Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ๗๒๗เด็กชายชญานน หนูมาแก้ไข

๗๒๗เด็กชายชญานน หนูมาแก้ไข

Published by Chalisa3928, 2023-04-20 09:10:54

Description: ๗๒๗เด็กชายชญานน หนูมาแก้ไข

Search

Read the Text Version

32 - สถานท่ี นกั เรยี นน่ังทโ่ี ตะหรอื บนรถเข็น ผสู อนยนื ตรงขามกบั ผูเรียน - ส่อื บัตรภาพ/วิดีโอ - แบบประเมนิ เตรียมแบบบนั ทึกไวด า นซายมอื ผสู อน - ผูเ รียน นกั เรยี นนั่งทโี่ ตะ เรยี นหรอื บนรถเข็น ๒) ขน้ั นาํ เสนองาน - ทักทาย สวสั ดีคะ วันน้คี รูจะมาสอนการจัดทา น่ังท่ถี ูกตอง - ประเมนิ ความสามารถพ้นื ฐาน ครใู หนักเรียนนัง่ บนเกาอ้ีหรอื บนรถเขน็ ๓) ขั้นสอน - สาธติ ครสู าธติ การจดั ทา นงั่ บนเกาอี้และบนรถเข็นเมื่อทาํ กจิ กรรมที่มีการเคลื่อนไหว และให นักเรยี นทาํ ตาม - คําสั่ง “นอ งอารม นั่งหลอๆ” - เทคนิคการสอน การสอนเชิงพฤตกิ รรม การกระตนุ เตอื น,ตะลอ มกลอมเกลา, การเลียนแบบ - แรงเสรมิ /รางวลั คาํ ชมเกงมาก ๔) ขัน้ ประเมนิ - บนั ทกึ ผลการประเมินลงในแบบบันทึกผลการเรียนรตู ามแผนการสอนเฉพาะบุคคล ๔. การวัดและประเมินผล ๑) วธิ วี ดั และประเมนิ ผล - การฝกปฏิบตั ิจริง ๒) เครอื่ งมือวดั และประเมินผล - แบบบันทึกผลการเรียนรตู ามแผนการจดั การศึกษาเฉพาะบุคคล - บนั ทกึ หลงั การสอน ๕. เกณฑก ารวัดและประเมินผล ภายในเดอื นมกราคม ๒๕๖๖ เม่ือใหเด็กชายชญานน หนมู า ทาํ กิจกรรม เด็กชายชญานน หนูมา สามารถจดั ทา ทํากจิ กรรมตางๆ ทที่ ่ีมีการเคลอ่ื นไหวในทาทางทถ่ี ูกตอ ง โดยมีคนคอยกระตุน เตอื นได จํานวน ๕ คร้ัง ตดิ ตอ กัน ๔ หมายถึง สามารถจดั ทาทํากิจกรรมตา งๆ ทมี่ ีการเคล่ือนไหวในทาทางที่ถูกตองได ๔ ครัง้ ขน้ึ ไป โดยมีคนคอยกระตนุ เตือน ๓ หมายถงึ สามารถจดั ทาทํากจิ กรรมตางๆ ที่มีการเคล่ือนไหวในทาทางท่ีถูกตองได ๓ ครัง้ โดยมีคนคอยกระตนุ เตือน ๒ หมายถงึ สามารถจดั ทา ทํากจิ กรรมตา งๆ ท่ีอยูนงิ่ ในทาทางทีถ่ ูกตองได ๒ คร้งั โดยมคี นคอยกระตนุ เตือน ๑ หมายถงึ สามารถจัดทา ทํากจิ กรรมตา งๆ ท่ีอยูนิ่งในทาทางท่ถี ูกตอ งได ๑ คร้ัง โดยมคี นคอยกระตุนเตือน ๐ หมายถึง ไมส ามารถสามารถจดั ทา ทํากิจกรรมตา งๆ ท่ีอยูน่ิงในทา ทางทีถ่ ูกตอง ลงชอื่ ........................................ครผู ูส อน (นางสาวชาลศิ า คาํ ยันต)

33 ความคดิ เหน็ ฝา ยวิชาการ/ผแู ทน ( / ) เปน แผนการสอนที่ดี เหมาะสม สามารถนําไปใชสอนได ( ) ควรปรับแก ............................................................................................................ ลงช่อื ................................................................... (นางสาวนฎั ฐา เครือวเิ สน) หวั หนา เขตพื้นทบี่ รกิ ารประจําเขต ๒ ๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๕ ความคดิ เหน็ ของผูบรหิ าร หรอื ผูท ่ีไดร บั มอบหมาย ( / ) เปนแผนการสอนทด่ี ีใชส อนได ( ) ควรปรับแก .............................................................................. ลงชื่อ.................................................................... (นายนภสินธุ ดวงประภา) ผูชวยผอู าํ นวยกลุมบรหิ ารงานวิชาการ ๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๕

34 บนั ทกึ ผลหลังการสอน ทักษะจําเปนเฉพาะความพกิ าร จดุ ประสงคเ ชงิ พฤตกิ รรมขอ ที่ ๒ ภายในเดือนเดือนเมษายน ๒๕๖๕ เมื่อใหเด็กชายชญานน หนูมา ทํากิจกรรม เด็กชายชญานน หนูมา สามารถจัดทาทาํ กจิ กรรมตางๆ ท่มี กี ารเคลือ่ นไหวในทา ทางที่ถูกตอง จุดประสงคเ ชงิ พฤติกรรมขนั้ ตอนท่ี ๑ ภายในเดอื นมกราคม ๒๕๖๕ เม่อื ใหเด็กชายชญานน หนูมา ทาํ กิจกรรม เด็กชายชญานน หนูมา สามารถจัดทา ทํากิจกรรมตา งๆ ทีท่ ม่ี ีการเคลือ่ นไหวในทา ทางท่ถี ูกตอง โดยมีคนคอยกระตนุ เตอื นได จาํ นวน ๕ ครง้ั ตดิ ตอ กัน วันที่สอน ๑ ๘ ๑๕ ๒๒ ๒๙ ๕ ๑๒ ๑๙ ๒๖ ระดับคุณภาพที่ได ๒ ๒ ๒ ๒ ๓ ๓ ๔ ๔ ๔ ................................................................................................................................................................... .....เ..ม..อื่...ใ.ห...ท้ ..ํา..ก...ิจ..ก..ร..ร..ม...ต..า.่ .ง..ๆ....เ..ด..็ก...ช..า..ย..ช...ญ...า..น..น.....ส..า..ม...า.ร..ถ...น..่ั.ง..ท...าํ .ก...จิ ..ก..ร..ร..ม...ต...า่ .ง....ๆ....ไ.ด...ถ้..กู...ต..อ้...ง...ต...ดิ ..ต...อ่..ก...ัน....๓.....ว..นั .. ................................................................................................................................................................... ระดับคณุ ภาพ ๔ หมายถงึ สามารถจัดทา ทาํ กิจกรรมตางๆ ที่มีการเคล่ือนไหวในทาทางท่ีถูกตองได ๔ ครงั้ ขึ้นไป โดยมคี นคอยกระตุนเตือน ๓ หมายถึง สามารถจัดทาทาํ กจิ กรรมตา งๆ ที่มีการเคลื่อนไหวในทาทางที่ถูกตองได ๓ คร้ัง โดยมีคนคอยกระตุนเตือน ๒ หมายถึง สามารถจดั ทา ทํากิจกรรมตางๆ ที่อยูน งิ่ ในทาทางทีถ่ ูกตอ งได ๒ ครัง้ โดยมีคนคอยกระตุน เตือน ๑ หมายถงึ สามารถจดั ทา ทาํ กจิ กรรมตางๆ ที่อยนู ง่ิ ในทาทางทถ่ี ูกตองได ๑ คร้งั โดยมคี นคอยกระตุนเตอื น ๐ หมายถึง ไมส ามารถสามารถจัดทาทํากจิ กรรมตางๆ ที่อยูนง่ิ ในทาทางที่ถูกตอง หมายเหตุ ๑. สังเกตจากการปฏิบัติตามข้นั ตอนที่กาํ หนดไว ๒. สังเกตจากความสําเรจ็ ของงานและพฒั นาการของผูเรยี นที่ทาํ ไดอยางตอ เนื่อง ลงชือ่ ........................................ครผู สู อน (นางสาวชาลศิ า คาํ ยนั ต)

35 ความคิดเหน็ ฝา ยวิชาการ/ผูแ ทน ( / ) สอนตามแผนการสอนในขั้นตอนตอไป ( ) ควรปรับแก ............................................................................................................ ลงช่ือ................................................................... (นางสาวนฎั ฐา เครอื วิเสน) หวั หนา เขตพ้นื ท่บี รกิ ารประจําเขต ๒ วนั ท่ี ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ ความคดิ เหน็ ของผบู ริหาร หรอื ผทู ไ่ี ดรบั มอบหมาย ( / ) สอนตามแผนการสอนในขัน้ ตอนตอไป ( ) ควรปรับแก .............................................................................. ลงชือ่ .................................................................... (นายนภสนิ ธุ ดวงประภา) ผชู วยผูอํานวยกลมุ บรหิ ารงานวิชาการ วันท่ี ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖

36 แผนการสอนเฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan : IIP) ช่ือ-สกุล เด็กชายชญานน หนูมา ประเภทความพกิ าร บุคคลที่มคี วามบกพรองทางรางกายหรอื การเคลอื่ นไหวหรือสุขภาพ ปก ารศึกษา ๒๕๖๕ ทักษะจาํ เปนเฉพาะความพิการ ผลการพัฒนาผูเ รยี น มาตรฐานท่ี ๑ คุณภาพของผเู รยี น คณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงคของผูเ รยี น ประเด็นพจิ ารณา ท่ี ๑.๑ ประเดน็ พจิ ารณา ที่ ๑.๒ โครงการ/งาน/กิจกรรมที่สอดคลอง ๑. งานฟนฟสู มรรถภาพคนพิการในชุมชน ๒. งานกจิ กรรมนักเรียน เปาหมายระยะยาว ๑ ป ภายในวันท่ี ๓๐ เมษายน ๒๕๖๖ เด็กชายชญานน หนูมา สามารถจัดทาทํากิจกรรมตาง ๆ ในทาทางที่ ถูกตอ ง จดุ ประสงคเชิงพฤตกิ รรมขอ ที่ ๒ ภายในเดือนเดือนเมษายน ๒๕๖๖ เม่ือใหเด็กชายชญานน หนูมา ทํากิจกรรม เด็กชายชญานน หนูมา สามารถจัดทา ทาํ กิจกรรมตา งๆ ท่ีมกี ารเคลอื่ นไหวในทา ทางทถี่ ูกตอง จุดประสงคเ ชงิ พฤติกรรมข้นั ตอนที่ ๒ ภายในเดือนเมษายน ๒๕๖๖ เม่ือใหเด็กชายชญานน หนูมา ทํากจิ กรรม เด็กชายชญานน หนมู า สามารถจดั ทาทํากิจกรรมตางๆ ท่ีทีม่ กี ารเคล่ือนไหวในทา ทางท่ีถูกตอ งได จํานวน ๕ คร้งั ตดิ ตอกัน

37 แผนที่ ๔ เรม่ิ ใชแ ผนวันที่ ๑ กุมภาพนั ธ ๒๕๖๖ สนิ้ สุดแผนวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๖ ใชเวลาสอนคาบละ ๓๐ นาท/ี ช่ัวโมง ๑. เน้อื หา การจัดทา ทํากิจกรรมตางๆ ท่ีมกี ารเคล่ือนไหวในทา ทางทถ่ี ูกตอง ๒. จดุ ประสงค ผูเรียนสามารถจดั ทาทํากิจกรรมตางๆ ทม่ี ีการเคล่ือนไหวในทา ทางท่ีถกู ตอง ๓. วธิ ีการสอน ๑) ข้ันเตรียมการสอน - สถานที่ นักเรียนน่งั ทโ่ี ตะ หรอื บนรถเขน็ ผสู อนยนื ตรงขา มกับผูเรียน - ส่ือ บตั รภาพ/วิดโี อ - แบบประเมิน เตรยี มแบบบนั ทึกไวดานซายมือผสู อน - ผเู รยี น นกั เรียนนงั่ ทโี่ ตะเรียนหรือบนรถเขน็ ๒) ขัน้ นาํ เสนองาน - ทักทาย สวสั ดคี ะ วันน้คี รจู ะมาสอนการจดั ทานงั่ ทีถ่ ูกตอง - ประเมนิ ความสามารถพนื้ ฐาน ครใู หน กั เรยี นน่ังบนเกาอี้หรือบนรถเข็น ๓) ข้นั สอน - สาธติ ครสู าธิตการจัดทาน่ังบนเกา อแี้ ละบนรถเข็นเมื่อทาํ กิจกรรมทมี่ ีการเคลื่อนไหว และให นกั เรยี นทาํ ตาม - คาํ สั่ง “นอ งอารม นงั่ หลอ ๆ” - เทคนคิ การสอน การสอนเชิงพฤติกรรม การกระตนุ เตือน,ตะลอ มกลอมเกลา, การเลยี นแบบ - แรงเสรมิ /รางวัล คาํ ชมเกงมาก ๔) ขั้นประเมิน - บันทกึ ผลการประเมินลงในแบบบันทึกผลการเรยี นรูตามแผนการสอนเฉพาะบุคคล ๔. การวัดและประเมินผล ๑) วิธวี ดั และประเมนิ ผล - การฝกปฏิบัติจรงิ ๒) เคร่อื งมือวัดและประเมนิ ผล - แบบบันทกึ ผลการเรียนรตู ามแผนการจดั การศึกษาเฉพาะบคุ คล - บันทึกหลงั การสอน

38 ๕. เกณฑก ารวัดและประเมนิ ผล ภายในเดือนเมษายน ๒๕๖๕ เมือ่ ใหเด็กชายชญานน หนูมา ทํากิจกรรม เด็กชายชญานน หนูมา สามารถจดั ทาทาํ กจิ กรรมตางๆ ทท่ี มี่ กี ารเคลอ่ื นไหวในทาทางทถ่ี ูกตอ งได จํานวน ๕ คร้ัง ติดตอ กนั ๔ หมายถงึ สามารถจัดทา ทาํ กิจกรรมตางๆ ท่มี ีการเคลื่อนไหวในทาทางทีถ่ ูกตองได ๔ คร้งั ขน้ึ ไป ๓ หมายถงึ สามารถจดั ทา ทาํ กจิ กรรมตา งๆ ที่มีการเคล่ือนไหวในทาทางทถ่ี ูกตองได ๓ ครัง้ ๒ หมายถึง สามารถจดั ทาทาํ กิจกรรมตา งๆ ท่ีมีการเคลื่อนไหวในทาทางทถ่ี ูกตองได ๒ ครง้ั ๑ หมายถึง สามารถจดั ทาทาํ กจิ กรรมตา งๆ ท่ีมีการเคล่ือนไหวในทาทางท่ถี ูกตองได ๑ ครงั้ ๐ หมายถงึ ไมส ามารถสามารถจดั ทา ทํากิจกรรมตา งๆ ท่ีมกี ารเคลอ่ื นไหวในทา ทางที่ถูกตอง ลงช่ือ........................................ครผู ูสอน (นางสาวชาลิศา คาํ ยันต) ความคิดเห็นฝา ยวิชาการ/ผูแ ทน ( / ) เปนแผนการสอนทดี่ ี เหมาะสม สามารถนําไปใชสอนได ( ) ควรปรับแก ............................................................................................................ ลงช่ือ................................................................... (นางสาวนัฎฐา เครอื วิเสน) หวั หนา เขตพน้ื ท่ีบริการประจาํ เขต ๒ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ ความคดิ เห็นของผูบ รหิ าร หรอื ผูทไ่ี ดรับมอบหมาย ( / ) เปน แผนการสอนทด่ี ีใชส อนได ( ) ควรปรบั แก .............................................................................. ลงช่ือ.................................................................... (นายนภสนิ ธุ ดวงประภา) ผูชว ยผอู ํานวยกลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖

39 บนั ทึกผลหลังการสอน ทกั ษะจาํ เปน เฉพาะความพิการ จดุ ประสงคเ ชิงพฤตกิ รรมขอที่ ๒ ภายในเดือนเดือนเมษายน ๒๕๖๖ เม่ือใหเด็กชายชญานน หนูมา ทํากิจกรรม เด็กชายชญานน หนูมา สามารถจดั ทาทาํ กิจกรรมตางๆ ที่มีการเคลือ่ นไหวในทา ทางทีถ่ ูกตอง จุดประสงคเ ชงิ พฤติกรรมขน้ั ตอนที่ ๒ ภายในเดือนเมษายน ๒๕๖๖ เม่อื ใหเด็กชายชญานน หนูมา ทํากจิ กรรม เด็กชายชญานน หนูมา สามารถจดั ทา ทํากิจกรรมตา งๆ ทท่ี ม่ี ีการเคลือ่ นไหวในทา ทางทีถ่ ูกตอ ง ได จํานวน ๕ ครง้ั ติดตอ กนั วันที่สอน ๒ ๙ ๒๓ ๒ ๙ ๑๖ ๒๓ ๓๐ ๒๐ ระดับคุณภาพท่ีได ๒ ๒ ๒ ๒ ๓ ๓ ๔ ๔ ๔ ................................................................................................................................................................... .เ.ม...ื่อ..ใ.ห...้ท...ํา..ก..จิ..ก...ร..ร..ม..ต...า่..ง..ๆ....เ.ด...็ก..ช...า..ย..ช..ญ....า.น...น....ส...า..ม..า..ร..ถ..น...่ัง..ท...าํ..ก..จิ...ก..ร..ร..ม...ต..า่..ง...ๆ....ไ..ด...ถ้ ..กู..ต...อ้..ง....ต..ดิ...ต...อ่ ..ก..ัน.....๓....ว..นั....... ................................................................................................................................................................... ระดับคุณภาพ ๔ หมายถงึ สามารถจดั ทาทาํ กิจกรรมตา งๆ ทีม่ ีการเคลื่อนไหวในทาทางท่ถี ูกตองได ๔ คร้งั ข้นึ ไป ๓ หมายถงึ สามารถจดั ทาทํากจิ กรรมตางๆ ทมี่ ีการเคล่ือนไหวในทาทางท่ถี ูกตองได ๓ ครง้ั ๒ หมายถงึ สามารถจัดทา ทํากจิ กรรมตา งๆ ทม่ี ีการเคลื่อนไหวในทาทางท่ีถูกตองได ๒ ครงั้ ๑ หมายถงึ สามารถจัดทาทํากิจกรรมตางๆ ทมี่ ีการเคล่ือนไหวในทาทางทถ่ี ูกตองได ๑ ครัง้ ๐ หมายถึง ไมส ามารถสามารถจัดทาทํากิจกรรมตางๆ ท่ีมกี ารเคลือ่ นไหวในทาทางท่ถี ูกตอง หมายเหตุ ๑. สังเกตจากการปฏบิ ตั ติ ามขัน้ ตอนที่กําหนดไว ๒. สงั เกตจากความสาํ เร็จของงานและพฒั นาการของผูเรียนที่ทาํ ไดอยา งตอเน่ือง ลงชื่อ........................................ครผู สู อน (นางสาวชาลิศา คาํ ยันต) ความคดิ เหน็ ฝายวิชาการ/ผูแ ทน ( / ) สอนตามแผนการสอนในขั้นตอนตอไป ( ) ควรปรับแก ............................................................................................................ ลงชอื่ ................................................................... (นางสาวนฎั ฐา เครอื วเิ สน) หวั หนาเขตพื้นทีบ่ ริการประจาํ เขต ๒ วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๖

40 ความคดิ เห็นของผูบรหิ าร หรือผทู ีไ่ ดร บั มอบหมาย ( / ) สอนตามแผนการสอนในขนั้ ตอนตอไป ( ) ควรปรบั แก .............................................................................. ลงช่ือ.................................................................... (นายนภสนิ ธุ ดวงประภา) ผชู วยผอู าํ นวยกลมุ บริหารงานวชิ าการ วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๖

41

42

43

44

45

46

47

48

49

50

51

52

53

54

55

56

57

58 ~แม่ทะ,ขอ มลู นักเรยี นรายบคุ คล หองเรยี น......................... ปการศึกษา ..*...ฮ.ิ..ว.ส................. ๑. ขอ มูลดานนักเรยี น ๑.๑ ขอ มูลสวนตัวนกั เรยี น ชอื่ -นามสกลุ (-ด.ช/ด.ญ/นาย/น.ส)..ช..ญ....า..น..น.........ห..น.ม.ู.า......................................................... ชอ่ื เลน .น.้.อ.ง.อ..า..ร.์ม................... ประเภทความพกิ าร.บ..ก..พ.ร.่.อ.ง..ท.า..ง.ร.่า.ง.ก..า.ย.ฯ.............................................................................................................................. เกิดวันที่..·.....เดอื น …กุม…ภาพ.ั.น.ธ.์........ พ.ศ. ..~.ส..ล.ัด....... อายุ ...๑..๔......ป เชื้อชาติ ..ไ...ท...ย....... สญั ชาต.ิ ..ไ..ท...ย....... ศาสนา...พ.ุ..ท..ธ...... เลขบตั รประจาํ ตัวประชาชน.๑.........๕..........ส.ย์........................................หมโู ลหติ ..........-................................................. การจดทะเบยี นคนพิการ  ไมตอ งการจดทะเบยี น  ยงั ไมจดทะเบยี น -จดทะเบียนแลว ที่อยูปจ จุบัน บา นเลขที่................ตรอก/ซอย....-...........หมูท ่ี...........ช่อื หมูบา น/ถนน..บ.้.า.น.น..า.ค..ร...................................... / ตําบล/แขวง..ป่.า.ต.ั.น........................ จังหวัด..ล..ำ..ป...า.ง................ รหสั ไปรษณยี ..โ..ง....ย.้..อ........... อําเภอ/เขต..แ...ม...ท...ะ................. ๑.๒ ดา นสขุ ภาพ ๑) สขุ ภาพกาย  มีสุขภาพรางกายสมบรู ณแขง็ แรง  เจ็บปวยบอย (ระบ)ุ ............................................................................ บมโี รคประจาํ ตวั (ระบุ)..ห.ื.ด....ห.อ..บ..............................................................  ปวยเปน โรครายแรง/เรอ้ื รงั (วณั โรค โรคอวน โรคทางเดนิ หายใจเร้ือรัง (หอบหืด) โรคหัวใจและหลอดเลอื ด โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเร้ือรัง โรคมะเร็ง ภาวะภมู คิ ุมกนั ตํา่ โรคเบาหวาน ภาวะบกพรองทางระบบประสาทอยางรนุ แรง ลมชัก ฯลฯ ระบุโรค)............................................................... นํ้าหนกั ......ไ..อ..................กโิ ลกรัม สวนสูง.........๑.....๕.................เซนตเิ มตร /น้ําหนักผดิ ปกตไิ มส มั พนั ธกับสวนสูงหรอื อายุ  นอนตดิ เตยี ง ๒) สขุ ภาพจติ /อารมณ/พฤติกรรม  มปี ฏสิ ัมพนั ธท ีเ่ หมาะสมกับผอู นื่ /อารมณด ี ยมิ้ งาย  อารมณห งุดหงิดงาย/โมโหงาย  ไมมีปฏิสมั พันธกับผูอ่ืน เชน เฉยเมย ไมส บตา  ไมม ีการตอบสนอง/แสดงออกทางอารมณ  ซมึ เศรา /ไแมยพ กบตพวั อฤอตกิกจรารกมกทลี่ไมมุ พงึ ประสงค หวาดระแวง  พบพฤติกรรมท่ีไมพงึ ประสงคท ่สี ง ผลกระทบไมรนุ แรงตอตนเอง/ผูอ น่ื /สง่ิ ของ  พบพฤติกรรมท่ีไมพงึ ประสงคท ่สี งผลกระทบรุนแรงตอตนเอง/ผูอืน่ /สิ่งของ

59 ๑.๓ ดานการเรียนรู ๑) พัฒนาการ/ความสามารถ  พฒั นาการ/ความสามารถเทยี บเทากับอายจุ ริง  พัฒนาการ/ความสามารถลา ชา กวาอายุจริง ๑ – ๓ ป ÷ พฒั นาการ/ความสามารถลา ชา กวาอายจุ ริง ๓ ป ขนึ้ ไป ๒) การชว ยเหลือตนเอง  สามารถชวยเหลอื ตนเองได  สามารถชว ยเหลือตนเองไดบ า ง  ไมส ามารถชวยเหลือตนเองได ๑.๔ ดานสิทธิคนพิการ/สนับสนุนชวยเหลือจากองคก รภาครัฐหรอื เอกชน ๑) เบย้ี ยังชีพคนพกิ าร  ไดรบั จาํ นวน.......................บาท/เดอื น  ไมไ ดรบั เนื่องจาก................................................................................................................ ๒) บริการฟนฟูทางการแพทย  ไดรบั (ระบุโรงพยาบาล)......................................................................................................  ไมไ ดรบั เน่ืองจาก................................................................................................................ ๓) บริการเทคโนโลยี สอ่ื สิ่งอาํ นวยความสะดวก  ไดร บั (ระบสุ ่ิงท่ีไดร ับ).......................................................................................................... (ระบหุ นว ยงานท่ไี ดร ับ)........................................................................................................  ไมไ ดร บั เนื่องจาก............................................................................................................... ๔) ทนุ การศึกษา/เงินชว ยเหลืออืน่ ๆ ✓ไดร บั (ระบุช่ือทนุ การศึกษา/เงนิ ชว ยเหลืออน่ื ๆ).ท.ุ..น...ค.ุ..ณ....พ.ุ.่.ม............................................... จาํ นวน.....๕...,..a..o...........บาท/เดือน  ไมไดร บั เน่ืองจาก................................................................................................................ ๕) รับบริการสวัสดกิ ารทางสังคม  ไดร ับ (สงิ่ ที่ไดรับ เชน บริการเคสเมเนเจอร บริการรบั สงไปโรงพยาบาล ฯลฯ ระบุ).......... (หนวยงานท่ีไดร ับ เชน พมจ. กสศ. ฯลฯ ระบุ )..................................................................  ไมไ ดร ับ เน่ืองจาก...............................................................................................................

60 ๑.๕ ดา นการเดินทางในชีวิตประจาํ วนั ๑) ยานพาหนะทใ่ี ชใ นครอบครัว  ไมมยี านหนะใชภายในครอบครัว  จักรยานยนต  มยี านพาหนะ โปรดระบุประเภท  จกั รยานยนตพ ว ง  จักรยาน  จกั รยานยนต  รถเกง  จักรยานยนตพว ง  รถเกง  รถกระบะ ๒ ประตู  รถกระบะ ๔ ประตู (นั่ง ๒ ตอนทา ยบรรทุก)  รถกระบะ ๔ ประตู (นัง่ ๒ ตอนทา ยบรรทุกมหี ลงั คา)  รถกระบะ ๔ ประตู (นั่ง ๒ ตอนแวน)  รถตสู วนบคุ คล ๒) วิธกี ารเดนิ ทางในชีวิตประจาํ วัน  เดนิ  ใชยานพาหนะ โปรดระบุประเภท ÷จักรยาน  รถกระบะ ๒ ประตู  รถกระบะ ๔ ประตู (น่ัง ๒ ตอนทายบรรทุก)  รถกระบะ ๔ ประตู (นง่ั ๒ ตอนทา ยบรรทุกมีหลงั คา)  รถกระบะ ๔ ประตู (น่งั ๒ ตอนแวน)  รถรับจา ง / รถรับ-สง นกั เรยี น  รถโดยสารประจําทาง  รถตูสวนบุคคล ๒๕ ๓) ระยะทางจากที่พกั อาศยั มายังสถานศกึ ษา (ระบุระยะทาง)........................กิโลเมตร

61 ๒. ขอ มูลดา นครอบครวั ๒.๑ ขอ มูลบิดา กมีชีวิตอยู  ถึงแกก รรม  ไมม ีขอมลู ชอ่ื -นามสกุล บดิ า....เ.ฉ..ล.ี.ย.ว.......ห...นม.ู..า..................................................อายุ....&..ค......ป เชอ้ื ชาต.ิ ...ไ.ท..ย..................... สญั ชาติ....ไ.ท...ย..................... ศาสนา....พุ.ท..ธ..................  ไมม งี านทาํ ~ มีงานทํา อาชีพ....รั.บ.จ.้.า.ง..........................................รายได. .....สุ.้อ.ออ.....................บาท/เดอื น ระดับการศกึ ษา  ไมไ ดรับการศึกษา / ประถมศึกษา  มัธยมศึกษา/ปวช  ปวส/อนุปรญิ ญา  ปรญิ ญา ทอี่ ยปู จ จุบนั / ที่อยเู ดียวกบั นักเรียน  ท่ีอยูตา งจากนักเรยี น (โปรดกรอกขอมูล) บานเลขท่.ี ....................ตรอก/ซอย...............หมูที.่ ..........ชือ่ หมูบา น/ถนน................................................... ตําบล/แขวง....................................อําเภอ/เขต................................... จงั หวดั ............................................ รหสั ไปรษณีย..............................................เบอรโทรศัพท. ........................................................................... ๒.๒ ขอมลู มารดา / มีชีวติ อยู  ถึงแกก รรม  ไมมขี อมลู ชือ่ -นามสกลุ มารดา...น..า.ง..ส..า.ย..ท..อ..ง..........ห...น.มู..า......................................อายุ...·..ต.......ป เชอ้ื ชาติ..ไ..ท..ย...................... สญั ชาต.ิ ...ไ.ท...ย..................... ศาสนา......พุ.ท..ธ................  ไมม งี านทํา / มีงานทาํ อาชีพ............ร.ับ.จ.้.า.ง..................................รายได.........2..,0..0.0...............บาท/เดือน ระดบั การศึกษา  ไมไ ดร ับการศึกษา / ประถมศึกษา  มัธยมศกึ ษา/ปวช  ปวส/อนปุ ริญญา  ปริญญา ที่อยูปจ จบุ ัน ·ที่อยูเดยี วกับนักเรยี น  ทอี่ ยตู า งจากนกั เรยี น (โปรดกรอกขอมูล) บานเลขที.่ ...ด..ร..ล.............ตรอก/ซอย.......-........หมทู .ี่ .*.........ช่อื หมบู าน/ถนน......น..า.ค..ต........................................ ตาํ บล/แขวง....ป.่.า.ต.ั.น...........................อําเภอ/เขต...แ..ม.่.ท..ะ.......................... จังหวดั ........ล.ำ.ป..า.ง............................... รหัสไปรษณีย. ...ร.ั.ว..อ..อ..อ..................................เบอรโ ทรศัพท...........-................................................................. ๒.๓ ขอ มูลผปู กครอง / บดิ า  มารดา  ผูปกครองไมใชบดิ า/มารดา (โปรดกรอกขอมูล) ช่ือ-นามสกลุ ผูปกครอง.......................................................................อาย.ุ ...........ป เชือ้ ชาติ........~................ สญั ชาติ............................. ศาสนา.........................  ไมมงี านทํา  มีงานทาํ อาชีพ...................................................รายได.............................บาท/เดือน ระดับการศึกษา  ไมไ ดร บั การศึกษา  ประถมศึกษา  มัธยมศกึ ษา/ปวช  ปวส/อนุปรญิ ญา  ปรญิ ญา

62 ที่อยูปจจุบัน  ท่ีอยเู ดยี วกบั นกั เรียน / ท่อี ยูตา งจากนักเรยี น (โปรดกรอกขอมูล) บา นเลขท.่ี ..๑.....๒..............ตรอก/ซอย...-............หมูท่.ี ...ล.......ชื่อหมูบ า น/ถนน..บ.้า.น.น..า..ค..ต........................................ ตําบล/แขวง.....ป่.า.ต.ั.น...........................อาํ เภอ/เขต......แ...ม.่.ท...ะ..................... จังหวัด...ล.ำ..ป.า.ง.................................... รหสั ไปรษณีย...๕.....๖.....ใ...จ..............................เบอรโทรศพั ท. .......-.................................................................... รายไดครอบครัว  ๑๐๐,๐๐๐ บาท/ป ขน้ึ ไป  ๔๐,๐๐๑ – ๙๙,๙๙๙ บาท/ป /ไมเ กิน 40,000 บาท/ป สภาพความเปน อยใู นครอบครัว บ อยูร วมกับบิดามารดา  อยกู ับบิดา  อยูกับมารดา  อยูกบั ผูอน่ื (ระบุ)....................................................................... /หยา รา ง สถานภาพของบดิ ามารดา  อยูดว ยกนั  แยกกันอยู  บิดาถึงแกกรรม  มารดาถึงแกกรรม  บดิ า มารดาถึง แกก รรม ครอบครัวของนักเรยี นมสี มาชิกทงั้ หมด......ต............คน ประกอบดว ย...พ.่..อ......แม่......ล.ูก....................................... บุคคลในครอบครัวมีการใชส ารเสพติด  มี กไมม ี เกี่ยวของเปน...............................กบั นกั เรยี น ประเภทสารเสพติดท่ใี ชคือ  บหุ ร่ี  สรุ า  ยาบา  อืน่ ๆ ระบ.ุ ............................ ความถ่ใี นการใชสารเสพตดิ ของบคุ คลในครอบครัว  เปน ประจาํ  บางคร้ัง บุคคลในครอบครวั เกี่ยวขอ งกับการเลน การพนัน  มี / ไมม ี ความถใ่ี นการเลนการพนันของบคุ คลในครอบครวั  เปนประจํา  บางครัง้ ภายในครอบครัวมีความขัดแยงและมีการใชค วามรุนแรง  มี &ไมมี บุคคลในครอบครัวเจ็บปวยดวยโรครนุ แรง/เรอื้ รัง  มี /ไมม ี อาชีพบิดา/มารดา/ผปู กครองเส่ยี งตอ กฎหมาย  มี /ไมม ี ๒.๔ ดา นเศรษฐกจิ ครอบครวั  มีรายไดเ พยี งพอสาํ หรับเลี้ยงดคู รอบครวั ไดอ ยางดี  มีรายไดเพียงพอสาํ หรับเลี้ยงดคู รอบครัวเฉพาะท่ีจําเปน  มีหนส้ี ิน /มีรายไดเ พียงเลก็ นอย ไมเพยี งพอสาํ หรับครอบครวั  ไมมรี ายไดเ ลย ตองพ่ึงพาผอู ืน่ ทงั้ หมด และมีหน้ีสนิ

63 ๒.๕ ดา นการคุม ครองนักเรียน ๑) การดแู ลเอาใจใสน ักเรียน  สมาชิกทกุ คนในครอบครัวชวยกันดูแลเอาใจใสนักเรยี นเปน ประจําสม่าํ เสมอ /ขาดการดูแลเอาใจใส/ ปลอยปละละเลยนกั เรียนเปน บางครง้ั  ขาดการดแู ลเอาใจใส/ ปลอยปละละเลยนักเรยี น/ไมมผี ูดูแล  นักเรยี นถูกลวงละเมิดทางเพศ  นักเรียนถกู ทาํ รายทารณุ ๒) การชวยเหลือในการพัฒนานกั เรยี น ✓สมาชิกทกุ คนในครอบครัวเขา ใจ/รวมมอื ในการชวยเหลอื ในการพัฒนานักเรียนเปน อยา งดี  สมาชกิ ในครอบครัวบางคนไมม ีความเขา ใจ/รวมมอื ในการชว ยเหลอื ในการพฒั นานักเรยี น  สมาชิกทกุ คนในครอบครัวขาดความเขา ใจ/รว มมือในการชว ยเหลือในการพัฒนานักเรียน ๒.๖ ดานเจตคติตอนกั เรยี น ครอบครวั มีความคาดหวงั ในการพัฒนานักเรยี น rนกั เรยี นสามารถพัฒนาไดแ ละมีการแสวงหาความรใู นการพฒั นานักเรียนอยเู สมอ  มคี วามคาดหวงั ในการพัฒนานกั เรยี นแตไมม ีการแสวงหาความรูเพื่อนาํ มาพฒั นานักเรียน  ไมมคี วามคาดหวังในการพัฒนานักเรียนและนกั เรียนเปนภาระของครอบครัว ๒.๗ ดานความรู ความเขาใจ ทักษะของผปู กครองในการพัฒนานกั เรียน ๑) ความรู ความเขา ใจ ทกั ษะของผูปกครองในการจดั กิจกรรมเพ่ือพัฒนานกั เรยี น ✓มกี ารจดั กิจกรรมเพ่ือพัฒนานกั เรยี นเปนประจาํ ทุกวัน  มกี ารจดั กจิ กรรมเพื่อพัฒนานกั เรยี นเปนบางคร้ัง  ไมเ คยมีการจัดกจิ กรรมเพอื่ พฒั นานักเรียน ๒) ความรู ความเขาใจ ทกั ษะของผูปกครองในการฝกดวยเทคนคิ /กจิ กรรม ✓มมกีกี าารรฝฝกกดดววยยเเททคคนนิิคค//กกจิจิ กกรรรรมมเทป่ีหน ลบาากงหคลรา้งั ยเปน ประจําทุกวัน  ไมเคยฝก ดวยเทคนคิ /กจิ กรรม

64 ๓. ขอมูลดานสภาพแวดลอ ม ๓.๑ สภาพแวดลอ มภายในศนู ยการศึกษาพเิ ศษประจําจงั หวัดลาํ ปาง/หนว ยบริการ ๑) บรเิ วณภายในหองเรยี นอาคารเรยี น  สภาพแวดลอมในหอ งเรียน/อาคารเรียนมคี วามเหมาะสมกับความตองการจาํ เปน พเิ ศษของ นกั เรยี นและปลอดภยั ตอ การดาํ รงชวี ิต  สภาพแวดลอมในหอ งเรียน/อาคารเรียนบางอยางขาดความเหมาะสมกบั ความตอ งการจาํ เปน พิเศษของนักเรียนแตยังสามารถใชไ ดอยา งปลอดภัยตอ การดาํ รงชวี ิต  สภาพแวดลอ มในหอ งเรยี น/อาคารเรียนบางอยา งขาดความเหมาะสมกบั ความตอ งการจาํ เปน พิเศษของนักเรียนและไมป ลอดภัยตอ การดาํ รงชีวติ  สภาพแวดลอ มในหองเรยี น/อาคารเรยี นทกุ อยา งไมม ีความเหมาะสมกับความตองการจําเปน พิเศษของนักเรียนและไมปลอดภัยตอ การดํารงชีวติ ระบรุ ายละเอยี ดเพิ่มเตมิ ........................................................................................................................................... ๒) บรเิ วณภายนอกอาคารเรยี น  สภาพแวดลอมนอกอาคารเรียนมีความเหมาะสมกับความตองการจาํ เปนพิเศษของนักเรยี น และปลอดภัยตอการดํารงชวี ติ  สภาพแวดลอมนอกอาคารเรยี นบางอยางขาดความเหมาะสมกับความตองการจาํ เปน พิเศษของ นักเรยี นแตยงั สามารถใชไ ดอยางปลอดภัยตอ การดาํ รงชีวติ ะ สภาพแวดลอ มนอกอาคารเรียนบางอยา งขาดความเหมาะสมกบั ความตองการจําเปน พิเศษของ นกั เรยี นและไมปลอดภัยตอ การดํารงชวี ติ  สภาพแวดลอ มนอกอาคารเรยี นทกุ อยางไมมีความเหมาะสมกบั ความตองการจาํ เปน พิเศษของ นกั เรยี นและไมป ลอดภัยตอการดํารงชวี ติ ระบรุ ายละเอยี ดเพ่มิ เติม........................................................................................................................................... ๓) ผเู ก่ียวของ นักเรียน  ครู/ผูปกครอง/พีเ่ ลย้ี งเด็กพกิ าร/ผูป ฏิบตั ิงานใหร าชการทกุ คนพรอมใหการชว ยเหลอื นกั เรียน  คร/ู ผูปกครอง/พ่เี ลีย้ งเด็กพกิ าร/ผปู ฏบิ ัตงิ านใหร าชการบางคนละเวนไมใหการชว ยเหลอื  ครู/ผปู กครอง/พี่เลยี้ งเด็กพิการ/ผูปฏบิ ัตงิ านใหราชการบางคนรังเกียจนักเรียน  เพือ่ นหรอื สมาชิกในครอบครวั ทุกคนยอมรบั /ใหเขา กลมุ ทาํ กิจกรรม  เพอ่ื นหรอื สมาชิกในครอบครวั บางคนไมย อมรบั /ไมใหเ ขากลุมทํากิจกรรม  เพอื่ นหรือสมาชิกในครอบครวั ทุกคนไมยอมรบั /ไมใ หเขากลุมทํากจิ กรรม

65 ๓.๒ สภาพแวดลอ มภายในบาน ๑) บริเวณภายในบาน ✓สะอาดปลอดภยั เอ้อื ตอ การพฒั นาศักยภาพนักเรียน  สะอาดปลอดภัยแตไมเอ้ือตอการพฒั นาศกั ยภาพนกั เรียน  ไมส ะอาดและไมปลอดภัย ๒) บรเิ วณภายนอกบาน ✓สะอาดปลอดภยั เอ้อื ตอการพฒั นาศักยภาพนักเรียน  สะอาดปลอดภัยแตไมเอ้ือตอการพัฒนาศักยภาพนกั เรียน  ไมสะอาดและไมปลอดภัย ๓.๓ สภาพแวดลอมภายในชุมชน ๑) เจตคติของชุมชนทมี่ ีตอนักเรียนและครอบครัว ✓พรอ มใหความชว ยเหลอื  เปน ภาระของสงั คม  ความเชอื่ เรื่องเวรกรรม ✓มสี ทิ ธิเทา เทยี มกบั คนท่ัวไป  นา รังเกียจ  คนพิการสามารถพัฒนาได  ไมส นใจ ๒) ความสัมพันธข องนักเรียนกับชุมชน ✓มีสว นรวมในชมุ ชน ✓เปนท่รี จู ักในชุมชน ✓เปนที่รกั ของคนในชมุ ชน  ชมุ ชนใหความชว ยเหลือ  ไมมีคนในชุมชนรจู กั  ไมส นใจ  สรางความเดอื ดรอนใหค นในชมุ ชน

66 ๔. ขอมูลดา นความปลอดภัยสถานศึกษา ๔.๑ ภัยทเี่ กดิ จากการใชค วามรุนแรงของมนษุ ย ๑) การลวงละเมดิ ทางเพศ  นักเรยี นมผี ดู ูแลใกลช ิดตลอดเวลา  นกั เรียนมีผดู แู ลใกลช ิดเปนบางเวลา  นกั เรยี นมกั ถูกทง้ิ ใหอยตู ามลาํ พังหรือไมมีผูด ูแล  นกั เรียนมปี ฏิสมั พนั ธทางสังคมโดยมรี ะยะหางกับผูอื่น  นักเรียนมพี ฤติกรรมกอดหรือหอมแกม เพศตรงขามท่ีไมใชญาตหิ รอื คนรจู ัก  นกั เรยี นมีพฤติกรรมลว งหรอื จับอวยั วะเพศของตนเอง  นกั เรยี นมีพฤติกรรมลว งหรือจับอวยั วะเพศของผูอน่ื  นกั เรียนมพี ฤติกรรมกระตนุ ตนเองทางเพศเปนบางครั้ง  นักเรียนมพี ฤติกรรมกระตุน ตนเองทางเพศบอยคร้ัง/เปนประจํา  นักเรียนมีพฤติกรรมการเขาใชส ่ือเทคโนโลยโี ดยไมมีการควบคมุ ดแู ล  นักเรยี นมีพฤติกรรมชอบดสู อื่ อนาจารลามก ๒) การทะเลาะววิ าท  นกั เรยี นมผี ูด แู ลใกลช ิดตลอดเวลา  นักเรียนมีผูดูแลใกลช ิดเปนบางเวลา  นักเรียนมักถูกท้งิ ใหอยูต ามลาํ พงั หรือไมมผี ูด แู ล  นักเรยี นมกี รยิ าทา ทางเรียบรอย สภุ าพ ไมกาวรา ว ไมมีพฤติกรรมทํารายตนเองหรือผูอืน่  นักเรียนมพี ฤติกรรมเลน ไมเปน หรือแยง ส่ิงของ ของเพ่ือนหรอื ผอู ื่นเปน บางคร้ัง  นักเรียนมีพฤตกิ รรมชอบแยง ของ ของผอู ืน่ หรือเพื่อนบอยครั้ง/เปนประจาํ ะ นักเรียนมพี ฤติกรรมชอบดสู ือ่ หรือใหความสนใจสื่อทีม่ ีความรุนแรงในสงั คม  นักเรยี นมพี ฤติกรรมเลียนแบบการกระทาํ หรือคําพูดทกี่ าวราวรุนแรงเม่ือเห็นผูอ นื่ ทาํ หรือจาก การเสพสือ่  นักเรียนมักแสดงพฤติกรรมหรือคําพูดที่กาวรา วรุนแรงตอ ผอู ่ืน  นกั เรียนไดรับยาท่ีมีฤทธ์ิในการปรับพฤตกิ รรม (ยากลมุ จิตเวช) แตท านยาไมสม่าํ เสมอ ๓) การกลนั่ แกลง รงั แก  นกั เรยี นมีผดู แู ลใกลช ดิ ตลอดเวลา  นกั เรยี นมีผูด แู ลใกลช ดิ เปนบางเวลา  นกั เรยี นมักถูกทง้ิ ใหอยตู ามลําพงั หรือไมมีผดู ูแล  นกั เรียนมีกริยาทาทางเรียบรอย สุภาพ ไมกาวราว ไมมพี ฤติกรรมทํารา ยตนเองหรอื ผูอ ่นื

67  นกั เรยี นมีพฤติกรรมเลน ไมเปน หรือแยง ส่ิงของ ของเพ่ือนหรอื ผอู นื่ เปนบางครั้ง  นกั เรียนมพี ฤติกรรมชอบแยง ของ ของผอู นื่ หรือเพ่ือนบอยๆ/เปน ประจํา  นกั เรยี นมพี ฤติกรรมชอบดูสื่อหรือใหความสนใจสือ่ ทีม่ ีความรนุ แรงในสงั คม  นักเรียนมีพฤตกิ รรมเลียนแบบการกระทาํ หรือคาํ พดู ทแี่ สดงถึงการกล่นั แกลง รังแก เชน พูดแซว พดู คาํ หยาบคาย ดึงผมผอู ื่น กัดหยิกหรอื ตผี ูอื่น เมื่อเห็นผอู น่ื ทาํ หรือจากการเสพสอ่ื  นกั เรียนมกั แสดงพฤติกรรมหรอื คาํ พูดท่ีแสดงถงึ การกลั่นแกลง รังแก เชน พูดแซว พูดคํา หยาบคาย ดึงผมผูอ ่ืน กัดหยิกหรอื ตีผูอื่น อยูเ สมอ ๔) การชมุ นุมประทว งและการจลาจล  นักเรยี นมผี ดู ูแลใกลชดิ ตลอดเวลา  นกั เรียนมีผูดูแลใกลช ิดเปนบางเวลา  นกั เรยี นมักถูกท้งิ ใหอยูตามลาํ พงั หรือไมมีผูดูแล ะ นกั เรียนมกี รยิ าทา ทางเรียบรอย สุภาพ ไมมีพฤตกิ รรม กา วรา ว กอ กวน ทาํ รายตนเองหรอื ผอู น่ื และไมม ีการแสดงพฤติกรรมท่ีกอใหเกดิ การชุมนุม ชกั จงู ผูอนื่ หรือการประทวง  นักเรียนมพี ฤติกรรมชอบดสู ่อื หรอื ใหความสนใจส่อื ทีเ่ ก่ียวกบั การชุมนุมประทวงและ การจลาจลในสงั คม  นกั เรียนเสยี่ งตอการถูกชักชวนจากผูอ ื่นไปรวมหรือกอการชมุ นุมประทว งและการจลาจล  นักเรียนถกู ชกั ชวนไปรวมการชมุ นุมประทว งและการจลาจล ๕) การกอวนิ าศกรรม  นกั เรียนมผี ดู แู ลใกลช ดิ ตลอดเวลา  นักเรยี นมีผดู ูแลใกลช ิดเปนบางเวลา  นักเรยี นมกั ถูกท้งิ ใหอ ยูตามลําพังหรือไมมผี ูด ูแล  นักเรียนมกี รยิ าทาทางเรียบรอ ย สภุ าพ ไมม ีพฤตกิ รรม กา วราว กอกวน ทํารายตนเองหรอื ผอู ่ืน และไมม ีการแสดงพฤติกรรมทเกี่ยวกับ ทํารา ยผอู ื่น ทําลายสาธารณะสมบตั ิในสังคม เปนตน  นกั เรยี นมีพฤติกรรมชอบดสู ือ่ หรือใหความสนใจส่ือทเี่ กี่ยวกบั ทํารายผอู ่นื ทําลายสาธารณะ สมบตั ิในสงั คม เปนตน  นักเรยี นเส่ียงตอการถูกชักชวนจากผูอน่ื ไปรวมหรือกอการชมุ นุมประทวงและการจลาจล  นักเรียนถูกชักชวนไปรว ม ทํารา ยผูอ ืน่ ทําลายสาธารณะสมบัตใิ นสังคม เปนตน

68 ๖) การระเบิด  นกั เรียนมีผูด แู ลใกลช ดิ ตลอดเวลา  นกั เรียนมผี ดู ูแลใกลช ิดเปนบางเวลา  นกั เรยี นมักถูกทง้ิ ใหอยูตามลําพังหรือไมมีผูด ูแล  นกั เรยี นไมม ีแนวโนม ทีจ่ ะแสดงพฤตกิ รรม การพกพาหรือเลนสารเคมีหรือวัตถทุ ี่อาจกอใหเกิด ระเบิด  บุคคลในครอบครัวนักเรียนมีการใชส ารเคมีหรือวตั ถุทอ่ี าจกอใหเ กิดระเบดิ ในครอบครัวหรอื ในการประกอบอาชีพของครอบครัว เชน ยาฆา แมลงวัชพืช หรือสารประกอบในปุยเคมี หรือสารเคมที าํ ประทัด พลุ หรือบงั้ ไฟ หรือมวี ัตถุอนั ตราย เชน กระปองสเปรย นา้ํ มนั ไมขีดไฟ ไฟแช็ค ในบาน  นกั เรียนคลกุ คลกี ับบคุ คลมกี ารใชส ารเคมีหรือใชวตั ถุอัตรายในการประกอบอาชพี ท่ีอาจ กอใหเกิดระเบดิ  นักเรียนคลกุ คลีกับบุคคลมีการใชสารเคมหี รือใชวัตถุอัตรายในการทําประทัด พลุ หรอื บัง้ ไฟ  นักเรียนเสีย่ งตอ การถกู ชักชวนจากผูอืน่ ในการพกพาหรอื เลนสารเคมีหรือใชวตั ถุที่อาจ กอ ใหเกดิ ระเบิด ะ นกั เรยี นมพี ฤติกรรมพกพาหรือนาํ สารเคมีหรือวัตถทุ ี่อาจกอ ใหเกิดระเบิด เชน ยาฆา แมลง วชั พชื หรือสารประกอบในปุยเคมี หรือสารเคมที ําประทัด พลุ หรือบ้งั ไฟ หรือมวี ัตถุอนั ตราย เชน กระปอ งสเปรย น้าํ มัน ไมขีดไฟ ไฟแช็ค ๗) สารเคมแี ละวัตถุอนั ตราย  นกั เรียนมีผดู แู ลใกลชดิ ตลอดเวลา  นักเรยี นมีผูดูแลใกลช ิดเปนบางเวลา  นักเรียนมักถูกทิ้งใหอยูตามลาํ พังหรือไมมีผดู ูแล  นักเรยี นไมม ีแนวโนมทจี่ ะแสดงพฤติกรรม การพกพาหรือเลน สารเคมหี รือวัตถอุ นั ตราย  บุคคลในครอบครัวนักเรียนมีการใชสารเคมีหรือวัตถุอันตราย ในครอบครัวหรือใน การประกอบอาชีพของครอบครัว เชน นํ้ายาลางจาน นํ้ายาลางหองน้ํา น้ําสมสายชู ยาฆาแมลง ผงซักฟอก น้าํ ยาซักฟอก กระปอ งสเปรย นํ้ามนั ไมขีดไฟ ไฟแชค็ เปนตน  นกั เรียนคลกุ คลีกบั บุคคลมกี ารใชส ารเคมหี รอื ใชว ตั ถุอตั รายในการประกอบอาชีพ  นกั เรยี นคลุกคลกี บั บุคคลมีการใชสารเคมีหรือใชวัตถุอัตรายในการทําประทัด พลุ หรือบัง้ ไฟ  นักเรยี นเสยี่ งตอ การถูกชกั ชวนจากผูอืน่ ในการพกพาหรือเลนสารเคมหี รือใชว ตั ถุอนั ตราย  นกั เรียนมพี ฤติกรรมพกพาหรือนําสารเคมหี รือวตั ถุอัตรายนํา้ ยาลางจาน นํา้ ยาลา งหอ งนํา้ นํา้ สมสายชู ยาฆาแมลง ผงซักฟอก นํา้ ยาซักฟอก กระปองสเปรย นํา้ มัน ไมข ีดไฟ ไฟแชค็ เปนตน

69 ๘) การลอลวง ลกั พาตัว  นักเรยี นมผี ดู ูแลใกลช ิดตลอดเวลา  นักเรียนถกู ทิ้งอยตู ามลาํ พงั ในหองเรยี นหรอื ทีบ่ านหรือสถานท่สี าธารณะในชุมชนเปนบางคร้งั  นักเรยี นถกู ท้ิงอยูต ามลาํ พงั ในหองเรียนหรือท่ีบา นหรือสถานทีส่ าธารณะในชุมชนบอยครั้ง หรือเปน ประจํา  นักเรยี นสามารถแสดงอาการหรือพดู ปฏเิ สธเม่ือถูกชักชวนจากผอู ่ืนหรือคนแปลกหนา  นักเรียนสามารถแสดงอาการหรือพูดปฏิเสธเม่ือถูกชักชวนจากผอู น่ื หรือคนแปลกหนาเปน บางครงั้  นักเรียนสามารถแสดงอาการหรอื พดู ปฏเิ สธหรือไมร บั ของจากผอู ื่นหรือคนแปลกหนาที่ให สิ่งของ/ขนม  นักเรยี นไมสามารถแสดงอาการหรือพดู ปฏิเสธเม่อื ถูกชักชวนจากผูอ ืน่ หรือคนแปลกหนา  นักเรยี นสามารถแสดงอาการหรอื พูดปฏิเสธในการรบั ของจากผูอ่นื หรือคนแปลกหนาที่ให สงิ่ ของ/ขนมเปน บางครั้ง : นักเรยี นไมสามารถแสดงอาการหรือพดู ปฏเิ สธในการรับของจากผอู ่นื หรือคนแปลกหนา ท่ีให สง่ิ ของ/ขนม ๔.๒ ภัยที่เกิดจากอุบตั เิ หตุ ๑) ภยั ธรรมชาติ ๑.๑) ภัยจากนา้ํ ทว ม (จมนํา้ /ไฟดูด/สตั วมพี ิษ)  นักเรียนมผี ูดูแลใกลช ดิ ตลอดเวลา  นักเรยี นมผี ูด แู ลใกลช ิดเปนบางเวลา  นกั เรียนบอกสถานการณ คาํ เตอื นภัยหรอื ภาพสญั ลกั ษณใ นการเตือนภัยทเี่ กดิ ขึ้นได  นักเรยี นไมส ามารถบอกสถานการณคาํ เตือนภัยหรอื ภาพสัญลักษณในการเตอื นภยั ทีเ่ กิดขนึ้ ได  นกั เรียนสามารถดแู ลตัวเองเม่ือเกดิ เหตกุ ารณไ ด  นกั เรยี นไมส ามารถดแู ลตัวเองเม่ือเกิดเหตุการณได  นักเรยี นมีพฤตกิ รรม ชอบเลนนํ้า ชอบเอานิว้ ไปแหย ชอบไปจบั ชอบเอาของหรือมือใสป าก  นักเรียนบอกไมไดเหตุการณท่ีเกิดข้ึนได ไมสามารถดูแลตัวเองเมื่อเกิดเหตุการณได และมีพฤติกรรม ชอบเลนนํ้า ชอบเอานิ้วไปแหย ชอบไปจับ ชอบเอาของหรือมือใสปาก และถูกท้ิงใหอยูตามลําพัง หรือไมม ีผูดูแล

70 ๑.๒) ไฟไหมปาหรือไฟไหมท่ีลกุ ลามในสถานทตี่ า ง ๆ  นกั เรยี นมีผดู ูแลใกลชิดตลอดเวลา  เรยี นมีผูด แู ลใกลช ดิ เปน บางเวลา  นกั เรยี นสามารถบอกสถานการณ คําเตือนภัยหรือภาพสญั ลกั ษณใ นการเตือนภยั ที่เกิดขึ้นได  นักเรียนไมส ามารถบอกสถานการณคําเตือนภัยหรือภาพสัญลักษณใ นการเตอื นภยั ทีเ่ กดิ ขึน้ ได  นกั เรยี นสามารถดแู ลตัวเองเม่ือเกิดเหตุการณได  นกั เรียนไมสามารถดแู ลตัวเองเมื่อเกิดเหตุการณได  นกั เรียนมพี ฤติกรรมชอบเลนวัตถุไวไฟ วัตถุท่กี อใหเ กดิ ไฟหรือเช้ือเพลงิ  นกั เรียนไมส ามารถบอกเหตุการณท่เี กดิ ขน้ึ ไมส ามารถดแู ลตัวเองเมื่อเกิดเหตกุ ารณไ ด และมี พฤติกรรม ชอบเลนวัตถุไวไฟ วัตถทุ ่กี อใหเ กดิ ไฟหรอื เชอ้ื เพลงิ และถกู ทิ้งใหอยูตามลาํ พังหรอื ไมมผี ดู แู ล ๑.๓) พายุ  นกั เรียนมีผดู ูแลใกลชิดตลอดเวลา  เรยี นมีผูดูแลใกลชิดเปนบางเวลา  นักเรยี นสามารถบอกสถานการณ คําเตือนภยั หรือภาพสญั ลักษณใ นการเตือนภยั ทีเ่ กิดขน้ึ ได  นักเรยี นไมสามารถบอกสถานการณ คําเตือนภยั หรอื ภาพสญั ลกั ษณใ นการเตือนภัยทเ่ี กิดขึ้น ได ะ นกั เรียนสามารถดูแลตวั เองเมื่อเกิดเหตุการณไ ด  นกั เรียนไมส ามารถดูแลตัวเองเมื่อเกิดเหตุการณได  นกั เรยี นไมสามารถบอกเหตุการณท ี่เกดิ ขึน้ ไมส ามารถดูแลตวั เองเม่ือเกิดเหตุการณได และถูก ทง้ิ ใหอ ยูตามลําพงั หรอื ไมม ผี ูด ูแล ๑.๔) แผนดินไหว  นักเรยี นมผี ดู แู ลใกลช ิดตลอดเวลา  เรียนมผี ดู ูแลใกลช ิดเปนบางเวลา  นกั เรียนสามารถบอกสถานการณ คาํ เตือนภยั หรอื ภาพสัญลักษณใ นการเตือนภัยทเี่ กิดขนึ้ ได  นกั เรยี นไมสามารถบอกสถานการณคําเตือนภยั หรอื ภาพสัญลกั ษณในการเตือนภัยท่ีเกิดขน้ึ ได  นักเรยี นสามารถดูแลตัวเองเมื่อเกิดเหตกุ ารณไ ด  นักเรยี นไมส ามารถดูแลตัวเองเม่ือเกิดเหตุการณได  นักเรียนไมส ามารถบอกเหตกุ ารณทเี่ กดิ ขนึ้ ไมส ามารถดแู ลตัวเองเม่ือเกิดเหตกุ ารณได และถกู ท้ิงใหอ ยูตามลาํ พังหรือไมม ีผดู ูแล

71 ๑.๕) ภัยธรรมชาตใิ นชวงฤดูหนาว  นกั เรียนมีผูดูแลใกลชิดตลอดเวลา  เรียนมีผดู ูแลใกลชิดเปนบางเวลา  นักเรยี นสามารถบอกสถานการณ คาํ เตือนภัยหรือภาพสญั ลักษณใ นการเตือนภัยทเ่ี กิดข้ึนได  นกั เรียนไมส ามารถบอกสถานการณคําเตือนภัยหรือภาพสัญลักษณใ นการเตือนภัยท่เี กดิ ข้ึนได  นักเรยี นสามารถดแู ลตวั เองเม่ือเกดิ เหตุการณได  นกั เรียนไมส ามารถดูแลตัวเองเมื่อเกดิ เหตุการณได  นักเรยี นไมส ามารถบอกเหตกุ ารณท ีเ่ กิดข้ึน ไมสามารถดูแลตัวเองเมื่อเกิดเหตุการณได และถกู ท้ิงใหอยตู ามลาํ พงั หรอื ไมม ีผูด ูแล ๒) ภยั จากอาคารเรยี น สงิ่ กอสราง  นักเรียนมีผูด แู ลใกลช ิดตลอดเวลา  เรียนมีผดู ูแลใกลชดิ เปน บางเวลา  นกั เรียนสามารถบอกสถานการณ คาํ เตือนภัยหรอื ภาพสญั ลักษณใ นการเตือนภยั ทเ่ี กิดข้นึ ได  นักเรยี นไมสามารถบอกสถานการณคําเตือนภัยหรือภาพสัญลกั ษณใ นการเตอื นภยั ท่ีเกดิ ขึ้นได : นกั เรียนสามารถดแู ลตัวเองเมื่อเกิดเหตุการณได  นกั เรียนไมส ามารถดแู ลตัวเองเม่ือเกดิ เหตุการณได  นักเรียนไมส ามารถบอกเหตุการณท ่เี กิดขนึ้ ไมส ามารถดูแลตวั เองเม่ือเกิดเหตกุ ารณไ ด และถูก ทิง้ ใหอยตู ามลําพงั หรอื ไมมผี ูด ูแล ๓) ภยั จากยานพาหนะ  นกั เรียนมผี ูด ูแลใกลช ดิ ตลอดเวลา  นักเรียนมีผูดูแลใกลช ดิ เปนบางเวลา  นักเรียนสามารถปฏบิ ตั ิตนเมอ่ื ใชห รอื โดยสารยานพาหนะทจ่ี ําเปน ในชีวิตประจําวันได เชน รถจักรยาน รถจกั รยานยนต รถยนต เปน ตน  นกั เรยี นไมส ามารถปฏิบัติตนเมื่อใชหรือโดยสารยานพาหนะท่ีจาํ เปน ในชีวิตประจําวนั ได เชน รถจกั รยาน รถจกั รยานยนต รถยนต เปนตน  นักเรยี นสามารถปฏิบัตติ นในการปองกนั อนั ตรายที่อาจเกิดจากยานพาหนะในชีวิตประจําวัน  นักเรยี นไมส ามารถปฏิบัติตนในการปองกันอันตรายท่ีอาจเกดิ จากยานพาหนะใน ชวี ติ ประจาํ วันได  นักเรียนไมสามารถปฏิบัติตนเมื่อใชหรือโดยสารยานพาหนะและไมสามารถปฏิบัติตนใน การปองกนั อนั ตรายทอี่ าจเกดิ จากยานพาหนะในชวี ติ ประจําวนั ได รวมถงึ มกั ถกู ทิง้ ใหอ ยตู ามลาํ พังหรอื ไมมผี ูดแู ล

72 ๔) ภัยจากการจดั กิจกรรม  นกั เรียนมีผูด แู ลใกลชิดตลอดเวลา ✓นักเรียนมผี ูด ูแลใกลช ิดเปนบางเวลา  นักเรียนสามารถปฏิบตั ติ ามกฎ กติกา ขอตกลงได  นักเรยี นปฏบิ ตั ิตามกฎ กติกา ขอตกลงไดเ ปน บางครัง้  นกั เรียนไมส ามารถปฏิบตั ิตามกฎ กติกา ขอตกลงได และ มกั ถกู ท้ิงใหอ ยูตามลาํ พงั หรือไมมี ผดู ูแล ๕) ภัยจากเครื่องมือ อปุ กรณ  นกั เรียนมผี ดู แู ลใกลชดิ ตลอดเวลา ✓นักเรยี นมผี ดู ูแลใกลช ิดเปนบางเวลา  นักเรียนสามารถใชเคร่ืองมือ อปุ กรณ เชน กรรไกร/กาว/ดนิ สอแหลม/มีดครัว/เครอื่ งใชไ ฟฟา/ เคร่ืองมอื ชางในบานหรือสถานศกึ ษา ไดด ว ยตนเองอยางปลอดภยั  นักเรียนไมสามารถใชเคร่ืองมือ อุปกรณ เชน กรรไกร/กาว/ดินสอแหลม/มีดครัว/ เครื่องใชไฟฟา /เคร่ืองมือชางในบานหรือสถานศึกษา ไดด วยตนเองอยา งปลอดภัย  นักเรียนไมสามารถใชเครื่องมือ อุปกรณ เชน กรรไกร/กาว/ดินสอแหลม/มีดครัว/ เคร่ืองใชไฟฟา/เคร่ืองมือชางในบานหรือสถานศึกษา ไดดวยตนเองอยางปลอดภัย และมักถูกท้ิงใหอยูตามลําพัง หรือไมมีผดู แู ล ๔.๓ ภัยท่ีเกิดจากการถกู ละเมดิ สทิ ธิ์ ๑) การถูกปลอยปละ ละเลย ทอดทิ้ง  นักเรียนไดร ับการดูแลเลย้ี งดูจากผูปกครองและผดู แู ลเปนอยา งดี ✓นกั เรยี นถูกปลอ ยปละ ละเลย ทอดทิง้ เปนบางครงั้  นกั เรียนถกู ปลอยปละ ละเลย ทอดทง้ิ เปนบอยคร้งั ๒) การคกุ คามทางเพศ ✓นนักักเเรรียียนนรไดูวรธิ บัีกากราเรอดาูแตลวั เรลอยี้ ดงจดาจู กากกาผรูปคกุกคคราอมงทแาลงะเผพดูศูแลเปนอยา งดี  นกั เรียนถกู ท้ิงใหอ ยบู านเพยี งลาํ พังเปนบางครั้ง  นักเรียนถกู ท้ิงใหอ ยบู านเพยี งลําพังเปนประจาํ  บานนกั เรียนอยใู นพ้ืนทห่ี างไกลชุมชน  บา นนกั เรยี นอยใู นพื้นท่ีหางไกลชมุ ชน เมื่อมเี หตุสดุ วิสัยไมส ามารถขอความชวยเหลือจากผูอื่น หรือหนวยงานตา ง ๆ ไดทนั ที

73  บานนักเรียนอยูใ นพื้นทที่ ี่มีการม่ัวสุม เชน ยาเสพติด สุรา การพนนั  บา นนักเรยี นอยูในพ้ืนทีท่ ่ีมีการมว่ั สมุ เชน ยาเสพตดิ สุรา การพนัน เมื่อมีเหตุสุดวสิ ัยไม สามารถขอความชวยเหลือจากผอู ื่นหรอื หนวยงานตาง ๆ ไดท นั ที ๓) การไมไ ดรับความเปนธรรมจากระบบการศึกษา  นกั เรยี นไดรับการศึกษาและการพฒั นาตนเองจากหนวยงานท่ีเกีย่ วของกบั ระบบการศึกษา  ครอบครัวนกั เรยี นขาดการรบั ขอมลู ขาวสารจากหนวยงานตาง ๆ เนอื่ งจากอยูในพื้นทหี่ างไกล บนเขา ติดชายแดน หรือพื้นทเี่ ส่ยี งภัย  ผปู กครองกลวั ลูกถูกรังแกหรอื กลั่นแกลงหรอื ไมไดรบั การดแู ลเทาทีค่ วรเหมาะสม  ผูปกครองขาดความรูความเขา ใจเก่ยี วกับระบบการศกึ ษา เพราะคดิ วา เด็กพิการไมต องเขา ระบบการศกึ ษา  การคมนาคมและระบการติดตอ สอ่ื สารไมสะดวก  การสื่อสารดานภาษา เชน กลมุ ชาตพิ ันธ กลุมชนกลุม นอย ๔.๔ ภัยท่เี กิดจากผลกระทบตอสขุ ภาวะทางกายและจติ ใจ ๑) ภาวะจติ เวช  นักเรียนไดรบั การดูแลเลีย้ งดูจากผูปกครองและผดู ูแลเปน อยา งดี  นกั เรยี นมีพฤตกิ รรม อารมณ รางเรงิ แจมใส หรอื สามารถแสดงพฤตกิ รรม อารมณไดอยา ง เหมาะสมและสอดคลอ งตามสถานการณ ะ นกั เรียนมีพฤติกรรม อารมณไ มเหมาะสมบางสถานการณ  นกั เรียนปญหาดานครอบครัวสง ผลกระทบตอจิตใจ  นกั เรยี นมปี ญ หาดา นสภาพแวดลอ มในชุมชน ท่ีสง ผลตอ พฤตกิ รรม  นกั เรียนมภี าวะอาการโรคซึมเศรา  นักเรยี นมปี ญ หาทางดานพฤติกรรมและอารมณท ี่รุนแรง ๒) ติดเกม  นกั เรียนไดรับการดูแลเลีย้ งดูจากผูปกครองและผดู ูแลเปน อยา งดี  นักเรียนสามารถแบงเวลาในการเลนเกมและทํากจิ กรรมอืน่ ๆ โดยไมม ีภาวะพฤติกรรมตอ ตาน  นกั เรียนถูกปลอยปละละเลยใหเ ลนโทรศพั ทหรือเลน คอมพวิ เตอรโดยไมมีการควบคุม ดูแล เปน บางครงั้ บอ ยคร้ัง  นักเรียนถูกปลอยปละละเลยใหเ ลนโทรศัพทหรือเลนคอมพิวเตอรโ ดยไมม ีการควบคุม ดแู ล  สภาพแวดลอมท่ใี กลชิดทําใหนักเรียนมีพฤติกรรมเลยี นแบบ เชน ผูดแู ลเลนเกมคอมพิวเตอร หรอื มือถอื อยา งไมระมดั ระวัง

74  นกั เรียนแสดงพฤตกิ รรมหรืออารมณท่ีกาวราวรนุ แรง เมื่อถูกหาม ยึด หรือจาํ กัดเวลาใน การเลนเกม  ผูดแู ลขาดความเขา ใจในส่อื ออนไลนไมสามารถแนะนําใหน กั เรียนเลนเกมอยา งระมดั ระวงั ได ๓) ยาเสพตดิ  นกั เรยี นไดร บั การดูแลเล้ียงดูจากผูปกครองและผดู ูแลเปนอยา งดี  นกั เรียนสามารถรับรถู งึ โทษของยาเสพตดิ  นกั เรยี นอยใู นสภาพแวดลอม ครอบครวั หรือชุมชน ท่มี กี ารใชส ารเสพตดิ หรือมีความเก่ียวของ กบั ยาเสพตดิ และการกระทาํ ผิดกฎหมาย  นักเรยี นถูกชกั ชวนจากผูอื่นไดงาย  นกั เรยี นมีพฤติกรรม เลียนแบบหรอื ทาํ ตามผูอื่น  นกั เรียนเคยทดลองใชยาเสพติด  นกั เรียนใชยาเสพติด  นกั เรยี นถกู หลอกใชใ หเปนผูสง-รบั ยาเสพตดิ  นักเรยี นเปน ผูขายหรอื ผูซื้อยาเสพตดิ ๔) โรคระบาดในมนษุ ย  นักเรียนไดร ับการดูแลเลี้ยงดจู ากผปู กครองและผูดูแลเปนอยา งดี  นักเรียนมีผดู แู ลใกลชดิ เปนบางเวลา  นกั เรยี นมักถูกทงิ้ ใหอยตู ามลําพงั หรือไมมผี ูดแู ล  นกั เรียนรจู กั วิธกี ารปองกันและสามารถดแู ลตนเองใหปลอดภัยจากโรคระบาดได ะ นักเรยี นไมส ามารถดแู ลตนเองจากโรคระบาดได เชน การใสแมส ลางมอื ทําความสะอาด รางกาย  นกั เรียนอาศัยหรือใชช วี ิตอยูใ นสภาพแวดลอมที่เปนแหลงแพรเช้อื โรค  นักเรียนอยูใ กลช ิดกับผูปว ย เชน บุคคลในครอบครัว เพื่อน  ผูใกลชิดหรือบุคคลในครอบครัวเปน โรคระบาดและนักเรียนไมส ามารถปอ งกันตัวเองได  นกั เรียนปว ยเปน โรคระบาดและไมสามารถปอ งกนั การแพรก ระจายเชื้อจากตนเองไปสูผอู ื่นได ๕) ภยั ไซเบอร  นักเรยี นไดรบั การดูแลเลย้ี งดูจากผปู กครองและผดู ูแลเปน อยา งดี  นกั เรียนสามารถแบง เวลาในใชส ือ่ เครือขา ยสังคมออนไลนแ ละทาํ กิจกรรมอน่ื ๆ โดยไมม ีภาวะ พฤติกรรมตอตา น  นักเรียนถูกปลอยปละละเลยใหเ ลนโทรศพั ทหรือเลน คอมพิวเตอรโ ดยไมมีการควบคุม ดูแล เปนบางครงั้  สภาพแวดลอ มท่ีใกลช ิดทําใหเ ด็กมีพฤติกรรมเลยี นแบบ เชน ผูด แู ลใชสือ่ เครอื ขา ยสงั คม ออนไลนอยางไมระมดั ระวงั

75  ผูดแู ลขาดความเขาใจในใชส่ือเครอื ขายสังคมออนไลน ไมส ามารถแนะนาํ ใหเด็กใชอ ยาง ระมดั ระวังได บอยคร้ัง  นักเรยี นถูกปลอ ยปละละเลยใหเลน โทรศพั ทห รือเลนคอมพิวเตอรโดยไมมีการควบคุม ดแู ล นกั เรียนแสดงพฤติกรรมหรอื อารมณท่ีกาวราวรนุ แรง เม่ือถูกหาม ยึด หรอื จาํ กัดเวลาในใชส ือ่ เครอื ขายสงั คมออนไลนแ ละทํากจิ กรรมอื่น ๆ ๖) การพนัน  นกั เรยี นไดรบั การดูแลเล้ียงดจู ากผูปกครองและผดู แู ลเปนอยา งดี  นักเรียนสามารถรับรูถึงโทษของการเลนการพนนั  นักเรียนอยใู นครอบครัว ชมุ ชนหรือสภาพแวดลอม ที่มีการเลน พนัน  นกั เรียนถูกชกั ชวนจากเพ่ือนหรอื ผูใกลช ดิ ใหเ ลน การพนัน  นักเรียนมพี ฤติกรรมอยากทดลอง เลียนแบบการเลน การพนันตามเพื่อนหรือผูท่ีอยใู กลช ิด  นักเรียนมีพฤตกิ รรมสอไปทางการเลน หรือติดการพนัน ๗) มลภาวะเปนพิษ  นักเรยี นไดร บั การดูแลเล้ียงดูจากผูปกครองและผดู ูแลเปน อยางดี  นกั เรียนรูจกั วิธกี ารปองกันและสามารถดูแลตนเองใหปลอดภยั จากมลภาวะตาง ๆ ได  นกั เรียนอยใู นสภาพแวดลอ มทีเ่ ปน แหลงมลภาวะ ทางอากาศ ทางเสียง ทางดนิ ทางนาํ้  นกั เรยี นไมส ามารถดแู ลตนเองจากมลภาวะได เชน การใสแ มสเพื่อปอ งกนั มลภาวะทางอากาศ  นกั เรียนปว ยหรอื เปน โรคท่ีเกิดจากมลภาวะ ทางอากาศ ทางเสยี ง ทางดนิ ทางนาํ้ เชน โรคระบบทางเดินหายใจ โรคทีเ่ ก่ียวกับการไดยินเสียง โรคทางระบบทางเดินอาหาร และสขุ ภาวะทางกายอน่ื ๆ ท่ี เกิดจากมลภาวะเปน พิษ ๘) โรคระบาดในสัตว  นักเรยี นไดร ับการดูแลเลย้ี งดจู ากผูปกครองและผูดูแลเปน อยางดี  ครอบครัวนักเรียนรูจกั วิธีการปอ งกันและสามารถดูแลสัตวเลี้ยงและคนในครอบครัวให :ปลอดภยั จากโรคระบาดหรอื โรคติดตอ จากสัตวไ ด  ครอบครวั นกั เรียนไมม ีความรูในการดูแล ปองกันโรคตา ง ๆ จากสัตวเล้ียง  นักเรยี นอยูใ นสภาพแวดลอมหรือชุมชนที่มกี ารเลยี้ งสัตว ทําการปศุสตั ว  นกั เรียนอยูใ นสภาพแวดลอ มหรือชุมชนที่มกี ารเกิดโรคระบาดสตั ว  นกั เรียนปว ยหรือติดเช้ือจากโรคตาง ๆ จากสตั วเ ลี้ยง หรือโรคระบาดในสตั ว เชน โรคพิษสุนัข บา โรคไขเลอื ดออก ไขหวัดนก โรคฉ่หี นู โรคอหวิ าในสตั ว โรคเช้อื ราผวิ หนงั โรคเกยี่ วกบั พยาธใิ นสัตว เปนตน ๙) โรคภาวะทพุ โภชนาการ  นกั เรียนสามารถรับประทานอาหารที่มปี ระโยชน ถกู ตองตามหลกั โภชนาการ ครบ 5 หมู

76  นักเรยี นรจู ักโทษของอาหารทไ่ี มมปี ระโยชนต อ รา งกาย  นกั เรียนสามารถออกกาํ ลังกายไดอยางสมา่ํ เสมอ  ผปู กครองดูแลและมีความรูความเขาใจดานโภชนาการอยางถูกตอง  นักเรียนรบั ประทานทีไ่ มมปี ระโยชน ไมถูกตองตามหลักโภชนาการ  ผูปกครองขาดความรูและไมม ีเวลาในการดแู ลจดั อาหารใหถ กู ตองตามหลักโภชนาการ  นักเรยี นมนี า้ํ หนักผดิ ปกติไมสัมพันธก บั สว นสูงหรืออายุ  นกั เรียนปวยเปนโรคขาดสารอาหาร  นักเรยี นปว ยเปนโรคขาดสารอาหารหรอื มีปญหาทางดานสขุ ภาพต้ังแตกําเนิด ๔.๕ ภยั สังคมในเทศกาลตา ง ๆ ๑) ถูกจ้ปี ลน/ถกู ว่ิงราวทรพั ย/ถูกลว งกระเปา  นักเรยี นรูจักวธิ กี ารปอ งกันตนเองตอการถูกจ้ีปลน /ถูกวิ่งราวทรพั ย/ ถูกลว งกระเปา และผปู กครองดูแลอยางใกลชิด  นกั เรียนไมร ูจ ักวธิ ีการปองกนั ตนเองตอการถูกจปี้ ลน/ถูกวิ่งราวทรัพย/ถูกลว งกระเปา แตผ ปู กครองดูแลอยา งใกลชดิ  นักเรยี นรูจักวิธีการปองกันตนเองตอการถกู จป้ี ลน/ถูกวิ่งราวทรัพย/ ถูกลว งกระเปา และมผี ดู แู ลใกลชิดบางเวลา  นักเรยี นไมร ูจักวธิ กี ารปองกันตนเองตอการถูกจ้ีปลน/ถูกวง่ิ ราวทรัพย/ถูกลว งกระเปา และมีผูดแู ลใกลช ิดบางเวลา  รนู ักเรยี นจักวิธีการปองกันตนเองตอการถูกจี้ปลน/ถูกวิ่งราวทรพั ย/ ถูกลว งกระเปา แตถ ูกทงิ้ ใหอยูตามลําพังหรือไมม ผี ูดูแล  นกั เรยี นไมรูจกั วธิ กี ารปองกนั ตนเองตอการถูกจป้ี ลน/ถูกว่ิงราวทรพั ย/ถูกลว งกระเปา ะและถูกทิ้งใหอยูตามลาํ พังหรือไมมผี ูดูแล ๒) ถกู ลอ ลวง/ถูกหลอก  นกั เรียนรจู กั วิธีการปองกันตนเองตอการถกู ลอลวง/ถูกหลอก และผปู กครองดแู ลอยางใกลชิด  นักเรยี นไมร จู ักวธิ ีการปองกนั ตนเองตอ การถูกลอลวง/ถูกหลอก แตผ ูปกครองดแู ลอยาง ใกลชดิ  นกั เรยี นรูจ ักวธิ กี ารปอ งกันตนเองตอการถกู ลอลวง/ถูกหลอกและมผี ูด ูแลใกลช ดิ บางเวลา  นักเรยี นไมรูจกั วิธีการปองกนั ตนเองตอการถูกลอ ลวง/ถูกหลอกและมีผูด ูแลใกลช ดิ บางเวลา  นักเรียนรจู ักวิธกี ารปองกันตนเองตอการถกู ลอลวง/ถูกหลอกแตถูกทิ้งใหอยูตามลําพังหรือไมม ี ผูดูแล

77  นกั เรียนไมรูจกั วธิ ีการปองกันตนเองตอ การถูกลอ ลวง/ถูกหลอก และถูกท้ิงใหอ ยูตามลาํ พงั หรอื ไมมผี ูด แู ล ๓) ถูกลักพาตัว  นกั เรียนรูจักวธิ ีการปองกันตนเองตอการถกู ลกั พาตัว และผูปกครองดแู ลอยา งใกลชิด  นักเรยี นไมร จู กั วิธีการปองกนั ตนเองตอการถูกลักพาตวั แตผ ูป กครองดแู ลอยา งใกลช ิด  นักเรยี นรจู ักวธิ ีการปองกันตนเองตอการถูกลักพาตวั และมผี ดู แู ลใกลช ิดบางเวลา  นักเรยี นไมร จู ักวธิ กี ารปองกันตนเองตอ การถูกลกั พาตัวและมีผูด แู ลใกลชดิ บางเวลา  นักเรยี นรูจักวิธกี ารปอ งกันตนเองตอการถูกลักพาตวั แตถ กู ทิ้งใหอ ยูตามลาํ พงั หรือไมมีผูดแู ล  นกั เรยี นไมรจู กั วธิ กี ารปองกนั ตนเองตอการถูกลกั พาตวั และถูกท้งิ ใหอยตู ามลําพงั หรือไมมี ผูดแู ล ๔) ถูกวางยาดวยวธิ กี ารตาง ๆ  นักเรียนรจู กั วิธกี ารปองกันตนเองตอการถูกวางยาดวยวธิ ีการตาง ๆ และผปู กครองดูแลอยาง ใกลชดิ  นักเรียนไมรูจักวธิ ีการปองกันตนเองตอการถูกวางยาดวยวิธีการตา ง ๆ แตผปู กครองดูแลอยา ง ใกลช ดิ  นกั เรยี นรจู กั วธิ ีการปองกันตนเองตอการถกู วางยาดวยวธิ กี ารตา ง ๆ และมีผดู แู ลใกลชิดบาง เวลา  นักเรยี นไมร จู กั วิธกี ารปองกนั ตนเองตอการถูกวางยาดวยวธิ กี ารตา ง ๆ และมีผดู แู ลใกลชดิ บาง :เวลา  นกั เรียนรูจักวิธกี ารปองกันตนเองตอการถูกวางยาดว ยวธิ ีการตาง ๆ แตถกู ท้ิงใหอยตู ามลาํ พงั หรอื ไมมีผูด ูแล  นกั เรยี นไมรูจกั วิธีการปองกันตนเองตอการถูกวางยาดวยวธิ กี ารตาง ๆ และถูกทิ้งใหอยูตาม ลาํ พงั หรือไมมีผูดูแล ๕) อนาจารขม ขนื กระทําชําเรา  นกั เรยี นรูจกั วธิ ีการปองกันตนเองตอการอนาจารขมขืนกระทําชําเรา และผูปกครองดูแลอยาง ใกลช ดิ  นักเรยี นไมร จู กั วิธีการปองกันตนเองตอ การอนาจารขม ขนื กระทาํ ชาํ เรา แตผ ูปกครองดแู ล อยางใกลช ิด  นกั เรยี นรูจ ักวธิ กี ารปองกันตนเองตอการอนาจารขมขืนกระทาํ ชาํ เราและมีผูดูแลใกลชิดบาง เวลา

78  นกั เรียนไมรจู กั วิธกี ารปองกนั ตนเองตอ การอนาจารขมขืนกระทําชําเราและมีผดู แู ลใกลช ิดบาง เวลา  นกั เรียนรจู ักวิธีการปองกันตนเองตอการอนาจารขมขืนกระทาํ ชาํ เราแต ถูกท้งิ ใหอยตู ามลาํ พงั หรือไมมผี ดู ูแล  นักเรียนไมร ูจ ักวธิ ีการปองกนั ตนเองตอการอนาจารขม ขืนกระทําชาํ เรา และถูกทิ้งใหอยตู าม ลาํ พังหรือไมมีผูดูแล ลงช่ือ................๛...............................ผบู นั ทกึ ขอมลู (.....น.....ส.....ช...า..ล..ิ.ด...า.........ค..ำ...ย.ั..น...ต..์........) ตําแหนง.......ค...รู......................

79 แบบรวบรวมขอ มูลผูเรียน ตามกรอบคิดแนวเชงิ นิเวศ (Ecological System) ชือ่ -นามสกุลนกั เรียน เด็กชายชญานน หนมู าชื่อเลน อารม ระดบั ช้ัน เตรียมความพรอม ปก ารศึกษา ๒๕๖๕ ประเภทการรับบรกิ าร หนวยบรกิ าร ชอื่ สถานศกึ ษา ศูนยการศึกษาพิเศษประจาํ จังหวดั ลาํ ปาง อําเภอ เมืองลําปาง จงั หวัด ลําปาง ขอมูล ณ วนั ท่ี ๔ เดือน กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕

80 รวบรวมขอมูลผเู รยี น ขอมูลของผูเรียน ๑. ขอมลู ของผูเรียน ชอ่ื -นามสกลุ นักเรยี น เด็กชายชญานน หนมู า ชอื่ เลน อารม อายุ ๑๕ ป เพศ ชาย เช้ือชาติ ไทย ประเภทความพิการ บกพรองทางรางกาย โรคประจําตวั โรคกลามเนอ้ื ออ นแรง  ลกั ษณะความพิการ นกั เรียนมีลักษณะกลามเน้ือแขนขาออนแรง ไมสามารถน่ังทรงตัวไดดวยตนเอง ไมส ามารถลุกขึ้นยืนไดดวย ตนเองไมสามารถยืนทรงตัวไดดวยตนเอง ไมสามารถเดินไดดวยตนเอง มีความเจ็บปวยท่ีตองไดรับการรักษาเปน ระยะเวลานาน ดวยอาการของโรคประจําตัว ดูเชน (Duchenne Muscular Dystrophy) สงผลทําใหกลามเนื้อของ ผเู รยี นทํางานไดไมเตม็ ที่ ขาดความแข็งแรง และจะมคี วามออนลา ลงเรือ่ ย ๆ จนทาํ ใหไมสามารถชว ยเหลือตนเองใน ชีวิตประจําวันได มีความตึงตัวของกลามเนื้อมาก เกร็ง และทรงทาทางไดไมดี ควรฝกกระตุนพัฒนาการ พัฒนา ดานความแข็งแรงของกลามเน้ือ ชวงการเคลื่อนไหว และการควบคุมตนเองในการทรงทามีภาวะผิดปกติของระบบ ประสาท คือ โรคลมชกั  พฤตกิ รรมของผเู รยี น พฤตกิ รรมสวนบคุ คล นักเรยี นเปนนักเรยี นของครูชาลศิ า คาํ ยนั ต ใหบรกิ ารสอนในหนวยบริการอําเภอแมทะ จังหวัดลําปาง โดย มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่สอดคลองกับหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษา ขั้นพ้ืนฐาน สําหรับผูเรียนพิการ ศูนยการศึกษาพิเศษประจําจังหวัดลําปาง ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕ เมื่อครูจัดกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งนักเรียนจะมีพฤติกรรมท่ีตอตานพยายามหลีกหนีการทํากิจกรรมรวมกับครูหรือ ผูปกครองในขณะที่ใหทํากิจกรรม และสงเสียง มีการตอบสนองทางอารมณและสังคมไมเหมาะสม เชน โดยการกัด หยิก พฤตกิ รรมการเรยี นรู นกั เรียนสามารถรับรูตอสิ่งเรา ผานการฟงสื่อสาร ผูเรยี นสามารถรบั รผู านจากเสียง การไดยิน การสัมผสั ใน เวลาเดยี วกัน โดยมกี ารตอบสนองดว ยการแสดงสีหนา การยิม้ การหัวเราะ ส่อื สาร นักเรียนควรสงเสริมกิจกรรมดวย การกระตนุ เตอื นดวยวาจา หรือกระตุนเตือนทางกายรวมดว ย จงึ จะสามารถใหความรวมมือในการทํากิจกรรมตอได ในระหวางการฝกการเรียนรูผูเรียนสามารถเรียนรูไดโดยผานการมอง การฟง การจับมือทําโดยเปนคําสั่ง งายๆ เปนลําดับข้ันตอนการทํางานจากข้ันตอนงายๆไปหาข้ันตอนท่ียากข้ึนดวยการกระตุนเตือนทางกายและวาจา โดยการใชสื่ออุปกรณท ี่เปน ของจรงิ ที่เหมาะสมกบั ผเู รียนในชีวิตประจาํ วนั และใชก ารประสมประสานทุกวิธีในการทํา

รวบรวมขอมูลผูเรียน 81 ภาพนกั เรียน ขอมูลความสามารถผูเรยี น  ความสามารถพนื้ ฐานของผเู รียน ๑.๑ ความสามารถพ้นื ฐานทางดา นรา งกาย จดุ เดน จดุ ออน ๑. เมื่อใหนกั เรยี นสามารถใชมอื หยบิ จับ เอ้ือม กํา นํา ๑. เม่ือใหนักเรียนปลอยวัตถุในจุดที่กําหนด นักเรียน ปลอยวัตถไุ ดในระดบั อกและมผี ชู ว ยเหลือในการชีน้ ํา ไมสามารถปลอยวัตถุตามเปาหมายไดซ่ึงจะตองใชการ ทิศทางปลอยวตั ถุ กระตุนเตือนทางกายโดยการจับมือผูเรียนปลอยวัตถุ ลงตามเปา หมายทีก่ ําหนดในการ ๒. เมอ่ื ใหน กั เรียนนงั่ ทรงตัวอยใู นทา น่ังขัดสมาธบิ นพื้น ๒. เมือ่ ใหน ักเรียนนัง่ ทรงตัวอยใู นทาน่งั ขัดสมาธิบนพ้ืน หลังตั้งตรงผูเรียนสามารถน่ังทรงตัวในการทํากิจกรรม หลังต้ังตรง นักเรียนไมสามารถนั่งทรงไดนานมากกวา ได ๓-๕ นาที ๓ นาที เน่ืองจากมีความลาของกลามเนื้อ ซึ่งนักเรียน จะแสดงอาการโดยการท้ิงตัวลงนอนกับพ้ืนจําเปนที่ จะตอ งมเี กา อ้ที ม่ี พี นักพิงใหเหมาะสมกับผูเรยี น ๓. เมื่อใหนักเรียนเคล่ือนยายตนเองขณะท่ีอยูบนพ้ืน ๓. นักเรยี นไมสามารถเคลอ่ื นยายตนเองไปในทิศทางท่ี ผูเรียนเคล่ือนยายตนเองโดยการใชมือและเขาท้ังสอง กําหนดได ประมาณระยะทาง ไมเกิน ๖๐ เซนติเมตร ขาง ต้ังคลานสลับไปยังทิศทางท่ีตองการ ประมาณ เนื่องจากจะมีความลาของกลามเนื้อ ซ่ึงนักเรียนจะ ระยะทาง ไมเกนิ ๓๐-๖๐ เซนติเมตร แสดงอาการโดยการทิ้งตวั ลงนอน ๔. เมอื่ ใหทํากิจกรรมภายในหองเรยี น นักเรยี น ๔. เม่ือใหนักเรียนน่ังรถเข็นในการทํากิจกรรมเปน สามารถนงั่ ทํากิจกรรมโดยการใชรถเขน็ ในระหวา งทาํ เวลานาน นกั เรียนจะไมสามารถที่จะควบคุมเทาใหวาง กิจกรรมผา นไป ๓-๕ นาที พบวา เทา ทง้ั สองขา งของ บนทว่ี างเทา ของรถเขน็ ได เทาจะหลุดลงจากทีว่ าง ผูเรยี นหลุดลงจากท่วี างเทาของรถเขน็ นกั เรียน สามารถใชมือทง้ั สองขา งประครองขาเพื่อยกเทาทลี ะ ขางขึ้นมาวางในท่วี างเทาในตําแหนง เดิมไดด วยตนเอง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook