Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา

ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา

Published by maxcrs, 2020-06-14 07:45:16

Description: ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา

Search

Read the Text Version

การใชพ้ ชื กญั ชาและกญั ชงใน ชีวติ ประจาํ วนั ของคนในโลก 1. ผลติ ภณั ฑพ์ ืชกญั ชาและกัญชงไมแ่ ปรรปู 2. ผลิตภัณฑ์พืชกัญชาและกัญชงแปรรปู 3. การบรโิ ภค และอปุ โภค •ผลติ ภัณฑเ์ พือ่ การบริโภค •ผลติ ภณั ฑเ์ พื่อความงาม และสุขภาพ •ผลิตภณั ฑเ์ พ่ือการอปุ โภค 4. การนนั ทนาการ

ผลิตภณั ฑพ์ ชื กญั ชาและกญั ชงไม่แปรรูป ผลติ ภณั ฑพ์ ืชกญั ชาและกญั ชงไมแ่ ปรรูป เช่น ดอกกญั ชาแหง้ ในประเทศท่อี นญุ าตใหใ้ ชก้ ญั ชาทางการแพทย์ ผปู้ ่ วยจะ สามารถนาใบส่งั ซือ้ จากแพทยไ์ ปซอื้ กญั ชาแหง้ มาเพ่ือใชส้ บู หรอื ใชเ้ พื่อการรกั ษาได้ ในประเทศทเ่ี ปิดเสรี ประชาชนทีอ่ ายุ ถงึ เกณฑท์ ่กี าหนดจะสามารถซอื้ มาเสพเพ่อื นนั ทนาการได้

ผลิตภณั ฑพ์ ืชกญั ชาและกญั ชงแปรรูป คอื ผลิตภณั ฑท์ ผี่ า่ นกระบวนการสกดั เพอ่ื ใหไ้ ดส้ ารคานาบินอยดท์ ี่เขม้ ขน้ ขนึ้ มกี ารนามาใชเ้ พ่อื ประโยชนท์ างการแพทย์ และการนนั ทนาการในบางประเทศ ผลิตภณั ฑป์ ระเภทนีม้ กั มีช่ือเรยี กเฉพาะตามลกั ษณะทางกายภาพของผลติ ภณั ฑ์ โดยมกั จะแตกตา่ งกนั เนื่องจากกรรมวธิ ีการสกดั หรอื ขนั้ ตอนการผลติ เชน่ การสกดั โดยไมใ่ ชต้ วั ทาละลาย การสกดั โดย ใชเ้ อทานอลเป็นตวั ทาละลาย การสกดั ดว้ ยของเหลววิกฤตย่งิ ยวด (Supercritical fluid extraction) สารสกดั แอลกอฮอล์ละลายใน สารสกัดแอลกอฮอล์ นา้ มนั มะพร้าว แล้วทรที ด้วยชาโคล

Solvent - free extractions Kief: separated from cannabis buds simply by grinding and sieving. Kief is composed of the trichomes Kief: powder or pollen. KIEF Compounds: cannabinoids and terpenoids • The THC content can range between 20-60% Hash: is the abbreviation of hashish, the phychedelic drug obtained by heated and pressurized Kief. • Hash is more potent than Kief. • Hash remains a staple of cannabis culture around the world for its clean, all natural extraction process.

Solvent - free extractions Rosin: Rosin extraction relies on temperature and pressure to extract oil without the use of solvent. %RH of the flower: around 60% Temperature: 200-230 F Pressure: 500-1,000 PSI Time: Longer pressure time, higher risk of incorporating less desirable compounds into the final oil. Compound: high in terpenes, waxes, fats, lipids, and secondary cannabinoids.

Solvent - free extractions

Cannabis concentrates

Pharmaceutical quality GW pharmaceuticals (UK) Bradocan BV (NT) Abb Vie Inc. (USA) Sativex: THC:CBD extract Bradocan: GMP cannabis flos Marinol: synthetic THC (Dronabinol) Prescribed medicine Prescription medicine Prescribed medicine (NL) Admin: oral dose Admin: sublingual spray Admin: vaporization Cesamet: synthetic THC (Nabilone) (oral dose form available) Prescribed medicine Admin: oral dose Epidiolex: CBD Admin: Oral dose

การใชท้ างการแพทย์ โดรนาบนิ อล (Dronabinol) คอื มา นาบิโลน (Nabilone) คอื ซีซาเมท นาบกิ ซีมอล (Nabiximol) ช่ือการค้าคอื ซา รนิ อล (MarinalR) เปน็ แคปซูล THC บ่งใชต้ ้าน (CesametR) อนาลอคของ THC ใช้ป้องกนั ตเิ วกซ์ (SatavexR) รปู แบบสเปรย์ในชอ่ งปาก การอาเจยี น กระตุ้นความอยากอาหาร ใชป้ อ้ งกัน การคล่นื ใสก้ ารอาเจียน ทเ่ี กิดจากยารักษา ใต้ลิ้น แทนการสบู THC:CBD 1.08:1 ลดการปวด การคลน่ื ไส้อาเจยี นทเ่ี กดิ จากยารกั ษาโรคมะเรง็ ใช้ โรคมะเรง็ ใช้ในกรณีที่ใช้ยาอน่ื ไม่ได้ผล จาหน่าย ประสาท อาการนอนไม่หลบั รกั ษาอาการปวด ในกรณีทีใ่ ช้ยาอื่นไม่ได้ผล เพ่มิ การอยากอาหารใน ใน USA, Canada เสน้ ประสาทอยา่ งรุนแรง ในแคนาดาและยุโรป ผู้ป่วยเอดส์ เมด็ เจลลาตนิ แคปซลู ใน USA, Canada บริษัท GW Pharmaceuticals

ผลิตภณั ฑเ์ พ่ือการบริโภค “ อาหาร ” • คุกก้ี บราวน่ี • นา้ คั้นสด เบียร์ • เนยกัญชา ไอศกรมี • เทมปูระใบกญั ชา • อาหารพร้อมเสรฟิ THC ไม่เกนิ 10 mg/serve จาหนา่ ยแก่ผทู้ อ่ี ายุ 18 ปขี นึ้ ไป

ตน้ ออ่ นกัญชง เอาไปทานเปน็ สลัด (ขายในสหรฐั อเมรกิ า) นา้ ใบกัญชงป่นั เพื่อสขุ ภาพ

ผลิตภณั ฑเ์ พื่อความงาม และสุขภาพ “ เครือ่ งสาอาง ” “ ยาหมอ่ ง ” “ Seed Fix oil ”

ผลิตภณั ฑเ์ พ่ือการอุปโภค “เส้นใยกัญชง” • เส้อื ผา้ และสง่ิ ทอ • อฐิ มวลเบา • เสอ้ื กนั กระสุน • ตวั ถงั รถยนต์

ประโยชน์ในดา้ นอื่นๆ •รกั ษาอาการชัก •คลนื่ ไส้ “ รกั ษาสตั ว์ ” •ความเครยี ด •ความวิตกกังวล • Cannabis Tincture •โรคข้ออักเสบ • Cannabis Tablet •อาการปวดหลงั (Canada allow for 10 ppm •อาการของโรคมะเร็ง in formulation ) •ปญั หาระบบทางเดินอาหาร

ใชเ้ พ่ือการนันทนาการ กัญชาเปน็ พืชที่มสี ารออกฤทธต์ิ อ่ จิตและประสาท ทาให้เกดิ ความผ่อนคลาย และความรสู้ กึ เป็นสุข ในบางประเทศอนญุ าตให้ใชพ้ ืชกัญชาเพ่ือการนนั ทนาการได้ เชน่ ประเทศอรุ ุกวยั (ประเทศแรกของโลก, ผู้เสพจะต้องลงทะเบยี นกับเจา้ หนา้ ที่ โดยมีขอ้ แม้ว่าสามารถซือ้ ได้ 10 กรมั ตอ่ สปั ดาหเ์ ท่านั้น ) ประเทศแคนาดา และในบางรฐั ของสหรัฐอเมริกา เนอื่ งจาก ผู้ใชก้ ญั ชารูส้ กึ เกดิ การผอ่ นคลาย และเปน็ สขุ ขณะทีใ่ ช้ แต่เนอื่ งจากกญั ชายงั มสี ารทีท่ าให้ ติดได้ จึงไม่ควรใชก้ ญั ชาต่อเนือ่ งและใช้ในปรมิ าณสงู ในประเทศแคนาดา เปดิ ใหใ้ ช้กญั ชาเพือ่ นันทนาการ โดยอนุญาตให้ผู้ท่ีบรรลุ นติ ิภาวะแลว้ สามารถซอื้ น้ามนั กัญชา เมล็ด ตน้ กัญชา และกัญชาตากแหง้ จากร้านค้าและ ผผู้ ลติ ทไ่ี ดร้ บั อนญุ าตเทา่ นน้ั สาหรับการซือ้ กญั ชาจากร้านคา้ ทไี่ ม่ได้รบั อนุญาตนน้ั ถือเป็น การกระทาท่ผี ิดกฎหมาย และหากรา้ นคา้ ขายกญั ชาให้เยาวชนอายุต่ากว่า 18 ปี (ในบางรัฐ กาหนดที่ 19 ป)ี จะมโี ทษจาคุกถงึ 14 ปี หลายรัฐในสหรฐั อเมรกิ าได้อนญุ าตใหใ้ ชก้ ญั ชาเพ่ือการนนั ทนาการได้ แตก่ ็มี ขอ้ กาหนดทคี่ ล้ายคลงึ กบั ทางแคนาดา คอื ระบอุ ายแุ ละกาหนดปรมิ าณการครอบครอง กญั ชา และต้องซื้อขายในร้านทีไ่ ดร้ บั อนญุ าตจากทางรัฐบาลแลว้ เท่านน้ั เน่ืองจาก ขอ้ กาหนดทางกฎหมายของกญั ชาในแต่ละรฐั ของอเมรกิ าท่ีแตกต่างกัน ข้อควรระวงั ของ การพกพากัญชาท่ซี ื้ออย่างถูกกฎหมายข้ามผ่านไปยงั รัฐท่ีไมอ่ นุญาตใหใ้ ชก้ ญั ชากถ็ อื วา่ เป็น ความผดิ

จากการวิจยั พบว่าการใช้กญั ชา มีผลทงั การกระตุ้น (stimulating) และกด (depressing) ระบบประสาทสว่ นกลาง ซง่ึ อาการจากการใช้กญั ชาในแตล่ ะบคุ คลจะแตกต่างกัน และยงั ข้นึ อยู่กับปริมาณสารสาคญั ในกญั ชา รวมถึงวิธีการใช้ยาด้วย โดยสามารถแบง่ กลุม่ อาการหลงั การใชก้ ญั ชาออกเป็น 4 กล่มุ ดงั นี้ 1. มคี วามรสู้ ึกดี, รสู้ ึกสบายและหวั เราะงา่ ย (affective, euphoria, easy laughter), 2. ไวต่อความรู้สึก, การรับรูแ้ ปรปรวนหรอื เกดิ การเวยี นศรษี ะ (sensory; temporal and spatial perception alterations and disorientation) 3. งว่ งนอน, งงงวยและเข้าใจช้า (somatic; drowsiness, dizziness and motor incoordination) 4. ร้สู ึกความสับสน, ความจาชว่ งสัน้ ๆ หายไปและสมาธิสั้น (cognitive; confusion, memory lapses and difficulty concentrating)

Thank You For Your Attention !!

หวั ขอ้ ท่ี 3: รู้จกั โทษและประโยชน์ของกญั ชาและกญั ชง ! ! ดร. จุรัญญา อ่อนล้อม

OUTLINE ▪ โทษของกญั ชาและกัญชง ▪ 1.1 ผลกระทบต่อรา่ งกายและผลขา้ งเคียง ▪ 1.2 ผลกระทบตอ่ จิตใจ ▪ 1.3 ผลกระทบต่อครอบครวั ชุมชน และสงั คม ▪ 1.4 ผลกระทบต่อประเทศชาติ ▪ ประโยชนข์ องกัญชาและกญั ชงทางการแพทย์

การออกฤทธ์ ิ THC สารทม่ี ีผลต่อจติ ประสาท THC ส่วนใหญ่จะจับแบบ partial agonist (ตัวกระตุ้น) กบั cannabinoid receptors: CB1 และ CB2 receptor โดยจาเพาะกบั CB1 ถูกพบมากที่ระบบประสาทส่วนกลาง (Central nerve system) ซึง่ เป็นตัวท่สี ะท้อนกลไกการเกิดอาการ เมากัญชาหรือผลทาง psychotic effect และ CB1 ยงั พบทีใ่ นระบบ ประสาทสว่ นปลายดว้ ย (Peripheral nerve system) CB2 receptors พบท่ีเนือ้ เยือ่ ระบบภูมคิ มุ้ กนั ของร่างกาย (Immune system) ระบบทางเดนิ อาหาร จึงมผี ลตอ่ ความอยากอาหาร การ ยอ่ ยอาหาร อารมณ์ ความร้สู ึก ความจา การเรยี นรู้ และพฤติกรรม จาเพาะกับสาร CBN ในกญั ชา ในทางกลบั กนั CBD จะจับกับ CB1 และ CB2 receptors ได้นอ้ ย และมลี กั ษณะเปน็ ตวั ยบั ยัง้ (negative allosteric modulator) ของ CB1 receptor จงึ ทาใหล้ ดอาการปวด อกั เสบ และลดความกังวลได้

ผลไม่พงึ ประสงค์ (Adverse effects) ของกญั ชา ท่ีมา: บทความ กญั ชา กญั ชา เป็นยาวิเศษ จรงิ หรอื อจ. วิชย โชคววิ ฒน สถาบนั พฒั นาการคมุ้ ครองการวิจยั ในมนษุ ย์ สถาบนั วิจยั ระบบสาธารณสขุ

ขอ้ มลู ผปู้ ่ วยทเี่ กิดผลขา้ งเคยี งจากการใชก้ ญั ชา โ ด ย ส รุ ป ก า ร ใ ช้ กั ญ ช า ท า ง ก า ร แ พ ท ย์ ท่ี จ ะ เ ป็ น ป ร ะ โ ย ช น์ กั บ ผู้ ป่ ว ย นั้ น ควรใช้ด้วยความเข้าใจ ถูกข้อบ่งใช้และมี ก า ร ดู แ ล แ น ะ นา จ า ก บุ ค ล า ก ร ท า ง การแพทย์อย่างเหมาะสม ผู้ป่วยและ ญ า ติ ค ว ร ต้ อ ง มี ค ว า ม รู้ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ เ กี่ ย ว กั บ ตั ว โ ร ค แ ล ะ ย า ท่ี ใ ช้ เ ป็ น อ ย่ า ง ดี ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ที่ ใ ช้ จ ะ ต้ อ ง มี ม า ต ร ฐ า น มี ข้ อ มู ล ก า ร ต ร ว จ ส อ บ ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย แ ล ะ ปริมาณเนื้อสารที่ชัดเจน เพ่ีอให้เกิดการ รั ก ษ า พ ย า บ า ล ท่ี เ ป็ น ป ร ะ โ ย ช น์ สู ง สุ ด แ ก่ ป ร ะ ช า ช น แ ล ะ ล ด ก า ร บ า ด เ จ็ บ จ า ก ก า ร ใ ช้ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ กั ญ ช า ที่ ไ ม่ เ ห ม า ะ ส ม ศนู ยพ์ ษิ วทิ ยารามาธิบดี คณะแพทยศาสตรโ์ รงพยาบาลรามาธิบดี มหาวทิ ยาลยั มหิดล วนั ท่ี 20 สงิ หาคม พ.ศ. 2562

Adverse effects

ผลตอ่ สมอง ผลด้านสติปญั ญา ผลทางจติ เวช หรอื “การรูค้ ิด” การศึกษาทางระบาดวิทยา พบความสัมพันธ์ ความผิดปกตขิ องสมองทพ่ี บเสมอจากการ การวเิ คราะห์อภิมานในปี 2558 พบวา่ แม้การ เชิงขนาด-ผลตอบสนอง (dose-response relationship) ระหว่างการใช้กัญชากับโรคจิต ใชก้ ญั ชาเป็นเวลานาน คือการลดขนาดของ เลกิ ยานานข้นึ แตค่ วามจาํ ท้งั ย้อนไปขา้ งหลงั และไป และการเกิดโรคจิตเร็วขึ้น แต่ยังขาดหลักฐาน พสิ ูจน์วา่ กัญชาเป็นสาเหตุ แต่พิจารณาสาเหตุทาง สมองส่วนฮิปโปแคมคัส (Hippocampus) ขา้ งหน้า (retrospective and prospective ชีววิทยา มีโอกาสเกิดข้ึนได้ โดยเฉพาะในทาง พนั ธกุ รรมท่ีจะเกิดการเจ็บป่วยทางจติ กญั ชากอ็ าจ และความผิดปกติของสมองส่วนอะมิกดาลา memory) จะเส่อื มลงในผ้ใู ชก้ ญั ชา เป็นตัวกระตนุ้ (Amygdala) ซ่ึงสมองท้ังสองส่วนนี้ ทํา ในปี 2555 พบว่าการลดลงในด้านต่าง ๆ ส่วน การวิจยั ยังไมส่ ามารถสรุปได้ว่าการใชก้ ญั ชาจะ เพิ่มอัตราการฆ่าตัวตายหรือไม่ กัญชาอาจเพิ่ม หน้าท่ีเกี่ยวกับความจําท้ังชนิดที่ผ่านมาไม่ ใหญ่ของการรู้คิด จะคงอยู่เลยจากระยะท่ีเป็นพิษ ความเสย่ี งของโรคซึมเศร้า และความวติ กกังวล นาน และท่ีผ่านมานานแล้ว (recent and เฉียบพลัน แต่ไม่พบปัญหาดังกล่าวในผู้ท่ีเลิกยานาน การทบทวนปี 2562 พบว่าการใช้กัญชาในช่วง วยั รนุ่ มีความสัมพันธ์กับการเพ่ิมความเส่ียงต่อการ remote memory) เกิน 25 วัน จากการทบทวน ที่ศึกษากลุ่มประชากร เกิดโรคซึมเศร้า และพฤติกรรมการฆ่าตัวตาย ในชว่ งหลงั ของชวี ติ แต่ไมพ่ บความสัมพันธ์กับเร่ือง กัญชายังมีผลต่อการทําหน้าที่ของ CB1 ไปขา้ งหน้า (prospective cohort studies) ท่ีศึกษา ความวิตกกงั วล Receptors) โดยสัมพันธ์กับฤทธิ์สะสมของ ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้กัญชากับระดับไอคิว ได้ กัญชา แต่จะกลบั เปน็ ปกตหิ ลังเลิกยา 1 เดือน ติดตามผู้ใช้กัญชาปริมาณมาก พบว่าระดับไอคิว มีหลักฐานจํากัดว่าการใช้กัญชาเป็นเวลานาน ลดลงระหว่างช่วงอายุ 7-13 ปี และ 38 ปี ผลการ จะลดระดับของ glutamate metabolites เรียนท่ีไม่ดีและการออกจากโรงเรียนก่อนกําหนด ในสมองมนุษย์ สัมพันธ์กับการใช้กัญชา แต่บอกไม่ได้ว่ากัญชาเป็น สาเหตุ และพบว่าผู้เสพมีการทํางานของสมอง เพิ่ม ขึ้น สอ ดคล้อง กับประ สิทธิ ภา พในกา ร ท่ีมา: บทความ กญั ชา กญั ชา เป็นยาวิเศษ จรงิ หรอื ประมวลผลของสมองท่ลี ดลง อจ. วิชย โชควิวฒน สถาบนั พฒั นาการคมุ้ ครองการวิจยั ในมนษุ ย์ สถาบนั วิจยั ระบบสาธารณสขุ

ผลไมพ่ งึ ประสงคร์ ะยะสน้ั (ข้นึ กับแต่ละบุคคลและปรมิ าณทไี่ ด้รบั ) ผลเฉยี บพลัน - อาการกระวนกระวาย ตน่ื กลวั (panic) - เสียสมาธแิ ละความจํา - เพ่ิมความเสี่ยงต่ออาการทางจิต ไม่สามารถใช้ความคิดได้อย่าง ปลอดโปร่ง - เพ่มิ ความเสยี่ งต่ออบุ ัตเิ หตุ ทาํ ใหค้ วามสามารถในการขับรถลดลง ผลระยะสั้นของกัญชาอาจเปล่ียนแปลงเม่ือมีการใช้ยากลุ่ม โอปอิ อยด์รว่ มด้วย เช่น เฮโรอิน หรือเฟนตานิล การใช้ยาอื่นเพิ่มเข้าไป เพ่ือเพ่ิมผลทางจิตประสาท หรือเพ่ิม “ฤทธ์ิลวงจิต’’ [Psychotropic action] ขณะเดยี วกันกเ็ พ่ิมอนั ตรายจากการใช้ยาเกินขนาด ท่ีมา: บทความ กญั ชา กญั ชา เป็นยาวิเศษ จรงิ หรอื อจ. วิชย โชควิวฒน สถาบนั พฒั นาการคมุ้ ครองการวิจยั ในมนษุ ย์ สถาบนั วจิ ยั ระบบสาธารณสขุ

ผลขา้ งเคยี งระยะกลางถงึ ระยะยาว ▪ ภาวะเสพติดกัญชาจะทาให้ผู้ใชย้ าเกดิ การเสพติดได้ยากกว่าบุหรี่ แตก่ ารใชอ้ ย่างตอ่ เนอื่ งทุกวนั พบว่าประมาณรอ้ ยละ 10 มีโอกาส เสพตดิ ได้ และเม่อื หยุดใชย้ าจะมอี าการถอนยาได้ ▪ หลงั ใช้กญั ชาพบวา่ ผปู้ ว่ ยอาจมปี ัญหาเรือ่ งความจาในระยะสนั้ เชน่ หลงลมื ได้งา่ ย หรอื มีอาการปวดศรี ษะ แตเ่ มื่อหยดุ การใช้ ประมาณ 20 วนั จะกลับสู่ภาวะปกติ ▪ ในชว่ ง 2 เดือนแรกหลงั การเริ่มใช้ยากัญชา เมื่อตรวจการทางานของตบั (ALT) จะพบการเกดิ ตบั อกั เสบ ในกรณหี ากอาการตบั อักเสบไม่รนุ แรง สามารถใช้ยาต่อได้ แตถ่ ้ามอี าการตบั อกั เสบรุนแรง แนะนาใหห้ ยดุ ยา หรือลดขนาดยา เพอื่ ป้องกันการเกดิ ตับอกั เสบ ในระยะยาว ▪ ผ้เู ช่ยี วชาญเกี่ยวกับสารเสพติดจากสาขาต่าง ๆ และรายงานทางวชิ าการ พบวา่ กัญชามผี ลกระทบตอ่ รา่ งกายเก่ียวกบั ระบบหัวใจ และหลอดเลือด ผลตอ่ อาการติดยา นอกจากกระทบต่อการใช้ชีวิตตามปกตแิ ล้ว กัญชายังมีโทษต่อทกุ ส่วนของร่างกาย ผ้เู สพ กัญชา รา่ งกายจะเสอื่ มโทรม ทาลายระบบภูมคิ มุ้ กนั ของรา่ งกาย และทาลายสมอง ก่อให้เกดิ ความเสยี่ งต่อโรคมะเร็งปอด ทารา้ ย ทารกในครรภ์ มีผลกระทบตอ่ ทางเดินหายใจ หัวใจ และหลอดเลอื ด กญั ชาจะเพิ่มอตั ราการเต้นของหัวใจเร็ว เมอื่ ใช้กัญชาใน ปริมาณมาก และยาวนานต่อเน่อื งไมส่ ามารถควบคุมอาการ ตดิ ยาได้ ท่ีมา: บทความ กญั ชา กญั ชา เป็นยาวเิ ศษ จรงิ หรอื อจ. วชิ ย โชคววิ ฒน สถาบนั พฒั นาการคมุ้ ครองการวิจยั ในมนษุ ย์ สถาบนั วิจยั ระบบสาธารณสขุ

ผลไม่พงึ ประสงค์ระยะยาว การเสพกญั ชาอยา่ งหนักและระยะยาวอาจกอ่ ผลทางรา่ งกาย จติ ใจ พฤติกรรม และ สังคม และอาจสัมพันธก์ บั โรคตบั ปอด หัวใจ และหลอดเลอื ด ท่ีมา: บทความ กญั ชา กญั ชา เป็นยาวเิ ศษ จรงิ หรอื - ระหว่าง พ.ศ.2558-2562 พบว่าผู้ใช้กัญชาทดแทนสารออกฤทธิ์ต่อจิต อจ. วชิ ย โชคววิ ฒน สถาบนั พฒั นาการคมุ้ ครองการวิจยั ในมนษุ ย์ สถาบนั วิจยั ระบบสาธารณสขุ ประสาทอื่น ได้แก่ ยากลุ่มโอปิออยด์ แอลกอฮอล์ และบุหรี่ ส่วนมากใช้ กัญชาแล้วไมส่ ามารถลดหรอื เลกิ ท้งั แอลกอฮอล์ และบุหรไ่ี ด้ - ผลของการสูบกัญชาต่อระบบหายใจ พบวา่ ผูส้ บู กัญชาจํานวนมากเป็นประจํา สัมพันธก์ บั อาการไอ มีเสมหะมาก มีเสียงวี้ดในปอด และอาการอ่ืน ๆ ของ โรคหลอดลมอกั เสบเรือ้ รงั - พ.ศ. 2558 ยงั ไม่มขี ้อยุติว่าการสูบกัญชาเพิ่มความเส่ียงต่อมะเร็งปอดหรือไม่ เชือ่ วา่ การสูบกัญชาขนาดน้อยหรือปานกลางไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งปอด หรือมะเร็งทางเดินหายใจส่วนบน โดยทั่วไปพบว่า ความเสี่ยงต่อโรคแทรก ซ้อนทางปอดในผู้สูบกัญชาเปน็ ประจําต่ํากวา่ ผูส้ ูบบุหร่ีมาก - มีหลักฐานบางชิ้นจากรายงานผู้ป่วยพบว่า การใช้กัญชาอาจทําให้เกิดภาวะ ทางหวั ใจ และหลอดเลอื ดทร่ี ้ายแรงถงึ ตายไดใ้ นประชากรอายุน้อยท่ีไม่เคยถูก วินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด การสูบกัญชายังพบว่า เพ่ิมความ เสี่ยงจากภาวะกล้ามเนือ้ หวั ใจตายได้ 4.8 เท่า หลงั เสพ 60 นาที

สบู กญั ชาแลว้ ปากแหง้ ตาแดง หัวใจเต้นเร็ว ? • ปากแหง้ (Cotton mouth/Dry mouth) พบไดเ้ กอื บ 70% ในผ้สู ูบกัญชา ขณะทผี่ ู้สบู บุหรพี่ บไมถ่ งึ 20% เนอื่ งจากสารเมาในกัญชา (THC) ไปบลอ๊ คตอ่ มนา้ ลาย (Block salivary gland) ทาใหไ้ มส่ ามารถหลั่งน้าลายออกมาไดเ้ ท่าเดิม จงึ ทาใหผ้ ใู้ ช้กัญชารสู้ กึ ปากแหง้ คอแหง้ มากกว่าปกติ • ตาแดง (Pink eye or Conjunctivitis) THC ทาให้หลอดเลอื ดและเส้นเลอื ดฝอยขยายตัว (increase vasodilation) ซ่ึงสง่ ผลใหเ้ สน้ เลอื ด ฝอยในดวงตาขยายตวั ด้วย ทาใหม้ กี ารไหลเวยี นของเลือดเข้าไปทด่ี วงตามากข้นึ จึงทาให้ตาแดง จึง เปน็ อกี เหตผุ ลหน่งึ ว่าทาไมคนเสพกญั ชาชอบใสแ่ วน่ ดา!! แต่การทีเ่ สน้ เลือดฝอยขยายตัวยงั มีข้อดี อยู่ดว้ ยเหมอื นกนั เน่อื งจากทาใหค้ วามดันตา่ ลงจึงมปี ระโยชน์ต่อผปู้ ่วยท่ีโรคต้อหนิ (Glaucoma) เพ่อื ลดความดนั ในลกู ตา แตเ่ น่ืองจากออกฤทธ์ิคอ่ นขา้ งสนั้ และอาจเกดิ การเมา จงึ มกี ารศึกษาวจิ ัย และพฒั นาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ใช้ในการนาสง่ รวมถงึ หาสารอนื่ ๆ ในกลมุ่ คานาบินอยด์ ทอ่ี อกฤทธิ์ เชน่ เดยี วกนั โดยไมม่ ผี ลต่อจติ ประสาท • หัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia) การสูบกญั ชาทาให้อัตราการเตน้ ของหัวใจเพมิ่ ขน้ึ ประมาณ 20-50 ครงั้ /นาที มีผลต้ังแต่ 20 นาที ถงึ 3 ชัว่ โมง เกดิ จากสาร THC ไปจับกบั cannabinoid receptor type 1 (CB1) ท่กี ล้ามเนื้อ หัวใจ แล้วไปกระตุ้นการทางานของระบบประสาทอตั โนมตั ิ ทาใหห้ ัวใจเตน้ เรว็ ขนึ้ ดังนนั้ ผทู้ มี่ ี ปัญหาเรือ่ งหัวใจ จงึ ไม่ควรทจี่ ะใช้กัญชาเอง ต้องไดร้ บั คาแนะนาจากแพทย์

ความผดิ ปกตเิ กี่ยวกับการเสรมิ แรง ขนาดทเี่ กิน (Overdose) ประมาณ 9% ของผู้ท่ที ดลองใช้กัญชาพบว่ามีการเสพติดตาม สาระสําคัญทอ่ี อกฤทธต์ิ อ่ จติ เกณฑ์คู่มือการวินิจฉัย และสถิติความผิดปกติทางจิต [(Diagnostic and ประสาทในกญั ชาคือ ทเี อชซี มีพษิ ต่าํ ขนาดที่จะ Statistical Manual of Mental Disorders ฉบับท่ี 4 : DSM – IV (1994)] ทาํ ให้หนตู าย 50% ต้องใชป้ ริมาณสงู มาก ผลการทบทวนในปี 2556 พบผู้ใช้กัญชาเป็นประจําทุกวันจะ ไมเ่ คยมรี ายงานการตายในคนจาก สัมพันธ์กับการเสพติด 10-20% ความเสี่ยงสูงสุดในการเสพติดพบในผู้มี การเสพกญั ชาเกนิ ขนาด ประวัติการเรียนไม่ดี มีพฤติกรรมเบ่ียงเบนในวัยเด็กและวัยรุ่น พวกชอบ กบฏ มีความสัมพันธ์ไม่ดีกับพ่อแม่ หรือผู้ที่มีประวัติพ่อแม่ติดยาหรือ ท่ีมา: บทความ กญั ชา กญั ชา เป็นยาวเิ ศษ จรงิ หรอื แอลกอฮอล์ อจ. วิชย โชคววิ ฒน สถาบนั พฒั นาการคมุ้ ครองการวิจยั ในมนษุ ย์ สถาบนั วจิ ยั ระบบสาธารณสขุ ผู้ที่ใช้กัญชาเป็นประจําทุกวันราว 50% มีอาการ “เส้ียน ยา’’ ระหว่างเลิกยา (คือ เสพติด) ได้แก่ นอนไม่หลับ ฉุนเฉียว กระวน กระวาย (dysphoria) และอยากยา (craving) การถอนกัญชาจะยาก น้อยกว่าการเลิกเหล้า ตามเกณฑ์ DMS-5 (2013) 9% ของผู้ใช้กัญชา จะเกิดอาการผิดปกติน้อยกว่าโคเคน (20%) แอลกอฮอล์ (23%) และนโิ คตนิ (68%)

ผลกระทบตอ่ ครอบครวั 1) ทำลำยควำมสขุ ภำยในบำ้ น ส่งผลกระทบต่อสภำพจติ ใจของสมำชกิ ในครอบครวั เป็นเหตใุ หเ้กดิ ปญั หำต่ำง ๆ ตำมมำ อำจทวีควำม รุนแรงทำใหค้ รอบครวั แตกแยก 2) สูญเสยี รำยไดข้ องครอบครวั เน่อื งจำกมรี ำยจ่ำยเพม่ิ ข้นึ จำกกำรซ้อื ยำเสพตดิ หรือบำบดั รกั ษำผูท้ ต่ี ดิ ยำเสพตดิ 3) พ่อ แม่ ผูป้ กครอง ขำดทพ่ี ง่ึ ในยำมเจบ็ ป่วย หรือชรำภำพ 4) ทำลำยช่อื เสยี งวงศต์ ระกูล และเป็นทร่ี งั เกยี จของสงั คม 5) ทำใหค้ รอบครวั เดอื ดรอ้ น เพรำะคนในครอบครวั ทม่ี ปี ญั หำยำเสพตดิ มกั จะก่ออำชญำกรรม 6) ครอบครวั ทม่ี ผี ูเ้สพกญั ชำ มกั ไดร้ บั ควำมเดอื ดรอ้ นในทกุ ดำ้ น เช่น กำรขำดควำมรบั ผดิ ชอบต่อหนำ้ ทน่ี ำไปสู่ควำมขดั แยง้ ทะเลำะววิ ำท ก่อใหเ้กดิ ควำมเครียด และตอ้ งแกไ้ ขปญั หำบอ่ ย ๆ 7) ทำใหส้ ูญเสยี สมรรถภำพกำรทำงำน กำรเสพกญั ชำมโี อกำสถูกปลดออกจำกงำนมำกกวำ่ ปกติ ทำใหเ้กดิ ผลกระทบต่อครอบครวั ทง้ั ทำง เศรษฐกจิ และสงั คม เสยี ทรพั ยส์ นิ รำยไดข้ องครอบครวั เน่อื งจำกตอ้ งซ้อื กญั ชำมำเสพ และรกั ษำโรคทเ่ี กดิ จำกกญั ชำ

ผลกระทบตอ่ ชุมชน และสงั คม 1) ก่อใหเ้กดิ ปญั หำอำชญำกรรมต่ำง ๆ ในชมุ ชน 2) เป็นบอ่ เกดิ ใหช้ มุ ชนเสอ่ื มโทรม สงั คมถกู ทำลำย 3) ทำลำยเยำวชน อนั เป็นกำลงั สำคญั ในกำรพฒั นำชมุ ชน และสงั คม 4) สูญเสยี รำยได้ ทำใหก้ ำรพฒั นำชมุ ชน และสงั คมในดำ้ นต่ำง ๆ เป็นไปอย่ำงเชอ่ื งชำ้ 5) ทรพั ยส์ นิ ของคนในชมุ ชน และสงั คมเสยี หำย เน่อื งจำกพฤตกิ รรมทำงจติ ประสำท 6) ก่อใหเ้กดิ ปญั หำอบุ ตั เิ หตเุ น่ืองจำกฤทธ์ขิ องกญั ชำ 7) ปญั หำกำรเสพกญั ชำ ก่อใหเ้กดิ ควำมหวำดระแวงจำกประชำชน และสงั คมเป็นวงกวำ้ ง เน่อื งจำกเกรงวำ่ บตุ รหลำนจะเขำ้ ไปเก่ยี วขอ้ งกบั กญั ชำ หรือถกู ประทษุ รำ้ ยจำก ผูเ้มำกญั ชำ หรอื มคี วำมผดิ ปกตทิ ำงจติ จำกกำรใชส้ ำรเสพตดิ กญั ชำ จะเหน็ ไดว้ ำ่ กำรเสพกญั ชำและกญั ชงทำใหม้ ผี ลกระทบต่อครอบครวั ทำลำยควำมสขุ ในบำ้ น เป็นทร่ี งั เกยี จของชมุ ชน ทำลำยช่ือเสยี งวงศต์ ระกูล อำจเพม่ิ ควำมรุนแรงถงึ ขน้ั เกดิ ปญั หำอำชญำกรรมต่ำง ๆ ในชมุ ชน และสงั คมตำมมำได้

ผลกระทบต่อสงั คม ปรมิ าณผเู้ สพกญั ชาทวั่ โลก (global prevalence) มี ประมาณ 13.1 ลา้ นคน โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ท่ี สหรฐั อเมรกิ า และทท่ี วปี แอฟรกิ า มรี ายงานวา่ ผปู้ ่วยประมาณรอ้ ยละ 31 ทม่ี ารบั บรกิ ารทแ่ี ผนก ฉุกเฉนิ ในสวติ เซอรแ์ ลนด์ มาดว้ ยปัญหาจากการใชก้ ญั ชารายงานของประเทศสหรฐั อเมรกิ าระบวุ า่ กว่า หน่งึ ในสามของผขู้ บั ขท่ี ป่ี ระสบอุบตั เิ หตุรา้ ยแรงบนทอ้ งถนน มปี ระวตั เิ สพกญั ชากอ่ นหรอื ระหว่างขบั ข่ี สอดคลอ้ งกบั การศกึ ษาในแคนาดาซง่ึ พบว่าการเสพกญั ชาเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด อบุ ตั ิเหตบุ นท้องถนน มากกวา่ 4 เท่า  ในแงข่ องการทางาน เป็นทท่ี ราบกนั ดวี ่า การเสพกญั ชามผี ลลดความฉบั ไวของการตดั สินใจ และ ส่งผลเสยี ต่อสมองดา้ นความคดิ และความจา อย่างไรกต็ ามการศกึ ษา ของ Wadsworth และคณะ (2006) ระบุว่าแมก้ ารเสพกญั ชาจะทาใหก้ ารตดั สนิ ใจและการทางานของสมองส่วนความคดิ ของผเู้ สพ บกพรอ่ งไป แต่ไมไ่ ดท้ าใหเ้ กดิ การทางานผดิ พลาดมากกวา่ ผทู้ ไ่ี มไ่ ดเ้ สพอยา่ งมนี ยั สาคญั ฯ  Compton และคณะ (2014) ระบุวา่ ผทู้ เ่ี สพกญั ชามโี อกาสถกู ปลดออกจากงานมากกว่าปกติ ในแงข่ องการศกึ ษานกั เรยี นทใ่ี ชก้ ญั ชา มแี นวโน้มทจ่ี ะใชเ้ วลาเพอ่ื จะเรยี นจบมหาวิทยาลยั นาน กวา่ ผทู้ ไ่ี มไ่ ดเ้ สพกญั ชา และมกั มีผลการเรียนท่ีด้อยกวา่ ระพพี งศ์ สุพรรณไชยมาตย์ และโชษติ า ภาวสุทธไิ พศฐิ . ประโยชนแ์ ละโทษทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ จากการใชก้ ญั ชาในทางการ แพทยแ์ ละการเปิดเสรกี ารใชก้ ญั ชา [อนิ เตอรเ์ นต]. 2561 [เขา้ ถงึ เม่อื 9 เมษายน 2562]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : http://ihppthaigov.net/DB/publication/attachdomestic/291/Full-text.pdf

ผลกระทบต่อสงั คม ผลการวจิ ยั ในประเทศสหรฐั อเมรกิ าชใ้ี หเ้ หน็ ว่าการใชก้ ญั ชาในเดก็ ซง่ึ รอ้ ยละ ผทู้ ใ่ี ชก้ ญั ชาอยา่ งต่อเน่ืองหรอื มปี ระวตั ใิ ชก้ ญั ชาตงั้ แต่อายุ 60 ของเดก็ ทใ่ี ช้ กญั ชาทกุ วนั กอ่ นอายุ 17 ปี มแี นวโน้มทจ่ี ะเรยี นจบใน น้อยกวา่ 18 ปี*** มี IQ ลดลงมากกวา่ ผทู้ ไี่ มไ่ ดใ้ ชอ้ ย่าง ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาน้อยกว่าผทู้ ไ่ี มเ่ คยใช้ ต่อเน่อื ง หรอื ผทู้ เ่ี รม่ิ ใชต้ อนเป็นผใู้ หญ่ เดก็ ทใ่ี ชก้ ญั ชาทกุ วนั มโี อกาสตดิ มากกว่าเดก็ ทไ่ี มเ่ คยใชก้ ญั ชาถงึ 18 เทา่ และมแี นวโน้มทจ่ี ะฆา่ ตวั ตายมากกว่าถงึ 7 เท่า  กญั ชาเป็นหนทางไปส่กู ารใชย้ าเสพตดิ ชนดิ รนุ แรงอน่ื ๆ หรอื ไม่ พบวา่ กลมุ่ เยาวชนทม่ี ปี ัญหา (กลุ่มเลก็ ) จะมคี วามเสย่ี งเป็นสองเทา่ อยา่ งมนี ยั สาคญั ใน การเรม่ิ ตน้ ใชย้ าเสพตดิ ทร่ี ุนแรงกว่ากญั ชา กญั ชาแมจ้ ะมคี ณุ ประโยชน์ทางการรกั ษาแต่เมอ่ื นามาใชใ้ นเดก็ กลบั มี แนวโน้มเป็นอนั ตรายมากกวา่ ผลดี ดงั นนั้ จงึ เหน็ ควรมกี ฎหมายควบคมุ การ ใชก้ ญั ชาในเดก็ ตามอายทุ ่ี เหมาะสม แมว้ ่าจะเป็นการใชเ้ พอ่ื ประโยชน์ทาง การแพทย์ พีรพจน์ ปิ่นทองดี. กญั ชา : กฎหมายยาเสพตดิ อนั เป็นอปุ สรรค ตอ่ การพฒั นากญั ชาการแพทย์ [อนิ เตอรเ์ นต]. 2561 [เขา้ ถงึ เม่อื 9 เมษายน 2562]. https://archives.drugabuse.gov/news-events/nida-notes/2013/08/early- เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : file:///C:/Users/LENOVO/Downloads/136247-Article%20Text-382409-4-10-20181228.pdf onset-regular-cannabis-use-linked-to-iq-decline http://ihppthaigov.net/DB/publication/attachdomestic/291/Full-text.pdf

ผลกระทบตอ่ ประเทศชาติ 1.4.1 ดำ้ นเศรษฐกจิ 1) ทำลำยเศรษฐกจิ และควำมมนั่ คงของประเทศชำติ 2) เพม่ิ ภำระกำรเสยี ภำษขี องประชำชน เพรำะรฐั บำลตอ้ งนำภำษขี องประชำชนไปใชจ้ ่ำยในกำรแกไ้ ขปญั หำยำเสพตดิ 3) กำรพฒั นำเศรษฐกจิ ของประเทศเป็นไปอยำ่ งเช่อื งชำ้ สง่ ผลต่อกำรพฒั นำประเทศในภำพรวม 4) สูญเสยี แรงงำนในกำรปฏบิ ตั งิ ำนทำใหป้ ระเทศขำดรำยได้ 1.4.2 ดำ้ นสงั คม ประเทศชำตติ อ้ งเสอ่ื มเสยี ช่อื เสยี ง และเกยี รตภิ มู ใิ นสำยตำของชำวต่ำงประเทศ 1.4.3 ดำ้ นควำมมนั่ คง 1) รฐั บำลตอ้ งสูญเสยี กำลงั เจำ้ หนำ้ ท่ี และค่ำใชจ้ ่ำยในกำรป้องกนั ปรำบปรำม และรกั ษำ ผูต้ ดิ ยำเสพตดิ จำนวนมำก 2) สูญเสยี ทรพั ยำกรมนุษยท์ ม่ี คี ุณภำพสำหรบั กำรพฒั นำประเทศ 3) ผูท้ ไ่ี มป่ ระสงคด์ อี ำจใชก้ ญั ชำและกญั ชงเป็นเคร่ืองมอื บ่อนทำลำยควำมมนั่ คงของประเทศชำติ 1.4.4 ดำ้ นกำรเมอื ง อำจทำใหเ้กดิ ขอ้ ขดั แยง้ ทำงกำรเมอื ง หรือควำมไมส่ งบระหวำ่ งประเทศ

ขอ้ ควรระวงั และอาการข้างเคยี งในการใชก้ ัญชา !! *ไมค่ วรทางานใกล้ เคร่อื งจกั รหรือขบั รถ หลงั จากใชย้ ากญั ชา !! การถอนพษิ เบอื้ งตน้ ● กนิ นา้ มะนาวผสมน้าผ้ึง หรอื น้าตาลทราย หากเป็นเบาหวาน ใส่นา้ ผง้ึ หรอื น้าตาล นอ้ ยลงหน่อย ● ชงรางจดื ดืม่ วนั ละ 3 เวลา สาหรับอาการ โคงเคลง เวยี นศรีษะจะดขี น้ึ เป็นระยะๆ ภญ. ดร. สภุ าภรณ์ ปิตพิ ร

พระราชบญั ญตั ิยาเสพติดให้โทษ (ฉบบั ที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ จดั กญั ชาเป็นยาเสพตดิ ใหโ้ ทษประเภทท่ี ๕ แต่อนุญาตใหใ้ ชก้ ญั ชาเฉพาะในทางการแพทย์ เพื่อการดแู ลรกั ษาผปู้ ่ วย และการศกึ ษาวิจยั ดด้

สารสกดั กญั ชาใชท้ างการแพทย์ แบง่ ออกเป็น 3 ชนดิ 1. สารสกดั กัญชาไดป้ ระโยชน์ในการ 2. สารสกัดกัญชาน่าจะได้ประโยชน์ 3. สารสกัดกัญชาอาจมีประโยชน์ใน รั ก ษ า ซ่ึ ง มี ข้ อ มู ล ท า ง วิ ช า ก า ร ในการควบคุมอาการ ซ่ึงควรมี การรักษา แต่ยังขาดข้อมูลจาก สนบั สนุนชัดเจน ข้อมูลทางวิชาการสนับสนุนหรือ ง า น วิ จั ย ส นั บ ส นุ น ท่ี ชั ด เ จ น วิจัยเพิ่มเติม ในประเด็นความ เพียงพอในด้านความปลอดภัย • ภาวะคล่ืนไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมี ปลอดภัย และประสิทธิผลเพ่ือ และประสิทธผิ ล ซึ่งต้องศึกษาวิจัย บาบดั สนบั สนุนการนามาใช้ อาทิ ในหลอดทดลองและสัต์ทดลอง ก่อนนามาศึกษาวิจัยในมนษุ ย์ • โรคลมชกั ทรี่ ักษายากในเด็กและโรคลมชักท่ี • โรคพาร์กินสัน ดือ้ ยา • โรคอลั ไซเมอร์ • การรักษาโรคมะเร็งชนดิ ต่างๆ • โรควติ กกงั วลท่ัวไป • ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง ในผู้ป่วยปลอก • ผ้ปู ว่ ยท่ีต้องดูแลแบบประคับประคอง ประสาทเส่ือมแข็ง • ผปู้ ว่ ยมะเรง็ ระยะสดุ ทา้ ย • ภาวะปวดประสาทที่ใช้วิธีการรักษาอื่น ๆ แล้วไมไ่ ด้ผล การนาสารสกดั กญั ชามาใชป้ ระโยชน์ในทางการแพทย์ จาเปน็ ตอ้ งคานึงถงึ ประสิทธผิ ลและความปลอดภยั เปน็ สาคญั เพ่อื ใหผ้ ปู้ ่วยได้รบั ประโยชน์สูงสุด



กัญชาและกญั ชงในการแพทยแ์ ผนไทย และการแพทยท์ างเลอื ก ดร. ภญ. สุภาภรณ์ ปิตพิ ร กลมุ่ งานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจา้ พระยาอภยั ภเู บศร

Outline • ประวัติความเปน็ มาการใช้กญั ชาเปน็ ยาทางการแพทยใ์ นตา่ งประเทศ • ประวตั ิความเปน็ มาการใชก้ ัญชาในการแพทยแ์ ผนไทย • ตารบั ยาแผนไทยทม่ี ีกญั ชาผสมปรุงอยู่ 16 ตารบั • ภมู ิภูเบศรรวบรวมและเผยแพรภ่ ูมปิ ญั ญาไทย • ภูมปิ ญั ญาหมอพ้นื บา้ น นายเดชา ศริ ภิ ัทร



ประวตั ิความเปน็ มาการใช้กัญชาเป็นยาทางการแพทยใ์ นต่างประเทศ การแพทย์อายรุ เวท ในอินเดยี มกี ารใชก้ ัญชาท้งั ทางศาสนาและการแพทย์ เปน็ หนงึ่ ใน 5 พืชทศ่ี ักดิส์ ทิ ธ์ิ มีการใช้เหล้าทผี่ สมกญั ชาเพ่ือบูชาเทพเจ้า ในอายุรเวทมศี พั ทท์ ่ีเรยี กกัญชาท่ีแตกต่างกนั เช่น Bhang (ฤทธิ์ออ่ นสดุ มีแต่ใบแห้งเปน็ ส่วนประกอบ) Ganja (ประกอบดว้ ยดอกเพศเมียที่มเี รซินตดิ อยู่ มฤี ทธ์ิเทยี บเทา่ sinsemilla) ตามองค์ความรูด้ ง้ั เดมิ กัญชามีรสขม เพ่ิมธาตุไฟ มีคุณสมบัติร้อน มีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว บารุงสมองในแง่ของเพิ่มการส่งสัญญาณประสาท ถูก บนั ทกึ ในคัมภีรโ์ บราณว่ามฤี ทธ์ิ \"antithetical“ คือ สามารถเปลย่ี นเปน็ ฤทธ์ติ รงขา้ มไดใ้ นเวลาไม่นาน เช่น ที่ขนาดต่าจะทาให้มีความคิดรวดเร็ว แต่ขนาดสูงก็อาจทาให้เกิดภาวะง่วงนอน ในอายุรเวทเป็นยาเพิ่มปิตตะ (activating, heating, metabolic functions) ยาที่เพิ่มปิตตะ นอกเหนือจากการเพ่ิมไฟแลว้ ยงั กระตนุ้ การทางานของตบั เนอื่ งจากตับเป็นท่ีต้ังของไฟ เพิ่มไฟย่อยในกระเพาะ รวมทั้งช่วยขับเสมหะและลด การสร้างสารคดั หลั่งตา่ งๆ มฤี ทธิ์ขบั ปัสสาวะ

การใชก้ ัญชาในทางการแพทย์อายรุ เวท ตารับทีเ่ ขา้ กัญชามีการผสมกบั เครอ่ื งยาอ่นื หากต้องการใหอ้ อกฤทธติ์ ่อจติ และประสาท กจ็ ะมสี ่วนประกอบของสมุนไพรทอี่ อกฤทธิ์ต่อจติ ประสาทอืน่ ๆ เชน่ ฝ่นิ , datura, บหุ ร,่ี เหลา้ , โกฐกะกลง้ิ เพอื่ ให้เสริมฤทธก์ิ ัน ออกฤทธ์ิไดห้ ลายกลไก ส่วนตารับที่ต้องการฤทธ์อิ น่ื ๆ กม็ สี ว่ นประกอบของ สมนุ ไพรท่ีมฤี ทธติ์ ามท่ีตารบั ตอ้ งการ ตารบั ทีม่ กี ารใช้บอ่ ยๆ • ตารบั bhang ผสมกบั ghee (clarified butter), พริกไทย และเมล็ดฝิ่น ใช้สาหรบั ทอ้ งเสีย • ตารบั bhang ผสมกับขมิน้ ชนั หัวหอม และ warm gingilie oil ทาหวั รดิ สีดวง • มีตารบั ยาทีธ่ าตุวัตถุ คือ ผสมกบั เกลือ เพ่อื รกั ษาอาการทอ้ งเสยี • สว่ นสตั ว์วัตถทุ ่ผี สมในตารับบ่อยคือ น้าผึง้ นมและเนย ตารบั ในอนิ เดียจานวนมากทผ่ี สมพริกไทยและน้าผึ้ง เพราะเชอ่ื ว่า สมนุ ไพทงั้ สองมฤี ทธ์ิตา้ นฤทธ์กิ ญั ชา (Touw, 1981)

การใชก้ ัญชาในทางการแพทยอ์ ายรุ เวท • อินเดียมีตารบั ยาทผ่ี สมกญั ชา 191 ตารับ ใชท้ ั้งภายในและภายนอก • สว่ นใหญใ่ ชใ้ บท่ีผ่านการสะตุ ขนาด 125-250 มก. โดยสะตุตามกรรมวิธใี นคมั ภีร์ โดยกระบวนการสะตุ (Purification) ของกญั ชามอี ยู่ 4 วิธี 1. ห่อใบกญั ชาในผา้ , ล้างจนกวา่ สีเขียวของใบจะซมึ ออกมา จากนัน้ นาไปตากในท่รี ม่ 2. นาใบแห้งมาล้างและค้ันเอานา้ นาไปตากกลางแดด ค่วั กบั Cow’s clarified butter 3. นาใบมาหมักกับนมวัวเป็นเวลา 3 ชั่วโมง แล้วล้าง ทาให้แห้งก่อนนามาคั่วกับ Cow’s clarified butter 4. นาใบมาหมกั กบั ยาตม้ ของเปลือก Acacia arabica ใชค้ วามรอ้ นปานกลาง เป็นเวลา 12 นาที แลว้ นาไปทาใหแ้ ห้งใต้แสงแดด แล้วนามาบดผสมกับนมวัวและไปทาให้แหง้ (Acharya et al, 2015)

การใช้กญั ชาในทางการแพทยอ์ ายรุ เวท ส่วนทท่ี าให้เสพตดิ มากท่สี ดุ อยใู่ นส่วนของ charas คือ resin ที่ได้มาจากสว่ นของใบ, กา้ นดอก และผล มีการใช้ ในทางอายรุ เวทสามารถกระตุ้น psychiatric states, manic states ใช้แบบ short term รกั ษาการนอนไมห่ ลับ แบบเรอ้ื รัง ใช้รกั ษาอาการปวดแบบเร้อื รังในระยะสดุ ทา้ ยของโรคมะเร็งและวัณโรค และในการรักษาอาการไอ แบบเร้ือรงั เช่น ไอกรน และในผู้ป่วยมะเรง็ ปอดแพทย์นิยมใช้กญั ชามากกว่าฝน่ิ เนอ่ื งจากไมท่ าใหเ้ กดิ การคลืน่ ไส้ อาเจียน ไม่กดความอยากอาหาร และไมท่ าให้เกิดอาการทอ้ งผูกหรอื ปวดหัว (Touw, 1981)

การใช้กัญชาในทางการแพทยแ์ ผนจีน ❖ บันทึกในตารา Essential Techniques for the Welfare of the People (Qi Min Yao Shu) มานานกวา่ 2,000 ปี ❖ ใชเ้ สน้ ใยเพอ่ื ใชท้ าเครือ่ งนุ่งหม่ และสงิ่ ของ อาหารและยา ❖ ระบถุ งึ เทคนิคการปลูกพืช ❖ แตไ่ ม่ไดแ้ บง่ อย่างชดั เจนว่าเปน็ กญั ชาหรือกญั ชง มีกลิ่นฉุน มีคุณสมบัติทาให้สมดุล ด้วยการปรับปัจจัยท้ังห้า (การใช้สายตามากเกินไป นอนน่ัง ยืน และออกกาลังกายมากเกินไป) และเจ็ดปัจจัยแห่งการทาลายล้าง (กินมากเกินไป ด่ืมหรือกินของเย็น อากาศ เปลี่ยนแปลง เพลีย และกลัว) ช่วยลดเลือดและพลังความเย็น มีคุณสมบัติ quickening the blood จึง นามาใช้รกั ษาหลากหลายโรค ในตาราการแพทย์ด้ังเดิมมีการระบวุ ่าการใชก้ ัญชาในปรมิ าณท่ีมากเกินไปจะทา ใหม้ ีผลต่อจิตใจเชน่ การเหน็ ภาพหลอน “มีการระบวุ า่ ดอกมพี ิษ”

การใช้กัญชาในทางการแพทย์แผนจนี เสน้ ใยและเมล็ด ถูกนามาใช้ประโยชนม์ ากที่สดุ • เมลด็ ชว่ ยใหค้ วามชมุ่ ชนื้ กบั ลาไส้ ชว่ ยเปน็ ยาระบาย ระบใุ น Chinese Pharmacopeia และมกี ารใชจ้ ริงในทางคลินิก • ใช้ดอกเพศเมีย (female inflorescence), ใบ, ราก รวมถึงแกนกลางต้น รสของเมลด็ กญั ชา มีรสหวาน (neutral/ mild properties) ใช้ในอาการที่เก่ียวกับกระเพาะ ม้าม และลาไส้ใหญ่ เมล็ดกัญชานามาแช่น้า เลือกเฉพาะเมล็ดท่ีจมค่ัวจนมีกลิ่นใน ภาชนะทที่ าด้วยเงิน บดเปน็ ผง ต้มกบั แอลกอฮอล์ รับประทาตอนท้องว่าง ช่วยใน ภาวะลมท่เี ป็นพิษ การกินเมล็ดดิบอาจทาให้มีอาการทางประสาท ปัจจุบันมีการ ใช้เพยี งเมล็ดกัญชาในตารับยา Huo Ma Ren เพ่ือรักษาอาการท้องผูก ในใต้หวัน ท้ังตารับเมล็ดกัญชาและสารสกัดของเมล็ดกัญชาถูกสั่งจ่ายมากในระบบประกัน สุขภาพ มกี ารศกึ ษาวจิ ยั RCT พบวา่ ได้ผลดี (Cheng et al, 2011) เมล็ดกัญชาถือ วา่ เป็นอาหารอายุวัฒนะ

การใชก้ ัญชาในทางการแพทย์แผนจนี รากกัญชา ใช้สาหรับลดอาการปวด การศึกษาในปัจจุบันพบว่า สารสาคัญ ช่ือ friedelin ท่ีแยกออกจากรากมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และ ช่วยปกป้องตับ สารอีกชนิดหนึ่ง pentacyclic triterpene ketones มีฤทธิ์ต้านจุลชีพและต้านการอักเสบ ในรากยังมี ปริมาณสาร choline ท่ีมีฤทธ์ิทางชีวภาพมากมาย อาทิ การ บารงุ ระบบประสาท การปลุกพลงั งานและการพฒั นาของสมอง (Natasha et al, 2017)

การใช้กญั ชาในองค์ความรู้ด้งั เดิมแผนตา่ งๆ เปรยี บเทยี บการใชป้ ระโยชนข์ องกัญชาในองคค์ วามรดู้ ัง้ เดิมแผนต่างๆ หวั ขอ้ การแพทยแ์ ผนไทย การแพทยแ์ ผนจนี การแพทยอ์ ายุรเวท ผลตอ่ สรรี วิทยา เพ่มิ ไฟในระบบต่างๆ ส่วนทใี่ ช้ประโยชน์ ทาใหล้ มเคลือ่ นดีข้นึ ลดพลงั เย็น ใบ ดอก การสะตุ (purification) ระบุไวว้ ่ามี 4 วธิ ี แตไ่ ม่ได้ระบวุ า่ ใบ ดอก กงิ่ กา้ น เมลด็ ราก ใบ ในตารับใดบ้าง มี แตไ่ ม่ชดั เจนวา่ ในตารบั ไม่ได้ระบุ ใดบ้าง การใชใ้ นระบบบริการ กาลงั จะนามาใช้ มกี ารใช้ตารบั ท่มี ีสว่ นประกอบ ไม่มีการนามาใช้ เนอื่ งจากเปน็ ของผลแหง้ ยาเสพติด

ประวัติความเป็นมาการใชก้ ัญชาในการแพทย์แผนไทย กญั ชา พบเปน็ ยาแต่สมยั พระนารายณ์มหาราช • ในสงั คมไทยกญั ชาถูกใช้ทางการแพทย์มามากกวา่ 300 ปี จากตาราพระโอสถพระ นารายณ์ ในทางการแพทย์แผนไทยกญั ชาเป็นถกู ใชเ้ ป็นเคร่ืองยาทีใ่ ช้ร่วมกบั สมนุ ไพรอน่ื ๆ ในความรู้ทางการแพทยแ์ ผนไทยนน้ั ไม่มีการใชก้ ัญชาเปน็ ตวั ยาเด่ยี ว • กญั ชาเปน็ ยาท่แี ก้สมมฏุ ฐานวาตะ เชน่ อาการนอนไมห่ ลบั อาการทางลม เส้นประสาท ลมจากอารมณ์ เป็นต้น • ส่วนของกัญชาทใ่ี ช้ในทางการแพทย์แผนไทย ได้แก่ ใบ ดอก เมล็ด ยอดอ่อน รวมทัง้ ทัง้ ต้นด้วย รปู แบบยาท่ใี ช้กม็ ีความหลากหลาย เช่น การบดเปน็ ผง การหม่า (แช่) กบั เหลา้ การเคีย่ วกบั น้ามัน การตม้ รมควนั พอกแผล หรือแม้กระท่ังการสบู เอาควนั • แพทยแ์ ผนไทยหลายทา่ นมีความเหน็ ตรงกนั ว่า กญั ชาท่ใี สใ่ นตารับยาแผนไทย นา่ จะชว่ ย เรอื่ งคณุ ภาพชวี ิต คอื เสริมฤทธิย์ าอ่ืน ทาให้กนิ ขา้ วได้ นอนหลับ เนอ่ื งจากตารับส่วนใหญ่ ใสใ่ นปรมิ าณไม่มาก


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook