Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ศน.1PDF-1

ศน.1PDF-1

Published by ปัณณธร ละม้าย, 2019-08-08 05:48:55

Description: ศน.1PDF-1

Search

Read the Text Version

! เตรียมสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เล่ม 1 !200 มาตรา 22 : ให้มีคณะกรรมการบรหิ ารกองทุนคณะหนง่ึ ประกอบด้วย 1. เลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน เปน็ ประธานกรรมการ 2. รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน เป็นรองประธานกรรมการ คนท่หี นงึ่ 3. ผทู้ รงคุณวฒุ ทิ เี่ ป็นผู้แทนองคก์ ารคนพิการหน่งึ คน เปน็ รองประธานกรรมการคนที่สอง 4. ผู้แทนสำนักปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 5. ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการอดุ มศึกษา 6. ผู้แทนสำนกั งานคณะกรรมการอาชีวศกึ ษา 7. ผู้แทนกระทรวงการคลัง 8. ผูแ้ ทนกระทรวงสาธารณสุข 9. ผแู้ ทนสำนักงบประมาณ 10. ผ้แู ทนสำนกั งานส่งเสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตคนพิการแหง่ ชาตแิ ละผู้ทรงคุณวฒุ ซิ ่งึ คณะกรรมการแตง่ ตง้ั จำนวน 11 คน ในจำนวนน้ีตอ้ งเป็นผู้แทนองค์การคนพิการแต่ละประเภทอยา่ งนอ้ ย 7 คน >เปน็ กรรมการ และให้ ผอู้ ำนวยการสำนกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพิเศษ >เปน็ กรรมการและเลขานุการ มาตรา 23 : ให้คณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ มีอํานาจหน้าท่ี ดงั ต่อไปน้ี (1) บรหิ ารกองทนุ รวมทั้งดําเนนิ การเกยี่ วกบั การลงทนุ การหาประโยชน์และการจดั การกองทนุ ให้เป็นไปตามระเบียบท่คี ณะกรรมการกําหนดโดยความเหน็ ชอบของกระทรวงการคลัง (2) พิจารณาอนุมัตกิ ารจา่ ยเงิน เพื่อการส่งเสรมิ การจดั การศกึ ษาสาํ หรบั คนพกิ ารตามระเบยี บ ที่ คณะกรรมการกําหนด (3) รายงานสถานะการเงนิ และการบริหารกองทนุ ต่อคณะกรรมการตามระเบียบทีค่ ณะกรรมการกําหนด (4) แตง่ ตง้ั คณะอนุกรรมการหรอื คณะทํางานเพื่อให้ปฏบิ ัติหน้าทตี่ ามท่ีคณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ มอบหมาย มาตรา 24 : การรับเงนิ การจา่ ยเงิน การเงิน การเกบ็ รกั ษาเงินกองทุนและการตดั หน้เี ปน็ สญู ให้เป็นไปตาม ระเบยี บที่คณะกรรมการกำหนด โดยความเหน็ ชอบของกระทรวงการคลงั WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เล่ม 1 !201 มาตรา 25 : ให้คณะกรรมการบริหารกองทนุ จัดทำงบการเงนิ ส่งผูส้ อบ • บญั ชตี รวจสอบภายใน 90 วันนับแต่วันส้นิ ปีบญั ชที กุ ปี • ใหส้ ำนักงานการตรวจเงนิ แผ่นดินเป็น >ผ้สู อบบญั ชีของกองทนุ ทกุ รอบปแี ล้วทำรายงานผลการสอบบัญชี ของกองทนุ เสนอตอ่ >คณะกรรมการ เงนิ เพม่ิ สำหรบั ตำแหนง่ ท่มี เี หตพุ เิ ศษของข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาทปี่ ฏบิ ัติหน้าทีส่ อนคนพกิ าร (พ.ค.ก.) • ก.ค.ศ. วา่ ดว้ ยเงนิ เพ่มิ สำหรับตำแหนง่ ที่มีเหตุพเิ ศษของข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา ท่ปี ฏิบตั ิหนา้ ท่ี สอนคนพกิ าร พ.ศ. 2556 โดยมีสาระสำคัญ ดังน้ี เงินเพ่มิ สำหรบั ตำแหนง่ ท่ีมีเหตพุ เิ ศษ น้ี เรยี กโดยย่อวา่ : พ.ค.ก. ให้ไดร้ ับในอตั รา เดือนละ : 2,500 บาท ให้จา่ ยเปน็ รายเดอื นในลกั ษณะจา่ ยควบกบั เงนิ เดือน และ ไม่นำไปคำนวณบำเหนจ็ บำนาญ ผูท้ ่ไี ดร้ บั เงินพิเศษ “พ.ค.ก.” ตอ้ งมคี ณุ สมบัติ ดังน้ี • มวี ฒุ ิปรญิ ญาทางการศกึ ษาพิเศษ • ผา่ นการอบรมวฒุ ิบัตร ด้านการสอนคนพกิ าร ตามหลกั สูตรท่ี กอนุมตั หิ รือรับรอง .ศ.ค. • ดำรงตำแหนง่ และปฏิบัติหนา้ ทีใ่ นสถานศึกษาของราชการหรอื ผู้ทไ่ี ด้รบั พ.ค.ก. ตามระเบยี บน้ี ตอ้ ง รายงานข้อมลู การปฏบิ ตั ิหน้าที่ พร้อมทงั้ เอกสารหลักฐานท่ีเกย่ี วข้องตอ่ กศจ. พจิ ารณาอนุมัตภิ ายใน 45 วนั นับแต่วันเปดิ ภาคเรยี นท่ี 1 ของปีการศกึ ษา กรณีปฏิบตั หิ น้าท่สี อนคนพกิ ารไมเ่ ตม็ เดอื นใน เดือนใด ให้ผ้นู น้ั ได้รับ พ.ค.ก. สำหรบั เดอื นนนั้ ตามส่วนของจำนวนวันทีป่ ฏบิ ัตหิ น้าท่ี ถา้ ในเดือนใด มใิ ดปฏบิ ตั หิ น้าท่ี ผ้นู ้ันไม่มีสทิ ธิไดร้ ับ พ.ค.ก. สำหรบั เดือนนน้ั WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุม่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศกึ ษานเิ ทศก์” เล่ม 1 !202 หมวด 2 สทิ ธิและหนา้ ที่ทางการศึกษา (พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542) มาตรา 10 : (แก้ไขฉบบั ท่ี 2) การจัดการศกึ ษา ต้องจดั ให้บคุ คลมสี ิทธิ และโอกาสเสนอกันในการรบั การ ศกึ ษาขน้ั พื้นฐานไม่นอ้ ยกว่า 12 ปที ีร่ ัฐตอ้ งจัดให้อยา่ งท่วั ถึง และมีคุณภาพโดยไม่เกบ็ ค่าใชจ้ า่ ย การจัดการศึกษา สำหรบั บคุ คล ซงึ่ มคี วามบกพรอ่ งทางร่างกาย จติ ใจ สติปัญญา อารมณ์ สงั คม การ สอ่ื สาร และการเรยี นรู้ หรอื มีรา่ งกายพกิ าร หรือทุพพลภาพ หรือบุคคล ซง่ึ มีไมส่ ามารถพงึ่ ตนเองได้ หรือไม่มผี ดู้ แู ล หรอื ผ้ดู อ้ ยโอกาส ต้องจัดให้บคุ คลดงั กล่าวมีสทิ ธิ และโอกาสไดร้ บั การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานเปน็ พิเศษ การศกึ ษาสำหรับคนพกิ ารในวรรคสอง ให้จัดต้งั แต่แรกเกดิ หรือพบความพิการ โดยไมเ่ สียค่าใช้จา่ ย และให้ บุคคลดังกลา่ ว มีสิทธไิ ด้รบั ส่งิ อำนวยความสะดวก ส่ือ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศกึ ษา ตามหลกั เกณฑ์ และวธิ ีการท่กี ำหนดในกฎกระทรวง การจัดการศึกษาสำหรับบคุ คล ซงึ่ มคี วามสามารถพิเศษ ตอ้ งจดั >ดว้ ยรูปแบบท่เี หมาะสม โดยคำนงึ ถงึ ความสามารถของบคุ คลนนั้ Keyword : • สทิ ธิ และโอกาสในการรบั การศกึ ษา อย่างท่ัวถึง, และมคี ณุ ภาพ โดยไมเ่ กบ็ ค่าใช้จา่ ย • บุคคล ซึง่ มีความบกพร่องทางรา่ งกาย จัดใหเ้ ป็นพเิ ศษ (ไมเ่ กนิ 5 เท่าของคนปกติ) ทุพพลภาพ หรอื บคุ คล ซึ่งไม่สามารถพึง่ พกิ าร : พิเศษ ตนเองได้ หรือไมม่ ผี ดู้ แู ล หรอื ผู้ดอ้ ยโอกาส ผู้ดอ้ ยโอกาส : พเิ ศษ • การศกึ ษาสำหรับคนพิการ ต้ังแต่แรกเกดิ หรือพบความพิการ โดยไม่เสยี คา่ ใชจ้ ่าย • บุคคล ซง่ึ มคี วามสามารถพเิ ศษ รูปแบบทเ่ี หมาะสม โดยคำนงึ ถงึ ความสามารถของบคุ คลนน้ั WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หน่มุ ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศกึ ษานิเทศก์” เล่ม 1 !203 เงนิ เพิม่ สำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษที่ปฏิบัตหิ น้าทส่ี อนคนพกิ าร (พ.ค.ก.) สถานศกึ ษาทีเ่ ปิดสอนเฉพาะคนพิการ ตำแหน่ง ภาระงานสอน (1) ครูผู้ช่วยและครู งิ18 หน่วยช่ัวโมงและสัปดาห์ (2) รองอำนวยการสถานศกึ ษา 8 หนว่ ยช่ัวโมงและสัปดาห์ (3) ผอู้ ำนายการสถานศึกษา 5 หนว่ ยชว่ั โมงและสปั ดาห์ สถานศกึ ษาอื่นนอกจากสถานศกึ ษาท่ีเปิดสอนเฉพาะคนพิการ ตำแหนง่ ภาระงานสอน เงื่อนไขพิเศษ ครปู ระจำชั้นที่แยกสอนคนพิการเปน็ หอ้ ง 18 หนว่ ยชวั่ โมงและสปั ดาห์ นักเรยี นพกิ ารไม่นอ้ ยกวา่ - 6 คน พิเศษ ครเู สรมิ วชิ าการและสอน 18 หน่วยชั่วโมงและสัปดาห์ นกั เรยี นพิการไม่นอ้ ยกวา่ - 6 คน คนพกิ ารประจำหอ้ งเสริมวชิ าการ ครูเดนิ สอนคนพิการประจำ 18 หนว่ ยชั่วโมงและสปั ดาห์ ไม่นอ้ ยกว่า - 2 แหง่ ศนู ยเ์ สริมวชิ าการ นกั เรยี นพิการไม่นอ้ ยกว่า - 3 คน ครูเดนิ สอนคนพิการประจำ 18 หนว่ ยช่วั โมงและสัปดาห์ นักเรียนพิการไม่นอ้ ยกวา่ - 3 คน ศนู ย์เสรมิ วชิ าการ ครูประจำชั้นของชนั้ เรยี นทม่ี คี นพกิ าร 18 หน่วยชว่ั โมงและสปั ดาห์และ นกั เรยี นพิการไมน่ ้อยกว่า - 3 คน เรยี นรว่ มกับคนปกติ >และปฏิบตั ิหนา้ ท่ี สอนเสริมวชิ าการ 5 หน่วยชั่วโมง เปน็ ครูเสริมวชิ าการ และสัปดาห์ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุม่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หน่มุ ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศึกษานิเทศก์” เลม่ 1 !204 ผทู้ ไี่ ดร้ ับ พ.ค.ก. ตามระเบียบนตี้ อ้ งรายงานขอ้ มูลการปฏบิ ตั ิหน้าท่ี พร้อมท้ังเอกสารหลักฐานท่ีเก่ยี วขอ้ ง ตอ่ กศจ.พิจารณาอนุมัตภิ ายใน 45วันนับแตว่ ันเปิดภาคเรียนท่ี 1 ของปีการศกึ ษา ท้งั นีต้ อ้ งรายงานผลการ พฒั นา หรือผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนของคนพิการ ในปีการศึกษาทีแ่ ล้วมาดว้ ย ตามแบบท่ี ก.ค.ศ.กำหนด คณะกรรมการพจิ ารณาใหค้ นพกิ ารได้รบั สิทธชิ ่วยเหลือทางการศึกษา จำนวน 15 คน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ประธานกรรมการ ผอ.สำนักบรหิ ารงานการศกึ ษานอกโรงเรยี น กรรมการ ผอ.สำนักบริหารงานคณะกรรมการสง่ เสริมการศึกษาเอกชน กรรมการ ผอ.สำนกั สง่ เสรมิ และพิทักษ์คนพิการ กรรมการ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสขุ กรรมการ ผู้แทนกรมสง่ เสรมิ การปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ กรรมการ ผแู้ ทนสำนกั งบประมาณ กรรมการ ผู้แทนศนู ยเ์ ทคโนโลยอี ิเล็กทรอนกิ สค์ อมพิวเตอร์แหง่ ชาต/ิ กรรมการ ผแู้ ทนสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย กรรมการ ผู้แทนสมาคมคนตาบอด แห่งประเทศไทย กรรมการ ผู้แทนสมาคมคนพิการแหง่ ประเทศไทย กรรมการ ผแู้ ทนสมาคมคนหูหนวกแหง่ ประเทศไทย กรรมการ ผู้แทนสมาคมบุคคลออทซิ มึ (ไทย) กรรมการ ผู้แทนสมาคมเพอื่ บุคคลปญั ญาอ่อนแห่งประเทศไทย กรรมการ ผอ.สำนกั บริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ กรรมการ และเลขานกุ าร WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !205 สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน ได้กำหนดอตั ราส่วนจำนวนนกั เรียนต่อพ่เี ลีย้ งเดก็ พิการ และเดก็ พิการ จำนวน 9 ประเภท ไดแ้ ก่ (จำนวนเดก็ พกิ ารต่อพเี่ ลี้ยงเดก็ พิการ 1 คน) 1. บกพร่องทางการเรียนรู้ 20 คน 2. บกพร่องทางการมองเหน็ 15 คน 3. บกพร่องทางการได้ยิน 15 คน 4. บกพร่องทางร่างกาย และเคลอ่ื นไหว หรือสขุ ภาพ 15 คน 5. บกพร่องทางการพูด และภาษา 15 คน 6. บุคคลทีบ่ กพร่องทางพฤติกรรม หรอื อารมณ์ 15 คน 7. ความบกพรอ่ งทางสติปัญญา 8 คน 8. พิการซอ้ น 8 คน 9. ออทิสตกิ 5 คน 20/15/8/5 เรยี นรู้/พูด มอง ได้ยนิ เคลื่อนไหว อารมณ์/สติปัญญา ซำ้ ซ้อน/ออทสิ ติก WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !206 พระราชบญั ญตั ิขอ้ มูลขา่ วสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 4 : ใน พระราชบญั ญัติ น้ี นิยาม ความหมายว่า ข้อมูลข่าวสาร สงิ่ ทสี่ ่ือความหมายใหร้ เู้ รื่องราวข้อเท็จจรงิ ข้อมลู หรอื สิง่ ใดๆ ไมว่ ่าการสื่อความหมาย น้นั จะทำไดโ้ ดยสภาพของสิ่งน้นั เองหรอื โดยผ่านวธิ กี ารใดๆ และไมว่ ่าจะไดจ้ ัดทำไว้ใน รูปของเอกสารแฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผงั แผนที่ ภาพวาด ภาพถา่ ย ฟิลม์ การบันทกึ ภาพหรือเสียง การบนั ทกึ โดยเครือ่ งคอมพวิ เตอร์ หรือวิธอี ่นื ใดที่ทำใหส้ ิ่งที่ บันทึกไวป้ รากฏได้ ข้อมูลข่าวสารของราชการ ข้อมลู ขา่ วสารทอี่ ยูใ่ นความครอบครองหรอื ควบคุมดแู ลของหน่วยงานของรฐั  ไมว่ ่า จะเปน็ ข้อมูลขา่ วสารเก่ียวกับการดำเนนิ งานของรัฐหรือขอ้ มูลขา่ วสารเก่ยี วกับเอกชน หน่วยงานของรฐั ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภมู ิภาค ราชการส่วนท้องถนิ่ รัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการ สังกดั รฐั สภา ศาลเฉพาะในส่วนทไี่ มเ่ ก่ียวกับการพิจารณาพิพากษาคดี องคก์ รควบคมุ การประกอบวชิ าชพี หน่วยงานอสิ ระของรัฐและหนว่ ยงานอ่ืนตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง เจา้ หน้าท่ขี องรฐั ผู้ซงึ่ ปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานของรฐั ขอ้ มลู ข่าวสารสว่ นบุคคล ข้อมลู ข่าวสารเก่ยี วกับสง่ิ เฉพาะตัวของบคุ คล เชน่ การศกึ ษา ฐานะการเงนิ ประวัติ สขุ ภาพ ประวตั ิอาชญากรรม หรอื ประวัตกิ ารทำงาน บรรดาท่ีมชี อ่ื ของผู้นั้นหรือมี เลขหมาย รหสั หรือสิ่งบอกลักษณะอน่ื ที่ทำใหร้ ู้ตวั ผู้นน้ั ได้ เช่น ลายพิมพน์ ว้ิ มอื แผ่น บนั ทึกลกั ษณะเสยี งของคนหรอื รปู ถา่ ย และใหห้ มายความรวมถึงข้อมลู ข่าวสารเกย่ี ว กบั ส่ิงเฉพาะตัวของผู้ทถ่ี งึ แก่กรรมแลว้ ด้วย คณะกรรมการ คณะกรรมการข้อมลู ขา่ วสารของราชการ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หน่มุ ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศกึ ษานิเทศก์” เล่ม 1 !207 นยิ าม ความหมายวา่ คนต่างด้าว บคุ คลธรรมดาท่ไี มม่ สี ญั ชาติไทยและไมม่ ถี ่นิ ท่ีอยู่ในประเทศไทยและนติ บิ คุ คล ดังต่อไปน้ี (1) บริษัทหรอื ห้างหุ้นสว่ นท่มี ที ุนเกินกง่ึ หน่ึงเปน็ ของคนตา่ งด้าว ใบห้นุ ชนิดออก ให้แก่ผูถ้ อื ให้ถอื ว่าใบหนุ้ นนั้ คนต่างดา้ ว เปน็ ผ้ถู อื (2) สมาคมที่มสี มาชิกเกินก่งึ หนงึ่ เป็นคนต่างดา้ ว (3) สมาคมหรือมูลนธิ ทิ ีม่ วี ัตถุประสงคเ์ พอ่ื ประโยชน์ของคนตา่ งด้าว (4) นติ ิบุคคลตาม(1) (2) (3)หรอื นติ บิ คุ คลอื่นใดท่มี ีผู้จัดการหรือกรรมการเกินกึ่ง หนึ่งเป็นคนตา่ งดา้ ว นิตบิ คุ คลตามวรรคหนึง่ ถา้ เขา้ ไปเป็นผู้จัดการหรือกรรมการ สมาชกิ หรือ มีทนุ ในนิตบิ ุคคลอื่น ใหถ้ ือว่าผจู้ ดั การหรือกรรมการ หรือสมาชิก หรอื เจ้าของทนุ ดงั กลา่ วเปน็ คนตา่ งดา้ ว มาตรา 5 : ให้นายกรฐั มนตรีรักษาการตามพระราชบัญญตั นิ ี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพ่อื ปฏบิ ตั ติ าม พรบ. นี้ กฎกระทรวงน้นั เม่อื ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ มาตรา 6 : ให้จัดตงั้ สำนกั งานคณะกรรมการขอ้ มลู ข่าวสารของราชการข้นึ ในสำนกั งานปลดั สำนกั นายกรัฐมนตรี มหี น้าทีป่ ฏบิ ัติงานเกย่ี วกับงานวชิ าการและธรุ การให้แก่คณะกรรมการ และคณะกรรมการวินจิ ฉัยการเปดิ เผยขอ้ มูล ข่าวสาร ประสานงานกับหนว่ ยงานของรฐั และใหค้ ำปรกึ ษาแก่เอกชนเกี่ยวกบั การปฏบิ ัติตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุม่ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนุม่ ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !208 หมวด 1 การเปดิ เผยขอ้ มลู ข่าวสาร มาตรา 7 : หน่วยงานของรัฐตอ้ งสง่ ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการอยา่ งนอ้ ยดังตอ่ ไปนลี้ งพมิ พ์ในราชกิจจานุเบกษา (1) โครงสรา้ งและการจดั องคก์ รในการดำเนนิ งาน (2) สรปุ อำนาจหนา้ ทที่ ่สี ำคญั และวิธกี ารดำเนินงาน (3) สถานท่ีตดิ ตอ่ เพือ่ ขอรบั ข้อมูลขา่ วสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับหนว่ ยงานของรฐั (4) กฎ มติคณะรฐั มนตรี ข้อบงั คบั คำสง่ั หนงั สือเวียน ระเบียบแบบแผน นโยบาย หรอื การตีความ ท้ังน้ี เฉพาะที่จัดให้มีข้นึ โดยสภาพอยา่ งกฎเพือ่ ให้มผี ลเป็นการท่วั ไปตอ่ เอกชนทีเ่ ก่ียวข้อง (5) ขอ้ มูลขา่ วสารอื่นตามท่คี ณะกรรมการกำหนด ขอ้ มลู ขา่ วสารใดท่ีได้มีการจัดพมิ พ์เพ่ือใหแ้ พร่หลายตามจำนวนพอสมควรแลว้ ถา้ มกี ารลงพมิ พ์ในราชกิจ จานเุ บกษาโดยอา้ งอิงถึงสง่ิ พมิ พน์ ัน้ ก็ให้ถือว่าเป็นการปฏบิ ัติตามบทบญั ญัติวรรคหนึง่ แล้ว ให้หน่วยงานของรัฐรวบรวมและจดั ให้มีข้อมลู ข่าวสารตามวรรคหน่ึงไว้เผยแพรเ่ พื่อขายหรือจำหนา่ ย จา่ ยแจก ณ ทีท่ ำการของหนว่ ยงานของรฐั แห่งนั้นตามท่เี หน็ สมควร มาตรา 8 : ขอ้ มูลข่าวสารทีต่ อ้ งลงพิมพ์ตามมาตรา 7 (4) ถ้ายงั ไมไ่ ดล้ งพิมพ์ในราชกจิ จานุเบกษา จะนำมาใชบ้ ังคับ ในทางทไ่ี ม่เปน็ คุณแกผ่ ูใ้ ดไมไ่ ด้ เว้นแต่ผ้นู ั้นจะไดร้ ู้ถงึ ข้อมลู ข่าวสารนัน้ ตามความเป็นจริงมาก่อนแล้วเป็นเวลาพอ สมควร มาตรา 9 : ภายใตบ้ ังคบั มาตรา 14 และมาตรา 15 หน่วยงานของรฐั ต้องจดั ให้มขี อ้ มูลข่าวสารของราชการอย่าง น้อยดงั ต่อไปนไ้ี ว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดไู ดท้ งั้ น้ี ตามหลักเกณฑ์และวธิ กี ารท่คี ณะกรรมการกำหนด (1) ผลการพิจารณาหรอื คำวินิจฉยั ที่มีผลโดยตรงต่อเอกชนรวมทง้ั ความเห็นแย้งและคำสง่ั ทเ่ี กยี่ วข้องในการ พิจารณาวินจิ ฉยั ดังกลา่ ว (2) นโยบายหรอื การตีความท่ีไมเ่ ข้าข่ายต้องลงพมิ พ์ในราชกิจจานเุ บกษาตามมาตรา 7 (4) (3) แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจา่ ยประจำปีของปที ีก่ ำลงั ดำเนนิ การ (4) คูม่ ือหรือคำสงั่ เก่ยี วกบั วิธีปฏบิ ัติงานของเจา้ หนา้ ทขี่ องรัฐซ่ึงมีผลกระทบถึงสิทธหิ นา้ ทข่ี องเอกชน (5) ส่ิงพิมพท์ ่ไี ด้มกี ารอา้ งอิงถงึ ตามมาตรา 7 วรรคสอง (6) สัญญาสมั ปทาน สัญญาท่มี ลี ักษณะเปน็ การผกู ขาดตดั ตอนหรอื สญั ญารว่ มทนุ กบั เอกชนในการจดั ทำบรกิ าร สาธารณะ (7) มติคณะรัฐมนตรี หรือมติคณะกรรมการทแี่ ตง่ ต้งั โดยกฏหมายหรอื โดยมตคิ ณะรัฐมนตรี ท้ังนี้ ใหร้ ะบุรายชื่อ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศึกษานิเทศก์” เลม่ 1 !209 รายงานทางวชิ าการ รายงานข้อเท็จจริง หรือข้อมลู ขา่ วสารท่ีนำมาใช้ในการพจิ ารณาไว้ดว้ ย (8) ข้อมลู ข่าวสารอน่ื ตามท่ีคณะกรรมการกำหนด ขอ้ มลู ขา่ วสารท่ีจดั ให้ประชาชนเขา้ ตรวจดไู ด้ตามวรรคหนึง่ ถา้ มีส่วนทีต่ อ้ งห้ามมใิ หเ้ ปิดเผยตามมาตรา 14 หรอื มาตรา 15 อยดู่ ว้ ย ใหล้ บหรอื ตดั ทอนหรอื ทำโดยประการอื่นใดที่ไม่เป็นการเปดิ เผยข้อมูลข่าวสารสว่ นนัน้ บุคคลไม่วา่ จะมสี ่วนได้เสียเกยี่ วข้องหรอื ไม่ก็ตาม ยอ่ มมสี ทิ ธเิ ขา้ ตรวจดู ขอสำเนาหรือขอสำเนาท่มี ีคำ รับรองถูกตอ้ งของขอ้ มูลขา่ วสารตามวรรคหนึ่งได้ ในกรณีท่สี มควรหน่วยงานของรฐั โดยความเห็นชอบของคณะกรรม การ จะวางหลักเกณฑเ์ รียกคา่ ธรรมเนียมในการน้นั ก็ได้ ในการน้ีใหค้ ำนงึ ถึงการช่วยเหลอื ผ้มู ีรายไดน้ อ้ ยประกอบดว้ ย ท้งั น้ี เว้นแตจ่ ะมีกฏหมายเฉพาะบญั ญตั ิไวเ้ ป็นอย่างอ่ืน มาตรา 10 : บทบัญญัติมาตรา 7 และมาตรา 9 ไมก่ ระทบถงึ ขอ้ มูลข่าวสารของราชการทีม่ กี ฏหมายเฉพาะ กำหนดให้มีการเผยแพร่หรือเปิดเผยดว้ ยวิธกี ารอย่างอ่ืน มาตรา 11 : นอกจากข้อมลู ข่าวสารของราชการท่ีลงพมิ พใ์ นราชกจิ จานเุ บกษาแลว้ หรอื ที่จัดไว้ใหป้ ระชาชนเข้าตรวจ ดไู ดแ้ ลว้ หรือทมี่ ีการจัดให้ประชาชนได้ค้นคว้าตามมาตรา 26 แล้ว ถา้ บคุ คลใดขอขอ้ มลู ขา่ วสารอ่นื ใดของราชการ และคำขอของผนู้ น้ั ระบขุ อ้ มลู ขา่ วสารทตี่ ้องการในลักษณะทอ่ี าจเขา้ ใจได้ตามควร ใหห้ นว่ ยงานของรฐั ผู้รับผดิ ชอบจัดหาขอ้ มลู ข่าวสารน้นั ใหแ้ กผ่ ขู้ อภายในเวลาอันสมควร เวน้ แต่ผ้นู ้ันขอ จำนวนมากหรือบอ่ ยครงั้ โดยไมม่ เี หตุผลอนั สมควร ขอ้ มูลขา่ วสารของราชการใดมีสภาพที่อาจบบุ สลายง่าย หนว่ ยงานของรัฐจะขอขยายเวลาในการจัดหาใหห้ รอื จะจัดทำสำเนาให้ในสภาพอยา่ งหนึ่งอยา่ งใดเพอื่ มใิ หเ้ กดิ ความเสียหายแกข่ ้อมลู ข่าวสารนนั้ กไ็ ด้ ขอ้ มูลข่าวสารของราชการท่ีหนว่ ยงานของรัฐจดั หาให้ตามวรรคหนึ่งตอ้ งเปน็ ข้อมูลข่าวสารทีม่ ีอย่แู ลว้ ในสภาพที่ พรอ้ มจะให้ได้ มิใช่เป็นการตอ้ งไปจดั ทำวิเคราะห์ จำแนก รวบรวม หรอื จดั ใหม้ ขี ึ้นใหม่ เวน้ แตเ่ ป็นการแปรสภาพเป็นเอกสารจากข้อมูลขา่ วสารที่บนั ทึกไว้ในระบบการบันทกึ ภาพหรือเสียง ระบบคอม พวิ เตอร์ หรอื ระบบอ่ืนใด ทงั้ นี้ ตามทีค่ ณะกรรมการกำหนด แตถ่ ้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่ากรณที ่ขี อนน้ั มิใชก่ ารแส วงหาผลประโยชนท์ างการค้า และเป็นเร่ืองท่ีจำเปน็ เพ่อื ปกปอ้ งสิทธเิ สรีภาพสำหรบั ผู้นั้นหรอื เป็นเรอื่ งที่จะเป็น ประโยชน์แก่สาธารณะ หน่วยงานของรฐั จะจดั หาขอ้ มูลข่าวสารนนั้ ใหก้ ไ็ ด้ บทบญั ญตั ิวรรคสามไมเ่ ป็นการห้ามหน่วยงานของรัฐท่ีจะจดั ให้มขี ้อมูลข่าวสารของราชการใดขึ้นใหมใ่ ห้แก่ ผรู้ อ้ งขอหากเป็นการสอดคลอ้ งดว้ ยอำนาจหนา้ ทีต่ ามปกติของหนว่ ยงานของรัฐนั้นอยูแ่ ลว้ ให้นำความในมาตรา 9 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใชบ้ ังคบั แก่การจัดหาขอ้ มลู ขา่ วสารใหต้ าม มาตรานี้ โดยอนโุ ลม WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุม่ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนมุ่ ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เล่ม 1 !210 มาตรา 12 : ในกรณีทมี่ ีผ้ยู ่ืนคำขอขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการตามมาตรา 11 แมว้ ่าข้อมลู ข่าวสารท่ีขอจะอยใู่ นความ ควบคุมดแู ลของหน่วยงานส่วนกลางหรอื สว่ นสาขาของหนว่ ยงานแหง่ นั้น หรอื จะอย่ใู นความควบคมุ ดูแลของหนว่ ย งานของรฐั แหง่ อน่ื กต็ าม ให้หนว่ ยงานของรัฐทรี่ ับคำขอใหค้ ำแนะนำเพอ่ื ไปยื่นคำขอตอ่ หน่วยงานของรฐั ท่ีควบคมุ ดูแลข้อมูลขา่ วสารนั้นโดยไมช่ กั ช้า ถ้าหนว่ ยงานของรฐั ผ้รู ับคำขอเหน็ วา่ ข้อมลู ข่าวสารท่ีมคี ำขอเป็นขอ้ มลู ขา่ วสารทจี่ ดั ทำโดยหน่วยงานของรัฐ แหง่ อน่ื และได้ระบหุ ้ามการเปิดเผยไวต้ ามระเบียบทีก่ ำหนดตามมาตรา 16 ใหส้ ง่ คำขอนน้ั ใหห้ นว่ ยงานของรฐั ผ้จู ดั ทำขอ้ มูลขา่ วสารน้นั พจิ ารณาเพือ่ มีคำสงั่ ตอ่ ไป มาตรา 13 : ผใู้ ดเหน็ ว่าหน่วยงานของรฐั ไม่จดั พมิ พ์ขอ้ มลู ขา่ วสารตามมาตรา 7 หรอื ไม่จดั ขอ้ มลู ข่าวสารไว้ให้ ประชาชนตรวจดไู ด้ตามมาตรา 9 หรอื ไมจ่ ดั หาขอ้ มลู ขา่ วสารใหแ้ กต่ นตามมาตรา 11 หรือฝา่ ฝืนหรอื ไมป่ ฏิบตั ิ ตามพระราชบัญญตั นิ ้ี หรือปฏิบัตหิ นา้ ทล่ี า่ ช้า หรอื เห็นว่าตนไมไ่ ดร้ บั ความสะดวกโดยไมม่ เี หตอุ ันสมควร ผูน้ นั้ มสี ทิ ธิ รอ้ งเรียนต่อคณะกรรมการขอ้ มลู ข่าวสารของราชการ เว้นแตเ่ ปน็ เรอื่ งเก่ยี วกบั การมคี ำส่ังมใิ หเ้ ปดิ เผยข้อมูลขา่ วสาร ตามมาตรา 15 หรือคำสั่งไมร่ บั ฟงั คำคัดค้านตามมาตรา 17 หรอื คำสงั่ ไมแ่ กไ้ ขเปลี่ยนแปลงหรือลบขอ้ มูลข่าวสาร สว่ นบุคคลตามมาตรา 25 ในกรณที ีม่ กี ารร้องเรียนต่อคณะกรรมการตามวรรคหนึง่ คณะกรรมการตอ้ งพจิ ารณาให้แลว้ เสรจ็ ภายใน 30 วนั นับแตว่ นั ทไ่ี ด้รับคำรอ้ งเรียน ในกรณีท่มี ีเหตจุ ำเป็นให้ขยายเวลาออกไปได้ แตต่ อ้ งแสดงเหตุผลและรวมเวลา ทงั้ หมดแลว้ ต้องไม่เกิน 60 วัน WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนุม่ ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศกึ ษานิเทศก์” เลม่ 1 !211 หมวด 2 ขอ้ มูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปดิ เผย มาตรา 14 : ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการทีอ่ าจกอ่ ใหเ้ กดิ ความเสียหายตอ่ สถาบนั พระมหากษตั ริย์จะเปิดเผยมิได้ มาตรา 15 : ข้อมลู ขา่ วสารของราชการทม่ี ลี กั ษณะอย่างหนงึ่ อยา่ งใดดังตอ่ ไปน้ี หนว่ ยงานของรฐั หรือเจา้ หน้าท่ขี อง รัฐอาจมีคำส่ังมิให้เปดิ เผยก็ได้ โดยคำนงึ ถึงการปฏบิ ัตหิ นา้ ทีต่ ามกฏหมายของหนว่ ยงานของรฐั ประโยชน์สาธารณะ และประโยชนข์ องเอกชนทีเ่ กีย่ วขอ้ งประกอบกนั (1) การเปิดเผยจะกอ่ ให้เกิดความเสียหายต่อความม่ันคงของประเทศ ความสัมพันธร์ ะหว่างประเทศหรอื ความม่นั คงในทางเศรษฐกจิ หรอื การคลงั ของประเทศ (2) การเปดิ เผยจะทำใหก้ ารบังคบั ใช้กฏหมายเสอื่ มประสิทธภิ าพหรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถปุ ระสงค์ได้ ไมว่ ่าจะเกี่ยวกับการฟ้องคดี การปอ้ งกนั การปราบปราม การทดสอบ การตรวจสอบ หรือการร้แู หล่งท่มี าของข้อมูล ขา่ วสารหรือไมก่ ็ตาม (3) ความเห็นหรือคำแนะนำภายในหน่วยงานของรัฐในการดำเนนิ การเรอื่ งหน่งึ เร่ืองใด แตท่ ้ังน้ีไมร่ วมถงึ รายงานทางวชิ าการ รายงานขอ้ เท็จจรงิ หรือข้อมลู ขา่ วสารที่นำมาใช้ในการทำความเหน็ หรอื คำแนะนำภายใน ดงั กล่าว (4) การเปดิ เผยจะกอ่ ใหเ้ กดิ อันตรายต่อชวี ิตหรือความปลอดภยั ของบคุ คลหนึ่งบคุ คลใด (5) รายงานการแพทย์หรือขอ้ มูลขา่ วสารส่วนบุคคลซ่งึ การเปดิ เผยจะเปน็ การรกุ ล้ำสิทธิสว่ นบุคคลโดยไม่ สมควร (6) ขอ้ มูลขา่ วสารของราชการทีม่ ีกฏหมายคุม้ ครองมิให้เปดิ เผยหรอื ขอ้ มูลขา่ วสารท่ีมผี ใู้ หม้ าโดยไม่ ประสงค์ใหท้ างราชการนำไปเปดิ เผยตอ่ ผ้อู ื่น (7) กรณีอ่นื ตามทก่ี ำหนดในพระราชกฤษฎีกา คำสง่ั มใิ ห้เปดิ เผยข้อมูลขา่ วสารของราชการจะกำหนดเงอ่ื นไขอยา่ งใดก็ได้ แตต่ อ้ งระบุไว้ดว้ ยวา่ ที่เปิดเผย ไม่ได้เพราะเป็นข้อมลู ข่าวสารประเภทใดและเพราะเหตใุ ด และให้ถือวา่ การมคี ำสั่งเปิดเผยข้อมลู ขา่ วสารของราชกา รเป็นดุลพนิ ิจโดยเฉพาะของเจ้าหน้าท่ีของรัฐตามลำดบั สายการบังคับบญั ชา แตผ่ ขู้ ออาจอทุ ธรณ์ตอ่ คณะกรรมการวินิจฉยั การเปดิ เผยข้อมูลข่าวสารไดต้ ามทก่ี ำหนดในพระราชบัญญตั นิ ้ี มาตรา 16 : เพอื่ ให้เกิดความชดั เจนในทางปฏิบัตวิ ่าขอ้ มูลขา่ วสารของราชการจะเปิดเผยต่อบุคคลใดไดห้ รือไม่ภายใต้ เง่อื นไขเช่นใด และสมควรมวี ิธรี กั ษามิใหร้ ่วั ไหลใหห้ น่วยงานของรัฐกำหนดวธิ ีการค้มุ ครองข้อมูลขา่ วสารนั้น ทงั้ นี้ ตามระเบยี บทค่ี ณะรฐั มนตรีกำหนดวา่ ด้วยการรักษาความลับของทางราชการ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนมุ่ ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !212 มาตรา 17 : ในกรณที เี่ จา้ หน้าทข่ี องรฐั เห็นวา่ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการใดอาจกระทบถึงประโยชน์ได้ เสยี ของผใู้ ด ให้เจา้ หน้าท่ีของรฐั แจง้ ให้ผนู้ น้ั เสนอคำคัดค้านภายในเวลาท่กี ำหนดแต่ต้องให้เวลาอนั สมควรท่ีผ้นู ั้นอาจ เสนอคำคดั ค้านได้ ซ่งึ ต้องไม่น้อยกวา่ 15 วนั นบั แตว่ นั ทไ่ี ดร้ ับแจ้ง ผู้ทไ่ี ดร้ บั แจง้ ตามวรรคหน่ึงหรอื ผูท้ ี่ทราบว่าการเปดิ เผยขอ้ มูลข่าวสารของราชการใดอาจกระทบถึง ประโยชนไ์ ดเ้ สยี ของตน มีสทิ ธิคดั ค้านการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนัน้ ได้โดยทำเป็นหนังสอื ถงึ เจา้ หน้าท่ีของ รฐั ผรู้ ับผิดชอบ ในกรณีที่มีการคดั คา้ นเจา้ หนา้ ทข่ี องรัฐผูร้ ับผิดชอบต้องพจิ ารณาคำคัดค้านและแจง้ ผลการพิจารณาให้ ผคู้ ดั ค้านทราบโดยไมช่ ักช้า ในกรณที มี่ คี ำสั่งไมร่ ับฟังคำคัดค้าน เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั จะเปิดเผยขอ้ มลู ข่าวสารนั้นมิได้ จนกวา่ จะลว่ งพ้นกำหนดเวลาอทุ ธรณต์ ามมาตรา 18 หรือจนกว่าคณะกรรมการวินจิ ฉัยการเปดิ เผยข้อมูลข่าวสาร ได้มีคำวนิ จิ ฉัยให้เปดิ เผยข้อมลู ข่าวสารนนั้ ได้แล้วแตก่ รณี มาตรา 18 : ในกรณีที่เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั มคี ำส่งั มใิ หเ้ ปดิ เผยข้อมูลขา่ วสารใดตามมาตรา 14 หรอื มาตรา 15 หรอื มี คำสง่ั ไมร่ บั ฟังคำคัดค้านของผ้มู ปี ระโยชนไ์ ด้เสยี ตามมาตรา 17 ผู้น้ันอาจอทุ ธรณต์ ่อคณะกรรมการวนิ ิจฉยั การเปดิ เผยขอ้ มลู ข่าวสารภายใน 15 วนั นบั แตว่ ันทไ่ี ดร้ ับแจง้ คำสัง่ นนั้ โดยยืน่ คำอทุ ธรณต์ อ่ คณะกรรมการขอ้ มูลข่าวสาร ของราชการ มาตรา 19 : การพจิ ารณาเก่ยี วกบั ข้อมูลขา่ วสารทม่ี ีคำสั่งมิให้เปดิ เผยนั้นไม่ว่าจะเปน็ การพิจารณาของคณะกรรมการ คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มูลขา่ วสารหรอื ศาลก็ตาม จะตอ้ งดำเนินกระบวนการพจิ ารณาโดยมิให้ข้อมลู ขา่ วสารน้นั เปิดเผยแก่บุคคลอ่ืนใดทีไ่ ม่จำเปน็ แก่การพจิ ารณาและในกรณที ่จี ำเปน็ จะพจิ ารณาลับหลังคูก่ รณีหรือ คคู่ วามฝา่ ยใดก็ได้ มาตรา 20 : การเปดิ เผยขอ้ มลู ข่าวสารใดแม้จะเข้าข่ายตอ้ งมีความรบั ผดิ ตามกฏหมายใด ให้ถอื วา่ เจ้าหน้าท่ีของรฐั ไม่ต้องรับผดิ หากเปน็ การกระทำโดยสุจริตในกรณีดังตอ่ ไปน้ี (1) ข้อมลู ข่าวสารตามมาตรา 15 ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐไดด้ ำเนินการโดยถกู ตอ้ งตามระเบยี บตามมาตรา 16 (2) ข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 15 ถา้ เจ้าหนา้ ทขี่ องรัฐในระดบั ตามทีก่ ำหนดในกฎกระทรวง มคี ำสงั่ ให้เปดิ เผยเปน็ การ ท่วั ไปหรอื เฉพาะแก่บคุ คลใดเพ่ือประโยชนอ์ ันสำคัญยิ่งกว่าทเี่ กี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ หรอื ชีวติ ร่างกาย สุขภาพ หรอื ประโยชน์อื่นของบุคคล และคำส่ังนน้ั ได้กระทำโดยสมควรแก่เหตุ ในการนี้จะมีการกำหนดข้อจำกดั หรือเงอื่ นไข ในการใช้ขอ้ มูลขา่ วสารนั้นตามความเหมาะสมกไ็ ด้ การเปดิ เผยขอ้ มูลขา่ วสารตามวรรคหน่ึงไม่เปน็ เหตใุ หห้ นว่ ยงานของรฐั พน้ จากความรับผิดตามกฏหมายหากจะ พงึ มใี นกรณดี งั กลา่ ว WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศกึ ษานิเทศก์” เลม่ 1 !213 หมวด 3 ข้อมลู ข่าวสารส่วนบุคคล มาตรา 21 : เพ่ือประโยชนแ์ หง่ หมวดน้ี บคุ คล หมายความว่าบคุ คลธรรมดาท่ีมสี ัญชาตไิ ทยและบคุ คลธรรมดาท่ี ไมม่ ีสญั ชาตไิ ทยแต่มถี น่ิ ท่อี ยใู่ นประเทศไทย มาตรา 22 : สำนกั ข่าวกรองแหง่ ชาติ สำนกั งานสภาความมั่นคงแหง่ ชาติ และหนว่ ยงานของรฐั แห่งอ่ืนตามที่กำหนด ในกฎกระทรวงอาจออกระเบยี บโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขที่มิให้ นำบทบญั ญัตวิ รรคหนง่ึ (3) ของมาตรา 23 มาใชบ้ งั คบั กับขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ นบคุ คลทอี่ ยู่ในความควบคุมดแู ลของ หนว่ ยงานดังกลา่ วกไ็ ด้ หนว่ ยงานของรัฐแหง่ อืน่ ทจี่ ะกำหนดในกฎกระทรวงตามวรรคหนง่ึ นั้น ตอ้ งเป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งการ เปดิ เผยประเภทขอ้ มูลข่าวสารส่วนบคุ คลตามมาตรา 23 วรรคหนง่ึ (3) จะเป็นอุปสรรคร้ายแรงต่อการดำเนินการ ของหนว่ ยงานดงั กล่าว มาตรา 23 : หนว่ ยงานของรัฐตอ้ งปฏบิ ัติเกี่ยวกับการจดั ระบบขอ้ มูลข่าวสารสว่ นบุคคลดงั ตอ่ ไปน้ี (1) ต้องจัดให้มีระบบข้อมูลข่าวสารสว่ นบคุ คลเพยี งเทา่ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งและจำเป็นเพ่อื การดำเนนิ งานของหน่วยงา นของรัฐใหส้ ำเรจ็ ตามวตั ถุประสงค์เท่านัน้ /ยกเลกิ การจดั ให้มรี ะบบดังกลา่ วเม่ือหมดความจำเปน็ (2) พยามยามเกบ็ ขอ้ มลู ข่าวสารโดยตรงจากเจ้าของข้อมลู โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในกรณที ี่จะกระทบถงึ ประโยชน์ ได้เสยี โดยตรงของบุคคลนั้น (3) จดั ใหม้ ีการพมิ พใ์ นราชกิจจานเุ บกษาและตรวจสอบแก้ไขใหถ้ กู ตอ้ งอย่เู สมอเกี่ยวกบั สิง่ ดังตอ่ ไปน้ี (ก) ประเภทของบุคคลท่ีมกี ารเก็บข้อมูลไว้ (ข) ประเภทของระบบข้อมลู ข่าวสารส่วนบคุ คล (ค) ลกั ษณะการใชข้ อ้ มูลตามปกติ (ง) วิธกี ารขอตรวจดูขอ้ มูลขา่ วสารของเจ้าของข้อมลู (จ) วธิ ีการขอใหแ้ ก้ไขเปลีย่ นแปลงข้อมลู (ฉ) แหลง่ ที่มาของข้อมูล (4) ตรวจสอบแก้ไขขอ้ มูลข่าวสารส่วนบุคคลในความรบั ผดิ ชอบใหถ้ กู ตอ้ งอยู่เสมอ (5) จดั ระบบรักษาความปลอดภัยใหแ้ กร่ ะบบขอ้ มูลขา่ วสารสว่ นบคุ คลตามความเหมาะสมเพอื่ ปอ้ งกนั มใิ หม้ ี การนำไปใชโ้ ดยไม่เหมาะสมหรอื เปน็ ผลร้ายตอ่ เจา้ ของขอ้ มลู WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครับ/YOUTUBE : ผอ.หน่มุ ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศกึ ษานเิ ทศก์” เล่ม 1 !214 ในกรณีท่ีเก็บขอ้ มูลขา่ วสารโดยตรงจากเจา้ ของข้อมูล หนว่ ยงานของรัฐตอ้ งแจง้ ใหเ้ จา้ ของขอ้ มลู ทราบล่วง หนา้ หรอื พรอ้ มกับการขอข้อมูลถึงวตั ถปุ ระสงคท์ จี่ ะนำขอ้ มลู มาใชล้ ักษณะการใช้ขอ้ มลู ตามปกตแิ ละกรณีท่ีขอข้อมลู น้ันเป็นกรณีท่อี าจใหข้ ้อมูลได้โดยความสมคั รใจหรอื เป็นกรณมี ีกฏหมายบงั คบั หนว่ ยงานของรัฐต้องแจง้ ให้เจา้ ของขอ้ มูลทราบในกรณที ม่ี ีการให้จดั ส่งข้อมลู ข่าวสารส่วนบุคคลไปยังทใี่ ดซึง่ จะเป็นผลให้บุคคลทัว่ ไปทราบขอ้ มลู ขา่ วสารน้ันได้ เว้นแตเ่ ป็นไปตามลักษณะการใชข้ ้อมลู ตามปกติ มาตรา 24 : หน่วยงานของรัฐจะเปิดเผยขอ้ มูลขา่ วสารส่วนบุคคลทอี่ ย่ใู นความควบคุมดูแลของตนตอ่ หนว่ ยงานของ รฐั แหง่ อน่ื หรือผู้อน่ื โดยปราศจากความยนิ ยอมเปน็ หนงั สอื ของเจ้าของข้อมูลท่ใี ห้ไวล้ ว่ งหน้าหรอื ในขณะนัน้ มิได้ เว้นแต่ เปน็ การเปดิ เผย ดังต่อไปนี้ (1) ต่อเจ้าหน้าทขี่ องรัฐในหน่วยงานของตนเพ่ือการนำไปใชต้ ามอำนาจหนา้ ท่ขี องหน่วยงานของรัฐแห่งน้นั (2) เปน็ การใชข้ ้อมูลตามปกติภายในวตั ถปุ ระสงคข์ องการจัดให้มีระบบข้อมูลขา่ วสารส่วนบุคคลน้นั (3) ตอ่ หน่วยงานของรัฐท่ที ำงานด้านการวางแผนหรอื การสถิติหรอื สำมะโนต่าง ๆ ซงึ่ มีหนา้ ทต่ี อ้ ง รกั ษาข้อมูลขา่ วสารสว่ นบคุ คลไว้ไมใ่ หเ้ ปิดเผยตอ่ ไปยงั ผูอ้ ืน่ (4) เปน็ การให้เพือ่ ประโยชนใ์ นการศึกษาวจิ ัยโดยไม่ระบชุ ่ือหรอื ส่วนทท่ี ำใหร้ ู้วา่ เปน็ ข้อมลู ขา่ วสารสว่ นบุคคล ทีเ่ กย่ี วกบั บุคคลใด (5) ตอ่ หอจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรมศลิ ปากร หรอื หน่วยงานอื่นของรฐั ตามมาตรา 26 วรรคหนง่ึ เพ่อื การ ตรวจดคู ุณคา่ ในการเกบ็ รกั ษา (6) ตอ่ เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั เพ่อื การปอ้ งกนั การฝ่าฝืนหรอื ไมป่ ฏิบัตติ ามกฏหมาย การสืบสวน การสอบสวน หรอื การฟ้องคดี ไมว่ า่ เปน็ คดปี ระเภทใดก็ตาม (7) เป็นการใหซ้ ง่ึ จำเปน็ เพอื่ การปอ้ งกนั หรอื ระงับอันตรายตอ่ ชีวติ หรอื สุขภาพของบคุ คล (8 ) ต่อศาลและเจ้าหน้าทข่ี องรัฐหรอื หนว่ ยงานของรัฐหรือบุคคลท่มี อี ำนาจตามกฎหมายท่จี ะขอขอ้ เทจ็ จริง ดงั กลา่ ว (9) กรณีอ่นื ตามท่ีกำหนดในพระราชกฤษฎกี า การเปดิ เผยขอ้ มลู ข่าวสารส่วนบุคคลตามวรรคหนงึ่ (3) (4) (5) (6) (7) (8) และ (9) ให้มีการจัดทำบัญชี แสดงการเปดิ เผยกำกบั ไว้กบั ข้อมูลข่าวสารนัน้ ตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการทีก่ ำหนดในกฎกระทรวง WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หน่มุ ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศกึ ษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !215 มาตรา 25 : ภายใต้บงั คับมาตรา 14 และมาตรา 15 บคุ คลย่อมมีสิทธทิ ี่จะได้รถู้ ึงขอ้ มูลขา่ วสารส่วนบุคคลท่ีเกยี่ วกับ ตน และเมอ่ื บคุ คลนนั้ มคี ำขอเปน็ หนงั สอื หน่วยงานของรฐั ทคี่ วบคุมดแู ลขอ้ มูลขา่ วสารนน้ั จะต้องให้บุคคลน้นั หรือ ผกู้ ระทำการแทนบคุ คลนนั้ ไดต้ รวจดูหรอื ได้รับสำเนาขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ นบคุ คลส่วนทีเ่ กีย่ วกับบคุ คลนั้น และให้นำ มาตรา 9 วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคบั โดยอนโุ ลม การเปดิ เผยรายงานการแพทย์ทเี่ กี่ยวกับบุคคลใด ถา้ กรณีมีเหตุอันควรเจา้ หน้าทข่ี องรัฐจะเปดิ เผยต่อเฉพาะ แพทยท์ บ่ี คุ คลน้ันมอบหมายก็ได้ ถา้ บคุ คลใดเหน็ ว่าข้อมูลข่าวสารส่วนบคุ คลทีเ่ กยี่ วกบั ตนสว่ นใดไมถ่ กู ตอ้ งตามทเี่ ปน็ จริง ใหม้ สี ิทธิยืน่ คำขอเป็น หนังสือให้หนว่ ยงานของรฐั ที่ควบคุมดูแลขอ้ มลู ขา่ วสารแกไ้ ขเปลยี่ นแปลงหรือลบขอ้ มลู ข่าวสารส่วนน้นั ได้ซึ่งหนว่ ย งานของรฐั จะตอ้ งพจิ ารณาคำขอดังกล่าว และแจง้ ให้บุคคลนน้ั ทราบโดยไม่ชกั ชา้ ในกรณที ห่ี น่วยงานของรฐั ไม่แกไ้ ขเปล่ยี นแปลงหรือลบขอ้ มลู ข่าวสารให้ตรงตามทม่ี ีคำขอ ให้ผนู้ ั้นมสี ทิ ธิอทุ ธรณต์ ่อคณะกรรมการวนิ จิ ฉัยการเปิดเผยข้อมูลขา่ วสารภายใน 30 วนั นบั แตว่ นั ได้รบั แจง้ คำสัง่ ไมย่ นิ ยอมแกไ้ ขเปล่ยี น แปลงหรือลบข้อมลู ขา่ วสาร โดยยืน่ คำอทุ ธรณต์ ่อคณะกรรมการขอ้ มูลขา่ วสารของราชการ และไมว่ า่ กรณีใด ๆ ให้ เจ้าของข้อมลู มสี ทิ ธริ อ้ งขอใหห้ นว่ ยงานของรฐั หมายเหตคุ ำขอของตนแนบไวก้ บั ขอ้ มลู ขา่ วสารส่วนท่เี กีย่ วขอ้ งได้ ให้บุคคลตามท่กี ำหนดในกฎกระทรวงมสี ทิ ธิดำเนนิ การตามมาตรา 23 มาตรา 24 และมาตราน้แี ทนผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ คนเสมอื นไรค้ วามสามารถ หรือเจ้าของข้อมูลท่ถี ึงแก่กรรมแลว้ ได้ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หน่มุ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศกึ ษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !216 หมวด 4 เอกสารประวตั ศิ าสตร์ มาตรา 26 : ข้อมลู ข่าวสารของราชการทหี่ นว่ ยงานของรัฐไม่ประสงคจ์ ะเกบ็ รกั ษาหรอื มีอายคุ รบกำหนดตามวรรค สองนบั แต่วันทเ่ี สรจ็ ส้นิ การจดั ใหม้ ีข้อมูลข่าวสารนน้ั ให้หน่วยงานของรฐั สง่ มอบให้แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรหรอื หนว่ ยงานอื่นของรัฐตามทก่ี ำหนดในพระราชกฤษฎกี าเพอ่ื คดั เลือกไว้ให้ประชาชนไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ กำหนดเวลาต้องสง่ ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการตามวรรคหน่งึ ให้แยกตามประเภท ดงั น้ี (1) ขอ้ มูลข่าวสารของราชการตามมาตรา 14 เมื่อครบ 75 ปี (พระมหากษัตริย)์ (2 ) ข้อมูลข่าวสารของราชการตามมาตรา 15 เมอ่ื ครบ 20 ปี (ขอ้ มลู อาจมใิ หเ้ ปิดเผย) กำหนดเวลาตามวรรคสอง อาจขยายออกไปได้ในกรณีดังตอ่ ไปน้ี (1) หน่วยงานของรัฐยงั จำเป็นตอ้ งเก็บรกั ษาขอ้ มูลข่าวสารของราชการไว้เองเพ่ือประโยชน์ในการใชส้ อย โดยต้องจดั เกบ็ และจดั ให้ประชาชนไดศ้ ึกษาค้นควา้ ตามที่จะตกลงกบั หอจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรมศิลปากร (2 )หน่วยงานของรฐั เห็นวา่ ข้อมลู ข่าวสารของราชการน้ันยังไมค่ วรเปิดเผยโดยมีคำสัง่ ขยายเวลากำกบั ไว้ เปน็ การเฉพาะราย คำสง่ั การขยายเวลานัน้ ให้กำหนดระยะเวลาไวด้ ว้ ย แตจ่ ะกำหนดเกินคราวละ 5 ปีไมไ่ ด้ การตรวจสอบหรอื ทบทวนมิให้มกี ารขยายระยะเวลาไม่เปดิ เผยจนเกินความจำเป็นให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ และวิธกี ารทก่ี ำหนดในกฎกระทรวง บทบญั ญัตติ ามมาตรานม้ี ใิ ห้ใช้บงั คับกับขอ้ มลู ข่าวสารของราชการตามทีค่ ณะรฐั มนตรีออกระเบยี บกำ หนดใหห้ นว่ ยงานของรฐั หรอื เจา้ หน้าท่ีของรัฐจะตอ้ งทำลายหรอื อาจทำลายได้ >โดยไมต่ อ้ งเกบ็ รกั ษา WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศกึ ษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !217 หมวด 5 คณะกรรมการข้อมลู ขา่ วสารของราชการ มาตรา 27 : ใหม้ คี ณะกรรมการข้อมูลขา่ วสารของราชการ ประกอบดว้ ย ตำแหน่ง บทบาท จำนวน ประธานคณะกรรมการ รฐั มนตรี ซ่ึงนายกรัฐมนตรี มอบหมายเปน็ ประธาน 1 กรรมการ (1)ปลดั สำนักนายกรฐั มนตรี 13 (2)ปลดั กระทรวงกลาโหม (3)ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (4)ปลัดกระทรวงการคลัง (5)ปลดั กระทรวงการตา่ งประเทศ (6)ปลดั กระทรวงมหาดไทย (7)ปลดั กระทรวงพาณชิ ย์ (8)เลขาธกิ ารคณะกรรมการกฤษฎีกา (9) เลขาธิการคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรอื น (10) เลขาธิการสภาความมนั่ คงแห่งชาติ (11) เลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎร (12) ผอู้ ำนวยการสำนกั ขา่ วกรองแหง่ ชาติ (13) ผู้อำนวยการสำนกั งบประมาณ และ กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ จากภาครฐั และภาคเอกชน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแตง่ ตงั้ อีก 9 คน เลขานกุ าร ให้ปลัดสำนกั นายกรัฐมนตรแี ตง่ ตงั้ ข้าราชการของสำนักงานปลดั สำนัก นายกรัฐมนตรีคนหนึง่ เป็นเลขานกุ าร และอกี 2 คนเป็นผ้ชู ว่ ยเลขานกุ าร WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หน่มุ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หน่มุ ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !218 มาตรา 28 : คณะกรรมการมีอำนาจหนา้ ท่ี ดงั ตอ่ ไปน้ี (1) สอดสอ่ งดแู ลและใหค้ ำแนะนำเก่ียวกบั การดำเนินงานของเจ้าหน้าท่ขี องรัฐและหนว่ ยงานของรฐั ในการปฏบิ ตั ิตาม พรบ. น้ี (2) ใหค้ ำปรกึ ษาแก่เจา้ หนา้ ที่ของรัฐหรอื หนว่ ยงานของรัฐเก่ียวกบั การปฏบิ ตั ติ าม พรบ. น้ี ตามท่ีไดร้ บั คำขอ (3) เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎีกาและการออกกฎกระทรวงหรือระเบยี บของคณะรฐั มนตรีตาม พรบ.นี้ (4) พิจารณาและใหค้ วามเหน็ เร่อื งรอ้ งเรยี นตามมาตรา 13 (5) จดั ทำรายงานเก่ยี วกับการปฏิบัติตาม พระราชบญั ญตั นิ ้ีเสนอคณะรัฐมนตรเี ป็นคร้ังคราว ตามความเหมาะสม แตอ่ ยา่ งน้อยปลี ะ 1 ครง้ั (6) ปฏิบตั หิ น้าทีอ่ ื่นตามทก่ี ำหนดใน พรบ. นี้ (7) ดำเนินการเร่อื งอนื่ ตามทค่ี ณะรฐั มนตรหี รอื นายกรฐั มนตรมี อบหมาย มาตรา 29 : กรรมการผทู้ รงคุณวุฒิซง่ึ ได้รบั แตง่ ต้ังตามมาตรา 27 มวี าระอยูใ่ นตำแหน่งคราวละ 3 ปนี ับแต่วันที่ได้ รับแต่งตงั้ ผูท้ ี่พน้ จากตำแหนง่ แลว้ อาจไดร้ บั แต่งตง้ั ใหม่ได้ มาตรา 30 : นอกจากการพน้ จากตำแหนง่ ตามวาระ กรรมการ ผทู้ รงคณุ วฒุ ซิ ึ่งได้รบั แต่งตั้งตามมาตรา 27 พ้นจาก ตำแหน่ง เมอื่ (1) ตาย (2) ลาออก (3) ครม. ใหอ้ อกเพราะมคี วามประพฤติเส่ือมเสยี บกพรอ่ งหรือไม่สจุ รติ ต่อหนา้ ทหี่ รือหยอ่ นความสามารถ (4) เป็นบคุ คลลม้ ละลาย (5) เปน็ คนไรค้ วามสามารถหรอื คนเสมือนไรค้ วามสามารถ (6)ไดร้ บั โทษจำคุกโดยคำพิพากษาถงึ ท่ีสุดให้จำคกุ เว้นแต่เปน็ โทษสำหรบั ความผดิ ท่ไี ดก้ ระทำโดยประมาทหรอื ความผิดลหุโทษ มาตรา 31 : การประชุมของคณะกรรมการตอ้ งมกี รรมการมาประชมุ ไมน่ อ้ ยกว่าก่ึงหนึ่งของจำนวนกรรมการทง้ั หมด จึงจะเปน็ องค์ประชมุ ให้ประธานกรรมการเปน็ ประธานในท่ปี ระชมุ ถ้าประธานกรรมการไมม่ าประชุมหรอื ไม่อาจปฏิบตั หิ นา้ ทไ่ี ด้ ให้กรรมการทมี่ าประชมุ เลอื กกรรมการคนหนงึ่ เปน็ ประธานในท่ีประชุม การวนิ จิ ฉยั ช้ขี าดของทปี่ ระชมุ ใหถ้ ือเสียงขา้ งมากกรรมการคนหนึ่งให้มีเสยี งหน่ึงในการลงคะแนน ถา้ คะแนนเสยี งเท่ากัน ให้ประธานในท่ปี ระชมุ ออกเสียงเพม่ิ ขึ้นอกี เสยี งหน่งึ เป็นเสียงชข้ี าด WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศกึ ษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !219 มาตรา 32 : ใหค้ ณะกรรมการมอี ำนาจเรยี กใหบ้ คุ คลใดมาใหถ้ อ้ ยคำหรือใหส้ ่งวตั ถุเอกสาร หรอื พยานหลักฐานมา ประกอบการพิจารณาได้ มาตรา 33 : ในกรณที ห่ี น่วยงานของรฐั ปฏเิ สธว่าไมม่ ีขอ้ มลู ขา่ วสารตามท่มี ีคำขอไม่ว่าจะเปน็ กรณีตามมาตรา 11 หรอื มาตรา 25 ถา้ ผมู้ ีคำขอไมเ่ ชือ่ ว่าเป็นความจรงิ และร้องเรยี นต่อคณะกรรมการขอ้ มูลขา่ วสารของราชการตาม มาตรา 13 ให้คณะกรรมการมอี ำนาจเข้าดำเนนิ การตรวจสอบขอ้ มลู ข่าวสารของราชการท่เี กย่ี วขอ้ งไดแ้ ละแจง้ ผลการ ตรวจสอบใหผ้ รู้ ้องเรยี นทราบ หน่วยงานของรฐั หรอื เจ้าหนา้ ที่ของรัฐต้องยนิ ยอมใหค้ ณะกรรมการหรือผซู้ ึง่ คณะกรรมการมอบหมายเข้า ตรวจสอบข้อมูลข่าวสารทอี่ ยใู่ นความครอบครองของตนได้ไมว่ ่าจะเป็นขอ้ มูลข่าวสารทเ่ี ปดิ เผยได้หรอื ไมก่ ็ตาม มาตรา 34 : คณะกรรมการจะแตง่ ตั้งคณะอนุกรรมการเพอื่ พจิ ารณาหรอื ปฏบิ ัตงิ านอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ตามท่ี คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ และให้นำความในมาตรา 31 มาใชบ้ ังคบั โดยอนุโลม WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศึกษานิเทศก์” เลม่ 1 !220 หมวด 6 คณะกรรมการวินิจฉัยการเปดิ เผยขอ้ มลู ขา่ วสาร มาตรา 35 : ให้มคี ณะกรรมการวนิ จิ ฉัยการเปดิ เผยข้อมลู ข่าวสารสาขาต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ซ่งึ คณะรัฐมนตรี แตง่ ต้งั ตามขอ้ เสนอของคณะกรรมการข้อมลู ขา่ วสารของราชการ มอี ำนาจหน้าที่พจิ ารณาวนิ ิจฉยั อทุ ธรณค์ ำสัง่ มิใหเ้ ปดิ เผยข้อมลู ข่าวสารตามมาตรา 14 หรือมาตรา 15 หรือคำส่งั ไมร่ บั ฟงั คำคดั คา้ นตามมาตรา 17 และคำส่งั ไม่ แกไ้ ขเปล่ียนแปลงหรือลบขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ นบคุ คล ตามมาตรา 25 การแต่งตัง้ คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยขอ้ มลู ข่าวสารตามวรรคหนงึ่ ให้แตง่ ตงั้ ตามสาขาความ เช่ยี วชาญเฉพาะด้านของขอ้ มลู ข่าวสารของราชการ เชน่ ความม่ันคงของประเทศ เศรษฐกิจและการคลงั ของประเทศ หรือการบงั คับใช้กฏหมาย มาตรา 36 : คณะกรรมการวนิ จิ ฉัยการเปิดเผยข้อมลู ข่าวสารคณะหน่งึ ๆ ประกอบด้วยบุคคลตามความจำเปน็ แต่ ต้องไม่นอ้ ยกว่า 3 คนและให้ข้าราชการทค่ี ณะกรรมการแต่งต้ังปฏิบัติหน้าท่ีเป็นเลขานกุ ารและผ้ชู ่วยเลขานุการ ในกรณพี ิจารณาเกยี่ วกับขอ้ มลู ขา่ วสารของหน่วยงานของรัฐแหง่ ใดกรรมการวินจิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ข่าว สารซ่งึ มาจากหนว่ ยงานของรฐั แหง่ นนั้ จะเขา้ ร่วมพจิ ารณาดว้ ยไม่ได้ กรรมการวินิจฉัยการเปดิ เผยข้อมลู ข่าวสาร จะเป็นเลขานุการหรอื ผชู้ ่วยเลขานุการไม่ได้ มาตรา 37 : ใหค้ ณะกรรมการขอ้ มลู ข่าวสารของราชการพจิ ารณาส่งคำอทุ ธรณ์ใหค้ ณะกรรมการวินจิ ฉัยการเปดิ เผยขอ้ มูลขา่ วสาร โดยคำนงึ ถงึ ความเชีย่ วชาญเฉพาะดา้ นของคณะกรรมการวนิ ิจฉยั การเปิดเผยข้อมลู ขา่ วสารแต่ ละสาขาภายใน 7 วนั นบั แต่วันท่ีคณะกรรมการไดร้ บั คำอุทธรณ์ คำวินจิ ฉยั ของคณะกรรมการวนิ ิจฉยั การเปดิ เผยข้อมูลขา่ วสารให้เปน็ ที่สุด และในการมคี ำวินจิ ฉัยจะมี ขอ้ สงั เกตเสนอตอ่ คณะกรรมการเพ่อื ให้หน่วยงานของรฐั ทีเ่ กย่ี วข้องปฏิบัตเิ กีย่ วกบั กรณีใดตามที่เหน็ สมควรก็ได้ ให้นำความในมาตรา 13 วรรคสอง มาใช้บังคับแก่การพิจารณาอุทธรณข์ องคณะกรรมการวินิจฉัยการเปดิ เผย ขอ้ มลู ขา่ วสารโดยอนุโลม มาตรา 38 : อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการวินิจฉยั การเปดิ เผยข้อมลู ขา่ วสารแตล่ ะสาขาวธิ ีพิจารณาและวนิ ิจฉัย และองคค์ ณะในการพิจารณาและวนิ ิจฉัยใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุ เบกษา มาตรา 39 : ให้นำบทบัญญตั มิ าตรา 29 มาตรา 30 มาตรา 32 และบทกำหนดโทษทีป่ ระกอบกับบทบัญญตั ิ ดังกล่าวมาใช้บังคบั กบั คณะกรรมการวินจิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ข่าวสารโดยอนุโลม WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !221 หมวด 7 บทกำหนดโทษ มาตรา 40 : ผใู้ ดไม่ปฏิบัติตามคำส่ังของคณะกรรมการท่สี ่ังตามมาตรา 32 ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไมเ่ กนิ 3 เดอื น หรอื ปรบั ไม่เกนิ 5,000 บาทหรอื ท้งั จำทัง้ ปรับ มาตรา 41 : ผู้ใดฝ่าฝนื หรือไม่ปฏิบตั ติ ามขอ้ จำกัดหรอื เง่อื นไขที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกำหนดตามมาตรา 20 ตอ้ งระวาง โทษจำคกุ ไมเ่ กนิ 1 ปีหรอื ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรอื ทัง้ จำทัง้ ปรับ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนมุ่ ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !222 พระราชบญั ญัติ วธิ ปี ฏบิ ตั ริ าชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 4 : พระราชบญั ญัตนิ ้ี (1) รัฐสภาและคณะรฐั มนตรี มิใหใ้ ช้บงั คบั (2) องคก์ รทใี่ ช้อำนาจตามรัฐธรรมนญู โดยเฉพาะ (3) การพจิ ารณาของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรใี นงานทางนโยบายโดยตรง (4) การพจิ ารณาพพิ ากษาคดีของศาล (5) การพจิ ารณาวนิ ิจฉัยเร่อื งร้องทุกขแ์ ละการสงั่ การตามกฏหมายว่าด้วยคณะ กรรมการกฤษฏีกา (6) การดำเนนิ งานเก่ียวกับนโยบายการตา่ งประเทศ (7) การดำเนินงานตามกระบวนการยตุ ิธรรมทางอาญา (8) การดำเนินกิจการขององค์การทางศาสนา นิยาม ความหมาย วธิ ปี ฏบิ ัตริ าชการทางปกครอง การเตรียมการและการดำเนินการของเจา้ หนา้ ทเ่ี พอ่ื จัดใหม้ ีคำส่งั ทางปกครอง หรอื กฎ และรวมถึงการดำเนินการใด ๆ ในทางปกครองตามพระราชบญั ญตั ิน้ี การพิจารณาทางปกครอง การเตรียมการและการดำเนินการของเจ้าหนา้ ท่ีเพ่ือจดั ใหม้ คี ำสง่ั ทางปกครอง คำสงั่ ทางปกครอง (1) การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจา้ หนา้ ที่ ท่มี ีผลเปน็ การสร้างนิตสิ ัมพนั ธข์ ้นึ ระหวา่ งบุคคล - ในอนั ท่ีจะก่อเปลยี่ นแปลง โอน สงวน ระงบั - หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธหิ รือเจ้าหน้าทีข่ องบคุ คล ไม่วา่ จะเปน็ การถาวรหรือขว่ั คราว - เช่น การสงั่ การ การอนุญาต การอนมุ ัติ การวนิ จิ ฉัยอทุ ธรณ์ การรบั รอง และ การรับจดทะเบียน แตไ่ ม่หมายความรวมถงึ การออกกฎ (2) การอื่นทก่ี ำหนดในกฎกระทรวง WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนมุ่ ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เล่ม 1 !223 กฎ พระราชกฤษฏกี า กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ขอ้ บัญญัติทอ้ งถ่ิน ระเบยี บ ข้อบงั คบั หรอื บทบัญญัตอิ ื่นท่ีมีผลบังคับเปน็ การท่วั ไป โดยไมม่ งุ่ หมายแก่กรณี ใด หรือบคุ คลใดเปน็ การเฉพาะ >(คิดงา่ ย ๆ คอื กฎหมาย หรอื ระเบียบท่ี ศกั ดนิ าต่ำกว่าพระราชบัญญตั )ิ คณะกรรมการ คณะกรรมการทจี่ ัดข้นึ ตามกฎหมายที่มีการจัดองคก์ รและวธิ พี จิ ารณาสำหรับ วนิ ิจฉัยขอ้ พพิ าท การวินิจฉยั ช้ีขาดสิทธแิ ละหน้าท่ตี ามกฎหมาย เจา้ หน้าท่ี บุคคล คณะบคุ คล หรือนิติบคุ คล ซง่ึ ใชอ้ ำนาจหรอื ได้รับมอบให้ใช้อำนาจทาง ปกครองของรัฐในการดำเนนิ การอย่างหน่งึ อยา่ งใดตามกฎหมาย ไมว่ ่าจะ เป็นการจดั ตง้ั ขึ้นในระบบราชการ รัฐวิสาหกิจหรือกจิ การอื่นของรัฐหรือไม่กต็ าม คูก่ รณี ผยู้ ืน่ คำขอหรือผู้คดั ค้านคำขอ ผู้อย่ใู นบงั คบั หรือจะอยใู่ นบงั คบั ของคำสงั่ ทาง ปกครอง และผซู้ ึ่งไดเ้ ขา้ มาในกระบวนการพจิ ารณาทางปกครอง เนื่องจากสิทธิ ของผนู้ ั้นจะถูกกระทบกระเทือนจากผลของคำส่ังทางปกครอง มาตรา 6 ให้ นายกรัฐมนตรรี ักษาการ ตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวง และประกาศ เพ่ือปฏบิ ัตกิ ารตามพระราชบญั ญัติน้ี WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศกึ ษานเิ ทศก์” เล่ม 1 !224 มาตรา 7 ให้มีคณะกรรมการ คณะหนึง่ เรียกวา่ “คณะกรรมการวธิ ีปฏิบัติราชการทางปกครอง” มีจำนวนระหวา่ ง 11 – 15 คน (ปจั จุบันมี 15 คน) ตำแหนง่ บทบาท จำนวน ประธานคณะกรรมการ คณะรฐั มนตรีแต่งตัง้ (นายกมล รัตนสกาวงศ์) 1 กรรมการ (1) ปลดั สำนักนายกรฐั มนตรี 5 (2) ปลดั กระทรวงมหาดไทย (3) เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (4) เลขาธิการ กพ. (5) เลขาธกิ ารคณะกรรมการกฤษฏีกา กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ คณะรัฐมนตรี โดยแต่งตั้งจากผซู้ ง่ึ มคี วามเช่ียวชาญในทางนติ ิศาสตร์ รฐั ประศาสนศาสตร์ รฐั ศาสตร์ สังคมศาสตร์หรอื การบรหิ ารราชการ แผน่ ดนิ แต่ผู้นัน้ ตอ้ งไม่เปน็ ผู้ดำรงตำแหนง่ ทางการเมือง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฏีกา เลขาธกิ ารคณะกรรมการกฤษฏกี าแต่งตง้ั ขา้ ราชการของสำนกั งานคณะ กรรมการกฤษฏีกาเปน็ เลขานุการ และผู้ชว่ ยเลขานกุ าร กรรมการซง่ึ คณะรัฐมนตรแี ต่งต้งั มีวาระดำรงตำแหน่ง >คราวละ 3 ปี กรรมการซ่ึงพน้ จากตำแหนง่ อาจได้ รบั แตง่ ตั้งอกี ได้ มาตรา 10 ให้สำนกั งานคณะกรรม ทำหนา้ ทีเ่ ป็นสำนกั งานเลขานุการของคณะกรรมการวิธปี ฏิบัตริ าชการทาง การกฤษฏีกา ปกครอง รับผดิ ชอบงานธุรการ งานประชุม การศกึ ษาหาข้อมูลและกจิ การ ต่าง ๆ ที่เกีย่ วกบั งานของคณะกรรมการวิธีปฏบิ ัติราชการทางปกครอง WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !225 มาตรา 13 เจา้ หน้าทีด่ งั ตอ่ ไปน้ี (1) เปน็ ค่กู รณีเอง จะทำการพจิ ารณาทางปกครองไมไ่ ด้ (2) เปน็ ค่หู ม่นั หรือคู่สมรสของค่สู มรส (3) เปน็ ญาติของคกู่ รณี คือ เป็นบพุ การหี รอื ผ้สู บื สันดานไม่วา่ ชัน้ ใด ๆ หรอื เปน็ พ่นี ้องหรือลูกพีล่ ูกนอ้ งนับไดเ้ พยี งภายใน 3 ชัน้ หรอื เป็นญาตเิ กย่ี วพัน ทางแตง่ งานนบั ไดเ้ พียง 2 ชั้น (4) เป็นหรือเคยเปน็ ผู้แทนโดยชอบธรรมหรอื ผ้พู ิทกั ษห์ รอื ผแู้ ทนหรือ ตัวแทนของค่กู รณี (5) เปน็ เจ้าหน้ี หรือลกู หน้ี หรือเป็นนายจ้างของคกู่ รณี (6) กรณอี ่ืนตามทกี่ ำหนดในกฎกระทรวง คัดค้านว่ากรรมการในคณะ กรรมการผู้ถูกคดั ค้านเมื่อได้ชแ้ี จงข้อเท็จจริง และตอบข้อซักถามแล้วตอ้ ง กรรมการทีม่ อี ำนาจพิจารณาทาง ออกจากทีป่ ระชมุ ปกครอง มาตรา 25 ในกรณีทม่ี กี ารย่นื คำขอ • ให้บคุ คลใดเป็นตวั แทนของบคุ คลดงั กลา่ วหรอื มีขอ้ ความเปน็ ปรยิ ายให้ โดยมีผูล้ งชอ่ื รว่ มกนั >เกนิ 50 คน เขา้ ใจไดเ้ ช่นนั้น ให้ถือวา่ ผทู้ ถี่ ูกระบุชื่อดงั กล่าวเปน็ ตวั แทนรว่ มของ หรือคกู่ รณี เกิน 50 คน ยืน่ คำขอที่ ค่กู รณเี หลา่ นัน้ มีขอ้ ความอย่างเดียวกันหรอื ทำนอง • คกู่ รณีจะบอกเลิกการใหต้ ัวแทนรว่ มดำเนนิ การแทนตนเมอ่ื ใดก็ไดแ้ ต่ เดยี วกัน ต้องมีหนังสือแจง้ ให้เจ้าหนา้ ท่ที ราบและดำเนินการใด ๆ ในกระบวน การพิจาณาทางปกครองต่อไปด้วยตนเอง • ตัวแทนร่วมจะบอกเลกิ การเปน็ ตัวแทนเม่ือใดก็ได้ แต่ต้องมหี นังสือแจ้ง ให้เจา้ หนา้ ท่ีทราบ และต้องแจง้ ใหค้ กู่ รณีทกุ รายทราบด้วย WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนมุ่ ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศกึ ษานเิ ทศก์” เล่ม 1 !226 มาตรา 27 ให้เจ้าหน้าทีแ่ จง้ สิทธิ • หากมเี อกสารใดไม่ครบถว้ นใหแ้ จง้ ใหผ้ ้ยู น่ื คำขอ ทราบทนั ทีหรอื และเจา้ หน้าที่ในกระบวนการพิจา ภายในไม่เกนิ 7 วนั นบั แตว่ นั ทไี่ ดร้ ับคำขอ รณาทางปกครองใหค้ ่กู รณีทราบ • เมือ่ ผ้ยู ืน่ คำขอได้แกไ้ ขคำขอหรือจัดส่งเอกสารตามท่ีระบุในการแจง้ ตาม วรรคสองครบถ้วนแล้ว เจ้าหน้าทจ่ี ะปฏิเสธไม่ดำเนินการตามคำขอ เพราะเหตุยังขาดเอกสารอีกมิได้ • เว้นแต่ มคี วามจำเปน็ เพือ่ ปฏบิ ัตใิ หถ้ ูกต้องตามกฏหมายหรือกฏ และ ได้รบั ความเห็นชอบจากผ้บู งั คบั บญั ชาเหนอื ตนขึน้ ไปชนั้ หนง่ึ มาตรา 31 คกู่ รณีมสี ิทธิขอตรวจดูเอกสารที่จำเปน็ ต้องรู้เพอ่ื การโต้แย้งหรอื ชแี้ จง้ หรอื ป้องกนั สิทธขิ องตนได้ แตถ่ ้า ยงั ไมไ่ ด้ทำคำส่งั ทางปกครองในเรอ่ื งนัน้ (ขอ้ สอบ คกู่ รณไี มม่ สี ิทธขิ อตรวจดูเอกสารอนั เป็นต้นรา่ งคำวินิจฉยั ) รูปแบบและผลของคำสงั่ ทางปกครอง มาตรา 34 คำสั่งทางปกครองเป็น • หนงั สือ หรอื วาจา หรอื โดยการสอ่ื ความหมายในรปู แบบอื่นก็ได้ แต่ต้องมีขอ้ ความหรอื ความหมายทีช่ ัดเจนเพยี งพอท่จี ะเขา้ ใจได้ มาตรา 35 ในกรณที ีค่ ำสั่งทางปกครอง • กระทำโดยมีเหตุอันสมควรภายใน 7 วนั นับแต่วันทมี่ ีคำส่ัง เป็นดว้ ยวาจา ถา้ ผูร้ บั คำสง่ั นั้น ร้องขอ ดงั กล่าว เจา้ หนา้ ที่ผอู้ อกคำสั่งนนั้ ตอ้ งยนื ยันคำส่งั นัน้ เป็นหนงั สอื และการร้องขอได้ มาตรา 36 คำส่ังทางปกครองที่ทำเปน็ • วนั เดือนและปที ท่ี ำคำสัง่ หนงั สอื อยา่ งนอ้ ยต้องระบุ >วนั ช่ือ เซน็ • ชือ่ และตำแหน่งของเจ้าหนา้ ทผ่ี ู้ทำคำสงั่ • พร้อมทั้งมลี ายมือช่ือของเจ้าหนา้ ทีผ่ ู้ทำคำส่ังน้ัน มาตรา 37 คำสง่ั ทางปกครองทที่ ำเปน็ • ตอ้ งจดั ใหม้ ีเหตุผลไวด้ ้วย และเหตผุ ลน้นั อย่างนอ้ ยตอ้ ง หนังสือและการยนื ยนั คำส่ังทางปกครอง ประกอบดว้ ย เป็นหนงั สือ (1) ข้อเท็จจรงิ อนั เปน็ สาระสำคญั (2) ข้อกฎหมายที่อ้างอิง (3) ขอ้ พิจารณาและข้อสนับสนนุ ในการใชด้ ลุ ยพนิ ิจ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนุม่ ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศกึ ษานิเทศก์” เลม่ 1 !227 มาตรา 41 คำสั่งทางปกครองทอี่ อกโดย (1) การออกคำสงั่ ทางปกครอง โดยยังไม่มผี ยู้ ื่นคำขอ ในกรณีที่ การฝา่ ฝืนหรือไมป่ ฏบิ ตั ิตามเกณฑ์ เจ้าหน้าทจี่ ะดำเนินการเองไมไ่ ดน้ อกจากจะมผี ้ยู นื่ คำขอ ถ้าต่อมา ดังต่อไปนี้ ในภายหลงั ได้มกี ารย่ืนคำขอเชน่ นนั้ แล้ว >ไมเ่ ปน็ เหตใุ ห้คำส่งั ทางปกครองนัน้ ไม่ (2) คำสั่งทางปกครองทตี่ อ้ งจัดใหม้ ีเหตุผลตาม มาตรา 37 วรรคหน่งึ สมบรู ณ์ ถ้าได้มกี ารจัดให้มีเหตผุ ลดงั กลา่ วในภายหลงั (3) การรบั ฟงั คกู่ รณที ่จี ำเปน็ ตอ้ งกระทำได้ดำเนินการมาโดยไม่สม บูรณ์ ถ้าได้มีการรบั ฟังใหส้ มบูรณ์ในภายหลัง (4) คำสั่งทางปกครองท่ตี ้องให้เจ้าหนา้ ท่อี ืน่ ให้ความเหน็ ชอบก่อน ถ้าเจา้ หน้าทน่ี น้ั ไดใ้ ห้ความเหน็ ชอบในภายหลัง ส่วนที่ 5 การทบทวนคำสัง่ ทางปกครอง • ในกรณีท่ีคำสงั่ ทางปกครองใด ไมไ่ ด้ออกโดยรัฐมนตรี • คกู่ รณีอุทธรณค์ ำสงั่ ทางปกครองนน้ั โดยยน่ื ต่อเจา้ และไม่มีกฎหมายกำหนดข้ันตอนอุทธรณ์ภายในฝา่ ย หนา้ ท่ี ผทู้ ำคำส่ังทางปกครองภายใน 15 วันนับแต่ ปกครองเปน็ การเฉพาะ วันทตี่ นได้รบั แจง้ คำสงั่ ดังกล่าว ให้เจา้ หน้าท่พี ิจารณาคำอุทธรณแ์ ละแจ้งผ้อู ุทธรณโ์ ดยไม่ชกั ช้า ไมเ่ หน็ ด้วยกับคำอุทธรณ์ไม่ว่าท้ังหมดหรอื บางสว่ น กใ็ ห้เรง่ รายงานความเหน็ พรอ้ มเหตผุ ลไปยังคู่มี อำนาจพจิ ารณาคำอทุ ธรณภ์ ายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง • ใหผ้ ู้มีอำนาจพจิ ารณาคำอุทธรณพ์ จิ ารณาใหแ้ ลว้ เสร็จภายใน 30 วันนบั แตว่ นั ทีต่ นได้รับรายงาน ถา้ มเี หตุ จำเปน็ ไมอ่ าจพจิ ารณาใหแ้ ล้วเสรจ็ • ใหข้ ยายระยะเวลาพจิ ารณาอทุ ธรณ์ออกไปไดไ้ มเ่ กนิ 30 วันนบั แต่วนั ที่ครบกำหนดเวลา ดงั กล่าว มาตรา 48 คำสง่ั ทางปกครองของบรรดาคณะกรรมการตา่ ง ๆ ไมว่ า่ จะจดั ต้งั ข้ึนตามกฎหมายหรอื ไม่ ใหค้ ่กู รณี มสี ทิ ธิโต้แย้งต่อคณะกรรมการวินจิ ฉัยรอ้ งทุกข์ตามกฎหมายวา่ ด้วยคณะกรรมการกฤษฎกี าไดท้ ง้ั ปญั หาข้อเทจ็ จรงิ และข้อกฎหมาย >ภายใน 90 วันนบั แต่วนั ท่ไี ด้รบั แจ้งคำสัง่ น้นั WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนมุ่ ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศกึ ษานิเทศก์” เล่ม 1 !228 การเพิกถอนคำสงั่ ทางปกครอง การเพกิ ถอนคำส่ังทางปกครองท่ีมี >ลักษณะเปน็ การให้ประโยชนต์ ้องกระทำภายใน 90 วนั นับแตไ่ ดร้ ถู้ งึ เหตุท่ีจะใหเ้ พิกถอนคำสัง่ ทางปกครองนัน้ เว้นแต่ คำสั่งทางปกครองจะไดท้ ำข้นึ เพราะการแสดงข้อความอนั เปน็ เท็จ หรือปกปดิ ขอ้ ความจริง ซงึ่ ควรบอกใหแ้ จ้งหรือการขม่ ขูห่ รอื การชกั จูงใจโดยการใหท้ รพั ยส์ ินหรือ ประโยชน์อน่ื ใดทีม่ ชี อบดว้ ยกฎหมาย มาตรา 52 คำส่งั ทางปกครองทีไ่ มช่ อบด้วยกฎหมาย ผู้ได้รบั ผลกระทบการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองดงั กลา่ ว มีสิทธิได้รับคา่ ทดแทนความเสียหาย เนื่องจากความเช่อื โดยสุจริตในความคงอยขู่ องคำสั่งทางปกครองได้ และ ใหน้ ำความในมาตรา 51 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใชบ้ งั คบั โดยอนโุ ลม แตต่ ้องรอ้ งขอคา่ >ทดแทน ภายใน 180 วันนบั แต่ได้รบั แจ้งให้ทราบถงึ การเพกิ ถอนนน้ั การขอให้พจิ ารณาใหม่ การยื่นคำขอใหพ้ ิจารณาใหม่ต้องกระทำภายใน 90 วันนบั แต่ผู้นั้นได้รถู้ งึ เหตุ (1) มพี ยานหลักฐานใหม่ อันอาจทำให้ข้อเท็จจรงิ ทฟี่ ังเป็นยตุ ิแลว้ น้ันเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคญั (2) คู่กรณที ่แี ท้จรงิ มไิ ดเ้ ข้ามาในกระบวนการพจิ ารณาทางปกครองหรอื ได้เขา้ มาในกระบวนการพจิ ารณาคร้ัง กอ่ นแล้วแตถ่ ูกตดั โอกาสโดยไมเ่ ป็นกรรมการมีสว่ นรว่ มในกระบวนการพจิ ารณา (3) เจ้าหนา้ ท่ีไมม่ ีอำนาจทจ่ี ะทำคำสัง่ ทางปกครองในเรอื่ งน้นั (4) ถา้ คำสง่ั ทางปกครองได้ออกโดยอาศยั ข้อเท็จจริงหรือขอ้ กฎหมายใด และตอ่ มาขอ้ เท็จจรงิ หรอื ขอ้ กฎหมายนั้นเปล่ยี นแปลงไปในสาระสำคัญในทางทจี่ ะเป็นประโยชน์แกค่ กู่ รณี WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศึกษานิเทศก์” เล่ม 1 !229 ส่วนที่ 8 การบังคบั ทางปกครอง • ใหเ้ จ้าหน้าท่ีมีหนงั สอื เตอื นให้ผู้นัน้ แต่ต้องไม่นอ้ ยกว่า 7 วัน ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนด • วิธีการยดึ อายดั และขายทอดตลาด ใหป้ ฏบิ ตั ิตามประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความแพ่ง โดยอนุโลม สว่ น ทรพั ย์สนิ ผู้มีอำนาจส่ังยดึ หรอื อายดั หรือขายทอดตลาดให้เป็นไปตามทก่ี ำหนดใน กฎกระทรวง • ฝา่ ฝืนหรือไมป่ ฏบิ ัตติ ามเจ้าหนา้ ที่ (1) จะตอ้ งขอใชค้ ่าใช้จา่ ยและเงินเพ่มิ ในอตั รารอ้ ยละ 25 ปีตอ่ ของ อาจใชม้ าตรการบงั คับทางปกครอง ค่าใชจ้ ่าย ดงั กลา่ วแก่เจา้ หน้าที่ อย่างหน่งึ อย่างใด ดงั ต่อไปนี้ (2) ให้มีการชำระคา่ ปรบั ทางปกครองตามเจา้ หน้าที่ สมควรแกเ่ หตแุ ต่ ต้องไมเ่ กนิ 2 หม่ืนบาทตอ่ วัน ระยะเวลาและอายุความ มาตรา 64 กำหนดเวลาเป็นวนั สัปดาห์ เดือน หรอื ปี น้นั >มใิ ห้นับวันแรกแห่งระยะเวลานัน้ รวมเขา้ ดว้ ย เวน้ แต่ จะได้เร่ิมการในวันนน้ั หรอื มกี ารกำหนดไวเ้ ปน็ อย่างอื่น โดยเจา้ หนา้ ที่ ในกรณีที่เจ้าหนา้ ท่มี หี นา้ ทต่ี ้องกระทำการอย่างหนงึ่ อย่างใดภายในระยะเวลาทก่ี ำหนด ให้นบั วันส้นิ สดุ ของ ระยะเวลาน้นั รวมเขา้ ด้วย >แม้วา่ วันสุดท้ายเปน็ วนั หยดุ ทำการงานสำหรับเจ้าหนา้ ที่ ในกรณีที่บคุ คลใดตอ้ งทำการอย่างหน่งึ อยา่ งใดภายในระยะเวลาทีก่ ำหนดโดยกฎหมายหรือโดยคำสั่งของ เจ้าหนา้ ที่ ถ้าวันสดุ ท้ายเปน็ วันหยุดทำการงานสำหรบั เจา้ หน้าท่ีหรือวันหยุดตามประเพณี ของบุคคลผู้รบั คำสงั่ >ให้ ถือว่าระยะเวลานั้นสิ้นสดุ ในวนั ทำงานทีถ่ ดั จากวนั หยดุ นนั้ เว้นแต่ กฎหมายหรอื เจา้ หนา้ ทท่ี ม่ี คี ำสัง่ จะกำหนดไวเ้ ปน็ อยา่ งอนื่ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หน่มุ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศกึ ษานิเทศก์” เลม่ 1 !230 การแจง้ มาตรา 69 การแจง้ คำสงั่ ทางปกครอง • ผนู้ ั้นประสงคจ์ ะให้กระทำเปน็ หนังสือกใ็ หแ้ จ้งเปน็ หนงั สือการแจง้ การนดั พจิ ารณา หรอื การอย่างอ่นื ท่ี เปน็ หนงั สอื ใหส้ ง่ หนังสอื แจ้งต่อผ้นู ้นั หรือถ้าได้ส่งไปยงั ภูมิลำเนา เจ้าหนา้ ทต่ี อ้ งแจ้งใหผ้ ูท้ ี่เกย่ี วขอ้ งทราบ ของผูน้ ้ันก็ >ใหถ้ ือวา่ ไดร้ บั แจ้งตั้งแตใ่ นขณะท่ไี ปถงึ อาจจะทำดว้ ยวาจาก็ได้ ในการดำเนินการเรื่องใดทม่ี กี ารให้ทอี่ ยู่ • ให้ถือว่าเปน็ การแจ้งไปยังภูมลิ ำเนาของผู้นน้ั แล้ว ไว้กบั เจา้ หนา้ ที่ไว้แลว้ มาตรา 70 การแจ้งเป็นหนงั สอื โดยวธิ ใี ห้ • ให้ส่งกบั บุคคลใด ซ่งึ บรรลนุ ติ ภิ าวะท่ีอยูห่ รือทำงานในสถานท่นี ้นั บุคคลนำไปส่ง ถ้าผูร้ ับไม่ยอมรับหรอื ถา้ หรือในกรณีทีผ่ ู้นนั้ ไมย่ อมรบั ขณะนำไปสง่ ไม่พบผู้รับ • หากได้วางหนงั สอื นน้ั หรือปิดหนังสอื น้นั ไว้ในท่ีซงึ่ เหน็ ได้ง่าย ณ สถานทนี่ ัน้ ตอ่ เจา้ พนักงานเป็นพยานก็ใหถ้ ือว่าไดร้ บั แจง้ แลว้ การแจง้ โดยวธิ ีสง่ ทางไปรษณีย์ตอบรับ • ใหถ้ อื วา่ ไดร้ บั แจ้งเมื่อครบกำหนด 7 วนั นับแตว่ ันส่งสำหรับกรณี >ภายในประเทศ • หรือเม่ือครบกำหนด 15 วนั นบั แต่วนั ส่งสำหรบั กรณสี ง่ ไปยังตา่ ง ประเทศ เว้นแต่ จะมกี ารพิสูจน์ได้ว่าไม่มกี ารได้รับกอ่ นหรอื มาตรา 72 ในกรณีท่มี ผี ู้รับเกิน 50 คน • ปดิ ประกาศไว้ ณ ทที่ ำการของเจ้าหนา้ และท่วี ่าการอำเภอทผ่ี ู้รบั มภี ูมลิ ำเนาก็ได้ ในกรณีนใ้ี หถ้ อื ว่าไดร้ ับแจ้งเมือ่ ล่วงพ้น • ระยะเวลา 15 วัน มาตรา 73 ในกรณที ี่ไม่รตู้ วั ผูร้ บั หรือร้ตู วั • กระทำโดยการประกาศในหนังสอื พิมพ์ ซง่ึ แพรห่ ลายในทอ้ งถิน่ นัน้ แต่ไมร่ ู้ภมู ิลำเนาหรือรตู้ ัวและภูมลิ ำเนาแต่ กไ็ ด้ ในกรณนี ีใ้ หถ้ ือวา่ ไดร้ บั แจ้งเม่ือลว่ งพน้ ระยะเวลา 15 วันนับ มผี ้รู บั เกนิ 100 คน แต่วันทไ่ี ด้แจง้ โดยวิธดี ังกล่าว WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุม่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศกึ ษานิเทศก์” เล่ม 1 !231 พระราชกฤษฏกี าว่าดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารบรหิ ารกิจการบา้ นเมอื งทด่ี ี พ.ศ. 2546 Concept ฉบบั ยอ่ • บงั คับใช1้ 0 ตุลาคม 2546 ****เลม่ ท่1ี 20 ตอนท1่ี 00 ก.**** • มี 9 หมวด 53 มาตรา ***(เคยออกข้อสอบ) • นายกรัฐมนตรีรักษาการตาม พระราชกฤษฏกี า หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พรฏ.ฉบับนี้คอื >โดยท่ีมกี ารปฏิรปู ระบบราชการเพอ่ื ให้การปฏบิ ตั ิงานของ ส่วนราชการตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศหรอื ใหบ้ รกิ ารแก่ ปชช. ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพย่งิ ขึ้น ในการดำเนนิ การปฏริ ูประบบราชการ นอกจากจะมีการกำหนดนโยบายในรปู แบบของแผนยทุ ธศาสตร์ การพัฒนา ระบบราชการแลว้ รฐั บาลยงั ได้มอี อกพระราชกฤษฎีกาว่าดว้ ยหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการบรหิ ารกจิ การบ้าน เมืองท่ดี ี พ.ศ. 2546 เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวธิ กี ารบริหารกิจการบา้ นเมืองทด่ี ีโดยมีความประสงคจ์ ะใหใ้ ช้บงั คับ กับสว่ นราชการในทกุ กระทรวง ทบวง กรม ท้ังทเี่ ปน็ ราชการสว่ นกลางและราชการสว่ นภมู ิภาค รวมทั้ง หน่วยงาน อื่นทอี่ ยใู่ นกำกบั ของราชการฝ่ายบริหารทม่ี กี ารจดั ตง้ั ขึน้ และมกี ารปฎบิ ัติราชการเชน่ เดยี วกับกระทรวง ทบวง กรม ดงั มีรายละเอียดของหลักเกณฑแ์ ละวิธีการบริหารกจิ การบา้ นเมืองทีด่ ี และกรอบแนวทางการดำเนินการท่ีสำคญั ดงั น้ี หมวดท่ี 1 เปน็ การกำหนดขอบเขตความหมาย หมวดที่ 2 กำหนดแนวทางการบรหิ ารราชการ หมวดที่ 3 กลา่ วถงึ “การบริหารราชการเพ่อื ให้เกดิ ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรฐั ” หมวดท่ี 4 การบริหารราชการอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพและเกดิ ความค้มุ ค่า หมวดท่ี 5 การลดขนั้ ตอนการปฏบิ ัติงาน หมวดที่ 6 การปรบั ปรงุ ภารกจิ ของส่วนราชการ หมวดที่ 7 การอำนวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน หมวดที่ 8 การประเมินผลการปฏิบัติราชการ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนุม่ ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศกึ ษานิเทศก์” เล่ม 1 !232 หมวดที่ 1 เป็นการกำหนดขอบเขตความหมายของคำวา่ “การบรหิ ารกิจการบา้ นเมอื งทด่ี ”ี โดยชใี้ หเ้ ห็นถงึ วัตถุประสงคข์ องการบริหารราชการ และแนวทางปฏิบัติราชการของทุกสว่ นราชการใน การกระทำภารกิจว่า จะต้องมเี ป้าหมายดงั นี้ 1) เกดิ ประโยชน์สขุ ของประชาชน 2) เกดิ ผลสัมฤทธ์ิตอ่ ภารกจิ ของรฐั 3) มปี ระสทิ ธิภาพและเกดิ ความคมุ้ คา่ ในเชิงภารกจิ ของรัฐ 4) ไมม่ ขี ั้นตอนการปฏบิ ตั ิงานเกนิ ความจำเป็น ซึ่งไดแ้ กก่ ารกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงานและการลดขนั้ ตอนการ ปฏบิ ตั งิ าน จดั ให้มกี ารกระจายอำนาจการตดั สินใจ เพือ่ ใหก้ ารปฏบิ ัตงิ านเสรจ็ สน้ิ ที่จุดบริการใกล้ตัวกบั ประ ชาชน รวมทัง้ การ ปฏิบัติงานในรูป one step service 5) มกี ารปรบั ปรงุ ภารกิจของส่วนราชการใหท้ นั ต่อเหตกุ ารณ์ซึง่ ได้แกก่ ารทบทวนและปรบั ปรุงกระบวนการ และข้ันตอน ทำงานใหม่อยู่เสมอ ทบทวนลำดับความสำคญั และความจำเป็นทางแผนงานและโครงการทกุ ระยะ การยุบเลิกส่วนราชการท่ี ไมจ่ ำเป็น และปรับปรุงกฏหมาย กฎ ระเบยี บ ตา่ ง ๆ ให้เหมาะสมกับเหตกุ ารณอ์ ยูเ่ สมอ 6) ประชาชนได้รบั การอำนวยความสะดวก และได้รบั การตอบสนองความต้องการ ซึ่งไดแ้ กก่ ารปฏิบัตริ าชกา รที่มุ่งเนน้ กบั ความต้องการและความพึงพอใจของประชาชนผ้รู บั บรกิ ารเปน็ หลัก โดยมีการสำรวจความต้องการของ ประชาชน และความพงึ พอใจของผรู้ ับบริการอย่างสม่ำเสมอ เพอ่ื นำมา ปรับปรงุ การปฏบิ ัตริ าชการ 7) มีการประเมินผลการปฏิบตั งิ านอย่างสมำ่ เสมอ ซึง่ ไดแ้ กก่ ารตรวจสอบและวดั ผลการปฏิบตั ิงาน เพือ่ ให้เกดิ ระบบการ ควบคมุ ตนเอง WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หน่มุ ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศึกษานิเทศก์” เลม่ 1 !233 หมวดท่ี 2 กำหนดแนวทางการบริหารราชการ ในความหมายของ “การบริหารราชการให้เกดิ ประโยชน์สุขของประชาชนว่าต้องอยูใ่ นแนวทางท่ถี ือวา่ ประชาชนเปน็ ศูนยก์ ลางในการได้รับบริการจากรฐั \" ดังตอ่ ไปนี้ 1) การกำหนดภารกิจแต่ละเรอ่ื งรฐั และส่วนราชการมีหน้าที่ตอ้ งกำหนดใหอ้ ยู่ในกรอบทม่ี วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พือ่ ให้ บรรลุเป้าหมาย ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสุดของประเทศ ความสงบ และปลอดภยั ของสังคมสว่ นรวม และความผาสุกและ ความเปน็ อยู่ท่ีดีของประชาชนโดยทว่ั ไป และสอดคลอ้ งกบั แนวนโยบายแห่งรฐั และนโยบายของคณะรัฐมนตรี 2) ตอ้ งจัดวางระบบใหก้ ารปฏบิ ตั ิราชการเปน็ ไป โดยมคี วามซอ่ื สัตยส์ ุจรติ สามารถตรวจสอบไดแ้ ละมงุ่ ให้เกดิ ประโยชน์แก่ประชาชนในภาพรวม 3) กอ่ นเร่มิ ดำเนนิ การในภารกิจใด ต้องมกี ารศึกษาวเิ คราะห์ผลดแี ละผลเสียใหค้ รบถ้วนทุกด้าน มีการวาง กลไกการทำงาน ชัดเจนทุกขั้นตอนและโปร่งใส ในกรณีทมี่ ผี ลกระทบตอ่ ประชาชนตอ้ งมีการรับฟังความคิดเหน็ ของ ประชาชนหรอื มีการชแี้ จงทำ ความเข้าใจกบั ประชาชน ใหไ้ ดท้ ราบถงึ ประโยชนท์ สี่ ว่ นรวมจะได้รับจากภารกจิ น้ัน 4) เมือ่ อยใู่ นระหวา่ งการดำเนินการตามภารกิจใด ตอ้ งรบั ฟงั ความคดิ เหน็ และสำรวจความพงึ พอใจของสังคม โดยรวม เพ่ือ ปรบั ปรงุ แกไ้ ขให้เหมาะสมอย่เู สมอ 5) ในกรณที ี่พบปัญหาอปุ สรรคตอ้ งจัดให้มกี ารแกไ้ ขปญั หานัน้ โดยเร็ว และถา้ เป็นปัญหาจากส่วนราชการอน่ื ตอ้ งแจ้งใหส้ ว่ น ราชการท่ีเกยี่ วข้องแก้ไขปรับปรงุ โดยเรว็ ในการดำเนนิ การของส่วนราชการทตี่ ามหมวดนี้ จะต้องคำนงึ ถงึ การให้บริการประชาชนเป็นศนู ยก์ ลางใน การได้รบั การบริการจากรัฐเป็นหลักสำคัญ การกำหนดภารกจิ แตล่ ะเรอ่ื งตอ้ งมดี ชั นีช้วี ัดและแสดงผลลัพธใ์ ห้เห็นโดย ชดั เจน ประชาชนไดร้ บั ประโยชน์จากภารกจิ นน้ั ตรงต่อความต้องการของประชาชนหรือเกดิ ผลตอ่ การพฒั นาชีวติ ความเป็นอย่แู ละยกระดับคณุ ภาพชีวติ ของประชาชนอย่างยั่งยนื โดยคำนงึ ถึงประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม และ แตล่ ะรายควบคกู่ ัน การดำเนินการให้มีความโปรง่ ใส จะเกดิ ขนึ้ ไดเ้ มอื่ สว่ นราชการไดส้ ร้างหลักเกณฑก์ ารปฏิบตั ิ ในแต่ละเรอื่ งขึน้ ไวอ้ ย่างชดั เจนและตรวจสอบไดใ้ นทกุ ขน้ั ตอนและเปดิ เผยข้อมลู ทกุ ข้ันตอนในการปฏบิ ัติภารกิจให้ ประชาชนได้รบั ทราบ การมสี ว่ นรว่ มของประชาชน หมายถงึ การเปดิ โอกาสใหป้ ระชาชนไดร้ ับรู้ข้อมูลเกย่ี วกับภา รกิจหรอื โครงการทีส่ ว่ นราชการ จะดำเนินการ ซึ่งมผี ลกระทบต่อชีวติ ความเป็นอยโู่ ดยปกตขิ องประชาชนในชมุ ชนน้นั การทำความเข้าใจถึงผลกระทบและแนวทาง แกป้ ญั หาท่สี ว่ นราชการจะดำเนนิ การ และการปรกึ ษาหารอื ร่วมกนั ระหว่างภาครฐั และของประชาชน โดยใหป้ ระชาชนแสดงความ คดิ เหน็ และรัฐ ตอ้ งรบั ฟังและแกไ้ ขปญั หาจน ประชาชนเกดิ ความพอใจและมสี ว่ นรว่ มในการผลักดนั ภารกิจนัน้ เกดิ ผลสำเร็จ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนมุ่ ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศึกษานิเทศก์” เล่ม 1 !234 หมวดที่ 3 กล่าวถึง “ การบรหิ ารราชการเพือ่ ใหเ้ กิดผลสมั ฤทธต์ิ ่อภารกิจ ซง่ึ หมายถงึ การบริหารงานมุ่งเนน้ ผลลพั ธท์ ่เี กิดขึ้นจากการปฏบิ ตั งิ านที่สอดคล้องเปน็ ไปในแนวทางเดียวกัน กับภารกิจและ วัตถปุ ระสงคท์ กี่ ำหนดข้นึ ไวส้ ำหรับงานนนั้ ๆ โดยผลลพั ธ์ท่ีเกดิ ขน้ึ มีความค้มุ ค่ากับการใชท้ รัพยากร อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ และ สามารถกำหนดตวั ชี้วัดผลการทำงานได้อยา่ งชดั เจน บทบัญญตั ใิ นหมวด 3 เปน็ การ กำหนดวิธีการปฏบิ ัติราชการเพ่อื ให้เกดิ ผลสมั ฤทธซิ์ ่ึงจะว่าด้วยการกำหนดแผนการทำงานทมี่ วี ัตถปุ ระสงค์และ ตัวชี้ วัดผลลัพธข์ องงาน ดังน้ี 1) การปฏิบตั ิของส่วนราชการตอ้ งสามารถวดั ผลสัมฤทธข์ิ องภารกจิ ทก่ี ระทำได้อยา่ งชดั เจน โดยต้องปฏิบตั ดิ ังต่อไปน้ี • ในการจัดทำภารกิจต่าง ๆส่วนราชการตอ้ งมีแผนปฏิบตั ิงานลว่ งหนา้ ก่อนลงมอื ดำเนนิ การ • แผนปฏบิ ัตงิ านตอ้ งมีรายละเอยี ดทีแ่ สดงให้เหน็ ถึงข้ันตอนระยะเวลา และงบประมาณทีจ่ ะตอ้ งใช้ เปา้ หมายของภารกิจ ผลสมั ฤทธิข์ องภารกจิ และตวั ชีว้ ัดความสำเร็จของภารกิจ • ต้องมีระบบการติดตามและประเมินผลการปฏบิ ตั ิตามแผนปฏบิ ัตงิ านน้นั • ในกรณีทม่ี ผี ลกระทบตอ่ ประชาชน ส่วนราชการตอ้ งแก้ไขหรือบรรเทาผลกระทบ หรอื เปลีย่ น แปลงให้เหมาะสม 2) การบริหารราชการแบบบรู ณาการ การบริหารงานแบบบรู ณาการ คอื การรว่ มมอื กนั ในระหว่างส่วน ราชการที่เกี่ยวข้อง เพอื่ ให้มีการปฏิบตั งิ านรว่ มกนั หรอื มี แผนการดำเนนิ งานท่ีสอดคล้องไปในทศิ ทางเดยี วกัน ซ่ึงจะทำใหภ้ ารกจิ ทสี่ ำคญั ของรฐั ในแต่ละด้านเกิดผลสำเร็จเปน็ ประโยชน์แก่ ประชาชนสว่ นรวม และมีความประ หยดั โดยใชท้ รัพยากรร่วมกนั ให้เกิดประโยชน์สงู สดุ รวมท้งั สามารถลดข้นั ตอนการปฏิบัติราชการ ให้เกดิ ความ รวดเร็วและมปี ระสิทธภิ าพจากการร่วมมือปฏิบตั ิงานของทุกฝ่ายท่เี กย่ี วข้อง ซึง่ ในพระราชกฤษฎกี านมี้ ีแนวทาง ดงั ตอ่ ไปนี้ (1) ในกรณีท่ีส่วนราชการหลายแห่งมีภารกิจใดที่เกี่ยวขอ้ งสมั พันธ์กนั ใหส้ ว่ นราชการทุกแห่งทมี่ ี ภารกจิ เกย่ี วขอ้ ง กนั นั้นกำหนดแนวทางปฏบิ ตั ริ าชการ เพ่ือให้มีการบริหารจัดการทง้ั ในดา้ นการวางแผน การใช้ ทรัพยากร และการดำเนินการรว่ มกัน โดยกำหนดเป้าหมายให้เกิดผลสำเรจ็ ในภารกจิ นนั้ เปน็ เอกภาพเดยี วกัน (2) โดยทขี่ ณะนร้ี ัฐบาลไดม้ ีนโยบายในการใหม้ กี ารบริหารราชการแบบบรู ณาการในจงั หวัด และ ในตา่ งประเทศ โดยในจงั หวัดนนั้ เปน็ ไปตามระเบยี บสำนกั นายกและ ว่าดว้ ยระบบการบรหิ ารงานจังหวดั แบบบูรณา การ พ.ศ. 2546 และใน ตา่ งประเทศเป็นไปตามพระราชบัญญตั ริ ะเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ (ฉบับที่5) พ.ศ. 2545 WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุม่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนุม่ ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศกึ ษานิเทศก์” เลม่ 1 !235 ฉะนน้ั ในพระราชกฤษฎีกานีจ้ งึ บญั ญัติรองรับการดำเนนิ การ ดังกล่าว โดยใหส้ ว่ นราชการทกุ แหง่ มีหนา้ ที่สนบั สนนุ การปฏิบตั ิราชการของผูว้ ่าราชการจงั หวดั หรือ หัวหนา้ คณะผแู้ ทนในตา่ งประเทศ เพอื่ ให้การบริหารราชการเป็นผล สำเรจ็ โดยสามารถใชอ้ ำนาจหน้าทตี่ ามกฏหมายไดอ้ ยา่ ง ครบถว้ นตามความจำเป็น ซ่งึ ในการดำเนินการดงั กลา่ วต้อง ใช้การมอบอำนาจ และในขณะนีไ้ ดม้ กี ารกำหนดรายละเอียดไว้แลว้ ใน ระเบยี บสำนักนายกและ วา่ ดว้ ยการมอบ อำนาจ พ.ศ. 2546 3) การพฒั นาสว่ นราชการใหเ้ ป็นองค์การแห่งการเรยี นรู้ในการบริหารราชการแนวใหม่ส่วนราชการจะ ตอ้ งพัฒนาความร้คู วาม เช่ียวชาญให้เพียงพอแกก่ ารปฏบิ ัตงิ าน ให้สอดคล้องกบั สภาพสงั คมท่ีเปลยี่ นแปลงไป อย่างรวดเรว็ และสถานการณข์ องตา่ งประเทศที่ มผี ลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง ซึ่งในการบริหารราชการ ตามพระราชกฤษฎกี าน้จี ะตอ้ งมกี ารวางแผนการปฏบิ ัตริ าชการทุก ระยะ ตอ้ งมกี ารปรับแผนเพ่อื ให้บรรลเุ ป้า หมาย ตอ้ งมกี ารกำหนดผลสมั ฤทธิ์ของงานท่เี ป็นความจริง ฉะน้นั แนวความคดิ ของ ผูป้ ฏบิ ัตงิ านภาครฐั จะตอ้ ง เปล่ียนแปลงทศั นคติเดมิ เสียใหม่จากการทย่ี ึดแนวความคดิ ว่าต้องปฏิบัติงานตามระเบียบแบบแผนท่ีวาง ไว้ต้งั แตอ่ ดตี จน ต่อเน่ืองถึงปัจจบุ ัน เน้นการสรา้ งความคิดใหมๆ่ ตามวชิ าการสมัยใหม่และนำมาปรับใช้กับการปฏบิ ตั ิ ราชการ ตลอดเวลา ในพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้จงึ กำหนดเปน็ หลักการว่า สว่ นราชการต้องมีการพฒั นาความรู้ เพ่ือให้มลี ักษณะเปน็ องคก์ าร แห่งการเรียนรอู้ ยา่ งสมำ่ เสมอ โดยมแี นวทางปฏิบตั ิดงั น้ี • ตอ้ งสร้างระบบใหส้ ามารถรับรขู้ า่ วสารไดอ้ ย่างกว้างขวาง • ตอ้ งสามารถประมวลผลความรู้ในดา้ นตา่ ง ๆ เพื่อนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นการปฏบิ ัตริ าชการ ได้อยา่ งถูกตอ้ ง รวดเร็วและเหมาะสม กับสถานการณ์ที่มกี ารเปลี่ยนแปลงไป • ตอ้ งมีการส่งเสรมิ และพัฒนาความรคู้ วามสามารถ สร้างวิสัยทศั น์และ ปรบั เปลี่ยน ทัศนคตขิ องขา้ ราชการ เพ่ือให้ข้าราชการ ทุกคนเปน็ ผ้มู คี วามรู้ความสามารถในวิชาการสมัยใหมต่ ลอดเวลา มีความ สามารถในการปฏบิ ัตหิ น้าทใ่ี ห้เกดิ ประสิทธิภาพสงู สดุ และมคี ุณธรรม • ตอ้ งมีการสร้างความมสี ่วนรว่ มในหมู่ขา้ ราชการให้เกดิ การแลกเปล่ยี นความรซู้ ่งึ กันและ กัน เพ่ือการนำมาพัฒนาใช้ในการ ปฏิบัตริ าชการรว่ มกนั ให้เกิดประสิทธิภาพ 4) การจัดทำคำรบั รองในการปฏบิ ตั ริ าชการ ในการบรหิ ารงานแบบมุ่งผลสมั ฤทธน์ิ นั้ จะมีแผนงานใน การ ปฏิบตั ิราชการกำกบั การดำเนนิ การอยเู่ สมอ เพอ่ื แสดงนโยบาย ของรฐั บาลใหเ้ ห็นเปา้ หมายการบริหารงาน ในระดบั ชาติเป็นภาพรวมของภารกิจของรฐั ซึง่ จะแสดงออกมาในรปู แผนการบรหิ าร ราชการแผ่นดิน และ ส่วนราชการ ทุกแหง่ จะมกี ารกำหนดแผนปฏบิ ตั ิการเพอื่ นำนโยบายที่รัฐบาลกำหนดแปลงไปส่ภู าคปฏิบตั ิ ซึ่ง จะกำหนดวิธดี ำเนนิ การและผลสำเรจ็ ของงานที่มตี วั ชว้ี ัดไดว้ า่ เกดิ ผลสัมฤทธ์ิตรงตามเปา้ หมาย ฉะนั้น เพื่อให้มี WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนมุ่ ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !236 การดำเนินการตามแผน ตา่ ง ๆ บรรลุผลสำเร็จอยา่ งแทจ้ ริงโดยมผี รู้ บั ผดิ ชอบตอ่ การปฏิบตั ิงานนั้น จงึ กำหนด มาตรการใหม้ จี ัดทำคำรบั รองในการปฏิบัติ ราชการ(Performance agreement) ข้นึ เพอื่ เป็นมาตรการสำคัญ ในการกำกับการปฏิบัติราชการใหเ้ กิดผลสัมฤทธิใ์ นการจดั ทำ คำรบั รองในการปฏิบตั ริ าชการน้นั จะจัดทำในรูป แบบการทำความตกลงรว่ มกันระหว่าง ผู้กำหนดนโยบายกับผู้รบั ผดิ ชอบในการนำ นโยบายไปปฏบิ ัติแต่ละเรอื่ ง โดยเปน็ การทำความตกลงระหวา่ งและกับปลัดกระทรวง ปลดั กระทรวงกบั อธบิ ดีหรือผดู้ ำรงตำแหนง่ อืน่ ๆ ที่ ตอ้ งรับผิดชอบปฏบิ ัตภิ ารกิจตามแผนงาน ทง้ั นีก้ ารดำเนินการตามหลกั การน้จี ะนำมาใชเ้ ม่อื ก.พ.ร. ได้วเิ คราะห์ และจดั ทำ รูปแบบ และหลักเกณฑข์ องการทำความตกลงในการปฏิบัติงานเสนอตอ่ คณะและ เพือ่ นำมาใช้ใน การปฏิบตั ิงานของแต่ละระดบั การ จดั ทำคำรบั รองในการปฏบิ ตั ริ าชการนอกจากเปน็ มาตรการในการกำกับ การปฏบิ ตั ิราชการเพือ่ เปน็ หลกั ประกนั การปฏบิ ตั งิ านตาม แผนให้เกิดผลสำเรจ็ แล้ว ยงั ใชเ้ ปน็ ข้อมูลในการ ประเมนิ ศักยภาพของบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ และความเหมาะสมในการ มอบหมายความรบั ผดิ ชอบต่อไป รวมถึงจะเปน็ ข้อมูลเพอื่ สร้างแรงจงู ใจและจ่ายคา่ ตอบแทนตามผลงาน (Performance-related pay) ได้ในระยะตอ่ ไปดว้ ย 5) การจัดทำแผนบรหิ ารราชการแผ่นดนิ เพอื่ ให้การบรหิ ารราชการมเี ปา้ หมายทชี่ ดั เจนและทุกสว่ นราช การสามารถกำหนดยทุ ธศาสตรก์ ารปฏบิ ัตริ าชการให้เป็นไป อยา่ งต่อเนื่อง รวมท้ังกำหนดความรับผิดชอบในการ ปฏบิ ัตริ าชการซึง่ จะเป็นทมี่ าของการจดั ทำข้อตกลงว่าดว้ ยผลงานใหเ้ กดิ ข้นึ และทกุ คนในองคก์ รของภาครัฐรวม ท้ังประชาชนจะสามารถทราบได้ว่าในแตล่ ะปที ศิ ทางของการบรหิ ารประเทศจะดำเนนิ การใน เรอื่ งใด การดำเนนิ การในสว่ นนีจ้ งึ กำหนดใหม้ ีแผนตา่ งๆ ที่จะตอ้ งจดั ทำขึ้น ดังน้ี (1) แผนการบรหิ ารราชการแผน่ ดิน เปน็ แผนการบรหิ ารของรัฐบาลมรี ะยะเวลา 4 ปซี ง่ึ เปน็ การนำ นโยบายขอ รัฐบาลมาแปลงเปน็ แผนโดยสอดคลอ้ งกบั แนวนโยบายของรัฐตามรฐั ธรรมนูญและแผนพฒั นาประเทศ ดา้ นตา่ ง ๆ เพ่อื กำหนดหัวข้อ ทส่ี ำคัญในแต่ละเรื่อง ท่จี ะใช้เปน็ แนวทางการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ ท่ีมีเป้าหมาย และผลสมั ฤทธิข์ องงาน การกำหนดผทู้ ่ีจะต้อง รบั ผดิ ชอบรายไดร้ ายจา่ ยและทรพั ยากรท่ตี อ้ งใช้ระยะเวลา และ การติดตามประเมนิ ผล ในการดำเนนิ การน้ัน สำนกั เลขาธกิ ารคณะและ สำนักเลขาธิการนายกและ สำนกั งานคณะกรรมการพัฒนา การ เศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาตแิ ละสำนักงบประมาณ จะเป็นผรู้ ับผดิ ชอบรว่ มกนั ในการจัดทำแผนการบริหารราช การแผ่นดนิ โดยจะ เรมิ่ จดั ทำเมื่อรฐั บาลได้แถลงนโยบายตอ่ รฐั สภาแล้ว จะต้องทำให้แลว้ เสร็จภายใน 90 วนั เพือ่ ประกาศใชเ้ ปน็ แผนชาติท่มี ีผลผกู พนั ทกุ ส่วนราชการต้องนำไปปฏบิ ัติ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุม่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เล่ม 1 !237 (2) แผนนติ บิ ญั ญตั ิเป็นการจดั ทำแผนด้าน กฏหมายท่ีจะตอ้ งจดั ให้มหี รือแก้ไขเพ่มิ เติมกฏหมายเพ่ือ เปน็ กลไกรองรับการ ดำเนนิ การตามแผนการบริหารราชการแผ่นดนิ ซ่ึงจะมีการกำหนดสาระสำคญั ของกฏหมาย ผ้รู บั ผิดชอบ และระยะเวลาการ ดำเนนิ การที่สอดคลอ้ งกับระยะเวลาของแผนการบริหารราชการแผน่ ดนิ ในกา รดำเนินการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักเลขาธกิ ารคณะและ จะรบั ผดิ ชอบร่วมกนั เพื่อ จัดทำแผนนิ ติบัญญตั ิขน้ึ เมอ่ื มแี ผนนิตบิ ัญญตั แิ ลว้ ทุกส่วนราชการ ที่เกีย่ วขอ้ งจะตอ้ งนำไปจดั ทำกฏหมาย ใหส้ อดคลอ้ งกบั เน้ือหา และระยะเวลา เพือ่ ให้มีกฏหมายเป็นกลไกสนบั สนุนการดำเนินการตามแผนการบรหิ ารราชการแผน่ ดินไดต้ ่อไป (3) แผนปฏิบตั ิราชการ เปน็ แผนของทกุ ส่วนราชการท่ีจะแปลงแผนบริหารราชการแผน่ ดินซ่ึงเป็น การกำหนดใน เชิงนโยบายให้เปน็ แนวทางการปฏิบตั ริ าชการตามความรับผดิ ชอบของส่วนราชการนั้น ซ่ึงจะตอ้ งมี การจัดทำเป็น 2 ระยะ คือ - แผนปฏิบัตริ าชการ 4 ปี เพอื่ เป็นการวางแผนระยะยาวในการปฏิบัติตามภารกจิ ใน ขอบเขตความรบั ผดิ ชอบ ของแต่ละส่วนราชการ ให้สอดคล้องกับแผนบรหิ ารราชการแผ่นดนิ - แผนปฏบิ ัตริ าชการประจำปีเพอ่ื เป็นการกำหนดแผนการปฏิบัติราชการในแต่ละปีโดย แปลงมาจากแผน 4 ปี น้นั ว่า ในปีหน่งึ มภี ารกจิ ใดจำเป็นตอ้ งกระทำ โดยมเี ปา้ หมายและผลสมั ฤทธข์ิ องงานอย่างไร ซ่งึ แผนปฏบิ ตั ริ าชการประจำปนี ีจ้ ะเปน็ ส่ิงทกี่ ำหนดงบประมาณของส่วนราชการในปนี นั้ ด้วย เพราะเมอ่ื คณะและ เห็นชอบกันแผนปฏบิ ัติราชการประจำปีของส่วนราชการ ใดแลว้ สำนกั งบประมาณจะพจิ ารณาจดั สรรงบประมาณ เพ่อื ใหเ้ พยี งพอแก่การปฏบิ ตั ิงานใหเ้ กิดผลสำเรจ็ และการโอน งบประมาณจะทำได้เม่อื มีการปรบั แผนตามท่ีคณะ และเหน็ ชอบภายใต้เงื่อนไขทีก่ ำหนดไวค้ ือ ภารกจิ ใดไม่อาจดำเนินการตอ่ ไปได้ หรือหมดความจำเป็นหรอื ไม่เปน็ ประโยชนห์ รือต้องเสยี ค่าใชจ้ ่ายเกนิ ความจำเปน็ หรือมีความจำเป็นอยา่ งอนื่ และในการปรบั แผน นัน้ จะตอ้ งแก้ไข แผนบริหารราชการแผ่นดนิ ใหส้ อดคล้องกนั ด้วย ส่วนแผนปฏิบตั ิราชการใดคณะและไมอ่ นมุ ัตจิ ะจดั สรรงบประมาณ ให้มิได้และเมือ่ สิน้ ปีส่วนราชการตอ้ งรายงานแสดงผลสมั ฤทธ์เิ สนอตอ่ คณะและหลักการในข้อน้มี ีขน้ึ เพือ่ รองรบั การ ปรับปรุงระบบ งบประมาณ แบบมุง่ ผลสมั ฤทธข์ิ องงาน ซงึ่ ขณะนีก้ ำลังดำเนนิ การปรับปรุงพระราชบัญญตั วิ ิธีการ งบประมาณทกี่ ำหนดให้สว่ น ราชการตอ้ งมแี ผนระยะยาว แผนระยะปานกลางข้นึ ไว้เพ่ือการจัดสรรงบประมาณดว้ ย ฉะน้ัน เม่อื มกี ารตรากฏหมายวธิ ีการ งบประมาณกำหนดใหม้ แี นวทางดังกลา่ ว สำนักงบประมาณ และ ก.พ.ร. จะต้อง รว่ มกันกำหนดแนวทางการจัดทำแผนปฏิบตั ิ ราชการให้สามารถใชไ้ ด้โดยสอดคลอ้ งกับการจดั ทำงบประมาณ (4) ความตอ่ เนื่องในการปฏบิ ตั ิราชการ เม่ือมกี ารเปลี่ยนแปลงนายกรฐั มนตรีและ หวั หนา้ ส่วน ราชการมหี นา้ ท่ีสรปุ ผล และใหข้ ้อมูลตอ่ นายกรฐั มนตรแี ละคนใหม่ เพอ่ื ใช้เป็นขอ้ มลู การกำหนดนโยบายการบรหิ าร ราชการแผน่ ดนิ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนมุ่ ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศกึ ษานิเทศก์” เล่ม 1 !238 หมวดที่ 4 การบรหิ ารราชการอย่างมีประสทิ ธภิ าพและเกิดความคุ้มคา่ เปน็ การกำหนดวธิ กี ารทำงานของส่วนราชการ ทัง้ ในกรณีทีใ่ หเ้ กิดประสิทธภิ าพในการทำงานและสามารถวัด ความคมุ้ คา่ ใน การปฏิบตั ิแตล่ ะภารกจิ โดยกำหนดให้ส่วนราชการตอ้ งปฏบิ ัติตามหลกั การ ดังน้ี 1) หลักความโปรง่ ใส ส่วนราชการตอ้ งประกาศกำหนดเปา้ หมาย และแผนการทำงาน ระยะเวลาแล้วเสรจ็ และงบประมาณทตี่ อ้ ง ใชเ้ พื่อให้ข้าราชการและประชาชนทราบ ซึ่งจะทำใหก้ ารทำงานมีความโปร่งใสสามารถตรวจ สอบแผนการทำงานได้ 2) หลกั ความคุ้มค่า (1) ส่วนราชการตอ้ งจัดทำบญั ชตี น้ ทนุ ในงานบริการสาธารณะแต่ละประเภท และรายจา่ ยต่อหน่วย ของบริการ สาธารณะ เพ่อื การเปรยี บเทยี บความค้มุ ค่าระหว่างปัจจยั นำเขา้ กับผลลัพธ์ท่ี เกดิ ขน้ึ ซึ่งหากรายจา่ ยต่อ หนว่ ยของงานบริการ สาธารณะของสว่ นราชการใด สงู กว่ารายจา่ ยต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะประเภท เดียวกันของสว่ นราชการอนื่ ส่วนราชการ นั้นตอ้ งจดั ทำแผนการลดรายจา่ ยต่อหนว่ ย เพอ่ื ดำเนนิ การปรับปรงุ การทำ งานตอ่ ไป ซึ่งรายละเอียดในการจัดทำบญั ชตี ้นทุน กรมบัญชีกลางจะเป็นผกู้ ำหนดขน้ึ (2) สำนกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติจะเปน็ ผ้ตู รวจสอบความคุ้มค่า ในการ ปฏิบัติภารกิจแหง่ รฐั เพื่อรายงานต่อคณะและประเมนิ วา่ ภารกิจใดสมควร ทำต่อไปหรือยุบเลกิ โดยคำนึงถงึ ประโยชน์ทร่ี ฐั และ ประชาชนจะพึงไดร้ ับจากภารกจิ น้นั และในการประเมินความคมุ้ คา่ จะตอ้ งคำนงึ ถงึ ประเภท และสภาพของแตล่ ะภารกิจ ความเปน็ ไปได้ประโยชน์ท่รี ัฐและประชาชนจะได้รบั โดยเทยี บกับรายจา่ ยของรฐั ทงั้ น้ี มิใชค่ ำนวณเปน็ ตัวเงินเทา่ นน้ั แตต่ อ้ งคำนงึ ถึงประโยชน์ได้เสยี ของสังคมดว้ ย (3) การจดั ซ้อื จดั จา้ งจะตอ้ งกระทำโดยเปดิ เผยและเทีย่ งธรรม โดยจะตอ้ งช่ังนำ้ หนักถงึ ประโยชนแ์ ละ ผลเสยี ต่อ สงั คม ภาระต่อประชาชน คณุ ภาพ วตั ถุประสงค์ทจ่ี ะใช้ราคาและประโยชนร์ ะยะยาวของส่วนราชการ ซ่ึง มใิ ชถ่ อื ราคาตำ่ สดุ เป็น เกณฑอ์ ย่างเดยี ว แต่คำนงึ ถงึ การใช้ทรัพยากรอยา่ งคุ้มคา่ ในระยะยาวทจี่ ะทำใหต้ น้ ทนุ การบ รกิ ารสาธารณะต่ำลงไดโ้ ดยจะต้องมีการ ปรบั ปรุงระเบียบวา่ ด้วยการพัสดเุ พือ่ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลักการดังกล่าว 3) หลักความชัดเจนในการปฏบิ ัติราชการ (หลักความรับผดิ ชอบ) (1) ในการปฏบิ ัติราชการระหว่างสว่ นราชการดว้ ยกัน ถา้ การปฏิบตั งิ านของส่วนราชการหนึง่ ต้องได้ รับความเหน็ ชอบ หรอื อนุญาตจากอีกส่วนราชการหนึง่ ส่วนราชการผเู้ หน็ ชอบหรืออนุญาตต้องดำเนนิ การภายใน 15 วนั เว้นแต่จะได้ประกาศกำหนดเวลา ไว้ล่วงหน้าแล้ววา่ ต้องเกินกวา่ 15 วนั เพราะตอ้ งปฏบิ ัตติ ามขน้ั ตอนขอ งกฎหมาย ถา้ มกี ารเหน็ ชอบหรอื อนมุ ัตเิ กินเวลา ขา้ ราชการที่ เกยี่ วขอ้ งต้องรับผดิ ชอบ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครับ/YOUTUBE : ผอ.หน่มุ ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !239 (2) การวนิ จิ ฉยั ชขี้ าดปญั หาใด ๆ สว่ นราชการตอ้ งเป็นผ้พู จิ ารณาวนิ ิจฉัย โดยเรว็ หรือหลกี เล่ยี งการ แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นพจิ ารณา ทงั้ น้เี พื่อใหเ้ กดิ หลกั ที่ชดั เจนในการรับผดิ ชอบของสว่ นราชการหรอื มใิ หใ้ ชเ้ วลานาน ในการพิจารณาในรปู แบบของคณะกรรมการ (3) ในกรณีทเี่ ปน็ การพจิ ารณาในรปู แบบคณะกรรมการใหม้ ีผลผูกพันผแู้ ทน สว่ นราชการแมจ้ ะมิได้ เข้าร่วม ประชมุ และจะตอ้ งมีการบันทึกฝ่ายขา้ งน้อยไว้ด้วย ทั้งนีเ้ พื่อใหเ้ กดิ หลักทีช่ ดั เจนในความรับผิดชอบของ ผปู้ ฏบิ ตั หิ น้าท่แี ทนส่วน ราชการในคณะกรรมการ อันจะกอ่ ให้เกดิ ผลสรปุ ของงานทีแ่ นน่ อนไมเ่ ปลี่ยนแปลงโดย ส่วนราชการนน้ั ในภายหลัง (4) การส่ังราชการต้องเป็นลายลักษณอ์ กั ษร ถา้ มีการสงั่ การด้วยวาจาต้องบนั ทกึ คำสงั่ น้ันไว้ทัง้ น้เี พ่ือ ให้เกดิ ความชดั เจนใน การส่ังเพือ่ ปฏิบัตริ าชการทตี่ ้องมีหลกั ฐานยนื ยันคำส่งั ที่แน่นอน มีความรับผดิ ชอบท้ังผสู้ ัง่ และ ผูป้ ฏิบตั ิงาน WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศึกษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !240 หมวดท่ี 5 การลดขั้นตอนการปฏิบตั งิ าน กำหนดหนา้ ที่ให้ส่วนราชการปฏิบตั เิ พ่อื เปน็ การลดระยะเวลาในการพิจารณา การส่ัง การอนญุ าต การอนุมัตหิ รอื การ ปฏิบตั ิราชการที่มผี ลโดยตรงตอ่ ประชาชนใหเ้ กิดความสะดวกและรวดเร็วขึ้น ดงั นี้ 1) การกระจายอำนาจการตัดสนิ ใจ (1) ส่วนราชการตอ้ งจดั ใหม้ ีการกระจายอำนาจการตัดสินใจลงไปส่ผู ดู้ ำรงตำแหนง่ ทีม่ หี นา้ ที่รับผิดชอบในการ ดำเนินการในเรอ่ื งน้ันโดยตรง โดยมงุ่ ผลให้เกดิ ความสะดวกและรวดเรว็ ในการบริการประชาชน (2) สว่ นราชการต้องจดั ใหม้ หี ลกั เกณฑ์การควบคมุ ตดิ ตามและกำกับดแู ลการใชอ้ ำนาจและความรบั ผดิ ชอบ ของผู้รับมอบอำนาจและผมู้ อบอำนาจ เพื่อใหเ้ กิดความรับผิดชอบและเป็นกรอบการปฏิบตั ิหน้าทแ่ี ต่ตอ้ งไมเ่ พมิ่ ขัน้ ตอนเกินจำเป็น และใหใ้ ช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือโทรคมนาคมตามความเหมาะสม เพอ่ื ให้เกิดการลดขัน้ ตอนใน การติดต่อราชการ เพิ่มประสิทธภิ าพและประหยดั คา่ ใชจ้ า่ ยและเม่อื มีการกระจายอำนาจการตัดสินใจเปน็ ประการ ใดแล้ว ให้เผยแพรใ่ หป้ ระชาชนทราบดว้ ย (3) ก.พ.ร. โดยความเห็นชอบของคณะและจะกำหนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการหรือแนวทางในการกระจาย อำนาจความรบั ผิดชอบและการลดขัน้ ตอน เพ่ือใหส้ ่วนราชการถอื ปฏิบตั ิก็ได้ (4) สว่ นราชการแตล่ ะแห่งตอ้ งจดั ทำแผนภมู ขิ ้นั ตอน และระยะเวลาการดำเนนิ การ รวมทั้งรายละเอยี ดอืน่ โดย เปิดเผยเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ซง่ึ จะเปน็ การลดข้ันตอนการติดต่อสอบถามหรือการทำ ความเขา้ ใจเรอ่ื ง สำหรับประชาชนที่จะมาขอรับบริการจากรัฐไดโ้ ดยสะดวกและรวดเร็ว 2) การจัดตง้ั ศนู ย์การบรกิ ารรว่ ม (1) ใหเ้ ป็นหน้าท่ีของแตล่ ะกระทรวงต้องจดั สว่ นราชการภายในทร่ี ับผิดชอบ ในการปฏิบัตงิ านกบั ประชาชน ให้รวมเป็นศูนยบ์ ริการร่วมแห่งเดียวทีป่ ระชาชนจะสามารถติดต่อสอบถาม ขอขอ้ มูล ขออนญุ าตหรอื ขออนุมัตไิ ด้ พรอ้ มกนั ทุกเรือ่ งท่ีอยู่ ในความรบั ผดิ ชอบของกระทรวงนัน้ (2) กระทรวงต้องจัดใหม้ ีเจา้ หนา้ ทีแ่ ละแบบพมิ พ์ที่จำเป็นในศนู ย์บริการร่วม เพื่อใหเ้ จ้าหน้าที่ นนั้ บริการ ประชาชนไดอ้ ยา่ ง ครบถ้วน โดยเจา้ หนา้ ท่นี ้ันจะตอ้ งสามารถแจง้ รายละเอยี ดรบั เอกสารหลักฐานท่ีจำเป็น แจ้งให้ ทราบระยะเวลาการดำเนินการ และ เปน็ ผู้ตดิ ตอ่ ประสานกบั สว่ นราชการอื่น เพื่อดำเนนิ การใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑ์ ของกฎหมายหรือกฎในเรอ่ื งน้นั ๆ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หน่มุ ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศกึ ษานิเทศก์” เล่ม 1 !241 (3) ในการดำเนินการของศูนยบ์ ริการร่วม ถา้ หากมปี ัญหาหรอื อุปสรรคทไี่ ม่อาจดำเนนิ การได้เพราะไมเ่ ปน็ ไป ตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการทก่ี ฎหมายหรอื กฎระเบยี บกำหนดไวใ้ ห้ส่วนราชการแจง้ ใหก้ .พ.ร. ทราบเพอื่ เสนอคณะและ ใหม้ กี าร ปรบั ปรงุ กฎหมายหรอื กฎระเบียบน้นั ตอ่ ไป (4) แนวทางการจัดต้ังศนู ยบ์ ริการรว่ มของกระทรวงน้ใี ห้ผวู้ า่ ราชการจังหวัดและนายอำเภอจดั ให้มีขน้ึ ใน จงั หวดั หรอื อำเภอแล้วแต่กรณีตามทตี่ นต้องรบั ผิดชอบดว้ ย WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนมุ่ ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศกึ ษานเิ ทศก์” เล่ม 1 !242 หมวดที่ 6 การปรบั ปรงุ ภารกิจของส่วนราชการ มวี ตั ถุประสงคเ์ พ่อื ใหส้ ว่ นราชการมหี น้าท่ตี รวจสอบภายในของสว่ นราชการตนเอง เพอ่ื การปรบั ปรุงภารกิจให้ เป็นไปโดย เหมาะสมกบั สภาพการณ์ท่เี ปล่ียนไปของสงั คม หรือสอดคลอ้ งกบั การปฏิบตั งิ านตามนโยบายหรอื แผนการ ปฏิบตั ริ าชการ ดังต่อไปนี้ 1) การทบทวนภารกจิ (1) ส่วนราชการจะตอ้ งทบทวนภารกิจตามระยะเวลาท่กี .พ.ร. กำหนด เพ่ือตรวจสอบวา่ ภารกิจใดมี ความจำเปน็ ต้องดำเนนิ การตอ่ ไปหรือไม่ โดยคำนึงถงึ แผนการบริหารราชการแผน่ ดนิ นโยบายของรัฐ เงนิ งบ ประมาณของประเทศ ความคมุ้ คา่ ของภารกิจ ซึง่ หากเห็นควรเปลี่ยนแปลงตอ้ งเสนอคณะและ เพอ่ื ปรับปรุง อำนาจหนา้ ท่ี โครงสร้างและอัตรากำลังให้สอดคล้อง กบั ภารกจิ ทจ่ี ะยกเลกิ ปรบั ปรุงหรือเปล่ยี นแปลงข้ึน (2) ในกรณที ี่ ก.พ.ร. ไดท้ ำการวิเคราะหค์ วามจำเป็นของภารกิจของส่วนราชการใดแลว้ อาจเสนอให้ คณะและพิจารณาปรบั ปรุงภารกิจอำนาจหน้าที่ โครงสรา้ งหรืออตั รากำลงั ของสว่ นราชการใดกไ็ ด้ 2) การทบทวนกฏหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบงั คบั (1) สว่ นราชการมีหน้าทีส่ ำรวจและทบทวนเพ่อื ยกเลกิ ปรบั ปรุง หรอื จัดให้มีขนึ้ ใหม่สำหรับกฎหมาย กฎ ระเบยี บ ขอ้ บังคบั ฯลฯ ทีอ่ ยู่ในความรับผดิ ชอบเพื่อให้ทนั สมยั อยเู่ สมอ และเพ่อื ใหล้ ดภาระของประชาชน โดยตอ้ งรับฟงั ความคิดเหน็ ของ ประชาชนดว้ ย (2) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี ามหี นา้ ท่ีตรวจสอบกฏหมาย กฎ ระเบียบ ฯลฯ ของทุกส่วนราช การ ทไี่ ม่เหมาะสมแกก่ าลสมัยหรือไมเ่ อ้อื อำนวยตอ่ การพฒั นาประเทศหรือเปน็ ภาระแกป่ ระชาชน เพอื่ เสนอใหม้ ี การแกไ้ ข ปรับปรุง หรอื ยกเลิก ซึง่ โดยปกติสว่ นราชการจะต้องดำเนนิ การแกไ้ ขปรับปรุงต่อไป แตถ่ ้าไมเ่ หน็ ด้วย กับขอ้ เสนอจะต้องเสนอเรอ่ื งให้คณะและ วนิ จิ ฉัยต่อไป WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หน่มุ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศกึ ษานเิ ทศก์” เล่ม 1 !243 หมวดท่ี 7 การอำนวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน เปน็ การกำหนดแนวทางทีส่ ว่ นราชการต้องจัดให้มีขึ้นเพ่อื เปน็ การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้ได้รับ บริการโดยเร็ว ในขณะเดียวกันกจ็ ะสามารถตรวจสอบความตอ้ งการของประชาชน รบั รู้สภาพปญั หาและแก้ไขปญั หา ได้ต่อไป โดยมสี าระสำคญั ดังนี้ 1) การกำหนดระยะเวลาการปฏิบตั ิงาน สว่ นราชการที่มีภารกิจในการใหบ้ รกิ ารประชาชน หรือติดตอ่ ประสานงาน ระหว่างสว่ นราชการด้วยกัน ตอ้ ง กำหนด ระยะเวลาแลว้ เสรจ็ ของงาน และประกาศใหป้ ระชาชนได้ รบั ทราบ และเป็นหนา้ ทข่ี องผบู้ งั คบั บญั ชาต้อง ตรวจสอบให้ขา้ ราชการของ ตนมกี ารปฏิบัตงิ านแลว้ เสร็จตามระยะเวลาดว้ ย ในกรณที ี่ ก.พ.ร. เห็นวา่ ส่วนราชการ ใดไมก่ ำหนดระยะเวลาหรอื กำหนดเวลาท่ีลา่ ช้าเกินสมควร ก.พ.ร. จะกำหนดเวลาแล้วเสร็จ เพือ่ ใหส้ ่วนราชการน้ัน ต้องปฏิบัติกไ็ ด้ 2) การจัดระบบสารสนเทศ (1) ส่วนราชการต้องจัดใหม้ ีระบบเครือข่ายสารสนเทศเพ่ืออำนวยความสะดวกแกป่ ระชาชน เพ่อื ติดตอ่ สอบถามหรอื ใช้บริการของส่วนราชการนั้นได้ (2) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารตอ้ งจดั ให้มีระบบเครอื ขา่ ยสารสนเทศกลาง เพ่ือให้ มีการเชือ่ มโยงข้อมูลระหวา่ งสว่ นราชการและจะตอ้ งช่วยเหลือส่วนราชการอน่ื ในการจัดทำระบบเครอื ขา่ ยสารสนเทศ 3) การรับฟงั ข้อรอ้ งเรยี น (1) ส่วนราชการต้องจดั ให้มรี ะบบการตอบคำถามเกย่ี วกบั งานในหนา้ ท่ขี อง ส่วนราชการให้ประชา ชนได้ทราบ โดยต้องมีระยะเวลาในการตอบให้ชดั เจน (2) ในกรณที ีส่ ่วนราชการได้รบั คำร้องเรียน ข้อเสนอแนะ หรือความคิดเหน็ จากประชาชนในการ ชี้แจง ปญั หา อุปสรรคความยงุ่ ยาก หรือปญั หาในวิธปี ฏิบัตริ าชการ ส่วนราชการจะต้องนำมาพิจารณาดำเนนิ การให้ ลุล่วงไปและแจ้งผลใหผ้ แู้ จง้ ทราบด้วย (3) สว่ นราชการที่มหี น้าทอ่ี อกกฎเพ่อื บังคับส่วนราชการอ่ืนใหป้ ฏบิ ัติตาม มีหนา้ ทีต่ ้องตรวจสอบ วา่ กฎนั้นเปน็ อุปสรรคหรือเกิดความยุง่ ยาก ซ้ำซอ้ น หรอื ลา่ ช้าหรือไม่ เพอ่ื ปรับปรงุ ให้เหมาะสม และถ้าไดร้ บั การร้อง เรียนจากสว่ นราชการหรอื ข้าราชการ ให้ส่วนราชการที่ออกกฎพจิ ารณา โดยทนั ทแี ละแจ้งผลใหท้ ราบ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนุม่ ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศึกษานิเทศก์” เล่ม 1 !244 4) การเปิดเผยข้อมูล (1) ส่วนราชการมีหน้าทต่ี ้องเปดิ เผยขอ้ มูลเกย่ี วกับการปฏบิ ัติราชการใหท้ ราบโดยทวั่ ไป เว้นแตก่ รณี จำเป็นต้อง กระทำเปน็ ความลบั เพอ่ื ความม่นั คงหรือรักษาความสงบเรยี บร้อย หรือคมุ้ ครองสทิ ธขิ องประชาชน (2) ส่วนราชการต้องเปิดเผยขอ้ มูลเก่ียวกับงบประมาณรายจา่ ย รายการจัดซอ้ื จดั จา้ งและสญั ญาใด ๆ ทม่ี กี าร ดำเนินการ โดยห้ามทำสัญญาใดทม่ี ีขอ้ ความห้ามมิใหเ้ ปดิ เผยขอ้ ความหรือข้อตกลงในสญั ญา เว้นแตข่ ้อมลู ท่ี ไดร้ ับความคุ้มครองโดยกฎหมาย WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หน่มุ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศึกษานิเทศก์” เลม่ 1 !245 หมวดที่ 8 การประเมินผลการปฏบิ ัติราชการ มีขึ้นเพ่อื การวัดผลการปฏิบตั ิราชการวา่ มีผลสัมฤทธ์ิตรงตามเปา้ หมายทก่ี ำหนดขน้ึ ไวห้ รอื ไม่คุณภาพ และ ความพึงพอใจ อยใู่ นระดบั ทีย่ อมรบั ได้หรือไม่ รวมท้ังการตรวจสอบการปฏิบตั ริ าชการภายในองคก์ ร โดยมกี ารดำเนินการดังนี้ 1) การประเมินผลโดยคณะผ้ปู ระเมินอสิ ระ เพือ่ วดั ผลสัมฤทธ์ขิ องภารกจิ ความพงึ พอใจของผู้รับบรกิ าร และ ความคมุ้ ค่าใน ภารกจิ 2) การประเมินผลประสทิ ธภิ าพในการบงั คับบัญชา 3) การประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ านของข้าราชการ ซึ่งต้องกระทำทัง้ การปฏบิ ัติงานเฉพาะตัว และประโยชน์ของ หนว่ ยงานที่ผนู้ ั้น สงั กัดอยู่ ท้งั นเ้ี พือ่ ใหเ้ กดิ การปฏบิ ตั ิงานในลักษณะทเ่ี ป็นทีมทำงานมากขน้ึ 4) ในกรณีทกี่ ารปฏบิ ตั ริ าชการของส่วนราชการใดผ่านการประเมนิ ทีแ่ สดงว่าอยู่ในมาตรฐานและการปฏิบตั ิ งานเปน็ ไปตาม เป้าหมายอย่างมีผลดีให้มีการจดั สรรเงนิ เพ่อื เปน็ บำเหน็จความชอบของส่วนราชการหรือเปน็ เงนิ รางวลั การเพ่มิ ประสิทธิภาพ ทงั้ นเี้ พอ่ื เป็นการจงู ใจให้ส่วนราชการพัฒนาการปฏบิ ัติราชการให้บังเกิดประสิทธิภาพ ตามความมุ่งหมาย หลักการของการประเมนิ ผลการปฏบิ ัติราชการตามพระราชกฤษฎกี าน้ีจะประกอบดว้ ย 1) การประเมนิ ผลส่วนราชการวา่ ไดด้ ำเนินการให้เกดิ ผลสมั ฤทธเ์ิ พยี งใดซง่ึ จะวัดจากผลผลิต (output) และ ผลลพั ธ์ (outcome) ว่าเปน็ ไปตามวัตถุประสงคห์ รอื ไมค่ ณุ ภาพของการใหบ้ รกิ ารซ่ึงอาจวดั ได้จากความสะดวกในการ ขอรับบรกิ าร (convenience) ความไมย่ ุง่ ยากตอ่ การทำความเข้าใจ (simplicity) การใหบ้ รกิ ารทถี่ กู ต้องและรวดเรว็ (accuracy and timeliness) รวมทง้ั การสำรวจความพึงพอใจของผรู้ บั บรกิ ารและความคุ้มคา่ ในการใช้ทรัพยากรกบั ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั 2) การประเมินผู้ปฏิบตั ิงานโดยแยกเปน็ การประเมนิ ผบู้ ังคบั บญั ชา เพอ่ื ใหเ้ กดิ การสะท้อนกลบั ของการ ปฏิบตั ิงานในฐานะผบู้ ริหาร เพื่อเปน็ ขอ้ มูลในการปรบั ปรุงให้เกิดเป็นทีมทำงานท่ีมีประสทิ ธภิ าพ และการประเมนิ เจา้ หนา้ ที่ซ่งึ เปน็ การประเมนิ ศกั ยภาพของเจ้าหนา้ ท่ีแตล่ ะราย เพื่อวัดความสามารถเฉพาะตวั และความสามารถใน การมีส่วนรว่ มในผลสำเร็จของ ภารกิจในความรับผดิ ชอบของหน่วยราชการนนั้ หลักเกณฑแ์ ละวธิ ปี ระเมนิ ก.พ.ร. จะเปน็ ผ้กู ำหนดรายละเอียดต่อไป โดยผลทีไ่ ด้รบั จากการประเมนิ ผลหากอยู่ในเกณฑท์ ี่นา่ พึงพอใจจะเป็นเคร่อื งช้ีวดั ความสำเร็จในการบริหารงานแบบมงุ่ สัมฤทธิ์และส่วนราชการจะ ได้รบั รางวัลตอบแทน เพือ่ การพฒั นาคุณภาพของ สว่ นราชการน้ันต่อไป WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศกึ ษานิเทศก์” เลม่ 1 !246 สรปุ ย่อสาระ พระราชบญั ญัติลกู เสอื ฉบบั ใหม่ (พ.ศ. 2551) พร้อมแนวข้อสอบ สรุป พรบ.ลูกเสือ พ.ศ.2551 สรปุ สาระ พระราชบัญญัตลิ ูกเสอื ฉบบั ใหม่ (พ.ศ. 2551) รา่ งพระราชบญั ญัติลกู เสือ พ.ศ. 2551 ได้ผา่ นการพิจารณาวาระ 2 และ 3 จากท่ีประชมุ ของสภานิตบิ ญั ญตั ิ แห่งชาติแล้วเมือ่ วนั พฤหัสบดที ่ี 20 ธันวาคม 2550 เวลา 20.00น โดยมกี ารขอแกไ้ ขเลก็ นอ้ ยในมาตรามาตรา 17 (12) และมาตรา 38 (8) โดยแก้ขอ้ ความท้ัง 2 มาตราจากเดมิ “กำกับดแู ลกิจการลกู เสือชาวบ้าน” มาเป็น “กำกบั ดแู ลสนบั สนุนและส่งเสริมกิจการลูกเสอื ชาวบ้าน” พระราชบัญญัติลูกเสือฉบับใหม่น้ีจะได้นำเสนอให้ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้ต่อไป คาดว่าคงมีผล บังคับใชไ้ ด้ต้นปี 2551 เหตุผลท่ีตอ้ งออกกฎหมาย 1. กฎหมายลูกเสือได้เร่ิมพัฒนาจากการออกเป็นข้อบังคับลักษณะปกครองลูกเสือไทยฉบับแรกเม่ือ 1 กรกฏาคม พ.ศ. 2454 หรือ 96 ปมี าแลว้ ตอ่ มาได้ออกเปน็ พระราชบัญญตั ิ ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2507 และไดป้ รบั ปรงุ อีก 3 ครงั้ หลงั จากการปฎิรูประบบราชการในปี 2546 ทำใหก้ ฎหมายลกู เสอื ไม่สอดคล้อง กบั สถานการณท์ ไ่ี ด้เปลีย่ น ไปหลายประการ 2. กฎหมายฉบับใหม่ ต้องการปรับการบริหารงานของลกู เสอื ให้สอดคลอ้ งกบั โครงสรา้ งใหมข่ องกระทรวง ศกึ ษาธกิ ารทีใ่ ชม้ าเม่ือ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 ซง่ึ เลขาธกิ ารคณะกรรมการบริหารลกู เสือแห่งชาตเิ ดมิ เป็นอธิบดี กรมพลศึกษา ต้องเปล่ียนมาเป็นรองปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ เน่ืองจากได้โอนงานกองลูกเสือเดิม และงานสำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติท่ีเคยอยู่ท่ี กรมพลศกึ ษา มาอยู่ภายใต้การกำกบั ของสำนักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ 3. ตอ้ งปรับการบรหิ ารของคณะกรรมการลูกเสอื อำเภอ ให้เปน็ คณะกรรมการเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาแทน เพ่ือให้ เปน็ ไปตามระบบกระจายอำนาจใหมข่ องกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 4 เพ่ิมสาระท่เี กี่ยวกบั ทรพั ยส์ นิ ของสำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแหง่ ชาติให้สอดคล้องกบั สภาพจริง ประโยชน์ของการออก พ.ร.บ. นี้ ชว่ ยส่งเสรมิ ความเข้มแขง็ ของกระบวนการลูกเสอื ทีต่ อ้ งการสร้างพลเมืองดี ให้เปน็ ไปตามพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัวฯ รัชกาลท่ี 6 และปัจจบุ นั พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงเป็นพระประมุขของ คณะลูกเสือไทย รวมท้ังได้ทรงรบั กจิ การลกู เสือชาวบ้านไวใ้ นพระบรมราชานเุ คราะห์ด้วย WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครบั /YOUTUBE : ผอ.หนมุ่ ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรียมสอบ “ศกึ ษานิเทศก์” เล่ม 1 !247 สาระของพ.ร.บ.ลูกเสอื ฉบบั ใหม่ ประกอบดว้ ย 6 หมวด 74 มาตรา ได้แก่ • - หลักการ และนยิ าม มาตรา 1 - 5 - หมวด 1 บททั่วไป มาตรา 6 – 10 - หมวด 2 การปกครอง - สว่ นท่ี 1 สภาลูกเสือไทย มาตรา 11 – 14 - สว่ นที่ 2 คณะกรรมการบริหารลกู เสอื แห่งชาตแิ ละสำนกั งานลกู เสอื แห่งชาติ มาตรา 15 – 27 - สว่ นที่ 3 ลกู เสอื จังหวัดมาตรา 28 – 34 - สว่ นที่ 4 ลูกเสอื เขตพน้ื ที่ มาตรา35 – 39 - ส่วนท่ี 5 ทรพั ย์สินของสำนักงานลูกเสือแหง่ ชาติ มาตรา 40 – 42 - หมวด 3 การจัดกลุ่ม ประเภท และตำแหน่งของลกู เสอื มาตรา 43 – 49 - หมวด 4 ธง เครอื่ งแบบ และการแต่งกาย มาตรา 50 – 52 - หมวด 5 เหรยี ญลกู เสอื และการยกย่องเชดิ ชเู กยี รติ มาตรา 53 – 68 - หมวด 6 บทกำหนดโทษ มาตรา 69 – 70 และ - บทเฉพาะกาล มาตรา 71 – 74 สรปุ สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ได้แก่ 1) เพิ่มคำนยิ ามลูกเสอื และบคุ ลากรทางการลกู เสือใหช้ ัดเจนขึ้น และไดร้ วมกจิ การลกู เสือชาวบ้านไว้ด้วย 2) ปรับช่ือสภาลกู เสือแห่งชาติ เป็นสภาลกู เสอื ไทย เพือ่ ให้เปน็ ชอื่ สากลท่ปี ระเทศสมาชกิ ทั่วโลกจะระบุชอื่ ของประเทศไวด้ ว้ ย และไดป้ รบั องคป์ ระกอบของสภาลกู เสอื ไทยให้สอดคล้องกบั การเปลี่ยนชอ่ื หนว่ ยราชการไปตาม การปฏริ ูประบบราชการเม่ือปี 2546 เช่น ตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ จากอธบิ ดีกรม พลศึกษามาเป็นรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการปรับช่ือตำแหน่งของ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เลขาธกิ ารคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศกึ ษา ผบู้ ัญชาการตำรวจแหง่ ชาติ ซงึ่ หน่วยงานเหล่านี้ได้เปล่ียนชื่อและภารกิจใหม่แล้ว และปรับให้มีหน่วยงานใหม่เพิ่มเข้ามาได้แก่ได้แก่ปลัดกระทรวง การพัฒนาสังคม ความมั่นคง และอธิบดีกรมส่งเสรมิ การปกครองทอ้ งถนิ่ เป็นตน้ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนุม่ ครบั /ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศกึ ษานิเทศก์” เลม่ 1 !248 3) ปรบั องคป์ ระกอบคณะกรรมการลกู เสอื ระดับจังหวดั เป็น ซ่ึงต้องใชผ้ ู้อำนวยการสำนักงานเขตพ้ืนที่การ ศึกษาเขต 1 เข้าไปแทนศึกษาธิการจังหวดั ซง่ึ ปจั จบุ นั ไม่มตี ำแหน่งนี้ 4) ต้องปรับการบริหารลูกเสืออำเภอที่มีอยู่เดิมโดยใช้เขตพื้นท่ีการศึกษาแทน ทำให้ต้องปรับองค์ประกอบ คณะกรรมการและภารกิจของการบริหารลูกเสืออำเภอ มาเปน็ การบริหารลูกเสือเขตพนื้ ที่การศกึ ษา 5) เดิมคณะลูกเสอื แห่งชาติเปน็ นติ ิบคุ คล ทำใหส้ ถานะของสำนกั งานไมช่ ัดเจน เน่ืองจากในกฎหมายเดมิ ระบวุ ่าคณะลูกเสือแห่งชาตปิ ระกอบด้วยลูกเสือท้ังปวง ผูบ้ ังคบั บัญชาลกู เสอื ผตู้ รวจการลกู เสอื และกรรมการเจา้ หนา้ ที่ลกู เสอื และระบใุ ห้มใี หม้ สี ำนักคณะกรรมการบรหิ ารลกู เสือแหง่ ชาติเปน็ หน่วยบรหิ าร จงึ ไดป้ รบั ใหส้ ำนักงานลกู เสอื แห่งชาติซึง่ มหี นว่ ยงานน้อี ยแู่ ล้ว เปน็ นติ บิ ุคคล ซง่ึ ยงั คงอยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ โดยไม่ตั้งหน่วยงานใหม่ ไม่เพ่ิมงบประมาณ 6) เพมิ่ ระบบการตรวจสอบและการจดั ทำบญั ชี เพื่อเป็นไปตามหลักธรรมาภบิ าล 7) กำหนดใหร้ องปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการคนหนึ่งมาเป็นตำแหน่งเลขาธิการลกู เสอื โดยไม่มีเงินเดอื น 8) การบริหารค่ายเปน็ ไปตามหลักการบริหารแนวใหม่ มอบใหผ้ อู้ ำนวยการลกู เสือจังหวดั (ผู้ว่าราชการจงั หวัด) กำกับดแู ล และ 9) ใหโ้ อนทรพั ยส์ นิ จากคณะลูกเสือแห่งชาติ ไปเป็นของสำนักงานคณะกรรมการบรหิ ารลกู เสอื แห่งชาติ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนุ่ม ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนมุ่ ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62

! เตรยี มสอบ “ศกึ ษานเิ ทศก์” เลม่ 1 !249 พระราชบญั ญตั ิความรบั ผิดทางละเมิดของเจา้ หนา้ ที่ พ.ศ. 2539 ภมู ิพลอดุลยเดช ป.ร. ใหไ้ ว้ ณ วันท่ี 27 กนั ยายน พ.ศ. 2539 เปน็ ปที ี่ 51 ในรัชกาลปัจจุบัน มาตรา 1 : พระราชบัญญตั นิ ีเ้ รยี กว่า “พระราชบญั ญัตคิ วามรับผดิ ทางละเมดิ ของเจ้าหนา้ ที่ พ.ศ. 2539” มาตรา 2 : พระราชบัญญัติน้ีใหใ้ ช้บังคบั ตง้ั แต่วันถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป มาตรา 3 : บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับใด ๆ ในสว่ นท่ีมบี ัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญตั นิ ้หี รอื ซ่งึ ขดั หรือแย้ง กับบทแหง่ พระราชบัญญตั นิ ี้ ใหใ้ ช้พระราชบญั ญตั ินีแ้ ทน มาตรา 4 : ในพระราชบัญญตั นิ ี้ นยิ าม ความหมาย เจา้ หนา้ ที่ ข้าราชการ พนกั งาน ลูกจา้ ง หรอื ผปู้ ฏิบตั ิงานประเภทอืน่ ไมว่ ่าจะเป็นการแต่งตง้ั ในฐานะเป็น กรรมการหรอื ฐานะอน่ื ใด หนว่ ยงานของรัฐ กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรยี กชื่ออย่างอน่ื และมฐี านะเป็นกรม ราชการสว่ น ภมู ิภาค ราชการสว่ นท้องถ่ิน และรฐั วิสาหกิจทีต่ ั้งขึน้ โดยพระราชบญั ญัติหรอื พระราชกฤษฎีกา และใหห้ มายความรวมถึงหน่วยงานอื่นของรฐั ท่มี ีพระราชกฤษฎกี ากำหนดใหเ้ ป็นหน่วยงานของ รัฐตามพระราชบัญญัตนิ ี้ด้วย มาตรา 5 : หนว่ ยงานของรฐั ตอ้ งรับผิดตอ่ ผ้เู สยี หายในผลแห่งละเมดิ ท่ีเจา้ หนา้ ทขี่ องตนไดก้ ระทำในการปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี ในกรณนี ีผ้ ้เู สยี หายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกลา่ วไดโ้ ดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหนา้ ท่ีไมไ่ ด้ ถา้ การละเมิดเกดิ จากเจ้าหน้าทีซ่ ง่ึ ไมไ่ ด้สังกัดหนว่ ยงานของรฐั แหง่ ใดให้ถือว่ากระทรวงการคลงั เป็นหน่วย งานของรัฐท่ตี อ้ งรบั ผดิ ตามวรรคหนึ่ง มาตรา 6 : ถ้าการกระทำละเมิดของเจา้ หน้าที่มใิ ชก่ ารกระทำในการปฏิบัติหนา้ ท่ี เจ้าหนา้ ท่ีต้องรบั ผดิ ในการนั้นเปน็ การเฉพาะตัว ในกรณีนี้ผเู้ สยี หายอาจฟอ้ งเจ้าหน้าทไ่ี ด้โดยตรง แต่จะฟ้องหนว่ ยงานของรัฐไมไ่ ด้ WWW.KRUNOOMTUTOR.COM/FACEBOOK : ผอ.หนมุ่ ครับ/YOUTUBE : ผอ.หนุ่ม ครับ/ID LINE : Krunoomtutor62


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook