Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนตัวอย่างวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แผนตัวอย่างวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

Published by บางปลาม้า บางยี่หน, 2022-07-23 04:57:13

Description: แผนตัวอย่างวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

Search

Read the Text Version

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เคร่ื หลกั ฐานที่ได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจในกา แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 เร่ือง สภาพยดื หย่นุ 4) ครูใช้คาถามกระต้นุ ความคดิ หลงั จากทากิจกรรม ดงั นี ้ - จากการที่นกั เรียนออกมาเลน่ เกม หนงั ยางท่ีนกั เรียนใช้มีลกั ษณ - ทาอยา่ งไรหนงั ยางถงึ จะไปถงึ เป้ าที่กระดานได้ (นกั เรียนตอบตา - หลงั จากท่ีไปถึงเป้ าแล้วหนงั ยางมีลกั ษณะอย่างไร แตกตา่ งจา หนงั ยางมีลกั ษณะกลบั มาเป็นวงกลมเหมือนเดมิ เชน่ ตอนก่อนยงิ ตอนแรก) 5) นกั เรียนตอบคาถามลงในใบบนั ทึกกิจกรรม สภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดุ 6) นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลการทดลองท่ีหน้าชนั้ เรียน 3.3 ขัน้ สรุปองค์ความรู้ 1) นกั เรียนศกึ ษาบทเรียนออนไลน์ เรื่อง สภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดุ จากส่ือ h 2) นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายผลการทากิจกรรมเพ่ือนาไปสขู่ ้อสรุป ด วสั ดแุ ตล่ ะชนิดมีสมบตั ทิ างกายภาพแตกตา่ งกนั อาทิ ความแขง็ สภาพยืด รูปร่างเมื่อมีแรงมากระทาและกลับสภาพเดิมได้เมื่อหยุดออกแรง อาทิ ฟองน เหมือนเดมิ เรียกวา่ ไมม่ ีสภาพยืดหยนุ่ เชน่ ดนิ นา้ มนั เป็นต้น 102

รองมือเพื่อให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และ เวลา 18 ช่ัวโมง ารนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง ณะอยา่ งไร (นกั เรียนตอบตามความเข้าใจ เชน่ มีลกั ษณะยืดเมื่อออกแรง) ามความเข้าใจ เชน่ ยืดออกให้ยาวที่สดุ ) ากตอนก่อนยิงหรือไม่ (นกั เรียนตอบตามความเข้าใจ เช่น หลงั จากที่ไปถึงเป้ า https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/33330 ดงั นี ้ ดหยนุ่ การนาความร้อน และการนาไฟฟ้ า วสั ดทุ ี่มีสภาพยืดหยนุ่ จะเปล่ียนแปลง า้ สปริง เป็ นต้น ส่วนวสั ดทุ ี่เมื่อมีแรงมากระทา และไม่เปลี่ยนแปลงกลับมา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เครื่ หลกั ฐานที่ได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจในกา แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 เร่ือง สภาพยดื หย่นุ 3.4 ขัน้ ประยุกต์ใช้ 1) นกั เรียนและครูร่วมกนั เรียนรู้เก่ียวกบั คาศพั ท์ภาษาองั กฤษเก่ียวกบั สภ 1.1 คาถามกระต้นุ ความคดิ คาวา่ สภาพยืดหยนุ่ ท่ีเราเรียนในวนั นี ้ในภาษาองั กฤษคือศพั ท์ค คาวา่ หนงั ยาง ในภาษาองั กฤษคอื ศพั ท์คาใด (rubber band) คาวา่ แรงดงึ ในภาษาองั กฤษคือศพั ท์คาใด (pulling force) คาวา่ ฟองนา้ ในภาษาองั กฤษคอื ศพั ท์คาใด (sponge) คาวา่ ดนิ นา้ มนั ในภาษาองั กฤษคือศพั ท์คาใด (plasticine) 2) นกั เรียนทาแบบทดสอบ เรื่อง สมบตั ขิ องวสั ดุ เรื่อง สภาพยืดหยนุ่ จากส https://www.trueplookpanya.com/examination2/examPreview?id=1423 3) ครูเปิ ดโอกาสให้นกั เรียนซกั ถามประเดน็ ท่ีสงสยั และร่วมกนั อภิปราย เร 4) นกั เรียนบนั ทกึ การเรียนรู้ลงในสมดุ บนั ทกึ ของตวั เอง 103

รองมือเพื่อให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และ เวลา 18 ช่ัวโมง ารนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง ภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดุ คาใด (flexible) ส่ือ ร่ือง สมบตั ทิ างกายภาพของวสั ดุ เรื่อง สภาพยืดหยนุ่

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เครื่ หลกั ฐานท่ีได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในกา แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 เร่ือง สภาพยืดหย่นุ 4. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีวัด เคร่ืองมือวัด 1. (A) มีคณุ ลกั ษณะท่ีแสดงถงึ แบบประเมนิ นกั เรียนปฏ ความมงุ่ มน่ั ในการทางาน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 2. (K) เปรียบเทียบสภาพ เกณฑ์การให้คะแนน ดี - เปรียบเ ยืดหย่นุ ของวสั ดไุ ด้ ภาพรวม มี พอใช้ – เปร และมีการเข ปรับปรุง – เ ยกตวั อยา่ ง 3. (S) สงั เกตสภาพยืดหยนุ่ ของ เกณฑ์การให้คะแนน ดี – สงั เกตส วสั ดไุ ด้ พอใช้ – สงั เ ปรับปรุง – ส 104

รองมือเพื่อให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และ เวลา 18 ช่ัวโมง ารนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง เกณฑ์การประเมิน ฏิบตั พิ ฤตกิ รรมอย่างน้อย 2 พฤตกิ รรม เทียบสภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดไุ ด้สมั พนั ธ์กนั มีการเชื่อมโยงให้เหน็ เป็น การเขียนยกตวั อยา่ งอธิบายให้เข้าใจง่าย รียบเทียบสภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดไุ ด้มีการจาแนกข้อมลู เป็นส่วนใหญ่ ขียนยกตวั อยา่ งอธิบายให้เข้าใจงา่ ย เปรียบเทียบสภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดไุ ด้สอดคล้องกบั ข้อมลู ไมม่ ีการเขียน งอธิบายให้เข้าใจง่าย สภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดไุ ด้สาเร็จทงั้ หมด เกตสภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดไุ ด้ 2 ชิน้ สงั เกตสภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดไุ ด้ 1 ชนิ ้

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เคร่ือ ท่ีได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจในการนาไปใช แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 เร่ือง การนาความร้อน 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบตั ขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พนั และธรรมชาตขิ องการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเ ว 2.1 ป.4/1 เปรียบเทียบสมบตั ทิ างกายภาพด้านความแข็งสภาพ จากการทดลองและระบกุ ารนาสมบตั เิ รื่องความแข็งสภาพยืดหยนุ่ การนาความร้อ ชิน้ งาน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ (A K S) 2.1 มีคณุ ลกั ษณะท่ีแสดงถึงความมงุ่ มน่ั ในการทางาน (A) 2.2 อธิบายการนาความร้อนของวสั ดไุ ด้ (K) 2.3 ทากิจกรรมการนาความร้อนของวสั ดไุ ด้ (S) 3. กจิ กรรมการเรียนรู้ 3.1 ขัน้ เตรียมความพร้อมและตัง้ ข้อสังเกตในการเรียนรู้ 1) นกั เรียนทากิจกรรมบริหารสมอง Brain gym ทา่ 16 จงั หวะ 1-2 รอ 2) ครูตดิ ภาพเหลา่ นีบ้ นกระดานให้นกั เรียนได้สงั เกต 105

องมือเพ่ือให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และหลกั ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง ช้ในชีวิตประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง นธ์ระหวา่ งสมบตั ขิ องสสารกบั โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนภุ าค หลกั เกิดปฏิกิริยาเคมี พยืดหยนุ่ การนาความร้อน และการนาไฟฟ้ าของวสั ดโุ ดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ อน และการนาไฟฟ้ าของวสั ดไุ ปใช้ในชีวิตประจาวนั ผา่ นกระบวนการออกแบบ อบ เพื่อเตรียมสมองให้พร้อมสกู่ ารเรียนรู้

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เครื่อ ที่ได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการนาไปใช แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 เร่ือง การนาความร้อน ภาพท่ี 1 ที่มา : https://www.goo 3) ครูใช้คาถามกระต้นุ ความคดิ จากภาพ ดงั นี ้ จากภาพท่ี 1 นกั เรียนสงั เกตเห็นอะไร (นกั เรียนตอบตามที่สงั เกต ภาพท่ี 2 ท่ีมา : https://www.google. 106

องมือเพ่ือให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และหลกั ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง ช้ในชีวติ ประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง ogle.com/search?q= ตได้จากภาพ) .com/search?q=bbq&tbm

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เครื่อ ที่ได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจในการนาไปใช แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 เร่ือง การนาความร้อน - จากภาพท่ี 2 นกั เรียนสงั เกตเหน็ อะไร (นกั เรียนตอบตามท่ีสงั เกตได้จากภ - เพราะเหตใุ ดอาหารในภาพเหลา่ นีถ้ งึ สกุ พร้อมรับประทาน (Why) 3.2 ขัน้ จัดกระบวนการเรียนรู้ 1) ครูพดู เช่ือมโยงจากขนั้ นาเข้าส่บู ทเรียนถึงเร่ืองการสกุ ของอาหารจ หม้อกระทะ เหลก็ ปิง้ ยา่ ง เป็นต้น 2) นกั เรียนแบง่ กล่มุ คละความสามารถเก่ง ปานกลาง ออ่ น กล่มุ ละ 3 (อปุ กรณ์คือ กานา้ ร้อน) 3) นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายถึงวสั ดอุ ปุ กรณ์รวมถึงขนั้ ตอนในการ 4) นกั เรียนลงมือทากิจกรรม เร่ือง การนาความร้อนของวสั ดุ พร้อมบ ความคดิ ดงั นี ้ - หากนกั เรียนเสียบกานา้ ร้อนทงิ ้ ไว้เป็นระยะเวลานาน แล้วใช้มือ - เพราะเหตใุ ดนกั เรียนถงึ รู้สกึ อยา่ งนนั้ (เพราะวสั ดทุ ่ีใช้ต้มนา้ ร้อน - วสั ดชุ นดิ ใดท่ีเป็นตวั นาความร้อนในการทดลองนี ้(ถงั อะลมู ิเนีย - ตวั นาความร้อน คืออะไร (วตั ถทุ ี่นาความร้อนได้ดี) - การนาความร้อน คืออะไร (การถา่ ยโอนความร้อนผา่ นตวั กลางท 107

องมือเพื่อให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และหลกั ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง ช้ในชีวิตประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง ภาพ) จากการถ่ายโอนความร้อนจากก้อนถ่านมาถึงอาหาร และวสั ดทุ ี่เกี่ยวข้อง นน่ั คือ 3-4 คน แตล่ ะกล่มุ ออกมารับอปุ กรณ์และใบบนั ทึกกิจกรรมกบั ครูที่หน้าชนั้ เรียน รทากิจกรรม เร่ือง การนาความร้อนของวสั ดุ บนั ทึกผลลงในใบบนั ทึกกิจกรรม โดยครูคอยให้คาแนะนาและใช้คาถามกระต้นุ อไปสมั ผสั ที่กานา้ ขณะนนั้ นกั เรียนจะมีความรู้สกึ อยา่ งไร (รู้สกึ ร้อนที่มือ) นนนั้ เป็นวสั ดทุ ่ีนาความร้อนได้ดี) ยมในกานา้ ร้อน) ที่เป็นของแข็ง จากบริเวณท่ีมีอณุ หภมู ิสงู ไปยงั บริเวณที่มีอณุ หภมู ติ า่ )

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เครื่อ ท่ีได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจในการนาไปใช แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 เร่ือง การนาความร้อน 5) แตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลการทากิจกรรม(ใบบนั ทกึ กิจกรรม)ที่หน้าชนั้ เ 3.3 ขัน้ สรุปองค์ความรู้ 1) นกั เรียนศกึ ษาบทเรียนเร่ือง การนาความร้อนของวสั ดุ จากสื่อ http ร่วมกนั อภิปรายผลการทากิจกรรมเพ่ือนาไปสขู่ ้อสรุป ดงั นี ้ 2) นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเพ่ือนาไปสขู่ ้อสรุป ดงั นี ้ การนาความร้อนของวสั ดุ เป็ นการถ่ายโอนความร้อนจากบริเวณ ได้รับความร้อน เรียกวสั ดชุ นิดนีว้ ่า ตวั นาความร้อน แต่วสั ดอุ ีกชนิดหน่ึงที่ไม่มีส สมบตั กิ ารนาความร้อนแตกตา่ งกนั สามารถทดสอบได้โดยให้ความร้อนแกว่ สั ดุ 3.4 ขัน้ ประยกุ ต์ใช้ 1) นกั เรียนและครูร่วมกนั เรียนรู้เพมิ่ เตมิ เรื่อง สมบตั ขิ องนา้ จากสื่อ https โดยครูคอยใช้คาถามกระต้นุ ความคดิ ดงั นี ้ - นกั เรียนทราบหรือไมว่ า่ นา้ ท่ีเรานามาต้ม มีสมบตั อิ ยา่ งไร (นา้ บ - นอกจากนี ้ นักเรียนทราบสมบตั ิอื่นใดของนา้ อีกบ้าง (นา้ มี อณุ หภมู หิ ้อง) 2) นกั เรียนทาแบบทดสอบ เร่ือง นานาวสั ดุ จากสื่อ https://www.trueploo 108

องมือเพ่ือให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และหลกั ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง ช้ในชีวติ ประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง เรียน ps://www.trueplookpanya.com/learning/detail/333312) นกั เรียนและครู ณท่ีมีอณุ หภูมิสงู ไปยงั บริเวณท่ีมีอณุ หภมู ิต่า วสั ดทุ ี่นาความร้อนจะร้อนไ ด้เร็วเมื่อ สมบตั ิการนาความร้อน จะเรียกวสั ดชุ นิดนีว้ ่า ฉนวน ความร้อน วสั ดแุ ต่ละชนิดมี s://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/67634/-blo-sciche-sci- บริสทุ ธิ์จะไมม่ ีสี ไมม่ ีกล่นิ และไมม่ ีรสชาต)ิ จุดเยือกแข็งอยู่ที่ 0 องศาเซลเซียส และจุดเดือดอยู่ท่ี 100 องศาเซลเซียส ณ okpanya.com/examination2/examPreview?id=1304

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เครื่อ ที่ได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจในการนาไปใช แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 เร่ือง การนาความร้อน 3) ครูเปิดโอกาสให้นกั เรียนซกั ถามประเดน็ ท่ีสงสยั และร่วมกนั อภิปราย เร 4) นกั เรียนบนั ทกึ การเรียนรู้ลงในสมดุ บนั ทกึ ของตวั เอง 4. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีวัด เคร่ืองมือวัด นกั เรียนปฏิบตั 1. (A) มีคณุ ลกั ษณะที่แสดงถึง แบบประเมินคณุ ลกั ษณะ ความมงุ่ มน่ั ในการทางาน อนั พงึ ประสงค์ ดี - อธิบายกา 2. (K) อธิบายการนาความร้อน เกณฑ์การให้คะแนน การเขียนยกต ของวสั ดไุ ด้ พอใช้ – อธิบา เขียนยกตวั อย ปรับปรุง – อธ ยกตวั อย่างอธ 3. (S) ทากิจกรรมการนาความ เกณฑ์การให้คะแนน ดี – ทากิจกรร ร้อนของวสั ดไุ ด้ พอใช้ – ทากิจ ปรับปรุง – ทา 109

องมือเพื่อให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และหลกั ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง ช้ในชีวติ ประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง รื่อง การนาความร้อน เกณฑ์การประเมิน ตพิ ฤตกิ รรมอย่างน้อย 2 พฤตกิ รรม ารนาความร้อนของวสั ดไุ ด้สมั พนั ธ์กนั มีการเชื่อมโยงให้เห็นเป็นภาพรวม มี ตวั อยา่ งอธิบายให้เข้าใจง่าย ายการนาความร้อนของวสั ดไุ ด้มีการจาแนกข้อมลู เป็นสว่ นใหญ่ และมีการ ยา่ งอธิบายให้เข้าใจง่าย ธิบายการนาความร้อนของวสั ดไุ ด้สอดคล้องกบั ข้อมลู ไมม่ ีการเขียน ธิบายให้เข้าใจงา่ ย รมการนาความร้อนของวสั ดไุ ด้สาเร็จทงั้ หมด จกรรมการนาความร้อนของวสั ดไุ ด้ 2 ชิน้ ากิจกรรมการนาความร้อนของวสั ดไุ ด้ 1 ชนิ ้

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เ หลกั ฐานที่ได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พื่อสร้างความรู้ความเข้าใจใน แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 เร่ือง การนาไฟฟ้ า 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบตั ิของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความส หลกั และธรรมชาตขิ องการเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย แ ว 2.1 ป.4/1 เปรียบเทียบสมบตั ทิ างกายภาพด้านความแข็งส ประจกั ษ์จากการทดลองและระบกุ ารนาสมบตั เิ รื่องความแข็งสภาพยืดหยนุ่ กา ออกแบบชิน้ งาน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ (A K S) 2.1 มีคณุ ลกั ษณะท่ีแสดงถึงความมงุ่ มน่ั ในการทางาน (A) 2.2 เปรียบเทียบการนาไฟฟ้ าของวสั ดไุ ด้ (K) 2.3 ทดลองการนาไฟฟ้ าของวสั ดไุ ด้ (S) 3. กจิ กรรมการเรียนรู้ 3.1 ขัน้ เตรียมความพร้อมและตงั้ ข้อสังเกตในการเรียนรู้ 1) นกั เรียนทากิจกรรมบริหารสมอง Brain gym เพลง แมงมมุ ลาย “แมงมมุ ลายตวั นนั้ ฉนั เหน็ มนั ซมซานเหลือ วนั หนง่ึ มนั เปี ยกฝน ไหลลงจากบนหลงั คา 110

เคร่ืองมือเพื่อให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และ เวลา 18 ช่ัวโมง นการนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง สมั พนั ธ์ระหว่างสมบตั ิของสสารกับโครงสร้างและแรงยดึ เหน่ี ยวระหว่างอนภุ าค และการเกิดปฏิกิริยาเคมี สภาพยืดหยนุ่ การนาความร้อน และการนาไฟฟ้ าของวสั ดโุ ดยใช้หลกั ฐานเชงิ ารนาความร้อน และการนาไฟฟ้ าของวสั ดไุ ปใช้ในชีวิตประจาวนั ผา่ นกระบวนการ ย พร้อมทาทา่ ประกอบเพลง อทน

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เ หลกั ฐานท่ีได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พื่อสร้างความรู้ความเข้าใจใน แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 เร่ือง การนาไฟฟ้ า พระอาทติ ย์สอ่ งแสง นา้ แห้งเหือดไปลบั ตา มนั รีบไตข่ นึ ้ ฟ้ า หนั หลงั มาทาตาลกุ วาว วา 2) ครูนกั เรียนและครูอภิปรายเชื่อมโยงการมองเห็นแมงมมุ ได้ใน 3) ครูตดิ ภาพเหลา่ นีบ้ นกระดานให้นกั เรียนได้สงั เกต ภาพท่ี 1 ท่ีมา : https://www.google.com/search?q= 111

เคร่ืองมือเพ่ือให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และ เวลา 18 ช่ัวโมง นการนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง าว วาว” นเวลากลางคืนจากการมีแสงสว่างของหลอดไฟท่ีแสดงถึงการนาไฟฟ้ าของวสั ดุ

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เ หลกั ฐานท่ีได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจใน แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 เร่ือง การนาไฟฟ้ า 4) ครูใช้คาถามกระต้นุ ความคดิ จากภาพ ดงั นี ้ จากภาพที่ 1 คือภาพของวสั ดชุ นดิ ใด (นกั เรียนตอบตามที่สงั ภาพท่ี 2 ที่มา : https://www.google.com/search?q= - จากภาพท่ี 2 คอื ภาพของวสั ดชุ นิดใด (นกั เรียนตอบตามที่ส - นกั เรียนคดิ วา่ ระหวา่ งวสั ดสุ องชนดิ นี ้วสั ดชุ นิดใดท่ีสามารถ - นกั เรียนทราบได้อยา่ งไรวา่ วสั ดชุ นิดนนั้ นาไฟฟ้ าได้ จะมีการ 3.2 ขัน้ จัดกระบวนการเรียนรู้ 1) ครูพดู เช่ือมโยงจากขนั้ นาเข้าส่บู ทเรียนถึงเรื่องวิธีการทดสอบกา สงั เกตการตดิ ของหลอดไฟ 112

เครื่องมือเพื่อให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และ เวลา 18 ช่ัวโมง นการนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง งเกตได้จากภาพ) สงั เกตได้จากภาพ) ถนาไฟฟ้ าได้ (Why) รทดสอบอยา่ งไร (นกั เรียนตอบตามความเข้าใจ) ารนาไฟฟ้ าของวสั ดุ ที่ทาได้โดยวิธีการตอ่ วสั ดเุ ข้ากบั วงจรไฟฟ้ าอยา่ งง่าย จากนนั้

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เ หลกั ฐานท่ีได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พื่อสร้างความรู้ความเข้าใจใน แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 เร่ือง การนาไฟฟ้ า ภาพ : การตอ่ วงจรไฟฟ้ าอย ท่ีมา : https://www.g 2) นกั เรียนแบง่ กลมุ่ คละความสามารถเก่ง ปานกลาง ออ่ น กลมุ่ ล กิจกรรมกบั ครูท่ีหน้าชนั้ เรียน 3) นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายถงึ วสั ดอุ ปุ กรณ์รวมถงึ ขนั้ ตอนใน การทากิจกรรมเพ่ือป้ องกนั อนั ตรายท่ีอาจเกิดขนึ ้ 4) นกั เรียนบนั ทกึ ผลขนั้ การตงั้ สมมติฐานก่อนทาการทดลองลงใน หน้าชนั้ เรียน 113

เครื่องมือเพ่ือให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และ เวลา 18 ช่ัวโมง นการนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง ยา่ งงา่ ยเข้ากบั วสั ดทุ ี่ใช้ทดสอบ google.com/search?q= ละ 3-4 คน แตล่ ะกลมุ่ ออกมารับอปุ กรณ์การตอ่ วงจรไฟฟ้ าอยา่ งงา่ ยและใบบนั ทกึ นการทากิจกรรม การตอ่ วงจรไฟฟ้ าอยา่ งง่าย รวมถึงครูชีแ้ จงกฎและข้อบงั คบั ของ นใบบนั ทกึ กิจกรรม5) แตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลการทากิจกรรม(ใบบนั ทกึ กิจกรรม)ที่

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เ หลกั ฐานที่ได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจใน แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 เร่ือง การนาไฟฟ้ า 5) นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ทากิจกรรมการตอ่ วงจรไฟฟ้ าอยา่ งงา่ ย พร้อ ความคดิ ดงั นี ้ - อปุ กรณ์ในห้องเรียนที่นกั เรียนเลือกมาทดสอบการนาไฟฟ้ า - การนาไฟฟ้ า คอื อะไร (การที่วสั ดหุ นง่ึ ยอมให้กระแสไฟฟ้ าไห - การทดสอบการนาไฟฟ้ าของวสั ดุ ทาได้อยา่ งไร (ทดสอบโด - วสั ดอุ ปุ กรณ์ในห้องเรียนที่นกั เรียนเลือกชนิ ้ ใดบ้าง ที่นาไฟฟ้ - วสั ดอุ ปุ กรณ์ในห้องเรียนท่ีนกั เรียนเลือกชนิ ้ ใดบ้าง ท่ีไมน่ าไฟ 6) แตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลการทากิจกรรม (ใบบนั ทกึ กิจกรรม) ที่หน 3.3 ขัน้ สรุปองค์ความรู้ 1) นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเพ่ือนาไปสขู่ ้อสรุป ดงั นี ้ การนาไฟฟ้ าของวัสดุ เป็ นการท่ีวัสดุหนึ่งๆยอมให้กระแส กระแสไฟฟ้ าไหลผา่ น เรียกวสั ดนุ ีว้ า่ ฉนวนไฟฟ้ า ซงึ่ วสั ดแุ ตล่ ะชนิดจะมีสมบตั ไฟฟ้ า เป็นต้น ทงั้ นีก้ ารทดสอบการนาไฟฟ้ าของวสั ดทุ าได้โดยการสงั เกตการต 114

เคร่ืองมือเพื่อให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และ เวลา 18 ช่ัวโมง นการนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง อมบนั ทกึ ผลลงในใบบนั ทกึ กิจกรรม โดยครูคอยให้คาแนะนาและใช้คาถามกระต้นุ มีอะไรบ้าง (คาตอบขนึ ้ อยกู่ บั นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ) หลผา่ นได้) ดยการตอ่ วสั ดนุ นั้ เข้ากบั วงจรไฟฟ้ าอย่างงา่ ย แล้วสงั เกตการตดิ ของหลอดไฟ) ฟาได้ (คาตอบขนึ ้ อยกู่ บั กลมุ่ นกั เรียน) ฟฟ้ า (คาตอบขนึ ้ อยกู่ บั กลมุ่ นกั เรียน) น้าชนั้ เรียน ไฟฟ้ าไหลผ่านได้ดี เรียกวัสดุนีว้ ่า ตัวนาไฟฟ้ า และมีอีกวัสดุหนึ่งท่ีไม่ยอมใ ห้ ตใิ นการนาความร้อนที่แตกกตา่ งกนั อาทิ ทองแดง นาไฟฟ้ าได้ดี แตแ่ ผน่ ไม้ ไมน่ า ติดของหลอดไฟในการตอ่ วงจรไฟฟ้ าอยา่ งงา่ ย

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เ หลกั ฐานท่ีได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พื่อสร้างความรู้ความเข้าใจใน แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 เร่ือง การนาไฟฟ้ า 3.4 ขัน้ ประยกุ ต์ใช้ 1) นกั เรียนศกึ ษาบทเรียนออนไลน์ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ เรื่อง สนกุ กบั โดยครูคอยใช้คาถามกระต้นุ ความคดิ ดงั นี ้ - นกั เรียนทราบหรือไมว่ า่ ในชีวิตประจาวนั ของเรามีความสมั หลบั เพราะพลงั งานไฟฟ้ าสามารถเปลี่ยนรูปให้เป็นพลงั งานอ่ืนๆได้ อาทิ พลงั - การทางานของพลงั งานไฟฟ้ าในบ้านเรา ทางานอยา่ งไร (ท แบบวงจรปิดท่ีเป็นการตอ่ ไฟฟ้ าแบบครบวงจร) 2) นกั เรียนทาแบบทดสอบ เรื่อง ไฟฟ้ านา่ รู้ จากส่ือ https://www.truep 3) ครูเปิดโอกาสให้นกั เรียนซกั ถามประเดน็ ที่สงสยั และร่วมกนั อภิปรา 4) นกั เรียนบนั ทกึ การเรียนรู้ลงในสมดุ บนั ทึกของตวั เอง 115

เครื่องมือเพ่ือให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และ เวลา 18 ช่ัวโมง นการนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง บพลงั งาน จากสื่อ https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/32047 มพนั ธ์กบั พลงั งานไฟฟ้ าอยา่ งไร (เก่ียวข้องกบั พลงั งานไฟฟ้ าตงั้ แตต่ ื่นนอนจนนอน งงานเสียง พลงั งานความร้อน เป็นต้น) ทางานเป็นระบบวงจรไฟฟ้ า ที่แบง่ เป็นวงจรเปิ ดและวงจรปิ ด วงจรที่ใช้ในบ้านเป็ น plookpanya.com/examination2/start-exam/2195 าย เร่ือง การนาไฟฟ้ า

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เ หลกั ฐานท่ีได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พื่อสร้างความรู้ความเข้าใจใน แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 เร่ือง การนาไฟฟ้ า 4. การวัดและประเมินผล วธิ ีวัด เคร่ืองมือวัด 1. (A) มีคณุ ลกั ษณะท่ีแสดงถึง แบบประเมินคณุ ลกั ษณะ นกั เรียนป ความมงุ่ มน่ั ในการทางาน อนั พงึ ประสงค์ 2. (K) เปรียบเทียบการนาไฟฟ้ า เกณฑ์การให้คะแนน ดี - เปรีย ของวสั ดไุ ด้ ภาพรวม พอใช้ – การเขียน ปรับปรุง ยกตวั อย 3. (S) ทดลองการนาไฟฟ้ าของ เกณฑ์การให้คะแนน ดี – ทดล วสั ดไุ ด้ พอใช้ – ปรับปรุง 116

เครื่องมือเพ่ือให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และ เวลา 18 ช่ัวโมง นการนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง เกณฑ์การประเมิน ปฏิบตั พิ ฤตกิ รรมอยา่ งน้อย 2 พฤตกิ รรม ยบเทียบการนาไฟฟ้ าของวสั ดไุ ด้สมั พนั ธ์กนั มีการเช่ือมโยงให้เห็นเป็น ม มีการเขียนยกตวั อยา่ งอธิบายให้เข้าใจง่าย เปรียบเทียบการนาไฟฟ้ าของวสั ดไุ ด้มีการจาแนกข้อมลู เป็นสว่ นใหญ่ และมี นยกตวั อยา่ งอธิบายให้เข้าใจงา่ ย ง – เปรียบเทียบการนาไฟฟ้ าของวสั ดไุ ด้สอดคล้องกบั ข้อมลู ไมม่ ีการเขียน ยา่ งอธิบายให้เข้าใจงา่ ย ลองการนาไฟฟ้ าของวสั ดไุ ด้สาเร็จทงั้ หมดด้วยตนเอง ทดลองการนาไฟฟ้ าของวสั ดไุ ด้สาเร็จทงั้ หมดโดยมีครูเป็นผ้คู อยชว่ ยเหลือ ง – ทาทดลองการนาไฟฟ้ าของวสั ดไุ ด้บางสว่ น และมีครูเป็นผ้คู อยชว่ ยเหลือ

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เคร่ือ ที่ได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจในการนาไปใช 117 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 เร่ือง สมบัตทิ างกายภาพของวัสดุด้านต่างๆ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบตั ิของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พ และธรรมชาตขิ องการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเ ว 2.1 ป.4/2 แลกเปล่ียนความคิดกบั ผ้อู ่ืนโดยการอภิปรายเก่ียวกบั สมบตั ทิ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ (A K S) 2.1 มีคณุ ลกั ษณะท่ีแสดงถงึ ความมงุ่ มนั่ ในการทางาน (A) 2.2 เปรียบเทียบสมบตั ทิ างกายภาพของวสั ดทุ งั้ 4 ด้านได้ (K) 2.3 ส่ือความหมายข้อมลู จากการแลกเปล่ียนความคดิ กบั ผ้อู ื่นโดยการอภ 3. กจิ กรรมการเรียนรู้ 3.1 ขัน้ เตรียมความพร้อมและตงั้ ข้อสังเกตในการเรียนรู้ 1) นกั เรียนและครูร่วมกนั นงั่ เป็ นวงกลมบริเวณพืน้ ท่ีโล่งในห้องเรียน ห้องเรียน (แล้วแตค่ รูผ้สู อนจะเลือกหยบิ วสั ดชุ ิน้ ใด) 2) นกั เรียนร่วมกนั แลกเปลี่ยนเรียนรู้สงิ่ ที่ได้รับหลงั จากทากิจกรรม 3) ครูพดู เชื่อมโยงจากกิจกรรมจติ ศกึ ษาท่ีนกั เรียนใช้ในกิจกรรมวา่ มีสม การนาไฟฟ้ า)

องมือเพ่ือให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และหลกั ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง ช้ในชีวติ ประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง ๆ พนั ธ์ระหว่างสมบตั ขิ องสสารกบั โครงสร้างและแรงยึดเหน่ียวระหว่างอนภุ าค หลกั เกิดปฏิกิริยาเคมี ทางกายภาพของวสั ดอุ ยา่ งมีเหตผุ ลจากการทดลอง ภิปรายเก่ียวกบั สมบตั ทิ างกายภาพของวสั ดไุ ด้ (S) น แล้วทากิจกรรมจิตศกึ ษาขอบคณุ และขอโทษสรรพสิ่งผ่านการส่งต่อวสั ดทุ ี่มีใน มบตั ทิ างกายภาพของวสั ดปุ ระเภทใด (ความแขง็ สภาพยืดหยนุ่ การนาความร้อน

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เครื่อ ท่ีได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการนาไปใช แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 เร่ือง สมบัตทิ างกายภาพของวัสดดุ ้านต่างๆ 4) ครูตดิ ภาพการทากิจกรรมทดสอบความแข็งของวสั ดุ ทดสอบสภา ชนั้ เรียน (รวมทงั้ หมด 4 ภาพ) ภาพ ตัวอย่างท่ี 1 ที่มา : https://www.google.com/search?q= 5) ครูใช้คาถามกระต้นุ ความคดิ จากภาพ ดงั นี ้ - จากภาพท่ี 1 จากภาพคือการทดสอบสมบตั ทิ างกายภาพของวสั - ทาไมนกั เรียนถงึ คดิ วา่ เป็นการทดสอบสมบตั ขิ องวสั ดปุ ระเภทน ภาพ ตวั อย่างท่ี 2 118 ท่ีมา : https://www.go

องมือเพื่อให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และหลกั ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง ช้ในชีวติ ประจาวนั ๆ เวลา 2 ช่ัวโมง าพยืดหยนุ่ ทดสอบการนาความร้อน และทดสอบการนาไฟฟ้ าของนกั เรียนที่หน้า สดปุ ระเภทใด (นกั เรียนตอบตามความรู้เดมิ ) นนั้ (นกั เรียนตอบตามความรู้เดมิ ) oogle.com/search?q=

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เครื่อ ท่ีได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการนาไปใช แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 เร่ือง สมบัตทิ างกายภาพของวัสดดุ ้านต่างๆ 6) ครูใช้คาถามกระต้นุ ความคดิ จากภาพ ดงั นี ้ - จากภาพที่ 2 จากภาพคือการทดสอบสมบตั ทิ างกายภาพของวสั - การทดสอบสมบตั ทิ างกายภาพของวสั ดปุ ระเภทนีแ้ ตกตา่ งจากก 3.2 ขัน้ จัดกระบวนการเรียนรู้ 1) นกั เรียนแบง่ กลมุ่ คละความสามารถเกง่ ปานกลาง ออ่ น เป็น 4 กล คนร่วมกนั ศกึ ษาบทเรียนออนไลน์ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ เรื่อง สมบตั ขิ องวสั ดแุ ละการใ 2) นกั เรียนสง่ ตวั แทนออกมาจบั สลากเลือกเรื่องสมบตั ทิ างกายภาพขอ 3) นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม ศึ ก ษ า เ รื่ อ ง ท่ี ต น จั บ ส ล า ก ไ ด้ อ ย่ เวบ็ ไซต์ https://www.edrawsoft.com/MindMap.php 4) นกั เรียนอภิปรายและนาเสนอผลงาน Mind Mapping ท่ีหน้าชนั้ เรียน โ - เร่ืองท่ีนกั เรียนจบั สลากได้แตกตา่ งจากสมบตั ทิ างกายภาพของ แล้ววสั ดไุ มจ่ ะไมเ่ ปลี่ยนรูปร่างกลบั มาเป็ นเช่นเดมิ แตก่ ารทดสอบสภาพยืดหยนุ่ ข ต้น ทงั้ นีค้ าตอบก็ขนึ ้ อยกู่ บั นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ที่จะอธิบาย) 119

องมือเพ่ือให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และหลกั ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง ช้ในชีวติ ประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง ๆ สดปุ ระเภทใด (นกั เรียนตอบตามความรู้เดมิ ) การทดสอบประเภทอื่นๆอยา่ งไร (นกั เรียนตอบตามความรู้เดมิ ) ลมุ่ (จานวนนกั เรียนขนึ ้ อย่กู ับจานวนนนั้ เรียนในแตล่ ะโรงเรียน) แล้วให้นกั เรียนทกุ ใช้ จากสื่อ https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/31398 องวสั ดทุ งั้ 4 ประเภท า ง ล ะ เ อี ย ด จ า ก นั้น ส รุ ป อ ง ค์ ค ว า ม รู้ เ ป็ น Mind Mapping โ ด ย ใ ช้ โดยมีครูคแยใช้คาถามกระต้นุ ความคดิ ดงั นี ้ งวสั ดปุ ระเภทอ่ืนๆอยา่ งไร (เชน่ ในการทดสอบความแข็งของวสั ดเุ ม่ือทดสอบไป ของวสั ดุ เมื่อทดสอบไปแล้ววสั ดสุ ามารถเปลี่ยนรูปร่างกลบั มาเป็ นเชน่ เดมิ ได้ เป็น

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เคร่ือ ท่ีได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการนาไปใช แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 เร่ือง สมบัตทิ างกายภาพของวัสดุด้านต่างๆ - สมบตั ทิ างกายภาพของกลมุ่ นกั เรียน อธิบายได้ด้วยวสั ดชุ นิดใด แตนเลสทาอาหาร ที่มีตวั สแตนเลสเป็นตวั นาความร้อนชว่ ยทาให้อาหารสกุ และม เราไปสมั ผสั ) 3.3 ขัน้ สรุปองค์ความรู้ 1) นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเพ่ือนาไปส่คู วามเข้าใจในองค์ความรู้เร สมบตั ทิ างกายภาพของวสั ดุ เป็นลกั ษณะของการเปลี่ยนแปลงภา โดยใช้เคร่ืองมือวดั สามารถบอกนา้ หนกั ความกว้าง และความยาวได้ อีกทงั้ ยีง สภาพยืดหยนุ่ การนาความร้อน และการนาไฟฟ้ า เป็นต้น 3.4 ขัน้ ประยกุ ต์ใช้ 1) นกั เรียนศกึ ษาบทเรียนออนไลน์ เร่ือง ประเภทของวสั ดตุ ามการนามาใ https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/33327 โดยมีครูคอยใช้คาถา - นกั เรียนทราบหรือไม่ว่าวสั ดทุ ่ีนกั เรียนนามาทากิจกรรมทงั้ ทดสอบค ออกเป็นก่ีประเภท อะไรบ้าง (ประเภทของวสั ดตุ ามการนามาใช้ในงานตา่ ง ๆ จะแ สงั เคราะห์ เป็นวสั ดทุ ่ีได้จากการทาขนึ ้ มาใหม)่ 120

องมือเพื่อให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และหลกั ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง ช้ในชีวิตประจาวนั ๆ เวลา 2 ช่ัวโมง ดในชีวิตประจาวนั (เชน่ กลมุ่ การนาความร้อน วสั ดทุ ี่สามารถอธิบายได้คือหม้อส มีตวั พลาสตกิ ท่ีหหู ม้อเป็นฉนวนความร้อน ป้ องกนั ไมใ่ ห้ความร้อนโดนมือมากขณะ ร่ือง สมบตั ทิ างกายภาพของวสั ดุ ดงั นี ้ ายนอกที่สามารถสงั เกตได้ด้วยตาเปล่าหรือโดยใช้ประสาทสมั ผสั ทงั้ 5 หรือสงั เกต งมีคุณสมบตั ิที่ขึน้ อย่กู ับปริมาณและเนือ้ สารในวตั ถุ ประกอบไปด้วย ความแข็ง ใช้ในงานตา่ ง ๆ จากสื่อ ามกระต้นุ ความคดิ ดงั นี ้ ความแข็ง สภาพยืดหย่นุ การนาความร้ อน การนาไฟฟ้ า วสั ดเุ หล่านีถ้ ูกจาแนก แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท 1. วสั ดธุ รรมชาติ เป็นวสั ดทุ ี่เกิดตามธรรมชาติ และ2. วสั ดุ

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เคร่ือ ที่ได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการนาไปใช แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 เร่ือง สมบัตทิ างกายภาพของวัสดดุ ้านต่างๆ - นอกจากนีห้ ากพจิ ารณามบตั ขิ องสารที่เราสงั เกตได้จากลกั ษณะภายน และวสั ดทุ ่ีเป็นอโลหะ) 2) นกั เรียนทาแบบทดสอบ เร่ือง สมบตั ขิ องวสั ดุ จากสื่อ https://www.trueplookpanya.com/examination2/doExam?id=13703 ตวั อยา่ งข้อสอบ เชน่ เฉลย ข้อ 4 ความหนาแน่น 3) ครูเปิดโอกาสให้นกั เรียนซกั ถามประเดน็ ที่สงสยั และร่วมกนั อภิปราย เร 4) นกั เรียนบนั ทกึ การเรียนรู้ลงในสมดุ บนั ทึกของตวั เอง 121

องมือเพ่ือให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และหลกั ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง ช้ในชีวิตประจาวนั ๆ เวลา 2 ช่ัวโมง นอก เราสามารถจาแนกวสั ดอุ อกเป็นกี่ชนิด อะไรบ้าง (2 ชนดิ คอื วสั ดทุ ่ีเป็นโลหะ ร่ือง สมบตั ทิ างกาบภาพของวสั ดตุ า่ งๆ

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เคร่ือ ท่ีได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจในการนาไปใช แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 เร่ือง สมบัตทิ างกายภาพของวัสดุด้านต่างๆ 4. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีวัด เคร่ืองมือวัด 1. (A) มีคุณลกั ษณะท่ีแสดง แบบประเมินคณุ ลกั ษณะ นกั เรียนปฏิบตั ถึงความมงุ่ มน่ั ในการทางาน อนั พงึ ประสงค์ 2. (K) เปรียบเทียบสมบตั ิ เกณฑ์การให้คะแนน ดี - เปรียบเทียบ ทางกายภาพของวสั ดทุ งั้ 4 เป็นภาพรวม ม ด้านได้ พอใช้ – เปรียบ ใหญ่ และมีการ ปรับปรุง – เปร การเขียนยกตวั 3. (S) ส่ือความหมายข้อมูล เกณฑ์การให้คะแนน ดี – สื่อความห จากการแลกเปลี่ยนความคิด สมบตั ทิ างกาย กั บ ผ้ ู อ่ื น โ ด ย ก า ร อ ภิ ป ร า ย พอใช้ – ส่ือคว เก่ียวกับสมบตั ิทางกายภาพ เกี่ยวกบั สมบตั ของวสั ดไุ ด้ ปรับปรุง – ส่ือ เก่ียวกบั สมบตั 122

องมือเพ่ือให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และหลกั ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง ช้ในชีวติ ประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง ๆ เกณฑ์การประเมิน ตพิ ฤตกิ รรมอยา่ งน้อย 2 พฤตกิ รรม บสมบตั ทิ างกายภาพของวสั ดทุ งั้ 4 ด้านได้สมั พนั ธ์กนั มีการเช่ือมโยงให้เห็น มีการเขียนยกตวั อยา่ งอธิบายให้เข้าใจง่าย บเทียบสมบตั ทิ างกายภาพของวสั ดทุ งั้ 4 ด้านได้มีการจาแนกข้อมลู เป็ นส่วน รเขียนยกตวั อยา่ งอธิบายให้เข้าใจง่าย รียบเทียบสมบตั ทิ างกายภาพของวสั ดทุ งั้ 4 ด้านได้สอดคล้องกบั ข้อมลู ไม่มี วอยา่ งอธิบายให้เข้าใจงา่ ย หมายข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อื่นโดยการอภิปรายเกี่ยวกับ ยภาพของวสั ดไุ ด้สาเร็จทงั้ หมดด้วยตนเอง วามหมายข้ อมูลจากการแลกเปล่ียนความคิดกับผ้ ูอ่ืนโดยการอภิ ปราย ตทิ างกายภาพของวสั ดไุ ด้สาเร็จทงั้ หมดโดยมีครูเป็นผ้คู อยชว่ ยเหลือ อความหมายข้ อมูลจากการแลกเปล่ียนความคิดกับผ้ ูอื่นโดยการอภิปราย ตทิ างกายภาพของวสั ดไุ ด้บางสว่ น และมีครูเป็นผ้คู อยชว่ ยเหลือ

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เครื่อง ที่ได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการนาไปใช้ใน แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7 เร่ือง สมบัตขิ องของเหลว 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบตั ิของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พนั และธรรมชาตขิ องการเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิด ว 2.1 ป.4/3 เปรียบเทียบสมบตั ขิ องสสารทงั้ 3 สถานะ จากข้อมลู ท่ีไ ว 2.1 ป.4/4 ใช้เครื่องมือเพ่ือวดั มวล และปริมาตรของสสารทงั้ 3 ส 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ (A K S) 2.1 นกั เรียนมีคณุ ลกั ษณะที่แสดงถึงความใฝ่ เรียนรู้ (A) 2.2 นกั เรียนอธิบายสมบตั ขิ องของเหลวจากการสงั เกตมวล การต้องการที่อยแู่ 2.3 นกั เรียนสงั เกตรูปร่างและปริมาตรของของเหลวจากการเปลี่ยนภาชนะที่บ 3. กจิ กรรมการเรียนรู้ 3.1 ขัน้ เตรียมความพร้อมและตงั้ ข้อสังเกตในการเรียนรู้ 1) นกั เรียนทากิจกรรมจติ ศกึ ษา Brain Gym ทา่ จีบ-แอล 10 ครัง้ สลบั ไปมา 2) นกั เรียนแลกเปล่ียนเรียนรู้ส่งิ ท่ีได้หลงั จากทากิจกรรม 3.2 ขัน้ จัดกระบวนการเรียนรู้ 1) ครูตดิ ภาพคนชงชาท่ีเป็นสารท่ีมีสถานเป็นของเหลวบนกระดาน 123

งมือเพื่อให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และหลกั ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง นชีวิตประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง นธ์ระหว่างสมบตั ขิ องสสารกบั โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหวา่ งอนภุ าค หลกั ดปฏิกิริยาเคมี ได้จากการสงั เกตมวล การต้องการท่ีอย่รู ูปร่างและปริมาตรของสสาร สถานะ และปริมาตรของสสารได้ (K) บรรจไุ ด้ (S) า ซา้ กนั 2-3 รอบ

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เคร่ือง ที่ได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจในการนาไปใช้ใน แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7 เร่ือง สมบัตขิ องของเหลว ภาพท่ี 1 ที่มา : https://www.facebook.com/Chachuksettri/ph 2) ครูใช้คาถามกระต้นุ ความคดิ จากภาพ ดงั นี ้ - นกั เรียนอธิบายหลงั จากดภู าพเป็นคาพดู 3 คา (นกั เรียนตอบตาม - วสั ดทุ ่ีสาคญั ในภาพคอื อะไร ((นกั เรียนตอบตามที่สงั เกตได้จากภ ภาพท่ี 2 ที่มา : https://www.goo 124

งมือเพื่อให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และหลกั ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง นชีวติ ประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง hotos/a.104874991225743/370623647984208/ มที่สงั เกตได้จากภาพ) ภาพ) ogle.com/search?q=

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เคร่ือง ท่ีได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการนาไปใช้ใน แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7 เร่ือง สมบัตขิ องของเหลว - จากภาพที่ 2 บคุ คลในภาพกาลงั ทาอะไร (นกั เรียนตอบตามท่ีสงั เ - นกั เรียนคดิ วา่ ภาพทงั้ สองภาพ มีส่งิ ใดบ้างท่ีเหมือนกนั (นกั เรียนต 3) นกั เรียนแบง่ กลมุ่ คละความสามารถเกง่ ปานกลาง ออ่ น กลมุ่ ละ 3 4) นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ สง่ ตวั แทนออกมารับอปุ กรณ์การทดลองและใบ นา้ พลาสตกิ แก้วรูปทรงอ่ืนท่ีรูปทรงแตกตา่ งกนั และบีกเกอร์) 5) นกั เรียนร่วมกนั ศกึ ษาและอภิปรายขนั้ ตอนการทากิจกรรมในกลมุ่ ข 6) นกั เรียนลงมือทากิจกรรมเพื่อศกึ ษาเรื่อง สมบตั ขิ องของเหลว ผา่ น ใบบนั ทกึ กิจกรรม โดยมีครูคอยทาหน้าที่เป็น Coach และให้คาแน 7) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการทากิจกรรมที่หน้าชนั้ เ เปล่ียนแปลงไปตามภาชนะที่บรรจุ 8) นกั เรียนทกุ คนร่วมกนั ศกึ ษาบทเรียนออนไลน์ เรื่อง ของเหลว จากส 9) นกั เรียนแก้ไขใบบนั ทกึ กิจกรรมของตนเองให้สมบรู ณ์ 10) นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเพื่อเปรียบเทียบว่าสารท่ีมีสถานะข มาอยา่ งไร 11) นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเพื่อนาไปสขู่ ้อสรุป ดงั นี ้ 125

งมือเพื่อให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และหลกั ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง นชีวติ ประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง เกตได้จากภาพ) ตอบตามท่ีสงั เกตได้จากภาพ) 3-4 คน บบนั ทึกกิจกรรมกบั ครูผ้สู อน (อปุ กรณ์ คือ นา้ เปลา่ นา้ ยาล้างจาน นา้ มนั พืช แก้ว ของตนเอง นการสงั เกตรูปร่างและปริมาตรของของเหลวจากการเปล่ียนภาชนะท่ีบรรจไุ ด้จาก นะนาในการทากิจกรรม เรียน เพ่ืออธิบายสมบตั ิของของเหลวจากการสงั เกตการรูปร่างและปริมาตรที่ ส่ือ https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/33146 ของเหลว เหมือนหรือแตกตา่ งจากสารในสถานะของแข็งท่ีเรียนในชวั่ โมงที่ ผ่าน

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 สมรรถนะย่อยท่ี 1 ออกแบบการบนั ทกึ ข้อมลู รวบรวมข้อมลู โดยเลือกใช้เครื่อง ท่ีได้มาจากการสงั เกตลกั ษณะของวสั ดเุ พ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจในการนาไปใช้ใน แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7 เร่ือง สมบัตขิ องของเหลว วัสดเุ ป็ นสสารเพราะมีมวลและต้ องการที่อยู่ ของเหลวเป็ นสส เปลี่ยนแปลง เพราะอนภุ าคของของเหลวอยกู่ นั อย่างหลวม ๆ จงึ มีแรงย ตาแหนง่ ไปทวั่ ของเหลว เชน่ นา้ แอลกอฮอล์ นา้ มนั เป็นต้น 12) นกั เรียนร่วมกนั เรียนรู้เกี่ยวกบั คาศพั ท์ภาษาองั กฤษเก่ียวกบั การทา คาวา่ นา้ ท่ีเราเรียนในวนั นี ้ในภาษาองั กฤษคอื ศพั ท์ค นา้ สตู รโมเลกลุ ของนา้ ในทางวทิ ยาศาสตร์เขียนอยา่ ง สืบเน่ืองจากสตู รโมเลกลุ ของนา้ ประกอบด้วยธาตตุ วั ใ คาวา่ นา้ ยาล้างจาน ในภาษาองั กฤษคือศพั ท์คาใด (D คาวา่ นา้ มนั พืช ในภาษาองั กฤษคือศพั ท์คาใด (Oil) บีกเกอร์ท่ีเราใช้ในการทากิจกรรมวนั นี ้เขียนอยา่ งไรใน คาวา่ ของเหลว ในภาษาองั กฤษคอื ศพั ท์คาใด (Liqui 3.3 ขัน้ สรุปองค์ความรู้ 1) ครูเปิ ดโอกาสให้นกั เรียนซกั ถามประเดน็ ท่ีสงสยั 2) นกั เรียนบนั ทกึ การเรียนรู้ลงในสมดุ บนั ทกึ ของตวั เอง 126

งมือเพื่อให้สามารถลงข้อสรุปโดยอาศยั ข้อมลู และหลกั ฐาน เวลา 18 ช่ัวโมง นชีวิตประจาวนั เวลา 2 ช่ัวโมง สารประเภทหน่ึงที่มีรูปร่างเปลี่ยนแปลงไปตามภาชนะท่ีบรรจุ แต่ปริมาตรไม่ ยดึ เหน่ียวระหวา่ งอนภุ าคน้อยกว่าของแข็ง อนภุ าคมีการสนั่ และเคลื่อนท่ีเปลี่ยน ากิจกรรมสมบตั ขิ องของเหลว โดยครูใช้คาถามกระต้นุ ความคดิ ดงั นี ้ คาใด (Water) งไร (H2O) ใดบ้าง (H ไฮโดรเจน และ O ออกซิเจน) Dishwashing liquid) นภาษาองั กฤษ (Beaker) id)