Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรแกนกลาง_1539205573

หลักสูตรแกนกลาง_1539205573

Description: หลักสูตรแกนกลาง_1539205573

Search

Read the Text Version

241 8. ส่อื การเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ 8.1 วดี ิทัศน์เกี่ยวกบั ประเพณีวนั ออกพรรษา 8.2 แบบเรียนสาระการเรียนร้พู ระพทุ ธศาสนา 8.3 การสืบค้นข้อมูลจาก internet 8.4 หนงั สอื สวดมนต์ 8.5 วดั 9. การวดั และประเมินผล 9.1 การทดสอบ 9.2 การสงั เกต 9.3 การประเมินชนิ ้ งาน 10. การออกแบบวิธีการและเคร่ืองมือประเมนิ ผล (โดยยึดจดุ ประสงค์การเรียนรู้) และนามาทาพิมพ์เขยี ว การวดั และประเมินผลดงั นี ้

242 242 จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธกี ารวดั เคร่ืองมอื วดั แหล่งข้ อมลู เกณฑ์การประเมนิ 1. สรุปพทุ ธประวตั ิเกีย่ วกบั การทดสอบ แบบทดสอบ ผ้เู รียน 80% วนั ออกพรรษาและการเผยแผ่ การทดสอบ แบบทดสอบ ผ้เู รียน 80% พระพุทธศาสนาได้ การทดสอบ แบบทดสอบ ผ้เู รียน 80% 2. อธบิ ายการประยกุ ต์ใช้ ชนิ ้ งาน 80% หลกั ธรรมปวารณา การประเมินชนิ ้ งาน แบบประเมินชนิ ้ งาน ในการดาเนนิ ชีวิตได้ ผ้เู รียน 80% การสงั เกต แบบสงั เกต 3. ให้เหตุผลการทาบญุ ตักบาตร ได้อยา่ งเป็นระบบ 4. มีวนิ ยั ในการรกั ษาศีลห้า

243 11. บันทึกหลงั การเรียนการสอน (ระบพุ ฤตกิ รรมการเรียนรู้ ของผู้เรียนในประเดน็ ตอ่ ไปนี)้ 1. ความร้ทู ่ีลกึ ซงึ ้ (deep knowledge) .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 2. การถกั ทอความรู้ (weaving)/ การสงั เคราะห์ .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 3. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 4. สิ่งที่ผู้สอนคิดวา่ เป็นจดุ แข็งของการจดั การเรียนการสอน .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 5. สิ่งที่ผู้สอนต้องพฒั นา .................................................................................................... .................................................................................................... ....................................................................................................

244 แบบทดสอบความเข้าใจเก่ียวกบั ประเพณีวนั ออกพรรษา คาชแี ้ จง จงตอบคาถามและให้เหตผุ ลเก่ียวกับประเพณี วนั ออกพรรษาดงั ตอ่ ไปนี ้ 1. จงอธิบายเหตผุ ลข้อดแี ละข้อจากัดของการเผยแผ่ พระพทุ ธศาสนาในสงั คมปัจจบุ นั .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 2. จงแสดงความร้สู กึ ที่ผู้เรียนใช้ปวารณาในการดาเนินชวี ติ .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 3. จงอธิบายให้เหตผุ ลเก่ียวกับความเช่ือของชาวพุทธตอ่ ประเพณี วนั ออกพรรษา .................................................................................................... .................................................................................................... ....................................................................................................

245 แบบสังเกตพฤตกิ รรมท่ใี ช้หลักไตรสิกขา คาชแี ้ จง ๑. แบบสงั เกตนีใ้ ช้สงั เกตพฤติกรรมของผู้เรียนเกี่ยวกบั ศลี สมาธิ ปัญญา ซงึ่ ใช้ประเมินระหวา่ งการเรียนรู้ และหลงั การเรียนรู้ โดยผู้เรียน เพ่ือน ผ้สู อน และผ้ ูเก่ียวข้อง ๒. จงทาเคร่ืองหมาย  ลงในชอ่ งผลการสงั เกตที่พบ จากพฤตกิ รรมของผู้เรียน ชือ่ ผู้รับการประเมิน ……………….………………….. ชอ่ื ผู้ประเมิน ………………………………..………… วนั ที่ประเมิน ............................................................

246 ไตร รายการ ผลการ เกณฑ์การ สกิ ขา สงั เกต ประเมิน มี ไม่มี ผ่าน : มี ๓ ข้อขึน้ ไป ศีล ๑. ความรอบคอบ ปรบั ปรงุ : มี ๒ ข้อ ระมดั ระวงั ไม่ผา่ น : มี ๑ ข้อ สมาธิ ปัญญา ๒. ความเรียบร้อย ผา่ น : มี ๓ ข้อขึน้ ไป ๓. ความมรี ะเบียบวินยั ปรบั ปรุง : มี ๒ ข้อ ๔. พดู ความจริง ไม่ผา่ น : มี ๑ ข้อ เป็นประโยชน์ ผ่าน : มี ๓ ข้อขึน้ ไป ๕. เลอื กกาลเวลา ปรบั ปรงุ : มี ๒ ข้อ ไมผ่ ่าน : มี ๑ ข้อ ในการพดู ๑. ตงั้ ใจทางาน ๒. เอาใจใส่การงาน ๓. สนใจการงาน ๔. ม่งุ มนั่ ในงาน ๕. มีความสขุ ในงาน ๑. มคี วามใคร่ครวญ ๒. ความไม่ประมาท ๓. เข้าใจถกู ต้องชดั เจน ๔. ใช้วิจารณญาณ ในการทางาน ๕. ความมีเหตุผล

247 การประเมินรวบยอดการเรียนรู้พระพุทธศาสนา โดยใช้ภาวนา ๔ คาชแี ้ จง ๑. แบบสงั เกตนีใ้ ช้สงั เกตพฤตกิ รรมของผู้เรียนเก่ียวกบั ภาวนา ๔ ซงึ่ ใช้ประเมินหลงั สิน้ สดุ การเรียนรู้ ของแตล่ ะหน่วยการเรียนรู้ โดยผู้เรียน เพื่อน และผ้ ูสอน ๒. จงทาเครื่องหมาย  ลงในชอ่ งผลการสงั เกตท่ีพบ จากพฤตกิ รรมของผู้เรียน เกณฑ์การประเมิน ปรบั ปรุง คะแนน ๔ - ๕ พอใช้ คะแนน ๖ - ๗ ดี คะแนน ๘ - ๙ ดมี าก คะแนน ๑๐ - ๑๒ ชื่อผู้รับการประเมิน ……………….………………….. ชอื่ ผู้ประเมิน ………………………………..………… วนั ท่ีประเมิน ............................................................

248 248 ภาวนา ๔ ๓ ระดับการประเมนิ ๑ กายภาวนา รับรู้ดฟู ังเป็น ปรบั ตวั เข้ากบั ๒ รับรู้ดฟู ังเป็น ปรบั ตวั เข้ากบั สภาพแวดล้อมและเป็น สภาพแวดล้อมและเป็นประโยชน์ สลี ภาวนา ประโยชน์แกส่ ว่ นรวมทกุ ครัง้ รบั รู้ดูฟังเป็น ปรบั ตวั เข้ากบั แก่ส่วนรวมน้อยมาก จิตตภาวนา สภาพแวดล้อมและเป็นประโยชน์ ปัญญาภาวนา ประพฤติตนถกู ต้องตาม แก่สว่ นรวมบางครัง้ ประพฤติตนถกู ต้องตามสถานการณ์ สถานการณ์ อยรู่ ่วมกบั ผ้อู น่ื ประพฤติตนถกู ต้องตาม อย่รู ่วมกบั ผ้อู ่ืนโดยไม่เบยี ดเบียน โดยไมเ่ บียดเบียนทกุ ครัง้ สถานการณ์ อย่รู ่วมกบั ผ้อู ่นื น้อยมาก โดยไมเ่ บียดเบยี นบางครัง้ มีความอดทน ขยนั หมนั่ เพียร มีความอดทน ขยนั หมน่ั เพียร มคี วามอดทน ขยนั หมน่ั เพียร จติ ใจสงบ สมาธทิ กุ ครัง้ จิตใจสงบ สมาธบิ างครัง้ จติ ใจสงบ สมาธิน้อยมาก สามารถจบั ประเด็นโดยใช้ สามารถจบั ประเด็นได้ สามารถจบั ประเด็นได้น้อย ใช้เหตุผล เหตผุ ลในการแก้ปญั หา เป็นส่วนมาก ใช้เหตผุ ล น้อยมาก ในการแก้ปญั หา บางครัง้ ในการแก้ปญั หา

249 แบบประเมินความมีวนิ ัย คาชแี ้ จง 1. แบบประเมินนีม้ ีผู้ประเมิน 3 ฝ่าย คือ ตนเอง เพื่อน และครู ข้อมูลการประเมินมาจาก 3 ฝ่าย เพ่ือพิจารณาในการตดั สินผลการประเมิน 2. จงเขยี นระดบั คะแนนลงในชอ่ งผลการประเมิน ดงั นี ้ 1 คะแนน หมายถึง แสดงพฤติกรรมเม่ือได้รบั คาสงั่ 2 คะแนน หมายถึง แสดงพฤติกรรมเมื่อได้รบั การกระต้นุ 3 คะแนน หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมด้วยตนเอง ผลการประเมิน ช่อื – สกลุ ตงั้ ใจ ปฏิบตั ิงาน อดทน รับผดิ ชอบ รวม ในการ บรรลุ ตอ่ สิ่งยวั่ ยุ ตอ่ ตนเอง เรียนรู้ เป้าหมาย และสว่ นรวม

250 แบบประเมินจิตอาสา คาชีแ้ จง 1. แบบประเมินนีม้ ีผู้ประเมิน 3 ฝ่าย คอื ตนเอง เพ่ือน และครู ข้อมลู การประเมินมาจาก 3 ฝ่าย เพื่อพิจารณาในการตดั สนิ ผลการประเมิน 2. จงเขยี นระดบั คะแนนลงในชอ่ งผลการประเมิน ดงั นี ้ 1 คะแนน หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมเม่ือได้รับการร้องขอ 2 คะแนน หมายถึง แสดงพฤติกรรมเมื่อได้รบั การกระต้นุ 3 คะแนน หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมด้วยตนเอง ชอ่ื – สกลุ แบง่ ปัน ผลการประเมิน ให้ความรู้สกึ รวม ส่งิ ของ ให้ความ ให้คา ที่ดี ความคิด ชว่ ยเหลอื แนะนา ทางบวก

251 แบบประเมินชิน้ งาน คาชแี ้ จง เขียนคะแนนผลการประเมินชนิ ้ งานแตล่ ะด้าน ลงในชอ่ งผลการประเมิน เกณฑ์การให้ คะแนน มีเฉพาะหลกั ธรรมปวารณา 1 คะแนน หมายถงึ มีประเพณวี นั ออกพรรษากับหลกั ธรรม 2 คะแนน หมายถึง ปวารณา มีหลกั ธรรมปวารณาประเพณี 3 คะแนน หมายถึง วนั ออกพรรษากบั เหมาะกับสงั คมร่วมสมยั ช่อื – สกุล ผลการประเมิน รวม หลกั ธรรม ประเพณี สงั คม ปวารณา วันออก ร่วมสมัย พรรษา

252 หน่วยการเรียนรู้อุทยานแห่งชาตเิ อราวณั นามาจากกรอบหลกั สตู รระดบั ท้องถ่ินสานักงานเขตพืน้ ที่ การศกึ ษากาญจนบรุ ี เขต 1 พุทธศกั ราช 2552 บรู ณาการกับสาระ การเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาไทย ชนั ้ มธั ยมศกึ ษา ปีท่ี 4 จานวน 12 ชวั่ โมง 1. ผลการเรียนรู้ (learning outcomes) รู้และเข้าใจประวัติความเป็ นมาของอุทยานแห่งชาติ เอราวณั สงิ่ แวดล้อมและทรพั ยากรธรรมชาติในท้องถ่ิน การสารวจ ความคดิ เห็นอยา่ งงา่ ย การเขียนเชิงวิชาการ โดยใช้กระบวนการ สืบเสาะหาความรู้และกระบวนการมีสว่ นร่วม มีจิตสาธารณะ มีความรบั ผิดชอบและมีวินัย 2. ความคิดรวบยอดหลกั (main concept)

253 3. หวั ข้อสาระการเรียนรู้ (sub concept และ topic)เขียนเป็นข้อๆ 3.1 วทิ ยาศาสตร์ - ส่ิงแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ - สิ่งแวดล้อม - สิง่ แวดล้อมทางธรรมชาติ - สภาพอากาศ - ดนิ - ฤดกู าล - สง่ิ แวดล้อมท่ีสร้างขนึ ้ โดยมนษุ ย์ - อาคารสถานที่ - ถนน - อา่ งเก็บนา้ - การจดั สวน - ทรัพยากร - นา้ - การจดั การนา้ - ป่าไม้ - การดแู ลรกั ษา - การอนรุ กั ษ์และพฒั นา - การปลกู ทดแทน

254 - สตั ว์ป่า - การดแู ลรักษา - การปอ้ งกนั - การสงวนพนั ธ์ุ - การขยายพันธ์ุ - พืชท้องถิ่น - เห็ดโคน - ผักหวาน - หนอ่ ไม้ 3.2 คณิตศาสตร์ - การสารวจความคดิ เห็นอย่างงา่ ย - ข้อมูลและแหลง่ ข้อมลู - ประวตั ชิ มุ ชน - บคุ คล - ครวั เรือน - อาชีพ - เศรษฐกิจ - ความเช่อื - คา่ นิยม - ประเพณี - วฒั นธรรม

255 - เครื่องมือแบบสารวจ - แบบสอบถาม - แบบสมั ภาษณ์ - การวิเคราะห์ข้อมลู - คา่ เฉล่ียเลขคณติ สตู รการคานวณ - สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน สตู รการคานวณ - การนาเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมลู - การรายงานคา่ สถิติ 3.3 ภาษาไทย - การเขียนเชงิ วิชาการ - แหลง่ ข้อมูลสาหรบั การเขยี น - การกาหนดโครงเรื่อง - สว่ นนา - สว่ นเนือ้ หา (ประมวลจากผลการสารวจ) - สว่ นสรุป - ข้อเสนอแนะ - การดาเนินการเขียน - การตรวจสอบ - การนาเสนอ

256 4. สมรรถนะ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการส่ือสาร 5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มีวินยั 2. มีความรับผิดชอบ 3. มีจิตสาธารณะ 6. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. สารวจความคิดเห็ นอย่างง่ายเก่ี ยวกับส่ิงแวดล้ อมและ ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถ่ินโดยเลือกใช้คา่ กลางท่ีเหมาะสมกับ ข้อมูลและวตั ถุประสงค์และวิเคราะห์ค่าเฉล่ียเลขคณิต และส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมลู ที่เก็บรวบรวมมาได้อยา่ งถกู ต้อง 2. เขยี นรายงานการศกึ ษาค้นคว้าตามหลกั การเขียนเชิงวิชาการ ได้ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ 3. วิเคราะห์สภาพและสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้ อมและ ทรัพยากรธรรมชาติในท้ องถิ่น พร้ อมทัง้ อภิปรายแนวทางในการ ปอ้ งกนั แก้ไขปัญหาสง่ิ แวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ วางแผน แล ะ ดาเนิ น ก าร เฝ้าร ะวังอนุ รั กษ์ พั ฒน าสิ่งแ วด ล้ อม แ ล ะ ทรพั ยากรธรรมชาติ

257 4. มีความสามารถในการเรียนร้แู ละการสอ่ื สาร มีวินัย มีความ รบั ผิดชอบในการเรียนรู้ และมีจติ สาธารณะ 7. กิจกรรมการเรียนรู้ (ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขนั ้ ตอน จากนนั ้ ใช้กระบวนการมีสว่ นรว่ ม 5 ขนั ้ ตอน) กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ 1. ขนั ้ สร้างความสนใจ - ครูนาเสนอวีดิโอเกี่ยวกับส่ิงแวดล้อมและทรพั ยากรธรรมชาติ - ผู้เรียนร่วมกันวเิ คราะห์สงิ่ แวดล้อมทางธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อมที่มนษุ ย์สร้างขนึ ้ - แบง่ กลมุ่ ผู้เรียนทา concept mapping สง่ิ แวดล้อม ทางธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมที่มนุษยส์ ร้างขนึ ้ - นาเสนอและแลกเปล่ยี นเรียนรู้ และชว่ ยกันสรุป ความสาคญั ของสง่ิ แวดล้อมทางธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม ท่ีมนษุ ย์สร้างขนึ ้ 2. ขนั ้ สารวจค้นหา - ผู้เรียนร่วมกนั เลา่ ประสบการณเ์ ก่ียวกบั อุทยานแห่งชาติ เอราวณั - แบง่ กลมุ่ วเิ คราะห์เก่ียวกบั ส่งิ แวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติภายในอทุ ยานแหง่ ชาติเอราวณั

258 - ผู้เรียนสืบค้นข้อมูลอุทยานแหง่ ชาติเอราวณั จาก Internet - นาผลการสบื ค้นมาแลกเปลยี่ นกันตรวจสอบความถกู ต้อง สมบรู ณแ์ ละส่งิ ที่ผู้เรียนต้องการศกึ ษาค้นคว้าตอ่ - แบง่ กลมุ่ วางแผนสารวจค้นหาข้อมลู ตา่ งๆ ในสถานท่ีจริง เกี่ยวกบั บคุ คล ครัวเรือน อาชีพ เศรษฐกิจ ความเชอื่ คา่ นิยม ประเพณี วฒั นธรรม และประวตั ชิ มุ ชน 3. ขนั ้ อธิบายและลงสรปุ - ผู้เรียนดาเนินการสารวจค้นหาข้อมูลในสถานที่จริง ตามที่ต้องการ - นาผลการสารวจค้นหามาจดั ทากระข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล เก่ียวกบั บคุ คล ครัวเรือน อาชพี เศรษฐกิจ ความเช่อื คา่ นิยม ประเพณี วฒั นธรรม และประวตั ิชมุ ชน - วเิ คราะห์หาคา่ เฉลยี่ และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน - หาข้อสรปุ และรายงานผล 4. ขนั ้ ขยายความรู้ - นาข้อสรุปมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ - วางแผนการเขียนเอกสารทางวิชาการตามประเดน็ ตอ่ ไปนี ้ - แหลง่ ข้อมูลสาหรบั การเขียน - การกาหนดโครงเรื่อง

259 - สว่ นนา - สว่ นเนือ้ หา (ประมวลจากผลการสารวจ) - สว่ นสรุป - ข้อเสนอแนะ - การดาเนินการเขียน - การตรวจสอบ 5. ขนั ้ ประเมิน - นาเสนอเอกสารการเขยี นเชิงวชิ าการ และร่วมกนั สรปุ ข้อคดิ เห็นแนวทางการแก้ไข กระบวนการมีส่วนร่ วม 1. การบอกกลา่ ว - นาประเด็นจากข้อสรปุ ของการเขยี นเชงิ วชิ าการมาเขียน โครงการ คาขวญั โปสเตอร์ ติดประกาศในชมุ ชน เกี่ยวกบั การอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม บริเวณอทุ ยานแหง่ ชาตเิ อราวณั 2. เกี่ยวข้องสมั พันธ์ - นาเอกสารไปเผยแพร่และสารวจความคดิ เห็นเก่ียวกบั การอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมบริเวณ อุทยานแหง่ ชาตเิ อราวณั

260 3. ปรกึ ษาหารือ - ร่วมกันปรึกษาหารือกบั ชมุ ชนเกี่ยวกบั การอนรุ ักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมบริเวณอทุ ยาน แหง่ ชาตเิ อราวณั 4. ทางานร่วมกัน - สร้างเคร่ืองมือการเรียนร้ชู มุ ชนเพ่ือการการอนรุ ักษ์ ทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อมบริเวณอุทยาน แหง่ ชาติเอราวณั 5. การเสริมสร้างพลงั อานาจ - ให้ชมุ ชนร่วมคดิ และตดั สนิ ใจดาเนินการการอนรุ กั ษ์ ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมบริเวณอทุ ยาน แห่งชาติเอราวณั - นาผลความคิดเห็นของชมุ ชนมาหาคา่ เฉลย่ี และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน - สรุปแนวทางการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดล้อมบริเวณอุทยานแหง่ ชาติเอราวณั ระหวา่ งโรงเรียนกับชมุ ชน - นามาปรับปรงุ แก้ไขโปสเตอร์ให้สมบรู ณ์

261 - นาเสนอในเวทีสาธารณะระดบั ชมุ ชนเพ่ือสง่ เสริม และกระต้นุ ให้เกิดการอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อมบริเวณอทุ ยานแหง่ ชาตเิ อราวณั 8. ส่อื และแหล่งเรียนรู้ 8.1 วีดิโอเกี่ยวกับส่ิงแวดล้อมและทรพั ยากรธรรมชาติ 8.2 แบบสารวจข้อมลู ในชมุ ชน 8.3 บคุ คลในชมุ ชนที่เกี่ยวข้อง 8.4 เคร่ืองมือเรียนร้ชู มุ ชน 8.5 ตารางบนั ทึกผลการตรวจวดั องค์ประกอบส่ิงมีชีวติ และสิง่ ที่ไมม่ ีชีวิต 8.6 แบบการวเิ คราะห์ปัญหาชมุ ชน 8.7 การทางานชมุ ชน สร้างความรู้ ร่วมเรียนรู้ สกู่ ารปฏิบตั ิ 8.9 เครื่องมือเรียนร้ชู มุ ชน ตวั อยา่ งสื่อและแหลง่ การเรียนร้มู ีดงั นี ้

262 แบบการวเิ คราะห์ปัญหาชุมชน เคร่ืองมือการเรียนรู้ชุมชน 1. แผนที่เดนิ ดิน 2. ผงั เครือญาติ 3. โครงสร้างองค์กรชมุ ชน 4. ปฏิทินชมุ ชน 5. ประวตั ิศาสตร์ชมุ ชน 6. ประวตั ชิ ีวิต

263 การทางานชุมชน สร้างความรู้ ร่วมเรียนรู้ ส่กู ารปฏิบัติ

264 264 ตารางบนั ทึกผลการตรวจวัดองค์ประกอบท่ไี ม่มีชีวติ

265 ตารางบันทกึ ผลการสารวจส่งิ มีชีวิต 265

266 9. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ 9.1 การทดสอบ 9.2 การสงั เกต 9.3 การตรวจผลงาน 10. การออกแบบวิธีการและเคร่ืองมือประเมินผล (โดยยึดจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้) และนามาทาพิมพ์เขยี ว การวดั และประเมินผลดงั นี ้

267 267

268 แบบทดสอบการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม คาชแี ้ จง จงตอบคาถามและให้เหตผุ ลเกี่ยวกบั การอนุรกั ษ์ทรพั ยากร ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ดงั ตอ่ ไปนี ้ 1. จงวิเคราะห์สภาพและสาเหตขุ องปัญหาสงิ่ แวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาตใิ นบริเวณอทุ ยานแหง่ ชาตเิ อราวณั ตามที่นกั เรียนค้นพบจากการเรียนในหนว่ ยนี ้ ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... 2. จงแสดงความคิดเห็นแนวทางการปอ้ งกนั แก้ไขปัญหา สงิ่ แวดล้อมและทรพั ยากรธรรมชาตใิ นบริเวณอทุ ยานแห่งชาติ เอราวณั ............................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................... 3. จงระบแุ นวทางอนุรกั ษ์พฒั นาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ โดยทว่ั ไป ............................................................................................... ............................................................................................... ...............................................................................................

269 แบบประเมินความมีวนิ ัย คาชแี ้ จง 1. แบบประเมินนีม้ ีผู้ประเมิน 3 ฝ่าย คือ ตนเอง เพื่อน และครู ข้อมูลการประเมินมาจาก 3 ฝ่าย เพ่ือพิจารณาในการตดั สินผลการประเมิน 2. จงเขยี นระดบั คะแนนลงในชอ่ งผลการประเมิน ดงั นี ้ 1 คะแนน หมายถึง แสดงพฤติกรรมเม่ือได้รับคาสงั่ 2 คะแนน หมายถึง แสดงพฤติกรรมเม่ือได้รับการกระต้นุ 3 คะแนน หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมด้วยตนเอง ผลการประเมิน ช่อื – สกลุ ตงั้ ใจ ปฏิบตั ิงาน อดทน รับผดิ ชอบ รวม ในการ บรรลุ ตอ่ สิง่ ยว่ั ยุ ตอ่ ตนเอง เรียนรู้ เป้าหมาย และสว่ นรวม

270 แบบประเมินความรับผิดชอบในการทางาน คาชแี ้ จง เขียนคะแนนความรบั ผิดชอบในการทางานแตล่ ะด้าน ลงในชอ่ งผลการประเมิน 1 คะแนน หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมเมื่อได้รบั คาสงั่ 2 คะแนน หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมเม่ือได้รบั การกระต้นุ 3 คะแนน หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมด้วยตนเอง ผลการประเมิน ชือ่ – สกุล ตงั้ ใจ ทางาน ปฏิบตั ิงาน งานเสร็จ รวม ทางาน เป็น เตม็ ความ ตรงเวลา ที่ได้รบั ขนั้ ตอน สามารถ มอบหมาย

271 แบบประเมินจติ อาสา คาชีแ้ จง 1. แบบประเมินนีม้ ีผู้ประเมิน 3 ฝ่าย คอื ตนเอง เพื่อน และครู ข้อมลู การประเมินมาจาก 3 ฝ่าย เพื่อพิจารณาในการตดั สินผลการประเมิน 2. จงเขยี นระดบั คะแนนลงในชอ่ งผลการประเมิน ดงั นี ้ 1 คะแนน หมายถงึ แสดงพฤติกรรมเม่ือได้รับการร้องขอ 2 คะแนน หมายถงึ แสดงพฤติกรรมเมื่อได้รับการกระต้นุ 3 คะแนน หมายถงึ แสดงพฤติกรรมด้วยตนเอง ช่อื – สกุล แบง่ ปัน ผลการประเมิน ให้ความรู้สึก รวม สงิ่ ของ ให้ความ ให้คา ท่ดี ี ความคิด ชว่ ยเหลอื แนะนา ทางบวก

272 แบบประเมินผลงานของผู้เรียน คาชแี ้ จง 1. แบบประเมินนีม้ ีผู้ประเมิน 3 ฝ่าย คอื ตนเอง เพ่ือน และครู ข้อมลู การประเมินมาจาก 3 ฝ่ายเพื่อพิจารณา ในการตดั สนิ ผลการประเมิน 2. จงเขียนระดบั คะแนนลงในชอ่ งผลการประเมิน ดงั นี ้ 1 คะแนน หมายถงึ ผลงานมีความผิดพลาดเป็นสว่ นมาก ต้องปรบั ปรุงแก้ไขโดยได้รับความชว่ ยเหลือ 2 คะแนน หมายถึง ผลงานมีความถกู ต้องเป็นสว่ นมาก แตต่ ้องปรบั ปรงุ แก้ไขเลก็ น้อยด้วยตนเอง 3 คะแนน หมายถึง ผลงานมีความถกู ต้องสมบรู ณ์ เป็นตวั แบบ ของเพ่ือนๆ ได้ ช่อื – สกุล ผลการประเมิน รวม สมาชิกกลมุ่ ความ ความถกู ต้อง ความเป็น ความ ชดั เจน ของเนอื ้ หา ระบบในการ ครอบคลุม ของส่วนนา สาระ นาเสนอ ของการสรุป

273 11. บนั ทึกหลังการเรียนการสอน (ระบพุ ฤติกรรมการเรียนรู้ ของผู้เรียนในประเด็นตอ่ ไปนี)้ 1. ความร้ทู ี่ลกึ ซงึ ้ (deep knowledge) .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 2. การถกั ทอความรู้ (weaving)/ การสงั เคราะห์ .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 3. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 4. สิ่งท่ีผู้สอนคดิ วา่ เป็นจดุ แข็งของการจดั การเรียนการสอน .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 5. สง่ิ ที่ผู้สอนต้องพัฒนา .................................................................................................... .................................................................................................... ....................................................................................................

274 สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ระดบั ชัน้ ป.6 ภาคเรียนท่ี 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เร่ือง My story เวลา 10 คาบ/ช่ัวโมง 1. ผลการเรียนรู้ (learning outcomes) อ่านข้อความ เขยี นจดหมายแนะนาตนเอง บอกข้อมูล เกี่ยวกับกิจกรรมที่สนใจ โดยใช้กระบวนการทางภาษา และมีวินัย 2. ความคิดรวบยอดหลกั (main concept) การเขียนจดหมาย การอา่ น ข้อมลู เกีย่ วกบั ตนเอง มีวนิ ยั My story กจิ กรรมที่สนใจ การคิดวิเคราะห์ กระบวนการทางภาษา

275 3. หัวข้อสาระการเรียนรู้ (sub concept และ topic)เขียนเป็นข้อๆ 3.1 Function - Talking about oneself - Expressing likes/dislikes - Asking for information - Giving information 3.2 Language Item - My name is ….. . - My address is ….. . - My phone number is ….. . - I’m from ….. . - I’m ..… . - I like ….. . - Do you ..…? Yes, I do. - Where ..…? - How many ..…? - Have you …..? Present Perfect Tense - Have you ever …..? - I have finished my homework.

276 3.3 Vocabulary - address, telephone number, occupation, student, hobby, like, interesting, different, favorite, film, pen pal, never, ever, guitar, finished, cleaned, won, climbed, visited, gone, written 3.4 ใช้รูปแบบการจดั การเรียนการสอนที่ใช้วจิ ยั เป็นฐาน รปู แบบที่ 2 (ใช้ผลงานวจิ ยั ที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการเรียนการสอน) 3.5 Pronunciation - Consonants - Initial sounds: - /f-/, / fr- /, /g-/ Vowel sounds: - /i/ , /e/ 3.6 การเขยี นจดหมาย - สว่ นนา - ท่ีอยู่ วนั ที่ - คาขนึ ้ ต้น - สว่ นเนือ้ หา - สว่ นลงท้าย

277 4. สมรรถนะ ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ 5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ มีวนิ ยั 6. จุดประสงค์การเรียนรู้ 6.1 พูดโต้ตอบในการแนะนาตนเองตอ่ ผ้อู ื่นตามโครงสร้าง ประโยคได้ถกู ต้อง 6.2 อ่านออกเสยี งบ้านเลขที่ หมายเลขโทรศพั ท์ ได้ถูกต้อง ตามหลกั การอา่ นภาษาอังกฤษ 6.3 สนทนาถามตอบตามโครงสร้างประโยคท่ีเรียนได้ 6.4 ให้ข้อมูลงา่ ยๆ เกี่ยวกับตนเองตามโครงสร้างภาษาอังกฤษ ที่เรียนได้ 6.5 เขียนจดหมายแนะนาตนเองถงึ เพื่อนได้ตามหลกั การเขียน ภาษาอังกฤษ 6.7 มีวนิ ัยในการเรียนรู้ และคดิ วเิ คราะห์

278 7. กจิ กรรมการเรียนรู้ กระบวนการเรียนทางภาษา 7.1 ขนั ้ ทาความเข้าใจสญั ลกั ษณ์ สอ่ื รปู ภาพ เคร่ืองหมาย 1) ผู้สอนให้ผู้เรียนดบู ตั รประจาตวั นกั เรียน แล้ว วิเคราะห์ข้อมลู ท่ีปรากฏในบตั รของตนเอง 2) ผู้สอนสอนคาศพั ท์ name , age , nationality , occupation , address , telephone number 3) ผู้เรียนอา่ นคาศพั ท์ตา่ งๆ ในบตั รประจาตวั 4) ผู้เรียนสงั เกตการออกเสยี งคาของตนเอง เพื่อ เปรียบเทียบกับบทอ่านจากซีดี 7.2 ขนั ้ สร้างความคิดรวบยอด 5) ผู้เรียนจบั คกู่ นั ฝึกถามตอบด้วยประโยค What’s your name? What’s your address? What’s your phone number? Where’re you from? 6) ผู้เรียนอ่านข้อมลู ของบคุ คลที่ผู้สอนจดั ให้ 7) ให้ผู้เรียนเขียนคาที่เติมในชอ่ งวา่ ง และฝึกอา่ น ประโยคพร้ อมกัน

279 8) ผู้เรียนแบง่ กลมุ่ 4 คน ฝึกสมั ภาษณ์เกี่ยวกับช่อื อาชีพ อายุ สญั ชาติ สถานที่เกิด พร้อมทงั ้ บนั ทึกสีผม และสีตา ของบคุ คลท่ีสมั ภาษณ์ ตามที่เห็น 9) ผู้เรียนเขยี นบรรยายข้อมูลบคุ คลที่สมั ภาษณ์ ตามแนวทางที่กาหนดให้ 10) บนั ทกึ คาศพั ท์ใหมๆ่ ท่ีได้เรียนร้ลู งในสมดุ 11) ผู้สอนสอนคาศพั ท์ name , age , nationality , occupation , address , telephone number 7.3 ขนั ้ ส่ือสารความคดิ 12) ผู้เรียนบอกคาศพั ท์เกี่ยวกบั งานอดเิ รก โดยใช้บตั ร ภาพท่ีครูแจกให้ เชน่ ดโู ทรทัศน์ ฟังเพลง ทาอาหาร วา่ ยนา้ วาดรปู 13) ผู้เรียนบอกงานอดเิ รกของตนเอง 14) ผู้เรียนแสดงบทบาทสมมติตามอาชีพท่เี ลือก 15) ผู้เรียนวาดภาพกิจกรรมอาชีพและเขียนประโยค บรรยายภาพ 16) ผู้เรียนจบั คกู่ นั ผลดั กนั อา่ นเรื่องที่เขยี น และชว่ ยกนั ปรบั ปรงุ แก้ไข 17) จดั นิทรรศการผลงานของผู้เรียน

280 7.4 ขนั ้ พัฒนาความสามารถ 18) ผู้เรียนจบั คฝู่ ึกอา่ นออกเสียงเนือ้ เรื่องและผลดั กนั ถามตอบโดยใช้คาถามจากกิจกรรมเก่ียวกบั เร่ืองท่ีอา่ น 19) เขยี นคาตอบในกิจกรรมท่ีอา่ น 20) ผู้เรียนวาดภาพเพื่อนสนิทของตนเองจานวน 4 คน และวาดกิจกรรมอดิเรกของเพ่ือนทงั ้ 4 คน 21) อาสาสมัครรายงานให้เพ่ือนๆ ฟัง แล้วร่วมกนั แก้ไข รปู ประโยค และวิจารณผ์ ลงาน 22) ผู้เรียนบอกที่อยู่ บ้านเลขท่ี ถนน จงั หวดั โดยตงั ้ คาถาม What’s your address? และให้ร่วมกนั ถามตอบ 23) ผู้เรียนสนทนาเก่ียวกับรปู แบบจดหมาย และสงั เกต ที่อยู่ วนั ที่ คาขนึ ้ ต้น คาลงท้าย โดยเปรียบเทียบกบั รูปแบบจดหมาย ภาษาไทย ตามแผนภูมิบนกระดาน 24) สอนคาศพั ท์ใหมเ่ พ่ือใช้เป็นข้อมูลในเนอื ้ หาของ จดหมาย 25) ผู้เรียนแบง่ กลมุ่ อ่านข้อความในจดหมาย และสนทนาใจความของจดหมาย 26) ตวั แทนกลมุ่ ออกมาเลา่ ให้เพื่อนฟังและชว่ ยกนั สรุป ข้อความในจดหมาย 27) ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปรปู แบบการเขยี น จดหมาย

281 28) ผู้เรียนฝึกเขียนจดหมาย แล้วตรวจสอบ ความถกู ต้อง และนาไปจดั นิทรรศการ 8. ส่อื การเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ 8.1 ซดี ฝี ึกการอา่ น 8.2 บตั รคาศพั ท์ 8.3 บตั รภาพ 8.4 แบบฟอร์มการเขียนจดหมาย 8.5 แบบเรียน 8.6 บทอา่ น 9. การวดั และประเมินผล 9.1 การสงั เกต 9.2 การสอบถาม 9.3 ประเมินผลงาน 10. การออกแบบวิธีการและเคร่ืองมือประเมนิ ผล (โดยยึดจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้) และนามาทาพิมพ์เขยี ว การวดั และประเมินผลดงั นี ้

282 282

283 11. บันทกึ หลังการเรียนการสอน (ระบพุ ฤตกิ รรมการเรียนรู้ ของผู้เรียนในประเดน็ ตอ่ ไปนี)้ 1. ความร้ทู ่ีลกึ ซงึ ้ (deep knowledge) .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 2. การถักทอความรู้ (weaving)/ การสงั เคราะห์ .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 3. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 4. สง่ิ ท่ีผู้สอนคดิ วา่ เป็นจดุ แขง็ ของการจดั การเรียนการสอน .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 5. สิ่งท่ีผู้สอนต้องพฒั นา .................................................................................................... .................................................................................................... ....................................................................................................

284 แบบประเมินความมีวนิ ัย คาชแี ้ จง 1. แบบประเมินนีม้ ีผู้ประเมิน 3 ฝ่าย คอื ตนเอง เพ่ือน และครู ข้อมลู การประเมินมาจาก 3 ฝ่าย เพ่ือพิจารณาในการตดั สินผลการประเมิน 2. จงเขยี นระดบั คะแนนลงในชอ่ งผลการประเมิน ดงั นี ้ 1 คะแนน หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมเม่ือได้รับคาสงั่ 2 คะแนน หมายถึง แสดงพฤติกรรมเมื่อได้รบั การกระต้นุ 3 คะแนน หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมด้วยตนเอง ผลการประเมิน ชอ่ื – สกุล ตงั้ ใจ ปฏิบตั งิ าน อดทน รบั ผิดชอบ รวม ในการ บรรลุ ต่อสง่ิ ยวั่ ยุ ต่อตนเอง เรียนรู้ เป้าหมาย และสว่ นรวม

285 แบบประเมินการคดิ วิเคราะห์ คาชีแ้ จง 1. แบบสงั เกตนีใ้ ช้สงั เกตพฤตกิ รรมของผู้เรียนเกี่ยวกบั การคิดวเิ คราะห์ ซงึ่ ใช้ประเมินระหวา่ ง การเรียนร้แู ละหลงั การเรียนรู้ โดยผู้เรียน เพ่ือน ผู้สอน และผู้เก่ียวข้อง 2. จงใสต่ วั เลขในชอ่ งผลการประเมินที่สงั เกตพบจากพฤตกิ รรมของผู้เรียน ผลการประเมนิ ช่ือ – สกลุ การ การจดั การสรุป การประยกุ ต์ใช้ การคาดการณ์ รวม จาแนก หมวดหมู่ อย่างสมเหตสุ มผล ในสถานการณ์ใหม่ บนพืน้ ฐานข้อมลู 285

286 286 เกณฑ์การประเมินการคดิ วิเคราะห์

287 แบบประเมินการเขียนจดหมาย คาชแี ้ จง 1. แบบประเมินนีม้ ีผู้ประเมิน 3 ฝ่าย คอื ตนเอง เพ่ือน และครู ข้อมูลการประเมินมาจาก 3 ฝ่าย เพื่อพิจารณาในการตดั สนิ ผลการประเมิน 2. จงเขียนระดบั คะแนนลงในชอ่ งผลการประเมิน ดงั นี ้ 1 คะแนน หมายถงึ ผลงานมีความผิดพลาดเป็นสว่ นมาก ต้องปรับปรงุ แก้ไขโดยได้รบั ความชว่ ยเหลอื 2 คะแนน หมายถงึ ผลงานมีความถูกต้องเป็นสว่ นมาก แตต่ ้องปรบั ปรงุ แก้ไขเล็กน้อยด้วยตนเอง 3 คะแนน หมายถึง ผลงานมีความถูกต้องสมบรู ณ์ เป็นตวั แบบ ของเพื่อนๆ ได้ ผลการประเมิน ชอื่ – สกุล ความ ความ ความ ความ ถกู ต้อง ถูกต้อง ถูกต้อง ถกู ต้อง รวม ของ ของ ตามหลกั ของส่วน สว่ นนา เนอื ้ หา ภาษา สรุป

288 แบบทดสอบให้ข้ อมูลง่ายๆเก่ียวกับตนเอง ตามโครงสร้างภาษาองั กฤษ คาชแี ้ จง จงให้ข้อมลู เกี่ยวกับตนเอง ตามประเดน็ ที่กาหนดให้ ดงั ตอ่ ไปนี ้ 1. ข้อมลู สว่ นบคุ คลท่ีปรากฏในบตั รประจาตวั นักเรียน .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 2. อาชพี ที่สนใจ .................................................................................................... .................................................................................................... .................................................................................................... 3. งานอดิเรก .................................................................................................... .................................................................................................... ....................................................................................................

289 ตัวอย่างหน่วยการเรียนรู้ บูรณาการคุณลกั ษณะอาเซียน ในการเรียนรู้โดยใช้วจิ ยั เป็ นฐาน

290 290 พมิ พ์เขยี วการบรู ณาการคุณลักษณะอาเซียนกับกระบวนการวจิ ัยสาหรับผ้เู รียน สาระการเรียนรู้ สุขศกึ ษา หน่วยการเรียนรู้ สมั พนั ธภาพท่ีดี ชัน้ ม. 1 เวลา 2 ช่ัวโมง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook