Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรแกนกลาง_1539205573

หลักสูตรแกนกลาง_1539205573

Description: หลักสูตรแกนกลาง_1539205573

Search

Read the Text Version

141 4. การออกกาลงั กายประกอบเสยี งดนตรีมีผลตอ่ สขุ ภาพอย่างไร ก. ผ่อนคลาย ข. ออกกาลงั กายได้นาน ค. ชอบการออกกาลงั กาย 5. เพื่อนชวนไปทดลองเสพสารเสพตดิ นักเรียนจะปฏิบตั อิ ยา่ งไร ก. ปฏิเสธ ข. ไปแตไ่ มท่ ดลองเสพ ค. ให้ข้อมลู แกเ่ พื่อนเพื่อตดั สนิ ใจ หมายเหตุ แบบท ดสอบนี เ้ ป็ นการทด สอบบูรณาการเน้ น กระบวนการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน และได้ผ่านการตรวจสอบ จากผู้เช่ยี วชาญเรียบร้อยแล้ว

142 แบบประเมินความมีวนิ ัย คาชีแ้ จง 1. แบบประเมินนีม้ ีผู้ประเมิน 3 ฝ่าย คือ ตนเอง เพ่ือน และครู ข้อมลู การประเมินมาจาก 3 ฝ่าย เพ่ือพิจารณาในการตดั สินผลการประเมิน 2. จงเขยี นระดบั คะแนนลงในชอ่ งผลการประเมิน ดงั นี ้ 1 คะแนน หมายถึง แสดงพฤติกรรมเม่ือได้รับคาสง่ั 2 คะแนน หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมเมื่อได้รบั การกระต้นุ 3 คะแนน หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมด้วยตนเอง ผลการประเมิน ชอ่ื – สกุล ตงั้ ใจ ปฏิบตั งิ าน อดทน รบั ผดิ ชอบ รวม ในการ บรรลุ ต่อสิง่ ยว่ั ยุ ตอ่ ตนเอง เรียนรู้ เป้าหมาย และส่วนรวม

143 แบบประเมินจติ อาสา คาชีแ้ จง 1. แบบประเมินนีม้ ีผู้ประเมิน 3 ฝ่าย คือ ตนเอง เพื่อน และครู ข้อมลู การประเมินมาจาก 3 ฝ่าย เพื่อพิจารณาในการตดั สนิ ผลการประเมิน 2. จงเขียนระดบั คะแนนลงในชอ่ งผลการประเมิน ดงั นี ้ 1 คะแนน หมายถึง แสดงพฤติกรรมเมื่อได้รับการร้องขอ 2 คะแนน หมายถงึ แสดงพฤติกรรมเม่ือได้รบั การกระต้นุ 3 คะแนน หมายถึง แสดงพฤติกรรมด้วยตนเอง ช่อื – สกุล แบง่ ปัน ผลการประเมิน ให้ความรู้สึก รวม สงิ่ ของ ให้ความ ให้คา ท่ดี ี ความคิด ช่วยเหลือ แนะนา ทางบวก

144 แบบประเมินการแก้ปัญหา กลมุ่ ที่ ....... ชอื่ ผู้เรียน 1. ……………………………………………. 2. …………………………………………..... 3. ……………………………………………. 4. ……………………………………………. คาชแี ้ จง บนั ทกึ การปฏิบตั ิงานของผู้เรียนแตล่ ะคนในกลมุ่ ตามเกณฑ์ท่ีระบุ โดยเขียนเลขระบรุ ะดบั คณุ ภาพ 1 คะแนน หมายถงึ ลงมือปฏิบตั ไิ ด้เมื่อมีตวั อย่าง 2 คะแนน หมายถงึ ลงมือปฏิบตั ิได้เมื่อได้รับคาแนะนา 3 คะแนน หมายถึง ลงมือปฏิบตั ิอย่างเป็นระบบได้ด้วยตนเอง เลขทีข่ องผ้เู รียน รายการ เลขท่ี 1 เลขที่ 2 เลขท่ี 3 เลขที่ 4 1. แสดงความเข้าใจปัญหา 2. วางแผนและลงมือปฏบิ ตั ิ 3. ใช้ความพยายามในการทางาน 4. อธบิ ายวิธกี ารแก้ปัญหา 5. แสดงผลการทางาน ได้อยา่ งชดั เจน รวมคะแนน (15 คะแนน)

145 แบบประเมินการคดิ วิเคราะห์ คาชีแ้ จง 1. แบบสงั เกตนีใ้ ช้สงั เกตพฤตกิ รรมของผู้เรียนเก่ียวกับ การคิดวเิ คราะห์ ซงึ่ ใช้ประเมินระหวา่ ง การเรียนร้แู ละหลงั การเรียนรู้ โดยผู้เรียน เพ่ือน ผู้สอน และผู้เก่ียวข้อง 2. จงใสต่ วั เลขในชอ่ งผลการประเมินที่สงั เกตพบจากพฤตกิ รรมของผู้เรียน ผลการประเมิน รวม ช่ือ – สกลุ การ การจดั การสรุป การประยกุ ต์ใช้ การคาดการณ์ จาแนก หมวดหมู่ อย่างสมเหตุสมผล ในสถานการณ์ใหม่ บนพืน้ ฐานข้อมลู 145

146 146 เกณฑ์การประเมินการคดิ วิเคราะห์

147 5. การวดั และประเมนิ ผลตามสภาพจริง การวัดแ ละ ปร ะเมิ น ผล เป็ นเคร่ื องมื อ ตร วจสอ บ ผลการเรียนร้ขู องผู้เรียน ทงั ้ นีเ้พ่ือการวางแผนพฒั นาผู้เรียนตลอดจน สง่ เสริมสนับสนนุ ให้เกิดการพัฒนาตามศกั ยภาพ ผลการวจิ ยั ค้นพบ วา่ หากผู้สอนวดั และประเมินผลตามสภาพจริงจะสง่ ผลทาให้ ผู้เรียน มีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนสงู ขนึ ้ ถ้าผู้สอนได้ออกแบบการประเมินท่ีมี คณุ ภาพ (quality assessment) และสะท้ อนผลการประเมินไปสู่ การพัฒนาผู้เรียนอยา่ งตอ่ เน่ือง 5.1 หลกั การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง การวดั และประเมินผลตามสภาพจริงมีหลกั การ 3 ข้อ ดงั นี ้ หลกั การวดั และประเมินผลตามสภาพจริง 1) ใช้ผู้ประเมินหลายๆ ฝ่าย (ผู้เรียน เพื่อน ตนเอง ผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้องอ่ืนๆ) 2) ใช้วธิ ีการและเครื่องมือหลายๆ ชนิด (การสงั เกต การปฏิบตั จิ ริง การทดสอบ การประเมินชนิ ้ งาน) 3) วดั และประเมินหลายๆ ครงั ้ ในชว่ งเวลาการเรียนรู้ (กอ่ นเรียน ระหวา่ งเรียน หลงั เรียน ติดตามผล)

148 5.2 หลกั การประเมินผลในชัน้ เรียนและสถานศึกษา 1) คานึงเสมอวา่ จดุ มุง่ หมายเบอื ้ งต้นของการประเมิน คอื การปรบั ปรงุ การเรียนร้ขู องผู้เรียน 2) การประเมินผลเพื่อสง่ เสริมการเรียนร้ขู องผู้เรียน 3) ระบบการประเมินมีความเป็ นธรรมสาหรับผู้เรียน ทุกคน 4) การประเมินผลได้รับความร่วมมือและการพัฒนา จากบคุ ลากรวชิ าชีพ 5) สมาชกิ ชมุ ชนมีสว่ นรว่ มในการพฒั นาการประเมินผล 6) จดั ให้มีการสอ่ื สารเกี่ยวกบั การประเมินผล อย่างสม่าเสมอและชดั เจน 7) ระบบการประเมินผลมีการทบทวนและปรับปรุง อย่างสม่าเสมอ 5.3 เกณฑ์การประเมินรูบริค (rubric scoring) การประเมินผลตามสภาพจริง เป็ นวิธีการประเมินผล ที่มีคณุ ภาพ เป็นการประเมินผลที่เน้ นการประเมินงานของผู้เรียน ที่ สัมพันธ์ กับสภาพจริ งของชีวิตประจาวันเป็ นการประเมิ น ท่ีมีความหมายตอ่ ผู้เรียน เกณฑ์การประเมินรูบริคเป็นองค์ประกอบ สาคญั ของการประเมินผลทกุ รูปแบบเกณฑ์การประเมนิ รบู ริคสะท้อน ผลการปฏิบตั งิ านของผู้เรียน

149 เกณฑ์การให้คะแนนสามารถให้นิยามได้ 2 ความหมาย ดงั นี ้ 1) ชุดของแนวทางการให้ คะแนนสาหรับการ ประเมินงานของผ้ ูเรียน 2) แนวทางการให้ คะแนนที่ใช้ ประเมินผลงาน ของผ้ ูเรี ยนสาหรับภาระงานหน่ึงๆ 5.3.1 รูปแบบเกณฑ์การประเมินรูบริค 1) มาตรวดั (scale) ที่ตอ่ เนื่องเพ่ือให้คะแนนผลงาน 2) มีคาอธิบาย (description) แตล่ ะระดับของผลงาน เพื่อให้การให้คะแนนมีความเช่อื ม่ันปอ้ งกนั การลาเอียง 3) การประเมินอาจมีลกั ษณะเป็นการประเมินแบบรวม (holistic) หรือการประเมินแบบจาแนก (analytic) 3.1) การประเมินแบบรวม มีเพียงเกณฑ์เดียวและมี คาอธิบายชดุ เดียว 3.2) การประเมินแบบจาแนก มีเกณฑ์หลายเกณฑ์ ตามมิติท่ีกาหนดไว้ มิติให้คะแนนเป็นอิสระตอ่ กนั แยกองค์ประกอบ ของการให้ คะแนน 4) การประเมินทั่วไป ใช้ในการตดั สินการปฏิบตั ิงาน แบบกว้างๆ ไม่ยดึ ตดิ กบั เนือ้ หา

150 5.3.2 ลกั ษณะเกณฑ์การประเมินรูบริค 1) ในแตล่ ะภาระงาน การประเมินต้องมีความสัมพันธ์ กับเปา้ หมายทั่วไปท่ีกาหนดไว้ มีความเฉพาะเจาะจง และมีประโยชน์ กบั ภาระงานนนั ้ ๆ 2) ควรจาแนกเกณฑ์แตล่ ะเกณฑ์ให้ชดั เจน 3) มีการวิเคราะห์ตวั อย่างภาระงานหลายๆ ตวั อย่าง และควรกาหนดชว่ งระดบั เท่าใดจงึ จะมีความเป็นไปได้ 5.3.3 เทคนิคการสร้างเกณฑ์การประเมินรูบริค 1) ความตอ่ เนื่อง แตล่ ะระดบั คณุ ภาพต้องตอ่ เน่ืองและมี ชว่ งห่างเทา่ เทียมกัน 2) ความคขู่ นาน แตล่ ะคาอธิบายในแตล่ ะระดบั คณุ ภาพ ต้องมีโครงสร้างคขู่ นานกนั 3) ความเชื่อมโยง เกณฑ์การประเมินต้องมีจดุ เน้ นไปที่ เกณฑ์เดยี วตลอด 4) การกาหนดนา้ หนกั ที่เหมาะสม 5) ความเที่ยงตรง สะท้อนให้เห็นการวเิ คราะห์ภาระงาน โดยพิจารณาชว่ งระดบั คะแนนผลงานทุกระดบั

151 5.3.4 ขัน้ ตอนการสร้างเกณฑ์การประเมินรูบริค 1) ต้องตดั สินใจ ตอ่ ไปนี ้ - เกณฑ์ที่จะใช้ในการประเมินผลงาน - รูปแบบเกณฑ์การประเมิน - นา้ หนักของแตล่ ะเกณฑ์ - จดุ ตดั (cutting score) ของคะแนน 2) ตัดสินใ จเลือก ระหว่างเกณฑ์ การปร ะเมิ นที่ มี ความสาคญั ตอ่ จดุ ประสงคแ์ ละธรรมชาตสิ ง่ิ ที่ประเมิน 3) ตดั สนิ ใจวา่ จะใช้เกณฑ์การประเมิน - แบบรวม เพียงเกณฑ์เดยี ว - แบบจาแนก โดยคานึงถึงประสิทธิภาพของการ ประเมิน 4) กาหนดเกณฑ์การประเมินที่ต้องการ อาจเป็ น 3 ช่วง หรือ 4 ชว่ ง ควรเร่ิมต้นสร้างเกณฑ์จากระดับสงู ก่อนแล้วคอ่ ยๆ ลด ระดบั ลงไป 5) หลีกเลย่ี งการใช้คาเปรียบเทียบ 6) สร้างเกณฑ์การประเมินจากระดบั สงู สดุ กอ่ น 7) สร้ างเกณฑ์การประเมินโดยคานึงถึงจดุ ประสงค์ การเรียนร้ ู 8) ให้พิจารณากาหนดจดุ ตดั คะแนนบนมาตรวดั เพ่ือให้ มีความชดั เจนวา่ ผลการปฏิบตั ิเป็นเชน่ ไร

152 6. รูปแบบและโครงสร้างหลักสูตรฉบับโรงเรียน (school curriculum) 1. วิสยั ทัศน์ (ภาพความสาเร็จในอนาคตที่สามารถ บรรลผุ ลร่วมกนั ได้จริง มีความสมดลุ ระหวา่ งมมุ มองของสถานศกึ ษา และมมุ มองของกระทรวงศกึ ษาธิการ) 2. พันธกิจ (พนั ธะสญั ญาในการทางานร่วมกันระหว่าง ผู้มีสว่ นรว่ มจดั การศกึ ษาเพื่อการบรรลวุ ิสยั ทศั น์) 3. จดุ หมาย 4. สมรรถนะ 5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 6. โครงสร้าง 7. คาอธิบายสาระการเรียนรู้ (มาตรฐานสาระการเรียนรู้ 8 กลมุ่ สาระ) 7.1 สาระพืน้ ฐาน 7.2 สาระเพ่ิมเติม 8. การจดั การเรียนรู้ (ภาพรวมทงั ้ หมดของการออกแบบ หน่วยการเรียนรู้ unit design) ระบเุ ฉพาะชอื่ และจานวนของหนว่ ย การเรียนร้ ู 9. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 10. ระเบียบการวดั และประเมินผล

153 ภาคผนวก 11. คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรียนรู้ 12. คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รสถานศกึ ษา / คณะกรรมการบริหารสถานศกึ ษาขนั ้ พืน้ ฐาน 7. หลกั สูตรฉบับผ้สู อน (instruction) หลัก สูต รฉ บับ ผู้ส อน ห มายถึ ง การน าห ลัก สูต ร สถานศกึ ษามาเรียบเรียงเป็นเอกสารหลกั สตู รประจาตวั ผู้สอนแตล่ ะ คน เพื่อใช้สาหรบั เป็นกรอบแนวทางการจดั การเรียนการร้แู ละการวดั ประเมินผล มีองคป์ ระกอบคล้ายกบั หลกั สตู รสถานศึกษา เพียงนา คาอธิบายสาระการเรียนร้เู ฉพาะในสาระท่ีตนเองรบั ผิดชอบซงึ่ อาจจะ อยู่ภายในกลมุ่ สาระการเรียนร้เู ดียวกนั หรือตา่ งกลมุ่ สาระการเรียนรู้ กนั ก็ได้ สว่ นมากมักเป็นสถานศกึ ษาขนาดเล็กที่ครูต้องจดั การเรียนรู้ ข้ามกลุ่มสาระรวมทัง้ แผนการจัดการเรียนรู้และเคร่ื องมือวัด ประเมินผล องคป์ ระกอบของหลกั สตู รฉบับผู้สอนมีดงั ตอ่ ไปนี ้ 1. วิสยั ทัศน์ 2. พนั ธกิจ 3. จดุ หมาย 4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

154 5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 6. โครงสร้างเวลาเรียน 7. คาอธิบายสาระการเรียนรู้ (เฉพาะท่ีรบั ผิดชอบ จดั การเรียนรู้) 8. แผนการจดั การเรียนรู้ ออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้ ท่ีสอนบรู ณาการ พร้อมทงั ้ เคร่ืองมือวดั และประเมินผล ภาคผนวก 9. คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รกลุ่มสาระการ เรียนรู้ ท่ีรบั ผิดชอบ 10. คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รสถานศกึ ษา 11. ข้อมลู คากญุ แจ (keywords) จากตวั ชวี ้ ดั และ มาตรฐานการเรียนรู้ (จากการทาใบงานท่ี 2) 12. ข้อมลู การออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้ (จากการทาใบงานท่ี 3) หมายเหตุ สาเหตทุ ่ีให้ครูมีหลกั สตู รฉบบั ผ้สู อน (instruction) มีเหตผุ ลดงั นี ้ ** เพ่ือให้ผู้สอนเข้าใจความเชื่อมโยงของหลักสตู รและ การจดั การเรียนการสอน และเป็นข้อมูลสาหรบั การประกันคุณภาพ การศกึ ษา

155 ** เป็นข้อมูลสาหรับการตรวจสอบวา่ การจดั การเรียน การสอนสอดคล้องกับมาตรฐานตัวชีว้ ัดของหลกั สูตรแกนกลาง การศกึ ษาขนั ้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 ** เป็นข้อมลู สาหรบั ท่ีมาของการจดั ทาหน่วยการเรียนรู้ 8. ปฏิบัตกิ ารพัฒนาหลกั สตู รสถานศกึ ษา การจดั ทาหลกั สตู รสถานศกึ ษาต้องอาศยั ความรว่ มมือกนั ทุกฝ่าย ได้แก่ ครู ผ้บู ริหาร คณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั ้ พืน้ ฐาน ตลอดจนผู้ปกครองและชมุ ชน โดยดาเนินการตามขนั ้ ตอนการพัฒนา หลกั สตู รสถานศกึ ษา 5 ขนั ้ ตอน โดยใช้ใบงานเป็นเคร่ืองมือควบคุม ผลลพั ธ์ในแตล่ ะขนั ้ ตอนดงั นี ้ ใบงานท่ี 1 เป็นการกาหนดวิสยั ทศั น์ พนั ธกิจ จดุ หมาย สมรรถนะและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของสถานศกึ ษา และผนวก กบั ใบงานกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ใบงานที่ 2 เป็ นการเขียนคาอธิ บายสาระการเรียนรู้ จากมาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชวี ้ ดั ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ และกาหนดเวลาเรียนของแตล่ ะกลมุ่ สาระการเรียนรู้ในแต่ละกลมุ่ สาระการเรียนร้ ู ใบงานท่ี 3 เป็นการออกแบบหนว่ ยการเรียนร้ขู องแตล่ ะ กลมุ่ สาระการเรียนรู้

156 ใบงานท่ี 4 เป็นการจดั ทาหนว่ ยการเรียนร้ทู ่ีสมบรู ณ์ ใบงานท่ี 5 เป็นขนั ้ ตอนของการเขียนเอกสารหลกั สตู ร สถานศกึ ษาและหลกั สตู รฉบบั ผ้สู อน โดยการนาผลลพั ธ์จากใบงาน ท่ี 1 – 4 มาเขยี นเรียบเรียง ** การทาใบงานท่ี 1 – 5 จะทาให้สถานศกึ ษามีหลกั สตู รสถานศกึ ษา (curriculum) และหลกั สตู รฉบบั ผ้สู อน (instruction)

157 ใบงานท่ี 1 วัตถุประสงค์ เพื่อร่วมกันกาหนดวิสยั ทศั น์ พันธกิจจดุ หมาย สมรรถนะ และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คาชีแ้ จง 1. จงรว่ มกันศกึ ษาเอกสารหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา ขนั ้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สภาพปัญหาของ ชมุ ชนและนาประเดน็ มาแลกเปล่ียนเรียนรู้จนได้ ข้อยุติ แล้วนามา เขียนเป็น คากญุ แจ (keywords) ให้มีความสอดคล้องกันทกุ ประเด็น 2. เรียงลาดบั ความสาคญั ของคากุญแจและเรียบเรียง ภาษาให้ชดั เจน

158 158 วสิ ยั ทศั น์ พนั ธกจิ จดุ หมาย สมรรถนะ คณุ ลกั ษณะ อนั พึงประสงค์ คากญุ แจ คากญุ แจ คากญุ แจ คากญุ แจ (key word) (key word) (key word) (key word) คากญุ แจ ……………………. ……………………. ……………………. ……………………. (key word) ……………………. ……………………. ……………………. ……………………. 1) คุณธรรมจริยธรรม ……………………. ……………………. ……………………. ……………………. ……………………. ……………………. ……………………. ……………………. ……………………. 2) การเรียนรู้และการคิด ……………………. ……………………. ……………………. ……………………. ……………………. ……………………. ……………………. ……………………. ……………………. 3) ทกั ษะทางสงั คม ……………………. ……………………. ……………………. ……………………. และจติ อาสา …………………….

159 ภารกจิ ของผู้บริหารสาหรับการจัดทาใบงานท่ี 1 คาชีแ้ จง 1. รว่ มกันวิเคราะห์คากญุ แจจากหลกั สตู รแกนกลาง ในประเด็นตอ่ ไปนี ้ - วิสยั ทัศน์ - พันธกิจ (แตล่ ะโรงเรียนจะต้องกาหนดขนึ ้ เอง) - จดุ หมาย - สมรรถนะ - คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (แตล่ ะโรงเรียนจะต้อง พิจารณาเพ่ิมเตมิ ตามจดุ เน้นของโรงเรียน) 2. นาสิ่งท่ีวเิ คราะห์ได้จากข้อ 1 มาลงในตารางใบงานท่ี 1 3. การกาหนดภาระรับผิดชอบของโรงเรียนในกลมุ่ 4. การกาหนดตารางจดั ทาหลกั สตู รของกลมุ่ โรงเรียน และผลการสาเร็จของงานแตล่ ะชว่ ง 5. การบริหารจดั การหลกั สตู ร

160 ใบงานกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน วัตถุประสงค์ เพื่อวางแผนบรู ณาการจดั กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ในสถานศกึ ษาของท่าน คาชีแ้ จง 1. จงศึกษาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของหลักสูตร แกนกลางและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องสถานศกึ ษาแล้วปรับ เป็นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องสถานศกึ ษา 2. จงวิเคราะห์สาระและประเด็นหลกั ของงานตอ่ ไปนี ้ 2.1 กิจกรรมแนะแนว 2.2 กิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี ยวุ กาชาด รักษาดนิ แดน 2.3 กิจกรรมชมรม 2.4 กิจกรรมจติ อาสา 3. นาสาระและประเด็นหลกั จากข้อ 2 มาออกแบบกิจกรรม ลงในแผนการจดั กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ดงั นี ้

161 วตั ถปุ ระสงค์ สาระ / กิจกรรม ระยะเวลา เคร่ืองมือ เกณฑ์ ผ้รู บั ผิดชอบ ประเมนิ การประเมนิ ต้ องสอดคล้องกบั เฉพาะท่ไี ม่สามารถ แผนปฏบิ ตั ิการ ครบถ้วน ยดึ ศักยภาพ ผ้สู อนทกุ คน คณุ ลกั ษณะ บรู ณาการ กิจกรรม และชดั เจน ของผ้เู รียน ร่วมกนั อนั พึงประสงค์ ที่ชดั เจน กบั 8 กล่มุ สาระ การเรียนร้ ูได้ หมายเหตุ กิจกรรมจติ อาสาจะต้องแยกการรายงานผลในชนั ้ ป.6 ม.3 และ ม.6 สาหรับรายงานผล ประกอบการจบหลกั สตู ร 161

162 ใบงานท่ี 2 วตั ถุประสงค์ 1. เพ่ือร่วมกันเขยี นคาอธิบายสาระการเรียนร้จู ากมาตรฐาน การเรียนร้แู ละตวั ชวี ้ ดั ของแตล่ ะกลมุ่ สาระการเรียนรู้ 2. เพื่อกาหนดเวลาเรียนของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในแตล่ ะกลมุ่ สาระ คาชีแ้ จง 1. จงร่วมกันศึกษาและวิเคราะห์ คากุญแจ ( keywords) จากมาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชวี ้ ดั ของแตล่ ะกลุ่มสาระและนามา เขยี นในชอ่ งคากุญแจจากมาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชีว้ ดั พร้ อมทัง้ ระบปุ ระเภทความคิดรวบยอด คากริยา และกระบวนการ 2. จงนาคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคท์ ่ีสอดคล้องกับคากญุ แจ มาเขียนลงในตาราง 3. นาคากุญแจในตารางมาเขียนเป็ นคาอธิ บายสาระ การเรียนร้ใู นลกั ษณะความเรียง

163 คากญุ แจจากมาตรฐาน คากญุ แจ ประเภท คากริยา กระบวนการ คุณลกั ษณะ …………………………… จากตวั ชวี ้ ดั ความคิดรวบยอด อนั พึงประสงค์ รายการตัวชวี ้ ดั 163

164 ตัวอย่างการเขียนคาอธบิ ายสาระการเรียนรู้ คาอธบิ ายสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปี ท่ี 1 ศกึ ษาความร้พู ืน้ ฐานทางคณิตศาสตร์ เร่ือง สมบตั ิของ จานวนนับ ระบบจานวนเต็ม เลขยกกาลัง พืน้ ฐานทางเรขาคณิต และแบบรูป ทศนิยมและเศษส่วน การประมาณค่า ค่อู ันดับและ กราฟ สมการเชงิ เส้นตวั แปรเดียว ความสมั พันธ์ระหวา่ ง รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ และโอกาสการเกิดเหตกุ ารณ์ โดยใช้ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ การแก้ปัญหา การให้เหตผุ ล การสือ่ สารส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์และการ นาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ ทางคณิตศาสตร์ ความคิดริ เริ่ ม สร้ างสรรค์ มีความรบั ผิดชอบ มีวนิ ัย ทางานอย่างเป็นระบบรอบคอบ เชื่อมั่นในตนเอง มีเจตคตทิ ่ีดีตอ่ คณิตศาสตร์ ซื่อสตั ย์สจุ ริต และมี ความพยายาม

165 ใบงานท่ี 2 (สาหรับจดั ทาสาระเพ่มิ เติม) วตั ถุประสงค์ 1. เพื่อรว่ มกันเขียนคาอธิบายสาระการเรียนรู้เพิ่มเตมิ จากมาตรฐานการเรียนร้ขู องแตล่ ะกลมุ่ สาระ 2. เพื่อกาหนดเวลาเรียนของแตล่ ะหนว่ ยการเรียนรู้ ในแตล่ ะกลมุ่ สาระ คาชีแ้ จง 1. จงรว่ มกันศกึ ษาสาระในกลุม่ สาระการเรียนรู้ และ วเิ คราะห์สาระสาคญั (main concept) หรือคากุญแจ (keywords) จากมาตรฐานการเรียนร้ขู องแตล่ ะกลมุ่ สาระ และนามาเขยี นในชอ่ ง สาระ ระบุคากุญแจ พร้ อมทัง้ ระบุประเภทความคิดรวบยอด คากริยา และกระบวนการ 2. จงนาคากุญแจมาเขียนเป็ น mapping และเขียน คาอธิบายสาระเพิ่มเติม

166 166 สาระ ........................... คากญุ แจ ประเภท คากริยา กระบวนการ คุณลกั ษณะ ความคิดรวบยอด อนั พึงประสงค์

167 ตวั อย่าง mapping สาระเพิ่มเตมิ ดนตรีสากล จากนนั ้ นาไปเขียนเป็นคาอธิบายสาระการเรียนรู้ 10. อิทธพิ ล 1. ประวตั ินกั ดนตรี 2. ประเภท ของดนตรี ตะวนั ตก เคร่ืองดนตรี 9. การเล่นรวมวง ดนตรีสากล 3. องค์ประกอบ ของดนตรี 8. การเลน่ เดี่ยว 7. ศพั ท์ดนตรี 6. การปฏบิ ตั ิ 4. การฟัง ตามตวั โน้ต 5. ทฤษฎีดนตรี 167

168 คาอธิบายสาระการเรียนรู้เพ่มิ เติม ดนตรีสากล ชัน้ มัธยมศึกษาปี ท่ี 4 ศึกษาและฝึ กปฏิ บตั ิประวัตินักดนตรี ตะวนั ตก ประเภทเคร่ืองดนตรี องค์ประกอบของดนตรี การฟั ง ทฤษฎี ดนตรี การปฏิบัติตามตวั โน้ ตการเลน่ เด่ียว การเลน่ รวมวง อิทธิพลของดนตรี โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์เช่ือมโยง การปฏิบตั ิ และกระบวนการกลมุ่ เพ่ือให้ มีคุณลักษณะมีวินัย ใฝ่รู้ รบั ผิดชอบ และจติ สาธารณะ

169 ใบงานท่ี 3 วัตถุประสงค์ เพ่ือรว่ มกันออกแบบหนว่ ยการเรียนร้ขู องแตล่ ะ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คาชีแ้ จง 1. จงร่วมกันศึกษาและวิ เคราะห์ ค ากุญแจจาก คาอธิบายสาระการเรียนรู้ มากาหนดเป็นหน่วยการเรียนรู้ 2. นาคากญุ แจมาเขยี นลงในตารางการออกแบบหน่วย การเรียนร้ ู 3. พิ จาร ณาค า กุ ญแ จ จาก ก ร ะ บ วน ก า ร แ ล ะ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ชอ่ งกระบวนการ / กิจกรรม และ พิจารณาสอ่ื วธิ ีการวดั ประเมินผล

170 170 หน่วยท่ี กระบวนการ กจิ กรรม สื่อ การวดั ประเมนิ ผล

171 ใบงานท่ี 4 วตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือจดั ทาหน่วยการเรียนร้ทู ี่สมบรู ณพ์ ร้อมทงั ้ เครื่องมือวดั คาชีแ้ จง จงนาข้อความจากใบงานที่ 4 มากาหนดลงในโครงสร้ าง ของหน่วยการเรียนร้แู ละเรียบเรียงให้ สมบูรณ์ เพ่ือเป็ นพิมพ์เขียว ในการนาไปดาเนินการจดั การเรียนการสอน สาระการเรียนรู้ …..................… ระดบั ชนั ้ ……… ภาคเรียนท่ี … หน่วยการเรียนร้ทู ่ี …… เร่ือง ……...……... เวลา … คาบ/ชว่ั โมง 1. ผลการเรียนรู้ (learning outcomes) สง่ิ ท่ีม่งุ หวงั หรือคาดหวงั วา่ จะเกิดการเรียนร้ทู ี่เข้าใจอยา่ งลกึ ซงึ ้ (deep knowledge) เขยี นเป็นความเรียงที่สะท้อนองคป์ ระกอบ 3 ด้าน คอื ความคิด รวบยอดหลกั กระบวนการเรียนรู้ และคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ .................................................................................................... .................................................................................................... ....................................................................................................

172 2. ความคดิ รวบยอดหลัก (main concept เขียนเป็น concept mapping ท่ีสอดคล้องกับคากญุ แจของผลการเรียนรู้) mapping มีองค์ประกอบ 3 สว่ น สอดคล้องกบั ผลการเรียนรู้ ได้แก่ 1. สาระสาคญั 2. กระบวนการเรียนรู้ 3. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 3. หวั ข้อสาระการเรียนรู้ (sub concept และ topic)เขยี นเป็นข้อๆ .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 4. สมรรถนะ .................................................................................................... .................................................................................................... 5. คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ .................................................................................................... ....................................................................................................

173 6. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (learning objective) เป็นสง่ิ ท่ีใกล้ตวั ผู้เรียน ท่ีจะต้องทากิจกรรมให้บรรลจุ ดุ ประสงค์ ท่ีกาหนด (on task) ด้านความรู้ (knowledge) 1. .................................................................................... 2. .................................................................................... 3. .................................................................................... - .................................................................................... ด้านทักษะ (skill) 1. .................................................................................... 2. .................................................................................... 3. .................................................................................... - .................................................................................... ด้านคณุ ลกั ษณะ (characteristic) 1. .................................................................................... 2. .................................................................................... 3. .................................................................................... - ....................................................................................

174 7. กิจกรรมการเรียนรู้ (งานที่ผู้เรียนจะต้องปฏิบตั ิ เน้นกระบวนการคดิ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคท์ ี่สอดคล้อง กบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนร้ทู ี่กาหนด) โดยเลอื กออกแบบกิจกรรม ข้อ 7.1 หรือ 7.2 7.1 การออกแบบกิจกรรมในลกั ษณะแผนหน่วย ให้ระบรุ ายละเอียด วิธีดาเนินการในแตล่ ะกิจกรรม ดงั นี ้ กิจกรรมที่ 1 เวลา ………… ชวั่ โมง กิจกรรมท่ี 2 เวลา ………… ชวั่ โมง กิจกรรมท่ี 3 เวลา ………… ชวั่ โมง 7.2 การออกแบบกิจกรรมในลกั ษณะแผนรวมหน่วย ให้ระบรุ ายละเอียดเป็นแผนการจดั การเรียนรู้ ดงั นี ้ แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 1 (เขยี นแยกเป็นรายชว่ั โมง) - ความคิดรวบยอดหลกั / แนวคิดสาคญั - จดุ ประสงค์ - เนือ้ หา / สาระ - กิจกรรม - สอื่ - วธิ ีการวดั ประเมิน

175 แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 2 (เขยี นแยกเป็นรายชวั่ โมง) - ความคดิ รวบยอดหลกั / แนวคดิ สาคญั - จดุ ประสงค์ - เนือ้ หา / สาระ - กิจกรรม - สื่อ - วิธีการวดั ประเมิน การออกแบบกิจกรรมมีหลกั การสาคญั คือ ทุกกิจกรรม ต้องสอดรับกบั จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (on task) ดงั นี ้

176 การออกแบบกิจกรรมตามข้อ 7 ผู้สอนสามารถทาได้ 2 ลกั ษณะ 7.1 แผนหน่วย (แผนอ้วน) กิจกรรมท่ี 1 คาบ / ช.ม. กิจกรรมที่ 2 คาบ / ช.ม. กิจกรรมที่ … คาบ / ช.ม. 7.2 แผนรวมหน่วย (แผนผอม) แผนการสอนท่ี 1 คาบ / ช.ม. แผนการสอนที่ 2 คาบ / ช.ม. แผนการสอนที่ … คาบ / ช.ม. 8. ส่อื และแหล่งเรียนรู้ (สอ่ื ที่เป็นตวั กลางชว่ ยให้เกิดการเรียนรู้ ได้เร็วขนึ ้ เสริมเดก็ เกง่ และชว่ ยเหลือเด็กท่ีเรียนช้า) 1. .......................................................................................... 2. ........................................................................................ 3. ........................................................................................

177 9. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ (เน้นการประเมินผลตาม สภาพจริงตามหลกั การ 3 ข้อ ดงั นี ้ 1. ใช้ผู้ประเมินหลายๆ คน 2. ใช้วิธีการและเครื่องมือหลายๆ ชนิด 3. ประเมินหลายๆ ครงั ้ วิธีการประเมิน 1. ………………………………………………………………… 2. ………………………………………………………………… 3. ………………………………………………………………… 4. ………………………………………………………………… 10. การออกแบบวธิ กี ารและเคร่ืองมือประเมนิ ผล (โดยยดึ จดุ ประสงค์การเรียนรู้) และนามาทาพิมพ์เขียวการวดั และประเมินผลดงั นี ้

178 178 จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เคร่ืองมอื วดั แหล่งข้อมลู เกณฑ์การประเมนิ

179 ใบงานท่ี 5 วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือเขียนหลกั สตู รสถานศกึ ษาและหลกั สตู รฉบบั ผ้สู อน คาชีแ้ จง จงนาข้อมลู จากใบงานท่ี 1 – 5 มาเรียบเรียงเป็นหลกั สตู ร สถานศกึ ษา (school curriculum) และหลกั สตู รฉบบั ผ้สู อน (instruction) ดงั นี ้ หลกั สตู รสถานศึกษา (school curriculum) เรียบเรียง ตามองค์ประกอบ ดังนี ้ 1) วสิ ยั ทัศน์ 2) พนั ธกิจ 3) จดุ หมาย 4) สมรรถนะท่ีสาคญั ของผู้เรียน 5) คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 6) โครงสร้างเวลาเรียน 7) คาอธิบายสาระการเรียนรู้ 8) การจดั การเรียนรู้ 9) กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน 10) การวดั และประเมินผล

180 ภาคผนวก 11) คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรียนรู้ 12) คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รสถานศกึ ษา/ คณะกรรมการบริหารสถานศกึ ษาขนั ้ พนื ้ ฐาน หมายเหตุ ในกรณีที่เป็นสถานศกึ ษาขนาดเล็กท่ีมีผู้สอนในแต่ละ กลมุ่ สาระการเรียนร้จู านวนน้อย ไม่จาเป็นต้องมีข้อ 11 ให้ ไปมีข้อ 12 ได้เลย เม่ือดาเนินการจัดทาใบงานที่ 1 ถึงใบงานท่ี 5 เสร็ จ เรี ยบ ร้ อยแ ล้ วให้ นาม าจัดเรี ยนเป็ น ห ลักสูตรฉบับ ผู้ สอ น (Instruction) ตามโครงสร้ างดังต่อไปนี ้ (ข้อ 1 – 6 เหมือนกับ หลกั สตู รสถานศกึ ษา) 1. วิสยั ทัศน์ 2. พันธกิจ 3. จดุ หมาย 4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน 5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 6. โครงสร้างเวลาเรียน 7. คาอธิบายสาระการเรียนรู้ (เฉพาะท่ีรับผิดชอบจดั การเรียนรู้)

181 8. แผนการจดั การเรียนรู้ ออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้ พร้อมทงั ้ เครื่องมือวดั และประเมินผล ภาคผนวก 9. คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรียนรู้ ท่ีรบั ผิดชอบ 10. คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รสถานศกึ ษา 11. ข้อมูล คากุญแจ (keywords) จากตวั ชวี ้ ดั และมาตรฐานการเรียนรู้ (ใบงานที่ 2) 12. ข้อมลู การออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้ (ใบงานที่ 3)

182 ภาคผนวก ก กระบวนการที่ใช้ในการออกแบบกิจกรรมในใบงานที่ 4 ข ตวั อย่างหนว่ ยการเรียนรู้ จากการทาใบงานที่ 4

183 ภาคผนวก ก กระบวนการท่ใี ช้ในการออกแบบกิจกรรมในใบงานท่ี 4

184 กระบวนการที่ใช้ในการออกแบบกิจกรรมในใบงานที่ 4 แบง่ เป็น 3 กลมุ่ ดงั นี ้ 1) กระบวนการทางสมอง (Cognitive) 2) กระบวนการทกั ษะปฏิบตั ิ (Psycho-motor) 3) กระบวนการทางเจตคติ (Affective) 1) กระบวนการทางสมอง (Cognitive) กระบวนการสร้างความร้คู วามเข้าใจ 1) ขนั ้ สงั เกต / ตระหนกั 2) ขนั ้ วางแผนปฏิบตั ิ 3) ขนั ้ ลงมือปฏิบตั ิ 4) ขนั ้ พัฒนาความร้คู วามเข้าใจ 5) ขนั ้ สรปุ กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด 1) ขนั ้ สงั เกต / รบั รู้ 2) ขนั ้ จาแนกความแตกตา่ ง 3) ขนั ้ หาลกั ษณะร่วม 4) ขนั ้ ระบชุ อื่ ความคิดรวบยอด 5) ขนั ้ ทดสอบและนาไปใช้

185 กระบวนการสร้างความคดิ วจิ ารณญาณ 1) ขนั ้ สงั เกต / รับรู้ 2) ขนั ้ อธิบาย 3) ขนั ้ รบั ฟัง 4) ขนั ้ เชื่อมโยงความสมั พันธ์ 5) ขนั ้ วิจารณ์ 6) ขนั ้ สรปุ กระบวนการเรียนทางภาษา 1) ขนั ้ ทาความเข้าใจสญั ลกั ษณ์ ส่อื รปู ภาพ เคร่ืองหมาย 2) ขนั ้ สร้างความคิดรวบยอด 3) ขนั ้ สือ่ สารความคิด 4) ขนั ้ พฒั นาความสามารถ การฟั ง 1) ฟังแล้วจบั ประเด็นได้ 2) ฟังแล้ววเิ คราะห์ได้ 3) ตีความได้ 4) ประเมินคณุ คา่ ได้ 5) จดบนั ทึกได้

186 กระบวนการวิเคราะห์ 1) การจาแนก 2) การจดั หมวดหมู่ 3) การสรุปอย่างสมเหตผุ ล 4) การประยุกตใ์ ช้ในสถานการณใ์ หม่ 5) การคาดการณบ์ นพืน้ ฐานข้อมูล กระบวนการตดั สนิ ใจ 1) กาหนดปัญหา 2) วเิ คราะห์แยกแยะประเด็น 3) กาหนดทางเลือก จดั ลาดบั ประเมิน 4) วางแผนทางเลือกท่ีเป็นประโยชน์ เพื่อให้ได้ผลการตดั สนิ ใจท่ีดี ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ 1) การแก้ปัญหา 2) การให้เหตผุ ล 3) การสื่อสาร สอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ 4) การเชอ่ื มโยง 5) ความคดิ สร้างสรรค์

187 กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ 1) ขนั ้ สร้างความสนใจ 2) ขนั ้ สารวจค้นหา 3) ขนั ้ อธิบายและลงข้อสรุป 4) ขนั ้ ขยายความรู้ 5) ขนั ้ ประเมิน กระบวนการแก้ ปัญหา 1) แสดงความเข้าใจปัญหา 2) วางแผนและลงมือปฏิบตั ิ 3) ใช้ความพยายามในการทางาน 4) อธิบายวธิ ีการแก้ปัญหา 5) แสดงผลการทางานได้อย่างชดั เจน การให้เหตผุ ลแบบอิงหลกั การ 1) ใช้หลกั ฐานจากความร้เู ดมิ 2) ใช้ข้ออ้างอิงที่มีลกั ษณะทวั่ ไป ไปสกู่ ารสร้างข้อสรุป 3) ความน่าเชอ่ื ถือของข้อสรปุ 4) มีคาตอบ / ได้ความร้ใู หม่

188 การให้เหตผุ ลแบบอิงประสบการณ์ 1) ใช้หลกั ฐานจากประสบการณ์ 2) ใช้ข้ออ้างอิงที่มีลกั ษณะเฉพาะ ไปสกู่ ารสร้างข้อสรปุ 3) ความน่าเช่ือถือของข้อสรปุ 4) มีคาตอบ / มีความร้ใู หม่ กระบวนการส่ือสาร สือ่ ความหมาย และการนาเสนอ 1) ใช้ภาษาและสญั ลกั ษณท์ างคณติ ศาสตร์ ในการสือ่ สาร สอ่ื ความหมาย และนาเสนอ 2) จดั ระบบและเชอื่ มโยงความคิดทางคณิตศาสตร์ 3) สอื่ สารความคดิ ทางด้านคณติ ศาสตร์ อย่างตอ่ เนื่อง กระบวนการเช่อื มโยง 1) การสร้างแรงจงู ใจให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ (การเช่อื มโยงระหวา่ งสง่ิ เร้ากับการตอบสนอง) 2) การเชื่อมโยงข้อมลู ภายในกบั ข้อมลู ภายนอก 3) การเชอื่ มโยงเครื่องหมายสญั ลกั ษณ์ 4) การเชือ่ มโยงประสบการณ์กบั ส่งิ แวดล้อม 5) การเข้าใจและฝึกฝนจนเกิดความรู้ ทักษะ

189 กระบวนการคดิ สร้างสรรค์ 1) วเิ คราะห์แนวคดิ และจดั กลมุ่ 2) สงั เคราะห์และสร้างแนวคดิ ใหม่ 3) ทบทวนแนวคดิ ใหม่ 4) ตกแตง่ ความคดิ ใหมใ่ ห้สมบรู ณ์ กระบวนการทางประวตั ิศาสตร์ ประกอบด้วย 1) การรวบรวมและคดั เลอื กหลกั ฐาน 2) การวิเคราะห์และประเมินคณุ คา่ หลกั ฐาน 3) การตคี วามหมายหลกั ฐาน 4) การสงั เคราะห์ข้อมูล 2) กระบวนการทกั ษะปฏบิ ตั ิ (Psycho-motor) ทักษะกระบวนการ 9 ขนั ้ 1) ขนั ้ ตระหนักในปัญหาและความจาเป็น 2) ขนั ้ คดิ วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ 3) ขนั ้ สร้างทางเลือกที่หลากหลาย 4) ขนั ้ ประเมินและเลือกทางเลอื ก 5) ขนั ้ ปฏิบตั ิ 6) ขนั ้ ปฏิบตั ดิ ้วยความช่นื ชม 7) ขนั ้ ประเมินผลระหวา่ งปฏิบตั ิ

190 8) ขนั ้ ปรบั ปรุงให้ดขี นึ ้ อย่เู สมอ 9) ขนั ้ ประเมินผลรวมเพ่ือให้เกิดความภาคภมู ิใจ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 1) สงั เกต 2) การวดั 3) จาแนกประเภท 4) การหาความสมั พันธ์ระหวา่ งสเปส – สเปส และ สเปส – เวลา 5) การคานวณ 6) การจดั กระทาและสอ่ื ความหมายข้อมลู 7) การลงความเห็นข้อมลู 8) การพยากรณ์ 9) การตงั ้ สมมติฐาน 10) การกาหนดนิยามเชงิ ปฏิบตั ิการ 11) การกาหนดและควบคมุ ตวั แปร 12) การทดลอง 13) การตีความหมายและลงสรปุ ข้อมูล


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook