กิจกรรมที่ 15 ขวดอุณหภมู ิ 1. สื่อ/อุปกรณ ภาชนะโลหะ 4 คู แตละคูบรรจนุ า้ํ อณุ หภูมิตางกนั คอื • คูหนึง่ คือ 37 องศาเซลเซยี ส อุณหภูมริ างกาย (ขวดหนึ่งตดิ จุดสีชมพไู วทีต่ อนบน) • คูหนงึ่ คือ 47 องศาเซลเซียส • คูหนง่ึ คอื 27 องศาเซลเซียส • คหู นง่ึ คอื 17 องศาเซลเซยี ส ภายหลงั อุณหภูมิของน้ําอาจตา งกันแค 5 องศาเซลเซยี ส แทน 10 องศาเซลเซยี ส มกี ลองไมป ดฝาเพอ่ื รักษาความรอ นของน้าํ ใชเทอรโ มมิเตอรเ พือ่ ตรวจอณุ หภูมขิ องนาํ้ 2.วตั ถุประสงค 1. เพ่ือฝก ฝนผัสสะประสาททางการรบั รอู ุณหภมู ิ 2. การแยกแยะอณุ หภมู ิ 3. วธิ ีจดั กจิ กรรม 1. ครเู ชิญชวนเด็ก ไปทช่ี ัน้ วางอปุ กรณ “นี่คือขวดอณุ หภูมิ ครูแสดงวิธีการถอื อุปกรณใ หเ ดก็ ดู เชญิ ชวน ใหเดก็ ถอื ดว ยตนเอง ไปวางบนโตะทํางาน 2. ครแู ละเด็กมองสํารวจอุปกรณท ่อี ยูในกลอง ครูพดู วา “น่คี อื ขวดอุณหภมู ิ เดยี๋ วเรามาดูกันนะคะวาจะ ทาํ งานกับขวดนอี้ ยางไร” 92 การจัดการเรยี นรูระดบั ปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
3. ครูหยิบขวดอุณหภมู ิ 1 ขวด หยิบตรงหวงดานบนห้วิ จากกลองออกมาวาง บนโตะ เชญิ ชวนใหเด็กชว ย หยบิ ออกมาดวยตนเอง และชว ยกันหยิบออกมาวางคละกันจนหมดทุกขวด 4. ครหู ยิบขวดอุณหภมู ปิ กติ ไปวางทางซา ยมือเพอื่ ใชในการปรบั อณุ หภูมขิ องมอื ครูสาธิตวิธีการจับขวด อุณหภมู ิ แลวใหเ ดก็ ปฏบิ ัติตาม 5. หยบิ ขวดอณุ หภูมแิ ยกออกมา 1 ขวด ปรับอุณหภูมิดวยการจบั (ดวยมือทั้งหา ในลักษณะการกําขวด) ขวดอณุ หภมู ิปกติกอน แลว จงึ กําทข่ี วดทีแ่ ยกออกมา 6. หยบิ ขวดอณุ หภมู ิแยกออกมาอกี 1 ขวด ครูพดู กับเด็กวา เราจะจบั คูข วดอณุ หภมู กิ ันนะคะ ครกู ําขวด อณุ หภมู ิ เพือ่ หาอุณหภูมิท่ีเหมอื นกนั มาจับคกู นั ทุกครงั้ กอ นจบั ขวดอณุ หภูมิตองปรบั อุณหภมู ใิ หป กติ กอ นทุกครัง้ 7. เม่ือจับคูขวดอณุ หภูมิครบแลว ตรวจสอบดว ยการกําขวดอุณหภมู พิ รอมกนั ทีละคู และใหเ ชญิ ชวนเดก็ ทาํ ตามคุณครู หนลู องทาํ งานนด้ี นู ะคะ 8. นาํ ขวดอณุ หภมู วิ างคละกนั แลว เชญิ ชวนใหเ ดก็ ปฏบิ ตั ดิ ว ยตนเอง เชญิ หนทู าํ งานกบั ขวดอณุ หภมู นิ นี้ ะคะ เมอื่ ทาํ งานนี้เสรจ็ แลวหนูนาํ อุปกรณไ ปเกบ็ เขาทตี่ ามเดิมนะคะ กจิ กรรมตอเนอื่ ง ( การเรียงลําดับอณุ หภูมจิ ากปกตไิ ปหารอ นที่สดุ ) 1. ครเู ชิญชวนเด็ก วันนี้เราจะทํางานกับขวดอุณหภมู ิ ซึง่ หนทู าํ งานกิจกรรมน้หี ลายครง้ั แลว วันน้ีมีอีก กจิ กรรมหนงึ่ เราเร่มิ กนั เลยนะคะ 2. ครแู ละเดก็ ชวยกันหยิบขวดอุณหภูมชิ ดุ ที่ 1 ออกมาวางคละกัน 3. ครเู อามอื ทั้งสองปรบั อุณหภมู ปิ กติ แลว จึงจับขวดอณุ หภูมิ เพอ่ื หาขวด อณุ หภมู ทิ รี่ อ นทสี่ ดุ ไปวางทางซาย แลวหาขวดท่ีมีระดับความรอนลาํ ดบั ถดั ไปเรยี งตามลาํ ดบั เมอ่ื เรยี งเสรจ็ เรยี บรอ ยแลว ครูเชญิ ใหเดก็ ตรวจสอบ โดยครจู บั ขวดอุณหภูมิทลี ะขวด หนลู องทําดนู ะคะ เดก็ ปฏบิ ตั ติ าม 4. ครูเปดฝากลอ ง แลวหยบิ ขวดอุณหภูมิชดุ ที่ 2 ออกมาวางคละกัน เชิญชวน ใหเดก็ ทํางานดว ยตนเอง และตรวจสอบกับงานที่คณุ ครูเรยี งลําดับไวแลว เมอ่ื หนทู าํ งานเสร็จ หนจู ดั เก็บอุปกรณใหเ ขา ท่ี แลวนําไปเกบ็ ทช่ี ้ันอปุ กรณต ามเดมิ นะคะ ภาษา ใชการสอนภาษา 3 ข้ันตอน ขัน้ ปกติ รอน เยน็ ข้ันกวา รอนกวา เยน็ กวา ขนั้ สดุ รอ นท่สี ุด เยน็ ที่สุด 4. การประเมินผล 1. ปฏิบตั ิกจิ กรรมไดถกู ตอ ง 2. บอกภาษาและเขา ใจความหมาย ชื่อขวดอณุ หภูมิ รอ น เยน็ รอนกวา รอนท่ีสดุ เยน็ กวา เยน็ ที่สุด 5. อายุ 3 ขวบครง่ึ ขึ้นไป 93การจัดการเรียนรูระดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
กิจกรรมที่ 16 การชิมรส 1. สอ่ื /อุปกรณ ขวด 2 ชุดๆ ละ 4 ใบ พรอมหลอดหยด ขวดบรรจุสารละลายรสพ้ืนฐานดังน้ี 1. เค็ม 2. หวาน 3. ขม 4. เปรีย้ ว ฝาจดุ ขวดหนงึ่ มสี ตี า งจากอกี ชดุ หนงึ่ คทู ม่ี รี สเดยี วกนั จะมฝี าสตี า งกนั ชอ น 2 คนั สาํ หรบั คนละอนั แกว นา้ํ เลก็ 4 ใบ สาํ หรบั คนละ 2 แกว 2. วัตถปุ ระสงค 1. เปน กญุ แจสกู ารรบั รรู สสิ่งตา งๆในอนาคต 2. ความประณตี ในการรบั รูรสอาหาร 3. เพ่ือใหเด็กคุนเคยกับกับรส 4 รส 4 เดก็ ปรบั ตวั ในรสตางๆในการรับประทานอาหารในชวี ติ ประจําวนั และอยากรูรสมากข้นึ 3. วธิ ีจดั กจิ กรรม 1. ครูเชญิ เด็ก 1 คน พรอมกันบอกเด็กวา “วนั นีเ้ ราจะมาชมิ รสตา งๆ กนั นะคะ ” 2. เด็กยกกลอ งอปุ กรณส าํ หรบั ชมิ รสมาวางแลวน่งั ลง ครูน่งั ลงทางขวามือของเด็ก 3. ครหู ยบิ ขวดชมิ รสมาเรยี งเปน แถว 2 แถว โดยใหจ ุดขวดสแี ดงอยทู างขวามอื ของครู และจุดขวดสีนาํ้ เงิน อยซู า ยมือของครู ครวู างแกวท่ใี สนํ้าและสาํ หรับด่ืม 2 แกว สําหรบั ครู 1 แกว และเดก็ 1 แกว วางเรยี งกนั ดังภาพ 4. ครจู บั ขวดดว ยมอื ซายท้ัง 5 นว้ิ และใช 3 นิ้วคือนว้ิ หัวแมมอื นวิ้ ชแี้ ละน้ิวกลางเปดทจ่ี ุกขวด เสรจ็ แลวครู วางขวดลงขวดท่จี ะเปน ขวดท่ีมีจกุ สีแดง 94 การจดั การเรียนรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
5. ครใู ชมือขวาจบั ชอ นขึ้นมาแลวใชม อื ซายบบี จกุ ขวดเพื่อใหนําหยดลงในชอนครชู มิ ดแู ลว จํารสชาตไิ ว เอา ชอ นไวท ่เี ดมิ ในแกว ดื่มนา้ํ เลก็ นอ ย 6. ครูใชว ิธเี ปด ขวดในขอ 4 โดยหยิบขวดท่มี ีจุกสีนํา้ เงนิ แลวใชวธิ ีการในขอ 5 ชิมรสถา รสชาตเิ ดียวกนั ใหมา จบั คกู ันตรงหนา ถาไมเหมือนกนั ใหแยกขวดฝาสีน้ําเงนิ ไวทางขวามือแลว ดําเนินการตามขอ 4 อยางน้จี นครบ 8 ขวด (4 ค)ู 7. ครตู อ งไมล มื วา เมือ่ รสชาติทคี่ รูจาํ ได ตรงกัน เชน รสหวานตรงกัน 1 คู แลว ครูควรใหเดก็ ชมิ 6 น้วิ ทดสอบวารสหวานตรงกันครูหรือไม 8. ครคู ละขวดชิมรสทง้ั หมด 8 ขวดดว ยกนั แลว ใหเดก็ ปฏบิ ัติกิจกรรมนีเ้ อง 9. เดก็ ปฏิบตั ิกจิ กรรมเสร็จแลว ใหนาํ อปุ กรณไปลาง เชน แกว และครคู วรเปล่ยี นนํ้าชมิ รสทกุ วัน ภาษา หวาน เคม็ เปร้ยี ว ขม ชื่อรสทัง้ 4 คือ 4. การประเมินผล 1. ปฏิบัติกิจกรรมไดถกู ตอง 2. แยกแยะรสตา งๆได 5. อายุ 3 ขวบ คร่งึ ถึง 4 ขวบ 95การจัดการเรยี นรูร ะดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
กิจกรรมที่ 17 การดมกลน่ิ 1. ส่อื /อุปกรณ ขวด 2 ชุด ชดุ ละ 4 ใบ บรรจุสารซ่ึงมีกลิน่ ตางๆ (กอนสาํ ลีท่มี กี ล่ิน) ถาด 2 ใบ เครอื่ งเทศและเครือ่ งหมอที่ ควรนาํ มาใช ฝาของชุดควรแตกตางกัน และควรปด และเปดไดโดยงาย 1. ถาดบรรจกุ ลนิ่ ทมี่ ีความตา งกันมาก เชน ของหอม ยา หรอื ส่งิ ที่เปนอาหาร 2. ถาดบรรจุกลน่ิ เดยี วกับอาหาร 3. ถาดบรรจกุ ลน่ิ เครอื่ งหอม (ภายหลัง) 4. ถาดบรรจุกลิ่นยา (ภายหลัง) 2. วตั ถุประสงค 1. ฝกประสาทการดมกลน่ิ ใหล ะเอียดประณตี ข้ึน 2. ใหเ ด็กตระหนกั เกี่ยวกับการดมกลน่ิ 3. วธิ จี ัดกจิ กรรม 1. ครูเชญิ เด็กดวยทาทางกระตือรอื รน วา วันนี้เราจะมาดมกลิ่นกัน 2. ครูใหเ ดก็ ถอื ถาดอุปกรณวางบนโตะครูนั่งขวดตรงขวามือของเดก็ 3. ครนู าํ ขวดกล่ินมา 8 ขวด ดวยกันโดยครูหยิบออกจากลองแลว วางเรียงเปน 2 แถวๆ ละ 4 ขวด ฝาจุกแดง อยูท างขวามาธรรมดาซาย 4. ครูเปด ขวดดวยมอื ซายเปน ตวั จับตัวขวดเอาไวมือขาบดิ ฝาขวดแรงๆ แลว เมื่อเปด ออกใชฝ าขวดวางลง ครูนําขวดกลิน่ ท่เี ปด ฝาแลว ไปโบกท่จี มูกใกลๆ เพือ่ ใหจมกู ไดก ลนิ่ แลว วางลง เชญิ ใหเดก็ ดมกลนิ่ (ฝาจกุ ธรรมดา) 96 การจัดการเรยี นรูระดบั ปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
5. เด็กดมกล่ินแลววางขวดลง แลวเลอื กขวดดมกล่นิ ในแถวท่ฝี าจุกแดงเทียบการดมกลิ่นจากขวดท่วี างไว ถาใชครูและเดก็ รวมตรวจสอบการดมกลิน่ อกี คร้งั แลว นํามาวางคกู นั ดานหนากลอ งถา ไมใชวางไว แบบไมเขา พวกทาง ซายมือ 6. ครเู ร่มิ จากขอ 4 และ 5 อยางนีจ้ นครบ 4 คู โดยไมลืมวาการทีค่ รไู ดกลิน่ เหมือนกนั ตอ งใหเ ด็กดมกอ นจะ นําไปวางทกุ คร้งั 7. ครเู ร่ิมจากขอ 4 และ 5 อยางน้ําจนครบ 4 คู โดยไมลืมวา การทค่ี รูไดก ลน่ิ เหมอื นกันตอ งใหเดก็ ดมกอ น จะนําไปวางทกุ ครัง้ 8. เมอื่ เดก็ ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมเสร็จแลว ใหเกบ็ อุปกรณเขาท่ีใหเรียบรอย ภาษา ช่อื ของทีน่ าํ มาเปน กล่นิ เชน ตะไคร ใบมะกรูด กระชาย หรือสมุนไพรอน่ื ๆ 4. การประเมินผล 1. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมไดถ กู ตอ ง 2. เดก็ แยกเก่ยี วกับกล่นิ ได 5. อายุ 3 ขวบคร่ึง 97การจัดการเรยี นรรู ะดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
กิจกรรมท่ี 18 เรขาคณติ ทรงทบึ 1. สือ่ /อุปกรณ ตะกราขนาดใหญพอบรรจเุ รขาคณิตไมท รงทึบสนี ํ้าเงนิ สิบชนิ้ คอื ลูกบาศก ทรงกระบอกปรซิ มึ ทรงส่เี หลี่ยม ผืนผา ปริซึมทรงสามเหลยี่ ม ปร ามดิ ฐานสามเหลย่ี ม ปรามดิ ฐานสเี่ หลีย่ ม ทรงกลม ทรงรี รูปไข 2. วัตถุประสงค 1. การพฒั นาผัสสะปราสาทใหป ระณีตขน้ึ 2. เปนการเตรียมความพรอมทางคณิตศาสตรแ ละเรขาคณิต 3. การเรยี นรูขั้นพ้นื ฐานทางดานเรขาคณิต 3. วธิ จี ัดกิจกรรม 1. ครเู ชิญเด็กไปทช่ี ้นั แลวแนะนําอุปกรณเ รขาคณติ ทรงทบึ 2. เด็กถอื ถาดเรขาคณิตทรงทบึ มาวางไวบ นโตะ ครูนง่ั ลงดานขวาของเด็ก 3. ครสู าธิตการจบั รูปทรงตา งๆ เริม่ จากทรงกลมโดยครหู ยบิ ทรงกลมดวยมอื ซา ยแลว แบมอื ขวา วางรปู ทรงกลมไวบ นมือขวาใชมือซายควาํ่ ลงบนมือขวาทรงกลมอยใู นอุง มอื ขวาและกํามือสัมผสั บิดขอมือท้งั สองขางไปมาอยา ง เบาๆ สมั ผัสเชนนัน้ แลววางทรงกลมลง แลวบอกชื่อวา “ทรงกลม” 4. ครใู หเด็กปฏบิ ตั ติ ามครโู ดยเด็กหยบิ ทรงกลมแลว วางลงบนฝา มอื ตามกระบวนการในขอ ที่ 3 5. ครูหยบิ รปู ทรงกระบอก แลว ปฏิบัตติ ามขอ 3 และ 4 แลวบอกช่อื วา “รปู ทรงกระบอก” 6. ครูหยิบลูกบาศกแ ลว ปฏิบัติตามขอ 3 และ 4 แลวบอกชือ่ วา “ลูกบาศก” 7. ครูวางรปู ทรงกลม ทรงกระบอก และลกู บาศกไ วด ว ยกัน พรอ มถามเด็กวา น้คี ือรูปอะไรแลว ครกู ช็ ี้นิว้ ไป ตามรูปทรงทัง้ 3 ใหเ ด็กกอน 8. ครทู ดสอบเดก็ วา ใหห ยบิ รปู ทรงกลม วางตรงนท้ี รงกระบอกวางตรงโนน โดยยดึ หลกั การสอนภาษา 3 ขน้ั ตอน 9. ครสู ลบั รปู ทรงทัง้ 3 ไปมาอกี ครั้งแลว ใหเด็กปฏบิ ัตกิ จิ กรรม 98 การจดั การเรยี นรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
10. เมือ่ เด็กปฏิบตั ิจนพอใจแลวเดก็ เกบ็ อุปกรณเ ขาทใ่ี หเ รยี บรอย แบบฝก หัดที่ 1 อปุ กรณ 1. ตะกรา รูปทรงเรขาคณติ ทรงทบึ 2. ผาผนื ใหญพ อดกี บั การปด ตะกรา การนาํ เสนอบทเรยี น 1. ครเู ชญิ เดก็ มา 1 คน มานง่ั ท่โี ตะ 2. ครูนาํ ผามาปด ตะกรารปู ทรงตางๆ แลว ครูใชมอื คลํา ดว ยความประณตี สหี นาทาทางตืน่ เตนแลวบอก เดก็ วา ครู เจอรูปทรงอะไรบา งอยา งแลวบอกลักษณะทคี่ ลาํ เจอ เชน รปู ทรงกลม แตบ างๆ หรือทรงสเี่ หล่ยี มแตยาว ไมรู วา เปน อะไร เราเอาออกมาดูกันดกี วา แลว ครกู น็ ําออกมาใหเดก็ บอกชือ่ ลกั ษณะและรปู ราง 3. ครูเชิญชวนใหเ ด็กทําบา งโดยการเอามือคลํารปู ทรงตางๆ ใตผาแลว ทายกนั วานีค้ อื รูปทรงอะไร แบบฝกหดั ที่ 2 อปุ กรณ 1. ตะกรารปู ทรงเรขาคณติ ทรงทบึ 2. บัตรภาพรูปทรงเรขาคณิต การนาํ เสนอบทเรียน 1. ครเู ชญิ เด็กมา 1 คน เพอ่ื รว มกจิ กรรม 2. ครนู าํ ตะกรา ทรงกลมมาแลว หยิบบัตรภาพมา 1 บตั รมาวางไวบ นโตะ 3. ครูนํารูปทรงเรขาคณิตทรงทึบออกมาเรียงไวแลวใหเด็กนํารูปทรงเรขาคณิตทรงทึบวางไวบนบัตรก็ถูก ตอ งรปู ทรงเรขาคณติ ทรงทบึ จะวางตรงกบั บัตรภาพพอดี 4. ครเู ชญิ ชวนใหเดก็ ปฏิบัตกิ ิจกรรม โดยนําบัตรภาพและรปู ทรงออกมาใหเ ดก็ รว มกจิ กรรม 5. ครสู ังเกตวาเด็กมีความสนุกสนานจงึ ใหเ ด็กหยดุ กจิ กรรมเก็บอปุ กรณเ ขา ที่ ภาษา การใหช่อื ของรปู ทรงเรขาคณิตทรงทบึ แบบฝกหัดที่ 3 อุปกรณ ตะกรา รูปทรงเรขาคณติ ทรงทึบ การนาํ เสนอบทเรียน 1. ครเู ชิญใหเ ดก็ มา 1 คน แลว นํารูปเรขาคณติ ทรงทึบมา 1 รปู เชน รูปทรงกระบอก 2. ครูใหเ ด็กเดนิ ไปท่ีวตั ถุท่มี รี ปู ทรงคลายรูปทรงกระบอกในส่ิงแวดลอ มมาใหด ู 3. ครูนํารูปทรงกลมตางๆออกมา แลว ปฏบิ ตั ติ ามขอ 2 4. การประเมินผล 1. ปฏิบัติกิจกรรมไดถกู ตอ ง 2. แยกแยะรปู ทรงเรขาคณติ ได 5. อายุ 99การจดั การเรียนรูร ะดับปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ 3 ขวบครึ่ง
กจิ กรรม หมวด ภาษา 100 การจดั การเรียนรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
กจิ กรรมหมวดภาษา กิจกรรมสง เสริมการพูด การฝก ภาษา การสะสมคําศัพท กิจกรรมท่ี 1 กจิ กรรมสงเสรมิ ภาษาพูด กจิ กรรมที่ 2 กจิ กรรมเรยี นรูคําศพั ทจ ากสง่ิ แวดลอมในหอ งเรยี น กิจกรรมท่ี 3 การจาํ แนกพยัญชนะตน ( เสยี ง - รปู ) กิจกรรมท่ี 4 การสะสมคําศัพท : ชดุ บัตรภาพ กจิ กรรมสงเสรมิ การเขยี น กจิ กรรมท่ี 1 ตัวอักษรกระดาษทราย กิจกรรมท่ี 2 ตัวอักษรเคล่ือนท่ี กจิ กรรมที่ 3 แผน โลหะลีลามือ กิจกรรมที่ 4 กิจกรรมฝก การเขียนดว ยมอื กิจกรรมสงเสริมการอา น กจิ กรรมที่ 1 กลอ งวตั ถุกลองที่ 1 กิจกรรมที่ 2 กลองวัตถกุ ลองท่ี 2 กจิ กรรมท่ี 3 คาํ ยาก กจิ กรรมชดุ การอา นอนกุ รม กิจกรรมท่ี 1 ชื่อวัตถุและอุปกรณตา งๆ ในสิง่ แวดลอม กจิ กรรมที่ 2 คุณลกั ษณะตา งๆ ของอปุ กรณฝ ก ประสาทรบั รู กจิ กรรมท่ี 3 ชุดบัตรภาพตา งๆ ( ฝกการจาํ แนก – จัดกลมุ ) กจิ กรรมชุดการอานหนาที่ของคํา กิจกรรมที่ 1 คาํ คุณศพั ท กจิ กรรมที่ 2 คําคุณศัพทส มเหตุสมผล กจิ กรรมท่ี 3 คําคุณศพั ทสืบคน กิจกรรมที่ 4 คาํ สนั ธาน กิจกรรมท่ี 5 คาํ บุพบท กจิ กรรมที่ 6 คํากรยิ า กจิ กรรมที่ 7 คาํ กริยาวิเศษณ กจิ กรรมท่ี 8 คาํ กรยิ าวเิ ศษณสมเหตุสมผล กิจกรรมที่ 9 คาํ สง่ั ตอเนอื่ ง กจิ กรรมที่ 10 ลักษณะอ่นื ๆ ของคาํ กริยา กิจกรรมการอา นชดุ ภมู ิศาสตร กจิ กรรมท่ี 1 ลกู โลกกระดาษทราย กจิ กรรมที่ 2 ลกู โลกสี กจิ กรรมท่ี 3 รปู ตอแผนทโี่ ลก กิจกรรมท่ี 4 รูปตอ แผนที่และบัตรภาพ กจิ กรรมที่ 5 รปู ตอแผนท่ีและบตั รคํา กจิ กรรมท่ี 6 ธงชาติตาง ๆ กจิ กรรมท่ี 7 กิจกรรมตุก ตาเครอ่ื งแตงกายอาเซียน 101การจัดการเรียนรรู ะดบั ปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
การสะสมคําศพั ท กจิ กรรมที่ 1 การสง เสรมิ ภาษาพดู กิจกรรมที่ 1 การสะสมคาํ ศัพท การสงเสริมภาษาพดู ส่อื / อุปกรณ 1. ครูและเด็กเปน กลุม 2. โตะ ทจี่ ดั วางส่งิ ของ 3. สง่ิ ของทเ่ี ปน สว นของวฒั นธรรมประเพณตี า ง ๆ อาจจะเปน สตั ว , พชื , หนงั สอื ซง่ึ เปน เรอ่ื งราวทเี่ กดิ ขน้ึ จรงิ ,เร่ืองราวไมเ ปน จรงิ แตอาจจะเกดิ ขึน้ , บทกวี , ดนตรี , ศิลปะ ,ชุดภาพที่ติดไวท ี่ ฝาผนงั จดุ ประสงค 1. สามารถแสดงความคดิ เห็นของตนเองไดอ ยางเหมาะสมเปน ลาํ ดับสมเหตุผล 2. เพ่ือใหเดก็ คดิ ตามข้ันตอนได 3. เตรียมการเพ่อื การเขยี นเร่ืองราวตา ง ๆ 4. เพอื่ ใหเด็กไดรับคุณลกั ษณะของความม่นั ใจในตนเอง วธิ จี ดั กิจกรรม จะเกิดขึน้ ไดใ นเวลาตาง ๆกัน ระหวางครูกบั เดก็ , เด็ก กบั เดก็ ในบรบิ ททีเ่ ปนธรรมชาติ ครูผสู อนตอ งพูดให ชา ลง และชัดเจน ใหรายละเอยี ดมากที่สุด และฟงเด็กพดู ดวยความตงั้ ใจ ครตู อ งนาํ การสนทนา และตอ งปดการสนทนา ใหไ ด บางครงั้ ครอู าจจะเขา ไปแทรกขณะทเี่ ดก็ สนทนาอยู เพอื่ ใหเ ขา สรู ะดบั การสนทนาทส่ี งู ขนึ้ โดยเฉพาะมกี ารทะเลาะกนั ครูตองเบย่ี งเบนใหน าํ ไปสทู างบวก และส้ินสุดการสนทนานนั้ 102 การจดั การเรยี นรรู ะดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
ตวั อยา ง เดก็ พดู กนั วา ฉนั จะไมใ หเ ธอไปงานวนั เกดิ ของฉนั เดก็ บางคนจะเสยี ใจ, โมโห, ขอรอ ง หรอื พดู วา ฉัน ไมเลน กับเธอ น่คี ือการสนทนาทีค่ รตู องเขา ไปพดู คุยใหเ ปลย่ี นเรือ่ ง หรอื หวั ขอสนทนา โดยอาจจะพูดชวนเด็กใหไปทํา กิจกรรมอืน่ กจิ กรรมที่ 2 การเลา เร่อื งจรงิ วิธจี ัดกิจกรรม หัวขอควรเปน เรอื่ งใกลช ดิ กับเดก็ เชน บาน , สตั วเ ลี้ยง , ครอบครวั ฯลฯ ควรเปน หัวขอ ที่เรื่องสนั้ ๆ กับเรือ่ ง ทีร่ ายละเอยี ดมาก ถา ครูแสดงทาทางใหห ยุดพูด แตถ า หยุดทา ทางใหใชคาํ พูด เมื่อเลา เร่ืองเสรจ็ แลวอาจจะใชค ําถาม / ไมถ ามก็ได โดยปกติเดก็ จะตอบสนองเมอ่ื ครูพูดเกยี่ วกับเรือ่ งเลา / เรื่องอื่น เม่อื เด็กพดู ครตู อ งแสดงอาการสนใจฟงขณะ เดก็ พูด วธิ กี ารคอื เม่ือมคี นพดู ตองพูดคนเดยี วและเสียงดังพอใหไ ดย นิ ครูชว ยเด็กใหพ ดู ตอ หนา กลมุ อ่ืน ดว ยความมน่ั ใจ โดยเร่มิ จากการเพม่ิ ความม่นั ใจใหยืนพดู ในตาํ แหนง ทเ่ี ด็กนัง่ กอ น จงึ เคลือ่ นทีม่ าหนาช้ันเรยี นเด็กมายนื ดา นหนา ชนั้ ยืนพูด ขา ง ๆ ครู ครนู ัง่ รวมกลมุ กับเด็กพดู เรือ่ งจริงท่ีเกดิ ข้นึ ในอดีต โดยการเลาเรือ่ งท่เี กดิ ขน้ึ การเลาเรื่อง ครูสามารถเลาเรอื่ งใหเดก็ ฟง ไดทุกเรอื่ ง ทัง้ ชวี วทิ ยา ฯลฯ การเลา เรื่องไมจ าํ เปน ตอ งเลา ใหเ ดก็ ทกุ คนฟง อาจจะเลา เปน รายบคุ คล กจิ กรรมท่ี 3 การเลนคําถาม ความสาํ คญั เพอื่ นํารายละเอียดตาง ๆ ออกมาได ถามเี ดก็ ในกลมุ อานไดแ ลวครูอาจจะเขียนใหเด็กอาน ถา เด็กเขยี นได แลว เด็กอาจจะเขียนคําถาม กจิ กรรมนี้เปน กจิ กรรมกลมุ เสนอ คาํ ถามเปน เรอ่ื งทีเ่ ด็กรูจกั คนุ เคย เชิญชวนใหเดก็ ตอบ คาํ ถามเตม็ ประโยค กรณเี ดก็ พดู ไมเ ตม็ ประโยคครคู วรเตมิ เตม็ ใหเ ดก็ พดู เตม็ ประโยค คาํ ถามควรจะเปน คาํ ถามแบบสมั ภาษณ นกั ขา ว ถามแบบอยากรเู รอ่ื ง คาํ ถามตงั้ ตน ดว ย ใครทาํ อะไร ทไี่ หน เมอื่ ไหร อยา งไร ทาํ ไม คาํ ถาม “ ทาํ ไม” ใชก บั เดก็ 5 ขวบขน้ึ ไปจะมจี ติ ทีม่ เี หตุมีผล 103การจัดการเรียนรรู ะดับปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
วิธีจัดกจิ กรรม 1. ครูเชญิ เดก็ ที่ขาดเรียน หรือ มาเขา หองเรยี นชา แลวตงั้ คําถามวา “ เมือ่ วานนีท้ ําไมหนูจงึ ขาดเรยี น ? หนูเลา ใหเพอ่ื น ๆ ฟงไดไ หม ? 2. มใี ครอยากซักถามเพื่อน ๆ บา ง 3. ครูสนทนากับเดก็ ในการสรุปเรอ่ื งราวตาง ๆ ทเ่ี ดก็ เลา จากประสบการณจ ริงอีกครั้ง กจิ กรรมที่ 4 วัตถหุ รือรูปภาพ อาจจะเปนภาพที่ตดิ ไวท ฝ่ี าผนงั หรือภาพทเ่ี กบ็ สะสมไวในหมวดงานตา ง ๆ ก็นาํ มาเลาได ภาพท่จี ะนาํ มาให กบั เดก็ น้ีควรจะเปนกุญแจ เรือ่ งใดเรือ่ งหน่ึงในโลกน้ี และควรสบั เปลี่ยนภาพทุกระยะ หรอื จะเปนวัตถตุ าง ๆ เชน ขนนก ท่ีเกบ็ ไดที่กลางสนาม วธิ ีจัดกจิ กรรม 1. ครเู ชญิ ชวนนกั เรยี นมาเปน กลมุ เลก็ ๆ ๓ – ๔ คน ใหเ ดก็ ปเู สอ่ื ลงบนพนื้ และนง่ั รอบ ๆเสอื่ ใหน ง่ั มองดภู าพ 2. ครถู ามวา “ ลองดูทภี่ าพ หนเู ห็นอะไรบา ง ? 3. ครพู ูดวา “ ครูเหน็ ตนหญาอยูตรงน้ี หนูเห็นอะไรอะไรอีกไหม ? ” 4. ครูตองเพิ่มเติมรายละเอียดของภาพ เพอื่ สรุปและเลาตอ ใหเ ปน เรื่องราวได การสอนแบบเดมิ คือใหเด็ก มองภาพแลว ตอบ แตก ารสอนแบบใหม คอื ครูเพิ่มเตมิ ในสง่ิ ท่เี ด็กไมเหน็ เพ่ือจะไดนาํ ไปสเู ร่อื งราวตา ง ๆ 5. ครจู ะนําภาพนีใ้ สไวในซองภาพ ในวันหลงั หนจู ะไดห ยิบภาพมาดไู ดอ ีกตามความสนใจ 104 การจัดการเรียนรรู ะดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
กิจกรรมที่ 5 การอา นหนังสือ กอ นท่ีเราจะใหเดก็ อา นหนังสอื ควรจะใหก จิ กรรมมารยาทและสมบัติผูดกี อ น ในหองเรยี นจะมมี ุมหนังสือ ใหเดก็ หยิบอานได บางคนอา นไมไ ดแ ตจ ะเปด ภาพอานไดอ ยางเดียว เนื่องจากหนังสือมีความสําคัญ ครูจงึ ควรใหว ธิ กี าร ดูแลหนังสอื ใหเด็กดกู อ น ดงั น้ี 1. สอนใหเ ดก็ รจู กั หยบิ หนงั สอื จากทโ่ี ตะ หรอื ชน้ั วาง ครหู ยบิ หนงั สอื ดว ยสองมอื แลว วางลงอยา งเบา ๆ ดว ย ๒ มอื 2. สอนการเปด หนาหนังสอื ดว ยการอธิบายและแสดงใหดู โดยใชมอื ซา ยหยบิ มุมลา งซา ยของหนงั สือ และ ใชม อื ขวาวางทาบมุมลางตรงกลางของหนงั สือ 3. การอานหนังสือ อาจจะเปน กลมุ เล็ก ๆ และเหมาะสมกับเด็กอายุ 3-4 ขวบ 4. กอนท่คี รจู ะอานหนังสือเร่อื งใด ตองทาํ ความรูจ กั และอานมากอน 5. เพ่ือใหเด็กมคี วามพงึ พอใจ ในการอา นองครวมมีสุนทรียะและมีความสุขจากการอาน หนังสอื กจิ กรรมท่ี 6 การเสนอบทกวี / คําคลอ งจอง 105การจัดการเรียนรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
ตวั อยา งในเรือ่ งโคลง ฉนั ท กาพย กลอน ควรจะมีลักษณะสน้ั ๆ เชน กาพยบ ทกวีทเ่ี กีย่ วกับ “ แมลงเตา ทอง ” แมลงเตาทองจะกลาหาญขนาดไหนหนอ ถาเมลด็ ฝนนั้นใหญมากกวาตวั เอง ลองคดิ ซิวา ถาฝนหลนใสม นั จะเปนอยางไรหนอ ถาเม็ดฝนใหญกวาแมลงเตา ทอง กิจกรรมที่ 7 การรอ งเพลง เพลงประกอบการเคลือ่ นไหวกับนว้ิ มอื ในเดก็ เลก็ ๆ ตวั อยา ง การรองเพลงเลียนแบบ คือมีคนรอ งเพลงนํากอ น และรอ งตามครู 1. ครูรองเพลงใหฟ ง กอ นหนง่ึ รอบ 2. ครูรอ งเพลง แลว ใหเ ดก็ รองตามทลี ะวรรค ตองนําเสนอตอจากบทเรียน คือการซมึ ซับของเดก็ ที่มสี วนรวมในกิจกรรม การใชค ําโตตอบเด็กอยางเหมาะสม การวัดประเมินผล 1. การแสดงความคิดเห็นของเดก็ วาเปน ไปตามลําดบั สมเหตผุ ล 2. ความต้งั ใจการเตรยี มการไปสกู ารเขียน 3. การแสดงออกถงึ ความมน่ั ใจในตนเองของเด็ก กิจกรรมที่ผูปกครองมสี ว นรว ม 1. ผูป กครองชวนบตุ รหลานสนทนาเก่ียวกบั สถานการณทีอ่ ยูรวมกับเดก็ ขณะอยูท่บี าน เชน การทํางาน บา น กําลงั ปลกู ตนไม 2. เลา เร่ือง สนทนาขา ว และเหตุการณตา ง ๆ ทเี่ กดิ ขนึ้ จรงิ ในบา น หรอื ในชมุ ชนทีอ่ าศยั อยูใกลตัวเดก็ 3. ควรสอบถามถึงเหตุการณ หรอื กจิ กรรมทเ่ี ดก็ ปฏบิ ัติ เมื่ออยใู นโรงเรียน ของแตละวัน เชน วันนี้หนทู ํา กจิ กรรมอะไรบา ง ฯลฯ 4. อา นหนงั สือนิทานกบั ลกู กอ นนอนทุกวนั เปน ประจาํ ขอเสนอแนะสําหรบั ครู 1. ใหค วามรกู บั ผปู กครองและคาํ แนะนําในการพูดคยุ สนทนาและเลา เรือ่ งราวตา ง ๆกบั เดก็ ขณะอยทู ่บี า น 2. สาธิตการอา นหนังสือ แนะนาํ ชือ่ ของคนเขยี นเรอ่ื ง และ คนวาดภาพ ของหนังสือ และการอทุ ิศใหกับใคร 3. ครเู รม่ิ อา นหนงั สอื ทลี ะหนา ดว ยนาํ้ เสยี งทา ทางทหี่ นา ตน่ื เตน และชไ้ี ปตามภาพทอ่ี า น ตงั้ แตต น จนจบเรอ่ื ง 4. ถาเดก็ ไมส นใจฟงเร่ืองราวในหนงั สอื กค็ วรเกบ็ หนังสอื ไวกอน แลว นาํ มาอานใหมภ ายหลังได อายุ 3 – 6 ป 106 การจดั การเรยี นรูระดบั ปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
การสะสมคาํ ศัพท กจิ กรรมที่ 2 กจิ กรรมการเรียนรูคําศพั ทจ ากส่ิงแวดลอมในหอ งเรยี น การเตรยี มการ เด็กคุนเคยกบั วตั ถตุ างๆในชวี ติ ประจาํ วันแลวหรือจากเร่อื งราวทร่ี ูอยหู รือจากหนังสือท่ีไดย ินมาแลว ส่งิ อนื่ ๆ ท่เี ด็กไมร ูจ กั ก็จะสามารถเรยี นรูไ ดในภายหลัง จดุ ประสงค 1. บอกชอื่ วตั ถุ และส่งิ ตา ง ๆ ในส่ิงแวดลอ ม หรือในหองเรียนได 2. ฟง และปฏิบตั ิตามคําสง่ั ตอ เน่อื งได 3. จดั หมวดหมูอปุ กรณ และจําแนก แยกประเภท ตามลักษณะไดถูกตอง สื่อ /อปุ กรณ วตั ถอุ ปุ กรณต า งๆทมี่ อี ยใู นสง่ิ แวดลอ มในหอ งเรียนของเดก็ วิธจี ดั กิจกรรม กจิ กรรมท่ี 1 ฟง และปฏบิ ตั ิ ใชส วนตางๆของหองเปน สว นประกอบการนําเสนอบทเรียน ถา มองเห็นเดก็ ยงั วา งไมไดทาํ กจิ กรรมอะไร จงึ เชญิ ชวนใหเ ด็กนาํ มาเรยี นในกจิ กรรมนี้ 1. ครูเชิญเด็กมาอีก 2 - 3 คน นง่ั ที่รอบเสอ่ื และครูกน็ ง่ั รวมกับเด็ก 2. ครพู ดู ชแี้ จงใหเ ดก็ ไดท ราบวา เราจะเลน ฟง และปฏบิ ตั ติ าม “เมอื่ ครเู รยี กชอื่ แลว ใหป ฏบิ ตั ติ ามทค่ี รสู ง่ั ”เม่ือไป ถงึ ทคี่ รูบอกแลว ใหก ลับมานั่งทีเ่ ดมิ 107การจัดการเรียนรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
3. ครสู ่งั วา “ชี้ท่ปี ระต”ู “ ยนื ท่ขี า ง ๆเสาหองคะ ” “จับท่ีหนาตางคะ” “เดินไปทีก่ ระดานคะ ” ฯลฯ และบอกวา “น่ีคือสว นตางๆของหอง ใหเดก็ กลับเขา ที่ไดแ ละใหช ว ยเกบ็ เส่ือเขาที่เดิม กิจกรรมท่ี 2 การฟง และปฏิบตั ติ าม การเตรียมการ ชอ่ื ของหมวดงานจะอยูในหมวดงานของแตล ะหมวด วตั ถอุ ปุ กรณต าง ๆในชีวิตประจาํ วนั ประสาทสมั ผัส หมวดภาษา ไดบางเปน บางครั้ง ใชก ารฟงและปฏิบตั เิ ฉพาะในชดุ งานใดงานหนง่ึ ท่เี ด็กรจู ัก หรอื งานท่เี ด็กเคยปฏบิ ัติมา แลว จะชวยใหเดก็ จดั รปู แบบกระบวนความคิดไดง า ย ทกุ คร้งั ที่จะเลน กิจกรรมครตู องบอกชอื่ งานกิจกรรมทกุ ครง้ั เด็กจะ ไดเ ขาใจวธิ ีเลนอยา งชาํ นาญ ส่อื /อุปกรณ วตั ถอุ ปุ กรณต า งๆอยูในหอ งเรยี น วธิ จี ดั กจิ กรรมการฟงและปฏบิ ัตติ าม 1. ครเู ชญิ เดก็ มาอกี 2-3 คน นัง่ ทข่ี อบเสือ่ และครูกน็ ง่ั รวมกับเดก็ 2. ครพู ูดชแี้ จงใหเดก็ ไดทราบวา เราจะเลน ฟงและปฏิบัติตาม ในกิจกรรมหมวดชีวิตประจําวัน “เมื่อครูเรยี ก ชือ่ แลวใหป ฏิบตั ติ ามที่ครูสัง่ ”เมือ่ ไปถงึ ท่ีครูบอกแลว ใหกลบั มานัง่ ท่เี ดมิ ท่นี ี่ 3. ครูส่งั วา “เชิญยืนขางๆพบั ผา คะ” “เชญิ ยนื ขา ง ๆผา เช็ดฝนุ คะ ” “เชิญจับท่ีเหยอื กน้ําคะ ” “เชญิ ไปหยิบกรอบไมต ิดกระดมุ คะ” “เชิญแตะมือวางท่เี หนือถาดเทถว่ั คะ” 4. ครพู ดู วา “นี่คืออปุ กรณตา งๆท่มี ใี นหมวดกิจกรรมชวี ติ ประจาํ วนั เชิญเดก็ กลับเขาท่ไี ดและใหอ ุษาชวยเก็บ เสือ่ ดวยนะคะ” กจิ กรรมท่ี 3 เกมอะไรเอย ? การเตรยี มการ เดก็ คุน เคยกับวตั ถุตางๆในชีวิตประจาํ วนั แยกแยะจากที่รูแลว ไปหาไมรู ในสว นทเ่ี ด็กไมร ู เรามกี ารปฏบิ ตั โิ ดย บอกเด็กเกย่ี วกับสิ่งเหลา นน้ั หรอื ใหบ ทเรยี น ๓ ขั้นตอนเพอ่ื ใหเด็กรูจักสง่ิ ใหมน น้ั สอ่ื /อุปกรณ วัตถอุ ุปกรณตา งๆท่เี ปน หมวดชวี ติ ประจําวนั อยใู นหองเรียน 108 การจัดการเรยี นรูระดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
วธิ จี ัดกจิ กรรม 1. ครเู ชญิ เดก็ มาอกี 1 คน และใหไ ปเชญิ เพ่อื นมาอกี 1 คนนั่งท่ขี อบเสอื่ และครกู ็นง่ั รว มกบั เดก็ 2. ครพู ูดชี้แจงใหเด็กไดทราบวา “เม่อื ครเู รยี กชอื่ แลวใหป ฏบิ ตั ติ ามทีค่ รูสัง่ ” 3. ครูส่ังวา เรานําอุปกรณตา งๆทเ่ี ปน อปุ กรณล า งโตะ มาไวบนเสื่อนี่นะคะและจดั อยา งเปน ระเบียบ(เด็ก ทกุ คนนาํ อุปกรณม าวางจนครบ) 4. ครูหยิบอปุ กรณมาชนิ้ หนง่ึ ถามเดก็ วา “น่ีคืออะไรคะ”เด็กตอบครูแลว ครูจึงนําอปุ กรณวางทเ่ี ดมิ 5. ครูถามเชนนี้ไปจนครบทกุ ช้ินและครบทุกคน ครกู จ็ ะสรปุ 6. ครสู รปุ วา “สง่ิ ตา งพวกนเี้ รารูจักกันดี อนั นคี้ อื จานสบู จานสบูน ีม้ ีไวส ําหรบั วางสบเู พื่อไมใหเปอ นกบั สิง่ อน่ื มีใครสนใจที่จะใสสบูไ วใ นจานบางคะ (ทกุ คนรูจักสง่ิ ตางๆแลว)มใี ครสนใจจะทํางานช้ินนบ้ี างคะ ถาสนใจกน็ าํ ไป ปฏบิ ัติไดเลยคะ แตถ ายงั ไมสนใจกใ็ หท กุ คนชวยกันนาํ ไปเกบ็ ไวท ีเ่ ดิมและเก็บเส่ือเขา ทดี่ ว ยคะ” การสงั เกตของครู ถาเดก็ ตอบไมไดใ หวางอปุ กรณแยกออกมาอีกดานหน่ึง ถา บอกถูกใหวางท่ีเดิมแลวก็จะถามซํ้าอีกก็ไดห รือ ครูบอกใหท ราบเลยกไ็ ด กจิ กรรมนีใ้ ชไ ดกบั อปุ กรณทกุ หมวดกจิ กรรม แตส ว นมากจะนิยมใชช ุดกจิ กรรมชวี ติ ประจําวนั และเลอื กอุปกรณท เ่ี ด็กไมคอ ยเลนถูกทอดทิง้ มาหลายวนั และ ครบู อกใหเด็กสนใจทีจ่ ะลา งโตะ ในวันน้ันเอง กจิ กรรมที่ 4 เกมเลน นาํ มา Bring me Games การเตรยี มการ - ส่งิ ทีค่ รูจะบอกใหเ ดก็ แยกลกั ษณะในส่งิ ทเี่ ปน ผา พลาสติก ไม นาํ มาใหครู - ใหช้สี ว นตา ง ๆของผา , สวนตา ง ๆของรา งกาย โดยไมตอ งนาํ มา - ในการทดลองฝก เอง ขอใหฝ ก แตกตา งจากครู 109การจัดการเรียนรรู ะดบั ปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
สอ่ื /อปุ กรณ วตั ถอุ ุปกรณตา งๆทเี่ ปนหมวดชีวิตประจาํ วันอยใู นหองเรยี น วธิ ีจดั กจิ กรรมการฟง และปฏิบัตติ าม 1. ครูเชญิ เด็กมาอกี 4 คน และใหท ุก คนนงั่ ทข่ี อบเส่อื และครกู ็นัง่ รวมกบั เดก็ 2. ครพู ูดชีแ้ จงใหเดก็ ไดทราบวา “เมอื่ ครเู รยี กชอ่ื แลวใหปฏิบตั ิตามทีค่ รสู ง่ั ” 3. ครสู ั่งวา “ วิภา ชวยนําธงชาตผิ ืนเลก็ มาใหคร”ู “ วิไล ชว ยผาเชด็ มอื ผืนเลก็ มา” “ มานติ นาํ ผา กนั เปอนมาใหค ร”ู “ วนั วิสา นําผา เช็ดหนา มาใหค รูคะ” ฯลฯ 4. ใหเด็กทุกคนสมั ผสั อุปกรณท ้ังหมด 5. ครสู รปุ วา “อุปกรณท ที่ ุกคนนํามาท้งั หมดทาํ มาจากผา ท้งั หมดคะ ใหท ุกคนชว ยกันนาํ ไปเก็บไวทเี่ ดมิ และ เก็บเส่ือเขาทด่ี ว ยคะ” กิจกรรมท่ี 5 การฟง และปฏบิ ัตติ ามท่มี คี าํ สง่ั มากกวา 1 คําสั่ง ครคู วรปฏิบัตเิ ร่ืองการส่งั โดยสัง่ ใหเ ดก็ ไดมากกวา 1 คาํ สัง่ มี 2 วธิ ที จี่ ะเลน ดังนี้ 1. คาํ สง่ั นน้ั เก่ียวเน่ืองกัน เชน นําลูกปด , หอชมพูเล็กสดุ วางขา งๆพลองแดง 2. การออกคําส่งั ไมสัมพันธกนั กันเชน มองไปนอกหนา ตา ง แลว ยกเกา อี้ หรือ อะไรยากกวา กัน เหตทุ ่ตี อ งส่ังแบบน้ี เพือ่ ฝก ความจาํ ในการฟงคําสั่งตา ง ๆที่ไมต อ เนอ่ื งกนั กจิ กรรมที่ 6 การจัดหมวดหมขู องวัตถุท่ีไมม ีอยู วธิ กี ารปฏบิ ัติ โดยการใชการพดู กิจกรรมที่ใหเ ดก็ ปฏบิ ตั ิ โดยใหเ ด็กไดต อบท่ลี ะอยา ง ดงั เชน - ใหค ดิ ถึงอาหารทเี่ ราคดิ ออก - ประเภทรองเทา เชน รองเทาแตะ รองเทา ผา ใบ - ประเภท สี เชน สเี ขยี ว แดง ฟา - ประเภท ดอกไมต า งๆเชน ดอกกหุ ลาบ ดอกชบา ดอกมะลิ - ประเภท สัตวตางๆ เชน วัว ควาย นก ไก เปด อาจจะแยกเปน สัตวป ก สัตวเลีย้ ง สัตวใ ชงาน อายุ 3-6 ป การประเมินผล 1. สงั เกตจากการบอกชื่อส่ิงตาง ๆในสิ่งแวดลอม หรอื ในหอ งเรยี น 2. ปฏิบัติตามคาํ สง่ั ทต่ี อ เน่อื งกนั ไดถกู ตอ ง 3. สังเกตจากการจดั หมวดหมูสงิ่ ของ / อปุ กรณต ามหมวดตา ง ๆได 110 การจดั การเรียนรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
กจิ กรรมผูป กครองมสี ว นรวม 1. ผปู กครองรว มโดยบอกใหเ ดก็ นาํ สงิ่ ของเคร่ืองใช ของเลนทมี่ ีอยใู นบาน นํามาบอกชอื่ และสนทนาเกีย่ ว กับชื่อ หรอื ประโยชนข องอุปกรณนัน้ 2. พดู คุยสนทนากบั เด็กเกย่ี วกบั เหตุการณในบาน หรือบอกใหเ ดก็ ปฏบิ ตั ิตามคําสัง่ อยางงา ย ๆ ขอเสนอแนะสาํ หรบั ครู - ใหเด็กไดบ อกชื่อเพือ่ นคนอื่นท่ีไมไ ดพูดหรอื พดู บา งแลว เม่ือเลน ตอไปเดก็ มคี วามชาํ นาญมากข้นึ แลวครคู วรหาช่อื ส่งิ ใหมๆ โดยทไ่ี มซ ํ้าแบบเดิมเพอื่ ตอ งการใหเด็กไดรจู ักคําศพั ทไดม ากขน้ึ - เด็กอาจคดิ ช่ือไมไดค รูควรบอกใหหรอื แนะนําใหและอธบิ ายความหมายใหฟ ง เชนบอกวธิ ีใช ประโยชน ถา เดก็ จาํ ไมไ ดค รคู วรสอนภาษา 3 ขน้ั ตอนเพอ่ื ใหเ ดก็ ไดม คี วามจดจาํ คาํ ศพั ทแ ละไดร จู กั คาํ ศพั ท การสะสมคําศัพท กิจกรรมที่ 3 การจําแนกพยญั ชนะตน ( เสียง - รปู ) สื่อ /อปุ กรณ 1. ถาด 1 ใบสามารถใสวตั ถุประมาณ 10 ชน้ิ และมเี สยี งที่แตกตางกัน 2. วตั ถุสงิ่ ของทอ่ี ยูใ นชนั้ วางอปุ กรณ 3. เสอ้ื ผา ตา ง ๆทีอ่ ยใู นหอ งน้นั , สว นตาง ๆของรางกาย , หมวดหมูของสตี า ง ๆ วัตถปุ ระสงค 1. เพื่อใหเ ดก็ ตระหนกั ถงึ เสยี งที่มอี ยใู นภาษาของตนเอง 2. สามารถออกเสยี งตนของพยญั ชนะ ทเ่ี ปนชอ่ื ของวัตถแุ ละสง่ิ ตาง ๆ ได 3. สามารถออกเสยี งตน เสยี งกลาง และเสียงทา ยของคําศัพท หรือชอ่ื ของวัตถุตาง ๆได 111การจดั การเรียนรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
วธิ ีจัดกิจกรรม ระดบั ท่ี 1 ครใู หเสยี งตน เดก็ บอกช่อื วตั ถุ 1. ครเู ชิญเด็กเปนกลมุ ยอย 3 -5 คน ทมี่ คี วามสามารถตางกัน และบอกใหเด็กปเู ส่ือลงที่พนื้ หอ ง 2. ครแู ละเด็กคนหน่ึงไปหยบิ ถาดอปุ กรณท ่ชี ้ันวาง นํามาวางบนเสือ่ ตรงกลางดานหนา ของกลมุ 3. ครหู ยบิ อปุ กรณข น้ึ มาใหเ ดก็ ดทู ลี ะชนิ้ และใหเ ดก็ บอกชอ่ื แลว วางลง ทาํ เชน นจ้ี นครบทกุ ชนิ้ เชน ซอ น พาน 4. ครบู อกเด็กวา ตอไปนี้ ครูจะพูดถึงเสียงตน ของวตั ถเุ หลานี้ ถาครเู อยช่ือใคร ใหค นนัน้ เปน คนหยิบขึ้นมา 5. ครพู ดู อะไรเอย ขนึ้ ตน ดว ย ชอ (ช) จากนน้ั เรยี กชอ่ื เดก็ เมอื่ เดก็ หยบิ ชอ นขน้ึ มา ครพู ดู ชอ น ช หลาย ๆ ครงั้ 6. ปฏบิ ตั ิเชนนกี้ บั วัตถชุ ้นิ อ่นื ๆ จนครบทุกชิน้ ปฏบิ ัติ เชนนี้ ติดตอ กัน 6-10 สปั ดาห โดยที่ครตู อ งสับ เปล่ียนวตั ถตุ ลอดเวลา เมอื่ เด็กวิเคราะหเสียงไดดีแลว จงึ เรมิ่ บทเรยี นในระดบั 2 ตอ ไป ส่ิงที่เราไมพ งึ ปฏบิ ตั ิ คือใชอปุ กรณเดิมตลอดเวลา ครพู ยายามใหเ ด็กไดมโี อกาสทเ่ี ด็กไดร ับฟง ต้ังแตแรกเกิด ใหเขา ใจและตระหนกั ถึงเสียงท่ีเกดิ ข้นึ และตอ งคิดตาม แลว นําเดก็ สขู น้ั ท่ีสูงขึน้ ท้งั หมดท่ีทํากวา จะสาํ เร็จ ใชเวลา 6-10 สปั ดาห วัตถอุ ปุ กรณตองเปลยี่ นแปลงตา งกันไปตลอดเวลา และเสยี งทต่ี า งกัน ในกจิ กรรมท่ีปฏิบัติมา ครูตอ งทดสอบดวู าเด็กพรอ มทจี่ ะเรยี น ระดบั ที่ 2 ครูใหเสยี งตน กับเสียงทา ยของคํา 1 . ครพู ูดวา เหน็ ส่งิ ของบางอยางทข่ี ้ึนตน ดว ย “ จอ” (จ) และลงทาย “ นอ” (น) อะไรคะ? เด็กหยิบจาน ขึ้นมา ครพู ูด จาน ซํา้ เพือ่ ใหเ ดก็ วิเคราะหเ สียงท่ไี ดย นิ 2. ครูพูดวา เห็นสง่ิ ของบางอยางท่ีขนึ้ ตนดว ย “พอ” (พ) และลงทา ย “ นอ” (น) อะไรคะ? เดก็ หยิบพาน ข้นึ มา ยงั ไมต อ งคิดวา เขียนอยา งไร ใหเดก็ วิเคราะหเ สยี ง เพยี งอยา งเดยี วกอน ระดับที่ 3 ครใู หเสยี งตน เสียงทา ย เสยี งกลาง ของคํา 1. ครูพิจารณาเหน็ สิง่ ของทอี่ ยูในถาดนี้ ขึ้นตนดวย “ จอ” (จ) ลงทา ย “ นอ” (น) เด็กหยิบจาน ครูพูดวา ไดยนิ เสียงอะไรอกี ครูออกเสียง “อา” (า) 2. ครูปฏบิ ัตกิ ับคาํ ตอไป โดยใชว ธิ เี ดียวกนั ระดบั ที่ 4 ครใู หเ ด็กบอกเสียงท้งั หมด ของคาํ นัน้ โดยเรียงตามลาํ ดับ 1. ครพู จิ ารณาเห็นส่ิงของท่อี ยูใ นถาดนี้ ขึ้นตนดว ย “ พอ” (พ) ลงทาย “ นอ” (น) บอกครูซวิ า เสยี งทง้ั หมด มเี สียงอะไรบาง เรียงตามลําดบั นะคะ 2. เดก็ ตอบ วา เสยี งตน “พอ” เสียงกลาง “ อา ” เสยี งทาย “ นอ ” และออกสียงท้ัง 3 เสียงพรอมกนั 112 การจัดการเรียนรรู ะดบั ปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
ระดบั ท่ี 5 เลน กบั วัตถุใด ๆ กไ็ ด ครใู หบอกเสียงทงั้ หมด จากคําทค่ี รพู ูด คาํ ยาว และคาํ ส้นั เพื่อใหเด็กเกิดประสบการณ อายุ : 2 ½ ป เปนตนไป หรือเดก็ เขาเดือนท่ีหนงึ่ ในโรงเรียน การประเมนิ ผล 1. สังเกตจากการออกเสยี งคาํ ที่สมั พันธก บั วัตถุอุปกรณไดถกู ตอ ง 2. การออกเสยี งตน เสียงกลาง และเสียงทา ยของเดก็ กิจกรรมท่ผี ปู กครองมสี วนรวม 1. ควรแนะนาํ หรอื บอกชอื่ ของใชภ ายในบา น ใหเ ดก็ รจู กั โดยออกเสยี งตน ของชอื่ อปุ กรณน น้ั ๆ เชน ช – ชอ น 2. พดู คุยซักถามเกยี่ วกับเสียงตน เสยี ง กลาง เสียงทายของช่อื ของสิง่ ของเคร่อื งใชภายในบา นกับเดก็ ทกุ วนั ขอเสนอแนะสาํ หรับครู - มนษุ ยท กุ คนเมอ่ื อายุ 8 เดอื น เสยี งทเ่ี ดก็ ทารกออกเสยี งไดห ลายภาษา แตเ มอื่ โตขนึ้ จะมเี สยี งภาษา แมอยางเดยี ว - ถา ครคู อยแกไ ขขอ บกพรอง แกเด็ก ผลทเ่ี กดิ ขึน้ คือความเครียด - ถาเด็กช้หี รือตอบรับครไู มเ ปน ตามทตี่ อ งการและยงั บอกเดก็ วา ครไู ดยนิ เสยี งที่หนูพูดออกมา 113การจดั การเรียนรูระดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
การสะสมคาํ ศพั ท กิจกรรมที่ 4 การสะสมคําศัพท : ชดุ บัตรภาพ อุปกรณ หมวดภาพท่วั ๆไปเปนภาพตา งๆทม่ี ีแตภาพไมม คี ําบรรยายในภาพ เชน บาน ส่งิ แวดลอมทางสงั คม ดนตรี ศลิ ปะ ธรรมชาติ ภมู ิศาสตร ชวี วิทยา สวนตา งๆของพชื ของสตั ว - ชุดบา นมหี ลากหลาย เชนชุดหองครวั เครอ่ื งแตงกาย ชุดภาพอาหารผลไม - ชดุ เครอื่ งกีฬา เชน ฟตุ บอล เครอ่ื งกระโดด - อปุ กรณในสนามเดก็ เลน - ชดุ ภาพวดั - ชุดดนตรี ศลิ ปะ ศิลปะตะวนั ตก ตะวันออก เพื่อนําเดก็ ไปสคู วามเขา ใจของโลก - ชดุ ภาพทิวทัศน ปา ไม ทะเล ดอกไม ภูมิทัศน - ชุดภาพวทิ ยาศาสตรเ ชนสวนตา งๆของปลา ตาปลา ครบี ปลา สีปลา สตั วเล้ือยคลาน สตั วเ ล้ยี งลูก ดว ยนม แมลง 1. การปฏิบตั งิ านกบั ภาพ 1 ชุด สือ่ /อปุ กรณ - บัตรภาพชุดตา งๆ เชน ภาพชดุ ดอกไม ผลไม สตั ว แตล ะชุดประกอบดว ย 8 - 12 ภาพ - ซองใสภ าพ จุดประสงค 1. สามารถบอกหรือเลา เรอ่ื งจากภาพได 2. สามารถสนทนาโตตอบ เลาเรื่องราวจากภาพใหผอู ่ืนฟง ได 3. สามารถแยกหมวดหมู แยกประเภทได 4. มงุ มั่นต้ังใจในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมไดส ําเรจ็ 114 การจดั การเรยี นรรู ะดบั ปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
วธิ ีจดั กจิ กรรม - ครูเชิญเด็กไปทีช่ ้นั วางอปุ กรณบ ัตรภาพ ครูพดู กบั เด็กวา “ นีค่ อื บตั รภาพ ” แลว ใหเ ด็กนําอุปกรณไป วางทีโ่ ตะ - ครูนาํ บัตรภาพทัง้ หมดออกจากซอง วางคว่ําไวท างขวามือ แลวหยบิ บตั รภาพหงายข้นึ มาทีละภาพ ครู ชท้ี ่บี ัตรภาพแลวใหเดก็ บอกชอ่ื ของภาพทีละภาพ ถาภาพใดเดก็ บอกชอ่ื ในภาพไดถกู ตอ งใหว างหงายไว ทางดา นบนซายมอื ของโตะ ถา ภาพใดเด็กบอกชื่อ ไมถ กู ตอ งใหว างควา่ํ ไวท างดานขวามอื ปฏิบัติเชนนี้ ไปจนครบทกุ ภาพ - ครูนาํ ภาพทเ่ี ด็กบอกชอื่ ไมไดม าสอนสามขน้ั ตอน ท่ีละ 3 ภาพ ขนั้ ที่ 1 ครบู อกชอ่ื ภาพทลี ะภาพ ขนั้ ท่ี 2 ฝก ปฏบิ ตั โิ ดยครใู หเ ดก็ เคลอื่ นยา ยบตั รภาพไปตามตาํ แหนง ตา งๆ ทค่ี รชู ้ี หรอื บอก เชน หยิบภาพที่ครตู อ งการ( ภาพที่ใชน ํามาสอน ) มาไวทน่ี ี่ ขั้นท่ี 3 ครูชภี้ าพใหเ ดก็ บอกชือ่ ภาพทลี่ ะภาพ ถาเด็กบอกไดแลว นาํ ไปวางตอจากภาพที่เดก็ รูจักจนครบทกุ ภาพ - ใหเดก็ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมดว ยตนเอง - เมอ่ื เด็กปฏิบตั กิ ิจกรรมเสรจ็ แลวใหเ ด็กเก็บอปุ กรณเ ขา ที่ 2. การปฏิบัตงิ านกับภาพมากกวา 1 ภาพ อุปกรณ บตั รภาพชุดประเภทตาง ๆ เชน ชุดเคร่อื งครวั / ดอกไม / ยานพาหนะ ฯลฯ วธิ ีจัดกจิ กรรม ครูควรดถู งึ ความเหมาะสมวาควรจะใหส อนภาษา 3 ขน้ั ตอนหรือไม ในขน้ั ตอนนม้ี ีอยู 2 เทคนิค เทคนิคท่ี 1 เดก็ นําภาพ2ชุดมาคละกันใหเ ดก็ แยกแตล ะภาพ 1ชุดวางดา นซาย อกี ชุดวางดา นขวา ครู สาธิตการแยกภาพใหดูจํานวนหน่ึงแลว ใหเดก็ ปฏิบตั ิ เทคนคิ ท่ี 2 จดั แตกตา งกวา นนั้ ใหช ดุ บตั รภาพเดยี วกนั แยกกลมุ แตกตา งกนั เชน มลี อ ไมม ลี อ ความเรว็ และชา การประเมนิ ผล จากการสังเกต 1. การบอกหรือเลาเรื่องจากภาพไดถ ูกตอง 2. การสนทนาโตตอบการเลา เรอ่ื งจากภาพใหผ อู ื่นฟง 3. สามารถแยกหมวดหมูแ ละแยกประเภทได อายุ 3-6 ป 115การจดั การเรยี นรูระดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
กจิ กรรมผูปกครองมสี ว นรวม - พอ แมผปู กครองควรหารูปภาพ เลาเรอ่ื งเกยี่ วกับภาพนั้นใหเด็ก - ควรใหเดก็ บอกชือ่ เก่ียวกบั สิ่งตางๆในภาพ - ควรใหเ ดก็ นับจํานวนส่อื ทม่ี ีในรูปภาพ - ใหเดก็ เลา เร่ืองจากภาพตามจติ นาการของเดก็ - ใหเด็กบอกช่อื สง่ิ ที่เดก็ ชอบมากทสี่ ุด โดยบอกเหตผุ ลประกอบ ขอ เสนอแนะสาํ หรบั ครู - ภาพชุดทใ่ี ชในการทําบตั รภาพควรจดั ใหหลากหลายเชน บัตรภาพเก่ียวกับประเพณวี ัฒนธรรม เครื่องมือ เคร่ืองใช - การนาํ เสนอกจิ กรรมอาจทําบนโตะ พ้นื โดยปูเส่อื / ผา / พรม ตามความเหมาะสมของสื่อ - การใหภาษาพูดสามารถใหภาษา การเขยี นในอากาศ หรือใหเลา เร่อื งตอกันถา เด็กยงั ไมไดใ นเร่ืองราวใน ภาพใหส อนภาษา 3ขนั้ ตอน ถารูช อื่ หมดแลวครูใหเด็กนาํ ภาพมา 3ภาพครูเลาเรอ่ื งแลว ใหเด็กเลา ตอ ให เพ่อื นฟง 116 การจดั การเรียนรูระดับปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
กจิ กรรมสงเสริมการเขยี น กจิ กรรมท่ี 1 ตวั อักษรกระดาษทราย สอ่ื / อปุ กรณ 1. ตัวอกั ษรที่ตดั จากกระดาษทรายละเอียดและตดิ ไวบ นกระดาษแขง็ 2. พยญั ชนะตดิ ไวบนพนื้ สชี มพู / สแี ดง / สีเขียว 3. สระติดไวบ นพื้นสีฟา หรือสีนํา้ เงนิ 4. กลองสําหรับใสตวั อกั ษร 5. อปุ กรณชุดกระตุน ปลายประสาทนิ้วมือ วตั ถุประสงค 1. เพอื่ ใหส ญั ลกั ษณข องเสยี งทางภาษาทเ่ี ดก็ พดู โดยหนทาง 3 ประการ คอื สมั ผสั มองเหน็ และ ออกเสยี ง 2. เปนการเตรียมการเพื่อการเขยี น และการอา น วธิ จี ัดกิจกรรม 1. ครเู ชญิ เด็กไปที่ชั้นวางอปุ กรณ แนะนําอุปกรณ นค่ี อื “กระดาษอักษรทราย” และบอกเด็กวาเราตอง กระตุนปลายน้วิ กอนจากชุดกระตุนปลายประสาท 2. ครูและเด็กกระตุน ปลายประสาทนิ้วมอื ทช่ี ้นั วางอุปกรณ โดยกระตนุ ที่นวิ้ ช้ีและนว้ิ กลางท้ังสองขาง 3. ครูใหเ ด็กหยิบอักษรกระดาษทรายพลกิ ควา่ํ ตรงหนา ครู 3 แผน ( ตัวหนึง่ ควรเปนพยญั ชนะตวั แรกของ ช่อื เดก็ ทเ่ี ชญิ มา ) ครูเปด อักษรแผน แรก เปนพยญั ชนะตัว ร ครใู ช สองน้วิ ลูบอกั ษร ร ประมาณ 3-4 ครง้ั แลวออกเสียง พูดเกย่ี วกับชื่อทขี่ ้นึ ตน ดว ย ร เชน รุงรวี รถ เรือ ใหเดก็ ดู แลวพดู ออกเสียง ร แลว สงใหเด็กสัมผสั อกั ษร 4. ใหเดก็ ทดลองใชนิ้วลบู ไปตามตัวอกั ษร ร ประมาณ 2 ครง้ั แลวออกเสียง ร 5. ครหู ยิบพยญั ชนะอกั ษร อ่นื ๆมาปฏิบตั ิดวยวิธกี ารเดยี วกนั จนครบ แลว ใชน้วิ มือลูบเหมือนในขอ 3 แลว พูดออกเสยี ง 117การจัดการเรียนรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
6. ครูนําบัตร 3 มาเรียงกนั -ม -ร -พ 7. ครบู อกใหเ ดก็ ชต้ี ัวอกั ษรตาง ๆ ตามคําสง่ั เชน ช้ีตัว ร , ม , พ สลับไปมาจนแนใ จวา เดก็ รูจ ัก 8. บอกใหเดก็ วางบตั รอกั ษร ตามคําส่งั เชน วางอักษร ร ไวทน่ี ี่ , วางอักษร ม ไวต รงนั้น ทบทวนการทํา ตามคาํ สงั่ ใหเด็กปฏิบัติตามคาํ สั่งจนเขาใจ 9. ครใู หเ ดก็ ลบู อกั ษรตามคาํ สง่ั ทลี ะตวั โดยครอู อกเสยี ง - ม , ร แลว ใหเ ดก็ ลบู ไลน วิ้ มอื ทตี่ วั อกั ษรตามคาํ สงั่ ทําซ้าํ กลบั ไปกลับมาจนเด็กจําไดดี 10. ครูใหเด็กทาํ เอง โดยหยิบมาทีละแผน และบอกวา “หนูจะทําอกี ก่คี รงั้ กไ็ ด ตามความสนใจ ” เม่อื ทาํ กิจกรรมเสรจ็ แลวใหเ กบ็ อปุ กรณเขาท่เี ดิม แบบฝกหัดท่ี 1 นาํ เสนอตัวอักษร 10 ตวั 1. ครแู ละเดก็ ไปทช่ี นั้ เกบ็ อปุ กรณ แลว เลอื กสระ พยญั ชนะ ทเี่ ดก็ รแู ลว และเลอื กตวั ทเี่ ดก็ ยงั ไมร ู 1 – 2 ตวั 2. นาํ เสนอบทเรยี นตวั ใหม รวมกบั ตวั ท่รี แู ลว อยา งนอย 2 – 3 ตวั 3. เมื่อสอนขนั้ ท่ี 3 ใหนําเสนอทงั้ หมดทเ่ี ลอื กมา 4. นําบัตรตวั อักษรวางไวดา นซายมอื และนาํ มาทํางานทลี ะตัว แบบฝก หัดท่ี 2 การใหต วั อักษรพยญั ชนะที่เหลือ 1. เชญิ เดก็ ใหน ําบัตรอักษรทรายไปที่โตะ 2. ครนู ําอกั ษรที่เดก็ รูจกั มาซอ นกันไว 3. นําเสนอบทเรยี นตวั อกั ษรที่เดก็ ไมร จู ัก 1 ตัว และท่ีรูจกั แลว 2 ตัว 4. การมกี ลอ งใสเ ปน การเชญิ เด็กใหเดก็ อยากรู อยากเรยี นท้ังหมด เด็กไลน ิ้วมือจนหมดกลอง แบบฝกหดั ท่ี 3 การไลน้วิ บนโตะ และในอากาศ ไมจ าํ เปน ตอ งใหเ ด็กรูจกั ตวั อกั ษรท้งั หมด เด็กสามารถนําตัวอักษรไป ไลน วิ้ เลน บนโตะ ได 1. ครแู สดงวิธกี ารไลน้ิวมือบนโตะ เหมอื นกับบนกระดาษทราย 2. ครแู สดงวิธีการไลนิ้วมอื ในอากาศเหมอื นกับบนกระดาษทราย 3. ถา เด็กเขียนกลบั หนา กลับหลงั วิธีแกคือ ใหไลนว้ิ มอื โดยการปด ตา 4. บางคนไลน ิว้ ในถาดทรายชว ยแกปญหาได 5. การท่เี ราสังเกตการไลน้ิวมอื บนโตะ เปน การชวยใหเ ขยี นบนกระดาษดําดว ยชอลก ได 118 การจดั การเรยี นรรู ะดบั ปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
แบบฝกหัดที่ 4 การเขยี นตวั อักษรบนโตะ , ทราย โดยการหลบั ตา แบบฝกหัดที่ 5 การวางตัวอักษรตอ กัน เมื่อจะเริม่ บทเรียนน้ี เด็กตอ งรูจักตัวอกั ษรมากพอสมควร จงึ จะเรม่ิ เลน ตวั อักษรเคล่อื นทไี่ ด 1. ครเู ชญิ เดก็ ไปทชี่ ั้นวางอุปกรณ โดยใหเดก็ ยกกลองอุปกรณไปท้งั กลอ งวางบนโตะ 2. ครูหยิบตวั อักษรพยญั ชนะ 1 ตวั สระ 3 ตวั สระที่ครเู ลอื กนั้นเปน สระซง่ึ จะประกอบเปนคาํ ใน ลกั ษณะตา งกนั 3. ครวู างบตั รพยญั ชนะ ม -า แลวไลนิ้วมือและออกเสยี ง มา 4. ครูหยิบสระ อา ออกวาง ดา นขางขวา 5. ครูหยบิ บตั รสระ อี ออกมาวางดา นบน แลว สาธติ การไลนิ้วพรอมออกเสยี ง มี 6. ครูหยบิ บตั รสระ อู ออกมาวางดานลาง แลว สาธิตการไลน ิ้วพรอ มออกเสยี ง มู 7. ครบู อกใหเดก็ สรา งคําวา “ม”ู และไลนิว้ มอื ดวย 8. ครบู อกใหเด็กสรา งคําวา “มา” และไลนิ้วมอื ดวย 9. ครบู อกใหเด็กสรางคําวา “ม”ี และไลนิว้ มือดว ย 10. ครูบอกใหเ ดก็ ทดลองกับตวั อักษรอื่น เมอ่ื เลนเสรจ็ แลวใหเ กบ็ กลอ งอปุ กรณไวท ่ีเดมิ อายุ 2 ½ - 3 ½ ป ถาสอนหลังจากนต้ี องใชค วามพยายามมากขนึ้ การประเมนิ ผล 1. การเลอื กพยัญชนะแทนเสียงไดถ กู ตอง 2. การไลนว้ิ บนตวั อักษรกระดาษทรายและออกเสียงไดถูกตอ ง 119การจัดการเรยี นรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
กจิ กรรมที่ผปู กครองมีสว นรวม 1. ใหเ ดก็ ฝกเขยี นตัวอกั ษร บนหลังพอ – แม หรือ พ่นี อง ตามท่ีผูปกครองบอกชื่อตวั อกั ษร 2. ใหเ ด็กฝกเขียนตัวอกั ษรในอากาศ ตามคาํ ส่งั ของผูปกครอง ขอเสนอแนะสาํ หรับครู 1. ในกรณที เ่ี ด็กไมส ามารถลากน้วิ ไปตามตัวอักษรได ในขนั้ สุดทา ยไมต อ งทาํ 2. ไมค วรใหเ ดก็ ลากนว้ิ มอื ตามบตั รภาพในทางเอยี งหรอื กลบั หวั อกั ษร เพราะจะทาํ ใหเ ดก็ เขยี นหนงั สอื ไมถ กู ตอ ง 3. ครูควรทาํ แบบสําหรบั ประเมินเด็กแตละคน ในการเสนอตัวอกั ษร และเดก็ สามารถปฏิบัตไิ ดถูกตอ ง กจิ กรรมสง เสรมิ การเขยี น กิจกรรมที่ 2 ตัวอักษรเคลอื่ นท่ี การเตรยี มการ การเตรยี มการครคู วรสงั เกตวา เด็กมคี วามพรอ มหรอื ยังทจ่ี ะใหบ ทเรยี น 1. เดก็ สามารถวเิ คราะหเ สยี งไดในบทเรยี นสดุ ทา ย แยกเสียงไดต ามลาํ ดบั เมื่อครูพูด 2. เด็กสามารถลากเสน ตามอกั ษรไดอยา งนอย 20 ตัว สระ 5-8 ตัว 3. เด็กรูจ ักตําแหนงของสระเม่ือมาประสมกับพยญั ชนะ 4. เด็กควรไดเ รียนอกั ษรกระดาษทราย เพอื่ ใหเ ช่อื มตอ กัน สื่อ / อุปกรณ 1. ชดุ ตัวอักษรรูปแบบเดียวกบั กระดาษทราย ตัวอักษรเสียงกลางมสี ชี มพู ตวั อกั ษรเสยี งต่าํ มสี ี เขียว ตวั อกั ษรเสียงสงู มสี ีแดง สวนสระทง้ั หมดมีสีน้ําเงินในชอ งบรรจุตวั อักษรควรมตี ัวสระเขียนติดไวเ พ่อื ใหร วู าเปนอกั ษรนั้นๆ กลองที่ 1 ควรมอี กั ษรจํานวน 6-10ตวั ถา ในหองมีเดก็ 25-30คน ควรมี อยู 4 ชดุ 2. เสอื่ หรอื พรมขนาดใหญ ผา 3. รายการของคาํ ตา งๆใชส าํ หรบั ครู จะชว ยครไู ดม ากในการวางแผนการใหค าํ ควรใหใ ชก บั ตวั อกั ษรทเี่ ดก็ รจู กั แลว 120 การจดั การเรียนรูระดบั ปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
จุดประสงค 1. เพอ่ื สรางคําโดยการใช รปู สัญลักษณ มาแทนทเี่ สียงทไ่ี ดย นิ ได 2. เพ่อื ชว ยใหเดก็ สํารวจและวิเคราะหค าํ ใน ภาษาของตนเอง 3. สรา งคําใหมจากวตั ถใุ นส่ิงแวดลอ มได เปน การเตรียมเพอ่ื การเขยี น อา น วธิ ีจดั กิจกรรม กอ นทจ่ี ะเรยี นใหเดก็ รูวา จะหาตวั อักษรไดอยา งไรกอ นครูควรแนะนาํ เด็ก 1. ครเู ชญิ เด็กมาทีช่ น้ั วางอปุ กรณ แนะนําอปุ กรณ “ น่คี ือตัวอกั ษรเคล่ือนที่ ” ครสู าธิตวธิ กี ารยกอปุ กรณ แลว วางลงทเี่ ดิม นําเสอ่ื ผืนใหญม าปูทห่ี นา หอ ง ยกอปุ กรณก ลอ งตัวอักษร เรานาํ มาวางทเ่ี สอ่ื และอีกหน่งึ กลอ งวางบน เสือ่ ผนื เลก็ คะ แลวเปดฝาทั้งสองกลอง เราใชผา สาํ หรบั วางงานปูผาขางๆกลอ งใหญ” 2. ครสู นทนากบั เดก็ วา “ใหหนหู าตัวอกั ษรท่ีรจู ัก วางบนผา” เดก็ หยบิ ตัวอกั ษร วางบนผาแลวออกเสียง ตวั อักษรทน่ี าํ ออกมา ทงั้ หมด เสร็จแลว ครแู นะนําวิธเี กบ็ ตัวอักษรลงในกลองทีถ่ กู ตอ ง 3. ครอู อกเสยี งซํ้าอกี ครั้งเปน การทบทวน ใหเ ดก็ เก็บใสกลอ งทง้ั หมดและใหน าํ ออกมาใหม สรา งเปนคํา 4. สรา งคําดว ย คาํ วา “ตา” หยิบมาวางไวที่ขอบของผา เลย ครใู หเด็กพดู คําวา “ตา” และหยิบ “ตา” มาวาง ครใู หเ ดก็ พดู คาํ วา “จาน” และออกเสียง “จาน” หยิบ “จ-า-น” มาวาง (เด็กออกเสยี ง จาน ) ครูเหน็ พานใหสรา งคาํ วา “พาน” เดก็ พดู วา “พาน” เดก็ หยิบตัวอกั ษร “พาน” วางบนผา เด็กจะหยบิ ใหสรา งทล่ี ะคํา ทอ่ี อกเสียง คําทเี่ ด็กสรา งขึ้น เสรจ็ แลว เกบ็ ตวั อกั ษรลงในกลอ ง 5. ครบู อกตอไปก็ใหส รา งคาํ ที่เราเรยี นมาแลว ตามทต่ี องการ เสร็จแลว เก็บอุปกรณ ครแู นะนาํ วธิ ีการการ ตัวอักษร โดยเกบ็ ตัวอกั ษรและสระทเี่ หมอื นกันกอน นํามาวางซอนกนั เกบ็ ลงกลอ ง แลว จึงเก็บตวั อื่น ๆ ทเ่ี หลือจนหมด วิธีเกบ็ ตวั พยัญชนะ ใหเกบ็ เรียงกันไวดา นบน ถา ตัวไหนซาํ้ กนั ใหเ กบ็ เรียงซอ นกันวางไวเปน แถวกอนจนหมดคาํ ทีท่ ํา จงึ จะนาํ ตัว พยัญชนะเกบ็ ใสก ลอ งจนหมด (ครูอธบิ ายวธิ เี ก็บใหเ ดก็ ) แบบฝกหดั ท่ี 1 การเรียนรูใหมด ว ยตวั อกั ษรเคลอื่ นท่ี คาํ ที่มีเสยี ง เดก็ ไมร จู ักสญั ลกั ษณ ครแู สดงใหร วู า พยญั ชนะตวั ไหนแทนเสียงใหมใ หรจู กั ตําแหนงใหค าํ ใหมๆ ใหส ัญลกั ษณ เวลาตอ มาจงึ ไปเสนออกั ษรกระดาษทราย เมอื่ เดก็ รจู ักพยญั ชนะ สระหมดแลว ครูตองรบี ดําเนินการสอนสงเสริมการเขียนเรอื่ งราว หรอื การเขยี นเรยี งความได ตัวอยา ง ครอู านคําทีเ่ ด็กไดส รา งแลว เชน งู ครูถามวา งูทาํ อะไร เด็กตอบ งูเล้อื ย ครรู ีบแนะนาํ ตอ ไดเลย วา ใหสรา งคําตอไปไดเ ลยคะวา “งูเลอ้ื ย” หรอื ถา เด็กมเี ร่อื งเลาใหครูฟง เชน เดก็ มีรองเทาใหม ครูควรใหเ ดก็ สรา งคํา แบบฝกหดั ท่ี 2 เดก็ สรา งรายการของคาํ ที่เดก็ รูจัก 121 สรา งคาํ เกย่ี วกบั สี สตั วทกุ ตัว ทวปี ในโลก สงิ่ เหลา นเี้ ตรยี มมาแลวในชุดบตั รภาพ (โดยจะเชื่อมตอ กันมา) การจัดการเรยี นรรู ะดับปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
แบบฝกหัดท่ี 3 ชักจูงเดก็ ใหเ ขยี น เชน การเขยี นคาํ อวยพร โนต ตางๆ เตือนความจาํ คาํ เตอื น หรือเขยี นคําเพือ่ ใหค นอ่นื จาํ แบบฝก หัดท่ี 4 เดก็ สามารถ เขยี นเรอ่ื งราวหรอื เขยี นรายงาน บทเรยี นเหลา นใ้ี ชต วั อักษรขนาดเลก็ อายุ 3 ½ ขึ้นไป การประเมินผล จากการสังเกต 1. สรา งคาํ โดยการใช รูปสญั ลกั ษณ มาแทนทเ่ี สียงทีไ่ ดยนิ ได 2. สาํ รวจและวิเคราะหค าํ ในการเลือกสัญลกั ษณไดต รงกบั เสยี งท่ไี ดยิน 3. สรางคาํ ใหมจากวตั ถใุ นส่ิงแวดลอม เปน การเตรยี มเพ่ือการเขยี น อา นไดถ ูกตอ ง กจิ กรรมที่ผปู กครองมีสว นรว ม 1. ควรชว ยเดก็ ใหค ดิ ถึงคาํ ทส่ี ามารถสรางคํา โดยนาํ บตั รภาพ ทมี่ ชี ่อื มาใหเดก็ ไดฝ กสรา งคําได ขอเสนอแนะสําหรับครู 1. ในกรณีท่กี ารสรา งคาํ สรา งหลายคาํ เนื้อที่วางตวั อกั ษรบนผา ในหน่ึงแถวน้นั ไมพ อจะตองตอ แถวใหม ใหห าสิง่ ของมาก้ันเปน แถวเชน รบิ บน้ิ เชอื ก ไมตะเกียบ เปนตน จึงเร่มิ สรา งคาํ ใสในแถวใหมและควรใหส รา งจนสดุ แถว จงึ จะจบงาน 2. การใหส รา งคาํ ในบทเรียนควรเปนคําที่มีอยูในสิ่งแวดลอมของเด็กใหตรงรปู และตรงเสียง และครูควร ชวยวิเคราะหเ สียง พรอมกนั ไปดว ย และไมค วรมีงานทม่ี ากเกนิ ไป ขน้ั แรกการทํางานไมจ าํ เปน แกไขงานเด็ก ในกรณีทีค่ รู นั่งอยดู ว ย เชนเดก็ วางสระผดิ ท่ี 3. ในกรณที ่เี ด็กวางสระหรือตวั อกั ษรไมถกู ครูควรกลับไปท่ี ทํางานกับอักษรกระดาษทราย จงจําไววา กิจกรรมนี้แบบฝก หดั การฟงเดก็ ควรไดฟ ง ดังนน้ั การวเิ คราะหภาพไมช ว ยใหเดก็ ไดว เิ คราะหเ สยี งได 4. ครูไมไดส อนเขียนแตเ ราเตรียมเด็กไปสูการเขียน สาธิตในตัวอกั ษรตา งๆ เด็กจะสนใจในเสียงทอ่ี อก และ สัญลกั ษณ ทแี่ ทนเสยี งเหลา นนั้ และท่สี ําคัญคอื การเตรยี มมอื กลา มเน้ือมอื เพือ่ นาํ ไปสูการเขียน เพราะสิ่งทเ่ี ด็กใชเขียน คือดินสอ ตองการเตรยี มความพรอ มของมือ 122 การจดั การเรียนรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
กิจกรรมสง เสริมการเขียน กจิ กรรมท่ี 3 แผน โลหะลีลามอื ส่ือ /อุปกรณ 1. แผนกระดานแขง็ สาํ หรบั รองเขียน ขนาด 14 × 14 ซม. 2. กระดาษทีม่ ีขนาดเดยี วกนั ขนาด 14 × 14 ซม.ในขนั้ แรกใชก ระดาษสีขาว ภายหลงั ใชก ระดาษสี 3. ฐานรองทม่ี ลี กั ษณะเอียง สาํ หรบั วางแผน โลหะลลี าตาง ๆ 4. บนฐานรองแตล ะฐานสามารถบรรจุแผนเหลก็ ได ๕ แผน และในแผน เหล็กมรี ูปทรงเรขาคณิต 5. ตรงกลางของรปู ทรงเรขาคณติ มีหมดุ จบั รปู ตัดมี ๑๐ ชน้ิ ส่เี หล่ียมจัตรุ สั ส่เี หลย่ี มผืนผา ส่เี หลย่ี ม คางหมู สามเหลยี่ ม วงกลม หา เหล่ยี ม วงกลมรปู ไข สามเหลยี่ มดานโคง ส่ีเหลย่ี มดานโคง รูปวงรี 6. ที่วางดินสอหรอื ถาด จดั ดนิ สอสอี ยใู นภาชนะมชี อื่ แยกออกเปน สตี า งๆ จุดประสงค 1. สามารถขดี เขยี น ฝก ความชาํ นาญการควบคมุ ของมือที่ใชใน การเขียนเพ่ือใหเสน อยูในขอบเขตเปน การ เตรียมเพือ่ การเขียน 2. เด็กสามารถบงั คับมือในแผนโลหะลีลาไดดี เดก็ จะสามารถเขยี นพยญั ชนะ ตัวอกั ษรไดดี 3. กระตนุ ความรูสึกความสนใจในการออกแบบ และงานศิลปะ โดยการใชรูปเรขาคณติ วิธีจดั กิจกรรม 1. ครเู ชญิ เด็กมาท่ชี ้ันวางอปุ กรณ วันน้เี ราจะทาํ งานกบั ลลี ามอื 2. ครจู ะใชกระดาษ ๑ แผน สาํ หรบั งานน้ี ครหู ยบิ กระดาษ ๑ แผน และกรอบเหล็กรูปตัด ท่ีวางดินสอ และครใู หเ ดก็ เลือกสีทีช่ อบ นาํ ไปวางทโี่ ตะ 3. ครูหยิบอปุ กรณก รอบรปู ตดั สีเ่ หลีย่ มวางนอกถาด และหยบิ กระดาษ และท่ีวางดนิ สอสี อยดู า นบนวาง ไวดานหนา ครู 123การจดั การเรียนรูร ะดบั ปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
4. ครูนําแผนโลหะกรอบนอกมาทาบท่ีกระดาษใหตรงพอดีกับกระดาษและขีดใชสีเหลืองขีดลงท่ีรูปดานใน กรอบจะไดร ปู สเี่ หล่ยี มผืนผา และนํารูสเ่ี หลย่ี มผนื ผาช้นิ ในมาทาบทบั รูปทวี่ าดไปกอ นหนา แลว ใชสีมวงขดี ตามขอบรูป โดยใชสอี กี สี จะไดรปู ส่ีเหล่ียมผนื ผา 2 รปู ซอ นกันอยใู นแผน กระดาษ 5. ครนู ําดนิ สอสี สีฟามาขดี ในรูปโดยเร่มิ จากขอบรูปดานซายขดี ลงไปเปนเสนตรงจนถงึ ขอบรูปดา นลางแลวขีดขึน้ อีกให เปนเสนตรงตั้งฉากกับขอบโดยขีดสลับขึ้นลงใหเสนน้ันตรงไมคดไปมาและไมยกมือใหระดับเสนตอเน่ืองกันเปนระเบียบ ติดกันใหเปน เหมอื นระบายสที ําจนเต็มรปู เรขคณติ จะไดร ูปสเี่ หลย่ี มผนื ผา มสี มี ว ง 6. ใหเด็กปฏิบัติงานดว ยตนเอง เม่ือเดก็ นาํ งานมาสง ทีโ่ ตะ ครูเฉพาะกระดาษท่ที ํางานเทา นนั้ ครเู ขยี นชือ่ เด็กและวัน เดอื นปท ี่ ตรวจแลวเก็บช้นิ งานใสในแฟมงาน แบบฝกหัดที่ 1 เลือกตัวตดั 2 ลักษณะไมน ํากรอบมา อปุ กรณ ตวั ตดั 2 รูป ดินสอ 2 สรี ปู สามเหล่ียมเหลีย่ มดา นโคง, รูปสามเหล่ยี ม วิธีจดั กิจกรรม 1. เลือกสามเหล่ยี มดา นโคงมา แลววาดลงไป 2. นาํ รูปสามเหล่ยี มวางทาบลงไปทร่ี ปู วาดไปกอนหนา นแ่ี ลววาดลงไป 3. แลว ขดี เสน ข้นึ ลงตามที่นําเสนอแลวตามสีทว่ี าดรูป แบบฝกหดั ที่ 2 เลือกวัตถุ สามลักษณะ (รปู สามรูปท่ีไมเ หมือนกนั ) สามรูปสามสี อปุ กรณ รูปสามเหล่ยี มดา นโคง สเี่ หลี่ยมดานมน รูปไข วิธีจดั กจิ กรรม 1. เลอื กสามเหลย่ี มดานโคง มา แลววาดลงไป 2. นาํ รปู สเ่ี หล่ียมดา นมนไมวางทาบลงไปท่ีรูปวาดไปกอ นหนา นแี่ ลววาดลงไป 3. และตอ ดว ยรูปไขว าดทบั ลงไป 4. แลวขีดเสนข้นึ ลงตามทนี่ าํ เสนอแลวตามสีทีว่ าดรูปโดยใหส ามเหลีย่ มดานโคง เปน รปู ทเี่ ดน แบบฝกหดั ท่ี 3 เลือกวตั ถุ หนง่ึ รปู สองสี อปุ กรณ รปู สามเหลย่ี ม ๑ รปู วธิ จี ัดกจิ กรรม 1. เลอื กสามเหล่ยี มมา แลววาดลงไปเปน รปู แรกกอน 2. นํารูปเดิมนั้นหาตาํ แนง ซอนกนั แลว วาดทับลงไป 3. แลวขดี เสน ข้ึนลงตามทนี่ าํ เสนอแลว ตามสีทีว่ าดรูปโดยใหมี 1 รปู ท่เี ดน แบบฝกหดั ท่ี 4 เลือกวตั ถุ หน่งึ รปู สามสี อปุ กรณ รูปวงกลม 124 การจดั การเรียนรูระดับปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
วธิ ีจดั กิจกรรม 1. เลอื กรปู วงกลมมา แลว วาดลงไป 2. นํารูปเดมิ นน้ั แลว วาดทับลงไปโดยใหวาดทับ 3ครั้งกันจะออกแบบอยา งไรก็ได 3. แลวขดี เสน ขนึ้ ลงตามทน่ี าํ เสนอแลว ตามสีท่ีวาดรปู โดยใหม ี 1 รูปทีเ่ ดน แบบฝกหัดท่ี 5 ออกแบบดว ยรปู เรขาคณิต อุปกรณ สีเ่ หล่ียมคางหมู สามเหล่ียมดา นมน รปู ไข วธิ ีจัดกจิ กรรม 1. ในขนั้ เรมิ่ งาน อาจะใช ๒ - ๓ รูป 2. เลอื กสามเหลย่ี มดา นมนมาวาดกอน ส่เี หล่ียมคางหมู และรปู ไข แลววาดลงไป 3. แลวขดี เสน ข้นึ ลงตามทีน่ าํ เสนอแลวตามสที ่วี าดรปู โดยใหมี 1 รปู ที่เดน คอื รปู ไข 4. รูปน้ีสว นทีเ่ หลอื บริเวณรปู สีตางกนั และระบายสว นทเี่ หลอื ใหเ หมือนกนั แบบฝก หดั ท่ี 6 ออกแบบดวย รปู ไข การลงเงา ความออ นเขม อุปกรณ รปู ไข วิธจี ดั กจิ กรรม 1. เลือกรปู ไข แลว วาดลงไป 2. แลวขีดเสน ขน้ึ ลงตามทีน่ ําเสนอแลว ตามสีทวี่ าดรปู โดยใหมี ลักษณะท่แี ลเงาโดยใหไดส ที แ่ี ลเงา 7 ระดับ อายุ 4-5 ป การประเมินผล 1. การควบคุมของกลา มเนือ้ มอื 2. การใชและการควบคมุ เครื่องเขยี น ( การจบั ดินสอสี ) 3. การลากเสน ในขอบเขต และน้าํ หนกั ของเสน กิจกรรมท่ผี ปู กครองมีสวนรวม 1. ควรชว ยดแู ล กํากับ วิธกี ารจบั ดินสอใหถ ูกตอ ง ขอ เสนอแนะสําหรบั ครู 1. ในอปุ กรณช ิ้นน้ี เปน อปุ กรณท่ีใชผิดมากท่สี ุด เด็กจะหยิบกระดาษวาดรปู อยางอ่นื 2. ครเู มือ่ เห็นเดก็ หยบิ ดินสอมาใชเ หมอื น ระบายสี วาดรปู สัตว วาดอยา งอ่ืน ครคู วรเขาไปตักเตือนบอกให ทราบวา “หนหู ยิบอปุ กรณผดิ มาคะ” แตไมบอกวา เขาทําผดิ 3. ใหโ อกาสเด็กโดยถามวาจะ ลากเสนลลี ามอื หรือจะวาดภาพอ่นื ๆ กส็ ามารถทาํ ได 125การจดั การเรียนรูระดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
จดุ สนใจในงานของเด็ก 1. ในเสน ข้นึ –ลง ของงานในชวงแรกๆ ยงั มีชองวา งสขี าวอยู 2. ในระยะหลังชอ งวา งระหวา งเสนลากเสนขึน้ ลงคงท่หี รือไมไมม ชี อ งวางระหวา งเสน 3. มีความตอเน่อื งเสนกรอบมองราบรืน่ จนไมรวู า เรม่ิ ตรงไหน การเริม่ ลากเสน กรอบ ควรเรม่ิ ลากดานซาย ตรงกลางรปู 4. ตรวจสอบเสน ในกรอบราบเรียน ตรง ไมข าดจากกนั 5. งานถาจะดูวา ประณตี ขนาดไหนใหด ูที่เสนลากข้ึนลง ไมเกินขอบเสนมนี า้ํ หนักเสมอกัน 6. จุดสนใจมีอีกในหลายๆสัปดาหต อมา ชอ งวา งระหวางเสนแทบไมมี เสนประณีตมาก เวลาฝกเสนยังมี ชองวา งอยคู วรขดี ซํ้าลงไปจนไมมีชองวางเลยจะทาํ ใหเ ดก็ ไดตระหนักวาคราวหนา จะไมใหมีชองวา งเลย กจิ กรรมสง เสรมิ การเขยี น กจิ กรรมท่ี 4 กจิ กรรมฝก การเขยี นดว ยมอื สือ่ /อปุ กรณ ในหอ งเรียนท่จี ะเขียนดวยมือ ของเดก็ ในหอง 1. กระดานดําขนาดเดียวกัน 10 แผน จาํ นวน 3 แผน เปนกระดานทีว่ าง และควรมเี สน 2. ชอลก และ แปรงลบกระดานขนาดเลก็ , ภาชนะสําหรบั ใสแ ปรงลบกระดานและชอลก 3. ถาดสวยงามบรรจุช้นิ กระดาษที่ตัด 3 ขนาด ขนาดสั้นไวเขยี นคํา, ขนาดกลางไวเ ขียนวล,ี ขนาดยาวไว เขียนประโยค กระดาษบางสวนเปนกระดาษเปลา 4. กระดาษสําหรับบนั ทึกเรื่องราว ในชวงกิจกรรมการอาน 5. กบเหลาดินสอ, กรรไกรเลก็ หรอื เทปใส (ในกรณีกระดาษไมพอไวสาํ หรับเช่อื มตอ กระดาษ ) 126 การจัดการเรียนรรู ะดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
จุดประสงค 1. เพือ่ เปน การเตรียมการทางออ มเรอ่ื งการเขยี น 2. เพื่อฝก ความชาํ นาญในการควบคุมกลามเนื้อมอื ในการเขยี น 3. ฝกการใชควบคุมเครอ่ื งเขียนใหเ สน อยใู นขอบเขต วิธจี ดั กิจกรรม 1. ครเู ชญิ เดก็ มา 1คน เรมิ่ ตน การนาํ เสนอการใชก ระดานเมอ่ื เดก็ สรา งคาํ จากตวั อกั ษรเคลอ่ื นทเี่ รยี บรอ ยแลว 2. ครูพาเด็กไปแนะนํา กระดานดาํ และวิธกี ารถอื ดว ย 2 มอื ใหเ ด็กถอื กระดาน และครถู ือถาดใส แปรง และชอลก ไปวางท่เี สื่อ 3. นําตัวอักษรเคลอ่ื นท่ีทเี่ ดก็ สรา งไวแ ลว คําวา “ ตา ” หยิบวางบนขอบบนของกระดาน 4. ครูสาธิตวธิ ีจับชอลก ดว ยน้วิ มือ 3 นวิ้ ใหเ ดก็ ดแู ละใหเดก็ จบั ชอลก แลว เขยี นคาํ ตามที่วางไวบนขอบ กระดาน เชน คําวา ตา อา นวา ตา เด็กเขยี นคําวา ตา เมื่อเด็กเขยี นไดแลว วางชอลกใสตะกรา ไว 6. หยิบแปรงแลว ลบคํานน้ั ออก และนําตัวอกั ษรทเ่ี ขียนแลวคืนใสก ลองไวตามเดมิ 7. คาํ ตอไปปฏิบัตเิ ชนเดยี วกนั กับคาํ แรก ขณะหยิบคาํ ขน้ึ มา ครูพดู คําท่ีจะเขียนกอ น เชน คาํ วา ตาเข ครพู ดู วา หนลู องเขยี นคําวา “ตาเข” เมือ่ เด็กเขยี นเสร็จครบู อกกบั เดก็ วา หนูเขียนคาํ วา “ ตาเข” 8. เด็กนําคําใหม มาวางแลวปฏิบัตเิ ชนเดียวกัน (ขน้ั น้ีครจู ะอยกู ับเด็กจนกวา เดก็ ทําได และเหน็ ข้นั ตอนน้ี ชัดเจนดีแลว บอกใหเด็กสรางคําจากตวั อกั ษร และนาํ มาวางบนกระดาน ) 9. เมือ่ เสร็จส้นิ ขน้ั ตอนแลว ครูใหเด็กเก็บอุปกรณท้งั หมด แบบฝก หัดตอเนื่องท่ี 1 ครูนาํ กระดานขดี เสน 1 เสน ตรงกลางกระดานเปน แนวในการเขยี นตัวอกั ษร แลวครูชี้ นวิ้ มือตรงตวั อักษรเคลอื่ นท่ี ทีบ่ รเิ วณแนวทจ่ี ะเขยี นไมเ กนิ เสน นี้ลงมา แบบฝกหัดตอเนอ่ื งท่ี 2 และอธบิ ายวา 1. เมอื่ ครูเห็นเดก็ เขียนตวั อักษรขนาดไหน ก็เขยี นเสน แนวดานบน และดา นลางไว เสนลา ง คือเสน ทใี่ หต วั อกั ษรอยูภายในเสน นั้น ใหต ัวอักษรอยูบรเิ วณนัน้ และความสงู อยไู มเ กินเสนบน เสน ลา ง 2. ครสู าธติ การเขยี นตัวอกั ษร ใหเ ด็กดวู า สว นไหนอยบู น - อยลู างเสนได 3. ครคู วรใหบ ทเรียนเดก็ ในขั้นน้ี กบั แผน โลหะลลี ามือ เปน แบบฝก หัดคขู นานกัน เด็กจะสามารถจดบนั ทึก บนกระดานได จากการเขียนลลี ามอื 4. ในขนั้ นเี้ ดก็ มปี ระสบการณท เ่ี หน็ ครเู ขยี นอยา งสวยงามปราณตี และเดก็ จะปฏบิ ตั ติ ามไดอ ยา งสวยงามเชน กนั การเขียนมี 2 ลกั ษณะคอื เขยี นเปน คําเด็กเคยอาน, เขียนเปนเร่อื งราว ( ถา ครเู ลนเกมคําถามกบั เด็ก เปนอยางดี ) อายุ 5 - 6 ป 127การจัดการเรียนรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
การประเมนิ ผล 1. การจบั ชอลก เขยี นบนกระดานดาํ 2. การควบคุมกลา มเน้ือมือ 3. การเขยี นคาํ ของเด็กอยูใ นขอบเขต กจิ กรรมทีผ่ ปู กครองมีสว นรว ม 1. ดูแลกาํ กบั วิธีการจับดินสอใหถกู ตอ ง เม่ือเด็กวาดภาพหรอื เขียนตวั อกั ษรท่ีบา น ขอ เสนอแนะสาํ หรบั ครู 1. เดก็ จะสามารถเขียนคาํ บนกระดานได เด็กตองผานอุปกรณต วั อกั ษรกระดาษทราย / ตัวอกั ษรเคลือ่ นท่ี และสรา งคําใหมจ ากการวเิ คราะหเ สียงไดแ ลว 2. การใหเด็กทํากจิ กรรมนี้ สามารถควบคูกบั ตวั อักษรเคลื่อนท่ไี ด 3. การเรม่ิ ตน ไมค วรเขยี นคาํ แลวใหเ ด็กเขียนตามอยา งครู 4. ถา เดก็ วางตําแหนงไมถ ูกตอ ง ไมค วรตําหนวิ า เด็กทาํ ผิด แตค วรนําเสนอบทเรียนตวั อกั ษรเคลอ่ื นทีใ่ หม 128 การจดั การเรยี นรรู ะดับปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
กิจกรรมสง เสรมิ การอาน กจิ กรรมที่ 1 กลอ งวัตถกุ ลอ งที่ 1 สือ่ / อปุ กรณ 1. กลองหรอื ตะกรามีความหมายหรือเลข 1 เขียนไว 2. วตั ถุ 8-10 ชน้ิ ช่ือของวตั ถเุ หลานั้นสะกดดว ยเสียงเดยี่ วและเสียงแท และจะเปลย่ี นคาํ บอยๆ 3. บตั รเปลาทตี่ อ งเขยี นใหค รบมีจํานวนเทาวตั ถุ 4. บัตรคาํ ที่ครจู ัดเตรียมไวภายหลังเพ่อื ใหเ ด็กทํางานดวยตนเอง 5. ดนิ สอสําหรบั เขยี นคํา จดุ ประสงค 1. สามารถนําเดก็ ไปสูการอา น ในลกั ษณะการส่ือสารโดยอานออกเสยี ง และอานในใจได 2. เพือ่ ใหเ ด็กตระหนักวา การเขยี นคอื กลมุ ของสัญลักษณซ ่งึ แทนเสยี งตา ง ๆ 3. สามารถออกเสยี งคํา / กลุมคาํ แทนวตั ถุที่เปนเสยี งเดีย่ วได วธิ ีการจดั กิจกรรม 1. ครูเชิญเด็กไปท่ชี ้นั อุปกรณ แนะนําอปุ กรณและวธิ ีการยก “ นค่ี อื กลองวตั ถกุ ลองท่ี 1” โดยใหเ ดก็ นํา อุปกรณว างท่บี นโตะ ครนู าํ ถาดสาํ หรับที่จะเขยี นไปคะ 2. ครูหยบิ วัตถอุ อกมาใหเ ด็กดู แลวออกเสียงพดู ชอ่ื สิ่งของเรียงไวด านหนา เดก็ และบอกใหเดก็ หยบิ วตั ถุ ออกมาทัง้ หมด” เดก็ ปฏบิ ตั ติ ามแลวออกเสยี งเรยี กชอ่ื ส่ิงของน้ัน 3. ครคู ดิ ถงึ วตั ถตุ รงหนา หนู 1 อยา งจะทาํ อยา งไรใหห นทู ราบ ครจู ะเขยี นชอื่ มนั ทก่ี ระดาษนี่ แลว ใหห นอู า น” 129การจัดการเรยี นรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
4. ครเู ขียนช่อื วัตถนุ ั้น 1 คาํ เชนครูเขยี นคําวา “ไก” ครูอา นใหเดก็ อานตาม ครูบอกใหเ ดก็ หยิบวตั ถแุ ลว นํา ไปวางไวม มุ ดานซายมือ แลว นาํ กระดาษท่คี รเู ขยี น “ ไก ” วางคูกบั รปู ไก 5. ครูปฏิบัตเิ ชน นีไ้ ปจนครบทกุ ชน้ิ แลวใหห ัดอานทบทวนจนเด็กจําไดหรอื จนเขาพอใจแลว ใหเด็กเลนเอง 6. เพอ่ื ทบทวนบทเรยี น ครอู าจจะนําบัตรทกุ แผนมาคละกันแลวใหเ ดก็ หยบิ ไปวางคกู ับวตั ถุแลว อานบัตรคาํ นน้ั ไปดว ยจะทาํ ใหจ ําไดม ากขน้ึ แบบฝกหัด ท่ี 1 1. ทุกระยะ 2 - 3 วนั เราควรเปล่ยี นอปุ กรณในกลอ งใหม และนําเสนอบทเรียนใหม 2. บตั รที่อยูในกลองตอ งสมั พนั ธกนั กับวตั ถุ 3. บัตรและวัตถคุ วรมีอยางนอย 50 ช้ิน แบบฝกหดั ท่ี 2 เปน บตั รคํา และกิจกรรมกลมุ 3 - 5 คน หรอื 2 คน 1. ใหว างบตั รใดบตั รหน่ึงระหวางเดก็ บอกใหเดก็ อานในใจ ของบัตรทเ่ี ด็กได แทนการอา นออกเสยี ง 2. ครูเรยี กชื่อเดก็ อกี คนใหอ าน และนําบัตรน้ันคว่ําหนาไว ท่เี ด็กอา นออกเสยี งได 3. ปฏิบตั ติ อในลกั ษณะเดียวกนั จนหมด หรือ อา นได ประมาณ 14 -15 คํา 4. เด็กแตล ะคนมบี ัตรคาํ ทอี่ านได ผลัดกนั อา นใหกลมุ ฟง วาตัวเองไดบตั รอะไร 5. ใหเดก็ มโี อกาสอา นมากขน้ึ คือมองดูแลวอา นออกเสยี ง แบบฝก หัด ที่ 3 อา นคําคลอ งจอง แบบฝกหัด ท่ี 4 เขยี นคําส่ังบนกระดาน 1. แบบฝกหัดกลมุ เชน กนั ครูเขียนคาํ ส่ังบนกระดาน 2. เด็กอานและปฏิบตั ิตามคําส่ังของบตั ร 3. สลบั กนั อา นและปฏบิ ตั ิ เขา แถวรอให ครเู ขยี นคาํ ส่งั ใหมตอไป 4. ครูมบี ัตรคาํ สง่ั เหลา นี้ ครูอาจจะเตรยี มไวบนชน้ั วาง เด็กจะสามารถนาํ ไปปฏบิ ัติตามคาํ สงั่ ได ถาเปนการจับคูในการทาํ งานไมถูกตอ ง อานแลว ไมม วี ตั ถุมาจับคูได แสดงวาอานผิด อายุ 4-5 ป การประเมินผล 1. เดก็ อานออกเสยี งเปนคาํ ทีถ่ กู ตอ ง 2. เด็กหยบิ วัตถสุ มั พันธก ับคาํ ท่ีออกเสียงได 3. อา นเปน คาํ จากบตั รคาํ ไดถ ูกตอง 130 การจดั การเรยี นรูระดบั ปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
กิจกรรมท่ีผปู กครองมีสว นรวม 1. ฝก ใหเ ดก็ บอกชอื่ สง่ิ ของ เครอ่ื งใชส ว นตวั ของเดก็ และ ผปู กครองเขยี นคาํ อา นใหเ ดก็ ฝก อา นทบ่ี า น วนั ละ 1 คาํ ขอเสนอแนะสาํ หรบั ครู 1. ครูสังเกตวาเดก็ จะเรมิ่ ตนอา นคําที่ครเู ขยี น 2. ครคู วรมบี ตั รคาํ เกยี่ วกบั วตั ถสุ ง่ิ ตา งๆทม่ี ใี นสง่ิ แวดลอ มในหอ งเรยี นใหม ากเพอ่ื เดก็ จะเรมิ่ ฝก อา นดว ยตนเอง Æ กรณีทเ่ี ด็กอา นไมไ ดครสู อนอา นดังน้ี 3. ครูคิดถึงคาํ และเขียนวา “ พาน ” เดก็ อา นไมไ ด ครบู อกวา หนจู าํ เสยี งน้ีไดไ หม ครชู ที้ ่ี พ โดยครู วิเคราะหเ สยี งใหเ ดก็ ฟง และใหเ ด็กหดั ออกเสยี ง ตามครูวา “ พอ - อา- นอ - พาน” กิจกรรมสง เสรมิ การอาน กิจกรรมที่ 2 กลองวตั ถุกลองท่ี 2 ส่ือ / อุปกรณ 1. ตวั อกั ษรเคลื่อนทขี่ นาดเลก็ 3 -4 ชดุ 2. กลองมสี ญั ลักษณท ีแ่ สดง วาเปนกลอ งท่ี 2 3. ชุดวัตถุ 1 ชดุ เสียงของวตั ถุเหลา น้นั ประกอบดว ยเสียงผสม 4. บตั รคาํ ทีเ่ ตรียมไวใหเ ด็กใชล าํ พงั ในภายหลงั 5. ถาดเครอ่ื งเขียนมีดนิ สอ กระดาษ จุดประสงค 1. ชว ยใหเดก็ สามารถทจ่ี ะสาํ รวจ หรอื เลนกับภาษาของตัวเองใหมาย่งิ ข้นึ ในอนาคต 2. เพ่ือใหกุญแจ หรอื แนวทางสาํ คญั ในการอา นและการเขยี น 131การจดั การเรยี นรูระดบั ปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
วิธีจดั กิจกรรม 1. ครเู ชญิ เด็ก “วนั นเ้ี ราจะปฏิบตั งิ านกับวตั ถุกลองท่ี 2” และครพู าเด็กไปทช่ี น้ั เก็บอปุ กรณ ใหเ ดก็ ถอื กลอง อุปกรณ สว นครูถอื ถาดเครอื่ งเขยี นไป วางท่โี ตะ เด็กน่ังทางดา นซายมือของครู 2. ครถู ามเด็กวา ในกลองมอี ะไรบาง ใหเด็กหยบิ ออกมาวางทีละชิน้ พรอ มกบั บอกวา ช่อื ส่งิ ของน้นั เรียกวา อะไร เดก็ หยบิ ววั แมว แกะ เสอื ลิง ออกมาวางทีละชน้ิ 3. ครเู ขยี นคาํ วา “ แกะ”ใหเ ดก็ ออกเสยี งอา นวา “แกะ” เพราะเดก็ เคยเหน็ คาํ นมี้ าแลว ครจู งึ ใหเ ดก็ นาํ รปู แกะ วางคกู บั คาํ วา แกะทค่ี รเู ขียนไวท ี่ขา งซา ยดานบน ตอจากส่งิ ของและคาํ ๆ แรก 4. ครทู าํ ซาํ้ ในขอ 7 – 8 โดยเดก็ จะตอบช่อื วัตถุตามท่ีครูเขียนใหด ู จนครบทุกช้นิ 5. ครูเชิญเดก็ ใหป เู ส่ือ และปูผาขาว แลว นาํ อุปกรณช ุดอกั ษรเคลื่อนทีม่ าวาง 6. ครพู ดู กับเด็กวา “เรามคี ําเยอะที่สรา งดวยสระผสม สระ เ - อ เรามาสรา งเสยี ง เ อื อ ตรงนี้นะคะ” 7. เรมิ่ จาก เสอะ - เ –ส-อ - เสือ 8. เด็กจะตอ งสรางดวยเสียงพยัญชนะตน กอ น แลวเอาสระไปใสรอบพยัญชนะ คาํ ตอ ไปท่ีเดก็ สรา งคือ เรือ มะเขอื เสือ เสือ้ 9. ครบู อกเด็กวา ถาหนอู ยากสรา งคําดว ยสระ เ ออ อกี แตคิดไมอ อก หนูไปหาครูนะคะ ครูมคี าํ ทีส่ ราง ดวยสระ เ ออ มากมาย” ตอนนห้ี นูเกบ็ อปุ กรณท้ังหมดกอ นนะคะ ขอ สรุป การนําเสนอบทเรียนมี 2 ข้ันตอน คือ - การอา น - การเขียน 1. การใสอ ปุ กรณใ นกลองครูจะตองเปลี่ยนบอ ยๆ เด็กจะไดไ มเ บ่ือ อุปกรณท ีจ่ ะใชต อจากนีค้ ือ สมดุ เลม เลก็ ที่บรรจงุ านทเี่ ด็กอา นได บตั รคาํ ของเสียงผสมเหลานี้ และหนงั สอื ตางๆ และยงั มขี อ สรปุ อกี คือ 2. เรามีวตั ถุจาํ นวนหนงึ่ ท้งั หมดเปนเสียงผสม เขยี นช่ือวัตถุ 1 อยางใหเ ดก็ อาน เดก็ จับคคู ําน้นั กับวตั ถุ 3. ตอเน่ืองกับวตั ถชุ ้นิ ตอไป และใหค วามชวยเหลือถาจําเปน 4. นํากลอ งอกั ษรเคลอื่ นที่ชุดเล็กออกมา เริ่มตนสรางเฉพาะสระผสมท่ีสว นบนของผา แลวใหคาํ 2-3 คาํ ท่ี เกิดจากเสยี งสระผสมนัน้ ใหความชว ยเหลือตามความจาํ เปน 5. ใหเด็กสรางคําจากสระผสมน้ัน เด็กอาจคดิ เอง ถามครู ถามเพ่ือน ก็ได แบบฝก หดั ที่ 1 กระตุน ใหเด็กไดอ าน และคนหาคาํ ที่เดก็ สามารถอานไดใ นหนังสือ แบบฝก หัดท่ี 2 การเขยี น อุปกรณ แบบฝกหัดการเขียนชดุ อกั ษรเคล่ือนท่ี วิธจี ัดกจิ กรรม 1. ครเู ชญิ เด็กมา ทช่ี ้นั วางอุปกรณ ใหเ ด็กปูเส่ือผนื ใหญ ทพ่ี ้นื ในแนวยาว 2. เราจะใชตัวอักษรเคลอ่ื นท่ชี ดุ เลก็ ครูและเดก็ ชว ยกันยกอปุ กรณม า และใหเดก็ ปูผา สีขาว ดวยวิธีการทเี่ คย พับผา มาแลว 132 การจดั การเรยี นรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
3. ครูพูดวา สระ เ - อยี -น ใหหนูนาํ สระ เ – อยี - น มาวางดา นบนผา 4. เรามาสรา งคาํ ทเ่ี ขยี นเหมอื นสระ เ - อยี -น วา เทยี นบนผา ขาวแลว สอนเดก็ ออกเสยี ง เ-อยี -น ท- เ- อยี -น - เทยี น 5. ครูบอกเดก็ วา เรากําลงั คนหาคาํ ที่สรา งดว ยสระ เ-อย - น โดย คําทสี่ รางจากเสียงเ - อยี –น ได บางคาํ กม็ ีความหมาย บางคาํ กไ็ มมคี วามหมาย เชน คาํ วา เกียน, เขยี น, เคยี น,เพยี น,เจยี น คาํ ไหนที่มีความหมายกใ็ หเดก็ คงไว แตคาํ ไหนทไี่ มม ีความหมาย ก็ใหเปล่ียนไปจนกวา จะถงึ ฮ สรปุ บทเรยี น บทเรียนน้ี เปน บทเรียนการอา นเบ้ืองตนท่ีดีมาก น่ีคอื แบบฝก หดั คาํ พองเสยี ง สระผสม 1 ตวั สรา งคําทมี่ ี ความหมายไดห ลายคาํ แบบฝก หัดท่ี 3 อนทุ ินเสยี งผสม ส่ือ /อปุ กรณ ฯลฯ 1. สมุดอนทุ ินเสียงผสม สระตา ง ๆ เชน แ-ะ / -อัว / เ-า 2. บัตรตรวจสอบคํา วธิ ีการ 1. การสรางจะตองสรา งหลายๆ เลม ทป่ี กจะมรี ปู สระเสียงผสม เขียนดวยสีแดง อาจจะมภี าพของคาํ แรก เมอื่ เปดหนาแรกเด็กจะเหน็ 1 คาํ ทีเ่ กิดจากสระผสม 2. เมอื่ เด็กเปดไปอกี จะพบคําที่เขยี นดวยสระผสมน้ันอีก 1 คาํ และสระผสมจะเขยี นดัวยสระสีแดงเสมอ ควรมปี ระมาณ 8 – 10 คาํ เปน จาํ นวนเพยี งพอใหเ ดก็ หัดผสมคํา ถาตองการมากกวานน้ั กไ็ ด 1 เลม 1 รูปสระผสม วธิ จี ดั กิจกรรม 1. เดก็ สามารถอานดวยตนเอง แตท ใ่ี ชไดม ากที่สดุ คอื การเลนเกมกลมุ เหมอื นอกั ษรกระดาษทราย ใชวธิ นี ี้ กบั หนงั สืออนทุ นิ เสยี งผสม 133การจัดการเรียนรรู ะดบั ปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
2. เอาหนงั สือหลายๆ เลม วางไวทีเ่ ส่อื เด็กจะเลือกคนละ 1 เลม ที่เด็กรจู ัก หรอื เดก็ อานไมได แนะนาํ ใหดู ตัวแรกวา เปน สระผสมอะไร ถา เดก็ ไมร คู รูสามารถบอกเดก็ ไดเ ลยวา คําน้ันคอื สระอะไร ? ถา บอกเสยี งที่อยทู ีน่ าปก คําที่ อยใู นเลม เด็กจะเทยี บเสยี งแลวก็อา นได 3. เมือ่ เลน เกมนแ้ี ลว เด็กจะไดเ รยี นเสยี งดว ยตนเอง หรือจากเพือ่ น จะทาํ ใหเ ดก็ เรียนรูเ รว็ ขน้ึ 4. เด็กมสี มดุ 1 เลม แลวจะอานทีละหนาใหเพื่อนฟง เด็กคนอ่ืนๆ กจ็ ะฟง เพ่อื นที่อา น แบบฝกหดั ท่ี 4 บัตรคาํ สระเสยี งผสม 1. แนวคดิ เดยี วกนั แตก ารนาํ เสนอคาํ ทม่ี สี ระเสยี งผสม มรี ปู ภาพของคาํ แรกอยดู า นบน และมจี าํ นวนคาํ 8 - 10 คาํ 2. เดก็ จะนําบัตรคําไปอานไดเอง 3. เด็กจะใชบัตรคาํ เพอ่ื เขียนคําแตละคํา 4. บอกใหเ ดก็ เขียนคําแตละคําจากความจาํ วธิ จี ัดกจิ กรรม 1. ใหเดก็ มองที่รูปและคาํ ทีค่ รูเปดไว แลว ก็หลบั ตา มองดซู ิ วายงั เหน็ ภาพอะไรอยูในใจ ตอบ “ เรือ” 2. จะทดลองดนู ะคะ เม่อื หลบั ตาแลว หนสู ามารถเหน็ ภาพคําอยใู นใจ ใหเ ดก็ มองคําตอ ไปอกี 3. ครูใหเดก็ ลองเลน โดยปด คาํ ศพั ทเ ลอ่ื นไปทีละคํา คือ “ มะเขือ” จนถึงคําสดุ ทาย ครถู ามเดก็ วายงั จาํ คํา ทง้ั หมดไดไหม 4. ใหเ ดก็ อา นคาํ , ดคู าํ , ใหเ ด็กจํา และนําบัตรนไี้ วใหไกล ๆ 5. ครูใหเดก็ เขยี น , สรางคําจากคํานั้น แบบฝกหดั ที่ 5 ใหสรา งประโยคโดยใชสระผสม 1 สระ วธิ จี ัดกจิ กรรม 1. ครูแบง กลุมเดก็ แลว ใหช วยกันคิดสรางคําดวยสระผสม 1 สระ ใหมากท่ีสดุ เชน “นกั เรียนถอื เทียนไป โรงเรยี น เดนิ วนเวยี นรอบหอ งเรยี น” หรือ “วัวสองตวั ยนื กินถั่วขา งกอบัว” 2. ใหเ ด็กนาํ ผลงานอานใหเพ่ือนฟงทลี ะกลุม 3. นาํ ผลงานเดก็ แตล ะกลมุ แสดงไวท่ปี า ยแสดงผลงานเดก็ แบบฝก หัดที่ 6 กจิ กรรมกลมุ ครเู ขียนคําสั่งใหเด็กปฏิบัตติ ามคําสง่ั โดยใชคาํ ทีม่ เี สยี งสระผสม เหมือนกจิ กรรม ในกลอ งวตั ถุที่ 1 ตางกันท่ี แบบฝก หดั น้ีใชส ระเสียงผสมเทานัน้ แบบฝกหัดท่ี 7 อานจากซอง 134 การจดั การเรียนรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
แบบฝกหัดท่ี 8 สะกดคาํ ตามแบบพจนานุกรม วิธีจัดกิจกรรม 1. ในพจนานุกรม สะกดเฉพาะคาํ ทีเ่ ดก็ อยากรู วาสะกดอยางไรในคาํ ทย่ี าก 2. ใชส มุดบนั ทึกเลมเลก็ ๆมาใหเ ด็กบนั ทึก เม่ือเดก็ ถามครู สง่ิ ทีค่ รทู าํ ใหน ักเรียนคือ คําทีน่ ักเรยี นไมท ราบครู จะเขยี นใหเดก็ ดู 3. เมือ่ เดก็ ทราบแลว เดก็ จะสามารถเขียนคาํ และสะกดคาํ ได หรือครอู าจใหน ักเรยี นกลบั ไปเลนอกั ษร เคลื่อนที่ เด็กจะเปดดจู ากคูมอื อนทุ นิ ในพจนานุกรมของตนเอง หากทําไดเ ด็กจะเกดิ ความภาคภูมใิ จและไมต องกลับมา ถามครูอีก 4. เมือ่ เดก็ มาถงึ ข้นั รจู กั คํามากมายแลว เดก็ จะรูจักใชคําโดยมพี จนานกุ รมสวนตวั คนละ 1 เลม อายุ 4 ½ ปข ึ้นไป การประเมนิ ผล 1. การอา นออกเสยี งคําศพั ทจากบตั รคาํ ทีค่ รเู ขยี นใหอา นได 2. การหยบิ วตั ถุสมั พนั ธกับคาํ ทีอ่ อกเสยี ง 3. สรา งคําใหส มั พนั ธก ับวัตถไุ ด จากตวั อกั ษรเคล่ือนท่ี กจิ กรรมทผ่ี ปู กครองมสี ว นรว ม ฝก ใหเ ด็กบอกชอื่ สิ่งของ เครอ่ื งใชใ นบานของเด็กและ ผปู กครองเขยี นคาํ อานใหเดก็ ฝก อานท่ีบาน ขอเสนอแนะสําหรับครู 1. เดก็ ไดอ า นคําเสยี งเดียว ตรงรปู ตรงเสียงมามากแลว รวมทง้ั อกั ษรเคลอ่ื นทแี่ ละคาํ ทีเ่ ราคิดขนึ้ 2. เดก็ ไดอานชุดบัตรตา งๆ ในสิง่ แวดลอ ม 3. เดก็ ไดบทเรียนตัวอักษรกระดาษทราย 4. บตั รสระผสม เรียกวาเสยี งผสม เชน สระ เอือ ใชส เี ขียว เราเรียกวา เสยี งผสม คือสระสองตวั ผสมกัน ออกมาเปน หนึง่ เสียง วิธีพฒั นาใหเ ด็กเขาใจเสยี งเหลาน้ี ตอ งเรม่ิ ท่ตี ัวอกั ษรกระดาษทราย ตวั อยา ง เรอื มะเขือ เสอ ผเี สอื้ เสือ เชอ ก เลือ้ ย มะเดอ มะเฟอง เพอื่ น เผอื ก เงอก เกลือ 135การจดั การเรียนรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
กิจกรรมสงเสรมิ การอา น กิจกรรมที่ 3 คาํ ยาก (คําปรศิ นา) รถยนต อาทิตย จนั ทร การเตรียมการ เดก็ สามารถอานคาํ ผสมเสียงเดยี วได แตบ างคร้ังเดก็ กพ็ บวา มีคําบางคําท่ีเดก็ ผสมแลวอา นไมไ ด อุปกรณ 1. แผน กระดาษเขียนคํา เชน รถยนต ดวงอาทิตย วนั จันทร 2. ตะกราสําหรบั ใสอ ปุ กรณ จุดประสงค 1. เพอ่ื ใหเ ดก็ อานคําไดถ กู ตอ งตาม วธิ ีอานคาํ ท่มี ตี ัวสะกดและตวั การนั ต 2. เพ่อื ใหเดก็ ฝกสะกดคาํ ไดถูกตอ งตามหลกั ไวยากรณ 3. เพ่ือใหเ ดก็ เขยี นคาํ ไดถกู ตองตามวธิ ีการเขยี น วธิ ีการจัดกิจกรรม 1. ครเู ริม่ บอกเด็กวา ยงั มีคาํ บางคาํ ประสมแลว ไมสามารถเปน คําทม่ี ีความหมายได แตห นกู ย็ งั สามารถ อา นคาํ เหลานน้ั ได คําเหลาน้ีเรยี กวา คํายาก 2. ครเู ชญิ เด็กมาทีช่ ้ันวางอปุ กรณ ถือกลองอปุ กรณว ัตถุกลองท่ี 2 ตะกราบตั รคําไปวางเพอ่ื ทํางานทโ่ี ตะ 3. ครูหยิบบัตรคาํ ขน้ึ มา 1บัตรแลวอา นใหเด็กฟง “จนั ทร” ใหเ ดก็ อานตาม “จนั ทร” ครอู านเปน ประโยค ใหเดก็ ฟง “เราไปโรงเรยี นวันจนั ทร” เดก็ อานตามครู แลว ครูพูดซํา้ คําวา “จันทร” เดก็ พูดตาม 4. ปฏิบตั เิ ชน เดียวกับขอ 3 แตเปล่ยี นคํา และประโยคเปน “อาทิตย” “ดวงอาทติ ยข ึ้นตอนเชา ” 5. ปฏบิ ตั เิ ชนเดยี วกบั ขอ 3 แตเปล่ียนคํา และประโยคเปน “รถยนต” “หนูนัง่ รถยนตมาโรงเรียน” 6. ครูอา นคาํ ใหเด็กอา นตาม “จนั ทร” “อาทิตย” “รถยนต” แลว ครสู ั่งใหเด็กปฏบิ ตั ติ ามโดยใช คาํ ส่งั ตอ ไปนี้ “หนูหยบิ บัตรคาํ วาจนั ทรไ วต รงน”ี้ “หยิบบัตรคาํ วาอาทติ ยไ วต รงน”้ี “หยิบบัตรคําวา รถยนตไวตรงน้ี” ปฏบิ ัตซิ ํ้า หลายๆ คร้งั จนครูคิดวา เดก็ จาํ ได 7. เม่อื เดก็ ปฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั ไดดีแลว ครชู ี้ทีบ่ ัตรคาํ ทีละคํา โดยใชคําถามวา “ น่อี ะไรคะ” ครูถาม ซํ้าจนเด็ก ตอบไดค ลอ งแคลวครูจึงพูดวา “วันนหี้ นูอา นไดแ ลว พรงุ นี้ครูจะสอนใหอานคํายากอีก ” 8. บอกเด็กใหเ กบ็ อปุ กรณ แลว นาํ ไปวางทชี่ ัน้ วางอุปกรณ 136 การจดั การเรยี นรรู ะดบั ปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
แบบฝกหดั ที่ 1 บัตรคาํ ยาก 1. เด็กจะใชบ ตั รคํายาก เชน เดียวกับบตั รอานคาํ เดยี่ ว 2. โดยครูหยบิ คําขึน้ มาใหเดก็ อานดูวา เด็กสามารถอา นคํานไี้ ดไหม 3. ครสู ามารถนําไปใชคูกับกลองเสยี งกลอ งที่ 1 แบบฝก หดั ที่ 2 การสะกดคาํ 1. การสะกดคํา เปน เทคนิคเดยี วกับการใชสระเสียงผสม มองหลบั ตาใหเขยี นคําน้นั 2. อาจใชเ ทคนิคน้ีทํากับคําบางคาํ หรอื ทง้ั ชดุ ในซอง 3. เมื่อเด็กทําการเขียนกบั แบบนเ้ี สร็จแลว ใหเดก็ ไปเอาบตั รชดุ ตรวจสอบมาตรวจสอบการสะกดคาํ ของเดก็ 4. แบบฝก หดั นใ้ี หใ ชใ นชว งทเ่ี ดก็ เรยี นคาํ ศพั ทไ ปมากพอสมควรแลว ประมาณอายุ 6 ขวบหรอื ทา ยๆ ภาคเรยี น แบบฝก หดั ที่ 3 เขยี นตามคาํ บอก 1. ครหู รือเพ่ือนอกี คนหน่ึงเปน คนบอกคํา ให เดก็ เขยี นตามคาํ บอก ที่ครสู ั่ง 2. สาํ หรับการอา น ไมม ี 3. แตการเขยี น เด็กใชบ ตั รทอ่ี ยใู นซองแลวมาเทยี บเคยี งเพ่ือตรวจสอบ อายุ 5 ปข ้นึ ไป การประเมินผล สงั เกตจาก 1. การฝก อา นคําจากบตั รคํา ของเดก็ 2. การฝกสะกดคําที่อา นจากคําปรศิ นา ( คาํ ท่ีมตี วั สะกด และตัวการนั ต ) 3. การเขยี นตามคาํ บอก ไดถ ูกตอ ง กิจกรรมท่ีผูปกครองมสี วนรวม 1. นําคําปรศิ นาทพี่ บเหน็ ในหนงั สอื ฝก ใหเ ด็กอา นไดบ างเม่อื เดก็ มคี วามพรอ มท่จี ะอานมากขน้ึ ขอเสนอแนะสาํ หรับครู 1. ในการสอนภาษา 3 ขั้นตอน ครใู หค ําแนะนาํ ในรปู ของประโยคดวย 2. ครูเตรยี มคําไวใ นซองใหม จี าํ นวนมากพอ เพื่อใหเดก็ ไดเรยี นรมู ากข้นึ 3. วนั ตอ มาครใู หบทเรยี นนี้แกเ ดก็ ไปเร่ือยๆ แตใ นการใหควรพอดอี ยา มากเกิน เพราะถา มากเกินไปแลวเดก็ ทําไมเสร็จ เดก็ จะเกดิ ความรูสึกลม เหลว แตถา เขาทําไดสําเรจ็ เด็กจะรสู กึ ภาคภูมใิ จ และมกี ําลังใจทจี่ ะปฏิบตั ซิ ้าํ ในวนั ตอ ๆ ไป 137การจดั การเรียนรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
กจิ กรรมชดุ การอานอนกุ รม กจิ กรรมท่ี 1 ช่อื วตั ถแุ ละอปุ กรณตา ง ๆ จากสิง่ แวดลอ มในหอ งเรียน สือ่ / อุปกรณ 1. วัตถุตางๆในส่ิงแวดลอ มในหอ งเรียน 2. ชดุ ถาดเคร่อื งเขยี น 3. บตั รคาํ ช่ือเตรยี มไวล ว งหนา จดุ ประสงค 1. เปนแบบฝกหดั สําหรบั การอา น 2. เพือ่ แนะนาํ เด็กในการเขียนคาํ ทเี่ ด็กรจู ักแลว วธิ จี ดั กิจกรรม สามารถปฏบิ ัตกิ บั เดก็ เปนรายบุคลหรอื เปน กลมุ ยอ ยกไ็ ด 1. ครเู ชิญเดก็ มา เปน กลมุ 3 – 4 คน และบอกเด็กวา ครูจะเขยี นคําใหหนูนาํ คาํ น้ันไปวางคูกบั วตั ถุ สง่ิ ของในหองเรยี นของเรา 2. ครูเขยี นคําแลวอานคํา และ ใหเดก็ อานวา “ หนา ตาง” ใหเ ด็กออกเสยี ง “ หนา ตาง ” เม่อื เดก็ อานแลว นาํ ไปวางที่ชอ่ื ของวตั ถุตามคําท่ีเขียน เชน หนา ตาง,ประตู, ฯลฯ โดยครูตอ งเขยี นใหป ฏบิ ตั ิไดค รบทุกคน 3. ครบู อกวา “ทง้ั หมดนีค้ ือสวนประกอบของ หอง” แตล ะคนเลือกบตั รคาํ คนละ ๒ บัตรนําไปใสไ วในซอง ของตวั เอง 4. ครจู ะนําบัตรคาํ นี้ ไปวางที่ชัน้ วางอุปกรณ เมื่อหนตู อ งการทีจ่ ะปฏิบัติงานกับบตั รคาํ หนสู ามารถทาํ ได ตลอดเวลาเสรจ็ แลว เกบ็ อปุ กรณไ วทเ่ี ดิม 138 การจดั การเรียนรรู ะดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
ชือ่ วตั ถุอปุ กรณต างๆของอปุ กรณป ระสาทรบั รู สว นประกอบของหอ งเปนกลมุ เฉพาะบางรายการสวนประกอบของหอ ง สิง่ ตา งๆในสิ่งแวดลอมชอ่ื ตางๆ แลว จบั กลมุ วาเปนหมวดอะไร 2. ชือ่ ของอุปกรณ ตา งๆท่อี ยูบนชั้น เชนชดุ งานในชีวิตประจาํ วัน , ประสาทรับรแู ละหมวดอ่ืนๆ 3. ช่อื ของสิ่งตา งๆ ในหนง่ึ หมวดงานนาํ อปุ กรณต างๆชุดงานมาวางเรยี งไวใ นน้นั 4. ส่งิ ตางๆของอปุ กรณท าํ มาจากอะไร เชน สงิ่ ทีเ่ ปน จากผา ,โลหะ ,ไม อายุ 4 ขวบคร่งึ ข้ึนไป การประเมนิ ผล 1. การฝก อา นบตั รคาํ 2. นําบัตรคาํ ไปวางใหสอดคลองกับวตั ถขุ องจรงิ / สถานที่จริงได 3. การสรา งคาํ โดยใชอกั ษรเคลอ่ื นทไ่ี ด ขอเสนอแนะสําหรับครู 1. การคิดคาํ เฉพาะ หรอื ชุดเฉพาะสว นของกลุมคาํ เฉพาะรายละเอยี ดยอ ยลงไปเปน สิง่ ทําไดตอเนื่องกัน 2. ครูเตรียมบัตรคํา ตามสภาพหอ งเรียน และวัตถตุ า ง ๆในส่ิงแวดลอ ม จดั ชดุ บัตรคาํ ตา ง ๆใหห ลากหลาย 139การจดั การเรียนรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ
กิจกรรมชดุ การอานอนกุ รม กิจกรรมท่ี 2 คณุ ลกั ษณะตา ง ๆ ของอปุ กรณฝ ก ประสาทรบั รู สือ่ / อปุ กรณ 1. อปุ กรณประสาทรบั รูทีเ่ ฉพาะเจาะจง 2. เครื่องชดุ การเขยี น 3. บตั รคาํ เตรยี มไวแ ลว สัมพันธก บั อุปกรณการใชสอนอา น 4. ชอ่ื ของชุดงาน ปรากฏในภาชนะบรรจุบตั รคํา จดุ ประสงค 1. บทเรยี นของการอาน 2. เพ่อื เปนการแนะนาํ เดก็ รจู ักสัญลกั ษณการเขยี นกับวตั ถุอุปกรณ วธิ ีจดั กิจกรรม เปนกลุมหรอื รายบคุ ลกไ็ ด 1. ครเู ขียนคําลงในบตั ร แลว อา นคาํ และสงบัตรคาํ ใหเด็กอาน 2. เดก็ นาํ บตั รทค่ี รเู ขยี นไปวางคกู บั สงิ่ ตางๆ ท่ีมีคุณลักษณะน้ันๆ เชน เดก็ รจู กั เกยี่ วกบั มติ ิ เชน ใหญ -เลก็ , สงู - ตํ่า , สนั้ - ยาว เม่ือเด็กไดบตั รคําให มองหาสงิ่ อุปกรณตา งๆในหอ งท่ตี รงกับบัตรคํา แลว นาํ บตั รคําไปวางที่ อุปกรณ ใหส ัมพันธก นั 3. หนาท่ีของครจู ะตดั สนิ ใจวา เม่อื เดก็ นาํ ไปวางสมั พนั ธแลว จะนาํ กลับมาใหครู หรอื ทง้ิ ไวท ่นี น่ั 140 การจัดการเรียนรรู ะดบั ปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
แบบฝกหดั ท่ี 1 1. ครเู ชญิ เดก็ 3 คน ไปท่ชี น้ั วางอปุ กรณ นาํ ถาดชดุ เคร่อื งเขียน และปูเสื่อ 2. ครูและเดก็ น่งั รอบเสอื่ แลวครูนําบัตรนัน้ มาเขยี นคําลงไปเชน “ส่เี หลยี่ มผนื ผา” อานใหเด็กฟง และอาน อา นคาํ วา “ส่ีเหล่ยี มผืนผา ” หนูคดิ วา จะหาสิง่ ทเ่ี หมือนกับคําทคี่ รเู ขยี นไดจากทไี่ หนบา ง 3. เดก็ ไปคน หาอุปกรณท่มี ีอยใู นหอ งเรียน กอ นท่จี ะไปใหเ ดก็ อา นคํานัน้ กอ นแลวจงึ ไปคน หา เมื่อคนหาได แลว ใหนําบัตรกับอปุ กรณม าวางคกู นั ท่เี สอ่ื หนาตนเอง 4. ครูจะปฏบิ ตั ิเชนเดียวกนั นี้ใหไดคนละ 3-4 ชนิ้ แลวแตความตองการของเด็ก 5. เม่ือเดก็ นํามาไดแลว ถามวา “หนนู าํ อะไรมาคะ”เด็กตอบ ส่ีเหล่ยี มผนื ผา ครปู ฏิบตั ิเชนน้ีกบั เด็กจนครบ ทกุ คน ถามคนละหลายๆครง้ั ก็ไดเ พ่ือใหเ ด็กไดอ านบัตรคํา 6. ครใู หเ ด็กหยบิ อุปกรณน าํ ไปคนื ท่ีเดิมทลี ะอันจนหมด 7. ครูบอกเด็กวาตอไปถาหนูอยากจะปฏิบัติงานกับอุปกรณนี้อีกใหหนูนําบัตรคําที่อยูในซองตรงนี้สวนบัตร คาํ ที่ครูใหเ ก็บไวที่ซองสะสมบตั รคํา แลว เกบ็ อปุ กรณเ ขาทเี่ ดิม แบบฝกหดั ที่ 2 1. แบบฝก หดั น้ีปฏิบตั ิเชน เดยี วกัน แตเ ปน การเปรยี บเทยี บลักษณะท่มี ากกวา , มากทส่ี ุด 2. เมื่อเวลาปฏบิ ัตงิ าน ใหเ ดก็ ไดปฏบิ ัติงานที่เปรียบเทียบควรมอี ุปกรณ 3ชน้ิ ขนึ้ ไป แบบฝกหดั ที่ 3 1. เชญิ เดก็ นาํ อปุ กรณป ระสาทรบั รู ท่สี ามารถเรียงลําดบั ไดม าคละกัน เชน เด็กเลอื ก หอชมพู 2. ประโยคที่ครคู วรจะเขียนวา “ชิ้นนี้ หรอื ลกู บาศกนี้ ใหญกวาชนิ้ น้ี หรอื ชิน้ นีใ้ หญก วาช้ินนี้ ตอ งนําสง่ิ ของ มาวางดวย” ยงั มีอปุ กรณอ ื่น ๆ อกี เชน บนั ไดนาํ้ ตาล , พลองแดง, สีกลองท่ี 3, ระฆัง เปนตน อายุ 4 ขวบขึ้นไป การประเมินผล 1. การอานคาํ ศพั ททเ่ี นนคณุ ลกั ษณะเฉพาะ จากบตั รคํา 2. การหยบิ วัตถุไดสัมพันธกับบตั รคาํ ที่อา น 3. การฝกอา นบตั รคาํ เกย่ี วกบั อุปกรณป ระสาทรับรู กิจกรรมทีผ่ ปู กครองมีสว นรว ม - ขอ เสนอแนะสาํ หรบั ครู 1. เด็กไดป ฏิบตั ิงานการอา นบัตรคาํ จบั คกู บั ส่ิงแวดลอ มมาแลว 2. เดก็ รูจกั ชอ่ื และภาพในอุปกรณประสาทรับรู 141การจดั การเรียนรรู ะดบั ปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314