Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือมอนเทสซอริ

คู่มือมอนเทสซอริ

Published by Library Online, 2021-07-19 05:08:44

Description: คู่มือมอนเทสซอริ

Search

Read the Text Version

กจิ กรรมชดุ การอานอนุกรม กจิ กรรมที่ 3 ชุดบัตรภาพตาง ๆ (ฝก การจําแนก – จดั กลมุ ) สือ่ / อุปกรณ 1. ภาพชดุ เก่ียวกับบาน สง่ิ แวดลอมทางสังคม ธรรมชาติวทิ ยา หมูบาน เมอื งตางๆ สถาบนั การคมนาคม เส้ือผา ที่อยูอาศัย อาหาร ปศสุ ัตว ศิลปะ ดนตรี เตน รํา ประวัติศาสตร ธรรมชาตศิ ึกษา พชื สตั ว ภูมิศาสตร 2. วชิ าวิทยาศาสตร ภาพแสดงสวนตางๆของพืชและสัตว สว นประกอบ ตนไม ใบไม แมลง ปลา สัตวเ ล้ือย คลาน นก สัตวเ ลยี้ งลูกดว ยนม 3. ในชุดงานมบี ตั รภาพสองสว น ภาพ 1 ชุด มีชอื่ กํากบั อยู อีกชดุ เหมอื นกบั แตไมม ีช่อื กาํ กับ บัตรคาํ ตรงกบั ช่อื บตั รภาพ มีความสัมพนั ธก ับภาพ 4. ภาชนะใสบ ตั รเขยี นชอ่ื ตดิ วาชดุ อะไร เชนบัตรหมวดเครื่องแตงกาย จะเขยี นวา “สงิ่ ทเ่ี ราตองเตรียมตอน เชากอ นออกจากบา น” เดก็ จะรูแ ลววามีอะไร เชน รองเทา ถุงเทา กางเกง เปนตน เชนครบู อกวา จะใหเ ลอื กบัตรภาพมา 3 ภาพ เชน รอง เทา ถุงเทา รม ครูกเ็ ลา เรื่องสิ่งของในภาพน้ันๆ จดุ ประสงค 1. เพอื่ ฝกหดั ของการอานบตั รหัวเรอื่ ง และอานบตั รตรวจสอบได 2. ใหร ูจักสัญลกั ษณข องคําทร่ี ูจ ักแลวในรปู ของการเขยี นบัตรคาํ 3. นําบตั รหัวเรือ่ ง วางใหส อดคลอ งกับบัตรภาพได วธิ จี ดั กิจกรรม 1. ครูเชิญเด็ก นาํ ไปทชี่ ัน้ วางอุปกรณ หยิบบตั รภาพชุด และนาํ บตั รภาพชดุ มาวางบนเสือ่ 2. ครเู ดก็ นงั่ ท่ีเสือ่ ครบู อกเดก็ หยบิ บตั รเปน รปู ภาพ มา ๓ ภาพ ที่ไมมีชื่อออกมาวางเรียงกันที่ดา นซายมือ และนาํ บตั รหวั เรื่องและบัตรตรวจสอบวางดานขวามือแลวคว่าํ หนาลง พรอมกับบตั รภาพ 3. ใหเด็กนาํ บัตรภาพไปวางเรียงตอ กันลงมา ทางดา นซา ยมอื ท่ีวางบตั รภาพลงไป 142 การจัดการเรยี นรูระดบั ปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

4. ครูหยิบบตั รหัวเรอื่ ง อา นวา “ เสื้อ ” จากบัตรคาํ และวางคกู นั กบั บตั รภาพ 5. บอกใหเด็กอานคาํ จากบตั รหัวเรอ่ื ง แลว นําไปวางคกู นั กับบัตรภาพจนครบ 6. ครูใหเด็กดูภาพแลวพูดช่ือภาพน้ันไปดวยแลวครูจึงใหเด็กนําบัตรหัวเร่ืองวางคูกับบัตรภาพท่ีเรียงไวใหมี ความสมั พันธก ันกับภาพและใหอ านบตั รหวั เรอื่ งอีกครั้ง 7. ครสู าธติ การหยบิ บตั รแบบคละกนั ดว ย สองมอื ใหเ ดก็ ดู โดยหยบิ ไมเ รยี งกนั ตามลาํ ดบั และเชญิ ใหเ ดก็ ทาํ ตาม 8. บอกใหเดก็ ปฏบิ ตั งิ านเชน เดิม ในการจบั คภู าพกบั บัตรคําใหม เมอื่ เสร็จแลวจึงนําบตั รตรวจสอบมาวาง คูกันกับภาพอีกครงั้ ใหมีความสมั พนั ธกนั บัตรนจ้ี ะมที ั้งหวั เรื่องและภาพ เด็กอา นชอ่ื ภาพน้นั ดวย ตนเองตามขั้นตอนของ การปฏิบัติงาน เสร็จแลวเกบ็ อปุ กรณไวท ่เี ดิม แบบฝกหัดท่ี 1 สําหรบั เดก็ อยากอานแตอ านไมค ลอง ครูชวยเหลอื ดังน้ี 1. เดก็ นาํ บัตรภาพเปลา วางเรยี งกัน 2. เด็กนําบตั รคาํ หาครู หรือคนอนื่ ๆชว ยเขาได แบบฝก หัดท่ี 2 1. เดก็ สรา งคําเองในบตั รคําโดยใชตัวอักษรเคล่ือนท่ี หรือใชดนิ สอเขยี น เด็กตรวจสอบคําของตนโดยใชบตั ร ตรวจสอบ เชน เดก็ สรา งคาํ เกย่ี วกบั สัตว ทําเปนสมุดเลม เลก็ หรอื สรางชื่อตา ง ๆ นํามาเปนชดุ บัตรงานได แบบฝก หดั ท่ี 3 สว นตา งๆของพืชและสตั ว ตวั อยา ง เดก็ มภี าพสวนตางๆของชางซ่ึงไมมสี ี บัตรทตี่ อ งการใหลงสีเด็กลงสีอาจจะเปน สีทไ่ี มเ ปน ธรรมชาติ เพื่อตอ งการเนน สว นที่ตรงกับบัตรคาํ เชน หัวชา ง / ขาชาง / งาชาง ฯลฯ พน้ื สวนทเี่ รยี กวา “งาชาง” เปน สีแดง แต ใหลงสคี นละสว นกนั ตามทีใ่ หง านมีไวใ หเ ดก็ ลงสี เขียนช่อื สวนตา งๆ แลวนํามาตดิ ไวในสว นตา งๆเหลานี้ นาํ ชน้ิ งานเขา เลม ใสป ก ตกแตง ใหส วยงาม อายุ 4 ขวบขนึ้ ไป 143การจัดการเรยี นรรู ะดบั ปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

การประเมนิ ผล 1. การบอกชอ่ื จากบตั รภาพ 2. การอานบัตรหัวเรอื่ ง และอา นบตั รตรวจสอบได 3. นาํ บตั รหัวเร่ือง วางใหสอดคลองกบั บตั รภาพไดถูกตอ ง กิจกรรมทีผ่ ปู กครองมสี วนรวม - ขอเสนอแนะสาํ หรบั ครู 1. ครมู ีคํา ปรศิ นา ครูอานแลว บอกวา เปน คําพิเศษ ตอ งจดจําเอา อาจนําคําสระผสม วา มันรวมกนั ไดเปน เสียงคําทไ่ี มสามารถวเิ คราะหเสยี งได 2. ครูจัดเตรียมชุดบตั รภาพ ไวห ลาย ๆชดุ เพอ่ื ใหเ ดก็ นาํ บตั รคาํ ไปจับคูตามภาพอานไดแลวจึงนาํ ไป ตรวจ สอบกับบตั รตรวจสอบ 144 การจัดการเรยี นรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

กิจกรรมชุดการอานหนา ทข่ี องคาํ กิจกรรมที่ 1 คาํ คณุ ศัพท สื่อ / อุปกรณ 1. กลองหรือตะกราทําสัญลักษณ ที่เปนตัวแทนของคาํ คุณศัพทค อื สนี ํ้าเงินขนาดกลาง 2. วตั ถุ ชดุ หนึ่งซ่ึงมีความสัมพนั ธก นั เชน สตั วท ่หี าพบไดใ นฟารม ส่งิ เหลานนั้ มคี วามใกลเคยี งกนั และรไู ดในการใชค ําคุณศพั ท เชน ไก ไกสีขาว ไกสีนา้ํ ตาล ไกต วั ผู 3. ชุดถาดเคร่ืองเขียน พรอ มกรรไกร 4. บตั รคาํ ทค่ี รูจัดเตรียมไวส าํ หรับใหเด็กทาํ งานดว ยตนเอง 5. กลองสัญลกั ษณท างไวยากรณ แบง ออกเปน 10 ชอ ง จดุ ประสงค 1. เพอ่ื การอานและการฝกอาน 2. ใหเดก็ รูจักตําแหนงหนา ทีข่ องคาํ ขยาย ซึ่งบางครั้งจะอยดู านหนา ของคํานาม หรอื ดา นหลงั คาํ นาม 3. เพ่ือใหเด็กรวู ธิ ีการบรรยายลกั ษณะของวตั ถุไดล ะเอยี ดขน้ึ วธิ จี ัดกิจกรรม 1. ครูเชญิ เด็กมา ๓ คน พาไปท่ีชัน้ อปุ กรณ แนะนาํ วานค่ี ือ บา นทรงไทย ใหเ ด็กชวยกนั คิดออกแบบวตั ถุ สง่ิ ของตาง ๆ วางลงในบานทรงไทย เมอื่ จดั เสรจ็ แลว ใหนําถาดบา นทรงไทยและกลอ งสญั ลกั ษณไปวางบนโตะ 2. ครนู ําถาดสําหรบั ทีจ่ ะเขยี นคาํ ทคี่ ิดไว ครเู ขียนชื่อวตั ถุ ๑ ชน้ิ อาจเปน ของใช หรือสตั วกไ็ ด สง ใหเด็ก อา นคาํ ทเี่ ขยี นน้ัน แลวเดินไปหยิบสง่ิ ของมา ๑ ชิ้น ไมวาเด็กจะหยิบอันไหน กจ็ ะไมใชชน้ิ ที่ครคู ดิ ถึงตลอดเวลา 3. ครูจะทําใหเ ด็กรวู า ของทีน่ ํามา ไมใ ชส ่งิ ที่ครตู อ งการ ครูจะเขยี นคาํ ท่ีเปนคาํ ขยาย วาอันไหนเปน สิง่ ท่ีครู ตอ งการ เชน ครเู ขยี นคาํ วา “ ไก” เดก็ หยบิ ไกต วั หนง่ึ มา ซงึ่ ไมใ ชส งิ่ ทคี่ รตู อ งการ ครจู ะเขยี นเพม่ิ เตมิ วา “ไกส ขี าว” .ใหเด็กอา นอีกคร้งั และกลบั ไปหยิบไกตัวสีขาว มาใหครู และนาํ ไปวางคูกับ บัตรคํา 4. ครปู ฏบิ ตั ิการซํา้ ดวยกระบวนการเดมิ จนไดว ัตถจุ ํานวน 3 ชิน้ บนโตะ ครบกบั จํานวนเด็ก 145การจัดการเรยี นรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

5. ขนั้ ตอไปคอื การสลบั สบั เปล่ียน คือ อา นคํา , ตดั คาํ , สลับตาํ แหนงของคําที่เรียงไมถูกตองเมือ่ อานแลว จะไมมีความหมาย 6. ใหเดก็ อา นบตั รคํา อีกครัง้ หนงึ่ แลวครตู ัดบตั รคําออกเปน ๒ สวน นาํ มาวางสลบั ทก่ี นั และใหเด็กอา น คาํ ทวี่ างสลบั ที่ กัน เชน สขี าว ไก ครถู ามวามคี วามหมายหรือไม ครูใหเด็กเรยี งตาํ แหนง คําใหถูกตอ ง ครปู ฏิบัตติ าม ข้ันตอนเดมิ กับบตั รคําที่เหลือจนครบ 7. ครูนํากลองสญั ลักษณ เครอ่ื งหมายไวยากรณ มาวางแลวเปด และถามคาํ ถามตอไปนี้ - คาํ ไหนทบ่ี อกหนวู า “ สตั ว อะไรทค่ี รตู อ งการ” เดก็ ตอบวา “ไก” ครบู อกวา สดี าํ สาํ หรบั “ไก” - ครถู ามวา คําไหน ท่บี อกใหเ ราทราบวา เปน ไกตัวไหน เดก็ ตอบ “ สขี าว” ครบู อกวา สีนา้ํ เงินสําหรบั คําวา “สีขาว” - ปฏิบัติตามขัน้ ตอนซ้าํ จนหมดบตั รคําทีว่ างไวบนโตะ 8. ครใู หเ ดก็ ชว ยนาํ วตั ถุ และสญั ลกั ษณก ลบั คนื ไวท เ่ี ดมิ และแจกบตั รคาํ ใหใ สไ วซ อง และเกบ็ ไวส าํ หรบั ตวั เอง แบบฝก หัด ที่ 1 1. นาํ บตั รคําท่เี ตรยี มไวแลว แสดงใหเดก็ ดู 2. ครูอยกู ับเด็กจนกวาจะแนใจ เด็กสามารถปฏิบตั งิ านดว ยตนเอง โดยมีขน้ั ตอนดงั น้ี - เดก็ อา นบัตรคาํ - เด็กวางวัตถุวางคกู บั บตั รคาํ - ครนู าํ กรรไกรออกไป และบอกเดก็ วา เราจะไมตดั บตั รคาํ น้ี แบบฝก หัด ท่ี 2 1. เดก็ สามารถสรางวลี จากกลมุ สัตว ในฟารม ดวยตัวของเขาเอง 2. เดก็ สามารถเชื่อมโยงบทเรยี นนีก้ บั บทเรยี นอน่ื ๆ เชน หอชมพู , บนั ไดน้ําตาล , พรมสีเขยี ว 3. เดก็ สรางคาํ จากตัวอกั ษรเคล่ือนที่ และหยิบสัญลักษณวางบนตัวอกั ษรเคล่ือนท่ีได 4. เดก็ เขยี นคาํ , กลมุ คาํ วลี , ลงไปในกระดาษ และตดิ สญั ลกั ษณไ วเ หนอื คาํ เหลา นนั้ ตอ งมกี ระดาษแบบพเิ ศษ ท่ีมีพ้ืนท่ีมากสําหรับเดก็ 5. ใหเ ดก็ ลากเสน ตามและวาดภาพระบายสี อายุ 4 ½ ป การประเมนิ ผล 1. การอา นคาํ ไดถูกตอ ง 2. บอกไดวา คาํ ใดเปน คําขยายนาม และคําใดเปน คาํ นาม กจิ กรรมท่ผี ปู กครองมีสวนรว ม - 146 การจัดการเรียนรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

ขอ เสนอแนะสําหรับครู 1. เดก็ ไดอานคาํ ตา ง ๆ จากบตั รคํา , สมุดอนุทนิ เสยี งผสม , บัตรคําเสยี งผสม 2. กิจกรรมเหลาน้ี ยงั คขู นานกบั วัตถุกลองที่ 1 กิจกรรมชุดการอา นหนา ท่ขี องคาํ กจิ กรรมที่ 2 คาํ คณุ ศัพทเกมเรียงลาํ ดบั คาํ คุณศพั ท (Logical Adjectives) ส่อื /อุปกรณ 1. กลอ งหรือตะกราติดสัญลักษณ คาํ คุณศพั ท ภายในกลองมบี ัตรสีดํา เขียนคาํ นามแยกเปนคํา ๆ 10 ใบ, บัตรสีนํ้าเงิน เขยี นคาํ ศพั ท แยกเปน คาํ ๆ 10 แยกขยายคําศัพท 2. สญั ลักษณของไวยากรณ จดุ ประสงค 1. เปนแบบฝก หัดเพอื่ การอา น 2. เด็กสามารถตระหนกั วาคาํ ขยาย ใชคําทแ่ี ตกตา งกันออกไป 3. เพ่อื เตรยี มการทางออม สําหรบั การเปนนกั สงั เกตและนกั เขยี น วิธจี ัดกจิ กรรม 1. ครเู ชิญเดก็ มา 1 คน พาไปทีช่ นั้ อปุ กรณ และยกอปุ กรณไปวางบนโตะ 2. ครูบอกใหเ ด็กเปดกลองดู วา มอี ะไรอยู ครหู ยบิ บัตรสีนํ้าเงินออกมา 1 ใบ และบอกใหเดก็ หยบิ บัตรออก มาท้งั หมดพรอ มครูชวยกันกับเด็ก 147การจดั การเรียนรูระดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

3. เราเร่มิ ตน กนั ท่บี ัตรสดี ํา นะคะ ครูหยบิ บัตรใหเดก็ อานทีละใบ และวางเรยี งตอ กนั ลงมาดานลา ง คาํ วา ลูก, แม และคาํ ตอ ๆไปจนหมดบตั รคํา 4. ครูบอกวาในบตั รสนี าํ้ เงิน มีคาํ วา อะไร แลววางเรียงตอดา นขา งใหเดก็ อา น แม งาม เปน ที่เรยี ง ไมถกู ตอ ง ใหเดก็ เล่ือนบตั รคาํ ลงมาเทยี บอา นคกู ับคาํ ตอไป หาคําท่ีวางทขี่ ยายไดเ หมาะสมจึงวางเรยี งตอได 5. ครูใหเด็กนําคําใหมม าปฏบิ ตั ิการซ้ําดวยกระบวนการเดิม จนหมดบตั รคําสนี ํ้าเงนิ จะไดค ําทม่ี ีคําขยาย ไดถ ูกตองเหมาะสม จนครบทงั้ สองแถว 6. ครูถามวาคํา แถวใดท่บี อกหนู วา มันเปนวัตถุส่งิ ของอะไร เด็กบอกวา บัตรแถวสดี าํ 7. ครูนําสัญลกั ษณ สีดาํ เปนสง่ิ ท่บี อกเราวา กาํ ลังพูดถงึ อะไร - บัตรคําแถวไหนทบี่ อกใหเราทราบวา มนั เปน อยางไร เด็กตอบ แถวสีนา้ํ เงิน - ครบู อกวา สนี าํ้ เงนิ คอื สัญลักษณแทนคาํ เหลาน้ี เปนคําที่บอกเราวา คําตา ง ๆน้นั เปนคําอยา งไร 8. ครใู หเ ดก็ คละบตั รสนี าํ้ เงนิ แลว หาคาํ ใหม โดยครจู ะเปน ผเู รมิ่ ตอ แถวคาํ แรก ใหเ ดก็ อา นกอ นและตอ คาํ จนครบ 9. ใหเ ดก็ ปฏบิ ตั งิ านตอ ตามความพอใจ เสรจ็ แลว เกบ็ อปุ กรณไ วท ่ีเดมิ แบบฝก หัด ที่ 1 3. นาํ บัตรคาํ สีน้ําเงินมาวางคละกนั และใหเ ด็กจับคูค าํ กบั คาํ คณุ ศพั ทใหถ กู ตอง แบบฝกหดั ท่ี 2 6. ใหเ ดก็ เขยี นบตั รคาํ ดว ยตวั เอง 7. เดก็ สามารถเขยี นคาํ ในบทเรียน , สรา งคาํ ใหมได 8. เด็กวางสญั ลกั ษณอ ยา งเดยี วกนั กบั ที่เราทํามาแลว แบบฝก หดั ที่ 3 ( นําเสนอภายหลงั จากแบบฝกหัดที่ 1 ) วธิ จี ัดกจิ กรรม 1. ครูเชญิ เดก็ มา 1 คน พาไปท่ชี ้ันวางอุปกรณ กลองคําคณุ ศพั ท และยกอุปกรณไ ปวางบนโตะ 2. ใหเ ดก็ นาํ บัตรคาํ ทงั้ 2 แถบสีออกมา แลวปด ฝา วางไวด า นบนขวาของโตะ 3. ครูพดู วา เราเริม่ จากบตั รสดี าํ ทลี ะใบ เดก็ อาน แจกนั และนําคาํ สีนํา้ เงินมาวางตอใหเ ดก็ อา น งาม ครนู าํ มาวางเรยี งตอ กนั ถา อา นไดความหมายใหว างเรยี งไว แตถ า ไมไดค วามหมายใหน าํ ออกไป 4. ครูเลอื กคาํ ทวี่ างตอกันแลวไดความหมาย เรียงคําตอกันใหเด็กอาน แจกัน แกว ใหญ งาม และถามวา อยากจะเกบ็ บัตรคาํ อนั ไหนวางไวบาง ใหเ ด็กจดั เรียงบัตรคาํ ใหไดใ จความทีส่ มบูรณ ดงั น้ี 5. ครนู ํากลอ งสญั ลกั ษณ มาเปด และถามเดก็ วา จะนําสัญลกั ษณไปวางจากคาํ ทนี่ าํ สดี ําไปวางคือ “แจกนั ” ครนู ํา สีดําวางบนคาํ วา แจกัน และนํา สฟี าขนาดเลก็ วางตอ คําขยาย แจกนั แกว ใหญ งาม สแี ดง 148 การจัดการเรยี นรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

แบบฝก หดั ท่ี 4 การสรา งคํากับตวั อักษรเคลอ่ื นท่ี 1. เดก็ สรางคําไวอ กี ดา นหนง่ึ ของเสือ่ เชน คาํ วา “ กระดาษ” 2. เด็กจะสรางคํา จากตัวอักษรเคลอื่ นท่ี ขยายคาํ นาม เชน “ กระดาษสีขาว” “ กระดาษสีแดง” 3. ใหเ ดก็ ใชค าํ ศพั ทจ ากสตั ว ในหมวดชวี วทิ ยา เชน “ ชา ง” มคี าํ ขยาย เชน ชา งตวั ใหญ , ลกู ชา ง ชา งทาํ งาน ฯลฯ 4. ใหเด็กเอากระดาษมาเขยี นคาํ ตามที่สรา งจากตวั อกั ษรเคลอื่ นที่ อายุ 4 ½ ป การประเมนิ ผล 1. การอา นบัตรคาํ ท้ังคํานาม (พืน้ สดี ํา) และคาํ ขยายนาม (พน้ื สีนาํ้ เงนิ ) 2. การจบั คูบ ัตรคํา และเรียงไดอยางมคี วามหมาย 3. การวางสัญลกั ษณ ตามหนา ท่ขี องคําไดถูกตอ ง กจิ กรรมทผ่ี ปู กครองมีสว นรวม - ขอ เสนอแนะสาํ หรับครู 1. ครเู ตรยี มทาํ บตั รคาํ นาม และคาํ ขยายนามแยกพน้ื หลงั ใหม สี ที แี่ ตกตา งกนั เปน สเี ขม เปน คาํ นาม และ พนื้ สี ออ นกวา เปน คาํ ขยายนาม จดั ใสในกลอ ง ติดสญั ลกั ษณใ หชัดเจน 2. กิจกรรมตอ เน่ืองท่ี ๓ ควรนําเสนอในวนั ถดั ไป 149การจดั การเรียนรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

กจิ กรรมชดุ การอานหนา ท่ขี องคํา กจิ กรรมที่ 3 เกมสืบคน ดวยคําคณุ ศพั ท (Detective Adjectives) สอ่ื /อุปกรณ สตี าง ๆ 7 ชนิด แตละชนดิ มี 3 สี 3 ขนาด 1. กลอ ง 1 ใบบรรจุ จํานวน 63 ชนิ้ เปน 2. ถาดเครือ่ งเขยี น และกรรไกร 3. บัตรคาํ ซง่ึ เขียนคาํ แตละคํา แยกไวแ ลว 4. กลองสัญลักษณข องไวยากรณ จดุ ประสงค 1. เพ่อื เปน การฝกอา นคําจากบัตรคาํ ได 2. เพอ่ื ใหเ ด็กรูจกั การคน หาคณุ ลักษณะเฉพาะจากคําคณุ ศพั ท 3. คาํ คุณศัพทส ามารถแยกวัตถทุ ี่เฉพาะเจาะจงออกมาจากกลมุ ได การนาํ เสนอบทเรียน สามารถเลน ไดท้ังเปน กลุม และรายบคุ คล 1. ครูเชญิ เด็กมา 3 คน พาไปที่ชัน้ อปุ กรณ บอกใหเ ด็กยกกลองอุปกรณ และ ปเู ส่ือผืนใหญท พี่ ้นื ครนู าํ ถาดเครื่องเขยี นมาวางบนเส่อื และบอกใหเด็กนาํ กลองที่ ยงั ไมใ ชอ อกไปวางดานขาง 2. ครูบอกใหเ ด็กเปดกลองดู วา มีอะไรอยู นํารูป ออกมาทงั้ หมด โดยทุกคนชว ยกันเรยี งแบบคละกัน และตอ งมองเหน็ รูป ทุกช้นิ คอื มสี ีฟา , สแี ดง , สีเหลอื ง 3. ครูนาํ แถบบตั รกระดาษมาเขยี นคาํ มาวางไวเตรียมเขียน 4. ครบู อกวา ครูคิดถงึ และเขียนคาํ วา “ สามเหล่ยี ม” หนูหยิบใหครู เดก็ หยบิ รูป ใหครู แตครบู อกวา ไมใชอ นั น้ี ครูจงึ เขียนคําลงในบัตรกระดาษ แลว ใหเด็กอานคํา “ สามเหลย่ี มใหญ” 150 การจดั การเรยี นรูร ะดบั ปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

5. ครูบอกวา เราตอ งการ “ สามเหลีย่ มใหญ ” ไว ใหเ ด็กเกบ็ ช้ินอืน่ ๆใสไ วในกลอ งทง้ั หมด และเหลือเฉพาะ ช้นิ ใหญ ๆ ไวม ากมาย 6. ครพู ูดวา จะเขียนคาํ เพิ่มเติม หนจู ะไดรวู า มนั เปนชน้ิ ไหนนะ ครูเขียน “ สามเหลย่ี มใหญ สเี หลอื ง” ให เดก็ อา นคาํ “ สามเหล่ียมใหญ สเี หลอื ง” ครบู อกวา เราหยบิ ทไ่ี มต องการเก็บไวในกลอง 7. ครูพูดวา มนั ตอ งเปนชน้ิ ใด ช้ินหนงึ่ ครูตอ งเขียนเพมิ่ เตมิ อีก ครเู ขียน“ สามเหล่ียมใหญ สีเหลอื ง มุมฉาก” ใหเ ดก็ อาน แลว ครูบอกวา เราตองเก็บ มุมฉากช้นิ นไ้ี ว และเกบ็ ชิ้นอืน่ ๆ ใสกลอ ง 8. คงเหลือ รูป ไว อยู 3 อัน ครบู อกวา ครจู ะตอ งเขยี นคาํ อกี มากมายจะไดร ูวา มันเปน อนั ไหน 9. ครถู ามวา เราจะรูว า ส่งิ ใดทบ่ี อกไดว า เปน อะไร เดก็ ตอบวา “ สามเหล่ียม” ครนู าํ สดี าํ ไปวาง 10. ดา นบน คําวาสามเหลย่ี มและถามอกี วา เปน ชนิดไหน คอื “ สามเหลยี่ มใหญ สเี หลอื งมมุ ฉากดา น เทาสองดา น ” ดงั น้ี สามเหลย่ี มใหญส เี หลอื งมมุ ฉากดา นเทา สองดา น 11. เดก็ จะทาํ งานตอ ดว ยบตั รคาํ อกี ดว ยตวั เอง จากบตั รคาํ ทค่ี รเู ตรยี มไวด ว ยตนเอง เสรจ็ แลว เกบ็ อปุ กรณไ วท เ่ี ดมิ อายุ 4 ½ ป ประเมินผล 1. การอา นคําคุณศัพท จากบตั รคาํ ไดถ ูกตอ ง 2. การเลนเกมการสบื คนคําคุณศพั ท 3. การแยกแยะวัตถใุ หส ัมพันธก ับคาํ คุณศพั ทท อี่ า นออกเสียง กิจกรรมทผี่ ปู กครองมสี วนรว ม - ขอเสนอแนะสาํ หรับครู 1. เดก็ ควรไดรับบทเรยี นคาํ คณุ ศัพททเ่ี รียนมาแลว 2. ใหเด็กทาํ กจิ กรรมเดย่ี ว หรือกิจกรรมกลุม ก็ได 151การจัดการเรยี นรูระดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

กิจกรรมชุดการอา นหนาทีข่ องคํา กจิ กรรมที่ 4 คาํ สันธาน อปุ กรณ 1. กลอ งหรอื ซองซ่ึงตดิ สัญลักษณ คาํ สันธาน 2. วัตถซุ ง่ึ หลากหลาย มาจากชุดจดั จาํ แนก มหี ลากหลาย เชน ดอกไม , กระดาษสี , ดนิ สอสี , สตั วจ าก ฟารม, ลกู ปด ฯลฯ 3. ส่ิงทจี่ ะเอามาเชอ่ื ม หรือผูกมัดไวดวยกนั เชน ริบบิน้ , ยาง ,เชอื ก 4. บตั รคาํ ที่เตรียมไวแลว อธิบายสงิ่ ของแตละช้ิน 5. ถาดเครอ่ื งเขยี น 6. กลองสัญลักษณของไวยากรณ จดุ ประสงค 1. เปนแบบฝก หัดเพื่อการอาน 2. เดก็ สามารถตระหนกั วา คาํ สนั ธาน ทําหนาที่ เชอื่ มคาํ เขา ดว ยกนั วธิ จี ัดกจิ กรรม 1. ครูเชิญเด็กมา 3 คน พาไปท่ีชั้นอปุ กรณ และยกกลองอปุ กรณไ ปวางบนโตะ 2. ครูจะเขยี นคาํ “ ดนิ สอสีเหลอื ง” ใหเ ดก็ อาน และไปหยิบวตั ถมุ าวางคูกัน 3. ครเู ขียนคํา “ ดนิ สอสแี ดง ” ใหเด็กอาน และหยิบวัตถมุ าวางคูกนั อกี 4. ครเู ขยี นคาํ “ ดนิ สอสฟี า ” ใหเดก็ อาน และหยบิ วตั ถุมาวางคูกันอีก 5. ครนู าํ ริบบนิ้ มาวางตามแนวขวางของโตะ แลวนําดินสอสที ัง้ 3 แทงมาวางตรงกลาง และผูกริบบิน้ รวม ดินสอสที งั้ หมดเขา ดว ยกัน 152 การจัดการเรยี นรรู ะดบั ปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

6. ครูนําบัตรคาํ ทั้ง 3 อนั มาตดั เฉพาะ ดนิ สอสีเหลือง ดินสอสีแดง ดินสอสฟี า วางไว และใหเดก็ อานคําท้ังหมด พรอมกบั ถามวา “ หนคู ิดวา ควรจะมคี ําไหนบา งทจ่ี ะนํามาเช่อื มตอ ระหวา งคําเดก็ ตอบวา “และ” ครู เขียนคาํ วา “ และ” สองแผน ใหเดก็ นาํ ไปวางตอ บัตรคาํ 7. ครถู ามวาคาํ ไหนที่บอกหนวู า “ มนั คอื อะไร” เด็กตอบ “ ดนิ สอ” ครนู ําสัญลกั ษณ สีดําวางสาํ หรับ ดินสอ และคําไหนท่ีบอกเราวามนั เปนดินสอสอี ะไร คือ สีเหลือง สีนา้ํ เงินวางที่สเี หลือง 8. คาํ ทบี่ อกเราวา มันรวมอยดู ว ยกนั เด็กตอบ “ และ”ครนู ํา สชี มพมู าวางดานบน “ และ” ทง้ั 2 อนั ดนิ สอสีเหลือง และ ดินสอสแี ดง และ ดนิ สอสฟี า กจิ กรรมตอ เน่อื ง การสลบั เปล่ียนคําใหมแ ตความหมายเหมือนเดิม 1. ใหเดก็ นําบตั รคํามาสลับเปล่ยี นคาํ แลว มีความหมายเหมือนเดิม คอื - ใหเดก็ อาน “ดินสอสเี หลอื ง และ ดินสอสแี ดง และ ดินสอสีฟา” ครูสลบั บตั รคําอกี แลว ใหเด็กอา น “ดินสอสีแดง และ ดินสอสฟี า และ ดินสอสีเหลือง” ครูสลบั บตั รคําอีกแลวใหเด็กอาน “ ดินสอสฟี า และ ดนิ สอสี เหลอื ง และ ดนิ สอสีแดง ” 2. ครูถามวา ความหมายยงั เหมอื นเดิมไหม และบอกใหเดก็ นําบัตรคาํ เรียงกลบั คนื ใหเ หมอื นเดิมแลว อาน อกี ครั้ง ครนู ําบตั รคําท้ังหมดแจกใหเดก็ นาํ ไปใสใ นซองของตนเองเสร็จแลว เก็บอปุ กรณไวทเ่ี ดมิ แบบฝกหดั ที่ 1 1. เดก็ ไปนาํ สัตวตา ง ๆจากฟารม มา 3 ชนิดผูกสตั วทั้ง 3 ตวั เขา ดว ยกัน 2. เดก็ คน หาคํา จากบัตรคําชอ่ื สัตวทเี่ ตรียมไว จากบตั รคาํ ท่ีเขยี นวา “และ” 3. เด็กสรา งวลี ซ่ึงเชือ่ มดว ยคาํ สันธาน “และ” ซง่ึ เช่อื มดวย วลี ประโยค เขาดวยกนั 4. เดก็ วางสญั ลักษณทางไวยากรณ ไวดานบนของ วลีประโยคทีส่ รา งข้นึ อายุ 4 ½ ป การประเมินผล 1. การอานบตั รคาํ และอา นประโยคท่ีสรางขน้ึ ไดถ ูกตอง 2. การหยิบวตั ถใุ หสัมพนั ธก บั บตั รคาํ ทอี่ า นออกเสียงไดถ กู ตอง 3. การจดั วางสญั ลกั ษณของคํานาม, คาํ ขยายนาม และคาํ สนั ธานไดถ ูกตอ ง กิจกรรมท่ีผูปกครองมีสว นรวม - 153การจดั การเรียนรรู ะดับปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

ขอเสนอแนะสาํ หรับครู 1. ควรจัดเตรยี มวตั ถุ / อปุ กรณใ หห ลากหลาย เพอื่ เดก็ สามารถนํามาสรา งประโยคท่มี คี ําสนั ธานเชือ่ มได 2. จัดทาํ บัตรคาํ ชื่อวตั ถุ / อุปกรณ และคาํ สนั ธาน จัดเปน ชุดๆ ไวส ําหรบั ผลดั เปลีย่ น กิจกรรมชุดการอา นหนา ทขี่ องคํา กิจกรรมท่ี 5 คําบพุ บท สือ่ / อุปกรณ 1. กลองหรือซองซ่ึงติดสัญลักษณ คําบพุ บท อยูด านหนา 2. วตั ถจุ ากชดุ การจาํ แนก แยกแยะ ซงึ่ มคี วามแตกตา ง ในบางแงม มุ ดงั ทเี่ ราเหน็ ในหมวดอปุ กรณค าํ สนั ธาน 3. บัตรคาํ ท่ีเตรยี มไว คอื คําสันธาน และคําบุพบท 4. ถาดเครือ่ งเขยี น และกลองสญั ลักษณของไวยากรณ จดุ ประสงค 1. เปนแบบฝก หดั ของการอานเพือ่ เดก็ จะไดฝกหัดอา น 2. เดก็ สามารถตระหนักถึงลักษณะ ของคาํ บุพบท ซงึ่ หมายถงึ ความสัมพันธข องวัตถุ วธิ ีจัดกิจกรรม 1. ครูเชญิ เดก็ มา 3 คน พาไปทช่ี ัน้ อปุ กรณ ยกถาดเครื่องเขยี น และกลองอปุ กรณไ ปวางบนโตะ 2. ครูเขียนคาํ ใหเ ด็กอา น และไปหยบิ วัตถุสง่ิ ของน้นั 3. ครเู ขยี นคํา “ ดอกไมสีชมพู ” ใหเ ดก็ อาน และหยบิ ดอกไมสชี มพู มาวางคูกับบตั รคํา 4. ครเู ขียนคํา “ ดอกไมส มี ว ง” ใหเ ดก็ อาน และหยบิ ดอกไมสมี ว งมาวางคกู ับบตั รคาํ 154 การจัดการเรยี นรูระดบั ปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

5. ครูเขียนคาํ “ดอกไมส ีเหลือง” ใหเ ดก็ อาน และหยบิ ดอกไมส เี หลอื งมาวางคกู ับบัตรคํา 6. ครเู ขยี นอกี คาํ วา “ แจกนั แกว ” ใหเดก็ หยบิ แจกันมาวางดานหนาของทุกคน 7. ครูเขยี นคําวา “และ” ใหเด็กอาน ครบู อกใหเ ด็กดู ครหู ยิบดอกไมท้ัง 3 ดอกมารวมกัน ถามเด็กวา เรา จะสรางคาํ ได โดยใหเดก็ สรางคําทั้งหมด ดงั นี้ ดอกไมส ชี มพู และ ดอกไมสมี วง และ ดอกไมสเี หลือง 8. ครนู าํ ดอกไม ทงั้ ใสไ วใ น แจกันแกว แลว เรยี งบตั รคําวา ดอกไมส ชี มพู และ ดอกไมสีมวง และ ดอกไมสีเหลอื ง แจกันแกว 9. ครใู หเดก็ อา นคาํ ทั้งหมดท่เี ขียนอกี ครั้ง วา เราจะเติม คําวา อะไร ตอบวา “อยใู น” ครเู ขียนคําและเรยี ง บัตรคําใหมแลว ใหเ ด็กอานอกี ครั้งวา “ดอกไมสีชมพู และดอกไมส ีมวงและดอกไมสีเหลืองอยูในแจกันแกว ” 10. ครนู ําดอกไมออกขา งนอกแจกันแกว และใหเดก็ อา นคํา “ดอกไมสชี มพู และ ดอกไมสมี ว ง และดอกไม สีเหลือง ขางนอก แจกนั แกว” 11. ครูบอกใหเ ดก็ เรยี นประโยคใหม คําวา “ อยูบน ” ใหเ หมอื นกบั ทผ่ี า นมา 12. ครพู ดู วา เราจะทาํ งานกบั สญั ลกั ษณแ ละนาํ กลอ งสญั ลกั ษณไ วยากรณม าเปด ใหเ ดก็ นาํ สญั ลกั ษณ สดี าํ และ สีฟา มาวางบนบัตรคํา และถามวา ยังจาํ สญั ลกั ษณ เช่อื มตอ ครูแนะนาํ สัญลกั ษณ 13. สีเขียวสาํ หรบั คาํ วา “ อยูใ น ” 14. ครูสลับตาํ แหนงบตั รคาํ อีกครั้ง วา “ แจกันแกว และ ดอกไมส ีมว ง และดอกไมสีเหลอื ง และดอกไม สีชมพู อยูใน” แลวใหเ ดก็ อานคาํ , วลีทว่ี างสลบั ตําแหนงกนั อกี คร้งั ( ทาํ อยา งนี้ไปเร่อื ย ๆ) 15. ครบู อกใหเดก็ สรางคาํ ใหมใหเ หมอื นเดมิ และใหเด็กอา นคาํ อีกครัง้ และชว ยกนั นําสญั ลักษณม าวางดาน บนของคาํ ทัง้ หมด ดงั น้ี ดอกไมส ีชมพู และ ดอกไมส ีมวง และ ดอกไมสเี หลอื ง อยูใน แจกันแกว แบบฝกหัด ท่ี 1 ของชดุ ฟารม 1. เดก็ นาํ อปุ กรณมาวางจดั ไวใ นฟารม ของบานเรอื นไทย 2. ครพู ดู วา ใหเ ด็กหยบิ ไกโ ตงสีขาว, สุม , และนําคําวา “อยใู น” ครูพูดคําส่งั เชน “ไกโ ตง สีขาวอยูในสมุ ” และนาํ ไกโตง ใสเ ขา ไปในสมุ 3. บางครัง้ กจ็ ะอานคําส่งั อื่นๆทีเ่ ขยี นไว และปฏบิ ัตติ ามคาํ สัง่ เชน “ นําหมาวางไวหลังพอ วัว”ไปหาบัตรคํา ซง่ึ เหมอื นกับเด็กปฏิบตั ิอยู และนําสญั ลกั ษณท างไวยากรณ ไวดา นบนของ วลปี ระโยคทีส่ รางขึ้นอยา งเหมาะสม อายุ 4 ½ ป 155การจดั การเรียนรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

การประเมนิ ผล 1. การอานบัตรคาํ ( คํานาม , คาํ ขยายนาม , คาํ สนั ธาน และคําบุพบท ) 2. การหยบิ วตั ถุใหส มั พันธก บั บัตรคํา 3. การวางสญั ลกั ษณ ตามคาํ นาม, คาํ ขยายนาม , คาํ สันธาน และคําบพุ บท ไดถ ูกตอ ง กิจกรรมทผี่ ูปกครองมีสว นรวม - ขอเสนอแนะสาํ หรบั ครู 1. หลงั จากบทเรยี นน้ี ครคู วรเขยี นคาํ สง่ั ใหย าวขนึ้ เชน กระปอ งนา้ํ เขยี นตอ ไดว า กระปอ งนาํ้ อยใู นชดุ การลา งมอื 2. ควรเตรียมอุปกรณใหห ลากหลาย ทส่ี ามารถนํามาสรา งเปน ประโยคทม่ี คี าํ สนั ธานและคาํ บุพบทเชอื่ มได กิจกรรมชดุ การอา นหนา ที่ของคาํ กิจกรรมท่ี 6 คาํ กรยิ า อุปกรณ 1. ชดุ ถาดเครือ่ งเขียน พรอมกรรไกร 2. ถาดชดุ บา นทรงไทย (ชดุ ฟารม ) 3. ซองใสบ ัตรคาํ กรยิ า สแี ดงตดิ สญั ลกั ษณ สแี ดง จุดประสงค 1. เพื่อใหเดก็ ไดฝกหดั การอานมากขนึ้ 2. ใหเ ดก็ ตระหนักถงึ ธรรมชาติ และหนา ทข่ี องคาํ กริยา 156 การจัดการเรียนรรู ะดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

วธิ จี ัดกจิ กรรม มี 2 สว น 1. การจดั กิจกรรมเปน กลุม 1. ครเู ชิญเดก็ มา 3 คน พาไปทชี่ ัน้ อุปกรณ แนะนํา วา วนั นีเ้ ราจะเลน กับอุปกรณอีกแบบหน่ึง ครจู ะ เขยี นใหหนู ปฏบิ ัติส่ิงตา ง ๆมากมาย และเราจะใชถ าดเครอื่ งเขียน 2. ครนู าํ ถาดสาํ หรบั ทจี่ ะเขยี นขอ ความทคี่ ดิ ไว ครเู ขยี นคาํ สง่ั แลว สง ใหเ ดก็ อา น ทลี ะคน และเกบ็ อยา ใหใ ครดู 3. ใหเ ด็กแสดงทาทาง ตามทไี่ ดร ับคําส่ัง ทลี ะคน ตอไปน้ีเราจะมาดูวา เพือ่ นจะแสดงทาทางอะไร 4. เชญิ เดก็ มาแสดงใหเพื่อนดูตามคําส่งั ท่ีไดรับ เด็กทาํ ทาทาง “ เดนิ ” “ การปรบมือ ” “ วงิ่ ” 5. ครูถามวา หนเู อาสิ่งที่แสดงทาทาง นาํ มาใหค รูไดไ หม ? เด็กบอกวา “ เอาใหไ มไดค ะ” 6. ใหเดก็ วางบตั รคําสง่ั ไวบนโตะ เรยี งกันตอมา และอธบิ ายสรุปวา คาํ เหลา นเี้ ปนคําทบี่ อกวา เราจะทํา อะไรบาง มนั เปนการแสดงทา ทางได จึงนําเสนอสญั ลักษณ วงกลมใหญส แี ดงมาวางดา นบนบตั รคํา 2. การจัดกิจกรรมเปน รายบคุ คล การเตรียมการ เดก็ ตองผา นบทเรียนที่ 1 มาแลว วิธจี ดั กิจกรรม 1. ครูเชญิ เดก็ มา 1 คน พาไปช้ันวางอุปกรณ บอกใหเ ด็กนาํ ถาดเครอ่ื งเขียน ครนู ํากลอ งสญั ลกั ษณ 2. ครูบอกวา หนทู าํ งานกับวัตถุ บานทรงไทยมาแลว ใหไ ปเลือก วตั ถุทห่ี นชู อบ 3 ชนิด มาวางบนโตะ และครูตอ งการซองบตั รคาํ สแี ดง 3. ครูเขยี นชอ่ื วตั ถุ แลว สงใหเ ด็กอานและปฏบิ ัตติ ามบตั รคํา ซงึ่ ครสู ามารถเขียนไดทงั้ คาํ นาม และคํากริยา ถาสวนทเ่ี ขียนเปน คํานาม ใหเดก็ หยิบวตั ถุตามคาํ สง่ั มาวางคูกบั บัตรคาํ วางไวด านหนึง่ และถา เปน คํากริยา ใหเ ดก็ แสดง ทาทาง ตามคาํ สงั่ แลววางแยกไปอกี ดานหน่งึ ตา งหาก 4. ปฏบิ ัตดิ ว ยกระบวนการเดิม ซ่ึงบางครง้ั เขยี นคํากรยิ า , คํานาม เชน สมุ , เสือ , รองเพลง 5. ครขู อใหเดก็ นาํ วตั ถุ ใหค รู เชน เสอื สมุ และครขู อส่งิ ทเ่ี ด็กแสดง เชน รองเพลงไดไ หม ซึง่ คาํ กริยาเปน พลังงานทีแ่ สดงออกมา ใหเ ดก็ เขาใจวา สงิ่ ไหนเปนสิง่ ที่เราปฏบิ ัติได และสิ่งไหนเปน สง่ิ ของตา ง ๆ 6. ครูอธบิ ายวา เรานาํ การรอ งเพลงมาไมได แตเรามสี ญั ลกั ษณ สีแดงแทนคาํ ทเ่ี ราแสดงทา ทาง 7. ครนู ําบัตรคาํ ท้ังหมดใหเ ดก็ นาํ ไปใสซ องของตวั เอง และนาํ สตั วท ัง้ หมดกลบั คืนท่เี ดมิ 8. นําเสนอซองสีแดงใสบ ัตรคาํ ท่ีเตรียมไว เปด นําคําส่งั เหมอื นกับคําสั่งทเี่ ราปฏิบตั มิ าแลว ใหเ ด็กอา นและ ปฏิบตั ิตามคาํ สงั่ นัน้ ดวยตนเอง ตามความสนใจเมอ่ื เสร็จแลว เกบ็ อุปกรณไ วท เี่ ดิม อายุ 4 ½ - 5 ป แลว แตค วามแตกตา งของเดก็ การประเมนิ ผล 157 1. การอา นบัตรคาํ ทค่ี รเู ขียนให 2. การแสดงทาทางประกอบบัตรคําสง่ั ไดสอดคลอ งกันไดถูกตอง 3. การวางสัญลักษณไดถูกตอ ง การจดั การเรียนรูร ะดบั ปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

กจิ กรรมท่ผี ปู กครองมสี ว นรวม - ขอเสนอแนะสาํ หรับครู 1. ครเู ขยี นคาํ ตามความสนใจของเด็ก 2. บทเรียนน้ีชวยใหเ ดก็ ไดอา นวิเคราะหค าํ 3. ครูไมบอกเดก็ วาเปน คาํ กรยิ า กิจกรรมชดุ การอา นหนา ท่ขี องคํา กิจกรรมท่ี 7 คาํ กรยิ าวิเศษณ สอ่ื /อุปกรณ เลก็ สสี ม 1. ชดุ ถาดเคร่อื งเขียน พรอ มกรรไกร 2. กลองสัญลกั ษณทางไวยากรณ 3. บตั รทเี่ ตรยี มไวใ สบ ตั รคํา วเิ ศษณ ซองสีสม ติดสญั ลกั ษณ จุดประสงค 1. เพอื่ การอานและฝก การอาน มากขนึ้ 2. ใหเ ดก็ ตระหนกั ถึงธรรมชาติ และหนา ท่ขี องคาํ วิเศษณ วธิ ีจดั กจิ กรรม มี 2 สว น 1. การจดั กิจกรรมเปน กลมุ 1. ครเู ชญิ เด็กมา 3 คน พาไปท่ชี ั้นอปุ กรณ แนะนาํ วาวนั นเี้ ราจะเลน กับอปุ กรณอ ีกแบบหน่งึ ครจู ะเขยี น ใหห นอู านและ แสดงทา ทาง เราจะใชถาดเคร่ืองเขยี น และ อปุ กรณกลอ งไวยากรณ 158 การจัดการเรียนรรู ะดบั ปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

2. ครูบอกวา วันนเี้ ราจะเขยี นขอความทยี่ าว เราตองใชบตั รคําทย่ี าว ครูเขยี นคาํ ส่ัง แลว สง ใหเ ดก็ อาน ทลี ะ คน และเกบ็ อยาใหใ ครดูนะคะ 3. ใหเ ดก็ แสดงทา ทาง ตามที่ไดร ับคําสั่ง ทลี ะคน ตอไปนี้เราจะมาดวู า เพ่ือนจะแสดงทาทางอะไร 4. เชญิ เด็กคนที่ 1 มาแสดงใหเ พ่อื นดู เด็กทาํ ทา ทาง “ เดนิ ” 5. เชญิ เดก็ คนตอไป มาแสดงใหเพื่อนดู เด็กทาํ ทา ทางตามท่ไี ดร ับคําสง่ั 6. ครูขอบัตรขอ ความจากเด็กคืน และเขยี นขอความเพม่ิ เตมิ เปน คาํ ขยาย 7. กริยา ท่เี ด็กไดอา นไปแลว และบอกใหเ ด็กแสดงทาทางตามท่ีครเู ขยี นใหอ ีกครง้ั และถามวา เพอ่ื นแสดง ทา ทางอะไร ? เด็กตอบวา “ เดินอยา งสงา งาม ” ครบู อกวา เราสงั เกต เห็นไหมวา เพ่ือนแสดงทาทางไดด ขี น้ึ กวาเดมิ 8. ครใู หเ ด็กนาํ ขอ ความมาวางที่โตะ แลว อานคาํ ทตี่ วั เองไดร ับ และถามวา คาํ ใดที่บอกใหเรา แสดงทาทาง โดยเด็กตอบวา “ เดิน , เตนราํ ,หวั เราะ 9. ใหเดก็ นําสญั ลกั ษณ สีแดงมาวางดานบนการแสดงทา ทาง และคําท่ีบอกวา “ อยา งสงางาม” มี สญั ลกั ษณ ขนาดเล็ก เปนสญั ลักษณแ ทนคําตา ง ๆทบ่ี อกใหเ รารวู า เราปฏิบัตอิ ยา งไร และวางไวเ หนือคําเหลา น้นั เดนิ อยา งสงางาม 2. วธิ ีจัดกิจกรรมเปนรายบุคคล การเตรยี มการ เดก็ ตอ งผานบทเรยี นท่ี 1 มาแลว 1. ครูเชิญเดก็ มา 1 คน พาไปชน้ั วางอปุ กรณ บอกใหเ ดก็ นําถาดเครือ่ งเขยี น ครูนํากลองสญั ลกั ษณ 2. มาวางบนโตะ และครูตอ งการซองบตั รคาํ สสี ม 3. ครูเขียนคําส่ัง แลว สง ใหเด็กอานและปฏิบตั ิตามบัตรคาํ ส่ัง 4. ครขู อบัตรคาํ สัง่ คืนจากเดก็ แลวเขยี นเพ่ิมเตมิ สง ใหเ ด็กอา นแลวปฏบิ ตั ติ ามคําสงั่ เพมิ่ เตมิ ทเ่ี ขียนไว 5. ครเู ขยี นเพมิ่ เติมไปอีก 3 - 4 คาํ ใหเ ดก็ อานและปฏิบตั ิตามคําสง่ั นน้ั 6. ครูใชก รรไกรตดั แยกคําเปน 2 สวน ใหเดก็ อานคาํ นั้น เชน กระโดด - เร็ว ๆ และครสู ลับคํา ใหเด็ก อา น เร็ว ๆ - กระโดด ถามวามีความหมายหรือไม ? ( ไมม ี ) ดังน้ัน จึงขอใหเดก็ นาํ บตั รคํามาเรยี งใหเ หมือนเดิม กระโดด - เรว็ ๆ แลว ใหเดก็ อา นอกี คร้งั 7. นํากลองสญั ลักษณมาวาง ใหเ ด็กนาํ วางบนของคาํ ตา ง ๆทบี่ อกไดวา “ ทําอะไร” เชน กระโดด และคําไหนทีบ่ อกใหเ รารูว า “ ทาํ อยางไร ” ใหเ ด็กนาํ วางบนคาํ เชน เรว็ ๆ 8. กระโดด เร็ว ๆ 9. ครนู ําบตั รคําท้งั หมดใหเ ดก็ นําไปใสซ องของตัวเอง 10. นําเสนอซองสสี ม ใสบ ัตรคําท่เี ตรยี มไว เปด นาํ คาํ สัง่ เหมือนกบั คําสัง่ ทเ่ี ราปฏิบัติมาแลว ใหเ ดก็ อานและ ปฏิบัติตามคาํ ส่ังนน้ั ดว ยตนเอง แตเ ราจะไมตดั บตั รคํานนั้ ตามความสนใจเมอ่ื เสรจ็ แลว เกบ็ อปุ กรณไ วท ี่เดิม 159การจดั การเรียนรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

อายุ 4 ½ - 5 ป การประเมินผล 1. การอานแถบประโยคท่คี รเู ขียนให 2. การแสดงออกดวยทาทางทีส่ อดคลองกับขอความ คาํ กริยาวเิ ศษณ 3. การวางสญั ลกั ษณไดถูกตอ ง กจิ กรรมทผี่ ปู กครองมสี ว นรว ม - ขอเสนอแนะสําหรบั ครู 1. เดก็ ไดรบั การนาํ เสนอบทเรยี นทเ่ี กีย่ วกบั คาํ กริยามากอนหนา แลว 2. ครูเขียนคาํ ตามความสนใจของเด็ก กจิ กรรมชดุ การอานหนาทข่ี องคํา กจิ กรรมท่ี 8 คํากรยิ าวเิ ศษณสมเหตุผล การเตรยี มการ เดก็ ไดร บั การนําเสนอบทเรียนท่ีเกี่ยวกบั คาํ กริยามากอ นหนาแลว สอื่ /อุปกรณ กลอ งไมซง่ึ มีสัญลักษณข องคาํ กริยา และคําวิเศษณอยูบนฝากลอง ในกลอ งมบี ัตรคาํ เปนคํากรยิ า อยูในชอ ง ของคาํ กรยิ า แสดงไวบ นฝากลอ ง อกี ชองมบี ัตรคําวเิ ศษณ ที่แสดงสญั ลกั ษณ ติดไวบนฝากลอง 160 การจดั การเรียนรูร ะดับปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

จดุ ประสงค 1. เพ่อื การอานและฝก การอาน มากขนึ้ 2. ใหเดก็ ตระหนักถึงธรรมชาติ และหนา ทีข่ องคําวิเศษณสมเหตุผลของคาํ ประกอบและคาํ ขยาย วิธจี ัดกจิ กรรม 1. ครูเชิญเดก็ มา 1 คน พาไปทชี่ ั้นอุปกรณ แนะนํา วา วนั นี้เราจะทาํ งานกับกลอ งสญั ลกั ษณค าํ วเิ ศษณน ้ี และนําไปวางทีโ่ ตะ กิจกรรม และ กลอ งสญั ลกั ษณท างไวยากรณอีก 2. ใหเ ด็กเปด ฝากลอ งในชอ งท่ี 1 นําบตั รออกมาทัง้ หมด แลวปด ฝากลองไววางทด่ี านขา ง 3. ใหเดก็ อานบัตรคําทง้ั หมด โดยอา นทลี ะบตั ร แลว วางไวด านบนสดุ ของโตะดานซายมอื และเรยี งตอ ลง มา เชน คาํ วา กระโดด รอ งเพลง เดนิ วิง่ คลาน ปรบมอื กระซบิ นอน 4. ครูนําบตั รคาํ จากอกี ชอ งหน่ึง มาใหเ ด็กอา น แลว วางคกู นั กับบตั รคํากรยิ าท่วี างไวด านซาย ใหเ รยี งตอคาํ แลวใหไ ดความหมาย เชน กระโดด สงู 5. ครกู ลอ งสัญลักษณม าเปดแลววางทโี่ ตะ และครถู ามวา คําใดที่บอกใหเ รา แสดงทา ทาง โดยเด็กตอบวา “ เดิน , กระโดด , รอ งเพลง , วง่ิ คลาน ปรบมือ กระซบิ นอน ” 6. ใหเ ด็กนาํ สญั ลกั ษณ สแี ดงมาวางดา นบนคําของ การแสดงทา ทาง และอา นคําทัง้ หมดอีกครัง้ และ คําไหนที่บอกใหเ รารูวา “ ทําอยา งไร ” และสญั ลกั ษณ ขนาดเล็ก วางดานบนแถวคําเหลา น้นั 7. บอกใหเ ดก็ อา นคําทง้ั หมดอีกคร้งั และ คละบตั รคํา ทงั้ หมดใหเด็กจับคูบตั รคาํ ใหม ปฏิบตั ดิ วยตนเอง ตามความพอใจ เสรจ็ แลว เกบ็ อปุ กรณไวท ีเ่ ดมิ อายุ 4 ½ - 5 ป หรือตามความสามารถของเด็ก การประเมินผล 1. การอานบตั รคาํ ( คาํ กริยา , คํากรยิ าวิเศษณ ) 2. การจับคูบตั รคาํ ทัง้ 2 บตั ร ไดถูกตองสมเหตผุ ล กจิ กรรมทีผ่ ูปกครองมสี ว นรว ม - ขอเสนอแนะสําหรบั ครู 1. ใหเดก็ ไดร ับบทเรยี นนาํ บตั รคาํ มาเรยี งคาํ กริยามาแลว 2. นําบัตรคาํ วเิ ศษณส มเหตผุ ล มาวางจับคูกันได หรือไมเหมาะสม 3. แตส ่งิ ท่จี ะนํามาวางควรจะเขากันไดอ ยางมคี วามหมาย 161การจดั การเรยี นรรู ะดับปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

กจิ กรรมชดุ การอานหนา ทข่ี องคํา กจิ กรรมท่ี 9 คาํ สัง่ ตอเนือ่ ง สือ่ /อปุ กรณ 1. ถาดเคร่อื งเขยี น 2. กลองสญั ลกั ษณทางไวยากรณ 3. ซองใสบ ตั รคาํ 3 ซอง มสี ญั ลกั ษณของคาํ กรยิ าอยหู นาซอง และเขียนหมายเลข 1 , 2 , 3 4. ในแตละซองมคี าํ ส่ัง 10 คําสง่ั จุดประสงค 1. เพอ่ื การอา นและฝก การอา น มากข้นึ 2. การเชอื่ มบทเรยี นของการอานเปน การเชอื่ มระหวา งหนา ที่ของคาํ และการวิเคราะห บทเรยี นซองท่ี 1 คําส่ังคอื คํากริยา 2 อยาง วธิ จี ัดกจิ กรรม ครเู ขียนคาํ สงั่ ใหเดก็ ปฏบิ ัตติ าม 1. ครูเชญิ เด็กมา 3 คน พาไปทช่ี ัน้ อปุ กรณ แนะนํา วาวันน้เี ราจะทํางานกับ ถาดเครอื่ งเขยี น และกลอ ง สญั ลกั ษณทางไวยากรณอ ีก นาํ ไปวางทีโ่ ตะ กิจกรรม 2. ครเู ขียนคาํ สงั่ และสง ใหเด็กอา น แลว แสดงทาทางตามคําสัง่ เชน ยกั ค้ิวและหัวเราะ , ลกุ ขึ้นและเดิน 3. ใหเดก็ นําบัตรคําทัง้ หมดวางเรียงตอ กันลงมา และอา นทีละบตั ร แลวครถู ามวา มีการแสดงทา ทางก่ี อยา ง ? เดก็ บอก 2 อยาง ครูใหน าํ สญั ลกั ษณ วางดา นบนของคําน้นั 4. ครูบอกใหเ ดก็ ตดั คําทแี่ สดงทา ทาง และนําบัตรคาํ วางบนสญั ลักษณคํากริยา ใหเดก็ อา น และเมือ่ สลบั บตั รคํา แลวอา นอกี คร้ัง ครถู ามวามีขอ ความที่ปฏิบัตไิ ดเหมาะสมหรือไม ? ใหน ําบัตรคําสลับกลับคืนทเ่ี ดิม ใหเด็กอาน อีกครง้ั 5. เม่อื เสรจ็ แลว ใหเ ก็บบัตรคาํ และสญั ลกั ษณ ไวท่ีเดิม 162 การจัดการเรียนรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

6. ครบู อกใหเด็กนาํ ซองสแี ดง ซองทีห่ มายเลข 1 มาอธิบายวา ในซองนีม้ ีคําสัง่ ตา ง ๆมากมาย เดก็ สามารถ ปฏบิ ัตไิ ดเ อง ตามข้นั ตอน แตไมตอ งตดั คาํ ในบตั รคําสั่ง เมอื่ เสร็จแลวใหเก็บอุปกรณไวท ่ีเดิม บทเรยี นซองที่ 2 คาํ สง่ั คอื คํากรยิ า 2 คํา และ กรรม 2 อยา ง วธิ ีจดั กจิ กรรม ครูเขียนคําสั่งใหเ ดก็ ปฏบิ ัตติ อเนือ่ ง 1. ครเู ชญิ เดก็ มา 3 คน พาไปท่ชี น้ั อปุ กรณ แนะนาํ วา วันนเี้ ราจะทํางานกับ ถาดเครือ่ งเขียน และกลอ ง สัญลักษณทางไวยากรณอ กี นาํ ไปวางท่โี ตะ กิจกรรม 2. ครูเขียนคาํ สงั่ และสง ใหเด็กอา น “ กม ตวั และแตะเทา” แลว ปฏบิ ตั ิตามคําสงั่ โดยเด็กแสดงทา ทาง ตามคําสัง่ 3. ใหเดก็ นาํ บตั รคําทง้ั หมดวางเรียงตอกันลงมา และอานทลี ะบัตร แลวครูถามวา มกี ารแสดงทา ทางก่ี อยาง ? เดก็ บอก 2 อยาง ครูใหน ําสัญลักษณ วางดา นบนของคาํ น้ัน 4. ครบู อกใหเด็กทแี่ สดงทา ทาง และนําบัตรคาํ วางบนสญั ลักษณคาํ กริยา ใหเ ด็กอา น และเม่ือตดั บตั รคาํ แลวสลบั บตั รคาํ ใหเดก็ อา นอกี ครง้ั โดยครนู าํ บัตรคาํ กรยิ า เชน “ กม ตวั ” “ แตะเทา” ทต่ี ัดไว นํามา ใหเ ด็กอา น บัตรคําทัง้ หมด กอ น วา “ กม ตวั – และ – แตะเทา ” เมือ่ ครสู ลับบตั รคําวา “ แตะเทา –และ- กมตวั ”ครูถามวา มี ขอความทป่ี ฏบิ ตั ไิ ดเ หมาะสมหรือไม ? ใหนําบัตรคําสลับกลับคืนทเี่ ดมิ ใหเ ด็กอานอีกครั้ง 5. เมอื่ เสรจ็ แลว ใหเ กบ็ บตั รคํา และสญั ลักษณ ไวท เ่ี ดิม 6. ครบู อกใหเด็กนํา ซองสีแดง ซองท่ีมหี มาย 2 มาอธบิ ายวา ในซองนมี้ ีคาํ สง่ั ตา ง ๆ มากมาย เดก็ สามารถ ปฏบิ ัติไดเอง ตามขั้นตอน แตไ มตองตัดคําในบตั รคาํ ส่งั เมือ่ เสรจ็ แลวใหเ กบ็ อุปกรณไวท ี่เดมิ บทเรียนซองท่ี 3 คําส่ังคือ คาํ กริยา 2 คํา และ กรรม 2 อยาง วธิ ีจัดกจิ กรรม ครเู ขยี นคําสงั่ ใหเดก็ ปฏิบตั ิตอ เนอื่ ง 1. ครเู ชิญเดก็ มา 3 คน พาไปท่ชี ้นั อุปกรณ แนะนํา เราจะทาํ งานกับ ถาดเคร่ืองเขยี น และกลอง สัญลักษณท างไวยากรณอ ีก นําไปวางที่โตะกิจกรรม 2. ครเู ขียนคําสัง่ ใหเดก็ อา น แลว ใหเด็กหาอปุ กรณ และปฏบิ ตั ิตามคาํ สง่ั โดยเด็กแสดงทา ทางตามคําส่ัง เชน ครูเขยี นวา “ หยบิ ไมกวาด และกวาดพืน้ ” สงใหเ ดก็ อา น และปฏิบตั ติ ามคําสั่ง แลวเด็กแสดงทาทาง ขณะท่ี เด็กกําลังปฏบิ ตั ิงาน ครูเขยี นคําสั่งใหกบั เดก็ คนตอ ไป จนครบทกุ คน 3. ใหเ ดก็ นาํ บตั รคาํ ทง้ั หมดวางเรยี งตอ กนั ลงมา และอา นทลี ะบตั ร แลว ครถู ามวา มกี ารแสดงทา ทางกอี่ ยา ง ? เดก็ บอก 2 อยา ง ครูใหนําสญั ลักษณ วางดานบนของคําน้นั 4. ครูบอกใหเ ด็กทแ่ี สดงทา ทาง และนาํ บตั รคาํ วางบนสัญลักษณค ํากรยิ า ใหเ ด็กอาน และเม่ือตดั บตั รคํา แลวสลบั บตั รคํา ใหเด็กอา นอีกครั้ง โดยครนู าํ บตั รคาํ กรยิ า เชน “ หยิบไมกวาด” “ กวาดพื้น” ที่ตดั ไว นํามา ใหเด็กอาน บัตรคาํ ทง้ั หมด กอ น วา “ หยบิ ไมกวาด – และ – กวาดพ้ืน ” เม่ือครูสลับบตั รคาํ วา “ กวาดพื้น –และ- หยิบไมก วาด ” ครูใชค าํ ถามวเิ คราะหวามขี อความทปี่ ฏิบตั ไิ ดเหมาะสมหรือไม ? ใหนาํ บตั รคาํ สลับกลับคนื ทเี่ ดิม ใหเดก็ อานอกี ครัง้ 5. เมอื่ เสรจ็ แลว ใหเก็บบัตรคาํ และสญั ลักษณ ไวท่ีเดิม 163การจดั การเรียนรูระดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

6. ครบู อกใหเ ดก็ นํา ซองสีแดง ซองที่มีหมาย 3 มาอธบิ ายวาในซองนมี้ ีคาํ สงั่ ตาง ๆมากมาย เด็กสามารถ ปฏบิ ัตไิ ดเอง ตามขัน้ ตอน แตไ มต องตดั คําในบัตรคําสัง่ เมอ่ื เสร็จแลว ใหเ กบ็ อปุ กรณไวที่เดิม อายุ 5 ป ขน้ึ ไป การประเมนิ ผล 1. การอา นบัตรคําสัง่ ตอ เน่อื ง 2. การแสดงทา ทางไดสอดคลองกับบตั รคําส่งั กจิ กรรมท่ีผปู กครองมีสว นรว ม - ขอเสนอแนะสาํ หรบั ครู เด็กไดรบั การนําเสนอบทเรียนทเ่ี ก่ยี วกบั หนาท่ีของคํา ไมม ีเร่ืองใหม แตเ ดก็ จะปฏิบัติงานยากขึน้ ทาทาย เดก็ ดวยการจํา วเิ คราะห อานมากข้ึน กจิ กรรมชดุ การอานหนาทขี่ องคํา กจิ กรรมที่ 10 คณุ ลักษณะอน่ื ๆ ของคาํ กรยิ า สื่อ / อุปกรณ การเลนประเภทที่ 1 สาํ หรับสิ่งท่ีจะชว ยใหเด็กเขาใจคาํ กริยามากข้นึ 164 การจดั การเรยี นรรู ะดบั ปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

จุดประสงค 1. เดก็ สามารถปฏบิ ตั ไิ ดเมือ่ เขา ใจธรรมชาติของคาํ กริยาและคําขยายได 2. เพื่อทราบคาํ กริยาบางตัว ตองมีสวนขยายใหส มบูรณ 3. เด็กเลน ไดเ องตามลําพงั หรอื กับเพ่อื น ๆ วิธจี ัดกิจกรรม 1. ครูเชิญเด็กมา 3 คน มาท่ีโตะ กิจกรรม ครใู หเดก็ ปฏิบัตงิ านบางอยา ง ซ่ึงเปน เร่อื งใหม 2. ครูเขยี นคําใหเดก็ อา นและปฏิบตั ิตามคําส่งั โดยใหเ ดก็ แสดงทาทางตามคาํ สัง่ เชน - ครเู ขียนคําส่งั วา “ตบมอื ” เดก็ แสดงทาทางตบมือ ตามคาํ ส่งั 3. ครูใหขอ ความคํากริยาท่ีมี 2 ลักษณะ และกรยิ าท่ตี อเน่ืองไปเร่ือย ๆกับเดก็ อกี หลาย ๆ ขอความ การ เลนประเภทที่ 2 สาธิตโดยใชกลมุ เด็กปฏบิ ัติ วิธีจดั กิจกรรม 1. ครูเชิญเดก็ 1 คน และขอใหเด็กทาํ งานบางอยาง และใหค นอ่ืนชว ยบอกดวยวา เด็กทาํ อะไร ตัวอยา ง บอกใหเ ด็กนําเส่อื มา 1 ผืน และบอกใหปูเสื่อ - ครบู อกใหเพอื่ น ๆ พดู “ คล่ีเสอ่ื ไปเรื่อย ๆ จนกวาเด็กจะปเู สื่อเสร็จเรียบรอ ย” - เมอ่ื เด็กปูเส่ือเสรจ็ ให เพอ่ื น ๆพูด วา “ เขาคล่ีเส่อื เรียบรอยแลว” - บอกใหม ว นเสื่อ ไปเรื่อย ๆ จนเพ่อื นพดู วา “ มวนเสื่อ ๆ ๆ ๆ ” จนกระทง่ั เด็กมวนเสอื่ เสรจ็ สนิ้ แลว พูด วา “ เขามว นเสื่อเสร็จเรียบรอ ยแลว” 2. นําสง่ิ ของในหองมาประกอบการปฏิบัตงิ าน ตัวอยาง ครบู อกใหเ ดก็ แกะสมไปเร่อื ย ๆ พรอมกับพดู จน กระท่งั เสรจ็ สน้ิ ก็พดู วา เขาแกะสม เรยี บรอ ยแลว อายุ 4 ½ - 5 ป การประเมนิ ผล 1. ความตง้ั ใจการแสดงออกทา ทางตามคาํ สง่ั 2. การตอบคาํ ถามเกี่ยวกบั คํากรยิ า กจิ กรรมทีผ่ ปู กครองมีสวนรวม - ขอ เสนอแนะสาํ หรับครู 1. คาํ กริยาทใ่ี หเดก็ ปฏิบตั ไิ ด มี 2 อยางคอื คาํ กรยิ าทใ่ี หเดก็ แสดงไดอยา งตอเน่อื ง เชน ตบมือ , กระโดด, ว่ิง ฯลฯ และคํากรยิ าท่ีเด็กปฏิบตั แิ ลว จะตองเรมิ่ ตนใหม เชน เปดประตู , ปด ไฟ , เขียนชื่อ ฯลฯ 2. คาํ กรยิ าแสดงใหเดก็ เห็นสภาวะปจ จุบนั คอื คลี่เสื่อ และการกระทาํ ท่ีเปน สภาวะเมอ่ื เสรจ็ เรยี บรอยแลว 165การจดั การเรยี นรรู ะดับปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

กิจกรรมการอานชุดภมู ิศาสตร กจิ กรรมที่ 1 ลกู โลกกระดาษทราย สื่อ/อุปกรณ 1. ลกู โลกกระดาษทรายมีฐานต้งั 2. สว นที่เปน พื้นนํ้าเปนสีฟา สว นท่ีแสดงพื้นดินเปนกระดาษทราย วัตถปุ ระสงค 1. ใหเดก็ เหน็ แนวคิดในโลกนี้มพี ื้นดิน และพ้ืนนา้ํ 2. ใหเ ด็กไดต ระหนกั รบั รู ลกั ษณะของโลกอยใู นรปู ทรงกลม วธิ ีจดั กจิ กรรม 1. ครูเชิญเดก็ 1 คนไปที่ชนั้ วางอปุ กรณ “นคี่ ือลกู โลกกระดาษทรายนะคะ” ครูแนะนําอปุ กรณ 2. ครูแสดงวธิ ถี อื ลกู โลกโดยมอื ขวาจบั ทีต่ ัง้ มอื ซา ยแบรองรับฐานลาง “หนูนํามาวางบนโตะ นะคะ” 3. ครูถอื ถาดอุปกรณกระตุนปลายประสาทนวิ้ มอื มาวางบนโตะ 4. ครูพูดอีกครงั้ วา “นีค่ ือลกู โลกกระดาษทราย” และกอนทาํ งานเราตองกระตนุ ปลายประสาทน้วิ มือท้ังครู และเดก็ 5. ครสู าธิตการหมุนลกู โลกกระดาษทราย ครูชี้ที่ลูกโลก และพูดวา “น่คี อื โลกท่ีเราอาศัยอยู หนรู ไู หมเรา อยใู นสว นไหนของโลกนี”้ 6. ครูหมุนลูกโลก “ตรงน้คี ือพืน้ ดนิ ” “หนูลองหาบริเวณพน้ื ดินบริเวณอน่ื ๆ” “เชญิ หนูสัมผสั ลกู โลกนะ คะ” ใหเด็กหมนุ ลกู โลกและสัมผสั สว นทีเ่ ปน พ้ืนดนิ 166 การจดั การเรียนรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

7. ครูพดู “ยังมสี ว นอนื่ ๆ ดานหลงั อกี ครสู ัมผสั ผวิ ลูกโลกสวนท่เี ปน กระดาษทราย แลว ถามเด็ก “นค่ี อื อะไร” เดก็ ตอบวา “นีค่ ือพืน้ ดนิ คะ” 8. ครูพูด “บริเวณทีเ่ ปนสีฟานี่คือพ้นื นาํ้ ” ครูใหเด็กหมุนลูกโลก “หนูลองหาบริเวณพน้ื นาํ้ อน่ื ๆ อีกซคิ ะ” ใหเ ดก็ สัมผัสลูกโลกหาพน้ื น้ํา 9. ครูสรุปใหเ ดก็ ฟง “โลกของเราประกอบดว ยพืน้ ดนิ และพน้ื น้ํา” 10. หลงั จากน้ีไปหนูนาํ ลกู โลกมาสาํ รวจพน้ื ดิน พื้นนา้ํ เองนะคะ 11. เม่ือเด็กไดทาํ เสรจ็ แลว ใหน าํ ลูกโลกไปเก็บเขาทท่ี ช่ี ้นั อุปกรณ การประเมนิ ผล 1. ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมไดถูกตอง 2. บอกภาษาและเขาใจความหมายพน้ื ดิน พ้นื น้าํ สีที่แตกตางกันของนาํ้ และดิน 3. การรบั รูดว ยประสาทสัมผสั วา บริเวณไหนหยาบ ขรขุ ระ เรยี บ อายุ 3 ปค ร่ึง ปข ึ้นไป กิจกรรมการอานชุดภูมศิ าสตร กิจกรรมท่ี 2 ลกู โลกสี สอ่ื /อปุ กรณ 1. เปน ลูกโลกแสดงทวีปตา ง ๆ มสี ตี างกนั 2. สวนทเี่ ปนพ้นื นํ้าเปน สฟี า สวนท่ีแสดงพนื้ ดนิ แสดงทวีปตา ง ๆโดยใชสี ซง่ึ แตล ะทวปี เปน สตี างกนั 167การจัดการเรยี นรูร ะดบั ปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

วัตถุประสงค 1. ใหเ ดก็ เหน็ แนวคิดในโลกนีม้ ีพ้ืนดนิ เปน ทวปี และพนื้ นํ้าเปน มหาสมทุ ร 2. ใหเ ดก็ ไดต ระหนัก รบั รู ลักษณะของโลกอยูใ นรูปทรงกลม วิธจี ดั กิจกรรม 1. ครเู ชิญเดก็ ไปที่ชัน้ วางอปุ กรณ หนูทราบวิธียกลกู โลกกระดาษทรายแลว นะคะ 2. เรามลี ูกโลกอีกลกู หนง่ึ คือ ลกู โลกแสดงทวปี 3. ครูพูดกบั เดก็ “เราจะหาพ้นื ดนิ ทีน่ น่ี ะคะ หนคู ดิ วา เราหาพ้นื ดนิ บนรูปโลกกระดาษทรายและลูกโลกสีได ไหมคะ 2 สวนน้ี เหมอื นกนั ใชไ หมคะ 4. ใหห นหู ารปู กระดาษทรายและสี โดยเดก็ หมุนรูปโลกแลว หยดุ ตรงท่ีเปน ทวีปเดียวกัน ทงั้ 2 ลกู ซ่งึ เปน บริเวณพ้นื ดนิ 5. ครูหมุนลูกโลกและพดู วา “หนูหมนุ ลูกโลกสีใหเหมือนกับครูหมุนลกู โลกกระดาษทรายซิคะ” 6. เราเรยี นรเู รอ่ื งพืน้ ดนิ ตาง ๆ เราเรยี กวา “ทวปี ” มีช่ือเฉพาะของทวีปตา ง ๆ 7. ครหู มนุ ลูกโลก 2 ลูกแลว พูดวา “หนูดตู รงนซ้ี คิ ะ เหมือนกนั น่คี อื “ทวปี เอเชีย” 8. ครูอธบิ ายตอวา “สวนประกอบของโลกไมใชทเ่ี ฉพาะกับพืน้ ดิน มบี ริเวณทเ่ี ปน พื้นน้าํ เรียกวา “มหาสมทุ ร” พรอ มท้ังครใู ชมอื ลบู ไลเบา ๆ บรเิ วณมหาสมทุ ร 9. ครูพูด “ใหหนูสาํ รวจหาบรเิ วณมหาสมุทรอกี ซกี หนึ่งของลูกโลก” เด็กหมนุ ไปรอบ ๆ อกี ดา นหนง่ึ ทั้ง 2 ลูก ทง้ั ลูกโลกกระดาษทรายและลกู โลกสี พบบริเวณมหาสมทุ รทเี่ หมือนกัน 10. ครูพดู “ใหห นสู าํ รวจจนเขา ใจแลว เกบ็ อปุ กรณใหเรียบรอยนะคะ” 11. เด็กเกบ็ ลูกโลกเขา ท่อี ยา งระมัดระวงั การประเมินผล 1. ปฏบิ ัติกิจกรรมไดถ ูกตอ ง 2. บอกภาษาและเขา ใจความหมายพนื้ ดนิ พ้นื นาํ้ ทวปี และมหาสมุทร อายุ 3 ขวบคร่งึ ถงึ 4 ขวบข้ึนไป (กจิ กรรมตองเหมาะสมกบั อายุ การใหภ าษาระหวางการแนะนาํ อุปกรณ) 168 การจัดการเรยี นรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

กจิ กรรมการอานชดุ ภูมิศาสตร กจิ กรรมท่ี 3 รปู ตอ แผนท่ีโลก สอื่ /อุปกรณ 1 .แผนที่โลกท่แี สดง 2 ภมู ภิ าค ทางตะวนั ตกและตะวันออก สที แี่ สดงในทวปี สัมพนั ธกนั ในลูกโลก 2. ทวีป เปน ทวปี ท่อี ยขู องเดก็ ทวีปเปน ทต่ี งั้ ของเดก็ อยูคอื ทวปี เอเชีย แผนทีไ่ ทยแบงเปนภาคตา ง ๆ หลงั จากน้ีเรียงลาํ ดับแผนทีท่ วปี ตามความพอใจ • ทวีปเอเชยี • ทวปี ยุโรป • ทวีปอาฟรกิ า • ทวีปอเมรกิ าเหนือ • ทวปี อเมริกาใต • ออสตราเลียเชีย 3. ลูกโลก 4. กอ นดนิ นํ้ามัน 5. มีดสาํ หรับผาดนิ นา้ํ มัน วัตถุประสงค ใหเ ด็กคนุ เคยกบั ทวปี ตาง ๆ รตู าํ แหนง และชือ่ อะไร ขนาดเทาไร วิธจี ัดกิจกรรม 1. ครูเชิญเด็กไปทีช่ น้ั อปุ กรณแ นะนําอปุ กรณ ลกู โลกสี แผนท่ีโลกที่แสดง 2 ภมู ิภาค ทางตะวันตกและ ตะวนั ออก สีท่ี แสดงในทวปี สัมพันธกันในลูกโลก ทวปี เอเซีย 2. ใหเ ดก็ ปเู สอื่ ผนื ใหญบนพ้ืน 169การจัดการเรียนรูระดบั ปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

• นาํ ลกู โลกสวี างท่เี สอ่ื สนทนาเรารูจักลกู โลกสแี ลว ครสู ัมผสั ลูกโลกและใหเด็กสมั ผสั บาง • ครสู าธิตโดยบอกเด็กวา “น่คี อื กอ นดินนํา้ มนั ซง่ึ เปน ทรงกลมคลา ยกับลกู โลก” ผากอนดินน้ํามนั ออกเปน 2 ซกี นาํ ไปวางคกู บั ถาดแผนท่ี แลว ประกบดนิ นาํ้ มนั ตามเดมิ นาํ ไปเทยี บกบั ลกู โลกอกี ครงั้ แลว นาํ ไปเกบ็ ไวท เ่ี ดมิ • ครพู ดู “ถา เรามองภาพทั้งหมดของโลก เราจะเห็นแบบน้ี โดยวางรูปตอ แผนที่โลก 2 ภูมภิ าค มา เชอ่ื มโยง • ครนู ําทกุ ชิ้นของตวั ตอ ทวีป นาํ ออกมาวางดา นนอก 3 ทวีปคละกนั หา งจากจุดเดมิ ครเู ชญิ ชวนให เดก็ นําใสเหมือนเดมิ • ใหเ ด็กปฏบิ ตั กิ บั รูปตอ แผนท่ีโลก ซาํ้ อกี • เมือ่ เด็กปฏิบัติตามความพอใจแลว นาํ เก็บเขาที่ กิจกรรมตอ เน่ือง 1. ใหเ ดก็ เพม่ิ จํานวนตัวตอ ที่นําออกมา 2. ตอไปทาํ งานของทวีปเอเชีย เลอื กบางชิ้นคอย ๆ นําช้ินท่มี ีรูปรางแตกตา งกันวาง 5 – 6 ช้ินแลวคอ ย ๆ เพมิ่ ข้นึ 3. เด็กสามารถนําตัวตอ ออกมาทุกชิ้นและนําตอ เขาท้ังหมดได 4. เดก็ สรา งตัวตอมาประกอบกัน นอกกรอบทวปี โดยไมต อ งมกี รอบเปน เครื่องชวย ความยากของการ ทาํ งานมาจากแผนที่โลก แผนท่ีทวปี แผนท่ีของประเทศ และนาํ ออก 4 – 5 ชิน้ , 8 – 10 ช้ิน แลวจงึ ออกทง้ั หมดถาด การประเมินผล 1. ปฏิบตั กิ ิจกรรมไดถ ูกตอง 2. บอกภาษาและเขา ใจความหมาย โลก ชือ่ ทวปี ตา งๆ อายุ 3 ขวบครึง่ ขึน้ ไป 170 การจัดการเรียนรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

กจิ กรรมการอา นชุดภูมิศาสตร กจิ กรรมที่ 4 รปู ตอแผนท่แี ละ บัตรภาพ ส่ือ/อปุ กรณ 1. ถาดแผนทีท่ วปี เอเซยี 2. กลองใสบตั รคาํ 3. กลอ งใสบ ัตรภาพ 4. กลองใสบตั รตรวจสอบ วตั ถุประสงค ใหเ ด็กคุน เคยกับทวปี ตาง ๆและประเทศตางๆ รตู าํ แหนงและช่ืออะไร วิธจี ัดกิจกรรม 1. ใหเด็กปเู สื่อผนื ใหญบ นพ้ืน 2. ครูเชญิ เด็กไปท่ีชัน้ อุปกรณแนะนาํ อุปกรณ แผนที่ทวปี เอเซยี กลองใสบตั รคํากลอ งใสบ ัตรภาพ กลอ งใส บัตรตรวจสอบ ชวยกันยกอปุ กรณม าทเ่ี ส่ือ 3. ครนู ํารูปตอ จากแผนที่ประเทศไทยมาวางดา นนอก และนําบตั รภาพและบตั รคําช่อื ประเทศมาวางคกู ัน ควรทาํ ครั้งละประมาณ 3-4 ประเทศ 4. นาํ บตั รตรวจสอบมาวางคแู ตล ะประเทศ 5. ใหเ ด็กนาํ รปู ตอ แผนที่เกบ็ ทเี่ ดมิ 6. ใหเ ดก็ ปฏบิ ัตกิ บั รูปตอแผนที่โลก ซา้ํ อีก 7. เมือ่ เด็กปฏิบตั ิตามความพอใจแลวนาํ เก็บเขาที่ 171การจัดการเรยี นรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

การประเมินผล 1. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมไดถกู ตอง 2. บอกภาษาและเขา ใจความหมาย ชื่อทวีปตางๆและประเทศตา งๆ อายุ 4 ปขึ้นไป กจิ กรรมการอานชดุ ภมู ิศาสตร กจิ กรรมที่ 5 รปู ตอแผนท่แี ละ บตั รคาํ สื่อ/อุปกรณ 1. ถาดแผนทีท่ วีปเอเซีย 2. กลองใสบตั รคาํ วตั ถุประสงค ใหเดก็ คนุ เคยกบั ทวปี ตา ง ๆและประเทศตา งๆ รูตาํ แหนงและชอ่ื อะไร วิธีจัดกิจกรรม 1. ใหเดก็ ปเู ส่อื ผนื ใหญบนพื้น 2. ครเู ชิญเดก็ ไปทีช่ ้นั อุปกรณแนะนาํ อปุ กรณ แผนทีท่ วีปเอเซีย กลอ งใสบ ัตรคาํ ชว ยกนั ยกอปุ กรณมาที่เส่อื 3. ครูนํารปู ตอจากแผนทีป่ ระเทศไทยมาวางดา นนอก และนาํ บตั รคําชื่อประเทศมาวางคกู นั ควรทาํ ครง้ั ละ ประมาณ 3-4 ประเทศ 172 การจัดการเรยี นรูระดบั ปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

4. ใหเดก็ นาํ รูปตอแผนท่ีเก็บทเ่ี ดิม 5. นาํ บตั รภาพสอนภาษา 3 ขัน้ ตอน 6. ใหเดก็ ปฏิบัติกบั รูปตอแผนท่ีโลก ซํ้าอกี 7. เม่อื เด็กปฏิบตั ติ ามความพอใจแลวนําเกบ็ เขา ที่ การประเมนิ ผล 1. ปฏบิ ัติกจิ กรรมไดถกู ตอง 2. บอกภาษาและเขา ใจความหมาย ชือ่ ทวีปตา งๆและประเทศตา งๆ อายุ 4 ปข ้นึ ไป กิจกรรมการอานชุดภมู ิศาสตร กิจกรรมที่ 6 ธงชาติตาง ๆ สือ่ /อปุ กรณ 1. ธงพรอมเสาธงและขาตง้ั ประเทศในกลมุ อาเซยี น 2. ธงพรอ มเสาธงและขาตงั้ ประเทศในทวปี ตางๆ 3. ถาดแผนที่ทวีปเอเซยี วัตถุประสงค 1. เพ่ือใหเ ดก็ รจู กั ธงทเี่ ปนสญั ลักษณของแตละประเทศ 2. เพ่ือชว ยใหเ ดก็ เขา ใจความสาํ คญั ของสญั ลกั ษณของแตล ะประเทศ 173การจดั การเรียนรรู ะดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

วธิ ีจดั กจิ กรรม 1. ครูสนทนากบั เดก็ เก่ียวกับประเทศท่ีเดก็ อาศยั หรอื ประเทศไทย 2. ใหเด็กดูแผนทแี่ ลวยกถาดแผนที่ทวปี เอเชยี มาทํากิจกรรม 3. ใหเ ดก็ เลือกธงชาติ มา 2 ประเทศเชน ประเทศมาเลเซีย ประเทศพมาและประเทศไทยดว ย 4. หยบิ ธงชาติไทยแลวบอกเดก็ วา “นีค่ ือธงชาติไทย” และใหเ ดก็ หยิบรปู ตอแผนที่ประเทศไทยมาคกู นั 5. ทาํ เชนเดยี วกนั กบั ทุกธงที่เลอื กมา โดยเรยี งเปน แนวตง้ั จากบนลงลาง 6. ครใู หค วามรูกบั เดก็ ใชการสอนภาษา 3 ข้ันตอน ธงชาติประเทศทเ่ี ลอื กมา 7. ครูเชญิ ชวนเดก็ ทําตอ แลว พดู กบั เด็กวา “หนูลองทําดูนะคะ หนจู ะทํากี่ครง้ั กไ็ ด ทาํ เสรจ็ แลว หนนู ําไป เก็บไวท ี่เดิมนะคะ” 8. เมื่อเด็กทาํ ไดแ ลว สามารถแนะนําธงใหมต อไปถา เด็กสนใจ ภาษา ใชการสอนภาษา 3 ขั้นตอน กับธงชาติทเี่ ลือกมา การประเมินผล 1. ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมไดถกู ตอ ง 2. บอกภาษาและเขาใจความหมายของธงชาติ อายุ 5 ปข ้นึ ไป กิจกรรมการอา นชุดภมู ิศาสตร กิจกรรมที่ 6 ธงชาตติ า ง ๆ 174 การจัดการเรียนรูระดับปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

สื่อ/อุปกรณ 1. ธงพรอมเสาธงและขาต้งั ประเทศในกลมุ อาเซียน 2. ตุกตาเคร่ืองแตงกายของแตล ะประเทศ ในกลุมอาเซียน วัตถปุ ระสงค 1. เพ่ือใหเดก็ รจู กั เคร่ืองแตงกายทเ่ี ปนสัญลกั ษณของแตล ะประเทศ 2. เพอื่ ชวยใหเด็กเขาใจความสําคญั ของสัญลักษณของแตละประเทศ วิธีจดั กิจกรรม 1. ครสู นทนากบั เดก็ เก่ยี วกับประเทศทเ่ี ด็กอาศัยหรือประเทศไทยและธงชาตทิ ี่รูจักแลว 2. ใหเด็กเลอื กธงชาติ มา 2 ประเทศเชน ประเทศมาเลเซยี ประเทศพมา และประเทศไทยดวย 3. ใหเ ดก็ บอกวา หยบิ ธงชาตอิ ะไรมาบา ง ทาํ เชน เดยี วกนั กบั ทกุ ธงทเี่ ลอื กมา โดยเรยี งเปน แนวตงั้ จากบนลงลา ง 4. ครูสนทนากบั เด็กเราจะไปหยบิ ตกุ ตาของแตละชาติท่ีเลอื กธง นาํ มาวางขางธงชาติ 5. ครูใหค วามรกู ับเด็กโดยใชก ารสอนภาษา 3 ขั้นตอน ตุกตาเคร่ืองแตง กายประเทศทเ่ี ลอื กมา 6. ครูเชญิ ชวนเดก็ ทําตอ “หนลู องทาํ ดนู ะคะ หนูจะทาํ กคี่ รง้ั ก็ได ทําเสร็จแลวหนูนาํ ไปเก็บไวท ่ีเดมิ นะคะ” 7. เมือ่ เด็กทําไดแ ลว สามารถแนะนาํ ตกุ ตาเคร่ืองแตง กายใหมตอ ไปถา เดก็ สนใจ ภาษา ใชการสอนภาษา 3 ขัน้ ตอน กับตกุ ตาเคร่ืองแตง กายที่เลือกมา การประเมินผล 1. ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมไดถกู ตอ ง 2. บอกภาษาและเขา ใจความหมายของตกุ ตาเครอื่ งแตงกาย อายุ 5 ปขน้ึ ไป 175การจัดการเรยี นรูระดบั ปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

กิจกรรม หมวด คณติ ศาสตร 176 การจดั การเรียนรูระดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

กิจกรรมหมวดคณติ ศาสตร กลมุ งานที่ 1 ความเขาใจทีม่ ีตั้งแต 1-10 และ 0 กจิ กรรมที่ 1 ไมจ ํานวน กจิ กรรมที่ 2 ตัวเลขกระดาษทราย กจิ กรรมท่ี 3 ไมจาํ นวนและบัตรเลข กิจกรรมที่ 4 กลอ งกระสวย กจิ กรรมท่ี 5 บตั รเลขและเบ้ีย กจิ กรรมที่ 6 เกมจาํ ตัวเลข กลมุ งานที่ 2 ระบบเลขฐานสบิ กิจกรรมที่ 1 การนาํ เสนอบทเรียนดวยลูกปด กิจกรรมท่ี 2 การนําเสนอบทเรียนดวยบตั รเลข กจิ กรรมท่ี 3 การสรา งจํานวนดว ยลกู ปด และบตั รเลข กจิ กรรมที่ 4 การบวกธรรมดา กิจกรรมที่ 5 การบวกแบบมที ด กจิ กรรมท่ี 6 การลบธรรมดา กจิ กรรมท่ี 7 การลบแบบกระจาย กจิ กรรมที่ 8 แนะนาํ เกมเลนเบ้ียอากร กิจกรรมที่ 9 การบวกแบบธรรมดาดว ยเบย้ี อากร กิจกรรมที่ 10 การบวกแบบมีทดดว ยเบีย้ อากร กิจกรรมท่ี 11 การลบธรรมดาดวยเบี้ยอากร กิจกรรมท่ี 12 การลบมีกระจายดว ยเบ้ียอากร กลมุ งานท่ี 3 นบั ตอ เน่ือง กิจกรรมที่ 1 ลกู ปด 11-19 กจิ กรรมท่ี 2 กระดาน 11- 19 พรอมบัตรเลข กจิ กรรมที่ 3 กระดานพรอมลกู ปด และบตั รเลข 11-19 กิจกรรมท่ี 4 กระดาน 10-90 (99) พรอ มลกู ปด และบตั รเลข กลุมงานที่ 4 พฒั นาการจํา กจิ กรรมท่ี 1 งูบวก กจิ กรรมที่ 2 กระดานบวก กิจกรรมท่ี 3 ตารางฝก หดั บวก หมายเลข 1 กิจกรรมท่ี 4 ตารางฝกหัดบวก หมายเลข 2 กิจกรรมท่ี 5 ตารางฝกหัดบวก หมายเลข 3 กิจกรรมที่ 6 ตารางฝกหดั บวก หมายเลข 4 กจิ กรรมที่ 7 งลู บ กจิ กรรมท่ี 8 กระดานลบ กิจกรรมที่ 9 ตารางฝกหดั ลบ หมายเลข 1 กจิ กรรมท่ี 10 ตารางฝกหัดลบ หมายเลข 2 177การจัดการเรียนรูร ะดับปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

กลุมงานที่ 1 ความเขาใจที่มตี งั้ แต 1-10 และ 0 กิจกรรมท่ี 1 ไมจํานวน อุปกรณ 1. ไมจํานวน (แขนงไม 10 อนั ความยาวลดหล่นั กันอันละ 10 ซ.ม. จาก 10 ซ.ม.ถงึ 100 ซ.ม.) ลักษณะ เดยี วกับพลองแดง แตส ีสลบั กนั ระหวางแดงและน้าํ เงิน 2. พรมขนาดใหญ หรือเส่ือ จดุ ประสงค 1. เพ่อื ใหเ ด็กนบั และแสดงปรมิ าณ 1 – 10 ได 2. เดก็ ระมัดระวงั ความปลอดภยั ของตนเองและผูอนื่ 3. เดก็ จัดเก็บไมจ ํานวนเขา ทอี่ ยา งเปน ระเบียบและถกู ตอง วิธีจดั กิจกรรม 1. เชญิ ชวนเด็ก 1 คนมาปฏบิ ัติกจิ กรรม 2. นําเดก็ ไปทชี่ ้นั วางอปุ กรณแ ละแนะนาํ อปุ กรณ “นีค้ อื ไมจ ํานวน” แนะนาํ การถอื ไมจ ํานวน โดยจบั สอง มอื บริเวณกลางไมและถือในลกั ษณะไมตงั้ ตรง 3. ครูสนทนากบั เดก็ วา “วันนีเ้ ราตอ งทาํ งานบนพรมนะคะ” เชิญเด็กใหปพู รมทพ่ี ้นื 4. ครแู ละเด็กชวยกนั ถือไมจํานวนมาวางท่พี รม จนครบท้งั 10 อัน โดยวางคละกัน 4.1 ใหเ ดก็ สรางไมจํานวนเหมือนกับข้นั บนั ได - เดก็ นําไมจาํ นวน อนั ทยี่ าวท่ีสดุ วางอันดับแรกแลว ใชมอื ลบู จากซายไปขวาจนสดุ ขอบ - เดก็ นาํ ไมจ ํานวนท่ีมี 9 ชอง มาวางตอ จากไมจ าํ นวนทยี่ าวท่ีสุดคอื ไม 10 แลว ใชม อื ขวาลูบ อปุ กรณจ ากซา ยไปขวา 178 การจดั การเรยี นรูร ะดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

- ปฏิบัติเชนเดิมจนไมจาํ นวนวางเรียงตามลําดบั ครบ 10 อนั เมอื่ เดก็ สรางเสร็จ ครูสาํ รวจให แนใจวาชองสแี ดงเปนชองแรกของไมท กุ อนั (ถาเดก็ นาํ ชองสนี า้ํ เงินมาวางเปนชอ งแรกของไมน ั้นๆ ครูกก็ ลับไมใหสีแดง เปน ชองแรก) 4.2 ครูสนทนากบั เด็ก “ครูจะแสดงใหหนูดวู า เราจะปฏบิ ตั ิกบั ไมจาํ นวนนีอ้ ยา งไร” แลว สอน 3 ข้นั ตอน ครแู นะนาํ ไมจาํ นวน 3 ลาํ ดับแรกโดยเคลื่อนไมจ ํานวน1, 2, 3 ออกจากกอง ขั้นท่ี 1 - ครนู าํ ไมจ าํ นวน 1 วางตรงหนา เดก็ ใชป ลายนว้ิ ชแี้ ละนวิ้ กลางมอื ขวาแตะทพ่ี รมดา นหนา ไมจ าํ นวน 1แลว พูดวา “นีค้ อื 1” จากนั้นนับจํานวนดวยการใชปลายนวิ้ ช้ีและนว้ิ กลางขวาแตะทีด่ านบนของไมจํานวน บริเวณกลางไม พรอ มพูดวา “1” - ปฏบิ ัติลักษณะเดียวกนั กบั ไมจาํ นวน 2 และ 3 - ครนู ําไมจ าํ นวน 1, 2, 3 มาวางเรยี งตอ กนั จากดา นซายไปดา นขวาในลักษณะ แนวนอน ชี้ทพ่ี รมหนา ไมจํานวน 1 “นคี่ อื 1” นับจาํ นวนโดยแตะสมั ผัสไมจ ํานวน “1” ช้ีที่พรมหนา ไมจ าํ นวน 2 “นี่คอื 2” นับจํานวนโดยแตะสมั ผสั ไมจ ํานวน “1, 2” ช้ีทพี่ รมหนาไมจาํ นวน 3 “นค่ี ือ 3” นับจํานวนโดยแตะสมั ผัสไมจ าํ นวน “1, 2, 3” ขั้นท่ี 2 - ครูนาํ ไมจ าํ นวนวางคละกัน ครูถามหรอื ส่งั ใหเดก็ ปฏิบตั ิดงั น้ี “ชท้ี ่ี 2 ซคิ ะ” เด็กชไ้ี มจํานวน 2 “นบั 2 ไดไหมคะ” ครคู ละไมจาํ นวน “1 อยูไ หน” เด็กชไ้ี มจ ํานวน 1 “นับ 1 ไดไ หมคะ” ครคู ละไมจํานวน “หา 3 ซิ” เด็กช้ีไมจาํ นวน 3 “นับ 3 ไดไหมคะ” ครูคละไมจ าํ นวน “นาํ 2 มาไวต รงนี”้ “นับ 2 ไดไหมคะ” ครูคละไมจ ํานวน “3 อยไู หน” เดก็ ชี้ไมจํานวน 3 “นับ 3 ไดไ หมคะ” ครูคละไมจํานวน “ชวยเอา 1 มาใหครหู นอ ย” ครแู บมอื “นบั 1 ไดไหมคะ” ครูคละไมจํานวน ชว ยหยบิ 2 ซ”ิ “นบั 2 ไดไหมคะ” ครคู ละไมจ ํานวน ข้นั นคี้ รูจะปฏิบตั ซิ ้าํ หลายๆคร้ัง จนแนใ จวาเดก็ จาํ ได ขัน้ ท่ี 3 - ครชู ไี้ มจาํ นวนแลว ถาม “อนั นี้อะไรคะ” เด็กตอบ “1” “อนั นี้อะไรคะ” เด็กตอบ “2” “นบั ไดไหมคะ” “อนั นี้อะไรคะ” เด็กตอบ “3” “นับไดไ หมคะ” 5. ครแู นะนําไมจาํ นวนลาํ ดับตอ ไป ไดแ ก 4, 5, 6 ดวยวิธกี ารเดียวกนั 6. เมือ่ เดก็ ปฏบิ ตั ไิ ดแลวก็แนะนาํ ไมจ าํ นวนลําดับตอ ไป ไดแก 7, 8, 9, 10 ดวยวธิ กี ารเดยี วกนั 7. เชญิ ชวนเดก็ ใหไ ดป ฏบิ ตั ิ “กจิ กรรมไมจ าํ นวน” ดว ยตนเองตามความสนใจ ครสู งั เกตการณป ฏบิ ตั กิ จิ กรรม ของเดก็ บันทกึ พฤตกิ รรม 179การจัดการเรียนรรู ะดบั ปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

8. เมอ่ื เดก็ ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเสร็จแลว ใหเดก็ นําอปุ กรณเกบ็ เขา ท่เี ดมิ กจิ กรรมเสรมิ ทักษะท่ี 1 1. เมอื่ เดก็ ปฏิบตั กิ จิ กรรมไมจาํ นวนเสร็จแลว ซ่งึ ณ ขณะนี้ เดก็ ไดวางไมจาํ นวนตามลาํ ดบั ไว 2. ใหเ ดก็ คละไมจาํ นวนทงั้ 10 ชน้ิ 3. ครบู อกใหเด็กชี้ไมจ าํ นวนลําดับใดลําดับหนง่ึ เชน - “ช้ี 4” เด็กช้ีทไ่ี มจ ํานวน 4 “นับไดไหมคะ” เด็กนับไมจ ํานวนโดยใชน ้วิ มอื สัมผสั - “ช้ี 9” เด็กช้ีทีไ่ มจ ํานวน 9 “นับไดไหมคะ” เดก็ นับไมจ ํานวนโดยใชนิว้ มือสมั ผสั - “ช้ี 1” เดก็ ชี้ทีไ่ มจ ํานวน 1 “นบั ไดไ หมคะ” เด็กนับไมจ าํ นวนโดยใชน ้วิ มอื สมั ผสั - “ช้ี 7” เดก็ ชท้ี ไ่ี มจาํ นวน 7 “นับไดไ หมคะ” เดก็ นับไมจ าํ นวนโดยใชน้วิ มอื สมั ผัส - “ช้ี 5” เดก็ ช้ีทไี่ มจาํ นวน 5 “นับไดไหมคะ” เดก็ นับไมจาํ นวนโดยใชน ิ้วมือสมั ผัส 4. ปฏิบตั เิ ชนเดยี วกันน้ี อาจนาํ เสนอมากกวา 1 คนกไ็ ด ถาเดก็ 2-4 คนน้ันมคี วามพรอ มจะปฏิบตั ิ กิจกรรมเสริมทกั ษะท่ี 2 1. ไมจาํ นวนวางคละกันอยูบนพรม 2. ครูช้ีไมจาํ นวนใดจํานวนหนึ่งแลว ใหเ ด็กนับและบอกวา นีค่ ือไมจ าํ นวนอะไร การประเมินผล สงั เกต 1. เด็กนับ/แสดงปริมาณ 1 – 10 โดยใชไ มจาํ นวน 2. เดก็ ระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผอู ่นื 3. เดก็ จัดเก็บไมจ าํ นวนเขาที่อยางเปน ระเบยี บและถูกตอ ง เครอื่ งมอื ท่ใี ช แบบสังเกตพฤติกรรม เกณฑการประเมิน 1. การนับหรอื แสดงคาจํานวนโดยใชไมจาํ นวน ระดับ 3 นับหรือแสดงคา จาํ นวน 1- 10 ไดถ กู ตอ ง 8 -10 จํานวน ระดับ 2 นบั หรอื แสดงคา จํานวน 1- 10 ไดถูกตอ ง 5 -7 จาํ นวน ระดับ 1 ไมส ามารถนับหรือแสดงคา จํานวนไดหรือไดถูกตอง 1-4 จาํ นวน 2. การระมดั ระวังความปลอดภัยของตนเองและผอู ่นื (ปฏบิ ตั ิการหยบิ ยก เดินถือไมจาํ นวน) ระดบั 3 เดก็ สามารถปฏบิ ัตไิ ดอ ยางถูกตอ ง ทุกข้ันตอนดว ยตนเอง ระดับ 2 เด็กสามารถปฏิบัติไดบ างขัน้ ตอน/บางคร้งั /ดว ยตนเอง ระดับ 1 ไมสามารถปฏบิ ัติได / ปฏิบตั ไิ ดโดยตอ งมกี ารชีน้ าํ 180 การจดั การเรยี นรูระดับปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

3. การจัดเก็บไมจาํ นวนเขาท่ีอยางเปนระเบียบและถูกตอ ง ระดบั 3 จัดเก็บไมจํานวนเขาท่ีเปนระเบยี บและถูกตองไดด ว ยตนเอง ระดบั 2 จัดเก็บไมจาํ นวนเขาท่ี แตไมเ ปนระเบียบ ไมถกู ตอง ระดับ 1 ไมน าํ ไมจํานวนเก็บเขาที/่ ตอ งมีผชู น้ี ํา การควบคุมความบกพรอง ชอ งจาํ นวนทีล่ งสไี ว อายุ 4 ปข้นึ ไป กิจกรรมท่ผี ูปกครองมีสว นรว ม ผูปกครองควรเชิญชวนเดก็ นับสง่ิ ของตา งๆจากวสั ดุอปุ กรณทบ่ี า นเชน ขวด จาน ชอน ฯลฯ ขอ เสนอแนะสาํ หรบั ครู - อาจมีไมจํานวนขนาดเล็กสาํ หรบั เดก็ ทตี่ องการเลน บนพรมผนื เล็กหรอื เส่อื - ครทู าํ แผนพับนําเสนอกิจกรรมใหผูปกครองปฏิบัตกิ ิจกรรมรวมกบั ลูกทบี่ า นเชน นับเครือ่ งใช นับรถยนต 181การจดั การเรยี นรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

กลมุ งานที่ 1 ความเขา ใจท่ีมตี ้ังแต 1-10 และ 0 กจิ กรรมที่ 2 ตวั เลขกระดาษทราย อปุ กรณ 1. ชุดตัวเลข 1-9 และ 0 ทําดวยกระดาษทรายตัดและปะบนกระดาษแข็งขนาด 7 X 14 เซนติเมตร 2. ชดุ กระตนุ ประสาทน้วิ มือ (เหยอื กใสน้ํา , ถวย, ผาเนอื้ หยาบ) จดุ ประสงค 1. เพอ่ื ใหเด็กไลน ิ้วมือไปบนตวั เลขกระดาษทรายในลกั ษณะการเขยี นตวั เลข 2. เพ่ือใหเดก็ จดั เก็บอปุ กรณเ ปน ระเบยี บและถูกตอง 3. เพ่อื ใหเดก็ บอกหรอื แสดงสัญลักษณตวั เลข 1- 9 และ 0 ไดถ ูกตอ ง วธิ ีจดั กจิ กรรม 1. ครเู ชญิ ชวนเดก็ 1 คนมาปฏิบตั ิกิจกรรม นาํ เดก็ ไปท่ชี ั้นวางอปุ กรณแ ละแนะนําอปุ กรณโดยบอกเด็กวา “ตวั เลขกระดาษทราย” 2. ชว ยกนั นําอปุ กรณไปวางที่โตะ วางอปุ กรณกระตนุ ทีม่ มุ บนดา นขวาของโตะ และวางตัวเลข(1,2,3) ควาํ่ ซอ นกนั ตอ มาดานลางจากถาดอุปกรณกระตนุ นว้ิ มือ 3. ครูสาธิตกจิ กรรม “ตัวเลขกระดาษทราย” ดงั นี้ 3.1 ครูกระตุนประสาทปลายนว้ิ มอื แลวใหเ ดก็ กระตนุ ปลายประสาทน้ิวมือ จากนน้ั ครูนําอุปกรณช ดุ กระตนุ ปลายประสาทนวิ้ มือไปวางไวทม่ี ุมบนดานขวาของโตะ 3.2 ครหู ยิบบตั รตัวเลขกระดาษทรายมา 1 ตัว วางไวข างหนาเดก็ แลวใชนิว้ ชแี้ ละน้ิวกลางลบู บน ตัวเลขกระดาษทรายชาๆ ในลักษณะการเขยี นดว ยดนิ สอ 3.3 เลอ่ื นตวั เลขกระดาษทรายใหเดก็ ลูบ แลว ครนู าํ กลบั มาลูบตวั อีกคร้ัง และบอกช่อื ตัวเลข 182 การจัดการเรียนรูระดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

3.4 ใหเด็กไลนิ้วมอื และบอกช่ือของตวั เลขอกี ครง้ั 3.5 ปฏบิ ตั เิ ชน เดยี วกันกับบัตรตวั เลขกระดาษทราย 2 และ 3 4. ครูสอน 3 ขนั้ ตอน ดงั น้ี ข้นั ที่ 1 ครูวางบตั รตัวเลขกระดาษทราย 3 ตวั ในลักษณะเรยี งแถวในแนวนอน ครูสัมผัส แลวบอกช่ือตวั เลขจนครบทง้ั 3 ตวั ข้นั ที่ 2 ครูบอกเด็กใหปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี - ไลนิว้ มือที่ 8 ไดไหมคะ เดก็ ปฏบิ ัติ ครูคละบตั รตัวเลข - ไลนว้ิ มอื ที่ 4 ไดไ หมคะ เด็กปฏิบตั ิ ครูคละบตั รตัวเลข - 5 อยูไ หน เดก็ ชี้ ไลน้วิ มือที่ 5 ซคิ ะ ครูคละบตั รตวั เลข - ช้ีท่ี 8 เด็กชี้ ไลน ้ิวมอื ท่ี 8 ซคิ ะ ครคู ละบัตรตวั เลข - หนูหา 4 ไดไ หม เดก็ ช้ี ไลนวิ้ มอื ท่ี 4 ซคิ ะ ครคู ละบัตรตวั เลข - ไลน ิ้วมือที่ 5 ไดไ หมคะ เดก็ ปฏบิ ัติ ครคู ละบัตรตัวเลข ข้ันที่ 3 ใหเ ดก็ สมั ผสั ตวั เลขกระดาษทราย แลวบอกชือ่ ตัวเลขนนั้ ปฏบิ ัตเิ ชน นไ้ี ปจนครบท้ัง 3 ตัว 5. นาํ เสนอตัวเลขกระดาษทรายตัวอื่นๆ ไปจนครบท้ัง 1-9 โดยนําเสนอทีละ 3 ตัว การประเมินผล วธิ ีการสงั เกต 1. การไลนิ้วมือไปบนตัวเลขกระดาษทรายในลักษณะการเขียนตวั เลข 2. การจดั เกบ็ ตัวเลขกระดาษทรายเขา ท่อี ยางเปน ระเบียบและถกู ตอง 3. การบอกหรือแสดงสัญลักษณต วั เลข 1- 9 และ 0 ไดถูกตอ ง เคร่อื งมอื ทใี่ ช แบบสงั เกตพฤติกรรม เกณฑการประเมนิ 1. เด็กไลน วิ้ มอื ไปบนตวั เลขกระดาษทรายในลักษณะการเขยี นตัวเลข ระดบั 3 เดก็ สามารถนว้ิ มือไปบนตวั เลขกระดาษทรายในลักษณะการเขยี นตวั เลข/ไดถกู ตอง ทง้ั หมด/ดวยตนเอง ระดับ 2 เดก็ สามารถนิ้วมือไปบนตวั เลขกระดาษทรายในลกั ษณะการเขียนตวั เลข/ไดถกู ตอง บางสว น/ดวยตนเอง ระดับ 1 ไมส ามารถปฏบิ ัตไิ ด / ปฏิบตั ไิ ดโ ดยตองมีการชน้ี ํา 183การจัดการเรียนรรู ะดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

2. เด็กจัดเก็บตัวเลขกระดาษทรายเขาทอี่ ยางเปน ระเบยี บและถกู ตอง ระดบั 3 จัดเก็บเขา ทเี่ ปนระเบียบและถกู ตองไดด ว ยตนเอง ระดบั 2 จดั เกบ็ เขาท่ี แตไมเ ปนระเบียบ ไมถูกตอง ระดับ 1 ไมเกบ็ เขาท่ี/ ตองมีผชู ้ีแนะ 3. เด็กบอกหรือแสดงสัญลกั ษณต ัวเลข 1- 9 และ 0 ไดถ ูกตอง ระดบั 3 บอกหรอื แสดงสญั ลักษณต ัวเลข 1- 9 และ 0 ไดถูกตอ งท้ังหมดดว ยตนเอง ระดบั 2 บอกหรอื แสดงสัญลกั ษณไ ดถกู ตองบางสว นดวยตนเอง ระดบั 1 ไมส ามารถบอกหรือแสดงสญั ลักษณไ ด/ ไดบ างสว นโดยมผี ูชี้นํา การควบคมุ ความบกพรอง ตวั เลขกระดาษทราย (ลักษณะของตัวเลขคือตัวควบคมุ ความบกพรอง) อายุ 4 ป หรือนําเสนอหลังจากไดปฏบิ ตั กิ ิจกรรม “ไมจ าํ นวน” แลว กิจกรรมทผี่ ปู กครองมสี วนรวม ผปู กครองเชญิ ชวนใหเ ดก็ ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมรว มกนั เชน ใชน ว้ิ ขดี เขยี นตวั เลขบนพน้ื ทราย บนอากาศ บนแผน หลงั ฯลฯ ขอ เสนอแนะสาํ หรับครู 1. ครูจดั ตวั เลขกระดาษทรายเปนเลขไทย 1 ชุด 2. ตวั เลขกระดาษทรายอาจตดิ บนกระดานอดั หรอื ฟว เจอรบ อรด หรอื วสั ดอุ น่ื ๆตามความเหมาะสมของโรงเรยี น 3. ครูทําแผน พับนาํ เสนอกจิ กรรมใหผปู กครองปฏิบตั ิกจิ กรรมรว มกับลูกทบี่ าน เชนผลัดกันเขยี นตัวเลขบน แผนหลงั บนอากาศ แลวใหท ายวา ตวั เลขที่เขยี นคือเลขอะไร 184 การจัดการเรยี นรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

กลุมงานท่ี 1 ความเขา ใจทีม่ ตี ง้ั แต 1-10 และ 0 กิจกรรมท่ี 3 ไมจ าํ นวนและบัตรเลข อปุ กรณ 1. ไมจ าํ นวน 2. ชุดบตั รตัวเลข 1-10 3. พรมขนาดใหญ จดุ ประสงค 1. เพ่อื ใหเ ดก็ บอกหรอื แสดงสญั ลักษณ 1-10 ได 2. เพื่อใหเด็กจับคูสัมพันธร ะหวา งไมจ ํานวนกบั บัตรเลข 1-10 3. เพ่ือใหเดก็ ระมดั ระวังความปลอดภยั ของตนเองและผอู ื่น 4. เพอื่ ใหเด็กมีพื้นฐานการบวก และการลบ วิธจี ัดกิจกรรม 1. เชญิ ชวนเดก็ 1 คนมาปฏิบัตกิ จิ กรรม 2. นาํ เด็กไปท่ชี ั้นวางอุปกรณและแนะนาํ อปุ กรณ “นี้คอื ไมจํานวนและบตั รเลข 1-10 ” แนะนําการถือกลอ ง บตั รเลข ใหถือสองมอื ระดบั เอว 3. ครสู นทนากบั เด็ก “วนั น้ีเราตองทํางานบนพรมนะคะ” เชญิ เด็กใหป ูพรมทีพ่ น้ื 4. ครูและเดก็ ชวยกันถอื ไมจาํ นวนมาวางคละกนั ที่พรมจนครบท้งั 10 อนั จากน้ันนาํ กลองบตั รเลขวางไว ทางมมุ บนดานขวาของพรม 5. ครสู าธิตโดยหยิบตวั เลขทีละตัววางบนพรมแบบคละลาํ ดบั กนั พรอมกบั ใหเด็กบอกชือ่ ของตัวเลขแตล ะ ตวั เชน ครูนาํ บัตรตวั เลข 6 ออกมาวางตรงหนา เดก็ ถามวา นอ่ี ะไรคะ เดก็ ตอบ “6” ใหเดก็ บอกชื่อตวั เลขจนครบ โดย 185การจัดการเรียนรูระดับปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

เลข 10 เปนตัวสดุ ทา ยทีค่ รนู ําเสนอ เพราะเปนครงั้ แรกทีเ่ ดก็ เหน็ 6. ครนู ําบตั รตวั เลข 10 ออกมาวางตรงหนาเด็ก ครพู ูด “น่คี ือ เลข 10” 7. ครูนาํ ไมจํานวน 10 ท่วี างคละกนั อยบู นพรมมาวางไวตอนบนของพรม 8. เชญิ ใหเ ด็กนับไมจ ํานวน 10 ทีละชองพรอมสมั ผสั จนครบ 10 ชอง 9. ครูนําบัตรตวั เลข 10 มาวางไวใ นชองสดุ ทายของไมจํานวน 10 10. ครขู อใหเดก็ หาไมจาํ นวนท่สี ัมพันธกบั ตัวเลข เดก็ นบั ชอ งสีเหมือนกับทเ่ี คยนบั มากอ นหนานี้ (ใชป ลาย นวิ้ ชแ้ี ละนิว้ กลางขวาแตะไปที่บริเวณตอนกลางดา นบนของไมจาํ นวนในการนบั แตละชอ ง พรอ มพดู ชอื่ เลขน้นั ๆ) โดย ครูช้ีบตั รตวั เลขแตละตวั ขอใหเด็กหาไมท ี่สัมพนั ธกับตวั เลขแตล ะตัวนนั้ นาํ บตั รตวั เลขไปวางพงิ ไวในชองสดุ ทา ยของไม จํานวนนัน้ ในลกั ษณะท่ีคละตวั เลข ไมไ ดเรยี งตามลาํ ดบั (ดใู หแ นใจวา จุดต้งั ตนของไมจ ํานวนวางเปน แนวตรงลงมาเปน แนวเดียวกัน เชน - ครชู ้ีท่ีบัตรตัวเลข 4 “นีค่ อื อะไร” เด็กตอบ “4” - ใหเ ด็กมองหาไมจ าํ นวน 4 เดก็ ชี้ท่ีไมจ ํานวน 4 - ครูพูด “นับซคิ ะ” เดก็ นบั พรอมใชน ิ้วช้แี ละนิว้ กลางขวาแตะทีละชอ งพรอ มนับ “1, 2, 3, 4” ครู นาํ ไมจาํ นวน 4 ไปวางเรยี งตอลงมาจากไมจาํ นวน 10 แลว ครกู ็นาํ บัตรตัวเลข 4 ไปวางไวในชอ ง สุดทา ยของไมจาํ นวน 4 - ปฏิบัติเชน เดียวกนั นไ้ี ปเรือ่ ยๆ จนครบ 10 อนั โดยใหเด็กมสี วนรวมในการปฏบิ ัติ - ครเู กบ็ บตั รตัวเลขมาคละกันใหม และคละไมจาํ นวนดวย - เชญิ ชวนเด็กใหลองทํา “กจิ กรรมไมจ าํ นวนและบตั รตวั เลข” ดว ยตนเอง กจิ กรรมเสริมทักษะท่ี 1 1. เชญิ ชวนเด็กมาปฏิบัตกิ ิจกรรม 2. “วันนีเ้ ราตอ งทํางานบนพรม 2 ผืนนะคะ” เชิญเด็กใหป พู รมโดยปูในระยะที่หา งกนั มากๆ 3. นําเดก็ ไปท่ีชัน้ วางอปุ กรณ ชว ยกนั นาํ ไมจ าํ นวนมาวางคละกนั ทงั้ 10 อนั บนพรมผืนหน่งึ 186 การจัดการเรยี นรูร ะดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

4. ใหเ ดก็ ไปทชี่ ั้นวางอปุ กรณนํากลองบตั รตัวเลขมาท่ีพรมอีกผนื หนึง่ ครูและเดก็ ชว ยกันนาํ บัตรตัวเลข มา วางคละกนั ทงั้ 10 แผน ครแู ละเด็กนั่งทพี่ รมผนื ท่ีมบี ตั รตวั เลขวางคละกัน 5. ครูชท้ี ่ีบตั รตวั เลขใดตัวเลขหน่งึ ขอใหเดก็ บอกช่ือเลขนนั้ แลวใหเด็กไปท่พี รมอกี ผนื หนง่ึ ไปนําไมจ าํ นวนที่ ตรงกับบตั รตัวเลขน้นั มา เด็กแจง วาไดอะไรมาโดยบอกช่อื เลขนั้นแลว สมั ผสั ไมจาํ นวนและนบั นาํ ไมจาํ นวนไปวางไวด า น บนของพรมแลว นาํ บตั รตัวเลขไปวางไวในชอ งสุดทายของไมจํานวนน้ัน เชน - ครหู ยิบบตั รตวั เลข 4 มาวางไวต รงหนาเด็ก ถามวา “นค่ี อื อะไร” เดก็ ตอบ “4” ใหเ ดก็ ไปหาไม จาํ นวน 4 ทีอ่ ยูบ นพรมอีกผนื หนึง่ มา ครูถาม “หนูไดอะไรมา” “4” ใหเ ดก็ นับ ไมจ ํานวน นําไมจ าํ นวนไปวางไวด าน บนของพรมแลวนําบตั รตวั เลข 4 ไปวางไวใ นชอ งสุดทา ยของไมจ ํานวน - ปฏิบัติการจับคูบัตรตัวเลขกบั ไมจ าํ นวนไปเรื่อยๆ จนครบทกุ จาํ นวน 6. อาจนําเสนอกับเด็กกลุม เล็กๆ มากกวา 1 คนก็ได ประมาณ 2-4 คน ถาเด็กกลมุ น้ีมคี วามพรอมที่จะ ปฏบิ ตั ิกิจกรรม(กจิ กรรมนี้เปน การนํารปู ธรรมมาสมั พนั ธก ับสัญลกั ษณ คอื ไปหาไมจํานวนทสี่ มั พนั ธกบั บตั รตัวเลข) กจิ กรรมเสรมิ ทักษะท่ี 2 1. เชญิ ชวนเด็กมาปฏิบตั ิกิจกรรม 2. “วันนีเ้ ราตองทาํ งานบนพรม 2 ผืนนะคะ” เชิญเดก็ ใหป พู รมโดยปใู นระยะทห่ี างกันมากๆ 3. นําเดก็ ไปท่ีชั้นวางอปุ กรณ ชวยกนั นาํ ไมจาํ นวนมาวางคละกนั ทง้ั 10 อัน บนพรมผนื หนง่ึ 4. ใหเ ด็กไปทีช่ ้ันวางอุปกรณนํากลองบัตรตวั เลขมาที่พรมอกี ผืนหนง่ึ ครแู ละเด็กชวยกันนาํ บตั รตัวเลขมา วางคละกัน ท้งั 10 แผน 5. ครแู ละเดก็ นงั่ ทพี่ รมผนื ทมี่ ไี มจ าํ นวนวางคละกนั ครชู ท้ี ไ่ี มจ าํ นวน แลว ขอใหเ ดก็ ไปหาบตั รตวั เลขทส่ี มั พนั ธ กับไมจ าํ นวนนัน้ มา 6. เมอื่ เดก็ หามาไดแ ลว ครกู ข็ อใหเ ดก็ นบั ไมแ ลว บอกชอื่ เลขนน้ั และนาํ บตั รตวั เลขไปวางใหส มั พนั ธก บั ไมน นั้ ดําเนินการไปเชน เดยี วกนั นีจ้ นครบทัง้ 10 ไม เชน - ครูช้ที ไ่ี มจ าํ นวน 4 นาํ มาวางไวตรงหนา เดก็ ถามวา “นี่คืออะไร” เด็กตอบ “4” ใหเด็กไปหาบัตร 187การจดั การเรยี นรรู ะดบั ปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

ตวั เลข 4 ทีอ่ ยบู นพรมอีกผนื หนึ่ง เมือ่ หาไดแ ลว นํากลบั มาทพ่ี รมไมจ ํานวน ครถู าม “หนไู ดอ ะไรมา” “4” ใหเ ดก็ นบั ไม จาํ นวน 4 นําไมจาํ นวน 4 ไปวางไวดานบนของพรมแลว นาํ บัตรตัวเลข 4 ไปวางไวใ นชอ งสุดทา ยของไมจํานวน 4 - ปฏบิ ัตกิ ารจับคบู ตั รตัวเลขกับไมจ ํานวนไปเรื่อยๆ จนครบทกุ จํานวน - ถา เดก็ ตอ งการปฏบิ ัติซาํ้ อีก ใหนาํ บตั รตัวเลขไปท่พี รมผืนท่ีวา งอยู แลวจับคูบ ตั รตัวเลขกบั ไมจํานวน อีกคร้งั ก็ได (กจิ กรรมนีเ้ ปน การนาํ สญั ลักษณมาสมั พันธกับรปู ธรรม คอื ไปหาบตั รตวั เลขท่ีสัมพนั ธก บั ไมจาํ นวน) กิจกรรมเสริมทักษะท่ี 3 1. ใหเ ด็กนาํ ไมจํานวนมาวางคละกนั บนพรม และนาํ บตั รตวั เลขมาวางคละกันดา นลา งของพรมในลักษณะ แนวนอน 2. ครูขอใหเ ด็กจัดไมจํานวนตามลําดับใหเหมือนการจดั วางพลองแดง 3. ครูชี้บัตรตวั เลข ใหเดก็ หาไมจํานวนแลว นําไปสัมพันธกันโดยการเชิญชวนใหเดก็ นบั ไมจาํ นวนทุกครง้ั ทาํ เชน นี้ไปเรือ่ ยๆ ในลกั ษณะที่หมายเลขน้ันไมเ รยี งลําดับ เชน - ครหู ยิบบตั รตัวเลข 3 มาวางตรงหนาเด็ก ถามเด็ก “นีค่ ืออะไร” เด็กตอบ “3” “หนหู าไมจาํ นวน 3 ไดไ หมแลวนบั ดวยนะคะ” เด็กนบั ไมจ ํานวน 3 ครูวางบัตรตัวเลข 3 ไวใ นชองสดุ ทา ยของไมจ ํานวน 3 - ปฏบิ ัตกิ ารจับคูบ ัตรตวั เลขกบั ไมจ ํานวนไปเรื่อยๆ จนครบทุกจํานวน 4. หลังจากวางบตั รตวั เลขไดค รบทงั้ 10 บัตรแลว ครูอา นทบ่ี ตั รตัวเลข ต้ังแต 1-10 แลว อา นถอยหลงั ต้ังแต 10-1 พรอมใชน วิ้ ชี้ที่บัตรตวั เลขนั้นๆ ดว ย (กจิ กรรมน้ีหาบตั รตวั เลขไปวางใหสัมพนั ธกบั ไมจาํ นวนทจ่ี ดั เรยี งตามลาํ ดับ 1- 10 แลวอานและช้ีบตั รเลข ตามลาํ ดับไปขา งหนา และถอยหลัง) 188 การจดั การเรยี นรรู ะดบั ปฐมวยั ในโรงเรยี นขนาดเลก็ โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

กิจกรรมเสรมิ ทกั ษะท่ี 4 เรม่ิ ตนวางเรยี งไมจ าํ นวนในลกั ษณะทเี่ ปนผลสาํ เร็จจากการปฏิบตั ิกจิ กรรม แบบฝก หัดท่ี 3 และ ในสวนชอ ง สดุ ทายของไมจาํ นวนแตละอนั จะมบี ัตรตัวเลขน้ันๆ วางพิงอยู 1. เด็กนง่ั อยดู า นซา ยของครูขางพรม ครเู ลือ่ นไมจ ํานวน 10 พรอ มบัตรตวั เลข 10 ข้นึ ไปดา นบนของ พรมอีกเลก็ นอ ย เพื่อใหเ ห็นชอ งวาง 2. ครถู าม “เราจะทาํ อยา งไรทจี่ ะให 9 มคี วามยาวเทา กับ 10” ขณะที่ครูพูดครใู ชมือชวยในการกะระยะให เดก็ เหน็ วาขาดอยเู ทาไร เดก็ จะสังเกตไดเองวาขาดไป 1 เด็กนําไมจ าํ นวน 1 พรอ มบัตรตวั เลข 1 มาวางตอไมจ าํ นวน 9 ครพู ดู “9 และ 1 เปน 10 9 บวก 1 เทา กับ 10” แลวใหเด็กพดู ตาม 3. ครเู ล่อื นไมจาํ นวน 8 พรอมบัตรตวั เลข 8 ข้นึ ไปดานบนของพรมอกี เลก็ นอย เพอื่ ใหเห็นชอ งวาง 4. ครถู าม “เราจะทาํ อยางไรท่จี ะให 8 มคี วามยาวเทากบั 10” ขณะท่คี รูพดู ครใู ชม อื ชว ยในการกะระยะให เดก็ เห็นวาขาดอยเู ทาไหร เดก็ จะสังเกตไดเองวา ขาดไป 2 เดก็ นาํ ไมจ าํ นวน 2 พรอมบัตรตวั เลข 2 มาวางตอไมจาํ นวน 8 ครพู ดู “8 และ 2 เปน 10 8 บวก 2 เทากบั 10” แลว ใหเด็กพูดตาม 5. ครูเล่อื นไมจ าํ นวน 7 พรอ มบัตรตวั เลข 7 ข้นึ ไปดา นบนของพรมอีกเลก็ นอย เพื่อใหเห็นชอ งวา ง 6. ครูถาม “เราจะทําอยางไรท่ีจะให 7 มีความยาวเทากบั 10” ขณะท่คี รพู ดู ครูใชม ือชวยในการกะระยะให เดก็ เห็นวา ขาดอยเู ทา ไหร เด็กจะสังเกตไดเองวา ขาดไป 3 เดก็ นาํ ไมจํานวน 3 พรอ มบัตรตวั เลข 3 มาวางตอไมจ ํานวน 7 ครูพูด “7 และ 3 เปน 10 7 บวก 3 เทากบั 10” แลวใหเดก็ พดู ตาม 7. ครูเลื่อนไมจาํ นวน 6 พรอมบัตรตวั เลข 6 ขนึ้ ไปดานบนของพรมอกี เลก็ นอย เพอ่ื ใหเหน็ ชองวาง 8. ครถู าม “เราจะทาํ อยา งไรทจี่ ะให 6 มีความยาวเทากับ 10” ขณะทค่ี รพู ูด ครูใชม ือชวยในการกะระยะให เดก็ เหน็ วาขาดอยเู ทา ไหร เดก็ จะสงั เกตไดเองวา ขาดไป 4 เด็กนาํ ไมจ าํ นวน 4 พรอ มบัตรตัวเลข 4 มาวางตอ ไมจ ํานวน 6 ครูพูด “6 และ 4 เปน 10 6 บวก 4 เทา กบั 10” แลวใหเ ด็กพูดตาม 9. ครูถาม “เราจะทาํ อยางไรท่จี ะให 5 มคี วามยาวเทา กบั 10” ครพู ลกิ ไมจาํ นวน 5 จากซา ยไปขวา โดยทงิ้ บัตรตวั เลข 5 ไวท่ีเดิม ครพู ดู วา “5 สองครัง้ เปน 10 5 สองครัง้ เทากบั 10” 189การจดั การเรยี นรูร ะดับปฐมวัยในโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยใชแ นวทางมอนเทสซอริ

กจิ กรรมเสรมิ ทักษะท่ี 5 เรม่ิ ตนจากการจัดวางท่เี ปนผลสําเรจ็ จากการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมแบบฝกหดั ที่ 4 นั่นคือ - ไมจ าํ นวน 10 อยดู านบนสุด เวนใหเห็นชอ งวาง - ตอ ลงมาดวย ไมจาํ นวน 9 และไมจ าํ นวน 1 วางชิดกนั เวน ใหเ ห็นชอ งวา ง - ตอลงมาดวย ไมจาํ นวน 8 และไมจํานวน 2 วางชดิ กนั เวน ใหเห็นชอ งวาง - ตอ ลงมาดว ย ไมจํานวน 7 และไมจาํ นวน 3 วางชดิ กัน เวนใหเหน็ ชองวา ง - ตอลงมาดว ย ไมจาํ นวน 6 และไมจํานวน 4 วางชิดกัน เวน ใหเห็นชองวาง - ตอลงมาดวย ไมจํานวน 5 1. ครดู งึ ไมจ ํานวน 1 ไปทางดานขวามอื ออกจากไมจ ํานวน 9 ในระยะทีห่ างพอสมควร ครพู ดู วา “ครนู ํา 1 ออกไป จะเหลอื เทาไหร” เด็กตอบ “9” ครพู ูดวา “10 นําออกไป 1 เปน 9 10 ลบ 1 เทากับ 9” 2. ครดู ึงไมจาํ นวน 2 ไปทางดานขวามอื ออกจากไมจํานวน 8 ในระยะทีห่ า งพอสมควร ครพู ูดวา “ครนู าํ 2 ออกไป จะเหลอื เทา ไหร” เด็กตอบ “8” ครูพดู วา “10 นําออกไป 2 เปน 8 10 ลบ 2 เทา กับ 8” 3. ครดู งึ ไมจํานวน 3 ไปทางดา นขวามือออกจากไมจาํ นวน 7 ในระยะท่ีหา งพอสมควร ครูพดู วา “ครูนํา 3 ออกไป จะเหลือเทา ไหร” เดก็ ตอบ “7” ครพู ดู วา “10 นําออกไป 3 เปน 7 10 ลบ 3 เทา กบั 7” 4. ครูดึงไมจ าํ นวน 4 ไปทางดานขวามอื ออกจากไมจาํ นวน 6 ในระยะท่หี างพอสมควร ครพู ดู วา “ครูนาํ 4 ออกไป จะเหลอื เทา ไหร” เดก็ ตอบ “6” ครพู ดู วา “10 นาํ ออกไป 4 เปน 6 10 ลบ 4 เทา กับ 6” 5. นําไมจ าํ นวน 1, 2, 3, 4 กลับมาชดิ กับไมจํานวน 9, 8, 7, 6 เหมอื นเดมิ 6. สามารถปฏิบัติไดในทางกลับกัน นนั่ คอื ดงึ ไมจาํ นวน 9 ออกจากไมจ ํานวน 1 ครพู ูดวา “ครูนาํ 9 ออกไป จะเหลอื เทาไหร” เด็กตอบ “1” ครูพดู วา “10 นาํ ออกไป 9 เปน 1 10 ลบ 9 เทากบั 1” 190 การจดั การเรยี นรูร ะดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเลก็ โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ

7. ปฏิบตั เิ ชนเดยี วกนั นีไ้ ปเรือ่ ยๆ จนถึง 10 ลบ 6 เทา กับ 4 8. สามารถปฏิบัตไิ ดในอกี ลกั ษณะ นั่นก็คอื ปฏิบตั ิจากตัวตงั้ ที่เปน 9 ปฏิบตั ิจากตัวตั้งทเี่ ปน 8 ปฏิบัติจากตัวต้งั ท่ีเปน 7 ปฏิบตั จิ ากตัวตั้งที่เปน 6 การควบคมุ ความบกพรอง การนับชอ งสขี องไมจ าํ นวน การประเมินผล วธิ ีการสังเกต 1. เด็กระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผูอ่ืน 2. เด็กเรียงลําดับไมจ ํานวนกับบัตรเลขไดถกู ตอง 3. เดก็ จบั คูท ่ีสัมพนั ธก ันระหวา งไมจํานวนกับบัตรเลข 1 – 10 เครื่องมอื ทใ่ี ช แบบสงั เกตพฤตกิ รรม เกณฑก ารประเมนิ 1. การระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผอู ่ืน(ปฏบิ ตั ิการหยิบ ยก เดนิ ถือไมจาํ นวน) ระดบั 3 เดก็ สามารถปฏบิ ตั ิไดอยางถกู ตอ ง ทุกขัน้ ตอนดว ยตนเอง ระดบั 2 เดก็ สามารถปฏิบัติไดบางข้นั ตอน/บางครัง้ /ดว ยตนเอง ระดับ 1 ไมสามารถปฏบิ ตั ไิ ด / ปฏิบัติไดโ ดยตอ งมีการชี้นํา 3. การเรียงลาํ ดบั ไมจํานวนกับบตั รเลขไดถ กู ตอ ง ระดับ 3 เรียงลําดับไมจาํ นวนกบั บตั รเลขไดถกู ตอง/ท้ังหมด/ดวยตนเอง ระดบั 2 เรียงลําดบั ไมจาํ นวนกับบัตรเลขไดถ กู ตอง/บางสว น/ดว ยตนเอง ระดับ 1 ไมสามารถเรียงลาํ ดบั ได / ไดโ ดยมผี ชู นี้ าํ 3. การจับคูทีส่ มั พนั ธก นั ระหวางไมจ ํานวนกบั บตั รเลข 1 – 10 ระดับ 3 จบั คไู มจาํ นวนกับบัตรเลขไดถูกตอง / ท้งั หมด / ดวยตนเอง ระดบั 2 จบั คูไ มจํานวนกับบัตรเลขไดถ ูกตอง /บางสวน / ดวยตนเอง ระดับ 1 ไมส ามารถจับคไู มจํานวนกับบัตรเลขได / ไดโ ดยมีผูช้นี ํา อายุ 4 ปข้นึ ไป 191การจดั การเรยี นรรู ะดับปฐมวยั ในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยใชแนวทางมอนเทสซอริ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook