษะพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ผสานกับการ รเู ทาทันสอื่ สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล เพ่อื ใหผูเรยี นไดเรียนรู เขาใจและเกิดความตระหนักในวิถีชีวิตท่ีสัมพันธ/กับ สื่อ สารสนเทศ และดิจิทัลและทําความเขาใจอิทธิพลของส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ท่ีสงผลตอสังคมการ ประเมินคุณคาของส่ือบนหลักการสิทธิมนุษยชน การสรางสรรค/และใชส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัลเพ่ือ เปลี่ยนแปลงสังคมผานกระบวนการขับเคล่ือนเชิงพลเมือง ซึ่งในแตละเป8าหมายครูสามารถเลือกจุดประสงค/ การเรยี นรูเชิงสมรรถนะทส่ี อดคลองกับพฒั นาการการเรียนรขู องผูเรยี น ดังตารางตอไปนี้ ตารางท่ี 1กรอบคดิ เชงิ เปา8 หมายของกรอบแนวคดิ หลักสูตรฐานสมรรถนะ MIDL School เปNาหมายเชิง จุดประสงค/ ตวั ช้ีวัดการสอนสาํ หรับครู สมรรถนะ การเรียนรเู ชงิ สมรรถนะ สาํ หรับผเู รียน (Learning Competencies) 1. พ ล เ มื อ ง ท่ี สามารถ • ผูเรียนสามารถใชทักษะการ • จัดกิจกรรมการเรียนรูท่ีพัฒนาทักษะการ เ ข า ถึ ง ส่ื อ สื่อสารไดอยางมีประสิทธิภาพทั้ง สือ่ สาร สารสนเทศ ในฐานะผูรับสารและผูสงสาร • จัดกิจกรรมการเรียนรูที่ชวยใหผูเรียน แ ล ะ ดิ จิ ทั ล ที่ หลากหลาย • ผูเรียนสามารถตระหนักรูถึง ตระหนักถึงอิทธิพลของส่ือ สารสนเทศ และ เ พ่ื อ ก า ร อิทธิพลของสื่อ สารสนเทศ และ ดจิ ิทัล ท่ีมตี อวิถีชวี ิตและตวั ตน เ รี ย น รู แ ล ะ พัฒนาตนเอง ดิจิทัล ท่ีมีตอการสรางอัตลักษณ/ • จัดกจิ กรรมการเรยี นรูที่ทําใหผูเรียนเช่ือมโยง ได ของตนเอง ไดวาส่ือสงผลตอตัวตนและการรับรู จึง • ผเู รียนเช่ือมโยงอิทธิพลสื่อกับการ จําเป2นท่ีนักเรียนตองเขาใจในตัวเองและเปEด เขาใจตนเองและการเขาใจผอู ื่น ใจกวางในการเขาใจผูอน่ื • ผูเรียนสามารถบอกแอพลิเคชั่น • จัดกิจกรรมท่ีสงเสริมใหผูเรียนสามารถใช หรือชองทางการเลือกใชส่ือ เคร่ืองมือ (Tools) ในการสบื คน เก็บรวบรวม สารสนเทศ และดิจิทัล เพ่ือการ ขอมูล วิเคราะห/ และนําเสนอซึ่งในกลุมเด็กที่ เรียนรแู ละพฒั นาตนเอง มีความพรอมสงเสริมการใชแอพลิเคช่ันหรือ เคร่อื งมืออิเล็กทรอนิกส/ออนไลน/ ในสวนของ เด็กที่มีขอจํากัดในเร่ืองอุปกรณ/สงเสริมโดย ใชเคร่ืองมือทางมานุษยวิทยาเพ่ือพัฒนาให เกิดการเรียนรเู ชิงลกึ (Deep Study)
5 เปาN หมายเชิง จุดประสงค/ สมรรถนะ การเรียนรูเชงิ สมรรถนะ ตวั ชี้วัดการสอนสาํ หรับครู สําหรบั ผูเรยี น (Learning Competencies) 2. พ ล เ มื อ ง ที่ • ผูเรียนสามารถอธิบายส่ือในฐานะ • จัดกิจกรรมที่เกี่ยวของกับการวิเคราะห/การ ส า ม า ร ถ ทํ า สารทถ่ี ูกประกอบสรางได ประกอบสรางขึน้ ของสอ่ื ความเขาใจ • ผูเรียนสามารถวิเคราะห/ส่ือเพ่ือทํา • จัดกิจกรรมที่นําไปสูการวิเคราะห/ส่ือและ เ ก่ี ย ว กั บ สื่ อ ความเขาใจเป8าหมายของส่ือและ ผลกระทบท่ีมีตอผูเรียนและสังคมรอบตัว ส า ร ส น เ ท ศ ผลกระทบจากส่ือรอบตัวได แ ล ะ ดิ จิ ทั ล ที่ ผูเรยี น อยูรอบตัวได อยางเทาทนั • ผูเรียนสามารถวิเคราะห/ภูมิทัศน/ • จัดกิจกรรมท่ีนําไปวิเคราะห/ภูมิทัศน/ส่ือและ สื่ อ แ ล ะ อิ ท ธิ พ ล ข อ ง สื่ อ ท่ี มี ต อ อทิ ธิพลของสอื่ ท่ีมตี อสังคม ปรากฏการณ/และการเปล่ียนแปลง ทางสังคม 3. พ ล เ มื อ ง ที่ • ผูเรียนสามารถประเมินคุณคาของ • จัดกิจกรรมที่ใหผูเรียนตระหนักถึงคานิยม ส า ม า ร ถ สื่อ สารสนเทศ และดิจิทัลบน ตางๆ ทแ่ี ฝงอยูในสื่อ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั ป ร ะ เ มิ น พื้นฐานของหลักการสิทธิมนุษยชน • จัดกิจกรรมที่นําไปสูการประเมินคุณคาของ คุณคาของส่ือ ได สื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ผานกรอบคิด ส า ร ส น เ ท ศ • ผูเรียนสามารถประเมินผลกระทบ ตามหลักสิทธมิ นุษยชน และดิจิทัล ได ท้ั ง ใ น เ ชิ ง ของส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ที่ • จั ด กิ จ ก ร ร ม เ พื่ อ ส นั บ ส นุ น ใ ห ผู เ รี ย น ปGจเจกบุคคล อาจจะสงผลกระทบตอการรับรูเชิง ประเมินผลกระทบของสื่อ สารสนเทศ และ แ ล ะ ใ น เ ชิ ง ปจG เจกบุคคลและเชิงโครงสรางทาง ดิจิทัล ที่อาจจะสงผลตอการรับรูเชิงปGจเจก โครงสรางทาง สงั คมได บุคคลและสังคมเชิงโครงสราง สงั คม 4. พ ล เ มื อ ง ที่ • ผูเรียนสามารถวางแผนในการผลิต • จัดกิจกรรมที่ใหผูเรียนไดวางแผนการผลิต ส า ม า ร ถ สื่อและสารสนเทศอยางสรางสรรค/ ส่ือเพ่ือบอกเลาเรื่องราวเก่ียวกับส่ิงที่ตนเอง สรางสรรค/สื่อ ตามบรบิ ทของตนได สนใจ เรื่องราวของโรงเรียน ชุมชน หรือ ส า ร ส น เ ท ศ • ผู เ รี ย น ส า ม า ร ถ ผ ลิ ต ส่ื อ แ ล ะ ประเด็นทางสังคมตามบริบทแวดลอมของ แ ล ะ ดิ จิ ทั ล สารสนเทศเพ่ือบอกเลาเรื่องราว ผูเรียน เ พ่ื อ ก า ร ของตนเอง โรงเรียน ชุมชน หรือ • จัดกิจกรรมท่ีทําใหผูเรียนไดฝwกฝนการสื่อ เปลี่ยนแปลง ประเด็นทางสังคมได สาระอยางสรางสรรค/ผานเคร่ืองมือตางๆ สงั คม ตามบริบท เชน งานเขียน ดนตรี การ ถายภาพ การถายวิดีโอ ฯลฯ 5. พ ล เ มื อ ง ที่ • ผูเรียนสามารถใชชองทางดิจิทัล • จัดกิจกรรมที่สงเสริมใหผูเรียนไดคิดเชิง สามารถใชส่ือ หรือชองทางอื่นๆ เพื่อนําเสนอสื่อ วิพากษ/ตอประเด็นทางสังคมและสามารถ ส า ร ส น เ ท ศ สรางสรรค/เพ่ือการเปลี่ยนแปลง เช่ือมโยงสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัลในฐานะ แ ล ะ ดิ จิ ทั ล ทางสงั คมในฐานะพลเมอื งได เคร่ืองมือสรางสรรค/สังคมของพลเมืองยุค เ พื่ อ ก า ร • ผูเรียนสามารถใชสื่อ สารสนเทศ ดิจิทัล
6 เปNาหมายเชิง จุดประสงค/ สมรรถนะ การเรยี นรเู ชงิ สมรรถนะ ตัวชี้วัดการสอนสาํ หรับครู สําหรบั ผูเรียน (Learning Competencies) เปล่ียนแปลง และดิจิทัลเพื่อสื่อสารเร่ืองราวเชิง • จัดกิจกรรมที่ทําใหผูเรียนไดเกิดการทํางาน ทางสงั คมผาน บ ว ก เ พื่ อ เ ป8 า ห ม า ย ใ น ก า ร ร ว ม กั น คิ ด ว า ง แ ผ น ใ น ก า ร ใ ช สื่ อ กระบวนการ เปลี่ยนแปลงสงั คมใหดขี ้ึน สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล เพ่อื การผลักดันวาระ ขับเคลื่อนเชิง • ผูเรียนสามารถใชส่ือ สารสนเทศ ของพลเมืองเพ่ือสรางสรรค/และพัฒนาสังคม เครือขายของ และดิจิทัล เพ่ือการเคล่ือนไหวของ พลเมอื ง พ ล เ มื อ ง ใ น ก า ร ผ ลั ก ดั น แ ล ะ สรางสรรค/สังคม เปา8 หมายเชงิ สมรรถนะ จดุ ประสงค/การเรยี นรเู ชิงสมรรถนะ และตัวชี้วัดการสอนสําหรับครูท่ีนําเสนอ ดังตารางที่ 1 นี้ เป2นกรอบคิดเชิงสมรรถนะของหลักสูตร ซึ่งไดกําหนดกรอบกวางๆ ที่สอดคลองกัน และมี ลักษณะยืดหยุนสําหรับครูในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในพื้นที่ภาคเหนือตอนลางจะไดนําไปปรับใช ตามบริบทของตน เชน บูรณาการสูจัดการเรียนการสอน บูรณาการสูกิจกรรมพัฒนาผูเรียน ตลอดจนการ ประยุกตใ/ ชในโครงการตางๆ
7 โครงสรางหลกั สตู ร กรอบคิดเชิงสมรรถนะของหลักสูตรเรียนรูเพ่ือเสริมสรางสมรรถนะความเป2นพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ในพื้นที่ภาคเหนือตอนลางของประเทศไทย แบงเป2น 5 หนวยการเรียนรู ไดแก 1) สื่อ รอบตัวเรา 2) อะไรอยใู นสื่อ 3) คุณคาของส่ือกับหลักสิทธิมนุษยชน 4) พลเมืองสรางสื่อ 5) พลังสื่อสรางเมือง โดยแตละหนวยจะมีจุดเนนสําคัญ ซ่ึงครูในแตละระดับสามารถนําจุดเนนเหลาน้ีไปพัฒนาไดตามบริบทของ ตนเอง หนวยการเรียนรู เป8าหมายเชิงสมรรถนะ จุดเนนระดับประถมศึกษา จุดเนนระดบั มธั ยมศกึ ษา 1. สอ่ื รอบตวั เรา พลเมืองที่สามารถเขาถึง • พั ฒ น า ค ว า ม รู ค ว า ม • พัฒนาความรูความ 2. อะไรอยใู นสอ่ื สื่อ สารสนเทศ และ เขาใจเบ้ืองตนเก่ียวกับ เ ข า ใ จ เ กี่ ย ว กั บ สื่ อ ดิจิทัลท่ีหลากหลายเพื่อ ส่ือ สารสนเทศ และ สารสนเทศ และดิจิทัล การเรียนรูและพัฒนา ดิ จิ ทั ล กั บ อิ ท ธิ พ ล ที่ ร อ บ ตั ว ที่ ส ง ผ ล ต อ ตนเองได สงผลตอวถิ ีชีวติ ตัวตนของผูเรียน • พัฒนาทักษะการส่ือสาร • พั ฒ น า ทั ก ษ ะ ก า ร ผานงานศิลปะ บทเพลง ส่ือส าร ไปพ รอ มกั บ ดนตรี บทบาทสมมติ ทักษะการเรียนรูขั้น ละครเวทีหรือกิจกรรม พ้ืนฐาน ไดแก การฟGง ตางๆ พูด อาน เขียน การ • พัฒนาทักษะพ้ืนฐานใน สืบคนขอมูล การจับ การเรียนรู เชน การฟGง ประเด็น พูด อาน เขียน การส่ือ • พัฒนาทักษะการคิดเชิง ความหมาย เปน2 ตน เหตุผลและการตีความ • พัฒนาทักษะการคิดเชิง ตามหลักฐาน เหตผุ ล • ตระหนักและเคารพตอ • พัฒนามุมมองในการ สิทธิในการแสดงออก เคารพตัวเองและเคารพ ของตนเองและผูอ่ืนบน ผอู ่ืน ฐ า น คิ ด ข อ ง ค ว า ม หลากหลายทาง วัฒนธรรม พลเมืองท่ีสามารถวิเค • พั ฒ น า ค ว า ม รู ค ว า ม • พัฒนาความรูความ ระห/และทําความเขาใจ เ ข า ใ จ เ ก่ี ย ว กั บ เขาใจเกี่ยวกับภูมิทัศน/ เก่ียวกับสื่อ สารสนเทศ องค/ประกอบส่ือที่ถูก ส่ือและองค/ประกอบ และดจิ ิทลั ท่อี ยูรอบตัวได สราง อยางเทาทัน สื่อทีถ่ กู สราง • พัฒนาทักษะการตีความ • พฒั นาทักษะการคดิ เชิง จากหลกั ฐาน วิพากษ/ผานคําถามการ • พัฒนามุมมองในการ วเิ คราะห/สือ่
8 หนวยการเรียนรู เปา8 หมายเชงิ สมรรถนะ จุดเนนระดับประถมศึกษา จดุ เนนระดบั มธั ยมศึกษา รูเทาทันส่ือ สารสนเทศ • พัฒนามุมมองในการ และดิจิทัลท่ีสงผลตอ รูเทาทันสือ่ สารสนเทศ การรับรูของตนเอง และดิจิทัล ที่สงผลการ รั บ รู ข อ ง ต น เ อ ง แ ล ะ สังคม 3. คุณคาของส่ือกับ พ ล เ มื อ ง ที่ ส า ม า ร ถ • พั ฒ น า ทั ก ษ ะ ก า ร • พั ฒ น า ทั ก ษ ะ ก า ร หลกั สิทธมิ นุษยชน ประเมินคุณคาของส่ือ ตระหนักรูในตนเองและ ตระหนักรูในตนเอง สารสนเทศ และดิจิทัล การตระหนกั รูในผูอนื่ และการตระหนักรูใน ไดทั้งในเชิงปGจเจกบุคคล • พั ฒ น า ค ว า ม รู ค ว า ม ผอู น่ื และในเชิงโครงสรางทาง เขาใจในการประเมิน • พัฒนาความรูความ สงั คม คุ ณ ค า ข อ ง ส่ื อ เขาใจในการประเมิน สารสนเทศ และดิจิทัล คุ ณ ค า ข อ ง ส่ื อ บนหลักการสทิ ธิเด็ก สารสนเทศ และดิจิทัล • พัฒนาทัศนคติในการชื่น บ น ห ลั ก ก า ร สิ ท ธิ ชมและเคารพในความ มนษุ ยชน ห ล า ก ห ล า ย ข อ ง • พัฒนาทัศนคติในการ วฒั นธรรมทแ่ี ตกตาง เคารพตอความ แตกตางหลากหลาย ข อ ง สั ง ค ม พ หุ วัฒนธรรมบนหลักสิทธิ มนุษยชน 4. พลเมอื งสรางสอื่ พ ล เ มื อ ง ท่ี ส า ม า ร ถ • พั ฒ น า ค ว า ม รู ค ว า ม • พัฒนาความรูความ ส ร า ง ส ร ร ค/ ส่ื อ เ ข า ใ จ เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร เ ข า ใ จ เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร สารสนเทศ และดิจิทัล สอ่ื สารอยางสรางสรรค/ สื่อสารอยางสรางสรรค/ เพื่อการเปลี่ยนแปลง • ไดรับชมและวิเคราะห/ แ ล ะ ก า ร ผ ลิ ต สื่ อ สงั คม สรางสรรค/ สอ่ื สรางสรรค/ • พัฒนาทักษะการผลิตส่ือ • ความเขาใจเกี่ยวสื่อ หรือการสื่อสารอยาง สรางส รรค/ในฐานะ ส ร า ง ส ร ร ค/ ร ว ม กั บ เ ค รื่ อ ง มื อ ใ น ก า ร เพอื่ นๆ สรางสรรค/สังคมของ • เ ห็ น คุ ณ ค า ใ น ก า ร พ ล เ มื อ ง ใ น โ ล ก ยุ ค สนับสนุนหรือการผลิต ดจิ ิทลั สอื่ อยางสรางสรรค/ • ความรูเกี่ยวกับปGญหา ทางสังคมและทฤษฎี พื้นฐานทางสังคมวิทยา และมานษุ ยวทิ ยา
9 หนวยการเรียนรู เป8าหมายเชงิ สมรรถนะ จุดเนนระดบั ประถมศึกษา จดุ เนนระดบั มัธยมศกึ ษา • ฝwกทักษะกระบวนการ รวบรวมขอมูลโดยใช เคร่ืองมือทางมานุษยา แ ล ะ ก า ร จั ด ก า ร อ ง ค/ ความรูเพื่อการส่ือสาร อยางสรางสรรค/ • ตระหนักและเชื่อมั่นวา สื่ อ ที่ ส ร า ง ส ร ร ค/ คื อ เคร่ืองมือสําคัญในการ เปลีย่ นแปลงสังคม 5. พลังส่ือเปล่ียน พลเมืองที่สามารถใชสื่อ • ค ว า ม รู ค ว า ม เ ข า ใ จ • พลเมืองกับการใชส่ือ เมือง สารสนเทศ และดิจิทัล เกี่ยวกับพลเมืองในยุค เพ่ือการเปลี่ยนแปลง เพ่ือการเปลย่ี นแปลงทาง ดจิ ทิ ลั ทางสงั คม สังคมผานกระบวนการ • ก า ร ใ ช สื่ อ อ ย า ง • ก า ร ใ ช สื่ อ ใ น ฐ า น ะ ขับเคลื่อนเชิงเครือขาย ส ร า ง ส ร ร ค/ เ พื่ อ ก า ร เคร่ืองมือของพลเมือง ของพลเมือง แกปGญหาหรือพัฒนา ในการเปลี่ยนแปลง โรงเรียนหรือชมุ ชน สงั คม • ตระหนักในพลังของ • พัฒนาทักษะความเป2น พ ล เ มื อ ง ยุ ค ดิ จิ ทั ล ท่ี พ ล เ มื อ ง แ ล ะ ก า ร ส า ม า ร ถ ใ ช สื่ อ ขั บ เ ค ลื่ อ น เ พ่ื อ สารสนเทศ เพื่อส่ือสาร สรางสรรคส/ ังคม ป ร ะ เ ด็ น ท า ง สั ง ค ม • ตระหนักในพลังของ รอบตวั ได พล เมืองยุคดิจิทัล ที่ ส า ม า ร ถ ใ ช ส่ื อ สารสนเทศ และดิจิทัล ในการพฒั นาสงั คม
10 มโนทศั นหO ลักในการเรียนรู ภายใตจุดเนนเชิงสมรรถนะท่ีนําเสนอในตารางทั้งในสวนของผูเรียนในระดับประถมศึกษาและ มัธยมศึกษา มีมโนทัศน/การเรียนรูที่สําคัญในการทําความเขาใจในเป8าหมายเชิงความคิดที่การสอนของครู จะตองนําไปสูการเขยาความคิด จนเกิดความตระหนักและการแสดงออกในฐานะพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดจิ ิทัล ดงั นี้ 1. การเขาถึงขอมูลสาธารณะและการแสดงออกทางความคิดอันสุจริตเป2นสิทธิขั้นพื้นฐานของ พลเมืองตามหลกั สิทธิมนุษยชนซ่ึงเปน2 หลักการสากลที่ท่วั โลกยดึ ถือ 2. ส่อื สารสนเทศ และดิจิทัลทัง้ หลายลวนมีอิทธติ ออตั ลักษณ/ ชีวิต และมุมมองของเราที่มีตอตนเอง และสังคม 3. สื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ทั้งหลายลวนถูกประกอบสรางโดยความต้ังใจ พลเมืองที่รูเทาทันจึง ตองวิเคราะห/ใหเห็นถึงเป8าหมายทแ่ี ทจริงของสอื่ สารสนเทศ และดิจทิ ัลเหลานน้ั 4. สื่อที่มคี ณุ คาคือสื่อท่ีไมลดทอนความเป2นมนุษย/ของผูอ่ืนและมีเป8าหมายเพ่ือการสรางสรรค/สังคม ใหดขี ้ึนกวาเดมิ 5. การเคารพในศกั ดศ์ิ รีความเป2นมนุษย/และการยึดถือประโยชน/ของสวนรวม (public goods) เป2น พน้ื ฐานของการสรางสรรคส/ ื่อดี 6. พลเมอื งรูเทาทนั สือ่ สารสนเทศ และดิจิทัล ทีม่ ีคุณธรรม (Moral citizen) จะตองมีความกลาหาญ ทางจริยธรรม (Civic Courage) ในการตอตานการใชสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ในทางท่ีไม สรางสรรค/ หรอื เป2นภยั ตอศกั ดศิ์ รีความเปน2 มนุษย/และสังคม 7. การคิดอยางมีวิจารณญาณในการรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล คือความมีเหตุผล การต้ัง คําถาม การไมเชอ่ื อะไรงายๆ โดยปราศจากหลกั ฐานหรอื ขอเท็จจริงทน่ี าเชอื่ ถอื 8. การรเู ทาทนั สอ่ื สารสนเทศ และดจิ ิทลั เป2นสมรรถนะทีต่ องอาศยั การเรียนรูเชิงบูรณาการที่มีการ พัฒนาทักษะข้นั พ้ืนฐาน ไดแก ทักษะการเรียนรู ทักษะชีวิต และทักษะทางสงั คมพลเมือง
11 ขอบเขตและพัฒนาการเรียนรูในแตละชวงวยั ชวงประถมศกึ ษา อายุ 6 – 12 ปS พัฒนาการการเรียนรูตามชวงวัยท่ีสําคัญของเด็กวัยประถมศึกษาคือ การพัฒนาความรูสึกวา “ฉัน สามารถทําได” “ฉนั มคี ุณคา” โลกของผูเรียนเติบโตกวางขึ้น วัฒนธรรมและสังคมเขามามีอิทธิพลตอความคิด ความเชอ่ื ของเขามากขึ้น การฝwกใหนักเรียนรูจักใชเหตุผลจึงมีความสําคัญมากกับเด็กในวัยน้ี ดังนั้นการพัฒนา สมรรถนะการรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล สําหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาจึงตองจัดการเรียนรูหรือ กิจกรรมเชิงบูรณาการทั้งดานความรู ทักษะ และคานิยม ทัศนคติ และมุมมองที่เก่ียวของกับการรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทลั การเรียนรูในชวงน้ีจึงควรใหเด็กไดเรียนรูผานกิจกรรมเชิงสรางสรรค/เพื่อฝwกความคิดและจินตนาการ เพื่อเกิดการบูรณาการการรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล จนกลายเป2นสมรรถนะติดตัว เชน งานศิลปะท่ี เกี่ยวกับการส่ือสาร การเลนท่ีสัมพันธ/กับการสรางทักษะการคิดและการสื่อสาร การฝwกสังเกต การเชื่อมโยง ความรใู หมกบั ประสบการณเ/ ดมิ ดังนั้นทุกกิจกรรมทีเ่ กยี่ วของกบั การรเู ทาทนั ส่อื สารสนเทศ และดิจิทัลจะตอง ตอยอดจากพัฒนาการเดมิ ของเด็ก และควรสนับสนุนความอยากรูอยากเห็นของเด็ก เชน การทัศนศึกษา การ ทองเท่ียวเดินทาง เพอื่ ฝกw ใหเขารูจกั การสังเกตเก็บรวบรวมขอมูล ปฏิสัมพันธ/กับคนอ่ืนๆในสังคม และรูจักการ สะทอนคิดวาพวกเขาไดเห็นอะไร ไดเรียนรูอะไร ครูควรมีทาทีเชิงบวกกับผูเรียนย้ิมแยมกับเด็กเสมอ ควรตอบ คําถามเด็กทุกคําถาม อยาเบ่ือที่จะตอบ ถาตอบไมไดจริงๆ ครูอาจขอติดไว โดยบอกวา “ครูครูขอไปเปEด หนงั สอื ดูกอนนะ หรอื ครขู อไปคนขอมูลจากอนิ เตอรเ/ น็ตกอนนะ” หรือ ตอบดวยคําถาม เชน “แลวหนูคิดยังไง หละ” และควรจัดเวลาอานหนังสือหรือเลานิทานใหเด็กฟGงประจําเพื่อฝwกทักษะการสื่อสาร การรับสาร การ สะทอนคิด ผานการถาม การตอบ และใหพวกเขาไดเรียนรูถึงความสัมพันธ/ ความใสใจ การดูแลกันและกัน ครู ตองเป2นตัวอยางท่ีดีเพราะครูคือคนหนึ่งท่ีอยูรอบตัวเด็ก การเป2นแบบอยางที่ดีของครูจึงสําคัญตอการเรียนรู ของพวกเขา การตอบสนองความตองการดวยคําพูดเชิงบวกกระตุนใหเขาเกิดการเรียนรูใหมากขึ้น การให กาํ ลังใจ จะเปน2 ส่ิงสําคญั อยางยิ่ง นอกจากนั้นในวัยประถมศึกษามกั คบกับเพือ่ นเพศเดยี วกันเป2นสวนใหญ หรือ เพื่อนท่ีมีความสนใจอะไรเหมือนกัน มักชอบเลนเกมท่ีมีกฎหรือกติกา การเรียนรูผานการทํางานกลุม การ แกปGญหา การรับฟGงความคิดเห็นของเด็กนั้นจึงเป2นส่ิงสําคัญอยางยิ่ง และโดยเฉพาะครูการเป2นแบบอยางท่ีดี และการใชทัศนคติเชิงบวกในการสอน การเสริมสรางแรงจูงใจใหเด็กแตละคนเห็นคุณคาในตัวเอง สําคัญกวา การแสดงทศั นคติดานลบ หนวย จุดเนนเชงิ สมรรถนะ กจิ กรรมท่แี นะนาํ กิจกรรมทแ่ี นะนาํ การเรียนรู ชวงชนั้ ประถมศกึ ษา 1 - 3 ชวงช้ันประถมศกึ ษา 4 - 6 • พัฒนาความรูความ ส่อื รอบตัว เ ข า ใ จ เ บ้ื อ ง ต น • กิจกรรมสรางขอตกลงในการ • กิจกรรมสรางขอตกลงใน เ กี่ ย ว กั บ สื่ อ อยูรวมกัน โดยใหเขารวมเป2นผู การอยูรวมกัน โดยการ สารสนเทศ และ ตกลงหรือสรางเง่ือนไข กติกา รวมสรางขอตกลง หรือ ซึ่ ง จ ะ เ ป2 น ก า ร ฝw ก ทั ก ษ ะ ท า ง กติกาในการอยูรวมกัน
12 หนวย จุดเนนเชงิ สมรรถนะ กจิ กรรมทแ่ี นะนาํ กิจกรรมที่แนะนํา การเรยี นรู ชวงชน้ั ประถมศึกษา 1 - 3 ชวงชน้ั ประถมศกึ ษา 4 - 6 ดิจิทัล กับอิทธิพลท่ี สงผลตอวถิ ีชีวิต สังคมในการอยูรวมกันอยางมี และวพิ ากษก/ ฎท่ีตั้งข้ึนมา เหตผุ ล ไมละเมดิ ตอกนั วาสอดคลองกับหลักการ • พั ฒ น า ทั ก ษ ะ ก า ร ข อ ง สิ ท ธิ เ ด็ ก ห รื อ ไ ม ส่ื อ ส า ร ผ า น ง า น • กิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต อยางไร ศิ ล ป ะ บ ท เ พ ล ง ไดแก ทักษะ การตัดสินใ จ ดนตรี บทบาทสมมติ (Decision making), ทักษะ • กิจกรรมถอดอัตลักษณ/ ล ะ ค ร เ ว ที ห รื อ ก า ร แ ก ปG ญ ห า ( Problem และอารมณ/ในการรับส่ือ กิจกรรมตางๆ solving), ทักษะการคิด วิเคราะห/วาส่ือมีผลตอ ส ร า ง ส ร ร ค/ ( Creative การสรางตัวตนของเรา • พัฒนาทักษะพ้ืนฐาน thinking), ทักษะการคิดอยางมี อยางไร ในการเรียนรู เชน วิ จ า ร ณ ญ า ณ ( Critical ก า ร ฟG ง พู ด อ า น thinking), ทักษะการสื่อสาร • กิจกรรมเชิงบูรณาการ เขียน การสื่อ อ ย า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ เ พื่ อ พั ฒ น า ทั ก ษ ะ ชี วิ ต ความหมาย เป2นตน (Effective communication), ทั ก ษ ะ ก า ร เ รี ย น รู แ ล ะ ทักษะการสรางสัมพันธภาพ ทกั ษะการคดิ เชิงเหตผุ ล • พัฒนาทักษะชีวิตซ่ึง ระหวางบุคคล (Interpersonal เ ป2 น หั ว ใ จ ห ลั ก ข อ ง relationship), ทักษะการ • การฝwกใชแอพลิเคช่ัน สมรรถนะการรูเทา ต ร ะ ห นั ก รู ใ น ต น ( Self- พ้นื ฐานเพอื่ การเรียนรู ทันสื่อ สารสนเทศ awareness), ทักษะการเขาใจ และดิจทิ ัล ผูอ่ืน (Empathy), ทักษะการ • กิจกรรมที่สงเสริมให จัดการกับอารมณ/ (Coping ผูเรียนเกิดมุมมองตอการ • พัฒนามุมมองในการ with emotion), ทักษะการ เคารพตนเองและเคารพ เ ค า ร พ ตั ว เ อ ง แ ล ะ จั ด ก า ร กั บ ค ว า ม เ ค รี ย ด ผูอื่นบนโลกดิจิทัล ผาน เคารพผูอ่ืน (Coping with stress) การใชสื่อออนไลน/ เชน การกด Like การกด • กิจกรรมการเรียนรูดานศิลปะ Emoticons การแชร/ ท้ังหมด ไดแก การวาดภาพ ขอมูล การแสดงความ การตัดปะภาพ การจัดเรียง คิดเหน็ บนโลกออนไลน/ กอนหิน การถายภาพ บทบาท สมมติ ละครเวที เปน2 ตน • กิจกรรมที่สงเสริมให รู เ ท า ทั น กั บ ข า ว ป ล อ ม • กิจกรรมการใหเด็กเลือกสิ่ง (Fake News) รวมถึง ตางๆ และใหเด็กอธิบายเหตุผล ผ ล เ สี ย ข อ ง ข า ว ป ล อ ม ในการเลือก โดยใชคําถามถึง และขอมูลอันเป2นเท็จที่มี ความคดิ เหน็ ของเด็กและเลาถึง ตอสังคม เหตุผลและวิธีคิดของผูใหญเอง เ ช น ก า ร เ ลื อ ก กิ น อ า ห า ร เคร่อื งใชตางๆ ของเลน เป2นตน เ พ่ื อ เ ชื่ อ ม โ ย ง ใ ห เ ห็ น ว า ส่ื อ
13 หนวย จดุ เนนเชงิ สมรรถนะ กจิ กรรมที่แนะนํา กิจกรรมทแี่ นะนํา การเรยี นรู ชวงชั้นประถมศึกษา 1 - 3 ชวงชนั้ ประถมศึกษา 4 - 6 • วิเคราะห/เก่ียวกับ อาจจะสงผลตอการเลือกของ อะไรอยูใน อ ง ค/ ป ร ะ ก อ บ ส่ื อ นกั เรยี น • กิจกรรมวิเคราะห/ส่ือ 5 สือ่ สารสนเทศ และ คําถาม ไดแก 1) ใครคือ ดิจิทลั ทถ่ี กู สรางได • กิจกรรมเลานิทานที่มีเนื้อหา เจาของส่ือ 2) ทําไมส่ือนี้ เกย่ี วกบั การรเู ทาทนั สอ่ื โดยครู จึ ง น า ส น ใ จ 3) ส่ื อ • พั ฒ น า ทั ก ษ ะ ก า ร ตองการอะไรจากเรา ตีความจากหลักฐาน • กิจกรรมที่สงเสริมการรูจัก เป8าหมายที่แทจริงของ ตนเอง เคารพตนเอง และ สื่อน้ีคืออะไร 4) สื่อนี้ • พัฒนามุมมองในการ เคารพผอู นื่ แฝงทัศนคติมุมมอง หรือ รู เ ท า ทั น ส่ื อ คานิยมอะไร 5) อะไรที่ สารสนเทศ และ • กิ จ ก ร ร ม ที่ ช ว ย ใ ห ผู เ รี ย น สื่อนี้ไมไดบอกเราหรือ ดิจิทัลท่ีสงผลตอการ วิเคราะห/ส่ืออยางงาย โดย บอกแตบอกไมหมด รับรูของตนเอง ประยุกต/ใชคําถามวิเคราะห/สื่อ เชน ใจความของสื่อน้ีคืออะไร • กิจกรรมที่สงเสริมให ส่ือน้ีมีเป8าหมายอะไร ทําไมเรา ผู เ รี ย น เ ห็ น ข อ ดี แ ล ะ จงึ ชอบสอ่ื นี้ เปน2 ตน ข อ เ สี ย ข อ ง ก า ร ใ ช อินเตอร/เน็ตและโล ก • กจิ กรรมที่สงเสริมใหผูเรียนเห็น ออนไลน/ และการอยูใน ข อ ดี แ ล ะ ข อ เ สี ย ข อ ง ก า ร ใ ช โลกดจิ ิทัลอยางเทาทนั อนิ เตอรเ/ น็ตและโลกออนไลน/ คุณคาของ • พั ฒ น า ทั ก ษ ะ ก า ร • กิจกรรมที่ชวนใหผูเรียนเขาใจ • กิจกรรมที่ชวนใหผูเรียน สือ่ กบั หลกั ตระหนักรูในตนเอง ถึงคุณคาของความเป2นมนุษย/ เห็นถึงหลากหลายของ และการตระหนักรู สิทธิ ในผูอน่ื การชื่นชมเพ่ือนมนุษย/ ชื่นชม มนุษย/ และการเคารพใน มนษุ ยชน • พัฒนาความรูความ ตนเอง ชนื่ ชมเพอ่ื น ความแตกตางขมนุษย/ใน เขาใจในการประเมิน คุ ณ ค า ข อ ง สื่ อ • กิ จ ก ร ร ม ท่ี ช ว น ใ ห ผู เ รี ย น สงั คมพหุวฒั นธรรม สารสนเทศ และ ต ร ะ ห นั ก ใ น คุ ณ ค า ข อ ง ส่ื อ • กิจกรรมท่ีสรางความรู ดิจิทัล บนหลักการ สารสนเทศ และดิจิทัล ท่ีมีตอ ความเขาใจในเรื่องสิทธิ สิทธเิ ดก็ การสรางสรรค/สังคม เด็ก • กิจกรรมท่ีชวนใหผูเรียน ประเมินคุณคาของสื่อ
14 หนวย จุดเนนเชงิ สมรรถนะ กจิ กรรมที่แนะนํา กจิ กรรมทแี่ นะนาํ การเรียนรู ชวงช้ันประถมศกึ ษา 1 - 3 ชวงช้ันประถมศึกษา 4 - 6 • พัฒ น า ทั ศน ค ติ ใ น พลเมือง การชื่นชมและเคารพ • กิจกรรมท่ีสงเสริมใหผูเรียนได สารสนเทศ และดิจิทัล สรางสอื่ ในความหลากหลาย ฝwกทักษะการสื่อสารเร่ืองราว บนหลักการสิทธิเด็ก 4 ข อ ง วั ฒ น ธ ร ร ม ที่ เก่ียวกับตัวเอง ครอบครัว ดาน ไดแก สิทธิท่ีจะมี แตกตาง โรงเรียน หรือชุมชน ชีวิตรอด, สิทธิที่จะไดรับ การพัฒนา, สิทธิท่ีจะ • พัฒนาความรูความ • การฝwกทําหนังสือทํามือเพื่อเลา ไดรับคว ามคุมครอง, เขาใจเก่ียวกับการ เรอื่ งตางๆ รอบตวั อยางงาย สิทธทิ ี่ในการมสี วนรวม สื่ อ ส า ร อ ย า ง สรางสรรค/ • กิจกรรมท่ีสงเสริมใหผูเรียนได • กิจกรรมที่ทําใหผูเรียนได พั ฒ น า ทั ก ษ ะ ค ว า ม คิ ด พัฒนาทักษะการสื่อสาร • ไ ด รั บ ช ม แ ล ะ สรางสรรค/ในการส่ือสาร เชน เชิงบวก ผานกรณีศึกษา วิ เ ค ร า ะ ห/ สื่ อ การแสดงละครเวที การจัด เชน การโพสสเตตัส การ สรางสรรค/ นิ ท ร ร ศ ก า ร ภ า พ ศิ ล ป ะ ไมใชคําพูดท่ีสรางความ ภาพถาย เป2นตน เ ก ลี ย ด ชั ง ( Hate • พั ฒ น า ทั ก ษ ะ ก า ร Speech) เป2นตน ผ ลิ ต สื่ อ ห รื อ ก า ร ส่ื อ ส า ร อ ย า ง • กิจกรรมที่ทําใหผูเรียน ส ร า ง ส ร ร ค/ ร ว ม กั บ ไดรับชมส่ือสรางสรรค/ เพ่อื นๆ และไดวิเคราะห/เกี่ยวกับ สื่อสรางสรรค/วามีขอดี • เห็นคุณคาในการ และแตกตางจากสื่อท่ีไม ส นั บ ส นุ น ห รื อ ก า ร สรางสรรคอ/ ยางไร ผ ลิ ต สื่ อ อ ย า ง สรางสรรค/ • กิจกรรมวิเคราะห/ส่ือ ส รา งส ร รค/ ไดแ ก 1) เป8าหมายของสื่อเป2นไป เพ่ือประโยชน/สวนรวม หรือไม 2) การนําเสนอ ของส่อื มีการละเมิดความ เป2นมนุษย/ ละเมิดหลัก สิทธิมนุษยชน ละเมิด ความตางทางวัฒนธรรม หรื อล ะเ มิด กฎ หม า ย หรือไมหรือ 3) ส่ือนั้นมี เ จ ต น า อ่ื น แ อ บ แ ฝ ง หรือไม 4) สื่อสรางสรรค/ นั้นมุงสรางคานิยมหรือ ทั ศ น ค ติ เ ชิ ง บ ว ก ต อ ตนเองและสังคมอยางไร
15 หนวย จุดเนนเชิงสมรรถนะ กจิ กรรมทีแ่ นะนํา กิจกรรมทแี่ นะนาํ การเรยี นรู ชวงช้นั ประถมศึกษา 1 - 3 ชวงชนั้ ประถมศกึ ษา 4 - 6 5) ส่ื อ นั้ น ส า ม า ร ถ นาํ ไปใชประโยชน/หรือตอ ยอดทางการเรียนรูหรือ การพัฒนาสังคมอยางไร ไดอีก • กิ จ ก ร ร ม ก า ร ฝw ก เ ก็ บ ร ว บ ร ว ม ข อ มู ล เ พ่ื อ นํ า เ ส น อ เ นื้ อ ห า โ ด ย ประยุกต/ใชเคร่ืองมือทาง มานุษยวทิ ยา เชน แผนที่ เดินดิน ปฏิทินวัฒนธรรม การสัมภาษณ/ การเก็บ ร ว บ ร ว ม ข อ มู ล ด ว ย กระบวนการตางๆ เชน ภาพถาย ภาพเคลื่อนไหว เปน2 ตน • กิจกรรมท่ีฝwกใหผูเรียน พัฒนาสื่อสรางสรรค/ตาม บริบท เชน นิทรรศการ ส่ือวิดีโอ ละครเวที ฯลฯ ผานการทําโ ครงงาน (Project) และนําเสนอ ตามชองทางตางๆ ตาม บริบท พลงั ส่ือ • ความรูความเขาใจ • กิจกรรมท่ีฝwกใหผูเรียนเผชิญ • กิจกรรมที่ทําใหผูเรียน เปล่ียนเมอื ง เก่ียวกับพลเมืองใน สถานการณ/และแกไขปGญหา ต ร ะ ห นั ก แ ล ะ เ ห็ น ยคุ ดิจิทลั รวมกันเป2นกลุม ค ว า ม สํ า คั ญ ข อ ง ส่ื อ • ก า ร ใ ช สื่ อ อ ย า ง • กิจกรรมสาธารณะท่ีมีการบูร สารสนเทศ และดิจิทัล สรางสรรค/เพ่ือการ ณาการกระบวนการผลิตสื่อ ในฐานะเครื่องมือของ แกปGญหาหรือพัฒนา และใชสื่ออยางสรางสรรค/ เชน พลเมืองในยุคดิจิทัลเพื่อ โรงเรียนหรือชมุ ชน กิจกรรมเก็บขยะ กิจกรรมปลูก ใ ช ใ น ก า ร ส ร า ง ส ร ร ค/ • ตระหนักในพลังของ ตนไม กิจกรรมจิตอาสา ซึ่ง สังคม พลเมืองยุคดิจิทัลที่ ผูเรียนสามารถเก็บภาพและเลา • กิจกรรมท่ีทําใหผูเรียนได ส า ม า ร ถ ใ ช สื่ อ เร่ืองวาไดทําอะไรไดเรียนรู สํารวจปGญหาในโรงเรียน ส า ร ส น เ ท ศ เ พ่ื อ อะไร รสู ึกอยางไร แลวสงตอใน ชุมชน หรือประเด็นทาง ส่อื สังคมออนไลน/ เป2นตน สังคมที่สนใจ แลวใช
16 หนวย จดุ เนนเชิงสมรรถนะ กิจกรรมทแี่ นะนํา กจิ กรรมทแ่ี นะนาํ การเรียนรู ชวงช้นั ประถมศกึ ษา 1 - 3 ชวงชน้ั ประถมศึกษา 4 - 6 ส่ือสารประเด็นทาง สงั คมรอบตัวได กระบวนการส่ือสารอยาง สรางสรรค/เพ่ือถายทอด เร่อื งราว • กิจกรรมโครงงานในการ ผ ลิ ต ส่ื อ แ ล ะ ใ ช สื่ อ เ พื่ อ นําเสนอขาวของโรงเรียน หรือชุมชนในฐานะของ นกั ขาวพลเมืองตวั นอย ชวงมัธยมศึกษา อายุ 12 – 18 ปS นักเรียนในชวงวัยน้ีจะมีแนวโนมในการใชเวลาบนหนาจอมากขึ้น เฉลี่ยมากกวา 6 ชั่วโมงตอวัน (จากขอมูลการสัมภาษณ/นักเรียนท่ีเขารวมโครงการวิจัย) และเป2นวัยที่ไดรับ อิทธิพลจากส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัลมากท่ีสุด เนื่องจากวัยรุนเป2นวัยของการเจริญเติบโต และการ เปล่ียนแปลงท้ังดานรางกาย สติปGญญา อารมณ/ และสังคม นักเรียนวัยนี้จึงมีงานหลักในการสรางอัตลักษณ/ และภาพลักษณ/เฉพาะของตน วัยรุนจึงเป2นวัยแหงการคนหาคําตอบวา “ฉันคือใคร” การใชสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ของนักเรียนวัยนจี้ ึงมีความหลากหลายมากขน้ึ การรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัลสําหรับวัยรุน จึงจําเป2นอยางย่ิง โจทย/ในการทํางานเพ่ือสรางความเป2นพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัลสําหรับ นักเรียนวยั น้ีจงึ ควรมกี ิจกรรมท่ีหลากหลายและสามารถเช่อื มโยงตอยอดกับคาํ ถามที่วา “ฉันคือใคร” ซึ่งสําคัญ และจาํ เป2นอยางย่งิ ตอ การตอบโจทย/คุณคาและความหมายในชีวิต ไปจนถึงการมีตําแหนงแหงที่ในสังคม การ รอยรัดเขาใหเป2นพลังสําคัญของสังคม ท่ีสําคัญเด็กวัยน้ีจะตองฝwกใหเกิดความคิดเชิงวิพากษ/ และการพัฒนา ทักษะการใชเหตุผลข้ันสูงขึ้น ผานการคิดแกปGญหา และการแสดงความคิดเห็น เด็กในวัย 12 – 14 ป: ยัง อาจจะตองคิดและแกปGญหาในส่ิงที่จับตองมองเห็นได (รูปธรรม) แตเมื่อเด็กอายุประมาณ 14 – 15 ป:ขึ้นไป สามารถพฒั นาความคดิ เชิงนามธรรม ท้ังในเรือ่ งคุณคา คณุ งามความดี ความเช่ือ ความถูกตอง ความเป2นธรรม ฯลฯ ดังนั้นการเชื่อมโยงการเรียนรูเพื่อสรางพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ในวัยน้ีจึงเป2นสิ่งท่ี สําคัญเปน2 อยางย่งิ
17 หนวย จุดเนนเชงิ สมรรถนะ กิจกรรมที่แนะนํา กิจกรรมท่แี นะนํา การ ชวงชัน้ มธั ยมศึกษา 1 - 3 ชวงชนั้ มธั ยมศกึ ษา 4 - 6 เรยี นรู • พัฒนาคว ามรูความเขาใจ • กิจกรรมถอดอัตลักษณ/ • กิ จ ก ร ร ม ถ อ ด อั ต ส่อื เก่ียวกับส่ือ สารสนเทศ และ เพ่ือใหเห็นวาอัตลักษณ/ท่ี ลักษณ/เพ่ือใหเห็น รอบตัว ดจิ ทิ ัล รอบตัวที่สงผลตอตัวตน นกั เรียนสราง นักเรียนสราง ว า อั ต ลั ก ษ ณ/ ที่ ของผเู รียน มั น ม า จ า ก อ ะ ไ ร ส่ื อ นั ก เ รี ย น ส ร า ง • พัฒนาทักษะการส่ือสารไป สารส นเทศ แล ะดิจิทัล นักเรียนสรางมันมา พรอมกับทักษะการเรียนรูข้ัน สงผ ล ตออัตลักษณ/แล ะ จ า ก อ ะ ไ ร ส่ื อ พ้นื ฐาน ไดแก การฟงG พูด อาน ความรูสึกนึกคิด รวมถึงการ สารสนเทศ และ เขียน การสืบคนขอมูล การจับ แสดงออกของเราอยางไร ดิจิทัล สงผลตออัต ทั้งในดานวิถีชีวิต การแตง ลกั ษณ/และความรูสึก ประเด็น นึกคิด รวมถึงการ • พัฒนาทักษะการคิดเชิงเหตุผล กาย การกิน อาชีพในฝGน แสดงออกของเรา และการตีความตามหลักฐาน มุ ม ม อ ง ค ว า ม รั ก อยางไร และท่ีสําคัญ ความสําเร็จ การใชชีวิต คือตัวตนที่เราสรางนี้ • ตระหนักและเคารพตอสิทธิใน ฯลฯ เปน2 ประโยชน/กับการ การแสดงออกของตนเองและ มี ชี วิ ต อ ยู ข อ ง ผูอื่นบนฐ านคิดข องคว า ม • กิจกรรมท่ีชวยใหผูเรียน นักเรียนอยางไร ซ่ึง ขยับมุมมองเก่ียวกับบริบท ในระดับมัธยมศึกษา หลากหลายทางวัฒนธรรม ตอนปลายสามารถ ทางความคิดของผูคนแตละ ช ว น คุ ย โ ด ย ใ ช กระบวนการสืบสอบ ชวงวัย (Generations) กับ ท า ง ป รั ช ญ า ตั้ ง คําถามเกี่ยวกับการมี ก า ร รั บ ส่ื อ ที่ แ ต ก ต า ง กั น ชี วิ ต อ ยู ใ น ยุ ค ส่ื อ หลอมรวม นําไปสูการสรางความเขาใจ • กิจกรรมที่ช ว ยให และยอมรับในความเห็นท่ี ผูเรียนขยับมุมมอง หลากหลาย • สื่อกับอิทธิพลที่มีตอสังคม ทั้งในเชิงปGจเจกบุคคลและ เชิงโครงสรางทางสังคม เก่ียวกับบริบททาง ความคิดของผูคนแต ล ะ ช ว ง วั ย ( Generations) กั บ การรับส่ือท่ีแตกตาง กัน นําไปสูการสราง ความเขาใจและ ยอมรับในความเห็น ทีห่ ลากหลาย
18 หนวย จุดเนนเชิงสมรรถนะ กจิ กรรมท่ีแนะนํา กจิ กรรมทแี่ นะนาํ การ เรียนรู • พัฒนาการวิเคราะห/และความ ชวงชนั้ มัธยมศึกษา 1 - 3 ชวงชัน้ มธั ยมศึกษา 4 - 6 เขาใจเกี่ยวกับภูมิทัศน/สื่อและ อะไรอยู องค/ประกอบสือ่ ท่ถี ูกสราง • ส่ื อ ใ น ฐ า น ะ ในสอื่ กระบวนการขัดเกลา • พฒั นาทกั ษะการคดิ เชิงวิพากษ/ ทางสังคม การหลอ ผานคําถามการวิเคราะห/ส่อื หลอมและสราง • พัฒนามุมมองในการรูเทาทัน สื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ที่ คานิยมใหกับคนใน สงผลการรับรูของตนเองและ สังคม จากอิทธิพล สงั คม เ ชิ ง ปG จ เ จ ก บุ ค ค ล สู ผ ล ก ร ะ ท บ เ ชิ ง โครงสรางทางสังคม • กิจกรรมวิเคราะห/ส่ือ 5 • กิจกรรมท่ีใหผูเรียน คําถาม ไดแก 1) ใครคือ วิเคราะห/ภูมิทัศน/สื่อ เจาของสื่อ 2) ทําไมสื่อน้ีจึง กับการประกอบสราง นาสนใจ 3) ส่ือตองการ สื่ อ เ พื่ อ ร้ื อ ถ อ น อะไรจากเรา เป8าหมายที่ (Deconstruction) ให แทจริงของสื่อนี้คืออะไร 4) เห็นองค/ประกอบและ สื่ อ นี้ แ ฝ ง ทั ศ น ค ติ มุ ม ม อ ง เ จ ต จํ า น ง ข อ ง ส่ื อ หรือคานิยมอะไร 5) อะไรท่ี รวมถึงวิธีการทํางาน ส่ือน้ีไมไดบอกเราหรือบอก ของส่ือ และชองทาง แตบอกไมหมด ในการแพรกระจาย • กิจกรรมท่ีชวนใหผูเรียน ของส่ือ สารสนเทศ วิเคราะห/การทํางานของส่ือ และดจิ ทิ ัลนัน้ ๆ สารส นเทศ แล ะดิจิทัล • กิ จ ก ร ร ม ท่ี ก า ร ไดแก 1) อํานาจกับส่ือ สื่อ วิเคราะห/และวิพากษ/ น้ันเสริมพลังอํานาจใหกับ ส่ือ สารสนเทศ และ ใค ร แ ล ะกํ า ลัง ล ดท อ น ดิจิทัล ในฐานะ 1) อํานาจของใคร 2) สื่อใช เ ค รื่ อ ง มื อ ห นึ่ ง ข อ ง กระบวนการอยางไรในการ กระบวนการขัดเกลา สงสารและโนมนาวจิตใจ ทางสังคม 2) สื่อใน ของเราใหคลอยไปตาม ฐานะเครื่องมือทาง เป8าหมายท่ีส่ือตองการ 3) การเมือง 3) สื่อใน คานยิ มท่ีส่อื ตองการสรางให ฐานะเครื่องมือของทุน เราสงผลตอโครงสรางทาง นิยม และ 4) ส่ือใน สงั คมอยางไร ฐ า น ะ เ ค ร่ื อ ง มื อ ข อ ง พลเมือง
19 หนวย จุดเนนเชงิ สมรรถนะ กิจกรรมทแ่ี นะนํา กจิ กรรมทแี่ นะนาํ การ ชวงชั้นมัธยมศกึ ษา 1 - 3 ชวงชน้ั มัธยมศึกษา 4 - 6 เรยี นรู คณุ คา • พัฒนาทักษะการตระหนักรูใน • โครงงานศึกษาประเด็นดาน • โครงงานท่ีเนนการใช ของส่ือ ตนเองและการตระหนักรูใน สื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล กระบวนการวิจัยเขา กบั หลกั ผอู น่ื กับคุ ณคา ที่มีต อปGจ เจ ก มาศึกษา เพื่อใหเกิด สิทธิ • พัฒนาความรูความเขาใจใน บุคคลและประเด็นทางทาง ความลุมลึกและการ มนุษยชน การประเมินคุณคาของสื่อ สงั คม โดยเนนการศกึ ษาเชิง ประเมินคุณคาของสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล บน ประเด็น (Issue Based โดยครูสนับสนุนให Learning) เ ช น ส่ื อ กั บ ผูเรยี นศึกษาประเด็นท่ี หลกั การสทิ ธิมนุษยชน เพศศึกษา ส่ือกับความ สั ม พั น ธ/ กั บ วิ ถี ชี วิ ต • พัฒนาทัศนคติในการเคารพตอ หลากหลายทางเพศ ส่ือกับ โรงเรยี น ชุมชน ความแตกตางหลากหลายของ การสรางวัฒนธรรมบริโภค • กิจกรรมท่ีสงเสริมให สังคมพหุวัฒนธรรมบนหลัก นิยม สื่อกับพลวัตรทาง เกิดความเขาใจท่ีลุม สิทธิมนุษยชน การเมือง สื่อกับปGญหาดาน ลึกเกี่ยวกับคุณคาของ ส่ิงแวดลอม ส่ือกับการผลิต สื่อท่ีดีวาตองเป2นสื่อท่ี ซํ้าวัฒนธรรม ดนตรีเกาหลี เคารพในศักดิ์ศรีความ กับการสรางวัฒนธรรม เป2นมนุษย/ ไมลดทอน ฯลฯ ค ว า ม เ ป2 น ม นุ ษ ย/ • กิจกรรมที่สงเสริมใหเกิด สื่อสารเพื่อเป8าหมาย ความเขาใจท่ีลุมลึกเกี่ยวกับ เชิงบวกและเป2นไป คุณคาของสื่อที่ดีวาตองเป2น เพอ่ื สรางสรรค/สังคม ส่ือท่ีเคารพในศักดิ์ศรีความ เป2นมนุษย/และเป2นไปเพื่อ สรางสรรค/สงั คม พลเมอื ง • พัฒนาคว ามรูความเขาใจ • กิ จ ก ร ร ม ท่ี ส นั บ ส นุ น ใ ห • กิจกรรมท่ีสนับสนุนให สรางสอื่ เกี่ยว กั บการ ส่ือส า รอยา ง ผูเรียนไดเรียนรูเก่ียวกับภูมิ ผู เ รี ย น ไ ด เ รี ย น รู สรางสรรค/และการผลิตสื่อ ทัศน/สื่อและองค/ประกอบ เก่ียวกับภูมิทัศน/สื่อ สรางสรรค/ สื่อในฐานะผูสรางส่อื และองค/ประกอบสื่อ • ความเขาใจเก่ียวส่ือสรางสรรค/ • กิ จ ก ร ร ม ท่ี ส นั บ ส นุ น ใ ห ในฐานะผูสรางสือ่ ใ น ฐ า น ะ เ ค รื่ อ ง มื อ ใ น ก า ร ผูเรียนไดใชเครื่องมือและ • กิจกรรมที่สงเสริมให สรางสรรค/สังคมของพลเมือง เทคโนโลยี หรือแอพลิเคชั่น ผูเรียนเขาใจถึงความ ในโลกยุคดิจิทัล ทีเ่ กีย่ วกบั การสรางส่ือ พลเมืองในยุคดิจิทัล • ความรูเก่ียวกับปGญหาทาง • กิจกรรมพลเมืองสรางสื่อ และความฉลาดทาง สังคมและทฤษฎีพ้ืนฐานทาง เพ่ือสือ่ สารเรื่องราวเก่ียวกับ ดิจิทัล และการ สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ชุมชน หรือประเด็นทาง ต้ังเป8าหมายสูการเป2น พลเมืองท่ีมุงเนนความ • ฝwกทักษะกระบวนการรวบรวม สงั คม เปน2 ธรรมทางสังคม
20 หนวย จุดเนนเชงิ สมรรถนะ กิจกรรมที่แนะนาํ กิจกรรมที่แนะนํา การ ชวงชัน้ มธั ยมศึกษา 1 - 3 ชวงชัน้ มธั ยมศกึ ษา 4 - 6 เรียนรู ข อ มู ล โ ด ย ใ ช เ ค รื่ อ ง มื อ ท า ง • กิจกรรมพลเมืองสราง มานุษยาและการจัดการองค/ ส่ื อ เ พ่ื อ สื่ อ ส า ร ความรูเพ่ือการส่ือสารอยาง เ รื่ อ ง ร า ว เ กี่ ย ว กั บ สรางสรรค/ ปร ะ เ ด็ น ท า ง สั ง ค ม • ตระหนักและเชื่อมั่นวาส่ือที่ วิเคราะห/ วางแผน สรางสรรค/คือเคร่ืองมือสําคัญ และผลิตสื่อสรางสรรค/ ในการเปลยี่ นแปลงสังคม พลังสื่อ • พลเมืองกับการใชส่ือเพ่ือการ • ส่ือในฐานะเครื่องมือของ • ก า ร เ ชื่ อ ม โ ย ง สื่ อ เปลี่ยน เปลย่ี นแปลงทางสังคม พลเมอื ง สารสนเทศ และดิจิทัล เมือง • การใชสอ่ื ในฐานะเครอ่ื งมือของ • เ รี ย น รู ช อ ง ท า ง ใ น ก า ร กั บ ค ว า ม เ ป2 น จ ริ ง พลเมืองในการเปลี่ยนแปลง นําเสนอส่ือ กระบวนการ (Real World) สังคม และวิธีการในการใชส่ือเพื่อ • ก า ร พั ฒ น า ค ว า ม • พฒั นาทกั ษะความเป2นพลเมือง การเปลี่ยนแปลงสังคม เชน รวมมือและการเชื่อม แ ล ะ ก า ร ขั บ เ ค ล่ื อ น เ พ่ื อ การจัดทําเสวนาชุมชน การ ส า ร ะ ข อ ง สื่ อ สรางสรรค/สังคม ทําเวิร/คชอป การทําเวที สารสนเทศ และดิจทัล ป ร ะ ช า ค ม ก า ร จั ด ทํ า สู ก า ร พั ฒ น า เ ชิ ง • ตระหนักในพลังของพลเมือง นิทรรศการสื่อชุมชน การ เครือขายพลเมืองเพื่อ ยุ ค ดิ จิ ทั ล ท่ี ส า ม า ร ถ ใ ช สื่ อ ทําพิพิธภัณฑ/ชุมชนมีชีวิต กา ร ขับ เ คลื่ อ นท า ง สารสนเทศ และดิจิทัลในการ ก า ร แ ส ด ง ล ะ ค ร เ ว ที เ พ่ื อ สั ง ค ม ( Social พัฒนาสังคม ชมุ ชน นักขาวพลเมือง หรือ Movement) ใน ก า ร สื่ อ ส า ร เ พ่ื อ ก า ร ปร ะ เ ด็ น ท า ง สั ง ค ม เปลีย่ นแปลงทางสังคม ฯลฯ ตางๆ
21 หลักการจดั การเรยี นรูและการลดชองวางการเรียนรขู องผูเรียน กรอบหลักสูตรนี้มีเป8าหมายใหบุคลากรทางการศึกษา ครู และนักเรียนแกนนํา ในพ้ืนท่ีภาคเหนือ ตอนลางไดนําแนวคิด หลักการและจุดเนนเชิงสมรรถนะ ตลอดจนตัวอยางกิจกรรมการเรียนรูไปประยุกต/ใช ตามบริบท ตามภารกิจหนางานท่ีแตละคนสามารถเรียนรูและสนุกสนานไปกับการขยับมุมมองเพ่ือสรางความ เป2นพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล โดยกรอบหลักสูตรน้ีไดนําเสนอเป2นกรอบหลักสูตรอิง สมรรถนะท่ีเนนพัฒนาความรูความสามารถจากการเรียนรูท่ีเนนการลงมือปฏิบัติ และไมเกาะติดเน้ือหา (Content - free) กลาวคือไมจํากัดการเรียนรูแคเพียงความรูเชิงเนื้อหา แตคือความสามารถที่เกิดจากการ เรียนรูฐานประสบการณ/ การสะทอนคิด การวิเคราะห/วิพากษ/ การสรางสรรค/สิ่งใหมที่เกิดจากการปฏิบัติ คณะวิจัยไดสงั เคราะห/และถอดบทเรียนจากบทประสบการณ/เรียนรูของครูในโครงการวิจัย และใชแนวคิดการ จัดการเรียนรูแบบเนนประสบการณ/ (Experiential Learning) แนวคิดการเรียนรูเพ่ือการเปลี่ยนแปลง (Transformative Learning) มาเป2นกรอบในการวางขั้นตอนในการจัดการเรียนการรูเพื่อพัฒนาสมรรถนะให เกิดข้ึนกบั ผูเรยี น โดยมีรปู แบบการเรยี นรู ดังนี้ หองเรียนที่ผสานชีวิตกบั โลกที่ไม ข้ันถอดรื้อประสบการณ/ หองเรียนแหงคาํ ถาม แยกสวน เช่อื มโยงโลกดจิ ิทลั กับ รวมกนั แลกเปลย่ี นเรียนรู เพอ่ื โลกแหงความเป2นจรงิ เพื่อสราง เขาถงึ สอื่ ได - ใชสอื่ เป2น นาํ ไปสูความเขาใจเชิงมโนทัศน/ สังคมประชาธปิ ไตย ขน้ั สะทอนคดิ เพ่ือ นาํ ไปสูการ โรงเรยี นสรางพลเมอื งรเู ทาทนั วิเคราะห/ส่อื ได- ข้ันทําความเขาใจดวย ยกระดบั กระบวนทศั นก/ าร เปลยี่ นแปลง ส่อื สารสนเทศ และดิจิทัล ใน ใชอยางเทาทนั กระบวนการคิดเชิงวพิ ากษ/ พ้ืนทภ่ี าคเหนือตอนลางของ และมีจรยิ ธรรม เรียนรู ประเมนิ คณุ คา ประเทศไทย ตามหลกั สิทธิ มนษุ ยชน หองเรยี นท่ี สรางสรรคส/ ่อื ได – กาํ หนดกลยทุ ธ/ในการ หองเรียนทีท่ าทายผาน ท่ีมีความหมายและสรางคณุ คารวมผาน เคลอื่ นไหวทางสงั คม ประเด็นทางสังคม กระบวนการประชาธิปไตย ขั้นเปล่ียนผานดวยการปฏิบตั ิ แผนภาพที่ 3รูปแบบการจดั การเรยี นการสอนเพื่อสรางพลเมอื งรูเทาทนั สื่อ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั ในพืน้ ที่ ภาคเหนือตอนลางของประเทศไทย
22 รูปแบบการจัดการเรียนการสอนเพ่ือสรางพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ในพื้นที่ ภาคเหนือตอนลางของประเทศไทย เป2นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนท่ีมีชีวิต (Active Learning) เนน ความเขาใจท่ีเป2นองค/รวม (Holistic View) เนนการเรียนรูเชิงบูรณาการ (Integrated) ไปพรอมกับ กระบวนการจัดการเรียนรูเพ่ือเทาทันสื่อ ตั้งแตการเขาถึงส่ือ การใชโปรแกรม การวิเคราะห/และถอดรื้อส่ือ การประเมินคุณคาของส่ือ ไปจนถึงการสรางสรรค/ส่ือเพ่ือสังคม โดยใชแหลงการเรียนรูท่ีหลากหลายในการ เชอื่ มประสานประเดน็ ทางสงั คมใหเขากบั ชีวิตปจG เจกบคุ คล ในขณะเดยี วกันก็เช่ือมประสานโลกดิจิทัลออนไลน/ เขากับโลกที่แทจริง เพ่ือขับเคลื่อนและนําพาสังคมไปสูโลกท่ีดีกวา โดยขั้นตอนหลักที่นําเสนอนั้นมี 4 ขั้นตอน ดงั น้ี 1) ขั้นถอดร้ือประสบการณO เป2นข้ันตอนของการเช่ือมตอระหวางความรูเดิมกับความรูใหม โดยที่ ผูสอนตองสรางการมีสวนรวมเพื่อนําพาใหผูเรียนไดสํารวจประสบการณ/เดิมและเผชิญ สถานการณท/ ่ีจะนําไปสปู ระเด็นการเรียนรู ข้ันตอนนี้ผูสอนตองใชส่ือและบรรยากาศการเรียนรูที่ เอ้ือใหผูเรียนกลาแสดงความคิดเห็นตอสถานการณ/ แนนอนวาการใชคําถามประกอบกรณีศึกษา หรอื สอื่ การสอนตางๆ น้ันสาํ คัญมากในสวนน้ีครูตองเปEดโอกาสใหนักศึกษาใชโทรศัพท/มือถือหรือ เครื่องมอื ในการสืบคนประเด็นน้ันๆ เพมิ่ เติม แลวนาํ มาขอมูลที่หลากหลายมาวิพากษ/รวมกันถอด รื้อดูวาตัวกระตนุ (สอ่ื ท่คี รูเลอื กใช) พยายามชวนใหเราเกดิ ความเขาใจอยางไร 2) ขั้นทําความเขาใจดวยกระบวนการคิดเชิงวิพากษOเป2นข้ันตอนท่ีผูสอนสรางกระบวนการใหเกิด การอภิปรายแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ กบั เพอื่ นในประเด็นการเรียนรูเชิงมโนทัศน/เกี่ยวกับประเด็น ของการเรียนรูตางๆ อยางลกึ ซ้ึง เพ่ือใหเขาใจวาสาระสําคัญของการเรียนรคู อื อะไร 3) ขนั้ เปลี่ยนผานดวยการปฏิบัติเป2นข้ันตอนท่ีผูสอนนําพาผูเรียนใหไปสูการเรียนรูเชิงปฏิบัติการที่ มีความหมาย และสงผลตอการเติบโตดานการเรียนรู โดยเนนไปที่การสรางคุณคารวมใหกับ ชุมชนแหงการเรียนรูของผูเรียน ในขั้นตอนนี้ผูสอนตองสรางพื้นที่ใหผูเรียนมองเห็นปGญหาหรือ ประเด็นสําคัญทางสังคม ซ่ึงสามารถเป2นประเด็นทองถิ่นหรือประเด็นใกลตัวของผูเรียน จากน้ัน ใหผูเรียนไดใชความรูและศักยภาพที่มีในการผลิตทําสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล เพื่อนําเสนอ ขอมูลสาระเกี่ยวกับประเด็นน้ันๆ รวมถึงกําหนดกลยุทธ/ในการใชส่ือและสาระน้ันในโลกดิจิทัล และปฏบิ ัติการทางสังคม 4) ขน้ั สะทอนคดิ เพ่อื ยกระดับกระบวนทศั นOการเรียนรู เป2นขั้นตอนของการตกผลึกการเรียนรู เป2น กระบวนการที่ชวยใหผเู รียนเชือ่ มโยงองค/ความรรู ะหวางโลกภายนอกกับโลกภายในของผูเรียนให เกิดการผสานทางความคิด รวู าองค/ความรูน้ันจะนําไปใชในการพัฒนาชีวิตตนเองและสังคมตอไป อยางไรโดยขน้ั ตอนนี้ผูสอนตองสรางพื้นที่และใชเคร่ืองมือในการจัดการองค/ความรู ถอดบทเรียน เพอื่ ใหเกิดการสะทอนคดิ และยกระดบั กระบวนทัศน/การเรยี นรขู องนกั เรียนตอไป
23 กรอบคิดหลักสูตรเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาสมรรถนะพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัลในพ้ืนท่ี ภาคเหนือตอนลาง กรอบเน้ือหาหรือหนวยการเรียนรูเชิงปฏิบัติการทั้ง 5 หนวยนี้เป2นแนวทางสําหรับครูในพื้นที่ ภาคเหนือตอนลางสําหรับใชออกแบบเนื้อหาในการจัดการเรียนรูเพ่ือพัฒนาสมรรถนะพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล โดยมีเป8าหมายเพ่ือยกระดับกระบวนทัศน/สูความเป2นพลเมืองที่มุงเนนความเป2นธรรม ทางสังคม (Justice - Oriented Citizen) ตามแผนภาพ ดังนี้ พลงั ส่อื เปลย่ี นเมอื ง ส่ือรอบตัว อะไรอยูในสื่อ พลเมืองรูเทาทันสอื่ สารสนเทศ และดจิ ิทัล พลเมอื งสรางส่อื คุณคาของสอ่ื กับหลกั สิทธิมนุษยชน แผนภาพ กรอบเน้อื หาการจัดการเรียนรูเพื่อพัฒนาสมรรถนะพลเมืองเด็กและเยาวชนรูเทาทนั ส่อื สารสนเทศ และดิจิทลั แผนภาพดังกลาวนักออกแบบกิจกรรมการเรียนรูหรือนักพัฒนาหลักสูตรท่ีเนนการปฏิบัติสามารถ นําไปประยุกต/สูการจัดกิจกรรมการเรียนรูเพื่อพัฒนาพัฒนาสมรรถนะพลเมืองเด็กและเยาวชนรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดจิ ิทลั ในพน้ื ท่ีจังหวดั พิษณโุ ลกได โดยมปี ระเดน็ ในการเรียนรูท่ีสาํ คัญ ดงั นี้ 1) ส่ือรอบตวั - ตัวเราสมั พนั ธก/ บั ส่ือ สารสนเทศ และดิจิทลั อยางไร ทงั้ ในมิตขิ องการหลอหลอมอัตลักษณ/ เฉพาะของตัวเรา และการสรางรูปแบบของสงั คมทเี่ ราอยู - แนวโนมของส่ือ สารสนเทศ และดิจทิ ลั ในปจG จุบันและอนาคต เราอยูตรงไหน เราเป2นใคร ในระบบนิเวศส่ือ สารสนเทศ และดจิ ิทัล - เราจะนําทักษะชีวิตมาพัฒนา ความฉลาดทางดิจิทัล (DQ: Digital Intelligence Quotient) ไดอยางไร
24 2) อะไรอยูในสื่อ - ถอดรหัสเชิงสัญญะ เพื่อวิเคราะห/วาสื่อใชสัญญะใดบางในการสื่อความหมาย สัญญะที่ใช ทั้งขอความ, ภาพประกอบ, ภาพเคล่ือนไหว, เสียงดนตรี, แสงเงา ฯลฯ ที่อยูในสื่อ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั กาํ ลังทาํ หนาที่สื่อความหมายอะไรกับเราอยู - วิพากษ/สื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล โดยใชกรอบคําถาม 5 ขอ ไดแก 1) ส่ือน้ีเป2นของใคร ใครเป2นเจาของ ใครเป2นผูผลิต 2) ทําไมสื่อนี้ถึงนาสนใจ เขามีเทคนิคอยางไรในการจูงใจ เ ร า 3 ) อ ะ ไ ร อ ยู ใ น ส่ื อ มุ ม ม อ ง ทั ศ น ค ติ แ บ บ ไ ห น ท่ี แ ฝ ง อ ยู 4) สอ่ื ตองการอะไรจากเรา ยอด Like ยอด Share สาวก เงิน เจตนาทางสังคม 5) มีอะไร ท่ีส่อื ไมไดบอก หรอื บอกไมหมด และทาํ ไมเราจึงคิดแบบนัน้ 3) คุณคาของส่อื กบั หลักสิทธิมนุษยชน - ทําไมหลักสทิ ธิมนษุ ยชนจงึ สาํ คญั ตอการประเมนิ คุณคาของส่ือ - ประเมินเชิงคุณคาวาส่ือผานหลักการสิทธิมนุษยชน วิเคราะห/วามีสื่อใดบางที่ละเมิด ศักด์ิศรีความเป2นมนุษย/ เชน การเหยียดเพศสภาพ สีผิว อัตลักษณ/ภายนอก ชนชั้น ชวง วยั ฐานะ การจาํ กดั สิทธพิ ลเมอื ง ปดE หู ปEดตา ครอบงาํ ประชาชน เป2นตน - สอื่ สารสนเทศ และดิจทิ ัลน้นั กาํ ลงั ลดทอนพลังอํานาจของใคร และเพิ่มพลังอํานาจใหกับ ใคร 4) พลเมอื งสรางสอื่ - พลเมือง 3 แบบ และสอื่ ของพลเมอื ง - ส่ือกบั การสรางความหมายใหม - วิเคราะห/ส่ือสรางสรรค/ โดยใช 5 คําถาม ไดแก 1) เป8าหมายของสื่อน้ี คืออะไร 2) ผูผลิต สื่อตองการเพิ่มพลังใหผูมีอํานาจ (Hegemony) หรือเพิ่มพลังใหพลเมืองกับพลเมือง (Emancipation) 3) ผูผลิตส่ือใชสิ่งใดประกอบสรางเพื่อเลาความหมาย (สัญลักษณ/ คน สัตว/ ส่ิงของ ชนชั้น ความยากจน ความดี สถานการณ/ ปGญหา ฯลฯ) (ขออยางนอย 3 สัญญะ) 4) สื่อน้ีสรางความหมายใหมทางสังคม หรือผลิตซํ้าความหมายเดิมตอสังคม อยางไร หรอื ไม 5) สือ่ น้สี ามารถใชในการขับเคลื่อนประเด็นทางสงั คมไดหรือไม - การประยกุ ตใ/ ชเครอื่ งมอื ทางมานษุ ยวิทยาเพ่อื เก็บรวบรวมขอมูลและสรางสื่อเพ่ือบอกเลา ความหมายใหม 5) พลังสอื่ เปลี่ยนเมอื ง - สื่อในฐานะเคร่ืองมือของพลเมือง การตอสูเพื่อสรางความหมายใหมของพลเมืองโดย ประยุกต/ใชแนวคิดของอันโตนิโอ กรัมช่ี ไดแก การครองอํานาจนํา (Hegemony) การ จัดรูปแบบความสัมพันธ/เชิงอํานาจ (Configuration) การตอสู ขัดขืนตอความหมายเกา เพ่ือสรางความหมายใหม (Resistance) การปลดปลอยความหมายใหมสูการเติมเต็ม ความเป2นมนษุ ยแ/ ละสงั คม (Emancipation) - สื่อ สารสนเทศ และดิจิทัลกับการเคล่ือนไหวทางสังคม (Social Movement) ผาน แนวคดิ พืน้ ที่การเรยี นรอู ยางสรางสรรค/ เพอ่ื เปลยี่ นแปลงชุมชน สงั คม ใหดขี ้ึน
25 หลักการจัดการเรียนรูเพ่ือพัฒนาสมรรถนะพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ในพื้นที่ภาคเหนือ ตอนลาง กรอบคิดในการจัดการเรียนรูเพื่อพัฒนาสมรรถนะพลเมืองการรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล เป2นหลักในการจัดกิจกรรมการเรียนรู 5 ขั้นตอน ท่ีเชื่อมรอยกระบวนการรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล กับเปา8 หมายในการสรางพลเมืองทม่ี งุ เนนความเปน2 ธรรมในสังคมตามกรอบหลักสูตรขางตนที่ไดแบงหนวยการ เรียนรูออกเป2น 5 หนวยการเรียนรู ไดดังแผนภาพตอไปน้ี การเขาถึงสือ่ สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล หนวยที่ 1 สื่อรอบตัว (Access) การมสี วนรวมทางสงั คม พลเมืองทม่ี งุ เนน การวเิ คราะหส/ อื่ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั (Social Engagement) ความเปน2 ธรรม (Analyze) หนวยท่ี 5 พลังส่ือเปล่ียน ทางสังคม หนวยที่ 2 อะไรอยูในส่ือ เมือง การสรางสรรค/สือ่ สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล การประเมินส่ือ สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล (Create) (Evaluate) หนวยที่ 4 พลเมืองสรางส่ือ หนวยท่ี 3 คุณคาของสื่อ กับหลักสิทธิมนุษยชน แผนภาพ รปู แบบการจดั การเรียนรเู พือ่ พัฒนาสมรรถนะพลเมืองรเู ทาทันสือ่ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั ข้ันตอนสําคัญในการจัดการเรียนรูเพื่อพัฒนาสมรรถนะพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ไดแก การเขาถึง (Access) การวิเคราะห/ (analyze) การประเมิน (evaluate) การสรางสรรค/ (create) และ การมีสวนรวมทางสังคม (Social Engagement) โดยมีเป8าหมายเพ่ือยกระดับกระบวนทัศน/สูความเป2น พลเมืองท่ีมุงเนนความเป2นธรรมทางสังคม (Justice - Oriented Citizen) โดยมีรายละเอียดในแตละขั้นตอน ดงั น้ี 1) การเขาถึง (Access) คือการสรางกิจกรรมการเรียนรูที่เนนใหผูเรียนสืบคนขอมูล ใชเครื่องมือ หรือแอพลิเคช่ันพ้ืนฐาน ในการใชสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล เพื่อประโยชน/ในการพัฒนาตนเอง และสังคม รวมถงึ การเรียนรูบนฐานการพัฒนาทกั ษะชีวติ 2) การวิเคราะห/ (analyze) คือสรางกิจกรรมการเรียนรูท่ีนําไปสูการวิพากษ/ส่ือ สารสนเทศ และ ดิจิทัล โดยใชกรอบคําถาม 5 ขอ ไดแก 1) สื่อนี้เป2นของใคร ใครเป2นเจาของ ใครเป2นผูผลิต 2)
26 ทาํ ไมสอื่ น้ถี ึงนาสนใจ เขามีเทคนิคอยางไรในการจูงใจเรา 3) อะไรอยูในสื่อ มุมมอง ทัศนคติแบบ ไหนที่แฝงอยู 4) สื่อตองการอะไรจากเรา ยอด Like ยอด Share สาวก เงิน เจตนาทางสังคม 5) มีอะไรทีส่ ่อื ไมไดบอก หรอื บอกไมหมด และทําไมเราจงึ คิดแบบน้นั 3) การประเมนิ (evaluate) คอื กิจกรรมท่ชี วนใหผเู รยี นคิดประเมินเชงิ คุณคาวาส่อื ผานหลักการสิทธิ มนษุ ยชน วิเคราะหว/ ามสี อื่ ใดบางท่ีละเมดิ ศักดิ์ศรคี วามเปน2 มนุษย/ เชน การเหยยี ดเพศสภาพ สีผิว อัตลักษณ/ภายนอก ชนชั้น ชวงวัย ฐานะ การจํากัดสิทธิพลเมือง ปEดหู ปEดตา ครอบงําประชาชน เป2นตน เพื่อใหเห็นวาสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัลน้ันกําลังลดทอนพลังอํานาจของใคร และเพิ่ม พลังอาํ นาจใหกบั ใคร 4) การสรางสรรค/ (create) คือการสรางกิจกรรมใหเด็กและเยาวชนรูจักการสรางสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัลอยางสรางสรรค/ เนนการสรางความหมายใหมทางสังคม บนพื้นฐานของการเคารพใน ศักดิ์ศรีความเป2นมนุษย/ และเห็นคุณคาของพลังพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ส่ือสรางสรรค/ จึงมีฐานะเครื่องมือของพลเมืองในการสรางความสนใจ กระตุกความคิด สรางความตระหนัก ความเขาใจและสือ่ สารขอเท็จจรงิ เพ่อื นาํ ไปสูการแกปญG หาและพฒั นาสังคม 5) การมีสวนรวมทางสงั คม (Social Engagement) คือการสรางกิจกรรมที่เนนการนําส่ือสรางสรรค/ มาผสานวิธีกับกระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม (Social Movement) ใชส่ือเพ่ือสรางการ เปล่ียนแปลงทางสังคม เช่ือมตอระหวางส่ือ สารสนเทศ และโลกดิจิทัลกับโลกความเป2นจริง โดย สรางใหเกดิ กระบวนการสรางการมสี วนรวมทางสงั คม เพ่ือสรางวัฒนธรรมและสงั คมพลเมือง การลดชองวางการเรียนรขู องผเู รียน จากการวิจัยพบวาชองวางการเรียนรูของผูเรียนเกิดขึ้นจากปGญหาหลักคือ “ความเหล่ือมล้ําทางการ ศึกษา” โดยเฉพาะความเหล่ือมลํ้าทางดานเศรษฐกิจที่ผูเรียนในพ้ืนที่ยากจนไมสามารถเขาถึงเทคโนโลยีดาน การส่อื สารทม่ี คี ณุ ภาพได อกี ทั้งจากสภาพความยากจนกท็ าํ ใหนักเรยี นนัน้ ตองใสใจกับปากทอง การชวยพอแม ทาํ งานรบั จาง และงานเกษตร อกี ทัง้ โรงเรยี นกไ็ มมีความพรอมในเร่ืองของเทคโนโลยี ทําใหการเรียนรูเพ่ือสราง พลเมอื งรเู ทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจทิ ัล มขี อจาํ กัด สาํ หรับโรงเรยี นท่ไี มมีความพรอมนั้นครูควรจัดกิจกรรม การเรยี นรูทีโ่ ดยบูรณาการจุดประสงค/เชงิ สมรรถนะการรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ผสานไปกับเน้ือหา หลักวิชาตางๆ โดยเนนการพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะความเป2นพลเมือง และทักษะการเรียนรู เป2นหลัก เนอ่ื งจากทักษะเหลานี้คือทกั ษะหลกั ทจ่ี ะทาํ ใหผูเรียนเกดิ ความเป2นพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ซ่ึงในหลกั สูตรนี้จะมตี ัวอยางกจิ กรรมการเรยี นรู
27 20 กจิ กรรมการเรยี นรเู พอ่ื เสรมิ สรางพลเมอื งรูเทาทนั สื่อ สารสนเทศ และดจิ ิทัล ส่อื รอบตัว อะไรอยูในสอ่ื พลเมอื งสรางสอื่ คุณคาของสอ่ื กบั หลกั สทิ ธิ มนษุ ยชน พลงั สื่อสรางเมอื ง
28 หนวยที่ 1 สอื่ รอบตวั กิจกรรมที่ 1 กจิ กรรมใบหนาของเรา ตวั ตนของใคร กจิ กรรมใบหนาของเรา ตัวตนของใครเป2นกิจกรรมการเรียนรูท่ีสงเสริมใหผูเรียนเห็นคุณคาความเป2น มนุษย/ท่ีหลากหลาย รูจักท่ีจะเห็นคุณคาของตนเองและคุณคาของผูอื่น รวมทั้งใหผูเรียนเริ่มตนสังเกตอิทธิพล ของส่ือที่มตี อตวั ตนของผเู รียน ระดบั ชัน้ ท่เี หมาะสม เดก็ ระดับประถมศึกษาชัน้ ปท: ี่ 1 – 6 ระยะเวลา 1 ชว่ั โมง สาระสาํ คัญ มนุษย/ทุกคนลวนมีความแตกตางหลากหลาย ซึ่งสวนหนึ่งน้ันก็มาจากการรับสื่อและสารสนเทศที่ แตกตางกนั วัตถปุ ระสงคOเชิงสมรรถนะ 1) พัฒนาความรูความเขาใจเกยี่ วกับส่ือ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั รอบตวั ทีส่ งผลตอตัวตนของผูเรียน 2) พัฒนาทักษะการส่ือสารไปพรอมกับทักษะการเรียนรูขั้นพ้ืนฐาน ไดแก การฟGง พูด อาน เขียน การ สืบคนขอมลู การจบั ประเด็น 3) พัฒนาทกั ษะการคิดเชงิ เหตุผลและการตคี วามตามหลักฐาน 4) ตระหนักและเคารพตอสิทธิในการแสดงออกของตนเองและผูอ่ืนบนฐานคิดของความหลากหลายทาง วัฒนธรรม อปุ กรณO/สือ่ และแหลงเรยี นรู 1. กระดาษ Flip Chart 2. กระดาษ A4 3. ปากกา 4. ดินสอสี 5. เทปกาว การจัดกจิ กรรม • ข้ันนํา - ครใู หผูเรยี นลอมวงเป2นกลุมใหญ จากนั้นแจกเคร่ืองเขียนและกระดาษ A4 คนละ 1 ชุด จากน้ัน ใหครูโนมนาวให “นกั เรยี นคอยๆ หลบั ตา แลวจินตนาการวาทุกคนกําลังน่ังอยูบนยานอวกาศ ท่ี กําลังจะพาทุกคนหนีออกไปจากโลกท่ีกําลังเกิดสงคราม ภาวะโลกรอนท่ีนํามาซึ่งการ เปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ตนไมคอยๆหายไปจากโลก สัตว/ตางๆสูญพันธ/ มนุษย/ไม สามารถเพาะปลูกพืชอาหารไดอีก และตอนนี้ยานอวกาศจะพาเราหนีออกไปจากโลกที่โหดราย
29 ยานอวกาศคอยๆ ลอยขึ้นไปสูงขึ้นๆ สูงถึงยอดตนมะพราว สูงจนถึงกอนเมฆ สูงจนมองเห็นดวง จนั ทร/อยูขางกระจกยาน สูงจนเลยดวงจันทร/ และลอยควางไปในอวกาศท่ีมืดสนิท แลวเราก็เจอ สัตว/ประหลาดตางดาวตัวหนึ่ง สัตว/ประหลาดตัวนี้ไมมีช่ือ ไมมีหนา แตมันมีพลังเวทมนต/อยู 1 อยางคือ เวทมนต/ที่ทําใหเราตัวตนเราหายไปตอนน้ีตัวตนของเรากําลังหายไป และยานอวกาศ ของเราก็คอยๆ รอนลงบนดาวแหงหนึ่ง ดาวท่ีมีแตสีเขียว นักเรียนคอยๆ ลืมตา ภารกิจนับตอ จากน้คี ือใหนกั เรียนตามหาตวั ตนของตวั เองและเพ่อื นๆ • ขั้นดาํ เนินกจิ กรรม - ใหนักเรียนแตละคนผลัดกันวาดรูปใบหนาของกันและกัน โดยใหนักเรียนเดินแลกเปลี่ยนกับ เพื่อน 6 คนเพอื่ ผลัดกันวาดรูปบนสวนตางๆ ของใบหนา โดยระหวางการวาดสวนตางๆ ไดกัน ก็ ใหแตละคนแลกเปล่ยี นขอมลู ถามตอบกบั เพอื่ นๆ ดังนี้ 6 คน วาดคนละสวนของใบหนาและแตละคนถามคาํ ถาม ไดแก คนท่ี 1 วาดโครงหนา (ถามงี านวนั เกิดและตองไปกินขาวนอกบานจะไปกินทไี่ หน เพราะอะไร) คนที่ 2 วาดคิ้วและดวงตา (รายการทีวี ละคร ซีรสี / หนงั ทช่ี อบดมู ากทสี่ ดุ เพราะอะไร) คนท่ี 3 วาดจมูก (สถานท่ที ีอ่ ยากไปเท่ยี วมากท่สี ดุ เพราะอะไร) คนท่ี 4 วาดปาก (ขนมท่ชี อบทส่ี ดุ คอื อะไร เพราะอะไร) คนที่ 5 วาดผม (โตขน้ึ อยากจะทําอะไรมากท่สี ดุ เพราะอะไร) คนท่ี 6 วาดหู (เพลงท่ีชอบมากทสี่ ุด เพราะอะไร) - เมอ่ื วาดครบแลวใหนักเรยี นแตงเตมิ รูปภาพนัน้ ใหเปน2 ตวั เองมากทสี่ ดุ ท้ังการแตงกาย แฟช่นั - ใหจบั กลุม 5 – 6 คน เพือ่ นาํ เสนอภาพวาด จากนั้นใหแตละกลุมชวยกันตอบคําถาม ดังนี้ 1) ตวั ตนของเราเหมอื นหรอื ตางจากเพอ่ื นยงั ไง 2) จากคําตอบท่ีไดจากการถามตอบกับเพ่ือนๆ เราคิดวาสื่อมีอิทธิพลตอคําตอบของเพ่ือนๆ บางหรอื ไม อยางไร 3) ถามเี พือ่ นทค่ี ิดไมเหมอื นกบั เรา พวกเขาผดิ หรือไม เพราะอะไร - จากนนั้ ใหผูเรยี นแตละกลุมแบงปนG ความคิดเห็นหรือคาํ ตอบของกลุมใหเพื่อนกลุมใหญฟGง • ขัน้ สรุป - ใหนักเรียนแตละคนนํารูปใบหนาของทุกคนมาตอกันเป2นภาพใหญ แจกกระดาษ Post its จากน้ันตั้งคาํ ถามเพ่อื การสรุปดังน้ี “สือ่ สงผลอยางไรตอชีวติ ของเราอยางไรบาง” การประเมนิ ผล/การสะทอนผล - สงั เกตพฤติกรรมการมสี วนรวมของผูเรียน (การเลือกตอบ การแสดงจดุ ยนื ความคิดเหน็ /การรบั ฟงG ความคิดเห็นท่ีแตกตางหลากหลาย/การเปลีย่ นจุดยืน การใชเหตผุ ล มมุ มองและทัศนคติ) - การเขียนตอบในกระดาษ Post – its - การอภิปรายกลุม
30 กิจกรรมที่ 2 แผนท่เี สียง (ขางใจ ขางนอก) กิจกรรมนี้ใชเป2นกิจกรรมการเร่ิมตนเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร การสังเกต และการความเขาใจ เกี่ยวกบั การรเู ทาทนั ตนเอง ระดับชัน้ ท่ีเหมาะสม เด็กระดับประถมศึกษาชัน้ ปท: ี่ 1 – 6 ระยะเวลา 1 ชว่ั โมง สาระสําคัญ พลเมืองเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ท่ีจะตองฝwกพัฒนาทักษะการฟGง สรางสมาธิ ฟGงเสียงตางๆ รับรูอยางมสี ติตอสรรพสงิ่ ภายนอก และอารมณ/ความรูสึกภายในตวั เอง วตั ถปุ ระสงคOเชงิ สมรรถนะ 1) พฒั นาทกั ษะการสอ่ื สารไปพรอมกับทักษะการเรียนรขู ้ันพ้นื ฐาน ไดแก การฟGง พูด อาน เขียน การ สืบคนขอมูล การจับประเดน็ ส่อื และแหลงเรยี นรู 1. ปากกา กระดาษ 2. สถานท่จี ดั กจิ กรรมควรเป2นสถานที่ธรรมชาติ การจัดกิจกรรม • ขัน้ นาํ - ใหผูเรยี นเลยี นเสียงทอ่ี ยูรอบตัวทเ่ี คยไดยนิ บอยท่สี ุด จะเป2นเสียงของคน สัตว/ ส่ิงของ หรอื สรรพ สง่ิ รอบกายอะไรก็ได คนละหน่งึ เสยี งพรอมทงั้ เฉลยดวยวาเสียงทเี่ ลียนแบบน้นั คือเสียงอะไร โดย ใชกระบวนการวนรอบไปจนครบทุกคน - ครูถามผูเรยี นวาเสยี งตางๆ ท่ีเราไดยนิ ในชีวติ ประจําวัน เชน เสียงรองของเด็กแรกเกิด เสียงแตร รถทีด่ ัง เสยี งในโรงอาหาร เสยี งในหองเรยี น ฯลฯ เสยี งเหลาน้บี งบอกอะไรไดบาง จากนั้นครูชวน คิดวา “การทักษะการฟGงเสียงตางๆ ใหเห็นถึงสาระสําคัญหรือเป8าหมายของเสียงมีประโยชน/กับ ผูเรยี นอยางไร” • ข้ันดาํ เนนิ กจิ กรรม - ครูพานักเรียนออกนอกหองเรียนไปบริเวณใตรมไมใหญในโรงเรียน หรือสวนของโรงเรียน จากนนั้ เริ่มกิจกรรมโดยใหผูเรยี นหลบั ตา แลวลองฟGงเสียงที่ไดยินในบริเวณน้ัน 1 นาที จากน้ันผู จัดกิจกรรมต้ังคําถาม เชน ผูเรียนไดยินเสียงอะไรบาง และคิดวาเสียงท่ีไดยินเป2นของอะไร มา จากทศิ ทางใด - ผจู ดั กิจกรรมอธบิ ายการทําแผนท่ีเสียงอยางงาย โดยใหผูเรียนทําเครื่องหมาย X ตรงจุดกึ่งกลาง ของกระดาษ เครื่องหมายน้ีหมายถึงตําแหนงที่ผูเรียนนั่งหรือยืนอยู เมื่อไดยินเสียงใดก็ใหวาด
31 ภาพหรือสัญลักษณ/ของเสียงน้ันตามทิศทางและระยะทางใกลไกลท่ีไดยิน อาจทําเครื่องหมาย งายๆ เชน เสนโคงเสนขนานกนั 2-3 เสนแทนเสียงลม วาดเสนซกิ แซกแทนเสียงน้ํา เป2นตน - ใหผูเรียนกระจายกันออกไปตามท่ีตางๆ โดยเลือกที่นั่งทํากิจกรรมเพียงจุดเดียวเพ่ือทําแผนที่ เสียงและกลับมาเมือ่ ไดยินเสียงเรยี ก - เมื่อทกุ คนไดแผนที่เสียงกลับมาแลว ใหครูอธิบายวา แผนท่ีเสียงที่ทุกคนทํามาตอนน้ีเป2น “แผน ที่เสียงจากภายนอก” คราวน้ีเราจะมาลองเติม “แผนท่ีเสียงจากภายใน” ของเรา ถาเราไดยิน เสียงเหลานั้น (เสียงท่ีนักเรียนวาดจากภายนอก) เราจะรูสึกอยางไร ใหนักเรียนวาดความรูสึก กาํ กบั ภาพของเสยี งภายนอก เชน เสยี งน้ําอาจวาดภาพสัญลกั ษณ/หนาสงบ เสียงรถยนต/ที่ดังเป2น เวลานานอาจแทนดวยสญั ลักษณ/หนาโกรธ เป2นตน - เมื่อทุกคนทําแผนที่เสร็จใหต้ังวงแชร/กันในเรื่องของเสียงกับอารมณ/ และรวมกันอภิปราย เชน เสียงท่ีเราไดยินบงบอกอะไรไดบาง, เราคิดวาเราเขาใจเสียงท่ีไดยินมากนอยแคไหน, เรารูสึก อยางไรเม่ือไดยินเสียงเหลาน้ัน มีเสียงไหนท่ีเราอยากฟGงนานๆ เพราะอะไร มีเสียงไหนท่ีฟGงแลว ไมอยากไดยนิ หรอื ถาไดยนิ ติดตอกันนานๆ คิดวาจะทําใหเรารูสึกไมดี เราคิดวาเราเขาใจอารมณ/ ของตนเองแคไหน • ขน้ั สรุป - ครใู หนกั เรยี นนาํ แผนทข่ี น้ึ มาดูอกี คร้ัง ครั้งนขี้ อใหผเู รียนพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง และใหนักเรียนคิด วาภายใตอารมณ/หรือภายใตความรูสึกที่เราไดยินน้ัน เราจะนึกถึงเครื่องมือสื่อสารหรือ แอพลเิ คช่นั อะไร เชน ไดยินเสียงรถไฟนึกถึงแอพลิเคชั่น Instagram เพราะอยากแชร/รูป หรือ ไดยนิ เสียงลมแลวรูสึกชอบเลยอยากแชร/ประสบการณค/ วามรสู กึ ดีลงใน Facebook เป2นตน - จากน้ันครูชวนใหผูเรยี นสรุปรวมกนั ในประเดน็ ของการใชชวี ิตบนโลกดิจิทัลวาตองรูเทาทันกับส่ิง ท่ีอยูในโลกออนไลน/ แตเราจะรูเทาทันสื่อเหลาน้ันไดก็ตองเร่ิมตนจากการรูเทาทันตัวเอง รูเทา ทันอารมณ/ ความรูสึกของตนเอง กอนทจี่ ะใชชวี ติ ในโลกดจิ ทิ ลั จะใชแอพลิเคช่ันอะไร จะกดแชร/ หรอื กระทําสงิ่ ใดในโลกดจิ ทิ ัล การประเมินผล/การสะทอนผล - สงั เกตระหวางทํากจิ กรรม - ดูผลงานการเรียนรูจากแผนท่ีเสียง - การแสดงความคดิ เหน็ และอภิปรายรวมกนั
32 กิจกรรมท่ี 3 สายใยสื่อ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั เรยี นรูความสมั พันธร/ ะหวางตวั เองกับสื่อ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั รอบตัว ระดบั ช้นั ทเ่ี หมาะสม เด็กระดับมัธยมศึกษาช้นั ปท: ่ี 1 – 6 ระยะเวลา 1 ชัว่ โมง สาระสาํ คญั ผูเรียนไดพัฒนาการคิดเชิงระบบ การคิดเชื่อมโยง การคิดวิเคราะห/ เรียนรูและทําความเขาใจใน ปญG หา สาเหตุปGญหา การระดมความคิดเห็น การใชกระบวนการประชาธิปไตย เรียนรูถึงประโยชน/และระบบ นิเวศส่ือท่อี ยรู อบตวั เรา วตั ถุประสงคOเชงิ สมรรถนะ 1) พัฒนาความรูความเขาใจเกย่ี วกบั สอื่ สารสนเทศ และดจิ ิทลั รอบตวั ทส่ี งผลตอตัวตนของผเู รยี น 2) พฒั นาทกั ษะการส่อื สารการทํางานรวมกบั ผอู น่ื 3) พัฒนาทักษะการคดิ เชงิ เหตุผลและการตีความตามหลักฐาน สือ่ และแหลงเรยี นรู 1) บัตรภาพรปู ตางๆ พรอมเชอื กสาํ หรับคลองคอ ท่ีเปน2 องค/ประกอบของระบบนิเวศสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล เชน รูปสัญลักษณ/แอพลิเคชั่น รูปสัญลักษณ/ Wifi โทรศัพท/สมาร/ทโฟน แทปเลท รูป สนิ คา รูปการขายของออนไลน/ เปน2 ตนจาํ นวนเทากบั ผเู ลนกจิ กรรม 2) เชือกยาวๆ เพ่ือใชในการเชื่อมสายสมั พนั ธ/ของสงิ่ ตางๆ ที่รวมกันเป2นระบบนเิ วศดจิ ิทัล 3) สถานทีจ่ ัดกจิ กรรมใชสถานท่ีเปEดโลงทมี่ รี มเงา ขนาดเพยี งพอใหผูเรยี นไดกระจายทั่วท้ังพื้นท่ี ไม เบียดกนั การจัดกจิ กรรม • ขน้ั นาํ - ครูช้ีแจงวาแตละคนจะไดรับป8ายรูปภาพแบบสุม โดยครูจะสวมป8ายหอยคอใหผูเรียนแลวใหภาพอยู ทางดานหลัง จากนัน้ ใหนักเรียนใชคําถามปลายปEด ถามเพื่อน เพ่ือนจะตอบวา “ใช หรือ ไมใช” เชน นกั เรียนอาจจะถามวา “รปู ของฉนั เป2นอาหารใชหรือไม” “รูปของฉันมีลักษณะเป2นสีฟ8าหรือไม” เป2น ตน โดยผูสอนอาจจะสอบถามผูเรียนวา “คิดวาตัวเองจะใชคําถามมากนอยแคไหนในการหาคําตอบ ใหไดวารปู ทีต่ วั เองไดรับเป2นรปู ใด” เพ่อื กาํ หนดกรอบเวลาในการทาํ กจิ กรรมรวมกนั • ขัน้ ดําเนนิ กจิ กรรม - เม่ือกระตุนใหผูเรียนรสู กึ อยากคนหาวาตนเองจะไดรูปใดมาคลองคอแลว ผูจัดกิจกรรมนําแผนภาพมา คลองคอผูเรียนทุกคน โดยใหแผนภาพอยูดานหลัง ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเห็นได แตเจาของภาพจะไม สามารถมองเห็น - เมอื่ ผเู รยี นทุกคนไดแผนภาพครบแลว อธิบายกตกิ าเพ่ิมเติมวา ผเู รียนตองใชคําถามปลายปEด (คําตอบ ใช – ไมใช –ไมแนใจ) ถามเพ่ือนๆ เพื่อคนหาวาตนเองไดภาพอะไรผูเรียนจะตองเปล่ียนคูในการถาม
33 คาํ ถามไปเรอื่ ยๆ และใครทมี่ ั่นใจแลววาสามารถตอบไดวาตนเองไดแผนภาพรูปอะไรใหมาเฉลยกับครู หรือผจู ดั กจิ กรรม - หลังจากที่ผูเรียนทุกคนคนหาคําตอบไดแลววาตนเองไดแผนภาพอะไรบาง ใหทุกคนยืนลอมเป2น วงกลม ใหผูเรียนทุกคนไดบอกเพื่อนๆ วาตนไดแผนภาพรูปอะไรและรูปที่ตัวเองไดสัมพันธ/กับโลก ดิจิทัลอยางไร เรียงไปทีละคน จากน้ันถามผูเรียนวา ส่ิงตางๆ ท่ีอยูรวมกันนี้ มีความเก่ียวของกัน อยางไรบาง มีส่ิงใดเก่ียวของกับส่ิงใดโดยเฉพาะหรือไม ผูจัดกิจกรรมเร่ิมเขาสูการอภิปรายเร่ือง รูปแบบความสัมพันธ/ตางๆ ในโลกดิจิทัล เชน สื่อในฐานะพื้นท่ีของการแสดงออกทางสังคม การ แลกเปลย่ี นความคิดเห็น การแบงปGนความรูสึก พ้ืนท่ีทางเศรษฐกิจ พ้ืนท่ีของความรูและการกระจาย ขาวสาร ฯลฯ และเม่อื อธบิ ายความสมั พันธ/ตางๆ เหลานน้ั กเ็ ชื่อมโยงดวยเชือกเสนยาวๆ ทเี่ ตรียมไว • ขั้นสรปุ - ใหผูเรียนไดศึกษาวิเคราะห/ เช่ือมโยงสถานการณ/ทางดิจิทัลที่สงผลกระทบตอสังคม เชน Facebook, Twitter, Instagram สงผลอยางไรกับสงั คม การเมือง เศรษฐกิจ และตัวเราไดรับผลกระทบอะไร จากสายสมั พนั ธ/ดังกลาว การประเมินผล - สงั เกตพฤติกรรมของผูเรยี นจากการแสดงความคดิ เห็น - สังเกตจากตอบคําถามและจากการทาํ งานในใบกิจกรรมทายกิจกรรม
34 ใบงานกิจกรรมสายใยส่อื สารสนเทศ และดิจทิ ลั คาํ ช้แี จง หลังจากปฏบิ ัตกิ จิ กรรมเสร็จแลว ใหนกั เรยี นสรปุ ความรูทไ่ี ดรบั และตอบคําถามดานลางนี้ บทบาทท่ีนกั เรียนไดรับในกจิ กรรมคือ ................................................................................ ลองโยงเสนแสดงความสมั พันธข/ องสง่ิ ตางๆ ในระบบนิเวศดิจิทัล
35 สอ่ื สารสนเทศ และดิจิทัลในปจ[ จุบันสงผลกระทบตอตวั ผูเรยี นอยางไร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. โลกดจิ ิทัลสงผลตอระบบนิเวศทางสังคมมนษุ ยOอยางไรบาง ? ผลกระทบดานบวก .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ผลกระทบดานลบ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ถาวนั หน่งึ โลกดจิ ทิ ลั พงั ทลายลง สงั คมมนุษยจ/ ะเป2นอยางไร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. . ......................................................................................................................................................... บนั ทึกเพิม่ เติมถึงส่งิ ท่ไี ดเรยี นรใู นกจิ กรรมสายใยสื่อ สารสนเทศ และดิจทิ ลั .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ...........................................................................................................................................................
36 กจิ กรรมที่ 4 แผนที่เดนิ ดนิ ส่อื สารสนเทศ และดิจทิ ลั ผูเรียนไดเรียนรู และวิเคราะห/สถานการณ/สื่อ สารสนเทศ และดิจิทัลในระดับทองถิ่นผานการเดินลง พ้ืนท่ีเพื่อสังเกตและสัมภาษณ/ถึงสถานการณ/ดานส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ในชุมชน โดยประยุกต/ใชแผนที่ เดินดินเขามาเป2นเครื่องมือในการเรียนรูวาคนในชุมชนของเรานิยมใชแอพลิเคชั่นอะไร ท้ังในดานสังคม วฒั นธรรม เศรษฐกิจ และการจดั การเรือ่ งสาธารณะ ชองทางสําคญั ปญG หาท่ีพบ ระดบั ช้นั ท่ีเหมาะสม เด็กระดบั ประถมศึกษาชน้ั ป:ที่ 1 – 6 ระยะเวลา 4 - 6 ช่วั โมง สาระสําคัญ สอ่ื สารสนเทศ และดจิ ิทลั เปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเร็วและสงผลกระทบท้ังดานบวกและลบตอการดําเนิน ชีวิตมนษุ ย/ การเรยี นรผู านการเก็บขอมูลเชิงคุณภาพจะชวยใหผูเรียนเห็นสถานการณ/เก่ียวกับความเป2นพลเมืองรูเทา ทันส่ือ สารสนเทศ และดิจทิ ลั ในชมุ ชนทองถ่ินของนกั เรียน วัตถปุ ระสงคOเชงิ สมรรถนะ 1) พฒั นาความรูความเขาใจเกยี่ วกับสื่อ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั รอบตัวท่สี งผลตอตวั ตนของผเู รียน 2) พัฒนาทักษะการสื่อสารไปพรอมกับทักษะการเรียนรูข้ันพื้นฐาน ไดแก การฟGง พูด อาน เขียน การ สืบคนขอมูล การจบั ประเดน็ 3) พัฒนาทักษะการคดิ เชงิ เหตผุ ลและการตคี วามตามหลกั ฐาน 4) ตระหนักและเคารพตอสิทธิในการแสดงออกของตนเองและผูอื่นบนฐานคิดของความหลากหลายทาง วัฒนธรรม อปุ กรณO/สอ่ื และแหลงเรียนรู 1. กระดาษ Flip Chart 2. กระดาษ A4 3. ปากกา 4. ดินสอสี 5. เทปกาว การจดั กิจกรรม • ขั้นนํา - แบงนักเรียนออกเป2น 3 กลมุ กลุมละ 8 – 10 คน และนาํ เสนอรูปตวั อยางแผนทีเ่ ดินดินที่ปกติแลวนัก มานุษยวิทยาจะใชสําหรับศึกษาสถานการณ/และขอมูลพื้นฐานของชุมชน ซ่ึงตองอาศัยทักษะการเก็บ รวบรวมขอมูลจากชมุ ชนท้งั จากการสงั เกตและการสัมภาษณ/
37 • ข้ันดําเนนิ กจิ กรรม - ครูทําความเขาใจกบั ผเู รยี นถึง “แผนทเี่ ดนิ ดนิ ส่ือ สารสนเทศ และดิจทิ ัล” คือแผนท่ีที่นักเรียนทุกกลุม จะตองเก็บรวบรวมและวาดออกมาใหเห็นสถานการณ/การใชสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล โดยทุกกลุม จะตองลงมอื เก็บขอมลู ดังนี้ 1) เก็บรวบรวมขอมูลเพ่ือเชื่อมโยงพื้นที่กายภาพของชุมชนกับโลกดิจิทัลท่ีชุมชนใช เชน ในตลาดมี การใชแอพลิเคชั่นอะไรหรือไม ถามีเราก็วาดภาพตลาดและแอพลิเคช่ันที่เกี่ยวของกับตลาด เชน Food Panda, Food Grab, Line, Facebook, Google Map เปน2 ตน รวมไปถึงรานคา สถานท่ี ทองเท่ียว สถานท่ีราชการตางๆ ในชุมชน เพ่ือวิเคราะห/ใหเห็นภาพวาส่ือดิจิทัลสงผลกระทบตอ ชมุ ชนท้ังดานบวกและดานลบอยางไร 2) สัมภาษณ/เพิ่มเติมในประเด็นของการรับรูขาวสาร และทัศนคติดานสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ของชุมชน เชน คนในชุมชนสวนใหญรับขาวสารจากชองทางใดเป2นหลัก พวกเขารูหรือไมวาใน โลกออนไลน/มี FakeNews รวมไปถึงปGญหาดานส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัลในชุมชน มีปGญหา อะไรบาง มากนอยอยางไร - ใหแตละกลุมลงพืน้ ทีศ่ กึ ษาชุมชน - เมื่อไดขอมูลทั้งหมดวิเคราะห/และจดั ระเบียบขอมูลเพื่อนําเสนอประกอบกับแผนที่เดินดิน ในประเด็น ดังตอไปนี้ 1) ในภาพรวมกลุมของนกั เรียนเหน็ อยางไร 2) ในภาพยอยท้ังในประเด็นเร่ืองสังคม วิถีชีวิต เศรษฐกิจ และเรื่องอื่นๆ ส่ือ สารสนเทศ และ ดจิ ิทัล สงผลตอการเปล่ียนแปลงท้ังในเชงิ ปจG เจกบคุ คลและในเชิงโครงสรางสวนรวมอยางไร 3) อะไรคือจุดแข็งดานสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ในชุมชน ชุมชนปรับตัวใหเขากับเทคโนโลยี สื่อ สารสนเทศ ในยคุ ดจิ ทิ ลั อยางไร 4) อะไรคือปGญหาและความทาทายดานส่ือ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั ในชมุ ชนท่ีพบ - ใหแตละกลมุ นําเสนอผลการวเิ คราะห/และแลกเปลีย่ นในประเด็นตางๆ รวมกนั • ขั้นสรปุ - ใหนําภาพแผนที่ท้ัง 3 มาเรียงตอกัน แลวมองรวมกันวาวันนี้ทั้ง 3 กลุม เก็บรวบรวมมาไดดีและ ครอบคลมุ หรอื ไม พวกเราเห็นอะไร และไดเรียนรูอะไร และวันขางหนาถาตองทําโครงงาน (Project) เก่ียวกบั ส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล กลุมของเราคิดจะทําโครงงานอะไร ใหรวมกันคิดและแลกเปล่ียน เรียนรู การประเมินผล - สังเกตพฤตกิ รรมของผูเรยี นจากการลงพ้ืนทีภ่ าคสนาม กระบวนการเกบ็ รวบรวมขอมลู และ กระบวนการในการนาํ เสนอ - สังเกตจากการตอบในขน้ั สรุป
38 หนวยที่ 2 อะไรอยใู นสอ่ื กิจกรรมท่ี 5 เชอ่ื ไดรึเปลา สื่อทุกสื่อในโลกลวนถูกประกอบสรางขึ้น ไมมีความบังเอิญในสื่อ มีแตความจงใจใหเกิดขึ้น การ วิเคราะห/สื่อเพ่ือใหเห็นขอเท็จจริง และเป8าหมายของส่ือจึงเป2นสิ่งสําคัญ กิจกรรมเช่ือไดรึเปลาเป2นกิจกรรมท่ี ชวนใหผเู รยี นในระดับประถมศึกษา 1 – 3 ไดลองคิดและใชองค/ความรูที่เรียนมาวิเคราะห/ความนาเชื่อถือของ ขอมลู ขาวสาร ระดับชน้ั ทเ่ี หมาะสม เด็กระดับประถมศึกษาชน้ั ป:ที่ 1 – 3 ระยะเวลา 1 ชัว่ โมง สาระสําคญั สือ่ ทกุ ทกุ สอื่ ลวนถกู ประกอบสรางและมเี ป8าหมาย วัตถุประสงคOเชิงสมรรถนะ 1) พฒั นาการวิเคราะห/เกี่ยวกบั องค/ประกอบสือ่ สารสนเทศ และดจิ ิทลั ทีถ่ ูกสรางได 2) พฒั นาทักษะการตคี วามจากหลักฐาน 3) พฒั นามุมมองในการรเู ทาทันสอ่ื สารสนเทศ และดิจทิ ลั ทสี่ งผลตอการรับรขู องตนเอง อุปกรณO/สื่อ และแหลงเรยี นรู - บัตรภาพเกีย่ วกบั โฆษณาเกินจริง การจดั กิจกรรม • ขน้ั นํา - ครูติดบัตรคํา “ส่ือท้ังหลายในโลกลวนมีเป8าหมายแฝงอยู” โดยครูลองถามนักเรียนดูดวยคําถาม ดังตอไปนี้ “นักเรียนรูจักส่ือโฆษณาหรือไม” “มีส่ือโฆษณาไหนที่เราจําไดไมลืม” “เราเคยอยากกิน อาหาร ขนม หรืออยากมีส่งิ ตางๆ เพราะโฆษณาบางหรอื ไม” - เม่อื สุมถามเสรจ็ ครชู วนใหนักเรยี นคิดวา “โฆษณาเป2นตัวอยางของส่ือที่มีเป8าหมายสําคัญคือการโนม นาวจิตใจใหเราซื้อของ” ดังน้ันส่ือทุกส่ือที่นักเรียนเห็นนั้นลวนมีเป8าหมายสําคัญแฝงอยู และคําถาม สําคัญ ในการเป2นพลเมืองรูเทาทันส่ือก็คือ “ส่ือท่ีเราเห็นน้ีเชื่อไดรึเปลา?” เป2นคําถามท่ีครูอยากให นกั เรยี นทุกคนตง้ั ไวในใจ 2 คําถาม คือ “สอ่ื นี้มีเป8าหมายอะไร” และ “สือ่ นีเ้ ชอ่ื ไดรึเปลา”
39 • ขน้ั ดําเนนิ กิจกรรม - ครูนาํ เสนอรปู ภาพเกี่ยวกับการโฆษณาเกนิ จรงิ พรอมกับต้ังคําถามวา รูปโฆษณาแตละรูปเชือ่ ถอื ได หรอื ไม และเปา8 หมายของแตละรปู ภาพคืออะไร โดยมีตัวอยางรปู ภาพ ดงั ตอไปน้ี คําถาม - สอื่ นี้มเี ป8าหมายอะไร - ส่ือนี้เชอื่ ไดรเึ ปลา - ทาํ ไมคนอวนจึงถกู ทําใหดูแยในโฆษณาตวั นี้ คําถาม - ส่อื น้มี เี ป8าหมายอะไร - สอ่ื น้ีเชื่อไดรึเปลา - ทําไมทกุ คนบนโลกตองผวิ ขาว โฆษณาน้กี าํ ลงั สราง มุมมองที่ไมดีกบั ใครอยู คาํ ถาม - ส่ือน้ีมเี ปา8 หมายอะไร - สอ่ื นเ้ี ช่อื ไดรเึ ปลา - ทาํ ไมตดแลวตองหอม เรามีวิธีอน่ื ในการจดั การเรื่อง ตดหรือไม
40 - ครใู หผูเรียนแตละคนไดแสดงความคดิ เห็นรวมกนั • ขน้ั สรปุ - ครูชวนใหผเู รยี นคดิ อีกคร้งั วา “ส่ือบนโลกน้ลี วนมีเป8าหมายแฝงอยู เพ่ือใหเป8าหมายท่ีตั้งไวเกิดขึ้นจริง บางครั้งส่ือก็เลือกท่ีจะพูดเกินความจริง และท่ีสําคัญส่ือยังเต็มไปดวยทัศนคติหรือมุมมองแฝงอยูดวย ดังนัน้ เราจงึ ตองตง้ั คําถามกบั สอื่ ทุกสื่อบนโลกนเี้ สมอ วา สอ่ื ทเี่ ราเห็นเหลานี้ เชื่อไดรเึ ปลา?” - ครูใหผเู รยี นสรปุ รวมกันครง้ั สุดทายโดยรวมกนั สรุปเปน2 ผงั ความคิดบนกระดานรวมกนั การประเมินผล - สงั เกตพฤตกิ รรมของผเู รยี นจากการแสดงความคิดเหน็ - ดจู ากผงั ความคิดสรุปการเรยี นรู
41 กิจกรรมที่ 6 โลกของส่ือ โลกของการตคี วามหมาย ส่ือท้งั หลายในโลกลวนถกู ประกอบสราง และผูรับสารจะตองตีความหมายของส่ือ สารสนเทศ และ ดิจทิ ัล เพื่อใหเหน็ ความหมายท่แี ทจริงของส่ิงท่สี อื่ นัน้ นําเสนอ ระดบั ชนั้ ทเ่ี หมาะสม เดก็ ระดับประถมศึกษา 4 – 6 และ มัธยมศึกษาชัน้ ป:ที่ 1 – 6 ระยะเวลา 1 ช่วั โมง สาระสําคญั ส่ือทกุ ทุกสือ่ ลวนถูกประกอบสรางและมีเป8าหมายที่ผผู ลิตส่ือตองการสงไปถงึ ผูรบั สาร วัตถปุ ระสงคOเชงิ สมรรถนะ 1) พัฒนาการวิเคราะหเ/ ก่ยี วกบั องค/ประกอบสื่อ สารสนเทศ และดจิ ิทัลทถ่ี ูกสรางได 2) พฒั นาทักษะการตีความจากหลักฐาน 3) พัฒนามุมมองในการรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดจิ ทิ ัลทสี่ งผลตอการรบั รูของตนเอง อปุ กรณO/สือ่ และแหลงเรยี นรู - บัตรภาพเก่ียวกับส่ือ สารสนเทศ และดจิ ิทัล การจัดกจิ กรรม • ขัน้ นาํ - ครูถามนักเรียนวา “นักเรียนเคยไดยินประโยคที่วา “1 ภาพลานความหมาย” หรือไม ประโยคน้ี พยายามจะสื่อถึงอะไร” ลองสุมถามนักเรียน 2-3 คน จากนั้นครูกลาวตอวา “หากครูจะบอกวา แทจริงแลวสําหรับผูสราง 1 ภาพมีความหมายเดียวสําหรับสําหรับเขา เพราะภาพหรือส่ือที่ผูสงสาร สรางสื่อใหเราเห็นน้ัน แทจริงเขาก็มีเป8าหมายหลัก หรือใจความสําคัญอยู การเขาใจส่ือ จึงเป2นการ ตคี วามผานส่ิงทผ่ี ผู ลิตสอ่ื นน้ั สรางมา วันนีเ้ ราจงึ จะมาลองชวยกันตีความส่ือตางๆ กนั ” • ขัน้ ดาํ เนนิ กจิ กรรม - ครูแจกกระดาษ Post – it คนละ 4 แผน ตามโจทย/ 4 ขอ โดยใหผูเรยี นวิเคราะห/ 1) ตคี วามหมายวา ผูสงสารตองการสงสารอะไรถึงเรา และ 2) อะไรคือสง่ิ ทส่ี ื่อละเลยหรอื กลาวไมหมด ขอท่ี 1 ภาพวาดของ Dran ศิลปEนแนวสตรีทอาร/ท (Street Atr) ชาวฝรง่ั เศส
42 ขอที่ 2 เพลงชาตไิ ทย https://www.youtube.com/watch?v=v86OlB4f2QY ขอท่ี 3 7- Eleven คลายความสงสยั ...อาหารเจ https://www.youtube.com/watch?v=KzWy_XXc61M ขอท่ี 4 เน้ือหาแบบเรียนสุขศึกษา - เม่ือวเิ คราะหเ/ สร็จใหนาํ คําตอบของตนเองไปแปะไวแยกเป2นขอๆ บนกระดาษปรู’ฟแผนใหญ (แยกเป2น ขอ 1 -4) จากน้ันแบงนักเรียนออกเป2น 4 กลุม แลวแยกกันประจําในแตละขอ ชวยกันอานคําตอบ ของเพื่อนๆ และสรปุ ลงในกระดาษ จากน้ันใหแตละกลุมนาํ เสนอ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287