82 รวบรวมขอมูลผเู รียน ขอ มลู ความสามารถผเู รยี น ๑.๒ ความสามารถพ้นื ฐานทางดา นอารมณ จิตใจ จดุ เดน จุดออน ๑. นักเรียนเขาใจอารมณของตนเองและสามารถ ๑. นักเรียนไมเขาใจอารมณของผูอื่น เม่ือผูอ่ืนโกรธ แสดงออกทางทาทางหรือการสงเสียงได โดยการย้ิม โมโห หรือดดุ า ผูเรียนไมเ ขาใจ นง่ิ เฉย ไมต อบสนอง และหัวเราะเมอื่ ไดรบั สิ่งที่ตองการ เชน ไดรบั ขนมหรือ ผลไมท่ีมีรสเปร้ียว (มังคุด ลองกอง สม ฝร่ัง สมโอ มะมวง มะขาม) เยลลี่รสผลไม นํ้าผลไม โดยมีเฉพาะ ผูปกครองที่เขาใจการแสดงอารมณของผูเรียน และ แ ส ด ง ก า ร ป ฏิ เส ธ เมื่ อ ได ข อ ง ที่ ไ ม ต อ ง ก า ร ป รื อ ทํ า กิจกรรมที่ไมชอบดวยการแสดงทาทาง(ผลักมือคนอ่ืน หรือ ผลักส่ิงของออก) และสงเสียง “อ้ือ /อา” เปน ตน ๒. นักเรียนสามารถขอความชวยเหลือได เชน เมื่อ ๒. นักเรียนไมสามารถขอความชวยเหลือ เมื่อตองการ ตองการสิ่งของบางอยางนักเรียนจะแสดงความ ความชวยเหลือหรือตองการส่ิงของบางโดยการออก ตองการโดยการรองไห เสียงดัง เอะอะโวยวายหรือ เสียงเปน คํา หรือช้ที ีส่ ิ่งท่ีตองการได มองไปทางส่งิ ท่ตี องการได ๓.นักเรียนสามารถน่ังน่ิงเพื่อรอคอยส่ิงที่ตองการ เมื่อ ๓.นักเรียนไมสามารถนั่งนิ่งเพ่ือรอคอยสิ่งที่ตองการ ผูใหญบอกใหรอไดช ั่วครู ประมาณ ๑ นาที เมื่อผูใหญบอกใหรอไดช่ัวครู หากนานเกินระยะเวลา ๑ นาที ซึ่งจะแสดงอาการสงเสียงรองโวยวาย และ รอ งไห ๔. ผูเรียนยอมทํากิจกรรมจนสําเรจ็ ตามที่กําหนดใหได ๔. ผเู รียนยอมทํากิจกรรมจนสาํ เรจ็ ตามที่กาํ หนดใหไ ด เปนบางครัง้ เปนบางครั้ง แตไมสามารถแสดงออกถึงความ ภาคภมู ใิ จในตนเองเม่ือทํากิจกรรมไดส ําเร็จ
83 รวบรวมขอ มูลผูเรียน ขอมลู ความสามารถผูเ รยี น ๑.๓ ความสามารถพื้นฐานทางดานสงั คม จดุ ออน ๑. นกั เรยี นไมสามารถรับประทานอาหาร โดยการใช จุดเดน ชอนในการตักอาหารจากถวยแลว นาํ มาใสปากของ ๑. นักเรยี นสามารถรบั ประทานอาหาร โดยการหยบิ ตนเองได อาหารเขาปากไดเ อง ใชห ลอดเจาะกลองนมได ดมื่ นํา้ โดยมีผูชว ยเหลือในการประคองแกวแบบมหี จู ับ ๑ ขางได ๒. เมอื่ ใหน ักเรยี นถอด และสวมใสเ ครื่องแตง กาย ๒. นกั เรียนไมส ามารถถอดและสวมใสเ คร่อื งแตงกาย นกั เรยี นสามารถใหความรว มมือในการถอดและสวมใส ไดดว ยตนเอง เครือ่ งแตง กายไดโ ดยมผี ูปกครองเปนถอดและสวมใส ใหท กุ ข้นั ตอนโดยไมแสดงอาการตอ ตา น ๓. นักเรยี นสามารถลางทาํ ความสะอาดมือไดโ ดยมี ๓. นกั เรียนไมส ามารถลางทาํ ความสะอาดมือไดดว ย ผูปกครองเปน ผชู ว ยเหลือทกุ ขน้ั ตอน ตนเองตามข้ันตอน ๔. เมอื่ ใหน ักเรียนทาํ กิจกรรมกลุม เชน กจิ กรรม ๔. ผูเรียนไมส ามารถทาํ กจิ กรรมกบั ผอู ืน่ ไดนานเกนิ ๑- วงกลม นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมอยรู ว มกับเพ่ือนไดภายใน ๒ นาที ซึ่งจะแสดงพฤติกรรมตอ ตานทําเสยี งโวยวาย ระยะเวลา ๑-๒ นาที โดยมผี ูป กครองคอยชวยเหลอื อยูไมนิ่ง ใชมือบังคบั เกาอีร้ ถเขน็ ไปมาเพื่อหลกี หนีออก จากกิจกรรมและจับมือผูด ูแลชใ้ี หน ําตนเองเอาออก จากกจิ กรรม
84 รวบรวมขอมูลผเู รียน ขอ มูลความสามารถผเู รียน ๑.๔ ความสามารถพื้นฐานทางดา นสติปญ ญา จดุ เดน จุดออน ๑. เมื่อครูหรือผูดูแลใหทํากิจกรรมและปฏิบัติตาม ๑. นักเรียนไมสามารถปฏิบตั ิตามคําสัง่ ทย่ี ากๆ ได คําส่ังงายๆ (หยิบ ใส) เชน หยิบ จับส่ิงของใสตะกรา โดยการเอื้อมมือไปหยบิ ของแตไมสามารถนาํ ของ ผูเรียนสามารถปฏิบัติตามคําสั่งไดโดยการเอื้อมมือไป ไปใสตามเปาหมายท่ีกําหนดไดด วยตนเอง ห ยิ บ ข อ ง แ ต ไ ม ส า ม า ร ถ เอ า ไป ใส ต า ม เป า ห ม า ย ที่ กําหนดได ซ่ึงครูหรือผูดูแลตองกระตุนเตือนอยู ตลอดเวลาและใชเวลานานในการตอบสนองตอคําสั่ง ตางๆ ๒. เม่ือครูใหทํากิจกรรมวงกลมและมีการเรียกชื่อ ๒. เม่ือครูใหทํากิจกรรมวงกลมและมีการเรียกชื่อ นักเรียนสามารถหันหนาตามเสียงเรียกช่ือเลน(ออโต) นักเรียนไมตอบสนอง แสดงการนิ่งเฉย หรือหันตาม ของตนเอง และมองหนา ผพู ูดได เสียงเรียกช่ือจริงของตนเอง(พิรชัช) และมองหนาผูพูด ได ๓. นักเรียนสามารถจดจําเสียงและใบหนาบุคคลท่ี ๓. นักเรียนไมส ามารถจดจําเสียงและใบหนาบุคคล ใกลช ดิ ได เชน ปา หลอด ลงุ ดม พ่อี ิ๋ว เปนตน อนื่ ๆเชน ครปู ระจําชัน้ ครูพเี่ ล้ยี ง ได
85 รวบรวมขอ มลู ผูเรียน ขอ มลู ความสามารถผเู รยี น ๑.๕ ความสามารถพ้นื ฐานทางดานทกั ษะจําเปน เฉพาะความพิการ จดุ เดน จุดออน ๑. นักเรียนสามารถน่ังทรงตัวบนรถเข็นไดโดยมี ๑. นักเรียนไมสามารถเคลื่อนยายตนเองขึ้นและลง ผชู ว ยเหลือในการจดั ทา นงั่ บนเกาอ้ีรถเข็น รถเขน็ ได ๒. นักเรียนสามารถใชม อื ดนั ลอของรถเข็นทตี่ นเองน่ัง ๒. นักเรียนไมส ามารถควบคุมทศิ ทางหรือบังคับรถเขน็ ไดแ ตไมส ามารถควบคุมใหไ ปในทิศทางที่กําหนดได ไปในทิศทางตางๆอยา งมีเปาหมายไดเ น่ืองจาก นักเรยี นมกี ลามเนอ้ื ออ นแรง
86 รวบรวมขอ มูลผเู รยี น ขอมูลความสามารถผูเ รยี น กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework for Assessment of Individuals who have Severe Multiple Disabilities ๑. Approach-Withdrawal (การเขาใกล- ถอนหนี) การดูปฏกิ ิริยาของเดก็ ในการเผชญิ สงิ่ ใหม ประสบการณ บคุ คล/สถานที่ สงิ่ ของ ความคดิ ๑.๑ อะไรทีเ่ ปน ตัวชบ้ี อกวาเด็กเขารวม นักเรยี นใหค วามรว มมือในการทํากจิ กรรม ๑.๒ อะไรท่เี ปน ตัวช้บี อกวา เด็กไมเ ขา รวม นกั เรียนมพี ฤติกรรมหลักหนใี นขณะที่ทาํ กิจกรรม โดย ๑.๓ มีอะไรทสี่ ังเกตเหน็ วา จงู ใจเดก็ บา ง เม่ือนักเรยี นมีความตองการอยากรบั ประทานผลไม ที่มีรสเปรี้ยว (มังคดุ ลองกอง สม ฝรั่ง สมโอ มะมว ง มะขาม) เยลลี่รสผลไม นา้ํ ผลไม อยไู มน่งิ ๑.๔ อะไรท่ีสังเกตเห็นวาเดก็ ไมสนใจ/หลีกหนบี าง การใชมอื เขน็ ลอเกา อ้ีนัง่ รถเข็นไปในทิศทางตางๆ นอกเหนือจากการทํากจิ กรรม คลานหรอื ขยับตวั ออกจากกิจกรรมท่ใี หทํา คลานไป มารอบหอง มีพฤติกรรมหลีกหนีการสมั ผสั ไมจับผวิ สัมผสั ท่ี เหนียว เชน กาว สนี าํ้ ไมช อบการกอดรดั ๒. Sensory Learning Channels (ชองทางการเรียนรูดานประสาทการรับรู) ๒.๑ เด็กรับขอ มลู ไดโดยวิธีใดบาง แสดงสหี นาทาทาง ยิ้ม หวั เราะ รอ งไห ดใี จ เสียใจ ๒.๒ เด็กตอบสนองตอเสียงอยา งไร หนั หนา พยกั หนา ตามเสยี ง ๒.๓ เด็กตอบสนองตอสงิ่ เราทางสายตาอยา งไร จอ งหนา ตามเสยี ง หยดุ ฟง และหนากรอกตาไปตาม เสียงตา งๆที่ไดย ิน ๒.๔ เด็กตอบสนองตอการสมั ผัสอยางไร มีพฤติกรรมหลกี หนีการสัมผัส ไมจ ับผวิ สัมผสั ที่ เหนียว เชน กาว สนี าํ้ ไมช อบการกอดรดั ๒.๕ เด็กใชป ระสาทสัมผัสมากกวาหน่งึ อยางในเวลา ใชป ระสาทสัมผสั มากกวาหน่ึงอยางโดยใชต า เดยี วกันหรอื ไม ประสานกบั มือ ๒.๖ เดก็ แสดงตัวชแ้ี นะการรว มหรือไมเ ขารว มในการ ไม นกั เรียนแสดงออกทางพฤตกิ รรมโดยทําสีหนา ตอบสนองขอ มลู ทางประสาทสมั ผัสเฉพาะหรือไม ทา ทางเฉยๆ ไมตอบสนองเม่ือไมตอ งการเขารวม หรอื ไมเ ขา รวมการทํากิจกรรม
87 รวบรวมขอ มลู ผูเรียน ขอมลู ความสามารถผูเ รียน ๓. Biobehavioral State ชุดของสภาพการณด า นชวี พฤตกิ รรมและกายภาพตัง้ แตการนอนหลบั จนถงึ การตน่ื นอนและการรอ ง ๓.๑ สภาพปจจุบนั ของเด็กคืออะไร นักเรียนมีพฤติกรรมกระตุนตัวเอง ซึ่งเปนพฤติกรรม ซํ้าๆ เชน สายห นา เลน มือ ดม เคาะ แสดง พฤติกรรมท่ีไมเหมาะสมเม่ือมีการเปล่ียนแปลง กิจกรรมประจําวัน เชน เวลาในการรับประทาน อาหาร ชนิดของอาหารท่ีรับประทาน ชอบทาน อ าห าร ซ้ํ าๆ อ าห าร ท่ี มี รส ช าติ เป รี้ ย ว ก า ร เป ลี่ ย น แ ป ล ง เว ล า ใ น ก า ร ทํ า กิ จ วั ต ร ป ร ะ จํ า วั น มีพฤติกรรมหลีกหนีการสัมผัส ไมจับผิวสัมผัสท่ี เหนยี ว เชน กาว สนี ํา้ ไมชอบการกอดรดั ๓.๒ เดก็ สามารถควบคุม/เปล่ยี นสภาพของตนได มีพฤติกรรมอยูไมนง่ิ คลานหรือขยบั ตัวออกจาก หรอื ไม กิจกรรมท่ีใหทาํ คลานไปมารอบหอ ง ไมเขา ใจ อารมณของผอู ื่น เชน ไมเขาใจเวลาเพอื่ นโกรธ เศรา เสยี ใจ แสดงความตองการโดยการจูงมือ เชน เด็กจะ จูงมือผปู กครอง / ครู เพื่อนําไปทําสิ่งที่ตอ งการ ใช ภาษาพดู ของตนเองที่ผูอ น่ื ไมเขาใจ พดู คําซํา้ ๆ ท่ีเคย ไดยนิ บอ ย เชน พดู เปน ภาษาของตนเอง (ภาษาท่ีไมม ี ความหมาย) ไมส ามารถเรม่ิ ตนบทสนทนากบั ผูอ่ืนได ไมเ ขา ใจคําทเี่ ปนนามธรรม เชน การเอื้อเฟอเผอื่ แผ ไมมีปฏิสมั พันธก บั บุคคลรอบขาง เชน ไมเลนกับ เพื่อน ไมสนใจ คนรอบขา ง เปนตน ไมมีปฏิสัมพนั ธ กบั บุคคลรอบขา ง เชน ไมเลน กบั เพื่อน ไมส นใจ คน รอบขาง เปนตนแสดงพฤติกรรมการตอบสนองทาง อารมณ และสังคมไมเ หมาะสม เชน สง เสยี งกรีดรอง ทาํ รายตนเองโดยการตีหัวตนเอง หรือทํารา ยผูอ่ืนโดย การกัด หยกิ เมอื่ ถูกขัดใจ มักชอบแยกตัวออกมาอยู ตามลําพงั เมือ่ ทํากจิ กรรมกลุมไมย อมเขารวม กิจกรรม ไมสามารถปฏิบตั ติ ามกฎกติกา ระเบียบหรือ
88 รวบรวมขอมลู ผเู รยี น ขอ มูลความสามารถผูเรยี น ๓.๓ เด็กใชเวลาในการต่ืนตวั มากนอยแคไหน ขอ ตกลงได ๓.๔ มชี วงกวา งของแตล ะสภาพเทา ใดท่ีเด็กแสดงให ไมร จู ักการรอคอย ไมรจู ักการเขา แถว เห็นและมีแบบแผนการเปลีย่ นแปลงอะไรระหวาง ใชเวลานานประมาณ ๓-๕ นาที ในการตอบสนอง สภาพ ตอ ส่งิ ตางๆ ๓.๕ มีตัวแปรอะไรบา งท่ีกระทบตอสภาพเด็ก การใชร ะยะเวลานานในการทํากิจกรรม อากาศ สภาพแวดลอ ม อารมณ การรบั ประทาน อาหาร หากไมไ ดรบั ประทานอาหารทชี่ อบจะแสดง พฤติกรรมไมพอใจ มผี ลกระทบตอ การทํากิจกรรมไม สําเร็จ ๔. orienting Response (การตอบสนองปฏกิ ริ ยิ าตอบสนองของรา งกายในสภาพแวดลอ ม) ๔.๑ มีปจ จัยอะไรบา งทท่ี ําใหเ ด็กการตอบสนองไป สภาพอากาศ และดา นอารมณความรสู กึ เชน ในทิศทางนน้ั ไดช ดั แจง อารมณโกรธ โมโห รองไห เปนตน ๔.๒ เด็กแสดงการตอบสนองตอทิศทางออกอยางไร พยายามใชมือจบั เกา อน้ี ่ังรถเขน็ ไปยังทิศทางอื่นที่ ตอ งการ ๔.๓ ประสาทการรับรชู องทางใดท่ีปรากฏเช่ือมโยง การมอง การสมั ผัส กับการตอบสนอง (ขอมูลประสาทการรับรูที่กระตุน ใหม กี ารตอบสนองและประสาทการรบั รูที่ใช ประโยชน)
89 รวบรวมขอมูลผเู รยี น ขอ มูลความสามารถผูเรียน ๕. Memory (ความจํา) ๕.๑ เด็กใช/ คนุ กบั สิง่ เราท่ีคุนชนิ หรือไม นักเรียนคนุ เคยกับสง่ิ เรา ในการทํากจิ กรรม เชน เม่ือไดรับการกระตนุ ทางกาย วาจา ในการทาํ กจิ กรรมตา งๆนักเรยี นสามารถทาํ กิจกรรมน้ันไดดว ย ตนเองแตใชระเวลานาน ๓-๕ นาที ๕.๒ การนําเสนอส่ิงเรา จําเปนตอ งใชเวลานานหรือกี่ ใชเวลานาน กวา เด็กจะคุนเคย โดยครตู อ งคอยจบั ครงั้ กอนที่เดด็ จะคุนชนิ มอื ทาํ และกระตุน เตือนทางกาย วาจา ๕.๓ เด็กเขารวมอีกครั้งไหมเมื่อเปลย่ี นแปลง เขา รวมอีกครั้งแตตอ งใชเ วลานานในการกระตนุ ลักษณะของสง่ิ เรา ความสนใจของผูเ รียน ๕.๔ การตอบสนองแตกตางไปหรือไม แตกตา ง บางกจิ กรรมนักเรยี นเหมอ ลอยไมสนใจ ใน การเขา รวมกิจกรรมและพยายามหลกั หนเี มื่อเปน กิจกรรมท่ีตนเองไมต องการเขารว มทาํ ๕.๕ เด็กแสดงการตองสนองแตกตา งหรือไมกับ แตกตาง เม่อื ไมเห็นหนาบุคคลทคี่ ุน เคยจะพยามมอง บุคคลที่คุย เคยและไมคุน เคย หา หรอื หนั หนา ไปหาเสยี งท่ีคุนเคย ๕.๕ เดก็ แสดงการรับรูห รอื ไมวาส่ิงของน้ันยังอยแู ม รับรูโดยการใชมือขยบั ไปมา เพ่ือหาสงิ่ ของน้นั ๆ จะไมอยใู นสายตาตอนนน้ั ๕.๖ เดก็ เชอ่ื มโยงเหตุการณท่ีกาํ ลงั เผชญิ กับสิง่ ท่ี นกั เรยี นไมมกี ารเชื่อมโยงเหตุการณต างๆ ตามมาไหม ๕.๗ เดก็ แสดงการคาดเดาตอสงิ่ /เหตกุ ารณที่กาํ ลัง นกั เรียนไมแสดงการคาดเดาตอสิง่ /เหตกุ ารณตา งๆ เผชิญหรอื ไม ท่ีกาํ ลังเผชญิ ๕.๘ เด็กแสดงอาการหรือไมเ มื่อสิ่งทีเ่ กดิ ใหมไมตรง เด็กแสดงอารมณโกรธ รองไห เมอื่ ไมตรงกับความ กับความคาดหวงั ตองการและพยายามหลีกหนีการทํากจิ กรรม ๕.๙ เดก็ สามารถเรียนรูกิจวัตรงาย ๆ ไดห รอื ไม ได เชน การดม่ื น้าํ การรับประทานอาหาร เปนตน ๕.๑๐ กจิ วัตรท่ใี หเ ด็กเรยี นรูจําไดไ หม จําได เชน การไป- กลบั จากบา นมาที่หนวยบริการ อําเภอเสริมงาม
90 รวบรวมขอ มลู ผูเรยี น ขอมูลความสามารถผูเรียน ๖. Social Interactions ปฏิสัมพนั ธทางสังคม หันไปหาบคุ ลอ่ืน เมื่อไดย นิ เสียง และและเม่ือเปล่ยี น ๖.๑ เด็กหันไปหาบุคคลหรือไม สิ่งแวดลอม ๖.๒ เดก็ แสดงความผูกพันวามีความปลอดภัยกับ ใช จะใหบ คุ คลที่คุน เคย กอดหรือหอม บคุ คลสําคัญในชวี ติ ของเขา/เธอหรอื ไม นกั เรียนมสี วนรวมในการผลดั เปลยี่ นกันเมอ่ื เร่ิมทํา ๖.๓ เด็กมสี วนรว มในการผลัดเปลี่ยนกนั เม่ือเริม่ มี กจิ กรรมในหองเรยี นโดยการมองแลละฟงเสียง ปฏสิ มั พนั ธหรอื ไม จากผพู ูด ๖.๔ เด็กมสี วนรวมในการผลัดเปลย่ี นกนั เมื่อคนอื่น นักเรียนมีปฏกิ ิริยาดีใจ เมอื่ มองเหน็ พ่ีอ๋วิ กําลัง เริ่มปฏสิ ัมพันธหรอื ไม ขบั รถจกั รยานยนตมารับกลับบาน ๖.๕ เด็กผลัดเปลย่ี นกีร่ อบกอนทจ่ี ะไมร วม ๒-๓ รอบ จะมอี าการเหมอลอย ไมทาํ กจิ กรรม ๖.๖ เด็กเพ่มิ การผลัดเปลย่ี นการมีปฏิสมั พันธมาก นกั เรยี นแสดงปฏิกิรยิ าเพิม่ มากขึ้นตอการปฏสิ ัมพันธ ขน้ึ เพอ่ื ตอบสนองตอปฏสิ ัมพันธของคูหรือไม กับผอู น่ื เมื่อไมไดส ิ่งท่ีตอ งการ ๗. Communication การส่อื สาร เดก็ ใชท า ทาง และสง เสียงในการกิจกรรม แสดง ๗.๑ เด็กแสดงใหเหน็ ความต้งั ใจในการส่ือสารผาน อารมณ ย้ิม หัวเราะ เมื่อนักเรียนชอบทาํ กจิ กรรม การใชงานของสญั ญาณ การเปลง เสียง ทาทาง ฯลฯ น้นั ๆ หรือไม อธบิ ายการส่ือสารทใี่ ช สอดคลองกัน เมื่อมีความตอ งการจะสงเสียงเรียก ๗.๒ เด็กใชสัญญาณอยางสอดคลอ งกันหรือไม และแสดงอาการดใี จเมื่อไดร ับของท่ีตนเองตอ งการ แสดงอาการเสียใจ รองไห โวยวายเมือ่ ไมไดร ับของท่ี ๗.๓ เดก็ ใชการสอื่ สารแตกตางกันหรอื ไม อธบิ าย ตนเองตองการ การส่อื สารและความความหมายทีน่ า จะเปน แตกตา งกนั โดยใชทาทางและเสียงในการสือ่ ๗.๔ เม่ือนาํ เสนอตวั เลือกเด็กตัดสินใจเลอื กหรือไม ความหมาย ๗.๕ เด็กใชท าทางเหมือนบคุ คลท่วั ไปใชห รือไม นักเรียนสามารถเลือกดวยตนเอง เชน การเลือกขนม ๗.๖ เดก็ สามารถใชข องหนึ่งอยา งหรือสัญลักษณ ที่ตนเองชอบ หรือตนเองตองการ แทนกจิ กรรมหรือวัตถหุ รือไม ใชเสียง ในการสือ่ สาร ไมได
91 รวบรวมขอมูลผูเรยี น ขอ มลู ความสามารถผูเรียน ๗.๗ เด็กแสดงใหเ หน็ ความเขาใจในการสื่อสารโดย นักเรยี นแสดงอาการจองหนา เม่ือไดย ินเสียง และ ใชส ัญลกั ษณหรือไม (การไดย ิน ภาพ หรอื การ เมื่อไดรบั คําสง่ั งายๆจากครู เชน หยิบแกว นา้ํ สัมผสั ) นักเรยี นก็จะหนั มามองหนา และหยบิ แกว โดยครูทํา เปนแบบอยา ง ๗.๘ เดก็ ใชก ารสอ่ื สารทางสญั ลกั ษณห รือไม อธบิ าย ไมสามารถสอ่ื สารดวยสัญลกั ษณไ ด จะสงเสียงหรือ ภาษาของตนเองเพื่อใหค รูหรือผดู แู ลเขา ใจในสงิ่ ท่ี ตนเองตองการ ๘. การแกป ญ หา Problem solving ไมแ สดงใหเ ห็นใดๆ ๘.๑ เดก็ แสดงใหเห็นสาเหตุและผลกระทบหรือไม เดก็ ไมเขา ใจใจวิธกี ารหรอื จุดส้นิ สุดหรือการใชข้ัน ๘.๒ เด็กแสดงความเขา ใจในวิธีการ/จุดสนิ้ สุดหรอื ตอนกลางเพื่อแกปญหาโดยแสดงปฏิกิริยาเพิกเฉย การใชข ั้นตอนกลางเพื่อแกป ญหาหรอื ไม ตอ สถานการณตา งๆ ๘.๓ เด็กแสดงความเขาใจในหนา ที่ของวตั ถุทวั่ ไป เดก็ แสดงความเขา ใจโดยการปฏบิ ตั ิตาม เชน เม่อื หรือไม เห็แกวน้ําเด็กก็จอ งมองภายในแกว เพื่อเตรยี มยกขน้ึ ๘.๔ เดก็ มีวธิ ีการแกปญ หาอยางไร ดมื่ น้ํา เปนตน ๘.๕ เดก็ รักษาความสนใจและคงอยกู ับส่งิ น้ันหรือไม เดก็ จะพยายามทําดวยตนเองกอ น หากทําไมไดจ ะ สงเสยี งเรยี กครหู รือผแู ดและขวา งปาส่งิ ของนน้ั ๆ ไม เม่ือมีการเปลีย่ นแปลงสถานการณใ นการแกไ ข ปญ หาจะใหค วามสนใจอยางอนื่ ทนั ที และเพิกเฉย ตอสถานการณน ั้นๆ
92 รวบรวมขอ มูลผูเรยี น กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) ๒. กรอบแนวคิดตามระบบนิเวศวทิ ยา (Ecological Framework) ๒.๑ ดา นสภาพแวดลอมของผเู รยี น (Microsystem) บคุ คลภายในครอบครวั ที่ผูเรียนไววางใจ นกั เรียนอาศยั อยูบานพอแม พแี่ ละหลานสาวเปนบคุ คลทน่ี ักเรียนใหค วามไววางใจเปนลําดบั ถัดมา เนื่องจากเปนผูขบั ขย่ี านพาหนะจะใหความดแู ลเอาใจใสตลอดระยะเวลาการเดนิ ทางจนถึงทหี่ มายทุกครัง้ อยา ง ปลอดภยั ทําใหน ักเรยี นมีความไววางใจและจะแสดงพฤติกรรม ทา ทางดีใจทกุ ครงั้ เมื่อไดยินเสยี งสามารถมาเลน พดู คยุ หรอื ชว ยดูแลในระหวางท่ปี า หลอดติดธุระในระยะเวลาสัน้ ๆ ได ลกั ษณะทอ่ี ยูอาศยั (หองอะไรบา ง / ความสะอาด) นักเรียนพักอาศัยอยูท่ีบาน บานของนักเรียนมีลักษณะของบานเปนบานช้ันครึ่งิบริเวณหนาบานมี ปูนทางลาด และบันไดไมซึ่งมีราวจับท้ัง ๒ ดานท่ีใชข้ึนไปยังระเบียงชั้นบน ดานบนเปนไมม ี ๒ หองนอน ๑ บริเวณ ใตถุนบานเปนปูน พื้นปูกระเบ้ือง หองโถงโลง มีหองน้ํา ๑ หอง ซึ่งใชตูกั้นหองโถงออกเปนหองนอนและหองนั่งเลน โด ย ห อ งนํ้ า มี ค ว า ม ก ว า งข อ งป ร ะ ตู ไม เห ม า ะ ส ม เก า อ้ี ร ถ เข็ น ข อ งนั ก เรี ย น ไม ส า ม า ร ถ เข า ไป ดานในได พื้นหองนํ้าเปนพื้นกระเบ้ือง มีชักโครกไวสําหรับขับถาย มีเคร่ืองทํานํ้าอุน มีฝกบัว มีชองระบายอากาศ ซึ่งนักเรียนและปาหลอดจะใชพ้ืนท่ีบริเวณใตถุนบานเปนที่พักอาศัยและลุงดมจะพักอาศัยดานบน มีหองครัวซ่ึงแยก ออกจากตัวบานอยางชัดเจน มีการจัดเก็บอุปกรณในหองครัวอยางเหมาะสม บริเวณบานของผูเรียนท้ังดานในและ ดา นนอกมีความสะอาดเรียบรอ ย อากาศถายเทสะดวก มแี สงสวางเขาถึง ลกั ษณะหอ งน้าํ (ระบุรายละเอียด) หอ งน้ํามี ๒ หอง คือ หองที่อยูบริเวณนอกบาน และในตัวบาน หองน้ําดานในบาน มีประตูทางเขา ความกวาง ๘๐ เซนติเมตร มีพ้ืนตางระดับระหวางภายในและภายนอกหองน้ําซ่ึงรถเข็นของผูเรียนไมสามารถผาน เขาไปได พ้ืนหองน้ําเปนกระเบ้ืองพื้นหยาบภายใน สุขภัณฑเปนชักโครก มีฝกบัว มีถังนํ้าและขัน พื้นหองนํ้าเปนพื้น กระเบ้ือง มีชกั โครกไวสําหรบั ขับถาย มเี ครื่องทาํ นาํ้ อุน มีฝก บวั มีชอ งระบายอากาศ ลักษณะหองนอน (ระบรุ ายละเอียด) หองนอนบริเวณใตถุนบาน มีความสะอาด มีมุงกาง ที่นอนมีความกวางและยาวมีเตียงไม ขนาด ๖ ฟุต สามารถนอนได ๓-๔ คน กวา งขวางและเพียงพอตอผูเรียนและมีหนาตางระบาย เพ่ือใหอากาศถายเทไดสะดวก มีการจัดวางของที่เปน ระเบยี บเปน สดั สว น พ้ืนทใี่ นการฝก/ทํากิจกรรมกับผูเรียน (ระบรุ ายละเอยี ด) บ ริ เว ณ บ า น ข อ งนั ก เรี ย น พ้ื น ท่ี ใน ก า ร ฝ ก ใน ด า น ข อ ง วิ ช า ก า ร ส า ม า ร ถ ใช พ้ื น ที่ ห อ ง น่ั ง เล น ใตถุนบาน ลานหนาบานและสนามหญาหนาบาน ในการฝกกิจกรรมตางๆ เชน การหยิบ จับ หรือเคล่ือนยาย สิ่งของได ในสวนของการฝกทักษะการดํารงชีวิต มีพ้ืนที่ หองครัว หองนํ้า สามารถฝกการใชชีวิตของผูเรียนได และสามารถใชล านหนา บา นในการฝก การเคล่ือนยายตนเองไปยังท่ตี า งๆได
93 รวบรวมขอมูลผูเรยี น กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวทิ ยา (Ecological Framework) ๒.๒ ดา นความสัมพนั ธและปฏสิ ัมพันธร ะหวา งบคุ คลท่เี กยี่ วขอ งของผเู รยี น (Mesosystem) ลักษณะของครอบครัวและความสัมพนั ธของบุคคลในครอบครัว นกั เรียนอยูรว มกับ ซง่ึ เปนผูแลนักเรยี นตั้งแตว ัยเดก็ จนถึงปจจุบัน นักเรยี นมีความสัมพันธ อยางใกลชิดกับเปนอยางมากในขณะท่ียายไปทํางาน จะเปนผูที่เขาใจในการแสดงออกของ พฤติกรรมและความตองการตางๆอยา งงาย ของนักเรียน เชน หวิ นาํ้ หิวขาว และอยากไปยังสถานที่ ตางๆ ดวยการสงเสียงรอง ภาษาที่ไมมีความหมายภาษากาย และทาทางตางๆ เปนตน เมื่อปา หลอดเห็นพฤติกรรมตางๆ ของนักเรียน ก็จะสามารถตอบสนองตอความตองการของนักเรียนได ทันที หากตอบสนองชาผูเรียนก็จะมีอาการฉุนเฉียว โมโห หยิก กัด รองไหบางในบางคร้ัง ความสัมพนั ธก บั บุคคลในหองเรียน/โรงเรยี น นักเรียนมักมีพฤติกรรมตอตานทันทีเมื่อโดนบังคับหรือขัดใจ และจะทํารายเพ่ือนทําให เพื่อนไมอยากใกลช ิด ไมม ีปฏิสัมพันธรวมกบั ผอู ่ืน แตเม่ือผูเรียนมคี วามตองการตา งๆ เชน หิว หรือ หลกี เล่ียงการทํากิจกรรม จะสงเสยี งรอ งเรียก และโวยวายเรียกผปู กครองทนั ที ความสมั พนั ธกับบุคคลอื่นๆ เชน ญาติพนี่ อ ง เพือ่ น เพ่อื นบา น คนในชุมชน เปนตน นักเรียนมีความสัมพันธืท่ีดี ซ่ึงเปนบุคคลท่ีนักเรียนใหความไววางใจเปนลําดับ ถัดมาเน่ืองจากสามารถเขาใจความแตกตางของนักเรียนและสามารถมาเลน มาเลนกับผูเรียน โดย การเรม่ิ ตน บทสนทนาจะมาจากผอู ่ืนเสมอ และนักเรียนจะแสดงอาการทาทาง ยิ้ม หัวเราะ เม่ือรูสึก พงึ พอใจในการปฏิสัมพันธรวมกับผูอื่น และจะมพี ฤติกรรมหยิกแขน กดั ญาติพ่ีนองมีมาเยย่ี มท่บี าน เม่ือนกั เรียนถูกขัดใจ ๒.๓ ดา นสง่ิ แวดลอ มและสภาพสังคมท่ีมีผลตอ ครอบครวั (Exosystem) สถานการณปจ จุบนั ทีส่ ง ผลกระทบกบั ผูเรียน เน่ืองจากการคลี่คลายของสถานการณการแพรระบาดของโรคไวรสั โคโรนา (Covid 2019) ในปจจบุ ันสงผลใหนกั เรียนมารบั บรกิ ารทห่ี นวยบริการอําเภอเสริมงามอยางตอ เนื่อง แตจ ะมีบางชวงท่ีมี การแพรระบาดภายในหมูบานขั้นรุนแรงอาจสงผลใหผูเรียนขาดการมารับบริการได ทําใหพัฒนาการ ดานตางๆ ของนักเรียนถดถอยลงไปบาง ครูตองปรับรูปแบบการเรียนการสอนโดยระบบออนไลน ตามความเหมาะสม แตย ังไมสามารถบรรลตุ ามวตั ถุประสงคท ่กี ําหนดได สถานทีท่ าํ งานของพอ แม/ผปู กครอง ตายายมีอาชีพ ทํานา ทําไร เพาะปลูกท่ัวไป ซ่ึงทํางานอยูบริเวณภายในหมูบาน ทําใหมี เวลาดูแลนักเรียนอยางใกลชิด มารดาทํางานตางประเทศและจะสงเงินคาใชจายในการดํารงชีวิตของ นักเรียนใหกับยายในทุกเดือน เน่ืองจากบิดา มารดาไมไดอ ยูกับนักเรียน จึงทําใหนักเรียนไมคอยใกลชิด และสนิทกับบิดา มารดา เทากับผูเล้ียงดู คือ ยายซ่ึงอาชีพหลักคือ ผูดูแลนักเรียนซ่ึงไดรับการจางจาก พอและแมของนักเรยี นทุกเดือน
94 รวบรวมขอมลู ผูเ รยี น กรอบแนวคิดตามระบบนเิ วศวทิ ยา (Ecological Framework) สภาพแวดลอ มทางกายภาพ หรือ การจดั สงิ่ อาํ นวยความสะดวกของชุมชนที่ผเู รียน อาศัยอยู พอแมมีอาชีพ ทํานา ทําไร เพาะปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล ซึ่งทํางานอยูบริเวณภายใน หมูบาน หางจากบานประมาณ ๑ กิโลเมตร ปาหลอดไมไดประกอบอาชีพ จึงเปนผูดูแลนักเรียน ตลอดเวลา สว นบดิ า มารดา มอี าชีพรับจา งเสรมิ ๒.๔ ดา นวฒั นธรรม ประเพณี คานิยมของสงั คม (Macrosystem) บานของผูเรียนยังไมมีสื่อที่เหมาะสมกับความพิการของบุคคลความบกพรองทางรางกาย หรือการเคลอ่ื นไหว หรือสุขภาพ โดยหอ งนํ้าภายในบานไมเหมาะสมกับการเคลื่อนยา ยผเู รยี นดวยเกา อ้ี รถเข็น ในการทําความสะอาดรางกายอยางเหมาะสม มีบริเวณพ้ืนที่ที่เปนกอนหินเล็กๆ และมีสนาม หญาไมเหมาะสมตอการใชเกาอี้รถเข็นในการเคลื่อนยายนักเรียนไปยังทิศทางตางๆ และเนื่องดวย ผูปกครองไมยอมปลอยใหผูเรียนใชความสามารถของตนเองไดเต็มตามศักยภาพทําใหนักเรียนสามารถ ชว ยเหลอื ตนเองได ๒.๕ ดานสิ่งตางๆทอ่ี าจกระทบตอ ผเู รียน เชน กฎหมาย การไดรับสิทธดิ า นตา งๆ เทคโนโลยี หรอื แอพพลเิ คชัน่ ทเ่ี กยี่ วขอ งกับผเู รียนในชวี ติ ประจําวนั (Chronosystem) นักเรียนไดรับเบ้ียพิการ เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท จากเบี้ยยังชีพคนพิการและไดรับบริการทาง การแพทย ตามโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ตามสวัสดิการของรัฐ และไดใชบริการเคร่ืองชวยหายใจ ถังออกซิเจน และเคร่ืองดูดเสลด จากโรงพยาบาลศูนยลําปางในรูปแบบการยืมอุปกรณแตออกคาใชจาย เพ่ิมเติมเอง นักเรียนไดรับการใหบริการทางการศึกษาจากศูนยการศึกษาพิเศษประจําจังหวัดลําปาง โครงการปรับบานเปนหองเรียนเปล่ียนพอแมเปนครู หองเรียนอําเภอเมือง โดยไมเสียคาใชจายและมี โอกาสไดรับทุนการศึกษาฯ มูลนิธิคุณพุม ปลาสุด ปการศึกษา ๒๕๖๔ เปนเงินจํานวน ๕,๐๐๐ บาท อีกทงั้ นกั เรียนสามารถเขา ถงึ สื่อเทคโนโลยผี านทางโทรศัพท แท็บเลต และโทรทัศนโดยมีผูป กครองกาํ กับ ดูแล นอกจากน้ีหากสถานการณเศรษฐกิจไมดีขึ้น อาชีพของพอและแมเกิดความไมมั่นคง อาจสงผลตอ รายไดท ี่จะสงมายังครอบครัว เพ่อื ดูแลนักเรียนได
95 รวบรวมขอมูลผูเรียน สรุปเปาหมายในการพฒั นา ๓. ความคาดหวังของผูปกครองท่ีมตี อ ตัวผูเ รียน ผูปกครองมีความคาดหวังใหนักเรียนตอบสนองตอการรักษาทางการแพทย มีอาการคงที่ ไมถดถอย มีชีวิต อยูตอไปใหนานท่ีสุดเทาที่จะทําได และนอกจากน้ีหากเปนไปไดตองการใหนักเรียนสามารถสื่อสารความตองการ การบอกความรสู ึกของตนเองแกผดู ูแลได ผูปกครองมีความคาดหวังใหนักเรียนสามารถเรียนรูดานวิชาการหรือการดํารงชีวิตประจําวันของตนเองได ไดแ ก นักเรียนสามารถบอกหรือชส้ี งิ่ ท่ตี องการในการสอ่ื สารเพม่ิ มากขึน้ กวา เดิม นกั เรยี นสามารถดื่มนาํ้ ดม่ื นม และ สามารถใชชอนตกั รับประทานอาหารไดดว ยตนเอง ๔. เปา หมายหลักทผ่ี เู รียนควรไดร ับการพฒั นา/สงเสรมิ ๑) นกั เรยี นสามารถบอกหรือชส้ี งิ่ ที่ตองการไดด วยตนเอง ๒) นกั เรยี นสามารถด่ืมน้ํา ด่ืมนม ไดดวยตนเอง ๓) นักเรยี นสามารถรบั ประทานอาหารโดยการใชช อนตักอาหารใสปาก ไดด ว ยตนเอง ๕. เปา หมายหลักที่ผเู รียนควรไดร ับการปอ งกัน/แกไขปญหา ๑) ควรไดรับสือ่ อาํ นวยความสะดวกทเ่ี หมาะสมกับความพิการของผูเรียน ๒) การปรบั สภาพพน้ื ที่บรเิ วณในการฝก ผูเรียน เรื่อง การชว ยเหลอื ตนเองในชีวติ ประจําวนั . ผูบ นั ทกึ ขอมูล…………………………………………… (……น…าง…ส…า…วช…า.ล.…ศิ …า …ค…าํ …ยัน…ต… …) ตําแหนง………………ค…รู …………… วนั ท…่ี …๑…..เดือน……ก…รก…ฎ…า…ค…ม…..พ.ศ…๒…๕…๖..๕
96 - ........... .... ...... ............. ......... ............. ...... .. .....เตรยี มความพรอ ม........ /
97 , SLE ( ) .......จ..า..ก...ก..า..ร..ค.ั.ด..ก..ร..อ..ง..พ..บ...ค..ว..า..ม..บ..ก..พ...ร่.อ..ง..ท..า..ง..ร.่า..ง..ก..า..ย..ห...รื.อ...ก..า..ร..เ.ค..ล.ื.่อ..น..ไ..ห..ว...เ.ห.็.น..ค..ว..รใ...ห.้.ก..า..ร.ช.่.ว. ย..เ.ห...ล.ื.อ..โ.ด..ย...ก..า.ร..จ.ั.ด..ท..ำ..แ..ผ...น..ก..า.ร.จ.ั.ด..ก..า..ร. .......ศ.ึ.ก...ษ..า..เ.ฉ...พ..า..ะ.บ.ุ.ค...ค..ล...(..I..E..P...)...แ...ล...ะ..ก.ิ.จ..ก...ร..ร..ม..ก...า..ย..ภ...า..พ...บ..ำ..บ..ั.ด................................................................................... .................................................. () .................................................. () .................................................. ()
98 // ..................... // / // / ................................................. ()
99 แบบประเมิน หลักสตู รสถานศึกษาการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สําหรบั ผูเ รยี นพกิ าร ศนู ยก ารศกึ ษาพิเศษประจําจงั หวัดลําปาง ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ระดับการศกึ ษาภาคบงั คบั : ระดบั ช้ันประถมศึกษา (ปท่ี ๒) ชอื่ -สกุล………เด…็ก…ชา…ยช…ญ…า…นน……ห…นูม…า………………………………………. อายุ……๑…๔…….ป…………..…เดือน วันที่ประเมิน ………………๑…๖…ม…ถิ ุน…า…ยน……๒…๕๖…๕…………………………. คาํ ชีแ้ จง ๑. แบบประเมนิ ตามหลักสตู รสถานศกึ ษาการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานสาํ หรับผเู รียนพิการ ศนู ยก ารศึกษาพิเศษประจําจงั หวัดลําปาง ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ใชป ระเมนิ สาํ หรบั เด็ก ท่ีอยใู นระดับการศกึ ษาภาคบังคบั ๒. แบบประเมนิ ฉบับน้สี ามารถใชไ ดกับผูร บั การประเมนิ ทุกประเภทความพกิ าร เกณฑก ารประเมนิ ผล ๑. ผลการประเมินกอ นการพัฒนา ระดบั ๔ หมายถึง ไมตอ งชวยเหลือ/ทําไดดวยตนเอง ระดับ ๓ หมายถึง ทาํ ไดเมือ่ กระตุน เตือนดวยวาจา ระดับ ๒ หมายถงึ ทําไดเ มือ่ กระตุนเตือนดว ยทา ทาง และวาจา ระดับ ๑ หมายถึง ทําไดเมื่อกระตุนเตือนทางกาย ทา ทาง และวาจา ระดับ ๐ หมายถึง ทาํ ไมไดหรือไมยอมทํา ๒. สรุป หมายถึง จัดการเรยี นการสอนตามหนว ยการจดั การเรยี นรู ๒.๑ หนว ย ฯ หมายถงึ จดั การเรียนการสอนตามแผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบุคคล ๒.๒ IEP / IFSP หรือแผนการใหบ ริการชว ยเหลอื เฉพาะครอบครัว
100 ๑. สาระการดํารงชวี ิตประจาํ วันและการจดั การตนเอง คําชี้แจง ใหทําเครือ่ งหมาย ลงในชองผลการประเมนิ ท่ตี รงตามสภาพความเปนจรงิ ผลการประเมนิ สรปุ ที่ ตัวชว้ี ดั กอนการพัฒนา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนวยฯ IIP/FCSP ๑ ดป ๑.๑/๓ ดูแลความสะอาดสุขอนามยั ของตนเอง ๒ ดป ๑.๑/๔ ดแู ลสขุ อนามัยไดอยางเหมาะสมตามเพศของ ตนเอง ๓ ดป ๑.๑/๕ ปฏบิ ตั ติ นตามมาตรการการปองกันโรค ๔ ดป ๑.๒/๔ เลือกเคร่ืองแตง กายหรือเครื่องประดบั ตาม ความชอบสว นตวั ๕ ดป ๑.๒/๕ เลือกเคร่ืองแตงกายไดเหมาะสมกบั กาลเทศะ และโอกาส ๖ ดป ๑.๓/๒ บอกเลือกใชอุปกรณแ ละหองนํ้าภายในบา น หองน้ําสาธารณะไดอยา งถูกตอง ตรงตามเพศ ของตนเอง ๗ ดป ๑.๓/๓ ทําความสะอาดตนเองและหองนํา้ หลงั ใช หอ งน้ําและแตง กายใหแ ลว เสรจ็ กอ นออกจาก หองนํ้า ๘ ดป ๑.๖/๔ ขา มถนนอยางปลอดภัย ๙ ดป ๒.๑/๓ ออกกาํ ลงั กาย เลนกีฬา หรอื นันทนาการตาม ความถนัด และความสนใจ ๑๐ ดป ๓.๑/๒ บอกอารมณพ้นื ฐานของตนเอง
101 ผลการประเมนิ สรปุ ท่ี ตวั ชว้ี ดั กอนการพฒั นา ๑๑ ดป ๓.๑/๕ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว ยฯ IIP/FCSP แสดงสีหนา อารมณแ ละสนทนาตอบโต เมอื่ ไดรับคาํ ชมเชย คาํ ตชิ ม หรือคําเตือน จากผูอน่ื ๑๒ ดป ๓.๑/๖ มีความยดื หยนุ เมื่อมีการเปลยี่ นแปลงเวลา หรือจากสถานทีห่ นึง่ ไปอีกสถานทห่ี นงึ่ ๑๓ ดป ๓.๑/๗ ตีความหมายสีหนา ทา ทาง ภาษากาย และ นํ้าเสียงของผูอืน่ และตอบสนองอารมณของ ผูอนื่ ๒. สาระการเรยี นรแู ละความรูพ น้ื ฐาน คาํ ชแ้ี จง ใหทําเครอ่ื งหมาย ลงในชองผลการประเมนิ ทตี่ รงตามสภาพความเปนจรงิ ผลการประเมิน ที่ ตวั ชีว้ ัด กอ นการพฒั นา สรปุ ๑ รพ ๑.๑/๓ ๐๑๒๓๔ หนวยฯ IIP/FCS P ใชการฟง การดู การสัมผสั เพื่อแสดงความสนใจ ตอสอ่ื บคุ คลและมีสว นรวมในสถานการณต าง ๆ ในชวี ิตประจําวัน ๒ รพ ๑.๑/๔ เลยี นแบบการแสดงออกในการสอื่ สารกบั บุคคล อ่นื ทค่ี ุน เคยหรือไมคุน เคยในสถานการณตาง ๆ ได ๓ รพ ๑.๑/๗ ใชก ระบวนการส่ือสารในการแสวงหาขอ มลู ขา วสารในการตดิ ตามความเคล่อื นไหวตาง ๆ ในสงั คม สาํ หรับการดํารงชวี ิตและการประกอบ อาชีพ
102 ที่ ตัวชวี้ ดั ผลการประเมิน สรปุ กอ นการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ IIP/FCS หนวยฯ P ๔ รพ ๑.๒/๑ ใชกระบวนการอานในการเลอื กภาพ คํา ทอี่ อกเสียงเหมือนเสยี งพยญั ชนะตน ทเี่ ปนชอื่ ของตนเอง ส่งิ ของ บุคคลอนื่ ได ๕ รพ ๑.๒/๒ ระบุชอ่ื ส่งิ ของ บคุ คลที่รจู ักในหนังสือภาพ หรือส่ือรูปแบบอื่น ๆ ๖ รพ ๑.๓/๓ เขยี นพยญั ชนะไทย สระ วรรณยกุ ต ไดตาม ศกั ยภาพเขียนตวั อักษรภาษาอังกฤษดว ย วธิ ีการตา ง ๆ ไดต ามศักยภาพ ๗ รพ ๓.๑/๑ บอกประวัติความเปนมาของตนเอง และครอบครัวโดยใชรปู แบบทห่ี ลากหลาย ๘ รพ ๖.๑/๒ บอกประโยชนส ่ิงของเครอ่ื งใชท เ่ี ปน เทคโนโลยี ในชวี ติ ประจําวนั โดยการบอก ชี้ หยบิ หรอื รปู แบบการสือ่ สารอ่ืน ๆ ๓. สาระสังคมและการเปนพลเมืองทเี่ ขมแขง็ คําช้ีแจง ใหทาํ เคร่ืองหมาย ลงในชองผลการประเมินทีต่ รงตามสภาพความเปน จรงิ ผลการประเมิน ท่ี ตัวชว้ี ดั กอนการพัฒนา สรุป ๑ สพ ๑.๑/๒ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว ยฯ IIP/FCS P ปฏิบัตหิ นา ที่ของตนเองในการเปน สมาชิกทีด่ ี ของครอบครัว ๒ สพ ๑.๑/๔
103 ที่ ตวั ชีว้ ัด ผลการประเมิน สรุป กอนการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ IIP/FCS หนว ยฯ P ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหนา ท่ีของตนเอง ในการเปนสมาชิกทีด่ ีของโรงเรยี น ๓ สพ ๑.๑/๖ ปฏบิ ัติตนตามบทบาทหนา ที่ของตนเอง ในการเปน สมาชกิ ทีด่ ขี องชมุ ชนและสังคม ๔ สพ ๓.๑/๒ ปฏบิ ัตติ าม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศลิ ปะ วฒั นธรรมไทย และมีความกตัญกู ตเวที ๕ สพ ๓.๒/๑ เขาใจ ตระหนักถงึ ความสําคัญตอ ศาสนพธิ ี พิธีกรรมและวันสําคญั ทางศาสนาท่ีตนเอง นบั ถอื ๔. สาระการงานพน้ื ฐานอาชพี คาํ ชี้แจง ใหทําเครือ่ งหมาย ลงในชองผลการประเมนิ ท่ตี รงตามสภาพความเปนจริง ผลการประเมิน ท่ี ตัวช้วี ัด กอ นการพฒั นา สรุป ๑ กอ ๑.๑/๓ ๐๑๒๓๔ หนว ยฯ IIP/FCS P เก็บของเลน – ของใชส ว นตัวหรอื ของสมาชิก ในครอบครวั จนเปนนสิ ยั ลงช่อื .................................................ผปู ระเมนิ ลงชื่อ.................................................ผูประเมิน (นางสาวชาลศิ า คํายันต) (นางสาวศศิกมล กา หลา) ตาํ แหนง .......คร.ู ........................ ตาํ แหนง.......ครูผูช วย................ ลงช่อื .................................................ผูประเมิน (นายอนชุ า โสสมกบ) ตําแหนง..........คร.ู .....................
104 - Qเ๒\"lhyกd-ชt.yาgนยqาaชยhญlนmาน๒าน๕๖๕ห*มา า
105
106 ** ✓ IIP/FCSP * ✓ ✓ * *1 * ✓ ✓ *✓ ** ✓ ✓ **
107 Walker IIP/FCSP Walker ** *✓ ** ✓ ** ✓ ** ✓ ✓ * ✓ Walker ** ✓ ** ✓ ** ** ะ
108 IIP/FCSP Walker ** ✓ ** ✓ ** \" ** ✓ Walker ✓ ** ✓ ** ✓ ✓ ** ** ะ* Walker **
109 ** ✓ IIP/FCSP ** IIP/FCSP ** ✓ * ✓ ✓ * ** ✓ ✓ * ** ✓ ** ✓ ** ✓
110 r IIP/FCSP IIP/FCSP ✓ IIP/FCSP * * ** ✓ * ** * ✓ ✓ * ✓ * ✓
111 IIP/FCSP * ✓ * * ✓ * r ** ๛ นางสาวศ=กมล ?าห@า นาชา4ดา 67น8 คBCDวย คB นายธFชGย Hตสงสาร พLกงานราชการ
112 ชอื่ -สกุล ด.ช.ชญานน หนมู า วันทปี่ ระเมนิ ๒๗ พ.ค. ๖๕ แบบประเมนิ ทางกจิ กรรมบำบัด ผปู้ ระเมนิ นางสาวสิรินยา นันทชยั ศนู ย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวดั ลำปาง 1. ลักษณะโดยทวั่ ไป (General appearance)... เดก็ ผู้ชาย รปู รา่ งทว้ ม นงั่ รถเขน็ 2. การประเมินความสามารถดา้ นการเคลือ่ นไหว (Motor Function) 2.1 ทักษะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor) ระดบั ความสามารถ (ระบุอายุท่ีทำได้) ระดบั ความสามารถ (ระบุอายทุ ่ที ำได)้ รายการ ทำได้ดว้ ย ทำไดแ้ ตต่ ้อง ทำไม่ได้ รายการประเมิน ทำได้ดว้ ย ทำได้แตต่ ้อง ทำไม่ได้ ประเมิน ตนเอง ช่วยเหลือ ตนเอง ช่วยเหลือ ชันคอ √ วิ่ง √ พลกิ ตะแคงตัว √ เดนิ ข้ึน-ลงบันได (เกาะราว) √ พลิกคว่ำหงาย √ กระโดด 2 ขา √ นั่งได้เอง √ เดินขนึ้ -ลงบันได (สลบั เท้า) √ คลาน √ ปั่นจักรยาน 3 ลอ้ √ เกาะยนื √ ยนื ขาเดียว √ ยนื √ กระโดดขาเดยี ว √ เดนิ √ 2.2 การขา้ มแนวกลางลำตัว (Crossing the Midline) • สามารถมองตามข้ามแนวกลางลำตัว มี □ ไมม่ ี • สามารถนำมือทัง้ สองข้างมาใช้ในแนวกลางลำตัว มี □ ไม่มี 2.3 ข้างที่ถนัด (Laterality) □ ซา้ ย ขวา 2.4 การทำงานร่วมกันของร่างกายสองซกี (Bilateral integration) มี □ ไมม่ ี 2.5 การควบคุมการเคล่ือนไหว (Motor control) • สามารถเปลีย่ นรูปแบบการเคลือ่ นไหว มี □ ไมม่ ี • ความสามารถในการเคลอ่ื นไหว (Mobility) มี □ ไม่มี • รูปแบบการเคล่ือนไหวทผ่ี ดิ ปกติ □ มี □ อาการสนั่ (Tremor) □ การบิดหมุนของปลายมอื ปลายเทา้ คลา้ ยการฟ้อนรำ (Chorea) □ การเคลื่อนไหวของแขนขาสะเปะสะปะ (Athetosis) □ ความตงึ ตวั ของกลา้ มเนอื้ ไมแ่ นน่ อน (Fluctuate) ไมม่ ี • มีการเดนิ สะเปะสะปะ เหมือนการทรงตัวไมด่ ี (Ataxic Gait) □ มี ไม่มี • เดินตอ่ ส้นเทา้ ทำได้ □ ทำไม่ได้ • ทดสอบ Finger to Nose Test ทำได้ □ ทำไม่ได้ □ มีการกะระยะไม่ถูก (Dysmetria) • ทดสอบการเคล่อื นไหวสลบั แบบเร็ว (Diadochokinesia) ทำได้ □ ทำไม่ได้ 2.6 การวางแผนการเคล่ือนไหว (Praxis) *มแี บบทดสอบมาตรฐาน* - การเลียนแบบทา่ ทาง ทำได้ □ ทำไม่ได้ - การเลยี นแบบเคลื่อนไหว ทำได้ □ ทำไม่ได้ 2.7 การประสานงานของกลา้ มเนื้อมัดเลก็ (Fine coordination) .....................................ทำได้.........................................
113 แบบประเมินทกั ษะการเคล่อื นไหวของกลา้ มเน้ือมดั เล็ก ระดบั ความสามารถ รายการประเมิน ทำไดด้ ้วยตนเอง ทำไดแ้ ต่ตอ้ งใหก้ ารชว่ ยเหลอื ทำไมไ่ ด้ การสบตา (eye contact) √ การมองตาม (eye following) √ การใช้แขนและมือ √ ➢ การเอือ้ ม (Reach Out) √ ➢ การกำ (Grasp) 1. การกำ (Power grasp) •การกำแบบตะขอ (Hook) •การกำทรงกลม (Spherical grasp) •การกำทรงกระบอก (Cylindrical grasp) 2. การหยบิ จับ (Precise grasp) ➢ การนำ (Carry /hold ) √ ➢ การปลอ่ ย (Release) √ การใชส้ องมือ การใช้กรรไกร √ การใช้อปุ กรณ์เครื่องใช้ในการรบั ประทานอาหาร การใช้มอื ในการเขียน ความคล่องแคลว่ ของการใช้มือ การประสานสมั พันธ์ระหว่างมอื กบั ตา √ (eye-hand coordination) การควบคมุ การเคล่ือนไหวรมิ ฝปี าก √ ➢ การปดิ ปาก (Lip Closure) ➢ การเคลอื่ นไหวลิน้ (Tongue) ➢ การควบคมุ ขากรรไกร (Jaw control) ➢ การดูด (Sucking) / การเป่า ➢ การกลืน (Swallowing) ➢ การเคี้ยว (Chewing) ความผดิ ปกตอิ วยั วะในชอ่ งปากท่พี บ 1. ภาวะล้ินจกุ ปาก (Tongue thrust) □ พบ ไม่พบ 2. ภาวะกดั ฟนั (Tooth Grinding) □ พบ ไมพ่ บ 3. ภาวะนำ้ ลายไหลยืด (Drooling) □ ไมพ่ บ 4. ภาวะลิ้นไกส่ ้ัน พบ ไม่พบ 5. ภาวะเคลือ่ นไหวลน้ิ ไดน้ อ้ ย □ พบ ไมพ่ บ 6. ภาวะปากแหวง่ เพดานโหว่ □ พบ ไม่พบ □ พบ หมายเหตุ (ข้อมลู เพมิ่ เติม)
114 การประเมนิ การรับความร้สู กึ 1. ตระหนักรู้ถึงสง่ิ เร้า มี □ ไมม่ ี 2. การรบั ความรู้สึก (Sensation) ใส่ N=Normal (ปกต)ิ I=Impaired (บกพร่อง) L=Loss (สูญเสยี ) การรบั ความร้สู ึกทางผิวหนัง (Tactile) - การรับรถู้ งึ สมั ผัสแผว่ เบา (Light touch) : ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สูญเสีย - แรงกด (Pressure) : ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สญู เสีย - อณุ หภูมิ (Temperature) : ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สญู เสีย - ความเจ็บ (Pain) : ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สูญเสีย - แรงสั่นสะเทือน (Vibration) : ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สูญเสยี การรับความรู้สึกจากกลา้ มเนอ้ื เอ็นและข้อ (Proprioceptive): ปกติ □ บกพร่อง □ สญู เสีย การรบั ความรสู้ ึกจากระบบการทรงตัว (Vestibular) : ปกติ □ บกพร่อง □ สูญเสีย การรบั ขอ้ มลู จากการมองเห็น (Visual) : ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สูญเสีย การรับขอ้ มลู จากการไดย้ นิ (Auditory) : ปกติ □ บกพร่อง □ สญู เสยี การรับข้อมูลจากตุ่มรบั รส (Gustatory) : ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สูญเสีย 3. กระบวนการรับรู้ มี □ ไม่มี การรบั รโู้ ดยการคลำ (Stereognosis) มี □ ไมม่ ี การรับรู้การเคลื่อนไหว (Kinesthesis) มี □ ไม่มี การตอบสนองต่อความเจ็บปวด (Pain Respone) การรบั รู้สว่ นต่าง ๆ ของร่างกาย (Body Scheme) มี □ ไมม่ ี การรับรู้ซ้าย-ขวา (Right-Left Discrimination) □ มี ไม่มี การรับรรู้ ปู ทรง (Form constancy) □ มี ไม่มี การรบั รู้ตำแหน่ง (Position in space) □ มี ไมม่ ี การรับรู้ภาพรวม (Visual-Closure) มี □ ไม่มี การรับรกู้ ารแยกภาพ (Figure Ground) มี □ ไมม่ ี การรบั รคู้ วามลึก (Depth Perception) □ มี ไมม่ ี การรบั รู้มิติสัมพนั ธ์ (Spatial Relation) □ มี ไม่มี
115 แบบประเมนิ ประสทิ ธภิ าพการทำหน้าทข่ี องสมองในการบรู ณาการความรู้สกึ พฤติกรรม/การแสดงออก การแปลผล หมายเหตุ พบ (poor integration) ไม่พบ (good integration) Hyperactive √ Distractivity √ Tactile Defensiveness √ Gravitational Insecurity √ Visual Defensiveness √ Auditory √ Defensiveness *ใช้แบบประเมินพฤติกรรมการประมวลความรู้สกึ * การประเมินการใช้สตปิ ัญญา ความคดิ ความเข้าใจ 1. ระดับความรู้สกึ ตวั : ปกติ □ ผิดปกติ 2. การรบั รู้วัน เวลา สถานที่ และบคุ คล ................................................................................................................. ............................................................................................... ........................................................................................ 3. การจดจำ................................................................................................................................................................. 4. ชว่ งความสนใจหรอื สมาธิ มี .....3.........นาที □ ไม่มี 5. ความจำ มี □ ไมม่ ี 6. การเรยี งลำดบั มี □ ไมม่ ี 7. การจัดหมวดหมู่ มี □ ไมม่ ี 8. ความคดิ รวบยอด มี □ ไม่มี
116 วันท.ี่ .............................................. แบบแจกแจงปญั หาและการตั้งเปา้ ประสงค์ ➢ สรุปปญั หาของนกั เรียน ๑. มปี ัญหาด้านชว่ งความสนใจ โดยสามารถจดจ่อได้นาน ๓ นาที ๒. ปัญหาดา้ นพฒั นาการลา้ ช้ากว่าวัย (Delay Development) ในดา้ นทกั ษะ - การเคล่ือนไหว (Gross motor skill) - ทกั ษะการใช้กล้ามเน้อื มดั เล็ก (Fine motor skill) - ทกั ษะดา้ นภาษา (Language) - ทักษะดา้ นอารมณ์ (Emotional) - ทกั ษะทางสงั คม (Social skill) ๓. พัฒนาการล่าชา้ ในดา้ นทักษะการช่วยเหลือ ดแู ลตนเอง ๔. พัฒนาการลา่ ช้าในด้านทักษะทางวิชาการ ๖. พัฒนาการล่าชา้ ในด้านทักษะการรับร้ทู างสายตา ➢ เปา้ ประสงค์ ๑. ไดร้ ับการกระตุ้นพฒั นาการด้านชว่ งความสนใจ ๒. ได้รบั การกระตนุ้ พฒั นาการดา้ นกลา้ มเนือ้ มดั ใหญ่ (Gross motor) กล้ามเนือ้ มดั เลก็ (Fine motor) ๓. ได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านการทำงานประสานกันของตาและมือ (Eye hand co-ordination) เช่น การหยิบจบั (Prehension) การเขยี น (Handwriting) การตัดกระดาษ (Cutting) เป็นต้น ๔. ส่งเสริมพัฒนาการความสามารถในการช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจําวันส่วนตัว (Activity of Daily Living: ADL) ได้แก่ การรับประทานอาหาร (Eating) การสวม-ใส่เสื้อผ้า (Dressing) ทักษะการเล่น (Play skill) ทักษะทางอารมณ์ (Emotional) และทักษะทางสงั คม (Social) ๕. สง่ เสรมิ พัฒนาการด้านรับรู้ทางด้านสายตา ไดแ้ ก่ การรบั รู้ซ้าย-ขวา (Right-Left Discrimination) การรบั รูร้ ปู ทรง (Form constancy) การรับร้ตู ำแหนง่ (Position in space) การรับร้มู ิติสมั พันธ์ (Spatial Relation) (ลงชื่อ) ( นางสาวสริ นิ ยา นันทชัย) นักกิจกรรมบำบดั วันที่ ๒๗ พ.ค. ๖๕
11 แบบสรุปการรับบรกิ ารกิจกร ชือ่ -สกลุ เด็กชายชญานน หนูมา หอ งเรยี น แมทะ ๑ สรุปปญ หาของนักเรียน ผลการประเมนิ กอน เปา ปร การหยบิ จับวตั ถุขนาดและ การรบั บริการ รูปทรงตา ง ๆ ได เ ด็ ก ช า ย ช ญ า น น ห นู ม า ไ ม ภ า ย ใ น เ ดื อ สามารถหยิบจับวัตถุขนาดและ ๒๕๖๕ เด็กช รูปทรงตา ง ๆ ได หนูมา หยิบจ และรปู ทรงตา สรุปผลการใหบ ริการกิจกรรมบําบดั - ขอ ๑. เปาประสงคท้ังหมด ๑ ขอ ๒. ผลการพฒั นา บรรลุเปา ประสงค ๑ ขอ ไมบรรลุเปาประสงค ขอเสนอแนะในปต อไป ควรไดร บั การประเมนิ ทางกิจกรรมบําบดั ตอไป
17 รรมบําบดั ปการศึกษา ๒๕๖๕ ระสงค ผลการประเมนิ หลัง ผลการพฒั นาตามเปา ประสงค การรบั บริการ บรรล/ุ ผา น ไมบ รรล/ุ ไมผา น อ น มี น า ค ม เ ด็ ก ช า ย ช ญ า น น ห นู ม า ชายชญานน สามารถหยิบจับวัตถุขนาด √ จับวัตถุขนาด และรูปทรงตาง ๆ ได ใน าง ๆ ได ระดบั ๔ โดยไมตองไดร ับการ ชวยเหลือ (ลงชอ่ื ) ………………………………………… นางสาวสิรินยา นันทชยั นักกิจกรรมบาํ บดั ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕
118 ๑ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ศูนย์การศกึ ษาพเิ ศษประจาจงั หวัดลาปาง วนั ท่รี ับการประเมนิ ..เ..ต..่...พ.....ค.....ป....ร........ ผูป้ ระเมิน ..น...า..ย..อ..น.ุ.ช...า....โ...ส....ส..ม...ก..บ........... ๑. ขอ้ มูลทั่วไป ชอื่ ……ด….ช….…ช…ญ…าน…า…น……ห…น…ู ม…า……….....………… ชอื่ เลน่ .....อ...า..บ...................... เพศ /ชาย หญงิ วัน เดือน ปเี กิด...6....ก....แ.......ก.................. อายุ .ง..ง....ปี..........เดือน โรคประจาตวั ................................. การวินิจฉยั ทางการแพทย์……………...................................................................................................... อาการสาคัญ (Chief complaint) ……อ่อ…น…+.……ท…็ง…า…ม…ง…อ…แ…ขน…ข.า..ท…ั้ง…ส…อง…กา……………………………..……… ข้อควรระวงั ........................................................................................................................................... หอ้ งเรียน .....แ..ม่.ท..ะ...๑.............................................ครปู ระจาช้นั .....น..า.ส..า.ว.ท..ิ...ท..์...ด..้.า..น...ส........................... ๒. การสงั เกตเบือ้ งต้น ปกติ ผิดปกติ การสงั เกต ปกติ ผดิ ปกติ ๙. เท้าปุก การสังเกต . ๑๐. เทา้ แบน . ๑. ลักษณะสีผิว ๑๑. แผลกดทบั ๒. หลงั โกง่ . ๑๒. การหายใจ . ๓. หลังคด ๑๓. การพูด ๔. หลังแอ่น - ๑๔. การมองเห็น r ๕. เขา่ ชิด ๑๕. การเคีย้ ว ๖. เขา่ โก่ง r ๑๖. การกลืน r ๗. ระดบั ข้อสะโพก ๘. ความยาวขา ๒ ข้าง ะ r ะ ะ r เพิ่มเติม ศู๊ ศู๋ญิ๊.................\"....\".................................................... ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ ครั้งที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
119 ๒ ๓. พัฒนาการตามวัย ความสามารถ ทาได้ ทาไม่ได้ ความสามารถ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ๑. ชนั คอ n ๖. นงั่ ทรงตัว 5 ๗. ลกุ ขนึ้ ยืน ๒. พลิกควา่ พลิกหงาย ✓ ๓. คบื _ ๘. ยืนทรงตวั _ ๔. คลาน r ๙. เดิน ✓ ๕. ลุกขนึ้ นง่ั / ๑๐. พดู / เพม่ิ เติม ....._............................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................... ................................. ๔. การประเมินทางกายภาพบาบัด มาตรฐานท่ี ๑ การเพ่มิ หรือคงสภาพองศาการเคล่ือนไหวของข้อตอ่ ตัวบ่งชี้ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สังเกต ๑.๑ เพ่ิมหรือคง ๑. ยกแขนขึ้นได้ เต็มช่วงการเคลื่อนไหว สภาพองศาการ ไม่เตม็ ชว่ งการเคล่ือนไหว เคล่อื นไหวของ rจากดั การเคลอ่ื นไหว ร่างกายส่วนบน เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๒. เหยยี ดแขนออกไป เต็มชว่ งการเคล่อื นไหว ดา้ นหลงั ได้ ไม่เตม็ ช่วงการเคลือ่ นไหว /จากัดการเคล่อื นไหว เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................ ๓. กางแขนออกได้ เต็มชว่ งการเคลอ่ื นไหว ไมเ่ ตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๔. หุบแขนเข้าได้ เต็มชว่ งการเคลื่อนไหว ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ ครง้ั ที่ ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
120 ๓ ตวั บ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสังเกต ๕. งอขอ้ ศอกเขา้ ได้ เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว ไมเ่ ตม็ ช่วงการเคล่ือนไหว / จากดั การเคลื่อนไหว เพมิ่ เตมิ ................................. ๖. เหยียดขอ้ ศอกออกได้ เต็มชว่ งการเคล่ือนไหว ไม่เตม็ ชว่ งการเคล่อื นไหว r จากัดการเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๗. กระดกข้อมือลงได้ เต็มช่วงการเคลื่อนไหว ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคล่อื นไหว r จากดั การเคลอ่ื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ ๘. กระดกข้อมือขึ้นได้ เต็มช่วงการเคล่ือนไหว ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว r จากัดการเคลือ่ นไหว เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................ ๙. กามอื ได้ เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว ไม่เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว r จากัดการเคลื่อนไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๑๐. แบมือได้ เตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคล่อื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๑.๒ เพิ่มหรือคง ๑. งอขอ้ สะโพกเข้าได้ เต็มช่วงการเคลื่อนไหว สภาพองศาการ ไม่เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว เคลอ่ื นไหวของ ร่างกายสว่ นลา่ ง r จากัดการเคลื่อนไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ ครง้ั ที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
121 ๔ ตัวบ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ข้อสงั เกต ๒. เหยยี ดขอ้ สะโพก กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ เตม็ ช่วงการเคลื่อนไหว ออกได้ ๓. กางข้อสะโพกออกได้ ไม่เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว ๔. หบุ ข้อสะโพกเข้าได้ r จากัดการเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ๕. งอเขา่ เขา้ ได้ ................................................ ๖. เหยียดเขา่ ออกได้ เต็มชว่ งการเคล่อื นไหว ๗. กระดกข้อเทา้ ลงได้ ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอื่ นไหว ๘. กระดกข้อเทา้ ขน้ึ ได้ r จากดั การเคล่อื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ เต็มชว่ งการเคลือ่ นไหว ไมเ่ ตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคลื่อนไหว เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................ เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว ไม่เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว r จากัดการเคลอ่ื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ เต็มช่วงการเคล่อื นไหว ไม่เตม็ ชว่ งการเคล่ือนไหว r จากดั การเคลอ่ื นไหว เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................ เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว / จากดั การเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ เตม็ ช่วงการเคล่อื นไหว / จไมา่เกตัดม็ กชาว่ รงเกคาลรื่อเนคลไหือ่ วนไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ ครัง้ ที่ ๓ วันที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
122 ๕ ตวั บง่ ชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสังเกต ๙. หมนุ ข้อเทา้ ได้ เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว ๑๐. งอนว้ิ เทา้ ได้ ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคล่ือนไหว เพิม่ เตมิ ................................. ................................................ เตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว ไม่เตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว r จากัดการเคลื่อนไหว เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................ มาตรฐานท่ี ๒ การปรบั สมดุลความตึงตัวของกลา้ มเนอ้ื ตัวบง่ ช้ี สภาพท่ีพงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สังเกต ๒.๑ ปรับสมดลุ ๑. ปรับสมดุลความ ✓ ระดบั ๐ ระดบั ๑ ระดบั ๑+ ระดับ ๒ ความตงึ ตวั ตึงตวั กล้ามเนื้อ ระดับ ๓ ระดบั ๔ เพิม่ เตมิ ................................. ของกลา้ มเนื้อ ยกแขนข้นึ ได้ ................................................. รา่ งกายสว่ นบน ๒. ปรบั สมดุลความ / ระดับ ๐ ระดับ ๑ ตงึ ตัวกล้ามเนื้อ ระดบั ๑+ ระดับ ๒ เหยียดแขนออกไป ระดับ ๓ ระดับ ๔ ด้านหลังได้ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๓. ปรบั สมดลุ ความ / ระดบั ๐ ระดบั ๑ ตึงตวั กลา้ มเนื้อ ระดบั ๑+ ระดับ ๒ กางแขนออกได้ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ๔. ปรบั สมดุลความ ................................................. / ระดับ ๐ ระดบั ๑ ตึงตัวกลา้ มเนื้อ ระดับ ๑+ ระดบั ๒ หบุ แขนเขา้ ได้ ระดบั ๓ ระดับ ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงคร้ังที่ ๓ วันท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
123 ๖ ตัวบง่ ช้ี สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สงั เกต ๕. ปรับสมดุลความ r ระดับ ๐ ระดับ ๑ ตงึ ตวั กล้ามเน้ือ ระดับ ๑+ ระดบั ๒ งอข้อศอกเข้าได้ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๖. ปรบั สมดุลความ ระดบั ๐ ระดับ ๑ ตงึ ตวั กล้ามเนื้อ ะ ระดับ ๑+ ระดับ ๒ เหยยี ดข้อศอกออกได้ ระดับ ๓ ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๗. ปรบั สมดลุ ความ ระดบั ๐ ระดบั ๑ ตึงตวั กล้ามเนื้อ ระดับ ๑+ ระดบั ๒ กระดกข้อมือลงได้ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๘. ปรับสมดลุ ความ r ระดับ ๐ ระดบั ๑ ตงึ ตวั กลา้ มเนื้อ กระดกข้อมือข้นึ ได้ ระดับ ๑+ ระดบั ๒ ระดับ ๓ ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ๙. ปรับสมดลุ ความ ................................................. r ระดบั ๐ ระดบั ๑ ตึงตัวกลา้ มเน้ือ ระดบั ๑+ ระดบั ๒ กามือได้ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๑๐. ปรับสมดุลความ ระดบั ๐ ระดบั ๑ ตึงตวั กล้ามเน้ือ แบมือมอื ได้ ะ ระดับ ๑+ ระดบั ๒ ระดับ ๓ ระดับ ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๒.๒ ปรับสมดลุ ๑. ปรบั สมดุลความตึงตัว ระดับ ๐ ระดับ ๑ ความตึงตวั กลา้ มเน้ืองอสะโพก ระดับ ๑+ ระดับ ๒ ของกลา้ มเน้ือ เข้าได้ ระดับ ๓ ระดับ ๔ รา่ งกายสว่ นลา่ ง เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงคร้งั ที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
124 ๗ ตัวบง่ ชี้ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสงั เกต กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ ๒. ปรบั สมดุลความตึงตวั r ระดบั ๐ ระดบั ๑ กลา้ มเน้อื เหยยี ด สะโพกออกได้ ระดบั ๑+ ระดบั ๒ ระดับ ๓ ระดับ ๔ เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................. ๓. ปรับสมดลุ ความตึงตวั r ระดบั ๐ ระดับ ๑ กลา้ มเน้อื กางสะโพก ออกได้ ระดับ ๑+ ระดับ ๒ ระดับ ๓ ระดบั ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๔. ปรับสมดุลความตงึ ตัว r ระดับ ๐ ระดับ ๑ กล้ามเนอ้ื หุบสะโพก ระดับ ๑+ ระดับ ๒ เข้าได้ ระดับ ๓ ระดับ ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ๕. ปรับสมดลุ ความตึงตัว ................................................. r ระดับ ๐ ระดบั ๑ ระดบั ๑+ ระดบั ๒ กล้ามเนอ้ื งอเขา่ เขา้ ได้ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๖. ปรับสมดุลความตึงตวั r ระดับ ๐ ระดบั ๑ กล้ามเนอ้ื เหยยี ดเขา่ ระดับ ๑+ ระดับ ๒ ออกได้ ระดับ ๓ ระดับ ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๗. ปรบั สมดุลความตงึ ตัว ระดบั ๐ ระดบั ๑ กล้ามเนือ้ กระดก ข้อเท้าลงได้ ะ ระดบั ๑+ ระดบั ๒ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๘. ปรับสมดุลความตึงตวั ระดบั ๐ ระดับ ๑ กลา้ มเนื้อกระดก ระดบั ๑+ ระดับ ๒ ข้อเท้าขึน้ ได้ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพิม่ เตมิ ................................. ................................................. แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงครงั้ ท่ี ๓ วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
125 ๘ หมายเหตุ ๐ หมายถึง ความตึงตัวของกล้ามเน้ือไมม่ ีการเพิม่ ขึน้ ๑ หมายถึง ความตึงตวั ของกลา้ มเน้อื สงู ขึน้ เลก็ น้อย (เฉพาะช่วงการเคล่อื นไหวแรกหรอื สดุ ทา้ ย) ๑+ หมายถึง ความตึงตวั ของกล้ามเน้ือสูงขึ้นเล็กน้อย (ช่วงการเคลื่อนไหวแรกและยังมอี ยู่แตไ่ มถ่ งึ คร่ึงของชว่ งการเคลื่อนไหว ๒ หมายถึง ความตงึ ตวั ของกลา้ มเนอ้ื เพมิ่ ตลอดช่วงการเคลื่อนไหว แต่สามารถเคลอื่ นได้จนสดุ ชว่ ง ๓ หมายถงึ ความตงึ ตัวของกล้ามเนือ้ มากขึ้นและทาการเคล่ือนไหวไดย้ ากแต่ยงั สามารถเคลอ่ื นได้จนสดุ ๔ หมายถงึ แขง็ เกรง็ ในทา่ งอหรอื เหยยี ด มาตรฐานท่ี ๓ การจดั ทา่ ใหเ้ หมาะสมและการควบคมุ การเคลอ่ื นไหวในขณะทากจิ กรรม ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ขอ้ สงั เกต ๓.๑ จัดทา่ ให้ ๑. จดั ท่านอนหงาย ทาได้ดว้ ยตนเอง เหมาะสม ได้อยา่ งเหมาะสม มีผู้ช่วยเหลือเล็กนอ้ ย มผี ชู้ ว่ ยเหลือปานกลาง มผี ชู้ ว่ ยเหลอื มาก เพิ่มเตมิ ......................................... ๒. จัดท่านอนควา่ ะ....................................................... ได้อย่างเหมาะสม ทาได้ดว้ ยตนเอง ๓. จัดทา่ นอนตะแคง มีผชู้ ว่ ยเหลอื เลก็ นอ้ ย ไดอ้ ย่างเหมาะสม มผี ชู้ ่วยเหลอื ปานกลาง มีผู้ช่วยเหลือมาก เพ่ิมเตมิ ......................................... ....................................................... ทาไดด้ ้วยตนเอง มผี ู้ชว่ ยเหลอื เล็กนอ้ ย มีผู้ช่วยเหลือปานกลาง มีผชู้ ว่ ยเหลือมาก เพม่ิ เตมิ ......................................... ....................................................... ๔. จดั ทา่ นง่ั ขาเปน็ วง ทาได้ดว้ ยตนเอง ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มผี ู้ช่วยเหลือเล็กนอ้ ย มผี ชู้ ่วยเหลือปานกลาง มีผู้ชว่ ยเหลอื มาก เพมิ่ เตมิ ......................................... ....................................................... กลุม่ บรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ ครง้ั ที่ ๓ วันท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
126 ๙ ตัวบง่ ช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสังเกต ๓.๒ ควบคุมการ ๕. จัดทา่ น่ังขดั สมาธิ ทาได้ด้วยตนเอง เคล่อื นไหว ในขณะ ได้อย่างเหมาะสม มีผูช้ ว่ ยเหลอื เล็กนอ้ ย ทากิจกรรม มีผู้ชว่ ยเหลอื ปานกลาง - มีผชู้ ว่ ยเหลอื มาก เพม่ิ เตมิ ......................................... ....................................................... ๖. จัดทา่ น่งั เก้าอี้ ทาไดด้ ้วยตนเอง ได้อย่างเหมาะสม มีผชู้ ่วยเหลอื เล็กนอ้ ย มผี ู้ช่วยเหลือปานกลาง r มีผชู้ ่วยเหลือมาก เพิม่ เตมิ ......................................... ....................................................... ๗. จดั ทา่ ยืนเข่า ทาไดด้ ว้ ยตนเอง ได้อย่างเหมาะสม มผี ชู้ ว่ ยเหลอื เลก็ น้อย มีผชู้ ่วยเหลือปานกลาง - มผี ชู้ ว่ ยเหลือมาก เพิ่มเตมิ ......................................... ....................................................... ๘. จัดท่ายนื ไดเ้ หมาะสม ทาได้ด้วยตนเอง มีผชู้ ่วยเหลอื เล็กนอ้ ย มีผชู้ ่วยเหลอื ปานกลาง / มีผู้ชว่ ยเหลอื มาก เพม่ิ เตมิ ......................................... ....................................................... ๙. จดั ท่าเดินไดเ้ หมาะสม ทาได้ด้วยตนเอง มีผู้ช่วยเหลือเล็กน้อย มผี ู้ช่วยเหลอื ปานกลาง / มีผชู้ ่วยเหลอื มาก เพิ่มเตมิ ......................................... ....................................................... ๑. ควบคุมการเคลื่อนไหว rLoss Poor ขณะนอนหงายได้ Fair Good Normal เพิม่ เตมิ ................................. ................................................. กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ ครง้ั ท่ี ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
127 ๑๐ ตัวบง่ ช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสงั เกต กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ ๒. ควบคุมการเคลื่อนไหว r Loss Poor ขณะนอนควา่ ได้ Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๓. ควบคุมการเคลื่อนไหว r LFaoisrs Poor ขณะลุกขน้ึ น่ังจาก Good ทา่ นอนหงายได้ Normal เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๔. ควบคมุ การเคลื่อนไหว Loss Poor ขณะลุกข้นึ นัง่ จากทา่ นอนหงายได้ ะ Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๕. ควบคมุ การเคล่ือนไหว Loss Poor ขณะนั่งบนพ้นื ได้ Fair Good Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๖. ควบคมุ การเคลื่อนไหว r Loss Poor ขณะนั่งเกา้ อีไ้ ด้ Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๗. ควบคมุ การเคล่ือนไหว Loss Poor ขณะคบื ได้ ะ Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๘. ควบคุมการเคล่ือนไหว Loss Poor ขณะคลานได้ Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงครัง้ ท่ี ๓ วันที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
128 ๑๑ ตัวบง่ ชี้ สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ข้อสงั เกต ๙. ควบคมุ การเคลื่อนไหว r Loss Poor ขณะยนื เขา่ ได้ Fair Good Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ๑๐. ควบคมุ การ ................................................. / Loss Poor เคลื่อนไหว Fair Good ขณะลุกข้ึนยนื ได้ Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๑๑. ควบคมุ การ Loss Poor เคล่ือนไหว ขณะยนื ได้ ะ Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๑๒. ควบคุมการ Loss Poor เคลื่อนไหว Fair Good ขณะเดินได้ Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. หมายเหตุ หมายถึง ไมสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวไดเลย Loss หมายถงึ ควบคุมการเคลื่อนไหวไดเพียงบางส่วน Poor หมายถึง สามารถควบคมุ การเคลอ่ื นไหวไดดีพอควร Fair หมายถึง สามารถควบคุมการเคลอื่ นไหวได้ใกล้เคยี งกับปกติ Good หมายถึง สามารถควบคมุ การเคลอื่ นไหวได้ปกติ Normal กลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ คร้ังที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
129 ๑๒ มาตรฐานที่ ๔ การเพ่มิ ความสามารถการทรงท่าในการทากจิ กรรม ตวั บ่งชี้ สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สังเกต ๔.๑ ควบคุมการ ๑. นั่งทรงทา่ ได้มน่ั คง Zero r Poor ทรงทา่ ทาง Fair Good ของรา่ งกาย Normal ขณะอยู่น่ิง เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๒. ตัง้ คลานไดม้ ัน่ คง r Zero Poor Fair Good Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. ๓. ยนื เขา่ ได้มัน่ คง r Zero Poor Fair Good Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. ๔. ยนื ทรงทา่ ได้ม่ันคง / Zero Poor Fair Good Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ๕. เดินทรงท่าไดม้ น่ั คง ................................................. / Zero Poor Fair Good Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ๔.๒ ควบคมุ การ ๑. นง่ั ทรงทา่ ขณะ /.......Z...e..r..o.................P..o...o..r........... ทรงท่าทาง ทากิจกรรมได้มั่นคง Fair Good ของร่างกาย Normal ขณะเคลอื่ นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. กลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ ครัง้ ที่ ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
130 ๑๓ ตวั บ่งช้ี สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ขอ้ สังเกต ๒. ต้งั คลานขณะ / Zero Poor ทากจิ กรรมได้มนั่ คง Fair Good ๓. ยนื เข่าขณะ ทากิจกรรมได้มน่ั คง Normal ๔. ยนื ทรงท่าขณะ เพมิ่ เตมิ ......................................... ทากิจกรรมได้มน่ั คง ....................................................... ๕. เดินทรงทา่ ขณะ ทากจิ กรรมได้ม่นั คง r Zero Poor Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. Zero Poor ะ Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. Zero Poor Fair Good Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. หมายเหตุ Zero หมายถึง ไมส่ ามารถทรงตวั ไดเ้ อง ตอ้ งอาศัยการชว่ ยเหลอื ทัง้ หมด Poor หมายถงึ สามารถทรงตัวไดโ้ ดยอาศยั การพยงุ Fair หมายถึง สามารถทรงตวั ไดโ้ ดยไมอ่ าศัยการพยุง แตไ่ ม่สามารถทรงตัวไดเ้ มือ่ ถูกรบกวน และไมส่ ามารถถ่ายน้าหนกั ได้ Good หมายถึง สามารถทรงตัวได้ดโี ดยมตี ้องอาศยั การพยงุ และสามารถรกั ษาสมดลุ ไดด้ พี อควร เมอ่ื มกี ารถ่ายนา้ หนกั Normal หมายถงึ สามารถทรงตัวได้ดแี ละมน่ั คงโดยไมต่ อ้ งอาศัยการพยุง และสามารถรกั ษาสมดลุ ไดด้ ี เมื่อมีการถ่ายนา้ หนกั กลมุ่ บรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ คร้งั ที่ ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429