Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ๗๒๗เด็กชายชญานน หนูมาแก้ไข

๗๒๗เด็กชายชญานน หนูมาแก้ไข

Published by Chalisa3928, 2023-04-20 09:10:54

Description: ๗๒๗เด็กชายชญานน หนูมาแก้ไข

Search

Read the Text Version

82 รวบรวมขอมูลผเู รียน ขอ มลู ความสามารถผเู รยี น ๑.๒ ความสามารถพ้นื ฐานทางดา นอารมณ จิตใจ จดุ เดน จุดออน ๑. นักเรียนเขาใจอารมณของตนเองและสามารถ ๑. นักเรียนไมเขาใจอารมณของผูอื่น เม่ือผูอ่ืนโกรธ แสดงออกทางทาทางหรือการสงเสียงได โดยการย้ิม โมโห หรือดดุ า ผูเรียนไมเ ขาใจ นง่ิ เฉย ไมต อบสนอง และหัวเราะเมอื่ ไดรบั สิ่งที่ตองการ เชน ไดรบั ขนมหรือ ผลไมท่ีมีรสเปร้ียว (มังคุด ลองกอง สม ฝร่ัง สมโอ มะมวง มะขาม) เยลลี่รสผลไม นํ้าผลไม โดยมีเฉพาะ ผูปกครองที่เขาใจการแสดงอารมณของผูเรียน และ แ ส ด ง ก า ร ป ฏิ เส ธ เมื่ อ ได ข อ ง ที่ ไ ม ต อ ง ก า ร ป รื อ ทํ า กิจกรรมที่ไมชอบดวยการแสดงทาทาง(ผลักมือคนอ่ืน หรือ ผลักส่ิงของออก) และสงเสียง “อ้ือ /อา” เปน ตน ๒. นักเรียนสามารถขอความชวยเหลือได เชน เมื่อ ๒. นักเรียนไมสามารถขอความชวยเหลือ เมื่อตองการ ตองการสิ่งของบางอยางนักเรียนจะแสดงความ ความชวยเหลือหรือตองการส่ิงของบางโดยการออก ตองการโดยการรองไห เสียงดัง เอะอะโวยวายหรือ เสียงเปน คํา หรือช้ที ีส่ ิ่งท่ีตองการได มองไปทางส่งิ ท่ตี องการได ๓.นักเรียนสามารถน่ังน่ิงเพื่อรอคอยส่ิงที่ตองการ เมื่อ ๓.นักเรียนไมสามารถนั่งนิ่งเพ่ือรอคอยสิ่งที่ตองการ ผูใหญบอกใหรอไดช ั่วครู ประมาณ ๑ นาที เมื่อผูใหญบอกใหรอไดช่ัวครู หากนานเกินระยะเวลา ๑ นาที ซึ่งจะแสดงอาการสงเสียงรองโวยวาย และ รอ งไห ๔. ผูเรียนยอมทํากิจกรรมจนสําเรจ็ ตามที่กําหนดใหได ๔. ผเู รียนยอมทํากิจกรรมจนสาํ เรจ็ ตามที่กาํ หนดใหไ ด เปนบางครัง้ เปนบางครั้ง แตไมสามารถแสดงออกถึงความ ภาคภมู ใิ จในตนเองเม่ือทํากิจกรรมไดส ําเร็จ

83 รวบรวมขอ มูลผูเรียน ขอมลู ความสามารถผูเ รยี น ๑.๓ ความสามารถพื้นฐานทางดานสงั คม จดุ ออน ๑. นกั เรยี นไมสามารถรับประทานอาหาร โดยการใช จุดเดน ชอนในการตักอาหารจากถวยแลว นาํ มาใสปากของ ๑. นักเรยี นสามารถรบั ประทานอาหาร โดยการหยบิ ตนเองได อาหารเขาปากไดเ อง ใชห ลอดเจาะกลองนมได ดมื่ นํา้ โดยมีผูชว ยเหลือในการประคองแกวแบบมหี จู ับ ๑ ขางได ๒. เมอื่ ใหน ักเรยี นถอด และสวมใสเ ครื่องแตง กาย ๒. นกั เรียนไมส ามารถถอดและสวมใสเ คร่อื งแตงกาย นกั เรยี นสามารถใหความรว มมือในการถอดและสวมใส ไดดว ยตนเอง เครือ่ งแตง กายไดโ ดยมผี ูปกครองเปนถอดและสวมใส ใหท กุ ข้นั ตอนโดยไมแสดงอาการตอ ตา น ๓. นักเรยี นสามารถลางทาํ ความสะอาดมือไดโ ดยมี ๓. นกั เรียนไมส ามารถลางทาํ ความสะอาดมือไดดว ย ผูปกครองเปน ผชู ว ยเหลือทกุ ขน้ั ตอน ตนเองตามข้ันตอน ๔. เมอื่ ใหน ักเรียนทาํ กิจกรรมกลุม เชน กจิ กรรม ๔. ผูเรียนไมส ามารถทาํ กจิ กรรมกบั ผอู ืน่ ไดนานเกนิ ๑- วงกลม นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมอยรู ว มกับเพ่ือนไดภายใน ๒ นาที ซึ่งจะแสดงพฤติกรรมตอ ตานทําเสยี งโวยวาย ระยะเวลา ๑-๒ นาที โดยมผี ูป กครองคอยชวยเหลอื อยูไมนิ่ง ใชมือบังคบั เกาอีร้ ถเขน็ ไปมาเพื่อหลกี หนีออก จากกิจกรรมและจับมือผูด ูแลชใ้ี หน ําตนเองเอาออก จากกจิ กรรม

84 รวบรวมขอมูลผเู รียน ขอ มูลความสามารถผเู รียน ๑.๔ ความสามารถพื้นฐานทางดา นสติปญ ญา จดุ เดน จุดออน ๑. เมื่อครูหรือผูดูแลใหทํากิจกรรมและปฏิบัติตาม ๑. นักเรียนไมสามารถปฏิบตั ิตามคําสัง่ ทย่ี ากๆ ได คําส่ังงายๆ (หยิบ ใส) เชน หยิบ จับส่ิงของใสตะกรา โดยการเอื้อมมือไปหยบิ ของแตไมสามารถนาํ ของ ผูเรียนสามารถปฏิบัติตามคําสั่งไดโดยการเอื้อมมือไป ไปใสตามเปาหมายท่ีกําหนดไดด วยตนเอง ห ยิ บ ข อ ง แ ต ไ ม ส า ม า ร ถ เอ า ไป ใส ต า ม เป า ห ม า ย ที่ กําหนดได ซ่ึงครูหรือผูดูแลตองกระตุนเตือนอยู ตลอดเวลาและใชเวลานานในการตอบสนองตอคําสั่ง ตางๆ ๒. เม่ือครูใหทํากิจกรรมวงกลมและมีการเรียกชื่อ ๒. เม่ือครูใหทํากิจกรรมวงกลมและมีการเรียกชื่อ นักเรียนสามารถหันหนาตามเสียงเรียกช่ือเลน(ออโต) นักเรียนไมตอบสนอง แสดงการนิ่งเฉย หรือหันตาม ของตนเอง และมองหนา ผพู ูดได เสียงเรียกช่ือจริงของตนเอง(พิรชัช) และมองหนาผูพูด ได ๓. นักเรียนสามารถจดจําเสียงและใบหนาบุคคลท่ี ๓. นักเรียนไมส ามารถจดจําเสียงและใบหนาบุคคล ใกลช ดิ ได เชน ปา หลอด ลงุ ดม พ่อี ิ๋ว เปนตน อนื่ ๆเชน ครปู ระจําชัน้ ครูพเี่ ล้ยี ง ได

85 รวบรวมขอ มลู ผูเรียน ขอ มลู ความสามารถผเู รยี น ๑.๕ ความสามารถพ้นื ฐานทางดานทกั ษะจําเปน เฉพาะความพิการ จดุ เดน จุดออน ๑. นักเรียนสามารถน่ังทรงตัวบนรถเข็นไดโดยมี ๑. นักเรียนไมสามารถเคลื่อนยายตนเองขึ้นและลง ผชู ว ยเหลือในการจดั ทา นงั่ บนเกาอ้ีรถเข็น รถเขน็ ได ๒. นักเรียนสามารถใชม อื ดนั ลอของรถเข็นทตี่ นเองน่ัง ๒. นักเรียนไมส ามารถควบคุมทศิ ทางหรือบังคับรถเขน็ ไดแ ตไมส ามารถควบคุมใหไ ปในทิศทางที่กําหนดได ไปในทิศทางตางๆอยา งมีเปาหมายไดเ น่ืองจาก นักเรยี นมกี ลามเนอ้ื ออ นแรง

86 รวบรวมขอ มูลผเู รยี น ขอมูลความสามารถผูเ รยี น กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework for Assessment of Individuals who have Severe Multiple Disabilities ๑. Approach-Withdrawal (การเขาใกล- ถอนหนี) การดูปฏกิ ิริยาของเดก็ ในการเผชญิ สงิ่ ใหม ประสบการณ บคุ คล/สถานที่ สงิ่ ของ ความคดิ ๑.๑ อะไรทีเ่ ปน ตัวชบ้ี อกวาเด็กเขารวม นักเรยี นใหค วามรว มมือในการทํากจิ กรรม ๑.๒ อะไรท่เี ปน ตัวช้บี อกวา เด็กไมเ ขา รวม นกั เรียนมพี ฤติกรรมหลักหนใี นขณะที่ทาํ กิจกรรม โดย ๑.๓ มีอะไรทสี่ ังเกตเหน็ วา จงู ใจเดก็ บา ง เม่ือนักเรยี นมีความตองการอยากรบั ประทานผลไม ที่มีรสเปรี้ยว (มังคดุ ลองกอง สม ฝรั่ง สมโอ มะมว ง มะขาม) เยลลี่รสผลไม นา้ํ ผลไม อยไู มน่งิ ๑.๔ อะไรท่ีสังเกตเห็นวาเดก็ ไมสนใจ/หลีกหนบี าง การใชมอื เขน็ ลอเกา อ้ีนัง่ รถเข็นไปในทิศทางตางๆ นอกเหนือจากการทํากจิ กรรม คลานหรอื ขยับตวั ออกจากกิจกรรมท่ใี หทํา คลานไป มารอบหอง มีพฤติกรรมหลีกหนีการสมั ผสั ไมจับผวิ สัมผสั ท่ี เหนียว เชน กาว สนี าํ้ ไมช อบการกอดรดั ๒. Sensory Learning Channels (ชองทางการเรียนรูดานประสาทการรับรู) ๒.๑ เด็กรับขอ มลู ไดโดยวิธีใดบาง แสดงสหี นาทาทาง ยิ้ม หวั เราะ รอ งไห ดใี จ เสียใจ ๒.๒ เด็กตอบสนองตอเสียงอยา งไร หนั หนา พยกั หนา ตามเสยี ง ๒.๓ เด็กตอบสนองตอสงิ่ เราทางสายตาอยา งไร จอ งหนา ตามเสยี ง หยดุ ฟง และหนากรอกตาไปตาม เสียงตา งๆที่ไดย ิน ๒.๔ เด็กตอบสนองตอการสมั ผัสอยางไร มีพฤติกรรมหลกี หนีการสัมผัส ไมจ ับผวิ สัมผสั ที่ เหนียว เชน กาว สนี าํ้ ไมช อบการกอดรดั ๒.๕ เด็กใชป ระสาทสัมผัสมากกวาหน่งึ อยางในเวลา ใชป ระสาทสัมผสั มากกวาหน่ึงอยางโดยใชต า เดยี วกันหรอื ไม ประสานกบั มือ ๒.๖ เดก็ แสดงตัวชแ้ี นะการรว มหรือไมเ ขารว มในการ ไม นกั เรียนแสดงออกทางพฤตกิ รรมโดยทําสีหนา ตอบสนองขอ มลู ทางประสาทสมั ผัสเฉพาะหรือไม ทา ทางเฉยๆ ไมตอบสนองเม่ือไมตอ งการเขารวม หรอื ไมเ ขา รวมการทํากิจกรรม

87 รวบรวมขอ มลู ผูเรียน ขอมลู ความสามารถผูเ รียน ๓. Biobehavioral State ชุดของสภาพการณด า นชวี พฤตกิ รรมและกายภาพตัง้ แตการนอนหลบั จนถงึ การตน่ื นอนและการรอ ง ๓.๑ สภาพปจจุบนั ของเด็กคืออะไร นักเรียนมีพฤติกรรมกระตุนตัวเอง ซึ่งเปนพฤติกรรม ซํ้าๆ เชน สายห นา เลน มือ ดม เคาะ แสดง พฤติกรรมท่ีไมเหมาะสมเม่ือมีการเปล่ียนแปลง กิจกรรมประจําวัน เชน เวลาในการรับประทาน อาหาร ชนิดของอาหารท่ีรับประทาน ชอบทาน อ าห าร ซ้ํ าๆ อ าห าร ท่ี มี รส ช าติ เป รี้ ย ว ก า ร เป ลี่ ย น แ ป ล ง เว ล า ใ น ก า ร ทํ า กิ จ วั ต ร ป ร ะ จํ า วั น มีพฤติกรรมหลีกหนีการสัมผัส ไมจับผิวสัมผัสท่ี เหนยี ว เชน กาว สนี ํา้ ไมชอบการกอดรดั ๓.๒ เดก็ สามารถควบคุม/เปล่ยี นสภาพของตนได มีพฤติกรรมอยูไมนง่ิ คลานหรือขยบั ตัวออกจาก หรอื ไม กิจกรรมท่ีใหทาํ คลานไปมารอบหอ ง ไมเขา ใจ อารมณของผอู ื่น เชน ไมเขาใจเวลาเพอื่ นโกรธ เศรา เสยี ใจ แสดงความตองการโดยการจูงมือ เชน เด็กจะ จูงมือผปู กครอง / ครู เพื่อนําไปทําสิ่งที่ตอ งการ ใช ภาษาพดู ของตนเองที่ผูอ น่ื ไมเขาใจ พดู คําซํา้ ๆ ท่ีเคย ไดยนิ บอ ย เชน พดู เปน ภาษาของตนเอง (ภาษาท่ีไมม ี ความหมาย) ไมส ามารถเรม่ิ ตนบทสนทนากบั ผูอ่ืนได ไมเ ขา ใจคําทเี่ ปนนามธรรม เชน การเอื้อเฟอเผอื่ แผ ไมมีปฏิสมั พันธก บั บุคคลรอบขาง เชน ไมเลนกับ เพื่อน ไมสนใจ คนรอบขา ง เปนตน ไมมีปฏิสัมพนั ธ กบั บุคคลรอบขา ง เชน ไมเลน กบั เพื่อน ไมส นใจ คน รอบขาง เปนตนแสดงพฤติกรรมการตอบสนองทาง อารมณ และสังคมไมเ หมาะสม เชน สง เสยี งกรีดรอง ทาํ รายตนเองโดยการตีหัวตนเอง หรือทํารา ยผูอ่ืนโดย การกัด หยกิ เมอื่ ถูกขัดใจ มักชอบแยกตัวออกมาอยู ตามลําพงั เมือ่ ทํากจิ กรรมกลุมไมย อมเขารวม กิจกรรม ไมสามารถปฏิบตั ติ ามกฎกติกา ระเบียบหรือ

88 รวบรวมขอมลู ผเู รยี น ขอ มูลความสามารถผูเรยี น ๓.๓ เด็กใชเวลาในการต่ืนตวั มากนอยแคไหน ขอ ตกลงได ๓.๔ มชี วงกวา งของแตล ะสภาพเทา ใดท่ีเด็กแสดงให ไมร จู ักการรอคอย ไมรจู ักการเขา แถว เห็นและมีแบบแผนการเปลีย่ นแปลงอะไรระหวาง ใชเวลานานประมาณ ๓-๕ นาที ในการตอบสนอง สภาพ ตอ ส่งิ ตางๆ ๓.๕ มีตัวแปรอะไรบา งท่ีกระทบตอสภาพเด็ก การใชร ะยะเวลานานในการทํากิจกรรม อากาศ สภาพแวดลอ ม อารมณ การรบั ประทาน อาหาร หากไมไ ดรบั ประทานอาหารทชี่ อบจะแสดง พฤติกรรมไมพอใจ มผี ลกระทบตอ การทํากิจกรรมไม สําเร็จ ๔. orienting Response (การตอบสนองปฏกิ ริ ยิ าตอบสนองของรา งกายในสภาพแวดลอ ม) ๔.๑ มีปจ จัยอะไรบา งทท่ี ําใหเ ด็กการตอบสนองไป สภาพอากาศ และดา นอารมณความรสู กึ เชน ในทิศทางนน้ั ไดช ดั แจง อารมณโกรธ โมโห รองไห เปนตน ๔.๒ เด็กแสดงการตอบสนองตอทิศทางออกอยางไร พยายามใชมือจบั เกา อน้ี ่ังรถเขน็ ไปยังทิศทางอื่นที่ ตอ งการ ๔.๓ ประสาทการรับรชู องทางใดท่ีปรากฏเช่ือมโยง การมอง การสมั ผัส กับการตอบสนอง (ขอมูลประสาทการรับรูที่กระตุน ใหม กี ารตอบสนองและประสาทการรบั รูที่ใช ประโยชน)

89 รวบรวมขอมูลผเู รยี น ขอ มูลความสามารถผูเรียน ๕. Memory (ความจํา) ๕.๑ เด็กใช/ คนุ กบั สิง่ เราท่ีคุนชนิ หรือไม นักเรียนคนุ เคยกับสง่ิ เรา ในการทํากจิ กรรม เชน เม่ือไดรับการกระตนุ ทางกาย วาจา ในการทาํ กจิ กรรมตา งๆนักเรยี นสามารถทาํ กิจกรรมน้ันไดดว ย ตนเองแตใชระเวลานาน ๓-๕ นาที ๕.๒ การนําเสนอส่ิงเรา จําเปนตอ งใชเวลานานหรือกี่ ใชเวลานาน กวา เด็กจะคุนเคย โดยครตู อ งคอยจบั ครงั้ กอนที่เดด็ จะคุนชนิ มอื ทาํ และกระตุน เตือนทางกาย วาจา ๕.๓ เด็กเขารวมอีกครั้งไหมเมื่อเปลย่ี นแปลง เขา รวมอีกครั้งแตตอ งใชเ วลานานในการกระตนุ ลักษณะของสง่ิ เรา ความสนใจของผูเ รียน ๕.๔ การตอบสนองแตกตางไปหรือไม แตกตา ง บางกจิ กรรมนักเรยี นเหมอ ลอยไมสนใจ ใน การเขา รวมกิจกรรมและพยายามหลกั หนเี มื่อเปน กิจกรรมท่ีตนเองไมต องการเขารว มทาํ ๕.๕ เด็กแสดงการตองสนองแตกตา งหรือไมกับ แตกตาง เม่อื ไมเห็นหนาบุคคลทคี่ ุน เคยจะพยามมอง บุคคลที่คุย เคยและไมคุน เคย หา หรอื หนั หนา ไปหาเสยี งท่ีคุนเคย ๕.๕ เดก็ แสดงการรับรูห รอื ไมวาส่ิงของน้ันยังอยแู ม รับรูโดยการใชมือขยบั ไปมา เพ่ือหาสงิ่ ของน้นั ๆ จะไมอยใู นสายตาตอนนน้ั ๕.๖ เดก็ เชอ่ื มโยงเหตุการณท่ีกาํ ลงั เผชญิ กับสิง่ ท่ี นกั เรยี นไมมกี ารเชื่อมโยงเหตุการณต างๆ ตามมาไหม ๕.๗ เดก็ แสดงการคาดเดาตอสงิ่ /เหตกุ ารณที่กาํ ลัง นกั เรียนไมแสดงการคาดเดาตอสิง่ /เหตกุ ารณตา งๆ เผชิญหรอื ไม ท่ีกาํ ลังเผชญิ ๕.๘ เด็กแสดงอาการหรือไมเ มื่อสิ่งทีเ่ กดิ ใหมไมตรง เด็กแสดงอารมณโกรธ รองไห เมอื่ ไมตรงกับความ กับความคาดหวงั ตองการและพยายามหลีกหนีการทํากจิ กรรม ๕.๙ เดก็ สามารถเรียนรูกิจวัตรงาย ๆ ไดห รอื ไม ได เชน การดม่ื น้าํ การรับประทานอาหาร เปนตน ๕.๑๐ กจิ วัตรท่ใี หเ ด็กเรยี นรูจําไดไ หม จําได เชน การไป- กลบั จากบา นมาที่หนวยบริการ อําเภอเสริมงาม

90 รวบรวมขอ มลู ผูเรยี น ขอมูลความสามารถผูเรียน ๖. Social Interactions ปฏิสัมพนั ธทางสังคม หันไปหาบคุ ลอ่ืน เมื่อไดย นิ เสียง และและเม่ือเปล่ยี น ๖.๑ เด็กหันไปหาบุคคลหรือไม สิ่งแวดลอม ๖.๒ เดก็ แสดงความผูกพันวามีความปลอดภัยกับ ใช จะใหบ คุ คลที่คุน เคย กอดหรือหอม บคุ คลสําคัญในชวี ติ ของเขา/เธอหรอื ไม นกั เรียนมสี วนรวมในการผลดั เปลยี่ นกันเมอ่ื เร่ิมทํา ๖.๓ เด็กมสี วนรว มในการผลัดเปลี่ยนกนั เม่ือเริม่ มี กจิ กรรมในหองเรยี นโดยการมองแลละฟงเสียง ปฏสิ มั พนั ธหรอื ไม จากผพู ูด ๖.๔ เด็กมสี วนรวมในการผลัดเปลย่ี นกนั เมื่อคนอื่น นักเรียนมีปฏกิ ิริยาดีใจ เมอื่ มองเหน็ พ่ีอ๋วิ กําลัง เริ่มปฏสิ ัมพันธหรอื ไม ขบั รถจกั รยานยนตมารับกลับบาน ๖.๕ เด็กผลัดเปลย่ี นกีร่ อบกอนทจ่ี ะไมร วม ๒-๓ รอบ จะมอี าการเหมอลอย ไมทาํ กจิ กรรม ๖.๖ เด็กเพ่มิ การผลัดเปลย่ี นการมีปฏิสมั พันธมาก นกั เรยี นแสดงปฏิกิรยิ าเพิม่ มากขึ้นตอการปฏสิ ัมพันธ ขน้ึ เพอ่ื ตอบสนองตอปฏสิ ัมพันธของคูหรือไม กับผอู น่ื เมื่อไมไดส ิ่งท่ีตอ งการ ๗. Communication การส่อื สาร เดก็ ใชท า ทาง และสง เสียงในการกิจกรรม แสดง ๗.๑ เด็กแสดงใหเหน็ ความต้งั ใจในการส่ือสารผาน อารมณ ย้ิม หัวเราะ เมื่อนักเรียนชอบทาํ กจิ กรรม การใชงานของสญั ญาณ การเปลง เสียง ทาทาง ฯลฯ น้นั ๆ หรือไม อธบิ ายการส่ือสารทใี่ ช สอดคลองกัน เมื่อมีความตอ งการจะสงเสียงเรียก ๗.๒ เด็กใชสัญญาณอยางสอดคลอ งกันหรือไม และแสดงอาการดใี จเมื่อไดร ับของท่ีตนเองตอ งการ แสดงอาการเสียใจ รองไห โวยวายเมือ่ ไมไดร ับของท่ี ๗.๓ เดก็ ใชการสอื่ สารแตกตางกันหรอื ไม อธบิ าย ตนเองตองการ การส่อื สารและความความหมายทีน่ า จะเปน แตกตา งกนั โดยใชทาทางและเสียงในการสือ่ ๗.๔ เม่ือนาํ เสนอตวั เลือกเด็กตัดสินใจเลอื กหรือไม ความหมาย ๗.๕ เด็กใชท าทางเหมือนบคุ คลท่วั ไปใชห รือไม นักเรียนสามารถเลือกดวยตนเอง เชน การเลือกขนม ๗.๖ เดก็ สามารถใชข องหนึ่งอยา งหรือสัญลักษณ ที่ตนเองชอบ หรือตนเองตองการ แทนกจิ กรรมหรือวัตถหุ รือไม ใชเสียง ในการสือ่ สาร ไมได

91 รวบรวมขอมูลผูเรยี น ขอ มลู ความสามารถผูเรียน ๗.๗ เด็กแสดงใหเ หน็ ความเขาใจในการสื่อสารโดย นักเรยี นแสดงอาการจองหนา เม่ือไดย ินเสียง และ ใชส ัญลกั ษณหรือไม (การไดย ิน ภาพ หรอื การ เมื่อไดรบั คําสง่ั งายๆจากครู เชน หยิบแกว นา้ํ สัมผสั ) นักเรยี นก็จะหนั มามองหนา และหยบิ แกว โดยครูทํา เปนแบบอยา ง ๗.๘ เดก็ ใชก ารสอ่ื สารทางสญั ลกั ษณห รือไม อธบิ าย ไมสามารถสอ่ื สารดวยสัญลกั ษณไ ด จะสงเสียงหรือ ภาษาของตนเองเพื่อใหค รูหรือผดู แู ลเขา ใจในสงิ่ ท่ี ตนเองตองการ ๘. การแกป ญ หา Problem solving ไมแ สดงใหเ ห็นใดๆ ๘.๑ เดก็ แสดงใหเห็นสาเหตุและผลกระทบหรือไม เดก็ ไมเขา ใจใจวิธกี ารหรอื จุดส้นิ สุดหรือการใชข้ัน ๘.๒ เด็กแสดงความเขา ใจในวิธีการ/จุดสนิ้ สุดหรอื ตอนกลางเพื่อแกปญหาโดยแสดงปฏิกิริยาเพิกเฉย การใชข ั้นตอนกลางเพื่อแกป ญหาหรอื ไม ตอ สถานการณตา งๆ ๘.๓ เด็กแสดงความเขาใจในหนา ที่ของวตั ถุทวั่ ไป เดก็ แสดงความเขา ใจโดยการปฏบิ ตั ิตาม เชน เม่อื หรือไม เห็แกวน้ําเด็กก็จอ งมองภายในแกว เพื่อเตรยี มยกขน้ึ ๘.๔ เดก็ มีวธิ ีการแกปญ หาอยางไร ดมื่ น้ํา เปนตน ๘.๕ เดก็ รักษาความสนใจและคงอยกู ับส่งิ น้ันหรือไม เดก็ จะพยายามทําดวยตนเองกอ น หากทําไมไดจ ะ สงเสยี งเรยี กครหู รือผแู ดและขวา งปาส่งิ ของนน้ั ๆ ไม เม่ือมีการเปลีย่ นแปลงสถานการณใ นการแกไ ข ปญ หาจะใหค วามสนใจอยางอนื่ ทนั ที และเพิกเฉย ตอสถานการณน ั้นๆ

92 รวบรวมขอ มูลผูเรยี น กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) ๒. กรอบแนวคิดตามระบบนิเวศวทิ ยา (Ecological Framework) ๒.๑ ดา นสภาพแวดลอมของผเู รยี น (Microsystem)  บคุ คลภายในครอบครวั ที่ผูเรียนไววางใจ นกั เรียนอาศยั อยูบานพอแม พแี่ ละหลานสาวเปนบคุ คลทน่ี ักเรียนใหค วามไววางใจเปนลําดบั ถัดมา เนื่องจากเปนผูขบั ขย่ี านพาหนะจะใหความดแู ลเอาใจใสตลอดระยะเวลาการเดนิ ทางจนถึงทหี่ มายทุกครัง้ อยา ง ปลอดภยั ทําใหน ักเรยี นมีความไววางใจและจะแสดงพฤติกรรม ทา ทางดีใจทกุ ครงั้ เมื่อไดยินเสยี งสามารถมาเลน พดู คยุ หรอื ชว ยดูแลในระหวางท่ปี า หลอดติดธุระในระยะเวลาสัน้ ๆ ได  ลกั ษณะทอ่ี ยูอาศยั (หองอะไรบา ง / ความสะอาด) นักเรียนพักอาศัยอยูท่ีบาน บานของนักเรียนมีลักษณะของบานเปนบานช้ันครึ่งิบริเวณหนาบานมี ปูนทางลาด และบันไดไมซึ่งมีราวจับท้ัง ๒ ดานท่ีใชข้ึนไปยังระเบียงชั้นบน ดานบนเปนไมม ี ๒ หองนอน ๑ บริเวณ ใตถุนบานเปนปูน พื้นปูกระเบ้ือง หองโถงโลง มีหองน้ํา ๑ หอง ซึ่งใชตูกั้นหองโถงออกเปนหองนอนและหองนั่งเลน โด ย ห อ งนํ้ า มี ค ว า ม ก ว า งข อ งป ร ะ ตู ไม เห ม า ะ ส ม เก า อ้ี ร ถ เข็ น ข อ งนั ก เรี ย น ไม ส า ม า ร ถ เข า ไป ดานในได พื้นหองนํ้าเปนพื้นกระเบ้ือง มีชักโครกไวสําหรับขับถาย มีเคร่ืองทํานํ้าอุน มีฝกบัว มีชองระบายอากาศ ซึ่งนักเรียนและปาหลอดจะใชพ้ืนท่ีบริเวณใตถุนบานเปนที่พักอาศัยและลุงดมจะพักอาศัยดานบน มีหองครัวซ่ึงแยก ออกจากตัวบานอยางชัดเจน มีการจัดเก็บอุปกรณในหองครัวอยางเหมาะสม บริเวณบานของผูเรียนท้ังดานในและ ดา นนอกมีความสะอาดเรียบรอ ย อากาศถายเทสะดวก มแี สงสวางเขาถึง  ลกั ษณะหอ งน้าํ (ระบุรายละเอียด) หอ งน้ํามี ๒ หอง คือ หองที่อยูบริเวณนอกบาน และในตัวบาน หองน้ําดานในบาน มีประตูทางเขา ความกวาง ๘๐ เซนติเมตร มีพ้ืนตางระดับระหวางภายในและภายนอกหองน้ําซ่ึงรถเข็นของผูเรียนไมสามารถผาน เขาไปได พ้ืนหองน้ําเปนกระเบ้ืองพื้นหยาบภายใน สุขภัณฑเปนชักโครก มีฝกบัว มีถังนํ้าและขัน พื้นหองนํ้าเปนพื้น กระเบ้ือง มีชกั โครกไวสําหรบั ขับถาย มเี ครื่องทาํ นาํ้ อุน มีฝก บวั มีชอ งระบายอากาศ  ลักษณะหองนอน (ระบรุ ายละเอียด) หองนอนบริเวณใตถุนบาน มีความสะอาด มีมุงกาง ที่นอนมีความกวางและยาวมีเตียงไม ขนาด ๖ ฟุต สามารถนอนได ๓-๔ คน กวา งขวางและเพียงพอตอผูเรียนและมีหนาตางระบาย เพ่ือใหอากาศถายเทไดสะดวก มีการจัดวางของที่เปน ระเบยี บเปน สดั สว น  พ้ืนทใี่ นการฝก/ทํากิจกรรมกับผูเรียน (ระบรุ ายละเอยี ด) บ ริ เว ณ บ า น ข อ งนั ก เรี ย น พ้ื น ท่ี ใน ก า ร ฝ ก ใน ด า น ข อ ง วิ ช า ก า ร ส า ม า ร ถ ใช พ้ื น ที่ ห อ ง น่ั ง เล น ใตถุนบาน ลานหนาบานและสนามหญาหนาบาน ในการฝกกิจกรรมตางๆ เชน การหยิบ จับ หรือเคล่ือนยาย สิ่งของได ในสวนของการฝกทักษะการดํารงชีวิต มีพ้ืนที่ หองครัว หองนํ้า สามารถฝกการใชชีวิตของผูเรียนได และสามารถใชล านหนา บา นในการฝก การเคล่ือนยายตนเองไปยังท่ตี า งๆได

93 รวบรวมขอมูลผูเรยี น กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวทิ ยา (Ecological Framework) ๒.๒ ดา นความสัมพนั ธและปฏสิ ัมพันธร ะหวา งบคุ คลท่เี กยี่ วขอ งของผเู รยี น (Mesosystem)  ลักษณะของครอบครัวและความสัมพนั ธของบุคคลในครอบครัว นกั เรียนอยูรว มกับ ซง่ึ เปนผูแลนักเรยี นตั้งแตว ัยเดก็ จนถึงปจจุบัน นักเรยี นมีความสัมพันธ อยางใกลชิดกับเปนอยางมากในขณะท่ียายไปทํางาน จะเปนผูที่เขาใจในการแสดงออกของ พฤติกรรมและความตองการตางๆอยา งงาย ของนักเรียน เชน หวิ นาํ้ หิวขาว และอยากไปยังสถานที่ ตางๆ ดวยการสงเสียงรอง ภาษาที่ไมมีความหมายภาษากาย และทาทางตางๆ เปนตน เมื่อปา หลอดเห็นพฤติกรรมตางๆ ของนักเรียน ก็จะสามารถตอบสนองตอความตองการของนักเรียนได ทันที หากตอบสนองชาผูเรียนก็จะมีอาการฉุนเฉียว โมโห หยิก กัด รองไหบางในบางคร้ัง ความสัมพนั ธก บั บุคคลในหองเรียน/โรงเรยี น นักเรียนมักมีพฤติกรรมตอตานทันทีเมื่อโดนบังคับหรือขัดใจ และจะทํารายเพ่ือนทําให เพื่อนไมอยากใกลช ิด ไมม ีปฏิสัมพันธรวมกบั ผอู ่ืน แตเม่ือผูเรียนมคี วามตองการตา งๆ เชน หิว หรือ หลกี เล่ียงการทํากิจกรรม จะสงเสยี งรอ งเรียก และโวยวายเรียกผปู กครองทนั ที  ความสมั พนั ธกับบุคคลอื่นๆ เชน ญาติพนี่ อ ง เพือ่ น เพ่อื นบา น คนในชุมชน เปนตน นักเรียนมีความสัมพันธืท่ีดี ซ่ึงเปนบุคคลท่ีนักเรียนใหความไววางใจเปนลําดับ ถัดมาเน่ืองจากสามารถเขาใจความแตกตางของนักเรียนและสามารถมาเลน มาเลนกับผูเรียน โดย การเรม่ิ ตน บทสนทนาจะมาจากผอู ่ืนเสมอ และนักเรียนจะแสดงอาการทาทาง ยิ้ม หัวเราะ เม่ือรูสึก พงึ พอใจในการปฏิสัมพันธรวมกับผูอื่น และจะมพี ฤติกรรมหยิกแขน กดั ญาติพ่ีนองมีมาเยย่ี มท่บี าน เม่ือนกั เรียนถูกขัดใจ ๒.๓ ดา นสง่ิ แวดลอ มและสภาพสังคมท่ีมีผลตอ ครอบครวั (Exosystem)  สถานการณปจ จุบนั ทีส่ ง ผลกระทบกบั ผูเรียน เน่ืองจากการคลี่คลายของสถานการณการแพรระบาดของโรคไวรสั โคโรนา (Covid 2019) ในปจจบุ ันสงผลใหนกั เรียนมารบั บรกิ ารทห่ี นวยบริการอําเภอเสริมงามอยางตอ เนื่อง แตจ ะมีบางชวงท่ีมี การแพรระบาดภายในหมูบานขั้นรุนแรงอาจสงผลใหผูเรียนขาดการมารับบริการได ทําใหพัฒนาการ ดานตางๆ ของนักเรียนถดถอยลงไปบาง ครูตองปรับรูปแบบการเรียนการสอนโดยระบบออนไลน ตามความเหมาะสม แตย ังไมสามารถบรรลตุ ามวตั ถุประสงคท ่กี ําหนดได  สถานทีท่ าํ งานของพอ แม/ผปู กครอง ตายายมีอาชีพ ทํานา ทําไร เพาะปลูกท่ัวไป ซ่ึงทํางานอยูบริเวณภายในหมูบาน ทําใหมี เวลาดูแลนักเรียนอยางใกลชิด มารดาทํางานตางประเทศและจะสงเงินคาใชจายในการดํารงชีวิตของ นักเรียนใหกับยายในทุกเดือน เน่ืองจากบิดา มารดาไมไดอ ยูกับนักเรียน จึงทําใหนักเรียนไมคอยใกลชิด และสนิทกับบิดา มารดา เทากับผูเล้ียงดู คือ ยายซ่ึงอาชีพหลักคือ ผูดูแลนักเรียนซ่ึงไดรับการจางจาก พอและแมของนักเรยี นทุกเดือน

94 รวบรวมขอมลู ผูเ รยี น กรอบแนวคิดตามระบบนเิ วศวทิ ยา (Ecological Framework)  สภาพแวดลอ มทางกายภาพ หรือ การจดั สงิ่ อาํ นวยความสะดวกของชุมชนที่ผเู รียน อาศัยอยู พอแมมีอาชีพ ทํานา ทําไร เพาะปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล ซึ่งทํางานอยูบริเวณภายใน หมูบาน หางจากบานประมาณ ๑ กิโลเมตร ปาหลอดไมไดประกอบอาชีพ จึงเปนผูดูแลนักเรียน ตลอดเวลา สว นบดิ า มารดา มอี าชีพรับจา งเสรมิ ๒.๔ ดา นวฒั นธรรม ประเพณี คานิยมของสงั คม (Macrosystem) บานของผูเรียนยังไมมีสื่อที่เหมาะสมกับความพิการของบุคคลความบกพรองทางรางกาย หรือการเคลอ่ื นไหว หรือสุขภาพ โดยหอ งนํ้าภายในบานไมเหมาะสมกับการเคลื่อนยา ยผเู รยี นดวยเกา อ้ี รถเข็น ในการทําความสะอาดรางกายอยางเหมาะสม มีบริเวณพ้ืนที่ที่เปนกอนหินเล็กๆ และมีสนาม หญาไมเหมาะสมตอการใชเกาอี้รถเข็นในการเคลื่อนยายนักเรียนไปยังทิศทางตางๆ และเนื่องดวย ผูปกครองไมยอมปลอยใหผูเรียนใชความสามารถของตนเองไดเต็มตามศักยภาพทําใหนักเรียนสามารถ ชว ยเหลอื ตนเองได ๒.๕ ดานสิ่งตางๆทอ่ี าจกระทบตอ ผเู รียน เชน กฎหมาย การไดรับสิทธดิ า นตา งๆ เทคโนโลยี หรอื แอพพลเิ คชัน่ ทเ่ี กยี่ วขอ งกับผเู รียนในชวี ติ ประจําวนั (Chronosystem) นักเรียนไดรับเบ้ียพิการ เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท จากเบี้ยยังชีพคนพิการและไดรับบริการทาง การแพทย ตามโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ตามสวัสดิการของรัฐ และไดใชบริการเคร่ืองชวยหายใจ ถังออกซิเจน และเคร่ืองดูดเสลด จากโรงพยาบาลศูนยลําปางในรูปแบบการยืมอุปกรณแตออกคาใชจาย เพ่ิมเติมเอง นักเรียนไดรับการใหบริการทางการศึกษาจากศูนยการศึกษาพิเศษประจําจังหวัดลําปาง โครงการปรับบานเปนหองเรียนเปล่ียนพอแมเปนครู หองเรียนอําเภอเมือง โดยไมเสียคาใชจายและมี โอกาสไดรับทุนการศึกษาฯ มูลนิธิคุณพุม ปลาสุด ปการศึกษา ๒๕๖๔ เปนเงินจํานวน ๕,๐๐๐ บาท อีกทงั้ นกั เรียนสามารถเขา ถงึ สื่อเทคโนโลยผี านทางโทรศัพท แท็บเลต และโทรทัศนโดยมีผูป กครองกาํ กับ ดูแล นอกจากน้ีหากสถานการณเศรษฐกิจไมดีขึ้น อาชีพของพอและแมเกิดความไมมั่นคง อาจสงผลตอ รายไดท ี่จะสงมายังครอบครัว เพ่อื ดูแลนักเรียนได

95 รวบรวมขอมูลผูเรียน สรุปเปาหมายในการพฒั นา ๓. ความคาดหวังของผูปกครองท่ีมตี อ ตัวผูเ รียน ผูปกครองมีความคาดหวังใหนักเรียนตอบสนองตอการรักษาทางการแพทย มีอาการคงที่ ไมถดถอย มีชีวิต อยูตอไปใหนานท่ีสุดเทาที่จะทําได และนอกจากน้ีหากเปนไปไดตองการใหนักเรียนสามารถสื่อสารความตองการ การบอกความรสู ึกของตนเองแกผดู ูแลได ผูปกครองมีความคาดหวังใหนักเรียนสามารถเรียนรูดานวิชาการหรือการดํารงชีวิตประจําวันของตนเองได ไดแ ก นักเรียนสามารถบอกหรือชส้ี งิ่ ท่ตี องการในการสอ่ื สารเพม่ิ มากขึน้ กวา เดิม นกั เรยี นสามารถดื่มนาํ้ ดม่ื นม และ สามารถใชชอนตกั รับประทานอาหารไดดว ยตนเอง ๔. เปา หมายหลักทผ่ี เู รียนควรไดร ับการพฒั นา/สงเสรมิ ๑) นกั เรยี นสามารถบอกหรือชส้ี งิ่ ที่ตองการไดด วยตนเอง ๒) นกั เรยี นสามารถด่ืมน้ํา ด่ืมนม ไดดวยตนเอง ๓) นักเรยี นสามารถรบั ประทานอาหารโดยการใชช อนตักอาหารใสปาก ไดด ว ยตนเอง ๕. เปา หมายหลักที่ผเู รียนควรไดร ับการปอ งกัน/แกไขปญหา ๑) ควรไดรับสือ่ อาํ นวยความสะดวกทเ่ี หมาะสมกับความพิการของผูเรียน ๒) การปรบั สภาพพน้ื ที่บรเิ วณในการฝก ผูเรียน เรื่อง การชว ยเหลอื ตนเองในชีวติ ประจําวนั . ผูบ นั ทกึ ขอมูล…………………………………………… (……น…าง…ส…า…วช…า.ล.…ศิ …า …ค…าํ …ยัน…ต… …) ตําแหนง………………ค…รู …………… วนั ท…่ี …๑…..เดือน……ก…รก…ฎ…า…ค…ม…..พ.ศ…๒…๕…๖..๕

96 - ........... .... ...... ............. ......... ............. ...... .. .....เตรยี มความพรอ ม........ /

97 , SLE ( ) .......จ..า..ก...ก..า..ร..ค.ั.ด..ก..ร..อ..ง..พ..บ...ค..ว..า..ม..บ..ก..พ...ร่.อ..ง..ท..า..ง..ร.่า..ง..ก..า..ย..ห...รื.อ...ก..า..ร..เ.ค..ล.ื.่อ..น..ไ..ห..ว...เ.ห.็.น..ค..ว..รใ...ห.้.ก..า..ร.ช.่.ว. ย..เ.ห...ล.ื.อ..โ.ด..ย...ก..า.ร..จ.ั.ด..ท..ำ..แ..ผ...น..ก..า.ร.จ.ั.ด..ก..า..ร. .......ศ.ึ.ก...ษ..า..เ.ฉ...พ..า..ะ.บ.ุ.ค...ค..ล...(..I..E..P...)...แ...ล...ะ..ก.ิ.จ..ก...ร..ร..ม..ก...า..ย..ภ...า..พ...บ..ำ..บ..ั.ด................................................................................... .................................................. () .................................................. () .................................................. ()

98 // ..................... // / // / ................................................. ()

99 แบบประเมิน หลักสตู รสถานศึกษาการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สําหรบั ผูเ รยี นพกิ าร ศนู ยก ารศกึ ษาพิเศษประจําจงั หวัดลําปาง ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ระดับการศกึ ษาภาคบงั คบั : ระดบั ช้ันประถมศึกษา (ปท่ี ๒) ชอื่ -สกุล………เด…็ก…ชา…ยช…ญ…า…นน……ห…นูม…า………………………………………. อายุ……๑…๔…….ป…………..…เดือน วันที่ประเมิน ………………๑…๖…ม…ถิ ุน…า…ยน……๒…๕๖…๕…………………………. คาํ ชีแ้ จง ๑. แบบประเมนิ ตามหลักสตู รสถานศกึ ษาการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานสาํ หรับผเู รียนพิการ ศนู ยก ารศึกษาพิเศษประจําจงั หวัดลําปาง ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ใชป ระเมนิ สาํ หรบั เด็ก ท่ีอยใู นระดับการศกึ ษาภาคบังคบั ๒. แบบประเมนิ ฉบับน้สี ามารถใชไ ดกับผูร บั การประเมนิ ทุกประเภทความพกิ าร เกณฑก ารประเมนิ ผล ๑. ผลการประเมินกอ นการพัฒนา ระดบั ๔ หมายถึง ไมตอ งชวยเหลือ/ทําไดดวยตนเอง ระดับ ๓ หมายถึง ทาํ ไดเมือ่ กระตุน เตือนดวยวาจา ระดับ ๒ หมายถงึ ทําไดเ มือ่ กระตุนเตือนดว ยทา ทาง และวาจา ระดับ ๑ หมายถึง ทําไดเมื่อกระตุนเตือนทางกาย ทา ทาง และวาจา ระดับ ๐ หมายถึง ทาํ ไมไดหรือไมยอมทํา ๒. สรุป หมายถึง จัดการเรยี นการสอนตามหนว ยการจดั การเรยี นรู ๒.๑ หนว ย ฯ หมายถงึ จดั การเรียนการสอนตามแผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบุคคล ๒.๒ IEP / IFSP หรือแผนการใหบ ริการชว ยเหลอื เฉพาะครอบครัว

100 ๑. สาระการดํารงชวี ิตประจาํ วันและการจดั การตนเอง คําชี้แจง ใหทําเครือ่ งหมาย ลงในชองผลการประเมนิ ท่ตี รงตามสภาพความเปนจรงิ ผลการประเมนิ สรปุ ที่ ตัวชว้ี ดั กอนการพัฒนา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนวยฯ IIP/FCSP ๑ ดป ๑.๑/๓  ดูแลความสะอาดสุขอนามยั ของตนเอง  ๒ ดป ๑.๑/๔  ดแู ลสขุ อนามัยไดอยางเหมาะสมตามเพศของ  ตนเอง  ๓ ดป ๑.๑/๕ ปฏบิ ตั ติ นตามมาตรการการปองกันโรค  ๔ ดป ๑.๒/๔ เลือกเคร่ืองแตง กายหรือเครื่องประดบั ตาม  ความชอบสว นตวั  ๕ ดป ๑.๒/๕ เลือกเคร่ืองแตงกายไดเหมาะสมกบั กาลเทศะ  และโอกาส  ๖ ดป ๑.๓/๒ บอกเลือกใชอุปกรณแ ละหองนํ้าภายในบา น หองน้ําสาธารณะไดอยา งถูกตอง ตรงตามเพศ  ของตนเอง  ๗ ดป ๑.๓/๓ ทําความสะอาดตนเองและหองนํา้ หลงั ใช หอ งน้ําและแตง กายใหแ ลว เสรจ็ กอ นออกจาก  หองนํ้า  ๘ ดป ๑.๖/๔ ขา มถนนอยางปลอดภัย  ๙ ดป ๒.๑/๓ ออกกาํ ลงั กาย เลนกีฬา หรอื นันทนาการตาม  ความถนัด และความสนใจ  ๑๐ ดป ๓.๑/๒ บอกอารมณพ้นื ฐานของตนเอง

101 ผลการประเมนิ สรปุ ท่ี ตวั ชว้ี ดั กอนการพฒั นา ๑๑ ดป ๓.๑/๕ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว ยฯ IIP/FCSP  แสดงสีหนา อารมณแ ละสนทนาตอบโต เมอื่ ไดรับคาํ ชมเชย คาํ ตชิ ม หรือคําเตือน  จากผูอน่ื ๑๒ ดป ๓.๑/๖  มีความยดื หยนุ เมื่อมีการเปลยี่ นแปลงเวลา  หรือจากสถานทีห่ นึง่ ไปอีกสถานทห่ี นงึ่ ๑๓ ดป ๓.๑/๗  ตีความหมายสีหนา ทา ทาง ภาษากาย และ  นํ้าเสียงของผูอืน่ และตอบสนองอารมณของ ผูอนื่ ๒. สาระการเรยี นรแู ละความรูพ น้ื ฐาน คาํ ชแ้ี จง ใหทําเครอ่ื งหมาย ลงในชองผลการประเมนิ ทตี่ รงตามสภาพความเปนจรงิ ผลการประเมิน ที่ ตวั ชีว้ ัด กอ นการพฒั นา สรปุ ๑ รพ ๑.๑/๓ ๐๑๒๓๔  หนวยฯ IIP/FCS P  ใชการฟง การดู การสัมผสั เพื่อแสดงความสนใจ ตอสอ่ื บคุ คลและมีสว นรวมในสถานการณต าง ๆ ในชวี ิตประจําวัน ๒ รพ ๑.๑/๔  เลยี นแบบการแสดงออกในการสอื่ สารกบั บุคคล อ่นื ทค่ี ุน เคยหรือไมคุน เคยในสถานการณตาง ๆ ได ๓ รพ ๑.๑/๗  ใชก ระบวนการส่ือสารในการแสวงหาขอ มลู ขา วสารในการตดิ ตามความเคล่อื นไหวตาง ๆ ในสงั คม สาํ หรับการดํารงชวี ิตและการประกอบ อาชีพ

102 ที่ ตัวชวี้ ดั ผลการประเมิน สรปุ กอ นการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ IIP/FCS หนวยฯ P ๔ รพ ๑.๒/๑  ใชกระบวนการอานในการเลอื กภาพ คํา ทอี่ อกเสียงเหมือนเสยี งพยญั ชนะตน ทเี่ ปนชอื่ ของตนเอง ส่งิ ของ บุคคลอนื่ ได ๕ รพ ๑.๒/๒  ระบุชอ่ื ส่งิ ของ บคุ คลที่รจู ักในหนังสือภาพ หรือส่ือรูปแบบอื่น ๆ ๖ รพ ๑.๓/๓  เขยี นพยญั ชนะไทย สระ วรรณยกุ ต ไดตาม ศกั ยภาพเขียนตวั อักษรภาษาอังกฤษดว ย วธิ ีการตา ง ๆ ไดต ามศักยภาพ ๗ รพ ๓.๑/๑  บอกประวัติความเปนมาของตนเอง และครอบครัวโดยใชรปู แบบทห่ี ลากหลาย ๘ รพ ๖.๑/๒  บอกประโยชนส ่ิงของเครอ่ื งใชท เ่ี ปน เทคโนโลยี ในชวี ติ ประจําวนั โดยการบอก ชี้ หยบิ หรอื รปู แบบการสือ่ สารอ่ืน ๆ ๓. สาระสังคมและการเปนพลเมืองทเี่ ขมแขง็ คําช้ีแจง ใหทาํ เคร่ืองหมาย ลงในชองผลการประเมินทีต่ รงตามสภาพความเปน จรงิ ผลการประเมิน ท่ี ตัวชว้ี ดั กอนการพัฒนา สรุป ๑ สพ ๑.๑/๒ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว ยฯ IIP/FCS P  ปฏิบัตหิ นา ที่ของตนเองในการเปน สมาชิกทีด่ ี ของครอบครัว ๒ สพ ๑.๑/๔ 

103 ที่ ตวั ชีว้ ัด ผลการประเมิน สรุป กอนการพฒั นา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ IIP/FCS หนว ยฯ P ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหนา ท่ีของตนเอง ในการเปนสมาชิกทีด่ ีของโรงเรยี น ๓ สพ ๑.๑/๖  ปฏบิ ัติตนตามบทบาทหนา ที่ของตนเอง ในการเปน สมาชกิ ทีด่ ขี องชมุ ชนและสังคม ๔ สพ ๓.๑/๒  ปฏบิ ัตติ าม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศลิ ปะ วฒั นธรรมไทย และมีความกตัญกู ตเวที ๕ สพ ๓.๒/๑  เขาใจ ตระหนักถงึ ความสําคัญตอ ศาสนพธิ ี พิธีกรรมและวันสําคญั ทางศาสนาท่ีตนเอง นบั ถอื ๔. สาระการงานพน้ื ฐานอาชพี คาํ ชี้แจง ใหทําเครือ่ งหมาย ลงในชองผลการประเมนิ ท่ตี รงตามสภาพความเปนจริง ผลการประเมิน ท่ี ตัวช้วี ัด กอ นการพฒั นา สรุป ๑ กอ ๑.๑/๓ ๐๑๒๓๔  หนว ยฯ IIP/FCS P  เก็บของเลน – ของใชส ว นตัวหรอื ของสมาชิก ในครอบครวั จนเปนนสิ ยั ลงช่อื .................................................ผปู ระเมนิ ลงชื่อ.................................................ผูประเมิน (นางสาวชาลศิ า คํายันต) (นางสาวศศิกมล กา หลา) ตาํ แหนง .......คร.ู ........................ ตาํ แหนง.......ครูผูช วย................ ลงช่อื .................................................ผูประเมิน (นายอนชุ า โสสมกบ) ตําแหนง..........คร.ู .....................

104 - Qเ๒\"lhyกd-ชt.yาgนยqาaชยhญlนmาน๒าน๕๖๕ห*มา า

105

106 ** ✓ IIP/FCSP * ✓ ✓ * *1 * ✓ ✓ *✓ ** ✓ ✓ **

107 Walker IIP/FCSP Walker ** *✓ ** ✓ ** ✓ ** ✓ ✓ * ✓ Walker ** ✓ ** ✓ ** ** ะ

108 IIP/FCSP Walker ** ✓ ** ✓ ** \" ** ✓ Walker ✓ ** ✓ ** ✓ ✓ ** ** ะ* Walker **

109 ** ✓ IIP/FCSP ** IIP/FCSP ** ✓ * ✓ ✓ * ** ✓ ✓ * ** ✓ ** ✓ ** ✓

110 r IIP/FCSP IIP/FCSP ✓ IIP/FCSP * * ** ✓ * ** * ✓ ✓ * ✓ * ✓

111 IIP/FCSP * ✓ * * ✓ * r ** ๛ นางสาวศ=กมล ?าห@า นาชา4ดา 67น8 คBCDวย คB นายธFชGย Hตสงสาร พLกงานราชการ

112 ชอื่ -สกุล ด.ช.ชญานน หนมู า วันทปี่ ระเมนิ ๒๗ พ.ค. ๖๕ แบบประเมนิ ทางกจิ กรรมบำบัด ผปู้ ระเมนิ นางสาวสิรินยา นันทชยั ศนู ย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวดั ลำปาง 1. ลักษณะโดยทวั่ ไป (General appearance)... เดก็ ผู้ชาย รปู รา่ งทว้ ม นงั่ รถเขน็ 2. การประเมินความสามารถดา้ นการเคลือ่ นไหว (Motor Function) 2.1 ทักษะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor) ระดบั ความสามารถ (ระบุอายุท่ีทำได้) ระดบั ความสามารถ (ระบุอายทุ ่ที ำได)้ รายการ ทำได้ดว้ ย ทำไดแ้ ตต่ ้อง ทำไม่ได้ รายการประเมิน ทำได้ดว้ ย ทำได้แตต่ ้อง ทำไม่ได้ ประเมิน ตนเอง ช่วยเหลือ ตนเอง ช่วยเหลือ ชันคอ √ วิ่ง √ พลกิ ตะแคงตัว √ เดนิ ข้ึน-ลงบันได (เกาะราว) √ พลิกคว่ำหงาย √ กระโดด 2 ขา √ นั่งได้เอง √ เดินขนึ้ -ลงบันได (สลบั เท้า) √ คลาน √ ปั่นจักรยาน 3 ลอ้ √ เกาะยนื √ ยนื ขาเดียว √ ยนื √ กระโดดขาเดยี ว √ เดนิ √ 2.2 การขา้ มแนวกลางลำตัว (Crossing the Midline) • สามารถมองตามข้ามแนวกลางลำตัว  มี □ ไมม่ ี • สามารถนำมือทัง้ สองข้างมาใช้ในแนวกลางลำตัว  มี □ ไม่มี 2.3 ข้างที่ถนัด (Laterality) □ ซา้ ย  ขวา 2.4 การทำงานร่วมกันของร่างกายสองซกี (Bilateral integration)  มี □ ไมม่ ี 2.5 การควบคุมการเคล่ือนไหว (Motor control) • สามารถเปลีย่ นรูปแบบการเคลือ่ นไหว  มี □ ไมม่ ี • ความสามารถในการเคลอ่ื นไหว (Mobility)  มี □ ไม่มี • รูปแบบการเคล่ือนไหวทผ่ี ดิ ปกติ □ มี □ อาการสนั่ (Tremor) □ การบิดหมุนของปลายมอื ปลายเทา้ คลา้ ยการฟ้อนรำ (Chorea) □ การเคลื่อนไหวของแขนขาสะเปะสะปะ (Athetosis) □ ความตงึ ตวั ของกลา้ มเนอื้ ไมแ่ นน่ อน (Fluctuate)  ไมม่ ี • มีการเดนิ สะเปะสะปะ เหมือนการทรงตัวไมด่ ี (Ataxic Gait) □ มี  ไม่มี • เดินตอ่ ส้นเทา้  ทำได้ □ ทำไม่ได้ • ทดสอบ Finger to Nose Test  ทำได้ □ ทำไม่ได้ □ มีการกะระยะไม่ถูก (Dysmetria) • ทดสอบการเคล่อื นไหวสลบั แบบเร็ว (Diadochokinesia)  ทำได้ □ ทำไม่ได้ 2.6 การวางแผนการเคล่ือนไหว (Praxis) *มแี บบทดสอบมาตรฐาน* - การเลียนแบบทา่ ทาง  ทำได้ □ ทำไม่ได้ - การเลยี นแบบเคลื่อนไหว  ทำได้ □ ทำไม่ได้ 2.7 การประสานงานของกลา้ มเนื้อมัดเลก็ (Fine coordination) .....................................ทำได้.........................................

113 แบบประเมินทกั ษะการเคล่อื นไหวของกลา้ มเน้ือมดั เล็ก ระดบั ความสามารถ รายการประเมิน ทำไดด้ ้วยตนเอง ทำไดแ้ ต่ตอ้ งใหก้ ารชว่ ยเหลอื ทำไมไ่ ด้ การสบตา (eye contact) √ การมองตาม (eye following) √ การใช้แขนและมือ √ ➢ การเอือ้ ม (Reach Out) √ ➢ การกำ (Grasp) 1. การกำ (Power grasp) •การกำแบบตะขอ (Hook) •การกำทรงกลม (Spherical grasp) •การกำทรงกระบอก (Cylindrical grasp) 2. การหยบิ จับ (Precise grasp) ➢ การนำ (Carry /hold ) √ ➢ การปลอ่ ย (Release) √ การใชส้ องมือ การใช้กรรไกร √ การใช้อปุ กรณ์เครื่องใช้ในการรบั ประทานอาหาร การใช้มอื ในการเขียน ความคล่องแคลว่ ของการใช้มือ การประสานสมั พันธ์ระหว่างมอื กบั ตา √ (eye-hand coordination) การควบคมุ การเคล่ือนไหวรมิ ฝปี าก √ ➢ การปดิ ปาก (Lip Closure) ➢ การเคลอื่ นไหวลิน้ (Tongue) ➢ การควบคมุ ขากรรไกร (Jaw control) ➢ การดูด (Sucking) / การเป่า ➢ การกลืน (Swallowing) ➢ การเคี้ยว (Chewing) ความผดิ ปกตอิ วยั วะในชอ่ งปากท่พี บ 1. ภาวะล้ินจกุ ปาก (Tongue thrust) □ พบ  ไม่พบ 2. ภาวะกดั ฟนั (Tooth Grinding) □ พบ  ไมพ่ บ 3. ภาวะนำ้ ลายไหลยืด (Drooling) □ ไมพ่ บ 4. ภาวะลิ้นไกส่ ้ัน  พบ  ไม่พบ 5. ภาวะเคลือ่ นไหวลน้ิ ไดน้ อ้ ย □ พบ  ไมพ่ บ 6. ภาวะปากแหวง่ เพดานโหว่ □ พบ  ไม่พบ □ พบ หมายเหตุ (ข้อมลู เพมิ่ เติม)

114 การประเมนิ การรับความร้สู กึ 1. ตระหนักรู้ถึงสง่ิ เร้า  มี □ ไมม่ ี 2. การรบั ความรู้สึก (Sensation) ใส่ N=Normal (ปกต)ิ I=Impaired (บกพร่อง) L=Loss (สูญเสยี ) การรบั ความร้สู ึกทางผิวหนัง (Tactile) - การรับรถู้ งึ สมั ผัสแผว่ เบา (Light touch) :  ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สูญเสีย - แรงกด (Pressure) :  ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สญู เสีย - อณุ หภูมิ (Temperature) :  ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สญู เสีย - ความเจ็บ (Pain) :  ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สูญเสีย - แรงสั่นสะเทือน (Vibration) :  ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สูญเสยี การรับความรู้สึกจากกลา้ มเนอ้ื เอ็นและข้อ (Proprioceptive):  ปกติ □ บกพร่อง □ สญู เสีย การรบั ความรสู้ ึกจากระบบการทรงตัว (Vestibular) :  ปกติ □ บกพร่อง □ สูญเสีย การรบั ขอ้ มลู จากการมองเห็น (Visual) :  ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สูญเสีย การรับขอ้ มลู จากการไดย้ นิ (Auditory) :  ปกติ □ บกพร่อง □ สญู เสยี การรับข้อมูลจากตุ่มรบั รส (Gustatory) :  ปกติ □ บกพรอ่ ง □ สูญเสีย 3. กระบวนการรับรู้  มี □ ไม่มี การรบั รโู้ ดยการคลำ (Stereognosis)  มี □ ไมม่ ี การรับรู้การเคลื่อนไหว (Kinesthesis)  มี □ ไม่มี การตอบสนองต่อความเจ็บปวด (Pain Respone) การรบั รู้สว่ นต่าง ๆ ของร่างกาย (Body Scheme)  มี □ ไมม่ ี การรับรู้ซ้าย-ขวา (Right-Left Discrimination) □ มี  ไม่มี การรับรรู้ ปู ทรง (Form constancy) □ มี  ไม่มี การรบั รู้ตำแหน่ง (Position in space) □ มี  ไมม่ ี การรับรู้ภาพรวม (Visual-Closure)  มี □ ไม่มี การรับรกู้ ารแยกภาพ (Figure Ground)  มี □ ไมม่ ี การรบั รคู้ วามลึก (Depth Perception) □ มี  ไมม่ ี การรบั รู้มิติสัมพนั ธ์ (Spatial Relation) □ มี  ไม่มี

115 แบบประเมนิ ประสทิ ธภิ าพการทำหน้าทข่ี องสมองในการบรู ณาการความรู้สกึ พฤติกรรม/การแสดงออก การแปลผล หมายเหตุ พบ (poor integration) ไม่พบ (good integration) Hyperactive √ Distractivity √ Tactile Defensiveness √ Gravitational Insecurity √ Visual Defensiveness √ Auditory √ Defensiveness *ใช้แบบประเมินพฤติกรรมการประมวลความรู้สกึ * การประเมินการใช้สตปิ ัญญา ความคดิ ความเข้าใจ 1. ระดับความรู้สกึ ตวั :  ปกติ □ ผิดปกติ 2. การรบั รู้วัน เวลา สถานที่ และบคุ คล ................................................................................................................. ............................................................................................... ........................................................................................ 3. การจดจำ................................................................................................................................................................. 4. ชว่ งความสนใจหรอื สมาธิ  มี .....3.........นาที □ ไม่มี 5. ความจำ  มี □ ไมม่ ี 6. การเรยี งลำดบั  มี □ ไมม่ ี 7. การจัดหมวดหมู่  มี □ ไมม่ ี 8. ความคดิ รวบยอด  มี □ ไม่มี

116 วันท.ี่ .............................................. แบบแจกแจงปญั หาและการตั้งเปา้ ประสงค์ ➢ สรุปปญั หาของนกั เรียน ๑. มปี ัญหาด้านชว่ งความสนใจ โดยสามารถจดจ่อได้นาน ๓ นาที ๒. ปัญหาดา้ นพฒั นาการลา้ ช้ากว่าวัย (Delay Development) ในดา้ นทกั ษะ - การเคล่ือนไหว (Gross motor skill) - ทกั ษะการใช้กล้ามเน้อื มดั เล็ก (Fine motor skill) - ทกั ษะดา้ นภาษา (Language) - ทักษะดา้ นอารมณ์ (Emotional) - ทกั ษะทางสงั คม (Social skill) ๓. พัฒนาการล่าชา้ ในดา้ นทักษะการช่วยเหลือ ดแู ลตนเอง ๔. พัฒนาการลา่ ช้าในด้านทักษะทางวิชาการ ๖. พัฒนาการล่าชา้ ในด้านทักษะการรับร้ทู างสายตา ➢ เปา้ ประสงค์ ๑. ไดร้ ับการกระตุ้นพฒั นาการด้านชว่ งความสนใจ ๒. ได้รบั การกระตนุ้ พฒั นาการดา้ นกลา้ มเนือ้ มดั ใหญ่ (Gross motor) กล้ามเนือ้ มดั เลก็ (Fine motor) ๓. ได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านการทำงานประสานกันของตาและมือ (Eye hand co-ordination) เช่น การหยิบจบั (Prehension) การเขยี น (Handwriting) การตัดกระดาษ (Cutting) เป็นต้น ๔. ส่งเสริมพัฒนาการความสามารถในการช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจําวันส่วนตัว (Activity of Daily Living: ADL) ได้แก่ การรับประทานอาหาร (Eating) การสวม-ใส่เสื้อผ้า (Dressing) ทักษะการเล่น (Play skill) ทักษะทางอารมณ์ (Emotional) และทักษะทางสงั คม (Social) ๕. สง่ เสรมิ พัฒนาการด้านรับรู้ทางด้านสายตา ไดแ้ ก่ การรบั รู้ซ้าย-ขวา (Right-Left Discrimination) การรบั รูร้ ปู ทรง (Form constancy) การรับร้ตู ำแหนง่ (Position in space) การรับร้มู ิติสมั พันธ์ (Spatial Relation) (ลงชื่อ) ( นางสาวสริ นิ ยา นันทชัย) นักกิจกรรมบำบดั วันที่ ๒๗ พ.ค. ๖๕

11 แบบสรุปการรับบรกิ ารกิจกร ชือ่ -สกลุ เด็กชายชญานน หนูมา หอ งเรยี น แมทะ ๑ สรุปปญ หาของนักเรียน ผลการประเมนิ กอน เปา ปร การหยบิ จับวตั ถุขนาดและ การรบั บริการ รูปทรงตา ง ๆ ได เ ด็ ก ช า ย ช ญ า น น ห นู ม า ไ ม ภ า ย ใ น เ ดื อ สามารถหยิบจับวัตถุขนาดและ ๒๕๖๕ เด็กช รูปทรงตา ง ๆ ได หนูมา หยิบจ และรปู ทรงตา สรุปผลการใหบ ริการกิจกรรมบําบดั - ขอ ๑. เปาประสงคท้ังหมด ๑ ขอ ๒. ผลการพฒั นา บรรลุเปา ประสงค ๑ ขอ ไมบรรลุเปาประสงค ขอเสนอแนะในปต อไป ควรไดร บั การประเมนิ ทางกิจกรรมบําบดั ตอไป

17 รรมบําบดั ปการศึกษา ๒๕๖๕ ระสงค ผลการประเมนิ หลัง ผลการพฒั นาตามเปา ประสงค การรบั บริการ บรรล/ุ ผา น ไมบ รรล/ุ ไมผา น อ น มี น า ค ม เ ด็ ก ช า ย ช ญ า น น ห นู ม า ชายชญานน สามารถหยิบจับวัตถุขนาด √ จับวัตถุขนาด และรูปทรงตาง ๆ ได ใน าง ๆ ได ระดบั ๔ โดยไมตองไดร ับการ ชวยเหลือ (ลงชอ่ื ) ………………………………………… นางสาวสิรินยา นันทชยั นักกิจกรรมบาํ บดั ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕

118 ๑ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ศูนย์การศกึ ษาพเิ ศษประจาจงั หวัดลาปาง วนั ท่รี ับการประเมนิ ..เ..ต..่...พ.....ค.....ป....ร........ ผูป้ ระเมิน ..น...า..ย..อ..น.ุ.ช...า....โ...ส....ส..ม...ก..บ........... ๑. ขอ้ มูลทั่วไป ชอื่ ……ด….ช….…ช…ญ…าน…า…น……ห…น…ู ม…า……….....………… ชอื่ เลน่ .....อ...า..บ...................... เพศ /ชาย  หญงิ วัน เดือน ปเี กิด...6....ก....แ.......ก.................. อายุ .ง..ง....ปี..........เดือน โรคประจาตวั ................................. การวินิจฉยั ทางการแพทย์……………...................................................................................................... อาการสาคัญ (Chief complaint) ……อ่อ…น…+.……ท…็ง…า…ม…ง…อ…แ…ขน…ข.า..ท…ั้ง…ส…อง…กา……………………………..……… ข้อควรระวงั ........................................................................................................................................... หอ้ งเรียน .....แ..ม่.ท..ะ...๑.............................................ครปู ระจาช้นั .....น..า.ส..า.ว.ท..ิ...ท..์...ด..้.า..น...ส........................... ๒. การสงั เกตเบือ้ งต้น ปกติ ผิดปกติ การสงั เกต ปกติ ผดิ ปกติ ๙. เท้าปุก การสังเกต . ๑๐. เทา้ แบน . ๑. ลักษณะสีผิว ๑๑. แผลกดทบั ๒. หลงั โกง่ . ๑๒. การหายใจ . ๓. หลังคด ๑๓. การพูด ๔. หลังแอ่น - ๑๔. การมองเห็น r ๕. เขา่ ชิด ๑๕. การเคีย้ ว ๖. เขา่ โก่ง r ๑๖. การกลืน r ๗. ระดบั ข้อสะโพก ๘. ความยาวขา ๒ ข้าง ะ r ะ ะ r เพิ่มเติม ศู๊ ศู๋ญิ๊.................\"....\".................................................... ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ ครั้งที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓

119 ๒ ๓. พัฒนาการตามวัย ความสามารถ ทาได้ ทาไม่ได้ ความสามารถ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ๑. ชนั คอ n ๖. นงั่ ทรงตัว 5 ๗. ลกุ ขนึ้ ยืน ๒. พลิกควา่ พลิกหงาย ✓ ๓. คบื _ ๘. ยืนทรงตวั _ ๔. คลาน r ๙. เดิน ✓ ๕. ลุกขนึ้ นง่ั / ๑๐. พดู / เพม่ิ เติม ....._............................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................... ................................. ๔. การประเมินทางกายภาพบาบัด มาตรฐานท่ี ๑ การเพ่มิ หรือคงสภาพองศาการเคล่ือนไหวของข้อตอ่ ตัวบ่งชี้ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สังเกต ๑.๑ เพ่ิมหรือคง ๑. ยกแขนขึ้นได้  เต็มช่วงการเคลื่อนไหว สภาพองศาการ  ไม่เตม็ ชว่ งการเคล่ือนไหว เคล่อื นไหวของ rจากดั การเคลอ่ื นไหว ร่างกายส่วนบน เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๒. เหยยี ดแขนออกไป  เต็มชว่ งการเคล่อื นไหว ดา้ นหลงั ได้  ไม่เตม็ ช่วงการเคลือ่ นไหว /จากัดการเคล่อื นไหว เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................ ๓. กางแขนออกได้  เต็มชว่ งการเคลอ่ื นไหว  ไมเ่ ตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๔. หุบแขนเข้าได้  เต็มชว่ งการเคลื่อนไหว  ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ ครง้ั ที่ ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓

120 ๓ ตวั บ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสังเกต ๕. งอขอ้ ศอกเขา้ ได้  เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว  ไมเ่ ตม็ ช่วงการเคล่ือนไหว / จากดั การเคลื่อนไหว เพมิ่ เตมิ ................................. ๖. เหยียดขอ้ ศอกออกได้  เต็มชว่ งการเคล่ือนไหว  ไม่เตม็ ชว่ งการเคล่อื นไหว r จากัดการเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๗. กระดกข้อมือลงได้  เต็มช่วงการเคลื่อนไหว  ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคล่อื นไหว r จากดั การเคลอ่ื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ ๘. กระดกข้อมือขึ้นได้  เต็มช่วงการเคล่ือนไหว  ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว r จากัดการเคลือ่ นไหว เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................ ๙. กามอื ได้  เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว  ไม่เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว r จากัดการเคลื่อนไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๑๐. แบมือได้  เตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว  ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคล่อื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๑.๒ เพิ่มหรือคง ๑. งอขอ้ สะโพกเข้าได้  เต็มช่วงการเคลื่อนไหว สภาพองศาการ  ไม่เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว เคลอ่ื นไหวของ ร่างกายสว่ นลา่ ง r จากัดการเคลื่อนไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ ครง้ั ที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓

121 ๔ ตัวบ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ข้อสงั เกต ๒. เหยยี ดขอ้ สะโพก กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ  เตม็ ช่วงการเคลื่อนไหว ออกได้ ๓. กางข้อสะโพกออกได้  ไม่เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว ๔. หบุ ข้อสะโพกเข้าได้ r จากัดการเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ๕. งอเขา่ เขา้ ได้ ................................................ ๖. เหยียดเขา่ ออกได้  เต็มชว่ งการเคล่อื นไหว ๗. กระดกข้อเทา้ ลงได้  ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอื่ นไหว ๘. กระดกข้อเทา้ ขน้ึ ได้ r จากดั การเคล่อื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................  เต็มชว่ งการเคลือ่ นไหว  ไมเ่ ตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคลื่อนไหว เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................  เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว  ไม่เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว r จากัดการเคลอ่ื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................  เต็มช่วงการเคล่อื นไหว  ไม่เตม็ ชว่ งการเคล่ือนไหว r จากดั การเคลอ่ื นไหว เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................  เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว  ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว / จากดั การเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................  เตม็ ช่วงการเคล่อื นไหว / จไมา่เกตัดม็ กชาว่ รงเกคาลรื่อเนคลไหือ่ วนไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ ครัง้ ที่ ๓ วันที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓

122 ๕ ตวั บง่ ชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสังเกต ๙. หมนุ ข้อเทา้ ได้  เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว ๑๐. งอนว้ิ เทา้ ได้  ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคล่ือนไหว เพิม่ เตมิ ................................. ................................................  เตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว  ไม่เตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว r จากัดการเคลื่อนไหว เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................ มาตรฐานท่ี ๒ การปรบั สมดุลความตึงตัวของกลา้ มเนอ้ื ตัวบง่ ช้ี สภาพท่ีพงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สังเกต ๒.๑ ปรับสมดลุ ๑. ปรับสมดุลความ ✓ ระดบั ๐  ระดบั ๑  ระดบั ๑+  ระดับ ๒ ความตงึ ตวั ตึงตวั กล้ามเนื้อ  ระดับ ๓  ระดบั ๔ เพิม่ เตมิ ................................. ของกลา้ มเนื้อ ยกแขนข้นึ ได้ ................................................. รา่ งกายสว่ นบน ๒. ปรบั สมดุลความ / ระดับ ๐  ระดับ ๑ ตงึ ตัวกล้ามเนื้อ  ระดบั ๑+  ระดับ ๒ เหยียดแขนออกไป  ระดับ ๓  ระดับ ๔ ด้านหลังได้ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๓. ปรบั สมดลุ ความ / ระดบั ๐  ระดบั ๑ ตึงตวั กลา้ มเนื้อ  ระดบั ๑+  ระดับ ๒ กางแขนออกได้  ระดบั ๓  ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ๔. ปรบั สมดุลความ ................................................. / ระดับ ๐  ระดบั ๑ ตึงตัวกลา้ มเนื้อ  ระดับ ๑+  ระดบั ๒ หบุ แขนเขา้ ได้  ระดบั ๓  ระดับ ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงคร้ังที่ ๓ วันท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓

123 ๖ ตัวบง่ ช้ี สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สงั เกต ๕. ปรับสมดุลความ r ระดับ ๐  ระดับ ๑ ตงึ ตวั กล้ามเน้ือ  ระดับ ๑+  ระดบั ๒ งอข้อศอกเข้าได้  ระดบั ๓  ระดบั ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๖. ปรบั สมดุลความ  ระดบั ๐  ระดับ ๑ ตงึ ตวั กล้ามเนื้อ ะ ระดับ ๑+  ระดับ ๒ เหยยี ดข้อศอกออกได้  ระดับ ๓  ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๗. ปรบั สมดลุ ความ  ระดบั ๐  ระดบั ๑ ตึงตวั กล้ามเนื้อ  ระดับ ๑+  ระดบั ๒ กระดกข้อมือลงได้  ระดบั ๓  ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๘. ปรับสมดลุ ความ r ระดับ ๐  ระดบั ๑ ตงึ ตวั กลา้ มเนื้อ กระดกข้อมือข้นึ ได้  ระดับ ๑+  ระดบั ๒  ระดับ ๓  ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ๙. ปรับสมดลุ ความ ................................................. r ระดบั ๐  ระดบั ๑ ตึงตัวกลา้ มเน้ือ  ระดบั ๑+  ระดบั ๒ กามือได้  ระดบั ๓  ระดบั ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๑๐. ปรับสมดุลความ  ระดบั ๐  ระดบั ๑ ตึงตวั กล้ามเน้ือ แบมือมอื ได้ ะ ระดับ ๑+  ระดบั ๒  ระดับ ๓  ระดับ ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๒.๒ ปรับสมดลุ ๑. ปรบั สมดุลความตึงตัว  ระดับ ๐  ระดับ ๑ ความตึงตวั กลา้ มเน้ืองอสะโพก  ระดับ ๑+  ระดับ ๒ ของกลา้ มเน้ือ เข้าได้  ระดับ ๓  ระดับ ๔ รา่ งกายสว่ นลา่ ง เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงคร้งั ที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓

124 ๗ ตัวบง่ ชี้ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสงั เกต กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ ๒. ปรบั สมดุลความตึงตวั r ระดบั ๐  ระดบั ๑ กลา้ มเน้อื เหยยี ด สะโพกออกได้  ระดบั ๑+  ระดบั ๒  ระดับ ๓  ระดับ ๔ เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................. ๓. ปรับสมดลุ ความตึงตวั r ระดบั ๐  ระดับ ๑ กลา้ มเน้อื กางสะโพก ออกได้  ระดับ ๑+  ระดับ ๒  ระดับ ๓  ระดบั ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๔. ปรับสมดุลความตงึ ตัว r ระดับ ๐  ระดับ ๑ กล้ามเนอ้ื หุบสะโพก  ระดับ ๑+  ระดับ ๒ เข้าได้  ระดับ ๓  ระดับ ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ๕. ปรับสมดลุ ความตึงตัว ................................................. r ระดับ ๐  ระดบั ๑  ระดบั ๑+  ระดบั ๒ กล้ามเนอ้ื งอเขา่ เขา้ ได้  ระดบั ๓  ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๖. ปรับสมดุลความตึงตวั r ระดับ ๐  ระดบั ๑ กล้ามเนอ้ื เหยยี ดเขา่  ระดับ ๑+  ระดับ ๒ ออกได้  ระดับ ๓  ระดับ ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๗. ปรบั สมดุลความตงึ ตัว  ระดบั ๐  ระดบั ๑ กล้ามเนือ้ กระดก ข้อเท้าลงได้ ะ ระดบั ๑+  ระดบั ๒  ระดบั ๓  ระดบั ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๘. ปรับสมดุลความตึงตวั  ระดบั ๐  ระดับ ๑ กลา้ มเนื้อกระดก  ระดบั ๑+  ระดับ ๒ ข้อเท้าขึน้ ได้  ระดบั ๓  ระดบั ๔ เพิม่ เตมิ ................................. ................................................. แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงครงั้ ท่ี ๓ วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓

125 ๘ หมายเหตุ ๐ หมายถึง ความตึงตัวของกล้ามเน้ือไมม่ ีการเพิม่ ขึน้ ๑ หมายถึง ความตึงตวั ของกลา้ มเน้อื สงู ขึน้ เลก็ น้อย (เฉพาะช่วงการเคล่อื นไหวแรกหรอื สดุ ทา้ ย) ๑+ หมายถึง ความตึงตวั ของกล้ามเน้ือสูงขึ้นเล็กน้อย (ช่วงการเคลื่อนไหวแรกและยังมอี ยู่แตไ่ มถ่ งึ คร่ึงของชว่ งการเคลื่อนไหว ๒ หมายถึง ความตงึ ตวั ของกลา้ มเนอ้ื เพมิ่ ตลอดช่วงการเคลื่อนไหว แต่สามารถเคลอื่ นได้จนสดุ ชว่ ง ๓ หมายถงึ ความตงึ ตัวของกล้ามเนือ้ มากขึ้นและทาการเคล่ือนไหวไดย้ ากแต่ยงั สามารถเคลอ่ื นได้จนสดุ ๔ หมายถงึ แขง็ เกรง็ ในทา่ งอหรอื เหยยี ด มาตรฐานท่ี ๓ การจดั ทา่ ใหเ้ หมาะสมและการควบคมุ การเคลอ่ื นไหวในขณะทากจิ กรรม ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ขอ้ สงั เกต ๓.๑ จัดทา่ ให้ ๑. จดั ท่านอนหงาย  ทาได้ดว้ ยตนเอง เหมาะสม ได้อยา่ งเหมาะสม  มีผู้ช่วยเหลือเล็กนอ้ ย  มผี ชู้ ว่ ยเหลือปานกลาง  มผี ชู้ ว่ ยเหลอื มาก เพิ่มเตมิ ......................................... ๒. จัดท่านอนควา่ ะ....................................................... ได้อย่างเหมาะสม  ทาได้ดว้ ยตนเอง ๓. จัดทา่ นอนตะแคง  มีผชู้ ว่ ยเหลอื เลก็ นอ้ ย ไดอ้ ย่างเหมาะสม  มผี ชู้ ่วยเหลอื ปานกลาง  มีผู้ช่วยเหลือมาก เพ่ิมเตมิ ......................................... .......................................................  ทาไดด้ ้วยตนเอง  มผี ู้ชว่ ยเหลอื เล็กนอ้ ย  มีผู้ช่วยเหลือปานกลาง  มีผชู้ ว่ ยเหลือมาก เพม่ิ เตมิ ......................................... ....................................................... ๔. จดั ทา่ นง่ั ขาเปน็ วง  ทาได้ดว้ ยตนเอง ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม  มผี ู้ช่วยเหลือเล็กนอ้ ย  มผี ชู้ ่วยเหลือปานกลาง  มีผู้ชว่ ยเหลอื มาก เพมิ่ เตมิ ......................................... ....................................................... กลุม่ บรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ ครง้ั ที่ ๓ วันท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓

126 ๙ ตัวบง่ ช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสังเกต ๓.๒ ควบคุมการ ๕. จัดทา่ น่ังขดั สมาธิ  ทาได้ด้วยตนเอง เคล่อื นไหว ในขณะ ได้อย่างเหมาะสม  มีผูช้ ว่ ยเหลอื เล็กนอ้ ย ทากิจกรรม  มีผู้ชว่ ยเหลอื ปานกลาง - มีผชู้ ว่ ยเหลอื มาก เพม่ิ เตมิ ......................................... ....................................................... ๖. จัดทา่ น่งั เก้าอี้  ทาไดด้ ้วยตนเอง ได้อย่างเหมาะสม  มีผชู้ ่วยเหลอื เล็กนอ้ ย  มผี ู้ช่วยเหลือปานกลาง r มีผชู้ ่วยเหลือมาก เพิม่ เตมิ ......................................... ....................................................... ๗. จดั ทา่ ยืนเข่า  ทาไดด้ ว้ ยตนเอง ได้อย่างเหมาะสม  มผี ชู้ ว่ ยเหลอื เลก็ น้อย  มีผชู้ ่วยเหลือปานกลาง - มผี ชู้ ว่ ยเหลือมาก เพิ่มเตมิ ......................................... ....................................................... ๘. จัดท่ายนื ไดเ้ หมาะสม  ทาได้ด้วยตนเอง  มีผชู้ ่วยเหลอื เล็กนอ้ ย  มีผชู้ ่วยเหลอื ปานกลาง / มีผู้ชว่ ยเหลอื มาก เพม่ิ เตมิ ......................................... ....................................................... ๙. จดั ท่าเดินไดเ้ หมาะสม  ทาได้ด้วยตนเอง  มีผู้ช่วยเหลือเล็กน้อย  มผี ู้ช่วยเหลอื ปานกลาง / มีผชู้ ่วยเหลอื มาก เพิ่มเตมิ ......................................... ....................................................... ๑. ควบคุมการเคลื่อนไหว rLoss  Poor ขณะนอนหงายได้  Fair  Good  Normal เพิม่ เตมิ ................................. ................................................. กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ ครง้ั ท่ี ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓

127 ๑๐ ตัวบง่ ช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสงั เกต กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ ๒. ควบคุมการเคลื่อนไหว r Loss  Poor ขณะนอนควา่ ได้  Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๓. ควบคุมการเคลื่อนไหว r LFaoisrs  Poor ขณะลุกขน้ึ น่ังจาก  Good ทา่ นอนหงายได้  Normal เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๔. ควบคมุ การเคลื่อนไหว  Loss  Poor ขณะลุกข้นึ นัง่ จากทา่ นอนหงายได้ ะ Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๕. ควบคมุ การเคล่ือนไหว  Loss  Poor ขณะนั่งบนพ้นื ได้  Fair  Good  Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๖. ควบคมุ การเคลื่อนไหว r Loss  Poor ขณะนั่งเกา้ อีไ้ ด้  Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๗. ควบคมุ การเคล่ือนไหว  Loss  Poor ขณะคบื ได้ ะ Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๘. ควบคุมการเคล่ือนไหว  Loss  Poor ขณะคลานได้  Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงครัง้ ท่ี ๓ วันที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓

128 ๑๑ ตัวบง่ ชี้ สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ข้อสงั เกต ๙. ควบคมุ การเคลื่อนไหว r Loss  Poor ขณะยนื เขา่ ได้  Fair  Good  Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ๑๐. ควบคมุ การ ................................................. / Loss  Poor เคลื่อนไหว  Fair  Good ขณะลุกข้ึนยนื ได้  Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๑๑. ควบคมุ การ  Loss  Poor เคล่ือนไหว ขณะยนื ได้ ะ Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๑๒. ควบคุมการ  Loss  Poor เคลื่อนไหว  Fair  Good ขณะเดินได้  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. หมายเหตุ หมายถึง ไมสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวไดเลย Loss หมายถงึ ควบคุมการเคลื่อนไหวไดเพียงบางส่วน Poor หมายถึง สามารถควบคมุ การเคลอ่ื นไหวไดดีพอควร Fair หมายถึง สามารถควบคุมการเคลอื่ นไหวได้ใกล้เคยี งกับปกติ Good หมายถึง สามารถควบคมุ การเคลอื่ นไหวได้ปกติ Normal กลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ คร้ังที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓

129 ๑๒ มาตรฐานที่ ๔ การเพ่มิ ความสามารถการทรงท่าในการทากจิ กรรม ตวั บ่งชี้ สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สังเกต ๔.๑ ควบคุมการ ๑. นั่งทรงทา่ ได้มน่ั คง  Zero r Poor ทรงทา่ ทาง  Fair  Good ของรา่ งกาย  Normal ขณะอยู่น่ิง เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๒. ตัง้ คลานไดม้ ัน่ คง r Zero  Poor  Fair  Good  Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. ๓. ยนื เขา่ ได้มัน่ คง r Zero  Poor  Fair  Good  Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. ๔. ยนื ทรงทา่ ได้ม่ันคง / Zero  Poor  Fair  Good  Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ๕. เดินทรงท่าไดม้ น่ั คง ................................................. / Zero  Poor  Fair  Good  Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ๔.๒ ควบคมุ การ ๑. นง่ั ทรงทา่ ขณะ /.......Z...e..r..o.................P..o...o..r........... ทรงท่าทาง ทากิจกรรมได้มั่นคง  Fair  Good ของร่างกาย  Normal ขณะเคลอื่ นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. กลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ ครัง้ ที่ ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓

130 ๑๓ ตวั บ่งช้ี สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ขอ้ สังเกต ๒. ต้งั คลานขณะ / Zero  Poor ทากจิ กรรมได้มนั่ คง  Fair  Good ๓. ยนื เข่าขณะ ทากิจกรรมได้มน่ั คง  Normal ๔. ยนื ทรงท่าขณะ เพมิ่ เตมิ ......................................... ทากิจกรรมได้มน่ั คง ....................................................... ๕. เดินทรงทา่ ขณะ ทากจิ กรรมได้ม่นั คง r Zero  Poor  Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. .................................................  Zero  Poor ะ Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. .................................................  Zero  Poor  Fair  Good  Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. หมายเหตุ Zero หมายถึง ไมส่ ามารถทรงตวั ไดเ้ อง ตอ้ งอาศัยการชว่ ยเหลอื ทัง้ หมด Poor หมายถงึ สามารถทรงตัวไดโ้ ดยอาศยั การพยงุ Fair หมายถึง สามารถทรงตวั ไดโ้ ดยไมอ่ าศัยการพยุง แตไ่ ม่สามารถทรงตัวไดเ้ มือ่ ถูกรบกวน และไมส่ ามารถถ่ายน้าหนกั ได้ Good หมายถึง สามารถทรงตัวได้ดโี ดยมตี ้องอาศยั การพยงุ และสามารถรกั ษาสมดลุ ไดด้ พี อควร เมอ่ื มกี ารถ่ายนา้ หนกั Normal หมายถงึ สามารถทรงตัวได้ดแี ละมน่ั คงโดยไมต่ อ้ งอาศัยการพยุง และสามารถรกั ษาสมดลุ ไดด้ ี เมื่อมีการถ่ายนา้ หนกั กลมุ่ บรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ คร้งั ที่ ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook